﻿1
00:00:03,863 --> 00:00:07,863

2
00:00:12,019 --> 00:00:12,020

3
00:00:12,020 --> 00:00:15,822

4
00:00:15,822 --> 00:00:19,822

5
00:00:19,909 --> 00:00:23,835

6
00:00:23,835 --> 00:00:27,835

7
00:00:27,929 --> 00:00:31,840

8
00:00:31,840 --> 00:00:35,831
(คุณครูคณิตา) สวัสดีคุณครูปลายทางทุกคน วันนี้พบกับครูคณิตา

9
00:00:35,831 --> 00:00:39,822
ในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

10
00:00:39,822 --> 00:00:43,822
ค่ะ วันนี้นักเรียนไม่ต้องตกใจนะคะ เนื่องจากคุณปรเมษฐนี่ไปฉีดวัคซีนค่ะ ทำให้

11
00:00:43,832 --> 00:00:47,805
ครูปรเมษฐนี่ ไปฉีดวัคซีนค่ะ จ

12
00:00:47,805 --> 00:00:51,805
ึงไม่สามารถที่จะมาสอนในรายชั่วโมงนี้ได้ค่ะ

13
00:00:51,811 --> 00:00:55,811
เอาล่ะค่ะนักเรียน นักเรียนตอบคำถามกับครูได้ไหมคะ ว่าเราจะมาเรียน

14
00:00:55,811 --> 00:00:59,811
เรื่องอะไรเอ่ย

15
00:00:59,812 --> 00:01:03,812
เรื่องอะไรคะ นั่นก็คือเรื่องคำอุทานนั่นเอง

16
00:01:03,819 --> 00:01:07,816
ค่ะ เดี๋ยวเราไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ

17
00:01:07,816 --> 00:01:11,816
(คุณครูปรเมษฐ) ปวด

18
00:01:11,818 --> 00:01:15,806
แขนสงสัยไม่

19
00:01:15,806 --> 00:01:19,806
มีแฟนมาเคียงกาย เอชา

20
00:01:19,809 --> 00:01:23,809
เด็ก ๆ ช่วยกันรับด้วย เอกชา ชา

21
00:01:23,815 --> 00:01:27,805
ฉะ ฉ่า ชา หน่อยแม่

22
00:01:27,805 --> 00:01:31,803
จะไม่มาได้อย่างไรคะ (คุณครูคณิตา) ไหนบอกว่า

23
00:01:31,803 --> 00:01:35,803
จะไม่มาอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) จะไม่มาได้อยา่ครับ เรื่องคำอุทานนี่ เรื่องชอบ

24
00:01:35,824 --> 00:01:39,824
(คุณครูคณิตา) แล้วเมื่อกี้คุณครูคณิตา

25
00:01:39,847 --> 00:01:43,807
พูดว่าอะไรนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) โอ้ย (คุณครูคณิตา)

26
00:01:43,807 --> 00:01:47,807
โอ้ยขนาดนี้ทำไมคะ (คุณครูปรเมษฐ)

27
00:01:47,820 --> 00:01:51,804
โดนฉีดยามา พอเห็นหมอเขาถือเข็มปุ๊บ

28
00:01:51,804 --> 00:01:55,803
ผมก็ตกใจกระโดดเข็มก็ถิ่ม

29
00:01:55,803 --> 00:01:59,802
ทำให้เจ็บหนักกว่าเดิมนะครับ

30
00:01:59,802 --> 00:02:03,802
เด็ก ๆ ครับ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ ไม่ควรเอาเป็นตัวอย่างนะคะ

31
00:02:03,819 --> 00:02:07,802
ให้แพทย์หรือพยาบาลฉีดนะคะ ไม่อย่างนั้นก็จะ

32
00:02:07,802 --> 00:02:11,802
เจ็บปวดเหมือนคุณครูปรเมษฐก็ได้นะคะ

33
00:02:11,804 --> 00:02:15,804
วันนี้เข้าเรื่องกันเลยนะคะ เราจะมาเรียนกันเรื่องคำอุทาน

34
00:02:15,809 --> 00:02:19,806
มาดูกันเลยค่ะ พร้อมที่จะเรียนกันหรือยังคะ

35
00:02:19,806 --> 00:02:23,806
ถ้าพร้อมแล้ว เดี๋ยวเราไปเรียนรู้กันเลยค่ะ เดี๋ยวคุณครูนะคะ

36
00:02:23,815 --> 00:02:27,815
จะให้นักเรียนนะคะ สังเกตแล้วก็พิจารณา

37
00:02:27,828 --> 00:02:31,825
แล้วลองเติมคำอุทานดูนะคะ ว่านักเรียนจะเติมคำว่า

38
00:02:31,825 --> 00:02:35,811
อะไรเดี๋ยวจะให้คุณครูปรเมษฐ

39
00:02:35,811 --> 00:02:39,811
นะคะ เป็นผู้เฉลยค่ะ จะเติมคำว่าอะไรดีเอ่ย

40
00:02:39,814 --> 00:02:43,811
(คุณครูปรเมษฐ) "หนาว" (คุณครูคณิตา) "หนาว" ใช่ไหมคะ เราจะ

41
00:02:43,811 --> 00:02:47,806
เติมคำว่า... (คุณครูปรเมษฐ) "อูย หนาวจังเลย" (คุณครูคณิตา)

42
00:02:47,806 --> 00:02:51,802
ถูกไหมเอ่ย เดี๋ยวเรา

43
00:02:51,802 --> 00:02:55,802
ไปดูข้อถัดไปกันเลยดีกว่าค่ะ จะได้กลับบ้าน

44
00:02:55,829 --> 00:02:59,809
แล้วเราจะเติมคำว่าอะไรคะ คุณครูปรเมษฐคะ

45
00:02:59,809 --> 00:03:03,809

46
00:03:03,813 --> 00:03:07,813
จะเติมคำว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เย้ ได้กลับบ้านแล้ว

47
00:03:07,829 --> 00:03:11,813
(คุณครูคณิตา) อีกครั้งค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เย้ ได้กลับบ้านแล้ว (คุณครูคณิตา)

48
00:03:11,813 --> 00:03:15,806
เด็ก ๆ ล่ะคะ ก็คงจะ เย้ จะได้กลับบ้านแล้ว

49
00:03:15,806 --> 00:03:19,800
ต่อมาค่ะ

50
00:03:19,800 --> 00:03:23,800
ที่ไหนนะ เอ้ เราจะเติมคำว่าอะไร

51
00:03:23,804 --> 00:03:27,804
เอ่ย คุณครู

52
00:03:27,811 --> 00:03:31,809
ปรเมษฐจะเติมคำว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เอ๊ะ

53
00:03:31,809 --> 00:03:35,809
ลืมกระเป๋าสตางค์ไว้ที่ไหนนะ (คุณครูคณิตา) เราใช้ได้หลายคำเลย

54
00:03:35,849 --> 00:03:39,816
ใช่ไหมคะ คำอุทานนี่ถ้าเป็นคุณครูปรเมษฐ

55
00:03:39,816 --> 00:03:43,816
นี่ คุณครูปรเมษฐจะใช้คำว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ใช้คำว่า "เอ๊ะ" นี่ได้ คุณครูปรเมษฐจะใช้คำว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ใช้คำว่า

56
00:03:43,833 --> 00:03:47,808
เอ๊ะ นี่ล่ะครับ ได้ ถ้าโอ้ย

57
00:03:47,808 --> 00:03:51,802
โอ้ยคือเจ็บนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เอ

58
00:03:51,802 --> 00:03:55,802
๊ะ เป็นข้อสงสัย เอ๊ะ ลืมกระเป๋าสตางค์ไว้ที่ไหนนะ

59
00:03:55,808 --> 00:03:59,808
(คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อ๋อ ไม่มี ไม่เคยพก ไม่มีหรอก

60
00:03:59,812 --> 00:04:03,812
(คุณครูคณิตา) โอเคค่ะ ต่อมาค่ะ เรามาดูกันเลยนะคะ

61
00:04:03,851 --> 00:04:07,803
คำที่แสดงอารมณ์ความรู้สึกของผู้พูด เรียกว่า

62
00:04:07,803 --> 00:04:11,803
คำอุทานแสดงอาการและจะมี

63
00:04:11,817 --> 00:04:15,807
เครื่องหมายอัศเจรีย์กำกับอยู่นั่นเอง

64
00:04:15,807 --> 00:04:19,807
ค่ะ คำเหล่านี้นะคะ ก็คือคำอุทานแสดงอาการ

65
00:04:19,810 --> 00:04:23,805
แสดงอาการนั่นเอง ต่อมาค่ะ เดี๋ยวเรามาดูอีก

66
00:04:23,805 --> 00:04:27,805
คำหนึ่งนะคะ เรามาดูตัวอย่าง

67
00:04:27,811 --> 00:04:31,810
กันก่อน คำว่า "อูย" เมื่อกี้แสดงถึงความหนาว

68
00:04:31,810 --> 00:04:35,803
ใช่ไหมคะ แสดงความรู้สึกเจ็บปวด ต่อมาค่ะ

69
00:04:35,803 --> 00:04:39,803
(คุณครูปรเมษฐ) เย้ แสดงความรู้สึกดีใจนะครับ

70
00:04:39,805 --> 00:04:43,802
แล้วก็คำว่า "เอ๊ะ" นี่แสดงความรู้สึกสงสัย

71
00:04:43,802 --> 00:04:47,802
นั่นเองครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมา เรามาเรียนรู้คำอุทานอีก

72
00:04:47,806 --> 00:04:51,806
ชนิดหนึ่งนะคะ คำอุทานอีกชนิดหนึ่งนี่

73
00:04:51,810 --> 00:04:55,808
คำที่นิยมใช้นำมาเสริมคำหลัก เพื่อให้

74
00:04:55,808 --> 00:04:59,808
ความหมายนี่ชัดเจนยิ่งขึ้นเราจะเรียกคำอุท่าน

75
00:04:59,811 --> 00:05:03,809
คำอีกชนิดนี้ว่าอย่างไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) เขาเรียกว่า "คำอุทาน

76
00:05:03,809 --> 00:05:07,809
เสริมบท" นั่นเองนะครับ เพราะฉะนั้น คำอุทานมี 2 ชนิด

77
00:05:07,823 --> 00:05:11,807
ด้วยกัน ชนิดที่เด็ก ๆ จะได้ศึกษานะครับ เราไปดูกันเลย (คุณครูคณิตา)

78
00:05:11,807 --> 00:05:15,801
เดี๋ยวเราไปดูตัวอย่างกันเลยดีกว่า เขาขยันดู

79
00:05:15,801 --> 00:05:19,801
หนังสือ... เสมอ ถ้าเป็นคุณครูปรเมาฐจะเติมคำว่า

80
00:05:19,803 --> 00:05:23,803
อะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) หนังสือ หนังอะไรนะเด็ก ๆ หนังห

81
00:05:23,806 --> 00:05:27,806
าอยู่เสมอนะครับ (คุณครูคณิตา) หนังหาก็คือคำอุทานเสริมบท

82
00:05:27,809 --> 00:05:31,805
(คุณครูปรเมษฐ) มีความหมายไหมครับ คุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) มีความหมายไหม

83
00:05:31,805 --> 00:05:35,805
(คุณครูปรเมษฐ) อุทานเสริมบทมีไหมลูก เอามาเสริม

84
00:05:35,818 --> 00:05:39,816
เพื่อให้ความหมายมันชัดเจนยิ่งขึ้นนะครับ

85
00:05:39,816 --> 00:05:43,801
อาจจะสัมผัส

86
00:05:43,801 --> 00:05:47,801
(คุณครูคณิตา) ลองให้คุณครูปรเมษฐแยกดูสิคะ ว่า

87
00:05:47,805 --> 00:05:51,805
หนังสือหนังหา คำหลักคือคำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ช่วยกันดู

88
00:05:51,810 --> 00:05:55,810
ครับ คำหลักคือคำว่า "หนังสือ" คำเสริม

89
00:05:55,813 --> 00:05:59,809
หนังหา นั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) เก่งมากค่ะ ต่อไป

90
00:05:59,809 --> 00:06:03,804
เรามาดูเป็นไข้ก็ไปกิน

91
00:06:03,804 --> 00:06:07,802
... กินยาซะนะ ถ้าเราบอกว่า

92
00:06:07,802 --> 00:06:11,802
ซะนะ ก็จบใช่ไหมคะ แต่มันมีคำเสริม

93
00:06:11,806 --> 00:06:15,806
กินอีก เราจะเติมคำว่าอะไรดี (คุณครูปรเมษฐ) ฟังเด็ก ๆ ตอบก่อน

94
00:06:15,810 --> 00:06:19,805
ดูว่าจะตรงกับครูไหม กินอะไรนะ

95
00:06:19,805 --> 00:06:23,800
กินหยูกกินยาซะนะ

96
00:06:23,800 --> 00:06:27,800
บางคนว่ากินข้าวกินยานี่ถูกไหมครับ ครูคณิตา

97
00:06:27,814 --> 00:06:31,807
(คุณครูคณิตา) กินข้าวกินยา

98
00:06:31,807 --> 00:06:35,807
เป็นไข้ก็ต้องกินยา เพราะฉะนั้น ก็เอาคำว่า

99
00:06:35,821 --> 00:06:39,805
กินหยูกมาเสริมให้มันคล้องกันไป ความหมายชัดเจนยิ่งขึ้น

100
00:06:39,805 --> 00:06:43,805
(คุณครูคณิตา) เราจะเห็นผู้หลักผู้ใหญ่ใช่ไหม

101
00:06:43,810 --> 00:06:47,810
พูดคำเหล่านี้ (คุณครูปรเมษฐ) ผู้หลักผู้ใหญ่ของครูคณิตาเป็นคำอุทาน

102
00:06:47,813 --> 00:06:51,813
เสริมบทนั่นเองค่ะ คำว่า

103
00:06:51,832 --> 00:06:55,808
ผู้หลักนะ เป็นคำอุทานเสริมบท ส่วนคำว่า ผู้ใหญ่

104
00:06:55,808 --> 00:06:59,808
ก็คือเป็นคำหลักนั่นเอง เอาล่ะค่ะ

105
00:06:59,818 --> 00:07:03,803
เรามาพิจารณาดูดีกว่า คำหลักคำว่า... (คุณครูปรเมษฐ) "กิน

106
00:07:03,803 --> 00:07:07,803
ยา" นะครับ แล้วก็คำเสริมก็คือคำว่า

107
00:07:07,810 --> 00:07:11,808
กินหยูกนั่นเองนะครับ เด็ก ๆ ครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ

108
00:07:11,808 --> 00:07:15,808
วันนี้นะคะ ก็สอดคล้องกันกับเรื่องที่เราจะ

109
00:07:15,808 --> 00:07:19,808
กำลังจะเริ่มเรียนนะคะ นักเรียนน่าจะได้ความรู้กันเพิ่มแล้ว

110
00:07:19,820 --> 00:07:23,803
นะคะ จุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้ค่ะ

111
00:07:23,803 --> 00:07:27,803
ก็คือ 1. บอกชนิดและหน้าที่ของคำอุทานได้ 2.

112
00:07:27,832 --> 00:07:31,808
(คุณครูปรเมษฐ) ใช้คำอุทานในการสื่อสารได้ 3. ก็คือ

113
00:07:31,808 --> 00:07:35,805
ต้องอภิปรายประโยชน์

114
00:07:35,805 --> 00:07:39,805
ในชีวิตประจำวันของหนู ๆ นั่นเองครับ ไปกันเลย

115
00:07:39,806 --> 00:07:43,806
(คุณครูคณิตา) ค่ะ ให้นักเรียนหยิบใบความรู้ขึ้นมาค่ะ เดี๋ยวเราจะ

116
00:07:43,808 --> 00:07:47,808
มาศึกษาใบความรู้กันก่อนนะคะ เดี๋ยวครูจะให้

117
00:07:47,809 --> 00:07:51,806
เวลานักเรียนนะคะ สักครู่หนึ่งในการอ่านใบความ

118
00:07:51,806 --> 00:07:55,806
รู้เกี่ยวกับเรื่องคำอุทาน แล้วเดี๋ยวเรามา

119
00:07:55,817 --> 00:07:59,803
เจอกันอีกครั้งค่ะ

120
00:07:59,803 --> 00:08:03,803

121
00:08:03,807 --> 00:08:07,802

122
00:08:07,802 --> 00:08:11,801

123
00:08:11,801 --> 00:08:15,800

124
00:08:15,800 --> 00:08:19,800

125
00:08:19,800 --> 00:08:23,800

126
00:08:23,800 --> 00:08:27,800

127
00:08:27,800 --> 00:08:31,800

128
00:08:31,802 --> 00:08:35,800

129
00:08:35,800 --> 00:08:39,800

130
00:08:39,800 --> 00:08:43,800

131
00:08:43,800 --> 00:08:47,800

132
00:08:47,800 --> 00:08:51,800

133
00:08:51,803 --> 00:08:55,799

134
00:08:55,799 --> 00:08:59,799

135
00:08:59,802 --> 00:09:03,802

136
00:09:03,807 --> 00:09:07,801

137
00:09:07,801 --> 00:09:11,800

138
00:09:11,800 --> 00:09:15,800

139
00:09:15,801 --> 00:09:19,800

140
00:09:19,800 --> 00:09:23,800

141
00:09:23,800 --> 00:09:27,800

142
00:09:27,800 --> 00:09:31,800

143
00:09:31,802 --> 00:09:35,801

144
00:09:35,801 --> 00:09:39,801

145
00:09:39,806 --> 00:09:43,800

146
00:09:43,800 --> 00:09:47,800

147
00:09:47,800 --> 00:09:51,800

148
00:09:51,800 --> 00:09:55,800

149
00:09:55,815 --> 00:09:59,800

150
00:09:59,800 --> 00:10:03,800

151
00:10:03,800 --> 00:10:07,800

152
00:10:07,802 --> 00:10:11,799

153
00:10:11,799 --> 00:10:15,799

154
00:10:15,800 --> 00:10:19,800

155
00:10:19,824 --> 00:10:23,800

156
00:10:23,800 --> 00:10:27,800

157
00:10:27,806 --> 00:10:31,801

158
00:10:31,801 --> 00:10:35,801

159
00:10:35,804 --> 00:10:39,804

160
00:10:39,808 --> 00:10:43,800

161
00:10:43,800 --> 00:10:47,800

162
00:10:47,801 --> 00:10:51,800

163
00:10:51,800 --> 00:10:55,800

164
00:10:55,800 --> 00:10:59,800

165
00:10:59,802 --> 00:11:03,802
(คุณครูคณิตา) เป็นอย่างไรกันบ้างคะนักเรียน ในการ

166
00:11:03,805 --> 00:11:07,805
อ่านทบทวนความรู้นะคะ เกี่ยวกับเรื่องคำอุทาน นักเรียนอ่านเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ เดี๋ยวเรามาสรุป

167
00:11:07,806 --> 00:11:11,803
เรื่องคำอุทาน นักเรียนคงอ่านเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

168
00:11:11,803 --> 00:11:15,801
ไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ คำอุทาน คำอุทาน

169
00:11:15,801 --> 00:11:19,801
คืออะไร คืออะไร คะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) คำอุทาน คือ

170
00:11:19,807 --> 00:11:23,800
คำที่เปล่งออกมาเพื่อแสดง

171
00:11:23,800 --> 00:11:27,800
อารมณ์ความรู้สึกของผู้พูดนั่นเองนะครับ เช่น อารมณ์

172
00:11:27,810 --> 00:11:31,803
เสียใจ, ดีใจ, ประหลาดใจ, สงสาร

173
00:11:31,803 --> 00:11:35,803
ต่าง ๆ นี่ที่เป็นอารมณ์ความรู้สึกของตัง

174
00:11:35,804 --> 00:11:39,804
เราก็มักจะอุทานออกมานั่นเองครับ เด็ก ๆ

175
00:11:39,820 --> 00:11:43,806
ครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ซึ่งคำอุทานมักจะอยู่หน้าประโยค

176
00:11:43,806 --> 00:11:47,806
นะคะ จะมีเครื่องหมายอัศเจรีย์อยู่ด้านหลัง

177
00:11:47,818 --> 00:11:51,804
นั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะนักเรียน บอกคุณครูได้ไหมคะ ว่า

178
00:11:51,804 --> 00:11:55,804
ชนิดของคำอุทานมีกี่ชนิดเอ่ย

179
00:11:55,808 --> 00:11:59,808
ตอบได้ไหมเอ่ย คุณครูปรเมษฐคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม (คุณครูคณิตา)

180
00:11:59,812 --> 00:12:03,808
บอกนักเรียนหน่อยสิคะ ว่าคำอุทานมี

181
00:12:03,808 --> 00:12:07,807
กี่ชนิด (คุณครูปรเมษฐ) มีทั้งหมดกี่ชนิดลูก 3

182
00:12:07,807 --> 00:12:11,807
ลบไป 1 เหลือ 2 ชนิดนั่นเอง เด็ก ๆ มี 2 ชนิดนะ

183
00:12:11,807 --> 00:12:15,805
อุทานเสริมบทกับอุทานอะไรนะ (คุณครูคณิตา) อุทานแสดงอาการ

184
00:12:15,805 --> 00:12:19,805
อาการนั่นเองครับ (คุณครูคณิตา) แสดงอาการ

185
00:12:19,811 --> 00:12:23,803
กันก่อนนะคะ คำอุทานแสดงอาการแสดง

186
00:12:23,803 --> 00:12:27,803
อารมณ์ความรู้สึกโดยตรงของผู้พูด

187
00:12:27,803 --> 00:12:31,803
มักอยู่หน้าประโยคและมักมีเครื่องหมายอัศเจรีย์กำกับ

188
00:12:31,816 --> 00:12:35,811
ค่ะ ส่วนคำอุทานเสริมบทล่ะคะ ครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ)

189
00:12:35,811 --> 00:12:39,811
คำอุทานเสริมบทนะครับ จะเป็นการใช้

190
00:12:39,824 --> 00:12:43,801
นะลูกนะ ใช้เพื่อเน้นความหมาย

191
00:12:43,801 --> 00:12:47,801
ครูบอกให้ความหมายมันมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น อันนี้ไม่จำเป็นต้อง

192
00:12:47,806 --> 00:12:51,806
ใส่เครื่องหมายอัศเจรีย์กำกับนะลูก (คุณครูปรเมษฐ

193
00:12:51,806 --> 00:12:55,806
เราก็มักจะเจอคำอุทาน และใช้คำอุทานเหล่านี้

194
00:12:55,817 --> 00:12:59,810
ในชีวิตประจำวันครูเชื่อว่า

195
00:12:59,810 --> 00:13:03,807
นักเรียนนะคะ ก็จะต้องใช้คำอุทานเหล่านี้

196
00:13:03,807 --> 00:13:07,807
ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นคำอุทานในชีว

197
00:13:07,820 --> 00:13:11,820
คำอุทานเสริมบทนี่ อย่างน้อยเราจะต้องได้ยินนะ

198
00:13:11,825 --> 00:13:15,800
สัก 1 คำนะ

199
00:13:15,800 --> 00:13:19,800
โอเคค่ะ ต่อมาค่ะ เรามาดูตัวอย่างชนิดของคำ

200
00:13:19,824 --> 00:13:23,802
อุทานกันดีกว่า เอ้ เราจะเริ่มตัวอย่างคำอุทานชนิดไหน

201
00:13:23,802 --> 00:13:27,800
กันก่อนดีนะ เรามาเริ่มตัวอย่าง

202
00:13:27,800 --> 00:13:31,800
คำอุทานแสดงอาการ

203
00:13:31,800 --> 00:13:35,800
กันก่อนเลยนะคะ อย่างแรกเลยค่ะ แสดงการร้องเรียก

204
00:13:35,818 --> 00:13:39,813
หรือบอกให้รู้ตัวค่ะ เราจะใช้คำอุทาน

205
00:13:39,813 --> 00:13:43,813
เหล่านี้ว่าอะไรบ้างคะ (คุณครูปรเมษฐ) แน่ะ, นี่แน่ะ, เฮ้ เป็นกา

206
00:13:43,814 --> 00:13:47,810
รยกตัวอย่างนะ อย่างเช่น วินมานั่งอยู่นี่เอง

207
00:13:47,810 --> 00:13:51,804
เฮ้ วินมานั่งอยู่นี่เอง

208
00:13:51,804 --> 00:13:55,804
(คุณครูคณิตา) วินนี่ก็คือ วินมอเตอร์ไซต์

209
00:13:55,807 --> 00:13:59,805
หมายถึงชื่อนะ จะเป็นวินมอเตอร์ไซค์ก็ได้นะ

210
00:13:59,805 --> 00:14:03,802
มารับ (คุณครูคณิตา) ก็ถือว่าเป็นการเรียกนะ

211
00:14:03,802 --> 00:14:07,802
เรียกมาเหมือนกันนะคะ ได้ทั้งหมดนะคะ นักเรียน อันต่อมานะคะ

212
00:14:07,816 --> 00:14:11,806
แสดงความตกใจ คุณครูปรเมษฐคะ (คุณครูปรเมษฐ) ว้าย

213
00:14:11,806 --> 00:14:15,802
, ตายจริง, คุณพระช่วย

214
00:14:15,802 --> 00:14:19,802
ถ้าเกิดเป็นของฝรั่งเขาจะเรียกว่าอะไรนะ โอ้พระเจ้า

215
00:14:19,831 --> 00:14:23,820
โอ้ พระเจ้า หรือว่าอะไรครับ (คุณครูคณิตา) Oh My

216
00:14:23,820 --> 00:14:27,805
God ของฝรั่งเขา อย่างเช่นตัวอย่างนี้นะ ว้าย

217
00:14:27,805 --> 00:14:31,803
ต้องบอกว่าอย่างไรเด็ก ๆ ว้าย คนตกน้ำนะ

218
00:14:31,803 --> 00:14:35,802
น่าจะเป็นเสียงของอะไร ถ้าผู้ชาย

219
00:14:35,802 --> 00:14:39,802
จะว้ายไหม ก็ว้ายล่ะ แต่ว้ายแบบไม่ต้องแสดงอาการมาก

220
00:14:39,813 --> 00:14:43,805
เห้ย คนตกน้ำอะไรประมาณนั้นนะครับ (คุณครูคณิตา) ถ้าเราจะ

221
00:14:43,805 --> 00:14:47,805
ใช้คำอุทานอื่นได้ไหมครับ

222
00:14:47,808 --> 00:14:51,804
(คุณครูปรเมษฐ) ได้สิครับ ใช้ได้ดูที่บริบทเลย

223
00:14:51,804 --> 00:14:55,804
ตายจริง คนตกน้ำนี่ ทำอย่างไรดี คุณพระช่วยคนตก

224
00:14:55,808 --> 00:14:59,808
น้ำ มันจะดีหรือไม่ดีนี่ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เราจะต้องใช้

225
00:14:59,826 --> 00:15:03,818
คำอุทานให้ถูกต้องด้วยนะคะ ขึ้นอยู่กับ

226
00:15:03,818 --> 00:15:07,814
บริบทด้วยนะคะ ตายจริงคนตกน้ำ

227
00:15:07,814 --> 00:15:11,812
แล้วอย่างไรต่อ เราก็ไม่รู้สิคะ มันก็ผิดนะ (คุณครูปรเมษฐ)

228
00:15:11,812 --> 00:15:15,812
คุณครูคณิตายกตัวอย่างตายจริงนี่

229
00:15:15,815 --> 00:15:19,804
(คุณครูคณิตา) ตายจริง วันนี้ฉันลืมทำการบ้านมา

230
00:15:19,804 --> 00:15:23,804
ก็คือเป็นการแสดงความตกใจ

231
00:15:23,806 --> 00:15:27,803
นั่นเองนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) โอ้ คุณพระช่วย ฉันสอบได้ที่

232
00:15:27,803 --> 00:15:31,803
1 นี่ได้ไหม (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ นี่ก็เป็น

233
00:15:31,825 --> 00:15:35,806
ตัวอย่างนะคะ นักเรียน เอาล่ะค่ะ ต่อมาค่ะ แสดงความเสียดาย

234
00:15:35,806 --> 00:15:39,803
ผิดหวัง สงสาร ตัวอย่างมีอะไรบ้างคะ

235
00:15:39,803 --> 00:15:43,803
(คุณครูปรเมษฐ) โถ, โธ่, อนิจจัง, พุทโธ่

236
00:15:43,804 --> 00:15:47,804
ถ้าเกิดภาษาเพชรบุรี คำว่า "อนิจจัง

237
00:15:47,813 --> 00:15:51,803
" ใช้คำว่า "อนิจจัง"

238
00:15:51,803 --> 00:15:55,803
เป็นคำอุทานภาษาถิ่นนะ

239
00:15:55,804 --> 00:15:59,804
ยกตัวอย่างนี่อะไรนี่ ลูกนกหรือ ยกตัวอย่าง โถ่

240
00:15:59,814 --> 00:16:03,804
นกเปียกฝน นี่เป็นต้นนะครับ (คุณครูคณิตา) แสดง

241
00:16:03,804 --> 00:16:07,804
ถึงความสงสารนะคะ ต่อมาค่ะ

242
00:16:07,805 --> 00:16:11,805
แสดงความไม่พอใจโกรธเคือง

243
00:16:11,808 --> 00:16:15,805
คุณครูปรเมษฐคะ (คุณครูปรเมษฐ) เหม่, ฮึ่ม

244
00:16:15,805 --> 00:16:19,805
, ชิชะ, ดูดู๋ เล่นด้วยทำเคลิ้มนะ

245
00:16:19,805 --> 00:16:23,803
นี่คือการแสดงความไม่พอใจ สมมตอันนี้คือครู

246
00:16:23,803 --> 00:16:27,803
คณิตานี่ เข้าใจหารูปนะคะ

247
00:16:27,803 --> 00:16:31,803
ฮึ่ม ใครหยิบกระเป๋าของฉันไป ถ้าให้เหมือนชีวิตจริง

248
00:16:31,816 --> 00:16:35,805
ไหมครูคณิตา หึ้ม ใครเอาโทรศัพท์ฉันไป

249
00:16:35,805 --> 00:16:39,804
เอามาคืนเดี๋ยวนี้ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ การหยิบของผู้

250
00:16:39,804 --> 00:16:43,803
ถือว่าการหยิบของผู้อื่นโดยที่

251
00:16:43,803 --> 00:16:47,803
ไม่ได้รับอนุญาตถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดี  เราไม่ควรทำนะคะ

252
00:16:47,808 --> 00:16:51,803
ต่อมาค่ะ ข้อที่ 5 ค่ะ แสดงความประหลาดใจค่ะ

253
00:16:51,803 --> 00:16:55,802
เช่นอะไรบ้าง คะ (คุณครูปรเมษฐ) ฮะ, ฮ้า, ว้าว, โอ้โฮ

254
00:16:55,802 --> 00:16:59,800

255
00:16:59,800 --> 00:17:03,800
ตัวอย่างนี่ เจ้าบ่าว เจ้าสาวใช่ไหม แต่งประโยค

256
00:17:03,803 --> 00:17:07,803
ว่า โอ้โฮ เจ้าบ่าวเจ้าสาว

257
00:17:07,810 --> 00:17:11,802
หล่อสวยทั้งคู่เลย เป็นการแสดงความประหลาดใจ

258
00:17:11,802 --> 00:17:15,802
อย่างหนึ่งนั่นเองนะคะ นักเรียน

259
00:17:15,804 --> 00:17:19,804
เอาล่ะค่ะ ข้อที่ 6 ค่ะ แสดงถึงความเข้าใจหรือรับรู้ เราจะใช้

260
00:17:19,810 --> 00:17:23,801
คำว่า "อือ, อ๋อ"

261
00:17:23,801 --> 00:17:27,801
ตัวอย่าง อ๋อ เข้าใจแล้ว นี่คือเป็นตัวอย่าง

262
00:17:27,807 --> 00:17:31,802
นะคะ นักเรียนต่อมาค่ะ แสดงความ

263
00:17:31,802 --> 00:17:35,802
เจ็บปวดค่ะ ให้คุณครูปรเมษฐเป็นผู้แสดงดีกว่าค่ะ

264
00:17:35,814 --> 00:17:39,805
(คุณครูปรเมษฐ) โอ๊ย เจ็บ

265
00:17:39,805 --> 00:17:43,805
แบบคนแก่ ถ้าคนวัยรุ่นก็ โอ๊ย

266
00:17:43,812 --> 00:17:47,800

267
00:17:47,800 --> 00:17:51,800
ได้ไหม ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ได้ ก็ถือเป็นคำ

268
00:17:51,809 --> 00:17:55,804
อุทานเหมือนกันนะคะ คำว่า "โอย", "โอ้ย

269
00:17:55,804 --> 00:17:59,804
" (คุณครูปรเมษฐ) โอ้ย เจ็บจังเลยให้นักเรียนดูหน่อย (คุณครูคณิตา) โอ้ย

270
00:17:59,816 --> 00:18:03,801
เจ็บจังเลยนี่ก็คือเป็นคำ...

271
00:18:03,801 --> 00:18:07,801
(คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเจ็บมาก ๆ ถ้าเจ็บมาก ๆ ว่าอย่างไรนะ (คุณครูคณิตา)

272
00:18:07,807 --> 00:18:11,803
เมื่อกี้ก็คือเจ็บแล้วนะคะ

273
00:18:11,803 --> 00:18:15,801
คำว่า "โอ้ย" เหมือนเดิมค่ะ

274
00:18:15,801 --> 00:18:19,801
เอาล่ะค่ะ ต่อมาค่ะ แสดงความพอใจ

275
00:18:19,807 --> 00:18:23,805
เบื่อหน่ายนะคะ เราจะใช้คำว่าอะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ)

276
00:18:23,805 --> 00:18:27,802
เฮ่อ เฮ่อเหนื่อยจังเลย เฮ่อ

277
00:18:27,802 --> 00:18:31,802
รถติดอีกแล้ว ไปสอนนักเรียนไม่ทันแน่เลย

278
00:18:31,803 --> 00:18:35,803
(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เบื่อหน่ายแสดงถึงการที่

279
00:18:35,810 --> 00:18:39,809
รถนะคะ จราจรติดขัดนั่นเอง ต่อมาค่ะ แสดงถึงความ

280
00:18:39,809 --> 00:18:43,801
โล่งใจ (คุณครูปรเมษฐ) เฮอ เฮอ

281
00:18:43,801 --> 00:18:47,801
ทำการบ้านเสร็จเสียที (คุณครูคณิตา) นั่น

282
00:18:47,810 --> 00:18:51,802
สิคะ คำถึงแสดงถึงความ

283
00:18:51,802 --> 00:18:55,802
โล่งใจค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เฮอ ถึงเชียงใหม่เสียที นั่งรถมา

284
00:18:55,806 --> 00:18:59,806
ตั้ง 3 วันแล้ว (คุณครูคณิตา) โอ้โฮ 3 วันเลยหรือค

285
00:18:59,809 --> 00:19:03,801
ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็แวะไปตลอดทาง

286
00:19:03,801 --> 00:19:07,801
จนถึง 3 วัน (คุณครูคณิตา) นึกว่าไม่ลงจากรถเลย

287
00:19:07,803 --> 00:19:11,803
ว่าเป็นความอดทนที่ดีมากเลยนะคะ ต่อมาค่ะ แสดงความ

288
00:19:11,809 --> 00:19:15,809
ดีใจค่ะ ตัวอย่างคำว่า ไชโย

289
00:19:15,811 --> 00:19:19,802
ตัวอย่าง ไชโยเราชนะแล้ว มีตัวอย่าง

290
00:19:19,802 --> 00:19:23,802
อื่นไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไชโย

291
00:19:23,816 --> 00:19:27,809
บอลไทยได้ไปบอลโลกแล้ว เป็นต้นนะครับ (คุณครูคณิตา)

292
00:19:27,809 --> 00:19:31,805
คือ คำเหล่านี้นะคะ เป็นคำอุทานแสดงอาการค่ะ

293
00:19:31,805 --> 00:19:35,803
นักเรียนคะ ดูทั้ง 10 ตัวอย่างแล้ว

294
00:19:35,803 --> 00:19:39,803
เดี๋ยวนักเรียนอาจจะลืมคำอุทานอีกชนิดหนึ่ง

295
00:19:39,813 --> 00:19:43,804
ไปหรือเปล่า คำอุทานอีกชนิดหนึ่งก็คือคำอุทาน

296
00:19:43,804 --> 00:19:47,803
เสริมบท หรือคำสร้อยนั่นเองค่ะ

297
00:19:47,803 --> 00:19:51,803
ตัวอย่างกันเลยนะคะ คำอุทานเสริมบท

298
00:19:51,804 --> 00:19:55,804
คำสร้อยคือคำที่เสริมเข้าไปเพื่อให้

299
00:19:55,820 --> 00:19:59,803
เกิดความคล้องจอง คำเสริมจะไม่มีความหมาย เป็นการเน้นคำ

300
00:19:59,803 --> 00:20:03,801
ให้ชัดเจน อย่างเช่นที่คุณครูได้ยกตัวอย่างไป

301
00:20:03,801 --> 00:20:07,800
ใช่ไหมคะคุณครูปรเมษฐ คำว่า "หนังสือหนังหา" หนังหา

302
00:20:07,800 --> 00:20:11,800
ไม่มีความหมาย แต่เป็นการเติมเข้าไป

303
00:20:11,804 --> 00:20:15,801
เพื่อให้มีความหมายชัดเจนยิ่งขึ้น อย่างเช่น คำ

304
00:20:15,801 --> 00:20:19,801
ที่คุณครูก็ได้พูดไป ผู้ใหญ่มีความหมาย

305
00:20:19,806 --> 00:20:23,805
ผู้หลักมีความหมายไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่มีครับ เอามาให้

306
00:20:23,805 --> 00:20:27,805
คล้องจองเป็นคำสร้อยเฉย ๆ ถ้าผู้หลักผู้ใหญ่ก็

307
00:20:27,807 --> 00:20:31,803
คู่กับลุกเด็กเล็กแดง คำก็มีคำเดียว หมายถึงคำว่า ลูกเด

308
00:20:31,803 --> 00:20:35,803
หรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) คำว่าเด็ก

309
00:20:35,816 --> 00:20:39,816
ทั่ว ๆ ไป ลูกเด็กเล็กแดง

310
00:20:39,826 --> 00:20:43,802
ให้มัน (คุณครูคณิตา) ให้มันดูแบบคล้องจอง

311
00:20:43,802 --> 00:20:47,802
นะคะ เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเรามาดูตัวอย่างกันเลยดีกว่านะคะ ตัวอย่างคำอุทาน

312
00:20:47,812 --> 00:20:51,807
เสริมบทค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) กระดูกกระเดี๊ยว

313
00:20:51,807 --> 00:20:55,807
ดูตัวแดงนะนักเรียน (คุณครูคณิตา) กระดูกกระเดี้ยว กระดูกเป็นคำหลัก

314
00:20:55,820 --> 00:20:59,820
ใช่ไหมเป็นคำหลักนะคะ

315
00:21:00,799 --> 00:21:04,799
ส่วนคำว่ากระเดี้ยวเป็นคำเสริมนั่นเอง ต่อมา

316
00:21:04,802 --> 00:21:08,802
(คุณครูปรเมษฐ) เข้าอก เข้าใจ มันได้เข้าไปในอกไหม

317
00:21:08,813 --> 00:21:12,800
มันไม่ได้เข้าไปในอกนะ มันคือการเข้าอกเข้าใจ แต่

318
00:21:12,800 --> 00:21:16,800
เข้าใจนี่มีความหมายเสริมให้เข้าใจยิ่งขึ้น

319
00:21:16,809 --> 00:21:20,807
ผู้หลัก ผู้ใหญ่ เป็นต้นนะคะ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ

320
00:21:20,807 --> 00:21:24,807
มือไม้ (คุณครูปรเมษฐ) เขาจะพูดถึงอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) พูดถึงมือค่ะ

321
00:21:24,812 --> 00:21:28,806
(คุณครูปรเมษฐ) พูดถึงแม่ อย่างเช่น แหมเด็กคนนี้

322
00:21:28,806 --> 00:21:32,806
อะไรเด็กคนนี้เป็นอย่างไร (คุณครูคณิตา) มือไม้ก็คือเป็น

323
00:21:32,808 --> 00:21:36,803
การไม่เคารพ หรือเป็นการไม่ไหว้ผู้ใหญ่อะไรอย่างนี้

324
00:21:36,803 --> 00:21:40,803
(คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) ตัวอย่าง ยกตัวอย่าง เช่น

325
00:21:40,804 --> 00:21:44,804
คำว่า "ปากเปิก" ถามว่าคำหลักคือคำอะไร

326
00:21:44,814 --> 00:21:48,800
ก็คือคำว่าปากนั่นเองนะ

327
00:21:48,800 --> 00:21:52,800
ส่วนคำสร้อย คำที่เสริมเข้ามาคือคำว่า เปิด

328
00:21:52,807 --> 00:21:56,807
ไม่มีสัมมาคารวะเลย

329
00:21:56,810 --> 00:22:00,798
เป็นการเสริมเข้าไปนั่นเอง

330
00:22:00,798 --> 00:22:04,798
ต่อมาค่ะ ปืนผาหน้าไม้

331
00:22:04,820 --> 00:22:08,820
(คุณครูปรเมษฐ) คล้อวจองเลยนะครับ (คุณครูคณิตา) คล้องเลยค่ะ เติมเข้าไป

332
00:22:08,831 --> 00:22:12,798
ตึกรามบ้านช่อง

333
00:22:12,798 --> 00:22:16,798
ก็คือบ้านนะ บ้านช่องที่เราอยู่นั่นเองนะคะ

334
00:22:16,802 --> 00:22:20,802
เรามาดูให้นักเรียนค่ะ ลอง

335
00:22:20,803 --> 00:22:24,802
เติมดูนะคะ ว่าคำอุทานเสริมบท นักเรียนจะเติมคำว่าอะไร

336
00:22:24,802 --> 00:22:28,802
ลงไป (คุณครูปรเมษฐ) ไปกันเลยครับ ข้อที่ 1 เติมครับ

337
00:22:28,803 --> 00:22:32,803
1 2 3 เติมว่า ถูกต้องครับ ลืมหูลืมตา

338
00:22:32,826 --> 00:22:36,804
เตรียมตัวให้พร้อมนะครับ 1 2 3

339
00:22:36,804 --> 00:22:40,804
หมดอะไรนะ หมดเรี่ยวหมด

340
00:22:40,812 --> 00:22:44,805
แรงนะครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ รำคาญ

341
00:22:44,805 --> 00:22:48,805
เราจะเติมคำว่าอะไรเอ่ย

342
00:22:48,809 --> 00:22:52,808
รำคงรำคาญเห็นไหมคะ คำเหล่านี้

343
00:22:52,808 --> 00:22:56,803
เป็นคำอุทานเสริมบทนั่นเอง จะสังเกตดูนะคะ ว่า

344
00:22:56,803 --> 00:23:00,799
จะไม่มีเครื่องหมาย เครื่องหมายอะไรกำกับอยู่ด้านหลังนะคะ

345
00:23:00,799 --> 00:23:04,798
ตอบได้ไหม เอ่ย นั่นก็คือเครื่องหมาย

346
00:23:04,798 --> 00:23:08,798
อัศเจรีย์นั่นเองค่ะ นอกจากนี้ยังมีอะไรอีกคะ

347
00:23:08,819 --> 00:23:12,804
คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) นอกจากนี้นะครับ คำอุทานเสริมบทยังอยู่

348
00:23:12,804 --> 00:23:16,804
ที่อยู่ในบทสร้อยกลอนโครง เช่น

349
00:23:16,811 --> 00:23:20,811
แล, นา, แฮ,

350
00:23:20,811 --> 00:23:24,798
เฮย, อ้า, โอ้

351
00:23:24,798 --> 00:23:28,798
อย่างเช่น บทโคลงสี่สุภาพนักเรียนจะต้องเคยได้ยินและ

352
00:23:28,810 --> 00:23:32,798
เคยท่องแล้ว เสียงลือ เสียงเล่าอ้าง

353
00:23:32,798 --> 00:23:36,798
อันใด พี่เอย เอยตัวนี้ก็ลงมา

354
00:23:36,808 --> 00:23:40,798
เป็นคำสร้อย เสียงยศ

355
00:23:40,798 --> 00:23:44,798
พี่หลับใหล ลืมตื่น ลืมพี่ สอง...

356
00:23:44,798 --> 00:23:48,798
เผื่อ นี่คำพวกนี้นี่จะไปใส่ตอนท้ายโคลง

357
00:23:48,799 --> 00:23:52,799
ให้เกิดความไพเราะยิ่งขึ้น ซึ่งมีความหมายไหมครับ (คุณครูคณิตา) ไม่มี

358
00:23:52,824 --> 00:23:56,798
ความหมายนั่นเองนะคะ ต่อมาค่ะ นอกจากนี้นะคะ

359
00:23:56,798 --> 00:24:00,798
นอกจากนี้นะคะ มีคำอุทานที่มีเลียนเสียงธรรมชาติด้วย

360
00:24:00,802 --> 00:24:04,797
อย่างเช่น คำว่า ปืนค่ะ

361
00:24:04,797 --> 00:24:08,797
เสียงปืน ปืนเวลาเราได้ยินมันจะเป็นเสียงอย่างไร

362
00:24:08,797 --> 00:24:12,797
เอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) ตู้ม ปัง ๆ นะครับ

363
00:24:12,799 --> 00:24:16,799
(คุณครูคณิตา) ตู้มนี่เสียงระเบิดหรือเปล่าคุณครูปรเมษฐ

364
00:24:16,800 --> 00:24:20,798
M79 RPG (คุณครูคณิตา) อันนี้ครูก็ไม่ค่อยมีความรู้

365
00:24:20,798 --> 00:24:24,798
เรื่องปืนนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ถ้าลูกกดนะ ลูกซองจะดัง ปัง ๆ

366
00:24:24,802 --> 00:24:28,800
ดังเปรี้ยง เพราะฉะนั้น เดี๋ยวเด็ก ๆ

367
00:24:28,800 --> 00:24:32,800
จะเข้าใจผิด มันจะต้องปังอย่างเดียว หลายชนิด ดังได้หลายอย่าง

368
00:24:32,803 --> 00:24:36,799
ปืนนี่ ปัง ปัง ถูกที่สุดละ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ

369
00:24:36,799 --> 00:24:40,799
เสียงน้ำไหลค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) น้ำไหลนี่

370
00:24:40,813 --> 00:24:44,813
เป็นการบอกให้เรามีกำลังใจนะ

371
00:24:44,836 --> 00:24:48,805
ซู่ ซู่ (คุณครูคณิตา) ต่อมา ไก่ขันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ทำบ้าง

372
00:24:48,805 --> 00:24:52,801
(คุณครูคณิตา) ไก่ขัน (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ทำให้ครูฟังบ้าง

373
00:24:52,801 --> 00:24:56,794
1 2 3 เยี่ยมมากนะครับ

374
00:24:56,794 --> 00:25:00,794
ขันทั้งตัวผู้และตัวเมียเลย ตัวผู้

375
00:25:00,807 --> 00:25:04,807
ขันอย่างไร ตัวเมียมันขันหรือคุณครูคณิตา คุณครูคณิตา

376
00:25:04,812 --> 00:25:08,801
ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ครูปรเมษฐคะ ผู้มีความรู้นี่

377
00:25:08,801 --> 00:25:12,801
ตอบคุณครูได้ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ)

378
00:25:12,805 --> 00:25:16,804
ตัวเมียไม่ขัน ตัวผู้ขันอย่างเดียวนะครับ ขันให้ฟังอีกเที่ยวหนึ่ง

379
00:25:16,804 --> 00:25:20,798
1 2 3 เก่งจังเลย ให้ทำอะไรก็ทำเด็กพวกนี้นี่ ไป

380
00:25:20,798 --> 00:25:24,797
ดีกว่าครับ (คุณครูคณิตา) ลองทำเสียงธรรมชาติ

381
00:25:24,797 --> 00:25:28,797
ให้เด็ก ๆ ฟังสิคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เอ๊ก

382
00:25:28,806 --> 00:25:32,796
อิ เอ๊ก เอ๊ก อันนี้ไก่กำลัง

383
00:25:32,796 --> 00:25:36,796
ฝึกขัน ถ้าไก่โต้งนี่ เวลาเราไว้ทำไก่ชนจะขันอีก

384
00:25:36,799 --> 00:25:40,794
แบบหนึ่ง เอ๊ก อิ เอ๊ก เอ๊ก

385
00:25:40,794 --> 00:25:44,794
แต่ถ้าไก่แจ้นี่ ก็จะเป็น

386
00:25:44,794 --> 00:25:48,794
เอ้ก อันนี้ไก่แจ้นะครับ (คุณครูคณิตา)

387
00:25:48,804 --> 00:25:52,804
เด็ก ๆ ปรบมือให้คุณครูปรเมษฐหน่อยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็

388
00:25:52,806 --> 00:25:56,799
นแล้วนะ (คุณครูคณิตา) มีความรู้เรื่องไก่เป็นอย่างมากเลยนะคะ

389
00:25:56,799 --> 00:26:00,799
ขอนับถือและชื่นชมเลยค่ะ คุณครูคณิตาก็คงได้แค่ เอ๊ก อิ เอ๊ก เอ๊

390
00:26:00,800 --> 00:26:04,800
ก ได้เพียงแค่เอ้กอีเอ้กเอ้ก เท่านั้นนะคะ

391
00:26:04,814 --> 00:26:08,810
(คุณครูปรเมษฐ) นี่ แล้วไก่ของฝรั่งไม่ได้ขันแบบนี้นะ (คุณครูคณิตา) ขัน

392
00:26:08,810 --> 00:26:12,795
อย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) อะไรสักอย่างนี่ล่ะ

393
00:26:12,795 --> 00:26:16,795
ครูนก ครูสอนภาษาอังกฤษ ครูอัญชรี

394
00:26:16,797 --> 00:26:20,797
เขานะ เขาจะรู้ว่าขันอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เรา

395
00:26:20,800 --> 00:26:24,798
มาทำกิจกรรมไปพร้อม ๆ กันเลยนะคะ อ่านบทสนทนา

396
00:26:24,798 --> 00:26:28,795
ต่อไปนี้แล้วเติมคำลงในช่องว่าง เดี๋ยวทำไป

397
00:26:28,795 --> 00:26:32,795
พร้อม ๆ กันเลยนะคะ ... เธอไปทำอะไรมา

398
00:26:32,796 --> 00:26:36,793
มือถึงได้เลอะเทอะ

399
00:26:36,793 --> 00:26:40,793
อย่างนี้ เราจะตอบว่าอย่างไรดีนะ

400
00:26:40,794 --> 00:26:44,794
เอ๊ะ เธอไปทำอะไรมา อะไรคะ

401
00:26:44,794 --> 00:26:48,794
คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) มือไม้ถึงได้เละเทอะ

402
00:26:48,801 --> 00:26:52,801
เลอะเทอะคู่กับคำว่า "เปรอะเปื้อน

403
00:26:52,804 --> 00:26:56,798
" นั่นเอง เอ๊ะ นี่คืออะไร

404
00:26:56,798 --> 00:27:00,794
มือไม้ถึงได้เลอะเทอะเปอะเปื้อน

405
00:27:00,794 --> 00:27:04,794
(คุณครูคณิตา) คำเหล่านี้ก็เป็นคำอุทานเสริมบทนะคะ

406
00:27:04,817 --> 00:27:08,796
ต่อมาค่ะ ไม่น่าถามเลย

407
00:27:08,796 --> 00:27:12,796
ฉันก็ระบายสีไงล่ะ แล้วเธอล่ะ กินข้าวหรือยัง

408
00:27:12,798 --> 00:27:16,798
จะตอบว่าอะไรดีนะ (คุณครูปรเมษฐ) บี

409
00:27:16,818 --> 00:27:20,796
จะพูดอย่างไรก่อน อุทานมาครับ โธ่

410
00:27:20,796 --> 00:27:24,793
ไม่น่าถามเลย ฉันก็ระบายสีไงล่ะ

411
00:27:24,793 --> 00:27:28,793
แล้วเธอกินข้าวกินปลาหรือยัง เยี่ยมเลย

412
00:27:28,801 --> 00:27:32,794
นะครับ เยี่ยมเลยครับ เด็ก ๆ

413
00:27:32,794 --> 00:27:36,793
อุทานเสริมบท

414
00:27:36,793 --> 00:27:40,793
ฉันกินข้าวแล้วแต่ต้องกิน (คุณครูคณิตา)

415
00:27:40,794 --> 00:27:44,794
มันมีคู่กับคำว่ากินยา เด็ก ๆ ครับ กินอะไร กินหยูก

416
00:27:44,796 --> 00:27:48,796
อยู่ กินยาสักหน่อย เพราะ

417
00:27:48,816 --> 00:27:52,797
รู้สึกเจ็บคอ อ่านผิดยุ่งเลยนะ ดีนะ

418
00:27:52,797 --> 00:27:56,797
ที่ไปหาหมอมาแล้วก่อนจะป่วยหนัก

419
00:27:56,800 --> 00:28:00,793
จน... จนอะไร จนล้มหมอนนอนเสื่อ

420
00:28:00,793 --> 00:28:04,793
ก็เป็นคำแสดงถึงอาการเจ็บป่วย

421
00:28:04,793 --> 00:28:08,793
คำอุทานเสริมบทนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เอาล่ะค่ะ นักเรียน

422
00:28:08,794 --> 00:28:12,794
เวลาที่นักเรียนรอคอยนะคะ ให้นักเรียน

423
00:28:12,794 --> 00:28:16,794
ค่ะ หยิบใบงานเรื่อง คำอุทานสื่ออารมณ์

424
00:28:16,809 --> 00:28:20,793
ขึ้นมาค่ะ เดี๋ยวเรานะคะ

425
00:28:20,793 --> 00:28:24,793
จะมาให้นักเรียนได้ทำใบงาน

426
00:28:24,793 --> 00:28:28,793
เรื่อง คำอุทานสื่ออารมณ์ บทบาทของคุณครูปลายทาง

427
00:28:28,794 --> 00:28:32,794
มีอะไรบ้างคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) บทบาทของนักเรียนปลายทางมีอะไรบ้าง คะ คุณครูปรเมษฐ

428
00:28:32,799 --> 00:28:36,799
ก็ให้ช่วยดูแลการทำงาน รวมถึงการให้คำ

429
00:28:36,799 --> 00:28:40,799
ปรึกษากับนักเรียนนะครับ เชื่อว่า

430
00:28:40,809 --> 00:28:44,806
ตามทันคุณครูต้องให้ความรู้เพิ่มเติมนะครับ

431
00:28:44,806 --> 00:28:48,800
เพื่อเขาเหล่านั้นจะสามารถทำรายงานได้อย่างราบรื่นและมี

432
00:28:48,800 --> 00:28:52,796
เพื่อนคนอื่นครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เดี๋ยวเรามาดู

433
00:28:52,796 --> 00:28:56,796
ใบงานเรื่องคำอุทานสื่ออารมณ์ค่ะ ให้นักเรียน

434
00:28:56,796 --> 00:29:00,793
นะคะ อ่านนิทานเรื่อง แตงโม

435
00:29:00,793 --> 00:29:04,793
เจ้ามดแดงจอมขี้เกียจค่ะ แล้วเลือกคำอุทานจากเรื่องแล้ว

436
00:29:04,797 --> 00:29:08,795
แต่งประโยคค่ะ การแต่งประโยคนี่จำเป็นจะต้อง

437
00:29:08,795 --> 00:29:12,795
เอาในเนื้อเรื่องเข้ามาไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่จำเป็นครับ เราเอาคำ

438
00:29:12,797 --> 00:29:16,797
อุทานจากเรื่องมาเฉย ๆ แล้วเราก็มา

439
00:29:16,797 --> 00:29:20,797
แต่งประโยคใหม่ โดยสมมติเหตุการณ์ขึ้นเอง

440
00:29:20,798 --> 00:29:24,796
ครับ เป็นการที่เราสามารถประเมินค่าได้

441
00:29:24,796 --> 00:29:28,796
ถ้าทำได้ก็ถือว่าประสบผลสำเร็จในการเรียนวันนี้ครับ

442
00:29:28,800 --> 00:29:32,797
ตัวอย่างนะคะ ของนิทาน

443
00:29:32,797 --> 00:29:36,797
เดี๋ยวเรามาดูตัวอย่างของใบงานกันเลยนะคะ จงยกตัวอย่างของคำ

444
00:29:36,799 --> 00:29:40,799
ที่มีคำอุทานจากเรื่อง แตงโมเจ้ามดแดง

445
00:29:40,810 --> 00:29:44,793
จอมขี้เกียจและวิเคราะห์อารมณ์

446
00:29:44,793 --> 00:29:48,793
ในประโยคนั้น ยกตัวอย่างเช่น

447
00:29:48,794 --> 00:29:52,794
อนิจจา เจ้าแตงโมถูกลงโทษอีกแล้ว

448
00:29:52,796 --> 00:29:56,796
อนิจจาเป็นการแสดงอารมณ์อย่างไรคะ

449
00:29:56,796 --> 00:30:00,792
สงสารนั่นเองนะคะ เป็นการ

450
00:30:00,792 --> 00:30:04,792
นำคำอุทานในเรื่องมาแต่ง

451
00:30:04,794 --> 00:30:08,794
ประโยค อย่างที่บอกนะคะ ไม่จำเป็นจะต้องเอา

452
00:30:08,798 --> 00:30:12,798
จากเรื่องมาแต่งนะ ก็คือนำประโยคจากเรื่องอ

453
00:30:12,798 --> 00:30:16,798
อื่น ๆ นี่มาแต่งได้ แต่ต้องใช้อุทานในเรื่องเท่านั้น

454
00:30:16,798 --> 00:30:20,794
ถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวเราไปทำใบงาน

455
00:30:20,794 --> 00:30:24,794
กันเลยดีกว่าค่ะ [เสียงดนตรี]

456
00:30:24,795 --> 00:30:28,792

457
00:30:28,792 --> 00:30:32,792

458
00:30:32,793 --> 00:30:36,793

459
00:30:36,798 --> 00:30:40,794

460
00:30:40,794 --> 00:30:44,794

461
00:30:44,794 --> 00:30:48,792

462
00:30:48,792 --> 00:30:52,792

463
00:30:52,795 --> 00:30:56,792

464
00:30:56,792 --> 00:31:00,792

465
00:31:00,793 --> 00:31:04,792

466
00:31:04,792 --> 00:31:08,792

467
00:31:08,795 --> 00:31:12,793

468
00:31:12,793 --> 00:31:16,793

469
00:31:16,794 --> 00:31:20,792

470
00:31:20,792 --> 00:31:24,792

471
00:31:24,793 --> 00:31:28,793

472
00:31:28,793 --> 00:31:32,793

473
00:31:32,802 --> 00:31:36,794

474
00:31:36,794 --> 00:31:40,792

475
00:31:40,792 --> 00:31:44,792

476
00:31:44,793 --> 00:31:48,793

477
00:31:48,793 --> 00:31:52,793

478
00:31:52,801 --> 00:31:56,795

479
00:31:56,795 --> 00:32:00,793

480
00:32:00,793 --> 00:32:04,793

481
00:32:04,794 --> 00:32:08,793

482
00:32:08,793 --> 00:32:12,793

483
00:32:12,793 --> 00:32:16,793

484
00:32:16,794 --> 00:32:20,792

485
00:32:20,792 --> 00:32:24,792

486
00:32:24,793 --> 00:32:28,792

487
00:32:28,792 --> 00:32:32,792

488
00:32:32,792 --> 00:32:36,792

489
00:32:36,793 --> 00:32:40,793

490
00:32:40,793 --> 00:32:44,793

491
00:32:44,795 --> 00:32:48,795

492
00:32:48,795 --> 00:32:52,793

493
00:32:52,793 --> 00:32:56,793

494
00:32:56,793 --> 00:33:00,793

495
00:33:00,794 --> 00:33:04,794

496
00:33:04,796 --> 00:33:08,795

497
00:33:08,795 --> 00:33:12,795

498
00:33:12,795 --> 00:33:16,795

499
00:33:16,795 --> 00:33:20,794

500
00:33:20,794 --> 00:33:24,794

501
00:33:24,795 --> 00:33:28,795

502
00:33:28,796 --> 00:33:32,793

503
00:33:32,793 --> 00:33:36,793

504
00:33:36,793 --> 00:33:40,793

505
00:33:40,793 --> 00:33:44,793

506
00:33:44,795 --> 00:33:48,792

507
00:33:48,792 --> 00:33:52,792

508
00:33:52,793 --> 00:33:56,793

509
00:33:56,793 --> 00:34:00,793

510
00:34:00,793 --> 00:34:04,793

511
00:34:04,793 --> 00:34:08,793

512
00:34:08,793 --> 00:34:12,793

513
00:34:12,793 --> 00:34:16,793

514
00:34:16,794 --> 00:34:20,794

515
00:34:20,796 --> 00:34:24,796

516
00:34:24,799 --> 00:34:28,793

517
00:34:28,793 --> 00:34:32,793

518
00:34:32,793 --> 00:34:36,793

519
00:34:36,793 --> 00:34:40,793

520
00:34:40,794 --> 00:34:44,794

521
00:34:44,808 --> 00:34:48,798

522
00:34:48,798 --> 00:34:52,794

523
00:34:52,794 --> 00:34:56,793

524
00:34:56,793 --> 00:35:00,793

525
00:35:00,794 --> 00:35:04,794

526
00:35:04,796 --> 00:35:08,793

527
00:35:08,793 --> 00:35:12,793

528
00:35:12,793 --> 00:35:16,793

529
00:35:16,793 --> 00:35:20,793

530
00:35:20,796 --> 00:35:24,793

531
00:35:24,793 --> 00:35:28,793

532
00:35:28,804 --> 00:35:32,794

533
00:35:32,794 --> 00:35:36,792

534
00:35:36,792 --> 00:35:40,792

535
00:35:40,795 --> 00:35:44,792

536
00:35:44,792 --> 00:35:48,792

537
00:35:48,793 --> 00:35:52,793

538
00:35:52,793 --> 00:35:56,793

539
00:35:56,794 --> 00:36:00,793

540
00:36:00,793 --> 00:36:04,793

541
00:36:04,794 --> 00:36:08,794

542
00:36:08,796 --> 00:36:12,794

543
00:36:12,794 --> 00:36:16,793

544
00:36:16,793 --> 00:36:20,793

545
00:36:20,795 --> 00:36:24,793

546
00:36:24,793 --> 00:36:28,793

547
00:36:28,793 --> 00:36:32,793

548
00:36:32,793 --> 00:36:36,793

549
00:36:36,793 --> 00:36:40,793

550
00:36:40,794 --> 00:36:44,793

551
00:36:44,793 --> 00:36:48,793

552
00:36:48,793 --> 00:36:52,793

553
00:36:52,793 --> 00:36:56,793

554
00:36:56,793 --> 00:37:00,793

555
00:37:00,795 --> 00:37:04,793

556
00:37:04,793 --> 00:37:08,793

557
00:37:08,793 --> 00:37:12,793

558
00:37:12,797 --> 00:37:16,793

559
00:37:16,793 --> 00:37:20,793

560
00:37:20,794 --> 00:37:24,794

561
00:37:24,796 --> 00:37:28,796

562
00:37:28,796 --> 00:37:32,794

563
00:37:32,794 --> 00:37:36,794

564
00:37:36,795 --> 00:37:40,795

565
00:37:40,800 --> 00:37:44,800

566
00:37:44,803 --> 00:37:48,797

567
00:37:48,797 --> 00:37:52,793

568
00:37:52,793 --> 00:37:56,793

569
00:37:56,793 --> 00:38:00,793

570
00:38:00,803 --> 00:38:04,793

571
00:38:04,793 --> 00:38:08,793

572
00:38:08,793 --> 00:38:12,793

573
00:38:12,793 --> 00:38:16,793

574
00:38:16,793 --> 00:38:20,793

575
00:38:20,794 --> 00:38:24,794

576
00:38:24,796 --> 00:38:28,796

577
00:38:28,816 --> 00:38:32,794

578
00:38:32,794 --> 00:38:36,794

579
00:38:36,795 --> 00:38:40,793

580
00:38:40,793 --> 00:38:44,793

581
00:38:44,794 --> 00:38:48,794

582
00:38:48,794 --> 00:38:52,794

583
00:38:52,799 --> 00:38:56,794

584
00:38:56,794 --> 00:39:00,793

585
00:39:00,793 --> 00:39:04,793

586
00:39:04,793 --> 00:39:08,793

587
00:39:08,793 --> 00:39:12,793

588
00:39:12,794 --> 00:39:16,794

589
00:39:16,796 --> 00:39:20,794

590
00:39:20,794 --> 00:39:24,794

591
00:39:24,797 --> 00:39:28,793

592
00:39:28,793 --> 00:39:32,793

593
00:39:32,793 --> 00:39:36,792

594
00:39:36,792 --> 00:39:40,792

595
00:39:40,793 --> 00:39:44,793

596
00:39:44,796 --> 00:39:48,795

597
00:39:48,795 --> 00:39:52,794

598
00:39:52,794 --> 00:39:56,793

599
00:39:56,793 --> 00:40:00,793

600
00:40:00,800 --> 00:40:04,799

601
00:40:04,799 --> 00:40:08,793

602
00:40:08,793 --> 00:40:12,793

603
00:40:12,793 --> 00:40:16,793

604
00:40:16,794 --> 00:40:20,794

605
00:40:20,800 --> 00:40:24,796
(คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนคะ ทำ

606
00:40:24,796 --> 00:40:28,796
ใบงานเสร็จกันแล้วหรือยังเอ่ย ถ้าเสร็จแล้ว

607
00:40:28,799 --> 00:40:32,795
อย่าลืมส่งคุณครูปลายทางด้วยนะคะ

608
00:40:32,795 --> 00:40:36,795
ถ้ายังไม่เสร็จนี่ก็ให้นักเรียนหาเวลาว่างทำ

609
00:40:36,796 --> 00:40:40,796
แล้วส่งคุณครูด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะ วันนี้ก่อนที่จะ

610
00:40:40,803 --> 00:40:44,795
สรุปบทเรียนเขียนองค์ความรู้ คุณครูก็มี

611
00:40:44,795 --> 00:40:48,795
กิจกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้นักเรียนได้ร่วมกันเล่นกับคุ

612
00:40:48,797 --> 00:40:52,797
ณครูปรเมษฐ กันเล่นนะคะ กับคุณครูปรเมษฐนะคะ นี่

613
00:40:52,807 --> 00:40:56,794
ก็คือซองขนม หรือซองลูกอมนั่นเอง เป็นซองลูกอม

614
00:40:56,794 --> 00:41:00,794
คำอุทานนะคะ เดี๋ยวเรา

615
00:41:00,794 --> 00:41:04,794
มาแบ่งชนิดกันนะว่าคำอุทานในซอง

616
00:41:04,796 --> 00:41:08,796
ขนมนี้ เป็นคำอุทานชนิดใดบ้าง

617
00:41:08,796 --> 00:41:12,793
นะคะ เด็ก ๆ นี่จะต้องช่วยคุณคร

618
00:41:12,793 --> 00:41:16,793
คุณครูปรเมษฐด้วยนะคะ คุณครูปรเมษฐพร้อมหรือยังคะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นลูกอมหรือขนม

619
00:41:16,797 --> 00:41:20,797
ก็ทั้งลูกอม ทั้งขนม แล้วแต่

620
00:41:20,800 --> 00:41:24,799
ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเด็ก ๆ อยากได้ทำอย่างไรครับ

621
00:41:24,799 --> 00:41:28,798
(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ทำนะคะ สามารถที่จะขอไฟล์ได้นะคะ

622
00:41:28,798 --> 00:41:32,797
แต่จะต้องทำเองนะคะ

623
00:41:32,797 --> 00:41:36,797
เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเรามาเริ่มเล่นกันดีกว่านะคะคุณครูปรเม

624
00:41:36,797 --> 00:41:40,796
ษฐ เลือกด้วยนะครับ เด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ

625
00:41:40,796 --> 00:41:44,796
อย่าลืมช่วยคุณครูปรเมษฐด้วยนะคะ คำแรกนะคะ นักเรียน

626
00:41:44,799 --> 00:41:48,798

627
00:41:48,798 --> 00:41:52,794

628
00:41:52,794 --> 00:41:56,794
ตอบถูกนี่ แกะรับประทานได้เลยไหม

629
00:41:56,794 --> 00:42:00,794
(คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ เด็ก ๆ อยากรับประทานจริง ๆ หรือคะ

630
00:42:00,797 --> 00:42:04,794
คุณครูปรเมษฐคุณครูปรเมษฐ

631
00:42:04,794 --> 00:42:08,794
จะรับประทานจริง ๆ หรือคะ (คุณครูปรเมษฐ) ผมก็คิดแทน

632
00:42:08,801 --> 00:42:12,796
นักเรียน ครูคณิตาบอกเป็นขนมลูกอม

633
00:42:12,796 --> 00:42:16,796
เด็ก ๆ ดูประโยคแรกนะ เวรกรรมจริงหนอ

634
00:42:16,797 --> 00:42:20,797
กินหนอ ใครช่างทำได้ลงคอ

635
00:42:20,799 --> 00:42:24,799
คำว่า "หนอ" ใช่ไหมครับคุณครูคณิตา

636
00:42:24,830 --> 00:42:28,798
มันเป็นคำอุทานแบบใด หนอนี่เป็นคำ

637
00:42:28,798 --> 00:42:32,797
อุทานอะไรครับ

638
00:42:32,797 --> 00:42:36,796
แสดงคำอุทานค่ะ อย่างที่บอกนะคะ

639
00:42:36,796 --> 00:42:40,796
ก็คือมีเครื่องหมายอะไรอยู่คะ นั่นก็คือเครื่องหมาย

640
00:42:40,799 --> 00:42:44,799
อัศเจรีย์นั่นเองค่ะ เพราะฉะนั้น

641
00:42:45,795 --> 00:42:49,795
เป็นคำอุทานแสดงอาการนั่นเองค่ะ

642
00:42:49,796 --> 00:42:53,796
(คุณครูปรเมษฐ) ไชโย พวกเราชนะแล้ว เด็ก ๆ

643
00:42:53,797 --> 00:42:57,794
ครับ ก็ตอบได้เลยครับ

644
00:42:57,794 --> 00:43:01,794
แสดงอาการดีใจ ไชโย (คุณครูคณิตา) ต่อมา

645
00:43:01,797 --> 00:43:05,797
เดี๋ยวเรามาดูกันเลยดีกว่า

646
00:43:05,798 --> 00:43:09,796
(คุณครูปรเมษฐ) โอ้ย เจ็บ

647
00:43:09,796 --> 00:43:13,794
จังเลย ตอบได้เลยนี่ครับ เป็นคำ... เยี่ยมครับ

648
00:43:13,794 --> 00:43:17,794
แสดงอาการเจ็บปวดนั่นเอง แสดงอาการ

649
00:43:17,802 --> 00:43:21,794
เจ็บปวดนะครับ หนังสือหนังหา

650
00:43:21,794 --> 00:43:25,794
ก็เป็นคำอุทานอะไรลูก คำอุทานแสดง

651
00:43:25,801 --> 00:43:29,796
ใช่ไหม ไม่ใช่

652
00:43:29,796 --> 00:43:33,796
หนังสือหนังหานะครับ (คุณครูคณิตา) แหม่ครูปรเมษฐ

653
00:43:33,845 --> 00:43:37,795
พูดสะคุณครูคณิตาตกใจเลยนะคะ

654
00:43:37,795 --> 00:43:41,795
ต่อมาค่ะ

655
00:43:41,796 --> 00:43:45,796
(คุณครูปรเมษฐ) กินข้าว กินปลา กินพิซซ่า

656
00:43:45,797 --> 00:43:49,797
แหม ทำกันได้ลงคอนะ

657
00:43:49,799 --> 00:43:53,799
กินข้าวกินปลาเด็ก ๆ ครับ เป็นคำอุทานชนิดไหน

658
00:43:53,819 --> 00:43:57,794
คำอุทานเสริมบทนั่นเอง

659
00:43:57,794 --> 00:44:01,794
ครับ แหม ทำกันได้ลงคอ ก็เป็นคำอุทานแสดงอาการนั่นเอง

660
00:44:01,799 --> 00:44:05,799
นะครับ ใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ชุด

661
00:44:05,800 --> 00:44:09,800
สุดท้ายค่ะ คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) อ๋อ ฉัน

662
00:44:09,822 --> 00:44:13,796
เข้าใจแล้วล่ะ เพราะว่าฉันขี้หลงขี้ลืม

663
00:44:13,796 --> 00:44:17,796
แต่งเป็นประโยคเลย อ๋อ คำอุทาน

664
00:44:17,802 --> 00:44:21,795
อะไรลูก คำอุทานแสดงอาการครับ เอ๊ะ หรือ

665
00:44:21,795 --> 00:44:25,795
อ๋อ นี่เข้าใจไหม (คุณครูคณิตา) เข้าใจค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอ๊ะ หรือ อ๋อ ครับ

666
00:44:25,798 --> 00:44:29,798
(คุณครูคณิตา) เอ๊ะ สงสัยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าอ๋อเข้าใจนักเรียนอ๋อ

667
00:44:29,798 --> 00:44:33,798
ครับ อ๋อ เยี่ยม ๆ ใช้ได้ ขี้หลง ขี้ลืม

668
00:44:33,802 --> 00:44:37,799
เป็นคำอุทานเสริมบทครับ เยี่ยมครับ เด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ

669
00:44:37,799 --> 00:44:41,799
นักเรียน นักเรียนนี่ก็คงเข้าใจเป็นที่

670
00:44:41,801 --> 00:44:45,798
เรียบร้อยแล้วว่าคำอุทานมีทั้งหมด 2 ชนิด

671
00:44:45,798 --> 00:44:49,798
นะคะ เดี๋ยวเราจะมาสรุปองค์ความรู้กันเลยดีกว่าค่ะ

672
00:44:49,829 --> 00:44:53,798
(คุณครูปรเมษฐ) นี่ไง อ๋อ เข้าใจแล้วล่ะ (คุณครูคณิตา) มาถึงช่วง

673
00:44:53,798 --> 00:44:57,798
ท้ายบทค่ะ สรุปบทเรียนเขียนองค์ความรู้ วันนี้คุณครู

674
00:44:57,798 --> 00:45:01,794
ก็มีคำถามมาถามนักเรียนค่ะ

675
00:45:01,794 --> 00:45:05,794
คำอุทานมีกี่ชนิด และมีหน้าที่อย่างไรบ้าง นักเรียน

676
00:45:05,812 --> 00:45:09,797
ตอบได้ไหมคะ คุณครูเชื่อว่า

677
00:45:09,797 --> 00:45:13,796
นักเรียนตอบได้นะคะ เพราะว่าเราย้ำไปหลายครั้งมากเลย

678
00:45:13,796 --> 00:45:17,796
ใช่ไหมคะ คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่แล้วครับ ตอบมาแล้ว

679
00:45:17,797 --> 00:45:21,797
2 ชนิดนั่นเองนะครับ คือ คำอุทานบอกชนิดหรือค

680
00:45:21,798 --> 00:45:25,798
แสดงอาการนะครับ คำที่แสดงอาการ

681
00:45:25,802 --> 00:45:29,802
ของผู้พูดเราเรียกว่า "อุทานแสดงอาการ"

682
00:45:29,819 --> 00:45:33,797
ก็คือคำอุทาน

683
00:45:33,797 --> 00:45:37,797
เสริมบทนั่นเป็นคำสร้อย ใช้เพื่อเน้นความหมายคำให้มันชัดเจน

684
00:45:37,799 --> 00:45:41,798
หรือเพื่อความคล้องจองกันนะครับ อันนี้ก็คือ

685
00:45:41,798 --> 00:45:45,798
ชนิดและก็หน้าที่ของคำอุทานใช่ไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา)

686
00:45:45,801 --> 00:45:49,801
ใช่แล้วค่ะ ต่อมาค่ะ มาดูอีกคำถามหนึ่งค่ะ

687
00:45:49,806 --> 00:45:53,796
การใช้คำอุทานในการสื่อสารมีประโยชน์อย่างไร

688
00:45:53,796 --> 00:45:57,796
นักเรียนนี่ก็คงจะตอบได้แล้วใช่ไหมคะ

689
00:45:57,801 --> 00:46:01,795
การสื่อสารในชีวิตประจำวันนี่

690
00:46:01,795 --> 00:46:05,795
อย่างที่บอกนะคะ จะต้องมีคำอุทานเพิ่มเติมเข้าไป

691
00:46:05,795 --> 00:46:09,795
อยู่แล้วบางครั้งเราอาจจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ได้ อย่าง

692
00:46:09,798 --> 00:46:13,795
ที่คุณครูปรเมษฐไปฉีดวัคซีนมา ครูปรเมษฐ

693
00:46:13,795 --> 00:46:17,795
ก็ได้อุทานออกมาถึงคำว่า "โอ๊ย" แสดงถึง

694
00:46:17,805 --> 00:46:21,797
ความเจ็บป่วยนะคะ ฉะนั้นนี่

695
00:46:21,797 --> 00:46:25,797
การใช้คำอุทานนี่ก็เพื่อให้

696
00:46:25,806 --> 00:46:29,797
สารให้สารที่เราจะสื่อนั้นชัดเจนยิ่งขึ้นนะคะ

697
00:46:29,797 --> 00:46:33,797
ชัดเจนยิ่งขึ้นนั่นเองค่ะ มีอะไรเพิ่มเติมไหมคะคุณครูปรเมษฐ

698
00:46:33,798 --> 00:46:37,797
(คุณครูปรเมษฐ) มันเป็นการสื่อสารให้ชัดเจนใช่ไหมครูคณิตา

699
00:46:37,797 --> 00:46:41,797
เพื่อแสดงถึงอารมณ์ความรู้สึกของเรา

700
00:46:41,800 --> 00:46:45,794
คำอุทาน เด็ก ๆ ครับ ทำไมถึงต้องเรียนล่ะ

701
00:46:45,794 --> 00:46:49,794
บอกว่ามันเป็นคำที่เราใช้ในชีวิตอยู่แล้ว ก็อย่างที่บอก

702
00:46:49,798 --> 00:46:53,797
หลายคนอาจจะเกิด โอ้ พระเจ้า

703
00:46:53,797 --> 00:46:57,796
เซอร์ไพร์สเลยก็ได้ นี่ฉันพูดคำพวกนี้อยู่แล้ว

704
00:46:57,796 --> 00:47:01,794
เขาเรียกว่าคำอุทาน นี่ไงทำไม

705
00:47:01,794 --> 00:47:05,794
จะต้องเรียน เรียนเพื่ออะไร เพื่อรู้หลักของมัน

706
00:47:05,799 --> 00:47:09,799
ได้รู้ความหมายของมันว่าสิ่งที่หนูพูดกันในชีวิตประจำวัน

707
00:47:09,807 --> 00:47:13,807
มันคือคำอุทานนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ การที่เรา

708
00:47:13,813 --> 00:47:17,795
เรียนรู้นี่มันก็มีคุณธรรมนะคะ

709
00:47:17,795 --> 00:47:21,795
ความขยันหมั่นเพียร ไฝ่เรียนใฝ่รู้ค่ะ ก็เป็นการเพิ่ม

710
00:47:21,799 --> 00:47:25,796
องค์ความรู้ให้กับตัวนักเรียนด้วยค่ะ เอาล่ะค่ะ

711
00:47:25,796 --> 00:47:29,796
เรามาดูบทเรียนครั้งถัดไปค่ะ เราจะเรียนกันในเรื่องประโยครวม

712
00:47:29,810 --> 00:47:33,799
สิ่งที่จะต้องเตรียมมี

713
00:47:33,799 --> 00:47:37,799
อะไรบ้างคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) สิ่งที่เด็ก ๆ ต้องเตรียมนะครับ ใบงาน

714
00:47:37,819 --> 00:47:41,796
เรื่องประโยคสามัญ ประโยครวม แล้วก็

715
00:47:41,796 --> 00:47:45,796
ประโยคซ้อนนะครับ แล้วก็ใบงานเรื่องประโยครวม

716
00:47:45,798 --> 00:47:49,798
ไอ้ประโยครวมนี่ เมื่อก่อนเขาเรียกว่าประโยคความ

717
00:47:49,798 --> 00:47:53,797
รวมใช่ไหม (คุณครูปรเมษฐ) แต่ในบรรทัดฐานเป็นองค์รวม เดี๋ยวเด็ก ๆ

718
00:47:53,797 --> 00:47:57,797
ไม่เข้าใจ ไปศึกษาเพิ่มเติมมาก่อนนะ กลับไปวันนี้นี่

719
00:47:57,797 --> 00:48:01,797
ไปเปิดดูในหนังสือภาษาพาที หรือไป

720
00:48:01,803 --> 00:48:05,796
ค้นหาใน WWW. หรืออินเทอร์เน็ตต

721
00:48:05,796 --> 00:48:09,794
เพื่อสร้างองค์ความรู้มาก่อน

722
00:48:09,794 --> 00:48:13,794
(คุณครูคณิตา) นักเรียนนะคะ ก็สามารถ

723
00:48:13,797 --> 00:48:17,797
ดาวน์โหลดได้ที่นี้เลยค่ะ

724
00:48:17,803 --> 00:48:21,798
วันนี้คุณครูคณิตาและคุณครูปรเมษฐก็

725
00:48:21,798 --> 00:48:25,794
ต้องขอลานักเรียนไปก่อนนะคะ

726
00:48:25,794 --> 00:48:29,794
สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]

727
00:48:29,794 --> 00:48:33,794

728
00:48:33,794 --> 00:48:37,794

729
00:48:37,801 --> 00:48:41,793

730
00:48:41,793 --> 00:48:45,793

731
00:48:45,802 --> 00:48:49,793

732
00:48:49,793 --> 00:48:53,793
-

733
00:48:53,793 --> 00:48:57,793

734
00:48:57,794 --> 00:49:01,794

735
00:49:01,805 --> 00:49:05,805


