﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:03,001
[เสียงดนต

2
00:00:04,006 --> 00:00:08,006
[เสียงดนตรี]

3
00:00:08,008 --> 00:00:11,950

4
00:00:12,010 --> 00:00:15,889

5
00:00:16,028 --> 00:00:19,899

6
00:00:20,032 --> 00:00:23,999
และคุณครูปรเมษฐ ในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษา

7
00:00:24,153 --> 00:00:27,986

8
00:00:28,159 --> 00:00:32,019
(คุณครูคณิตา) สวัสดีคุณครูปลายทางและนักเรียนปล

9
00:00:32,161 --> 00:00:35,901

10
00:00:36,166 --> 00:00:39,895
ตอบคุณครูได้ไหมเอ่ย ล่าสุดเลยที่เราได้เรียนรู้ไปนะคะ

11
00:00:40,171 --> 00:00:43,891
ปีที่ 6 ค่ะ นักเรียนคะ ในบทเรียน

12
00:00:44,176 --> 00:00:47,893
ที่ผ่านมานี่ นักเรียนจำได้ไหมเอ่ย นักเรียนเรียน

13
00:00:48,178 --> 00:00:51,889

14
00:00:52,181 --> 00:00:55,889

15
00:00:56,195 --> 00:00:59,891
นั่นก็คือเกี่ยวกับเรื่องประโยครวมนั่นเองค่ะ

16
00:01:00,196 --> 00:01:03,890
รวมถึง ประโยคสามัญด้วย

17
00:01:04,197 --> 00:01:07,888

18
00:01:08,204 --> 00:01:11,889

19
00:01:12,207 --> 00:01:15,899
ให้นักเรียนตอบคำถามนี้ด้วยนะคะ

20
00:01:16,209 --> 00:01:19,890
คุณครูปรเมษฐคะ วันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่อง

21
00:01:20,215 --> 00:01:23,888
อะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ ถ้าย้อนดูเรื่อง

22
00:01:24,221 --> 00:01:27,892
ซ้อน เพราะฉะนั้นเดีใ๋หย้วนังวกเรีัยนนระวจัน่นาีง้ครแจู้ง จแะ

23
00:01:28,224 --> 00:01:31,889
มี 3 ประโยคใช่ไหม ที่หนูได้ศึกษาไป 1. ก็คือประโยคสามัญ

24
00:01:32,226 --> 00:01:35,887

25
00:01:36,227 --> 00:01:39,887
2. ประโยครวม 3. ก็คืออะไรนะ ประโยคซ้อน เรียนไปหรือยังประ

26
00:01:40,233 --> 00:01:43,887
นะคะ นัทชอบทำความดี เพราะทำแล้ว

27
00:01:44,234 --> 00:01:47,892
ของประโยคซ้อนนะครับ พร้อมแล้วเราไปดูกันเลยครับ

28
00:01:48,236 --> 00:01:51,888
เด็ก ๆ ครับ (คุณครูคณิตา) ให้นักเรียนนะคะสังเกตประโยค

29
00:01:52,238 --> 00:01:55,890
ประโยคนะคะ ที่คุณครูนำขึ้นหน้าจอไว้ให้

30
00:01:56,240 --> 00:01:59,887
ให้ทำไมนะ พอแยกแล้วทำไมนะ (คุณครูคณิตา) แยกแล้ว

31
00:02:00,241 --> 00:02:03,887
มีความสุข แยกเป็นประโยคย่อยอย่างไรคะ

32
00:02:04,253 --> 00:02:07,889
(คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ก็คือ มันก็คือประประโยคซ้อนใช่ไหม

33
00:02:08,255 --> 00:02:11,886
เรายกมานี่ เคยบอกนักเรียนว่าถ้าเป็นประโยครวมนี่

34
00:02:12,257 --> 00:02:15,887
เป็นอะไร ครูประเมษฐและ

35
00:02:16,258 --> 00:02:19,887
ความหมาย น้ำหนักจะต้องเท่ากันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) น้ำหนัก

36
00:02:20,264 --> 00:02:23,887
ของประโยครวมนี่เท่ากัน อย่างเช่น ครูนี่อ่านหนังสือ

37
00:02:24,272 --> 00:02:27,894
ครูคณิตาอ่านหนังสือนำมารวมกัน

38
00:02:28,274 --> 00:02:31,888
เพราะมันทำกิจกรรมเหมือนกันนะ เป็นประโยคความรวม

39
00:02:32,275 --> 00:02:35,887
ครูคณิตาเป็นอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) อ่านหนังสือค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

40
00:02:36,276 --> 00:02:39,886
ก็เป็น ครูปรเมษฐ

41
00:02:40,278 --> 00:02:43,898
(คุณครูคณิตา) คำว่า "และ" นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) น้ำหนักทั้ง 2 มันเท่ากัน

42
00:02:44,279 --> 00:02:47,887
เช่นเดียวกันครูคณิตาครับ

43
00:02:48,283 --> 00:02:51,894
แต่ประโยคความซ้อนมันยิ่งกว่านั้นลูก มันซ้อน

44
00:02:52,283 --> 00:02:55,886
มันใจความมันไม่เหมือนกัน

45
00:02:56,284 --> 00:02:59,886
นี่ถ้าแยกออกปุ๊บนี่มันจะได้ 2 ประโยค

46
00:03:00,285 --> 00:03:03,886
ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ถ้าให้ครูคณิตาแบ่งนะคะ

47
00:03:04,288 --> 00:03:07,886
บอกใจความสำคัญเลย 2. คือ ประโยคย่อย อย่างนั้น

48
00:03:08,289 --> 00:03:11,886
เดี๋ยวเราสังเกตประโยคที่ครูนำมาให้ดูนะครับ

49
00:03:12,292 --> 00:03:15,901
นัทชอบทำความดีเพราะทำแล้วมีความสุข แบ่งได้อย่างไร

50
00:03:16,295 --> 00:03:19,895
(คุณครูปรเมษฐ) ใจความมันสำคัญไม่เท่านะ คือ ครูคณิตา

51
00:03:20,296 --> 00:03:23,888
ก็จะแบ่งเป็น 2 ประโยคด้วยค่ะ นั่นก็คือ

52
00:03:24,299 --> 00:03:27,885
นัทชอบทำความดี นัททำแล้ว

53
00:03:28,299 --> 00:03:31,885
มีความสุข แต่เอ๊ ประโยคด้านหลังนี่มัน

54
00:03:32,301 --> 00:03:35,886
ว่านัทชอบทำความดีเพราะอะไร เพราะนัททำเพราะมีความสุข

55
00:03:36,303 --> 00:03:39,885
ต้องการสื่อสารว่าอะไรประโยคนี้ (คุณครูคณิตา) ประโยคที่ต้องการสื่อสารนะคะ

56
00:03:40,312 --> 00:03:43,885
ก็คือนัทชอบทำความดีแล้วมีความสุขค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

57
00:03:44,315 --> 00:03:47,887
นัทนี่ชอบทำความดีนะ แต่ที่เอามาเสริม

58
00:03:48,316 --> 00:03:51,885
เป็นอาหารไทยที่ชาวต่างประเทศรู้จักดี

59
00:03:52,318 --> 00:03:55,885
อันนี้ล่ะครับ คือ ประโยคซ้อน มันจะมีประโยค

60
00:03:56,322 --> 00:03:59,886
หลัก แล้วก็ประโยคย่อยนั่นเองครับ ดูประโยคต่อไ

61
00:04:00,332 --> 00:04:03,887
ครูคณิตาอ่านให้เด็ก ๆ ฟังครับ (คุณครูคณิตา) ต้มยำกุ้ง

62
00:04:04,338 --> 00:04:07,886
เป็นอาหารไทยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ ต้องการสื่อสารเลย ว่า

63
00:04:08,341 --> 00:04:11,887
(คุณครูปรเมษฐ) ต้มยำกุ้งเป็นอาหารไทย

64
00:04:12,342 --> 00:04:15,885
ครูคณิตาต้องการบอกอะไรเป็นหลักเลย

65
00:04:16,350 --> 00:04:19,887
คำว่าอะไรครับ (คุณครูคณิตา) ต้องการที่จะบอกว่าต้มยำกุ้ง

66
00:04:20,351 --> 00:04:23,885
อะไรอร่อยที่สุด (คุณครูคณิตา) ต้มยำกุ้งค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไหนออกเสียง

67
00:04:24,374 --> 00:04:27,887
ต้มยำกุ้งนี่เป็นอาหารไทยนะ แต่มันเป็นอาหาร

68
00:04:28,376 --> 00:04:31,886
ไทยที่ชาวต่างประเทศรู้จักกันดี สังเกต

69
00:04:32,378 --> 00:04:35,885
จากชาวต่างประเทศนี่ที่เขาพูดถึงอาหารไทย

70
00:04:36,380 --> 00:04:39,887
เดี๋ยวให้นักเรียนนะคะ ก็ลองส่งข้อความมาบอก

71
00:04:40,381 --> 00:04:43,885
(คุณครูคณิตา) ออกอย่างไรคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ต้มยำกุ้ง

72
00:04:44,384 --> 00:04:47,885
นะ ต้มยำกุ้งนี่อร่อยที่สุด มัน

73
00:04:48,386 --> 00:04:51,885
ไม่เหมือนหรือหรือต้องใส่สำเนียงอีก

74
00:04:52,395 --> 00:04:55,884
เอาคำเชื่อมคำว่าอะไร (คุณครูคณิตา) เพราะค่ะ ขอโทษค่ะ

75
00:04:56,400 --> 00:04:59,884
คุณครูปรเมษฐนะคะ ว่าสำเนียงนี่เหมือนหรือเปล่านะคะ

76
00:05:00,401 --> 00:05:03,884
(คุณครูปรเมษฐ) นะครับ หลัก ๆ คือต้องการบอกว่าต้มยำกุ้งอร

77
00:05:04,402 --> 00:05:07,885
ใจความรองก็คือชาวต่างประเทศนี่รู้จักกันดี

78
00:05:08,404 --> 00:05:11,886
ซึ่ง วันนี้นะคะ ที่คุณครูให้นักเรียนดูประโยค 2 ประโยค

79
00:05:12,405 --> 00:05:15,885
คำว่า "ที่" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาคำว่า "ที่" มาเชื่อม

80
00:05:16,459 --> 00:05:19,884
ให้มันชัดเจนยิ่งขึ้น อันนี้ล่ะครับ มันคือ

81
00:05:20,464 --> 00:05:23,884
ประโยคความซ้อน ไปกันต่อเลยครับเด็ก ๆ

82
00:05:24,466 --> 00:05:27,884
มากยิ่งขึ้น ซึ่งเดี๋ยวเราไปดูจุดประสงค์ในวันนี้

83
00:05:28,468 --> 00:05:31,885
นักเรียนก็คงอาจจะจับทางได้บ้าง

84
00:05:32,470 --> 00:05:35,884
ไม่ได้บ้างนะคะ ไม่เป็นไรค่ะ เพราะวันนี้ครูจะสอน

85
00:05:36,470 --> 00:05:39,886
เกี่ยวกับเรื่องประโยคความซ้อนนี่ให้ชัดเจนแจ่มแจ้ง

86
00:05:40,473 --> 00:05:43,884
ประโยคซ้อนได้ ส่วนข้อที่ 3 ล่ะคะคุณครูปรเมษฐ

87
00:05:44,475 --> 00:05:47,884
กันเลยค่ะ จุดประสงค์การเรียน

88
00:05:48,476 --> 00:05:51,884
รู้ของวันนี้นะคะ ก็คือ 1. บอกประโยชน์

89
00:05:52,479 --> 00:05:55,884
ซ้อนได้ 2. แต่งประโยคซ้อนและจำแนก

90
00:05:56,480 --> 00:05:59,884
จะชอบพูดติดคำว่า "ประโยคความซ้อน" เดี๋ยวเด็ก ๆ

91
00:06:00,481 --> 00:06:03,886
(คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ จะต้องใช้ประโยคซ้อนได้ถูกต้องตาม

92
00:06:04,482 --> 00:06:07,884
หลักภาษาไทยนะครับ อันนี้ก็คือที่นักเรียนจะได้ใน

93
00:06:08,484 --> 00:06:11,884
ชั่วโมงนี้ครับ คุยกันก่อนครับครูคณิตาครับ เรา 2 คนนี่

94
00:06:12,485 --> 00:06:15,886
ครูไม่ได้เรียนประโยคความซ้อน ครูเรียก สังชระประโยค

95
00:06:16,486 --> 00:06:19,883
จะเข้าใจผิดนะ ซึ่งความจริงมันถูกไหม มันถูกนะ ประโยค

96
00:06:20,487 --> 00:06:23,883
ความซ้อนนี่ สมัยครูเรียนเมื่อ 4-5 ปีที่แล้วนี่

97
00:06:24,489 --> 00:06:28,489
ป. 6 นี่ ครูยังเรียนประโยคควา

98
00:06:28,489 --> 00:06:32,489

99
00:06:32,491 --> 00:06:32,494

100
00:06:36,494 --> 00:06:36,498

101
00:06:40,499 --> 00:06:40,501

102
00:07:48,559 --> 00:07:52,559
[เ

103
00:07:52,561 --> 00:07:56,561

104
00:07:56,565 --> 00:07:56,570

105
00:08:00,570 --> 00:08:00,575


