﻿1
00:00:18,779 --> 00:00:18,782

2
00:00:18,782 --> 00:00:22,782

3
00:00:22,785 --> 00:00:26,784

4
00:00:26,784 --> 00:00:30,784

5
00:00:30,785 --> 00:00:34,785

6
00:00:34,791 --> 00:00:38,791

7
00:00:42,798 --> 00:00:46,797

8
00:00:46,797 --> 00:00:50,797

9
00:00:50,803 --> 00:00:52,411

10
00:00:52,411 --> 00:00:56,411

11
00:00:58,805 --> 00:01:02,805

12
00:01:02,808 --> 00:01:06,808

13
00:01:06,813 --> 00:01:10,813

14
00:01:10,814 --> 00:01:14,814

15
00:01:14,819 --> 00:01:18,818

16
00:01:18,818 --> 00:01:22,818

17
00:01:22,822 --> 00:01:26,822

18
00:01:26,825 --> 00:01:30,825

19
00:01:30,825 --> 00:01:34,825

20
00:01:34,830 --> 00:01:38,830

21
00:01:38,834 --> 00:01:42,834

22
00:01:42,850 --> 00:01:46,850
(อาจารย์พิเชนทร์) ครับผม สวัสดีครับ

23
00:01:50,859 --> 00:01:51,222
พี่ล่าม พี่ล่ามชื่ออะไรนะ ขอเสียงพี่ล่ามหน่อย

24
00:01:51,222 --> 00:01:51,930

25
00:01:51,930 --> 00:01:55,930
ปอยไม่มีเสียง

26
00:01:56,806 --> 00:02:00,806

27
00:02:10,869 --> 00:02:14,869
อะไรนะ โอเค ๆ

28
00:02:19,692 --> 00:02:23,692
ชื่อเก๋ อยู่นี่ก็เก๋ อยู่นั่นก็เก๋นะ

29
00:02:25,449 --> 00:02:26,545
ก็วันนี้ก็

30
00:02:26,545 --> 00:02:30,545
มีวิชาผมวิชาเดียวนะครับ ช่วงบ่าย เราคงเจอกัน

31
00:02:32,126 --> 00:02:36,126
นะครับ ประมาณน่าจะครึ่งเทอมนะ

32
00:02:36,813 --> 00:02:39,935
ถอดความมาหรือยังถอดความ

33
00:02:39,935 --> 00:02:41,143
ยังไม่เห็นถอดความเลยนะครับ

34
00:02:41,143 --> 00:02:45,143
ก็ยินดีต้อนรับ

35
00:02:49,536 --> 00:02:53,536
พี่เก๋นะครับ เขาสู่ระบบล่ามออนไลน์ของเรานะครับ

36
00:02:57,143 --> 00:02:59,658
ผมเองก็เป็นอาจารย์ที่มาทดลองที่นี่นะครับ

37
00:02:59,658 --> 00:03:03,658
พี่เก๋ครับ ทดสอบที่สกลนครน่ะครับ

38
00:03:05,299 --> 00:03:09,299
ก็ต้องขอบคุณทาง TTRS  นะครับ ขอบคุณทาง

39
00:03:10,959 --> 00:03:14,959
กสทช. ขอบคุณทาง N

40
00:03:18,911 --> 00:03:20,021
ECTEC ให้โอกาสเรานะครับ ได้ใช้ล่ามออนไลน์ ใช้มาใช้ก่อนเพื่อนเลยนะ ของเรา

41
00:03:20,021 --> 00:03:24,021
ใช่ก่อนเพื่อนเลยนะครับ

42
00:03:26,390 --> 00:03:30,390
พี่อะไรนะ พี่การ์ตูน

43
00:03:32,034 --> 00:03:36,034
ลาออกไปแล้วนะครับ เพิ่งเจอกันมาไปกันแล้วนะครับ ไม่เป็นไรครับ ก็ว่ากันไปนะครับ

44
00:03:36,742 --> 00:03:40,742
ก็คงสักครู่หนึ่งนะครับ พี่เก๋รอสักครู่หนึ่ง

45
00:03:43,739 --> 00:03:47,297
รอเด็ก ๆ ก่อนสัก 2 - 3 คน

46
00:03:47,297 --> 00:03:51,297
ให้ข้อมูลพี่เก๋นิดหนึ่งนะครับ พอดีทางราชภัฏสกลนครเรา มี

47
00:03:53,573 --> 00:03:57,573
ห้องเรียนพิเศษแบบนี้นะครับ 3 ห้องเรียนนะครับ

48
00:04:00,383 --> 00:04:02,205
แต่ด้วยที่ ผมเองก็เป็นผู้ดูแลทั้งหมดเลยนะครับ ก็

49
00:04:02,205 --> 00:04:06,205
รู้สึกขอบคุณแล้วก็เกรงใจทางด้าน TTRS

50
00:04:08,884 --> 00:04:10,483
ก็เลยขอใช้บริการแค่...

51
00:04:10,483 --> 00:04:12,034

52
00:04:12,034 --> 00:04:16,034
มาครั้งแรกนะครับ

53
00:04:16,271 --> 00:04:20,271

54
00:04:28,555 --> 00:04:32,555

55
00:04:32,559 --> 00:04:36,559

56
00:04:36,560 --> 00:04:40,560

57
00:04:40,565 --> 00:04:44,565
น้อง ๆ ทีมงานทั้งหลาย TTRS ทำงานหนัก หนักมากนะ บางคนแทบไม่ได้กินข้าวเที่ยง

58
00:04:50,394 --> 00:04:54,394
ก็น่าเห็นใจนะครับ ก็ช่วงปีที่แล้วนี่พี่อี๊ด พี่การ์ตูน ก็ออนไลน์

59
00:04:56,118 --> 00:04:59,942
ออนไลน์จนกลายเป็นครอบครัวเดียวกันนะครับ 2 - 3

60
00:04:59,942 --> 00:05:01,708
ปีนะครับ มาปีนี้เทอมนี้

61
00:05:01,708 --> 00:05:05,708
บอกไปแล้วนะครับ พี่อิ๋วรายงานว่าลาออกแล้วนะครับ ก็

62
00:05:05,974 --> 00:05:09,974
รู้สึกใจหายนิดหนึ่งครับ ๆ ก็เห็นพี่อิ๋วแจ้งว่า

63
00:05:19,119 --> 00:05:23,119
ให้พี่เก๋มาช่วยนะครับ เป็นสแตนบายให้ ก็ขอบคุณด้วยนะ

64
00:05:24,593 --> 00:05:28,593
ครับ เรายับรับเรื่อย ๆ นะพี่เก๋

65
00:05:32,318 --> 00:05:34,378
เรื่อย ๆ นะพี่เก๋ ทุกรุ่นปี

66
00:05:34,378 --> 00:05:36,656
ปีหน้าอีก 2 ปีเราจะงดรับ

67
00:05:36,656 --> 00:05:40,656
นะครับ งดรับเด็กคอมพิวเตอร์

68
00:05:44,609 --> 00:05:48,609
เราไม่งดรับเด็กหูครับ เราจะงดรับเอกคอมพิวเตอร์

69
00:05:50,064 --> 00:05:50,612
นะครับ เราจะรับใหม่อีก

70
00:05:50,612 --> 00:05:54,464

71
00:05:54,464 --> 00:05:58,464
ปี 2567 นะครับ 2567 - 2568 ผมกำลังทำ

72
00:05:59,161 --> 00:06:03,161
หลักสูตรใหม่นะครับ เป็นหลักสูตรสำหรับผู้พิการโดยเฉพาะนะครับ

73
00:06:07,803 --> 00:06:09,603
ได้ยินแต่มันเบา ไม่เป็นไร ๆ

74
00:06:09,603 --> 00:06:13,603
ก็ต้องขอบคุณทาง TTRS อีกครั้งหนึ่งนะครับ

75
00:06:22,011 --> 00:06:25,120
เพราะว่าลูกศิษย์เราที่จบไป

76
00:06:25,120 --> 00:06:25,346
2 รุ่นนะครับ ก็ตอนนี้ก็ทำงานที่ TTRS นะครับ

77
00:06:25,346 --> 00:06:29,346
น้องปุ๊กกี้นะครับ ที่เป็นนางงามพี่เก๋

78
00:06:34,835 --> 00:06:35,283
คงเห็นนะ ถ้าเขาไปใน TTRS นะครับ

79
00:06:35,283 --> 00:06:36,694
ก็ทำงานที่นั่นเลย

80
00:06:36,694 --> 00:06:40,694
ปี 19, ปี 20 นะครับ ก็ได้รับคำชื่นชม

81
00:06:44,664 --> 00:06:48,664
นะครับ จาก TTRS ว่า

82
00:06:50,691 --> 00:06:54,691
มือสวยนะครับ ล่ามมือสวยนะครับ แต่เราก็เสียดายอยู่นะครับ พี่เก๋

83
00:06:54,898 --> 00:06:58,552
เลยนะครับ แล้วก็รุ่นก่อนนั้นนะครับ เราไม่ได้ใช้

84
00:06:58,552 --> 00:07:01,570
ออนไลน์ล่ามทางไกลเรา เราไปโดน

85
00:07:01,570 --> 00:07:05,570
จากส่วนกลางว่าให้ว่าภาษามือเรา เป็นภาษาบ้านนอก

86
00:07:11,572 --> 00:07:12,072
นะครับ ผมยังจำคำนี้ได้เลยนะครับ

87
00:07:12,072 --> 00:07:15,188
ผมโดนทางด้านส่วนกลางบอกว่าลูกศิษย์อาจารย์น่ะ

88
00:07:15,188 --> 00:07:17,023
เวลามาใช้ภาษามือกับทางส่วนกลาง

89
00:07:17,023 --> 00:07:21,023
ปรากฏว่าเป็นภาษาแบบบ้านนอกนะ

90
00:07:23,608 --> 00:07:26,624
เขาใช้คำว่าบ้านนอกผมก็

91
00:07:26,624 --> 00:07:28,070
ไม่ได้ว่าอะไรนะครับ แต่ก็คิดในใจ

92
00:07:28,070 --> 00:07:32,070
ว่าทำไมบ้านนอกอย่างไร เราสกลนครเราก็บ้านนอกอยู่แล้ว

93
00:07:35,543 --> 00:07:39,331
เราก็ไม่รู้นะครับ ใช่ ๆ

94
00:07:39,331 --> 00:07:43,331
แต่พอปีรุ่นที่ 2 นะครับ รุ่นปุ๊กกี้น่ะ รุ่นที่ 1 รุ่นที่ 2

95
00:07:51,268 --> 00:07:52,274
รุ่นที่ 3 รุ่นที่ 4 ในห้องนี้ ณ ปัจจุบัน

96
00:07:52,274 --> 00:07:56,274
คือ รุ่นที่ 5 นะครับ รุ่นที่ 5 น้อง ๆ คุ้นเคยนะครับ

97
00:07:57,045 --> 00:08:01,045
กับทีวีจากที่เรียนกับเรา

98
00:08:02,410 --> 00:08:06,043
แล้วก็จากที่เรียนกับเรานะครับ ได้หรือยัง

99
00:08:06,043 --> 00:08:08,832
ไอ้พลอย ถอดความ

100
00:08:08,832 --> 00:08:09,893

101
00:08:09,893 --> 00:08:13,711

102
00:08:13,711 --> 00:08:17,711
รอถอดความแป๊บหนึ่งครับ พี่เก๋

103
00:08:22,337 --> 00:08:26,337
แป๊บหนึ่ง เรามีอยู่ 2 - 3 ระบบในชุดเดียวกัน

104
00:08:26,899 --> 00:08:30,899
เราก็ใช้เวลาเกือบ 2 ปีนะครับ

105
00:08:32,109 --> 00:08:34,663
ระบบนี้กว่าจะสำเร็จได้นะครับ

106
00:08:34,663 --> 00:08:38,663
ทางทีมงาน

107
00:08:41,735 --> 00:08:45,735
พี่อิ๋ว ดร.โป้งก็มา เทียวไปเทียวมา

108
00:08:46,974 --> 00:08:50,974
นะครับ สกลนคร - กรุงเทพฯ นะครับ ถ้าแถวบ้านผมเรียก

109
00:08:53,275 --> 00:08:56,534
เทียวไปเทียวมาเหมือนไปนา พี่เก๋

110
00:08:56,534 --> 00:09:00,534
เป็นคนที่ไหนครับ เป็นคน

111
00:09:00,956 --> 00:09:03,403
จังหวัดอะไร กรุงเทพฯ

112
00:09:03,403 --> 00:09:07,403
อ๋อ แต่เป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิดหรือ

113
00:09:11,935 --> 00:09:15,935

114
00:09:19,858 --> 00:09:21,124
อย่างนั้นก็ผมสอน ผมจะได้ไม่ใช่ Original ไง ไม่ใช้ภาษาถิ่น

115
00:09:21,124 --> 00:09:25,124
เพราะปีที่ 1 ผมสอน ๆ ไป

116
00:09:27,730 --> 00:09:31,730
แล้วผมใช้ภาษาท้องถิ่นนะครับ ภาษาย้อ

117
00:09:32,344 --> 00:09:32,843
ภาษาพื้นที่สกลนคร

118
00:09:32,843 --> 00:09:36,843
แล้วปรากฏพี่ล่ามทำมือไม่เข้าใจ ถอดความ

119
00:09:39,928 --> 00:09:43,928
ก็ใช้เครื่องหมาย ? จนลูกศิษย์ของเรา

120
00:09:46,264 --> 00:09:50,264
ลุกขึ้นแล้วก็ยกมือชี้มาที่ล่ามหน้าจอ

121
00:09:51,334 --> 00:09:52,629
ผมก็เลยมองดูเห็นล่าม ล่ามก็ทำมือ

122
00:09:52,629 --> 00:09:54,147
ชี้โบ้ชี้เบ้บอกว่าอาจารย์พิเชนทร์พูดอะไร

123
00:09:54,147 --> 00:09:58,147
นะครับ ก็เลยเป็นที่มาผมก็เลยแนะนำ

124
00:09:59,595 --> 00:10:03,595
ทางด้าน TTRS ก็รับล่ามภาษามือคนอีสานด้วย

125
00:10:06,041 --> 00:10:07,657
นะครับ ก็จะได้ฟังภาษาอีสานออก

126
00:10:07,657 --> 00:10:11,657
ก็เป็นที่มานะครับ ใช่ รับคนอีสานไม่พอ รับคนภาคเหนือด้วย รับคนใต้ด้วย

127
00:10:18,557 --> 00:10:22,557
นะครับ มาเป็นล่าม เอาทุกภาค

128
00:10:23,164 --> 00:10:23,875
ให้ชัดเจนนะครับ เพราะปกติ

129
00:10:23,875 --> 00:10:26,329
เวลาผมสอนผมจะใส่ภาษาถิ่นเป็นส่วนใหญ่นะครับ เพราะ

130
00:10:26,329 --> 00:10:30,329
เด็กท้องถิ่นนะครับ ได้ไหม ถอดความ ก็จะ

131
00:10:35,440 --> 00:10:38,615
ล่ามอย่างเดียวนะ

132
00:10:38,615 --> 00:10:42,615
อันนี้รอถอดความนิดหนึ่ง

133
00:10:44,101 --> 00:10:45,822
นะครับ

134
00:10:45,822 --> 00:10:49,822

135
00:10:50,321 --> 00:10:53,826

136
00:10:53,826 --> 00:10:57,826

137
00:11:08,745 --> 00:11:12,745

138
00:11:12,745 --> 00:11:13,809
ได้ไหมปอย อ่าวหรือ

139
00:11:13,809 --> 00:11:17,809
เหมือนกันลูก เหมือนกัน

140
00:11:22,981 --> 00:11:26,981

141
00:11:27,537 --> 00:11:31,537
มาแล้วก็นั่งที่นะครับ

142
00:11:40,228 --> 00:11:44,228
นั่งที่นะครับ เก้าอี้พิเศษเรามีให้นะครับ

143
00:11:45,239 --> 00:11:46,957
มาแล้ว ๆ นะครับ ถอดความมาแล้วนะครับ

144
00:11:46,957 --> 00:11:50,957
ทีนี้

145
00:11:53,558 --> 00:11:57,558
จะต้องตั้งใจบรรยายนิดหนึ่งนะครับ

146
00:11:58,735 --> 00:12:02,735
ทีมงานซอฟต์แวร์พาทีจะมา

147
00:12:03,146 --> 00:12:07,146
ขอบันทึกเสียงนะครับ ขอถอดเอาไปทำเป็นโปรแกรมถอดความ

148
00:12:07,544 --> 00:12:11,544
แต่ก็จะมีบางช่วงพี่เก๋นะ จะใช้

149
00:12:15,451 --> 00:12:19,311
ภาษาทองถิ่นนะครับ Origina

150
00:12:19,311 --> 00:12:23,311
l ให้มีความหลากหลายนะครับ เพราะว่าในห้องเรียนเรานะครับ ในห้องเรียนเราขณะนี้ก็

151
00:12:24,960 --> 00:12:28,960
มีน้อง ๆ ปกติอยู่

152
00:12:29,038 --> 00:12:33,038
ประมาณ 30 กว่าคนแล้วก็มีน้อง ๆ หูหนวกอีก

153
00:12:36,423 --> 00:12:38,220
ประมาณ 8 คนนะครับ ครับ ๆ

154
00:12:38,220 --> 00:12:38,333
ก็... อ๋อ

155
00:12:38,333 --> 00:12:42,333
มันอุบลฯ มันลาวนะ ไม่ใช่ย้อนะ

156
00:12:49,383 --> 00:12:50,659
เดี๋ยวฟังดูแล้วกันนะ ภาษาผมจะฟังออกไหม เพราะ

157
00:12:50,659 --> 00:12:50,849
ว่าเป็นภาษาท้องถิ่นนะครับ

158
00:12:50,849 --> 00:12:54,849
ครบหรือยัง ครบหรือยังเด็ก ๆ

159
00:12:59,423 --> 00:13:02,744
วันนี้นะครับ ก็

160
00:13:02,744 --> 00:13:04,674
จะพูดถึงนะครับ ความเป็นมา

161
00:13:04,674 --> 00:13:08,674
ของวิชาระบบปฏิบัติการและแพลตฟอร์ม

162
00:13:12,141 --> 00:13:12,848
คอมพิวเตอร์นะครับ เรียนรายวิชาผมก็

163
00:13:12,848 --> 00:13:16,848
ไม่ต้องรีบร้อนนะครับ

164
00:13:17,479 --> 00:13:21,105
ใจเย็น ๆ นะครับ

165
00:13:21,105 --> 00:13:24,719
ค่อย ๆ ไป เราจะไม่รีบไม่ร้อนนะครับ

166
00:13:24,719 --> 00:13:28,719
ไม่ต้องฟ่าว เห็นไหม ภาษาท้องถิ่นเริ่มมาแล้วนะครับ เก๋

167
00:13:33,778 --> 00:13:37,778
นะครับ เราจะไม่รีบ เนื้อหารายวิชานี้นะครับ ส่วนใหญ่จะเป็นบรรยาย

168
00:13:42,003 --> 00:13:42,181
นะครับ ผมจะสอน

169
00:13:42,181 --> 00:13:45,101
อยู่ประมาณครึ่งเทอมนะครับ สอนประมาณ

170
00:13:45,101 --> 00:13:49,101
ครึ่งเทอม  ส่วน

171
00:13:50,365 --> 00:13:51,610
ครึ่งเทอมหลัง ผมจะสอนภาคปฏิบัติ

172
00:13:51,610 --> 00:13:55,610
นะครับ พอสอนภาคปฏิบัติ ผมจะไม่ใช้

173
00:14:02,957 --> 00:14:06,957
ห้องนะครับ เราจะแยกไปสอนที่อาคาร 7 นะครับ พอเวลาเราเรียนปฏิบัติ

174
00:14:07,342 --> 00:14:11,342
ผมจะไม่ให้มาเรียนทั้งห้องแบบนี้นะครับ ผมจะให้เรียนเป็นกลุ่ม

175
00:14:11,759 --> 00:14:15,759
นะครับ กลุ่มละ 8 คน

176
00:14:18,041 --> 00:14:22,041
นะครับ เดี๋ยวจะบอกว่าสัปดาห์ที่ 1 กลุ่มไหน

177
00:14:24,851 --> 00:14:25,049
สัปดาห์ไหนกลุ่มที่ 8 เรียน

178
00:14:25,049 --> 00:14:25,889
เราจะแยกเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 8 คน พอแยก

179
00:14:25,889 --> 00:14:29,162
เรียนเสร็จสอบเลยให้มันจบ

180
00:14:29,162 --> 00:14:33,162
คือ ภาคปฏิบัตินะครับ ส่วนภาคปฏิบัติจะเรียนอะไร ค่อยว่ากัน

181
00:14:38,893 --> 00:14:42,893
นะครับ มาดูนะครับ ในบทนี้นะครับ จะพูดถึงพื้นฐาน

182
00:14:44,899 --> 00:14:46,857
พื้นฐานนะครับ พื้นฐานคอมพิวเตอร์เรานะครับ

183
00:14:46,857 --> 00:14:47,574
ว่าเป็นมาอย่างไรนะครับ

184
00:14:47,574 --> 00:14:49,952

185
00:14:49,952 --> 00:14:53,952

186
00:14:54,017 --> 00:14:58,017

187
00:15:00,855 --> 00:15:03,697
เหมือนมันไม่โชว์ขึ้นหน้าจอ

188
00:15:03,697 --> 00:15:06,087

189
00:15:06,087 --> 00:15:10,087
ไปอยู่หรือทำไมของค่อยไม่เปลี่ยน

190
00:15:14,032 --> 00:15:15,983
อันนี้ไม่เปลี่ยน

191
00:15:15,983 --> 00:15:18,904
เอาแล้วระบบนะ

192
00:15:18,904 --> 00:15:22,904
หน้าจอเปลี่ยน แต่หน้าจอ

193
00:15:27,531 --> 00:15:30,007
ผมไม่เปลี่ยนนะครับ

194
00:15:30,007 --> 00:15:34,007
โอเคนะครับ ดูต่อนะครับ

195
00:15:41,064 --> 00:15:45,064
เกิดข้อผิดพลาด

196
00:15:46,608 --> 00:15:47,064
ทางราชภัฏนิดหน่อยนะครับ ค่อย ๆ แก้ไปนะครับ

197
00:15:47,064 --> 00:15:50,026
มาแล้วก็

198
00:15:50,026 --> 00:15:54,026
อย่าเพิ่งคุยกันนะครับ ตั้งใจฟังก่อนนะครับ

199
00:15:55,827 --> 00:15:59,827
อันแรกนะครับ  เป็นความรู้

200
00:16:04,012 --> 00:16:06,103
เบื้องต้นเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์และระบบปฏิบัติการนะครับ คอมพิวเตอร์หมายถึงอะไรนะครับ

201
00:16:06,103 --> 00:16:10,103
ในความคิดเรา เราคิดว่า

202
00:16:14,815 --> 00:16:18,246
หมายถึงอะไร ถามมิ่ง

203
00:16:18,246 --> 00:16:22,246
มิ่งคิดว่าคอมพิวเตอร์ในความคิดมิ่งหมายถึงอะไรครับ

204
00:16:23,712 --> 00:16:27,712
ไอ้ที่ตั้งอยู่ข้างหน้าน่ะ

205
00:16:32,035 --> 00:16:35,021
เราคิดว่ามันคืออะไร ในความคิดเรานะ ไม่ต้องอ่านในสไลด์นะ ความคิดเรา

206
00:16:35,021 --> 00:16:35,077

207
00:16:35,077 --> 00:16:39,077

208
00:16:48,936 --> 00:16:52,127
ลองนึกสิ นี่ ๆ บาสใช่ไหม

209
00:16:52,127 --> 00:16:56,127
บาส, ต้า, ไอ้ต้า

210
00:16:56,928 --> 00:17:00,928
นี่มิ๊กกี้

211
00:17:01,113 --> 00:17:05,113
ใช่ไหม เดี๋ยวสลับสิ แม็กกี้

212
00:17:06,346 --> 00:17:10,063
กดตรงไหนนะ ลืมแล้วนี่ ล่ามไอ้นี่หรือเปล่า

213
00:17:10,063 --> 00:17:14,063
ไอ้เราเบอร์อะไร เบอร์ 1

214
00:17:15,837 --> 00:17:17,358
ถามมั๊

215
00:17:17,358 --> 00:17:21,334
กถามแม็กอะไรนะ แม็กกี้

216
00:17:21,334 --> 00:17:25,334
ดูในจอจะได้คุ้นเคย ดูในจออยากถามแม็กกี้ว่า

217
00:17:26,850 --> 00:17:30,850
คอมพิวเตอร์ในความคิดของแม็กกี้มันคืออะไร

218
00:17:34,495 --> 00:17:38,118
คืออะไร ตอบสิ ๆ

219
00:17:38,118 --> 00:17:42,118
ลองตอบ ตอบเลยหน้าเราตอบตรงนั้นได้เลย

220
00:17:43,962 --> 00:17:46,433
ตอบได้เลยลูก ทำภาษามือ

221
00:17:46,433 --> 00:17:50,433
เลยลูกบอกเลยบอกผ่าพี่เก๋เลย

222
00:17:50,498 --> 00:17:54,498

223
00:17:57,084 --> 00:18:01,084
ไม่เห็นมือหรือ เก้าอี้มันนั่นไป

224
00:18:07,846 --> 00:18:11,846
เห็นมือไหม

225
00:18:20,981 --> 00:18:24,981

226
00:18:24,982 --> 00:18:28,982

227
00:18:30,289 --> 00:18:34,289
เก่งนะนี่ เก่งนะ

228
00:18:36,818 --> 00:18:38,592
ให้ความหมายได้ลึกซึ้งนะครับ

229
00:18:38,592 --> 00:18:41,657
ตี๋นี่เบอร์ 8 ใช่ไหม

230
00:18:41,657 --> 00:18:44,070
ไหนล่ะเบอร์ 8 เบอร์ 8

231
00:18:44,070 --> 00:18:47,149

232
00:18:47,149 --> 00:18:51,149

233
00:18:52,721 --> 00:18:56,721
ตี๋ ตี๋ตอบสิว่าในความคิดตี๋คิดว่าคอมพิวเตอร์หมายถึงคืออะไรลูก

234
00:18:58,688 --> 00:19:01,923

235
00:19:01,923 --> 00:19:03,208
ตอบผ่านพี่ล่ามเลย

236
00:19:03,208 --> 00:19:07,112

237
00:19:07,112 --> 00:19:11,112

238
00:19:21,024 --> 00:19:25,024

239
00:19:25,028 --> 00:19:29,026

240
00:19:29,026 --> 00:19:33,026
(ล่าม) ประมาณนี้ครับ

241
00:19:35,082 --> 00:19:39,082

242
00:19:41,826 --> 00:19:45,826

243
00:19:45,826 --> 00:19:49,826

244
00:19:49,831 --> 00:19:53,831
ได้ตอบ (อาจารย์พิเชนทร์) มีอะไรถามผ

245
00:19:53,833 --> 00:19:54,288
่านบาส บาสใช่ไหม บาสเบอร์อะไร เบอร์ 7

246
00:19:54,288 --> 00:19:56,776
เอาเสียหน่อย ๆ

247
00:19:56,776 --> 00:20:00,776
ถามบาสคำถามเดียวกันเลย คอมพิวเตอร์

248
00:20:03,245 --> 00:20:03,714
หมายถึงอะไร

249
00:20:03,714 --> 00:20:07,714

250
00:20:09,526 --> 00:20:13,526
(ล่าม) คอมพิวเตอร์ใช่ไหมครับ ก็เกี่ยวกับระบบน่ะครับ มี CPU

251
00:20:18,700 --> 00:20:21,331
มีระบบที่สามารถพิมพ์ได้ มีระบบต่าง ๆ นะครับ ที่

252
00:20:21,331 --> 00:20:25,331
เอาไว้เก็บข้อมูล แล้วก็มีระบบต่าง ๆ

253
00:20:28,749 --> 00:20:32,641
แล้วก็มีความรู้ต่าง ๆ ที่อยู่ในระบบ

254
00:20:32,641 --> 00:20:36,641
เดี๋ยวนี้เก่งนะนี่ ตอบได้กันหมดเลย รุ่นก่อน ๆ ไม่ตอบเลยนะครับ จะนั่งยิ้มตอนนี้ไม่รู้ว่า

255
00:20:38,068 --> 00:20:40,519
ใครหน้าบูด ใครหัวเราะ ใครใส่หน้ากากกัน

256
00:20:40,519 --> 00:20:44,519
ใครไม่ใส่หน้ากาก ก็อย่าเอามาแพร่เพื่อน

257
00:20:47,001 --> 00:20:49,536
นะครับ เพราะว่าปี 2, ปี 3 เป็น COVID กันเยอะ

258
00:20:49,536 --> 00:20:50,287
สำหรับเด็ก ๆ ที่ตอบคำถามนะครับ

259
00:20:50,287 --> 00:20:54,287
นี่คือผมพยายามจะให้น้อง ๆ ปี 1 นะ พี่เก๋นะ ว่า

260
00:20:58,678 --> 00:21:02,678
เวลาที่เรียนในห้องผ่านล่ามออนไลน์นี่ เราสามารถที่จะถามอาจารย์ได้ตลอดเวลา

261
00:21:05,406 --> 00:21:08,524
สวิตช์ถามได้ตลอดเวลา เราพยายามถาม

262
00:21:08,524 --> 00:21:12,524
นะครับ ถ้าเราถามอย่างนี้ เราจะสื่อสารเราจะคุ้นเคยกัน

263
00:21:14,465 --> 00:21:14,824
นะครับ เพื่อนหูดีเหมือนกันนะ

264
00:21:14,824 --> 00:21:18,824
เราสามารถกด ผมสามารถกดสวิตช์หน้าพวกเราได้หมดนะครับ

265
00:21:21,082 --> 00:21:24,756
คุยกันได้นะครับ เราจะพยายามศึกษาเรียนรู้กันไป

266
00:21:24,756 --> 00:21:28,756
มันก็จะเป็นการเรียนที่มันจะแหวก ไม่เหมือน

267
00:21:29,094 --> 00:21:33,094
ห้องปกติทั่วไป มาดูนะครับ ความหมาย

268
00:21:36,424 --> 00:21:40,424
ของคอมพิวเตอร์ก็มีคนให้ความหมายเยอะแยะมากมายนะครับ แต่ในความหมายภาครวม

269
00:21:40,728 --> 00:21:44,728
คอมพิวเตอร์ ก็คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่ง

270
00:21:47,646 --> 00:21:48,277
นะครับ ที่ต้องอาศัยไฟ

271
00:21:48,277 --> 00:21:48,688
นะครับ ไม่มีไฟทำงานได้ไหม

272
00:21:48,688 --> 00:21:52,688
ทำไม่ได้ใช่ไหม แต่คอมพิวเตอร์

273
00:21:53,156 --> 00:21:57,156
มีความสามารถที่มากกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป คืออะไร ครับ

274
00:22:02,819 --> 00:22:06,819
ในตัวคอมพิวเตอร์เองนะครับ จะมีหน่วยประมวลผลอยู่ข้างในเครื่องใช่ไหม

275
00:22:08,670 --> 00:22:12,670
ที่เรียนเรียกว่า "CPU" ใช่ไหม

276
00:22:15,251 --> 00:22:17,248
มันจำได้ มันคิดได้ มันประมวลผลได้

277
00:22:17,248 --> 00:22:19,920
นี่คือความแตกต่างจาก

278
00:22:19,920 --> 00:22:23,054
เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทอื่นนะครับ นั่นหมายความว่า

279
00:22:23,054 --> 00:22:27,054
คอมพิวเตอร์หมายถึงอะไร มีความหมายเยอะแยะมากมายเลยนะครับ ในนี้

280
00:22:29,198 --> 00:22:33,198
เขาสรุปมาให้เรา ก็คือเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างหนึ่ง ที่

281
00:22:33,853 --> 00:22:35,574
สามารถรับข้อมูลและรับชุดคำสั่ง

282
00:22:35,574 --> 00:22:38,025
และไปประมวลผลและแสดงผลออกมาได้นะครับ

283
00:22:38,025 --> 00:22:39,088

284
00:22:39,088 --> 00:22:43,088

285
00:22:53,950 --> 00:22:57,921

286
00:22:57,921 --> 00:23:01,921

287
00:23:04,336 --> 00:23:08,336
คราวนี้เรามาดูประเภทของคอมพิวเตอร์นะครับ ว่า

288
00:23:12,319 --> 00:23:16,319
มีกี่ประเภทนะครับ ในที่นี้นะครับ เขาแบ่งคอมพิวเตอร์ออกเป็น

289
00:23:16,700 --> 00:23:20,427
ทั้งหมดนะครับ 7

290
00:23:20,427 --> 00:23:23,102
ประเภทนะครับ

291
00:23:23,102 --> 00:23:27,102
ก็คือ Super Computer นะครับ Mainframe Computer, Mini Computer,

292
00:23:30,031 --> 00:23:34,031
PC นะครับ แล้วก็ Notebook นะครับ

293
00:23:37,245 --> 00:23:38,275
แล้วก็ Computer Network นะครับ มี 7 ประเภท

294
00:23:38,275 --> 00:23:42,275
ถ้ามาอ่านตำรา

295
00:23:42,604 --> 00:23:44,348
หลายเล่ม ไปค้นคว้าอินเทอร์เน็ตหลายที่นะครับ

296
00:23:44,348 --> 00:23:48,348
หลายคนแต่งนะครับ

297
00:23:50,261 --> 00:23:50,997
หลายคนเขียนความหมาย ประเภทก็จะ

298
00:23:50,997 --> 00:23:54,480
ไม่เหมือนกันนะครับ ดังนั้น

299
00:23:54,480 --> 00:23:58,480
วิธีการเรียนทำอย่างไรครับ ในสถานศึกษานั้น

300
00:23:59,648 --> 00:24:03,648
เราเป็นนักศึกษานะครับ ถ้าเกิดว่าเรา

301
00:24:06,031 --> 00:24:10,031
เรียนในห้องนี้นะครับ สไลด์ที่ผมนำมาสอนตอนนี้

302
00:24:11,469 --> 00:24:15,469
บอกว่า 7 ประเภท แสดงว่า

303
00:24:15,992 --> 00:24:19,992
เราก็ต้องท่องไว้ เอาไว้สอบนะครับ ต้องตามอาจารย์ผู้สอนนะ ตามสไลด์ไปนะครับ ผมก็

304
00:24:25,051 --> 00:24:28,190
อยากจะเปลี่ยนเหมือนกันนะ บางทีก็ใช้ร่วมกัน 7 ก็ 7

305
00:24:28,190 --> 00:24:30,042
ดูประเภทที่ 1 นะครับ Super Computer นะครับ หรือคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่

306
00:24:30,042 --> 00:24:34,042
นะครับ ชื่อก็บอกนะเป็นคอมพิวเตอร์นะครับ

307
00:24:39,242 --> 00:24:43,242
ขนาดใหญ่นะครับ ขนาดใหญ่ ใหญ่แค่ไหนนะครับ

308
00:24:43,948 --> 00:24:46,695
ใหญ่เท่าห้องเรานี่ ซึ่งถามว่าคอมพิวเตอร์ประเภทนี้ทำงานอย่างไรครับ

309
00:24:46,695 --> 00:24:50,695
มีราคาแพงที่สุดนะครับ

310
00:24:52,182 --> 00:24:54,445
ทำงานด้วยความเร็วสูงนะครับ เช่น

311
00:24:54,445 --> 00:24:58,445
การประมวลผลที่สับซ้อน

312
00:25:01,494 --> 00:25:04,829
เช่น การสร้างขีปนาวุธ การสร้างยานอวกาศ

313
00:25:04,829 --> 00:25:07,095
นะครับ การพยากรณ์อากาศ

314
00:25:07,095 --> 00:25:11,095
วันนี้ฝนจะตกไหม พรุ่งนี้ฝนจะตกไหม

315
00:25:12,495 --> 00:25:16,495
หรือไม่ตก พวกนี้คือ Super Computer นะครับ

316
00:25:18,770 --> 00:25:19,639
ดูรูปนี้ นี่คือ Super Computer

317
00:25:19,639 --> 00:25:21,256
นะครับ

318
00:25:21,256 --> 00:25:25,256
ถามว่าในประเทศไทยมีไหม มีไหมครับ

319
00:25:30,334 --> 00:25:30,584
เราว่ามีไหมในประเทศไทย

320
00:25:30,584 --> 00:25:34,025
มีไหม

321
00:25:34,025 --> 00:25:38,025
ห้องหนึ่ง ห้องหนึ่ง

322
00:25:42,563 --> 00:25:43,956
ว่ามีไหม Super Computer

323
00:25:43,956 --> 00:25:45,531
มีไหมครับ ดูนี่ดู

324
00:25:45,531 --> 00:25:49,531
เช่น งานพยากรณ์อากาศ

325
00:25:49,759 --> 00:25:53,759
มีไหมประเทศไทยมีไหม ฟังอยู่ทุกเช้า

326
00:25:55,973 --> 00:25:59,973
นะครับ ใช่ไหม ข่าวพยากรณ์อากาศ ดาวเทียมพวกนี้

327
00:26:03,367 --> 00:26:07,079
นะครับ Super Computer คอมพิวเตอร์ประเภทที่ 2 นะครับ

328
00:26:07,079 --> 00:26:11,079
คอมพิวเตอร์ขนาดกลาง Mainframe Computer นะครับ

329
00:26:11,746 --> 00:26:15,226
ก็เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีขนาด

330
00:26:15,226 --> 00:26:19,226
เล็กลงมาจาก Super Computer

331
00:26:24,387 --> 00:26:28,038
ก็ประมาณสักครึ่งห้อง เมื่อกี้เต็มห้องนะ ประมาณสักครึ่งห้องนะครับ

332
00:26:28,038 --> 00:26:29,875
Mainframe Computer ก็มีประสิทธิภาพสูง แต่ก็น้อยกว่า Super Computer

333
00:26:29,875 --> 00:26:33,875
นะครับ ก็ทำงานใน

334
00:26:39,887 --> 00:26:40,161
องค์กรที่เล็กลง เช่น ธนาคาร

335
00:26:40,161 --> 00:26:42,563
บริษัทประกันภัย

336
00:26:42,563 --> 00:26:46,563
นะครับ ธนาคารเช่นอะไรครับ ธนาคารอย่างที่เราไปกด

337
00:26:51,064 --> 00:26:54,635
เงิน ATM อยู่หน้ามหาวิทยาลัยบ้า

338
00:26:54,635 --> 00:26:54,802
ง ห้างสรรพสินค้าบ้าง มันจะมี Mainframe Computer อยู่ที่ส่วนกลาง

339
00:26:54,802 --> 00:26:58,802
นะครับ เอาไว้ประมวลผลแล้วก็กระจายออกไป

340
00:27:00,586 --> 00:27:04,586
แต่ละตู้ แต่ละสาขาที่อยู่ตามประเทศไทยของเรา

341
00:27:09,696 --> 00:27:09,823
สถานที่ต่าง ๆ ในประเทศไทยของเรา นึกภาพตามนะ เช่น เราไปกดสตางค

342
00:27:09,823 --> 00:27:13,823
์นะครับ เช่น ธนาคารออมสิน

343
00:27:17,440 --> 00:27:20,219
อย่างนี้นะครับ ธนาคารออมสินก็จะมี

344
00:27:20,219 --> 00:27:24,219

345
00:27:29,811 --> 00:27:33,811
คอมพิวเตอร์ขนาดกลางอยู่ทั่วประเทศ ในการกดเงินของเรานะครับ ฟ้าร้องแล้วนะครับ เราเคยคิดไหมครับ ว่าในตู้

346
00:27:41,612 --> 00:27:44,254
มีอะไรบ้าง ที่อุบลฯ เคยเห็นไหม มีอะไรบ้าง รู้ไหมข้างในมันมีอะไรบ้าง อยู่ในหลังตู้น่ะ

347
00:27:44,254 --> 00:27:48,254

348
00:27:48,410 --> 00:27:52,410
หัวหน้าห้องหมู่ 1 ทราบไหมว่ามีอะไรข้างใน

349
00:27:53,710 --> 00:27:56,731
รู้ไหมว่าข้างในมันมีอะไรข้างใน

350
00:27:56,731 --> 00:28:00,731
ในตู้ ATM นั้นนะครับ

351
00:28:01,680 --> 00:28:05,230
1 เครื่องสำรองไฟ เครื่อง UPS

352
00:28:05,230 --> 00:28:09,046
2. มีเครื่องคอมพิวเตอร์ เหมือนเครื่องข้างหลัง

353
00:28:09,046 --> 00:28:13,046
เป็น PC อยู่

354
00:28:14,948 --> 00:28:18,948
ข้างหลังนะครับ แล้วก็เปิด-ปิด ๆ นะครับ แล้วก็แสดงผลหน้าจอเราใช่ไหม

355
00:28:22,534 --> 00:28:25,767
หน้าจอที่เราเห็นน่ะ เราก็ไปกดสตางค์น่ะ

356
00:28:25,767 --> 00:28:29,330
หน้าจอ Touch screen ก็มีบางทีไม่ใช่ก็เป็นกดปุ่ม

357
00:28:29,330 --> 00:28:33,330
ฟ้าร้องมาแล้วนะครับ จะสังเกตว่าบางคนนะ

358
00:28:34,674 --> 00:28:38,674
ถามว่าอาจารย์ครับ ทำไมตู้ ATM ธนาคารออมสิน

359
00:28:45,989 --> 00:28:49,203
ไม่ยอมใช้ Windows 11 สักที

360
00:28:49,203 --> 00:28:53,203
รู้ไหมครับ ว่าในตู้ ATM ทุกตู้น่ะ ต้องใช้ระบบปฏิบัติการควบคุมครับ เปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมา

361
00:28:53,329 --> 00:28:57,329
แล้วก็ทำงานนะครับ

362
00:28:58,307 --> 00:29:02,307
เดี๋ยวเราจะรู้ว่าทำไมเขาไม่ใช้

363
00:29:03,697 --> 00:29:07,697
ในตู้ ATM แต่ละตู้นะ ดูต่อนะครับ ประเภทที่ 3

364
00:29:08,372 --> 00:29:12,372
อันนี้รูป Mainframe Computer นะครับ มาดูรูปประเภทที่ 3

365
00:29:14,591 --> 00:29:14,617
Mini Computer อันนี้เล็กลง อันนี้รูป Mainframe Computer นะครับ มาดูรูปที่ 3

366
00:29:14,617 --> 00:29:15,693
เล็กลงมาอีกนะครับ

367
00:29:15,693 --> 00:29:19,693
อันนี้ก็ราคาไม่แพงตัวนี้

368
00:29:23,073 --> 00:29:27,073
เป็น Mini Computer ก็ประมวลผล ทำงานที่คุณภาพสูง

369
00:29:30,747 --> 00:29:33,900
เช่น พวกฟิสิกส์ พวกคำนวณ

370
00:29:33,900 --> 00:29:36,552
ตัวเลขเยอะ ๆ อะไรประมาณนี้นะครับ นี่รูปภาพนะครับ เก่ามากนะครับ

371
00:29:36,552 --> 00:29:40,552
ประเภทที่ 4 นะครับ ก็คือ PC Personal Computer

372
00:29:44,076 --> 00:29:46,990
ก็เป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

373
00:29:46,990 --> 00:29:50,171
อยู่ข้างหน้าเรานะครับ เป็นประเภท Personal Computer นะครับ

374
00:29:50,171 --> 00:29:54,171
แต่เครื่องเราที่ตั้งข้างหน้าเราเป็น All in one

375
00:29:56,916 --> 00:30:00,916
ก็จัดอยู่ในประเภทเดียวกันนะครับ Personal Computer All In One

376
00:30:04,769 --> 00:30:08,239
ปัจจุบัน เป็นอย่างไรครับ คุณภาพของ PC มีขีดความสามารถสูงมาก

377
00:30:08,239 --> 00:30:10,177
นะครับ ซึ่งถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

378
00:30:10,177 --> 00:30:14,177
ราคาจะสูงมาก เราจับจ้องลำบากมาก

379
00:30:19,100 --> 00:30:20,138
แต่ปัจจุบันราคาถูกนะครับ แต่คุณภาพสูงตามไปด้วย

380
00:30:20,138 --> 00:30:21,934
นะครับ ประเภทที่ 5 นะครับ นะครับ

381
00:30:21,934 --> 00:30:25,934
ก็เป็นคอมพิวเตอร์

382
00:30:26,840 --> 00:30:28,973
พกพานะครับ Notebook

383
00:30:28,973 --> 00:30:32,973
ปัจจุบันนะครับ

384
00:30:35,944 --> 00:30:39,944
โน้ตบุ๊กราคาแพงหรือถูก ถูกนะ

385
00:30:41,701 --> 00:30:44,367
สมัยอาจารย์เรียน

386
00:30:44,367 --> 00:30:48,367
นะครับ Notebook เครื่องละเป็นแสนนะครับ แสนห้า

387
00:30:53,999 --> 00:30:56,796
หน้าจืดเลยนะครับ ยี่ห้อ IBM

388
00:30:56,796 --> 00:30:57,473
ปัจจุบันโน้ตบุ๊กหมื่นกว่าบาท ก็โอเคแล้วนะ

389
00:30:57,473 --> 00:30:58,849
สำหรับพวกเราก็ 25,000 ก็โอเค

390
00:30:58,849 --> 00:31:02,849
นะครับ ถามว่าเอกคอมพิวเตอร์อย่างเรา ควรจะมีคอมพิวเตอร์เป็นส่วนตัวไหมครับ

391
00:31:06,335 --> 00:31:10,335
ควรจะมีไหม หรืออุบลควรจะมีไหม

392
00:31:10,646 --> 00:31:14,646
ควรจะมีไว้นะครับ แล้วก่อนจะซื้อ

393
00:31:20,718 --> 00:31:24,718
ก็ให้เลือกให้มันเหมาะนะครับ อย่าไปซื้อเพราะราคาถูก

394
00:31:25,001 --> 00:31:26,004
เพราะว่าอะไรหลายอย่าง มันเหมาะกับงานของเราหรือเปล่านะครับ

395
00:31:26,004 --> 00:31:30,004
บางคนไปซื้อมาเล่นเกมอย่างนี้

396
00:31:30,152 --> 00:31:34,152
แต่เขียนโปรแกรมไม่ได้นะครับ ต้องดูด้วยนะครับ หลังจาก

397
00:31:39,767 --> 00:31:42,020
เรียนรายวิชานี้แล้ว เรา

398
00:31:42,020 --> 00:31:45,274
ว่าเลือกซื้อคอมพิวเตอร์มาใช้งานต้องเลือกให้เป็นด้วย ประเภทที่ 6

399
00:31:45,274 --> 00:31:46,631
นะครับ

400
00:31:46,631 --> 00:31:50,631
PAD เคยเห็นไหมนะครับ ให้ดูรูปเลยแล้วกัน

401
00:31:55,404 --> 00:31:59,404
นะครับ คอมพิวเตอร์พกพาเลขาส่วนตัว

402
00:31:59,776 --> 00:32:02,721
เห็นไหมครับ รู้นี่ปัจจุบันไม่เห็นเขาใช้กันนะครับ ไม่ค่อยนิยมนะครับ

403
00:32:02,721 --> 00:32:06,721
ตอนนี้เขาใช้อะไรแทนแล้ว เขาใช้อะไรแทนครับ ตัวนี้

404
00:32:10,775 --> 00:32:13,888
ตอนนี้มือถือเรา

405
00:32:13,888 --> 00:32:15,991
เราใช่ไหม สมาร์ตโฟนเราเป็นแทบทุกอย่าง

406
00:32:15,991 --> 00:32:19,511
ใช่ไหม ทำได้แทบทุกอย่างเลย

407
00:32:19,511 --> 00:32:23,511
ทำได้เกือบ PC ทำได้เกือบ Notebook

408
00:32:27,394 --> 00:32:29,598
อยู่ในมือถือย่างเดียวแล้ว

409
00:32:29,598 --> 00:32:29,889
ตอนนี้ยังมีคนใช้อยู่นะครับ ใช้จดบันทึกนะครับ

410
00:32:29,889 --> 00:32:33,889
แต่ไม่นิยมแล้วนะครับ ในปัจจุบัน

411
00:32:34,329 --> 00:32:38,329
อันสุดท้าย ก็คือประเภท Computer Network

412
00:32:40,922 --> 00:32:44,922
หลักการของคอมพิวเตอร์

413
00:32:49,399 --> 00:32:53,399
เน็ตเวิร์ก คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลบ้าง โน้ตบุ๊กบ้าง เอามาต่อเชื่อมกัน เพื่อให้ติดต่อสื่อสารกันได้ โดยใช้

414
00:32:54,665 --> 00:32:57,818
คำว่า "Internet" นะครับ

415
00:32:57,818 --> 00:32:59,469
เช่น เครื่องของบาส

416
00:32:59,469 --> 00:33:02,247
ต่อไปหาเครื่องอุบลอย่างนี้

417
00:33:02,247 --> 00:33:06,247
ก็คือเครื่องใครเครื่องมัน โดยเรียกว่า

418
00:33:11,885 --> 00:33:15,563
เช่น ผมมี Notebook บาสมีมือถือ

419
00:33:15,563 --> 00:33:19,563
นะครับ อุบลมี  PC ตั้งโต๊ะอย่างนี้ แต่เราส่งข้อมูลเชื่อม

420
00:33:22,468 --> 00:33:26,468
หากันได้ คุยกันได้ นี่เขาเรียกประเภท

421
00:33:26,880 --> 00:33:29,681
คอมพิวเตอร์เครือข่าย เขาต่อเชื่อมกัน

422
00:33:29,681 --> 00:33:33,681
เป็นปัจจุบันเป็นที่ง่ายม

423
00:33:38,304 --> 00:33:42,088
ากใช่ไหม ขอให้เรามีสัญญาณ WiFi มาต่อกันได้เลยนะครับ ใน

424
00:33:42,088 --> 00:33:43,935
ปัจจุบันนี้ เห็นไหมครับ ว่าอย่างที่

425
00:33:43,935 --> 00:33:46,728
ผมไม่มีความรู้ด้านภาษามือ

426
00:33:46,728 --> 00:33:50,116
แต่ทำไมผมคุยกับบาสได้

427
00:33:50,116 --> 00:33:54,116
นะครับ ผมคุยกับมั๊กกี้ได้

428
00:33:55,078 --> 00:33:59,078
ใช่ไหม ผมคุยกับตี๋น้อยได้นะครับ ยังจำชื่อได้ไม่หมด

429
00:34:04,596 --> 00:34:04,846
นะครับ 8 คนนะ ยังจำชื่อไม่ไม่หมดนะครับ

430
00:34:04,846 --> 00:34:07,110
เพิ่งจำได้ 4 - 5 คนนะครับ เดี๋ยวสักพักนะครับ

431
00:34:07,110 --> 00:34:11,110
วันที่ 7 นะครับ วันที่ 7 นะ

432
00:34:13,062 --> 00:34:17,062
หมู่ 1 นะ ไม่ใช่หมู่ 1 หมู่ 2 อาจารย์พ่อพูดผิด

433
00:34:21,639 --> 00:34:25,639
ออกไปนอกพื้นที่ เราจะไปขี่รถเล่นกันนะครับ ไปแถวนครพนมนะครับ ไปออกนอกพื้นที่

434
00:34:30,739 --> 00:34:34,739
เบื่อ เบื่อมหาวิทยาลัย

435
00:34:34,934 --> 00:34:38,932
นะครับ เดี๋ยวอย่างไงก็จะแจ้งพี่เก๋ไป

436
00:34:38,932 --> 00:34:42,932
สัปดาห์... แต่เดือนหน้าแทบไม่เจอกันนะครับ พี่เก๋

437
00:34:43,472 --> 00:34:44,724
นะครับ เดือนหน้าวันหยุดเยอะมาก แล้วก็ตรงกับวันที่เราเรียนด้วย

438
00:34:44,724 --> 00:34:46,096
นะครับ มาดูต่อนะครับ

439
00:34:46,096 --> 00:34:50,096
หัวข้อต่อมานะครับ องค์ประกอบของ

440
00:34:53,476 --> 00:34:57,001
คอมพิวเตอร์นะครับ คอมพิวเตอร์นั้นจะมีองค์ประกอบหลัก ๆ อยู่นะครับ ทั้งหมด

441
00:34:57,001 --> 00:35:01,001
5 ส่วนนะครับ ฮาร์ดแวร์, ซอฟต์แวร์, Peopleware

442
00:35:10,120 --> 00:35:10,661
DATA นะครับ มาดูองค์ประกอบอันที่ 1 นะครับ Hardware นะครับ

443
00:35:10,661 --> 00:35:14,661
นี่คือองค์ประกอบของฮาร์ดแวร์

444
00:35:16,842 --> 00:35:20,842
นะครับ ถ้าเรามองจอไม่เห็น ให้เรามองจอเพื่อนเรา

445
00:35:22,257 --> 00:35:24,391
นะครับ Hard ware จะประกอบไปด้วย

446
00:35:24,391 --> 00:35:27,820
อะไรครับ อุปกรณ์ Input ซ้ายมือนะครับ

447
00:35:27,820 --> 00:35:30,086
ไม่ได้หยิบ

448
00:35:30,086 --> 00:35:34,086
แว่นตามา มองไม่เห็นเลยนะครับ

449
00:35:34,539 --> 00:35:38,539
ดูนะครับ ประกอบด้วยส่วนนี้นะครับ

450
00:35:39,926 --> 00:35:43,926
หน่วยรับข้อมูลนะครับ หลัก ๆ นะครับ

451
00:35:45,372 --> 00:35:49,372
ตัวรับข้อมูลเสร็จปุ๊บก็ประมวลผล ประมวลผลเสร็จ

452
00:35:54,379 --> 00:35:58,379
แล้วก็แสดงผล นี่คือองค์ประกอบด้าน Hard ware นะครับ ส่งข้อมูลเข้าไป ส่งเข้าไปปุ๊บ

453
00:35:59,956 --> 00:36:01,329
ประมวลผลเสร็จ แสดงผล

454
00:36:01,329 --> 00:36:05,329
นี่คือหลักง่าย ๆ นะครับ หลักการคร่าว ๆ ของ

455
00:36:09,863 --> 00:36:10,713
Hard ware นะครับ ถ้า

456
00:36:10,713 --> 00:36:14,713
เกิดข้อมูลนั้นยังไม่อยากจะส่งออกไป

457
00:36:16,037 --> 00:36:20,037
หรือต้องการจะเก็บไว้ เราก็เอามาเก็บไว้ที่ตรงนี้ครับ หน่วยความจำ

458
00:36:23,677 --> 00:36:27,677
ดูองค์ประกอบของ Hard ware ต่อนะครับ

459
00:36:27,859 --> 00:36:28,876
คอมพิวเตอร์ก็ช้านะ

460
00:36:28,876 --> 00:36:32,876
มันนานแล้วครับ ตั้งแต่ปี 2559 แล้วนะครับ ไม่ทันใจวัยรุ่นเลยนะครับ

461
00:36:40,702 --> 00:36:41,673
องค์ประกอบฮาร์ดแวร์อันที่ 1 ก็คือ

462
00:36:41,673 --> 00:36:45,673
หน่วยรับข้อมูลนะครับ หน่วยรับข้อมูลคืออะไรครับ หน่วยรับข้อมูลคืออะไร ก็ได้ที่

463
00:36:49,455 --> 00:36:53,455
นำข้อมูลเข้าคอมพิวเตอร์ได้ เราเรียกหน่อยรับข้อมูล

464
00:36:55,064 --> 00:36:59,064
หรือ Input Unit นะครับ เช่นอะไรครับ ที่อยู่ใกล้ ๆ ตัวเรา

465
00:37:01,491 --> 00:37:05,491
เช่น คีย์บอร์ดนะครับ หรือแป้นพิมพ์

466
00:37:05,869 --> 00:37:08,617
เมาส์ Scaner เครื่องรูดบัตร

467
00:37:08,617 --> 00:37:12,617
ดิจิไทเซอร์ กล้อง ปากกาแสง

468
00:37:15,318 --> 00:37:19,318
นะครับ เราถือว่าเป็นหน่วยรับข้อมูล ไมโครโฟนอย่างนี้ เอาเสียงเข้าไปในคอมพิวเตอร์

469
00:37:21,601 --> 00:37:25,601
นะครับ จอ Touch Screen

470
00:37:26,260 --> 00:37:30,260
นะครับ องค์ประกอบอันที่ 2 ของ

471
00:37:34,392 --> 00:37:35,830
ฮาร์ดแวร์ ก็คือหน่วยประมวลผลกลางนะครับ

472
00:37:35,830 --> 00:37:39,830
หรือเราเรียกว่า Caentral Processing Unit นะครับ

473
00:37:48,472 --> 00:37:50,425
ก็คือ CPU

474
00:37:50,425 --> 00:37:54,425
พอเราคีย์ข้อมูลเข้าไปผ่าน Input Unit ปุ๊บ

475
00:37:55,852 --> 00:37:56,543
มันก็จะสื่อเข้ามาหน่วยประมวลผลกลาง

476
00:37:56,543 --> 00:38:00,543
อันนี้เราเรียกว่า "CPU" CPU

477
00:38:01,670 --> 00:38:05,273
หน้าตาเป็นอย่างไร อันนี้

478
00:38:05,273 --> 00:38:09,273
เราเรียกว่า CPU ไหมอุบล ตั้งอยู่ข้างหน้า

479
00:38:09,517 --> 00:38:10,838
ใช่ไหมครับ

480
00:38:10,838 --> 00:38:14,838
ที่ตั้งอยู่ข้างหน้าเรานี่ เราไม่เรียกว่า CPU นะครับ

481
00:38:19,322 --> 00:38:23,259
CPU จะอยู่ข้างในเครื่อง เล็ก ๆ

482
00:38:23,259 --> 00:38:26,992
นะครับ เดี๋ยวเทอมหน้าจะพาเรียนต่อ เราจะเจออาจารย์อีก 2 วิชา วิชานี้

483
00:38:26,992 --> 00:38:30,992
แล้วก็วิชาหน้า เทอมหน้านะครับ ซึ่งในตัวหน่วยประมวลผลกลาง

484
00:38:37,435 --> 00:38:41,265
ก็จะมีตัวที่ทำหน้าที่ หลัก ๆ อยู่ 2 ตัว

485
00:38:41,265 --> 00:38:43,093
ก็คือ 1. นะครับ ALU กับ CU นะครับ

486
00:38:43,093 --> 00:38:47,093
2 ตัวนี้นะครับ ALU คืออะไรครับ ALU ก็คือ

487
00:38:50,287 --> 00:38:54,287
ตัวที่ใช้ในการ

488
00:38:56,015 --> 00:38:57,430
ทำ Logical ก็คือคำนวณคณิตศาสตร์

489
00:38:57,430 --> 00:38:59,670
ตรรกศาสตร์ ตรรกวิทยา

490
00:38:59,670 --> 00:39:03,670
นะครับ เทอมนี้เราเรียนคณิตศาสตร์ใช่ไหม

491
00:39:04,687 --> 00:39:08,216
เรียนวันไหน คณิตศาสตร์

492
00:39:08,216 --> 00:39:09,387
วันไหนนะ วันอังคารใช่ไหม

493
00:39:09,387 --> 00:39:13,387
เรียนรวมกันเหมือนกันใช่ไหมนี่

494
00:39:14,595 --> 00:39:18,595
ในคอมพิวเตอร์จะมีหน่วยคำนวณนี้ ทำไมเราถึงเรียนคณิตศาสตร์

495
00:39:26,495 --> 00:39:28,313
ทำไมเราไม่เรียนคณิตศาสตร์ทั่วไป

496
00:39:28,313 --> 00:39:32,313
เพราะอะไรครับ เพราะคอมพิวเตอร์เวลามันคุยกันมันจะไม่คุยภาษาเรานะ คอมพิวเตอร์มันจะ

497
00:39:34,672 --> 00:39:36,137
คุยกันเป็นภาษาอะไรครับ

498
00:39:36,137 --> 00:39:40,137
รู้ไหมคอมพิวเตอร์มันจะคุยกันภาษาอะไร เช่น คอมพิวเตอ

499
00:39:46,498 --> 00:39:47,830
ร์เครื่องอุบลจะคุยกับคอมพิวเตอร์เครื่องแกี้ จะคุยกับคอมพิวเตอร์

500
00:39:47,830 --> 00:39:51,830
เครื่องอะไรล่ะ มิ่งนะ อย่างนี้ มันใช้ภาษาอะไรคุยกันรู้ไหม มิ่ง

501
00:39:54,656 --> 00:39:58,548
เหมือนเรา เหมือนอาจารย์จะคุยกับ

502
00:39:58,548 --> 00:40:01,218
พี่ปุ๋ย ปุ๋ยกินข้าวแล้วบ่นี่

503
00:40:01,218 --> 00:40:05,218
ไปสิใด๋มา นี่ภาษาท้องถิ่นนะ

504
00:40:06,806 --> 00:40:10,806
นี่คุยกัน ภาษาย้อเรานะครับ แต่เวลาคอมพิวเตอร์

505
00:40:10,944 --> 00:40:14,944
มันคุยกันมันใช้ภาษาอะไรรู้ไหมครับ

506
00:40:17,949 --> 00:40:21,160
ลองเดาสิ อุบลลองเดาสิ ภาษาจีน, ภาษาญี่ปุ่น

507
00:40:21,160 --> 00:40:25,160
ภาษาอังกฤษ หรือภาษาอะไรเอ่ย เราคิดว่าภาษาอะไร เหมือนผมโทรศัพทย์หาอุบล

508
00:40:29,025 --> 00:40:33,025
อุบลกินข้าวแล้วกับหยังหำ

509
00:40:33,889 --> 00:40:37,889
อุบลก็ตอบกินข้าวปลาซิว

510
00:40:38,855 --> 00:40:42,855
รู้ไหมอุบล ที่เราคุยกันนี่ใช้ภาษาอะไร

511
00:40:45,342 --> 00:40:46,748
แต่เรานี่ภาษาเราใช่ คอมพิวเตอร์มันจะคุยกันด้วยภาษาเลขฐานนะครับ

512
00:40:46,748 --> 00:40:49,556

513
00:40:49,556 --> 00:40:53,198
เลขฐานอะไรเอ่ย

514
00:40:53,198 --> 00:40:57,198
เลขฐาน 2 ใช่ไหม ก็คือ 0 กับ 1

515
00:41:03,840 --> 00:41:07,828
เช่น ผมจะคุยกับไอ้มิ่ง 010001

516
00:41:07,828 --> 00:41:11,828
00000 มิ่งก็ตอบคืนมา 0001100

517
00:41:14,508 --> 00:41:18,508
นี่ภาษาคอมพิวเตอร์มันคุยกัน เรียกว่า "ภาษาเครื่อง" เดี๋ยวเราค่อยเข้าไปรายละเอียดลึก ๆ นะครับ

518
00:41:22,709 --> 00:41:25,244
นี่ครับ เดี๋ยวให้ทำมองเบื้องต้นก่อน

519
00:41:25,244 --> 00:41:29,244

520
00:41:30,532 --> 00:41:34,532
องค์ประกอบ

521
00:41:37,012 --> 00:41:38,123
ฮาร์ดแวร์ต่อมา ก็คือหน่วยเก็บข้อมูลนะครับ พอเรา Input ปุ๊บนะครับ เข้าไปประมวลผล ประมวลผล

522
00:41:38,123 --> 00:41:42,123
เสร็จนะครับ ถ้าไม่ออกแสดงผลก็ต้องมาเก็บในหน่วยข้อมูล

523
00:41:50,027 --> 00:41:50,478
หน่วยเก็บข้อมูลก็จะมีอยู่

524
00:41:50,478 --> 00:41:52,684
2 ประเภทนะครับ ก็คือหน่วยเก็บข้อมูล

525
00:41:52,684 --> 00:41:56,684
หลักนะครับ Primary

526
00:42:01,580 --> 00:42:05,580
Storage นะครับ แล้วก็หน่วยข้อมูลสำรองนะครับ Secondary Storage

527
00:42:06,577 --> 00:42:09,306
มาดูอันที่ 1 นะครับ หน่วยเก็บข้อมูลหลัก Primary นะครับ

528
00:42:09,306 --> 00:42:13,306
2 ตัวนี้นะครับ ต่างกันอย่างไรครับ ก็มี

529
00:42:13,891 --> 00:42:16,186
อันหนึ่งนะครับ เริ่ม

530
00:42:16,186 --> 00:42:19,171
นะครับ

531
00:42:19,171 --> 00:42:23,171
Ram กับ Rom ก็คือหน่วยความจำหลักที่อยู่ในคอมพิวเตอร์นะครับ

532
00:42:25,203 --> 00:42:29,203
ข้อแตกต่างของ Ram กับ Rom ผมไม่เจาะลึกนะครับ

533
00:42:31,330 --> 00:42:35,330
เพราะผมจะสอนในรายวิชาต่อไป RAM ก็คืออะไรครับ

534
00:42:38,395 --> 00:42:39,891
Random อันนี้ก็คือต้องอาศัยไฟเลี้ยง ก็คือ

535
00:42:39,891 --> 00:42:43,197
คุณเปิดคอมพิวเตอร์ปุ๊บ คุณเปิดปุ่มปั๊บ

536
00:42:43,197 --> 00:42:46,780
มันถึงจะทำงานนะครับ

537
00:42:46,780 --> 00:42:50,780
ปิดไฟปุ๊บหายเลยนี่คือ

538
00:42:55,450 --> 00:42:55,688
ประเภท Ram ส่วน

539
00:42:55,688 --> 00:42:59,451
หน่วยความจำหลักประเภท ROM

540
00:42:59,451 --> 00:43:03,451
นะครับ Read Only Memory

541
00:43:10,107 --> 00:43:13,647
อ่านอย่างเดียวนะครับ นะครับ ก็คืออันนี้ไม่ต้องอาศัยไฟเลี้ยง

542
00:43:13,647 --> 00:43:17,647
ไฟจะดับก็ช่าง จะปิดปลั๊กหรือเปิดปลั๊ก

543
00:43:20,846 --> 00:43:23,646
มันจะเก็บความจำไว้อยู่ในคอมพิวเตอร์ของเรานะครับ

544
00:43:23,646 --> 00:43:24,651
ให้รู้แค่นี้ก่อนพอนะครับ

545
00:43:24,651 --> 00:43:25,344
เดี๋ยวปวดหัวนะ มันจะค่อยยากขึ้น ๆ นะครับ

546
00:43:25,344 --> 00:43:29,344
ส่วนหน่วยเก็บข้อมูลสำรอง

547
00:43:29,861 --> 00:43:33,861
นะครับ ก็คือเนื่องจาก RAM นี่ เราเปิดใช้อยู่ ถ้าไฟดับ เรา

548
00:43:41,047 --> 00:43:42,731
ปิดเครื่องข้อมูลหาย ดังนั้นเราจะต้อง

549
00:43:42,731 --> 00:43:46,731
ไปเก็บในหน่วยเก็บข้อมูลสำรอง เช่นอะไรครับ

550
00:43:47,025 --> 00:43:47,625
หน่วนเก็บข้อมูลสำรอง ปัจจุบันเราใช้อะไรเอ่ย

551
00:43:47,625 --> 00:43:47,930
คืออะไร ครับ

552
00:43:47,930 --> 00:43:51,930
แผ่น Disk มีใคร

553
00:44:01,123 --> 00:44:02,040
ยังใช้แผ่นดิสก์อยู่ไหม มีไหม CD ROM ไม่ค่อยเห็นแล้วนะ

554
00:44:02,040 --> 00:44:06,040
ปัจจุบันอย่างมากก็ Flash Drive ใช่ไหม

555
00:44:13,992 --> 00:44:16,696
หน่วยเก็บข้อมูลสำรองฮาร์ดดดิสก์ปัจจุบันเป็นอย่างไร

556
00:44:16,696 --> 00:44:20,696
ในหน่วยความจำเหล่านั้น เราเก็บไหม เราไม่เก็บแล้วนะ

557
00:44:24,160 --> 00:44:27,604
เราโยนขึ้นไหน เราโยนขึ้น Cloud

558
00:44:27,604 --> 00:44:31,604
แล้ว Cloud เป็นหน่วยความจำ

559
00:44:32,744 --> 00:44:36,098
ประเภทไหนเอ่ย รู้ไหม โยนคำถามไว้นะ อาทิตย์หน้าเราจะมาถาม

560
00:44:36,098 --> 00:44:40,098
เราโยนขึ้น Cloud เราควรจัดให้อยู่ในหน่วยความจำ

561
00:44:44,679 --> 00:44:48,679
แบบไหน หลักหรือสำรอง นะครับ เรียนกับผม ผมจะพยายามให้พวกเราคิดตามนะ

562
00:44:52,999 --> 00:44:56,999
ให้คิดตาม ไม่ให้คิดเองนะ ให้คิดตามแล้วก็ตอบ ให้มีปฏิสัมพันธ์กันนะครับ

563
00:45:02,686 --> 00:45:06,686
องค์ประกอบอันสุดท้ายของ Hardware คือ

564
00:45:07,687 --> 00:45:11,687
Output ก็คือพอเราคีย์ข้อมูลนะครับ เข้าไป Process ประมวลผลปุ๊บ

565
00:45:14,567 --> 00:45:18,567
เราก็ต้องแสดงผล มันถึงจะครบ

566
00:45:20,254 --> 00:45:23,280
กระบวนการของคอมพิวเตอร์ ทางด้าน Hardware นะครับ หน่วยแสดงผลก็

567
00:45:23,280 --> 00:45:25,521
เช่นอะไรครับ หน่วยแสดงผล

568
00:45:25,521 --> 00:45:29,521

569
00:45:29,782 --> 00:45:32,550
เช่น จอภาพ

570
00:45:32,550 --> 00:45:36,550
อะไรอีก ลำโพงใช่ไหม โปรเจกเตอร์

571
00:45:46,265 --> 00:45:50,265
ฉายออกไป ลำโพง ออกเสียงออกมา อะไรอีกพอตเตอร์ รู้จักเครื่องพอตเตอร์ไหม ที่เขาไปพรินต์

572
00:45:54,032 --> 00:45:55,631
ไวนิลติดตามป้ายใหญ่ ๆ น่ะ

573
00:45:55,631 --> 00:45:59,631

574
00:46:04,584 --> 00:46:07,028
นั่นเขาใช้ Plotter ในการพรินต์ เครื่องพิมพ์อะไรอีก ลองนึกตามนะครับ ทุกอย่างที่ผมพูดน่ะ

575
00:46:07,028 --> 00:46:10,407
มันจะออกข้อสอบตอนกลางภาค แบบฝึกหัด

576
00:46:10,407 --> 00:46:14,407
ที่ให้ไปวันนี้นะครับ ก็ทำ ๆ แล้วส่ง ส่งเสร็จแล้วจะคืนให้

577
00:46:18,130 --> 00:46:22,130
นะครับ งานสัปดาห์ที่แล้ว เดี๋ยวผมจะตรวจให้

578
00:46:26,463 --> 00:46:26,699
ผมเห็นวางที่โต๊ะนะครับ เดี๋ยวผมจะส่งคืนให้

579
00:46:26,699 --> 00:46:29,530
เก็บไว้เอาไว้อ่านสอบนะครับ เราจะสอบ 2 ครั้งนะครับ

580
00:46:29,530 --> 00:46:33,530
สอบกลางภาค แล้วก็ปลายภาคนะครับ ในการสอบ

581
00:46:38,719 --> 00:46:42,070
ในการตัดเกรด จะไม่ตัดอิงเกรดนะครับ

582
00:46:42,070 --> 00:46:43,272
ผมจะไม่ตัดอิงเกรดนะครับ จะตัดอิงกลุ่ม

583
00:46:43,272 --> 00:46:47,272
ทั้งห้อง 2 ห้องเรานี่ ใครได้คะแนนสูงสุด ได้ A เช่น คะแนนเต็ม 100

584
00:46:48,868 --> 00:46:52,868

585
00:46:58,610 --> 00:47:01,230
หัวหน้าห้องได้ 5 สมมตินะ หัวหน้าห้องได้ A เลย นี่คืออิงกลุ่มนะครับ

586
00:47:01,230 --> 00:47:05,230
หลายคนถามว่าทำไมอาจารย์ไม่อิงเกณฑ์

587
00:47:08,213 --> 00:47:08,311
ผมสอนรายวิชานี้เข้าปีที่

588
00:47:08,311 --> 00:47:10,119
25 จะเข้าปีที่ 26 นะครับ

589
00:47:10,119 --> 00:47:14,119
เคยตัดอิงเกณฑ์แล้ว 2 - 3 รุ่น ไม่ไหวครับ

590
00:47:18,580 --> 00:47:22,531
นักศึกษาเราตกเยอะนะครับ เช่น คะแนนสอบกลางภาค

591
00:47:22,531 --> 00:47:24,153
20 คะแนน สูงสุด

592
00:47:24,153 --> 00:47:28,153
2 คะแนนอะไรประมาณนี้ ไม่เชื่อถามพี่พลอยได้นะครับ

593
00:47:28,291 --> 00:47:32,291
ถ้าอิงเกณฑ์ คะแนนเต็ม 30 บางคนได้ 5

594
00:47:32,395 --> 00:47:36,395
บางคนได้ 0 ใช่ไหมพี่พลอย ตอบไม่ได้เลย ได้ 0

595
00:47:40,996 --> 00:47:42,590
ผมเลยอิงกลุ่ม มาดูต่อนะครับ องค์ประกอบที่ 2 นะครับ

596
00:47:42,590 --> 00:47:46,590
ก็คือซอฟต์แวร์ องค์ประกอบแรกฮาร์ดแวร์

597
00:47:52,945 --> 00:47:54,479
ผ่านไปแล้วนะครับ อันที่ 2 คือ ฮาร์ดแวร์นะครับ

598
00:47:54,479 --> 00:47:58,479
Software นี่ ก็

599
00:47:59,495 --> 00:48:02,108
แบ่งออกเป็นประเภทย่อยอีก 2 ประเภท, 3 ประเภทนะครับ

600
00:48:02,108 --> 00:48:02,623
แสดงว่าพี่เก๋นี่

601
00:48:02,623 --> 00:48:06,473
ล่ามคนเดียวทั้งชั่วโมงใช่ไหมครับ

602
00:48:06,473 --> 00:48:10,473
เก่งนะนี่ แต่ก่อน

603
00:48:15,293 --> 00:48:17,401
เขาจะพักครึ่งกันใช่ไหมครับ เปลี่ยนกันใช่ไหมปุ๋ย

604
00:48:17,401 --> 00:48:17,591
เขาจะช่วยกัน พี่เก๋นี่สุดยอดมากนะครับ

605
00:48:17,591 --> 00:48:21,591
ถ้าพูดภาษาเราก็นั่งผู้เดียวเลย เป็นตาเมื่อยนะ

606
00:48:27,801 --> 00:48:29,778
ฟังออกไหม พี่เก๋ฟังออกไหม

607
00:48:29,778 --> 00:48:33,778
ไม่น่าฟังออกนะครับ ดูซอฟต์แวร์นะครับ ดูซอฟต

608
00:48:35,094 --> 00:48:39,094
์แวร์พยายามไม่ไปไวนะครับ เอื้อพี่เก๋ด้วย

609
00:48:45,044 --> 00:48:47,782
เดี๋ยวพูด ปกติผมเป็นคนสอนหนังสือไวนะครับ

610
00:48:47,782 --> 00:48:51,116
ตั้งแต่เปิดสอนนักศึกษากลุ่มพิเศษตั้งแต่ปี 2558

611
00:48:51,116 --> 00:48:55,116
ต้องเปลี่ยนสไตล์สอนนะครับ ต้องพูดช้าลงนะครับ พูดช้าลง คิดช้าลง ไม่อย่างนั้น

612
00:49:00,058 --> 00:49:04,058
ลูก ๆ เราไปไม่ทัน ดูซอฟต์แวร์นะครับ ซอฟต์แวร์คืออะไร ครับ

613
00:49:05,430 --> 00:49:06,607
หรือชุดคำสั่งที่ทำให้คอมพิวเตอร์ทำงาน

614
00:49:06,607 --> 00:49:10,607
รู้แค่นี้พอนะครับ

615
00:49:11,432 --> 00:49:15,432
ซึ่งแบ่งออกเป็นหลายระบบนะครับ ซอฟต์แวร์ระบ

616
00:49:22,820 --> 00:49:23,416
บซอฟต์แวร์สำเร็จรูป, ซอฟต์แวร์ประยุกต์

617
00:49:23,416 --> 00:49:23,980
เราเอาแค่นี้พอนะครับ

618
00:49:23,980 --> 00:49:27,980
เราเอาตัวนี้พอนะครับ แค่นี้พอ เราเอาเบื้องต้น พื้นฐาน

619
00:49:31,476 --> 00:49:34,163
เราจะพาเจาะลึกเขาไปในแต่ละตัว

620
00:49:34,163 --> 00:49:38,163
ในการเรียนวิชาคอมพิวเตอร์นั้นนะครับ

621
00:49:39,732 --> 00:49:43,732
เราจะพยายามค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไปนะครับ ไม่หนักมาก

622
00:49:48,536 --> 00:49:52,536
มาปี 1 เดี๋ยว ซ๊อกก่อนนะครับ

623
00:49:53,601 --> 00:49:53,790
เราจัดรายวิชาที่มันซอฟต์ ๆ ให้เราก่อนนะครับ

624
00:49:53,790 --> 00:49:57,790
มาดูซอฟต์แวร์ประเภทที่ 1 นะครับ ก็คือ

625
00:49:58,107 --> 00:50:01,219
ระบบ หรือ System Software

626
00:50:01,219 --> 00:50:05,219
ชื่อก็บอกนะครับ System คือ

627
00:50:08,317 --> 00:50:09,748
ระบบ เป็นซอฟต์แวร์ที่ควบคุมระบบทั้งหมดนะครับ ซึ่ง

628
00:50:09,748 --> 00:50:13,748
ซอฟต์แวร์ประเภทนี้ เป็นซอฟต์แวร์ที่สำคัญ

629
00:50:14,661 --> 00:50:16,206
นะครับ ถ้าไม่มีซอฟต์แวร์ประเภทนี้ คอมพิวเตอร์

630
00:50:16,206 --> 00:50:20,206

631
00:50:22,082 --> 00:50:26,033
ทำงานไม่ได้นะครับ ก็คือประเภท System Software หรือซอฟต์แวร์ระบบนะครับ

632
00:50:26,033 --> 00:50:30,033
ซอฟต์แวร์ระบบ

633
00:50:30,996 --> 00:50:34,996
ก็ยังมีย่อยออกไปอีกนะครับ ในที่นี้จะยกตัวอย่างให้ดู

634
00:50:36,732 --> 00:50:40,288
เช่น อันดับที่ 1 ซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการนะครับ

635
00:50:40,288 --> 00:50:44,288
หรือ Operating System หรือ OS

636
00:50:50,391 --> 00:50:53,524
นะครับ ก็คือรายวิชาหลักที่เราเรียนวันนี่ล่ะ ก็คือ OS ซอฟต์แวร์นี้นะครับ เป็น

637
00:50:53,524 --> 00:50:56,248
ซอฟต์แวร์ที่เปรียบเสมือนนะครับ ตัว

638
00:50:56,248 --> 00:51:00,248
ระบบหน่วยคอมพิวเตอร์ทั้งหมด เพื่อให้สามารถติดต่อกับผู้ใช้ได้นะครับ

639
00:51:02,072 --> 00:51:06,072
เป็นอย่างไรครับ

640
00:51:06,924 --> 00:51:10,924
ทำงานได้ไหมอุบล ทำงานไม่ได้นะครับ

641
00:51:11,178 --> 00:51:15,178
ต้องมีซอฟต์แวร์ระบบ หรือ OS

642
00:51:16,179 --> 00:51:20,179
หรือระบบปฏิบัติการนะครับ เดี๋ยวเราจะค่อย ๆ พูดถึงบทที่ 3,

643
00:51:24,064 --> 00:51:26,476
4, 5 เราจะพูดถึงแต่ตัวนี้ตัวเดียวเลย

644
00:51:26,476 --> 00:51:30,441
นะครับ ซอฟต์แวร์ระบบนะครับ

645
00:51:30,441 --> 00:51:34,441
อันต่อมา ก็คือตัวของ Translator

646
00:51:36,623 --> 00:51:36,980
Program นะครับ

647
00:51:36,980 --> 00:51:40,980
หรือโปรแกรมแปลภาษา

648
00:51:41,457 --> 00:51:45,457
โปแกรมแปลภาษา ก็

649
00:51:48,186 --> 00:51:51,531
คือแปลภาษาจากระดับสูง

650
00:51:51,531 --> 00:51:55,531
เป็นภาาษาเครื่อง

651
00:51:56,533 --> 00:52:00,474
นะครับ ซึ่งในการแปลภาษานั้นนะครับ

652
00:52:00,474 --> 00:52:04,474
ในทางคอมพิวเตอร์เรามีอยู่ 2 แบบนะครับ 2 แบบ

653
00:52:04,659 --> 00:52:08,659
ก็คือแปลแบบทีเดียวเลยนะครับ เราเรียกว่า "

654
00:52:11,387 --> 00:52:15,387
การ Compl

655
00:52:18,486 --> 00:52:21,393

656
00:52:21,393 --> 00:52:23,037
ier" แปลทีละบรรทัด ๆ ๆ เราเรียกว่าซึ่งปัจจุบันนี้นะครับ

657
00:52:23,037 --> 00:52:27,037
หลักการของการเขียนโปรแกรมก็เปลี่ยนไปเยอะ หลักการเขียนโปรแกรม

658
00:52:30,931 --> 00:52:34,187
ใช้ตัวแปลภาษานั้นนะครับ เป็นตัวของ Compiler นะครับ เพราะตอนนี้

659
00:52:34,187 --> 00:52:38,187
เราเรียนการเขียนโปรแกรมใช่ไหมอุบล

660
00:52:39,277 --> 00:52:40,113
การเขียนโปรแกรมนะ เรียนกับอาจารย์นะ พอเราจะ

661
00:52:40,113 --> 00:52:44,113
แปลให้คอมพิวเตอร์มันรู้นะครับ เราต้องใช้

662
00:52:46,443 --> 00:52:50,443
โปรแกรมแปลภาษานะครับ เหมือนห้อง 1 เรียนกับอาจารย์ชายแดนใช่ไหม เรียน

663
00:52:53,171 --> 00:52:57,171
การเขียนโปรแกรมใช่ไหม นั่นล่ะ พอเราเขียน เราใช้โปรแกรมอะไ

664
00:53:02,959 --> 00:53:03,660
ร Python ใช่ไหม หรือเปล่า

665
00:53:03,660 --> 00:53:07,660
หรือยัง ห้อง 1 Python ใช่ไหม Python เป็นภาษา

666
00:53:10,207 --> 00:53:14,207
ระดับสูง แต่ถ้าให้คอมพิวเตอร์รู้จัก

667
00:53:17,960 --> 00:53:18,347
ที่มันรู้จักก็คือการ

668
00:53:18,347 --> 00:53:20,870
แปลภาษา ก็ต้องใช้ระบบ

669
00:53:20,870 --> 00:53:24,870
เข้าไปแปลด้วยนะ ระบบ Complier

670
00:53:30,271 --> 00:53:32,447
นะครับ พักหายใจให้พี่เก๋

671
00:53:32,447 --> 00:53:36,447
ดูซอฟต์แวร์ระบบตัวต่อมานะครับ

672
00:53:37,647 --> 00:53:41,647
โปแกรมอรรถประโยชน์นะครับ หรือ Utility Program

673
00:53:50,062 --> 00:53:54,062
สมัยผมเรียนเขาเรียกว่า

674
00:53:54,909 --> 00:53:55,157
Software Tool ก็คือโปรแกรมที่

675
00:53:55,157 --> 00:53:59,157
อำนวยความสะดวกให้กับคอมพิวเตอร์เรานะครับ ปัจจุบันเขาใช้คำว่า "โปรแกรมอรรถประโยชน์" หรือ

676
00:54:06,701 --> 00:54:10,701
Uyility Program ฌฟพ

677
00:54:10,977 --> 00:54:13,650
โปรแกรมนี้ทำหน้าที่อะไรครับ ทำหน้าที่ช่วยให้ผู้ใช้ติดต่อคอมพิวเตอร์ได้

678
00:54:13,650 --> 00:54:17,378
ง่ายขึ้น ช่วยให้ผู้ใช้สามารถที่จะ

679
00:54:17,378 --> 00:54:21,378
อะไรเข้าเรียกว่าสิ่งอำนวยความสะดวก

680
00:54:25,267 --> 00:54:28,671
นะครับ เช่น Software Tools ต่าง ๆ

681
00:54:28,671 --> 00:54:32,671
Software Tools Norton’s Utilities โปรแกรม

682
00:54:32,863 --> 00:54:34,605
สแกนไวรัส โปรแกรมพวกจัดเรียงข้อมูล โปรแกรม

683
00:54:34,605 --> 00:54:38,605
ช่วยอะไรเขาเรียก

684
00:54:42,014 --> 00:54:43,168
แปลงเสียงอะไรพวกนี้นะครับ หรือโปรแกรมช่วยเช็กเครื่องนะครับ เดี๋ยวเราค่อยเรียนกันไปนะครับ

685
00:54:43,168 --> 00:54:44,609
ให้รู้ประมาณนี้ก่อนนะครับ

686
00:54:44,609 --> 00:54:48,609
Soft ware ประเภทที่ 2 นะครับ

687
00:54:56,283 --> 00:54:58,678
ซอฟต์แวร์สำเร็จรูป

688
00:54:58,678 --> 00:55:02,678
นะครับ Package Package Software

689
00:55:03,327 --> 00:55:07,327
ซอฟต์แวร์สำเร็จรูป หรือซอฟต์แวร์ประยุกต

690
00:55:11,014 --> 00:55:15,014
์งานเฉพาะด้าน เช่น งานคงคลัง, งานบัญชี, งานสต๊อก

691
00:55:16,879 --> 00:55:20,879
อะไรพวกนี้นะครับ อีกประเภทหนึ่ง ก็คือซอฟต์แวร์ประยุกต์นะครับ

692
00:55:23,705 --> 00:55:27,705
Administration Soft

693
00:55:30,543 --> 00:55:32,957
ware จริง ๆ package Software กับ Application  Software ก็ไม่ค่อยมีความแตกต่างกันมาก

694
00:55:32,957 --> 00:55:36,957
มันก็จะเป็นเห็นไหม มันก็จะคล้าย ๆ ตัว Packet

695
00:55:43,033 --> 00:55:45,575
คล้าย ๆ กันแบบ แพ็กเกรต

696
00:55:45,575 --> 00:55:49,575
เช่นอะไรครับ พวกโปรแกรมเกี่ยวกับ Word, Excel, Powe

697
00:55:51,038 --> 00:55:54,304
นึกออกไหมครับ นี่คือพวก ซอฟต์แวร์ Application  Software

698
00:55:54,304 --> 00:55:58,304
ซึ่งเราใช้อยู่นะครับ คราวนี้องค์ประกอบที่ 3 ของคอมพิวเตอร์ก็คือ

699
00:56:02,275 --> 00:56:06,275
คนนะครับ คน บุคลากรทางด้านคนนะครับ ก็คือ People Ware นะครับ People Ware

700
00:56:09,153 --> 00:56:10,165
ก็จะประกอบด้วย ทั้งหมดนะครับ อยู่  5 ส่วน 6 ส่วนนะครับ

701
00:56:10,165 --> 00:56:14,165
ก็คือ 1. ผู้ออกแบบระบบ 2. โปรแกรมเมอร์

702
00:56:16,820 --> 00:56:20,820
3. ผู้บริหารฐานข้อมูล 4. ผู้ปฏิบัติการ

703
00:56:25,027 --> 00:56:26,728
5. ผู้ใช้ 6. ผู้บริหาร นี่คือผู้เกี่ยวข้อง

704
00:56:26,728 --> 00:56:29,885
ทางด้านคอมพิวเตอร์นะครับ ดูส่วนที่ 1 นะครับ

705
00:56:29,885 --> 00:56:33,885
SAD นะครับ System Analysis and Design

706
00:56:40,896 --> 00:56:44,896
นะครับ เป็นนักวิเคราะห์ระบบ นักออกแบบระบบ

707
00:56:45,689 --> 00:56:49,689
นะครับ หนึ่งในวัตถุประสงค์ของนักคอมพิวเตอร์

708
00:56:51,986 --> 00:56:52,574
เราจะต้องเป็นนักวิเคราะห์ระบบให้ได้

709
00:56:52,574 --> 00:56:56,574
นะครับ ก็คือเป็นนักออกแบบระบบ เช่น ออกแบบระบบ

710
00:57:01,022 --> 00:57:04,493
สินค้าคงคลังนะครับ

711
00:57:04,493 --> 00:57:08,493
ไปออกแบบว่ามันมีอะไรบ้าง เป็นต้นนะครับ อันที่ 2 ก็คือ

712
00:57:09,099 --> 00:57:13,099
โปรแกรมเมอร์ ก็คือบุคคลที่เขียนโปรแกรมนะครับ ที่

713
00:57:13,175 --> 00:57:16,043
เรียกว่า "โปรแกรมเมอร์" นะครับ

714
00:57:16,043 --> 00:57:20,043
มีความคาดหวังว่าเราจบเอกคอมฯ เรานะ เราก็เป็นนัก

715
00:57:24,378 --> 00:57:28,378
ออกแบบระบบ แล้วก็

716
00:57:29,123 --> 00:57:33,123

717
00:57:34,596 --> 00:57:35,699
เขียนโปรแกรมขึ้นมาใช้ได้ตามต้องการนะครับ ต่อมาก็คือผู้บริหารฐานข้อมูลนะครับ

718
00:57:35,699 --> 00:57:39,699

719
00:57:41,703 --> 00:57:45,382
DBA นะครับ

720
00:57:45,382 --> 00:57:49,382
Database Adminstrator นะครับ ก็คือเป็นผู้

721
00:57:53,187 --> 00:57:57,187
ดูแลระบบในองค์กร พวกฐานข้อมูลนะครับ 5. ก็คือผู้ปฏิบัติการนะครับ

722
00:58:03,375 --> 00:58:07,375
คือผู้ใช้งาน 6. ผู้ใช้งานคือ

723
00:58:10,943 --> 00:58:14,887
User ผู้ใช้นะครับ อันนี้ไม่พูดเยอะนะครับ ตอนนี้เราเป็นผู้ใช้อยู่นะครับ

724
00:58:14,887 --> 00:58:18,887
เรียนปี 1 เทอม 1 ผู้ใช้งานทั่วไป เรียกว่า "User"

725
00:58:23,113 --> 00:58:27,113
สุดท้ายผู้ที่เกี่ยวข้องนะครับ ก็คือ ผู้บริหารนะครั

726
00:58:27,113 --> 00:58:29,276
บ หลายคนถามผู้บริหารมันเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบคอมพิวเตอร์ส่วนของคนได้อย่างไร

727
00:58:29,276 --> 00:58:31,350
ก็คือเขาบอกว่า ณ ยุคปัจจุบันนี้นะครับ

728
00:58:31,350 --> 00:58:35,350

729
00:58:35,838 --> 00:58:39,838
ถ้าจะให้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในองค์กรนั้น บุคคลที่สำคัญที่สุด คือ

730
00:58:41,700 --> 00:58:43,517
ผู้บริหารนะครับ ถ้าผู้บริหารนะครับ

731
00:58:43,517 --> 00:58:47,517
ไม่มีความคิด หรือไม่มีทัศนคติ หรือไม่มีวิสัยทัศน์

732
00:58:49,062 --> 00:58:53,062
ในการมองเทคโนโลยีหรือไม่ตามเทคโนโลยี

733
00:58:58,021 --> 00:59:02,021
จะทำให้องค์กรนั้นล้าสมัย ล้าหลังนะครับ ใช่ไหม ถ้าเราย้อนกลับไปสมัยเรียนมัธยม

734
00:59:04,541 --> 00:59:05,663
โรงเรียนมัธยมทำอะไรกันครับ

735
00:59:05,663 --> 00:59:09,663
แข่งกัน ผอ. ทำอะไรแข่งกัน โรงเรียนมัธยม

736
00:59:15,937 --> 00:59:16,002
สร้างโดมแข่งกันแม่นบ่

737
00:59:16,002 --> 00:59:20,002
ใช่ไหม สกลฯ ล่างก็โดม

738
00:59:21,651 --> 00:59:22,032
อะไรขาวแดง

739
00:59:22,032 --> 00:59:26,032
คือ สร้างโดมแข่งกัน แต่ถ้าเมื่อไหร่

740
00:59:28,452 --> 00:59:32,452
ผอ. แข่งกันสร้าง

741
00:59:33,227 --> 00:59:37,227
IT แข่งกัน เรียนรู้ผ่านระบบเครือข่าย เรียนรู้ผ่าน

742
00:59:43,169 --> 00:59:44,888
โซเชียวเน็ตเวิร์

743
00:59:44,888 --> 00:59:46,045
กก็จะเป็นอีกแบบหนึ่งนะครับ เขาถึงบอกว่าผู้บริหารมีส่วนสำคัญมากนะครับ

744
00:59:46,045 --> 00:59:47,073
ในการใช้งานทางด้านคอมพิวเตอร์เรานะครับ

745
00:59:47,073 --> 00:59:51,073
ส่วนที่

746
00:59:59,177 --> 00:59:59,216
4 นะครับ เดี๋ยวผม

747
00:59:59,216 --> 01:00:00,368
ขอข้ามเลยนะครับ มี

748
01:00:00,368 --> 01:00:04,368
83 สไลด์นะครับ เดี๋ยว...

749
01:00:04,797 --> 01:00:05,282

750
01:00:05,282 --> 01:00:08,400

751
01:00:08,400 --> 01:00:12,295

752
01:00:12,295 --> 01:00:16,295
เดี๋ยวมาตรงนี้เลยนะครับ

753
01:00:19,552 --> 01:00:22,184
ตรงระบบปฏิบัติการนะครับ

754
01:00:22,184 --> 01:00:26,184
ก็เดี๋ยวขอ ขอเบรก

755
01:00:28,423 --> 01:00:32,423
สัก 10 นาทีนะครับ สัก 10 นาที ให้พวกเรา

756
01:00:32,443 --> 01:00:36,443
ได้หายใจนะครับ แล้วก็ให้พี่เก๋ได้พักสักช่วงหนึ่ง

757
01:00:41,809 --> 01:00:44,820
ก็สัก 10 นาทีนะครับ ก็เดี๋ยว

758
01:00:44,820 --> 01:00:47,618
14.00 น. นะครับ

759
01:00:47,618 --> 01:00:47,789
15 ก็พอ

760
01:00:47,789 --> 01:00:48,401
พักก่อนนะครับ

761
01:00:48,401 --> 01:00:52,401

762
01:01:03,222 --> 01:01:07,222

763
01:01:11,234 --> 01:01:15,234

764
01:01:15,234 --> 01:01:19,234

765
01:01:19,235 --> 01:01:23,235

766
01:01:23,238 --> 01:01:27,238

767
01:01:27,240 --> 01:01:31,240

768
01:01:31,245 --> 01:01:35,245

769
01:01:35,247 --> 01:01:39,247

770
01:01:39,250 --> 01:01:43,250

771
01:01:43,250 --> 01:01:47,250

772
01:01:47,253 --> 01:01:51,253

773
01:01:51,258 --> 01:01:55,258

774
01:01:55,258 --> 01:01:59,258

775
01:01:59,267 --> 01:02:03,267

776
01:02:03,267 --> 01:02:07,267

777
01:02:07,269 --> 01:02:11,269

778
01:02:11,270 --> 01:02:15,270

779
01:02:15,277 --> 01:02:19,277

780
01:02:19,277 --> 01:02:23,277

781
01:02:23,281 --> 01:02:27,281

782
01:02:27,285 --> 01:02:31,284

783
01:02:31,284 --> 01:02:35,284

784
01:02:35,285 --> 01:02:39,285

785
01:02:39,291 --> 01:02:43,290

786
01:02:43,290 --> 01:02:47,290

787
01:02:47,293 --> 01:02:51,293

788
01:02:51,298 --> 01:02:55,298

789
01:02:55,303 --> 01:02:59,303

790
01:02:59,304 --> 01:03:03,304

791
01:03:03,311 --> 01:03:07,308

792
01:03:07,308 --> 01:03:11,308

793
01:03:11,311 --> 01:03:15,311

794
01:03:15,312 --> 01:03:19,312

795
01:03:19,317 --> 01:03:23,317

796
01:03:23,321 --> 01:03:27,319

797
01:03:27,319 --> 01:03:31,319

798
01:03:31,322 --> 01:03:35,322

799
01:03:35,326 --> 01:03:39,326

800
01:03:39,329 --> 01:03:40,433

801
01:03:40,433 --> 01:03:44,433

802
01:03:47,338 --> 01:03:51,338

803
01:03:51,338 --> 01:03:55,336

804
01:03:55,336 --> 01:03:59,336

805
01:03:59,344 --> 01:04:03,341

806
01:04:03,341 --> 01:04:07,341

807
01:04:07,343 --> 01:04:11,343

808
01:04:11,349 --> 01:04:15,347

809
01:04:15,347 --> 01:04:19,347

810
01:04:19,349 --> 01:04:23,349

811
01:04:23,354 --> 01:04:27,354

812
01:04:27,355 --> 01:04:31,355

813
01:04:31,357 --> 01:04:35,357
[เสียงหัวเราะ]

814
01:04:35,359 --> 01:04:39,359

815
01:04:43,363 --> 01:04:47,363

816
01:04:47,364 --> 01:04:51,364

817
01:04:51,367 --> 01:04:55,367

818
01:04:55,372 --> 01:04:59,371

819
01:04:59,371 --> 01:05:03,371

820
01:05:03,380 --> 01:05:07,371

821
01:05:07,371 --> 01:05:11,371

822
01:05:11,385 --> 01:05:15,381

823
01:05:15,381 --> 01:05:19,381

824
01:05:19,385 --> 01:05:23,385

825
01:05:23,390 --> 01:05:27,386

826
01:05:27,386 --> 01:05:31,386

827
01:05:31,391 --> 01:05:35,391

828
01:05:35,391 --> 01:05:39,391

829
01:05:39,396 --> 01:05:43,396

830
01:05:43,399 --> 01:05:47,399

831
01:05:47,401 --> 01:05:51,400

832
01:05:51,400 --> 01:05:55,400

833
01:05:55,402 --> 01:05:59,402

834
01:05:59,404 --> 01:06:03,404

835
01:06:03,406 --> 01:06:07,406

836
01:06:07,411 --> 01:06:11,411

837
01:06:11,416 --> 01:06:15,416

838
01:06:15,426 --> 01:06:19,426

839
01:06:19,428 --> 01:06:23,428

840
01:06:23,432 --> 01:06:27,432

841
01:06:27,438 --> 01:06:31,437

842
01:06:31,437 --> 01:06:35,437

843
01:06:35,437 --> 01:06:39,437

844
01:06:39,442 --> 01:06:43,442

845
01:06:43,447 --> 01:06:47,447

846
01:06:47,449 --> 01:06:51,449

847
01:06:51,452 --> 01:06:55,452

848
01:06:55,452 --> 01:06:59,452

849
01:06:59,460 --> 01:06:59,900

850
01:06:59,900 --> 01:07:03,900

851
01:07:07,464 --> 01:07:11,460

852
01:07:11,460 --> 01:07:15,460

853
01:07:15,463 --> 01:07:19,463

854
01:07:19,465 --> 01:07:23,465

855
01:07:23,475 --> 01:07:27,468

856
01:07:27,468 --> 01:07:31,468

857
01:07:31,473 --> 01:07:35,473

858
01:07:39,474 --> 01:07:43,474

859
01:07:43,478 --> 01:07:47,478

860
01:07:47,479 --> 01:07:51,479

861
01:07:51,480 --> 01:07:55,480

862
01:07:55,481 --> 01:07:59,481

863
01:07:59,484 --> 01:08:03,484

864
01:08:03,497 --> 01:08:07,485

865
01:08:07,485 --> 01:08:11,485

866
01:08:11,488 --> 01:08:15,488

867
01:08:15,491 --> 01:08:19,490

868
01:08:19,490 --> 01:08:21,674

869
01:08:21,674 --> 01:08:25,674
(อาจารย์พิเชนทร์) ดูต่อเลยนะครับ

870
01:08:25,707 --> 01:08:29,707
หัวข้อต่อมานะครับ

871
01:08:30,765 --> 01:08:34,345
เราจะพูดถึงเรื่องของ OS นะครับ

872
01:08:34,345 --> 01:08:37,695
หรือระบบปฏิบัติการนะครับ ว่า

873
01:08:37,695 --> 01:08:41,695
ระบบปฏิบัติการที่เราใช้อยู่ ณ ปัจจุบันนี้มันคืออะไร

874
01:08:46,094 --> 01:08:47,540
นะครับ มันมีความเป็นมาอย่างไร

875
01:08:47,540 --> 01:08:49,530
ในสมัยก่อนนะครับ ในสมัยโบราณเรานะครับ

876
01:08:49,530 --> 01:08:53,196
ในการใช้งานคอมพิวเตอร์ หรือใช้งาน

877
01:08:53,196 --> 01:08:57,196
เครื่องประดิษฐ์ หรือเครื่องคำนวณอะไรก็แล้วแต่

878
01:09:01,209 --> 01:09:03,010
สมัย ม. 6 นะครับ เราคงนึกภาพออกนะครับ ว่า

879
01:09:03,010 --> 01:09:07,010
สมัยก่อนที่ใครผลิตเครื่องอะไรขึ้นมา ผลิตคอมพิวเตอร์ ผลิต

880
01:09:10,951 --> 01:09:14,951
เครื่องประดิษฐ์ คน ๆ นั้นใช้งานได้อยู่คนเดียว

881
01:09:16,887 --> 01:09:18,001
นะครับ นอกจากผู้ผลิตนะครับ คอมพิวเตอร์ก็เช่นเดียวกันนะครับ

882
01:09:18,001 --> 01:09:22,001
สมัยเริ่มแรกเลยนะครับ ก็คือใครสร้างขึ้นมา

883
01:09:23,343 --> 01:09:27,343
ก็คือใช้ได้อยู่คนเดียวนะครับ

884
01:09:28,274 --> 01:09:32,274
ไม่มีความรู้คอมพิวเตอร์ ใช้คอมพิวเตอรไม่ได้เลยนะครับ

885
01:09:38,681 --> 01:09:42,681
ในสมัยยุคแรก ๆ นะครับ คราวนี้มาดูในหัวข้อของ

886
01:09:43,084 --> 01:09:46,542
หน่วยควบคุมอุปกรณ์นะครับ หรือว่า Chanel นะครับ

887
01:09:46,542 --> 01:09:50,542
เขาบอกว่าหน่วยประมวลผลในเครื่องคอมพิวเตอร์นะครับ

888
01:09:53,528 --> 01:09:56,406
ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของระบบนะครับ

889
01:09:56,406 --> 01:10:00,406
ซึ่งในระบบคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ ก็คือพวก Super Computer ใช่ไหมครับ Mainframe Computer นี่

890
01:10:05,460 --> 01:10:07,139
ใช่ไหมครับ  เวลามันทำงานนะครับ มันจะ

891
01:10:07,139 --> 01:10:11,139
ไม่ใช้ตัวของหน่วยประมวลผลหลัก

892
01:10:11,661 --> 01:10:15,276
ในส่วนที่มีส่วนสำคัญน้อยนะครับ

893
01:10:15,276 --> 01:10:19,276
นึกง่าย ๆ เช่น

894
01:10:24,957 --> 01:10:25,221
สมมติว่าห้องเรานี่เป็น Super Computer

895
01:10:25,221 --> 01:10:29,221
มี CPU อยู่ทั้งหมด หรือมีหน่วยประมวลผล

896
01:10:30,889 --> 01:10:34,889
อยู่ทั้งหมด 30 หน่วยใหญ่ สมมตินะ ๆ หน่วยใหญ่

897
01:10:35,179 --> 01:10:39,157
แต่พอเราจะให้

898
01:10:39,157 --> 01:10:43,157
ไปทำงานที่เล็กลง เราจะไม่ใช้ 30 หน่วยนี้ ในการทำงานนะครับ

899
01:10:44,579 --> 01:10:48,579
เราจะไปสร้างส่วนเล็ก ๆ ต่อไป เช่น เราจะสร้าง OS เล็ก

900
01:10:55,608 --> 01:10:57,456
ที่ติดต่อกับอุปกรณ์ ไปติดต่อกับภายนอก คือ ไปติดต่อกับอะไรก็แล้วแต่

901
01:10:57,456 --> 01:11:00,026
ที่นอกเหนือจากตัวหลัก ๆ ของ CPU เรา

902
01:11:00,026 --> 01:11:04,026

903
01:11:11,083 --> 01:11:15,083
ซึ่งเขาจะใช้คำว่า Processer สำหรับอุปกรณ์รอบข้าง ถ้าจะไปติดต่อกับอุปกรณ์รอบข้า

904
01:11:15,610 --> 01:11:15,843
ง เราจะไม่ใช้ตัวของ Processor หลักเป็นตัวติดต่อโดยตรง

905
01:11:15,843 --> 01:11:19,843
นะครับ หรือบางทีเขาใช้ตัว IO

906
01:11:23,553 --> 01:11:26,477
หรือ Data Chanel หรือบางทีเรียกสั้น ๆ ว่า "Chanel"

907
01:11:26,477 --> 01:11:30,290
Chanal คืออะไร

908
01:11:30,290 --> 01:11:34,290
ในทีนี้ชาแนลคืออะไรเอ่ยอุบล  คือ Processer ใช่ไหม Processer

909
01:11:40,091 --> 01:11:40,548
ในระบบ

910
01:11:40,548 --> 01:11:42,932
คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่นะครับ ที่ทำหน้าที่

911
01:11:42,932 --> 01:11:46,830
ในการติดต่อกับอุปกรณ์รอบข้าง

912
01:11:46,830 --> 01:11:50,830
นะครับ ในคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่เท่านั้นนะครับ

913
01:11:59,651 --> 01:12:02,499
อย่าง PC, Note Book ไม่ใช้

914
01:12:02,499 --> 01:12:05,345
ใช้อะไรเราค่อยว่ากันต่อนะครับ นี่เห็นไหม ถ้าเป็น

915
01:12:05,345 --> 01:12:09,345
ในระบบเล็ก ๆ ถ้ามันจะ

916
01:12:12,165 --> 01:12:16,165
ไปติดต่อกับอุปกรณ์ภายนอก มันจะใช้การติดต่อ

917
01:12:16,559 --> 01:12:20,454
Input, Output นั้นนะครับ มันจะติดต่อผ่าน Port

918
01:12:20,454 --> 01:12:21,213

919
01:12:21,213 --> 01:12:25,213
ถ้าเป็นพวก Super Computer หรือคอมพิวเตอร์

920
01:12:26,842 --> 01:12:30,842
ขนาดใหญ่ ใช้ Chanal ในการติดต่อ

921
01:12:31,599 --> 01:12:35,599
แต่พออย่าง PC เรา อย่างโน้ตบุ๊กเรา

922
01:12:37,149 --> 01:12:39,677
นะครับ มันจะใช้พอร์ทในการติดต่อแทน

923
01:12:39,677 --> 01:12:42,440
รู้จัก Port ใช่ไหม รู้จัก Port ไหม

924
01:12:42,440 --> 01:12:43,351
ที่เราไปเสียบ

925
01:12:43,351 --> 01:12:47,351

926
01:12:48,701 --> 01:12:49,867
ต่อพอร์ท USB พอร์ทอะไรพวกนี้ ติดต่อผ่านช่องนี้นะครับ

927
01:12:49,867 --> 01:12:53,867
คราวนี้พอ

928
01:12:55,617 --> 01:12:59,617
เมื่อมีการติดต่อผ่านทั้งพอร์ท ผ่านทั้ง

929
01:13:07,692 --> 01:13:11,692
เรามาดูว่าในการติดต่อระหว่างอุปกรณ์รอบข้างระหว่าง CPU

930
01:13:11,697 --> 01:13:15,697
มันมีวิธีการติดต่ออย่างไร ในนี้มันแบ่งออกเป็น 3 แบบ 1. การติดต่อแบบ Port link นะครับ

931
01:13:18,768 --> 01:13:22,768

932
01:13:23,979 --> 01:13:27,561
นะครับ Plor link

933
01:13:27,561 --> 01:13:31,561
การติดต่อแบบนี้ก็คือ

934
01:13:32,616 --> 01:13:35,966
การติดต่อที่ทุกช่วงเวลานะครับ CPU

935
01:13:35,966 --> 01:13:39,966
จะหยุดทำงาน แล้วก็ไปเช็กว่า

936
01:13:42,427 --> 01:13:45,666
อุปกรณ์ใดบ้าง ที่ต้องการจะติดต่อกับ CPU

937
01:13:45,666 --> 01:13:49,666
หยุด ถ้าตัวอย่างเช่น

938
01:13:55,532 --> 01:13:59,532
ตัวผมเอง อาจารย์เองนี่เป็น CPU นะครับ หรือเป็น Pro

939
01:14:01,798 --> 01:14:04,081
cessor สอน ๆ อยู่  แล้วยกตัวอย่าง ก็คือเราเป็น

940
01:14:04,081 --> 01:14:06,042
อุปกรณ์รอบข้าง ถ้าสมมติว่า

941
01:14:06,042 --> 01:14:09,332
อยากถาม หรือ

942
01:14:09,332 --> 01:14:13,117
CPU อยากถาม เช่น อย่างผมเป็น CPU

943
01:14:13,117 --> 01:14:17,117
ถ้าเป็นแบบ Polling ผมจะหยุด แล้วเริ่มถาม

944
01:14:23,010 --> 01:14:23,259
แล้วเริ่มถามนนะครับ

945
01:14:23,259 --> 01:14:24,646
แม็กกี้ ตั้งแต่คนที่ 1 ถามไปเรื่อย ๆ ครับ จนถึง

946
01:14:24,646 --> 01:14:28,646
คนสุดท้าย 40 คน ก็ถามถึง 40

947
01:14:29,572 --> 01:14:33,572
นี่คือลักษณะของ Polling ซึ่ง

948
01:14:37,741 --> 01:14:41,041
การติดต่อแบบนี้ปัญหาที่ เกิดระบบล่าช้า

949
01:14:41,041 --> 01:14:45,041
นะครับ เช่น ไปถามอุปกรณ์รอบข้าง อุปกรณ์รอบข้าง

950
01:14:47,665 --> 01:14:51,665
40 ตัว ไม่มีอุปกรณ์ใดต้องการ CPU

951
01:14:55,302 --> 01:14:56,339

952
01:14:56,339 --> 01:14:57,517
นะครับ เสียเวลาข้อเสียของมันนะครับ ข้อเสีย คือ เสียเวลานะครับ

953
01:14:57,517 --> 01:15:01,517
การติดต่ออันที่ 2 ก็คือ

954
01:15:05,354 --> 01:15:09,101
Interupt ลักษณะการต่อแบบนี้นะครับ เป็นการ

955
01:15:09,101 --> 01:15:13,101
ลดข้อเสียของแบบ ก็คือแทนที่จะไปเช็กไปถามอุปกรณ์รอบข้าง

956
01:15:13,308 --> 01:15:17,308
วิธีการ Interrupt

957
01:15:22,197 --> 01:15:26,197
ส่งสัญญาณมาแทน เช่น ถ้าผมสอน ๆ อยู่เป็น CPU

958
01:15:31,780 --> 01:15:35,780
เป็นอุปกรณ์รอบข้าง สอน ๆ อยู่ถามอุบล อุบลยกมือเลย พออุบลสอนเสร็จปุ๊บ ผมก็

959
01:15:36,268 --> 01:15:40,268
สอนต่อนี่ นี่เป็นลักษณะการติดต่อแบบ Interrupt

960
01:15:42,408 --> 01:15:46,408
ก็คือ CPU ไม่ต้องถามอุปกรณ์รอบข้าง อุปกรณ์รอบข้าง

961
01:15:51,799 --> 01:15:53,912
มาถามเองนะครับ แบบที่ 3 นะครับ แบบ Mail Box

962
01:15:53,912 --> 01:15:56,018
นะครับ ในการติดต่อแบบนี้ก็คือ

963
01:15:56,018 --> 01:15:58,805
ไปลดข้อเสียทั้ง 2 แบบนะครับ

964
01:15:58,805 --> 01:16:02,805
หลักการลอง Mailbox

965
01:16:05,204 --> 01:16:09,204
ก็คือในระบบจะกันเนื้อที่ความจำบางส่วน

966
01:16:13,472 --> 01:16:14,671
เก็บข้อมูล ยกตัวอย่างเช่น เมื่อ

967
01:16:14,671 --> 01:16:18,671
อุปกรณ์รอบข้างต้องการจะใช้ CPU จะส่งสัญญาณ

968
01:16:26,744 --> 01:16:30,615
ถ้าเป็น Interrupt ถ้าเป็น Mailbox

969
01:16:30,615 --> 01:16:33,609
หน่วยควา่มจำบางส่วนที่กันเอาไว แล้วสักระยะหนึ่ง CPU จะหยุด แล้ว

970
01:16:33,609 --> 01:16:37,609
ไปเช็กที่หน่วยความจำแล้วก็ส่งสัญญามาที่ Mailblox

971
01:16:43,575 --> 01:16:45,643
นะครับ นี่คือแบบ Mailbox

972
01:16:45,643 --> 01:16:49,643
ถามว่าทำไมแบบ Mailbox ทำไมถึงเรากว่า

973
01:16:50,684 --> 01:16:54,684
แบบที่ 1 ช้า แบบที่ 2 ก็ยังช้าอยู่ แบบที่ 3 เร็วกว่าเพราะอะไรครับ เพราะแบบที่ 3 CPU กับหน่วยความจำ

974
01:16:54,784 --> 01:16:58,784
จะอยู่ติดกัน เดี๋ยวเราจะดู เราจะเห็น

975
01:17:00,498 --> 01:17:01,367
โครงสร้างของระบบนะครับ เดี๋ยวให้ดู

976
01:17:01,367 --> 01:17:05,367
คราวนี้มาดูว่า

977
01:17:10,219 --> 01:17:14,219
ระบบปฏิบัติการเรานั้นนะครับ

978
01:17:14,248 --> 01:17:16,402
เป็นมาอย่างไรนะครับ

979
01:17:16,402 --> 01:17:20,402
ในยุคแรกนั้นนะครับ ระบบปฏิบัติการของเรานะครับ

980
01:17:20,582 --> 01:17:24,582
จะใช้ภาษาเครื่องทั้งหมดในการติดต่อนะครับ

981
01:17:24,734 --> 01:17:28,734
คนที่สร้างขึ้นมา ก็คือคนที่ใช้ได้อยู่คนเดียวนะครับ

982
01:17:34,082 --> 01:17:37,748
ต่อมาก็มีจากความยุ่งยากการใช้ภาษาเครื่องนะครับ

983
01:17:37,748 --> 01:17:41,748
จึงมีคนคิดชุดคำสั่งขึ้นมา

984
01:17:44,545 --> 01:17:48,134
เพื่อสามารถทำงานได้ง่ายขึ้นนะครับ ภาษาแรก ๆ เลย

985
01:17:48,134 --> 01:17:50,288
ที่เราใช้ก็คือภาษา

986
01:17:50,288 --> 01:17:51,967
แอสเซมบลี

987
01:17:51,967 --> 01:17:55,967
ซึ่งภาษาแอสเซมบลี ก็ถูก

988
01:17:58,096 --> 01:18:02,096
แปลเป็นภาษาเครื่อง เราเรียกว่า "Assembler" นะครับ

989
01:18:05,770 --> 01:18:09,005

990
01:18:09,005 --> 01:18:13,005
เขาบอกว่าการทำงานของ แอสแซมเบลอร์ นั้นนะครับ

991
01:18:18,143 --> 01:18:20,034
จะมีทำงานที่เร็ว เพราะอะไรครับ เพราะภาษาเครื่อง 1 คำสั่ง

992
01:18:20,034 --> 01:18:24,034
ก็ต่อคำสั่งเลยนะครับ เขาบอกว่าภาษาแอสเซมบลีเป็นภาษา

993
01:18:24,715 --> 01:18:26,904
ที่ใกล้เคียงภาษาเครื่องมากที่สุด

994
01:18:26,904 --> 01:18:30,904
สมัยที่อาจารย์เรียนนะครับ อาจารย์ต้องเรียน

995
01:18:32,195 --> 01:18:36,195
เขียนโปรแกรมด้วยภาษาแอ

996
01:18:43,658 --> 01:18:47,658
สเซมบลี แต่รุ่นพวกเราไม่เรียนแล้วครับ ปวดหัว เรียนยากนะครับ ซึ่งภาษา Assembly เราถือว่าเป็นภาษาระดับต่ำ

997
01:18:52,529 --> 01:18:54,194
ที่ใกล้เคียงภาาษเครื่อง

998
01:18:54,194 --> 01:18:58,194
ใช้คำไม่กี่คำก็ทำงานเลยนะครับ ต่อมาก็มีคนพัฒนานะครับ ภาษาที่

999
01:19:00,869 --> 01:19:04,869
ให้มันใช้งานง่าย เป็นโครงสร้างนะครับ เขียนขึ้นมาง่าย

1000
01:19:08,147 --> 01:19:08,705

1001
01:19:08,705 --> 01:19:12,705
ก็คือภาษาระดับสูงนะครับ เช่น ภาษาอะไรครับ ภาษา C, ภาษาเบสิก

1002
01:19:19,135 --> 01:19:19,237
ภาษาปาสคาล ภาษา

1003
01:19:19,237 --> 01:19:20,022
อะไรที่เราเขียนอยู่ปัจจุบันอย่างนี้

1004
01:19:20,022 --> 01:19:24,022
ใช่ไหมที่เราเขียนในปัจจุบัน

1005
01:19:24,827 --> 01:19:28,033
Python อะไรพวกนี้นะครับ ซึ่ง

1006
01:19:28,033 --> 01:19:32,033
ภาษาในคอมพิวเตอร์แบ่งเป็น 3 ระดับ ระดับต่ำ

1007
01:19:37,054 --> 01:19:40,780
สูงมาก สูงมาก ๆ Very Very High

1008
01:19:40,780 --> 01:19:42,488
เยอะ ๆ ไปอีกนะครับ ก็ไม่เป็นไร

1009
01:19:42,488 --> 01:19:46,488
เราไม่ต้องพูดถึงขนาดนั้นนะครับ ซึ่งภาษาระดับสูงต้องมาแปลนะครับ

1010
01:19:47,017 --> 01:19:51,017
ก็คือคอมไพล์เลอร์ที่ผมกล่าวไปข้างต้น

1011
01:19:53,747 --> 01:19:57,747
ก็เป็นภาษาเครื่องนะครับ ภาษาเครื่องนั่นก็คือมันจะแปลเป็น Code นะครับ

1012
01:20:01,833 --> 01:20:05,833
Code อ่านออกไหมครับ Code อ่านออกไหม Code

1013
01:20:12,446 --> 01:20:13,204
ใครอ่านโค้ดออกยกมือขึ้น

1014
01:20:13,204 --> 01:20:17,204
นะครับ มันจะมีอยู่ 2 คำ คือ Code

1015
01:20:27,950 --> 01:20:27,987
กับคำว่า "Code" ในการเขียนโปรแกรมของเรา

1016
01:20:27,987 --> 01:20:31,987
นะครับ Sourc Code นี่อ่านออกไหม

1017
01:20:36,661 --> 01:20:38,771
อ่าว ตอบไม่ได้ไม่เป็นไร เพราะเราเพิ่งเรียนปี 1

1018
01:20:38,771 --> 01:20:42,771
นะครับ เราเพิ่งตกแต่ง Source Code

1019
01:20:46,987 --> 01:20:50,987
นึกออกไหม ตอนเราเขียนโปร

1020
01:20:51,961 --> 01:20:55,961
คีย์คำสั่งไป มีตำราวาง คีย์เข้าไป นั่นคือ Source code

1021
01:20:59,675 --> 01:21:00,403
แต่เราพอเราคีย์เสร็จปุ๊บ เราต้องเอาไป  Compild

1022
01:21:00,403 --> 01:21:04,403
คราวนี้โค้ดอ่านออกไหม อ่านไม่ออกครับ Code ยังอ่านไม่ออก

1023
01:21:07,132 --> 01:21:11,132
นะครับ

1024
01:21:12,933 --> 01:21:15,305
เขาบอกนะครับ

1025
01:21:15,305 --> 01:21:19,211
พอเราพัฒนาเรื่อย ๆ มานะครับ เขาก็เอาตัวของ

1026
01:21:19,211 --> 01:21:23,211
โปรแกรมแอส

1027
01:21:24,856 --> 01:21:28,856
เซมบลีมารวมเข้ากับระบบของเรานะครับ มีโปรแกรมหนึ่งนะครับ ที่เราเรียกว่า Loader

1028
01:21:35,303 --> 01:21:39,303
Loader หมายถึง ซอฟต์แวร์นะครับ ที่ทำหน้าที่ในการโหลดโปรแกรมจากแผ่นดิสก์ไปหน่วยความจำ

1029
01:21:44,994 --> 01:21:46,816
นะครับ ถ้าใครนึกภาพไม่ออก อย่างเช่น

1030
01:21:46,816 --> 01:21:50,816
ผมมีโปรแกรมอยู่ในเครื่อง อยู่ในแผ่นดิสก์นะ

1031
01:21:57,119 --> 01:21:58,155
ผมก็เสียบแผ่นดิสก์เข้าไปในเครื่อง

1032
01:21:58,155 --> 01:22:02,155
นะครับ โปรแกรม Loader นี้ จะทำหน้าที่โหลด

1033
01:22:05,542 --> 01:22:07,067
โปรแกรมจากแผ่นลงไปใส่ในเครื่องไว้นะครับ

1034
01:22:07,067 --> 01:22:11,067
ถ้าเขาถามว่า Loader คืออะไรครับ Loader คือ โปรแกรม

1035
01:22:14,471 --> 01:22:18,471
ที่ทำหน้าที่ในการโหลดโปรแกรมจากระบบจากแผ่นดิสก์ลงไปสู่เครื่องคอมพิวเตอร์นะครับ

1036
01:22:19,726 --> 01:22:21,986
ต่อมาคนก็ไปคิดว่าเราจะทำอย่างไรดี

1037
01:22:21,986 --> 01:22:25,569
ไม่ต้องให้มันโหลดเลยได้ไหม มันเสียเวลานะครับ ก็คือ

1038
01:22:25,569 --> 01:22:29,569
เอาตัวของ Loader

1039
01:22:35,453 --> 01:22:36,170

1040
01:22:36,170 --> 01:22:40,170
และ Assembly มารวมกันเลยครับ กลายมาเป็นโปรแกรมระบบเปิดเครื่องขึ้นมาปุ๊บต้องใส่แผ่นไหม

1041
01:22:43,275 --> 01:22:47,275
ไม่ต้องใส่โหลดมาเลย แปลเป็นภาษาเครื่องให้เลยนะครับ กลายเป็นโปรแกรมระบบ

1042
01:22:53,558 --> 01:22:54,935
เพื่ออะไรครับ เพื่อทำหน้าที่ในการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้นะครับ

1043
01:22:54,935 --> 01:22:58,567

1044
01:22:58,567 --> 01:23:02,567
ซึ่งต่อมาก็มีการพัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ นะครับ

1045
01:23:07,757 --> 01:23:11,757
จนสุดท้ายก็กลายมาเป็นโปรแกรมระบบปฏิบัติการนะครับ

1046
01:23:14,156 --> 01:23:15,340

1047
01:23:15,340 --> 01:23:19,340
นี่ครับ กลายมาเป็น OS ครับ

1048
01:23:20,575 --> 01:23:23,803
ก็คือที่เราใช้ในปัจจุบันนะครับ

1049
01:23:23,803 --> 01:23:27,803
ถ้าใครนึกภาพไม่ออกว่าโปรแกรม OS ในปัจจุบันคืออะไร

1050
01:23:30,866 --> 01:23:31,652
เราพูดถึง ก็คือ Windows ใช่ไหม

1051
01:23:31,652 --> 01:23:35,652
Windows ถ้าแพลตฟอร์มอื่นในโทรศัพท์

1052
01:23:38,616 --> 01:23:42,616
เราคืออะไรครับ Android ใช่ไหม Android, iOS,

1053
01:23:48,259 --> 01:23:48,775
Windows Phone

1054
01:23:48,775 --> 01:23:52,775
Thai OS เยอะแยะครับ Linux อะไรพวกนี้ ก็จะเป็นโปรแกรม

1055
01:23:57,993 --> 01:24:01,080
ระบบปฏิบัติการซึ่งเราจะค่อย ๆ เรียนไป

1056
01:24:01,080 --> 01:24:05,080
แต่ละตัวไปนะครับ เขาบอกว่าระบบปฏิบัติการนั้น

1057
01:24:05,254 --> 01:24:09,254
อาจเป็นได้ทั้งซอฟต์แวร์ และฮาร์ดแวร์นะครับ

1058
01:24:10,671 --> 01:24:12,365
แต่ที่นิยม

1059
01:24:12,365 --> 01:24:16,365
ในปัจจุบันจะเป็นลักษณะของซอฟต์แวร์นะครับ ซอฟต์แวร์

1060
01:24:21,905 --> 01:24:25,905
เช่น เครื่องเราใช่ไหมครับ เราใช้ Windows 8 สักพัก Windows 10 ออกมา

1061
01:24:30,515 --> 01:24:33,151
สักพัก 11 มาก็ใช้ 11

1062
01:24:33,151 --> 01:24:37,151
เป็นซอฟต์แวร์ OS นะครับ ถ้าเป็น Hardware

1063
01:24:40,082 --> 01:24:43,375
OS มันจะอยู่ในเครื่องของเราเลย เราเปลี่ยนแปลงได้ไหม ได้ไหมครับ ถ้าอยู่ในเครื่อง

1064
01:24:43,375 --> 01:24:47,375
เปลี่ยนไม่ได้นะครับ ถ้าอยากเปลี่ยนก็ต้องซื้อเครื่องใหม่

1065
01:24:52,009 --> 01:24:56,009
เหมือนโทรศัพท์อย่างนี้ เหมือนของผมอย่างนี้ ตอนนี้ Andriond เวอร์ชันเท่าไรครับ

1066
01:24:59,210 --> 01:25:02,885
16 บ่ ของผมได้แค่ 8

1067
01:25:02,885 --> 01:25:04,563
ต้องการอัปเดต

1068
01:25:04,563 --> 01:25:07,618
มันบอกว่าถ้าพูดภาษาเรานะ

1069
01:25:07,618 --> 01:25:11,618
ไปซื้อเครื่องใหม่โลด มันอัปไม่ได้นึกออกไหม

1070
01:25:18,145 --> 01:25:20,637
มันเป็นอยู่ใน Hard ware นะครับ

1071
01:25:20,637 --> 01:25:24,386
เขาบอกว่านะครับ ถ้าเครื่องไหนไม่มีระบบปฏิบัติการ เครื่องนั้นก็ไม่ทำงานนะครับ

1072
01:25:24,386 --> 01:25:28,386
เหมือนโทรศัพท์เราอย่างนี้ ไม่มี

1073
01:25:35,100 --> 01:25:37,545
Android ไม่มี iOS นะครับ

1074
01:25:37,545 --> 01:25:40,585
เครื่องในห้องเราอย่างนี้ เราลบ Windows ออก เราใช้ไม่ได้  อย่าง

1075
01:25:40,585 --> 01:25:43,286
เครื่องแอปเปิ้ลแหวงของเรานะ

1076
01:25:43,286 --> 01:25:47,286
ถ้าเราลบ iOS ออกก็ใช้ไม่ได้ ถ้าว่าลง Wimdow

1077
01:25:52,123 --> 01:25:54,336
s เครื่อง Mac เรา ไอ้เครื่องข้างหลังเรา

1078
01:25:54,336 --> 01:25:57,473
ได้ไหมครับ ไอ้เครื่องข้างหลังเราน่ะ เครื่องบักแอปเปิลแหว่งเราน่ะ

1079
01:25:57,473 --> 01:26:01,473
ลงได้ไหมครับ เอา Windows 11 ลงได้ไหม ปุ๋ย

1080
01:26:05,682 --> 01:26:08,470
ลงได้ไหม ไปลงใส่เครื่องแอปเปิล เราคิดว่าได้ไหมครับ

1081
01:26:08,470 --> 01:26:12,470
ได้นะครับ

1082
01:26:14,412 --> 01:26:18,412
แต่ไม่ควรลง ไม่ควรตำนะครับ

1083
01:26:19,141 --> 01:26:19,229
ผมอยากใช้คำว่า "อย่าหาทำ"

1084
01:26:19,229 --> 01:26:23,229
ระบบปฏิบัติการเขารองรับกับเครื่องเขาแล้ว

1085
01:26:25,117 --> 01:26:29,117
ผมเห็นเครื่องอาคาร 7 เรา ไปลงหมดเลย

1086
01:26:33,675 --> 01:26:37,675
เครื่องราคา 80,000 บาท ไปเอา Windows ลง เพื่อ ผมถาม

1087
01:26:39,531 --> 01:26:43,531
นะครับผม ถามคำถามหลายอยากถามอาจารย์ถาม เรามีเครื่อง Mac มา เรามีเครื่อง iOS มา

1088
01:26:43,679 --> 01:26:45,177
ไปเอา Windows ลง เพื่ออะไร เราค่อยว่ากันอีกทีหนึ่งนะครับ

1089
01:26:45,177 --> 01:26:49,177

1090
01:26:52,570 --> 01:26:53,327
อันนี้พูดไปแล้วนะครับ

1091
01:26:53,327 --> 01:26:57,327
คราวนี้มาดูหน้าที่ของระบบปฏิบัติการเรานะครับ

1092
01:27:06,325 --> 01:27:07,710
ว่ามีหน้าที่อะไรบ้างนะครับ 1. ติดต่อกับผู้ใช้

1093
01:27:07,710 --> 01:27:11,710
นะครับ หน้าที่อันแรกเลยติดต่อกัยผู้ใช

1094
01:27:15,643 --> 01:27:16,795
้ ถ้า OS หรือระบบปฏิบัติการไหนติดต่อกับผู้ใช้ได้ดี ได้สะดวกคนก็ทำไมครับ

1095
01:27:16,795 --> 01:27:20,795
นิยมใช้ เช่น เราใช้ Windows

1096
01:27:21,210 --> 01:27:25,210
11 กับอีกคนหนึ่งใช้

1097
01:27:26,226 --> 01:27:30,226
Windows 3.1 อย่างนี้ หรือบางคนไปใช้ Linux อย่างนี้

1098
01:27:33,360 --> 01:27:37,360
บางคนไปใช้ iOS

1099
01:27:39,905 --> 01:27:40,834

1100
01:27:40,834 --> 01:27:44,834
ต้องติดต่อกับผู้ใช้  ถ้า OS ไหนติดต่อกับผู้ใช้ง่าย คนก็ใช้

1101
01:27:48,691 --> 01:27:52,691
นะครับ ตอนนี้ตลาดก็คือของ Windows นะครับ

1102
01:27:53,404 --> 01:27:57,404
หน้าที่อันที่ 2 ของ OS ก็คือ

1103
01:27:59,023 --> 01:28:02,487
ควบคุมอุปกรณ์และการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหมดเลย

1104
01:28:02,487 --> 01:28:06,193
นะครับ คอมพิวเตอร์

1105
01:28:06,193 --> 01:28:10,193

1106
01:28:10,390 --> 01:28:12,850
จะทำอะไร จะติดต่อกับใคร เล่นเน็ตได้ไหม Printer ได้ไหม

1107
01:28:12,850 --> 01:28:15,535
OS ดำเนินการควบคุมทั้งหมดนะครับ

1108
01:28:15,535 --> 01:28:19,535
ผมเลยยกตัวอย่างให้ฟัง เช่น

1109
01:28:19,712 --> 01:28:23,712
ถ้าเกิดเราใช้ Windows Me เราไม่ทันหรอก สมมตินะ

1110
01:28:28,044 --> 01:28:32,044
ยกตัวอย่างให้ดู Windows me

1111
01:28:33,832 --> 01:28:35,603
เปิดหนังที่มีความจุ 5 GB

1112
01:28:35,603 --> 01:28:36,995
นะครับ 5 GB

1113
01:28:36,995 --> 01:28:40,995
เปิดไม่ได้หรอกครับ เพราะ Windows Me ไม่รู้จ

1114
01:28:48,255 --> 01:28:48,287
ักไฟล์ใหญ่ขนาดนั้น เป็นต้น

1115
01:28:48,287 --> 01:28:52,287
หน้าที่อันที่ 3 ก็คือจัดสรร

1116
01:28:53,923 --> 01:28:57,923
ทุกอย่างในระบบ เพื่อให้มันการแบ่งการใช้งานได้อย่างเหมาะสม

1117
01:29:04,262 --> 01:29:05,105
นะครับ  เพราะอะไรครับ ตัวอย่างเช่น เขาบอกว่า

1118
01:29:05,105 --> 01:29:09,105

1119
01:29:12,020 --> 01:29:16,020
ทำไมต้องมีการจัดสรร นี่ครับ ทรัพยากรมีจำกัดครับ มี CPU ตัวเดียวทำอย่างไรครับ ทีนี้

1120
01:29:23,228 --> 01:29:26,650
ต้องจัดสรร คนนี้ก็อยากใช้ คนนี้ก็อยากใช้ มี 10 คนจะใช้อย่างไรพร้อมกัน มัน

1121
01:29:26,650 --> 01:29:30,650
ก็ต้องมีวิธีการจัดสรร หน้าที่ตรงนี้ก็คือระบบป

1122
01:29:36,274 --> 01:29:40,274
ฏิบัติการ หรือเขาบอกทำไมต้องจัดสรร มีทรัพยากรหลายประเภท

1123
01:29:46,911 --> 01:29:47,186
แต่โปรแกรมมีความต้องการใช้

1124
01:29:47,186 --> 01:29:50,457
อย่างเดียวกันทำอย่างไรก็ต้องจัดสรร

1125
01:29:50,457 --> 01:29:54,457

1126
01:29:55,337 --> 01:29:58,761
นะครับ เช่น มีพรินเตอร์วางอยู่เครื่องเดียวหน้าห้องเรา

1127
01:29:58,761 --> 01:30:02,761
บอกฉันก็อยากให้ Printer ทำอย่างไรครับ ก็ต้องจัดสรรให้

1128
01:30:04,857 --> 01:30:07,793
นะครับ มาดู

1129
01:30:07,793 --> 01:30:11,793
วิวัฒนาการของระบบปฏิบัติการกัน

1130
01:30:14,051 --> 01:30:15,746
นะครับ หัวข้อสุดท้ายแล้ว

1131
01:30:15,746 --> 01:30:19,095
นะครับ

1132
01:30:19,095 --> 01:30:23,095
สัปดาห์แรก ๆ อาจารย์ก็จะบรรยายประมาณนี้นะครับ จะใช้เวลานาน

1133
01:30:30,316 --> 01:30:30,963
แต่พอสัปดาห์ถัด ๆ ไปก็เริ่มน้อยลง ๆ

1134
01:30:30,963 --> 01:30:32,280
เพราะเราจะเรียนแบบผู้ใหญ่นะครับ

1135
01:30:32,280 --> 01:30:36,280
มาดูวิวัฒนาการของระบบปฏิบัติการนะครับ

1136
01:30:38,148 --> 01:30:39,285
เขาถือว่าไม่มีระบบปฏิบัติการเลยครับ

1137
01:30:39,285 --> 01:30:43,285
เพราะคอมพิวเตอร์ยุคแรก

1138
01:30:47,044 --> 01:30:51,044
เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้หลอดสูญญากาศเป็นหลัก

1139
01:30:53,838 --> 01:30:57,838
ภาษาเครื่องอย่างเดียวครับ เวลาป้อนข้อมูลให้คอมพิวเตอร

1140
01:31:00,322 --> 01:31:01,526
นะครับ ยุคที่ 2 นะครับ ประมาณ

1141
01:31:01,526 --> 01:31:04,441
ยุค 1955 ถึง 1964

1142
01:31:04,441 --> 01:31:08,441
นะครับ ยุคนี้เป็นยุค

1143
01:31:12,007 --> 01:31:14,581
ทรานซิสเตอร์นะครับ เป็นลักษณะการทำงาน

1144
01:31:14,581 --> 01:31:18,581
แบบทำงานซ้ำ ๆ กันนะครับ ทำงานแบบเดิม ๆ นะครับ หรือเราเรียก

1145
01:31:27,323 --> 01:31:29,175
นะครับ ยุคนี้ก็

1146
01:31:29,175 --> 01:31:33,175
มีระบบปฏิบัติการแล้วนะครับ แต่ยังไม่มีความสามารถเยอะนะครับ มีใครเกิดหรือยังยุคนี้

1147
01:31:33,926 --> 01:31:37,926
1964 ยังนะ ยุคที่ 3 นะครับ

1148
01:31:41,540 --> 01:31:45,540
ประมาณยุค

1149
01:31:51,219 --> 01:31:55,219
1968 - 1980 นะครับ ยุคนี้เป็นยุคที่มี

1150
01:31:55,765 --> 01:31:56,989
Multi Programming และเป็นจุดเริ่มต้องของ Multiprosessing

1151
01:31:56,989 --> 01:31:58,266
นะครับ ก็ก็คือลักษณะ

1152
01:31:58,266 --> 01:32:00,035
การทำงานมากกว่า 1 อย่างในเวลาเดียวกันนะครับ

1153
01:32:00,035 --> 01:32:04,035
เป็นแนวความคิดนะครับ และนวความคิดยุคนี้

1154
01:32:06,457 --> 01:32:10,457
มีแนวความคิดของระบบ Rail-Time

1155
01:32:12,950 --> 01:32:16,950
เป็นอย่างไรครับ Real time

1156
01:32:20,369 --> 01:32:21,454
ทำงานปั๊บ สั่งปุ๊บทำงานปั๊บนะครับ นี่คือลักษณะของยุคที่ 3

1157
01:32:21,454 --> 01:32:25,454
นะครับ

1158
01:32:26,138 --> 01:32:30,138
1980 นะครับ นี่ผมพึ่งเกิดได้ 7 ปี

1159
01:32:31,968 --> 01:32:35,105
ยังเรียนประถมอยู่เลยนะครับ

1160
01:32:35,105 --> 01:32:39,105
ยุคต่อมานะครับ ยุคที่ 4 เป็นยุค 1980

1161
01:32:42,701 --> 01:32:46,701
จนถึง ณ ปัจจุบันนี้นะครับ เป็นลักษณะของ

1162
01:32:47,296 --> 01:32:51,296
Virtual Machines นะครับ เป็นอย่างไรครับ

1163
01:32:52,330 --> 01:32:56,330
เน้นการสื่อสาร ยุคปัญญาประดิษฐ์

1164
01:32:57,865 --> 01:33:01,002
ยุคผู้เชี่ยวชาญนะครับ เน้นเครือข่าย

1165
01:33:01,002 --> 01:33:05,002
OS ปัจจุบันจะเน้นเครือ

1166
01:33:08,396 --> 01:33:10,706
ข่ายเชื่อมหากัน จำลอง ข้ามแพลตฟอร์มนะครับ

1167
01:33:10,706 --> 01:33:14,706
สมัยก่อนนะครับ ถ้าเราจะส่งข้อมูลจาก Windows

1168
01:33:14,778 --> 01:33:18,778
ก็ต้องส่งไปหา Windows อีกเครื่อง

1169
01:33:24,405 --> 01:33:28,405

1170
01:33:28,704 --> 01:33:31,163
หนึ่ง แต่ปัจจุบันเป็นอย่างไรครับ เดี๋ยวผมยกตัวอย่างให้ดูจะได้นึกภาพออก พเราเล่น LINE เครื่อง

1171
01:33:31,163 --> 01:33:35,163
ผมใช้ Androi

1172
01:33:36,518 --> 01:33:39,996
ใช้แอปเปิล สมมตินะ เครื่องพี่พลอยใช้โน้ตบุ๊ก

1173
01:33:39,996 --> 01:33:43,506
ถามว่าเราคุยกันได้ไหม

1174
01:33:43,506 --> 01:33:47,413
อ่าน LINE คุยได้ไหม คุยได้ใช่ไหม

1175
01:33:47,413 --> 01:33:50,779
ผมข้ามแพลตฟอร์ม

1176
01:33:50,779 --> 01:33:51,970
ยุคปัจจุบันแล้วนะครับ ข้ามแพลตฟอร์มได้

1177
01:33:51,970 --> 01:33:55,970

1178
01:33:57,829 --> 01:34:01,703
นี่คือวิวัฒนาการของระบบปฏิบัติการนะครับ

1179
01:34:01,703 --> 01:34:02,256

1180
01:34:02,256 --> 01:34:06,256
จบนะครับ บทที่ 1

1181
01:34:07,665 --> 01:34:11,665
นะครับ มีใครจะถามอะไรไหม

1182
01:34:11,773 --> 01:34:15,773
นะครับ ถ้าไม่มี

1183
01:34:17,391 --> 01:34:21,391

1184
01:34:22,335 --> 01:34:26,335
นะครับ ก็ให้ทำแบบฝึกหัดนะครับ ผมเห็นหลายคนทำเสร็จแล้วนะครับ หลายคนก็

1185
01:34:27,030 --> 01:34:30,010
ฟังบ้าง ไม่ฟังบ้าง บางคนก็ก้มหน้า

1186
01:34:30,010 --> 01:34:34,010
ก้มตาเปิดโทรศัพท์ลอกอย่างเดียว ทั้งนี้ทั้งนั้นนะครับ

1187
01:34:38,673 --> 01:34:42,637
ในการเรียนวิชาทางด้านระบบปฏิบัติการนั้นนะครับ ก็อยากจะแนะนำพวกเราว่าเราจะต้อง

1188
01:34:42,637 --> 01:34:45,646
เรียนให้เข้าใจนะครับ

1189
01:34:45,646 --> 01:34:49,646
ให้เข้าใจ พาเราเข้าใจปุ๊บ เราจะปฏิบัติได้

1190
01:34:51,012 --> 01:34:55,012
นะครับ แล้ว ณ ปัจจุบันนี้นะครับ รุ่นพวกเรานี่โชคดีนะครับ

1191
01:34:56,570 --> 01:34:59,662
สมัยผมนี่ผมเรียนคอมพิวเตอร์นี่นะครับ

1192
01:34:59,662 --> 01:35:03,662
มีนักศึกษา  50 คน มีคอมพิวเตอร์อยู่

1193
01:35:11,611 --> 01:35:13,981
5 เครื่อง นึกภาพเอา 10 คนต่อเครื่อง ทำอย่างไรครับ จะได้ใช้คอมพิวเตอร์

1194
01:35:13,981 --> 01:35:17,981
ไม่มีทางเลยครับ แต่รุ่นพวกเราเป็นอย่างไรครับ

1195
01:35:18,657 --> 01:35:22,657
คอมพิวเตอร์เหลือคนนะ เหมือนห้องพิเศษห้อง 2 นะ

1196
01:35:25,526 --> 01:35:27,311
ห้อง 8 มีอยู่ 8 คน คอมพิวเตอร์

1197
01:35:27,311 --> 01:35:27,666
ในห้องเท่าไร 30 เครื่องนะครับ ดังนั้นนะครับ

1198
01:35:27,666 --> 01:35:31,666
ในการเรียน

1199
01:35:35,391 --> 01:35:39,391
ในระดับอุดมศึกษานะครับ ปียังไม่เท่าไร

1200
01:35:42,257 --> 01:35:44,401
นะครับ ว่าเรามาเรียนสาย อาจารย์ตามไหม

1201
01:35:44,401 --> 01:35:48,401
เราไม่ส่งการบ้านอาจารย์ตามไหม

1202
01:35:48,478 --> 01:35:52,478
ตามบ้าง ไม่ตามบ้าง ใช่ไหม ถ้าอาจารย์ใจดี

1203
01:36:00,020 --> 01:36:00,782
หน่อยก็ตาม ถ้าคนไหนไม่ใจดีก็ไม่ตาม

1204
01:36:00,782 --> 01:36:02,002
แต่พอเช็ก ๆ ๆ มา ไม่มีทำอย่างไรครับ ก็ 0

1205
01:36:02,002 --> 01:36:05,502
นะครับ เราต้องปรับตัวนะครับ เพราะอะไรครับ

1206
01:36:05,502 --> 01:36:09,502
เพราะมีรุ่นพี่เรา เมื่อปีที่แล้ว หรือปี 2 นะ

1207
01:36:11,359 --> 01:36:15,359
ก็โทษรุ่นพี่มากไม่ได้เพราะรุ่นที่แล้ว

1208
01:36:18,737 --> 01:36:22,340
ออนไลน์ 100 เปอร์เซ็นต์เลยครับ 1 ปีเต็ม ๆ แต่เราโชคดีมา On Site เลยนะครับ

1209
01:36:22,340 --> 01:36:26,340
แต่รุ่นพี่เราออนไลน์ ๆ เป็นอย่างไรครับ พี่ปุ๋ย

1210
01:36:29,992 --> 01:36:30,699
หายเกลี้ยงเลย

1211
01:36:30,699 --> 01:36:34,098
ลาออกประมาณ 10 กว่าคน รุ่นพี่เรา แล้วก็เริ่มปรับตัว

1212
01:36:34,098 --> 01:36:35,164
ถ้าไม่เข้าใจอะไรนะครับ

1213
01:36:35,164 --> 01:36:39,164
ไปถามอาจารย์ทุกคนได้ในสาขาวิชา ถ้าถามแล้ว

1214
01:36:43,969 --> 01:36:47,969
เขาอาจตอบบ้าง ไม่ตอบบ้างก็อย่าไปโกรธอาจารย์

1215
01:36:52,397 --> 01:36:53,796
นะครับ เพราะเราคือนักศึกษานะครับ ท่องไว้ นักศึกษา

1216
01:36:53,796 --> 01:36:57,245
เราอาจจะศึกษาจากอินเทอร์เน็ตก็ได้

1217
01:36:57,245 --> 01:37:01,245
ศึกษากับใครก็ได้นะครับ เราจงทำตัวให้เป็นน้ำ

1218
01:37:04,107 --> 01:37:06,032
เต็มแก้วนะครับ ถ้าล้นแก้วเมื่อไหร่

1219
01:37:06,032 --> 01:37:10,032
มันเติมเต็มไม่ได้นะครับ ก็ฝากพวกเราเอาไว้นะครับ ก็ให้กำลังใจนะครับ ในปีแรก

1220
01:37:12,475 --> 01:37:16,475
ปี 1 นะครับ กิจกรรมก็อย่างนี้ล่ะครับ ก

1221
01:37:18,508 --> 01:37:20,467
นะครับ เหมือนสัปดาห์ก่อน

1222
01:37:20,467 --> 01:37:24,221
อาจารย์ปิยวรรณ ปิยวรรณเป็นที่ปรึกษาไหม

1223
01:37:24,221 --> 01:37:25,852
หรืออาจารย์ธาสินี

1224
01:37:25,852 --> 01:37:29,852
ที่ปรึกษานะ อาจารย์ก็บ่นว่าพวกเราไม่เข้ากิจกรรม

1225
01:37:32,410 --> 01:37:33,784
รอบที่แล้วได้เข้าไหม อาทิตย์ก่อนน่ะ

1226
01:37:33,784 --> 01:37:37,784
เข้าอยู่นิดหนึ่งใช่ไหม นิดเดียว

1227
01:37:40,284 --> 01:37:44,284
เข้านิดเดียว อันนี้เขาเข้าหมดอยู่แล้ว

1228
01:37:50,528 --> 01:37:54,528
รุ่นนี้มันน้อยไง 7- 8 คน

1229
01:37:54,637 --> 01:37:58,637
ที่มันไม่เข้านะครับ ก็ฝาก

1230
01:38:04,568 --> 01:38:07,157
พวกเรานะครับ ให้ร่วม ร่วมเพราะอะไรครับ ให้เราศึกษากับคนอื่น

1231
01:38:07,157 --> 01:38:11,157
ร่วมบางที่เราอาจสอบไม่ผ่าน อาจารย์ก็มาร่วมกิจกรรมช่วยครูตลอด

1232
01:38:13,425 --> 01:38:17,425
อาจารย์ก็จะใจอ่อน เขาก็จะช่วยพวกเรา นี่คือการเรียนรู้ในราชภัฏสกลนครของเรา

1233
01:38:22,597 --> 01:38:26,597
ไม่เหมือนมหาวิทยาลัยใหญ่  ๆ เราก็จะเรียนกันแบบนี้ล่ะครับ ก็แบบพ่อ แบบลูก

1234
01:38:29,283 --> 01:38:33,283
แบบพ่อ แบบแม่ แบบพี่ แบบน้อง เชื่อไหมว่ารุ่นพี่เราเรียนไม่ผ่าน บางทีตามไปถึงบ้าน

1235
01:38:37,040 --> 01:38:38,652
นะครับ รุ่นพี่เรารุ่นที่แล้วไป

1236
01:38:38,652 --> 01:38:42,499
ติด i ผมไป 5 คนนะครับ ติด i คืออะไร ครับ

1237
01:38:42,499 --> 01:38:46,499
เกรดไม่ถึงผมเลยติด I ไว้

1238
01:38:51,228 --> 01:38:55,228
เพิ่งแก้ให้เมื่อวันจันทร์นะครับ ให้ A ติด i ให้ A เลย

1239
01:38:57,964 --> 01:38:58,807
แต่ปรากฏว่าให้ A ไปแล้วเกรดไม่ถึง 2 ก็

1240
01:38:58,807 --> 01:38:59,691
โดน Retie นะ

1241
01:38:59,691 --> 01:39:03,691
ปี 1 เทอม 1 เทอม 2 เกรดเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 2.00 นะครับ

1242
01:39:11,485 --> 01:39:11,644
ไม่งั้นพวกเรา

1243
01:39:11,644 --> 01:39:15,513
ถามว่า Retry คือ ไล่ออกนะครับ

1244
01:39:15,513 --> 01:39:18,573
แต่ถ้าเราเรียนแล้ว 4 ปี 2.00 คือจบ

1245
01:39:18,573 --> 01:39:22,573
เราอยากไปซีเรียสกับเรื่องเกรดมาก

1246
01:39:22,718 --> 01:39:26,718
ว่าอย่าต่ำกว่า 2 ถ้าต่ำกว่า 2 คืออะไร ครับ

1247
01:39:29,377 --> 01:39:29,450
นะครับ เห็นไหมเมื่อเช้า พี่ ๆ เพื่อน ๆ

1248
01:39:29,450 --> 01:39:33,450
3.00 กว่า ๆ เหมือน

1249
01:39:35,739 --> 01:39:39,539
เมือนพี่ปอยเท่าไรนะ พี่ปอย 3.00 เท่าไรนะ

1250
01:39:39,539 --> 01:39:43,539
3.87 นี่จบเกรียตินิยม

1251
01:39:47,110 --> 01:39:48,320
จบเกียรตินิยมอันดับ 1 นะครับ นี่รุ่นพี่เรา

1252
01:39:48,320 --> 01:39:50,351
หลายคนถามแล้ว แล้วอาจารย์พ่อ

1253
01:39:50,351 --> 01:39:54,351
เกรดเท่าไร ผมจบ รู้ไหมปุ๋ย อาจารย์จบเกรดเฉลี่ย

1254
01:39:58,962 --> 01:40:01,396
เท่าไหร่ ผมเองผมเรียนระดับอนุปริญญานะครับ

1255
01:40:01,396 --> 01:40:05,396
เกรดเฉลี่ยจบ 2.05 นะครับ

1256
01:40:07,107 --> 01:40:10,862
เห็นไหม .05 ก็จบได้

1257
01:40:10,862 --> 01:40:11,784
2.00 ก็จบ

1258
01:40:11,784 --> 01:40:15,784
นะครับ ผมกับเพื่อนผมนี่ กอดคอกันจบด้วยกัน

1259
01:40:20,092 --> 01:40:22,495
ผม 2.05 เพื่อนผมเสี่ยพักเสี่ยแพง

1260
01:40:22,495 --> 01:40:26,495
2.00 ตอนนี้เป็นผู้อำนวยการอยู่

1261
01:40:26,987 --> 01:40:30,987

1262
01:40:33,006 --> 01:40:37,006
ผมจบ 2.05 ตอนนี้ก็เป็นอาจารย์อยู่ตอนผมไปสมัครเรียนปริญญาโทเขาไม่รับ เขาไม่รับ

1263
01:40:37,217 --> 01:40:37,557
เพราะอะไรรู้ไหม เขาบอกเกรดไม่ถึง

1264
01:40:37,557 --> 01:40:41,557
เขาบอกเกรดไม่ถึง เกรดต้อง 2.75

1265
01:40:45,857 --> 01:40:49,806
แต่ก็ไปตีหน้าเศร้าเอา แล้วบอกว่าเราเรียนมาเยอะมายาก

1266
01:40:49,806 --> 01:40:53,806
เราน่าจะทำบุญไว้เยอะ อาจารย์ที่สอบสัมภาษณ์เขาก็เห็นใจ

1267
01:40:59,049 --> 01:41:03,049
เขาก็ให้เราเรียน ถึงจบโทมาได้ ดังนั้น การเรียน ตัวเกรดเฉลี่ย

1268
01:41:06,483 --> 01:41:06,964
ไม่ใช่ตัวชี้วัดพวกเราว่าพวกเราเก่งหรือไม่เก่ง

1269
01:41:06,964 --> 01:41:10,308
นะครับ นี่มีตัวอย่างให้ดู

1270
01:41:10,308 --> 01:41:14,308
ผมจบ 2.05 ปัจจุบันยังไม่ได้ขนาดนี้

1271
01:41:17,044 --> 01:41:17,676
นะครับ แต่เราก็ต้องพยายาม

1272
01:41:17,676 --> 01:41:20,329
โดยเฉพาะห้อง 2 นะ ลูก ๆ ผมทุกคนนี่ล่ะนะครับ

1273
01:41:20,329 --> 01:41:24,329
พยายาม ไม่มีอะไรเหนือความคาดหมายนะครับ

1274
01:41:24,787 --> 01:41:28,787
รุ่นพี่เราหลายคนจบแล้ว เพิ่งมีงานทำส่ง

1275
01:41:33,230 --> 01:41:37,230
ข่าวมาว่าได้งานใหม่อีกแล้ว ไอ้นี่เปลี่ยนงานไป 8 งานแล้วนะครับ

1276
01:41:39,679 --> 01:41:43,679
เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ก็ไม่เป็นไร ได้เงินเดือนดีก็ไม่เป็นไร

1277
01:41:43,847 --> 01:41:47,350
วันนี้ก็ขอขอบคุณพี่เก๋มากนะครับ ที่ช่วย

1278
01:41:47,350 --> 01:41:50,195
ล่ามก็คงเจอกันใน

1279
01:41:50,195 --> 01:41:54,195
สัปดาห์หน้านะครับ ถ้าสัปดาห์ไหนเราหยุด หรือเราไม่ได้

1280
01:41:54,887 --> 01:41:58,887
ใช้ล่ามออนไลน์ เราก็จะแจ้งให้ทราบก่อนล่วงหน้า

1281
01:42:00,678 --> 01:42:04,678
ครับ ก็ขอบคุณพี่ล่ามมากนะครับ วันนี้ก็คง

1282
01:42:06,965 --> 01:42:08,840
พอแค่นี้นะครับ ขอบคุณครับ ปิดระบบเลยพลอย

1283
01:42:08,840 --> 01:42:09,912
ปิดระบบได้เลย

1284
01:42:09,912 --> 01:42:13,912

1285
01:42:16,999 --> 01:42:20,999
โอเคนะครับ พวกเราก็เดี๋ยวเราเจอกัน

1286
01:42:22,458 --> 01:42:26,458
สัปดาห์หน้าให้หัวหน้าห้องรวบรวมแบบฝึกหัดส่งและไว้ที่โต๊ะอาจารย์นะครับ

1287
01:42:30,740 --> 01:42:34,740
โอเคครับ เจอกันสัปดาห์หน้าไป

1288
01:42:49,737 --> 01:42:53,737
[สิ้นสุดการถอดความ]

1289
01:42:53,095 --> 01:42:50,633
Ր

1290
01:42:40,739 --> 01:42:44,739

1291
01:42:44,739 --> 01:42:48,739

1292
01:42:48,743 --> 01:42:52,743


