[เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) สวัสดีคุณครูปลายทางทุกท่าน และนักเรียนปลายทางทุกคน วันนี้พบกับคุณครูคณิตา หนุนอนันต์ และครูปรเมษฐ ศรีกำเหนิด ในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ ในวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ นี่คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) นั่นน่ะสิครับ นักเรียนอยากเรียนเรื่องอะไรลูก วันนี้ครูจะให้อยู่ในเนื้อหาเดิมนะ ยังอยู่ในสุภาษิตสอนหญิงนะ เพราะฉะนั้น นักเรียนก็ยังจะต้องพกหนังสือเพื่อจะใช้ในการดูบทเรื่องสุภาสอนหญิงในนั้นนะครับ วันนี้ครูจะศึกษาในเรื่องอะไรล่ะครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เรื่องอะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น ไปดูกันเลยครับ ว่าครูนั้นจะให้นักเรียนเรียนในเรื่องอะไรครับ (คุณครูคณิตา) อย่าชิงสุกก่อนห่ามไม่งามดี สุภาษิตสอนหญิง (คุณครูปรเมษฐ) วันนี้เราจะศึกษากันในเรื่องของการอ่านบทร้อยกรองนั่นเองนะครับ ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญเรื่องหนึ่งในการเรียนวรรณคดีนั่นเองครับ ครูมีบทกลอนมาให้นะ มอบให้นักเรียนหญิงทุกคน รวมถึงครูคณิตาด้วยนะ บทนี้มีชื่อว่าผู้เอ๋ยผู้หญิงนะครับครูคณิตา กลอนนี้ขึ้นต้นด้วยเอ๋ย ลงด้วยเอย(คุณครูคณิตา) กลอนอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) กลอนดอกสร้อย ขึ้นด้วยเอ๋ยลงด้วยเอย เดี๋ยวเรามาอ่านแบบเป็นทำนองเสนาะ พร้อม ๆ กัน นักเรียนชายต้องอ่านให้ไพเราะนะ เพราะจะมอบให้กับนักเรียนหญิงทั่วประเทศเลยอ่านแบบทำนองเสนาะ 1, 2, 3 ผู้เอ๋ยผู้หญิง มีคำเรียกมากมายยิ่งชวนขานไข ส่องสะท้อนภูมิปัญญาของคนไทย ฉลาดใช้หลากถ้อยคำความหมายดี อรทัย นงคราญ ดวงสมร เยาวมาลย์ งามงอน โฉมศรี นวลลออ สุดา กัลยาณี นารี บังอร สื่อ คือ "หญิง" เอย ปรบมือให้ตัวเองครับเด็ก ๆ เก่งมาก กลอนบทนี้กล่าวถึงอะไรครูคณิตา ตอบได้เลย (คุณครูคณิตา) กล่าวถึงผู้หญิงนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คำที่เป็นสี ๆ นี่นะ มีความหมายว่าผู้หญิงทั้งหมดเลย ครูความรู้เดิมเด็ก ๆ หน่อยครับ เขาเรียกว่าคำอะไรนะ คำที่มีความหมายเหมือนกันแต่เวลาเขียนเราเขียนไม่เหมือนกัน เด็ก ๆ ตอบครับ คือคำ คำ เยี่ยม ครูคณิตาใช่ไหมที่เด็ก ๆ ตอบ (คุณครูคณิตา) คือ คำอะไรคะ ไวพจน์นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ทุกคำล้วนแปลว่าผู้หญิงทั้งสิ้นนะครับ การที่สามารถนำคำคำเดียวกันนี่นะ ที่มีความหมายมาลงในกลอนบทหนึ่งได้นี่ ถือเป็นความอัจฉริยะของผู้แต่งหรือกวี นี่คือการอ่านเป็นทำนองเสนาะ และเด็ก ๆ ก็สามารถอ่านได้ไพเราะ มันจึงเป็นที่มาของคำถามนี้ครับ บทร้อยกรองที่นักเรียนได้ร่วมกันอ่านมันเกิดความไพเราะได้อย่างไร ช่วยกันคิด ทำไมมันถึงเพราะ มันถึงไพเราะได้ เพราะอะไรลูก เพราะอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เพราะว่าเราอ่านบทร้อยกรองเหล่านี้เป็นทำนองเสนาะค่ะ เป็นการสร้างความไพเราะให้ตัวบทร้อยกรองนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นั่นคือสิ่งที่ทำให้หนูอ่านได้อย่างไพเราะ คำว่า "เสนาะ" มีความหมายนะครูแพร คำว่า "เสนาะ" นี่หมายถึงว่าน่าฟัง ไพเราะเพราะ เพราะฉะนั้น มันไม่ได้เสนาะเป็นแบบกลอนสุภาพอย่างเดียว มันสามารถจะดัดแปลงเป็นอะไรก็ได้ คำว่า "เสนาะ" ทำอย่างไรให้เกิดความไพเราะนั่นเอง ใช่ไหมเด็ก ๆ เพราะฉะนั้น วันนี้น่าจะสนุกสนานกันน่าดู ครูจะมีอะไรให้นักเรียนทำหลายสิ่งหลายอย่าง นักเรียนจะมีวิธีในการอ่าน ในการแบ่งวรรคของบทร้อยกรองดังกล่าว ให้มันเกิดความไพเราะนี่นักเรียน แบ่งวรรคอย่างไร ครูคณิตาเคยสอนแล้วด้วย (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ทำอย่างไร (คุณครูคณิตา) หากนักเรียนจำที่คุณครูคณิตาสอนไม่ได้นี่ ก็ใช้ความรู้เดิมก็ได้นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) การแบ่งวรรคตอนนี่ การแบ่งวรรคแบ่งตอน ตอบแล้วนะลูก ครูคณิตาเฉลยว่าอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะการแบ่งจังหวะในการอ่านคำนะคะ เราจะต้องอ่านเป็น 3-2-3 หรือ 3-3-3 ตามบริบทข้างเคียงค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ในการแบ่งวรรคแบ่งตอนในบทกลอนนี่ บางทีมี 9 คำ ทำอย่างไรให้อ่านลงก็ 3-3-3 ทำอย่างไรให้อ่ายลง 3-2-3 ดูตามบริบท อ่านจะเป็น 2-3 หรือ 2 ก็ได้มันต้องดูว่าคำมันลงได้มากน้อยเพียงใด ก็ให้เลือกอ่านอย่างใดอย่างหนึ่ง นี่คือลักษณะการแบ่งวรรคแบ่งตอน ต่อไปลูก ลักษณะของน้ำเสียงนี่ ที่นักเรียนนี่เมื่อสักครู่ที่ได้เปล่งออกมามันเป็นอย่างไร ครูคณิตาได้ยินไหมครับ เสียงเป็นอย่างไรมากเลยเมื่อกี้ (คุณครูคณิตา) เป็นเสียงที่ไพเราะนะคะ แล้วก็เสียงดังกังวาลมากเลยนะ เพราะฉะนั้นค่ะ การใช้ลักษณะของน้ำเสียงนะคะ เราจะเปล่ง ก็คือใช้เสียง สูง ต่ำ หนัก เบาหนัก เบา สั้น ยาว ขึ้นอยู่กับคำเหล่านั้น เพื่อสร้างความไพเราะนะคะ และที่สำคัญค่ะ ก็มีการเอื้อนทำนอง ใส่อารมณ์ความรู้สึกของผู้อ่านร้อยกรองไปด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ล่ะครับ 3 ข้อนี้การอ่านทำนองเสนาะของหนู ๆ มันเกิดไพเราะ ถ้าไม่มี 3 ข้อนี้นี่ ก็จะอ่านได้ไม่อย่างไพเราะ เสียงสูง ต่ำ หนัก เบา สั้น ยาว หมายถึงดนตรีลูก ภาษาดนตรีนะครูคณิตา มันขึ้นลง ขึ้นลง มีสูง มีต่ำ ไอ้การที่มันขึ้นลง มีสูง มีต่ำ มันเหมือนดนตรีมันเพราะนะ เอื้อนทำนอง เป็นมนุษย์เป็นได้เพราะใจสูง นี่เอื้อน เอื้อนเพราะอะไร ให้มันเพราะ ให้กลอนมันลง ใส่อารมณ์ ความรู้สึก ถ้าโศกเศร้าก็เป็นบทโศกใช่ไหมประมาณนั้นนะครับ อันนี้ก็คือคำถามที่นักเรียนนั้นได้ตอบเป็นคำถามเริ่มต้นนะครับ (คุณครูคณิตา) การอ่านบทร้อยกรองจึงมุ่งให้เกิดความเพลิดเพลิน ซาบซึ้งในรสของคำประพันธ์ ซึ่งจะต้องอ่านอย่างมีจังหวะ ลีลาและท่วงทำนองตามลักษณะของคำประพันธ์นั้น ๆ ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สำคัญมากเลยนะครับ ก็จะต้องอ่านนี่จังหวะคืออะไร จังหวะ คือ ลงจังหวะเป๊ะ ๆ ๆ คือ การตีบท การแสดงบทบาทมันคือ ลีลา ผู้ที่จะอ่านได้ดีก็ต้องลีลาดี จำครูไว้นะ ใครลีลาดีก็อ่านได้ดี ท่วงทำนองสำคัญมาก ต้องลงเป็นห้อง ๆ ๆ ถูกตามฉันทลักษณ์ มันเกิดความ... (คุณครูคณิตา) ไพเราะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ เด็ก ๆ และครูคณิตาครับ เพราะฉะนั้น จึงเป็นที่มาที่เราจะได้เรียนรู้กันนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ จุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้นะคะ 1. อธิบายหลักการอ่านออกเสียงบทร้อยกรองได้ 2. ค่ะ อ่านบทร้อยกรองเรื่องสุภาษิตสอนหญิงได้ 3. เห็นคุณค่าของการอ่านบทร้อยกรองจากเรื่องสุภาษิตสอนหญิงได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สรุป ก็คือหนูจะต้องบอกหลักการได้ว่าอ่านอย่างไร 2. ต้องอ่านให้ครูฟังได้ และต้องเห็นความสำคัญของบทร้องกรองนั้น ๆ นะครับ นักเรียนทบทวนความรู้กันเรื่อง การอ่านออกเสียงบทร้อยหรอง ตามที่ครูได้บอกว่าต้องมีใบความรู้ใช่ไหมเด็ก ๆ นำใบความรู้เรื่องอะไรนะครูคณิตา (คุณครูคณิตา) นำใบความรู้นะคะ เรื่อง การอ่านออกเสียงบทร้อยกรองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นำใบความรู้ขึ้นมา แล้วครูกับครูคณิตาจะอธิบายประกอบ นักเรียนก็ศึกษาใบความรู้นะครับ อธิบายประกอบ นักเรียนก็ศึกษาใบความรู้ไปพร้อม ๆ กันเลย ดีไหมลูก ถ้าดีไปพร้อม ๆ กันนำใบความรู้ขึ้นมาครับ ไปละนะ การอ่านเป็นทำนองเสนาะเป็นอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ เดี๋ยวเรามาศึกษาไปพร้อม ๆ กันเลยนะคะ การอ่านบทร้อยกรองเป็นทำนองเสนาะ เป็นการอ่านเพื่อให้เกิดความเพลิดเพลิน ในการอ่านบทประพันธ์ซึ่งต้องมีจังหวะ ลีลาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือการอ่านแบบทำนองเสนาะใช่ไหมครับ การอ่านบทร้อยกรองนี่ ถ้าจะแบ่งเป็นประเภทนี่ก็แบ่งได้ 2 แบบใช่ไหมลูก ก็คือการอ่านแบบอะไร ธรรมดา กับการอ่านแบบทำนองเสนาะ นี่คือหลักการทั่ว ๆ ไปนะ แต่ครูอยากให้นักเรียนได้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องการอ่านเป็นทำนองเสนาะ มันเป็นอย่างไรนะ มันเป็นอย่างไรครูคณิคา (คุณครูคณิตา) ค่ะ การอ่านเป็นทำนองเสนาะนะคะ เป็นการอ่านโดยมีสำเนียงนะคะ สูง, ต่ำ, หนัก, เบา, สั้น, ยาว เป็นทำนองเหมือนเสียงดนตรีค่ะ มีการเอื้อนตามจังหวะลีลาและท่วงทำนองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ก็คือการอ่านแบบทำนองเสนาะนั่นเองนะครับ ไปดูหลักเกณฑ์กันเลย ว่าอ่านบทร้อยกรองมีหลักกเกณฑ์ว่าอย่างไรข้อที่ 1 นักเรียนจะต้องเป็นอย่างไรลูก ศึกษาลักษณะบังคับของคำประพันธ์นั้น ๆ อ่านกลอนก็ต้องศึกษาว่ากลอนนี่อ่านอย่างไร 3 2 3 ลงอย่างไร ลงคำอย่างไร ลงเสียงอย่างไร อ่านร่าย ก็ต้องรู้ว่าร่ายนี่อ่านอย่างไร กาพย์ยานี 11 วิชาเหมือนกันวิชาเหมือนสินค้าน่ะ นักเรียนก็ต้องศึกษาว่ามันอ่านอย่างไร มันจึงจะสามารถอ่านเป็นทำนองเสนาะได้ ถ้านักเรียนไม่รู้หลักการหรือลักษณะบังคับนี่ ครูคณิตาคิดว่าจะอ่านได้ไหม (คุณครูคณิตา) อ่านไม่ได้ค่ะ หรืออาจจะอ่านได้ค่ะ แต่จะไม่ไพเราะนะ แล้วจะไม่ถูกจังหวะด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ อันนี้สำคัญมากเลยนะ ข้อที่ 2 ว่าอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 2 นะคะ ต้องอ่านให้ถูกต้องตามลักษณะบังคับ เหมือนที่คุณครูได้กล่าวไว้เมื่อกี้ ก็คือเราจะต้องศึกษาก่อนนะคะ ว่าบทที่เราจะอ่านนั้นเป็นบทประเภทไใด และเมื่อเราศึกษาเสร็จเรียบร้อยแล้วนี่ เราก็จะอ่านได้ถูกต้องตามลักษณะบังคับค่ะ จะทำให้เกิดความไพเราะมากขึ้นนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ แล้วข้อที่ 3 อ่านเสียงดังฟังชัด ดังฟังชัดไม่ใช่ตะโกนนะลูก ดังฟังชัด คือ เสียง ถ้อยคำที่เปล่งออกมาจากลำคอเรานี่ มันจะต้องดัง คำต้องชัดเจน นี่คือการอ่านเสียงดังฟังชัด ข้อต่อไปว่าอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 4 ค่ะ อ่านออกเสียงคำให้ชัดเจนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) โดยเฉพาะ ร. เรือ, ล. ลิง แล้วก็อะไรนะครับ (คุณครูคณิตา) คำควบกล้ำค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) 3 อย่างนี้สำคัญมาก ต้องออกให้ชัด ครูมีกลอนมา 1 บทน่ะ เดี๋ยวลองอ่านกันเลยนะ อ่านเป็นทำนองเสนาะ เดี๋ยวอ่านพร้อม ๆ ครู แล้วเดี๋ยวดูสิว่ามันอ่านได้หรือไม่นะครับ ให้ออกเสียงคำให้ชัดเจน 1, 2, 3 แสงอาทิตย์ปิดฟ้าเลื่อนลาหาย ทุกข์กล้ำกลายเกลื่อนกลุ้มรุมหน้าหลัง รอยอาลัยฟ้ามืดมาบดบัง ร่องรอยหวังล่ำลาละลายเลือน ถามครูคณิตาก่อน กลอนบทนี้นี่เขาเล่นอะไรครับ (คุณครูคณิตา) เล่นอะไรเอ่ย แสงอาทิตย์ปิดฟ้าเลือนลาหาย เป็นการเล่น เล่นอะไรคะ เป็นการเล่นพยัญชนะหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) เล่น ร. เรือ, ล. ลิง คราวนี้ มันก็จะพิสูจน์นักเรียนที่อ่าน ถ้านักเรียนเข้าใจหลักการอ่านคำควบกล้ำ กล้ำกลาย เกลื่อน กลุ้ม ถ้าเข้าใจ มันก็จะอ่านได้อย่างไพเราะครูเน้นย้ำว่า ร. เรือ, ล. ลิง นี่จะต้องออกให้ชัดเจน ต้องออกให้ชัดเจนนะ อย่างเช่นคำนี้นี่ละลายเลือน ร่ำราละลายเลือน นี่ถ้านักเรียนสับสนอาจจะออกเสียงเป็น ร่ำราระรายเรือน แบบนี้ใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ไม่ใช่ค่ะ ก็จะทำให้บทกลอนเหล่านี้นะคะ ก็คือเพี้ยนไปนะคะ หรือว่าผิดไปนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) ผิดเลยล่ะครับ เพราะว่าการออกเสียงผิด ก็เท่ากับคำต้องผิดด้วย เน้นย้ำนะครับ ร. เรือ, ล. ลิง คำควบกล้ำนะครับ ข้อต่อไปว่าอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ ข้อต่อมานะคะ ก็คืออ่านมีจังหวะวรรคตอนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ครูคณิตาชอบมากเลย สอนนักเรียนเป็นประจำเลย ต้องมีการแบ่งวรรคแบ่งตอนใช่ไหม ดูบทนี้เลยครับ ลองอ่านแบบธรรมดาบ้างก็ได้ (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวเราอ่านแบบธรรมดานะคะ ถึงบางพูดพูดดีเป็นศรีศักดิ์ มีคนรักรสถ้อยอร่อยจิต แม้นพูดชั่วตัวตายทำลายมิตร จะชอบผิดในมนุษย์เพราะพูดจา (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ยกมาจากนิราศภูเขาทอง ของบรมครูสุนทรภู่ เห็นไหมที่คุณครูคณิตากับนักเรียนอ่านเมื่อสักครู่นี่ อ่านแบบไหนลูก เราแบ่งวรรคตอนชัดเจนเลยใช่ไหม นี่ที่ครูให้ดูหน้าจอก็เป็นการแบ่งวรรคให้ชัดเจน เพราะฉะนั้น การอ่านแบบมีวรรคตอน มันช่วยให้เกิดความไพเราะ กระบชับ ใช่ไหมครูคณิตา ถึงจะอ่านเป็นทำนองเสนาะ ก็ต้องแบ่งวรรคตอนให้ชัดเจนนะครับ ต่อไป ข้อที่ 6 นะ ตามใบความรู้นะครับ คำที่รับสัมผัสกันต้องอ่านเน้นเสียงให้ชัด เดี๋ยวไปดูกัน ดูจากบทกลอนเลย ถึงหน้าวังดังหนึ่งใจจะขาด คำว่า "ขาด" นะ คิดถึงบาท ขาดกับบาทเป็นอย่างไรกัน รับสัมผัสกันเขาเรียกว่าสัมผัสระหว่างวรรคครูทำแดง ๆ ไว้ แดง ๆ แดงนี่ไว้เพื่ออะไรนักเรียน ครูจะให้นักเรียนตอบครูสิว่าคำนี้ครูออกเสียงว่าอย่างไรนะ นี่ ตอบครูครับ เมื่อสักครู่ครูออกเสียงว่าอย่างไร ถูกหรือเปล่าครูคณิตา ครูออกเสียงว่าอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐนะคะ ได้ออกเสียงว่า อะ-ดิด-สอน ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ทำไมถึงต้องเป็น อะ-ดิด-สอน ทำไมไม่ อะ-ดิ-สอน ลองนะครับ ๆ คิดถึงบาทบพิตรอดิศร แต่อีกแบบหนึ่งที่ครูออกเสียง คิดถึงบาทบพิตร อะ-ดิด-สอน คำมันเป็นอย่างไรกันทันทีเลยนักเรียน ความรู้สึกผิดทันทีเลย ตรงนี้เสียงไม่ชัดนะ เพื่อให้รับสัมผัสกับคำว่า บพิตรนั่นเอง อันนี้คือลักษณะ ข้อต่อไปครับครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ข้อต่อไปค่ะ การเอื้อนสัมผัส... ขออภัยค่ะ การเอื้อนสัมผัสในเพื่อเพิ่มความไพเราะค่ะ (คุณครูคณิตา) มันเอื้อนอย่างไร เดี๋ยวไปดูกันเลย ครูยกมาบทกลอนหนึ่ง สัมผัสในคืออะไร ครับ ครูชี้คำว่า "ใกล้" ใกล้สัมผัสกับคำว่า ไกล เก่งมาก ใจสั่น สัมผัสกับคำว่า "สนั่น" ใช่ไหมลูก ไกลมีคำสัมพันธ์ไหมถ้ามีนี่เป็นปัญหาเลย เพราะมีการชิงสัมผัส จะให้นักเรียนไปศึกษาตอนที่เรียนระดับสูงกว่านี้ ว่าชิงสัมผัมเป็นอย่างไร สั่นกับสนั่นครูคณิตา ดูต่อที่วรรค วรรครับหรือวรรคสองนี่ ถึง กับคำว่า "คนึง" นี่ สัมผัสใน (คุณครูคณิตา) เอ๊ สัมผัสสระหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ สัมผัสในคือการสัมผัสสระนั่นเอง (คุณครูคณิตา) สัมผัสสระ สัมผัสพยัญชนะกัน (คุณครูปรเมษฐ) ในเล็งแลจ้อง อันนี้จบเล็งแลจ้องน้องนวลชวนเพลินตานักเรียนบอกครูคณิตาให้ขีดคำสัมผัส (คุณครูคณิตา) สัมผัสอะไร มีคำอะไรบ้าง คะ (คุณครูปรเมษฐ) ตอบครับ เล็งครับ เก่งมาก (คุณครูคณิตา) เล็งแล ใช่ไหมคะ แล้วก็จ้องกับน้อง น้องกับนวบด้วยไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่ ๆ ๆ (คุณครูคณิตา) น. น. ไม่ใช่ไหม (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้เราดูสัมผัสในกับสัมผัสสระนั่งเองนะ เล็งแลก็ถือว่าเป็นสัมผัสสระ (คุณครูคณิตา) นวลสำผัสกับคำว่า (คุณครูปรเมษฐ) เก่งมากครับ คำว่า "ชวน" นะครับ นี่ สัมผัสกัน สัมผัสใน พี่โหยหาหวนฮึกนึกแต่นาง คำว่า "หึก" สัมผัสกับคำว่า "นึก" นั่นเองนะ เพราะว่าถ้ามีจะเป็นชิงสัมผัส ลองอ่านเป็นทำนองเสนาะพร้อม ๆ กันครับ ยามตัวใกล้ใจสั่นสนั่นไหวไหว ยามอยู่ไกลคิดถึงคนึงหา เล็งแลจ้องน้องนวลชวนเพลินตา พี่โหยหาหวนฮึกนึกแต่นาง เห็นไหม ครูก็จะใส่ ใส่ให้มันเสียงมันหนักขึ้น ให้มันชัดเจนนะครับ (คุณครูคณิตา) เขาเรียกว่า "ใส่น้ำหนักการอ่านหนักเบา" ใช่ไหมคะ แล้วก็จะมีสั้นยาวสูงต่ำนะ (คุณครูปรเมษฐ) เพื่อเพิ่มความไพเราะใช่ครแต่ครูอาจจะอ่านไม่เพราะสำหรับนักเรียนก็ได้ ขอให้ทำนองถูกข้อที่ 8 ว่าอย่างไรครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) คำที่มีพยางค์เกิน ให้อ่านเร็วและเบา เพื่อให้เสียงไปตกตามที่ต้องการค่ะ มันเป็นอย่างไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) พยางค์เกิน หลอนแปดหรือกลอนสุภาพ ตามลักษณะแล้วมันต้องมี 7 - 9 ใช่ไหม ในกรณีที่คำเกินมาเป็น 10 คำ ก็จะต้องอ่านให้ลงไปดูกันเลย กลอนของสุนทรภู่ หรือนิราศพระบาท เดี๋ยวครูคณิตาลองอ่านให้ผมฟังหน่อย (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ สิ่งที่ครูอ่านนี่อาจจะถูกหรือผิดก็ได้นะคะ ลองอ่านไปพร้อม ๆ กันเลยนะคะ ถึงบางซื่อ ชื่อบางนี่สุจริต เหมือนชื่อจิตรที่พี่ตรงจำนงสมร มิตรจิตรก็ขอให้มิตรใจจร ใจสมรขอให้ซื่อเหมือนชื่อบาง (คุณครูปรเมษฐ) ปรบมือให้คุณครูคณิตาและนักเรียนทุกคนก่อน (คุณครูคณิตา) ไม่ต้องปรบมือก็ได้ค่ะ คุณคร คุณครูว่ามันแปลก ๆ ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) มันแปลก ๆ คำมันเป็นอย่างไรเด็ก ๆ คำมันเกิน (คุณครูคณิตา) คำมันเกิน และที่สำคัญครูคณิตาอ่านผิดด้วยค่ะ นักเรียนคะ นักเรียนลองทายดูสิคะ ว่าครูอ่านผิดวรรคไหนเอ่ย ตอบได้ไหมเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) วรรคไหนล่ะครับ เฉลยเลย (คุณครูคณิตา) วรรคไหน วรรคไหนคะ นั่นก็คือวรรคที่ 1 นั่นเองค่ะ หรือว่าวรรคแรกใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่นะ อ่านให้เร็วและเบาเพื่อให้เสียงมันตกตามต้องการนี่ ในเมื่อคำเกินใช่ไหม ก็ต้องอ่านว่า ถึงบางซื่อชื่อบางนี่สุจริต เหมือนชื่อจิตจำนงสมร มิตรจิตก็ขอให้มิตรใจจร ใจสมรขอให้ซื่อเหมือนชื่อบาง (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ เรามาทบทวนกัน เมื่อกี้เด็ก ๆ อาจจะฟังครูคณิตาแล้ว ทำไมมันก็ออกเสียงคล้าย ๆ กันใช่ไหมคะ วรรคแรกค่ะคุณครูปรเออกเสียงคล้าย ๆ กันใช่ไหมคะ วรรคแรกครูปรเมษฐอ่านช้า ๆ ให้เด็ก ๆ ฟังหน่อยสิคะ (คุณครูปรเมษฐ) ต่าางกันอย่างไรนะครับ คือ อ่านให้เบาและเร็ว ถึงบางซื่อชื่อบางนี่สุจริต ตั้ง 4 คำครูควบได้ในห้องเดียว เหมือนชื่อจิตที่พี่จำนงสมร มิตรจิตรก็ขอให้มิตรใจจร ใจสมรขอให้ซื่อเหมือนชื่อบาง ไอ้ 2 วรรคสุดท้ายมีปัญหา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คำมันเกิน ก็ต้องอ่านให้ถูกต้อง ยิ่งที่ถ้าเป็นทำนองเสนาะยิ่งต้องอ่านให้ดีเลยนะครับ ข้อที่ 9 ว่าอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 9 นะคะ ก็คือสอดแทรกอารมณ์ความรู้สึกให้เข้ากับเนื้อหาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถามครูคณิตาต่อเลย เห็นกลอนวรรคสดับปุ๊บนี่น่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรครับ (คุณครูคณิตา) เกี่ยวกับความรักหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ตอบสิครับ ใช่นะ เขาเปรียบเทียบกับความรักใช่ไหม เพราะฉะนั้น ความรักนี่สวยสดงดงาม ลองอ่าน เดี๋ยวอ่านพร้อม ๆ กับครูนะครับ เขาย่อมเปรียบเทียบความว่ายามรัก แต่น้ำผักต้มขมชมว่าหวาน ครั้นรักจางห่างเหินไปเนิ่นนาน แต่น้ำตาลว่าเปรี้ยวไม่เหลียวแล นี่ มันเกี่ยวกับความรัก เราก็ต้องทำบทนี่ให้มันเกิดความไพเราะ ให้มันถ่ายทอดถึงความรู้สึก ว่าความรักนี่ แรก ๆ นี่ เขาว่าน้ำต้มผักที่ขมนี่เขายังว่าเป็นอย่างไรเลย (คุณครูคณิตา) ว่าหวานค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น แต่พอรักไปนาน ๆ น้ำตาลยังว่าเปรี้ยวเลย เพราะฉะนั้นนี่ นักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับความรักนะ มันเป็นเรื่องของอนาคตนะ ใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เมื่อกี้ที่คุณครูปรเมษฐ์อ่านไปเมื่อกี้นี่นะคะ น้ำเสียง เด็ก ๆ ตอบคุณครูคณิตาสิว่าน้ำเสียงของคุณครูปรเมษฐเป็นอย่างไร พูดถึงความรักก็จริง แต่เป็นการเปรียบเทียบ ก็คือรักในช่วงแรก ๆ กับเมื่อเรารักไปนาน ๆ มันเกิดอะไรขึ้น น้ำเสียงก็จะเป็นการบอกเล่าเชิงเปรียบเทียบนะคะ น้ำเสียงเป็นการสอดแทรกอารมณ์เชิงเศร้าหน่อยไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) 2 วรรคแรกมีความสุข 2 วรรครักเศร้า นี่คือการใช้เสียง นักเรียนจะได้รับรู้ไปเรื่อย ๆ นะ แล้วนักเรียนจะอ่านได้เก่ง ข้อสุดท้ายว่าอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ข้อสุดท้ายค่ะ เมื่ออ่านถึงตอนจบ ต้องทอดจังหวะ และเอื้อนให้ช้าลง (คุณครูปรเมษฐ) สำคัญมาก ถูกต้องครับ กลอนจะจบแล้ว ต้องเอื้อน แล้วต้องไปให้ช้ากลอนจะไปเนิบ ๆ ดูตัวบทเลยไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)อันนี้เป็นพระอภัยมณีใช่ไหม ของพระบรมครูสุนทรภู่ นักเรียนเรียนเมื่อตอน ป.4 นะครับ อ่านพร้อม ๆ กับครู อันนี้ท่องได้อยู่แล้ว แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ เห็นไหม คำสัมผัสกัน มันลึกลับแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน ทอดตรงไหนครูคณิตา ลองบอกสิ (คุณครูคณิตา) ทอดตอนจบค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ กลอนจบปุ๊บ ต้องทอง เพราะฉะนั้น ก็จบพอดี นักเรียนได้ความรู้แล้วนะ ในเรื่องของหลักการทีนี้เดี๋ยวเราไปฝึกอ่านกันเลยคราวนี้เดี๋ยวเราจะได้ไปอ่านกันจริง ๆ เลยจากเรื่อง... (คุณครูคณิตา) เรื่อง อย่าชิงสุกก่อนห่ามไม่งามดี ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ซึ่งก็จะเป็นเนื้อหาต่อจากตอนที่แล้ว เดี๋ยวเราไปอ่านกันเลยเด็ก ๆ ครูจะนำอ่านนะครับ บทที่ 1 อ่านแบบทำนองเสนาะก่อนนะ 1, 2, 3 ระวังดูเรือนเหย้าแลข้าวของ จะบกพร่องอะไรที่ไหนนั่น เห็นไม่มีแล้วอย่าอ้างว่าช่างมัน จงผ่อนผันเก็บเล็มให้เต็มลง นี่อ่านบทขนบเดิมใช่ไหมครูคณิตา คือ การอ่านแบบกลอนสุภาพ อ่านแบบทำนองเสนาะ เบื่อนะนักเรียน มันสามารถเปลี่ยนทำนองได้ไหม ย่อมได้ครับ ถ้าเรียนกับครูนี่เปลี่ยนได้ เปลี่ยนให้มันเกิดความไพเราะนี่เปลี่ยนได้ เพราะเสนาะแปลว่า... (คุณครูคณิตา) ไพเราะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไพเราะใช่ไหมนักเรียน เพราะฉะนั้น สามารถเปลี่ยนได้ แล้ววันนี้นักเรียนก็จะได้เปลี่ยนด้วย และความชอบของบทร้อยกรองที่นักเรียนนำมาอ่านนั่นเอง สมมติครูเปลี่ยนอันนี้ให้เป็นจังหวะกระชับ ๆ หน่อยนะ ให้เป็นเพลงเทพทองแล้วกัน เดี๋ยวนักเรียนลองฟังครูก่อนแล้วลองขับเองนะครับ ครูจะรับคำว่า "ห้าให้" พอ 3 คำปุ๊บ จะรับคำว่า "ห้าให้" ข้อวรรคสดับนะ เดี๋ยวลองดู ฟังครูนะ หมีสลึงพึง ประจบให้ครบบาทอย่าให้ขาดสิ่งของประสงค์ จงมักน้อย ห้าให้กินน้อย ค่อยบรรจง อย่าจ่ายลงจะยากนานเอย นี่ไม่จำเป็นต้องอ่านแบบขนบเดิมก็ได้จะอ่านแบบไหนก็ได้ ดูวรรคต่อไป ดูบทต่อไป นักเรียนร้องได้แล้ว ลองรับฮาไฮ่ แล้วอ่านครับ ไม่ควรซื้อ ห้าให้ ก็อย่าไปพิไรซื้อ ให้เป็นมื้อเป็นคราวทั้งคาวหวาน เมื่อพ่อแม่ ฮาไฮ่ แก่เฒ่าชรากาล จงเลี้ยงท่านอย่าให้ระทดใจเอย นี่ ได้ อันนี้เขาเรียกว่าเพลงเทพทองนะ นักเรียนอยากรู้ว่าร้องอย่างไร ครูอาจจะร้องไม่ชัดเจน นักเรียนลองไปเปิดฟังดูแล้วเอากลอนนี่ไปใส่ดูก็ได้ชอบฟังแหล่หรือ อยากฟังเป็นแหล่ ดูสิว่าทำได้ไหม ทำเป็นแหล่ก็ได้ทำนองเสนาะนี่ พร้อม ๆ กัน เดี๋ยวไปพร้อมครูก่อน แล้วพอบทที่ 2 ก็ลองร้องตามครูนะครับ ด้วยชนกชนนีนั้นมีคุณ ได้การุญเลี้ยงรักษามาจนใหญ่ อุ้มอุทรป้อนข้าวเป็นเท่าไร หมายจะได้พึ่งพาธิดาดวง ไปพร้อม ๆ กัน พึ่งพาธิดาดวง ถ้าเราดีมีจิตคิดอุปถัมภ์ กุศลล้ำเลิศเท่าภูเขาหลวง จะปรากฏยศยิ่งสิ่งทั้งปวงกว่าจะล่วงลุถึงซึ่งพิมาน เทพไทในห้องสิบหกชั้น จะชวนกันสรรญเสริญเจริญสาร ว่าสตรีนี้เป็นยอดยุพาพาล ได้เลี้ยงท่านชนกชนนี นี่เห็นไหม ครูก็สามารถนำไปร้องเป็นเพลงแหล่ได้ นักเรียนก็เช่นเดียวกันครับ ก็ชื่อก็บอกอยู่แล้วทำนองเสนาะ ทำอย่างไรก็ได้ให้มีความไพเราะ เบื่อแล้ว ครูปรเมษฐร้องเป็นเพลงทันสมัยได้ไหม ได้บทที่น่าสนใจด้วย คุณครูคณิตาจะลองบ้างไหมครับ (คุณครูคณิตา) ให้คุณครูปรเมษฐเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เหนื่อยแล้วนี่ เด็ก ๆ ครับ ลองเป็นเพลงสากลธรรมดา เพลงสตริงธรรมดา จะพูดจาปราศรัยกับใครนั้น อย่าตะคั้นตะคอกให้เคืองหู ไม่ควรพูดอื้ออึงขึ้นมึงกู คนจะรู้เรื่องไม่ขามใจ นี่เห็นไหม สามารถจะแปลงเป็นอะไรก็ได้นะครับ แต่นักเรียนก็จะต้องทำให้ได้ คราวนี้ อันนี้ เดี๋ยวให้เป็นทำนองเสนาะแบบธรรมดานะครับ แล้วจะให้นักเรียนนั้นเริ่มปฏิบัติพร้อม ๆ กันนะ ฝึกมาเยอะแล้ว อันนี้ตามขนบเดิม แม้นจะเรียนวิชาทางทางค้าขาย อย่าปากร้ายพูดจาอัชฌาสัย จะซื้อง่ายขายดีมีกำไร ด้วยเขาไม่เคืองจิตระอิดระอา เป็นมนุษย์สุดนิยมเพียงลมปาก จะได้ยากโหยหิวเพราะชิวหา แม้นพูดดีมีคนเขาเมตตา จะพูดจาจงพิเคราะห์ให้เหมาะความ ทอดลง จบพอดี เนื้อหาจบพอดีเลยนะครับ เห็นไหมนักเรียน ที่ครูได้ถ่ายทอดให้นักเรียนฟังนี่ นักเรียนเข้าใจไหมว่ามันสามารถที่จะพลิกแพลงได้ให้เกิดความไพเราะทำอย่างไรก็ได้ เพราะฉะนั้น กิจกรรมนี้ครับ ครูจะให้นักเรียนนั้นทำอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ จะให้นักเรียนนะคะ ฝึกอ่านบทร้อยกรองค่ะ ใส่ทำนองให้เพราะพริ้งค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มันก็เป็นการสร้างสรรค์นะครับ กิจกรรม ก็คือนักเรียนแบ่งกลุ่ม 4 คนนี่ แบ่งกลุ่ม 4 คนทำอะไรครับ เพื่อจะฝึกอ่านบทร้อยกรองเป็นทำนองเสนาะ จากเรื่องสุภาษิตสอนหญิง แต่วิธีการของครูนะครับ เมื่อนักเรียนจับกลุ่มเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะ ให้เลือกบทที่ตนชอบในเรื่อง สุภาษิตสอนหญิงนะ ไม่ใช่ฉะเพาะแต่ที่ครูนำขึ้นกระดานนะ ให้เลือกบทที่ตนชอบ 2 บท เป็นอะไรต่อให้อ่านแบบขนบเดิม บทที่ 2 ให้ใส่ทำนองเอง แล้วเดี๋ยวคุณครูปลายทางจะได้รู้ว่าลูกศิษย์ของท่านนั้นมีศักยภาพมากน้อยเพียงใด จากนั้นเสร็จแล้วก็ให้ช่วยกันนำเสนอหน้าชั้น คราวนี้บทบาทของคุณครูปลายทาง (คุณครูคณิตา) ค่ะ บทบาทของคุณครูปลายทางนะคะ ก็คือ 1. ให้นักเรียนร่วมกิจกรรมกลุ่มค่ะ 2. ดูนักเรียนที่ยังอ่านไม่คล่องให้มาฝึกอ่านกับครู 3. ร่วมกันเสนอแนะการอ่านบทร้อยกรองของนักเรียนแต่ละกลุ่มค่ะ นักเรียนคะ หากจำนวนไม่พอนะคะ ก็ให้จัดตามความเหมาะสม คุณครูผู้ประจำวิชานะคะ ก็สามารถที่จะจัดได้เลยนะคะ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นกลุ่มละ 4 คน ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ เพิ่มเติมหน่อยครับ คุณครูปลายทางครับ ถ้าลูกศิษย์ของท่านมีความสามรถนี่ ผมอยากชื่นชมบ้าง ผมและครูคณิตาก็อยากเห็น ถ้าเกิดนำเสนอแล้วน่าสนใจ คุณครูช่วยบันทึกเป็นวิดีโอแล้วก็ส่งกลับมาทาง DLTV ป. 6 ด้วยนะครับ เพื่อจะได้นำมานำเสนอให้กับผู้อื่นทั่วประเทศนะรับ ขอบคุณมากครับคุณครูครับ เพราะฉะนั้น เดี๋ยวครูจะให้เริ่มปฏิบัติกิจกรรมนี้ได้เลยครับ พร้อมแล้วลงมือครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) หมดเวลาค่ะนักเรียน หากนักเรียนนะคะ ยังซ้อมท่องบทเหล่านี้นะ ยังไม่เรียบร้อยนะ ก็สามารถที่จะไปฝึกเพิ่มเติมได้ค่ะ คุณครูประจำวิชาก็สามารถที่จะให้นักเรียนนะคะ ฝึกท่องในช่วงเวลาว่างได้ค่ะ เอาล่ะค่ะ วันนี้เรามาถึงช่วง... ช่วงอะไรคะนักเรียน ช่วงสรุปองค์ความรู้ครูและนักเรียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เราไปกันเลยดีกว่าครับเด็ก ๆ ครับ เรามาสรุปเป็นผังความคิดนะ หลักการอ่านออกเสียงบทร้อยกรองนะครับ ต้องทำดังนี้นะ 1. ต้องมีศิลปะในการเอื้อนเสียงอย่างที่ครูบอกไปนะครับ 2. ว่าอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) 2. ศึกษาฉันทลักษณ์ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สำคัญมาก ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) อ่านถูกต้องตามลักษณะบังคับค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ยิ่งสำคัญเลยลักษณะบังคับนี่ต้องอ่านให้ถูกต้อง และ 4. ก็คือต้องอ่านให้ถูกต้องอักขระต้องชัดเจนใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) 5. ค่ะ ก็คืออ่านด้วยน้ำเสียงที่ดังพอเหมาะ ไม่ตะคอกนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ และข้อสุดท้ายครับ (คุณครูคณิตา) เน้นเสียงคำให้ชัดเจนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ก็คือหลักการนะครับ ให้นักเรียนนั้นบันทึกลงไปนะ ในสมุดของตนเองนะครับ ทำเป็นรูปแบบครูก็ได้ หรือนักเรียนอาจจะทำเป็นก้างปลา ก็แล้วแต่นักเรียน (คุณครูคณิตา) แล้วแต่เลยค่ะ แผนผังความคิดมีหลายรูปแบบนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช้สมองแล้วก็ตรองให้มันเป็นสิ่งสร้างสรรค์ขึ้นมา (คุณครูคณิตา) วันนี้เรามีคำถามกันไหมคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) มีสิครับครูคณิตา การอ่านออกเสียงบทร้อยกรองนี่นะครับ มันทำใหเกิดความรู้สึกอย่างไรเด็ก ๆ ครับ อ่านออกเสียงบทร้อยกรอง มันทำให้เรานี่ล่ะรู้สึกเป็นอย่างไร ไหนช่วยกันแสดงความคิดเห็นหน่อย เดี๋ยวครูคณิตาจะฟังแล้วจะมาสรุปให้อีกครั้งหนึ่ง ตอบครับ ๆ (คุณครูคณิตา) ตอบได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ประมาณนั้น ครูคณิตาครับ สรุปว่าเด็ก ๆ เขาว่าอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ การอ่านบทร้อยกรองนะคะ จะทำให้เกิดความซาบซึ้งในการอ่านออกเสียงบทร้อยกรองค่ะ และสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตได้ด้วยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) การที่นำไปปรับใช้ได้นี่ เพราะว่าในบทร้อยกรองหรือบทอาขยานแต่ละบทนี่ มันแฝงด้วยข้อคิด การมีข้อคิดนี่ นักเรียนก็สามารถนำแนวคิดหรือข้อคิดนั้นไปปรับใช้ในชีวิต แล้วถ้านักเรียนสามารถอ่านทำนองเสนาะหลายอย่างได้ มันเป็นที่มาแห่งการแต่งคำประพันธ์นั้น ๆ ได้เช่นเดียวกันใช่ไหมครับ ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ มีประโยชน์อย่างมากเลยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) บทเรียนครั้งต่อไปนะ ครูจะให้หนู ๆ ศึกษากันในเรื่อง (คุณครูคณิตา) เรื่องวิเคราะห์คุณค่าของเรื่องค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็วิเคราะห์คุณค่าของเรื่อง อย่าชิงสุกก่อนห่ามไม่งามดี เป็นตัวบท สิ่งที่นักเรียนต้องเตรียมนะครับคืออะไรครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ 1. ใบความรู้ เรื่อง หลักการวิเคราะห์คุณค่าวรรณคดี 2. ใบงาน เรื่อง สุภาษิตสอนหญิง สอนอะไรเรา (คุณครูปรเมษฐ) และสุดท้ายนี่สำคัญนะ อย่าลืมนะลูก หนังสือวรรณคดีลำนำ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 นะครับ ซึ่งข้อมูลต่าง ๆ สามารถดาวน์โหลดได้ที่ไหนครับ (คุณครูคณิตา) สามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) วันนี้ครูทั้ง 2 คนก็ขอลานักเรียนไปก่อน นักเรียนลาครูแล้ว ก็ไปทบทวนเรื่องที่ครูสอนนะ อย่าทิ้งไปเลย การทบทวนนี่เป็นคุณธรรมที่นักเรียนควรทำเป็นอย่างยิ่ง ถ้าเรารู้จักทบทวนฝึกฝนนี่ ความเก่งนี่เกิดขึ้นไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เกิดขึ้นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ฝากไว้ให้คิดนะหนูนะ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) บ๊ายบาย [เสียงดนตรี]