(อาจารย์สุธิรา) แล้วกทีนี้เครื่องที่อยู่หน้าเด็ก ๆ มันเป็นเครื่องที่แบบเรียกว่า "All in one พี่ล่ามได้ยินไหมคะ หลุดอีกแล้วไหม ว่าอยู่ทำไม่พี่ล่ามนิ่งจัง พี่ล่ามไม่ได้ยินนะนี่ ว่าอยู่ทำไมพี่ล่ามอยู่เฉย ๆ พี่ล่ามไม่ได้ยินค่ะ ใช่ไหม ตอนนี้ใช่ไหม ไม่ได้ยินที่อาจารย์พูดไม่ได้ยินจริง ๆ ด้วย ทำอย่างไร รีเซตใหม่ เดี๋ยว ๆ รอแป๊บหนึ่งนะเด็ก ๆ พรุ่งนี้มีไอ้นั่นนะ ไหว้ครูคณะนะเด็ก ๆ ไม่ ๆ แจ้งแล้วแจ้งแล้วไม่ใช่หรือ แจ้งหรือยัง ของเด็ก ๆ น่ะ พ่อแจ้งหรือยัง ก็เห็นว่าให้เข้านี่ เพราะว่าของคณะนะ เดี๋ยว พี่ล่ามได้ยินแล้วนะ โอเค เอาใหม่นะคะ เริ่มที่ภาพแรกก่อน ส่วนของอุปกรณ์รับข้อมูลในคอมพิวเตอร์ ก็คือมีคีย์บอร์ดกับเมาส์นะ ทีนี้มาที่ส่วนที่ 2 ค่ะ ส่วนของอุปกรณ์ ประมวลผลข้อมูล ในภาพที่ 2 นะคะ ก็จะมี CPU ตัวนี้ ตัวชิปนี่ ให้นึกถึงซีพียู Intel หรือเดี๋ยวนี้เขาก็จะเรียก Core i5, Core i7 อะไรพวกนี้ นั่นคือ CPU นะ เดี๋ยวต่อไป ไปเรียนกับวิชาอ. พ่อ จะเห็นพวกนี้นะคะ ไอ้สองอันเล็ก ๆที่มีแถบอัน เขียว ๆ นี่ พี่ล่ามไม่ได้ยินอีกแล้วหรือเปล่า ได้ยินไหมคะ เราก็ไม่ได้ยินพี่ล่ามทีนี้ เดี๋ยวรอแป๊บหนึ่งนะเด็ก ๆ คือตอนนี้ต่างไม่ได้ยินกันและกัน เด็ก ๆ เขาบอกบังคับให้เข้าร่วมด้วยนะวันที่ 23เดี๋ยวนะ เริ่มตั้นแต่ 8.00 น. แล้วทีนี้เขาก็ย่านคนเข้าหลายไม่ได้ระบุ โอเคไหมคะ ได้ยินไหมคะ โอเค มาดูที่ภาพที่ 2 อุปกรณ์ในการประมวลผล ตัวตรงกลาง CUP ก็คือตัวที่อยู่ตรงกลาที่มีคำว่า "Intel" นี่ มาอยู่ในเครื่องเดี๋ยวมาเรียนระบบปฏิบัติการหรือการซ่อมบำรุงน่ะ เด็ก ๆ จะได้เปิดเครื่องดู แล้วก็จะเห็นอุปกรณ์พวกนี้แน่นอน นะคะ ส่วนวิชาเราเราไม่ได้เน้นมาก แค่มาอธิบายว่ามันมีอุปกรณ์อะไรบ้างนะคะ บอกไว้ก่อน ก็คือไอ้ตัวแถบ 2 อันสีเขียว ๆ ยาว ๆ แล้วก็จะมี Harddisk ที่มีแผ่นกลม ๆ อยู่ตรงนี้นะคะ คือ ฮาร์ดดิสกRAM มันจะช่วยความเร็ว ในเรื่องความเร็ว การประมวลผลได้เร็วขึ้นอยู่กับแรมนะคะ แล้วก็ CPU ด้วยนะคะ แต่ตัวทำให้เร็วมากก็คือ RAM นะคะ อุปกรณ์ต่อมา ภาพที่ 3 ส่วนของการแสดงผลนะ ระบบคอมพิวเตอร์นี่ สิ่งที่สามารถแสดงผลได้มีจอภาพ นะคะ ก็จะมีเครื่องพิมพ์ เครื่องพิมพ์ในที่นี้ไม่เฉพาะพรินต์เตอร์ ให้นึกถึงนะ เหมือนที่เขาทำโปสเตอร์เห็นไหม เครื่องพิมพ์ประเภทนั้น เพราะเดี๋ยวนี้พิมพ์โปสเตอร์ก็ใช้ Computer ทำแล้ว ทำโปสเตอร์ใช้มือนะคะ เดี๋ยวนี้ใช้คอมพิวเตอร์ทำหมดแล้วนะคะ แล้วก็ตัวสุดท้ายก็คือที่จัดเก็บข้อมูล ข้อมูลก็คือฮาร์ดดิสก์บ้างคนก็จะมี แฟรชไดฟ์พวกนี้นะคะ ทีนี้เมื่อกี้เราดูการทำงานของคอมพิวเตอร์ไปแล้ว ทีนี้มาดูตัวเรา คนนี่ คนใช้วิธีรับข้อมูลผ่านอะไรบ้าง คนนี่มองใช่ไหม ใช้ตามอง รับข้อมูลผ่านการมองเห็นนะคะ ใช้หูแต่นีนี้ แต่บ้างคนหูไม่ได้ยิน ตาเห็นใช่ไหมคะ กลิ่น กลิ่นผ่านอะไรคะ จมูก ใช้จมูกดมกลิ่นมีกลิ่นผ่านมา รู้เลยเรารับเข้าไปแล้ว เราก็ประมวลผล เช่น เดี๋ยวแม่จะถาม ถามใครดี ใครจะเป็นผู้โชคดี วันนี้วันลงท้ายด้วยเลข 2 เพราะฉะนั้น หมายเลข 2 เป็นผู้โชคดี ออฟต้านะคะ ภาพ... เดินผ่านห้องน้ำ คิดว่าจะได้กลิ่นอะไร ได้กลิ่นอะไร ถ้าออปต้าเดินผ่านห้องน้ำใช่ไหม จมูกเราจะได้กลิ่นอะไรครับ ออพต้าตอบ ถ้าเดินผ่านห้องน้ำ จมูกออฟต้าจะได้กลิ่นอะไรเป็นกลิ่นแรก ถามแล้ว ได้กลิ่นอะไร ไม่เป็นอะไร เหม็นใช่ไหมคะ น้องตอบว่าเหม็นใช่ไหม ทีนี้เดี๋ยวถามคนอื่น เมื่อกี้จมูกแล้วนะคะ ถ้าการสัมผัส สมมติว่า องุ่น ถ้าให้หลับตาเดี๋ยวองุ่น หลับตานะ แล้วแม่จะลองให้องุ่นสัมผัส องุ่นหลับตาก่อน หลับตาก่อนหลับตาองุ่นต้องหลับตาก่อน หลับหรือยัง หลับสิ องุ่นไม่ยอมหลับตา เดี๋ยวเราจะให้สัมผัสไง หลับหรือยังหลับแล้วใช่ไหม เมื่อกี้ตอนที่สัมผัสแบบหลับตา องุ่นสัมผัสได้ถึงอะไร เมื่อกี้ลองให้เขาจับวัตถุชิ้นหนึ่งนะคะ มันเป็นลักษณะอย่างไรตอนที่สัมผัส มันแข็งใช่ไหม นะคะ นะคะ โอเค นั่นล่ะ คือการสัมผัส ทีนี้รสชาติการลิ้มรส หรือรสชาติผ่านปาก ทนี้จะถาม ถ้ากินสิ่งนี้เข้าไป เด็ก ๆ จะรู้ถึงรสอะไร แบงก์เป็นผู้โชคดี พี่ล่ามหายไปไหน เคยกินหรือเปล่า ถ้าให้แบงก์กินมะนาว ชอบกินเปรี้ยวไหม ถ้าเจอมะนาวเข้าไป รสชาติของมะนามเป็นอย่างไรแบงก์ พี่ล่ามได้ยินไหมคะ ได้ยินแล้ว ถ้าให้แบงก์กินมะนาว แบงก์จะรู้สึกถึงรสอะไร เปรี้ยวจี๊ดไหม เปรี้ยวมากไหม แล้วแบงก์ชอบกินเปรี้ยว ๆ ไหม ชอบหรือเปล่า ชอบอยู่หรือ ชอบใช่ไหม โอเค นะคะนั่นก็คือ เป็นคนนี่ ส่วนของการรับข้อมูลของคนเห็นไหม จะมีมากกว่าคอมพิวเตอร์ใช่ไหม เพราะคอมพิวเตอร์รับได้แค่ผ่านเมาส์ผ่านคีย์บอร์ดนะ คอมพิวเตอร์อะไรนะ รับแต่เสียง Computer ก็เริ่มรับไที่เราถาม Siri ใช่ไหม ถามเส้นทางกับสิริ หรือถามกับ Google ใช่ไหมคะ Computer ก็รับเสียงได้แล้ว แต่คอมพิวเตอร์ยังรับกลิ่นไม่ได้ใช่หรือเปล่า กลิ่นคอมพิวเตอร์รับไม่ได้ แล้วก็การสัมผัส จะไม่รู้ว่านิ่มเป็นอย่างไรนะ เหมือน เวลาเราจับมือ กับคนอื่นอย่างนี้ บางคนมือจะนิ่มใช่ไหม หรือวางคนมือจะสาก ทดสอบแม็กกี้จับมือแม่สิ เดี๋ยวจะถามนะ มือแม่เป็นอย่างไร แม็กกี้ แม็กกี้เมื่อกี้แม็กกี้จับมือแม่ใช่ไหมคะ หลุดอีกแล้ว มันจะเรียนจบไหมนี่วันนี้ เมื่อกี้แม็กกี้ เมื่อกี้แม็กกี้จับมือกับแม่ ใช่ไหม เดี๋ยวนะคะ ให้น้องขยับเก้าอี้นิดหนึ่ง เมื่อกี้จับมือกับแม่ แม็กกี้จับมือกับแม่ เป็นอย่างไรคะ มือแม่เป็นอย่างไร (ล่าม) ก็รู้สึกว่านุ่ม ๆ ครับ (อาจารย์สุธิรา) นุ่ม ๆ นะคะ โอเค อย่างนั้นแม็กกี้ลองหันไปจับมืออฟต้าสิ กับออฟต้า จับมือ มือออฟต้าเป็นอย่างไร เห็นไหม (ล่าม) แข็งครับ (อาจารย์สุธิรา) นั่นคือมือคนจะรู้ว่าอันไหนนิ่มอันไหนแข็ง คอมพิวเตอร์มันจะไม่รู้นะ มันแยกไม่ได้ อะไรคือนิ่ม อะไรคือแข็ง มันแค่จับได้ แล้วมันก็วางนึกออกนะ มันจะไม่มีประสาทในส่วนของรับรู้ในส่วนของสัมผัส กลิ่น หรือรส มันจะไม่รู้ ไอ้ 3 ตัวนี้มันแทบจะไม่รู้เลยเห็นไหม คนน่ะเก่งกว่าคอมพิวเตอร์อยู่แล้วนะคะ แต่เราน่ะ จะทำอย่างไรให้ Computer มันเก่งเหมือนเรา มาดูต่อมานะคะ อันนี้ในส่วนของการรับข้อมูลไปแล้ว มาดูตัวต่อไป ทีนี้การประมวลผล Computer มันใช้อุปกรณ์ใช่ไหม เช่น CPU, RAM แต่คนนี่ สิ่งประมวลผล ก็คืออยู่บนหัวเรา ก็คือสมองน้อย ๆ ของเราใช่ไหมนะคะ นั่นก็คือหัวสมองของเรานั่นเอง ประมวลผลอะไรได้ เราคิดเลขเป็นถูกไหม เด็ก ๆ คิดเลขได้นะ มีความรู้มาจากไหน ก็เหมือนที่เด็ก ๆ เข้ามาเรียนในห้อง เด็ก ๆ ก็ ทำไมเก้าอี้มันไม่ล็อกล่ะลูก นะคะ ก็จะได้ความรู้ แล้วก็มีความจำ คนจะได้เยอะเลย Computer บางทีเก็บไปเยอะ ๆ เก็บไปเยอะ ๆ หน่วยความจำเต็ม เคยได้ยินไหมคะ หน่วยความจำเต็ม เพราะคอมพิวเตอร์คือมันจะต้องมีพื้นที่เก็บ พื้นที่เก็บมันมีจำกัดแต่ในสมองคนน่ะ คือ เก็บได้เยอะ คิดดูว่าเราเรียนรู้มาตั้งแต่อยู่ในท้อง จนกระทั่งเราโต จนกระทั่งเราแก่ นึกออกนะ ตั้งกี่ปี ใครเคยมีคอมพิวเตอร์เป็นของตัวเอง ให้นึกถึงไม่คอมพิวเตอร์ก็ได้ มือถือก็ได้ มือถือก็เป็นคอมพิวเตอร์แบบหนึ่ง แบบใหม่อันหนึ่งนะ ปกติเด็ก ๆ ใช้มือถือ นานที่สุดกี่ปี เดี๋ยวจะถามนะคะ ใครใช้มือถือเกิน 5 ปีบ้าง (ล่าม) ประมาณ 2-3 ปีค่ะอาจารย์ (อาจารย์สุธิรา) เดี๋ยวลองคนอื่นบ้างนะคะ กุ้งนาง กุ้งนางใช้มือถือปกติกี่ปี จำได้หรือเปล่า กี่ปีเปลี่ยนเครื่องทีหนึ่ง (ล่าม) ประมาณ 3 ปีค่ะ (อาจารย์สุธิรา) ประมาณ 3 ปีเดี๋ยวอยากรู้มีใครใช้เกิน 3 ปีบ้างไหมอุบล อุบลปกติใช้มือถือกี่ปีลูก อุบลใช้นานอยู่นะ โอเค คือ เห็นไหมคะ แต่ช่วงเวลานี่สังเกตว่าจะไม่เกิน 10 ปี เพราะอะไร เพราะอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มันก็ไม่ได้อยู่นานขนาดนั้น ให้นุกถึงเหมือน เหมือนรถยนต์น่ะ บางคนทำไมเปลี่ยนรถบ่อย อย่างนี้เป็นต้นนะคะ คือ เนื่องจากลักษณะสภาพของอุปกรณ์แล้วอะไรแล้วนะ เจอแดดอะไรอย่างนี้มันจะเสื่อมใช่ไหมคะ แต่ไม่ใช่สมองคน สมองคนจะเสื่อมก็ต่อเมื่อ 1. เกิดอุบัติเหตุนึกออกนะ หัวกระแทก กระทบกระเทือนทางสมอง อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งโอกาสจะเกิดอย่างนั้น ก็คือเราต้องไปแบบแรง ๆ เลยใช่ไหม ทีนี้ตามหลักของคนแล้วก็เซฟตัวเอง ไม่เหมือนมือถือเราถือไป ลื่นหลุดมือ แตก อย่างนี้เห็นไหมคะ มันระวังตัวเองไม่ได้ พวกอุปกรณ์ต่าง ๆ น่ะ แต่คนน่ะ จะมีสัญชาตญาณว่า เหมือนเวลา เล่นกับเพื่อนแล้วเพื่อนขว้างอะไรมาใส่อย่างนี้ ความรู้สึกมันน่ะ จะหลบ ถ้าสมมติยืน ๆ อยู่แล้วมองมาอย่างนี้ เหมือนตี๋น้อยเห็น ต้องหลบใช่ไหมคะ เหมือนเมื่อกี้ออฟต้า อย่างนี้เป็นต้น คือ สัญชาตญาณของคนมันซับซ้อนน่ะเขาบอกซับซ้อนกว่าเหมือนที่พยายามทำ AI หรือหุ่นยนต์น่ะก็คือจะเอาจากนี่ล่ะ วิธีคิดของคน ความรู้ความจำของคน ก็เอาองค์ประกอบพวกนี้มาสร้างแต่มันเป็นไปได้ยาก เพราะ ให้นึกถึง เหมือนถ้าให้หุ่นยนต์มาเป็นหมอ ให้นึกถึงนะคะ แล้วมีกรณีหนึ่ง เช่น ถ้าเป็นหมอนี่เวลาประมวลผลคนนี้อย่างไรก็ไม่รอดแต่เด็ก ๆ คิดว่าหมอจะทำให้คนไข้ตายไหม ไม่ใช่ไหมคะ แต่ถ้าเป็นหุ่นยนต์มันจะประมวลแล้วแป๊ะตามนั้น ตาย นึกออกไหม นั่นก็คือในความคิดของคนกับหุ่นยนต์ นิด ๆ ที่เขาเรียกว่า "มนุษยธรรม" คือ คนมันยังมีความคิดว่าเป็นคนด้วยกัน อย่างไรก็ต้องอาจจะอยู่ต่อไปได้ถึงแม้เขาจะไม่มีประโยชน์อะไร พอมันโดยสั่งว่าถ้ามันเป็นเคสนี้ กรณีนี้ปุ๊บ คือ อยู่ไปก็ทำอะไรไม่ได้ ไม่มีประโยชน์อะไร สถานะคือตาย มันก็จะปล่อยตายตามคำสั่งนึกออกไหม มันจะทำตามคำสั่งเป๊ะ มันไม่มีมาเผื่อว่านี้เป็นคนนะตายไม่ได้ นึกออกนะ มันไม่จะไม่มี Moment นั้นนึกออกนะคะ มันจะไม่มีความละเอียดอ่อนเหมือนกัน ความละเอียดอ่อนทางจิตใจน่ะ รู้สึกรักโลภโกรธหลงอย่างนี้ มันจะไม่ค่อยมี ทีนี้วิธีการแสดงผลของคนนะคะ ก็คือถ้าใช้ผ่านคำพูด ถ้าเด็ก ๆ ก็ใช้ผ่าน ใช่ไหมคะ หรืออ่าน หรือเขียน เขียนให้เห็นใช่ไหม เหมือนสั่งการบ้านไปมาส่งแม่ ถ้ายุคใหม่ก็คือพิมพ์เป็นใบงานมาส่งอะไรอย่างนี้ เช่น ผ่านการเคลื่อนไหว เช่น พอแม่บอกยืนขึ้น เด็ก ๆ เหมือนเสียงของเราดังเลยน่ะ นะคะ เด็ก ๆ ก็จะลุกยืนขึ้นอย่างนี้เป็นต้นนะคะ นั่นก็คือผ่านการเคลื่อนไหว การประมวลผลของคนจะได้เยอะกว่าคอมพิวเตอร์เหมือนกัน เห็นไหมคะ ทีนี้นะคะ ก็เลยทำเป็นตารางเปรียบเทียบให้เห็นนะคะ ก็คือ ถ้าเรา อันนี้มนุษย์ประมวลผลโดยผ่านประสาทสัมผัสนะคะ ประมวลผลโดยสมอง แต่คอมพิวเตอร์ประมวลผลผ่านอุปกรณ์ที่เรียกว่า CPU หรือ อื่น ๆ การนำเข้าข้อมูลของเราผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ก็คือ ตา, หู, จมูก, ปาก แล้วก็มืออย่างนี้นะคะ ส่วนคอมพิวเตอร์ ก็คือ ผ่านคียบอร์ดกับเมาส์ แล้วก็ส่วนของ Output หรือการแสดงผลนะคะ ของคนก็คือผ่านการพูดการเขียน การเคลื่อนไหว แต่คอมพิวเตอร์ ก็คือแสดงผ่านหน้าจอเท่านั่น หรืออุปกรณ์ที่ใช้ ที่ใช้แสดงผลของคอมพิวเตอร์เท่านั้นนะคะ เดี๋ยวขอเบรกสัก 10 นาทีก่อนนะคะ ใครจะไปเข้าห้องน้ำ ตอนนี้แม่เบรก โอเคนะคะ พร้อมเรียนต่อไหม โอเค เดี๋ยว นะคะ หัวข้อต่อมาของเรา ก็คือแล้วทีนี้ จะเขียนโปรแกรมนี่ เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เราต้องทำอะไรบ้าง คือ ในวิธีการเขียนโปรแกรมนี่มันมีอยู่ 5 ขั้นตอน ก็คือวางแผน วิเคราะห์ ออกแบบ พัฒนา แล้วก็ดูแลรักษา มาดูที่ขั้นตอนแรกก่อน การวางแผน Planning คือ ก่อนจะเขียนเราก็ต้องรู้ก่อนว่าเราต้องการเขียนอะไรหรือมีปัญหาอะไรมา ถึงมาเขียน ก็คือต้องวางแผนก่อนนะคะ ว่าต้องการพัฒนาอะไร ทำอะไร มันมีลำดับชั้นอย่างไร ก็ต้องให้รู้นะ นะคะ พอวางแผนเสร็จ ก็ต้องมาวิเคราะห์ วิเคราะห์อะไร วิเคราะห์เพื่อให้รู้ว่าอะไรเป็นข้อมูลที่จะนำเข้าเห็นไหมคะ ต้องระบุข้อมูลเข้า Input ต้องบอก Input ต้องบอก จะป้อนข้อมูลอะไรเข้าไปให้คอม(พิวเตอร์)นะ พอวิเคราะห์อะไรอีก เมื่อป้อนไปแล้ว สิ่งที่เราต้องการออกมาหลังจากการป้อนข้อมูลนั้นเห็นไหมคะ ให้อะไรเข้าไป แล้วจะได้อะไรออกมา ต้องการอะไรออกมา และสุดท้ายมากำหนดวิธีการประมวลผล ก็คือแล้วมันคอมพิวเตอร์มันมันจะต้องประมวลผลอย่างไร จะได้ผลลัพธ์นั้นออกมานะคะ พี่ล่ามไม่ได้ยินเสียอย่างนั้น ตอนแรกเห็นไอ้นี่กับเราอยู่ เราก็เลยไปเลย นะคะ ไม่ให้เป็นการเสียเวลา พี่ล่ามได้ยินหรือยัง ได้ยินไหมคะ โอเค นะคะ ก็คือเราจะต้อง รู้ก่อนว่าเราจะสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำอะไร ก็คือระบุข้อมูลเข้า เสร็จแล้ว พอสั่งมันไปแล้วนี่ เราก็ต้องรู้ก่อนว่าแล้วถ้าให้คอมพิวเตอร์ทำผลลัพที่จะออกมาคืออะไรใช่ไหม ก็คือเหมือนแม่สั่งให้ทำการบ้าน สิ่งที่เด็ก ๆ จะต้องส่งมาก็คือการบ้าน นั่นก็คือผลลัพธ์ใช่ไหมคะ แต่ไม่ใช่ว่าสั่งการบ้าน ให้ทำรายงานมาส่ง แต่สิ่งที่เด็ก ๆ ส่งมาเป็นกระดาษ 1 แผ่น ถูกต้องไหมคะ รายงานไม่ควรเป็นกระดาษ 1 แผ่น ถูกไหม อย่างนี้เป็นต้นนะ พอรู้วิธีเข้า ข้อมูลที่จะเข้า ข้อมูลที่จะออก แล้วเราจะสั่งคอมพิวเตอร์ให้มันทำงานอย่างไรใช่ไหม เราต้องการให้ ถ้ามใครเคยเห็น ตู้หยอดเหรียญน้ำดื่มน่ะ เครื่องดื่มอัตโนมัติน่ะ ขั้นตอนคือใส่เหรียญเข้าไปใช่ไหมคะ เสร็จแล้วไปทำอะไร ไปเลือกใช่ไหมลูก ไปเลือก เราต้องไปเลือกว่าจะเอาน้ำอะไร ใช่ไหมคะ พอเลือกน้ำเสร็จ... อะไรนะ มันก็จะบอกจำนวนเงินใช่ไหม เราต้องหยอดจำนวนเงินให้เท่ากับอะไรนะ ให้เท่ากับราคาใช่ไหมคะ มันถึงจะได้ ไอ้น้ำออกมา เช่น สมมติตู้นั้นมีโค้ก มีแป๊บซี่ เป๊บซี่ 10 โค้ก 12 บาท น้ำส้มเราเลือกน้ำส้ม ให้ได้เงิน 12 บาทใช่ไหมคะ แล้วเราก็จะกดปุ่มว่าตกลงนะ เราเลือกน้ำส้ม น้ำส้มมันถึงจะหล่นลงมาให้ เห็นไหมคะ ขั้นตอนก็คือ เราจะต้องเลือกก่อนว่าเราจะ ซื้ออะไร ถูกไหม พอเลือกเสร็จเราก็ต้องใส่จำนวนเงินตามราคาสินค้า ก็ต้องหยอดเหรียญลงไป พอคอมพิวเตอร์มันได้เหรียญครบตามจำนวน มันก็จะ ส่งน้ำส้มออกมาให้นะคะ นั่นก็คือวิธีการประมวลผลของคอมพิวเตอร์นะคะ ทีนี้ในส่วนของออกแบบ แล้วก็ Design วันนี้เราจะพูดถึงอัลกอริทึม ก็คือเป็นการออกแบบให้คอมพิวเตอร์รู้โดยเราเป็นคนออกแบบ มันสามารถเขียนได้ 3 แบบ ก็คือแบบบรรยาย แล้วก็แบบผังงาน แล้วก็แบบเขียนเป็นรหัสจำลองนะ Narative Description แล้วก็รหัสจำลอง ทีนี้จะข้ามนะคะ ข้ามส่วนนี้ไป ไปโผผล่ตรงนี้เลย เดี๋ยวจะไม่เข้าใจ มาดูสิ่งที่เราจะทำ วันนี้ ก็คืออัลกอริทึมนะคะ มันจะเป็นวิธีการลำดับขั้นตอนที่จะให้คอมพิวเตอร์น่ะ ที่เราจะไปสั่งคอมพิวเตอร์เราจะลำดับขั้นตอนอย่างไร ให้มัน สามารถทำงานได้นะคะ นั่นก็คืออัลกอริทึม ซึ่งแบบที่ 1 นะคะ ที่เราจะพาเขียนเป็นแบบบรรยายขั้นตอนวิธี สำหรับเขียนโปรแกรม หรือขั้นตอนวิธีในการเขียนแบบอัลกอริทึมนะคะ เขาระบุไว้ว่าถ้าเราจะเขียนอัลกอริทึมให้ได้ดีนี่ 1. เราต้องเขียนให้มันชัดเจนสั่งให้ก็คือสั่งให้ชัดเจนว่าให้มันรับอะไรเข้าไป ให้มันแสดงอะไรออกมา ต้องระบุลงไปเจาะจงลงไปนะคะ 2. ลำดับการเขียนจะต้อง เขียนให้เป็นขั้น ๆ เลย เหมือนที่แม่บอกน่ะ เหมือนจะซื้อน้ำส้ม เราต้องเลือกน้ำส้มก่อน เพื่อให้รู้ว่าน้ำส้มราคาเท่าไร เสร็จแล้วก็ค่อยไปหยอดเหรียญใช่ไหมคะ พอหยอดเสร็จ พอหยอดครบตามจำนวน น้ำส้มถึงจะออกมา นั่นก็คือมันต้องมีขั้น ไม่ใช่ไปใส่เหรียญก่อน แล้วค่อยมากดเลือกแล้วค่อยมานั่นนี่โน่น นึกออกนะ มันต้องบอกให้คอมพิวเตอร์มันทำงานไปตามขั้นที่เราสั่ง มันจะไม่สามารถกระโดดข้ามไปข้ามมา มันจะไม่เหมือนคน ที่เวลาสั่งไปทำงาน สมมติบอกว่าเดี๋ยวออพต้าไปซื้อกาแฟ Amazon ที่ปั้ม ก็โผล่ไปปั้ม เสร็จแล้วคนมีต่อไปแวะเซเว่น คือไปซื้อขนมตัวเอง แม่ไม่ได้สั่ง นอกเหนือคำสั่งนึกออกไหม เพราะอะไร เพราะแม่ไม่ได้ไปด้วยใช่ไหมแม่ก็จะไม่เหฌหรอยเข้าเซเว่นไปแล้ว อย่างนี้เป็นต้นนะคะ แต่ถ้าคอมพิวเตอร์น่ะ พอเราสั่งปุ๊บมันก็จะไปตามเส้นทางที่เราสั่ง ให้นึกถึงเหมือนทำไมเขาถึงมีระบบขับอัตโนมัติ นึกออกนะ เพราะคอมพิวเตอร์มันจะ ไม่ออกนอกเส้นทางไง นึกออกใช่ไหมคะ เพราะเดี๋ยวนี้พวกรถส่งของเขาก็จะติดระบบพวกนี้ไว้เพราะว่ามันจะควบคุมไม่ให้คนขับรถ เอารถออกไป นอกเส้นทางได้ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ คอมพิวเตอร์มันจะ... อ๋อ ปรากฏเป็นกับคอมฯ ในคอมมันเครื่องมัน ประมวลผลช้า น้องสงสัยทำไมพี่ล่ามไม่ได้ยินแน่เลยน่ะ สัญญาณน่าจะหลุด โอเค พี่ล่ามได้ยินแล้วนะ พอดีเครื่องน้องภาพมันหยุดไป น้องก็เลยว่าทำไม... เป็นกับคอมฯ นะคะ อย่างที่บอก ความเร็วในการประมวลผลนี่นะคะ และอัลกอริทึมที่ดีต้องมีจุดสิ้นสุดเสมอ เราจะต้องบอกให้คอมพิวเตอร์มันรู้จัก จบด้วย ไม่อย่างนั้นมันก็จะทำไปเรื่อย ๆ หมุนวนอยู่นั่นล่ะ ไม่หยุดนะคะ มันก็ไม่หยุด ไม่เหมือนคนนะ ถ้าเหนื่อยก็จะหยุดพักนะคะ มันก็จะทำไปเรื่อย ๆตามหลัก ก็คือมันต้องมีบอกว่าจบตอนไหน เหมือนบอกระยะเวลาน่ะ ว่าใช้เวลาเท่าไรนะคะ ต่อมา ข้อต่อมา ก็คือ ตามหลักเวลาให้คอมพิวเตอร์ทำงาน เราต้องให้มันประมวลผลได้น้อยที่สุด คือ อย่าเยอะ อย่าเยอะกับมันว่าอย่างนั้นเถอะ สั่งสั้น ๆ ห้วน ๆ ก็เข้าใจแล้วนะคะ แล้วก็ต้องสามารถไปแก้ไขดัดแปลงได้โปรแกรมที่เราเขียน ไม่ใช่ทำแล้ว ดูก็ไม่รู้ ไม่รู้จะแก้อย่างไร อย่างนั้นไม่ถูกต้องนะคะ ทีนี้สิ่งต่อมาที่เราจะต้องทำนะคะ การเขียนวิธีแบบมาตราฐาน อยากให้เด็ก ๆ เปิดอีเมล ให้เด็ก ๆ เปิดอีเมลนะคะ เปิดอีเมลตัวเอง อีเมลมหาวิทยาลัยนะคะ เข้า Classroom ที่เรา มีไว้ให้ เข้าไปในห้องเรียนของเรานะคะ นี่ อะไรนะ Windows ไม่ขึ้น กดผิด โอเค เข้าไปใน Classroom จำได้ไหมคะ ที่สร้างไว้ให้แล้ว ตอนนี้ให้เด็ก ๆ เข้า Classroom นะคะ เพราะมันจะมีใบงานที่เราจะต้องทำ ไปด้วยกันนะคะ ในชั่วโมงนี้นะคะ อยู่ตรงนี้ค่ะ ใบงานสัปดาห์ที่ 2 มอบหมายไปแล้ว มันจะมีไฟล์อยู่ใน Word นะคะ เวลาส่ง เวลาส่งงานนะคะ ส่งงานกลับเข้ามาใน Class ก็คือพิมพ์ชื่อ แล้วก็รหัสตัวเองไว้ที่หัวใบงานตัวเองนะคะ ไฟล์ใบงานจะเป็น Word น่ะ ก่อนจะส่งเข้ามาก็อย่าลืมใส่ชื่อใส่รหัสด้วย เห็นไหมคะ เปิดเข้าไปเจอไหม หน้าตาใบงานจะเป็นอย่างนี้นะคะ ตื่อดึดตื่อดึดอยู่หัวจะมี ใบงานสัปดาห์ที่ 2 มีแบบขั้นตอนวิธีมาตรฐาน แล้วก็แบบชุดคำสั่งเทียม ก็คือเด็ก ๆ จะได้ทำใบงานนี้แล้วส่งกลับมา ส่งเข้าใน Classroom ของเรานะคะ ท้ายชั่วโมง เป็นอย่างไร เปิดทิ้งไว้เลยก็ได้ เปิดไปด้วยจะได้ทำความเข้าใจไปด้วยนะคะ มีใครยังไม่เปิดเดี๋ยวถาม แม็กกี้ อ๋อ ก้มอยู่ ไล่ไปทีละคน ออพต้าดูอยู่ไหม ออฟต้าเปิดเสร็จหรือ ยัง ใครยังเข้า Classroom ไม่ได้ยกมือนะคะ แก้ม เด็ก ๆ เข้าอยู่ใช่ไหม จำ... ยังจำรหัสอีเมลใหม่ของมหาวิทยาลัยไม่ได้ใช่ไหม พากันเปิดทุกคนเลย อุบลเข้าหรือยังลูก เข้าแล้วนะโอเคครับ แบงก์เข้าหรือยังครับ เข้าแล้วเปิดใบงานหรือยัง เปิดใบงานแล้วนะ เห็นใบงานแล้วนะคะ ตี๋น้อยเสร็จหรือยังครับ เปิดหรือยังครับ เปิดแล้ว โอเคครับ องุ่น องุ่นกำลังเปิด โอเคย้อนกลับมาที่แม็กกี้เปิดหรือยังครับ ก้ม ๆ อยู่ น่าจะยัง เห็นไหมคะ แม่ก็จะเห็นว่าเด็ก ๆ ทำอะไรอยู่ ออพต้าเปิดหรือยังครับ ยังใช่ไหม ออฟต้า มิ่ง มิ่งเปิดได้หรือยัง โอเค ดูกุ้งนางด้วยนะ กุ้งนางเปิดได้แล้วบ่ มิ่งดูกุ้งนางให้ด้วยนะ โอเค กุ้งนางเปิดหรือยังคะ โอเค น่าจะเปิดครบหมดทุกคนแล้วนะคะ องุ่นหรือ แม็กกี้เปิดได้หรือยัง แม็กกี้เปิดเสร็จหรือยัง เปิดหรือยังลูกแม็กกี้ โอเค แม็กกี้ก็เปิดแล้ว โอเคค่ะ เหลือองุ่นใช่ไหม เหลือองุ่นคนเดียวนะ องุ่นจำรหัสผ่านไม่ได้ เลขบัตรประชาชนไม่ใช่หรอ ไม่ใช่หรือ เมลมหาวิทยาลัยน่ะ อย่าเพิ่งทำ เดี๋ยว ๆ แป๊บ เข้าเมลไม่ได้บ่ ยังเหลือ 1 สาวเข้าเมลไม่ได้รอก่อนนะคะ เราบอกแล้วเมลมหาวิทยาลัยมันต้องใช้บ่อยนะ ได้หรือยัง องุ่นบอกแล้วว่าอย่าลืมนะ ใช้ทุกวิชาแทบจะใช้เลยไหม ไอ้นี่ ๆ เธอเปลี่ยนเมลหรือ แล้ว ใช้เมลที่ได้มาลองแล้วไม่ได้หรือ ไม่ใช่มันเปลี่ยนรหัสบ่ โอเคนะคะ สำหรับเพื่อน ๆ คนอื่น มาดูสไลด์เราต่อดีกว่า เดี๋ยวมันจะไปต่อไม่ได้ ก็คือเราจะมาเขียนอัลกอริทึมแบบที่ 1 นี่ขั้นตอนวิธีแบบมาตราฐาน กับแบบที่ 2 นะคะ 2 แบบ สำหรับงานในวันนี้นะคะ มาดูแบบแรก มันก็จะมีตัวอย่างว่าอัลกอริทึมแล้วก็ตามตัวอย่าง อันนี้ตัวแบบมัน มาดูตัวอย่างวิธีเขียนนะคะ เช่น ตอนนี้นะคะ ตัวอย่างนี้ ก็คือจะเขียนอัลกอริทึมเพื่อคำนวณหาพื้นที่รูปสามเหลี่ยมนั่นเอง ตรงนี้เห็นไหมคะ ในใบ... เด็ก ๆ เปิดใบงานดูควบคู่ไปด้วยก็ได้ ตรงคำว่า "อัลกอริทึม" แล้วก็จะมีบอกว่าชื่อใช่ไหมคะ นั่นก็คือเราจะบอก ชื่อตัวนี้เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้ เด็ก ๆ จะตั้งชื่อนี้ว่า Triangle Area สามเหลี่ยมอย่างนี้เป็นภาษาอังกฤษ แต่เป็นภาษาไทยก็คือ เป็น สามเหลี่ยม ทีนี้บอกแล้วว่าการประมวลผลใช่ไหม เราจะต้องรู้ว่า Input คืออะไร Input ของพื้นที่สามเหลี่ยมก็ต้องมีความยาวของฐานถูกไหมคะ เพราะสูตรของ สามเหลี่ยม ก็คือเศษ 1 ส่วน 2 คูณฐาน แล้วก็คูณสูงถูกไหม เพราะฉะนั้น เราก็ต้องบอกความยาวฐานว่าฐานมันยาวเท่าไรนะคะ แล้วบอกความสูง เห็นไหมคะ สามเหลี่ยมนี้มีความสูงเท่าไรนะคะ ในนี้นะคะ มีเพิ่มบอก อาจบอกเป็นเลขจำนวนเต็มหรือเลขจำนวนจริงนะคะ แต่ต้องเป็นเขที่ไม่มีค่าลบ เพราะ คอมพิวเตอร์น่ะ ค่าตัวเลขของคอมพิวเตอร์น่ะ มีทั้งค่าที่เป็นลบ แล้วก็ค่าที่เป็นจำนวนจริงนะคะ กับจำนวนเต็ม จำนวนเต็มนั่นคือไม่เป็นเลขทศนิยมนั่นเองลูก แต่ถ้ามีเลขทศนิยม คอมพิวเตอร์มันจะเรียกว่า "จำนวนจริง" นะคะ เสร็จแล้วสิ่งที่ Output หรืือ สิ่งที่แสดงผลออกมา ก็คือให้มันแสดงค่าพื้นที่ของ พื้นที่ของสามเหลี่ยมนี้ พื้นที่สามเหลี่ยมนี้มีพื้นที่เท่าไรเห็นไหม ทีนี้พอจะสั่งคอมพิวเตอร์นี่ตามหลักแล้วก็คือต้องบอกเริ่มต้น ก็คือมี Beเป็นภาษาไทย เด็ก ๆ ก็เขียนว่าเริ่มต้น แต่ในแบบเราก็คือมีอัลกอริทึม มี Input Output ที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษเพราะอะไร เพราะตอนที่จะไปเขียน เพราะ Pseudo Code มันจะเป็นภาษาอังกฤษ ถ้าเด็ก ๆ เขียนภาษาอังกฤษตั้งแต่แรก เด็ก ๆ ก็จะเข้าใจง่ายนะคะ คือ เราควรจะหาคำศัพท์ด้วยอะไรอย่างนี้ด้วยนะคะ ถ้ามันมีเงื่อนไข เราก็ต้องใส่นะคะ ในนี้บอกขั้นตอนว่าให้ทดสอบก่อน ว่าค่าความยาวน่ะ มีค่าเป็นน้อยกว่า 0 หรือไม่ ไม่ให้ค่าตัวเลขมันติดลบ มันเลยต้องมาหา มาตรวจสอบ ให้คอมพิวเตอร์ตรวจสอบ ว่ามีค่าน้อยกว่า 0 หรือไม่นะคะ if if คือ การกำหนดเงื่อนไข เราจะใช้คำว่า "if" ก็คือถ้า then ถ้าแล้วนะคะ Else ถ้ามี if อีกก็ใส่เข้าไปเหมือนกันนะคะ ทุกครั้งที่จบ จะต้องมีคำว่า "จบ" หรือ "end" เสมอนะคะ ต้องบอกการจบหรือการสิ้นสุดการทำงานของมันนะคะ ถ้าเรา ตัด 2 ค่านี้ออกก็ได้ ก็ได้ เราก็แค่ให้ input ใช้คำว่า "input" ค่าเข้าไปใช้คำว่า "Input" ค่าคือวิธีการเขียนโดยเขียนเป็นแบบมาตราฐาน มาดูโจทย์ที่จะให้ทำ เด็ก ๆ ให้เด็ก ๆ เขียนขั้นตอนวิธีเพื่อหาเลขคู่เลขคี่ ก็คือทำในใบงาน เราไปเปิดใบงานเราควบคู่กันไปค่ะ เดี๋ยวพาลองทำอันแรกก่อนนะ เห็นไหมคะ ชื่อขั้นตอนวิธีเลขคู่ เลขคี่ ลองตั้งชื่อเป็นภาษาอังกฤษ เพราะฉะนั้น ใช้อะไรคะ ใช้ Google แปลภาษา หาคำว่า "เลขคู่" และก็เลข คี่ แปลออกมา เป็นภาษาอังกฤษว่าอย่างไร อันดับแรกต้องใส่ชื่อเข้าไป เลขคู่กับเลขคี่นะคะ ถ้าใครเจอแล้วพิมพ์เลยนะคะ เพราะงานนี้ต้องส่งท้ายชั่วโมง ใครหาคำว่า "เลขคู่ เลขคี่" ทีเ่ป็นภาษาอังเจอแล้วใส่เข้าคำว่า "ชื่อขั้นตอนวิธี" ได้เลยนะคะ ใส่เข้าไปได้เลย ทีนี้ มาดูในส่วนของ Input เราจะหาเลขที่เป็นเลขคู่เลขคี่ได้ ก็ต่อเมื่ออะไรคะ เราจะต้องป้อนอะไรเข้าไปอะไรเข้าไปให้คอมพิวเตอร์ป้อนตัวเลข ถูกไหม เพราะเราจะใส่ ทีนี้อยากให้ระบุ เด็ก ๆ อยากป้อนตัวเลขกี่ตัว อ่าวงั้น อย่างนั้นแม่ระบุให้ก่อนก็ได้ สมมติไม่อยากเยอะนะคะ ก็คือเราอยากให้ระบุว่าให้ใส่ตัวเลขจำนวนเต็มเพราะอะไร ถ้าเป็นจำนวนเต็มเด็ก ๆ ไม่ต้องใส่ทศนิยมน่ะ ไม่ต้องใส่จุด 1 2 3 11 12 นึกออกนะ ตัวเลขที่เป็นจำนวนเต็มนะคะ จำนวนเต็มกี่หลัก ให้ใส่แค่ 2 หลัก ก็คือหลัก 10 น่ะค่ะ นึกออกนะคะ เพราะฉะนั้น Input ก็บอกว่าให้รับค่า เพราะคอมพิวเตอร์ จะเป็นตัวรับค่านะ ให้รับค่าเลขจำนวนเต็ม 2 หลัก ต้องเขียนอย่างนี้นะคะ สิ่งที่เป็น Out put ก็เป็น สิ่งที่ต้องการให้มันแสดงออกมา ก็คืออะไรคะ เลขอะไร ชื่อ... ชื่อคำสั่งคือให้หาเลขคู่ เลขคี่ใช่ไหมคะ Output ที่จะออกมาก็ ต้องเป็นเลขอะไรคะ ต้องได้ทั้ง 2 เลขนะ ก็คือเลขคู่ แล้วก็ต้องมีคำว่า หรือเลขคี่ เพราะคนที่ท เพราะตอนที่เราใส่ข้อมูลเข้าไปเราให้ คนอื่นใส่นี่เราจะไม่รู้เลยว่าเขาป้อนเลขอะไรเข้าไป นึกออกไหม แต่คอมพิวเตอร์มันจะเป็นตัวประมวลออกมา ว่าเลขที่ใส่ออกมานั้น ออกมาแล้วจะเป็นเลขคู่หรือเลข คี่ เพราะฉะนั้น Output ที่ได้ออกมา มีความที่จะเป็นเลขคู่ก็ได้ เลขคี่ก็ได้ เพราะฉะนั้น เวลาเขียน Output ก็ต้องเขียนว่าเลขคู่ หรือเลขคี่นะคะ ก็คือคอมพิวเตอร์มันก็จะแสดงทั้ง 2 ตัว เลขที่ป้อนเข้าไปเป็นตัวไหนออกมา เพราะฉะนั้น ตรง Output ก็ใส่เลขคู่หรือเลขคี่ก็ได้นะคะ พอเริ่ม Begin ในนี้ ในวงเล็บปีกกาใหญ่เห็นไหมคะ เขาบอกให้ใส่อัลกอริทึมหรือคอมเมนต์ลงไปก็ได้ Begin ให้ทำอะไรอาจให้ เริ่มรับค่า ถ้าเป็นคำสั่งเพื่อให้คอมพิวเตอร์รับค่านะคะ ไอ้พวก if นี่เป็นเงื่อนไข เป็นส่วนของการ ญพนหำเราต้องมาดูว่าในตัว... ในตัวงานเราน่ะ มันต้องทำ if ไหมต้องมีเงื่อนไขไหมเห็นไหมคะ นะคะ if เป็น อย่างนี้เป็นต้นนะคะ แต่ที่ต้องมีแน่ ๆ ็ก็คือส่วนของคำสั่งสำรหับรับข้อมูลใช่ไหมคะ Begin เริ่ม เริ่มอะไร คำสั่งในการคอมพิวเตอร์นะคะ นะคะ ถ้าเป็นภาษาอังกฤษก็จะมี Get มี Read แล้วก็มี มี 2 อันนี้ มี get กับ read ใช้ Get กับ reed Get อะไร Get number ใช่ไหม Get แล้วก็ตามด้วยชื่อตัวแปล เพื่อสั่งว่ามันทำอะไรGet number นะคะ ก็คือรับจำนวนตัวเลขอย่างนี้นะคะเดี๋ยวพิมพ์ให้ดู ก็คือเราก็ต้องบอก เริ่มต้นก็คือ... ใช่ไหม เพราะถ้าไม่ป้อนตัวเลขเข้าไปให้มันก็จะ ไปคำนวณไม่ได้ไงว่าเลขนี้เป็นเลขคู่ เลขคี่ Get Number ค่ะ เพระาตัวเลขภาษาก็คือ Number นะคะ พอรับค่าไปแล้ว เสร็จแล้วจะเป็นขั้นตอนที่เรียกว่า เดี๋ยวจะใช้ Comment มาอยู่ตรงนี้ ใน Comment นี่เราบอกว่าเริ่ม เริ่มให้นับค่าตัวเลข ก็ให้เขียนบอกเป็นภาษาไทย เราจะได้รู้ว่าตรงนี้เราสั่งให้คอมพิวเตอร์มันทำอะไร คือตรงส่วนที่ COmment มันเป็นภาษาไทยได้ เพื่อเราจะได้รู้ว่าตรงนี้เราบอกให้คอมพิวเตอร์มันทำอะไร รับจำนวน รับค่า รับค่าตัวเลข ตัวเลข เห็นไหมคะ ก็เลยสั่ง Get Number เสร็จแล้วทำอะไร ก็คือพอรับค่าตัวเลขเข้ามา เราก็ต้องให้คอมพิวเตอร์มันประมวลผล ว่าตัวเลขที่รับมานั้นเป็นเลขคู่หรือเลขคี่ วิธีในการหาเลขคู่ เลขคี่ นั่นก็คืออะไรเอ๋ย ใช้ IF ก็ได้นะคะ IF เพราะมันเป็นเงื่อนไข มันมี 2 ทางเลือกว่าเป็น if condition การตัดสินใจเมื่อตัวนี้เป็นอย่างไร ถ้า Number นะคะ ถ้า Number ใช่ไหม เพราะสิ่งที่เราใส่เข้ามาก็คือ number ใช่ไหมคะ ถ้า number ตัวเลขหารด้วย หารด้วยเท่าไหร่ ถึงจะรู้ว่าเป็นเลขคู่ เลขคี่ หารนะคะ หารในคอมพิวเตอร์เครื่องหมายหารของคอมพิวเตอร์คือ / นะลูก คอมพิวเตอร์ จะไม่ใช้เครื่องหมายหารแบบมีขีดกลางแล้วก็มีจุดบน 2 จุดนะ คอมพิวเตอร์ใช้เครื่องหมายคอมพิวเตอร์คือ / หาร 2 แล้ว Then นะคะ Then คือตรงนี้ แล้วนี่ ถ้าหาร 2 แล้วลงตัวนะคะ ตรงนี้ก็จะต้องให้มันแสดงผล คำสั่งแสดงผล ในคอมฯ มีคำสั่ง print หรือ Display คือ ถ้าใช้ Print จะแสดงทางเครื่องปรินต์เตอร์ จะแสดงทางหน้าจอ เราไม่มี ในห้องเราไม่มีเครื่องพรินต์เตอร์ ให้นึกถึง เราก็ให้แสดงทางหน้าจอ ก็คือDisplay Display อะไร อ่าวเมื่อกี้เลขคู่ เลขคี่ได้ภาษาอังกฤษแล้วใช่ไหม เดี๋ยวแม่จะถาม แม็กกี้ เลขคู่ ภาษาอังกฤษว่าอะไรลูก แม็กกี้ รู้หรือยัง เจอหรือยัง ภาษาอังกฤษว่า สะกดให้แม่ฟังหน่อยสิ ภาษาอังกฤษมีตัวอะไรบ้าง คำว่า "เลขคู่" สะกดมือใช้มือเปิดดูได้นะคะ มีตัวอะไรบ้าง สะกดให้พี่ล่ามดูด้วย เพราะพี่ล่ามจะบอกแม่ แม่จะได้พิมพ์ลงไป ก็คือให้นึกถึงนะ เด็ก ๆ ลองเปิดเครื่องคิดเลขในมือถือก็ได้นะคะ (ล่าม) ยังเปิดไม่ได้เลยค่ะ เพราะว่า Internet มีปัญหาครับ (อาจารย์สุธิรา) อย่างนั้นเดี๋ยวถามคนอื่นก็ได้ ถาม... ภาพล่ามกระตุก ถามแบงค์ดีกว่า แบงก์ เมื่อกี้คำว่า... คำว่า "เลขคู่" ในภาษาอังกฤษ สะกดคำว่า "เลขคู่" ในภาษาอังกฤษให้ฟังสิ หาเจตอหรือนยัง ให้เสิร์ชคำว่า "เลขคู่ เลขคี่" น่ะ ไหนลองสะกดสิ แบงก์ลองสะกดสิ โน่น ๆ ไอ้โต๊ะหลัง ปอย ปอยไปโต๊ะแบก์ บอกให้แบงก์สะกดให้พี่เขาฟัง สะกด (ล่าม) e-v-e-n E-v-e-n ถูกต้องครับ E-v-e-n ก็คือเลขใด ๆ ก็แล้วแต่ที่หารด้วย 2 นะคะ แล้วลงตัวนี่ ตัด condition ออกนะ Number ที่มันหารด้วย 2 นะคะ แล้วลงตัวนี่ เราจะให้มันแสดงคำว่า ถ้าเป็นภาษาไทย นะคะ ก็ให้แสดง ต้องใส่เครื่องหมายคำพูดด้วย ถ้าแสดงเป็นข้อความนะ การแสดงผลในคอมพิวเตอร์ถ้าเป็นข้อความเราจะต้องมีเครื่องหมายคำีทีนี้อยากให้แสดงเป็นภาษาไทยแล้วกัน Even ก้คือเลขคใส่เป็นอย่างนี้ก็ได้นะคะ even เท่ากับ มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ภาษาอังกฤษ เด็ก ๆ จะได้จำได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ให้มันแสดงคำว่า "Even" วรรคเลขคู่อย่างนี้นะคะ ก็คือบอกให้เรารู้ว่าคือ ป้อนเข้ามาเมื่อกี้นี้มันคือเลขคู่นะ Else ก็คือถ้ามันหารด้วย 2 แล้วไม่ลงตัวนะคะ เราก็จะให้มันแสดงคำว่า "เลขคี่" แทน เพราะฉะนั้น มันก็จะเป็นอะไรคะ ไอ้ตรงนี้มันเป็ฌนเงื่อนไตัวเลขนี้มาหารด้วย 2 นะคะ แล้วความจริงมันจะมีต่ออีกนะ หารด้วย 2 แล้วมันไม่มีเศษ ใช่ไม่มีเศษนี่นะคะ เลขนี้ก็จะเป็นเลขคู่ Else Else นี่หมายความว่าถ้าหารด้วย 2 แล้วมันมีเศษ เราก็จะต้องบอกว่าเลขนี้ นะคะ เลขคี่ภาษาอังกฤษ เดี๋ยวถามคนต่อไป เมื่อกี้ออพต้าน่าจะได้แล้ว ออฟต้า สะกดเลขคี่ภาษาอังกฤษ หาเจอแล้วใช่ไหม คำว่า "เลขคี่" ในภาษาอังกฤษสิ สะกดสิ โชว์มือให้พี่เขาเห็นด้วย มีตัวอะไรบ้าง (ล่าม) B-i-s-p-l-a-y แล้วก็ Number ครับ คือ เลขคี่ (อาจารย์สุธิรา) เดี๋ยวนะ มีตัวอะไรบ้างนะ เอาใหม่ ๆ (ล่าม) b-i-s- p-a-l-a-y (อาจารย์สุธิรา) ไม่ใช่ ไม่ใช่ล่ะ คำว่า "เลขคี่ในภาษาอังกฤษ ไม่ใช่ Bripaly เลขคี่ภาษาอังกฤษว่าอะไร ไหน (ล่าม) B (อาจารย์สุธิรา) Odd ไม่ใช่หรือ นี่ เลขคู่เลขคี่นี่ Even Odd นี่ ไปหาอะไรมาน่ะ ต้องเสิร์ชให้เป็นด้วยนะคะ โดยปกติคำว่า "เเลขคู่ เลขคี่ ก็คือ Odd กับ Even นะคะ นี่นะคะ ก็คือบอกขั้นตอนนะคะ ชื่อขั้นตอนนี้ เราจะหาเลขคู่เลขคี่ได้ ก็คือเราต้องป้อนจำนวนตัวเลขเข้าไปให้คอมพิวเตอร์นะคะ ที่บอกว่าให้ใส่จำนวนเต็ม เพราะว่าเวลาเรานำมาคำนวณในการหารนี่ มันก็จะทำให้รู้ผลว่าเป็นเศษหรือไม่เป็นเศษ ทศนิยมน่ะ โอกาสมันจะเกิดเศษเยอะนะคะ เห็นไหมคะพอ เราบอกว่า Input คืออะไร Output ให้มันแสดงข้อความ ไม่ได้บอกให้มันแสดงตัวเลข ถ้าแสดงข้อความนี่ บอกแล้วว่าเด็ก ๆ จะต้องใส่เครื่องหมายคำพูดทุกครั้งนะคะ ในการแสดงผล โดย ใช้คำสั่ง Display แสดงทางหน้าจอนะคะ ให้ประมวลผลตัวเลขที่รับเข้ามานะคะ ว่า จำนวนนั้นน่ะหารด้วย 2 อาจจะใส่รายละเอียดเข้าไปเพื่อให้ตัวเองรู้ว่าเรากำลังสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำอะไรนะคะ นี่ ถ้าสมมติ ของเราไม่มี Get ไม่มี For เราก็สามารถลบ ลบพวก condition พวกนี้ออกได้นะคะ หรือถ้าไม่ลบนะคะ เด็ก ๆ ก็ตอนบันทึกน่ะ ก็บันทึกเป็นชื่อไฟล์อีกชื่อหนึ่งก็ได้ เพราะเวลาเซฟส่งก็ฉบับมันก็โหลดใหม่ได้นะ ไม่มีเงื่อนไขอื่นเราก็ก็ลบออก เสร็จแล้ว สังเกตตำแหน่งเริ่มต้นของ Begin Begin กับ End ต้องตรงกันนะคะ เดี๋ยวเข้าไปหน่อย เป้นต้น รูปแบบของตัวนี้มันก็จะอยู่ตรงกัน อย่างนี้เป็นต้น นี่คือเสร็จวิธีการเขียนแบบมาตรฐาน เราต้องระบุชื่อสิ่งที่เราจะทำนี่คืออะไร Input อะไรเข้าไป แสดงผลอะไรออกมาเห็นไหมคะ และก็มาประมวลผลหรือใช้คำสั่ง เริ่มตั้งแต่การรับค่า การประมวลผลโดยเงื่อนไข ค่า Number หารด้วย 2 แล้ว ลงตัวนี่ ก็คือแสดงผลเป็นเลขคู่ ถ้าไม่ลงตัวแสดงผลเป็นเลขคี่แล้วก็ End if นี่คือการเขียนอัลกอริทึมแบบวิธีมาตราฐานคือ อาจจะเขียนเป็นภาษาไทยทั้งหมดก็ได้ อย่างนี้นะคะ แต่ทีนี้ที่บอกว่าพยายามให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ เด็ก ๆ จะได้จำว่าถ้าพูดถึงการรับค่าในคอมพิวเตอร์นี่มันก็น่าจะเป็น Get อย่างนี้นะคะ ทีนี้มาดู จากตัวนี้แล้วเราจะต้องมาเขียนให้เป็นชุดคำสั่งเทียม วิธีการเขียนเป็นอย่างไร มาดูสไลด์ต่อไปเลยนะคะ เพราะพอเราเขียนวิธีมาตรฐาน การเขียนเป็นรหัสเทียมหรือ Pseudo Code นะคะ ก็คือคำสั่ง เป็นคำสั่งเลย ทีนี้เขียนให้เห็นว่าเป็นคำสั่งเลยนะคะ มันเป็นคำสั่งที่ใกล้เคียงกับภาษาอังกฤษแต่มันจะมีโครงสร้างอย่างที่บอกน่ะ ต้องบอกว่ามีเริ่มต้นมีจุดจบ เห็นไหมคะ โดยเขาบอกว่าเริ่มต้นให้ใช้คำว่า "Begin" พอจบให้ปิดด้วย End นะคะ เวลาอ่านหรือเขียนข้อมูลขจะใช้คำว่้า Read และ เป็น read เป็น print เพราะฉะนั้น เราจะใช้ get ไม่ได้ ใช้แค่ Read กับ Print นะคะ เวลาจะทดสอบก็ใช้ if else else if พวกนี้นะคะ แต่ถ้าเป็นทำซ้ำก็จะใช้ while, do มาดูรูปแบบของการเขียน Pseudo Code หรือชุดคำสั่งเทียมนะคะ ก็คืิอ รับข้อมุลแสดงผล รับก็คือ read ถ้าแสดงก็คือ print นี่คือคำสั่งมันนะคะ Var มาจาก Variable หรือตัวแปร เราจะบอกให้คอมพิวเตอร์ ทำอะไรนี่ต้องมีตัวแปรให้ใช้ในการสั่งงานมันเหมือนตัวแปร Number เหมือนใช้เวลาตั้งชื่อตัวแปรก็จะสื่อถึงความหมายของคำนั่น ๆ ด้วย ถ้ามีการเปรียบเทียบเราจะใช้เงื่อนไขที่เรียกว่า If Then Else ทางเลือกเราจะใช้เงื่อนไขที่เรียกว่า Case นะคะ เคส แล้วก็ตามด้วยตัว แปร ที่เรากำหนด แล้วก็ตามด้วยเงื่อนไขว่าอะไรอย่างนี้นะคะ แล้วก็จบด้วย Endcase เสมอ ทีนี้แต่ถ้าเป็นให้ทำงานแบบวนรอบซ้ำ ๆ ในคอมพิวเตอร์ มันจะใช้คำว่า "while" แล้วก็มี Repeat-Until ที่ใช้มันจะมี While While do แล้วก็จะมี Repeat แล้วก็จนถึง Until ส่วนใหญ่จะใช้ 2 ตัวนี้ Computation จะไม่ค่อยใช้ ใช้อยู่ 2 ตัวบน ทีนี้ถ้าในตัวอย่างเมื่อกี้ เราก็บอกวิธีการเขียนอัลกอริทึมแบบเป็นขั้นตอนแบบเป็นวิธีการมาตรฐาน ทีนี้เรามาเขียนวิธีเขียนชุดคำสั่งเทียมหรือ ของการคำนวนหาพื้นที่ นะคะ เด็ก ๆ ดูเปรียบเทียบได้นะ นี้เป็นวิธีการหาพื้นที่สามเหลี่ยมให้ดูก่อน แล้วแบบ มาตราฐานในการ ในการเขียน เห็นไหมคะ แบบมาตรฐานจะยาวหน่อยแต่มันจะมีรายละเอียดไง ทำให้เราเข้าใจก็คือเราควรเขียนแบบมาตรฐานก่อนเพื่อให้เรารู้ว่า ไอ้สิ่งที่เราจะนำมาทำนี่ เห็นไหม ในแบบมาตรฐานน่ะ สามารถเขียนเป็นภาษาไทยก็ได้เหมือนที่บอกนะคะ ถ้าไม่เขียนเป็นภาษาอังกฤษน่ะ นะคะก็คือ ถ้าพูดถึงนะ ถ้าเหมือนตัวที่ในใบงานนี่ ในตัวอย่างนะคะ เด็ก ๆ ไปปรับได้นะคะ แก้ใหม่ได้เขียนเป็นแบบตัวเองได้ อธิบายเองทีนี้ พอมาเขียนเป็น Pseudo Code นะคะ ตรง Begin ก็เริ่มเลย Read Read อะไร รับค่า base กับ hight base กับ hight ก็คือฐานกับสูงCompute ก็คือ ให้มันคำนวณน่ะค่ะ ให้คอมพิวเตอร์มันคำนวณ area ก็คือ =(1/2) คูณยาวคูณสูง ให้ print ออกมา print อะไร print area ออกมาจยเพราะฉะนั่น พอเป็น Pseudo Code ของหาเลขคู่เลขคี่ ทีนี้ Pseudo Code น่าจะเขียนง่ายกว่าให้ลองเขียนเองแล้วส่งเป็นการบ้าน ถ้านึกหรือจำไม่ได้ ไม่เข้าใจย้อนกลับไปดูเห็นไหม เพราะมันจะมีตัวอย่างนะ มันจะมีตัวอย่างของแบบวิธีมาตรฐาน แล้วก็แบบวิธีเขียน รหัสเทียม เด็ก ๆ ก็ลองกลับไปดูเปรียบเทียบกัน ใช้รูปแบบเดียวกันอยู่แล้ว ออกมาดู แล้วส่งเข้าไปในตัวนี้นะคะ ส่งเข้าไปในใบงาน สำหรับสัปดาห์นี้เราจะพอแค่ Pseudo Code เพราะถ้าเขียนผังงานมันจะต้องวาดรูป มันจะช้ากว่าตัวนี้ เราจะเอาไว้ต่อในสัปดาห์หน้านะคะ มีใครสงสัยการบ้านถาม องุ่นเข้าอีเมลได้หรือยัง (อาจารย์สุธิรา) โอเค ก็คือแก้ Password ใช่ไหม เข้าไปขอใหม่ โอเค เข้าไปทำใบงานนะคะ ที่มอบหมายแล้วก็ส่งเข้าไป คือ ใน Pseudo Code มันไม่ต้องมาอธิบายแล้วใน ในแบบมาตราฐาน เราอธิบายไปแล้วนึกออกนะ Pseudo Code ก็คือบอกเลย Begin อะไร Read อะไร Repuit อะไรออกมาจบ เห็นไหม Pseudo Code จะบอกแค่ Pseudo Code ก็จะสั้นกว่านะคะ ลองดู ตรงนี้เขียนเหมือนกันอยู่แล้ว นะคะ มาแก้แค่ตรงนี้ ส่วนข้างในนี้แล้วก็ส่วนนี้ นะคะ ไม่ต้องใช้ if ไง ให้ใช้เป็นอะไร หรือจะใช้เป็น IF ก็ใส่เข้าไป แต่ไม่ต้องใส่คำอธิบายนะคะ เพราะฉะนั้นทำเสร็จแล้ว ก็ส่งเข้าไปในระบบได้เลยนะคะ สำหรับสัปดาห์นี้ ถ้าไม่มีใครถามเราจะขอจบการการเรียนในวันนี้ เพียงแค่นี้นะคะ เด็ก ๆ จะได้มีเวลานั่งทำ ถามเพื่อนก็ได้ คุยกับเพื่อนก็ได้ เพราะทำเรื่องเดียวกัน ก็คือจาก Pseudo Code จวิธีมาตรฐาน วิธีเลขคู่ เลขคี่มาตรฐาน แล้วเอามาทำเป็น Pseudo Code นะคะ ตรงนี้จะใส่อะไร ใส่อะไรเข้าไป โอเคนะคะ ถ้าอย่างนั่น สวัสดีค่ะเด็ก ๆ สวัสดีค่ะ ขอบคุณพี่ไกท์ด้วยนะ ออพต้า ออพต้าอยู่หน้าจอพอดี ขอบคุณพี่เขาด้วย โอเคครับ สวัสดีครับ สวัสดีค่ะ (ล่าม) ขอบคุณค่ะ ลองทำดูนะคะ เปิดสไลด์ดูก็ได้นะคะ เพราะใน Classroom เราก็มีสไลด์ในสัปหาPrower Piont เปิดสไลด์ดูจากใน Classroom ได้เลยนะคะ เปิดดูควบคู่กับการทำใบงานได้ โอเคค่ะ ค่ะ ขอบคุณค่ะ ออฟต้าถามอยู่ โอเค ถามเลยนะคะ ใครอยากถามยกมือ [สิ้นสุดการถอดความ]