--- title: ฝึก PE ห้อง 4589 (DLTV ภาษาไทย ป. 6 หน่วยที่ 5) ๔ การพูดรายงาน ๑๘ ส.ค. ๖๔ (มีใบความรู้) นาโน subtitle: date: วันศุกร์ที่ 29 เมษายน 2565 เวลา 10.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ปลายทางทุกท่านและนักเรียนปลายทางทุกคนค่ะ วันนี้พบกับคุณครูคณิตา หนุนอนันต์ และคุณครูปรเมษฐ ศรีกำเหนิด ในวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ วันนี้เรามีเรื่องที่จะเรียนนี่น่าสนใจมากเลยนะคะ คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) วันนี้เราจะเรียนเรื่องอะไร (คุณครูปรเมษฐ) วันนี้ครูจะให้ฝึกเนื้อหามันก็ยังคงอยู่ในเรื่องอย่าชิงสุกก่อนห่ามไม่งามดี ใช่ไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) หริือวรรณคดี เรื่อง สุภาษิตสอนหญิงนั่นเองค่ะ วันนี้มีกิจกรรมอะไรให้นักเรียนได้ดูได้ทำไหมคะ คุณครูคณิตาจะให้เด็ก ๆ ได้เรียนเรื่องพูดรายงานนี่ วันนี้เดี๋ยวใครสักคนนี่จะต้องสมมตัวเองเป็นนักข่าว พูดรายงานข่าว ดีไหมครับครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เด็ก ๆ คิดว่าใครจะเป็นผู้รายงานคะ คุณครูคณิตาหรือคุณครูปรเมษฐเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) คิดไว้ในใจ แล้วไปพบกับข่าวที่ครูจะนำเสนอครับ สวัสดีครับ ท่านผู้ชมทุกท่านครับ วันนี้พบกับรายการข่าวปรเมษฐรอบรู้ รอบทิศ รอบด้านนะครับ วันนี้ผมก็นำเสนอข่าว 1 ข่าวนะ เป็นเรื่องที่น่าสลดใจนะครับ ในสังคมไทย พบเด็กชายวัยประมาณ 6 เดือน ถูกทิ้งอยู่ที่ป่าละเมาะข้างทาง ซึ่งบริเวณดังกล่าวนะครับ เป็นที่อยู่ห่างไกลชุมชนนะครับ ซึ่งบริเวณดังกล่าวนะครับ อยู่ห่างไกลชุมชนนะครับ ท่านผู้ชม ซึ่งมีชายผู้หนึ่งนี่ชื่อคนดังกล่าว ยังเป็นเด็กมากเลยนะครับ ตามที่ผมได้แจ้ง และได้ทำการแจ้งเจ้าหน้าที่บ้านเมืองนะครับ เพื่อให้เร่งติดตามสืบหาผู้ปกครอง ล่าสุดนี่พบแล้วนะครับ ว่าแม่ของเด็กชายนี่นะครับ เป็นหญิงสาวอายุเพียง 16 ปีเท่านั้นนะครับ 16 ปีนะครับท่านผู้ชม 16 ปี ถ้าเทียบกับนักเรียนก็จะ ม.4, ม. 3 แค่นั้นเอง จากการที่สอบสวนนี่ เธอให้การว่าเธอเลิกกับพ่อของเด็กแล้ว แล้วก็ไม่รู้จะนำลูกไปไว้ที่ไหน จึงตัดสินใจนำลูกไปทิ้งไว้ในป่าละเมาะข้างทางครับท่านผู้ชม แม่นี่ผมคิดว่าใช้ไม่ได้นะครับ เอาไปทิ้งไว้ในป่าข้างทางนะครับ เพื่อคนที่ใจบุญนี่มารับไปเลี้ยงดูได้ดีกว่าตน นี่ที่แม่เขาอ้างนะ เรื่องราวไม่คิดว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นนี่มันจะบานปลายขนาดนี้ เบื้องต้นนะครับ เจ้าหน้าที่ก็ได้แจ้งข้อหาว่าหญิงสาวคนนี้ได้ทอดทิ้งเด็กอายุไม่เกิน 9 ปีไว้ในที่ใดที่หนึ่งเพื่อให้เด็กนั้นพ้นเสียจากตน ทำให้เด็กนั้นปราศจากผู้ดูแล อันนี้ในข้อกฎหมายนะครับคุณผู้ชมครับ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีหรือปรับไม่เกิน 6,000 หรือทั้งจำทั้งปรับ วันนี้ช่องปรเมษฐ รอบรู้ รอบทิศ รอบทิศ รอบด้าน ก็มีข่าวเรื่องนี้มานำเสนอครับ ลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ ขอเสียงปรบมือให้คุณครูปรเมษฐหน่อค่ะ [เสียงปรบมือ] (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐนะคะ เป็นผู้รายงานข่าวที่ดีมากเลยนะคะ ได้อรรถรสนะ รวมถึงการรายงานข่าวที่เนื้อหาครบถ้วนด้วยนะคะ เรามาถึงช่วงอะไรเอ่ย ช่วงชวนคุยคุ้ยข่าวค่ะ วันนี้คุณครูก็มีคำถามนะคะ จากการที่นักเรียนนี่ได้ฟังนะคะ ที่คุณครูปรเมษฐได้พูดรายงานไป เรามาดูคำถามกันเลยดีกว่าค่ะ คำถามนะคะ นักเรียนคิดว่าการพูดในที่ประชุมชนควรมีมารยาทในการพูดอย่างไร ลองนึกไปสิคะ ว่าคุณครูปรเมษฐนี่พูดอย่างไร มีพฤติกรรมอย่างไร ลองตอบดูสิคะ เดี๋ยวรอให้คุณครูปรเมษฐมาบอกดีกว่าค่ะ คุณครูปรเมษฐคะ การครูปรเมษฐได้ออกมาพูดนี่ รายงานข่าวต่าง ๆ นี่ สิ่งที่คุณครูปรเมษฐจะต้องเตรียมตัวนี่ คุณครูปรเมษฐจะต้องทำอย่างไรบ้างคะ (คุณครูปรเมษฐ) ในการเตรียมตัวใช่ไหมครับ ก็จะต้องมีหลักการ 1. คือพูดจาจะต้องเป็นอย่างไรครับ ไพเราะนะ ต้องไม่แย่งกันพูด แต่ครูพูดคนเดียว นี่ในกรณีที่เราจะพูดนี่ โดยมีคน 2 คนพูดกันนี่ ครูกับครูคณิตาพูดด้วยกัน ให้นักเรียนฟังก็จะต้องไม่แย่งกันพูด มีช่วงขึ้นช่วงลงของแต่ละคนของแต่ละบุคคลนะครับ พูดด้วยถ้อยคำที่สุภาพ อันนี้เป็นสิ่งสำคัญ การที่จะพูดในที่ประชุมชนนี่ ที่ประชุมชนคืออะไร ที่ที่มีคนเยอะ ๆ นี่ เราต้องใช้ถ้อยคำที่สุภาพ ไม่หยาบโลน พูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลน่าฟังแล้วก็น่าดึงดูดนะครับ และก็ไม่พูดแทรกจังหวะผู้อื่น อย่างเช่น ผู้ฟังอยากจะถามนี่ ก็ถามได้ ยกมือถามแต่ในกรณีที่ครูอ่านข่าวนี่ ก็ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้ฟังนะลูก เพราะว่าเขาอัดเป็นวิดีโอเป็นเทปในการอ่านข่าวนี่ เพราะฉะนั้น ก็จะไม่มีปฏิสัมพันธ์ไม่มีใครมาพูดแทรกอยู่แล้ว แต่ก็บอกนักเรียนไว้ การพูดในที่ประชุมชน ก็ต้องมีการยิ้มนี่เป็นสิ่งสำคัญนะ คนไทยนี่ฝรั่งบอกว่าสยามเมืองยิ้ม คนไทยยิ้มเก่ง การยิ้มนี่ทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อฝ่ายตรงข้าม ครูคณิตาพูดถึงข่าวเมื่อสักครู่ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นข่าวเกี่ยวกับอะไรครับ (คุณครูคณิตา) เป็นข่าวเกี่ยวกับคุณแม่นะคะ ก็คือวัยอายุเท่าไรคะ 16 ปีนะคะ ก็ได้คลอดลูกแล้วนำไปทิ้งไว้ที่ป่าละเมาะข้างทางนั่นเองค่ะ ถ้าเมื่อคุณครูได้ฟังนี่ก็รู้สึกสลดเป็นอย่างมากเลยนะคะ ทำให้เห็นได้ว่าอายุเพียงแค่ 16 ปีนี่ ยังไม่มีความพร้อมในด้านต่าง ๆ นะ เมื่อเรามีลูกขึ้นมานี่ ก็จะทำให้เพิ่มภาระมากขึ้นนั่นเอง ภาระต่าง ๆ นี่ไม่ได้หมายถึงกล่าวว่าลูกเป็นภาระนะคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) หมายถึงค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่ตามมานะ มันจะทำให้ค่าใช้จ่านเหล่านั้นเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ทำให้เรานี่ลำบากและใช้ชีวิตนี่ลำบากมากขึ้นนั่นเอง รวมถึงอายุ 16 ปี ยังเรียนอยู่ใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) แล้วถ้าท้องก่อนวัยอันควรนี่จะได้เรียนต่อไหมคะ นี่ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ตามหลักแล้วนักเรียนก็ห้ามท้องเพราะฉะนั้น ก็จึงไม่ได้เรียน การที่ท้องนี่ก็จะต้องออก ออกไปก่อนแล้วค่อยกลับมาเรียนใหม่แล้วความรักในวัยรุ่นนี่ ครูก็เชื่อว่ามันยังไม่จีรังนะครับ ถ้าเกิดในวัยทำงานหรือวัยอะไรนี่ยังพอว่า แต่นี่ยังเด็กอยู่เลย อย่างที่บอกน่ะ 15 -16 น่ะ นักเรียน ป. 6 ช่วยกันคิดนะ พวกเราก็ 15 - 16 ก็ประมาณ ม.3 - ม.4 ซึ่งก็รุ่นพี่เราไม่กี่ปีเอง ซึ่งทักษะอะไรต่าง ๆ ก็ย่อมไม่มี จึงได้นำนี่ไปทิ้ง เอาลูกไปทิ้งไว้กะว่าจะมีคนมาดูแล มันไม่ใช่นะ พบเจอแล้วเป็นข่าวเป็นเรื่องเป็นราว นี่ก็เกี่ยวกับเรื่องเกี่ยวกับสุภาษิตสอนหญิงสอนหญิงเช่นเดียวกัน หญิงผู้นี้ก็ต้องไม่มีคุณธรรม เรื่องรักนวลสงวนตัวใช่ไหมครูคณิตา หากแต่ว่าเขามีความรักนวลตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร ตามที่สุภาษิตสอนหญิงได้สอนนะ ครูนำข่าวนี้มาให้นักเรียนได้ฟังได้ชมนี่ เพราะว่าครูต้องการจะผูกกับเรื่องนี้ล่ะ เรื่องสุภาษิตสอนหญิงมันสอนเราอย่างไร ไปกันต่อดีกว่า การพูดรายงานคืออะไรครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ การพูดรายงานสคือผู้พูดต้องมีทักษะและมารยาทในการพูดที่ดี เพื่อให้การนำเสนอข้อมูลมีข้อสนใจ ทำให้ผู้ฟังได้รับผลประโยชน์จากการฟังได้ชัดเจนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) การพูดรายงานนี่สำคัญการที่ครูพูดรายงานข่าวให้นักเรียนฟังนี่ ก็จะต้องถ่ายทอดให้นักเรียนเข้าใจให้ได้ เมื่อนักเรียนเก็บรายงานของครูประสมความสำคัญไหมครับ (คุณครูคณิตา) ประสบความสำเร็จค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) การพูดรายงานนะครับ จึงเป็นที่มาของการเรียนในวันนี้ จุดประสงค์การเรียนรู้ว่าอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. บอกหลักการพูดรายงานจากการการฟัง การดูได้ 2. พูดรายงานจากการฟัง การดูได้ 3. เห็นความสำคัญของการพูดรายงาน และ 4. ค่ะ มีมารยาทในการฟัง และการพูดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่างที่ครูได้ชี้ไปเมื่อข้างต้นแล้ว ก็คือสิ่งที่นักเรียนจะได้ฟังในวันนี้ นักเรียนจะได้พูดรายงานแน่นอน แต่เรื่องยังไม่รู้เดี๋ยวค่อยไปพบกันนะครับ นักเรียนมาทบทวนความรู้กันหน่อยนะ เกี่ยวกับเรื่องการพูดรายงานนะ ให้นักเรียนนำอะไรขึ้นมาครูคณิตา (คุณครูคณิตา) นำใบความรู้ขึ้นมานำใบความรู้เรื่องอะไรเอ่ย ตอบคุณครูพร้อมกันสิคะ ใบความรู้ เรื่อง การพูดรายงาน และมารยาทในการฟังและพูดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นำขึ้นมา แล้วเดี๋ยวเราจะได้ศึกษาไปพร้อม ๆ กันเลยดีไหมครับคุณครูคณิตาครับ เพราะฉะนั้น เด็ก ๆ นำขึ้นมาแล้วนะ เดี๋ยวนักเรียนจะได้ศึกษารายงานและมารยาทในการฟังและดูครับ แล้วเดี๋ยวเรากลับมาพบกันอีกครั้งครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ หนู ๆ ครับ จากที่หนู ๆ นั้นได้ศึกษาใบความรู้นะครับ เรื่องหลักการต่าง ๆ ก่อนที่เราจะไปพูดกันนี่ก่อนจะพูดพิสูจน์หลักการกันก่อนนะครับ ว่านักเรียนเข้าใจตรงกันหรือยัง พร้อมแล้วไปเลยครับ การพูดรายงานคืออะไร ครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) การพูดรายงานเป็นการเล่าเรื่องราวจากการศึกษาค้นคว้า แล้วนำมาอ่านให้ผู้อื่นฟัง เพื่อเป็นการแลเปลี่ยนความรู้ ไม่ต้องค้นคว้าทุกเรื่อง แต่รับรู้ได้จากการฟังรายงานค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ก็คือการพูดรายงาน เห็นประโยชน์ชัดเจนเลย ก็คือเราไม่ต้องค้นคว้าทุกเรื่องใช่ไหมครับ แต่เราได้ฟังจากที่เขารายงาน ได้องค์ความรู้ต่าง ๆ มากมาย 100 คนก็ 100 เรื่องใช่ไหมลูก 100 คนก็ 100 คำพูด เพราะฉะนั้นเกิดอย่างเป็นจำนวนมากเลย นี่คือประโยชน์ของการพูดและความหมายของมันนะครับ ไปดูหลักการดีกว่านะ อันดับแรกเลยเราจะต้องเตรียมข้อมูลที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าก่อน อันดับแรกเราจะพูดเรื่องอะไร เราจะต้องศึกษาค้นคว้าห่อน (คุณครูปรเมษฐ) เมื่อเรารู้ข้อมูลแล้วทำอย่างไรต่อ (คุณครูคณิตา) สิ่งที่เราจะทำต่อไป นั่นก็คือแบ่งเวลารายงานแต่ละหัวข้อค่ะ สมมติว่ามีสัก 2 - 3 หัวข้อ เราก็ตจะต้องกำหนดเวลาค่ะ ว่าเวลาเราจะต้องใช้เวลาเท่าไรค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ และก็เริ่มต้นด้วยการกล่าวนำ ครูเคยสอนนักเรียนไปแล้วนะ เรื่องการกล่าวนำนี่ขึ้นต้นว่าอย่างไร ขึ้นต้นว่าอย่างไรลูก เรียน คุณครูที่เคารพ และเพื่อน ๆ ที่น่ารักทุกคน วันนี้กระผมจะออกมารายงาน เรื่อง... ว่ากันไป สำหรับผู้หญิงล่ะครับ (คุณครูคณิตา) เรียนคุณครูที่เคารพและเพื่อน ๆ ที่น่ารักทุกคนค่ะ ดิฉัน เด็กหญิง... วันนี้มารายงานในเรื่อง... (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือการกล่าวนำนะครับ เพิ่มเติมด้วยนะครับ เมื่อสักครู่นี้ครูลืม ต้องมีเด็กชายแบบคุณครูคณิตาหลักการครับ ต้องมีบุคลิกภาพที่ดีในการพูด การที่จะพูดให้คนเชื่อถือได้นี่ จะต้องเสริมบุคลิกภาพ การแต่งกาย การยืน กริยา การเดินต่าง ๆ นี่สำคัญมากนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) การพูดก็ถือว่าเป็นบุคลิก เพราะฉะนั้น บุคลิกนี่สำคัญกับการพูดมาก ต่อไป (คุณครูคณิตา) ข้อต่อไปค่ะ ใช้ภาษากึ่งทางการค่ะ ภาษากึ่งทางการนี่ ก็คือเป็นภาษาพูดทั่วไปนะคะ แต่ไม่ถึงกับเป็นภาษาระดับกันเอง นั่นก็คือภาษาที่เราพูดกันเฉพาะคนในครอบครัวนะคะ ก็คือพูดโดยขออภัยค่ะ ก็คือการพูดโดยทั่วไปนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือภาษามันจะอยู่ในระดับทางการกับกันเองนะ ก็จะไม่มีคำหยาบมาเกี่ยวข้อง มีไม่ได้ แล้วก็ภาษาจะต้องสวยงามพอสมควรภาษาระดับกึ่งนี่นะครับ ต่อไปออกเสียงชัดเจนถูดต้อง เป็นเรื่องสำคัญของการพูด ถ้าออกเสียงไม่ถูกต้องนี่ ความหมายก็จะผิดเพี้ยน ไม่เข้าใจในเรื่องที่เราพูดใช่ไหมลูก ต่อไป (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ เปิดโอกาสให้ผู้ฟังซักถามและแสดงความคิดเห็นค่ะ ข้อนี้นะคะ นักเรียนจะต้องจำไว้ว่า การที่เราได้เปิดโอกาสให้ซักถาม เราจะซักถามได้ก็ต่อเมื่อผู้พูดรายงานพูดจบแล้วนั่นเองค่ะ ไม่ควรพูดแทรกระหว่างที่ผู้พูดรายงานพูดอยู่นะคะ เพราะจะถือว่าไม่มีมารยาทฟังและการดูค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม ต่อไป เมื่อเราพูดผิดเราต้องเป็นอย่างไรครับ อย่างที่คุณครูคณิตาทำเมื่อสักครู่ ขออภัยค่ะ เป็นการขอโทษนะครับ และต้องขอบคุณเมื่อได้รับคำชมเชย อย่างเช่น ตอนเราพูดจบนี่ ก็จะได้รับเสียงปรบมือ การชื่นชมต่าง ๆ เราก็ต้องแสดงการขอบคุณนั่นเอง นี่คือหลักการพูดรายงานนะครับ ซึ่งครูก็สรุปมาให้จากที่นักเรียนได้อ่านไป (คุณครูคณิตา) คราวนี้เรามาดูผู้ฟังกันบ้างนะคะ เรามาดูผู้ฟังค่ะ สิ่งที่ผู้ฟังจะต้องกระทำในการที่เราจะฟังผู้พูดรายงานมีดังนี้ค่ะ ผู้ฟังจะต้องให้เกียรติผู้พูดนั่นเองค่ะ และกันเป็นสิ่งที่ดีและเป็นสิ่งที่ควรกระทำค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ มีสมาธิในการฟังตั้งใจและจดประเด็นสำคัญค่ะ 3. ก็คือผู้ฟังต้องใจกว้าง ฟังความคิดเห็นของผู้อื่นด้วยค่ะ ผู้พูดจะต้องพูดให้ชัดเจนไม่กำกวมใจกว้างและตอบอย่างมีเหตุผลค่ะ ผู้ฟังนะคะ ควรยกมือขออนุญาตด้วยท่าทางที่สุภาพ เมื่อต้องการแสดงความคิดเห็นค่ะ ทั้งหมดทั้งมวลนี้อยู่ในมารยาทนะคะ ในด้านการฟังและการพูดนั่นเองค่ะ อย่างที่บอกนะคะ มันคือการให้เกียรติระหว่างผู้ฟังและผู้พูด ฉะนั้นนี่ การที่เราจะแสดงออกด้วยท่าทางต่าง ๆ นี่มันก็จะต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งนะคะ เพราะมีผู้อื่นนี่ก็ค่อยมองอยู่นะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ เพราะฉะนั้นนะครับ นักเรียนมีหลักการในการพูดรายงานจากเรื่องที่ฟังและดูอย่างไร อันนี้นักเรียนต้องตอบเอง เพราะว่าเราได้ศึกษาไปแล้วใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไหนลองยกมือกันตอบให้คุณครูได้ฟังสิ ที่ครูได้นำเสนอเมื่อสักครู่ นักเรียนนำมาตอบกับคุณครู เป็นการสรุปองค์ความรู้ของตนเองนะครับ ช่วยกันตอบเลย มีหลักการอย่างไร ได้เเป็นที่เรียบร้อยนะครับ ตอบกันมาตามหลักการที่ครูได้นำเสนอ ต่อไปนะ มีอะไรบ้าง การพูดรายงานนี่ 1. ต้องเป็นอย่างไรครับ กล่าวนะก่อนนะ พูดตามลำดับขั้นตอน รักษาเวลาในการพูดนะครับ มีบุคลิกภาพที่ดี แล้วก็เปิดโอกาสให้ผู้ฟังได้ซักถาม กล่าวขอบคุณเมื่อพูดรายงานจบ นี่เป็นหลักการของการพูดรายงานนะครับ เดี๋ยวเราจะเล่าเรื่องเทียบเปรียบสำนวนชิงสุกก่อนห่าม เดี๋ยวเราค่อยไปดูวิดีโอกันว่าเป็นอย่างไรนะ ซึ่งเป็นนิทาน เป็นเรื่องจริงที่นำมาดัดแปลงเป็นนิทาน แล้วก็จะให้นักเรียนนั้นดูและนำไปพูดรายงานครับ DLTV 6 Production ภูมิใจเสนอ ชิงสุกก่อนห่าม นักเรียนครับ วันนี้ครูก็มีเรื่องมาเล่าซึ่งดัดแปลงให้เป็นนิทาน แต่ว่านำมาจากเค้าโครงเรื่องจริงนะครับ เด็กผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างหน้าครูนี้มีชื่อวาบาส บาสเป็นนักเรียน ซึ่งกำลังจะขึ้นชั้นมัธยม กำลังเป็นวัยรุ่นเลย เป็นดาวเด่นในโรงเรียน ดาวเด่นในที่นี้ บาสนี่มีหน้าตาที่หล่อ ขาวสูงตัวใหญ่ จึงเป็นที่หลงไหลหมายปองของสาว ๆ ในโรงเรียน เพื่อน ๆ ผู้หญิง รุ่นน้องชอบพอกับบาส บาสนี่มีความสุขมากครับ มีแต่คนดูแลเอาใจใส่นะครับ บาสมีความเก่ง เรียนก็เก่ง งานก็เก่ง กีฬาก็เก่ง เพื่อนก็มาก ทุกคนมันเพอร์เฟกต์มากครับนักเรียน บาสนี่มีความเพอร์เฟกตในตัวเองเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้น ก็จึงมีคนหลงใหลบาสเป็นธรรมดาไม่ใช่แค่นั้นนะครับ ทางด้านดนตรีมีความสามารถลูก เป็นนักร้อง ร้องเพลงเพราะคนที่เป็นนักร้องนี่เขาเรียกว่ามีเสน่ห์ภายในตัวนะ ก็จะมีสาว ๆ มาสนใจ รักใคร่ เป็นนักดนตรี บาสเล่นกลองชุดด้วยนะครับ นักเรียน กลองชุดเป็นเครื่องดนตรีสำคัญในวงดนตรีสากลนะครับ ก็มีคนสนใจชอบบาสน่ะ สาว ๆ นี่ปลื้ม พูดง่าย ๆ เพราะด้วยที่บาสมีบุคคลิกลักษณแบบนี้ จึงทำให้มีผู้หญิงมาสนใจมาก ไม่ว่าจะเพื่อนผู้หญิงผู้ชาย บาสมีพร้อมนะครับ นี่เห็นไหม สาว ๆ มาคุยด้วย มาติดตาม มาดูแลเอาใจใส่ คอยซื้อขนมนมเนยมาดูแลบาส บาสมีความมสุขมากครับ และก็มีเพื่อนร่วมชั้น ซึ่เป็นเด็กผู้หญิงที่มีความเก่งนะ มีความขยัน แต่เป็นคนเงียบ ๆ ชื่อจุ๊บแจง นั่นคือจุ๊บแจงนะครับ จุ๊บแจงคอยอยู่ข้างหลัง คอยชื่นชมยินดีบาสมาโดยตลอด แต่ไม่แสดงออก วันหนึ่ง จุ๊บแจงก็เก็บอารมณ์ ความชอบ ความหลงไหลในตัวบาสไม่ไหว จึงหาโอกาสที่จะไปพบไปเจอกับบาส ไปพูดคุยกัน และทั้ง 2 ก็คุยกัน แล้วก็ได้หาโอกาสพบเจอกันบ่อยขึ้น ๆ นะครับ ผู้หญิงกับผู้ชาย เมื่อได้พบเจอกันได้พูดคุยกันมันก็ย่อมมีอะไรตรงกันหลาย ๆ อย่าง สุดท้ายทั้งคู่ตกลงป็นแฟนกัน คบหากันนั่นเอง ในขณะที่บาสก็มีผู้หญิง มีสาว ๆ หลายคน มีนักเรียนหญิงในโรงเรียนที่ติดตาม บาสมีความสุขมาก เฟรนด์ลีเลยครับ นักเรียนครับ จุ๊บแจงนี่เชื่อบาสทุกอย่าง บาสพูดอะไรสุดท้ายแล้วนักเรียน เกิดอะไรขึ้นนักเรียน ตามสำนวนเลยจุ๊บแจงไม่ได้เกิดการรักนวลสงวน ตัวปล่อยตัวเอง จนเป็นอย่างไรลูก ตั้งครรภ์ในขณะที่เป็นนักเรียน เกิดอะไรขึ้นครับ จุ๊บแจงเกิดความเสียใจ จุ๊บแจงก็ไปบอกกับบาส นักเรียนคิดว่าบาสรับผิดชอบไหม ไม่มีทางครับ ปฏิเสธไว้ก่อนเลย บาสไม่รับผิดชอบครับ บาสพูดมาอยู่คำหนึ่ง เป็นคำพูดที่เจ็บปวดหัวใจจุ๊บแจงมาก เธอง่ายกับเรา แสดงว่ากับคนอื่นเธอก็ง่าย บาสไม่รับผิดชอบเด็กในท้องครับ เกิดอะไรขึ้นล่ะครับ จุ๊บแจงก็จึงโศกเศร้า ไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร จะปรึกษาใครก็ไม่ได้จะทำอย่างไรดี ฐานะที่เป็นผู้หญิง นี่ ทั้ง 2 คน ก็มาพูดคุยกัน บาสไม่รับผิดชอบ บาสก็ทิ้งไป จุ๊บแจงต้องอยู่คนเดียว แก้ปัญหาไม่ตก เกือบจะคิดฆ่าตัวตายสุดท้ายทั้งสองก็ต้องแยกจากกันไป เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อนั้นนักเรียน ติดตาม คิดตามดูนะครับ ครูทิ้งไว้ให้คิดครับ [เสียงปรบมือ] (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะปรบมือให้คุณครูปรเมษฐด้วยค่ะ เป็นอย่างไรกันบ้างคะ การที่คุณครูปรเมษฐนี่ได้เล่าเรื่องให้นักเรียนได้ฟัง นักเรียนรู้สึกอย่างไรบ้าง ตอบคุณครูได้ไหมเอ่ย คุณครูปรเมษฐคะ หลังจากที่คุณครูปรเมษฐได้เล่านิทานเหล่านี้ คุณครูปรเมษฐมีความรู้สึกอย่างไรบ้างคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูรู้สึกสงสาร สงสารจุ๊บแจง จุ๊บแจงเสียอนาคตนะลูกนะ เพราะว่าด้วยเหตุที่ว่าจุ๊บแจงเป็นอย่างไร ไม่รักนวลสงวนตัวนั่นเองนะครับ จึงไม่ได้เรียนต่อ ส่วนบาสนั้นก็เช่นเดียวกัน คนถ้ามีความผิดพลาดเกิดขึ้นก็จะมีปมฝังในใจใช่ไหมคุณครูคณิตาครับ เดี๋ยวนักเรียนมาสรุปความรู้คู่แนวคิด ปิดท้ายด้วยรายงานของนักเรียนนั่นเองครับ ไปดูกันเลยนะ สรุปจากเรื่องที่ครูได้เล่าให้ฟัง ชิงสุกก่อนห่ามเมื่อสักครู่นี้นะครับ เหตุการณ์ในเรื่องเป็นอย่างไร เดี๋ยวครูคณิตากับนักเรียนจะช่วยกันสรุปนะครับ เป็นอย่างไรล่ะครับ (คุณครูคณิตา) เหตุการณ์ในเรื่องเป็นอย่างไรคะนักเรียน ก็อย่างที่คุณครูปรเมษฐได้เล่านะคะ เหตุการณ์มีตัวละครใช่ไหมคะ บาสกับจุ๊บแจงนะคะ ก็คือเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกัน แล้วก็ได้คบกัน เกิดความผิดพลาดเนื่องจากอาจจะเกิดวุฒิภาวะทางด้านความคิดนะคะ ทำให้เกิดสิ่งต่าง ๆ ตามมา ซึ่งเป็นผลกระทบต่ออนาคตของทั้งสอง อยู่ที่ว่าทั้งสองนี่เขาจะเลือกแบบไหนนะคะ คราวนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งครรภ์ขึ้นมาแล้วได้คลอดลูกนะคะใช่ไหมคะครูปรเมษฐ ทำให้อนาคตของจุ๊บแจงนี่ จากที่สดใสนะคะ ถามว่าการมีลูกเป็นสิ่งที่ผิดไหม ก็ไม่ผิด แต่มันต้องเกิดขึ้นเวลาวัยอันควรด้วยนะคะ ก็ทำให้จุ๊บแจงนี่เสียโอกาสเหล่านั้นไป 1 ปี ในการที่เราจะตั้งท้องแล้วก็คลอด ในการดูแลลูกนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ต้องตรงตามปมความขัดแย้งของเรื่อง (คุณครูคณิตา) แล้วก็ปมความขัดแย้งของเรื่อง คือ บาสไม่รับผิดชอบนะคะ อันที่จริงความรับผิดชอบนี่มันก็ต้องขึ้นอยู่กับทั้ง 2 ฝ่ายนะคะ แต่อันนี้ฝ่ายชายก็เป็นอย่างไรไปเลย (คุณครูปรเมษฐ) ฝ่ายชายมีคำพูดอยู่ที่เจ็บปวดมาก ฝ่ายชอยบอกว่าเธอง่ายกับเรา แสดงว่าเธอกับคนอื่นเธอก็ต้องง่ายด้วย นี่จุ๊บแจงคงเจ็บปวดในหัวใจเป็นอย่างมาก แล้วบาสรับผิดชอบไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ไม่รับผิดชอบค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) จุ๊บแจงจะทำอย่างไรต่อไป และนี่คือปัญหาที่มันตามมาใช่ไหมครับ เด็ก ๆ ครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ซึ่งสิ่งเหล่านี้นะคะ เด็ก ๆ ผู้ชายนะคะ ไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่างนะ เพราะถือเป็นการกระทำที่ไม่ดีและขาดความรับผิดชอบมนุษย์เรานะคะ จะต้องมีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม อย่าลืมนะคะ เอาล่ะค่ะ จุดจบของเรื่องเป็นอย่างไร ทั้งสองเป็นอย่างไร ได้พบกันหรือเปล่า ก็ต่างพากันแยกย้ายกันออกไปนะ เดินไปตามทางชีวิตที่เขานี่ได้เลือกไว้นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ แนวคิดสำคัญของเรืื่องนี้คืออะไรคะ ปรับอารมณ์กันหน่อย แนวคิดสำคัญของเรื่องนี้คืออะไร เอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) จากเรื่องที่ครูเล่าไปครับ แนวคิดคืออะไรครับ เป็นอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) แนวคิดของเรื่องนี้นะคะ ก็คือเรื่องรักนวลสงวนตัวค่ะ ค่ะ อย่างชิงสุกก่อนห่าม ซึ่งเข้ากับบทเรียนของเราเลยนะครับ แล้วก็อีกอย่างหนึ่งนะคะ ครูขอแทรกไว้ คือ ความรับผิดชอบด้วยค่ะ เอาล่ะค่ะ มีข้อต่อไปไหมคะ นี่ (คุณครูปรเมษฐ) มีไหม มี ในเมื่อมีแนวคิดแล้ว มันก็จะสามารถนำแนวคิดไปปรับใช้ในชีวิตได้อย่างไร อันนี้ก็แล้วแต่บุคคล แล้วแต่นักเรียนจะเลือกนำไปปรับใช้ในชีวิต เดี๋ยวฟังคุณครูคณิตาบ้างครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ในการนำข้อคิดเหล่านี้นะคะ ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างที่คุณครูบอก ก็คือเกี่ยวกับการประพฤติการปฏิบัติตนนั่นเองค่ะ การที่เราปฏิบัติตนนี่ แสดงว่ามันจะต้องมีความคิดขึ้นมาแล้ว คิดแล้วปฏิบัติ เพราะฉะนั้นนี่ คิดแล้วถึงจะปฏิบัติ นักเรียนคะ เราจะต้องคิดให้เยอะและคำนึงถึงผลที่จะตามมาด้วย ก่อนที่จะลงมือกระทำอะไรลงไปนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม 5 หัวข้อนี้ล่ะ ที่จะเป็นประเด็นในจะนำไปพูดรายงานจากเรื่องที่ครูได้เล่าให้ฟัง ถ่ายทอดให้เพื่อนฟังเป็นสำนวนภาษาของตนเองนะ ใน 5 ประเด็นนี้นะครับลูก คำชี้แจง เดี๋ยวก็ให้นักเรียนนะจับคู่สรุปเรื่องจากเรื่องที่ครูได้เล่าให้ฟัง และหาข้อที่ปรับใช้ในการดำเนินชีวิต หลังจากนั้นทำอะไรลูก ฝึกพูดรายงาน เริ่มต้นจากการกล่าวนำที่ครูได้สอนไปเมื่อสักครู่นะครับ แล้วก็ลองพูดให้เพื่อนฟัง แล้วก็ไปพูดรายงานหน้าชั้นเรียน มีคะแนนนะใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใครที่ได้พูด หรือถ้าเกิดคุณครูประจำวิชาจะให้พูดทุกคน ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่สุดแท้แต่คุณครูครับ จะเลือกหรือสุ่มมาพูด หรือให้พูดทุกคน ก็แล้วแต่ครูนะครับ ส่วนบทบาทคุณครูปลายทางทำอะไรครับ (คุณครูคณิตา) บทบาทคุณครูปลายทางค่ให้นักเรียนร่วมกันสรุปความรู้นะคะ เกี่ยวกับเรื่องการพูดรายงานและการฟังวิดีโอค่ะ สุ่มนักเรียนออกมาประมาณ 4 คู่ ออกมาพูดหน้าชั้นเรียนค่ะ หรือขึ้นอยู่กับคุณครูก็ได้นะคะ 3. ก็คือประเมินการพูดรายงานของนักเรียนแต่ละคู่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้นนักเรียนก็จะทำแต่สิ่งที่ครูบอกนะแล้วก็ตอบคำถามเป็นการประเมินตนเองนะ จากที่ฟังเพื่อนรายงานจบไปนี่มันมีข้อดีและข้อบกพร่องอย่างไร อันนี้เป็นสิ่งที่นักเรียนจะได้ช่วยกันตอบช่วยกันเสนอแนะนะครับ เมื่อฟังการพูดรายงานจากเพื่อนแล้วนักเรียนได้ประโยชน์อะไรบ้าง แต่ละคนออกมาพูดนำเสอนนี่ มีประโยชน์อะไรเกิดขึ้นบ้าง นักเรียนก็เสนอแนะร่วมกับคุณครูปลายทางหรือคุณครูประจำวิชาของหนูนะครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนครับ เป็นอย่างไรกันบ้าง ในการพูดรายงานของเพื่อนหรือของตนเองนะครับ เพราะฉะนั้น ครูเชื่อว่าคุณครูปลายทางได้ให้คำแนะนำ แล้วก็ได้บอกสิ่งที่ดี สิ่งที่บกพร่องกับนักเรียนเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ ก่อนอื่นเราจะต้องมาสรุปความรู้ครู - นักเรียน กันดีกว่านะครับ ครูมีคำถามมาถามนักเรียนนะครับ เมื่อฟังหรือดูสิ่งใดแล้วนักเรียนสามารถพูดรายงานได้ นั่นคือเราเป็นอย่างไรกับเรื่องนั้น ๆ ตอบสั้น ๆ ว่า ว่าอย่างไรครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ว่าทำให้เรามีความเข้าใจเรื่องนั้นเป็นอย่างดีนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) การที่เราพูดได้ ก็เพราะว่าเราเข้าใจเรื่องนั้นเป็นอย่างดีนั่นเอง ถูกไหมครับ แค่นี้เองในส่วนของคำถามของครู บทเรียนครั้งต่อไป เราจะไปศึกษากันในเรื่องของวิเคราะห์คุณค่าของเรื่องนะ ก็ยังคงอยู่ในวรรณคดี เรื่อง สุภาษิตสอนหญิงนะ หรือถ้าในวรรณคดีลำนำชั้น ป. 6 ของนักเรียนนี่ ก็จะอยู่ในเรื่องของอย่าชิงสุกก่อนห่ามไม่งามดี ยังต้องพกหนังสือมาอยู่นะ สิ่งที่หนูต้องเตรียมตัว (คุณครูคณิตา) 1. ใบความรู้เรื่อง การวิเคราะห์คุณค่าของวรรณคดี 2. ใบงาน เรื่อง สุภาษิตสอนหญิงสอนอะไรเรา (คุณครูปรเมษฐ) สำคัญมาก คือ หนังสือหนังสือ ของหนังสือวรรณคดีลำนำของชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ครับ ซึ่ง... (คุณครูคณิตา) ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นอย่างไรนะ เรื่องการพูดรายงานก็ได้จบลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ครูเชื่อว่านักเรียนได้ความรู้เป็นจำนวนมาก สามารถที่จะนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้เลยนะครับ เพราะฉะนั้น ครูก็ฝากไว้ให้นักเรียนนำเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ไปคิดทบทวน เป็นแนวคิด แนวปฏิบัติของนักเรียนนะครับ ครูและครูคณิตาก็ต้องขอลานักเรียนไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]