--- title: (สำรอง)ฝึก PE ห้อง 4591 (DLTV ภาษาไทย ป. 6 หน่วยที่ 5) ๖ คำอุทาน ๒๓ ส.ค. ๖๔ (มีใบงาน และใบความรู้) ฟารุต subtitle: date: วันพุธที่ 11 พฤษภาคม 2565 เวลา 10.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) สวัสดีคุณครูปลายทางและนักเรียนปลายทางทและคุณครูปรเมษฐ ศรีกำเหนิด ในรายวิชาไปศึกษาเกี่ยวกับเรื่องประโยคนะครับมันก็มีอยู่ด้วยกันหลายประโยคด้วยกันนะ คุณครูคณิตาจะให้เด็กหรือยังคะ หยิบสมุดปากกาเข้ามาจดด้วยนะคะ เป็นการหาควประโยครวมเป็นอย่างไร เดี๋ยวเราไปดูกันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไปเลยครับ (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ พร้อมที่จะเรียนกันหรือยังคะ หยิบสมุดปากกาขึ้นมาจดด้วยนะคะ ให้นักเรียนอ่านว่าอะไรคะ ฉันและพ่อให้กับตนเอง เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเราไปเรียนเกี่ยวกับเรื่องประโนึคกินข้าว นักเรียนจะทำอย่างไร ให้ประโยคข้างต้นแบ่งออกมาให้เป็นประโยคหลายประโยค (คุณครูปรเมษฐ) มันแบ่งได้ด้วยหรือครับนี่ (คุณครูคณิตา) แบ่งได้สิคะ นักเรียนคิดว่าจะแบ่งอย่างไรนะ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูคิดว่านักเรียนจะแบ่งอย่างไรนะสัก 1 ประโยคก็ได้ 2 ประโยคก็ได้ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่าถ้าให้แบ่งนี่แสดงว่าในประโยคนี้มันมี 2 ประโยครวมกันใช่ไหมนี้นี่มันได้แยกออกมาแล้วเด็ก ๆ จะแบ่งว่าอย่างไรลูก ฉันกินข้าวแสดงว่าประโยคที่ 2 ต้องบอกว่าอย่างไร พ่อกินข้าวนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) แล้วในเมื่อประโยค 2 ประโยคนี่จากที่เราได้เรียนไป และคือคำว่าอะไรเอ่ยแล้วนักเรียนคะ สังเกตไหมเอ่ย ว่ามันมีคำอะไรอยู่ที่เรายังไม่ได้ใช้นั่นก็คือคำว่า "และ" นั่นเองค่ะ คำว่า "และ" นี่จากที่เราเรียนไป คุณครูได้ไหมคะ ถูกต้องค่ะ นำคำเชื่อมนี่เก่งมากค่ะ นั่นก็คือคำเชื่อมนั่นเองนะคะ เราจะเชื่อม 2 ประโยคนี้ให้เป็นประโยครวมได้อย่างไรเอ่ย ตอบพ่อกินข้าวนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ เรามาดูประโยคเข้ามาเพื่อทำให้ประโยคนั้กระชับและสละสลวยนั่นเอง เมื่อเราใช้คำเชื่อมนี่เราก็จะได้ประโยคที่ว่า ฉันและพ่อกินข้าวนั่นเองค่ะ เด็ก ๆ ครับ ลองแยก อย่างเช่นกันดีกว่าค่ะ คุณครูปรเมษฐคะ (คุณครูปรเมษฐ) ขวัญข้าวชอบอ่านหนังสือและเขียนหนังสือแสดงว่าขวัญข้าวนี่มีพฤติกรรม 2 อย่างใช่ไหมครับ ลองแยกประโยคแรกกันดีกว่า เขียนหนังสือใช่ไหมครับ โดยใช้คำเชื่อมว่าจะแยกได้ว่าอย่างไรลูก ประโยคที่ 1 ขวัญข้าวชอบอ่านหนังสือ และถ้าประโยคที่ 2 จะแยกได้ว่า ขวัญข้าวชอบหนังสือนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ วันนี้นะคะ จุดประสงค์ "และ" เช่นเดียวกันนะครับ เป็นประโยคดังนี้นะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ถ้าเรามีคำเชื่อมเข้ามาเราก็จะได้เป็นขวัญข้าวชอบเขียนหนังสือกับอ่านโยครวมและแยกส่วนประกอบของประโยครวมได้นะการเรียนรู้ที่เราจะเรียนในวันนี้มีอะไรบ้างคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ จะต้องสามารถบอกลักษณะของประโยครวมได้นะครับ และก็จะต้องแต่งประคะ เดี๋ยวคุณครูจะให้นักเรียนศึกษา 3. ก็คือต้องใช้ประโยครวมได้ตามหลักภาษาไทยนะลูกนะ (คุณครูคณิตา) ค่ะ นักเรียนคะ หยิบใบความรู้ขึ้นมาเลยค่ะ มีอยู่ในมือแล้วนะ เดี๋ยวคุณครูจะให้นักเรียนในการศึกษาใบความรู้ประโยคสามัญ ประโยครวม ประโยคซ้อนนะคะ โดยบทบาทของคุณครูปลายทางล่ะค่ะคุณครูประเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ช่วยดูแลอำนวยความสะดวกให้กับนักเรียนนะครับ อีกทั้งจะเรียนประโยครวมนักเรียนก็จะต้องรู้ก่อนนะคะว่าเด็ก ๆ จะต้องเกิดคำถามแน่เลยครูแพรครับ ทำไมต้องศึกษาตั้ง 3 ประโยคด้วยกัน ในเมื่อเรียนประโยคเดียวครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เพราะว่ามันเป็นผลที่เกี่ยวเนื่องกันมา ถ้านักเรียนเป็นประโยค รวมได้โดยใช้คำเชื่อม และประโยคสามัญคืออะไร ถ้านักเรียนสามารถทราบว่าประโยคสามัญคืออะไร นักเรียนก็จะสามารถนำประโยคสามัญ 2 ประโยคนี่นำมา (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ คงเข้าใจแล้วนะครับ ว่าทำไมเราต้องศึกเราก็จะนำประโยคเหล่านี้มาเป็นคำซ้อนได้ซึ่งมันก็จะมีวิธีการต่าง ๆ เราถึงจะต้องเรียนพื้นฐานกันก่อนไงคะ มาสมัยนี้เปลี่ยนเป็นประโยคพื้นฐานและประโยคถึง 3 ประโยคด้วยกัน 3 ประโยคนี่เมื่อก่อน สมัยที่ครูเรียนก็ไม่ได้ชื่อนี้นะ ประโยคแรกภาษาบาลีบอก เอกรรถประโยค (คุณครูปรเมษฐ) พอเป็นประโยคซ้อนประโยครวมเมื่อก่อนเรียนประโยคความรวมอเนกทประโยค ชื่อยากนะครูคณิตา สมัยครูคณิตาเรียนชื่อเดียวกับผมไหม (คุณครูคณิตา) เรียนชื่อเดียวกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) พอเป็นประโยคซ้อน ก็มี 3 ประโยคเหมือนเดิมนั่นล่ะ ประโยครวม ประโยประโยคความซ้อน แล้วปัจจุบันเป็นประโยคซ้อนในสมัยนักเรียนเรียนนี่ เข้าใจง่ายกว่าสมัยครูแน่นอน เพราะว่าชื่อนี่เปลี่ยนให้สั้นแล้วก็ง่ายขึ้นนะครับหลังจากที่นักเรียนศึกษาเป็นที่เรียบร้อยแล้วเดี๋ยวเสียเวลา เด็ก ๆ จะได้ไปศึกษาใบความรู้ (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวก่อนค่ะคุณครูประเมษฐ เดี๋ยวให้นักเรียนได้ดูตัวอย่างใบความรู้กันก่อนค่ะ นี่คือตัวอย่างของใบความรู้นะคะ หลังจากนักเรียนศึกษาเป็นที่เรียบร้อบแล้วเดี๋ยวเรามาเจอกันค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนคะ เป็นอย่างไรกันบ้างคะ เดี๋ยวเราไปคุณครูปรเมษฐเลยนะคะ เอาล่ะค่ะ ประโยครวม (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ เป็นอย่างไรกันบ้างคะจากการที่นักเรียนได้ศึกษาใบความรู้ค่ะ เดี๋ยวเรามาทบทวนเกี่ยวกับเรื่องประโยคไปพร้อม ๆ กับครูคณิตาและและภาคแสดง มีประธานและภาคแสดงก็จะคืออะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ตามที่เด็ก ๆ มีพื้นฐานอยู่ ก็คือกลุ่มคำที่มีใจความครบบริบูรณ์ ประกอบด้วยมีความหมายชัดเจน ประกอบด้วยประธานจะมีนามหรือสรรพนาม อย่างเช่น นามก็จะเป็นสมบูรณ์นั่นเองเด็ก ๆ ครับ (คุณครูคณิตา) ย้ำอีกครั้งหนึ่งนะคะ ประโยคจะประกอบไปด้วยส่วนสำคัญ 2 ส่วนด้วยกัน นั่นก็คือภาคประธานและภาคแสดง ภาคประธานนี่คำว่า "กลิ้ง" คำเหล่านี้ก็จะเป็นภาคแสดงชื่อนะคะ ยกตัวอย่าง อย่างเช่นชื่อตติยา ต่อมาค่ะ กริยาต่อมา ภาคแสดงนี่จะเป็นกริยาค่ะก็อย่างเช่นคำว่า "ขยัน", คำว่า "เดิน" คำว่า "นอน" คำกริยาอกรรม กิน นั่ง นอน (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่ารวมกันปุ๊บนี่สมบูรณ์ทันทีเลยใช่ไหมแสดงว่าคำกริยาพวกนี้ไม่มีกรรมมารับก็สมบูรณ์ถูกไหม (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เขาเรียกกริยาเหล่านี้ว่าอะไรนะเลย แต่อันนี้เข้าใจยืน เดิน อะไรพวกนี้ถ้าให้สมบูรณ์นี่ ในภาคแสดง จะประกอบด้วย กริยากรรม ก็จะสมบูรณ์ ประโยคก็จะลงครบสมบุ ณ ภาคประธานก็คือ นาม หรือ สรรพนาม แล้วจะเป็นอะไรได้อีกเป็นคำกริยาอกรรม ไม่ต้องมีกรรมมารับนั่นเองครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ นักเรียนคะ นักเรียนอาจจะสงสัยว่าภาคประธานคืออะไร เมื่อกี้คุณครูได้กล่าวไปแล้วนะคะ ทราบว่าใคร หรือ อะไร มักเป็นคำนาม หรือไปดูค่ะ ภาคประธาน คือ ส่วนที่ทำหน้าที่คุม...ขออภัยค่ะ ภาคประธานคือ ส่วนที่ทำหน้าที่คุมบทกริยาเพื่อให้ทราบว่าใครทำอะไร ใจความครบบริบูรณ์ ว่าภาคประธานนั้นคำสรรพนามนั่นเองค่ะแล้วภาคแสดงล่ะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ภาคแสดง ก็คือส่วนที่แสดงอะไรลูก แสดงกริยาอาการของภารประธานนะครับ เพื่อให้ได้ภาคแสดงนะคะ ประกอบด้วย 4 ส่วนย่อยด้วยกันเขามีกริยาอกรรมอย่างไร ประโยคถึงจะสมบูรณ์เพราะฉะนั้นนี่ ภาคประธานนี่มีส่วนในการขับเคลื่อนกริยา (คุณครูคณิตา) ค่ะ ใช่แล้ว เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเรามาดูภาคแสดงประกอบด้วย 4 ส่วนย่อยมีอะไรบ้าง 4 ส่วนย่อยมีอะไรบ้างนะ นักเรียนตอบครูได้ไหมคะคุณครูปลายทางคะ สามารถที่จะสอบถามนักเรียนได้เลยนะคะ ว่าภาคแสดงที่ประกอบด้วย 4 ส่วนย่อนมีอะไรบ้าง เด็ก ๆ คงตอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวเรามาดูประกอบด้วย 4 ส่วนย่อย นั่นก็คือบทแล้วก็บทขยายกรรม ถึงจะเป็นภาคแสดงบทขยายกริยา คุณครูปรเมษฐคะลองทายดูสิคะ ว่าบทต่อไปนี่เป็นบทอะไรเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) มีกริยาแล้วก็ต้องมีอะไรครับ เด็ก ๆ มีบทกรรมและคุณครูปรเมษฐในการจำแนกส่วนประกอบนะคะ เราไปดูที่สมบูรณ์นะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเรามาจำแนกนะคะ ส่วนประกอบของประโยคให้ถูกต้องกันดีกว่าค่ะ เด็ก ๆ นี่จะต้องช่วยคุณครูคณิตาและคุณครูปรเมษฐ ภาคแสดงล่ะคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ก็จะมีส่วนขยายประธานกันเลยดีกว่า ส่วนประกอบของประโยคมีทั้งภาคประธานและภาคแสดงนะ ภาคประธานก็จะมีประธานและบทขยายประธาน ส่วน (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ จดลงไปในสมุดเลยนะคะส่วนขยายของกริยานะครับ กรรมและส่วนบทขยายกรรม หรือส่วนขยายของกรรมนะ ขยายเพื่อให้ใจความมันชัดเจนยิ่งขึ้นนั่นเองครับ เด็ก ๆ ประโยคนะคะให้เด็ก ๆ นี่ได้ทดลองหน่อยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ทำเป็นตารางแบบนี้เลยเด็ก ๆ มันจะเข้าใจง่ายลูก (คุณครูคณิตา) คราวนี้คุณครูนี่ก็มีประโยคให้นักเรียนได้ทดลองคัดแยก ภาคไหนเป็นประธานในการแยกนะคะ ว่าส่วนไหนเป็นส่วนภาคประธานส่วนไหนเป็นส่วนภาคแสดง เดี๋ยวเรามาดูแล้วแยกไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ เก่งทิ้งขนะลงถัง ประธานในช่องไหนเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) ทิ้งนี่มันเป็นกริยาอาการไหมคืออะไรคะนักเรียนคือ เก่ง นั่นเองส่วนคำว่า "ทิ้ง" ล่ะคะ ทิ้ง นักเรียนจะไปใส่ก็คือเก่งเป็นประธาน ทิ้งก็เป็น (คุณครูคณิตา) ทิ้งเป็นกริยานะคะทิ้ง แล้วขยะล่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เก่งทิ้งขยะลงถังทิ้ง ทิ้งที่ไหนล่ะ ทิ้งลงถังก็เป็น... (คุณครูคณิตา) เป็นกรรมนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) แล้วลงถังล่ะเด็ก ๆ ครับ เป็นอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เป็นบทขยายกริยานะคะ ลงในถัง (คุณครูปรเมษฐ) มันอย่างนี้ลูก ทิ้งมันเป็นการขยายไปกันต่อครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ต่อค่ะ เขาเขียนจดหมายถึงเพื่อนทำไมถึงไม่เอาไปขยายกรรม มันเป็นส่วนของการทิ้ง ทิ้งอย่างไร ทิ้งให้ลงถังไงกริยา เดี๋ยวเด็ก ๆ จะไม่เข้าใจนะ ครูเลยต้องอธิบายเพิ่มกริยา (คุณครูปรเมษฐ) เขาเขียน เอ้ เขียนคำ... ภาคประธานค่ะภาคประธาน ก็คือคำอะไรเอ่ย ก็คือคำว่า "เขา" นั่นเอง ต่อมากริยาล่ะคะ เป็นกรรมเพราะฉะนั้นเป็นการแสดงนั่นเอง เขียนอย่างไรล่ะ มันคคล้าย ๆ กับทิ้งลงถังเมื่อสักครู่นี้เลยเด็ก ๆขยายส่วนไหน เด็ก ๆ ตอบครู ขยายเยี่ยมครับ เป็นการขยายบทกริยานั่นเอง เขียนอย่างไรล่ะ ย้อนก่อน ที่คุณครูคณิตาบอกเด็ก ๆ ว่าได้คำนาม และไปกันต่อ เดี๋ยวนะ ๆ ย้อนก่อน คุณครูคณิตาเดี๋ยวคำว่า "เขา" ถ้าเทียบกับคำทั้ง 7 ชนิดถือว่าเป็นคำอะไรนะ (คุณครูคณิตา) คำสรรพนามนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ว่าเขา (คุณครูปรเมษฐ) เขาเป็น (คุณครูคณิตา) คำสรรพนามค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คำสรรพยามใช่ไหม เมื่อกี้เมื่อสักครู่ เก่ง เก่งเป็นคำอะไร (คุณครูคณิตา) เป็นคำ คำอะไรคะ เป็นคำนามก็คือเป็นชื่อเรียกนั่นเองค่ะ ส่วนคำว่า "เขา" ประธาน กิน เป็นคำสรรพนามค่ะ คำต่อไปค่ะ พชรกินปลาทูทอด ไปกันต่อเลยครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ พชรกินปลาทูทอด (คุณครูปรเมษฐ) น่าอร่อยนะ พชรนี่เด็ก ๆ ตอบครูบ้าง เก่งมากครับ พรชเป็นกรรมนะครับ เหลือคำว่าทอด ทอดไปขยายอะไรกินเป็นคำกริยานะครับ ปลาทูปลาทูทอด (คุณครูคณิตา) ปลาทู แสดงว่าปลาดูเป็นอะไรนะครับ ทอดจึงเป็นส่วนขยายของกรรมนั่นเองทอดก็ต้องขยายปลาทูนั่นเองนะครับ เป็นการขยายส่วนของกรรมนะ ปลาทูเป็นผู้ถูกกระทำ แต่ไม่ใช่ปลาทูเฉย ๆ ปลาทูมันโดนทอดมากินค่ะ นมแม่แมว นมเป็นกรรม แมว (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ ลูกแมวกินนมแม่แมวนะคะ อย่างที่บอก ก็คือภาคประธาน ก็คือจะเป็นลูกแมวนะคะ กริยาค่ะนักเรียน ตอบได้เลยว่าคำว่า บอกคุณครูหน่อยสิคะ เดี๋ยวเรากินนมของแม่แมวนะคะ นมแม่แมวล่ะคะเป็นอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) แม่แมวเป็นอะไรลูก (คุณครูคณิตา) ตอบได้ไหมเอ่ย ตอบได้ไหม แม่แมวเป็นบทขยายกริยาหรือบทขยายกรรมคะ กลายเป็นกินอะไรเลย (คุณครูคณิตา) ขยายหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ)มาดูเฉลยนะคะ คำว่า "แม่แมว" นะคะ เป็นบทขยายกรรมนั่นเองค่ะ ก็คือกินนมของแม่แมว (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเด็ก ๆ เอามาใส่ในบทขยายกรรมนี่ยุ่งเลยนุ่งผ้าหลายดอกรักค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ประโยคเริ่มยาวกลายเป็นกินแม่แมวเลยนะ ดูนี่ต้องดูบริบทด้วย การที่จะแยกส่วนประกอบของประโยค (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ หญิงชราคนนั้นนุ่งผ้าลายดอกรัก ประโยคที่ 1 ใครเป็นประธานเด็ก ๆ ตอบครับ หญิงชราเป็นประธานมีบทขยายประธานไหม มีไหมลูก (คุณครูคณิตา) คนนั้นนั่นเองค่ะ ต่อมาค่ะ ภาคแสดงค่ะ กริยาคืออะไร (คุณครูปรเมษฐ) ดูสิ อันไหนที่เป็นการกระทำ แสดงอาการบ้างคำว่า... เยี่ยมเลยครับ คำว่า "นุ่ง" นั่นเองนุ่งนั่นเอง เพราะฉะนั้น เป็นกรรม มันยังไม่จบครับเด็ก ๆ มันยังเหลือลายดอกรักอีก เด็ก ๆ ดูง่าย ๆ นะ ถ้าหนูเอาลายดอกรักไปเติมที่บทขยายกริยานี่ได้ไหม นุ่งจะตายนะครับ (คุณครูคณิตา) ให้นักเรียนค่ะ พิจารณาประโยคมันเป็นการขยายผ้า ว่าผ้ามันเป็นลายดอกรัก ลายดอกรักจึงเป็นส่วนขยายของ (คุณครูคณิตา) กรรมนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สนุกจะตาย เอาล่ะครับ นี่การแยกส่วนประกอบของประโยค สนุกประโยครวมและประโยคซ้อน (คุณครูคณิตา)ต่อไปนี้นะคะ เรามาดูสิคุณพ่อเล่านิทาน เมื่อกี้คุณครูให้นักเรียนศึกษาไปแล้วใช่ไหมคะ ประโยคสามัญ, ประโยครวมเด็ก ๆ หน่อยสิคะ ว่าประโยคนี้เป็นประโยคอะไรว่าประโยคที่คุณครูได้พูดไปนี่เป็นประโยคชนิดใด (คุณครูปรเมษฐ) คุณพ่อเล่านิทาน (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ บอกนะ เป็นประโยคสามัญ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ มันเป็นคำเชื่อมหรืออะไรไม่มีเลย เพราะฉะนั้น ประโยคนี้ต้องเป็นประโยคสามัญนั่นเองนะครับ มีประธาน กริยา กรรม ครบทั้งสองฝ่ายนี่ไม่ได้ไปด้วยกันใช่ไหม แต่สามารไปโรงเรียน แต่พี่ไปมหาวิทยาลัย (คุณครูปรเมษฐ) ฉันไปโรงเรียน พี่ไปมหาวิทยาลัยแสดงว่ามันเป็นอย่างไรกัน ทั้ง 2 ฝ่ายไม่ได้ไปด้วยกัน โดยใช้คำเชื่อมคำว่า "แต่" แสดงว่าเป็นคำว่าอะไรลูกตอบครู ประโยคความรวมหรือประโยครวมนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ คุณพ่อพาฉันไปที่ชะอเพชรบุรี มันเป็นประโยคหลักและประโยคย่อจังหวัดเพชรบุรีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) พ่อพาฉันไปเที่ยวชะอำ น่าจะเป็นประโยคหลักนะมาก่อนนี่บอกก่อน ชะอำอยู่ในจังหวัดถามดูนะ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะนักเรียน นักเรียนคงตอบหรือเป็นอนุประโยคน่ะ เขาเรียกว่าประโยคอะไรนะลูก ประโยคซ้อนนะ คำว่า "ซึ่ง" นั่นเองนะครับ ตามที่หนู ๆ ได้ศึกษามา ครูนำมานั่นก็คือ คุณพ่อพาฉันไปเที่ยชะอำ ซึ่งได้แล้วนะคะ ว่าคุณพ่อเล่านิทานเป็นประโยคสามัญ ฉันไปโรงเรียนแต่พี่ไปมหาวิทยาลัยเป็นประโยครวม และสุดท้าย นั่นก็คือ ประโยคแรกก็คือจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นประโยคซ้อนนั่นเองค่ะซึ่งประโญคนี่ เราสามารถจำแนกตามลักษณะโครงสร้างนี่ได้ทั้งหมดกี่ชนิดคะ ครูนี่ก็จะทบทวนประโยคสามัญให้ก็คือประโยคสามัญ ชนิดที่ 2 ล่ะคะประโยครวมค่ะ และชนิดที่ 3 นั่นก็คือประโยคซ้อน ซึ่งวันนี้นะคะอะไรสามัญ สามัญสักอย่างเดี๋ยวเรามาเรียนเกี่ยวกับประโยคซ้อนกันค่ะ ประโยคสามัญ เมื่อเช้านี่ คุณครูได้ยินเสียงคุณครูปรเมษฐร้องเพลง ร้องเพลงเกี่ยวกับอะไรสามัญ ๆ หรือเกี่ยวกับประโยคไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) (คุณครูปรเมษฐ) เกี่ยวกับเรื่องประโยคครับ เป็นประโยค 3 ส่วนเขาเรียก "ประโยค 3 ส่วนเด็ก ๆ รู้แล้วถ้าถามนี่ มีประธาน กริยา กรรม นักเรียนร้องมาหลายเพลงแล้วสมัยที่หนู ๆ เรียนมาอย่างนั้นร้อง เด็ก ๆ ต้องร้องไปกับครูเลย ร้องไปพร้อม ๆ กันพร้อมแล้ว เดี๋ยวเริ่มนะเด็ก ๆ นะ ประโยค 3 ส่วน มีประธาน กริยา กรรม ยังฟังใจจำคำว่าแมวกินปลา มีกินเป็นกริยา อีกเที่ยวหนึ่ง ประโยค 3 ส่วน กรรมนั่นคือกินปลาแมวกินปลาเป็นประโยค 3 ส่วนกรรมนั้นคือปลา แมวกินปลาเป็นประโยค 3 ส่วนประธาน กริยา กรรม ยังจำฝังใจ คำว่า "แมวกินปลา" แมวนั่นเป็นประธาน กินเป็นกริยา ร้องเสียงเพราะมากเลยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ปรบมือแมวกินปลา เป็นประโยค 3 ส่วน (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ ปรบมือให้คุณครูปรเมษฐหน่อยค่ะ เกี่ยวกับเรื่องประโยคสามัญนะคะ เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเราให้ตัวเองด้วย ปรบมือให้ตัวเองด้วย เก่งมาก ๆ นะครับ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะเพลงนี้นะคะ จำแล้วก็สามารถที่จะนำไปใช้ได้และสิ่งนั้นแสดงกริยาอาการหรือมาเรียนและทบทวนเกี่ยวกับเรื่องประโยคสามัญดีกว่าค่ะ ประโยคสามัญหรือประโยคใจความเดียวคือ ประโยคที่กล่าวถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพียงสิ่งเดียว และสิ่งนั้นแสดงกริยาอการ (คุณครูปรเมษฐ) มันจะมี 2 ส่วนก่อนใช่ไหมเด็ก ๆ ก็คือส่วนของ...อยู่ในสภาพเดียว โดยประโยคสามัญนี่คุณครูปรเมษฐได้พูดไปแล้วใช่ไหมคะ ก่อนจะมี 3 ส่วนแต่เอ๊ ก่อนที่จะมี 3 ส่วน ต้องมีกี่ส่วนก่อนคะมาให้ นั่นก็คือพลอยร้องเพลง (คุณครูคณิตา) ส่วนของภาคประธาน แล้วก็ภาคแสดงนั่นก็คือประธานกับกริยานั่นเองนะคะ อย่างเช่นประโยคที่คุณครูได้ยกที่มีใจความสมบูรณ์ได้ มาดูตัวอย่างที่ 2 ค่ะพลอยร้องเพลง พลอยเป็นประธาน ร้องเพลงเป็นกริยา โดยไม่ต้องมีกรรมมาเติมเต็ม ก็สามารถเป็นประโยค ลายกระโดด คราวนี้ค่ะ มาถึงประโยคแมวลายกระโดดเห็นไหมคะ ไม่ต้องมีกรรมมาก็เป็นคำที่จะเป็นใจความที่สมบูรณ์ได้ แมวแดงเป็นประธาน ตีเป็น 3 ส่วนค่ะ ที่คุณครูปรเมษฐได้ร้องเพลงไปคุณครูปรเมษฐคะ แดงตีระนาดมันจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนได้อย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ตามเพลงเลยเพราะเป็นกรรม 3 ส่วน (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะกริยา กรรมนั้นคือระนาด แดงเป็นผู้กระทำเป็นประธาน ตีเป็นกริยานี่คือท่าตีใช่ไหม ระนาด (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะนักเรียน นักเรียนก็คงที่จะเข้าใจเกี่ยว (คุณครูปรเมษฐ) แก้วร้อยพวประธาน ร้อยเป็นกริยา แล้วก็พวงมาลัยเป็นกรรม เยี่ยมเลยรวมถึงนักเรียนค่ะ เดี๋ยวเรามาช่วยกันแต่งประโยคกับเรื่องประโยคสามัญเพิ่มขึ้นแล้วนะคะมีกิจกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ มาร่วมกันเล่นนะคะ ระหว่างครู ครูคณิตาและคุณครูปรเมษฐ รวมถึงนักเรียนด้วย เดี๋ยวเรามาเล่นกิจกรรมนี้เดี๋ยวคุณครูจะให้นักเรียนนะคะ 3 ส่วนให้มีใจความสมบูรณ์กันค่ะ เดี๋ยวเราไปเล่นกันค่ะ นักเรียนคะ เดี๋ยวเรามาเล่นกิจกรรมกันเลยเติมอย่างไรก็ได้ให้ประโยคมีเลือกคำในประธาน กริยาและกรรมค่ะ เลือกมาอย่างละ 1 คำนะคะแล้วมาเติมลงไปในรถประโยค 3 ส่วนค่ะก็ได้ให้รถประโยค 3 ส่วนนี้มีใจความที่ใจความที่สมบูรณ์ค่ะ เอาล่ะค่ะเดี๋ยวเราจะให้ครเป็นผู้เริ่มก่อนนะคะ คุณครูปรเมษฐคะเลือกประธาน กริยา และกรรมดูสิคะ ทำอย่างไรก็ได้ต้องเลือกประธานก่อนใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ค่ะสมบูรณ์ด้วย (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนมาทับทรงมาที่ครูเลย สงสัญญาณจิตมานักเรียนมาทั่วประเทศแล้วครับ อยู่ในร่างข้าพเจ้าพ่อแม่เราเรียนใช่ไหม มานะ มาณี กิตติ ชูใจเลือกอะไรก่อนก็ได้ค่ะ ให้มีประโยคสมบูรณ์เป็นนักเรียนนะ มานะนี่อยู่ในตัวละครสมัยที่หน่อยสิ มีคำว่าอะไรบ้างนี่ (คุณครูคณิตา) ครูเรียนแก้วกับกล้าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อ่อต้องเอากรรมไปด้วย มานะนม เอ๊ เด็ก ๆ ช่วยครูเลือกกริยา (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวคุณครูคณิตาจะบอกใบ้ให้นะคะ มีคำว่า "กิน"ได้ไหม ๆ เอาคำไหนดี มานะนม เดี๋ยวถามพี่ปื๊ด พี่ปื๊ดเลือกอะไรครับเอาคำว่าอะไรดีครูคณิตาครับนะครับ มานะดื่มนม ถูกไหมครับ (คุณครูคณิตา )กับคำว่า "ดื่ม" ค่ะ ถ้าเป็นนักเนื่องจากนี่จะเลือกคำใด (คุณครูปรเมษฐ) นึกว่ามีคำนี้ให้เลือกอีกนะนมนี่เป็นน้ำใช่ไหม เพราะฉะนั้น ต้องใช้คำว่า "ดื่ม" เอาล่ะค่ะ คุณครูปรเมษฐคะ นำประโยคที่คุณครูปรเมษฐถูกต้องค่ะ นี่ก็เป็นประโยค 3 นะคะ มานะเป็นประธาน ดื่มเป็นกริยา และนม ก็คือกรรมนั่นเองค่ะประโยคนี้ค่ะ คุณยายเลือกนะคะไปไว้ด้นข้างเลยค่ะ นักเรียนคะคุณครูคณิตาจะแต่งประโยคว่าประโยคอะไรเอ่ยมาให้เลือกกริยาให้ครับ เขาให้เลือกกรรมให้คุณยายทำอะไรเอ่ยคุณยายไป ไหนดีนะ (คุณครูปรเมษฐ) มีเด็กชุมพรเขาส่งสัญญาณคือ สถานที่ คือ คำว่า... เยี่ยมเลยครับ (คุณครูคณิตา) ตลาดนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เขาให้เลือกกรรมให้ไป ไปไหนดีเด็ก ๆไปนิทาน โทรทัศน์ได้ไหม ไม่ได้ (คุณครูปรเมษฐ) สมบูรณ์แล้วต้องหยิบออกใช่ไหม (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวมาดูอีก 1 ประโยคนะคะ นักเรียนและคุณครูปลายทาง