﻿1
00:00:03,765 --> 00:00:07,765

2
00:00:10,930 --> 00:00:10,930

3
00:00:10,930 --> 00:00:14,783

4
00:00:14,783 --> 00:00:18,783

5
00:00:19,835 --> 00:00:23,835

6
00:00:23,863 --> 00:00:27,852

7
00:00:27,852 --> 00:00:31,837
[เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) สวัสเอย

8
00:00:31,837 --> 00:00:35,837

9
00:00:35,864 --> 00:00:39,854
คุณครูทุกท่าน และ

10
00:00:39,854 --> 00:00:43,854
นักเรียนที่น่ารักทุกคนนะครับ วันนี้

11
00:00:43,891 --> 00:00:47,826
ก็พบกันเช่นเดิมนะครับ ในรายวิชา

12
00:00:47,826 --> 00:00:51,823
ภาษาไทยนะครับ  เป็นภาษาที่สวย ในระดับชั้นประถม

13
00:00:51,823 --> 00:00:55,823
ศึกษาปีที่ 6 นะครับ ก็พบกับ

14
00:00:55,840 --> 00:00:59,840
ครูปรเมษฐและครูคณิตาเช่นเดิมนะครับ

15
00:00:59,858 --> 00:01:03,809
อย่างที่ได้ศึกษาไปเมื่อชั่วโมงที่แล้ว การพูด

16
00:01:03,809 --> 00:01:07,809
โน้มน้าวนักเรียนก็ได้ไปร่างบทใช่ไหม

17
00:01:07,847 --> 00:01:11,844
ครูคณิตา เรื่องการพูดโน้มน้าว มีการบ้านอยู่ 3 ข้อใช่ไหม ให้ทำงาน 3 ข้อ

18
00:01:11,844 --> 00:01:15,835
ครูเชื่อว่านักเรียนกลับไปลองฝึกพูด

19
00:01:15,835 --> 00:01:19,835
ก็กลับไปลองฝึกพูดตามสถานการณ์ที่

20
00:01:19,867 --> 00:01:23,867
ครูนั้นได้กำหนดมา เพราะว่าในชั่วโมงนี้นักเรียนรู้ตัวอยู่แล้วว่า

21
00:01:23,869 --> 00:01:27,806
จะต้องพูดโน้มน้าว ไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง

22
00:01:27,806 --> 00:01:31,806
เพราะฉะนั้น วันนี้เราก็จะไปศึกษากันในเรื่อง

23
00:01:31,812 --> 00:01:35,812
ของการพูดโน้มน้าวครับ ถ้าพร้อมแล้วลุกขึ้นยืน

24
00:01:35,829 --> 00:01:39,829
แล้วเดินตามครูไปเลยครับ อย่างที่ครูได้บอก

25
00:01:39,831 --> 00:01:43,819
นะครับ เรื่องการพูดโน้มน้าวนี่ ก็เป็นเรื่องที่สำคัญใช่ไหม

26
00:01:43,819 --> 00:01:47,819
ครูคณิตา  เพราะว่านักเรียนทุกคนนี่ ก็จะต้องได้ฝึก

27
00:01:47,844 --> 00:01:51,844
ใช้ฝึกเขียนฝึกพูดนะครับ วันนี้ครูมี

28
00:01:51,883 --> 00:01:55,802
คำขวัญนะ มาให้นักเรียนได้ลองพิจารณา

29
00:01:55,802 --> 00:01:59,802
เดี๋ยวไปดูพร้อม ๆ กันเลยนะครับ เด็ก ๆ อ่านพร้อม ๆ กันเลย

30
00:01:59,824 --> 00:02:03,824
ประหยัดไฟวันละนิด

31
00:02:03,826 --> 00:02:07,797
พิชิตโลกร้อน อันนี้

32
00:02:07,797 --> 00:02:11,784
เป็นคำขวัญ ครูคณิตาครับ เด็ก ๆ ครับ คำขวัญนี้นี่

33
00:02:11,784 --> 00:02:15,784
มีการโน้มน้าวใจอย่างไร ไหนลองพิจารณาสิ

34
00:02:15,804 --> 00:02:19,778
มีการโน้มนาวใช่ไหมครูคณิตาคิดว่า

35
00:02:19,778 --> 00:02:23,778
(คุณครูคณิตา) มีค่ะ เด็ก ๆ คะ โน้มน้าวใจอย่างไรคะคุณครูคณิตา) มีค่ะ เด็ก ๆ คะ โน้มน้าวใจอย่างไรคะ

36
00:02:23,786 --> 00:02:27,786
ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ คุณครู

37
00:02:27,788 --> 00:02:31,767
ปลายทางสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้นะคะ

38
00:02:31,767 --> 00:02:35,767
(คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ

39
00:02:35,769 --> 00:02:39,769
ได้สนทนากับคุณครูปลายทางแล้วนะครับ เดี๋ยว

40
00:02:39,777 --> 00:02:43,767
ครูมีคำถามนะครับ นักเรียน

41
00:02:43,767 --> 00:02:47,767
เคยได้ยินคำขวัญประเภทนี้หรือไม่อย่างไร

42
00:02:47,789 --> 00:02:51,773
คำขวัญประเภทนี้ ก็คื

43
00:02:51,773 --> 00:02:55,773
อ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนเคยได้ยินไหมลูก

44
00:02:55,776 --> 00:02:59,773
เคย เพราะว่า

45
00:02:59,773 --> 00:03:03,773
เรานี่จะพบเห็นอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน

46
00:03:03,779 --> 00:03:07,771
การประหยัดพลังงานนี่ ก็มีการรณงค์

47
00:03:07,771 --> 00:03:11,770
อยู่แล้วใช่ไหมครับ ครูคณิตาครับ

48
00:03:11,770 --> 00:03:15,770
การที่เราดำรงชีวิตทุกวันนี้มันก็เกี่ยวกับ

49
00:03:15,780 --> 00:03:19,771
การใช้พลังงานใช่ไหมลูก เรียนรู้กันหน่อย

50
00:03:19,771 --> 00:03:23,771
พลังงานที่อยู่รอบตัวเรามีพลังงานอะไรบ้างล่ะ

51
00:03:34,474 --> 00:03:32,043

52
00:03:23,781 --> 00:03:27,781
(คุณครูคณิตา) ก็มีหลากหลายนะคะ จากที่ค้นนะคะ

53
00:03:27,806 --> 00:03:31,779
ก็มีทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม หรือว่า

54
00:03:31,779 --> 00:03:35,774
การใช้พลังงานน้ำนะคะ ก็มีหลากหลายค่ะ

55
00:03:35,774 --> 00:03:39,774
คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ที่คุณครูคณิตาเสนอมานะครับ

56
00:03:39,801 --> 00:03:43,776
หมดไปไหมลูก หมดไหม ดวงอาทิตย์

57
00:03:43,776 --> 00:03:47,770
ยังส่องแสงตราบนานเท่านาน ลมยังคง

58
00:03:47,770 --> 00:03:51,769
พักผ่าน น้ำยังคงไหลเชี่ยวอยู่ตลอด

59
00:03:51,769 --> 00:03:55,769
แต่พลังงานที่มันยังหมดก็อย่างเช่นพลังงานเ

60
00:03:55,777 --> 00:03:59,777
ใช่ไหม พลังงานเชื้อเพลิงนี่เป็นสิ่งสำคัญ

61
00:03:59,790 --> 00:04:03,775
เขาจึงได้รณรงค์ไงครับ ทุกก้าวย่า

62
00:04:03,775 --> 00:04:07,773
นักเรียนใช้พลังงานเชื้อเพลิงเกือบทั้งสิ้น

63
00:04:07,773 --> 00:04:11,773
ทุกวันนี้นะ (คุณครูคณิตา) อย่างเช่นอะไรบ้างนะ (คุณครูปรเมษฐ) พลังงานไฟฟ้าใช้ไหม

64
00:04:11,794 --> 00:04:15,785
(คุณครูคณิตา) ใช้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) การที่ใช้พังงาน

65
00:04:15,785 --> 00:04:19,785
เชื้อเพลิงใช่ไหมครูคณิตา

66
00:04:19,786 --> 00:04:23,774
เพื่อต้มน้ำให้น้ำไปดันกังให้ อันนั้นค่อยไปเรียนในวิชา

67
00:04:23,774 --> 00:04:27,771
วิทยาศาสตร์ ก็ใช้พลังงานทั้งนั

68
00:04:27,771 --> 00:04:31,771
นการที่เราดำรงชีวิตทุกวันนี้มันเกี่ยวข้องกับ

69
00:04:31,773 --> 00:04:35,773
การใช้พลังงานใช่ไหม เราจึงต้องรณรงค์ใช้พลังงาน

70
00:04:35,774 --> 00:04:39,774
ให้ถูกวิธี คำขวัญประเภทนี้ก็จึงเกิดเป็นจำนวนมาก

71
00:04:39,776 --> 00:04:43,776
เลยนักเรียนก็จึงเห็นคำขวัญประเภทนี้ไงครับ

72
00:04:43,780 --> 00:04:47,780
ไปดูคำถามต่อไปสิ คุณครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) นักเรียน

73
00:04:47,781 --> 00:04:51,772
จะปฏิบัติ

74
00:04:51,772 --> 00:04:55,769
อันนี้นักเรียนก็ต้องตอบคำถามครูนะครับ

75
00:04:55,769 --> 00:04:59,769
หรือไม่ล่ะ คำขวัญที่บอกให้ประหยัดพลังงานนี่

76
00:04:59,791 --> 00:05:03,791
เป็นอย่างไรครับ ถูกต้องครับ

77
00:05:03,815 --> 00:05:07,779
ใช่ไหม เพื่ออะไร เพื่อให้พลังงานของเราเป็นอย่างไรครับ

78
00:05:07,779 --> 00:05:11,772
มีใช้ต่อไปสืบลูก

79
00:05:11,772 --> 00:05:15,772
ชั่วหลานใช่ไหมครูคณิตาครับ

80
00:05:15,775 --> 00:05:19,775
ทุกวันนี้ (คุณครูคณิตา) ทุกวันนี้ก็ประหยัดค่ะ หากเห็นก็อกน้ำ

81
00:05:19,784 --> 00:05:23,774
เปิดอยู่นี่คุณครูก็จะรีบเข้าไปปิดทันทีนะคะ

82
00:05:23,774 --> 00:05:27,770
หรือว่าใครเปิดพัดลมเปิดไฟทิ้งไว้ครูก็

83
00:05:27,770 --> 00:05:31,770
จะเข้าไปปิดนะคะ เมื่อไม่มีคนอยู่ค่ะ

84
00:05:31,772 --> 00:05:35,772
(คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตานี่มีจิตสาธารณะนะนักเรียน นักเรียน

85
00:05:35,773 --> 00:05:39,773
ก็เช่นเดียวกัน นักเรียนก็ควรที่จะทำวิธีการของครู

86
00:05:39,773 --> 00:05:43,773
คณิตาไปใช้ได้ในชีวิตนะครับ การที่เรามี

87
00:05:43,782 --> 00:05:47,782
จิตอาสาต่อสังคมนี่มันก็ส่งผลดีต่อจิตใจ

88
00:05:47,784 --> 00:05:51,775
เรานะครับ เจอไฟเจอฟืนเปิดอยู่ก็ปิดเสีย

89
00:05:51,775 --> 00:05:55,775
ถ้ามันไม่ได้ใช้ ก็เป็นการช่วยโลกประหยัดพลังงาน

90
00:05:55,776 --> 00:05:59,776
และโลกสีเขียวของเรานี่ก็จะอยู่สืบลูกชั่วหลาน

91
00:05:59,781 --> 00:06:03,775
ต่อไปใช่ไหมครับครูแพรครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครนักเรียน

92
00:06:03,775 --> 00:06:07,775
จะนำความรู้เรื่องการพูดโน้มน้าวนี่นะครับ

93
00:06:07,783 --> 00:06:11,783
ไปพูดให้ผู้ฟังประหยัดพลังงานได้อย่างไร

94
00:06:11,789 --> 00:06:15,771
ให้ผู้ฟังนี่เขาประหยัดพลังงาน

95
00:06:15,771 --> 00:06:19,771
ได้อย่างไร (คุณครูคณิตา) ให้เด็ก ๆ

96
00:06:19,775 --> 00:06:23,775
ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูให้เวลาครับ ตอบได้เลยครับ

97
00:06:23,807 --> 00:06:27,777

98
00:06:27,777 --> 00:06:31,775
เด็ก ๆ ตอบแล้วคุณครูคณิตา ทีนี้

99
00:06:31,775 --> 00:06:35,775
จะถามครูคณิตาบ้าง  ครูคณิตานี่จะนำความรู้เรื่อง

100
00:06:35,778 --> 00:06:39,778
การพูดโน้มน้าวไปใช้ในการพูดประหยัดพลังงานอย่างไร

101
00:06:39,812 --> 00:06:43,771
(คุณครูคณิตา) ค่ะ ก็เราสามารถที่จะพูด

102
00:06:43,771 --> 00:06:47,771
โน้มน้าวได้นะคะ นั่นก็คือการเชิญชวนค่ะ

103
00:06:47,804 --> 00:06:51,779
การเชิญชวนกี่ยวกับเรื่องการประหยัด

104
00:06:51,779 --> 00:06:55,773
อาจจะเป็นการใช้ถุงผ้า

105
00:06:55,773 --> 00:06:59,771
หรือการปิดไฟ ปิดน้ำ

106
00:06:59,771 --> 00:07:03,771
เมื่อเราไม่ได้ใช้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ก็เป็นวิธีการใช้

107
00:07:03,784 --> 00:07:07,772
นักเรียนก็คิดประมาณนี้นะครับ ว่า

108
00:07:07,772 --> 00:07:11,772
เราจะนำไปพูดได้อย่างไรให้กับสาธารณชนได้ดู

109
00:07:11,788 --> 00:07:15,774
และปฏิบัติตาม เพราะหนู ๆ ศึกษาหลักการไปแล้ว

110
00:07:15,774 --> 00:07:19,774
เพราะฉะนั้น จุดประสงค์ของการเรียนรู้ในวันนี้

111
00:07:19,774 --> 00:07:23,774
มีอะไรบ้าง ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) จุดประสงค์นะคะ

112
00:07:23,794 --> 00:07:27,772
หลักการพูดโน้มน้ามใจได้ 2. พูดโน้มน้าวใจได้

113
00:07:27,772 --> 00:07:31,772
3. บอกประโยชน์ของการพูดโน้มน้าวใจ

114
00:07:31,780 --> 00:07:35,780
ในชีวิตประจำวันได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ข้อ 2 นี่เป็นหลักเลยนะครับ วันนี้

115
00:07:35,780 --> 00:07:39,780
นักเรียนจะต้องพูดโน้มน้าวใจให้ได้นะครับ และการพูด

116
00:07:39,780 --> 00:07:43,780
ของนักเรียนวันนี้ก็จะประสบผลสำเร็จถึงขั้นสูงสุด

117
00:07:43,792 --> 00:07:47,772
นั่นเองครับ มาทบทวนความรู้ คู่พูดโน้มน้าวหน่อย

118
00:07:47,772 --> 00:07:51,772
ก่อนที่เราจะไปพูดเราก็จะต้องทบทวน

119
00:07:51,785 --> 00:07:55,785
ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ในเรื่องของหลักการที่ศึกษาไป

120
00:07:55,801 --> 00:07:59,778
ในชั่วโมงที่เรานี่เอามาทบทวนอีกครั้งหนึ่ง

121
00:07:59,778 --> 00:08:03,778
ในหลักการและก็พูดได้จริง

122
00:08:03,782 --> 00:08:07,781
การพูดโน้มนาวคืออะไร ครับ พูดพร้อมกันเลย

123
00:08:07,781 --> 00:08:11,771
1, 2, 3 (คุณครูคณิตา) การพูดโน้มน้าวใจ

124
00:08:11,771 --> 00:08:15,771
เป็นการพูดหรือการเชิญชวนให้ผู้ฟัง

125
00:08:15,787 --> 00:08:19,779
คล้อยตามหรือเกิดกำลังใจในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

126
00:08:19,779 --> 00:08:23,779
ซึ่งการพูดโน้มน้าวใจนี้ผู้พูด

127
00:08:23,781 --> 00:08:27,774
ต้องอาศัยการฝึกฝนจนชำนาญค่ะ

128
00:08:27,774 --> 00:08:31,774
(คุณค รูปรเมษฐ) เมื่อเราฝึกฝนการพูดโน้มน้าวบ่อย ๆ

129
00:08:31,795 --> 00:08:35,795
ก็จะเกิดความชำนาญ เมื่อเกิดความชำนาญนี่เรา

130
00:08:35,805 --> 00:08:39,772
ก็จะพูดได้อย่างไรครูคณิตา

131
00:08:39,772 --> 00:08:43,772
ได้อย่างไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) พูด

132
00:08:43,773 --> 00:08:47,773
โน้มน้าวนี่ อย่างที่บอกเนื้อหาต้องชัดเจน

133
00:08:47,777 --> 00:08:51,777
หน้าตาต้องยิ้มแย้ม การพูดไม่ติดขัด

134
00:08:51,783 --> 00:08:55,783
ถ้าเราพูดติดขัดมันก็ขาดความน่าเชื่อถือใช่ไหมลูก

135
00:08:55,802 --> 00:08:59,779
ก็ต้องฝึกพูดเมื่อเราพูดได้ลื่นไหลนี่ ผู้ฟัง

136
00:08:59,779 --> 00:09:03,773
ก็จะคล้อยตาม มนสกดจะเข้าไป

137
00:09:03,773 --> 00:09:07,773
จะเข้าไปนั่งในใจเขา แล้วจะทำให้เขาปฏิบัติตา

138
00:09:07,775 --> 00:09:11,775
ตามเรานั่นเองครับ หลักการ เดี๋ยวมาดูหลักการกันดีกว่า

139
00:09:11,788 --> 00:09:15,771
มีอยู่ด้วยกัน 3 ข้อนะครับ

140
00:09:15,771 --> 00:09:19,771
กำหนดจุดมุ่งหมายในการพูดให้ชัดเจนใช่ไหมครูคณิตา

141
00:09:19,783 --> 00:09:23,783
ถ้าเราไม่มีจุดมุ่งหมายนี่ เราจะรู้ไหมว่าจะพูดอย่างไร (คุณครูคณิตา)

142
00:09:23,794 --> 00:09:27,794
ไม่ทราบสิคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็จะพูดไม่ได้ ว่าเราจะพูดเรื่องอะไร

143
00:09:27,812 --> 00:09:31,793
จะต้องพูดเรื่องอะไร เพราะฉะนั้น จะต้องกำหนดจุดมุ่งหมายก่อน

144
00:09:31,793 --> 00:09:35,784
ทำอะไรนะ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ นั่นก็คือการจัดลำดับเนื้อหา

145
00:09:35,784 --> 00:09:39,784
ที่จะพูดค่ะ โดยแบ่งเป็นบทนำ เนื้อหา

146
00:09:39,788 --> 00:09:43,772
และสรุปค่ะ บทนำก็เป็นการเกริ่น

147
00:09:43,772 --> 00:09:47,772
ก่อนนะคะ เป็นการพูดโดยรวม และเนื้อหาก็คือ

148
00:09:47,787 --> 00:09:51,781
วัตถุประสงค์ประเด็นที่เราต้องการพูด และ

149
00:09:51,781 --> 00:09:55,781
บทสรุปนี่ อย่าลืมนะคะ เราจะต้องใช้

150
00:09:55,786 --> 00:09:59,786
การโน้มน้าวให้ผู้ฟัง ผู้อ่านนี่

151
00:09:59,789 --> 00:10:03,776
เกิดความรู้สึกคล้อยตามค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) บทสรุปก็เป็นตัวชี้

152
00:10:03,776 --> 00:10:07,772
ว่าเขาจะทำตามหรือไม่ทำตามนั่นเองครับ นักเรียน

153
00:10:07,772 --> 00:10:11,772
นะครับ นี่ข้อนี้ก็สำคัญ พูดด้วยความ

154
00:10:11,788 --> 00:10:15,771
ตั้งใจ จริงใจและใช้น้ำเสียงที่จริงใจ

155
00:10:15,771 --> 00:10:19,771
นะ สำคัญมากเลยนี่ อย่างที่ครูบอก

156
00:10:19,778 --> 00:10:23,778
มันต้อง มันต้องสามารถไปนั่งในใจเขาให้ได้ นั่นล่ะพูด

157
00:10:23,789 --> 00:10:27,785
แล้วสำเร็จนะ ไปดูข้อปฏิบัติกันดีกว่า ข้อแรก

158
00:10:27,785 --> 00:10:31,778
ต้องเป็นอย่างไรนะครับ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 1 ค่ะ ใช้ภาษา

159
00:10:31,778 --> 00:10:35,776
เชิงเสนอแนะ ขอร้อง ไม่บังคับค่ะ

160
00:10:35,776 --> 00:10:39,776
อย่างที่บอกนะคะ เป็นการโน้มน้าว การโน้มน้าว

161
00:10:39,777 --> 00:10:43,777
เชิญชวนนี่มันไม่ใช่ลักษณะของคำสั่งอยู่แล้ว

162
00:10:43,783 --> 00:10:47,775
มันเป็นการชักจูงให้ผู้คนนี่คล้อยตาม

163
00:10:47,775 --> 00:10:51,774
เราจึงต้องใช้ภาษาที่สุภาพ ไพเราะ

164
00:10:51,774 --> 00:10:55,774
และน่าฟังค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ ต่อไปครับ ต้องแสดงเหตุผล

165
00:10:55,802 --> 00:10:59,779
ให้น่าเชื่อถือ เมื่อมีเหตุผลประกอบนักเรียน

166
00:10:59,779 --> 00:11:03,772
นักเรียนคิดว่าเขาจะเชื่อถือเราหรือไม่

167
00:11:03,772 --> 00:11:07,772
ทำให้เขาเชื่อถือ เพราะมันมีเหตุผลชัดเจนไง

168
00:11:07,779 --> 00:11:11,779
พอเป็นเหตุเป็นผลหมดแล้วนี่ อย่างเช่น หลักในพุทธศานา

169
00:11:11,796 --> 00:11:15,775
ของเรานี่ ก็ยึดในหลักของเหตุผลใช่ไหมลูก

170
00:11:15,775 --> 00:11:19,775
ถ้าเกิดมีเหตุ ผลมันก็จะเกิดตามมา

171
00:11:19,776 --> 00:11:23,776
มันก็เป็นอะไรที่น่าเชื่อถือใช่ไหมลูก ต่อไปครูคณิตา

172
00:11:23,799 --> 00:11:27,785
(คุณครูคณิตา) ต่อมานะคะ เสนอทางเลือกให้เห็นทั้งด้านดีและ

173
00:11:27,785 --> 00:11:31,773
ด้านเสียค่ะ ก็จะมีการเปรียบเทียบนะคะ

174
00:11:31,773 --> 00:11:35,773
เพื่อให้ผู้คนนะคะ เป็นผู้ตัดสินใจนะ

175
00:11:35,775 --> 00:11:39,775
การโน้มน้าวใจนี่ไม่จำเป็นนะคะ ว่าเราจะเสนอ

176
00:11:39,820 --> 00:11:43,773
เพียงด้านเดียวเท่านั้น เราอาจจะต้องนำเสนอ

177
00:11:43,773 --> 00:11:47,773
ทั้ง 2 ด้านก็ได้ เพื่อให้ผู้ที่ฟัง หรืออ่าน หรือดูนี่

178
00:11:47,777 --> 00:11:51,777
เขาเป็นผู้ตัดสินใจค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ

179
00:11:51,785 --> 00:11:55,777
สร้างบรรยากาศให้สนุกสนาน

180
00:11:55,777 --> 00:11:59,775
อันนี้เน้นย้ำเลย บรรยากาศในการพูดโน้มน้าว

181
00:11:59,775 --> 00:12:03,775
มันจะต้องไม่ตึงเครียด มันจะต้อง

182
00:12:03,778 --> 00:12:07,777
อะไร คนเขาจะได้ฟังเรา ตั้งแต่เราพูด

183
00:12:07,777 --> 00:12:11,777
จนไปถึงบทสรุป ถ้าเราพูดสนุกสนาน

184
00:12:11,780 --> 00:12:15,780
พอคนเขาฟังเราแล้วนี่ คำพูดของเราก็เกิด

185
00:12:15,780 --> 00:12:19,780
ประโยชน์กับเขาแล้วเขาก็ปฏิบัติตามเรานั่นเองใช่ไหมล

186
00:12:19,785 --> 00:12:23,783
นะครับ ข้อสุดท้ายเลยครับ (คุณครูคณิตา) ข้อสุดท้าย

187
00:12:23,783 --> 00:12:27,778
นั่นก็คือเป็นการพูดให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึก

188
00:12:27,778 --> 00:12:31,775
อยากปฏิบัติตามค่ะ ซึ่งทั้งหมดนี้นะคะ

189
00:12:31,775 --> 00:12:35,772
ก็คือรวมอยู่ในข้อนี้แล้วค่ะ เราจะต้องใช้ภาษา

190
00:12:35,772 --> 00:12:39,772
เราจะต้องนำเสนอการพูด กิริยาท่าทางต่าง ๆ

191
00:12:39,781 --> 00:12:43,779
นี่ เราทำอย่างไร ถึงทำให้ผู้พูด

192
00:12:43,779 --> 00:12:47,771
ดูน่าเชื่อถือ และผู้ที่ฟัง

193
00:12:47,771 --> 00:12:51,771
ผู้ที่ดูหรือผู้ที่อ่านเกิดการคล้อยตามแปละ

194
00:12:51,788 --> 00:12:55,771
กระทำในสิ่งที่ผู้พูดนั้นโน้มน้าวค่ะ

195
00:12:55,771 --> 00:12:59,771
(คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ นี่ก็คือหลักการ

196
00:12:59,789 --> 00:13:03,781
และข้อปฏิบัติในการพูดโน้มน้าวนะครับ เราไปดู

197
00:13:03,781 --> 00:13:07,778
โครงสร้างของการพูดโน้มน้าวใจกันหน่อยครับอย่างที่ครู

198
00:13:07,778 --> 00:13:11,778
คณิตาได้อธิบายไป มีอะไรบ้างนะ บทนำ

199
00:13:11,779 --> 00:13:15,776
เนื้อเรื่องสรุปการเขียน

200
00:13:15,776 --> 00:13:19,776
เรียงความก็ต้องเป็นคำนำเนื้อเรื่องสรุปใช่ไหม

201
00:13:19,776 --> 00:13:23,776
คล้าย ๆ กันลูก มันลักษณะการเขียนเหมือนกันเลย บทนำคือะไรน

202
00:13:23,786 --> 00:13:27,774
(คุณครูคณิตา) บทนำ คือ บทที่ต้องใช้ศิลปะการพูด

203
00:13:27,774 --> 00:13:31,774
เพื่อดึงดูดความสนใจในผู้ฟังเพื่อเกิดความศร

204
00:13:31,785 --> 00:13:35,783
ศัธา ในตัวผู้พูดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) บทนำ

205
00:13:35,783 --> 00:13:39,781
มันจะเป็นตัวสำคัญเลย บทนำนี่มันจะดึงดูด

206
00:13:39,781 --> 00:13:43,781
ได้มากน้อยเพียงใดอยู่ตรงนี้ล่ะครับ การพูด

207
00:13:43,781 --> 00:13:47,777
การโน้มน้าวนี่ดึงตรงนี้ไว้ได้ก่อน ถ้าบทนำ

208
00:13:47,777 --> 00:13:51,776
สวย เนื้อหาที่หนูต้องการพูด

209
00:13:51,776 --> 00:13:55,776
คนฟังฟังแล้วครับ ถ้าบทนำดึงดูดใจได้เหมือนหนัง

210
00:13:56,776 --> 00:14:00,776
เวลาดูหนังนะลูก หนังนี่ ตัวอย่างหนังนี่

211
00:14:00,792 --> 00:14:04,775
ก็สำคัญ ตัวอย่างหนังเป็นตัวหนึ่งที่ให้คน

212
00:14:04,775 --> 00:14:08,775
อยากจะดูหนัง ก็เช่นเดียวกับบทนำนี่ล่ะ

213
00:14:08,785 --> 00:14:12,779
ทำให้คนนี่จะติดตามในเรื่อง

214
00:14:12,779 --> 00:14:16,779
ที่เราจะพูดนั่นเอง

215
00:14:16,784 --> 00:14:20,784
มีไหม (คุณครูคณิตา) มีตัวอย่างไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไปดูกันเลยครับ

216
00:14:20,786 --> 00:14:24,779

217
00:14:24,779 --> 00:14:28,779
อ่านบ้างดีกว่านะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูขึ้นว่า ชนใดไม่มีดนตรีกา

218
00:14:28,795 --> 00:14:32,780
ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดาน

219
00:14:32,780 --> 00:14:36,780

220
00:14:36,780 --> 00:14:40,780
แปลในล้นเกล้ารัชกาลที่ 6

221
00:14:40,791 --> 00:14:44,778
แปลว่า ทองใช่ไหมครับ

222
00:14:44,778 --> 00:14:48,778
เราจะใช้คำว่า "นัย" นะครับ ทำให้เห็นว่า

223
00:14:48,860 --> 00:14:52,783
ดนตรีถือเป็นสิ่งสำคัญที่ขัดกล่อมชาติ

224
00:14:52,783 --> 00:14:56,783
มาอย่างยาวนาน โดยไม่สามารถที่จะ

225
00:14:56,792 --> 00:15:00,773
แยกชีวิตคนออกจากดนตรีได้

226
00:15:00,773 --> 00:15:04,773
นักเรียนครับ สังเกตบทนำนะ บทนำนี่

227
00:15:04,774 --> 00:15:08,774
ต้องอ้าก่อน ครูนี่ยก

228
00:15:08,778 --> 00:15:12,778
บทกลอนในบทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6

229
00:15:12,779 --> 00:15:16,774
ก็บอกว่าชนใดไม่มีดรตรี

230
00:15:16,774 --> 00:15:20,773
คนนัก บทนี้นี่นักเรียนต้องเคยได้ยิน

231
00:15:20,773 --> 00:15:24,773
เอามานำ พอได้ยินบทนี้รู้สึก

232
00:15:36,214 --> 00:15:38,706
พูดเรื่องอะไรนี่

233
00:15:24,772 --> 00:15:28,772
ต้องฟังแล้ว เขากำลังจะสื่อสารเรื่องอะไร

234
00:15:28,779 --> 00:15:32,777
เขาต้องการสื่อสารเรื่องอะไร ลองคาดคะเนสิ

235
00:15:32,777 --> 00:15:36,777
เก่งมากลูก ต้องการสื่อสารในเรื่องของการ

236
00:15:36,778 --> 00:15:40,774
ให้คนเป็นอย่างไร สนใจดนตรีไทย

237
00:15:40,774 --> 00:15:44,774
นั่นเอง เดี๋ยวดูสิ มันจะเป็นอย่างที่ครูหรือหนู

238
00:15:44,790 --> 00:15:48,790
คิดไหม ส่วนของเนื้อหาครับ

239
00:16:01,283 --> 00:16:03,428
ครูคณิตาครับ

240
00:15:48,779 --> 00:15:52,778
คืออะไร (คุณครูคณิตา) ค่ะ เนื้อหาคือขอบเขตของปัญหา

241
00:15:52,778 --> 00:15:56,778
พยายามชักจูงใจไปในทางที่ต้องการ

242
00:15:56,778 --> 00:16:00,775
จนผู้ฟังเข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตรงนี้

243
00:16:00,775 --> 00:16:04,775
ก็เป็นตัวที่อธิบายบทนำใช่ไหมครับ ครูคณิตา

244
00:16:04,776 --> 00:16:08,772
บทนำนั่นเองเนื้อหา ก็จะบอกเนื้อหาแล้ว

245
00:16:08,772 --> 00:16:12,772
ว่าทำไมทำไมทำไมล่ะถึงต้องเป็นอย่างนี้

246
00:16:26,685 --> 00:16:29,680
เดี๋ยวลองไปอ่านกันเลยดีกว่า

247
00:16:12,809 --> 00:16:16,790
ด้วยเหตุนี้ เราจึงมีความ

248
00:16:16,790 --> 00:16:20,773
ภาคภูมิใจที่มีเครื่องดนตรีไทยของตนเอง

249
00:16:20,773 --> 00:16:24,773
ถือเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ และภูมิปัญญา

250
00:16:24,782 --> 00:16:28,782
ทางวัฒนธรรมของคนไทย ที่ได้สร้างสรรค์ขึ้นทั้ง

251
00:16:43,517 --> 00:16:43,021
ใน

252
00:16:28,778 --> 00:16:32,773
รูปแบบของบทเพลง เครื่องดนตรี

253
00:16:32,773 --> 00:16:36,773
วิธีการบรรเลง วิธีขับร้อง และการ

254
00:16:36,776 --> 00:16:40,776
นำมาใช้ในโอกาสต่าง ๆ อย่างเหมาะสม ตัวนี้

255
00:16:40,784 --> 00:16:44,777
เป็นตัวอธิบาย บอกเลยครับ ดนตรีไทยนี่

256
00:16:44,777 --> 00:16:48,777
มันเป็นอย่างไรลูก ใช้มาอย่างยาวนานแล้ว มีบทบาทในชีวิต

257
00:16:48,782 --> 00:16:52,782
เป็นเอกลักษณ์ของเรานะ ที่เรามีเครื่องดนตรีใช้

258
00:16:52,793 --> 00:16:56,793
แล้วก็สร้างสรรค์ผลงานขึ้นมาเองด้วยใช่ไหมครับ

259
00:16:56,827 --> 00:17:00,783
ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอะไรล่ะ

260
00:17:00,783 --> 00:17:04,777
เครื่องดนตรีก็ทำเอง วิธีการก็ทำเอง และวิธีการ

261
00:17:04,777 --> 00:17:08,777
ขับร้องที่เป็นเอกลักษณ์ นี่เป็นการจูงใจแล้ว

262
00:17:08,812 --> 00:17:12,779
ใช่ไหมครับ ต่อไป ไปดูในส่วนของบทสรุปบ้างครับ

263
00:17:12,779 --> 00:17:16,779
(คุณครูคณิตา) บทสรุปคือการพูดสรุปเนื้อหา

264
00:17:16,779 --> 00:17:20,774
สั้น ๆ ชักจูงผู้ฟังให้คิดให้

265
00:17:20,774 --> 00:17:24,774
แปฏิบัติตามสิ่งที่พูดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ที่คุณครูคณิตาจะกล่าวอยู่เสมอ

266
00:17:24,794 --> 00:17:28,776
ก็คือบทสรุปนี่เป็นบทสำคัญ บท

267
00:17:28,776 --> 00:17:32,776
สรุปเป็นตัวสุดท้ายที่สามารถ

268
00:17:32,778 --> 00:17:36,778
จูงใจได้หรือไม่ก็อยู่ตรงนี้ล่ะ จะพูดอย่างไรให้คนปฏิบัติตาม

269
00:17:36,799 --> 00:17:40,779
ก็อยู่ในส่วนนี้ล่ะครับนะครับ เดี๋ยวไปดู

270
00:17:40,779 --> 00:17:44,779
บทสรุปกันว่าครูเขียนว่าอย่างไร คุณครูคณิตาอ่านครับ

271
00:17:44,788 --> 00:17:48,783
(คุณครูคณิตา) ในฐานะที่เราเกิดเป็นคนไทย

272
00:17:48,783 --> 00:17:52,783
เราควรหันมาเล่นดนตรีไทยกันเสียเถิด ก่อนที่

273
00:17:52,785 --> 00:17:56,776
ชนชาติอื่นเขาจะนำดนตรีไทยไปเล่น

274
00:17:56,776 --> 00:18:00,773
แล้วเล่นได้ดีกว่าคนไทย ถ้าถึงวันนั้นจริง

275
00:18:00,773 --> 00:18:04,773
เราคงเสียใจไม่น้อย เพราะฉะนั้น เราควร

276
00:18:04,794 --> 00:18:08,794
จะเล่นดนตรีไทยให้เป็นอย่างน้อยคนละ 1 ชนิด

277
00:18:08,816 --> 00:18:12,783
บรรพบุรุษผู้สร้างสรรค์ดนตรี คงดีใจ

278
00:18:12,783 --> 00:18:16,774
และปลายปลื้มใจอย่างห

279
00:18:16,774 --> 00:18:20,774
คือบทสรุปเห็นไหมนักเรียน บทสรุปนี้

280
00:18:20,781 --> 00:18:24,775
ก็คือต้องการให้เป็นอย่างไร สรุปแล้วเรื่องนี้ต้องการให้

281
00:18:24,775 --> 00:18:28,774
คนเป็นอย่างไรลูก เล่นดนตรีไทยนั่นเอง

282
00:18:28,774 --> 00:18:32,774
ให้เป็นคนละ 1 ชนิดก็ยังดีอันนี้เป็นเจตนาของ

283
00:18:32,774 --> 00:18:36,774
ผู้ที่โน้มน้าวนั่นเอง เพราะฉะนั้น ครูเขียนโน้มน้าว

284
00:18:36,774 --> 00:18:40,774
มาแล้วนักเรียนก็ปฏิบัติตามนะครับ มันคือเอกลักษณ์

285
00:18:40,777 --> 00:18:44,777
เราก็ไปลองฝึกลองเล่นดนตรี ดนตรี

286
00:18:44,788 --> 00:18:48,774
มันเป็นสิ่งที่ขับกล่อมเรา มันจรรโลงใจและจรรโลง

287
00:18:48,774 --> 00:18:52,774
สมองให้เราด้วยนะครับ เพราะฉะนั้น ครูโน้มน้าว

288
00:18:52,774 --> 00:18:56,774
นักเรียนเรื่องนี้นักเรียนก็ลองไปปฏิบัติดูนะครับ เอาล่ะครับคุณครูคณิตา

289
00:18:56,784 --> 00:19:00,777
วันนี้ก่อนที่จะให้นักเรียนนั้นไปเขียน

290
00:19:00,777 --> 00:19:04,775
เพื่อพูดโน้มน้าวครูก็มีวีดิทัศน์

291
00:19:04,775 --> 00:19:08,775
โรงเรียนสิ่งแวดล้อมปลอดภัย เด็กไทย

292
00:19:08,783 --> 00:19:12,777
สุขภาพดี สุขภาพอนามัยดี เด็กไทยสุขอนามัยดี

293
00:19:12,777 --> 00:19:16,777
นะครับ ขออภัย ครูจะให้นักเรียน

294
00:19:31,418 --> 00:19:29,715
นั้น

295
00:19:16,788 --> 00:19:20,775
ได้ชมวีดิทัศน์เพื่ออะไร เดี๋ยวครู

296
00:19:20,775 --> 00:19:24,775
จะให้นักเรียนเขียนโน้มน้าว เพื่อพูดโน้มน้าวเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมนี่ล่ะครับ

297
00:19:24,781 --> 00:19:28,775
เดี๋ยวนักเรียนดูสิว่าโรงเรียนที่ครู

298
00:19:28,775 --> 00:19:32,775
มานำเสนอนี่เขาทำอย่างไรบ้าง แล้วครูจะให้นักเรียนนี่

299
00:19:32,778 --> 00:19:36,778
เขียนเกี่ยวกับโรงเรียนของตนครับ ถ้าพร้อมแล้ว

300
00:19:36,778 --> 00:19:40,773
ตั้งใจชมวีดิทัศน์ครับ

301
00:19:40,773 --> 00:19:44,773
(บรรยาย) สภาพแวดล้อมโรงเรียนที่ปลอดภัย

302
00:19:44,777 --> 00:19:48,773
สวัสดีครับเด็ก ๆ เห็นไหม โรงเรียนของเราสะอาด

303
00:19:48,773 --> 00:19:52,773
สวยงามสามารถวิ่งเล่นได้โดยไม่ต้องกลัวบาดเจ็บ เพราะ

304
00:19:52,779 --> 00:19:56,777
มีการจัดสภาพแวดล้อมในโรงเรียนให้ปลอดภัยนั่นเอง แล้วต้อง

305
00:19:56,777 --> 00:20:00,777


