[เสียงดนตรี](คุณครูปรเมษฐ) สวัสดีคุณครูทุกท่านนะครับ และหนู ๆ นักเรียนที่น่ารักทุกคนนะครับ วันนี้เรียนวิชาภาษาไทยกับครูปรเมษฐ ศรีกำเหนิด และครูคณิตา หนุนอนันต์นะครับ วันนี้เราจะมาสนุกสนานกันในเนื้อหาที่นักเรียนนั้นจะได้ร่วมสนุกนะ ได้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ในคาบเรียนนี้นะครับ ครูคณิตาจะนำเสนอเรื่องอะไรนะวันนี้ (คุณครูคณิตา) วันนี้นะคะ เราจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องเขียนคำขวัญค่ะ จะเป็นเรื่องที่ใช้คำคล้องจองเข้ามาช่วยด้วยใช่ไหมคะ คุณครูนี่เคยเรียนเรื่องนี้แล้วนะคะ สนุกมาเลยค่ะ ครูปรเมษฐคิดว่าวันนี้จะสนุกไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ต้องสนุกสิครับ เด็ก ๆ ครับ ว่าวันนี้จะสนุกไหมคพ (คุณครูปรเมษฐ) ต้องสนุกสิครับเดี๋ยวเราไปร่วมศึกษาอย่างสนุกสนานกันเลยครับ เด็ก ๆ ครับ วันนี้นะครับ ที่เราจะได้มาเรียนเขียนคำขวัญกันนะครับ ก่อนอื่นเดี๋ยวเรามาสนทนากันก่อนครับ เดี๋ยวครูมีคำถามาถามนักเรียนนะ เกี่ยวกับเรื่องอะไรไปดูกันนะครับ นักเรียนเคยเขียนสื่อสารเรื่องใดบ้างนะ เขียนเนื่องในโอกาสใด หรือวันสำคัญอะไร ช่วยกันคิดนะ เสนอมา เคยเขียนสื่อสารอะไรบ้าง เรียงความถือเป็นการเขียนสื่อสารไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ถือว่าเป็นการเขียนสื่อสารค่ะ เรียงความเอยคำขวัญเอย การแต่งกลอนเอยหรือว่าแม้กระทั้งการเขียนบรรยายต่าง ๆ ก็ถือว่าเป็นการสื่อสารค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ถ้าเด็ก ๆ จะตอบก็เคยเขียนใช่ไหมครับครูคณิตา คราวนี้ครูมุ่งเป้าไปที่คำขวัญเลย เด็ก ๆ ต้องเคยเขียนอยู่แล้ว เด็ก ๆ เคยเขียนไหม โอกาสวันสำคัญอะไรคำขวัญนี่ ไหนยกตัวอย่างสิ ตะโกนกันมาครับ ได้ยินนักเรียนแล้วเอามาตอบ เขียนในวันอะไรนะครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ก็จะมีไม่ว่าจะเป็นวันปีใหม่ วันเด็ก วันยาเสพติด หรือแม้กระทั่งวันภาษาไทย ก็มีการเขียนคำขวัญนะคะ เยอะแยะมากมายแล้วแต่โอกาส (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่าเด็ก ๆ ผ่านเรื่องนี้มาแล้วนะครับ เรื่องการเขียนคำขวัญนี่ ครูมีตัวอย่างคำขวัญ เดี๋ยวไปดูกันนะครูคณิตานะ (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไปอ่านคำขวัญกันครับ เด็ก ๆ ครับ คนละวรรคครูคณิตาที่โดดเด่น (คุณครูคณิตา) เฉกเช่นความเป็นเอกราช (คุณครูปรเมษฐ) ด้วยภาษาชาติอันล้ำค่า (คุณครูคณิตา) คลังปัญญาของแผ่นดิน (คุณครูปรเมษฐ)เด็ก ๆ ครับ ครั้งนี้ฟังครู 2 อ่านรู้สึกอย่างไรบ้าง นี่คือคำขวัญแล้วนะเด็ก ๆ ครับ มันเป็นอย่างไรลูก คำมันเป็นอย่างไรกันมันมีความเป็นอย่างไรนะครูคณิตา (คุณครูปรเมษฐ) อย่างเช่น เด่นก็ไปคล้องจองกับ (คุณครูคณิตา) เช่น ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ราชตรงนี้ก็ไปคล้องจองกับคำว่าแล้วถ้าตรงนี้ล่ะครูคณิตา (คุณครูคณิตา)หรือว่าปัญญานั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่าการเขียนคำขวัญนี่ เป็นการนำคำมาให้คล้องจองใช่ไหม แล้วมีความหมายไหมนี่ (คุณครูคณิตา) มีความหมายไหม มีสิคะ ส่วนใหญ่คำขวัญเราแต่งขึ้นมานะคะ เป็นความหมายในเชิงบวก เป็นการอนุรักษ์เชิญชวนหรือคำอวยพรด้วยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ ถ้าจะให้ครูคาดคะเนนะ ครูคิดว่าเกี่ยวกับภาษาไทยแน่นอนเลย เพราะว่าเอกลักษณ์ไทยที่โดดเด่นนี่ก็คือความเป็นเอกราช ด้วยภาษาชาติอันล้ำค่า ภาษาชาติคืออะไรเด็ก ๆ ถูกต้อง คลังปัญญาของแผ่นดิน เป็นภาษาไทยซึ่งเป็นภาษาอันสูงส่งล้ำค่านี่เปรียบเสมือนคลังปัญญาของแผ่นดินทั้งแผ่นดินเลย (คุณครูคณิตา) ค่ะ หรือว่าตีความอีกอย่างหนึ่งนะคะ ถ้านักเรียนนี่รู้จักภาษาไทย สามารถอ่านเขียนได้นี่ก็ถือว่าเป็นการที่จะเราใฝ่เรียนใฝ่รู้ในการที่อะไรคะ ในการที่เราจะหาความรู้นั้นเข้าตนเอง และนำความรู้เหล่านั้นไปพัฒนาเพื่อแผ่นดินของเราได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ใช่เลยครับ ครูคณิตาครับ ไปดูต่อ เรียนรู้ตลอดชีวิต คิดอย่างสร้างสรร ก้าวทันเทคโนโลยี เด็ก ๆ ได้ยินมาในวันอะไร วันเด็กแห่งชาติใช่ไหมลูกเป็นลักษณะคล้องจองกันเลยครูคณิตา วิตกับคิดใช้คำเยอะไหมเด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) ไม่ต้องใช้คำเยอะเลยนะคะ ใช้คำสั้น ๆ ง่ายได้ใจความค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คือ พูดง่าย ๆ ว่าใครอ่านก็เข้าใจใช่ไหมครับ ดูต่อไป (คุณครูคณิตา) หนังสือคือมิตร สื่อความคิดให้ก้าวไกลค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เปรียบหนังสือเป็นอะไรล่ะนี่ (คุณครูคณิตา) เป็นมิตรค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มิตรก็คือเป็น... (คุณครูคณิตา) มิตร ก็คือเป็นเพื่อนที่ดีนะคะ (คุณครูปรเมษฐ) สื่อความคิดให้ก้าวไกล ก็เขียนคำขวัญเกี่ยวกับหนังสือใช่ไหม (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะว่าหนังสือนี่ทำให้เรานี่มีความคิดที่ก้าวไกล ทะเยอทะยานนั่นเองนะครับ ดูต่อไปดีกว่า ครูวิถีใหม่ ใส่ใจดิจิทัล สร้างสรรค์คุณธรรม ประจำชาติ เป็นคำขวัญวันอะไรนะครูคริตา (คุณครูคณิตา) คำขวัญวันครูค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เป็นคำขวัญวันครูนะ ก็บอกให้รู้เลยว่าครูนี่นะยุคสมัยนี้นะครับ ต้องเป็นอย่างไรนะ (คุณครูคณิตา) ใส่ใจดิจิทัลค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ดิจิทัลก็คือ... (คุณครูคณิตา) เทคโนโลยีอะไรต่าง ๆ มากมายที่เป็นความรู้เข้ามาช่วยสอนให้เด็กนี่ได้เรียนรู้ได้มากขึ้น ใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ)แสดงว่าครูนี่ก็จะพัฒนาตนเองครูทั้ง 2 คนนี่ต้องพัฒนาตัวเอง ต้องก้าวให้ทันหนู ๆ หนู ๆ เล่น ROV ครูก็รู้จัก ไม่เช่นนั้นครูก็ถอยหลังเข้าคลองใช่ไหมเด็ก ๆ สร้างสรรค์คุณธรรมประจำชาติ แต่ครูก็ยังคงทรงไว้ซึ่งการสร้างสรร ปลูกฝังคุณธรรมให้เด็ก ๆ เป็นคนดีของแผ่นดิน เห็นไหมคำขวัญสั้นมากเลย มีอยู่ 4 คำ ๆ คล้องจองกัน จบแล้วครูคณิตาครับ อีกคำหนึ่ง (คุณครูคณิตา) เด็กไทยวิถีใหม่ รวมไทยสร้างชาติด้วยภักดี มีคุณธรรมค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูคณิตารวมหรือร่วมนะเมื่อกี้นี้ (คุณครูคณิตา) รวมค่ะ ขออภัยค่ะ เด็กไทยวิถีใหม่ รวมไทยสร้างชาติด้วยภักดีมีคุณธรรมค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ก็เป็นคำขวัญวันอะไรเช่นเดียวกัน (คุณครูคณิตา) วันเด็กหรือเปล่าค่ะ เห็นไหมคำก็จะคล้องจองกัน ที่ยกมาคล้องจองกันหมดเลยแล้วก็สั้น ๆ นะ ดูต่อไปนะครับ สงกรานต์สร้างสรรค์ ยึดมั่นประเพณี ปลอดภัยทุกชีวี สามัคคีทั่วไทย ครูคณิตา เด็ก ๆ เด็ก ๆ ตอบครูดีกว่าครับ คำขวัญที่นักเรียนเห็นนี่น่าจะเป็นคำขวัญเทศกาลอะไร เยี่ยมเพราะมีคำว่าอะไร (คุณครูคณิตา)สงกรานต์นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มีคำว่า "สงกรานต์" ปรากฏอยู่สงกรานต์นี้ให้สร้างสรรค์นะยังต้องยึดมั่นประเพณีอยู่ แต่ต้องปลอดภัยของชีวิตแล้วก็ยังต้องยึดเราต้องเป็นอย่างไรกัน (คุณครูคณิตา) สามัคคีกัน (คุณครูปรเมษฐ) ส่วนของการจะสร้างสรรค์ก็ความสามัคคีของคนในชาติประเพณีสงกรานต์นี่ยังคงสืบต่อไปตราบชั่วกาลนานนะครับ ต่อไป เป็นจุดประสงค์ นักเรียนต้องรู้ก่อนว่า นักเรียนศึกษาเรื่องคำขวัญนักเรียนจะต้องรู้อะไรบ้าง (คุณครูคณิตา) ค่ะ จุดประสงค์การเรียนรู้ค่ะ 1. นักเรียนบอกหลักการเขียนคำขวัญได้ 2. เขียนคำขวัญอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้ (คุณครูปรเมษฐ) แสดงว่านักเรียนรู้แล้วใช่ไหมครับ วันนี้จะต้องเขียนคำขวัญเรื่องอะไรนะครับ (คุณครูคณิตา) 3. นำหลักการเขียนคำขวัญไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนได้หลักการใช่ไหมครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ไปใช้ในชีวิต ไปเขียนคำขวัญได้อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนี่ไง อย่างที่ครูให้ทำนี่ไงมีคำถามมาอีกแล้วครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) นักเรียนช่วยกันวิเคราะห์การใช้ภาษาในการเขียนคำขวัญว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร (คุณครูปรเมษฐ) ให้เวลาคิด ติ๊กต๊อก ๆ เมื่อสักครู่นี้ใช่ไหม ที่เราก็ได้บอกไปแล้ว เด็ก ๆ ตอบแล้วใช่ไหมไปดูกันว่าเด็ก ๆ ตอบมาว่าอย่างไร ต้องใช้ภาษาที่เป็นอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช้ภาษาที่สละสลวยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สำคัญก็คือ... (คุณครูคณิตา) สั้น กระชับ สัมผัสคล้องจอง และได้ใจความค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) มีอยู่คำกล่าวหนึ่งเลยครับ สัมผัสคล้องจอง สั้น กระชับกลอนนั้นไม่สามารถใช้ได้ คำขวัญนั้นไม่สามารถใช้ได้ เพราะไม่ได้ใจความ เพราะฉะนั้น คำขวัญนี่ต่อให้ดีเพียงใด สัมผัสคล้องจองเพียงได้ถึงจะใช้ได้ใช่ไหมเด็ก ๆ ถ้าไม่ได้ใจความนี่มีประโยชน์ไหมล่ะครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ไม่มีค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้ก็คือหลักการนะ ก็คือการใช้ภาษาที่นักเรียนได้ดูมาเมื่อสักครู่นี้ เดี๋ยวเราไปทายคำขวัญประชันจังหวัด เด็ก ๆ จะได้ตอบว่าคำขวัญที่ครูยกมานั้นเป็นจังหวัดใด แล้วใครอยู่จังหวัดไหนแล้วตอบผิดนี่เป็นอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) สงสัยจะต้องกลับไปอ่านทบทวนเกี่ยวกับจังหวัดตัวเองแล้วล่ะค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) คุณครูคณิตาครับ นี่ถ้าเกิดว่ายังไม่พูดเรื่องคำขวัญนี่เด็ก ๆ จะรู้ไหมว่าจังหวัดอะไร(คุณครูคณิตา) ตอนนี้หรือคะ เด็ก ๆ ทราบหรือยังคะ (คุณครูปรเมษฐ) ไหนลองตอบสิ จังหวัดอะไรลูก ดูคำขวัญก่อนดีกว่านะ (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวค่ะ คุณครูปรเมษฐ ได้ยินเสียงกระซิบมาว่า เด็ก ๆ ตอบว่าจังหวัดหัวหินค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) จังหวัดหัวหินหรือ (คุณครูคณิตา) มีไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) มีหรือเด็ก ๆ จังหวัดหัวหิน(คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครูอยู่จังหวัดอะไรล่ะ ไปดูสิคำขวัญของครูว่าอย่างไร เมืองทองเนื้อเก้า มะพร้าวสับปะรด สวยสดหาดเข้างามล้ำน้ำใจ เชื่อว่าเด็ก ๆ ก็ยังไมู่ให้เวลาคิดครับ ติ๊กต๊อก ๆ ตอบ จังหวัด... (คุณครูคณิตา) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อำเภอหัวหินนะคะ อยู่ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์นะคะ ไม่มีจังหวัดหัวหินนะคะ (คุณครูปรเมษฐ)เด็ก ๆ จะเข้าใจนะ ว่าครูนี่ ที่เขาสอนอยู่วังไลกกังวลอยู่ที่โรงเรียนวังไกลกังวลอยู่ที่หัวหินเป็นเพียงอำเภอหนึ่งนะ ครูนี่สอนอยู่ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์นะครับ เด็ก ๆ ต้องรู้จังหวัดครูนะ คราวนี้ล่ะจะเป็นจังหวัดใครบ้างครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ดูรูปก่อนนะ (คุณครูคณิตา) คุ้น ๆ ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) น่าจะเป็นที่ไหนดูคำขวัญเลยดีกว่า (คุณครูปรเมษฐ) กรุงเทพฯ ดุจเทพสร้าง เมืองศูนย์กลางการปกครอง วัด วัง งามเรืองรอง เมืองหลวงของประเทศไทย (คุณครูปรเมษฐ) ทั้งประเทศตอบว่าจังหวัด... ถูกต้องครับ ถ้าตอบผิดนี่เป็นอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เดี๋ยวสิคะคุณครูปรเมษฐ กรุงเทพมหานครนี่เราถือว่าไม่ได้เป็นจังหวัดแต่ถือว่าเป็นเขตการปกครองพิเศษนะคะ นี่ก็เป็นคำขวัญของกรุงเทพมหานคร จะไม่มีคำว่า "จังหวัด" อยู่นะคะ อันนี้ก็คือเป็นเกล็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แต่เด็ก ๆ ต้องตอบถูกเพราะมันมีคำว่า... (คุณครูคณิตา) "กรุงเทพ" (คุณครูปรเมษฐ) อยู่ในคำขวัญเลยนะครับ ดูต่อไปดูรูปภาพนี้ บางคนอยู่ในจังหวัดน่าจะตอบได้แล้วนะอ่านคำขวัญกันก่อนดีกว่า ประตูภาคใต้ ไหว้เสด็จในกรม ชมไร่กาแฟ แลหาดทรายรี ดีกล้วยเล็บมือได้เลยว่าจังหวัดอะไร ประตูภาคใต้ ประตูภาคใต้ จะไปปักษ์ใต้จะต้องเลยจังหวัดครูไป ตอบเลยจังหวัด... เยี่ยมเลย (คุณครูคณิตา) จังหวัดชุมพรค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ก็คือเอกลักษณ์ใช่ไหมครูคณิตา ที่ชุมพรนี่เวลาไปนี่จะต้องไปไหว้เสด็กในกรมนะ กรมหลวงชุมพรนะใช่ไหมครับ (คุณครูปรเมษฐ) ไปดูไร่กาแฟ ไปเที่ยวหายชายดีที่ชุมพร และตลอดข้างทาง ศาลพ่อตาขุนช้างใช่ไหม ก็จะมีของขายนี่คืออะไร คะคุณครูปรเมษฐ (คุณครูปรเมษฐ) กล้วยเล็บมือนาง หรือกล้วยเล็บมือนั่นเองนะครับ นี่ก็คือของขึ้นชื่อจังหวัดชุมพรเข้าเป็นอย่างไรครับ เด็ก ๆ ถ้านับคะแนนกันไหม เดี๋ยวต่อจากอันนี้นะ แล้วจะได้รู้ว่าได้กี่คะแนน เผื่อคุณครูปลายทางไปเป็นคะแนนเก็บก็ได้นะครับ เพราะฉะนั้นนี่ เดี๋ยวกันเลยนะ ใครตอบถูกได้คะแนนเลยนะ ดูรูปภาพก่อน ครูคณิตาเคยไปไหมในรูปนี้ (คุณครูคณิตา) ยังไม่เคยไปเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) บอกชื่อให้หน่อยก็ได้ เด็กภาคเหนือจะรู้จัก วัดร่องขุ่นดูคำขวัญเลยดีกว่า เผื่อจะได้ตอบถูฎกครับ (คุณครูคณิตา)เหนือสุดในสยาม ชายแดนสามแผ่นดินล้านนา ล้ำค่าพระธาตุดอยตุง (คุณครูปรเมษฐ) เจอคำสุดท้ายกับคำแรกนี่ เด็ก ๆ ตอบได้แล้ว จังหวัดที่อยู่ของประเทศไทย ก็ที่บอกน่ะ จังหวัดอะไรนะ จังหวัด... เยี่ยมเลยครับ จังหวัดอะไรครับครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เชียงรายค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) จังหวัดเชียงราย ที่อยู่เหนืออยู่จังหวัดเชียงรายนะ ที่อาจารย์เฉลิมชัยท่านสร้างไว้นะครับ นี่ครูพานักเรียนไปเที่ยวหลายจังหวัดแล้วนะครับ ใครตอบถูก ตอบผิดไม่เป็นอะไร แก้ตัวได้นะครับ ต่อไปเห็นรูป... ครูคณิตาคุ้น ๆ ไหมครับรูปนี้ (คุณครูคณิตา) คุ้น ๆ มากเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ดูคำขวัญกันดีกว่านะ นี่เด็กภาคใต้น่าจะตอบได้แล้ว เด็กมใต้ตอบถูกเห็นรูปนี้แล้วตอบถูกว่าเป็นจังหวัดอะไร (คุณครูคณิตา) เมืองหนังโนรา อู่นาข้าว พราวน้ำตกแหล่งนกน้ำ ทะเลสาบงามเขาอกทะลุ น้ำพุร้อนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ครับ ตอบเลยจังหวัดอะไร จังหวัด... (คุณครูคณิตา) พัทลุงนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ทำไมครูคณิตาถึงคุ้น ๆ ล่ะครับ (คุณครูคณิตา) คุ้น ๆ เพราะเป็นจังหวัดที่คุณครูนะคะ ได้อาศัยอยู่นั่นเองค่ะ เอาล่ะค่ะ ต่อมาค่ะ เราไปดูกันเลยดีกว่า (คุณครูปรเมษฐ) อันนี้รูปเป็นผ้าไหมนะครูคณิตา ไปดูคำขวัญเลยดีกว่าเดี๋ยวเด็ก ๆ จะได้ตอบกันนะครับ พุทธมณฑลอีสาน ถิ่นฐานอารยธรรม ผ้าไหมล้ำเลอค่า ตักสิลานคร จังหวัดอะไรหนอตอบครับ ใครรู้บ้าง ผ้าใหม่ล้ำเล่อค่า มันมีอยู่จังหวัดหนึ่ง แล้วมีตักสิลานครนี่จังหวัดอะไร 1 2 3 จังหวัด... (คุณครูคณิตา) จังหวัดมหาสารคามค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ได้กี่คะแนนแล้วนี่นะ ตอบคำขวัญ ก็จะบอกลักษณะเด่นของแต่ละจังหวัดใช่ไหมครูคณิตาครับ เอาล่ะครับ เป็นนาข้าวอาจจะยังสื่อไม่ได้ใช่ไหม เป็นจังหวัดอะไร เพราะทุกภาพของประเทศไทยส่วนใหญ่ก็ทำนาใช่ไหมครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ดูคำขวัญดีกว่า เมืองบั้งไฟโก้แตงโมหวาน หมอนขวานผ้าขิด แหล่งผลิตข้าวหอมมะลิค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ ภาคอีสานจะตอบถูกแล้วครับ ตั้งแต่เมืองบั้งไฟโก้ แตงโมหวาน เป็นจังหวัดอะไร ยะ... เยี่ยมเลยครับ ยโสธร เห็นไหมบอกลักษณะเด่นมีคำเป็นอย่างไรกัน (คุณครูคณิตา) คล้องจองกันค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)นี่ เห็นไหม ทุกคำขวัญที่ยกมานี่พูดนี่ยังตรงหมดเลยนะ สั้น คล้องจองแล้วก็บอกเอกลักษณ์ใช่ไหมครับ อันนี้อาจจะตอบได้แล้วบางคนเห็นคำนี้ อ่านว่าอะไรนี่ครูคณิตา สิริ... (คุณครูคณิตา) สิริกิต (คุณครูปรเมษฐ) เป็นเขื่อน เป็นเขื่อนศิริกิตเขื่อสิริกิติ์ ดูคำขวัญกิ่ เหล็กน้ำพี ลือเลื่องน้ำพี้ลือเลี่ยง เมืองลางสาดหวาน บ้านพระยาว่านพระยาพิชัยดาบหัก ถิ่นสัตว์ใหญ่ของโลกจังหวัด เขื่อนศิริกกิตอยู่จังหวัด (คุณครูคณิตา) จังหวัดอุตรดิตถ์ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เด็ก ๆ จังหวัดอุตรดิตถ์รอคอยมานานแล้ว จะมีของฉันไหม มีนะครับ อันนี้เป็นอะไรนี่ เหมือนวัดภูมินไหม ไม่รู้อยู่จังหวัดอะไรนะ ครูคณิตาเคยไปเที่ยวไหมครับ (คุณครูคณิตา) ไม่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ดูคำขวัญดีกว่า น่าไปเที่ยวนะเด็ก ๆ ภาคเหนือจะน้อยใจนะ เลยอุตหน่อยหนึ่ง (คุณครูคณิตา) แข่งเรือลือเลื่องแข่งเรือลื่อเลื่อง เมืองเงาช้างดำ จิตรกรรมวัดภูมินทร์ส้มสีทอง เรืองรองพระธาตุแช่แห้งค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เลยจังหวัดอุตรดิตถ์ไปหน่อยหนึ่งเป็นจังหวัดอะไรนะ นี่พอเห็นคำนี้ เมืองงาช้างดำนี่ตอบได้แล้ว เห็นคำนี้วัดภูมินนี่ตอบได้ทันที ถ้าคนที่สนใจในรายวิชาภูมิศาสตร์ สังคมศึกษานี่จะรู้เลยเป็นจังหวัด ตอบน่าน จังหวัดน่านนี่ก็คือลักษณะเด่นของจังหวัดน่าน เดี๋ยวจะน้อยใจ ใกล้ประจวบคีรีขันธ์ครับ อันนี้คือ... คืออะไรครับเด็ก ๆ ใครเคยเห็นบ้าง เป็นเจดีย์ขาวที่อยู่ยอดเขาวัง หรือพระนครคีรี เอ๊ะ อยู่จังหวัดอะไรนะ ถ้าเด็กจังหวัดนี้ตอบไม่ถูกไม่ได้นะ ต้องตอบถูก ดูคำขวัญดีกว่าครับ ครูคณิตาครับ (คุณครูคณิตา) เขาวังคู่บ้าน ขนมหวาน เมืองพระ เลิศล้ำศิลปะแดนธรรมะ ทะเลงามค่ะ จังหวัดนี้ ก็คือจังหวัดจังหวัดเพชรบุรี เลยประจวบฯ ไป เป็นทิศเหนือของประจวบคีรีขันธ์ นับคะแนนสิ ว่าตอบถูกได้กี่คะแนน เด็ก ๆ ครับ ใครตั้งแต่ครูเริ่มเล่นกิจกรรมนี่ตอบถูกทั้งหมดเลยยกมือ ไหนผิด 1 ข้อยกมือให้ดูหน่อย นิดหน่อยนะไม่มากเท่าไร ผิด 2 ข้อมีไหม (คุณครูคณิตา) มีเล็กน้อยค่ะ (คุณครูคณิตา) มีเล็กน้อย แสดงว่าส่วนใใหญ่นี่เป็นอย่างไรหมตอบถูกนะ แสดงว่าลูกศิษย์ของครูเก่งสังคมและภูมิศาสตร์ด้วย ปรบมือให้เด็ก ๆ หน่อยครับ [เสียงปรบมือ] (คุณครูปรเมษฐ) นี่ครูแทบจะไม่ต้องสอนนะ ยกคำไม่ต้องสอนแล้ว ยกคำขวัญของแต่ละจังหวัดวันสำคัญต่าง ๆ เชื่อว่าเด็กบางคนเขียนได้แล้วด้วยซ้ำเพราะคำขวัญนี่หลักการมันเขียนไม่ยากเลยเอาล่ะครับ คำขวัญของแต่ละจังหวัดบอกอะไรเรา ช่วยกันตอบ ครูกับครูคณิตาบอกไปแล้วคิดเลยตอบ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) หมดเวลาค่ะ เดี๋ยวเราไปดูพร้อม ๆ กันนะคะ ว่าคำขวัญแต่ละจังหวัดบอกอะไรกับนักเรียนบ้างค่ะ อย่างแรกเลยนะคะ ก็คือบอกเอกลักษณ์ของจังหวัดนั้น ๆ ค่ะ นั่นก็คือบอกจุดเด่นของแต่ละจังหวัดนั่นเองนะคะ 2. ค่ะ ความภาคภูมิใจในจังหวัดนั้น ๆ ค่ะ ก็เป็นการบอกความภาคภูมิใจสิ่งที่จังหวัดเหล่านั้นนี่ต้องการที่จะนำเสนอนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่างเช่น จังหวัดน่านนี่ ก็บอกเลยมีวัดภูมินทร์ มีอะไรนะ งาช้างดำนี่บอกเอกลัษณะของแต่ละจังหวัดใช่ไหมครับ บอกสถานที่สำคัญใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เกือบทุกจังหวัดเลยที่ให้นักเรียนตอบมีสาถนที่สำคัญทั้งนั้นเลยนะครับ เขาวังนี่เป็นจุดเด่นเลยของจังหวัดเพชรก็ยกมาอยู่ในคำขวัญ ประจวบคีรีขันธ์นี่เมืองสามอ่าวมาอยู่ในคำขวัญนะครับ เมืองทองเนื้อเกล้าบางสะพานนั่นเอง ที่ตอนนั้นเราเรียนขุนช้าง ขุนแผนก็มีคำว่า "ทองบางตะพาน" ก็อยู่ในจังหวัดประจวบฯ นี่ล่ะ ก็เป็นจุดเด่นของแต่ละจังหวัดครูมีคำขวัญมาอีกครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) อากาศเป็นพิษชีวิตจะสั้น ต้นไม้เท่านั้นทั้งกันและแก้ (คุณครูปรเมษฐ) อากาศเป็นพิษทั้งกันและแก้ ถ้อยคำนี้เป็นคล้องจองกันหมดเลยนะใช่แล้วค่ะ นักเรียนจะสังเกตนะคะ คำว่า "คิด" ค่ะ จะคล้องจองกับคำว่า "วิ(คุณครูปรเมษฐ) สั้นก็ไปกับคำว่า "นั้น" นะครับ สัมผัสกับคำว่า "กัน" คำขวัญไว้นะ มีคำถามเกี่ยวกับคำขวัญครับ เขามีจุดประสงค์เพื่ออะไรในการเขียนคำขวัญนี้ เด็ก ๆ ช่วยกันคิดตอบ (คุณครูคณิตา)เมื่อกี้คำขวัญกล่าวถึงอะไรคะนักเรียน กล่าวถึงต้นไม้ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้นนี่ คำขวัญนี้ก็จะต้องเป็นอะไรไปไม่ได้เลย นอกจากต้องการให้คนนะคะ หันมาปลูกต้นไม้นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นี่ก็คือุดประสงค์ของการเขียนคำขวัญเมื่อสักครู่ เอาล่ะ ลักษณะของคำขวัญดังกล่าวมันเป็นอย่างไรลูก ช่วยกันตอบช่วยกันวิเคราะห์มา เด็ก ๆ ตอบแล้วครูคณิตา เป็นอย่างไรครับ (คุณครูคณิตา) ลักษณะแรกนะคะ ก็คือใช้คำสั้นกระชับค่ะ 2.ก็คือมีความคล้องจองค่ะ และสิ่งสำคัญที่สุดนะคะ ก็คือจะต้องมีข้อคิดค่ะ ใช่ครับ อันนี้ก็คือจุดในการเขียนคำขวัญเป็นลักษณะที่มันจะปรากฏอยู่ในคำขวัญนั้น ๆ และคำขวัญมันก็จะติดตราตรึงใจไปตลอดนะครับ เอาล่ะครับ ครูต้องให้นักเรียนได้ศึกษาด้วยตัวเองบ้าง เดี๋ยวครูจะให้ศึกษาใบความรู้นะ เรื่องอะไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เรื่องการเขียนคำขวัญค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวเด็ก ๆ นำขึ้นมานะครับ แล้วศึกษาไปพร้อม ๆ กับเพื่อน ๆ นะครับ แบ่งกลุ่มหรือจะศึกษาด้วยตัวเองก็ได้ แล้วเดี๋ยวเรามาสรุปองค์ความรู้ แล้วค่อยไปเขียนคำขวัญกันดีไหมครับ เด็ก ๆ (คุณครูคณิตา) ถ้าพร้อมแล้ว นักเรียนศึกษาความรู้เพิ่มเติมได้เลยค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะ นักเรียนคะ เดี๋ยวเรามาสรุปความรู้เพิ่มเติมพร้อม ๆ กันเลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ)คำขวัญนะครับ ตามที่หนู ๆ ได้ศึกษาไปนั้นมันก็คือข้อความที่เรียบเรียงด้วยสำนวนภาษาที่ทำไมลูก กะทัดรัดนะครับ เพื่อบางครั้งนี่ก็เป็นการชี้แนะให้เห็นถึงความถูกต้องดีงามใช่ไหมลูก เพื่อให้ผู้อ่านนั้นเป็นอย่างไร เมื่อเราอ่านคำขวัญแล้วนำไปปฏิบัติในคำเชิญนั้น ๆ ได้ประจำจังหวัดนี่กํ็จะบอกเอกลักษณ์หรือความโดดเด่นของจังหวัดนั้น ๆ นั่นเองนะครับ อันนี้คือหลักการความหมาของคำว่า "การเขียนคำขวัญ" นะครับ ลักษณะของคำขวัญที่ดีเป็นอย่างไรครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ข้อที่ 1 นะคะ มีเจตนาที่ต่อผู้ฟัง ผู้ปฏิบัติหรือผลประโยชน์ของส่วนรวมค่ะ อย่างเช่น คำขวัญเชิญชวนให้ประหยัดน้ำประหยัดไฟ แม้กระทั่งเป็นการอนุรักษ์โลก ก็อยู่ในข้อนี้(คุณครูปรเมษฐ) ใช่ครับ การให้ประหยัดน้ำ ประหยัดไฟ อนุรักษ์โลกนี่มันเกี่ยวข้องกับส่วนรวมใช่ไหมครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ใช่ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เพราะฉะนั้น ต้องคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมนะ เป็นหลัก ดูเลยว่าถ้าเราทำสิ่งนี้คนอื่นจะได้ประโยชน์กับเราด้วย อย่าคิดแต่เพียงตัวเองนะครับ ประโยชน์ส่วนรวมเป็นสิ่งสำคัญที่นักเรียนเราต้องให้ผู้อื่นบ้างนะ ถึงจะมีความสุขต่อไปลักษณะของคำขวัญที่ดีนะ ต้องมีเป้าหมายเพียงเป้าหมายเดียว เช่น เพื่ออะไรเพื่อเคารพกฎจราความสะอาด อาจจะเขียนเป็นคำขวัญใช่ไหมครูคณิตาแล้วเราก็ปฏิบัติตามเกี่ยวกับวินัย การจราจร เป็นต้นนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ มีเนื้อหาคลอบครอบคลุมเป้าหมายค่ะ ก็คือจุดประสงค์ของคำขวัญนั้นนี่ เราต้องการหรือว่าผู้ตามปฏิบัติตามหรือว่าการเชิญชวนโน้มน้าวต่าง ๆ นี่เราก็จะต้องเขียนให้ครอบคลุมค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็จะต้องมีความ อันนี้สำคัญ มีความไพเราะนะ สัมผัสคล้องจอง คำที่มันไพเราะ และสัมผัสคล้องจองที่ครูชอบพูด ติดตาตรึงใจไปตลอด นั่นล่ะคำขวัญ มันมีพลังในการโน้มน้าวใจให้ผู้ฟังนี่เป็นอย่างไร จำ พอจำแล้วสิ่งที่มันจะตามมา ก็คือปฏิบัติตามที่เราเขียนนั่นเอง อันนี้นะครับ ก็คือลักษณะของคำขวัญที่ดีนะ ไปดูหลักการครูคณิตาครับ ว่าคำขวัญนี้เขียนอย่างไร เด็ก ๆ อยากเขียนกันเต็มที่แล้วนะครับ 1. ครับ (คุณครูคณิตา) 1. ใช้ถ้อยคำ สำนวนที่กะทัดรัด สละสลวย ค่ะ 2. ความหมายเด่นดึงดูดใจนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ความหมายเด่น อ่านปุ๊บรู้เลยว่าสื่ออะไร ทำให้อยากให้อ่านต่อเลยใช่ไหมครับ 3. ครับ อาจใช้คำสัมผัสสระใช่ไหม หรือสัมผัสตัวอักษรก็คือการใช้คำคล้องจองนั่นเอง แต่บางคำขวัญนี่มันก็จะทำให้คำขวัญนั้นมีเสน่ห์แล้วก็มีพลังยิ่งขึ้นไปนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ ต่อมาค่ะ ไม่ใช้ตัวเลขบนตัวหนังสือค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ทำไมล่ะครูคณิตา (คุณครูคณิตา) เพราะว่ามันจะทำให้คำขวัญนั้นไม่มีความคล้องจอง แล้วทำให้อ่านแล้วเกิดความสะดุดแล้วหรือมันติด ๆ ขัด ๆ หรือเปล่าคะ (คุณครูปรเมษฐ) น่าจะใช่ตัวเลขนี่มันไม่นิยมนำไปเขียนในคำขวัญอยู่แล้วนะครับ ก็ต้องใช้ตัวหนังสือที่มันคล้องจองกันไม่ลงท้ายด้วยคำว่า "เอย" เพราะลงท้ายด้วยเอยจะไม่ใช่คำขวัญทันทีนะ จะเป็นกลอนหรือเป็นเพลง เขียนจริงจะไม่ลงท้ายด้วยคำว่าเอยเอาล่ะครับ เราจะไปสนุกสนานกันแล้ว เดี๋ยวนักเรียนจะไปทำใบงานเรื่อง... (คุณครูคณิตา) เรื่องการแต่งคำขวัญค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวไปดูใบงานกันก่อนว่าเป็นอย่างไรนะครับ อันนี้ก็คือบทบาทของนักเรียนนะครับ นักเรียนก็ทำใบงานเรื่องคำขวัญ เสร็จแล้วก็นำเสนอผลงานของตัวเองหน้าชั้นเรียนนะครับ ส่วนคุณครูปลายทางล่ะครูคณิตา (คุณครูคณิตา)การทำงานของนักเรียนค่ะ ให้คำแนะนำนักเรียนใยการทำงานเสนอแนะการนำเสนอผลงานของนักเรียนค่ะ หากเจอข้อบกพร่องหรือจุดใดที่นักเรียนนี่สามารถทีจะปรับแก้ไขได้ คุณครูปลายทางก็สามารถให้ข้อเสนอแนะ หรือให้คำชี้แนะได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ครับ อันนี้คือรูปร่างของใบงานนะครับ ให้เขียนกี่คำขวัญนี่ (คุณครูคณิตา) ให้เขียนอย่างน้อย 4 คำขวัญค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) แล้วก็ความยาวคำขวัญละไม่เกิน 11 พยางค์ นับดี ๆ นะครับ ห้ามเกินถ้าเกินแล้วมันอาจจะไม่ใช่คำขวัญนะ มันจะเป็นกลอน หรือเป็นการเขียนเรียงความแล้วนะครับ เพราะฉะนั้น ตามคำที่ครูกำหนดนะครับ เดี๋ยวให้ดูหลัก ให้ดูวิธีการเขียนสักหน่อยไหมครูคณิต (คุณครูคณิตา) ได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เดี๋ยวไปสร้างความคิด ลิขิตแนวทางกันหน่อยสิว่าเขียนได้อย่างไรนะครับ ถ้าครูนำมานำเสนอจะใช้ได้ไหม นะ (คุณครูคณิตา) ห้ามนำมาใช้นะคะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่างครูขึ้นมา รักษ์ป่า รักษ์ต้นไม้ เดี๋ยวครูคณิตาช่วยเติมสิ เด็ก ๆ ช่วยใครบอกได้ก่อนชนะ แต่ถ้าเด็กตอบมาแล้วคล้องจองกันนี่ก็ใช้ได้นะ คุณครูปลายทางช่วยคิดสิ อันนี้เป็นการสร้างแนวทางกันก่อน ครูคณิตาจะเติมว่าอน่างไร (คุณครูคณิตา)รักต้นไม้อย่าให้ใครมาทำลายค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) สัมผัสคล้องจองอยู่ตรงไหนครับ ครูคณิตา (คุณครูคณิตา) ไม้กับให้หรือใคร ใช่ไหมคะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็เป็นแล้วแต่ความคิด อันนี้ครูคณิตาคิดแบบนี้ คล้องจองใช้ได้เด็ก ๆ ไม่ได้คิดเหมือนครูคณิตาเลยได้ใจความก็ใช้ ต่อไป คราวนี้ให้เด็ก ๆ ปลายทางตอบ ป่าไม้มีบุญคุณ เกื้อหนุนชีวิตเติมคำว่าอะไรดี คุณครูปลายทางช่วยตัดสินตอบใช่ไหม เด็ก ๆ คิดได้หรือยัง คิดได้แล้วตอบครับ ครูกำลังจะคิดได้แล้วนะ เดี๋ยวครูตอบก่อน เด็ก ๆ แพ้นะครับ ครูคิดได้แล้ว เด็ก ๆ ตอบหรือยัง ครูตอบนะ ป่าไม้มีบุญคุณเกื้อหนุนชีวิต เราต้องคิดรักษา ชีวิตของครูไปสัมผัสคำว่า... (คุณครูคณิตา) "คิด" นั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อีกสักข้อหนึ่งดีไหมครูคณิตาเป็นแนวทางอันนี้ครับ (คุณครูคณิตา) น้ำทุกหยดให้คุณค่า นักเรียนจะเติมคำว่าอะไรคะ (คุณครูปรเมษฐ) เติมได้หรือยังคุณครูครับ ช่วยดูด้วยนะครับ เด็ก ๆ เติมคำว่าอะไรเด็ก ๆ เติมแล้ว คุณครูปลายทางตัดสินแล้วว่าถูกหรือผิด คุณครูคณิตาเติมว่าอย่างไร (คุณครูคณิตา) พิจารณาก่อนใช้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ นะครับ เพราะฉะนั้น เด็ก ๆ รู้แล้วนะ คำขวัญไม่ได้เขียนยากเลยนะ เขียน 4 คำขวัญ ห้ามซ้ำกันบนนี้นะลูก ลงมือครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูคณิตา) เอาล่ะค่ะนักเรียน มาถึงช่วงเขียนคำขวัญ สำคัญไฉน เป็นอย่างไรไปดูกันเลยค่ะ วันนี้นะคะ คุณครูก็มีกิจกรรมมาฝากนักเรียนปลายทางด้วยนะคะ นั่นก็คือให้นักเรียนค่ะ เลือกคำขวัญของกลุ่ม 1 คำขชวัญแล้วช่วยกันวาดภาพประกอบคำขวัญมาจัดนิทรรศการหน้าชั้นเรียนค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) ก็ทำเป็นป้ายหรืออะไรก็ได้ใช่ไหม เผลแพร่ความรู้ เกี่ยวกับคำขวัญที่นักเรียนเขียนนี่ ให้กับคุณครูและเพื่อน ๆ ในโรงเรียนได้รับรู้แล้วก็ครูก็อยากเห็นเช่นเดียวกันเห็นลูกศิษย์ทำคำขวัญขึ้นมา ถ้าคุณครูจะถ่ายรูปแล้วส่งมาDLTV 6 ก็ยินดีนะครับ จะได้นำมานำเสนอให้กับนักเรียนทั่วประเทศ อันนี้ฝากให้หนู ๆ ทำนะครับ ทำเมื่อไหร่ก็ได้ที่มีเวลานะ ไม่ได้ว่าจะต้องทำเดี๋ยวนี้เลย แต่ต้องทำนะครับ เอาล่ะครับ ไปคำถามกันดีกว่า นักเรียนจะนำความรู้เรื่องการเขียนคำขวัญนี่นะครับ ไปใช้ประจำวันได้อย่างไร อันนี้ครูฝากไปให้นักเรียนคิดแล้วกันนะครับ ว่าหนูจะนำความรู้นี้ไปปรับใช้ในชีวิตได้อย่างไนะครับ (คุณครูคณิตา) ค่ะ หรือสามารถพูดคุยเปลี่ยนกับปลายทางได้นะคะ คุณครูปลายทางก็สามารถแลกเปลี่ยนให้คำชี้แนะแก่นักเรียนได้ค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) เอาล่ะครับ บทเรียนครั้งต่อไปครูคณิตาในเรื่องของการ การโต้วาทีนั่นเองค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) อย่าอ่านผิดเป็นโต้เวทีนะต้องเรียนหลายชั่วโมงแน่นอนนะครับ นักเรียนเตรียมตัว 1. ใบความรู้ เรื่อง การโต้วาทีนะครับ 2.ใบงานเรื่องแผนภาพความคิด การตั้งญัตติโต้วาทีนะครับ 2 อย่างต้องเตรียมตัวมา (คุณครูคณิตา) ซึ่งคุณคูก็สามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่นี่เลยค่ะ (คุณครูปรเมษฐ) นักเรียนครับ วันนี้นักเรียนได้ความรู้ไปเป็นจำนวนมากเลยนะครับ เกี่ยวกับคำขวัญจังหวัดต่าง ๆ คำขวัญเนื่องในเทศกาลในวันสำคัญต่าง ๆ ซึ่งก็เป็นแนวทางในการที่นักเรียนนั้นนำไปเขียนคำขวัญของตัวเอง ก็ถือว่าทำประสบความสำเร็จนะครับ อย่าลืมนะนักเรียน ที่ครูได้บอกไว้ ให้ทำแ้ายป้ายคำขวัญที่ครูและครูคณิตาให้ทำกิจกรรมเป็นการเผยแพร่สิ่งที่ดีให้กับคนอื่นนะครับ วันนี้ครูทั้ง 2 คน ก็ขอลานักเรียนไปก่อนครับ สวัสดีครับ (คุณครูคณิตา) สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี] [เสียงดนตรี] - [เสียงดนตรี]