--- title: ฝึก PE ห้อง 4588 แบ่งพิมพ์ (DLTV ภาษาไทย ป. 6 หน่วยที่ 5) ๓ อ่านบทร้อยกรอง ๑๗ ส.ค. ๖๔ (มีใบความรู้) ฟารุต subtitle: date: วันศุกร์ที่ 29 เมษายน 2565 เวลา 09.10 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (คุณครูคณิตา) สวัสดีคุณครูปลายทางทุกท่าน และนักเรียนปลายทางทึกคนวันนี้พบกับคุณครูคณิตา หนุนอนันต์ และครูปรเมษฐ ศรีกำเหนิดในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ ในวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ นี่คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) นั่นน่ะสิ นักเรียนอยากเรียนเรื่องอะไรลูก วันนี้ครูจะให้อยู่ในเนื้อหาเดิมนะ ยังอยู่ในสุภาษิตสอนหญิงนะ เพราะฉะนั้นนักเรียนก็ยังจะต้องพกหนังสือเพื่อจะใช้ในการดูบทเรื่องสุภาสอนหญิงในนั้นนะครับ วันนี้เจะศึกษาในเรื่องอะไรล่ะครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เรื่องอะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้นไปดูกันเลยครับ ว่าครูนั้นจะให้นักเรียนเรียนในเรื่องอะไรครับ (คุณครูคณิตา) อย่าชิงสุกก่อนห่ามไม่งามดีสุภาษิตสอนหญิง (คุณครูปรเมษฐ) วันนี้เราจะศึกษากันในเรื่องของการอ่านบทร้อยกรองนั่นเองนะครับ ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญเรื่องหนึ่งในการเรียนวรรณคดีนั่นเองครับ ครูมีบทกลอนมาให้นะ มอบให้นักเรียนหญิงทุกคน รวมถึงครูคณิตาด้วยนะ บทนี้มีชื่อว่าผู้เอ๋ยผู้หญิง มีกลอนอยู่ประเภทหนึ่งนะครับ ครูคณิตา กลอนนี้ขึ้นต้นด้วยเอ๋ย ลงด้วยเอยเด็ก ๆ ครับ ยังไม่ให้ครูคณิตาเฉลย ครูคณิตารู้แล้วล่ะ เด็ก ๆ ตอบสิว่า ไอ้กลอนชนิดนี้เขาเรียกว่ากลอนอะไรนะ กลอน... กลอนอะไรลูก (คุณครูคณิตา) กลอนอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) กลอนดอกสร้อย ขึ้นด้วยเอ๋ยลงด้วยเอย เดี๋ยวเรามาอ่านแบบเป็นทำนองเสนาะ พร้อม ๆ กัน นักเรียนชายต้องอ่านให้ไพเราะนะ เพราะเราจะมอบให้กับนักเรียนหญิงทั่วประเทศเลยอ่านแบบทำนองเสนาะ 1 2 3 ผู้เอ๋ยผู้หญิง มีคำเรียกมากมายยิ่งชวนขานไข ส่องสะท้อนภูมิปัญญาของคนไทยฉลาดใช้หลากถ้อยคำความหมายดี อรทัย นงคราญ ดวงสมร เยาวมาลย์ งามงอน โฉมศรี นวลลออ สุดา กัลยาณี นารี บังอร สื่อ คือ "หญิง" เอย ปรบมือให้ตัวเองครับ เด็ก ๆ เก่งมาก กลอนบทนี้กล่าวถึงอะไรครูคณิตาตอบได้เลย (คุณครูคณิตา) กล่าวถึงผู้หญิงนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คำที่เป็นสี ๆ นี่นะ มีความหมายว่าผู้หญิงทั้งหมดเลย ครูความรู้เดิมเด็ก ๆ หน่อยครับ เขาเรียกว่าคำอะไรนะ คำที่มีความหมายเหมือนกันแต่เวลาเขียนเราเขียนไม่เหมือนกันคือคำ คำ เยี่ยม ครูคณิตาใช่ไหมที่เด็ก ๆ ตอบ (คุณครูคณิตา) คือ คำอะไรคะ ไวพจน์นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ทุกคำแปลว่าผู้หญิงทั้งสิ้นนะครับ การที่สามารถนำคำคำเดียวกันนี่นะ ที่มีความหมายมาลงในกลอนบทหนึ่งได้นี่ถือเป็นความอัจฉริยะของผู้แต่ง หรือกวี นี่คือการอ่านเป็นทำนองเสนาะเด็ก ๆ ก็สามารถอ่านได้ไพเราะ จึงเป็นที่มาของคำถามนี้ครับ บทร้อยกรองที่นักเรียนได้ร่วมกันอ่านมันเกิดความไพเราะได้อย่างไรช่วยกันคิด ทำไมมันถึงเพาะ ถึงไพเราะได้เพราะอะไรลูก เพราะอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา)เพราะว่าเราอ่านบทร้อยกรองเหล่านี้เป็นทำนองเสนาะค่ะ เป็นการสร้างความไพเราะให้ตัวบทร้อยกรองนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นั่นคือสิ่งที่ทำให้หนูอ่านได้ไพเราะ คำว่า "เสนาะ" มีความหมายนะครูแพระ คำว่า "เสนาะนี่หมายถึงว่าน่าฟัง ไพเราะเพราะ เพราะฉะนั้น มันไม่ได้เสนาะเป็นแบบกลอนสุภาพอย่างเดียว มันสามารถดัดแปลงเป็นอะไรก็ได้คำว่า "เสนาะ" ทำอย่างไรให้เกิดความไพเราะใช่ไหมเด็ก ๆ เพราะฉะนั้น วันนี้น่าจะสนุกสนานกันน่าดู ครูจะมีอะไรให้นักเรียนทำหลายสิ่งหลายอย่างอย่างไรล่ะ ในการอ่าน ในการแบ่งวรรคของบทร้อยกรองดังกล่าว ให้มันเกิดความไพเราะนี่นักเรียน แบ่งวรรคอย่างไรครูคณิตาเคยสอนแล้วด้วยใช่ไหมครับ ตอบคำถ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ทำอย่างไร (คุณครูคณิตา) หากนักเรียนจำที่คุณครูคณิตาสอนไม่ได้นี่ ก็ใช้ความรู้เดิมก็ได้นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) การแบ่งวรรคตอนนี่ การแบ่งวรรคแบ่งตอน ตอบแล้วนะลูก ครูคณิตาเฉลยว่าอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ การแบ่งจังหวะในการอ่านคำนะคะ เราจะต้องอ่านเป็น 3-2-3 หรือ 3-3-3 ตามบริบทข้างเคียงค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ในการแบ่งวรรคแบ่งตอนในบทกลอนนี่ทำอย่างไรให้อ่านลงก็ 3-3-3 ทำอย่างไรให้อ่ายลง 3-2-3 ดูตามบริบท อ่านจะเป็น 2-3 แล้วก็เป็น 2 ก็ได้มันต้องดูว่าคำมันลงได้มากน้อยเพียงใด ก็ให้เลือกอ่านอย่างใดอย่างหนึ่งแบ่งตอน ต่อไปลูก ลักษณะของน้ำเสียงนี่ ที่นักเรียนนี่เมื่อสักครู่ที่ได้เปล่งออกมามันเป็นอย่างไรครูคณิตาได้ยินไหมครับ เสียงเป็นอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) เป็นเสียงที่ไพเราะนะคะ แล้วก็เสียงดังกังวาลมากเลยนะ เพราะฉะนั้นค่ะ การใช้ลักษณะของน้ำเสียงนะคะ เราจะเปล่ง ก็คือ หนัก เบาหนัก เบา สั้น ยาว ขึ้นอยู่กับคำเหล่านั้น เพื่อสร้างความไพเราะนะคะ และที่สำคัญค่ะ ก็มีการเอื้อนทำนอง ใส่อารมณ์ความรู้สึกของผู้อ่านร้อยกรองไปด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ล่ะครับ 3 ข้อนี้การอ่านทำนองเสนาะของหนู ๆ นี่มันเกิดความไพเราะ ถ้าไม่มี 3 ข้อนี้นี่ ก็จะอ่านได้ไม่อย่างไพเราะ เสียงสูง ต่ำ หนัก เบา สั้น ยาว หมายถึงดนตรีลูกภาษาดนตรีนะครูคณิตา มีสูง มีต่ำไอ้การที่มันขึ้นลง มีสูง มีต่ำ มันเหมือนดนตรีมันเพราะนะ เอื้อนทำนองเป็นมนุษย์เป็นได้เพราะใจสูง นี่เอื้อน เอื้อนเพื่ออเพราะอะไรให้มันเพราะ ให้กลอนมันลงความรู้สึก ถ้าโศกเศร้าก็เป็นบทโศกใช่ไหมประมาณนั้นนะครับ อันนี้ก็คือคำถามที่นักเรียนนั้นได้ตอบเป็นคำถามเริ่มต้นนะครับ (คุณครูคณิตา) การอ่านบทร้อยกรองจึงมุ่งให้เกิดความเพลิดเพลิน ซาบซึ้งในรสของคำประพันธ์ซึ่งจะต้องอ่านอย่างมีจังหวะ ลีลาและท่วงทำนองตามลักษณะของคำประพันธ์นั้น ๆ ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สำคัญมากเลยนะครับ ก็จะต้องอ่านนี่จังหวะคืออะไร จังหวะ คือ ลงจังหวะเป๊ะ ๆ ๆ คือ การตีบท การแสดงบทบาทมันคือ ลีลา ผู้ที่จะอ่านได้ดีก็ต้องลีลาดีจำครูไว้นะ ใครลีลาดีก็อ่านได้ดี ท่วงทำนองนี่สำคัญมาก ต้องลงเป็นห้อง ๆ ๆ ถูกตามฉันทลักษณ์ มันเกิดความ... (คุณครูคณิตา) ไพเราะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ เด็ก ๆ และครูคณิตาครับ เพราะฉะนั้น จึงเป็นที่มาที่เราจะได้เรียนรู้กันนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ จุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้นะคะ 1. อธิบายหลักการอ่านออกเสียงบทร้อยกรองได้ 2. ค่ะ อ่านบทร้อยกรองเรื่องสุภาษิตสอนหญิงได้ได้ 3. เห็นคุณค่าของการอ่านบทร้อยกรองจากเรื่องสุภาษิตสอนหญิงได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สรุป คือหนูจะต้องบอกหลักการได้ว่าอ่านอย่างไร 2. ต้องอ่านให้ครูฟังได้ และต้องเห็นความสำคัญของบทร้อยกรองนั้น ๆ นะครับ นักเรียนบททวนความรู้กันเรื่อง การอ่านออกเสียงบทร้อยหรอง ตามที่ครูได้บอกว่าต้องมีใบความรู้ใช่ไหมเด็ก ๆ นำใบความรู้เรื่องอะไรนะครูคณิตา (คุณครูคณิตา) นำใบความรู้นะคะ เรื่องการอ่านออกเสียงบทร้อยกรองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นำขึ้นมา แล้วครูกับครูคณิตาจะอธิบายประกอบ นักเรียนก็ศึกษาใบความรู้ไปพร้อม ๆ กันเลย ดีไหมลูก ถ้าดีไปพร้อม ๆ กันนำใบความรู้ขึ้นมาครับ ไปละนะ การอ่านบทร้อยกรองเป็นทำนองเสนาะเป็นอย่างไรครูคณิตา คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ เดี๋ยวเรามาศึกษาไปพร้อม ๆ กันเลยนะคะ การอ่านบทร้อยกรองเป็นทำนองเสนาะ เป็นการอ่านเพื่อให้เกิความเพลิดเพลินในการอ่านบทประพันธ์ซึ่งต้องมีจังหวะ ลีลาค่ะ ในการอ่านค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือการอ่านแบบทำนองเสนาะใช่ไหมครับ การอ่านบทร้อยกรองนี่ถ้าจะแบ่งเป็นประเภทนี่ก็แบ่งได้ 2 แบบใช่ไหมลูก ก็คือการอ่านแบบธรรมดากับการอ่านแบบทำนองเสนาะ นี่คือหลักการทั่ว ๆ ไปนะ แต่ครูอยากให้นักเรียนได้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องการอ่านเป็นทำนองเสนาะมันเป็นอย่างไร มันเป็นอย่างไรครูคณิคา (คุณครูคณิตา) ค่ะ การอ่านเป็นทำนองเสนาะนี่ จะเป็นการอ่ายมีสำเนียงนะคะ สูง, ต่ำ, หนัก, เบา, สั้น, ยาวเหมือนเสียงดนตรีค่ะ มีการเอื้อนตามจังหวะลีลาและท่วงทำนองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ก็คือการอ่านแบบทำนองเสนาะนั่นเองนะครับ ไปดูหลักเกณฑ์กันเลย ว่ามีหลักกเกณฑ์ว่าอย่างไรครับ ข้อที่ 1 นักเรียนจะต้องเป็นอย่างไรลูก ศึกษาลักษณะบังคับของคำประพันธ์นั้น ๆ อ่านกลอนก็ต้องศึกษาว่านี่ก็ต้องศึกษาว่าอ่านอย่างไร 3 2 3 ลงอย่างไร ลงคำอย่างไร ลงเสียงอย่างไร อ่านร่าย ก็ต้องรู้ว่าร่ายนี่อ่านอย่างไร กาพย์ วิชาเหมือนกันว นักเรียนก็ต้องศึกษาว่ามันอ่านอย่างไร มันจึงจะสามารถอ่านเป็นทำนองเสนาะได้ถ้านักเรียนไม่รู้หลักการหรือลักษณะบังคับจะอ่านได้ไหม (คุณครูคณิตา) อ่านไม่ได้ค่ะ หรืออาจจะอ่านได้ค่ะ แต่จะไม่ไพเราะนะ แล้วจะไม่ถูกจังหวะด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ เพราะฉะนั้น อันนี้สำคัญมากนะครับ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 2 นะคะ ต้องอ่านให้ถูกต้องตามลักษณะบังคับ เหมือนที่คุณครูได้กล่าวไว้นะคะ เมื่อกี้ก็คือเราจะต้องศึกษาก่อนนะคะ ว่าบทที่เราจะอ่านนั้นเป็นบทประเภทได้ และเมื่อเราศึกษาเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราจะอ่านได้ถูกต้องตามลักษณะบังคับ จะทำให้เกิดความไพเราะมากขึ้นนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วข้อที่ 3อ่านเสียงดังฟังชัด ดังฟังชัดไม่ใช่ตะโกนนะลูกดังฟังชัด คือ เสียงถ้อยคำที่เปร่งออกมาจากลำคอเรามันจะต้องดัง คำต้องชัดเจนนี่คือการอ่านเสียงดัง คำต้องชัดเจน ข้อต่อไปว่าอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) อ่านออกเสียงคำให้ชัดเจน (คุณครูปรเมษฐ) โดยเฉพาะ ร. เรือ ล. ลิง แล้วก็อะไรนะครับ (คุณครูคณิตา) คำควบกล้ำค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) 3 อย่างนี้สำคัญมาก ต้องออกให้ชัดครูมีกลอนมา 1 บทน่ะ เดี๋ยวลองอ่านกันเลยนะอ่านเป็นทำนองเสนาะ เดี๋ยวอ่านพร้อม ๆ ครูได้หรือไม่นะครับ ให้ออกเสียงคำให้ชัดเจน 1 2 3 แสงอาทิตย์ปิดฟ้าเลื่อนลาหาย ทุกข์กล้ำกลายเกลื่อนกลุ้มรุมหน้าหลัง รอยอาลัยฟ้ามืดมาบดบัง ร่องรอยหวังล่ำลาละลายเลือน ถามครูคณิตาก่อนกลอนบทนี้นี่เราเล่นอะไรครับ (คุณครูคณิตา) เล่นอะไรเอ่ยแสงอาทิตย์ปิดฟ้าเล่นอะไรคะ เป็นการเล่นพยัญชนะหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) เล่น ร. เรือ, ล. ลิง คราวนี้ มันก็จะพิสูจน์นักเรียนที่อ่าน ถ้านักเรียนเข้าใจหลักการอ่านคำควบกล้ำ กล้ำ เกลื่อน ถ้าเข้าใจ มันก็จะอ่านได้อย่างไพเราะครูเน้นย้ำว่า ร. เรือ, ล. ลิง นี่จะต้องออกให้ชัดเจน ต้องออกให้ชัดเจนนะ อย่างเช่นคำนี้ละลาย ละลายเลือน นี่ถ้านักเรียนสับสนอาจจะออกเสียงเป็น ร่ำราระรายเรือน แบบนี้ใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ไม่ใช่ค่ะ ก็จะทำให้บทกลอนเหล่านี้นะคะ ก็คือเพี้ยนไปนะคะ หรือว่าผิดไปนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) ผิดเลยก็เท่ากับคำต้องผิดด้วย เน้นย้ำนะครับ ออกเ ร. เรือ, ล. ลิง คำควบกล้ำนะครับ ข้อต่อไปว่าอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ ข้อต่อมานะคะ อ่านมีจังหวะวรรคตอนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ครูคณิตาชอบมากเเลนสอนนักเรียนเป็นประจำเลย ต้องมีการแบ่งวรรคแบ่งตอนใช่ไหมดูบทนี้เลยครับ ลองอ่านแบบธรรมดาบ้างก็ได้ (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวเราอ่านแบบธรรมดานะคะ ถึงบางพูด พูดดี เป็นศรีศักดิ์ มีคนรัก รสถ้อย อร่อยจิต แม้นพูดชั่ว ตัวตาย ทำลายมิตร จะชอบผิด ในมนุษย์ เพราะพูดจา (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ยกมาจากนิราศภูเขาทอง ของบรมครูสุนทรภู่กับนักเรียนอ่านเมื่อสักครู่ เราแบ่งวรรคตอนชัดเจนเลยใช่ไหม นี่ที่ครูให้ดูหน้าจอก็เป็นการแบ่งวรรคให้ชัดเจน เพราะฉะนั้น การอ่านแบบมีวรรคตอนมันช่วยให้เกิดความไพเราะถึงจะอ่านเป็นทำนองเสนาะก็ต้องแบ่งวรรคตอนให้ชัดเจนนะครับ ต่อไป ข้อที่ 6 นะ ตามใบความรู้นะครับ คำที่รับสัมผัสกันต้องอ่านเน้นเสียงให้ชัด เดี๋ยวไปดูกันถึงหน้าวังดังหนึ่งใจจะขาด คำว่า "ขาด" นะ คิดถึงบาท ขาดกับบาทเป็นอย่างไรกัน รับสัมผัสกันเขาเรียกว่าสัมผัสระหว่างวรรค ครูทำแดง ๆ ไว้ แดง ๆ แดงนี่ไว้เพื่ออะไรนักเรียนครูจะให้นักเรียนตอบครูสิว่าคำนี้ครูออกเสียงว่าอย่างไร ตอบครูครับ เมื่อสักครู่ครูออกเสียงว่าอย่างไรถูกเปล่าครูคณิตา ครูออกเสียงว่าอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐนะคะ ได้ออกเสียงว่า อะ-ดิด-สอน ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ทำไมถึงต้องเป็นอะ-ดิด-สอน ทำไมไม่เป็นอดิสอนลองนะครับ ๆ คิดถึงบาทบพิตรอดิศร แต่อีกแบบหนึ่งที่ครูออกเสียง คิดถึงบาทบพิตรอะ-ดิด-สอน คำมันเป็นอย่างไรกันทันทีเลยนักเรียน มันรู็สึกผิดทันทีเลยตรงนี้เสียงไม่ชัดนะ เพื่อให้รับสัมผัสกับคำว่า บพิตรนั่นเอง ข้อต่อไปครับ ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ข้อต่อไปค่ะ การเอื้อนสัมผัสขออภัยค่ะ การเอื้อนสัมผัสในเพื่อเพิ่มความไพเราะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มันเอื้ออย่างไร เดี๋ยวไปดูกันเลย ครูยกมาบทกลอนหนึ่งคืออะไร ครับ ครูชี้คำว่า "ใกล้"ใกล้สัมผัสกับคำว่า เก่งมาก ใจสั่น สัมผัสกับคำว่า "สนั่น"ใช่ไหมลูก ไกลมีคำสัมพันธ์ไหมถ้ามีนี่เป็นปัญหาเลย เพราะมีการชิงสัมผัสตอนที่เรียนระดับสูงกว่านี้ ว่าชิงสัมผัมเป็นอย่างไรสั่นกับสนั่นครูคณิตา ดูต่อที่วรรค วรรครับ หรือวรรคสองนี่ กับคำว่า "คนึง" นี่สัมผัสใน (คุณครูคณิตา) เอ๊ สัมผัสสระหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ สัมผัสในคือการสัมผัสสระนั่นเอง (คุณครูคณิตา) สัมผัสสระ สัมผัสในเล็งแลจ้อง อันนี้จบเล็งแลจ้องน้องนวลชวนเพลินตานักเรียนบอกครูคณิตาให้ขีดคำสัมผัส (คุณครูคณิตา) สัมผัสอะไร มีคำอะไรบ้าง คะ (คุณครูปรเมษฐ) ตอบครับ เล็งครับ เก่งมาก (คุณครูคณิตา) เล็งแลใช่ไหมคะ แล้วก็จ้องกับน้อง น้องกับนวบด้วยไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่ ๆ ๆ (คุณครูคณิตา) ไม่ใช่ไหม (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้เราดูสัมผัสในกับสัมผัสสระนั่งเองนะ เล็งแลก็ถือว่าเป็นสัมผัสพญันชนะ (คุณครูคณิตา) นวลสำผัสกับคำว่า (คุณครูปรเมษฐ) เก่งมากครับ คำว่า "ชวน" นะครับ นี่ สัมผัสกัน สัมผัสในพี่โหยหาหวนฮึกนึกแต่นาง คำว่า "ฮึก สัมผัสกับเพราะว่าถ้ามีจะเป็นชิงสัมผัส ลองอ่านเป็นทำนองเสนาะพร้อม ๆ กันครับ ยามตัวใกล้ใจสั่นสนั่นไหว ยามอยู่ไกลคิดถึงคนึงหา เล็งแลจ้องน้องนวลชวนเพลินตา พี่โหยหาหวนฮึกนึกแต่นาง เห็นไหม ครูก็จะใส่ใส่ให้มันเสียงมันหนักขึ้น ให้มันชัดเจนนะครับ (คุณครูคณิตา) เขาเรียกว่าใส่น้ำหนักการอ่านหนักเบาใช่ไหมคะ แล้วก็จะมีสั้นยาวสูงต่ำนะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ แต่ครูอาจจะอ่านไม่เพราะสำหรับนักเรียนก็ได้ ขอให้ทำนองถูกข้อที่ 8 ว่าอย่างไรครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) คำที่มีพยางค์เกิน ให้อ่านเร็วและเบา เพื่อให้เสียงไปตกตามที่ต้องการค่ะ มันเป็นอย่างไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) พยางค์เกินตามลักษณะแล้วมันต้องมี 7 - 9 ใช่ไหม ในกรณีที่คำเกินมาเป็น 10 คำ ก็จะต้องอ่านให้ลงไปดูกันเลย กลอนของสุนทรภู่นิราศพระบาท เดี๋ยวครูคณิตาลองอ่านให้ผมฟังหน่อย (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ สิ่งที่ครูอ่านนี่อาจจะถูกหรือผิดก็ได้นะคะ ลองอ่านไปพร้อม ๆ กันเลยนะคะ ถึงบางซื่อ ชื่อบางชื่อบานี่สุจริตเหมือนชื่อจิตรที่พี่ตรงจำนงสมรมิตรจิตรก็ขอให้มิตรใจจร ใจสมรขอให้ซื่อเหมือนชื่อบาง (คุณครูปรเมษฐ) ปรบมือให้ครูครูคณิตาและนักเรียน (คุณครูคณิตา) ไม่ต้องปรบมือก็ได้ค่ะ (คุณครูคณิตา) คุณครูว่ามันแปลก ๆ ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) มันแปลก ๆ คำมันเป็นอย่างไรเด็ก ๆ คำมันเกิน (คุณครูคณิตา) คำมันเกิน และที่สำคัญครูคณิตาอ่านผิดด้วยค่ะ นักเรียนคะ นักเรียนลองทายดูสิคะ ว่าครูอ่านผิดวรรคไหนเอ่ย ตอบได้ไหมเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) วรรคไหนล่ะครับ เฉลยเลย (คุณครูคณิตา) วรรคไหน วรรคไหนคะ นั่นก็คือวรรคที่ 1 นั่นเองค่ะ หรือว่าวรรคแรกนะคะ (คุณครูปรเมษฐ)นี่นะ อ่านให้เร็วและเบาเพื่อให้เสียงมันตกตามต้องการนี่ ในเมื่อคำเกินใช่ไหม ก็ต้องอ่านว่า ถึงบางซื่อชื่อบางนี่สุจริต เหมือนจำนงสมร มิตรจิตก็ขอให้มิตรใจจร ใจสมรขอให้ซื่อเหมือนชื่อบาง (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ เรามาทบทวนกัน เมื่อกี้เด็ก ๆ อาจจะฟังครูคณิตาแล้ว ทำไมมันก็ออกเสียงคล้าย ๆ กันออกเสียงคล้าย ๆ กันใช่ไหมคะ วรรคแรกครูปรเมษฐอ่านช้า ๆ ให้เด็ก ๆ ฟังหน่อยสิคะ (คุณครูปรเมษฐ)ต่างกันอย่างไรนะครับ คือ อ่านให้เบาและเร็ว ถึงบางซื่อชื่อบางนี่สุจริต ตั้ง 4 คำครูควบได้ในห้องเดียว เหมือนชื่อจิตที่พี่จำนงสมร มิตรจิตรก็ขอให้มิตรใจจร ใจสมรขอให้ซื่อเหมือนชื่อบาง ไอ้ 2 คำสุดท้ายมีปัญหา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คำมันเกิน ก็ต้องอ่านให้ถูกต้องยิ่งที่ถ้าเป็นทำนองเสนาะยิ่งต้องอ่านให้ดีเลยนะครับ ข้อที่ 9 ว่าอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 9 นะคะ ก็คือสอดแทรกอารมณ์ความรู้สึกให้เข้ากับ (คุณครูปรเมษฐ) ถามครคณิตาต่อเลย เห็นกลอนวรรคสดับนี่น่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรครับ (คุณครูคณิตา) เรื่องเกี่ยวกับความรักหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ตอบสิครับ ใช่นะ เขาเปรียบเทียบกับความรักใช่ไหม ความรักนี่สวยสดงดงาม ลองอ่าน เดี๋ยวอ่านพร้อม ๆ กับครูนะครับ เขาย่อมเปรียบเทียบความว่ายามรัก แต่น้ำผักต้มขมชมว่าหวาน ครั้นรักจางห่างเหินไปเนิ่นนาน แต่น้ำตาลว่าเปรี้ยวไม่เหลียวแล นี่มันเกี่ยวกับความรัก เราก็ต้องทำบทนี่ให้มันเกิดความไพเราะ ให้มันถ่ายทอดถึงความรู้สึกว่านี่ แรก ๆ นี่เขาว่าน้ำต้มผักที่ขมนี่เขายังว่าเป็นอย่างไรเลย (คุณครูคณิตา) ว่าหวานค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แต่พอรักไปนาน ๆ น้ำตาลยังว่าเปรี้ยวเลยเพราะฉะนั้นนี่ นักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับความรักนะ มันเป็นเรื่องของอนาคตนะครับ เมื่อกี้ที่คุณครูปรเมษฐ์อ่านไปเมื่อกี้นี่นะคะ น้ำเสียง เด็ก ๆ ตอบคุณครูคณิตาสิว่าน้ำเสียงของคุณครูปรเมษฐเป็นอย่างไรความรักก็จริง แต่เป็นการเปรียบเทียบรักในช่วงแรก ๆ กับเมื่อเรารักไปนาน ๆ มันเกิดอะไรขึ้น น้ำเสียงจะเป็นการบอกเล่าเชิงเปรียบเทียบนะคะ น้ำเสียงเป็นการสอดแทรกอารมณ์เชิงเศร้าหน่อยไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ 2 วรรคแรงมีความสุข 2 วรรครักเศร้านี่คือการใช้เสียง นักเรียนจะได้รับรู้ไปเรื่อย ๆ นะแล้วนักเรียนจะอ่านได้เก่ง ข้อสุดท้ายว่าอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ข้อสุดท้ายค่ะ เมื่ออ่านถึงตอนจบต้องเอื้อต้องทอดจังหวะและเอื้อนให้ช้าลง (คุณครูปรเมษฐ) สำคัญมากถูกต้องครับ กลอนจะจบแล้ว ต้องเอื้อน แล้วต้องไปให้ช้ากลอนจะไปเนิบ ๆ ดูตัวบทเลยไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้เป็นพระอภัยมณีใช่ไหม ของพระบรมครูสุนทรภู่ นักเรียนเรียนเมื่อตอน ป.4 นะครับ อ่านพร้อม ๆ กับครู อันนี้ท่องได้อยู่แล้ว แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ เห็นไหมคำมันสัมผัสกัน มันแสนสึลึกลับแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลดก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคนน้ำใจคนทอดตรงไหนครูคณิตาลองบอกสิ (คุณครูคณิตา) ทอดตอนจบค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ กลอนจบปุ๊บต้องก็จบพอดีในเรื่องของหลักการทีนี้เดี๋ยวเราไปฝึกอ่านกันเลยคราวนี้เดี๋ยวเราจะได้ไปอ่านกันจริง ๆ เลยจากเรื่อง... (คุณครูคณิตา) เรื่อง อย่าชิงสุกก่อนห่ามไม่งามดีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ซึ่งก็จะเป็นเนื้อหาต่อจากตอนที่แล้วเดี๋ยวเราไปอ่านกันเลยเด็ก ๆ เดี๋ยวครูจะนำอ่านนะครับ บทที่ 1 อ่านแบบทำนองเสนาะก่อนนะ 1 2 3 ระวังดูเรือนเย้าแลข้าวของ จะบกพร่องอะไรที่ไหนนั่น เห็นไม่มีแล้วอย่าอ้างว่าช่างมัน จงผ่อนผันเก็บเล็มให้เต็มลง นี่อ่านบทขนบเดิมใช่ไหมครูคณิตา คือ อ่านแบบกลอนสุภาพ อ่านแบบทำนองเสนาะเบื่อนะนักเรียน มันสามารถเปลี่ยนทำนองได้ไหม ย่อมได้ครับ ถ้าเรียนกับครูนี่เปลี่ยนได้เปลี่ยนให้มันเกิดความไพเราะนี่เปลี่ยนได้ เพราะเสนาะแปลว่า... (คุณครูคณิตา) ไพเราะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไพเราะใช่ไหมนักเรียน เพราะฉะนั้น เราจะเปลี่ยนได้แล้ววันนี้นักเรียนก็จะได้เปลี่ยนด้วยและความชอบของบทร้อยกรองที่นักเรียนนำมาอ่านนั่นเอง สมมติครูเปลี่ยนอันนี้ให้เป็นจังหวะกระชับ ๆ หน่อยเดี๋ยวนักเรียนลองฟังครูก่อนแล้วลองขับเองนะครับ ครูจะรับคำว่า "ห้าให้" ข้อวรรคสดับนะ เดี๋ยวลองดู ฟังครูนะ มีสลึงพึงประจบให้ครบบาทอย่าให้ขาดสิ่งของประสงค์จงมักน้อย ห้าให้กินน้อย ค่อยบรรจง อย่าจ่ายลงจะยากนานเอย ไม่จำเป็นต้องอ่านแบบขนบเดิมก็ได้จะอ่านแบบไหนก็ได้ ดูวรรคต่อไป ดูบทต่อไปนนักเรียนร้องได้แล้ว ลองรับฮาไฮ่ แล้วอ่านครับ ห้าให้ ก็อย่าไปพิไรซื้อให้เป็นมื้อเป็นคราวทั้งคาวหมาน เมื่อพ่อแม่ ฮาไฮ่ แก่เฒ่าชรากาล จงเลี้ยงท่านอย่าให้ระทดใจเอย ได้ อันนี้เขาเรียกว่าเพลงเทพทองนะ นักเรียนอยากรู้ว่าร้องอย่างไร ครูอาจจะร้องไม่ชัดเจนนักเรียนลองไปเปิดฟังดูแล้วเอากลอนนี่ไปใส่ดูก็ได้ชอบฟังแหล่หรือ อยากฟังเป็นแหล่ ดูสิว่าทำได้ไหม ทำเป็นแหล่ก็ได้ทำนองเสนาะนี่ พร้อม ๆ กัน เดี๋ยวไปพร้อมครูก่อนก็ลองร้องตามครูนะครับ ด้วยชนกชนนีนั้นมีคุณ ได้การุญเลี้ยงรักษามาจนใหญ่ อุ้มอุทรป้อนข้าวเป็นเท่าไร หมายจะได้พึ่งพาธิดาดวงไปพร้อม ๆ กัน พึ่งพาธิดาดวงถ้าเราดีมีจิตคิดอุปถัมภ์ กุศลล้ำเลิศเท่าภูเขาหลวง จะปรากฏยศยิ่งสิ่งทั้งปวง กว่าจะล่วงลุถึงซึ่งพิมาน เทพไทในห้องสิบหกชั้น จะชวนกันสววญเสริญสรรเสริญเจริญสาร ว่าสตรีนี้เป็นยอดยุพาพาล ได้เลี้ยงท่านชนกชนชีนี เห็นไหม ครูก็สามารถนำไปร้องเป็นเพลงแหล่ได้นักเรียนก็เช่นเดียวกัน ชื่อก็บอกอยู่แล้วทำนองเสนาะทำอย่างไรก็ได้ให้มีความไพเราะ เบื่อแล้วครูปรเมษฐร้องเป็นเพลงทันสมัยได้ไหม ได้บทที่น่าสนใจด้วย คุณครูคณิตาจะลองบ้างไหมครับ (คุณครูคณิตา) ให้คุณครูปรเมษฐนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เหนื่อยแล้วนี่ เด็ก ๆ ครับ ลองเป็นเพลงสากลธรรมดา เพลงสติงธรรมดาจะพูดจาปราศรัยกับใครนั้นอย่าตะคั้นตะคอกให้เคืองหู ไม่ควรพูดอื้ออึงขึ้นมึงกู คนจะรู้เรื่องไม่ขามใจ นี่เห็นไหม สามารถจะแปลงเป็นอะไรก็ได้นะครับ แต่นักเรียนก็จะต้องทำให้ได้ คราวนี้อันนี้เดี๋ยวให้เป็นทำนองเสนาะแบบธรรมดานะครับ แล้วจะให้นักเรียนนั้นปฏิบัติเริ่มพร้อม ๆ กันนะ ฝึกมาเยอะแล้ว อันนี้ตามขนบเดิม แม้นจะเรียนวิชาทางทางค้าขาย อย่าปากร้ายพูดจาอัชฌาสัย จะซื้อง่ายขายดีมีกำไร ด้วยเขาไม่เคืองจิตระอิดระอา เป็นมนุษย์สุดนิยมเพียงลมปาก จะได้ยากโหยหิวเพราะชิวหา แม้นพูดดีมีคนเขาเมตตา จะพูดจาจงพิเคราะห์ให้เหมาะความ ทอดลง จบพอดี เนื้อหาจบพอดีเลยนะครับ เห็นไหมนักเรียนที่ครูได้ถ่ายทอดให้นักเรียนฟัง เข้าใจไหมว่ามันสามารถที่จะพลิกแพลงได้ให้เกิดความไพเราะทำอย่างไรก็ได้ เพราะฉะนั้น กิจกรรมนี้ครับ ครูจะให้นักเรียนนั้นทำอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ จะให้นักเรียนนะคะ ฝึกอ่านบทร้อยกรองค่ะ ใส่ทำนองให้เพราะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มันก็เป็นการสร้างสรรค์นะครับ กิจกรรมก็คือนักเรียนแบ่งกลุ่ม 4 คนนี่ แบ่งกลุ่ม 4 คนทำอะไรครับ เพื่อจะฝึกอ่านบทร้อยกรองเป็นทำนองเสนาะจากเรื่องสุภาษิตสอนหญิง แต่วิธีการของครูนะเมื่อนักเรียนจับกลุ่มเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะให้เลือกบทที่ตนชอบในเรื่อง สุภาษิตสอนหญิงนะ ไม่ใช่ฉะเพราะแต่ที่ครูนำขึ้นกระดานนะ 2 บท เป็นอะไรต่อให้อ่านแบบขนบเดิม บทที่ 2 ให้ใส่ทำนองเอง แล้วเดี๋ยวคุณครูปลายทางจะได้รู้ว่าลูกศิษย์ของท่านนั้นมีจากนั้นเสร็จแล้วก็ให้ช่วยกันนำเสนอหน้าชั้น (คุณครูคณิตา) ค่ะ บทบาทของคุณครูปลายทางนะคะ ก็คือ 1. ให้นักเรียนร่วมกิจกรรมกลุ่มค่ะ 2. ดูนักเรียนที่ยังอ่านไม่คล่องให้มาฝึกอ่านกับครู 3. ร่วมกันเสนอแนะการอ่านบทร้อยกรองของนักเรียนแต่ละกลุ่มค่ะ นักเรียนคะ หากจำนวนไม่พอนะคะ ก็ให้จัดตามความเหมาะสม คุณครูผู้ประจำวิชานะคะ ก็สามารถที่จะจัดได้เลยนะคะ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นกลุ่มละ 4 คน ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ เพิ่มเติมหน่อยครับ คุณครูปลายทางครับ ถ้าลูกศิษย์ของท่านนั้นมีความสามรถ ผมอยากชื่นชมบ้างผมและครูคณิตาก็อยากเห็น ถ้าเกิดนำเสนอแล้วน่าสนใจ คุณครูช่วยบันทึกเป็นวิดีโอส่งกลับมาทาง DLTV ป. 6 ด้วยนะครับ เพื่อจะได้นำมานำเสนอให้กับผู้อื่นทั่วประเทศนะครับ ครับ คุณครูครับ เพราะฉะนั้น เดี๋ยวครูจะให้เริ่มปฏิบัติกิจกรรมนี้ได้เลยครับ พร้อมแล้วลงมือครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) หมดเวลาค่ะ นักเรียน หากนักเรียนนะคะ ยังซ้อมท่องบทเหล่านี้นะ ยังไม่เรียบร้อยนะ ก็สามารถที่ไปฝึกเพิ่มเติมได้ค่ะ ครูประจำวิชาก็สามารถที่จะฝึกท่องในช่วงเวลาว่างได้ค่ะ เอาล่ะค่ะ วันนี้เรามาถึงช่วง... ช่วงอะไรคะ นักเรียน ช่วงสรุปองค์ความรู้ครูและนักเรียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เราไปกันเลยดีกว่าครับ เด็ก ๆ ครับ เรามาสรุปเป็นผังความคิดนะ หลักการอ่านออกเสียงบทร้อยกรองต้องทำดังนี้นะ 1. ต้องมีศิลปะในการเอื้อเสียงอย่างที่ครูบอกไปนะครับ 2 ว่าอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) 2. ศึกษาฉันทลักษณ์ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สำคัญมาก ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) 3. อ่านถูกต้องตามลักษณะบังคับค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ยิ่งสำคัญเลยลักษณะบังคับนี่ต้องอ่านให้ถูกต้อง และ 4. ต้องอ่านให้ถูกต้องอักขระต้องชัดเจนใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) 5. ค่ะ ก็คืออ่านด้วยน้ำเสียงที่ดังพอเหมาะไม่ตะคอกนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ และข้อสุดท้ายครับ (คุณครูคณิตา) คำให้ชัดเจนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ก็คือหลักการนะครับ ให้นักเรียนนั้นบันทึกลงไปนะในสมุดของตัวเองนะครับ ทำเป็นรูปแบบครูก็ได้ หรือนักเรียนทำเป็นก้างปลา (คุณครูคณิตา) แล้วแต่เลยค่ะ แผนผังความคิดมีหลายรูปแบบนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช้สมองแล้วก็ตรองให้มันเป้นสิ่งสร้างสรรค์ขึ้นมานะครับ (คุณครูคณิตา) วันนี้เรามีคำถามกันไหมคะ ครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) มีสิครับครูคณิตา การอ่านออกเสียงบทร้อยกรองนี่นะครับ มันทำให้ผู้อ่านอ่านออกเสียงบทร้อยกรองนี่นะครับ มันทำใหเกิดความรู้สึกอย่างไรเด็ก ๆ ครับ อ่านออกเสียงบทร้อยกรอง มันทำให้เรานี่รู้สึกเป็นอย่างไร ไหนช่วยแสดงความคิดเห็นหน่อย เดี๋ยวครูคณิตาจะฟังแล้วจะมาสรุปอีกครั้งหนึ่งตอบครับ ๆ (คุณครูคณิตา) ตอบได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ประมาณนั้นครูคณิตาครับ สรุปว่าเด็ก ๆ เขาว่าอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ การอ่านบทร้อยกรองนะคะ จะทำให้เกิดความซาบซึ่งการอ่านออกเสียงบทร้อยกรองค่ะ และสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตได้ด้วยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) การที่นำไปปรับใช้ได้นี่เพราะว่าในบทร้อยกรองหรือบทอาขยานแต่ละบทนี่ มันแฝงด้วยข้อคิด การมีข้อคิดนี่นักเรียนก็สามารถนำแนวคิดไปปรับใช้ในชีวิตแล้วถ้านักเรียนสามารถอ่านทำนองเสนาะหรือท่องมันเป็นที่มาแห่งการแต่งคำประพันธ์นั้น ๆ ได้เช่นเดียวกันใช่ไหมครับ ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ มีประโยชน์มาก ๆ คบทเรียนครั้งต่อไปนะครูจะให้หนู ๆ ศึกษากันในเรื่อง เรื่องวิเคราะห์คุณค่าของเรื่องค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็วิเคราะห์ของเรื่อง อย่าชิงสุกก่อนห่าม ไม่งามดีตัวบท สิ่งที่นักเรียนต้องเตรียมนะครับ คืออะไร เอ่ย (คุณครูคณิตา) ค่ะ 1. ใบความรู้ เรื่อง หลักการวิเคราะห์คุณค่าวรรณคดี 2. ใบงานเรื่อง สุภาษิตสอนหญิง สอนอะไรเรา (คุณครูปรเมษฐ) และสุดท้ายนี่สำคัญนะ อย่าลืมนะลูก หนังสือวรรณคดีลำนำ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 นะครับ ซึ่งข้อมูลต่าง ๆ สามารถดาวน์โหลดได้ที่ไหนครับ (คุณครูคณิตา) สามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่เลยค่ะ วันนี้ครูทั้ง 2 คนก็ขอลานักเรียนไปก่อน นักเรียนลาครูแล้ว ก็ไปทบทวนเรื่องที่ครูสอนนะ อย่าทิ้งไปเลย การทบทวนนี่เป็นคุณธรรมที่นักเรียนควรทำเป็นอย่างยิ่ง ถ้าเรารู้จับทบทวนการฝึกฝนนี่ ความเก่งนี่เกิดขึ้นไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เกิดขึ้นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ฝากไว้ให้คิดนะหนูนะ ไปก่อนครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) บ๊ายบาย [เสียงดนตรี]