(คุณครูคณิตา) สวัสดีคุณครูปลายทางและนักเรียนปลทายทางชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ วันนี้เราก็จะเรียนเรื่องระดับภาษานั่นเอง คุณครูปรเมษฐคะเพื่อเป็นการทบทวนเรามาถามเด็ก ๆ กันดีกว่าเป็นคำถามที่เด็ก ๆ น่าจะตอบได้เลยนะครับมีกี่ระดับครับเด็ก ๆ 3 ใช่ไหมครับ มีอะไรบ้างไหนว่าสิภาษาระดับแบบแผน 2.ภาษาระดับอะไรครับ (คุณครูคณิตา) กึ่งแบบแผนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)พูดนั่นเองนะครับก็มีอยู่ด้วยกัน 3 ระดับ มันก็เป็นเรื่องที่รู้ก็จะทำได้แล้วก็เข้าใจและหนู ๆ ทุกคนครับ (คุณครูคณิตา) และวันนี้นะคะ คุณคุณครูมีกิจกรรมอะไรเดี่ยวเราไปเรียนรู้พร้อม ๆ กันเลยค่ะนักเรียนคะ พร้อมที่จะเรียนรู้แล้วหรือยังเอ่ยวันนี้คุณครูก็มีคำถามกระตุ้นความคิดมาถามอีกเช่นเคยค่ะคำถามนี้นะคะ เป็นคำถามง่ายมากเลยค่ะ เดี๋ญวเราไปดูคำถามกันเลยดีกว่าค่ะ ระดับภาษาที่ได้ศึกษาไปมีกี่ระดับและมีระดับอะไรบ้างเมื่อสักครู่นะคะ เด็ก ๆ ได้ตอบกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วใช่ไหมคุณครูปรเมษฐ มีทั้งหมด3 ระดับด้วยกัน ได้แก่อะไรบ้างนะคะ(คุณครูปรเมษฐ) ระดับแบบแผนกึ่งแบบแผน แล้วก็ภาษาพูดนั่นเองนะครับ 3 ระดับ อันที่จริงนักเรียนน่าจะได้ไปศึกษาเพิ่มเติมมากจากเมื่อชั่วโมงที่แล้วที่คุณครูและครูได้ทิ้งให้หนูได้ไปศึกษาเพิ่มนี่หนูก็จะไปเจอแบ่งเป็น 5 ระดับก็ทีระดับก็มีแต่คำพูดไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นนี่ที่ครูยกมาสอน 3 ระดับนี่ก็เป็น 5 ระดับมันก็แตกย่อยไปเป็นส่วนของมันเด็ก ๆ ครับมันเป็นเรื่องที่ดีที่หนูนั้นกลับไปทบทวน กลับไปศึกษาเพิ่มนี่ มันก็ทำให้เรารู้ว่าแบบแผนนี่มันสามารถแบ่งออกเป็นพิธีการเป็นทางการได้นะ กึ่งแบบแผนนี่มันสามารถแบ่งออกเป็นภาษาระดับต่าง ๆ ได้อีกหลายระดับเลย 5 ระดับที่นะกเรียนอาจจะได้ไปศึกษามานะครับ เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปคิดมากว่าของครูมี 3 ระดับ หนูไปไปศึกษามาได้ 5 ระดับ เหมือนกันเหมือนกันนะครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ คำถามที่ 2 ค่ะเวลาที่เราพูดคุยกับเพื่อนหรือคนในครอบครัวโดยมากเราจะใช้ภาษาระดับใดระดับใดเอ่ย (คุณครูปรเมษฐ) ตอบได้เลยนะเด็ก ๆระดับอะไรตอบครูคณิตาดัง ๆ สิใช้ภาษาพูดใช่ไหม ถ้าหนู ๆ ไปศึกษามาภาษาปากใช่ไหมหรือภาษาระดับกันเองใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มันก็แล้วแต่จะใช้คำพูดนะในครอบครัวทำไมเราต้องใช้ภาษาพูดครับ(คุณครูคณิตา) ใช้ภาษาพูดนะคะ ก็คือเป็นการใช้ภาษาในแต่ละท้องถิ่นภาษาถิ่นของแต่ละภูมิภาคภาษาพูดนี่รวมไปถึงภาษาถิ่นด้วย การใช้ภาษาพูดเราจะใช้เฉพาะกับบุคคลที่เราสนิทเช่น เพื่อนสนิท หรือบุคคลในครอบครัวรวมไปถึงการใช้คำหยาบด้วย สิ่งเหล่านี้จะรวมเราจะอยู่ในภาษาพูดนั่นเองค่ะซึ่งเรานี่จะใช้ในที่เป็นที่ลับในที่ลับในที่นี้ก็คือไม่ใช่ทีสาธารอาจจะเป็นการพูดคุยในบ้าน พูดคุยกันเฉพาะกลุ่มนะคะ(คุณครูปรเมษฐ) ที่รับแล้วมองหน้า... ว่าส่วนบุคคลอะไรประมาณนั้น (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ ใช้คำถูกแล้วนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช้การพูดคุยกันในครอบครัวให้ยกประโยคนี่ สมมติว่าครูจะถามพ่อว่ากินข้าวหรือยังนะ ถ้าเกิดใช้ภาษาระดับทางการหรือแบบแผนนี่ต้องพูดว่าอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) อาจจะใช้คำว่า "บิดา" ใช่ไหมคะเป็นแบบแผน บิดาประทานอาหารแล้วหรือไม่แล้วหรือยัง ยังนี่น่าจะไม่ใช่นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ต้องแล้วหรือใช่แล้วหรือไม่ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วความใกล้ชินมันจะอยู่ตรงไหนคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้นนี่ ในครอบครัวมันไม่ใช่ว่าเราไม่ใช้นะ มันใช้ไม่ได้ เพราะการที่เรานำมาพูดแบบนี้มันดูแล้วไม่คุ้นปากเลยนะครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) เขาเรียกว่า "ฟังแล้วรู้สึกห่างเหิน"ห่างเหินค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ภาษาเขียนมันก็ครูคิดว่ามันไม่ค่อยเหมาะสมนะ ถ้าเกิดเราเขียนสิ ได้เลยนะ ในครอบครัวกินข้าวหรือยังพ่อกินข้าวหรือยังพ่อ มันเป็นภาษาแถวประจวบฯพ่อกินข้าวหรือยัง (คุณครูคณิตา)นี่ก็คือเป็นภาษาถิ่นนะคะ หรือเป็นภาษาพูดนั่นเอง ก็คือจะมีการใช้ภาษาแสดงถึงความสนิทใช้ในครอบครัวนะคะเอาล่ะค่ะ ซึ่งจุดประสงค์การเรียนรู้ของเราในวันนี้มีอะไรบ้าง เดี๋ยวเราไปดูกันเลยค่ะ นักเรียนจะต้องบอกหลักการจำแนกภาษาตามระดับได้2. วิเคราะห์ระดับภาษาที่พบในชีวิตประจำและข้อ 3 คืออะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ข้อ 3นำเรื่องระดับภาษานี่ล่ะครับ ไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน นั่นล่ะก็คือประสบความสำเร็จในการเรียนครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะระดับภาษากันดีกว่าค่ะ ระดับภาษาแบ่งออกเป็นกี่ระดับนะ นักเรียนคะแบ่งออกเป็นกี่ระดับคะ ทั้งหมด3 ระดับค่ะ ระดับแรก นั่นก็คือภาษาแบบแผนค่ะ ระดับที่ 2ล่ะคะ ภาษากึ่งแบบแผนค่ะและระดับที่ 3 คืออะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ)พูดนั่นเองนะครับ เด็ก ๆ ครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ เรามาทบทวนกันดีกว่า ก่อนที่เราจะทบทวนนี่ ตอบคุณครูได้ไหมคะ ว่าภาษาแบบแผนเป็นอย่างไรตอบได้ไหมเอ่ยคุณครูปลายทางคะ สามารถพูดคุยคุณครูปรเมษฐคะภาษาแบบแผนนี่ เป็นลักษณะแบบใดคะ(คุณครูปรเมษฐ) ภาษาแบบแผนนะครับ ก็จะต้องเป็นภาษาที่จะต้องใช้ให้ถูกต้องตามหลักไวรยกรอักขรวิธีทางภาษาไทยนะครับ เช่น การเขียนตำราวิชาการการเขียนรายงานเชิงวิชาการ การเขียนหนังสือการใช้คำราชาศัพท์ก็ใช้ภาษาแบบแผน อีกทั้งการกล่าวคำปราศรัย การกล่าวเปิดงานนี่ก็เป็นภาษาแบบแผนนะ เป็นภาษาเชิงพิธีการคำแต่ละคำที่นำมาพูดนำมากล่าวนี่มันก็จะไม่เหมือนคำที่เราพูดคุยในชีวชีวิตประจำวันใช่ไหม ถ้านักเรียนเคยฟังการปราศัย เคยฟังการกล่าวเปิดงานมันก็คือคำระดับที่ว่าสูงกว่าที่เราพูดในชีวิตประจำวันนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) หรือเป็นคำที่เราไม่ค่อยได้ฟังในชีวิตประจำวันใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) ส่วนใหญ่คำเหล่าจะเจอในการเขียนนะคะ เราไม่ค่อยนำมาใช้ในการพูด ยกเว้นการกล่าวเปิดงานหรือการปราศรัยต่าง ๆ นั่นเองค่ะ แต่สิ่งที่นักเรียนเจอบ่อย ๆและเจอในชีวิตประจำวัน นั่นก็คือภาษากึ่งแบบแผนนั่นเองค่ะ ซึ่งภาษากุ่งแบบแผนเป็นภาษาสื่อสารทั่วไปกับบุคคลที่เราไม่คุ้นเคยเช่น สนทนากับผู้ใหญ่ การบรรยายในชั้นเรียนการประชุม อภิปราย การออกอากาศทางวิทยุโทรทัศน์ การออกสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เขาจะใช้ภาษากึ่งแบบแผนนะคะ ในการที่เราจะเขียนหรือพูดออกไปนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มันทำให้ใกล้กับเรายิ่งขึ้นกว่าภาษาแบบแผนนะครูสนทนากันนักเรียนก็ใช้ภาษากึ่งแบบแผนอาจจะปน ๆ กับภาษาพูดบ้างใช่ไหมครูคณิตาแต่ก็ยังคงอยู่ในภาษากึ่งแบบแผนนี่ล่ะ นักข่าวเวลาอ่านข่าวครูคณิตาครับ เขาก็ไม่ใช้ภาษาแบบแผนกันเลยนะ เขาก็ใช้ระหว่างภาษาพูดกับภาษาแบบแผนนี่ก็คือกึ่งแบบแผน มันทำให้เราฟังแล้วเราเข้าใจง่ายเพราะถ้อยคำต่าง ๆ มันพบเห็นในชีวิตประจำวันถูกไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นะเด็ก ๆ นะจากที่ครูเขายกตัวอย่างนี่ก็ไม่ได้ใช้ภาษาพูดเลย ผู้ใหญ่บ้าน นากยกไม่ได้ใช้ภาษาพูดเสียทีเดียวแล้วก็ปนกับภาษาพูด อันนี้ล่ะครับมันปนกัน เขาเรียกว่า "กึ่งแบบแผนนี่ก็คือเป็นสิ่งที่นักเรียนนะคะ เจอแล้วก็นำไปใช้ในชีวิตประจำวันบ่อย ๆ นั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะมาถึงภาษาระดับที่ 3 ค่ะพูดค่ะ เป็นอย่างไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็คือภาษาที่ใช้ระดับครอบครัวนะหรือจะเรียกอีกอย่างว่า ระดับกันเองหรือจะเรียกว่า "ภาษาปาก" ก็ได้ ก็คือคำที่ปรากฏอยู่นี่มันจะไม่ได้ใช้ในสาธารณะแล้วคราวนี้ จะพูดคุยในครอบครัวเป็นส่วนบุคคล อาจจะเป็นภาษาถิ่นด้วยใช่ไหมทั้ง 2 คนได้ยกตัวอย่างไปเมื่อสักครู่นี่ประจำที่ประจำถิ่นนักเรียนอยู่ภาคใต้ กับนักเรียนในเหมือนกันไหมลูก ใช่ เพราะต่างคนต่างพูดภาษาพูดเป็นของตัวเองใช่ไหมครูคณิตาครับ แต่เวลาที่เราจะพูดคุยกัน นักเรียนจะใช้กับภาษาอีสานสนทนากันได้ไหมล่ะ ก็ไม่ได้เพราะเป็นอย่าครูคณิตา (คุณครูคณิตา) อาจจะฟังไม่เข้าใจนะคะเพราะจะทำให้การสื่อสารได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่นะครับ ก็จะต้องใช้ภาษากลางในการสนทนากัน ครูทั้ง 2 คนนี่ไม่ได้พูดภาษกเสียทีเดียวนะเด็ก ๆ ต่างคนก็ต่างมีภาษาถิ่นแต่เห็นไหมเวลาเราต้องคุยกันต้องสนทนากันเราต้องใช้ภาษาอะไรครูคณิตา ใช้ภาษาระดับที่ 2 นั่นก็คือภาษากึ่งแบบแผนนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เช่นเดียวกับนักเรียนสนทนากับคุณครูนี่ นักเรียนก็จะต้องใช้ภาษากึ่งแบบแผนแต่ถ้าเกิดสนทนากับเพื่อนล่ะใช่ไหมก็จะพูดอาจจะมีคำหยาบติดมาบ้างมันอยู่ในชีวิตประจำวันของนักเรียนก็จะปรากฏออกมา ก็คือภาษาพูดนั่นเองนะครับ ซึ่งภาษาพูดก็อย่างที่บอกนะคะ ก็เป็นการแสดงถึงความสนมกับบุคคลที่เราคุ้นเคยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วมีข้อดีไหมครูคณิตายังมีข้อดีไหมครูคณิตา การใช้ภาษาพูดนี่ (คุณครูคณิตา)มีข้อดีค่ะ ทำให้เรามีปฏิสัดีนะคะ กับบุคคลอย่างเช่นเพื่อน ๆ ค่ะ ถ้าเราไปคุยกับเพื่อน ถ้าใช้ภาษาแบบแผนหรือกึ่งแบบแผนก็จะทำให้เราห่านเหินกันไดได้นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ อีกประเด็นหนึ่งนะ ภาษาพูดนี่มันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่เฉพาะถิ่นก็คือภาษาถิ่นที่ใช้นั่นเองสอนนักเรียน นักเรียนนำไปใช้แล้วก็นักเรียนก็รักษาไม่ใช่ว่าครูบอกให้พูดภาษากึ่งแบบแผนนะ นักเรียนต้องพูดในถิ่นของตนให้ได้ แล้วก็จะต้องอนุรักษ์ให้ได้ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไปกันต่อเลย (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ มาถึงช่วงเปรียบเทียบระดับของภาษาค่ะวันนี้คุณครูก็มีกิจกรรมให้นักเรียนนะคะ เป็นการความรู้อีกเช่นเคยค่ะ คุณครูก็จะมีระดับภาษามาให้ทั้งหมด 3 ระดับด้วยกันนะคะและคุณครูจะนำคำ 1 คำขึ้นมา แล้วให้นักเรียนนะคะ ลองเปลี่ยนคำนั้นให้เป็นระดับภาษาที่คุณครูต้องการนะคะเอาล่ะค่ะ เราไปดูตัวอย่างกันเลยค่ะเปรียบเทียบระดับของภาษาคุณครูจะมีให้ทั้งหมด3 ระดับด้วยกัน นั่นก็คือภาษาแบบแผน กึ่งแบบแผนและภาษาพูดค่ะ คุณครูก็จะให้คำ 1 คำคำว่า "บริโภค" ซึ่งเป็นภาษาแบบแผนและนักเรียนจะต้องเปลี่ยนคำว่า "บริโภค"บริโภคให้เป็นภาษา กึ่งแบบแผนและภาษาพูดให้ถูกต้องด้วยนะคะ พร้อมหรือยังเอ่ยเด็ก ๆ อาจจะยังสับสนมึนงงนะคะเดี๋ยวคุณครูจะให้ดูเป็นตัวอย่างนะคะ ข้อแรกคุณครูใช้คำว่า "บริโภค" กึ่งแบบแผนเราจะใช้คำว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช้คำว่า "รับประทาน"นะครับ และภาษาพูดก็จะใช้คำว่า "กิน"นะ อันนี้น่าสนใจครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)เด็ก ๆ ครับ เด็กเคยได้ยินตอนเขาสนทนากันไหมทานข้าวหรือยัง ไปทานข้าวกันไหมคำนี้นะ เด็ก ๆ ครับ เวลาจะใช้นะเด็ก ๆ ใช้ 2 คำนี้ไปเลยนะ รับประทานคำว่า "ทาน" นี่ในเรื่องขุนช้างขุนแผนนี่ คำว่า "ทาน" มันมีความหมายว่าคือการให้ใช่ไหม ทาน คือ การให้หรือการตรวจสอบนี่แต่มันไม่ได้มีความหมายว่ากินเลยนะเด็ก ๆ ใช้ให้ถูกนะ เลี่ยงเลยนะคำว่า "ทาน" นี่ ให้ใช้คำว่า "กิน" ไปเลยกินก็คือการกินนี่ล่ะ ใช้ในภาษากึ่งแบบแผนก็ได้ก็ถ้าเกิดให้ดูดีก็ใช้รับประทาน ก็ใช้บริใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)เพราะนี่คำนี้หนูต้องใช้อยู่แล้วใยชีวิตประจำวันเท่านั้นอย่าไปใช้ทานนะ ทานไม่มีความหมายว่ากินเลยนะครับ(คุณครูคณิตา) ค่ะ นี่ก็คือตัวอย่างนะคะ การเปรียบเทียบระดับภาษานักเรียนก็จะเห็นว่าคำแต่ละคำในแต่ละระดับภาษานี่จะแตกต่างกันออกไปเดี๋ยวเราไปดูคำต่อมาค่ะ คำว่า "เจรจา"คำว่า "เจรจา" ถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนจะใช้คำว่าอะไรคะ ใช้คำว่าอะไรเอ่ยคุณครูปลายทางคะ สามารถร่วมสนุกได้นะคะใช้คำว่า "สนทนา" ค่ะ และภาษาพูดค่ะ เราจะใช้คำว่าอะไรเอยเราจะใช้คำว่า... (คุณครูปรเมษฐ) ใช้คำว่า "พูด" "พูดคุยหรือคุยนั่นเองครับ (คุณครูคณิตา) นี่ก็คือระดับภาษานะคะ เอาล่ะค่ะต่อมาค่ะผู้นำ (คุณครูปรเมษฐ) ผู้นำถ้าเกิดเป็นกึ่งแบบแผนใช้คำว่าอะไร ช่วยกันคิด ๆ(คุณครูคณิตา) ผู้นำ คำนี้นะคะครูเชื่อว่าเด็ก ๆ หลายคนอาจจะพบเจอมานะคะกึ่งแบบแผนเราจะใช้คำว่า "หัวโจกค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่างเช่น เด็กชายเอ็มเป็นหัวโจกของกลุ่มรักเรียนความหมายนี่ไม่ใช่เชิงไม่ดีนะ ก็เป็นผู้นำนี่ล่ะคำว่า "ผู้นำ" นี่ล่ะ เป็นหัวโจกของกลุ่มนักะเรียเป็นหัวหน้าใช่ไหม (คุณครูคณิตา) เป็นหัวหน้า เป็นผู้นำในการรักเรียน รักเรียนในที่นี้เป็นการที่เป็นกลุ่มใช่ไหมคะ ในการศึกษาเล่าเรียน หรือศึกษาหาความรู้ใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ ภาษาพูดล่ะคะภาษาพูดจะใช้คำว่าอะไรเด็ก ๆใช้คำว่า "ตัวเอ้" (คุณครูปรเมษฐ)ครูคณิตาเป็นตัวเอ้ของกลึนะ ก็เป็นภาษาพูดนะ คำว่าหัวโจกใช้คำว่า "หัวหน้า" ได้ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)อยู่ในภาษาถิ่นหรือภาษาแบบแผน(คุณครูคณิตา) ภาษาพูดแน่นอนเลยค่ะ ก็คือเป็นตัวอย่างนะคะ เอาล่ะค่ะ เมื่อกี้คุณครูไปแบบช้า ๆ แล้วนะคะเดี๋ยวเราจะไปแบบรวดเร็วกันค่ะ หลังจากที่คุณครูให้นักเรียนได้ดูตัวอย่างไปแล้วนะคะ เดี๋ยวเราจะมาทำกิจกรรมอย่างรวดเร็วนะคะ ไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะเอาล่ะค่ะ พร้อมหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวเราไปดูกันเลยค่ะคำว่า "มากมาย" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ภาษากึ่งแบบแผนใช้ว่ามากมาย แล้วภาษากึ่งแบบแผนกับภาษาพูดใช้อะไรช่วยกันคิดครับ ได้หรือยัง ได้แล้วครูคณิคครับ (คุณครูคณิตา) เรามาดูภาษาแบบแผนก่อนนะคะนั่นก็คือจำนวนมากค่ะ ภาษาแบบแผนเป็นจำนวนมากภาษากึ่งแบบแผนเป็นมากมาย และภาษาพูดล่ะคะจะเป็นคำว่า (คุณครูปรเมษฐ) เป็นคำว่าอะไร (คุณครูคณิตา) เยอะแยะนั่นเอง ต่อมา (คุณครูปรเมษฐ) ศีรษะใช้คำว่า "ศีรษะ" เหมือนชั่วโมงที่แล้วคณิตาและครูเคยนำมาเสนอด้วยนะ เพราะฉะนั้นคำที่เป็นภาษากึ่งแบบแผนใช้คำว่าอะไร เด็ก ๆ ตอบครับเยี่ยมเลย หัวนะครับ แล้วก็ภาษาพูดก็ใช้ว่ากระบานนะครับ กระบานหรือกะปานภาษาเขมรนะ แปลว่าหัวนะ ต่อไปเด็ก ๆ ตอบเลย คิดไว้เลย 2 ภาษา ภาษาพูดครับ ดื่มเหล้า (คุณครูคณิตา) อันนี้ก็คือกึ่งแบบแผนนะคะ คำว่า "ดื่มเหล้า" แลกับภาษาแบบแผนล่ะคะนักเรียน จะเปลี่ยนเป็นดื่มอะไร เดี๋ยวเราไปดูกันเลยค่ะ ภาษาแบบแผนเราจะใช้คำว่า "ดื่มสุรา" ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วภาษาพูดล่ะใช้ว่าอะไรเด็ก ๆ ตอบสิ ถองเหล้าถองเหล้าหรือกินเหล้าเป็นภาษาพูด คราวนี้ถึงใช้คำว่า "ดื่ม" ล่ะเพราะว่าเป็น (คุณครูคณิตา) เป็นน้ำค่ะสุราเราจะใช้คำเราจะใช้คำว่า "ดื่ม" นะคะ เราจะไม่ใช้คำว่า กินนักเรียนนี่อาจจะใช้คำว่า "กินน้ำ"นักเรียนจะใช้คำว่า "กิน" ไม่ได้นะคะต้องใช้คำว่า "ดื่มน้ำ" ค่ะ(คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แต่ถ้านักเรียนพูดกับคนในครอบครัวไม่เป็นไร กินน้ำได้หรือจะเขียนหรือพูดกับคุณครูใช้ได้ต้องใช้ดื่มนะครับ ไปกันต่อเลยครับผู้ป่วย ซึ่งเป็นภาษาแบบแผน(คุณครูคณิตา) แบบแผนกึ่งแบบแผนนั่นก็คือคนไข้ภาษาพูดใช้ว่า... เยี่ยมเลยครับคนไม่สบายหรือคนเจ็บ (คุณครูคณิตา) คนเจ็บคยป่วยได้ทั้งนั้น (คุณครูคณิตา) คนเจ็บคนป่วยไม่สบายถ้าคนไม่สบายนี่ ถ้าเป็นคุณครูคณิตาฟังนี่มีนัยยะแอบแฝงความหมายโดยตรงและความหมายโดยนัยคนไม่สบายมีความหมายโดยนัยว่าอย่างไร ให้นักเรียนกลับไปค้นหาและศึกษาความรู้นะคะ ต่อไปค่ะคำว่า "ตาย" (คุณครูปรเมษฐ) ภาษาแบบแผนกับกึ่งแบบแผนจะใช้ว่าอะไร ใช้อย่างไรครับเด็ก ๆ ตอบมาเลย ถ้าภาษาแบบแผนใช้คำว่า "ถึงแก่กรรม" นะครับหรือบางครั้งให้ใช้คำว่า "ผู้วายชน"ใช่ไหม คือตายนั่นเอง (คุณครูคณิตา) ค่ะต่อมาค่ะเราไปกันอย่างรวดเร็วค่ะ คำว่า "คลอดบุตร" ค่ะถ้าเป็นกึ่งแบบแผนเราจะใช้คำว่าอะไรคะ(คุณครูปรเมษฐ) คำว่าอะไรเด็ก ๆ ครับ อันนี้มนุษย์นะ จะใช้คำว่า (คุณครูคณิตา)คลอดลูกค่ะ ถ้าเป็นภาษาพูดเราจะใช้คำว่า "ออกลูก" ค่ะซึ่งอันที่จริงแล้วถ้าเป็นคนเราจะใช้คำว่า "คลอด" ทั้งหมดคลอดบุตร คลอดลูกนะคะ เป็นคนนะคะ คำว่า"ออก" จะใช้กับสัตว์ด้วยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) อีกคำหนึ่งก็คือตกลูก (คุณครูคณิตา)ออกกับตกนะคะ ออกลูก, ตกลูก แต่ถ้ากับคนกับมนุษย์เราจะใช้คำว่า "คลอดลูกเท่านั้นค่ะ เอาล่ะค่ะ ต่อมาค่ะคำว่า "ไม่ทันสมัย" ค่ะ เป็นภษแบบแผนแล้วถ้ากึ่งแบบแผนกับภาษาพูดเราจะใช้ว่าอย่างไร(คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ตอบภาษาพูดครับ ใช้คำว่าอะไรนเยี่ยมเลย เชยนั่นเองนะคะ (คุณครูคณิตา) กึ่งแบบแผนนั่นก็คือล้าสมัย ภาษาพูดก็จะใช้ เชยนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ พูดเท็จเป็นภาษาแบบแผน แล้วถ้ากึ่งแบบแผนล่ะคะ(คุณครูปรเมษฐ) ใช้คำว่า ใช้คำว่า "พูดปดนะ แล้วถ้าใช้เป็นภาษาพูดก็เขาชอบโกหก เขาชอบโม้นะเป็นภาษาพูด (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ เป็นอย่างไร(คุณครูปรเมษฐ) เป็นอย่างไรใช้เป็นภาษาแบบแผนนักเรียนทำการบ้านข้อนี้อย่างไร แบบนี้นะ ถ้าเป็นภาษากึ่งแบบแผนกึ่งแบบแผนจะใช้คำว่า (คุณครูคณิตา)เป็นอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) เป็นอย่างไรหรือจะใช้คำเดิมก็ได้นะ เป็นอย่างไรส่วนถ้าเป็นภาษาพูดนี่นักเรียนจะใช้ว่าอย่างไรครับยังไง ทำเท่านี้ทำยังไงนี่อะไรประมาณนั้นนะครับ (คุณครูคณิตา) ต่อมาค่ะ คำว่า "บิดา (คุณครูปรเมษฐ) ตอบเลย (คุณครูคณิตา) ถ้ากึ่งแบบแผนเราจะใช้คำว่าคุณพ่อ ถ้าเป็นภาษาพูดล่ะคะเราจะใช้คำว่า "พ่อ" นั่นเองค่ะ ต่อมาค่ะ มีบิดาแล้วก็ต้องมีมารดานะคะ มารดากก็เป็นภาษาแบบแผนนะคะถ้ากึ่งแบบแผนล่ะคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ)คุณแม่นะครับ แล้วก็ใช้คำว่า "แม่"ที่เราเรียกในครอบครัวนะก็คือคำว่า "แม่" นี่ล่ะครับ เด็ก ๆ ต้องรักคุณแม่ให้มาก ๆ นะ(คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ มาถึงช่วงเวลาที่นักเรียนรอคอยค่ะวันนี้นะคะ คุณครูมีใบงานมาให้นักเรียนทำทั้งหมด 2 ตอนด้วยกัน ซึ่งจะให้นักเรียนทำใบงานเรื่อง ระดับภาษาพาให้คิดค่ะโดยบทบาทของนะหดรัยนนะคะ เกี่ยวกับเรื่องระดับภาษาพาให้คิดส่วนบทบาทของคุณครูปลายทางล่ะคะนะครับ นักเรียนคนใดยังไม่เข้าใจจะได้สอบถามคุณครูท่านสอบถามคุณครูคุณครูท่านก็ต้องช่วยแนะนำนะคุณครูจะอำนวยความสะดวกให้หนูทุกสิ่งอย่างก็ให้บอกคุณครูท่านนะครับ(คุณครูคณิตา) ค่ะ และนี่คือตัวอย่างของใบงานนะคะตอนที่ 1 ค่ะ ให้นักเรียนนะคะ รวบรวมคำและก็เปลี่ยนข้อความตามที่กำหนดค่ะนักเรียนรวบรวมคำที่ใช้ในชีวิตประจำวันตามระดับของภาษาตามที่กำหนดให้ ซึ่งเมื่อกี้นะคะสิ่งที่คุณครูนี่นำเสนอไปในข้างต้นนี่ก็เป็นคำที่เรานี่ใช้ในชีวิตประจำวันทั้งนั้นเลยค่ะ หากเด็ก ๆ จำได้นะคะ สามารถนำไปเขียนได้เลยนะคะ นี่ก็คือตัวอย่างค่ะตอนที่ 1 นะคะ คราวนี้ตัวอย่างคำที่ 2 ค่ะให้นักเรียนเปลี่ยนข้อความที่คิดเส้นใต้เป็นภาษาแบบแผน ก็คือเปลี่ยนให้เป็นภาษาแบบแผนนั่นเอง อย่างเช่นหมา วัว ควาย ล้วนเป็นสัตว์เลี้ยงของคนมาแต่ไหนแต่ไร คำว่า "หมา", "วัว", "ตนที่ขีดเส้นใต้อยู่นักเรียนจะเปลี่ยนให้เป็นภาษาแบบแผนว่าอย่างไรให้เขียนลงไปได้เลยนะคะ นี่ก็คืองานทั้งหมดจะมีทั้งหมด 2 ตอนนะคะ คุณครูให้เวลาในการทำเยอะหน่อย (คุณครูปรเมษฐ) ไม่ต้องยกตรงนี้ลงมาใช่ไหมเด็ก ๆ ไม่ต้องยกนะ ใช้นำคำที่ขีดเส้นใต้มาเขียนเท่านั้น เพราะฉะนั้น งานของหนูไม่ยากเลยใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) มีอยู่ 5 ข้อด้วยกันค่ะชุดที่ 1 ตอนที่ 1 ก็เหมือนกับชั่วโมงที่แล้วซึ่งเด็ก ๆ หาจากนิตยสารหรืออะไรต่าง ๆ นี่คล้ายกันเลยลูก แต่ให้หนูคิดคำในชีวิตประจำให้ทำวันนี้นะ ให้คิดคำในชีวิตประจำวันสักกี่คำก็ได้ จะได้รวบรวมองค์ความรู้ของเราว่านี่ล่ะคำที่เราใช้ในชีวิตประจำวันทุกคำนี่นะ เวลาเขียนกึ่งแบบแผนใช้แบบนี้ แล้วเดี๋ยวให้คุณครูท่านได้ตรวจ(คุณครูคณิตา) นักเรียนจะทำเป็นรายบุคคลหรือจะเป็นคู่หรือจะเป็นกลุ่มก็ได้นะคะ ช่วย ๆ กัน เป็นการเรียนรู้อย่างหนึ่งค่ะ ถ้าพร้อมแล้วลงมือปฏิบัติกจิกรรมได้เลยค่ะ [เสียงดนตรี](คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับเด็ก ๆ คงจะสนุกสนานกับการทำใบงานทั้ง 2 ตอนและคงเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้วระดับภาษาพาให้คิดคงคิดกันอย่างสนุกสนานกันใช่ไหมเด็ ๆครูมอบหมายให้นักเรียนนั้นส่งคุณครูของนักเรียนเองนะครับ เพราะว่าครูเขาจะได้ดูทำคำมาถูกต้องหรือไม่ ส่วนตอนที่ 2 นั้นครูและครูคณิตามีเฉลยครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ มาถึงช่วงตรวจสอบความถูกต้องใบงานระดับภาษาภาษาพาให้คิดค่ะหาเปลี่ยรระดับภาษา นักเรียนจะเปลี่ยนเป็นอะไรเอ่ย(คุณครูปรเมษฐ) ไปดูกันเลย นั่นก็คือสุนัขโค กระบือ และมนุษย์ค่ะคำว่า "สุนัข"อะไรรู้ไหม ผู้ที่มีเล็บที่งามนะคือ เล็บเล้บเป็นอย่างไรลูฏ เขาถึงเรียกว่าสุนัขนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ เอาล่ะค่ะ มาดูข้อที่ 2 นะคะพ่อ แม่ หวัง แล้วก็คำว่า "ลูก" นะคะ นักเรียนจะเปลี่ยนคำว่าอะไรคำว่า "บิดา" "มารดา"คำว่า "หวังดี" ค่ะ นั่นก็คือบุตรนั่นก็คือลูกนั่นเองค่ะคำว่า "ขี้เกียจ"นักเรียนจะเปลี่ยนเป็นคำว่าอะไรเอ่ย(คุณครูปรเมษฐ) ขี้เกียจนี่ใช้คำว่าอะไรนะอะไร ก็เปลี่ยนเป็นสิ่งใดปราศจากส่วนวันข้างหน้าหรือก็คืออนาคตนั่นเองนะครับ ต่อไปขึ้นรถเมล์เดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง(คุณครูคณิตา) ค่ะ นี่ก็คือแนวทางนะคะหรือว่าตรวจสอบความถูกต้องนะคะ หากนักเรียนนี่เขียนไม่ตรงนะคะ สามารถปรับแก้ได้เลยนะคะ เอาล่ะค่ะ ข้อที่ 5 นะคะเดี๋ยวเรามาดูกันต่อเลยนะคะผู้ชายเก่ง เราจะใช้คำว่าก็คือเราจะเปลี่ยนให้เป็นคำว่า "ปัจจุบัน"สุภาพสตรี ผู้ชายเราจะเปลี่ยนเป็นสุภาพบุรุษคำว่า "เก่ง" ค่ะ เราจะเปลี่ยนเป็นคำว่า "มีความสามารถ" ค่ะค่ะ เอาล่ะค่ะ มาถึงช่วงที่นักเรียนรอคอยนะคะนั่นก็คือสรุปบทเรียนเขียนองค์ความรู้ค่ะ วันนี้ครูก็มีมาถามนักเรียนอีกเช่นเคยนะคะ หากนักเรียนใช้ตามระดับภาษาจะเกิดผลเสียอย่างไรตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะเอาล่ะค่ะจะเกิดผลเสียนั่นก็คือจะทำใหการสื่อสารนั้นเกิดอุปสรรคนะคะหากผู้รับสารนี่ได้ฟังส่งสาร์นมานี่ อาจจะทำให้เห็นถึงความไม่ใส่ใจ หรืออาจจะเกิดความไม่พอใจด้วยก็ได้นะคะ คุณครูปรเมษฐเพิ่มเติมไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) อีกอย่างหนึ่งก็อาจจะถูกตำหนิเหมือนที่ครูเคยถามชั่วโมงแรกเพราะว่าระดับภาษาใช้ระดับที่ผิดตามกาลเทศะนั่นเองนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ คำถามที่ 2 นะคะ นักเรียนได้แนวคิดในความรู้ระดับภาษาไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไรให้เด็ก ๆ คิดแล้วก็ตอบตัวเองในใจเลยนะครับ ว่าหนู ๆ นั้นแนวคิดจากเรื่งอไปใช้ได้อย่างไร นักเรียนแต่ละคนก็คิดไม่เหมือนกันใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แต่แนวทางก็คือใช้ระดับภาษาตามความเหมาะสมและคำนึงถึงระดับภาษาได้ครับครั้งต่อไปกันเลยดีกว่านะคะ เราจะเรียนกันในเรื่องเขียนคำขวัญค่ะ สิ่งที่นักเรียนจะต้องเตรียมมีอะรไบ้างคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) ใบความรู้นะครับ เรื่องคำขวัญแล้วก็นำใบงานมาก็จะให้แต่งคำขวัญนั่นเองนะครับ นักเรียนสามรถดาวน์โหลดข้อมูลได้ตามที่อยู่ด้านล่างนี้เลยนะครับวันนี้คุณครูคณิตาและคุณครูปรเมษฐขอลานักเรียนไปก่อนค่ะสวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี] - (คุณครูคณิตา) สวัสดีคุณครูปลายทางและนักเรียนปลทายทางระดับภาษานั่นเอง คุณครูปรเมษฐคะชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ วันนี้เราก็จะเรียนเรื่องมีกี่ระดับครับเด็ก ๆ 3 ใช่ไหมครับ มีอะไรบ้างไหนว่าสิเพื่อเป็นการทบทวนเรามาถามเด็ก ๆ กันดีกว่าเป็นคำถามที่เด็ก ๆ น่าจะตอบได้เลยนะครับพูดนั่นเองนะครับภาษาระด