(อาจารย์พิเชนทร์) ครับผม สวัสดีครับพี่ล่าม พี่ล่ามชื่ออะไรนะ ขอเสียงพี่ล่ามหน่อย ปอยไม่มีเสียง อะไรนะ โอเค ๆ ชื่อเก๋ อยู่นี่ก็เก๋ อยู่นั่นก็เก๋นะ ก็วันนี้ก็มีวิชาผมวิชาเดียวนะครับ ช่วงบ่าย เราคงเจอกันนะครับ ประมาณน่าจะครึ่งเทอมนะ ถอดความมาหรือยังถอดความ ยังไม่เห็นถอดความเลยนะครับ ก็ยินดีต้อนรับพี่เก๋นะครับ เขาสู่ระบบล่ามออนไลน์ของเรานะครับ ผมเองก็เป็นอาจารย์ที่มาทดลองที่นี่นะครับ พี่เก๋ครับ ทดสอบที่สกลนครน่ะครับ ก็ต้องขอบคุณทาง TTRS นะครับ ขอบคุณทาง กสทช. ขอบคุณทาง NECTEC ให้โอกาสเรานะครับ ได้ใช้ล่ามออนไลน์ ใช้มาใช้ก่อนเพื่อนเลยนะ ของเราใช่ก่อนเพื่อนเลยนะครับ พี่อะไรนะ พี่การ์ตูนลาออกไปแล้วนะครับ เพิ่งเจอกันมาไปกันแล้วนะครับ ไม่เป็นไรครับ ก็ว่ากันไปนะครับ ก็คงสักครู่หนึ่งนะครับ พี่เก๋รอสักครู่หนึ่ง รอเด็ก ๆ ก่อนสัก 2 - 3 คน ให้ข้อมูลพี่เก๋นิดหนึ่งนะครับ พอดีทางราชภัฏสกลนครเรา มีห้องเรียนพิเศษแบบนี้นะครับ 3 ห้องเรียนนะครับ แต่ด้วยที่ ผมเองก็เป็นผู้ดูแลทั้งหมดเลยนะครับ ก็รู้สึกขอบคุณแล้วก็เกรงใจทางด้าน TTRS ก็เลยขอใช้บริการแค่... มาครั้งแรกนะครับ น้อง ๆ ทีมงานทั้งหลาย TTRS ทำงานหนัก หนักมากนะ บางคนแทบไม่ได้กินข้าวเที่ยง ก็น่าเห็นใจนะครับ ก็ช่วงปีที่แล้วนี่พี่อี๊ด พี่การ์ตูน ก็ออนไลน์ ออนไลน์จนกลายเป็นครอบครัวเดียวกันนะครับ 2 - 3 ปีนะครับ มาปีนี้เทอมนี้ บอกไปแล้วนะครับ พี่อิ๋วรายงานว่าลาออกแล้วนะครับ ก็รู้สึกใจหายนิดหนึ่งครับ ๆ ก็เห็นพี่อิ๋วแจ้งว่าให้พี่เก๋มาช่วยนะครับ เป็นสแตนบายให้ ก็ขอบคุณด้วยนะครับ เรายับรับเรื่อย ๆ นะพี่เก๋ เรื่อย ๆ นะพี่เก๋ ทุกรุ่นปี ปีหน้าอีก 2 ปีเราจะงดรับนะครับ งดรับเด็กคอมพิวเตอร์ เราไม่งดรับเด็กหูครับ เราจะงดรับเอกคอมพิวเตอร์นะครับ เราจะรับใหม่อีก ปี 2567 นะครับ 2567 - 2568 ผมกำลังทำหลักสูตรใหม่นะครับ เป็นหลักสูตรสำหรับผู้พิการโดยเฉพาะนะครับ ได้ยินแต่มันเบา ไม่เป็นไร ๆ ก็ต้องขอบคุณทาง TTRS อีกครั้งหนึ่งนะครับ เพราะว่าลูกศิษย์เราที่จบไป 2 รุ่นนะครับ ก็ตอนนี้ก็ทำงานที่ TTRS นะครับ น้องปุ๊กกี้นะครับ ที่เป็นนางงามพี่เก๋คงเห็นนะ ถ้าเขาไปใน TTRS นะครับ ก็ทำงานที่นั่นเลย ปี 19, ปี 20 นะครับ ก็ได้รับคำชื่นชมนะครับ จาก TTRS ว่ามือสวยนะครับ ล่ามมือสวยนะครับ แต่เราก็เสียดายอยู่นะครับ พี่เก๋เลยนะครับ แล้วก็รุ่นก่อนนั้นนะครับ เราไม่ได้ใช้ออนไลน์ล่ามทางไกลเรา เราไปโดนจากส่วนกลางว่าให้ว่าภาษามือเรา เป็นภาษาบ้านนอกนะครับ ผมยังจำคำนี้ได้เลยนะครับ ผมโดนทางด้านส่วนกลางบอกว่าลูกศิษย์อาจารย์น่ะ เวลามาใช้ภาษามือกับทางส่วนกลางปรากฏว่าเป็นภาษาแบบบ้านนอกนะ เขาใช้คำว่าบ้านนอกผมก็ ไม่ได้ว่าอะไรนะครับ แต่ก็คิดในใจว่าทำไมบ้านนอกอย่างไร เราสกลนครเราก็บ้านนอกอยู่แล้ว เราก็ไม่รู้นะครับ ใช่ ๆ แต่พอปีรุ่นที่ 2 นะครับ รุ่นปุ๊กกี้น่ะ รุ่นที่ 1 รุ่นที่ 2 รุ่นที่ 3 รุ่นที่ 4 ในห้องนี้ ณ ปัจจุบัน คือ รุ่นที่ 5 นะครับ รุ่นที่ 5 น้อง ๆ คุ้นเคยนะครับ กับทีวีจากที่เรียนกับเรา แล้วก็จากที่เรียนกับเรานะครับ ได้หรือยังไอ้พลอย ถอดความ รอถอดความแป๊บหนึ่งครับ พี่เก๋แป๊บหนึ่ง เรามีอยู่ 2 - 3 ระบบในชุดเดียวกัน เราก็ใช้เวลาเกือบ 2 ปีนะครับ ระบบนี้กว่าจะสำเร็จได้นะครับ ทางทีมงานพี่อิ๋ว ดร.โป้งก็มา เทียวไปเทียวมานะครับ สกลนคร - กรุงเทพฯ นะครับ ถ้าแถวบ้านผมเรียกเทียวไปเทียวมาเหมือนไปนา พี่เก๋เป็นคนที่ไหนครับ เป็นคนจังหวัดอะไร กรุงเทพฯ อ๋อ แต่เป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิดหรือ อย่างนั้นก็ผมสอน ผมจะได้ไม่ใช่ Original ไง ไม่ใช้ภาษาถิ่น เพราะปีที่ 1 ผมสอน ๆ ไปแล้วผมใช้ภาษาท้องถิ่นนะครับ ภาษาย้อ ภาษาพื้นที่สกลนคร แล้วปรากฏพี่ล่ามทำมือไม่เข้าใจ ถอดความก็ใช้เครื่องหมาย ? จนลูกศิษย์ของเรา ลุกขึ้นแล้วก็ยกมือชี้มาที่ล่ามหน้าจอ ผมก็เลยมองดูเห็นล่าม ล่ามก็ทำมือชี้โบ้ชี้เบ้บอกว่าอาจารย์พิเชนทร์พูดอะไรนะครับ ก็เลยเป็นที่มาผมก็เลยแนะนำทางด้าน TTRS ก็รับล่ามภาษามือคนอีสานด้วยนะครับ ก็จะได้ฟังภาษาอีสานออก ก็เป็นที่มานะครับ ใช่ รับคนอีสานไม่พอ รับคนภาคเหนือด้วย รับคนใต้ด้วยนะครับ มาเป็นล่าม เอาทุกภาคให้ชัดเจนนะครับ เพราะปกติ เวลาผมสอนผมจะใส่ภาษาถิ่นเป็นส่วนใหญ่นะครับ เพราะเด็กท้องถิ่นนะครับ ได้ไหม ถอดความ ก็จะล่ามอย่างเดียวนะ อันนี้รอถอดความนิดหนึ่ง นะครับ ได้ไหมปอย อ่าวหรือ เหมือนกันลูก เหมือนกัน มาแล้วก็นั่งที่นะครับ นั่งที่นะครับ เก้าอี้พิเศษเรามีให้นะครับ มาแล้ว ๆ นะครับ ถอดความมาแล้วนะครับ ทีนี้จะต้องตั้งใจบรรยายนิดหนึ่งนะครับ ทีมงานซอฟต์แวร์พาทีจะมาขอบันทึกเสียงนะครับ ขอถอดเอาไปทำเป็นโปรแกรมถอดความ แต่ก็จะมีบางช่วงพี่เก๋นะ จะใช้ภาษาทองถิ่นนะครับ Original ให้มีความหลากหลายนะครับ เพราะว่าในห้องเรียนเรานะครับ ในห้องเรียนเราขณะนี้ก็มีน้อง ๆ ปกติอยู่ประมาณ 30 กว่าคนแล้วก็มีน้อง ๆ หูหนวกอีก ประมาณ 8 คนนะครับ ครับ ๆ ก็... อ๋อ มันอุบลฯ มันลาวนะ ไม่ใช่ย้อนะ เดี๋ยวฟังดูแล้วกันนะ ภาษาผมจะฟังออกไหม เพราะว่าเป็นภาษาท้องถิ่นนะครับ ครบหรือยัง ครบหรือยังเด็ก ๆ วันนี้นะครับ ก็จะพูดถึงนะครับ ความเป็นมาของวิชาระบบปฏิบัติการและแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์นะครับ เรียนรายวิชาผมก็ไม่ต้องรีบร้อนนะครับ ใจเย็น ๆ นะครับ ค่อย ๆ ไป เราจะไม่รีบไม่ร้อนนะครับ ไม่ต้องฟ่าว เห็นไหม ภาษาท้องถิ่นเริ่มมาแล้วนะครับ เก๋นะครับ เราจะไม่รีบ เนื้อหารายวิชานี้นะครับ ส่วนใหญ่จะเป็นบรรยายนะครับ ผมจะสอนอยู่ประมาณครึ่งเทอมนะครับ สอนประมาณครึ่งเทอม ส่วนครึ่งเทอมหลัง ผมจะสอนภาคปฏิบัตินะครับ พอสอนภาคปฏิบัติ ผมจะไม่ใช้ห้องนะครับ เราจะแยกไปสอนที่อาคาร 7 นะครับ พอเวลาเราเรียนปฏิบัติ ผมจะไม่ให้มาเรียนทั้งห้องแบบนี้นะครับ ผมจะให้เรียนเป็นกลุ่มนะครับ กลุ่มละ 8 คน นะครับ เดี๋ยวจะบอกว่าสัปดาห์ที่ 1 กลุ่มไหน สัปดาห์ไหนกลุ่มที่ 8 เรียน เราจะแยกเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 8 คน พอแยกเรียนเสร็จสอบเลยให้มันจบ คือ ภาคปฏิบัตินะครับ ส่วนภาคปฏิบัติจะเรียนอะไร ค่อยว่ากันนะครับ มาดูนะครับ ในบทนี้นะครับ จะพูดถึงพื้นฐาน พื้นฐานนะครับ พื้นฐานคอมพิวเตอร์เรานะครับ ว่าเป็นมาอย่างไรนะครับ เหมือนมันไม่โชว์ขึ้นหน้าจอ ไปอยู่หรือทำไมของค่อยไม่เปลี่ยน อันนี้ไม่เปลี่ยน เอาแล้วระบบนะ หน้าจอเปลี่ยน แต่หน้าจอผมไม่เปลี่ยนนะครับ โอเคนะครับ ดูต่อนะครับ เกิดข้อผิดพลาดทางราชภัฏนิดหน่อยนะครับ ค่อย ๆ แก้ไปนะครับ มาแล้วก็อย่าเพิ่งคุยกันนะครับ ตั้งใจฟังก่อนนะครับ อันแรกนะครับ เป็นความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์และระบบปฏิบัติการนะครับ คอมพิวเตอร์หมายถึงอะไรนะครับ ในความคิดเรา เราคิดว่า หมายถึงอะไร ถามมิ่ง มิ่งคิดว่าคอมพิวเตอร์ในความคิดมิ่งหมายถึงอะไรครับ ไอ้ที่ตั้งอยู่ข้างหน้าน่ะ เราคิดว่ามันคืออะไร ในความคิดเรานะ ไม่ต้องอ่านในสไลด์นะ ความคิดเรา ลองนึกสิ นี่ ๆ บาสใช่ไหม บาส, ต้า, ไอ้ต้า นี่มิ๊กกี้ ใช่ไหม เดี๋ยวสลับสิ แม็กกี้กดตรงไหนนะ ลืมแล้วนี่ ล่ามไอ้นี่หรือเปล่า ไอ้เราเบอร์อะไร เบอร์ 1 ถามมั๊ กถามแม็กอะไรนะ แม็กกี้ ดูในจอจะได้คุ้นเคย ดูในจออยากถามแม็กกี้ว่าคอมพิวเตอร์ในความคิดของแม็กกี้มันคืออะไร คืออะไร ตอบสิ ๆ ลองตอบ ตอบเลยหน้าเราตอบตรงนั้นได้เลย ตอบได้เลยลูก ทำภาษามือเลยลูกบอกเลยบอกผ่าพี่เก๋เลย ไม่เห็นมือหรือ เก้าอี้มันนั่นไป เห็นมือไหม เก่งนะนี่ เก่งนะ ให้ความหมายได้ลึกซึ้งนะครับ ตี๋นี่เบอร์ 8 ใช่ไหม ไหนล่ะเบอร์ 8 เบอร์ 8 ตี๋ ตี๋ตอบสิว่าในความคิดตี๋คิดว่าคอมพิวเตอร์หมายถึงคืออะไรลูก ตอบผ่านพี่ล่ามเลย (ล่าม) ประมาณนี้ครับ ได้ตอบ (อาจารย์พิเชนทร์) มีอะไรถามผ่านบาส บาสใช่ไหม บาสเบอร์อะไร เบอร์ 7 เอาเสียหน่อย ๆ ถามบาสคำถามเดียวกันเลย คอมพิวเตอร์หมายถึงอะไร (ล่าม) คอมพิวเตอร์ใช่ไหมครับ ก็เกี่ยวกับระบบน่ะครับ มี CPU มีระบบที่สามารถพิมพ์ได้ มีระบบต่าง ๆ นะครับ ที่เอาไว้เก็บข้อมูล แล้วก็มีระบบต่าง ๆ แล้วก็มีความรู้ต่าง ๆ ที่อยู่ในระบบเดี๋ยวนี้เก่งนะนี่ ตอบได้กันหมดเลย รุ่นก่อน ๆ ไม่ตอบเลยนะครับ จะนั่งยิ้มตอนนี้ไม่รู้ว่าใครหน้าบูด ใครหัวเราะ ใครใส่หน้ากากกัน ใครไม่ใส่หน้ากาก ก็อย่าเอามาแพร่เพื่อนนะครับ เพราะว่าปี 2, ปี 3 เป็น COVID กันเยอะ สำหรับเด็ก ๆ ที่ตอบคำถามนะครับ นี่คือผมพยายามจะให้น้อง ๆ ปี 1 นะ พี่เก๋นะ ว่าเวลาที่เรียนในห้องผ่านล่ามออนไลน์นี่ เราสามารถที่จะถามอาจารย์ได้ตลอดเวลา สวิตช์ถามได้ตลอดเวลา เราพยายามถามนะครับ ถ้าเราถามอย่างนี้ เราจะสื่อสารเราจะคุ้นเคยกันนะครับ เพื่อนหูดีเหมือนกันนะ เราสามารถกด ผมสามารถกดสวิตช์หน้าพวกเราได้หมดนะครับ คุยกันได้นะครับ เราจะพยายามศึกษาเรียนรู้กันไป มันก็จะเป็นการเรียนที่มันจะแหวก ไม่เหมือนห้องปกติทั่วไป มาดูนะครับ ความหมายของคอมพิวเตอร์ก็มีคนให้ความหมายเยอะแยะมากมายนะครับ แต่ในความหมายภาครวม คอมพิวเตอร์ ก็คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่งนะครับ ที่ต้องอาศัยไฟนะครับ ไม่มีไฟทำงานได้ไหม ทำไม่ได้ใช่ไหม แต่คอมพิวเตอร์มีความสามารถที่มากกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป คืออะไร ครับ ในตัวคอมพิวเตอร์เองนะครับ จะมีหน่วยประมวลผลอยู่ข้างในเครื่องใช่ไหม ที่เรียนเรียกว่า "CPU" ใช่ไหม มันจำได้ มันคิดได้ มันประมวลผลได้ นี่คือความแตกต่างจากเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทอื่นนะครับ นั่นหมายความว่าคอมพิวเตอร์หมายถึงอะไร มีความหมายเยอะแยะมากมายเลยนะครับ ในนี้เขาสรุปมาให้เรา ก็คือเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างหนึ่ง ที่สามารถรับข้อมูลและรับชุดคำสั่ง และไปประมวลผลและแสดงผลออกมาได้นะครับ คราวนี้เรามาดูประเภทของคอมพิวเตอร์นะครับ ว่ามีกี่ประเภทนะครับ ในที่นี้นะครับ เขาแบ่งคอมพิวเตอร์ออกเป็นทั้งหมดนะครับ 7 ประเภทนะครับ ก็คือ Super Computer นะครับ Mainframe Computer, Mini Computer, PC นะครับ แล้วก็ Notebook นะครับ แล้วก็ Computer Network นะครับ มี 7 ประเภท ถ้ามาอ่านตำราหลายเล่ม ไปค้นคว้าอินเทอร์เน็ตหลายที่นะครับ หลายคนแต่งนะครับ หลายคนเขียนความหมาย ประเภทก็จะไม่เหมือนกันนะครับ ดังนั้น วิธีการเรียนทำอย่างไรครับ ในสถานศึกษานั้นเราเป็นนักศึกษานะครับ ถ้าเกิดว่าเราเรียนในห้องนี้นะครับ สไลด์ที่ผมนำมาสอนตอนนี้ บอกว่า 7 ประเภท แสดงว่าเราก็ต้องท่องไว้ เอาไว้สอบนะครับ ต้องตามอาจารย์ผู้สอนนะ ตามสไลด์ไปนะครับ ผมก็อยากจะเปลี่ยนเหมือนกันนะ บางทีก็ใช้ร่วมกัน 7 ก็ 7 ดูประเภทที่ 1 นะครับ Super Computer นะครับ หรือคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่นะครับ ชื่อก็บอกนะเป็นคอมพิวเตอร์นะครับ ขนาดใหญ่นะครับ ขนาดใหญ่ ใหญ่แค่ไหนนะครับ ใหญ่เท่าห้องเรานี่ ซึ่งถามว่าคอมพิวเตอร์ประเภทนี้ทำงานอย่างไรครับ มีราคาแพงที่สุดนะครับ ทำงานด้วยความเร็วสูงนะครับ เช่น การประมวลผลที่สับซ้อน เช่น การสร้างขีปนาวุธ การสร้างยานอวกาศนะครับ การพยากรณ์อากาศ วันนี้ฝนจะตกไหม พรุ่งนี้ฝนจะตกไหม หรือไม่ตก พวกนี้คือ Super Computer นะครับ ดูรูปนี้ นี่คือ Super Computer นะครับ ถามว่าในประเทศไทยมีไหม มีไหมครับ เราว่ามีไหมในประเทศไทย มีไหม ห้องหนึ่ง ห้องหนึ่งว่ามีไหม Super Computer มีไหมครับ ดูนี่ดู เช่น งานพยากรณ์อากาศ มีไหมประเทศไทยมีไหม ฟังอยู่ทุกเช้านะครับ ใช่ไหม ข่าวพยากรณ์อากาศ ดาวเทียมพวกนี้นะครับ Super Computer คอมพิวเตอร์ประเภทที่ 2 นะครับ คอมพิวเตอร์ขนาดกลาง Mainframe Computer นะครับ ก็เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็กลงมาจาก Super Computer ก็ประมาณสักครึ่งห้อง เมื่อกี้เต็มห้องนะ ประมาณสักครึ่งห้องนะครับ Mainframe Computer ก็มีประสิทธิภาพสูง แต่ก็น้อยกว่า Super Computer นะครับ ก็ทำงานในองค์กรที่เล็กลง เช่น ธนาคาร บริษัทประกันภัยนะครับ ธนาคารเช่นอะไรครับ ธนาคารอย่างที่เราไปกดเงิน ATM อยู่หน้ามหาวิทยาลัยบ้าง ห้างสรรพสินค้าบ้าง มันจะมี Mainframe Computer อยู่ที่ส่วนกลางนะครับ เอาไว้ประมวลผลแล้วก็กระจายออกไปแต่ละตู้ แต่ละสาขาที่อยู่ตามประเทศไทยของเรา สถานที่ต่าง ๆ ในประเทศไทยของเรา นึกภาพตามนะ เช่น เราไปกดสตางค์นะครับ เช่น ธนาคารออมสินอย่างนี้นะครับ ธนาคารออมสินก็จะมีคอมพิวเตอร์ขนาดกลางอยู่ทั่วประเทศ ในการกดเงินของเรานะครับ ฟ้าร้องแล้วนะครับ เราเคยคิดไหมครับ ว่าในตู้มีอะไรบ้าง ที่อุบลฯ เคยเห็นไหม มีอะไรบ้าง รู้ไหมข้างในมันมีอะไรบ้าง อยู่ในหลังตู้น่ะ หัวหน้าห้องหมู่ 1 ทราบไหมว่ามีอะไรข้างใน รู้ไหมว่าข้างในมันมีอะไรข้างใน ในตู้ ATM นั้นนะครับ 1 เครื่องสำรองไฟ เครื่อง UPS 2. มีเครื่องคอมพิวเตอร์ เหมือนเครื่องข้างหลัง เป็น PC อยู่ ข้างหลังนะครับ แล้วก็เปิด-ปิด ๆ นะครับ แล้วก็แสดงผลหน้าจอเราใช่ไหม หน้าจอที่เราเห็นน่ะ เราก็ไปกดสตางค์น่ะ หน้าจอ Touch screen ก็มีบางทีไม่ใช่ก็เป็นกดปุ่ม ฟ้าร้องมาแล้วนะครับ จะสังเกตว่าบางคนนะ ถามว่าอาจารย์ครับ ทำไมตู้ ATM ธนาคารออมสิน ไม่ยอมใช้ Windows 11 สักที รู้ไหมครับ ว่าในตู้ ATM ทุกตู้น่ะ ต้องใช้ระบบปฏิบัติการควบคุมครับ เปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมาแล้วก็ทำงานนะครับ เดี๋ยวเราจะรู้ว่าทำไมเขาไม่ใช้ ในตู้ ATM แต่ละตู้นะ ดูต่อนะครับ ประเภทที่ 3 อันนี้รูป Mainframe Computer นะครับ มาดูรูปประเภทที่ 3 Mini Computer อันนี้เล็กลง อันนี้รูป Mainframe Computer นะครับ มาดูรูปที่ 3 เล็กลงมาอีกนะครับ อันนี้ก็ราคาไม่แพงตัวนี้ เป็น Mini Computer ก็ประมวลผล ทำงานที่คุณภาพสูง เช่น พวกฟิสิกส์ พวกคำนวณ ตัวเลขเยอะ ๆ อะไรประมาณนี้นะครับ นี่รูปภาพนะครับ เก่ามากนะครับ ประเภทที่ 4 นะครับ ก็คือ PC Personal Computer ก็เป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ อยู่ข้างหน้าเรานะครับ เป็นประเภท Personal Computer นะครับ แต่เครื่องเราที่ตั้งข้างหน้าเราเป็น All in one ก็จัดอยู่ในประเภทเดียวกันนะครับ Personal Computer All In One ปัจจุบัน เป็นอย่างไรครับ คุณภาพของ PC มีขีดความสามารถสูงมากนะครับ ซึ่งถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ราคาจะสูงมาก เราจับจ้องลำบากมาก แต่ปัจจุบันราคาถูกนะครับ แต่คุณภาพสูงตามไปด้วยนะครับ ประเภทที่ 5 นะครับ นะครับ ก็เป็นคอมพิวเตอร์พกพานะครับ Notebook ปัจจุบันนะครับ โน้ตบุ๊กราคาแพงหรือถูก ถูกนะ สมัยอาจารย์เรียนนะครับ Notebook เครื่องละเป็นแสนนะครับ แสนห้า หน้าจืดเลยนะครับ ยี่ห้อ IBM ปัจจุบันโน้ตบุ๊กหมื่นกว่าบาท ก็โอเคแล้วนะ สำหรับพวกเราก็ 25,000 ก็โอเคนะครับ ถามว่าเอกคอมพิวเตอร์อย่างเรา ควรจะมีคอมพิวเตอร์เป็นส่วนตัวไหมครับ ควรจะมีไหม หรืออุบลควรจะมีไหม ควรจะมีไว้นะครับ แล้วก่อนจะซื้อก็ให้เลือกให้มันเหมาะนะครับ อย่าไปซื้อเพราะราคาถูก เพราะว่าอะไรหลายอย่าง มันเหมาะกับงานของเราหรือเปล่านะครับ บางคนไปซื้อมาเล่นเกมอย่างนี้ แต่เขียนโปรแกรมไม่ได้นะครับ ต้องดูด้วยนะครับ หลังจากเรียนรายวิชานี้แล้ว เราว่าเลือกซื้อคอมพิวเตอร์มาใช้งานต้องเลือกให้เป็นด้วย ประเภทที่ 6 นะครับ PAD เคยเห็นไหมนะครับ ให้ดูรูปเลยแล้วกันนะครับ คอมพิวเตอร์พกพาเลขาส่วนตัว เห็นไหมครับ รู้นี่ปัจจุบันไม่เห็นเขาใช้กันนะครับ ไม่ค่อยนิยมนะครับ ตอนนี้เขาใช้อะไรแทนแล้ว เขาใช้อะไรแทนครับ ตัวนี้ ตอนนี้มือถือเราเราใช่ไหม สมาร์ตโฟนเราเป็นแทบทุกอย่างใช่ไหม ทำได้แทบทุกอย่างเลย ทำได้เกือบ PC ทำได้เกือบ Notebook อยู่ในมือถือย่างเดียวแล้ว ตอนนี้ยังมีคนใช้อยู่นะครับ ใช้จดบันทึกนะครับ แต่ไม่นิยมแล้วนะครับ ในปัจจุบัน อันสุดท้าย ก็คือประเภท Computer Network หลักการของคอมพิวเตอร์เน็ตเวิร์ก คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลบ้าง โน้ตบุ๊กบ้าง เอามาต่อเชื่อมกัน เพื่อให้ติดต่อสื่อสารกันได้ โดยใช้คำว่า "Internet" นะครับ เช่น เครื่องของบาส ต่อไปหาเครื่องอุบลอย่างนี้ ก็คือเครื่องใครเครื่องมัน โดยเรียกว่า เช่น ผมมี Notebook บาสมีมือถือนะครับ อุบลมี PC ตั้งโต๊ะอย่างนี้ แต่เราส่งข้อมูลเชื่อมหากันได้ คุยกันได้ นี่เขาเรียกประเภทคอมพิวเตอร์เครือข่าย เขาต่อเชื่อมกัน เป็นปัจจุบันเป็นที่ง่ายมากใช่ไหม ขอให้เรามีสัญญาณ WiFi มาต่อกันได้เลยนะครับ ในปัจจุบันนี้ เห็นไหมครับ ว่าอย่างที่ผมไม่มีความรู้ด้านภาษามือ แต่ทำไมผมคุยกับบาสได้นะครับ ผมคุยกับมั๊กกี้ได้ใช่ไหม ผมคุยกับตี๋น้อยได้นะครับ ยังจำชื่อได้ไม่หมดนะครับ 8 คนนะ ยังจำชื่อไม่ไม่หมดนะครับ เพิ่งจำได้ 4 - 5 คนนะครับ เดี๋ยวสักพักนะครับ วันที่ 7 นะครับ วันที่ 7 นะ หมู่ 1 นะ ไม่ใช่หมู่ 1 หมู่ 2 อาจารย์พ่อพูดผิด ออกไปนอกพื้นที่ เราจะไปขี่รถเล่นกันนะครับ ไปแถวนครพนมนะครับ ไปออกนอกพื้นที่ เบื่อ เบื่อมหาวิทยาลัยนะครับ เดี๋ยวอย่างไงก็จะแจ้งพี่เก๋ไป สัปดาห์... แต่เดือนหน้าแทบไม่เจอกันนะครับ พี่เก๋นะครับ เดือนหน้าวันหยุดเยอะมาก แล้วก็ตรงกับวันที่เราเรียนด้วยนะครับ มาดูต่อนะครับ หัวข้อต่อมานะครับ องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์นะครับ คอมพิวเตอร์นั้นจะมีองค์ประกอบหลัก ๆ อยู่นะครับ ทั้งหมด 5 ส่วนนะครับ ฮาร์ดแวร์, ซอฟต์แวร์, Peopleware DATA นะครับ มาดูองค์ประกอบอันที่ 1 นะครับ Hardware นะครับ นี่คือองค์ประกอบของฮาร์ดแวร์นะครับ ถ้าเรามองจอไม่เห็น ให้เรามองจอเพื่อนเรานะครับ Hard ware จะประกอบไปด้วย อะไรครับ อุปกรณ์ Input ซ้ายมือนะครับ ไม่ได้หยิบแว่นตามา มองไม่เห็นเลยนะครับ ดูนะครับ ประกอบด้วยส่วนนี้นะครับ หน่วยรับข้อมูลนะครับ หลัก ๆ นะครับ ตัวรับข้อมูลเสร็จปุ๊บก็ประมวลผล ประมวลผลเสร็จ แล้วก็แสดงผล นี่คือองค์ประกอบด้าน Hard ware นะครับ ส่งข้อมูลเข้าไป ส่งเข้าไปปุ๊บ ประมวลผลเสร็จ แสดงผลนี่คือหลักง่าย ๆ นะครับ หลักการคร่าว ๆ ของ Hard ware นะครับ ถ้า เกิดข้อมูลนั้นยังไม่อยากจะส่งออกไปหรือต้องการจะเก็บไว้ เราก็เอามาเก็บไว้ที่ตรงนี้ครับ หน่วยความจำ ดูองค์ประกอบของ Hard ware ต่อนะครับ คอมพิวเตอร์ก็ช้านะ มันนานแล้วครับ ตั้งแต่ปี 2559 แล้วนะครับ ไม่ทันใจวัยรุ่นเลยนะครับ องค์ประกอบฮาร์ดแวร์อันที่ 1 ก็คือหน่วยรับข้อมูลนะครับ หน่วยรับข้อมูลคืออะไรครับ หน่วยรับข้อมูลคืออะไร ก็ได้ที่นำข้อมูลเข้าคอมพิวเตอร์ได้ เราเรียกหน่อยรับข้อมูล หรือ Input Unit นะครับ เช่นอะไรครับ ที่อยู่ใกล้ ๆ ตัวเรา เช่น คีย์บอร์ดนะครับ หรือแป้นพิมพ์ เมาส์ Scaner เครื่องรูดบัตร ดิจิไทเซอร์ กล้อง ปากกาแสงนะครับ เราถือว่าเป็นหน่วยรับข้อมูล ไมโครโฟนอย่างนี้ เอาเสียงเข้าไปในคอมพิวเตอร์นะครับ จอ Touch Screen นะครับ องค์ประกอบอันที่ 2 ของฮาร์ดแวร์ ก็คือหน่วยประมวลผลกลางนะครับ หรือเราเรียกว่า Caentral Processing Unit นะครับ ก็คือ CPU พอเราคีย์ข้อมูลเข้าไปผ่าน Input Unit ปุ๊บ มันก็จะสื่อเข้ามาหน่วยประมวลผลกลาง อันนี้เราเรียกว่า "CPU" CPU หน้าตาเป็นอย่างไร อันนี้ เราเรียกว่า CPU ไหมอุบล ตั้งอยู่ข้างหน้าใช่ไหมครับ ที่ตั้งอยู่ข้างหน้าเรานี่ เราไม่เรียกว่า CPU นะครับ CPU จะอยู่ข้างในเครื่อง เล็ก ๆ นะครับ เดี๋ยวเทอมหน้าจะพาเรียนต่อ เราจะเจออาจารย์อีก 2 วิชา วิชานี้แล้วก็วิชาหน้า เทอมหน้านะครับ ซึ่งในตัวหน่วยประมวลผลกลาง ก็จะมีตัวที่ทำหน้าที่ หลัก ๆ อยู่ 2 ตัว ก็คือ 1. นะครับ ALU กับ CU นะครับ 2 ตัวนี้นะครับ ALU คืออะไรครับ ALU ก็คือตัวที่ใช้ในการทำ Logical ก็คือคำนวณคณิตศาสตร์ ตรรกศาสตร์ ตรรกวิทยา นะครับ เทอมนี้เราเรียนคณิตศาสตร์ใช่ไหม เรียนวันไหน คณิตศาสตร์ วันไหนนะ วันอังคารใช่ไหม เรียนรวมกันเหมือนกันใช่ไหมนี่ ในคอมพิวเตอร์จะมีหน่วยคำนวณนี้ ทำไมเราถึงเรียนคณิตศาสตร์ทำไมเราไม่เรียนคณิตศาสตร์ทั่วไป เพราะอะไรครับ เพราะคอมพิวเตอร์เวลามันคุยกันมันจะไม่คุยภาษาเรานะ คอมพิวเตอร์มันจะคุยกันเป็นภาษาอะไรครับ รู้ไหมคอมพิวเตอร์มันจะคุยกันภาษาอะไร เช่น คอมพิวเตอร์เครื่องอุบลจะคุยกับคอมพิวเตอร์เครื่องแกี้ จะคุยกับคอมพิวเตอร์เครื่องอะไรล่ะ มิ่งนะ อย่างนี้ มันใช้ภาษาอะไรคุยกันรู้ไหม มิ่ง เหมือนเรา เหมือนอาจารย์จะคุยกับ พี่ปุ๋ย ปุ๋ยกินข้าวแล้วบ่นี่ ไปสิใด๋มา นี่ภาษาท้องถิ่นนะ นี่คุยกัน ภาษาย้อเรานะครับ แต่เวลาคอมพิวเตอร์มันคุยกันมันใช้ภาษาอะไรรู้ไหมครับ ลองเดาสิ อุบลลองเดาสิ ภาษาจีน, ภาษาญี่ปุ่น ภาษาอังกฤษ หรือภาษาอะไรเอ่ย เราคิดว่าภาษาอะไร เหมือนผมโทรศัพทย์หาอุบล อุบลกินข้าวแล้วกับหยังหำ อุบลก็ตอบกินข้าวปลาซิว รู้ไหมอุบล ที่เราคุยกันนี่ใช้ภาษาอะไร แต่เรานี่ภาษาเราใช่ คอมพิวเตอร์มันจะคุยกันด้วยภาษาเลขฐานนะครับ เลขฐานอะไรเอ่ย เลขฐาน 2 ใช่ไหม ก็คือ 0 กับ 1 เช่น ผมจะคุยกับไอ้มิ่ง 01000100000 มิ่งก็ตอบคืนมา 0001100 นี่ภาษาคอมพิวเตอร์มันคุยกัน เรียกว่า "ภาษาเครื่อง" เดี๋ยวเราค่อยเข้าไปรายละเอียดลึก ๆ นะครับ นี่ครับ เดี๋ยวให้ทำมองเบื้องต้นก่อน องค์ประกอบฮาร์ดแวร์ต่อมา ก็คือหน่วยเก็บข้อมูลนะครับ พอเรา Input ปุ๊บนะครับ เข้าไปประมวลผล ประมวลผลเสร็จนะครับ ถ้าไม่ออกแสดงผลก็ต้องมาเก็บในหน่วยข้อมูล หน่วยเก็บข้อมูลก็จะมีอยู่ 2 ประเภทนะครับ ก็คือหน่วยเก็บข้อมูลหลักนะครับ Primary Storage นะครับ แล้วก็หน่วยข้อมูลสำรองนะครับ Secondary Storage มาดูอันที่ 1 นะครับ หน่วยเก็บข้อมูลหลัก Primary นะครับ 2 ตัวนี้นะครับ ต่างกันอย่างไรครับ ก็มีอันหนึ่งนะครับ เริ่มนะครับ Ram กับ Rom ก็คือหน่วยความจำหลักที่อยู่ในคอมพิวเตอร์นะครับ ข้อแตกต่างของ Ram กับ Rom ผมไม่เจาะลึกนะครับ เพราะผมจะสอนในรายวิชาต่อไป RAM ก็คืออะไรครับ Random อันนี้ก็คือต้องอาศัยไฟเลี้ยง ก็คือคุณเปิดคอมพิวเตอร์ปุ๊บ คุณเปิดปุ่มปั๊บ มันถึงจะทำงานนะครับ ปิดไฟปุ๊บหายเลยนี่คือ ประเภท Ram ส่วนหน่วยความจำหลักประเภท ROM นะครับ Read Only Memory อ่านอย่างเดียวนะครับ นะครับ ก็คืออันนี้ไม่ต้องอาศัยไฟเลี้ยง ไฟจะดับก็ช่าง จะปิดปลั๊กหรือเปิดปลั๊ก มันจะเก็บความจำไว้อยู่ในคอมพิวเตอร์ของเรานะครับ ให้รู้แค่นี้ก่อนพอนะครับ เดี๋ยวปวดหัวนะ มันจะค่อยยากขึ้น ๆ นะครับ ส่วนหน่วยเก็บข้อมูลสำรองนะครับ ก็คือเนื่องจาก RAM นี่ เราเปิดใช้อยู่ ถ้าไฟดับ เราปิดเครื่องข้อมูลหาย ดังนั้นเราจะต้อง ไปเก็บในหน่วยเก็บข้อมูลสำรอง เช่นอะไรครับ หน่วนเก็บข้อมูลสำรอง ปัจจุบันเราใช้อะไรเอ่ย คืออะไร ครับ แผ่น Disk มีใคร ยังใช้แผ่นดิสก์อยู่ไหม มีไหม CD ROM ไม่ค่อยเห็นแล้วนะ ปัจจุบันอย่างมากก็ Flash Drive ใช่ไหม หน่วยเก็บข้อมูลสำรองฮาร์ดดดิสก์ปัจจุบันเป็นอย่างไร ในหน่วยความจำเหล่านั้น เราเก็บไหม เราไม่เก็บแล้วนะ เราโยนขึ้นไหน เราโยนขึ้น Cloud แล้ว Cloud เป็นหน่วยความจำ ประเภทไหนเอ่ย รู้ไหม โยนคำถามไว้นะ อาทิตย์หน้าเราจะมาถาม เราโยนขึ้น Cloud เราควรจัดให้อยู่ในหน่วยความจำแบบไหน หลักหรือสำรอง นะครับ เรียนกับผม ผมจะพยายามให้พวกเราคิดตามนะ ให้คิดตาม ไม่ให้คิดเองนะ ให้คิดตามแล้วก็ตอบ ให้มีปฏิสัมพันธ์กันนะครับ องค์ประกอบอันสุดท้ายของ Hardware คือ Output ก็คือพอเราคีย์ข้อมูลนะครับ เข้าไป Process ประมวลผลปุ๊บ เราก็ต้องแสดงผล มันถึงจะครบกระบวนการของคอมพิวเตอร์ ทางด้าน Hardware นะครับ หน่วยแสดงผลก็เช่นอะไรครับ หน่วยแสดงผล เช่น จอภาพ อะไรอีก ลำโพงใช่ไหม โปรเจกเตอร์ ฉายออกไป ลำโพง ออกเสียงออกมา อะไรอีกพอตเตอร์ รู้จักเครื่องพอตเตอร์ไหม ที่เขาไปพรินต์ไวนิลติดตามป้ายใหญ่ ๆ น่ะ นั่นเขาใช้ Plotter ในการพรินต์ เครื่องพิมพ์อะไรอีก ลองนึกตามนะครับ ทุกอย่างที่ผมพูดน่ะ มันจะออกข้อสอบตอนกลางภาค แบบฝึกหัดที่ให้ไปวันนี้นะครับ ก็ทำ ๆ แล้วส่ง ส่งเสร็จแล้วจะคืนให้นะครับ งานสัปดาห์ที่แล้ว เดี๋ยวผมจะตรวจให้ ผมเห็นวางที่โต๊ะนะครับ เดี๋ยวผมจะส่งคืนให้เก็บไว้เอาไว้อ่านสอบนะครับ เราจะสอบ 2 ครั้งนะครับ สอบกลางภาค แล้วก็ปลายภาคนะครับ ในการสอบในการตัดเกรด จะไม่ตัดอิงเกรดนะครับ ผมจะไม่ตัดอิงเกรดนะครับ จะตัดอิงกลุ่ม ทั้งห้อง 2 ห้องเรานี่ ใครได้คะแนนสูงสุด ได้ A เช่น คะแนนเต็ม 100 หัวหน้าห้องได้ 5 สมมตินะ หัวหน้าห้องได้ A เลย นี่คืออิงกลุ่มนะครับ หลายคนถามว่าทำไมอาจารย์ไม่อิงเกณฑ์ ผมสอนรายวิชานี้เข้าปีที่ 25 จะเข้าปีที่ 26 นะครับ เคยตัดอิงเกณฑ์แล้ว 2 - 3 รุ่น ไม่ไหวครับ นักศึกษาเราตกเยอะนะครับ เช่น คะแนนสอบกลางภาค 20 คะแนน สูงสุด 2 คะแนนอะไรประมาณนี้ ไม่เชื่อถามพี่พลอยได้นะครับ ถ้าอิงเกณฑ์ คะแนนเต็ม 30 บางคนได้ 5 บางคนได้ 0 ใช่ไหมพี่พลอย ตอบไม่ได้เลย ได้ 0 ผมเลยอิงกลุ่ม มาดูต่อนะครับ องค์ประกอบที่ 2 นะครับ ก็คือซอฟต์แวร์ องค์ประกอบแรกฮาร์ดแวร์ผ่านไปแล้วนะครับ อันที่ 2 คือ ฮาร์ดแวร์นะครับ Software นี่ ก็แบ่งออกเป็นประเภทย่อยอีก 2 ประเภท, 3 ประเภทนะครับ แสดงว่าพี่เก๋นี่ ล่ามคนเดียวทั้งชั่วโมงใช่ไหมครับ เก่งนะนี่ แต่ก่อน เขาจะพักครึ่งกันใช่ไหมครับ เปลี่ยนกันใช่ไหมปุ๋ย เขาจะช่วยกัน พี่เก๋นี่สุดยอดมากนะครับ ถ้าพูดภาษาเราก็นั่งผู้เดียวเลย เป็นตาเมื่อยนะ ฟังออกไหม พี่เก๋ฟังออกไหม ไม่น่าฟังออกนะครับ ดูซอฟต์แวร์นะครับ ดูซอฟต์แวร์พยายามไม่ไปไวนะครับ เอื้อพี่เก๋ด้วย เดี๋ยวพูด ปกติผมเป็นคนสอนหนังสือไวนะครับ ตั้งแต่เปิดสอนนักศึกษากลุ่มพิเศษตั้งแต่ปี 2558 ต้องเปลี่ยนสไตล์สอนนะครับ ต้องพูดช้าลงนะครับ พูดช้าลง คิดช้าลง ไม่อย่างนั้น ลูก ๆ เราไปไม่ทัน ดูซอฟต์แวร์นะครับ ซอฟต์แวร์คืออะไร ครับ หรือชุดคำสั่งที่ทำให้คอมพิวเตอร์ทำงาน รู้แค่นี้พอนะครับ ซึ่งแบ่งออกเป็นหลายระบบนะครับ ซอฟต์แวร์ระบ บซอฟต์แวร์สำเร็จรูป, ซอฟต์แวร์ประยุกต์ เราเอาแค่นี้พอนะครับ เราเอาตัวนี้พอนะครับ แค่นี้พอ เราเอาเบื้องต้น พื้นฐาน เราจะพาเจาะลึกเขาไปในแต่ละตัว ในการเรียนวิชาคอมพิวเตอร์นั้นนะครับ เราจะพยายามค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไปนะครับ ไม่หนักมาก มาปี 1 เดี๋ยว ซ๊อกก่อนนะครับ เราจัดรายวิชาที่มันซอฟต์ ๆ ให้เราก่อนนะครับ มาดูซอฟต์แวร์ประเภทที่ 1 นะครับ ก็คือระบบ หรือ System Software ชื่อก็บอกนะครับ System คือ ระบบ เป็นซอฟต์แวร์ที่ควบคุมระบบทั้งหมดนะครับ ซึ่งซอฟต์แวร์ประเภทนี้ เป็นซอฟต์แวร์ที่สำคัญนะครับ ถ้าไม่มีซอฟต์แวร์ประเภทนี้ คอมพิวเตอร์ทำงานไม่ได้นะครับ ก็คือประเภท System Software หรือซอฟต์แวร์ระบบนะครับ ซอฟต์แวร์ระบบก็ยังมีย่อยออกไปอีกนะครับ ในที่นี้จะยกตัวอย่างให้ดู เช่น อันดับที่ 1 ซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการนะครับ หรือ Operating System หรือ OS นะครับ ก็คือรายวิชาหลักที่เราเรียนวันนี่ล่ะ ก็คือ OS ซอฟต์แวร์นี้นะครับ เป็นซอฟต์แวร์ที่เปรียบเสมือนนะครับ ตัวระบบหน่วยคอมพิวเตอร์ทั้งหมด เพื่อให้สามารถติดต่อกับผู้ใช้ได้นะครับ เป็นอย่างไรครับ ทำงานได้ไหมอุบล ทำงานไม่ได้นะครับ ต้องมีซอฟต์แวร์ระบบ หรือ OS หรือระบบปฏิบัติการนะครับ เดี๋ยวเราจะค่อย ๆ พูดถึงบทที่ 3, 4, 5 เราจะพูดถึงแต่ตัวนี้ตัวเดียวเลย นะครับ ซอฟต์แวร์ระบบนะครับ อันต่อมา ก็คือตัวของ Translator Program นะครับ หรือโปรแกรมแปลภาษา โปแกรมแปลภาษา ก็คือแปลภาษาจากระดับสูง เป็นภาาษาเครื่องนะครับ ซึ่งในการแปลภาษานั้นนะครับ ในทางคอมพิวเตอร์เรามีอยู่ 2 แบบนะครับ 2 แบบ ก็คือแปลแบบทีเดียวเลยนะครับ เราเรียกว่า "การ Complier" แปลทีละบรรทัด ๆ ๆ เราเรียกว่าซึ่งปัจจุบันนี้นะครับ หลักการของการเขียนโปรแกรมก็เปลี่ยนไปเยอะ หลักการเขียนโปรแกรม ใช้ตัวแปลภาษานั้นนะครับ เป็นตัวของ Compiler นะครับ เพราะตอนนี้เราเรียนการเขียนโปรแกรมใช่ไหมอุบล การเขียนโปรแกรมนะ เรียนกับอาจารย์นะ พอเราจะแปลให้คอมพิวเตอร์มันรู้นะครับ เราต้องใช้โปรแกรมแปลภาษานะครับ เหมือนห้อง 1 เรียนกับอาจารย์ชายแดนใช่ไหม เรียนการเขียนโปรแกรมใช่ไหม นั่นล่ะ พอเราเขียน เราใช้โปรแกรมอะไร Python ใช่ไหม หรือเปล่า หรือยัง ห้อง 1 Python ใช่ไหม Python เป็นภาษาระดับสูง แต่ถ้าให้คอมพิวเตอร์รู้จัก ที่มันรู้จักก็คือการแปลภาษา ก็ต้องใช้ระบบเข้าไปแปลด้วยนะ ระบบ Complier นะครับ พักหายใจให้พี่เก๋ ดูซอฟต์แวร์ระบบตัวต่อมานะครับ โปแกรมอรรถประโยชน์นะครับ หรือ Utility Program สมัยผมเรียนเขาเรียกว่า Software Tool ก็คือโปรแกรมที่อำนวยความสะดวกให้กับคอมพิวเตอร์เรานะครับ ปัจจุบันเขาใช้คำว่า "โปรแกรมอรรถประโยชน์" หรือ Uyility Program ฌฟพโปรแกรมนี้ทำหน้าที่อะไรครับ ทำหน้าที่ช่วยให้ผู้ใช้ติดต่อคอมพิวเตอร์ได้ง่ายขึ้น ช่วยให้ผู้ใช้สามารถที่จะอะไรเข้าเรียกว่าสิ่งอำนวยความสะดวกนะครับ เช่น Software Tools ต่าง ๆ Software Tools Norton’s Utilities โปรแกรมสแกนไวรัส โปรแกรมพวกจัดเรียงข้อมูล โปรแกรม ช่วยอะไรเขาเรียกแปลงเสียงอะไรพวกนี้นะครับ หรือโปรแกรมช่วยเช็กเครื่องนะครับ เดี๋ยวเราค่อยเรียนกันไปนะครับ ให้รู้ประมาณนี้ก่อนนะครับ Soft ware ประเภทที่ 2 นะครับ ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปนะครับ Package Package Software ซอฟต์แวร์สำเร็จรูป หรือซอฟต์แวร์ประยุกต์งานเฉพาะด้าน เช่น งานคงคลัง, งานบัญชี, งานสต๊อก อะไรพวกนี้นะครับ อีกประเภทหนึ่ง ก็คือซอฟต์แวร์ประยุกต์นะครับ Administration Software จริง ๆ package Software กับ Application Software ก็ไม่ค่อยมีความแตกต่างกันมาก มันก็จะเป็นเห็นไหม มันก็จะคล้าย ๆ ตัว Packet คล้าย ๆ กันแบบ แพ็กเกรตเช่นอะไรครับ พวกโปรแกรมเกี่ยวกับ Word, Excel, Powe นึกออกไหมครับ นี่คือพวก ซอฟต์แวร์ Application Software ซึ่งเราใช้อยู่นะครับ คราวนี้องค์ประกอบที่ 3 ของคอมพิวเตอร์ก็คือคนนะครับ คน บุคลากรทางด้านคนนะครับ ก็คือ People Ware นะครับ People Ware ก็จะประกอบด้วย ทั้งหมดนะครับ อยู่ 5 ส่วน 6 ส่วนนะครับ ก็คือ 1. ผู้ออกแบบระบบ 2. โปรแกรมเมอร์ 3. ผู้บริหารฐานข้อมูล 4. ผู้ปฏิบัติการ 5. ผู้ใช้ 6. ผู้บริหาร นี่คือผู้เกี่ยวข้องทางด้านคอมพิวเตอร์นะครับ ดูส่วนที่ 1 นะครับ SAD นะครับ System Analysis and Design นะครับ เป็นนักวิเคราะห์ระบบ นักออกแบบระบบนะครับ หนึ่งในวัตถุประสงค์ของนักคอมพิวเตอร์ เราจะต้องเป็นนักวิเคราะห์ระบบให้ได้นะครับ ก็คือเป็นนักออกแบบระบบ เช่น ออกแบบระบบสินค้าคงคลังนะครับ ไปออกแบบว่ามันมีอะไรบ้าง เป็นต้นนะครับ อันที่ 2 ก็คือโปรแกรมเมอร์ ก็คือบุคคลที่เขียนโปรแกรมนะครับ ที่เรียกว่า "โปรแกรมเมอร์" นะครับ มีความคาดหวังว่าเราจบเอกคอมฯ เรานะ เราก็เป็นนักออกแบบระบบ แล้วก็เขียนโปรแกรมขึ้นมาใช้ได้ตามต้องการนะครับ ต่อมาก็คือผู้บริหารฐานข้อมูลนะครับ DBA นะครับ Database Adminstrator นะครับ ก็คือเป็นผู้ ดูแลระบบในองค์กร พวกฐานข้อมูลนะครับ 5. ก็คือผู้ปฏิบัติการนะครับ คือผู้ใช้งาน 6. ผู้ใช้งานคือ User ผู้ใช้นะครับ อันนี้ไม่พูดเยอะนะครับ ตอนนี้เราเป็นผู้ใช้อยู่นะครับ เรียนปี 1 เทอม 1 ผู้ใช้งานทั่วไป เรียกว่า "User" สุดท้ายผู้ที่เกี่ยวข้องนะครับ ก็คือ ผู้บริหารนะครับ หลายคนถามผู้บริหารมันเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบคอมพิวเตอร์ส่วนของคนได้อย่างไร ก็คือเขาบอกว่า ณ ยุคปัจจุบันนี้นะครับ ถ้าจะให้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในองค์กรนั้น บุคคลที่สำคัญที่สุด คือ ผู้บริหารนะครับ ถ้าผู้บริหารนะครับ ไม่มีความคิด หรือไม่มีทัศนคติ หรือไม่มีวิสัยทัศน์ ในการมองเทคโนโลยีหรือไม่ตามเทคโนโลยี จะทำให้องค์กรนั้นล้าสมัย ล้าหลังนะครับ ใช่ไหม ถ้าเราย้อนกลับไปสมัยเรียนมัธยม โรงเรียนมัธยมทำอะไรกันครับ แข่งกัน ผอ. ทำอะไรแข่งกัน โรงเรียนมัธยม สร้างโดมแข่งกันแม่นบ่ ใช่ไหม สกลฯ ล่างก็โดม อะไรขาวแดง คือ สร้างโดมแข่งกัน แต่ถ้าเมื่อไหร่ ผอ. แข่งกันสร้าง IT แข่งกัน เรียนรู้ผ่านระบบเครือข่าย เรียนรู้ผ่านโซเชียวเน็ตเวิร์กก็จะเป็นอีกแบบหนึ่งนะครับ เขาถึงบอกว่าผู้บริหารมีส่วนสำคัญมากนะครับ ในการใช้งานทางด้านคอมพิวเตอร์เรานะครับ ส่วนที่ 4 นะครับ เดี๋ยวผมขอข้ามเลยนะครับ มี 83 สไลด์นะครับ เดี๋ยว... เดี๋ยวมาตรงนี้เลยนะครับ ตรงระบบปฏิบัติการนะครับ ก็เดี๋ยวขอ ขอเบรก สัก 10 นาทีนะครับ สัก 10 นาที ให้พวกเราได้หายใจนะครับ แล้วก็ให้พี่เก๋ได้พักสักช่วงหนึ่ง ก็สัก 10 นาทีนะครับ ก็เดี๋ยว 14.00 น. นะครับ 15 ก็พอ พักก่อนนะครับ [เสียงหัวเราะ] (อาจารย์พิเชนทร์) ดูต่อเลยนะครับ หัวข้อต่อมานะครับ เราจะพูดถึงเรื่องของ OS นะครับ หรือระบบปฏิบัติการนะครับ ว่าระบบปฏิบัติการที่เราใช้อยู่ ณ ปัจจุบันนี้มันคืออะไรนะครับ มันมีความเป็นมาอย่างไร ในสมัยก่อนนะครับ ในสมัยโบราณเรานะครับ ในการใช้งานคอมพิวเตอร์ หรือใช้งานเครื่องประดิษฐ์ หรือเครื่องคำนวณอะไรก็แล้วแต่ สมัย ม. 6 นะครับ เราคงนึกภาพออกนะครับ ว่าสมัยก่อนที่ใครผลิตเครื่องอะไรขึ้นมา ผลิตคอมพิวเตอร์ ผลิตเครื่องประดิษฐ์ คน ๆ นั้นใช้งานได้อยู่คนเดียวนะครับ นอกจากผู้ผลิตนะครับ คอมพิวเตอร์ก็เช่นเดียวกันนะครับ สมัยเริ่มแรกเลยนะครับ ก็คือใครสร้างขึ้นมา ก็คือใช้ได้อยู่คนเดียวนะครับ ไม่มีความรู้คอมพิวเตอร์ ใช้คอมพิวเตอรไม่ได้เลยนะครับ ในสมัยยุคแรก ๆ นะครับ คราวนี้มาดูในหัวข้อของหน่วยควบคุมอุปกรณ์นะครับ หรือว่า Chanel นะครับ เขาบอกว่าหน่วยประมวลผลในเครื่องคอมพิวเตอร์นะครับ ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของระบบนะครับ ซึ่งในระบบคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ ก็คือพวก Super Computer ใช่ไหมครับ Mainframe Computer นี่ ใช่ไหมครับ เวลามันทำงานนะครับ มันจะไม่ใช้ตัวของหน่วยประมวลผลหลัก ในส่วนที่มีส่วนสำคัญน้อยนะครับ นึกง่าย ๆ เช่น สมมติว่าห้องเรานี่เป็น Super Computer มี CPU อยู่ทั้งหมด หรือมีหน่วยประมวลผลอยู่ทั้งหมด 30 หน่วยใหญ่ สมมตินะ ๆ หน่วยใหญ่ แต่พอเราจะให้ไปทำงานที่เล็กลง เราจะไม่ใช้ 30 หน่วยนี้ ในการทำงานนะครับ เราจะไปสร้างส่วนเล็ก ๆ ต่อไป เช่น เราจะสร้าง OS เล็กที่ติดต่อกับอุปกรณ์ ไปติดต่อกับภายนอก คือ ไปติดต่อกับอะไรก็แล้วแต่ที่นอกเหนือจากตัวหลัก ๆ ของ CPU เรา ซึ่งเขาจะใช้คำว่า Processer สำหรับอุปกรณ์รอบข้าง ถ้าจะไปติดต่อกับอุปกรณ์รอบข้าง เราจะไม่ใช้ตัวของ Processor หลักเป็นตัวติดต่อโดยตรงนะครับ หรือบางทีเขาใช้ตัว IO หรือ Data Chanel หรือบางทีเรียกสั้น ๆ ว่า "Chanel" Chanal คืออะไร ในทีนี้ชาแนลคืออะไรเอ่ยอุบล คือ Processer ใช่ไหม Processer ในระบบ คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่นะครับ ที่ทำหน้าที่ในการติดต่อกับอุปกรณ์รอบข้างนะครับ ในคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่เท่านั้นนะครับ อย่าง PC, Note Book ไม่ใช้ ใช้อะไรเราค่อยว่ากันต่อนะครับ นี่เห็นไหม ถ้าเป็นในระบบเล็ก ๆ ถ้ามันจะไปติดต่อกับอุปกรณ์ภายนอก มันจะใช้การติดต่อ Input, Output นั้นนะครับ มันจะติดต่อผ่าน Port ถ้าเป็นพวก Super Computer หรือคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ ใช้ Chanal ในการติดต่อ แต่พออย่าง PC เรา อย่างโน้ตบุ๊กเรานะครับ มันจะใช้พอร์ทในการติดต่อแทน รู้จัก Port ใช่ไหม รู้จัก Port ไหม ที่เราไปเสียบต่อพอร์ท USB พอร์ทอะไรพวกนี้ ติดต่อผ่านช่องนี้นะครับ คราวนี้พอเมื่อมีการติดต่อผ่านทั้งพอร์ท ผ่านทั้งเรามาดูว่าในการติดต่อระหว่างอุปกรณ์รอบข้างระหว่าง CPU มันมีวิธีการติดต่ออย่างไร ในนี้มันแบ่งออกเป็น 3 แบบ 1. การติดต่อแบบ Port link นะครับ นะครับ Plor link การติดต่อแบบนี้ก็คือ การติดต่อที่ทุกช่วงเวลานะครับ CPU จะหยุดทำงาน แล้วก็ไปเช็กว่าอุปกรณ์ใดบ้าง ที่ต้องการจะติดต่อกับ CPU หยุด ถ้าตัวอย่างเช่น ตัวผมเอง อาจารย์เองนี่เป็น CPU นะครับ หรือเป็น Processor สอน ๆ อยู่ แล้วยกตัวอย่าง ก็คือเราเป็นอุปกรณ์รอบข้าง ถ้าสมมติว่าอยากถาม หรือ CPU อยากถาม เช่น อย่างผมเป็น CPU ถ้าเป็นแบบ Polling ผมจะหยุด แล้วเริ่มถาม แล้วเริ่มถามนนะครับ แม็กกี้ ตั้งแต่คนที่ 1 ถามไปเรื่อย ๆ ครับ จนถึงคนสุดท้าย 40 คน ก็ถามถึง 40 นี่คือลักษณะของ Polling ซึ่งการติดต่อแบบนี้ปัญหาที่ เกิดระบบล่าช้านะครับ เช่น ไปถามอุปกรณ์รอบข้าง อุปกรณ์รอบข้าง 40 ตัว ไม่มีอุปกรณ์ใดต้องการ CPU นะครับ เสียเวลาข้อเสียของมันนะครับ ข้อเสีย คือ เสียเวลานะครับ การติดต่ออันที่ 2 ก็คือ Interupt ลักษณะการต่อแบบนี้นะครับ เป็นการลดข้อเสียของแบบ ก็คือแทนที่จะไปเช็กไปถามอุปกรณ์รอบข้าง วิธีการ Interrupt ส่งสัญญาณมาแทน เช่น ถ้าผมสอน ๆ อยู่เป็น CPU เป็นอุปกรณ์รอบข้าง สอน ๆ อยู่ถามอุบล อุบลยกมือเลย พออุบลสอนเสร็จปุ๊บ ผมก็สอนต่อนี่ นี่เป็นลักษณะการติดต่อแบบ Interrupt ก็คือ CPU ไม่ต้องถามอุปกรณ์รอบข้าง อุปกรณ์รอบข้าง มาถามเองนะครับ แบบที่ 3 นะครับ แบบ Mail Box นะครับ ในการติดต่อแบบนี้ก็คือ ไปลดข้อเสียทั้ง 2 แบบนะครับ หลักการลอง Mailbox ก็คือในระบบจะกันเนื้อที่ความจำบางส่วนเก็บข้อมูล ยกตัวอย่างเช่น เมื่ออุปกรณ์รอบข้างต้องการจะใช้ CPU จะส่งสัญญาณ ถ้าเป็น Interrupt ถ้าเป็น Mailbox หน่วยควา่มจำบางส่วนที่กันเอาไว แล้วสักระยะหนึ่ง CPU จะหยุด แล้วไปเช็กที่หน่วยความจำแล้วก็ส่งสัญญามาที่ Mailblox นะครับ นี่คือแบบ Mailbox ถามว่าทำไมแบบ Mailbox ทำไมถึงเรากว่า แบบที่ 1 ช้า แบบที่ 2 ก็ยังช้าอยู่ แบบที่ 3 เร็วกว่าเพราะอะไรครับ เพราะแบบที่ 3 CPU กับหน่วยความจำจะอยู่ติดกัน เดี๋ยวเราจะดู เราจะเห็นโครงสร้างของระบบนะครับ เดี๋ยวให้ดูคราวนี้มาดูว่าระบบปฏิบัติการเรานั้นนะครับ เป็นมาอย่างไรนะครับ ในยุคแรกนั้นนะครับ ระบบปฏิบัติการของเรานะครับ จะใช้ภาษาเครื่องทั้งหมดในการติดต่อนะครับ คนที่สร้างขึ้นมา ก็คือคนที่ใช้ได้อยู่คนเดียวนะครับ ต่อมาก็มีจากความยุ่งยากการใช้ภาษาเครื่องนะครับ จึงมีคนคิดชุดคำสั่งขึ้นมา เพื่อสามารถทำงานได้ง่ายขึ้นนะครับ ภาษาแรก ๆ เลย ที่เราใช้ก็คือภาษาแอสเซมบลี ซึ่งภาษาแอสเซมบลี ก็ถูกแปลเป็นภาษาเครื่อง เราเรียกว่า "Assembler" นะครับ เขาบอกว่าการทำงานของ แอสแซมเบลอร์ นั้นนะครับ จะมีทำงานที่เร็ว เพราะอะไรครับ เพราะภาษาเครื่อง 1 คำสั่ง ก็ต่อคำสั่งเลยนะครับ เขาบอกว่าภาษาแอสเซมบลีเป็นภาษาที่ใกล้เคียงภาษาเครื่องมากที่สุด สมัยที่อาจารย์เรียนนะครับ อาจารย์ต้องเรียนเขียนโปรแกรมด้วยภาษาแอสเซมบลี แต่รุ่นพวกเราไม่เรียนแล้วครับ ปวดหัว เรียนยากนะครับ ซึ่งภาษา Assembly เราถือว่าเป็นภาษาระดับต่ำ ที่ใกล้เคียงภาาษเครื่อง ใช้คำไม่กี่คำก็ทำงานเลยนะครับ ต่อมาก็มีคนพัฒนานะครับ ภาษาที่ให้มันใช้งานง่าย เป็นโครงสร้างนะครับ เขียนขึ้นมาง่าย ก็คือภาษาระดับสูงนะครับ เช่น ภาษาอะไรครับ ภาษา C, ภาษาเบสิก ภาษาปาสคาล ภาษาอะไรที่เราเขียนอยู่ปัจจุบันอย่างนี้ ใช่ไหมที่เราเขียนในปัจจุบัน Python อะไรพวกนี้นะครับ ซึ่งภาษาในคอมพิวเตอร์แบ่งเป็น 3 ระดับ ระดับต่ำ สูงมาก สูงมาก ๆ Very Very High เยอะ ๆ ไปอีกนะครับ ก็ไม่เป็นไร เราไม่ต้องพูดถึงขนาดนั้นนะครับ ซึ่งภาษาระดับสูงต้องมาแปลนะครับ ก็คือคอมไพล์เลอร์ที่ผมกล่าวไปข้างต้น ก็เป็นภาษาเครื่องนะครับ ภาษาเครื่องนั่นก็คือมันจะแปลเป็น Code นะครับ Code อ่านออกไหมครับ Code อ่านออกไหม Code ใครอ่านโค้ดออกยกมือขึ้น นะครับ มันจะมีอยู่ 2 คำ คือ Code กับคำว่า "Code" ในการเขียนโปรแกรมของเรานะครับ Sourc Code นี่อ่านออกไหม อ่าว ตอบไม่ได้ไม่เป็นไร เพราะเราเพิ่งเรียนปี 1 นะครับ เราเพิ่งตกแต่ง Source Code นึกออกไหม ตอนเราเขียนโปรคีย์คำสั่งไป มีตำราวาง คีย์เข้าไป นั่นคือ Source code แต่เราพอเราคีย์เสร็จปุ๊บ เราต้องเอาไป Compild คราวนี้โค้ดอ่านออกไหม อ่านไม่ออกครับ Code ยังอ่านไม่ออกนะครับ เขาบอกนะครับ พอเราพัฒนาเรื่อย ๆ มานะครับ เขาก็เอาตัวของโปรแกรมแอสเซมบลีมารวมเข้ากับระบบของเรานะครับ มีโปรแกรมหนึ่งนะครับ ที่เราเรียกว่า Loader Loader หมายถึง ซอฟต์แวร์นะครับ ที่ทำหน้าที่ในการโหลดโปรแกรมจากแผ่นดิสก์ไปหน่วยความจำนะครับ ถ้าใครนึกภาพไม่ออก อย่างเช่น ผมมีโปรแกรมอยู่ในเครื่อง อยู่ในแผ่นดิสก์นะ ผมก็เสียบแผ่นดิสก์เข้าไปในเครื่องนะครับ โปรแกรม Loader นี้ จะทำหน้าที่โหลดโปรแกรมจากแผ่นลงไปใส่ในเครื่องไว้นะครับ ถ้าเขาถามว่า Loader คืออะไรครับ Loader คือ โปรแกรมที่ทำหน้าที่ในการโหลดโปรแกรมจากระบบจากแผ่นดิสก์ลงไปสู่เครื่องคอมพิวเตอร์นะครับ ต่อมาคนก็ไปคิดว่าเราจะทำอย่างไรดี ไม่ต้องให้มันโหลดเลยได้ไหม มันเสียเวลานะครับ ก็คือเอาตัวของ Loader และ Assembly มารวมกันเลยครับ กลายมาเป็นโปรแกรมระบบเปิดเครื่องขึ้นมาปุ๊บต้องใส่แผ่นไหม ไม่ต้องใส่โหลดมาเลย แปลเป็นภาษาเครื่องให้เลยนะครับ กลายเป็นโปรแกรมระบบ เพื่ออะไรครับ เพื่อทำหน้าที่ในการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้นะครับ ซึ่งต่อมาก็มีการพัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ นะครับ จนสุดท้ายก็กลายมาเป็นโปรแกรมระบบปฏิบัติการนะครับ นี่ครับ กลายมาเป็น OS ครับ ก็คือที่เราใช้ในปัจจุบันนะครับ ถ้าใครนึกภาพไม่ออกว่าโปรแกรม OS ในปัจจุบันคืออะไร เราพูดถึง ก็คือ Windows ใช่ไหม Windows ถ้าแพลตฟอร์มอื่นในโทรศัพท์เราคืออะไรครับ Android ใช่ไหม Android, iOS, Windows Phone Thai OS เยอะแยะครับ Linux อะไรพวกนี้ ก็จะเป็นโปรแกรมระบบปฏิบัติการซึ่งเราจะค่อย ๆ เรียนไป แต่ละตัวไปนะครับ เขาบอกว่าระบบปฏิบัติการนั้นอาจเป็นได้ทั้งซอฟต์แวร์ และฮาร์ดแวร์นะครับ แต่ที่นิยม ในปัจจุบันจะเป็นลักษณะของซอฟต์แวร์นะครับ ซอฟต์แวร์ เช่น เครื่องเราใช่ไหมครับ เราใช้ Windows 8 สักพัก Windows 10 ออกมา สักพัก 11 มาก็ใช้ 11 เป็นซอฟต์แวร์ OS นะครับ ถ้าเป็น Hardware OS มันจะอยู่ในเครื่องของเราเลย เราเปลี่ยนแปลงได้ไหม ได้ไหมครับ ถ้าอยู่ในเครื่อง เปลี่ยนไม่ได้นะครับ ถ้าอยากเปลี่ยนก็ต้องซื้อเครื่องใหม่ เหมือนโทรศัพท์อย่างนี้ เหมือนของผมอย่างนี้ ตอนนี้ Andriond เวอร์ชันเท่าไรครับ 16 บ่ ของผมได้แค่ 8 ต้องการอัปเดตมันบอกว่าถ้าพูดภาษาเรานะ ไปซื้อเครื่องใหม่โลด มันอัปไม่ได้นึกออกไหม มันเป็นอยู่ใน Hard ware นะครับ เขาบอกว่านะครับ ถ้าเครื่องไหนไม่มีระบบปฏิบัติการ เครื่องนั้นก็ไม่ทำงานนะครับ เหมือนโทรศัพท์เราอย่างนี้ ไม่มี Android ไม่มี iOS นะครับ เครื่องในห้องเราอย่างนี้ เราลบ Windows ออก เราใช้ไม่ได้ อย่างเครื่องแอปเปิ้ลแหวงของเรานะ ถ้าเราลบ iOS ออกก็ใช้ไม่ได้ ถ้าว่าลง Wimdows เครื่อง Mac เรา ไอ้เครื่องข้างหลังเรา ได้ไหมครับ ไอ้เครื่องข้างหลังเราน่ะ เครื่องบักแอปเปิลแหว่งเราน่ะ ลงได้ไหมครับ เอา Windows 11 ลงได้ไหม ปุ๋ย ลงได้ไหม ไปลงใส่เครื่องแอปเปิล เราคิดว่าได้ไหมครับ ได้นะครับ แต่ไม่ควรลง ไม่ควรตำนะครับ ผมอยากใช้คำว่า "อย่าหาทำ" ระบบปฏิบัติการเขารองรับกับเครื่องเขาแล้ว ผมเห็นเครื่องอาคาร 7 เรา ไปลงหมดเลย เครื่องราคา 80,000 บาท ไปเอา Windows ลง เพื่อ ผมถามนะครับผม ถามคำถามหลายอยากถามอาจารย์ถาม เรามีเครื่อง Mac มา เรามีเครื่อง iOS มา ไปเอา Windows ลง เพื่ออะไร เราค่อยว่ากันอีกทีหนึ่งนะครับ อันนี้พูดไปแล้วนะครับ คราวนี้มาดูหน้าที่ของระบบปฏิบัติการเรานะครับ ว่ามีหน้าที่อะไรบ้างนะครับ 1. ติดต่อกับผู้ใช้นะครับ หน้าที่อันแรกเลยติดต่อกัยผู้ใช้ ถ้า OS หรือระบบปฏิบัติการไหนติดต่อกับผู้ใช้ได้ดี ได้สะดวกคนก็ทำไมครับ นิยมใช้ เช่น เราใช้ Windows 11 กับอีกคนหนึ่งใช้ Windows 3.1 อย่างนี้ หรือบางคนไปใช้ Linux อย่างนี้ บางคนไปใช้ iOS ต้องติดต่อกับผู้ใช้ ถ้า OS ไหนติดต่อกับผู้ใช้ง่าย คนก็ใช้นะครับ ตอนนี้ตลาดก็คือของ Windows นะครับ หน้าที่อันที่ 2 ของ OS ก็คือควบคุมอุปกรณ์และการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหมดเลยนะครับ คอมพิวเตอร์จะทำอะไร จะติดต่อกับใคร เล่นเน็ตได้ไหม Printer ได้ไหม OS ดำเนินการควบคุมทั้งหมดนะครับ ผมเลยยกตัวอย่างให้ฟัง เช่น ถ้าเกิดเราใช้ Windows Me เราไม่ทันหรอก สมมตินะ ยกตัวอย่างให้ดู Windows me เปิดหนังที่มีความจุ 5 GB นะครับ 5 GB เปิดไม่ได้หรอกครับ เพราะ Windows Me ไม่รู้จักไฟล์ใหญ่ขนาดนั้น เป็นต้น หน้าที่อันที่ 3 ก็คือจัดสรรทุกอย่างในระบบ เพื่อให้มันการแบ่งการใช้งานได้อย่างเหมาะสมนะครับ เพราะอะไรครับ ตัวอย่างเช่น เขาบอกว่าทำไมต้องมีการจัดสรร นี่ครับ ทรัพยากรมีจำกัดครับ มี CPU ตัวเดียวทำอย่างไรครับ ทีนี้ต้องจัดสรร คนนี้ก็อยากใช้ คนนี้ก็อยากใช้ มี 10 คนจะใช้อย่างไรพร้อมกัน มันก็ต้องมีวิธีการจัดสรร หน้าที่ตรงนี้ก็คือระบบปฏิบัติการ หรือเขาบอกทำไมต้องจัดสรร มีทรัพยากรหลายประเภท แต่โปรแกรมมีความต้องการใช้อย่างเดียวกันทำอย่างไรก็ต้องจัดสรร นะครับ เช่น มีพรินเตอร์วางอยู่เครื่องเดียวหน้าห้องเรา บอกฉันก็อยากให้ Printer ทำอย่างไรครับ ก็ต้องจัดสรรให้นะครับ มาดูวิวัฒนาการของระบบปฏิบัติการกันนะครับ หัวข้อสุดท้ายแล้วนะครับ สัปดาห์แรก ๆ อาจารย์ก็จะบรรยายประมาณนี้นะครับ จะใช้เวลานาน แต่พอสัปดาห์ถัด ๆ ไปก็เริ่มน้อยลง ๆ เพราะเราจะเรียนแบบผู้ใหญ่นะครับ มาดูวิวัฒนาการของระบบปฏิบัติการนะครับ เขาถือว่าไม่มีระบบปฏิบัติการเลยครับ เพราะคอมพิวเตอร์ยุคแรก เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้หลอดสูญญากาศเป็นหลัก ภาษาเครื่องอย่างเดียวครับ เวลาป้อนข้อมูลให้คอมพิวเตอรนะครับ ยุคที่ 2 นะครับ ประมาณยุค 1955 ถึง 1964 นะครับ ยุคนี้เป็นยุคทรานซิสเตอร์นะครับ เป็นลักษณะการทำงานแบบทำงานซ้ำ ๆ กันนะครับ ทำงานแบบเดิม ๆ นะครับ หรือเราเรียกนะครับ ยุคนี้ก็มีระบบปฏิบัติการแล้วนะครับ แต่ยังไม่มีความสามารถเยอะนะครับ มีใครเกิดหรือยังยุคนี้ 1964 ยังนะ ยุคที่ 3 นะครับ ประมาณยุค 1968 - 1980 นะครับ ยุคนี้เป็นยุคที่มี Multi Programming และเป็นจุดเริ่มต้องของ Multiprosessing นะครับ ก็ก็คือลักษณะการทำงานมากกว่า 1 อย่างในเวลาเดียวกันนะครับ เป็นแนวความคิดนะครับ และนวความคิดยุคนี้ มีแนวความคิดของระบบ Rail-Time เป็นอย่างไรครับ Real time ทำงานปั๊บ สั่งปุ๊บทำงานปั๊บนะครับ นี่คือลักษณะของยุคที่ 3 นะครับ 1980 นะครับ นี่ผมพึ่งเกิดได้ 7 ปี ยังเรียนประถมอยู่เลยนะครับ ยุคต่อมานะครับ ยุคที่ 4 เป็นยุค 1980 จนถึง ณ ปัจจุบันนี้นะครับ เป็นลักษณะของ Virtual Machines นะครับ เป็นอย่างไรครับ เน้นการสื่อสาร ยุคปัญญาประดิษฐ์ ยุคผู้เชี่ยวชาญนะครับ เน้นเครือข่าย OS ปัจจุบันจะเน้นเครือข่ายเชื่อมหากัน จำลอง ข้ามแพลตฟอร์มนะครับ สมัยก่อนนะครับ ถ้าเราจะส่งข้อมูลจาก Windows ก็ต้องส่งไปหา Windows อีกเครื่องหนึ่ง แต่ปัจจุบันเป็นอย่างไรครับ เดี๋ยวผมยกตัวอย่างให้ดูจะได้นึกภาพออก พเราเล่น LINE เครื่องผมใช้ Androi ใช้แอปเปิล สมมตินะ เครื่องพี่พลอยใช้โน้ตบุ๊ก ถามว่าเราคุยกันได้ไหม อ่าน LINE คุยได้ไหม คุยได้ใช่ไหม ผมข้ามแพลตฟอร์ม ยุคปัจจุบันแล้วนะครับ ข้ามแพลตฟอร์มได้ นี่คือวิวัฒนาการของระบบปฏิบัติการนะครับ จบนะครับ บทที่ 1 นะครับ มีใครจะถามอะไรไหมนะครับ ถ้าไม่มีนะครับ ก็ให้ทำแบบฝึกหัดนะครับ ผมเห็นหลายคนทำเสร็จแล้วนะครับ หลายคนก็ฟังบ้าง ไม่ฟังบ้าง บางคนก็ก้มหน้าก้มตาเปิดโทรศัพท์ลอกอย่างเดียว ทั้งนี้ทั้งนั้นนะครับ ในการเรียนวิชาทางด้านระบบปฏิบัติการนั้นนะครับ ก็อยากจะแนะนำพวกเราว่าเราจะต้องเรียนให้เข้าใจนะครับ ให้เข้าใจ พาเราเข้าใจปุ๊บ เราจะปฏิบัติได้นะครับ แล้ว ณ ปัจจุบันนี้นะครับ รุ่นพวกเรานี่โชคดีนะครับ สมัยผมนี่ผมเรียนคอมพิวเตอร์นี่นะครับ มีนักศึกษา 50 คน มีคอมพิวเตอร์อยู่ 5 เครื่อง นึกภาพเอา 10 คนต่อเครื่อง ทำอย่างไรครับ จะได้ใช้คอมพิวเตอร์ ไม่มีทางเลยครับ แต่รุ่นพวกเราเป็นอย่างไรครับ คอมพิวเตอร์เหลือคนนะ เหมือนห้องพิเศษห้อง 2 นะ ห้อง 8 มีอยู่ 8 คน คอมพิวเตอร์ในห้องเท่าไร 30 เครื่องนะครับ ดังนั้นนะครับ ในการเรียนในระดับอุดมศึกษานะครับ ปียังไม่เท่าไร นะครับ ว่าเรามาเรียนสาย อาจารย์ตามไหม เราไม่ส่งการบ้านอาจารย์ตามไหม ตามบ้าง ไม่ตามบ้าง ใช่ไหม ถ้าอาจารย์ใจดีหน่อยก็ตาม ถ้าคนไหนไม่ใจดีก็ไม่ตาม แต่พอเช็ก ๆ ๆ มา ไม่มีทำอย่างไรครับ ก็ 0 นะครับ เราต้องปรับตัวนะครับ เพราะอะไรครับ เพราะมีรุ่นพี่เรา เมื่อปีที่แล้ว หรือปี 2 นะ ก็โทษรุ่นพี่มากไม่ได้เพราะรุ่นที่แล้ว ออนไลน์ 100 เปอร์เซ็นต์เลยครับ 1 ปีเต็ม ๆ แต่เราโชคดีมา On Site เลยนะครับ แต่รุ่นพี่เราออนไลน์ ๆ เป็นอย่างไรครับ พี่ปุ๋ยหายเกลี้ยงเลย ลาออกประมาณ 10 กว่าคน รุ่นพี่เรา แล้วก็เริ่มปรับตัวถ้าไม่เข้าใจอะไรนะครับ ไปถามอาจารย์ทุกคนได้ในสาขาวิชา ถ้าถามแล้วเขาอาจตอบบ้าง ไม่ตอบบ้างก็อย่าไปโกรธอาจารย์นะครับ เพราะเราคือนักศึกษานะครับ ท่องไว้ นักศึกษา เราอาจจะศึกษาจากอินเทอร์เน็ตก็ได้ ศึกษากับใครก็ได้นะครับ เราจงทำตัวให้เป็นน้ำเต็มแก้วนะครับ ถ้าล้นแก้วเมื่อไหร่ มันเติมเต็มไม่ได้นะครับ ก็ฝากพวกเราเอาไว้นะครับ ก็ให้กำลังใจนะครับ ในปีแรกปี 1 นะครับ กิจกรรมก็อย่างนี้ล่ะครับ กนะครับ เหมือนสัปดาห์ก่อน อาจารย์ปิยวรรณ ปิยวรรณเป็นที่ปรึกษาไหม หรืออาจารย์ธาสินี ที่ปรึกษานะ อาจารย์ก็บ่นว่าพวกเราไม่เข้ากิจกรรม รอบที่แล้วได้เข้าไหม อาทิตย์ก่อนน่ะ เข้าอยู่นิดหนึ่งใช่ไหม นิดเดียว เข้านิดเดียว อันนี้เขาเข้าหมดอยู่แล้ว รุ่นนี้มันน้อยไง 7- 8 คน ที่มันไม่เข้านะครับ ก็ฝากพวกเรานะครับ ให้ร่วม ร่วมเพราะอะไรครับ ให้เราศึกษากับคนอื่น ร่วมบางที่เราอาจสอบไม่ผ่าน อาจารย์ก็มาร่วมกิจกรรมช่วยครูตลอด อาจารย์ก็จะใจอ่อน เขาก็จะช่วยพวกเรา นี่คือการเรียนรู้ในราชภัฏสกลนครของเรา ไม่เหมือนมหาวิทยาลัยใหญ่ ๆ เราก็จะเรียนกันแบบนี้ล่ะครับ ก็แบบพ่อ แบบลูก แบบพ่อ แบบแม่ แบบพี่ แบบน้อง เชื่อไหมว่ารุ่นพี่เราเรียนไม่ผ่าน บางทีตามไปถึงบ้านนะครับ รุ่นพี่เรารุ่นที่แล้วไป ติด i ผมไป 5 คนนะครับ ติด i คืออะไร ครับ เกรดไม่ถึงผมเลยติด I ไว้ เพิ่งแก้ให้เมื่อวันจันทร์นะครับ ให้ A ติด i ให้ A เลย แต่ปรากฏว่าให้ A ไปแล้วเกรดไม่ถึง 2 ก็โดน Retie นะ ปี 1 เทอม 1 เทอม 2 เกรดเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 2.00 นะครับ ไม่งั้นพวกเรา ถามว่า Retry คือ ไล่ออกนะครับ แต่ถ้าเราเรียนแล้ว 4 ปี 2.00 คือจบ เราอยากไปซีเรียสกับเรื่องเกรดมาก ว่าอย่าต่ำกว่า 2 ถ้าต่ำกว่า 2 คืออะไร ครับ นะครับ เห็นไหมเมื่อเช้า พี่ ๆ เพื่อน ๆ 3.00 กว่า ๆ เหมือนเมือนพี่ปอยเท่าไรนะ พี่ปอย 3.00 เท่าไรนะ 3.87 นี่จบเกรียตินิยม จบเกียรตินิยมอันดับ 1 นะครับ นี่รุ่นพี่เรา หลายคนถามแล้ว แล้วอาจารย์พ่อเกรดเท่าไร ผมจบ รู้ไหมปุ๋ย อาจารย์จบเกรดเฉลี่ยเท่าไหร่ ผมเองผมเรียนระดับอนุปริญญานะครับ เกรดเฉลี่ยจบ 2.05 นะครับ เห็นไหม .05 ก็จบได้ 2.00 ก็จบ นะครับ ผมกับเพื่อนผมนี่ กอดคอกันจบด้วยกัน ผม 2.05 เพื่อนผมเสี่ยพักเสี่ยแพง 2.00 ตอนนี้เป็นผู้อำนวยการอยู่ ผมจบ 2.05 ตอนนี้ก็เป็นอาจารย์อยู่ตอนผมไปสมัครเรียนปริญญาโทเขาไม่รับ เขาไม่รับ เพราะอะไรรู้ไหม เขาบอกเกรดไม่ถึง เขาบอกเกรดไม่ถึง เกรดต้อง 2.75 แต่ก็ไปตีหน้าเศร้าเอา แล้วบอกว่าเราเรียนมาเยอะมายาก เราน่าจะทำบุญไว้เยอะ อาจารย์ที่สอบสัมภาษณ์เขาก็เห็นใจ เขาก็ให้เราเรียน ถึงจบโทมาได้ ดังนั้น การเรียน ตัวเกรดเฉลี่ย ไม่ใช่ตัวชี้วัดพวกเราว่าพวกเราเก่งหรือไม่เก่งนะครับ นี่มีตัวอย่างให้ดู ผมจบ 2.05 ปัจจุบันยังไม่ได้ขนาดนี้นะครับ แต่เราก็ต้องพยายาม โดยเฉพาะห้อง 2 นะ ลูก ๆ ผมทุกคนนี่ล่ะนะครับ พยายาม ไม่มีอะไรเหนือความคาดหมายนะครับ รุ่นพี่เราหลายคนจบแล้ว เพิ่งมีงานทำส่งข่าวมาว่าได้งานใหม่อีกแล้ว ไอ้นี่เปลี่ยนงานไป 8 งานแล้วนะครับ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ก็ไม่เป็นไร ได้เงินเดือนดีก็ไม่เป็นไร วันนี้ก็ขอขอบคุณพี่เก๋มากนะครับ ที่ช่วยล่ามก็คงเจอกันในสัปดาห์หน้านะครับ ถ้าสัปดาห์ไหนเราหยุด หรือเราไม่ได้ใช้ล่ามออนไลน์ เราก็จะแจ้งให้ทราบก่อนล่วงหน้าครับ ก็ขอบคุณพี่ล่ามมากนะครับ วันนี้ก็คงพอแค่นี้นะครับ ขอบคุณครับ ปิดระบบเลยพลอย ปิดระบบได้เลย โอเคนะครับ พวกเราก็เดี๋ยวเราเจอกัน สัปดาห์หน้าให้หัวหน้าห้องรวบรวมแบบฝึกหัดส่งและไว้ที่โต๊ะอาจารย์นะครับ โอเคครับ เจอกันสัปดาห์หน้าไป [สิ้นสุดการถอดความ] Ր