[เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) สวัสเอย สวัสดีคุณครูทุกท่าน และนักเรียนที่น่ารักทุกคนนะครับ วันนี้ก็พบกันเช่นเดิมนะครับ ในรายวิชาภาษาไทยนะครับ เป็นภาษาที่สวย ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 นะครับ ก็พบกับครูปรเมษฐและครูคณิตาเช่นเดิมนะครับ อย่างที่ได้ศึกษากันไปในเมื่อชั่วโมงที่แล้ว การพูดโน้มน้าวนักเรียนก็ได้ไปร่างบทใช่ไหมครูคณิตา เรื่องการพูดโน้มน้าว มีการบ้านอยู่ 3 ข้อใช่ไหม มีการบ้าน 3 ข้อ ให้ทำงาน 3 ข้อครูเชื่อว่านักเรียนกลับไปลองฝึกพูดก็กลับไปลองฝึกพูดตามสถานการณ์ที่ครูนั้นได้กำหนดมา เพราะว่าในชั่วโมงนี้นักเรียนรู้ตัวอยู่แล้วว่าจะต้องพูดโน้มน้าวไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่งอย่างแน่นอนครับ เพราะฉะนั้น วันนี้เราก็จะไปศึกษากันในเรื่องของการพูดโน้มน้าวครับ ถ้าพร้อมแล้วลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามครูไปเลยครับ นักเรียนครับ อย่างที่ครูได้บอกนะครับ เรื่องการพูดโน้มน้าวนี่ก็เป็นเรื่องที่สำคัญใช่ไหมครูคณิตา เพราะว่านักเรียนทุกคนนี่ก็จะต้องได้ฝึกใช้ฝึกเขียนฝึกพูดนะครับ วันนี้ครูมีคำขวัญนะ มาให้นักเรียนได้ลองพิจารณาเดี๋ยวไปดูพร้อม ๆ กันเลยนะครับ เด็ก ๆ อ่านพร้อม ๆ กันเลยประหยัดไฟวันละนิดพิชิตโลกร้อน อันนี้เป็นคำขวัญครูคณิตาครับ เด็ก ๆ ครับ คำขวัญนี้นี่มีการโน้มน้าวใจอย่างไร ลองพิจารณาสิ มีการโน้มนาวใช่ไหมครูคณิตาคิดว่า (คุณครูคณิตา) มีค่ะ เด็ก ๆ คะ โน้มน้าวใจอย่างไรคะ ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ คุณครูปลายทางสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ได้สนทนากับคุณครูปลายทางแล้วนะครับ เดี๋ยวครูมีคำถามนะครับ นักเรียนเคยได้ยินคำขวัญประเภทนี้หรือไม่อย่างไรคำขวัญประเภทนี้ก็คือเกี่ยวกับเรื่องประหยัดพลังงานใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนเคยได้ยินไหมลูกเคย เพราะว่าเรานี่จะพบเห็นอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน การประหยัดพลังงานนี่ก็มีการรณงค์อยู่แล้วใช่ไหมครับครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะการที่เราดำรงชีวิตทุกวันนี้มันก็เกี่ยวกับการใช้พลังงานใช่ไหมลูก เรียนรู้กันหน่อยพลังงานที่อยู่รอบตัวเรามีพลังงานอะไรบ้างล่ะ (คุณครูคณิตา) ก็มีหลากหลายนะคะ จากการคิดค้นนะคะ ก็มีทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม หรือว่าการใช้พลังงานน้ำนะคะ ก็มีหลากหลายค่ะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ที่คุณครูคณิตาเสนอมานะน่ะ มันหมดไปไหมลูก หมดไหม ดวงอาทิตย์ยังส่องแสงตราบนานเท่านาน ลมยังคงพัดผ่าน น้ำยังคงไหลเชี่ยวอยู่ตลอด แต่พลังงานที่มันยังหมดก็อย่างเช่น พลังงานเชื้อเพลิงใช่ไหม พลังงานเชื้อเพลิงนี่เป็นสิ่งสำคัญเขาจึงได้รณรงค์ไงครับ ทุกก้าวย่านักเรียนใช้พลังงานเชื้อเพลิงเกือบทั้งสิ้นทุกวันนี้นะ (คุณครูคณิตา) อย่างเช่นอะไรบ้างนะ (คุณครูปรเมษฐ) พลังงานไฟฟ้าใช้ไหม (คุณครูคณิตา) ใช้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) การที่ใช้พลังานเชื้อเพลิงใช่ไหมครูคณิตาเพื่อต้มน้ำให้น้ำไปดันกังให้ อันนั้นค่อยไปเรียนในวิชาวิทยาศาสตร์ ก็ใช้พลังงานทั้งนั้น เพราะฉะนั้นนี่ การที่เราดำรงชีวิตทุกวันนี้มันเกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานใช่ไหม เราจึงต้องรณรงค์ใช้พลังงานให้ถูกวิธี คำขวัญประเภทนี้ก็จึงเกิดอย่างเป็นจำนวนมากเลย นักเรียนก็จึงเห็นคำขวัญประเภทนี้ไงครับไปดูคำถามต่อไปสิ คุณครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) นักเรียนจะปฏิบัติตามคำขวัญนี้หรือไม่ เพราะเหตุอะไร (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนก็ต้องตอบคำถามครูนะครับหรือไม่ล่ะ คำขวัญที่บอกให้ประหยัดพลังงานนี่เป็นอย่างไรครับ ถูกต้องครับใช่ไหม เพื่ออะไร เพื่อให้พลังงานของเราเป็นอย่างไรครับมีใช้ต่อไปสืบลูกชั่วหลานใช่ไหมครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตาทุกวันนี้ป (คุณครูคณิตา) ทุกวันนี้ก็ประหยัดค่ะ หากเห็นก็อกน้ำเปิดอยู่นี่คุณครูก็จะรีบเข้าไปปิดทันทีนะคะหรือว่าใครเปิดพัดลมเปิดไฟทิ้งไว้ครูก็จะเข้าไปปิดนะคะ เมื่อไม่มีคนอยู่ค่ะ(คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตานี่มีจิตสาธารณะนะนักเรียน นักเรียนก็เช่นเดียวกัน นักเรียนก็ควรที่จะทำวิธีการของครูคณิตาไปใช้ได้ในชีวิตนะครับ การที่เรามีจิตอาสาต่อสังคมนี่มันก็ส่งผลดีต่อจิตใจเรานะครับ เจอไฟเจอฟืนเปิดอยู่ก็ปิดเสียถ้ามันไม่ได้ใช้ ก็เป็นการช่วยโลกประหยัดพลังงานและโลกสีเขียวของเรานี่ ก็จะอยู่สืบลูกชั่วหลานต่อไปใช่ไหมครับครูแพรครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนจะนำความรู้เรื่องการพูดโน้มน้าวนี่นะครับไปพูดให้ผู้ฟังประหยัดพลังงานได้อย่างไรให้ผู้ฟังนี่เขาประหยัดพลังงานได้อย่างไร นักเรียนจะพูดได้อย่างไร (คุณครูคณิตา) ให้เด็ก ๆตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูให้เวลาครับ ตอบได้เลยครับเด็ก ๆ ตอบแล้วคุณครูคณิตา ทีนี้ถามครูคณิตาบ้าง ครูคณิตานี่จะนำความรู้เรื่องการพูดโน้มน้าวไปใช้ในการพูดประหยัดพลังงานอย่างไร(คุณครูคณิตา) ค่ะ ก็เราสามารถที่จะพูดโน้มน้าวได้นะคะ นั่นก็คือการเชิญชวนค่ะการเชิญชวนเกี่ยวกับเรื่องการประหยัดอาจจะเป็นการใช้ถุงผ้าหรือการปิดไฟ ปิดน้ำเมื่อเราไม่ได้ใช้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ล่ะครับ ก็เป็นวิธีการใช่ไหมครับนักเรียนก็คิดประมาณนี้นะครับ ว่าเราจะนำไปพูดได้อย่างไรให้กับสาธารณชนได้ดูและปฏิบัติตาม เพราะหนูศึกษาหลักการไปแล้วเพราะฉะนั้น จุดประสงค์ของการเรียนรู้ในวันนี้มีอะไรบ้างครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) จุดประสงค์นะคะหลักการพูดโน้มน้ามใจได้ 2. พูดโน้มน้าวใจได้3. บอกประโยชน์ของการพูดโน้มน้าวใจในชีวิตประจำวันได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ข้อ 2 นี่เป็นหลักเลยนะครับ วันนี้นักเรียนจะต้องพูดโน้มน้าวใจให้ได้นะครับ และการเรียนของนักเรียนวันนี้ก็จะประสบผลสำเร็จถึงขั้นสูงสุดนั่นเองครับ มาทบทวนความรู้ คู่พูดโน้มน้าวหน่อยก่อนที่เราจะไปพูดเราก็จะต้องทบทวนครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ในเรื่องของหลักการที่ศึกษาไปในชั่วโมงที่เรานี่เอามาทบทวนอีกครั้งหนึ่ง นักเรียนจะได้กระจ่างแจ้งในหลักการและก็พูดได้จริงการพูดโน้มนาวคืออะไรครับ พูดพร้อมกันเลย1 2 3 (คุณครูคณิตา) การพูดโน้มน้าวใจเป็นการพูดหรือการเชิญชวนให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกคล้อยตามหรือเกิดกำลังใจในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งการพูดโน้มน้าวใจนี้ผู้พูดต้องอาศัยการฝึกฝนจนชำนาญค่ะ(คุณครูปรเมษฐ) เมื่อเราฝึกฝนการพูดโน้มน้าวบ่อย ๆ ใช่ไหมครับ ก็จะเกิดความชำนาญ เมื่อเกิดความชำนาญนี่เราก็จะสามารถก็จะพูดได้อย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ได้อย่างไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) พูดได้ดี การโน้มน้าวนี่อย่างที่บอกเนื้อหาต้องชัดเจนหน้าตาต้องยิ้มแย้ม การพูดไม่ติดขัดถ้าเราพูดติดขัดมันก็ขาดความน่าเชื่อถือใช่ไหมลูกก็ต้องฝึกพูด เมื่อเราพูดได้ลื่นไหลนี่ คนฟังก็จะคล้อยตาม มนต์สะกดจะเข้าไปจะเข้าไปนั่งในใจเขา แล้วจะทำให้เขาปฏิบัติตามเรานั่นเองครับ หลักการ เดี๋ยวมาดูหลักการกันดีกว่ามีอยู่ด้วยกัน 3 ข้อนะครับกำหนดจุดมุ่งหมายในการพูดให้ชัดเจนใช่ไหมครูคณิตาถ้าเราไม่มีจุดมุ่งหมายนี่ เราจะรู้ไหมว่าจะพูดอย่างไร (คุณครูคณิตา) ก็ไม่ทราบสิคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็จะพูดไม่ได้ ว่าเราจะต้องพูดเรื่องอะไร เพราะฉะนั้น จะต้องกำหนดจุดมุ่งหมายก่อนทำอะไรนะ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ นั่นก็คือการจัดลำดับเนื้อหาที่จะพูดค่ะ โดยแบ่งเป็นบทนำ เนื้อหาและสรุปค่ะ บทนำก็เป็นการเกริ่นก่อนนะคะ เป็นการพูดโดยรวม และเนื้อหาก็คือวัตถุประสงค์ประเด็นที่เราต้องการจะพูด และบทสรุปนี่ อย่าลืมนะคะ เราจะต้องใช้การโน้มน้าวให้ผู้ฟัง ผู้อ่านนี่เกิดความรู้สึกคล้อยตามค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็บทสรุปนี้เป็นตัวชี้เลยว่าเขาจะทำตามหรือไม่ทำตามนั่นเองครับนักเรียนนะครับ นี่ข้อนี้ก็สำคัญ พูดด้วยความตั้งใจ จริงใจและใช้น้ำเสียงที่จริงใจนะ สำคัญมากเลยนี่ ก็อย่างที่ครูบอกมันต้อง มันต้องสามารถไปนั่งในใจเขาให้ได้ นั่นล่ะพูดแล้วสำเร็จนะ ไปดูข้อปฏิบัติกันดีกว่า ข้อแรกเลย ต้องเป็นอย่างไรนะครับ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 1 ค่ะ ใช้ภาษาเชิงเสนอแนะ ขอร้อง ไม่บังคับค่ะ ก็อย่างที่บอกนะคะ เป็นการโน้มน้าว การโน้มน้าวเชิญชวนนี่ มันไม่ใช่ลักษณะของคำสั่งอยู่แล้วมันเป็นการชักจูงให้ผู้คนนี่คล้อยตามเราจึงต้องใช้ภาษาที่สุภาพ ไพเราะและน่าฟังค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ ต่อไปครับ ต้องแสดงเหตุผลให้น่าเชื่อถือ เมื่อมีเหตุผลประกอบนักเรียน นักเรียนคิดว่าเขาจะเชื่อถือเราหรือไม่นะ มันก็มีส่วนทำให้เขาเชื่อถือ เพราะมันมีเหตุผลชัดเจนไงพอเป็นเหตุเป็นผลหมดแล้วนี่ อย่างเช่น หลักในพุทธศานาของเรานี่ก็ยึดในหลักของเหตุผลใช่ไหมลูกถ้าเกิดมีเหตุผลมันก็จะเกิดตามมามันก็เป็นอะไรที่น่าเชื่อถือใช่ไหมลูก ต่อไปครูคณิตา(คุณครูคณิตา) ต่อมานะคะ เสนอทางเลือกให้เห็นทั้งด้านดีและด้านเสียค่ะ ก็จะมีการเปรียบเทียบนะคะเพื่อให้ผู้คนนะคะ เป็นผู้ตัดสินใจนะการโน้มน้าวใจนี่ไม่จำเป็นนะคะ ว่าเราจะเสนอเพียงด้านเดียวเท่านั้น เราอาจจะนำเสนอทั้ง 2 ด้านก็ได้ เพื่อให้ผู้ที่ฟัง หรืออ่าน หรือดูนี่ เขาเป็นผู้ตัดสินใจค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับสร้างบรรยากาศให้สนุกสนานอันนี้เน้นย้ำเลย บรรยากาศในการพูดโน้มน้าวนี่ มันจะต้องไม่ตึงเครียด มันจะต้องมีความสนุกสนาน เพื่ออะไร คนเขาจะได้ฟังเรา ตั้งแต่เราพูดจนไปถึงบทสรุป ถ้าเราพูดสนุกสนานพอคนเขาฟังเราแล้วนี่ คำพูดของเรามันก็ไปเกิดประโยชน์กับเขาแล้วเขาก็ปฏิบัติตามเรานั่นเองใช่ไหมครับ ข้อสุดท้ายเลยครับ (คุณครูคณิตา) ข้อสุดท้ายนั่นก็คือเป็นการพูดให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกอยากปฏิบัติตามค่ะ ซึ่งทั้งหมดนี้นะคะ ก็คือรวมอยู่ในข้อนี้แล้วค่ะ เราจะต้องใช้ภาษาเราจะต้องนำเสนอการพูดกิริยาท่าทางต่าง ๆนี่ เราทำอย่างไร ถึงทำให้ผู้พูดดูน่าเชื่อถือ และผู้ที่ฟังผู้ที่ดูหรือผู้ที่อ่านเกิดการคล้อยตามแปละกระทำในสิ่งที่ผู้พูดนั้นโน้มน้าวค่ะ(คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ นี่ก็คือหลักการและข้อปฏิบัติในการพูดโน้มน้าวนั่นเองนะครับ เดี๋ยวเราไปดูโครงสร้างของการพูดโน้มน้าวใจกันหน่อยครับอย่างที่ครูคณิตาได้อธิบายไป มีอะไรบ้างนะ บทนำเนื้อเรื่องสรุปการเขียนเรียงความก็ต้องเป็นคำนำเนื้อเรื่องสรุปใช่ไหม ก็คล้าย ๆ กันลูก มันลักษณะการเขียนเหมือนกันเลย บทนำคือะไรครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) บทนำ คือ บทที่ต้องใช้ศิลปะการพูดเพื่อดึงดูดความสนใจในผู้ฟังเพื่อเกิดความศรัทธาในตัวผู้พูดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) บทนำมันจะเป็นตัวสำคัญเลย บทนำนี่มันจะดึงดูดได้มากน้อยเพียงใดอยู่ตรงนี้ล่ะครับ การพูดการโน้มน้าวนี่ดึงตรงนี้ไว้ได้ก่อน ถ้าบทนำสวย เนื้อหาที่หนูต้องการพูดคนฟังฟังแล้วครับ ถ้าบทนำดึงดูดใจได้เหมือนหนังเวลาดูหนังนะลูก หนังนี่ ตัวอย่างหนังนี่ก็สำคัญ ตัวอย่างหนังเป็นตัวหนึ่งที่ให้คนอยากจะดูหนัง ก็เช่นเดียวกับบทนำนี่ล่ะ บทนำก็เป็นตัวที่ทำให้คนนี่จะติดตามในเรื่องที่เราจะพูดนั่นเองมีไหม (คุณครูคณิตา) มีตัวอย่างไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไปดูกันเลยครับคุณครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ให้คุณครูปรเมษฐอ่านบ้างดีกว่านะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูขึ้นว่า "ชนใดไม่มีดนตรีกาลในสันดานป็นคนชอบคนนัก" บทหนึ่งในพระราชนิพนธ์แปลในล้นเกล้ารัชกาลที่ 6แปลว่า ทองใช่ไหมครับเราจะใช้คำว่า "นัย" นะครับ ทำให้เห็นว่าดนตรีถือเป็นสิ่งสำคัญที่ขัดกล่อมชาติมาอย่างยาวนาน โดยไม่สามารถที่จะแยกชีวิตคนออกจากดนตรีได้นักเรียนครับ สังเกตบทนำนะ บทนำนี่ต้องอ้าก่อน ครูนี่ยกบทกลอนในบทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 เป็นพระราชนิพนธ์แปลง ก็บอกว่าชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชคนนัก บทนี้นี่นักเรียนต้องเคยได้ยินเอามานำ พอได้ยินบทนี้รู้สึกต้องฟังแล้ว เขากำลังจะสื่อสารเรื่องอะไรเขาต้องการสื่อสารเรื่องอะไร ลองคาดคะเนสิเก่งมากลูก ต้องการสื่อสารในเรื่องของการให้คนเป็นอย่างไร สนใจดนตรีไทยนั่นเอง เดี๋ยวดูสิมันจะเป็นอย่างที่ครูหรือหนูคิดไหม ส่วนของเนื้อหาครับครูคณิตาครับคืออะไร (คุณครูคณิตา) ค่ะ เนื้อหาคือขอบเขตของปัญหาพยายามชักจูงใจไปในทางที่ต้องการจนผู้ฟังเข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตรงนี้ก็เป็นตัวที่อธิบายบทนำใช่ไหมครับครูคณิตาบทนำนั่นเองเนื้อหา ก็จะบอกเนื้อหาแล้วว่าทำไมทำไมทำไมล่ะถึงต้องเป็นอย่างนี้ เดี๋ยวเราไปอ่านกันเลยดีกว่า ด้วยเหตุนี้ เราจึงมีความภาคภูมิใจที่มีเครื่องดนตรีไทยของตนเองถือเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ และภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของคนไทย ที่ได้สร้างสรรค์ขึ้นทั้งในรูปแบบของบทเพลง เครื่องดนตรีวิธีการบรรเลง วิธีขับร้อง และการนำมาใช้ในโอกาสต่าง ๆ อย่างเหมาะสม ตรงนี้เป็นตัวอธิบาย บอกเลยครับ ดนตรีไทยนี่มันเป็นอย่างไรลูก ใช้มาอย่างยาวนาน มีบทบาทในชีวิตเป็นเอกลักษณ์ของเรานะ ที่เรามีเครื่องดนตรีใช้แล้วก็สร้างสรรค์ผลงานขึ้นมาเองด้วยใช่ไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไม่ว่าจะเป็นอะไรน่ะ เรื่องของอะไรล่ะเครื่องดนตรีก็ทำเอง วิธีการก็ทำเอง และวิธีการขับร้องที่เป็นเอกลักษณ์ นี่เป็นการจูงใจแล้วใช่ไหมครับ ต่อไป ไปดูในส่วนของบทสรุปบ้างครับ(คุณครูคณิตา) บทสรุปคือการพูดสรุปเนื้อหาสั้น ๆ ชักจูงผู้ฟังให้คิดให้และปฏิบัติตามสิ่งที่พูดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ที่คุณครูคณิตาจะกล่าวอยู่เสมอก็คือบทสรุปนี่เป็นบทสำคัญ บทสรุปเป็นตัวสุดท้ายที่สามารถจูงใจได้หรือไม่ก็อยู่ตรงนี้ล่ะ จะพูดอย่างไรให้คนปฏิบัติตามก็อยู่ในส่วนนี้ล่ะครับ เดี๋ยวไปดูบทสรุปกันว่าครูเขียนว่าอย่างไร คุณครูคณิตาอ่านบ้างครับ(คุณครูคณิตา) ในฐานะที่เราเกิดเป็นคนไทยเราควรหันมาเล่นดนตรีไทยเสียเถิด ก่อนที่ชนชาติอื่นเขาจะนำดนตรีไทยไปเล่นแล้วเล่นได้ดีกว่าคนไทย ถ้าถึงวันนั้นจริงเราคงเสียใจไม่น้อย เพราะฉะนั้น เราควรจะเล่นดนตรีไทยให้เป็นอย่างน้อยคนละ 1 ชนิดบรรพบุรุษผู้สร้างสรรค์ดนตรี คงดีใจและปลาบปลื้มใจอย่างที่หาที่สุดมิได้ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ก็คือบทสรุปเห็นไหมนักเรียน บทสรุปนี้ก็คือต้องการให้เป็นอย่างไร สรุปแล้วเรื่องนี้ต้องการให้คนเป็นอย่างไรลูก เล่นดนตรีไทยนั่นเองให้เป็นคนละ 1 ชนิดก็ยังดีอันนี้เป็นเจตนาของผู้ที่โน้มน้าวนั่นเอง เพราะฉะนั้น ครูเขียนโน้มน้าวมาแล้วนักเรียนก็ปฏิบัติตามนะครับ มันเป็นเอกลักษณ์เราก็ไปลองฝึกลองเล่นดนตรี ดนตรีมันเป็นสิ่งที่ขับกล่อมเรา มันจรรโลงใจและจรรโลงสมองให้เราด้วยนะครับ เพราะฉะนั้น ครูโน้มน้าวนักเรียนเรื่องนี้้ นักเรียนก็ลองไปปฏิบัติดูนะครับ เอาล่ะครับคุณครูคณิตาวันนี้ก่อนที่จะให้นักเรียนนั้นไปเขียนเพื่อพูดโน้มน้าวครูก็มีวีดิทัศน์โรงเรียนสิ่งแวดล้อมปลอดภัย เด็กไทยสุขภาพดี สุขภาพอนามัยดี เด็กไทยสุขอนามัยดีนะครับ ขออภัย ครูจะให้นักเรียนนั้นได้ชมวีดิทัศน์เพื่ออะไร เดี๋ยวครูจะให้นักเรียนเขียนโน้มน้าว เพื่อพูดโน้มน้าวเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมนี่ล่ะครับ เดี๋ยวนักเรียนดูสิว่าโรงเรียนที่ครูมานำเสนอนี่เขาทำอย่างไรบ้าง แล้วครูจะให้นักเรียนนี่เขียนเกี่ยวกับโรงเรียนของตนครับ ถ้าพร้อมแล้วตั้งใจชมวีดิทัศน์ครับ(บรรยาย) สภาพแวดล้อมโรงเรียนที่ปลอดภัย เด็กไทยสุขภาพดี สวัสดีครับเด็ก ๆ เห็นไหม โรงเรียนของเราสะอาดสวยงามสามารถวิ่งเล่นได้โดยไม่ต้องกลัวบาดเจ็บ เพราะมีการจัดสภาพแวดล้อมในโรงเรียนให้ปลอดภัยนั่นเอง แล้วต้องทำอย่างไรบ้าง ตามครูมาดูกันเลยเราต้องช่วยกันสังเกตและดูแลพื้นที่บริเวณของโรงเรียน ตัดแต่งกิ่งไม้ สนามหญ้าไม่ให้รก เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นที่อยู่ของสัตว์มีพิษเพื่อป้องกันแหล่งเพาะพันธุ์ยุงราย ต้องล้อมรั้วและติดป้ายเตือน และเด็ก ๆ ต้องไม่ลงไปเล่นน้ำเด็ดและอาจจมน้ำได้สนามฟุตบอล สนามเด็กเล่น เด็ก ๆ ต้องช่วยกันสังเกตสนามต้องเรียบ ไม่ขรุขระ ไม่มีอิฐหินไม่วางของเกะกะ ชิงช้าม้าหมุนหรือเครื่องเล่นต่าง ๆ ต้องยึดติดกับเครื่องอย่างมั่นคงสภาพดีแข็งแรงและไม่ชำรุดสำหรับห้องเรียน เด็ก ๆ ต้องช่วยกันรักษาความสะอาดอยู่เป็นประจำ เปิดหน้าต่างระบายอากาศ จัดห้องให้เป็นระเบียบ ตรวจดูโต๊ะ เก้าอี้ ต้องแข็งแรงไม่ชำรุด มาดูโรงอาหารกันครับเด็ก ๆ ต้องช่วยกันรักษาความสะอาดมีแสงสว่างมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้ชัดเจนโต๊ะ เก้าอี้ สภาพดีพร้อมใช้งานจาน ชาม ช้อน ควรใช้เป็นสแตนเลส อลูมิเนียมหรือเป็นกระเบื้องเคลือบขาวไม่มีลาย เพื่อป้องกันการปนเปื้อนสารเคมีเข้าร่างกายสำหรับภาชนะใส่น้ำดื่มควรทำความสะอาดให้สม่ำเสมอ ใช้แก้วน้ำประจำตัว ไม่ใช้แก้วน้ำร่วมกัน ป้องกันโรคติดต่อนะครับที่สำคัญเด็ก ๆต้องล้างมือก่อนกินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ หากกินอาหาร่วมกัน ต้องใช้ช้อนกลางอย่าลืมดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้วด้วยนะครับหลังกินอาหารเสร็จ เด็ก ๆ ต้องเก็บจานช้อนและนำไปล้างให้สะอาดด้วย้ำยาล้างจาน ล้างด้วยน้ำสะอาด 2 ครั้ง หรือล้างผ่านน้ำไหล และเก็บให้มิดชิดและอย่าลืมทิ้งเศษอาหารลงในถังให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันหนูแมลงสาบและการแพร่เชื้อโรคได้ด้วยนะครับสำหรับแม่ครัวที่ปรุงอาหารเด็ก ๆ ต้องสังเกตดูว่ามีสุขภาพแข็งแรงตัดเล็บสั้น แต่งกายสะอาด ใส่ผ้ากันเปื้อน ใส่หมวกผม ไม่สูบบุหรี่ขณะทำอาหารอาหารที่ปรุงสุกแล้ว ต้องไม่ใช้มือหยิบอาหารโดยตรง ต้องเก็บอาหารในตู้หรือมีฝาชีคลอบ นักเรียนครับเด็ก ๆ ครับรู้หรือไม่ว่าการทิ้งขยะลงถังจะทำให้โรงเรียนของเราสะอาด น่าอยู่ เป็นระเบียบก่อนอื่นเราต้องสังเกตถังขยะก่อนถังขยะต้องไม่รั่วซึม และมีฝาปิดมิดชิดแบบนี้ไง แล้วถังขยะมีกี่แบบกี่สีกันนะมาทำความรู้จักกับถังขยะกันดีกว่าถังขยะสีเขียวสำหรับใส่ขยะที่ย่อยสลายได้ เช่น เศษอาหาร, เศษผักผลไม้, เปลือกไข่ใบไม้ ถังขยะสีเหลืองสำหรับใส่ขยะรีไซเคิล นำมาแปรรูปใช้ใหม่หรือขายได้ เช่น ขวดแก้ว, ขวดพลาสติก,กระดาษถังขยะสีส้มสำหรับใส่ขยะอันตราย เช่น ถ่านไฟฉาย หลอดไฟแบตเตอรี่ และถังขยะสีน้ำเงินสำหรับใส่ขยะทั่วไป เป็นขยะทั่วไป ซึ่งเป็นขยะที่ไม่สามารถใช้อะไรได้อีก เช่น ถุงพลาสติกเปลือกลูกอม กระดาษทิชชูต้องทิ้งขยะให้ลงถังทุกครั้งและอย่าลืมบอกเพื่อน ๆ ให้ทำตามด้วยนะครับสำหรับเด็ก ๆ ที่อยู่โรงเรียนประจำต้องใส่ใจทำความสะอาดห้องนอน เก็บที่นอนหมอน มุ้ง ให้เรียบร้อย นำไปผึ่งแดดสัปดาห์ละครั้งหากไม่ติดมุ้งลวด ต้องการมุ้งนอนทุกครั้ง ป้องกันยุงหรือแมลงต่าง ๆ มาดูห้องน้ำกันครับ เด็ก ๆ ต้องช่วยดูแลรักษาความสะอาดเป็นประจำ ไม่ให้มีกลิ่นเหม็น อย่าทำพื้นห้องน้ำเปียกถ้าสกปรกและลื่นล้มได้แสงสว่างมองเห็นได้ชัดเจน และที่สำคัญเด็ก ๆ ต้องใช้ส้วมอย่างถูกวิธีด้วยนะครับส้วมนั่งราบต้องนั่งขาวางที่พื้น ถ้าเป็นส้วมนั่งรองให้ขึ้นไปเหยียบตรงที่วางเท้าและนั่งยองลงในโถส้วม ราดน้ำหรือกดหลังใช้ส้วม ไม่ใช้เท้ากดชักโครกแทนมือเมื่อใช้เสร็จแล้วอย่าลืมล้างมือด้วยสบู่หรือน้ำยาล้างมือทุกครั้งนะครับ เด็ก ๆ ครับ เรามาทบสอบความเข้าใจกันหน่อยดีกว่า เด็ก ๆ คิดว่าใถังขยะสีเหลืองใช้สำหรับใส่ขยะประเภทไหนครับถังขยะสีเหลืองสำหรับใส่ขยะรีไซเคิลเช่น ขวดแก้ว, พลาสติก, กระดาษขยะรีไซเคิลเหล่านี้สามารถเก็บไว้ขาย ทำให้ได้เงินไว้กินขนมอีกด้วยเด็ก ๆ รู้ไหมครับ เราควรกินอาหารอย่างไรให้ปลอดภัยและสุขภาพดีเด็ก ๆ ต้องล้างมือให้สะอาดก่อนกินอาหารทุกครั้งเลือกกินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ และถ้าเลือกกินอาหารร่วมกันต้องใช้ช้อนกลาง และใช้แก้วน้ำส่วนตัวเพื่อสุขภาพที่ดี ไม่เป็นโรคครับไม่ยากเลยใช่ไหมครับ การจัดสภาพแวดล้อมในโรงเรียนให้ปลอดภัย น่าอยู่รวมทั้งวิธีการดูแลตนเอง อย่าลืมนำไปปฏิบัติเพื่อสุขภาพที่ดีกันทุกคนนะครับ [เสียงดนตรี] [เสียงปรบมือ] (คุณครูปรเมษฐ) ต้องขอขอบคุณสื่อวีดิทัศน์นะครับ เรื่องโรงเรียนปลอดภัย เด็กไทยสุขอนามัยดีนะครับดย สำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม กรมอนามัยนะครับครูและครูคณิตานำมาให้หนู ๆ ได้ดูเกี่ยวกับวิธีการอะไรนะลูก การดูแลสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนรวมถึงวิธีการที่เราดูแลตัวเองด้วยในเรื่องสุขอนามัยต่าง ๆ มันก็จะเป็นแนวทางในการที่หนูจะไปสร้างและร่างบท และในการพูดโน้มน้าวนั่นเอง เดี๋ยวเราปดูกันต่อดีกว่า ครูก็มีใบงานให้นักเรียนทำนะครับ งานนี้ก็ชื่อว่าอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) มีชื่อว่าร่างการพูดโน้มน้าวใจค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูจะให้หนูโดยใช้หลักการที่ครูสอนไป บทนำ เนื้อเรื่อง แล้วก็สรุปนะครับ โดยจะให้พูดโน้มน้าวใจในเรื่องของการเชิญชวนให้นักเรียนในโรงเรียนของหนูนั่นล่ะนะครับ สนใจในการดูแลรักษาสิ่งแสดล้อมแล้วก็อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมภายในโรงเรียนครับ นักเรียนคงเข้าใจวิธีการแล้วนะครับ ว่าทำอย่างไรนะครับ ให้นักเรียนทำใบงานนะครับ โดยให้ร่างคำพูดโน้มน้าวใจเชิญชวนรักสิ่งแวดล้อมภายในโรงเรียนนะครับในใบงานที่ 2 เรื่อง ร่างคำพูดโน้มน้าวใจ เมื่อร่างเสร็จเรียบร้อยแล้วให้ทำเป็นรายกลุ่มหรือรายเดี่ยวก็ได้นะครับ ร่างเสร็จแล้วต้องพูดครับก็ให้พูดกับคุณครูปลายทาง พูดกับคุณครูของหนู ๆ นั่นเองคุณครูอาจจะนำไปเป็นคะแนนเก็บก็ได้นะครับ แล้วคุณครูปลายทางต้องทำอย่างไรบ้างคุณครู (คุณครูคณิตา) บทบาทของคุณครูปลายทางนะคะ คือ ดูแลการทำงานของนักเรียนค่ะประเมินการพูดโน้มน้าวใจของนักเรียน ให้ักเรียนสะท้อนสิ่งที่ได้รับจากการพูดโน้มน้าวใจค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ก็คือกิจกรรมที่นักเรียนและคุณครูจะได้ทำกันในวันนี้นะครับ ถ้าพร้อมแล้ว ให้นักเรียนเริ่มลงมือปฏิบัติ ณ บัดนี้ครับ [เสียงดนตรี](คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนครับ เป็นอย่างไรกันบ้างครับ ได้ฟังการพูดโน้มน้าวใจนะ ก็แล้วแต่คุณครูปลายทางที่คัดเลือกเพื่อนคนไหนออกไปพูดอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมภายในโรงเรียน ก็ได้ฟังข้อเสนอแนะแล้วใช่ไหมลูก จากคุณครูปลายทางก็ทำให้เรารู้แล้วว่าการพูดโน้มน้าวประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใดนะครับ เดี๋ยวเรามาสรุปบทเรียนพากเพียรองค์ความรู้ พูดโน้มน้าวใจอย่างไรให้ผู้ฟังเชื่อและคล้อยตาม ตอบคำถามสั้น ๆจะพูดอย่างไรให้ผู้ฟังปฏิบัติตามต่อมาครับเด็ก ๆ ว่าอย่างไรบ้างครูคณิตาครับ(คุณครูคณิตา) ค่ะ นั่นก็คือพูดด้วยความจริงใจค่ะ และอย่างที่ 2 นะคะ ก็คือไม่เป็นการบังคับค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผมนี่ก็คือการพูดให้ผู้อื่นใช่ไหมคล้อยตามและปฏิบัติตามเรานะครับ ข้อที่ 2ในชีวิตประจำวันนะครับ การพูดโน้มน้าวนี่มีความสำคัญใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มันสำคัญเพราะอะไร และมีนักเรียนคิดครับเดี๋ยวช่วยกันตอบมีประโยชน์อย่างไรครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา)มีประโยชน์ก็คือเพราะเป็นการพูดและคล้อยตามผู้พูด อีกทั้งยังทำให้ผู้อื่นปฏิบัติตามคำพูดเราอย่างมีเหตุผลด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)นักเรียนครับ ครูนี่ไม่ได้เห็นการพูดโน้มน้าวของนักเรียนเลย คุณครูอยากจะเห็นคุณครูปลายทางช่วยถ่ายเป็นคลิปวิดีโอนะครับ ในการพูดโน้มน้าวใจในการให้เพื่อน ๆ นี่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในโรงเรียนนะครับ และคุณครูช่วยส่งมาทางโรงเรียนวังไกลกังเวลได้เลย ที่มูลนิธิได้เลยทางช่อง DLTV 6 ได้เลยเพราะว่าครูทั้ง 2 คน ก็จะได้เห็นลูกศิษย์พูดอย่างไร เป็นอย่างไรบ้าง และครูจะได้ติดตามพวกหนูบ้างนะครับ บทเรียนครั้งต่อไปครูคณิตาจะให้นักเรียนศึกษาในเรื่องอะไรครับ (คุณครูคณิตา) เรื่องการเขียนเรื่องจากภาพ 1 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มันเป็นอย่างไรหนอ ใครอยากรู้ก็ลองไป Search คำนี้ก่อนรู้ล่วงหน้านะครับ สิ่งที่หนูจะต้องเตรียม ก็มีใบความรู้ เรื่อง การเขียนเรื่องจากภาพนะครับ แล้วก็ ใบความรู้ เรื่อง การเขียนเรื่องจากภาพนั่นเอง ซึ่งเด็ก ๆ สามารถไปดาวน์โหลดข้อมูลได้ตามที่อยู่ด้านล่างเอาล่ะครับ อย่างที่ครูบอก การเรียนการพูดโน้มน้าวเป็นสิ่งสำคัญ นักเรียนก็จงตระหนักไว้ว่าเราจะพูดอย่างไรให้มันถูกต้องตามหลักการนะครับวันนี้ครูทั้ง 2 คนก็ขอลาหนู ๆ ทุกคนไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ[เสียงดนตรี]Ր