﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:04,000

2
00:00:04,005 --> 00:00:08,005

3
00:00:08,008 --> 00:00:12,008

4
00:00:12,009 --> 00:00:16,009

5
00:00:16,014 --> 00:00:20,014

6
00:00:20,017 --> 00:00:24,017

7
00:00:24,020 --> 00:00:28,020

8
00:00:28,021 --> 00:00:32,021

9
00:00:32,023 --> 00:00:36,023

10
00:00:36,025 --> 00:00:40,025

11
00:00:40,029 --> 00:00:44,029

12
00:00:44,031 --> 00:00:48,031

13
00:00:48,035 --> 00:00:52,035

14
00:00:52,037 --> 00:00:56,037

15
00:00:56,040 --> 00:01:00,040

16
00:01:00,043 --> 00:01:04,043

17
00:01:04,046 --> 00:01:08,046

18
00:01:08,048 --> 00:01:12,048

19
00:01:12,050 --> 00:01:16,050

20
00:01:16,053 --> 00:01:20,053

21
00:01:20,056 --> 00:01:24,056

22
00:01:24,073 --> 00:01:28,073

23
00:01:28,076 --> 00:01:32,076

24
00:01:32,079 --> 00:01:36,079
(อาจารย์พิเชนทร์) ครับผม สวัสดีครับ

25
00:01:36,083 --> 00:01:40,083
พี่ล่าม พี่ล่ามชื่ออะไรนพ

26
00:01:40,087 --> 00:01:44,087
ขอเสียงพี่ล่ามหน่อย

27
00:01:44,089 --> 00:01:48,089

28
00:01:48,091 --> 00:01:52,091
ปอยไม่มีเสียง

29
00:01:52,094 --> 00:01:56,094

30
00:01:56,096 --> 00:02:00,096

31
00:02:00,099 --> 00:02:04,099

32
00:02:04,101 --> 00:02:08,101
อะไรนะ โอเค ๆ

33
00:02:08,104 --> 00:02:12,104
ชื่อเก๋ อยู่นี่ก็เก๋ อยู่นั่นก็เก๋นะ

34
00:02:12,108 --> 00:02:16,108

35
00:02:16,109 --> 00:02:20,109
ก็วันนี้ก็

36
00:02:20,110 --> 00:02:24,110
มีวิชาผมวิชาเดียวนะครับ ช่วงบ่าย เราคงเจอกัน

37
00:02:24,115 --> 00:02:28,115
นะครับ ประมาณน่าจะครึ่งเทอมนะ

38
00:02:28,117 --> 00:02:32,117
ถอดความมาหรือยังถอดความ

39
00:02:32,119 --> 00:02:36,119
ยังไม่เห็นถอดความเลยนะครับ

40
00:02:36,121 --> 00:02:40,121
ก็ยินดีต้อนรับ

41
00:02:40,122 --> 00:02:44,122
พี่เก๋นะครับ เขาสู่ระบบล่ามออนไลน์ของเรานะครับ

42
00:02:44,124 --> 00:02:48,124
ผมเองก็

43
00:02:48,128 --> 00:02:52,128
เป็นอาจารย์ที่มาทดลองที่นี่นะครับ

44
00:02:52,132 --> 00:02:56,132
พี่เก๋ครับ ทดสอบที่สกลนครน่ะครับ

45
00:02:56,134 --> 00:03:00,134
ก็ต้องขอบคุณทาง TTRS  นะครับ ขอบคุณทาง

46
00:03:00,136 --> 00:03:04,136
กสทช. ขอบคุณทาง Ne

47
00:03:04,137 --> 00:03:08,137
ให้โอกาสเรานะครับ ได้ใช้ล่ามออนไลน์

48
00:03:08,139 --> 00:03:12,139
ใช้มา ใช้ก่อนเพื่อนเลยนะ ของเรา

49
00:03:12,141 --> 00:03:16,141
ใช่ก่อนเพื่อนเลยนะครับ ของเราใช้ก่อนเพื่อนเลยนะครับ

50
00:03:16,142 --> 00:03:20,142
พี่อะไรนะ พี่กาตูน

51
00:03:20,143 --> 00:03:24,143
ลาออกไปแล้วนะครับ เพิ่งเจอกันมาไปกันแล้วนะครับ

52
00:03:24,144 --> 00:03:28,144
ไม่เป็นไรครับ ก็ว่ากันไปนะครับ

53
00:03:28,148 --> 00:03:32,148
ก็คงสักครู่หนึ่งนะครับ พี่เก๋รอสักครู่หนึ่ง

54
00:03:32,186 --> 00:03:36,186
รอ เด็ก ๆ ก่อนสัก 2 3 คน

55
00:03:36,188 --> 00:03:40,188
ให้ข้อมูลพี่เก๋นิดหนึ่งนะครับ

56
00:03:40,192 --> 00:03:44,192
พอดีทางราชภัฏสกลนครเรา มี

57
00:03:44,196 --> 00:03:48,196
ห้องเรียนพิเศษแบบนี้นะครับ 3 ห้องเรียนนะครับ

58
00:03:48,197 --> 00:03:52,197
แต่ ด้วยที่

59
00:03:52,198 --> 00:03:56,198
ผมเองก็เป็นผู้ดูแลทั้งหมดเลยนะครับ ก็

60
00:03:56,200 --> 00:04:00,200
รู้สึกขอบคุณแล้วก็เกรงใจทางด้าน TTRS

61
00:04:00,202 --> 00:04:04,202
ก็เลยขอใช้บริการแค่...

62
00:04:04,203 --> 00:04:08,203

63
00:04:08,204 --> 00:04:12,204
มาครั้งแรกนะครับ

64
00:04:09,780 --> 00:04:13,780

65
00:04:13,781 --> 00:04:17,781
เร

66
00:04:17,784 --> 00:04:21,784

67
00:04:21,785 --> 00:04:25,785

68
00:04:25,790 --> 00:04:29,790
น้อง ๆ ทีมงานทั้งหลาย TTRS

69
00:04:29,792 --> 00:04:33,792
ทำงานหนัก หนักมากนะ

70
00:04:33,793 --> 00:04:37,793
บางคนแทบไม่ได้ดินข้าวเที่ยง

71
00:04:37,795 --> 00:04:41,795
ก็น่าเห็นใจนะครับ ก็ช่วงปีที่แล้วนี่

72
00:04:41,797 --> 00:04:45,797
พี่อี๊ด พี่การ์ตูน ก็ออนไลน์

73
00:04:45,799 --> 00:04:49,799
ออนไลน์จนกลายเป็นครอบครัวเดียวกันนะครับ 2-3

74
00:04:49,800 --> 00:04:53,800
ปีนะครับ มาปีนี้เทอมนี้

75
00:04:53,802 --> 00:04:57,802
บอกไปแล้วนะครับ พี่อิ๋วรายงานว่าลาออกแล้วนะครับ ก็

76
00:04:57,803 --> 00:05:01,803
รู้สึกใจหายนิดหนึ่ง

77
00:05:01,805 --> 00:05:05,805
ครับ ๆ ก็เห็นพี่อิ๋วแจ้งว่า

78
00:05:05,807 --> 00:05:09,807
ให้พี่เก๋มาช่วยนะครับ

79
00:05:09,808 --> 00:05:13,808
เป็นสแตนบายให้ ก็ขอบคุณด้วยนะ

80
00:05:13,809 --> 00:05:17,809
ครับ เรายับรับเรื่อย ๆ นะพี่เก๋

81
00:05:17,811 --> 00:05:21,811
เรื่อย ๆ นะ พี่เก๋ ทุกรุ่น

82
00:05:21,813 --> 00:05:25,813
ปี

83
00:05:25,817 --> 00:05:29,817
ปีหน้าอีก 2 ปีเราจะงดรับ

84
00:05:29,818 --> 00:05:33,818
นะครับ งดรับเด็กคอมพิวเตอร์

85
00:05:33,819 --> 00:05:37,819
เราไม่งดรับเด็กหูครับ เราจะงดรับเอกคอมพิวเตอร์

86
00:05:37,822 --> 00:05:41,822
นะครับเราจะรับใหม่อีก

87
00:05:41,823 --> 00:05:45,823
ปี 2567 นะครัย ปี 2567 ปี

88
00:05:45,825 --> 00:05:49,825
2567 - 2568 ผมกำลังทำ

89
00:05:49,828 --> 00:05:53,828
หลักสูตรใหม่นะครับ เป็นหลักสูตรสำหรับผู้พิการโดยเฉพาะนะครับ

90
00:05:53,830 --> 00:05:57,830

91
00:05:57,832 --> 00:06:01,832
ได้ยินแต่มันเบา

92
00:06:01,833 --> 00:06:05,826
ไม่เป็นไร ๆ

93
00:06:05,834 --> 00:06:09,834
ก็ต้องขอบคุณทาง TTRS อีกครั้งหนึ่งนะครับ

94
00:06:09,835 --> 00:06:13,835
เพราะว่า ลูกศิษท์เราที่จบไป

95
00:06:13,836 --> 00:06:17,836
2 รุ่นนะครับ ก็ตอนนี้ก็ทำงานที่ TTRS นะครับ

96
00:06:17,838 --> 00:06:21,838
น้องปุ๊กกี้นะครับ ที่เป็นนางงามพี่เก๋

97
00:06:21,852 --> 00:06:25,852
คงเห็นนะ ถ้าเขาไปใน TTRS นะครับ

98
00:06:25,854 --> 00:06:29,854
ก็ทำงานที่นั่นเลย

99
00:06:29,857 --> 00:06:33,857
ปี 19, ปี 20 นะครับ ก็ได้รับคำชื่นชม

100
00:06:33,860 --> 00:06:37,860
นะครับ จาก TTRS ว่า

101
00:06:37,862 --> 00:06:41,862
มือสวยนะครับ ล่ามมือสวยนะครับ

102
00:06:41,864 --> 00:06:45,864
แต่เราก็เสียดายอยู่นะครับพี่เก๋

103
00:06:45,865 --> 00:06:49,865
เลยนะครับ แล้วก็รุ่นก่อนนั้นนะครับ เราไม่ได้ใช้

104
00:06:49,866 --> 00:06:53,866
ออนไลน์ล่ามทางไกลเรา เราไปโดน

105
00:06:53,868 --> 00:06:57,868
จากส่วนกลาง ว่าให้ว่าภาษามือเราเป็นภาษาบ้านนอก

106
00:06:57,869 --> 00:07:01,869
นะครับ ผมยังจำคำนี้ได้เลยนะครับ

107
00:07:01,870 --> 00:07:05,870
ผมโดนทางด้านส่วนกลางบอกว่าลูกศิษย์อาจารย์น่ะ

108
00:07:05,872 --> 00:07:09,872
เวลามาใช้ภาษามือกับทางส่วนกลาง

109
00:07:09,873 --> 00:07:13,873
ปรากฏว่าเป็นภาษาแบบบ้านนอกนะ

110
00:07:13,874 --> 00:07:17,874
เขา ใช้คำว่าบ้านนอกผมก็

111
00:07:17,875 --> 00:07:21,875
ไม่ได้ว่าอะไรนะครับ แต่ก็คิดในใจ

112
00:07:21,878 --> 00:07:25,878
ว่าทำไมบ้านนอกอย่างไร เราสกลนครเราก็บ้านนอกอยู่แล้ว

113
00:07:25,879 --> 00:07:29,879
เราก็ไม่รู้นะครับ ใช่ ๆ

114
00:07:29,880 --> 00:07:33,880

115
00:07:33,882 --> 00:07:37,882
แต่พอปีรุ่นที่ 2 นะครับ รุ่นปุ๊กกี้น่ะ รุ่นที่ 1, รุ่นที่ 2

116
00:07:37,885 --> 00:07:41,885
รุ่นที่ 3 รุ่นที่ 4 ในห้องนี้ ณ ปัจจุบัน

117
00:07:41,887 --> 00:07:45,887
คือ รุ่นที่ 5 นะครับ รุ่นที่ 5 น้อง ๆ คุ้นเคยนะครับ

118
00:07:45,888 --> 00:07:49,888
กับทีวี จากที่เรียนกับเรา

119
00:07:49,890 --> 00:07:53,890
แล้วก็จากที่เรียนกับเรานะครับ

120
00:07:53,891 --> 00:07:57,891
ได้หรือยัง

121
00:07:57,892 --> 00:08:01,892
ไอ้พลอย ถอดความ

122
00:08:01,892 --> 00:08:05,892

123
00:08:05,893 --> 00:08:09,893

124
00:08:09,895 --> 00:08:13,895
รอถอดความแป๊บหนึ่งครับพี่เก๋

125
00:08:13,897 --> 00:08:17,897
แป๊บหนึ่ง เรามีอยู่ 2-3 ระบบในชุดเดียวกัน

126
00:08:17,898 --> 00:08:21,898

127
00:08:21,899 --> 00:08:25,899
เราก็ใช้เวลาเกือบ 2 ปีนะครับ

128
00:08:25,901 --> 00:08:29,901
ระบบนี้กว่าจะสำเร็จได้นะครับ

129
00:08:29,903 --> 00:08:33,903
ทางทีมงาน

130
00:08:33,904 --> 00:08:37,904
พี่อิ๋ว ก็มาเทียวไปเทียวมา

131
00:08:37,907 --> 00:08:41,907
นะครับ สกลนคร - กรุงเทพฯ นะครับ ถ้าแถวบ้านผมเรียก

132
00:08:41,909 --> 00:08:45,909
เทียวไปเทียวมาเหมือนไปนา

133
00:08:45,910 --> 00:08:49,910
พี่เก๋

134
00:08:49,910 --> 00:08:53,910
เป็นคนที่ไหนครับ เป็นคน

135
00:08:53,912 --> 00:08:57,912
จังหวัดอะไร กรุงเทพฯ

136
00:08:57,913 --> 00:09:01,913
อ๋อ แต่เป็นคนกรุงเทพโดยกำเนิดหรือ

137
00:09:01,915 --> 00:09:05,915
อย่างนั้นก็ผมสอน ผมจะได้ไม่ใช่ Original ไง

138
00:09:05,916 --> 00:09:09,916
ใช้ อริจินอลไง ไม่ใช่ภาษาถิ่น

139
00:09:09,921 --> 00:09:13,921

140
00:09:13,923 --> 00:09:17,923
เพราะปีที่ 1 ผมสอน ๆ ไป

141
00:09:17,924 --> 00:09:21,924
แล้วผมใช้ภาษาท้องถิ่นนะครับ ภาษาย้อ

142
00:09:21,925 --> 00:09:25,925
ภาษา พื้นที่สกลนคร

143
00:09:25,927 --> 00:09:29,927
แล้วปรากฏพี่ล่ามทำมือไม่เข้าใจ ถอดความ

144
00:09:29,928 --> 00:09:33,928
ก็ใช้เครื่องหมาย ? จนลูกศิษย์ของเรา

145
00:09:33,930 --> 00:09:37,930
ลุกขึ้นแล้วก็ยกมือชี้มาที่ล่ามหน้าจอ

146
00:09:37,931 --> 00:09:41,931
ผมก็เลยมองดูเห็นล่าม ล่ามก็ทำมือ

147
00:09:41,934 --> 00:09:45,934
ชี้โบ้ชี้เบ้บอกว่าอาจารย์พิเชนทร์พูดอะไร

148
00:09:45,940 --> 00:09:49,940
นะครับ ก็เลยเป็นที่มาผมก็เลยแนะนำ

149
00:09:49,944 --> 00:09:53,944
ทางด้าน TTRS ก็รับล่ามภาษามือคนอีสานด้วย

150
00:09:53,945 --> 00:09:57,945
นะครับก็จะได้ฟังภาษาอีสารออก

151
00:09:57,947 --> 00:10:01,947
ก็เป็นที่มานะครับ

152
00:10:01,948 --> 00:10:05,948
ใช่ รับคนอีสานไม่พอ รับคนภาคเหนือด้วย รับคนใต้ด้วย

153
00:10:05,950 --> 00:10:09,950
นะครับ มาเป็นล่าม เอาทุกภาค

154
00:10:09,951 --> 00:10:13,951
ให้ชัดเจนนะครับ เพราะปกติ

155
00:10:13,952 --> 00:10:17,952
เวลาผมสอนผมจะใส่ภาษาถิ่นเป็นส่วนใหญ่นะครับ เพราะ

156
00:10:17,953 --> 00:10:21,953
เด็กท้องถิ่นนะครับ

157
00:10:21,954 --> 00:10:25,954
ได้ไหม ถอดความ ก็จะ

158
00:10:25,955 --> 00:10:29,955
ล่ามอย่างเดียวนะ

159
00:10:29,956 --> 00:10:33,956

160
00:10:33,957 --> 00:10:37,957
อันนี้รอถอดความนิดหนึ่ง

161
00:10:37,961 --> 00:10:41,961
นะครับ

162
00:10:41,962 --> 00:10:45,962

163
00:10:45,966 --> 00:10:49,966

164
00:10:49,970 --> 00:10:53,970

165
00:10:53,971 --> 00:10:57,971

166
00:10:57,974 --> 00:11:01,974

167
00:11:01,977 --> 00:11:05,977
ได้ไหม

168
00:11:05,979 --> 00:11:09,979
อ่าวหรือ

169
00:11:09,981 --> 00:11:13,981
เหมือนกันลูก เหมือนกัน

170
00:11:13,984 --> 00:11:17,984

171
00:11:17,988 --> 00:11:21,988

172
00:11:21,990 --> 00:11:25,990
มาแล้วก็นั่งที่นะครับ

173
00:11:25,994 --> 00:11:29,994
นั่งที่นะครับ

174
00:11:29,995 --> 00:11:33,995
เก้าอี๋พิเศษเรามีให้นะครับ

175
00:11:33,999 --> 00:11:37,999

176
00:11:38,001 --> 00:11:42,001
มาแล้ว ๆ นะครับ ถอดความมาแล้วนะครับ

177
00:11:42,003 --> 00:11:46,003
ทีนี้

178
00:11:46,004 --> 00:11:50,004
จะต้องตั้งใจบรรยายนิดนึงนะครับ

179
00:11:50,005 --> 00:11:54,005
ทีมงานซอฟต์แวร์พาทีจะมา

180
00:11:54,006 --> 00:11:58,006
ขอบันทึกเสียงนะครับ ขอถอดเอาไปทำเป็นโปรแกรมถอดความ

181
00:11:58,007 --> 00:12:02,007
แต่ก็จะมีบางช่วงพี่เก๋นะ จะใช้

182
00:12:02,009 --> 00:12:06,009
ภาษาทองถิ่นนะครับ Orijina;

183
00:12:06,010 --> 00:12:10,010
ให้มีความหลากหลายนะครับ เพราะว่าในห้องเรียนเรา

184
00:12:10,013 --> 00:12:14,013
นะครับ ในห้องเรียนเราขณะนี้ก็

185
00:12:14,015 --> 00:12:18,015
มีน้อง ๆ ปกติอยู่

186
00:12:18,016 --> 00:12:22,016
ประมาณ 30 กว่าคนแล้วก็มีน้อง ๆหูหนวกอีัก

187
00:12:22,023 --> 00:12:26,023
ประมาณ 8 คนนะครับ

188
00:12:26,024 --> 00:12:30,024
ครับ ๆ

189
00:12:30,025 --> 00:12:34,025
ก็... อ๋อ

190
00:12:34,027 --> 00:12:38,027
มันอุบลมันลาวนะ ไม่ใช้ย้อนะ

191
00:12:38,028 --> 00:12:42,028
เดี๋ยวฟังดูแล้วกันนะ ภาษาผมจะฟังออกไหม เพราะ

192
00:12:42,032 --> 00:12:46,032
ว่าเป็นภาษาท้องถิ่นนะครับ

193
00:12:46,034 --> 00:12:50,034
ครบหรือยัง ครบหรือยังเด็ก ๆ

194
00:12:50,036 --> 00:12:54,036
วันนี้นะครับก็

195
00:12:54,038 --> 00:12:58,038
จะพูดถึงนะครับ ความเป็นมา

196
00:12:58,040 --> 00:13:02,040
ของวิชาระบบปฏิบัติการและแพลตฟอร์ม

197
00:13:02,045 --> 00:13:06,045
คอมพิวเตอร์นะครับ เรียนรายวิชาผมก็

198
00:13:06,047 --> 00:13:10,047
ไม่ต้องรีบร้อนนะครับ

199
00:13:10,050 --> 00:13:14,050
ใจเย็น ๆ นะครับ

200
00:13:14,053 --> 00:13:18,053
ค่อย ๆ ไป เราจะไม่รีบไม่ร้อนนะครับ

201
00:13:18,058 --> 00:13:22,058
เห็นไหม ภาษาท้องถิ่นเริ่มมาแล้วนะครับ เก๋

202
00:13:22,059 --> 00:13:26,059
นะครับเราจะไม่รีบ

203
00:13:26,061 --> 00:13:30,061
เนื้อหารายวิชานี้นะครับ ส่วนใหญ่จะเป็นบรรยาย

204
00:13:30,062 --> 00:13:34,062
นะครับ ผมจะสอน

205
00:13:34,065 --> 00:13:38,065
อยู่ประมาณครึ่งเทอมนะครับ สอนประมาณ

206
00:13:38,066 --> 00:13:42,066
ครึ่งเทอม  ส่วน

207
00:13:42,067 --> 00:13:46,067
ครึ่งเทอมหลังผมจะสอนภาคปฏิบัติ

208
00:13:46,068 --> 00:13:50,068
นะครับ พอสอนภาคปฏิบัติผมจะไม่ใช้

209
00:13:50,069 --> 00:13:54,069
ห้องนะครับ เราจะแยกไปสอนที่อาคาร 7

210
00:13:54,071 --> 00:13:58,071
นะครับ พอเวลาเราเรนียนปฏิบัติ

211
00:13:58,072 --> 00:14:02,072
ผมจะไม่ให้มาเรียนทั้งห้องแบบนี้นะครับ ผมจะให้เรียนเป็นกลุ่ม

212
00:14:02,073 --> 00:14:06,073
นะครับ กลุ่มละ 8 คน

213
00:14:06,074 --> 00:14:10,074
นะครับ เดี๋ยวจะบอกว่าสัปดาห์ที่ 1 กลุ่มไหน

214
00:14:10,076 --> 00:14:14,076
สัปดาห์ไหนกลุ่มที่ 8 เรียน

215
00:14:14,085 --> 00:14:18,085
เราจะแยกเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 8 คน พอแยก

216
00:14:18,086 --> 00:14:22,086
เรียนเสร็จสอบเลยให้มันจบ

217
00:14:22,087 --> 00:14:26,087
คือ ภาคปฏิบัตินะครับ ส่วนภาคปฏิบัติจะเรียนอะไร ค่อยว่ากัน

218
00:14:26,090 --> 00:14:30,090
นะครับ มาดูนะครับ

219
00:14:30,091 --> 00:14:34,091
ในบทนี้นะครับ จะพูดถึงพื้นฐาน

220
00:14:34,093 --> 00:14:38,093
พื้นฐานนะครับ พื้นฐานคอมพิวเตอร์เรา

221
00:14:38,097 --> 00:14:42,097
ว่าเป็นมาอย่างไรนะครับ

222
00:14:42,098 --> 00:14:46,098

223
00:14:46,099 --> 00:14:50,099

224
00:14:50,106 --> 00:14:54,106

225
00:14:54,107 --> 00:14:58,107
เหมือนมันไม่โชว์ขึ้นหน้าจอ

226
00:14:58,113 --> 00:15:02,113

227
00:15:02,114 --> 00:15:06,114
ไปอยู่หรือ ทำไมของค่อยไม่เปลี่ยน

228
00:15:06,116 --> 00:15:10,116
อันนี้ไม่เปลี่ยน

229
00:15:10,117 --> 00:15:14,117
เอาแล้ว ระบบนะ

230
00:15:14,120 --> 00:15:18,120
หน้าจอเปลี่ยน แต่หน้าจอ

231
00:15:18,121 --> 00:15:22,121
ผมไม่เปลี่ยนนะครับ

232
00:15:22,123 --> 00:15:26,123

233
00:15:26,125 --> 00:15:30,125
โอเคนะครับ ดูต่อนะครับ

234
00:15:30,127 --> 00:15:34,127
เกิดข้อผิดพลาด

235
00:15:34,128 --> 00:15:38,128
ทางราชภัฏนิดหน่อยนะครับ ค่อย ๆ แก้ไปนะครับ

236
00:15:38,129 --> 00:15:42,129
มาแล้วก็

237
00:15:42,130 --> 00:15:46,130
อย่าเพิ่งคุยกันนะครับ ตั้งใจฟังก่อนนะครับ

238
00:15:46,132 --> 00:15:50,132
อันแรกนะครับเป็นความรู้

239
00:15:50,137 --> 00:15:54,137
เกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์และระบบปฏิบัติการนะครับ

240
00:15:54,139 --> 00:15:58,139
คอมพิวเตอร์

241
00:15:58,140 --> 00:16:02,140
หมายถึงอะไรนะครับ

242
00:16:02,141 --> 00:16:06,141
ในความคิดเรา เราคิดว่า

243
00:16:06,142 --> 00:16:10,142
หมายถึงอะไร ถามมิ่ง

244
00:16:10,144 --> 00:16:14,144
มิ่งคิดว่าคอมพิวเตอร์ในความคิดมิ่งหมายถึงอะไรครับ

245
00:16:14,145 --> 00:16:18,145
ไอ้ที่ตั้งอยู่ข้างหน้าน่ะ

246
00:16:18,154 --> 00:16:22,154
เราคิดว่ามันคืออะไร

247
00:16:22,155 --> 00:16:26,155
ในความคิดเรานะ ไม่ต้องอ่านในสไลด์นะ ความคิดเรา

248
00:16:26,156 --> 00:16:30,156

249
00:16:30,160 --> 00:16:34,160

250
00:16:34,161 --> 00:16:38,161

251
00:16:38,166 --> 00:16:42,166

252
00:16:42,169 --> 00:16:46,169
นี่ ๆ บาสใช่ไหม

253
00:16:46,170 --> 00:16:50,170
บาส ต้า ไอ้ต้า

254
00:16:50,173 --> 00:16:54,173
นี่มิ๊กกี้

255
00:16:54,175 --> 00:16:58,175
ใช่ไหม เดี๋ยวสลับสิ แม็กกี้

256
00:16:58,176 --> 00:17:02,176
กดตรงไหนนะลืมแล้วนี่ ล่ามไอ้นี่หรือเปล่า

257
00:17:02,179 --> 00:17:06,179
ไอ้เราเบอร์อะไร เบอร์ 1

258
00:17:06,180 --> 00:17:10,180
ถามแม็กกี้

259
00:17:10,181 --> 00:17:14,181
ถามแม็กอะไรนะ แม็กกี้

260
00:17:14,187 --> 00:17:18,187
ดูในจอจะได้คุ้นเคย ดูในจอ อยากถามแม็กกี้ว่า

261
00:17:18,189 --> 00:17:22,189
คอมพิวเตอร์ในความคิดของแม็กกี้มันคืออะไร

262
00:17:22,190 --> 00:17:26,190

263
00:17:26,192 --> 00:17:30,192
คืออะไรตอบสิ ๆ

264
00:17:30,194 --> 00:17:34,194
ลองตอบ ตอบเลยหน้าเราตอบตรงนั้นได้เลย

265
00:17:34,195 --> 00:17:38,195
ตอบได้เลยลูก ทำภาษามือ

266
00:17:38,196 --> 00:17:42,196
เลยลูกบอกเลยบอกผ่าพี่เก๋เลย

267
00:17:42,197 --> 00:17:46,197

268
00:17:46,198 --> 00:17:50,198

269
00:17:50,199 --> 00:17:54,199
ไม่เห็นมือหรือ เก้าอี้มันนั่นไป

270
00:17:54,201 --> 00:17:58,201
เห็นมือไหม

271
00:17:58,203 --> 00:18:02,203

272
00:18:02,204 --> 00:18:06,204

273
00:18:06,206 --> 00:18:10,206

274
00:18:10,208 --> 00:18:14,208

275
00:18:14,212 --> 00:18:18,212

276
00:18:18,217 --> 00:18:22,217

277
00:18:22,219 --> 00:18:26,219
เก่งนะนี่ เก่งนะ

278
00:18:26,221 --> 00:18:30,221
ให้ความหมายได้ลึกซึ่งนะครับ

279
00:18:30,223 --> 00:18:34,223
ตี๋นี่เบอร์ 8 ใช่ไหม

280
00:18:34,229 --> 00:18:38,229
ไหนล่ะเบอร์ 8 เบอร์ 8

281
00:18:38,230 --> 00:18:42,230

282
00:18:42,232 --> 00:18:46,232
ตี๋ ตี๋ตอบสิว่า

283
00:18:46,233 --> 00:18:50,233
ในความคิดตี๋คิดว่าคอมพิวเตอร์คืออะไรลูก

284
00:18:50,235 --> 00:18:54,235

285
00:18:54,236 --> 00:18:58,236
ตอบผ่านพี่ล่ามเลย

286
00:18:58,238 --> 00:19:02,238

287
00:19:02,245 --> 00:19:06,245

288
00:19:06,248 --> 00:19:10,248

289
00:19:10,251 --> 00:19:14,251

290
00:19:14,252 --> 00:19:18,252

291
00:19:18,256 --> 00:19:22,256

292
00:19:22,258 --> 00:19:26,258
(ล่าม) ประมาณนี้ครับ

293
00:19:23,049 --> 00:19:27,049

294
00:19:27,051 --> 00:19:31,051

295
00:19:31,055 --> 00:19:35,055
ได

296
00:19:35,057 --> 00:19:39,057
ถามผ

297
00:19:39,059 --> 00:19:43,059
บาส บาสใช่ไหม บาสเบอร์อะไร เบอร์ 7

298
00:19:43,061 --> 00:19:47,061

299
00:19:47,062 --> 00:19:51,062
เอาเสียหน่อย ๆ

300
00:19:51,065 --> 00:19:55,065
ถามบาส คำถามเดียวกันเลย คอมพิวเตอร์

301
00:19:55,080 --> 00:19:59,080
หมายถึงอะไร

302
00:19:59,083 --> 00:20:03,083

303
00:20:03,085 --> 00:20:07,085
(ล่าม) คอมพิวเตอร์ใช่ไหมครับ ก็เกี่ยวกับระบบครับ มี CPU

304
00:20:07,087 --> 00:20:11,087
มีระบบที่สามารถพิมพ์ได้ มีระบบต่าง ๆ ที่

305
00:20:11,089 --> 00:20:15,089
เอาไว้เก็บข้อมูล แล้วก็มีระบบต่าง ๆ

306
00:20:15,091 --> 00:20:19,091
แล้วก็มีความรู้ต่าง ๆ ที่อยุ่ในระบบ

307
00:20:19,093 --> 00:20:23,093
เดี๋ยวนี้เก่งนะนี่ ตอบได้กันหมดเลย

308
00:20:23,095 --> 00:20:27,095
รุ่นก่อน ๆ ไม่ตอบเลยนะครับ จะนั่งยิ้ม ตอนนี้ไม่รู้ว่า

309
00:20:27,096 --> 00:20:31,096
ใครน่าบูด ใครหัวเรา ใครใส่หน้ากากกัน

310
00:20:31,097 --> 00:20:35,097
ใครไม่ใส่หน้ากาก ก็อย่าเอามาแพร่เพื่อน

311
00:20:35,103 --> 00:20:39,103
นะครับ เพราะว่าปี 2, ปี 3 เป็น COVID กันเยอะ

312
00:20:39,105 --> 00:20:43,105
สำหรับเด็ก ๆ ที่ตอบคำถามนะครับ

313
00:20:43,108 --> 00:20:47,108
นี่คือผมพยายามจะให้น้อง ๆ ปี 1 นะ พี่เก๋นะ ว่า

314
00:20:47,109 --> 00:20:51,109
เวลาที่เรีนนในห้อง

315
00:20:51,111 --> 00:20:55,111
ผ่านล่ามออนไลน์นี่เราสามารถที่จะถามอาจารย์ได้ตลอดเวลา

316
00:20:55,112 --> 00:20:59,112
สวิตช์ถามได้ตลอดเวลา เราพยายามถาม

317
00:20:59,113 --> 00:21:03,113
นะครับ ถ้าเราถามอย่างนี้ เราจะสื่อสาร เราจะคุ้นเคยกัน

318
00:21:03,114 --> 00:21:07,114
นะครับเพื่อนหูดีเหมือนกันนะ

319
00:21:07,120 --> 00:21:11,120
เราสามารถกด ผมสามารถกดสวิตช์หน้าพวกเราได้หมดนะครับ

320
00:21:11,127 --> 00:21:15,127
คุยกันได้นะครับ เราจะพยายามศึกษาเรียนรู้กันไป

321
00:21:15,129 --> 00:21:19,129
มันก็จะเป็นการเรียนที่มันจะแหวก ไม่เหมือนกับ

322
00:21:19,140 --> 00:21:23,140
ห้องปกติทุ่วไป มาดูนะครับความหมาย

323
00:21:23,141 --> 00:21:27,141
ของคอมพิวเตอร์ก็มีคนให้เยอะแยะมากมายนะครับ

324
00:21:27,143 --> 00:21:31,143
แต่ในความหมายภาครวม

325
00:21:31,145 --> 00:21:35,145
คอมพิวเตอร์ ก็คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่ง

326
00:21:35,147 --> 00:21:39,147
นะครับ ที่ต้องอาศัยไฟ

327
00:21:39,148 --> 00:21:43,148
นะครับ ไม่มีไฟทำงานได้ไหม

328
00:21:43,150 --> 00:21:47,150
ทำไม่ได้ใช่ไหม แต่คอมพิวเตอร์

329
00:21:47,156 --> 00:21:51,156
มีความสามารถที่มากกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป คืออะไรครับ

330
00:21:51,157 --> 00:21:55,157
ในตัวคอมพิวเตอร์เองนะครับจะมี

331
00:21:55,158 --> 00:21:59,158
หน่วยประมวลผลอยู่ข้างในเครื่องใช่ไหม

332
00:21:59,159 --> 00:22:03,159
ที่เรียนเรียกว่า "CPU" ใช่ไหม

333
00:22:03,160 --> 00:22:07,160
มันจำได้ มันคิดได้ มันประมวลผลได้

334
00:22:07,161 --> 00:22:11,161
นี่ควา่มแตกต่างจาก

335
00:22:11,162 --> 00:22:15,162
เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทอื่นนะครับ นั่นหมายความว่า

336
00:22:15,165 --> 00:22:19,165
คอมพิวเตอร์หมายถึงอะไร มีความหมายเยอะแยะมากมายเลยนะครับ ในนี้

337
00:22:19,166 --> 00:22:23,166
เขาสรุปมาให้เรา ก็คือเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างหนึ่ง ที่

338
00:22:23,168 --> 00:22:27,168
สามารถรับข้อมูลและรับชุดคำสั่ง

339
00:22:27,170 --> 00:22:31,170
และไปประมวลผลและแสดงผลออกมาได้นะครับ

340
00:22:31,173 --> 00:22:35,173

341
00:22:35,175 --> 00:22:39,175

342
00:22:39,177 --> 00:22:43,177

343
00:22:43,181 --> 00:22:47,181

344
00:22:47,187 --> 00:22:51,187

345
00:22:51,189 --> 00:22:55,189

346
00:22:55,191 --> 00:22:59,191
คราวนี้เรามาดูประเภทของคอมพิวเตอร์

347
00:22:59,193 --> 00:23:03,193
มีกี่ประเภทนะครับ ในที่นี้นะครับ

348
00:23:03,195 --> 00:23:07,195
เขาแบ่งคอมพิวเตอร์ออกเป็น

349
00:23:07,197 --> 00:23:11,197
ทั้งหมดนะครับ 7

350
00:23:11,198 --> 00:23:15,198
7 ประเภทนะครับ

351
00:23:15,199 --> 00:23:19,199
ก็คือ Super Computer นะครับ Mainframe Computer, Mini Computer,

352
00:23:19,203 --> 00:23:23,203
PC นะครับ แล้วก็ Notebook นะครับ

353
00:23:23,204 --> 00:23:27,204
แล้วก็ Computer Network นะครับ มี 7 ประเภท

354
00:23:27,205 --> 00:23:31,205
ถ้ามาอ่านตำรา

355
00:23:31,206 --> 00:23:35,206
หลายเล่ม ไปค้นคว้าอินเทอร์เน็ตหลายที่นะครับ

356
00:23:35,208 --> 00:23:39,208
หลายคนแต่งนะครับ

357
00:23:39,208 --> 00:23:43,208
หลายคนเขียน ความหมาย ประเภทก็จะ

358
00:23:43,209 --> 00:23:47,209
ไม่เหมือนกันนะครับดังนั่น

359
00:23:47,211 --> 00:23:51,211
วิธีการเรียนทำอย่างไรครับ ในสถานศึกษานั้น

360
00:23:51,213 --> 00:23:55,213
เราเป็นนักศึกษานะครับ ถ้าเกิดว่าเรา

361
00:23:55,215 --> 00:23:59,215
เรียนในห้องนี้นะครับ สไลด์ที่ผมนำมาสอนตอนนี้

362
00:23:59,220 --> 00:24:03,220
บอกว่า 7 ประเภท แสดงว่า

363
00:24:03,236 --> 00:24:07,236
เราก็ต้องท่องไว้เอาไว้สอบนะครับ

364
00:24:07,238 --> 00:24:11,238
ต้องตามอาจารย์ผู้สอนนะ ตามสไลด์ไปนะครับ ผมก็

365
00:24:11,241 --> 00:24:15,241
อยากจะเปลี่ยนเหมือนกันนะ บางทีก็ใช้ร่วมกัน 7 ก็ 7

366
00:24:15,242 --> 00:24:19,242
ดูประเภทที่ 1 นะครับ

367
00:24:19,248 --> 00:24:23,248
Super Computer นะครับ หรือคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่

368
00:24:23,251 --> 00:24:27,251
นะครับ ชื่อก็บอกนะเป็นคอมพิวเตอร์นะครับ

369
00:24:27,252 --> 00:24:31,252
ขนาดใหญ่นะครับ ขนาดใหญ่ ใหญ่แค่ไหน

370
00:24:31,253 --> 00:24:35,253
ใหญ่เท่าห้องเรานี่

371
00:24:35,254 --> 00:24:39,254
ซึ่งถามว่าคอมพิวเตอร์ประเภทนี้ทำอย่างไรครับ

372
00:24:39,255 --> 00:24:43,255
มีราคาแพงที่สุดนะครับ

373
00:24:43,257 --> 00:24:47,257
ทำงานด้วยความเร็วสูงนะครัย เช่น

374
00:24:47,260 --> 00:24:51,260
การประมวลผลที่สับซ้อน

375
00:24:51,261 --> 00:24:55,261
เช่น การสร้างขีปนาวุธ การสร้างยานอวกาศ

376
00:24:55,264 --> 00:24:59,264
นะครับ การพยากรณ์อากาศ

377
00:24:59,280 --> 00:25:03,280
วันนี้ฝนจะตกไหม พรุ่งนี้ฝนจะตกไหม

378
00:25:03,281 --> 00:25:07,281
พวกนี้คือSuper Computerนะครับ

379
00:25:07,283 --> 00:25:11,283
ดูรูปนี้ นี่คือ Super Computer

380
00:25:11,285 --> 00:25:15,285
นะครับ

381
00:25:15,286 --> 00:25:19,286
ถามว่าในประเทศไทยมีไหม มีไหมครับ

382
00:25:19,289 --> 00:25:23,289
เราว่ามีไหมในประเทศไทย

383
00:25:23,291 --> 00:25:27,291
มีไหม

384
00:25:27,292 --> 00:25:31,292
ห้องหนึ่ง ห้องหนึ่ง

385
00:25:31,293 --> 00:25:35,293
ว่ามีไหม Super Computer

386
00:25:35,294 --> 00:25:39,294
มีไหมครับ ดูนี่ดู

387
00:25:39,295 --> 00:25:43,295
เช่น งานพยากรณ์อากาศ

388
00:25:43,297 --> 00:25:47,297
มีไหมประเทศไทยมีไหม ฟังอยู่ทุกเช้า

389
00:25:47,299 --> 00:25:51,299
นะครับ ใช่ไหม ข่าวพยากรณ์อากาศ ดาวเทียมพวกนี้

390
00:25:51,301 --> 00:25:55,301
นะครับ

391
00:25:55,302 --> 00:25:59,302
คอมพิวเตอร์ประเภทที่ 2 นะครับ

392
00:25:59,303 --> 00:26:03,303
คอมพิวเตอร์ขนาดกลาง Mainframe Computer นะครับ

393
00:26:03,307 --> 00:26:07,307
ก็เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีขนาด

394
00:26:07,310 --> 00:26:11,310
เล็กลงมาจาก Super Computer ที่เล็กลงมา

395
00:26:11,312 --> 00:26:15,312
ประมาณสักครึ่งห้อง เมื่อกี้เต็มห้องนะ ประมาณสักครึ่งห้องนะครับ

396
00:26:15,313 --> 00:26:19,313
Mainframe Computer ก็มีประสิทธิภาพ

397
00:26:19,316 --> 00:26:23,316
สูง แต่ก็น้อยกว่า Super Computer

398
00:26:23,318 --> 00:26:27,318
นะครับ ก็ทำงานใน

399
00:26:27,320 --> 00:26:31,320
องค์กรที่เล็กลง เช่น ธนาคาร

400
00:26:31,330 --> 00:26:35,330
บริษัทประกันภัย

401
00:26:35,331 --> 00:26:39,331
นะครับ ธนาคาร เช่นอะไรครับ ธนาคารอย่างที่เราไปกด

402
00:26:39,333 --> 00:26:43,333
เงิน ATM อยูหน้ามหาลัยบ้า

403
00:26:43,334 --> 00:26:47,334
ห้างสรรพสินค้าบ้าง มันจะมี Mainframe Computer อยู่ที่ส่วนกลาง

404
00:26:47,336 --> 00:26:51,336
นะครับ เอาไว้ประมวลผลแล้วก็กระจายออกไป

405
00:26:51,337 --> 00:26:55,337
แต่ละตู้ แต่ละสาขาที่อยู่ตามประเทศไทยของเรา

406
00:26:55,338 --> 00:26:59,338
สถานที่ต่าง ๆ ในประเทศไทยของเรา

407
00:26:59,339 --> 00:27:03,339
นึกภาพตามนะ เช่น เราไปกดสตางค

408
00:27:03,341 --> 00:27:07,341
นะครับ เช่น ธนาคารออมสิน

409
00:27:07,343 --> 00:27:11,343
อย่างนี้นะครับ ธนาคารออมสินก็จะมี

410
00:27:11,345 --> 00:27:15,345
คอมพิวเตอร์ขนาดกลางอยู่

411
00:27:15,346 --> 00:27:19,346
ทั่วประเทศในการกดเงินของเรานะครับ

412
00:27:19,347 --> 00:27:23,347
ฟ้าร้องแล้วนะครับ

413
00:27:23,349 --> 00:27:27,349
เราเคยคิดไหมครับ ว่าในตู้

414
00:27:27,351 --> 00:27:31,351
มีอะไรบ้าง ที่อุบลเคยเห็นไหม

415
00:27:31,353 --> 00:27:35,353
มีอะไรบ้าง รู้ไหมข้างในมันมีอะไรบ้างอยู่ในหลังตู้น่ะ

416
00:27:35,355 --> 00:27:39,355

417
00:27:39,356 --> 00:27:43,356
หัวหน้าห้องหมู่ 1 ทราบไหมว่ามีอะไรข้างใน

418
00:27:43,360 --> 00:27:47,360
รู้ไหมว่าข้งในมันมีอะไรข้างใน

419
00:27:47,362 --> 00:27:51,362
อยู่ในตู้ ATM นั้นนะครับ

420
00:27:51,364 --> 00:27:55,364
1 เครื่องสำรองไฟ เครื่อง UPS

421
00:27:55,366 --> 00:27:59,366
2. มีเครื่องคอมพิวเตอร์ เหมือนเครื่องข้างหลัง

422
00:27:59,368 --> 00:28:03,368
เป็น PC อยู่

423
00:28:03,369 --> 00:28:07,369
ข้างหลังนะครับ แล้วก็เปิด-ปิด ๆ

424
00:28:07,371 --> 00:28:11,371
นะครับ แล้วก็แสดงผลหน้าจอเราใช่ไหม

425
00:28:11,372 --> 00:28:15,372
หน้าที่เราเห็นน่ะ เราก็ไปกดสตางค์น่ะ

426
00:28:15,373 --> 00:28:19,373
ก็มี บางทีไม่ใช่ก็เป็นกดปุ่ม

427
00:28:19,374 --> 00:28:23,374
ฟ้าร้องมาแล้วนะครับ

428
00:28:23,379 --> 00:28:27,379
จะสังเกตว่าบางคนนะ

429
00:28:27,380 --> 00:28:31,380
ถามว่าอาจารย์ครับ ทำไมตู้ ATM ธนาคารออมสิน

430
00:28:31,396 --> 00:28:35,396
ไม่ยอมใช้ Windows 11 สักที

431
00:28:35,397 --> 00:28:39,397
รู้ไหมครับ ว่าในตู้ ATM ทุกตู้น่ะ

432
00:28:39,398 --> 00:28:43,398
ต้องใช้ระบบปฏิบัติการควบคุมครับ เปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมา

433
00:28:43,403 --> 00:28:47,403
แล้วก็ทำงานนะครับ

434
00:28:47,405 --> 00:28:51,405
เดี๋ยวเราจะรู้ว่าทำไมเขาไม่ใช้

435
00:28:51,407 --> 00:28:55,407
ในตู้ ATM แต่ละตู้นะ

436
00:28:55,408 --> 00:28:59,408
ดูต่อนะครับ ประเภทที่ 3

437
00:28:59,410 --> 00:29:03,410
อันนี้รูป Mainframe Computer นะครับ มาดูรูปที่ 3

438
00:29:03,412 --> 00:29:07,412
Mini Computer อันนี้เล็กลง

439
00:29:07,413 --> 00:29:11,413
เล็กลงมาอีกนะครับ

440
00:29:11,415 --> 00:29:15,415
อันนี้ก็ราคาไม่แพงตัวนี้

441
00:29:15,417 --> 00:29:19,417
เป็น Mini Computer ก็ประมวลผล ทำงานที่คุณภาพสูง

442
00:29:19,418 --> 00:29:23,418
เช่นพวก ฟอสิก พวกคำนวณ

443
00:29:23,419 --> 00:29:27,419
ตัวเลขเยอะ ๆ อะไรประมาณนี้นะครับ

444
00:29:27,422 --> 00:29:31,422
นี่รูปภาพนะครับ เก่ามากนะครับ

445
00:29:31,424 --> 00:29:35,424
ประเภทที่ 4 นะครับ ก็คือ PC Personal Computer

446
00:29:35,428 --> 00:29:39,428
ก็เป็นคอมทพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

447
00:29:39,430 --> 00:29:43,430
อยู่ข้างหน้าเรานะครับ เป็นประเภท Personal Computer นะครับ

448
00:29:43,431 --> 00:29:47,431
แต่เครื่องเราที่ตั้งข้างหน้าเราเป็น All in one

449
00:29:47,432 --> 00:29:51,432
ก็จัดอยู่ในประเภทเดียวกันนะครับ Personal Computer All In One

450
00:29:51,433 --> 00:29:55,433
ปัจจุบัน

451
00:29:55,435 --> 00:29:59,435
เป็นอย่างไรครับ คุณภาพของ PC มีขีดความสามารถสูงมาก

452
00:29:59,436 --> 00:30:03,436
นะครับ ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

453
00:30:03,438 --> 00:30:07,438
ราคาจะสูงมาก เราจับจ้องลำบากมาก

454
00:30:07,439 --> 00:30:11,439
ราคาถูกนะครับแต่คุณภาพสูงตามไปด้วยน

455
00:30:11,440 --> 00:30:15,440
นะครับ ประเภทที่ 5 นะครับ โน้ตบุ๊กนะครับ

456
00:30:15,445 --> 00:30:19,445
ก็เป็นคอมพิวเตอร์

457
00:30:19,446 --> 00:30:23,446
พกพานะครับ Notebook

458
00:30:23,448 --> 00:30:27,448
ปัจจุบันนะครับ

459
00:30:27,452 --> 00:30:31,452
โน้ตบุ๊กราคาแพงหรือถูก ถูกนะ

460
00:30:31,457 --> 00:30:35,457
สมัยอาจารย์เรียน

461
00:30:35,459 --> 00:30:39,459
นะครับ Notebook เครื่องละเป็นแสนนะครับ แสนห้า

462
00:30:39,461 --> 00:30:43,461
หน้าตึดเลยนะครับ ยี่ห้อ IBM

463
00:30:43,462 --> 00:30:47,462
ปัจจุบันโน้ตบุ๊กหมื่นกว่าบาทก็โอเคแล้วนะ

464
00:30:47,463 --> 00:30:51,463
สำหรับพวกเราก็ 25,000 ก็โอเค

465
00:30:51,474 --> 00:30:55,474
นะครับ ถามว่าเอกคอมพิวเตอร์เรา ควรจะมีคอมพิวเตอร์เป็นส่วนตัวไหมครับ

466
00:30:55,475 --> 00:30:59,475
ควรจะมีไหม

467
00:30:59,476 --> 00:31:03,476
หรืออุบลควรจะมีไหม

468
00:31:03,478 --> 00:31:07,478
ควรจะมีไว้นะครับ แล้วก่อนจะซื้อ

469
00:31:07,480 --> 00:31:11,480
ก็ให้เลือกให้มันเหมาะนะครับ อย่าไปซื้อเพราะราคาถูก

470
00:31:11,482 --> 00:31:15,482
เพราะว่าอะไรหลายอย่าง

471
00:31:15,484 --> 00:31:19,484
มันเหมาะกับงานของเราหรือเปล่านะครับ

472
00:31:19,485 --> 00:31:23,485
บางคนไปซื้อมาเล่นเกมอย่างนี้

473
00:31:23,486 --> 00:31:27,486
แต่เขียนโปรแกรมไม่ได้นะครับ ต้องดูด้วย หลังจาก

474
00:31:27,488 --> 00:31:31,488
เรียนรายวิชานี้แล้วเรา

475
00:31:31,489 --> 00:31:35,489
ว่าเลือกซื้อคอมพิวเตอร์มาใช้งานต้องเลือกให้เป็นด้วย ประเภทที่ 6

476
00:31:35,490 --> 00:31:39,490
นะครับ

477
00:31:39,491 --> 00:31:43,491
PAD เคยเห็นไหมนะครับ ให้ดูรูปเลยแล้วกัน

478
00:31:43,492 --> 00:31:47,492
คอมพิวเตอร์พกพาเลขาส่วนตัว

479
00:31:47,494 --> 00:31:51,494
เห็นไหมครับ รู้นี่ ปัจจุบันไม่เห็นเขาใช้กันนะครับ

480
00:31:51,496 --> 00:31:55,496
ไม่ค่อยนิยมนะครับ

481
00:31:55,497 --> 00:31:59,497
ตอนนี้เขาใช้อะไรแทนแล้ว เขาใช้อะไรแทนครับตัวนี้

482
00:31:59,498 --> 00:32:03,498
ตอนนี้มือถือเรา

483
00:32:03,499 --> 00:32:07,499
เราใช่ไหม สมาร์ตโฟนเราเป็นแทบทุกอย่าง

484
00:32:07,502 --> 00:32:11,502
ใช่ไหม ทำได้แทบทุกอย่างเลย

485
00:32:11,503 --> 00:32:15,503
ทำได้เกือบ PC ทำได้เกือบ Notebook

486
00:32:15,504 --> 00:32:19,504
อยู่ในมือถือย่างเดียวแล้ว

487
00:32:19,505 --> 00:32:23,505
ยังมีคนใช้อยู่นะครับ ใช้จดบันทึกนะครับ

488
00:32:23,506 --> 00:32:27,506
แต่ไม่นิยมแล้วนะครับ ในปัจจุบัน

489
00:32:27,507 --> 00:32:31,507
อันสุดท้าย ก็คือประเภท Computer Network

490
00:32:31,508 --> 00:32:35,508
หลักการของคอมพิวเตอร์

491
00:32:35,510 --> 00:32:39,510
คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลบ้าง โน้ตบุ๊กบ้าง

492
00:32:39,511 --> 00:32:43,511
เอามาต่อเชื่อมกันเพื่อให้ติดต่อสื่อสารกันได้ โดยใช้

493
00:32:43,513 --> 00:32:47,513
คำว่า "Internet" นะครับ

494
00:32:47,514 --> 00:32:51,514
เช่นเครื่องของ บาส

495
00:32:51,517 --> 00:32:55,517
ต่อไปหาเครื่องอุบลอย่างนี้

496
00:32:55,518 --> 00:32:59,518
ก็คือเครื่องใครเครื่องมัน โดยเรียกว่า

497
00:32:59,519 --> 00:33:03,519
เช่น ผมมี Notebook บาสมีมือถือ

498
00:33:03,520 --> 00:33:07,520
นะครับ อุบลมี

499
00:33:07,521 --> 00:33:11,521
PC ตั้งโต๊ะอย่างนี้ แต่เราส่งข้อมูลเชื่อม

500
00:33:11,523 --> 00:33:15,523
หากันได้ คุยกันได้ นี่เขาเรียกประเภท

501
00:33:15,524 --> 00:33:19,524
คอมพิวเตอร์เครือข่าย เขาต่อเชื่อมกัน

502
00:33:19,525 --> 00:33:23,525
เป็นปัจจุบัรเป็นที่ง่ายม

503
00:33:23,526 --> 00:33:27,526
ใช่ไหม ขอให้เรามีสัญญาณ WiFi

504
00:33:27,527 --> 00:33:31,527
มาต่อกันได้เลยนะครับ ใน

505
00:33:31,528 --> 00:33:35,528
ปัจจุบันนี้ เห็นไหมครับ ว่าอย่างที่

506
00:33:35,529 --> 00:33:39,529
ผมไม่มีความรู้ด้านภาษามือ

507
00:33:39,530 --> 00:33:43,530
แต่ทำไมผมคุยกับบาสได้

508
00:33:43,536 --> 00:33:47,536
นะครับ ผมคุยกับแม็กกี้ได้

509
00:33:47,537 --> 00:33:51,537
ใช่ไหม ผมคุยกับตี๋น้อยได้นะครับ ยังจำชื่อได้ไม่หมด

510
00:33:51,538 --> 00:33:55,538
นะครับยังจำชื่อไม่ไม่หมดนะครับ

511
00:33:55,539 --> 00:33:59,539
เพิ่งจำได้ 4-5 คนนะครับ เดี๋ยวสักพักนะครับ

512
00:33:59,542 --> 00:34:03,542
วันที่ 7 นะครับ วันที่ 7 นะ

513
00:34:03,543 --> 00:34:07,543
หมู่ 1 นะ ไม่ใช่หมู่ 1 หมู่ 2 อาจารย์พ่อผิด

514
00:34:07,544 --> 00:34:11,544
ออกไปนอกพื้นที่ เราจะ

515
00:34:11,547 --> 00:34:15,547
ไปขี่รถเล่นกันนะครับ

516
00:34:15,548 --> 00:34:19,548
ไปแถวนครพนมนะครับ ไปออกนอกพื้นที่

517
00:34:19,549 --> 00:34:23,549
เบื่อ เบื่อมหาวิทยาลัย

518
00:34:23,553 --> 00:34:27,553
นะครับเดี๋ยวอย่างไงก็จะแจ้งพี่เก๋ไป

519
00:34:27,555 --> 00:34:31,555
สัปดาห์... แต่เดือนหน้าแทบไม่เจอกันนะครับพี่เก๋

520
00:34:31,556 --> 00:34:35,556
นะครับ เดือนหน้าวันหยุดเยอะมากแล้วก็ตรงกับวันที่เราเรียนด้วย

521
00:34:35,561 --> 00:34:39,561
นะครับ มาดูต่อนะครับ

522
00:34:39,563 --> 00:34:43,563
หัวข้อต่อมานะครับองค์ประกอบของ

523
00:34:43,571 --> 00:34:47,571
คอมพิวเตอร์นั้นจะมีองค์ประกอบหลัก ๆ อยู่นะครับ ทั้งหมด

524
00:34:47,573 --> 00:34:51,573
5 ส่วนนะครับ

525
00:34:51,575 --> 00:34:55,575
ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ Peopleware

526
00:34:55,576 --> 00:34:59,576
DATA นะครับ

527
00:34:59,583 --> 00:35:03,583
มาดูองค์ประกอบอันที่ 1 นะครับ Hardware นะครับ

528
00:35:03,588 --> 00:35:07,588
นี่คือองค์ประกอบของฮาร์ดแวร์

529
00:35:07,589 --> 00:35:11,589
นะครับ ถ้าเรามองจอไม่เห็น ให้เรามองจอเพื่อนเรา

530
00:35:11,590 --> 00:35:15,590
นะครับ  Hard ware จะประกอบไปด้วย

531
00:35:15,592 --> 00:35:19,592
อะไรครับ อุปกรณ์ Input ซ้ายมือนะครับ

532
00:35:19,595 --> 00:35:23,595
ไม่ได้หยิบ

533
00:35:23,597 --> 00:35:27,597
แว่นตามา มองไม่เห็นเลยนะครับ

534
00:35:27,598 --> 00:35:31,598
ดูนะครับ ประกอบด้วยส่วนนี้ครับ

535
00:35:31,599 --> 00:35:35,599
หน่วยรับข้อมูลนะครับ หลัก ๆ นะครับ

536
00:35:35,601 --> 00:35:39,601
ตัวรับข้อมูลเสร็จปุ๊บก็ประมวลผล ประมวลผลเสร็ขจ

537
00:35:39,602 --> 00:35:43,602
แล้วก็แสดงผล นี่คือองค์ประกอบ

538
00:35:43,603 --> 00:35:47,603
ด้านHard ware นะครับ

539
00:35:47,605 --> 00:35:51,605
ส่งข้อมูลเข้าไป ส่งเข้าไปปุ๊บ

540
00:35:51,606 --> 00:35:55,606
ประมวลผลเสร็จแสดงผล

541
00:35:55,607 --> 00:35:59,607
นี่คือหลักง่าย ๆ นะครับ หลักการคร่าว ๆ ของฮาร์ดแวร์

542
00:35:59,609 --> 00:36:03,609
นะครับ ถ้า

543
00:36:03,612 --> 00:36:07,612
เกิดข้อมูลนั้นยังไม่อยากจะส่งออกไป

544
00:36:07,614 --> 00:36:11,614
หรือต้องการจะเก็บไว้ เราก็เอามาเก็บไว้ที่ตรงนี้ครับ หน่วยความจำ

545
00:36:11,619 --> 00:36:15,619
ดูองค์ประกอบของฮาร์ดแวร์ต่อนะครับ

546
00:36:15,621 --> 00:36:19,621

547
00:36:19,623 --> 00:36:23,623
คอมพิวเตอร์ก็ช้านะ

548
00:36:23,625 --> 00:36:27,625
มันนานแล้วครับ ตั้งแต่ปี 2559 แล้วนะครับ ไม่ทันใจวัยรุ่นเลยนะครับ

549
00:36:27,627 --> 00:36:31,627
องค์ประกอบฮาร์ดแวร์อันที่ 1 ก็คือ

550
00:36:31,629 --> 00:36:35,629
หน่วยรับข้อมูลนะครับ

551
00:36:35,630 --> 00:36:39,630
หน่วยรับข้อมูลคืออะไรครับ หน่วยรับข้อมูลคืออะไรก็ได้ที่

552
00:36:39,631 --> 00:36:43,631
นำข้อมูลเข้าคอมพิวเตอร์ได้ เราเรียกหน่อยรับข้อมูล

553
00:36:43,632 --> 00:36:47,632
หรือ Input Unit นะครับ เช่นอะไรครับ ที่อยู่ใกล้ ๆ ตัวเรา

554
00:36:47,645 --> 00:36:51,645
เช่น

555
00:36:51,646 --> 00:36:55,646
คีย์บอร์ดนะครับ หรือแป้นพิมพ์

556
00:36:55,648 --> 00:36:59,648
เมาส์ Scaner เครื่องรูดบัตร

557
00:36:59,650 --> 00:37:03,650
ดิจิไทเซอร์ กล้อง ปากกแสง

558
00:37:03,651 --> 00:37:07,651
นะครับเราถือว่าเป็น

559
00:37:07,653 --> 00:37:11,653
หน่วยรับข้อมูล ไมโครโฟนอย่างนี้ เอาเสียงเข้าไปในคอมพิวเตอร์

560
00:37:11,655 --> 00:37:15,655
นะครับ จอ Touch Screen

561
00:37:15,656 --> 00:37:19,656
นะครับ

562
00:37:19,657 --> 00:37:23,657
องค์ประกับอันที่ 2 ของ Hard ware

563
00:37:23,659 --> 00:37:27,659
ก็คือหน่วยประมวลผลกลางนะครับ

564
00:37:27,661 --> 00:37:31,661

565
00:37:31,662 --> 00:37:35,662
หรือเราเรียกว่า Caentral Processing Unit

566
00:37:35,664 --> 00:37:39,664
ก็คือ CPU

567
00:37:39,670 --> 00:37:43,670
พอเราคีย์ข้อมูลเข้าไปผ่าน Unit ปุ๊บ

568
00:37:43,671 --> 00:37:47,671
มันก็จะสื่อเข้ามาหน่วยประมวลผลกลาง

569
00:37:47,672 --> 00:37:51,672
อันนี้เราเรียกว่า "CPU" CPU

570
00:37:51,673 --> 00:37:55,673
หน้าต่าอย่างไร อันนี้

571
00:37:55,675 --> 00:37:59,675
เราเรียกว่า CPU ไหมอุบล ตั้งอยู่ข้างหน้า

572
00:37:59,678 --> 00:38:03,678
ใช่ไหมครับ

573
00:38:03,679 --> 00:38:07,679
ที่ตั้งอยู่ข้างหน้าเรานี่ เราไม่เรียกว่า CPU นะครับ

574
00:38:07,681 --> 00:38:11,681
CPU จะอยู่ข้างในเครื่อง

575
00:38:11,684 --> 00:38:15,684
นะครับ เดี๋ยวเทอมหน้าจะพาเรียนต่อ

576
00:38:15,686 --> 00:38:19,686
เราจะเจออาจารย์อีก 2 วิชา วิชานี้

577
00:38:19,687 --> 00:38:23,687
แล้วก็วิชาหน้า เทอมหน้านะครับ ซึ่งในตัวหน่วยประมวลผลกลาง

578
00:38:23,688 --> 00:38:27,688
ก็จะมีตัวที่ทำหน้าที่ หลัก ๆ อยู่ 23 ตัว

579
00:38:27,689 --> 00:38:31,689
ก็คือ 1. นะครับ ALU

580
00:38:31,692 --> 00:38:35,692
กับ CU นะครับ

581
00:38:35,693 --> 00:38:39,693
2 ตัวนี้นะครับ ALU คืออะไรครับ ALU ก็คือ

582
00:38:39,695 --> 00:38:43,695
ตัวที่ใช้ในการ

583
00:38:43,696 --> 00:38:47,696
ทำ Logical ก็คือคำนวณคณิตศาสตร์

584
00:38:47,697 --> 00:38:51,697
ตรรกวิทยา

585
00:38:51,704 --> 00:38:55,704
นะครับ เทอมนี้เราเรียนคณิตศาสตร์ใช่ไหม

586
00:38:55,707 --> 00:38:59,707
เรียนวันไหน คณิตศาสตร์

587
00:38:59,708 --> 00:39:03,708
วันไหนนะ วันอังคารใช่ไหม

588
00:39:03,710 --> 00:39:07,710
เรียนรวมกันเหมือนกันใช่ไหม นี่

589
00:39:07,711 --> 00:39:11,711
ในคอมพิวเตอร์จะมีหน่วยคำนวณนี้ ทำไมเราถึงเรียนคณิตศาสตร์

590
00:39:11,713 --> 00:39:15,713
ทำไมเราไม่เรียนคณิตศาสตร์ ทั่วไป

591
00:39:15,715 --> 00:39:19,715
เพราะอะไรครับ เพราะคอมพิวเตอร์เวลา

592
00:39:19,716 --> 00:39:23,716
มันคุยกันมันจะไม่คุยภาษาเรานะ คอมพิวเตอร์มันจะ

593
00:39:23,721 --> 00:39:27,721
คุยกันเป็นภาษาอะไรครับ

594
00:39:27,721 --> 00:39:31,721
รู้ไหมคอมพิวเตอร์คุยกันภาษาอะไรเช่นคอมพิวเตอร?๋

595
00:39:31,722 --> 00:39:35,722
เครื่องอุบลจะคุยกับคอมพิวเตอร์ดเครื่องแม็กกี้ จะคุยกับคอมพิวเตอร์

596
00:39:35,725 --> 00:39:39,725
เครื่องอะไรล่ะ มิ่งนะ

597
00:39:39,727 --> 00:39:43,727
อย่างนี้ มันใช้ภาษาอะไรคุยกันรู้ไหม มิ่ง

598
00:39:43,728 --> 00:39:47,728
เหมือนเรา เหมือนอาจารย์จะคุยกับ

599
00:39:47,730 --> 00:39:51,730
พี่ปุ๋ย ปุ๋ยกินข้าวแล้วบ่นี่

600
00:39:51,731 --> 00:39:55,731
ไปสิใด๋มา นี่ภาษาท้องถิ่นนะ

601
00:39:55,734 --> 00:39:59,734
นี่คุยกัน ภาษาย้อเรานะครับ แต่เวลาคอมพิวเตอร์

602
00:39:59,735 --> 00:40:03,735
มันคุยกันมันใช้ภาษาอะไรรู้ไหมครับ

603
00:40:03,737 --> 00:40:07,737
ลองเดาสิ อุบลลองเดาสิ ภาษาจีน, ภาษาญี่ปุ่น

604
00:40:07,740 --> 00:40:11,740
ภาษาอังกฤษหรือภาษาอะไรเอ่ย

605
00:40:11,740 --> 00:40:15,740
เราคิดว่าภาษาอะไร

606
00:40:15,741 --> 00:40:19,741
เหมือนผมโทรศัพทย์หาอุบล

607
00:40:19,746 --> 00:40:23,746
อุบลกินข้าวแลกับหยังหำ

608
00:40:23,747 --> 00:40:27,747
อุบลก็ตอบ กินข้าวไปซิว

609
00:40:27,750 --> 00:40:31,750
รู้ไหมอุบล ที่เราคุยกันนี่ใช้ภาษาอะไร

610
00:40:31,751 --> 00:40:35,751
แต่เรานี่ภาษาเราใช่

611
00:40:35,752 --> 00:40:39,752
คอมพิวเตอร์มันจะคุยกันด้วยภาษาเลขฐานนะครับ

612
00:40:39,753 --> 00:40:43,753

613
00:40:43,755 --> 00:40:47,755
เลขฐานอะไรเอ่ย

614
00:40:47,757 --> 00:40:51,757
เลขฐาน 2 ใช่ไหมก็คือ 0 กับ 1

615
00:40:51,758 --> 00:40:55,758
เช่น ผมจะคุยกับ

616
00:40:55,760 --> 00:40:59,760
ไอ้มิ่ง 01001

617
00:40:59,761 --> 00:41:03,761
000 มิ่งก็ตอบคืนมา 0001100

618
00:41:03,762 --> 00:41:07,762
นี่ภาษาคอมพิวเตอร์มันคุยกัน

619
00:41:07,764 --> 00:41:11,764
เรียกว่า "ภาษาเครื่อง" เดี๋ยวเราค่อยเข้าไปรายละเอียดลึก ๆ นะครับ

620
00:41:11,766 --> 00:41:15,766
นี่ครับ เดี๋ยวให้ทำ มองเบื้อต้นก่อน

621
00:41:15,768 --> 00:41:19,768

622
00:41:19,775 --> 00:41:23,775
องค์ประกอบ

623
00:41:23,777 --> 00:41:27,777
หน่วยเก็บข้อมูลนะครับ พอเรา Input ปุ๊บนะครับ

624
00:41:27,780 --> 00:41:31,780
เข้าไปประมวลผล ประมวลผล

625
00:41:31,782 --> 00:41:35,782
เสร็จนะครับ ถ้าไม่ออกแสดงผลก็ต้องมาเก็บในหน่วยข้อมูล

626
00:41:35,784 --> 00:41:39,784
หน่วยเก็บข้อมูลก็จะมีอยู่

627
00:41:39,787 --> 00:41:43,787
2 ประเภทนะครับ ก็คือหน่วยเก็บข้อมูล

628
00:41:43,790 --> 00:41:47,790
หลักนะครับ Primary

629
00:41:47,796 --> 00:41:51,796
Storage นะครับ แล้วก็หน่วยข้อมูลสำรองนะครับ Secondare Storage

630
00:41:51,798 --> 00:41:55,798

631
00:41:55,801 --> 00:41:59,801
มาดูอันที่ 1 นะครับ หน่วยเก็บข้อมูลหลัก Primary นะครับ

632
00:41:59,804 --> 00:42:03,804
2 ตัวนี้นะครับ ต่างกันอย่างไรครับ ก็มี

633
00:42:03,805 --> 00:42:07,805
อันหนึ่งนะครับ เริ่มตะล่อม

634
00:42:07,808 --> 00:42:11,808
นะครับ

635
00:42:11,813 --> 00:42:15,813
Ram ก็คือหน่วยความจำหลักที่อยู่ในคอมพิวเตอร์นะครับ

636
00:42:15,824 --> 00:42:19,824
ข้อแตกต่างของ Ram กับ Rom ผมไม่เจาะลึกนะครับ

637
00:42:19,825 --> 00:42:23,825
เพราะผมจะสอนในรายวิชาต่อไป RAM ก็คืออะไีครับ

638
00:42:23,829 --> 00:42:27,829
Random

639
00:42:27,835 --> 00:42:31,835
อันนี้ก็คือต้องอาศัยไฟเลี้ยง ก็คือ

640
00:42:31,836 --> 00:42:35,836
คุณเปิดคอมพิวเตอร์ปุ๊บ คุณเปิดปุ่มปั๊บ

641
00:42:35,837 --> 00:42:39,837
มันถึงจะทำงานนะครับ

642
00:42:39,839 --> 00:42:43,839
ปิดไฟปุ๊บหายเลยนี่คือ

643
00:42:43,841 --> 00:42:47,841
ประเภท Ram ส่วน

644
00:42:47,843 --> 00:42:51,843
หน่วยความจำหลักประเภท ROM

645
00:42:51,844 --> 00:42:55,844
นะครับ Read Only Memory

646
00:42:55,850 --> 00:42:59,850
อ่านอย่างเดียวนะครับ

647
00:42:59,851 --> 00:43:03,851
นะครับ ก็คืออันนี้ไม่ต้องอาศัยไฟเลี้ยง

648
00:43:03,853 --> 00:43:07,853
ไฟจะดับก็ช่สง จะปิดปลั๊กหรือเปิดปลั๊ก

649
00:43:07,856 --> 00:43:11,856
มันจะเก็บความจำไว้อยู่ในคอมพิวเตอร์เรานะครับ

650
00:43:11,857 --> 00:43:15,857
ให้รู้แค่นี้ก่อนพอนะครับ

651
00:43:15,858 --> 00:43:19,858
เดี๋ยวปวดหัวนะ มันจะค่อยยากขึ้น ๆ นะครับ

652
00:43:19,859 --> 00:43:23,859
ส่วนหน่วยเก็บข้อมูลสำรอง

653
00:43:23,861 --> 00:43:27,861
เนื่องจาก RAM นี่ เราเปิดใช้อยู่ ถ้าไฟดับ เรา

654
00:43:27,862 --> 00:43:31,862
ปิดคเรื่องข้อมูลหาย ดังนั่นเราจะต้อง

655
00:43:31,864 --> 00:43:35,864
ไปเก็บในหน่วยเก็บข้อมูลสำรอง เช่นอะไรครับ

656
00:43:35,866 --> 00:43:39,866
หน่วนเก็บข้อมูลสำรอง ปัจจุบันเราใช้อะไรเอ่ย

657
00:43:39,867 --> 00:43:43,867
คืออะไรครับ

658
00:43:43,869 --> 00:43:47,869
แผ่น Disk มีใคร

659
00:43:47,870 --> 00:43:51,870
ยังใช้แผ่นดิสก์อยู่ไหม มีไหม

660
00:43:51,874 --> 00:43:55,874
CD ROM ไม่ค่อยเห็นแล้วนะ

661
00:43:55,875 --> 00:43:59,875
ปัจจุบัน อย่างมากก็ Flash Drive ใช่ไหม

662
00:43:59,877 --> 00:44:03,877
หน่วยเก็บข้อมูลสำรอง

663
00:44:03,878 --> 00:44:07,878
Harddisk ปัจจุบันเป็นอย่างไร

664
00:44:07,879 --> 00:44:11,879
ในหน่วยความจำเหล่านั้นเราเก็บไหม เราไม่เก็บแล้วนะ

665
00:44:11,880 --> 00:44:15,880
เราโยนขึ้นไหน เราโยนขึ้น Cloud

666
00:44:15,887 --> 00:44:19,887
แล้ว Cloud เป็นหน่วยความจำ

667
00:44:19,888 --> 00:44:23,888
ประเภทไหนเอ่ย รู้ไหม

668
00:44:23,889 --> 00:44:27,889
โยนคำถามไว้นะ อาทิตย์หน้าเราจะมาถาม

669
00:44:27,890 --> 00:44:31,890
เราโยนขึ้น Cloud เราควรจัดให้อยู่ในหน่วยความจำ

670
00:44:31,891 --> 00:44:35,891
แบบไหยหลักหรือสำรอง

671
00:44:35,897 --> 00:44:39,897
นะครับ เรียนกับผม ผมจะพยายามให้พวกเราคิดตามนะ

672
00:44:39,899 --> 00:44:43,899
ให้คิดตาม ไม่ให้คิดเองนะ ให้

673
00:44:43,900 --> 00:44:47,900
คิดตามแล้วก็ตอบ ให้มีปฏิสัมพันธ์กันนะครับ

674
00:44:47,901 --> 00:44:51,901

675
00:44:51,903 --> 00:44:55,903
องค์ประกอบอันสุดท้ายของ Hardware คือ

676
00:44:55,904 --> 00:44:59,904
Output ก็คือพอเราคีย์ข้อมูล

677
00:44:59,906 --> 00:45:03,906
นะครับ เข้าไป Process ประมวลผลปุ๊บ

678
00:45:03,908 --> 00:45:07,908
เราก็ต้องแสดงผลมันถึงจครบ

679
00:45:07,910 --> 00:45:11,910
กระบวนการของคอมพิวเตอร์ด้าน Hardware

680
00:45:11,911 --> 00:45:15,911
นะครับ หน่วยแสดงผลก็

681
00:45:15,912 --> 00:45:19,912
เช่นอะไรครับ หน่วยแสดงผล

682
00:45:19,913 --> 00:45:23,913

683
00:45:23,915 --> 00:45:27,915
เช่น จอภาพ

684
00:45:27,916 --> 00:45:31,916
อะไรอีก ลำโพงใช่ไหม โจรเจกเตอร์

685
00:45:31,918 --> 00:45:35,918
ฉายออกไป ลำโพง ออกเสียงออกมา

686
00:45:35,922 --> 00:45:39,922
อะไรอีก

687
00:45:39,923 --> 00:45:43,923
พอตเตอร์ รู้จักเครื่องพอตเตอร์ไหม ที่เขาไปพรินต์

688
00:45:43,925 --> 00:45:47,925
ไวนิลติดตามป้ายใหญ่ ๆ น่ะ

689
00:45:47,926 --> 00:45:51,926
นั่นเขาใช้ Plotter ในการพรินต์ เครื่องพิมพ์

690
00:45:51,927 --> 00:45:55,927
อะไรอีก

691
00:45:55,929 --> 00:45:59,929
ลองนึกตามนะครับ ทุกอย่างที่ผมพูดน่ะ

692
00:45:59,930 --> 00:46:03,930
มันจะออกข้อสอบตอนกลางภาค แบบฝึกหัด

693
00:46:03,933 --> 00:46:07,933
ที่ให้ไปวันนี้นะครับ ก็ทำ ๆ แล้วส่ง ส่งเสร็จแล้วจะคืนให้

694
00:46:07,934 --> 00:46:11,934
นะครับงานสัปดาห์ที่แล้วเดี๋ยวผมจะตรวจให้

695
00:46:11,935 --> 00:46:15,935
ผมเห็นวางที่โต๊ะนะครับ เดี๋ยวผมจะส่งคืนให้

696
00:46:15,936 --> 00:46:19,936
เก็บไว้เอาไว้อ่านสอบนะครับ เราจะสอบ 2 ครั้งนะครับ

697
00:46:19,937 --> 00:46:23,937
สอบกลางภาค แล้วก็ปลายภาคนะครับ ในการสอบ

698
00:46:23,938 --> 00:46:27,938
ในการตัดเกรด จะไม่ตัดอิงเกรนนะครับ

699
00:46:27,939 --> 00:46:31,939
ผมจะไม่ตัดอิงเกณฑ์นะครับ จะตัดอิงกลุ่ม

700
00:46:31,940 --> 00:46:35,940
ทั้งห้อง 2 ห้องเรานี่

701
00:46:35,943 --> 00:46:39,943
ใครได้คะแนนสูงสุด ได้ A เช่น คะแนนเต็ม 100

702
00:46:39,944 --> 00:46:43,944
หัวหกน้าห้องได้ 5

703
00:46:43,945 --> 00:46:47,945
สมมตินะ หัวหน้าห้องได้ A เลย นี่คืออิงกลุ่ม

704
00:46:47,947 --> 00:46:51,947
นะครับ

705
00:46:51,951 --> 00:46:55,951
หลายคนถามว่าทำไมอาจารย์ไม่อิงเกณฑ์

706
00:46:55,952 --> 00:46:59,952
ผมสอนรายวิชานี้เข้าปีที่

707
00:46:59,956 --> 00:47:03,956
25 จะเข้าปีที่ 26 นะครับ

708
00:47:03,957 --> 00:47:07,957
เคยตัดอิงเกณฑ์แล้ว 2 - 3 รุ่น ไม่ไหวครับ เด็ก

709
00:47:07,964 --> 00:47:11,964
เราตกเยอะนะครับ เช่น คะแนนสอบกลางภาค

710
00:47:11,967 --> 00:47:15,967
20 คะแนน สูงสุด

711
00:47:15,968 --> 00:47:19,968
2 คะแนนอะไรประมาณนี้ ไม่เชื่อถามพี่พลอยได้นะครับ

712
00:47:19,972 --> 00:47:23,972
ถ้าอิงเกณฑ์ คะแนนเต็ม 30 บางคนได้ 5

713
00:47:23,975 --> 00:47:27,975
บางคนได้ 0 ใช่ไหมพี่พลอย ตอบไม่ได้เลย ได้ 0

714
00:47:27,976 --> 00:47:31,976
อิงกลุ่ม

715
00:47:31,977 --> 00:47:35,977
มาดูต่อนะครับ องค์ประกอบที่ 2 นะครับ

716
00:47:35,978 --> 00:47:39,978
ก็คือซอฟต์แวร์ องค์ประกอบแรกฮาร์ดแวร์

717
00:47:39,980 --> 00:47:43,980
ผ่านได้แล้วนะครับ อันที่ 2 คือ ฮาร์ดแวร์นะครับ

718
00:47:43,986 --> 00:47:47,986
Software นี่ก็

719
00:47:47,987 --> 00:47:51,987
แบ่งออกเป็นประเภทย่อยอีก 2 ประเภท, 3 ประเภทนะครับ

720
00:47:51,989 --> 00:47:55,989
แสดงว่าพี่เก๋นี่

721
00:47:56,006 --> 00:48:00,006
ล่ามคนเดียวทั้งชั่วโมงใช่ไหมครับ

722
00:48:00,011 --> 00:48:04,011
เก่งนะนี่ แต่ก่อน

723
00:48:04,013 --> 00:48:08,013
เขาจะพักครึ่งกันใช่ไหมครับ เปลี่ยนกันใช่ไหมปุ๋ย

724
00:48:08,015 --> 00:48:12,015
เขาจะช่วยกัน พี่เก๋นี่สุดยอดมากนะครับ

725
00:48:12,016 --> 00:48:16,016
ถ้าพูดภาษาเราก็นั่งผู้เดียวเลย เป็นตาเมื่อย

726
00:48:16,017 --> 00:48:20,017
ฟังออกไหม พี่เก๋ฟังออกไหม

727
00:48:20,018 --> 00:48:24,018
ไม่น่าฟังออกนะครับ

728
00:48:24,019 --> 00:48:28,019
ดูซอฟต์แวร์นะครับ ดูซอฟต

729
00:48:28,020 --> 00:48:32,020
พยายามไม่ไปไวนะครับ เอื้อพี่เก๋ด้วย

730
00:48:32,021 --> 00:48:36,021
เดี่ยวพูดท ปกติผมเป็นคนสอนหนังสือไวนะครับ

731
00:48:36,026 --> 00:48:40,026
ตั้งแต่เปิดสอนนักศึกษากลุ่มพิเศษตั้งแต่ปี 2558

732
00:48:40,027 --> 00:48:44,027
ต้องเปลี่ยนสไตล์สอนนะครับ

733
00:48:44,029 --> 00:48:48,029
ต้องพูดช้าลงนะครับ พูดช้าลง คิดช้างลง ไม่อย่างนั้น

734
00:48:48,031 --> 00:48:52,031
ลูก ๆ เราไปไม่ทัน

735
00:48:52,036 --> 00:48:56,036
ดูซอฟต์แวร์นะครับ ซอฟต์แวร์คืออะไรครับ

736
00:48:56,040 --> 00:49:00,040
หรือชุดคำสั่งที่ทำให้คอมพิวเตอร์ทำงาน

737
00:49:00,041 --> 00:49:04,041
รู้แค่นี้พอนะครับ

738
00:49:04,043 --> 00:49:08,043
ซึ่งแบ่งออกเป็นหลายระบบนะครับ ซอปต์แสร่

739
00:49:08,048 --> 00:49:12,048
ซอฟต์แวร์สำเร็จรูป, ซอฟต์แวร์ประยุกต์

740
00:49:12,049 --> 00:49:16,049
เราเอาแค่นี้พอนะครับ

741
00:49:16,053 --> 00:49:20,053
เราเอาตัวนี้พอนะครับ แค่นี้พอ เราเอาเบื้องต้น พื้นฐาน

742
00:49:20,058 --> 00:49:24,058
เราจะพาเจาะลึกเขาไปในแต่ละตัว

743
00:49:24,060 --> 00:49:28,060

744
00:49:28,061 --> 00:49:32,061
ในการเรียนวิชาคอมพิวเตอร์นั้นนะครับ

745
00:49:32,065 --> 00:49:36,065
เราจะพยายามค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไปนะครับ

746
00:49:36,068 --> 00:49:40,068
มาปี 1 เดี๋ยว ซ๊อกก่อนนะครับ

747
00:49:40,069 --> 00:49:44,069
เราจัดรายวิชาที่มันซอฟต์ ๆ ให้เราก่อนนะครับ

748
00:49:44,070 --> 00:49:48,070
มาดูซอฟต์แวร์ประเภทที่ 1 นะครับ ก็คือ

749
00:49:48,071 --> 00:49:52,071
ระบบ หรือ System Software

750
00:49:52,073 --> 00:49:56,073
ชื่อก็บอกนะครับ System คือ

751
00:49:56,076 --> 00:50:00,076
ระบบ เป็นซอฟต์แวร์ที่ควบคุมระบบทั้งหมดนะครับ ซึ่ง

752
00:50:00,078 --> 00:50:04,078
ซอฟต์แวร์ประเภทนี้เป็นซอฟต์แวร์ที่สำคัญ

753
00:50:04,080 --> 00:50:08,080
นะครับ ถ้าไม่มีซอฟต์แวร์ประเภทนี้ คอมพิวเตอร์

754
00:50:08,081 --> 00:50:12,081
ทำงานไม่ได้ก็คือ

755
00:50:12,083 --> 00:50:16,083
ก็คือประเภท System Software หรือซอฟต์แวร์ระบบนะครับ

756
00:50:16,085 --> 00:50:20,085
ซอฟต์แวร์ระบบ

757
00:50:20,087 --> 00:50:24,087
ก็ยังมีย่อยออกไปอีกนะครับ ในที่นี้จะยกตัวอย่างให้ดู

758
00:50:24,089 --> 00:50:28,089
เช่นอันดับที่ 1

759
00:50:28,090 --> 00:50:32,090
ซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการนะครับ

760
00:50:32,091 --> 00:50:36,091
หรือ Operation System หรือ OS

761
00:50:36,093 --> 00:50:40,093
นะครับ ก็คือรายวิชาหลักที่เราเรียนวันนี่ล่ะ ก็คือ OS

762
00:50:40,094 --> 00:50:44,094
ซอฟต์แวร์นี้นะครับเป็น

763
00:50:44,096 --> 00:50:48,096
ซอฟต์แวร์ที่เปรียบเสมือนนะครับ ตัว

764
00:50:48,098 --> 00:50:52,098
ระบบหน่วยคอมพิวเตอร์ทั้งหมด เพื่อให้ติดต่อกับผู้ใช้ได้นะครับ

765
00:50:52,101 --> 00:50:56,101

766
00:50:56,102 --> 00:51:00,102
เป็นไงครับ

767
00:51:00,104 --> 00:51:04,104
ทำงานได้ไหมอุบล ทำงานไม่ได้นะครับ

768
00:51:04,110 --> 00:51:08,110
ต้องมีซอฟต์แวร์ระบบ หรือ OS

769
00:51:08,113 --> 00:51:12,113
หรือระบบปฏิบัติการนะครับ เดี๋ยวเราจะค่อย พูดถึงบทที่ 3

770
00:51:12,114 --> 00:51:16,114
4 5 เราจะพุดถึงแต่ตัวนี้ตัวเดียวเลย

771
00:51:16,116 --> 00:51:20,116
นะครับ

772
00:51:20,117 --> 00:51:24,117
ซอฟต์แวร์ระบบนะครับ

773
00:51:24,120 --> 00:51:28,120
อันต่อมา ก็คือตัวของ Translator

774
00:51:28,123 --> 00:51:32,123
โปรแกรมนะครับ

775
00:51:32,124 --> 00:51:36,124
หรือโปรแกรมแปลภาษา

776
00:51:36,126 --> 00:51:40,126
โปแกรมแปลภาษา ก็

777
00:51:40,127 --> 00:51:44,127
คือ แปลภาษาจากระดับสูง

778
00:51:44,129 --> 00:51:48,129
เป็นภาาษาเครื่อง

779
00:51:48,134 --> 00:51:52,134
นะครับ ซึ่งในการแปลภาษานั้นนะครับ

780
00:51:52,136 --> 00:51:56,136
ในคางคอมพิวเตอร์เรามีอยู่ 2 แบบนะครับ 2 แบบ

781
00:51:56,141 --> 00:52:00,141
ก็คือแปลแบบทีเดียวเลยนะครับ เราเรียกว่า "

782
00:52:00,143 --> 00:52:04,143
การ Compl

783
00:52:04,145 --> 00:52:08,145
แปลทีละบรรทัด ๆ ๆ เราเรียกว่า

784
00:52:08,146 --> 00:52:12,146
ซึ่งปัจจุบันนี้นะครับ

785
00:52:12,151 --> 00:52:16,151
หลักการของการเขียนโปรแกรมก็เปลี่ยนไปเยอะ หลักการเขียนโปรแกรมก

786
00:52:16,155 --> 00:52:20,155
ใช้ตัวแปลภาษานั้น

787
00:52:20,157 --> 00:52:24,157
นะครับ เป็นตัวของ Compiler นะครับ เพราะตอนนี้

788
00:52:24,159 --> 00:52:28,159
เราเรียนการเขียนโปรแกรมใช่ไหมอุบล

789
00:52:28,160 --> 00:52:32,160
การเขียนโปรแกรมนะ เรียนกับอาจารย์นะ พอเราจะ

790
00:52:32,166 --> 00:52:36,166
แปลให้คอมพิวเตอร์มันรู้นะครับเราต้องใช้

791
00:52:36,170 --> 00:52:40,170
โปรแกรมแปลภาษานะครับ

792
00:52:40,171 --> 00:52:44,171
เหมือนห้อง 1 เรียนกับอาจารย์ชายแดนใช่ไหม เรียน

793
00:52:44,172 --> 00:52:48,172
การเขียนโปรแกรมใช่ไหม นั่นล่ะ พอเราเขียน เราใช้โปรแกรมอะไ

794
00:52:48,174 --> 00:52:52,174
Phyton หรือเปล่า

795
00:52:52,176 --> 00:52:56,176
หรือยัง ห้อง 1

796
00:52:56,177 --> 00:53:00,177
Python ใช่ไหม Python เป็นภาษา

797
00:53:00,178 --> 00:53:04,178
ระดับสูง แต่ถ้าให้คอมพิวเตอร์รู้จัก

798
00:53:04,180 --> 00:53:08,180
ที่มันรู้จักก็คือการ

799
00:53:08,181 --> 00:53:12,181
แปลภาษาก็ต้องใช้ระบบ

800
00:53:12,182 --> 00:53:16,182
เข้าไปแปลด้วยนะ ระบบ Compriler

801
00:53:16,183 --> 00:53:20,183
นะครับ

802
00:53:20,185 --> 00:53:24,185

803
00:53:24,187 --> 00:53:28,187
พักหายใจให้พี่เก๋

804
00:53:28,188 --> 00:53:32,188
ดูซอฟต์แวร์ระบบตัวต่อมานะครับ

805
00:53:32,190 --> 00:53:36,190
โปแกรมอรรถประโยชน์ประโยชน์นะครับ หรือ Utility Program

806
00:53:36,191 --> 00:53:40,191
สมัยผมเรียนเขาเรียกว่า

807
00:53:40,193 --> 00:53:44,193
Software Tool ก็คือโปรแกรมที่

808
00:53:44,193 --> 00:53:48,193
อำนวยความสะดวกให้กับคอมพิวเตอร์เรา

809
00:53:48,195 --> 00:53:52,195
นะครับ ปัจจุบัน เขาใช้คำว่า "โปรแกรมอรรถประโยชน์"

810
00:53:52,196 --> 00:53:56,196
Uyility ฌฟพ

811
00:53:56,197 --> 00:54:00,197
โปรแกรมนี้ทำหน้าที่อะไรครับ

812
00:54:00,198 --> 00:54:04,198
ทำหน้าที่ช่วยให้ผู้ใช้ติดต่อคอมพิวเตอร์ได้

813
00:54:04,199 --> 00:54:08,199
ง่ายขึ้น ช่วยให้ผู้ใช้สามารถที่จะ

814
00:54:08,201 --> 00:54:12,201
อะไรเข้าเรียกว่าสิ่งอำนวยความสะดวก

815
00:54:12,202 --> 00:54:16,202
นะครับ เช่น Software Tools ต่าง ๆ

816
00:54:16,204 --> 00:54:20,204
Software Tools Norton’s Utilities โปรแกรม

817
00:54:20,205 --> 00:54:24,205
สแกนไวรัส โปรแกรมพวกจัดเรียงข้อมูล โปรแกรม

818
00:54:24,205 --> 00:54:28,205
ช่วยอะไรเขาเรียก

819
00:54:28,206 --> 00:54:32,206
แปลงเสียงอะไรพวกนี้นะครับ หรือโปรแกรมช่วย

820
00:54:32,222 --> 00:54:36,222
เช็กเครื่องนะครับ เดี๋ยวเราค่อยเรียนกันไปนะครับ

821
00:54:36,225 --> 00:54:40,225
ให้รู้ประมาณนี้ก่อนนะครับ

822
00:54:40,230 --> 00:54:44,230
Soft ประเภทที่ 2 นะครับ

823
00:54:44,232 --> 00:54:48,232
ซอฟต์แวร์สำเร็จรูป

824
00:54:48,234 --> 00:54:52,234
นะครับ Package Software

825
00:54:52,235 --> 00:54:56,235
ซอฟต์แวร์สำเร็จรูป หรือซอฟต์แวร์ประยุกต

826
00:54:56,238 --> 00:55:00,238
งานเฉพาะด้าน

827
00:55:00,239 --> 00:55:04,239
เช่น งานคงคลัง, งานบัญชี, งานสต๊อก

828
00:55:04,241 --> 00:55:08,241
อะไรพวกนี้นะครับ

829
00:55:08,244 --> 00:55:12,244
อีกประเภท ก็คือซอฟต์แวร์ประยุกต์

830
00:55:12,245 --> 00:55:16,245
Adminition Soft

831
00:55:16,248 --> 00:55:20,248
จริง ๆ package Software กับ

832
00:55:20,250 --> 00:55:24,250
Application  Software ก็ไม่ค่อยมีความแตกต่างกันมาก

833
00:55:24,252 --> 00:55:28,252
มันก็จะเป็น เห็นไหม มันก็จะคล้าย ๆ ตัว Packet

834
00:55:28,253 --> 00:55:32,253
คล้าย ๆ กันแบบ แพ็กเกรต

835
00:55:32,255 --> 00:55:36,255
เช่นอะไรครับ พวกโปรแกรมเกี่ยวกับ Word, Excel, Powe

836
00:55:36,256 --> 00:55:40,256
นึกออกไหมครับ นี่คือพวก ซอฟต์แวร์ Application  Software

837
00:55:40,257 --> 00:55:44,257
ซึ่งเราใช้อยู่นะครับ

838
00:55:44,262 --> 00:55:48,262
คราวนี้องค์ประกอบที่ 3 ของคอมพิวเตอร์ก็คือ

839
00:55:48,264 --> 00:55:52,264
คนนะครับ คน บุคลากรทาง

840
00:55:52,265 --> 00:55:56,265
ด้านคนนะครับ ก็คือ People Ware นะครับ People Ware

841
00:55:56,267 --> 00:56:00,267
ก็จะประกอบด้วยทั้งหมดนะครับ อยู่

842
00:56:00,269 --> 00:56:04,269
5 ส่วน 6 ส่วนนะครับ

843
00:56:04,270 --> 00:56:08,270
ก็คือ 1. ผู้ออกแบบระบบ 2. โปรแกรมเมอร์

844
00:56:08,272 --> 00:56:12,272
3. ผู้บริหารฐานข้อมูล 4. ผู้ปฏิบัติการ

845
00:56:12,273 --> 00:56:16,273
5. ผู้ใช้ 6. ผู้บริหาร ที่คือผู้เกี่ยวข้อง

846
00:56:16,275 --> 00:56:20,275
ทางด้านคอมพิวเตอร์นะครับดูส่วนที่ 1 นะครับ

847
00:56:20,276 --> 00:56:24,276

848
00:56:24,279 --> 00:56:28,279
SAD นะครับ System Analysis and Design

849
00:56:28,280 --> 00:56:32,280
นะครับ เป็นนักวิเคราะห์ระบบ นักออกแบบระบบ

850
00:56:32,283 --> 00:56:36,283
นะครับ

851
00:56:36,285 --> 00:56:40,285
หนึ่งในวัตถุประสงค์ของนักคอมพิวเตอร์

852
00:56:40,290 --> 00:56:44,290
เราจะต้องเป็นนักวิเคราะห์ระบบให้ได้

853
00:56:44,299 --> 00:56:48,299
นะครับ ก็คือเป็นนักออกแบบระบบ เช่น ออกแบบระบบ

854
00:56:48,301 --> 00:56:52,301
สินค้าคงคลัง นะครบ

855
00:56:52,302 --> 00:56:56,302
ไปออกแบบว่ามันมีอะไรบ้าง เป็นต้นนะครับ

856
00:56:56,303 --> 00:57:00,303
อันที่ 2 ก็คือ

857
00:57:00,305 --> 00:57:04,305
โปรแกรมเมอร์ ก็คือบุคคลที่เขียนโปรแกรมนะครับ ที่

858
00:57:04,309 --> 00:57:08,309
เรียกว่า โปรแกรมเมอร์นะครับ

859
00:57:08,310 --> 00:57:12,310
มีความคาดหวังว่าเราจบเอกคอมฯ เรานะ เราก็เป็นนัก

860
00:57:12,311 --> 00:57:16,311
ออกแบบระบบแล้วก็

861
00:57:16,313 --> 00:57:20,313
เขียนโปรแกรมขึ้นมาใช้ได้ตามต้องการนะครับ ต่อมา

862
00:57:20,315 --> 00:57:24,315

863
00:57:24,316 --> 00:57:28,316
ต่อมาก็คือผู้บริหารฐานข้อมูลนะครับ

864
00:57:28,318 --> 00:57:32,318

865
00:57:32,319 --> 00:57:36,319
DBA นะครับ

866
00:57:36,321 --> 00:57:40,321
Database Adminstrator นะครับก็คือเป็นผู้

867
00:57:40,323 --> 00:57:44,323
ดูแลระบบในองค์กร พวกฐานข้อมูลนะครับ

868
00:57:44,324 --> 00:57:48,324

869
00:57:48,326 --> 00:57:52,326
5. ก็คือผู้ปฏิบัติการนะครับ

870
00:57:52,329 --> 00:57:56,329
คือผู้ใช้งานนะครับ 6 ผู้ใช้งานคือผู้ใช้นะครับ

871
00:57:56,330 --> 00:58:00,330
User ผู้ใช้นะครับ

872
00:58:00,332 --> 00:58:04,332
อันนี้ไม่พูดเยอะนะครับ ตอนนี้เราเป็นผู้ใช้อยู่นะครับ

873
00:58:04,333 --> 00:58:08,333
เรียนปี 1 เทอม 1 ผู้ใช้งานทั่วไป เรียกว่า "UserW

874
00:58:08,335 --> 00:58:12,335
สุดท้ายผู้ที่เกี่ยวข้องนะครับก็คือ ผู้บริหารนะครัย

875
00:58:12,338 --> 00:58:16,338
หลายคนถามผู้บริหารมันเกี่ยวข้อง

876
00:58:16,340 --> 00:58:20,340
กับองค์ประกอบคอมพิวเตอร์ส่วนของคนได้อย่างไร

877
00:58:20,355 --> 00:58:24,355
ก็คือเขาบอกว่า ณ ยุคปัจจุบันนี้นะครับ

878
00:58:24,360 --> 00:58:28,360
ถ้าจะให้เทคโนโลยี

879
00:58:28,365 --> 00:58:32,365
เข้ามามีบทบาทในองค์กรนั้น บุคคลที่สำคัญที่สุด คือ

880
00:58:32,373 --> 00:58:36,373
ผู้บริหารนะครับ ถ้าผู้บริหารนะครับ

881
00:58:36,374 --> 00:58:40,374
ไม่มีความคิด หรือไม่มีทัศนคติ หรือไม่มีวิสัยทัศน์

882
00:58:40,375 --> 00:58:44,375
ในการมอเทคโนโลยีหรือไม่ตามเทคโนโลยี

883
00:58:44,376 --> 00:58:48,376
จะทำให้องค์กรนั้นล้าสมัย ล้าหลัง

884
00:58:48,377 --> 00:58:52,377
นะครับ ใช่ไหม ถ้าเราย้อนกลับไปสมัยเรียนมัธยม

885
00:58:52,378 --> 00:58:56,378
โรงเรียนมัธยมทำอะไรกันครับ

886
00:58:56,379 --> 00:59:00,379
แข่งกัน

887
00:59:00,380 --> 00:59:04,380
ผอ. ทำอะไรแข่งกัน โรงเรียนมัธยม

888
00:59:04,382 --> 00:59:08,382
สร้างโดมแข่งกันแม่นบ่

889
00:59:08,385 --> 00:59:12,385
ใช่ไหม สกลล่างก็โดม

890
00:59:12,386 --> 00:59:16,386
อะไรขาวแดง

891
00:59:16,388 --> 00:59:20,388
สร้างโดมแข่งกัน แต่ถ้าเมื่อไหร่

892
00:59:20,389 --> 00:59:24,389
ผอ. แข่งกันสร้าง

893
00:59:24,390 --> 00:59:28,390
IT แข่งกัน เรียนรู้ผ่านระบบเครือข่าย เรียนรู้ผ่าน

894
00:59:28,392 --> 00:59:32,392
โซเชียวเน็ตเวิร์ค

895
00:59:32,393 --> 00:59:36,393
ก็จะเป็นอีกแบบหนึ่งนะครับ เขาถึงบอกว่าผู้บริหารมีส่วนสำคัญมากนะครับ

896
00:59:36,395 --> 00:59:40,395
ในการใช้งานทางด้านคอมพิวเตอร์เรานะครับ

897
00:59:40,397 --> 00:59:44,397
ส่วนที่

898
00:59:44,399 --> 00:59:48,399
4นะครับ เดี๋ยวผม

899
00:59:48,401 --> 00:59:52,401
ขอข้ามเลยนะครับ มี

900
00:59:52,404 --> 00:59:56,404
83 สไลด์นะครับ เดี๋ยว

901
00:59:56,406 --> 01:00:00,406

902
01:00:00,408 --> 01:00:04,408

903
01:00:04,410 --> 01:00:08,410

904
01:00:08,413 --> 01:00:12,413
อาจจะมาตรงนี้เลยนะครับ

905
01:00:12,415 --> 01:00:16,415
ตรงระบบปฏิบัติการนะครับ

906
01:00:16,417 --> 01:00:20,417
ก็เดี๋ยวขอ ขอเบรค

907
01:00:20,432 --> 01:00:24,432
สัก 10 นาทีนะครับ สัก 10 นาที ให้พวกเรา

908
01:00:24,437 --> 01:00:28,437
ได้หายใจนะครับ แล้วก็ให้พี่เก๋ได้พักสักช่วงหนึ่ง

909
01:00:28,438 --> 01:00:32,438
ก็สัก 10 นาทีนะครับ ก็เดี๋ยว

910
01:00:32,441 --> 01:00:36,441
14.00 นะครับ

911
01:00:36,444 --> 01:00:40,444
15 ก็พอ

912
01:00:40,445 --> 01:00:44,445
พักก่อนนะครับ

913
01:00:44,446 --> 01:00:48,446

914
01:00:48,451 --> 01:00:52,451

915
01:00:52,453 --> 01:00:56,453

916
01:00:56,457 --> 01:01:00,457

917
01:01:00,459 --> 01:01:04,459

918
01:01:04,461 --> 01:01:08,461

919
01:01:08,465 --> 01:01:12,465

920
01:01:12,468 --> 01:01:16,468

921
01:01:16,470 --> 01:01:20,470

922
01:01:20,473 --> 01:01:24,473

923
01:01:24,476 --> 01:01:28,476

924
01:01:28,478 --> 01:01:32,478

925
01:01:32,481 --> 01:01:36,481

926
01:01:36,484 --> 01:01:40,484

927
01:01:40,487 --> 01:01:44,487

928
01:01:44,490 --> 01:01:48,490

929
01:01:48,493 --> 01:01:52,493

930
01:01:52,494 --> 01:01:56,494

931
01:01:56,497 --> 01:02:00,497

932
01:02:00,501 --> 01:02:04,501

933
01:02:04,504 --> 01:02:08,504

934
01:02:08,507 --> 01:02:12,507

935
01:02:12,508 --> 01:02:16,508

936
01:02:16,511 --> 01:02:20,511

937
01:02:20,513 --> 01:02:24,513

938
01:02:24,514 --> 01:02:28,514

939
01:02:28,517 --> 01:02:32,517

940
01:02:32,520 --> 01:02:36,520

941
01:02:36,526 --> 01:02:40,526

942
01:02:40,528 --> 01:02:44,528

943
01:02:44,532 --> 01:02:48,532

944
01:02:48,533 --> 01:02:52,533

945
01:02:52,536 --> 01:02:56,536

946
01:02:56,538 --> 01:03:00,538

947
01:03:00,539 --> 01:03:04,539

948
01:03:04,541 --> 01:03:08,541

949
01:03:08,544 --> 01:03:12,544

950
01:03:12,547 --> 01:03:16,547

951
01:03:16,550 --> 01:03:20,550

952
01:03:20,552 --> 01:03:24,552

953
01:03:24,554 --> 01:03:28,554

954
01:03:28,557 --> 01:03:32,557

955
01:03:32,559 --> 01:03:36,559

956
01:03:36,561 --> 01:03:40,561

957
01:03:40,563 --> 01:03:44,563

958
01:03:44,565 --> 01:03:48,565

959
01:03:48,566 --> 01:03:52,566

960
01:03:52,569 --> 01:03:56,569

961
01:03:56,571 --> 01:04:00,571

962
01:04:00,572 --> 01:04:04,572

963
01:04:04,575 --> 01:04:08,575

964
01:04:08,577 --> 01:04:12,577

965
01:04:12,580 --> 01:04:16,580

966
01:04:16,582 --> 01:04:20,582
[เสียงหัวเราะ]

967
01:04:20,584 --> 01:04:24,584

968
01:04:24,587 --> 01:04:28,587

969
01:04:28,588 --> 01:04:32,588

970
01:04:32,590 --> 01:04:36,590

971
01:04:36,591 --> 01:04:40,591

972
01:04:40,592 --> 01:04:44,592

973
01:04:44,595 --> 01:04:48,595

974
01:04:48,597 --> 01:04:52,597

975
01:04:52,602 --> 01:04:56,602

976
01:04:56,604 --> 01:05:00,604

977
01:05:00,606 --> 01:05:04,606

978
01:05:04,609 --> 01:05:08,609

979
01:05:08,611 --> 01:05:12,611

980
01:05:12,612 --> 01:05:16,612

981
01:05:16,616 --> 01:05:20,616

982
01:05:20,619 --> 01:05:24,619

983
01:05:24,622 --> 01:05:28,622

984
01:05:28,623 --> 01:05:32,623

985
01:05:32,625 --> 01:05:36,625

986
01:05:36,627 --> 01:05:40,627

987
01:05:40,629 --> 01:05:44,629

988
01:05:44,631 --> 01:05:48,631

989
01:05:48,634 --> 01:05:52,634

990
01:05:52,640 --> 01:05:56,640

991
01:05:56,646 --> 01:06:00,646

992
01:06:00,653 --> 01:06:04,653

993
01:06:04,655 --> 01:06:08,655

994
01:06:08,657 --> 01:06:12,657

995
01:06:12,659 --> 01:06:16,659

996
01:06:16,661 --> 01:06:20,661

997
01:06:20,663 --> 01:06:24,663

998
01:06:24,670 --> 01:06:28,670

999
01:06:28,673 --> 01:06:32,673

1000
01:06:32,675 --> 01:06:36,675

1001
01:06:36,677 --> 01:06:40,677

1002
01:06:40,679 --> 01:06:44,679

1003
01:06:44,681 --> 01:06:48,681

1004
01:06:48,683 --> 01:06:52,683

1005
01:06:52,684 --> 01:06:56,684

1006
01:06:56,686 --> 01:07:00,686

1007
01:07:00,687 --> 01:07:04,687

1008
01:07:04,689 --> 01:07:08,689

1009
01:07:08,693 --> 01:07:12,693

1010
01:07:12,695 --> 01:07:16,695

1011
01:07:16,697 --> 01:07:20,697

1012
01:07:20,699 --> 01:07:24,699

1013
01:07:24,701 --> 01:07:28,701

1014
01:07:28,702 --> 01:07:32,702

1015
01:07:32,703 --> 01:07:36,703

1016
01:07:36,705 --> 01:07:40,705

1017
01:07:40,706 --> 01:07:44,706

1018
01:07:44,708 --> 01:07:48,708

1019
01:07:48,709 --> 01:07:52,709

1020
01:07:52,712 --> 01:07:56,712

1021
01:07:56,714 --> 01:08:00,714

1022
01:08:00,716 --> 01:08:04,716

1023
01:08:04,719 --> 01:08:08,719

1024
01:08:08,722 --> 01:08:12,722

1025
01:08:12,724 --> 01:08:16,724
ดูต่อเลยนะครับ

1026
01:08:16,727 --> 01:08:20,727
หัวข้อต่อมานะครับ

1027
01:08:20,728 --> 01:08:24,728
เราจะพูดถึงเรื่องของ OS นะครับ

1028
01:08:24,730 --> 01:08:28,730
หรือระบบปฏิบัติการนะครับ ว่า

1029
01:08:28,731 --> 01:08:32,731
ระบบปฏิบัติการที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้มันคืออะไร

1030
01:08:32,735 --> 01:08:36,735
นะครับมันมีความเป็นมาอย่างไร

1031
01:08:36,741 --> 01:08:40,741
ในสมัยก่อนนะครับ ในสมัยโบราณเรานะครับ

1032
01:08:40,744 --> 01:08:44,744
ในการใช้งานคอมพิวเตอร์ หรือใช้งาน

1033
01:08:44,745 --> 01:08:48,745
เครื่องประดิษฐ์ หรือเครื่องคำนวณอะไรก็แล้วแต่

1034
01:08:48,746 --> 01:08:52,746
สมัย ม. 6 นะครับ

1035
01:08:52,747 --> 01:08:56,747
เราคงนึกภาพออกนะครับ ว่า

1036
01:08:56,749 --> 01:09:00,749
ที่ผลิตเครื่องอะไรขึ้นมา ผลิจคอมพิวเตอร์ ผลิต

1037
01:09:00,750 --> 01:09:04,750
เครื่องประดิษฐ์ คน ๆ นั้นใช้งานได้อยู่คนเดียว

1038
01:09:04,751 --> 01:09:08,751
นะครับนอกจากผู้ผลิต

1039
01:09:08,763 --> 01:09:12,763
นะครับ คอมพิวเตอร์ก็เช่นเดียวกันนะครับ

1040
01:09:12,765 --> 01:09:16,765
สมัยเริ่มแรกเลยนะครับ ก็คือใครสร้างขึ้นมา

1041
01:09:16,771 --> 01:09:20,771
ก็คือใช้ได้อยู่คนเดียวนะครับ

1042
01:09:20,773 --> 01:09:24,773
ไม่มีความรู้คอมพิวเตอร์ใช้คอมพิวเตอรไม่ได้เลยนะครับ

1043
01:09:24,775 --> 01:09:28,775
ในสมัยยุคแรก ๆ นะครับ

1044
01:09:28,782 --> 01:09:32,782
คราวนี้มาดูในหัวข้อของ

1045
01:09:32,784 --> 01:09:36,784
หน่วยควบคุมอุปกรณ์นะครับ หรือ Chanel นะครับ

1046
01:09:36,786 --> 01:09:40,786
เขาบอกว่า

1047
01:09:40,799 --> 01:09:44,799
หน่วยประมวลผลในเครื่องคอมพิวเตอร์นะครับ

1048
01:09:44,801 --> 01:09:48,801
ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของระบบ

1049
01:09:48,803 --> 01:09:52,803
ซึ่งในระบบคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ Super Computer Mainframe Computer นี่

1050
01:09:52,804 --> 01:09:56,804
ใช่ไหมครับ

1051
01:09:56,806 --> 01:10:00,806
Mainframe Computer นี่ เวลามันทำงานนะครับ มันจะ

1052
01:10:00,808 --> 01:10:04,808
ไม่ใช้ตัวของหน่วยประมวลผลหลัก

1053
01:10:04,810 --> 01:10:08,810
ในส่วนที่มีส่วนสำคัญน้อยนะครับ

1054
01:10:08,811 --> 01:10:12,811
นึกง่าย ๆ เช่น

1055
01:10:12,814 --> 01:10:16,814
สมมติว่าห้องเรานี่เป็น Super Computer

1056
01:10:16,815 --> 01:10:20,815
มี CPU อยู่ทั้งหมด หรือมีหน่วยประมวลผล

1057
01:10:20,817 --> 01:10:24,817
อยู่ทั้งหมด 30 หน่วยใหญ่ สมมตินะ หน่วยใหญ่

1058
01:10:24,820 --> 01:10:28,820
แต่พอเราจะให้

1059
01:10:28,821 --> 01:10:32,821
ไปทำงานที่เล็กลง เราจะไม่ใช้ 30 หน่วยนี้

1060
01:10:32,822 --> 01:10:36,822
ในการทำงานนะครับ

1061
01:10:36,824 --> 01:10:40,824
เราจะไปสร้างส่วนเล็ก ๆ ต่อไป เช่น เราจะสร้าง OS เล็ก

1062
01:10:40,826 --> 01:10:44,826
ที่ติดต่อกับอุปกรณ์

1063
01:10:44,827 --> 01:10:48,827
ไปติดต่อกับภายนอก คือ ไปติดต่อกับอะไรก็แล้วแต่

1064
01:10:48,828 --> 01:10:52,828
ที่นอกเหนือจากตัวหลัก ๆ ของ CPU เรา

1065
01:10:52,829 --> 01:10:56,829
ซึ่งเขาจะใช้คำว่า "Processer ติดต่อกับอุปกรณ์

1066
01:10:56,831 --> 01:11:00,831
ข้าง ถ้าจะไปติดต่อกับอุปกรณ์รอบข้า

1067
01:11:00,842 --> 01:11:04,842
เราจะไม่ใช้ตัวของ Processor หลักเป็นตัวติดต่อโดยตรง

1068
01:11:04,844 --> 01:11:08,844
นะครับ หรือบางทีเขาใช้ตัว IO

1069
01:11:08,845 --> 01:11:12,845
หรือ Data Chanel หรือบางทีเรียกสั้น ๆ ว่า "Chanel"

1070
01:11:12,847 --> 01:11:16,847
Chanal คืออะไร

1071
01:11:16,848 --> 01:11:20,848
ชาแนลคืออะไร ในทีนี้ชาแนล

1072
01:11:20,849 --> 01:11:24,849
คืออะไรเอ่ยอุบล คือ

1073
01:11:24,853 --> 01:11:28,853
คือ Processer ใช่ไหม Processer

1074
01:11:28,858 --> 01:11:32,858
ในระบบ

1075
01:11:32,861 --> 01:11:36,861
คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่นะครับ ที่ทำหน้าที่

1076
01:11:36,867 --> 01:11:40,867
ในการติดต่อกับอุปกรณ์รอบข้าง

1077
01:11:40,872 --> 01:11:44,872
นะครับ ในคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่เท่านั้นนะครับ อย่าง ญฉ

1078
01:11:44,874 --> 01:11:48,874
อย่าง Note Book ไม่ใช้

1079
01:11:48,875 --> 01:11:52,875
ใช้อะไรเราค่อยว่ากันต่อนะครับ

1080
01:11:52,878 --> 01:11:56,878
นี่เห็นไหม ถ้าเป็น

1081
01:11:56,879 --> 01:12:00,879
ในระบบเล็ก ๆ ถ้ามันจะ

1082
01:12:00,881 --> 01:12:04,881
ไปติดต่อกับอุปกรณ์ภายนอกมันจะใช้การติดต่อ

1083
01:12:04,882 --> 01:12:08,882
Input, Output นั้นนะครับ มันจะติดต่อผ่าน Port

1084
01:12:08,889 --> 01:12:12,889

1085
01:12:12,893 --> 01:12:16,893
ถ้าเป็นพวก Super Computerหรือคอมพิวเตอร์

1086
01:12:16,895 --> 01:12:20,895
ขนาดใหญ่  ใช้ Chanal ในการติดต่อ

1087
01:12:20,896 --> 01:12:24,896
แต่พออย่าง PC เรา อย่างโน้ตบุ๊กเรา

1088
01:12:24,897 --> 01:12:28,897
นะครับ มันจะใช้พอร์ทในการติดต่อ

1089
01:12:28,901 --> 01:12:32,901
รู้จัก Prot ใช่ไหม รู้จัก Port ไหม

1090
01:12:32,903 --> 01:12:36,903
ที่เราไปเสียบ

1091
01:12:36,904 --> 01:12:40,904
ต่อพอร์ท USB พอร์ทอะไร

1092
01:12:40,908 --> 01:12:44,908
พวกนี้ติดต่อผ่านช่องนี้

1093
01:12:44,909 --> 01:12:48,909
คราวนี้ พอ

1094
01:12:48,912 --> 01:12:52,912
เมื่อมีการติดต่อผ่านทั้ง พอร์ท ผ่านทั้ง

1095
01:12:52,913 --> 01:12:56,913
เรามาดูว่าในการติดต่อระหว่างอุปกรณ์รอบข้างระหว่าง CPU

1096
01:12:56,916 --> 01:13:00,916
มันมีวิธีการติดต่ออย่างไร ในนี้

1097
01:13:00,918 --> 01:13:04,918
มันแบ่งออกเป็น 3 แบบ 1. การติดต่อแบบ Prol link นะครับ

1098
01:13:04,920 --> 01:13:08,920

1099
01:13:08,921 --> 01:13:12,921

1100
01:13:12,923 --> 01:13:16,923

1101
01:13:16,925 --> 01:13:20,925
นะครับ Plor link

1102
01:13:20,928 --> 01:13:24,928
การติดต่อแบบนี้ก็คือ

1103
01:13:24,929 --> 01:13:28,929
การติดต่อที่ทุกช่วงเวลานะครับ CPU

1104
01:13:28,932 --> 01:13:32,932
จะหยุดทำงาน แล้วก็ไปเช็กว่า

1105
01:13:32,933 --> 01:13:36,933
อุปกรณ์ใดบ้างที่ต้องการจะติดต่อกับ CPU

1106
01:13:36,935 --> 01:13:40,935
หยุด ถ้าตัวอย่างเช่น

1107
01:13:40,938 --> 01:13:44,938
ตัวผมเอง อาจารย์เองนี่เป็น CPU

1108
01:13:44,943 --> 01:13:48,943
นะครับ หรือเป็น Prosensor

1109
01:13:48,945 --> 01:13:52,945
สอน ๆ อยู่ สอน ๆ อยู่ แล้วยกตัวอย่าง ก็คือเราเป็น

1110
01:13:52,946 --> 01:13:56,946
เ็นอุปกรณ์รอบข้าง ถ้าสมมติว่า

1111
01:13:56,948 --> 01:14:00,948
อยากถาม หรือ

1112
01:14:00,950 --> 01:14:04,950
CPU อยากถาม เช่น อย่างผมเป็น CPU

1113
01:14:04,952 --> 01:14:08,952
ถ้าเป็นแบบ Prol Link ผมจะหยุด แล้วเริ่มภาม

1114
01:14:08,954 --> 01:14:12,954
แล้วเริ่มถามนนะครับ

1115
01:14:12,955 --> 01:14:16,955
แม็กกี้ ตั้งแต่คนที่ 1 ถามไปเรื่อย ๆ ครับ จนถึง

1116
01:14:16,958 --> 01:14:20,958
คนสุดท้าย 40 คน ก็ถามถึง 40

1117
01:14:20,963 --> 01:14:24,963
นี่คือลักษณะของ Prol Link ซึ่ง

1118
01:14:24,969 --> 01:14:28,969
การติดต่อแบบนี้ปัญหาที่

1119
01:14:28,971 --> 01:14:32,971
เกิดระบบล่าช้า

1120
01:14:32,972 --> 01:14:36,972
นะครับ เช่น ไปถามอุปกรณ์รอบข้าง อุปกรณ์รอบข้าง

1121
01:14:36,974 --> 01:14:40,974
40 ตัว ไม่มีอุปกรณ์ใดต้องการ CPU

1122
01:14:40,975 --> 01:14:44,975
นะครับเสียเวลาข้อเสียของมัน

1123
01:14:44,979 --> 01:14:48,979
นะครับ ข้อเสีย คือ เสียเวลานะครับ

1124
01:14:48,981 --> 01:14:52,981
การติดต่ออันที่ 2 ก็คือ

1125
01:14:52,983 --> 01:14:56,983
Interup ลักษณะการต่อแบบนี้นะครับ เป็นการ

1126
01:14:56,984 --> 01:15:00,984
ลดข้อเสียของแบบ

1127
01:15:00,986 --> 01:15:04,986
ก็คือแทนที่จะไปเช็กไปถามอุปกรณ์รอบข้าง

1128
01:15:04,998 --> 01:15:08,998
วิธีการ Interrupt

1129
01:15:09,001 --> 01:15:13,001
ส่งสัญญาณมาแทน เช่น

1130
01:15:13,004 --> 01:15:17,004
ถ้าผมสอน ๆ อยู่เป็น CPU

1131
01:15:17,007 --> 01:15:21,007
เป็นอุปกรณ์รอบข้าง สอน ๆ อยู่ถามอุบล อุบลยกมือเลย

1132
01:15:21,009 --> 01:15:25,009
พออุบลสอนเสร็จปุ๊บ ผมก็

1133
01:15:25,011 --> 01:15:29,011
สอนต่อ นี่นี่เป็นลักษณะการติดต่อแบบ Interrup

1134
01:15:29,013 --> 01:15:33,013
ก็คือ

1135
01:15:33,014 --> 01:15:37,014
CPU ไม่ต้องถามอุปกรณ์รอบข้าง อุปกรณ์รอบข้าง

1136
01:15:37,015 --> 01:15:41,015
มาถามเองนะครับ แบบที่ 3 นะครับ แบบ

1137
01:15:41,017 --> 01:15:45,017
Mail Box

1138
01:15:45,018 --> 01:15:49,018
นะครับในการติดต่อแบบนี้ก็คือ

1139
01:15:49,021 --> 01:15:53,021
ไปลดข้อเสียทั้ง 2 แบบนะครับ

1140
01:15:53,023 --> 01:15:57,023
หลักการลอง Mailbox

1141
01:15:57,025 --> 01:16:01,025
จะกันเนื้อความจำบางส่วน

1142
01:16:01,038 --> 01:16:05,038
เก็บข้อมูล

1143
01:16:05,042 --> 01:16:09,042
ยกตัวอย่างเช่น เมื่อ

1144
01:16:09,043 --> 01:16:13,043
อุปกรณ์รอบข้างต้องการจะใช้ CPU

1145
01:16:13,045 --> 01:16:17,045
ถ้าเป็น interrup ถ้าเป็น Mail Box

1146
01:16:17,051 --> 01:16:21,051
หน่วยคึวา่มจำบางส่วนที่กันเอาไว

1147
01:16:21,052 --> 01:16:25,052
แล้วสักระยะหนึ่ง CPU จะหยุด แล้ว

1148
01:16:25,053 --> 01:16:29,053
ไปเช็กที่หน่วยความจำแล้วก็ส่งสัญญามาที่ Mailblox

1149
01:16:29,055 --> 01:16:33,055
นะครับ นี่คือแบบ Mail Box

1150
01:16:33,056 --> 01:16:37,056
ถามว่าทำไมแบบ Mailbox ทำไมถึงเรากว่า

1151
01:16:37,062 --> 01:16:41,062
แบบที่ 1 ช้า แบบที่ 2 ก็ยังช้าอยู่ แบบที่ 3 เร็วกว่า

1152
01:16:41,063 --> 01:16:45,063
เพราะอะไรครับ เพราะแบบที่ 3 CPU กับหน่วยความจำ

1153
01:16:45,064 --> 01:16:49,064
จะอยู่ติดกัน เดี๋ยวเราจะดู เราจะเห็น

1154
01:16:49,065 --> 01:16:53,065
โครงสร้างของระบบนะครับเดี๋ยวให้ดู

1155
01:16:53,067 --> 01:16:57,067

1156
01:16:57,068 --> 01:17:01,068
คราวนี้มาดูว่า

1157
01:17:01,069 --> 01:17:05,069
ระบบปฏิบัติการเรานั้นนะครับ

1158
01:17:05,070 --> 01:17:09,070
เป็นมาอย่างไร

1159
01:17:09,072 --> 01:17:13,072
ในยุคแรกนั้นนะครับ ระบบปฏิบัติการของเรานะครับ

1160
01:17:13,073 --> 01:17:17,073
จะใช้ภาษาเครื่องทั้งหมดในการติดต่อ

1161
01:17:17,075 --> 01:17:21,075
คนที่สร้างขึ้นมาก็คือคนที่ใช้ได้อยู่คนเดียวนะครับ

1162
01:17:21,077 --> 01:17:25,077

1163
01:17:25,079 --> 01:17:29,079
ต่อมาก็มีจากความยุ่งยากการใช้ภาษาเครื่องนะครับ

1164
01:17:29,081 --> 01:17:33,081
ก็มีคนคิดชุดคำสั่งขึ้นมา

1165
01:17:33,082 --> 01:17:37,082
เพื่อสามารถทำงานได้ง่ายขึ้นนะครับ ภาษาแรก ๆ เลย

1166
01:17:37,083 --> 01:17:41,083
ที่เราใช้ก็คือภาษา

1167
01:17:41,084 --> 01:17:45,084
แอสแซมบลี้

1168
01:17:45,087 --> 01:17:49,087
ซึ่งภาษาแอสแซมบลี้ ก็ถูก

1169
01:17:49,092 --> 01:17:53,092
แปลเป็นภาษาเครื่อง เราเรียกว่า Assembler นะครับ

1170
01:17:53,094 --> 01:17:57,094

1171
01:17:57,095 --> 01:18:01,095

1172
01:18:01,097 --> 01:18:05,097
เขาบอกว่าการทำงานของ แอสแซมเบลอร์ นั้นนะครับ

1173
01:18:05,101 --> 01:18:09,101
จะมีทำงานที่เร็ว เพราะอะไรครับ เพราะภาษาเครื่อง 1 คำสั่ง

1174
01:18:09,102 --> 01:18:13,102
ก็ต่อคำสั่งเลย

1175
01:18:13,104 --> 01:18:17,104
นะครับ เขาบอกว่าภาษาแอสแซมบลี้เป็นภาษา

1176
01:18:17,105 --> 01:18:21,105
ที่ใกล้เคียงภาษาเครื่องมากที่สุด

1177
01:18:21,108 --> 01:18:25,108
สมัยที่อาจารย์เรียนนะครับ อาจารย์ต้องเรียน

1178
01:18:25,109 --> 01:18:29,109
เขียนโปรแกรมด้วยภาษา แอลซันบี้

1179
01:18:29,111 --> 01:18:33,111
แต่รุ่นพวกเราไม่เรียนแล้วครับ ปวดหัว

1180
01:18:33,112 --> 01:18:37,112
เรียนยากนะครับ

1181
01:18:37,113 --> 01:18:41,113
ซึ่งภาษา Assembly เราถือว่าเป็นภาษาระดับต่ำ

1182
01:18:41,114 --> 01:18:45,114
ที่ใกล้เคียงภาาษเครื่อง

1183
01:18:45,116 --> 01:18:49,116
ใช้คำไม่กี่คำก็ทำงานเลยนะครับ

1184
01:18:49,118 --> 01:18:53,118
ต่อมาก็มีคนพัฒนานะครับ ภาษาที่

1185
01:18:53,120 --> 01:18:57,120
ให้มันใช้งานง่าย เป็นโครงสร้างนะครับ เขียนขึ้นมาง่าย

1186
01:18:57,122 --> 01:19:01,122
ก็คือภาษาระดับสูง

1187
01:19:01,128 --> 01:19:05,128
นะครับ เช่น ภาษาอะไรครับ ภาษา C, ภาษาเบสิก

1188
01:19:05,140 --> 01:19:09,140
ภาษาอัสคาร ภาษา

1189
01:19:09,141 --> 01:19:13,141
อะไรที่เราเขียนอยู่ปัจจุบันอย่างนี้

1190
01:19:13,143 --> 01:19:17,143
ใช่ไหมที่เราเขียนในปัจจุบัน

1191
01:19:17,144 --> 01:19:21,144
Python อะไรพวกนี้นะครับ ซึ่ง

1192
01:19:21,146 --> 01:19:25,146
ภาษาในคอมพิวเตอร์แบ่งเป็น 3 ระดับ ระดับต่ำ

1193
01:19:25,147 --> 01:19:29,147
สูงมาก สูงมาก ๆ Very Very High

1194
01:19:29,149 --> 01:19:33,149
เยอะ ๆ ไปอีกนะครับก็ไม่เป็นไร

1195
01:19:33,153 --> 01:19:37,153
เราไม่ต้องพูดถึงขนาดนั้นนะครับ ซึ่งภาษาระดับสูงต้องมาแปลนะครับ

1196
01:19:37,158 --> 01:19:41,158
ก็คือคอมไพล์เลอร์ที่ผมกล่าวไปข้างต้น

1197
01:19:41,162 --> 01:19:45,162
ก็เป็นภาษาเครื่องนะครับ

1198
01:19:45,163 --> 01:19:49,163

1199
01:19:49,165 --> 01:19:53,165
ภาษาเครื่องนั่นก็คือมันจะแปลเป็นโค้ดนะครับ

1200
01:19:53,166 --> 01:19:57,166

1201
01:19:57,168 --> 01:20:01,168
โค้ดอ่านออกไหมครับ โค้ด อ่านออกไหม โค้ด

1202
01:20:01,169 --> 01:20:05,169

1203
01:20:05,170 --> 01:20:09,170
ใครอ่านโค้ดออกยกมือขึ้น

1204
01:20:09,172 --> 01:20:13,172
นะครับ มันจะมีอยู่ 2 คำ คือ Code

1205
01:20:13,173 --> 01:20:17,173
กับคำว่า "Code" ในการเขียนโปรแกรมของเรา

1206
01:20:17,175 --> 01:20:21,175
นะครับ

1207
01:20:21,179 --> 01:20:25,179
Sourc Code อ่านออกไหม

1208
01:20:25,180 --> 01:20:29,180
อ่าว ตอบไม่ได้ไม่เป็นไร เพราะเราเพิ่งเรียนปี 1

1209
01:20:29,182 --> 01:20:33,182
นะครับ เราเพิ่งตกแต่ง Souece Code

1210
01:20:33,183 --> 01:20:37,183
นึกออกไหมตอนเราเขียนโปร

1211
01:20:37,184 --> 01:20:41,184
คีย์คำสั่งไป มีตำราวาง

1212
01:20:41,186 --> 01:20:45,186
คีย์เข้าไป นั่นคือ Sose code

1213
01:20:45,188 --> 01:20:49,188
แต่เราพอเราคีย์ดเสร็จปุ๊บ เราต้องเอาไป

1214
01:20:49,190 --> 01:20:53,190
Compild

1215
01:20:53,191 --> 01:20:57,191
คราวนี้โค้ดอ่านออกไหม อ่านไม่ออกครับ โค้ดยังอ่านไม่ออก

1216
01:20:57,192 --> 01:21:01,192
นะครับ

1217
01:21:01,193 --> 01:21:05,193

1218
01:21:05,195 --> 01:21:09,195
เขาบอกนะครับ

1219
01:21:09,197 --> 01:21:13,197
พอเราพัฒนาเรื่อย ๆ มานะครับ เขาก็เอาตัวของ

1220
01:21:13,198 --> 01:21:17,198
โปรแกรมแอสแซมบลี้

1221
01:21:17,201 --> 01:21:21,201
มารวมเข้ากับระบบของเรานะครับ มีโปรแกรมหนึ่งนะครับ ที่เราเรียกว่า Loader

1222
01:21:21,202 --> 01:21:25,202
Loader หมายถึง

1223
01:21:25,203 --> 01:21:29,203
ซอฟต์แวร์นะครับ ที่ทำหน้าที่ในการ

1224
01:21:29,206 --> 01:21:33,206
โหลดโปรแกรมจากแผ่นดิสก์ไปหน่วยความจำ

1225
01:21:33,207 --> 01:21:37,207
นะครับ ถ้าใครนึกภาพไม่ออก อย่างเช่น

1226
01:21:37,211 --> 01:21:41,211
ผมมี

1227
01:21:41,213 --> 01:21:45,213
โปรแกรมอยู่ในเครื่อง อยู่ในแผ่นดิสก์นะ

1228
01:21:45,216 --> 01:21:49,216
ผมก็เสียบแผ่นดิสก์เข้าไปในเครื่อง

1229
01:21:49,218 --> 01:21:53,218
นะครับ โปรแกรม Loader นี้ จะทำหน้าที่โหลด

1230
01:21:53,219 --> 01:21:57,219
โปรแกรมจากแผ่นลงไปใส่ในเครื่องไว้

1231
01:21:57,223 --> 01:22:01,223
ถ้าเขาถามว่าโหลดเดอร์คืออะไรครับ โหลดเดอร์ คือ โปรแกรม

1232
01:22:01,226 --> 01:22:05,226
ที่ทำหน้าที่ในการโหลดโปรแกรมจาก

1233
01:22:05,229 --> 01:22:09,229
ระบบจากแผ่นดิสก์ลงไปสู่เครื่องคอมพิวเตอร์นะครับ

1234
01:22:09,231 --> 01:22:13,231
ต่อมาคนก็ไปคิดว่าเราจะทำอย่างไรดี

1235
01:22:13,232 --> 01:22:17,232
ไม่ต้องให้มันโหลดเลยได้ไหม มันเสียเวลานะครับ ก็คือ

1236
01:22:17,233 --> 01:22:21,233
เอาตัวของ Loader

1237
01:22:21,235 --> 01:22:25,235
และ Assembly มารวมกันเลยครับ

1238
01:22:25,236 --> 01:22:29,236
กลายมาเป็นโปรแกรมระบบ

1239
01:22:29,237 --> 01:22:33,237
เปิดเครื่องขึ้นมาปุ๊บต้องใส่แผ่นไหม

1240
01:22:33,238 --> 01:22:37,238
ไม่ต้องใส่โหลดมาเลย

1241
01:22:37,241 --> 01:22:41,241
แปลเป็นภาษาเครื่องให้เลยนะครับ กลายเป็นโปรแกรมระบบ

1242
01:22:41,242 --> 01:22:45,242
เพื่ออะไรครับเพื่อทำหน้าที่

1243
01:22:45,244 --> 01:22:49,244
อำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้นะครับ

1244
01:22:49,247 --> 01:22:53,247

1245
01:22:53,252 --> 01:22:57,252
ซึ่งต่อมาก็มีการพัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ นะครับ

1246
01:22:57,256 --> 01:23:01,256
ก็กลายมาเป็นโปรแกรมระบบปฏิบัติการ

1247
01:23:01,257 --> 01:23:05,257

1248
01:23:05,258 --> 01:23:09,258

1249
01:23:09,261 --> 01:23:13,261
นี่ครับ กลายมาเป็น OS ครับ

1250
01:23:13,262 --> 01:23:17,262
ก็คือที่เราใช้ในปัจจุบัน

1251
01:23:17,264 --> 01:23:21,264
ถ้าใครนึกภาพไม่ออกว่าโปรแกรม OS ในปัจจุบันคืออะไร

1252
01:23:21,267 --> 01:23:25,267
เราพูดถึง ก็คือ Windows ใช่ไหม

1253
01:23:25,274 --> 01:23:29,274
Windows ถ้าแพลตฟอร์มอื่น ในโทรศัพท์

1254
01:23:29,275 --> 01:23:33,275
เราคืออะไรครับ

1255
01:23:33,290 --> 01:23:37,290
Android ใช่ไหม Android, iOS,

1256
01:23:37,291 --> 01:23:41,291
Windows Phone

1257
01:23:41,292 --> 01:23:45,292
เยอะแยะครับ Linux อะไรพวกนี้ ก็จะเป็นโปรแกรม

1258
01:23:45,293 --> 01:23:49,293
ระบบปฏิบัติการซึ่งเราจะค่อย ๆ เรียนไป

1259
01:23:49,294 --> 01:23:53,294
แต่ละตัวไปนะครับ

1260
01:23:53,296 --> 01:23:57,296
เขาบอกว่าระบบปฏิบัติการนั้น

1261
01:23:57,298 --> 01:24:01,298
อาจเป็นได้ทั้งซอฟต์แวร์ และฮาร์ดแวร์นะครับ

1262
01:24:01,299 --> 01:24:05,299
แต่ที่นิยม

1263
01:24:05,300 --> 01:24:09,300
ในปัจจุบันจะเป็นลักษณะของซอฟต์แวร์นะครับ ซอฟต์แวร์

1264
01:24:09,301 --> 01:24:13,301
เช่น เครื่องเราใช่ไหมครับ

1265
01:24:13,302 --> 01:24:17,302
เราไช้ Windows 8 สักพัก Windows 10 ออกมา

1266
01:24:17,303 --> 01:24:21,303
สักพัก 11 มาด็ใช่  11

1267
01:24:21,304 --> 01:24:25,304
เป็นซอฟต์แวร์ OS นะครับ ถ้าเป็น Hardware os

1268
01:24:25,308 --> 01:24:29,308
มันจะอยู่ในเครื่องของเราเลย

1269
01:24:29,309 --> 01:24:33,309
เราเปลี่ยนแปลงได้ไหม ได้ไหมครับ ถ้าอยู่ในเครื่อง

1270
01:24:33,313 --> 01:24:37,313
เปลี่ยนไม่ได้่นะครับถ้าอยากเปลี่ยนก็ต้องซื้อเครื่องใหม่

1271
01:24:37,316 --> 01:24:41,316
เหมือนโทรศัพท์อย่างนี้ เหมือนของผมอย่างนี้ ตอนนี้

1272
01:24:41,319 --> 01:24:45,319

1273
01:24:45,322 --> 01:24:49,322
Andriond เวอร์ชันเท่าไรครับ

1274
01:24:49,323 --> 01:24:53,323
16 บ่อ ของผมได้แค่ 8

1275
01:24:53,326 --> 01:24:57,326
ของผมได้แค่ 8 ต้องการอัปเดต

1276
01:24:57,328 --> 01:25:01,328
มันบอกว่าถ้าพูดภาษาเรานะ

1277
01:25:01,330 --> 01:25:05,330
ไปซื้อเครื่องใหม่โลด มันอัปไม่ได้นึกออกไหม

1278
01:25:05,331 --> 01:25:09,331
มันเป็นอยู่ใน Hardward นะครับ

1279
01:25:09,334 --> 01:25:13,334
เขาบอกว่านะครับ ถ้าเครื่องไหน

1280
01:25:13,335 --> 01:25:17,335
ไม่มีระบบปฏิบัติการ เครื่องนั้นก็ไม่ทำงานนะครับ

1281
01:25:17,338 --> 01:25:21,338
เหมือนโทรศัพท์เราอย่างนี้ ไม่มีแอนดรอยด์

1282
01:25:21,339 --> 01:25:25,339
ไม่มี iOS นะครับ

1283
01:25:25,343 --> 01:25:29,343
เครื่องในห้องเราอย่างนี้ เราลบ Windows ออก เราใช้ไม่ได้ อย่าง

1284
01:25:29,345 --> 01:25:33,345
เครื่องแอปเปิ้ลแหวงของเรานะ

1285
01:25:33,347 --> 01:25:37,347
ถ้าเราลบ iOS ออกก็ใช้ไม่ได้ ถ้าว่าลง Wimdow

1286
01:25:37,361 --> 01:25:41,361
เครื่อง Mac เรา ไอ้เครื่องข้างหลังเรา

1287
01:25:41,367 --> 01:25:45,367
ได้ไหมครับ ไอ้เครื่องข้างหลังเราน่ะ เครื่องบักแอปเปิลแหว่งเราน่ะ

1288
01:25:45,369 --> 01:25:49,369
ลงได้ไหมครับ

1289
01:25:49,370 --> 01:25:53,370
เอา Windows 11 ลงได้ไหม ปุ๋ย

1290
01:25:53,371 --> 01:25:57,371
ลงได้ไหม

1291
01:25:57,373 --> 01:26:01,373
ไปลงใส่เครื่องแอปเปิล เราคิดว่าได้ไหมครับ

1292
01:26:01,374 --> 01:26:05,374
ได้นะครับ

1293
01:26:05,376 --> 01:26:09,376
แต่ไม่ควรลง ไม่ควรตำนะครับ

1294
01:26:09,381 --> 01:26:13,381
ผมอยากใช้คำว่าอย่าหาทำ

1295
01:26:13,384 --> 01:26:17,384
ระบบปฏิบัติการเขารองรับกับเครื่องเขาแล้ว

1296
01:26:17,386 --> 01:26:21,386
ผมเห็นเครื่องอาคาร 7 เรา ไปลงหมดเลย

1297
01:26:21,388 --> 01:26:25,388
เครื่องราคา 80,000 บาท ไปเอา Windows ลง เพื่อ ผมถาม

1298
01:26:25,389 --> 01:26:29,389
นะครับผมถามคำถามหลายอยาตารย์ถาม

1299
01:26:29,392 --> 01:26:33,392
เรามีเครื่อง Mac มา เรามีเครื่อง iOS มา

1300
01:26:33,393 --> 01:26:37,393
ไปเอา Windows ลง เพื่ออะไร

1301
01:26:37,394 --> 01:26:41,394
เราค่อยว่ากันอีกทีหนึ่งนะครับ

1302
01:26:41,396 --> 01:26:45,396

1303
01:26:45,401 --> 01:26:49,401
อันนี้พูดไปแล้วนะครับ

1304
01:26:49,402 --> 01:26:53,402
คราวนี้มาดูหน้าที่ของระบบปฏิบัติการเรานะครับ

1305
01:26:53,406 --> 01:26:57,406
ว่ามีหน้าที่อะไรบ้างนะครับ 1. ติดต่อกับผู้ใช้

1306
01:26:57,407 --> 01:27:01,407
นะครับหน้าที่อันแรกเลยติดต่อกัยผู้ัใช่

1307
01:27:01,408 --> 01:27:05,408
ถ้า OS หรือระบบปฏิบัติการไหนติดต่อกับผู้ใช้ได้ดี

1308
01:27:05,416 --> 01:27:09,416
ได้สะดวกคนก็ทำไมครับ

1309
01:27:09,418 --> 01:27:13,418
นิยมใช้ เช่น เราใช้ Windows

1310
01:27:13,421 --> 01:27:17,421
11 กับอีกคนนึงใช้

1311
01:27:17,423 --> 01:27:21,423
Windows 3.1 อย่างนี้ หรือบางคนไปใช้ Linux อย่างนี้

1312
01:27:21,425 --> 01:27:25,425
บางคนไปใช้ IOS

1313
01:27:25,426 --> 01:27:29,426

1314
01:27:29,429 --> 01:27:33,429
ต้องติดต่อ

1315
01:27:33,430 --> 01:27:37,430
กับผู้ใช้ ถ้า OS ไหนติดต่อกับผู้ใช้ง่ายคนก็ใช้

1316
01:27:37,433 --> 01:27:41,433
นะครับ ตอนนี้ตลาด

1317
01:27:41,434 --> 01:27:45,434
ก็คือของWindows นะครับ

1318
01:27:45,436 --> 01:27:49,436
หน้าที่อันที่ 2 ของ OS คือ

1319
01:27:49,440 --> 01:27:53,440
ควบคุมอุปกรณ์และการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหมดเลย

1320
01:27:53,443 --> 01:27:57,443
นะครับ คอมพิวเตอร์

1321
01:27:57,445 --> 01:28:01,445
จะทำอะไร จะติดต่อกับใคร เล่นเน็ตได้ไหม

1322
01:28:01,452 --> 01:28:05,452
พรินท์เตอร์ได้ไหม

1323
01:28:05,453 --> 01:28:09,453
OS ดำเนินการควบคุมทั้งหมดนะครับ

1324
01:28:09,454 --> 01:28:13,454
ผมเลยยกตัวอย่างให้ฟัง เช่น

1325
01:28:13,463 --> 01:28:17,463
ถ้าเกิดเราใช้ Windows Me เราไม่ทันหรอก

1326
01:28:17,464 --> 01:28:21,464
ยกตัวอย่างให้ดู windown me

1327
01:28:21,466 --> 01:28:25,466
เปิดหนังที่มีความจุ 5 GB

1328
01:28:25,470 --> 01:28:29,470
นะครับ 5 GB

1329
01:28:29,475 --> 01:28:33,475
เปิดไม่ได้หรอกครับ เพราะ Windows Me ไม่รู้จ

1330
01:28:33,476 --> 01:28:37,476
ไฟล์ใหญ่ขนาดนั้นเป็นต้น

1331
01:28:37,477 --> 01:28:41,477

1332
01:28:41,478 --> 01:28:45,478
หน้าที่อันที่ 3 ก็คือจัดสรร

1333
01:28:45,479 --> 01:28:49,479
ทุกอย่างในระบบ เพื่อให้มันการแบ่งการใช้งานได้อย่างเมา

1334
01:28:49,480 --> 01:28:53,480
นะครับ

1335
01:28:53,482 --> 01:28:57,482
เพราะอะไรครับ ตัวอย่างเช่น เขาบอกว่า

1336
01:28:57,484 --> 01:29:01,484
ทำไมต้องมีการจัดสรร นี่ครับ

1337
01:29:01,487 --> 01:29:05,487
เขาบอก นี่ครับ ทรัพยากรมีจำกัดครับ

1338
01:29:05,488 --> 01:29:09,488
มี CPU ตัวเดียวทำอย่างไรครับทีนี้

1339
01:29:09,490 --> 01:29:13,490
ต้องจัดสรร คนนี้ก็อยากใช้ คนนี้ก็อยากใช้

1340
01:29:13,492 --> 01:29:17,492
มี 10 คนจะใช้อย่างไรพร้อมกัน มัน

1341
01:29:17,493 --> 01:29:21,493
ก็ต้องมีวิธีการจัดสรร หน้าที่ตรงนี้ก็คือระบบป

1342
01:29:21,494 --> 01:29:25,494

1343
01:29:25,496 --> 01:29:29,496

1344
01:29:29,498 --> 01:29:33,498
หรือเขาบอกทำไมต้องจัดสรร มีทรัพยากรหลายประเภท

1345
01:29:33,502 --> 01:29:37,502
แต่โปรแกรมมีความต้องการใช้

1346
01:29:37,503 --> 01:29:41,503
อย่างเดียวกันทำอย่างไรก็ต้องจัดสรรค์

1347
01:29:41,504 --> 01:29:45,504
นะครับ เช่น มีพรินเตอร์

1348
01:29:45,505 --> 01:29:49,505
มีปริ้นเตอร์วางอยู่เครื่องเดียวหน้าห้องเรา

1349
01:29:49,507 --> 01:29:53,507
บอกฉันก็อยากให้พรินต์เตอร์ ทำอย่างไรครับ ก็ต้องจัดสรรให้

1350
01:29:53,509 --> 01:29:57,509
นะครับ

1351
01:29:57,511 --> 01:30:01,511
มาดู

1352
01:30:01,512 --> 01:30:05,512
วิวัฒนาการของระบบปฏิบัติการกัน

1353
01:30:05,513 --> 01:30:09,513
นะครับ หัวข้อสุดท้ายแล้ว

1354
01:30:09,514 --> 01:30:13,514
นะครับ

1355
01:30:13,518 --> 01:30:17,518
สัปดาห์แรก ๆ อาจารย์ก็จะบรรยายประมาณนี้นะครับ จะใช้เวลานาน

1356
01:30:17,519 --> 01:30:21,519
แต่พอสัปดาห์ถัด ๆ ไปก็เริ่มน้อยลง ๆ

1357
01:30:21,522 --> 01:30:25,522
เพราะเราจะเรียนแบบผู้ใหญ่นะครับ

1358
01:30:25,524 --> 01:30:29,524
มาดูวิวัฒนาการของ

1359
01:30:29,531 --> 01:30:33,531
เขาถือว่าไม่มีระบบปฏิบัติการเลยครับ

1360
01:30:33,534 --> 01:30:37,534
เพราะคอมพิวเตอร์ยุคแรก

1361
01:30:37,535 --> 01:30:41,535
เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้หลอดสูญญากาศเป็นหลัก

1362
01:30:41,537 --> 01:30:45,537
ภาษาเครื่องอย่างเดียวครับเวลาป้อนข้อมูลให้คอมพิวเตอร

1363
01:30:45,538 --> 01:30:49,538
นะครับ

1364
01:30:49,539 --> 01:30:53,539
ยุคที่ 2 นะครับ ประมาณ

1365
01:30:53,541 --> 01:30:57,541
ยุด 1955 ถึง 1964

1366
01:30:57,543 --> 01:31:01,543
นะครับยุกคนัเป็นยุกต์

1367
01:31:01,549 --> 01:31:05,549
ทรานซิสเตอร์นะครับ เป็นลักษณะการทำงาน

1368
01:31:05,553 --> 01:31:09,553
แบบทำงานซ้ำ ๆ กันนะครับ

1369
01:31:09,556 --> 01:31:13,556
ทำงานแบบเดิม ๆ นะครับ หรือเราเรียกแชตช์

1370
01:31:13,562 --> 01:31:17,562
นะครับยุกต์นี้ก็

1371
01:31:17,573 --> 01:31:21,573
มีระบบปฏิบัติการแล้วนะครับ แต่ยัง

1372
01:31:21,576 --> 01:31:25,576
ไม่มีความสามารถเยอะนะครับ มีใครเกิดหรือยังยุคนี้

1373
01:31:25,577 --> 01:31:29,577
1964 ยังนะ

1374
01:31:29,578 --> 01:31:33,578
ยุกต์ที่ 3 นะครับ

1375
01:31:33,579 --> 01:31:37,579
ประมาณยุค

1376
01:31:37,582 --> 01:31:41,582
1968 - 1980 นะครับ ยุคนี้เป็นยุคที่มี

1377
01:31:41,583 --> 01:31:45,583
Multi Programming และเป็นจุดเริ่มต้องของ

1378
01:31:45,584 --> 01:31:49,584
นะครับก็ก็คือ ลักษณะ

1379
01:31:49,587 --> 01:31:53,587
การทำงานมากกว่า 1 อย่างในเวลาเดียวกันนะครับ

1380
01:31:53,590 --> 01:31:57,590
เป็นแนวความคิดนะครับ และนวความคิดยุคนี้

1381
01:31:57,592 --> 01:32:01,592
มีแนวความคิดของระบบ Rail-Time

1382
01:32:01,593 --> 01:32:05,593
เป้นอย่างไรครับ Rale ะรทำ

1383
01:32:05,595 --> 01:32:09,595
ทำงานปั๊บ สั่งปุ๊บทำงานปั๊บนะครับ

1384
01:32:09,599 --> 01:32:13,599
นี่คือลักษณะของยุคที่ 3

1385
01:32:13,601 --> 01:32:17,601
นะครับ

1386
01:32:17,602 --> 01:32:21,602
1980นะครับนี่ผมพึ่งเกิดได้ 7 ปี

1387
01:32:21,604 --> 01:32:25,604
ยังเรียนประถมอยู่เลยนะครับ

1388
01:32:25,605 --> 01:32:29,605
ยุคต่อมานะครับ ยุคที่ 4 เป็นยุค 1980

1389
01:32:29,606 --> 01:32:33,606
จนถึง ณ ปัจจุบันนี้นะครับ เป็นลักษณะของ

1390
01:32:33,608 --> 01:32:37,608

1391
01:32:37,609 --> 01:32:41,609
Virtual Machines นะครับ เป็นอย่างไรครับ

1392
01:32:41,612 --> 01:32:45,612
เหมือนการสื่อสาร ยุคปัญญาประดิษฐ์

1393
01:32:45,617 --> 01:32:49,617
ยุคผู้เชี่ยวชาญนะครับ เน้นเครือข่าย

1394
01:32:49,618 --> 01:32:53,618
OS ปัจจุบันจะเน้นเครือข

1395
01:32:53,620 --> 01:32:57,620
เชื่อมหากัน จำลอง ข้ามแพลตฟอร์ม

1396
01:32:57,622 --> 01:33:01,622
นะครับ

1397
01:33:01,623 --> 01:33:05,623
สมัยก่อนนะครับ ถ้าเราจะส่งข้อมูลจาก Windows

1398
01:33:05,625 --> 01:33:09,625
ก็ต้องส่งไปหา Windowอีกเครื่อง

1399
01:33:09,626 --> 01:33:13,626
แต่ปัจจุบันเป็นอย่างไรครับ

1400
01:33:13,628 --> 01:33:17,628
เดี๋ยวผมยกตัวอย่างให้ดูจะได้นึกภาพออก

1401
01:33:17,630 --> 01:33:21,630
เราจะได้มองภาพออก เราเล่น LINE เครื่อง

1402
01:33:21,631 --> 01:33:25,631
ผมใชเ Androi

1403
01:33:25,633 --> 01:33:29,633
ใช้แอปเปิล สมมตินะ เครื่องพี่พลอยใช้โน้ตบุ๊ก

1404
01:33:29,635 --> 01:33:33,635
ถามว่าเราคุยกันได้ไหม

1405
01:33:33,636 --> 01:33:37,636
อ่าน LINE คุยได้ไหม คุยได้ใช่ไหม

1406
01:33:37,645 --> 01:33:41,645
ผมข้ามแพลต์ฟอมต์

1407
01:33:41,648 --> 01:33:45,648
ยุคปัจจุบันแล้วนะครับ ข้ามแพลตฟอร์มได้

1408
01:33:45,649 --> 01:33:49,649

1409
01:33:49,651 --> 01:33:53,651
นี่คือวิวัฒนาการของระบบปฏิบัติการนะครับ

1410
01:33:53,657 --> 01:33:57,657

1411
01:33:57,658 --> 01:34:01,658
จบนะครับ บทที่ 1

1412
01:34:01,659 --> 01:34:05,659
นะครับ มีใครจะถามอะไรไหม

1413
01:34:05,660 --> 01:34:09,660
นะครับ ถ้าไม่มี

1414
01:34:09,662 --> 01:34:13,662
นะครับก็ ให้ทำ

1415
01:34:13,664 --> 01:34:17,664
แบบฝึกหัดนะครับ ผมเห็นหลายคนทำเสร็จแล้วนะครับ

1416
01:34:17,665 --> 01:34:21,665
ฟังบ้าง ไม่ฟังบ้าง บางคนก็ก้มหน้า

1417
01:34:21,666 --> 01:34:25,666
ก้นตาเปิดโทรศัพท์ลอกอย่างเดียว ทั้งนี้ทั้งนั้นนะครับ

1418
01:34:25,668 --> 01:34:29,668
ในการเรียนวิชาทางด้าน

1419
01:34:29,671 --> 01:34:33,671
ปฏิบัติการนั้นนะครับ ก็อยากจะแนะนำพวกเราว่าเราจะต้อง

1420
01:34:33,672 --> 01:34:37,672
เรียนให้เข้าใจนะครับ

1421
01:34:37,674 --> 01:34:41,674
ให้เข้าใจ พาเราเข้าใจปุ๊บ เราจะปฏิบัติได้

1422
01:34:41,675 --> 01:34:45,675
นะครับ แล้ว

1423
01:34:45,677 --> 01:34:49,677
ณ ปัจจุบันนี้นะครับ รุ่นพวกเรานี่โชคดีนะครับ

1424
01:34:49,679 --> 01:34:53,679
สมัยผมนี่ผมเรียนคอมพิวเตอร์นี่

1425
01:34:53,681 --> 01:34:57,681
มีนักศึกษา  50 คน มีคอมพิวเตอร์

1426
01:34:57,683 --> 01:35:01,683
5เครื่องนึกภาพเอา

1427
01:35:01,686 --> 01:35:05,686
10 คนต่อเครื่อง ทำอย่างไรครับ จะได้ใช้คอมพิวเตอร์

1428
01:35:05,688 --> 01:35:09,688
ไม่มีทางเลยครับ แต่รุ่นพวกเราเป็นอย่างไรครับ

1429
01:35:09,693 --> 01:35:13,693
คอมพิวเตอร์เหลือคนนะ

1430
01:35:13,698 --> 01:35:17,698
ห้อง 8 มีอยู่ 8 คนคอมพิวเตอร์

1431
01:35:17,702 --> 01:35:21,702
ในห้องเท่าไร 30 เครื่องนะครับ ดังนั้นนะครับ

1432
01:35:21,703 --> 01:35:25,703
ในการเรียน

1433
01:35:25,704 --> 01:35:29,704
ในระดับอุดมศึกษานะครับ ปี  ยังไม่เท่าไร

1434
01:35:29,705 --> 01:35:33,705
นะครับว่าเรามาเรียนสาย

1435
01:35:33,711 --> 01:35:37,711
อาจารย์ตามไหม

1436
01:35:37,719 --> 01:35:41,719
เราไม่ส่งการบ้านอาจารย์ตามไหม

1437
01:35:41,720 --> 01:35:45,720
ตามบ้าง ไม่ตามบ้าง ใช่ไหม ถ้าอาจารย์ใจดี

1438
01:35:45,721 --> 01:35:49,721
หน่อยก็ตาม ถ้าคนไหนไม่ใจดีก็ไม่ตาม

1439
01:35:49,725 --> 01:35:53,725
แต่พอเช็ก ๆ ๆ มา ไม่มีทำอย่างไรครับ ก็ 0

1440
01:35:53,726 --> 01:35:57,726
นะครับ เราต้องปรับตัวนะครับ เพราะอะไรครับ

1441
01:35:57,728 --> 01:36:01,728
เพราะมีรุ่นพี่เรา เมื่อปีที่แล้ว หรือปี 2 นะ

1442
01:36:01,731 --> 01:36:05,731
ก็โทษรุ่นพี่มากไม่ได้เพราะรุ่นที่แล้ว

1443
01:36:05,732 --> 01:36:09,732
ออนไลน์ 100 เปอร์เซ็นต์เลยครับ 1 ปีเต็ม ๆ

1444
01:36:09,733 --> 01:36:13,733
แต่เราโชคดีมา On Site เลย

1445
01:36:13,736 --> 01:36:17,736
แต่รุ่นพี่เราออนไลน์ ๆ เป็นอย่างไรครับพี่ปุ๋ย

1446
01:36:17,737 --> 01:36:21,737
หายเกรียงเลย

1447
01:36:21,738 --> 01:36:25,738
ลาออกประมาณ 10 กว่าคน รุ่นพี่เรา แล้วก็เริ่มปรับตัว

1448
01:36:25,743 --> 01:36:29,743
ถ้าไม่เข้าใจอะไรนะครับ

1449
01:36:29,745 --> 01:36:33,745
ไปถามอาจารย์ทุกคนได้ในสาขาวิชา ถ้าถามแล้ว

1450
01:36:33,746 --> 01:36:37,746
เชาอาจตอบบ้างไม่ตอบบ้างก็อย่าไปโกรธอาจารย์

1451
01:36:37,753 --> 01:36:41,753
นะครับ เพราะเราคือนักศึกษานะครับ ท่องไว้ นักศึกษา

1452
01:36:41,755 --> 01:36:45,755
เราอาจจะศึกษาจากอินเทอร์เน็ตก็ได้

1453
01:36:45,759 --> 01:36:49,759
ศึกษากับใครก็ได้นะครับ เราจงทำตัวให้เป้นน้ำ

1454
01:36:49,762 --> 01:36:53,762
นะครับถ้าล้นแก้วเมื่อไหร่

1455
01:36:53,764 --> 01:36:57,764
มันเติมเต็มไม่ได้นะครับ ก็ฝากพวกเราเอาไว้นะครับ

1456
01:36:57,781 --> 01:37:01,781
ก็ให้กำลังใจนะครับ ในปีแรก

1457
01:37:01,783 --> 01:37:05,783
ปี 1 นะครับ กิจกรรมก็อย่างนี้ล่ะครับ ก

1458
01:37:05,788 --> 01:37:09,788
นะครับเหมือนสัปดาห์ก่อน

1459
01:37:09,789 --> 01:37:13,789
อาจารย์ปิยวรรณ ปิยวรรณเป็นที่ปรึกษาไหม

1460
01:37:13,790 --> 01:37:17,790
หรืออาจารย์ธาสินี

1461
01:37:17,796 --> 01:37:21,796
ที่ปรึกษานะ อาจารย์ก็บ่นว่าพวกเราไม่เข้ากิจกรรม

1462
01:37:21,800 --> 01:37:25,800
รอบที่แล้วได้เข้าไหม

1463
01:37:25,801 --> 01:37:29,801
อาทิตย์ก่อนน่ะ

1464
01:37:29,803 --> 01:37:33,803
เข้าอยู่นิดหนึ่งใช่ไหม นิดเดียว

1465
01:37:33,804 --> 01:37:37,804
เข้านิดเดียว อันนี้เขาเข้าหมดอยู่แล้ว

1466
01:37:37,806 --> 01:37:41,806
รุ่นนี้มันน้อยไง 7- 8 คน

1467
01:37:41,811 --> 01:37:45,811
ที่มันไม่เข้านะครับ

1468
01:37:45,813 --> 01:37:49,813
ก็ฝาก

1469
01:37:49,817 --> 01:37:53,817
ให้ร่วม ร่วมเพราะอะไรครับ ให้เราศึกษากับคนอื่น

1470
01:37:53,818 --> 01:37:57,818
ร่วมบางที่เราอาจสอบไม่ผ่าน

1471
01:37:57,820 --> 01:38:01,820
อาจารย์ก็มาร่วมกิจกรรมช่วยครูตลอด

1472
01:38:01,831 --> 01:38:05,831
อาจารย์ก็จะใจอ่อน เขาก็จะช่วยพวกเรา

1473
01:38:05,832 --> 01:38:09,832
นี่คือการเรียนรู้ในราชภัฏสกลนครของเรา

1474
01:38:09,834 --> 01:38:13,834
ไม่เหมือนมหาลัยใหญ่  ๆ

1475
01:38:13,835 --> 01:38:17,835
เราก็จะเรียนกันแบบนี้ล่ะครับ ก็แบบพ่อ แบบลูก

1476
01:38:17,836 --> 01:38:21,836
แบบพ่อ แบบแม่ แบบพี่ แบบน้อง

1477
01:38:21,837 --> 01:38:25,837
เชื่อไหมว่ารุ่นพี่เราเรียนไม่ผ่าน บางทีตามไปถึงบ้าน

1478
01:38:25,838 --> 01:38:29,838
นะครับ รุ่นยพี่เรารุ่นที่แล้วไป

1479
01:38:29,839 --> 01:38:33,839
ติด i ผมไป 5 คนนะครับ ติด i คืออะไรครับ

1480
01:38:33,840 --> 01:38:37,840
เกรดไม่ถึง ผมเลยติด I ไว้

1481
01:38:37,845 --> 01:38:41,845
เพิ่งแก้ให้เมื่อวันจันทร์นะครับ

1482
01:38:41,847 --> 01:38:45,847
ให้ A ติก i ให้ A เลย

1483
01:38:45,848 --> 01:38:49,848
แต่ปรากฏว่าให้ A ไปแล้วเกรดไม่ถึง 2 ก็

1484
01:38:49,849 --> 01:38:53,849
โดน Rety นะ

1485
01:38:53,851 --> 01:38:57,851
ปี 1 เทอม 1 เทอม 2 เกรดเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 2.00 นะครับ

1486
01:38:57,853 --> 01:39:01,853
ไม่งั้นพวกเรา

1487
01:39:01,854 --> 01:39:05,854
ถามว่าส Retry คือ ไล่ออกนะครับ

1488
01:39:05,855 --> 01:39:09,855
แต่ถ้าเราเรียนแล้ว 4 ปี 2.00 คือจบ

1489
01:39:09,857 --> 01:39:13,857
เราอยากไปซีเรียสกับเรื่องเกรดมาก

1490
01:39:13,858 --> 01:39:17,858
ว่าอย่าต่ำกว่า 2 ถ้าต่ำกว่า 2 คืออะไรครับ

1491
01:39:17,859 --> 01:39:21,859
นะครับ เห็นไหมเมื่อเช้า พี่ ๆ เพื่อน ๆ

1492
01:39:21,863 --> 01:39:25,863
3. กว่า ๆ เหมือน

1493
01:39:25,866 --> 01:39:29,866
เมือนพี่ปอยเท่าไรนะ พี่ปอย 3. เท่าไรนะ

1494
01:39:29,871 --> 01:39:33,871
3.87 นี่จบเกรียตินิยม

1495
01:39:33,872 --> 01:39:37,872
จบเกียรตินิยมอันดับ 1 นะครับ นี่รุ่นพี่เรา

1496
01:39:37,873 --> 01:39:41,873
หลายคนถามแล้ว แล้วอาจารย์พ่อ

1497
01:39:41,876 --> 01:39:45,876
เกรดเท่าไร ผมจบ รู้ไหมปุ๋ย อาจารย์จบเกรดเฉลี่ยน

1498
01:39:45,877 --> 01:39:49,877
เท่าไหร่

1499
01:39:49,879 --> 01:39:53,879
ผมเองผมเรียนระดับอนุปริญญานะครับ

1500
01:39:53,882 --> 01:39:57,882
เกรดเฉลี่ยจบ 2.05 นะครับ

1501
01:39:57,884 --> 01:40:01,884
เห็นไหม 05 ก็จบได้

1502
01:40:01,891 --> 01:40:05,891
2.00 ก็จบ

1503
01:40:05,897 --> 01:40:09,897
นะครับ ผมกับเพื่อนผมนี่กอดคอกันจบด้วยกัน

1504
01:40:09,902 --> 01:40:13,902
ผม 2.05 เพื่อนผมเสี่ยพักเสี่ยแพง

1505
01:40:13,903 --> 01:40:17,903
2.00 ตอนนี้เป็นผู้อำนวยการอยู่

1506
01:40:17,904 --> 01:40:21,904
ผมจบ 2.05 ตอนนี้ก็เป็นยอาจารย์อยู่

1507
01:40:21,905 --> 01:40:25,905
ตอนผมไปสมัครเรียนปริญญาโทเขาไม่รับ เขาไม่รับ

1508
01:40:25,906 --> 01:40:29,906
เพราะอะไรรู้ไหม เขาบอกเกรดไม่ถึง

1509
01:40:29,909 --> 01:40:33,909
เขาบอกเกรดไม่ถึง เกรดต้อง 2.75

1510
01:40:33,910 --> 01:40:37,910
แต่ก็ไปตีหน้าเศร้าเอา

1511
01:40:37,912 --> 01:40:41,912
แล้วบอกว่าเราเรียนมารยาท

1512
01:40:41,913 --> 01:40:45,913
เราน่าจะทำบุญไว้เยอะ อาจารย์ที่สอบสัมภาษณ์เขาก็เห็นใจ

1513
01:40:45,914 --> 01:40:49,914
เขาก็ให้เราเรียน ถึงจบโทมาได้ ดังนั้น

1514
01:40:49,915 --> 01:40:53,915
การเรียน ตัวเกรตเฉลี่ย

1515
01:40:53,917 --> 01:40:57,917
ไม่ใช่ตัวชี้วัดพวกเราว่าพวกเราเก่งหรือไม่เก่ง

1516
01:40:57,918 --> 01:41:01,918
นะครับ นี่มีตัวอย่างให้ดู

1517
01:41:01,920 --> 01:41:05,920
ผมจบ 2.05 ปัจจุบันยังไม่ได้ขนาดนี้เลย

1518
01:41:05,921 --> 01:41:09,921
นะครับแต่เราก็ต้องพยายาม

1519
01:41:09,922 --> 01:41:13,922
โดยเฉพาะห้อง 2 นะ ลูก ๆ ผมทุกคนนะครับ

1520
01:41:13,923 --> 01:41:17,923
พยายาม ไม่มีอะไรเหนือความคาดหมายนะ

1521
01:41:17,924 --> 01:41:21,924
รุ่นพี่เราหลายคนจบแล้ว เพิ่งมีงานทำ ส่ง

1522
01:41:21,927 --> 01:41:25,927
ข่าวมาว่าได้งานใหม่อีกแล้ว

1523
01:41:25,929 --> 01:41:29,929
ไอ้นี่เปลี่ยนงานไป 8 งานแล้วนะครับ

1524
01:41:29,931 --> 01:41:33,931
เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ก็ไม่เป็นไร ได้เงินเดือนดี ก็ไม่เป็นไร

1525
01:41:33,934 --> 01:41:37,934
วันนี้ก็ขอขอบคุณพี่เก๋มากนะครับ ที่ช่วย

1526
01:41:37,936 --> 01:41:41,936
ล่ามนะครับก็คงเจอกันใน

1527
01:41:41,937 --> 01:41:45,937
สัปดาห์หน้านะครับ ถ้าสัปดาห์ไหนเราหยุด หรือเราไม่ได้

1528
01:41:45,939 --> 01:41:49,939
ใช้ล่ามออนไลน์เราก็จะแจ้งให้ทราบก่อนล่วงหน้า

1529
01:41:49,952 --> 01:41:53,952
ครับ ก็ขอบคุณพี่ล่ามมากนะครับ วันนี้ก็คง

1530
01:41:53,954 --> 01:41:57,954
พอแค่นี้นะครับขอบคุณครับ

1531
01:41:57,956 --> 01:42:01,956
ปิดระบบเลย พลอย

1532
01:42:01,957 --> 01:42:05,957
ปิดระบบได้เลย

1533
01:42:05,959 --> 01:42:09,959

1534
01:42:09,960 --> 01:42:13,960
โอเคนะครับเดี๋ยวเราเจอกัน

1535
01:42:13,960 --> 01:42:17,960
ให้หัวหน้าห้องรวบรวมแบบฝึกหัดส่งและไว้ที่โต๊ะอาจารย์นะครับ

1536
01:42:17,961 --> 01:42:21,961
โอเคครับ เจอกันสัปดาห์หน้าไป

1537
01:42:21,963 --> 01:42:25,963

1538
01:42:25,965 --> 01:42:29,965

1539
01:42:29,966 --> 01:42:33,966

1540
01:42:33,968 --> 01:42:37,968

1541
01:42:37,969 --> 01:42:41,969

1542
01:42:41,971 --> 01:42:41,973

1543
01:42:45,974 --> 01:42:45,976

1544
01:42:49,977 --> 01:42:52,979

1545
01:42:53,979 --> 01:42:56,979

1546
01:42:57,982 --> 01:42:57,984

1547
01:43:01,984 --> 01:43:01,986

1548
01:43:13,994 --> 01:43:16,997

1549
01:43:17,999 --> 01:43:21,003

1550
01:43:22,001 --> 01:43:25,002

1551
01:43:26,002 --> 01:43:29,006

1552
01:43:30,005 --> 01:43:33,008

1553
01:43:34,006 --> 01:43:37,009

1554
01:43:38,020 --> 01:43:41,023

1555
01:43:42,023 --> 01:43:45,027

1556
01:43:46,028 --> 01:43:49,032

1557
01:43:50,034 --> 01:43:53,038

1558
01:43:54,037 --> 01:43:57,040

1559
01:43:58,039 --> 01:44:01,042

1560
01:44:02,042 --> 01:44:05,058

1561
01:44:06,046 --> 01:44:09,050

1562
01:44:10,048 --> 01:44:13,051

1563
01:44:14,051 --> 01:44:17,053

1564
01:44:18,054 --> 01:44:21,057

1565
01:44:22,056 --> 01:44:25,058

1566
01:44:26,059 --> 01:44:29,061

1567
01:44:30,062 --> 01:44:33,066

1568
01:44:34,066 --> 01:44:37,069

1569
01:44:38,069 --> 01:44:41,070

1570
01:44:42,072 --> 01:44:45,072

1571
01:44:46,075 --> 01:44:49,075

1572
01:44:50,077 --> 01:44:50,079

1573
01:44:54,079 --> 01:44:54,083

1574
01:45:02,090 --> 01:45:02,094

1575
01:44:58,084 --> 01:44:58,089


