[เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) สวัสดีนักเรียนปลายทาง และคุณครูปลายทาง วันนี้มากันในรายวิชาภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะนักเรียนวันนี้สบายดีไหมคะ นักเรียนคะ อย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะ คุณครูปรเมษฐคะวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ วันนี้นะ ครูและครูคณิตา รวมถึงหนู ๆ ทุกคนนะครับ ก็จะได้ไปศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนู ๆ ทุกคนนะครับ ก็จะได้ไปศึกษาเกี่ยวกับเรื่องระดับภาษานะครับ ดูสิว่าระดับภาษาก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เด็ก ๆ รู้จักดีนะ เพราะว่าเคยศึกษา เคยเรียนกันมาแล้ว เดี๋ยวในชั้น ป. 6 นี่ จะนำเสนอในเนื้อหาส่วนไหน เดี๋ยวเด็ก ๆ ไปศึกษากัันเลยดีกว่าครับ พร้อมแล้ว ตามข้าพเจ้ามา (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ มาถึงช่วงคำถามกระตุ้นความคิดค่ะ ซึ่งวันนี้นะคะ คุณครูก็มีคำถามนักเรียนอีกเช่นเคยค่ะ ดี๋ยวเราไปดูคำถามกันเลยนะคะ ว่าคุณครูจะถามนักเรียนว่าอย่างไร นักเรียนเคยถูกตำหนิ เรื่องการพูด การเขียน ในเรื่องการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารหรือไม่ ถ้าถูกตำหนินักเรียนนี่โดนตำหนิเรื่องใดและเพราะเหตุใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) ขอเป็นตัวแทนดีกว่าครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ตัวแทน 1 คนเลย เล่าให้ฟังหน่อย เล่าให้เพื่อนทั้งห้องฟัง ให้คุณครูฟัง 1 คนะพอครับ ครูอยากจะรู้ว่าหนูนั้นเคยถูกตำหนิในเรื่องการใช้ภาษาอย่างไรครับ เชิญ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ เด็ก ๆ ก็คงเล่ากันเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ อาจจะมีเพื่อน ๆ บางคนได้พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือคุณครูปลายทางนะคะ อาจจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ เกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่ผิดระดับด้วยก็ได้นะคะ คุณครูปรเมษฐคะ คุณครูปรเมษฐเคยถูกตำหนิ หรือว่าเจอประสบการณ์ เกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่ผิดระดับบ้างไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตาถามอย่างนี้นี่ ครูก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องตอบ ทุกคนเป็นอย่างไรลูก ต้องเคยผิดบ้างนะ เขาบอกว่าผิดจึงได้เป็นครูนี่ เป็นจริงเลย เพราะการผิดนี่นะ มันก็ทำให้เราได้เรียนรู้ใช่ไหมเด็ก ๆ มันทำให้เกิดหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่าง ขึ้น ก็ลงไปนี่ล่ะ ครูก็เคยถูกตำหนิ ครูคณิตาก็เกี่ยวกับเรื่องการพูดนี่ ก็ใช้ภาษาไม่ถูกระดับ พูด บางทีอาจจะพูดไม่เพราะ พูดใช้คำผิดในระดับภาษา ผู้กับคนใหญ่อะไรอย่างนี้ ตอนที่ครูยังเด็กเล็กอยู่นะ แต่พอเมื่อครูโตก็ศึกษาเรื่องของการให้ระดับภาษามันก็ทำให้ครูนี่เข้าใจ แล้วครูก็จะไม่ใช้ระดับภาษาที่ผิด มันทำให้ครูถูกว่าถูกกล่าวได้ มันก็ไม่ดีกับตัวเองด้วยใช่ไหม ลูกทุกคนครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เดี๋ยวเรามาดูคำถามต่อไปกันเลยดีกว่านะคะ นักเรียนมีการแก้ไขอย่างไรบ้างนะคะ หลังจากที่ถูกตำหนิและผลที่ตามมานั้นคืออะไร คะตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ หรือสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนได้นะคะ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ จากการที่คุณครูปรเมษฐได้บอกกล่าวว่า คุณครูปรเมษฐนี่สมัยเด็ก ๆ ก็ได้ถูกตำหนิใช่ไหมคะ แต่ก็ได้ม ได้แก้ไข ผลที่ตามมาเป็นอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือครูก็ใช้ภาษาได้ถูกต้องตามกาลเทศะ พอเราได้รู้แล้วว่ามันผิดน่ะ การใช้ที่ผิด ๆ ใช่ไหม ครูก็ถูกคุณครูนี่ ได้อบรมสั่งสอนอย่างนี้ใช้ไม่ได้นะ การพูดกับเพื่อนนี่ ก็ต้องพูดประมาณนี้นะลูกนะ การพูดกับคนใหญ่นี่ รือพูดกับครูบาอาจารย์ก็ต้องพูดประมาณนี้ ทำให้ครูเกิดความรู้ขึ้นมา ครูก็ได้ศึกษาเ มื่อครูศึกษาเกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาแล้วนี่ ครูก็ไม่ใช้ผิดอีกเลยในเรื่องของระดับภาษา เพราะฉะนั้นครูนี่มีประสบการณ์แล้วในการใช้ระดับภาษา เพราะฉะนั้น ครูจึงสามารถที่นำไปใช้ได้ในอนาคตแล้วก็ต้องใช้ให้ถูกด้วยใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ ซึ่งสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้เลยนะคะ เพราะวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องระดับภาษา จุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้ ก็คือนักเรียนจะต้องบอกระดับภาษาได้ค่ะ 2. นักเรียนจะจำแนกระดับของภาษาได้ 3. บอกความสำคัญของการใช้ภาษาตามระดับภาษาได้ค่ะ ตามความรู้ความเข้าใจของนักเรียนนะคะ นักเรียนตอบคุณครูได้ไหมคะ ว่าระดับภาษามีกี่ระดับ ตามความเข้าใจของนักเรียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ยกมือตอบเลย หรือนักเรียนจะเดินขึ้นไปเขียนหน้ากระดานดำหน้าชั้นเลยก็ได้นะครับ ว่ามีกี่ระดับ เดี๋ยวเอาไว้แยกกัน แล้วเดี๋ยวจะดูเทียบของครูว่าตรงกันหรือไม่ ถ้าดีลงมือทำเลยนะ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ อาจจะตอบมาแล้วนะคะ มีทั้ง 2 ระดับ 3 ระดับ หรือ 5 ระดับนะคะ ขึ้นอยู่กับผู้สอนนะคะ คุณครูปลายทสามารถได้นะคะ แต่สำหรับวันนี้ค่ะ คุณครูแบ่งระดับภาษาออกเป็นทั้งหมด 3 ระดับด้วยกันค่ะ มีระดับอะไรบ้าง เดี๋ยวเราไปชมกันเลยค่ะ ระดับแรกนะคะ เป็นระดับภาษาแบบแผนค่ะ 2. ก็คือ... (คุณครูปรเมษฐ) ภาษากึ่งแบบแผนครับ (คุณครูคณิตา) ส่วนระดับที่ 3 นะคะ นั่นก็คือภาษาพูดนั่นเองค่ะ ทั้ง 3 ระดับนี้แตกต่างกันอย่างไร นักเรียนทราบหรือไม่คะ หลาย ๆ คนนี่อาจจะทราบนะคะ หลาย ๆ คนอาจจะเกิดความสับสนอยู่ ระหว่างภาษากึ่งแบบแผน และภาษาพูด ฉะนั้น เดี๋ยวเราไปเรียนรู้และทบทวนความรู้ไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ เดี๋ยวดูเรื่องภาษาแบบแผนก่อนนะครับ ภาษาแบบแผนนี่ ก็เป็นภาษาที่เราจะต้องใช้ให้ถูกต้องนะ ตามหลักไวยากรณ์ภาษษไทย เช่น การเขียนตำราทางวิชาการ การใช้คำราชาศัพท์นี่ ก็จะต้องยึดภาษาแบบแผนเป็นหลักนะครับ และการกล่าวคำปราศรัย หรือการกล่าวเปิดงานนี่ ก็จะต้องใช้ภาษาแบบแผนในการสนทนา หรือในการพูดนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) ง่าย ๆ เลยนะคะ นั่นก็คือภาษาแบบแผนเราจะใช้ในพิธีการสำคัญ หรือเราจะใช้ในการเขียนหนังสือหรือตำราต่าง ๆ ที่เป็นทางวิชาการใช่ไหมคะคุณครูปรเมษฐ เอาล่ะค่ะ เราไปดูตัวอย่างของภาษาแบบแผนกันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ อ่านพร้อมครูนะ ในอนาคตแผ่นดินไหวจะเกิดขึ้นและรุนแรงขึ้น เพราะแผ่นดินไหวแต่ละครั้ง มีผลกระทบต่อเปลือกโลก อันนี้ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มันเป็นภาษาแบบไหนครับนี่ (คุณครูคณิตา) ก็เป็นภาษาแบบแผนนะคะ มันจะไม่มีภาษากึ่งแบบแผน กับภาษาพูดเข้ามาปนอยู่นะคะ อย่างเช่นคำว่า "ผลกระทบ" นะคะ มันก็จะเป็นภาษาที่ เป็นภาษาทางการเพิ่มมากขึ้นค่ะ ต่อมาค่ะ เป็นภากึ่งแบบแผนค่ะ เป็นภาษาที่นักเรียนคุ้นเคยกันนะคะ คุ้นเคยแบบไหน เดี๋ยวเราไปเรียนรู้กันเลยค่ะ ภาษแบบแผน เป็นภาษาสื่อสารทั่วไปกับบุคลที่ไม่คุ้นเคย เช่น สนทนากับผู้ใหญ่ การบรรยายในชั้นเรียน กระประชุม อภิปราย การออกอากาศทางวิทยุ โทรทัศน์ ข่าวในหนังสือพิมพ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ที่ครูกล่าวมา ก็เป็นการใช้ภาษากึ่งแบบแผนทั้งสิ้น อย่างเช่น นักเรียนเดินออกไปซื้อผลไม้ นักเรียนไปเจอแม่ค้า นักเรียนจะใช้ภาษากึ่งแบบแผนในการพูดคุยกับบุคคลที่เราไม่รู้จัก หรือบุคคลที่เราไม่คุ้นเคยนะคะ รวมถึงผู้ใหญ่ด้วยใช่ไหมคะ เราจะใช้ภาษากึ่งแบบแผนใช่นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ที่นักเรียนเห็นได้ง่ายที่สุด ก็ที่ครูนั่นล่ะ ครูพูดกับหนู ๆ นี่นะครับ มันก็จะใช้ภาษากึ่งแบบแผนนะ ที่ครูพูดลูก พูดหนู นักเรียนอย่างคิดว่ามันเป็นกันเอง มันก็มีภาษากึ่งแบบแผนที่สื่อสารกับพวกหนจะให้ใช้ด้วย ก็คือการบรรยายหน้าชั้นเรียนใช่ไหมคุณครูของหนูเอง ที่กำลังสอนอยู่นี่ ก็จะใช้ภาษากึ่งแบบแผนสอนนักเรียนเช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เดี๋ยวเราไปดูตัวอย่างของการใช้ภาษากึ่งแบบแผนกันเลยค่ะ การข่นส่งทางบกช้ากว่าทางน้ำเพราะรถติดค่ะ เป็นอย่างไรกันบ้างคะ นี่ก็คือเป็นตัวอย่างของการใช้ภาษากึ่งแบบแผน อย่างเช่น ทางบกช้า ช้ากว่านะคะ เพราะรถติด ก็จะเป็นการใช้ภาษากึ่งแบบแผน มีอะไรหรือเปล่าคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเราอยากจะให้ภาษาแบบแผน เปรียบเทียบได้ชัดเจนนี่ เปลี่ยนได้อย่างไร (คุณครูคณิตา) เปลี่ยนได้อย่างไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ก็เป็นการคมนาคมทางบกเป็นอย่างไรครับ ล่าช้ากว่าคมนาคมทางน้ำ เพราะการจราจรอะไรลูก ติดขัดใช่ไหม นั่นเองนะครับ มันจะใช้คำที่ลงมาอีกหน่อยหนึ่ง ในการใช้ภาษากึ่งแบบแผนนี่นะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ เรามาดูตัวอย่างของระดับภาษาที่ 3 นั่นก็คือภาษาพูดนั่นเองค่ะ ภาษาพูดเป็นอย่างไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือเป็นภาษาระดับกันเองนะ หรือเด็ก ๆ "ภาษาปาก" นะครับ ใช้สนทนากับผู้ที่คุ้นเคยในครอบครัวเช่น พ่อ แม่ พี่ น้องต้องเห็นกันทุกวัน เพื่อนฝูงนะ ก็จะใช้ภาษา ในระดับภาษาพูดนี่พูดคุยกันนะครับ รวมทั้งการใช้ภาษาถิ่นในการสนทนา อย่างเช่น ครูนี่ คนภูมิภาคเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์นี่ จะมีภาษาถิ่นเพชรบุรีนี่ในการสนทนากัน นักเรียนฟังแล้วไม่เข้าใจ อันนี้ก็นับเป็นภาษาพูด ครูคณิตาเป็นคนใต้ เวลาเขาพูดกับครอบครัวนี่ ก็ต้องภาษาอะไร (คุณครูคณิตา) ภาษาใต้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ภาาาถิ่นก็นับเป็นภาษาถิ่นระดับภาษาพูดเช่นเดียวกัน นักเรียนอยู่ภาคอีสาน นักเรียนก็จะพูดภาษาอะไร นรากรภาษาอีสาน ได้ข่าวอยู่มหาสารคามนะ นรากรคนนี้นะ ไปกันต่อ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เรามาดูตัวอย่างกันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เท่าที่พบการทำงานส่งครูของนักเรียน แย่มาจริง ๆ มันก็คือการเป็นภาษาพูดใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตรงไหนล่ะครับ (คุณครูคณิตา) แย่มาหจริง ๆ เท่าที่พบ พบนะ พบการทำงาน ก็รวม ๆ แล้วค่ะ ก็มันเป็นภาษาพูดทั้งหมดนะ เราจะแยกออกมาเป็นแต่ละคำไม่ได้นะคะ คำนี้เป็นภาษาพูดเป็นภาษากึ่งแบบแผน คำนี้เป็นภาษากึ่งทางการ เราจะต้องดูโดยรวมะคะ รวมถึงเราจะต้องดูบริบทกับผู้ที่เราพูดด้วย นี่ก็คือเป็นภาษาพูดนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ ต่อมา เรามาเปรียบเทียบระดับของภาษาดีกว่านะคะ วันนี้คุณครูก็มีการเปรียบเทียบระดับของภาษา มาให้นักเรียนนี่ เห็นถึงความแตกต่างว่าภาษาแต่ละระดับมีความแตกต่างกันอย่างไร พร้อมแล้วหรือยังเอ่ย คุณครูปรเมษฐพร้อมไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) พร้อมสิครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ ถ้าพร้อมแล้วเราไปเรียนรู้พร้อม ๆ กันเลยค่ะ นักเรียนคะ นักเรียนพร้อมจะเปรียบเทียบระดับของภาษากันแล้วหรือยังเอ่ย ทบทวนค่ะ ภาษา ระดับของภาษามีกี่ระดับเอ่ย มีทั้งหมด 3 ระดับนะคะ นั่นก็คือภาษาแบบแผน กึ่งแบบแผน และภาษาพูดนั่นเองค่ะ เดี๋ยวเราไปเรียนรู้นะคะ เกี่ยวกับการเปรียบเทียบระดับภาษากันเลยค่ะ ครูปรเมษฐพร้อมไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) พร้อมครับ ถามเด็ก ๆ ดีกว่า เด็ก ๆ พร้อมไหม เด็ก ๆ ต้องตอบให้ได้นะครับ เดี๋ยวครูคณิตากำหนดคำมา แล้วเราต้องช่วยกันตอบ พร้อมแล้วไปกันเลยครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ดี๋ยวมาดูคำแรกกันเลยดีกว่านะคะ นั่นก็คือคำแรกก็คือตระนี่ ซึ่งเป็นภาษาแบบแผน แล้วภาษากึ่งแบบแผนล่ะคะคุณครูปรเมษฐ นักเรียนครับ จะใช้คำว่าอะไรได้บ้างลูก ช่วยกันคิดหน่อย ใช้คำว่า... เก่งมาเลยครูคณิตา เด็ก ๆ ตอบแล้ว เยี่ยมยอด คำว่า "หวง" นั่นเอง แล้วภาษาพูดล่ะครูคณิตา ใช้คำว่าอะไร (คุณครูคณิตา) ภาษาพูด เด็ก ๆ คะ เด็ก ๆ จะตอบว่าอย่างไรเอ่ย นั่นก็คือคำว่า "งก" หรือ "ขี้งก" นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่เป็นภาษาพูด (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ เรามาดูคำต่อไปกันเลยนะคะ ทุจริตค่ะ ทุจริต ถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผน นักเรียนคิดว่าเราจะใช้คำว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ตอบครับ 1 2 3 เด็ก ๆ ตอบแล้ว ครูคณิตาเฉลย (คุณครูคณิตา) เฉลยนั่นก็คือ คำว่า "คดโกง" ค่ะ แล้วถ้าเป็นภาษาพูดล่ะคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) คดโกง ถ้าเป็นพูด ถ้าเราจะบอก คนนั้นเอาของเราไป ขี้โกงไหมครับ (คุณครูคณิตา) ขี้โกงไหมเอ่ย เด็ก ๆ ว่าใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) คิดเหมือนครูไหมลูก ถ้าคิด คุณครูคณิตาเฉลยเลย เยี่ยมเลยเด็ก ๆ เรานี่ไปด้วยกันได้ครับ (คุณครูคณิตา) นั่นก็คือขี้โกงนะคะ เดี๋ยวเราไปดูคำถัดไปกันเลยดีกว่าค่ะ นั่นก็คือคำว่า "เจรจา" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เจรจา เป็นภาษาแบบแผนใช่ไหม เจรจาก็แปลว่าการอะไรนะลูก พูดคุยใช่ไหม สนทนากันใช่ไหมลูก แล้วภาษากึ่งแบบแผนเตรียมตัวตอบ 1 2 3 ตอบครับ เฉลยเลยครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เจรจา ภาษากึ่งแบบแผน นั่นก็คือสนทนานั่นเองค่ะ คุณครูปลายทางสามารถร่วมเล่นไปพร้อม ๆ กับนักเรียนได้นะคะ ต่อมาค่ะ ภาษาพูดล่ะคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช้คำว่า ใช่คำว่า เยี่ยมเลยนะ พูดหรือพูดคุยนั่นเองนะครับ เป็นภาษาพูด หมดหรือยังคุณครูคณิตา เด็ก ๆ อยากเล่นอีก (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ อยากเล่นอีกหรือเปล่า เดี๋ยวคุณครูนะคะ จะแถมให้อีก 3 คำค่ะ ในการเปรียบเทียบระดับภาษาแต่ละระดับค่ะ เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่าว่าครูจะให้คำว่าอะไรมา เอาพร้อมหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้วเราไปเรียนรู้กันเลยค่ะ คำว่า "ศีรษะ" ค่ะ ถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผน นักเรียนจะใช้คำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ศรีษะ ก็ที่เรานี่ใช่ไหมครับ เด็ก ๆ ตอบเลย ใช้คำว่า... ถูกต้องครับ ตรงกันเลย หัวใช่ไหม แล้วถ้าเป็นภาษาพูดล่ะ เราจะใช้ หัวนี่ เราจะใช้คำว่าอะไรครับ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ อาจจะไม่คุ้นเคยนะคะ แต่คุณครูปลายทางนี่ สามารถที่จะตอบได้แน่นอนค่ะ ว่า (คุณครูปรเมษฐ) ตอบว่า (คุณครูคณิตา)ของศรีษะ คือกบาล (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ จะเคยได้ยินก็จากปู่ ย่า ตา ยาย นะ คนโบราณ บาลนะ เดี๋ยวอะไรหล่นใส่กบาลแล้วจะเป็นอันตรายแบบนี้ คนโบราณก็จะพูดแบบนี้นะครับ ก็เป็นภาษาพูดเช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เอาล่ะค่ะ เด็ก ๆ คะ พร้อมหรือยัง เราไปเรียนรู้คำถัดไปกันเลยดีกว่าค่ะ นั่นก็คือ "ประทับตรา" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ประทับตราแบบ ปังลงไปอะไรประมาณนี้ใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ ปลายทางดูสิคะ ถามคุณครูก่อนตอบภาษากึ่งแบบแผน รู้แล้วใช่ไหม ตอบครับ 1 2 3 ครูคณิตาเฉลยเลยครับ ตีตรา ตีตรา (คุณครูคณิตา) ตีตรานี่ เป็นตีตราแบบไหนคะคุณครูปรเ(คุณครูปรเมษฐ) ก็คือลักษณไหมก็คือการลงตราลงไป นี่ยอมรับแล้วอะไรแล้วประมาณนั้นใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ประทับตแบบแผน ถ้าใช้ตีตราก็จะเป็นกึ่งแบบแผน เอ๊ะ แล้วถ้าเป็นภาษาพูดล่ะ ความหวังของนักเรียนนะคะ ตอนนี้กำลังฝากไว้ที่คคุณครูปลายทางค่ะ คุณครูปลายทาง ช่วยเด็ก ๆ หน่อยค่ะ จะตอบว่าอย่างไรเอ่ย คุณครูปลายทางก็ก็บอกว่าฝากความหวังไว้ที่คุณครูปรเมษฐค่ะ ภาษาพูดของตีตรา ประทับตรานี่ เราจะใช้คำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) มันก็เหมือนกัน ถ้าเกิดเป็นภาษาถิ่นก็ลงยี่ห้อลงอะไรแบบนี้ใช่ไหม เฉลยเลยดีกว่านักเรียนครับ ครูใช้คำว่า "ปั๊มตรา" นั่นเอง ปั๊มตราลงไป (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ นี่จะเห็นถึงความแตกต่างนะคะ นั่นก็คือ ประทับ, ตี, ปั๊ม ก็จะเป็นการใช้ภาษาแต่ละระดับ พอหรือยังเอ่ย มาทิ้งทวนกันนะคะ นั่นก็คือหนังสือรับรอบ ถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนล่ะคะ หนังสือรับรอง ภาษากึ่งแบบแผนเราจะใช้คำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ช่วยกันคิด ๆ ตอบเลยครับ คุณครูคณิตาเฉลยครับ (คุณครูคณิตา) นั่นก็คือใบรับรองนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนจะต้องคอยมาขอที่โรงเรียนใช่ไหม เวลาที่หนูจะไปขอทุนรอนการศึกษา หรือนักเรียจะไปสมัครเรียนต่อ ก็จะต้องใช้หนังสือรับรองนี่ แต่เด็ก ๆ จะไม่เรียกหนังสือรับรอง เด็ก ๆ จะบอกว่าขอใบรับรอง แล้วถ้าเป็นภาษาพูดล่ะครับ ครูคณิตาเฉลยเลย (คุณครูคณิตา) ง่ายเลยถ้าเป็นภาษาพูด เราก็จะพูดว่า "ใบรัเหมือนกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ นักเรียนเป็นอย่างไรกันบ้างคะ สามารถที่จะแยกระดับภาษาได้แล้วหรือยังเอ่ย หลาย ๆ คนนะคะ ก็สามารถที่จะแยกได้แล้ว สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้นะคะ ในใบความรู้ที่คุณครูได้มอบไว้ให้นะคะ หรือสามารถดาวน์โหลดได้นะ แล้วก็การศึกษา การค้นคว้าเพิ่มเติม เพื่อที่จะแยกระดับภาษาได้นี่ ถือว่าเป็นเรื่องดีในการใฝ่เรียน ใฝ่รู้ อีกทั้งยังทำให้นักเรียนนี่ ใช้ภาษาได้เหมาะสม และถูกต้องตามกาลเทศะด้วยนะคะ วันนี้คุณครูก็มีกิจกรรมมาให้นักเรียนและคุณครูปรเมษฐได้ร่วมสนุกกันค่ะ พร้อมหรือยังเอ่ย พร้อมไหมคะ คุณครูปลายทางสามารถร่วมทำกิจกรรมได้ด้วยนะคะ ถ้าพร้อมแล้ว เราไปดูกันเลยค่ะ ว่าเป็นกิจกรรมเกมดอกไม้ย้ายสวนค่ะ วันนี้นะคะ เราจะพาเด็ก ๆ นี่ มาทำสวนกันนะคะ ก็จะเป็นการนำดอกไม้นี่ ไปย้ายไว้ในสวนแต่ละสวนนี่ให้ถูกต้อง นักเรียนคิดว่าสวนดอกไม้นั้นมีกี่สวนเอ่ย มีกี่สวนคะ วันนี้เราเรียนภาษากี่ระดับคะ เรียนทั้งหมด 3 ระดับ เพราะฉะนั้น สวนดอกไม้ต้องมีทั้งหมด 3 สวนด้วยกันนะคะ สวนแรกคุณครูปรเมษฐคิดว่าเป็นส่วนใดคะ (คุณครูคณสวนภาษาแบบแผน (คุณครูคณิตา) สวนภาษาแบบแผน ถูกต้องค่ะ แล้วส่วนที่ 2 ล่ะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ส่วนที่ 2 อย่างที่ครูคณิตาบอก ก็ต้องเป็นส่วนภาษากึ่งแบบแผนนั่นเอง (คุณครูคณิตา) แล้วที่ 3 ล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ) สวนภาษาพูดไงครับ นักเรียน ย้ายกันอย่างไร (คุณครูคณิตา) ย้ายอย่างไร เดี๋ยวเราไปดูกติกาการเล่นกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ให้นักเรียนนะครับ พิจารณาคำในดอกไม้ แสดงว่าครูคณิตามีดอกไม้ให้นะ ว่าในดอกไม้นั้นน่ะ คำเหล่านั้นน่ะ เป็นภาษาระดับใด แล้วก็ให้ช่วยกันนำดอกไม้นี่ ไปไว้ในสวนภาษาระดับแบบแผน กึ่งแบบแผน แล้วก็ภาษาพูดใช่ไหมครูคณิตา เราก็ต้องเลือกเอาไปไว้ใช่ไหม (คุณครูคณิตา) คุณครูก็จะให้คำนะคะ เป็นความหมายเดียวกัน แล้วก็ให้นักเรียนนะคะ ลองเลือกดอกไม้สิ ว่าเราจะนำดอกไม้ดอกนี้นะคะ ไปไว้ในสวนใด เดี๋ยวเรามา (คุณครูปรเมษฐ) ไปกันเลยดีกว่าครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ถ้าพร้อมแล้วเราไปเล่นเกมกันเลยค่ะ คุณครูปรเมษฐคะ นี่ก็คือจะเป็นชุดของดอกไม้นะคะ เพราะฉะนั้น (คุณครูปรเมษฐ) ต้องเลือกใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ คุณครูจะให้คุณครูปรเมษฐเลือกนะคะ จะมี 1, 2, 3, 4, 5 ค่ะ คุณครูปรเมษฐสามารถที่จะกดเลือกได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถามใจนักเรียนก่อน เบอร์ไหนครับ ครั้งแรกเบอร์ไหนครับ เบอร์ 2 หรือ เอาครับ เบอร์ 2 ครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ณครูปรเมษฐแตะได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่หรือครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เบอร์ 2 (คุณครูคณิตา) นี่คือเบอร์ 2 ค่ะ นั่นก็คือเราจะได้คำว่า "มารดา", "คุณแม่" และ "แม่" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือยังไม่ได้เข้าสวน (คุณครูคณิตา) นี่จะเป็นส่วนของดอกไม้นะคะ เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่า ว่าถ้าเราจะนำดอกไม้นี่ ไปย้ายลงในสวนภาษาแบบแผนนี่ นักเรียนจะเลือกดอกไม้ดอกใด ที่เราจะนำลงไปในสวนของแบบแผนคะ (คุณครูปรเมษฐ) ส่งเสียงเลย ไม่ชักช้าลีลา เลือกคำไหนครับ ดอกไม้ดอกไหน ลงในภาษาแบบแผนค่ะ นั่นก็คือ... (คุณครูปรเมษฐ) มารดา ครูคณิตาเด็ก ๆ บอกครับ (คุณครูคณิตา) มารดา ถูกต้องหรือไม่ถูกต้องคะ (คุณครูปรเมษฐ) เฉลยเลย (คุณครูคณิตา) ถูกต้องค่ะ นี่ก็คือมารดานะคะ ต่อมาค่ะ เรามาย้ายสวนที่ 2 ค่ะ ภาษากึ่งแบบแผนค่ะ นักเรียนคิดว่าเราจะต้องนำคำใดคะ ไปไว้ในภาษากึ่งแบบแผน (คุณครูปรเมษฐ) ครูก็ตัดมารดาออกก่อนเลย เพราะมารดาใช้ไปแล้วใช่ไหมเด็ก ๆ กึ่งแบบแผนก็จะต้องดูดีกว่าภาษาพูดหน่อยหนึ่ง (คุณครูคณิตา) เหลือแม่ กับคุณแม่ใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนเลือก ถูกต้อง คุณแม่ ผมก็เลือกคุณแม่ตามเด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ ตอบว่าอะไรนะคะ ตอบว่าคุณแม่เก่งมากค่ะ กึ่งแบบแผนเราจะใช้คำว่า "คุณแม่" นะคะ และสวนสุดท้าย (คุณครูคณิตา) สวนสุดท้าย ก็คือคำว่า "แม่" นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ย้ายเรียบร้อย (คุณครูคณิตา) ย้ายเรียบร้อยแล้วนะคะ นี่ก็คือสวนที่ 2 นักเรียนก็ได้ยายดอกไม้ลงไปในส่วนเป็นที่เรียบร้อบแล้ว ลงไปในสวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าแบบนี้เขาเรียกว่าย้ายถูกสวนใช่ไหม เดี๋ยวเราเลือกอีกสวนเดียวให้เวลา บอกครูมาเลยครับ เบอร์... เบอร์ 5 ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เบอร์ 5 ใช่ไหมคะ กดเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูกดแล้วนะเด็ก ๆ เบอร์ 5 แน่นะ (คุณครูคณิตา) เบอร์ 5 ได้แก่คำว่า "พูดเท็จ", "พูดปด", "โกหก" ค่ะ ไปไว้ในสวนของภาษาได้อย่างไรบ้าง เดี๋ยวเราไปดูกันเลยค่ะ สวนแรกค่ะ ภาษาแบบแผนค่ะ นักเรียนจะเลือกดอกไม้ดอกใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) เลือกดอกไหนลูก เด็ก ๆ หนูเลือกไม่ตรงกับครูเลยน่ะ (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐเลือกอะไรคะ ครูเลือกพูดเท็จ เด็ก ๆ เลือกโกหก บางคนพูดปด เอาล่ะสิ แล้วเราจะย้ายได้ถูกสวน (คุณครูคณิตา) อย่างไรดีนะ (คุณครูปรเมษฐ) ใครคิดเหมือนครูยกมือครับ พูดเท็จ ๆ ๆ หลายคนอยู่ ครูคณิตาครับ เราก็เป็นการแข่งขัน ถ้าเกิดตอบถูกรอบนี้ถือเป็นการชนะเลยใช่ไหม เพราะเราเล่นแค่สวนนี้สวนเดียว แล้วก็จบใช่ไหม ใครเลือกตามครู ย เฉลยเลย (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่านะคะ เฉลยค่ะ สวนภาษาแบบแผนเราจะใช้คำว่า "พูดเท็จ" นั่นเอง แล้วภาษากึ่งแบบแผนล่ะค่ะ แสดงว่าที่เลือกตามครูก็ถูกสิครับนี่ มันก็เหลือข้อเดียวก็ตัดสินได้แล้วใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ ตามครูปรเมษฐดีกว่าไม่คิดแล้ว เพราะฉะนั้น (คุณครูปรเมษฐ) รอบนี้ครูไม่คิดครับ ให้เด็ก ๆ คิดเลยครับ เลือกอะไร บอกคุณครูคณิตาไปเอง (คุณครูคณิตา) ตอบว่าอะไรเอ่ย ตอบว่าอะไรนะ โกหกหรือ ใช่หรือเปล่านะพูดปด โกหกกับพูดปดนักเรียนจะเลือกคำว่าอะไรคะ ส่วนใหญ่พูดคำว่า "พูดปด" พูดปด ถูกหรือไม่ถูกนะ เดี๋ยวเราไปดูกันเลยค่ะ พูดปด (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้อง (คุณครูคณิตา) ถูกต้องเลยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่าภาษาพูด ก็คือ (คุณครูคณิตา) โกหกนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) ครูคณิตาครับ นักเรียนภาคอีสานบอกว่าหนูขอต่อรองอีกสักข้อได้ไหมคะ (คุณครูคณิตา) แก้ตัว แก้ตัวอีกสักข้อหนึ่ง (คุณครูคณิตา) เขาขอเลือกเบอร์ 3 ครูคณิตา เลือกเลยครับ เบอร์ 3 ได้ไหมครับ (คุณครูคณิตา) แบบ 3 อยู่นี่ใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตายแล้วอย่างนี้ตอบถูกทั้งประเทศดีกว่า (คุณครูคณิตา) ไม่เอาดีกว่านะ ไม่เอา ไม่เอานะคะ อย่างนั้นเรามาทบทวนก่อนนะคะ ปั๊มตรา, ตีตรา ถ้าเป็นภาษาแบบแผนเราจะใช้คำว่า "ประทับตรา" ถูกต้องนะคะ แล้วถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ใช้คำว่า "ตีตรา" ใช่ไหม ต่อไป ถ้าเป็นภาษาพูด ก็คือปั้มตรา นี่เป็นการทบทวน คำว่า "ปั๊มตรา" (คุณครูคณิตา) ทบทวนนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) มาให้แล้วดอกไม้ก็ตอบเลย เดี๋ยวไปเลือกกันเลยคราวนี้ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ อ่านว่าอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ออกเสียงให้ครูฟัง 1 2 3 ชา-ปน หรือครูคณิตา (คุณครูปรเมษฐ) ใช่หรือ (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐอ่านว่าอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ)เป็นเกล็ดความรู้ฌาปน แปลว่า เผา กิจ แปลว่า งาน รวมแล้ว ก็คืองานเผาใช่ไหม เป็นภาษาบาลีใช่ไหม ฌา แปลว่า เผา กิจ รวมกันก็คืองานเผาศพนั่นเองนะครับ ก็คือดอกไม้ชุดนี้เกี่ยวกับการเผาศพใช่ไหมงานเผาศพนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ต้องไปเลือกกันแล้วครับ (คุณครูคณิตา) ปลงศพกับเผาศพ เดี๋ยวเราไปดูกันดีวกา่ (คุณครูปรเมษฐ) ไปย้ายดอกไม้กันแล้วภาษาแบบแผน เด็ก ๆ ตอบเลย ใช้คำว่า ถูกต้องครับ ฌาปนกิจศพ (คุณครูคณิตา) ฌาปนกิจศพ ตัดสินได้แล้ว (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 2 ค่ะ กึ่งแบบ (คุณครูปรเมษฐ) ครูคณแผนปลงศพ ใช่ไหมนะใช่ไหมเอ่ย ปลงศพหรือเผาศพคะตอบว่าถูกต้องครับ (คุณครูคณิตา) ปลงศพคะ และสุดท้ายภาษาพูด ก็ใช้คำว่า "เผาศพ" นั่นเอง เผาศพหรือบ้านครูนี่เรียกว่า "จุดศพ" นะ (คุณครูคณิตา) จุดศพนี่ ครูคณิตายังไม่เคยได้ยินนะคะ เอาล่ะค่ะ มาถึงช่วงที่นักเรียนรอคอยนะคะ นั่นก็คือให้นักเรียนค่ะ ทำใบงาน เรื่อง การจำแนกระดับของภาษาจากหนังสือพิมพ์และนิตยสารค่ะ ถ้ามีหนังสืออื่น ๆ ที่นักเรียนสามารถศึกษาค้นคว้าหาความรู้นี่ ก็ได้นะคะ ไม่จำเป็น หรือว่าไม่จำกัดว่านักเรียนจะต้องหาแค่ในหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารค่ะ เดี๋ยวเราไปดูบทบาทของคุณครูและนักเรียนปลายทางกันเลยดีกว่าค่ะ ก็ให้นักเรียนนะคะ ทำใบงาน และจำแนกระดับของภาษาจากหนังสือพิมพ์และนิตยสารค่ะ ส่วนบทบาทขงอคุณครูปลายทางล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูก็อำนวยความสะดวกให้กับเด็ก ๆ นะครับ แนะนำในส่วนที่เด็ก ๆ เข้าใจนะครับ อันนี้ผมก็ขอเสริมหน่อยหนึ่ง คุณครูครับ ถ้าณครูมีหนังสือ หรืออะไรที่ต้องการให้เด็ก ๆ ทำเป็นพิเศษนี่ ก็สามารถให้เขานำมาจำแนกตามระดับภาษามาค้นคว้าได้นะครับ ไม่จำเป็นจะต้องยึดตามที่ผมทั้ง 2 คนกำหนดไว้นะครับ (คุณครูคณิตา) เรามาดูตัวอย่างของใบงานกันเลยนะคะ นี่ก็คือตัวอย่างใบงาน คำสั่งก็คือให้นักเรียนทำอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้จำแนกระดับของภาษาจากหนังสือพิมพ์และนิตยสารนะครับ คราวนี้ จากที่อื่นด้วยก็ได้ คราวนี้ วิธีการอย่างไรเด็ก ๆ ครับ เด็ก ๆ เจอคำว่าอะไร อย่างเช่น ยกตัวอย่าง (คุณครูคณิตา) ที่คุณครูได้ยกไป ก็คือคำว่า "ศรีษะ" นะคะ นักเรียนก็ใส่ลงไปในภาษาแบบแผน หลังจากนั้น กึ่งแบบแผนนักเรียนจะต้องใช้ ก็คือภาษาให้มันเป็นภาษากึ่งแบบแผนนั่นก็คือหัวนั่นเอง ส่วนภาษาพูดล่ะคะ นักเรียนจะเปลี่ยนเป็นคำว่า "กะบาล" นี่ก็จะได้ 3 ดับด้วยกัน (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือเจอคำว่าอะไร นักเรียนก็นำไปใส่ให้ถูกช่องใช่ไหม แล้วก็หาอีก 2 ครับ ถูกไหมครูคณิตาครับ เพราะฉะนั้น งานนี้ง่ายมากปลายทาง (คุณครูคณิตา) แล้วแต่คุณครูปลายทางเป็นตารางได้ยิ่งดีนะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะคะ นักเรียนคะถ้าพร้อมแล้วลงมือปฏิบัติกิจกรรมได้เลยค่ะ เดี๋ยวเรามาเจอกันอีกครั้งหนึ่งนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) สู้ ๆ ครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) หมดเวลาค่ะ นักเรียนนักเรียนคะ อย่าลืมนะคะ นำใบงานส่งคุณครให้คุณครูปลายทางอย่าลืมให้คะแนนเด็ก ๆ ด้วยนะคะ เอาล่ค่ะ มาถึงช่วงเขียนองค์ความรู้ค่ะ วันนี้คุณครูก็มีคำถามมาอีกเช่นเคยนะคะ นั่นก็คือการใช้ภาษาในแต่ละระดับบุคคล มีความแตกต่างกันหรือไม่ แล้วมีวิธีการใช้ภาษาอย่างไร ถามก่อน ว่าแตกต่างหรือไม่แตกต่าง แน่นอนอยู่แล้วนะคะ ว่าการใช้ภาษาแต่ละระดับบุคคลนี่ ย่อมต้องแตกต่างกันอยู่แล้วค่ะ แล้วนักเรียนนี่ จะมีวิธีการอย่างไรในการใช้ภาษาคะ คุณครูปรเมษฐคะ มีวิธีการอย่างไรในการใช้ภาษาคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ เด็ก ๆ ก็จะคิดเหมือนครูใช่ไหมครับ ก็เราจะต้องแบ่งภาษาก่อนใช่ไหม ตามที่เราเรียนไปน่ะ ภาษาก็มี 3 ระดับใช่ไหม ก็เป็นภาษาแบบแผนนะครับ แล้วก็ภาษากึ่งแบบแผน แล้วก็ภาษาพูด เราก็เลือกใช้ให้ถูกต้อง อย่างเช่น หนูคุยกับครู ใช้ภาษากึ่งแบบแผน หนูจะรายงานหน้าชั้นเรียน หรือหนูจะอ่านหนังสือที่เป็นตำรา วิชาการ ที่ให้กับเพื่อนกัน ก็ใช้ภาษาแบบแผนเขาคุยกัน เด็ก ๆ คุยกันครับ ก็ใช้ภาษาพูดนั่นเอง นี่คือวิธีการใช้นะครับ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ ก็คงได้แนวคำตอบกันแล้วนะคะ เดี๋ยวเรามาดูคำถามข้อถัดไปกันเลยดีกว่าค่ะ เพราะเหตุใดจึงต้องใช้ภาษาสื่อสารตามระดับของภาษาคะ ง่ายมากเลยนะคะ นักเรียนสามารถพูดคุย แลกเปลี่ยน กับคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ ค่ะ คุณครูปรเมษฐคะ เพราะเหตุใดคะของภาษาคะ (คุณครูปรเมษฐ) การที่เราจะต้องแบ่งเป็นระดับของภาษาใช่ไหมครับ ด้วยการใช้ภาษานี่ มันจะต้องดูระดับใช่ไหมครูคณิตาครับ ว่าเราจะสื่อสารกับใคร มันจึงต้องแบ่งเป็นระดับภาษา อย่างเช่น ที่ครูได้ยกตัวอย่าง เราจะนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน เราจะอ่านข่าววิทยุใช่ไหม ตามตัวอย่างนี่ ก็จะต้องใช้ภาษาระดับแบบแผน ถ้าเกิดหนูจะพูดคุยกับครูหรือคนที่ไม่รู้จัก ก็ใช้ภาษาระดับ (คุณครูคณิตา) กึ่งแบบแผน (คุณครูปรเมษฐ) และสุดท้ายก็การพูดคุยในครอบครัว กับเพื่อนฝูง ก็จะใช้ภาษาระดับ (คุณครูคณิตา) ภาษาพูดนั่นเองค่ะ เพราะฉะนั้นนะคะ สรุปโดยรวมแล้ว ก็คือเพราะเหตุใดเราจึงต้องใชภาษาตามระดับของภาษ้า เพราะว่าขึ้นอยู่กับกาลเทศะ บุคลลและสถานที่นั่นเองค่ะ เนื่องจากภาษาไทยนะคะ แบ่งได้เป็นหลายระดับ และแต่ละระดับก็ใช้ภาษาไม่เหมือนกัน ฉะนั้น การที่นักเรียนนี่ จะใช้คำพูดหรือการเขียนติดต่อสื่อสารอะไรก็ตาม เราก็จะต้องดููกาลเทศะสถานที่ และบุคคลที่เราพูดคุยด้วยนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ สำหรับวันนี้จบลงเพียงเท่านี้ เรามาดูบทเรียนครั้งถัดไปกันดีกว่าค่ะ ว่าเราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ บทเรียนครั้งต่อไป คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ เราก็ยังคงศึกษาในเรื่องของระดับภาษาเช่นเดิมนะครับ หลายอย่างที่เด็ก ๆ นั้นยังไม่ได้รับรู้ เพราะฉะนั้น ต้องศึกษาเรา จะได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ เตรียมตัวดังนี้นะครับ นำใบงาน เรื่อง ระดับภาษาพาให้คิด ติดตัวมาด้วยนะครับ และก็สามารถดาวน์โหลดได้ที่ตามที่อยู่ด้านล่างนี้เลยนะครับ ที่คุณครูคณิจาเลยหมายชี้ไว้นั่นเองครับ เอาล่ะครับ นักเรียนวันนี้เรื่องของระดับภาษานี่ก็ยังเป็นเพียงแค่เข้าเรื่องนะ ยังไม่ได้รับเนื้อหาเต็ม ๆ นะครับ ให้นักเรียนไปทบทวนนะ ที่ครูและครูคณิตาได้สอนไปนี่ ให้ไปทบทวน นักเรียนจะได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ มีอีกหลาย ๆ คำเลยใช่ไหม ที่ครูไม่ได้ยกตัวอย่างมา นักเรียนต้องไปค้นคว้า เป็นการไฝ่รู้ ไฝ่เรียนนะครับ ฝากไว้ให้คิดนะครับ เด็ก ๆ วันนี้ไว้เท่านี้ครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]