--- title: หลักการเขียนโปรแกรม 22/06/2565 subtitle: date: วันพุธที่ 22 มิถุนายน 2565 เวลา 09.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (อาจารย์สุธิรา) แล้วก็อุปกรณ์ตัวนี้ ทีนี้เครื่องที่อยู่หน้าเด็ก ๆ มันเป็นเครื่องที่แบบเรียกว่า "All in one" พี่ล่ามได้ยินไหมคะ หลุดอีกแล้วไหม ว่าอยู่ ทำไม่พี่ล่ามนิ่งจัง พี่ล่ามไม่ได้ยินนะนี่ ว่าอยู่ทำไมพี่ล่ามอยู่เฉย ๆ พี่ล่ามไม่ได้ยินค่ะ ตอนนี้ ใช่ไหม ไม่ได้ยินที่อาจารย์พูด ไม่ได้ยินจริง ๆ ด้วย ทำอย่างไร รีเซตใหม่ เดี๋ยว ๆ รอแป๊บหนึ่งนะเด็ก ๆ พรุ่งนี้มีไอ้นั่นนะ ไหว้ครูคณะนะเด็ก ๆ ไม่ ๆ จ้งงดแล้ว แจ้งแล้วไม่ใช่หรือ แจ้งหรือยัง ของเด็ก ๆ น่ะ พ่อแจ้งหรือยัง ก็เห็นว่าให้เข้านี่ เพราะว่าของคณะนะ เดี๋ยว พี่ล่ามได้ยินแล้วนะ โอเค เอาใหม่นะคะ เริ่มที่ภาพแรกก่อน ส่วนของอุปกรณ์รับข้อมูลในคอมพิวเตอร์ ก็คือมีคีย์บอร์ดกับเมาส์นะ ทีนี้มาที่ส่วนที่ 2 ค่ะ ส่วนของอุปกรณ์ประมวลผลข้อมูล ในภาพที่ 2 นะคะ ก็จะมี CPU ตัวนี้ ตัวชิปนี่ ให้นึกถึงซีพียู เมื่อก่อนก็จะเป็น Intel หรือเดี๋ยวนี้เขาก็จะเรียก Core i5, Core i7 อะไรพวกนี้ นั่นคือ CPU นะ เดี๋ยวต่อไป ไปเรียนกับวิชา อ. พ่อ จะเห็นพวกนี้นะคะ RAM ไอ้ 2 อันเล็ก ๆ ที่มีแถบอันเขียว ๆ นี่ พี่ล่ามไม่ได้ยินอีกแล้วหรือเปล่า ได้ยินไหมคะ เราก็ไม่ได้ยินพี่ล่ามทีนี้ เดี๋ยวรอแป๊บหนึ่งนะเด็ก ๆ คือ ตอนนี้ต่างไม่ได้ยินกันและกัน เด็ก ๆ เขาบอกบังคับให้เข้าร่วมด้วยนะวันที่ 23 เดี๋ยวนะ เริ่มตั้งแต่ 8.00 น. แล้วทีนี้เขาก็ย่านคนเข้าหลาย ไม่ได้ระบุ โอเคไหมคะ ได้ยินไหมคะ โอเค มาดูที่ภาพที่ 2 อุปกรณ์ในการประมวลผล ตัวตรงกลาง CUP ก็คือตัวที่อยู่ตรงกลาง ที่มีคำว่า "Intel" นี่ มาอยู่ในเครื่อง เดี๋ยวมาเรียนระบบปฏิบัติการหรือการซ่อมบำรุงน่ะ เด็ก ๆ จะได้เปิดเครื่องดู แล้วก็จะเห็นอุปกรณ์พวกนี้แน่นอนนะคะ ส่วนวิชาเราเราไม่ได้เน้นมาก แค่มาอธิบายว่ามันมีอุปกรณ์อะไรบ้างนะคะ บอกไว้ก่อน RAM ก็คือไอ้ตัวแถบ 2 อันสีเขียว ๆ ยาว ๆ แล้วก็จะมี Harddisk ที่มีแผ่นกลม ๆ อยู่ตรงนี้นะคะ คือ ฮาร์ดดิสก์ RAM มันจะช่วยความเร็ว ในเรื่องความเร็ว การประมวลผลได้เร็ว ขึ้นอยู่กับแรมนะคะ แล้วก็ CPU ด้วยนะคะ แต่ตัวทำให้เร็วมาก ก็คือ RAM นะคะ อุปกรณ์ต่อมา ภาพที่ 3 ส่วนของการแสดงผลนะ ในระบบคอมพิวเตอร์นี่ สิ่งที่สามารถแสดงผลได้ มีจอภาพนะคะ ก็จะมีเครื่องพิมพ์ เครื่องพิมพ์ในที่นี้ไม่เฉพาะพรินต์เตอร์ ให้นึกถึงนะ เหมือนที่เขาทำโปสเตอร์ เห็นไหม เครื่องพิมพ์ประเภทนั้น เพราะเดี๋ยวนี้พิมพ์โปสเตอร์ก็ใช้คอมพิวเตอร์ทำแล้ว ทำโปสเตอร์ใช้มือนะคะ เดี๋ยวนี้ใช้คอมพิวเตอร์ทำหมดแล้วนะคะ แล้วก็ตัวสุดท้าย ก็คือที่จัดเก็บข้อมูล ข้อมูลก็คือฮาร์ดดิสก์นั่นเอง บางคนก็จะมีแฟรชไดรฟ์พวกนี้นะคะ ทีนี้เมื่อกี้เราดูการทำงานของคอมพิวเตอร์ไปแล้ว ทีนี้มาดูตัวเรา คนนี่ คนใช้วิธีรับข้อมูลผ่านอะไรบ้าง คนนี่มองใช่ไหม ใช้ตามอง รับข้อมูลผ่านการมองเห็นนะคะ ใช้หู แต่นีนี้ บางคนหูไม่ได้ยิน ตาเห็นใช่ไหมคะ กลิ่น กลิ่นผ่านอะไรคะ จมูก ใช้จมูกดมกลิ่น มีกลิ่นผ่านมา รู้เลย เรารับเข้าไป แล้วเราก็ประมวลผล เช่น เดี๋ยวแม่จะถาม ถามใครดี ใครจะเป็นผู้โชคดี วันนี้วันลงท้ายด้วยเลข 2 เพราะฉะนั้น หมายเลข 2 ออพต้าเป็นผู้โชคดี ออฟต้านะคะ ภาพ... เดินผ่านห้องน้ำ คิดว่าจะได้กลิ่นอะไร ได้กลิ่นอะไร ถ้าออพต้าเดินผ่านห้องน้ำใช่ไหม จมูกเราจะได้กลิ่นอะไรครับ ออพต้าตอบ ถ้าเดินผ่านห้องน้ำ จมูกออพต้าจะได้กลิ่นอะไรเป็นกลิ่นแรก นี่ไง ถามแล้ว ได้กลิ่นอะไร ไม่เป็นอะไร เหม็นใช่ไหมคะ น้องตอบว่าเหม็นใช่ไหม นะคะ ทีนี้เดี๋ยวถามคนอื่น เมื่อกี้จมูกแล้วนะคะ ทีนี้ถ้าการสัมผัส สมมติ สมมติว่า องุ่น ถ้าให้หลับตา เดี๋ยวองุ่น หลับตานะ แล้วแม่จะลองให้องุ่นสัมผัส องุ่นหลับตาก่อน หลับตาก่อน หลับตา องุ่นต้องหลับตาก่อน หลับหรือยัง หลับสิ องุ่นไม่ยอมหลับตา เดี๋ยวเราจะให้สัมผัสไง หลับหรือยัง หลับแล้วใช่ไหม เมื่อกี้ ตอนที่สัมผัสแบบหลับตา องุ่นสัมผัสได้ถึงอะไร เมื่อกี้ลองให้เขาจับวัตถุชิ้นหนึ่งนะคะ มันเป็นลักษณะอย่างไรตอนที่สัมผัส มันแข็งใช่ไหม นะคะ นะคะ โอเค นั่นล่ะ คือการสัมผัส ทีนี้ รสชาติการลิ้มรส หรือรสชาติผ่านปาก ทีนี้จะถาม ถ้ากินสิ่งนี้เข้าไป เด็ก ๆ จะรู้ถึงรสอะไร แบงก์ แบงก์เป็นผู้โชคดี พี่ล่ามหายไปไหน เคยกินหรือเปล่า ถ้าให้แบงก์กินมะนาว ชอบกินเปรี้ยวไหม ถ้าเจอมะนาวเข้าไป รสชาติของมะนาวเป็นอย่างไรแบงก์ พี่ล่ามได้ยินไหมคะ ได้ยินแล้ว ถ้าให้แบงก์กินมะนาว แบงก์จะรู้สึกถึงรสอะไร เปรี้ยวจี๊ดไหม เปรี้ยวมากไหม แล้วแบงก์ชอบกินเปรี้ยว ๆ ไหม ชอบหรือเปล่า ชอบอยู่หรือ ชอบใช่ไหม โอเค นะคะ นั่นก็คือถ้าป็นคนนี่ ส่วนของการรับข้อมูลของคน เห็นไหม จะมีมากกว่าคอมพิวเตอร์ใช่ไหม เพราะคอมพิวเตอร์รับได้แค่ผ่านเมาส์ ผ่านคีย์บอร์ดนะ คอมพิวเตอร์อะไรนะ รับแต่เสียง Computer ก็เริ่มรับได้แล้ว ที่เราถาม Siri ใช่ไหม ถามเส้นทางกับ Siri หรือถามกับ Google ใช่ไหมคะ คอมพิวเตอร์ก็รับเสียงได้แล้ว แต่คอมพิวเตอร์ยังรับกลิ่นไม่ได้ใช่หรือเปล่า กลิ่นคอมพิวเตอร์รับไม่ได้ แล้วก็การสัมผัส จะไม่รู้ว่านิ่มเป็นอย่างไรนะ เหมือน เวลาเราจับมือ กับคนอื่นอย่างนี้ บางคนมือจะนิ่มใช่ไหม หรือวางคนมือจะสาก ทดสอบ แม็กกี้จับมือแม่สิ จับมือกัน เดี๋ยวจะถามนะ มือแม่เป็นอย่างไร แม็กกี้ แม็กกี้ เมื่อกี้แม็กกี้จับมือแม่ใช่ไหมคะ หลุดอีกแล้ว อะไรนะ มันจะเรียนจบไหมนี่วันนี้ เมื่อกี้ แม็กกี้ เมื่อกี้แม็กกี้จับมือกับแม่ ใช่หรือเปล่า เดี๋ยวนะคะ ให้น้องขยับเก้าอี้นิดหนึ่ง เมื่อกี้จับมือกับแม่ แม็กกี้จับมือกับแม่ เป็นอย่างไรคะ มือแม่เป็นอย่างไร (พี่การ์ตูน) ก็รู้สึกว่านุ่ม ๆ ครับ (อาจารย์สุธิรา) นุ่ม ๆ นะคะ โอเค อย่างนั้นแม็กกี้ลองหันไปจับมืออพต้าสิ กับออพต้า จับมือ มือออพต้าเป็นอย่างไร เห็นไหม (ล่าม) แข็งครับ (อาจารย์สุธิรา) นั่นคือมือคน จะรู้ว่าอันไหนนิ่มอันไหนแข็ง คอมพิวเตอร์มันจะไม่รู้นะ มันแยกไม่ได้ อะไรคือนิ่ม อะไรคือแข็ง มันแค่จับได้ มันก็คีบแล้วมันก็วาง นึกออกนะ มันจะไม่มีประสาทในส่วนของรับรู้ ในส่วนของสัมผัส กลิ่น หรือรส มันจะไม่รู้ ไอ้ 3 ตัวนี้ มันแทบจะไม่รู้เลยเห็นไหม คนน่ะเก่งกว่าคอมพิวเตอร์อยู่แล้วนะคะ แต่เราน่ะ จะทำอย่างไรให้คอมพิวเตอร์มันเก่งเหมือนเรา มาดูต่อมานะคะ อันนี้ในส่วนของการรับข้อมูลไปแล้ว มาดูตัวต่อไป ทีนี้การประมวลผล คอมพิวเตอร์มันใช้อุปกรณ์ใช่ไหม เช่น CPU, RAM แต่คนนี่ สิ่งประมวลผล ก็คืออยู่บนหัวเรา ก็คือสมองน้อย ๆ ของเราใช่ไหมนะคะ นั่นก็คือหัวสมองของเรานั่นเอง ประมวลผลอะไรได้ เราคิดเลขเป็นถูกไหม เด็ก ๆ คิดเลขได้นะ มีความรู้ ความรู้มาจากไหน ก็เหมือนที่เด็ก ๆ เข้ามาเรียนในห้อง เด็ก ๆ ก็ ทำไมเก้าอี้มันไม่ล็อกล่ะลูก นะคะ ก็จะได้ความรู้นะคะ แล้วก็มีความจำ คนจะได้เยอะเลย คอมพิวเตอร์บางทีเก็บไปเยอะ ๆ เก็บไปเยอะ ๆ หน่วยความจำเต็ม เคยได้ยินไหมคะ หน่วยความจำเต็ม เพราะคอมพิวเตอร์ คือ มันจะต้องมีพื้นที่เก็บ พื้นที่เก็บมันมีจำกัด แต่ในสมองคนน่ะ คือ เก็บได้เยอะ คิดดูว่าเราเรียนรู้มาตั้งแต่อยู่ในท้อง จนกระทั่งเราโต จนกระทั่งเราแก่ นึกออกนะ ตั้งกี่ปี แต่คอมพิวเตอร์สังเกตสิ ใครเคยมีคอมพิวเตอร์เป็นของตัวเอง ให้นึกถึง ไม่ต้องคอมพิวเตอร์ก็ได้ มือถือก็ได้ มือถือก็เป็นคอมพิวเตอร์แบบหนึ่ง แบบใหม่อันหนึ่งนะ ปกติเด็ก ๆ ใช้มือถือนานที่สุดกี่ปี เดี๋ยวจะถามนะคะ ใครใช้มือถือเกิน 5 ปีบ้าง (ล่าม) น้องบอกว่าประมาณ 2-3 ปีค่ะอาจารย์ (อาจารย์สุธิรา) 2-3 ปี เดี๋ยวลองคนอื่นบ้างนะคะ กุ้งนาง กุ้งนางใช้มือถือปกติกี่ปี จำได้หรือเปล่า กี่ปีเปลี่ยนเครื่องทีหนึ่ง (ล่าม) ประมาณ 3 ปีค่ะ (อาจารย์สุธิรา) เดี๋ยวอยากรู้มีใครใช้เกิน 3 ปีบ้างไหม อุบล อุบลปกติใช้มือถือกี่ปีลูก อุบลใช้นานอยู่นะ โอเค คือ เห็นไหมคะ แต่ช่วงเวลานี่ สังเกตว่าจะไม่เกิน 10 ปี เพราะอะไร เพราะอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มันก็อยู่ได้ไม่นานขนาดนั้น ให้นึกถึงเหมือน เหมือนรถยนต์น่ะ บางคนทำไมเปลี่ยนรถบ่อย อย่างนี้เป็นต้นนะคะ คือ เนื่องจากลักษณะสภาพของอุปกรณ์แล้ว อะไรแล้วนะ เจอแดดอะไรอย่างนี้ มันจะเสื่อมใช่ไหมคะ แต่ไม่ใช่สมองคน สมองคนจะเสื่อม ก็ต่อเมื่อ 1. เกิดอุบัติเหตุ นึกออกนะ หัวกระแทก กระทบกระเทือนทางสมอง อย่างที่เขาบอก อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งโอกาสจะเกิดอย่างนั้น ก็คือเราต้องไปแบบแรง ๆ เลย ใช่ไหม ทีนี้ตามหลักของคนแล้วก็เซฟตัวเอง ไม่เหมือนมือถือเรา ถือไป ลื่นหลุดมือ โป๊ะ แตก อย่างนี้เห็นไหมคะ มันระวังตัวเองไม่ได้ พวกอุปกรณ์ต่าง ๆ น่ะ แต่คนน่ะ จะมีสัญชาตญาณว่าเหมือนเวลาเล่นกับเพื่อนแล้ว เพื่อนขว้างอะไรมาใส่อย่างนี้ ความรู้สึกมันน่ะ จะหลบ ถ้าสมมติยืน ๆ อยู่ แล้วมองมาอย่างนี้ เหมือนตี๋น้อยเห็น ต้องหลบใช่ไหมคะ เหมือนเมื่อกี้ออพต้า อย่างนี้เป็นต้น คือ สัญชาตญาณของคนมันซับซ้อนน่ะ เขาบอกซับซ้อนกว่า เหมือนที่พยายามทำ AI หรือหุ่นยนต์น่ะ ก็คือจะเอาจากนี่ล่ะ วิธีคิดของคน ความรู้ความจำของคน ก็เอาองค์ประกอบพวกนี้มาสร้าง แต่มันเป็นไปได้ยาก เพราะให้นึกถึง เหมือนถ้าให้หุ่นยนต์มาเป็นหมอ ให้นึกถึงนะคะ แล้วมีกรณีหนึ่ง เช่น ถ้าเป็นหมอนี่ เวลาประมวลผล คนนี้อย่างไรก็ไม่รอด แต่เด็ก ๆ คิดว่าหมอจะทำให้คนไข้ตายไหม ไม่ใช่ไหมคะ แต่ถ้าเป็นหุ่นยนต์ มันจะประมวลแล้วเป๊ะตามนั้น ตาย นึกออกไหม นั่นก็คือในความคิดของคนกับหุ่นยนต์ นิด ๆ ที่เขาเรียกว่า "มนุษยธรรม" คือ คนมันยังมีความคิดว่าเป็นคนด้วยกัน อย่างไรก็ต้องอาจจะอยู่ต่อไปได้ ถึงแม้เขาจะไม่มีประโยชน์อะไร แต่ถ้ามันเป็นหุ่น พอมันโดนสั่งว่าถ้ามันเป็นเคสนี้ กรณีนี้ปุ๊บ คือ อยู่ไปก็ทำอะไรไม่ได้ ไม่มีประโยชน์อะไร สถานะ คือ ตาย มันก็จะปล่อยตาย ตามคำสั่ง นึกออกไหม มันจะทำตามคำสั่งเป๊ะ มันไม่มีมาเผื่อว่านี้เป็นคนนะตายไม่ได้ นึกออกนะ มันไม่จะไม่มี Moment นั้น นึกออกนะคะ มันจะไม่มีความละเอียดอ่อนเหมือนกัน ความละเอียดอ่อนทางจิตใจน่ะ รู้สึกรัก โลภ โกรธ หลง อย่างนี้ มันจะไม่ค่อยมี ทีนี้วิธีการแสดงผลของคนนะคะ ก็คือถ้าใช้ผ่านคำพูด ถ้าเด็ก ๆ ก็ใช้ผ่านภาษามือ ใช่ไหมคะ หรืออ่าน หรือเขียน เขียนให้เห็นใช่ไหม เหมือนสั่งการบ้านไปมาส่งแม่ ถ้ายุคใหม่ ก็คือพิมพ์เป็นใบงานมาส่งอะไรอย่างนี้ เช่น ผ่านการเคลื่อนไหว เช่น พอแม่บอกยืนขึ้น เด็ก ๆ เหมือนเสียงของเราดังเลยน่ะ นะคะ เด็ก ๆ ก็จะลุกยืนขึ้นอย่างนี้เป็นต้นนะคะ นั่นก็คือผ่านการเคลื่อนไหว การประมวลผลของคนจะได้เยอะกว่าคอมพิวเตอร์เหมือนกัน เห็นไหมคะ ทีนี้นะคะ ก็เลยทำเป็นตารางเปรียบเทียบให้เห็นนะคะ ก็คือ ถ้าเรา อันนี้มนุษย์ประมวลผลโดยผ่านประสาทสัมผัสนะคะ ประมวลผลโดยสมอง ส่วนคอมพิวเตอร์ประมวลผลผ่านอุปกรณ์ที่เรียกว่า CPU หรือ อื่น ๆ ส่วนของการนำเข้าข้อมูลของเรา ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ก็คือ ตา, หู, จมูก, ปาก แล้วก็มืออย่างนี้นะคะ ส่วนคอมพิวเตอร์ ก็คือผ่านคียบอร์ดกับเมาส์ แล้วก็ส่วนของ Output หรือการแสดงผลนะคะ ของคน ก็คือผ่านการพูด การอ่าน การเขียน การเคลื่อนไหว แต่คอมพิวเตอร์ ก็คือแสดงผ่านหน้าจอเท่านั่น หรืออุปกรณ์ที่ใช้แสดงผลของคอมพิวเตอร์เท่านั้นนะคะ เดี๋ยวขอเบรกสัก 10 นาทีก่อนนะคะ ใครจะไปเข้าห้องน้ำ เด็ก ๆ ตอนนี้แม่เบรก โอเคนะคะ พร้อมเรียนต่อไหม โอเค เดี๋ยว นะคะ หัวข้อต่อมาของเรา ก็คือแล้วทีนี้เราจะเขียนโปรแกรมนี่ เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์นี่นะคะ เราต้องทำอะไรบ้าง คือ ในวิธีการเขียนโปรแกรมนี่ มันมีอยู่ 5 ขั้นตอน ก็คือวางแผน วิเคราะห์ ออกแบบ พัฒนา แล้วก็ดูแลรักษานะคะ มาดูที่ขั้นตอนแรกก่อน การวางแผน Planning คือ ก่อนจะเขียนเราก็ต้องรู้ก่อนว่าเราต้องการเขียนอะไร หรือมีปัญหาอะไรมา ถึงมาเขียน ก็คือต้องวางแผนก่อนนะคะ ว่าต้องการพัฒนาอะไร ทำอะไร มันมีลำดับขั้นอย่างไร ก็ต้องให้รู้นะ นะคะ พอวางแผนเสร็จ ก็ต้องมาวิเคราะห์ วิเคราะห์อะไร วิเคราะห์เพื่อให้รู้ว่าอะไรเป็นข้อมูลที่จะนำเข้า เห็นไหมคะ ต้องระบุข้อมูลเข้า Input ต้องบอก Input ต้องบอก จะป้อนข้อมูลอะไรเข้าไปให้คอม (พิวเตอร์)นะ พอวิเคราะห์อะไรอีก เมื่อป้อนไปแล้ว สิ่งที่เราต้องการออกมาหลังจากการป้อนข้อมูลนั้นคืออะไร เห็นไหมคะ ให้อะไรเข้าไป แล้วจะได้อะไรออกมา ต้องการอะไรออกมา และสุดท้ายมากำหนดวิธีการประมวลผล ก็คือแล้วมันคอมพิวเตอร์มันจะต้องประมวลผลอย่างไร จะได้ผลลัพธ์นั้นออกมานะคะ พี่ล่ามไม่ได้ยินเสียอย่างนั้น ตอนแรกเห็นไอ้นี่กับเราอยู่ เราก็เลยไปเลยนะคะ ไม่ให้เป็นการเสียเวลา พี่ล่ามได้ยินหรือยัง ได้ยินไหมคะ โอเค นะคะ ก็คือเราจะต้องรู้ก่อนว่าเราจะสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำอะไร นั่นก็คือระบุข้อมูลเข้า เสร็จแล้ว พอสั่งมันไปแล้วนี่ เราก็ต้องรู้ก่อนว่าแล้วถ้าให้คอมพิวเตอร์ทำผลลัพธ์ที่จะออกมาคืออะไร ใช่ไหม ก็คือเหมือนแม่สั่งให้ทำการบ้าน สิ่งที่เด็ก ๆ จะต้องส่งมาก็คือการบ้าน นั่นก็คือผลลัพธ์ใช่ไหมคะ แต่ไม่ใช่ว่าสั่งการบ้าน บอกให้ทำรายงานมาส่ง แต่สิ่งที่เด็ก ๆ ส่งมาเป็นกระดาษ 1 แผ่น ถูกต้องไหม รายงานไม่ควรเป็นกระดาษ 1 แผ่น ถูกไหม อย่างนี้เป็นต้นนะ พอรู้วิธีเข้า ข้อมูลที่จะเข้า ข้อมูลที่จะออก แล้วเราจะสั่งคอมพิวเตอร์ให้มันทำงานอย่างไรใช่ไหม เหมือนเราต้องการให้ ถ้าใครเคยเห็นตู้หยอดเหรียญน้ำดื่มน่ะ เครื่องดื่มอัตโนมัติน่ะ ขั้นตอน คือ ใส่เหรียญเข้าไปใช่ไหมคะ เสร็จแล้วไปทำอะไร ไปเลือกใช่ไหมลูก ไปเลือก เราต้องไปเลือกว่าจะเอาน้ำอะไรใช่ไหมคะ พอเลือกน้ำเสร็จ อะไรนะ มันก็จะบอกจำนวนเงินใช่ไหม เราต้องหยอดจำนวนเงินให้เท่ากับอะไรนะ ให้เท่ากับราคาใช่ไหมคะ มันถึงจะได้ ไอ้น้ำออกมา เช่น สมมติ ตู้นั้นมีโค้ก มีแป๊บซี่ มีน้ำส้ม เป๊บซี่ 10 บาท โค้ก 12 บาท น้ำส้มเรา เลือกน้ำส้ม หยอดให้ได้เงิน 12 บาทใช่ไหมคะ แล้วเราก็จะกดปุ่มว่าตกลงนะ เราเลือกน้ำส้ม น้ำส้มมันถึงจะหล่นลงมาให้ เห็นไหมคะ ขั้นตอน ก็คือเราจะต้องเลือกก่อนว่าเราจะ ซื้ออะไร ถูกไหม พอเลือกเสร็จเราก็ต้องใส่จำนวนเงินตามราคาสินค้า ก็ต้องหยอดเหรียญลงไป พอคอมพิวเตอร์มันได้เหรียญครบตามจำนวนนะคะ มันก็จะส่งน้ำส้มออกมาให้นะคะ นั่นก็คือวิธีการประมวลผลของคอมพิวเตอร์นั่นเองนะคะ ทีนี้ในส่วนของออกแบบ แล้วก็ Design วันนี้เราจะพูดถึงอัลกอริทึม ก็คือเป็นการออกแบบให้คอมพิวเตอร์รู้ โดยเราเป็นคนออกแบบ มันสามารถเขียนได้ 3 แบบ ก็คือแบบบรรยาย แล้วก็แบบผังงาน แล้วก็แบบเขียนเป็นรหัสจำลองนะ บรรยาย Narative Description แล้วก็รหัสจำลอง ทีนี้จะข้ามนะคะ ข้ามส่วนนี้ไป ไปโผล่ตรงนี้เลย เดี๋ยวจะไม่เข้าใจ มาดูสิ่งที่เราจะทำวันนี้ ก็คืออัลกอริทึมนะคะ มันจะเป็นวิธีการลำดับขั้นตอน ที่จะให้คอมพิวเตอร์น่ะ ที่เราจะไปสั่งคอมพิวเตอร์เราจะลำดับขั้นตอนอย่างไร ให้มันสามารถทำงานได้นะคะ นั่นก็คืออัลกอริทึม ซึ่งแบบที่ 1 นะคะ ที่เราจะพาเขียนในวันนี้ เขียนเป็นแบบบรรยายขั้นตอนวิธี สำหรับเขียนโปรแกรม หรือขั้นตอนวิธีในการเขียนแบบอัลกอริทึมนะคะ เขาระบุไว้ว่าถ้าเราจะเขียนอัลกอริทึมให้ได้ดีนี่ 1. เราต้องเขียนให้มันชัดเจน ก็คือสั่งให้ชัดเจนว่าให้มันรับอะไรเข้าไป ให้มันแสดงอะไรออกมา ต้องระบุลงไป เจาะจงลงไปนะคะ 2. ลำดับการเขียน จะต้องเขียนให้เป็นขั้น ๆ เลย เหมือนที่แม่บอกน่ะ เหมือนจะซื้อน้ำส้ม เราต้องเลือกน้ำส้มก่อน เพื่อให้รู้ว่าน้ำส้มราคาเท่าไร เสร็จแล้วก็ค่อยไปหยอดเหรียญใช่ไหมคะ หยอดเหรียญเสร็จ พอหยอดครบตามจำนวน น้ำส้มถึงจะออกมา นั่นก็คือมันต้องมีขั้น ไม่ใช่ไปใส่เหรียญก่อน แล้วค่อยมากดเลือก แล้วค่อยมานั่นนี่โน่น นึกออกนะ มันต้องบอกให้คอมพิวเตอร์มันทำงานไปตามขั้นที่เราสั่ง มันจะไม่สามารถกระโดดข้ามไปข้ามมา มันจะไม่เหมือนคน ที่เวลาสั่งไปทำงาน สมมติบอกว่าเดี๋ยวออพต้าไปซื้อกาแฟ Amazon อยู่ปั๊ม ก็โผล่ไปปั๊ม เสร็จแล้วคนมีต่อ ไปแวะเซเวน คือ ไปซื้อขนมตัวเอง แม่ไม่ได้สั่ง นอกเหนือคำสั่ง นึกออกไหม เพราะอะไร เพราะแม่ไม่ได้ไปด้วยใช่ไหม แม่ก็จะไม่เห็นหรอยเข้าเซเว่นไปแล้ว อย่างนี้เป็นต้นนะคะ แต่ถ้าคอมพิวเตอร์น่ะ พอเราสั่งปุ๊บมันก็จะไปตามเส้นทางที่เราสั่ง ให้นึกถึงเหมือนทำไมเขาถึงมีระบบขับอัตโนมัติ นึกออกนะ เพราะคอมพิวเตอร์มันจะ ไม่ออกนอกเส้นทางไง นึกออกใช่ไหมคะ เพราะเดี๋ยวนี้พวกรถส่งของเขาก็จะติดระบบพวกนี้ไว้ เพราะว่ามันจะควบคุม ไม่ให้คนขับรถเอารถออกไปนอกเส้นทางได้ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ คอมพิวเตอร์มันจะ... อ๋อ ปรากฏเป็นกับคอมฯ ในคอมมันเครื่องมันประมวลผลช้า น้องสงสัยทำไมพี่ล่ามไม่ได้ยินแน่เลยน่ะ สัญญาณมันน่าจะหลุด โอเค พี่ล่ามได้ยินแล้วนะ พอดีเครื่องน้องภาพมันหยุดไป น้องก็เลยว่าทำไม... เป็นกับคอมฯ นะคะ คอมฯ มันประมวลผล อย่างที่บอก ความเร็วในการประมวลผลนี่นะคะ และอัลกอริทึมที่ดีต้องมีจุดสิ้นสุดเสมอ เราจะต้องบอกให้คอมพิวเตอร์มันรู้จักจบด้วย ไม่อย่างนั้นมันก็จะทำไปเรื่อย ๆ หมุนวนอยู่นั่นล่ะ ไม่อย่างนั้นมันก็ทำไม่หยุดนะคะ มันก็ไม่หยุด ไม่เหมือนคนนะ ถ้าเหนื่อยก็จะหยุดพักนะคะ มันก็จะทำไปเรื่อย ๆ ตามหลัก ก็คือมันต้องมีบอกว่าจบตอนไหน เหมือนบอกระยะเวลาน่ะ ว่าใช้เวลาในการเท่าไร อะไรอย่างนี้นะคะ ต่อมา ข้อต่อมา ก็คือตามหลัก เวลาให้คอมพิวเตอร์ทำงาน เราต้องให้มันประมวลผลได้น้อยที่สุด คือ อย่าเยอะ อย่าเยอะกับมันว่าอย่างนั้นเถอะ สั่งสั้น ๆ ห้วน ๆ ก็เข้าใจแล้วนะคะ แล้วก็ต้องสามารถไปแก้ไขดัดแปลงได้ โปรแกรมที่เราเขียน ไม่ใช่ทำแล้ว ดูก็ไม่รู้ ไม่รู้จะแก้อย่างไร อย่างนั้นไม่ถูกต้องนะคะ ทีนี้สิ่งต่อมาที่เราจะต้องทำนะคะ การเขียนวิธีแบบมาตราฐาน อยากให้เด็ก ๆ เปิดอีเมล ให้เด็ก ๆ เปิดอีเมลนะคะ เปิดอีเมลตัวเอง อีเมลมหาวิทยาลัยนะคะ เข้า Classroom ที่เรามีไว้ให้ เข้าไปในห้องเรียนของเรานะคะ นี่ อะไรนะ Windows ไม่ขึ้น กดผิด Windows อะไรล่ะ โอเค เข้าไปใน Classroom จำได้ไหมคะ ที่สร้างไว้ให้แล้ว ตอนนี้ให้เด็ก ๆ เข้า Classroom นะคะ เพราะมันจะมีใบงานที่เราจะต้องทำไปด้วยกันนะคะ ในชั่วโมงนี้นะคะ อยู่ตรงนี้ค่ะ ใบงานสัปดาห์ที่ 2 นะคะ มอบหมายไปแล้ว เข้าไปเปิดงานได้เลย มันจะมีไฟล์อยู่ใน Word นะคะ เวลาส่ง เวลาส่งงานนะคะ ส่งงานกลับเข้ามาใน Class ก็คือพิมพ์ชื่อ แล้วก็รหัสตัวเองไว้ที่หัวใบงานตัวเองนะคะ ไฟล์ใบงานมันจะเป็น Word น่ะ ก่อนจะส่งเข้ามาก็อย่าลืมใส่ชื่อ ใส่รหัสด้วย เห็นไหมคะ เปิดเข้าไปเจอไหม หน้าตาใบงานจะเป็นอย่างนี้นะคะ อยู่หัวจะมีใบงานสัปดาห์ที่ 2 มีแบบขั้นตอนวิธีมาตรฐาน แล้วก็แบบชุดคำสั่งเทียม ก็คือเด็ก ๆ จะได้ทำใบงานนี้ แล้วส่งกลับมา ส่งเข้าใน Classroom ของเรานะคะ ท้ายชั่วโมง เป็นอย่างไร เปิดทิ้งไว้เลยก็ได้ เปิดไปด้วย จะได้ทำความเข้าใจไปด้วยนะคะ มีใครยังไม่เปิด เดี๋ยวถาม แม็กกี้ อ๋อ ก้มอยู่ เดี๋ยวก่อน ไล่ไปทีละคน ออพต้าดูอยู่ไหม ออพต้าเปิดเสร็จหรือ ยัง ใครยังเข้า Classroom ไม่ได้ ยกมือนะคะ แก้ม เด็ก ๆ เข้าอยู่ใช่ไหม จำ... ยังจำรหัสอีเมลใหม่ของมหาวิทยาลัยไม่ได้ใช่ไหม พากันเปิดทุกคนเลย อุบลเข้าหรือยังลูก เข้าแล้วนะ โอเคครับ แบงก์เข้าหรือยังครับ เสร็จหรือยัง เข้าเรียบร้อยหรือยัง เปิดใบงานหรือยัง เปิดใบงานแล้วนะ เห็นใบงานแล้วนะคะ โอเค ตี๋น้อยเสร็จหรือยังครับ เปิดหรือยังครับ เปิดแล้ว โอเคครับ องุ่น องุ่นกำลังเปิด โอเค เดี๋ยวย้อนกลับมาที่แม็กกี้ แม็กกี้เปิดหรือยังครับ ก้ม ๆ อยู่ น่าจะยัง เห็นไหมคะ แม่ก็จะเห็นว่าเด็ก ๆ ทำอะไรอยู่ ออพต้าเปิดหรือยังครับ ยังใช่ไหม ออพต้า มิ่ง มิ่งเปิดได้หรือยัง โอเค ดูกุ้งนางด้วยนะ กุ้งนางเปิดได้แล้วบ่ มิ่งดูกุ้งนางให้ด้วยนะ โอเค กุ้งนางเปิดหรือยังคะ โอเค น่าจะเปิดครบหมดทุกคนแล้วนะคะ องุ่นหรือ แม็กกี้ล่ะ แม็กกี้เปิดได้หรือยัง แม็กกี้เปิดเสร็จหรือยัง เปิดหรือยังลูกแม็กกี้ โอเค แม็กกี้ก็เปิดแล้ว โอเคค่ะ เหลือองุ่นใช่ไหม เหลือองุ่นคนเดียวนะ องุ่นจำรหัสผ่านไม่ได้ เลขบัตรประชาชนไม่ใช่หรอ เมลมหาวิทยาลัยน่ะ อย่าเพิ่งทำ เดี๋ยว ๆ แป๊บ เข้าเมลไม่ได้บ่ ยังเหลือ 1 สาว เข้าเมลไม่ได้ รอก่อนนะคะ เราบอกแล้ว เมลมหาวิทยาลัยมันจะได้ใช้บ่อยนะ ได้หรือยัง องุ่นบอกแล้วว่าอย่าลืมนะ ใช้ทุกวิชา แทบจะใช้เลยไหม ไอ้นี่ นี่ ๆ เธอเปลี่ยนเมลหรือ แล้ว ใช้เมลที่ได้มาลองแล้วไม่ได้หรือ ไม่ใช่มันเปลี่ยนรหัสบ่ โอเคนะคะ สำหรับเพื่อน ๆ คนอื่น มาดูสไลด์เราต่อดีกว่า เดี๋ยวมันจะไปต่อไม่ได้ ก็คือเราจะมาเขียนอัลกอริทึมแบบที่ 1 นะคะนี่ขั้นตอนวิธีแบบมาตราฐาน กับแบบที่ 2 นะคะ 2 แบบ สำหรับงานในวันนี้นะคะ มาดูแบบแรก มันก็จะมีตัวอย่างว่าอัลกอริทึมแล้วก็ตามตัวอย่าง อันนี้ตัวแบบมัน มาดูตัวอย่างวิธีเขียนนะคะ เช่น ตอนนี้นะคะ ตัวอย่างนี้ ก็คือจะเขียนอัลกอริทึมเพื่อคำนวณหาพื้นที่รูปสามเหลี่ยมนั่นเอง ตรงนี้เห็นไหมคะ ในใบ... เด็ก ๆ เปิดใบงานดูควบคู่กันไปด้วยก็ได้ ตรงคำว่า "อัลกอริทึม" แล้วก็จะมีบอกว่าชื่อใช่ไหมคะ นั่นก็คือเราจะบอก ชื่อตัวนี้เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้ เด็ก ๆ จะตั้งชื่อนี้ว่า Triangle Area สามเหลี่ยมอย่างนี้ เป็นภาษาอังกฤษ แต่เป็นภาษาไทย ก็คือเป็นสามเหลี่ยม ทีนี้บอกแล้วว่าการประมวลผลใช่ไหม เราจะต้องรู้ว่า Input คืออะไร Input ของพื้นที่สามเหลี่ยม ก็ต้องมีความยาวของฐานถูกไหมคะ เพราะสูตรของการหาพื้นที่สามเหลี่ยม ก็คือเศษ 1 ส่วน 2 คูณฐาน แล้วก็คูณสูง ถูกไหม เพราะฉะนั้น เราก็ต้องบอกความยาวฐาน ว่าฐานมันยาวเท่าไรนะคะ แล้วบอกความสูง เห็นไหมคะ สามเหลี่ยมนี้มีความสูงเท่าไรนะคะ ในนี้นะคะ มีเพิ่มบอก อาจบอกเป็นเลขจำนวนเต็มหรือเลขจำนวนจริงนะคะ แต่ต้องเป็นเขที่ไม่มีค่าลบ เพราะคอมพิวเตอร์น่ะ ค่าตัวเลขของคอมพิวเตอร์น่ะ มีทั้งค่าที่เป็นลบ แล้วก็ค่าที่เป็นจำนวนจริงนะคะ กับจำนวนเต็ม จำนวนเต็มนั่นคือไม่เป็นเลขทศนิยมนั่นเองลูก แต่ถ้ามีเลขทศนิยม คอมพิวเตอร์มันจะเรียกว่า "จำนวนจริง" นะคะ เสร็จแล้วสิ่งที่ Output สิ่งที่แสดงผลออกมา ก็คือให้มันแสดงค่าพื้นที่ เห็นไหมคะ พื้นที่ของสามเหลี่ยมนี้ พื้นที่สามเหลี่ยมนี้ มีพื้นที่เท่าไรเห็นไหม ทีนี้พอจะสั่งคอมพิวเตอร์นี่ ตามหลักแล้วก็คือต้องบอกเริ่มต้น ก็คือมี Begin เป็นภาษาไทย เด็ก ๆ ก็เขียนว่าเริ่มต้น แต่ในแบบเรา ก็คือมีอัลกอริทึม มี Input Output ที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษ เพราะอะไร เพราะตอนที่จะไปเขียน เพราะ Pseudo Code มันจะเป็นภาษาอังกฤษ ถ้าเด็ก ๆ เขียนภาษาอังกฤษตั้งแต่แรก เด็ก ๆ ก็จะเข้าใจง่ายนะคะ คือ เราควรจะหาคำศัพท์ด้วย อะไรอย่างนี้ด้วยนะคะ ถ้ามันมีเงื่อนไข เราก็ต้องใส่นะคะ ในนี้บอกขั้นตอนว่าให้ทดสอบก่อน ว่าค่าความยาวน่ะ มีค่าเป็นน้อยกว่า 0 หรือไม่ ไม่ให้ค่าตัวเลขมันติดลบ มันเลยต้องมาหา มาตรวจสอบ ให้คอมพิวเตอร์ตรวจสอบ ว่ามีค่าน้อยกว่า 0 หรือไม่นะคะ if if คือ การกำหนดเงื่อนไข ถ้ามันมีเงื่อนไขปุ๊บ เราจะใช้คำว่า "if" ก็คือถ้า then ถ้าแล้วนะคะ Else ถ้ามี if อีกก็ใส่เข้าไปเหมือนกันนะคะ ทุกครั้งที่จบ จะต้องมีคำว่า "จบ" หรือ "end" เสมอนะคะ ต้องบอกการจบหรือการสิ้นสุดการทำงานของมันนะคะ ถ้าเรา ตัด 2 ท่อนนี้ออกก็ได้ เราก็แค่ให้ input ใช้คำว่า "input" ค่าเข้าไป ใช้คำว่า "Input" ค่า คือ วิธีการเขียนโดยเขียนเป็นแบบมาตราฐาน มาดูโจทย์ที่จะให้ทำ เด็ก ๆ ให้เด็ก ๆ เขียนขั้นตอนวิธี เพื่อหาเลขคู่เลขคี่ ก็คือทำในใบงาน เราไปเปิดใบงานเราควบคู่กันไปค่ะ เดี๋ยวพาลองทำอันแรกก่อนนะ เห็นไหมคะ ชื่อขั้นตอน วิธี เลขคู่ เลขคี่ ลองตั้งชื่อเป็นภาษาอังกฤษ เพราะฉะนั้น ใช้อะไรคะ ใช้ Google แปลภาษา หาคำว่า "เลขคู่" และก็เลขคี่ แปลออกมาเป็นภาษาอังกฤษว่าอย่างไร อันดับแรกต้องใส่ชื่อเข้าไป เลขคู่กับเลขคี่นะคะ ถ้าใครเจอแล้วพิมพ์เลยนะคะ เพราะงานนี้ต้องส่งท้ายชั่วโมง ใครหาคำว่า "เลขคู่ เลขคี่" ที่เป็นภาษาอังเจอแล้ว ใส่คำว่า "ชื่อขั้นตอนวิธี" ได้เลยนะคะ ใส่เข้าไปได้เลย ทีนี้ มาดูในส่วนของ Input เราจะหาเลขที่เป็นเลขคู่ เลขคี่ได้ ก็ต่อเมื่ออะไรคะ เราจะต้องป้อนอะไรเข้าไปให้คอมพิวเตอร์ ป้อนตัวเลข ถูกไหม เพราะเราจะใส่ ทีนี้อยากให้ระบุ เด็ก ๆ อยากป้อนตัวเลขกี่ตัว อย่างนั้นแม่ระบุให้ก่อนก็ได้ สมมติไม่อยากเยอะนะคะ ก็คือเราอยากให้ระบุว่าให้ใส่ตัวเลขจำนวนเต็ม เพราะอะไร ถ้าเป็นจำนวนเต็ม เด็ก ๆ ไม่ต้องใส่ทศนิยมน่ะ ไม่ต้องใส่จุด 1 2 3 11 12 นึกออกนะ ตัวเลขที่เป็นจำนวนเต็มนะคะ จำนวนเต็มกี่หลัก ให้ใส่แค่ 2 หลัก ก็คือหลัก 10 น่ะค่ะ นึกออกไหม เพราะฉะนั้น Input ก็บอกว่าให้รับค่า เพราะคอมพิวเตอร์จะเป็นตัวรับค่านะ ให้รับค่าเลขจำนวนเต็ม 2 หลัก ต้องเขียนอย่างนี้นะคะ สิ่งที่เป็น Output ก็เป็นสิ่งที่เราจะหา สิ่งที่ต้องการให้มันแสดงออกมา ก็คืออะไรคะ เลขอะไร ชื่อ... ชื่อคำสั่งคือให้หาเลขคู่ เลขคี่ใช่ไหมคะ Output ที่จะออกมาก็ต้องเป็นเลขอะไรคะ ต้องได้ทั้ง 2 เลขนะ ก็คือเลขคู่ แล้วก็ต้องมีคำว่า หรือเลขคี่ เพราะคนที่ เพราะตอนที่เราใส่ข้อมูลเข้าไปเราให้ คนอื่นใส่นี่ เราจะไม่รู้เลยว่าเขาป้อนเลขอะไรเข้าไป นึกออกไหม แต่คอมพิวเตอร์มันจะเป็นตัวประมวลออกมา ว่าเลขที่ใส่ออกมานั้น ออกมาแล้วจะเป็นเลขคู่หรือจะเป็นเลขคี่ เพราะฉะนั้น Output ที่ได้ออกมา มีความที่จะเป็นเลขคู่ก็ได้ เลขคี่ก็ได้ เพราะฉะนั้น เวลาเขียน Output ก็ต้องเขียนว่าเลขคู่ หรือเลขคี่นะคะ ก็คือคอมพิวเตอร์มันก็จะแสดงทั้ง 2 ตัว เลขที่ป้อนเข้าไปเป็นตัวไหนออกมา เพราะฉะนั้น ตรง Output ก็ใส่เลขคู่หรือเลขคี่ลงไปนะคะ ตรงส่วนอื่นที่พอเริ่ม Begin ในนี้ ในวงเล็บปีกกาใหญ่ เห็นไหมคะ เขาบอกให้ใส่อัลกอริทึมหรือคอมเมนต์ลงไปก็ได้ Begin ให้ทำอะไร อาจให้เริ่มรับค่า ถ้าเป็นคำสั่งเพื่อให้คอมพิวเตอร์รับค่านะคะ ไอ้พวก if นี่เป็นเงื่อนไข เป็นส่วนของการ Process เราต้องมาดูว่าในตัว... ในตัวงานเราน่ะ มันต้องทำ if ไหม ต้องมีเงื่อนไขไหมเห็นไหมคะ นะคะ if then else อย่างนี้เป็นต้นนะคะ แต่ที่ต้องมีแน่ ๆ ก็คือส่วนของคำสั่งสำหรับรับข้อมูลใช่ไหมคะ Begin เริ่ม เริ่มอะไร คำสั่งในการคอมพิวเตอร์นะคะ เริ่มอะไร คำสั่งในการคอมพิวเตอร์นะคะ นะคะ ถ้าเป็นภาษาอังกฤษก็จะมี Get มี Read แล้วก็มี มี 2 อันนี้ มี get กับ read ใช้ Get กับ reed Get อะไร Get number ใช่ไหม Get แล้วก็ตามด้วยชื่อตัวแปล เพื่อสั่งว่ามันทำอะไร Get number นะคะ ก็คือรับจำนวนตัวเลขอย่างนี้นะคะ เดี๋ยวพิมพ์ให้ดู ก็คือเราก็ต้องบอก เริ่มต้นก็คือ... ใช่ไหม เพราะถ้าไม่ป้อนตัวเลขเข้าไปให้ มันก็จะไปคำนวณไม่ได้ไง ว่าเลขนี้เป็นเลขคู่ เลขคี่ Get Number ค่ะ เพระาตัวเลขภาษาก็คือ Number นะคะ พอรับค่าไปแล้ว เสร็จแล้ว จะเป็นขั้นตอนที่เรียกว่า เดี๋ยวจะใช้ Comment มาอยู่ตรงนี้นะคะ ตรง Comment นี่ เราบอกว่าเริ่ม เริ่มให้นับค่าตัวเลข ก็ให้เขียนบอกเป็นภาษาไทย เราจะได้รู้ว่าตรงนี้เราสั่งให้คอมพิวเตอร์มันทำอะไร คือ ตรงส่วนที่ Comment มันเป็นภาษาไทยได้ เพื่อเราจะได้รู้ว่าตรงนี้เราบอกให้คอมพิวเตอร์มันทำอะไร รับจำนวน รับค่า รับค่าตัวเลข ตัวเลข เห็นไหมคะ ก็เลยสั่ง Get Number เสร็จแล้วทำอะไร ก็จะเป็นขั้นตอนต่อมา ก็คือพอรับค่าตัวเลขเข้ามา เราก็ต้องให้คอมพิวเตอร์มันประมวลผล ว่าตัวเลขที่รับมานั้นเป็นเลขคู่หรือเลขคี่ วิธีในการหาเลขคู่ เลขคี่ นั่นก็คืออะไรเอาย ใช้ IF ก็ได้นะคะ IF เพราะมันเป็นเงื่อนไข มันมี 2 ทางเลือกว่าเป็น if condition การตัดสินใจเมื่อตัวนี้เป็นอย่างไร ถ้า Number นะคะ ถ้า Number ใช่ไหม เพราะสิ่งที่เราใส่เข้ามา ก็คือ number ใช่ไหมคะ ถ้า number ตัวเลข หารด้วย หารด้วยเท่าไร ถึงจะรู้ว่าเป็นเลขคู่ เลขคี่ หารนะคะ หารในคอมพิวเตอร์ เครื่องหมายหารของคอมพิวเตอร์ คือ / นะลูก คอมพิวเตอร์จะไม่ใช้เครื่องหมายหารแบบมีขีดกลางแล้วก็มีจุดบน 2 จุดนะ คอมพิวเตอร์ใช้เครื่องหมายหาร คอมพิวเตอร์ คือ / หาร 2 แล้ว Then นะคะ Then คือตรงนี้ แล้วนี่ ถ้าหาร 2 แล้วลงตัวนะคะ ตรงนี้ก็จะต้อง ให้มันแสดงผล คำสั่งแสดงผล ในคอมฯ มีคำสั่ง print หรือ Display คือ ถ้าใช้ Print จะแสดงทางเครื่อง printer จะแสดงทางหน้าจอ เราไม่มี ในห้องเราไม่มีเครื่องพรินต์เตอร์ ให้นึกถึง เราก็ให้แสดงทางหน้าจอ ก็คือ Display Display อะไร เมื่อกี้ เลขคู่ เลขคี่ ได้ภาษาอังกฤษแล้วใช่ไหม เดี๋ยวแม่จะถาม แม็กกี้ เลขคู่ ภาษาอังกฤษว่าอะไรลูก สะกดมาสิ แม็กกี้รู้หรือยัง เจอหรือยัง ภาษาอังกฤษว่า สะกดให้แม่ฟังหน่อยสิ ภาษาอังกฤษมีตัวอะไรบ้าง คำว่า "เลขคู่" สะกดมือ ใช้มือเปิดดูได้นะคะ มีตัวอะไรบ้าง สะกดให้พี่ล่ามดูด้วย เพราะพี่ล่ามจะบอกแม่ แม่จะได้พิมพ์ลงไป ก็คือให้นึกถึงนะ เด็ก ๆ ลองเปิดเครื่องคิดเลขในมือถือก็ได้นะคะ (ล่าม) ยังเปิดไม่ได้เลยครับ เพราะว่า Internet มีปัญหาครับ (อาจารย์สุธิรา) อย่างนั้นเดี๋ยวถามคนอื่นก็ได้ ถาม... ภาพล่ามกระตุก ถามแบงก์ดีกว่า แบงก์ แบงก์ เมื่อกี้คำว่า... คำว่า "เลขคู่" ในภาษาอังกฤษ สะกดสิ สะกดคำว่า "เลขคู่" ในภาษาอังกฤษให้ฟังสิ หาเจอหรือยัง ให้ Search คำว่า "เลขคู่ เลขคี่" น่ะ ไหนลองสะกดสิ แบงก์ลองสะกดสิ โน่น ๆ ไอ้โต๊ะไอ้แบงก์นะ หลังแบงก์น่ะ ปอย ปอยไปโต๊ะแบก์ บอกให้แบงก์สะกดให้พี่เขาฟัง สะกด (ล่าม) e-v-e-n (อาจารย์สุธิรา) e-v-e-n ถูกต้องครับ e-v-e-n ก็คือเลขใด ๆ ก็แล้วแต่ ที่หารด้วย 2 นะคะ แล้วลงตัวนี่ ตัด condition ออกนะ Number ที่มันหารด้วย 2 นะคะ แล้วลงตัวนี่ เราจะให้มันแสดงคำว่า ถ้าเป็นภาษาไทยนะคะ ก็ให้แสดง ต้องใส่เครื่องหมายคำพูดด้วย ถ้าแสดงเป็นข้อความนะคะ การแสดงผลในคอมพิวเตอร์ ถ้าเป็นข้อความเราจะต้องมีเครื่องหมายคำพูดนะคะ ทีนี้อยากให้แสดงเป็นภาษาไทยแล้วกัน Even ก็คือเลขคู่ ใส่เป็นอย่างนี้ก็ได้นะคะ even เท่ากับ มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เด็ก ๆ จะได้จำได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ให้มันแสดงคำว่า "Even" วรรคเลขคู่ อย่างนี้นะคะ ก็คือบอกให้เรารู้ว่า คือ ป้อนเข้ามาเมื่อกี้นี้มันคือเลขคู่นะ Else ก็คือถ้ามันหารด้วย 2 แล้วไม่ลงตัวนะคะ เราก็จะให้มันแสดงคำว่า "เลขคี่" แทน เพราะฉะนั้น มันก็จะเป็นอะไรคะ ไอ้ตรงนี้มันเป็นเงื่อนไข ว่าตัวเลขนี้มาหารด้วย 2 นะคะ แล้วความจริงมันจะมีต่ออีกนะ หารด้วย 2 แล้วมันไม่มีเศษ ใช่ไม่มีเศษนี่นะคะ เลขนี้ก็จะเป็นเลขคู่ Else Else นี่ หมายความว่าถ้าหารด้วย 2 แล้วมันมีเศษ เราก็จะต้องบอกว่าเลขนี้ นะคะ เลขคี่ภาษาอังกฤษ เดี๋ยวถามคนต่อไป เมื่อกี้ออพต้าน่าจะได้แล้ว ออพต้า สะกดเลขคี่ภาษาอังกฤษ หาเจอแล้วใช่ไหม คำว่า "เลขคี่" ในภาษาอังกฤษสิ สะกดสิ โชว์มือให้พี่เขาเห็นด้วย มีตัวอะไรบ้าง (ล่าม) B-i-s-p-l-a-y แล้วก็ Number ครับ คือ เลขคี่ (อาจารย์สุธิรา) เดี๋ยวนะ มีตัวอะไรบ้างนะ เอาใหม่ ๆ (ล่าม) b-i-s- p-a-l-a-y (อาจารย์สุธิรา) ไม่ใช่ ไม่ใช่แล้ว คำว่า "เลขคี่" ในภาษาอังกฤษ ไม่ใช่ Bripaly เลขคี่ภาษาอังกฤษว่าอะไร ไหน Search อย่างไร (ล่าม) B (อาจารย์สุธิรา) Odd ไม่ใช่หรือ นี่ เลขคู่เลขคี่นี่ Even Odd นี่ ไปหาอะไรมาน่ะ ต้อง Search ให้เป็นด้วยนะคะ โดยปกติคำว่า "เลขคู่ เลขคี่" ก็คือ Odd กับ Even นะคะ นี่นะคะ ก็คือบอกขั้นตอนนะคะ ชื่อขั้นตอนนี้ เราจะหาเลขคู่เลขคี่ได้ ก็คือเราต้องป้อนจำนวนตัวเลขเข้าไปให้คอมพิวเตอร์นะคะ ที่บอกว่าให้ใส่จำนวนเต็ม เพราะว่าถ้าเวลาเรานำมาคำนวณในการหารนี่ มันก็จะทำให้รู้ผลว่าเป็นเศษหรือไม่เป็นเศษ ทศนิยมน่ะ โอกาสมันจะเกิดเศษเยอะนะคะ เห็นไหมคะ พอเราบอกว่า Input คืออะไร Output ให้มันแสดงข้อความ ไม่ได้บอกให้มันแสดงตัวเลข ถ้าแสดงข้อความนี่ บอกแล้วว่าเด็ก ๆ จะต้องใส่เครื่องหมายคำพูดทุกครั้งนะคะ ในการแสดงผล ก็คือใช้คำสั่ง Display แสดงทางหน้าจอนะคะ ให้ประมวลผลตัวเลขที่รับเข้ามานะคะ ว่าจำนวนนั้นน่ะหารด้วย 2 อาจจะใส่รายละเอียดเข้าไป เพื่อให้ตัวเองรู้ว่าเรากำลังสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำอะไรนะคะ นี่ ถ้าสมมติ ของเราไม่มี case ไม่มี for เราก็สามารถลบ ลบพวก condition พวกนี้ออกได้นะคะ หรือถ้าไม่ลบนะคะ เด็ก ๆ ก็ตอนบันทึกน่ะ ก็บันทึกเป็นชื่อไฟล์อีกชื่อหนึ่งก็ได้ เพราะเวลาเซฟส่ง ตัวต้นฉบับมันก็โหลดใหม่ได้นะ ไม่มีเงื่อนไขอื่นเราก็ก็ลบออก เสร็จแล้ว สังเกตตำแหน่งเริ่มต้นของ Begin Begin กับ End ต้องตรงกันนะคะ เดี๋ยวเข้าไปหน่อย เป็นต้น รูปแบบของตัวนี้มันก็จะอยู่ตรงกัน อย่างนี้เป็นต้น นี่คือเสร็จวิธีการเขียนแบบมาตรฐาน เราต้องระบุชื่อสิ่งที่เราจะทำนี่คืออะไร Input อะไรเข้าไป แสดงผลอะไรออกมา เห็นไหมคะ และก็มาประมวลผลหรือใช้คำสั่ง เริ่มตั้งแต่การรับค่า การประมวลผลโดยเงื่อนไข ถ้า Number หารด้วย 2 แล้ว เห็นไหมคะ ลงตัวนี่ ก็คือแสดงผลเป็นเลขคู่ ถ้าไม่ลงตัวแสดงผลเป็นเลขคี่ แล้วก็ End if นี่ คือ การเขียนอัลกอริทึมแบบวิธีมาตราฐาน คือ อาจจะเขียนเป็นภาษาไทยทั้งหมดก็ได้ อย่างนี้นะคะ แต่ทีนี้ที่บอกว่าพยายามให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ ก็คือเด็ก ๆ จะได้จำว่าถ้าพูดถึงการรับค่าในคอมพิวเตอร์นี่ มันก็น่าจะเป็น Get อย่างนี้นะคะ ทีนี้มาดู จากตัวนี้แล้ว เราจะต้องมาเขียนให้เป็นชุดคำสั่งเทียม วิธีการเขียนเป็นอย่างไร มาดูสไลด์ต่อไปเลยนะคะ เพราะพอเราเขียนวิธีมาตรฐานเสร็จ การเขียนเป็นรหัสเทียมหรือ Pseudo Code นะคะ ก็คือคำสั่งเป็นคำสั่งเลย ทีนี้เขียนให้เห็นว่าเป็นคำสั่งเลยนะคะ มันเป็นคำสั่งที่ใกล้เคียงกับภาษาอังกฤษ แต่มันจะมีโครงสร้าง อย่างที่บอกน่ะ ต้องบอกว่ามีเริ่มต้น มีจุดจบ เห็นไหมคะ โดยเขาบอกว่าเริ่มต้นให้ใช้คำว่า "Begin" พอจบให้ปิดด้วย End นะคะ เวลาอ่านหรือเขียนข้อมูล จะใช้คำว่า Read และ Print เป็น read เป็น print เพราะฉะนั้น เราจะใช้ get ไม่ได้ ใช้แค่ Read กับ Print นะคะ เวลาจะทดสอบก็ใช้ if else else if พวกนี้นะคะ แต่ถ้าเป็นทำซ้ำก็จะใช้ while, do while มาดูรูปแบบของการเขียน Pseudo Code หรือชุดคำสั่งเทียมนะคะ ก็คืิอรับข้อมูลแสดงผล รับก็คือ read ถ้าแสดง ก็คือ print นี่คือคำสั่งมันนะคะ Var มาจาก Variable หรือตัวแปร เราจะบอกให้คอมพิวเตอร์ทำอะไรนี่ ต้องมีตัวแปรให้ใช้ในการสั่งงานมัน เหมือนตัวแปร Number สำหรับใช้ เหมือนใช้เวลาตั้งชื่อตัวแปร ก็จะสื่อถึงความหมายของคำนั่น ๆ ด้วย ถ้ามีการเปรียบเทียบ เราจะใช้เงื่อนไข ที่เรียกว่า If then else ทางเลือกเราจะใช้เงื่อนไข ที่เรียกว่า "Case" นะคะ case แล้วก็ตามด้วยตัวแปร ที่เรากำหนด แล้วก็ตามด้วยเงื่อนไข ว่าอะไรอย่างนี้นะคะ แล้วก็จบด้วย End case เสมอ ทีนี้แต่ถ้าเป็นให้ทำงานแบบวนรอบซ้ำ ๆ ในคอมพิวเตอร์ มันจะใช้คำว่า "while" แล้วก็มี Repeat-Until ที่ใช้มันจะมี While While do แล้วก็จะมี Repeat แล้วก็จนถึง Until ส่วนใหญ่จะใช้ 2 ตัวนี้ Computation จะไม่ค่อยใช้เท่าไร ใช้อยู่ 2 ตัวบน ทีนี้ถ้าในตัวอย่างเมื่อกี้ เราก็บอกวิธีการเขียนอัลกอริทึม แบบเป็นขั้นตอน แบบเป็นวิธีการมาตรฐาน ทีนี้เรามาเขียน วิธีเขียนชุดคำสั่งเทียม หรือของการคำนวนหาพื้นที่นะคะ เด็ก ๆ ดูเปรียบเทียบได้นะ นี่เป็นวิธีการหาพื้นที่สามเหลี่ยม ให้ดูก่อน แล้วแบบมาตราฐานในการเขียน เห็นไหมคะ แบบมาตรฐานจะยาวหน่อย แต่มันจะมีรายละเอียดไง ทำให้เราเข้าใจ ก็คือเราควรเขียนแบบมาตรฐานก่อน เพื่อให้เรารู้ว่าไอ้สิ่งที่เราจะนำมาทำนี่ เห็นไหม ในแบบมาตรฐานน่ะ สามารถเขียนเป็นภาษาไทยก็ได้เหมือนที่บอกนะคะ ถ้าไม่เขียนเป็นภาษาอังกฤษน่ะ นะคะ ก็คือถ้าพูดถึงนะ ถ้าเหมือนตัวที่ในใบงานนี่ ในตัวอย่างนะคะ เด็ก ๆ ไปปรับได้นะคะ แก้ใหม่ได้ เขียนเป็นแบบตัวเองได้ อธิบายเอง ทีนี้ พอมาเขียนเป็น Pseudo Code นะคะ ตรง Begin ก็เริ่มเลย Read Read อะไร รับค่า base กับ hight base กับ hight ก็คือฐานกับสูง Compute ก็คือ ให้มันคำนวณน่ะค่ะ ให้คอมพิวเตอร์มันคำนวณ area ก็คือ = (1/2) คูณยาวคูณสูง ให้ print ออกมา print อะไร print area ออกมา จบ เพราะฉะนั้น พอเป็น Pseudo Code ของหาเลขคู่ เลขคี่ ทีนี้ Pseudo Code น่าจะเขียนง่ายกว่า ให้ลองเขียนเอ ง แล้วส่งเป็นการบ้าน ถ้านึกหรือจำไม่ได้ ไม่เข้าใจย้อนกลับไปดู เห็นไหม เพราะมันจะมีตัวอย่างนะ มันจะมีตัวอย่างของแบบวิธีมาตรฐาน แล้วก็แบบวิธีเขียนรหัสเทียม เด็ก ๆ ก็ลองกลับไปดู เปรียบเทียบกัน ใช้รูปแบบเดียวกันอยู่แล้ว เด็ก ๆ ก็ลองเอาออกมาดู แล้วส่งเข้าไปในตัวนี้นะคะ ส่งเข้าไปในใบงาน สำหรับสัปดาห์นี้ เราจะพอแค่ Pseudo Code เพราะถ้าเขียนผังงาน มันจะต้องวาดรูป มันจะช้ากว่าตัวนี้ เราจะเอาไว้ต่อในสัปดาห์หน้านะคะ มีใครสงสัยการบ้าน ถาม องุ่นเข้าอีเมลได้หรือยัง อ๋อ โอเค ก็คือแก้ Password ใช่ไหม เข้าไปขอใหม่ โอเค เข้าไปทำใบงานนะคะ ที่มอบหมาย แล้วก็ส่งเข้าไป คือ ใน Pseudo Code มันไม่ต้องมาอธิบายแล้ว เพราะในแบบมาตราฐานเราอธิบายไปแล้ว นึกออกนะ Pseudo Code ก็คือบอกเลย Begin อะไร Read อะไร Repeat อะไรออกมา จบ เห็นไหม Pseudo Code จะบอกแค่ Pseudo Code ก็จะสั้นกว่านะคะ ลองดู ตรงนี้เขียนเหมือนกันอยู่แล้ว นะคะ มาแก้แค่ตรงนี้ ส่วนข้างในนี้ แล้วก็ส่วนนี้ นะคะ ไม่ต้องใช้ if ไง ให้ใช้เป็นอะไร หรือจะใช้ IF ก็ใส่เข้าไป แต่ไม่ต้องใส่คำอธิบายนะคะ เพราะฉะนั้น ทำเสร็จแล้วก็ส่งเข้าไปในระบบได้เลยนะคะ สำหรับสัปดาห์นี้ ถ้าไม่มีใครถาม เราจะขอจบการการเรียนในวันนี้ เพียงแค่นี้นะคะ เด็ก ๆ จะได้มีเวลานั่งทำ ถามเพื่อนก็ได้ คุยกันก็ได้นะคะ เพราะทำเรื่องเดียวกัน ก็คือจาก Pseudo Code จากวิธีมาตรฐาน วิธีเลขคู่ เลขคี่มาตรฐาน แล้วเอามาทำเป็น Pseudo Code นะคะ ตรงนี้จะใส่อะไร ใส่อะไรเข้าไป โอเคนะคะ ถ้าอย่างนั้น สัปดาห์นี้สวัสดีค่ะ เด็ก ๆ สวัสดีค่ะ ขอบคุณพี่ไกด์ด้วยนะ ออพต้า ออพต้าอยู่หน้าจอพอดี ขอบคุณพี่เขาด้วย โอเคครับ สวัสดีครับ สวัสดีค่ะ (ล่าม) ขอบคุณค่ะ ลองทำดูนะคะ เปิดสไลด์ดูก็ได้นะคะ เพราะใน Classroom เราก็มีสไลด์ในสัปดาห์ที่ 2 นะคะ ProwerPiont เปิดสไลด์ดูจากใน Classroom ได้เลยนะคะ เปิดดูควบคู่กับการทำใบงานได้ โอเคค่ะ ค่ะ ขอบคุณพี่ไกด์ค่ะ ออพต้าถามอยู่ โอเค ถามเลยนะคะ ใครอยากถาม ยกมือ [สิ้นสุดการถอดความ]