﻿1
00:00:03,868 --> 00:00:07,868

2
00:00:11,832 --> 00:00:11,833

3
00:00:11,833 --> 00:00:15,833

4
00:00:15,855 --> 00:00:19,817

5
00:00:19,817 --> 00:00:23,817

6
00:00:23,826 --> 00:00:27,789

7
00:00:27,789 --> 00:00:31,789
(คุณครูปรเมษฐ) สวัสเอย

8
00:00:31,798 --> 00:00:35,798

9
00:00:35,804 --> 00:00:39,795
สวัสดีคุณครูทุกท่าน และ

10
00:00:39,795 --> 00:00:43,781
นักเรียนที่น่ารักทุกคนนะครับ วันนี้

11
00:00:43,781 --> 00:00:47,778
ก็พบกันเช่นเดิมนะครับ ในรายวิชา

12
00:00:47,778 --> 00:00:51,772
ภาษาไทยนะครับ เป็นภาษาที่สวย ในระดับชั้นประถม

13
00:00:51,772 --> 00:00:55,772
ศึกษาปีที่ 6 นะครับ ก็พบกับ

14
00:00:55,865 --> 00:00:59,793
ครูปรเมษฐและครูคณิตาเช่นเดิมนะครับ

15
00:00:59,793 --> 00:01:03,793
อย่างที่ได้ศึกษากันไปเมื่อชั่วโมงที่แล้ว เรื่อง การพูด

16
00:01:03,837 --> 00:01:07,836
โน้มน้าว นักเรียนก็ได้ไปร่างบทใช่ไหม

17
00:01:07,836 --> 00:01:11,836
ครูคณิตา เรื่องการพูดโน้มน้าว มีการบ้านอยู่ 3 ข้อใช่ไหม ให้ทำงาน 3 ข้อ

18
00:01:11,839 --> 00:01:15,792
นะ ครูเชื่อว่านักเรียนนี่ก็ลองกลับไปลองฝึกพูด

19
00:01:15,792 --> 00:01:19,792
ก็กลับไปลองฝึกพูดตามสถานการณ์ที่

20
00:01:19,800 --> 00:01:23,800
ครูนั้นได้กำหนดมา เพราะว่าในชั่วโมงนี้นักเรียนรู้ตัวอยู่แล้วว่า

21
00:01:23,801 --> 00:01:27,801
จะต้องพูดโน้มน้าวไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง

22
00:01:27,806 --> 00:01:31,806
อย่างแน่นอนครับ เพราะฉะนั้น วันนี้เราก็จะไปศึกษากันในเรื่อง

23
00:01:31,893 --> 00:01:35,893
ของการพูดโน้มน้าวครับ ถ้าพร้อมแล้วลุกขึ้นยืน

24
00:01:35,893 --> 00:01:39,793
แล้วเดินตามครูไปเลยครับ นักเรียนครับ ก็อย่างที่ครูได้บอก

25
00:01:39,793 --> 00:01:43,783
นะครับ เรื่องการพูดโน้มน้าวนี่ก็เป็นเรื่องที่สำคัญใช่ไหม

26
00:01:43,783 --> 00:01:47,783
ครูคณิตา เพราะว่านักเรียนทุกคนนี่ก็จะต้องได้ฝึก

27
00:01:47,797 --> 00:01:51,779
ใช้ ฝึกเขียน ฝึกพูดนะครับ วันนี้ครูมี

28
00:01:51,779 --> 00:01:55,773
คำขวัญนะ มาให้นักเรียนได้ลองพิจารณา

29
00:01:55,773 --> 00:01:59,767
เดี๋ยวไปดูพร้อม ๆ กันเลยนะครับ เด็ก ๆ อ่านพร้อมกันเลย

30
00:01:59,767 --> 00:02:03,742
ประหยัดไฟวันละนิด

31
00:02:03,742 --> 00:02:07,742
พิชิตโลกร้อน อันนี้

32
00:02:07,777 --> 00:02:11,732
เป็นคำขวัญ ครูคณิตาครับ เด็ก ๆ ครับ คำขวัญนี้นี่

33
00:02:11,732 --> 00:02:15,732
มีการโน้มน้าวใจอย่างไรนี่ ลองพิจารณาสิ

34
00:02:15,745 --> 00:02:19,740
มีการโน้มนาวใช่ไหมครูคณิตาคิดว่า

35
00:02:19,740 --> 00:02:23,740
(คุณครูคณิตา) มีค่ะ เด็ก ๆ คะ โน้มน้าวใจอย่างไรคะ

36
00:02:23,750 --> 00:02:27,736
ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ คุณครู

37
00:02:27,736 --> 00:02:31,734
ปลายทางสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้นะคะ

38
00:02:31,734 --> 00:02:35,733
(คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ

39
00:02:35,733 --> 00:02:39,731
ได้สนทนากับคุณครูปลายทางแล้วนะครับ เดี๋ยว

40
00:02:39,731 --> 00:02:43,730
ครูมีคำถามนะครับ นักเรียน

41
00:02:43,730 --> 00:02:47,730
เคยได้ยินคำขวัญประเภทนี้หรือไม่อย่างไร

42
00:02:47,774 --> 00:02:51,732
คำขวัญประเภทนี้ก็คือ

43
00:02:51,732 --> 00:02:55,732
เกี่ยวกับเรื่องประหยัดพลังงานใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนเคยได้ยินไหมลูก

44
00:02:55,740 --> 00:02:59,740
เคย เพราะว่า

45
00:02:59,741 --> 00:03:03,735
เรานี่จะพบเห็นอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน

46
00:03:03,735 --> 00:03:07,735
การประหยัดพลังงานนี่ก็มีการ

47
00:03:07,738 --> 00:03:11,735
รณรงค์อยู่แล้วใช่ไหมครับครูคณิตาครับ

48
00:03:11,735 --> 00:03:15,735
การที่เราดำรงชีวิตทุกวันนี้มันก็เกี่ยวกับ

49
00:03:15,788 --> 00:03:19,748
การใช้พลังงานใช่ไหมลูก เรียนรู้กันหน่อย

50
00:03:19,748 --> 00:03:23,737
พลังงานที่อยู่รอบตัวเรานี่มีพลังงานอะไรบ้างล่ะ

51
00:03:23,737 --> 00:03:27,737
(คุณครูคณิตา) ก็มีหลากหลายนะคะ จากที่ค้นนะคะ

52
00:03:27,737 --> 00:03:31,737
ก็มีทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม หรือว่า

53
00:03:31,752 --> 00:03:35,734
การใช้พลังงานน้ำนะคะ ก็มีหลากหลายค่ะ

54
00:03:35,734 --> 00:03:39,734
คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ที่คุณครูคณิตาเสนอมานั้นน่ะ

55
00:03:39,739 --> 00:03:43,738
มันหมดไปไหมลูก หมดไหม ดวงอาทิตย์

56
00:03:43,738 --> 00:03:47,735
ยังส่องแสงตราบนานเท่านาน ลมยังคง

57
00:03:47,735 --> 00:03:51,735
พักผ่าน น้ำยังคงไหลเชี่ยวอยู่ตลอด

58
00:03:51,757 --> 00:03:55,734
แต่พลังงานที่มันยังหมดก็อย่างเช่น พลังงาน

59
00:03:55,734 --> 00:03:59,734
เชื้อเพลิงใช่ไหม พลังงานเชื้อเพลิงนี่เป็นสิ่งสำคัญ

60
00:03:59,734 --> 00:04:03,734
เขาจึงได้รณรงค์ไงครับ ทุกก้าวย่า

61
00:04:03,737 --> 00:04:07,737
นักเรียนใช้พลังงานเชื้อเพลิงเกือบทั้งสิ้น

62
00:04:07,761 --> 00:04:11,755
ทุกวันนี้นะ (คุณครูคณิตา) อย่างเช่นอะไรบ้าง นะ (คุณครูปรเมษฐ) พลังงานไฟฟ้าใช้ไหม

63
00:04:11,755 --> 00:04:15,737
(คุณครูคณิตา) ใช้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) การที่ไฟฟ้าจะผลิตมาได้ก็ใช้พลงาน

64
00:04:15,737 --> 00:04:19,737
เชื้อเพลิงใช่ไหมครูคณิตา

65
00:04:19,746 --> 00:04:23,735
เพื่อต้มน้ำให้น้ำไปดันกังหันให้ อันนั้นค่อยไปเรียนในวิชา

66
00:04:23,735 --> 00:04:27,735
วิทยาศาสตร์ ก็ใช้พลังงานทั้งนั

67
00:04:27,735 --> 00:04:31,735
การที่เราดำรงชีวิตทุกวันนี้มันเกี่ยวข้องกับ

68
00:04:31,735 --> 00:04:35,735
การใช้พลังงานใช่ไหม เราจึงต้องรณรงค์ใช้พลังงาน

69
00:04:35,743 --> 00:04:39,737
ให้ถูกวิธี คำขวัญประเภทนี้ก็จึงเกิดเป็นจำนวนมาก

70
00:04:39,737 --> 00:04:43,735
เลย นักเรียนก็จึงเห็นคำขวัญประเภทนี้อย่างไรล่ะครับ

71
00:04:43,735 --> 00:04:47,735
ไปดูคำถามต่อไปสิ คุณครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) นักเรียน

72
00:04:47,736 --> 00:04:51,734
จะปฏิบัติตามคำขวัญนี้หรือไม่ เพราะอะไร (คุณครูนิสาชล)

73
00:04:51,734 --> 00:04:55,734
อันนี้นักเรียนก็ต้องตอบคำถามครูนะครับ

74
00:04:55,738 --> 00:04:59,738
นักเรียนจะปฏิบัติตามหรือไม่ล่ะ คำขวัญที่บอกให้ประหยัดพลังงานนี่

75
00:04:59,749 --> 00:05:03,734
เป็นอย่างไรครับ ถูกต้องครับ

76
00:05:03,734 --> 00:05:07,734
ใช่ไหม เพื่ออะไร เพื่อให้พลังงานของเราเป็นอย่างไรครับ

77
00:05:07,754 --> 00:05:11,737
มีใช้ต่อไปสืบลูก

78
00:05:11,737 --> 00:05:15,732
ชั่วหลานใช่ไหมครูคณิตาครับ

79
00:05:15,732 --> 00:05:19,732
ทุกวันนี้ (คุณครูคณิตา) ทุกวันนี้ก็ประหยัดค่ะ หากเห็นก็อกน้ำ

80
00:05:19,780 --> 00:05:23,739
เปิดอยู่นี่คุณครูก็จะรีบเข้าไปปิดทันทีนะคะ

81
00:05:23,739 --> 00:05:27,734
หรือว่าใครเปิดพัดลมเปิดไฟทิ้งไว้ครูก็

82
00:05:27,734 --> 00:05:31,734
จะเข้าไปปิดนะคะ เมื่อไม่มีคนอยู่ค่ะ

83
00:05:31,740 --> 00:05:35,740
(คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตานี่มีจิตสาธารณะนะนักเรียน นักเรียน

84
00:05:35,764 --> 00:05:39,741
ก็เช่นเดียวกัน นักเรียนก็ควรจะนำวิธีการของครู

85
00:05:39,741 --> 00:05:43,735
คณิตาไปใช้ได้ในชีวิตนะครับ การที่เรามี

86
00:05:43,735 --> 00:05:47,734
จิตสาธารณะ จิตอาสาต่อสังคมนี่ มันก็ส่งผลดีต่อจิตใจ

87
00:05:47,734 --> 00:05:51,734
เรานะครับ เจอไฟเจอฟืนเปิดอยู่ก็ป

88
00:05:51,738 --> 00:05:55,738
ิดถ้ามันไม่ได้ใช้ ก็เป็นการช่วยโลกประหยัดพลังงาน

89
00:05:55,774 --> 00:05:59,774
และโลกสีเขียวของเรานี่ก็จะอยู่สืบลูกชั่วหลาน

90
00:05:59,779 --> 00:06:03,740
ต่อไปใช่ไหมครับ ครูแพรครับ นักเรียน

91
00:06:03,740 --> 00:06:07,740
จะนำความรู้เรื่อง การพูดโน้มน้าวนี่นะครับ

92
00:06:07,741 --> 00:06:11,739
ไปพูดให้ผู้ฟังร่วมกันประหยัดพลังงานได้อย่างไร

93
00:06:11,739 --> 00:06:15,739
ให้ผู้ฟังนี่เขาประหยัดพลังงาน

94
00:06:15,750 --> 00:06:19,734
ได้อย่างไร นักเรียนจะพูดว่าอย่างไร (คุณครูคณิตา) ให้เด็ก ๆ

95
00:06:19,734 --> 00:06:23,734
ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูให้เวลาครับ ตอบได้เลยครับ

96
00:06:23,754 --> 00:06:27,742

97
00:06:27,742 --> 00:06:31,742
เด็ก ๆ ตอบแล้วคุณครูคณิตา ทีนี้

98
00:06:31,749 --> 00:06:35,749
จะถามครูคณิตาบ้าง  ครูคณิตานี่จะนำความรู้เรื่อง

99
00:06:35,755 --> 00:06:39,738
การพูดโน้มน้าวไปใช้ในการพูดประหยัดพลังงานอย่างไร

100
00:06:39,738 --> 00:06:43,738
ครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ก็เราสามารถที่จะพูด

101
00:06:43,746 --> 00:06:47,739
โน้มน้าวได้นะคะ นั่นก็คือการเชิญชวนค่ะ

102
00:06:47,739 --> 00:06:51,736
การเชิญชวนเกี่ยวกับเรื่องการประหยัด

103
00:06:51,736 --> 00:06:55,736
พลังาน อาจจะเป็นการใช้ถุงผ้า

104
00:06:55,742 --> 00:06:59,742
หรือการปิดไฟ ปิดน้ำ

105
00:06:59,746 --> 00:07:03,738
เมื่อเราไม่ได้ใช้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ครับ ก็เป็นวิธีการใช่ไ

106
00:07:03,738 --> 00:07:07,733
หมครับ นักเรียนก็คิดประมาณนี้นะครับ ว่า

107
00:07:07,733 --> 00:07:11,733
เราจะนำไปพูดได้อย่างไรให้กับสาธารณชนได้ดู

108
00:07:11,739 --> 00:07:15,739
และปฏิบัติตาม เพราะหนู ๆ ศึกษาหลักการไปแล้ว

109
00:07:15,739 --> 00:07:19,734
เพราะฉะนั้น จุดประสงค์ของการเรียนรู้ในวันนี้

110
00:07:19,734 --> 00:07:23,734
มีอะไรบ้างครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) จุดประสงค์นะคะ

111
00:07:23,744 --> 00:07:27,740
หลักการพูดโน้มน้ามใจได้ 2. พูดโน้มน้าวใจได้

112
00:07:27,740 --> 00:07:31,736
3. บอกประโยชน์ของการพูดโน้มน้าวใจ

113
00:07:31,736 --> 00:07:35,736
ในชีวิตประจำวันได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ข้อ 2 นี่เป็นหลักเลยนะครับ วันนี้

114
00:07:35,752 --> 00:07:39,735
นักเรียนจะต้องพูดโน้มน้าวใจให้ได้นะครับ และการพูด

115
00:07:39,735 --> 00:07:43,735
ของนักเรียนวันนี้ก็จะประสบผลสำเร็จถึงขั้นสูงสุด

116
00:07:43,738 --> 00:07:47,738
นั่นเองครับ มาทบทวนความรู้ คู่พูดโน้มน้าวหน่อย

117
00:07:47,748 --> 00:07:51,740
ก่อนที่เราจะไปพูดนี่ เราก็จะต้องทบทวน

118
00:07:51,740 --> 00:07:55,740
ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ในเรื่องของหลักการที่ศึกษาไป

119
00:07:55,744 --> 00:07:59,744
ในชั่วโมงที่เรานี่เอามาทบทวนอีกครั้งหนึ่ง

120
00:07:59,744 --> 00:08:03,744
นักเรียนจะได้กระจ่างแจ้งในหลักการและก็พูดได้จริง

121
00:08:03,744 --> 00:08:07,744
การพูดโน้มนาวคืออะไรครับ พูดพร้อมกันเลย

122
00:08:07,747 --> 00:08:11,734
1 2 3 (คุณครูคณิตา) การพูดโน้มน้าวใจ

123
00:08:11,734 --> 00:08:15,734
เป็นการพูดหรือการเชิญชวนให้ผู้ฟัง

124
00:08:15,754 --> 00:08:19,743
คล้อยตาม หรือเกิดกำลังใจในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

125
00:08:19,743 --> 00:08:23,738
ซึ่งการพูดโน้มน้าวใจนี้ผู้พูด

126
00:08:23,738 --> 00:08:27,738
ต้องอาศัยการฝึกฝนจนเกิดความชำนาญค่ะ

127
00:08:27,741 --> 00:08:31,741
(คุณครูปรเมษฐ) เมื่อเราฝึกฝนการพูดโน้มน้าวบ่อย ๆ

128
00:08:31,741 --> 00:08:35,741
ใช่ไหมครับ ก็จะเกิดความชำนาญ เมื่อเกิดความชำนาญนี่เรา

129
00:08:35,745 --> 00:08:39,738
ก็จะพูดได้เป็นอย่างไรครูคณิตา

130
00:08:39,738 --> 00:08:43,738
(คุณครูคณิตา) ได้อย่างไรคะ คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) พูด

131
00:08:43,763 --> 00:08:47,737
โน้มน้าวนี่อย่างที่บอกเนื้อหาต้องชัดเจน

132
00:08:47,737 --> 00:08:51,736
หน้าตาต้องยิ้มแย้ม การพูดไม่ติดขัด

133
00:08:51,736 --> 00:08:55,736
ถ้าเราพูดติดขัดมันก็ขาดความน่าเชื่อถือใช่ไหมลูก

134
00:08:55,737 --> 00:08:59,737
ก็ต้องฝึกพูด เมื่อเราพูดได้ลื่นไหลนี่ คนฟัง

135
00:08:59,767 --> 00:09:03,736
ก็จะคล้อยตาม มนต์สะกดจะเข้าไป

136
00:09:03,736 --> 00:09:07,736
จะเข้าไปนั่งในใจเขา แล้วจะทำให้เขาปฏิบัติตา

137
00:09:07,738 --> 00:09:11,738
ตามเรานั่นเองครับ หลักการ เดี๋ยวมาดูหลักการกันดีกว่า

138
00:09:11,738 --> 00:09:15,738
มีอยู่ด้วยกัน 3 ข้อนะครับ

139
00:09:15,744 --> 00:09:19,740
ต้องกำหนดจุดมุ่งหมายในการพูดให้ชัดเจนใช่ไหมครูคณิตา

140
00:09:19,740 --> 00:09:23,740
ถ้าเราไม่มีจุดมุ่งหมายนี่เราจะรู้ไหมว่าจะพูดอย่างไร (คุณครูคณิตา)

141
00:09:23,758 --> 00:09:27,756
ไม่ทราบสิคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็จะพูดไม่ได้ ว่าเราจะพูดเรื่องอะไร

142
00:09:27,756 --> 00:09:31,744
เพราะฉะนั้น จะต้องกำหนดจุดมุ่งหมายก่อน

143
00:09:31,744 --> 00:09:35,743
ทำอะไรนะ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ นั่นก็คือการจัดลำดับเนื้อหา

144
00:09:35,743 --> 00:09:39,743
ที่จะพูดค่ะ โดยแบ่งเป็นบทนำ เนื้อหา

145
00:09:39,756 --> 00:09:43,734
และสรุปค่ะ บทนำก็เป็นการเกริ่น

146
00:09:43,734 --> 00:09:47,734
ก่อนนะคะ เป็นการพูดโดยรวม และเนื้อหา ก็คือ

147
00:09:47,740 --> 00:09:51,740
วัตถุประสงค์ประเด็นที่เราต้องการพูด ส่วน

148
00:09:51,800 --> 00:09:55,758
บทสรุปนี่อย่าลืมนะคะ เราจะต้องใช้

149
00:09:55,758 --> 00:09:59,736
การโน้มน้าวให้ผู้ฟัง ผู้อ่านนี่

150
00:09:59,736 --> 00:10:03,736
เกิดความรู้สึกคล้อยตามค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็บทสรุปก็เป็นตัวชี้

151
00:10:03,747 --> 00:10:07,747
เลย ว่าเขาจะทำตามหรือไม่ทำตามนั่นเองครับ นักเรียน

152
00:10:07,751 --> 00:10:11,751
นะครับ นี่ข้อนี้ก็สำคัญ พูดด้วยความ

153
00:10:11,757 --> 00:10:15,745
ตั้งใจ จริงใจและใช้น้ำเสียงที่หนักแน่น จริงจังจริงใจ

154
00:10:15,745 --> 00:10:19,742
นะ สำคัญมากเลยนี่ อย่างที่ครูบอก

155
00:10:19,742 --> 00:10:23,742
มันต้อง มันต้องสามารถไปนั่งในใจเขาให้ได้ นั่นล่ะพูด

156
00:10:23,755 --> 00:10:27,746
แล้วสำเร็จนะ ไปดูข้อปฏิบัติกันดีกว่า ข้อแรก

157
00:10:27,746 --> 00:10:31,746
ต้องเป็นอย่างไรนะครับ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 1 ค่ะ ใช้ภาษา

158
00:10:31,751 --> 00:10:35,745
เชิงเสนอแนะ ขอร้อง ไม่บังคับค่ะ

159
00:10:35,745 --> 00:10:39,740
ก็อย่างที่บอกนะคะ ก็คือเป็นการโน้มน้าว การโน้มน้าว

160
00:10:39,740 --> 00:10:43,740
เชิญชวนนี่มันไม่ใช่ลักษณะของคำสั่งอยู่แล้ว

161
00:10:43,749 --> 00:10:47,749
เพราะฉะนั้นนี่ มันเป็นการชักจูงให้ผู้คนนี่คล้อยตาม

162
00:10:47,750 --> 00:10:51,746
เราจึงต้องใช้ภาษาที่สุภาพ ไพเราะ

163
00:10:51,746 --> 00:10:55,742
และน่าฟังค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ ต่อไปครับ ต้องแสดงเหตุผล

164
00:10:55,742 --> 00:10:59,739
ให้น่าเชื่อถือ เมื่อมีเหตุผลประกอบนักเรียน

165
00:10:59,739 --> 00:11:03,737
นักเรียนคิดว่าเขาจะเชื่อถือเราหรือไม่

166
00:11:03,737 --> 00:11:07,736
นะ มันก็มีส่วนทำให้เขาเชื่อถือ เพราะมันมีเหตุผลชัดเจนไง

167
00:11:07,736 --> 00:11:11,736
ทุกอย่างพอเป็นเหตุเป็นผลหมดแล้วนี่ อย่างเช่น หลักในพุทธศาสนา

168
00:11:11,739 --> 00:11:15,739
ของเรานี่ก็ยึดในหลักของเหตุผลใช่ไหมลูก

169
00:11:15,750 --> 00:11:19,738
ถ้าเกิดมีเหตุ ผลมันก็จะเกิดตามมา

170
00:11:19,738 --> 00:11:23,738
มันก็เป็นอะไรที่น่าเชื่อถือใช่ไหมลูก ต่อไปครูคณิตา

171
00:11:23,742 --> 00:11:27,742
(คุณครูคณิตา) ต่อมานะคะ เสนอทางเลือกให้เห็นทั้งด้านดีและ

172
00:11:27,766 --> 00:11:31,763
ด้านเสียค่ะ ก็จะมีการเปรียบเทียบนะคะ

173
00:11:31,763 --> 00:11:35,735
เพื่อให้ผู้คนนะคะ เป็นผู้ตัดสินใจนะ

174
00:11:35,735 --> 00:11:39,735
การโน้มน้าวใจนี่ไม่จำเป็นนะคะ ว่าเราจะเสนอ

175
00:11:39,751 --> 00:11:43,743
เพียงด้านเดียวเท่านั้น เราอาจจะต้องนำเสนอ

176
00:11:43,743 --> 00:11:47,743
ทั้ง 2 ด้านก็ได้ เพื่อให้ผู้ที่ฟัง หรืออ่าน หรือดูนี่

177
00:11:47,750 --> 00:11:51,750
หรือดูนี่เขาเป็นผู้ตัดสินใจค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ

178
00:11:51,783 --> 00:11:55,740
สร้างบรรยากาศให้สนุกสนาน

179
00:11:55,740 --> 00:11:59,740
อันนี้เน้นย้ำเลย บรรยากาศในการพูดโน้มน้าว

180
00:12:00,756 --> 00:12:04,736
มันจะต้องไม่ตึงเครียด มันจะต้อง

181
00:12:04,736 --> 00:12:08,736
อะไร คนเขาจะได้ฟังเรา ตั้งแต่เราพูด

182
00:12:08,737 --> 00:12:12,734
จนไปถึงบทสรุป ถ้าเราพูดสนุกสนาน

183
00:12:12,734 --> 00:12:16,734
พอคนเขาฟังเราแล้วนี่ คำพูดของเราก็เกิด

184
00:12:16,746 --> 00:12:20,740
ประโยชน์กับเขาแล้วเขาก็ปฏิบัติตามเรานั่นเองใช่ไหมล

185
00:12:20,740 --> 00:12:24,737
นะครับ ข้อสุดท้ายเลยครับ (คุณครูคณิตา) ข้อสุดท้าย

186
00:12:24,737 --> 00:12:28,737
นั่นก็คือเป็นการพูดให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึก

187
00:12:28,738 --> 00:12:32,738
อยากปฏิบัติตามค่ะ ซึ่งทั้งหมดนี้นะคะ

188
00:12:32,739 --> 00:12:36,739
ก็คือรวมอยู่ในข้อนี้แล้วค่ะ เราจะต้องใช้ภาษา

189
00:12:36,740 --> 00:12:40,736
เราจะต้องนำเสนอการพูด กิริยาท่าทางต่าง ๆ

190
00:12:40,736 --> 00:12:44,735
นี่ เราทำอย่างไร ถึงทำให้ผู้พูด

191
00:12:44,735 --> 00:12:48,735
ดูน่าเชื่อถือ และผู้ที่ฟัง

192
00:12:48,740 --> 00:12:52,740
ผู้ที่ดูหรือผู้ที่อ่านเกิดการคล้อยตามแปละ

193
00:12:52,751 --> 00:12:56,737
กระทำในสิ่งที่ผู้พูดนั้นโน้มน้าวค่ะ

194
00:12:56,737 --> 00:13:00,734
(คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ นี่ก็คือหลักการ

195
00:13:00,734 --> 00:13:04,734
และข้อปฏิบัติในการพูดโน้มน้าวนะครับ เราไปดู

196
00:13:04,744 --> 00:13:08,734
โครงสร้างของการพูดโน้มน้าวใจกันหน่อยครับอย่างที่ครู

197
00:13:08,734 --> 00:13:12,734
คณิตาได้อธิบายไป มีอะไรบ้างนะ บทนำ

198
00:13:12,735 --> 00:13:16,735
เนื้อเรื่องสรุปการเขียน

199
00:13:16,735 --> 00:13:20,735
เรียงความก็ต้องเป็นคำนำเนื้อเรื่องสรุปใช่ไหม

200
00:13:20,750 --> 00:13:24,750
คล้าย ๆ กันลูก มันลักษณะการเขียนเหมือนกันเลย บทนำคือะไรน

201
00:13:24,793 --> 00:13:28,745
(คุณครูคณิตา) บทนำ คือ บทที่ต้องใช้ศิลปะการพูด

202
00:13:28,745 --> 00:13:32,744
เพื่อดึงดูดความสนใจในผู้ฟังเพื่อเกิดความศร

203
00:13:32,744 --> 00:13:36,744
ศัธา ในตัวผู้พูดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) บทนำ

204
00:13:36,745 --> 00:13:40,741

205
00:13:40,741 --> 00:13:44,741
ได้มากน้อยเพียงใดอยู่ตรงนี้ล่ะครับ การพูด

206
00:13:44,747 --> 00:13:48,736
การโน้มน้าวนี่ดึงตรงนี้ไว้ได้ก่อน ถ้าบทนำ

207
00:13:48,736 --> 00:13:52,735
สวย เนื้อหาที่หนูต้องการพูด

208
00:13:52,735 --> 00:13:56,735
คนฟังฟังแล้วครับ ถ้าบทนำดึงดูดใจได้เหมือนหนัง

209
00:13:56,737 --> 00:14:00,737
เวลาดูหนังนะลูก หนังนี่ ตัวอย่างหนังนี่

210
00:14:00,748 --> 00:14:04,738
ก็สำคัญ ตัวอย่างหนังเป็นตัวหนึ่งที่ให้คน

211
00:14:04,738 --> 00:14:08,738
อยากจะดูหนัง ก็เช่นเดียวกับบทนำนี่ล่ะ

212
00:14:08,742 --> 00:14:12,739
ทำให้คนนี่จะติดตามในเรื่อง

213
00:14:12,739 --> 00:14:16,739
ที่เราจะพูดนั่นเอง

214
00:14:16,751 --> 00:14:20,740
มีไหม (คุณครูคณิตา) มีตัวอย่างไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไปดูกันเลยครับ

215
00:14:20,740 --> 00:14:24,740
คุณครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ให้คุณครูปรเมษฐ

216
00:14:24,744 --> 00:14:28,740
อ่านบ้างดีกว่านะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูขึ้นว่า ชนใดไม่มีดนตรีกา

217
00:14:28,740 --> 00:14:32,739
ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดาน

218
00:14:32,739 --> 00:14:36,739
เป็นคนชอบคนนัก บทหนึ่งในพระราชนิพนธ์

219
00:14:36,748 --> 00:14:40,736
แปลในล้นเกล้ารัชกาลที่ 6

220
00:14:40,736 --> 00:14:44,736
แปลว่า ทองใช่ไหมครับ

221
00:14:44,742 --> 00:14:48,735
เราจะใช้คำว่า "นัย" นะครับ ทำให้เห็นว่า

222
00:14:48,735 --> 00:14:52,735
ดนตรีถือเป็นสิ่งสำคัญที่ขัดกล่อมชาติ

223
00:14:52,743 --> 00:14:56,737
มาอย่างยาวนาน โดยไม่สามารถที่จะ

224
00:14:56,737 --> 00:15:00,737
แยกชีวิตคนออกจากดนตรีได้

225
00:15:00,737 --> 00:15:04,736
นักเรียนครับ สังเกตบทนำนะ บทนำนี่

226
00:15:04,736 --> 00:15:08,736
ต้องอ้างก่อน ครูนี่ยก

227
00:15:08,774 --> 00:15:12,737
บทกลอนในบทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6

228
00:15:12,737 --> 00:15:16,737
ก็บอกว่าชนใดไม่มีดรตรี

229
00:15:16,743 --> 00:15:20,743
คนนัก บทนี้นี่นักเรียนต้องเคยได้ยิน

230
00:15:20,743 --> 00:15:24,735
เอามานำ พอได้ยินบทนี้รู้สึก

231
00:15:24,735 --> 00:15:28,735
ต้องฟังแล้ว เขากำลังจะสื่อสารเรื่องอะไร

232
00:15:28,749 --> 00:15:32,748
เขาต้องการสื่อสารเรื่องอะไร ลองคาดคะเนสิ

233
00:15:32,748 --> 00:15:36,736
ยังไม่เห็นเนื้อเรื่องนี่ เก่งมากลูก ต้องการสื่อสารในเรื่องของการ

234
00:15:36,736 --> 00:15:40,735
ให้คนเป็นอย่างไร สนใจดนตรีไทย

235
00:15:40,735 --> 00:15:44,735
นั่นเอง เดี๋ยวดูสิ มันจะเป็นอย่างที่ครูหรือหนู

236
00:15:44,738 --> 00:15:48,737
คิดไหม ส่วนของเนื้อหาครับ

237
00:15:48,737 --> 00:15:52,737
ครูคณิตาครับ คืออะไร (คุณครูคณิตา) ค่ะ เนื้อหาคือขอบเขตของปัญหา

238
00:15:52,739 --> 00:15:56,739
พยายามชักจูงใจไปในทางที่ต้องการ

239
00:15:56,739 --> 00:16:00,739
จนผู้ฟังเข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตัวนี้

240
00:16:00,743 --> 00:16:04,739
ก็เป็นตัวที่อธิบายบทนำใช่ไหมครับ ครูคณิตา

241
00:16:04,739 --> 00:16:08,739
บทนำนั่นเองเนื้อหา ก็จะบอกเนื้อหาแล้ว

242
00:16:08,742 --> 00:16:12,742
ว่าทำไมทำไม ทำไมล่ะถึงต้องเป็นอย่างนี้

243
00:16:12,742 --> 00:16:16,735
ด้วยเหตุนี้ เราจึงมีความ

244
00:16:16,735 --> 00:16:20,735
ภาคภูมิใจที่มีเครื่องดนตรีไทยของตนเอง

245
00:16:20,736 --> 00:16:24,736
ถือเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ และภูมิปัญญา

246
00:16:24,745 --> 00:16:28,736
ทางวัฒนธรรมของคนไทย ที่ได้สร้างสรรค์ขึ้นทั้ง

247
00:16:28,736 --> 00:16:32,735
รูปแบบของบทเพลง เครื่องดนตรี

248
00:16:32,735 --> 00:16:36,735
วิธีการบรรเลง วิธีขับร้อง และการ

249
00:16:36,735 --> 00:16:40,735
นำมาใช้ในโอกาสต่าง ๆ อย่างเหมาะสม ตัวนี้

250
00:16:40,740 --> 00:16:44,735
เป็นตัวอธิบาย บอกเลยครับ ดนตรีไทยนี่

251
00:16:44,735 --> 00:16:48,735
มันเป็นอย่างไรลูก ใช้มาอย่างยาวนาน และมีบทบาทในชีวิต

252
00:16:48,748 --> 00:16:52,739
เป็นเอกลักษณ์ของเรานะ ที่เรามีเครื่องดนตรีใช้

253
00:16:52,739 --> 00:16:56,739
แล้วก็สร้างสรรค์ผลงานขึ้นมาเองด้วยใช่ไหมครับ

254
00:16:56,741 --> 00:17:00,741
ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่ว่าจะเป็นอะไรล่ะ เรื่องของอะไรล่ะ

255
00:17:00,752 --> 00:17:04,736
เครื่องดนตรีก็ทำเอง วิธีการก็ทำเอง และวิธีการ

256
00:17:04,736 --> 00:17:08,736
ขับร้องที่เป็นเอกลักษณ์ นี่เป็นการจูงใจแล้ว

257
00:17:08,742 --> 00:17:12,742
ใช่ไหมครับ ต่อไป ไปดูในส่วนของบทสรุปบ้างครับ

258
00:17:12,745 --> 00:17:16,745
(คุณครูคณิตา) บทสรุปคือการพูดสรุปเนื้อหา

259
00:17:16,745 --> 00:17:20,737
สั้น ๆ ชักจูงผู้ฟังให้คิดให้

260
00:17:20,737 --> 00:17:24,737
ปฏิบัติตามสิ่งที่พูดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ที่คุณครูคณิตาจะกล่าวอยู่เสมอ

261
00:17:24,743 --> 00:17:28,741
ก็คือบทสรุปนี่เป็นบทสำคัญ บท

262
00:17:28,741 --> 00:17:32,741
สรุปเป็นตัวสุดท้ายที่สามารถ

263
00:17:32,741 --> 00:17:36,741
จูงใจได้หรือไม่ก็อยู่ตรงนี้ล่ะ จะพูดอย่างไรให้คนปฏิบัติตาม

264
00:17:36,743 --> 00:17:40,734
ก็อยู่ในส่วนนี้ล่ะครับ เดี๋ยวไปดู

265
00:17:40,734 --> 00:17:44,734
บทสรุปกันว่าครูเขียนว่าอย่างไร คุณครูคณิตาอ่านครับ

266
00:17:44,741 --> 00:17:48,741
(คุณครูคณิตา) ในฐานะที่เราเกิดเป็นคนไทย

267
00:17:48,751 --> 00:17:52,737
เราควรหันมาเล่นดนตรีไทยเสียเถิด ก่อนที่

268
00:17:52,737 --> 00:17:56,735
ชนชาติอื่นเขาจะนำดนตรีไทยไปเล่น

269
00:17:56,735 --> 00:18:00,735
แล้วเล่นได้ดีกว่าคนไทย ถ้าถึงวันนั้นจริง

270
00:18:00,748 --> 00:18:04,740
เราคงเสียใจไม่น้อย เพราะฉะนั้น เราควร

271
00:18:04,740 --> 00:18:08,736
จะเล่นดนตรีไทยให้เป็นอย่างน้อยคนละ 1 ชนิด

272
00:18:08,736 --> 00:18:12,736
บรรพบุรุษผู้สร้างสรรค์ดนตรี คงดีใจ

273
00:18:12,748 --> 00:18:16,736
และปลายปลื้มใจอย่างที่หา

274
00:18:16,736 --> 00:18:20,736
คือบทสรุปเห็นไหมนักเรียน บทสรุปนี้

275
00:18:20,751 --> 00:18:24,741
ก็คือต้องการให้เป็นอย่างไร สรุปแล้วเรื่องนี้ต้องการให้

276
00:18:24,741 --> 00:18:28,737
คนเป็นอย่างไรลูก เล่นดนตรีไทยนั่นเอง

277
00:18:28,737 --> 00:18:32,737
ให้เป็นคนละ 1 ชนิดก็ยังดีอันนี้เป็นเจตนาของ

278
00:18:32,739 --> 00:18:36,739
ผู้ที่โน้มน้าวนั่นเอง เพราะฉะนั้น ครูเขียนโน้มน้าว

279
00:18:36,744 --> 00:18:40,743
มาแล้วนักเรียนก็ปฏิบัติตามนะครับ มันเป็นเอกลักษณ์

280
00:18:40,743 --> 00:18:44,741
เราก็ไปลองฝึกลองเล่นดนตรี ดนตรี

281
00:18:44,741 --> 00:18:48,741
มันเป็นสิ่งที่ขับกล่อมเรา มันจรรโลงใจและจรรโลง

282
00:18:48,744 --> 00:18:52,744
สมองให้เราด้วยนะครับ เพราะฉะนั้น ครูโน้มน้าว

283
00:18:52,775 --> 00:18:56,747
นักเรียนก็ลองไปปฏิบัติดูนะครับ เอาล่ะครับคุณครูคณิตา

284
00:18:56,747 --> 00:19:00,736
วันนี้ก่อนที่จะให้นักเรียนนั้นไปเขียน

285
00:19:00,736 --> 00:19:04,736
เพื่อพูดโน้มน้าวครูก็มีวีดิทัศน์

286
00:19:04,738 --> 00:19:08,738
โรงเรียนสิ่งแวดล้อมปลอดภัย เด็กไทย

287
00:19:08,741 --> 00:19:12,741
สุขภาพดี สุขภาพอนามัยดี เด็กไทยสุขอนามัยดี

288
00:19:12,742 --> 00:19:16,735
นะครับ ขออภัย ครูจะให้นักเรียน

289
00:19:16,735 --> 00:19:20,735
ได้ชมวีดิทัศน์เพื่ออะไร เดี๋ยวครู

290
00:19:20,739 --> 00:19:24,739
จะให้นักเรียนเขียนโน้มน้าว เพื่อพูดโน้มน้าวเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมใ

291
00:19:24,750 --> 00:19:28,739
นี่ล่ะครับ เดี๋ยวนักเรียนดูสิว่าโรงเรียนที่ครู

292
00:19:28,739 --> 00:19:32,739
มานำเสนอนี่เขาทำอย่างไรบ้าง แล้วครูจะให้นักเรียนนี่

293
00:19:32,739 --> 00:19:36,736
เขียนเกี่ยวกับโรงเรียนของตนครับ ถ้าพร้อมแล้ว

294
00:19:36,736 --> 00:19:40,736
ตั้งใจชมวีดิทีศน์ครับ

295
00:19:40,739 --> 00:19:44,739
(บรรยาย) สภาพแวดล้อมโรงเรียนที่ปลอดภัย

296
00:19:44,742 --> 00:19:48,741
สวัสดีครับเด็ก ๆ เห็นไหม โรงเรียนของเราสะอาด

297
00:19:48,741 --> 00:19:52,738
สวยงามสามารถวิ่งเล่นได้โดยไม่ต้องกลัวบาดเจ็บ เพราะ

298
00:19:52,738 --> 00:19:56,738
มีการจัดสภาพแวดล้อมในโรงเรียนให้ปลอดภัยนั่นเอง แล้วต้อง

299
00:19:56,740 --> 00:20:00,738
ทำอย่างไรบ้าง ตามครูมาดูกันเลย

300
00:20:00,738 --> 00:20:04,738
เราต้องช่วยกันสังเกตบริเวณของโรงเรีย

301
00:20:04,738 --> 00:20:08,738
ตัดแต่งกิ่งไม้ สนามหญ้าไม่ให้รก เพื่อป้องกัน

302
00:20:08,742 --> 00:20:12,742
ไม่ให้เป็นที่อยู่ของสัตว์มีพิษ

303
00:20:12,742 --> 00:20:16,737
เพื่อป้องกันแหล่งเพาะพันธุ์ยุงราย

304
00:20:16,737 --> 00:20:20,737
ล้อมรั้วและติดป้ายเตือน และเด็ก ๆ ต้องไม่ลงไปเล่นน้ำเด็ด

305
00:20:20,753 --> 00:20:24,743
และอาจจมน้ำได้

306
00:20:24,743 --> 00:20:28,743
สนามฟุตบอล สนามเด็กเล่น

307
00:20:28,753 --> 00:20:32,738
สนามต้องเรียบ ไม่ขรุขระ ไม่มีอิฐหิน

308
00:20:32,738 --> 00:20:36,735
ไม่วางของเกะกะ ชิงช้า

309
00:20:36,735 --> 00:20:40,735
ม้าหมุนหรือเครื่องเล่นต่าง ๆ ต้องยึดติด

310
00:20:40,738 --> 00:20:44,738
สภาพดีแข็งแรงและไม่ชำรุด

311
00:20:44,739 --> 00:20:48,739
สำหรับห้องเรียน เด็ก ๆ ต้องช่วยกันรักษา

312
00:20:48,745 --> 00:20:52,745
ความสะอาดอยู่เป็นประจำ เปิดหน้าต่างระบายอากาศ

313
00:20:52,757 --> 00:20:56,736
ระเบียบ ตรวจดูโต๊ะ เก้าอี้ ต้องแข็งแรง

314
00:20:56,736 --> 00:21:00,736
ไม่ชำรุด มาดูโรงอาหารกันครับ

315
00:21:00,741 --> 00:21:04,737
เด็ก ๆ ต้องช่วยกันรักษาความสะอาด

316
00:21:04,737 --> 00:21:08,736
มีแสงสว่างมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้ชัดเจน

317
00:21:08,736 --> 00:21:12,736
โต๊ะ เก้าอี้ สภาพดีพร้อมใช้งาน

318
00:21:12,738 --> 00:21:16,735
จาน ชาม ช้อน ควรใช้เป็น

319
00:21:16,735 --> 00:21:20,735
สแตนเลส อลูมิเนียมหรือเป็นกระเบื้อง

320
00:21:20,742 --> 00:21:24,742
ป้องกันการปนเปื้อนสารเคมีเข้าร่างกาย

321
00:21:24,755 --> 00:21:28,745
สำหรับภาชนะใส่น้ำดื่ม

322
00:21:28,745 --> 00:21:32,745
สม่ำเสมอ ใช้แก้วน้ำประจำตัว ไม่ใช้

323
00:21:32,745 --> 00:21:36,737
แก้วน้ำร่วมกัน ป้องกันโรคติดต่อนะครับ

324
00:21:36,737 --> 00:21:40,735
ที่สำคัญเด็ก ๆต้องล้างมือก่อน

325
00:21:40,735 --> 00:21:44,735
กินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ หากกินอาหาร่วมกันต้องใช้ช้อนกลาง

326
00:21:44,743 --> 00:21:48,735
อย่าลืม

327
00:21:48,735 --> 00:21:52,735
ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้วด้วยนะครับ

328
00:21:52,743 --> 00:21:56,742
หลังกินอาหารเสร็จ เด็ก ๆ ต้องเก็บช้อนและ

329
00:21:56,742 --> 00:22:00,739
นำไปล้างให้สะอาดด้วย้ำยาล้างจาน ล้างด้วย

330
00:22:00,739 --> 00:22:04,739
น้ำสะอาด 2 ครั้ง หรือล้างผ่านน้ำไหล

331
00:22:04,739 --> 00:22:08,739
เก็บให้มิดชิดและอย่าลืมทิ้งเศษอาหาร

332
00:22:08,748 --> 00:22:12,747
ลงในถังให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันหนู

333
00:22:12,747 --> 00:22:16,740
แมลงสาบและการแพร่เชื้อโรคได้ด้วยนะครับ

334
00:22:16,740 --> 00:22:20,737
สำหรับแม่ครัวที่ปรุงอาหาร

335
00:22:20,737 --> 00:22:24,737
เด็ก ๆ ต้องสังเกตดูว่ามีสุขภาพแข็งแรง

336
00:22:24,740 --> 00:22:28,737
ตัดเล็บสั้น แต่งกายสะอาด ใส่หมวก

337
00:22:28,737 --> 00:22:32,737
ผม ไม่สูบบุหรี่ขณะทำอาหาร

338
00:22:32,742 --> 00:22:36,742
อาหารที่ปรุงสุกแล้ว ต้องไม่ใช้มือหยิบอาหารโดยตรง ต้องเก็บอาหาร

339
00:22:36,745 --> 00:22:40,744
ในตู้หรือมีฝาชีคลอบ นักเรียนครับ

340
00:22:40,744 --> 00:22:44,736
เด็ก ๆ ครับรู้หรือไม่ว่าการทิ้งขยะลงถัง

341
00:22:44,736 --> 00:22:48,736
จะทำให้โรงเรียนของเราสะอาด น่าอยู่ เป็นระเบียบ

342
00:22:48,740 --> 00:22:52,737
ก่อนอื่นเราต้องสังเกตถังขยะก่อน

343
00:22:52,737 --> 00:22:56,737
ถังขยะต้องไม่รั่วซึม และมีฝาปิดมิดชิด

344
00:22:56,756 --> 00:23:00,751
แบบนี้ไง แล้วถังขยะมีกี่แบบกี่สีกันนะ

345
00:23:00,751 --> 00:23:04,746
มาทำความรู้จักกับถังขยะกันดีกว่า

346
00:23:04,746 --> 00:23:08,738
ถังขยะสีเขียวสำหรับใส่ขยะที่ย่อยสา

347
00:23:08,738 --> 00:23:12,738
เช่น เศษอาหาร, เศษผักผลไม้, เปลือกไข่

348
00:23:12,749 --> 00:23:16,744
ใบไม้ ถังขยะสีเหลือง

349
00:23:16,744 --> 00:23:20,736
สำหรับใส่ขยะรีไซเคิล

350
00:23:20,736 --> 00:23:24,736
เช่น ขวดแก้ว, ขวดพลาสติก,

351
00:23:24,750 --> 00:23:28,747
กระดาษถังขยะสีส้มสำหรับใส่ขยะ

352
00:23:28,747 --> 00:23:32,740
อันตราย เช่น ถ่านไฟฉาย หลอดไฟ

353
00:23:32,740 --> 00:23:36,738
แบตเตอรี่ และถังขยะสีน้ำเงิน

354
00:23:36,738 --> 00:23:40,738
สำหรับใส่ขยะทั่วไป เป็นขยะที่ไม่สามารถใช้

355
00:23:40,739 --> 00:23:44,739
อะไรได้อีก เช่น ถุงพลาสติก

356
00:23:44,744 --> 00:23:48,739
เปลือกลูกอม กระดาษทิชชู

357
00:23:48,739 --> 00:23:52,737
ต้องทิ้งขยะให้ลงถังทุกครั้งและอย่าลืม

358
00:23:52,737 --> 00:23:56,737
บอกเพื่อน ๆ ให้ทำตามด้วยนะครับ

359
00:23:56,743 --> 00:24:00,739
สำหรับเด็ก ๆ ที่อยู่โรงเรียนประจำ

360
00:24:00,739 --> 00:24:04,737
ต้องใส่ใจทำความสะอาดห้องนอน

361
00:24:04,737 --> 00:24:08,737
ให้เรียบร้อย นำไปผึ่งแดดสัปดาห์ละครั้ง

362
00:24:08,739 --> 00:24:12,739
หากไม่ติดมุ้งลวด ต้องการมุ้งนอนทุกครั้ง ป้องกันยุง

363
00:24:12,755 --> 00:24:16,736
หรือแมลงต่าง ๆ

364
00:24:16,736 --> 00:24:20,736
มาดูห้องน้ำกันครับ เด็ก ๆ ต้องช่วยดูแลรักษา

365
00:24:20,738 --> 00:24:24,738
ความสะอาดเป็นประจำ ไม่ให้มีกลิ่นเหม็น ไม่ทำพื้นห้องน้ำเปียก

366
00:24:24,753 --> 00:24:28,740
ถ้าสกปรกและลื่นล้มได้

367
00:24:28,740 --> 00:24:32,740
แสงสว่างมองเห็นได้ชัดเจน และที่สำคัญ

368
00:24:32,745 --> 00:24:36,736
เด็ก ๆ ต้องใช้ส้วมอย่างถูกวิธีด้วยนะครับ

369
00:24:36,736 --> 00:24:40,736
ส้วมนั่งราบต้องนั่งที่ฝา

370
00:24:40,742 --> 00:24:44,738
วางที่พื้น ถ้าเป็นส้วมนั่งรอง

371
00:24:44,738 --> 00:24:48,738
ให้ขึ้นไปเหยียบตรงที่วางเท้าและนั่งยอง

372
00:24:48,743 --> 00:24:52,743
ลงในโถส้วม ราดน้ำหรือกด

373
00:24:52,751 --> 00:24:56,747
หลังใช้ส้วม ไม่ใช้เท้ากดชักโครกแทนมือ

374
00:24:56,747 --> 00:25:00,739
เมื่อใช้เสร็จแล้วอย่าลืมล้างมือด้วยสบู่หรือน้ำยาล้างมือ

375
00:25:00,739 --> 00:25:04,739


