--- title: ฝึก PE (DLTV ห้อง 4471) ๕ การแสดงความคิดเห็น ๒๘ มิ.ย. ๖๔ ภูมิ subtitle: date: วันอังคารที่ 21 มิถุนายน 2565 เวลา 14.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (คุณครูปรเมษฐ) สวัสดีคุณครูปลายทาง แล้วก็นักเรียนปลายทางนะครับ ของครูทุกคนนะครับ ในรายวิชาภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6ของครูนะครับ วันนี้ครูทั้ง 2 คนนี่ ก็มีอุปกรณ์พิเศษนะครับ ร่างกาย ปกปิดใบหน้านะครับ เขาเรียกว่าอะไรนะครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) การสวมแมสก์ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) การสวมหน้ากากอนามัยก็เรียกว่า "แมสก์" นะครับ เพื่อป้องกันตัวเองนะครับ การระบาดของเชื้อไวรัส COVID -19 ก็ยังรุนแรงอยู่เราจึงต้องป้องกันนะครับ ไปพูดกันถึงเรื่องที่เราจะเรียกกันวันนี้ดีกว่านะครับ สืบเนื่องจากชั่วโมงที่แล้วนะครับ ที่เราได้ศึกษาเรืื่องของขุนช้างขุนแผนนะครับเรียบร้อยแล้วคุณครูคณิตา ปรากฏว่าสนุกสนานมาก เด็ก ๆ ได้ไปเห็นเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตของคนในมัยอยุธยาในเรื่องขุนช้างขุนแผนบางคนนี่ถึงกับไปดูมาไปถามพ่อถามแม่ นัย คืออะไร อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เด็ก ๆ นี่ไปค้นหามันส่งผลถึงการที่เราตั้งใจเรียนนั่นเองนะครับ วันนี้เราเรียนกันในเรื่องการ... (คุณครูคณิตา) การแสดงความคิดเห็นค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เราจะมาแสดงความคิดเห็นกันในเรื่องวรรณคดีขุนช้างขุนแผน (คุณครูปรเมษฐ) ไปดูกันดีกว่า ครูก็มีคำถามมาถามนักเรียนนะครับ เป็นการกระตุ้นความคิดไม่ได้เรียกนานแล้ว ลุกขึ้นยืนครับ ตอบคำถามข้อแรก (คุณครูคณิตา) คำถามข้อนี้นะคะ ก็คือนักเรียนเคยดูโทรทัศน์แล้วรู้สึกชอบตัวละครในเรื่อง ในเรื่องบ้างหรือไม่ นักเรียนคะนักเรียนเคยดูโทรทัศน์แล้วชอบตัวละครไหมคะ ตอบคุณครูได้เลย (คุณครูปรเมษฐ) ตอบแค่ว่า ชอบหรือไม่ชอบแค่นั้นเองชอบหรือไม่ชอบครับ เรารู้คำตอบแล้วถามต่อนะ เพราะเหตุใดล่ะ นักเรียนถึงชอบหรือไม่ชอบตัวละครจากเรื่องที่ดู ถ้าชอบนี่เพราะอะไร และถ้าไม่ชอบนี่เพราะอะไรเชื่อว่านักเรียนนี่เคยดูละครโทรทัศน์หลายเรื่องเลย ไหนลองตอบคำถามสิคนเดิมนั่นล่ะ เพราะว่าคำถามต่อเนื่องกัน ทีนี้ย้อนมาที่คุณครูคณิตาบ้าง คุณครูคณิตาก็ต้องเคยดูอยู่แล้วครับ คูรครูคณิตาลองยกสิว่าสมมติคุณครูคณิตาชอบนี่ในเรื่องต้องมีสาเหตุที่ชอบนี่ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะก็คือ จากที่คุณครูปรเมษฐได้ถามคุณครูคณิตานะคะ ตัวละครค่ะ ในขณะที่คุณครูนี่ดูละครเรื่องใดเรื่องหนึ่งนะคะได้ดูละครเรื่องใดเรื่องหนึ่งนะคะ ก็จะมีตัวที่ชอบขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของตัวละครนั้น ๆ ค่ะ พฤติกรรมนี่อาจจะเป็นการแสดงออกในด้านที่ดีและด้านที่ไม่ดี ฉะนั้นนี่ หากพฤติกรรมใดที่ตัวละครนี่ ได้แสดงออกมานะคะ ถ้ามันไม่ดีเรารู้สึกว่าเราไม่ชอบเกี่ยวกับตัวละครนั้น เราก็ไม่ควรที่จะทำตามค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่างที่คำโบราณที่ว่า "คนโบราณท่านสอน" ดูละครให้ย้อนดูเรา ว่าเรากับเขาเหมือนกันไหมนะครับ เช่นเดียวกัน ถ้าเราดูละครแล้วเราต้องวิเคราะห์ให้ได้ว่าเอ๊ ตัวละครแต่ละตัวละครมีพฤติกรรมเป็นอย่างไร แล้วเราสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตของเราได้อย่างไร เด็ก ๆ ก็จำคำของคุณครูไว้นะครับ นำไปใช้ในชีวิตนะครับ เป็นคำถามกระตุ้นความคิดนะครับ นักเรียนคิดว่าการพูดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับพฤติกรรมของตัวละครจากเรื่องที่อ่านหรือดู มีประโยชน์หรือไม่หรือไม่อย่างไรนะครับ เด็ก ๆ ตอบคำถามเป็นการแสดงความคิดเห็นครับ ย่อมไม่มี (คุณครูคณิตา) ย่อมไม่มีผิดไม่มีถูกค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ เพราะฉะนั้น ให้ตอบกับคุณครูได้เลยหรือจะแสดงความคิดเห็นกับเพื่อนก็ได้ ย้อนมาถามคุณครูคณิตาบ้างดีกว่า ช่วยเด็ก ๆ นะครับ คุณครูคณิตา คิดว่าการพูดแสดงความคิดเห็นนี่นะครับ มันมประโยชน์หรือไม่อย่างไรนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ในเรื่องการพูดแสดงความคิดเห็นนะคะ มีประโยชน์อยเพราะว่าการแสดงความคิดเห็นนี่เป็นการแลกเปลี่ยนค่ะ การแลกเปลี่ยนในที่นี้ก็คือการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ค่ะ ่ะ การแลกเปลี่ยนในที่นี้ก็คือการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ค่ะในการแสดงความคิดเห็นแต่ละอย่างนี้ มาจากประสบการณ์ หรือว่าสิ่งที่เราพบเจอนี่มาใช้ในการแสดงความคิดเห็น ฉะนั้นมันจะทำให้เรานี่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับประสบการณ์ของผู้อื่นมากขึ้นนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ก็คือแนวคิดของคุณครูคณิตานะครับ เด็ก ๆ หลายคนน่าจะคิดไม่เหมือนกันอยู่แล้วอาจจะบอกไปอีกทางหนึ่ง บางคนอาจจะบอกไปอีกทางหนึ่ง เป็นการแสดงความคิดเห็นไม่มีผิดมีถูกนะครับ จุดประสงค์ของการ้เรียนรู้ในชั่วโมงนี้นะครับ เดี๋ยวคุณครูคณิตาแจ้งให้กับหนู ๆ ทราบนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ จัดประสงค์การเรียนรู้นะคะ ก็คือบอกหลักการแสดงความคิดเห็นจากวรรณคิดีหรือวรรณกรรมได้ค่ะ 2. นะคะ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับตัวละครสำคัญในเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนกำเนิดพลายงาม 3. ก็คือเห็นความสำคัญของการแสดงความคิดเห็นค่ะ จากวรรณคดีหรือวรรณกรรมค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ นี่คือสิ่งที่นักเรียนจะได้ทำ จะได้ปฏิบัติในชั่วโมงนี้นะครับ พูดถึงเรื่องขุนช้างขุนแผนนะครับ เดี๋ยวเราจะมาเล่าเรื่องจากภาพกัน ครูจะมีภาพมาให้นะ เป็นภาพอะไรนั้นยังไม่บอก แต่เมื่อภาพขึ้นนี่ ครูก็มีวิธีการที่จะให้หนู ๆ นั้น เล่าเรื่องจากรูปที่ครูนำมาให้นะครับ พร้อมหรือยัง ถ้าจะร่วมกิจกรรมนะครับ ให้ส่งเสียงคำว่า พร้อมแล้ว ๆ ตื่นเต้น ๆ เดี๋ยวท่าประกอบวันหลังจะเดี๋ยววันนี้ให้ส่งเสียงก่อน พร้อมหรือยัง พร้อมแล้วตื่นเต้น ตื่นเต้น เพราะฉะนั้น เราไปทำกิจกรรมกันเลยดีกว่านะครับ ภาพนี้เป็นภาพของใคร เดี๋ยวเด็ก ๆ ฟังครูกับครูคณิตาเล่าก่อน ภาพต่อไปนี่เป็นภาพของใครนี่ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เป็นภาพของพลายงามค่ะ อายุ 9 ขวบค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) พลายงามตอนอายุ 9 ขวบพรายงามนี่ เกิดที่บ้านของใครครับ (คุณครูคณิตา) บ้านของขุนช้างค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะนางวันทองอยู่ใช่ไหมครับ ตอนนี้เป็นภาพตอนที่อายุ 9 ขวบดูนะครับ การแต่งกายของพลายงามนี่เหมือนกับหนูไม่เหมือนนะ นี่คือการแต่งกายของเด็กในสมัยโบราณนะครับ ลองสังเกตเด็ก ๆ ลองสังเกตไปพร้อม ๆ กันนะครับ ตั้งแต่หัวจรดเท้าเลยของพลายงามตั้งแต่ส่วนหัวหรือศรีษะนี่ พลายงามไว้ผมทรงอะไร เออ นี่ทรงอะไรครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) จุกหรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) สมัยโบราณนี่เดไว้ผมจุกนะ สมัยโบราณนี่เด็กไทยในสมัยโบราณฃโดยเฉพาะผู้ชายนะก็จะไว้ผมจุก, ผมเปีย,ผมแกละ อย่างเช่น ตอนในวรรณคดีลำนำนี่เพื่อนทางวรรณคดีชื่อผมแกะแล้วนักเรียนรู้ไหมว่าทำไมถึงต้องไว้ผมจุก ไหนลองตอบกับคุณครูสิ ตอบคุณครูที่ฟัง ทำไมต้องไว้ทรงจุกด้วยนะครับ นักเรียน คุณครูคณิตารู้ไหมครับ ว่าทำไมต้องไว้ผมจุก (คุณครูคณิตา) ไม่ทราบเลยค่ะ คุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวคุณครูจะเล่าให้ฟังนะเด็กนี่นะครับ ส่วนศรีษะนี่จะมีอยู่ส่วนหนึ่งที่เรียกว่า "กะหกระหม่อม" จะมีขวัญอยู่ เป็นศูนย์รวมร่างกายทั้งหมด รวมสภาพจิตใจทั้งหมดก็จะอยู่ตรงขวัญ เพราะฉะนั้น จะต้องมีการเรียกขวัญหรือบายศรีสู่ขวัญส่วนตรงนี้มันบางมาก ลองเห็นสังเกตเด็ก ๆ นะ หรือถ้าหนูมีน้องลองกลับไปดูส่วนที่อยู่ข้างบนสุดของหัวนี่นะครับ หรือศรีษะนี่ มันจะเต้น ตุ้บ ๆ ๆ เลยกลัวว่าจะเกิดเหตุ เพทภัยก็เลยให้ไว้ผมเพื่อที่จะปิดส่วนนี้เสียจะได้รู้สึกว่าปลอดภัยนะ ก็เป็นวิธีการของคนโบราณที่คิด ก็เลยไว้จุกปิดตรงกลางถ้าคำโบราณจะเรียกว่า "กระบาน" ปิดตรงกลางกระบาน เสื้อผ้า พลายงามนี่มีผ่าด้วยนะ ผ้าไว้คล้องใช่ไหม ก็เป็นการแต่งกายของเด็กในสมัยโบราณ มีการแต่งกาย (คุณครูคณิตา) มีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เรียกว่าอะไรนะ (คุณครูคณิตา) เรียกว่า "กำไล" หรือเปล่ากำไล การที่พลายงามจะมีกำไลใส่นี่ก็ต้องแสดงถึงความมีฐานะของครอบครัว ขุนช้างเป็นไงละ (คุณครูคณิตา) มีฐานะมีฐานะร่ำรวย เพราะฉะนั้น พลายงามนี่จะต้องแต่งกายให้เหมาะสมกับฐานะนี่คือการแต่งกาย อยู่ที่บ้านขุนช้างจนอายุได้9 ปี อันนี้คือภาพแรกนะครับ ต่อไปเลขที่ 3 ของห้องลุกขึ้นยืนเดี๋ยวจะให้หนูเล่าเนื่องจากภาพต่อไปครับ เป็นภาพอะไร เดี๋ยวครูคณิตาจะเล่าก่อน แล้วให้หนู้เล่า (คุณครูคณิตา) เป็นภาพของขุนช้างนะคะ ที่ให้พลายงามขี่คอค่ะ ขี่คอในไหนคะนักเรียน (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ เล่าให้เพื่อน ๆ ฟัง เราอ่านแล้วเราต้องเล่าได้นะครับ [เสียงดนตรี] [เสียงปรบมือ] เลขที่ 3 ของห้องเรียนทั่วประเทศนะ ออกมาเล่าเรื่องจากภาพนี้นะเดี๋ยวครูกับครูคณิตาจะสรุปอีกครั้งหนึ่งเป็นภาพของขุนช้างใช่ไหมครับ เขากำลังจะลวงพลายงามไปฆ่านะ ก็คือให้พลายงามขี่บ่า ทำเหมือนพ่อกับลูกเป็นอย่างไรกัน (คุณครูคณิตา) สนิทสนมกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เหมือนรักกันเลยไหมเด็ก ๆ ไม่ใช่นะ ขุนช้างคิดว่าจะพาไปฆ่า นำพลายงามอายุแค่ 9 ขวบเอง เป็นรุ่นน้องของนักเรียนชั้น ป. 6 ด้วยซ้ำนะ น่าสงสารมากเด็กกดวยความที่ไม่รู้เรื่อง เห็นพ่อรักพาไปดูเห็นไก่เตี้ยอะไรมากมายเลยในป่าที่อยู่หลังบ้านแสดงให้เห็นถึงความสมบูรณ์นะคุณครูคณิตาว่าสมัยก่อนนี่ ความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้มีมากนะ บ้านขุนช้างนี่ ออกไปปุ๊บเป็นป่าเลยพาไปเพื่อที่จะไปฆ่า เอ๊ สังเกตเด็ก ๆ สังเกตนะ ขุนช้างนุ่งอะไรนะ เขาเรียกว่านุ่งอะไรนะครูคณิตา (คุณครูคณิตา) นุ่งโจงกระเบนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) โจงกระเบนเป็นการนุ่งผ้า ที่เป็นผ้ายาวแล้วก็พัน พันให้เป็นกลมเลยแล้วก็ไขว้ไปข้างหลังไปเหน็บที่ชายหลัง เพื่อจะใช้ตรงขานี่ยกขึ้นมาส่วนที่ไปเหน็บข้างหลังนี่ ที่ไปเหน็บไปที่ข้างหลังนี้นะครับ ตรงข้างหลังเรียกว่า "หางกระเบน" ขัดเขมรขัดอย่างไรเดี๋ยวจะอธิบายให้ฟังนะเด็กนักเรียน ดูให้ชัดนะครับ เวลาจะขัดเขมรนี่ ขุนช้างต้องยกเข่า 2 ชายนี้นะ ยกขึ้นตรงหัวเข่า แล้วก็ตรงหางกระเบนยกขึ้นอีกเพื่อที่จะให้ขานี่ล่นขึ้นไปมันทำให้ทำอะไรถนัดขึ้น เหมือนนักรบในสมัยโบราณ การขัดเขมรทำให้ขุนช้างก็ขัดเขรมทำให้ทำอะไรง่ายขึ้น นุ่งโจงสวยเลยนะภาพต่อไป ให้ผู้หญิงคนที่เป็นเลขที่แรกของห้องลุกขึ้นยืนครับ เดี๋ยวเตรียมตัวเล่าเห็นภาพแล้วลุกยืนแล้วนะ เตรียมตัวเล่าให้เพื่อนฟังนะครับ 1, 2, 3 [เสียงดนตรี]ื [เสียงปรบมือ] (คุณครูคณิตา) เก่งมาก ๆ เลยค่ะ นักเรียน ที่สามารถเล่าเรื่องได้อย่างถูก ต้องนะคะ นักเรียนคะง ภาพนี้นะคะ เป็นภาพตอนที่นางโหงพรายค่ะ ได้ช่วยพลายงามเอาไว้จากความตายนะคะ เพราะว่าขุนช้างนี่ได้ใช้ขอนไม้นะคะ ทุบตี แต่ตีพลายงามนะคะ แต่ว่าหงส์พรายนี่เขาเรียกว่าอะไรนะคะ ครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) มนต์ คาถาวิเศษเป่าให้ แค่เป่าเท่านั้นเองนะครับ พลายหายเหมือนทุกอย่างเป็นปกติเลยครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เรามาดูภาพต่อไปกันเลยดีกว่าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูคณิตาเรียกก่อนให้ใครเล่า (คุณครูคณิตา) เนื่องจากเป็นเลขที่แรกแล้วนะคะ งั้นคุณครูขอหมายแรกแลุกขึ้นยืนเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ลุกยืนแล้วนะครับ ครูจะเป็นคนเลื่อนภาพให้ พอภาพขึ้นปุ๊บ1, 2, 3 ปุ๊บ นักเรียนเราให้เพื่อนฟังเลยนะครับ 1 2 เล่าครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) เก่งมากเลยเด็กผู้ชายก็ไม่ธรรมดา เล่าได้เฉียบ ขาด น่าสนใจมากนะครับ เดี๋ยวครูช่วยว่าตรงกันหรือไม่ ภาพนี่นี่มันจะทิ้งช่วงนานหน่อยนะครับ จากเมื่อกี้ที่ผีพรายของขุนแผนนี่ไปช่วยพลายงามแล้วนะครับ พลายงามก็ไปเจอกับแม่วันทองก่อน แม่วันทองต้องมาตามหาก่อน พอมาเจอปุ๊บ แม่วันทองก็ไปฝากที่วัดเสร็จ นางวันทองก็ให้พลายงามเดินทางที่จะไปเมืองกาญจนบุรี ใช่ไหมครับ ไปหาย่าทองประศรีนั่นเองนะครับคราวนี้ ในระหว่างที่พลายงามต้องเดินทางนั้น คุณครูคณิตาเด็ก ๆ ครับ รู้หรือไม่ว่าพลายงามต้องใช้เวลากี่ชั่งโมงกว่าจะถึงเมืองกาญ น่าสนใจนะ สุพรรณฯ กับเมืองกาญฯ พูดถึงสภาพภูมิประเทศ ที่แตกต่างกันคนเมืองกาญคนสุพรรณนี่ คำพูดคำจาคล้าย ๆ กัน คือ พูดเหน่อนะวรรณคดีเรื่องนี้ เล่าถึงลักษณะเห็นถึงสภาพภูมิประเทศที่แตกต่างพลายงามเป็นเด็กอายุแค่กี่ขวบ 9 แล้วต้องเดินคนเดียว เป็นหนูหนูจะเดินได้ไหม ทำได้ไหม จิตใจก็ไม่ปกติคิดถึงแม่ก็คิดถึงต้องเดินทางคนเดียว นี่เห็นไหมครับ ภาพสิงห์สาลาสัตว์ที่พลายงามต้องเจอ นี่คือสมบูรณ์ของธรรมชาตินั่นเองนะครับ จะไปเมืองกาญฯ ถึงแล้วหรือยัง (คุณครูคณิตา) ถึงแล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)วันครึ่งนะ วันครึ่ง คราวนี้ให้ใครเป็นคนเล่าภาพสุดท้ายดี (คุณครูคณิตา) ภาพสุดท้ายร่วมกันเล่าดีไหมคะ แต่ว่าครูสองคนไม่เล่าให้ฟังก่อน ให้เด็ก ๆ เล่าให้ฟังก่อนคุณครูปลายทางฟังแล้วกันนะครับ 1, 2, 3 เริ่มได้ [เสียงดนตรี] [เสียงปรบมือ] (คุณครูคณิตา) เก่งมากค่ะ นักเรียนนักเรียนทั้งห้องนะคะ ก็ช่วยกันเล่าเรื่องเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ นักเรียนคะมาดูรูปนี้กันดีกว่าค่ะ รูปนี้เป็นรูปหลังจากที่พลายงามนี่ได้ออกอุบายให้เด็กที่ อยู่บริเวณนั้นนี่พามาหา นางทองประศรีใช่ไหมคะ แล้วพลายงามทำพฤติกรรมอะไรอยู่คะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) จากเด็ก ๆ พวกนี้ เด็กเลี้ยงควายพวกนี้ เด็กเลี้ยงควายก็เล่าให้ฟังถึงพฤติกรรมหรือคุณสมบัตินะว่ากันง่าย ๆ คุณสมบัติของย่าทองประศรีเด็ก ๆ ก็บอกว่า แกนี่เป็นคนปากร้ายดุ แต่ว่าปากร้ายย่อมใจดีนะ เป็นคนดุเป็นคนปากร้ายใครไปยุ่งในบ้านแกไม่ได้ บ้านแกมีต้นมะยม คุณครูคณิตา เด็ก ๆ รู้จักหรือเปล่าว่าเป็นอย่างไร นั่นแหละ ที่เอาไปดอเด็กบากคนเอาไปแช่อิ่มอร่อย แต่บ้านของยายทองประศรีนี่มะยมต้นนี่มันเป็นมะยมต้นที่หวาน เขาก็เลยหวงไงไอ้เด็ก ๆ ที่เลี้ยงควายนี่ รู้ว่ามะยมอร่อยเด็ก ๆ คิดว่าจะทำอย่างไรล่ะ (คุณครูคณิตา) ต้องแอบขึ้นไปปีนเก็บ (คุณครูปรเมษฐ) คราวนี้ยายทองประศรีน่ะ แกก็ออกมาตีออกมาเอ็ด แต่แกก็ไม่ได้คิดอะไร พลายงามรู้แล้วว่ายายทองประศรีเป็นอย่างนี้เป็นพฤติกรรมแบบนี้ พลายงามก็จึงคิดอุบายด้วยความฉลาดของพลายงามนี่ ขึ้นต้นมะยมเสียเลย ขึ้นไปเขย่าเพื่อจะไปเก็บมะยม เพื่อจะให้ย่าทองประศรี หรือนางทองประศรีออกมาเห็นใน รู้จักไหมครับ เด็ก ๆ ใน คือนะ บ้านยายทองประศรีนี่ทำฝ้าย คือ สิ่งที่เอามาทอเป็นเครื่องนุ่งห่มนั่นเองนะ ใน ก็คือเครื่องปั่นฝ้าย นักเรียนตคราวนี้เมื่อเห็นพลายงามขึ้นต้นมะยม (คุณครูคณิตา) ลงมาค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) พอลงมาปุ๊บจะมาเอ็ด มาว่าพลายงาม พลายงามก็รายงานตัว ผมชื่อพะลายงามครับ ผมเป็นลูกของพ่อขุนแผนแม่วันทองมาหาย่าทองประศรีก็รับเลี้ยงดูทำขวัญอย่างดีจบ เล่าเรื่องจากภาพ แล้วก็จบ ตอนกำเนิดพลายงามพอดี นักเรียนสนุกสนานกันมากเลยใช่ไหมครับ เรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนกำเนิดพลายงามนี่ชีวิตนักเรียนยังเด็กอยู่เพราะฉะนั้น ใกล้เคียงกัน เดี๋ยวเราไปทำกิจกรรมกันต่อดีกว่าครับ ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ให้นักเรียนนะคะ แสดงความคิดเห็นพฤติกรรมด้านบวกหรือด้านลบ ของตัวละคร (คุณครูปรเมษฐ) นะครับ นี่คือพลายงามนะ เดี๋ยวเรามาช่วยกันวิเคราะห์สิว่าพลายงามนี่มีลักษณะนิสัยหรือพฤติกรรมเป็นอย่างไร มาดูอันนี้ก่อน (คุณครูคณิตา) ค่ะ พฤติกรรมของพลายงามนะคะ ก็คือมีความอดทนค่ะ อดทนนี้ก็คือ พลายงามนี่จะต้องเดินทางจากเมืองสุพรรณฯ ไปกาญจนบุรีค่ะโดย ใช้เวลาครึ่งนี่ นั้นเป็นอย่างมากพลายงามนี่ก็มีความอดทนนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้คือ คุณธรรม 1 ข้อของพลายงามต้องยึดเอามาใช้ในชีวิตประจำวันให้ได้นะครับ มีไหวพริบในการเอาตัวรอดอย่างเช่น ตอนที่ไปขึ้นต้นมะยมพลายงามใช้ไหวพริบปฏิภาณรู้ได้อย่างไร ว่าเราเป็นลูกของขุนแผน โดยการใช้ไหวพริบถามเด็กเลี้ยงควาย ไปขึ้นต้นมะยมใช้ไหวพริบในการเอาตัวรอดของพลายงามนะครับ จะต้องนำไปใช้ได้เช่นเดียวกัน ต่อไป ๆ (คุณครูคณิตา) ค่ะ มีความกตัญญูรักครอบครัวค่ะ เมื่อพลายงามนี่ได้ทราบใช่ไหมคะ เกี่ยวกับขุนแผนหรือได้ทราบว่านางทองประศรีนี่เป็นย่าของตนนี่ พลายงามนี่ก็มีความรักไม่ตะขิดตะขวงใจค่ะ เขาไม่ได้เลี้ยงเรามาก่อนใช่ไหมคะ เพราะว่าใครเป็นคนเลี้ยงคะ ใครเป็นคนเลี้ยงเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) อยู่กับบ้านก็แม่วันทองและขุนช้างเป็นคนเลี้ยงนะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ แต่เมื่อเขารู้ว่าขุนแผนเป็นพ่อนะคะเขาก็มีความรักนะคะ อย่างที่บอกค่ะ เลือดย่อมข้นกว่าน้ำค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ ไปตัวต่อไปกันดีกว่า นี่ใครนี่ตัวละครในขวัญใจเด็ก ๆ เลย ขุนช้างเดี๋ยวเรามาวิเคราะห์พฤติกรรมขุนช้างกัน (คุณครูคณิตา) ขุนช้างค่ะ เป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นค่ะ อย่างที่นักเรียนได้ทราบกันนะคะ ก็คือขุนช้างและขุนแผนนี่ไม่ถูกกันเนื่องจากว่าชอบนางวันทองคนเดียวกันนั่นเองเมื่อพลายงามโตขึ้นนี่ รูปร่างลักษณะนี่ก็คล้าย ๆ กับขุนแผนนะคะ ก็กลายเป็นว่าขุนช้างนี่รู้สึกไม่ชอบพลายงามไปด้วยนะคะ เจ้าแค้น ก็เลยลวงพลายงามไปฆ่าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่คือขุนช้างดูแล เอาใจใส่คนที่ตนเองรัก อันนี้เป็นคุณธรรมที่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่างขุนช้างนะ รักนางวันทองอย่างไร ก็ปฏิบัติดีเสมอมา ไม่เคยคิดร้ายกับนางวันทองครับ อีกข้อครับ (คุณครูคณิตา) อีกข้อค่ะ เป็นโหดร้ายค่ะเห็นได้จากการกระทำที่ฆ่าพลายงามนะคะ ใช้ขอนไม้ทุบบ้างตีบ้างอะไรบ้าง นะคะ จนทำ เพื่อหวังให้พลายงามนี่ถึงแกชีวิตค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) พลายงามนี่ยังจริง ๆ แล้วมันโหดร้ายเกินไปจากที่เด็ก ๆ จะรับได้นะครับ มาดูกันอีกภาพหนึ่ง นี่เป็นตัวละคร 1 ตัวสำคัญในเรื่องเลย เด็ก ๆ ชอบแน่เลย ผีพลายหรือโหงพลายนั้นเองนะครับ เดี๋ยวเราไปดูพฤติกรรมกันครับ ข้อที่ 1 ครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 1 นะคะ หงส์พรายนะคะ มีความซื่อสัตย์ค่ะ ก็คือซื่อสัตย์ต่อเจ้านายค่ะ ก็คือขุนแผนนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ข้อที่ 2 ครับ เด็ก ๆ ครับ ช่วยและปกป้องคนในครอบครัวของขุนแผน พลายงามเป็นบุตรชายหรือลูกชายของขุนแผน เพราะฉะนั้น หงส์พรายก็มีความกตัญญู แล้วก็ซื่อสัตย์ต่อเจ้านาย จึงมาช่วยดูแลลูกของขุนแผนครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ อีกข้อค่ะ มีความจงรักภักดีค่ะ สืบเนื่องจากข้อ 2 นะคะ ก็คือหงส์พรายนี่มีความจงรักภักดีต่อขุนแผน ฉะนั้นนี่โหงพลายนี่ก็มีความจงรักภักดีนะคะ ไปยังครอบครัวด้วย ไม่ว่าจะเป็นนางวันทองด้วยหรือพลายงามค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ ตัวถัดไปนะ ตัวละครถัดไปคือใครยายถือไม้นี่ ยายนมยานหรือยายทองประศรี เด็ก ๆ ชอบเรียกยายนมยานไปดูพฤติกรรมว่าจะเป็นอย่างไร แม่ของขุนแผนนั่นเอง ข้อที่ 1 เป็นคนดุปากร้าย ยายทองประศรีนี่ เอ็ดตะโรโอวาทเป็นคนปากร้าย เป็นคนบ้านนอกน่ะครูคณิตา ก็ย่อมไม่ผิดนะครับ ก็นี่เป็นพฤติกรรมของเขา ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) เป็นคนรักลูกค่ะ แล้วก็รักหลานค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็รักขุนแผน แล้วก็รักพลายงามด้วยนะครับ แล้วก็ตะหนี่ คนโบราณนี่เป็นคนตะหนี่เพื่อที่จะได้มีเงินมีทองใช้ ก็เป็นคุณลักษณะเป็นคุณธรรมเป็นการประพฤติที่นักเรียนนี่เอาเยี่ยงย่างได้ เป็นคนปากร้ายจริงยายทองประศรีนี่เป็นบุคคลสำคัญเรื่องขุนช้างขุนแผนไปดูกิจกรรมต่อไป ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มศึกษาใบความรู้การแสดงความคิดเห็นจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมนะครับเข้ากระบวนการของนักเรียนได้เลยนะครับ ครูจะให้นักเรียนนั้นได้ศึกษาใบความรู้เรื่อการแสดงคความคิดเห็นจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมนะครับ ใบความรู้เรื่องนี้เข้ามาก่อนนะครับ เดี๋ยวไปดูกันเลยใบความรู้เป็นอย่างนี้นะครับ นี่คือหน้าตาใบความรู้ ตรงกันนะครับ เดี๋ยวเด็ก ๆ ศึกษาหลักการไปพร้อม ๆ กับครูเลนก็จะอธิบายหลักการให้กับหนดีกว่านะครับ การแสดงความคิดเห็นคือ เด็ก ๆ อ่านพร้อมกันการแสดงความรู้สึก ความเห็นของตนต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือเรื่องใดเรื่องหนึ่งจากการอ่าน การดู การฟัง เป็นการแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผลนั่นเอง อันนี้คือคำนิยามของการแสดงความคิดเห็นนะครับ ข้อควรปฏิบัติควรทำอย่างไรบ้างเด็ก ๆ ก็มีนะ ข้อที่ 1 ครับ (คุณครูคณิตา) ข้อควรปฏิบัตินะคะ คิดเห็นก็คือ 1. ค่ะ ฟัง อ่าน และดูอย่างตั้งใจค่ะ 2. ทำความเข้าใจเนื้อเรื่องค่ะ 3.ก็คือหาข้อมูลเพิ่มเติมค่ะ 4. ก็คือพิจารณาหาเหตุผลค่ะ 5. มีความยุติธรรมค่ะ ยุติธรรมในที่นี้ก็คือเราจะต้องพูดแสดงความคิดเห็น โดยที่นักเรียนนี่ไม่ใช่อคติในการแสดงความคิดเห็นความชอบหรือไม่ชอบในการเข้าร่วมค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถูกต้องครับ ต่อไปข้อที่ 6 ครับ ไม่นำอารมณ์มาเกี่ยวข้องนะ 7. เรียงลำดับเรื่องให้ดี ไม่อย่างนั้นจะวกวน สำคัญมาก 8. ไม่แสดงความคิดเห็นที่ทำให้ขัดแย้งกันนะครับ เราแสดงความคิดเห็นนี่จะต้องเป็นทัศนคติเชิงบวกนะครับ 9. แสดงความคิดเห็นให้ตรงประเด็น ถ้าไม่ตรงประเด็นก็จะออกนอกเรื่องนะครับ และข้อสุดท้าย ต้องแสดงความคิดเห็นอย่างมีมารยาทมารยาทในที่นี้ก็เป็นมารยาทในการพูดให้ผู้อื่นฟังรับนะครับ นักเรียนจะนำความรู้เรื่องการแสดงความคิดเห็นจากวรรณคดีและวรรณกรรมไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร อันนี้เป็นคำถามที่ครูให้นักเรียนคิดและตอบนำไปใช้ได้อย่างไรนะครับ ไปกันต่อเดี๋ยวครูจะให้นักเรียนนะวิเคราะห์พฤติกรรมของตัวละครที่ครูและครูคณิตาได้กำหนดมาให้ และอธิบายว่าชอบหรือไม่ชอบโดยอธิบายเหตุผลประกอบอย่างมีเหตผนะครับ ไปดูกันกิจกรรม พฤติกรรมของตัวละครให้นักเรียนทำอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ บทบาทของนักเรียนปลายทางนะคะ ก็คือให้นักเรียนนะคะ ทำของตัวละครค่ะ โดยกำหนดระยะเวลา 5 นาทีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ส่วนคุณครูปลายทางนะครับ ก็ให้คำแนะนะ ปรึกษา ในส่วนที่นักเรียนอาจจะยังไม่เข้าใจนะครับ ไปดูใบงานกันดีกว่าตัวครูมีละครทั้งหมด 3 ตัวละครด้วยกันหรือเราไม่บอกดี (คุณครูคณิตา) ไม่บอกค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้นลงมือปฏิบัติกิจกรรมได้ครับ ให้เวลาิ5 นาที [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ นักเรียนคงทำใบงานเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ คุณครูก็มีมาเฉลยให้นักเรียนนะครับ เดี๋ยวไปดูกันนะตัวแรก คือ (คุณครูคณิตา) พลายงามค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ลักษณะนิสัยเป็นอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) เก่งนะครับ พฤติกรรมที่เหมาะสม เข้มแข็งเสมอ แม้เจอปัญหาหรืออุปสรรคต่าง ๆ นะครับ ใช่ไหมครับ นักเรียน พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม หลอกให้ผู้อื่นนี่ เป็นการใช้ผู้อื่นนี่เพื่อให้ตัวเองได้ไปพบกันย่า ไปหลอกเด็กเลี้ยงอะไร เด็กเลี้ยงควายนะครับ พฤติกรรมที่ควรนำมาเป็นแบบอย่างนะครับ พลายงามนี่มีความเข้มแข็งอยู่เสมอ แม้จะเจออุปสรรคก็ยังจะมีความอดทนและไม่ย่อท้อต่อการกระทำสิ่งใดทั้งสิ้นนะครับ อันนี้คือพลายงาม ตัวต่อไปครับ คุณครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ ตัวละครต่อมานะคะ ก็คือขุนช้างค่ะ ลักษณะนิสัยนะคะ ก็คือเป็นคนรักเดียวใรักเดียวใจเดียวค่ะ แล้วก็เจ้าคิดเจ้าแค้นค่ะ นะคะ ก็คือรักเดียวใจเดียวของนางวันทองค่ะ อีกอย่างหนึ่งนะคะ พฤติกรรมที่เหมาะสม ก็คือดูแลครอบครัวต่อมาค่ะ พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมค่ะ ก็คือคิดที่จะฆ่าพลายงามค่ะ ก็คือฆ่าเด็กวัย 9 ขวบนั่นเองค่ะ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเป็นอย่างมากเลยนะคะ พฤติกรรมที่ควรนำเป็นแบบอย่างค่ะ ก็คือการดูแลเอาใจใส่ครอบครัวค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ต่อไปนางเด็ก ๆ ควรเอาเป็นแบบอย่าง อย่างยิ่งนะครับ ต่อไปนางวันทองหรือนางพิมพิลาลัยนะครับ ลักษณะเป็นคนเจ้าคารมโวหาร คนซื่อ รักลูกเจ้าคารมโวกรณคนบ้านนองนะครับ พฤติกรรมที่เหมาะสม รักลูกออกตามหาลูกไม่กลัวอันตรายใด ๆ เลยในการออกตามหาลูก พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับนางวันทอง คือไม่ยอมบอกความจริงกับพลายงามว่าขุนแผนเป็นตั้งแต่แรก ไม่อย่างนั้นเรื่องก็คงจะไม่เกิดขึ้น สิ่งที่ควรนำมาเป็นแบบอย่างก็คือความรักที่แม่มีต่อลูกการดูแลเอาใส่ลูกเป็นอย่างดีเดี๋ยวเราไปสรุปบทเรียนกันดีกว่าเด็ก ๆ ครับ ครูมีคำถามทิ้งท้ายให้นักเรียนทบทวนกับตัวเองนะ นักเรียนตอบคำถามข้อนี้กับคุณครูโดยการแสดงความคิดเห็น ไม่มีผิดไม่มีถูก คำถามว่า นักเรียนได้ประโยชน์อะไรจากการแสดความคิดเห็นจากวรรณคดีที่อ่าน ก็คือเรื่อง ขุนช้างขุนแผน ตอน กำเนิดพลายงาม นักเรียนตอบคำถามกับคุณครูได้เลยว่าได้ประโยชน์อย่างไรนะครับ บทเรียนครั้งต่อไปเราจะไปศึกษากันในเรื่อง การอธิบายคุณค่าคุณครูคณิตาให้นักเรียนเตรียมอะไรมาบ้างครับ (คุณครูคณิตา) สิ่งที่ต้องเตรียมนะคะ เป็นหนังสือวรรณคดีลำนำค่ะ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ แล้วก็ใบงานนะคะ เรื่อง คุณค่านะคะ ในเรื่อง ขุนช้างขุนแผนตอน กำเนิดพลายงามค่ะ ซึ่งนักเรียนนะคะ สามารถดาวน์โหลดได้ที่ www.dltv.ac.thค่ะ ในรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สำหรับวันนี้ครูทั้ง 2 คน ลานักเรียนสวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]