--- title: (สำรอง)ฝึก PE ห้อง 4614 (DLTV ภาษาไทย ป. 6 หน่วยที่ 6) ๒ การพูดโน้มน้าว (๒) ๑ ก.ย. ๖๔ (มีใบงาน) นาโน subtitle: date: วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม 2565 เวลา 09.47 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) สวัสเอยคุณครูทุกท่าน และนักเรียนที่น่ารักทุกคนนะครับ วันนี้ก็พบกันเช่นเดิมนะครับ ในรายวิชาภาษาไทยนะครับ เป็นภาษาที่สวย ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 นะครับ ก็พบกับครูปรเมษฐและครูคณิตาเช่นเดิมนะครับ อย่างที่ได้ศึกษาไปเมื่อชั่วโมงที่แล้ว การพูดโน้มน้าวนักเรียนก็ได้ไปร่างบทใช่ไหมครูคณิตา เรื่องการพูดโน้มน้าว มีการบ้านอยู่ 3 ข้อใช่ไหม ให้ทำงาน 3 ข้อครูเชื่อว่านักเรียนกลับไปลองฝึกพูดก็กลับไปลองฝึกพูดตามสถานการณ์ที่ครูนั้นได้กำหนดมา เพราะว่าในชั่วโมงนี้นักเรียนรู้ตัวอยู่แล้วว่าจะต้องพูดโน้มน้าวไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่งเพราะฉะนั้น วันนี้เราก็จะไปศึกษากันในเรื่องของการพูดโน้มน้าวครับ ถ้าพร้อมแล้วลุกขึ้นยืนแล้วเดิตามครูไปเลยครับ อย่างที่ครูได้บอกนะครับ เรื่องการพูดโน้มน้าวนี่ก็เป็นเรื่องที่สำคัญใช่ไหมครูคณิตา เพราะว่านักเรียนทุกคนนี่ก็จะต้องได้ฝึกใช้ฝึกเขียนฝึกพูดนะครับ วันนี้ครูมีคำขวัญนะ มาให้นักเรียนได้ลองพิจารณาเดี๋ยวไปดูพร้อม ๆ กันเลยนะครับ เด็ก ๆ อ่านพร้อม ๆ กันเลยประหยัดไฟวันละนิดพิชิตโลกร้อน อันนี้เป็นคำขวัญ ครูคณิตาครับ เด็ก ๆ ครับ คำขวัญนี้นี่มีการโน้มน้าวใจอย่างไร ไหนลองพิจารณาสิมีการโน้มนาวใช่ไหมครูคณิตาคิดว่า (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนเคยได้ยินไหมลูกเคย เพราะว่าเรานี่จะพบเห็นอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน การประหยัดพลังงานนี่ ก็มีการรณงค์มาโดยอยู่แล้วใช่ไหมครับ ครูคณิตาครับ การที่เราดำรงชีวิตทุกวันนี้มันก็เกี่ยวกับการใช้พลังงานใช่ไหมลูก เรียนรู้กันหน่อยพลังงานที่อยู่รอบตัวเรามีพลังงานอะไรบ้าง ล่ะ (คุณครูคณิตา) ก็มีหลากหลายนะคะ จากที่ค้นนะ ก็มีทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม หรือว่าการใช้พลังงานน้ำนะคะ ก็มีหลากหลายค่ะ คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ที่คุณครูคณิตาเสนอมานั่นน่ะ นักเรียนครับ มันหมดไปไหมลูก หมดไหม ดวงอาทิตย์ยังส่องแสงตราบนานเท่านาน ลมยังคงพัดผ่าน น้ำยังคงไหลเชี่ยวกราดอยู่ตลอดเวลา แต่พลังงานที่มันยังหมด ก็อย่างเช่น พลังงานเชื้อเพลิงใช่ไหม พลังงานเชื้อเพลิงนี่ เป็นสิ่งสำคัญเขาจึงได้รณรงค์ไงครับ ทุกก้าวย่างของชีวิต นักเรียนใช้พลังงานเชื้อเพลิงเกือบทั้งสิ้นเลยทุกวันนี้นะ (คุณครูคณิตา) อย่างเช่นอะไรบ้างนะ (คุณครูปรเมษฐ) พลังงานไฟฟ้าใช้ไหม (คุณครูคณิตา) ใช้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) การที่ใช้พังลงานเชื้อเพลิงใช่ไหมครูคณิตา ต้องมีการเผาไหม้เพื่อต้มน้ำให้น้ำไปดันกังหัน อันนั้นค่อยไปเรียนในวิชาวิทยาศาสตร์ ก็ใช้พลังงานทั้งนั้น การที่เราดำรงชีวิตทุกวันนี้มันเกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานใช่ไหม เราจึงต้องรณรงค์ใช้พลังงานให้ถูกวิธี คำขวัญประเภทนี้ก็จึงเกิดอย่างเป็นจำนวนมากเลย นักเรียนก็จึงเห็นคำขวัญประเภทนี้อย่างไรล่ะครับ ไปดูคำถามต่อไปสิ คุณครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) นักเรียนจะปฏิบัติตามคำขวัญนี้หรือไม่ เพราะเหตุใด (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้นักเรียนก็ต้องตอบคำถามครูนะครับ หรือไม่ล่ะ คำขวัญที่บอกให้ประหยัดพลังงานนี่เป็นอย่างไรครับ ถูกต้องครับ ใช่ไหม เพื่ออะไร เพื่อให้พลังงานของเราเป็นอย่างไรครับ มีใช้ต่อไปสืบลูกชั่วหลาน ใช่ไหมครับครูคณิตาครับ คุณครูคณิตาประหยัดพลังงานไหมทุกวันนี้ (คุณครูคณิตา) ทุกวันนี้ก็ประหยัดค่ะ หากเห็นก็อกน้ำเปิดอยู่นี่คุณครูก็จะรีบเข้าไปปิดทันทีนะคะ หรือว่าใครเปิดพัดลม เปิดไฟทิ้งไว้ ครูก็จะเข้าไปปิดนะคะ เมื่อไม่มีคนอยู่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตานี่ มีจิตสาธารณะนะนักเรียน นักเรียนก็เช่นเดียวกัน นักเรียนก็ควรที่จะทำวิธีการของครูคณิตาไปใช้ได้ในชีวิตนะครับ การที่เรามีจิตสาธารณะ จิตอาสาต่อสังคมนี่ มันก็ส่งผลดีต่อจิตใจเรานะครับ เจอไฟ เจอฟืนเปิดอยู่ก็ปิดเสีย ถ้ามันไม่ได้ใช้ ก็เป็นการช่วยโลกประหยัดพลังงานและโลกสีเขียวของเรานี่ก็จะอยู่สืบลูกชั่วหลานต่อไปใช่ไหมครับครูแพรครับ นักเรียนจะนำความรู้เรื่องการพูดโน้มน้าวนี่นะครับ ไปพูดให้ผู้ฟังร่วมกันประหยัดพลังงานได้อย่างไรนะ ให้ผู้ฟังนี่เขาประหยัดพลังงานได้อย่างไร นักเรียนจะพูดได้อย่างไร (คุณครูคณิตา) ให้เด็ก ๆ ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูให้เวลาครับ ตอบได้เลยครับ เด็ก ๆ ตอบแล้วครูคณิตาครับ คราวทีนี้จะถามครูคณิตาบ้าง ครูคณิตานี่จะนำความรู้เรื่องการพูดโน้มน้าวไปใช้ในการพูดประหยัดพลังงาน จะพูดได้อย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ก็เราสามารถที่จะพูดโน้มน้าวได้นะคะ นั่นก็คือการเชิญชวนค่ะ การเชิณชวนเกี่ยวกับเรื่องการประหยัดพลังงาน อาจจะเป็นการใช้ถุงผ้าหรือการปิดไฟ ปิดน้ำเมื่อเราไม่ได้ใช้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ครับ ก็เป็นวิธีการใช่ไหม ครูเชื่อว่านักเรียนก็คิดประมาณนี้นะครับ ว่าเราจะนำไปพูดได้อย่างไรให้กับสาธารณชนได้ดู ได้รับรู้ และปฏิบัติตาม เพราะหนู ๆ ศึกษาหลักการไปแล้วเพราะฉะนั้น จุดประสงค์ของการเรียนรู้ในวันนี้มีอะไรบ้างครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) จุดประสงค์นะคะ 1. อธิบายหลักการพูดโน้มน้ามใจได้ 2. พูดโน้มน้าวใจได้ 3. บอกประโยชน์ของการพูดโน้มน้าวใจในชีวิตประจำวันได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ข้อ 2 นี่ เป็นหลักเลยนะครับ วันนี้นักเรียนจะต้องพูดโน้มน้าวใจให้ได้นะครับ และการพูเรียนของนักเรียนวันนี้ ก็จะประสบผลสำเร็จถึงขั้นสูงสุดนั่นเองครับ มาทบทวนความรู้คู่พูดโน้มน้าวหน่อยก่อนที่เราจะไปพูดเราก็จะต้องทบทวนใช่ไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ในเรื่องของหลักการที่เราได้ศึกษาไปแล้ว ในชั่วโมงที่เรานี่ เอามาทบทวนอีกครั้งหนึ่งในหลักการและก็พูดได้จริงการพูดโน้มนาวคืออะไรครับ อ่านพร้อม ๆ กันเลย1 2 3 (คุณครูคณิตา) การพูดโน้มน้าวใจเป็นการพูดหรือการเชิญชวนให้ผู้ฟัง เกิดความรู้สึกคล้อยตาม หรือเกิดกำลังใจในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งการพูดโน้มน้าวใจนี้ ผู้พูดต้องอาศัยการฝึกฝนจนชำนาญค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เมื่อเราฝึกฝนการพูดโน้มน้าวบ่อย ๆ ใช่ไหมครับก็จะเกิดความชำนาญ เมื่อเกิดความชำนาญนี่ เราก็จะสามารถพูดได้อย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ได้อย่างไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) พูดได้ดี ไม่ติดชัด โน้มน้าวนี่ อย่างที่บอกเนื้อหาต้องชัดเจนหน้าตาต้องยิ้มแย้ม การพูดไม่ติดขัดถ้าเราพูดติดขัดมันก็ขาดความน่าเชื่อถือใช่ไหมลูก ๆ เพราะฉะนั้น ก็ต้องฝึกพูด เมื่อเราพูดได้ลื่นไหลนี่ ผู้ฟังก็จะคล้อยตาม มนต์สะกดแห่งเสียงพูดนี่ มันจะเข้าไปนั่งในใจเขา แล้วจะทำให้เขาปฏิบัติตาตามเรานั่นเองครับ หลักการ เดี๋ยวมาดูหลักการกันดีกว่ามีอยู่ด้วยกัน 3 ข้อนะครับ ก็คือต้องกำหนดจุดมุ่งหมายในการพูดให้ชัดเจนใช่ไหมครูคณิตา ถ้าเราไม่มีจุดมุ่งหมายนี่เราจะรู้ไหมว่าจะพูดอย่างไร (คุณครูคณิตา) ก็ไม่ทราบสิคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็จะพูดไม่ได้ ว่าเราจะต้องพูดเรื่องอะไร เพราะฉะนั้น จะต้องกำหนดจุดมุ่งหมายก่อน ต่อมา ทำอะไรนะ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ นั่นก็คือการจัดลำดับเนื้อหาที่จะพูดค่ะ โดยแบ่งเป็น บทนำ เนื้อหา และสรุปค่ะ บทนำก็เป็นการเกริ่นก่อนนะคะ เป็นการพูดโดยรวม และเนื้อหา ก็คือวัตถุประสงค์ ประเด็นที่เราต้องการจะพูด ส่วนบทสรุปนี่ อย่าลืมนะคะ เราจะต้องใช้การโน้มน้าวให้ผู้ฟัง ผู้อ่านนี่เกิดความรู้สึกคล้อยตามค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) บทสรุปนี่เป็นตัวชี้เลย ว่าเขาจะทำตามหรือไม่ทำตามนั่นเองครับนักเรียนนะครับ นี่ข้อนี้ก็สำคัญ พูดด้วยความตั้งใจ จริงใจ และใช้น้ำเสียงที่หนักแน่น จริงจังนะ สำคัญมากเลยนี่ อย่างที่ครูบอกมันต้อง มันต้องสามารถไปนั่งในใจเขาให้ได้ นั่นล่ะ คือ การพูดแล้วสำเร็จนะ ไปดูข้อปฏิบัติกันดีกว่า ข้อแรกเลยต้องเป็นอย่างไรนะครับ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 1 ค่ะ ใช้ภาษาเชิงเสนอแนะ ขอร้อง ไม่บังคับค่ะ ก็อย่างที่บอกนะคะ มันไม่ใช่ลักษณะของคำสั่งอยูแล้ว มันเป็นการชักจูงให้ผู้คนนี่คล้อยตามเราจึงต้องใช้ภาษาที่สุภาพ ไพเราะ และน่าฟังค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ ต่อไปครับ ต้องแสดงเหตุผลให้น่าเชื่อถือ เมื่อมีเหตุผลประกอบนักเรียน นักเรียนคิดว่าเขาจะเชื่อถือเราหรือไม่นะ มันก็มีส่วนทำให้เขาเชื่อถือ เพราะมันมีเหตุผลชัดเจนไง ทุกอย่าง พอเป็นเหตุเป็นผลหมดแล้วนี่ อย่างเช่น หลักในพุทธศาสนาของเรานี่ ก็ยึดในหลักของเหตุผลใช่ไหมลูก ถ้าเกิดมีเหตุ ผลมันก็จะเกิดตามมามันก็เป็นอะไรที่น่าเชื่อถือใช่ไหมลูก ต่อไปครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ต่อมานะคะ เสนอทางเลือกให้เห็นทั้งด้านดีและด้านเสียค่ะ ก็จะมีการเปรียบเทียบนะคะ เพื่อให้ผู้คนนะคะ เป็นผู้ตัดสินใจนะ การโน้มน้าวใจนี่ ไม่จำเป็นนะคะว่าเราจะเสนอเพียงด้านเดียวเท่านั้น เราอาจจะนำเสนอทั้งสองด้านก็ได้ เพื่อให้ผู้ที่ฟัง หรืออ่าน หรือดูนี่เขาเป็นผู้ตัดสินใจค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ สร้างบรรยากาศให้สนุกสนาน อันนี้เน้นย้ำเลย บรรยากาศในการพูดโน้มน้าวนี่ มันจะต้องไม่ตึงเครียด มันจะต้องมีความอะไร คนเขาจะได้ฟังเรา ตั้งแต่เราพูดจนไปถึงบทสรุป ถ้าเราพูดสนุกสนานพอคนเขาฟังเราแล้วนี่ คำพูดของเราก็ไปเกิดผลประโยชน์กับเขา แล้วเขาก็ปฏิบัติตามเรานั่นเอง ใช่ไหมลูกนะครับ ข้อสุดท้ายเลยครับ (คุณครูคณิตา) ข้อสุดท้ายนั่นก็คือเป็นการพูดให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกอยากปฏิบัติตามค่ะ ซึ่งทั้งหมดนี้นะคะ ก็คือรวมอยู่ในข้อนี้แล้วค่ะ เราจะต้องใช้ภาษาเราจะต้องนำเสนอการพูด กิริยาท่าทางต่าง ๆ นี่ เราทำอย่างไร ถึงทำให้ผู้พูดดูน่าเชื่อถือ และผู้ที่ฟังผู้ที่ดู หรือผู้ที่อ่านนี่เกิดการคล้อยตาม และกระทำในสิ่งที่ผู้พูดนั้นโน้มน้าวค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ นี่ก็คือหลักการและข้อปฏิบัติในการพูดโน้มน้าวนั่นเองนะครับ เดี๋ยวไปดูโครงสร้างของการพูดโน้มน้าวใจกันหน่อยครับ อย่างที่ครูคณิตาได้อธิบายไป มีอะไรบ้างนะ บทนำเนื้อเรื่องสรุปการเขียนเรียงความก็ต้องเป็น คำนำ เนื้อเรื่อง สรุปใช่ไหมคล้าย ๆ กันลูก มันลักษณะการเขียนเหมือนกันเลย บทนำคืออะไรครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) บทนำ คือ บทที่ต้องใช้ศิลปะการพูดเพื่อดึงดูดความสนใจในผู้ฟังเพื่อเกิดความศรัทธาในตัวผู้พูดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) บทนำมันจะเป็นตัวสำคัญเลย บทนำนี่มันจะดึงดูดได้มากน้อยเพียงใดอยู่ตรงนี้ล่ะครับ การพูดการโน้มน้าวนี้ดึงตรงนี้ไว้ได้ก่อน ถ้าบทนำสวย เนื้อหาที่หนูจะต้องการพูดนี่ คนฟังฟังแล้วครับ ถ้าบทนำดึงดูดใจได้ เหมือนหนังนักเรียน เวลาดูหนังนะลูก หนังนี่ ตัวอย่างหนังนี่ก็สำคัญ ตัวอย่างหนังเป็นตัวหนึ่งที่ให้คนอยากจะดูหนัง ก็เช่นเดียวกับบทนำนี่ล่ะ ก็เป็นตัวที่ทำให้คนนี่จะติดตามในเรื่องที่เราจะพูดนั่นเอง เพราะฉะนั้น บทนำต้องมี มีไหม (คุณครูคณิตา) มีตัวอย่างไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไปดูกันเลยครับ คุณครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ให้คุณครูปรเมษฐอ่านบ้างดีกว่านะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูขึ้นว่า "ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก" บทหนึ่งในพระราชนิพนธ์แปลในล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 แปลว่า ทองใช่ไหมครับ แต่สำหรับพระมหากษัตริย์นี่ เราจะใช้คำว่า "นัย" นะครับ ทำให้เห็นว่าดนตรีถือเป็นสิ่งสำคัญที่ขัดกล่อมชาติดนตรีถือเป็นสิ่งสำคัญที่ขัดกล่อมชาติมาอย่างยาวนาน โดยไม่สามารถที่จะแยกชีวิตคนออกจากดนตรีได้ นักเรียนครับ สังเกตบทนำนะ บทนำนี่ต้องอ้างก่อน ครูนี่ยกบทกลอน ในบทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 ในพระราชก็บอกว่าชนใดไม่มีดรตรีกาล เป็นคนคนนัก บทนี้นี่นักเรียนต้องเคยได้ยินเอามานำ พอได้ยินบทนี้รู้สึกต้องฟังแล้ว เขากำลังจะสื่อสารเรื่องอะไรเขาต้องการสื่อสารเรื่องอะไร ลองคาดคะเนสิเก่งมากลูก ต้องการสื่อสารในเรื่องของการให้คนเป็นอย่างไร สนใจดนตรี สนใจดนตรีไทยนั่นเอง เดี๋ยวดูสิ มันจะเป็นอย่างที่ครูหรือหนูคิดไหม ส่วนของเนื้อหาครับ ครูคณิตาครับคืออะไร (คุณครูคณิตา) ค่ะ เนื้อหา คือ ขอบเขตของปัญหา พยายามชักจูงใจไปในทางที่ต้องการ จนผู้ฟังเข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตรงนี้ก็เป็นตัวที่อธิบายบทนำใช่ไหมครูคณิตาครับ เป็นตัวขยายบทนำนั่นเอง เนื้อหาก็จะบอกเนื้อหาแล้วว่าทำไมทำไมทำไมล่ะถึงต้องเป็นอย่างนี้ด้วยเหตุนี้ เราจึงมีความภาคภูมิใจที่มีเครื่องดนตรีไทยของตนเอง ถือเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ และภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของคนไทย ที่ได้สร้างสรรค์ขึ้น ทั้งในรูปแบบของบทเพลง เครื่องดนตรี วิธีการบรรเลง วิธีขับร้อง และการนำมาใช้ในโอกาสต่าง ๆ อย่างเหมาะสม ตรงนี้เป็นตัวอธิบาย บอกเลยครับ ดนตรีไทยนี่ มันเป็นอย่างไรลูก ใช้มาอย่างยาวนาน มีบทบาทในชีวิต เป็นเอกลักษณ์ของเรา ที่เรามีเครื่องดนตรีใช้ แล้วก็สร้างสรรค์ผลงานขึ้นมาเองด้วยใช่ไหมครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่ว่าจะเป็นอะไรล่ะ ในเรื่องของรูปแบบเพลง เครื่องดนตรีก็ทำเอง วิธีการก็ทำเอง และวิธีการขับร้องที่เป็นเอกลักษณ์ นี่เป็นการจูงใจแล้วใช่ไหมครับ ต่อไป ไปดูในส่วนของบทสรุปบ้างครับ (คุณครูคณิตา) บทสรุป คือ การพูดสรุปเนื้อหาสั้น ๆ ชักจูงผู้ฟังให้คิด และปฏิบัติตามสิ่งที่พูดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ที่คุณครูคณิตาจะกล่าวอยู่เสมอ ก็คือบทสรุปนี้เป็นส่วนสำคัญใช่ไหมครับ บทสรุปเป็นตัวสุดท้ายที่สามารถจูงใจได้หรือไม่ก็อยู่ตรงนี้ล่ะ จะพูดอย่างไรให้คนปฏิบัติตาม ก็อยู่ในส่วนนี้ล่ะครับ นะครับ เพราะฉะนั้น เดี๋ยวไปดูบทสรุปกันว่าครูเขียนว่าอย่างไร คุณครูคณิตาอ่านบ้างครับ (คุณครูคณิตา) ในฐานะที่เราเกิดเป็นคนไทยเราควรหันมาเล่นดนตรีไทยกันเสียเถิด ก่อนที่ชนชาติอื่นเขาจะนำดนตรีไทยไปเล่น แล้วเล่นได้ดีกว่าคนไทย ถ้าถึงวันนั้นจริง เราคงเสียใจไม่น้อย เพราะฉะนั้น เราควรจะเล่นดนตรีไทยให้เป็นอย่างน้อยคนละ 1 ชนิดบรรพบุรุษผู้สร้างสรรค์ดนตรี คงดีใจ และปลายปลื้มใจอย่างที่หาที่สุดมิได้ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้คือบทสรุป เห็นไหมนักเรียน บทสรุปนี้ก็คือต้องการให้เป็นอย่างไร สรุปแล้วเรื่องนี้ต้องการให้คนเป็นอย่างไรลูก เล่นดนตรีไทยนั่นเอง อย่างน้องให้เป็นคนละ 1 ชนิดก็ยังดี อันนี้เป็นเจตนาของผู้ที่โน้มน้าวนั่นเอง เพราะฉะนั้น ครูเขียนโน้มน้าวมาแล้ว นักเรียนก็ปฏิบัติตามนะครับ มันคือเอกลักษณ์ของเรานะ เราก็ไปลองฝึกลองเล่นดนตรี ดนตรีมันเป็นสิ่งที่ขับกล่อมเรา มันจรรโลงใจ และจรรโลงสมองให้เราด้วยนะครับ เพราะฉะนั้น ครูโน้มน้าวนักเรียนเรื่องนี้ นักเรียนก็ลองไปปฏิบัติดูนะครับ เอาล่ะครับคุณครูคณิตาวันนี้ก่อนที่จะให้นักเรียนนั้นไปเขียนเพื่อพูดโน้มน้าวนี่ ครูก็มีวีดิทัศน์นะครับ เรื่อง โรงเรียนสิ่งแวดล้อมปลอดภัย เด็กไทยสุขภาพดี สุขภาพอนามัยดี เด็กไทยสุขอนามัยดีนะครับ ขออภัย ครูจะให้นักเรียนนั้นได้ชมวีดิทัศน์ เพื่ออะไร เดี๋ยวครูจะให้นักเรียนเขียนโน้มน้าว เพื่อพูดโน้มน้าวเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมนี่ล่ะครับ เดี๋ยวนักเรียนดูสิว่าโรงเรียนที่ครูมานำเสนอนี่ เขาทำอย่างไรบ้าง แล้วเดี๋ยวครูจะให้นักเรียนนี่เขียนเกี่ยวกับโรงเรียนของตนครับ ถ้าพร้อมแล้ว ตั้งใจชมวีดิทัศน์ครับ (บรรยาย) สภาพแวดล้อมโรงเรียนที่ปลอดภัย เด็กไทยสุขภาพดี สวัสดีครับ เด็ก ๆ เห็นไหม โรงเรียนของเราสะอาดสวยงามสามารถวิ่งเล่นได้โดยไม่ต้องกลัวบาดเจ็บ เพราะมีการจัดสภาพแวดล้อมในโรงเรียนให้ปลอดภัยนั่นเอง แล้วต้องทำอย่างไรบ้าง ตามครูมาดูกันเลย เราต้องช่วยกันสังเกตพื้นที่บริเวณของโรงเรียน ตัดแต่งกิ่งไม้ สนามหญ้าไม่ให้รก เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นที่อยู่ของสัตว์มีพิษ ไม่ให้มีน้ำแข็งในภาชนะต่าง ๆ เพื่อป้องกันแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายล้อมรั้วและติดป้ายเตือน และเด็ก ๆ ต้องไม่ลงไปเล่นน้ำเด็ดและอาจจมน้ำได้สนามฟุตบอล สนามเด็กเล่น เด็ก ๆ ต้องช่วยกันสังเกต สนามต้องเรียบ ไม่ขรุขระ ไม่มีอิฐหิน ไม่วางของเกะกะ ชิงช้าม้าหมุน หรือเครื่องเล่นต่าง ๆ ต้องยึดติดกับพื้นอย่างมั่นคง สภาพดี แข็งแรง และไม่ชำรุดสำหรับห้องเรียน เด็ก ๆ ต้องช่วยกันรักษาความสะอาดอยู่เป็นประจำ เปิดหน้าต่างระบายอากาศระเบียบ ตรวจดูโต๊ะ เก้าอี้ ต้องแข็งแรงไม่ชำรุด มาดูโรงอาหารกันครับ เด็ก ๆ ต้องช่วยกันรักษาความสะอาด ควรสังเกตดูว่ามีแสงสว่างมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้ชัดเจน อากาศถ่ายเทดี โต๊ะ เก้าอี้ สภาพดีพร้อมใช้งานจาน ชาม ช้อน ควรใช้แบบเป็นสแตนเลส อลูมิเนียม หรือเป็นกระเบื้องเคลือบขาว ไม่มีลาย ป้องกันการปนเปื้อนสารเคมีเข้าร่างกายสำหรับภาชนะใส่น้ำดื่ม ต้องล้างทำความสม่ำเสมอ ใช้แก้วน้ำประจำตัว ไม่ใช้แก้วน้ำร่วมกัน ป้องกันโรคติดต่อนะครับ ที่สำคัญ เด็ก ๆ ต้องล้างมือก่อนทุกครั้ง กินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ หากกินอาหาร่วมกันต้องใช้ช้อนกลาง อย่าลืม ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้วด้วยนะครับ หลังกินอาหารเสร็จ เด็ก ๆ ต้องเก็บจาก ช้อน นำไปล้างให้สะอาดด้วยน้ำยาล้างจาน ล้างด้วยน้ำสะอาด 2 ครั้ง หรือล้างผ่านน้ำไหลเก็บให้มิดชิดและอย่าลืมทิ้งเศษอาหารลงในถังให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันหนู แมลงวัน แมลงสาบ และการแพร่เชื้อโรคได้ด้วยนะครับ สำหรับแม่ครัวที่ปรุงอาหาร เด็ก ๆ ต้องสังเกตดูว่ามีสุขภาพแข็งแรง ตัดเล็บสั้น แต่งกายสะอาด สวมผ้ากันเปื้อนสีอ่อน ใส่หมวกคลุมผม ไม่สูบบุหรี่ขณะทำอาหารอาหารที่ปรุงสุกแล้ว ต้องไม่ใช้มือหยิบอาหารโดยตรง ต้องเก็บอาหารในตู้ หรือมีฝาชีครอบ เด็ก ๆ ครับ รู้หรือไม่ว่าการทิ้งขยะลงถังจะทำให้โรงเรียนของเราสะอาด น่าอยู่ เป็นระเบียบก่อนอื่นเราต้องสังเกตถังขยะในโรงเรียนก่อน ถังขยะต้องไม่รั่วซึม และมีฝาปิดมิดชิด แบบนี้ไง แล้วถังขยะมีกี่แบบกี่สีกันนะ มาทำความรู้จักกับถังขยะกันดีกว่า ถังขยะสีเขียว สำหรับใส่ขยะที่ย่อยสลายได้ เช่น เศษอาหาร, เศษผักผลไม้, เปลือกไข่, ใบไม้ ถังขยะสีเหลือง สำหรับใส่ขยะรีไซเคิล นำมาแปรรูปใช้ใหม่ หรือขายได้ เช่น ขวดแก้ว, ขวดพลาสติก,กระดาษถังขยะสีส้มสำหรับใส่ขยะอันตราย เช่น ถ่านไฟฉาย, หลอดไฟ,แบตเตอรี่ และถังขยะสีน้ำเงิน สำหรับใส่ขยะทั่วไป ซึ่งเป็นขยะที่ไม่สามารถใช้อะไรได้อีก เช่น ถุงพลาสติก,เปลือกลูกอม, กระดาษทิชชู รู้อย่างนี้แล้ว เด็ก ๆ ต้องทิ้งขยะให้ลงถังทุกครั้ง และอย่าลืมบอกเพื่อน ๆ ให้ทำตามด้วยนะครับ สำหรับเด็ก ๆ ที่อยู่โรงเรียนประจำต้องใส่ใจทำความสะอาดห้องนอน เก๋ให้เรียบร้อย นำไปผึ่งแดดสัปดาห์ละครั้งหากไม่ติดมุ้งลวด ต้องการมุ้งนอนทุกครั้ง ป้องกันยุงหรือแมลงต่าง ๆ มาดูห้องน้ำกันครับ เด็ก ๆ ต้องช่วยดูแลรักษาความสะอาดเป็นประจำ ไม่ให้มีกลิ่นเหม็น อย่าทำพื้นห้องน้ำเปียก ถ้าสกปรกลื่นล้มได้ อากาศถ่ายเทดี แสงสว่างมองเห็นได้ชัดเจน และที่สำคัญเด็ก ๆ ต้องใช้ส้วมอย่างถูกวิธีด้วยนะครับ ดังนี้ ส้วมนั่งราบต้องนั่งที่ฝาวางที่พื้น ถ้าเป็นส้วมนั่งรองให้ขึ้นไปเหยียบตรงที่วางเท้าและนั่งยอง ไม่ทิ้งขยะใด ๆ ลงในโถส้วม ราดน้ำ หรือกดหลังใช้ส้วม ไม่ใช้เท้ากดชักโครกแทนมือเมื่อใช้เสร็จแล้วอย่าลืมล้างมือด้วยสบู่หรือน้ำยาล้างมือทุกครั้งนะครับ เด็ก ๆ ครับ เรามาทบสอบความเข้าใจกันหน่อยดีกว่า เด็ก ๆ คิดว่าถังขยะสีเหลืองใช้สำหรับใส่ขยะประเภทไหนครับ ถังขยะสีเหลือง สำหรับใส่ขยะรีไซเคิล เช่น ขวดแก้ว, พลาสติก, กระดาษ ขยะรีไซเคิ้ลเหล่านี้เก็บไว้ขาย ทำให้ได้เงินไว้กินขนมอีกด้วยเด็ก ๆ รู้ไหมครับ เราควรกินอาหารอย่างไรให้ปลอดภัยและสุขภาพดีเด็ก ๆ ต้องล้างมือให้สะอาดก่อนกินอาหารทุกครั้ง เลือกกินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ถ้าเลือกกินอาหารร่วมกับคนอื่น ต้องใช้ช้อนกลาง และต้องใช้แก้วน้ำส่วนตัว เพื่อสุขภาพที่ดี ไม่เป็นโรคครับ ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ การจัดสภาพแวดล้อมในโรงเรียนให้ปลอดภัย น่าอยู่ รวมทั้งวิธีการดูแลตนเอง อย่าลืมนำไปปฏิบัติ เพื่อสุขภาพที่ดีกันทุกคนนะครับ [เสียงดนตรี] [เสียงปรบมือ] (คุณครูปรเมษฐ) ต้องขอขอบคุณสื่อวีดิทัศน์นะครับ เรื่อง โรงเรียน ปลอดภัย เด็กไทยสุขอนามัยดีนะครับ โดย สำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม กรมอนามัยนะครับ ครูและครูคณิตานำมาให้หนู ๆ ได้ดูนี่ มันเกี่ยวกับวิธีการอะไรนะลูก การดูแลสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนใช่ไหม รวมถึงวิธีการที่เราดูแลตัวเองด้วยในเรื่องสุขอนามัยต่าง ๆ ใช่ไหมลูก เพราะฉะนั้นนี่ มันก็จะเป็นแนวทางในการที่หนูจะไปร่าง และสร้างและร่างบทในการพูดโน้มน้าวนั่นเอง เดี๋ยวเราไปดูกันต่อดีกว่าครับ ครูก็มีใบงานให้นักเรียนทำนะครับ ใบงานนี้ก็ชื่อว่าอะไรครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) มีชื่อว่าร่างการพูดโน้มน้าวใจค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ ครูจะให้หนูนั้น ร่างการพูดโน้มน้าวใจ โดยใช้หลักการที่ครูสอนไป บทนำ เนื้อเรื่อง แล้วก็สรุปนะครับ โดยจะให้พูดโน้มน้าวใจในเรื่องของการเชิญชวนให้นักเรียนในโรงเรียนของหนูนั่นล่ะ นะครับ สนใจในการดูแลรักษาสิ่งแสดล้อม แล้วก็อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมภายในโรงเรียนครับ นักเรียนคงเข้าใจวิธีการแล้วนะครับ ว่าทำอย่างไรนะครับ ให้นักเรียนทำใบงานนะครับ โดยให้ร่างคำพูดโน้มน้าวใจใจเชิญชวนรักสิ่งแวดล้อมภายในโรงเรียนนะครับ ใบงานที่ 2 เรื่อง ร่างคำพูดเมื่อร่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ทำเป็นรายกลุ่มหรือรายเดี่ยวก็ได้นะครับ ร่างเสร็จแล้วต้องพูดครับ ก็ให้พูดกับคุณครูปลายทาง ให้พูดกับคุณครูของหนู ๆ นั่นเองคุณครูอาจจะนำไปเป็นคะแนนเก็บก็ได้นะครับ แล้วคุณครูปลายทางต้องทำอย่างไรบ้างคุณครู คุณครูปลายทางนะคะ คือ ดูแลการทำงานของนักเรียนค่ะ ประเมินการพูดโน้มน้าวใจของนักเรียนนักเรียนสะท้อนสิ่งที่ได้รับจากการพูดโน้มน้าวใจค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ก็คือกิจกรรมที่นักเรียนและคุณครูจะได้ทำกันในวันนี้นะครับ ถ้าพร้อมแล้ว ให้นักเรียนเริ่มลงมือปฏิบัติ ณ บัดนี้ครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนครับ เป็นอย่างไรกันบ้างครับ ได้ฟังกาพูดโน้มน้าวใจนะ ก็แล้วแต่คุณครูปลายทางที่คัดเลือกเพื่อนคนไหนออกไปพูด เกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมภายในโรงเรียนนะครับ ก็ได้ฟังข้เอใช่ไหมลูกจากคุณครูปลายทาง ก็ทำให้เรารู้แล้วว่าการพูดโน้มน้าวนั้นประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใดนะครับ เดี๋ยวเรามาสรุปบทเรียน พากเพียรองค์ความรู้ดีกว่า เด็ก ๆ ครับ พูดโน้มน้าวใจอย่างไรให้ผู้ฟังเชื่อและคล้อยตาม ตอบคำถามสั้น ๆ จะพูดอย่างไรให้ผู้ฟังเขาเชื่อเรา และคล้อยตาม และปฏิบัติตามเรา ต่อมาครับ เด็ก ๆ ว่าอย่างไรบ้างครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ นั่นก็คือการพูดด้วยความจริงใจค่ะ และอย่างที่ 2 นะคะ ก็คือไม่เป็นการบังคับค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม นี่ก็คือการพูดให้ผู้อื่นใช่ไหม คล้อยตาม และปฏิบัติตามเรานะครับ ข้อที่ 2 ในชีวิตประจำวันนะครับ การพูดโน้มน้าวนี่ มีความสำคัญใช่ไหมครูคณิตา มันสำคัญเพราะอะไร และมีนักเรียนคิดครับ เดี๋ยวช่วยกันตอบมีประโยชน์อย่างไรครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เดี๋ยวเรามาดูกันเลยค่ะ มีประโยชน์ก็คือเพราะเป็นการพูดและคล้อยตามผู้พูด อีกทั้งยังสามารถทำให้ผู้อื่นปฏิบัติตามคำพูดเราอย่างมีเหตุผลด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)นักเรียนครับ ครูนี่ไม่ได้เห็นการพูดโน้มน้าวของนักเรียนเลย คุณครูอยากจะเห็นคุณครูปลายทางช่วยถ่ายเป็นคลิปวิดีโอนะคะ ที่นักเรียนพูดโน้มน้าวใจ ในการให้เพื่อน ๆ นี่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในโรงเรียนนะครับ และคุณครูช่วยส่งมาทางโรงเรียนวังไกลกังวลได้เลย ส่งทางมูลนิธิได้เลยทางช่อง DLTV 6 ได้เลยเพราะว่าครูทั้ง 2 คน ก็จะได้เห็นลูกศิษย์พูดอย่างไร เป็นอย่างไรบ้าง และครูจะได้ติดตามพวกหนูบ้างนะครับ บทเรียนครั้งต่อไป ครูคณิตาจะให้นักเรียนศึกษาในเรื่องอะไรครับ (คุณครูคณิตา) เรื่อง การเขียนเรื่องจากภาพ (1) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มันเป็นอย่างไรหนอ ใครอยากรู้ก็ลองไป Search คำนี้ก่อนรู้ล่วงหน้านะครับ สิ่งที่หนูจะต้องเตรียม ก็มีใบความรู้ เรื่อง การเขียนเรื่องจากภาพนะครับ แล้วก็ ใบงาน เรื่อง การเขียนเรื่องจากภาพนั่นเอง ซึ่งเด็ก ๆ สามารถไปดาวน์โหลดข้อมูลได้ตามที่อยู่ด้านล่างเอาล่ะครับ อย่างที่ครูบอก เรื่อง การพูดโน้มน้าวเป็นสิ่งสำคัญ นักเรียนก็จงตระหนักไว้ว่าเราจะพูดอย่างไรให้มันถูกต้องตามหลักการนะครับ วันนี้ครูทั้ง 2 คนก็ขอลาหนู ๆ ทุกคนไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ [เสียงดนตรี] - คุณครูทุกท่าน และ