﻿1
00:00:03,912 --> 00:00:07,912

2
00:00:11,773 --> 00:00:11,776

3
00:00:11,776 --> 00:00:15,645

4
00:00:15,645 --> 00:00:19,645

5
00:00:19,806 --> 00:00:23,646

6
00:00:23,646 --> 00:00:27,639

7
00:00:27,639 --> 00:00:31,639

8
00:00:31,644 --> 00:00:35,644
(คุณครูคณิตา) สวัสดีคุณครูปลายทาง

9
00:00:35,662 --> 00:00:39,653
ทุกท่าน และนักเรียนปลายทางทุกคนค่ะ วันนี้พบกับ

10
00:00:39,653 --> 00:00:43,645
คุณครูคณิตา หนุนอนันต์ และคุณครูปรเมษฐ ศรีกำเหนิด ในราย

11
00:00:43,645 --> 00:00:47,645
วิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ

12
00:00:47,647 --> 00:00:51,647
เอ้ วันนี้คุณครูปรเมษฐคะ วันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ

13
00:00:51,650 --> 00:00:55,639
(คุณครูปรเมษฐ) วันนี้เดี๋ยวครูทั้ง 2 คนจะพาไป

14
00:00:55,639 --> 00:00:59,639
ศึกษาประโยคที่ใช้ในชีวิตประจำวันนะครับ ชื่อเรื่องก็คือเรื่อง

15
00:00:59,661 --> 00:01:03,640
ประโยคเพื่อการสื่อสารนั้นเองครับ ถ้าพร้อมแล้ว

16
00:01:03,640 --> 00:01:07,640
เดี๋ยวเราไปเรียนกันเลยดีกว่าครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา)

17
00:01:07,657 --> 00:01:11,657
ค่ะ นักเรียนพร้อมหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวเราไปเรียนรู้กันเลยดีกว่าค่ะ

18
00:01:11,685 --> 00:01:15,631
(คุณครูปรเมษฐ) ไป (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ

19
00:01:15,631 --> 00:01:19,631
จากรูปภาพบนหน้าจอ นักเรียนคิดว่าภาพบนหน้าจอ

20
00:01:19,655 --> 00:01:23,640
คือรูปภาพอะไรคะ คุณครูปลายทางคะ

21
00:01:23,640 --> 00:01:27,630
สามารถให้นักเรียนตอบคำถามได้เลยค่ะ

22
00:01:27,630 --> 00:01:31,628

23
00:01:31,628 --> 00:01:35,627

24
00:01:35,627 --> 00:01:39,627

25
00:01:39,629 --> 00:01:43,629
(คุณครูปรเมษฐ) คืออะไร ครับ ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) คืออะไรคะ

26
00:01:43,700 --> 00:01:47,646
นักเรียน คือ กลองยาวนั่นเองค่ะ

27
00:01:47,646 --> 00:01:51,637
(คุณครูปรเมษฐ) กลองยาวนี่ก็เป็นเครื่องดนตรีใช่ไหมครับ

28
00:01:51,637 --> 00:01:55,631
ก็นำมาให้เด็ก ๆ นั้นได้รู้จักนะครับ ถ้าเกิด

29
00:01:55,631 --> 00:01:59,631
บ้านครูนี่เขาไม่เรียกกลองยาว คุณครูคณิตารู้ไหม

30
00:01:59,635 --> 00:02:03,632
หัวหิน เพชรบุรี ประจวบฯ เขาเรียกว่าอะไร (คุณครูคณิตา) ไม่รู้ค่ะ

31
00:02:03,632 --> 00:02:07,632
ความรู้นะครับ ถ้าเกิดบ้านครู เพชรบุรี

32
00:02:07,638 --> 00:02:11,629
จะเรียกสิ่งนี้ว่า "กระเทิ่ง" กระเทิ้ง

33
00:02:11,629 --> 00:02:15,629
ถ้าออกภาษาถิ่นเขาเรีกยว่า กระเทิ่ง

34
00:02:15,656 --> 00:02:19,656
อะไรประมาณนั้นนะครับ เอามาเป็นสื่อนะ วันนี้ครูคณิตาให้

35
00:02:19,679 --> 00:02:23,636
(คุณครูปรเมษฐ) วันนี้คุณครูคณิตาให้ผมเอากลองยาวมาทำไมครับ (คุณครูคณิตา)

36
00:02:23,636 --> 00:02:27,631
วันนี้นะคะ อย่างที่บอกค่ะ เราเรียนเกี่ยวกับเรื่อง

37
00:02:27,631 --> 00:02:31,629
ประโยคเพื่อการสื่อสารใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา)

38
00:02:31,629 --> 00:02:35,629
เดี๋ยวคุณครูจะให้นักเรียนนะคะ ลอง

39
00:02:35,641 --> 00:02:39,641
แต่งประโยคดูสิคะ ว่ากลองยาวนี่นักเรียน

40
00:02:39,642 --> 00:02:43,642
จะแต่งประโยคได้ว่าอย่างไรบ้าง (คุณครูปรเมษฐ) เดี่ยวถือไว้

41
00:02:43,647 --> 00:02:47,647
ให้นักเรียนดูเลยชัด ๆ นะครับ (คุณครูคณิตา) ยกตัวอย่างดีไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ดีครับ (คุณครูคณิตา) นักเรียน

42
00:02:47,647 --> 00:02:51,628
อาจจะยังมึนงงอยู่ แต่งอย่างไรนะ

43
00:02:51,628 --> 00:02:55,628
นักเรียนคะ นักเรียนจำประโยคบอกเล่า ประโยคขอร้อง ประโยค

44
00:02:55,636 --> 00:02:59,631
แสดงความต้องการประโยคปฏิเสธและ

45
00:02:59,631 --> 00:03:03,631
ประโยคอื่น ๆ อีกมากมายได้หรือเปล่าเอ่ย ถ้าได้นะคะ

46
00:03:03,652 --> 00:03:07,652
นักเรียนก็สามารถที่จะแต่งประโยคได้

47
00:03:07,660 --> 00:03:11,629
ค่ะ เดี๋ยวเรามาดูตัวอย่างกันเลยนะคะ ประโยคบอกเล่า

48
00:03:11,629 --> 00:03:15,629
ค่ะ คุณครูปรเมษฐคะ ประโยคบอกเล่านะคะ

49
00:03:15,631 --> 00:03:19,631
กลองยาวเป็นเครื่องดนตรีชนิดหนึ่ง เป็นประโยค

50
00:03:19,645 --> 00:03:23,637
บอกเล่าหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือการบอกใช่ไหมคุณครูคณิตา

51
00:03:23,637 --> 00:03:27,637
(คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มันเป็นการบอกว่านี่นะ กลองยาวนี่มันเป็นเครื่องดนตรีชนิดหนึ่ง

52
00:03:27,676 --> 00:03:31,631
ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ใช่ไหมคะ นักเรียนคะ นี่คือ

53
00:03:31,631 --> 00:03:35,630
ประโยคบอกเล่า ไหนลองแต่งให้

54
00:03:35,630 --> 00:03:39,630
คุณครูปลายทางฟังดูสิว่าประโยคบอกเล่าเกี่ยวกับ

55
00:03:39,646 --> 00:03:43,635
กลองยาวนี่นักเรียนแต่งว่าอย่างไรบ้าง (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียน

56
00:03:43,635 --> 00:03:47,628
พิจารณากลองยาวแล้วหนูจะแต่งได้ว่าอย่างไร

57
00:03:47,628 --> 00:03:51,628
เอาของครูนี่ล่ะนะครับ แต่งเรียบร้อยแล้วครูคณิตาครับ

58
00:03:51,631 --> 00:03:55,631
(คุณครูคณิตา) คุณครูปลายทางนะคะ สามารถให้นักเรียน

59
00:03:55,634 --> 00:03:59,634
นะ แสดงความคิดเห็นนะคะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประโ

60
00:03:59,639 --> 00:04:03,628
บอกเล่านะคะ หรือจะให้นักเรียนนี่แต่งประโยค

61
00:04:03,628 --> 00:04:07,628
แล้วจดบันทึกลงไปในสมุดก็ได้นะคะ เอาล่ะค่ะ มาดู

62
00:04:07,644 --> 00:04:11,631
ที่ 2 ค่ะ นั่นก็คือประโยคคำถาม

63
00:04:11,631 --> 00:04:15,631
ตัวอย่าง กลองยาวทำมาจากไม้อะไร

64
00:04:15,639 --> 00:04:19,639
เป็นประโยคคำถามนะคะ นักเรียนคะ

65
00:04:19,639 --> 00:04:23,632
นักเรียนลองแต่งประโยคคำถามที่เกี่ยวกับ

66
00:04:23,632 --> 00:04:27,632
กลองยาวดูสิคะ ว่านักเรียนจะแต่งว่าอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) ครูคณิตาครับ

67
00:04:27,652 --> 00:04:31,629
ผมขอสอบถามหน่อยครับ ทำไมถึงเรียน

68
00:04:31,629 --> 00:04:35,629
ประโยคนี้ว่าประโยคคำถามล่ะครับ (คุณครูคณิตา) เพราะมีคำว่า

69
00:04:35,633 --> 00:04:39,633
"อะไร" อยู่นั่นเองค่ะ เป็นการ

70
00:04:39,640 --> 00:04:43,634
ถาม (คุณครูปรเมษฐ) เหมือนตอนที่เราเรียนเรื่องสรรพนาม

71
00:04:43,634 --> 00:04:47,628
ใช่ไหม ที่มี ปุจฉาสรรพนามก็มีคำว่า "อะไร" อยู่

72
00:04:47,628 --> 00:04:51,628
ใช้ในการถาม สมมติคุณครูคณิตา

73
00:04:51,628 --> 00:04:55,628
ถามครูว่ากลองยาวทำมาจากไม้อะไร ถามจากบ้านครู

74
00:04:55,628 --> 00:04:59,628
จะใช้ไม้ขนุนในการทำ อันนี้ก็จะเป็นการตอบไปใช่ไหมครับ

75
00:04:59,639 --> 00:05:03,631
(คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ ใช้ไม้ขนุนในการทำ

76
00:05:03,631 --> 00:05:07,631
นักเรียนตอบได้ไหม เอ่ย ว่าเมื่อกี้ที่คุณครู

77
00:05:07,637 --> 00:05:11,635
คือประโยคอะไร ประโยคอะไรคะ

78
00:05:11,635 --> 00:05:15,633
เก่งมากค่ะนักเรียน นั่นก็คือประโยคบอกเล่านั่นเองค่ะ

79
00:05:15,633 --> 00:05:19,633
เอาล่ะค่ะ เรามาดูประโยคต่อไปกันเลยค่ะ เป็นประโยค

80
00:05:19,651 --> 00:05:23,646
คำสั่ง เป็นการสั่งนะคะ อย่างเช่น

81
00:05:23,646 --> 00:05:27,630
ห้ามตีกลองยาวในเวลาเรียน

82
00:05:27,630 --> 00:05:31,627
ห้ามเป็นการสั่ง นักเรียนลอง

83
00:05:31,627 --> 00:05:35,627
แต่งประโยคนะคะ ประโยคคำสั่งเกี่ยวกับกลองยาว

84
00:05:35,629 --> 00:05:39,629
ดูสิคะ ว่านักเรียนจะแต่งว่าอย่างไรเอ่ย คุณครู

85
00:05:39,650 --> 00:05:43,632
ปลายทางคะ สามารถที่จะยกตัวอย่างเพิ่มเติมให้นักเรียน

86
00:05:43,632 --> 00:05:47,632
ได้ฟังได้นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่า

87
00:05:47,634 --> 00:05:51,630
เราสามารถหยิบยกอะไรขึ้นมาทุกสิ่งทุกอย่างนี่

88
00:05:51,630 --> 00:05:55,630
เราสามารถแต่งเป็นประโยคได้เลยใช่ไหมครับ ครูคณิ

89
00:05:55,633 --> 00:05:59,629
า (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) วันนี้ต้องแต่งเกี่ยวกับกลองยาวแล้วกันนะครับ ต้องแต่งเกี่ยวกับกลองยาวแล้วกันนะครับ

90
00:05:59,629 --> 00:06:03,628
ได้แล้วครูคณิตาครับ เด็ก ๆ เก่งมากเลย แต่งประโยค

91
00:06:03,628 --> 00:06:07,628
กันอย่างสนุกสนานกันเลยนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ประโยคต่อไปเลย

92
00:06:07,630 --> 00:06:11,630
(คุณครูปรเมษฐ) กรุณาอย่าตีกลองยาวขณะที่ฉันกำลังพักผ่อน

93
00:06:11,634 --> 00:06:15,631
อันนี้มันคุ้น ๆ หูผมมากเลยครับ (คุณครูคณิตา) หรือคะ (คุณครูปรเมษฐ)

94
00:06:15,631 --> 00:06:19,631
ไม่รู้ใครชอบพูดประโยคนี้ มันเป็นเหมือนถูก

95
00:06:19,655 --> 00:06:23,634
ขอร้องหรือถูกสั่งบางทีนะ (คุณครูคณิตา) ประโยค

96
00:06:23,634 --> 00:06:27,634
ข้อร้องค่ะ แสดงว่าคุณครูปรเมษฐสับสนระหว่างคำสั่ง

97
00:06:27,642 --> 00:06:31,628
กับประโยคขอร้องนะคะ คำว่า "กรุณา"

98
00:06:31,628 --> 00:06:35,628
ประโยคขอร้องไม่ใช่ประโยคคำสั่ง

99
00:06:35,628 --> 00:06:39,628
นะคะ กรุณาอย่าตีกลองยาวขณะที่

100
00:06:39,631 --> 00:06:43,631
ฉันกำลังพักผ่อน เป็นการขอร้อง

101
00:06:43,632 --> 00:06:47,628
นั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ นักเรียน นักเรียนส

102
00:06:47,628 --> 00:06:51,628
สามารถแต่งได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ ต่อมาค่ะ

103
00:06:51,632 --> 00:06:55,632
ประโยคแสดงความต้องการค่ะ คืออะไร คะครูปรเมษฐ

104
00:06:55,633 --> 00:06:59,633
(คุณครูปรเมษฐ) ฉันต้องการตีกลองยาว อันนี้จะมา

105
00:06:59,640 --> 00:07:03,632
คู่กับประโยคเมื่อสักครู่นี้ครับ พอถูกสั่งถูกขอร้องมาปุ๊บ

106
00:07:03,632 --> 00:07:07,630
ก็จะต้องแสดงความประสงค์หรือความต้องการว่าฉันต้องการ

107
00:07:07,630 --> 00:07:11,630
ตีไงครับ ก็เลยต้องตีในเวลาที่คุณต้องการพักผ่อน

108
00:07:11,633 --> 00:07:15,633
ประมาณนั้นหรือเปล่าครับ (คุณครูคณิตา) แสดงว่าเขาร้องขอ

109
00:07:15,637 --> 00:07:19,637
แล้วแสดงความต้องการที่อยากจะรบกวน

110
00:07:19,645 --> 00:07:23,631
เป็นลักษณะนิสัยที่ดีไหมคะ ไม่ดีนะคะ

111
00:07:23,631 --> 00:07:27,631
ไม่ควรทำ เราจะต้องเห็นใจซึ่งกันและกันค่ะ ต่อมาค่ะ

112
00:07:27,637 --> 00:07:31,629
ประโยคปฏิเสธค่ะ ประโยคว่าอย่างไรคะ

113
00:07:31,629 --> 00:07:35,629
คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ฉันไม่ให้เธอตีกลองยาว

114
00:07:35,632 --> 00:07:39,632
แล้วจะให้ผมเอามาทำไมครับ (คุณครูคณิตา) เป็นการแต่งประโยคค่ะ

115
00:07:39,664 --> 00:07:43,632
คุณครูปรเมษฐถามกลับทำไมคะ นี่ (คุณครูปรเมษฐ) มันเป็น

116
00:07:43,632 --> 00:07:47,632
อย่างไรถึงเป็นประโยคปฏิเสธได้ครับ คุณครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา)

117
00:07:47,635 --> 00:07:51,628
นะคะ จะมีคำว่า "ไม่"

118
00:07:51,628 --> 00:07:55,628
อยู่ในประโยคนั้น อย่างคำว่า "ไม่" ไม่ให้

119
00:07:55,628 --> 00:07:59,628
ไม่ได้ นี่ก็คือจะเป็นลักษณะของ

120
00:07:59,634 --> 00:08:03,634
ประโยคปฏิเสธนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ

121
00:08:03,635 --> 00:08:07,630
เรียนรู้เกี่ยวกับจุดประสงค์การเรียนรู้ในวันนี้

122
00:08:07,630 --> 00:08:11,630
กันนะครับ เดี๋ยวผมขออนุญาตยกไปเก็บก่อนนะครับ (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ

123
00:08:11,632 --> 00:08:15,632
(คุณครูปรเมษฐ) ครูบาอาจารย์ได้ไปพักผ่อนนะครับ (คุณครูปรเมษฐ) ครูครูปรเมษฐ

124
00:08:15,633 --> 00:08:19,633
จุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้มีอะไรบ้างคะ

125
00:08:19,634 --> 00:08:23,634
(คุณครูปรเมษฐ) อันดับแรกเลยนะครับ เด็ก ๆ จะต้องสามารถบอกความหมาย

126
00:08:23,639 --> 00:08:27,639
และชนิดของประโยคเพื่อการสื่อสารได้นะครับ แล้วก็

127
00:08:27,646 --> 00:08:31,638
จะต้องแต่งประโยคเพื่อการสื่อสารได้ เชื่อว่าเมื่อสักครู่

128
00:08:31,638 --> 00:08:35,632
นี่แต่งกันได้แล้วนะครับ 3. เลยจะต้องใช้

129
00:08:35,632 --> 00:08:39,632
ประโยคเพื่อการสื่อสารได้ถูกต้องตามหลักภาษาไทย

130
00:08:39,637 --> 00:08:43,632
อันนี้ก็จะบรรลุจุดประสงค์

131
00:08:43,632 --> 00:08:47,632
ครูทั้ง 2 คนนั้นตั้งไว้ครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เอาล่ะค่ะ

132
00:08:47,637 --> 00:08:51,630
ให้นักเรียนนะคะ หยิบใบความรู้ขึ้นมาค่ะ

133
00:08:51,630 --> 00:08:55,630
ทำอะไร นั่นก็คือให้นักเรียนศึกษา

134
00:08:55,637 --> 00:08:59,632
ใบความรู้เรื่องประโยคเพื่อการสื่อสารแล้วคุณครู

135
00:08:59,632 --> 00:09:03,632
ปลายทางล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูปลายทางหรือครับ ก็ให้ดูแล

136
00:09:03,632 --> 00:09:07,632
การทำงานของนักเรียนนะครับ แล้วก็ให้คำแนะนำ ให้คำ

137
00:09:07,637 --> 00:09:11,631
ปรึกษาต่าง ๆ ในส่วนที่นักเรียนนั้นยังมีข้อกังขา

138
00:09:11,631 --> 00:09:15,631
หรือสงสัยอยู่ บางทีการศึกษาใบความรู้นี่อ่านเอง

139
00:09:15,632 --> 00:09:19,632
อาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจ นักเรียนก็ชี้แนะแนวทางให้กับ

140
00:09:19,635 --> 00:09:23,635
ขอบคุณครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ นักเรียนคะ นักเรียนอ่าน

141
00:09:23,640 --> 00:09:27,639
เมื่ออ่านเสร็จแล้วนะคะ เดี๋ยวเราจะมาสรุปความรู้

142
00:09:27,639 --> 00:09:31,633
อีกรอบหนึ่ง พร้อมหรือยังเอ่ย ถ้าพร้อมแล้

143
00:09:31,633 --> 00:09:35,633
วเดี๋ยวเรากลับมาเจอกันอีกครั้งค่ะ

144
00:09:35,633 --> 00:09:39,628
[เสียงดนตรี]

145
00:09:39,628 --> 00:09:43,628

146
00:09:43,631 --> 00:09:47,631

147
00:09:47,631 --> 00:09:51,630

148
00:09:51,630 --> 00:09:55,627

149
00:09:55,627 --> 00:09:59,627

150
00:09:59,634 --> 00:10:03,628

151
00:10:03,628 --> 00:10:07,628

152
00:10:07,630 --> 00:10:11,627

153
00:10:11,627 --> 00:10:15,627

154
00:10:15,627 --> 00:10:19,627

155
00:10:19,627 --> 00:10:23,626

156
00:10:23,626 --> 00:10:27,626

157
00:10:27,631 --> 00:10:31,627

158
00:10:31,627 --> 00:10:35,627

159
00:10:35,629 --> 00:10:39,629

160
00:10:39,630 --> 00:10:43,627

161
00:10:43,627 --> 00:10:47,627

162
00:10:47,645 --> 00:10:51,627

163
00:10:51,627 --> 00:10:55,627

164
00:10:55,630 --> 00:10:59,630

165
00:10:59,648 --> 00:11:03,628

166
00:11:03,628 --> 00:11:07,628

167
00:11:07,629 --> 00:11:11,629

168
00:11:11,636 --> 00:11:15,631

169
00:11:15,631 --> 00:11:19,631

170
00:11:19,637 --> 00:11:23,635

171
00:11:23,635 --> 00:11:27,635

172
00:11:27,643 --> 00:11:31,629

173
00:11:31,629 --> 00:11:35,628

174
00:11:35,628 --> 00:11:39,627

175
00:11:39,627 --> 00:11:43,627

176
00:11:43,638 --> 00:11:47,635

177
00:11:47,635 --> 00:11:51,629

178
00:11:51,629 --> 00:11:55,627

179
00:11:55,627 --> 00:11:59,627

180
00:11:59,632 --> 00:12:03,627

181
00:12:03,627 --> 00:12:07,627

182
00:12:07,635 --> 00:12:11,635

183
00:12:11,640 --> 00:12:15,631

184
00:12:15,631 --> 00:12:19,630

185
00:12:19,630 --> 00:12:23,630

186
00:12:23,630 --> 00:12:27,627

187
00:12:27,627 --> 00:12:31,627

188
00:12:31,627 --> 00:12:35,627

189
00:12:35,628 --> 00:12:39,628

190
00:12:39,634 --> 00:12:43,630

191
00:12:43,630 --> 00:12:47,628

192
00:12:47,628 --> 00:12:51,628

193
00:12:51,638 --> 00:12:55,627

194
00:12:55,627 --> 00:12:59,627

195
00:12:59,636 --> 00:13:03,636

196
00:13:03,651 --> 00:13:07,629

197
00:13:07,629 --> 00:13:11,628

198
00:13:11,628 --> 00:13:15,628

199
00:13:15,630 --> 00:13:19,630

200
00:13:19,633 --> 00:13:23,628

201
00:13:23,628 --> 00:13:27,628

202
00:13:27,630 --> 00:13:31,628

203
00:13:31,628 --> 00:13:35,628

204
00:13:35,630 --> 00:13:39,627

205
00:13:39,627 --> 00:13:43,627

206
00:13:43,630 --> 00:13:47,630

207
00:13:47,631 --> 00:13:51,627

208
00:13:51,627 --> 00:13:55,627

209
00:13:55,627 --> 00:13:59,627

210
00:13:59,635 --> 00:14:03,627

211
00:14:03,627 --> 00:14:07,627

212
00:14:07,628 --> 00:14:11,628

213
00:14:11,628 --> 00:14:15,628

214
00:14:15,628 --> 00:14:19,628

215
00:14:19,632 --> 00:14:23,632

216
00:14:23,633 --> 00:14:27,628

217
00:14:27,628 --> 00:14:31,628

218
00:14:31,630 --> 00:14:35,630

219
00:14:35,637 --> 00:14:39,627

220
00:14:39,627 --> 00:14:43,627

221
00:14:43,627 --> 00:14:47,627

222
00:14:47,627 --> 00:14:51,627

223
00:14:51,636 --> 00:14:55,627

224
00:14:55,627 --> 00:14:59,627

225
00:14:59,633 --> 00:15:03,627

226
00:15:03,627 --> 00:15:07,627

227
00:15:07,635 --> 00:15:11,627

228
00:15:11,627 --> 00:15:15,627

229
00:15:15,634 --> 00:15:19,628

230
00:15:19,628 --> 00:15:23,627

231
00:15:23,627 --> 00:15:27,627

232
00:15:27,627 --> 00:15:31,627

233
00:15:31,627 --> 00:15:35,627

234
00:15:35,628 --> 00:15:39,628

235
00:15:39,635 --> 00:15:43,628

236
00:15:43,628 --> 00:15:47,628

237
00:15:47,640 --> 00:15:51,631

238
00:15:51,631 --> 00:15:55,631

239
00:15:55,634 --> 00:15:59,629

240
00:15:59,629 --> 00:16:03,629

241
00:16:04,627 --> 00:16:08,627

242
00:16:08,628 --> 00:16:12,628

243
00:16:12,633 --> 00:16:16,633

244
00:16:16,634 --> 00:16:20,628

245
00:16:20,628 --> 00:16:24,628

246
00:16:24,629 --> 00:16:28,629

247
00:16:28,629 --> 00:16:32,629

248
00:16:32,632 --> 00:16:36,632

249
00:16:36,636 --> 00:16:40,636
(คุณครูคณิตา) หมดเวลาค่ะ นักเรียน เดี๋ยวเรามา

250
00:16:40,641 --> 00:16:44,629
สรุปค

251
00:16:44,629 --> 00:16:48,628

252
00:16:48,628 --> 00:16:52,627

253
00:16:52,627 --> 00:16:56,627
วามรู้ ประโยคที่มช้ในการสื่อสารเพราะอะไรตอบคุณครูได้ไหม เอ่ย

254
00:16:56,636 --> 00:17:00,636
คุณครูปรเมษฐคะ ทำไมเราจะต้อง

255
00:17:00,639 --> 00:17:04,632
ในการสื่อสารคะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะว่าในชีวิตจริงเรา

256
00:17:04,632 --> 00:17:08,632
สื่อสารซึ่งกันและกันนะครับ เพราะฉะนั้น ประโยคเพื่อการสื่อสาร

257
00:17:08,655 --> 00:17:12,631
นี่มันมีหลายชนิดนะครับ ที่เราจะต้องพิจารณา

258
00:17:12,631 --> 00:17:16,631
แล้วก็เลือกใช้ให้ตรงกับจุดประสงค์นะครับ (คุณครูคณิตา)

259
00:17:16,646 --> 00:17:20,632
เด็ก ๆ คะ ตอบเหมือนคุณครูปรเมษฐหรือเปล่า

260
00:17:20,632 --> 00:17:24,632
เก่งมากค่ะ หากตอบไม่ตรง

261
00:17:24,635 --> 00:17:28,633
กับคุณครูปรเมษฐ ก็ไม่เป็นไรนะคะ แต่ถ้าคำตอบมีลักษณะ

262
00:17:28,633 --> 00:17:32,633
ใกล้เคียงกันก็ถือว่าเป็นคำตอบที่ถูกค่ะ

263
00:17:32,642 --> 00:17:36,642
คุณครูปลายทางสามารถให้คำแนะนำเพิ่มเติมได้นะคะ เอาล่ะค่ะ

264
00:17:36,646 --> 00:17:40,629
เรามาดูกันดีกว่า ประโยคเพื่อการสื่อสาร

265
00:17:40,629 --> 00:17:44,629
มีประโยคอะไรบ้าง เอ่ย จากการอ่านใบความรู้

266
00:17:44,635 --> 00:17:48,628
ประโยคที่ 1 ค่ะ นั่นก็คือประโยค

267
00:17:48,628 --> 00:17:52,628
ประโยคบอกเล่า ประโยคที่ 2 ประโยคปฏิเสธ

268
00:17:52,630 --> 00:17:56,630
ที่  3 คืออะไร คะ (คุณครูปรเมษฐ) ประโยคคำถามครับ

269
00:17:56,631 --> 00:18:00,631
และก็ประโยคข้อร้องครับ เด็ก ๆ ครับ (คุณครูคณิตา)

270
00:18:00,635 --> 00:18:04,635
ต่อมาค่ะ ก็คือเป็นประโยคแสดงความต้องการและ

271
00:18:04,638 --> 00:18:08,631
สุดท้ายนะคะ นั่นก็คือประโยคคำสั่งนั่นเองค่ะ

272
00:18:08,631 --> 00:18:12,631
นี่คือลักษณะของประโยคเพื่อการสื่อสาร

273
00:18:12,643 --> 00:18:16,643
นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ทำไมมี 6 ประโยคล่ะครับ คิดว่า

274
00:18:16,643 --> 00:18:20,633
เด็ก ๆ ชอบประโยคไหนมากที่สุดครับ (คุณครูคณิตา) น่าจะเป็น

275
00:18:20,633 --> 00:18:24,632
ประโยคบอกเล่าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ประโยคบอกเล่าใช่ไหครับ แล้วคุณครูคณิตา

276
00:18:24,632 --> 00:18:28,632
ชอบประโยคไหนมากที่สุดครับ (คุณครูคณิตา)

277
00:18:28,636 --> 00:18:32,636
แต่ว่าส่วนใหญ่แล้วใช้แต่คำสั่งนะ

278
00:18:32,646 --> 00:18:36,635
(คุณครูคณิตา) ไปได้ยินมาจากไหนคะ (คุณครูปรเมษฐ) ประสบกับตัวเองครับ เดี๋ยวนักเรียน

279
00:18:36,635 --> 00:18:40,635
ไปศึกษากันเลยดีกว่านะครับ (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวเราไปดูประโยคบอกเล่า

280
00:18:40,656 --> 00:18:44,631
กันดีกว่านะคะ นักเรียน ประโยคบอกเล่า

281
00:18:44,631 --> 00:18:48,631
ใช้บอกเล่าเรื่องต่าง ๆ ให้ผู้อื่นรู้เรื่องนั่นเองค่ะ

282
00:18:48,633 --> 00:18:52,629
เรามาดูตัวอย่างกันดีกว่า ปลายฟ้าทำ

283
00:18:52,629 --> 00:18:56,629
อาหารอร่อยมาก เป็นการบอกเล่าถึง

284
00:18:56,629 --> 00:19:00,629
... ถึงอะไรคะ ถึงคน คนนั้นก็คือ

285
00:19:00,657 --> 00:19:04,634
ปลายฟ้าทำอะไร

286
00:19:04,634 --> 00:19:08,631
อร่อยมาก เป็นการบอกเล่าเฉย ๆ นะคะ

287
00:19:08,631 --> 00:19:12,631
ตัวอย่างค่ะ น้ำอิงชอบร้องเพลง ก็เป็นการ

288
00:19:12,637 --> 00:19:16,633
บอกถึงความชอบนั่นเอง ก็เป็นการ

289
00:19:16,633 --> 00:19:20,633
บอกเล่าเฉย ๆ ไม่ได้ถามไม่ต้องการตอบ (คุณครูปรเมษฐ) ก็เหมือนคุณครูคณิต

290
00:19:20,648 --> 00:19:24,644
นำมาเล่าให้นักเรียนฟังว่าน้ำอิงนี่เขาชอบร้องเพลง

291
00:19:24,644 --> 00:19:28,628
ใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ อาจจะพูดจากันสนทนา

292
00:19:28,628 --> 00:19:32,628
กันตอนเช้า วันนี้นี่ฉันกินข้าวมา 2 ชามนะ อันนี้ถือ

293
00:19:32,633 --> 00:19:36,633
ประโยคบอกเล่าไหม (คุณครูคณิตา) 2 จานหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) 2 จานครับ

294
00:19:36,682 --> 00:19:40,635
ถ้าชามนี่ใหญ่นะ (คุณครูคณิตา) ก็ถือว่าเป็น

295
00:19:40,635 --> 00:19:44,628
บอกเล่านะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่า

296
00:19:44,628 --> 00:19:48,628
ส่วนใหญ่แล้วในชีวิตประจำวันนี่ ที่เราจะสื่อสารกันอยู่

297
00:19:48,636 --> 00:19:52,632
เป็นประจำก็เป็นประโยคบอกเล่าใช่ไหมครับ

298
00:19:52,632 --> 00:19:56,630
ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลนะคะ จะใช้ประโยค

299
00:19:56,630 --> 00:20:00,630
ใดในการสื่อสารค่ะ เอาล่ะค่ะ เรามาดูตัวอย่างต่อไปกัน

300
00:20:00,632 --> 00:20:04,630
ดีกว่านะคะ ก็คือแก้มจะฝึกตีกลอง

301
00:20:04,630 --> 00:20:08,630
บอกเล่าว่าฉันนี่กำลัง

302
00:20:08,630 --> 00:20:12,630
จะทำอะไรสักอย่างหนึ่ง เป็นการบอกเล่า

303
00:20:12,636 --> 00:20:16,636
นะคะ บอกเล่าเฉย ๆ ว่าจะทำอะไร

304
00:20:16,637 --> 00:20:20,634
ที่จะให้แสดงความคิดเห็นหรือ

305
00:20:20,634 --> 00:20:24,634
เป็นประโยคต่าง ๆ อย่างประโยคคำสั่ง ประโยคขอร้อง

306
00:20:24,640 --> 00:20:28,635
เป็นการบอกเล่าเฉย ๆ นะคะ เอาล่ะค่ะ ต่อมาค่ะ

307
00:20:28,635 --> 00:20:32,635
ค่ะ คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม (คุณครูคณิตา) ประโยคปฏิเสธนี่

308
00:20:32,652 --> 00:20:36,647
(คุณครูปรเมษฐ) ประโยคปฏิเสธนี่ก็ใช้บอกเรื่องราวนะครับ

309
00:20:36,647 --> 00:20:40,636
มันจะต้องมีคำว่า "ไม่" "ไม่ใช่"

310
00:20:40,636 --> 00:20:44,636
ไม่ได้เลยด้วย เพราะฉะนั้น วิธีการที่จะสังเกตประโยคปฏิเสธนี่

311
00:20:44,645 --> 00:20:48,635
ก็ให้ดูคำว่า "ไม่" ใช่ไหม ไม่นี่คืออย่างไรคุณครูคณิตา

312
00:20:48,635 --> 00:20:52,635
คือไม่ทำไม่เอา อันนี้คือการทำปฏิเสธ

313
00:20:52,669 --> 00:20:56,633
ผมไม่ได้พกหนังสือมาครูคณิตาครับ

314
00:20:56,633 --> 00:21:00,633
ถือเป็นประโยคปฎิเสธไหม (คุณครูคณิตา) เป็นประโยค

315
00:21:00,637 --> 00:21:04,630
ก็คือไม่ได้นำหนังสือมานั่นเองนะ

316
00:21:04,630 --> 00:21:08,630
เดี๋ยวเรามาดูตัวอย่างกันเลยดีกว่าค่ะ

317
00:21:08,653 --> 00:21:12,645
ตัวอย่างคืออะไร คะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ฉันไม่กินลูกอม

318
00:21:12,645 --> 00:21:16,636
ก็เป็นการปฏิเสธว่าฉันไม่กินลูกอมนะ

319
00:21:16,636 --> 00:21:20,636
เพราะสาเหตุใดก็ตามแต่ แต่เป็นการปฏิเสธแล้ว ไม่

320
00:21:20,638 --> 00:21:24,638
ฉันไม่ได้ทำแก้วแตกนะ แมวทำ

321
00:21:24,657 --> 00:21:28,636
ใช่หรือเปล่า ก็มีคำว่า "ไม่ได้" อยู่ด้วย ก็เป็นการ

322
00:21:28,636 --> 00:21:32,636
ปฏิเสธนั่นเองว่า เรานี่ไม่ได้ทำนะ

323
00:21:32,645 --> 00:21:36,636
(คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ เป็นประโยคคำถาม

324
00:21:36,636 --> 00:21:40,632
นั่นเองค่ะ ประโยคคำถามก็คือใช้ถาม

325
00:21:40,632 --> 00:21:44,632
ผู้อื่นเมื่อต้องการคำตอบ มักมีการแสดง

326
00:21:44,653 --> 00:21:48,632
คำถาม อย่างเช่น ใคร, อะไร, ที่ไหน, เมื่อไร,

327
00:21:48,632 --> 00:21:52,631
ทำไม, ไหม และอีกต่าง ๆ มากมาย

328
00:21:52,631 --> 00:21:56,631
เลยนะคะ คุณครูปรเมษฐในการใช้คำ

329
00:21:56,631 --> 00:22:00,631
ในการแต่งประโยคคำถาม เดี๋ยวเรา

330
00:22:00,631 --> 00:22:04,631
มาดูตัวอย่างกันเลยดีกว่า ใครแสดงเป็นนางมโนราห์ เป็น

331
00:22:04,632 --> 00:22:08,632
การถามนั่นเองนะคะ เป็นประโยคคำถาม

332
00:22:08,635 --> 00:22:12,631
ขึ้นต้นว่าใคร ก็คือต้องการคำตอบนั่นเองค่ะ

333
00:22:12,631 --> 00:22:16,631
ต่อมาค่ะ คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ละครเรื่อง

334
00:22:16,655 --> 00:22:20,632
นี้มีชื่อว่าอะไรนะ ก็ใช้คำว่า

335
00:22:20,632 --> 00:22:24,630
"อะไร" นะครับ นักเรียน เพื่อเป็นการถาม เพราะ

336
00:22:24,630 --> 00:22:28,630
ผู้ถามก็ต้องอยากรู็ว่าละครเรื่องนี้ชื่อว่าอะไร

337
00:22:28,635 --> 00:22:32,635
ก็ต้องการคำตอบใช่ไหมครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ใช่

338
00:22:32,636 --> 00:22:36,634
นะคะ ก็คือจะต้องมีผู้ที่

339
00:22:36,634 --> 00:22:40,634
ต้องตอบคำถามด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะ เราไปดู

340
00:22:40,639 --> 00:22:44,636
ตัวอย่างต่อไปค่ะ เธอหิวไหม

341
00:22:44,636 --> 00:22:48,636
(คุณครูปรเมษฐ) หิว (คุณครูคณิตา) เธอหิวไหม เป็นประโยค

342
00:22:48,639 --> 00:22:52,629
คำถามนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ ต่อมาค่ะ

343
00:22:52,629 --> 00:22:56,629
ประโยคขอร้องค่ะ เอ๊

344
00:22:56,630 --> 00:23:00,630
นักเรียนคะ นักเรียนเคยใช้ประโยคขอร้องในชีวิตประจำวัน

345
00:23:00,645 --> 00:23:04,633
หรือเปล่าเอ่ย กับผู้ปกครองของ

346
00:23:04,633 --> 00:23:08,633
นักเรียน นักเรียนเคยใช้กันบ้างหรือเปล่าคะ กับเพื่อน ๆ ของนักเรียน

347
00:23:08,637 --> 00:23:12,637
ครูเชื่อว่าประโยคขอร้องนะคะ ไม่ว่าจะเป็น

348
00:23:12,639 --> 00:23:16,636
เพื่อนหรือว่าญาติผู้ใหญ่ หากใช้คำที่สุภาพ

349
00:23:16,636 --> 00:23:20,636
แล้วเหมาะสมกับวัย รวมถึงตามกาลเทศะแล้ว

350
00:23:20,636 --> 00:23:24,631
ด้วยแล้วนี่ การใช้ประโยคขอร้องนี่จะทำให้นักเรียน

351
00:23:24,631 --> 00:23:28,631
นี่ น่ารักมากยิ่งขึ้นนั่นเองนะคะ นักเรียนคะ

352
00:23:28,631 --> 00:23:32,631
เราใช้ประโยคขอร้องดีกว่าใช้ประโยค

353
00:23:32,641 --> 00:23:36,639
คำสั่งนะคะ ต่อมาเรามาดูตัวอย่างกันเลยดีกว่าค่ะ

354
00:23:36,639 --> 00:23:40,631
ประโยคข้อร้องนะคะ ใช้ขอร้องให้ผู้อื่นทำ

355
00:23:40,631 --> 00:23:44,631
อย่างหนึ่งอย่างใด มักมีคำว่า

356
00:23:44,643 --> 00:23:48,643
"กรุณา", "โปรด", "ช่วย" นะ

357
00:23:48,643 --> 00:23:52,636
การใช้คำต่าง ๆ เหล่านี้ในการข้อร้อง อย่างเช่น

358
00:23:52,636 --> 00:23:56,636
โปรดอย่าส่งเสียงดัง

359
00:23:56,638 --> 00:24:00,633
ขณะที่ฉันกำลังพักผ่อน

360
00:24:00,633 --> 00:24:04,633
ก็เป็นการขอร้องใช้คำว่า "โปรด"

361
00:24:04,640 --> 00:24:08,637
นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) คำว่า "โปรด" นี่ใช้ได้หลายอย่างนะครับ

362
00:24:08,637 --> 00:24:12,632
โปรดส่งใครมารักฉันที

363
00:24:12,632 --> 00:24:16,632
อยู่อย่างนี้มันหนาวเกิดนไป (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ

364
00:24:16,638 --> 00:24:20,638
เดี๋ยวโดนตัดนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นประโยคขอร้องไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ

365
00:24:20,651 --> 00:24:24,639
เดี๋ยวเรามาดูตัวอย่างกันเลยดีกว่านะคะ กรุณาปิดเครื่องมือสื่อสาร

366
00:24:24,639 --> 00:24:28,629
ระหว่างชมการแสดง คำใดคือ

367
00:24:28,629 --> 00:24:32,629
การที่เราใช้

368
00:24:32,641 --> 00:24:36,641
คำเหล่านี้เป็นประโยคขอร้อง คำอะไรเอ่ย

369
00:24:36,641 --> 00:24:40,636
นั่นก็คือคำว่า "กรุณา" นั่นเอง

370
00:24:40,636 --> 00:24:44,633
เรามีคำว่า "กรุณา" อยู่นี่ ก็ถือว่าเป็นคำ

371
00:24:44,633 --> 00:24:48,633
ขอร้องนะคะ ขอร้องล่ะ ปิดมือถือเครื่องมือสื่อสาร

372
00:24:48,635 --> 00:24:52,631
ขณะหรือระหว่างชมการแสดง เห็นไหม

373
00:24:52,631 --> 00:24:56,631
ก็ถือว่าเป็นการขอร้องนั่นเองค่ะ

374
00:24:56,636 --> 00:25:00,633
ต่อมาค่ะ คุณครูปรเมษฐคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ โปรด

375
00:25:00,633 --> 00:25:04,633
ร่วมมือรักษาความสะอาด อันนี้ใช้คำว่า "โปรด" นะครั

376
00:25:04,633 --> 00:25:08,633
ก็แสดงให้เห็นถึงผู้ที่เขียนหรือผู้ที่เห็นนี่

377
00:25:08,647 --> 00:25:12,633
ต้องการให้ผู้อื่นนั้นรักษาความสะอาด

378
00:25:12,633 --> 00:25:16,633
โดยไม่ต้องสั่งนะ คำว่า "โปรด"

379
00:25:16,637 --> 00:25:20,632
คำว่า "โปรดรักษาความสะอาด" นี่ คุณครูคณิตาคิดว่า

380
00:25:20,632 --> 00:25:24,632
เราอยากจะทำตามคำไหนครับ

381
00:25:24,632 --> 00:25:28,632
(คุณครูคณิตา) เราก็จะต้องทำตามประโยคข้อน้อง

382
00:25:28,638 --> 00:25:32,634
อยู่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ ถ้าจงนี่มันเหมือน

383
00:25:32,634 --> 00:25:36,634
บีบบังคับกัน แต่ถ้าโปรดนี่เราเห็นใจแล้วปฏิบัติตาม

384
00:25:36,635 --> 00:25:40,634
นั่นเองครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ ต่อมาค่ะ

385
00:25:40,634 --> 00:25:44,634
นั่นก็คือประโยคแสดงความต้องการค่ะ

386
00:25:44,636 --> 00:25:48,636
ประโยคแสดงความต้องการคืออะไร คะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ)

387
00:25:48,665 --> 00:25:52,632
ใช้บอกความต้องการของตนเองให้ผู้อื่นรู้นะครับ

388
00:25:52,632 --> 00:25:56,632
จะใช้คำว่า "อยาก", "ต้องการ", "ประสงค์"

389
00:25:56,778 --> 00:26:00,633
ในประโยคนั้น ๆ ครับ ไปดูตัวอย่างกันเลยนะ ฉัน

390
00:26:00,633 --> 00:26:04,633
อยากกินไอศกรีม ถ้าเกิดภาษาไทย

391
00:26:04,633 --> 00:26:08,633
เราหรือภาษาถิ่นเราจะเรียก "ไอติม" ใช่ไหม ฉันต้องการกิน

392
00:26:08,644 --> 00:26:12,639
เป็นการแสดงความต้องการใช่ไหมครูคณิตาครับ

393
00:26:12,639 --> 00:26:16,638
เด็กน้อยพวกนี้นี่อยากกินใช่ไหม

394
00:26:16,638 --> 00:26:20,638
นะ คนนี้ให้ไหม ลักษณะแล้วนี่

395
00:26:20,646 --> 00:26:24,638
(คุณครูคณิตา) ให้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ เพราะว่าเป็นการแสดงความต้องการ เป็นการบอก

396
00:26:24,638 --> 00:26:28,635
นั่นเองนะครับ ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ ฉันอยาก

397
00:26:28,635 --> 00:26:32,635
ไปทำบุญ ก็เป็นการแสดงความต้องการ

398
00:26:32,644 --> 00:26:36,636
นะคะ การทำบุญนี่ไม่จำเป็นว่าเราจะต้อง

399
00:26:36,636 --> 00:26:40,634
เข้าวัดอย่างเดียว การทำบุญกับผู้อื่น การ

400
00:26:40,634 --> 00:26:44,634
ช่วยเหลือผู้อื่นหรือการไม่ก่อความ

401
00:26:44,640 --> 00:26:48,635
เดือดร้อนให้ผู้อื่นนี่ก็ถือเป็นการทำบุญเช่นเดียวกันนะคะ

402
00:26:48,635 --> 00:26:52,635
เพราะฉะนั้น เด็ก ๆ คะ เด็ก ๆ นี่ก็ควร

403
00:26:52,639 --> 00:26:56,629
ที่จะเป็นอย่างไรเอ่ย ประพฤติตนไปใน

404
00:26:56,629 --> 00:27:00,629
ไปในทางที่ดีนะคะ แล้ว... แล้ว

405
00:27:00,632 --> 00:27:04,629
อย่างไรดีนะ แล้วนักเรียนนะคะ ก็จะ

406
00:27:04,629 --> 00:27:08,629
มีความสุขผู้คนอื่นก็จะมีความสุขไปด้วยนั่นเองค่ะ

407
00:27:08,647 --> 00:27:12,632
ต่อมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คนทุกคนอยาก

408
00:27:12,632 --> 00:27:16,632
ไปชมการแสดงที่ตนชื่นชอบ ก็เป็นการแสดง

409
00:27:16,635 --> 00:27:20,632
ความต้องการของผู้เขียนเช่นเดียวกันนะครับ ว่า

410
00:27:20,632 --> 00:27:24,632
ต้องการชมการแสดงนะ การแสดงที่เราชื่นชอบนั่นเองครับ

411
00:27:24,633 --> 00:27:28,633
(คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ ตอบคุณครูได้ไหมคะ ว่าคำใด

412
00:27:28,634 --> 00:27:32,634
เป็นคำที่แสดงความต้องการ

413
00:27:32,649 --> 00:27:36,639
คำใดเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) คำว่า... เก่งมาก ๆ เลยครับ

414
00:27:36,639 --> 00:27:40,639
อยากไปนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) คำว่า "อยาก" นะคะ

415
00:27:40,666 --> 00:27:44,636
อยากไปนะ เป็นการแสดงความต้องการ

416
00:27:44,636 --> 00:27:48,636
นะคะ ต่อมาค่ะ ประโยคคำสั่งค่ะ ประโยค

417
00:27:48,648 --> 00:27:52,637
คำสั่ง ก็คือใช้ให้ผู้อื่นทำ

418
00:27:52,637 --> 00:27:56,637
ย่างหนึ่งอยากให้ทำ หรือห้ามมิให้ทำก็ได้

419
00:27:56,637 --> 00:28:00,633
เดี๋ยวเรามาดูประโยคกันดีกว่าค่ะ ประโยคนี้นักเรียน

420
00:28:00,633 --> 00:28:04,633
เห็นได้ทั่วไปเลยนะคะ ก็คือห้ามถ่ายภาพ

421
00:28:04,635 --> 00:28:08,635
ก็จะมีสัญลักษณ์แบบนี้อยู่

422
00:28:08,646 --> 00:28:12,646
ถ้ามีสัญลักษณ์แบบนี้อยู่แสดงว่าห้ามถ่ายภาพ

423
00:28:12,689 --> 00:28:16,656
นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ถือว่าเป็นอวัจนภาษา

424
00:28:16,656 --> 00:28:20,638
ซึ่งบางครั้งไม่จำเป็นต้องตัวอักษระด้วยก็ได้

425
00:28:20,638 --> 00:28:24,631
ครูคณิตา เห็นแค่สัญลักษณ์นี่รู้แล้วว่าเป็นการสั่ง

426
00:28:24,631 --> 00:28:28,631
ว่าห้ามถ่ายนะ ห้ามถ่ายภาพเด็ดขาด (คุณครูคณิตา)

427
00:28:28,635 --> 00:28:32,629
ต่อมาค่ะ มีรูปภาพอีกแล้วนะคะ

428
00:28:32,629 --> 00:28:36,629
เป็นรูปอะไรเอ่ย เป็นรูปน้ำ

429
00:28:36,629 --> 00:28:40,629
กับรูปอาหารนะคะ เพราะฉะนั้น ประโยคนี้

430
00:28:40,630 --> 00:28:44,630
ก็คือห้ามนำอาหาร

431
00:28:44,643 --> 00:28:48,637
เข้ามารับประทานค่ะ ก็จะเป็นประโยคอะไรนะ

432
00:28:48,637 --> 00:28:52,628
ประโยคคำสั่ง เพราะมีคำว่า "ห้าม"

433
00:28:52,628 --> 00:28:56,628
อยู่นั่นเองค่ะ ต่อมาค่ะ

434
00:28:56,628 --> 00:29:00,628
ถึงเวลาที่นักเรียนรอคอย วันนี้คุณครูมีกิจกรรม

435
00:29:00,631 --> 00:29:04,631
ก็คือให้นักเรียนค่ะ ทำใบงานเรื่องอะไรคะ ครู

436
00:29:04,634 --> 00:29:08,634
ปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ครูจะให้นักเรียนทำใบงานเรื่องประโยค

437
00:29:08,641 --> 00:29:12,637
เพื่อการสื่อสารนั่นเอง เดี๋ยวไปดูรูปร่างหน้าตา

438
00:29:12,637 --> 00:29:16,637
ทำใบงานนะครับ แล้วก็คุณครูจะช่วยดูแลนักเรียน

439
00:29:16,637 --> 00:29:20,632
ทำใบงานอย่างมีความสุข ครูคณิตาพาเด็ก ๆ

440
00:29:20,632 --> 00:29:24,632
ดูใบงานเลยครับ นี่ นี่ก็คือรูปร่างของ

441
00:29:24,633 --> 00:29:28,633
ใบงานที่นักเรียนนั้นมีนะครับ นักเรียนนำใบงานขึ้นมาแล้วครู

442
00:29:28,634 --> 00:29:32,634
คณิตาจะอธิบายให้พวกหนู ๆ ได้ฟังนะครับ ว่า

443
00:29:32,638 --> 00:29:36,638
จะปฏิบัติ จะทำอย่างไรในใบงานนี้ครับ ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา)

444
00:29:36,670 --> 00:29:40,630
เดี๋ยวให้คุณครูปลายทางนะคะ สามารถช่วยอธิบาย

445
00:29:40,630 --> 00:29:44,630
เพิ่มเติมด้วยก็ได้นะคะ เอาล่ะค่ะ มาดูคำชี้แจงนะคะ

446
00:29:44,635 --> 00:29:48,635
อ่านป้ายที่กำหนดให้ และนำสารสำคัญจากป้าย

447
00:29:48,642 --> 00:29:52,631
จากได้มาแต่งประโยค

448
00:29:52,631 --> 00:29:56,630
เพื่อการสื่อสารที่กำหนดให้ ซึ่งใบงานนี้ค่ะ ก็จะมีป้ายต่าง ๆ

449
00:29:56,630 --> 00:30:00,629
มาให้นะคะ ก็จะมีรูปร่างสีต่าง ๆ ที่นักเรียนได้

450
00:30:00,629 --> 00:30:04,629
เห็นไว้นะคะ แล้วนำคำเหล่านี้มาแต่งประโยค

451
00:30:04,652 --> 00:30:08,643
ซึ่งคุณครูก็ได้กำหนดประโยคไว้ ก็มี

452
00:30:08,643 --> 00:30:12,638
ทั้งประโยคบอกเล่า ประโยคปฏิเสธ ประโยคคำถาม

453
00:30:12,638 --> 00:30:16,638
ประโยคคำสั่งและประโยคข้อร้อง เราจะแต่งกันอย่างไร

454
00:30:16,640 --> 00:30:20,634
นะ ไม่ต้องกังวลค่ะ เพราะว่า

455
00:30:20,634 --> 00:30:24,634
คุณครูมีตัวอย่างมาให้ดูค่ะ เดี๋ยวเรามาดูตัวอย่างกันเลยนะคะ

456
00:30:24,659 --> 00:30:28,643
ให้นักเรียนดูใบงานไปพร้อม ๆ กันนะคะ ประโยค

457
00:30:28,643 --> 00:30:32,633
ที่คุณครูแต่งมาให้นั่นก็คือ ยุงลาย

458
00:30:32,633 --> 00:30:36,632
เป็นสาเหตุไข้เลือดออก เป็น

459
00:30:36,632 --> 00:30:40,630
ประโยคบอกเล่า เป็นการบอกว่ายุงลาย

460
00:30:40,630 --> 00:30:44,630
เป็นสาเหตุของไข้เลือดออกนั่นเองค่ะ

461
00:30:44,633 --> 00:30:48,628
ก็คือเป็นการนำสารสำคัญนะคะ

462
00:30:48,628 --> 00:30:52,628
จากกรอบด้านบนนี่มาแต่งเป็นประโยคบอกเล่า

463
00:30:52,630 --> 00:30:56,629
เอาล่ะค่ะ คุณครูปรเมษฐคะ ประโยคปฏิเสธ

464
00:30:56,629 --> 00:31:00,629
มีประโยคว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ฉันไม่ปิดฝา

465
00:31:00,640 --> 00:31:04,635
ภาชนะใส่น้ำ มีคำว่า

466
00:31:04,635 --> 00:31:08,633
"ไม่" นั่นเองว่าฉันนี่ไม่ได้ปิดฝานะ

467
00:31:08,633 --> 00:31:12,631
มันจึงทำให้เป็นสาเหตุยุงลายมาวางไข่

468
00:31:12,631 --> 00:31:16,631
เป็นไข้เลือดออก ประมาณนั้นนักเรียน เพราะฉะนั้น เรื่อง

469
00:31:16,638 --> 00:31:20,638
ประโยคเพื่อการสื่อสารนี่มันเป็นเรื่องหนึ่ง

470
00:31:20,638 --> 00:31:24,637
มันใช้ในชีวิตอยู่แล้ว มันก็ไม่ได้ยากจนเกินไปนะครับ

471
00:31:24,637 --> 00:31:28,634
คุณครูคณิตาพร้อมจะให้นักเรียนทำใบงานหรือยัง (คุณครูคณิตา) นักเรียน

472
00:31:28,634 --> 00:31:32,628
พร้อมหรือเปล่าคะ ถ้าพร้อมแล้ว

473
00:31:32,628 --> 00:31:36,628
เดี๋ยวเราไปทำใบงานกันดีกว่าค่ะ [เสียงดนตรี]

474
00:31:36,646 --> 00:31:40,638

475
00:31:40,638 --> 00:31:44,625

476
00:31:44,625 --> 00:31:48,625

477
00:31:48,630 --> 00:31:52,630

478
00:31:52,630 --> 00:31:56,630

479
00:31:56,643 --> 00:32:00,629

480
00:32:00,629 --> 00:32:04,629

481
00:32:04,633 --> 00:32:08,632

482
00:32:08,632 --> 00:32:12,632

483
00:32:12,634 --> 00:32:16,631

484
00:32:16,631 --> 00:32:20,630

485
00:32:20,630 --> 00:32:24,627

486
00:32:24,627 --> 00:32:28,627

487
00:32:28,660 --> 00:32:32,632

488
00:32:32,632 --> 00:32:36,632

489
00:32:36,634 --> 00:32:40,634

490
00:32:40,636 --> 00:32:44,634

491
00:32:44,634 --> 00:32:48,626

492
00:32:48,626 --> 00:32:52,626

493
00:32:52,627 --> 00:32:56,625

494
00:32:56,625 --> 00:33:00,625

495
00:33:00,626 --> 00:33:04,626

496
00:33:04,629 --> 00:33:08,629

497
00:33:08,635 --> 00:33:12,627

498
00:33:12,627 --> 00:33:16,627

499
00:33:16,628 --> 00:33:20,627

500
00:33:20,627 --> 00:33:24,627

501
00:33:24,632 --> 00:33:28,632

502
00:33:28,635 --> 00:33:32,628

503
00:33:32,628 --> 00:33:36,628

504
00:33:36,628 --> 00:33:40,627

505
00:33:40,627 --> 00:33:44,627

506
00:33:44,630 --> 00:33:48,627

507
00:33:48,627 --> 00:33:52,627

508
00:33:52,636 --> 00:33:56,636

509
00:33:56,653 --> 00:34:00,640

510
00:34:00,640 --> 00:34:04,630

511
00:34:04,630 --> 00:34:08,629

512
00:34:08,629 --> 00:34:12,628

513
00:34:12,628 --> 00:34:16,628

514
00:34:16,630 --> 00:34:20,625

515
00:34:20,625 --> 00:34:24,625

516
00:34:24,630 --> 00:34:28,628

517
00:34:28,628 --> 00:34:32,628

518
00:34:32,633 --> 00:34:36,633

519
00:34:36,635 --> 00:34:40,626

520
00:34:40,626 --> 00:34:44,626

521
00:34:44,631 --> 00:34:48,627

522
00:34:48,627 --> 00:34:52,627

523
00:34:52,632 --> 00:34:56,629

524
00:34:56,629 --> 00:35:00,629

525
00:35:00,631 --> 00:35:04,628

526
00:35:04,628 --> 00:35:08,627

527
00:35:08,627 --> 00:35:12,626

528
00:35:12,626 --> 00:35:16,626

529
00:35:16,628 --> 00:35:20,626

530
00:35:20,626 --> 00:35:24,626

531
00:35:24,631 --> 00:35:28,628

532
00:35:28,628 --> 00:35:32,626

533
00:35:32,626 --> 00:35:36,626

534
00:35:36,639 --> 00:35:40,627

535
00:35:40,627 --> 00:35:44,627

536
00:35:45,625 --> 00:35:49,625

537
00:35:49,635 --> 00:35:53,624

538
00:35:53,624 --> 00:35:57,623

539
00:35:57,623 --> 00:36:01,623

540
00:36:01,626 --> 00:36:05,624

541
00:36:05,624 --> 00:36:09,624

542
00:36:09,626 --> 00:36:13,626

543
00:36:13,630 --> 00:36:17,624

544
00:36:17,624 --> 00:36:21,623

545
00:36:21,623 --> 00:36:25,623

546
00:36:25,633 --> 00:36:29,624

547
00:36:29,624 --> 00:36:33,624

548
00:36:33,624 --> 00:36:37,623

549
00:36:37,623 --> 00:36:41,623

550
00:36:41,624 --> 00:36:45,624

551
00:36:45,624 --> 00:36:49,624

552
00:36:49,625 --> 00:36:53,625

553
00:36:53,630 --> 00:36:57,630

554
00:36:57,634 --> 00:37:01,634

555
00:37:01,639 --> 00:37:05,625

556
00:37:05,625 --> 00:37:09,623

557
00:37:09,623 --> 00:37:13,623

558
00:37:13,623 --> 00:37:17,623

559
00:37:17,637 --> 00:37:21,631

560
00:37:21,631 --> 00:37:25,627

561
00:37:25,627 --> 00:37:29,627

562
00:37:29,631 --> 00:37:33,627

563
00:37:33,627 --> 00:37:37,627

564
00:37:37,638 --> 00:37:41,628

565
00:37:41,628 --> 00:37:45,628

566
00:37:45,633 --> 00:37:49,627

567
00:37:49,627 --> 00:37:53,627

568
00:37:53,629 --> 00:37:57,629

569
00:37:57,638 --> 00:38:01,627

570
00:38:01,627 --> 00:38:05,627

571
00:38:05,638 --> 00:38:09,638

572
00:38:09,646 --> 00:38:13,627

573
00:38:13,627 --> 00:38:17,627

574
00:38:17,640 --> 00:38:21,626

575
00:38:21,626 --> 00:38:25,626

576
00:38:25,626 --> 00:38:29,626

577
00:38:29,627 --> 00:38:33,627

578
00:38:33,627 --> 00:38:37,627

579
00:38:37,638 --> 00:38:41,638

580
00:38:41,644 --> 00:38:45,627

581
00:38:45,627 --> 00:38:49,627

582
00:38:49,633 --> 00:38:53,624

583
00:38:53,624 --> 00:38:57,624

584
00:38:57,625 --> 00:39:01,625

585
00:39:01,625 --> 00:39:05,624

586
00:39:05,624 --> 00:39:09,624

587
00:39:09,628 --> 00:39:13,623

588
00:39:13,623 --> 00:39:17,623

589
00:39:17,627 --> 00:39:21,624

590
00:39:21,624 --> 00:39:25,624

591
00:39:25,628 --> 00:39:29,628

592
00:39:29,649 --> 00:39:33,628

593
00:39:33,628 --> 00:39:37,628

594
00:39:37,629 --> 00:39:41,627

595
00:39:41,627 --> 00:39:45,623

596
00:39:45,623 --> 00:39:49,623

597
00:39:49,636 --> 00:39:53,623

598
00:39:53,623 --> 00:39:57,623

599
00:39:57,629 --> 00:40:01,628

600
00:40:01,628 --> 00:40:05,627

601
00:40:05,627 --> 00:40:09,623

602
00:40:09,623 --> 00:40:13,623

603
00:40:13,623 --> 00:40:17,623

604
00:40:17,641 --> 00:40:21,624

605
00:40:21,624 --> 00:40:25,624

606
00:40:25,624 --> 00:40:29,623

607
00:40:29,623 --> 00:40:33,623

608
00:40:33,627 --> 00:40:37,626

609
00:40:37,626 --> 00:40:41,626

610
00:40:41,626 --> 00:40:45,623

611
00:40:45,623 --> 00:40:49,622

612
00:40:49,622 --> 00:40:53,622

613
00:40:53,623 --> 00:40:57,623

614
00:40:57,623 --> 00:41:01,622

615
00:41:01,622 --> 00:41:05,622

616
00:41:05,624 --> 00:41:09,624

617
00:41:09,628 --> 00:41:13,628

618
00:41:13,629 --> 00:41:17,623

619
00:41:17,623 --> 00:41:21,622

620
00:41:21,622 --> 00:41:25,622

621
00:41:25,622 --> 00:41:29,622

622
00:41:29,628 --> 00:41:33,623

623
00:41:33,623 --> 00:41:37,623

624
00:41:37,624 --> 00:41:41,624
(คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ เชื่อว่า

625
00:41:41,628 --> 00:41:45,628
จะต้องทำใบงานกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ 5 ข้อนั้น

626
00:41:45,628 --> 00:41:49,625
ง่ายแสนง่ายนะครับ แล้วก็ครูก็

627
00:41:49,625 --> 00:41:53,624
มีแนวทางนะครับ ในการตอบ ในการแต่งประโยค

628
00:41:53,624 --> 00:41:57,624
เพื่อการสื่อสารมาซึ่งมันอาจจะไม่ได้ตรง

629
00:41:57,628 --> 00:42:01,628
กับของนักเรียน ก็ไม่ได้ผิดใช่ไหมครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ไม่ได้ผิดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)

630
00:42:01,632 --> 00:42:05,625
แค่นำมาเป็นการลองแนวทางให้กับ

631
00:42:05,625 --> 00:42:09,625
ไปดูกันเลยครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เดี๋ยวเรามาดูแนวทา

632
00:42:09,649 --> 00:42:13,638
การตอบกันเลยนะคะ แนวทางการตอบแรกค่ะ ประโยคบอกเล่า

633
00:42:13,638 --> 00:42:17,623
นั่นก็คือยุงลายเป็นสาเหตุของโลค

634
00:42:17,623 --> 00:42:21,623
ออก ก็คือเป็นประโยคบอกเล่านั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม (คุณครูคณิตา)

635
00:42:21,633 --> 00:42:25,626
ต่อมาค่ะ ประโยคปฏิเสธค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ฉัน

636
00:42:25,626 --> 00:42:29,626
ไม่ได้เปิดหรือปิดฝาภาชนะใส่น้ำ

637
00:42:29,626 --> 00:42:33,626
มันมีคำว่า "ไม่ได้" อยู่นั่นเองเป็นประโยค

638
00:42:33,629 --> 00:42:37,629
ปฏิเสธนะครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ นั่นก็คือ

639
00:42:37,630 --> 00:42:41,629
ประโยคคำถามค่ะ เธอเห็นปลากำลังกินลูกน้ำ

640
00:42:41,629 --> 00:42:45,625
ลูกน้ำในอ่างไหม ก็คือเป็นการ

641
00:42:45,625 --> 00:42:49,625
ถามนะคะ ตรงไหนเป็นคำถามเอ่ย ตรงไหนคะนักเรียน

642
00:42:49,630 --> 00:42:53,627
นั่นก็คือคำว่า "ไหม" นั่นเอง ต่อไปค่ะ คือ ประโยค

643
00:42:53,627 --> 00:42:57,627
คำสั่งค่ะ จงทำความสะอาดภาชนะ

644
00:42:57,628 --> 00:43:01,627
เพื่อกำจัดลูกน้ำยุงลาย จงนั่นก็คือ

645
00:43:01,627 --> 00:43:05,624
เป็นประโยคคำสั่ง เป็นการ

646
00:43:05,624 --> 00:43:09,624
สั่งให้ทำนั่นเอง ต่อมาค่ะ

647
00:43:09,639 --> 00:43:13,626
ข้อที่ 5 ค่ะ ประโยคขอร้องค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) โปรด

648
00:43:13,626 --> 00:43:17,626
เปลี่ยนน้ำในภาชนะทุกวัน

649
00:43:17,631 --> 00:43:21,628
เป็นการบอกให้เขานี่ได้เปลี่ยนน้ำนะ

650
00:43:21,628 --> 00:43:25,628
โปรดเถอะ เปลี่ยนทุก 7 วัน นี่เป็นการขอร้อง

651
00:43:25,632 --> 00:43:29,627
นั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ นี่คือแนวทางในการ

652
00:43:29,627 --> 00:43:33,627
ตอบทั้งหมดนะคะ นักเรียนคะไม่จำเป็น

653
00:43:33,629 --> 00:43:37,629
ว่านักเรียนจะต้องแต่งประโยคให้เหมือนคุณครู

654
00:43:37,630 --> 00:43:41,630
นักเรียนสามารถที่จะใช้คำต่าง ๆ จากการ

655
00:43:41,661 --> 00:43:45,630
ศึกษาใบความรู้นำมาแต่งประโยค

656
00:43:45,630 --> 00:43:49,630
ได้อย่างหลากหลายค่ะ คุณครูปลายทางสามารถให้คำชี้แนะ

657
00:43:49,630 --> 00:43:53,630
กับนักเรียนปลายทางได้นะคะ และที่สำคัญค่ะ อย่า

658
00:43:53,667 --> 00:43:57,651
ลืมเก็บใบงานมาตรวจเพื่อให้คะแนน

659
00:43:57,651 --> 00:44:01,648
นักเรียนด้วยนะคะ  เอาล่ะค่ะ บทสรุปบทเรียน

660
00:44:01,648 --> 00:44:05,631
เขียนองค์ความรู้ของวันนี้คุณครูก็มีคำถามมาถามนักเรียน

661
00:44:05,631 --> 00:44:09,631
อีกแล้วค่ะ คำถามนั่นก็คือนักเรียน

662
00:44:09,646 --> 00:44:13,629
จะใช้ประโยชน์จากการเรียนเรื่อง

663
00:44:13,629 --> 00:44:17,628
ประโยคเพื่อการสื่อสารในชีวิตประจำวันได้อย่างไร

664
00:44:17,628 --> 00:44:21,628
เป็นการถามนะ นักเรียนจะใช้ประโยค

665
00:44:21,642 --> 00:44:25,629
ใช้ประโยชน์นี่ในการเรียนเรื่องนี้ในชีวิตประจำวัน

666
00:44:25,629 --> 00:44:29,623
ได้อย่างไรเอ่ย ตอบคุณครูปลายทาง

667
00:44:29,623 --> 00:44:33,623
ได้เลยนะคะ คุณครูปรเมษฐคะ

668
00:44:33,633 --> 00:44:37,628
(คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) เราจะใช้ประโยชน์จากการ

669
00:44:37,628 --> 00:44:41,628
เรียนเรื่องนี้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไรบ้างคะ

670
00:44:41,629 --> 00:44:45,629
(คุณครูคณิตา) อันดับแรกเลยนะครับ ก็คือใช้ในการสื่อสารใน

671
00:44:45,639 --> 00:44:49,639
ชีวิตประจำวัน ถ้าเราเรียนแล้วเราเข้าใจ

672
00:44:49,646 --> 00:44:53,646
ถึงหลักการของมันนี่ เราก็จะสื่อสารเข้าใจได้ตรง

673
00:44:53,663 --> 00:44:57,635
กัน ตรงตามวัตถุประสงค์ของการสื่อสารนะครับ

674
00:44:57,635 --> 00:45:01,635
แล้วก็สามารถที่จะใช้ประโยคได้ถูกต้อง

675
00:45:01,650 --> 00:45:05,624
ตามเจตนาของผู้ส่งสาร หรือต

676
00:45:05,624 --> 00:45:09,624
นั่นล่ะครับ ตามความประสงค์ของเรานั่นเองครับ คุณครูคณิตาครับ

677
00:45:09,627 --> 00:45:13,626
(คุณครูคณิตา) ค่ะ นี่คือสิ่งสำคัญนะคะ ที่นักเรียน

678
00:45:13,626 --> 00:45:17,626
จำเป็นที่จะต้องเรียนเรื่องประโยคเพื่อการ

679
00:45:17,630 --> 00:45:21,630
สื่อสารนั่นเองค่ะ ก็เพื่อที่จะ

680
00:45:21,633 --> 00:45:25,632
ทำให้เรานี่นำประโยคต่าง ๆ นี่มาใช้ได้อย่า

681
00:45:25,632 --> 00:45:29,623
งถูกต้อง เพราะฉะนั้น

682
00:45:29,623 --> 00:45:33,623
หลังจากเรียนเรื่องนี้แล้ว นักเรียนจะต้องใช้ประโยคเพื่อการสื่อสารได้อย่าง

683
00:45:33,630 --> 00:45:37,630
ถูกต้องแล้วนะคะ เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเรามาเรียนรู้กันดีกว่า

684
00:45:37,667 --> 00:45:41,626
นะคะ ว่าบทเรียนครั้งถัดไปเราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่อง

685
00:45:41,626 --> 00:45:45,626
อะไร เดี๋ยวเรามาดูกันเลยค่ะ เราจะเรียน

686
00:45:45,640 --> 00:45:49,639
เกี่ยวกับเรื่อง การอ่านประกาศค่ะ สิ่งที่นักเรียน

687
00:45:49,639 --> 00:45:53,634
จะต้องเตรียมมีอะไรบ้าง คะ (คุณครูปรเมษฐ) ใบความรู้นะครับ

688
00:45:53,634 --> 00:45:57,634
เรื่องการอ่านประกาศนะครับ ใบงาน

689
00:45:57,643 --> 00:46:01,626
เรื่อง ประกาศน่ารู้นะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ นี่คือสิ่งที่

690
00:46:01,626 --> 00:46:05,626
นักเรียนหรือคุณครูปลายทางค่ะ จะต้องเตรียมในการ

691
00:46:05,637 --> 00:46:09,637
เรียนบทเรียนครั้งถัดไปและอย่าลืมนะคะ

692
00:46:09,643 --> 00:46:13,629
ว่ากลับไปอ่านเพิ่มเติมทบทวนความรู้ด้วยนะคะ

693
00:46:13,629 --> 00:46:17,629
คุณครูปรเมษฐคะ มีอะไรจะฝากถึงนักเรียนไหมเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) ก็มี

694
00:46:17,650 --> 00:46:21,629
เรื่องการใช้ประโยคนั่นเองนะครับ ในชีวิตประจำวันของเรานี่

695
00:46:21,629 --> 00:46:25,629
อย่างที่ครูได้พูดเกริ่นไว้ต้นชั่วโมงนะครับ

696
00:46:25,638 --> 00:46:29,624
เรื่องประโยคเรื่องการสื่อสารนี่

697
00:46:29,624 --> 00:46:33,624
เพราะว่าเราใช้ทุกวัน เพราะฉะนั้น นี่ การที่

698
00:46:33,639 --> 00:46:37,623
หนูจะใช้ก็ขอให้ใช้ให้ถูกหลัก แล้ว

699
00:46:37,623 --> 00:46:41,623
มันจะส่งผลดีกับตัวหนูเองในเรื่องของการสื่อสาร

700
00:46:41,631 --> 00:46:45,623
และอีกอย่างหนึ่ง มันเกิดเสน่ห์

701
00:46:45,623 --> 00:46:49,623
สิ่งเหล่านั้นด้วยครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ การใช้ประโยคเพื่อการ

702
00:46:49,628 --> 00:46:53,628
สื่อสารอย่างที่คุณครูปรเมษฐพูดนะคะ ถ้านักเรียนใช้ถูก

703
00:46:53,636 --> 00:46:57,636
ก็ถือว่าเป็นการประสบผลสำเร็จเพราะว่า

704
00:46:57,645 --> 00:47:01,641
นักเรียนนี่ได้ใฝ่เรียนรู้และเกิดความรู้ขึ้นมานั่นเองค่ะ

705
00:47:01,641 --> 00:47:05,630
เอาล่ะค่ะ สำหรับวันนี้นะคะ คุณครูคณิตาและครุณ

706
00:47:05,630 --> 00:47:09,626
ก็ขอลานักเรียนไปก่อนค่ะ

707
00:47:09,626 --> 00:47:13,626
สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]

708
00:47:13,646 --> 00:47:17,646


