--- title: ฝึก PE ห้อง 4592 (DLTV ภาษาไทย ป. 6 หน่วยที่ 5) ๗ ประโยครวม ๒๔ ส.ค. ๖๔ (มีใบงาน และใบความรู้) มาริก subtitle: date: วันพุธที่ 11 พฤษภาคม 2565 เวลา 10.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) และคุณครูปรเมษฐ ศรีกำเหนิด ในรายวิชาไปศึกษาเกี่ยวกับเรื่องประโยคนะครับมันก็มีอยู่ด้วยกันหลายประโยคด้วยกันนะ คุณครูคณิตาจะให้เด็กประโยครวมเป็นอย่างไร เดี๋ยวเราไปดูกันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไปเลยครับ (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ พร้อมที่จะเรียนกันหรือยังคะหรือยังคะ หยิบสมุดปากกาเข้ามาจดด้วยนะคะ เป็นการหาควให้กับตนเอง เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเราไปเรียนเกี่ยวกับเรื่องประโนึคให้นัอ่านว่าอะไรคะ ฉันและพ่อกินข้าว นักเรียนจะทำอย่างไร ให้ประโยคข้างต้นแบ่งออกมาให้เป็นประโยคหลายประโยค (คุณครูปรเมษฐ) มันแบ่งได้ด้วยหรือครับนี่ (คุณครูคณิตา) แบ่งได้สิคะ นักเรียนจะแบ่งอย่างไรนะนักเรียนจะแบ่งอย่างไรนะสัก 1 ประโยคก็ได้ 2 ประโยคก็ได้ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่าถ้าให้แบ่งนี่แสดงว่าในประโยคนี้มันมี 2 ประโยครวมกันใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูคิดว่าเด็ก ๆ จะแบ่งว่าอย่างไรลูก ฉันกินข้าวแสดงว่าประโยคที่ 2 ต้องบอกว่าอย่างไร พ่อกินข้าวนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) แล้วในเมื่อประโยค 2 ประโยคนี้นี่มันได้แยกออกมาแล้วแล้วนักเรียนคะ สังเกตไหมเอ่ย ว่ามันมีคำอะไรอยู่ที่เรายังไม่ได้ใช้นั่นก็คือคำว่า "และ" นั่นเองค่ะ คำว่า "และ"นี่จากที่เราได้เรียนไป และคือคำว่าอะไรเอ่ยเก่งมากค่ะ นั่นก็คือคำเชื่อมนั่นเองนะคะ เราจะเชื่อม 2 ประโยคนี้ให้เป็นประโยครวมได้อย่างไรเอ่ย ตอบคุณครูได้ไหมคะ ถูกต้องค่ะ นำคำเชื่อมนี่เข้ามาเพื่อทำให้ประโยคนั้กระชับและสละสลวยนั่นเอง เมื่อเราใช้คำเชื่อมนี่เราก็จะได้ประโยคที่ว่า ฉันและพ่อกินข้าวนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ เรามาดูประโยคกันดีกว่าค่ะ คุณครูปรเมษฐคะ (คุณครูปรเมษฐ) ขวัญข้าวชอบอ่านหนังสือและเขียนหนังสือแสดงว่าขวัญข้าวนี่มีพฤติกรรม 2 อย่างใช่ไหมครับเด็ก ๆ ครับ ลองแยก อย่างเช่นจะแยกได้ว่าอย่างไรลูก ประโยคที่ 1 ขวัญข้าวชอบอ่านหนังสือ และถ้าประโยคที่ 2 จะแยกได้ว่า ขวัญข้าวชอบเขียนหนังสือใช่ไหมครับ โดยใช้คำเชื่อมว่า"และ" เช่นเดียวกันนะครับ เป็นประโยคดังนี้นะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ถ้าเรามีคำเชื่อมเข้ามาเราก็จะได้เป็นขวัญข้าวชอบเขียนหนังสือกับอ่านหนังสือนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ วันนี้นะคะ จุดประสงค์การเรียนรู้ที่เราจะเรียนในวันนี้มีอะไรบ้างคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ จะต้องสามารถบอกลักษณะของประโยครวมได้นะครับ และก็จะต้องแต่งประโยครวมและแยกส่วนประกอบของประโยครวมได้นะ3. ก็คือต้องใช้ประโยครวมได้ตามหลักภาษาไทยนะลูกนะ (คุณครูคณิตา) ค่ะ นักเรียนคะ หยิบใบความรู้ขึ้นมาเลยค่ะ มีอยู่ในมือแล้วนะคะ เดี๋ยวคุณครูจะให้นักเรียนศึกษาประโยคสามัญ ประโยครวม ประโยคซ้อนนะคะโดยบทบาทของคุณครูปลายทางล่ะค่ะคุณครูประเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ)ก็ช่วยดูแลอำนวยความสะดวกให้กับนักเรียนนะครับ อีกทั้งให้คำแนะนำนักเรียนในการศึกษาใบความรู้เด็ก ๆ จะต้องเกิดคำถามแน่เลยครูแพรครับ ทำไมต้องศึกษาตั้ง 3 ประโยคด้วยกัน ในเมื่อเรียนประโยคเดียวครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เพราะว่ามันเป็นผลที่เกี่ยวเนื่องกันมา ถ้านักเรียนจะเรียนประโยครวมนักเรียนก็จะต้องรู้ก่อนนะคะว่่าประโยคสามัญคืออะไร ถ้านักเรียนสามารถทราบว่าประโยคสามัญคืออะไร นักเรียนก็จะสามารถนำประโยคสามัญ 2 ประโยคนี่นำมาเป็นประโยครวมได้โดยใช้คำเชื่อม และเราก็จะนำประโยคเหล่านี้มาเป็นคำซ้อนได้ซึ่งมันก็จะมีวิธีการต่าง ๆเราถึงจะต้องเรียนพื้นฐานกันก่อนไงคะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ คงเข้าใจแล้วนะครับ ว่าทำไมเราต้องศึกประโยคถึง 3 ประโยคด้วยกัน 3 ประโยคนี่เมื่อก่อน สมัยที่ครูเรียนก็ไม่ได้ชื่อนี้นะ ประโยคแรกภาษาบาลีบอก เอกรรถประโยคมาสมัยนี้เปลี่ยนเป็นประโยคพื้นฐานและประโยครวมเมื่อก่อนเรียนประโยคความรวมอเนกทประโยค ชื่อยากนะครูคณิตา สมัยครูคณิตาเรียนชื่อเดียวกับผมไหม (คุณครูคณิตา) เรียนชื่อเดียวกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) พอเป็นประโยคซ้อนประโยคความซ้อน แล้วปัจจุบันเป็นประโยคซ้อนในสมัยนักเรียนเรียนนี่ เข้าใจง่ายกว่าสมัยครูแน่นอน เพราะว่าชื่อนี่เปลี่ยนให้สั้นแล้วก็ง่ายขึ้นนะครับก็มี 3 ประโยคเหมือนเดิมนั่นล่ะ ประโยครวม ประโยเดี๋ยวเสียเวลา เด็ก ๆ จะได้ไปศึกษาใบความรู้ (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวก่อนค่ะคุณครูประเมษฐ เดี๋ยวให้นักเรียนได้ดูตัวอย่างใบความรู้กันก่อนค่ะ นี่คือตัวอย่างของใบความรู้นะคะหลังจากที่นักเรียนศึกษาเป็นที่เรียบร้อยแล้วมาเจอกันค่ะ (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ เป็นอย่างไรกันบ้างคะจากการที่นักเรียนได้ศึกษาใบความรู้ค่ะ เดี๋ยวเรามาทบทวนเกี่ยวกับเรื่องประโยคไปพร้อม ๆ กับครูคณิตาและคุณครูปรเมษฐเลยนะคะ เอาล่ะค่ะ ประโยครวมคืออะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ตามที่เด็ก ๆ มีพื้นฐานอยู่ ก็คือกลุ่มคำที่มีใจความครบบริบูรณ์ ประกอบด้วยมีความหมายชัดเจน ประกอบด้วยประธานและภาคแสดง มีประธานและภาคแสดงก็จะสมบูรณ์นั่นเองเด็ก ๆ ครับ (คุณครูคณิตา) ย้ำอีกครั้งหนึ่งนะคะ ประโยคจะประกอบไปด้วยส่วนสำคัญ 2 ส่วนด้วยกัน นั่นก็คือภาคประธานและภาคแสดง ภาคประธานนี่จะมีนามหรือสรรพนาม อย่างเช่น นามก็จะเป็นชื่อนะคะ ยกตัวอย่าง อย่างเช่นชื่อ กริยาต่อมา ภาคแสดงนี่จะเป็นกริยาค่ะก็อย่างเช่นคำว่า "ขยัน", คำว่า "เดิน" คำว่า "นอน"คำว่า "กลิ้ง" คำเหล่านี้ก็จะเป็นภาคแสดง (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่ารวมกันปุ๊บนี่สมบูรณ์ทันทีเลยใช่ไหมแสดงว่าคำกริยาพวกนี้ไม่มีกรรมมารับก็สมบูรณ์ถูกไหม (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เขาเรียกกริยาเหล่านี้ว่าอะไรนะคำกริยาอกรรม กิน นั่ง นอนยืน เดิน อะไรพวกนี้ถ้าให้สมบูรณ์นี่ ในภาคแสดง จะประกอบด้วย กริยากรรม ก็จะสมบูรณ์ ประโยคก็จะลงครบสมบุ ณเลย แต่อันนี้เข้าใจเป็นคำกริยาอกรรม ไม่ต้องมีกรรมมารับนั่นเองครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ นักเรียนคะ นักเรียนอาจจะสงสัยว่าภาคประธานคืออะไร เมื่อกี้คุณครูได้กล่าวไปแล้วนะคะภาคประธานก็คือ นาม หรือ สรรพนาม แล้วจะเป็นอะไรได้อีกไปดูค่ะ ภาคประธาน คือ ส่วนที่ทำหน้าที่คุม...ขออภัยค่ะ ภาคประธานคือ ส่วนที่ทำหน้าที่คุมบทกริยาเพื่อให้ทราบว่าใคร หรือ อะไร มักเป็นคำนาม หรือคำสรรพนามนั่นเองค่ะแล้วภาคแสดงล่ะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ภาคแสดง ก็คือส่วนที่แสดงอะไรลูก แสดงกริยาอาการของภารประธานนะครับ เพื่อให้ได้ใจความครบบริบูรณ์ ว่าภาคประธานนั้นเขามีกริยาอกรรมอย่างไร ประโยคถึงจะสมบูรณ์เพราะฉะนั้นนี่ ภาคประธานนี่มีส่วนในการขับเคลื่อนกริยา (คุณครูคณิตา) ค่ะ ใช่แล้ว เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเรามาดูภาคแสดงนะคะ ประกอบด้วย 4 ส่วนย่อยด้วยกัน4 ส่วนย่อยมีอะไรบ้างนะ นักเรียนตอบครูได้ไหมคะคุณครูปลายทางคะ สามารถที่จะสอบถามนักเรียนได้เลยนะคะ ว่าภาคแสดงที่ประกอบด้วย 4 ส่วนย่อยมีอะไรบ้างอะไรบ้างเด็ก ๆ คงตอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวเรามาดูประกอบด้วย 4 ส่วนย่อย นั่นก็คือบทกริยาค่ะ มีบทกริยาแล้วจะต้องมีอะไรอีกคะบทขยายกริยา คุณครูปรเมษฐคะลองทายดูสิคะ ว่าบทต่อไปนี่เป็นบทอะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) มีกริยาแล้วก็ต้องมีอะไรครับเด็ก ๆ มีบทกรรมแล้วก็บทขยายกรรม ถึงจะเป็นภาคแสดงที่สมบูรณ์นะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเรามาจำแนกนะคะ ส่วนประกอบของประโยคให้ถูกต้องกันดีกว่าค่ะ เด็ก ๆ จะต้องช่วยคุณครูคณิตาและคุณครูปรเมษฐในการจำแนกส่วนประกอบนะคะ เราไปดูกันเลยดีกว่า ส่วนประกอบของประโยคมีทั้งภาคประธานและภาคแสดงนะ ภาคประธานก็จะมีประธานและบทขยายประธาน ส่วนภาคแสดงล่ะคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ก็จะมีส่วนขยายประธานส่วนขยายของกริยานะครับ กรรมและส่วนบทขยายกรรม หรือส่วนขยายของกรรมนะ ขยายเพื่อให้ใจความมันชัดเจนยิ่งขึ้นนั่นเองครับเด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ จดลงไปในสมุดเลยนะคะหน่อยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ทำเป็นตารางแบบนี้เลยเด็ก ๆมันจะเข้าใจง่ายลูก (คุณครูคณิตา) คราวนี้คุณครูนี่ก็มีประโยคนะคะให้เด็ก ๆ นี่ได้ทดลองในการแยกนะคะ ว่าส่วนไหนเป็นส่วนภาคประธานส่วนไหนเป็นส่วนภาคแสดง เดี๋ยวเรามาดูแล้วแยกไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ เก่งทิ้งขยะลงถัง ประธานคืออะไรคะนักเรียนคือ เก่ง นั่นเองส่วนคำว่า "ทิ้ง" ล่ะคะ ทิ้ง นักเรียนจะไปใส่ในช่องไหนเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) ทิ้งนี่มันเป็นกริยาอาการไหม (คุณครูคณิตา) ทิ้งเป็นกริยานะคะทิ้ง แล้วขยะล่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เก่งทิ้งขยะลงถังก็คือเก่งเป็นประธาน ทิ้งก็เป็นก็เป็น... (คุณครูคณิตา) เป็นกรรมนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) แล้วลงถังล่ะเด็ก ๆ ครับ เป็นอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เป็นบทขยายกริยานะคะ ลงในถัง (คุณครูปรเมษฐ) มันอย่างนี้ลูกทิ้ง ทิ้งที่ไหนล่ะ ทิ้งลงถังทำไมถึงไม่เอาไปขยายกรรม มันเป็นส่วนของการทิ้ง ทิ้งอย่างไร ทิ้งให้ลงถังไงกริยา เดี๋ยวเด็ก ๆ จะไม่เข้าใจนะ ครูเลยต้องอธิบายเพิ่มไปกันต่อครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ต่อค่ะ เขาเขียนจดหมายถึงเพื่อนคำ... ภาคประธานค่ะภาคประธาน ก็คือคำอะไรเอ่ย ก็คือคำว่า "เขา" นั่นเองกริยา (คุณครูปรเมษฐ) เขาเขียน เอ้ เขียนเพราะฉะนั้นเป็นการแสดงเป็นกรรมทิ้งลงถังเมื่อสักครู่นี้เลยเด็ก ๆขยายส่วนไหน เด็ก ๆ ตอบครู ขยายเยี่ยมครับ เป็นการขยายบทกริยานั่นเอง เขียนอย่างไรล่ะไปกันต่อ เดี๋ยวนะ ๆ ย้อนก่อน คุณครูคณิตาเดี๋ยวคำว่า "เขา" ถ้าเทียบกับคำทั้ง 7 ชนิดถือว่าเป็นคำอะไรนะ (คุณครูคณิตา) คำสรรพนามนะคะ (คุณครูปรเมษฐ)ที่คุณครูคณิตาบอกเด็ก ๆ ว่าได้คำนาม และคำสรรพยามใช่ไหม เมื่อกี้เมื่อสักครู่ เก่ง เก่งเป็นคำอะไร (คุณครูคณิตา) เป็นคำ คำอะไรคะ เป็นคำนามก็คือเป็นชื่อเรียกนั่นเองค่ะ ส่วนคำว่า "เขา"ว่าเขา (คุณครูปรเมษฐ) เขาเป็น (คุณครูคณิตา) คำสรรพนามค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)ไปฟกันต่อเลยครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ พชรกินปลาทูทอด (คุณครูปรเมษฐ) น่าอร่อยนะ พชรนี่เด็ก ๆ ตอบครูบ้าง เก่งมากครับ พรชประธาน กิน พชรกินกินเป็นคำกริยานะครับ ปลาทูปลาทูทอด (คุณครูคณิตา) ปลาทู แสดงว่าปลาดูเป็นอะไรเป็นกรรมนะครับ เหลือคำว่าทอด ทอดไปขยายอะไรทอดก็ต้องขยายปลาทูนั่นเองนะครับเป็นการขยายส่วนของกรรมนะ ปลาทูเป็นผู้ถูกกระทำ แต่ไม่ใช่ปลาทูเฉย ๆ ปลาทูมันโดนทอดมานะครับ ทอดจึงเป็นส่วนขยายของกรรมนั่นเอง (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ ลูกแมวกินนมแม่แมวนะคะอย่างที่บอก ก็คือภาคประธาน ก็คือจะเป็นลูกแมวนะคะกริยาค่ะนักเรียน ตอบได้เลยว่าคำว่า "กินค่ะ นมแม่แมว นมเป็นกรรม แมวกินนมของแม่แมวนะคะ นมแม่แมวล่ะคะเป็นอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) แม่แมวเป็นอะไรลูก (คุณครูคณิตา) ตอบได้ไหมเอ่ย ตอบได้ไหม แม่แมวเป็นบทขยายกริยาหรือบทขยายกรรมคะบอกคุณครูหน่อยสิคะ เดี๋ยวเรามาดูเฉลยนะคะ คำว่า "แม่แมว" นะคะ เป็นบทขยายกรรมนั่นเองค่ะ ก็คือกินนมของแม่แมว (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเด็ก ๆ เอามาใส่ในบทขยายกรรมนี่ยุ่งเลยกลายเป็นกินอะไรเลย (คุณครูคณิตา) ขยายหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ)กลายเป็นกินแม่แมวเลยนะ ดูนี่ต้องดูบริบทด้วย การที่จะแยกส่วนประกอบของประโยค (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ หญิงชราคนนั้นนุ่งผ้าหลายดอกรักค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ประโยคเริ่มยาวขึที่ 1 ใครเป็นประธานเด็ก ๆ ตอบครับ หญิงชราเป็นประธานมีบทขยายประธานไหม มีไหมลูก (คุณครูคณิตา) มีไหมคะมีค่ะ นั่นก็คือคำว่า คนนั้นนั่นเองค่ะต่อมาค่ะ ภาคแสดงค่ะ กริยาคืออะไร (คุณครูปรเมษฐ) ดูสิ อันไหนที่เป็นการกระทำ แสดงอาการบ้างคำว่า... เยี่ยมเลยครับ คำว่า "นุ่ง" นั่นเองนุ่ง นุ่งอะไร นุ่งผ้า แสดงว่าผ้าต้องเป็นกรรม มันยังไม่จบครับเด็ก ๆ มันยังเหลือลายดอกรักอีก เด็ก ๆ ดูง่าย ๆ นะ ถ้าหนูเอาลายดอกรักไปเติมที่บทขยายกริยานี่ได้ไหม นุ่งลายดอกรักได้ไหทลูก ไม่ได้ เพราะฉะนั้นมันเป็นการขยายผ้า ว่าผ้ามันเป็นลายดอกรัก ลายดอกรักจึงเป็นส่วนขยายของ (คุณครูคณิตา) กรรมนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับนี่การแยกส่วนประกอบของประโยค สนุกจะตายนะครับ (คุณครูคณิตา) ให้นักเรียนค่ะ พิจารณาประโยคต่อไปนี้นะคะ เรามาดูสิคุณพ่อเล่านิทาน เมื่อกี้คุณครูให้นักเรียนศึกษาไปแล้วใช่ไหมคะ ประโยคสามัญ, ประโยครวมประโยครวมและประโยคซ้อนว่าประโยคที่คุณครูได้พูดไปนี่เป็นประโยคชนิดใด (คุณครูปรเมษฐ) คุณพ่อเล่านิทาน (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ บอกเด็ก ๆ หน่อยสิคะ ว่าประโยคนี้เป็นประโยคอะไร (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ มันเป็นคำเชื่อมหรืออะไรไม่มีเลย เพราะฉะนั้น ประโยคนี้ต้องเป็นประโยคสามัญนั่นเองนะครับ มีประธาน กริยา กรรม ครบนะ เป็นประโยคสามัญ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ ต่อมาค่ะไปโรงเรียน แต่พี่ไปมหาวิทยาลัย (คุณครูปรเมษฐ) ฉันไปโรงเรียน พี่ไปมหาวิทยาลัยแสดงว่ามันเป็นอย่างไรกันทั้งสองฝ่ายนี่ไม่ได้ไปด้วยกันใช่ไหม แต่สามารโดยใช้คำเชื่อมคำว่า "แต่" แสดงว่าเป็นคำว่าอะไรลูกตอบครู ประโยคความรวมหรือประโยครวมนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะคุณพ่อพาฉันไปชะอำ ซึ่งอยู่ในจังหวัดเพชรบุรีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) พ่อพาฉันไปเที่ยวชะอำ น่าจะเป็นประโยคหลักนะมาก่อนนี่บอกก่อน ชะอำอยู่ในจังหวัดเพชรบุรี มันเป็นประโยคหลักและประโยคย่อหรือเป็นอนุประโยคน่ะ เขาเรียกว่าประโยคอะไรนะลูก ประโยคซ้อนนะ คำว่า"ซึ่ง" นั่นเองนะครับ ตามที่หนู ๆ ได้ศึกษามา ครูนำมาถามดูนะ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะนักเรียน นักเรียนคงตอบได้แล้วนะคะ ว่าคุณพ่อเล่านิทานเป็นประโยคสามัญ ฉันไปโรงเรียนแต่พี่ไปมหาวิทยาลัยเป็นประโยครวม และสุดท้ายนั่นก็คือ คุณพ่อพาฉันไปเที่ยชะอำ ซึ่งจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นประโยคซ้อนนั่นเองค่ะซึ่งประโญคนี่ เราสามารถจำแนกตามลักษณะโครงสร้างนี่ได้ทั้งหมดกี่ชนิดคะได้ทั้งหมด 3 ชนิดนั้นเองค่ะ ประโยคแรกก็คือก็คือประโยคสามัญ ชนิดที่ 2 ล่ะคะประโยครวมค่ะ และชนิดที่ 3นั่นก็คือประโยคซ้อน ซึ่งวันนี้นะคะคุณครูนี่ก็จะทบทวนประโยคสามัญให้เดี๋ยวเรามาเรียนเกี่ยวกับประโยคซ้อนกันค่ะ ประโยคสามัญ เมื่อเช้านี่ คุณครูได้ยินเสียงคุณครูปรเมษฐร้องเพลง ร้องเพลงเกี่ยวกับอะไรสามัญ สามัญสักอย่าง (คุณครูปรเมษฐ) เกี่ยวกับเรื่องประโยคครับ เป็นประโยค 3 ส่วนเขาเรียก "ประโยค 3 ส่วนเด็ก ๆ รู้แล้วถ้าถามนี่ มีประธานกริยา กรรม คุณครูเคยสอนมาหลายเพลงแล้มาหลายเพลงแล้วสมัยที่หนู ๆ เรียนมาอย่างนั้นร้อง เพวเด็ก ๆ ต้องร้องไปกับครูเลย ร้องไปพร้อม ๆ กันพร้อมแล้ว เดี๋ยวเริ่มนะเด็ก ๆ นะ ประโยค3 ส่วน มีประธาน กริยา กรรม ยังฟังใจจำกรรม ยังฝังใจจำ คำว่า แมวกินปลากินเป็นกริยา กรรมนั่นคือกินปลาแมวกินปลาเป็นประโยค 3 ส่วนอีกเที่ยวหนึ่ง ประโยค 3 ส่วน มีประธาน กริยา กรรม ยังจำฝังใจคำว่า "แมวกินปลา" แมวนั่นเป็นประธาน กินเป็นกริยากรรมนั้นคือปลา แมวกินปลาเป็นประโยค 3 ส่วนแมวกินปลา เป็นประโยค 3 ส่วน (คุณครูคณิตา)เด็ก ๆ คะ ปรบมือให้คุณครูปรเมษฐหน่อยค่ะร้องเสียงเพราะมากเลยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ปรบมือให้ตัวเองด้วย ปรบมือให้ตัวเองด้วย เก่งมาก ๆนะครับ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะเพลงนี้นะคะ จำแล้วก็สามารถที่จะนำไปใช้ได้เกี่ยวกับเรื่องประโยคสามัญนะคะ เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเรามาเรียนและทบทวนเกี่ยวกับเรื่องประโยคสามัญดีกว่าค่ะประโยคสามัญหรือประโยคใจความเดียวคือ ประโยคที่กล่าวถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพียงสิ่งเดียวและสิ่งนั้นแสดงกริยาอาการหรืออยู่ในสภาพเดียว โดยประโยคสามัญนี่คุณครูปรเมษฐได้พูดไปแล้วใช่ไหมคะ ก่อนจะมี 3 ส่วนแต่เอ๊ ก่อนที่จะมี 3 ส่วน ต้องมีกี่ส่วนก่อนคะ (คุณครูปรเมษฐ) มันจะมี 2 ส่วนก่อนใช่ไหมเด็ก ๆ ก็คือส่วนของ... (คุณครูคณิตา) ส่วนของภาคประธาน แล้วก็ภาคแสดงนั่นก็คือประธานกับกริยานั่นเองนะคะ อย่างเช่นประโยคที่คุณครูได้ยกมาให้ นั่นก็คือพลอยร้องเพลงพลอยร้องเพลง พลอยเป็นประธาน ร้องเพลงเป็นกริยา โดยไม่ต้องมีกรรมมาเติมเต็ม ก็สามารถเป็นประโยคที่มีใจความสมบูรณ์ได้ มาดูตัวอย่างที่ 2 ค่ะแมวลายกระโดดเห็นไหมคะ ไม่ต้องมีกรรมมาก็เป็นคำที่จะเป็นใจความที่สมบูรณ์ได้ แมวลายกระโดด คราวนี้ค่ะ มาถึงประโยค3 ส่วนค่ะ ที่คุณครูปรเมษฐได้น้องเพลงไปคุณครูปรเมษฐคะ แดงตีระนาดมันจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนได้อย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ตามเพลงเลยแดงเป็นประธาน ตีเป็นกริยา กรรมนั้นคือระนาด แดงเป็นผู้กระทำเป็นประธาน ตีเป็นกริยานี่คือท่าตีใช่ไหม ระนาดเพราะเป็นกรรม 3 ส่วน (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แก้วร้อยพวประธาน ร้อยเป็นกริยา แล้วก็พวงมาลัยเป็นกรรม เยี่ยมเลย (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะนักเรียน นักเรียนก็คงที่จะเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องประโยคสามัญเพิ่มขึ้นแล้วนะคะมีกิจกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ มาร่วมกันเล่นนะคะระหว่างครู ครูคณิตาและคุณครูปรเมษฐรวมถึงนักเรียนค่ะ เดี๋ยวเรามาช่วยกันแต่งประโยค3 ส่วนให้มีใจความสมบูรณ์กันค่ะ เดี๋ยวเราไปเล่นกันค่ะนักเรียนคะ เดี๋ยวเรามาเล่นกิจกรรมกันเลยดีกว่านะคะ กิจกรรมนี้เดี๋ยวคุณครูจะให้นักเรียนนะคะเลือกคำในประธาน กริยาและกรรมค่ะ เลือกมาอย่างละ 1 คำนะคะแล้วมาเติมลงไปในรถประโยค 3 ส่วนค่ะเติมอย่างไรก็ได้ให้ประโยคมีใจความที่สมบูรณ์ค่ะ เอาล่ะค่ะเดี๋ยวเราจะให้ครเป็นผู้เริ่มก่อนนะคะ คุณครูปรเมษฐคะเลือกประธาน กริยา และกรรมดูสิคะ ทำอย่างไรก็ได้ก็ได้ให้รถประโยค 3 ส่วนนี้มีใจความที่สมบูรณ์ด้วย (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนมาทับทรงมาที่ครูเลย สงสัญญาณจิตมานักเรียนมาทั่วประเทศแล้วครับ อยู่ในร่างข้าพเจ้าต้องเลือกประธานก่อนใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ค่ะเลือกอะไรก่อนก็ได้ค่ะ ให้มีประโยคสมบูรณ์เป็นนักเรียนนะ มานะนี่อยู่ในตัวละครสมัยที่พ่อแม่เราเรียนใช่ไหม มานะ มาณี กิตติ ชูใจ (คุณครูคณิตา) ครูเรียนแก้วกับกล้าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อ่อต้องเอากรรมไปด้วย มานะนม เอ๊ เด็ก ๆ ช่วยครูเลือกกริยาหน่อยสิ มีคำว่าอะไรบ้างนี่ได้ไหม ๆ เอาคำไหนดี มานะนม เดี๋ยวถามพี่ปื๊ด พี่ปื๊ดเลือกอะไรครับเอาคำว่าอะไรดีครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวคุณครูคณิตาจะบอกใบ้ให้นะคะ มีคำว่า "กิน"กับคำว่า "ดื่ม" ค่ะ ถ้าเป็นนักเนื่องจากนี่จะเลือกคำใด (คุณครูปรเมษฐ) นึกว่ามีคำนี้ให้เลือกอีกนะนมนี่เป็นน้ำใช่ไหม เพราะฉะนั้น ต้องใช้คำว่า "ดื่ม"นะครับ มานะดื่มนม ถูกไหมครับ (คุณครูคณิตา)ถูกต้องค่ะ นี่ก็เป็นประโยค 3นั่นก็คือมานะเป็นประธาน ดื่มเป็นกริยา และนม ก็คือกรรมนั่นเองค่ะเอาล่ะค่ะ คุณครูปรเมษฐคะ นำประโยคที่คุณครูปรเมษฐเลือกนะคะไปไว้ด้นข้างเลยค่ะ นักเรียนคะคุณครูคณิตาจะแต่งประโยคว่าประโยคอะไรเอ่ยประโยคนี้ค่ะ คุณยายคุณยายทำอะไรเอ่ยคุณยายไป ไหนดีนะ (คุณครูปรเมษฐ) มีเด็กชุมพรเขาส่งสัญญาณมาให้เลือกกริยาให้ครับ เขาให้เลือกกรรมให้ (คุณครูปรเมษฐ) เขาให้เลือกกรรมให้ไป ไปไหนดีเด็ก ๆไปนิทาน โทรทัศน์ได้ไหม ไม่ได้คือ สถานที่ คือ คำว่า... เยี่ยมเลยครับ (คุณครูคณิตา) ตลาดนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณยายไปตลาด ตรงนี้นะครูคณิตา (คุณครูคณิตา) สมบูรณ์แล้วนะคะ คุณยายเป็นประธาน ไปเป็นกริยาและตลาด ก็คือกรรมนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สมบูรณ์แล้วต้องหยิบออกใช่ไหม (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวมาดูอีก 1 ประโยคนะคะ นักเรียนและคุณครูปลายทางสามารถนำสื่อนี้นะคะ ไปเล่นได้นะ เป็นการทบทวนความรู้เกี่ยวกับประโยคสามัญนะคะ เอาล่ะค่ะคุณครูปรเมษฐคะ เลือกอีก 1 ประโยคค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆบอกให้ผมเลือกกริยาให้ครับ เลือกคำว่า ปลูกแล้วคุณครูคณิตาเลือกประธานครับ (คุณครูคณิตา)เอาเป็นภารโรงแล้วกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ภารโรงปลูก... สมบูรณ์หรือยัง (คุณครูคณิตา) ยังค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มันต้องมีกรรมอะไรดีล่ะ (คุณครูคณิตา) ปลูกช้างได้ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ช้างจะโตไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ช้างไม่ต้องปลูกแต่ช้างมันก็โตได้นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ช้างมันกินนมไงมันถึงโตนมถึงโต ต้องปลูกคะน้าสิ เพราะครูเกไปปลูกคะน้า (คุณครูคณิตา) ได้ใจความที่สมบูรณ์แล้วนะคะภารโรงปลูกคะน้า สมบูรณ์ไหมลูก สมบูรณ์อีกประโยคหนึ่งเอาออก (คุณครูคณิตา) อีกประโยคดีกว่า (คุณครูปรเมษฐ) ครู... เด็กสุราษบอกว่าเอาคำว่า "เล่น" มาเป็นกริยาให้หน่อยเล่นอะไรดีนะ คำกริยาถ้าอย่างนั้นคุณครูขอเลือกคำว่า "คุณแม่" ค่ะเล่นอะไรได้บ้าง เอาล่ะครับ ครูคณิตาต้องจนมุมแน่เลยเด็ก ๆ ครับ มันไม่เหลือคำอะไรแล้ว (คุณครูคณิตา) คุณครูคณิตาจนมุมได้อย่างไรคะ เมื่อกี้คุณครูปรเมษฐเลือกกริยา คุณครูปรเมษฐเลือกประธาน เพราะฉะนั้นคุณครูปรเมษฐค่ะ ในการเลือกให้ประโยคสมบูรณ์ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ มันมี ปลา งู ช้างลิง, โทรทัศน์, นิทาน, โถ, ยา นี่ คุณแม่เล่นอะไได้ล่ะ (คุณครูคณิตา) เล่นอะไรดีคะ (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐนะคะ แพ้คุณครูคณิตาแล้วนะคะ เอาล่ะค่ะ คุณแม่ดูดูอะไรได้บ้างเอ่ย ให้ดูประโยค 3 ส่วนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ดูงู (คุณครูคณิตา) ดูงู (คุณครูปรเมษฐ) ได้ไหมล่ะ (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)ดูปลาได้ไหม (คุณครูคณิตา) ดูได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ดูช้างได้ไหมแต่ดูที่สมบูรณ์ ดูโทรทัศน์ดีกว่า มีข่าวสารให้ดูด้วย เยี่ยม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เอาล่ะค่ะนักเรียน เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สนุกไหมเอ่ย ถ้าสนุกนะคะ เดี๋ยวคราวหนคุณครูจะมีกิจกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เล่นอีกนะคะเดี๋ยวเราไปเรียนรู้กันต่อในประโยครวมกันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ทุกคนครับ จากที่ครูได้พาหนู ๆ ทำกิจกรรม 3 ส่วนนี่ประโยค 3 ส่วนนี่ เด็ก ๆ จะต้องเกิดคำถามแน่เลยคุณครูบอกว่าจะต้องเรียนเรื่อ ประโยครวม ทำไมถึงไปประโยคสามัญ ประโยค 3 ส่วนอะไรมากมายเลยนักเรียนครับ ประโยคพื้นฐานนี่เราต้องรู้ก่อนมันต้องรู้ก่อน ถ้าเราไม่มีความรู้หรือประโยคพื้นฐานเลยนี่ มันก็ไม่สามารถต่อยอดไปถึงประโยครวมได้ถูกไหมลูก ฉะนั้น จึงต้องรู้แล้วเดี๋ยวเด็ก ๆ จะเข้าใจถ่องแท้แน่นอนเข้าใจถูกต้องใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะเรามาดูประโยครวมกันเลยนะคะแล้วตั้งใจฟังด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะ เรามาดูประโยครวม คือ ประโยคที่มีประโยคสามัญตั้งแต่ 2ขึ้นไปมารวมกัน โดยมีคำเชื่อมประโยคมาเชื่อมทั้ง 2 ประโยคนั่นเอง เห็นไหมล่ะคะทำไมคุณครูถึงย้ำนักย้ำหนาเกี่ยวกับประโยคสามัญ เพราะ ประโยครวม นี่ก็คือ ประโยคสามัญ2 ประโยค มารวมกันโดยมีคำเชื่อมมาเชื่อมทั้ง 2 ประโยคไว้นั่นเองนี่คือสาเหตุนะคะ ที่คุณครูคณิตาและคุณครูปรเมษฐย้ำนะคะ เอาล่ะค่ะเรามาดูเพื่อให้ประโยคติดต่อกันเป็นประโยคเดียวกัน นั่นก็คือประโยคเดียวกันนี่มีทั้งหมด 4 ลักษณะ ประโยครวมจะมีอยู่ 4 ลักษณะด้วยกันนะคะ มีอะไรบ้างเดี๋ยวเราไปดูกันเลยค่ะ คุณครูปรเมษฐคะ (คุณครูปรเมษฐ)อันดับแรกนะครับ เป็นประโยครวมที่มีใจความคล้อยตามกัน ใจความขัดแย้งกัน ใจความให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง และก็ใจความแสดงความเป็นเหตุเป็นผลกัน จำไว้ 4 อย่างนะ 1. คล้อยตาม2. ขัดแย้ง 3. ให้เลือก 4. เป็นเหตุเป็นผล1. คล้อยตามมีอยู่แค่ 4 ประเภทแค่นั้นล่ะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะมาดูตัวอย่างกันนะคะ ประโยคความรวมที่มีใจความคล้อยตามกันเป็นอย่างไร นั่นก็คือเป็นประโยคที่ประกอบด้วยประโยคเล็กตั้งแต่ 2ประโยคขึ้นไป มีใจความคล้อยตามเวลา และการกระทำ นักเรียนอาจจะไม่เห็นภาพ คุณครูก็มีตัวอย่างมาให้ดูนะคะประโยคเล็กหรือประโยคสามัญนั่นเองนะคะ2 ประโยคนะ จะทำอย่างไรให้มีใจความคล้อยตามกันพี่ขี่จักรยาน น้องขี่จักรยานคุณครูมีคำเชื่อมมาให้ค่ะ คำว่า "แลพ" กับคำว่า "แต่"ให้นักเรียนเลือกเลยค่ะ ว่านักเรียนจะใช้คำเชื่อมใดในการเชื่อมประโยคให้มีใจความคล้อยตามกัน ตอบเลยค่ะคุณครูปรเมษฐคะ เราจะเติมคำเชื่อมว่าอะไรดีคะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ บอกว่าต้องเติมคำว่า "และ" ครับเพราะว่ามันไปด้วยกัน พี่ก็ขี่จักรยานจึงบอกว่า พี่และน้องขี่จักรยานขยายหน่อยหนึ่ง ประโยครวมนี่ เด็ก ๆ ครับเมื่อเราทำการแยกประโยคออกเป็น 2 ประโยคนี่ น้ำหนักมันจะเท่ากัน พี่ก็ขี่จักรยน้องก็ขี่จักรยาน ทั้ง 2 ฝ่ายทำอะไรเหมือนกัน คล้ายกันนะครับ เพราะฉะนั้นมันต้องเท่ากันนะ เป็นอีกเรื่องหนึ่งนะ ไปกันต่อเลย (คุณครูคณิตา) ประโยครวมที่มีใจความขัดแย้งเป็นอย่างไรบ้างคะ (คุณครูปรเมษฐ) ประโยคที่มีใจความขัดแย้งนะ ก็ประกอบด้วยประโยคตั้งแต่ 2 ประโยคขึ้นไป มันมีเนื้อความที่ขัดแย้งกัน แล้วก็มีการกระทำที่แตกต่างกันหรือ ในกรณีที่ผลเกิดขึ้นนั้นแตกต่างไปดูตัวอย่างประโยคเลยครับ (คุณครูคณิตา) ตัวอย่าง พี่ตีฆ้องน้องตีตะโพน คำว่า "และ"กับคำว่า "แต่" ถ้าจะทำให้มีใจความขัดแย้งกัน เราจะต้องใช้คำว่า "แต่" นั่นเองค่ะพี่ตีฆ้องแต่น้องตีตะโพนนั่นก็คือเป็นการขัดแย้งทำการคนละอย่างนะ ต่อมาค่ะเรามาดูตัวอย่างต่อมาค่ะ หมิวชอบเรียนภาษาไทย หลิวชิบเรียนคณิตศาสตร์เราจะเติมคำว่าอะไรให้ เราจะเติมคำเชื่อมว่าอะไรให้มีใจความขัดแย้งคะ ถูกต้องค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คำว่า... (คุณครูคณิตา) ก็คือคำว่าแต่นั่นเองค่ะ หมิวชอบเรียนภาษาไทย แต่หลิวชอบเรียนคณิตศาสตร์ เห็นไหมคะ เป็นประโยคที่ขัดแย้งกันแล้ว แค่เติมคำว่า "แต่"เข้าไปอีก เอาล่ะค่ะ เรามาดูกันอีก การที่มีใจความให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นอย่างไรคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) จะประกอบด้วย2 ประโยคนะครับ แล้วก็ในประโยคนั้นนี่ จะกำหนดให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเธออยากไปเที่ยวทะเล เธออยากไปเที่ยวน้ำตกเธอนี่ มันอยาก 2 อย่างนะ ใช้คำเชื่อมและกับหรือ หนูจะเชื่อมอย่างไรให้มันเลือก เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้าใช้คำว่าและ (คุณครูคณิตา) ไม่ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เธอไปเที่ยวทะเลและเธออยากไปเที่ยวนแสดงว่าไปทั้งคู่ อันนี้บอกให้เลือกเยี่ยมเลย ใช้คำว่า "หรือ" จะได้ประโยคเตทะเล หรือ น้ำตก ครูคณิตาเลือกไปอะไรครับ (คุณครูคณิตา) ไปไหนก็ได้ค่ะ เลือกบนหน้าจอนะคะ แล้วเลือกคำเชื่อมค่ะทำอย่างไรให้เป็นประโยครวมนะคะที่มีใจความ เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง (คุณครูปรเมษฐ) เลือกคำว่า "หรือ" นะครับ คุณชอบดนตรีไทยหรือดนตรีสากลต้องเลือก ต่อไปเป็นเหตุเป็นผลกัน ไปดูกันเลยครับดูนะ ประกอบด้วยประโยคสามัญนะครับ 2 ประโยคขึ้นไป ประโยคแรกเป็ประโยคหลังเป็นผล ไปดูประโยคหลังกันครับเขาตั้งใจเรียน เขาประสบความสำเร็จ ครูคณิตาให้เชื่อมเพราะ... จึง, ถึง... ก็ นักเรียนคิดครับ เชื่อมอย่างไรเพราะเขาตั้งใจเรียนจึงประสบความสำเร็จ เขาจึงประสบความสำเร็จนั่นเองครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมา เขาเดินตากฝน เขาไม่สบาย นักเรียนคะให้เชื่อมเป็นเหตุเป็นผลใช้คำว่า "เพราะ" กับ "จึง" ถูกต้องค่ะเพราะเขาเดินตากฝน เขาจึงไม่สบายค่ะต่อมานะคะ ถึงเวลาที่นักเรียนรอคอยค่ะ ก็คือให้นักเรียนค่ะทำใบงานเรื่องประโยครวมค่ะ ทำอย่างไรกันบ้างนะ แต่ก่อนที่เราจะทำนี่ คุณครูปลายทางดูแลการทำงานของนักเรียนและคอยให้คำชี้แนะด้วยนะคะ นี่คือตัวอย่างค่ะ ของใบงานประโยครวม มีอยู่ทั้งหมด5 ประโยคให้นักเรียนแต่งประโยคมานะให้แยกว่าอันไหนเป็นประโยคหลัก เป็นประโยคสามัญแล้วก็ประโยคสามัญแล้วก็ให้แยกมานะคะเดี๋ยวหลังจากที่นักเรียนทำเสร็จเรียบร้อยแล้วนี่จะมีแนวคำตอบมาให้นักเรียน แต่ก่อนจะมีแนวคำตอบมาให้นักเรียนลงมือทำก่อนค่ะ แล้วเดี๋ยวเรามาเจอกันค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะแต่งประโยคเป็นอย่างไรกันบ้าง เดี๋ยวมาดูแนวคำตอบกันเลยค่ะ แนวคำตอบที่ครูจะให้ดูก็คือมีทั้งหมด 3 ข้อด้วยกันเรามาดูนะคะ ฉันและเธออ่านหนังสือในห้องสมุด เราจะแยกออกเป็นประโยคสามัญนั่นก็คือ ฉันอ่านหนังสือในห้องสมที่ 2 ล่ะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เธออ่านหนังสือในห้องสมุดใช้คำเชื่อมว่า "และ" ขีดเส้นใต้ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ เธอจะไปเที่ยวสวนสัตว์หรือชายทะเล เป้นการให้เลือกใช่ไหมคะประโยคสามัญประโยคแรก เธอจะไปเที่ยวสวนสัตว์ (คุณครูปรเมษฐ) ประโยคที่ 2 ก็คือ เธอจะไปเที่ยวทะเลนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) มีคำเชื่อมก็คือคำว่า "หรือ"หรือ ให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งค่ะ ต่อมาค่ะข้อที่ 3 พี่ชอบเล่นเทนนิสแต่น้องชอบเล่นปิงปอง (คุณครูปรเมษฐ) มันเป็นอย่างไรกันที่ยกมานี่ (คุณครูคณิตา) ขัดแย้งกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คำเชื่อมคือคำว่า "แต่" ประโยคที่ 1คือ น้องชอบเล่นปิงปอง เอาคำว่า "แต่" มาเชื่อมมันทำกิจกรรมไม่เหมือนกันนั่นเองครับ เอาล่ะค่ะ มาถึงช่วงสรุปบทเรียน เขียนองค์ความรู้ค่ะ วันนี้ครูก็มีคีำถามมาถามนักเรียนเล็กน้อยนะคะ นักเรียนจะนำความรู้เรื่องประโยครวมไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไรเอ่ยคุณครูปลายทางคะ สามารถที่จะสอบถามนักเรียนเพิ่มเติมได้นะคะคุณครูปรเมษฐคะ หลังจากที่เราได้ทบทวนเรื่องประโยคสามัญและเรียนเกี่ยวกับเรื่องประโยครวมนี่เราสามารถที่จะนำประโยครวมนี่ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไรบ้าง (คุณครูปรเมษฐ) ใช้ในการสื่อสารก็ยังต้องใช้ประโยครวมอยู่ ใช้ในการแต่งประโยค ก็ยังใช้ประโยครวมอยู่นะครับเราได้รู้ลักษณะของประโยคนี่ มันก็จะทำให้การสื่อสารนี่เป็นผล ประสบผลโดยที่หนูเข้าใจหลักการของประโยครวมมันรวมอย่างไร มันขัดแย้งอย่างไรหรือมันเป็นเหตุเป็นผลอย่างไร อันนี้คือการศึกษาเรื่องประโยครวมค่ะ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เรามาดูบทเรียนกันเลยค่ะ บทเรียนครั้งถัดไปเราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องประโยคซ้อน สิ่งที่นักเรียนจะต้องเตรียมก็คือใบความรู้เรื่อง ประโยคซ้อน 2. ใบงานเรื่องการจำแนกประโยคซ้อน3. ใบงานเรื่อง แผนภาพความคิดประโยคค่ะซึ่งนักเรียนสามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่นี่เลยค่ะและอย่าลืมนะคะ ส่วนสำคัญ ใบงานวันนี้อย่าลืมส้่งคุณครูปลายทางด้วยนะคะคุณครูคณิตาและคุณครูปรเมษฐขอลาไปก่อนสวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี] -