[เสียงดนต[เสียงดนตรี]และคุณครูปรเมษฐ ในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษา(คุณครูคณิตา) สวัสดีคุณครูปลายทางและนักเรียนปลตอบคุณครูได้ไหมเอ่ย ล่าสุดเลยที่เราได้เรียนรู้ไปนะคะปีที่ 6 ค่ะ นักเรียนคะ ในบทเรียนที่ผ่านมานี่ นักเรียนจำได้ไหมเอ่ย นักเรียนเรียนนั่นก็คือเกี่ยวกับเรื่องประโยครวมนั่นเองค่ะรวมถึง ประโยคสามัญด้วยให้นักเรียนตอบคำถามนี้ด้วยนะคะคุณครูปรเมษฐคะ วันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ ถ้าย้อนดูเรื่องซ้อน เพราะฉะนั้นเดีใ๋หย้วนังวกเรีัยนนระวจัน่นาีง้ครแจู้ง จแะมี 3 ประโยคใช่ไหม ที่หนูได้ศึกษาไป 1. ก็คือประโยคสามัญ2. ประโยครวม 3. ก็คืออะไรนะ ประโยคซ้อน เรียนไปหรือยังประนะคะ นัทชอบทำความดี เพราะทำแล้วของประโยคซ้อนนะครับ พร้อมแล้วเราไปดูกันเลยครับเด็ก ๆ ครับ (คุณครูคณิตา) ให้นักเรียนนะคะสังเกตประโยคประโยคนะคะ ที่คุณครูนำขึ้นหน้าจอไว้ให้ให้ทำไมนะ พอแยกแล้วทำไมนะ (คุณครูคณิตา) แยกแล้วมีความสุข แยกเป็นประโยคย่อยอย่างไรคะ(คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ก็คือ มันก็คือประประโยคซ้อนใช่ไหมเรายกมานี่ เคยบอกนักเรียนว่าถ้าเป็นประโยครวมนี่เป็นอะไร ครูประเมษฐและความหมาย น้ำหนักจะต้องเท่ากันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) น้ำหนักของประโยครวมนี่เท่ากัน อย่างเช่น ครูนี่อ่านหนังสือครูคณิตาอ่านหนังสือนำมารวมกันเพราะมันทำกิจกรรมเหมือนกันนะ เป็นประโยคความรวมครูคณิตาเป็นอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) อ่านหนังสือค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)ก็เป็น ครูปรเมษฐ(คุณครูคณิตา) คำว่า "และ" นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) น้ำหนักทั้ง 2 มันเท่ากันเช่นเดียวกันครูคณิตาครับแต่ประโยคความซ้อนมันยิ่งกว่านั้นลูก มันซ้อนมันใจความมันไม่เหมือนกันนี่ถ้าแยกออกปุ๊บนี่มันจะได้ 2 ประโยคครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ถ้าให้ครูคณิตาแบ่งนะคะบอกใจความสำคัญเลย 2. คือ ประโยคย่อย อย่างนั้นเดี๋ยวเราสังเกตประโยคที่ครูนำมาให้ดูนะครับนัทชอบทำความดีเพราะทำแล้วมีความสุข แบ่งได้อย่างไร(คุณครูปรเมษฐ) ใจความมันสำคัญไม่เท่านะ คือ ครูคณิตาก็จะแบ่งเป็น 2 ประโยคด้วยค่ะ นั่นก็คือนัทชอบทำความดี นัททำแล้วมีความสุข แต่เอ๊ ประโยคด้านหลังนี่มันว่านัทชอบทำความดีเพราะอะไร เพราะนัททำเพราะมีความสุขต้องการสื่อสารว่าอะไรประโยคนี้ (คุณครูคณิตา) ประโยคที่ต้องการสื่อสารนะคะก็คือนัทชอบทำความดีแล้วมีความสุขค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)นัทนี่ชอบทำความดีนะ แต่ที่เอามาเสริมเป็นอาหารไทยที่ชาวต่างประเทศรู้จักดีอันนี้ล่ะครับ คือ ประโยคซ้อน มันจะมีประโยคหลัก แล้วก็ประโยคย่อยนั่นเองครับ ดูประโยคต่อไครูคณิตาอ่านให้เด็ก ๆ ฟังครับ (คุณครูคณิตา) ต้มยำกุ้งเป็นอาหารไทยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ ต้องการสื่อสารเลย ว่า(คุณครูปรเมษฐ) ต้มยำกุ้งเป็นอาหารไทยครูคณิตาต้องการบอกอะไรเป็นหลักเลยคำว่าอะไรครับ (คุณครูคณิตา) ต้องการที่จะบอกว่าต้มยำกุ้งอะไรอร่อยที่สุด (คุณครูคณิตา) ต้มยำกุ้งค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไหนออกเสียงต้มยำกุ้งนี่เป็นอาหารไทยนะ แต่มันเป็นอาหารไทยที่ชาวต่างประเทศรู้จักกันดี สังเกตจากชาวต่างประเทศนี่ที่เขาพูดถึงอาหารไทยเดี๋ยวให้นักเรียนนะคะ ก็ลองส่งข้อความมาบอก(คุณครูคณิตา) ออกอย่างไรคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ต้มยำกุ้งนะ ต้มยำกุ้งนี่อร่อยที่สุด มันไม่เหมือนหรือหรือต้องใส่สำเนียงอีกเอาคำเชื่อมคำว่าอะไร (คุณครูคณิตา) เพราะค่ะ ขอโทษค่ะคุณครูปรเมษฐนะคะ ว่าสำเนียงนี่เหมือนหรือเปล่านะคะ(คุณครูปรเมษฐ) นะครับ หลัก ๆ คือต้องการบอกว่าต้มยำกุ้งอรใจความรองก็คือชาวต่างประเทศนี่รู้จักกันดีซึ่ง วันนี้นะคะ ที่คุณครูให้นักเรียนดูประโยค 2 ประโยคคำว่า "ที่" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาคำว่า "ที่" มาเชื่อมให้มันชัดเจนยิ่งขึ้น อันนี้ล่ะครับ มันคือประโยคความซ้อน ไปกันต่อเลยครับเด็ก ๆมากยิ่งขึ้น ซึ่งเดี๋ยวเราไปดูจุดประสงค์ในวันนี้นักเรียนก็คงอาจจะจับทางได้บ้างไม่ได้บ้างนะคะ ไม่เป็นไรค่ะ เพราะวันนี้ครูจะสอนเกี่ยวกับเรื่องประโยคความซ้อนนี่ให้ชัดเจนแจ่มแจ้งประโยคซ้อนได้ ส่วนข้อที่ 3 ล่ะคะคุณครูปรเมษฐกันเลยค่ะ จุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้นะคะ ก็คือ 1. บอกประโยชน์ซ้อนได้ 2. แต่งประโยคซ้อนและจำแนกจะชอบพูดติดคำว่า "ประโยคความซ้อน" เดี๋ยวเด็ก ๆ(คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ จะต้องใช้ประโยคซ้อนได้ถูกต้องตามหลักภาษาไทยนะครับ อันนี้ก็คือที่นักเรียนจะได้ในชั่วโมงนี้ครับ คุยกันก่อนครับครูคณิตาครับ เรา 2 คนนี่ครูไม่ได้เรียนประโยคความซ้อน ครูเรียก สังชระประโยคจะเข้าใจผิดนะ ซึ่งความจริงมันถูกไหม มันถูกนะ ประโยคความซ้อนนี่ สมัยครูเรียนเมื่อ 4-5 ปีที่แล้วนี่ป. 6 นี่ ครูยังเรียนประโยคควา[เ