--- title: งานสัมมนาครบรอบ 3 ปี วุฒิสภา ประจำปี 2565 ภาคบ่าย subtitle: date: วันพุธที่ 8 มิถุนายน 2565 เวลา 12.30 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) = [นอกจากนั้นยังมีบริการเสียงบรรยายภาพซึ่งห้องประชุมนี่จะทดลองนะคะ โดยผ่าน application point นะคะ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่นะคะ ซึ่งอันนี้เราได้มีการสนับสนุนจากสถาบันคนตาบอดเพื่อวิจัยและพัฒนา และมูลนิธิคนตาบอดแห่งประเทศไทยนะคะ ซึ่งก็จะเป็นช่องทางที่ทันสมัยนะคะ ทั้ง 3 เรื่องเลยนะคะ อันนี้ ได้รับการประสานงานดียิ่งนะคะ จากท่าน สว. มณเฑียร บุญตันค่ะ ครับ ก็ท่าน สว. มณเฑียร สมาชิกวุฒิสภาที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นคนดีศรีสภา แล้วท่านก็ต่อสู้เพื่อผู้มีความบกพร่อท่านทำเรื่องนี้โดยติดตามแล้วก็ตรวจสอบนะคะ แล้วก็มีการที่นำเสนอเทคโนโลยีใหม่ ๆ ด้วยความสนใจของท่านเองด้วยนะคะ ซึ่งอันนี้ก็เป็นประโยชน์มากนะคะ แต่เป็นประโยชน์ต่อพวกเรา ขณะนี้ นอกจากท่านผู้มีเกียรติทั้งหลายแล้ว ก็ยังมีสมาชิกวุฒิสภานี่นะครับ ทยอยกันเข้ามา นอกจากประธานกรรมาธิการ และตัวแทนกรรมาธิการแล้ว ก็จะมีสมาชิกวุฒิสภาขอแนะนำสักท่านหนึ่งเป็นตัวอย่างท่านอย่านึกว่าเราจะมีการแข่งฟุตบอลในวันนี้นะครับ โคชหรั่ง เรียกว่าโคชหรั่งแล้วกันนะคะ ท่านก็เป็นสมาชิกวุฒิสภากับเราด้วยนะคะ แล้วก็แล้วก็ ในขณะที่ท่านผู้มีเกียรติยังพอยังว่างอยู่นะครับ ก็จะขอความกรุณาว่างานวันนี้นี่ ไม่ใช่สื่อสารฝ่ายเดียว เราเหลียวหลังแลหน้า เราจะแลหน้าเหลืออีก ๒ ปีเราอยากฟังเสียงสะท้อนจากท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย เพราะฉะนั้น 1 ในเสียงสะท้อนนอกจากห้องสัมมนาย่อยแล้วนะครับ เรามีแบบสอบถาม ก็ขอให้ท่านกรุณาตอบแบบสอบถามการสัมมนาในวันนี้ส่วนหนึ่งนี่ เราแจกไว้ในห้องสัมมนา 14 ห้อง ที่ท่านได้สัมมนาเมื่อช่วงเช้านะคะ แล้วก็เดี๋ยวอีกสักครู่ จะมีเจ้าหน้าที่นำแบบประเมินกิจกรรมสัมมนาในวันนี้ไปแจกท่านท่านนะคะ หรือท่านอาจจะประเมินผ่าน QR Code ก็ได้ค่ะ ก็รบกวนท่านด้วยนะคะ การสัมมนาในวันนี้มีอะไรที่จะต้องพิเศษในการที่จะต้องปรับปรุงบ้าง ถือว่าเป็นการสนทนาธรรมกันก่อนพิธีจะเริ่มนะครับ ผมเองก็กับท่านก็ได้ทำหน้าที่นี่อยู่เป็นประจำ ปกติก็จะถนัดแต่การการอภิปรายเรื่องราวต่าง ๆ แต่ว่านานทีปีหนที่ท่านจะมีโอกาสเข้ามานั่งในห้องประชุมสภาฯ นานปีทีหนจริง ๆ ก็อยากจะแนะนำว่าในทีนี้มีอะไร ท่านผู้มีเกียรติจะเห็นทุกที่นั่ง สมาชิกวุฒิสภาจะนั่งประจำที่ ลำดับตามหมายเลข ลำดับตามหมายเลขนะครับ แต่ก็สามารถที่จะขยับย้ายได้ตามตัวอักษรนะคะเพื่อที่จะให้นั่งประจำ เพื่อท่านที่เป็นประธานนั่งข้างบนหรือเจ้าหน้าที่เขาจะได้รู้ว่าเวลาท่านยกมือท่านอยู่ตรงไหน เพราะฉะนั้นของท่านคำนูณ น่าจะอยู่แถวหน้าเลย แถวหน้าตรงกลางนะคะ เพราะว่าลำดับตัวอักกษรอยู่ลำดับแรก ๆ ท่านจะเห็นว่านอกจากมีเคาน์เตอร์ มีไมค์โครโฟน มีช่องเสียบบัตร ช่องกดปุ่มลงคะแนนแล้ว เรายังมีลิ้นชักอยู่ตรงหน้าของสมาชิกวุฒิสภาทุกท่านที่นั่งนะคะท่านสงสัยไหมครับสงสัยไหมว่าคืออะไรก็ลองเปิดมาดูก็ได้ลิ้นชักข้างหน้าท่านครับก็จะมีหนังสือประจำอยู่อย่างน้อย ๒ เล่ม๑. ก็คือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 และพิเศษหน่อยจะมีแผ่นแทรกมาก็จะเป็นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับแก้ไขเพิ่มเติมการเลือกตั้ง อันนี้ก็เป็นคของสมาชิกวุฒิสภา ท่านเปิดดูได้แต่ (คุณเรณู)อย่านำกลับบ้านเราต้องใช้แล้วอีกเล่มหนึ่งจะเป็นกฎหมายข้อบังคับต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประชุมข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อบังคั บการประชุมารว่มกันของของรัฐสภาและอื่น ๆ อันนี้ก็เป็นเอกสารประจำที่จะอยู่ในที่นั่งที่นั่งลิ้นชักข้างหน้าเขสจะเขียนว่าใช้เฉพาะในห้องประชุมเท่านั้นหมายความว่าอย่าเอากลับบ้าน ไม่ได้นะคะเมื่อเช้านี้ ท่านคำนูณเดินไปด้านหลังห้องประชุมไหม มี OTOP ด้วยมี OTOP ด้วยเชิญชวนท่านที่เมื่อเช้าไปเข้าห้องประชุมสัมมนา ๑๔ ห้องสินค้า OTOP เพื่อช่วยเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนที่อยู่ในตำบลและหมู่บ้านนะคะ เราก็มีชผลิตภัณฑ์ OTOP ทั้งของกินของใช้แล้วก็สิ่งของต่าง ๆ สำหรับทุกท่าน ไปช่วยเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนอยู่ด้านตรงข้าม เดินไปอีกข้างหนึ่งของหน้าห้องประชุมมีทางเชื่อมเดินออกไปท่านก็จะสามารถที่จะเดินชมสินค้าของสินค้าชุมชนของพวกเราได้ เชิญชวนท่านด้วย ก็มีฝากย้ำเตือนมาว่าแบบประเมินกิจกรรมสัมมนาเหลียวหลังแลหน้า เพื่อประชาชนนั้น ท่านกรุณาประเมินให้เราด้วยนะคะแล้วก็ท่านสามารถประเมินผ่านเอกสารหรือ QR Code ได้ด้วยค่ะครับ ท่านผู้มีเกียรติแล้วก็ท่านเรณูด้วยความเคารพทุกท่านหน้าที่ของพิธีกรวันนี้คงไม่ใช่หน้าที่ที่จะมาคุยก้นไปเรื่อย แต่ว่าเราต้องทำหน้าที่รักษาเวลาเพื่อที่จะเข้าสู่พิธีการได้ เพราะผมเชื่อว่ามีพิธีการสำคัญ ๆ อีกหลายขั้นตอนเพราะฉะนั้นผมขอเวลาอีกไม่เกิน 3 นาที ท่านจะถ่ายรูปได้ไหม ท่านจะถ่ายรูป ท่านจะอะไรกัน ขอความกรุณาไม่เกิน 3 นาที แล้วจากนี้ผมจะเริ่มเข้าสู่พิธีการที่เป็นจริงนะครับ (คุณเรณู)เพราะฉะนั้นต้องขอความกรุณาท่าน ถ้าขณะนี้ท่านจะสามารถที่จะพูดคุยทักทายกัน แล้วก็สามารถถ่ายรูป ณ ห้องจ้ทรแห่งนี้ได้ แต่ขอว่าอีกสักครู่ขอความกรุณาเข้าประจำที่นั่งของท่านด้วยนะคะเพราะว่าใกล้ถึงเวลาที่ท่านประธานวุฒิสภาและท่านรองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง และรองประธานวุฒิสภา คนที่สองจะมา ณ ที่ประชุม แห่งนี้แล้วนะคะ (คุณคำนูณ)ขอความกรุณาอีกสักไม่เกิน ๒ นาทีขอความกรุณาท่านนั่งประจำที่และลดการใช้เสียง พวกผมเองเวลาประชุมวุฒิสภาก็ต้องโดนดุแบบนี้ครับ เพราะว่าท่านที่เคารพครับ เนื่องจากห้องประชุมมีมีลักษณะเป็นรูปโดมข้างหลัง ท่านพูดคุยกันกระซิบเสียงจะสะท้อนได้ยินมาถึงข้างหน้าครับ (คุณเรณู)ท่านคำนูณ เรายังไม่ได้กราบสวัสดีทักทายท่านผู้นำศาสนาทั้ง ๕ ศาสนาที่อยู่ทางด้านขวาเราท่านผู้นำศาสนา รวมทั้งกราบนมมัสการด้วยนมัสการพระคุณเจ้าด้วยนะคะ (คุณคำนูณ)กราบนมัสการพระคุณเจ้าผู้นำศาสนาทุกท่านนะครับถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งแก่ห้องประชุมห้องประชุมแก่วุฒิสภา กับวุฒิสภาในงานสำคัญที่สมาชิกวุฒิสภาร่วมกันจัดในวันนี้ เหลียวหลัง แลหน้าวุฒิสภาเพื่อประชาชน กลั่นกรอง ตรวจสอบ ปฏิรูป เพื่อที่จะทำให้เวลาที่พวกเราเหลืออยู่ตามรัฐธรรมนูญอีกไม่เกิน ๒ ปี เป็นเวลาอันทรงคุณค่าต่อประเทศชาติและต่อประชาชนอย่างสูงที่สุด ผมจะขออนุญาตเข้าสู่งานนะครับ อยากจะขอความกรุณาความกรุณาทุกท่านว่าเข้าประจำที่ท่านช่วยกรุณาลดเสียงลงนิดหนึ่ง ไม่นิดต้องมากเลย ขอความกรุณาครับไม่เช่นนั้นงานจะเริ่มล่าช้าไปกว่านี้ ซึ่งล้วนแต่มีสาระสำคัญที่รออยู่ แล้วพวกเราก็รอที่จะฟังตัวแทนของท่านที่ได้สัมมนากันเมื่อเช้านี้มารายงาน หลังจากเสร็จพิธีแล้ว ท่านยังสามารถที่จะใช้เวลาถ่ายรูปในห้องนี้ได้อีกตามสมควรผมขอความกรุณาาเพื่อสมาธิของเราทั้ง 2 ที่ตื่นเต้นมากครับมีเสียง ทั้งข้างหน้าและข้างหลังเพราะไม่เช่นนั้นจะงงกันไปหมดนะครับจะงงไปหมด ท่านเรณูครับท่านประธานกรรมาธิการทุกท่าน สมาชิกวุฒิสภาที่ร่วมนั่งอยู่ในที่นี้ทุกท่านนะครับวันนี้วันที่ 8 มิถุนายน 2565 ครบรอบ ๓ ปีเต็มของการเป็นสมาชิกวุฒิสภาวุฒิสภาของพวกเราทั้งนี้ ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภาเมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๒ และพวกเราพวกเราได้เข้ามานั่งในที่นั่งที่ท่านผู้มีเกียรตินั่งอยู่ ณ ที่นี้ ในขณะนั้นเรายังไม่ได้นั่งที่นี้ (คุณเรณู)ตอนนั้นเราอยู่ที่อาคาร TOT ที่แจ้งวัฒนะอยู่ช่วงหนึ่งก่อนที่สภาที่เกียกกายจะสามารถใช้งานได้ เราได้ประชุมนัดแรกวันที่ 24 พ.ค. ๒๕๖๒ เพื่อปฏิญาณตนตามมาตรา ๑๑๕มาตรา ๑๑๕ ของรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ก่อนที่สมาชิกวุฒิสภาทุกคนจะเริ่มปฏิบัติงานก่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนจะเริ่มปฏิบัติงานจะต้องกล่าวปฏิญาณตนเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ด้วยข้อความดังต่อไปนี้ ข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่าข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนทั้งจะรักษาไว้ และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ อันนี้ก็เป็นสัตย์ปฏิญาณที่พวกเราได้กล่าวไว้เมือ ๓ ปีที่แล้ว เราผ่านการทำงานมา 3 ปี ท่ามกลางวิกฤตของประเทศที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในอดีตและเรากำลังจะต้องเเดินหน้าต่อไปอีก ๒ ปีซึ่งก็คงจะต้องเผชิญวิกฤตไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเช่นกัน เราจึงจัดงานนี้ขึ้นเพื่อสรุปบทเรียนแล้วก็ขอรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชนก้าวเดินของเราต่อไปในอีก ๒ ปีอีก 2 ปีข้างหน้า เราจะเดินเคียงคู่กับท่านไป วุฒิสภาจะเคียงคู่กับประชาชน ท่านอยากให้เราทำอะไร เดี๋ยววันนี้เราจะมีบทสรุปตอนช่วงบ่ายวันนี้ใกล้ถึงเวลาที่จะต้องนำชมในรายการของดนตรีกวีศิลป์แล้วนะคะ เพราะฉะนั้นขอความกรุณาทุกท่านเข้าประจำที่นะคะท่านได้ยินเสียงออดเป็นเสียงที่พวกเราได้ยินเป็นประจำเวลาเริ่มเปิดประชุม ก็หมายถึงว่าทุกท่านต้องเงียบนะครับ แล้วก็นั่งประจำที่นะครับจะเป็นการชมดนตรีกวีศิลป์กวีศิลป์ โดยท่านอ.นวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ นะครับ (คุณเรณู)ก่อนที่จะพบกับท่าน ท่านคำนูณเชิดชูเกียรติประวัติท่านอาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ให้ทางพวกเราที่อยู่ในที่ประชุมแห่งนี้ได้รู้จักกับท่าน ผมเชื่อว่าพงษ์ไพบูลย์ ดีในนามกวีรัตนโกสินทร์ ปัจจุบันท่านเป็นสมาชิกวุฒิสภา ท่านสำเร็จปริญญานิติศาสตร์บัณฑิตธรรมศาสตร์ เริ่มต้นท่านเคยเป็นอาจารย์สอนวิชาการประพันธ์อย่างสร้างสรรค์ที่คณะมนุษยศาสตร์สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ท่านมีผลงานด้านกวีนิพนธ์ที่ยอดเยี่ยมได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมายแล้วท่านเป็นศิลปินแห่งชาติสาขาวัฒนศิลป์ ท่านได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน หรือที่เรียกว่าซีไรส์ ได้รางวัลศรีบูรพารางวัลพระเกี้ยวทองคำ รางวัลอัศนีพลจรรย์ และปริญญาดุษฎีบัณฑิตย์จากมหาวิทยาลัยหลายแห่ง อาทิ ม.ธรรมศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรีเป็นต้น ยังมีอีกมากมายนะครับ ส่วนท่านอาจารย์ธนิต ศรีกลินขอเชิญท่านเรณูช่วยแนะนำโดยสังเขปขอบคุณมากครับ ท่านอาจารย์ธนิส์ ศรีกลิ่นดี จบการศึกษาจากวิทยาการศึกษาปทุมวันและมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ท่านะเป็นศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปการแสดงดนตรีไทยสากลท่านสอนวิชาดนตรีที่ ม.ศรีนครรินทรวิโรฒจันทรเกษมสมัยรนั้น ปัจจุบันก็คือมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทร์เกษมนอกจากนั้นท่านยังสอนคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยท่านสอนเป็นรุ่นแรกเลยนะคะ แล้วก็ท่านยังได้เข้าร่วมวงเป็นสมาชิกวงคาราบาวมีผลงานที่โดดเด่นมาก เป็นผู้เล่นคีย์บอร์ดและการประสานเสียง แต่สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์และความสามารถเฉพาะตัวการเป่าขรุ่ียเราจะได้ฟังเสียงขลุ่ยกัน ท่านได้สรา้งสรรค์ผลงานเพลงที่เป็นที่นิยมอยา่งมากมายในหลายอัลบั้ม ท่านเป็นนักดนตรีที่มีความสามารถและความชำนาญอย่างมาก ในการเล่นดนตรีโดยเฉพาะเครื่องเป่าแล้วก็ขลุ่ยแล้วก็ยังสนใจดนตรีในแนวคลาสสิกแจ๊สได้รับรางวัลaward 2016 จากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์มหาวิทยาลัยมหิดล สำหรับเกียรติประวัติและผลงานที่ยอดเยี่ยมของท่านได้รับรางวัลต่าง ๆ อย่างมากมายรางวัลเชิดชูเกียรติประจำปี 2547 จาก ม.จันทรเกษมรางวัลทำคุณประโยชน์ให้แก่ชาติจากกองทัพบก รางวัลบรรเลงเพลงยอดเยี่ยมท้องฟ้าชีวิตจากงานสีสันอวอร์ด ประจำปี 2536 ท่านเป็นศิษย์เก่า มศว. ดีเด่น สาขาศิลปินอิสระ แล้วก็ท่านยังประพันธ์เพลงโฆษณายอดเยี่ยมสิงห์โกลฉัตรอวอร์ดใน พ.ศ. 2531 ด้วย ด้วยค่ะ ขอเสียงปรบมือดัง ๆ ต้อนรับอาจารย์เนาวรัตน์ และท่านธนิสร์ ด้วยค่ะศรีกลิ่นดี ด้วยค่ะ [เสียงดนตรี]เวทีวุฒิสภาวุฒิสภาสภาผู้ทรงคุณวุฒิบริสุทธิ์ เหตุและผลต้นและปลายกำหนดหมายไว้ในบทเฉพาะกาลกลั่นกรองบทกฎหมายที่หมายมุ่ง เพื่อผดุงความเป็นธรรมอย่างทั่วด้าน กลั่นกรองตัวบุคคลบันดลดาลรับผิดชอบการงานสำคัญควรติดตาม เสนอแนะและเร่งรัด ปฏิบัติเป็นไปให้ถูกถ้วน นโยบายแห่งรัฐจัดกระบวนสุขหลากล้วนเพื่อมวลประชา ร่วมคำแปรญัตติ ร่วมอภิปราย ร่วมขยายความเห็นเป็นคุณค่าให้สังคมส่วนรวมร่วมพิจารณา ไม่ผูกขาดอัตตาจำเพาะตน บรรลุขั้น บรรจบครบ ๓ ปี ทุกหน้าที่ที่ทำนำส่งผล ฝ่าวิกฤตยุคสมัย กุมใจคนด้วยยุทธศาสตร์ ยุทธวิธียุทธศาสตร์ 6 ด้านครรลองธรรมคือธงนำสู่อารยะววิถีกำหนดความเป็นหนึ่งอันพึงมี สังคมดี คนดี ต้องมีจริงคือทิศ 6 6 ยุทธศาสตร์ชาติ 1. ทิศบาทเบื้องพาลมั่นคงยิ่ง๒ . คือทิศเบื้องบนให้ตนเอง ๓ คือทิศหน้าวิ่งชิงธงชัย4. คือ ทิศเบื้องซ้ายเสมอภาค ๕. ทิศจากเบื้องขวาพาสู่สมัย๖. คือทิศทำมาธิปไตยโบกธงไทยร่วมพิทักษ์ปักปฐพี ความเป็นไทยเป็นธรรมต้องนำทาง ความเป็นไทย เป็นธรรมต้องนำทางลดช่องว่างเหลื่อมล้ำลบหยามหมิ่น สำนึกวิญญาณไทยสากล สำนึกวิญญาณไทยใจสากลสมาชิกวุฒิสภาก้าวหน้านำ แนวทางธรรมนำสุขในทุกหน ทางประชาธิปไตยให้ปวงชน ร่วมบันดลด้วยเวทีวุฒิสภา ด้วยเวทีวุฒิสภา เป็นธรรม เป็นไทยอำนาจของประชาชนเป็นใหญ่ อำนาจของประชาชนเป็นใหญ่ คือประชาธิปไตยที่ถูกต้อง คืออำนาจบริหารตามครรลองตามการปกครองและอำนาจการจัดการ เพื่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ปวงประชา เป้าหมายที่มีค่ามหาศาล เพราะฉะนั้่นอำนาจที่บรรดาลการใช้ การได้มา ซึ่งจะต้องเที่ยงทิศและเที่ยงธรรม เป้าหมายที่ชี้นำอันล้ำค่าคือประโยชน์เป็นใหญ่ประโยชน์ของปวงประชาต้องเป็นใหญ่ต้องเป็นใหญ่ คือ ประชาธิปไตยที่หมายมั่นใช่ประชาเป็นใหญ่ให้ดึงดันพวกมากก็ลากไป อำนาจนี้อำนาจนี้เป็นของประชาชน นี้เป็นของประชาชน บันดาลผลประโยชน์สุขเป็นใหญ่ อำนาจต้องเป็นธรรมและเป็นไทยระบอบประชาธิปไตยจึงเป็นจริงเป็นจริง อำนาจต้องเป็นธรรมและเป็นไทยระบอบประชาธิปไตยจึงเป็นจริง เป็นมนุษย์เป็นมนุษย์ก่อนจะเป็นอะไรในโลกนี้ ทั้งเลวทราม ต่ำดีถึงที่สุด คุณจะต้องรู้จักการเป็นมนุษย์คุณจะต้องรู้จักการเป็นมนุษย์ ไม่ใช่ชุดเครื่องแบบที่สวมใส่ ไม่ใช่ยศตำแหน่งแกร่งฉะไกรหากเป็นหัวใจของคุณเอง ใจที่มีมโนธรรมสำนึก ใจที่รับรู้สึก ตรึกตรงเผงใจที่ไม่ประมาทไม่ขาดเกรงใจที่ไม่วังเวงการเป็นคนเมื่อนั้นคุณเป็นอะไรก็ได้ อะไรก็ได้ ใจที่ไม่วังเวงการเป็นคนเมื่อนั้นคุณเป็นอะไรก็ได้ เป็นผู้น้อย เป็นผู้ใหญ่ มโนธรรมสำนึกรู้สึกตนต้องตั้งต้นให้เป็น คือเป็นมนุษย์ มโนธรรมสำนึกรู้สึกตน ต้องตั้งตนให้เป็น คือเป็นมนุษย์ เป็นมนุษย์ตบมือดัง ๆ ให้ศิลปินแห่งชาติทั้ง 2 ท่าน [เสียงปรบมือ]ขอบพระคุณมาก ขอบพระคุณท่านทั้ง 2 มากครับ [เสียงปรบมือ]เป็นความยากลำบากอย่างยิ่งของผู้เป็นพิธีกรครับ ในการที่จะคัดเอาวัดทองจากบทกวีของท่านอาจารย์เนาวรัตน์ ทุกเสียง ทุกวรรคที่เปล่งออกมาเป็นวรรคทองหมด แต่เพื่อนำเข้ากำหนดการต่อไปนี้ ก็คือเป็นการชมวิดีทัศน์ประมวลผลงาน ๓ ปี ของวุฒิสภา ประมาณ 3 นาที ผมขอนำบทกลอนของท่านนวรัตน์ฯ นำเรื่องครับ ท่านเรณู ขออนุญาตนะครับ บรรจบครบ ๓ ปีทุกหน้าที่ที่ทำนำส่งผล ฝ่าวิกฤตยุคสมัยอันบันดลด้วยยุทธวิธี ขอชมวิดีทัศน์ขอเชิญรับชมค่ะีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มี 2 ประเภท ซึ่งเป็นที่มาแตกต่างกันตั้งแต่ปี ๒๔๗๕ ต่อมาในปี 2489 พุทธศักราช 2489 ที่กำหนดให้รัฐสภาประกอบด้วย พฤสภาและสภาผู้แทน จากนั้นรัฐธรได้เปลี่ยนชื่อเรียก พฤฒสภา มาเป็นวุฒิสภาจนถึงปัจจุบันโดยวุฒิสภาปัจจุบัน ได้รับพระราชโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งในวันที่ 11 พ.ค. 625โดยเริ่มมีการประชุมวุฒิสภา ครั้งแรก เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม2562 และได้ปฏิบัติหน้าที่มาแล้วหน้าที่มาแล้วมากว่า 3 ปีวุฒิสภาเป็นองค์กรฝ่ายนิติบัญญัติที่มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐาน และผลักดันการปฏิรูปประเทศเพื่อให้การเมืองการปกครองของไทยมีธรรมาภิบาลมีความสุจริต โปร่งใส มีความก้าวหน้าและพัฒนาไปอย่างมั่นคงภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย2560 ได้บัญญัติให้วุฒิสภามีหน้าที่และอำนาจสำคัญหลายประการทั้งการกลั่นกรองกฎหมาย การควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน และการพิจารณาให้ความเห็นชอบให้บุคคลดำรงตำแหน่งที่สำคัญในองค์กรต่าง ๆ ตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมยังได้กำหนดให้วุฒิสภาทำหน้าที่ที่สำคัญ คือ การติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศการจัดทำและดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติรวมทั้งการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่จะตราขึ้นเพื่อดำเนินการตามหมวด 16การปฏิรูปประเทศ ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าวุฒิสภาจะมีหน้าที่และอำนาจตามรัฐธรรมนูญกำหนด แต่ไม่ว่าวุฒิสภาจะทำอะไร จะถามใจประชาชนก่อนและยึดมั่นในผลประโยชน็์ของประเทศชาติ และประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่อยางเต็มกำลังผ่านกระบวนการสำคัญดังนี้กลั่นกรองกับภารกิจด้านการกลั่นกรองกฎหมายตรวจสอบ ภารกิจด้านการตรวจสอบการเสนอญัตติตั้งกระทู้ถามและการตั้งกรรมาธิการ ปฏิรูปภารกิจด้านการติดตาม เสนอแนะและเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ การจัดทำและดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ เน้นในการตระหนัก รับรู้ ร่วมมือ ขับเคลื่อนตั้งแต่ต้นน้ำกลางน้ำ และปลายน้ำ และวุฒิสภากับภารกิจด้านอื่น ๆ 3 ปีที่สมาชิกวุฒิสภาได้ปฏิบัติภารกิจของวุฒิสถภาภารกิจของสมาชิกรัฐสภาบทบัญญัติรัฐธและกรอบกฎหมายให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนและเรียนรู้เพื่อนำไปสู่การพิจารณาการติดตามผลการบังคับใช้กฎหมาย และการให้ความช่วยเหลือประชาชนตามกลไกวุฒิสภาโดยนำทักษะ ความเชี่ยวชาญ มาใช้ในการสนับสนุน ประสานงานให้มีการเข้าถึงองค์ความรู้มีความเข้าใจในความเป็นจริงของสถานการณ์แบบพึ่งตนเองบนหลักการพื้นฐานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนส่งผลให้ประชาชนเกิดทรรศนคติที่ดี และเกิดวุฒิสภาว่ามีความเป็นกลางและเป็นที่พึ่งให้กับประชาชน 2 ปีหลังจากนี้วุฒิสภาจะคงมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ และรับฟังเสียงของประชาชนเพื่อก้าวไปข้างหน้าให้สภาเป็นของประชาชนต่อไปต่อไป 3 ปี วุฒิสภา เหลียวหลังแลหน้าวุฒิสภาเพื่อประชาชน กลั่นกรอง ตรวจสอบ ปฏิรูป เราทุกคนจะก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน moving forward ยึดมั่นในผลประโยชน์ประเทศชาติ และประชาชนเป็นสำคัญ (คุณเรณู) [เสียงปรบมือ]ขอขอบพระคุณ เราได้นำเสนอเรื่องราวของวุฒิสภา และผลการดำเนินงานของวุฒิสภาในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา ในบทบาทในเรื่องของการกลั่นกรอง ตรวจสอบและปฏิรูป นอกจากนั้น วุฒิสภาเรายังจัดทำโครงการต่าง ๆ เพื่อประชาชนรวมทั้งการปฏิรูปประเทศ ในโครงการต่าง ๆ อย่างเช่นโครงการ โครงการจิตอาสาเพื่อประชาชน โครงการรถอุบัติเหตุทางถนน โครงการบูรณาการกู้ชีพฉุกเฉินและความปลอดภัยทางถนนโครงการสืบสานพระราชปนิพานเป็นต้นนี่ก็คือ เหลียวหลังมาดูว่าที่ผ่านมาของวุฒิสภาที่เราได้นำมาจัดเป็นนิทรรศกาลอาจจะเดินชมได้ อยู่หน้าห้องประชุมประมาณ 50 บอร์ด และเราจะมาดูกันว่าวันนี้แลไปข้างหน้าจะเป็นอย่างไร นั้น จะเป็นอย่างไร จากนี้ไปจะเป็นช่วงสำคัญยิ่งของการสัมมนาในวันนี้ โดยจะขอนำทุกท่านเข้าสู่การปาฐกถาพิเศษเรื่อง เหลียวหลังแลหน้าวุฒิสภา เพื่อประชาชนกลั่นกรองตรวจสอบปฏิรูป โดยองค์ปาฐกท่านประธานวุฒิสภาคนปัจจุบัน ท่านศ.พรเพชร วิชิ (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชรที่ว่าสำคัญที่สุด ไม่ใช่เพราะว่าท่านเป็นประธานวุฒิสภา แต่เพราะท่านเพราะท่านกำลังจะพูดถึงสิ่งที่ไม่เคยพูดมาก่อน และกำลังจะพูดถึงภารกิจอีก 2 ปีที่เหลือของสมาชิกวุฒิสภาซึ่งอาจจะเป็นภารกิจที่ไม่เคยกระทำมาก่อน ขอกราบเรียนเิชิญพรเพชร วิชิตชลชัย ครับเพื่อนสมาชิกวุฒิสภา วุฒิสภา สวัสดีครับ พี่น้องประชาชนจากภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศสวัสดีครับ ท่านผู้แทนจากส่วนราชการที่เคารพ สวัสดีสื่อมวลชนที่ผมให้ความเคารพนับถือก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณเป็นอย่างสูงที่คณะกรรมการจัดงานสัมมนา ได้ให้เกียรติ เชิญผมผมมาปาฐกฐาในวันนี้ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาไม่น้อยกว่า 2 ศตวรรษ ผมเองเคยได้รับหน้าที่ในบทบาทต่าง ๆ ทั้งการเป็นผู้พิพากษามาก่อน เป็นผู้ตรวจการแผ่นดินแผ่นดิน เป็นประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติและเป็นประธานวุฒิสภาในปัจจุบันแต่ในอีกสถานะหนึ่งสถานะหนึ่ง ผมเองก็คือประชาชนผมเองคือประชาชนคนหนึ่งของประเทศไทยที่ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพวกท่านทั้งหลาย ผ่านสถานการณ์สถานการณ์ที่ดีร้ายและภาวะวิกฤตด้านต่าง ๆ ที่เกิดในประเทศ ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมานี้เช่นเดียวกับพี่น้องทั้งหลายภาวะวิกฤติภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้นทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งในสังคมที่เกิดขึ้นจากความเห็นต่างทางการเมือง และที่สำคัญก็คือการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในรอบ ๓ ปีมานี้ ได้ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยเป็นอย่างย่ิงทั้งในด้านสุขภาพที่ประชาชนต้องเจ็บป่วย และเสียชีวิตจำนวนมาก หน่วยงานของรัฐและบุคลากรทางการแพทย์ ต้องเสียสละและทำงานอย่างหนัก ทั้งยังก่อให้เกิดความตื่นกลัวแก่สังคม เปลี่ยนแปลงรูปแบบความเป็นอยู่ของคนในสังคมโดยรวมที่ต้องใช้ชีวิตประจำวันในลักษณะที่เรียกกันว่านิวนอมอลnew normal ขณะเดียวกันก็ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างมหาศาลในทุกระดับ มีกิจการจำนวนมากต้องปิดตัวลงในช่วงเวลาในช่วงเวลาดังกล่าว อาทิเช่น การท่องเที่ยว การส่งออกที่เป็นกลไกหลักในการนำรายได้เข้าสู่ประเทศเราท่านครับ ภาวะวิกฤตต่าาง ๆ ที่กล่าวมานี้ในส่วนของวุฒิสภาแน่นอนว่าว่านอกเหนือจากการปฏิบัติตามตามภารกิจหลัก 3 ประการ ที่กำหนดไว้ในรัฐธและกฎหมายคือ การกลั่นกรอง ตรวจสอบและปฏิรูปวุฒิสภายังมีความตั้งใจและได้เป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาของประเทศจากการระบาดของโรคระบาดร้ายดังกล่าวไม่เคยมีมาก่อน สิ่งที่วุฒิสภาทำ อาทิเช่น รับทราบปัญหา ช่วยเหลือ ประสานงานเพื่อแก้ไขปัญหาให้แก่ประชชาชนที่ได้รับผลกระทบในแต่ละพื้นที่ผ่านโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยใกล้ชิดกับประชาชนในแต่แต่ละภูมิภาค การอนุมัติพระราชกำหนด ๒ ฉบับ เกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือและฟืิ้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ การปรับแก้ไขข้อบังคับเพื่อให้วุฒิสภาสามารถจัดการประชุมคณะกรรมาธิการผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ เพื่อให้การทำหน้าที่ของคณะกรรมาธิการของวุฒิสภายังเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ แม้ในสถานการณ์หรือภาวะที่ถูกจำกัดด้วยโรคภัยและอุปสรรคต่าง ๆ การเสนอให้การเสนอให้ปรับลดงบประมาณของวุฒิสภาเพื่อให้รัฐบาลนำไปแก้ปัญหาได้มากยิ่งขึ้นเป็นต้นผมขอย้อนกลับไปกล่าวถึง ภารกิจหลัก ๓ ประการของวุฒิสภา ตามที่กล่าวมาแล้ว คือ กลั่นกรองตรวจสอบ และปฏิรูปและปฏิรูป ซึ่งผมขอกล่าวโดยสรุปดังนี้ การกลั่นกรองสามารถสามารถแบ่งได้เป็นคือ การกลั่นกรอง กฎหมาย และการกลั่นกรองบุคคล การกลั่นกรองกฎหมายมีทั้งร่างกฎฎหมายที่ต้องพิจารณาโดยผ่าน ๒ สภาตามลำดับ คือสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา และยังมีการพิจารณาของกฎหมายโดยที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาอีกด้วย สำหรับร่างกฎหมายที่ต้องผ่าน 2 สภาคือ ผ่านสภาผู้แทนราษฎร และผ่านวุฒิสภา วุฒิสภาได้พิจารณาร่างกฎหมายประเภทนี้ไปแล้ว ๒๘ ฉบับ นอกจากนั้นยังได้อนุมัติพระราชกำหนดอีก ๑๑ ฉบับสำหรับในส่วนของการประชุมร่วมกันของรัฐสภามีร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งสมาชิกวุฒิสภาได้ร่วมพิจารณามาแล้ว ๒๐ ฉบับ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรฐธรรมนูญ10 ฉบับและร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ ๑๓ ฉบับ การพิจารณาร่างพระราดังกล่าวนั้นผมขอกราบเรียนว่าวุฒิสภาได้พิจารณาและกลั่นกรองด้วยความละเอียดรอบคอบ เนื่องจากเล็งเห็นได้ว่ากฎหมายเหล่านี้ย่อมมีผลกระทบถึงสิทธิเสรีภาพและคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนอย่างกว้างขวางกว้างขวาง เช่น 1. พระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๓ เพื่อให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรสามารถรับภาระชำระหนี้ ให้แก่เจ้าหนี้ของเกษตรกรที่มีบุคคลค้ำประกันได้๒.ร่างพระราตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ....ซึ่งเป็นกฎหมายหลัก อันเป็นกลไกที่จะทำให้ตำรวจเป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในสายอาชีพของตน ทำให้ตำรวจมีวิชาชีพที่จะให้บริการแก่ประชาชน ให้มีความเป็นอยู่ที่ผาสุขปลอดภัยและได้รับความยุติธรรม สำหรับกรณีพิพาททางกฎหมายในชั้นต้นซึ่งร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. .... ได้ถูกบรรจะเข้าระเบียบวาระการประชุมของที่ประชุมรัฐสภาร่วมกันและจะหลังจากพิจารณาในสัปดาห์นี้นอกจากการกลั่นกรองกฎหมายแล้ววุฒิสภายังมีภารกิจในการกลั่นกรองบุคคลด้วย การกลั่นกรองบุคคลผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรต่าง ๆ ของรัฐซึ่งเป็นภารกิจตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้วุฒิสภาให้ความเห็นชอบให้บุคคลดำรงตำแหน่งเพื่อเป็นการกลั่นกรองให้ได้บุคคลที่มีคุณสมบัติ ความสามารถและมีความเหมาะสมที่จะเข้าไปทำหน้าที่องค์กรต่าง ๆต่าง ๆ ซึ่งล้วนแต่เป็นองค์กรที่มีความสำคัญต่อประเทศ อาทิ ศาลรั คณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการ ป.ป.ช. และนอกจากนัั้น ยังมีอีกหลายตำแหน่งซึ่งกำหนดไว้ในกฎหมายระดับพระราชบัญญัติ ซึ่งวุฒิสภาก็ต้องให้ความสำคัญหน้าที่ในการเลือกบุคคล หรือให้ความเห็นชอบบุคคลเหล่านี้ด้วยความรอบคอบตลอดมาภารกิจที่สำคัญในระดับต่อไปก็คือวุฒิสภามีการตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินใน ๓ ระดับด้วยกันคือระดับบุคคลการตรวจสอบของวุฒิสภากระทำโดยการตั้งกระทู้ถามของสมาชิกวุฒิสภา ระดับคณะกรรมาธิการมีการตั้งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาล และระดับวุฒิสภาได้มีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะผ่านรายงานผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานต่าง ๆ ที่กฎหมายกำหนดให้ต้องเสนอต่อวุฒิสภาไปยังหน่วยงานผู้เสนอรายงาน โดยมีรายละเอียดที่ขอชี้แจงดังนี้ระดับบุคคลซึ่งกระทำโดยการตั้งกระทู้ถาม ของท่านสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกวุฒิสภามีสิทธิตั้งกระทู้ถามในเรื่องที่เกี่ยวกับงานในหน้าที่ของรัฐมนตรีโดยจะถามเป็นหนังสือหรือถามด้วยวาจาก็ได้ทั้งนี้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้กำหนดให้สมาชิกวุฒิสภามีอำนาจในการตั้งกระทู้ถามด้วยวาจา หรือที่นิยมเรียกกันว่ากระทู้ถามสดเช่นเดียวกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎารในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ผมได้ตรวจสอบตัวเลขดูสมาชิกวุฒิสภาได้กระทู้ถามต่อรัฐบาลมาแล้ว จำนวน ๒๐๕ กระทู้ แบ่งเป็นกระทู้ถามด้วยวาจา43 เรื่องกระทู้ถามเป็นหนังสือจำนวน ๑๖๒ เรื่อง ระดับคณะกรรมาธิการ หมายถึงคณะกรรมาธิการสามัญ และกรรมาธิการวิสามัญประจำวุฒิสภาจำนวน 27 คณะได้ทำรายงานมีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะส่งไปยังรัฐบาล ในช่วงเวลา3 ปีที่ผ่านมาก็มีจำนวนพอสมควร คือ ๑๒๕ เรื่อง ในระหว่าง ๓ ปีที่ผ่านมา ระดับวุฒิสภาวุฒิสภามีข้อสังเกต หรือข้อเสนอแนะต่อรายงานผลการปฏิบัติได้ของหน่วยงานต่าง ๆ ที่กฎหมายกำหนดให้ต้องเสนอต่อวุฒิสภาไปยังหน่วยงานผู้เสนอรายงาน ซึ่งในระยะเวลา ๓ ปีที่ผ่านมาวุฒิสภาได้มีข้อสังเกตหรือข้อเสนอแนะไปยังหน่วยงานผู้เสนอรายงานแล้วส่งไปยังคณะรัฐมนตรี จำนวน ๑๐๖ เรื่อง ซึ่งการที่วุฒิสภาได้รายงานการพิจารณาศึกษาและอำนาจของแต่ละคณะต่อที่ประชุมวุฒิสภานั้น และได้มีการส่งต่อไปยังคณะรัฐมนตรีรายงานของคณะกรรมาธิการวุฒิสภาหลายครั้งคณะรัฐมนตรี ็ก็มีมติเห็นชอบพร้อมมีการสั่งการไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ให้นำไปปรับปรุงพิจารณาตลอดจนปฏิบัติตามข้อสังเกตและข้อเสนอแนะตามรายงานผลการพิจารณาศึกษาดังกล่าว ท่านผู้มีเกียรติครับ ในประเด็นต่อไป คือเรื่องการปฏิรูปประเทศซึ่งเป็นเรื่องใหม่ที่กำหนดขึ้นในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและมอบภารกิจนั้นและมอบภารกิจนั้นในบทเฉพาะกาล ให้เป็นหน้าที่และอำนาจของวุฒิสภา ทั้งนี้เป็นไปตามภารกิจในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ในมาตรา ๒๗๐ โดยสรุปมี ๒ เรื่องด้วยกันการปฏิรูปประเทศที่ผมกล่าวใน 2 เรื่อง ประการแรก คือ การที่วุฒิสภาจะต้องติดตามเสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศตามมาตรา 270 ของรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ก็เพื่อให้เป็นไปตามหมวด ๑๖ ของรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ และการจัดทำและดำเนินการตามยุทธศาสตร์ด้วยซึ่งคณะรัฐมนตรีต้องแจ้งความคืบหน้าต่อรัฐสภาเพื่อทราบทุก 3 เดือนซึ่งอันนี้ท่านรองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ได้จัดตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อทำหน้าที่ในเรื่องนี้ ติดตาม เสนอแนะ เร่งรัดการปฏิรูปประเทศตามภารกิจในบทเฉพาะกาลมาตรา ๒๗๐ และได้ทำงานส่วนนี้ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของรัฐธรรมนูญ การปฏิรูปประเทศนั้น นอกจากเรื่องที่วุฒิสภามีหน้าที่ในการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดแล้ววุฒิสภายังได้มีหน้าที่และอำนาจอีกส่วนหนึ่งตามบทเฉพาะกาลก็คือ การที่วุฒิสภามีหน้าที่และอำนาจในการที่จะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่รัฐบาลตราขึ้นเพื่อดำเนินการตามหมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศ โดยให้การพิจารณากฎหมายลักษณะนี้หรือพระราชบัญญัติลักษณะนี้ิพิจารณาในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาซึ่งก็มีตัวอย่างมาหลายฉบับที่กำลังจะเป็นเรื่องที่สำคัญน่าติดตาม คือ ร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ นั่นคือสิ่งที่นั่นคือสิ่งที่ผมได้กราบเรียนว่าเราได้ทำอะไรมา ๓ ปี แล้วต่อไปอีก ๒ ปีข้างหน้าวุฒิสภาจะทำอย่างไร แน่นอนว่าวุฒิสภาก็ต้องดำเนินการตามบทบัญญัติของรัฐธรรานูตามที่ผมกราบเรียนมาแต่ผมคิดว่าเป็นโอกาสอันดีว่าโรคโควิด ๑๙ เริ่มลดลงและการทำงานของวุฒิสภาในเรื่องของการกลั่นกรองตรวจสอบและปฏิรูปตามที่กล่าวมาแล้ว ก็ควรที่วุฒิสภาจะดำเนินการอย่างเข้มแข็งอย่างสมบูรณ์เพื่อให้วัตถุประสงค์ของการปฏิรูปประเทศตามแผนยุทธศาสตร์ชาตินั้นได้ดำเนินไปอย่างเรียบร้อย ได้ดำเนินไปเพื่อให้สำเร็จตามความมุ่งหมายที่รัฐธรรมนูญหวังไว้ว่าจะมีการปฏิรูปประเทศตามยุทธศาสตร์ชารติดังนั้นมาตรการบางอย่างที่วุฒิสภาอาจจะดำเนินการในเชิงรุกมากยิ่งขึ้น เช่น เช่น การเปิดอภิปรายทั่วไปในวุฒิสภาในวุฒิสภาตามมาตรา ๑๕๓ ของรัฐธรรมนูญเพื่อให้คณะรัฐมนตรีได้แถลงข้อเท็จจริงสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของประเทศในขณะนี้ ก็แน่นอนว่าสำคัญที่สุดก็คือด้านเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบไปทั่วโลก และด้านสาธารณสุข รวมทั้งด้านการปฏิรูปประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของวุฒิสภาโดยตรง ดังนั้นผมคิดว่าการที่วุฒิสภาจะได้เพิ่มบทบาท ในการที่จะให้การบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรีนั้นได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องให้วุฒิสภาได้มีส่วนร่วมและเมื่อเสนอสิ่งใดไปก็คงได้มีการพัฒนาในส่วนนี้ โดยเฉพาะในด้านเศศรษฐกิจเพื่อที่วุฒิสภาจะได้ทราบถึงปัญหาต่าง ๆ จากรัฐบาลโดยตรงส่วนในด้านสาธารณสุขนั้น ผมคิดว่าวุฒิสภาคงจะมีมีบทบาทในการที่จะกระตุ้นรัฐบาลเพื่อที่จะให้เป็นหลักประกันแก่พี่น้องประชาชนที่จะอยู่กับโรคโควิด ๑๙โดยไม่มีปัญหาในเรื่อง การที่จะต้องประสบกับความร้ายแรง การต้องเสียคุณภาพในชีวิตหรือร่างกาย ผมก็หวังว่าวุฒิสภาคงจะได้มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้อง เข้าไปเสนอแนะเข้าไปรับทราบปัญหาเพื่อให้ปัญหาีที่พวกเราวุฒิสภาตั้งใจไว้ว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญ คือมีเศรษฐกิจและสาธารณสุขเป็นสิ่งในยุคที่เราจะต้องให้ความสำคัญ ภาษาอังกฤษเรียกว่าpriority เน้นในเรื่องเหล่านี้ก่อนสุดท้ายนี้ผมและเพื่อนสมาชิกทุกท่านขอยืนยันในที่นี้ว่าว่าจะร่วมกันผลักดันให้วุฒิสภา เป็นองค์กรที่เป็นที่พึ่งของประชาชนและเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศอย่างแท้จริงอย่างไรก็ดีการจะบรรลุเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศด้านต่าง ๆ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ผมหวังว่าสิ่งที่ผมได้กราบเรียนมาในวันนี้จะสร้างการรับรู้และความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของวุฒิสภา อันจะเป็นการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างสมาชิกวุฒิสภากับพี่น้องประชาชน ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างวุฒิสภา ประชาชนภาคส่วนต่าง ๆ และสื่อมวลชนที่เคารพ เพื่อให้ประเทศชาติของเราเจริญก้าวหน้าสืบต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ (คุณเรณู)ขอเสียงปรบมือให้ักบท่านประธานวุฒิสภา (ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร)ก็เป็นปาฐกถาที่มีความสำคัญเท่าที่ผมฟังอยู่นั้นเหมือนท่านประธานกำลังส่งสัญญาณต่อสมาชิกวุฒิสภาทุกท่านว่าที่ทำมานั้นก็ดีอยู่แล้ว แต่ ๒ ปีที่เหลือนี้จะต้องทำงานในเชิงรุกมากยิ่งขึ้น และท่านได้ยกตัวอย่างว่าท่านอาจจะกำลังอยากเห็นการขอเปิดอภิปรายทั่วไป โดยไม่มีการลงมติ ซึ่งสมาชิกวุฒิสภาสามารถจะทำได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๓ เรื่องนี้ก็จะเป็นเรื่องที่พวกเราจะต้องติดตามกันต่อไปท่ามกลางสภาวะวิกฤติที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่ก่อนที่จะแลไปข้างหน้าท่านเรณูครับ พี่น้องท่านผู้มีเกียริท่านผู้มีเกียรติเรามาเหลียวหลังดูว่า 3 ปีที่ผ่านมาพวกเราทำอะไรไปได้บ้าง โดยสรุปภายในระยะเวลาอันจำกัด พวกเรามีมติร่วมกันว่ามีสมาชิกวุฒิสภาท่านหนึ่งที่เหมาะสมท่านหนึ่งที่เหมาะสมที่จะทำหน้าที่นี้ ไม่ใช่ว่าทุกคนจะทำได้สรุปผลงานของ 250 คน กรรมาธิการเป็นสิบ ๆ คณะมาภายในระยะเวลาอันจำกัดท่านสมาชิกวุฒิสภา ท่านวีรศักดิ์โควสุรัตน์ [เสียงปรบมือ]ท่านวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ด้วยค่ะ วันนี้ห้องประชุมของวุฒิสภามีสีสันมีชีวิตชีวาเป็นอย่างยิ่ง เพราะสภาแห่งนี้ได้มีโอกาสต้อนรับท่านพี่น้องประชาชนจากหลากหลายกลุ่ม หลากหลายอาชีพ ทุกเพศ ทุกวัย ทุกข้อจำกัดทางด้านร่างกาย วันนี้ห้องประชุมแห่งนี้มีชีวิตชีวาเป็นอย่างย่ิงขอเสียงปรบมือให้ทุก ๆ ท่านในทีนี้ครับ [เสียงปรบมือ]กราบนมัสการพระเดชพระคุณเจ้าท่านผู้ทรงคุณวุฒิ และกราบเรียนท่านประธาานวุฒิสภา ท่านรองประธานวุฒิสภาทั้ง ๒ ท่าน กระผมรู้สึกเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็มีความหนักใจที่จะมาชวนท่านมองย้อนหลัง เหลียวหลัง ๓ ปี ของงานวุฒิสภา ถ้าเทียบกับรถยนต์แล้วกระจกหน้าจะกว้างใหญ่จะกว้าง มองไปข้างหน้าได้ชัด แต่มองนั้นกระจกหลังจะมีขนาดเล็กนิดเดียว แต่จริง ๆ แล้วทางที่เราวิ่งผ่านมาไกลพอสมควร ผมได้รับเวลามาค่อนข้างจำกัดในการที่จะเสนอว่าใน 3 ปีที่ผ่านมาพวกเราทำอะไรกันบ้างหากท่านได้ฟังที่ท่่านประธานวุฒิสภาได้กรุณากล่าวปาฐกถาพิเศษท่านจะได้เห็นภาพรวมของการทำหน้าที่ในฝ่ายนิติบัญญัติที่มาร่วมกันทำโดยสมาชิกวุฒิสภาในห้องใหญ่ห้องนี้ เวลาที่มาร่วมกันเป็นการร่วมกันทำตามบทบัญญัติของรัฐธที่ทำให้เรามีบทบาทในการกลั่นกรองเสนอแนะ และเร่งรัดอีกหลาย ๆ เรื่องที่ฝ่ายบริหารดำเนินการกันอยู่ผมคงไม่ลงรายละเอียดที่เป็นตัวเลข ตัวอักษรมากนั้น และบางเรื่องอาจจะต้องขออนุญาตใช้ศัพท์ต่างในประเทศไทย แต่ว่าถ้าโดยสรุปแล้วจากกระทู้ถาม 205 กระทู้ ที่ท่านประธานได้กรุณานับเอาไว้ให้ แสดงว่ามีรมต. มาตอบคำถามให้กับสมาชิกวุฒิสภาซึ่งรับเรื่องเดือดร้อนจากพี่น้องประชาชนตั้งคำถามและให้ท่านตอบท่านก็ต้องมาตอบทั้ง 205 ครั้งนั้นเราได้มีการพิจารณารายงานสารพัดประเภทจากหน่วยงานต่าง ๆหรือรายงานที่มีกฎหมายกำหนดว่าจะต้องเอามารายงานในห้องประชุมนี้และให้สมาชิกได้สามารถซักถาม อภิปรายตั้งข้อสังเกตได้เราเป็นห้องที่ใช้ ในการตรวจสอบประวัติดูแลเรื่องประวัติพฤติกรรม ของผู้จะเข้าดำรงตำแหน่งสำคัญระดับสูงของประเทศไม่ว่าจะเป็นอัยการสูงสุดไม่ว่าจะเป็นสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาหรือว่าผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งศาลรัองค์กรตรวจสอบอิสระอื่น ๆ ป.ป.ช.ก็ใช้ห้องนี้เหมือนกันมีงานที่เกี่ยวข้องกับรับรองหนังสือสัญญาต่างประเทศที่ราชอาณาจักรไทยทำกับต่างประเทศที่มาผ่านความเห็นชอบที่นี่อีก ๑๖ ฉบับที่เราทำในห้องใหญ่ แต่ภารกิจอีกประเภทหนึ่งที่เราไปทำ จริง ๆ แล้วผมแยกของผมเองว่ามี 3 ห้อง ห้องใหญ่เรื่องหนึ่งอันนั้นเป็นการร่วมกันทำ ส่วนห้องที่ท่านไปอยู่ในห้องเสวนาตอนก่อนอาหารกลางวันแล้วมาที่นี่นั้น เราแยกกันไปทำในฐานะที่เป็นคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการมี ๒ ประเภทกรรมาธิการสามัญ คือตั้งแล้วจะอยู่กันไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีวันสิ้นอายุหมดไปตามอายุของวุฒิสภา และมีห้องประชุมของคณะกรรมาธิการ วิสามัญ ซึ่งก็มีการประชุมเพื่อที่จะพิจารณาเนื้อหาร่างรายละเอียดรายมาตราของพระราชบัญญัติตา่ง ๆ ที่มาผ่านมือก่อนกลับมาห้องประชุมใหญ่เพื่อลงมติอีกครั้งหนึ่งก่อนทูลเกล้าถวาย กรรมาธิการของวุฒิสภาที่เป็นระดับสามัญมี ๒๖ คณะ แต่ก็มีกรรมาธิการพิเศษอีกชุดหนึ่ง ซึ่งเป็นกรรมาธิการวิสามัญ ที่ทำหน้าที่โดยตลอดและต่อเนื่อง ซึ่งประเดี๋ยวผมจะใช้ระยะเวลาสั้น ๆ เล่าให้ท่านฟังงานของคณะกรรมาธิการสามัญเวลาไปห้องเล็กแล้วเขาจะสามารถลงรายละเอียดเพื่อไปค้นหาและค้นเจอค้นพบในข้อมูลข้อเท็จจริงหลายเรื่องและผมจำได้ที่จะมาเล่ากราบเรียนให้ท่านฟังกรรมาธิการตรวจสอบทุจริตไปพบอย่างนี้ครับท่านผู้มีเกียรติ ใน 10 ปีที่ผ่านมารัฐของไทยได้ชนะคดีในทางแพ่งไปแล้ว ๑๐,๐๐๐ คดีชนะคดี และชนะคดีทางฝ่ายปกครอง ๑๘๐๐ คดีเป็นมูลค่าในทางแพ่งประมาณ ที่รัฐควรจะได้กลับมเข้ามาเป็นเป็นรายรับของแผ่นดิน แต่ปรากฏว่าเมื่อคณะกรรมาธิการตรวจสอบทุจริตไปติดตามพบว่ามีถึง ๗๗๐๐ คดีที่ชนะแล้ว แต่ยังไม่ได้ตั้งเรื่องในการชนะคดีและกำลังจะครบ ๑๐ ปีนับแต่วันที่มีคำวินิจฉัยของศาลว่าให้รัฐชนะคดีแต่ยังไม่ได้ตั้งบังคับคดีเพราะว่าหน่วยบังคับคดี ยังคงขาดกลไกยังคงขาดกลไก ขาดเครื่องมือ แล้วก็ขาดข้อมูลกลางในการสานพลัง ในการข้ามหน่วย ในการไปบังคับคดี น่าเสียดายใช่ไหม แต่นั่นคือสิ่งที่เราไปค้นพบจากห้องการทำงานของคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ใช้เวลาอย่างมากใในการลงรายละเอียด ไล่ข้อมูลอะไรครับ ข้อมูลการจัดทำงบ ข้อมูลที่หน่วยงานส่วนมากยังคงแยกคิดแยกของบประมาณ และแยกกันรทำงาทั้ง ๆ ที่เรามีเป้าที่จะต้องขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติและการขับเคลื่อนประเทศไปสู่เป้าหมายเดียว ท่านยังคงต่างคนต่างขอ ต่างคนต่างทำก็จะต้องเป็นภาระการบริหารงบประมาณจะเอามาบอกกล่าวในห้องประชุม แล้วก็สื่อสารกลับไปยังฝ่ายบริหารเพื่อให้รู้ว่าแม้นโยบายถูก แต่ว่าวิธีการทำของหน่วยราชการยังคงมีประเด็นที่จะต้องไปนจัดการแก้ไข กรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลเอทตั้งหลักในเรื่องเพิ่มคุณค่าทะเลไทย ใส่ใจสิ่งแวดล้อมพร้อมน้ำในไร่นา มีประปาทุกครัวเรือนสิ่งที่ไปพบต่อในขณะที่ท่านผู้มีเกียรติที่อยู่ที่นี่จะเห็นว่า การจัดเก็บอัตราภาษีที่ดินสิ่งปลูกสร้างที่กำลังจัดเก็บกันในปีนี้มีหลายพื้นที่ไปปักกล้วยปักมะนาวกันเราก็เลยไปดู แล้วเราก็พบว่าปรากฏว่าการปักกล้วย ปักมะนาวนั้นเป็นการใช้ที่ดินเราคงได้เห็นการแก้ไขนี้ในเร็ววันพที่การจะบินโดรนขึ้นมา ไม่ได้มีแค่ถ่ายภาพสวย ๆ แล้วส่งเวชภัณฑ์ ตรวจสอบหรือแม้กระทั่งการจัดการเราควรจะมีกฎหมายตัวอย่างที่เห็น การจะขึ้นบินโดรนในกรุงเทพฯ ในบางพื้นที่นั้นใครจะขึ้นบินต้องทำใบอนุญาตขอไว้ถึง ๗ หน่วยงานในการขึ้นบินในแต่ละพื้นที่ ในแต่ละครั้งซึ่งคงเป็นไปไม่ได้ที่จะสอดรับกับอนาคต ซึ่งเลี่ยงไม่พ้นอยู่แล้วว่าโดรนจะมีบทบาทสูงมาก นอกจากนั้นยังมีเรื่องของกฎหมายเทคโสนชุดข้อมูลและความเชื่อมั่นและวางหลักเกณฑ์ เช่น crowd funding การระดมทุนทางออนไลน์ การทำ การรับฟังจากผู้คนจากพื้นที่ต่าง ๆที่เขาจะบอกกล่าวเข้ามาว่าเขาคิดเขาเห็นอย่างไร เขาเป็นเจ้าของเทคโนโลยีเกี่ยวกับ blockchain ว่าอย่างไรหรือไม่ การต่อต้านเฟคนิวส์ว่าควรจะบริหารจัดการกับมันและแยกแยะอย่างไรระหว่างสิ่งที่เป็นเรื่องการพยายามจะหรือการมีความคิดในทางอุดมการณ์ที่อาจจะผิดเพี้ยนไป ฃกรรมาธิการกฎหมายของวุฒิสภาได้เข้าไปติดตามดูแลและพบว่า สิทธิในการยื่นศาลฎีกาในคดีที่ศาลแพ่งหรือศาลชั้นต้นมีคำวินิจฉัยขัดแย้งในสาระสำคัญกับศาลอุทธรณ์นั้นเป็นสิ่งที่ควรจะต้องให้สามารถฎีกาได้และด้วยการสื่อสารประสานงานกัน ในที่สุดได้รับความสำเร็จ เพราะในปี ๒๕๖๔ ปี่ที่แล้วนี้เอในช่วงโควิดได้ออกข้อกำหนดท่านประธานศาลฎีกาได้ออกข้อกำหนดเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2564เวลามีความขัดแย้งของคำวินิจฉัยของศาลแพ่งกับศาลอุทธรณ์ในสาระสำคัญนั้นสามารถฎีกาได้ จึงทำให้เห็นว่าประโยชน์ของการทำงานของคณะกรรมาธิการสามารถไปลงเจาะติดตามเรื่องที่ประชาชนคิดว่าอยากจะให้มีใครเป็นเจ้าภาพให้กรรมาธิการองค์กรอิสระตามร้ฐธรรมนูญซได้เสนอแนวทางการป้องกันการเบิกจ่ายทับซ้อนของโครงการและมาทำงานกัน โดยเสนอว่าให้ทำ data mappingด้วยการใช้พิกัด GPS เพราะฉะนั้นเวลาที่ไปปรากฏอยู่ในจอมีกีหน่วยกำลังขอเท่าไรและบางที ถ้าเขายังไม่ได้รู้ด้วยซ้ำจะได้รู้ว่าเขาทำงานในพื้นที่ต่อจะได้บูรณาการกันได้ อันนี้เป็นแค่ตัวอยา่รงพร้อมกันนั้นกรรมาธิการตรวจสอบทุจริตก็เสนอว่าควรจะต้องให้ภาคประชาสังคมมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ ป้องกัน การทุจริตต่าง ๆ ด้วยการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐโดยเสนอโครงการ ๑ โครงการ ๑ คิวอาร์โคดอันนี้ก็จะทำให้แค่เอามือถือไปส่องคิวอาร์โค้ดแล้วประชาชนที่อยู่ในพื้นที่สามารถรู้ได้เลยว่าเจ้าของโครงการ กำลังทำอะไร มีวิธีการอย่างไร กรรมาธิการเศรษฐกิจการเงินการคลังของเรื่อง financial กับเรื่องของการเงิน เพราะปัจจุบันนี้โลกการเงินก้าวหน้าไปไกลมาก ข้อมูลเรื่องเครื่องมือเกี่ยวกับการเงินน้อยเกินไป เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็ได้นำเสนอจนกระทั่งในที่สุดคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ยกเรื่องนี้ขึ้นเป็นวาระแห่งชาติเพราะจะต้องให้ประชาชนสามารถเข้าถึงเครื่องการออมเครื่องมือการลงทุนและเข้าใจเรื่องเครื่องมือความจำเป็นที่เกี่ยวข้องกับการเงินซึ่งเป็นทักษะของยุคสมัยที่คนไทยควรจะมี โดยเฉพาะสังคมที่กำลังก้าวสู่สังคมสูงอายุ กรรมาธิการการกีฬาเสนอและพัฒนาโครงการรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องแคลอรีเครดิตไม่ได้ดูเฉพาะในเรื่องของการอยากชิงเหรียญให้มากที่สุดเอาไว้ก่อนเวชศาสตร์เชิงป้องกันที่ทำให้ประชาชนมีสุขภาพแข็งแรง รักการมีวินัยในการออกกำลังกายทำให้มวยไทยถูกบรรจุกลายเป็น soft power ยกระดับเป็นกิจกรรมที่โลกสากลให้มูลค่า แล้วก็ให้มูลค่าที่สูงยิ่งกรรมาธิการพัฒนาสังคม นำเสนอในหลากหลายเรื่องทีเ่กี่ยวข้องกับเด็ก สตรีผู้สูงอายุและคนพิการ ซึ่งวันนี้ก็เข้ามาอยู่ในห้องนี้ดวโดยเฉพาะผมคิดว่าสิ่งที่ก้าวหน้ามา คือ การเสนอที่เรียกว่ากฎหมาย ๓ Aaccessibility for all ซึ่งทำให้สามารถวางกลไกที่จะทำให้ผู้พิการเข้าถึงทั้งบริการการบิน การมีงานทำ การขึ้นทะเบียนของผู้พิการแล้วก็การเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกประเภทต่าง ๆรวมทั้งตัวอยา่งของการเข้าถึงของผู้ที่จำเป็นจะต้องมีในพื้นที่ต่าง ๆ คณะกรรมาธิการแรงงานในเรื้่องของการจัดฐานข้อมูลแห่งชาติ เพราะเห็นแล้วว่างานภาพใหญ่แบบนี้ต้องใช้ข้อมูลจำนวนมากกรรมาธิการการศึกษาก็ดี กรรมาธิการการอุดมศึกษาก็ดี ต่างก็เร่งในการเสนอวิธีการสร้่างคนดีและคนกล้าให้กับสังคม มีการปฏิรูปปกระบวนการเรียนรู้ตามศาสตร์พระราชาสู่การปฏิบัติที่ยั่งยืนดูแลเรื่องการอาชีวศึกษาที่ควรถือโอกาสในการปฏิรูป ครูที่ตอบโจทย์สังคมได้อย่างแท้จริงกรรมาธิการปกครองท้องถิ่น เสนอเรื่องที่เป็นอนาคตที่จะมาถึงอันใกล้นี้ท้องถิ่นรูปแบบพิเศษที่นครแม่สอด จังหวัดตาก อันนี้เพื่อเป็นการรองรับการขยายตัวที่วันหนึ่งอาจจะเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและเราก็ได้เห็นว่าศักยภาพของแม่สอดนั้นมีมาก ถ้ายังปล่อยให้เป็นเทศบาลนครเฉย ๆ ต่อไป อาจจะรับมือไม่ไหวคณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดินเสนอในการจัดทำ one country one platfrom คือทุกอย่างเข้ามือถือ แต่กรรมาธิการพบว่าหน่วยราชการของไทยต่างคนต่างทำออกแบบ application ของตัวเอง ท่านผู้มีเกียรติครับ ระบบออนไลน์มาให้บริการแล้ว๕๗๑ บริการออนไลน์ ถ้าท่านต้องโหลด application เช่าบริการของรัฐเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้น เป็นข้อเสนอที่คณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดินเสนอใสห้มา๑ ประเทศก็ ๑ platform กรรมาธิการการต่างประเทศช่วยรับหน้าที่เป็นช่วยรับหน้าที่เป็นเวทีเจ้าภาพติดตามดูแลเรื่องของการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่สหรประชาชาติกำหนดเอาไว้เรียกกันว่าเป้าหมายการพัฒนาที่ยั้่งยืน หรือ SDGsustainable ในการรับฟังมุมมองที่แตกต่างกันอย่างยิ่งของการเดินทางของร่างพระราชบัญญัติองค์กรภาคประชาชนมีคนเห็นด้วยมีคนเห็นต่างมากมาย แต่อย่างน้อยก็จะได้มีเจ้าภาพในการรับฟัง คณะกรรมาธิการพลังงานของวุฒิสภาลงไปในรายละเอียดแล้วก็ไปเห็นจากประสบการณ์แล้ว จังหวัดตัวอยา่งแม่ฮ่องสอนเป็นภูเขา เป็นป่าไม้ และอยู่ภายใต้กฎหมายป่าไม้ถึง๘๗เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ของจังหวัดแม่ฮ่องสอนจไม่มีไฟ จะต้องขออนุญาตสารพัดป่าที่จะผ่านเข้าไปได้กรรมาธิการก็ไปศึกษาดูและก็แยกแยะปัญหาที่กองรวมกันอยู่ออกมาเป็นกลุ่ม ๆ ของพื้นที่ที่ไปได้ solar farm solar looftopแล้วก็มีเป็น model ที่สามารถไปใช้ในพื้นที่จังหวัดอื่น ๆ ที่อาจจะมีปัญหาลักษณะคล้ายคลึงกันกรรมาธิการการเกษตรดูแลในเรื่องแผนการจัดทรัพยากรน้ำ ดูแลแผนเรื่องการเกษตร การโซนนิ่ง การทำแปลงใหญ่ อันนี้เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันของสินค้า ผลิตภัณฑ์ทางด้านการเกษตรและอาหารของไทย คขณะที่กรรมาธิการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ ไปมุ่งเน้นในเรื่องแก้ปัญหาหนี้สินครัวเรือน แต่ในขณะเดียวกันก็ไปเกี่ยวพันกับเรื่องแหล่งน้ำขนาดเล็ก แหล่งน้ำครัวเรือน แหล่งน้ำชุมชนซึ่งทั้งหมดนี้ก็เป็นการทำงานร่วมกันแบ่งงานกัน คณะกรรมาธิการการคมนาคม เสนอแนวทางเพิ่มปริมาณการใช้ประโยชน์จากกทางรางเพื่อให้ได้รับใช้ระบบและการขนส่งให้ได้มาก ๆ และก็ไปพบด้วยว่าในขณะที่40 ปีที่ผ่านมาปริมาณของการส่งออก แต่ที่จริงแล้วคณะกรรมาธิการการคมนาคมไปพบว่าการขนส่งในประเทศมีขนาดใหญ่กว่าการขนส่งออกด้วยซ้ำไป ใหญ่กว่ามากด้วยเพราะฉะนั้นต้องมาใส่ใจในเรื่องแบบนี้รวมทั้งท่านได้ในฐานะที่มีความเชี่ยวชาญท่านก็ได้ศึกษาเลสิ่งที่ประเทศไทยต้องเตรียมในเรื่องมาตรการรับการประเมินภาคบังคับขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศเพราะไม่อย่างนั้นเราอาจจะมีความเสี่ยงติดธงแดง เหมือนที่เราเคยติดมาแล้วในภาคประมง ในภาคการบิน แต่ก็เป็นเรื่องของการส่งออกทางทะเลเราควรจะต้องทำการบ้านให้ดี และอุตสาหกรรมล่วงหน้าให้กับประเทศไทย เผื่อในกรณีที่หลายประเทศข้างนอกได้สมัครเป็นสมาชิกของความตกลงไปแล้ว ที่เรียกว่า CTกรรมาธิการการพาณิชย์ และอุตสาหกรรมถ้าหากว่าจะต้องเปิดเวทีการเจรจาเพื่อสมัครเข้าร่วมในภาคีนั้นจะต้องทำอะไรกันบ้าง เศรษฐกิจประเภทหมุนเวียนและได้ทำรายงานส่งมาเข้าห้องประชุมใหญ่แห่งนี้ให้สมาชิกได้มีความเห็นข้อสังเกตแล้วส่งไปยังรัฐบาลเร่งติดตามเสนอแนะการบริหารราชการแผ่นดินเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในห้วงสถานการณ์ระบาดที่สิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนอาจถูกละเลยได้ โดยไม่ได้ตั้งใจและเกิดขึ้นในภาวะเปราะบาง ผมเล่าได้ไม่หมดทั้ง ๒๖ คณะกรรมาธิการหรอกครับแต่นั้่นก็เป็นแค่ตัวอย่างที่เราไปทำเราไปทำอะไร เราลงรายละเอียดกันอย่างไรกรรมาธิการวิสามัญที่พิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ทำงานด้วยการน้อมนำพระราโชบายและพระราชปณิธานไปปฏิบัติของภาคประชาสังคมด้วยการติดตาม สมเด็จพระยุพราชในพื้นที่ต่าง ๆสร้างโครงการเยาวชนน้องที่ใส่สูทสีฟ้าอยู่ข้างหน้าและร่วมพลังสร้างสรรค์น้อมนำถักทอเอาพลังต่าง ๆ ในชาติ ทำสิ่งดีงามให้กับตัวเอง ครอบครัวแดนั่นเป็นเรื่องของคณะกรรมาธิการสามัญและวิสามัญจริง ๆ แล้วยังมีคณะกรรมการอีกหลากหลายชุดเท่าที่ผมจำได้ และรู้สึกว่าน่าเล่าด้านการกู้ชีพฉุกเฉินทางถนนของวุฒิสภา ซึ่งไปลงรายละเอียดเพราะว่าประเทศไทยทางถนนสูงอันดับต้น ๆ ของโลก แต่อย่างน้อยที่สุดการให้กำลังใจต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มอาสาสมัครต่าง ๆ ทั้งในการกู้ชีพ กู้ภัยและดูแลป้องกันอุบัติภัยทางถนน ผมมีเวลาจำกัดเหลือเกิน และขออนุญาตที่จะสรุปจากภาพจำและข้อสังเกตว่าการทำงานของสมาชิกวุฒิสภา จริง ๆ แล้วมีข้อมูลอันหนึ่งที่คนส่วนมากไม่ทราบ นั่นก็คือตามรัฐธพวกเราที่นั่งกันอยู่ที่นี่ของชั้นนี้ ๒๕๐ คน ตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้เลยว่าในชีวิตนี้เป็นสมาชิกวุฒิสภาได้ครั้งเดียว ไม่มีสิทธิกลับมาที่ห้องประชุมนี้อีกต่อไป เป็นครั้งเดียวและเมื่่อพ้นไป โครงสรา้งของรัฐธรรมนูญก็กำหนดเอาไว้ด้วยว่าจะต้องเว้นวรรคทางการเมืองไม่สามารถดำรงตำแหน่งใด ๆ ทางการเมืองได้ไปอีก ๒ ปี ไม่มีสิทธิไปลงสมัครรับเลือกเตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปอย่างน้อย ๒ ปี เราพูดกันมากในเรื่องของที่มาแต่ที่ผมเล่าอยู่นี้คือที่ไปที่จะไม่มีโอกาสกลับมาสู่การเมือง เพราะอะไร เพราะโครงสร้างของรัฐธออกแบบไว้ต้องการให้เราทำงานในเรื่องของโครงสร้างไม่ต้องไปคิดถึงว่าจะได้กลับมาหรือไม่ ความดีความชอบพลัดกันเกาหลังให้กับใครตัวจะได้มีโอกาสกลับมาหรือจะได้มีโอกาสรับเลือก โครงสร้างรัฐธกำหนดเอาไว้ให้เราทำหน้าที่ีที่ทำงานเพื่อให้เกิดฐานที่ถูกต้องสำหรับคนรุ่นถัดไป เราจึงทำหน้าที่ของเราใน 3 ปีที่ผ่านมา มุ่งเน้นโดยที่ไม่เคยมีใครเอ่ยปากออกมาว่าเราทั้งหมดไม่ใช่ ขอบพระคุณท่านครับ [เสียงปรบมือ] (คุณคำนูณ)แทบจะไม่ต้องมีอะไรสรุป ขออนุญาตตอกย้ำว่าท่านอาจารย์วีระศักดิ์ โควสุรัตน์สมาชิกวุฒิสภา ได้พูดแทน สมาชิกวุฒิสภาทั้ง ๒๕๐ คนว่าระบบถูกออกแบบมาเพื่อให้สมาชิกวุฒิสภา มุ่งทำงานเพื่อทำฐานให้สังคมรุ่นถัดไป มิใช่ มุ่งทำงานเพื่อให้ได้รับเลือกกลับมาสู่ตำแหน่งใด ๆnot for next election ิbut for next generationก็คือปณิธานของสมาชิกวุฒิสภาทุกคนที่ถูกออกแบบมาโดยรัฐธ ๒๕๖๐ นะครับต่อไปก็จะเป็นรายการที่สำคัญอีกเช่นกันรายการที่สำคัญเช่นเดียวกัน เมื่อสักครู่นี้เราเหลียวหลังไปดูผลงาน 3 ปีที่ผ่านมาแต่ท่านคำนูณยังเหลืออีก ๒ ปีข้างหน้าที่เราจะเดินไปพร้อมกับ generation ใหม่ และภาคประชาชนที่นั่งอยู่กับเราในวันนี้ รายการต่อไปจะเป็นการแลหน้าวุฒิสภา อยากจะขอเรียนเชิญท่านรองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร ขอกราบเรียนเชิญท่านค่ะ [เสียงปรบมือ]ท่านผุ้เข้าร่วมสัมมนาทุกท่านครับผมในฐานะตัวแทนของสมาชิกวุฒิสภาทุกคน มีความยินดีขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ห้องประชุมวุฒิสภา ซึ่งเป็นที่ประชุมของสมาชิกวุฒิสภา ในวันนี้เป็นครั้งแรกที่วุฒิสภาแห่งนี้เปิดให้ทุกท่านผู้แทนของพี่น้องประชาชนที่เดินทางมาจากทุกภูมิภาคของประเทศได้มาร่วมประชุม ณ สถานที่แห่งนี้ในวันนี้ ลำดับต่อไปจะเป็นการในวันนี้ ลำดับต่อไปจะเป็นการนำเสนอในหัวข้อ เรื่อง แลหน้า วุฒิสภา โดยผู้แทนกลุ่มย่อย ๑๔ กลุ่ม กลุ่มละ ๗ นาที มีสมาชิกวุฒิสภาผู้นำเสนอประเด็นด้านสาธารณสุขซึ่งจะได้นำเสนอประเด็นที่อยากให้วุฒิสภาทำอะไรต่อไปนะครับขอให้ทุกกลุ่มได้รักษาเวลาตามที่ได้มอบนะครับ ผมจะขอเชิญกลุ่มย่อยกลุ่มแรกนำเสนอกลุ่มย่อยกลุ่มแรกคือกลุ่มกฎหมายเพื่อประชาชน ขอเชิญนางสาวนิธินันท์ เป็นผู้แทนกลุ่มนำเสนอ เชิญครับสวัสดีค่ะ จากกลุ่มกฎหมายเพื่อประชาชนทางกลุ่มของเราขอนำเสนอประเด็นแลหน้า จากในห้องประชุม พวกเราก็เข้าใจ แล้วก็ทราบถึงความตั้งใจของท่านกรรมาธิการและท่านสมาชิกวุฒิสภา นะคะ ในการที่จะทำอีก ๒ ปีข้างหน้าให้มีประสิทธิภาพ และเหมือนที่ท่านบอกว่าถ้าท่านไม่รังเกียจ ยื่นอภิปรายได้เลยทำเหมือนในสภาได้เลยนะครับมีข้อสังเกตอยากจะช่วยแลกเปลี่ยน อันแรกก็คือว่าอยากให้ช่วยเป็นการแก้ไขภาพลักษณ์องค์กร ถ้าทำงานเพราะว่าถ้าการที่จะทำงานร่วมกับประชาชนได้ดีตามที่พวกเราได้รับจากสื่อหรือว่าตามพวก socail ต่าง ๆสิ่งที่พวกท่านตั้งใจทำจริง ๆ เป็นอย่างไร แล้วก็ผู้คนจะไม่เข้าใจจนกว่าสิ่งนั้นจะเกิดขึ้นด้วยจากตัวเองอย่างพวกเราทุกคนที่ได้มาที่นี่จริง ๆ แล้วสิ่งที่พวกท่านทำเป็นเรื่องในสังคมเรื่องที่ใกล้ชิดกับผู้คนมากเราก็ถกกันเรื่องการแก้ไขกฎหมายดอกเบี้ยอะไรพวกนี้ก็คิดว่าการสร้างความเชื่อมั่นในภาพลักษณ์องค์กรมากขึ้น เข้าถึงประชาชนได้ดีขึ้น แล้วก็อีกประเด็นหนึ่งเนื่องจากว่าอาจจะมีคนที่ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบ หรือว่าไม่เห็นด้วยในเรื่องโครงสร้างที่เป็นวุฒิสภา แต่ว่าถ้าเราแสดงให้เห็นว่าการตรวจสอบการทำงานของท่านสมาชิกที่อาจจะมาทำงานน้อยกว่าคนอื่นหน่อย หรือว่าอะไรอย่างนี้ก็อาจจะทำให้ภาพลักษณ์องค์กรได้ดีขึ้นอีกประเด็นหนึ่งอยากฝากเนื้อหา่ในการกลั่นกรองประเด็นของกฎหมายจากในการสัมมนากลุ่มย่อยวันนี้เห็นว่ากฎหมายหลาย ๆ ตัว พอพิจารณาไปแล้ว จุดหนึ่งที่จะมาสะดุด อย่างเช่น ความเหมาะสมต่าง ๆ เรื่องค่าปรับหรือว่าจะเป็นเรื่องกฎหมายที่บอกว่าเป็นระยะเวลาในการดำเนินกระบวนการยุติธรรม ก็เลยคิดว่าในการใช้ดุลพินิจบางทีอาจจะต้องมาคิดกันว่าการที่ตั้งดุลพินิจควรจะต้องมีมาตรฐานด้วย ก็คืออาจจะต้องอาศัยความรู้ไม่ใช่แค่กฎหมายอย่างเดียวตั้งเรื่องการให้ดุลพินิจในการกำหนดค่าเสียหายเราก็อาจจะนักคณิตศาสตร์มาช่วยคิดหรือไม่เพื่อจะทำให้เป็นรอบด้านมากขึ้นแล้วก็ประเด็นสุดท้ายกลับมาที่เดิมคือเรื่องการสื่อสาร ตอนนี้ประชาชนและอย่างน้อยพวกดิฉันเข้าใจตอนนี้เรารู้ว่า เรามีหน้าที่ในการแสดงความคิดเห็น ก็คือรับฟังความคิดเห็นแต่ว่าคนที่ยังไม่รู้กฎหมาย หรือกฎหมายที่ยังไม่เข้าถึงเพราะกฎหมายไกลตัวสิ่งที่คนไม่เข้าใจ คนยังไม่รู้ว่าเราออกแบบกฎหมายได้ก็คือท้ายที่สุดก็เข้าใจท่าน ส.ว. ทุกท่าน ส.ว. ทุกท่าน สิ่งที่ท่านพยายามแก้ไขให้ทุกคนในเรื่องร่าง พ.ร.บ. กำหนดกระบวนการยุติธรรมที่กำลังจะออกมาแก้ประเด็นที่บอกว่าความยุติธรรมที่ล่าช้าอยุติธรรมอันนี้ท่านกำลังแก้ไข แล้วก็เห็นด้วยและสนับสนุน แต่ว่าอยากฝากอีกประเด็นหนึ่งทุกคนเข้าถึง ความยุติธรรมพวกเราทุกคนต้องไม่ได้มาด้วยโชคค่ะเป็นกำลังใจให้ทุกท่านค่ะ ขอบคุณค่ะ [เสียงปรบมือ]ก็เป็นคุณนิธินันท์ ลีธนกุล กฎหมายได้นำเสนอ ซึ่งกฎหมายที่ท่านได้บอกมา รา่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับวินัยและกฎหมายพระราชบัญญัติกำหนดระยะเวลากระบวนการยุติธรรม อันนี้เป็นกฎหมายปฏิรูป ซึ่งสมาชิกวุฒิสภามีส่วนที่เป็นกรรมาธิการวันนี้ได้รับฟังสมาชิกวุฒิสภาหลายท่านที่ประจำคงจะต้องนำไปข้อพิจารณราของท่านเสนอสำหรับเบื้องต้นที่ท่านบอกว่าให้ตรวจสอบในภาพลักษณ์ว่า ส.ว. ได้ทำอะไรไปบ้าง อะไรเยอะ แต่ ส.ว. บางท่านที่ไม่ทำงาน อันนี้ยืนยันตอบในนี้ได้เลย เรามีระบบตรวจสอบ มีระบบควบคุม มีระบบให้ัเป็นไปตามรัฐธรรมนูญกำหนดกฎหมายรัฐธรรมนูญกำหนดและจะนำสรุป แล้วก็นำเสนอเพื่อเข้าที่เข้าที่ประชุมของวุฒิสภา เพื่อดำเนินการต่อไปขอขอบคุณนะครับ ต่อไปเป็นการนำเสนอของกลุ่มที่ ๒ วุฒิสภาพบประชาชน ขอเชิญนายอภิพัฒน์ ศรีวิเศษ ผู้แทนกลุ่มนำเสนอ เชิญครับกราบเรียนท่านประธานวุฒิสภาที่เคารพกราบเรียนท่านประธานวุฒิสภาที่เคารพ กระผม นายอธิพัฒน์ประธานวิสาหกิจชุมชนจากจังหวัดมหาสารคาม ตัวแทนกลุ่มย่อยที่ ๒ ขออนุญาตนำเรียนผลการหารือในที่ประชุมจำนวน ๒ ประเด็นประเด็นแรก ก็คือประเด็นประเด็นเหลียวหลังผลการดำเนินโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบรป่ีรในห้วงระยะเวลา ๓ ปีที่ผ่านมา ประเด็นการลงพื้นที่ ส.ว. พบประชาชนตามภูมิภาคต่าง ๆ ภาคเหนือตอนบน เกี่ยวกับที่ดินทำกิน การไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตัวเองเช่น ปัญหาหมอกควันที่เกิดจากหมอกควันที่เกิดจากไฟป่า ภาคเหนือตอนล่างเกี่ยวกับที่ดินไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง เกี่ยวกับน้ำ เช่น ภัยแล้ง ไม่มีน้ำอุปโภค บริโภคและไม่มีน้ำเพื่อทำการเกษตรภาคกลางเกี่ยวกับที่ดิน เช่น การบุกรุกพื้นที่ป่าเกี่ยวกับการเกษตรเช่น ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ปัจจัยการผลิต ราคาแพงภาคตะวันออกเกี่ยวกับการคมนาคม เช่น ผลกระทบจากก่อสร้างถนนเชื่อมต่อทสในโครงการต่าง ๆ ได้แก่ ความสะดวก ในการคมนาคมและการขนส่งพืชผลทางการเกษตร เกี่ยวกับที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกินภาคใต้เกี่ยวกับที่ดิน เช่น การขอเอกสารสิทธิ์ให้ประชาชนอยู่อาศัยและทำประโยชน์ในพื้นที่อุทยาน พื้นที่นิคมสหกรณ์เป็นต้น เกี่ยวกับน้ำ เช่น คันกั้นน้ำชำรุด ตลิ่งพังซึ่งส่งผลให้ไม่มีน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค และเพื่อทำการเกษตร ผลการดำเนินการติดตาม เรื่องการขอความช่วยเหลือเกษตรกลุ่มผู้เลี้ยงโคกระบือจังหวัดกาฬสินธุ์ภาครัฐในการสนับสนุนเงินทุนแก่เกษตรกร คณะกรรมการลงพื้นที่รับฟังความเดือดร้อนของเกษตรกรส่งเรื่องให้คณะกรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดพิจารณาคณะกรรมการโครงการและคณะกรรมาธิการมอบหมายสมาชิกวุฒิสภาเป็นผู้แทน และลงพื้นที่ติดตามประชุมร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้องในจังหวัดจังหวัดตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินการเป็นการทำงานบูรณาการร่วมกันของคณะกรรมการโครงการและคณะกรรมาธิการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ประเด็นที่ ๒ ประเด็นแลหน้าความคาดหวังของประชาชนต่อวุฒิสภาในอีก 2 ปีข้างหน้า ขอให้วุฒิสภาติดตามเรื่องเกี่ยวกับที่ดินทำกินขอให้พัฒนาเรื่องของเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ ขอให้ส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย ขอให้ผลักดันดำเนินงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินโครงการต่าง ๆ เกี่ยวกับการขุดลอกแหล่งน้ำและก่อสร้างระบบส่งน้ำแกรนด์ซอยซีเมนต์ เพื่อใช้ในการอุปโภค บริโภคใช้ในการเกษตรขอให้ติดตามและผลักดันให้มีการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในโครงการต่าง ๆ ขอให้มีการนำนำเงินสนับสนุนจากกองทุนพลังงานมาใช้เพื่อการแก้ไขปัญหากับระบบส่งน้ำ เเช่น การติดตั้งระบบสูบน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ หรือโซลาร์เซลล์ ขอให้ส่งเสริมกองทุนหมุนเวียนวัสดุอุปกรณ์กลุ่มแปลงใหญ่ วิสาหกิจชุมชนเพื่อให้เกษตรกรได้เข้าถึงแหล่งทุนในการผลิตแปรรูปสินค้าเกษตรสร้างความมั่นคงยั่งยืนให้กับเกษตรกรในการยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูงต้องการให้มีโครงการ ส.ว. พบประชาชนต่อไป แม้ ส.ว. ชุดนี้จะหมดวาระแล้วก็ตาม เพื่อเป็นที่พึ่งของประชาชนต่อไป ขอบคุณครับ (พลเอก สิงห์ศึก)ขอขอบคุณท่านอธิภ้ทรศรีวิเศษ มาจากจังหวัดมหาสารคามเสนอแล่หน้า 7 ประเด็น เป็นเรื่องของกองทุน ๒ ประเด็นเป็นเรื่องแหล่งน้ำ เรื่องที่ดินทำกิน เรื่องอื่น ๆ ทั้งหมด ๗ ประเด็น ทางวุฒิสภาจะรวบรวม เพื่อไปนำเป็นเป็นแผนงานในโอกาส ๒ ปีข้างหน้าต่อไปขอบคุณครับ ลำดับต่อไปจะเป็นการนำเสนอของกลุ่มที่ ๓ กลุ่มนำเพื่อประชาชนขอเชิญนายอรรถพงษ์ ฉันทานุมัติ ผู้แทนกลุ่มนำเสนอครับกราบเรียนท่านสมาชิกวุฒิสภาและผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่าน กระผม นายอรรถพงษ์ ฉันทานุมัติประเด็นเรื่องน้ำเพื่อประชาชนในกลุ่มเราได้มีการพูดถึงประเด็นปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในส่วนของการเหลียวไปข้างหน้าประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ในเขตน้ำฝน หรือพื้นที่นอกเขตชลประทานดังนั้นในการที่กลุ่มเราได้ถกปัญหากันพบว่า สิ่งแรกที่ต้องทำคือการเสริมอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินในเรื่องของการกำหนดบทบาทให้ชัดเจนโดยการเสริมอำนาจอันแรกทางด้านวิชาการเพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีศักยภาพหรือเราจะ up skill เขาขึ้นเพื่อให้มีองค์ความรู้ในการพัฒนาแหล่งน้ำ ในการดูแลรักษาแหล่งน้ำต่าง ๆ ทั้งนี้ในช่วงเริ่มต้นควรจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาเป็นพี่เลี้ยงในการดำเนินการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกรมชลประทานก็ดี กรมทรัพยากรน้ำก็ดีควรให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติเข้มามีส่วนร่วมในการเร่งรัดขับเคลื่อนหลักสูตรต่าง ๆ เพื่อ up skill ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินส่วนที่ ๒ คือ เร่งรัดกระบวนการทางกฎหมาย เนื่องจากการพัฒนาแหล่งน้ำมีกฎหมายและ พ.ร.บ. อยู่หลายฉบับซึ่งเป็น พ.ร.บ. ที่ทำให้การดำเนินการในการพัฒนาล่าช้า ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ต้นน้ำ ก็จะติด พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ร.บ. อุทยานอย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นควรจะมีกระบวนการที่จะเร่งรัดหรือลดขั้นตอนทางกฎหมายต่าง ๆ เพื่อให้การดำเนินการ การพัฒนาสอดคล้องและตรงตามความต้องการได้รวดเร็วส่วนที่ ๓ ควรเร่งรัดในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่น้ำท่วมน้ำแล้งซ้ำซาก ซึ่งปัจจุบันทางกลุ่มก็ได้รับทราบจากทางทรัพยากรน้ำแห่งชาติมีพื้นที่แอร์เรียเบส น้ำท่วมซ้ำซาก น้ำแล้งซ้ำซาก ซึ่งเป็นพื้นที่ทางเศรษฐกิจ จำนวน ๖๖ พื้นที่ พื้นที่รวมประมาณ ๓๔.๖๒ ล้านไร่ ควรจะต้องให้มีการเร่งรัดในการขับเคลื่อนและผลักดันให้เป็นรูปธรรมร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน ด้านที่ ๔ ควรเร่งรัดจัดทำระบบแพร่กระจายน้ำที่มีอยู่ เนื่องจากระบบแหล่งน้ำมีป่าบูบ ป่าทาง หรือหนองน้ำต่าง ๆ ที่ยังไม่ได้รับการใช้ประโยชน์เพื่อที่จะได้เร่งรัดการพัฒนาการทำระบบแพร่กระจายน้ำขึ้นมา เพื่อให้น้ำถูกใช้ประโยชน์ได้สูงสุดประโยชน์ได้สูงสุด เพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ด้านที่ ๕ คือการบูรณาการร่วมกันของพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาควรจะต้องให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ตาม พ.ร.บ. ทรัพยากรน้ำแห่งชาติจะมีทรัพยากรลุ่มน้ำ เห็นควรให้คณะกรรมการลุ่มน้ำ แล้วก็สำนักงานทรัพยากรน้ำในพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาเป็นลุ่มน้ำ เป็นภาคเพื่อให้ตรงตามความต้องการของพื้นที่ตลอดจนบูรณาการฐานข้อมูล ซึ่งฐานข้อมูลต่าง ๆ มีอยู่หลากหลายส่วนราชการฉะนั้นต้องบูรณาการข้อมูลร่วมกันเพื้่อให้เห็นปัญฆาจะได้แก้ไขปัญหาพื้นที่ได้อย่างตรงจุด และลดความซ้ำซ้อนในการดำเนินการพัฒนาส่วนที่ ๖ คือเรื่องของงบประมาณเนื่องจากว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการพัฒนาน้ำมีอยู่ค่อนข้างจำกัดฉะนั้นคือจะต้องมามองว่าจะต้องจัด priority ในการพัฒนาพื้นที่ หรือการแก้ไขปัญหาพื้นที่ในเกษตรน้ำฝนให้เป็นอันดับแรก ๆ เพราะเนื่องจากว่าน้ำอันดับแรก ๆ เพราะเนื่องจากว่าน้ำในการขับเคลื่อนทางด้านเศรษฐกิจดังนั้นควรต้องจัดสัดส่วนในเรื่องของงบประมาณน้ำ โดยเฉพาะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งจะต้องเร่งรัดในเรื่องงบประมาณน้ำให้มาเป็นอันดับต้น ๆ มากกว่า พ.ร.บ.ในการพัฒนาทางด้านอื่น อันที่ ๒ ควรจะมีกรอบในการจัดสรรงบประมาณที่ชัดเจน เพื่่อให้เป็นทิศทางของแต่ละจังหวัด ของแต่ละหน่วยงาน เพื่อที่จะขับเคลื่อนในเรื่องน้ำ ในส่วนที่ ๗ ควรจะต้องมีแผนเผชิญเหตุแผนเผชิญเหตุ ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม อุทกภัยที่ชัดเจน ซึ่งตรงนี้ตาม พ.ร.บ. น้ำก็มีทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ควรจะต้องมีการบูรณาการหน่วยงานในการแก้ไขปัญหาให้เป็นรูปธรรมแล้วก็ให้ข้อมูลแก่ประชาชน หรือมีการเผยแพร่ข้อมูลต่าง ๆ ให้กับประชาชนเพื่อรับกับสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อลดความเสียหายกับชีวิตและทรัพย์สิน ประเด็นที่ ๘ของพี่น้องประชาชน ภาคเอกชน แล้วก็ภาครัฐต่าง ๆ ควรจะมีการร่วมมือก้นในแก้ปัญหาเชิงพื้นที่ในการแก้ปัญหาเชิงพื้นที่ ซึ่งการแก้ปัญหาเชิงพื้นที่ ปัจจุบันนี้กลไกก็มี พ.ร.บ. ทรัพยากรน้ำอยู่แล้วควรจะต้องใช้ตาม พ.ร.บ. หรือกฎหมายตรงนี้เข้ามาช่วยในการบูรณาการเชิงพื้นที่ระหวา่งหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน ภาคธุรกิจต่าง ๆ เพื่อให้การขับเคลื่อนในเรื่องของการแก้ไขปัญหาในเรื่องน้ำครอบคลุมทุกภาคส่วนและลดความขัดแย้งอันนี้ก็เป็นข้อสรุปของกลุ่มที่ ๓ น้ำเพื่อประชาชนครับ ขอบคุณครับ [เสียงปรบมือ]ท่านอรรถพงษ์ กลุ่มที่ ๓ น้ำเพื่อประชาชนได้เสนอข้อแลหน้ามา ๗๗ ข้อ นั้น เช่น เรื่องของการสัมมนาไทยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเรื่องการจัดการน้ำมีกฎหมายหลายฉบับทำอย่างไรไม่ให้กฎหมายเป็นอุปสรรคทำให้เร็วขึ้นและการขับเคลื่อนการกระจาย การบริหารงบประมาณ และสำคัญที่สุด ภาคพี่น้องประชาชน ภาครัฐควรร่วมมือกันแก้ปัญหาในพื้นที่ อันนี้เป็นเรื่องสำคัญทั้ง ๗ ข้อ น่าสนใจ สมาชิกวุฒิสภาจะรับไปดำเนินการ เพื่อที่จะวางแผนงานใน ๒ ปีข้างหน้า ขอบคุณครับ ต่อไปจะเป็นการนำเสนอขอกลุ่มที่ดินทำกินเพื่อประชาชน ขอเชิญท่านยนต์ระชาญ กมลรัตน์ กราบเรียนทา่นประธานท่านประธาน ท่านรองประธาน ท่านประธานกรรมาธิการ และท่านวุฒิสมาชิกที่เคารพทุกท่านแล้วก็สวัสดีแขกผู้มีเกียรติในห้องประชุมนี้ ทุกท่านครับผมยลชาญ กมลรัตน์ เป็นผู้แทนเครือข่ายภาคประชาชนผู้ประสานงานเครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดเลย แล้วก็หนึ่งในฐานะของประธานศูนย์พัฒนาการเมืองสถาบันพระปกเกล้าจังหวัดเลยแล้วก็ในฐานะของผผู้ทรงคุณวุฒิในคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดวันนี้ได้รับเกียรติเป็นอย่างสูงจากที่ประชุมให้ผมได้มาเป็นผู้แทนนำเสนอในเรื่องของที่ดินทำกินเพื่อประชาชน โดยคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีท่านซึ่งมีท่านพลเอก สุรศักดิ์ฯวันนี้เราได้หารือร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องโดยตรงในเรื่องของการแก้ปัญหาที่ดินป่าไม้ของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นจะเป็นผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ผู้แทนจากกรมป่าไม้ ผู้แทนจากกรมอุทยาน และเครือข่ายพี่น้องประชาชนพี่น้องประชาชนที่มาจากทุกภาคของประเทศไทย เราได้พูดคุยถึงเรื่องใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชน อย่างน้อย ๆ พี่น้องประชาชน ๒ หน่วยงานหลักหลัก กรมป่าไม้และกรมอุทยานฯ มีพื้นที่อยู่ประมาณ ๑๐๒ ล้านไร่ มีพี่น้องประชาชนอยู่ในเขตกรมป่าไม้ ซึ่งไม่ได้รับอนุญาตภาษากฎหมาย ถือว่าผู้บุกรุกมีพื้นที่มีพื้นที่กว่า ๑๒ ล้านไร่มีพี่น้องประชาชนที่ยังรอความหวังจากการบริหารจัดการของรัฐบาล และ คทช. ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ไม่ว่าจะเป็นและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอีก 4.2 ล้านไร่ กว่าชุมชนหรือหมู่บ้านวันนี้เราได้หารือจนตกผลึก ได้ข้อสรุปเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้อง เพราะเราทราบดีว่าทั้งหมดการแก้ปัญหาที่ดินป่าไม้นั้นเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับและแนวนโยบายแห่งรัฐ แล้วก็กรอบมาตรการต่าง ๆ ที่รัฐได้ดำเนินการอยู่คือมาตรการของ คทช. ของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติเราจึงได้พูดคุยตกผลึกและสรุปเป็นประเด็นเพื่อจะนำเสนอต่อที่ประชุมแห่งนี้เป็น11 ประเด็น ผมขอไล่เรียงเลยนะครับประเด็นที่ 1 เกี่ยวกับการแลหน้าและความคาดหวังต่อวุฒิสภาในอีก๒ ปีข้างหน้า ประเด็นที่ ๑ ให้ติดตามและเร่งรัดการจัดทำแผนที่ ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เป็นที่ทราบกันว่าประเทศไทยเรามีพื้นที่ประมาณ ๒๓๐ ล้านไร่ จะมีหน่วยงานของรัฐแต่มีหน่วยงานของรัฐที่ประกาศ9 หน่วยงานหลัก มีพื้นที่รวมกันแล้ว ๕๗๑ ล้านไร่ แสดงล้น บวมออกไป เพราะฉะนั้นการบริหารจัดการที่ดินของรัฐจะบอกว่าให้เร่งรัดให้ดำเนินการจัดการเรื่อง one map อัตราแผนที่ 1 ต่อ 4000 ให้ได้ใช้ อันนี้เราก็มีความคาดหวัง ประเด็นที่ 2ติดตามและเร่งรัดการแก้ปัญหาที่ดินทับซ้ำในหน่วยงานของรัฐที่มีผลกระทบกับประชาชน อาทิ ที่ดินทับซ้อนแห่งชาติ อันนี้ยกเป็นกรณีตัวอย่างที่ทับลาน ระหว่าง อุทยานแห่งชาติกับที่ดิน ส.ป.ก. หรือที่ดินปฏิรูป ส.ป.ก. 4-1จำนวน 58000 ไร่ และพื้นที่ต่าง ๆ 58000 ไร่ทั่วประเทศให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ที่ยกให้เห็นว่าประเทศนี้เรายังมีที่ดินของรัฐเหลื่อมกัน มีกฎหมายต่างคนก็มีกฎหมายรองรับหมดแต่ว่าที่ดินซ้อนทับกันอยู่อยู่ที่นั่น ส่งผลกระทบเดือนร้อน เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาเหล่านี้อยากจะให้เร่งรัดติดตามว่า เอาประชาชนเป็นตัวตั้ง ให้สิทธิประชาชนได้ใช้ประโยชน์ไม่ได้ถือกฎหมายคนละฉบับพี่น้องประชาชนไม่ได้ ทะเลาะกัน จับกุมคุมขังก็เกิดผลกระทบกับพี่น้องประชาชน สังคมและพี่น้องประชาชน ก็อยากให้เร่งรัด ประเด็นที่ ๓ ติดตามเร่งรัดการออกอนุบัญญัติ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ ปี ๒๕๖๒ และพระราชบัญญัติสงวนคุ้มครองสัตว์ป่า ปี ๒๕๖๒ 2 พระราเกี่ยวข้องกับกับการบริหารจัดการพื้นที่ป่าอนุรักษ์ซึ่งมีพี่น้องประชาชนอยู่ที่นั่น4 ล้าน 2 แสนไร่ มี 4000 ชุมชน หรือ 4000 หมู่บ้านที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติและเขตป่าอนุรักษ์นี้ แต่มีปัญหาว่ากฎหมายเหล่านี้ได้ตรามีผลบังคับใช้แล้ว แต่อนุบัญญัติกฎกติกาที่เกี่ยวข้องเพื่อการไปบริหารจัดการเพื่อรับรองสิทธิและการใช้ประโยชน์ที่ดินตามกรอบมาตรการ คทช. ซึ่งมีความเหมาะสมในการบริหารจัดการพื้นที่ยังไม่แล้วเสร็จเพียงพอ จึงอยากให้ทางวุฒิสภาได้ช่วยกำกับติดตามเร่งรัดในการบริหารราชการ และการตราอนุบัญญัติเหล่านี้ แล้วก็ไปถึงการออกพระราชกฤษฎีกาเพื่อรองรับสิทธิให้กับพี่น้องประชาชนอีก 4000 หมู่บ้านทั่วประเทศ 4000 ชุมชนในพื้นที่ 4 ล้านกว่าไร่ ให้เขาได้สิทธิบนพื้นดินของรัญนะครับ อันนี้คือความคาดหวังของที่ประชุม ข้อที่ 4 ติดตามเร่งรัดการออกพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๒ เพื่อให้คณะกรรมการป่าชุมชน สามารถบริหารจัดการพื้นที่ป่าชุมชนจัดการรายได้ของกองทุนป่าชุมชนตามกฎหมาย นี่ก็เหมือนกัน เป็นมิติใหม่ ของประเทศไทยที่สภาได้ออกกฎหมาย ได้ออกกฎหมายให้สิทธิชุมชนในการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดินป่าไม้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยชุมชน คือกฎหมายป่าชุมชน กฎหมายออกมาดีมากครับ แต่เดี๋ยวนี้ขาดเรื่องอนุบัญญัติกฎ กติกาที่เกี่ยวข้องที่จะให้ชุมชนนั้นสามารถที่จะให้ชุมชนนั้นสามารถบริหารจัดการ รวมทั้งใช้ประโยชน์และจัดเก็บรายได้ของเขาเพื่อมาบริหารงานป่าชุมชน ก็ฝากว่าอนุบัญญัติที่เกี่ยวข้องอนุบัญญัติที่เกี่ยวข้องประกาศออกมาแล้วประมาณ 19 ฉบับ ก็พยายามเร่งรัดอยากให้ฝ่ายทางท่านสมาชิกวุฒิสภา ช่วยเร่งรัดกำกับฝ่ายรัฐฝ่ายรัฐที่ปฏิบัติให้รวดเร็วขึ้น เพราะนี่เป็นเรื่องการเอื้อประโยชน์ ให้ชุมชนได้ดูแลรักษาและใช้ประโยชน์จากป่า ซึ่งมีนัยที่สำคัญมากข้อที่ 5 ติดตามเร่งรัดการออกอนุญาต คทช.สมุดเขียวให้ชุมชนในเขตป่าสงวนแห่งชาติให้แล้วเสร็จโดยเร็วคือ เมื่อรัฐมีมาตรการมีมาตรฐาน กทช. มีแนวนโยบายที่จะจัดการบริการให้พี่น้องประชาชนในที่ดินของรัฐในรูปแบบใหม่ คือรูปแบบ คทช. กำหนดมาแล้ว 4-5 มาตรการ วันนี้มาตรการแรกที่จะต้องรับรองสิทธิให้พี่น้องประชาชนสมุดเขียวจะอยู่ใน ๑๒ ล้านไร่ แต่วันนี้รัฐบาลที่ทำมามีมาตรการมา 4 ปีตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายน 2561 และมีมติคณะรัฐมนตรี ๒๖ พ.ย.๒๕๖๑ รองรับเราดำเนินการไปแล้วประมาณ 3-4 ล้านไร่4 ล้านไร่ แต่พี่น้องประชาชนที่จะได้รับสมุดเขียวจริง ๆ ยังไม่ถึง แต่ยังมีพื้นที่ที่ต้องเหลือให้กับรัฐบาลที่จะใช้มาตรการ คทช. อีก10 กว่าล้านไร่ ซึ่งอยากจะให้ฝ่ายทางสมาชิกวุฒิสภาท่านวุฒิสภา ทางวุฒิสภา ช่วยตั้งกระทู้ถามให้หน่้วยงานทีเ่กี่วขย้อให้กำกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงและเร่งรัดดำเนินการอันดับที่ 6ติดตามและเร่งรัดให้มีประกาศยกเลิกไม้หวงห้าม สำหรับที่ปลูกในพื้นที่อนุญาตตามนโยบายของรัฐบาลเพื่อสร้างแรงจูงใจในการปลูกไม้ยืนต้นที่มีมูลค่าที่สูงมาก ความหมายก็คือว่าสภาได้ไปออกกฎหมายปลดล็อกไม้หวงหามตามกฎหมายป่าไม้ มาตรา 7 แล้วแต่ในขณะเดียวกันถ้าเป็นพื้นที่กรรมสิทธิ์ อันนั้นไม่มีปัญหา แต่วันนี้เรากำลังพูดถึงพื้นที่ไม่ว่าจะเป็น สปก 4-01พื้นที่ คทช. หรือแม้แต่พื้นที่ที่จะอนุญาตตามมาตรา ๖๔ ของกฎหมายอุทยานก็ดี สิ่งเหล่านี้เมื่อราษฎรปลูกก็อยากให้ราษฎรเขาตัดเขาตัดและขายได้ บางส่วนต้องเอาไว้เป็น สร้างต้นไม้สร้างพื้นที่สีเขียวแต่ส่วนหนึ่งก็ต้องเพาะปลูกแล้วเพราะฉะนั้น กฎ กติกาไม่เอื้อก็อยากจะฝากทางท่านสมาชิกวุฒิสภาได้ช่วยกำกับติดตาม เพื่อให้สร้างกฎกติกาเหล่านี้เพื่อให้พี่น้องประชาชนปลูกต้นไม้ไม่ว่าที่ดินประเภทไหนที่เขาปลูกเองให้เขาตัดเนื้อไม้ได้ ขายได้และจะเป็นทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน และเป็นผืนดินที่เขียวขจีขึ้นมาของประเทศไทยผมจะไปเร็ว ติดตามเร่งรัดการปรับจำนวนการปลูกต้นไม้ยืนต้นมาต่อไร่ เพื่อให้การรับรองรับรองด้านภาษี และแรงจูงในในการปลูกไม้ยืนต้น ท่านวุฒิสมาชิกให้ความสำคัญในเรื่องนี้แล้วก็ฺฺคือให้มีถ้ามีการปรับเงื่อนไขนี้ จากปลูก 100 ต้น ให้เป็น30 ต้น สร้างแรงจูงใจ ข้อ 8 การขออนุญาตใช้ที่ดินเพื่อจะสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานให้กับชุมชนที่อยู่ห่างไกลให้มีความรวดเร็ว และต่อการใช้งบประมาณให้ทันต่อฤดูกาล อันนี้สำคัญมากครับคิดดูว่าพื้นที่ ๑๒ ล้านไร่ที่มีพี่น้องประชานอยู่ทั่วประเทศ เขามี อบต. ทั้ง อบต. อยู่ในเขตป่าไม้ เขตลุ่มน้ำ 1 - 2 ด้วยด้วย เพราะฉะนั้นการจะทำอะไรในเจตป่าต้องขออนุญาตโดยกรมป่าไม้ หรือกรมอุทยาน ขั้นตอนการอนุญาตรู้สึกว่าซับซ้อน ยาวนาน และมีการแก้ไขมากรและมีเงื่อนไขมา ใช่ไหมครับผมยกตัวอย่าง เฉพาะจังหวัดเลยวัดที่อยู่ในเขตป่าไม้ ๖๐๐ กว่าแห่ง ไม่รู้ว่าอีกเท่าไรจะอนุญาตได้ ไม่อนุญาตสักวันที่สำคัญในเรื่องของการพัฒนาที่สำคัญข้อนี้ก็คือว่า เป็นการพัฒนาพื้นที่โครงสร้างพื้นฐาน ที่จะเอื้อสำหรับการประกอบอาชีพ ดำรงชีพของคนที่อยู่ในเขตป่า อย่าปล่อยให้ท้องถิ่นหรือหน่วยงานของรัฐไปทำในการพัฒนาที่จะเอื้อกับพี่น้องประชาชนพออยู่ได้ในเขตป่าต้องผิดกฎหมายอีก ก็คืออำนวยความสะดวกปรับระเบียบวิธีการในการอนุญาตให้กระชับ อะไรที่พอโอนอำนาจมอบอำนาจให้กับส่วนที่อยู่ใกล้ชิดในพื้่นที่ระดับจังหวัดก็ดีนะครับ ปรับระเบียบวิธีการเหล่านี้ ต่อไปข้อ ข้อ 8 การอนุญาตก็คือหมายถึงในเรื่องของแหล่งน้ำชุมชน เส้นทางอำนวยความสะดวก การปักเสาไฟฟ้าอะไรพวกนี้ที่ผมพูดเมื่อสักครู่นี้ข้อ 9 การแสวงแนวร่วมเพื่อผ่อนคลายความทุกข์ของประชาชนที่มีคุณสมบัติสมควรได้รับการจัดสรรที่ดินทำกินตามนโยบายรัฐบาล แต่ถูกดำเนินคดีกรณีบุกรุกก่อนหน้ามติคณะรัฐมนตรี22 ธันวาคม 2558 และมติคณะรัฐมนตรี ๒๖ พ.ค. 2561 พื้นที่บางส่วนเรามีมาตรการทวงคืนผืนป่าเรายึดที่จากนายทุนและยึดในหลาย ๆ พื้นที่ แต่พื้นที่บางพื้นที่พี่น้องประชาชนก็อยู่โดยรอบ และเอื้อต่อการจัดสรรได้ไม่กระทบถึงระบบสิ่งแวดล้อมอยู่ในพื้นที่ที่สามารถจัดสรรที่ดินทำกินได้ ยังมีพี่น้องประชาชนที่ยังไม่มีที่ทำกินซึ่งเป็นปัจจัยหลักของการดำรงชีพของของพี่น้องประชาชนคนไทย ถ้าพื้นที่ไหนไม่เอื้อ พอที่จะจัดสรรได้จัดรูปแบบว่าให้มีความเหมาะสม รูปแบบสหกรณ์ก็แล้วแต่กทช. อะไรก็แล้วแต่ให้พี่น้องประชาชนเขาได้สิทธิในที่ดินทำกินที่ตรวจยึดแต่มีศักยภาพจัดป่าชุมชนได้ จัดป่าชุมชน ๑๐ การยกเลิกพระราชบัญญัติโซ่ยนต์ 2545 เพื่อส่งเสริมการปลูกไม้มีค่าและสร้างมูลค่าเราอนุญาตให้ปลูกไม้ ตัดไม้ได้แล้ว แต่ปรากฏว่าปรากฎว่าเป็นข้อจำกัดเหลือเกิน ปรากฎว่าเมื่อก่อนใครมีต้องผิดกฎหมายความยาวของโซ่ยนต์เกิน 1 ฟุต 12 นิ้วก็ผิดกฎหมายแล้ว แต่ข้อเท็จจริง ถ้าปลูกไม้มีค่า บางทีต้องเลื่อนโซ่ยนต์มีโอกาสมากกว่านั้นต้องเลือกขนาดมากกว่านั้นจะยกเลิกกฎหมายถือว่าล้าหลังไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่เราจะส่งเสริมให้คนปลูกไม้เพื่อเศรษฐกิจ ข้อ 11 เร่งรัดและแก้ปัญหาประชาชนในที่ดินของรัฐอื่น ๆ นอกเหนือจากมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 22 ธันวาคม 2558 ๒๕๑๘ 26 พฤศจิกายน 2561 ความหมายก็หมายถึงว่าเมื่อสักครู่นี้ผมพูดถึงเป็นที่ดินของรัฐ 2 ประเทศหลัก คือที่ดินที่อยู่ในเขตป่าไม้ คือ ป่าสงวนแห่งชาติที่มีเขตป่าอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติแต่ยังมีที่ดินของรัฐอื่น ๆ อีก9 หน่วยไม่ว่าจะเป็นที่อีก 9 หน่วยงาน ซึ่งที่ราชพัสดุก็ดียังมีพี่น้องประชาชนยังอยู่ตรงนั้นเพราะฉะนั้น ก็อยากจะให้เร่งรัดอะไรที่เอื้อ สามารถเอื้อให้พี่น้องประชาชนอยู่ได้โดยเงื่อนไขกติกาที่มี ซึ่งไม่ใช่เป็นการขับไล่ตอนนี้พวกประชาชนมากเกินที่จะขับไล่ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหนเหมาะสมถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ประเด็นสุดท้าย อันนี้ผมฝากเป็นการส่วนตัว พบมาจากจังหวัดเลย พกมาจากการทำงานอำเภอนาแห้ว พบมาจากการทำงานต่อเนื่องกับรัฐบาลกับตัวท่านประธาน คณะกรรมการตัวท่านประธานคณะกรรมการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านได้ไปอนุมัติพื้นที่เพื่อทำโครงการนาแห้วโมเดลวันนี้ภาคประชาชน ภาคราชการขับเคลื่อนพื้นที่ได้รับความร่วมไม้ร่วมมือเป็นอย่างดีมาก และเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำ 1-2และผมอยากจะฝากท่านวุฒิสมาชิกให้ช่วยใส่ใจ ถ้าเราแก้ปัญหาพื้นที่ลุ่มน้ำ 1 - 2 นาแห้วโมเดลได้จะเป็นต้นแบบที่สำคัญที่จะไปปรับใช้ของประเทศทั่วประเทศและเป็นที่แรกของประเทศไทยนะครับ เพื่อจะได้แก้ปัญหาลุ่มน้ำ 1-2 อีก 10่กว่าล้านไร่อยู่ในประเทศไทยได้ อันนี้ฝากเป็นกรณีท้าย นอกจากจะแก้ปัญหาในลุ่มน้ำชั้นแรกแล้ว 1-2 ยังเป็นปัญหาหลักของประเทศไทยเราต้องใส่ใจและพูดถึงอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริงว่ามีอยู่อยู่ที่นั่นจริง และอยู่อย่างผิดกฎหมายอีก ๑๒ ล้านไร่ ฝากไว้นะครับ ขอบคุณมากครับ ขอบคุณท่านยลชาญ กมลรัตน์เรื่องกลุ่มที่ดินทำกินเพื่อประชาชน อันนี้ท่านได้ให้ข้อแนะนำเป็นประโยชน์มาก เพราะว่าพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ที่ดินลักษณะนี้ ที่รัฐบาลได้แก้กฎหมายให้คนอยู่กับป่าได้เมื่อปี ๒๕๖๒ ท่านเสนอมา 11 หัวข้อในการแลหน้าที่พี่น้องประชาชนอยากจะได้ประชาชนอยากจะได้ บวกอีก 1 ห้วข้อที่ท่านเป็นความเห็นส่วนตัวเรื่องการทำแก้มลิงกักเก็บน้ำ อันนี้เป็นประโยชน์ครับ ซึ่งกฎหมายทั้งหมดท่านได้เสนอส่วนใหญ่จะเป็นอนุบัญญัติถึง 5 กฎหมายน ยกเลิกกฎหมาย 1 ฉบับและน่าคิดตตรงที่ท่านบอกว่า เมื่อให้คนอยู่กับป่าได้ คนก็จะต้องมีสาธารณูปโภค คือถนน ไฟฟ้า และแหล่งน้ำสนับสนุน ดังนั้น ขอให้เกิดให้ไว ให้เกิด อันนี้เป็นประโยชน์มาก สมาชิกวุฒิสภาจะได้นำไปวางแผนงานที่จะให้ขับเคลื่อนอย่างไรที่จะให้ขับเคลื่อนอย่างไรเพื่อที่จะให้เป็นไปตามความประสงค์ หรือเป้าหมายที่พี่น้องประชาชนได้เสนอมานะครับ ต่อไปจะเป็นการนำเสนอของกลุ่มที่ ๕ กลุ่มกิจกรรมเพื่อสังคมวุฒิสภาแบ่งปันน้ำใจสร้างสรรค์สังคมยั่งยืน โดยนางอภิรดี พรมแสงใส ผู้แทนกลุ่มนำเสนอ ขอเชิญครับกราบเรียนคณะกรรมาธิการทุกท่านและผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ประจำภูมิภาคที่เข้าร่วมการสัมมนาเหลียวหลังแลหน้าเพื่อประชาชน กลั่นกรอง ตรวจสอบในวันนี้ทุกท่าน อภิรดีคุณครูชำนาญการพิเศษจาก จังหวัดอุดรธานี วันนี้ต้องขอขอบคุณด้วยค่ะ ที่ได้รับเกียรติให้ทำหน้าที่เป็นผู้นำเสนอในประเด็นแลหน้าใน 3 โครงการใหญ่อยู่แล้ว คือ โครงการอันเป็นสาธารณะประโยชน์เพื่อสังคม นันทนาการของวุฒิสภา โครงการจิตอาสาเพื่อสังคมวุฒิสภา กองทุนการศึกษาวุฒิสภา ซึ่งในที่ประชุมกลุ่มย่อยของเรา วุฒิสภาแบ่งปันน้ำใจแล้วก็ได้รับการนำเสนอการนำเสนอในประเด็นเหลียวหลังมาแล้วเพราะฉะนั้นในส่วนของประเด็นแลหน้าในวันนี้ทางกลุ่มสมาชิกของเราได้นำเสนอหลายประเด็นมากเลย แล้วก็ได้มีการสรุป ให้ครอบคลุมในส่วนของกิจกรรมแรกก็คือสาธารณประโยชน์เพื่อสังคมและกิจกรรมนันทนาการของวุฒิสภาทางสมาชิกได้เสนอว่าขอให้สนับสนุนให้เครือข่ายผู้นำนักประชาธิปไตยของแต่ละจังหวัด ได้มีโอกาสนำเสนอแนวคิดความเห็นเพื่อให้คณะกรรมการได้มีการจัดกิจกรรมที่ตรงต่อความต้องการความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ ของประชาชนในพื้นที่ มากยิ่งขึ้นเหมือนกิจกรรมในวันนี้ที่จัดขึ้น ถ้าทุกท่านเห็นด้วยขอเสียงปรบมือดัง ๆ สำหรับกิจกรรมเช่นนี้ขอให้จัดดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นประจำประเด็นที่ ๒ ขอให้คณะกรรมาธิการการประชาสัมพันธ์ของท้องถิ่นในพื้นที่โดยการใช้สื่อเทคโนโลยีที่ทันสมัยในปัจจุบันนี้ข้อมูลข่าวสาร กิจกรรมของวุฒิสภา ไปถึงยังประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง ให้มีการดำเนินกิจกรรม ชื่นชม ยกย่องให้กำลังใจกับผู้ที่ทำความดีในระดับประเทศ และในระดับท้องถิ่น เช่น โครงการทำดีมีคนรู้ที่ทางวุฒิสภาได้ดำเนินการอยู่แล้ว ขอให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และให้ทั่วถึงทุก ๆ องค์กร ทุก ๆ หน่วยงาน ทำต่อไปเพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่ทำความดีที่อาจจะไม่มีคนมองเห็นในวันนี้ แต่เมื่อทางวุฒิสภามองเห็นแล้วยกย่องท่านเหล่านั้นก็จะมีกำลังใจต่อไป ในประเด็นต่อไปขอให้พิจารณาจัดกิจกรรมสนับสนุนในส่วนของคลินิกสอนเด็กนักเรียนให้ว่ายน้ำเป็น คลินิกสอนเด็กนักเรียนให้ว่ายน้ำเป็น จากเหตุการณ์นักเรียนจมน้ำข่าวอยู่เป็นประจำอยู่เรื่อย ๆ โดยเฉพาะเด็กประถมไปจนถึงเด็กมัธยมต้น ซึ่งอยู่ในวัยคึกคะนองทำไปโดยไม่คาดคิดก็เกิดการสูญเสีย เพราะฉะนั้น ถ้าเราสามารถเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของเด็กหรือจัดหลักสูตรของการเรียนว่ายน้ำหรือจัดให้มีในโรงเรียนหรือในท้องถิ่น โดยมีส่วนกลางให้มีการสอนเด็ก ๆ ในชุมชนให้รู้จักว่ายน้ำเป็น ป้องกันเขาตั้งแต่เล็ฏ ๆ น่าจะลดปัญหาการสูญเสียในอุบัติเหตุทางน้ำได้ โครงการจิตอาสาเพื่อสังคมนั้น ทางกลุ่มสมาชิกได้นำเสนอในประเด็นหลักเลยก็คือในเรื่องของการสนับสนุนอุปการณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา ทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนในโรงเรียนที่มีนักเรียนยากจน ในถิ่นทุรกันดาร เพราะฉะนั้นอยากให้ทางวุฒิสภา ซึ่งท่านเรียกได้ว่า เรียกได้ว่าในฐานะของท่านองค์กรต่าง ๆ ไม่เป็นอุปสรรคอยู่แล้ว ให้ท่านได้เรียกว่าเป็นผู้ที่สนับสนุนการทำกิจกรรมนี้ทั่วถึง ไปถึงโรงเรียนโดยเฉพาะโรงเรียนที่อยู่ในเขตทุรกันดารเข้าไปไม่ถึง ซึ่งมีอยู่เยอะมากในประเทศไทยเรา ในส่วนของจิตอาสาอีกข้อหนึ่งอยากจะให้ทางววุฒิสภาได้สนับสนุนส่งเสริมให้เด็ก ๆ ได้มีโอกาสร่วมกับครอบครัว ส่งเสริมให้ชุมชน จัดกิจกรรมให้เยาวชนได้เรียนรู้เรื่องการมีจิตอาสาด้วยตัวเขาเองเพื่อที่ให้เขาได้มีจิตสำนึกในการช่วยเหลือสังคม ซึ่งเกิดจากจากครอบครัวหรือจากชุมชนจะทำให้เกิดจิตใจที่ช่วยเหลือสังคมได้อย่างยั่งยืนได้ ในส่วนของโครงการกองทุนการศึกษา อันนี้ทางกลุ่มได้มีการนำเสนอหลากหลายโครงการ เราต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า การศึกษาของบ้านเรามีความเหลื่อมล้ำสูงมาก โรงเรียนที่มีความพร้อม โดยเฉพาะใหญ่ ๆ ที่อยู่ในเขตเมือง เขาจะมีความพร้อมมากเพราะฉะนั้นถ้าเราสามารถนำโครงการที่ใหญ่กระจายโอกาสทางการศึกษาสไปช่วยเหลือโรงเรียนน้องในถิ่นทุรกันดารซึ่งจริง ๆ แล้ว หน่วยงานต่าง ๆ เราดูแลกันไม่ทั่วถึง แต่เรามีโครงการที่ให้โรงเรียนใหญ่ได้นำศักยภาพที่มีอยู่แล้วโดยให้เด็ก ๆ เยาวชนได้ไปช่วยเหลือจะได้ทั้งด้านการศึกษาและได้ทั้งจิตอาสสาแก่เด็ก ๆ ด้วย อย่างเช่น ที่โรงเรียนได้ทำโครงการศิลปะพี่สู่น้อง โดยเราให้เด็ก ๆ ได้มีจิตอาสานำอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เด็ก ๆ เขามีความพร้อม หรือทางโรงเรียนหรือทางคุณครูช่วยกันจัดหานำไปให้กับน้อง ๆ โดยให้เด็ก ๆ ได้คิดและทำกิจกรรมให้กับน้อง ๆ เรียกได้ว่าได้มีจิตอาสาด้วย เด็ก ๆเขาจะมีความภูมิใจที่เขาได้มีโอกาสแบ่งปันให้กับน้อง ๆ ด้วยนะคะ เพราะฉะนั้นในส่วนหนึ่งเด็กกลุ่มนี้ก็จะได้มีแรงบันดาลใจ ซึ่งจากเป็นพี่ ๆ ที่มาจากโรงเรียนในเมือง ก็จะเป็นการกระจายโอกาสไปได้อีกทางหนึ่งด้วยสรุปแล้วในภารกิจที่ทางกลุ่มกิจกรรมเพื่อสังคม วุฒิสภาเพื่อสร้างสรรค์สังคมให้ยั่งยืนนั้น หลัก ๆ แล้วเราก็จะลงไปที่ดูแลเด็กและเยาวชนเป็นส่วน [เสียงปรบมือใหญ่โดยเล็งเห็นถึงการศึกษาว่า การศึกษาจะเป็นพื้นฐานที่จะพัฒนาคุณภาพชีวติที่จะทำให้เยาวชนเติบโตและเป็นกำลังสำคัญในอนาคตได้ การให้ความรู้แก่เด็ก ๆนักเรียน เยาวชนเป็นการเสริมสร้างทักษะชีวิต ให้เด็ก ๆ มีความเข้มแข็งทั้งร่างกาย จิตใจแล้วก็มีความปลอดภัยในชีวิตจะทำให้การพัฒนาสังคมเรายั่งยืนสังคมเรายั่งยืนภายใต้อีกประเด็นหนึ่ในเรื่องของจิตอาสาเรามองว่าการพัฒนาจิตสำนึกให้เด็ก ๆ มีจิตอาสา โดยการทำทำกิจกรรมไม่หวังผลตอบแทน โดยใช้ความสัมพันธฺ์ของครอบครัว ชุมชนเข้ามามีส่วนสำคัญเข้ามาปลูกฝังให้กับเด็ก ๆ บ่มเพาะจิตใจให้กับเยาวชน ให้รู้จักการเสียสละมีจิตอาสาต่อสังคมอย่างยั่งยืนคิดว่าวิธีการที่เรานำครอบครัวและชุมชนการสนับสนุนของวุฒิสภาด้วยเป็นประเด็นหลักสำคัญ ที่ทางสมาชิกกลุ่มได้สรุปออกมาตามที่ได้เรียนเสนอ (พลเอก สิงห์ศึก)ขอบคุณอาจารย์อภิรดีจากโรงเรียนอุดรพิทยานุกูลจังหวัดอุดรธานี ที่ได้ให้ข้อเสนอแลหน้าจากจากคณะกรรมการโครงการกิจกรรมอันเป็นสาธารณประโยชน์ ซึ่งมี ๓ หัวข้อเสนอแนะและคณะกรรมการดำเนินการจิตอาสาก็เช่นเดียวกัน มี 3 หัวข้อเสนอแนะที่จะให้วุฒิสภานำไป และในขณะเดียวกัน คณะกรรมการประสานงานสนับสนุนโครงการกองทุนการศึกษาก็มีข้อเสนอแนะอีก ๒ หัวข้อ นะครับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สมาชิกวุฒิสภาจะได้ดำเนินการต่อ ซึ่งท่านก็ยืนยันว่าขอให้สมาชิกวุฒิสภาได้ดำเนินการต่อและให้ทำให้ดีกว่านี้ ขอขอบคุณนะครับ ตต่อไปจะเป็นการนำเสนอของกลุ่มการคุ้มครองสิทธิและเสริมพลังคนพิการ ขอเชิญท่านสุภรธรรมสุภรธรรม มงคลสวัสดิ์ และท่านวิทยุต บุนนาคผู้แทนกลุ่มนำเสนอสวัสดีครับ ท่านประธานท่านประธาน ท่านรองประธานทุกท่าน และแขกผู้มีเกียรติทุกท่านผมจากคณะคุ้มครองสิทธิและคณะโดยผม (คุณวิทยุต)นายกสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทยสำหรับวันนี้จะมีประเด็นทั้งสิ้นที่เราจะมุ่งเป้าที่จะพูด ในส่วนของประเด็นแรกเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนเพื่อให้คนพิการได้รับสิทธิสวัสดิการได้ความช่วยเหลืออย่างครอบคลุมและทั่วถึงให้เร่งดำเนินการแก้ไขปรับปรุงวินิจฉัยการขึ้นทะเบียนคนพิการ และการประเมินให้คำนิยามที่เป็นมาตรฐานเดียวกันและจัดทำข้อมูลด้านคนพิการจะต้องวินิจฉัยว่าคนพิการมีความครอบคลุมความพิการ ทำให้เกิดการเข้าถึงในการจดประเมินในลักษณะที่เป็น accessment เพื่อให้สามารถเข้าถึงพิการที่ต้องนอกเหนือไปจากให้เป็น function เกิดจากการ้องขอเพื่อการจดยินยอมโดยผู้ที่ต้องการมีบัตรคนพิการ ทำงานกันเป็นเชิงรุกทำงานกับหน่วยงานบริการพื้นที่ต่าง ๆ และในประเด็นที่ ๒ การปฏิรูปกฎหมายว่าด้วยสภาพแวดล้อมสาธารณะที่ทุกคนเข้าถึงได้โดยขอให้เร่งดำเนินการศึกษาการจัดตั้ังกลไกเพื่อให้เข้าถึงได้และถ้วนหน้า ให้มีหน่วยงานกลางทำหน้าที่เป็นข้อต่อหรือเป็นตัวเชื่อม และรับรองโดยเผยแพร่มาตรฐานให้เข้าถึงได้โดยสะดวกและถ้วนหน้า รวมถึงเป็นกลไกการสนับสนุนการบังคับใช้ดังกล่าวมาตรฐานดังกล่าวด้วยครับและสำหรับเรื่องของระบบการศึกษาจะมีการแยกกลุ่มการสนับสนุนการเรียนร่วมและโรงเรียนเฉพาะทาง การเรียนในโรงเรียนเฉพาะทางมีข้อดีคือเป็นแหล่งสร้างวัฒนธรรมของคนหูหนวก การเรียนร่วมเองก็ทำให้ได้เรียนรู้วัฒนธรรมทั้ง ๒ แบบ แต่ในส่วนของคุณภาพการศึกเช่น สื่อการสอนจะต้องยกระดับคุณภาพให้คนหูหนวกผ่านการศึกษา มีการเสริมฐาน การคิดให้คนหูหนวกเป็นระบบอุปถัมภ์ของประเทศไทยรวมถึงข้อจำกัดในการพัฒนาศักยภาพและต้องการบุคลากรที่มีความสามารถในเรื่องของภาษามือในการสอนเด็กหูหนวกด้วยครับ ทั้งในเรื่องของการเข้าถึงล่ามภาษามือ คุณภาพของล่ามภาษามือที่ต้องให้มีกระจ่ายทั่วทั้งภูมิภาคและต่าง ๆ ในประเทศ แล้วก็เทคโนโลยี ควรให้เอื้อต่อการเข้าถึงของคนหูหนวก บรรยายแทนเสียงเพื่อเผยแพร่ในวงกว้า่งครับแล้วก็มีเรื่องของความเข้าใจของคนในสังคมของคนหูหนวกการเลือกปฏิบัติ จะต้องส่งเสริมให้คนหูดี เรียนภาษามือเพื่อให้ภาษามือเป็นภาษาหนึ่งเทียบเท่าในการสื่อสารเทียบเท่ากับภาษาอื่น ๆ การศึกษาในโรงเรียนหรือไม่อยากให้ใช้คำว่า คนใบ้ เพราะเป็นการลดทอนศักดิ์ศรีของคนหูหนวกขอบคุณมากครับ [เสียงปรบมือ] [เสียงปรบมือ]ขออนุญาตท่านประธาน กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกวุฒิสภา พี่น้องประชาชน สื่อมวลชน ที่เคารพรักทุกท่าน ผมสุภรธรรมมงคลสวัสดิ์ เลขาธิการมูลนิธิพระมหาไถ่ ในฐานะที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการกิจการคนพิการ คณะกรรมาธิการพัฒนาสังคมผมขออนุญาตนั่งรายงานนะครับเนื่องจากว่าผมนั่งวิลแชร์ ไม่สามาถยืนได้ครับ ผมขออนุญาตต่อเนื่องจากอาจารย์เจที่กล่าวมาเมื่อสักครู่ใน 3 ประเด็นหลัก ประเด็นแรก คือ เรื่องของการขับเคลื่อนการศึกษาสู่การมีงานทำ การศึกษานั้นเป็นหัวใจที่สำคัญ เรามีแผนจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ ฉบับที่ ๓ พุทธศักราช ๒๕๖๐ - ๒๕๖๕ แต่ผนนี้แต่แผนนี้ในการขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติจะต้องให้รัฐบาลนำทุกภาคส่วนในการบูรณาการการทำงานร่วมกัน ซึ่งที่ผ่านมาการปฏิบัติก็ยังไม่ได้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมอย่างจริงจังในช่วงหลังนี้และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง อยากจะให้ทางวุฒิสภาช่วยกลั่นกรองตรวจสอบ เข้าสู่การพิจารณา ๒ ฉบับ นั่นก็คือพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติแห่งชาติ แล้วก็ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาพิเศษ ซึ่งจะต้องใช้แนวความคิดeducation คือการเรียนรวมเพื่อให้คนพิการนั้นสามารถเข้าไปเรียนในระบบได้เหมือนอย่างคนอื่น ๆ ในสังคมและการศึกษานั้นจะต้องนำไปสู่เรื่องของการมีงานทำ ผมเชื่อมโยงไปสู่การมีงานทำ ปัจจุบันเรามีกฎหมายว่าด้วยการจ้างงานคนพิการ กำหนดให้หน่วยงานของรัฐและเอกชนจะต้องรับคนพิการตามอัตราส่วนพนักงานร้อยต่อ 1สิ่งที่เกิดขึ้ก็คือ ภาคเอกชนปฏิบัติตามกฎหมายเกือบครบถ้วน 100% แต่หน่วยงานของรัฐขาดการปฏิบัติ ฉะนั้นการที่รัฐไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ก็อยากจะฝากทางวุฒิสภาได้ติดตามตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้นซึ่งจะต้องมีการบังคับใช้ ทำไมรัฐจึงละเลย อันนี้เป็นสิ่งที่สำคุัญนอกจากนั้นรัฐบาลกรุณาออกกฎหมายว่าด้วยวิสาหกิจเพื่อสังคม แล้วก็มีการออกพระราชบัญญัติจัดซื้อจัดจ้างที่เอื้อให้เกิดการจ้างวิสาหกิจเพื่อสังคม แต่ในภาคปฏิบัติจริง ๆ อยากจะเสนอให้ทางวุฒิสภาขับเคลื่อนให้เกิดการจ้างงานกลุ่มองค์กรที่เป็นกลุ่มองค์กรของคนพิการที่มีการรวมตัวกันเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมอันนี้คือเรื่องแรก ก็คือ การศึกษาสู่การมีงานทำเรื่องที่ 2 เป็นหัวข้อของการสัมมนา ในกลุ่มย่อยเรื่องการคุ้มครองสิทธิและเสริมพลังคนพิการ หัวใจสำคัญเรื่องของคนพิการก็คือ การเสริมพลัง คือการทำให้คนพิการอยู่ร่วมในสังคม มีกฎหมายที่เรียกว่า พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการมาตรา 21 ได้ให้บทบาทององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นออกข้อบัญญัติเพื่อนำกฎหมายฉบับนี้ไปปฏิบัติ แต่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ีขาดการสนับสนุนจากคณะกรรมการกระจายอำนาจ ขาดการสนับสนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะเอากฎหมายฉบับนี้ไปการปฏิบัติ ก็ฝากทางวุฒิสภา อีกประการหนึ่งก็คือเรื่องมาตรา ๒๒ แปลง่าย ๆ หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ให้บริการประชาชนในเรื่องอะไรก็แล้วแต่ ต้องให้บริการ ให้คนพิการเข้าถึงสิทธิด้วย เรื่องของคนพิการไม่ใช่เรื่องของกระทรวงเพียงเท่านั้น เป็นเรื่องของททุกกระทรวง ทบวง กรม เมื่อคุณให้บริการประชาชนในเรื่องอะไร ต้องให้บริการคนพิการ ในเรื่อประเด็นที่ 3 เป็นประเด็นปฏิรูปประเทศไทยภาคสังคมที่เขียนเอาไว้ กลไกที่ดีที่สร้างเอาไว้เรียกว่า กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต คนพิการ วันนี้ 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ เงินมาจากภาคธุรกิจถ้าภาคธุรกิจมีการจ้างงานคนพิการครบถ้วน เงินก็จะหายไป ระบบระเบียบเม็ดเงินงบประมาณที่เข้ามาสนับสนุนควรจะต้องมีการทบทวนและโดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายคนพิการฉบับนี้ ๑๕ ปีแล้ว มีหลาย ๆ เรื่องที่ควรจะได้รับการพัฒนาก็อยากฝากทางวุฒิสมาชิกช่วยขับเคลื่อน ตรวจสอบ กำกับ ติดตาม ให้กองทุนนั้นสามารถที่จะให้บริการประชาชนได้อย่างเต็มที่ขอบคุณครับ (พลเอก สิงห์ศึก)ซึ่งท่านได้กล่าวมาเบื้องต้นแล้ว มีประเด็นหลักอยู่ 3 เด็นสำหรับท่านสุภรธรรม มงคลสวัสดิ์ ท่านได้กล่าวมีประเด็นหลักอยู่๓ ประเด็นเช่นเดียวกัน และมีประเด็นเรื่องของกฎหมายอยู่ในกล่าวรวมทั้ง ๒ ท่านแล้ว ไม่น้อยกว่า ๓ ฉบับ และเรื่องของกองทุนอันนี้รายละเอียดต่าง ๆ นั้นวุฒิสภาจะไปรวบรวมเพื่อที่จะแลหน้าต่อไปใน ๒ ปีที่เหลือ ขอบคุณครับลำดับต่อไปจะเป็นการนำเสนอกลุ่มที่ ๗ กลุ่มสื่อเพื่อเด็กและเยาวชน ขอเชิญ ดร. ธีรรัตน์ วงศ์ทวีผู้แทนกลุ่มนำเสนอ เรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกวุฒิสภา และท่านผู้มีเกีรยติทุกท่านค่ะ ห้องสื่อห้องเดียวกระมังคะ ที่มีเหตุการการเสียชีวิตของเด็กภายในห้องแต่เป็นเหตุการณ์จำลองในละคร ที่จำลองให้เห็นความเป็นจริงที่เกิดขึ้นสังคม อันเนื่องมากจากเขาถูกหลอกให้ถ่ายภาพจากคนใกล้ชิด หวังเพียงแค่เงินไม่กี่พันบาทแต่เขาต้องแลกด้วยชีวิตจากการถูกข่มขู่เอาเงินครั้งแล้วครั้งเล่า ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของคุณแม่ที่เข้าประคองร่างของเขาในวาระสุดท้าย ไม่เว้นแม้แต่เด็กที่จะเข้าไปสู่อาชีพนักแสดงในวงการบันเทิงที่ถูกล่อลวงเสื้อผ้าให้เหลือน้อยชิ้นที่สุด และในที่สุดช่างภาพก็เอาภาพไปขายและถูกิblackmail ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหตุการณ์เหล่านี้ไม่เพียงปรากฏอยู่ในละครค่ะแต่เป็นละครที่สะท้อนชีวิตจริงที่เกิดขึ้นและอาจเกิดขึ้นได้กับทุกครอบครัวที่มีเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นประชากรประมาณ 1 ใน 4ของคนไทยทั้งประเทศค่ะ เพราะฉะนั้นห้องสื่อเพื่อเด็กและเยาวชนจึงเป็นห้องที่สะท้อนชีวิตจริงของเด็กที่ใช้เวลาเกือบ 1 วัน ใน 1 วันมี 24 ชั่วโมงแทบจะตลอดเวลาถือมือถืออยู่ในมือและใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์ที่เราปฏิเสธไม่ได้ที่เราเองก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาด้วย เพราะฉะนั้น จากการรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่มาร่วมภาคีเครือข่ายทั่วประเทศผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนมาร่วมให้ความเห็นต่อมติคณะรัฐมนตรี ที่วันนี้ดิฉันได้มาพูดเรื่องนี้เป็นครั้งที่ ๒จากการรายงานในวุฒิสภาการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาสผคุณวัลลภฯ เป็นประธานคณะทำงานเรามีคณะทำงาน ทำงานเรื่องนี้๓ เรื่อง เรื่องที่ ๑ คือการพัฒนาและขยายพื้นที่สื่อดี เรื่องที่ 2 คือ การเสริมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และการรู้เท่าทันสื่อในเด็กและเยาวชน เรื่องที่ 3จากการพนันที่มีต่อเด็ก เยาวชนและครอบครัว และเรื่องสุดท้าย ได้มีการส่งเรื่องให้กระทรวงยุติธรรม กำลังให้ความเห็นอยู่นะคะ เพื่อที่จะส่งกลับไปยังที่ประชุมคณะรัฐมนตรีคือเรื่องการผลักดันกฎหมายที่เป็นการกระทำความผิดต่อเด็กผ่านสื่อออนไลน์นั่นเอง ผลงานของคณะกรรมาธิการชุดนี้อย่างน้อยที่สุด 4 เรื่องที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนเราจึงอยากจะสรุปเรื่องแรกคือเรื่องการพัฒนาและขยายพื้นที่สื่อดี สิ่งที่อยากจะให้ดำเนินการต่อเนื่องจากเหลียวหลังมา 3 ปี แลหน้า 2 ปียังเหลืออีกเยอะเลย เรื่องแรกอยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญของสื่อเพื่อเด็กและเยาวชนเป็นวาระสำคัญของชาติ กเพราะเด็กและเยาวชนใช้เวลาส่วนใหญ่บนโลกออนไลน์ จึงปฏิเสธไม่ดดกิจกรรมดี ๆ โครงการดี ๆ เด็กปฏิเสธ และเด็กหลายคนที่เข้าเล่นและใช้ชีวิตในเกมบอกว่าไม่รู้จะทำอะไร นี่คือเรื่องสำคัญมากที่เรากำลังจะพัฒนาบุคคลสำคัญของชาติ มานั่งในสภาแห่งนี้ในอนาคตค่ะ ประเด็นที่ ๒ เราต้องการให้รัฐบาลร่วมกับ กสทช. ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐที่เป็นอิสระกำกับดูแลวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ประกาศของ กสทช. เมื่อปี ให้สื่อวิทยุและโทรทัศน์จัดสรรเวลาที่สร้างสรรค์และรายการที่สร้างสรรค์สำหรับเด็ก เยาวชนและครอบครัวอย่างน้อยที่สุดวันละ 2 ชั่วโมงทุกวันไม่เว้นวันหยุดแต่ทุกวันนี้ประกาศแทบจะไม่มีสภาพบังคับ ไม่ทำก็ไม่เป็นไร เพราะฉะนั้น เรื่องนี้ยังเหลือที่ต้องตามต่อ นอกจากนี้ยังต้องการให้รัฐบาลให้ความสำคัญ โดยเฉพาะวุฒิสภาให้เกิดวิทยุเด็กและทีวีช่องเด็กให้กลับมามีบทบาทสำคัญให้เป็นสื่อประเภทบริการสาธารณะที่รัฐเป็นผูัลงทุนหลักไม่ใช่ให้สื่อเด็กไปเวียนว่ายตายเกิดแล้วสปอนเซอร์ไม่เข้า สปอนเซอร์ไม่รับ สปอนเซอร์เกมโชว์ สปอนเซอร์รายการประกวดต่าง ๆ ที่เป็นแนวสร้างสรรค์มีมาก แต่ว่าช่องสำหรับเด็กเยาวชนและครอบครัวตอนนี้ไม่มี ตอนนี้ไม่เหลือต้องไปแทรกอยู่ในสถานีที่ยังคงเห็นความสำคัญอยู่เท่านั้นเอง นอกจากนี้เรายังต้องการให้มีการจัดให้มีพื้นที่ที่หลากหลายกิจกรรมที่สร้างสรรค์และสร้างการมีส่วให้การมีสื่อดีเป็นเรื่องสำคัญเพราะการที่เด็กมีสื่อดี นั่นหมายความว่าชีวิตเขามีทางเลือก ชีวิตเขาไม่ต้องพึี่งไม่ต้องพึ่ง net fix ไม่ต้องพึ่งเกมและไม่ต้องพึ่งการแชทที่มีโอกาสจะถูกหลอกลวงไปแสวงประโยชน์ในด้านต่าง ๆ มติคณะรัฐมนตรีืเรื่องที่ ๒ คือการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และการรู้เท่าทันสื่อในเด็กและเยาวชนเป็นมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มิถุนาย๒๕๖๔ กำลังจะครบ ๑ ปีพอดี แต่เดินหน้าไปได้จังหวัดนำร่อง 3 -4 จังหวัดเท่านั้นเพราะยังขาดกลไกการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขาขึ้นสวยงามมาก เราได้รับเกียรติเป็นอย่างดีทีเดียวและเป็นมติออกมาแม้มติคณะรัฐมนตรีจะมีสภาพบังคับตามกฎหมาย แต่ทุกวันอังคารจะมีมติคณะรัฐมนตรีอังคารละ40 - 50 เรื่อง ไม่หยิบไปทำก็ยังอยู่ได้ ก็ยังไม่ต้องทำอะไร อยู่ตรงนั้น เพราะฉะนั้นเราจึงอยากจะขอให้มีการผลักดันให้เรื่องนี้มีการผลักดันให้เรื่องนี้เป็นวาระสำคัญเร่งด่วน อยากจะให้มีกรรมการที่ดูแลเรื่องสื่อออนไลน์สำหรับเด็กและเยาวชนอย่างเป็นจริงเป็นจังและมีส่วนร่วมมีกลไกด้านงบประมาณ สนับสนุนด้านหลักคิดมีศูนย์จัดการแหล่งข้อมูลที่สามารถเข้าถึง ใช้ประโยชน์ได้ง่ายและสามารถตอบสนองเด็กและเยาวชนเรียนรู้ได้อย่างปลอดภัย รู้เท่าทันสื่อ และนอกจากนี้เรายังเรียกร้องให้สื่อมวลชน ทั้งสื่อเก่าเทรดดิชันนัลมีเดียสื่อใหม่ new media ร่วมกันสร้างความตระหนักรู้สร้างความตระหนักรู้ ให้ข้อมูลความรู้กับทุกภาคส่วน เพื่อให้สังคมเข้าใจว่าสื่อมีคุณอนันต์และมีโทษมหันต์ เราคงไม่ต้องการให้โทษนั้นหรือความสูญเสียถึงชีวิตนั้นเกิดขึ้นกับลูกหลานในครอบครัวของใคร นอกจากนี้ เรายังคาดหวังว่า การยกร่างกฎหมายซึ่งคณะทำงานชุดนี้ได้ร่วมยกร่างกฎหมายเกมและการประกอบกิจการเกมในประเทศไทยร่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้อยู่ในมือของกระทรวงวัฒนธรรม แต่ก็สามารถบูรณาการหรือนำมาประสานร่วมกันได้ แต่หลักการก็คือว่า เรายังไม่มีกฎหมายกำกับดูแลเกมในประเทศไทยเลย ประเทศเวียดนามมีกฎหมายบอกว่าผู้ประกอบการจะต้องมีสาขาในประเทศ ไม่เช่นนั้นจะไม่ให้ประกอบกิจการในประเทศของเขา เพราะเวลามีปัญหาเกิดขึ้นจะได้หาคนรับผิดชอบได้ ไม่ต้องอ้างว่า server อยู่ต่างประเทศแต่ประเทศไทยไม่มี ซึ่งผู้ประกอบการเกมบอกว่าถ้ามีคงทำงานลำบากมากขึ้น แน่นอนการขายสินค้าให้เด็กและเยาวชนควรจะมีการคุ้มครองผู้บริโภค เพราะของเล่นประเภทอื่น ๆ อย่างเช่น ของเล่นในห้างสรรพสินค้าเรายังเห็นการกำกับเลยว่า สำหรับ 0-3ขวบหรือเกมที่สรา้งสรรค์มีไม่น้อยแต่เกมที่รุนแรงและไม่ปลอดภัยไม่มีการจัด rating game กลายเป็นว่าเด็กทุกวัยเข้าเล่นได้ในเกมทุกเกมเป็นไปได้อย่างไรเพราะฉะนั้นเราจึงเห็นเด็กตั้งแต่ประถมศึกษาไปจนถึงผู้ใหญ่เล่นเกมประเภทเดียวกัน และนอกจากนี้ การผลักดันให้มีกฎหมายก็เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งดิฉันจะพูดเป็นเรื่องสุดท้ายเพราะฉะนั้นการขับเคลื่อนเรื่องนี้ นำร่องที่นำเสนอไปตั้งแต่ช่วงเช้าค่ะ มติคณะรัฐมนตรีเรื่องที่ 3 คือ ออนไลน์ในเด็กและเยาวชนค่ะ เรื่องนี้สำคัญเริ่มตั้งแต่ทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับการพนันซึ่งประเทศไทยยังมองการพนัน คนไทยยังมองการพนันเป็นเรื่องปกติ ร้อยทั้งร้รอยที่พ่อแม่ห้ามลูกเสพยาเสพติด ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ ห้ามลูกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แต่ไม่เกิน ๕ คน ใน ๑๐๐ คนที่ห้ามลูกเล่นการพนันและกลายเป็นว่าเด็กเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาการพนัน เด็กคล้องคอขายล็อตเตอรี่ ซื้อหวย เดินโพยทั้ง ๆที่เด็กอายุต่ำกว่า๒๐ ปีเข้าสู่การผิดกฎหมายในบ้านเราไม่มีการพนันที่ถูกกฎหมายเลยในประเทศไทย ในประเทศไทย แต่เราก็ยังยอมและสงสารที่ให้เด็กมาขายล็อตเตอรี่ จริง ๆ แล้วควรจะสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเพื่อไม่ให้ค่านิยมเรื่องการพนันกลายเป็นเรื่องปกติจนแก้ปัญหาใหญ่ได้ เนื่องจากมีงานวิจัยที่พบว่าการเล่นการพนันในผู้ใหญ่ที่ติดหนัก ๆ สืบสาวราวเรื่องแล้วเป็นปัญหาตั้งแต่เด็กทำให้สมองส่วนหน้าบกพร่องกลายเป็นผู้ใหญ่ที่คิดยับยั้งชั่งใจไม่ถูก พร้อมจะติดสารเสพติดทุกชนิดในวันข้างหน้าเพราะฉะนั้น เราจึงมุ่งหวังให้วุฒิสภาและสังคมเห็นความสำคัญของการออนไลน์ในเด็กและเยาวชน บูรณาการกลไกทุกภาคส่วน สร้างทัศนคติให้ถูกต้องเสียก่อน แล้วให้มีกระบวนการดูแลปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่ป้องกันและคุ้มครอง บำบัดเยียวยาและแก้ไขปัญหานี่คือแนวทางที่เรียกร้องและยังเหลืองานที่ต้องทำอีก ส่วนเรื่องการผลักดันให้มีกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดต่อเด็ก ซึ่งขณะนี้อยู่ในมือของกระทรวงยุติธรรมเราคาดหว้งว่าเมื่อผ่านเป็นมติคณะรัฐมนตรีแล้วอย่างน้อยที่สุดน่าจะมีการสั่งการให้ให้ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งที่ชัดเจนมากกว่า 3 เรื่องที่ผ่านมา และสิ่งที่เราคาดหวังก็คือว่า หลังจากเราได้มติคณะรัฐมนตรี ซึ่งเราพบว่าไม่ใช่คำตอบสุดท้าย ถ้าเป็นไปได้น่าจะมีกลไกสนับสนุนจากวุฒิสภาให้เราเห็นเส้นทางเดินสักนิดหนึ่งว่า เราต่อสู้ขับเคลื่อนเสนอแล้วเป็นมติ ครม. แล้วมีความหมายอย่างไร และการจะเดินต่อเพื่อให้ขาเคลื่อนซึ่งเป็นขาสำคัญ จากมีข้อเสนอ 20 - 30 ข้อ ก็ว่ายากแล้วทำให้ข้อเสนอ ยากยิ่งกว่า เพราะฉะนั้นเราจึงต้องการการสนับสนุนจากวุฒิสภาอย่างน้อยที่สุด ใน ๒ ปีที่เหลือให้มีกลไกสนับสนุนที่ชัดเจน อย่างน้อยที่สุดการสื่อสารสาธารณะไปสู่ภาคส่วนต่าง ๆ ว่านี่คือผลงานวุฒิสภา ที่วุฒิสภารับรองและส่งเรื่องต่อเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกภาคส่วนควรจะดำเนินการตามข้อเสนอเหล่านั้น ในนามของผู้แทนห้องสื่อเพื่อเด็กและเยาวชน ตามลำดับดังที่ว่ามาขอบพระคุณทุกท่านค่ะขอบพระคุณทุกท่านค่ะ ขอบคุณครับ ท่านได้เสนอประเด็นหลักอยู่ 4 ประเด็นใน ๑ ประเด็นหลักนั้นอยากจะผลักดันให้เรื่องกฎหมายการกระทำความผิดต่อเด็กผ่านสื่อออนไลน์ อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ และอีก ๑๘ ประเด็นย่อยเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายวิทยุทีวีสำหรับเด็กการให้วิทยุ ทีวี สำหรับเด็กเป็นข้อเสนอแนะที่ดีนะครับ ทางวุฒิสภาในแลหน้า 2 ปี นั้นก็จะนำไปพิจารณาเพื่อให้มีบทบาทตรงนี้ให้เพิ่มขึ้นหรือชัดเจนขึ้น ขอบคุณครับ ลำดับต่อไปจะเป็นการนำเสนอของกลุ่มที่ ๘ กลุ่มปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติผมขอเชิญท่านพลเอก วรพงษ์ สง่าเนตร วรพงษ์ สง่าเนตร กราบเรียนท่านประธาน พี่น้องประชาชนที่เคารพทุกท่าน ผม พลเอก วรพงษ์ สง่าเนตร สัมมนา เรื่องเหลียวหลังแลหน้าการเสนอแนะและเร่งรัดการปฏิรูปประเทศและการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติขออนุญาตสรุปผลการดำเนินการดังนี้นะครับ ประการแรกผมจะเท้าความนิดหนึ่งที่จะต้องมีการปฏิรูปประเทศได้เข้าใจ ที่ผ่านมาเอาตั้งแต่ปี 2504-2560การพัฒนาประเทศ เราก็ใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นกรอบในการดำเนินการบวกกับนโยบารัฐบาลของแต่ละห้วงเวลา ซึ่งผลการพัฒนาประเทศในช่วงที่ผ่านมามีความก้าวหน้ามาตามลำดับจากในปี 2552 ที่มีรายได้ต่อหัวต่อคนประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ บาท มาถึงปี 2561 ประมาณ ๒๒๒,๐๐๐ บาท ใช้เวลา 10 ปี แต่ปัญหาก็คือว่า เรายังไม่สามารถที่จะขยับไปเป็นประเทศที่มีรายได้สูงได้ เพราะประเทศที่มีรายได้สูงจะต้องมีรายได้อย่างน้อย 400,000 บาทต่อคนต่อปี นอกจากนั้นในช่วงที่ผ่านมาจะมีปัญหาต่าง ๆ มากมาย ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ปัญหาความยากจน ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาโลกร้อนและความก้าวหน้าของเทคโนโลยีรัฐบาลท่านพลเอก ประยุทธ์ ัจันทร์โอชา จึงมีแนวความคิดว่าจะต้องมีการปฏิรูปประเทศให้เป็นรูปธรรมก็เลยมีการดำเนินการให้จัดทำแผนการปฏิรูปประเทศในระยะ 5 ปีขึ้น แล้วก็มีการจัดทำแผนพัฒนาประเทศในระยะยาวในรูปแบบของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีขึ้นซึ่งทั้ง ๒ เรื่องนี้ก็มีกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ ด้วย และได้ดำเนินการจัดทำแผนการปฏิรูปประเทศในชุดแรก 11 ด้าน เสร็จเมื่อ เมษายน 2561ยุทธศาสตร์ชาติ ๖ ด้าน ๑ ตุลาคม ๒๕๖๑ และมีแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์เดือนเมษายน 2562 เป็นกรอบในการที่จะขับเคลื่อนประเทศในช่วง 20 ปี ทีนี้บทบาทหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภา ท่านประธานวุฒิสภาได้กรุณาเรียนให้ที่ประชุมทราบแล้วว่าในรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๗๐ บัญญัติให้สมาชิกวุฒิสภามีหน้าที่ในการติดตามเสนอแนะและเร่งรัดการปฏิรูปประเทศให้บรรลุเป้าหมายตามหมวด ๑๖ และการจัดทำและดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ การดำเนินงานของวุฒิสภาก็คือได้มอบภารกิจอันนี้ให้กับคณะกรรมาธิการสามัญประจำวุฒิสภาทุกคณะรับผิดชอบในการเร่งรัดในประเด็นที่เกี่ยวข้องด้วย เพิ่มงานเข้าไปให้กับกรรมาธิการสามัญ ในขณะเดียวกันก็มีการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเหมือนกันในการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดทำและดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติขึ้นมารับผิดชอบโดยตรงอีกคณะหนึ่งวิธีการในการติดตามเสนอแนะ เร่งรัด ที่ผ่านมาจะมีอยู่ประมาณ 5 วิธี วิธีหลัก ก็คือทางรัฐบาลจะมารายงานผลการปฏิรูปประเทศและยุทธศาสชาติในวงรอบ ๓ เดือน แล้วก็ ๑ ปี มาดูว่าเป็นจริงหรือไม่ ประสบปัญหา ขัดข้องอะไรหรือเปล่า นอกนั้นมีการประชุมกับส่วนราชการโดยตรงเพื่อสอบถามความคืบหน้ามีการลงพื้นที่ดด้วยตาว่ามีความก้าวหน้าแค่ไหน นอกจากนั้นจะมีการประชุมร่วมกับจังหวัด เพื่อสอบถามความคืบหน้าในการดำเนินการแล้วก็ได้มีการเชิญให้มาชี้แจงในห้องนี้ด้วยทุกวันจันทร์เว้นจันทร์ผลสัมฤทธิ์ในการปฏิรูปประเทศและการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ อันนี้เป็นผลงานของรัฐบาล ไม่ใช่ผลงานของสมาชิกวุฒิสภา เรามีหน้าที่แค่ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัด ช่วยให้การดำเนินการคืบหน้า ก็มีส่วนนิดหน่อย แต่ผลงานทั้งหมดเป็นของรัฐบาลที่สำคัญ เช่น การกระจายอำนาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การสร้างความปรองดองของคนในชาติ การพัฒนาเส้นทางคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ แม้กระทั่งการการพัฒนาเกษตรสร้างมูลค่า การพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิตการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก การดูแลผู้สูงอายุ การบริหารจัดการน้ำทั้งระบบการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบเป็นผลงานในการปฏิรูปประเทศ แล้วก็การดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติของรัฐบาล ซึ่งแต่ละเรื่องจะมีเป้าหมายในแต่ละห้วงเวลา หลายเรื่องก็ถึงเป้าหมาย หลายเรื่องถึงเป้าหมายแต่ก็ถือว่ามีความคืบหน้าทุกเป้าหมายแนวทางในการติดตามเสนอแนะและเร่งรัดในห้วงต่อไป ในการที่จะมาแถลงผลในวันนี้ทางคณะสัมมนาของเราได้มีการประชุมเตรียมการ ๔ ครั้งก่อนหน้านี้และมีการประชุมวันนี้อีก ๑ ครั้ง และพี่น้องประชาชนเพื่อจะมาหาคำตอบว่าในการติดตามเสนอแนะ เร่งรัดจะทำอย่างไร ในประเด็นแรก เราต้องหาความต้องการของพี่น้องประชาชนก่อนว่าพี่น้องประชารชนมีความต้องการให้รัฐบาบทำอะไรมีความต้องการที่จะให้รัฐบาลทำอะไร ต้องการที่จะให้รัฐบาลช่วยเหลือในเรื่องอะไร ในส่วนนี้ผมขออนุญาตให้นายสมคิด เป็นผู้เรียนชี้แจงให้ที่ประชุมทราบครับเชิญนายสมคิดเชิญครับ กระผม นายสมคิดตำบลไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม จัดกระดูก จับเส้น รักษาไมเกรน ขอเป็นตัวแทนกลุ่มย่อยการสัมมนาของคณะกรรมาธิการ ตสร. เพื่อบอกกล่าวถึงความต้องการของประชาชน ที่มีต่อการทำหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภาในห้วงต่อไป 1.๑. แก้ปัญหายาเสพติด ๒. และทรัพย์สิน ๓. ซ่อมแซม สร้างถนน และระบบที่เชื่อมโยง กัน แก้ปัญหาราคาพืชผลตกต่ำ ส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ขยายโอกาสทางการศึกษา สร้างโอกาสในการฝึกอาชีพ โอกาสเข้าถึงเทคโนโลยี ใหม่ ๆ แก้ไขปัญหาความยากจน แก้ไขปัญหาที่ทำกินดูแลคนพิการและด้อยโอกาส แก้ปัญหาภัยแล้งและอุทกภัย แก้ปัญหารุกกที่ป่าสงวน แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและน้ำ ดิน อากาศกระบวนการยุติธรรมที่เท่าเทียมกันปรับลดขั้นตอนการติดต่อราชการเพิ่มการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์์ปลุกจิตสำนึกรักบ้านเกิดปลุกจิตสำนึกหน้าที่พลเมืองรู้รักสามัคคี ผลกระทบจากอุตสาหกรรม ปัญหาจากการการค้ามนุษย์ การประมงปฏิรูปการศึกษาให้สัมฤทธิผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว ความพร้อมในการถ่ายโอน รพ.สต. สู่ อปท. หนี้สินเกษตรกร ที่บอกว่าพักชำระหนี้แต่ดอกเบี้ยยังเดินอยู่ แก้ไขปัญหาแม่น้ำพิจิตร การพิพาทกรรมสิทธิ์ที่ดินการพิพาทกรรมสิทธิ์ที่ดินระหว่างรัฐกับเอกชน ประสิทธิภาพการดำเนินการของรัฐ อาทิ การก่อสร้างท่อระบายน้ำ สร้างยังไม่ทันเสร็จทรายพึ่งท่อแล้วการพัฒนาประสิทธิภาพศูนย์ดำรงธรรม ขอให้ศูนย์ดำรงธรรม สามารถใช้เป็นรูปธรรมได้จริง ้ข้อกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตของประชาชน ขอบคุณมากครับผมขออนุญาตชี้แจงต่อครับ เชิญท่าน พลเอก วรพงษ์ ครับซึ่งได้จาก 2 ส่วน ส่วนหนึ่งได้จาก ของสมาชิกวุฒิสภาตามโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนหรือแม้กระทั่งโครงการติดตามเสนอแนะเร่งรัด ตสร. กรรมาธิการ ตสร. ที่ลงไปในพื้นที่และอีกส่วนหนึ่งที่ได้จากการประชุมร่วมกัับพี่น้องประชาชนในการเตรียมการทั้ง 5 ครั้ง นอกจากประเด็นที่ประชาชนมีความต้องการในการที่จะเราก็ยังถามความเห็นสามัญ กรรมาธิการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัด สมาชิกวุฒิสภาทุกท่าน มีประเด็นใดบ้างที่ต้องการติดตามเสนอแนะเร่งรัดในห้วงต่อไป ก็ได้มาตามที่เห็นซึ่งก็มีหลายส่วนตรงสอดคล้องที่แต่ละกลุ่มได้ชี้แจงไปแล้ว เช่น การบริหารจัดการน้ำ การลดก๊าซ เรือนกระจก การแก้ไขปัญหาเรื่องของที่ดินทำกินการทำให้ภาครัฐโปร่งใสไร้คอร์รัปชันจากความต้องการการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพเป็นต้น จากความต้องการทั้ง ๒ กลุ่มนี้เราก็เอามาสรุปเป็นความต้องการในภาพรวมที่จะต้องมีการผลักดันต่อไปตามยุทธศาสตร์ชาติแต่ละด้าน เช่น ด้านความมั่นคงเรื่องของการขับเคลื่อนตำบลมั่งคั่งและยั่งยืนยุทธศาสตร์ชาติด้านที่ ๒ เกษตรแปลงใหญ่ ยุทธศาสตร์ชาติด้านที่ ๓ นี่จะผ่านไปเพื่อไม่ให้เสียเวลาประเด็นในการติดตามเสนอแนะเร่งรัดไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาอยู่ที่วิธีการในการติดตาม เสนอแนะ เร่งรัด ให้เป็นรูปธรรม จากการที่ได้หารือกันในส่วนของสมาชิกวุฒิสภา ไม่ว่าจะเป็นกรรมาธิการสามัญ อนุกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการสามัญ หรือในคณะกรรมาธิการ ตสร. เราพบว่า การดำเนินการในห้วงที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ วิจารณ์ต่อรายงาน ๓ เดือน ๑ ปี การประชุมกับส่วนราชการ การลงพื้นที่ การประชุมกับจังหวัดเป็นการดำเนินการที่เรียกว่าเป็นการ ตสร. กลางน้ำกับปลายน้ำยกตัวอย่างเช่น ขณะนี้รายงานในปี ๒๕๖๔ ของรัฐบาลส่งมาที่สภาแล้ว เรายังไม่ได้เสนอแนะเร่งรัดผลการทำงานปี ๖๔ เลย แต่ว่าในทางปฏิบัติรัฐบาลดำเนินการ ปี ๒๕๖๕ ไปจะสิ้นปีงบประมาณแล้ว ในขณะที่ ปี 2566 เข้าสภาแล้วด้วยซึ่งไม่มีทางสามารถจะแก้ไขอะไรได้เพราะฉะนั้นข้อเสนอแนะอะไรก็ตามที่เราจะพูดในการติดตาม เสนอแนะ เร่งรัดตามรายงาน 1 ปี ก็จะมีผลในทางปฏิบัติค่อนข้างน้อยก็เรียกว่า ตสร. กลางน้ำกับปลายน้ำ เพราะฉะนั้นเราก็ค้นพบว่าในการติดตาม เสนอแนะ เร่งรัดในห้วงต่อไปเราควรจะต้องติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัด ต้นน้ำให้มากขึ้น ต้นน้ำคืออะไร ต้นน้ำที่ว่านี้ก็คือ ๑. เราต้องดูว่าการทำงานของระบบราชการของรัฐบาลว่าเขาทำอะไรอยู่ในขั้นต้น เช่น เขาจะมีการ ปรับปรุงยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท ปรับปรุงเป้าหมาย ปรับปรุงค่าเป้าหมายเราก็ต้องเข้าไปมีส่วนร่วม ไม่อย่างนั้นจะทำอะไรไม่ได้เพราะเขาแต่งตัวเสร็จแล้วให้เขาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่คงจะไม่ได้ เราต้องไปดูตั้งแต่ตอนแต่งตัวเลยว่าเหมาะสมถูกต้องหรือยัง ควรจะเป็นอย่างไรขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการจัดทำแผน ๑๓ ซึ่งอยุ่ในปลายห้วงการทำแผนแล้ว เราควรจะต้องเข้าไปดูว่าครอบคลุมทุกประเด็นไหมมีอะไรต้องเพิ่มเติมหรือไม่ ในขณะเดียวการจัดทำแผนระดับที่ 3การจัดทำแผนระดับ ๓ มีความสำคัญ ถ้าหากว่าเราไม่สามารถจัดทำแผนระดับ 3 รองรับแผนการปฏิรูปประเทศ รองรับแผนพัฒน์หรือรองรับนโยบายด้านความมั่นคง การทำงานต่อไปก็จะไม่มีผลสัมฤทธิ์การจัดทำโครงการสำคัญจะไม่ตอบโจทย์ ต้องมีแผนระดับ ๓ ก่อน โครงการสำคัญถึงจะมีผลเรื่องการจัดทำโครงการสำคัญก็เป็นประเด็นสำคัญ จะหาแนวทางวิธีการที่จะทำให้การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติหรือแผนแม่บทหรือแผนปฏิรูปประเทศมีผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมก็จัดทำโครงการสำคัญเพื่อขับเคลื่อน แต่ผลปรากฏว่าในปี ๒๕๖๕ โครงการสำคัญที่จะขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง มีโครงการสำคัญแค่ ๔๗ โครงการซึ่งผมดูแล้วไม่เพียงพอที่จะขับเคลื่อนได้ขณะเดียวกัน ๔๗ โครงการนี้ก็ไม่มีโครงการของกระทรวงกลาโหม กองรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ศูนย์อำนวยการรักษาฯกระทรวงการต่างประเทศ เลยแม้แต่โครงการเดียวในปี ๒๕๖๖ หลังจากที่ได้ไปกระซิบต่อผู้ที่เกี่ยวข้องให้มีการปรับปรุงแล้ว โครงการสำคัญปี ๒๕๖๖ 10 เป้าหมาย เหลือโครงการสำคัญ แค่ ๒๒ โครงการ หายไปครึ่งหนึ่ง อันนี้ก็ไม่ต้องประเมินผลแล้วว่าจะสำเร็จไหม เพราะว่าโครงการสำคัญมีไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นเราต้องเข้าไปดูโครงการนี้ ซึ่งขณะนี้ทำโครงการสำคัญ ปี 2567 อยู่ ก็จะฝากไว้ว่าต้องให้ความสำคัญในเรื่องนี้พอโครงการสำคัญออกแล้ว เราต้องไปดูทำของบประมาณว่าเขาทำไปครบครอบคลุมหรือไม่ เข้าสภาแล้วก็ขณะนี้ พ.ร.บ. จะเข้าสภาแล้ว แล้วใกล้จะคลอด งบประมาณปีนี้ก็ดีหน่อย ทำโครงการตอบแผนย่อยทุกแผนที่มีอยู่ในแผนแม่บทต่อการดู เมื่องบประมาณออกมาแล้วก็ควรจะต้องกลับไปดูว่างบประมาณที่ได้รับสามารถที่จะผลักดันแผนย่อยได้สำเร็จหรือไม่เสร็จแล้วถ้าหากว่า ๖ ขั้นตอนนี้ดีแล้ว กลางน้ำ ปลายน้ำ ได้เลยตามน้ำไปได้เลย แล้วก็ไปดูเพื่อให้บรรลุเป้าหมายแค่นั้นเองมีอีกประเด็นหนึ่งที่ท่านประธานวุฒิสภาท่านกล่าวปาฐกถาเมื่อเช้าก็ควรจะต้องมีการเปิดอภิปรายทั่วไปถึงความคืบหน้าในการปฏิรูปประเทศและการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติตามมาตรา 153 อันนี้คิดว่าทางท่านรองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง น่าจะรับไปพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปสรุปว่ามีข้อเสนอ ๗ ข้อ รวมของท่านประธานอีก ๑ ข้อ เป็น ๘ ข้อทั้งหมดนี้เพื่อให้การปฏิรูปประเทศ และการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติร่วมกับฝ่ายบริหารบรรลุเป้าหมารยเพื่อประเทศชาติมีความมั่นคง ประชาชนมีความสุขเศรษฐกิจพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สังคมเป็นธรรมทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน ขอบคุณครับ (พลเอก สิงห์ศึก)ในประเด็นที่ ๘ การปฏิรูปประเทศ ท่านพลเอก วรพงษ์ ได้พูดถึงเรื่องของการดำเนินการขั้นตอนของสมาชิกวุฒิสภาในการติดตามเสนอแนะและเร่งรัด และในห้วงที่ผ่านมา ๓ ปีเหลียวหลัง คือ ความสัมพันธ์ที่คณะรัฐมนตรีรายงานมานั่้นไม่สัมพันธ์ที่เป็นปัจจุบันที่จะให้วุฒิสภาเสนอแนะได้ทันต่อเหตุการณ์ ท่านจึงเสนอว่าที่ผ่านมานั้นเป็นปลายน้ำที่ยิ่งกว่าปลายน้ำ ท่านเสนอแนะว่าควรจะไปเสนอตั้งแต่ต้นน้ำ ตั้งแต่งบประมาณจัดทำงบประมาณแล้วก็ให้มีกระทบที่เป็นโครงการกระทบต่อยุทธศาสตร์ทั้ง 6 ด้าน เพื่อสู่เป้าหมาย ตามยุทธศาสตร์ชาติ อันนี้สรุปสาระสำคัญเช่นนั้น สำหรับท่านพลเอก วรพงษ์ และท่านสมคิดได้เสนอมีประเด็นย่อยรวมทั้งหมดประมาณ 12 ประเด็นย่อย อันนี้วุฒิสภาจะได้บันทึกไว้เพื่อนำไปวางแผนดำเนินการต่อไปต่อไปการนำเสนอของกลุ่มที่ ๙ กลุ่มพิทักษ์และเทิดทูนสถาบัน ขอเชิญนางสาวปาริษาฯ ผู้แทนกลุ่มนำเสนอครับ กราบเรียนท่านประธานวุฒิสภา สมาชิกวุฒิสภา และเกียรติผู้มีเกียรติทุกท่าน ทุกท่าน ดิฉัน นางสาวปาริสาฯตัวแทนเยาวชนคนรุ่นใหม่เครือข่ายเยาวชนในการกล่าวรายงานห้องย่อยของการสัมมนาบทบาทในการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบัน โดยในวันนี้การสัมมนาได้มีการเรียนเชิญตัวแทนผู้นำทางศาสนาด้วยกัน ในศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม พราหมณ์ ซิกและยังมีตัวแทนเยาวชนจาก ไทยแลนด์ ที่เข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้ด้วย ซึ่งประเด็นในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวันนี้จะเป็นในการแลไปข้างหน้าเพื่อที่จะทำให้คณะกรรมาธิการวิสามัญจะสามารถนำข้อมูลต่าง ๆ ไปปรับใช้และดำเนินการได้อย่่างมีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้นซึ่งจากการสัมมนาในวันนี้จะสรุปข้อเสนอที่สำคัญได้ ๓ ประเด็นดังนี้ซึ่งข้อแรกผู้เข้าร่วมเสวนาได้สะท้อนความรู้สึกที่ตรงกันในเรื่องของความเป็นสถาบันที่มีความเกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชนในทุกเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม โดยมีสิ่งที่เรียกว่าประวัติศาสตร์ที่เป็นสิ่งแสดงให้เห็นถึงว่าสถาบันนั้นได้อยู่เคียงคู่กับคนไทยมาอย่างช้านาน ซึ่งสะท้อนได้ในพระบรมราชโองการของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ ๒. ข้อเสนอแนะในการลงทุนด้านศาสนาและคุณธรรมสืบเนื่องจากประวัติศาสตร์ในอดีตการเปรียบเปรยที่ว่าวัดและวังเป็นของคู่กัน ซึ่งไม่ได้หมายความเพียงแค่วัดเพียงแค่นั้น แต่หมายความถึงทุกศาสนาที่เปรียบเสมือนสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจให้กับประชาชนที่อยู่เคียงข้างกับสถาบันตลอดทาแต่ลงทุนทางศาสนานั้น เราจะมีวิธีการทำอย่างไรที่จะทำให้เกิดความเป็นรูปสร้างการพูดคุยเสวนาเพื่อสร้างความเข้าใจรวมถึงมีการทำให้ศาสนสถานไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ที่เข้าไปใช้งานเท่านั้น แต่จะกลายเป็นสถานที่จะสร้างความเรียนรู้และจะสร้างความเข้าใจรวมถึงจะเป็นสถานที่ที่จะยึดเหนี่ยวจิตใจให้กับคนทั้ง 2 วัย ได้ใช้งานร่วมกันและในประเด็นที่ ๓ มีข้อเสนอแนะจากการสัมมนา เนื่องจากในประเทศไทยได้เดินทางมาถึงยุคที่เรียกว่ายุคแห่งความสับสน ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นการประทะกันของแนวคิดระหว่างแนวคิดแบบเก่าและแบบใหม่โดยมีสื่อเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการสร้างความเชื่อมโยง ซึ่งจะกล่าวได้ว่าสิ่งใดที่ทุกท่านสังเกตเห็นได้ว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง นั้นมักจะต้องใช้เวลาในการทำความใช้ระยะเวลาในการทำความเข้าใจเป็นอย่างมากแต่สิ่งใดที่เป็นข้อเท็จ หรือว่าเป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเพียงรวดเร็วหรือว่าเพียงชั่วพริบตาเท่านั้นที่จะแพร่กระจายออกไป เพราะฉะนั้นแล้ววิธีการที่จะรับมือกับสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้นั้นอาจจะต้องมีแนวทางในการรับมือทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยทางตรงแล้วในการปฏิบัติเชิงรุกควรจะต้องมีการสร้างความรู้ ความเข้าใจ ให้กับกลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะกลุ่มที่จะต้องเป็นผู้เสพสื่อในอนาคตให้เขามีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไม่ได้มีการสร้างความเข้าใจเพียงเท่านั้น แต่เราเองจะต้องมีการศึกษาเรียนรู้และเท่าทันสื่อสารเพื่อที่เราจะทำอย่างไรในการที่จะสื่อสารต่อไปในอนาคตประสิทธิภาพสูงสุด และนอกจากนั้นในทาในยุคปัจจุบันคือการสร้าง digital literacyหรือว่าการสร้างทักษะความรู้ให้เท่าทันสื่อให้กับเยาวชนผู้ใช้สื่อ ซึ่งจะเหมารวมไปถึงการที่เยาวชนมีความรู้ความเข้าใจในสื่อที่ถูกต้อง สื่อที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ ผู้ที่มี digital reteracy แล้วหรือว่ากลุ่มที่มีเราจะสร้างเครือข่ายอย่างไร และพัฒนาเครือข่ายออยา่งไรให้มีความเข้มแข็งและจะกลายเป็นกลุ่มเครือข่ายที่สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องกับสถาบันสุดท้ายนี้จากการสรุปในการเสวนาจะมีข้อสรุปที่กล่าวได้ว่า ถึงแม้แต่ละคนจะมีความแตกต่างกันในเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรมแต่จะมีสิ่งหนึ่งที่เชื่อมโยงทุกคนไว้ด้วยกัน คือสถาบันพระมหากษัตริย์ขอบคุณค่ะ (พลเอก สิงห์ศึก)ขอบคุณนางสาวปาริสา ที่ได้กล่าวที่ดีแนวความคิดแบบเก่า แบบใหม่มาผสมผสานกัน จะเป็นอย่างไร ต่อไปจะเป็นการเสนอของกลุ่มที่ 10 กลุ่มพาณิชย์ทันสมัยเข้มแข็ง เศรษฐกิจยั่งยืนขอเชิญนายธนชาติ ผผู้นำกลุ่มนำเสนอครับ เรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกวุฒิสภาและแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ผม นายธนชาติในฐานะของที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการพาณิชย์วุฒิสภา ก็เป็นตัวแทนของกลุ่มพาณิชย์ทันสมัยอุตสาหกรรมเข้มแข็งมานำเสนอ ข้อสรุปที่เราได้จากการเสวนาในวันนี้ จริง ๆ ในหัวข้อที่เราพูดมีอยู่ ๒ ประเด็น ประเด็นแรกเราพูดถึงเรื่องของพาณิชย์ฺทันสมัย คำว่า พาณิชย์ทันสมัยในกลุ่มของเราเราถกกันในเรื่องของ platform econกับการคว้าโอกาสทางการค้าของไทยสิ่งหนึ่งที่เราเห็นคือตอนนี้โลกเปลี่ยนไปเยอะมากเราปฏิเสธไม่ได้ในช่วง 2 - 3 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจดิจิทัลเข้ามาออนไลน์เข้ามาเยอะขึ้น การแข่งขันทางด้านออนไลน์มามากขึ้นและสังคมไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วใครจะไปคิดว่าวันนี้หลาย ๆ คนลดการใช้เงินสดอย่างมหาศาลเลยมหาศาลเลย โดยเฉพาะสถานการณ์จากสถานการณ์โควิดทำให้เราต้องปรับตัวไปอย่างมาก ปฏิเสธไม่ได้เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญทำอย่างไรที่จะทำให้เราสามารถจะแข่งตรงนี้ได้ ในภาคเอกชนที่เข้ามาถกกันหลาย ๆ คนก็เห็นว่าจริง ๆ แล้ว ในการใช้เรื่องของการค้าออนไลน์ประเทศไทยเราไม่ได้ด้อยกว่าใครเลยที่ดี เราสามารถที่จะแข่งขันกับเขาได้ แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นประเด็นอยู่ตรงนี้คือ ความพร้อในการที่จะเป็นแพลตฟอร์มของเราแพลตฟอร์มของเราอาจจะด้อยกว่าต่างประเทศ หลาย ๆ ที่ถกกันว่าจริง ๆ แล้วสิ่งที่เราเจอตอนนี้ เราเสียเปรียบดุลการค้าดุลการค้าที่เราเกิดการเสียเปรียบคือเกิดการขาดทุนการค้าดิจิทัลแพลตฟอร์มที่เราใช้ส่วนใหญ่มาจากต่างประเทศ ทำอย่างไรที่เราจะต้องลดการขาดดุลทางการค้าตรงนี้ให้ได้นั่นคือมีข้อเสนอจากภาคเอกชน หลัก ๆ อยู่ ๒ กลุ่มอยู่ 2 กลุ่ม กลุ่มแรกอยากหาแนวทางการกำหนดแผนการลดการขาดดุลการค้าดิจิทัลของไทยซึ่งผมคิดว่าตรงจุดนี้สำคัญ จริง ๆ เสนอมาหลายข้อ แต่ผมว่าประเด็นสำคัญอันหนึ่งคืออยากเห็นการจัดตั้งคณะทำงานด้านนี้โดยตรงระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน โดยที่เป็นความร่วมมือกันทั้งในส่วนของภาครัฐที่เป็นตัวแทนโดยตรงองค์กรต่าง ๆ และสมาคม ชมรม ประเด็นที่ 2อย่างที่ผมบอกว่า อยู่ต่างประเทศ ทำอย่างไรที่จะดึงที่ดึงบริษัทเหล่านี้ออกมาตั้งในประเทศให้ได้ แทนที่รายได้ต่าง ๆ ต้องออกไปต่างประเทศหมด ทุกวันนี้จริง ๆ แล้วในภาครัฐเองเราเริ่มมีภาษีที่เราเรียกว่าอีเซอร์วิสเท็กซ์แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทต่าง ๆ เหล่านั้นคือจริง ๆ ไม่ใช่แค่เรื่องเงินอย่างเดียวสิ่งที่ตามมาอีกอันหนึ่งคือข้อมูลต่าง ๆ ไหลออกไปสู่ต่างประเทศหมด ศักยภาพทางการแข่งขัน เรื่องที่ ๓ สิ่งที่เรามอง คือเป็นไปได้ไหม ที่เรามีการใช้กฎหมาย ต่าง ๆ เหมือนบางประเทศที่เขาทำมาช่วยในการลดการขาดดุล เช่น ในเรื่องของการออกใบอนุญาตการให้สิทธิเอกชนของไทยของไทยให้มีเหมือนต่างประเทศ แล้วก็เรื่องที่ ๔ ที่มองคืออยากจะเห็นการจัดทัพธุรกิจไทยให้ครบในระบบนิเวศ กำหนดเป้าหมาย KPI ทั้งระยะสั้น ระยะยาวระยะกลาง และระยะยาวให้ชัดเจนว่าเราจะไปแข่งกับเขาได้อย่างไร นั่นคือประเด็นใหญ่ ๆ อันแรก คือมองว่าเราจะลดการขาดดุลการค้าดิจิทัลของไทยได้อย่างไร อีกกลุ่มหนึ่งที่มองก็คือว่าลดการขาดดุลแล้ว ทำอย่างไร ที่เราจะผลักดันการสร้างแพลตฟอร์มของไทยเองให้เข้มแข็งด้วย ทุกวันนี้เราปฏิเสธไม่ได้เราแทบจะไม่มี platform ของเราเอง ตลอด รายใหญ่ ๆถ้าเราเอ่ยชื่อมาก็เป็นบริษัทต่างประเทศทั้งนั้นเลยถ้าเราจะแข่งได้เราจำเป็นต้องมี platform ของเราเอง เราควรจะโดยควรจะมุ่งเน้นเป็นการพัฒนาความร่วมมือกันภาครัฐและภาคเอกชนจริง ๆ เราก็มีบางแพลตฟอร์มอยู่แล้ว จริง ๆ ทำอย่างไร ที่จะให้เข้มแข็งกว่านี้ ประเด็นที่นำเสนออันแรกก็คืออยากจะเห็นการสร้าง platform กลางสำหรับคนไทยอย่างแท้จริงที่มีการบริหารอย่างมืออาชีพ จากการรวมตัวของภาคเอกชนด้วย ื้เรื่องที่ 2ผมคิดว่าวันนี้เราปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ แล้วเรามีทั้งรายย่อยที่ต้องการส่งออกไปต่างประเทศ ตอนนี้ช่องทางเป็นออนไลน์ ทำอย่างไรที่เราจะทำได้เหมือนบางประเทศที่จะมีตัวช่วยเขา ทำให้เขาส่งออกทำให้เขาสามารถเก่งขึ้นในเรื่องของออนไลน์ ส่วนประเด็นที่ ๓สิ่งที่มองคือเราอยากเห็นการกำหนดนโยบายของภาครัฐที่ชัดเจนเกี่ยวกับการสนับสนุนผู้ประกอบการค้าออนไลน์ โดยการกระตุ้นให้ภาคธุรกิจเข้าสู่การค้าแบบออนไลน์แล้วได้สิทธิพิเศษทางภาษีและการกำหนดช่องทางให้รัฐสามารถเข้าถึงระบบข้อมูลที่เกี่ยวกับการซื้อขายได้ทันที เพราะคิดว่า 3 ประเด็นนี้อาจจะทำให้ platform ของไทยนั่นคือประเด็นในกลุ่มแรก ถ้าเราพูดถึงพาณิชย์ทันสมัย คราวนี้ในกลุ่มย่อยที่เราคุยกันก็มีอีกเรื่องหนึ่งึคือประเด็นที่พูดถึงอุตสาหกรรมเข้มแตรงนี้สิ่งที่เรามอง เรามองเรื่องของ BCG อีคอนอมี่ไม่ได้ ระบบเศรษฐกิจอุตสาหกรรมเชิงโครงสร้างใหม่มาแล้ว จากระบบเศรษฐกิจทางตรงแบบเดิม วันนี้ได้ถูกเปลี่ยนไปเรื่องของ BCG Economyอีคอนอมี่ คำว่าB จริง ๆ แล้วส่วนหนึ่งย่อมาจากเรื่องของไบโออีโคโนมีหรือเศรษฐกิจชีวภาพ จริง ๆ ประเทศไทยเพราะเรามีความหลากหลายทางชีวภาพที่เราสามารถจะสร้างมูลค่าได้ เช่น ีีindustry การพัฒนายารักษาโรคและผลิตภัณฑ์สมุนไพรต่าง ๆ ซึ่งตรงจุดนี้เป็นจุดแข็งของเราคราวนี้เรื่องที่ ๒ ที่สำคัญ คือนอกจากตัว Bที่พูดถึงเศรษฐกิจชีวภาพแล้วก็จะมีเรื่องของตัวซี เวลาเราพูดถึงตัว C ที่ว่าก็คือเซอร์กูล่าอีคอนอมี่หรือเรียกว่าเศรษฐกิจหมุนเวียนวางแผนให้ทรัพยากรในการผลิตทั้งหมด สามารถหมุนเวียนกลับมาใช้ได้ ผมคิดว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญหลายคนอาจจะยังไม่ทราบหลาย ๆ คนจะเน้นตัว G คือตัวที่ ๓ก็คือพูดถึงกรีนอิโคโนมีเวลาเรามองเรื่องถึง green economy เรากำลังพูดถึงการลงทุนในเรื่องของเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ซึ่งเราเราปฏิเสธไม่ได้ตอนนี้ ในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลกได้มุ่งเหล่านี้ ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย ผมคิดว่าในอีก ๑๕ ปีข้างหน้าในเรื่องของเน็ตซีโร่มามา แล้วเรายังช้าอยู่อุตสาหกรรมเราจะเสียเปรียบมาก ดังนั้นในกลุ่มของสัมมนาเราก็มีข้อเสนอหลาย ๆ ด้าน อาทิเช่น ประเด็นแรก คืออยากเห็นมีการกำหนดกรอบกำหนดกรอบยุทธศาสตร์และกลไกในการพัฒนาที่ชัดเจน เรื่องที่ 2 ที่อยากจะเห็นก็คือ เรื่องของการส่งเสริมผู้ประกอบการภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรมปรับเปลี่ยนเข้าไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนเศรษฐกิจชีวภาพและเรื่องเศรษฐกิจสีเขียวเรื่องที่ 3 ที่อยากจะเห็นคือการสร้างตลาดเศรษฐกิจเหล่านี้ เรื่องที่ ๔ คือเรื่องของการส่งเสริมและนวัตกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง สุดท้ายผมคิดว่าเรื่องสำคัญอันหนึ่งต้องสร้างความตระหนักให้กับสาธารณชน ที่ให้เห็นความสำคัญของเศรษฐกิจ BCG นั่นคือทั้งหมดที่ในกลุ่มย่อยของเราได้พูดคุยกัน และได้ข้อสรุปมาดังนี้พูดคุยและได้ข้อสรุปมาดังนี้ ขอบพระคุณมากครับ [เสียงปรบมือ] (พลเอก สิงห์ศึก)ขอขอบคุณท่านธนชาติ นุ่มนนท์ที่ได้นำเสนอประเด็นเรื่องของเรื่องของแพลตฟอร์อิโคโนมีประเด็นที่ ๑และเรื่องของ BCG แพลตฟอร์มก็เป็นเรื่องที่ดีจะได้นำไปวางแผนงานต่อไปในการแลหน้า ต่อไปเป็นการนำเสนอของกลุ่มที่ 112เป็นการนำเสนอของกลุ่มที่ กลุ่มที่ ๑๑ กลุ่มการป้องกันอุบัติภัยขอเชิญนายแพทย์อนุขา ผู้นำเชิญครับเชิญครับ ท่านประธานและสมาชิกวุฒิสภาทุกท่านครับในการสัมมนาของกลุ่มเรา ในด้านการป้องกันอุบัติเหตุ มุ่งเรื่องของสมาร์ทซิตี้ความปลอดภัยนั้นความปลอดภัย คนปลอดภัยนั้น โดยพื้นฐานเรามีคณะกรรมการบูรณาการกู้ชีพฉุกเฉินและความปลอดภัยทางถนนคอยห่วงใยและบูรณาการกันมองเมืองใหญ่ว่ามีภัยคุกคามอยู่ ๒ ด้าน การคุยกันวันนี้ จึงมุ่งไปที่ ๒ ประเด็นใหญ่ ประเด็นแรกคือการที่อาคารสูง แล้วเกิดหัวใจวายการเข้าหาการช่วยเหลือการช่วยเหลือจะทำอย่างไร แล้วคิดไปข้างหน้าว่าถ้าจะให้อาคารสถานที่ทั้งหลายปลอดภัยต้องมีการเตรียมพร้อมช่วยชีวิตให้ครบวงจร ส่วนประเด็นที่ ๒ เป็นการโฟกัสไปว่าถ้าลงจากตึกมาแล้วข้ามม้าลายก็อาจจะตายได้อีกก็เลยมองว่าคนเล็กคนน้อยทั้งที่เดินเท้าใช้จักรยาน และใช้จักรยานยนต์เต็มเมืองใหญ่จะใช้รถใช้ถนนอย่างไรให้ปลอดภัยในประเด็นแรก ส่วนที่เป็นอาคารสถานที่ปลอดภัยมีการเตรียมพร้อมที่จะช่วยชีวิต โดยต้นทุนเดิมเราเกี่ยวพันกับเรื่องของการประชาสัมพันธ์ แล้วก็ผลักดันเรื่องใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นการหลบรถพยาบาล ซึ่งทำนจนกระทั่งเป็นกระแสที่วุฒิสภาเราได้เป็นผู้นำในการกระตุ้นให้มีการเรียกว่าการทำCPR แล้วก็ใช้เครื่องฟื้นฟูเรื่องคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้า ขออภัยที่ชื่อยาวไป ชื่อว่า AED ในการที่จะทำให้สังคมมีการเตรียมความพร้อมในพื้นที่เสี่ยงต่าง ๆ กลไกดังกล่าว อย่างน้อยวุฒิสภาเป็นที่ที่หนึ่งที่มีความรับพร้อมกับกรณีหัวใจวายนอกโรงพยาบาลได้ดีมากต่อมาตอนหลังเราได้เพิ่มกลไกมีการออกกฎหมายโดยเฉพาะกฎหมายของทางโยธาธิการและผังเมืองในการทำให้อาคารสูงข้างหน้าที่สร้างต่อไปนี้ให้รถเข้าไป โดยเฉพาะรถกู้ชีพรถพยาบาลเข้าได้สะดวกมีที่จอด มีลิฟท์ใหญ่พอที่จะขนย้ายที่จะขนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินต่าง ๆลงมาได้สะดวกแล้วบนอาคารจะต้องมีการฝึกในการเตรียมพร้อมฟื้นคืนปั้มหัวใจปั้มหัวใจ แล้วก็มีเครื่องหัวใจพร้อมด้วยซึ่งทั้งหมดนี้นำสู่การคิดข้างหน้าว่าอีก 2 ปีบูรณาการกู้ชีพฉุกเฉินโดยทั่วไปในการหมั่นมาคุยกัน แล้วก็ให้ให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่มีงบประจำงบประจำอยู่แล้วเดินหน้าทำงานบูรณาการกันและเกิดผลงานที่จะมุ่งทำเรื่องใหญ่ดังต่อไปนี้ ๑. คืออาคารเก่าที่ยังไม่อยู่ในกฎหมายแล้วพวกนี้จะสร้างความพร้อมเวลาเกิดภาวะฉุกเฉินได้อย่างไร การโฟกัสเรื่องของการที่จะรอดชีวิตตั้งแต่อาคารจนถึงโรงพยาบาลที่เราเรียกว่าการสร้างการรอดชีวิตให้ครบสมบูรณ์ ซึ่งแน่นอนคนในอาคารก็ต้องมีการฝึกอบรมการพร้อมช่วยด้วยความที่หัวใจมนุษย์นั้นเมื่อยามหยุดเต้นมีเวลาแค่ ๔ นาทีซึ่งจะไปรอระบบอย่างเดียวไม่ได้แน่ ๆ ห่วงโซ่ดังกล่าวเกี่ยวพันตั้งแต่การแจ้งเหตุ ซึ่งปัจจุบันมีหมายเลข 1669การที่สามารถทำให้คนในอาคารช่วยกันได้ ซึ่งแน่นอนต้องขยายผลในการทำให้การช่วยชีพ ทำให้เป็นทั้งที่โรงเรียนทำให้เป็นทั้งที่หน่วยต่าง ๆแม้กระทั่งการไปสอบใบขับขี่นะครับ แล้วการมีห้องพยาบาลที่เตรียมพร้อมต่าง ๆ มีเรื่องเล็กๆ ที่เกี่ยวพันกลไกที่ต้องบูรณาการไปข้างหน้า เช่น การที่ประเทศนี้จะต้องเหลือเบอร์ยามเจ็บป่วยฉุกเฉินหรือยามฉุกเฉินให้เหลือเบอร์เดียว มีการพูดกันเล่น ๆ ว่าถ้างูกัดต้องโทรเบอร์ 1669 อยู่แล้วแต่ถ้างูเลื่อนเข้าบ้านจะโทร.เบอร์อะไรดีอะไรดี หลายท่านบอกว่าแล้วค่อยโทร. 1669 กันเรียกว่าปัจจุบันเกิดแรงเชียร์เลยครับหรืองูกัด สุดท้ายก็คือว่าการสามารถจะเพิ่มเพิ่มทั้งจุดจอดรถฉุกเฉินเมืองใหญ่ เพิ่มทั้งหน่วยการแพทย์ฉุกเฉินในระดับไม่ว่าจะเป็นเบสิคจนถึงแอดวานซ์เพื่อให้บรรดาหน่วยต่าง ๆ เหล่านี้ที่มีระบบ มีมาตรฐษนเข้ามาทำงานให้เต็มพื้นที่มีความความปลอดภัยในการที่จะไม่ไปแย่งเทสกันจนมีเรื่องเฉพาะเบาะแว้งไม่ใช่เพียงแค่ไปแย่งเคสกันหรือแม้กระทั่งไม่ได้มาตรฐานในการในการขนย้ายยาบ้า หนีตำรวจด้วยซ้ำไป จะต้องบูรณาการกันต่อไปใน 2 ปี ส่วนอีกขั้วหนึ่งครับ ส่วนอีกข้ัวหนึ่ง ถ้าไม่หัวใจวายบนพื้นถนน ทางคณะกรรมการได้เดินหน้าทำเรื่องสำคัญ ก็คือว่าการที่ทำให้คนการเสียชีวิตบนถนนประเทศไทยเราเรียกเป็นรองแชมป์โลกมาก่อน อย่างต่อเนื่องก็ตามตอนหลังเราได้ลดการเสียชีวิตลงไปอย่างต่อเนื่องก็ตาม เรามีโครงสร้างถนนศูนย์ถนนในทุกระดับชัดเจน แต่ปัญหาสำคัญคือคือไม่คอยมีองค์กรใช้ฃในการบูรณาการไซโลของบรรดาองค์กรที่เกี่ยวพันกับเรื่องถนนปลอดภัยทางคณะกรรมการแม้แต่กรณีที่ต้องการให้ ต้องการให้ smart city ปลอดภัยก็ยังเกิดกรณีของคุณหมอกระต่ายม้าลาย กลไกในการเข้าไปช่วยในการเร่งกฎหมายหรือแม้การได้เดินหน้ามาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งเกิด พ.ร.บ. จราจร พ.ศ. 2565ที่ยังต้องไปยุ่งในเรื่องของความสำคัญอีกอันหนึ่งคือการที่ระดมผู้คนที่มีความรู้ในการมองเมืองใหญ่ให้มีความปลอดภัยเชิงระบบ หรือเรียกว่า system approach ทั้งหมดเป็นต้นทุน ที่ให้มองว่าข้างหน้าอีก ๒ ปีการที่เมืองใหญ่จะปลอดภัยบนถนน โครงสร้างถนนของเมืองใหญ่ ต้องมีลักษณะเฉพาะต้องมีลักษณะเฉพาะ การมองไปให้โครงสร้างดังกล่าวสามารถรที่จะสัมพัทธ์กันไม่ว่าจะเป็นระดับสำนักหรือเป็นเขตก็ตามหรือชุมชยนก็ตามจะต้องมีความชัดเจน การที่จะทำให้มีการเตรียมพร้อมในการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุจะทำสิ่งที่เรียกว่า road safety auditไปออร์ดิตโรสการมีการมี road safety ในเมืองใหญ่ การที่สามารถทำให้ถนนเหล่านั้น ถ้าเต็ม 5 ดาวทำให้ปลอดภัยสัก ๓ ดาว 3 ดาวจะพอทำให้คนเล็กคนน้อยคนเดินเท้าปั่นจักรยานหรือขี่มอเตอร์ไซค์ลดการตายอย่างแน่นอน การที่ทำให้ท้องถิ่นที่มีบทบาทกับเมืองขนาดใหญ่ต้องรับบทโรเคิล เฟอร์ฟอร์แมน อินดิเคเตอร์อินดิเคเตอร์หรือ LPI ในการที่จะไปเร่งให้เกิดความปลอดภัยในถนน แล้วก็เลยไปถึงการที่มีเครือข่ายสารสนเทศสำคัญ เครือข่าย CCTVแล้วก็ช่วยอย่างยิ่งในการชี้ความสุ่มเสี่ยง แม้กระทั่งจะบอกว่าตรงนี้ไหนเป็นเรื่องที่สุ่มเสี่ยงเราหวังจะให้ตำรวจ ขนส่ง และบริษัทกลางได้เชื่อมโยงกันในตัวอย่างเมืองใหญ่ ตัวอย่างในเมืองใหญ่ เพื่อให้กลไกมีภาษี ต่อภาษีได้ มีประกันภัย และมีใบขับขี่ให้ครบไม่ใช่แหว่งอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อเป็นพื้นฐานในการเตรียมตัวฝึกคนเหล่านั้นให้พร้อมที่จะขับรถ การคิดถึงนวัตกรรมและความร่วมมือต่าง ๆ ทางฝั่ง data หรือการที่มี smart city ดี ๆ ในการที่จะมาเชื่อมกันการดึงชุมชนให้เป็นอาสาการจราจรในการที่จะทำตาจราจร ในการที่จะเป็น social sanction ช่วยกำลับของตำรวจในเมืองใหญ่ต่าง ๆเหล่านั้นแล้วสุดท้ายก็เสนอว่าถ้ามีกลไกของทางศาลที่มีตัวอย่างของในบางจังหวัดที่พร้อมจะมาเร่งเรื่องของการจัดการลงโทษทางกฎหมาย โดยใช้กลไกของศาลเลย เช่น เมาแล้วขับ.เพื่อให้เดินหน้าในช่วงเทศกาลที่ผ่านมาเป็นกำลังสำคัญในเมืองใหญ่2 ปีนี้ลงมาจากตึกแล้วคงตายบนถนนน้อยลง ขอบคุณทั้ง 2 ประเด็นที่ได้เสนอครับ ไ [เสียงปรบมือ] (พลเอก สิงห์ศึก)ขอบคุณนายแพทย์อนุชาต่อไปเป็นการนำเสนอของกลุ่ม 12กลุ่มการศึกษาเพื่ออนาคต นางสาวณัฐิกลุ่มนำเสนอครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกวุฒิสภา และผู้ทรงเกียรติทุกดิฉัน นางณัฐฐิกา ลิ่วเฉลิมรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาการศึกษาปฐมศึกษาขอกราบนำเรียนการสัมมนากลุ่มย่อย เรื่องวุฒิสภากับการปฏิรูปการศึกษาเพื่ออนาคตของประเทศไทยเพื่ออนาคตของประเทศไทยและกรรมาธิการอุดมศึกษาวิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา ณ ห้องประชุม CA 428 โดยมีท่านตวง อันทะไชย ประธานคณะกรรมาธิการพลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง ประธานคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษาและนวัตกรรม วุฒิสภา ท่านเฉลา พวงมาลัย ประธานคณะการศึกษาขั้นพื้นฐาน ท่านทรงเดช เสมอคำรองประธานคณะอนุกรรมาธิการ การอาชีวศึกษา ท่าน ออน กาจกระโทกเลขานุการคณะกรรมาธิการการศึกษาท่านชาญวิทย์ ผลชีวิต ตลอดจนท่านอธิการบดี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา รองผู้อำนวยการ ผู้อำนวยการสถานศึกษาและผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม รวมทั้งผ่านระบบซูมการประชุมสัมมนาในคร้ังนี้มีหลายประเด็นที่แลกเปลี่ยนการอย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะมุมมองเหลียวหลังแลหน้า การพัฒนาการอุดมศึกษาของไทยและการปฏิรูปด้านการศึกษาธรรมนูญ โดยหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ตามศาสตร์พระราชาเรียนรู้ในสถานศึกษา โดยบูรณาการการเรียนรู้ การทำงานสำหรับการอาชีวศึกษา โดยเน้นรูปแบบรูปแบบของทวิภาคีและโครงการพาน้องกลับมาเรียนเป็นต้น สัมมนาในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากคุณวรกานต์ลิขิตเดชาศักดิ์ เทคโนโลยี officer officer ครูโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาเป็นวิทยากรพิเศษในโลกยุคใหม่ โดยใช้ระบบAI หรือปัญญาประดิษฐ์ ในการส่งเสริมการจัดการศึกษา ที่เราเรียกว่า e sport ซึ่งเป็นเทรนในยุคดิจิทัล การสัมมนามีการเหลียหลังในการปฏิรูปเราพบว่าอุปสรรคสำคัญในการปฏิรูปการศึกษา วูก้า ความไม่แน่นอนที่ผ่านมาซึ่งเป็นยุคของความไม่แน่นอน ที่ผ่านมาจึงทำให้เราต้องปรับตัว ทั้งการดำเนินชีวิตประจำวันการปฏิรูปการศึกษาไม่ได้หยุดชะงักในปัจจุบันนี้แต่ต้องเปลี่ยนทิศทางจัดการศึกษาเลย โดยมีการนำเทคโนโลยีเข้าสู่ระบบการศึกษา การนำเทคโนโลยีเข้าสู่ระบบการศึกษาไม่ได้ทันตั้งตัว เพราะฉะนั้น จึงเกิดการชะงักหรือที่เราทราบกันดีในชื่อที่เราเรียกกันคุ้นชินว่า learning อย่างที่เราทราบกันดีว่า นั้นทำให้เราต้องปรับเปลี่ยนวิถีในการดำเนินชีวิตใหม่ ในการจัดการศึกษา ใหม่ ดังนั้นใน [เสีมองไปข้างหน้าในการปฏิรูปการศึกษาจึงต้องมีการเตรียมคนในทุกช่วงวัย ทั้งก่อนวัยเข้าเรียนวัยเรียน วัยทำงาน และผู้สูงอายุ ทุกคนต้องเตรียมตัวให้ทันสมัย เช่นเดียวกัน ให้รู้เท่าทันโลก โดยเรียนรู้ที่ทันสมัยเช่นเดียวกัน กาทรเตรียมคนในทุกช่วงวัย ท่านประธาน ตวงให้ข้อคิดในการส่งเสริมในเรื่องของพหุปัญญา แล้วก็ในการพัฒนาคนทั้งองคาพยพ องคาพยพคือการพัฒนาทั้งหัวทั้งตัว และทั้งใจ ถ้าเป็นภาษาที่เราคุ้นกันในศัพท์ทางวิชาการในเรื่องของความรู้ ทักษะ และเจตคติ ในการพัฒนาเรียกว่า การพัฒนาอย่างเป็นองค์รวมนั่นเอง อย่างไรก็ตามในการพัฒนาจะยั่งยืนได้นั้น ได้นั้นต้องให้มีการจัดการศึกษาคือ การจัดการศึกษาให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและนำการศึกษาที่เป็นรากเหง้าของตัวเองมาพัฒนาทำให้เกิดความเสมอภาคเข้าถึง access การศึกษา การนำ จุดยืนของตนมาพัฒนา การน้อมนำเอาศาสตร์พระราชาสู่การปฏิบัติอย่างยั่งยืนและเป็นการเสริมความเข้มแข็งวในการนำเอาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์การเรียนรู้ตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลง ในโลกแห่งศตวรรษที่ ๒๑ ทุกท่านตระหนักการสัมมนาในครั้งนี้ทุกท่านตระหนักในการผลักดันให้การจัดการศึกษานำกายภาพทุกสิ่งมาลงสู่digital data ก็คือการพัฒนาคนพร้อมกับการพัฒนาการบริหารจัดการที่ต้องมีความสัมพันธ์กัน นอกจากนี้การแลหน้าในครั้งนี้ทำให้เราทราบว่าคณะกรรมาธิการวุฒิสภาการเตรียมการวางรากฐานการศึกษา และการจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและปัญหา มีการสัมภาษณ์โดยมีการลงพื้นที่จริงเพื่อศึกษาสภาพป้จจุบันและปัญหา มีการสัมภาษณ์เชิงลึก อินดิฟ อินเทอร์วิวการสังเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้าน จึงเป็นประเด็นสำคัญที่ควรขับเคลื่อนีในการส่งเสริมการศึกษาด้วยวิธีการเรียนฟาสแทรคการจัดทำโครงการอาหารกลางวันอย่างมีคุณภาพในโรงเรียนเอกชน การจัดการศึกษาเพื่อยกระดับโรงเรียนขนาดเล็ก ๆการนำ AI ไปใช้ในการพัฒนาประเทศทั้งทางการศึกษา การแพทย์ การดูแลผู้ป่วยและอื่น ๆ ที่มีความจำเป็นศูนย์การเรียนรู้ 5G และส่งเสริมการกีฬา e-sport ให้เหมือนกับการกีฬาปกติอื่น ๆ สุดท้ายในการสัมมนาในครั้งนี้ เมื่อเราเหลียวหลังพบปัญหาอุปสรรคแล้วเรายังพบความสวยงามในการจัดการศึกษา เราจึงควรแลหน้ากับปจุีในการวางอนาคตของประเทศไทยในการมองอดีต ปรับปัจจุบัน มุ่งสู่อนาคตอย่างยั่งยืรนในอนาคตเพื่อให้อนาคตการศึกษาการพัฒนาคนอย่างยั่งยืนแท้จริง และในห้องประชุม ประพันธ์บ [เสียงดนตรี]กลอนแก้วนิสัย ได้ประพันธ์บทกลอนถึงท่านวุฒิสภาด้วยความเคารพยิ่งวเหลียวหลัง แลหน้า กลั่นกรอง ตรวจสอบปฏิรูป เหลียวมองอย่างถ่องแท้วุฒิสภาหลังก่อเกิดพัฒนายุคใหม่อนาคต ยุคใหม่ แลปฏิรูปการศึกษาสู่อนาคต หน้าที่อันยิ่งใหญ่ทำเพื่อประชาชน กลั่นกรองกฎหมายบุคคล ตรวจสอบหลักสากลกระทู้ ปฏิรูปประเทศมั่นคง ธรรมาภิบาลสู่มั่งคั่ง ยั่งยืน ด้วยความเคารพยิ่ง ขอบพระคุณค่ะขอบคุณท่านนำเสนอแลหน้าประมาณ ๕ ประเด็น วุฒิสภาจะได้นำไปรวบรวมเพื่อวางแผนเป็นแผนงานต่อไปลำดับต่อไปเป็นการนำเสนอกลุ่มที่ 13กลุ่มเสาเข็มสังคม ตำบลเข้มแข็ง ขอเชิญนางสาวสุวิมล มีแสง ผู้แทนกลุ่มนำเสนอครับ กราบเรียนท่านประธานและท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน ดิฉัน นางสาวสุวิมล มีแสง ตัวแทนห้องสัมมนาเสริมสร้างเสาเข็มสังคม ประเทศมั่นคง ขออนุญาตเรียนว่าประเด็นการปฏิรูปและการขับเคลื่อนด้านที่ 1 และด้านที่ 4 การเสริมสร้างเสาเข็มสงเพื่อให้ประเทศไทยมั่นคงและยั่งยืน ที่ประชุมเห็นตรงกันว่ามีความสำคัต่อการขับเคลื่อนประเทศไทยแลหน้ากัับบทบาทวุฒิสภา สถานการณ์ ปัญหาที่ทำให้ตำบลไม่เข้มแข็ง การบริหารราชการรวมศูนย์ ระบบราชการทำแบบแยกส่วน ไม่บูรณาการกันอย่างจริงจัง แม้ว่ามีหน่วยงานราชการกว่า 900 กรม กอง ที่เข้าไปทำงานในชุมชนก็ยังคุ้นเคยกับการทำงานแผนและโครงการจากบนลงล่าง และแยกส่วนของใครของมัน ยังพบว่าส่วนราชการผู้ว่าราชการจังหวัดยังไม่สามารถทำหน้าที่บูรณาการแผนและโครงการจากหมู่บ้านตำบล จังหวัด ได้อย่างแท้จริง งบประมาณยังคงเน้นเชิง function แบบแท่ง ๆ และแยกส่วนความพยายามในการกระจายอำนาจของท้องถิ่น ก็ยังไม่ถึงระดับชุมชนเข้มแข็งอย่างเพียงพอประกอบกับยังไม่มีการกำหนดการเสริมสร้างตำบลเข้มแข็งแห่งชาติ ให้ทุกท่านพุ่งเป้าเต็มกำลัง แม้มีการกำหนดแผนยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปแล้วก็ตามไม่มีระบบกลไกในการสร้างความรู้ความเข้าใจและยังไม่มีการปฏิรูประบบราชการที่รองรับเรื่องนี้อย่างจริงจังยังปล่อยให้เป็นการพัฒนาตามสภาพปกติ ดังนั้นในการกำหนดเป้าหมายตำบลเข้มแข็งหมายถึงการที่ทุกภาคส่วนในตำบลสามารถจัดการตัวเองได้ เป็นระบบและมีคุณภาพ เพื่อให้เกิดสุขภาพที่ดี สิ่งแวดล้อมที่ดี และมีความสุขและมีภูมิคุ้มกันกับตำบลและชุมชนไปสู่ประเทศที่มั่นคงต่อไปหน่วยงานรัฐต้องมีความเข้าใจ ความเข้าใจและวิธีการทำงานพื้นที่ ดิฉัน ในฐานะผู้แทนห้องสัมมนาเสาเข็มสังคมขอให้ถือว่า ๒ ปีนี้แห่งนาทีทองของวุฒิสภามี ๗ ข้อเสนอมี 7 ข้อเสนอ ข้อที่ 1วุฒิสภาควรผลักดันให้รัฐบาล เอาจริงเอาจังกับการปฏิรูปเพื่อเสริมสร้างตำบลเข้มแข็งซึ่งอยู่ในด้านที่ ๑ และด้านที่ ๔ และะมีแผนปฏิรูปฃด้านสังคมไว้อยู่แล้วโดยผลักดันให้รัฐบาลกำหนดเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติโดยสำคัฐและมีการเร่งรัดปฏิรูประบบราชการ ระบบงบประมาณตามยุทธศาสตร์ที่ ๖ ด้านปรับสมดุลการจัดการภาครัฐอย่างจริงจัววุฒิสภาควรไม่เสียเวลากับการติดตามความคืบหน้าระดับแผนงานโครงการราชการ เพราะฉะนั้นจะทำให้เกิดอันที่ ๒ ควรผลักดันให้ส่วนราชการมีแนวคิดบริหารจัดการแบบหุ้นส่วน ในการพัฒนาระดับพื้นที่เข้าใจบริบทที่มีความแตกต่างพัฒนากลไกเป็นตัวตั้งร่วมมือ ร่วมไม้กันอย่างจริงจังความร่วมมือร่วมไม้กันอย่างจริงจังข้อ ๓ ผลักดันให้รัฐบาลนำโมเดลห้วยงู ซึ่งวันนี้ได้มีการนำเสนอและในขณะเดียวกัน ที่มีทิศทางการทำงานแบบ 4 เสา หักจตุภาคี ที่ประกอบไปด้วย ท้องถิ่น ท้องที่ ท้องทุ่ง หรือห้วยงูแล้วก็ในขณะเดียวกัน รูปธรรมหลากหลาย ข้อ 4 ผลักดันให้รัฐบาลสนับสนุนองค์กร ๔ เสาหลักในทุกตำบลโดยมีการจ้ดทำข้อมูลหรือมีความรู้ของแต่ละด้านของตำบลขึ้นมา ประกอบการเคลื่อนไหว การสนับสนุนให้เกิดขึ้นในพื้นที่ตำบล ข้อ ๕ ผลักดันให้รัฐบาลต้องมีการเพิ่มสิทธิอำนาจและหน้าที่ในการจัดการทรัพยากรให้มากขึ้นในการเสริมสร้างรวมไปถึงระบบวิถีงบประมาณงบประมาณที่ให้ชุมชนได้เข้าถึงแบบบูรณาการ แล้วก็ตำบลจะได้เข้มแข็งกันทั่วประเทศประเด็นที่ ๖ ผลักดันให้ส่วนราชการต้องเรียนรู้สร้างพลังจตุภาคี กรณีศึกษาดี ๆ มีกระจายอยู่ตามทั่วประเทศ อาจจะเป็นการทำคู่มือแนวทางให้กับการพัฒนาศักยภาพข้าราชการเพื่อให้เปลี่ยนวิธีมายเซ็ตการทำงานเพื่อให้ทำใหม่ข้อ 7 เป็นข้อสุดท้าย เป็นข้อเน้นย้ำ ผลักดันให้เกิดกลไกการจัดทำแผนตำบลแบบบูรณาการ เชื่อมแผนอำเภอ จังหวัดที่เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานอยู่แล้ว โดยหวังว่าครั้งนี้การพัฒนาเชิงพื้นที่ไม่ใช่เป็นเพียงเชิงฟังก์ชันและหน้าที่เท่านั้น สุดท้ายนะคะบ้านหลังนี้จะแข็งแรง ปลอดภัย มั่นคง ประเทศมั่นคง มั่นคั่งยั่งยืนจะเป็นเสาเข็มที่ไม่สำคัญเสาเข็มด้านอื่น ๆ จึงขอฝากประเด็นและข้อเสนอข้างต้นให้กับทางวุฒิสภา และก็หยิบยกประเด็นสำคัญที่กล่าวมาข้างต้น ๒ ปีต่อไปขอให้เป็นเรื่องนี้หยิบยกเป็นวาระหยิบยกเป็นวาระของประเทศ ขอบคุณค่ะ (พลเอก สิงห์ศึก)ขอบคุณนางสาวสุวิมล มีแสงท่านได้เสนอว่า ๒ ปีข้างหน้าสมาชิกวุฒิสภาควรจะทำเรื่องนี้อย่างไร มี ๗ ประเด็นขอรับไว้เพื่อที่จะวางแผนงานต่อไป ต่อไปจะเป็นการนำเสนอของกลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มที่ ๑๔ กลุ่มสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภคนายอินทนันท์ เหล็กนวลชูสิน ผู้แทนกลุ่มนำเสนอครับ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานวุฒิสภา ท่านสมาชิกวุฒิสภาและท่านผู้มีเกียรติทุกทา่รนกระผม อินทนันท์ เหล็กนวลชูสินในฐานะผู้แทนกลุ่มย่อยที่ ๑๔ ด้านสิทธิมนุษยชนสิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค ขออนุญาตนำเสนอผลการสัมมนากลุ่มย่อย ซึ่งเป็นการระดมความคิดเห็นจากภาคส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาคเอกชน โดยเฉพาะภาคประชาชนที่ร่วมกันให้ข้อเสนอแนะที่จะเป็นแนวทางในการที่จะทำงานอีก ๒ ปีต่อไปของวุฒิสภา โดยคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภคในส่วนของการเสนอแนะตัวนี้ เราก็มีการระดมความคิดเห็นซึ่งแบ่งสาระสำคัญออกเป็น ๓ กรอบ ในประเด็นที่ ๑ คือเรื่องของด้านสิทธิมนุษยชน ในที่ประชุมมีการนำเสนอในเรื่องของการผลักดันกฎหมาย เกี่ยวกับทางด้านสิทธิมนุษยชนไม่ว่าจะเป็นร่างพระราชบัญญัติคู่ชีวิตร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์พ.ร.บ. คุ้มครองพยานในคดีอาญา ร่าง พ.ร.บ. ขจัดการเลือกปฏิบัติและร่างกฎหมายเกี่ยวกับนิติวิทยาศาสตร์ เป็นต้น ในการผลักดันกฎหมายต่าง ๆ ตรงนี้เพื่อที่จะให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน แล้วก็เรื่องของรัฐสวัสดิการอย่างครบถ้วนเท่าทัน เท่าเทียม และรวดเร็ว นอกจากนี้คงจะต้องเข้าถึงเรื่องของสิทธิในกระบวนการยุติธรรมด้วย ไม่ว่าจะเป็นต้นน้ำ กลางน้ำ หรือปลายน้ำก็ตาม ็นอกจากนี้ในที่ประชุมเรานี้เสียงที่จะมีความคาดหวังควรจะต้องให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องสิทธิ แก่ประชาชนความรับผิดชอบ ซึ่งสิทธิมนุษยชนจริง ๆ แล้วเป็นแนวคิดที่อยู่บนพื้นฐานพื้นฐานของความเท่าเทียมกันความเป็นอิสระซึ่งจะต้องมีการขับเคลื่อนซึ่งจะต้องมีการขับเคลื่อนให้เป็นวาระแห่งชาติในลำดับต่อไป สุดท้ายแล้วสังคมไทยเราจะพัฒนาไปสู่การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำได้โดยการสร้างวัฒนธรรม การเคารพซึ่งกันและกันเป็นประเด็นที่ 1 เรื่องของสิทธิมนุษยชน ในประเด็นที่ ๒ ด้านสิทธิเสรีภาพในที่ประชุมเราก็พยายามจะผลักดัน พ.ร.บ. ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชนเพื่ออะไร ทุกท่านทราบดีว่า สื่อมวลชนในปัจจุบันนี้มีบทบาทต่อสังคมไทยเป็นอย่างมาก สิ่งที่เราต้องการที่จะเห็นก็คือ ส่งเสริมมวลชนมีเสรีภาพในการนำเสนอข่าวและส่งเสริมให้สื่อเป็นโรงเรียน ของสังคม ปัจจุบันนี้ในเรื่องของสื่อ สื่อจะเป็นผู้ที่มีอิทธิพลต่อสังคมเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้น การเสนอข่าวผ่านออกไป ไม่ว่าจะเป็นสื่อของทีวี วิทยุ หรือสื่อ social media ซึ่งทุกท่านคงจะได้สัมผัสกันทุกวัน ประชาชนจะได้รับรับรู้ข่าวสารได้อย่างรวดเร็วซึ่งถ้าในกรณีนี้ ถ้าเราพบมิจฉาชีพที่แฝงตัวเข้ามาเป็นสื่อลปอมคนเหล่านี้เขาพยายามจะสร้างเฟคนิวส์ให้กับประชาชนได้หลงเชื่อได้ถูกหลอกลวง ถูกโกงต่าง ๆ เพราะฉะนั้น เราเลยมีความเห็นว่าเราควรจะต้องมีบทกำหนดโทษที่ค่อนข้างหนักเพราะว่าในการใช้สื่อทำมาหากินและเป็นการมิจฉาชีพตัวนี้ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติได้ด้วยอันนี้จะเป็นประเด็นที่ 2 เรื่องของสิทธิเสรีภาพ ประเด็นสุดท้ายคือเรื่องของด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ประเด็นนี้ค่อนข้างที่จะกว้างขวางมากในที่นี่เปรียบเสมือนผู้บริโภคเราต้องกินต้องใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะฉะนั้นในที่ประชุมก็เลยพยายามที่จะผลักดันปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคในหลาย ๆ ฉบับ โดยเฉพาะต้องเอื้อประโยชน์ให้กับประชาชนเป็นลำดับที่สูงสุด เราต้องเอื้อประโยชน์ให้กับประชาชนในฐานะผู้บริโภคอย่างแท้จริง ส่วนทางด้านการแก้ไขปัญหาก็มีหน่วยงานภาครัฐในหลาย ๆ องค์กรที่แก้ไขปัญหาด้านคุ้มครองผุ้บริโภคอยู่แล้ว แต่ในปัจจุบันนี้สิ่งที่เราพยายามสะท้อนออกมาก็คือว่า เราคงจะต้องมีการบูรณาการการทำงานร่วมกันไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรับเรื่องร้องเรียนการแก้ไขปัญหา และการฟ้องคดีแทนผู้บริโภคจะต้องมีการเชื่อมโยงฐานข้อมูลซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนของผู้บริโภคก็ตาม หลาย ๆ ภาคส่วนจะต้องมาช่วยกันเพื่อที่จะช่วยเหลือดูแลผู้บริโภค และคงจะต้องมีหน่วยงานกลางด้านการคุ้มครองผู้บริโภคเข้ามาเป็นตัวแกนหลักในการที่จะบูรณาการปัญหาให้กับผู้บริโภคได้อย่างเบ็ดเสร็จอย่างแท้จริง จะเห็นได้ว่าปัญหาการคุ้มครองผู้บริโภคหลัก ๆ ที่ราเห็นกันชัด ๆ เรื่องของการซื้อขายสินค้าออนไลน์ทุกท่านในที่นี่ผมคิดว่าคงได้ซื้อสินค้าออนไลน์กันใช้บ้าง หลาย ๆ ท่านคงได้ประสบกับตัวเองว่าถูกโกงบ้าง ของไม่ตรงปกบ้าง โฆษณาเป็นเท็จบ้าง ไม่ตรงตามความจริง เรื่องของการฉ้อโกงจากมิจฉาชีพที่ค้าขายกันนอกแพลตฟอร์ม สิ่งที่ทางกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากจะเห็นได้ว่าสังคมไทยในยุคปัจจุบันนี้พยายามจะเรียกร้องสิทธิเป็นของตนเอง พยายามจะเรียกร้องเสรีภาพของตนเอง แต่ต้องไม่ลืมว่าสิทธิและเสรีภาพจะต้องเดินคู่ขนานไปกับหน้าที่และความรับผิดชอบ และประการสำคัญที่สุดสิทธิเสรีภาพของเราคงจะต้องไม่ไปเบียดเบียนสิทธิเสรีภาพของผู้อื่นเช่นกันขอบคุณครับท่านอินธนันท์ เหล็กนวลชูสินท่านเสนอใน ๓ ด้าน ด้านสิทธิมนุษยชน ๔ ประเด็น มีการเสนอกฎหมาย ๔ ฉบับ แก้ไข ๑ ฉบับด้านสิทธิเสรีภาพ ๔ ประเด็น เสนอกฎหมายใหม่ ๑ ฉบับด้านคุ้มครองผู้บริโภค ๓ ประเด็น เสนอแก้ไขกฎหมาย ๓ ฉบับ วุฒิสภาจะรับไปเพื่อที่จะหารือวางแผนงานในแลหน้าต่อไปนะครับท่านผู้เข้าร่วมประชุมนำเสนอไปครบ ๑๔ กลุ่มแล้ว อย่างไรก็ดีผมมีท่านสมาชิกวุฒิสภาที่จะนำเสนอเพิ่มเติม ซึ่งเรื่องที่ท่านรจะนำเสนอนั้น เป็นเรื่องที่มีผลต่อพวกเราทุกคน เนื่องจากเป็๋นเรื่องเกี่ยวกับสาธารณสุขนายแพทย์เจตน์ ศิรธรานนท์ นำเสนอข้อมูลรายงานด้านสาธารณสุข ๗ นาทีเชิญครับกราบเรียน กราบเรียนท่านประธานวุฒิสภาที่เคารพ กระผม นายเจนตสมาชิกวุฒิสภาท่านประธานครับ กรรมาธิการสาธารณสุข ไม่มีห้องย่อย แต่ว่าปัญหาของโควิดที่ผ่านมากว่า ๒ ปีครึ่งใหญ่มหาศาลมาก ส่งผลกระทบต่อประชาชนคนไทยแทบทุกคน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีผลกระทบต่อเรื่องสุขภาพ ก็ตามในบางคน แต่ว่าผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ล้วนแล้วแต่คนไทยทุกคนจะต้องประสบพบเจอเพราะฉะนั้นผมคิดว่าในประเด็นเรื่องโควิดของคณะกรรมาธิการการสาธารณสุขซึ่งรับผิดชอบในเรื่องนี้คงไม่สามารถที่จะละเลยในการนำเสนอต่อประชาชนผ่านทางสภาแห่งนี้ได้ ในวันนี้ในวันนี้ แต่พอเรามาดูเรื่องของโควิดในเหลียวหลังพบว่าใน ๒ ปีครึ่งที่ผ่านมาก็มีอยู่มากมาย แต่ว่าในส่วนที่แสดงในส่วนที่แสดงที่บอร์ดจะมีเรื่องของการไล่เบี้ยจัดหาเรื่อง ATK ฟังเสียงของหน่วยราชการ ส่วนกลางและส่วนภูมิภาคในเรื่องของการกระจายวัคซีนในเรื่องของ่วางระบบสุขภาพดิจิทัล วัคซีนพาสสปอร์ต ซึ่งสาธารณสุขเป็นผู้จุดชนวนให้หมอพร้อมเข้ามาเชื่อมกับ EUDCC ส่งผลให้กับคนไทยที่เคยขอเรื่องของเอกสารในการไปต่างประเทศโดยเฉพาะทาง EU ได้รับความสะดวกขึ้น ไม่ต้องรอคิวนาน อันนั้นสามารถดูได้ที่บอร์ดนะครับ แต่ว่าในส่วนของ ๒ ปีข้างหน้า สิ่งที่สำคัญที่สุดที่เราคิดว่าคณะกรรมาธิการการสาธารณสุขจะต้องทำในช่วง ๒ ปีข้างหน้าก็คือในเรื่องของการถอดบทเรียนไม่ใช่เพียงแต่เป็นหน้าที่ของคณะกรรมาธิการสาธารณสุขแต่เป็นหน้าที่ของหน่วยงานท่ี่สำคัญโดยเฉพาะกระทรวงแล้วก็งานวิจัยต่าง ๆ ที่จะออกตามมา เราคิดว่าโควิด 19 ไม่ใช่โรคระบาดใหม่ครั้งสุดท้ายจะต้องเกิดอีก ถ้าหากว่าเกิดอีกเราจะทำอย่างไร ประเทศไทยจะยืนบนขาตัวเองได้อย่างไร เรามีบริษัทสยามไบโอไซแอนซ์ ซึ่งก่อตั้งขึ้นมาโดยล้นเกล้ารัชกาลที่ ๙ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ ศักยภาพสูงมาก ลงทุนไปถึงและผลิตชีววัตถุ ผลิตยากระตุ้นเม็ดเลือดแดง ผลิตยากระตุ้นเม็ดเลือดขาวไม่มีความรู้ในเรื่องของการผลิตวัคซีนสำหรับไวรัสเลยแต่ได้รับการติดต่อจากบริษัท แอสตราเซเนกา ของมหาวิทยาลัยออกฟอร์ดสามารถผลิตแอสตราคนไทยทุกคนจนถึงทุกวันนี้ที่เรามี เราจะต้องใช้ประโยชน์จากตัวของบริษัทนี้ให้ได้ แล้วก็ตอนนี้เท่าที่ทราบเรามีสถาบันที่ผลิตวัคซีน กำลังเดินอยู่ แต่ยังไม่สำเร็จได้แก่ จุฬาที่จะผลิต MRA วัคซีน ของจุฬาฯ ของการเภสัช และมหาวิทยาลัยมหิดล ไบโอเนตสิ่งที่ยืนยันว่า ถึงแม้ว่าจะช้า ถึงแม้ว่าการผลิตยังไม่สมบูรณ์ยังต้งอทดลบแต่ว่าจะเป็นสิ่งที่ยืนยันว่าเราสามารถที่จะเดินหน้าไปได้อย่างดีและปลอดภัยเพื่ออนาคตของลูกหลานของเรา แล้วก็สู้กับโรคอุบัติใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตในเรื่องของนวัตกรรมไม่ว่าจะเป็นเรื่องของชุด เรื่องค้นคิดเรื่องยา หรืออื่น ๆ ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่เรามีคณะอนุกรรมาธิการที่จะศึกษาเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ศึกษาเสร็จจะบอกได้ว่าประเทศไทย ควรจะได้ประโยชน์จากสิ่งนี้ สิ่งที่เราสูญเสียไปก็คืองบประมาณแผ่นดินจากพระราชกำหนด ๒ ฉบับ 1 ล้านบาท1 ล้านบาท ซึ่งตรงนั้นทางด้านสาธารณสุขรวมหน่วยงานอื่น ๆ ใช้ไปแทนที่จะใช้ไป 45000+30000เป็น 75,000 ล้านบาท ใช้ไปถึง ๒๑๓,๐๐๐ ล้านบาทก็ไม่ว่ากัน เพราะว่าในลักษณะที่การคาดการณ์ระบาดใหม่ของโควิด 19 ว่าจะยุติ แม้วันนี้เองก็ยังบอกไม่ได้ว่าจะยุติ เราเพียงแต่คิดว่าแนวโน้มน่าจะเป็นการระบาดเฟสสุดท้าย แต่ว่าก็ยังก็หวังว่าจะเป็น แต่ถ้าไม่เป็น เราก็ต้องตามดู เพราะฉะนั้นงานของกรรมาธิการการสาธารณสุขในเรื่องโควิดเป็นเรื่องที่เรายังไม่สามารถบอกได้ว่าจบแล้ว เราต้องตามกันต่อและถ้าหากว่าจบเราต้องถอดบทเรียน การถอดบทเรียนจะต้องเอาประสบการณ์ไม่ใช่จากประเทศไทยอยา่งเดียว จากคนทั้งโลกซึ่งก็จะต้องมีการถอดบทเรียนเช่นเดียวกันที่เกี่ยวข้องกับโรคอุบัติใหม่จะเป็นงานท้าทายที่อาจจะสร้างรายได้ที่ดีให้กับบริษัทบางบริษัท แต่ทำนองเดียวกันประเทศหลายประเทศที่ประสบปัญหาจะประสบเรื่องของเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบและอื่น ๆ อีกเพราะฉะนั้นในเรื่องของโควิด ๑๙ เราเห็นว่ามีความสำคัญอย่างมาก นอกจากนี้งานของคณะกรรมาธิการยังมีเรื่องของการปฏิรูปประเทศ ซึ่งมี 5 Big Rock เรื่องของการถ่ายโอน รพ.สต.ไปให้กับ อบจ. ซึ่งเราเห็นด้วยการถ่ายโอน เพียงแต่ว่าต้องการให้มีการนำร่องในบาง รพ.สต. ก่อนที่จะทำทั่วประเทศแล้วก็เรื่องวันนี้ก็มีร่าง พ.ร.บ. กัญชาและกัญชง เข้าสู่การพิจารณาอันนั้นเป็นงานของสาธารณสุขที่เราจะต้องทำ เป็นเรื่องของกัญชา กัญชง แล้วก็เรื่องของกระท่อม รวมถึงเรื่อง พ.ร.บ. ประมวลกฎหมายยาเสพติด แล้วก็ พ.ร.บ.ให้ใช้ยาเสพติด และ พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดียาเสพติด ซึ่งผ่านสภาไปเมื่อปลายปี ๒๕๖๔ แล้วก็เป็นเรื่องที่เราก็จะมีกระบวนการปฏิรูปถือว่าเรื่องยาเสพติดเป็นปัญหาของคนไทย มาอย่างยาวนานก็คิดว่าในคณะกรรมาธิการการสาธารณสุขต้องเรียนถามเรื่องนี้ต่อไป ผมคงจะสรุปสุดท้าย ก็ขอขอบคุณทางเพื่อนสมาชิกวุฒิสภา และพี่น้องประชาชนที่เข้ามาฟังในวันนี้ ขอบคุณมากครับ (พลเอก สิงห์ศึก)ขอบคุณท่านเจตน์ ศิรธรานนท์ ท่านเป็นกรรมาธิการสาธารณสุขของวุฒิสภา ท่านก็นำเสนอเนื่องจากว่าไม่ได้มีประเด็นย่อยให้ท่าน ท่านแจ้งว่าคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภาของท่านนั้นในเรื่องแรก ประเด็นแรก คือการถอดบทเรียนโควิด 19 คาดว่าจะยุติหรือไม่ ๒. ในเรื่องของการโอนโรงพยาบาลส่งเสริมตำบลให้กับส่วนท้องถิ่น ๓. ก็คือเรื่องของพระราชบัญญัติยาเสพติดคือ กัญชง กัญชา ใบกระท่อม อันนี้ขอขอบคุณคณะกรรมาธิการการสาธารณสุขนะรับ สำหรับการสัมมนาในช่วงนี้นำเสนอไปจนครบถ้วนทุกหัวข้อแล้ว ต่อไปขอเชิญเข้าสู่ความคิดเห็น กราบเรียนท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย กราบขอบพระคุณท่านรองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่งท่าน (พลเอก สิงห์ศึก) ท่านเห็นฝีมือการประชุมของท่านหรือยัง ช่วยปรบมือดัง ๆ ให้กับทา่นรหน่อยนะครัคบแต่ว่ารองประธานวุฒิสภา คนที่สองท่านศุภชัย สมเจริญ ก็ควบคุมการประชุมได้ไม่แพ้ใครเช่นเดียวกันครับ [เสียงปรบมือ]เพราะฉะนั้นในช่วงการดำเนินการในห้องจากทางบ้าน ทา่นเรณูครับ เรามอบให้ท่านรองประธานวุฒิสภา คนที่สองดีไหมครับดีค่ะ ดิฉันขอกราบเรียนเชิญท่านรองประธานวุฒิสภาคนที่สอง (คุณศุภชัย) [เสียงปรบมือ] [เสียงปรบมือ]ทั้ง ๒ ท่านนะครับ ผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกท่านครับ ลำดับต่อไปจะเป็นการสัมมนาในช่วงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยจะเปิดโอกาสให้ผู้แทนประชาชนได้นำเสนอความคิดเห็น เพิ่มเติมในที่สัมมนาแห่งนี้ สำหรับผู้ที่จะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแบ่งเป็น ๒ ประเภท ได้แก่ ผู้แสดงความเห็นผ่านระบบออนไลน์และผู้แสดงความคิดเห็นที่อยู่ในห้องประชุมแห่งนี้ ซึ่งแต่ละท่านจะมีเวลาท่านละ ๓ นาทีต่อไปจะเป็นผู้แสดงความคิดเห็นผ่านระบบออนไลน์ท่านละ 3 นาที ขอเชิญนางสาวเพียรชนันต์ ลีอุดมวงศ์ ผู้แทนจากกลุ่มคุ้มครองสิทธิและเสริมพลังคนพิการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นการถูกเลือกปฏิบัติทวีคูณ double discrimation และการถูกล่วงละเมิดในกลุ่มคนพิการทางจิต สังคมและสตรีพิการและข้อเสนอเพื่อการปฏิรูป กำกับและติดตามประเด็นคนพิการตามแนวทางการเสริมพลังจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนขอเชิญนางสาวเพียงชนันสวัสดีค่ะ สมาวุฒิสมาชิก และผู้มีเกียรติที่อยู่ในห้องประชุมในนามของตัวแทนคนพิการขอบพระคุณสำหรับโอกาสในการได้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนในวันนี้ ประเด็นที่อยากจะนำเรียน คือ ท่านประธาน แจ้งให้ทราบไปแล้วคือเรื่องของการถูกเลือกปฏิบัติอย่างทวีคูณสตรีพิการ ซึ่งมีประเด็นร่วมอยู่ การถูกล่วงละเมิด ละเมิดสิทธิ ในส่วนของการถูกล่วงละเมิดและเราหาประโยชน์ทางร่างกายเป็นในเรื่องที่อยู่ในบ้าน อยู่ในในชุมชน จึงอยากเสนอให้รัฐเชิงรุกเพื่อคุ้มครองป้องกันอย่างจริงจังและการเสริมพลังจะมีเรื่องที่สำคัญที่จะต้องทำอย่างต่อเนื่องเกิดความเข้มข้นขึ้นในการให้ความรู้เรื่องการปฏิบัติต่อคนพิการอย่างเหมาะสมบนฐานของความเคารพความเป็นบุคคลก็จะช่วยให้เกิดการบริหารอำนาจ เหมาะสม ทั้งจากคนในครอบครัวเองหรือตลอดจนหน่วยงานที่ให้บริการต่าง ๆ ให้บริการต่าง ๆ ซึ่งประเด็นเรื่องของการคิดให้ คิดแทนตัดสินใจสกรรมาธิการเป็นการลดทอนแล้วคนพิการเอง และเป็นการริดรอนสิทธิแบบหนึ่ง ซึ่งแม้จะเป็นแต่ขัดแย้งกับรูปธรรมของการเสริมพลังงานคนพิการในชีวิตประจำวัน ประเด็นที่ 2 เรื่องการจดทะเบียนคนพิการทางจิตสังคมเอง ถึงสิทธิที่พึงมีประเด็นเรื่องเจตคติประเด็นเรื่องตราบาปอัคติความเข้าใจผิดความเข้าใจผิดทางกฎหมาย ทำให้คนเหล่านี้ไม่กล้าออกไปจดทะเบียนคนพิการ ก็ยังมีประเด็นเรื่องของการใช้วิจารญาณของผู้ประเมินตนเองที่อาจจะมอง ประจักษ์ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนคนพิการโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความผิดปกติของคนเช่น โรคซึมเศร้า ก็มีความรู้ในประเด็นนี้ด้วยการตีความเรื่องคนพิการที่อยู่ในวิจารณญาณส่วนบุคคลทางการแพทย์และอื่น ๆ ส่วนบุคคล เพราะฉะนั้น จากประเด็นที่นำเรียนกระบวนทัศน์ทางสังคมหรือโซเชียลโมเดลอยากจะกล่าวถึงต่อที่ประชุมแห่งนี้เพื่อให้เกิดสมดุลที่เป็นสากลและครอบคลุมแห่งนี้เพื่อให้เกิดสมดุลและเป็นสากลและครอบคลุมทั้งเรื่องของการประเมิน คนพิการและเป็นแผนที่สอดคล้องกับแผนงานต่าง ๆ อยู่แล้วในส่วนของความพิการทางสากลมีความก็มีความแตกต่างหลากหลายความรุนแรงในแต่ละบุคคล ซึ่งในแต่ละระดับล้วนส่งผลโดยตรงให้สามารถออกมาดำเนินชีวิตประจำวันได้ ไม่สามารถเข้าสังคม ร่วมกิจกรรมเรียนหรือทำงานได้สะท้อนให้เห็นถึงแบบแผนความพิการทางสังคมที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนและเป็นรู)ะแล้วในที่สุดแล้วในที่สุดจะกลายเป็นคนที่ไม่สามารบุคคลที่ไม่สามารถดำรงชีวิตได้จึงขอนำเรียนมาเพื่อให้เกิดการเคลื่อนเอย่างเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้นในการให้ความรู้เรื่องกระบวนทัศน์แบบแผนความพิการให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน ขอบพระคุณค่ะขอบคุณณสำหรับความเห็นและข้อเสนอแนะของนางสาวปรีชนันท์ ลีอุดมวงศ์ต่อไปท่านที่ 2ขอเชิญนายวีระ มุกขัน ผู้แทน กลุ่มการศึกษาเพื่ออนาคตแลกเปลี่ยนความคิดเห็นให้โรงเรียนเป็นนิติบุคคล เชิญครับกราบเรียนท่านประธานวุฒิสภา รองประธานวุฒิสภา สมาชิกวุฒิสภาและผู้เข้าร่วมสัมมนาเหลียวหลังแลหน้าเหลียวหลังแลหน้าทุกท่าน ผม ครูวีระ มุกขัน ผมดูในโสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์เขต 2โครงการของวุฒิสภาเหลียวหลังแลหน้าวุฒิสภาเพื่อประชาชนเป็นโครงการที่ดีโดยมีการถ่ายถอดประชาชนจะได้ทราบว่า อดีตที่ผ่านมา 3 ปี วุฒิสภา ทำอะไรให้ประชาชนได้บ้าง และอนาคตต่อไปอีก ๒ ปีวุฒิสภาจะทำอะไรให้กับประชาชน จะได้ประโยชน์และมีความสุข ท่านประธานครับแต่ประเด็นความคิดเห็นที่สำคัญในวันนี้ก็คือ เกี่ยวกับเรื่องโรงเรียนเป็นนิติบุคคลประเด็นนี้สำคัญเป็นอย่างยิ่งความต้องการของพี่น้องครูทั้งประเทศ โดยเฉพาะยุคนี้เป็นยุคดิจิทัลการทำงานอะไรต้องเลือกการแข่งขันไม่อย่างนั้นประเทศของเราจะล้าหลังตามประเทศอื่น ๆ แน่นอนท่านประธานครับ การบริหารงานของโรงเรียนเดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะเป็นงานบริหารบุคคล งานบริหารวิชาการ งานบริหารทั่วไปปัจจุบันเป็ฯการบริหารงบประมาณ ปัจจุบันเป็นการบริหารงานที่ต้องมาจากเบื้องบนสู่โรงเรียน ซึ่งโรงเรียนของเราไม่ได้เป็นผู้คิด คิด เป็นผู้บริหารขึ้นเอง ประเด็นที่สำคัญบางตัวอย่าง ที่ผมจะยกตัวอย่างให้ดู อย่างเช่น งานบริหารบุคคลการคิดกรอบอัตรากำลัง ไม่ว่าจะเป็นกรอบอัตรากำลังครู ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรอื่นอย่างเช่น นักการภารโรงกรอบอัตรากำลังมาจากข้างบน ครูไม่ได้ยึดไม่ว่าจะเป็น ๒๐ ต่อ ๑ครูที่มาให้บางโรงเรียนบางโรงเรียนกว่าจะได้รับ ตำแหน่งมี เงินมี งบประมาณมี แต่ไม่ได้ข้าราชการครูมา อย่างเช่น ไม่มีครู หรือเอกนี้บรรจุหมดแล้ว กศจ. อื่น นานจริง ๆ หรือไม่บางทีสมัยก่อน ๆ บางโรงเรียนภาษาอังกฤษส่งเอกอื่นเข้ามาให้ที่โรงเรียนซึ่งไม่ตรงกับความต้องการของโรงเรียน อันนี้ก็เป็นปัญหาอยู่จนปัจจุบันนี้ อันนี้เกี่ยวกับการบริหารบุคคลติดปัญหาอยู่จนเข้าปัจจุบันนี้ อันนี้เกี่ยวกับการบริหารบุคคล หรือยกตัวอย่างการบริหารงานวิชาการ งานวิชาการเป็นงานเกี่ยวกับหลักสูตรโดยเฉพาะหลักสูตรที่ต้องเข้ากับบริบทของโรงเรียน บริบทของโรงเรียน บริบทของโรงเรียนอย่างเช่น หลักสูตรที่เน้น ความรู้สหลักสูตรที่เน้นทักษะชีวิต โดยเฉพาะโรงเรียนขยายโอกาส หลักสูตรที่เขาต้องการ เขาต้องการให้เด็กมีอาชีพ ไม่วา่จะเป็น โรงเรียนมัธยมม.ปลาย หรือโรงเรียนอาชีวะ พวกนี้ เทคนิค เกษตรอะไรพวกนี้เขาต้องการหลักสูตรที่ไปสู่วิชาชีพ ผมยกตัวอย่าง หลักสูตรของท่านประธานที่ออกไปตามสถานที่ ตามโรงเรียน ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านประธานตวง อันทะไชยวุฒิสภา หรือจะเป็นท่านออน กาจกระโทก เลขานุการคณะกรรมาธิการการศึกษา หรือจะเป็นท่านเฉลา ท่านโฆษกของคณะกรรมาธิการการศึกษาวุฒิสภา ซึ่งท่านตวง ได้เอ่ยอยู่ประจำหลักสูตร active leraning การเรียนรู้สู่การปฏิบัติในการเรียนการสอนส่วนร่วมในการเรียนการสอน เด็กจะได้เรียนรู้ให้เห็น ทำให้เป็นแล้วก็แก้ปัญหาได้หลักสูตรต่าง ๆ โดยเฉพาะหลักสูตรใหม่ที่เข้าสู๋โรงเรียนท่านประธาน หลักสูตรศาสตร์พระราชาเขาเอาเข้าไปสุ่สาระการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นสาระเพิ่มเติมบางโรงนำหลักสูตรสาระการเรียนรู้หลักสูตร์ศาสตร์พระราชาเข้าไปแล้วเพราะฉะนั้นหลักสูตรต่าง ๆ แม้แต่ กศน. ที่สอนให้นักเรียนมีอาชีพ สามารถไปจำหน่ายไปทำอะไรได้ทุกอย่าง มีอาชีพติดตัวเวลาจบออกไป หรือจะเป็นโครงการพาน้องกลับมาเรียนของท่านเฉลา พวงมาลัยโรงเรียนมักกะสันจะสนับสนุนทางกีฬา เด็กที่ตกหล่นหลุดออกนอกระบบก็นำกลับเข้ามาเรียนโดยเฉพาะคนไหนเก่งทุกอย่างทุกปัญหา ถ้าโรงเรียนเป็นนิติบุคคลรับรองว่าดีแน่นอนอันนี้เป็นความต้องการสุดท้ายโรงเรียนนิติบุคคลไม่จำเป็นต้องพร้อมกันหมดได้โรงเรียนไหนพร้อมก่อน โรงเรียนที่มีชื่อเสียงเขาพร้อม อย่างเช่น สวนกุหลาบเตรียมอุดม บดินทร์เดชาที่มีคุณภาพจัดเด็กพวกนี้ไปก่อนได้ อันนี้ก็คือโรงเรียนนิติบุคคล แต่มีอีกอย่างหนึ่ง ด้านงบประมาณเปิดเทอมไปไม่นาน บางโรงเรียนไม่ได้งบประมาณเพราะอาหารเสริม นม อาหารกลางวันต้องผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น7 วันก็ยังไม่ได้ ๑๐ วันก็ยังไม่ได้อย่างนี้ก็เป็นปัญหาเพราะน้องท้องต้องอิ่มถึงจะเรียนได้ อันนี้ฝากท่านประธานประเด็นที่สำคัญ ท้ายที่สุดเหลียวหลังที่ผ่านมาเป็นกรณีศึกษาแต่ฝากแลหน้าก็คืออนาคตที่สดใสของพี่น้องประชาชนขอบพระคุณมากครับ สวัสดีครับ [เสียงปรบมือ] (คุณศุภชัย)ขอบคุณมุกขัน จากจังหวัดนครสวรรค์ ที่ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ ของโรงเรียนและมีข้อเสนอแนะที่จะให้โรงเรียนเป็นนิติบุคคล ต่อไปท่านที่ 3 ขอเชิญ นาฯ สังคม เข้มแข็ง ประเทศมั่นคง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นวุฒิสภาต่อการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัด และแผนการปฏิรูปของรัฐบาล โดยควรให้ประชาชนมีส่วนร่วมดำเนินการมากขึ้น ทั้งด้านสิทธิหน้าที่และงบประมาณ โดยไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐดำเนินการฝา่ยเดียว คุคุณวิรัตน์เปิดไมค์ด้วยครับน์เปิดไมค์ด้วยครับชัดเจนหรือยังท่านประธารนชัดเจนแล้วครับ ผมวิรัตน์ พรหมศรก่อนอื่นต้องกราบขอบคุณท่านประธานที่กรุณาให้คนเล็กคนน้อยจากสภาองค์กรชุมชนของพวกเราได้ประชุมคร้้งนี้ถือว่าเป็นโอกาสของสภาองค์กรชุมชนด้วยมี ๗,๗๙๕ ตำบลของสภาองค์กรชุมชนเรา ท่านประธานครับ เนื่องจากวุฒิสภาเป็นกลไกหนึ่งที่เป็นความหวังอย่างพวกเราคนทุกข์คนยากที่จะติดตามการทำงานของรัฐบาลที่จะมีบทบาทในการเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ ดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติพวกประชาชน อย่างพวกกระผมเองก็ขอชื่นชม แต่ขอความกรุณาจากรัฐสภา ฝากไปหารัฐบาลอย่างนี้ว่าระยะเวลาที่เหลือของรัฐสภาวาระคาดว่าคงจะเป็นปลายยก อีก 2 ปี 3 ปีที่ผ่านมา หลายสิ่งหลายอย่างท่านประธานว่าการปฏิรูปประเทศของพวกเราที่ผ่านมาเพื่อให้เกิดยุทธศาสตร์ที่ดีของประเทศเรานั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่จะมีข้อติดขัดอีกตัวหนึ่ง คือ กระบวนการมีส่วนร่วมครับท่านประธานเรามองว่าเท่าที่ผ่านมากระบวนการเท่าที่ผ่านมากระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชนไม่ค่อยมี เราจะมองถึงการมีส่วนร่วมเฉพาะกลไกราชการเท่านั้น ที่กระผมพูดประเด็นนี้พิสูจน์ได้ง่าย ๆ ถ้าเกิดการปฏิรูปประชาชนมีส่วนร่วมจริง จะไม่มีข้อเรียกร้องวันนี้ด้วยซ้ำไป จะราบรื่นก็จะประสบผลสำเร็จ ก็จะไม่มีการไปเรียกร้องหน้ารัฐสภาหรือทำเนียบรัฐบาล ดังนั้นการปฏิรูปเพื่อให้เกิดยุทธศาสตร์ในประเทศเรานี้ ในฐานะที่เป็นตัวแทนของชาวบ้านรอยากจะกราบเรียนผู้มีเกียรติทั้งหลายถึงการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะท้องถิ่นถ้าเกิดท้องถิ่นเขาไม่มีส่วนร่วม ก็จะครอบคลุมปัญหาได้ทั้งหมด เท่าที่ผ่านการปฏิรูปการปฏิรูปครั้งต่อไปเราจะเห็นว่ามีเฉพาะกลไกราชการเหมือนเดิม ถ้าเกิดการปฏิรูปโดยประชาชนไม่มีส่วนร่วมก็จะเป็นกลไกที่ทำโดยราชการ ราชการทำแทนทำแทนใช้อำนาจแทน ใช้งบประมาณแทนอะไรประมาณนี้ แผนต่าง ๆ ที่มีไม่สามารถไปถึงจุดมุ่งหมายของเราได้ ผมตอกย้ำอีกครั้งหนึ่งท่านประธานที่เคารพ อยากให้มีกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนให้มากที่สุด สังเกตในที่ประชุมวันนี้เพราะว่าถือว่ามีข้อบกพร่องอีกมากมายจึงอยากจะให้กำลังใจท่านสมาชิกวุฒิสภาททั้งหมดนำไปดำเนินการและติดตามให้ทางรัฐบาลของพวกเราด้วย ขอบพระคุณมากครัีบครับขอบคุณท่านวิรัตน์ พรมศร ที่กรุณาแสดงความคิดเห็นต่อบทบาทของวุฒิสภาในการติดตาม เสนอแแนะ และเร่งรัดการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปของรัฐบาลโดยเน้นว่าอยากให้ประชาชน3มีส่วนร่วมมากที่สุด ต่อไปเป็นผู้แสดงความคิดเห็นที่อยู่ในห้องสัมมนาท่านละ ๓ นาทีเช่นกันท่านแรกดอกเตอร์สีดาผู้แทนกลุ่มสื่อเพื่อเด็กและเยาวชนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นจัดการเชิงนโยบายกับภัยออนไลน์ที่เด็กและเยาวชนเผชิญอยู่ขอเชิญดอกเตอร์สีดาครับ ดอกเตอร์สีดาฯกราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกวุฒิสภาและแขกผู้มีเกียรติทุกท่านปี 2563 แจ้งว่าประเทศไทยมีการแลกเปลี่ยน สื่อลามกอนาจารเด็กเกือบ ๔ แสนครั้งหนึ่งปีถัดมาคือปี ๒๕๖๔ปี ๒๕๖๔ เพิ่มเป็น 6 แสนเขา ถ้าเรายังไม่ทำอะไรกับเรื่องนี้จะมีเหยื่ออีกกี่คนที่โดนละเมิดทางเพศออนไลน์ เพราะฉะนั้นดิฉันอยากจะวิงวอนให้ทางอยากจะวิงวอนให้ทางวุฒิสภาและรัฐสภาได้สนับสนุนการแก้กฎหมายอาญาเพื่อครอบคลุมการละเมิดทางเพศรูปแบบใหม่ ๆ บนโลกออนไลน์รวมถึงการติดตามคุกคามบนโลกออนไลน์และการกลั้่นแกล้งรังแกบนโลกออนไลน์ประเด็นที่ 2 ดิฉันอยากให้ทางวุฒิสภาและรัฐบาลได้จัดตั้งคณะกรรมการในการติดตามมติต่าง ๆที่ผ่านสภาและเป็นมติ ครม. ไปแล้ว เนื่องจากดิฉันเห็นว่าการสื่อสารนโยบายกับส่วนกลางสู่ส่วนภูมิภาค ยังมีปัญหาอยู่ จากการทำงานลงพื้นที่เราพบว่าหลาย ๆ เรื่องที่ส่วนกลางมีนโยบายแล้ว เป็นมติ ครม. แล้วแต่ในส่วนพื้นที่ไม่ทราบเรื่องนี้เลยถึงแม้บางที่ทราบแล้ว แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร งบประมาณก็ไม่มีจะเอามาจากไหนเพราะฉะนั้นเพื่อให้การนำนโยบายสู่การปฏิบัติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพรวดเร็ว moniter อยากให้มีคณะกรรมการที่คอย mornitor ติดตาม แต่จะต้องรวมถึงการส่งเสริมด้วยว่าในส่วนของพื้นที่มีปัญหาอะไร ขาดตรงไหน ก็จะช่วยทำให้การนำนโยบายสู่การปฏิบัติเป็นไปได้อย่างจริงจังนะคะ อีกอันหนึ่งที่ดิฉันอยากหารือก็คือเรื่องของlearning lossพวกเราหลายคน เคยได้ยินคำนี้ที่ผ่านมาเด็กเรียนออนไลน์และงดกิจกรรมนอกบ้านหลาย ๆ อย่างด้วยสถานการณ์ป้องกันการแพร่ระบาดของโควิดทำให้เกิดผลกระทบที่เรียกว่า การเรียนรู้ถดถอยโดยเฉพาะปฐมวัย เพราะฉะนั้น ดิฉันอยากให้รัฐบาลมีนโยบายที่ชัดเจนในการที่จะจัดหนังสือบ้านละ ๓ - ๕ เล่ม ให้มีการอ่านตรงนี้เพราะมีงานวิจัยว่าการอ่านหนังสือช่วยแก้ปัญหา learning loss wได้ ช่วยพัฒนาการของเด็กได้ อันนี้อยากให้เป็นประเด็นเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการและในระยะยาวน่าจะมีการการจัดบริการหมุนเวียนหนังสือการอ่านและการอบรมพัฒนาพ่อแม่ผู้ปกครอง รวมถึงคุณครูหรือคนที่ทำงานด้านเด็ก โดยเฉพาะด้านเด็กปฐมวัยให้สามารถใช้หนังสือเป็นสื่อในการกระตุ้นพัฒนาการของเด็ก ก็จะเป็น 3 ประเด็นในเวลา 3 นาที ขอบพระคุณค่ะ (คุณศุภชัย)ครับ ขอบคุณดอกเตอร์สีดาที่เสนอความคิดเห็นใน 3 ประเด็นหลักที่สำคัญ 3 ประเด็นหลักที่สำคัญต่อไปทา่นที่ 2 ขอเชิญนางภรินี เสริมสินศิริ ผู้แทนกลุ่มเสาเข้มสังคมตำบลเข้มแข็ง ประเทศมั่นคงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นขอให้วุฒิสภาติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัด การปฏิรูปประเทศเพื่อผลักดันให้หน่วยงานภายในและภายนอกพื้นที่ทำงานแบบบูรณาการ โดยไม่แยกส่วนกัน ทำเป็นโครงการพัฒนาต่าง ๆ ลงไปในชุมชน และร่วมกันส่งเสริมทั้งงบประมาณและวิธีทำงานให้องค์กรต่าง ๆในตำบลได้ทำงานจัดการกันเองตามเป้าหมายการปฏิรูป ขอเชิญนางภลินีครับ กราบเรียนท่านประธานวุฒิสภา กราบเรียนท่านประธานวุฒิสภาและสมาชิกวุฒิสภาา และแขกท่านผู้มีเกียรติทุกท่านในห้องประชุมแห่งนี้ดิฉันมาในฐานะภาคประชาสังคมที่เข้าร่วมในห้องย่อยเมื่อเช้านี้ เสริมสร้างเสาเข็มตำบลเข้มแข็ง ประเทศมั่นคง จากการที่รับฟังข้อมูลในห้องย่อยในเช้าวันนี้เป็นสิ่งที่ยืนยันอย่างชัดเจนว่า ตำบลในประเทศไทยมีทั้งหมด 7000 กว่าตำบลมีหลาย ๆ ตำบลที่มีบริหารภายในอย่างน่าสนใจค่ะ โดยมีการสานพลังทั้ังภายในตำบลทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินคือ อบต. เทศบาล ท้องที่คือกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สภาองค์กรชุมชนระดับตำบล ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมและหน่วยงานอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น รพสต. วัด โรงเรียน หรือทุกท่านทุกท่านทราบไหมว่า ตำบลหลาย ๆ แห่งทีเดียวที่ขับเคลื่ือเรื่องสำคัญ ๆ ที่ทำให้คุณภาพชีวิตของผู้คนในตำบลดีขึ้นอย่างเด่นชัด ไม่ว่าจะเป็นการรวมตัวกันในการออมต้นไม้ ทำธนาคารต้นไม้ เช่น ที่ตำบลนาขา จังหวัดชุมพร ต. คำป่าหลาย จังหวัดขอนแก่น หรือการทำวิสาหกิจไม้ประดับ ต. โนนโหนนอุบลราชธานี การรวมตัวกันเพื่อเตรียมการรองรับสังคมสูงวัยที่ ต.คอลุม จ.อุตรดิตถ์ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเพียงเสี้ยวเดียวของตำบลต่าง ๆ ที่มีการรวมพลังกันของหน่วยงานต่าง ๆ และมีการขับเคลื่อนกันตามกำลัง บางแห่งก็ระดมทรัพยากรกันเอง บางแห่งก็มีทรัพยากรมาแล้ว แต่ใช้ไม่ได้ รวมไปถึงการทำงานดด้วยความยากลำบาก แต่ด้วยหลายหน่วยงาน หลายสมอง หลายฝ่ายร่วมกันในตำบลอุปสรรคปัญหาต่าง ๆ ก็ฝ่าฟันมาได้ณ วันนี้หลาย ๆ ตำบลที่ดิฉันได้กล่าวถึงหลาย ๆ ที่ก็กลายเป็นดูงาน กลายเป็น แหล่งเรียนรู้ แต่หารู้ไม่ว่ากว่าจะประสบความสำเร็จเวลานี้ไม่ง่ายเลยจริง ๆที่จะหนุนเสริมการทำงานของตำบลที่เป็นเสาเข็มของสังคมอย่างแท้จริง ประเด็นสำคัญคือจะทำอย่างไรให้หน่วยงานต่าง ๆ ทำงานทที่มีหน่วยงานองค์กรต่าง ๆ ที่มาจากภายนอกมีโครงการ มีวิธีการทำงาน มีการแยกส่วนกันทำงาน จะทำอย่างไรให้มีการติดตามในเรื่องนี้ในฐานะที่วุฒิสภา ดิฉันขอเสนอให้ท่านช่วยติดตามข้อเสนอแนะและเรร่งรัดการปฏิรูปประเทศ ให้ผลักดันให้รัฐบาลทำเรื่องในการบูรณาการโครงการพัฒนาต่าง ๆ ของหน่วยงานลงไปยังตำบลต่าง ๆให้เป็นจริงถ้าทุกคนเห็นว่าตำบลเป็นเสาเข็มของสังคมแล้วก็จะนำไปสู่ความมั่งคั่งมั่งคั่ง และยั่งยืน ในฐานะที่ดิฉันพูดเป็นคนสุดท้ายในวันนี้ที่ประชุมแห่งนี้ อยากฝากข้อเสนอนี้ ช่วยพิจารณาในเรื่องของการช่วยหนุนเสริมพลังของตำบลให้ทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น เมื่อตำบลเข้มแข็งประเทศของเราก็จะมั่นคงอย่างแน่นอน ขอบพระคุณครับ [เสียงปรบมือ]ขอบคุณท่านภรินี เสริมศิลศิริ ได้เสนอแนะความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องการปฏิรูปประเทศ โดยขอให้ช่วยหนุนชุมชน เป็นอันเสร็จสิ้นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแล้วนะครับ ทางวุฒิสภาจะได้นำความเห็นและข้อเสนอแนะที่มีประโยชน์ของทุกท่านไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ขอเชิญท่านพิธีกรดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปครับขอขอบพระคุณท่านรองประธานวุฒิสภาคนที่สอง ท่านศุภชัย สมเจริญ [เสียงปรบมือ]ช่วงบ่ายวันนี้เป็นช่วงที่มีคุณค่ามาก ดิฉันได้ฟังการนำเสนอ 14 ประเด็นและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นโดยผ่านสื่อออนไลน์ดมาในวันนี้นับว่าเป็นช่วงเวลาที่มีคุณค่ามากเลยแล้วแต่ละท่านที่มาพูดในวันนี้สามารถอภิปรายในห้องประชุมจันทราได้เลย เพราะเป็นมืออาชีพแล้ว ถือว่าเป็นการเจริญสติปัญญาของเราทั้ง 2 คนน แล้วผมเชื่อว่าสมาชิกวุฒิสภา ทั้ง250 คน โดยตัวแทนที่นั่งรับฟังอยู่วันนี้แทบจะไม่ได้ลุกไปห้องน้ำเลยประธานกรรมาธิการทุกคณะของวุฒิสภาหรือผู้แทนของกรรมาธิการซึ่งท่านก็คงจะมีความรู้สึกเช่นเดียวกับผมว่าเราได้ยินข้อความความคิดเห็ฯในห้องนี้ที่สะกิดต่อมที่เราจะเดินไปข้างหน้าอีก 2 ปีดังที่บางท่านบอกว่า อีก 2 ปีที่เหลือของเราถือเป็นช่วงนาทีทองที่เราจะต้องกระทำการเชิงรุกอย่างใดอย่างหนึ่งสุดแท้แต่ท่านประธานแตละคณะจะนำไปประยุกต์แล้วก็สร้างผลงานออกมา ฉะนั้นก็ขอให้ท่านประธานกรรมาธิการ ท่านตัวแทนกรรมาธิการได้ลุกขึ้นขอบคุณพี่น้องประชาชน ท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน ที่อยู่ในที่นี่ด้วยนะครับ ขอพวกเราให้ท่านด้วยค่ะ [เสียงปรบมือ]ขอบพระคุณท่านประธานคณะกรรมาธิการทุกท่าน มิติใหม่ท่านเรณูว่าเราจะมีการออนไลน์มาจากทั้งในห้องเรียนในโรงเรียนและตามท้องทุ่งนาและเราจะมีการเป็นอักษรสด ผมพูดไปนี้ผมไม่มีสคริปก็จะมีการแปลเป็นอักษรพิมพ์สดออกมา โดยชวเลขของวุฒิสภา รองรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ นอกจากการประเมินที่ท่านจะกรอกแบบสอบถามในคิวร์อาร์โค้ดทั้งที่อยู่บนจอของท่านและในสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ของวุฒิสภา และช่วยประเมินมาให้ด้วยนะครับสิ่งที่อยากจะเรียนที่ประชุมในที่แห่งนี้ว่ายังมีบุคคลสำคัญอีก 1 ท่าน เราจะลืมท่านไม่ได้เพราะว่าท่านเป็นผู้กำกับรายการการประชุมสัมมนา รวมทั้งจัดการทุกอย่างเรียบร้อยราบรื่นแล้วเราที่เราจะเดินไปข้างหน้าสำหรับวุฒิสภา ขอขอบคุณท่าน ส.ว. วัลลภตังคณานุรักษ์ ครูหยุย ช่วยตบมือให้ท่านด้วยค่ะ [เสียงปรบมือ]สุดท้ายเป็นพิธีการที่เราจะต้องรักษาไว้ เมื่อมีผู้กล่าวเปิด จะขอกราบเรียนเชิญท่านรองประธานวุฒิสภา คนที่สท่านศุภชัย สมเจริญ ได้่กรุณากล่าวปิดการสัมมนาที่ถือว่าประสบความสำเร็จในครั้งนี้ด้วยครับ (คุณศุภชัย)กราบเรียนท่านประธานวุฒิสภาเรียนท่านรองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่งในฐานะประธานการจัดงานสัมมนา ท่านสมาชิกวุฒิสภาและผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกท่าน กระผม นายศุภชัย สมเจริญ ีรองประธานวุฒิสภาคนที่สอง มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติจากคณะกรรมการอำนวยการให้มาเป็นผู้กล่าวปิดจากการสัมมนา การสัมมนาในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากความตั้งใจของวุฒิสภาที่อยากให้ประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ ได้รับทราบว่า าตลอดระยะเวลา 3 ปี ที่ผ่านมานั้นวุฒิสภาได้มีความตั้งใจ มุ่งมั่นและทุ่มเทสรรพกำลังทั้งในด้านความรู้ ความสามารถความสามารถของวุฒิสภา สมาชิกวุฒิสภาแต่ละท่าน รวมตลอดถึงการทุ่มเทการทำงานของบุคลากรสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาที่จะสนับสนุนภารกิจการทำงานของวุฒิสภาในการที่จะช่วยแก้ปัญหาด้านต่าง ๆ ให้แก่ประชาชนในทุกภาคของประเทศ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการสัมมนาในวันนี้ไม่ว่าจะเป็นการจัดนิทรรศการการสัมมนากลุ่มย่อย การอภิปราย ตลอดจนการนำเสนอข้อมูล ต่าง ๆ นอกจากจะเป็นภาพสะท้อนของความมุ่งมั่นตั้งใจของวุฒิสภาตามที่ผมได้กล่าวไปแล้ว จะเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้การทำหน้าที่ของวุฒิสภาในระยะต่อไปประสบผลสำเร็จตามที่วุฒิสภาได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะทุ่มเททำงานเพื่อพี่น้องประชาชนชาวไทยอย่างเต็มความสามารถต่อไป กระผมขออำนวยพรให้ทุกท่านจงประสบแต่ความสุข ความเจริญและเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ ขอบคุณครับ (คุณเรณู)การสัมมนามาช่วงสุดท้ายจบในการสัมมนาแล้ว ขอเรียนเชิญทุกท่านรับของที่ระลึกที่จุดลงทะเบียนและคืนบัตรที่ชั้น 1 สำหรับท่านสมมาชิกวุฒิสภา รับของที่ระลึกได้หน้าห้องประชุม ชั้น ๒ นะคะ แล้วก็อย่าลืมท่านเดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพแล้วก็อย่าลืมประเมินให้เราด้วยใน QR Code จาก facebook liteขอขอบพระคุณทุกท่านฃขอขอบพระคุณค่ะ ยังถ่ายรูปได้อีกสักระยะเวลาหนึ่ง นานทีปีหนเข้ามา ท่านยังสามารถถ่ายรูปได้เรายังไม่ปิดห้องประชุมนะคะ ขอบพระคุณครับ เดี๋ยวพบกันข้างล่างมาข้างหน้านี้ ขอบพระคุณมาก สวัสดีค่ะฃ