(คุณครูคณิตา) สวัสดีคุณครูปลายทางทุกท่าน และนักเรียนปลายทางทุกคนค่ะ วันนี้พบกับคุณครูคณิตา หนุนอนันต์ และคุณครูปรเมษฐ ศรีกำเหนิด ในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ เอ้ วันนี้คุณครูปรเมษฐคะ วันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) วันนี้เดี๋ยวครูทั้ง 2 คนจะพาไปเรียนรู้ประโยคที่ใช้ในชีวิตประจำวันนะครับ ชื่อเรื่องก็คือเรื่องประโยคเพื่อการสื่อสารนั่นเองครับ ถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวเราไปเรียนกันเลยดีกว่าครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวเราไปเรียนรู้กันเลยดีกว่าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไป (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ จากรูปภาพบนหน้าจอ นักเรียนคิดว่าภาพบนหน้าจอคือรูปภาพอะไรคะ คุณครูปลายทางคะสามารถให้นักเรียนตอบคำถามได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คืออะไร ครับ ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) คืออะไร คะนักเรียน คือ กลองยาวนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) กลองยาวนี่ก็เป็นเครื่องดนตรีใช่ไหมครับ ก็นำมาให้เด็ก ๆ นั้นได้รู้จักนะครับ ถ้าเกิดบ้านครูนี่เขาไม่เรียกกลองยาว คุณครูคณิตารู้ไหม หัวหิน เพชรบุรี ประจวบฯ เขาเรียกว่าอะไร (คุณครูคณิตา) ไม่รู้ค่ะ ความรู้นะครับ ถ้าเกิดบ้านครู เพชรบุรีจะเรียกสิ่งนี้ว่า "กระเทิ่ง" กระเทิ่ง ถ้าออกภาษาถิ่นเขาเรีกยว่า กระเทิ่งอะไรประมาณนั้นนะครับ เอามาเป็นสื่อนะ วันนี้ครูคณิตาให้ผ(คุณครูปรเมษฐ) วันนี้คุณครูคณิตาให้ผมเอากลองยาวมาทำไมครับ (คุณครูคณิตา)วันนี้นะคะ อย่างที่บอกค่ะ เราเรียนเกี่ยวกับเรื่องประโยคเพื่อการสื่อสารใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) เพราะฉะนั้น เดี๋ยวคุณครูจะให้นักเรียนนะคะ ลองแต่งประโยคดูสิคะว่ากลองยาวนี่นักเรียนจะแต่งประโยคได้ว่าอย่างไรบ้าง (คุณครูปรเมษฐ) เดี่ยวถือไว้ให้นักเรียนดูเลยชัด ๆ ครับ (คุณครูคณิตา) ยกตัวอย่างดีไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ดีครับ (คุณครูคณิตา) นักเรียนอาจจะยังมึนงงอยู่ แต่งอย่างไรนะนักเรียนคะ นักเรียนจำประโยคบอกเล่า ประโยคขอร้อง ประโยคแสดงความต้องการประโยคปฏิเสธและประโยคอื่น ๆ อีกมากมายได้หรือเปล่าเอ่ย ถ้าได้นะคะ นักเรียนก็สามารถที่จะแต่งประโยคได้ง่ายมากขึ้นค่ะ เดี๋ยวเรามาดูตัวอย่างกันเลยนะคะ ประโยคบอกเล่าค่ะ คุณครูปรเมษฐคะ ประโยคบอกเล่านะคะ กลองยาวเป็นเครื่องดนตรีชนิดหนึ่ง เป็นประโยคบอกเล่าหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือการบอกใช่ไหมคุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มันเป็นการบอกว่านี่นะ กลองยาวนี่มันเป็นเครื่องดนตรีชนิดหนึ่งใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ไหมคะ นักเรียนคะ นี่คือประโยคบอกเล่า ไหนลองแต่งให้คุณครูปลายทางฟังดูสิว่าประโยคบอกเล่าเกี่ยวกับกลองยาวนี่นักเรียนแต่งว่าอย่างไรบ้าง (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนพิจารณากลองยาวแล้วหนูจะแต่งได้ว่าอย่างไรเอาของครูนี่ล่ะนะครับ แต่งเรียบร้อยแล้วครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) คุณครูปลายทางนะคะ สามารถที่จะให้นักเรียนนะ แสดงความคิดเห็นนะคะ หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยคบอกเล่านะคะ หรือจะให้นักเรียนนี่แต่งประโยคแล้วจดบันทึกลงไปในสมุดก็ได้นะคะ เอาล่ะค่ะ มาดูที่ 2 ค่ะ นั่นก็คือประโยคคำถามตัวอย่าง กลองยาวทำมาจากไม้อะไรเป็นประโยคคำถามนะคะ นักเรียนคะนักเรียนลองแต่งประโยคคำถามที่เกี่ยวกับกลองยาวดูสิคะ ว่านักเรียนจะแต่งว่าอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) ครูคณิตาครับ ผมขอสอบถามหน่อยครับ ทำไมถึงเรียนประโยคนี้ว่าประโยคคำถามล่ะครับ (คุณครูคณิตา) เพราะมีคำว่า "อะไร" อยู่นั่นเองค่ะ เป็นการถาม (คุณครูปรเมษฐ) เหมือนตอนที่เราเรียนเรื่องสรรพนามใช่ไหม มีปุจฉาสรรพนามก็มีคำว่า "อะไร" อยู่ใช้ในการถาม สมมติคุณครูคณิตา ถามครูว่ากลองยาวทำมาจากไม้อะไร ถามจากบ้านครูจะใช้ไม้ขนุนในการทำ อันนี้ก็จะเป็นการตอบไปใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ (คุณครูคณิตา) ใช้ไม้ขนุนในการทำ นักเรียนตอบได้ไหมเอ่ย ว่าเมื่อกี้ที่คุณครูบอกคือประโยคอะไร ประโยคอะไรคะ เก่งมากค่ะนักเรียน นั่นก็คือประโยคบอกเล่านั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ เรามาดูประโยคต่อไปกันเลยค่ะ เป็นประโยคคำสั่ง เป็นการสั่งนะคะ อย่างเช่น ห้ามตีกลองยาวในเวลาเรียนห้ามเป็นการสั่ง นักเรียนลองแต่งประโยคนะคะ ประโยคคำสั่งเกี่ยวกับกลองยาวดูสิคะ ว่านักเรียนจะแต่งว่าอย่างไรเอ่ย คุณครูปลายทางคะ สามารถที่จะยกตัวอย่างเพิ่มเติมให้นักเรียนได้ฟังได้นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่าเราสามารถหยิบยกอะไรขึ้นมาทุกสิ่งทุกอย่างนี่เราสามารถแต่งเป็นประโยคได้หมดเลยใช่ไหมครับครูคณิตา ต้องแต่งเกี่ยวกับกลองยาวแล้วกันนะครับ ได้แล้วครูคณิตาครับ เด็ก ๆ เก่งมากเลย แต่งประโยคกันอย่างสนุกสนานกันเลยนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ประโยคต่อไปเลย (คุณครูปรเมษฐ) กรุณาอย่าตีกลองยาวขณะที่ฉันกำลังพักผ่อน อันนี้มันคุ้น ๆ หูผมมากเลยครับ (คุณครูคณิตา) หรือคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่รู้ใครชอบพูดประโยคนี้ มันเป็นเหมือนถูกขอร้องหรือถูกสั่งบางทีนะ (คุณครูคณิตา) ประโยคข้อร้องค่ะ แสดงว่าคุณครูปรเมษฐสับสนระหว่างคำสั่งกับประโยคขอร้องนะคะ คำว่า "กรุณา" ประโยคขอร้อง ไม่ใช่ประโยคคำสั่งนะคะ กรุณาอย่าตีกลองยาวขณะที่ฉันกำลังพักผ่อน เป็นการขอร้องนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ นักเรียน นักเรียนสามารถแต่งได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ ต่อมาค่ะ ประโยคแสดงความต้องการค่ะ คืออะไรคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ฉันต้องการตีกลองยาว อันนี้จะมาคุณครูปรเมษฐ) ฉันต้องการตีกลองยาว อันนี้จะมาคู่กับประโยคเมื่อสักครู่นี้ครับ พอถูกสั่งถูกขอร้องมาปุ๊บก็จะต้องแสดงความประสงค์ว่าฉันต้องการตีไงครับ ก็เลยต้องตีในเวลาที่คุณต้องการพักผ่อนประมาณนั้นหรือเปล่าครับ (คุณครูคณิตา) แสดงว่าเขาร้องขอแล้วแสดงความต้องการที่อยากจะรบกวนถือเป็นลักษณะนิสัยที่ดีไหมคะ ไม่ดีนะคะ ไม่ควรทำ เราจะต้องเห็นใจซึ่งกันและกันค่ะ ต่อมาค่ะ ประโยคปฏิเสธค่ะ ประโยคว่าอย่างไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ฉันไม่ให้เธอตีกลองยาว แล้วจะให้ผมเอามาทำไมล่ะครับ (คุณครูคณิตา) เป็นการแต่งประโยคค่ะ คุณครูปรเมษฐถามกลับทำไมคะ นี่ (คุณครูปรเมษฐ) มันเป็นอย่างไรถึงเป็นประโยคปฏิเสธได้ครับ คุณครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) นะคะ จะมีคำว่า "ไม่" ไม่อยู่ในประโยคนั้น อย่างคำว่า "ไม่", "ไม่ให้", "ไม่ได้" นี่ก็คือจะเป็นลักษณะของประโยคปฏิเสธนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เรียนรู้เกี่ยวกับจุดประสงค์การเรียนรู้ในวันนี้กันนะครับ เดี๋ยวผมขออนุญาตยกไปเก็บก่อนนะครับ (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูบาอาจารย์ได้ไปพักผ่อนนะครับ (คุณครูปรเมษฐ) (คุณครูคณิตา) จุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้มีอะไรบ้างคะ (คุณครูปรเมษฐ) อันดับแรกเลยนะครับ เด็ก ๆ จะต้องสามารถบอกความหมายและชนิดของประโยคเพื่อการสื่อสารได้นะครับ แล้วก็จะต้องแต่งประโยคเพื่อการสื่อสารได้ เชื่อว่าเมื่อสักครู่นี่แต่งกันได้แล้วนะครับ 3. เลยจะต้องใช้ประโยคเพื่อการสื่อสารได้ถูกต้องตามหลักภาษาไทยอันนี้ก็จะบรรลุจุดประสงค์ครูทั้ง 2 คนนั้นตั้งไว้ครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เอาล่ะค่ะ ให้นักเรียนนะคะ หยิบใบความรู้ขึ้นมาค่ะ ทำอะไร นั่นก็คือให้นักเรียนศึกษาใบความรู้เรื่อง ประโยคเพื่อการสื่อสารแล้วคุณครูปลายทางล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูปลายทางหรือครับ ก็ให้ดูแลการทำงานของนักเรียนนะครับ แล้วก็ให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษาต่าง ๆ ในส่วนที่นักเรียนนั้นยังมีข้อกังขาหรือสงสัยอยู่ บางทีการศึกษาใบความรู้นี่อ่านเองอาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจ นักเรียนก็ชี้แนะแนวทางให้กับขอบคุณครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ นักเรียนคะ นักเรียนอ่านเมื่ออ่านเสร็จแล้วนะคะ เดี๋ยวเรามาจะสรุปความรู้อีกรอบหนึ่ง พร้อมหรือยังเอ่ย ถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวเรากลับมาเจอกันอีกครั้งค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) หมดเวลาค่ะ นักเรียน เดี๋ยวเรามาสรุปความรู้จากกการอ่านใบความรู้กันดีกว่า การสื่อสารเพราะอะไรตอบคุณครูได้ไหม เอ่ยคุณครูปรเมษฐคะ ทำไมเราจะต้องในการสื่อสารคะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะว่าในชีวิตจริงเราสื่อสารซึ่งกันและกันนะครับ เพราะฉะนั้น ประโยคเพื่อการสื่อสารนี่มันมีหลายชนิดนะครับ ที่เราจะต้องพิจารณาแล้วก็เลือกใช้ให้ตรงกับจุดประสงค์นะครับ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ ตอบเหมือนคุณครูปรเมษฐหรือเปล่าเก่งมากค่ะ หากตอบไม่ตรงกับคุณครูปรเมษฐ ก็ไม่เป็นไรนะคะ ถ้าคำตอบมีลักษณะใกล้เคียงกันก็ถือว่าเป็นคำตอบที่ถูกค่ะ คุณครูปลายทางสามารถให้คำแนะนำเพิ่มเติมได้นะคะ เอาล่ะค่ะ เรามาดูกันดีกว่า ประโยคเพื่อการสื่อสารมีประโยคอะไรบ้างเอ่ย จากการอ่านใบความรู้ ประโยคที่ 1 ค่ะ นั่นก็คือประโยคประโยคบอกเล่า ประโยคที่ 2 ประโยคปฏิเสธที่ 3 คืออะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ประโยคคำถามครับ และก็ประโยคข้อร้องครับ เด็ก ๆ ครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ เป็นประโยคแสดงความต้องการและสุดท้ายนะคะ นั่นก็คือประโยคคำสั่งนั่นเองค่ะ นี่คือลักษณะของประโยคเพื่อการสื่อสารนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ทำไมมี 6 ประโยคล่ะครับ คิดว่าเด็ก ๆ ชอบประโยคไหนมากที่สุดครับ (คุณครูคณิตา) น่าจะเป็นประโยคบอกเล่าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ประโยคบอกเล่าใช่ไหมครับ แล้วคุณครูคณิตาชอบประโยคไหนมากที่สุดครับ (คุณครูคณิตา) แต่ว่าส่วนใหญ่แล้วใช้แต่ประโยคคำสั่งนะ (คุณครูคณิตา) ไปได้ยินมาจากไหนคะ (คุณครูปรเมษฐ) ประสบกับตัวเองครับ เดี๋ยวนักเรียนไปศึกษากันเลยดีกว่านะครับ (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวเราไปดูประโยคบอกล่าสกันดีกว่านะคะ นักเรียน ประโยคบอกเล่าใช้บอกเล่าเรื่องต่าง ๆ ให้ผู้อื่นรู้เรื่องนั่นเองค่ะ เรามาดูตัวอย่างกันดีกว่า ปลายฟ้าทำอาหารอร่อยมาก เป็นการบอกเล่าถึง... ถึงอะไรคะ ถึงคน คนนั้นก็คือปลายฟ้าทำอะไรอร่อยมาก เป็นการบอกเล่าเฉย ๆ นะคะ ตัวอย่างค่ะ น้ำอิงชอบร้องเพลง ก็เป็นการบอกถึงความชอบนั่นเองนะ ก็เป็นการบอกเล่าเฉย ๆ ไม่ได้ถาม ไม่ต้องการตอบ (คุณครูปรเมษฐ) ก็เหมือนคุณครูคณิตนำมาเล่าให้นักเรียนฟังว่าน้ำอิงนี่เขาชอบร้องเพลงเด็ก ๆ อาจจะพูดจากันสนทนากันตอนเช้า วันนี้นี่ฉันกินข้าวมา 2 ชามนะ อันนี้ถือประโยคบอกเล่าไหม (คุณครูคณิตา) 2 จานหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) 2 จานครับ ถ้าชามนี่ใหญ่นะ (คุณครูคณิตา) ก็ถือว่าเป็นบอกเล่านะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่าส่วนใหญ่แล้วในชีวิตประจำวันนี่ ที่เราจะสื่อสารกันอยู่เป็นประจำก็เป็นประโยคบอกเล่าใช่ไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลนะคะ จะใช้ประโยคใดในการสื่อสารค่ะ เอาล่ะค่ะ เรามาดูตัวอย่างต่อไปกันดีกว่านะคะ ก็คือแก้มจะฝึกตีกลองบอกเล่าว่าฉันนี่กำลังจะทำอะไรสักอย่างหนึ่ง เป็นการบอกเล่านะคะ บอกเล่าเฉย ๆ ว่าจะทำอะไรที่จะให้แสดงความคิดเห็นหรือเป็นประโยคต่าง ๆ อย่างประโยคคำสั่ง ประโยคขอร้องเป็นการบอกเล่าเฉย ๆ นะคะ เอาล่ะค่ะ ต่อมาค่ะ ค่ะ คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม (คุณครูคณิตา) ประโยคปฏิเสธนี่(คุณครูปรเมษฐ) ประโยคปฏิเสธนี่ก็ใช้บอกเรื่องราวนะครับ มันจะต้องมีคำว่า "ไม่", "ไม่ใช่", "ไม่ได้" อยู่ด้วย เพราะฉะนั้น วิธีการที่จะสังเกตประโยคปฏิเสธนี่ก็ให้ดูคำว่า "ไม่" ใช่ไหม ไม่นี่คืออย่างไรคุณครูคณิตาคือไม่ทำไม่เอา อันนี้คือการทำปฏิเสธผมไม่ได้พกหนังสือมาครูคณิตาครับ ถือเป็นประโยคปฎิเธอไหม (คุณครูคณิตา) เป็นประโยคปฏิเสธค่ะ ก็คือไม่ได้นำหนังสือมานั่นเองนะ เดี๋ยวเรามาดูตัวอย่างกันเลยดีกว่าค่ะ ตัวอย่างคืออะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ฉันไม่กินลูกอมก็เป็นการปฏิเสธว่าฉันไม่กินลูกอมนะก็ตามแต่แต่เป็นการปฏิเสธแล้ว ไม่ฉันไม่ได้ทำแก้วแตกนะ แมวทำใช่หรือเปล่า ก็มีคำว่า "ไม่ได้" อยู่ด้วย ก็เป็นการปฏิเสธนั่นเองว่า เรานี่ไม่ได้ทำนะ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ เป็นประโยคคำถามนั่นเองค่ะ ประโยคคำถามก็คือใช้ถามผู้อื่นเมื่อต้องการคำตอบ มักมีคำแสดงคำถาม อย่างเช่น ใคร, อะไร, ที่ไหน, เมื่อไร, ทำไม, ไหม ฯลฯ และอีกต่าง ๆ มากมายเลยนะคะ คุณครูปรเมษฐในการใช้คำในการแต่งประโยคคำถาม เดี๋ยวเรามาดูตัวอย่างกันเลยดีกว่า ใครแสดงเป็นนางมโนราห์ เป็นการถามนั่นเองนะคะ เป็นประโยคคำถามขึ้นต้นว่าใคร ก็คือต้องการคำตอบนั่นเองค่ะ ต่อมาค่ะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ละครเรื่องนี้มีชื่อว่าอะไรนะ ก็ใช้คำว่า "อะไร" นะครับนักเรียน เพื่อเป็นการถาม เพราะผู้ถามก็ต้องอยากรู้ว่าละครเรื่องนี้ชื่อว่าอะไรก็ต้องการคำตอบใช่ไหมครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ใช่นะคะ ก็คือจะต้องมีผู้ที่ต้องตอบคำถามด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะ เราไปดูตัวอย่างต่อไปค่ะ เธอหิวไหม (คุณครูปรเมษฐ) หิว (คุณครูคณิตา) เธอหิวไหม เป็นประโยคคำถามนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ ต่อมาค่ะ ประโยคขอร้องค่ะ เอ้ นักเรียนคะ นักเรียนเคยใช้ประโยคขอร้องในชีวิตประจำวันหรือเปล่าเอ่ย กับผู้ปกครองของนักเรียนเคยใช้กันบ้างหรือเปล่าคะ กับเพื่อน ๆ ของนักเรียนครูเชื่อว่าประโยคขอร้องนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือว่าญาติผู้ใหญ่จะต้องใช้คำที่สุภาพแล้วเหมาะสมกับวัย รวมถึงตามกาลเทศะแล้วด้วยแล้วนี่ การใช้ประโยคขอร้องนี่จะทำให้นักเรียนนี่ น่ารักมากยิ่งขึ้นนั่นเองนะคะ นักเรียนคะ เราใช้ประโยคขอร้องดีกว่าใช้ประโยคคำสั่งนะคะ ต่อมาเรามาดูตัวอย่างกันเลยดีกว่าค่ะ ประโยคข้อร้องนะคะ ใช้ขอร้องให้ผู้อื่นทำอย่างหนึ่งอย่างใด มักมีคำว่า "กรุณา", "โปรด", "ช่วย" นะ มักมีการใช้คำต่าง ๆ เหล่านี้ในการข้อร้อง อย่างเช่น โปรดอย่าส่งเสียงดังขณะที่ฉันกำลังพักผ่อน ก็เป็นการขอร้องใช้คำว่า "โปรด" นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) คำว่า "โปรด" นี่ใช้ได้หลายอย่างนะครับ โปรดส่งใครมารักฉันทีอยู่อย่างนี้มันหนาว... (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ คุณครูปรเมษฐคะเดี๋ยวโดนตัดนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นประโยคขอร้องไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เดี๋ยวเรามาดูตัวอย่างกันเลยดีกว่านะคะ กรุณาปิดเครื่องมือสื่อสารระหว่างชมการแสดง คำใดคือการที่เราใช้คำเหล่านี้เป็นประโยคขอร้อง คำอะไรเอ่ย นั่นก็คือคำว่า "กรุณา" นั่นเองค่ะ เรามีคำว่า "กรุณา" อยู่นี่ ก็ถือว่าเป็นคำขอร้องนะคะ ขอร้องล่ะ ปิดมือถือเครื่องมือสื่อสารขณะหรือระหว่างชมการแสดง เห็นไหมก็ถือว่าเป็นการขอร้องนั่นเองค่ะ ต่อมาค่ะคุณครูปรเมษฐคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ โปรดร่วมมือรักษาความสะอาด อันนี้ใช้คำว่า "โปรด" นะครับ ก็แสดงให้เห็นถึงผู้ที่เขียนหรือผู้ที่เห็นนี่ต้องการให้ผู้อื่นนั้นรักษาความสะอาดโดยไม่ต้องสั่งนะ คำว่า "โปรดรักษาความสะอาด" กับ "จงรักษาความสะอาด" นี่ คุณครูคณิตาคิดว่าเราอยากจะทำตามคำไหนครับ (คุณครูคณิตา) เราก็จะต้องทำตามประโยคข้อน้องอยู่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ ถ้าจงนี่มันเหมือนบีบบังคับกัน แต่ถ้าโปรดนี่เราเห็นใจแล้วปฏิบัติตามนั่นเองครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ ต่อมาค่ะ นั่นก็คือประโยคแสดงความต้องการค่ะ ประโยคแสดงความต้องการคืออะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช้บอกความต้องการของตนเองให้ผู้อื่นรู้นะครับ จะใช้คำว่า "อยาก", "ต้องการ", "ประสงค์" ในประโยคนั้น ๆ ครับ ไปดูตัวอย่างกันเลยนะ ฉันอยากกินไอศกรีม ถ้าเกิดภาษาไทยเราหรือภาษาถิ่นเราจะเรียก "ไอติม" ใช่ไหม ฉันต้องการกินไอศกรีม เป็นการแสดงความต้องการใช่ไหมครูคณิตาครับ เด็กน้อยพวกนี้นี่อยากกินใช่ไหมนะ คนนี้ให้ไหม ลักษณะแล้วนี่(คุณครูคณิตา) ให้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ เพราะว่าเป็นการแสดงความต้องการ เป็นการบอกนั่นเองนะครับ ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ ฉันอยากไปทำบุญ ก็เป็นการแสดงความต้องการนะคะ การทำบุญนี่ไม่จำเป็นว่าเราจะต้องเข้าวัดอย่างเดียว การทำบุญกับผู้อื่น การช่วยเหลือผู้อื่น หรือการไม่ก่อความเดือดร้อนให้ผู้อื่นนี่ก็ถือเป็นการทำบุญเช่นเดียวกันนะคะ เพราะฉะนั้น เด็ก ๆ คะ เด็ก ๆ นี่ก็ควรจะเป็นอย่างไรเอ่ย ประพฤติตนไปในไปในทางที่ดีนะคะ แล้ว... แล้วอย่างไรดีนะ แล้วนักเรียนนะคะ ก็จะมีความสุข ผู้คนอื่นก็จะมีความสุขไปด้วยนั่นเองค่ะ ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คนทุกคนอยากไปชมการแสดงที่ตนชื่นชอบ ก็เป็นการแสดงความต้องการของผู้เขียนเช่นเดียวกันนะครับ ว่าต้องการชมการแสดงนะ การแสดงที่เราชื่นชอบนั่นเองครับ (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ ตอบคุณครูได้ไหมคะ ว่าคำใดเป็นคำที่แสดงความต้องการคำใดเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) คำว่า... เก่งมาก ๆ เลยครับ "อยากไป" นั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) คำว่า "อยากไป" นะคะ อยากไปนะ เป็นการแสดงความต้องการนะคะ ต่อมาค่ะ ประโยคคำสั่งค่ะ ประโยคคำสั่ง ก็คือใช้ให้ผู้อื่นทำอย่างหนึ่งอยากให้ทำ หรือห้ามมิให้ทำก็ได้เดี๋ยวเรามาดูประโยคกันดีกว่าค่ะ ประโยคนี้นักเรียนเห็นได้ทั่วไปเลยนะคะ ก็คือห้ามถ่ายภาพก็จะมีสัญลักษณ์แบบนี้อยู่ ถ้ามีสัญลักษณ์แบบนี้อยู่แสดงว่าห้ามถ่ายภาพนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ถือว่าเป็นอวัจนภาษา ซึ่งบางครั้งไม่จำเป็นต้องตัวอักษระด้วยก็ได้ครูคณิตา เห็นแค่สัญลักษณ์นี่รู้แล้วว่าเป็นการสั่งว่าห้ามถ่ายนะ ห้ามถ่ายภาพเด็ดขาด (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ มีรูปภาพอีกแล้วนะคะ เป็นรูปอะไรเอ่ย เป็นรูปน้ำกับรูปอาหารนะคะ เพราะฉะนั้น ประโยคนี้ก็คือห้ามนำอาหารเข้ามารับประทานค่ะ ก็จะเป็นประโยคอะไรนะประโยคคำสั่ง เพราะมีคำว่า "ห้าม" อยู่นั่นเองค่ะ ต่อมาค่ะ ถึงเวลาที่นักเรียนรอคอย วันนี้คุณครูมีกิจกรรมก็คือให้นักเรียนค่ะ ทำใบงานเรื่องอะไรคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ครูจะให้นักเรียนทำใบงานเรื่อง ประโยคเพื่อการสื่อสารนั่นเอง เดี๋ยวไปดูรูปร่างหน้าตาทำใบงานนะครับ แล้วก็คุณครูจะช่วยดูแลนักเรียนทำใบงานอย่างมีความสุข ครูคณิตาพาเด็ก ๆ ดูใบงานเลยครับ นี่ก็คือรูปร่างของใบงานที่นักเรียนนั้นมีนะครับ นักเรียนนำใบงานขึ้นมาแล้วครูคณิตาจะอธิบายให้พวกหนู ๆ ได้ฟังนะครับ ว่าจะปฏิบัติจะทำอย่างไรในใบงานนี้ครับ ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวให้คุณครูปลายทางนะคะ ช่วยอธิบายเพิ่มเติมด้วยก็ได้นะคะ เอาล่ะค่ะ มาดูคำชี้แจงนะคะ อ่านป้ายที่กำหนดให้ และนำสารสำคัญจากป้ายจากได้มาแต่งประโยคที่กำหนดให้ ซึ่งใบงานนี้ค่ะ ก็จะมีป้ายต่าง ๆ มาให้นะคะ ก็จะมีรูปร่างสีต่าง ๆ ที่นักเรียนได้เห็นไว้นะคะ แล้วนำคำเหล่านี้มาแต่งประโยคซึ่งคุณครูก็ได้กำหนดประโยคไว้ ก็มีทั้งประโยคบอกเล่า ประโยคปฏิเสธ ประโยคคำถาม ประโยคคำสั่ง และประโยคข้อร้อง เราจะแต่งกันอย่างไรนะ ไม่ต้องกังวลค่ะ เพราะว่าคุณครูมีตัวอย่างมาให้ดูค่ะ เดี๋ยวเรามาดูตัวอย่างกันเลยนะคะ ให้นักเรียนดูใบงานไปพร้อม ๆ กันนะคะ ประโยคที่คุณครูแต่งมาให้นั่นก็คือ ยุงลายเป็นสาเหตุไข้เลือดออก เป็นประโยคบอกเล่า เห็นไหมคะ เป็นการบอกว่ายุงลายเป็นสาเหตุของไข้เลือดออกนั่นเองค่ะ ก็คือเป็นการนำสารสำคัญนะคะ จากกรอบด้านบนนี่มาแต่งเป็นประโยคบอกเล่า เอาล่ะค่ะ คุณครูปรเมษฐคะ ประโยคปฏิเสธมีประโยคว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ฉันไม่ปิดฝาภาชนะใส่น้ำ มีคำว่า "ไม่" นั่นเอง ว่าฉันนี่ไม่ได้ปิดฝานะ มันจึงทำให้เป็นสาเหตุยุงลายมาวางไข่เป็นไข้เลือดออก ประมาณนั้นนักเรียน ก็ประโยคเพื่อการสื่อสารนี่มันเป็นเรื่องหนึ่งมันใช้ในชีวิตอยู่แล้ว มันก็ไม่ได้ยากจนเกินไปนะครับ คุณครูคณิตาพร้อมที่จะให้นักเรียนทำใบงานหรือยัง (คุณครูคณิตา) นักเรียนพร้อมหรือเปล่าคะ ถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวเราไปทำใบงานกันดีกว่าค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ เชื่อว่าจะต้องทำใบงานกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ 5 ข้อนั้นง่ายแสนง่ายนะครับ แล้วก็ครูก็มีแนวทางนะครับ ในการตอบ ในการแต่งประโยคเพื่อการสื่อสารมาซึ่งมันอาจจะไม่ได้ตรงกับของนักเรียน ก็ไม่ได้ผิดใช่ไหมครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ไม่ได้ผิดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นำมาเป็นครรลองแนวทางให้กับไปดูกันเลยครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เดี๋ยวเรามาดูแนวทาการตอบกันเลยนะคะ แนวทางการตอบแรกค่ะ ประโยคบอกเล่านั่นก็คือยุงลายเป็นสาเหตุของโรคไข้เลือดออก ก็คือเป็นประโยคบอกเล่านั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม (คุณครูคณิตา)ต่อมาค่ะ ประโยคปฏิเสธค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ฉันไม่ได้เปิดหรือปิดฝาภาชนะใส่น้ำ มันมีคำว่า "ไม่ได้" อยู่นั่นเองเป็นประโยคปฏิเสธนะครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ นั่นก็คือประโยคคำถามค่ะ เธอเห็นปลากำลังกินลูกน้ำในอ่างไหม ก็คือเป็นการถามนะคะ ตรงไหนเป็นคำถามเอ่ย ตรงไหนคะนักเรียน นั่นก็คือคำว่า "ไหม" นั่นเอง ต่อไปค่ะ คือ ประโยคคำสั่งค่ะ จงทำความสะอาดภาชนะเพื่อกำจัดลูกน้ำยุงลาย จงนั่นก็คือเป็นประโยคคำสั่ง เป็นการสั่งให้ทำนั่นเอง ต่อมาค่ะ ข้อที่ 5 ค่ะ ประโยคขอร้องค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) โปรดเปลี่ยนน้ำในภาชนะทุก 7 วันนะ เป็นการบอกให้เขานี่ได้เปลี่ยนน้ำนะ โปรดเถอะ เปลี่ยนน้ำทุก 7 วัน นี่เป็นการขอร้องนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ นี่คือแนวทางในการตอบทั้งหมดนะคะ นักเรียนคะไม่จำเป็นว่านักเรียนจะต้องแต่งประโยคให้เหมือนคุณครู นักเรียนสามารถที่จะใช้คำต่าง ๆ ในการศึกษาใบความรู้นำมาแต่งประโยคได้อย่างหลากหลายค่ะ คุณครูปลายทางสามารถให้คำชี้แนะกับนักเรียนปลายทางได้นะคะ และที่สำคัญอย่าลืมเก็บใบงานมาตรวจเพื่อให้คะแนนนักเรียนด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะ บทสรุปบทเรียนเขียนองค์ความรู้ของวันนี้คุณครูก็มีคำถามมาถามนักเรียนอีกแล้วค่ะ คำถามนั่นก็คือนักเรียนจะใช้ประโยชน์จากการเรียนเรื่อง ประโยคเพื่อการสื่อสารในชีวิตประจำวันได้อย่างไร เป็นการถามนะ นักเรียนจะช้ประโยชน์นี่ในการเรียนเรื่องนี้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไรเอ่ย ตอบคุณครูปลายทางได้เลยนะคะ คุณครูปรเมษฐคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) เราจะใช้ประโยชน์จากการเรียนเรื่องนี้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไรคะ (คุณครูคณิตา) อันดับแรกเลยนะครับ ก็คือใช้ในการสื่อสารในชีวิตประจำวัน ถ้าเราเรียนแล้วเราเข้าใจถึงหลักการของมันนี่ เราก็จะสื่อสารเข้าใจได้ตรงกัน ตรงตามวัตถุประสงค์ของการสื่อสารนะครับ แล้วก็สามารถที่จะใช้ประโยคได้ถูกต้องตามเจตนาของผู้ส่งสาร นั่นล่ะครับ ตามความประสงค์ของเรานั่นเองครับ คุณครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ นี่คือสิ่งสำคัญนะคะ ที่นักเรียนจำเป็นที่จะต้องเรียนเรื่องประโยคเพื่อการสื่อสารนั่นเองค่ะ ก็เพื่อที่จะทำให้เรานี่นำประโยคต่าง ๆ นี่มาใช้ได้อย่างถูกต้อง เพราะฉะนั้น นักเรียนจะต้องใช้ประโยคเพื่อการสื่อสารได้อย่างถูกต้องแล้วนะคะ เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเรามาเรียนรู้กันดีกว่านะคะ ว่าบทเรียนครั้งถัดไปเราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไร เดี๋ยวเรามาดูกันเลยค่ะ เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่อง การอ่านประกาศค่ะ สิ่งที่นักเรียนจะต้องเตรียมมีอะไรบ้าง คะ (คุณครูปรเมษฐ) ใบความรู้นะครับ เรื่องการอ่านประกาศนะครับ ใบงานเรื่อง ประกาศน่ารู้นะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ นี่คือสิ่งที่นักเรียนหรือคุณครูปลายทางค่ะ จะต้องเตรียมในการเรียนในบทเรียนครั้งถัดไปและอย่าลืมนะคะ ว่ากลับไปอ่านเพิ่มเติมทบทวนความรู้ด้วยนะคะ คุณครูปรเมษฐคะ มีอะไรจะฝากถึงนักเรียนไหมเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) ก็มีเรื่องการใช้ประโยคนั่นเองนะครับ ในชีวิตประจำวันของเรานี่อย่างที่ครูได้พูดเกริ่นไว้ต้นชั่วโมงนะครับ เรื่องประโยคเรื่องการสื่อสารนี่เพราะว่าเราใช้ทุกวัน เพราะฉะนั้นนี่ การที่หนูจะใช้ก็ขอให้ใช้ให้ถูกหลัก แล้วมันจะส่งผลดีกับตัวหนูเองในเรื่องของการสื่อสาร และอีกอย่างหนึ่ง มันเกิดเสน่ห์สิ่งเหล่าต่อผู้สื่อสารนั้นด้วยครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ การใช้ประโยคเพื่อการสื่อสารอย่างที่คุณครูปรเมษฐพูดนะคะ ถ้าหนูใช่ถูกก็ถือว่าเป็นการประสบผลสำเร็จเพราะว่านักเรียนนี่ได้ใฝ่เรียนรู้และเกิดความรู้ขึ้นมานั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ สำหรับวันนี้นะคะ คุณครูคณิตาและคุณครูปรเมษฐก็ขอลานักเรียนไปก่อนค่ะ สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]