ในรายวิชาภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะนักเรียนวันนี้สบายดีไหมคะ นักเรียนคะ อย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะ คุณครูปรเมษฐคะวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) วันนี้นะครูและครูคณิตา รวมถึงหนู ๆ ทุกคนนะครับ ก็จะได้ไปศึกษาเกี่ยวกับเรื่องระดับภาษานะครับ ดูสิว่าระดับภาษาก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เด็ก ๆ รู้จักดีนะเคยศึกษา เคยเรียนกันมาแล้ว เดี๋ยวในชั้น ป. 6 จะนำเสนอในเนื้อหาส่วนไหน เดี๋ยวเราไปศึกษากัันพร้อมแล้ว ตามข้าพเจ้ามา (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ มาถึงช่วงคำถามกระตุ้นความคิดค่ะ ซึ่งวันนี้นะคะ คุณครูก็มีคำถามอีกเช่นเคยค่ะ เดี๋ยวเราไปดูคำถามกันเลยนะคะ ว่าอย่างไร นักเรียนเคยถูกตำหนิเรื่องการพูด การเขียน ในเรื่องการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารหรือไม่ ถ้าถูกตำหนินี่จะ... นักเรียนนี่โดนตำหนิเรื่องใดและเพราะเหตุใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) ขอเป็นตัวแทนดีกว่าครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ตัวแทน 1 คนเลยเล่าให้ฟังหน่อย เล่าให้เพื่อนทั้งห้องฟังฟังให้คุณครูฟังครูอยากจะรู้ว่าหนูนั้นเคยถูกตำหนิในเรื่องการใช้ภาษาอย่างไรครับ เชิญ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ เด็ก ๆ ก็คงเล่ากันเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ อาจจะมีเพื่อน ๆ บางคนได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือคุณครูปลายทางนะคะ อาจจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการเกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่ผิดระดับด้วยก็ได้นะคะ คุณครูปรเมษฐคะ คุณครูปรเมษฐเคยถูกตำหนิไหมคะ หรือเคยเจอประสบการณ์ เกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่ผิดระดับบ้างไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตาถามอย่างนี้นี่ครูก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องตอบ ทุกคนเป็นอย่างไรลูก ต้องเคยผิดบ้างนะ เขาบอกว่าผิดจึงได้เป็นครูนี่จึงเป็นจริงเลย เพราะการผิดนี่นะ มันก็ทำให้เราได้เรียนรู้มันทำให้เกิดหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างขึ้น ก็จากการที่ทำผิดลงไปนี่ล่ะ ครูก็เคยถูกตำหนิ ครูคณิตาก็เกี่ยวกับเรื่องการพูดนี่ ก็ใช้ภาษาไม่ถูกระดับพูด บางทีอาจจะพูดไม่เพราะ พูดใช้คำผิดในระดับภาษา ผู้กับคนใหญ่อะไรอย่างนี้ตอนที่ครูยังเด็กเล็กอยู่น่ะนะ แต่เมื่อตอนที่ครูโตขึ้นนี่ ครูก็ศึกษาเรื่องของการให้ระดับภาษามันก็ทำให้ครูนี่เข้าใจ แล้วครูก็จะไม่ใช้ระดับภาษาที่ผิด มันทำให้ครูถูกว่าถูกกล่าวได้มันก็ไม่ดีกับตัวเองด้วยใช่ไหม ลูกทุกคนครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เดี๋ยวเรามาดูคำถามต่อไปกันเลยดีกว่านะคะ นักเรียนมีการแก้ไขอย่างไรบ้างนะคะ หลังจากที่เมื่อถูกตำหนิและผลที่ตามมานั้นคืออะไรคะ ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ หรือสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนได้นะคะ คุณครูปรเมษฐคะ จากการที่คุณครูปรเมษฐได้บอกกล่าวว่าคุณครูปรเมษฐนี่สมัยเด็ก ๆ นี่ก็ได้ถูกตำหนินะคะ แต่ก็ได้มีการแก้ไข ผลที่ตามมาเป็นอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือครูก็ใช้ภาษาได้ถูกต้องตามการะเทศะพอเราได้รู้แล้วว่ามันผิดน่ะ การใช้ที่ผิด ๆ ใช่ไหม ครูก็ถูกคุณครูนี่อบรมสั่งสอนอย่างนี้ใช้ไม่ได้นะ การพูดกับเพื่อนนี่ ก็ต้องพูดประมาณนี้นะ การพูดหรือพูดกับครูบาอาจารย์ก็ต้องพูดประมาณนี้ ทำให้ครูนี่เกิดความรู้ขึ้นมา ครูก็ได้ศึกษา เมื่อครูศึกษาเกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาครูก็ไม่ใช้ผิดอีกเลยในเรื่องของระดับภาษา เพราะฉะนั้นครูนี่มีประสบการณ์แล้วในการใช้ระดับภาษา เพราะฉะนั้น ครูจึงสามารถที่นำไปใช้ได้ในอนาคตและต้องใช้ให้ถูกด้วยใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ ซึ่งสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้เลยนะคะ เพราะวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องระดับภาษา จุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้ ก็คือนักเรียนจะต้องบอกระดับภาษาได้ค่ะ 2. นักเรียนจะจำแนกระดับของภาษาได้ 3. บอกความสำคัญของการใช้ภาษาตามระดับภาษาได้ค่ะ ตามความรู้ความเข้าใจของนักเรียนนะคะ นักเรียนตอบคุณครูได้ไหมคะ ว่าระดับภาษามีกี่ระดับ ตามความเข้าใจของนักเรียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ยกมือตอบเลยหรือนักเรียนจะเดินขึ้นไปเขียนหน้ากระดานดำหน้าชั้นเลยก็ได้นะครับ ว่ามีกี่ระดับแล้วเดี๋ยวแยกกัน จะดูเทียบของครูว่าตรงกันหรือไม่ ถ้าดีลงมือทำเลยนะ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ อาจจะตอบมาแล้วนะคะ อาจจะมี 3 ระดับ หรือ 5 ระดับนะคะ ขึ้นอยู่กับผู้สอนนะคะ คุณครูปลายทางสามารถเพิ่มเติมได้นะคะ แต่สำหรับวันนี้ค่ะ คุณครูแบ่งระดับภาษาออกเป็นทั้งหมด 3 ระดับด้วยกันค่ะ มีระดีบอะไรบ้าง เดี๋ยวเราไปชมกันเลยค่ะ ระดับแรกนะคะ เป็นระดับภาษาแแบบแผนค่ะ 2. ก็คือ... (คุณครูปรเมษฐ) ภาษากึ่งแบบแผนครับ (คุณครูคณิตา) ส่วนระดับที่ 3 นะคะ นั่นก็คือภาษาพูดนั่นเองค่ะ ทั้ง 3 ระดับนี้แตกต่างกันอย่างไร นักเรียนทราบหรือไม่คะหลาย ๆ คนนี่อาจจะทราบนะคะ หลาย ๆ คนอาจจะเกิความสับสนอยู่ ระหว่างภาษากึ่งแบบแผนและภาษาพูด ฉะนั้น เดี๋ยวเราไปเรียนรู้และทบทวนความรู้ไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ เดี๋ยวดูเรื่องภาษาแบบแผนก่อนนะครับ ภาษาแบบแผนนี่ก็เป็นภาษาที่เราจะต้องใช้ให้ถูกต้องนะ ตามหลักไวยากรณ์ เช่น การเขียนตำราทางวิชาการ การใช้คำราชาศัพท์นี่ก็จะต้องยึดภาษาแบบแผนเป็นหลัก และการกล่าวคำปราศรัยหรือการกล่าวเปิดงานนี่ ก็จะต้องใช้ภาษาแบบแผนในการสนทนาหรือในการพูดนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) ง่าย ๆ เลยนะคะ นั่นก็คือการใช้ภาษาแบบแผนเราจะใช้ในพิธีการสำคัญ หรือเราจะใช้ในการเขียนหนังสือหรือตำราต่าง ๆ ที่เป็นทางวิชาการใช่ไหมคะครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เราไปดูตัวอย่างของภาษาแบบแผนกันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ อ่านพร้อมครูนะ ในอนาคตแผ่นดินไหมจะเกิดขึ้นและรุนแรงขึ้น เพราะแผ่นดินไหวแต่ละครั้ง มีผลกระทบต่อเปลือกโลก อันนี้ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มันเป็นภาษาแบบไหนครับ (คุณครูคณิตา) มันจะไม่มีภาษากึ่งแบบแผน กับภาษาพูดเข้ามาปนอยู่นะคะ อย่างเช่นคำว่า "ผลกระทบ" นะคะ มันก็จะเป็นภาษาที่ทางการเพิ่มมากขึ้นค่ะ ต่อมาค่ะ เป็นภากึ่งแบบแผนค่ะ เป็นภาษาที่นักเรียนคุ้นเคยกันนะคะ คุ้นเคยแบบไหน เดี๋ยวเราไปเรียนกันเลยค่ะ ภาษากึ่งแบบแผน เป็นภาษาทั่วไปที่ไม่คุ้นเคย เช่น สนทนากับผู้ใหญ่การบรรยายในชั้นเรียน การอภิปราย การออกอากาศทางวิทยุ โทรทัศน์ในหนังสือพิมพ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ที่ครูกล่าวมาการใช้ภาษากึ่งแบบแผนทั้งสิ้น อย่างเช่น นักเรียนเดินออกไปซื้อผลไม้นักเรียนไปเจอแม่ค้า นักเรียนจะใช้ภาษากึ่งแบบแผนในการพูดคุยกับบุคคลที่เราไม่รู้จัก หรือบุคคลที่เราไม่คุ้นเคยนะคะ รวมถึงผู้ใหญ่ด้วยใช่ไหมคะ เราจะใช้ภาษากึ่งแบบแผนใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ที่นักเรียนเห็นได้ง่ายที่สุด ก็ที่ครูนั่นล่ะ ครูพูดกับหนู ๆ นี่นะครับ มันก็จะใช้ภาษากึ่งแบบแผนนะที่ครูพูด ๆ นักเรียนอย่างคิดว่ามันเป็นกันเองมันก็มีภาษากึ่งแบบแผนที่สื่อสารกับพวกหนจะให้ใช้ด้วย ก็คือการบรรยายหน้าชั้นเรียนใช่ไหมคุณครูของหนูเองที่กำลังสอนอยู่ก็จะใช้ภาษากึ่งแบบแผนสอนนักเรียนเช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เดี๋ยวเราไปดูตัวอย่างของการใช้ภาษากึ่งแบบแผนกันเลยค่ะ การข่นส่งทางบกช้ากว่าทางน้ำเพราะรถติดค่ะ เป็นอย่างไรกันบ้างคะ นี่ก็คือเป็นตัวอย่างของการใช้ภาษากึ่งแบบแผน อย่างเช่น ทางบกช้า ช้ากว่านะคะ เพราะรถติด ก็จะเป็นการใช้ภาษากึ่งแบบแผน มีอะไรหรือเปล่าคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเราอยากจะให้ภาษาแบบแผนเปรียบเทียบได้ชัดเจนนี่ เปลี่ยนได้อย่างไร (คุณครูคณิตา) เปลี่ยนได้อย่างไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ก็เป็นการคมนาคมทางบกเป็นอย่างไรครับ ล่าช้ากว่าคมนาคมทางน้ำเพราะการจราจรอะไรลูกติดขัดใช่ไหม นั่นเองนะครับ มันจะใช้คำที่ลงมาอีกหน่อย ในการใช้ภาษากึ่งแบบแผนนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ เรามาดูตัวอย่างของระดับภาษาที่ 3 นั่นก็คือภาษาพูดนั่นเองค่ะ ภาษาพูดเป็นอย่างไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือเป็นภาษาระดับ "ภาษาปาก" นะครับ ใช้สนทนากับผู้ที่คุ้นเคยในครอบครัว เช่น พ่อ แม่ พี่ น้องต้องเห็นกันทุกวัน เพื่อนฝูงนะภาษาในระดับภาษาพูดนี่พูดคุยกันนะครับ รวมทั้งการใช้ภาษาถิ่นในการสนทนา อย่างเช่น ครูนี่ คนภูมิภาคเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์นี่ ก้จะมีภาษษถิ่นเป็นภาษาเพชรบุรีนี่ในการสนทนากัน นักเรียนฟังแล้วไม่เข้าใจ อันนี้ก็นับเป็นภาษาพูด ครูคณิตาเป็นคนใต้เขาพูดกับครอบครัวนี่ก็ต้องภาษาอะไร (คุณครูคณิตา) ภาษาใต้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็นับเป็นภาษาถิ่นระดับภาษาพูดเช่นเดียวกัน นักเรียนอยู่ภาคอีสานนักเรียนก็จะพูดภาษาอะไร นรากร ภาษาอีสาน ได้ข่าวอยู่มหาสารคามนะ นรากรคนนี้นะ ไปกันต่อ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เรามาดูตัวอย่างกันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เท่าที่พบการทำงานส่งครูของนักเรียนแย่มาจริง ๆ มันก็เกิดเป็นภาษาพูดใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตรงไหนล่ะครับ (คุณครูคณิตา) เท่าที่พบ พบนะ พบการทำงาน ก็รวม ๆ แล้วค่ะ ก็มันเป็นภาษาพูดทั้งหมดนะ เราจะแยกออกมาเป็นแต่ละคำไม่ได้นะคะ คำนี้เป็นภาษาพูด เป็นภาษากึ่งแบบแผน คำนี้เป็นภาษากึ่งทางการเราจะต้องดูนะคะ รวมถึงเราจะต้องดูบริบทกับผู้ที่เราพูดด้วย นี่ก็คือเป็นภาษาพูดนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ ต่อมาเรามาเปรียบเทียบระดับของภาษาดีกว่านะคะ วันนี้คุณครูก็มีการเปรียบเทียบระดับของภาษามาให้นักเรียนนี่เห็นถึงความแตกต่าง ว่าภาษาแต่ละระดับมีความแตกต่างกันอย่างไรพร้อมแล้วหรือยังเอ่ย คุณครูปรเมษฐพร้อมไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) พร้อมสิครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ ถ้าพร้อมแล้วเราไปเรียนพร้อม ๆ กันเลยค่ะ นักเรียนคะ นักเรียนพร้อมจะเปรียบเทียบระดับของภาษากันแล้วหรือยังเอ่ยทบทวนค่ะ ภาษาระดับของภาษามีกี่ระดับเอ่ย มีทั้งหมด 3 ระดับนะคะ นั่นก็คือภาษาแบบแผน, กึ่งแบบแผน, ภาษาพูดนั่นเองค่ะ เดี๋ยวเราไปเรียนรู้นะคะ เกี่ยวกับการเปรียบเทียบระดับภาษาเลยค่ะ ครูปรเมษฐพร้อมไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) พร้อมครับ ถามเด็ก ๆ ดีกว่า เด็ก ๆ พร้อมไหมต้องตอบให้ได้นะครับ เดี๋ยวครูคณิตากำหนดคำมาเราต้องช่วยกันตอบ พร้อมแล้วไปกันเลยครับ (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวมาดูคำแรกกันเลยดีกว่านะคะ นั่นก็คือ คำแรกก็คือตระนี่ ซึ่งเป็นภาษาแบบแผน แล้วภาษากึ่งแบบแผนล่ะคะ คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) อะไรได้บ้างลูก ช่วยกันคิดหน่อย ใช้คำว่า...เก่งมาเลยครูคณิตา เด็ก ๆ ตอบแล้วเยี่ยมยอด คำว่า "หวง" นั่นเอง แล้วภาษาพูดล่ะครูคณิตา ใช้คำว่าอะไร (คุณครูคณิตา) ภาษาพูดเด็ก ๆ จะตอบว่าอย่างไรเอ่ย นั่นก็คือคำว่า "งก" หรือ "ขี้งก" นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่เป็นภาษาพูด (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ เรามาดูคำต่อไปกันเลยนะคะ ทุจริต ค่ะ ทุจริตถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนนักเรียนคิดว่าเราจะใช้คำว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ตอบครับ 1 2 3 เด็ก ๆ ตอบแล้วครูคณิตาเฉลย (คุณครูคณิตา)นั่นก็คือ คำว่า "คดโกง" ค่ะ แล้วถ้าเป็นภาษาพูดล่ะคะ คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) คดโกงถ้าเป็นพูดเราจะบอก คนนั้นเอาของเราไปขี้โกงไหมครับ (คุณครูคณิตา) ขี้โกงไหมเอ่ยใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) คิดเหมือนครูไหมลูก ถ้าคิดคุณครูคณิตาเฉลยเลยเยี่ยมเลยเด็ก ๆ เราไปด้วยกันได้ครับ (คุณครูคณิตา) นั่นก็คือขี้โกงนะคะ เดี๋ยวเราไปดูคำถัดไปกันเลยดีกว่าค่ะ คำว่า "เจรจา" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เจรจาเป็นภาษาแบบแผนใช่ไหมเจรจาก็เป็นการอะไรนะลูก พูดคุยใช่ไหมสนทนากันใช่ไหมลูก แล้วภาษากึ่งแบบแผนเตรียมตัวตอบ 1 2 3 ตอบครับ เฉลยเลยครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เจรจา ภาษากึ่งแบบแผน นั่นก็คือสนทนานั่นเองค่ะ คุณครูปลายทางสามารถร่วมเล่นไปกับนักเรียนได้นะคะ ต่อมาค่ะ ภาษาพูดล่ะคะ ครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช้คำว่าใช่คำว่า เยี่ยมเลยคะพูดหรือพูดคุยนั่นเองนะครับ เป็นภาษาพูด หมดหรือยังคุณครูคณิตาเด็ก ๆ อยากเล่นอีก (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ อยากเล่นอีกหรือเปล่า เดี๋ยวคุณครูนะคะ จะแถมให้ 3 คำค่ะ ในการเปรียบเทียบระดับภาษาแต่ละระดับค่ะ เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่า ว่าครูจะให้คำอะๆไเอาพร้อมหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้วเราไปเรียนรู้กันเลยค่ะ คำว่า "ศีรษะ" ค่ะ ถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนนักเรียนจะใช้คำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ศรีษะ ก็ที่เรานี่เด็ก ๆ ตอบเลย ใช้คำว่า... ถูกต้องครับ ตรงกันเลย หัวครับ ถ้าเป็นภาษาพูดล่ะเราจะใช้ หัวนี่ เราจะใช้คำว่าอะไรครับ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ อาจจะไม่คุ้นเคยนะคะ แต่คุณครูปลายทางนี่สามารถที่จะตอบได้อยู่แล้วนะคะ ว่า (คุณครูปรเมษฐ) ตอบว่า (คุณครูคณิตา) ภาษาพูดของศรีษะ คือ กบาล (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ จะเคยได้ยินก็จากปู่ ย่า ตา ยาย นะ คนโบราณจะเปกบาลนะ เดี๋ยวอะไรหล่นใส่กบาลแล้วจะเป็นอันตราย คนโบราณก็จะพูดแบบนี้นะครับ ก็เป็นภาษาพูดเช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เด็ก ๆ คะ พร้อมหรือยังเราไปเรียนรู้คำถัดไปดีกว่าค่ะ นั่นก็คือประทับตราค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ประทับตราแบบปั๊งลงไปอะไรประมาณนี้ใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ ปลายทางดูสิคะ ถามคุณครูก่อนตอบภาษากึ่งแบบแผน (คุณครูปรเมษฐ) รู้แล้วใช่ไหม ตอบครับ 1 2 3 ครูคณิตาเฉลยเลยครับ ตีตรา ตีตรา (คุณครูคณิตา) ตีตรานี่เป็นตีตราแบบไหนคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูคณิตา) ก็คือลักษณะแบบนี้ไหมก็คือการลงตราลงไป นี่ยอมรับแล้วอะไรแล้วประมาณนั้นใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ประทับตแบบแผน ถ้าใช้ตีตราก็เป็นกึ่งแบบแผน แล้วถ้าเป็นภาษาพูดล่ะความหวังของนักเรียนนะคะ ตอนนี้กำลังฝากไว้ที่คคุณครูปลายทางคะ ช่วยเด็ก ๆ หน่อยค่ะ จะตอบว่าอย่างไรเอ่ย คุณครูปลายทางก็ก็บอกว่าฝากความหวังไว้ที่คุณครูปรเมษฐค่ะ ภาษาพูดของตีตรา ประทับตรานี่ เราจะใช้คำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) มันก็เหมือนกัน ก็ลงยี่ห้อลงอะไรแบบนี้ใช่ไหม เฉลยเลยดีกว่านักเรียนครับ ครูใช้คำว่า "ปั๊มตรา" นั่นเอง ปั๊มตราลงไป (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ นี่จะเห็นถึงความแตกต่างนะคะ นั่นก็คือประทับ, ตี, ปั้ม ก็จะเป็นการใช้ภาษาแต่ละระดับพอหรือยังเอ่ย มาทิ้งทวนกันนะคะ นั่นก็คือหนังสือรับรอบ ถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนล่ะคะ หนังสือรับรองภาษากึ่งแบบแผนเราจะใช้คำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ช่วยกันคิด ตอบเลยครับ คุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา)นั่นก็คือใบรับรองนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนจะต้องคอยมาขอที่โรงเรียนใช่ไหมที่หนูจะไปขอทุนการศึกษา หรือนักเรียจะไปเรียนต่ก็จะต้องใช้หนังสือรับรองนี่หนังสือรับรอง เด็ก ๆ จะบอกว่าขอใบรับรองแล้วถ้าเป็นภาษาพูดล่ะครับ ครูคณิตาเฉลยเลย (คุณครูคณิตา) ง่ายเลยถ้าเป็นภาษาพูด เราก็จะพูดว่า "ใบรัเหมือนกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ นักเรียนเป็นอย่างไรกันบ้างคะ สามารถที่จะแยกระดับภาษาได้แล้วหรือยังเอ่ย หลาย ๆ คนนะคะ ก็สามารถที่จะแยกได้แล้ว สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้นะคะ ในใบความรู้ที่คุณครูได้มอบไว้ให้หรือสามารถดาวน์โหลดได้นะ แล้วก็การศึกษาการค้นคว้าเพิ่มเติมเพื่อที่จะแยกระดับภาษาได้นี่ถือว่าเป็นเรื่องดีในการใฝ่เรียนใฝ่รู้ทำให้นักเรียนนี่ใช้ภาษาได้เหมาะสมตามกาลเทศะด้วยนะคะ วันนี้คุณครูก็มีกิจกรรมมาให้นักเรียนและคุณครูปรเมษฐพร้อมหรือยังเอ่ย พร้อมไหมคะ คุณครูปลายทางสามารถร่วมทำกิจกรรมได้ด้วยนะคะ ถ้าพร้อมแล้ว เราไปดูกันดีกว่าเป็นกิจกรรมเกมดอกไม้ย้ายสวนค่ะ วันนี้นะคะ เราจะพาเด็ก ๆ นี่มาทำสวนกันนะคะ ก็จะเป็นการนำดอกไม้นี่ไปย้ายไว้ในสวนแต่ละสวนนี่ให้ถูกต้องนักเรียนคิดว่าสวนดอกไม้นั้นมีกี่สวนเอ่ยมีกี่สวนคะ วันนี้เราเรียนภาษากี่ระดับคะเรียนทั้งหมด 3 ระดับ เพราะทั้งหมด 3 สวนด้วยกันนะคะ สวนแรกคุณครูปรเมษฐคิดว่าเป็นส่วนใดคะ (คุณครูคณสวนภาษาแบบแผน (คุณครูคณิตา) สวนภาษาแบบแผนถูกต้องค่ะ แล้วส่วนที่ 2 ล่ะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ส่วนที่ 2 อย่างที่ครูคณิตาบอกก็ต้องเป็นส่วนภาษากึ่งแบบแผนนั่นเอง (คุณครูคณิตา)(คุณครูปรเมษฐ) สวนภาษาพูดไงครับ นักเรียน ย้ายกันอย่างไร (คุณครูคณิตา) ย้ายอย่างไร เดี๋ยวเราไปดูกติกาการเล่นกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ให้นักเรียนนะครับ พิจารณาคำในดอกไม้ แสดงว่าครูคณิตามีดอกไม้ว่าในดอกไม้นั้นน่ะ คำเหล่านั้นน่ะ เป็นภาษาระดับใดแล้วก็ให้ช่วยกันนำดอกไม้นี่ไปไว้ในสวนภาษาระดับแบบแผน กึงแผผแล้วก็ภาษาพูดใช่ไหมครูคณิตา เราก็ต้องเลือกเอาไปไว้ใช่ไหม(คุณครูคณิตา) คุณครูก็จะให้คำนะคะ เป็นความหมายเดียวกัน แล้วก็ให้นักเรียนลองเลือกดอกไม้ว่าเราจะนำดอกไม้ดอกนี้นะคะ ไปไว้ในสวนใดเดี๋ยวเรามา (คุณครูปรเมษฐ) ไปกันเลยดีกว่าครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ถ้าพร้อมแล้วเราไปเล่นเกมกันเลยค่ะ คุณครูปรเมฐ นี่ก็คือจะเป็นชุดของดอกไม้นะคะ เพราะฉะนั้น (คุณครูปรเมษฐ) ต้องเลือกใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ คุณครูจะให้คุณครูปรเมษฐเลือก 1, 2, 3, 4, 5 ค่ะ คุณครูปรเมษฐสามารถที่จะกดเลือกได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถามใจนักเรียนก่อนครั้งแรกเบอร์ไหนครับ เบอร์ 2 หรือ เบอร์ 2 ครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐแตะได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่หรือครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แตะได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่หรือครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)เบอร์ 2 (คุณครูคณิตา) นี่คือเบอร์ 2 ค่ะ เราจะได้คำว่า "มารดา", "คุณแม่" และแม่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือยังไม่ได้เข้าสวน นี่จะเป็นส่วนของดอกไม้นะคะ เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่าว่าถ้าเราจะนำดอกไม้นี่ไปย้ายลงในสวนภาษาแบบแผนนี่ นักเรียนจะเลือกดอกใดที่เราจะนำลงไปในสวนของแบบแผนคะ (คุณครูปรเมษฐ) ส่งเสียงเลยไม่ชักช้ารีราคำไหนครับ ดอกไม้ดอกไหม ลงในภาษาแบบแผนค่ะ นั่นก็คือ... (คุณครูปรเมษฐ) มารดา ครูคณิตาเด็ก ๆ บอกครับ (คุณครูคณิตา) มารดาถูกต้องหรือไม่ถูกต้องคะเฉลยเลย (คุณครูคณิตา) ถูกต้องค่ะ นี่ก็คือมารดานะคะ ต่อมาค่ะ เรามาย้ายสวนที่ 2 ค่ะ ภาษากึ่งแบบแผนค่ะ นักเรียนคิดว่าเราจะต้องนำคำใดคะไปไว้ในภาษากึ่งแบบแผน (คุณครูปรเมษฐ) ครูก็ตัดมารดาออกเลยเพราะมารดาใช้ไปแล้วใช่ไหมเด็ก ๆ แปลว่าแม่นี่ กึ่งแบบแผนก็จะต้องดูดีกว่าภาษาพูดภาษาพูดหน่อยหนึ่ง (คุณครูคณิตา) เหลือแม่กับคุณแม่ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ คุณแม่ ผมก็เลือกคุณแม่ตามเด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ ตอบว่าอะไรนะคะ ตอบว่าคุณแม่เก่งมากค่ะ กึ่งแบบแผนเราจะใช้คำว่า "คุณแม่นะคะ และสวนสุดท้าย (คุณครูคณิตา) สวนสุดท้าย ก็คือคำว่า "แม่" นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ย้ายเรียบร้อย (คุณครูคณิตา) ย้ายเรียบร้อยแล้วนะคะ สวนที่ 2 นักเรียนก็ได้ยายเป็นที่เรียบร้อบแลลงไปในสวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าแบบนี้เขาเรียกว่าย้ายถูกสวนใช่ไหมเดี๋ยวเราเลือกอีกสวนเดียวให้เวลา บอกครูมาเลยครับ เบอร์... เบอร์ 5 ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เบอร์ 5 ใช่ไหมคะ ก็เลข 5 (คุณครูปรเมษฐ) ครูกดแล้วนะเด็ก ๆ เบอร์ 5 (คุณครูคณิตา) ได้แก่คำว่า "พูดเท็จ", "พูดปด", "โกหก" ค่ะ ไปไว้ในสวนของภาษาได้อย่างไรบ้าง เดี๋ยวเราไปดูกันเลยค่ะ สวนแรกค่ะ ภาษาแบบแผนค่ะ นักเรียนจะเลือกดอกไม้ดอกใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) เลือกดอกไหนลูกเด็ก ๆ หนูเลือกไม่ตรงกับครูเลยน่ะคุณครูปรเมษฐเลือกอะไรคะ เด็ก ๆ เลือกโกหก บางคนพูดปดเอาล่ะสิ แล้วเราจะย้ายได้ถูกสวน (คุณครูคณิตา) อย่างไรดีนะ (คุณครูปรเมษฐ) ใครคิดเหมือนครูยกมือครับ พูดเท็จ ๆ ๆ หลายคนอยู่ ครูคณิตาครับ เราก็เป็นการแข่งขันถ้าเกิดตอบถูกรอบนี้ถือเป็นการชนะเลยใช่ไหมเพราะเราเล่นแค่สวนนี้สวนเดียวเยอะครับ เฉลยเลย (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่านะคะ เฉลยค่ะ สวนภาษาแบบแผนเราจะใช้คำว่า "พูดเท็จ"แ้ลวภาษากึ่งแบบแผนล่ะค่ะ แสดงว่าที่เลือกตามครูก็ถูกสิครับ นี่ มันก็เหลือข้อเดียวก็ตัดสินได้แล้วใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ ตามครูปรเมษฐดีกว่าไม่คิดแล้ว เพราะฉะนั้น (คุณครูปรเมษฐ) ให้เด็ก ๆ คิดเลยครับ เลือกอะไรบอกคุณครูคณิตาไปเอง (คุณครูคณิตา)ตอบว่าอะไรเอ่ย ตอบว่าอะไรนะหรือ ใช่หรือเปล่านะพูดปด โกหกกับพูดปดนักเรียนจะเลือกคำว่าอะไรคะ ส่วนใหญ่พูดคำว่า "พูดปด" พูดปด ถูกหรือไม่ถูกนะพูดปด (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้อง (คุณครูคณิตา) ถูกต้องเลยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่าก็คือ (คุณครูคณิตา) โกหกนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) ครูคณิตาครับ นักเรียนภาคอีสานบอกว่าหนูขอต่อรองอีกสักข้อได้ไหมคะ (คุณครูคณิตา) แก้ตัวแก้ตัวอีกสักข้อหนึ่ง (คุณครูคณิตา)เลือกเลยครับ เบอร์ 3 ได้ไหมครับ (คุณครูคณิตา)แบบ 3 อยู่นี่ใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตายแล้วอย่างนี้ตอบถูกทั้งประเทศ ไม่เอดีกว่า (คุณครูคณิตา) ไม่เอาดีกว่านะ ไม่เอา อย่างนั้นเรามาทบทวนก่อนนะคะ ปั๊มตรา, ตีตรา ถ้าเป็นภาษาแบบแผนเราจะใช้คำว่า ประทับตราถูกต้องนะคะ แล้วถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ใช้คำว่า "ตีตรา" ใช่ไหม ต่อไป ถ้าเป็นภาษาพูด ก็คือคำว่า "ปั้มตรา" นี่เป็นกาคำว่า "ปั๊มตรา" (คุณครูคณิตา)นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) มาให้แล้วดอกไม้ก็ตอบเลย เดี๋ยวไปเลือกกันเลยคราวนี้ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ อ่านว่าอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ออกเสียงให้ครูฟัง 1 2 3 ชาใช่หรือครูคณิตา ฌาปนหรือ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่หรือ (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐอ่านว่าอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นเกล็ดความรู้ฌาปน แปลว่า เผากิจ แปลว่างาน รวมแล้วก็คืองานเผางานผมใช่ไหม เป็นภาษาบาลีใช่ไหม ฌาแปลว่า เผา กิจรวมกันก็คืองานเผาศพนั่นเองนะครับ ก็คือดอกไม้นี้เกี่ยวกับการเผาศพใช่ไหมงานเผาศพนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ต้องไปเลือกกันครับ ปลงศพกับเผาศพ เดี๋ยวเราไปดูกันดีวกา่ (คุณครูปรเมษฐ) ไปย้ายดอกไม้กันแล้วภาษาแบบแผนเด็ก ๆ ตอบเลยใช้คำว่า... ถูกต้องครับ ฌาปนกิจศพ เดี๋ยวตัดสินได้แล้วตอบข้อนี้ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 2 ค่ะ กึ่งแบบแผนปลงศพ (คุณครูปรเมษฐ) ครูคณิตาเด็ก ๆ ตอบมาแล้ว ใช่ไหมนะ (คุณครูคณิตา) ใช่ไหมเอ่ย ปลงศพหรือเผาศพคะ (คุณครูปรเมษฐ) ตอบว่าถูกต้องครับ (คุณครูคณิตา) ปลงศะค่ะ และสุดท้ายภาษาพูด ก็ใช้คำว่าเผาศพนั่นเอง เผาศพหรือบ้านครเรียกว่า "จุดศพ" นะ (คุณครูคณิตา) จุดศพนี่ครูคณคตยังไม่เคยได้ยินนะคะ เอาล่ะค่ะ มาถึงช่วงที่นักเรียนรอคอยนะคะ นั่นก็คือให้นักเรียนค่ะ ทำใบงาน เรื่อง การจำแนกระดับของภาษาจากหนังสือพิมพ์และนิตยสารค่ะ ถ้ามีหนังสืออื่น ๆ ที่นักเรียนสามารถศึกษาค้นคว้าหาความรู้ได้ ก็ไม่จำเป็น หรือว่าไม่จำกัดว่านักเรียนจะต้องหาแค่ในหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารค่ะ เดี๋ยวเราไปดูบทบาทของคุณครูและนักเรียนกันเลยค่ะ ก็ให้นักเรียนนะคะ ทำใบงาน และจำแนกระดับของภาษาจากหนังสือพิมพ์และนิตยสารค่ะ ส่วนบทบาทของคุณครูปลายทางล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูก็อำนวยความสะดวกให้กับเด็ก ๆ นะครับ แนะนำในส่วนที่เด็ก ๆ เข้าใจนะครับ อันนี้ผมก็ขอเสริมหน่อยหนึ่งคุณครูครับ คุณครูมีหนังสือหรืออะไรที่อยากให้นักเรียนทำเป็นพิเศษนี่ ก็สามารถให้เขานำมาจำแนกตามระดับภาษามาค้นคว้าได้นะครับ ไม่จำเป็นจะต้องยึดตามที่ผมทั้ง 2 คนกำหนดไว้นะครับ (คุณครูคณิตา)เรามาดูตัวอย่างของใบงานกันเลยนะคะ นี่ก็คือตัวอย่างใบงาน คำสั่งก็คือให้นักเรียนทำอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้จำแนกระดับของภาษาจากหนังสือพิมพ์และนิตยสาร หนังสือพิมพ์และนิตยสารนะครับ คราวนี้ จากที่อื่นวิธีการอย่างไรเด็ก ๆ ครับ เด็ก ๆ เจอคำว่าอะไร อย่างเช่น ยกตัวอย่าง (คุณครูคณิตา) ที่คุณครูได้ยกไป ก็คือคำว่า "ศรีษะ" นะคะ นักเรียนก็ใส่ลงไปในภาษาแบบแผน หลังจากนั้นกึ่งแบบแผนนักเรียนจะต้องใช้ภาษาให้มันเป็นภาษากึ่งแบบแผนนั่นก็คือหัวนั่นเอง ส่วนภาษาพูดล่ะคะ นักเรียนจะเปลี่ยนเป็นคำว่า "กระบาน" นี่ก็จะได้ 3 ดับด้วยกัน (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือเจอคำว่าอะไร นักเรียนก็นำไปใส่ให้ถูกช่องใช่ไหม แล้วก็หาอีก 2 ครับ ถูกไหมครับครูคณิตา เพราะฉะนั้น งานนี้ง่ายมากนักเรียนปลายทาง (คุณครูคณิตา) แล้วแต่คุณครูปลายทางเป็นตารางได้ยิ่งดี (คุณครูคณิตา) เอาล่ะคะ นักเรียนคะถ้าพร้อมแล้วลงมือปฏิบัติกิจกรรมได้เลยค่ะ เดี๋ยวเรามาเจอกันอีกครั้งหนึ่งนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) สู้ ๆ ครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) หมดเวลาค่ะ นักเรียน นักเรียนคะ อย่าลืมนะคะ นำใบงานส่งคุณครูปลายทาง ให้คุณครูปลายทางตรวจสอบ อย่าลืมให้คะแนนเด็ก ๆ ด้วยนะคะ เอาล่ค่ะ มาถึงช่วงเขียนองค์ความรู้ค่ะ วันนี้คุณครูก็มีคำถามมาอีกเช่นเคยนะคะ นั่นก็คือการใช้ภาษาในแต่ละระดับบุคคลมีความแตกต่างกันหรือไม่แล้วมีวิธีการใช้ภาษาอย่างไรถามก่อน ว่าแตกต่างหรือไม่แตกต่าง แน่นอนอยู่แล้วนะคะ ว่าการใช้ภาษาแต่ละระดับบุคคลนี่ย่อมต้องแตกต่างกันอยู่แล้วค่ะ และนักเรียนนี่จะมีวิธีการในการใช้ภาษาคะคุณครูปรเมษฐคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) มีวิธีการอย่างไรในการใช้ภาษาคะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ คิเเหมือนครูใช่ไหมครับ ก็เราจะต้องแบ่งภาษาก่อนใช่ไหมตามที่เราเรียนไปน่ะ ภาษาก็มี 3 ระดับใช่ไหมก็เป็นภาษาแบบแผนนะครับ แล้วก็ภาษากึ่งแบบแผน แล้วก็ภาษาพูดเราก็เลือกใช้ให้ถูกต้อง อย่างเช่นหนูคุยกับครูใช้ภาษากึ่งแบบแผน หนูจะรายงานหน้าชั้นเรียนหรือหนูจะอ่านหนังสือที่เป็นตำราวิชาการให้กับเพื่อนฟัง ก็ใช้ภาษาแบบแผนเขาคุยกัน เด็ก ๆ คุยกันครับ ก็ใช้ภาษาพูดนั่นเอง นี่คือวิธีการใช้ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ ก็คงได้แนวคำตอบกันแล้วนะคะ เดี๋ยวเรามาดูคำถามกันเลยดีกว่าค่ะ เพราะเหตุใดจึงต้องใช้ภาษาสื่อสารตามระดับของภาษาคะ ง่ายมากเลยนะคะ นักเรียนสามารถพูดคุย แลกเปลี่ยน กับคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ คุณครูปรเมษฐคะ เพราะเหตุใดจึงต้องใช้ภาษาสื่อสารตามรของภาษาคะ (คุณครูปรเมษฐ) การที่เราจะต้องแบ่งเป็นระดับของภาษาใช่ไหมครับ ด้วยการใช้ภาษานี่ มันจะต้องดูระดับใช้ใหใช่ไหมครูคณิตาครับ ว่าเราจะสื่อสารกับใครมันจึงต้องแบ่งเป็นระดับภาษา อย่างเช่นเราจะนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียนเราจะอ่านข่าววิทยุใช่ไหม ตามตัวอย่างนี้ก็จะต้องใช้ภาษาระดับแบบแผนถ้าเกิดหนูจะพูดคุยกับครูหรือคนที่ไม่รู้จักก็ใช้ภาษาระดับ (คุณครูคณิตา) กึ่งแบบแผนก็การพูดคุยในครอบครัว กับเพืก็จะใช้ภาษาระดับ (คุณครูคณิตา) ภาษาพูดนั่นเองค่ะ เพราะฉะนั้นนะคะ สรุปโดยรวมแล้วเพราะเหตุใด เราจึงต้องใช้เพราะว่าขึ้นอยู่กับกาลเทศะ บุคลลและสถานที่นั่นเองค่ะ เนื่องจากภาษาไทยนะคะ แบ่งได้เป็นหลายระดับ และแต่ละระดับก็ใช้ภาษาไม่เหมือนกัน ฉะนั้น การที่จะใช้คำพูดหรือการเขียนติดต่อสื่อสารอะไรก็ตามเราก็จะต้องดููกาลเทศะสถานที่ และบุคคลที่เราน่พูดคุยด้วยนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ สำหรับวันนี้จบลงเพียงเท่านี้ เรามาดูบทเรียนครั้งถัดไปกันดีกว่าค่ะ บทเรียนครั้งต่อไปเราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ คุณครูปรเมษฐ(คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ เราก็ยังคงศึกษาในเรื่องของระดับภาษาเช่นเดิมนะครับ หลายอย่างที่เด็ก ๆ นั้นยังไม่ได้รับรู้ เพราะฉะนั้น ต้องศึกษาเราจะได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ เตรียมตัวดังนี้นะครับ นำใบงาน เรื่อง ระดับภาษาพาให้คิด ติดตัวมาด้วยนะครับ และสามารถดาวน์โหลดได้ที่ตามที่อยู่ด้านล่างนี่เลยนะครับ ที่ครูคณิตาหมายชี้ไว้นั่นเองครับ เอาล่ะครับ นักเรียนวันนี้เรื่องของระดับภาษานี่ก็ยังเป็นเพียงแค่เข้าเรื่องนะยังไม่ได้รับเนื้อหาเต็ม ๆ นะครับ ให้นักเรียนไปทบทวนนะ ที่ครูและครูคณิตาได้สอนไปนี่ให้ไปทบทวน นักเรียนจะได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ มีอีกหลาย ๆ คำเลยใช่ไหม ที่ครูไม่ได้ยกตัวอย่างมา นักเรียนต้องไปค้นคว้าเป็นการไฝ่รู้ใฝ่เรียน ไว้ให้คิดนะครับ เด็ก ๆ วันนี้ไว้เท่านี้ครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]