--- title: ฝึก PE ห้อง 4591 (DLTV ภาษาไทย ป. 6 หน่วยที่ 5) ๖ คำอุทาน ๒๓ ส.ค. ๖๔ (มีใบงาน และใบความรู้) ฟารุต subtitle: date: วันพุธที่ 11 พฤษภาคม 2565 เวลา 09.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) สวัสดีคุณครูและนักเรียนปลปลายทางทุกคน วันนี้พบกับครูคณิตาในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ วันนี้นักเรียนไม่ต้องตกใจนะคะ เนื่องจากคุณปรเมษฐนี่ไปฉีดวัคซีนค่ะ ทำให้ครูปรเมษฐนี่ ไปฉีดวัคซีนค่ะ จไม่สามารถที่จะมาสอนในรายชั่วโมงนี้ได้ค่ะ เอาล่ะค่ะ นักเรียน นักเรียนตอบคำถามกับครูได้ไหมคะ ว่าเรียนเรื่องอะไรเอ่ยเรื่องอะไรคะ นั่นก็คือเรื่องคำอุทานนั่นเองค่ะ เดี๋ยวเราไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ปวดแขนสงสัยไม่มีแฟนมาเคียงกาย เอชา เอชา เด็ก ๆ ช่วยกันรับด้วย ชา ชะ ชา ช่าชา ฉะ ฉ่า ชา นอย แม่ จะไม่มาได้อย่างไรคะ (คุณครูคณิตา) ไหนบอกว่าจะไม่มาไงคะ (คุณครูปรเมษฐ) จะไม่มาได้ไงครับ เรื่องคำอุทานนี่ เรื่องชอบ (คุณครูคณิตา) แล้วเมื่อกี้คุณครูคณิตาพูดว่าอะไรนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) โอ้ย (คุณครูคณิตา) โอ้ยขนาดนี้ทำไมคะ (คุณครูปรเมษฐ) โดนฉีดยามา พอเห็นหมอเขาถือเข็มปุ๊บผมก็ตกใจกระโดดเข็มก็ถิ่มทำให้เจ็บหนักกว่าเดิมนะครับ ไปฉีดวรรคซีนมาครับ เด็ก ๆ ครับ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ ไม่ควรเอาเป็นตัวอย่างนะคะ ให้แพทย์หรือพยาบาลฉีดนะคะ ไม่อย่างนั้นก็จะเจ็บปวดเหมือนคุณครูปรเมษฐก็ได้นะคะ วันนี้เข้าเรื่องกันเลยนะคะ เราจะมาเรียนกันเรื่องคำอุทานมาดูกันเลยค่ะ พร้อมที่จะเรียนกันหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้ว เดี๋ยวเราไปเรียนรู้กันเลยค่ะ เดี๋ยวคุณครูนะคะ จะให้นักเรียนนะคะ สังเกตแล้วก็พิจารณาแล้วลองเติมคำอุทานดูนะคะ ว่านักเรียนจะเติมคำว่าอะไรเดี๋ยวจะให้คุณครูปรเมษฐนะคะ เป็นผู้เฉลยค่ะ จะเติมคำว่าอะไรดีเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) หนาว (คุณครูคณิตา) หนาวใช่ไหมคะ เราจะเติมคำว่า (คุณครูปรเมษฐ) อูย หนาวจังเลย (คุณครูคณิตา) ถูกไหมเอ่ย เดี๋ยวเราไปดูข้อถัดไปกันเลยดีกว่าค่ะ จะได้กลับบ้านแล้วเราจะเติมคำว่าอะไรคะ คุณครูปรเมษฐคะ ถ้าเป็นคุณครูปรเมษฐจะเติมคำว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เย่ได้กลับบ้านแล้วอีกครั้งค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เย้ ได้กลับบ้านแล้ว (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ ละคะ ก็คงจะ เย้ จะได้กลับบ้านแล้วต่อมาค่ะ ที่ไหนนะ เอ๊ เราจะเติมคำว่าอะไรเอ่ย คุณครูปรเมษฐคะ คุณครูปรเมษฐจะเติมคำว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เอ๊ะ เอ้ลืมกระเป๋าสตางค์ไว้ที่ไหนนะ (คุณครูคณิตา) เราใช้ได้หลายคำเลยใช่ไหมคะ คำอุทานนี่ถ้าเป็นคุณครูปรเมษฐนี่ คุณครูปรเมษฐจะใช้คำว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ใช้คำว่าเอ๊ คุณครูปรเมษฐจะใช้คำว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ใช้คำว่าเอ๊ะ นี่ล่ะครับ ได้ ถ้าโอ้ยโอ้ยคือเจ็บนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เอิ๊เป็นข้อสงสัย เอ๊ะ ลืมกระเป๋าสตางค์ไว้ที่ไหนนะนะ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อ๋อ ไม่มี ไม่เคยพก ไม่มีหรอก (คุณครูคณิตา) โอเคค่ะ ต่อมาค่ะ เรามาดูกันเลยนะคะ คำที่แสดงอารมณ์ความรู้สึกของผู้พูด เรียกว่าคำอุทานแสดงอาการและจะมีเครื่องหมายอัศเจรีย์กำกับอยู่นั่นเองค่ะ คำเหล่านี้นะคะ ก็คือคำอุทานแสดงอาการแสดงอาการนั่นเอง ต่อมาค่ะ เดี๋ยวเรามาดูอีกคำหนึ่งนะคะ เรามาดูตัวอย่างกันก่อน คำว่า "อูย" แสดงถึงความหนาวใช่ไหมคะ แสดงความรู้สึกเจ็บปวด ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เย่ แสดงความรู้สึกดีใจนะครับ และก็คำว่า "เอ๊ะ" นี่แสดงความรู้สึกสงสัยนั่นเองครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมา เรามาเรียนรู้คำอุทานอีกชนิดหนึ่งนะคะ คำอุทานอีกชนิดหนึ่งนี่คำที่นิยมใช้นำมาเสริมคำหลัก เพื่อให้ความหมายนี่ชัดเจนยิ่งขึ้นเราจะเรียกคำอุท่านคำชนิดนี้ว่าอย่างไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) เรียกว่าคำอุทานเสริมบทนั่นเองนะครับ เพราะฉะนั้นคำอุทานมี 2 ชนิดด้วยกัน ที่เด็ก ๆ จะได้ศึกษานะครับ เราไปดูกันเลย (คุณครูคณิตา) ไปดูตัวอย่างกันเลยดีกว่า เขาขยันดูหนังสือ ... เสมอ ถ้าเป็นคุณครูปรเมาฐจะเติมคำว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) หนังสือ หนังอะไรนะเด็ก ๆ หนังหอยู่เสมอนะครับ (คุณครูคณิตา) หนังหาก็คือคำอุทานเสริมบท (คุณครูปรเมษฐ) มีความหมายไหมครับ คุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) มีความหมายไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) มีไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) อุทานเสริมบทมีไหมลูก เอามาเสริมเพื่อให้ความหมายมันชัดเจนยิ่งขึ้นนะครับ อาจจะสัมผัสแยกดูสิคะ ว่าหนังสือหนังหา คำหลักคือคำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ช่วยกันดูครับ คำหลักคือคำว่า "หนังสือ" คำเสริมหนังหา นั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) เก่งมากค่ะ ต่อไปเรามาดูเป็นไข้ก็ไปกิน... กินยาซะนะ ถ้าเราบอกว่าซะนะ ก็จบใช่ไหมคะ แต่มันมีคำเสริมกินอีก เราจะเติมคำว่าอะไรดี (คุณครูปรเมษฐ) ฟังเด็ก ๆ ตอบก่อนว่าตรงกับครูไหมกินอะไรนะกินยูกกินยาซะนะบางคนว่ากินข้าวกินยานี่ถูกไหมครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) กินข้าวกินยาเป็นไข้ก็ต้องกินยาเพราะฉะนั้น ก็เอาคำว่ากินหยูกมาเสริมให้มันคล้องกันไป ความหมายชัดเจนยิ่งขึ้นนะครับ เราจะเห็นผู้หลักผู้ใหญ่ใช่ไหมพูดคำเหล่านี้ (คุณครูปรเมษฐ) ผู้หลักผู้ใหญ่ของครูคณิตาเป็นคำอุทานไหม (คุณครูคณิตา) เป็นคำเสริมบทนั่นเองค่ะ คำว่าผู้หลักนะ เป็นคำอุทานเสริมบท ส่วนคำว่า ผู้ใหญ่ก็คือเป็นคำหลักนั่นเอง เอาล่ะค่ะ เรามาพิจารณากันดีกว่า คำหลักคำว่า กินยานะครับ แล้วก็คำเสริมก็คือคำว่ากินหยูกนั่นเองนะครับ เด็ก ๆ ครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ วันนี้นะคะ ก็สอดคล้องกันกับเรื่องที่เราจะกำลังจะเริ่มเรียนนะคะ นักเรียนน่าจะได้ความรู้กันเพิ่มแล้วนะคะ จุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้ค่ะ ก็คือ 1. บอกชนิดและหน้าที่ของคำอุทานได้ 2. (คุณครูปรเมษฐ) ใช้คำอุทานในการสื่อสารได้นะครับ 3. ก็คือสามารถอภิปรายประโยชน์ในการสื่อสารในชีวิตประจำวันของหนู ๆ นั่นเองครับ ไปกันเลย (คุณครูคณิตา) ค่ะ ให้นักเรียนหยิบใบความรู้ขึ้นมาค่ะ เดี๋ยวเราจะมาศึกษาใบความรู้กันก่อนนะคะ เดี๋ยวครูจะให้เวลานักเรียนนะคะ สักครู่หนึ่งในการอ่านใบความรู้เกี่ยวกับเรื่องคำอุทานแล้วเดี๋ยวเรามาเจอกันอีกครั้งค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) เป็นอย่างไรกันบ้างคะนักเรียน ในการอ่านทบทวนความรู้นะคะ เกี่ยวกับเรื่องคำอุทานเดี๋ยวเรามาสรุปเรื่องคำอุทาน นักเรียนคงอ่านเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ คำอุทาน คำอุทานคืออะไร คืออะไร คะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) คำอุทานก็คือคำที่เปล่งออกมาเพื่อแสดงอารมณ์ความรู้สึกของผู้พูดนั่นเองนะครับ เช่น อารมณ์ตกใจ เสียใจ ดีใจ ประหลาดใจ สงสาร ต่าง ๆ นี่ที่เป็นอารมณ์ความรู้สึกของตังเราก็มักจะอุทานออกมานั่นเองครับ เด็ก ๆ ครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ซึ่งคำอุทานมักจะอยู่หน้าประโยคนะคะ จะมีเครื่องหมายอัศเจรีย์อยู่กำกับด้สนหลังนั้นค่ะ เอาล่ะค่ะ นักเรียน บอกคุณครูได้ไหมคะ ว่าชนิดของคำอุทานมีกี่ชนิดเอ่ยตอบได้ไหม เอ่ย คุณครูปรเมษฐคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม (คุณครูคณิตา) บอกนักเรียนหน่อยสิคะว่า คำอุทานมีกี่ชนิดคะ (คุณครูปรเมษฐ) มีทั้งหมดกี่ชนิดลูก 3 ลบไป 1 เหลือ 2 ชนิดนั่นเอง เด็ก ๆ มี 2 ชนิดนะอุทานเสริมบทกับอุทานอะไรนะ (คุณครูคณิตา) อุทานแสดงอาการ (คุณครูปรเมษฐ) อาการนั่นเองครับ (คุณครูคณิตา) แสดงอาการกันก่อนนะคะ คำอุทานแสดงอาการแสดงอารมณ์ความรู้สึกโดยตรงของผู้พูดมักอยู่หน้าประโยคและมักมีเครื่องหมายอัศเจรีย์กำกับค่ะ ส่วนคำอุทานเสริมบทล่ะคะ ครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) คำอุทานเสริมบทนะครับ จะเป็นการใช้นะลูกนะ ใช้เพื่อเน้นความหมายครูบอกให้ความหมายมันมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น อันนี้ไม่จำเป็นต้องใส่เครื่องหมายอัศเจรีย์เสริมบทนะลูกนะ (คุณครูปรเมษฐ) เราก็มักจะเจอคำอุทาน และใช้คำอุทานเหล่านี้ในชีวิตประจำวันครูเชื่อว่านักเรียนนะคะ ก็จะต้องใช้คำอุทานเหล่านี้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นคำอุทานแสดงอาในชีวคำอุทานเสริมบทนี่ อย่างน้อยเราจะต้องได้ยินนะสัก 1 คำนะโอเคค่ะ ต่อมาค่ะ เรามาดูตัวอย่างชนิดของคำอุทานกันดีกว่า เอ้ เราจะเริ่มคำอุทานไหนกันก่อนดีนะ เรามาเริ่มตัวอย่างคำอุทานแสดงอาการกันก่อนเลยนะคะ อย่างแรกเลยค่ะ แสดงการร้องเรียกหรือบอกให้รู้ตัวค่ะ เราจะใช้คำอุทานอะไรบ้าง คะ (คุณครูปรเมษฐ) แน่ะ, นี่แน่ะ, เฮ้ เป็นกาารยกตัวอย่างนะ อย่างเช่น วินมานั่งอยู่นี่เองเฮ้! วินมานั่งอยู่นี่เอง (คุณครูคณิตา) วินนี่ก็คือ วินมอเตอร์ไซต์หมายถึงชื่อนะ จะเป็นวินมอเตอร์ไซค์ก็ได้นะมารับ (คุณครูคณิตา) ก็ถือว่าเป็นการเรียกนะเรียกมาเหมือนกันนะคะ ได้ทั้งหมดนะคะ นักเรียน อันต่อมานะคะ แสดงความตกใจ คุณครูปรเมษฐคะ (คุณครูปรเมษฐ) ว้ายตายจริงว้าย, ตายจริง, คุณพระช่วยถ้าเกิดเป็นของฝรั่งเขาจะเรียกว่าอะไรนะ โอ้พระเจ้าOh พระเจ้า หรือว่าอะไรครับ (คุณครูคณิตา) Oh Myของฝรั่งเขา อย่างเช่นตัวอย่างนี้นะ ว้ายต้องบอกว่าอย่างไรเด็ก ๆ ว้าย คนตกน้ำนะน่าจะเป็นเสียงของอะไร ถ้าผู้ชายจะว้ายไหม ก็ว้ายล่ะ แต่ว้ายแบบไม่ต้องแสดงอาการมากเห้ย คนตกน้ำอะไรประมาณนั้นนะครับ (คุณครูคณิตา) แล้วถ้าเราจะใช้คำอุทานอื่นได้ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ได้สิครับ ใช้ได้ดูที่บริบทเลยตายจริง คนตกน้ำนี่ ทำอย่างไรดี คุณพระช่วยคนตกน้ำ มันจะดีหรือไม่ดีนี่ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เราจะต้องใช้คำอุทานให้ถูกต้องด้วยนะคะ ขึ้นอยู่กับบริบทด้วยนะคะ ตายจริงคนตกน้ำแล้วอย่างไรต่อ เราก็ไม่รู้สิคะ มันก็ผิดนะ (คุณครูปรเมษฐ) ถือว่าผิดบริบท (คุณครูปรเมษฐ) ครูคณิตาจะใช้ (คุณครูคณิตา) ตายจริง วันนี้ฉันลืมทำการบ้านมา ก็คือเป็นการแสดงความตกใจนั่นเองนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) โอ้ คุณพระช่วย ฉันสอบได้ที่หนึ่งนี่ได้ไหม (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ นี่ก็เป็นตัวอย่างนะคะ นักเรียน เอาล่ะค่ะ ต่อมาค่ะ แสดงความเสียดายผิดหวังสงสารตัวอย่างมีอะไรบ้าง คะ (คุณครูปรเมษฐ) โถ โธ่ อนิจจัง พุทโธ่ ถ้าเกิดภาษาเพชรบุรี ใช้คำว่าอนิจจัง อนิจจัง ใช่คำว่า "อนิจจีง" เป็นคำอุทานภาษาถิ่นนะยกตัวอย่างนี่อะไรนี่ ลูกนกหรือ ยกตัวอย่าง โถ่นกเปียกฝน นี่เป็นต้นนะครับ (คุณครูคณิตา) แสดงถึงความสงสารนะคะ ต่อมาค่ะ แสดงความไม่พอใจโกรธเคืองคุณครูปรเมษฐคะ (คุณครูปรเมษฐ) เหม่ อุเหม่ฮึ่มชิชะ เล่นด้วยทพเคลิ้มนะ นี่คือการแสดงความไม่พอใจ สมมตอันนี้คือครูคณิตานี่ เข้าใจหารูปนะคะ ฮึ่ม ใครหยิบกระเป๋าของฉันไป ถ้าให้เหมือนชีวิตจริงไหมครูคณิตา หึ้ม ใครเอาโทรศัพท์ฉันไปเอามาคืนเดี๋ยวนี้ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ การหยิบของผู้ถือว่าการหยิบของผู้อื่นโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดี เราไม่ควรทำนะคะ ต่อมาค่ะ ข้อที่ 5 ค่ะ แสดงความประหลาดใจค่ะ เช่นอะไรบ้างคะ (คุณครูปรเมษฐ) ฮะ, ฮ้า, ว้าว, โอ้โฮ ว้าว โอ้โฮ ตัวอย่างนี่ เจ้าบ่าว เจ้าสาว ใช่ไหม แต่งประโยคว่า โอ้โฮ เจ้าบ่าวเจ้าสาวเป็นการแสดงความประหลายใจอย่างหนึ่งนั่นเองนะคะ นักเรียนเอาล่ะค่ะ ข้อที่ 6 ค่ะ แสดงถึงความเข้าใจหรือรับรู้ เราจะใช้คำว่า "อือ, อ๋อ" อ๋อ เข้าใจแล้ว นี่คือเป็นตัวอย่างนะคะ นักเรียนต่อมาค่ะ แสดงความเจ็บปวดค่ะ ให้คุณครูปรเมษฐเป็นผู้แสดงดีกว่าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) โอ้ย เจ็บแบบคนแก่ ถ้าคนวัยรุ่นก็ โอ้ย โอ้ยได้ไหม ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ได้ ก็ถือเป็นคำอุทานเหมือนกันนะคะ คำว่า โอย โอ้ย (คุณครูปรเมษฐ) โอ้ย เจ็บจังเลยให้นักเรียนดูหน่อย (คุณครูคณิตา) โอ้ยเจ็บจังเลยนี่ก็คือเป็นคำ... (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเจ็บมาก ๆ ถ้าเจ็บมาก ๆ ว่าอย่างไรนะ (คุณครูคณิตา)เมื่อกี้ก็คือเจ็บแล้วนะคะ คำว่า "โอ้ย" เหมือนเดิมค่ะ เอาล่ะค่ะ ต่อมาค่ะ แสดงความพอใจเบื่อหน่ายนะคะ เราจะใช้คำว่าอะไรคะ คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เฮ่อ เฮ่อเหนื่อยจังเลย เฮ่อรถติดอีกแล้ว ไปสอนนักเรียนไม่ทันแน่เลยแบบนี้ (คุณครูคณิตา) ใช่เบื่อหน่ายถึงการที่รถนะคะ จราจรติดขัดนั่นเอง ต่อมาค่ะ แสดงถึงความโล่งใจ (คุณครูปรเมษฐ) เฮอ เฮอทำการบ้านเสร็จเสียที (คุณครูคณิตา) นั่นสิคะ คำถึงแสดงถึงความโล่งใจค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เฮอ ถึงเชียงใหม่เสียที นั่งรถมาตั้ง 3 วันแล้ว (คุณครูคณิตา) โอ้โฮ 3 วันเลยหรือคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็แวะไปตลอดทางครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ครูนึกว่านั่งนานจนถึง 3 วันไม่ลงจากรถเลยว่าเป็นความอดทนที่ดีมากเลยนะคะ ต่อมาค่ะ แสดงความดีใจค่ะ ตัวอย่างคำว่า ไชโยตัวอย่าง ไชโยเราชนะแล้ว มีตัวอย่างอื่นไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไชโยบอลไทยได้ไปบอลโลกแล้ว เป็นต้นนะครับ (คุณครูคณิตา) คือ คำเหล่านี้นะคะ เป็นคำอุทานแสดงอาการค่ะ นักเรียนคะ ดูทั้ง 10 ตัวอย่างแล้วเดี๋ยวนักเรียนอาจจะลืมคำอุทานอีกชนิดหนึ่งไปหรือเปล่า คำอุทานอีกชนิดหนึ่งก็คือคำอุทานเสริมบท หรือคำสร้อยนั่นเองค่ะ ตัวอย่างกันเลยนะคะ คำอุทานเสริมบทคำสร้อยคือคำที่เสริมเข้าไปเพื่อให้เกิดความคล้องจอง คำเสริมจะไม่มีความหมาย เป็นการเน้นคำให้ชัดเจน อย่างที่คุณครูได้ยกตัวอย่างไปคำว่า "หนังสือหนังหา" หนังหานี่จะไม่มีความหมายแต่เป็นการเติมเข้าไปเพื่อให้มีความหมายชัดเจนยิ่งขึ้น อย่างเช่น คำที่คุณครูก็ได้ 4 พูดไป ผู้ใหญ่มีความหมายผู้หลักมีความหมายไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่มีครับ เอามาให้คล้องจองเป็นคำสร้อยเฉย ๆ ถ้าผู้หลักผู้ใหญ่ก็คู่กับลุกเด็กเล็กแดง คำก็มีคำเดียว หมายถึงคำว่า ลูกเด็กเล็กแดงหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) คำว่าเด็กทั่ว ๆ ไป ลูกเด็กเล็กแดงให้มัน (คุณครูคณิตา) ให้มันดูแบบคล้องจองนะคะ เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเรามาดูตัวอย่างกันเลยนะคะ ตัวอย่างคำอุทานเสริมบทค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) กระดูกกระเดี๊ยวดูตัวแดงนะนักเรียน (คุณครูคณิตา) กระดูกกระเดี้ยว กระดูกเป็นคำหลักใช่ไหมเป็นคำหลักนะคะ ส่วนคำว่ากระเดี้ยวเป็นคำเสริมนั่นเอง ต่อมา (คุณครูปรเมษฐ) เข้าอก เข้าใจ มันได้เข้าไปในอกไหม มันไม่ได้เข้าไปอย่างนัคือการเข้าอกเข้าใจ แต่เข้าใจนี่มีความหมายเสริมให้เข้าใจยิ่งขึ้นผู้หลัก ผู้ใหญ่ เป็นต้นนะคะ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ มือไม้ (คุณครูปรเมษฐ) เขาจะพูดถึงอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) พูดถึงมือค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) พูดถึงแม่ อย่างเช่น แหมเด็กคนนี้อะไรเด็กคนนี้เป็นอย่างไร (คุณครูคณิตา) มือไม้ก็คือเป็นการไม่เคารพ หรือเป็นการไม่ไหว้ผู้ใหญ่อะไรอย่างนี้ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) ตัวอย่างหน่อยสิคะ ยกตัวอย่าง เช่นคำว่า "ปากเปิก" ถามว่าคำหลักคือคำอะไรก็คือคำว่าปากนั่นเองนะส่วนคำสร้อย คำที่เสริมเข้ามาคือคำว่า เปิดไม่มีสัมมาคารวะเลยเป็นการเสริมเข้าไปนั่นเอง ต่อมาค่ะ ปืนผาหน้าไม้ (คุณครูปรเมษฐ) คล้องจองเลยนะครับ (คุณครูคณิตา) คล้องเลยค่ะ เติมเข้าไป ต่อมาค่ะ ตึกรามบ้านช่องบ้านนะ บ้านช่องที่เราอยู่นั่นเองนะคะ เรามาดูให้นักเรียนค่ะ ลองเติมดูนะคะ ว่า คำอุทานเสริมบท นักเรียนจะเติมคำว่าอะไรลงไป (คุณครูปรเมษฐ) ไปกันเลยครับ คนเติมนะ ข้อที่ 1 เติมครับ 1 2 3 เติมว่า ถูกต้องครับ ลืมหูลืมตาเตรียมตัวให้พร้อมนะครับ 1, 2, 3หมดอะไรนะ หมดเรี่ยว หมดแรงนะครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ รำคาญเราจะเติมคำว่าอะไรเอ่ยรำคงรำคาญเห็นไหมคะ คำเหล่านี้เป็นคำอุทานเสริมบทนั่นเอง จะสังเกตดูนะคะ ว่าจะไม่มีเครื่องหมาย เครื่องหมายอะไรกำกับคะตอบได้ไหม เอ่ย นั่นก็คือเครื่องหมายอัสเจรนั่นเองค่ะ นอกจากนี้ยังมีอะไรอีกคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) นอกจากนี้นะครับ คำอุทานเสริมบทยังอยู่ที่อยู่ในบทสร้อยกลอนโครง เช่นนา, แฉ, เฮย อ้า โอ้ อย่างเช่น บทโคลงสี่สุภาพนักเรียนต้องเคยได้ยินและเคยท่องแล้ว เสียงลือ เสียงเล่าอ้างอันใด พี่เอย เอยตัวนี้ก็ลงมาเป็นคำสร้อย เสียงย่อมยอยศใคร พี่หลับใหล ลืมตื่น ลืมพี่ สอง...เผื่อ นี่คำพวกนี้นี่จะไปใส่ตอนท้ายโคลงให้เกิดความไพเราะยิ่งขึ้น ซึ่งมีความหมายไหมครับ (คุณครูคณิตา) ไม่มีความหมายนั่นเองนะคะ ต่อมาค่ะ นอกจานี้กนคะะนอกจากนี้นะคะ มีคำอุทานที่มีเลียนเสียงธรรมชาติด้วยอย่างเช่น คำว่า ปืนค่ะ เสียงปืน ปืน เวลาเราได้ยินมันจะเป็นเสียงอย่างไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) ตู้มปัง ๆ นะครับ (คุณครูคณิตา) ตู้มนี่เสียงระเบิดหรือเปล่าคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ปืน M79 RPG (คุณครูคณิตา) อันนี้ครูก็ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องปืนนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ถ้าลูกกดนะ ลูกซองจะดัง ปัง ๆ ดังเปรี้ยง เพราะฉะนั้น เดี๋ยวเด็ก ๆ จะเข้าใจผิด มันจะต้องปังอย่างเดียว หลายชนิด ดังได้หลายอย่างปืนนี่ ปัง ปัง ถูกที่สุดละ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ เสียงน้ำไหลค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) น้ำไหลนี่เป็นการบอกให้เรามีกำลังใจนะ ซู่ ซู่ (คุณครูคณิตา) ต่อมา ไก่ขันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อะ ทำบ้าง (คุณครูคณิตา) ไก่ขัน (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ทำให้ครูฟังบ้าง 1 2 3 เยี่ยมมากนะครับ ขันทั้งตัวผู้และตัวเมียเลย ตัวผู้ขันอย่างไร ตัวเมียมันขันหรือคุณครูคณิตา คุณครูคณิตาไม่รู้เหมือนกันค่ะ ครูปรเมษฐคะผู้มีความรู้นี่ตอบคุณครูได้ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่างเดียวนะครับ ขันให้ฟังอีกเที่ยวหนึ่ง 1 2 3 โอ้โฮ เก่งจังเลย ให้ทำอะไรก็ทำ เด็กพวกนี้นี่ ไปดีกว่าครับ (คุณครูคณิตา) ลองทำเสียงธรรมชาติให้เด็ก ๆ ฟังสิคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เอ๊ก อันนี้ไก่กำลังฝึกขัน ถ้าไก่โต้งนี่ เวลาเราไว้ทำไก่ชนจะขันอีกแบบหนึ่ง เเอ้ก อี้ เอก เอ้กแต่ถ้าไก่แจ้นี่ ก็จะเป็นเอ้ก อันนี้ไก่แจ้นะครับ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ ปรบมือให้คุณครูปรเมษฐหน่อยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นทุกอย่างให้เธอแล้วนะ (คุณครูคณิตา) มีความรู้เรื่องไก่เป็นอย่างมากเลยนะคะ ขอนับถือและชื่นชมเลยค่ะ คุณครูคณิตาก็คงได้แค่ เอ๊ก อิ เอ๊ก เอ๊ก้ได้เพียงแค่เอ้กอีเอ้กเอ้ก เท่านั้นนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ แล้วไก่ของฝรั่งไม่ได้ขันแบบนี้นะ (คุณครูคณิตา) ขันอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) อะไรสักอย่างนี่ล่ะครูนก ครูสอนภาษาอังกฤษ ครูกตัญชรีเขานะ เขาจะรู้ว่าขันอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เรามาทำกิจกรรมไปพร้อม ๆ กันเลยนะคะ อ่านบทสนทนาต่อไปนี้แล้วเติมคำลงในช่องว่าง เดี๋ยวทำำไปพร้อม ๆ กันเลยนะคะ ...เธอไปทำอะไรมามือถึงได้เลอะเทอะอย่างนี้ เราจะตอบว่าอย่างไรดีนะเอ๊ะ เธอไปทำอะไรมา อะไรคะ คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) มือไม้ถึงได้เละเทอะเลอะเทอะคู่กับคำว่า เปรอะเปื้อนนั่นเอง เอ๊ะ นี่คืออะไร สงสัยหนอ มือไม้ถึงได้เลอะเทอะเปอะเปื้อน (คุณครูคณิตา) ค่ะ คำเหล่านี้ก็เป็นคำอุทานเสริมบทนะคะ ต่อมาค่ะ ไม่น่าถามเลยฉันก็ระบายสีไงล่ะ แล้วเธอล่ะ กินข้าวหรือยังจะตอบว่าอะไรดีนะ (คุณครูปรเมษฐ) บีจะพูดอย่างไรก่อน อุทานมาครับ โธ่ไม่น่าถามเลยฉันก็ระบายสีไงล่ะแล้วเธอกินข้าว กิน ... ปลา หรือยัง เยี่ยมเลยนะครับ เยี่ยมเลยครับ เด็ก ๆ อุทานเสริมบทฉันกินข้าวแล้วแต่ต้องกิน (คุณครูคณิตา) มันมีคู่กับคำว่ากินยา เด็ก ๆ ครับ กินอะไร กินหยูกอยู่ กินยาสักหน่อย เพราะรู้สึกเจ็บคอ อ่านผิดยุ่งเลยนะ ดีนะที่ไปหาหมอมาแล้วก่อนจะป่วยหนักจน จนอะไร จนล้มหมอนนอนเสื่อก็เป็นคำแสดงถึงอาการเจ็บป่วย เป็นคำอุทานเสริมบทนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เอาล่ะค่ะ นักเรียนเวลาที่นักเรียนรอคอยนะคะ ให้นักเรียนค่ะ หยิบใบงานเรื่อง คำอุทานสื่ออารมณ์ ขึ้นมาค่ะ เดี๋ยวเรานะคะ จะมาให้นักเรียนได้ทำใบงานเรื่อง คำอุทานสื่ออารมณ์บทบาทของคุณครูปลายทางมีอะไรบ้างคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ของนักเรียนปลายทางมีอะไรบ้าง คะ คุณครูปรเมษฐก็ให้ช่วยดูแลการทำงาน รวมถึงการให้คำปรึกษากับนักเรียนนะครับ เชื่อว่าตามทันคุณครูต้องให้ความรู้เพิ่มเติมนะครับ เพื่อเขาเหล่านั้นจะสามารถทำรายงานได้อย่างราบรื่นและมีความสุขได้กับเพื่อนคนอื่นครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เดี๋ยวเรามาดูใบงานเรื่องคำอุทานสื่ออารมณ์ค่ะ ให้นักเรียนนะคะ อ่านนิทานเรื่อง แตงโมเจ้ามดแดงจอมขี้เกียจ ค่ะ คัดเลือกคำอุทานแล้วเลือกคำอุทานจากเรื่องแล้วแต่งประโยคค่ะ การแต่งประโยคนี่จำเป็นจะต้องเอาในเนื้อเรื่องเข้ามาไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่จำเป็นครับ เอาคำอุทานจากเรื่องมาเฉย ๆ แล้วเราก็มาแต่งประโยคใหม่ โดยสมมติเหตุการณ์ขึ้นเองเป็นการที่เราสามารถประเมินค่าได้ถ้าทำได้ก็ถือว่าประสบผลสำเร็จในการเรียนวันนี้ครับ (คุณครูคณิตา) นี่คือตัวอย่างนะคะ ของนิทานเดี๋ยวเรามาดูตัวอย่างของใบงานกันเลยนะคะ จงยกตัวอย่างของคำที่มีคำอุทาน จากเรื่อง แตงโมเจ้ามดแดงจอมขี้เกียจแล้ววิเคราะห์อารมณ์ในประโยคนั้น ยกตัวอย่างเช่น อนิจจา เจ้าแตงโม ถูกลงโทษอีกแล้ว อนิจา เป็นการแสดงอารมณ์อย่างไรคะ สงสารนั่นเองนะ เป็นการนำคำอุทานในเรื่องมาแต่งประโยคอย่างที่บอกนะคะ ไม่จำเป็นจะต้องเอาเรื่องมาแต่งนะ ก็คือนำประโยคจากเรื่องราวอื่น ๆ นี่มาแต่งได้ แต่ต้องใช้อุทานในเรื่องเท่านั้นถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวเราไปทำใบงานกันเลยดีกว่าค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนคะ ทำใบงานเสร็จกันแล้วหรือยังเอ่ย ถ้าเสร็จแล้วอย่าลืมส่งคุณครูปลายทางด้วยนะคะ หากยังไม่เสร็จนี่ก็ให้นักเรียนหาเวลาว่างทำแล้วส่งคุณครูด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะ วันนี้ก่อนที่จะสรุปบทเรียนเขียนองค์ความรู้คุณครูก็มีกิจกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ นะคะ ให้นักเรียนได้ร่วมกันเล่นกับคุณครูปรเมษฐกันเล่นนะคะ กับคุณครูปรเมษฐนะคะ นี่ก็คือซองขนม หรือซองลูกอมนั่นเอง เป็นซองลูกอมคำอุทานนะคะ เดี๋ยวเรามาแบ่งชนิดกันนะว่าคำอุทานในซองขนมนี้ เป็นคำอุทานชนิดใดบ้างเด็ก ๆ นี่จะต้องช่วยคุณครูปรเมษฐด้วยนะคุณครูปรเมษฐพร้อมหรือยังคะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นลูกอมหรือขนมก็ทั้งลูกอม ทั้งขนม แล้วแต่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเด็ก ๆ อยากได้ทำอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ทำนะคะ สามารถที่จะขอไฟล์ได้นะคะ แต่จะต้องทานเองนะคะ เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเรามาเริ่มเล่นกันดีกว่านะคะ คุณครูปรเมษฐครูเลือกด้วยนะครับ เด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ อย่าลืมช่วยคุณครูปรเมษฐด้วยนะคะ คำแรกนะคะ นักเรียนตอบถูกนี่ แกะรับประทานได้เลยไหม (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ เด็ก ๆ อยากรับประทานจริง ๆ หรือคะคุณครูปรเมษฐคุณครูปรเมษฐจะรับประทานจริง ๆ หรือคะ (คุณครูปรเมษฐ) คิดแทนนั้นล่ะครูคณิตาบอกเป็นขนมลูกอมเด็ก ๆ ดูประโยคแรกนะ เวรกรรมจริงหนอกินหนอ ใครช่างทำได้ลงคอ คำว่า "หนอ" ใช่ไหม คุณครูคณิตามันเป็นคำอุทานแบบใด หนอนี่เป็นคำอุทานอะไรครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) อุทานแสดงอาการค่ะ อย่างที่บอกนะคะ ก็คือมีเครื่องหมายอะไรอยู่คะ นั่นก็คือเครื่องหมายอัศเจรีย์นั่นเองค่ะ เพราะฉะนั้น เป็นคำอุทานแสดงอาการนั่นเองค่ะ ต่อมาค่ะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ไชโยพวกเราชนะแล้ว เด็ก ๆ ครับ ก็ตอบได้เลยครับ แสดงอาการดีใจ ไชโย (คุณครูคณิตา) ต่อมาเดี๋ยวเรามาดูกันเลยดีกว่า (คุณครูปรเมษฐ) โอ้ยเจ็บจังเลย ตอบได้เลยนะครับ เยี่ยมครับ แสดงอาการเจ็บปวดนั่นเองนะครับ อุทานแสดงอาการเจ็บปวดนะครับ หนังสือหนังหาก็เป็นคำอุทานอะไรลูก คำอุทานแสดง (คุณครูคณิตา) หืม (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ไหม ไม่ใช่หนังสือหนังหานะครับ (คุณครูคณิตา) แหม่ครูปรเมษฐนี่ พูดสะคุณครูคณิตาตกใจเลยนะคะ ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) กินข้าว กินปลา กินพิซซ่าแหม่ ทำกันได้ลงคอนะ กินข้าวกินปลาเด็ก ๆ ครับ มันเป็นคำอุทานชนิดไหน ตอบคุณครูเป็นคำอุทานเสริมบทนั่นเองครับ แหม ทำกันได้ลงคอ ก็เป็นคำอุทานแสดงอาการนั่นเองนะครับ ใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ ชุดสุดท้ายค่ะ คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) อ๋อ ฉันเข้าใจแล้วล่ะ เพราะว่าฉันขี้หลงขี้ลืม แต่งเป็นประโยคเลย อ๋อ คำอุทานอะไรลูก คำอุทานแสดงอาการครับ เอ๊ะ หรืออ๋อ นี่เข้าใจไหม (คุณครูคณิตา) อ๋อค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอ๊ะหรืออ๋อครับ (คุณครูคณิตา) เอ๊ะ สงสัยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าอ๋อเข้าใจนักเรียนอ๋อครับ อ๋อ เยี่ยม ๆ ใช้ได้ ขี้หลง ขี้ลืมเป็นคำอุทานเสริมบทครับ เยี่ยมครับ เด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ นักเรียน นักเรียนนี่ก็คงเข้าใจเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าคำอุทานมีทั้งหมด 2 ชนิดนะคะ เดี๋ยวเราจะมาสรุปองค์ความรู้กันเลยดีกว่าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อ๋อ เข้าใจแล้วล่ะ (คุณครูคณิตา) มาถึงช่วงท้ายบทค่ะ สรุปบทเรียนเขียนองค์ความรู้ วันนี้คุณครูก็มีคำถามมาถามนักเรียนค่ะ คำอุทานมีกี่ชนิด และมีหน้าที่อย่างไรบ้าง นักเรียนตอบได้ไหมคะ คุณครูเชื่อว่าเด็กนักเรียนตอบได้นะคะ เพราะว่าเราย้ำไปหลายครั้งมากเลยนะคะ ใช่ไหมคะ คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่แล้วครับ ตอบมาแล้วสองชนิดนั่นเองนะครับ คือคำอุทานบอกชนิดหรือคแสดงอาการนะครับ คำที่แสดงอารมณ์ความรการของผู้พูดเราเรียกว่า "อุทานแสดงอาการ" ก็คือคำอุทานเสริมบทนั่นเป็นคำสร้อย ใช้เพื่อเน้นความหมายคำให้ชัดเจนหรือเพื่อความคล้องจองกันนะครับ อันนี้ก็คือชนิดและก็หน้าที่ของคำอุทานใช่ไหมครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา)ต่อมาค่ะ มาดูอีกคำถามหนึ่งค่ะ การใช้คำอุทานในการสื่อสารมีประโยชน์อย่างไรนักเรียนนี่ก็คงจะตอบได้แล้วใช่ไหมคะ การสื่อสารในชีวิตประจำวันนี่จะต้องมีคำอุทานเพิ่มเติมเข้าไปอยู่แล้วบางครั้งเราอาจจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ได้ อย่างที่คุณครูปรเมษฐไปฉีดวัคซีนมา ครูปรเมษฐนี่ก็ได้อุทานออกมาถึงคำว่า "โอ้ย" แสดงถึงความเจ็บป่วยนะคะ ฉะนั้นนี่ การใช้คำอุทานนี่ ก็เพื่อเป็นการสื่อสให้สารให้สารที่เราจะสื่อนั้นชัดเจนยิ่งขึ้นนะคะ ชัดเจนยิ่งขึ้นนั่นเองค่ะ มีอะไรเพิ่มเติมไหมคะ ครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) มันเป็นการสื่อสารให้ชัดเจนใช่ไหมครูคณิตาเพื่อแสดงถึงอารมณ์ความรู้สึกของเราคำอุทาน เด็ก ๆ คำ ทำไมถึงต้องเรียนล่ะบอกว่ามันเป็นคำที่เราใช้ในชีวิตอยู่แล้ว ก็อย่างที่บอกหลายคนอาจจะเกิด โอ้พระเจ้าเซอร์ไพร์สเลยก็ได้ นี่ฉันพูดคำพวกนี้อยู่แล้วเขาเรียกว่าคำอุทาน นี่ไงทำไมจะต้องเรียน เรียนเพื่ออะไร เพื่อรู้หลักของมันว่าสิ่งที่หนูพูดกันในชีวิตประจำวันมันคือคำอุทานนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ การที่เราเรียนรู้นี่มันก็มีคุณธรรมนะคะ เกี่ยวกับเรื่องความขยันหมั่นเพียร ไฝ่เรียนใฝ่รู้ค่ะ เพิ่มองค์ความรู้ให้กับตัวนักเรียนด้วยค่ะ เอาล่ะค่ะ เรามาดูบทเรียนครั้งถัดไปค่ะ เราจะเรียนกันในเรื่องประโยครวมเรื่อง ประโยครวม สิ่งที่จะต้องเตรียมมีอะไรบ้าง คะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) สิ่งที่เด็ก ๆ ต้องเตรียมนะครับ ใบงานเรื่องประโยคสามัญ ประโยครวม แล้วก็ประโยคซ้อนนะครับ แล้วก็ใบงานเรื่องประโยครวม ไอ้ประโยครวมนี่ เมื่อก่อนเขาเรียกว่าประโยคาม (คุณครูปรเมษฐ) แต่ในบรรทัดฐานตัเงเป็นองค์รวม เดี๋ยวเด็ก ๆ ไม่เข้าใจ ไปศึกษาเพิ่มเติมมาก่อนนะ กลับไปวันนี้นี่ไปเปิดดูในหนังสือภาษาพาที หรือจะไปค้นหารใน WWW. หรืออินเทอร์เน็ตต่าง ๆ เพื่อสร้างองค์ความรู้มาก่อน (คุณครูคณิตา) นักเรียนนะคะ ก็สามารถดาวน์โหลดได้ที่นี้เลยค่ะ วันนี้คุณครูคณิตาและคุณครูปรเมษฐก็ต้องขอลานักเรียนไปก่อนนะคะ พบกันใหม่ครั้งหน้าค่ะ สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]