--- title: (สำรอง 1)ฝึก PE ห้อง 4634 แบ่งพิมพ์ (DLTV ภาษาไทย ป. 6 หน่วยที่ 7) ๓ เขียนคำขวัญ ๑๖ ก.ย. ๖๔ นาโน subtitle: date: วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน 2565 เวลา 14.51 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) [เสียงดนตรี] (คุณครูปรเมษฐ) สวัสดีคุณครูทุกท่านนะครับ และหนู ๆ นักเรียนที่น่ารักทุกคนนะครับ วันนี้เรียนวิชาภาษาไทยกับครูปรเมษฐ ศรีกำเหนิด และครูคณิตา หนุนอนันต์นะครับ วันนี้เราจะมาสนุกสนานกันในเนื้อหาที่นักเรียนนั้นจะได้ร่วมสนุกนะ ได้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ในคาบเรียนนี้นะครับ ครูคณิตาจะนำเสนอเรื่องอะไรในคาบเรียนนี้นะครับ ครูคณิตาจะนำเสนอเรื่องอะไรนะวันนี้ (คุณครูคณิตา) วันนี้นะคะ เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องเขียนคำขวัญค่ะ จะเป็นเรื่องที่ใช้คำคล้องจองเข้ามาช่วยด้วยใช่ไหมคะ คุณครูนี่ เคยเรียนเรื่องนี้แล้วนะคะ สนุกมาเลยค่ะ ครูปรเมษฐคิดว่าวันนี้จะสนุกไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ต้องสนุกสิครับ (คุณครูปรเมษฐ) ต้องสนุกสิครับเดี๋ยวเราไปร่วมศึกษาอย่างสนุกสนานกันเลยครับ เด็ก ๆ ครับ วันนี้นะครับ ก่อนที่เราจะได้มาเรียนเขียนคำขวัญกันนะครับ ก่อนอื่นเดี๋ยวเรามาสนทนากันก่อนครับ เดี๋ยวครูมีคำถามาถามนักเรียนนะ เกี่ยวกับเรื่องอะไร ไปดูกันครับ นักเรียนเคยเขียนสื่อสารเรื่องใดบ้างนะ เขียนเนื่องในโอกาสใด หรือวันสำคัญอะไร ช่วยกันคิดนะ เสนอมา เคยเขียนสื่อสารอะไรบ้าง เรียงความนี่ ถือเป็นการสื่อสารไหม ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ถือว่าเป็นการเขียนสื่อสารค่ะ เรียงความเอย คำขวัญเอย การแต่งกลอนเอย หรือว่าแม้กระทั่งการเขียนบรรยายต่าง ๆ ก็เป็นการสื่อสารค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเด็ก ๆ จะตอบก็เคยเขียนใช่ไหมครับ ครูคณิตา คราวนี้มุ่งเป้าไปที่คำขวัญเลย เด็ก ๆ ต้องเคยเขียนอยู่แล้ว เด็ก ๆ เคยเขียนไหม โอกาสวันสำคัญอะไรคำขวัญนี่ ไหนลองยกตัวอย่างสิ ตะโกนกันมาครับ เดี่ยวให้คุณครูคณิตาตอบ ได้ยินนักเรียนแล้วเอามาตอบ เขียนในวันอะไรนะครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ก็จะมีไม่ว่าจะเป็นวันปีใหม่ วันเด็ก วันยาเสพติดหรือแม้กระทั่งวันภาษาไทย ก็เขียนคำขวัญนะคะ เยอะแยะมากมาย แล้วแต่วอกาส (คุ ณครูอรอนงค์)แสดงว่าเด็ก ๆ ผ่านเรื่องนี้มาแล้วนะครับ เรื่องการเขียนคำขวัญนี่ ครูมีตัวอย่านะครูคณิตานะ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไปอ่านคำขวัญกันครับ เด็ก ๆ ครับ คนละวรรคครูคณิตา เอกลักษณ์ไทยที่โดดเด่น (คุณครูคณิตา) เฉกเช่นความเป็นเอกราช (คุณครูปรเมษฐ)ชาติอันล้ำค่า (คุณครูคณิตา) คลังปัญญาของแผ่นดิน (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ ครั้งนี้ฟังครู 2 อ่าน เด็ก ๆ รู้สึกอย่างไรบ้าง นี่คือคำขวัญแล้วนะ เด็ก ๆ ครับ มันเป็นอย่างไรลูก คำมันเป็นอย่างไรกัน มันมีความเป็นอย่างไรนะครูคณิตา (คุณครูคณิตา) มีความคล้องจอ (คุณครูปรเมษฐ) อย่างเช่น เด่นก็ไปคล้องจองกับ (คุณครูคณิตา) เฉ (คุณครูปรเมษฐ) ราชตรงนี้ก็ไปคล้องจองกับคำว่าแล้วถ้าตรงนี้ล่ะครูคณิตา (คุณครูคณิตา)หรือว่าปัญญานั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่าการการเขียนคำขวัญ ก็คือคำมาให้คล้องจองใช่ไหม แล้วมีความหมายไหมนี่ (คุณครูคณิตา) มีความหมายไหม มีสิคะ ส่วนใหญ่ คำขวัญนี่ เราแต่งขึ้นมานะคะ เป็นความหมายในเชิงบวก เป็นการอนุรักษ์เชิญชวน หรือให้คำแนะนำต่าง ๆ รวมถุึคำอวยพรด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ ถ้าจะให้ครูคาดคะเนคิดว่าเกี่ยวกับภาษาไทยแน่นอนเลย เพราะว่าเอกลักษณ์ไทยที่โดดเด่นนี่ ก็คือความเป็นเอกราช ด้วยภาษาชาติอันล้ำค่า ภาษาชา ภาษาถูกต้อง คลังปัญญาของแผ่นดิน เป็นภาษาไทยซึ่งเป็นภาษาอันสูงส่งล้ำค่านี่ เปรียบเสมือนคลังปัญญาของแผ่นดินทั้งแผ่นดินเลย (คุณครูคณิตา) หรือว่าตีความอีกอย่างหนึ่งนะคะ นักเรียนรู้จักภาษาไทย สามารถอ่านเขียนได้นี่ก็ถถือว่าเป็นการที่เราจะใฝ่เรียนใฝ่รู้ในการที่อะไรคะ ในการที่เราจะหาความรู้นั้นเข้าตนเอง และนำความรู้เหล่านั้นไปพัฒนาเพื่อแผ่นดินของเราได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่เลยครับครูคณิตาครับ ไปดูต่อ เรียนรู้ตลอดชีวิต คิดอย่างสร้างสรรค์ ก้าวทันเทคโนโลยี เด็ก ๆ ได้ยินว่าอะไร วันเด็กแห่งชาติใช่ไหมลูก เป็นลักษณะคล้องจองกันเลยครูคณิตา วิตกับคิด ใช้คำเยอะไหมเด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) ไม่ต้องใช้คำเยอะเลยนะคะเด็ก ๆ ใช้คำสั้น ๆ ง่ายได้ใจความค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คือ พูดง่าย ๆ ว่าใครอ่านก็เข้าใจใช่ไหมครับ คำตอ่ไป (คุณครูคณิตา) หนังสือคือมิตร สื่อความคิดให้ก้าวไกลค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เปรียบหนังสือเป็นอะไรล่ะนี่ (คุณครูคณิตา) เป็นมิตรค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มิตร ก็คือเป็น... (คุณครูคณิตา) มิตร ก็คือเป็นเพื่อนที่ดีนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) สื่อความคิดให้ก้าวไกล ก็เขียนคำขวัญเกี่ยวกับหนังสือใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะว่าหนังสือนี่ ทำให้เรานี่ มีความคิดที่ก้าวไกล ทะเยอทะยานนั่นเองนะครับ ดูต่อไปดีกว่า ครูวิถีใหม่ ใส่ใจดิจิทัล สร้างสรรค์คุณธรรมประจำชาติ เป็นคำขวัญวันอะไรนะครูคณิตา (คุณครูคณิตา) คำขวัญวันครูค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นคำขวัญวันครูครับ ก็บอกให้รู้เลยว่าครูนี่นะ ยุคสมัยนี้นะครับ ต้องเป็นอย่างไรนะ (คุณครูคณิตา) ใส่ใจดิจิทัลค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ดิจิทัล ก็คือ (คุณครูคณิตา) เทคโนโลยีต่าง ๆ อะไรต่าง ๆ มากมาย ที่เป็นความรู้ เข้ามาช่วยสอนให้เด็กนี่ได้เรียนรู้ได้มากขึ้น ใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่าครูนี่ ก็จะพัฒนาตนเอง ครูทั้ง 2 คนนี่ ต้องพัฒนาตัวเองก้าวให้ทันหนู ๆ เล่น ROV ครูก็รู้จัก ครูก็ถอยหลังเข้าคลองใช่ไหม เด็ก ๆ สร้างสรรค์คุณธรรมประจำชาติ แต่ครูก็ยังคงทรงไว้ซึ่งการสร้างสรรค์ ปลูกฝังให้เด็ก ๆ เป็นคนดีของแผ่นดิน เห็นไหม คำขวัญสั้นมากเลย มีอยู่ 4 คำ คำคล้องจองกันจบแล้วครูคณิตา อีกคำหนึ่งประโยค (คุณครูคณิตา) เด็กไทยวิถีใหม่ รวมไทยสร้างชาติมีคุณธรรมค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูคณิตารวมหรือร่วมนะเมื่อกี้นี้ (คุณครูคณิตา) รวมค่ะ ขออภัยค่ะ เด็กไทยวิถีใหม่ รวมไทยสร้างชาติด้วยภักดี มีคุณธรรมค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ก็เป็นคำขวัญอะไร (คุณครูคณิตา) วันเด็กหรือเปล่าค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) น่าจะเป็นวันเด็กนะ เห็นไหม คำก็จะคล้องจองกัน ที่ยกมาคล้องจองกันหมดเลย แล้วก็สั้น ๆ นะ ดูต่อไปนะ สงกรานต์สร้างสรรค์ ยึดมั่นประเพณี ปลอดภัยทุกชีวี สามัคคีทั่วไทย ครูคณิตา เด็ก ๆ เด็ก ๆ ตอบครูดีกว่าครับ คำขวัญที่นักเทศกาลอะไร เยี่ยม เพราะมีคำว่าอะไร (คุณครูคณิตา) สงกรานต์นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มีคำว่า "สงกรานต์" ปรากฏอยู่ เขาบอกว่าอะไรลูก สงกรานต์นี่ให้สร้างสรรค์นะ ยังต้องยึดมั่นประเพณีอยู่ แต่ต้องปลอดภัยของชีวิต แล้วก็ยังต้องยึด เราต้องเป็นอย่างไรกัน (คุณครูคณิตา) สามัคคีกัน (คุณครูปรเมษฐ) สิ่งสำคัญ ส่วนของการจะสร้างสรรค์ก็ความสามัคคีของคนในชาติ ประเพณีสงกรานต์นี่ ยังคงสืบต่อไป ตราบชั่วกาลนานนะครับ ต่อไปเป็นจุดประสงค์ นักเรียนต้องรู้ก่อนว่า นักเรียนศึกษาเรื่องคำขวัญนักเรียนจะต้องเรียนเรื่องอะไรบ้าง (คุณครูคณิตา) ค่ะ จุดประสงค์การเรียนรู้ค่ะ 1. นักเรียนบอกหลักการเขียนคำขวัญได้ 2. เขียนคำขวัญอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่านักเรียนรู้แล้วใช่ไหมครับ ววันนี้จะต้องเขียนคำขวัญเรื่องอะไรนะครับ ต่อไปครับ (คุณครูคณิตา) 3. นำหลักการเขียนคำขวัญไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนได้หลักการใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไปใช้ในชีวิต ไปเขียนคำขวัญได้อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อย่างที่ครูให้ทำนี่ไงครับ มีคำถามมาอีกแล้วครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) นักเรียนช่วยกันวิเคราะห์การใช้ภาษา ในการเขียนคำขวัญ ว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) ให้เวลาคิดติ๊กตอก เมื่อสักครู่นี้ใช่ไหม ที่เราก็ได้บอกไปแล้ว เด็ก ๆ ตอบแล้วใช่ไหม ไปดูกันว่าเด็ก ๆ ตอบมาว่าอย่างไรบ้างครับ ต้องใช้ภาษาที่เป็นอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช้ภาษาที่สละสลวยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สำคัญ ก็คือ (คุณครูคณิตา) สั้น สัมผัสคล้องจอง และที่สำคัญที่สุด คือ ได้ใจความค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มีอยู่คำกล่าวหนึ่งเลยครับ สัมผัสคล้องจอง สั้น กระชับ กลอนนั้นไม่สามารถใช้ได้ เนื่องจากไม่ได้ใจความ เพราะฉะนั้น คำขวัญนี่ ต่อให้ดีเพียงใด สัมผัสคล้องจองเพียงได้ ต้องให้ได้ใจความด้วย ถึงจะใช้ได้ใช่ไหมเด็ก ๆ ใช่ไหมล่ะครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ไม่มีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ก็คือหลักการนะ ก็คือการใช้ภาษาที่นักเรียนได้ดูมาเมื่อสักครู่นี้นะครับ เดี๋ยวเราไปทายคำขวัญประชันจังหวัด เด็ก ๆ จะได้ตอบว่าคำขวัญทียกมานั้นเป็นจังหวัดใด แล้วถ้าเกิดใครอยู่จังหวัดไหแล้วตอบผิดนี่ เป็นอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) สงสัยจะต้องกลับไปอ่านทบทวนเกี่ยวกับจังหวัดของจังหวัดตัวเองแล้วล่ะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ถ้าเกิดว่ายังไม่พูดเรื่องคำขวัญนี่เด็ก ๆ จะรู้ไหมว่าจังหวัดอะไร (คุณครูคณิตา) ตอนนี้หรือคะ เด็ก ๆ ทราบหรือยังคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไหนลองตอบสิ จังหวัดอะไรลูก ดูคำขวัญก่อนดีกว่านะ (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวค่ะ คุณครูปรเมษฐ ได้ยินเสียงกระซิบมาว่า เด็ก ๆ ตอบว่าจังหวัดหัวหินค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) จังหวัดหัวหินหรือ (คุณครูปรเมษฐ) มีหรือเด็ก ๆ จังหวัดหัวหิน ( คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูอยู่จังหวัดอะไรล่ะ ไปดูสิว่าอย่างไร คำขวัญจังหวัดของครูว่าอย่างไร เมืองทองเนื้อเก้า มะพร้าวสับปะรด สวยสดหาด เข้างามล้ำน้ำใจ เชื่อว่าเด็ก ๆ ก็ยังไมู่ให้เวลาคิดครับ ติ๊กตอก ๆ ตอบ จังหวัด (คุณครูคณิตา) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อำเภอหัวหินนะคะ อยู่ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์นะคะ ไม่มีจังหวัดหัวหินนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ จะเข้าใจนะ ว่าครูนี่ ที่เขาสอนอยู่วังไลกกังวลอยู่ที่โรงเรียนวังไกลกังวล อยู่ที่หัวหินเป็นเพียงอำเภอหนึ่งนะ ครูนี่สอนอยู่ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เด็ก ๆ คราวนี้ล่ะจะเป็นจังหวัดใครบ้าง เดี๋ยวไปดูดีกว่านะครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ดูรูปก่อนนะ (คุณครูคณิตา) คุ้น ๆ ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) น่าจะเป็นที่ไหนดูคำขวัญเลยดีกว่า (คุณครูปรเมษฐ) กรุงเทพฯ ดุจเทพสร้าง เมืองศูนย์กลางการปกครอง วัด วัง งามเรืองรอง เมืองหวลงของประเทศไทย ทั้งประเทศตอบว่าจังหวัด... ถูกต้องครับ ถ้าตอบผิดนี่เป็นอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวสิคะคุณครูปรเมษฐ กรุงเทพมหานครนี่ เราถือว่าไม่ได้เป็นจังหวัด แต่ถือว่าเป็นเขตการปกครองพิเศษนะคะ นี่ก็คือเป็นคำขวัญของกรุงเทพมหานคร จะไม่มีคำว่า "จังหวัด" อยู่นะคะ อันนี้ก็คือเป็นเกร็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แต่เด็ก ๆ ต้องตอบถูก เพราะมันมีคำว่า (คุณครูคณิตา) กรุงเทพฯ ในคำขวัญเลยนะครับ ดูต่อไปดูรูปภาพนี้ บางคนอยู่ในจังหวัดน่าจะตอบได้แล้วนะ อ่านคำขวัญกันก่อนดีกว่า ประตูภาคใต้ ไหว้เสด็จในกรม ชมไร่กาแฟ แลหาดทรายรี ดีกล้วยเล็บมือ ขึ้นชื่อรังนก ได้เลยว่าจังหวัดอะไร ประตูภาคใต้ ประตูภาคใต้ จะไปปักษ์ใต้เลย จังหวัด ครูไป ตอบเลยจังหวัด ... เยี่ยมเลย (คุณครูคณิตา) จังหวัดชุมพรค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ ก็คือเอกลักษณ์ใช่ไหมครูคณิตา ที่ชุมพรนี่ เวลาไปนี่จะต้องไปไหว้เสร็จในกรมหลวงชุมพรนะ ใช่ไหมครับ (คุณครูปรเมษฐ) ไปดูไร่กาแฟ ไปเที่ยวหายชายดีที่ชุมพร และตลอดข้างทาง ศาลพ่อตาขุนช้างใช่ไหม ก็จะมีของขาย (คุณครูคณิตา) ของที่ว่านี่คืออะไรคะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) กล้วยเล็บมือนางนี่ ก็คือของขึ้นชื่อจังหวัดชุมพรเขา เป็นอย่างไรครับเด็ก ๆ ถ้านับคะแนนกันไหม เดี๋ยวต่อจากอันนี้นะได้กี่คะแนน เผื่อคุณครูปลายทางจะนำคะแนนที่ตอบคำขวัญ ไปเป็นคะแนนเก็บก็ได้นะครับ เพราะฉะนั้นนี่ เดี๋ยวกันเลยนะ ใครตอบถูกได้คะแนนกันเลยนะครูคณิตาเคย ไปไหมในรูปนี้ (คุณครูคณิตา) ยังไม่เคยไปเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) บอกชื่อให้หน่อยก็ได้ เด็ก ๆ จะรู้จัก วัดร่องขุ่น ดูคำขวัญเลยดีกว่า เผื่อจะได้ตอบถูกครับ (คุณครูคณิตา) เหนือสุดในสยาม ชายแดนสามแผ่นดิน ถิ่นวัฒนธรรมล้านนา ล้ำค่าพระธาตุดอยตุง (คุณครูปรเมษฐ) กับคำแรกนี่ เด็ก ๆ ตอบได้แล้ว จังหวัดที่อยู่ของประเทศไทย ก็ที่บอกน่ะ จังหวัดอะไรนะ เยี่ยมเลยครับ จังหวัดอะไรครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เชียงราย (คุณครูปรเมษฐ) จังหวัดเชียงราย ที่อยู่เหนืออยู่จังหวัดเชียงรายนะ ที่อาจารย์ นี่ครูพานักเรียนไปเที่ยวหลายจังหวัดแล้วนะครับ ใครตอบถูก ตอบผิดไม่เป็นอะไร แก้ตัวได้นะครับ ต่อไปเห็นรูปครูคณิตาคุ้น ๆ ไหมครับ รูปนี้ (คุณครูคณิตา) คุ้น ๆ มากเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ดูคำขวัญกันดีกว่านะ นี่ บอกใบ้ให้หน่อย เด็กใต้ตอบถูก เห็นรูปนี้แล้วตอบถูกว่าเป็นจังหวัดอะไร (คุณครูคณิตา) เมืองหนังโนรา อู่นาข้าว พราวน้ำตก แหล่งนกน้ำ ทะเลสาบงาม เขาอกทะลุ น้ำพุร้อนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ ตอบเลยจังหวัดอะไร จังหวัด (คุณครูคณิตา) พัทลุงนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ทำไมครูคณิตาถึงคุ้น ๆ ล่ะครับ (คุณครูคณิตา) คุ้น ๆ เพราะว่าเป็นจังหวัดที่คุณครูนะคะ ได้อาศัยอยู่นั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ ต่อมาค่ะ เราไปดูกันเลยดีกว่า (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้รูปเป็นผ้าไหมนครูคณิตา ดูคำขวัญเลยดีกว่า เดี๋ยวเด็ก ๆ จะได้ตอบกันนะครับ พุทธมณฑลอีสาน ถิ่นฐานอารยธรรม ผ้าไหมล่ำเลอค่า ตักสิลานคร จังหวัดอะไรหนอ ตอบครับ ใครรู้บ้าง ผ้าใหม่ล้ำเล่อค่านี่ มันมีอยู่จังหวัดหนึ่ง แล้วมีตักสิลานี่ ตักศิลานครนี่ จังหวัดอะไร 1 2 3 จังหวัด (คุณครูคณิตา) จังหวัดมหาสารคามค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ได้กี่คะแนนแล้วนี่ ตอบคำขวัญ ก็จะบอกลักษณะเด่นของแต่ละจังหวัดใช่ไหมครูคณิตา ว่ามีอะไรบ้างนะครับ เอาล่ะครับ เป็นนาข้าว อาจจะยังสื่อไม่ได้ใช่ไหม เป็นจังหวัดอะไร เพราะทุกภาพของประเทศไทยส่วนใหญ่ก็ทำนาใช่ไหมครับ ดูคำขวัญดีกว่า เมืองบั้งไฟโก้แตงโมหวาน หมอนขวานผ้าขิด แหล่งผลิตข้าวหอมมะลิค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ภาคอีสานจะตอบถูกแล้วครับ ตั้งแต่เมืองบั้งไฟโก้ แตงโมหวาน เป็นจังหวัดอะไร ยะ... เยี่ยมเลยนะครับ ยโสธร เห็นไหมบอกลักษณะเด่น มีคำเป็นอย่างไรกัน (คุณครูคณิตา) คล้องจองกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ เห็นไหม ทุกคำขวัญที่ยกมานี่ พูดนี่ยังตรงหมดเลยนะ สั้น กระชับ คล้องจอง แล้วก็บอกเอกลักษณ์ใช่ไหมครับ อันนี้อาจจะตอบได้แล้ว บางคนเห็นคำนี้ สิริ... (คุณครูคณิตา) สิริกิติ์ เป็นเขื่อน เป็นเขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนสิริกิติ์ ดูคำขวัญ (คุณครูปรเมษฐ) เหล็กน้ำพี้ ลือเลื่อง เมืองลางสาดหวาน บ้านพระยาว่านพระยาพิชัยดาบหัก ถิ่นสัตว์ใหญ่ของโลก จังหวัด เขื่อนสิริกิติ์อยู่จังหวัด (คุณครูคณิตา)จังหวัดอุตรดิตถ์ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ รอคอยมานานแล้ว จะมีของฉันไหม มีนะครับ อันนี้เป็นอะไรนี่ เหมือนวัดภูมินไหม ไม่รู้อยู่จังหวัดอะไรนะเคยไปเที่ยวไหมครับ (คุณครูคณิตา) ไม่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) น่าไปเที่ยวนะเด็ก ๆ ดูคำขวัญเลยดีกว่า เดี๋ยวเด็ก ๆ ภาคเหนือจะน้อยใจนะ เลยอุตรดิตถ์หน่อยหนึ่ง (คุณครูคณิตา) แข่งเรือลือเลื่องแข่งเรือลื่อเลื่อง เงาช้างดำ จิตรกรรมวัดภูมินทร์ส้มสีทอง เรืองรองพระธาตุแช่แห้งค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เลยจังหวัดอุตรดิตถ์ไปหน่อยหนึ่ง เป็นจังหวัดอะไรนะ นี่พอเห็นคำนี้ เมืองงาช้างดำนี่ ตอบได้แล้ว เห็นคำนี้ วัดภูมินทร์นี่ตอบได้ทันที ถ้าคนที่สนใจในรายวิชาภูมิศาสตร์ สังคมศึกษา จะรู้เลยเป็นจังหวัด ตอบน่านชะ จังหวัดน่านนั่นเองนครับ นี่ก็คือลักษณะเด่นของจังหวัดน่าน เดี๋ยวจะน้อยใจ ใกล้ประจวบคีรีขันธ์ครับ อันนี้คือ คืออะไรครับ เด็ก ๆ ใครเคยเห็นบ้าง เป็นเจดีย์ขาวที่อยู่ยอดเขาวัง เขาวัง หรือพระนครคีรี อยู่จังหวัดอะไรนะ ถ้าเด็กจังหวัดนี้ตอบไม่ถูกนี่ไม่ได้นะ ต้องตอบถูก ดูคำขวัญกันก่อนครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) เขาวังคู่บ้าน ขนมหวาน เมืองพระ เลิศล้ำศิลปะแดนธรรมะ ทะเลงามค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) จังหวัดนี้ ก็คือจังหวัดจังหวัดเพชรบุรี เลยประจวบไปเป็นทิศเหนือของประจวบคีรีขันธ์น เอาล่ะครั บับคะแนนสิ ว่าตอบถูกได้กี่คะแนน เด็ก ๆ ใครตั้งแต่ครูเริ่มเล่นกิจกรรมตอบถูกทั้งหมดเลย ยกมือ ไหน ผิด 1 ข้อ ยกมือให้ดูหน่อย นิดหน่อยนะ ไม่มากเท่าไร ผิด 2 ข้อมีไหม (คุณครูคณิตา) มีเล็กนอยค่ะ (คุณครูคณิตา) มีเล็กน้อย แสดงว่าส่วนใหญ่นี่เป็นอย่างไรหมดเลย ตอบถูกนะ แสดงว่าลูกศิษย์ของครูเก่งสังคมและภูมิศาสตร์ด้วย นี่ครูแทบจะไม่ต้องสอนนะ ยกคำไม่ต้องสอนแล้ว ยกคำขวัญของแต่ละจังหวัด ยกคำขวัญวันสำคัญต่าง ๆ เชื่อว่าเด็กบางคนเขียนได้แล้วด้วยซ้ำ เพราะคำขวัญนี่มันเขียนไม่ยากเลยเ อาล่ะครับ คำขวัญของแต่ละจังหวัดบอกอะไร บอกอะไร เราช่วยกันตอบครูกับครูคณิตา บอกไปแล้ว คิดเลย ตอบ (คุณครูคณิตา) หมดเวลาค่ะ เดี๋ยวเราไปดูกันพร้อม ๆ กันเลยค่ะ ว่าคำขวัญแต่ละจังหวัดบอกอะไรกับนักเรียนบ้าง อย่างแรกเลยนะคะ ก็คือบอกเอกลักษณ์ของจังหวัดนั้น ๆ ค่ะ นั่นก็คือบอกจุดเด่นแต่ละจังหวัดนั่นเองนะคะ 2. ค่ะ ความภาคภูมิในจังหวัดนั้น ๆ ค่ะ ก็เป็นการบอกความภาคภูมิใจสิ่งที่จังหวัดเหล่านั้นนี่ต้องการที่จะนำเสนอนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่างเช่น จังหวัดน่านนี่ ก็บอกเลยมีวัดภูมินทร์ มีอะไร มีงาช้างดำนี่ บอกเอกลัษณะของแต่ละจังหวัดใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เกือบทุกจังหวัดเลยที่ให้นักเรียนตอบมีสถานที่สำคัญทั้งนั้นเลยนะครับ เขาวังคู่บ้าน เขาวังนี่เป็นจุดเด่นเลยของจังหวัดเพชรบุรี ก็ยกมาอยุ่ในคำขวัญ ประจวบคีรีขันธ์นี่ มาอยู่ในคำขวัญนะครับ เมืองทองเนื้อเกล้า บางสะพานนั่นเอง ที่ตอนนั้นเราเรียนขุนช้าง ขุนแผนก็มีคำว่า "ทองบางตะพาน" ก็เป็นจุดเด่นของแต่ละจังหวัด ครูมีคำขวัญมาอีกครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) อากาศเป็นพิษ ชีวิตจะสั้น ต้นไม้เท่านั้น ทั้งกันและแก้ (คุณครูปรเมษฐ) อากาศเป็นพิษ ทั้งกันและแก้ ถ้อยคำนี้เป็นคล้องจองกันหมดเลยนะใช่แล้วค่ะ นักเรียนจะสังเกตนะคะ คำว่า "คิด" ค่ะ จะคล้องจองกับคำว่า "วิต" (คุณครูปรเมษฐ) สั้นก็ไปกับคำว่า "นั้น" นะครับ สัมผัสกับคำว่ากันคำขวัญไว้นะ มีคำถามเกี่ยวกับคำขวัญครับ เขามีจุดประสงค์เพื่ออะไรในการเขียนคำขวัญนี้ เด็ก ๆ ช่วยกันคิด ตอบ (คุณครูคณิตา) เมื่อกี้คำขวัญกล่าวถึงอะไรคะนักเรียน กล่าวถึงต้นไม้ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้นนี่ คำขวัญนี่ก็จะต้องเป็นอะไรไปไม่ได้เลย นอกจาก ต้องการให้คนนะคะ หันมาปลูกต้นไม้นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ก็คือจุดประสงค์ขเขียนคำขวัญเมื่อสักครู่ เอาล่ะครับ ลักษณะของคำขวัญดังกล่าวมันเป็นอย่างไรลูก เป็นอย่างไรลูก ช่วยกันตอบ ช่วยกันวิเคราะห์มา เด็ก ๆ ตอบแล้วครูคณิตา เป็นอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ก็คือใช้คำสั้นกระชับค่ะ 2. ก็คือมีความคล้องจอง ก็คือจะต้องมีข้อคิดค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ อันนี้ก็คือจุดประสงค์ในการเขียนคำขวัญ เป็นลักษณะที่มันจะปรากฏอยู่ในคำขวัญนั้น ๆ ไปตลอดนะครับ เอาล่ะครับ ครูต้องให้นักเรียนได้ศึกษาด้วยตัวเองบ้าง เดี๋ยวครูจะให้ศึกษาใบความรู้นะ เรื่องอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เรื่องการเขียนคำขวัญค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวเด็ก ๆ นำขึ้นมานะครับ แล้วศึกษาไปพร้อม ๆ กับเพื่อน ๆ นะครับ แบ่งกลุ่ม หรือว่าจะศึกษาด้วยตัวเองก็ได้ แล้วเดี๋ยวเรามาสรุปองค์ความรู้ ค่อยไปเขียนคำขวัญกัน ดีไหมครับ เด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) ถ้าพร้อมแล้ว นักเรียนศึกษาความรู้เพิ่มเติมได้เลยค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะนักเรียนคะ เดี๋ยวเรามาสรุปความรู้เพิ่มเติมพร้อม ๆ กันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คำขวัญนะครับ ตามที่หนู ๆ ได้ศึกษา มันก็คือข้อความที่เรียบเรียงด้วยสำนวน ภาษา ที่ทำไมลูกกะทัดรัดนะครับ เพื่อบางครั้งนี่ก็เป็นการชี้แนะให้เห็นถึงความถูกต้องดีงามใช่ไหมลูก เพื่อให้ผู้อ่านนั้นเป็นอย่างไร เมื่อเราอ่านคำขวัญแล้วนำไปปฏิบัติในคำเชิญนั้น ๆ ได้ คำขวัญประจำจังหวัดนี่ก็จะบอกเอกลักษณ์หรือความโดดเด่นของจังหวัดนั้น ๆ นะครับ ความหมาของคำว่า "การเขียนคำขวัญ" นะครับ ลักษณะของคำขวัญที่ดีเป็นอย่างไรครูคณิตา เราไปดูกันเลยครับ (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 1 นะคะ มีเจตนาที่ต่อผู้ฟัง ผู้ปฏิบัติหรือผลประโยชน์ของส่วนรวมค่ะ อย่างเช่น คำขวัญเชิญชวนให้ประหยัดน้ำประหยัดไฟ แม้กระทั่งเป็นการอนุรักษ์โลก ก็อยู่ในข้อนี้ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ การให้ประหยัดน้ำ ประหยัดไฟ เกี่ยวข้องกับส่วนรวมใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น ต้องคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมนะ เป็นหลัก ดูเลยว่าถ้าเราทำสิ่งนี้ คนอื่นจะได้ประโยชน์กับเราด้วย อย่าคิดแต่เพียงัตวเองนะครับ ประโยชน์ส่วนรวมนี่ สิ่งสำคัญที่นักเรียนปฏิบัติ เราต้องให้ผู้อื่นบ้างนะ เราถึงจะมีความสุข ต่อไป ลักษณะของคำขวัญที่ดีนะ ต้องมีเป้าหมายเพียงเป้าหมายเดียว เช่น เพื่ออะไรเพื่อเคารพกฎจราความสะอาด อาจจะเขียนเป็นคำขวัญใช่ไหมครูคณิตา แล้วเราก็ปฏิบัติตามเป็นต้นนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ มีเนื้อหาครอบครอบคลุมเป้าหมายค่ะ ก็คือจุดประสงค์ของคำขวัญนั้นนี่ เราต้องการที่จะให้ผู้ฟังหรือว่าผู้ตามปฏิบัติตามหรือว่าต่าง ๆ นี่ เราก็จะต้องเขียนให้ครอบคลุมค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็จะต้องมีความ อันนี้สำคัญมีความไพเราะนะ สัมผัสคล้องจอง คำที่สัมผัสไพเราะ และมันสัมผัสคล้องจองนี่ มันเป็นอย่างไร ที่ครูชอบพูด ติดตาตรึงใจไปตลอด นั่นล่ะคำขวัญ มันมีพลังในการโน้มน้าวใจ ให้ผู้ฟังนี่เป็นอย่างไร จำ พอจำแล้วสิ่งที่มันจะตามมา ก็คือปฏิบัติตามที่เราเขียนนั่นเอง อันนี้นะครับ ก็คือลักษณะของคำขวัญที่ดีนะ ไปดูหลักการกันดีกว่าครูคณิตาครับ ว่าคำขวัญนี้เขียนอย่างไร เด็ก ๆ อยากเขียนเต็มที่แล้วนะครับ 1. ครับ (คุณครูคณิตา) 1. ใช้ถ้อยคำ สำนวนที่กะทัดรัด สละสลวย ค่ะ 2. ความหมายเด่นดึงดูดใจนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ความหมายเด่น อ่านปุ๊บ รู้เลย สื่อถึงอะไร ให้อ่านต่อเลยใช่ไหมครับ 3. ครับ อาจใช้คำสัมผัสสระใช่ไหม หรือสัมผัสตัวอักษร ก็คือการใช้คำคล้องจองนั่นเอง แต่บางคำขวัญนี่ มันก็จะทำให้คำขวัญนั้นมีเสน่ห์ และมีพลังยิ่งขึ้นไปนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ ไม่ใช้ตัวเลขบนตัวหนังสือค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ทำไมล่ะครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เพราะว่ามันจะทำให้คำขวัญนั้นไม่มีความคล้องจอ หรืออ่านแล้วเกิดความสะดุด แล้วหรือมันติด ๆ ขัด ๆ หรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) น่าจะใช่ ตัวเลขนี่มันไม่นิยมนำมาเขียนคำขวัญอยู่แล้วนะครับ ก็ต้องใช้ตัวหนังสือที่มันคล้องจองกันไม่ลงท้ายด้วยคำว่า "เอย" ทันทีนะ จะเป็นกลอน หรือเป็นเพลง คำขวัญจะไม่ลงท้ายด้วยคำว่า "เอย" เขียนจริงเอาล่ะครับ เราจะไปสนุกสนานกันแล้ว เดี๋ยวนักเรียนจะไปทำใบงาน เรื่อง (คุณครูคณิตา) เรื่อง การแต่งคำขวัญ ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวไปดูใบงานกันก่อน อันนี้ก็คือบทบาทของนักเรียนนะครับ นักเรียนก็ทำใบงานเรื่องคำขวัญ เสร็จแล้วก็นำเสนอผลงานของตัวเองหน้าชั้นเรียนนะครับ คุณครูล่ะครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ดูแลการทำงานของนักเรียนค่ะ ให้คำแนะนำนักเรียน ในการทำงาน เสนอแนะการนำเสนอผลงานของนักเรียนค่ะ หากเจอข้อบกพร่องหรือจุดใดที่นักเรียนนี่สามารถทีจะปรับแก้ไขได้ คุณครูปลายทางก็สามารถให้ข้อเสนอแนะได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ อันนี้คือรูปร่างของใบงานนะครับ ให้เขียนกี่คำขวัญนี่ (คุณครูคณิตา) ให้เขียนอย่างน้อย 4 คำขวัญค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วก็ความยาวไม่เกิน 16 พยางค์ นับดี ๆ นะครับ ห้ามเกิน ถ้าเกินแล้วมันอาจจะไม่ใช่คำขวัญหรือเป็นการเขียนเรียงความแล้วนะครับ เพราะฉะนั้น ตามคำที่ครูกำหนดนะครับ เดี๋ยวให้ดูหลัก ให้ดูวิธีการเขียนสักหน่อยไหมครูคณิตา เดี๋ยวไปสร้างความคิด ลิขิตแนวทางกันหน่อยครับ ว่าเขียนได้อย่างไรนะครับ ถ้าครูนำมานำเสนอจะใช้ได้ไหม นะ (คุณครูคณิตา) ห้ามนำมาใช้นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่างครูขคึ้นมา รักษ์ป่า รักษ์ต้นไม้ เดี๋ยวครูคณิตาช่วยเติมสิ เด็ก ๆ ช่วยใครบอกได้ก่อนชนะ แต่ถ้าเด็กตอบได้ก่อน แต่ถ้าเด็ก ๆ ตอบแล้วคล้องจองกันนี่ก็ใช้ได้นะ คุณครูปลายทางช่วยติดสิ อันนี้เป็นการสร้างแนวทางกันก่อน ครูคณิตาจะเติมว่าอย่างไร (คุณครูคณิตา) รักต้นไม้อย่าให้ใครมาทำลายค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สัมผัสคล้องจองอยู่ตรงไหนครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ไม้กับให้ หรือใคร ใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ความคิด อันนี้ครูคณิตาคิดแบบนี้ คล้องจองใช้ได้เด็ก ๆ ไม่ได้คิดเหมือนครูคณิตาเลยได้ใจความก็ใช้ ต่อไปอันนี้ให้เด็ก ๆ ปลายทางตอบ ป่าไม้มีบุญคุญ เกื้อหนุนชีวิต เติมคำว่าอะไรดี คุณครูปลายทางช่วยตัดสินตอบใช่ไหม เด็ก ๆ คิดได้หรือยัง ใครคิดได้แล้ว ตอบครับ ครูกำลังจะคิดได้แล้วนะ เดี๋ยวครูตอบก่อน เด็ก ๆ แพ้นะครับ ครูคิดได้แล้ว เด็ก ๆ ตอบหรือยัง ครูตอบนะ ป่าไม้มีบุญคุณ เกื้อหนุนชีวิต เราต้องคิดรักษา ชีวิตของครู ไปสัมผัสคำว่า (คุณครูคณิตา) คิดนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อีกสักข้อหนึ่งดีไหมครูคณิตา เป็นแนวทางอันนี้ครับ (คุณครูคณิตา) น้ำทุกหยดให้คุณค่า นักเรียนจะเติมคำว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เติมได้หรือยัง คุณครูครับ ช่วยดูด้วยนะครับ เด็ก ๆ เติมคำว่าอะไร เด็ก ๆ เติมแล้ว คุณครูปลายทางตัดสินแล้วว่าถูกหรือผิด (คุณครูคณิตา) พิจารณาก่อนใช้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ นี่ก็เป็นแนวทางนะครับ เพราะฉะนั้น เด็ก ๆ รู้แล้วนะ 4 คำขวัญ ห้ามซ้ำกันบนนี้นะลูก ลงมือปฏิบัติครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะนักเรียน มาถึงช่วงเขียนคำขวัญ สำคัญไฉน จะเป็นอย่างไร ไปดูกันเลยค่ะ วันนี้นะคะ คุณครูก็มีกิจกรรมมาฝากนักเรียนปลายทาง และคุณครูปลายทางด้วยนะคะ นั่นก็คือให้นักเรียนค่ะ เลือกคำขวัญของกลุ่ม 1 คำขวัญ แล้วช่วยกันวาดภาพประกอบคำขวัญ มาจัดนิทรรศการหน้าชั้นเรียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ทำเป็นป้ายหรืออะไรก็ได้ใช่ไหม เกี่ยวกับคำขวัญที่นักเรียนเขียนนี่ ให้กับคุณครูและเพื่อน ๆ ในโรงเรียนได้รับรู้นะครับ แล้วก็ครูก็อยากเห็นเช่นเดียวกัน ถ้าคุณครูปลายทางเห็นลูกศิษย์ทำคำขวัญขึ้นมา ถ้าคุณครูจถ่ายรูปแล้วส่งมา DLTV 6 ก็ยินดีนะครับ จะได้นำมานำเสนอให้กับนักเรียนทั่วประเทศ ก็จะเป็นเรื่องที่ดีมาก อันนี้ฝากให้หนู ๆ ทำนะครับ ทำเมื่อไรก้ได้ที่มีเวลานะ ไม่ได้ว่าจะต้องทำเดี๋ยวนี้เลย แต่ต้องทำนะครับ เอาล่ะครับ ไปคำถามกันดีกว่า นักเรียนจะนำความรู้เรื่องการเขียนคำขวัญนี่นะครับ ไปใช้ประจำวันได้อย่างไร อันนี้ครูฝากไว้ให้นักเรียนคิดแล้วกันนะครับ ว่าหนูจะนำความรู้นี้ไปปรับใช้ในชีวิตได้อย่างไนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ หรือสามารถพูดคุยเปลี่ยนกับปลายทางได้นะคะ คุณครูปลายทางสามารถแลกเปลี่ยนให้คำชี้แนะแก่นักเรียนได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ บทเรียนครั้งต่อไป ครูคณิตาในเรื่องของการ (คุณครูคณิตา) การโต้วาทีนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่าอ่านผิดเป็นโต้เวทีนะ ต้องเรียนหลายชั่วโมงแน่นอนนะครับ นักเรียนต้องเตรียมตัว 1. ใบความรู้ เรื่อง การโต้วาที นะครับ 2. ใบงานเรื่องแผนภาพความคิด การตั้งญัตติโต้วาทีนะครับ 2 อย่างต้องเตรียมตัวมา (คุณครูคณิตา) ซึ่งคุณครูก็สามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่นี่เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนครับ วันนี้นักเรียนได้ความรู้เป็นจำนวนมากเลยนะครับ เกี่ยวกับคำขวัญจังหวัดต่าง ๆ คำขวัญเนื่องในเทศกาล ในวันสำคัญต่าง ๆ ซึ่งก็เป็นแนวทางในการที่นักเรียนนั้นนำไปเป็นแนวทาง ก็ถือว่าทำประสบความสำเร็จนะครับ อย่าลืมนะนักเรียน ที่ครูได้บอกไว้ ให้ทำป้าย ป้ายคำขวัญที่ครูและครูคณิตาให้ทำกิจกรรม เป็นการเผยแพร่สิ่งที่ดีให้กับคนอื่นนะครับ วันนี้ครูทั้ง 2 คน ก็ขอลานักเรียนไปก่อนครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]