--- title: งานสัมมนาครบรอบ 3 ปี วุฒิสภา ประจำปี 2565 ภาคเช้า subtitle: date: วันพุธที่ 8 มิถุนายน 2565 เวลา 08.30 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) อยากจะขออนุญาตทุกท่านเข้าสู่พิธีเปิดการสัมมนากลุ่มย่อยเรื่อง การคุ้มครองสิทธิและเสริมพลังคนพิการ 3 ปี วุฒิสภาทิศทางการปฏิรูปประเทศด้านสังคมในส่วนที่เกี่ยวข้องคนพิการในโอกาสนี้ขอกราบเรียนเชิญ (คุณผาณิต)ท่านประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการพัฒนาสังคม วุฒิสภา กล่าวเปิดการสัมมนา และขอกราบเรียนเชิญท่านวันทนีย์ กล่าวรายงาน ขอกราบเรียนเชิญค่ะ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม วุฒิสภา และประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการคนพิการ ดิฉันนางสาววันทนีย์ อนุกรรมาธิการด้านกิจการคนพิการกิจการคนพิการ ซึ่งในวันนี้ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่กล่าวรายงานการสัมมนาขออนุญาตรายงานข้อมูลการสัมมนาต่อท่านประะธานดังนี้ ๑. สัมมนากลุ่มย่อยการคุ้มครองสิทธิและเสริมพลังคนพิการภายใต้หัวข้อ 3 ปี วุฒิสภาทิศทางการปฏิรูปประเทศฃด้านสังคม ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ เป็นกิจกรรมหนึ่งในงานสัมมนาสัมมนาของวุฒิสภา ในโอกาสวุฒิสภาครบรอบ 3 ปี เรื่อง เหลียวหลัง แลหน้า วุฒิสภาเพื่อประชาชน กลั่นกรอง ตรวจสอบ ปฏิรูป มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอผลการติดตาม1. นำเสนอผลการติดตามและการขับเคลื่อนการดำเนินงานของวุฒิสภาด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการที่ผ่านมา และและ ๒. รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้แทนคนพิการกับทิศทางการดำเนินงานด้านคนพิการของวุฒิสภาในระยะต่อไป ๓. มุ่งเน้นประเด็นการปฏิรูปด้านสังคมการปฏิรูปด้านสังคม ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคนพิการให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและ 4. นำเสนอการจัดบริการสำหรับคนพิการ ได้แก่ บริการลามภาษามือภาษามือ บริการคำบรรยายแทนบริการเสียงบรรยายภาพและบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การสัมมนาในครั้งนี้เป็นการสัมมนาที่เข้าถึงได้โดยสะดวกถ้วนหน้าข้อ 2 การจัดสัมมนาในครั้งนี้จัดแบบผสมคือในห้องสัมมนาและผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ด้วยโปรแกรม Zoom รวมทั้งการถ่ายทอดสดผ่านแฟนเพจของวุฒิสภา สมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งทั้งนี้ในกลุ่มเป้าหมายจำนวน ๓๕๐ คน โดยได้รับเกียติจากผู้แทนคนพิการเข้าร่วมการสัมมนาแบ่งเป็นออนไซต์จำนวน 50 คน และ online จำนวน 300 คน ซึ่งเป็นผู้แทนจากองค์กรด้านคนพิการจากทุกภูมิภาคนอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิร่วมเป็นวิทยากร จำนวน 5 ท่านประกอบด้วย มณเฑียร บุญตัน กรรมาธิการการพัฒนาสังคมพัฒนาสังคมและประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการคนพิการนายวิทยุต บุนนาค นายกสมาคม คนหูหนวกแห่งประเทศไทย3. นายสุชาติ โอวาสวนายกสมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย นางนันอร อินดีศศรี ผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการและ 5. สุภรธรรม มงคลสวัสดิ์ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ กิจการคนพิการ ๓. ในการจัดสัมมนาในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนบริการต่าง ๆ ให้คนพิการได้อย่างครบถ้วนและมีประสิทธิภาพตามวัตถุประสงค์ของการสัมมนา ที่ต้องการให้การสัมมนาครั้งนี้เป็นการสัมมนาที่เข้าถึงได้สะดวกถ้วนหน้า โดยมีหน่วยงานที่ร่วมสนับสนุนบริการต่าง ๆ ดังนี้ 1 บริการล่ามภาษามือ สนับสนุนโดยสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย 2. บริการบริการคำบรรยายแทนเสียงสนับสนุนโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติสวทช. ๓. บริการเสียงบรรยายภาพสนับสนุนโดยสถาบันคนตาบอดแห่งชาติ เพื่อการวิจัยและพัฒนามูลนิธิคนตาบอดไทย 4. การถ่ายทอดสดผ่าน face book สนับสนุนโดยสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทยสมาคมผู้ปกครองแห่งประเทศไทยและ สนง. ๔. ข้อเสนอจากเวทีรับฟังความคิดเห็นจากคนพิการกับคนพิการสัมมนาการคุ้มครองสิทธิและเสริมพลังคนพิการในวันนี้จะรวบรวมและสรุปเพื่อนำเสนอต่อวุฒิสภา โดยผู้แทนของกลุ่มย่อย ณ ที่ประชุมวุฒิสภาในช่วงบ่ายของวันนี้ต่อไป บัดนี้ได้เวลาอันสมควรแล้วดิฉันขออนุญาตเรียนเชิญ ผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ การพัฒนาสังคม วุฒิสภา วุฒิสภาได้กรุณาให้เกียรติกล่าวเปิดกล่าวเปิดการสัมมนากลุ่มย่อยคุ้มครองสิทธิและเสริมพลังคนพิการเรื่อง 3 ปี วุฒิสภาทิศทางการปฏิรูปประเทศด้านสังคมที่เกี่ยวข้องกับคนพิการในครั้งนี้ขอเรียนเชิญค่ะ เรียนท่านมณเฑียร บุญตันประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการคนพิการ ท่านสมาชิกวุฒิสภาท่านวิทยากรด้านคนพิการและท่านผู้มีเกียรติทุกท่านดิฉัน นางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุคนพิการของวุฒิสภาเราเรียกย่อ ๆ กันว่า คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา ในฐานะตัวแทนคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม วุฒิสภา รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ทุกท่านได้ให้เกียรติสัมมนากลุ่มย่อย การคุ้มครองสิทธิและเสริมพลังคนพิการ เรื่อง 3 ปีวุฒิสภา ทิศทางการปฏิรูปประเทศด้านสังคมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคนพิการในครั้งนี้ ดิฉันขอต้อนรับผู้เข้าร่วมสัมมนาทั้งที่อยู่ที่นี่ในห้องสัมมนาและผู้ที่เข้าร่วมสัมมนาทางออนไลน์ทุกท่านอีกครั้งหนึ่ง เนื่องในโอกาสวุฒิสภา3 ปี วุฒิสภาได้จัดงานขึ้นภายใต้หัวข้อ เหลียวหลัง แลหน้า เพื่อประชาชนกลั่นกรอง ตรวจสอบ ปฏิรูป ทำให้มีมีโอกาสได้สรุปปบทบาทของวุฒิสภาต่อการขับเคลื่อนงานด้านต่าง ๆ รวมถึงงานด้านสิทธิและการเสริมพลังคนพิการที่วุฒิสภาได้ให้ความสำคัญและดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องต่อเนื่อง รวมทั้งจะได้ระดมความคิดเห็นต่อทิศทาของวุฒิสภาด้านคนพิการด้วย ในวันนี้จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่วุฒิสภาจะได้รับจะได้รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากคนพิการทั่วประเทศทั้งต่อประเด็นการปฏิรูปประเทศด้านสังคมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ และประเด็นอื่น ๆ และประเด็นอื่น ๆ นอกจากนี้ยังเป็นเวทีที่สำคัญที่จะได้นำเสนอการจัดบริการด้านอื่น ๆ สำหรับคนพิการ ได้แก่ บริการล่ามภาษามือคำบรรยายแทนเสียง บริการเสียงบรรยายภาพและบริการอื่น ๆ เพื่อเป็นต้นแบบของการจัดสัมมนาที่ทุกคนเข้าถึงได้โดยสะดวก และขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ได้สนับสนุนระบบบริการต่าง ๆ ซึ่งช่วยทำให้การสัมมนาในครั้งนี้มีความสมบูรณ์ มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะคนพิการสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้โดยสะดวกมากยิ่งขึ้นดิฉันรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ในวันนี้มีผู้แทนคนพิการ จากองค์กรด้านคนพิการทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคได้ให้ความสนใจเข้าร่วมสัมมนาจำนวนมากรวมทั้งได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรที่จะได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน อันจะนำไปสู่ประเด็นข้อเสนอจากคนพิการเพื่อเสนอต่อต่อไป แต่ว่าต้องขอโทษด้วยนะคะที่ว่าห้องเราเล็กไปหน่อยเราก็เลยต้องจำกัด onsite ไม่เกิน ๕๐ คน ดิฉันขอให้การจัดสัมมนาในครั้งนี้สำเร็จลุล่วง บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ทุกประการ และขอให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีกำลังกายกำลังใจที่เข้มแข็งมีความเจริญก้าวหน้าในชีวิตต่อไปบัดนี้ได้เวลาอันสมควรแล้ว ดิฉันขอเปิดการสัมมนาเรื่อง 3 ปี วุฒิสภา ทิศทางการปฏิรูปประเทศด้านสังคมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคนพิการณ บัดนี้ ขอบคุณมากค่ะ [เสียงปรบมือ]ลำดับต่อไปบรรยายพิเศษ เรื่อง เหลียวหลัง แลหน้า 3 ปีวุฒิสภา การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยมณเฑียร บุญตันนายมณเฑียร บุญตันและประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการคนพิการขอกราบเรียนเชิญค่ะ (คุณมณเฑียร)กราบเรียนท่านผานิตย์ ท่านประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการคณะกรรมาธิการการและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ และคนพิการท่านสมาชิกวุฒิสภา ท่านกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการ ที่ปรึกษาทา่นผู้เข้าร่วมการสัมมนาทั้งในห้อง 402 - 403 อาคารรัฐสภาหรือสัปปายะสภาสถานที่เรารู้จักกันอีกชื่อหนึ่ง แล้วผู้ที่เข้าร่วมการสัมมนากลุ่มย่อยผ่านโปรแกรมซูมอยู่ทางบ้าน ตลอดจนคนที่ติดตามอยู่ทางซึ่งก็มีอยู่ ๒ ช่อง เฟซบุคไลฟ์ของสภาคนพิการทุกประเภทและ facebook live ภาพผ่าน 1414 พลัส ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ถือโอกาสประชาสัมพันธ์อีกครั้งหนึ่งการสัมมนาในวันนี้มีทั้งบริการล่ามภาษามือ ซึ่งได้รับจากสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย คำบรรยายแทนเสียง ซึ่งเป็นความร่วมมือและได้รับความกรุณาจากกรุณาจากทาง สวทช.และสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาแล้วก็บริการเสียงบรรยายภาพ ซึ่งก็เป็นความกรุณาจากทาง 1414 พลัส บริการข้อมูลข่าวสารของทางสถาบันคนตาบอดแห่งชาติด้วยการวิจัยและพัฒนามูลนิธิคนตาบอดฯท่านที่อยู่ห้องนี้และต้องการฟังเสียงบรรยายภาพ ท่านต้องดาวน์โหลดทั้ง IOS เลือกไวไฟซีเนตสมาร์ทโฟนเมื่อเข้าไปแล้ว ไม่ต้องใส่เมื่อเข้าไปแล้วไม่ต้องใส่จะเป็น wifi เฉพาะที่จะสามารถเปิดโปรแกรม audio point และท่านจะได้ยินเสียงบรรยายภาพ เพิ่มเติมจากบรรยากาศในห้องประชุมนี้นะครับ ใครที่นึกไม่ออกก็จะเหมือนกับที่เราได้ยินเสียงพากษ์บน ถ้าจะหลับตานึกก็จะนึกถึงพากษ์บอลหรือพากษ์มวยที่แล้วทางวิทยุนั่นล่ะครับ บรรยายให้เรานึกภาพออกให้ได้ผมได้รับหน้าที่ในการที่จะให้ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการดำเนินงานของคณะอนุกรรมาธิการ ซึ่งคณะอนุกรรรมาธิการ คณะอนุกรรมาธิการกิจการเป็นหน่วยย่อยภายใต้คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม ส่วนคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา ก็ทำหน้าที่แทนวุฒิสภา ตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการ การประชุมของวุฒิสภา ก็จะมีคณะกรรมาธิการสามัญสามัญ ซึ่งมีอยู่ 26 คณะ และมีคณะกรรมาธิการวิสามัญซึ่งก็ตั้งขึ้นตามเหตุการณ์ ตั้งขึ้นตามความจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นการพิจารณากฏหมายติดตามการบริหารราชการแผ่นดินในลักษณะต่าง ๆ คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมฯก็ตั้งขึ้นตามข้อบังคับ โดยทำหน้าที่พิจารณาศึกษาประเด็นที่เกี่ยวข้อง ที่เกี่ยวข้องกับสังคมในด้านต่าง ๆ รวมถึงกิจการเด็ก เยาวชน สตรีคนพิการ และผู้ด้อยโอกาส ซึ่งกรณีของอนุกรรมาธิการกิจการคนพิการนั้น ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่พิจารณาศึกษา พิจารณาศึกษาและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นเพื่อเสนอต่อคณะกรรมาธิการแล้วก็รับมอบจากคณะกรรมาธิการไปดำเนินการต่าง ๆ ซึ่งในรอบ 3 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2562 จนถึงวันที่ 2 มิ.ย. 2565 เฉพาะใน ส.ว. ชุดนี้ เราก็มีทั้งการ การดำเนินกิจกรรมในเชิงเดี๋ยวผมจะร่ายยาวให้ดูว่าเราได้ทำอะไรไปแล้วบ้างประการที่ 1 เรามีการประชุมโดยจัดการประชุมทั้งหมดและเชิญ แล้วก็เชิญผู้คนเชิญหน่วยงานต่าง ๆ มาร่วมมาร่วมประชุมด้วยรวมทั้งสิ้น 112 ครั้งในรอบ 3 ปี ตัวเลขนี้เป็นเหตุบังเอิญไม่ได้จงใจใด ๆ ทั้งสิ้น โดยมี หน่วยงานต่าง ๆ มาร่วมประชุมบางครั้งเราก็ประชุมด้วยกันเอง บางครั้งเราก็เชิญหน่วยงานต่าง ๆ มาจากทั่วประเทศ แล้วยังมีหน่วยงานระหว่างประเทศมาร่วมเป็นบางครั้งด้วย มีหน่วยงานต่าง ๆ มาร่วมถึง 200 หน่วยงาน ในรอบในรอบ 3 ปี ที่ผ่านมามีการลงพื้นที่เพื่อไปรับฟังความคิดเห็น เพื่อไปเยี่ยมเยียนไปดู พัฒนาคุณภาพชีวิตในระดับในระดับท้องถิ่น ดูเรื่องความเข้มแข็งขององค์กรด้านคนพิการไปดูปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของภัยพิบัติ ไปดูเรื่องของการแพร่ระบาดของโรค ของโรคตอนนี้ก็มีโรคทับซ้อนกันอยู่ 2 โรค โควิด 19 ยังไม่ทันหายก็จะมีเรื่องของฝีดาษลิงเข้ามาแทนที่และตลอดจนถึงเรื่องอื่น ๆ รวมทั้งเรื่องของการ การกระจายบริการบริการในรูปของศูนย์บริการคนพิการในรอบ 3 ปีเราไปลงพื้นที่ถึง 12 ครั้ังอันนี้น้อยไปถ้าเทียบกับในยามปกติ ถ้าไม่มีโควิดน่าจะเกิน เกิน 30 ครั้งผมเชื่อแน่ว่า ประมาณ 20 - 30 แน่นอนแต่เราไป 12 ครั้งเหลืออีก 2 ปีก็คงจะต้องทำคะแนนเยอะขึ้นในการไปพบปะพี่น้องประชาชน มีการจัดสัมมนาจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นใหญ่ ๆ 4 ครั้งด้วยกัน ก่อนโควิดจัดง่าย แต่ช่วงโควิดก็ยากนิดหนึ่ง เพราะฉะนั้นจำนวนคร้ังก็ต้องอันนี้ก็ต้องเป็นไปตามสถานการณ์อันที่ 4 จัดทำข้อเสนอแนะเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 50 เรื่อง จัดทำรายงานพิจารณาศึกษาของการจัดทำรายงานเป็นเล่มมีการศึกษาอย่างละเอียด มีข้อเสนอแนะ ออันนี้จัดทำรายงานเสนอไปแล้ว ๓ เรื่อง ๓ เล่มด้วยกัน คราวนี้ลองมาดูในเชิงคุณภาพมีผลงานมีผลงานเมื่อสักครู่ดูเรื่องกิจกรรมว่าได้ทำอะไรไปแล้ว ทีนี้เรามาดูผลที่เราทำไปแล้วบ้าง บางอันก็เหมือนกับซ้อนกันอยู่นะครับอันที่ 1 เป็นการรายงานผลพิจารณาศึกษาการพิจารณาศึกษาี่ที่จัดทำเป็นรูปเล่มแล้ววุฒิสภาพร้อมที่จะส่งต่อไปยังหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องแล้วมีอยู่ ๓ เรื่องเรื่องแรกเป็นเรื่องของของการส่งเสริมการมีงานทำของคนพิการ เรื่องที่ 2 ก็เรื่องของการปรับปรุง การส่งเสริมให้คนพิการได้เข้าถึงบริการทางทางธุรกรรมทางการเงินกับธนาคาร สถาบันการเงิน หรือแม้กระทั่งตลาดหลักทรัพย์ อันนี้เป็นเรื่องที่ได้นำเสนอไปแล้ว หลายเรื่องกำลังคลี่คลายไปในทางไปในทางที่ดีขึ้น อันต่อมาเป็นประเด็นเรื่องของการเข้าถึงบริการสายการบิน ซึ่งจะเป็นได้ว่าหลายปีมานี้คนพิการถูกเลือกปฏิบัติถูกปฏิเสธการขึ้นเครื่องบ้าง ขึ้นเครื่องไม่สะดวกบ้างถูกกำหนดจำกัดที่นั่งมากมายมหาศาลอะไรต่าง ๆ มากมายมหาศาลก็ได้จัดทำรายงาน แล้วในกระบวนการเหล่านี้ก็ได้มีการแก้ไขปัญหาไปในทางปฏิบัติไปพร้อมกันด้วยนะครับ พิจารณาศึกษาเกี่ยวกับเรือ่งการปฏิรูปมีการติดตามเสนอแนะเร่งรัดการปฏิรูปโดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เป็นการปฏิรูปด้านสังคมที่เกี่ยวกับคนพิการ ซึ่งในขณะนี้ในแผนการปฏิรูปประเทศก็ดีก็ดีในแผนเพิ่มเติมก็ดี มีที่เกี่ยวข้องกับคนพิการโดยตรงอยู่ 3 หัวข้อ หัววข้อที่ 1 น่าจะตรงใจหลายท่านทั้งที่นี่และที่บ้าน ก็คือการปฏิรูปกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการเพื่อให้เป็นกองทุนกองทุนที่ทรงพลังมีประสิทธิภาพตอบโจทย์การเสริมพลัง ตอบโจทย์การคุ้มครองสิทธิคนพิการ ในส่วนที่เป็นเป้าหมายที่เราเป็าหมายที่เราเอามาจาก แผนการปฏิรูปแผนการปฏิรูปประเทศอย่างชัดเจน กองทุนจะต้องสามารถเสริมพลังให้แก่ศูนย์บริการคนพิการซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการส่งถึงมือพี่น้องประชาชนที่เป (็็นคนพิการทั่วประเทศตราบใดที่กองทุนยังไม่ทรงพลังยังไม่ทรงประสิทธิภาพ ศูนย์บริการคนพิการก็ไม่อาจทำหน้าที่ได้อย่างดีได้ เพราะฉะนั้นมีความจำเป็นยกระดับอัพเกรดปฏิรูปกองทุนกันมากมายมหาศาลเลยว่า กองทุนจะเป็นได้หรือไม่ได้ก็อยู่ในมือของท่านทั้งหลายทุกคนทั้งที่นี่และที่บ้าน ท่านจะสนับสนุนหรือไม่ ประการที่ ๒ เป็นเรื่องอันนี้ต้องใส่เครือ่งหมายดาวดาวไม่รู้กี่ดวงเพราะว่าอยู่ในแผนเพิ่มเติมก็คือ big rock คือต้องทำให้สำเร็จให้ได้ต้นทาง ต้นน้ำในการเข้าถึงสิทธิสิทธิสวัสดิการต่าง ๆ ของคนพิการนั้นอยู่ที่การขึ้นทะเบียนหรือลงทะเบียนหรือจดทะเบียนจะเรียกว่าขึ้น จะเรียกว่าลง จะเรียกว่าจดเป็นเรื่องของการที่ไม่มีที่ไม่มีชื่อ ไม่มีบัตรกับการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นถ้าคนพิการไม่ได้จดทะเบียน ไม่ได้ลงทะเบียนเป็นคนพิการตามกฎหมายโอกาสที่จะเข้าถึงสิทธิสวัสดิการต่าง ๆ ก็เป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะฉะนั้นจึงมีการปฏิรูป นอกจากจะปฏิรูปในเรื่องของนิยามให้ครอบคลุม ให้ลงลึกไปถึงคนพิการที่ในขณะนี้อาจจะถูกตัดออก ก็เพิ่มดีกรีของความพิการพิการตั้งแต่ระดับพิการรุนแรงไปจนถึงพิการไม่รุนแรงเพื่อดึงคนเหล่านี้เข้าสู่ระบบนอกจากนี้ก็ยังจะต้องมีกลไกในการวินิจฉัย กลไกในการประเมินความพิการว่าต้องไม่อยากเกินไป จะต้องไม่แปลกแยกคน ต้องดึงคนเข้าสู่ระบบทำอย่างไรที่ความพิการจะสะท้อนความเป็นจริงมากที่สุด เอาแค่ตัวเลขคนพิการ มีแค่ 2 ล้านคนเศษ แต่ที่สำนักงานสถิติแห่งชาติสำรวจไปเมื่อ 2 - 3 ปีที่แล้วมีตั้ง ๓.๗ ล้าน อันนี้ยังไม่ได้รวมถึงคนพิการที่ไม่รุนแรงอีกเยอะแยะไปหมดเลย ถ้าจะอิงรายงานถ้าจะอิงรายงานว่าด้วยเรื่องคนพิการในระดับโลกขององค์การอนามัยโลกและธนาคารโลกทำไว้เมื่อปี ๒๕๕๔ นั้น มีถึงร้อยละ ๑๕ ของประชากร ซึ่งประเทศไทยก็ตัวเลขจะต้องไม่ต่ำ 10 ล้าน ยิ่งิเรามีคนเหล่านี้เข้าสู่ระบบมากเท่าไรการคำนวณด้านงบประมาณก็ดี การกำหนดนโยบายกระแสหลักเพื่อคนทั้งมวล หรือนโยบายการพัฒนาไปด้วยกันที่ไม่ทิ้งใครจำจะต้องมีตัวเลขคนพิการที่ตรงกับความเป็นจริงหรือใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากขึ้น เมื่อมีการลงทะเบียน ขึ้นทะเบียน จดทะเบียนแล้วก็ต้องไปจัดการฐานข้อมูลที่ชัดเจนเชื่อมโยงไร้รอยต่อกับระบบฐานข้อมูลส่วนอื่นไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทะเบียนราษฎรไม่ว่าจะเป็นข้อมูลของหลักประกันสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลของกระทรวงศึกษาธิการหรือข้อมูลอื่นที่ที่จำจะต้องมีการเชื่อมโยงไร้รอยต่อ อันที่ 3 อันนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญ มีผู้บอกว่าเป็นกระดูกสันหลังของการที่คนพิการจะได้รับการคุ้มครองสิทธิและเสริมพลังถ้าท่านใดกล้าพอ ก็เสริมพลังอำนาจคำว่า อำนาจเข้าไปอีก ก็คือเรื่องของการจัดสภาพแวดล้อมสาธารณะที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้เรามีกฎหมายที่บัญญัติเรื่องนี้ไปหมดเรื่องนี้ไว้เยอะแยะไปหมด รัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี 2540 ก็ว่าไป พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการก็ว่าไว้พ.ร.บ. ควบคุมอาคารก็ว่าไว้กระทรวงมีระเบียบเต็มไปหมดมีมติ ครม. ซ้ำแล้วซ้ำอีกออกมาในทางปฏิบัติ ผลการบังคับให้เป็นไปตามนั้นยังไม่เกิดผลเท่าที่ควร คณะอนุกรรมาธิการก็พยายามเสนอไม่ว่าจะเป็นเรือ่งของกลไกที่จะทำให้เกิดระหว่างตัวนโยบาย ตัวกฎหมายไปสู่การบังคับใช้ มีการจัดตั้งคณะกรรมการเสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการของกรรมการซุปเปอร์บอร์ดอย่างนี้เป็นต้นดึงเอาเรื่องมาตรการจัดซื้อจัดจ้างมาเกี่ยวข้องกับการส่งเสริมหให้มีการเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้าแล้วนอกจากนี้ก็ยังจัดทำข้อเสนอรายประเด็นทำข้อเสนอ เดี๋ยวจะเป็นข้อเสนอรายประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการจัดสภาพแวดล้อมสาธารณะอีก อันนี้เป็นหัวข้อการปฏิรูปทั้ง ๓ หัวข้อซึ่งจะเป็นหัวข้อหลักอันต่อมาก็คือเป็นเรื่องของการรวบรวมประเด็นเกี่ยวกับคนพิการทั้งเรื่องราวร้องทุกข์ ทั้งเรื่องการติดตาม การปฏิบัติตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการทั้ง่การศึกษาประเด็นที่ได้จัดทำเสนอไปที่บอกว่า 50 เรื่อง ยกตัวอย่างให้เห็นเช่น ในเรื่องของการส่งเสริมการจ้างงานคนพิการโดยหน่วยงานภาครัฐยังติดหนี้คนพิการอยู่ถึงประมาณ 15000 ตำแหน่ง อันนี้เป็นความท้าทายโดยเฉพาะรัฐสภาของเรา ข้อเสนอให้รัฐสภามีการปรับปรุงสภาพแวดล้อมเพื่อให้คนพิการสามารถเข้าถึงบริการต่าง ๆ ได้ รวมทั้งมีการจ้างคนพิการทำงานให้เป็นไปตามสัดส่วนการจ้างงานตามกฎหมาย ซึ่งถ้าจะจ้างกันแล้วรัฐสภาต้องจ้างคนพิการ30 คน ถ้าไม่จ้างก็ต้องจัดสถานที่ใหัคนพิการจำหน่ายสินค้าและบริการ อันนี้กำลังทำกันอย่างเต็มที่ ติดตามกันอยู่นะครับยังมีข้อเสนอประเด็นที่ลงรายละเอียดไปถึงเรื่องการขนส่งทางรางเป็นข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อขับเคลื่อนในเรื่องของการคณะกรรมการเพื่อการเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้าหรือ superboard หรือสิ่งอำนวยความสะดวก อันนี้ก็ไปเอาแบบอย่างมาจากของสหรัฐอเมริการมีข้อเสนอเกี่ยวเกี่ยวกับเรื่องของการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ มีข้อเสนอเกี่ยวกับเรื่องคนพิการทางกิจสังคม มีข้อเสนอเกี่ยวกับบริการสำหรับบุคคลออทิสติสซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการอยู่มีข้อเสนอเกี่ยวกับเรื่องของการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมภายหลังโควิด 19รวมทั้งมาตรการในการช่วยเหลือ คนพิการท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด ๑๙ ซึ่งข้อเสนอแทบทั้งสิ้นทั้งสิ้นได้รับการปฏิบัติแล้วก็ท้ายที่สุดข้อเสนอข้อเสนอที่ระบบขนส่งอันนี้พูดไปแล้วทางรางแล้วก็เรื่องของการรับเรื่องราวร้องทุกข์ที่ได้รับมาก็เป็นจำนวนมากแล้วหลายกรณีได้มีการแก้ไข สามารถจัดการปัญหาพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนเช่น เรื่องของการส่งต่อคนพิการที่ยากไร้ แล้วก็มีปัญหาครอบครัว ทำอยา่งไรให้คนเหล่านี้เข้าถึงบริการในการที่จะรับเรื่องราวและส่งต่อในเรื่องเหล่านี้ ประการที่ 4ในส่วนของผลงานก็คือ เรื่องของข้อเสนอที่มีการต่อจัดทำร่างกฎหมาย เช่นจัดทำร่างกฎหมายร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกซึ่งในท้ายที่สุดหลังจากรอมาหลายปีก็คลอดออกมาเมื่อปี ๒๕๖๔ หลังจากที่ได้ผลักดันกันมากประมาณผลัดกันกันมาไม่ต่ำกว่าเดิมทีคาดว่าจะได้รับของขวัญในปี 2561 แล้วล่วงเลยกันมาในท้ายที่สุดก็ออกมาในปี ๒๕๖๔ ร่างกฎกระทรวงว่าด้วยเรื่องของเรื่องของพัสดุการจัดซื้ออันนี้ออกตามความในมาตรา 55 พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐซึ่งจะช่วยทำให้การจัดซื้อจัดจ้างส่งเสริมอาชีพคนพิการเป็นการช่วยสนับสนุนองค์กรด้านคนพิการที่มีการจ้างงานคนพิการด้วยก็จะเป็นการจัดซื้อจัดจ้างในลักษณะที่เป็นวิธีพิเศษนอกจากนี้ก็ยังมีร่างพระราชบัญญัติการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ....ซึ่งตอนนี้ผ่านความเห็นชอบไปเรียบร้อยแล้วร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติและร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมการเรียนรู้ซึ่งอยูการพิจารณาของคณะกรรมาธิการร่วมของทั้ง ๒ สภาอยู่ข้อเสนอแนะที่เราได้นำเสนอกำลังได้รับการพิจารณาอยู่เช่นกัน ยังมีกฎหมายยังมีกฎหมายฉบับอื่น ๆ อีกมากมายที่ไม่สามารถนำมาเล่าให้ฟังในขณะนี้ได้ อันนี้เป็นเพียงตัวอย่างที่คณะอนุกรรมาธิการกิจการคนพิการได้ดำเนินการเพื่อคุ้มครองสิทธิเสริมพลังคนพิการควบคู่ไปกับการจัดทำข้อเสนอเพื่อให้มีการปฏิรูปด้านสังคมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ ซึ่งวันนี้คงจะได้มีการรับฟังความเห็นเพิ่มเติมจากพี่น้องผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายทั้ังที่อยู่ในห้องนี้และผ่านระบบซูมจากทางบ้านต่อไปขอบพระคุณครับ (พิธีกร)กราบขอบพระคุณท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการคนพิการกิจการคนพิการ ท่านมณเฑียร บุญตัน ซึ่งท่านได้นำเเียนผลงานที่ผ่านมาของ3 ปี วุฒิสภา ต่อจากนี้จะเป็นเรื่องของการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากคนพิการเรื่อง ๓ ปี วุฒิสภาทิศทางปฏิรูปประเทศด้านสังคมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ โดยจะมีวิทยากรร่วมอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นดังนี้และขอกราบเรียนเชิญท่านวิทยากรได้เลยนะคะ ่มณเฑียร บุญตัน ๒ท่านที่ 2 (คุณวิทยุต)นายกสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทยท่านที่ 3 เรียนเชิญท่านนายกสมาคาผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไททยท่านที่ 4 ขอเรียนเชิญ (คุณณฐอร)ส่งเสริมและพัฒนาแล้วก็ท่านสุดท้าย ท่านสุภรธรรม มงคลสวัสดิ์ที่ปรึกษาคณะอนุคณะอนุกรรมาธิการกิจการคนพิการ ซึ่งท่านจะทำหน้าที่ดำเนินรายการช่วงนี้ขอกราบเรียนเชิญท่านวิทยากรและผู้ดำเนินรายการขอกราบเรียนเชิญค่ะ (พิธีกร)นะครับ เรียนท่านมณเฑียร บุญตัน ท่านวิทยากร ท่านผู้มีเกียรติในห้องประชุมแห่งนี้และที่ออนไลน์ทุกท่าน ตั้งแต่เช้าก็เป็นพิธีการ และเป็นความความคืบหน้า ความก้าวหน้าเรียกว่าเหลียวหลัง3 ปีที่ผ่านมา ท่านอาจารย์มณเฑียรบอกว่ายังมีหลายเรื่องที่จะต้องทำ ถ้าไม่เจอสถานการณ์โควิด คงจะมีสถิติที่มากกว่านี้ ผมว่าแค่นี้ก็เยอะมากแล้วเยอะมากจริง ๆ นะครับแลหน้าไปข้างหน้าอีก ๒ ปี ถ้าจะเร่งเร่งมือหนักเข้าไปอีก คงจะหนักเอาเรื่อง ในช่วงนี้เป็นช่วงที่เป็นการรับฟังความคิดเห็นเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งผมก็ได้รับมอบหมายจากท่านประธาน (คุณมณเฑียร)ว่าให้ชวนคุยฟังอนุกรรมาธิการกิจการคนพิการเราคุยกันมาเยอะ เราก็ให้ข้อมูลต่อสาธารณะพอสมควรนะครับ แล้วก็ในชุมชนคนพิการเราก็ให้ข้อมูลไปพอสมควรพอสมควร ให้เยอะ อยากฟังอะไร อยากฟังว่าประเด็นปฏิรูปสำคัญนะครับ เราคิดเห็นอย่างไร เราจะมีส่วนร่วมได้อย่างไร เราจะช่วยกันผลักดันอย่างไรในอีก 2 ปีแล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบทบาทของอนุกรรมาธิการและในบทบาทของสมาชิกวุฒิสภาที่ท่านอาจารย์มณเฑียรขับเคลื่อนอยู่พร้อมคณะอีกจำนวนมาก เพราะฉะนั้นประเด็นนี้เป็นหัวใจสำคัญว่าประเด็นปฏิรูปประเด็นปฏิรูปคือหัวใจที่อยากจะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นมากที่สุดนะครับ แต่แน่นอนอาจจะมีประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้อง ถ้าไม่พูด ถ้าไม่ทำ ประเด็นประเด็น 3 ประเด็นหลัก ก็คงจะไม่สำเร็จหรือสำเร็จยากก็สามารถแสดงความคิดเห็นได้เพราะฉะนั้นเช้าวันนี้อย่างที่บอกว่าเราจะเน้นการฟังความคิดเห็นของชุมชนทั้งในห้องและออนไลน์เดี๋ยวจะสลับกันไป แต่ก่อนที่จะไปถึงผู้ที่เข้าร่วมประชุมในห้องประชุมแห่งนี้และในออนไลน์ วันนี้เรามีวิทยากรซึ่งเมื่อสักครู่นี้ได้แนะนำไปแล้วก็อยากจะให้ท่านวิทยากรแต่ละท่านได้ปูพื้นย่อ ๆ สั้น ๆ ในส่วนที่ท่านเกี่ยวข้องว่าในส่วนที่ท่านเกี่ยวข้องว่า 3 ปี วุฒิสภา ทิศทางการปฏิรูปประเทศด้านสังคมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคนพิการเป็นอย่างไร ท่านเกี่ยวข้องอยา่งไร ท่านผลักดันอย่างไร ท่านพบปัญหาอุปสรรคอะไร ท่านอยากจะฟังอะไรขอสั้น ๆ ก่อนเริ่มบอกว่าขอสัก 5 นาทีได้ไหมแต่ละท่าน แต่ถ้าจะเลยบ้างก็ได้ เวลาก็ยังพอมีแต่อยากจะเปิดเวที และตอนท้าย ๆ เดี๋ยวอาจจะ ไม่ทราบท่านอาจารย์มณเฑียรมีอะไรจะเกริ่นก่อนไหม ก่อนที่จะให้วิทยากรอีก ๓ท่าน ได้พูด เรียนเชิญท่านมณเฑียรครับ (คุณมณเฑียร) ขอบคุณท่านอาจารย์สุภรธรรมครับผมเผลอเกริ่นไปตอนที่บรรยายสรุปรวมผลงานในรอบ ๓ ปี แล้วก็อาจจะเป็นเหมือนกับว่ามีมีความรู้สึกกดดันว่าจะต้องเล่าเรื่องการปฏิรูปทั้ง 3 ข้อ ขอถือโอกาสว่าเอาที่พูดไปแล้วทั้งหมดเมื่อสักครู่มาเป็นการเกริ่น แผนการปฏิรูปทั้ง ๓ ข้อเป็นสิ่งที่ต้องทำในฐานะวุฒิสภา ซึ่งมี mandate มีหน้าที่และอำนาจตามรัฐธรรมนูญในบทเฉพาะกาลก็คือมาตรา ๒๗๐ ต้องจับให้มั่นต้องติดตาม ต้องเสนอแนะและเร่งรัดให้เป็นไปตามนั้นจะเป็นเรื่องของการปฏิรูปกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการก็ดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการขึ้นทะเบียน รวมไปถึงฐานข้อมูลคนพิการก็ดี ไม่ว่าเรื่องกฎหมายเกี่ยวกับการจัดสภาพแวดล้อมสาธารณะเพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้สะดวกหรือที่เราเรียกสั้น ๆ ว่าเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้า หรือ accessibility for all3 ข้อนี้เป็นประเด็นที่เราถูกกำหนดโดยรัฐธรรมนูญว่าต้องทำแต่ทั้งนี้ไม่ได้แปลว่า 3 ข้อนี้จะเป็นแค่ ๓ ข้อที่เราจะทำ เพราะหน้าที่และอำนาจของวุฒิสภาก็ดีหน้าที่และอำนาจตามข้อบังคับการประชุมของวุฒิสภา ซึ่งกำหนดหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการตลอดจนถึงอนุกรรมาธิการกิจการคนพิการในเรื่องอื่น ๆ ทั้งหมดก็ต้องทำก็ต้องทำ เพียงแต่ว่าอาจจะโฟกัสไปที่ 3 ประเด็นหลัก เพราะเป็นการมอบอำนาจพิเศษตามรัฐธรก็รายละเอียดได้เกริ่นไปแล้วเมื่อสักครู่ตอนที่ได้พูดถึงเรื่องการดำเนินงานขอบคุณครับท่านอาจารย์มณเฑียรผู้เชี่ยวชาญ ท่าน (คุณณฐอร)ไปทางท่านนายกสุขาติ แล้วก็เดี๋ยวไปทางท่านวิทยุตวิทยุต เชิญท่านณฐอรก่อนครับ (คุณณฐอร)สวัสดีทุกท่านเขาบอกว่าไม่ต้องพูดมากให้ฟังมาก ๆ ที่จริงเราทำงานร่วมกันและขับเคลื่อนการทำงานทั้ง ๓ ประเด็นการทำงานทั้ง 3 ประเด็น มาด้วยกันตลอดก็ในฐานะของผู้แทนกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการก็คงมาเล่าในเรื่องของการทำงาน ๓ ปี ๓ ประเด็นนี้ว่าเเราทำอะไรบ้าง ที่จริงเราก็มีภารกิจในการที่จะทำในเรื่องของนโยบาย การส่งเสริมการจัดทำนโยบายเพื่อยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการทำงานในเรือ่งของการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการซึ่งเราทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย ซึ่งก็จะมีกลไกในเรื่องที่สำคัญก็คือกลไกของคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพคนพิการแห่งชาติที่มีองค์กร มีหน่วยงานร่วมเป็นภาครัฐเข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการในส่วนนี้ ในส่วนของประเด็น 3 ประเด็นในเรื่องของการปฏิรูปกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิแล้วก็ต้องนำเรียนว่าในปัจจุบันกองทุนคนพิการแล้วกัน เรียกชื่อย่อ ๆ มีเงินตอนนี้ประมาณ 8,600 ล้านบาท ซึ่งเป็นข้อมูล ณ วันที่ ๗ มิถุนายน ซึ่งเงินเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นรายได้หลักที่มาจาก 3 ส่วน ก็คือในเรื่องของสถานประกอบการที่ไม่ได้จ้างงานคนพิการตามที่กำหนดไว้ตามกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.คนพิการ คือ เขาจะส่งเงินตามมาตรา 34 ต้องบอกว่า ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์เป็นเงินที่มาจากส่วนที่ 2คือ เงินที่เราได้จากกองทุนและให้คนพิการผู้ดูแลมากู้ยืมแล้วก็มาชำระหนี้ประมาณ 500 ล้านบาท ที่ 3 เป็นเรื่องดอกเบี้ยและรายได้อื่น ๆดังนั้นในการบริหารจัดการเงินกองทุนก็อยู่ในรูปของคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนที่จะมาดูแลตรงนี้ ซึ่งก็จะมีท่านปลัดกระทรวงการเป็นประธาน แล้วก็มีหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาเป็นอนุกรรมการในส่วนนี้บริการหลัก ๆ ของกองทุนก็คือให้กู้และผู้ดูแลคนพิการ ต้องนำเรียนว่าในปัจจุบันนี้ตั้งแต่เราให้บริการมาตั้งแต่ปี 2538 ถึงปี ๕๖ เราให้กู้แล้วประมาณ 25000 พันกว่าล้านใช้เงินของกองทุนประมาณ 8,900 กว่าล้านบาท ถ้าใช้การเฉลี่ยปีละ 25,000 รายส่วนที่ ๒ ก็คือ การสนับสนุน องค์กรคนพิการ หน่วยงานภาครัฐหรือองค์กรที่ระเบียบให้การสนับสนุนเป็นรูปของโครงการที่ให้เรื่องของการไปส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแล้วให้บริการให้บริการมานี้ ตั้งแต่ปี 2538 ถึงปัจจุบันกว่าโครงการ เป็นเงิน 400กว่าล้านบาทต้องบอกว่าเฉลี่ยประมาณ 750 โครงการ อันนี้ก็คือสิ่งที่กองทุนให้บริการ นอกนั้นเราก็จะดูแลในเรื่องการรับรายงานมาตรา ๓๓ จ้างงานของสถานประกอบการภาครัฐ แล้วก็การส่งเงินเข้ากองทุน มาตรา 34 และมาตรา 35 จะเป็นในเรื่องของทางเลือกทางเลือกของสถานประกอบการหรือภาครัฐที่จะไม่จ้างงาน ไม่ส่งเงิน ก็เป็นมาตรการทางเลือกไปใน 7 วิธีการตรงนี้จะเห็นว่ากองทุนก็มีการดำเนินงานที่หลากหลายแต่ว่าในการที่จะให้บริการหรือพัฒนาก็จะมีงานที่ เราก็คิดค้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการทำให้กองทุนมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของหรือการสนับสนุนโครงการที่เราก็มีส่วนที่จะทำให้เราควบคุมโดยใช้วัดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล การดำเนินงาน องค์กรที่รับเงินจากกองทุนไปแล้วก็ประโยชน์สูงสุดคือให้คนพิการได้มีคุณภาพชีวิต นอกจากนั้นในเรื่องของการกู้จะเห็นว่าก็มีการเอาเรื่องของเทคโนโลยีเข้ามาใช้คนพิการที่กู้และผู้ดูแลที่กู้ตอนนี้สามารถยื่นกู้ผ่านระบบออนไลน์ได้ แล้วปีนี้เราก็ทำของการยื่นกู้ การตรวจสอบสถานะการเงิน การตรวจสอบสถานะหนี้ซึ่งเราก็จะเปิดใช้ application นี้ในปี 2565เพื่อที่จะให้บริการคนพิการหรือผู้ดูแลได้อย่างมีประสิทธิภาพแต่เหนืออื่นใด ถ้าคนพิการไม่ได้ยื่นกู้ผ่านระบบก็สามารถที่จะมายื่นกู้หรือมาดำเนินในเรื่องของการติดต่อในเรื่องของเงินกู้ได้ พก. หรือ พมจ. หรือศูนย์บริการจังหวัดได้ในส่วนนี้ นอกจากนี้ เมื่อสักครู่นี้เห็นอาจารย์มณเฑียรบอกว่าศูนย์บริการ ตอนนี้ศูนย์บริการการดำเนินงานใช้เรื่องของเงินกองทุนมาช่วยในการสนับสนุนกิจกรรมโครงการต่าง ๆ ของศูนย์บริการและปัจจุบัน พก. ก็อยู่ระหว่าการทบทวน การสนับสนุนเงินของศูนย์บริการเพื่อให้สอดคล้องกับปัญหาที่เกิดขึ้นหรือสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป และก็ยังดูในเรื่องของความต่อเนื่องงบประมาณตรงนี้ด้วย อันนี้ก็เป็นบทบาทของกองทุน ส่วนที่อาจารย์ได้พูดไว้ในเรื่องของการที่จะทำให้กองทุนเป็นนิติบุคคล เรามีการดำเนินงาน และการแก้ไขเรื่องของ พ.ร.บ. ก็จะใช้เวลาในการดำเนินงานเราก็ผ่านในเรื่องตรงนี้มาก็ใช้อนุกรรมการเรื่องของกฎหมายเข้ามาดู มีกระบวนการทำตรงนี้อยู่ระหว่างนี้ ในประเด็นที่ 2 การปฏิรูปประเทศเรื่องของการจดทะเบียน การขึ้นทะเบียน การจดทะเบียน การลงทะเบียนแบบที่อาจารย์ว่าจะเรียกอะไรก็ได้ พอมีบัตรประจำตัวคนพิการก็เข้าสู่สิทธิไม่ว่าจะเป็นสิทธิทางด้านการแพทย์ การศึกษาและสังคม อันนี้ก็เป็นประตูสู่สิทธิที่จะทำให้คนพิการเข้ารับสิทธิได้ตามกฎหมายที่กำหนด ซึ่ง พก. ก็ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ตามที่สถิติที่อาจารย์ได้พูดไว้ว่า ตามสถิติแห่งชาติ เขาบอกว่ามีประมาณ 3.7 ล้านคน แต่ตอนนี้ในฐานข้อมูลการจดทะเบียนยอดปัจจุบันก็มีประมาณ ๒.๑ ล้านคน ก็ยังต่างกันอยู่ที่ 1.5 ล้าน ถ้าคิดตรงนี้ แต่ความต่างตรงนี้เรามาเริ่มในเรื่องของการปฏิรูปประเทศเรื่องของการจดทะเบียนนี้ว่าสิ่งที่ต่างนี้เกิดจากอะไร ที่เราหามาได้ ก็คือเกิดจากคำนิยาม เรื่องของคนพิการที่แตกต่างกันในระหว่างหน่วยงานี่ที่ทำในเรื่องของสถิติตรงนี้ดังนั้นเรื่องของปฏิรูปเรื่องของการขึ้นทะเบียนคนพิการ พก. ก็ทำไปสำเร็จแล้ว ที่จริงประมาณร้อยละ 70 คือปีนี้ต้องทำตัวชี้วัดนี้ให้แล้วเพราะว่าเราก็เริ่มทำตั้งแต่ปี ๖๔ นั้นปี 2565 เราต้องเริ่มทำให้ได้ ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ตอนนี้ทำอยู่ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์กิจกรรมที่ดำเนินการก็คือการวินิจฉัยการประเมินความพิการ ซึ่งก็ผ่านในรูปของคณะทำงาน ก็มีเรื่องของการให้ความสำคัญกับประเภทคนพิการซึ่งเดิมเราใช้ 7 ประเภทความพิการ ตอนนี้เพิ่มเป็นอีก 2 ประเภท จะแยกในเรื่องความพิการทางการสื่อความหมายเป็นการพูด ภาษาและต่อจากความพิการทางการได้ยิน ความพิการรุนแรงเข้าไป ขณะนี้อยู่ระหว่างการเสนอร่างประกาศที่อนุกรรมการด้านกฎหมายเพื่อให้พิจารณาแล้วก็ทำคู่มือในเรื่องของการประเมินความพิการต่อไป อันที่ 2 คือ ที่เน้นตอนนี้เราทำในเรื่องของการพัฒนาapplication เรียกว่า พม. รู้จักคุณแล้วก็ไปร่วมกับ ม. นเรศวร ทำแอพนี้ขึ้น ที่จริงเสร็จแล้วแอพนี้เสร็จ เริ่มที่จะนำไปใช้ แล้วก็นำร่องที่จังหวัดพิษณุโลกสำรวจความพิการ เก็บข้อมูลคนพิการเชิงลึกซึ่งได้ผลอย่างไร ประเมินเราก็จะขยายผลต่อไป อันที่ 3 คือ เรื่องของการทำให้คนพิการเข้าถึงระบบ เรื่องของการืให้บริการจดทะเบียนเราก็มีเรื่องของการทำเรื่องศูนย์บริการเบ็ดเสร็จณ จุดเดียวกัน วันสต็อปเซอรืวิสที่เราบอกว่าให้เลือกมา 1 โรงพยาบาล ต่อ 1 จังวหัด77 จังหวัดก็จะเป็น รพ. one stop service พก. ก็จะสนับสนุนเครื่องออกบัตรประจำตัวคนพิการ แล้วก็ดำเนินงานนซึ่งจะทำการแล้วเสร็จสิงหาคมนี้ ตอนนี้เราได้เงินที่สนับสนุนจากกองทุนในการซื้อเครื่องออกบัตร ซื้อเครื่องอะไรต่าง ๆ แล้วก็จะเริ่มที่จะให้บริการที่จริงตรงนี้ก็ไปคุยกับกทม. เหมือนกัน ในส่วนของ กทม. บอกว่าจะต้องโรงพยาบาลในสังกัด กทม. ด้วยอันนี้ พก. เริ่มดำเนินการแล้วก็คิดว่าสิงหาคมนี้จะมีโรงพยาบาลที่จังหวัดละ 1 แห่งจะทำเป็นศูนย์ one stop ตรงนี้ นอกจากนั้นจะมีการเชื่อมโยงข้อมูล อาจารย์มณเฑียรได้พูดถึงประเด็นนี้ว่า พก. เป็นฐานข้อมูล พก. ก็มีการเชื่อมโยงข้อมูลกับจำนวน 23 หน่วยงานก็จะมีในเรื่องทั้ง พก. ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องีในเรื่องเชื่อมโยงข้อมูลอยู่ 6 หน่วยพก. อนุญาตให้ใช้ข้อมูล คือหน่วยงานอื่นมาขอใช้ 9 หน่วยงาน ในเรื่องของ linkage center และ พม. เชื่อมโยงกับข้อมูลในฐานของเว็บเซิฟเวอร์อีก 8 หน่วยเชื่อมโยง ๒๓ หน่วยงาน ก็คิดว่าจะเป็นในเรื่องของการอำนวยความสะดวกเป็นข้อมูลที่ real time ตรงนี้ ส่วนประเด็นที่ 3เรื่องของการปฏิรูปในเรื่องของการจัดสิ่งอำนวยความสะดวก อันนี้เป้็นประเด็นท่ี่ พก. ขับเคลื่อนมาตลอด 3 ปี มากกว่า 3 ปีอยู่แล้ว ตั้งแต่มีมติ ครม. ตั้งแต่ปี 2552 ที่จริงเราบรรจุประเด็นนี้ในเรื่องของการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกให้คนพิการอยู่ในแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ฉบับที่ 5 คือตั้งแต่ปี ปี 2560 - 2565 ในการที่จะทำงานเรื่องนี้ มียุทธศาสตร์ มีเรื่องแนวทางต่าง ๆ เพื่อให้คนพิการได้เข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้อย่างเท่าเทียม นอกจากนั้น พก. ก็ยังบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อสำหรับคนพิการ อันนี้ก็มีการทำงานที่ โดยเฉพาะการทำงานกับหน่วยงานองค์กรคนพิการที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนตรงนี้ไม่ว่าจะเป็นการทำตามมติ ครม. เมื่อปี 2552 ในเรื่อง 5 ส่วน คือ ด้านห้องน้ำที่จอดรถสัญลักษณ์ ข้อมูลตอนนี้เรามีหน่วยงานที่ทำแล้วประมาณ 29,500 กว่าแห่งนอกจากนั้นก็จะมีเรื่องของการมอบป้ายสัญลักษณ์สถานที่ที่เป็นที่สำหรับคนพิการ เราก็ทำประมาณ 1121 แห่งมีการทำแพลตฟอร์มในเรื่องสถานที่ที่เอื้อสำหรับคนพิการ แล้วก็สำหรับผู้สูงอายุที่สามารถใช้ได้ คือ มองในทุกกลุ่มเป้าหมาย ที่ทุกคนสามารถใช้ได้ เคยเจอ เคยพบ application เจอแจ้งแจ่มแจ๋วเราก็สำรวจ ก็มีประมาณ 5100 รายการ และพบว่าจังหวัดที่ลใน application นี้ก็คือปทุมธานี นนทบุรี เชียงใหม่ ขอนแก่น แล้วก็สมุทรปราการเขาลงข้อมูลมากที่สุดและเอาข้อมูลเหล่านี้มาพัฒนาต่อยอดทำเป็นเรื่องของสิ่งอำนวยความสะดวก ตรงนี้ก็ทำตลอดต้องบอกว่าการทำงานเรื่องของการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อคนพิการ และเป้าหมาย พก. หน่วยงานเดียว คงจะทำงานด้วยกันไม่ได้แค่หน่วยเดียว คงต้องใช้การบูรณาการเพื่อให้เกิดความร่วมมือขับเคลื่อนไปด้วยกันเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดไม่ว่าเฉพาะคนพิการ ผู้สูงอายุ เด็กทุกคนสามารถใช้ได้ อันนี้เป็นสิ่งที่ พก. ดำเนินการ อันนี้ก็ ๓ ประเด็นที่วันนี้มาเล่าว่า พก. ทำอะไรในประเด็นหลัก ๆ ตรงนี้ ขอบคุณค่ะอาจารย์ (คุณณฐอร) จะเห็นว่าเรื่องกองทุนตอนนี้แต่ก่อนเราได้ยินว่าเป็น 20,000 ล้าน 10,000 ล้าน แต่ตอนนี้เหลือ8000 ล้านบาทแต่ 8,000 ถือว่ามีจำนวนที่เยอะแล้วก็ทำอะไรได้อีกมากพอสมควรโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเรามองในเชิงของการใช้เม็ดเงินให้มีประสิทธิภาพนะครับเรื่องของการเข้าถึงคนพิการหรือการจดทะเบียนประตูบานแรก ท่านผู้เชี่ยวชาญบอกว่า 70% อีก 30 เปอร์เซ็นต์คือส่ิงที่จะวิ่งต่อนะครับ ส่วนเรื่องของการเข้าถึงซึ่งมีวิกฤติทั้งเข้าถึงสภาพแวดล้อมทางกายภาพ การเดินทาง ก็มีการพัฒนาตามลำดับแต่หัวใจสำคัญที่เราคุยกันก็คือว่าอันนี้คือประเด็นปฏิรูปทางสังคม เมื่อเป็นประเด็นปฏิรูปทางสังคม นั่นหมายความว่าต้องทำให้ ดีขึ้นในเชิงกลไกในเชิงโครงสร้างกลไก ในเชิงโครงสร้างดีขึ้นในเชิงของบริการ ในเชิงของประสิทธิภาพ ถ้าดีขึ้นแสดงว่ายังต้องมีช่องว่างอะไรบางอย่างอยู่นะครับที่สามารถจะพัฒนาได้อีก ซึ่งผมก็เชื่อแน่ว่า ท่านนายกฯ สุชาติ แล้วก็ท่านนายกอาจารย์เจ น่าจะมีข้อมูลที่จะบอกเล่าให้ที่ประชุามที่จะบอกเล่าให้ที่ประชุมแห่งนี้ รวมถึงพี่น้องภาคีเครือข่ายที่ทำงานด้านคนพิการได้มองเห็น และได้ช่วยกันแบ่งปันความคิดเห็นมีช่องว่างอะไร ควรจะต้องมีการปฏิรูปใน ๓ ประเด็นนี้อย่างไร ทางท่านนายกฯ สุชาติ (คุณสุชาติ) ขอบคุณท่านสุธรรมมงคลสวัสดิ์ หรืออาจารย์แล้วก็ท่านอาจารย์ (คุณมณเฑียร)กิจการเพื่อสังคมแล้วก็ท่านที่ฟังอยู่ในห้องประชุม ประมาณ 168 คนตอนนี้ เหลียวหลังแลหน้าผมคิดว่าที่ผ่านมานี้ไม่ว่าจะเป็นช่องว่างต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น แล้วเราก็ได้ใช้กลไกของคณะอนุกรรมการกิจการเพื่อสังคมในการช่วยช่วยทะลุทะลวงปัญหาต่าง ๆ หลายเรื่อง อย่างเช่น สมมุติปัญหาของเราในครอบครัว เราก็อาจจะต้องใช้พ่อแม่ เมื่อเรารวมกลุ่มกันเป็นชมรมเมื่อมีจำนวนมากขึ้นก็เป็นมูลนิธิหรือเป็นสมาคมรวมถึงเป็นสภา แต่พอถึงจุดหนึ่งผมว่าคณะนี้ก็เป็นอีกคณะหนึ่งที่ผมได้ใช้แล้ว ได้ด้วยความขยันของทา่นรปะะานของท่านประธานประชุม 112 ครั้ง คิดดูแล้วกันว่าจะเกิดเนื้องานขนาดไหน ทั้ง ๆ ที่มีช่วงโควิด เราเอาเทคโนโลยี ซูมหรืออะไรต่าง ๆ ซึ่งประเด็นต่าง ๆ ของคนพิการก็ไม่หลุดทำให้งานของเราได้ขับเคลื่อนโดยตลอด รวมถึงได้ไปดูงานต่าง ๆ ด้วยผม 3 เล่มที่เรารายงานไปไม่ว่าจะเป็นธุรกรรมทางการเงินและากรจ้างงานผมก็อยากเล่าประเด็นของผมนิดหนึ่ง ก็คือ ผมได้มีประเด็นเรื่องทางบริษัทได้จ้างงานคนพิการ แล้วปรากฎว่าหน่วยงานทางประกันสังคมเมื่อหมดสัญญาหรืออะไรต่าง ๆ เด็กได้ลาออก แต่ปรากฏว่าพอไปขึ้นทะเบียนประกันสังคม ทางประกันสังคมบอกว่าไม่จ่ายเงินว่างงานให้เขาก็มองประเด็นว่าคนพิการทางสติปัญญาไม่สามารถทำงานได้จริง ทำจริงหรือไม่ ตอนหลังเราก็เอาเรื่องนี้มาสู่ที่คณะนี้แล้วพอตอนหลังแล้วตอนหลังทางประกันสังคมได้ลงไปสำรวจใหม่ เข้าไปดูในพื้นที่จริง ปรากฏว่าเด็กได้ทำงานจริง ๆ แล้วก็ได้ทำให้เด็กได้เงินว่างงานกลับไปส่งกลับมาจนถึงปัจจุบันนี้บริษัทนี้เขามีบริษัทในเครือทั้งหมด 22 บริษัท ผมเอ่ยชื่อได้เลย บริษัท ไอซินกรุ๊ป พอเขาได้ให้เราช่วยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ แก้ไขปัญหาต่าง ๆ เรียบร้อยแล้วเขาก็เกิดความมั่นใจมากขึ้นว่าสามารถที่จะจ้างงานคนพิการได้ แล้วเจ้านายเป็นบริษัทญี่ปุ่น เขาจะไม่ค่อยเชื่อมั่น เขากลัวเรื่องความปลอดภัยเรื่องอะไรต่าง ๆ เขาก็เลยส่งเงินเข้ากองทุนอย่างเดียวปรากฏว่าหลังจากนั้นมาผมทำแผนงานกับเขา 3 ปีที่จะต้องจ้างคนพิการ148 คน จากเดิมปีแรกอาจจะได้ 20 เปอร์เซ็นต์20 เปอร์เซ็นต์ จนปัจจุบันนี้เขาครบร้อยเปอร์เซ็นต์ แล้วมีจ้างเกินด้วย อันนี้เกิดจากการที่เราได้ใช้กลไกของที่นี่ในการเข้าไปช่วยเขา แล้วก็รวมถึงการรายงานเข้าถึงสายการบิน ซึ่งตอนนี้ก็ทำให้ ปกติแล้วผมจะบินกับลูกชายบ่อยมาก เมื่อเราเรียกสายการบินทุกสายการบินมาพูดคุยกลับไปเขากระตือรือร้นยังเรียกทางสมาคมเข้าไปพูดคุยว่าคนพิการแต่ละประเภทเป็นอย่างไร แล้วตัวพนักงานจะต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อให้เข้ากับคนพิการปรับตัวอย่างไรเพื่อให้เข้ากับคนพิการให้ได้ซึ่งปัจจุบันทำให้เราไปไหนมาไหนสะดวกขึัอันนี้ก็ต้องขอปรบมือดัง ๆ ทีมนี้ด้วยที่ประชุมไป 112 ครั้ง คือเรื่องการปฏิรูปประเทศเราก็จะมีเรื่องปฏิรูปกองทุนเมื่อกี้ผมก็ได้คุยกับท่านหน่อง คุยถึงเรื่องกองทุนตอนนี้เราตอนนี้เราเริ่มเมื่อมีการกระตุ้นในการจะปฏิรูปต่าง ๆ ที่ผมเห็นชัดเจนที่สุด ตอนนี้คือเรื่องการติดตาม เพราะว่าอยากให้ทางกองทุนได้ติดตามอย่างแท้จริงอย่างล่าสุดได้ไปที่สมาคมผมโดยไม่ได้นัดหมาย ผมเห็นด้วยอย่างนี้ดีมาก ๆ เลย เมื่อเราทำโครงการต่าง ๆ เข้าไปตรวจหน่อยว่าได้ทำตามมาตรฐานที่ขอเสนอเงินขอเสนอเงินโครงการไปหรือเปล่าซึ่งอันนี้ถือว่าเป็นข้อที่ดีอันหนึ่ง อีกอันหนึ่ง คือเรื่องการขึ้นทะเบียนของคนพิการ ก็ยังมีเรื่องฐานข้อมูลที่เป็นช่องว่างอยู่ไม่แน่ใจวา่ว่าฐานข้อมูล ยกตัวอย่าง การจ้างงานคนพิการ ล่าสุดผมก็มีประเด็นที่จังหวัดสระแก้ว ซึ่งจ้างงานมาแล้ว 5 เดือน วันนี้ก็ยังพอผ่านไป 5 เดือนพอผ่านไป 5 เดือนเพิ่งมาแจ้งให้บริษัททราบว่าคนนี้ใช้สิทธิซ้ำซ้อน ใช้ทั้ง ๓๓ และ ๓๕ ซึ่งจริง ๆ แล้วถ้้าเรามีฐานข้อมูลที่ดีภายใน 15 วัน ถ้าเป็น เรียงไทม์ได้ยิ่งดีบริษัทเขาเขาตั้งใจที่จะจ้างคนพิการแล้ว เขามาเจอเกิดเหตุการณ์แบบนี้ มาทำให้ความประทับใจแรกของเขาที่จะจ้าง คนพิการต่อไปเขาก็เลยรู้สึกอะไรอย่างนี้ ฝากประเด็นแค่นี้ก่อนครับ ชี้ให้เห็นถึงบทบาทของอนุกรรมาธิการที่ช่วยติดตามช่วยติดตามการทำงานของหน่วยงานของรัฐ แล้วก็สร้างความเข้าใจระหว่างกัน ประเด็น ถ้าผมจำไม่ผิดที่ท่านอาจารย์มณเฑียรพูดเรื่องที่เข้ามาแล้วแต่ละเรื่องต้องเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาปรึกษาหารือ ซึ่งส่วนมากเป็นเรื่องของการสร้างความเข้าใจ กฎหมายมีแล้วระเบียบมีแล้ว แต่วิธีปฏิบัติของแต่ละหน่วยอาจจะคลาดเคลื่อนในเรื่องของอาจจะมีทัศนคติหรือมุมมองที่ต่างกันนะครับ แล้วก็ในส่วนของกองทุนก็เป็นประเด็นเรื่องของภาคปฏิบัติ ซึ่งปฏิบัติในทางที่ดีก็คือการพยายาม ที่จะมองถึงที่จะมองถึงเรื่องของการใช้เงินอย่างคุ้มค่า อย่างไรก็ตาม เรื่องฐานข้อมูล เรื่องช่องว่างการว่างงานยังมีอยู่ เราอยากจะฟังเสียงอาจารย์เจ อาจารย์วิทยุตอาจารย์ (คุณวิทยุต) นายกสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย ในประเด็นปฏิรูปทั้ง 3 เรื่องจะมีช่องว่างอะไรในมุมมองของอาจารย์ เชิญครับ ขออภัยนะครับ ผมอยากจะขอเอาแมสลง เพื่อที่ล่ามจะได้แปลโดยง่าย สำหรับประเด็นของผมมีอยู่ด้วยกัน ๓ ประเด็นการเข้าถึงครับ แล้วก็ประเด็นเกี่ยวกับความรู้ความเข้าใจครับ สำหรับประเด็นที่ 1 ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาขอบคุณมากที่ประเทศไทยให้ความสำคัญกับโรงเรียน ซึ่งตอนนี้ก็จะมีทั้งสิ้น 21 โรงเรียน ซึ่งมากกว่าประเทศอื่น ๆ ที่เราจะเห็นประเทศอื่น ๆ สอนคนหูหนวกมีค่อนข้างที่จะน้อย แล้วก็มีการยุบด้วยครับ มีการแบ่งแล้วก็ตอนนี้ก็มีการขยายมากขึ้นโดยประเทศไทยตรงข้ามให้การสนับสนุนและสามารถที่จะเรียนร่วมก็ได้หรือจะเป็นโรงเรียนเฉพาะทางก็ได้ ผมรู้สึกว่าเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้คนหูหนวกคล้ายกับว่าของวัฒนธรรมของคนหูหนวกที่สามารถใช้ภาษามือได้ภาษามือได้ แล้วก็ไม่สูญหายไป การใช้วัฒนธรรมของคนหูหนวกจะต้องมีการสืบทอดต่อเนื่องกันไปโรงเรียนของคนหูหนวก โรงเรียนเรียนร่วมเขาจะต้องมีเรียนทั้ง ๒ อย่างของผมในการเข้าร่วมประโยชน์ก็คือทุกคนจะได้เรียนรู้วัฒนธรรมของคนหูดี รวมถึงได้เรียนรู้ถึงประโยชน์ต่าง ๆ ด้วยสำหรับโรงเรียนเฉพาะทางจะมีเยอะ เด็ก ๆ จะชินและมีความผูกพันในส่วนของภาษามือสิ่งต่าง ๆ นี้จริง ๆ แล้วก็ดีทั้ง ๒ อย่างครับ ซึ่งเราก็จะเห็นภายหลัง หลังจากจบปัญหาของการศึกษา อันดับ 1 เรื่องคุณภาพของการศึกษา เช่น ในการสื่อการสอนในการสื่อการสอน คุณภาพของสื่อการสอนจะต้องยกระดับ ซึ่งเด็ก ๆ ที่เรียนจบไปแล้วจะมีปัญหา อย่างเช่น เป็นภาระของสังคม ไม่รู้ว่าวิธีควรจะทำอย่างไรจะมีเป็นภาระเด็ก ๆในแต่ละโรงเรียนในการเรียนคุณภาพอยากจะให้ว่าพอเรียนจบแล้วไม่เป็นภาระของสังคม เขาสามารถทำด้วยตนเองได้ ของตัวเอง เหมือนกับว่าเขาสามารถเป็นไม่ให้ว่าคนอื่นไม่ให้ว่าคนอื่นมาเอาเปรียบได้หรือไม่มาเอาผลประโยชน์กับคนหูหนวกได้เขาก็จะไม่รู้ว่าแบบไหนถูก แบบไหนผิด เขาก็จะตามกระแสหลักไปเรื่อย ๆ เขาไม่รู้ว่าอย่างเช่นการเลือกตั้งจะเลือกคนไหนดี สุดท้ายเขาก็ดูว่าเพื่อนเขาเลือกคนไหนก็ตามคนนั้นไปแล้วกัน เขาจะตามเป็นแบบกระแสหลัก ไม่มีจุดยืนของตัวเอง นั่นเป็นปัญหาหลักที่ถูกปลูกฝังมาจากการเรียนรู้หรือประสบการณ์ความสามารถของเขาของเขา แล้วก็ก่อนที่ผมจะไปต่างประเทศ ผมก็รู้สึกว่าการเรียนรู้ของผมก็พอประมาณ แต่ว่าพอไปที่ต่างประเทศแล้วแล้วรู้สึกว่าการเรียนรู้ของผมเพิ่มขึ้น ความรู้ต่าง ๆ คุณครูจะมีวิธีคุณครูจะมีวิธีการสอนเด็กสามารถพัฒนาตัวเองได้ครับ แต่ว่าของไทยจะเป็นเหมือนระบบอุปถัมภ์ อุ้มครับ คิดว่าคนหูหนวกทำไม่ได้ก็จะช่วยทำ ทำไม่ได้เป็นปัญหาของไทยจะต้องปรับตรงนี้ครับและคุณครูที่เข้าบรรจุเป็นตำแหน่งข้าราชการ ก่อนที่จะบรรจุจะต้องมีการตรวจสอบคุณสมบัติ อย่างเช่น่ว่าควรจะใข้ภาษามือได้บรรจุไปเลยแล้วก็ค่อยไปเรียนภาษามือทีหลังเท่ากับว่าจะเสียประโยชน์ไป ๗ ปีจะต้องใช้เวลาอีกนานกว่าที่จะเก่งภาษามือ ถ้าคนที่เข้ามาบรรจุใหม่ ปีแรกคุยกับเด็กไม่ได้การสื่อสารก็ไม่สามารถทำได้เท่ากับเสียไป ๑ ปี ๒ ปี ๓ ปี หรือเป็น 7 ปี เป็น 7 ปีกว่าที่จะคุยกับเด็กได้ ส่งผลกระทบกับเด็กหูหนวกตรงนี้จะต้องปรับเกณฑ์การบรรจุข้าราชการครูก่อนจะต้องมีการตรวจสอบเกณฑ์คุณสมบัติว่าต้องใช้ภาษามือให้ได้ก่อน เป็นข้อเปรียบเทียบระหว่างโรงเรียนทั่วไปที่จะรับคุณครูหรือเปรียบเทียบกับเช่น คุณครูประเทศเพื่อนบ้านที่มาสอนโรงเรียนในไทย เขาอาจจะต้องตรวจภาษาไทยก่อนไหมคิดว่าพื้นฐานอาจจะต้องมีการตรวจประมาณเดียวกันที่ว่าต้องพูดไทยได้ ต้องเขียนไทยได้อะไรอย่างนี้ ไม่ใช่ว่ารับมาก่อนเรียนรู้ทีหลังซึ่งก็อาจจะเหมือนกับปัญหาเดียวกันกับเด็ก ๆ หูดีทำนองนั้นครับสำหรับเกณฑ์การประเมินจะต้องว่าให้ได้ภาษามือ สามารถใช้ภาษามือได้สำหรับคุณครู แล้วก็ในโรงเรียนส่วนมากเด็ก ๆ โตขึ้นมาเมื่อเรียนจบแล้วก็จะเขียนภาษาไทยไม่ได้ ซึ่งไม่รู้ว่าภาษาไทย หรือภาษามือคิดว่าน่าจะพอ ๆ กันว่าไวยากรณ์แบบภาษา มือ แต่ว่าในการที่เราจะบรรจุในการที่เราจะบรรจุวิชาภาษามือไทยทุก ๆ ระดับชั้น ตั้งแต่ ป. ๑ ป. 6 หรือถึง ม.6 ว่าเป็นวิชาภาษามือไทย ป. 2 เราจะต้องปรับหลักสูตรหรือปรับเกณฑ์หลักปรับเกณฑ์หลักให้เป็นวิชาหลักที่เราจะต้องเรียนสำหรับเด็ก ๆ หูหนวกทุกคน จะต้องเรียนภาษามือ ไวยากรณ์กับไวยากรณ์ภาษามือไทยกับเขียนไทยเขาจะได้แยกแยะให้ได้ครับให้ได้ครับ สำหรับประเด็นที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องของการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร อันดับแรกเลยคนหูหนวก จะต้องแบ่งเป็น ๒ กลุ่มว่ามีกลุ่มที่จะต้องกลุ่มที่ชอบใช้ภาษามือเพราะว่าเขาอ่อนภาษาไทย สำหรับบางคน เขาแบบรักภาษามือมาก เพราะถือว่าเป็นภาษาแม่ของเขา อย่างผมภาษามือเป็นอันดับ ๑ ส่วนส่วนภาษาไทยเป็นอันดับ 2 เพราะว่าส่วนมากการพูด เรียนว่าภาษานั้นเป็นภาษาแรกในการเรียนรู้ของเขา เขาจะเรียกว่าภาษานั้นเป็นภาษาที่ ๑ หรือภาษาแม่ แต่บางกลุ่มถ้าเขาใช้ภาษาใดภาษาหนึ่ง และเขาก็จะมีความคุ้นเคยว่าสบายในการใช้ภาษาภาษานั้นทั้ง ๆ ที่เรียนทีหลังอย่างเช่นผมเกิดมาแล้วเรียนภาษาไทยภาษามือยังไม่ได้เรียน ผมเรียนภาษาไทยก่อน พอเติบโตขึ้นมา แล้วค่อยเรียนภาษามือก็รู้สึกว่าภาษามือเป็นภาษาแม่ของผม แต่ถามว่าเป็นภาษาที่ ๑ ไหมคิดว่าเป็นภาษาทีี่ 2 เพราะผมเรียนรู้ภาษาไทยก่อน การตีความหมายความว่า ภาษาแม่คืออะไร เราจะต้องตีความให้ถูกต้อง เพราะเด็ก ๆ ส่วนมาก ภาษาไทยค่อนข้างที่จะอ่อนแอคนที่มีบุัตรของ พก. ส่วนมากภาษาไทยเขาจะเขาจะอ่อนแอแล้วเราจะทำอย่างไรให้กลุ่มคนเหล่านี้เขาเจ้าถึงจะต้องมีล่ามภาษามือ แล้วล่ามเราจะทำอย่างไรให้เด็ก ๆ หูหนวกทั้งหมดเข้าถึงได้เป็นเรื่องคุณภาพของล่าม พก. กำลังเริ่มมีการประเมินคุณภาพของล่าม ซึ่งเมื่อก่อนปี 10 กว่าปีที่แล้วบ้ตรการมีวิชาชีพล่าม คล้าย ๆ กับว่าบัตรล่ามการให้ในการเบิกค่าตอบแทนของค่าตอบแทนของกองทุนประมาณ ๑๐ กว่าปีที่แล้วไม่เคยมีการประเมินคุณภาพล่ามภาษามือเลย แล้วก็โรงเรียนสอนคนหูหนวกที่รับครูมาสอนโดยที่รอเป็น 7 ปีเลย กว่าที่คุณครูจะเรียนรู้และได้ภาษาไทยไปสอนเด็ก ๆ ได้ ล่ามก็เหมือนกันเขามีบัตรล่ามแล้วก็มาทำงาน ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะให้การสื่อสารนั้นครบถ้วน เราจะต้องมีการประเมิน เหมือนกับ 2-3 ปีที่ผ่านมาก็เริ่มมีการประเมินล่ามต้องเชิญชม พก. มาก ๆ เลย ที่ผลักดันให้มีระเบียบมีการประเมินคุณภาพของล่าม ซึ่งตอนนี้ล่ามเริ่มมีคุณภาพแล้ว ก็เห็นอย่างเช่น ชัดเลยว่ามีบัตรว่ามีบัตรนั่นหมายความว่าล่ามคนนี้มีคุณภาพ แต่ใครไม่มีบัตรล่าม แสดงว่าเป็นล่ามไม่มีคุณภาพ ก็เริ่มเห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนขึ้นว่าคนหูหนวกจะสามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นได้ มีคุณภาพที่ดีขึ้นครับสำหรับปัญหาที่เหลืออยู่ ก็คือปริมาณของล่าม ซึ่งตอนนี้มากระจุกปริมาณของล่าม ซึ่งตอนนี้มากระจุกอยู่ที่กรุงเทพมหานครไม่มีความกระจายไปยังส่วนภูมิภาค ผลักดันเริ่งผลิตปริมาณ ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยให้มีหลักสูตรล่ามภาษามือ หรือว่าจังหวัดอื่น ๆ ให้เปิดหลักสูตรในการสอนล่ามภาษามือ เพื่อที่เรียนจบแล้วให้เขาอยู่ภายในจังหวัดนั้น หรือว่าครอบครัวของเขา คิดว่าน่าจะสามารถเป็นไปได้ที่จะกระจายมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ให้เปิดหลักสูตรเพื่อผลักดันครูผู้สอนหูหนวกหรือว่าเป็นอาจารย์สอนหูหนวกบวกกับว่าเป็นล่ามภาษามือที่มีประสบการณ์ ประสบการณ์ ก็ชวนมาเป็นอาจารย์บรรจุหลักสูตรเพื่อจะเพิ่มปริมาณให้มากขึ้น จะได้เกิดความกระจายครับสำหรับประเด็นของเทคโนโลยีส่วนมากคนทั่วไปที่ถ่ายวีดีโอที่จัดไฟ หรือว่าจัดสิ่งอำนวยความเสียงอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในส่วนของความรู้ หรือว่าล่ามบางทีแล้วจรรยาบรรณเขาไม่อยากความว่าไม่อยากจะก้าวก่ายหน้าที่คือเขามาแปลอย่างเดียว คนที่เป็นเจ้าหน้าที่เทคนิค หรือว่าคนที่ทำตัดต่อ คนที่ทำไฟต่าง ๆ อย่างเช่น วันนี้ที่เราจะเห็นได้ว่าคนหูหนวกบางคนหลายคนไลน์มาบอกผมว่าตัวเล็กมากเลยจอเล็กมาก มองไม่เห็นผมก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ซึ่วเป็นปัญหาที่ก่อนหน้านั้นเรามีซักซ้อมแล้ว มีการพูดคุยมีการบอกกับคณะทำงานเราว่าให้ออกแบบให้เข้าถึงให้ได้ออกแบบให้เข้าถึงให้ได้ แล้วก็จะมีว่าอย่างเช่น สัดส่วน หมายความว่าจอทั้งหมดคิดเป็น 12 1 ใน 12 จะต้องมีสัดส่วนหนึ่ง ซึ่งตอนนี้อาจจะยังครับ อยู่ที่ปัญหาตรงนี้ที่เร่ิมขึ้นและทำให้คนหูหนวกเข้าไม่ถึงสังคมการเรียนรู้จะต้องมีการจัดเทคนิคจะต้องให้เชี่ยวชาญครับอาจจะบรรจุอยู่ในวิชาทางด้านการถ่ายภาพยนตร์ ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ให้เขาเข้าใจต่อ 12 เป็นสิ่งสำคัญต่อคนหูหนวก แล้วก็เรื่องของภาษาหรือแคปชั่นก็ต้องเชิญชมของเนคเทคที่ว่ามีการเริ่มบุกเบิกมีให้ทำและจากนั้นมีการทำreal time caption หรือว่าการอ่านแคปชั่นสดที่พอบรรยายหรือหรือพูดอะไรแล้วก็จะมีการพิมพ์ของการใช้คือให้คน ๔ คนในการทำแล้วจากนั้นก็มีผู้ควบคุมตรวจและเราเห็นว่าในประเทศไทยมีคำที่ค่อนข้างจะเยอะมากมีวรรคยุคสะกดต่าง ๆ 70 80ก็สามารถที่จะพิมพ์ได้ทัน พิมพ์ทีละคน แล้วจากนั้นก็มาเป็นประโยคได้เขาจะชอบใช้แบบว่าเป็นเทคโนโลยีที่คนหนึ่งกดครัั้่งเดียวให้ได้คำสวัสดีเราก็พิมพ์ครั้งเดียวเลยการออกเสียง เช่น hello เป็นพิมพ์ทีละคำๆ ไปเลย สว้สดี hello อย่งนั้น แต่ของประเทศไทยเราอาจจะต้องพิมพ์ทีละตัว แบบนั้นครับ ก็ชื่นชมเนคเทคมาก ๆ เลยที่พยายามพิมพ์ให้ทันแต่ว่าปัญหามีอยู่นิดหนึ่ง คือปริมาณ ปริมาณยังน้อย มีแค่ NECTEC ทีเดียวยังน้อย มีแค่ nectec ที่เดียว เราจะต้องกระจายให้มีการทำแคปชั่นให้เพิ่มมากขึ้นให้เพิ่มมากขึ้น แล้วก็แบบ realtimeคือพูดสด แล้วจากนั้นก็จะต้องมีการบันทึกก่อนล่วงหน้า และมีการล่วงหน้า และมีทำ caption ก่อนล่วงหน้า แบบว่าเป็นโอเพ่นแคปชั่นนั่นหมายความว่าเป็นฝังลงไปเลย เหมือนอย่างภาพยนตร์ บ่้อย ๆ คนหูหนวกชอบมากภาพยนตร์ของฝรั่ง แต่ของไทยไม่ค่อยมี sub ก็พยายามผลักดันให้เหมือนกับภาพยนต์ไทยให้มีซับให้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งผลกระทบเราจะเห็นว่าส่วนใหญ่เราอาจจะไม่ชอบที่จะเห็นซับไทย อ้าวก็พูดไทยอยู่ทำไมจะต้องมีซับไทย คนจะเกิดข้อคำถามนี้ขั้น แต่ว่าถ้าอย่างเป็นเขารับได้ พากษ์เป็นภาษาอังกฤษ แต่ว่ามีซับไทยที่เขาจะต้องปรับเจตนคติว่าให้เขายอมรับในส่วนของซับไทยได้ สามารถเข้าถึงภาพยนต์ไทยและเข้าถึงได้ด้วย เป็นเรื่องของการเข้าถึง ซึ่งตอนนี้เรายังเข้าถึงไม่สมบูรณ์ครับ แต่สำหรับประเด็นสุดท้ายเป็นเรื่องของความเข้าใจ ก็เมื่อก่อนสมาคมคนหูหนวกออกจากร้องเรียนว่าทำไมถึงจะต้องตัดกลุ่มหูหนวกออกจากสายการบินที่ภาคใต้ที่เราจะบินขึ้นมากรุงเทพฯเขาบอกว่าเป็นเรื่องของด้านความปลอดภัย จะต้องมีการนับจำนวนคนต่อกี่คนแล้วก็ต้องมีผู้ดูแลนั่งข้าง ๆ ผมก็คิดว่าสายการบินถ้าสมมุติมีการตกเครื่องบินจะทำอย่างไรคนหูหนวกจะแบบอุ้มช่วยหลายคนได้ จริง ๆ คนหูหนวกน่าจะช่วยเพื่อน ๆ ที่นั่งอยู่ได้เลย แต่ในเรื่องด้านของความปลอดภัยยังคิดว่าคนหูหนวกน่าจะยังช่วยได้อยู่ ของไทยก็จะมีปัญหาในเรือ่งของความเข้าใจว่าไม่ได้ยิน หมายความว่าช่วยตัวเองไม่ได้ ช่วยคนอื่นไม่ได้ ก็อาจจะต้องเป็นการทำเกณฑ์การดูเกณฑ์การดู การศึกษาการวิจัยดูว่ามีผลกระทบต่อการเดินทางจริง ๆ หรือเปล่า เพราะว่าตา่งประเทศสำหรับเขาสำหรับคนหูหนวกไม่ต้องมีคนดูแล งเพราะว่าพอขึ้นไปก็นั่งได้เลยจะหูหนวกกี่คนกี่คนก็ไม่ได้มีข้อจำกัด แต่ของไทยเราสายการบินยังมีว่าเขายังมีประเด็นปัญฆาตรงนี้ ในเรื่องของความเข้าใจหรือเปล่า หรือว่าบริษัทสายการบินต่าง ๆ เขาเข้าใจมากแค่ไหน ตรงนี้เป็นเรื่องของสังคม ความเข้าใจแล้วก็เรื่องการผ่าตัดประสาทหูตอนนี้ผู้ว่า กทม. เขามีลูกชายผ่าตัดประสาทหูซึ่งเหมือนกับว่าการผ่าตัดดี ความเข้าใจการผ่าตัดดี จะต้องสนับสนุนให้มีการผ่าตัดสนับสนุนให้มีการผ่าตัด แต่ถามจริง ๆ ว่าเกณฑ์การศึกษาตรงนี้มีการวิเคราะห์แล้วหรือยังว่าเมื่อผ่าแล้วเขาสามารถสามารถประสบความสำเร็จได้กี่เปอร์เซ็นต์ 100 เปอร์เซ็นตซึ่งมีหลายคนที่ผ่าประสาทหูเทียมไปแล้วประสาทหูเอาออกไม่ได้ผล มีหลายคนครับ สัดส่วนของการผ่าแล้วสำเร็จ ผมคิดว่าอยู่ในสัดส่วนที่น้อยกว่าที่ไม่สำเร็จ ถามว่าจะคุ้มค่าต่อการลงทุนหรือไม่ ตรงนี้เป็นเรื่องของสังคมเรื่องของสังคมและความเข้าใจดีที่สุดจะสำเร็จส่วนคนที่ทำไม่ได้ แต่ีจริง ๆ แล้วไม่ในเรื่องไม่ใช่ประเด็นหลัก ประเด็นหลัก คืออะไร ประเด็นหลักคือผลของความสำเร็จ เมื่อผ่าแล้วเราได้ยินจริงหรือไม่ เราอาจจะต้องมีการทำเกณฑ์หรือทำการศึกษาคือ ไม่อยากให้เข้าใจผิด ประเด็นสุดท้าย น่าจะมีสัก ๒ ประเด็น2 ประเด็นโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยต่าง ๆมีการบรรจุวิชาเลือกภาษามือ คล้าย ๆ กับว่ากับว่าเปรียบเทียบให้อยู่ในว่าเป็นโอนหน่วยกิตได้ อาจจะอย่างเช่นอาจจะอย่างเช่น วิชาภาษาจีนหรือวิชาจีน อังกฤษ ฝรั่งเศษต่าง ๆ นานา แล้วจะสามารถนับรวมในหน่วยกิตได้ เป็นการโอนหน่วยกิตได้คิดว่าแบบนั้นทำไมทำไมไม่ยอมลองเพิ่มวิชาภาษามือเข้าไปเหมือนเป็นภาษาอื่น ๆ อีกภาษาหนึ่ง ที่มีความสนใจในเรื่องภาษามือมาเรียนรู้วัฒนธรรม และมาปรับเจตคติที่ดีต่อคนหูหนวกได้ ผมเชื่อว่าอย่างเช่นอยางเช่น ที่อเมริกา สามารถ shopping วิชาต่าง ๆ ได้ คนที่เขาดูแล้วเขาจะทำตัวสะกดได้เลย ที่เขามาเรียนรู้ อย่างเช่น คำว่า HOWเขาจะสะกดคำว่า คุณสบายดีหรือไมเขาไม่มีภาษามือ แต่ว่าเขารู้ท่ามือบางคำเขาไม่รู้ต้องทำท่ามืออยา่งไร หรือย่างตัวเลขเขาจะบอก 68 บาท คือเป็นคำง่าย ๆ เราจะรู้สึกว่าสัในของเรา เนื่องจากว่ามีวิชาเลือกให้เด็ก ๆสามารถเรียนได้ที่อเมริกาเขาเป็นแบบนั้น มหาวิทยาลัยต่าง ๆ มีตั้งแต่ระดับมัธยมเลย แล้วก็ครูผู้สอนถ้าเป็นครูหูหนวกเขาจะมีการสร้างอาชีพสอนภาษามือได้อีกครับ สุดท้ายจริง ๆ คำว่าใบ้ใบ้ สังคมไทยยังไม่มีความเข้าใจซึ่งสมาคมหนังสือพิมพ์หนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยว่าขอให้เลิกใช้คำว่า ใบ้ แทนคำว่าพูดไม่ได้ ใช้คำว่ายังดีกว่าคำว่าใบ้ดีกว่าคำว่าใบ้ ซึ่งส่วนมากจะรู้สึกว่า เขามองเห็นแต่หู ว่าหูหนวก คิดว่าหูไม่ได้ยิน แล้วปากล่ะ เขาก็เลยใช้คำว่าใบ้คือเกิดความเข้าใจผิด จริง ๆ แล้วคำว่า หูหนวกคำเดียว ครอบคลุมทั้ง ๒ อย่างเลยครับส่วนมากยังไม่เข้าใจกันไปครับ สำหรับคำว่า ใบ้ จะเหมือนกับว่าเป็นการตกรุ่นไปแล้วเขาจะไม่ใช้คำว่าใบ้ เมื่อก่อนเขาจะใช้กัน คนหูหนวกเมื่อมีการศึกษา มีบริการต่าง ๆ การบริการพัฒนาไปแล้ว คนหูหนวกเขาก็อยากจะขอว่าให้ยกเลิกใช้คำว่าใบ้ แต่ว่าตอนนี้ในส่วนของสื่อหรือสำนักพิมพ์ต่าง ๆ ยังใช้คำว่า ใบ้ซึ่งคิดว่าเราอาจจะให้มีการพก. รณรงค์หรือว่าหน่วยงานต่าง ๆ ให้ช่วยกันรณรงค์ให้เลิกใช้คำว่า ใบ้แต่คิดว่าเวลาน่าจะปรับเปลี่ยนได้ครับขอบคุณครับ ขอบคุณอาจารย์เจเป็นอย่างสูงผมคิดว่าอันนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ ในประเด็นเรื่องของการปฏิรูปประเทศไทยด้านสังคมอาจารย์เจพูดมาประเด็นเรื่องของการเข้าถึงการเข้าถึง ผมวา่เป็นประเด็นที่สำคัญแล้วก็ต้องพัฒนาอีกเยอะมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของเข้าถึงข้อมูลเข้าถึงกระบวนการเรียนรู้เรียนรู้ของคนหูหนวกการปรับความเข้าใจเจตคติของผู้คนในสังคม ไม่ใช่เฉพาะผู้คนโดยทั่ว ๆ ไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริหารที่เกี่ยวข้องในภาคส่วนต่าง ๆ อันนี้โดยโฟกัสไปที่ภาคการศึกษาด้วยนะครับและเป็นแนวทางที่เป็นข้อจำกัดทางออกทางออกที่อาจารย์เสนอโดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมให้คนหูหนวกได้รับโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพ และให้คนเหล่านี้ เข้าไปทำงานในตำแหน่งสำคัญ ๆ การนำการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้แล้วก็การเพิ่มในเนื้อหาหลักสูตรผมว่าอาจจะต้องไปถึงระดับมัธยม เพราะว่าบางทีมหาวิทยาลัยอาจจะมีเรื่องให้สนใจเยอะแต่ถ้าในระดับมัธยมเขาได้รู้จักคำว่าภาษามือก็อาจจะทำให้ทำให้เขาปิ๊งว่าอีกทางเลือกของวิชาขีพตอนที่เขาเรียนมหาวิทยาลัยอาจจะมีความสนใจภาษามือมากขึ้นนะครับ เป็นเวลาอีก ๑ ชั่วโมงท้ายที่เราจะได้แลกเปลี่ยนเราจะได้แลกเปลี่ยนกับสมาชิกในห้องประชุมแห่งนี้ในซูม ผมไม่แน่ใจว่าตอนนี้ zoom เท่าไรแล้วนะครับ เกือบ ๒๐๐ คนเดี๋ยวขอเชิญเลยครับ ในช่วงนี้ท่านใดอยากจะนำเสนอยกมือ หรือส่งสัญญาณ แล้วก็ผมไม่แน่ใจไมค์อยู่ที่ไหน ไมค์ต้องเดินหรือว่ามีไมค์ลอยไมค์ลอย ในห้องประชุมนี้ไมค์เดิน ยกมือแล้วไมค์จะเดินไปหาท่าน ไม่ต้องกังวลนะครับและมีทางเพื่อนสมาชิกสมาชิกคนตาบอดคุณวีระศักดิ์ยกมือ เดี๋ยวสักครู่นะครับ คุณวีระศักดิ์ถือไมค์ไว้ก่อนนะครับ และก็ไม่ทราบว่ามีใครเดี๋ยวสักครู่นะครับเดี๋ยวสักครู่นะครับ คราวนี้ในซูมเนื่องจากว่าผมไม่เห็นว่าใครยกมือบ้าง ในซูมท่านที่จะแสดงความคิดเห็นท่านที่จะแสดงความคิดเห็นอยากให้กดสัญลักษณ์ ยกมือไว้นะครับ ยกมือไว้ เดี๋ยวทางผู้จัดเราจะดูทางจอว่าใครยกมือบ้างว่าใครยกมือบ้าง แล้วก็จะได้เชิญสลับกันไปจะขอที่ห้องประชุมสลับกับทางซูมไปตามความเหมาะสม อาจจะไม่ใช้ ๑ ต่อ ๑ อาจจะสลับกันตามโอกาสอันสมควรทางzoom รอสักครู่นะครับ มี 2 ท่านยกมือไว้ เดี๋ยวผมขออนุญาตให้ทางคุณวีรศักดิ์ในห้องประชุมแห่งนี้ก่อน แล้วในซูม ที่ยกมือไว้เดี๋ยวต่อจากคุณวีระศักดิ์ครับ ไมค์ไม่ติด เดี๋ยวสักครู่ต้องขอบคุณทุกท่านที่ได้มาร่วมสัมมนากันในวันนี้ โฟกัสจุดที่เราต้องการเน้นก็คือเรื่องของการปฏิรูปประเทศด้านสังคม ซึ่งมีสิ่งที่่ต้องทำในฐานะที่ท่านอาจารย์มณเฑียรเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการคนพิการคนพิการ และในฐานะวุฒิสภาชิก และสิ่งที่ต้องทำเลยคือเรื่องของปฏิรูปกองทุน่ เรื่องของการเข้าถึงคนพิการหรือการจดทะเบียนและก็เรื่องของการเข้าถึงสภาพแวดล้อมทางกายภาพการเดินทางข้อมูลข่าวสารหรือเชิญเลยครับ เรียนท่านวิทยากรทุกท่านทั้งในห้องประชุมแห่งนี้ และที่อยู่ในซูม จากสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยอยากจะเสนอสั้น ๆ เป็น ๒ ประเด็น พูดถึงการเดินทาง จริง ๆ ก็มีความหลากหลาย แต่ว่าการเดินทางที่ค่อนข้างจะเข้าถึงยากนิดหนึ่ง โดยเฉพาะกลุ่มคนตาบอดเมื่อเข้าสู่ระบบแล้ว เราไม่สามารถไปไหนต่อได้เลย ถ้าหากไม่มีผู้ช่วยเหลือ อยากจะพูดถึงเรื่องของการเดินทางด้วยเครื่องบินผมไม่แน่ใจว่าท่านวิทยากรได้พูดถึงไปแล้วว่าเดินทางโดยเครื่องบินได้สะดวกมากขึ้นแต่ว่าอุปสรรคของคนตาบอดในทุกวันนี้กับหลายสายการบินเวลาที่เราไป check inเขาระบุเลยว่าคุณจะต้องมีผู้เดินทางร่วมหรือไม่ ก็ต้องมีผู้อื่นที่เขายินดีที่จะเดินทางร่วม คือนั่งร่วมกับเรา อันนี้เป็นเงื่อนไขหนึ่งเงื่อนไขหนึ่ง ซซึ่งผมไม่ทราบว่ามาจากกฎระเบียบข้อไหน ซึ่งก็ไม่ได้เกิดกับสายการบิน แต่มักจะเกิดกับสายการบิน low cose ถ้าเป็นสายการบินแบบ full service ไม่มีปัญหา อันนี้ฝากไว้เป็น 1 ประเด็น อีก ๑ ประเด็น ขอเสนอเรื่องของผู้ช่วยคนพิการประเด็นของผู้ข่วยคนพิการ ความเป็นอยู่ของคนตาบอดจริง ๆ คือ เราไม่สามารถเข้าถึงสื่อต่าง ๆ ได้ด้วยการมองเห็นด้วยการมองเห็นผมขออนุญาตยกตัวอย่าง บางคนที่เจ็บป่วยขึ้นมาก็เป็นความจำใจอย่างไรเจ็บป่วยเราต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อหาหมอ ถ้าเป็นโรงพยาบาลเอกชนมีเงินจ่ายก็แล้วไปเพราะว่าเขามีเจ้าหน้าที่ที่คอยอำนวยความสะดวกให้ แต่ถ้าเป็นโรงพยาบาลของรัฐเข้าไปโดยลำพังตัวคนเดียวก็ไม่ใครจะมาช่วย เพราะว่าคนที่เขาคนอื่นๆ เขาก็เจ็บป่วยและคงไม่มีสภาวะที่จะมีแก่ใจมาช่วยสักเท่าไรมีแก่ใจมาช่วยสักเท่าไร อันนั้นเป็นความลำบากของคนตาบอด ตัวเองก็ป่วยอยู่แล้วบางครั้เข้าไปติดต่อหมอเขาไปติดต่อกับพยาบาล เจ้าหน้าที่อื่น ๆ การที่รู้ว่าเป็นเรื่องยากก็ต้องหาญาติ ไม่มีญาติก็ต้องจ้าง จ้างคนอื่นเพื่อให้พาตัวเองไปหาหมอเป็นเรื่องที่ผมว่าน่าจะมีโอกาสพัฒนาไปสู่การที่เราจะมีผู้ช่วยคนพิการ คนตาบอดเราอย่างที่เรียนเราเข้าถึงในเรื่องของสื่อโดยการมองเป็นเรื่องยากมาก ๆ ถ้าในบริการถัดจากนี้ไป ถ้ามีบริการเรื่องของผู้ช่วยคนพิการก็จะเป็นเรื่องดี เพราะผมเชื่อว่ายังมีอีกหลายสภาวะที่มีความจำเป็นต่อคนพิกาสร ต่อคนตาบอดที่จะขอความช่วยเหลือเหล่านั้นขอบคุณมากครับ การเปิดประเด็นที่น่าสนใจว่าการเดินทางทางเครื่องบินก็ยังมีการปฏิบัติที่ลักลั่นกัน แล้วก็การเข้าถึงโรงพยาบาลที่ต้องมีคนคอยช่วยในบางกรณีนะครับ เดี๋ยวเราจะเปิดเวทีฟังในห้องประชุม ฟังในซูม ถึงประมาณ ๑๑.๑๐ น. โดยประมาณหรือตามโอกาสหลังจากนั้นผมจะกลับมาให้วิทยากรแต่ละท่าน ซึ่งบางประเด็นจะมีคำตอบว่าเรื่องนี้มีคำตอบแล้ว บางประเด็นเรื่องนี้อาจจะต้องขับเคลื่อนต่อ บางประเด็นก็ต้องอาศัยพลังของพี่น้องทุกท่านที่จะร่วมกันขับเคลื่อนที่จะร่วมกันขับเคลื่อน ทางซูมมีท่านอาจารย์สำเริงจากสมาคมสมาคมออทิสติกเรียนเชิญอาจารย์สำเริงครับ ขอบคุณอาจารย์สุภรธรรมครับพอดีสักครู่นี้มีปัญหาของไวไฟที่บ้านเข้ามาใหม่แล้วจะถามนิดหนึ่งเทคนิคเมื่อเช้ามีปัญหาเรื่องของเทคนิคพอสมควร ว่าadmin ของรัฐสภาบริการเทคนิคไม่ทัน มีเสียงชาวบ้านมาคุยตลอดรบกวนเสียงวิทยากรเราเห็นชัดหลายตอน ทีนี้ผมมีเรื่องจะถามท่านณฐอรเพราะว่าพูดถึงการเข้าถึง เนื่องจากว่า ขณะนี้บุคคลออทิสติกจุดใหญ่ก็คือความอ่อนด้อยทักษะทางด้านสังคม ความอ่อนด้อยทักษะทางด้านสังคมฉะนั้นถ้าเขาสื่อสารเอง เขาสื่อสารไม่ได้เราพยายามทำว่าเป็นไปได้ไหม การวินิจฉัยความพิการก็คืออาจาร์มณเฑียรพูดว่าคำว่า accessmentจริง ๆ แล้วทางกระทรวงศึกษาธิการเขาประเมินตามสกิลทางด้านทักษะสามารถให้ความช่วยเหลือได้เลยขณะนี้เราทราบว่า เรื่องของการประเมินทักษะทางสังคมปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการไปทำบัตรคนพิการ แล้วยังทำในเรื่องของการเข้าถึงเบี้ยยังชีพแต่ละเดือน ทีนี้เมื่อทำถึงจุดใดจุดหนึ่งแล้ว เข้าไม่ถึงเลย กลุ่มนี้ยังเป็นกลุ่มที่มีปัญหาพอสมควร ผมว่าจุดนี้ในฐานะที่ผมเป็นตัวแทนของสมาคมติดต่อกับฃเครือข่ายออทิสติกอาเซียนก็จะทราบว่าทั่วโลกให้การประเมินในเรื่องทักษะทางสังคม มากแล้วอาเซียนยอมรับแล้วอาเซียนยอมรับว่าสมาคมเป็นเครือข่ายในเครือของอาเซียนแล้ว เมื่อของเราไปได้แล้ว ที่ให้โอกาสเราเดินหน้าไปได้ อย่างน้อย ๆ มีปัญหาเรื่องการจ่ายเบี้ยความพิการรายเดือน ยังเข้าไม่ถึง การสาธารณสุขการศึกษาอื่น ๆ สามารถเข้าถึงได้ อันนั้นอันหนึ่ง อีกเรื่องที่ ๒ ฝากท่านที่จะฝากท่านณฐอรก็คือเรื่องของศูนย์บริการคนพิการ ที่เราวางแผนไว้เนื่องจากคนพิการหรือออทิสติกคนที่อายุเยอะๆ ตอนนี้มีบางคนอายุ 50 กว่าแล้ว ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ อายุประมาณ ๗๐ กว่า ทีนี้ถ้าเผื่อแม่เขาเสียไปผมไม่รู้ว่าจะดูแลเขาอย่างไร เราจึงพยายามจะมีการผลัดกันบ้านพิทักษ์เขาเรียกว่าบ้านพิทักษ์ ที่ทางสิงคโปร์ใช้คำว่าcare home คำว่า care อาจจะแคร์อาจจะไม่ได้ต้องการกลางวันก็ยังดีเราทำเรื่องเสนอไว้เป็นไปได้หรือไม่ให้เข้าถึงที่ใดที่หนึ่งเพราะเรามีนโยบายว่าเป็นการแห่งประเทศไทยว่าเราจะไม่ทิ้งคนใดคนหนึ่งอยู่ข้างหลัง ถ้าเป็นแบบนี้ถูกทิ้ง ให้ท่านณฐอรช่วยตอบนิดหนึ่งว่ามีโอกาสปรับปรุงได้อย่างไร ขอบคุณมากครับ ขอบคุณครับ ผู้เชี่ยวชาญจะตอบในตอนท้าย เพราะอาจจะมีบางท่านที่มีประเด็นคล้ายคลึงกัน ก็จะได้ตอบเสียทีเดียว ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ สำหรับคนที่อยู่ทางซูม ขอความกรุณาท่านอย่าเปิดไมค์พอถึงคิวท่านแล้วค่อวท่านดูอุปกรณ์ของท่านด้วยว่ามีเสียงแทรก มีสภาพแวดล้อมที่ไม่รบกวนหรือไม่ พอดีระบบ sensitive แล้วทำให้การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ขาดตกบกพร่องไปมีรายชื่อทางซูมส่งมา คุณสุนทรจากสมาคมคนพิการทุกประเภทที่เขียนเอาไว้เรียนเชิญคุณสุนทรก่อนเลยครับ ทางในห้องประชุมถ้าท่านใดจะพูดก็ยกมือเราจะได้ดูไว้ เชิญคุณสุนทรครับ ครับผมกราบเรียนท่านประธานแล้วก็ผู้ดำเนินรายการพี่น้องคนพิการทั้งที่ห้องประชุมและทางบ้าน วันนี้ผมสุนทร เข้าร่วมประชุมในฐานะผู้แทนของคนตาบอดแห่งประเทศไทยภาคใต้ตอนบนสิ่งที่ผมต้องการที่จะสะท้อนเหลียวหลังแล้วก็แลไปข้างหน้าก็คือประเด็นในเรื่องของแผนการปฏิรูปใน ๓ ประเด็น ๑. ก็คือประเด็นที่ยังถือว่าเป็นประเด็นเร่งด่วน แล้วก็อยู่ในแผนปฏิรูปฉบับปรับปรุง่ล่าสุด ก็คืออย่างที่ท่าน ส.ส. ได้ให้ข้อมูลในเบื้องต้นก็คือเรื่องของการขึ้นทะเบียนคนพิการ ซึ่งขณะนี้มีที่ไม่เป็นความจริงgab ที่ไม่เป็นความจริงอยู่ประมาณ1 ล้าน 5 แสนกว่าในแผนปฏิรูปปฏิรูปด้านสังคม ซึ่งเรื่องนี้ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่สำคัญแล้วก็เป็นเรื่องที่จะต้องเร่งดำเนินการ แต่ทางกรมเอง ก็ได้ดำเนินการแบบไม่ตรงตามจุดที่ควรจะเป็น เพราะว่าในแผนปฏิรูปได้มีวิธีการ มีข้อกำหนดที่จำเป็นที่จะต้องจำเป็นที่จะต้องแก้ไข โดยเฉพาะระเบียบที่เกี่ยวข้องกับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการประเมินความพิการ ในการขึ้นทะเบียน ผมคิดว่าแทนที่เราจะไปแก้ไขประกาศเพิ่มประเภทความพิการ ซึ่งการเพิ่มประเภทความพิการนั้น ก็ไม่สอดคล้องกับประกาศของกระทรวงศึกษาด้วย เพราะว่าสอดคล้องอยู่อันเดียวคือ ความพิการซ้อน แต่ในการศึกษาไม่มีความพิการของการสื่อความหมาย เป็นความพิการทางการพูดและภาษา ดังนั้น การที่ท่านจะไปแก้ประกาศตรงนั้นผมขอเสนอว่าควรที่จะไปแก้ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการประเมินในการวินิจฉัยในการขึ้นทะเบียนคนพิการเพราะเราต้องดูปัญหาให้กระจ่างว่าปัญหาที่ตัวเลขคนพิการไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริงเกิดจากอะไร เกิดจากประเภทความพิการจะต้องเพิ่มหรือเกิดจากว่าปัญหาหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่มีอยู่ก่อให้เกิดความยุ่งยากหรือก่อให้เกิดการขึ้นทะเบียนได้สะดวกหรือไม่ หรือการเชื่อมโยงข้อมูลกระทรวง ทบวง กรมอันนี้เราก็ต้องพิจารณาตรงนี้ประเด็นที่ 2 และประเด็นที่ ๓ ผมจะขอพูดควบรวมไปเพราะว่าเป็นประเด็นเดียวกันในเรื่องของการปฏิรูปกองทุนที่จะให้เป็นนิติบุคคล รวมไปถึงการแก้ไขพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการที่จะปรับรุงในฉบับร่างนี้ โชคดีผมเองได้ทำงานอยู่เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายอยู่ที่สมาคมสภาคนพิการด้วย เพราะฉะนั้น ผมค่อนข้างพอมีความรู้ พอรู้ข้อมูลในระดับหนึ่ง ณ ขณะนี้จริง ๆ พ.ร.บ. ส่งเสริมต้องยอมรับว่ามีอยู่ในแผนปฏิรูปฉบับดั้งเดิมมีอยู่ในแผนปฏิรูปฉบับดั้งเดิม แล้วก็เรื่องการปรับปรุงกองทุนที่จะพัฒนาในแผนปฏิรูปดั้งเดิม ณ ขณะนี้ได้มีการปรับแก้ปรับแก้โดยที่ยกระดับกองทุนในคณะอนุกรรมการด้านกฎหมาย ก็ได้มีการในคณะอนุกรรมการด้านกฎหมายก็ได้มีการยกระดับกองทุน เป็นกึ่งนิติบุคคล กึ่งภาครัฐ กึ่งนิติบุคคลนิติบุคคล จะคล้าย ๆ กับของกระทรวงยุติธรรมที่เป็นกองทุนช่วยเหลือผู้เสียหายที่ได้รับความกระทบกระเทือนหรือได้รับความเดือดร้อน เราก็ต้องพิจารณากันให้ดีว่าการที่เราจะยกระดับกองทุนแบบไม่ได้เป็นนิติบุคคลเต็มแบบกึ่ง ๆ กลาง ๆในพันธกิจที่ของคนพิการของคนพิการจะสอดรับกันหรือไม่ หรือจะมีความยั่งยืนไปข้างหน้ามากน้อยแค่ไหนเพียงใด รวมไปถึงการแก้ไข พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการผมคิดว่าต้องมามาพิจารณาเฉพาะในประเด็นที่สำคัญ ๆ ที่จะต้องแก้โดยเฉพาะในเรื่องของการให้มีคณะกรรมการการเลือกปฏิบัติต่อคนพิการการปฏิบัติต่อคนพิการอย่างนี้ สิ่งใดที่เป็นประเด็นเล็กน้อย หรือสามารถที่จะนำไปเขียนไว้ในระเบียบหรือในประกาศได้อันนี้ก็ให้เป็นกฎหมายรองในลำดับต่อไปสิ่งที่ผมเน้นย้ำคือ เรื่องของคนพิการที่ตอนนี้ยังมีจำนวนน้อยอยู่ เราจะแก้อย่างไรให้มีจำนวนที่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ในความเป็นจริงครับ ขอบคุณมากครับ คุณสุนทรข้อคิดเห็นที่น่าฟังมากเลยจริง ๆ แล้วคุณสุนทรมีข้อมูลอีกเยอะที่พร้อมก็มีข้อมูลอีกมาก ที่พร้อมจะนำเสนอในโอกาสต่อไปโอกาสต่อไปที่เราจะได้มีการส่งข้อมูลข่าวสารต่อถึงกันผู้ที่แสดงความจำนง คุณชิตสุหนู ก็อยากจะขอย้ำช่วยแนะนำตัวและเข้าประเด็นคนที่จะพูดทีหลังคนที่พูดทีหลังส่วนมากก็จะถูกผมย้ำให้สั้นลงเรื่อย ๆ ส่วนคนที่พูดแรก ๆ ผมจะปล่อยถือว่ามีเจตจำนงค์มาอยา่งเจตจำนงอย่างแน่วแน่ที่จะพูด คุณชิตสุหนูคุณสุชาติ ห้วยแก้ว แล้วค่อยกลับมาในห้องประชุมแห่งนี้ เชิญครับขอบคุณท่านประธานครับ ได้ยินเสียงไหมครับผมขออนุญาตพูดถึงในส่วนของเรื่องการศึกษาครับคือ ในส่วยของโรงเรียนสอนคนตาบอดเรามีปัญหาอย่างสูงในเรื่องของหนังสือเรียน ถึงแม้ว่าเราจะมีกฎหมาย พ.ร.บ. สื่อสิ่งพิมพ์มาแล้วก็ยังไม่ได้ช่วยอะไรเท่าที่ควรฉะนั้นผมกำลังมองว่าคือรัฐเองน่าจะมีองค์กรกลางสื่อกลางในการที่จะเชื่อมระหว่างเจ้าของลิขสิทธิ์กับคนตาบอดหรือกับคนที่ต้องการใช้ เช่น ในสื่อของหนังสือเรียนของพวกเราเป็นไปได้ไหมว่ากระทรวงศึกษาธิการ เป็นคนรวบรวมหนังสือที่โรงเรียนต้องการจะใช้ โรงเรียนไหนต้องการจะใช้อะไร ก็สามารถไปดึงเอาจากจากกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งได้ทำการประสานกับสำนักพิมพ์อะไรต่าง ๆ ้ไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของไฟล์ที่เป็นอักษรเบลล์ ลักษณะนี้ตอนนี้กลายเป็นว่าทางคนพิการเองเองต้องไปเผชิญหน้ากับเจ้าของลิขสิทธิ์ ซึ่งก็เกิดความขัดแย้งกันอยู่พอสมควร ดังนั้นอยากให้รัฐบาลหรือกระทรวงเข้ามาดูแล เข้ามาเชื่อมและขับเคลื่อนให้ตัว พ.ร.บ. ตัวนี้เป็นจริงมากกว่านี้ ขอบคุณครับ (คุณสุภรธรรม)ขอบคุณครับไปทางคุณสุชาติ ห้วยแก้ว แล้วเดี๋ยวผมจะกลับมาในห้องประชุมแห่งนี้อาจารย์ ผอ. ชิต ช่วยปิดไมค์เชิญสุชาติ ห้วยแก้วครับ ขอบคุณท่านประธานครับ ผม สุชาติ ห้วยแก้ว ก่อนอื่นต้องชื่นชมในส่วนของการทำงานของวุฒิสภาที่ใส่ใจและแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องคนพิการ ได้เป็นอย่างดี อีกส่วนหนึ่งก็ต้องขอขอบคุณไปยังจากท่านณัฐอร ก็ชื่นชมว่าหลายสิ่งหลายอย่างที่ พก. ดำเนินการ โดยเฉพาะในเรื่องของ งานศูนย์บริการ ซึ่งผมคิดว่าวันนี้ไม่ว่าจะเป็น พก. เอง หรือองค์การคนพิการเราเดินมาถูกทางแล้วครับที่คนพิการสามารถที่จะเป็นได้ทั้งผู้จัดบริการและผู้เข้าบริการก็คงต้องนำเรียนท่านวิทยากรจาก พก. ว่าวันนี้วุฒิสภายังเรียกว่ามีการทบทวนมีการทบทวน หรือว่านำประสบการณ์ การทำงาน 3 ปีมาพูดคุยกัน แล้วก็รับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องคนพิการ ผมคิดว่าวันนี้ พก. คงน่าจะนำวิธีการเช่นนี้นำไปใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด เราขับเคลื่อนงานทางด้านศูนย์บริการมาระยะหนึ่งแล้วแล้วก็หลายประเด็น ผมคิดว่าคงมีความเห็นรายละเอียดในเชิงปฏิบัติแล้วก็ติดอยู่ด้วยระเบียบในการปฏิบัติ ซึ่งตรงนี้เราก็ทราบดีวันนี้ปัญหาต่าง ๆ ในการที่จะนำไปสู่การบริการพี่น้องคนพิการอยา่งคนพิการอย่างทั่วถึง ผมคิดว่า พ.ก. ควรจะจัดเวทีที่จะให้องค์กรคนพิการที่ดำเนินการเรื่องศูนย์บริการเข้าไปแลกเปลี่ยนประสบการณ์และปัญหา และน่าจะแก้ไข ระเบียบในการปฏิบัติให้สามารถขับเคลื่อนไปได้ผมคิดว่าให้เป็นทันสมัยในยุคnew normal นี้ก็แล้วกันผมคิดว่าคงไม่ลงรายละเอียดมาก ฝากว่าถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ ของศูนย์บริการอีกเรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่าไม่พูดก็ไม่ได้เลยคือ เรื่องผู้ช่วยคนพิการ ผมคิดว่าเป็นบริการที่ควรจะอยู่ในศูนย์บริการชั่วคราวซึ่งปัจจุบันโดยระเบียบการให้บริการคนพิการยังไปผูกติดอยู่กับศูนย์บริการจังหวัดซึ่งด้วยภารกิจของศูนย์บริการต้องในเรื่องของการกำกับนโยบายและการติดตามประเมินผล อันนี้ผมเห็นด้วยครับแต่ว่าวันนี้บริการผู้ช่วยคนพิการ ยังไปผูกติดการให้บริการอยู่กับศูนย์บริการระดับจังหวัดซึ่งทำให้การให้บริการของผู้ช่วยคนพิการยังไม่มีมาตรฐานสากล ผมคิดว่าการให้บริการที่ดี คือผู้ปฏิบัติงานของศูนย์ผมคิดว่ามีความช่ำชอง แล้วก็เร่ิมเห็นทิศทางในการที่จะจัดบริการในรูปแบบต่าง ๆ ได้ ฝากในเรื่องของการบรรจุผู้ช่วยคนพิการเป็นหนึ่งในบริการของศูนย์บริการทั่วไป ขออนุญาตใช้เวลาเท่านี้ครับขอบคุณท่านสุชาติ ครับขออนุญาตกราบเรียนสวัสดีท่านอาจารย์ที่กรุณามาเยี่ยมในการสัมมนาสของเราขอบพระคุณท่านเป็นอย่างสูงกลับมาในห้องประชุมของเรา มีผู้แทนจากจากทางออทิสติกพูดไปแล้ว มีผู้แทนจากตาบอดพูดไปแล้ว อยากจะเกลี่ยงให้ความพิการอื่นบ้าง ไม่ทราบว่ามีห้องประชุมมีท่านใดอยากจะนำเสนอประเด็นประเด็นทางออก เหลียวหลัง แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งแลหน้าข้างหน้า เราจะขับเคลื่อนอย่างไรต่อไป มีคนยกมือหรือยังเชิญครับ อยากจะพูดในฐานะตัวแทนของตัวแทนคนพิการทางกิจสังคม ในประเด็นในเรื่องของประเด็นขึ้นทะเบียนคนพิการว่า อยากจะให้เห็นการปฏิรูปไปในแนวทางที่หลุดพ้นจากจาก medical model อย่างชัดเจนคือไม่ใช่ขึ้นอยู่กับโรคที่เป็น แต่ขึ้นอยู่กับ function และอุปสรรคในการที่จะอยู่ในสังคม ซึ่งวิธีการนี้คงจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงอย่างถึงรากถึงแก่นของการที่จะใช้เกณฑ์ ออกเกณฑ์ในการประเมินอันนี้เป็นประการที่ ๑ และอีกประการหนึ่งอยากจะพูดถึงเรื่องการปฏิรูปกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการว่าว่านอกจากจะเป็นการปฏิรูปโครงสร้างให้เป็นนิติบุคคลหรือมีความคล่องตัว มีประสิทธิผลคล่องตัว มีประสิทธิผลในการบริหารแล้วอยากจะให้ปฏิรูปปฏิรูปการใช้เงินในงบประมาณ ในแนวทางที่พ้นจากกรอบของการจังหวัดหรือเขตพื้นที่ปกครองของราชการ ซึ่งจำกัดการเข้าถึงของคนที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน อย่างเช่น ถ้าคนอยู่ในถ้าศูนย์บริการอยู่ในจังหวัดนนทบุรีขอทุนกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการผ่านจังหวัดนนทบุรี แล้วจะต้องถูกจำกัดให้ให้บริการเฉพาะคนนนทบุรีเท่านั้น แต่คนกรุงเทพฯ หรือคนปทุม ซึ่งอยู่ใกล้ชิดกันมากกับเข้าไม่ถึงการบริการตรงนั้น ก็จะเป็นการที่ไปวางไปวางกรอบ ทำให้การเข้าถึงยากขึ้น อันนี้ขอเสนอไว้ 2 ประการนี้ ขอบพระคุณมาก เป็นเนื้อหาที่น่าสนใจมาก และเป็นสิ่งที่เราจะต้องให้ความสำคัญ มีอีกท่านหนึ่ง ท่านกำลังถ่ายภาพท่านเป็นสมาชิกวุฒิสภา กรุณามาร่วมสังเกตการณ์ร่วมสังเกตการณ์ขอต้อนรับคุณหมอ อำพน จินดาวัฒนะ [เสียงปรบมือ]ทั้งคุณหมออำพลก็มา ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่ให้เกียรติกับคณะอนุกรรมาธิการกิจการคนพิการ มีท่านสุพล บริสุทธิ์ ขอยกมือ เรียนเชิญครับเรียนทุกท่านครับ การปฏิรูปด้านสังคมประเด็นคนพิการผมคิดว่ามีความเป็นไปได้ เช่น อย่างที่พูดถึงประเด็นการมีบัตร ถ้าเราใช้วิธีแบบเดิมทำให้ตายก็จะได้ร้อยละ ๓ อยู่ร้อยละ 3 แต่ปีนี้ลดลงอีก เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้วเพราะฉะนั้นข้อเสนอของการปฏิรูปให้มาเน้นด้านสังคม อย่างที่ท่านพูดเมื่อสักครู่นี้เป็นไปได้ โดยเฉพาะจากระเบียบที่บอกว่าถ้าคนพิการอยากได้ต้องมาอยากได้ต้องมาขอ อันนี้คือระเบียบเดิมที่ผมทำไว้ ้ต้องเปลี่ยนไปเป็นรับบริการให้ อันนี้คือทางที่ ๑ เช่น ข้อเสนอที่บอกว่าต้องมีการเชื่อมโยงให้หน่วยบริการหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการดูแลคนนั้น และเสนอมาให้ออกบัตรได้เลย โดยไม่ต้องมีหลักฐานเพิ่มเติมอะไรมากมาย อันนี้ก็คือเป็นไปได้อยู่แล้ว เช่น กลุ่มผู้ป่วยติดเตียง ก็อยู่ในความดูแลของอสม. บวก อบต.อบต. อย่างนี้ก็แค่ให้เขายินยอม คือเปลี่ยนใหม่จากการที่จะให้เขามาขอ เปลี่ยนให้เขายินยอมว่าจะมีบัตรดีหรือไม่ เมื่อมีบัตรเจ้าหน้าที่ก็อำนวยความสะดวกให้ซึ่งสามารถทำได้ง่าย ๆ ก็จะทำให้กลุ่มเป้าหมายมากขึ้นเพราะปัจจุบันนี้ถ้าจังหวัดใดเป็นจังหวัดขนาดเล็กเฉลี่ยจดทะเบียนร้อยละ ๔ - ๖ของประชากร แต่ถ้าจังหวัดขนาดใหญ่ก็จะอยู่ร้อยละ ๒ กว่า ๆ ประมาณนี้ เพราะฉะนั้นถ้าบวกกับตัวเลขจะให้เพิ่มขึ้นมากกว่า ๒ ล้าน ต้องโฟกัสที่จังหวัดใหญ่อันที่ 1 อันที่ 2 คือ ใช้วิธีทางสังคม แล้วก็ให้หน่วยงานพื้นที่เป็นคนดำเนินการส่วนคนพิการ อยากจะยื่นคำขอมาเป็นผู้ให้ความยินยอมตามกฎหมายอันนี้ประเด็นที่ 1 ประเด็นที่ 2เรื่องกองทุนก็คิดว่าเรากำลังดำเนินไปถูกทางเพื่อจะทำให้กองทุนคนพิการเป็นนิติบุคคลเพราะถ้าไม่ดำเนินการจะมีปัญหาีมีปัญหาในอนาคตข้างหน้า เช่น จำนวนเงินลดลงอันที่ 2 รายจ่ายที่ผ่านมาเราจะหาประโยชน์จากกองทุน แต่ปัจจุบันทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นจะทำให้รายจ่ายของกองทุนเพิ่มมากขึ้น นี่คือประเด็น รวมทั้งเรื่องการอนุมัติที่พูดถึงก็สามารถแก้ได้ง่าย ๆนะครับ โดยการแก้ระเบียบและมอบอำนาจอันนี้คือกฎหมายช่วยอยู่ตอนนี้ คิดว่าน่าจะไปได้ดีปฏิรูปกองทุนตอนนี้ก็ผ่านอนุกฎหมายไปแล้วประเด็นที่ ๓ เรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกถ้วนหน้า กลไกการตรวจสอบต้องเข้มแข็งก็ึ่คิดว่าปัจจุบันก็ต้องต่อสู้กันต่อไปผมเรียนว่าโอกาสสำเร็จก็เป็นไปได้สูง เพราะวันนี้พันธมิตรด้านผู้สูงอายุเขาเดินหน้าแล้ว ตอนบ่ายสิ่งเหล่านี้ให้เป็นจริงต่อไป เราจะมาปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้มีมาตรฐานกลางของคนพิการต่อไปนี่เป็นการดำเนินการ ผมคิดว่าทั้ง 3 ประเด็นศึกษา ถ้าร่วมกันทุกท่านที่อยู่ที่นี่และทางบ้านร่วมกันต่อสู่้โดยเร็ว ขอบคุรครับ (คุณสุภรธรรม)ท่านที่ปรึกษาเดี๋ยวขออนุญาตกลับไปทางซูมยังอยู่หรือไม่ที่แจ้งเอาไว้ คุณ ณกรกับคุณธัญลักษณ์ 2 ท่านและเดี๋ยวผมจะกลับเข้ามาในห้องประชุมแห่งนี้ไปทางคุณภพ และถ้ามีเพื่อนสมาชิกจากสมาคมถ้ามีสมาชิกจากสมาคมคนหูหนวก จะได้ครอบคลุมทุกประเภทความพิการ เชิญณกรทางจากซูมทางซูมครับ ณกร สวัสดีครับ ณ กรสติปัญญาของสมาคมแห่งประเทศไทยจากจังหวัดเชียงใหมม่ ผมอยากจะขอเสนอเกี่ยวกับเรื่องการจัดจำหน่ายสินค้าของครอบครัวคนพิการ เพราะว่ารทุกวันนี้ที่ผมอยู่ในพื้นที่เองหรือไได้ออกไปในพื้นที่ต่างจังหวัดก็จะมีสินค้าไม่ว่าจะเป็นสินค้าขององค์กรประเภทใด ๆ บางทีออกจำหน่ายแต่ละพื้นที่ไปบางครั้งก็ถูกกีดกันเรื่องเกี่ยวกับหน่วยภาครัฐ ว่า อย่างเช่นจะจัดงานอะไรสักอย่างหนึ่ง องค์กรแต่ละในพื้นที่จะไม่ค่อยได้รับข่าวสาร และจะไม่ได้รับถูกเชิญซึ่งในขณะเดียวกันทางสมาคมของเราก็ได้มีการรับรองและตัวชมรมหรือเครือข่ายทุกจังหวัดเขาก็มีผลิตภัณฑ์เขาก็ขอเงินกองทุนมาใช้ฝึกอบรม และมีการต่อยอดไปทำให้สินค้าจุดนี้ที่เราผลิตออกมาซึ่งเป็นเป็นสินค้าของผู้ดูแลของคนพิการเอง หรือของผู้พิการเองทำให้สินค้าตกค้าง พอตกค้างก็ทำให้หน่วยงานภาคอื่น ภาครัฐที่เขาต้องการสนับสนุนจะเป็นการลักษณะว่าซื้อด้วยความสงสาร พอซื้อไปแล้วแล้วก็เอาไปเก็บอยู่ในพื้นที่ของหน่วยงานนั้น ๆ พอถึงเวลามีงบมาแต่ละงบก็ไปกว้านซื้อมาก็ถือว่ามีการเราได้มีการช่วยเหลือ ผมอยากจะขอเป็นในพื้นที่ที่ว่า ๑ ให้เป็นพิพิธภัณฑ์ซึ่งเหมือนกับเวลา ในแต่ละพื้นที่ได้มีสินค้าของคนพิการของแท้และมีคุณภาพเข้าไปจัดจำหน่ายตั้งไว้ และประชาสัมพันธ์ แล้วก็เอาสินค้าของคนพิการทุกประเภทเข้าไปในตลาดหลักทรัพย์ หรือของประเทศในของประเทศเพื่อนบ้านของเรา เพื่อที่จะแลกเปลี่ยนกันอย่างในแต่ละแอป เราอยากจะเอาสินค้าของเราเข้าไปแล้วก็มีอะไรอีกมากมายผมก็อยากจะให้ทางผู้เกี่ยวข้องช่วยส่งเสริมสินค้าของคนพิการไม่ว่าจะเป็นสินค้าประเภทใด ๆ ให้ออกไปสู่สากลด้วยแล้วก็ภายในของเราด้วย ขอบคุณครับขอบคุณมากครับ คุณนกรครับ เรื่องอาชีพ เรื่องการมีรายได้ก็เป็นหัวใจสำคัญอย่างหนึ่ง ไปทางคุณธัญลักษณ์ คุณธัญลักษณ์ แล้วเดี๋ยวจะขออนุญาตไปทางซูมอีกท่านหนึ่งสมาคมจังหวัดสมุทรสาคร คุณณกรปิดไมค์ได้เลยครับขอบคุณมากครับ เชิญเลยครับ ทางซูมก็ขอไปทางสมาคมจังหวัดสมุทรสาคร ช่วยแนะนำชื่อ แล้วนำเสนอประเด็นสวัสดีนะครับ ไม่ทราบว่าได้ยินหรือไม่ ผม เกษม จันทร์คง จากสมุทรสาครก็ขอแสดงความคิดเห็นแล้วก็สะท้อนปัญหาเอาเป็นเรื่องจริงที่จังหวัดสมุทรสาครมีคำถามก่อนว่า องค์กรแต่ละประเภทในอนุกรรมการว่าต้องผ่านการรับรองจากองค์กรแม่ ทีนี้ถ้าหากว่าองค์กรหนึ่งองค์กรใดไม่ได้รับการรับรองไม่ทราบว่าจะมีผลต่อการของบทางโครงการไหมครับ หรือมีขอบเขตแค่ไหนอันนี้ข้อแรกนะครับ ต้องขอความชัดเจนในเรื่องนี้เพราะว่ายังมีปัญหาในจังหวัดสมุทรสาครเรื่องที่ 2 ผมอยากจะเสนอให้มีคล้า ๆ อนุกรรมการในการติดตามการดำเนินการเรื่องมาตรา ๓๓ - ๓๕ เรื่องนี้มีผลโดยตรงกับคำว่าคุณภาพชีวิต ไม่ว่าจะเป็นคนทั่วไปหรือคนพิการเพราะว่าการเกิดมีอาชีพ มีรายได้ มีงานทำ ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 35 แต่ทุกวันนี้ ก็ก็บอกจากเรื่องที่ประสบมาว่าสมุทรสาครเราถูกร้องเรียน ทีนี้เมื่อเข้ากระบวนการยุติธรรมเจ้าหน้าที่หรือว่ากระบวนการยุติธรรมเขาบอกว่า เขาไม่เคยเห็น เขาไม่เข้าใจ พ.ร.บ. นี้เลย นายจ้างให้เงินคนพิการ ให้เงินกับองค์กรคนพิการเพื่อไปให้คนพิการ แล้วิองค์กรทุจริตไม่ให้หรือว่าไม่ให้ หรือว่าให้ไม่ครบทำนองนี้นะครับ ซึ่งเขาไม่เข้าใจ ในความเป็นจริงเท่าที่ฟังฟังแล้วเข้าใจในการอบรม พก. แต่ละครั้ง โดยเฉพาะขอเอ่ยท่านผู้ทรงคุณวุฒิบอกว่าการให้เงินไปกินไปใช้ไม่ใช่ เป็นการสงเคราะห์เป็นระบบเก่า แต่ระบบใหม่เพื่อสร้างคุณค่า เพื่อให้มีงานทำให้มีรายได้ แต่สังคมไม่เข้าใจอย่างนั้นอยากจะเสนอให้มีคณะอนุกรรมการจากกรมหรือจากหน่วยงานที่เข้าใจเรื่องนี้ชัดเจน อยู่ที่เกี่ยวข้องชัดเจนพ.ร.บ. ส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตถ้าเป็นคณะกรรมการชุดนี้น่าจะเข้าใจและสามารถให้ความเห็นหรือความชัดเจน ความชัดเจน ความน่าเชื่อถือ นำไปใช้ประโยชน์ได้แล้วก็จะมีผลต่อการดำเนินการตามต่อการดำเนินการตามมาตรา 33 หรือมาตรา 35เพราะทุกวันนี้มีผลกระทบกับสังคมโดยรวมว่าเขาไม่มั่นใจว่าจะให้ดีหรือไม่ดี ให้ไปแล้วจะมีปัญหาไหม ที่ผ่านมามีการฟ้องร้องเขาเดือดร้อนไหม สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาอยากจะเสนอว่าให้มีคณะกรรมการหรืออนุกรรมการดูแลติดตามเรื่องมาตรา 33 และมาตรา 35 ขอบคุณครับ พี่เกษมจากสมุทรสาครงก็มีหลายประเด็นเลย ผมจะกลับเข้ามาในห้องนี้ แต่ผมจะคร่าว ๆ ก่อนคร่าว ๆ ก่อนว่าประเด็นที่พาดพิงเกี่ยวกับการเพิ่มการเข้าถึงของคนพิการหรือการมีบัตรคนพิการ ซึ่งมีหลายเสียงพูดในพูดในมิติเชิงสังคมมากขึ้น ไม่ใช่การไปเพิ่มประเภทความพิการแล้วก็ปรับหลักเกณฑ์ด้วยจะเป็นอะไรอย่างไร อันนี้จะมีคำถามยิงมาทางพก. เป็นส่วนมาก ยิ่งคำถามไปถึงเรื่องของประสิทธิภาพ ระเบียบวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับกองทุนรวมถึงศูนย์บริการคนพิการอันนี้จะเป็นส่วนของ พก. เดี๋ยวสักประมาณ 15 - 20 นาที ผมจะเชิญทางท่านณฐอรนช่วยตอบประเด็นนี้ มีประเด็นเกี่ยวกับข้อคิด มุมมองการแก้ไขตัว พ.ร.บ. ก็ตาม การปรับกองทุนเป็นนิติบุคคลหรือกึ่งนิติบุคคล และการนิยามความหมายของคนพิการ ผมคิดว่าอยากจะขอเรียนเชิญท่านมณเฑียร บุญตันให้มุมมอง ให้ข้อคิดในเรื่องนี้ แล้วก็มีประเด็นที่เกี่ยวข้อกับวิธีปฏิบัติหรือความเข้าใจที่อาจจะไม่ตรงกันในแง่ของการรับรององค์กร การปฏิบัติตามมาตรา 33 มาตรา 35 หรือสิทธิและการพัฒนาศักยภาพคนพิการอันนี้อยากจะเชิญทางท่านนายกสุชาติและท่านนายกวิทยุตได้ช่วยให้ให้มุมมองในตอนท้าย ผมขอสรุปประเด็นจากที่ผมฟังมาเป็น 4 ส่วน ของวิทยากรทั้ง 4 ท่านตามนี้นะครับ มีผู้ที่แสดงความจำนงไว้อีก ๒ ท่านคุณภพ เทพาสิทธิ์ แล้วมีออนไลน์จากหนองคาย ผมขอในห้องนี้๓ ท่านครับ กระชับ ๆ นะครับ ท่านมาตอนท้าย ๆ แล้วกระชับ ๆ หน่อยครับขอเริ่มที่ทางคุณภพก่อนแล้วก็เดี๋ยวอีก 2 ท่าน2 ท่าน ภพ ขอบคุณครับเผอิญเมื่อสักครู่ต้องขอบคุณ เรื่องระบบผู้ช่วย ซึ่งเรื่องของเรื่องของศูนย์บริการ บริการของเราก็ทำมา 10 ปีแล้วอันนี้เห็นภาพว่ามีความจำเป็นที่เราจะต้องปรับเรื่องของการเพิ่มความเข้มแข็งให้องค์กรคนพิการในการให้บริการเรื่องผู้ช่วย และเจอท่านทางกฎหมายด้วย ก็เลยบอกว่าประเด็นนี้เราต้องรีบทำกัน เพราะ10 ปีที่ผ่านมาในศูนย์บริการ เราควรจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงและมีแต้มต่อให้ด้วยของการที่จะให้บริการระบบผู้ช่วยและระบบผู้ช่วยที่ดีจะต้องเป็นจะต้องเป็นมืออาชีพ ระดับจังหวัดเขาก็ต้องทำตามหน้าที่ แต่ถ้าเป็นองค์กรคนพิการเราจะจัดได้ตรงกับความต้องการและคิดว่าพวกเรารู้ดีที่สุดในความต้องการ ตอนนี้ขอให้เสริมเรื่องขององค์กรที่เป็นศูนย์บริการทั่วไปการจัดบริการผู้ช่วยให้เข้มแข็งในการขยายเครือข่าย ในการส่งเสริมและเรื่องของแต้มต่อในการปรับปรุงของศูนย์บริการในการที่จะให้บริการเรื่องระบบผู้ช่วยได้ และระบบอื่น ๆ ดเ้วสยขอบคุณครับ (คุณสุภรธรรม)ขอบคุณครับเรื่อง IL เมื่อสักครูผมเกริ่นเอาไว้ว่าถ้ามีทางสมาคมคนหูหนวกหรือเพื่อนคนหูหนวกอยากจะนำเสนอจะขอให้ลำดับก่อนเพราะว่าประเภทความพิการอื่นพูดไปหมดแล้ว มีทางคนหูหนวกจะนำเสนออะไรหรือไม่ไหมครับ ถ้ายังไม่มีก็มี๒ ท่านยกมือในห้องนี้ซูม ผมขอแทรกนิดหนึ่ง เนื่องจากเรามีเวลาค่อนข้างน้อยส่วนใหญ่พี่น้องจะเสนอข้อเสนอทั่วไปทั่วไป และเสนอไปที่ฝ่ายบริหาร ก็คือ พก. รับเยอะเลย เป็นธรรมดาคือเผอิญวุฒิสภาเราไม่มีอำนาจบริหาร แต่เราเป็นเวที เราเป็นตัวประสาน เราเป็นตัวขับเคลื่อนร่วมกับพี่น้องประชาชน เวลาพูดท่านอาจจะไม่พอพิมพ์ลงในแชทบล็อก ถ้าใครที่อยู่ในซูมอยากให้วุฒิสภาอยากให้อนุฯ คนพิการทำอะไร ในเวลาที่เหลือ ๒ ปี อยากให้เรากดดันเรื่องไหนบ้าง เราไม่มีอำนาจสั่งการแต่เรากดดันได้ เราขอร้องได้เราเอาดอกไม้ เอากระถางเอาอะไรไปนั่งจับเข่าพูดคุยกับฝ่ายบริหารได้ อยากให้ท่านเป็นนักเลงคีย์บอร์ดช่วยเสนอผ่านแชทบ็อกมาเลย เพราะเวลาพูดจะมีน้อย เชิญอาจารย์ (คุณสุภรธรรม)ขอบคุณรับ ก็มี ๔ ข้อความส่งมาแล้วนะครับ มีอยู่ประมาณเกือบ ๒๐๐ คนช่วยส่งมาทุกท่านเลยยิ่งดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกดดันให้ท่านกดดันให้อาจารย์มณเฑียรหรือมองอีกมุมหนึ่งก็คือ ข้อความของท่านจะทำให้พลังของคณะอนุกรรมาธิการเพิ่มขึ้น เชิญคุณแม่ครับ โสภาสุจริตกุล ทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย แม่อยากจะเรียนเสริมของคุณภพว่าคุณภพว่า TA สมมุติว่า ทาง พ.ก. จัดไปแล้ว แบบซูมกับออนไลน์ถ้าเป็นทฤษฎีก็คงเข้าใจกันอยู่ แล้วถึงเวลาปฏิบัติถ้าปฏิบัติจริง ๆ แม่ว่าควรจะมีวิชาปฏิบัติให้มาทำปฏิบัติจริง ๆ ที่อบรมผ่านไปแม่ไม่ได้เข้า แต่แม่ทราบว่าเป็นการปฏิบัติแบบออนไลน์ ข้อนี้ถ้าทำกันแบบออนไลน์แม่ว่าไม่ค่อยเหมาะPA จริง ๆ ถ้าจะไปปฏิบัติกับผู้พิการอยากให้เขาลงมือและได้ความรู้จริง ๆ จากวิทยากรแล้วก็จะขอเสริมของท่านวิทยุตว่าเรื่องการคมนาคมอย่างของแม่ผู้พิการทางสติปัญญาออทิสติก แล้วก็ทางจิต ผู้ดูแลต้องเสียเงินเต็ม ๆ แต่ผู้พิการฟรี อยากให้ทางคมนาคมการเดินทาง อยากให้ดูแลไม่ต้องเสียเงินได้ไหมคะคนพิการไปคนเดียวเขาก็ไปไม่ถูก เวลาไปที่ไหน ขอบพระคุณค่ะเสนอแค่นี้นะคะ ขอบคุณครับ เชิญคุณพ่อครับสวัสดีครับ ผมจากสมาคมผู้ปกครองคนพิการสติปัญญาแห่งประเทศไทยอยากจะฝากอาจารย์มณเฑียรให้เหลียวหลังไปดูข้างหลังของเด็กสติปัญญา เป้าหมายชัดเจนส่งลูกเรียนก็อยากให้ลูกเรียนอ่านออกเขียนได้แต่ที่ผ่าน ๆ มาเยอะมากเลยจบ ป.6 แล้วยังอ่านไม่ได้ ยังเขียนไม่ได้ ลูกผมเรียนมา 3 ปีได้ถึง ข เวลาครูทางโรงเรียนเรียกไปทำ ผมก็เสนอประจำว่าเป้าหมายเป้าหมายชัดเจนของผมต้องการให้ลูกเขียนได้ เขียนชื่อตัวเองได้ ความเป็นจริงแล้ว อ่านไม่ค่อยออก เขียนก็ไม่ค่อยได้ มาแล้ว จากชมรมหรือชมรมใกล้เคียง ผมเคยถามว่าลูกเป็นอย่างไรบ้าง อ่านไม่ได้ เขียนก็ไม่ได้ อยากฝากประเด็นเดียวเท่านี้ครับ (คุณสุภรธรรม)เรื่องคุณภาพก็เช่นเดียวกันได้กล่าวไปเมื่อรอบแรกนะครับมีอีก 3 ท่าน จากทางซูม วิทยาลัยเทคโนโลยีหนองคายสมาคมคนพิการจังหวัดหนองบัวลำภู ธูปสุวรรณ จากจังหวัดอ่างทอง ขอตามลำดับเลย เชิญทางหนองคายเชิญครับช่วยแนะนำตัวด้วยนะครับเสียงจะไม่ชัดเลย ฟังไม่ชัดลองเช็กเทคนิคดูแล้วเดี๋ยวมาต่อเสียงก้องมากครับโอเคครับพูดเลยครับจากคุณดำรงค์ชัย แล้วถ้าไม่ได้เดี๋ยวใช้ส่งเป็นข้อความขอไปทางสมาคมคนพิการจังหวัดหนองบัวลำพูก่อนครับเชิญครับสวัสดีค่ะ หนองบัวลำพูพิการจังหวัดหนองบัวลำภูทางสมาคมมีแนวทางอยากจะเสนอเรื่องหนึ่ง คือการสร้างความเข้มแข็งให้คนพิการให้กับองค์กรคนพิการในระดับท้องถิ่น ก็คือคนพิการเพื่อไม่ให้เป็นการละเลยจนเกินไป เราอยากให้เสนอทางคณะกรรมาธิการช่วยคุยกับทางกรมการปกครองในเรื่องเทศบัญญัติให้เอาเรื่องกฎหมายคนพิการเข้าสู่เทศบัญญัติว่าเปป็นแนวทางกฎหมายท้องถิ่นที่ทำภารกิจอะไรก็ได้ที่ทำภารกิจโดยใช้คำว่า ให้ท้องถิ่นมีหน้าที่ช่วยเหลือสนับสนุนเทคโนโลยี การเข้าถึนโยบายและแผนงานในท้องถิ่่นหรือทรัพยากรอื่น ๆ ก็ได้ ให้แก่องค์กรคนพิการในระดับตำบล อันนี้เราอยากให้ให้เกิดเทศบัญญัติในแต่ละตำบลให้มีแผน ให้คนพิการได้เข้าไปร่วมในการจัดทำแผนในแต่ละท้องถิ่นอันนี้ฝากไว้ด้วยค่ะ (คุณสุภรธรรม)ขอบคุณมากครับ ชัดเจนครับ ไปทางคุณดำรงชัยครับคุณดำรงชัย สวัสดีครับ อาจารย์ดอกเตอร์สุภรธรรมท่านผู้มีเกียรติทุกท่านที่เข้าร่วมประชุมวันนี้ ผม ดำรงชัย ภู่สุวรรณนายกสมาคมคนพิการ จังหวัดอ่างทอง วันนี้ขอเข้าร่วมประชุมเป็นผู้แทนของสมาคมคนพิการแห่งประเทศไทยก่อนอื่นต้องขอบคุณทางสมาชิกวุฒิสภาที่ได้มีโครงการดี ๆ อย่างนี้ ให้คนพิการได้มามีส่วนร่วมนำเสนอเรื่องหนึ่งอยากจะนำเรียนให้ทาง ส.ว.ขออนุญาตใช้คำว่า ส.ว.การจะออกกฎหมายใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกฎกระทรวงระเบียบประกาศต่าง ๆ ที่เป็นอำนาจของ ส.ว.อยากให้มีคนพิการเข้าไปมีส่วนร่วมด้วยหรือผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าไปร่วมตรงนี้ อันนี้จะเป็นความจำเป็นที่เราจะได้มาแสดงความคิดเห็น ก่อนที่กฎหมายจะออกมาแล้วก็ต่อไปถึงทางหน่วยงาน ทาง พก.ก็มีเรื่องของระเบียบ ประการอะไรต่าง ๆ เหล่านี้แล้วต้องแจ้งให้องค์กรคนพิการทั่วประเทศได้ทราบด้วยเพราะว่าจะต้องไปปฏิบติร่วมกัน เพราะว่าตอนนี้ทาง พก. จะแจ้งไปเฉพาะที่ เฉพาะที่ พมจ. หรือแจ้งไปเฉพาะที่หน่วยงานในจังหวัดหรือศูนย์บริการคนพิการจังหวัด ซึ่งองค์กรคนพิการก็จะไม่ทราบก็ขอฝากอันนี้ไป แล้วก็ในแนวทางการปฏิบัติของแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการก็อยากให้ทางผู้ที่ออกกำหนดแผนผู้ที่ออกกำหนดแผนอันนี้ให้เน้นย้ำว่าต้องปฏิบัติได้จริง มีกรอบระยะเวลาการปฏิบัติอย่างไร อันนี้ก็จะเป็นสิ่งที่จะทำให้คนพิการได้รับประโยชน์สูงสุดแล้วอีกเรื่องหนึ่งการฝึกอาชีพอยากให้แก้ไม่ทราบว่าจะต้องไปแก้ที่ ส.ว. ด้วยหรือเปล่า ไม่ทราบว่าจะต้องแก้ไปที ส.ว. ด้วยหรือเปล่าการอนุมัติ หรือการสนับสนุน การฝึกอาชีพคนพิการทั่วประเทศให้ใช้วัสดุอุปกรณ์ได้ เพราะว่าจะมีปัญหาว่าวัสดุคงทนซื้อไม่ได้อะไรอย่างนี้ โครงการฝึกอาชีพในต่างจังหวัด ก็จะมีความยากลำบากหรือบางตัวบอกว่าเป็นึครุภัณฑ์ไม่สามารถซื้อได้แต่บางโครงการมีความจำเป็น อะไรตา่ง ๆ เหล่านี้มีความจำเป็นอันนี้ก็ฝากไว้เป็นข้อเสนอแล้วก็เรื่องของศูนย์บริการคนพิการอันนี้ฝาก พก. ไปน่าจะมีเครื่องมือมีอะไรให้ใช้ในสำนักงานในการให้บริการแก่คนพิการ เพราะเราเป็นศูนย์บริการคนพิการทั้งจังหวัดหรือการจ้างบุคลากรนโยบายบางทีเหมือนดีแต่ว่าไม่ได้ปฏิบัติก็ฝากประเด็นนี้ ส่วนอีกเรื่องหนึ่งการศึกษาดูงานเงินกองทุน ฝากทางกองทุน ทาง พ.ก. ว่าให้คนพิการในจังหวัดนี้ไปดูงานจังหวัดอื่นที่เขามีประสิทธิภาพ เขาทำอะไรประสบความสำเร็จแล้วเราจะได้ไปศึกษาดูงานจากเขา ก็ขอให้ใช้เงินกองทุนตรงนี้ได้ด้วยแล้วอีกเรื่องหนึ่งอยากฝากทางวุฒิสภาให้ปรับแก้กฎหมายเรื่องของการใช้สถานศึกษาที่ยุบที่ร้างยุคที่ล้างแล้ว ไม่มีคนเรียนแล้วในทั่วประเทศเลย ในหลาย ๆ จังหวัดหนึ่งหลาย ๆ แห่งเอามาเป็นศูนย์ส่งเสริมพัฒนาคนพิการหรือเป็นที่ทำการของสมาคมคนพิการ สมาคม ชมรมอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ได้ใช้ประโยชน์ หรือใช้ได้อย่างถาวรจะได้มีการหางบประมาณมาปรับปรุงมาส่งเสริมสนับสนุนสร้างให้ดีขึ้นได้ขออนุญาตใช้เวลาต้องกราบขอบพระคุณทางท่านนายกสมาคมคนพิการแห่งประเทศไทยด้วย ที่ให้โอกาสผมอยู่ต่างจังหวัดผมได้มีโอกาสเข้ามาพูดคุยในการประชุมครั้งนี้ด้วยครับสวัสดีครับ (คุณสุภรธรรม)ขอบคุณคุณดำรงชัยจากอ่างทองนะครับ ทางหนองคายไม่ทราบแก้ไขปัญหาได้หรือไม่ สวัสดีครับลองพูดต่อครับปรเมษ ประเด็นคนพิการที่ซึ่งผู้พิการบางคนล่าช้า ก็ยังไม่ได้รับสวัสดิการ ก็ได้เงินเดือนเหมือนเดิมเบี้ยความพิการจาก ๘๐๐ บาทจาก 800 เป็น 1000 เฉพาะผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐผมคิดว่าครบถ้วนสำหรับผู้ที่อยู่ทางแล้วก็ผู้ที่อยู่ในห้องประชุมแห่งนี้ แล้วก็ ๑๑.๓๐ น. ตามเวลาที่จะต้องเข้าตามเวลาที่จะต้องเข้าสู่การสรุปประเด็นซึ่งผมได้เรียนเชิญวิทยากรทั้ง 4 ท่านไว้เมื่อสักครู่ขอเพิ่มเติมอีก ๒ ท่านที่มาทาง zoom คุณวนิดาจากออทิสติกส์ภูเก็ต สนับสนุนเรื่องบ้านพิทักษ์สิทธิพูดถึงเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกพวกเครื่องออกกำลังกาย สื่อภาพเพื่อเพิ่มทักษะการพูดการสื่อเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับบุคคลออทิสติกมีคุณเมตตาพูดถึงเรื่องของการจัดการศึกษาสู่การมีงานทำ แล้วก็เรื่องของมุมมองเจตคติของนายจ้างที่มีต่อคนพิการอำนวยความสะดวก อันนี้ก็สนับสนุนมาแล้วก็มีหลายข้อความซึ่งผมเข้าใจว่าข้อคิดที่จะขับเคลื่อนต่อไปเดี๋ยวเราจะประมวล สุดท้ายท้ายสุดจริง ๆบอกว่าอันนี้ยกมือนานแล้วดอกเตอร์สุรศักดิขอเป็นสุดท้ายจริง ๆ ทางเวทีเชิญดอกเตอร์ สุรศักดิ์ จากกาฬสินธุ์ขอกราบขอบพระคุณที่ได้ให้โอกาสที่จะได้นำเสนอในเรืองของมีเรื่องเสนออยู่ 2 ประเด็น ที่อยากจะให้ทางกรรมาธิการวุฒิสภาได้รับทราบก็คือ 1. อยากให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัในเรื่่องของเรื่องอำนวยความสะดวก สถานที่โดยเฉพาะในภาครัฐ อย่างเช่นห้องน้ำผู้พิการมีหรือยังทางลาด ที่จอดรถ แล้วก็สิ่งอำนวยความสะดวกที่เป็นอารยสถาปัตย์ที่โดยเฉพาะภาครัฐเห็นภาคเอกชนค่อนข้างจะได้มาตรฐานเยอะแล้ว ส่วนภาครัฐ ต่าง ๆ ยังขาด อยากจะให้มีมาตรการหรือกฎหมายที่จะช่วยเร่งรัดช่วยดำเนินการให้ผู้พิการได้เข้าถึงในประเด็นที่ ๒ เป็นเรื่องของกฎหมายเช่นกัน ในเรื่องของการจ้างงานตามมาตรา 33 หรือมาตรา 35 ก็แล้วแต่ก็แล้วแต่คือมีความต้องการว่าอยากจะให้ปรับอัตราที่รับผู้พิการจ้างงานเข้าทำงานในหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะภาครัฐอยากจะให้เป็นอัตราม 1 ต่อ 50 ซึ่งเดิมเป็น 1 ต่อ 100 คือมีเจ้าหน้าที่หรือมีบุคลากรน้อยไปอยากจะให้ภาครัฐ เพราะว่าหลาย ๆ แห่งก็มีบุคลากรเยอะครับ แต่มีการคิดอัตราค่อนข้างจะน้อยที่จะจ้างงาน ก็เลยอยากจะให้ช่วยผลัดกันในส่วนนี้ว่าในอัตราประมาณ ๑ ต่อ ๕๐ ก็คงจะทำให้ผู้พิการได้ผ่อนคลายในส่วนของที่สามารถทำงานได้ แต่เขายังไม่มีงานทำหรือยังไม่มีการช่วยสังพอที่จะให้กับครอบครัวได้อันนี้เป็น 2 ประเด็นที่ฝากไว้ ขอบคุณครับมีส่งข้อความมา ผมประมวลส่งข้อความมาผมประมวลเป็น ๓ ประเด็นใหญ่ ๆ เรื่องของการส่งเสริมให้คนพิการในท้องถิ่นมีบทบาทในการทำงานด้านคนพิการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของอนุกรรมการในระดับจังหวัด อันนี้เขียนมาเยอะ แล้วก็มีในเรื่องของความรู้ความเข้าใจแล้วก็ในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งเข้าใจว่าเป็นสิ่งที่มีกำแพงอยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐในพื้นที่ต่างจังหวัดกับองค์กรของคนพิการ แล้วก็มีอีกประเด็นคือเรื่องของการสนับสนุนเรื่องอุปกรณ์อันนี้เป็นข้อความที่ส่งมาทางแชตผมก็อยากจะกลับมาที่วิทยากรทั้ง ๔ ท่าน จะเป็นประเด็นของท่านสุชาติ โอวาทวรรณสกุลไปท่านนายกวิทยุต บุนนาค ในคำถามหรือประเด็นเหมือนกันก็คือเรื่องบทบาทของคนพิการในท้องถิ่นการมีส่วนร่วม เราจะขับเคลื่อนอย่างไรเพื่อที่จะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วสมาชิกวุฒิสภาหรือ ส.ว. หรือคณะอนุกรรมาธิการกิจการคนพิการเราจะขับเคลื่อนอย่างไร รวมถึงการรับรององค์การคนพิการในต่างจังหวัดด้วย เชิญนายกสุชาติครับสุชาติ โอวาทวรรณสกุล พูดถึงการรับรองชมรมต่าง ๆ ซึ่งตอนนี้เราสามารถที่จะรวมตัวกัน เพราะว่าจริง ๆ แล้วทางสมาคมองค์กรแม่ จะสนับสนุนให้ทุกจังหวัดอยู่แล้วในการที่เรามีประเด็นปัญหาของกลุ่มเดียวกัน และเราไปรวมกลุ่มกัน ซึ่งเราก็พยายามที่จะส่งเสริมข้อสำคัญ็พอหลังจากที่รวมกลุ่มกันแล้ว เราสำคัญที่สุดการให้ความรู้ ตามที่เราได้รับความรู้ ตอนนี้ปัจจุบัน เราก็พยายามที่จะให้มีการซูมไลน์สดจะได้ข้อมูลซึ่งเราก็จะได้ข้อมูลที่เสมอกันเพราะฉะนั้นเมื่อท่านเข้าถึงข่าวสารต่าง ๆ เหล่านี้ เมื่อนำไปปฏิบัติ ข้อสำคัญที่สุด ก็คือต้องพยายามปฏิบัติตามกฎระเบียบของกองทุนในการใช้เงินอย่างเคร่งครัด ซึ่งถ้าเราไปทำแล้วทำให้เกิดประโยชน์กับคนพิการในท้องถิ่นโดยตรง ชมรมของท่านจะเข้มแข็งขึ้น แล้วที่สำคัญที่สุด เราก็มี ISO หรือว่าทำให้ทำให้องค์กรท่านได้มาตรฐานยิ่งขึ้นเพราะฉะนั้นก็จะมีขั้นตอนในการพัฒนาตัวของชมรมเอง เพราะฉะนั้น เมื่อเราได้ไปถึงมาตรฐานองค์กร เราก็จะไปถึงศูนย์เมื่อเป็นศูนย์บริการอย่างวันพรุ่งนี้ก็จะมีงานภาคสังคมคนพิการ ซึ่งจะมีที่สามย่าน ถ้าเราพัฒนาจนถึงจุดหนึ่งได้ เราก็จะเกิดความเข้มแข็ง เพราะฉะนั้นถึงแม้ในชมรมถ้าเราสามารถที่จะเติบโตได้รับรองหรือจดทำเบียนนิติบุคคลก็สามารถที่จะขอเงินได้อยู่แล้ว อย่างกองทุนปัจจุบันก็จะมีก็จะมีหน่วยงานต่าง ๆ เราก็จะมีกลั่นกรองกลาง เช่น มูลนิธิ สมาคมต่าง ๆ อย่างที่อาจารย์ตั๋นพูดถึง เป็นทั้งเส้นเลือดฝอยก็สามารถจากกองทุนได้อยู่แล้ว แล้วในจังหวัดงบต่าง ๆ ก็กระจายไปอย่างทั่วถึงแต่ที่ผมฝากอีกเรื่องหนึ่ง คือ เรื่องการจ้างงาน ซึ่งการจ้างงานของภาครัฐ ซึ่งตอนนี้ก็ยังมีปัญหาอยู่ เพราะฉะนั้นเราจะต้องขับเคลื่อนได้อย่่างไร เมื่อสักครู่สุรศักดิ์เสนอจากกาฬสินธุ์บอกว่าจะต้องเป็น 50 ต่อ 1 อันนี้ผมก็เห็นด้วย ได้คุยกับท่านอาจารย์มณเฑียร ก็อยากจะให้จ้างงาน 50 ต่อ 1 ก่อนเพื่อที่จะได้เป็นต้นแบบให้กับทางเอกชน ของปัจจุบันที่เราเจอ คือ การจ้างงานของภาครัฐ ยังค้างอยู่อีก อยู่อีก 16000 กว่าตำแหน่งแต่เมื่อวานที่เราเสนอท่านชัชชาชย์ซึ่งผู้นำคนพิการก็ถือว่าเราได้ผู้นำที่มีพลังมาก ได้พูดคุยกันยาวนานแล้วก็ได้เสนอโดยเฉพาะทาง กทม. ตอนนี้เป็นต้นแบบในการจ้างงาน เมื่อวานผมก็เสนอว่าจ้างงานคนพิการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ของ กทม. มีประมาณจะมีจ้างคนพิการได้ประมาณ ๘๐๐ คน ซึ่งตอนนี้ปัจจุบัน จ้างได้ประมาณ เขตละ 2 คน ซึ่ง 52 เขต ก็100 กว่า ๆ หรือเกือบ 200 คนเมื่อวานก็ได้เสนอว่า ๒ ปี800 คน จะเป็นสิ่งที่ดี อีกข้อหนึ่ง เรื่องการศึกษา ผมคิดว่าตอนนี้เราจะทำอย่างไรของเราผลักดันเข้าไป ร.ร. ใกล้บ้านก่อนนะครับ แล้วก็ค่อยไปพัฒนาระบบเลยอยากเสนอ ถึงแม้ปัจจุบัน เราอยากเรียน ต้องได้เรียน แต่พอถึงเวลาจริง ๆ ถูกปฏิเสธต้องไปเรียน ร.ร. ไกล ๆ แล้วก็ไม่ได้ลงเรียนใกล้บ้าน ถ้าเกิดเรากำหนดKPI ให้กับ ผอ. โรงเรียนเลย เป็น 50 ต่อ 1 สมมุติมีนักเรียนทั่วไป50 คน ต้องรับคนพิการเข้าไป ๑ คนจะทำให้ทุก ร.ร. เปิดกว้างให้คนพิการเข้าไปรับ คือ ปัจจุบันที่เขาเสนอข้อมูลมาประมาณ 1 แสนถึง 3 แสนคนพิการกับกลายจะเป็น LD LD ประมาณ 3 แสนกว่าคนซึ่งอันนี้ก็จะทำให้บางโรงเรียนได้รับคนพิการแล้ว แต่จริง ๆ ก็คือเป็นนักเรียนที่อ่านออก เขียนไม่ได้ ประเมินในสถานศึกษาเอง ตรงนี้จะต้องช่วยกันลงพื้นที่ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมอีกข้อหนึ่งก็คือ ผมอยากให้ทุกจ้งหวัดได้เปิดสถานที่สาธารณะเพื่อที่จะได้ให้คนพิการได้ไปแสดงความสามารถอย่างที่ท่านผู้ว่าฯ ชัชชาติได้ไปงานดนตรีในสวนก็ได้มีคนพิการทางด้านสติปัญญาน้องแฮมมี่ได้ไปเป่าแซกโซโฟน ถ้าเกิดว่า ทาง กทม. หรือทุกงานที่มีอยู่ในประเทศไทยที่มีอยู่ในงานอะไรก็แล้วแต่ให้มีสัดส่วนในการแสดงความสามารถของคนพิการเข้าไปทุกครั้ง10 นาที 15 นาทีก็ได้ แต่ขอให้มีงานของคนพิการเข้าไปทุกครั้ง ก็อยากนำเสนอประเด็นตรงนี้ขอบคุณมากครับ (คุณสุภรธรรม)ขอบคุณท่านนายกสุชาติขอมาทางอาจารย์เจ วิทยุตบุนนาค เชิญอาจารย์เจ ครับนายผมเห็นมียกมือค้างไว้ ช่วยส่งเป็นข้อความ เดี๋ยวจะเชิญท่านวิทยากรแล้วเราก็ต้องปิดแล้วนายวิทยุต บุนนาคสำหรับในกลุ่มที่เก่งและกลุ่มที่ด้อย กลุ่มที่เก่งจะมีบ้างครับ ส่วนกลุ่มที่ด้อยก็จะมีบ้างสำหรับคนที่เก่งสมาคมคนหูหนวกก็จะมีเครือข่ายครบทั้ง 77 จังหวัดซึ่งที่ผ่านมาได้มีการเริ่มก่อตั้งจนครบ 77 จังหวัดแล้ว ตามผลมุ่งเป้าของเรา ประสบความสำเร็จ แล้วก็มีข้อบังคับข้อแรกใหัครบ 77 จังหวัด ซึ่งเราสามารถทำตามข้อบังคับข้อนั้นได้ จากนั้นข้อที่ ๒ มีการเลือกตั้ง เขาจะมีการเลือกตั้งเอง ให้ชุมชนในพื้นที่จังหวัดเลือกผู้นำคนหูหนวกของเขาชมรมจังหวัดของเขา เหมือนจะเป็นตัวแทนเป็นประชาธิปไตยสามารถตัดสินใจเลือกผู้นำของเขาได้ เป็นกรรมการบริหารในจังหวัดนั้น ๆ เป็นจุดเด่น แล้วสำหรับงบสนับสนุนกองทุนให้ในการจัดประชุมต่าง ๆ ของจจังหวัดก็จะมีโครงการสนับสนุนในจังหวัดอีก ซึ่งเป็นจุดที่ดีมาก ๆ แล้วการสนับสนุนค่าเช่าสำนักงาน สำหรับใครที่ผ่านมาตรฐานองค์กรแล้วสมาคมก็จะมีงบอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ของกองทุน พก. ก็จะมีงบอื่น ๆ ที่ช่วยสนับสนุนในจุดนั้น แล้วก็จะมีศูนย์บริการการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ซึ่งชื่อย่อว่า DAC D ก็คือ def accesscenter เป็นเหมือนว่าเป็นศูนย์ที่ให้คนหูหนวกสามารถส่งข่าวสารต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเอกสารหรือว่าอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ภาษามือหรือแปลหลายอย่าง คนหูหนวกสามารถรับบริการตรงนี้ได้ แล้วก็โครงการจากกองทุน พ.ก. จะมีการแบ่งแต่ละประเภทความพิการนั้น สำหรับคนหูหนวกเราจะมีกรอบประมาณ ๓๐ ล้านบาท ซึ่งผมจะเป็นประธานในอนุฯ คณะนั้น แล้วก็วางแผนดำเนินการในแต่ละจังหวัดในการพัฒนาตรงนี้ก็เป็นจุดเด่น สำหรับจุดด้อยในจังหวัดคนหูหนวกแต่ละคนจะมีกรรมการบริหารแต่ละจังหวัด ซึ่งเขาไม่เก่งภาษาไทย เขาก็จะมีความคิด แล้วก็มีแนวคิดอยากจะให้มีคนมาช่วยเขียนโครงการหรือว่าเขียนจดหมายต่าง ๆ ซึ่งก็จะต้องพึ่งพาล่ามภาษามือหรือว่าสภาคนพิการในแต่ละจังหวัดนั้นให้ช่วยก็เป็นกระบวนการก็จะช้าครับ แล้วก็ขั้นตอนหรือการตัดสินใจอาจจะปรับไปจากว่าเป็นหูหนวกหรือว่าเป็นคนหูดีเป็นคนตัดสินใจ ก็จะเป็นปัญหาว่าความต้องการที่แท้จริงของเขาอาจจะไม่ใช่ความต้องการที่แท้จริง ในแต่ละองค์กรทั้ง 77 จังหวัดของคนหูหนวกอาจจะมีบุคลากรประจำ ซึ่งรับเป็นเงินเดือน ตรงนั้นยังไม่มีแต่บางจังหวัดที่เขาเก่งเขาสามารถบริหารเองได้ แต่ส่วนใหญ่ไม่มีเงินเดือน ต้องเป็นการอาสา ที่เป็นการดำเนินการก็จะค่อนข้างยาก ถ้าหากว่ามีเจ้าหน้าที่ประจำเราอาจจะต้องหาวิธีว่าจะต้องมีกระบวนการหรือกลไกอย่างไรกำหนด เช่น ต้องผ่านมาตรฐาน ISO ก่อน แล้วจากนั้นก็จะเป็นการขอเป็นศูนย์บริการคนพิการ จากนั้นก็จะมีการจ้างเจ้าหน้าที่แต่ว่าขั้นตอนก็ค่อนข้างยากลำบาก คนหูหนวกบางทีก็อาจจะยังไม่พร้อมที่จะผ่านมาตรฐาน องค์กร ก็เลยไม่ได้รับการสนับสนุนตรงนี้ในการเปิดศูนย์บริการ สำหรับล่ามภาษามือก็มีไม่ทั่วถึงครับ บางจังหวัดก็มี บางจังหวัดก็ไม่มี ซึ่งนั่นก็เป็นความยากลำบาก เหมือนกันครับ สุดท้ายแล้วในเรื่องของการมีงานทำ คนหูหนวกทั่วประเทศ บางคนเขาก็ว่างงาน บางคนก็มีงานทำ แต่ว่าเขาไม่รู้ครับว่าเขาถูกหลอก อาจจะใช้มาตรา 35 หรือมาตรา 33 ที่ถูกหลอกไป คืออยู่บ้านไม่ต้องไปทำงาน รับเงิน 2-3 พันแล้วก็จบ ซึ่งคนหูหนวกก็ 2,000 - 3,000 บาทก็รับไดรับได้ ซึ่งเขาไม่ทราบสิทธิตรงนี้ ประเด็นสำคัญ เขาต้องทราบสิทธิก่อน และไม่ทำแบบนี้ แต่ว่าคนหูหนวกอาจจะไม่มีทางเลือกที่จะรับเงินแล้วก็อยู่แบบนั้นครับอยู่แบบนั้นครับ ประมาณนี้ครับ ขอบคุณครับ สิ่งที่ผมได้ยินจากนายกสมาคมทั้ง 2 ท่านก็คือตรงกับหัวตรงกับหัวข้อที่เราประชุมกลุ่มย่อยกัน ก็คือ การคุ้มครองสิทธิและเสริมพลังคนพิการ คือท้องถิ่นเรามีคนพิการอาจารย์เจ ใช้คำว่า คนที่มีพลัง คนที่มีศักยภาพ ต้องรวมกัน ต้องผนึกกำลังกันและต้องช่วยคนพิการด้วยกัน คือ อย่างไรก็แล้วแต่ ต้องสามัคคีกัน ต้องร่วมไม้ร่วมมือกันจะเห็นต่างก็ไม่เป็นไรก็ต้องทำความเข้าใจกันให้ได้ สิ่งที่ผมได้ยินจากนายกสมาคมทั้ง ๒ ท่าน ถึงจะมีพลัง อันนี้คือการเสริมพลังซึ่งกันและกันของคนพิการเมื่อเสริมพลังแล้วเมื่อเรามีอำนาจเราจะสามารถคุ้มครองสิทธิทั้งของเรา แล้วก็เพื่อนของเรา แล้วก็ของคนอื่นในสังคมได้ อันนี้คือสิ่งที่ผมได้ยินอันนี้น่าจะเป็นหัวใจสำคัญก็คงต้องมาทาง พก. สิ่งที่ผมได้ยินเยอะ คือเรื่องของการใช้เงิน เรื่องของกองทุน เรื่องของประสิทธิภาพ รองลงมาคือเรื่องของการขยายเรื่องการจดทะเบียนอยากให้โฟกัสตรงจุดนี้แล้วก็พยายามมองไปว่าข้างหน้าเราจะทำอย่างไร เหลียวหลังเราเหลียวไปเยอะแล้ว แลหน้าจะแลอย่างไร ขอเรียนเชิญท่านผู้เชี่ยวชาญ (คุณณฐอร)ขอบคุณมาก ที่จะจดมีหลายประเด็น แต่อาจารย์ให้โฟกัสเรื่องของ ซึ่งหลาย ๆ ท่านหลาย ๆ ท่านก็เสนอแนวคิดตรงนี้เสนอประเด็นต่าง ๆ ตรงนี้ก็สามารถเอาไปกำหนดในเรื่องของนโยบาย ดังนั้น มาคุยเรื่องของประเด็นการปฏิรูปกองทุน เอันนี้เราได้มีการขับเคลื่อนและผลักดันและผลักดันเหมือนที่ท่านที่ปรึกษาได้ว่าต้องมีกระบวนการ และจัดดำเนินการไป แล้วก็อาจจะต้องใช้เวลานิดหนึ่ง ซึ่งท่านสุพลได้อธิบายนอกเหนือจากตรงนั้นกองทุนก็ไม่ได้นิ่งนอนใจการปรับเรื่องของการทำงาน เรายึดประโยชน์สูงสุดของคนพิการ องค์กรคนพิการเพื่อให้คนพิการได้มีการพัฒนาได้มีการพัฒนาในเรื่องของคุณภาพชีวิตไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเข้าถึงสิทธิ การประกอบอาชีพและเน้นที่ความเข้มแข็งขององค์กร แต่ว่าเหมือนที่ท่านอาจารย์สุพรธรรมว่าคนพิการก็ต้องมีความเข้มแข็งด้วยเนื้อตัวเอง แล้วองค์กรคนพิการก็ต้องสร้างความเข้มแข็งของตัวเองขึ้นมา ดังนั้น ในเรื่องของการรับเงินสนันสนุน คือการใช้เงินกองทุน เราก็มีระเบียบต่าง ๆ ที่ดำเนินการ เราก็ยึดตามระเบียบ แต่ว่าสิ่งที่ท่านเสนอมาก็สามารถไปแก้ไขปรับปรุงแต่อาจจะต้องใช้เวลาตรงนี้ ในส่วนของการจดทะเบียนคนพิการ หลาย ๆ ท่าน อย่างเช่น อาจารย์การเข้าถึงในเรื่องของการจดทะเบียนคนพิการของเด็กออทิสติกหรือคนพิการทางจิต ที่จริงเรื่องของการปฏิรูปคนพิการการจดทะเบียนคนพิการ เราได้มีการคำนึงถึงคนที่ยังไม่ได้เข้าถึงระบบของการจดทะเบียนถ้าพิการเชิงประจักษ์ก็สามารถตรงนี้เชิงประจักษ์เราไม่ต้องไปขอใบรับรองความพิการ แต่ว่าถ้าพิการต้องใช้ใบรับรองความพิการการขอใบรับรองความพิการอยู่ในสิ่งที่กำหนดไว้ในระเบียบต่าง ๆ แต่ว่าในกลุ่มเป้าหมายที่รอการประเมินเราก็มีก้องค่ะเรามาต่อนะครับ มีไมค์ตัวเดียวที่เปิด (คุณณฐอร)ขอบคุณมากค่ะ ในประเด็นที่ 2 เรื่องจดทะเบียนคนพิการ ในกลุ่มที่ยังรอการประเมิน เราก็มีการทำงานคือเรามีคณะทำงานที่จะกำหนดหลักเกณฑ์ในการประเมินความพิการในกลุ่มของมีความยากลำบากในการดำเนินชีวิตประจำวันของคนพิการ อันนี้เราก็จะดูในเรื่องของการกำหนดเอกสารการจัดทำคู่มือแล้วก็การประเมินความพิการที่สามารถที่จะดำเนินการได้ เราก็มีคณะทำงาน และอยู่ในกระบวนการของการจัดทำเรื่องของการปฏิรูปเรื่องของการจดทะเบียนคนพิการอันนี้คือประเด็นที่ ๑ ประเด็นที่ 1 แล้วก็จะมีคำถามไม่ว่าจากในห้องประชุมนี้หรือทางบ้านจะถามในเรื่องของผู้ช่วยคนพิการ อันนี้ต่อได้นะคะ สั้น ๆ เพราะว่าเรามีการดำเนินการอย่างไรอาจจะอยากรุ้ว่าตอนนี้ พก. จดอบรมผู้ช่วยคนพิการประมาณ ๑๐ กว่ารุ่น ในระบบซูม และที่พี่เสนอว่าในเรื่องของการปฏิบัติอยากให้ปฏิบัติเสมือนจริง คือทำจริงจะได้มีการปรับปรุงแต่ว่าตอนนี้เราเร่งในเรื่องของการผลิตผู้ช่วยคนพิการก็มีพี่ ๆ บางท่านถามว่า จะมีผู้ช่วยคนพิการแต่ละประเภทคนพิการไหมเราเคยมีการจัดประชุมแล้วก็ให้องค์กรคนพิการหลักได้ทำหลักสุตรของผู้ช่วยคนพิการแต่ละประเภทความพิการ ตอนนี้เราพิจารณาเสร็จแล้ว และกำลังจะนำเข้าสู่อนุสวัสดิการ อันนี้ก็มีการเร่งดำเนินการจะมีการเพิ่มจากPA ปกติคือ PA ทั่วไปพื้นฐานแล้วก็เพิ่มจำนวนแต่ละประเภทบางประเภทพิการเพิ่ม 18 ชั่วโมง 22 ชั่วโมงอันนี้แต่ละท่านก็อาจจะเคยเสนอเข้ามาแล้ว แล้วก็จะต้องผ่านพก. ดำเนินการอยู่นะคะส่วนที่ ๒ ศูนย์บริการคนพิการที่ท่านบอกว่าอาจจะพ่วงกับ PA อันนี้ก็รับข้อเสนอไป แล้วก็ศูนย์บริการตอนนี้มีเรื่องผลการศึกษาวิจัยปรับเกณฑ์ในเรื่องของศูนย์บริการก็ดำเนินการทบทวนอยู่ ซึ่งกองทุนมีการพูดคุยกัน แล้วก็รับกับเรามีคณะทำงานของศูนย์บริการอยู่ เรื่องบ้านพิทักษ์อาจารย์สำเริงถามมาที่ห่วงใยลูก ๆ ออทิสติกที่มีอายุเพิ่มขึ้น แล้วคุณพ่อคุณแม่ก็มีอายุมากขึ้นสิ่งนี้เราได้คุยกันในเรื่องของกิจกรรมบ้านพิทักษ์ แล้ว พก. ได้ทำเป็นต้นแบบตอนนี้เราได้ขอเงินจากกองทุนเหมือนกัน ทำบ้านพิทักษ์ ศูนย์ออทิสติกส์ขอนแก่นกิจกรรมบ้านพิทักษ์ตรงนี้ทำอะไรสมาคมออทิสติก มูลนิธิออทิสติกเริ่มดำเนินการ ดังนั้นกิจกรรมบ้านพิทักษ์อาจจะไม่ได้ระบุว่าดูแลคนออธิสติกส์ 20 ชั่วโมงเนื้องานที่แตกต่างกันไปแล้วแต่ว่าบ้านพิทักษ์ออทิสติกจะจัดกิจกรรมแบบไหน อันนี้เราเริ่มดำเนินการ และวันก่อนอาทิตย์ที่แล้วเราไปหารือกับมูลนิธีว่าเราจะขับเคลื่อนอย่างไรเรามีการจับมือกันทำงานตรงนี้เราก็จะคุยในประเด็นเรื่องของการปฏิบัติ อันนี้เอาสั้น ๆ นะคะ ขอบคุณมากค่ะผู้เชี่ยวชาญ ที่ให้ที่ให้ข้อมูลก็เป็นการตอกย้ำว่าทุกอย่างกำลังเคลื่อน แน่นอนการเคลื่อนนั้นบางคนก็อาจจะทันใจบางคนก็อาจจะไม่ทันใจ การเคลื่อนนั้นบางคนก็อาจจะบอกว่าไม่ใช่ทิศทางนั้นทิศทางนี้ ก็ต้องมาพูดคุยกัน เนื่องจากว่าจะเที่ยงแล้ว จะหมดเวลาแล้วต้องจบ แต่จะจบไม่ได้ถ้าท่านอาจารย์มณเฑียรยังไม่ได้พูดครับผมอยากจะสรุปทิ้งท้ายนิดหนึ่ง ก่อนที่จะเรียนเชิญท่านอาจารย์มณเฑียร ได้กล่าวเป็นคนสุดท้าย แล้วปิดการพูดคุยในกลุ่มย่อยของเช้าวันนี้ประเด็นการปฏิรูปเรื่องกองทุน เท่าที่ฟัง ตั้งแต่เราเริ่มคุยกันน่าจะเป็นประเด็นที่ที่เป็นหัวใจสำคัญมาก เพราะว่าหลาย ๆ อย่าง เวลาเราพูดถึงเกณฑ์ เราพูดถึงระเบียบ การใช้เงิน ก็จะอยู่ที่ความคล่องตัวความคล่องตัวของกองทุนความยั่งยืนของกองทุนจะมีหรือไม่ อย่างไร 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ มาจากนายจ้างแล้วถ้านายจ้างเขาปฏิบัติตามกฎหมายได้ครบถ้วน ครบถ้วนเม็ดเงินจะเหลือเท่าไร อะไรคือความมั่นคง ยั่งยืนของกองทุน รัฐ ควรจะต้องมีบทบาทอย่างไรต่อกองทุนนี้รูปแบบของกองทุนควรจะเป็นอย่างไร ตั้งแต่เช้ผมได้ยินเรื่องกองทุนที่แตะเข้ามาในเรื่อกองทุนมากที่สุดแล้วก็น่าจะเป็นประเด็นที่ต้องขับเคลื่อนแรงที่สุดในเช้าวันนี้ที่เราได้ยินนะครับเรื่องของการขึ้นทะเบียนหลายเสียงตรงกันว่ามิติเชิงสังคมเป็นมิติที่สำคัญ ไม่ได้หมายความว่าเมื่อเป็นคนพิการแล้วทุกคนจะต้องได้เบี้ยความพิการเพิ่มขึ้นเท่ากันทุกคน หมายความว่าจะต้องใช้งบประมาณอะไรต่าง ๆ มากมายเหมือนกันทุกคน แต่อย่างน้อยที่สุดได้มีการบอกก่อนว่าใครคือคนพิการ เขาสามารถเดินเข้ามาแล้วก็บอกว่าเขาเป็นคนพิการ และเขาสามารถที่จะใช้บริการอะไรจากรัฐได้บ้าง ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่นำเสนอแตกย่อยรายละเอียดในเชิงระบบสังคมเพิ่มเติมทที่จะต้องพูดคุยต่อจากการขึ้นทะเบียน แต่อย่างน้อยที่สุดเริ่มมีทะเบียน มียอด มีจำนวนก่อน ส่วนเรื่องของการเข้าถึงแล้วก็ใช้ประโยชน์ได้ accessibility for aสิ่งที่ได้ยินเยอะหน่อย ก็เรื่องความเข้าใจแล้วก็ความทั่วถึงการขาดความเข้าใจว่าอะไรคือ accessibility อะไรคือเข้าถึง และเข้าถึงประโยชน์ได้เป็นอย่างไร เป็นปัญหาเรื่องของความคิด เรื่องเจตคติค่อนข้างจะมากแล้วการเข้าถึงนี้เข้าถึงทั้งข้อมูลข่าวสารและมิติของกายภาพ มิติการเดินทาง อันนี้เป็นสิ่งที่จะต้องพูดคุยกันต่อ เดี๋ยวท่านอาจารย์มณเฑียรการขับเคลื่อนแล้วก็ปิด แต่ก่อนที่ผมจะส่งต่อขออนุญาตขอบคุณวิทยากรทั้ง 4 ท่าน นะครับ ท่านประธานที่ปรึกษา กรรมาธิการพัฒนาสังคมท่านผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศที่กรุณาอยู่กับเราตั้งแต่เเปิดจนถึงนาทีนี้ ท่านที่ปรึกษาอาจารย์ (คุณวันทนีย์) ก็อยู่กับเราท่านสุพลท่านวิจตราฯ ก็อยู่กับเรา อนุกรรมาธิการก็อยู่กับเราครบถ้วนผมเข้าใจว่าเวลาหมดแล้ว ผมคงต้องขออนุญาตมอบเวทีคืนให้กับท่านอาจารย์มณเฑียรได้กล่าวถึงการแลไปข้างหน้าภาพรวมทั้งหมดของวันนี้ ขอบคุณครับ ขอบพระคุณครับ ขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องและที่จะขาดเสียไม่ได้ต้องขอบคุณวุฒิสภาแล้วก็คณะกรรมการจัดงานโดยประธานกรรมาธิการของเราเป็นตัวตั้งตัวตี เป็นหลักสำคัญ ก็คือท่านวัลลภ หรือครูหยุยของเราด้วย ท่านครับเราเหลือเวลาอีก 2 ปีไม่ถึงดีแต่ว่าภารกิจในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสังคมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคนพิการนั้นใหญ่หลวงนัก เมื่อสักครู่รู้สึกชื่นใจขึ้นมาตรงที่ท่านสุพลบอกว่าพูดกันนี้เป็นไปได้แล้วท่านเป็นมือร่างกฎหมายและท่านอยู่ในงานนี้กับเราให้เรา ทำในสิ่งที่เราต้องการ 3 ข้อใหญ่ ก็คือเรื่องปฏิรูปกองทุนเหตุใดเราถึงพูดเรื่องกองทุนมากเพราะว่ากองทุนเป็นสัญลักษณ์ของงบประมาณทางเลือก คืองบประมาณทางหลักไม่ต้องพูดถึง 3.18 ล้าน ๆ มากมายกว่ากองทุนหลายเท่า เพียงแต่ว่าไม่ค่อยเห็นเป็นเนื้อเป็นหนังกระจัดกระจายซุกซ้อนกันอยู่ตามกระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ และคนพิการไม่ค่อยได้มีโอกาสสัมผัส อันนี้อนุกรรมาธิการเองก็พยายามทำคนพิการเข้ากับงบประมาณกระแสหลัก แต่ในขณะเดียวกันกองทุนพิเศษในฐานะที่เป็นแหล่งอัดฉีดทางสังคม ผมอยากจะเรียกว่าเป็นแหล่งเสริมพลังทางสังคมถ้ากองทุนดี ถ้ากองทุนคล่องตัวถ้ากองทุนมีทั้งรายได้และรายจ่ายที่สมดุล ขณะนี้ได้ก็ลด จ่ายก็ไม่คล่อง เพราะฉะนั้นการปฏิรูป คำว่านิติบุคคลเป็นคำพูดเชิงสัญลักษณ์ แต่คำพูดในเชิงปฏิบัติก็คือทำอย่างไรให้กองทุนทั้งคล่องตัว ทั้งยั่งยืน มีรายได้ที่สม่ำเสมอแล้วก็มีการใช้จ่ายที่สามารถวัดผล ประเมินผลติดตามตรวจสอบแล้วก็ทำให้เกิดความเข้มแข็งของคนพิการทั้งในระดับปัจเจกและองค์กรอย่างแท้จริง อันนั้นเป็นความปรารถนาที่เราต้องการดูเราต้องการ ที่เรามี พก. มาร่วมบทเวทีจริง ๆ เบื้องหลังจริง ๆ เบื้องหลังการทำงานก็คือ พก. เป็นที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการด้วย และกรรมาธิการเอง ก็เชิญ พก. มาพูดคุยบ่อยครั้งมาก มีการปรับจูน มีข้อเสนอมีการรับข้อเสนอ มีความพยายามที่จะทำให้เสร็จบ่อยครั้ง แต่หลายครั้งต้องยอมรับกระบวนการของระบบราชการช้าจริง ๆ ไม่ใช่ความผิดของท่าน พช. อธิบดีแต่เป็นกระบวนการที่ี่ที่ค่อนข้างสลับซับซ้อนและล่าช้าอนุกรรมาธิการก็จะทำต่อ การประชุมครั้งหน้าจะเชิญทั้ง พก. ทั้งที่ปรึกษาสุพลมาดูว่า ที่พี่น้องเสนอวันนี้ เราจะแปลงสารให้กลายเป็นการแก้ไขกฎหมายอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างไรอันนี้จะเดินหน้า หลังจากนี้จะไปลงพื้นที่มากขึ้น 3 ปีไป12 ครั้ง แต่ 2 ปีที่เหลือน่าจะไปมากกว่า 12 ครั้ง ก็หมายความว่าโควิดหมดไป แล้วฝีดาษลิงไม่มาสกัดกั้นเราเสียก่อน เพราะฉะนั้น เราจะต้องไปพบปะพี่น้องมากขึ้นไปดูปัญหาที่ท่านบอกว่าเงินไปไม่ถึง ที่ท่านบอกว่าผู้นำในท้องถิ่นยังไม่ค่อยมีส่วนร่วมเต็มที่ ทั้ง ๆ ที่มาตรา21 เขากำหนดชัดเจนว่าให้ราชการส่วนท้องถิ่นจัดทำข้อบัญญัติ เทศบัญญัติจำได้คนที่เสนอมาตรา ๒๑มาตรา 21 นั่งอยุ่ซ้ายมือผมนี่เองเพราะฉะนั้นคงได้เวลาแล้วที่จะต้องเชิญผู้เกี่ยวข้องกับท้องถิ่นมาพูดคุยกันว่า ที่เราคุยกันไปครั้งก่อนยังไม่เป็นความจริง มีปัญหาข้อขัดข้องติดขัดอะไรที่ทำให้ท้องถิ่นเองไม่กล้า ท้องถิ่นเองมีกฎหมายอยู่ในมือเหมือนกัน เขาสามารถอ้างมาตรา 21 มหาดไทยบอกว่าจะแก้ระเบียบให้ัให้การเบิกจ่ายอิงระเบียบแหล่งทุนได้ด้วย ไม่ใช่เอาเฉพาะระเบียบเบิกจ่ายมหาดไทยอย่างเดียสสตง.ก็บอกว่าถ้ามีระเบียบรองรับ ไม่ว่าจะเป็นระเบียบกองทุน ไม่ว่าจะเป็นระเบียบมหาดไทย เขาจะไม่ไปเอาผิดแต่ท้องถิ่นส่วนใหญ่ก็ยังไม่กล้าอยู๋ดีเข็ดขยาดต่อการโดนลงแส่อันนี้คงจะต้องมีการพูดคุยกัน ส่วนกรณีการขึ้นทะเบียนคนพิการ นั้น ผมเชื่อว่าเข้าใจตรงกันแล้วว่าใบรับรองแพทย์เป็นเพียงหนึ่งองค์ประกอบแต่ไม่ใช่ตัวฟันธงอีกต่อไป อันนี้พูดแบบไม่ต้องเกรงใจที่ผ่านมาเป็นตัวฟันธง แต่ต่อไปจะเป็นหนึ่งองค์ประกอบของการขึ้นทะเบียนคนพิการ พี่น้องที่เป็นคุณหมอไม่ต้องน้อยใจ ท่านมีส่วนร่วมทุกกระบวนการอยู่แล้ว แต่ว่ากระบวนการที่กลายเป็นคอขวด คือ กระบวนการที่อิงใบรับรองแพทย์เป็นใบเบิกทางเดียวที่รับในการรับขึ้นทะเบียนคนพิการ อันนี้เขาต้องแก้ไขแน่นอน ทั่วโลกก็จะต้องมีการแก้ไขไปในทางนั้น อนุกรรมาธิการจะติดตามต่อไป แก้หลักเกณฑ์การประเมินหรือยังภาคสังคมไม่ว่าจะเป็นตัวคนพิการเอง ไม่ว่าจะชุมชนที่จะมากขึ้นหรือไม่ อย่างไร ส่วนเรื่องการเข้าถึงสิ่งที่เราได้เสนอไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นประเด็นกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างก็ดีก็ดี เราจะติดตามอย่างใกล้ชิด อย่างต่อเนื่อง แบบไม่หยุดยั้งวันเวลาในการปฏิบัติตามแผนปฏิรูปจะสิ้นสุดในปี 2565 แต่อีก 2 ปีที่เหลือน่าจะเป็นการเก็บตกเอาให้หมด การจ้างงานภาครัฐ 50 ต่อ 1 อย่าว่าแต่เห็นด้วยเลย ผมร่วมรณรงค์กับท่านทั้งหลายเข้ามาเป็น ส.ว. จนถึงทุกวันนี้ก็จะต้องร่วมรณรงค์กันต่อ ในยามที่เศรษฐกิจถดถอย ภาครัฐจะต้องเป็นผู้นำในการสร้างการเปลี่ยนแปลงติดลบไปถ้าเราเอา 2 คูณก็คือเอาเป็น ๕๐ ต่อ ๑ ก็เท่ากับว่าหน่วยงานของรัฐ ติดลบคนพิการไป 32,000 ตำแหน่ง เพราะฉะนั้นถ้าเราดึงเอา 32000 ตำแหน่งจะทำให้เอกชนหายใจคล่องคอขึ้น ส่วนประเด็นเรื่องของการศึกษาก็ดี ขณะนี้ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติอยู่ในการพิจารณาร่วมผมเป็นกรรมาธิการอยู่ด้วย เพราะฉะนั้นอย่างน้อยที่สุดตัวบทเราจะพยายามไม่ให้หลุดมือ ส่วนการบังคับใช้ต้องเรียนท่านทั้งหลายว่าวุฒิสภามีอำนาจในระดับหนึ่ง อำนาจในการเชิญมาชี้แจง อำนาจในการส่งเอกสาร อำนาจในการเสนอแนะ ติดตามตรวจสอบมี แต่ไม่มีอำนาจไปสั่งปลด สั่งย้ายอะไรใครท้้งสิ้นไม่ใช่เป็นองค์กรที่ออกกฎหมายเป็นองค์กรที่กลั่นกรองกฎหมาย แต่ที่ผ่านมาเราก็ทำเกินหน้าที่ ก็คือ เราแอบเสนอเอาไปใส่มือหน่วยงานของรัฐ ไปขอความร่วมมือจากพี่น้องส.ส. ว่าช่วยสนับสนุนข้อเสนอแนะของอนุกรรมาธิการนี้ด้วย คือทำเกินหน้าที่ ไม่ใช่เป็นการทำเกินในลักษณะแทรกแซง เพราะว่าแทรกแซงไม่ได้ รัฐธรรมนูญห้าม เพราะฉะนั้นสิ่งที่พี่น้องเสนอมาว่าอยากจะให้เราออกกฎกระทรวงอยากจะให้เราออกระเบียบ อยากจะให้เราออกประกาศเราออกไม่ได้ แต่เราเสนอแนะได้ และเรามักจะใช้วิธีการเสนอแนะแบบฉันมิตร ท่านณธรทราบดีออกกฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศเรามาคุยกันที่ห้องอนุกรรมาธิการคุยกันเถียงกันจนกระทั่งหน้าดำแต่สุดท้ายก็ออกมาอยากจะทำให้ดีที่สุดในรอบ 2 ปี ตอนนี้หมดเวลาแล้ว แต่ขอให้ท่านรัวข้อเสนอนักเลงคีย์บอร์ดรัวรัวเลยเราจะเก็บทุกเม็ดไปรวมเป็นประเด็นเพื่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล สูงขึ้น วุฒิสภา แม้ว่าเราจะมาจากทิศทางใดก็ตาม นับตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาดำรงตำแหน่งหน้าที่ ส.ว.ทุกท่านคิดอยู่เสมอว่าเราเป็นหนี้บุญคุณประชาชน ถ้าเราเป็นประชาชน เพราะฉะนั้น ประชาชนจะเป็นผู้กำหนดว่าเราควรจะทำอะไรและเราควรจะไม่ทำอะไร ขอบคุณพี่น้องประชาชน ขอบคุณพี่น้องคนพิการ ขอบคุณครอบครัวกัลยาณมิตรทุกท่านที่ร่วมกันมาจัดงานในวันนี้ ข้อเสนอแนะต่าง ๆ จะนำเสนอไปในห้องประชุมจันทรา และเป็นครั้งแรกที่คนพิการเข้าไปนั่งในห้องประชุมจันทรา แล้วก็เป็นประจักษ์พยานในการนำเสนอข้อคิดเห็นในบ่ายวันนี้ด้วยเรียนย้ำว่าบ่ายนี้จะมีบริการล่ามภาษามือ บริการคำบรรยายแทนเสียง เป็นครั้งแรกของรัฐสภาไทยที่จัดเต็มรูปแบบ อาจจะยังไม่สมบูรณ์แต่เป็นก้าวแรกที่จะทำให้การประชุมโดยเฉพาะการประชุมโดยหน่วยงานของรัฐทุกการประชุมจะต้องอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนทุกกลุ่ม ทุกคน วันนี้ต้องขอขอบคุณอีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณท่านวิทยากรที่ได้กรุณามาเป็นผู้ดำเนินรายการแล้วก็ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคน ทั้งที่เป็นเจ้าหน้าที่โดยตรงและเป็นอาสาสมัครมาช่วยงาน ขอบคุณสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาขอบคุณสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทยจากสถาบันคนตาบอดแห่งชาติ เพื่อการวิจั้ยและพัฒนา ทีมงานสภาทุกประเภทบุคคลพิการทางสติปัญญาที่มาช่วยและท่านอื่นที่ไม่เอ่ยนามขับเคลื่อนการพิทักษ์สิทธิและเสริมพลังคนพิการไทย เพื่อเราจะได้ไปสู่สังคมอยู่เย็นเป็นสุขโดยไม่ทื้งใครไว้ข้างหลัง [เสียงปรบมือ] [เสียงปรบมือ]ก็ขออนุญาตให้ข้อมูลประชาสัมพันธ์ช่วงบ่ายนเราจะนำข้อเสนอจากกลุ่มย่อยเข้าไปนำเสนอในห้องใหญ่ อาจารย์ (คุณสุภรธรรม)กิจการคนพิการกับอาจารตย์วิทยุตอาจารย์วิทยุต บุนนาคเข้าไปนำเสนอจะเป็นผู้แทนของกลุ่มเราเข้าไปนำเสนอในห้องประชุมใหญ่นั้น ผู้เข้าร่วมที่อยู่ในห้องนี้จะสามารถเข้าไปโดยทางฝ่ายเลขานุการกับทุกท่านในการเข้าห้องประชุมใหญ่ ขออนุญาตประชาสัมพันธ์ กำหนดการในช่วงบ่าย เราจะเริ่มเวลา 13.30 น. จะเป็นพิธีิพิธีเปิดการสัมมนาโดยจะเชิญดนตรีกวีศิลป์ โดยท่านเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ท่านสมาชิกวุฒิสภาและศิลปินแห่งชาติและท่านรอาจารย์ธนิต ศรีกลิ่นดีซึ่งพิธีกรในช่วงนี้ก็จะเป็นท่านคำนูณ สิทธิสมาน ท่านเรณู ตังคจิวางกูร ต่อจากนั้นจะมีชมวีดิทัศน์ ประมวลวุฒิสภา แล้วก็จะมีปาฐกถาพิเศษเรื่องเหลียวหลังแลหน้า วุฒิสภาเพื่อประชาชน กลั่นกรอง ปฏิรูป โดยองค์ปาฐกคือศ. พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัยท่านประธานวุฒิสภา ในการนำเสนอเรื่องเหลียวหลังวุฒิสภาจะดำเนินรายการโดยท่านวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ท่านสมาชิกวุฒิสภาการนำเสนอแลหน้า วุฒิสภา จะดำเนินรายงานโดยพลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร ท่านรองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง และจะทำการปิดการสัมมนา โดยท่านศุภชัย สมเจริญ ท่านรองคนที่สองอันนีัจะเป็นกระบวนการและกำหนดการในช่วงบ่าย ตอนนี้ก็ขอขอบคุณผู้เข้าร่วมที่อยู่ในห้องนี้หากท่านยังมีประเด็นส่งข้อมูลมาได้ทางแชทสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประะเทศไทย ในข้อมูลที่ท่านคิดว่ามีประเด็นสำคัญที่อยากจะนำเสนอด้วยเวลาอันจำกัดขอขอบคุณทุกท่านสวัสดีค่ะ