﻿1
00:00:04,013 --> 00:00:08,013

2
00:00:10,899 --> 00:00:10,899

3
00:00:10,899 --> 00:00:14,899

4
00:00:15,306 --> 00:00:19,306

5
00:00:19,392 --> 00:00:23,392

6
00:00:23,403 --> 00:00:27,324

7
00:00:27,324 --> 00:00:31,324
[เสียงดนตรี] (คุณครูนิสาชล) สวัสดีนักเรียนที่น่ารักทุกคนนะครับ วันนี้

8
00:00:31,373 --> 00:00:35,373
(คุณครูปรเมษฐ) สวัสเอย

9
00:00:35,423 --> 00:00:39,309

10
00:00:39,309 --> 00:00:43,309
คุณครูทุกท่าน และ

11
00:00:43,312 --> 00:00:47,312
ครูปรเมษฐและครูคณิตาเช่นเดิมนะครับ

12
00:00:47,313 --> 00:00:51,313
ก็พบกันเช่นเดิมนะครับ ในรายวิชา

13
00:00:51,331 --> 00:00:55,310
ภาษาไทยนะครับ เป็นภาษาที่สวย ในระดับชั้นประถม

14
00:00:55,310 --> 00:00:59,310
ศึกษาปีที่ 6 นะครับ ก็พบกับและครูคณิตาเช่นเดิมนะครับ

15
00:00:59,362 --> 00:01:03,362

16
00:01:03,368 --> 00:01:07,340
อย่างที่ได้ศึกษาไปเมื่อชั่วโมงที่แล้ว เรื่อง การพูด

17
00:01:07,340 --> 00:01:11,311
โน้มน้าว นักเรียนก็ได้ไปร่างบทใช่ไหม

18
00:01:11,311 --> 00:01:15,311
ครูคณิตา เรื่องการพูดโน้มน้าว มีการบ้านอยู่ 3 ข้อใช่ไหม ให้ทำงาน 3 ข้อ

19
00:01:15,371 --> 00:01:19,298
เพราะฉะนั้น วันนี้เราก็จะไปศึกษากันในเรื่อง

20
00:01:19,298 --> 00:01:23,298
ก็กลับไปลองฝึกพูดตามสถานการณ์ที่

21
00:01:23,321 --> 00:01:27,321
ครูนั้นได้กำหนดมา เพราะว่าในชั่วโมงนี้นักเรียนรู้ตัวอยู่แล้วว่า

22
00:01:27,365 --> 00:01:31,343
จะต้องพูดโน้มน้าว ไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่งอย่างแน่นอนค

23
00:01:31,343 --> 00:01:35,306
ครูคณิตา เพราะว่านักเรียนทุกคนนี่ก็จะต้องได้ฝึก

24
00:01:35,306 --> 00:01:39,306
ของการพูดโน้มน้าวครับ ถ้าพร้อมแล้วลุกขึ้นยืน

25
00:01:39,330 --> 00:01:43,330
แล้วเดิตามครูไปเลยครับ อย่างที่ครูได้บอก

26
00:01:43,340 --> 00:01:47,321
นะครับ เรื่องการพูดโน้มน้าวนี่ก็เป็นเรื่องที่สำคัญใช่ไหม

27
00:01:47,321 --> 00:01:51,277
ประหยัดไฟวันละนิด

28
00:01:51,277 --> 00:01:55,277
ใช้ฝึกเขียนฝึกพูดนะครับ วันนี้ครูมี

29
00:01:55,295 --> 00:01:59,295
คำขวัญนะ มาให้นักเรียนได้ลองพิจารณา

30
00:01:59,316 --> 00:02:03,316
เดี๋ยวไปดูพร้อม ๆ กันเลยนะครับ เด็ก ๆ อ่านพร้อม ๆ กันเลย

31
00:02:03,323 --> 00:02:07,287
มีการโน้มนาวใช่ไหมครูคณิตาคิดว่า

32
00:02:07,287 --> 00:02:11,267
พิชิตโลกร้อน อันนี้

33
00:02:11,267 --> 00:02:15,267
เป็นคำขวัญ ครูคณิตาครับ เด็ก ๆ ครับ คำขวัญนี้นี่

34
00:02:15,276 --> 00:02:19,261
มีการโน้มน้าวใจอย่างไร ลองพิจารณาสิ มี

35
00:02:19,261 --> 00:02:23,261
(คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ

36
00:02:23,263 --> 00:02:27,263
(คุณครูคณิตา) มีค่ะ เด็ก ๆ คะ โน้มน้าวใจอย่างไรคะ

37
00:02:27,266 --> 00:02:31,266
ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ คุณครู

38
00:02:31,274 --> 00:02:35,266
ปลายทางสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้นะคะ

39
00:02:35,266 --> 00:02:39,260
คำขวัญประเภทนี้ ก็คือปร

40
00:02:39,260 --> 00:02:43,260
ได้สนทนากับคุณครูปลายทางแล้วนะครับ เดี๋ยว

41
00:02:43,263 --> 00:02:47,263
รูมีคำถามนะครับ นักเรียน

42
00:02:47,266 --> 00:02:51,266
เคยได้ยินคำขวัญประเภทนี้หรือไม่อย่างไร คำขวั

43
00:02:51,276 --> 00:02:55,267
การประหยัดพลังงานนี่ก็มีการรณงค์

44
00:02:55,267 --> 00:02:59,267
(คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนเคยได้ยินไหมลูก

45
00:02:59,271 --> 00:03:03,266
เคย เพราะว่า

46
00:03:03,266 --> 00:03:07,266
เรานี่จะพบเห็นอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน

47
00:03:07,267 --> 00:03:11,267
พลังงานที่อยู่รอบตัวเรามีพลังงานอะไรบ้าง ล่ะ

48
00:03:11,268 --> 00:03:15,263
อยู่แล้วใช่ไหมครับ ครูคณิตาครับ

49
00:03:15,263 --> 00:03:19,263
การที่เราดำรงชีวิตทุกวันนี้ มันก็เกี่ยวกับ

50
00:03:19,269 --> 00:03:23,266
การใช้พลังงานใช่ไหมลูก เรียนรู้กันหน่อยพลังง

51
00:03:23,266 --> 00:03:27,266
คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ที่คุณครูคณิตาเสนอมานะครับ

52
00:03:27,268 --> 00:03:31,266
(คุณครูคณิตา) ก็มีหลากหลายนะคะ จากที่ค้นนะคะ

53
00:03:31,266 --> 00:03:35,266
ก็มีทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม หรือว่า

54
00:03:35,268 --> 00:03:39,268
การใช้พลังงานน้ำนะคะ ก็มีหลากหลายค่ะ

55
00:03:39,277 --> 00:03:43,277

56
00:03:47,273 --> 00:03:51,273
ยังส่องแสงตราบนาวเท่านาน ลมยังคง

57
00:03:51,277 --> 00:03:55,277
พัดผ่าน น้ำยังคงไหลเชี่ยวกอยู่ตลอด

58
00:03:55,279 --> 00:03:59,279
ทุกวันนี้นะ (คุณครูคณิตา) อย่างเช่นอะไรบ้าง นะ (คุณครูปรเมษฐ) พลังงานไฟฟ้าใช้ไหม

59
00:03:59,281 --> 00:04:03,261
ใช่ไหม พลังงานเชื้อเพลิงนี่นะครับ เป็นสิ่งสำคัญ

60
00:04:03,261 --> 00:04:07,261
เขาถึงได้รณรงค์ไงครับ ทุกก้าวย่า

61
00:04:07,268 --> 00:04:11,266
นักเรียนใช้พลังงานเชื้อเพลิงเกือบทั้งสิ้น

62
00:04:11,266 --> 00:04:15,266
วิทยาศาสตร์ ก็ใช้พลังงานทั้งนั

63
00:04:15,273 --> 00:04:19,271
(คุณครูคณิตา) ใช้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) การที่ใช้ฟพังลงาน

64
00:04:19,271 --> 00:04:23,266
เชื้อเพลิงใช่ไหมครูคณิตา

65
00:04:23,266 --> 00:04:27,266
เพื่อต้มน้ำให้น้ำไปดันกังให้ อันนั้นค่อยไปเรียนในวิชา

66
00:04:27,271 --> 00:04:31,266
เลยนักเรียนก็จึงเห็นคำขวัญประเภทนี้ไงครับ

67
00:04:31,266 --> 00:04:35,266
การที่เราดำรงชีวิตทุกวันนี้มันเกี่ยวข้องกับ

68
00:04:35,268 --> 00:04:39,267
การใช้พลังงานใช่ไหม เราจึงต้องรณรงค์ใช้พลังงาน

69
00:04:39,267 --> 00:04:43,267
ให้ถูกวิธี คำขวัญประเภทนี้ก็จึงเกิดเป็นจำนวนมาก

70
00:04:43,271 --> 00:04:47,271
หรือไม่ล่ะ คำขวัญที่บอกให้ประหยัดพลังงานนี่

71
00:04:47,275 --> 00:04:51,269
ไปดูคำถามต่อไปสิ คุณครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) นักเรียน

72
00:04:51,269 --> 00:04:55,269
จะปฏิบัติตามคำขวัญนี้หรือไม่ เพราะ

73
00:04:55,273 --> 00:04:59,268
อะไร อันนี้นักเรียนก็ต้องตอบคำถามครูนะครับ

74
00:04:59,268 --> 00:05:03,261
ชั่วหลานใช่ไหมครูคณิตาครับ

75
00:05:03,261 --> 00:05:07,261
เป็นอย่างไรครับ ถูกต้องครับ

76
00:05:07,266 --> 00:05:11,265
ใช่ไหม เพื่ออะไร เพื่อให้พลังงานของเราเป็นอย่างไรครับ

77
00:05:11,265 --> 00:05:15,264
มีใช้ต่อไปสืบลูก

78
00:05:15,264 --> 00:05:19,264
ชั่วหลานใช่ไหมครับ ครูคณิตาครับ จะเข้าไปปิดนะคะ เมื่อไม่มีคนอยู่ค่ะ

79
00:05:19,269 --> 00:05:23,269
ทุกวันนี้ (คุณครูคณิตา) ทุกวันนี้ก็ประหยัดค่ะ หากเห็นก็อกน้ำ

80
00:05:23,315 --> 00:05:27,264
เปิดอยู่นี่คุณครูก็จะรีบเข้าไปปิดทันทีนะคะ

81
00:05:27,264 --> 00:05:31,262
หรือว่าใครเปิดพัดลม เปิดไฟทิ้งไว้ คุณครูก็เข้าไปปิดนะคะ เมืก็

82
00:05:31,262 --> 00:05:35,262
จิตอาสาต่อสังคมนี่มันก็ส่งผลดีต่อจิตใจ

83
00:05:35,271 --> 00:05:39,271
(คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตานี่มีจิตสาธารณะนะนักเรียน นักเรียน

84
00:05:39,281 --> 00:05:43,276
ก็เช่นเดียวกัน นักเรียนก็ควรที่จะทำวิธีการของครู

85
00:05:43,276 --> 00:05:47,262
คณิตาไปใช้ได้ในชีวิตนะครับ การที่เรามี

86
00:05:47,262 --> 00:05:51,262
ต่อไปใช่ไหมครับ ครูแพรครับ นักเรียน

87
00:05:52,268 --> 00:05:56,265
เรานะครับ เจอไฟเจอฟืนเปิดอยู่ก็ป

88
00:05:56,265 --> 00:06:00,265
ิดเสีย ถ้ามันไม่ได้ใช้ ก็เป็นการช่วยโลกประหยัดพลังงาน

89
00:06:00,281 --> 00:06:04,281
และโลกสีเขียวของเรานี่ก็จะอยู่สืบลูกชั่วหลาน

90
00:06:04,283 --> 00:06:08,277
ต่อไป ใช่ไหมครับ ครูแพรครับ ให้เด็ก ๆ

91
00:06:08,277 --> 00:06:12,277
จะนำความรู้เรื่องการพูดโน้มน้าวนี่นะครับ

92
00:06:12,323 --> 00:06:16,280
ไปพูดให้ผู้ฟังประหยัดพลังงานได้อย่างไร

93
00:06:16,280 --> 00:06:20,262
ให้ผู้ฟังนี่เขาประหยัดพลังงาน

94
00:06:20,262 --> 00:06:24,262
จะถามครูคณิตาบ้าง  ครูคณิตานี่จะนำความรู้เรื่อง

95
00:06:24,277 --> 00:06:28,277
ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูให้เวลาครับ ตอบได้เลยครับ

96
00:06:28,291 --> 00:06:32,278

97
00:06:32,278 --> 00:06:36,265
เด็ก ๆ ตอบแล้วคุณครูคณิตา ทีนี้

98
00:06:36,265 --> 00:06:40,265
การเชิฐชวน้กี่ยวกับเรื่องการประหยัด

99
00:06:40,294 --> 00:06:44,270
การพูดโน้มน้าวไปใช้ในการพูดประหยัดพลังงาน จะพูดได้อย่างไร

100
00:06:44,270 --> 00:06:48,270
ครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ก็เราสามารถที่จะพูด

101
00:06:48,280 --> 00:06:52,264
โน้มน้าวได้นะคะ นั่นก็คือการเชิญชวนค่ะ การเชิญชวนเกี่ยวกับเรื่องการประหยัดพลังง

102
00:06:52,264 --> 00:06:56,264
นักเรียนก็คิดประมาณนี้นะครับ ว่า

103
00:06:56,265 --> 00:07:00,265
อาจจะเป็นการใช้ถุงผ้า

104
00:07:00,285 --> 00:07:04,279
หรือการปิดไฟ ปิดน้ำ

105
00:07:04,279 --> 00:07:08,279
เมื่อเราไม่ได้ใช้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ก็เป็นวิธีการใช่

106
00:07:08,284 --> 00:07:12,270
ไหมครับ มีอะไรบ้าง ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) จุดประสงค์นะคะ

107
00:07:12,270 --> 00:07:16,270
เราจะนำไปพูดได้อย่างไรให้กับสาธารณชนได้ดู

108
00:07:16,279 --> 00:07:20,265
และปฏิบัติตาม เพราะหนู ๆ ศึกษาหลักการไปแล้ว

109
00:07:20,265 --> 00:07:24,265
นะครับ เพราะฉะนั้น จุดประสงค์ของการเรียนรู้ในวันนี้

110
00:07:24,276 --> 00:07:28,266
มีอะไรบ้างครับ ครูคณิตาครับ นักเรียนจะต้องพูดโน้มน้าวใจให้ได้นะครับ และการพูด

111
00:07:28,266 --> 00:07:32,266
หลักการพูดโน้มน้ามใจได้ 2. พูดโน้มน้าวใจได้

112
00:07:32,275 --> 00:07:36,267
3. บอกประโยชน์ของการพูดโน้มน้าวใจ

113
00:07:36,267 --> 00:07:40,267
ในชีวิตประจำวันได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ข้อ 2 นี่เป็นหลักเลยนะครับ วันนี้

114
00:07:40,275 --> 00:07:44,275
นักเรียนจะต้องพูดโน้มน้าวใจให้ได้นะครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ในเรื่องของหลักการที่ศึกษาไป

115
00:07:44,289 --> 00:07:48,285
ของนักเรียนวันนี้ก็จะประสบผลสำเร็จถึงขั้นสูงสุด

116
00:07:48,285 --> 00:07:52,273
นั่นเองครับ มาทบทวนความรู้ คู่พูดโน้มน้าวหน่อย

117
00:07:52,273 --> 00:07:56,266
ก่อนที่เราจะไปพูดเราก็จะต้องทบทวน

118
00:07:56,266 --> 00:08:00,266
1 2 3 (คุณครูคณิตา) การพูดโน้มน้าวใจ

119
00:08:00,268 --> 00:08:04,268
ในชั่วโมงที่เรานี่เอามาทบทวนอีกครั้งหนึ่ง

120
00:08:04,273 --> 00:08:08,266
ในหลักการและก็พูดได้จริง

121
00:08:08,266 --> 00:08:12,266
การพูดโน้มนาวคืออะไร ครับ พูดพร้อมกันเลย

122
00:08:12,269 --> 00:08:16,265
ต้องอาศัยการฝึกฝนจนชำนาญค่ะ

123
00:08:16,265 --> 00:08:20,265
เป็นการพูดหรือการเชิญชวนให้ผู้ฟัง

124
00:08:20,298 --> 00:08:24,298
คล้อยตามหรือเกิดกำลังใจในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

125
00:08:24,315 --> 00:08:28,291
ซึ่งการพูดโน้มน้าวใจนี้ ผู้พูด

126
00:08:28,291 --> 00:08:32,270
ได้อย่างไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) พูด

127
00:08:32,270 --> 00:08:36,270
(คุณครูปรเมษฐ) เมื่อเราฝึกฝนการพูดโน้มน้าวบ่อย ๆ

128
00:08:36,289 --> 00:08:40,289
ก็จะเกิดความชำนาญ เมื่อเกิดความชำนาญนี่เรา

129
00:08:40,310 --> 00:08:44,280
ก็จะสามารถพูดได้อย่างไรครูคณิตา

130
00:08:44,280 --> 00:08:48,279
(คุณครูคณิตา) ก็ต้องฝึกพูด เมื่อเราพูดได้ลื่นไหลนี่ ผู้ฟัง

131
00:08:48,279 --> 00:08:52,266
โน้มน้าวนี่อย่างที่บอกเนื้อหาต้องชัดเจน

132
00:08:52,266 --> 00:08:56,266
หน้าตาต้องยิ้มแย้ม การพูดไม่ติดขัด

133
00:08:56,278 --> 00:09:00,278
ถ้าเราพูดติดขัดมันก็ขาดความน่าเชื่อถือใช่ไหมลูก

134
00:09:00,311 --> 00:09:04,268
ๆ เมื่อเราพูดได้มีอยู่ด้วยกัน 3 ข้อนะครับ

135
00:09:04,268 --> 00:09:08,268
ก็จะคล้อยตาม มนสกดจะเข้าไป

136
00:09:08,272 --> 00:09:12,268
จะเข้าไปนั่งในใจเขา แล้วจะทำให้เขาปฏิบัติตา

137
00:09:12,268 --> 00:09:16,268
ตามเรานั่นเองครับ หลักการ เดี๋ยวมาดูหลักการกันดีกว่า

138
00:09:16,286 --> 00:09:20,272
จะต้องพูดเรื่องอะไร เพราะฉะนั้น จะต้องกำหนดจุดมุ่งหมายก่อน

139
00:09:20,272 --> 00:09:24,272
กำหนดจุดมุ่งหมายในการพูดให้ชัดเจนใช่ไหมครูคณิตา

140
00:09:24,293 --> 00:09:28,293
ถ้าเราไม่มีจุดมุ่งหมายนี่เราจะรู้ไหมว่าจะพูดอย่างไร (คุณครูคณิตา)

141
00:09:28,311 --> 00:09:32,272
ไม่ทราบสิคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็จะพูดไม่ได้ ว่าเราจะพูดเรื่องอะไร

142
00:09:32,272 --> 00:09:36,272
ก่อนนะคะ เป็นการพูดโดยรวม และเนื้อหาก็คือ

143
00:09:36,283 --> 00:09:40,282
ทำอะไรนะ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ นั่นก็คือการจัดลำดับเนื้อหา

144
00:09:40,282 --> 00:09:44,273
ที่จะพูดค่ะ โดยแบ่งเป็นบทนำ เนื้อหา

145
00:09:44,273 --> 00:09:48,273
และสรุปค่ะ บทนำก็เป็นการเกริ่น

146
00:09:48,278 --> 00:09:52,278
เกิดความรู้สึกคล้อยตามค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) บทสรุปก็เป็นตัวชี้

147
00:09:52,280 --> 00:09:56,271
วัตถุประสงค์ประเด็นที่เราต้องการพูด และ

148
00:09:56,271 --> 00:10:00,271
บทสรุปนี่ อย่าลืมนะคะ เราจะต้องใช้

149
00:10:00,273 --> 00:10:04,272
การโน้มน้าวให้ผู้ฟัง ผู้อ่านนี่

150
00:10:04,272 --> 00:10:08,272
นะ สำคัญมากเลยนี่ อย่างที่ครูบอก

151
00:10:08,278 --> 00:10:12,265
ว่าเขาจะทำตามหรือไม่ทำตามนั่นเองครับ นักเรียน

152
00:10:12,265 --> 00:10:16,265
นะครับ นี่ข้อนี้ก็สำคัญ พูดด้วยความ

153
00:10:16,277 --> 00:10:20,277
ตั้งใจ จริงใจและใช้น้ำเสียงที่จริงใจ

154
00:10:20,280 --> 00:10:24,269
เชิงเสนอแนะ ขอร้อง ไม่บังคับค่ะ

155
00:10:24,269 --> 00:10:28,269
มันต้อง มันต้องสามารถไปนั่งในใจเขาให้ได้ นั่นล่ะพูด

156
00:10:28,273 --> 00:10:32,271
แล้วสำเร็จนะ ไปดูข้อปฏิบัติกันดีกว่า ข้อแรก

157
00:10:32,271 --> 00:10:36,271
ต้องเป็นอย่างไรนะครับ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 1 ค่ะ ใช้ภาษา

158
00:10:36,278 --> 00:10:40,264
เราจึงต้องใช้ภาษาที่สุภาพ ไพเราะ

159
00:10:40,264 --> 00:10:44,264
อย่าง ที่บอกนะคะ เป็นการโน้มน้าว การโน้มน้าว

160
00:10:44,268 --> 00:10:48,268
เชิญชวนนี่มันไม่ใช่ลักษณะของคำสั่งอยู๋แล้ว

161
00:10:48,269 --> 00:10:52,266
มันเป็นการชักจูงให้ผู้คนนี่คล้อยตาม

162
00:10:52,266 --> 00:10:56,266
ทำให้เขาเชื่อถือ เพราะมันมีเหตุผลชัดเจนไง

163
00:10:56,272 --> 00:11:00,270
และน่าฟังค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ ต่อไปครับ ต้องแสดงเหตุผล

164
00:11:00,270 --> 00:11:04,269
ให้น่าเชื่อถือ เมื่อมีเหตุผลประกอบนักเรียน

165
00:11:04,269 --> 00:11:08,269
นักเรียนคิดว่าเขาจะเชื่อถือเราหรือไม่

166
00:11:08,282 --> 00:11:12,282
มันก็เป็นอะไรที่น่าเชื่อถือใช่ไหมลูก ต่อไปครูคณิตา

167
00:11:12,286 --> 00:11:16,273
พอเป็นเหตุเป็นผลหมดแล้วนี่ อย่างเช่น หลักในพุทธศานา

168
00:11:16,273 --> 00:11:20,265
ของเรานี่ก็ยึดในหลักของเหตุผลใช่ไหมลูก

169
00:11:20,265 --> 00:11:24,265
ถ้าเกิดมีเหตุ ผลมันก็จะเกิดตามมา

170
00:11:24,269 --> 00:11:28,269
การโน้มน้าวใจนี่ไม่จำเป็นนะคะ ว่าเราจะเสนอ

171
00:11:28,277 --> 00:11:32,277
(คุณครูคณิตา) ต่อมานะคะ เสนอทางเลือกให้เห็นทั้งด้านดีและ

172
00:11:32,295 --> 00:11:36,267
ด้านเสียค่ะ ก็จะมีการเปรียบเทียบนะคะ

173
00:11:36,267 --> 00:11:40,267
เพื่อให้ผู้คนนะคะ เป็นผู้ตัดสินใจนะ

174
00:11:40,271 --> 00:11:44,267
สร้างบรรยากาศให้สนุกสนาน

175
00:11:44,267 --> 00:11:48,267
เพียงด้านเดียวเท่านั้น เราอาจจะต้องนำเสนอ

176
00:11:48,290 --> 00:11:52,290

177
00:46:05,243 --> 00:46:09,243

178
00:46:09,245 --> 00:46:13,245

179
00:46:13,245 --> 00:46:17,244

180
00:46:17,244 --> 00:46:21,241

181
00:46:21,241 --> 00:46:25,241

182
00:46:25,241 --> 00:46:29,240

183
00:46:29,240 --> 00:46:33,240

184
00:46:33,240 --> 00:46:37,240

185
00:46:37,245 --> 00:46:41,241

186
00:46:41,241 --> 00:46:45,241

187
00:46:45,241 --> 00:46:49,241

188
00:46:49,243 --> 00:46:53,239

189
00:46:53,239 --> 00:46:57,239

190
00:46:57,242 --> 00:47:01,242

191
00:47:01,243 --> 00:47:05,238

192
00:47:05,238 --> 00:47:09,238

193
00:47:09,252 --> 00:47:13,238

194
00:47:13,238 --> 00:47:17,238

195
00:47:17,238 --> 00:47:21,238

196
00:47:21,240 --> 00:47:25,237

197
00:47:25,237 --> 00:47:29,237

198
00:47:29,237 --> 00:47:33,237

199
00:47:33,238 --> 00:47:37,238

200
00:47:37,247 --> 00:47:41,247

201
00:47:41,253 --> 00:47:45,237

202
00:47:45,237 --> 00:47:49,237

203
00:47:49,247 --> 00:47:53,237

204
00:47:53,237 --> 00:47:57,237

205
00:47:57,238 --> 00:48:01,237

206
00:48:01,237 --> 00:48:05,237

207
00:48:05,237 --> 00:48:09,237

208
00:48:09,237 --> 00:48:13,237

209
00:48:13,238 --> 00:48:17,237

210
00:48:17,237 --> 00:48:21,237

211
00:48:21,237 --> 00:48:25,237

212
00:48:25,237 --> 00:48:29,237

213
00:48:29,237 --> 00:48:33,237

214
00:48:33,237 --> 00:48:37,236

215
00:48:37,236 --> 00:48:41,236

216
00:48:41,236 --> 00:48:45,236

217
00:48:45,237 --> 00:48:49,236

218
00:48:49,236 --> 00:48:53,236

219
00:48:53,249 --> 00:48:57,249


