ในรายวิชาภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะนักเรียนวันนี้สบายดีไหมคะ นักเรียนคะ อย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ เอาล่ะค่ะ คุณครูปรเมษฐคะวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) วันนี้นะครูและครูคณิตา รวมถึงหนู ๆ ทุกคนนะครับ ก็จะได้ไปศึกษาเกี่ยวกับเรื่องระดับภาษานะครับ ดูสิว่าระดับภาษาก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เด็ก ๆ รู้จักดีนะเคยศึกษา เคยเรียนกันมาแล้ว เดี๋ยวในชั้น ป. 6จะนำเสนอในเนื้อหาส่วนไหน เดี๋ยวเราไปศึกษากัันพร้อมแล้ว ตามข้าพเจ้ามา (คุณครูคณิตา) นักเรียนคะ มาถึงช่วงคำถามกระตุ้นความคิดค่ะ ซึ่งวันนี้นะคะ คุณครูก็มีคำถามเดี๋ยวเราไปดูคำถามกันเลยนะคะ ว่าอย่างไร นักเรียนเคยถูกตำหนิเรื่องการพูด การเขียน ในเรื่องการใช้ภาษา เพื่อการสื่อสารหรือไม่ ถ้าถูกตำหนินี่จะ... นักเรียนนี่โดนตำหนิเรื่องใดและเพราะเหตุใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) ขอเป็นตัวแทนดีกว่าครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ตัวแทน 1 คนเลยเล่าให้ฟังหน่อย เล่าให้เพื่อนทั้งห้องฟังให้คุณครูฟังครูอยากจะรู้ว่าหนูนั้นเคยถูกตำหนิในเรื่องการใช้ภาษาอย่างไรครับ เชิญ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐคะ เด็ก ๆ เล่ากันเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ อาจจะมีเพื่อน ๆ บางคนก็ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น คุณครูปลาอาจจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการในการเจอเกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่ผิดระดับด้วยก็ได้นะคะ คุณครูปรเมษฐคะ คุณครูปรเมษฐเคยถูกตำหนิไหมคะ หรือเจอประสบการณ์ เกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาที่ผิดระดับบ้างไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตาถามอย่างนี้นี่ครูก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องตอบ ทุกคนเป็นอย่างไรต้องเคยผิดบ้างนะ เขาบอกว่าผิดจึงได้เป็นครูนี่จึงเป็นจริงเลย เพราะการผิดนี่มันก็ทำให้เราได้เรียนรู้มันทำให้เกิดหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างขึ้น ก็ลงไปนี่ล่ะ ครูก็เคยถูกตำหนิ ครูคณิตาก็เกี่ยวกับเรื่องการพูดนี่ ก็ใช้ภาษาไม่ถูกระดับพูด บางทีอาจจะพูดไม่เพราะ พูดใช้คำผิดในระดับภาษา ผู้กับคนใหญ่อะไรอย่างนี้ตอนที่ครูยังเด็กเล็กอยู่น่ะนะครูก็ศึกษาเรื่องของการให้ระดับภาษามันก็ทำให้ครูนี่เข้าใจ แล้วครูก็จะไม่ใช้ระดับภาษาที่ผิด มันทำให้ครูถูกว่าถูกกล่าวได้มันก็ไม่ดีกับตัวเองด้วยใช่ไหม ลูกทุกคนครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เดี๋ยวเรามาดูคำถามต่อไปกันเลยดีกว่านะคะ นักเรียนมีการแก้ไขอย่างไรบ้างนะคะ เมื่อถูกตำหนิและผลที่ตามมานั้นคืออะไรคะ ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ หรือสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนได้นะคะ คุณครูปรเมษฐคะจากการที่คุณครูปรเมษฐได้บอกกล่าวว่าคุณครูปรเมษฐนี่สมัยเด็ก ๆ ก็ได้ถูกตำหนินะคะใช่ไหมคะ ได้แก้ไข ผลที่ตามมาเป็นอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือครูก็ใช้ภาษาได้ถูกต้องตามการะเทศะพอเราได้รู้แล้วว่ามันผิดน่ะ การใช้ที่ผิด ๆ ใช่ไหม ครูก็ถูกคุณครูนี่ได้อบรมสั่งสอนอย่างนี้ใช้ไม่ได้นะ การพูดกับเพื่อนก็ต้องพูดประมาณนี้นะลูกนะ การพูดกับคนใหญ่น่ะก็หรือพูดกับครูบาอาจารย์ก็ต้องพูดประมาณนี้ ทำให้ครูเกิดความรู้ขึ้นมา ครูก็ได้ศึกษาเมื่อครูศึกษาไม่ใช้ผิดอีกเลยในเรื่องของระดับภาษา เพราะฉะนั้นครูนี่มีประสบการณ์แล้วในการใช้ระดับภาษาเพราะฉะนั้น ครูจึงสามารถที่นำไปใช้ได้ในอนาคตและต้องใช้ให้ถูกด้วยใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ ซึ่งสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้เลยนะคะ เพราะวันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องระดับจุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้ ก็คือนักเรียนจะต้องบอกระดับภาษาได้ค่ะ 2. นักเรียนจะจำแนกระดับของภาษาได้ 3. บอกความสำคัญของการใช้ภาษาตามระดับภาษาได้ค่ะ ตามความรู้ความเข้าใจของนักเรียนนะคะ นักเรียนตอบคุณครูได้ไหมคะ ว่าระดับภาษามีกี่ระดับ ตามความเข้าใจของนักเรียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้ยกมือตอบเลยหรือนักเรียนจะเดินขึ้นไปเขียนหน้ากระดานดำหน้าชั้นเลยก็ได้นะครับ ว่ามีกี่ระดับแล้วเดี๋ยวจะเอาไว้แยกัน ดูเทียบของครูว่าตรงกันหรือไม่ ถ้าดีลงมือทำเลยนะ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ อาจจะตอบมาแล้วนะคะ 3 ระดับ หรือ 5 ระดับนะคะ ขึ้นอยู่กับผู้สอนนะคะ คุณครูผู้สอนสามารถได้นะคะ แต่สำหรับวันนี้ค่ะ คุณครูแบ่งระดับภาษาออกเป็นทั้งหมด 3 ระดับด้วยกันค่ะ มีระดับอะไรบ้าง เดี๋ยวเราไปชมกันเลยค่ะ ระดับแรกนะคะ เป็นระดับภาษาแแบบแผนค่ะ 2. ก็คือ... (คุณครูปรเมษฐ) ภาษากึ่งแบบแผนครับ (คุณครูคณิตา) ส่วนระดับที่ 3 นะคะ นั่นก็คือภาษาพูดนั่นเองค่ะ ทั้ง 3 ระดับนี้แตกต่างกันอย่างไร นักเรียนทราบหรือไม่คะ หลาย ๆ คนนี่อาจจะทราบนะคะ หลาย ๆ คนอาจจะสับสนอยู่แบบกรึ่งแผนและภาษาพูด ฉะนั้น เดี๋ยวเราไปเรียนรู้และทบทวนความรู้ไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ เดี๋ยวดูเรื่องภาษาแบบแผนก่อนนะครับ ภาษาแบบแผนนี่ก็เป็นภาษาที่เราต้องใช้ให้ถูกต้องนะ ตามหลักไวรเช่น การเขียนตำราทางวิชาการ การใช้คำราชาศัพท์นี่ ก็จะต้องยึดภาษาแบบแผนเป็นหลัก และการกล่าวคำปราศรัยหรือ การกล่าวเปิดงานนี่ ก็จะต้องใช้ภาษาแบบแผน ในการสนทนาหรือในการพูดนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) ง่าย ๆ เลยนะคะ นั้นก็คือการใช้ภาษาแบบแผนเราจะใช้ในพิธีการสำคัญ หรือเราจะใช้ในการเขียนหนังสือหรือตำราต่าง ๆ ที่เป็นทางวิชาการใช่ไหมคะ ครูปรเมษฐ เอาล่ะค่ะ เราไปดูตัวอย่างของภาษาแบบแผนกันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ อ่านพร้อมครูนะ ในอนาคตแผ่นดินไหวจะเกิดขึ้นและรุนแรงขึ้น เพราะแผ่นดินไหวแต่ละครั้ง มีผลกระทบต่อเลือกโลก อันนี้ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มันเป็นภาษาแบบไหนครับ (คุณครูคณิตา) มันจะไม่มีภาษากึ่งแบบแผน กับภาษาพูดเข้ามาปนอยู่นะคะ อย่างเช่นคำว่า "ผลกระทบนะคะ มันก็จะเป็นภาษาที่ทางการเพิ่มมากขึ้นค่ะ ต่อมาค่ะ เป็นภากึ่งแบบแผนค่ะ เป็นภาษาที่นักเรียนคุ้นเคยกันนะคะ คุ้นเคยแบบไหน เดี๋ยวเราไปเรียนกันเลยค่ะ ภาษแบบแผน เป็นภาษาทั่วไปที่ไม่คุ้นเคย เช่น สนทนากับผู้ใหญ่ การบรรยายในชั้นเรียน อภิปรายการออกอากาศทางวิทยุ โทรทัศน์ในหนังสือพิมพ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ที่ครูกล่าวมาก็จะเป็นการใช้ภาษากึ่งแบบแผนทั้งสิ้นอย่างเช่น นักเรียนเดินออกไปซื้อผลไม้นักเรียนไปเจอแม่ค้า นักเรียนจะใช้ภาษากึ่งแบบแผนในการพูดคุยกับบุคคลที่เราไม่รู้จัก หรือบุคคลที่เราไม่คุ้นเคยนะคะ รวมถึงผู้ใหญ่ด้วยใช่ไหมคะ เราจะใช้ภาษากึ่งแบบแผนใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ได้ง่ายที่สุด ก็ที่ครูนั่นล่ะ ครูพูดกับหนู ๆ นี่นะครับ มันก็จะใช้ภาษากึ่งแบบแผนนะที่ครูพูด ๆ นักเรียนอย่างคิดว่ามันเป็นกันเองมันก็มีภาษากึ่งแบบแผนที่สื่อสารกับพวกหนจะให้ใช้ด้วย ก็คือการบรรยายหน้าชั้นเรียนใช่ไหมคุณครูของหนูเองที่กำลังสอนอยู่ก็จะใช้ภาษากึ่งแบบแผนสอนนักเรียน เช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เดี๋ยวเราไปดูตัวอย่างของการใช้ภาษากึ่งแบบแผนกันเลยค่ะ การข่นส่งทางบกช้ากว่าทางน้ำเพราะรถติดค่ะ เป็นอย่างไรกันบ้างคะ นี่ก็คือเป็นตัวอย่างของการใช้ภาษากึ่งแบบแผน อย่างเช่น ทางบกช้า ช้ากว่านะคะ เพราะรถติด ก็จะเป็นการใช้ภาษากึ่งแบบแผน มีอะไรหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเราอยากจะให้ภาษาแบบแผนก็จะให้เด็ก ๆ เปรียบเทียบได้ชัดเจนนี่ เปลี่ยนได้อย่างไร (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ก็เป็นการคมนาคมทางบกเป็นอย่างไรครับ ล่าช้ากว่าคมนาคมทางน้ำเพราะการจราจรอะไรลูกติดขัดใช่ไหม นั่นเองนะครับ มันจะใช้คำที่ลงมาอีกหน่อย ในการใช้ภาษากึ่งแบบแผนนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ เรามาดูตัวอย่างของระดับภาษาที่ 3 นั่นก็คือภาษาพูดนั่นเองค่ะ ภาษาพูดเป็นอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือเป็นภาษาระดับ "ภาษาปาก" นะครับ ใช้สนทนากับผู้ที่คุ้นเคยในครอบครัวเช่น พ่อ แม่ พี่ น้องต้องเห็นกันทุกวัน เพื่อนฝูงนะก็จะใช้ภาษาในระดับภาษาพูดนี่พูดคุยกันนะครับ รวมทั้งการใช้ภาษาถิ่นในการสนทนา อย่างเช่น ครูนี่ คนภูมิภาคเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์นี่เพชรบุรีนี่ในการสนทนากัน นักเรียนฟังแล้วไม่เข้าใจอันนี้ก็นับเป็นภาษาพูด ครูคณิตา เป็นคนใต้เขาพูดกับครอบครัวนี่ก็ต้องภาษาอะไร (คุณครูคณิตา) ภาษาใต้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็นับเป็นภาษาถิ่นระดับภาษาพูดเช่นเดียวกัน นักเรียนอยู่ภาคอีสานนักเรียนก็จะพูดภาษาอะไร นรากรภาษาอีสาน ได้ข่าวอยู่มหาสารคามนะครับไปกันต่อ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เรามาดูตัวอย่างกันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เท่าที่พบการทำงานส่งครูของนักเรียนแย่มาจริง ๆ มันก็เกิดเป็นภาษาพูดใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตรงไหนล่ะครับ (คุณครูคณิตา) เท่าที่พบ พบนะ พบการทำงาน ก็รวม ๆ แล้วค่ะ ก็มันเป็นภาษาพูดทั้งหมดนะ เราจะแยกออกมาเป็นแต่ละคำไม่ได้นะคะ คำนี้เป็นภาษาพูดเป็นภาษากึ่งแบบแผน คำนี้เป็นภาษากึ่งทางการเราจะต้องดูโดยรวมนะคะ รวมถึงเราจะต้องดูบริบทกับผู้ที่เราพูดด้วยนี่ก็คือเป็นภาษาพูดนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ ต่อมาเรามาเปรียบเทียบระดับของภาษากันดีกว่านะคะ คุณครูก็มีการเปรียบเทียบระดับของภาษามาให้นักเรียนได้เห็นถึงความแตกต่างว่าภาษาแต่ละระดับมีความแตกต่างกันอย่างไรพร้อมแล้วหรือยังเอ่ย(คุณครูปรเมษฐ) พร้อมสิครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ถ้าพร้อมแล้วนักเรียนคะ นักเรียนพร้อมจะเปรียบเทียบระดับของภาษากันแล้วหรือยังเอ่ย ทบทวนค่ะ ภาษาระดับของภาษามีกี่ระดับเอ่ย มีทั้งหมด 3 ระดับนะคะ นั่นก็คือภาษาแบบแผน กึ่งแบบแผนและภาษาพูดนั่นเองค่ะ เดี๋ยวเราไปเรียนรู้นะคะ เกี่ยวกับการเปรียบเทียบระดับภาษาเลยค่ะ ครูปรเมษฐพร้อมไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) พร้อมครับ ถามเด็ก ๆ ดีกว่า เด็ก ๆ พร้อมไหมต้องตอบให้ได้นะครับ เดี๋ยวครูคณิตากำหนดคำมาเราต้องช่วยกันตอบ พร้อมแล้วไปกันเลยครับ (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวมาดูคำแรกกันเลยดีกว่านะคะ นั่นก็คือ คำแรกก็คือตระนี่ ซึ่งเป็นภาษาแบบแผน แล้วภาษากึ่งแบบแผนล่ะคะ ครูปรเมษฐ นักเรียนครับจะต้อะไรได้บ้างลูก ช่วยกันคิดหน่อย ใช้คำว่า...เก่งมาเลยครูคณิตา เด็ก ๆ ตอบแล้วเยี่ยมยอด คำว่า "หวง" นั่นเอง แล้วภาษาพูดล่ะครูคณิตา ใช้คำว่าอะไร (คุณครูคณิตา) ภาษาพูดเด็ก ๆ จะตอบว่าอย่างไรเอ่ย นั่นก็คือคำว่า "งก" หรือ "ขี้งก" นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่เป็นภาษาพูด (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ เรามาดูคำต่อไปกันเลยนะคะ ทุจริต ค่ะ ทุจริตถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนนักเรียนคิดว่าเราจะใช้คำว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ตอบครับ 1, 2, 3 เด็ก ๆ ตอบแล้วครูคณิตาเฉลย (คุณครูคณิตา)นั่นก็คือ คำว่า "คดโกง" ค่ะ แล้วถ้าเป็นภาษาพูดล่ะคะ คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) คดโกง ถ้าเป็นพูดเราจะบอก คนนั้นเอาของเราไปขี้โกงไหมครับ (คุณครูคณิตา) ขี้โกงไหมเอ่ยใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) คิดเหมือนครูไหมลูก ถ้าคิดคุณครูคณิตาเฉลยเลยเยี่ยมเลยเด็ก ๆ เราไปด้วยกันได้ครับ (คุณครูคณิตา) นั่นก็คือขี้โกงนะคะ เดี๋ยวเราไปดูคำถัดไปกันเลยดีกว่าค่ะ คำว่า "เจรจา" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เจรจาเป็นภาษาแบบแผนใช่ไหมเจรจาก็เป็นการอะไรนะลูก พูดคุยใช่ไหมสนทนากันใช่ไหมลูก แล้วภาษากึ่งแบบแผนเตรียมตัวตอบ 1 2 3 ตอบครับ เฉลยเลยครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เจรจา ภาษากึ่งแบบแผน นั่นก็คือสนทนานั่นเองค่ะ คุณครูปลายทางสามารถร่วมเล่นไปกับนักเรียนได้นะคะ ต่อมาค่ะ ภาษาพูดล่ะคะ ครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใช้คำว่าใช่คำว่า เยี่ยมเลยคะพูดหรือพูดคุยนั่นเองนะครับ เป็นภาษาพูด หมดหรือยังคุณครูคณิตาเด็ก ๆ อยากเล่นอีก (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ อยากเล่นอีกหรือเปล่า เดี๋ยวคุณครูนะคะ จะแถมให้ 3 คำค่ะ ในการเปรียบเทียบระดับภาษาแต่ละระดับค่ะ เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่าว่าครูเอาพร้อมหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้วเราไปเรียนรู้กันเลยค่ะ คำว่า "ศีรษะ" ค่ะ ถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนนักเรียนจะใช้คำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ศรีษะ ก็ที่เรานี่เด็ก ๆ ตอบเลย ใช้คำว่า...ถูกต้องครับ ตรงกันเลย หัวครับ ถ้าเป็นภาษาพูดล่ะเราจะใช้ หัวนี่ เราจะใช้คำว่าอะไรครับ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ อาจจะไม่คุ้นเคยนะคะ แต่คุณครูปลายทางนี่สามารถที่จะตอบได้อยู่แล้วนะคะ ว่า (คุณครูปรเมษฐ) ตอบว่า (คุณครูคณิตา) ของศรีษะ คือกบาล (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ จะเคยได้ยินก็จากปู่ ย่า ตา ยาย นะนั่นคนโบราณจะเปกบาลนะ เดี๋ยวอะไรหล่นใส่กบาลแล้วจะเป็นอันตราย คนโบราณก็จะพูดแบบนี้นะครับ ก็เป็นภาษาพูดเช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ เด็ก ๆ คะ พร้อมหรือยังเราไปเรียนรู้คำถัดไปดีกว่าค่ะ นั่นก็คือ"ประทับตรา" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ประทับตราแบบปั๊งลงไปอะไรประมาณนี้ใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ ปลายทางดูสิคะ ถามคุณครูก่อนตอบภาษากึ่งแบบแผน รู้แล้วใช่ไหม ตอบครับ 1 2 3 ครูคณิตาเฉลยเลยครับ ตีตรา ตีตรา (คุณครูคณิตา) ตีตรานี่เป็นตีตราแบบไหนคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูคณิตา) ก็คือลักษณะแบบนี้ไหมก็คือการลงตราลงไป นี่ยอมรับแล้วอะไรแล้วประมาณนั้นใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ประทับตแบบแผน ถ้าใช้ตีตราก็เป็นกึ่งแบบแผน เอ๊ะ แล้วถ้าเป็นภาษาพูดล่ะ ความหวังของนักเรียนนะคะ ตอนนี้กำลังฝากไว้ที่คคุณครูปลายทางคะ ช่วยเด็ก ๆ หน่อยค่ะ จะตอบว่าอย่างไรเอ่ย คุณครูปลายทางก็ก็บอกว่าฝากความหวังไว้ที่คุณครูปรเมษฐค่ะ ภาษาพูดของตีตรา ประทับตรานี่ เราจะใช้คำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) มันก็เหมือนกัน ก็ลงยี่ห้อลงอะไรแบบนี้ใช่ไหมใช้คำว่าอะไร เฉลยเลยดีกว่านักเรียนครับ ครูใช้คำว่า "ปั๊มตรา" ปั๊มตราลงไป (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ นี่จะเห็นถึงความแตกต่างนะคะ ประทับ ตี ปั๊มก็จะเป็นการใช้ภาษาแต่ละระดับพอหรือยังเอ่ย มาทิ้งทวนกันนะคะ นั่นก็คือหนังสือรับรอบ ถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนล่ะคะ หนังสือรับรองภาษากึ่งแบบแผนเราจะใช้คำว่าอะไร (คุณครูปรเมษฐ) ช่วยกันคิด ตอบเลยครับ คุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) นั่นก็คือใบรับรองนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนจะต้องคอยมาขอที่โรงเรียนใช่ไหมที่หนูจะไปขอทุนการศึกษา หรือนักเรียนจะไปเรียนแต่ก็จะต้องใช้หนังสือรับรองนี่หนังสือรับรอง เด็ก ๆ จะบอกว่าขอใบรับรองแล้วถ้าเป็นภาษาพูดล่ะครับ ครูคณิตาเฉลยเลย (คุณครูคณิตา) ง่ายเลยถ้าเป็นภาษาพูด เราก็จะพูดว่า "ใบรับรอง" เหมือนกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เช่นเดียวกันนะครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ นักเรียนเป็นอย่างไรกันบ้างคะ สามารถที่จะแยกระดับภาษาได้แล้วหรือยังเอ่ย หลาย ๆ คนนะคะ ก็สามารถที่จะแยกได้แล้ว สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้นะคะ ในใบความรู้ที่คุณครูได้ มอบไว้ให้หรือสามารถดาวน์โหลดได้นะ แล้วก็การศึกษาการค้นคว้าเพิ่มเติมเพื่อที่จะแยกระดับภาษาได้นี่ถือว่าเป็นเรื่องดีในการใฝ่เรียนใฝ่รู้ทำให้นักเรียนนี่ใช้ภาษาได้เหมาะสมและถูกต้องตามกาลเทศะด้วยนะคะ วันนี้คุณครูก็มีกิจกรรมมาให้นักเรียนและคุณครูปรเมษฐพร้อมหรือยังเอ่ย พร้อมไหมคะ คุณครูปลายทางสามารถร่วมทำกิจกรรมได้ด้วยนะคะ ถ้าพร้อมแล้ว เราไปดูกันดีกว่าเป็นกิจกรรมเกมดอกไม้ย้ายสวนค่ะ วันนี้นะคะ เราจะพาเด็ก ๆ นี่มาทำสวนกันนะคะ ก็จะเป็นการนำดอกไม้นี่ไปย้ายไว้ในสวนแต่ละสวนนี่ให้ถูกต้องนักเรียนคิดว่าสวนดอกไม้นั้นมีกี่สวนเอ่ย มีกี่สวนคะ วันนี้เราเรียนภาษากี่ระดับคะงเรียนทั้งหมด 3 ระดับ เพราะทั้งหมด 3 สวนด้วยกันนะคะ สวนแรกคุณครูปรเมษฐคิดว่าเป็นส่วนใดคะ (คุณครูคณสวนภาษาแบบแผน (คุณครูคณิตา) สวนภาษาแบบแผนถูกต้องค่ะ แล้วส่วนที่ 2 ล่ะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ส่วนที่ 2 อย่างที่ครูคณิตาบอกก็ต้องเป็นส่วนภาษากึ่งแบบแผนนั่นเอง (คุณครูคณิตา) แล้วส่วนที่ 3 ล่ะคะ(คุณครูปรเมษฐ) สวนภาษาพูดไงครับ นักเรียน ย้ายกันอย่างไร (คุณครูคณิตา) ย้ายอย่างไร เดี๋ยวเราไปดูกติกาการเล่นกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ให้นักเรียนนะครับ พิจารณาคำในดอกไม้ แสดงว่าครูคณิตามีดอกไม้ว่าในดอกไม้นั้นน่ะ คำเหล่านั้นน่ะ เป็นภาษาระดับใดแล้วก็ให้ช่วยกันนำดอกไม้นี่ไปไว้ในสวนภาษาระดับแบบแผน กึงแผนแล้วก็ภาษาพูดใช่ไหมครูคณิตา เราก็ต้องเลือกเอาไปไว้ใช่ไหม (คุณครูคณิตา) คุณครูก็จะให้คำนะคะ เป็นความหมายเดียวกัน แล้วก็ให้นักเรียนลองเลือกดอกไม้สิว่าเราจะนำดอกไม้ดอกนี้นะคะ ไปไว้ในสวนใดเดี๋ยวเรามา (คุณครูปรเมษฐ) ไปกันเลยดีกว่าครูคณิตา (คุณครูคณิตา)ถ้าพร้อมแล้วเราไปเล่นเกมกันเลยค่ะ คุณครูปรเมษณเนี่ก็คือจะเป็นชุดของดอกไม้นะคะ เพราะฉะนั้น (คุณครูปรเมษฐ) ต้องเลือกใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ คุณครูจะให้คุณครูปรเมษฐเลือก 4, 5 ค่ะ คุณครูปรเมษฐสามารถที่จะกดเลือกได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถามใจนักเรียนก่อนครั้งแรกเบอร์ไหนครับครั้งแรกเบอร์ 2 หรือ เบอร์ 2 ครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐแตะได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่หรือครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)ตะได้เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่หรือครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)เบอร์ 2 (คุณครูคณิตา) นี่คือเบอร์ 2 ค่ะ เราจะได้คำว่า "มารดา", "คุณแม่" และแม่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือยังไม่ได้เข้าสวน นี่จะเป็นส่วนของดอกไม้นะคะ เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่าว่าถ้าเราจะนำดอกไม้นี่ไปย้ายลงในสวนภาษาแบบแผนนี่ นักเรียนจะเลือกดอกใดที่เราจะนำลงไปในสวนของแบบแผนคะ (คุณครูปรเมษฐ) ส่งเสียงเลยไม่ชักช้ารีราคำไหนครับ ดอกไม้ดอกไหม ลงในภาษาแบบแผนค่ะ นั่นก็คือ... (คุณครูปรเมษฐ) มารดา ครูคณิตาเด็ก ๆ บอกครับ (คุณครูคณิตา) มารดาถูกต้องหรือไม่ถูกต้องคะเฉลยเลย (คุณครูคณิตา) ถูกต้องค่ะ นี่ก็คือมารดานะคะ ต่อมาค่ะ เรามาย้ายสวนที่ 2 ค่ะ ภาษากึ่งแบบแผนค่ะ นักเรียนคิดว่าเราจะต้องนำคำใดคะ ไปไว้ในภาษากึ่งแบบแผน (คุณครูปรเมษฐ) ครูก็ตัดมารดาออกเลยเพราะมารดาใช้ไปแล้วใช่ไหมเด็ก ๆ กึ่งแบบแผนก็จะต้องดูดีกว่าภาษาพูดภาษาพูดหน่อยหนึ่ง (คุณครูคณิตา) เหลือแม่กับคุณแม่ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้อง คุณแม่ ผมก็เลือกคุณแม่ตามเด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ ตอบว่าอะไรนะคะ ตอบว่าคุณแม่เก่งมากค่ะ กึ่งแบบแผนเราจะใช้คำว่า "คุณแม่" นะคะ และสวนสุดท้าย (คุณครูคณิตา) สวนสุดท้าย ก็คือคำว่า "แม่" (คุณครูปรเมษฐ) ย้ายเรียบร้อย (คุณครูคณิตา) ย้ายเรียบร้อยแล้วนะคะ สวนที่ 2 นักเรียนก็ได้ยายเป็นที่เรียบรอบแล้วไปในสวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าแบบนี้เขาเรียกว่าย้ายถูกสวนใช่ไหมเดี๋ยวเราเลือกอีกสวนเดียวให้เวลา บอกครูมาเลยครับ เบอร์... เบอร์ 5 ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เบอร์ 5 ใช่ไหมคะ ก็เลข 5 (คุณครูปรเมษฐ) ครูกดแล้วนะเด็ก ๆ เบอร์ 5 ได้แก่คำว่า"พูดเท็จ", "พูดปด", "โกหก" ค่ะ ไปไว้ในสวนของภาษาได้อย่างไรบ้าง เดี๋ยวเราไปดูกันเลยค่ะ สวนแรกค่ะ ภาษาแบบแผนค่ะ นักเรียนจะเลือกดอกไม้ดอกใดคะ (คุณครูปรเมษฐ) เลือกดอกไหนลูกเด็ก ๆ หนูเลือกไม่ตรงกับครูเลยน่ะ (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐเลือกอะไรคะ เด็ก ๆ เลือกโกหก บางคนพูดปดเอาล่ะสิ แล้วเราจะย้ายได้ถูกสวน (คุณครูคณิตา) อย่างไรดีนะ (คุณครูปรเมษฐ) ใครคิดเหมือนครูยกมือครับ พูดเท็จ ๆ ๆ หลายคนอยู่ครูคณิตาครับ เราก็เป็นการแข่งขันถ้าเกิดตอบถูกรอบนี้ถือเป็นการชนะเลยใช่ไหมเพราะเราเล่นแค่สวนนี้สวนเดียวเยอะครับ เฉลยเลย (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่านะคะ เฉลยค่ะ สวนภาษาแบบแผนเราจะใช้คำว่า "พูดเท็จ"แ้ลวภาษากึ่งแบบแผนล่ะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่าที่เลือกตามครูก็ถูกสิครับ นี่ มันก็เหลือข้อเดียวก็ตัดสินได้แล้วใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ ตามครูปรเมษฐดีกว่าไม่คิดแล้ว เพราะฉะนั้น (คุณครูปรเมษฐ) ให้เด็ก ๆ คิดเลยครับ เลือกอะไรบอกคุณครูคณิตาไปเอง (คุณครูคณิตา)ตอบว่าอะไรเอ่ย ตอบว่าอะไรนะหรือ ใช่หรือเปล่านะพูดปด โกหกกับพูดปดนักเรียนจะเลือกคำว่าอะไรคะ ส่วนใหญ่พูดคำว่า "พูดปด"พูดปด ถูกหรือไม่ถูกนะพูดปด (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้อง (คุณครูคณิตา) ถูกต้องเลยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่าก็คือ (คุณครูคณิตา) โกหกนั่นเอง (คุณครูปรเมษฐ) ครูคณิตาครับ นักเรียนภาคอีสานบอกว่าหนูขอต่อรองอีกสักข้อได้ไหมคะ (คุณครูคณิตา) แก้ตัวแก้ตัวอีกสักข้อหนึ่ง (คุณครูคณิตา) เลือกเลยครับ เบอร์ 3 ได้ไหมครับ (คุณครูคณิตา) แบบ 3 อยู่นี่ใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ตายแล้วอย่างนี้ตอบถูกทั้งประเทศดีกว่า (คุณครูคณิตา) ไม่เอาดีกว่านะ ไม่เอา อย่างนั้นเรามาทบทวนก่อนนะคะ ปั๊มตรา, ตีตรา ถ้าเป็นภาษาแบบแผนเราจะใช้คำว่า ประทับตราถูกต้องนะคะ แล้วถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ใช้คำว่า "ตีตรา" ใช่ไหม ต่อไป ถ้าเป็นภาษาพูด ก็คือปั้มตรา นี่เป็นกาคำว่า "ปั๊มตรา" (คุณครูคณิตา) นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) มาให้แล้วดอกไม้ก็ตอบเลย เดี๋ยวไปเลือกกันเลยคราวนี้ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ คะ อ่านว่าอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ออกเสียงให้ครูฟัง 1 2 3 ชาปนหรอใช่หรือครูคณิตา ฌาป (คุณครูปรเมษฐ) ใช่หรือ (คุณครูคณิตา) คุณครูปรเมษฐอ่านว่าอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นเกล็ดความรู้ฌาปน แปลว่า เผากิจ แปลว่างาน รวมแล้วก็คืองานเผางานผมใช่ไหม เป็นภาษาบาลีใช่ไหม ฌาแปลว่า เผา กิจรวมกันก็คืองานเผาศพนั่นเองนะครับ ก็คือดอกไม้นี้เกี่ยวกับการเผาศพใช่ไหมงานเผาศพนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ต้องไปเลือกกันครับ (คุณครูคณิตา) นี่ก็คือปลงศพกับเผาศพ เดี๋ยวเราไปดูกันดีวกว่าค่ะ(คุณครูปรเมษฐ) ไปย้ายดอกไม้กันแล้วภาษาแบบแผนเด็ก ๆ ตอบเลยใช้คำว่าถูกต้องครับ ฌาปนกิจศพ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 2 ค่ะ กึ่งแบบแผนปลงศพ ใช่ไหมนะใช่ไหมเอ่ย ปลงศพหรือเผาศพคะตอบว่าถูกต้องครับ (คุณครูคณิตา) ปลงศะค่ะ และสุดท้ายภาษาพูด ก็ใช้คำว่าเผาศพนั่นเอง เผาศพหรือบ้านครูเรียกว่า "จุดศพ" นะ (คุณครูคณิตา) จุดศพนี่ครูคณคตยังไม่เคยได้ยินนะคะ เอาล่ะค่ะ มาถึงช่วงที่นักเรียนรอคอยนะคะ นั่นก็คือให้นักเรียนค่ะ ทำใบงานการจำแนกระดับของภาษาจากหนังสือพิมพ์ และนิตยสารค่ะ ถ้ามีหนังสืออื่น ๆ ที่ี่นักเรียนสามารถศึกษาค้นคว้าก็ได้นะคะ ไม่จำเป็น หรือว่าไม่จำกัดว่านักเรียนจะต้องหาแค่ในหนังสือพิมพ์ หรือนิตยสารค่ะ เดี๋ยวเราไปดูบทบาทของคุณครูและนักเรียนกันเลยค่ะ ก็ให้นักเรียนนะคะ ทำใบงาน และจำแนกระดับของภาษาจากหนังสือพิมพ์และนิตยสารค่ะ ส่วนบทบาทขงอคุณครูปลายทางล่ะคะ (คุณครูปรเมษฐ)ให้กับเด็ก ๆ นะครับ แนะนำในส่วนที่เด็ก ๆ เข้าใจนะครับ อันนี้ผมก็ขอเสริมหน่อยหนึ่งคุณครูครับ ฃคุณครูมีหนังสือหรืออะไรที่อยากให้นักเรียนทำเป็นพิเศษนี่ ก็สามารถให้เขานำมาจำแนกตามระดับภาษามาค้นคว้าได้นะครับ ไม่จำเป็นจะต้องยึดตามที่ผมทั้ง 2 คนกำหนดไว้นะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะต่อไปเรามาดูตัวอย่างของใบงานกันเลยนะคะ นี่ก็คือคำสั่งก็คือให้นักเรียนทำอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ให้จำแนกระดับของภาษาจากหนังสือพิมพ์และนิตยสารนะครับ คราวนี้ จากที่อื่นวิธีการอย่างไรเด็ก ๆ ครับ เด็ก ๆ เจอคำว่าอะไรอย่างเช่น ยกตัวอย่าง (คุณครูคณิตา) ที่คุณครูได้ยกไป ก็คือคำว่า "ศรีษะ" นะคะ นักเรียนก็ใส่ลงไปในภาษาแบบแผน หลังจากนั้นกึ่งแบบแผนนักเรียนจะต้องใช้ภาษาให้มันเป็นภาษากึ่งแบบแผนนั่นก็คือหัวนั่นเอง ส่วนภาษาพูดล่ะคะ นักเรียนจะเปลี่ยนเป็นคำว่า "กระบาน" นี่ก็จะได้ 3 ดับด้วยกัน (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือเจอคำว่าอะไร นักเรียนก็นำไปใส่ให้ถูกช่องใช่ไหม แล้วก็หาอีก 2 ครับ ถูกไหมครับ ครูคณิตาเพราะฉะนั้น งานนี้ง่ายมากปลายทาง (คุณครูคณิตา) แล้วแต่คุณครูปลายทางเป็นตารางได้ยิ่งดี (คุณครูคณิตา) เอาล่ะคะ นักเรียนคะถ้าพร้อมแล้วลงมือปฏิบัติกิจกรรมได้เลยค่ะ เดี๋ยวเรามาเจอกันอีกครั้งหนึ่งนะคะ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) หมดเวลาค่ะ นักเรียนนักเรียนคะ อย่าลืมนะคะ นำใบงานส่งคุณครให้คุณครูปลายทางอย่าลืมให้คะแนนเด็ก ๆ ด้วยนะคะ เอาล่ค่ะ มาถึงช่วงเขียนองค์ความรู้ค่ะ วันนี้คุณครูก็มีคำถามมาอีก เช่นเคยนะคะ นั่นก็คือการใช้ภาษาในแต่ละระดับบุคคลมีความแตกต่างกันหรือไม่ แล้วมีวิธีการใช้ภาษาอย่างไร ถามก่อน ว่าแตกต่างหรือไม่แตกต่าง แน่นอนอยู่แล้วนะคะ ว่าการใช้ภาษาแต่ละระดับบุคคลนี่ ย่อมต้องแตกต่างกันอยู่แล้วค่ะ แล้วนักเรียนนี่จะมีวิธีการในการใช้ภาษาคะคุณครูปรเมษฐคะ มีวิธีการอย่างไรในการใช้ภาษาคะ(คุณครูปรเมษฐ) เหมือนครูใช่ไหมครับ ก็เราจะต้องแบ่งภาษาก่อนใช่ไหมตามที่เราเรียนไปน่ะ ภาษาก็มี 3 ระดับใช่ไหมก็เป็นภาษาแบบแผนนะครับ แล้วก็ภาษากึ่งแบบแผน แล้วก็ภาษาพูดเราก็เลือกใช้ให้ถูกต้อง อย่างเช่น หนูคุยกับครูใช้ภาษา กึ่งแบบแผน หนูจะรายงานหน้าชั้นเรียน หรือหนูจะอ่านหนังสือตำราที่ให้กับเพื่อนกัน ก็ใช้ภาษาแบบแผน เขาคุยกัน เด็ก ๆ คุยกันครับ ก็ใช้ภาษาพูดนั่นเอง นั่นคือวิธีการใช้ (คุณครูคณิตา) เด็ก ๆ ก็คงได้แนวคำตอบกันแล้วนะคะ เดี๋ยวเรามาดูคำถามกันเลยดีกว่าค่ะ เพราะเหตุใดจึงต้องใช้ภาษาสื่อสารตามระดับของภาษาคะ ง่ายมากเลยนะคะ นักเรียนสามารถพูดคุย แลกเปลี่ยน ค่ะ คุณครูปรเมษฐคะเพราะเหตุใดคะของภาษาคะ (คุณครูปรเมษฐ) การที่เราจะต้องแบ่งเป็นระดับของภาษาใช่ไหมครับ ด้วยการใช้ภาษานี่ มันจะต้องดูระดับใช้ใหใช่ไหมครูคณิตาครับ ว่าเราจะสื่อสารกับใครมันจึงต้องแบ่งเป็นระดับภาษา อย่างเช่น เราจะนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียนเราจะอ่านข่าววิทยุใช่ไหม ตามตัวอย่างนี้ก็จะต้องใช้ภาษาระดับแบบแผนถ้าเกิดหนูจะพูดคุยกับครูหรือ คนที่ไม่รู้จักก็ใช้ภาษาระดับ (คุณครูคณิตา) กึ่งแบบแผนค่กการพูดคุยในครอบครัว กับเพืก็จะใช้ภาษาระดับ (คุณครูคณิตา) ภาษาพูดนั่นเองค่ะ เพราะฉะนั้นนะคะ สรุปโดยรวมแล้วเพราะเหตุใด เราจึงต้องใช้เพราะว่าขึ้นอยู่กับกาลเทศะ บุคลลและสถานที่นั่นเองค่ะ เนื่องจากภาษาไทยนะคะ แบ่งได้เป็นหลายระดับ และแต่ละระดับก็ใช้ภาษาไม่เหมือนกัน ฉะนั้น การที่นักเรียนจะใช้คำพูดหรือการเขียนติดต่อสื่อสารอะไรก็ตามเราก็จะต้องดูกาลเทศะสถานที่ และบุคคลที่เราจะพูดคุยด้วยนั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ สำหรับวันนี้จบลงเพียงเท่านี้ เราไปดูบทเรียนครั้งถัดไปกันดีกว่าค่ะ บทเรียนครั้งต่อไปเราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ เราก็ยังคงศึกษาในเรื่องของระดับภาษาเช่นเดิมนะครับเหมือนหลายอย่างที่เด็ก ๆ นั้นยังไม่ได้รับรู้ เพราะฉะนั้น ต้องศึกษาเราจะได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ เตรียมตัวดังนี้นะครับ นำใบงาน เรื่อง ระดับภาษาพาให้คิด ติดตัวมาด้วยนะครับ และสามารถดาวน์โหลดได้ที่ตามที่อยู่ด้านล่างนี่เลยหมายชี้ไว้นั่นเองครับ เอาล่ะครับ นักเรียนวันนี้เรื่องของระดับภาษานี่ก็ยังเป็นเพียงแค่เข้าเรื่องนะ ยังไม่ได้รับเนื้อหาเต็ม ๆ นะครับ ให้นักเรียนไปทบทวนนะ ที่ครูและครูคณิตา ได้สอนไปนี่ให้ไปทบทวน นักเรียนจะได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ มีอีกหลาย ๆ คำเลยที่ครูไม่ได้ยกตัวอย่างมา นักเรียนต้องไปค้นคว้า เป็นการไฝ่รู้ให้คิดนะครับ เด็ก ๆ วันนี้ไว้เท่านี้ครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี] -