(คุณครูปรเมษฐ) สวัสดีคุณครูทุกท่าน และนักเรียนที่น่ารักของคุณครูทุกคนนะครับ วันนี้มาพบครูปรเมษฐ ศรีกำเหนิดครูคณิตา หนุนอนันต์ นะครับ ในรายวิชาภาษาไทย ระดับประถมศึกษาปีที่ 6 นั่นเองนะครับ วันนี้ครูก็จะพานักเรียนนั้นไปศึกษาเกี่ยวกับเรื่องของการเขียนใช่ไหมครูคณิตา ที่เราเคยได้พูดคุยกับนักเรียนไปเมื่อชั่วโมงที่แล้วนะครับ การเขียนก็เป็นงานเขียนที่นักเรียนนี่เคยผ่านมาแล้วด้วยใช่ไหมครับ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนในเทศกาล วันสำคัญต่าง ๆ ใช่ไหม หรืองานกิจกรรมในโรงเรียน ก็จะมีการประกวดงานเขียนประเภทนี้ด้วยยนะครับ งานเขียนประเภทนี้เขาเรียกว่า (คุณครูคณิตา) "งานเขียนเรียงความ" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น ครูก็จะให้นักเรียนนั้นได้ไป ต้องเรียกว่าไปทบทวนกันเลยล่ะ ไปทบทวนเรื่อง เรียงความ นะครับ เราจะศึกษากันในเรื่องของเรียงความนี้ประมาณ 2 ชั่วโมง เดี๋ยวเราจะได้รู้ว่าเราจะได้เขียนเรียงความเรื่องอะไรครับ พร้อมแล้วไปกันเลย หนู ๆ ที่น่ารักครับ ก่อนที่เราจะไปเข้าสู่เนื้อหานี่ เดี๋ยวเรามาดูคำถามกระตุ้นความคิดกันก่อนนะครับ เกี่ยวกับเรื่องเรียงความนี่ นักเรียนเป็นอย่างไรบ้างดีไหมครับ มีประสบการณ์อย่างไรบ้าง ดีไหมครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ดีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไปกันเลยนะเคยเขียนเรียงความหรือไม่ อย่างไรเขาถามว่าเคยเขียนไหม แล้วเขียนเรื่องอะไร อย่างไรนั่นเอง นักเรียนตอบคำถามครับ ครูจะได้รู้ แล้วคุณครูของหนูก็จะได้รู้ด้วยว่านักเรียนนั้นเคยเขียนหรือไม่ แล้วเขียนเรื่องอะไรนะ ตอบคำถามครับ ตอบแล้วครูคณิตา เด็ก ๆ ช่วยกันตอบแล้ว คราวนี้ถามครูคณิตาบ้าง ครูคณิตาเคยเขียนเรียงความหรือไม่ไหม (คุณครูคณิตา) เคยเขียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วครูคณิตาเขียนเรื่องอะไร (คุณครูคณิตา) ก็เขียนหลากหลายแนวนะคะ ไม่ว่าจะเป็นคุณธรรม จริยธรรม การเชิญชวนเกี่ยวกับการลดโลกร้อน หรือว่าเรื่องราวต่าง ๆ นะคะ การโน้มน้าวผู้อื่นนี่ ก็เป็นงานเขียนทีมีความหลเป็นงานเขียนที่หลากหลายค่ะ ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลาในการที่จะฝึกหัดเขียนนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ ก็ทุกคนน่ะเชื่อ อย่างที่ครูบอกวันนี้เพียงแค่ทบทวนในหลักการ เพราะนักเรียนมาอยู่แล้ว ในเรื่องของเรียงความนั่นเองนะครับ เรียงความที่นักเรียนเขียนขึ้นนี่นะครับ ให้ข้อคิดอะไรแก่สาธารณชน บุคคลทั่วไป และแก่ตัวเอง มันให้ข้อคิดอะไร นักเรียนลองนึกเรื่องที่นักเรียนเคยเขียนนะครับ แล้วลองบอกครูสิว่าเรื่องที่หนูเคยเขียนนั้นให้ข้อคิดอะไร แก่เราและแก่ผู้อื่นอย่างไรครับ ครูแพรครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ตอบแล้ว คราวนี้ถามครูคณิตาบ้าง ให้ครูคณิตาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเด็ก ๆ หน่อย ลองยกสิ่งที่เคยเขียนแล้วบอกสิว่า เรื่องนั้นนี่ให้ข้อคิดอะไร(คุณครูคณิตา) ค่ะ ก็อย่างที่บอกนะคะ เรียงความทุกเรียงความเราจะต้องมีข้อคิดนะคะ หรือว่าการทิ้งท้ายที่ทำให้ผู้อ่านนี่เกิดความสนใจ หรือฉุดคิดขึ้นมาได้ว่างานของเรานี่ เราต้องการที่จะนำเสนออะไร อย่างเช่น ของคุณครูคณิตานะคะ ได้เขียนเกี่ยวกับคุณธรรมจริยธรรม คุณครูคณิตาก็อาจจะฝากข้อคิดต่าง ๆ ไว้นะคะ ว่าการมีคุณธรรม จริยธรรมที่ดีในสังคมนี่ จะทำให้สังคมของเรานี่สงบสุขมากขึ้น นี่ก็เป็นข้อคิดของเรียงความค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น งานเขียนทุกอย่างนี่ ก็จะแฝงด้วยข้อคิด แนวปฏิบัติต่าง ๆ ใช่ไหมลูก เรื่องที่หนู ๆ เขียนทั้งนั้น มันก็มีข้อคิดในเรื่องอยู่แล้วนะครับ เอาล่ะครับ ไปดูกันต่อ เรียงความที่นักเรียนเขียนขึ้นนี่ มีความยาวประมาณเท่าไร เขาก็จะกำหนดใช่ไหม ประมาณกี่บรรทัด ๆ เด็ก ๆ ประมาณกี่บรรทัดได้ ที่หนู ๆ เคยเขียน 10 เท่าไรบ้างนะ 15 เลยหรือ (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ เวลาเขากำหนดนี่ เขากำหนดประมาณกี่บรรทัดได้คะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ถ้ากำหนดก็ 10 -15 บรรทัด จะเลยไปกว่านั้นก็ได้ เรียงความนี่เดี๋ยวทบทวนกันหน่อยเด็ก ๆ กี่ส่วนนะลูก มันจะเป็นแนวในการตอบคำถาม มีกี่ส่วนนะ 1. คำ... คำอะไร คำนำ 2. คืออะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) 2. คือ เนื้อหาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เนื้อหาใช่ไหม หรือเนื้อเรื่องก็ได้ใช่ไหม 3. คือสรุปนั่นเอง คำนำ, เนื้อหา, สรุป ท่องไว้ได้เลย ไปดูกันต่อ ก็ประมาณ 10 - 15 นะ ถ้าตามกำหนด แต่ว่านักเรียนอาจจะเขียนได้มากกว่านั้นก็ไม่ปัญหาอะไร นักเรียนคิดว่าองค์ประกอบใดของเรียงความ ที่ดึงดูดความสนใจได้มากที่สุด มีอยู่ 3 องค์ประกอบด้วยกัน ตอบเลย ตอบว่าส่วนไหน เด็ก ๆ ตอบแล้ว ครูคณิตายังไม่รู้สิท่า ว่าเด็ก ๆ ตอบอะไร นักเรียนถามครูคณิตาดีกว่า (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูคณิตาคิดว่าส่วนไหนของเรียงความ เขียนให้มันดึงดูดใจได้ยากที่สุด (คุณครูคณิตา) ในความคิดเห็นของครูคณิตานะคะ คิดว่าในส่วนของคำนำค่ะ หรือว่าการเกริ่นเข้าสู่เรื่องนั่นเองค่ะ เป็นส่วนยากที่สุด เพราะว่าการเขียนคำนำ ทำให้ผู้คนสรุปที่จะอ่านเนื้อหาและสรุปของเรานี่ เราจะต้องมีวิธีการในการชักจูง โน้มน้าว ใช้ภาษา ทำให้ผู้คนนั้นดึงดูด และทำให้ผู้คนสนใจเกี่ยวกับงานชิ้นนั้น อยากจะอ่านเนื้อหาเหล่านั้นให้มากยิ่งขึ้นค่ะ เพราะฉะนั้นนี่ การเขียนคำนำนี่ ถือว่าเป็นการเขียนที่ยากครูคณิตาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สำหรับครูก็เช่นเดียวกันนะลูกนะ เพราะว่าการที่จะทำให้ใครคนใดคนหนึ่งนี่ สนใจในสิ่งที่เราขึ้นมานี่ มันต้องเห็นอะไรก่อนเป็นอันดับแรก มันก็ต้องเป็นส่วนหน้า ส่วนนำ ถ้าพูดถึงเรื่องของเรียงความนี่นะ ก็จะต้องเห็นคำนำหกต้องพูดถึงคำนำก่อนถ้าอ่านคำนำแล้วมันดึงดูดใจ สะดุดใจ น่าติดตามเนื้อหาและสรุปของหนูก็จะเป็นอย่างไร ก็จะได้ถูกอ่านด้วยเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น นักเรียนก็คงคิดไม่ต่างจากครู เนื้อหาเป็นเรื่องที่ง่ายนะ เพราะเรารู้คำนำแล้ว เนื้อหาเราก็ร่างได้ยาวแล้ว สรุปก็แต่บอกว่าเราต้องการอะไรแค่นั้นเอง ก็จบแล้ว แต่ส่วนที่จะให้ดึงดูดใจของคนนี่ คือ ส่วนแรก ก็คือคำนำนั่นเองนะ ไปกันต่อนี่ไง นี่ไง ส่วนใดของเรียงความที่เขียนยากที่สุดใช่ไหม ก็คือส่วนคำนำนั่นเองครับ มาถึงข้อสุดท้าย นักเรียนต้องการพัฒนาการเขียนเรียงความของตนเองให้ดีขึ้นหรือไม่ ต้องการพัฒนาไหม แล้วเพราะเหตุใด ตอบคำถาม เด็ก ๆ ตอบแล้วครูคณิตา ถามผมแทน(คุณครูคณิตา) ก็อยากให้ถามว่างานของครูต้องการที่จะพัฒนาเรียงความหรือไม่ก็คือคุณครูนะคะ ต้องการที่พัฒนาเรียงความของตนเองนะคะ ให้ดียิ่งขึ้นค่ะ อย่างที่บอก มนุษย์เราไม่มีความสมบูรณ์ ไม่มีความ Perfect เพราะฉะนั้นนี่ เราจะต้องคใฝ่เเรียน ใฝ่รู้ให้ทักษะนั้นดียิ่งขึ้นไปอีกค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)ก็พัฒนาเพื่อที่จะให้มันดียิ่งขึ้นนั่นเอง เชื่อว่านักเรียนทุกคนก็คิดในรูปแบบเดียวกันนะครับ ว่าคนเรานี่มันก็ต้องพัฒนานะ ถ้าเขียนแล้วเขียนแย่ลง จะเขียนทำไมใช่ไหมครูคณิตา เพราะฉะนั้น เมื่อเราเคยเขียนเรียงความครั้งแรกแล้วนี่ ครั้งที่ 2 ต้องเป็นอย่างไรกว่าครั้งแรก ดีกว่าใช่ไหม ครั้งที่ 3 ครั้งที่ 4 ครั้งที่ 5 มันติ้ไปนี่มันก็จะต้องดียิ่ง ๆ ขึ้นไปเพราะฉะนั้น ทุกคนก็ต้องมีการพัฒนา พัฒนา เพราะเราต้องการให้มันดีขึ้นดีขึ้นใช่ไหมลูก ไปกันดีกว่าทำให้เราต้องเรียนในวันนี้นะ จุดประสงค์ ก็คือต้องบอกหลักการได้ ว่าเรียงความนี่เขียนอย่างไร 2. เลย ทักษะใช่ไหม ก็จะต้องวางแผนได้ ใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) และ 3. จะต้องบอกประโยชน์ของการเขียนเรียงความได้ ว่าเรียงความนั้นน่ะ ให้ประโยชน์อะไรแก่เราใช่ไหมครับ นะครับ เดี๋ยวไปศึกษาเรียงความกัน ครูมีเรียงความมานะครับ เรื่องอะไรไปดูกันนะครับ ชื่อเรื่องอะไรครับ (คุณครูคณิตา) ให้นักเรียนนะคะ ร่วมกันอ่านเรียงความ เรื่อง ประหยัดสร้างชาติไทย แล้วพิจารณาว่าเนื้อหาดังกล่าว ส่วนใดควรเป็นคำนำ เนื้อเรื่อง หรือสรุปค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูมีอยู่ด้วยกัน 4 ภาพ เดี๋ยวครูจะเลื่อนไปเรื่อย ๆ ให้นักเรียนอ่านนะ อ่านแล้วก็ลองคิดสิว่าในภาพทั้ง 4 ภาพนี่ ที่เป็นเนื้อหานี่นะครับ มันควรจะอยู่ส่วนใดก็ให้จำไว้ พร้อมแล้วเดี๋ยวไปอ่านกันเลยครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) เรียงลำดับจับความตามท้องเรื่อง เรียบร้อยแล้วใช่ไหม ที่ได้อ่านกันไปนะ มีอยู่ด้วยกัน 4 ภาพด้วยกันนะครับ ที่เป็นเนื้อความใช่ไหม คราวนี้ครูก็จะให้นักเรียนนี่ ลองนำ 4 ส่วนเมื่อสักครู่นี่ มาต่อเนื่องกันว่ามันเป็นส่วนใดของเรียงความ มีอยู่ด้วยกันกี่ส่วนนะครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เรียงความใช่ไหมคะ เรียงความมีทั้งหมด 3 ส่วนด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) 1. คือ (คุณครูคณิตา) 1. ก็คือคำนำค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) 2. ก็คือ (คุณครูคณิตา)(คุณครูปรเมษฐ) 3. ก็คือสรุปค่ะ ใน 4 ภาพเมื่อสักครู่นี่ มันก็จะมาต่อกันจนเป็นเรียงความ 1 เรื่อง เดี๋ยวมาดูมันขึ้นต้นวาเป็นคำนำ พร้อมหรือยัง พร้อมแล้วไป ครูคณิตาอ่านก่อนเลย อ่านพร้อม ๆ กับเด็ก ๆ เดี๋ยวผมนับแล้วอ่านพร้อมกันลเลยนะ 1 2 3 (คุณครูคณิตา) ในปัจจุบันนี้ เป็นยุคที่ค่าครองชีพสูง ครอบครัวส่วนใหญ่ มักจะประบสบปัญหารายรับไม่เพียงพอกับรายจ่าย ดังนั้น สิ่งที่ประชาชนจำเป็นควรจะปฏิบัติที่สุด คือ การประหยัดนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ ส่วนนี้นี้ นักเรียนคิดว่าจะอยู่ในส่วนไหน คำนำ เนื้อเรื่อง หรือสรุป ยกมือตอบครับ 1 2 3 เฉลยเลยไหม เป็น... (คุณครูคณิตา) ส่วนของคำนำนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนจะรู้ได้เลยว่าเขาน่าจะพูดถึงอะไรในเรื่องนี้ครับ ตอบ เรื่องของการประหยัดนั่นเองครับเด็ก ๆ ใช่ไหม มันเป็นการเขียนคำนำไม่ต้องยาว แต่มันสามารถที่จะดึงดูดใจเราให้อยากอ่านต่อได้นั่นเอง ไปอ่านกันต่อเลยดีกว่านะครับ เดี๋ยวผมบ้างนะ เด็ก ๆ อ่านพร้อม ๆ กับครู ช่วยกัน 1 2 3 การประหยัด หมายถึง การจัดสัดส่วนรายรับให้พอเหมาะแก่อัตภาพ โดยใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นและมีประโยชน์ รวมทั้งรู้จักเก็บออมเอาไว้ใช้ในคราวจำเป็นเช่น เช่น ในยามเจ็บไข้ได้ป่วย หรือยามชราที่เราไม่สามารถหาทรัพย์มาใช้ได้ ความประหยัดเป็นคุณสมบัติอย่างหนึ่งที่เราควรจะฝึกฝนเอาไว้ เพราะถ้าเราหาทรัพย์มาได้แล้ว ใช้จ่ายไปช่วงมื้อหนึ่ง มื้อหนึ่งชีวิตของเราคงต้องเดือดร้อนแน่นอน การประหยัดไม่ใช่การหาทรัพย์แล้วไม่ใช้จ่ายเลย หรือที่เราเรียกว่า "ตระหนี่" แต่เป็นการรู้จักใช้จ่ายทรัพย์อย่างมีเหตุผล ไม่ใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย ถ้าหากประชาชนทุกคนปฏิบัติได้ จะช่วยขจัดปัญหาด้านเศรษฐกิจในครอบครัวได้อีกทางหนึ่ง เด็ก ๆ ครับ เด็ก ๆ ก็จะตอบได้ทันนี้ ส่วนนี้น่าจะเป็นในส่วนของเนื้อเรื่องใช่ไหม ก็จะมีอีกภาพหนึ่งใช่ไหมครับครูคณิตา ที่มันน่าจะต่อกัน น่าจะเป็นส่วนต่อกันไปดูต่อเลย ครูคณิตาบ้างคราวนี้ (คุณครูคณิตา) ในฐานะที่เราเป็นเด็ก เราควรช่วยเหลือครอบครัวประหยัดรายจ่ายของครอบครัวด้วย สำหรับครอบครัวของข้าพเจ้ารายได้ไม่มากนัก แต่เราไม่เดือดร้อนเรื่องค่าครองชีพ เพราะคุณพ่อคุณแม่ท่านจัดแบ่งเงินใช้จ่ายไว้เป็นส่วน โดยจัดเป็นหมวด ได้แก่ ค่าอาหาร, ที่อยู่อาศัย, เครื่องนุ่งห่ม, ยารักษาโรค, ค่าใช้จ่ายเด็ดเตล็ด เช่น เสื้อผ้า การพักผ่อน และมีเงินออมเก็บไว้ทุกเดือนหากครอบครัวมีความจำเป็นต้องใช้จ่ายเงิน ก็สามารถไปถอนเงินมาใช้จ่ายได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนครับ ในส่วนนี้ก็จะเป็นส่วนของที่ต่อจากเนื้อหาเมื่อสักครู่นี้นะครับ ก็จะต้องเป็นอะไร ส่วนเท่าไรของเรียงความ เป็นเนื้อเรื่องหรือเนื้อหานั่นเองครับ และส่วนสุดท้าย ก็คือดังนี้นะครับ การประหยัดทำให้คนมีฐานะมั่นคง ส่งผลไปถึงประเทศชาติ ก็จะมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจตามมา เราคงได้ยินเรื่องราวของผู้ประสบความสำเร็จในชีวิต ที่ใต่เต้ามาจากประหยัดมามากแล้ว นั่นคือเราต้องรู้จักข่มใจตัวเอง ให้มีความรู้จักที่ตนมี และหมั่นเก็บออกไว้เป็นทุนรอน สำหรับอนาคตภายหน้าต่อไป ดังคำกลอนจากเรื่องสุภาษิตสอนหญิงที่ว่า มีสลึงพึงประจบให้ครบบาท อยากให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์ จงมักน้อยกินน้อยค่อยบรรจง อย่าจ่ายลงให้มากจะยากนาน อันนี้ก็จะเป็นส่วนของสรุปนั่นเอง ครบ 3 ส่วนของเรียงความ นี่ความจริงนี่ แทบไม่ต้องสอนนักเรียน ก็สามารถเขียนได้แล้วใช่ไหม เชื่อไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เชื่อค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) 1. ประสบการณ์เดิมมี 2. ได้ดูเนื้อหาใหม่ ๆ ที่ครูยกมาให้ดูนี่ แล้วมันก็จะทำให้เราเกิดความคิดในการเขียนได้นะครับ ไปศึกษากันสักหน่อยหนึ่ง นี่ครูเอาคำกลอนมานะ จากเรื่องสุภาษิตสอนหญิง การที่จะเขียนเรียงความให้ติดทน ให้มันทนในใจเรานี่ ถ้าเกิดยกเพลงมาใส่ตอนท้ายได้สักท่อนหนึ่ง ที่เป็นท่อนสำคัญ หรือยกสุภาษิตกลอนมาใส่นี่ เรียงความนั้นจะมีเสน่ห์และน่าอ่านมาก ไปศึกษากันดีกว่านะ ค้นคว้าหาความรู้นะครับ ครูก็มีใบความรู้มาให้นักเรียนนั้นได้ศึกษากัน ครูคณิตาครับ เกี่ยวกับเรื่องอะไรนี่ (คุณครูคณิตา) เรื่อง การเขียนเรียงความ ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ให้นักเรียนนำใบความรู้นี่นะครับ ขึ้นมาเปิดกำกับ แล้วเดี๋ยวเราได้ศึกษาพร้อม ๆ กันเลยดีไหมครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับเด็ก ๆ ตามที่นักเรียนนั้นได้ดูใบความรู้นะครับ ประกอบกับภาพใบความรู้นั่นล่ะ ที่ครูขึ้นทางจอโทรทัศน์นะครับ เดี๋ยวให้นักเรียนนั้นมาศึกษาเรื่องเรียงความอีกสักครั้งหนึ่งนะครับ ตามใบความรู้นั่นล่ะ ทบทวนกับครูอีกรอบหนึ่ง การเขียนเรียงความการเขียนเรียงความคืออะไรครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) การนำความคิดเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ที่ผู้เขียนสนใจนำมาเรียบเรียง โดยอาศัยขอเท็จจริง ประกอบข้อคิดเห็นของผู้เขียน ให้ผู้อ่านได้เข้าใจตามที่ผู้เขี่ยนต้องการค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือการเขียนสื่อสารอย่างหนึ่งใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ที่เราก็จะต้องการให้ผู้อ่านนั้นน่ะ เข้าใจตามที่เราเขียนนั่นเอง ถูกไหมเด็ก ๆ นะครับ องค์ประกอบของการเขียนเรียงความมีอะไรบ้าง ไปดูนะ 1. ก็คือ (คุณครูคณิตา) คำนำนั่นเองค่ะ หรือการเปิดเรื่องค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ส่วนนีี้่สำคัญมากนะครับ 2. ก็คือเนื้อเรื่องหรือเนื้อหา และ 3. ก็คือ (คุณครูคณิตา) สรุปหรือการปิดเรื่องนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าขาด 3 ส่วนนี้ มันก็จะไม่เป็นเรียงความนั่นเองนะครับ คำนำเป็นอย่างไรไปดูกันหน่อยนะครับ คำนำนี่นะครับ มันจะต้องบอกความมุ่งหมาย ว่าเราจะต้องการสื่อหรือต้องการเขียนถึงเรื่องอะไร ก็จะต้องใส่รายละเอียดลงไปในคำนำนี่ล่ะ ให้มันมีความลึกซึ้ง แล้วก็เป็นอย่างไรลูก ที่สำคัญเลย มันต้องให้ความชัดเจนจนผู้อ่านนี่ เขาเข้าใจว่าเราจะเขียนเรื่องอะไร ต่อไปครับครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) 2. ก็คือบอกแนวของเรื่องค่ะ แนวของเรื่องในที่นี้นะคะ ก็คือเราจะต้องบอกว่า 1. นี่ เราต้องการที่จะเชิญชวน หรือเราต้องการที่จะบอกเล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ หรือประสบการณ์ หรือเรานี่ต้องการที่จะเรื่องราวเรียงความนั้นนะคะ ไปในทิศทางใด เราก็ต้องบอกให้ได้ด้วยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือการบอกแนวใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้สำคัญมาก ต้องทำให้ผู้อ่านเข้าใจ ในคำนำนี่ ถ้าผู้อ่านเข้าใจแล้วนี่ในส่วนอื่น ๆ นี่มันก็จะติดตามมา คือ เขาก็จะอ่านต่อใช่ไหมครับ ใช่ไหมเด็ก ๆ นะครับ ต่อไป ก็คือการ (คุณครูคณิตา) นำเข้าสู่เรื่องค่ะ ก็คือคำนำนะคะ ก็คือเป็นการเป็นส่วนเปิดเรื่องเลย ในการนำเข้าสู่เรื่อง เพราะฉะนั้น ในเนื้อหาคำนำนั้น จะต้องมีคำที่เชื่อมโยงกับเนื้อหานั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับผม และสุดท้ายต้องไม่ยาวเกินไป ก็มีอยู่คำพูดหนึ่งสั้น ๆ กระชับ จับใจความได้ชัดเจนแล้วก็จับใจความได้ นี่ล่ะครับ คือ คำนำ และที่สำคัญมันจะต้องดึงดูดความสนใจ อันนี้สำคัญมากเลย ดึงดูดความสนใจ จะทำให้ผู้อ่านนั้นนี่ผู้อ่านนั้นน่ะ อ่านต่อไปถึงเนื้อเรื่อง แล้วก็สรุปเนื้อเรื่องนั่นเองนะครับ เนื้อเรื่องบ้างเป็นอย่างไรไปดูกัน(คุณครูคณิตา) เนื้อเรื่องแรกนะคะ ก็คือสื่อถึงความคิดค่ะ ความคิดของเราในที่นี้ ก็คือเป็นการเกริ่นนำว่าเรื่องที่เราต้องการที่จะพูดหรือสิ่งที่เราต้องการจะสื่อนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เรียงตามความสำคัญ ก็คือไล่ไปทีละประเด็นใช่ไหมครูคณิตา ตามที่คำนำนั้นจะเขียนเรื่องอะไร อย่างเช่น เมื่อสักครู่เขียนเรื่องอะไรนะ ประหยัดใช่ไหม คราวนี้ก็ไล่ไปสิ ความสำคัญของการประหยัดไปเพื่ออะไร ประหยัดแล้วเกิดอะไรขึ้น ผลของการประหยัดเป็นอย่างไร นี่คือการเขียนเนื้อเรื่องเรียงตามลำดับความสำคัญนะครับ ต่อไป ประโยคสัมพันธ์กัน สนับสนุนข้อมูลสำคัญนะ ในเรื่องนี่ ทุกส่วนจะต้องเป็นอย่างไรหมดเลยครูคณิตา (คุณครูคณิตา) จะต้องสัมพันธ์กันเป็นอย่างไรหมดเลยครูคณิตา (คุณครูคณิตา) จะต้องสมันพันธเด็ก ๆ ครับ และส่วนที่สัมพันธ์กันนี่จะไปหยิบข้อมูลสำคัญ ถ้ายกเรื่องแรกก็สนับสนุนเรื่องการ การอะไร ประหยัดนั่นเอง ใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้น ในเนื้อหา เนื้อเรื่องนี่ ข้อมูลมันก็จะต้องเชื่อมโยงกันนะ เขียนแล้วมันจะต้องเป็นปึกแผ่นนั่นเองนะครับ ต่อไป (คุณครูคณิตา) แต่ละย่อหน้าจะต้องสัมพันธ์กันค่ะ เนื้อเรื่องนะคะ ไม่จำเป็นว่าจะต้องมีแค่ 1 ย่อหน้าเท่านั้นนะคะ แต่นักเรียนสามารถ 2 ย่อหน้า 3 ย่อหน้า แต่ส่วนที่สำคัญที่สุด ก็คือแต่ละย่อหน้าของเนื้อเรื่องจะต้องเนื้อหาสัมพันธ์กันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ ก็อย่างเช่น เรียงความ เรื่อง การประหยัด นี่นะ ที่ครูยกตัวอย่างมา ก็มีกี่ย่อหน้าล่ะ 2 ย่อหน้าใช่ไหม ไม่จำเป็นต้อง 3 ย่อหนย่อหน้านะ เนื้อเรื่องนี่ หรือเนื้อหามันจะหลายย่อหน้าได้ แต่คำนำกับสรุปนี่ ใช่ไหมครูคณิตาแล้วก็จบใช่ไหม รายละเอียดตต้องชัดเจน อันนี้สำคัญนะ การที่จะเขียนเล่าเรื่อง เขียนเนื้อเรื่องเขียนเน เนื้อหาในนั้นนี่จะต้องชัดเจนถูกต้องด้วยใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เนื้อเรื่องนะครับ ต่ก็คือสรุปนะ ไปดูกันสรุปเป็นอย่างไร (คุณครูคณิตา) สรุปค่ะ 1. ก็คือสรุปใจความสำคัญให้ตรงกับจุดมุ่งหมายค่ะ นั่นก็คือการเขียนเรียงความนี่ เราตั้งเป้าหมายไว้แล้วใช่ไหมคะ ว่าเราจะเขียนในแนวลักษณะใด 1. แนวการเชิญชวน 2. แนวการบอกเล่า 3. ชี้ให้เห็นถึงปัญหาต่าง ๆ มากมานเราก็ตั้งแนวไว้แล้วเพราะฉะนั้นนี่ สรุปใจความสำคัญนี่ เราจะต้องสรุปให้ตรงกับจุดมุ่งหมายของเราว่าเราต้องการที่จะสื่อถึงอะไร หรือบอกอะไรนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่าส่วนของสรุปนี่ มันก็จะต้องสัมพันธ์กับส่วนคำนำใช่ไหมครูคณิตา เพราะคำนำตั้งจุดมุ่งหมายไว้ ว่าเราจะเขียนเรื่องอะไร เพราะฉะนั้นตอบสรุปนี่ มันก็จะสรุปของส่วนคำนำนั้นน่ะ ว่ามันเป็นอย่างไรนั่นเอง ต่อไป สร้างความประทับใจ ตรงนี้ล่ะครับ ประทับใจอย่างไร อาจจะใช้ถ้อยทำที่สละสวย สรุปแล้วมันลึกซึ้งกินใจ แล้วก็สร้างความจรรโลงนั่นเอง สรุป และมันก็เป็นย่อหน้าสุดท้ายใช่ไหมครูคณิตาของเรียงความ ย่อหน้าสุดท้าย ก็คือสรุปปิดเรื่องจบพอดีนะครับ ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) สรุปเป็นสุภาษิตหรือคำประพันธ์ค่ะ ก็จะทำให้เรียงความนั้นนะคะ น่าสนใจหรือน่าอ่านมากยิ่งขึ้นนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) พูดง่าย ๆ ก็คือมีเสน่ห์นั่นเองนะ ต่อไป อาจจะสรุปเป็นประโยคบอกเล่า หรือประโยคคำถามได้อันนี้คือการ วิธีการ แนวทางของการสรุปนั่นเองนะครับ เดี๋ยวไปดูหลักการก่อนหน่อยว่า การเรียงความอย่างไรนะครับ 1. ครับ (คุณครูคณิตา) ตั้งจุดประสงค์ให้ชัดเจนค่ะ ในการเขียนเรียงความของแต่ละเรื่องนะคะ นักเรียนจะต้องมีจุดประสงค์ที่แน่ชัดนะคะ ว่านักเรียนจะต้องเขียนเรียงความเกี่ยวกับอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ครับ ต่อไปก็ต้องวางโครงเรื่องครับนักเรียน ให้มันสอดคล้องกับจุดประสงค์ ว่าเราเขียนเรื่องอะไร ในโครงเรื่องนี้ มันก็จะต้องสอดคล้องกับจุดประสงค์หรือจุดมุ่งหมายนั้น ๆ ถูกไหมครับ ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) เขียนโครงเรื่องตามลำดับค่ะ การเขียนเรื่องราวแต่ละเรื่องนี่ เราจะต้องวางโครงเรื่องก่อนนะคะ จะทำให้การเขียนของเรานี่ มีความสัมพันธ์กันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ และก็ต้องเขียนคำนำ อันดับแรกเลยใช่ไหม เพราะเขียนทุกอย่างจบแล้ว มาเขียนคำนำแล้วคราวนี้ เขียนคอย่างที่บอกต้องให้น่าติดตามน่าสนใจ มึงถึงจะอ่านไปถึงเนื้อเรื่องแล้วก็สรุปนั่นเองนะครับ ต่อไป เขียนเนื้อหาให้ได้ทั้งสาระ ความรู้ แล้วก็ความคิด ในเนื้อหานี่ ต้องแฝงทุกสิ่งอย่างใช่ไหมครูคณิตา ต้องการบอกอะไร ก็จะใส่ในเนื้อหานี้ล่ะ ตั้งจุดมุ่งหมายไว้แล้ว ต้องใส่คำนำ ต้องการบอกอะไรพอเข้าเนื้อหาปุ๊บ เล่าเป็นประเด็น ๆ แล้วก็เป็นอย่างไรนะ (คุณครูคณิตา) สรุปประเด็นที่กล่าวมาทั้งหมดค่ะ ฝากข้อคิด และข้อเสนอแนะให้ผู้อ่านค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) พูดง่าย ๆ ที่ครูยกหลักการมาทั้งหมด มันก็อยู่ใน 3 ส่วน ก็คือ คำนำ, เนื้อเรื่อง แล้วก็สรุปนั่นเองนะครับ ไปดูลักษณะของเรียงความที่ดีว่าเป็นอย่างไรนะครับ ต้องมีรูปแบบครบใช่ไหมครูคณิตา อะไรบ้างนะเด็ก ๆ คำนำ เนื้อเรื่อง และสรุป คำนี้นี่ครูพูดหลายครั้งแล้วนะ เพราะฉะนั้น นักเรียนจะติดอยู่ในหัวเลย คำนี้ติดคำนำ เนื้อเรื่อง สรุป เป็นแนวทางในการเขียนเรียงความ ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) เนื้อเรื่องชัดเจนมีสาระค่ะ เนื้อหานั่นเองนะคะ จะต้องมีสาระ มีความชัดเจน ว่าเราเขียนเกี่ยวกับเรื่องอะไร วัตถุประสงค์ของการเขียนเรียงความของเรื่องนี้ เราต้องการที่จะสื่อถึงอะไรค่ะ เพราะฉะนั้นเนื้อจะต้องมีความชัดเจนนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) และก็จะต้องเรียงลำดับเรื่อง ความคิดให้มันเป็นอย่างไรลูก ให้มันเข้าใจง่ายนะ จากเนื้อเรื่องของครูคณิตาที่ชัดเจนนี่ให้มันเข้าใจง่ายนะครับ ต่อไป อะไรอีกครับ (คุณครูคณิตา) ใช้ภาษาถูกตามอักขรวิธีทางภาษาไทยค่ะ ก็คือการใช้ภาษาระดับทางการนะคะ ในการเขียนเรียงความต่าง ๆ หรือการใช้ภาษาที่สุภาพนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) การเขียนเรียงความนี่ ก็คืองานเขียนชนิดหนึ่งใช่ไหม เพราะฉะนั้นนี่ จะนำไปประกวดประขันกันได้นี่ มันก็จะต้องใช้ภาษาให้ถูกต้อง เขียนผิด เขียนถูกก็ไม่ได้นะครูคณิตา มันสำคัญนะครับ เพราะฉะนั้น อักขระวิธีทิ้งไม่ได้นะ ต้องใช้ทุกงานเขียน ก็ต้องใช้ให้ถูกต้อง ต่อไปต้องแฝงข้อคิดที่เป็นประโยชน์และสร้างสรรค์นะ ทุกงานเขียนเลย อย่างที่ครูบอก ก็จะต้องมีข้อคิด มีแนวคิด หรือคติธรรมแฝงอยู่ ในเรียงความก็เช่นเดียวกัน ข้อคิดนี่ มันจะไปอยู่ปรากฏส่วนไหนเด็ก ๆ ลองคาดคะเนดูสิไปอยู่ในส่วนของสรุป สรุปนี่ ก็คือฝากข้อคิด ฝากแนวทางการปฏิบัติ ก็อยู่ในส่วนนั้น เพราะฉะนั้น ก็จะต้องฝากไว้นะครับ ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) ใช้สุภาษิตหรือคำประพันธ์แทรกในเรียงความค่ะ ก็จะทำให้เรียงความนั้นน่าสนใจมากยิ่งขึ้น อีกทั้งสุภาษิตหรือคำประพันธ์นั้น ให้คำสอนต่าง ๆ นะคะ ถ้าเราเลือกสุภาษิตหรือคำประพันธ์นี่ มาใช้ให้สอดคล้องกันนี่ จะทำให้งานเขียนของเรานั้นน่าสนใจมากยิ่งขึ้นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูคณิตา เราจะบอกให้ใช้คำสุภาษหรือคำนักเรียนไปยกเรื่องอะไรมาใส่ส่ง ๆ เดช ๆ ได้ไหม มันจะต้องให้มันสอดคล้องตามที่คุณครูท่านบอกใช่ไหม อย่างเช่น หนูบอกเรื่องของการประหยัดนี่ แล้วครูยกมีสลึงพึงประจบให้ครบบาทนี่เป็นอย่างไร(คุณครูคณิตา) เพราะเนื้อหาสัมพันธ์กันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) การที่จะใช้ ก็จะต้องดูความสัมพันธ์ของเนื้อหาด้วยนะหนูเขียนอีกอย่างหนึ่งหนูไปยกอีกอย่างหนึ่ง ครูคณิตากับครูปรเมษฐ น่าสนใจ ไม่ใช่นะลูก มันต้องดูความสอดคล้องกันด้วย ถ้ายกมาใส่ต้องให้มันสอดคล้องเข้ากัน ถึงจะใช้ได้และมีเสน่ห์นะครับ เอาล่ะครับ การเขียนเรียงความที่ดีมีหลักการเขียนอย่างไร เพิ่งจะผ่านมาเมื่อสักครู่ ลองยกกันมาสิ สักคนละนิดคนละหน่อย ตอบเลย เฉลยดีกว่านะครูคณิตานะ ครูก็จะยกสัก 3 ข้อนะ - ข1. (คุณครูคณิตา) 1. เขียนเรียงความให้น่าสนใจค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต่อไปครับ อันนี้สำคัญมาก แล้วก็ (คุณครูคณิตา) สรุปเรื่องให้ประทับใจผู้อ่านค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูนี่สรุปมา นักเรียนลองคาดคะเนสิถ้าให้น่าสนใจนี่น่าจะเป็นส่วนของอะไรครับ คำนำ ให้เนื้อหาชัดเจนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เนื้อหาหรือเนื้อเรื่อง และสุดท้ายสรุปเนื้อหามันก็จะเป็นส่วนของการสรุปนั่นเองนะ แค่นี้เองนักเรียน เรียงความง่ายมาก น่าสนใจ ก็จะง่าน่าใฝ่หาจะตายไปครับ เอาล่ะครับ เดี๋ยวเรามาทำใบงาน สานเรียงความ สาน แปลว่า ประสาน ต่อกันใช่ไหมครูคณิตา มันเป็นอย่างไร ในเรื่องนี้เหมือนจะมีใบงาน 2 ใบนะครูคณิตา นักเรียนนำขึ้นมา ตามที่ครูได้บอกไว้ว่าใช้ใบงานเรื่องอะไรบ้าง การที่เราทำใบงานนะ บทบาทของหนู ๆ ก็คือทำอะไรลูก (คุณครูคณิตา) ให้นักเรียนนะคะ ทำใบงาน เรื่อง การตอบคำถาม เตรียมการเขียนเรียงความค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สำหรับคุณครูนะครับ ก็ดูแลนักเรียนเช่นเดิมนะครับ ให้คำแนะนำให้การปรึกษานะครับ นักเรียนที่ไม่เข้าใจ และข้อที่ 3 ก็สำคัญนะครับ ครูต้องสุ่มผลงานของนักเรียนคำตอบจากใบงานที่เดี๋ยวนักเรียนจะได้ทำกันนี่นะครับ หน้าชั้นเรียน เพื่อที่จะนำเสนอ เพื่อที่จะสืบเนื่อง สืบสานไปในใบงานต่อไป ใบงานที่ 1 กันเลยนะครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้คือใบงานที่ 1ที่ชื่อใบงานว่าอะไรนะ (คุณครูคณิตา) เรื่อง การตอบคำถาม เตรียมการเขียนเรียงความค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) การใช้หนูคำถามก่อนนี่ มันก็จะนำพาไปสู่การเขียนเรียงความไงครับลูก ๆ เรียงความจะต้องวางโครงเรื่อง คำถามที่ครูให้ตอบ นั่นก็คือการวางโครงเรื่องนั้น ไปดูกันเลยดีกว่านะครับ ครูให้นักเรียนตอบคำถามนะ มีอยู่ด้วยกันกี่ข้อไม่รู้ ไปดูหน้าแรก ครูถามว่าเพื่อนที่สนิทชื่ออะไร นักเรียนก็ตอบไปนะครับ 2. เพื่อนสนิทคนนี้อยู่ที่ไหน มีนิสัยอย่างไร การที่เราจะเป็นเพื่อนสนิทกันได้นี่ จะต้องรู้อะไร (คุณครูคณิตา) รู้ลักษณะนิสัยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ ข้อ 3 นี่ ก็ให้นักเรียนเขียนบรรยายลักษณะท่าทางของเพื่อนสนิท คนที่นักเรียนเอ่ยชื่อนี่ ว่าเป็นอย่างไร ก็เขียนบรรยายเลย เขาเป็นอย่างไร อ้วน ผอม จอมซน อะไรก็ว่าไปนะครับ แล้วก็ข้อที่ 4 นี่ก็คืออะไรครับ (คุณครูคณิตา) ความสัมพันธ์ระหว่าเพื่อนกับนักเรียนเป็นอย่างไรค่ะ จะทำให้เป็นการคิดถึงเกี่ยวกับความสัมพันธ์นั้น ๆ นะคะ ระหว่างนักเรียกับเพื่อนนั้น มีความสัมพันธ์ที่ต่อกันเป็นอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) ครับ และข้อทเพื่อนนั้นมีความสัมพันธ์ที่ต่อกันเป็นอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ)แล้วข้อที่ 5 ครับ นักเรียนน่ะ มีความประทับใจเกี่ยวกับเพื่อนในเรื่องอะไรบ้าง เพราะอะไรนักเรียนก็เขียนตอบมาแล้วมันเป็นแนวทางอย่างไรลูก เดี๋ยวนักเรียนต้องทำใบงานนี้ก่อนนะ เดี๋ยวไปดูก่อน เขียนอธิบายของการมีเพื่อนดีเป็นอย่างไร และการจะเป็นเพื่อนที่ดีควรทำอย่างไร พร้อมยกตัวอย่างสัก 3 ตัวอย่าง ก็บอกสิว่าแนวคิดของการมีเพื่อนดีทำอย่างไรนะ แล้วถ้าการจะเป็นเพื่อนที่ดีปฏิบัติอย่างไรนั่นเองครับ อันนี้คือใบงานที่ 1 นะ นักเรียนจะต้องทำอันนี้ให้สำเร็จก่อนนะครับ พอนักเรียนทำเสร็จแล้วนะครับ นักเรียนก็นำคำตอบนั่นล่ะ มาเขียนในใบงานที่ 2 นำคำตอบเห็นชอบเขียนเรียงความ คำตอบทั้ง 6 ข้อ มันจะเป็นการเขียนเรีของนักเรียนโดยง่ายเลยนะบทบาทของนักเรียนทำใบงานต่อไปไปดูครับ (คุณครูคณิตา) ให้นักเรียนนะคะ ตอบคำถามในใบงาน เรื่องสร้างสรรค์ โดยมีแนวการเขียนดังนี้ค่ะ ข้อ 1. เป็นแนวการเขียนคำนำ ข้อ 2-5 เป็นแนวการเขียนเนื้อเรื่อง และข้อ 6 เป็นแนวการเขียนเนื้อเรื่อว และข้อ 6 (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่าเมื่อสักครู่ 6 ข้อที่นักเรียนได้ทำเสร็จนี่นำมาเรียบเรียงได้เลยใช่ไหมเป็นคำนำ เพื่อนคนนี้มีชื่ออะไร นักเรียนก็ว่าไปเลย จะต้องเขาเป็นอย่างไร เขาอย่างนู้น อย่างนี้ อย่างนั้น ก็อธิบายไปเลย เพราะตั้งแต่ข้อ 2 ถึงข้อ 5 นำมาเรียงต่อได้เลยครับ แต่โดยการใช้คำเชื่อมให้สละสลวย ให้คุณครูปลายทางช่วยดู สุดท้าย คือ เอาข้อ 6 นั่นล่ะ มายก 3 ข้อ จบไหม ในใบงานนั้นนะครับ คุณครูก็ต้องดูแลนะ ให้นักเรียนทำงานได้อย่างมีความสุขนะครับ แล้วก็คุณครูต้องช่วย สำคัญมากเลยในการที่จะนำทั้ง 6 ข้อนี่ มาเขียนในใบงานนะครับ เพราะฉะนั้น ฝากคุณครูด้วยนะครับ นี่คือใบงานนะครับ เรื่อง เขียนเรียงความสร้างสรรค์ นักเรียนพร้อมหรือยัง ถ้าพร้อมแล้ว ใบงาน 2 ใบนี้ลงมือได้ครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ ครูเชื่อว่านักเรียนนั้น ในช่วงเวลาแป๊บเดียวนี่ ไม่น่าจะเขียนเรียงความได้เป็นเรื่องนะครับ แต่อย่างน้อย ใบงานแรกนี่ต้องเสร็จแล้ว มันเป็นแนวทางในการทำใบงานที่ 2 ก็ฝากให้นักเรียนนั้น กลับไปเขียนเรียงความ หาที่สงบ ๆ เขียนถึงเพื่อนคนดังกล่าว แล้วค่อยนำมาส่งกับคุณครูในชั่วโมงถัดไปนะครับ เดี๋ยวเรามาสรุปความรู้ครูนักเรียนกันดีกว่านะครับ เอาล่ะครับ แนวทาง มีคำถามมาถามนะ การวางแผนก่อนการเขียนเรียงความมีประโยชน์อย่างไร เด็ก ๆ ช่วยกันตอบหน่อย มันมีประโยชน์อย่างไรบ้าง เดี๋ยวคุณครูคณิตาจะรวบรวมคำตอบของนักเรียนนั้นมาสรุปอีกครั้งหนึ่งนะครับ มีประโยชน์อย่างไรมบ้างคุณครูคณิตาครับ ที่เด็ก ๆ ตอบ (คุณครูคณิตา) ค่ะ มีประโยชน์ ก็คือทำให้การเขียนเรียงความนั่้นเป็นลำดับขั้นตอนค่ะ แล้วก็มีความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงซึ่งกันและกันค่ะ ทำให้การเขียนนั้นง่ายมากขึ้น และเข้าใจได้มากขึ้นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือประโยชน์ใช่ไหมครูคณิตา อีกข้อหนึ่ง การปฏิบัติตามหลักการเขียนเรียงความนั้นมีประโยชน์อย่างไร พอปฏิบัติตามหลักแล้วมันมัประโยชน์อย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ก็ทำให้การเขียนเรียงความนั้นน่าสนใจ และน่าอ่านมากยิ่งขึ้นค่ะ อย่างที่บอกนะคะ การเขียนเรียงความ จะต้องมีคำนำ เนื้อหา สรุป นะคะ แล้วก็หลักการต่าง ๆ ในการเขียนเรียงความอีกมากมาย ที่เราจะต้องนำมาปรับและประยุกต์ใช้ ทำให้งานเขียนเรียงความนั้นดียิ่งขึ้นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ บทเรียนครั้งต่อไป เราก็จะคงจะอยู่ในเรื่องของเรียงความเช่นเดิมนะครับ นักเรียนก็เตรียมตัวดังนี้นะ ใบความรู้ เรื่อง การเขียนแผนภาพความคิด เพื่อใช้พัฒนาการเขียน และการเรียงความสร้างสรรค์ครับ (คุณครูคณิตา) ซึ่งคุณครูนะคะ ดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่นี่เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียน อย่าลืมนครับ กลับไปเขียนถึงเพื่อนที่เรารักและสนิท ให้สละสลวย เป็นเรียงความเรื่องแรกของชั้นประถมศึกษาปี่ที่ 6 ของนักเรียนเลยก็ว่าได้ ตั้งใจนะครับ วันนี้ไว้เท่านี้ครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตร]