﻿1
00:00:02,042 --> 00:00:06,042
ครูมีโปรแกรมมาให้นะคะ

2
00:00:19,839 --> 00:00:22,412
อยู่ทั้งหมด 3 บรรทัด

3
00:00:22,412 --> 00:00:24,028
คนละ อยู่ที่สไลด์นะคะ

4
00:00:24,028 --> 00:00:28,028
ครูมีโปรแกรมมาให้อยู่ 3 บรรทัดนะ บรรทัดที่ 1

5
00:00:31,056 --> 00:00:35,056
Total = 0 นะคะ

6
00:00:35,693 --> 00:00:39,693
Total = 0 บรรทัดนี้ครูทำอะไร

7
00:00:40,137 --> 00:00:43,282
เป็นการกำหนด

8
00:00:43,282 --> 00:00:47,282
ค่าเริ่มต้นใช่ไหมคะ

9
00:00:47,457 --> 00:00:49,689
เป็นการกำหนดค่าเริ่มต้นให้กับตัวแปร

10
00:00:49,689 --> 00:00:53,689
ที่ชื่อว่า Total

11
00:00:56,050 --> 00:01:00,050
ให้มีค่าเริ่มต้นมันมีค่าเป็น 0 ถูกไหมคะ

12
00:01:00,179 --> 00:01:03,343
ค่าแรกตอนนี้ ถ้าเราดันบรรทัดที่ 1 แล้วนะคะ

13
00:01:03,343 --> 00:01:07,109
คือตัวแปรตัวหนึ่ง

14
00:01:07,109 --> 00:01:10,827
ที่ตอนนี้เราจะเก็บค่าเป็น

15
00:01:10,827 --> 00:01:14,336
0 เอา 0 มาใส่กล่อง Total เอาไว้นะคะ

16
00:01:14,336 --> 00:01:16,505
บรรทัดที่ 2

17
00:01:16,505 --> 00:01:19,460
เราเห็น For ใช่ไหมคะ

18
00:01:19,460 --> 00:01:23,460
คำสั่ง for คืออะไร

19
00:01:25,314 --> 00:01:26,679
เมื่อไหร่ก็ตามที่เห็น for มันคือการวนซ้ำ

20
00:01:26,679 --> 00:01:30,679
loop for นะ เราพูดกันที่เข้าใจก็คือ loop for ก็คือมันทำงานหลายครั้งนะคะ

21
00:01:36,866 --> 00:01:38,398
มันไม่ได้ทำงานครั้งเดียวนะ

22
00:01:38,398 --> 00:01:40,976
ตามเงื่อนไขนะคะ

23
00:01:40,976 --> 00:01:44,976
มันสามารถทำงานหลายครั้งได้

24
00:01:48,260 --> 00:01:52,260
แม

25
00:01:52,651 --> 00:01:54,926
้บรรทัดแรกมันไม่ได้อยู่ใน loop for ใช่ไหมคะ

26
00:01:54,926 --> 00:01:56,846
เวลาโปรแกรมอ่านคำสั่ง

27
00:01:56,846 --> 00:02:00,846
เพื่อ Run นะ

28
00:02:01,854 --> 00:02:04,862
Total จะทำงาน 1 ครั้งนะคะ

29
00:02:04,862 --> 00:02:08,367
มันทำงาน 1 ครั้งแล้วก็ผ่านไป

30
00:02:08,367 --> 00:02:12,367
บรรทัดนี้ถือว่ามันทำงานแล้วก็ผ่านไปนะคะ

31
00:02:17,711 --> 00:02:21,711
มาบรรทัดที่ 2 เป็นคำสั่ง for ก็คือการทำงานวนซ้ำ แสดงว่ามันสามารถทำงานได้มากกว่า 1 ครั้งนะคะ

32
00:02:24,693 --> 00:02:27,166
วันนี้เราสามารถสันนิษฐานได้เลยว่าถ้าเรามี for สามารถทำงานได้มากกว่า 1 ครั้ง

33
00:02:27,166 --> 00:02:29,981
ถ้าไม่ได้อยู่ภายใต้ Loop for

34
00:02:29,981 --> 00:02:30,760
ทำงานแค่ 1 ครั้งเท่านั้น

35
00:02:30,760 --> 00:02:34,760
for ตัวนี้ทำอะไร

36
00:02:49,216 --> 00:02:51,924
for I in Range

37
00:02:51,924 --> 00:02:55,209
วงเล็บเปิดแล้วก็ end

38
00:02:55,209 --> 00:02:55,929
แปลความหมายของคำว่า

39
00:02:55,929 --> 00:02:59,555
วงเล็บ

40
00:02:59,555 --> 00:03:01,939
คำว่า n ก่อนว่ามันคืออะไรนะคะ

41
00:03:01,939 --> 00:03:03,739
วิธีได้สักเล็บ

42
00:03:03,739 --> 00:03:06,244
วันนี้มันจะไป List

43
00:03:06,244 --> 00:03:07,980
มันจะเป็นคราบถูกไหมคะ

44
00:03:07,980 --> 00:03:11,980
แบบตัวนี้

45
00:03:12,122 --> 00:03:16,122
พี่ใช้สัญลักษณ์ก้ามปูเปิด ก้ามปูปิดนะคะ

46
00:03:17,183 --> 00:03:21,183
กำหนดให้ a n = 3 เห็นไหมคะ

47
00:03:22,299 --> 00:03:23,130
N = 3 เพราะฉะนั้นเราต้องแปลความหมายว่า

48
00:03:23,130 --> 00:03:27,130
มันมีค่าอะไรบ้าง ที่เป็นไปได้

49
00:03:28,158 --> 00:03:31,809
ถาม

50
00:03:31,809 --> 00:03:34,788
สามารถมีค่าเป็นอะไรได้บ้างเอ่ย

51
00:03:34,788 --> 00:03:38,788
เพื่อนบอกว่า

52
00:03:40,143 --> 00:03:41,128
Range 3 ค่าที่เป็นไปได้คือ 0

53
00:03:41,128 --> 00:03:42,156
1

54
00:03:42,156 --> 00:03:45,488
เห็นไหมคะ

55
00:03:45,488 --> 00:03:46,645
วงเล็บเปิด

56
00:03:46,645 --> 00:03:47,528
แล้วก็ 3

57
00:03:47,528 --> 00:03:48,863
จะเริ่มด้วย Index

58
00:03:48,863 --> 00:03:52,863
= 0 เสมอ

59
00:03:53,044 --> 00:03:57,032
ที่อยู่ใน List

60
00:03:57,032 --> 00:04:00,661
ตอบต้องเป็น 0 นะคะ

61
00:04:00,661 --> 00:04:04,661
แล้วรู้ได้อย่างไรว่าถึงแค่ 2  วิธีสังเกตง่าย ๆ มัน 3 ใช่หรือเปล่า

62
00:04:12,016 --> 00:04:13,004
ลบออกไป 1 ว่าจะมีแค่ 0 1 แล้วก็ 2

63
00:04:13,004 --> 00:04:17,004
ไหมคะ

64
00:04:18,123 --> 00:04:22,123
ถามนี่นะ

65
00:04:22,164 --> 00:04:25,694
ลบออกไป 1 ก็เหลือ 2 เป็น 0 1 2 นะคะ

66
00:04:25,694 --> 00:04:29,694
หรือมันมี 3 ตัว

67
00:04:30,029 --> 00:04:34,029
จะกลายเป็น 0 1 2 ก็จะมีทั้งหมด 3 ตัวนะคะ

68
00:04:35,147 --> 00:04:36,337
เพราะฉะนั้น

69
00:04:36,337 --> 00:04:39,152
redbook

70
00:04:39,152 --> 00:04:41,582
เกิดแล้วก็ 33 มาจากไหน

71
00:04:41,582 --> 00:04:42,381
กำหนดให้ a = 3 นะ

72
00:04:42,381 --> 00:04:46,381
ถามก็คือค่าที่เป็นไปได้ก็คือ 0 1 2

73
00:04:48,752 --> 00:04:51,988
ดังนั้น

74
00:04:51,988 --> 00:04:55,988
i ที่เป็นไปได้ก็คือมีค่าอะไรบ้างคะ

75
00:04:56,304 --> 00:05:00,304
0 1 แล้วก็ 2 ครูก็เลยเขียนตรงนี้ก่อนว่า

76
00:05:01,094 --> 00:05:04,242
ถ้า i ที่เป็นไปได้ก็จะมีแค่ 0 1 แล้วก็ 2

77
00:05:04,242 --> 00:05:04,997
มาที่เราต้องเช็

78
00:05:04,997 --> 00:05:05,587
กว่า

79
00:05:05,587 --> 00:05:09,587
ใครเป็น 0 มันทำงานบรรทัดที่ 1 ไหม

80
00:05:11,926 --> 00:05:14,502
for แล้วเป็นจริง

81
00:05:14,502 --> 00:05:18,502
มันก็จะมาทำบรรทัดที่ 2

82
00:05:18,972 --> 00:05:19,712
ก็คือสิ่งหรือคำสั่งที่อยู่ข้างในก็คือ

83
00:05:19,712 --> 00:05:22,924
print ใช่ไหมคะ

84
00:05:22,924 --> 00:05:26,924
เพราะฉะนั้นไอ้คำสั่ง

85
00:05:28,951 --> 00:05:30,467
print มันก็จะทำงานก็ต่อเมื่อไอมีค่าเป็น 0 1 2 นะคะ

86
00:05:30,467 --> 00:05:31,218
ตามข้างบนนี้

87
00:05:31,218 --> 00:05:34,595
i ที่เป็นไปได้คือ 0 1 2

88
00:05:34,595 --> 00:05:36,810
ฉะนั้นคำสั่ง For กับ

89
00:05:36,810 --> 00:05:40,810
คำสั่ง Print

90
00:05:43,340 --> 00:05:47,340
จะทำงานต่อเมื่อ i มีค่าเป็น 0 1 2

91
00:05:47,655 --> 00:05:51,655
เพราะฉะนั้นครูก็เลยใส่สัญลักษณ์เครื่องหมายถูก

92
00:05:53,022 --> 00:05:54,217
รู้ว่าคำสั่งนี้ทำงาน

93
00:05:54,217 --> 00:05:58,217
นะคะ

94
00:06:12,097 --> 00:06:12,751
เห็นไหมคะ ครูใส่เครื่องหมายถูก

95
00:06:12,751 --> 00:06:16,751
ไม่รู้ว่าถ้า i เป็น 0 คำสั่ง for ทำงานนะ

96
00:06:19,183 --> 00:06:21,135
สั่ง male ทำงาน

97
00:06:21,135 --> 00:06:24,033
ไปเป็นหนึ่ง

98
00:06:24,033 --> 00:06:24,595
คำสั่ง for ก็ทำงานถูกไหมคะ

99
00:06:24,595 --> 00:06:27,550
มันบอกอีกแล้วนะ

100
00:06:27,550 --> 00:06:29,358
print ก็ทำงาน

101
00:06:29,358 --> 00:06:33,358
ไปเป็น 2

102
00:06:33,368 --> 00:06:35,044
for ทำงานเห็นไหมคะ

103
00:06:35,044 --> 00:06:39,044
print ก็ทำงาน

104
00:06:40,036 --> 00:06:42,712
มันทำงานทั้งหมดกี่ครั้ง

105
00:06:42,712 --> 00:06:44,772
3 ครั้งถูกไหมคะ

106
00:06:44,772 --> 00:06:47,709
ครูก็เขียนเลข 3

107
00:06:47,709 --> 00:06:51,709
ทำงานทั้งหมด 3 ครั้ง

108
00:07:02,423 --> 00:07:04,231
ทีนี้

109
00:07:04,231 --> 00:07:05,464
แต่ละตัวใช่ไหมคะ

110
00:07:05,464 --> 00:07:09,464
มันทำงานทั้งหมดกี่ครั้ง

111
00:07:09,851 --> 00:07:13,851
กด Run Program Group

112
00:07:15,395 --> 00:07:19,395
คำสั่ง for กับคำสั่ง print มันทำงาน 3 ครั้งใช่ไหมคะ

113
00:07:21,436 --> 00:07:23,877
แล้วเมื่อวานทำงาน n ใด ๆ

114
00:07:23,877 --> 00:07:27,156
จะทำงานกี่ครั้ง

115
00:07:27,156 --> 00:07:31,156
ครูลองเทียบนะ

116
00:07:31,621 --> 00:07:35,621
ถ้า range

117
00:07:37,292 --> 00:07:38,275

118
00:07:38,275 --> 00:07:40,616
ถ้า range เป็น

119
00:07:40,616 --> 00:07:44,616
4 ค่าที่ได้คืออะไร

120
00:07:46,215 --> 00:07:47,241
ค่าที่เป็นไปได้คือ 0

121
00:07:47,241 --> 00:07:48,329
1

122
00:07:48,329 --> 00:07:52,329
มีทั้งหมดกี่ค่า

123
00:07:53,225 --> 00:07:55,195

124
00:07:55,195 --> 00:07:58,997
แสดงว่า

125
00:07:58,997 --> 00:07:59,719
เมื่อ n เป็น 4 มันก็จะทำงาน 4 ครั้ง

126
00:07:59,719 --> 00:08:03,719
แล้วถ้าครูบอกว่าถ้า n เป็น 10

127
00:08:07,479 --> 00:08:11,479
จะทำงานกี่ครั้ง

128
00:08:12,295 --> 00:08:15,083
ถ้า n เป็น 10

129
00:08:15,083 --> 00:08:16,106
0

130
00:08:16,106 --> 00:08:16,814
1

131
00:08:16,814 --> 00:08:18,850
2 3

132
00:08:18,850 --> 00:08:22,850
4 5 6 7 8 9 ทำงานทั้งหมดกี่ครั้ง

133
00:08:29,508 --> 00:08:33,508
10 ครั้งถูกไหมคะ

134
00:08:34,096 --> 00:08:38,096
0 จนถึง 9 ทำงาน 10 ครั้ง ลองดู

135
00:08:48,262 --> 00:08:50,484
รู้ได้ยังไงว่ามัน 10 ครั้ง

136
00:08:50,484 --> 00:08:51,329
เห็นไหม 1 2

137
00:08:51,329 --> 00:08:52,278
3

138
00:08:52,278 --> 00:08:56,278
4 5 6 7 8

139
00:08:57,225 --> 00:08:59,078
910

140
00:08:59,078 --> 00:09:01,977
ถูกไหมคะ

141
00:09:01,977 --> 00:09:04,134
ถ้า n เป็น 10 ทำงาน 10 ครั้ง

142
00:09:04,134 --> 00:09:07,271
เพราะฉะนั้น

143
00:09:07,271 --> 00:09:09,195
เราสามารถสรุปได้ไหม

144
00:09:09,195 --> 00:09:13,195
ว่าเมื่อ n ใด ๆ

145
00:09:16,434 --> 00:09:20,434
ทำงานกี่ครั้ง

146
00:09:21,027 --> 00:09:23,293
ทำงานกี่ครั้ง

147
00:09:23,293 --> 00:09:24,621
n กี่ครั้งถูกไหมคะ

148
00:09:24,621 --> 00:09:27,000
งงไหมคะ

149
00:09:27,000 --> 00:09:29,013
เป็น Android ๆ

150
00:09:29,013 --> 00:09:33,013
จะทำงาน n ครั้ง

151
00:09:33,265 --> 00:09:35,702
เพราะฉะนั้นครูถามว่า

152
00:09:35,702 --> 00:09:39,702
เมื่อ n เป็น 100

153
00:09:40,135 --> 00:09:42,221
มันต้องทำงานทั้งหมดกี่ครั้ง เมื่อเข้าโปรแกรมตัวนี้

154
00:09:42,221 --> 00:09:43,313
100 ครั้ง

155
00:09:43,313 --> 00:09:44,842
ใช่ไหมคะ

156
00:09:44,842 --> 00:09:47,925
100 ครั้ง

157
00:09:47,925 --> 00:09:49,983
100 ครั้งนะ

158
00:09:49,983 --> 00:09:52,522
เพราะฉะนั้น

159
00:09:52,522 --> 00:09:54,602
เราจะมาหาฟังก์ชัน

160
00:09:54,602 --> 00:09:57,199
เรารู้แล้วล่ะ ว่าเมื่อเป็น

161
00:09:57,199 --> 00:10:00,362
n ใด ๆ มันจะทำงาน n ครั้ง

162
00:10:00,362 --> 00:10:01,251
นะ เพราะฉะนั้นเราก็มาเขียนตรงนี้

163
00:10:01,251 --> 00:10:03,564
ว่า

164
00:10:03,564 --> 00:10:05,406
ครั้ง

165
00:10:05,406 --> 00:10:07,892
เพราะว่า

166
00:10:07,892 --> 00:10:11,892
ตรงนี้ตัวแปรเราคือ n ใช่ไหมคะ

167
00:10:12,989 --> 00:10:16,034
ตรงนี้ก็ทำงานเองอีกครั้ง

168
00:10:16,034 --> 00:10:18,989
บรรทัดแรกทำงานกี่ครั้ง

169
00:10:18,989 --> 00:10:21,553
บรรทัดที่ 1 ทำงานกี่ครั้งคะ

170
00:10:21,553 --> 00:10:23,207
มันอยู่ใน loop for ไหม

171
00:10:23,207 --> 00:10:26,618
ไม่

172
00:10:26,618 --> 00:10:29,065
เพราะฉะนั้นมันทำงาน 1 ครั้ง

173
00:10:29,065 --> 00:10:33,065
เมื่อไหร่คะ

174
00:10:35,993 --> 00:10:37,359
งั้นเรามาหาค่าฟังก์ชัน ก็คือเอาสิ่งที่อยู่ข้างหลังตรงนี้ที่เราแปลค่า

175
00:10:37,359 --> 00:10:39,620
มาบวกกัน

176
00:10:39,620 --> 00:10:43,620
เป็น 1+n

177
00:10:44,351 --> 00:10:48,351
+ n = เท่าไรเอ่ย

178
00:10:49,005 --> 00:10:51,147
+ n เป็นเท่าไหร่คะ

179
00:10:51,147 --> 00:10:54,825
2 n

180
00:10:54,825 --> 00:10:56,720
อันนี้คือ 1 n อันนี้คือเอก 1 n

181
00:10:56,720 --> 00:10:56,959
1 n + 1 n

182
00:10:56,959 --> 00:11:00,959
เป็น 2 n บวกด้วย 1 นะคะ

183
00:11:09,583 --> 00:11:10,850
เสร็จแล้วเราจะหาค่า big o ต่อ

184
00:11:10,850 --> 00:11:13,092

185
00:11:13,092 --> 00:11:15,939
ถูกไหม ที่มากที่สุด

186
00:11:15,939 --> 00:11:18,081
n เดียวไหมคะ

187
00:11:18,081 --> 00:11:19,706
ที่มากที่สุด

188
00:11:19,706 --> 00:11:22,839
เป็นเดียว

189
00:11:22,839 --> 00:11:23,594
เพราะฉะนั้น big o เลยตอบเท่ากับ

190
00:11:23,594 --> 00:11:27,594
ก็คือเขียนอันนี้ตัว o วงเล็บเปิดแล้วตัว n

191
00:11:34,242 --> 00:11:35,570
เฉพาะตัว N มาใส่เฉย ๆ นะคะ

192
00:11:35,570 --> 00:11:39,570
ตัว n

193
00:11:48,450 --> 00:11:52,450
ได้ไหม

194
00:11:53,768 --> 00:11:55,807
เอากระดาษมาไหมคะ มีสมุดไหม

195
00:11:55,807 --> 00:11:59,807
ครูบอกให้เอาสมุดมา

196
00:12:05,164 --> 00:12:37,205
เอา

197
00:12:00,992 --> 00:12:04,992
สมุดมาด้วยนะ เดี๋ยวมันมาจะกระจัดกระจาย ที่พี่เขาแจกทุกครั้ง ยังอยู่ไหม

198
00:12:34,723 --> 00:12:38,723
ครูจะตรวจนะว่ากระดาษที่เราทำกันในห้อง

199
00:12:43,123 --> 00:12:47,123
มันอยู่ที่ไหนกันหมด

200
00:12:49,751 --> 00:12:51,097
ทำใส่กระดาษนะเราไม่ต้องเอาสมุดงาน เราทำใส่กระดาษ

201
00:12:51,097 --> 00:12:55,097
หรือหาคลิปหนีบนะคะ

202
00:12:57,491 --> 00:12:59,325
มีสมุดรายงานอย่างนี้ก็ได้

203
00:12:59,325 --> 00:13:03,325
อะ ทุกคนดู

204
00:13:05,301 --> 00:13:07,588
ครูใช้โจทย์นี้นะคะ

205
00:13:07,588 --> 00:13:09,396
Total = 0

206
00:13:09,396 --> 00:13:11,228
I in Range

207
00:13:11,228 --> 00:13:15,228
วงเล็บเปิด

208
00:13:16,786 --> 00:13:18,775
สั่งที่อยู่ภายใต้หลุมก็คือ Price i

209
00:13:18,775 --> 00:13:21,215
ตัวอย่างนี้

210
00:13:21,215 --> 00:13:23,009
กำหนดให้ a = 3

211
00:13:23,009 --> 00:13:26,270
ถ้าครูเปลี่ยนใหม่

212
00:13:26,270 --> 00:13:30,270
บอกว่ากำหนดให้ a n = 4

213
00:13:31,823 --> 00:13:32,985
สั่งตรงนี้ ครูจะต้องเปลี่ยน

214
00:13:32,985 --> 00:13:35,934
เดี๋ยวนะ

215
00:13:35,934 --> 00:13:39,934
ค่าตรงนี้ช่วยครูเขียนหน่อยว่ามันจะมีค่าเป็นอะไร

216
00:13:44,098 --> 00:13:47,390
ถ้า i ที่มันเป็นไปได้ควรจะมีค่าเท่าไรนะคะ

217
00:13:47,390 --> 00:13:51,390
จำนวนครั้งของการทำงานเป็นกี่ครั้ง

218
00:13:53,295 --> 00:13:54,699
ถ้าตรงนี้เมื่อเป็น n ใด ๆ จะเขียนอะไร function คืออะไ

219
00:13:54,699 --> 00:13:58,699
ร คืออะไร

220
00:14:02,959 --> 00:14:04,933
เรียงแบบตัวนี้เลยจะเปลี่ยนค่า n ให้กลายเป็น 4

221
00:14:04,933 --> 00:14:08,610
นึกออกไหมคะ

222
00:14:08,610 --> 00:14:12,383
คือแทนตัวนี้

223
00:14:12,383 --> 00:14:16,383
n ตัวนี้ ด้วยเลข 4

224
00:14:25,556 --> 00:14:29,556
มีใครสงสัยไหม

225
00:14:33,655 --> 00:14:37,655
เอ๊ะ ครูให้ทำอะไร

226
00:14:52,257 --> 00:14:53,185
อะ นักเรียน...

227
00:15:01,116 --> 00:15:03,543
อะ ทุกคนลอกโจทย์ก่อน

228
00:15:03,543 --> 00:15:06,090
อะ ไม่ขึ้นหรือ

229
00:15:06,090 --> 00:15:08,050
หนึ่งแป๊บ อะ ทุกคน

230
00:15:08,050 --> 00:15:11,961
ลอกโจทย์ตรงนี้ก่อนก็ได้ค่ะ

231
00:15:11,961 --> 00:15:14,175
เดี๋ยวครูค่อยย้อนกลับไปที่ตัวอย่างจะได้ไม่งง

232
00:15:14,175 --> 00:15:15,789
อันนี้คือตัวอย่าง

233
00:15:15,789 --> 00:15:19,789
เปลี่ยน n = 4

234
00:15:20,427 --> 00:15:24,427
เดี๋ยวลอกโจทย์ก่อน เดี๋ยวครูจะย้อนกลับไปที่ตัวอย่างให้

235
00:15:28,599 --> 00:15:32,599
ลอกโจทย์ตัวนี้ลงกระดาษก่อน

236
00:16:17,413 --> 00:16:17,657
อะ ตรง range 4 นะคะ

237
00:16:17,657 --> 00:16:21,657
ถ้าเขียนได้ เขียนต่อไปเลย ว่ามันมีค่าเป็นอะไร

238
00:16:26,742 --> 00:16:30,742
ตรง range 4 ถ้าเขียนได้นะคะ print 4 เขียนคำตอบตรงนี้ให้ครูด้วย

239
00:16:33,938 --> 00:16:37,938
น่าจะมีค่าเป็นไปได้คืออะไร

240
00:16:38,705 --> 00:16:42,705
แล้วเอาหน้าเรานั้นมาใส่ช่อง i

241
00:17:04,552 --> 00:25:07,671
อะ เดี๋ยวค

242
00:17:09,906 --> 00:17:13,906
รูย้อนกลับไปดูตัวอย่างให้ ทำเหมือนตัวอย่างนะคะ

243
00:32:28,402 --> 00:32:30,775
โอเคนะคะ

244
00:32:30,775 --> 00:32:33,666
บ่ได้เนาะ

245
00:32:33,666 --> 00:32:35,603
เมื่อเราเปลี่ยนค่า

246
00:32:35,603 --> 00:32:39,603
n เป็นตัวเลขใดๆ

247
00:32:40,414 --> 00:32:40,596
คำตอบก็คือทุกคนก็จะได้ o n เหมือนกันเนาะ

248
00:32:40,596 --> 00:32:44,596
ฟังก์ชันที่ได้คือ 2 + 1

249
00:32:46,362 --> 00:32:50,362
ok o n นะคะ

250
00:32:51,247 --> 00:32:55,247
ตัวนี้คือการวัดประสิทธิภาพเนาะ

251
00:32:55,720 --> 00:32:58,718
โดยเราวัดที่ระยะเวลานะคะ

252
00:32:58,718 --> 00:33:02,718
โดยดูจากจำนวนรอบของการทำงาน

253
00:33:04,527 --> 00:33:08,527
OK

254
00:33:11,453 --> 00:33:14,938
เดี๋ยววันนี้นะคะ

255
00:33:14,938 --> 00:33:16,517
เดี๋ยวครูจะขึ้นเรื่องใหม่

256
00:33:16,517 --> 00:33:18,965
คือเรื่องของ List

257
00:33:18,965 --> 00:33:21,118

258
00:33:21,118 --> 00:33:24,788

259
00:33:24,788 --> 00:33:28,788
list list เมื่อกี้ครูพูดถึงไปแล้วเนาะ

260
00:33:30,025 --> 00:33:32,918
เว้น 3 ถ้าข้อมูลที่ได้นี่มันเป็น L นะคะ

261
00:33:32,918 --> 00:33:35,294
มันมีหลายค่า 0 1 2

262
00:33:35,294 --> 00:33:39,294
ข้อมูลจะอยู่ใน List

263
00:33:40,706 --> 00:33:44,706
อีกตัวหนึ่งที่ต้องเรียนก็คือ Dictionary นะคะ

264
00:33:45,670 --> 00:33:49,670
เป็นโครงสร้างหรือว่ารูปแบบการจัดเก็บข้อมูลในภาษา python

265
00:33:51,029 --> 00:33:55,029
โดยทั่วไปนะคะ

266
00:33:55,317 --> 00:33:55,928
อย่างเช่นเมื่อกี้ เราเห็น total= 0

267
00:33:55,928 --> 00:33:59,928
เรา Total = 0 Total คือตัวแปรที่เก็บเพียงแค่ 1 ค่าเท่านั้น

268
00:34:04,827 --> 00:34:07,492
คือเลข 0 ใช่ไหม คะ

269
00:34:07,492 --> 00:34:09,132
Total เป็นตัวแปรตัวหนึ่ง

270
00:34:09,132 --> 00:34:10,588
ที่เก็บค่า

271
00:34:10,588 --> 00:34:12,380
เท่ากับศูนย์

272
00:34:12,380 --> 00:34:16,380
ถ้าเราต้องการให้ตัวแปร 1 ตัว

273
00:34:20,431 --> 00:34:23,270
เก็บค่า 1 ค่า

274
00:34:23,270 --> 00:34:23,464
เราจะต้อง

275
00:34:23,464 --> 00:34:27,229
กำหนดนะคะ

276
00:34:27,229 --> 00:34:28,321
ให้มันมี

277
00:34:28,321 --> 00:34:31,249
รูปแบบ

278
00:34:31,249 --> 00:34:35,249
ของการจัดเก็บเป็นแบบ List

279
00:34:35,803 --> 00:34:39,803
l i s t นะคะ เป็นแบบ List

280
00:34:41,527 --> 00:34:43,743
1 ตัวแปรสามารถเก็บข้อมูลได้หลายค่า

281
00:34:43,743 --> 00:34:47,743
และเก็บชนิดข้อมูลได้หลายแบบ

282
00:34:52,391 --> 00:34:54,817
เป็นได้ทั้งตัวเลข

283
00:34:54,817 --> 00:34:58,817
ตัวหนังสือนะคะ

284
00:35:00,386 --> 00:35:03,934
ยกตัวอย่าง

285
00:35:03,934 --> 00:35:07,809
เหมือนที่เราพูดถึง total เมื่อกี

286
00:35:07,809 --> 00:35:11,209
้ ครู เปลี่ยนเป็น x = 5 ตัวแปร x

287
00:35:11,209 --> 00:35:13,453
เก็บข้อมูลมีค่าเท่ากับ 5

288
00:35:13,453 --> 00:35:14,682
มีแค่ 1 ค่าเท่านั้นนะ

289
00:35:14,682 --> 00:35:18,682
จะมีค่าได้แค่เลข 5 เลขเดียวนะคะ

290
00:35:24,198 --> 00:35:26,885
มาดูตัวแปรอีกตัวหนึ่งก็คือตัวแปรที่ชื่อว่า

291
00:35:26,885 --> 00:35:30,885
thisllist ตัวแปรตัวนี้นะคะ

292
00:35:30,923 --> 00:35:34,105
ข้อมูลเห็นไหมคะ มันมีหลายค่า

293
00:35:34,105 --> 00:35:35,782
มันมีอยู่ทั้งหมด 3 ค่า

294
00:35:35,782 --> 00:35:37,251
Apple

295
00:35:37,251 --> 00:35:40,762
เป็นค่าที่ 1

296
00:35:40,762 --> 00:35:44,762
มี Banana เป็นค่าที่ 2

297
00:35:44,802 --> 00:35:48,010
มีเชอรี่เป็นค่าที่ 3 นะคะ

298
00:35:48,010 --> 00:35:50,236
แล้วค่าที่เก็บ

299
00:35:50,236 --> 00:35:54,236
เป็นตัวอักษรนะคะ

300
00:35:57,300 --> 00:35:58,564
เห็นไหมคะเห็น Double qoute ตัวนี้เนาะ เราจะรู้ทันทีว่าชนิดข้อมูล

301
00:35:58,564 --> 00:36:02,073
ที่อยู่ใน

302
00:36:02,073 --> 00:36:04,003
thislist ตัวนี้

303
00:36:04,003 --> 00:36:08,003
เป็นตัวอักษร

304
00:36:08,252 --> 00:36:12,252
มีอยู่ทั้งหมด 3 ค่านะคะ

305
00:36:15,205 --> 00:36:18,528
เวลาเราเข้าถึงข้อมูลที่อยู่ใน List

306
00:36:18,528 --> 00:36:20,865
เราจะใช้ Index

307
00:36:20,865 --> 00:36:24,865
มีการอ้างอิง

308
00:36:28,650 --> 00:36:58,090
Ր

309
00:37:04,731 --> 00:37:05,040
Index

310
00:37:05,040 --> 00:37:05,142
ตัวแรกจะเริ่มที่

311
00:37:05,142 --> 00:37:05,858
0 มีทั้งหมดกี่ค่า

312
00:37:05,858 --> 00:37:05,926
ตัวนี้ index ที่ศูนย์ที่ 1 ที่ 2 นะคะ

313
00:37:05,926 --> 00:37:05,956
มีทั้งหมดกี่ค่า

314
00:37:05,956 --> 00:37:06,143
ตัวแปรตัวที่ 2 คือ L 1

315
00:37:06,143 --> 00:37:06,257
มีค่าข้อมูลอีกค่า

316
00:37:06,257 --> 00:37:06,359

317
00:37:06,359 --> 00:37:06,362
ตัวที่ 4

318
00:37:06,362 --> 00:37:06,368
ถูกไหม

319
00:37:06,368 --> 00:37:06,489
ให้เขาดูหน่อย

320
00:37:06,489 --> 00:37:06,560
ตัวที่ 2

321
00:37:06,560 --> 00:37:06,783
2 3

322
00:37:06,783 --> 00:37:06,960
ตัวที่ 1

323
00:37:06,960 --> 00:37:07,459
ตัวนี้มีค่าข้อมูลทั้งหมด

324
00:37:07,459 --> 00:37:11,459
บทที่ 5

325
00:37:11,639 --> 00:37:13,146
มีทั้งหมด 5 ค่า

326
00:37:13,146 --> 00:37:13,353

327
00:37:13,353 --> 00:37:17,353
ชนิดข้อมูลเป็นแบบไหน

328
00:37:21,826 --> 00:37:25,112
เป็นตัวอักษรใช่ไหม มันมีแต่มันขอดเป็นตัวอักษรเป็นตัวเลข

329
00:37:25,112 --> 00:37:28,238
3 4 3 4 เป็นตัวเลขนะ

330
00:37:28,238 --> 00:37:30,470
เมลเป็นตัวอักษรนะคะ

331
00:37:30,470 --> 00:37:34,470
R34 ตัวนี้

332
00:37:35,243 --> 00:37:39,243
มันอยู่ภายใต้ " ต้องเป็นตัวอักษร

333
00:37:42,100 --> 00:37:45,782
534 ที่อยู่ภายใต้ wto กับ 34 ตัวนี้

334
00:37:45,782 --> 00:37:46,991
พี่ไม่มีสัญลักษณ์อะไรเลยไม่เหมือนกันนะ

335
00:37:46,991 --> 00:37:50,991
34 ตัวนี้สามารถเอาไปคำนวณได้

336
00:37:56,412 --> 00:37:58,516
แต่ 34 ที่เป็นตัวอักษร จะคำนวณไม่ได้นะคะ

337
00:37:58,516 --> 00:38:02,516
คำนวณไม่ได้

338
00:38:04,271 --> 00:38:08,271
ถัดมา

339
00:38:10,301 --> 00:38:12,523
เวลาเราเข้าถึงข้อมูลที่อยู่ใน List

340
00:38:12,523 --> 00:38:16,523
มันมีหลายค่าใช่ไหม

341
00:38:18,037 --> 00:38:20,039
มันไม่ได้มีอยู่เพียงค่าเดียว ถ้าค่าเดียวคุณก็เรียกใช้ตัวแปรนั้นได้เลย

342
00:38:20,039 --> 00:38:23,337
เช่น  total นะคะ

343
00:38:23,337 --> 00:38:27,242
อย่างนี้นะคะเราก็เรียกใช้ได้เลย

344
00:38:27,242 --> 00:38:30,437
เมื่อไหร่ก็ตามที่เราเก็บข้อมูลมีหลายค่า

345
00:38:30,437 --> 00:38:33,841
เวลาเราจะเข้าถึงข้อมูล

346
00:38:33,841 --> 00:38:35,747
สภาพอากาศ ใช้ Index

347
00:38:35,747 --> 00:38:39,747
เป็นตัวอ้างอิง

348
00:38:40,782 --> 00:38:44,782
index ตัวแรกจะเริ่มที่ศูนย์นะคะ

349
00:38:45,473 --> 00:38:49,397
index ตัวแรกจะเริ่มที่ศูนย์

350
00:38:49,397 --> 00:38:51,323
อันนี้คือlist นะคะ

351
00:38:51,323 --> 00:38:53,137
This

352
00:38:53,137 --> 00:38:56,177
list ซื้อของ List

353
00:38:56,177 --> 00:39:00,177
เป็นตัวแปรอะไรก็ได้

354
00:39:01,152 --> 00:39:05,106
จะมีค่าอยู่ทั้งหมด 3 ค่าเช่นกันเป็นข้อความนะคะ

355
00:39:05,106 --> 00:39:06,674
เป็นข้อความดูแต่มันมีแต่วันนี้

356
00:39:06,674 --> 00:39:10,598
เป็นข้อความ

357
00:39:10,598 --> 00:39:14,598
ครูต้องการเข้าถึงข้อมูล Banana

358
00:39:15,098 --> 00:39:19,098
ครูอยากให้แสดงข้อมูล Banana ออกมา

359
00:39:20,116 --> 00:39:23,717
ไม่รู้จะเข้าถึงข้อมูลนั้นได้อย่างไร

360
00:39:23,717 --> 00:39:25,146
ครูก็อ้างอิงโดยการใช้

361
00:39:25,146 --> 00:39:29,146
ชื่อ

362
00:39:31,929 --> 00:39:35,929
เปิดตำแหน่งของ Banana มันอยู่ที่ Index ที่เท่าไหร่นะคะ

363
00:39:37,430 --> 00:39:40,345
แต่ถ้าไม่รู้มันอยู่ index ที่เท่าไหร่ เราก็วาดตาราง

364
00:39:40,345 --> 00:39:43,542
Apple Banana

365
00:39:43,542 --> 00:39:46,138
แล้วก็cherry ใส่ข้างบนเป็น Index

366
00:39:46,138 --> 00:39:48,595
เราเริ่มที่เท่าไหร่คะ

367
00:39:48,595 --> 00:39:52,595
0 1

368
00:39:54,478 --> 00:39:56,659
ครูต้องกลับมาหน้าถูกไหมคะ เพราะฉะนั้น index ของครูเป็นอะไร

369
00:39:56,659 --> 00:39:58,922
ไหมคะ

370
00:39:58,922 --> 00:39:59,807

371
00:39:59,807 --> 00:40:03,807

372
00:40:04,036 --> 00:40:07,421
ถูกไหมคะ ก้ามปูเปิด แล้วก็ใส่ก้ามปูปิด

373
00:40:07,421 --> 00:40:11,421
ถูกไหมคะ เราก็จะได้ไปแล้วนะ ออกมา

374
00:40:11,786 --> 00:40:14,384
ศูนย์ได้อะไรเอ่ย

375
00:40:14,384 --> 00:40:15,467
อันนี้คืออะไร

376
00:40:15,467 --> 00:40:17,639
Apple

377
00:40:17,639 --> 00:40:20,354
Apple ก็จะได้ apple ออกมา

378
00:40:20,354 --> 00:40:22,150

379
00:40:22,150 --> 00:40:23,667
thislist 2 ได้อะไรคะ

380
00:40:23,667 --> 00:40:25,981
cherry นะ

381
00:40:25,981 --> 00:40:29,981
ให้เชอรี่ออกมา

382
00:40:37,306 --> 00:40:41,306
มีใครสงสัยไหม เดี๋ยวเรามาคุยด้วยกันนะกับแบบฝึกหัดตัวนี้

383
00:40:41,569 --> 00:40:45,569
ครูมี list นะคะ

384
00:41:03,028 --> 00:41:05,163
ก็มีตัวแปรที่ชื่อว่า x ใช่ไหมคะ

385
00:41:05,163 --> 00:41:07,871
ตัวมีตัวแปรที่ชื่อว่า

386
00:41:07,871 --> 00:41:11,554
x ครูมีค่าข้อมูลกี่ค่า

387
00:41:11,554 --> 00:41:14,666
ข้อมูลที่อยู่ใน Excel มีกี่ค่า

388
00:41:14,666 --> 00:41:16,480
มีขนาดเท่าไหร่

389
00:41:16,480 --> 00:41:18,576
มีข้อมูลกี่ตัว

390
00:41:18,576 --> 00:41:20,164
ค่า

391
00:41:20,164 --> 00:41:23,679
x ไปทำไมคะ

392
00:41:23,679 --> 00:41:27,679
ก็มีข้อมูลอยู่ 5 ตัว

393
00:41:29,229 --> 00:41:30,500
ตัวแรกเริ่มต้นที่ Index สูงใช่ไหมคะ

394
00:41:30,500 --> 00:41:32,866
ครูก็หย่อน

395
00:41:32,866 --> 00:41:34,195
มี 2 4 6

396
00:41:34,195 --> 00:41:38,195
8 0

397
00:41:39,730 --> 00:41:43,730
เริ่มต้น index เป็น 0 เป็น 1 เป็น 2 2 เป็น 3 เป็น 4

398
00:41:50,705 --> 00:41:53,928
ครูต้องการเข้าถึงข้อมูลที่อยู่ใน List

399
00:41:53,928 --> 00:41:57,928
ก้ามปูเปิด 3 ตอบเท่าไหร่

400
00:42:01,790 --> 00:42:03,376
เท่าไหร่คะ

401
00:42:03,376 --> 00:42:07,376
ใช่ไหม

402
00:42:10,832 --> 00:42:12,531
รู้ได้อย่างไร ก็นี่ไง สามค่า ที่ได้ก็คือ 8 นี่ไง

403
00:42:12,531 --> 00:42:15,813
Index

404
00:42:15,813 --> 00:42:18,366
ตัวนี้คือ Index

405
00:42:18,366 --> 00:42:22,366
ใช่ไหมคะ

406
00:42:22,466 --> 00:42:23,923
เราก็ต้องเอาค่าเข้ามาใส่ตรงนี้

407
00:42:23,923 --> 00:42:26,143
จัดมา

408
00:42:26,143 --> 00:42:28,640
x 2 ได้อะไรคะ

409
00:42:28,640 --> 00:42:32,640
ได้ 6 เนาะ

410
00:42:32,977 --> 00:42:36,977
index ที่ศูนย์ก็ได้ 2

411
00:42:52,555 --> 00:42:54,879
ช่วยครูตอบหน่อย

412
00:42:54,879 --> 00:42:56,996
x 4 เท่ากับเท่าไหร่

413
00:42:56,996 --> 00:43:00,996
index = 1

414
00:43:01,841 --> 00:43:05,841
index เป็นหนึ่ง ตอบอะไร

415
00:43:08,106 --> 00:43:12,106
ใช่อันแรกเป็น 10 อันนี้เป็นอะไร

416
00:43:12,857 --> 00:43:14,399
เป็น 4

417
00:43:14,399 --> 00:43:15,812
นี่คือ

418
00:43:15,812 --> 00:43:17,901
อันนี้คือ 4

419
00:43:17,901 --> 00:43:21,901
ตัวนี้คือ 4

420
00:43:36,428 --> 00:43:40,428
OK อันนี้คือ 10 นะคะ

421
00:43:41,086 --> 00:43:45,086
มันคือ 10

422
00:43:45,139 --> 00:43:49,139
แล้วก็อันนี้คือสี่ทุกคนเข้าใจนะ

423
00:44:17,094 --> 00:44:19,407
อะ คราวนี้

424
00:44:19,407 --> 00:44:21,759
ครูให้วาดตารางให้นะ

425
00:44:21,759 --> 00:44:23,446
ครูให้ค่าแบบนี้มา

426
00:44:23,446 --> 00:44:26,668
ครูอยากรู้ว่า

427
00:44:26,668 --> 00:44:29,861
index = 3 ตอบอะไร

428
00:44:29,861 --> 00:44:31,996
index เป็นศูนย์ index เป็น 2

429
00:44:31,996 --> 00:44:35,278
โหลดไว้สิ

430
00:44:35,278 --> 00:44:38,112
โหลดไว้ใส่กระดาษของตัวเอง

431
00:44:38,112 --> 00:44:40,866
เดี๋ยวครูจะถามทีละข้อ

432
00:44:40,866 --> 00:44:44,866
index เป็น 3 ตอบอะไร

433
00:44:47,487 --> 00:44:49,025
คนอื่น

434
00:44:49,025 --> 00:44:51,191
เอาอะไร

435
00:44:51,191 --> 00:44:54,290
ถาม

436
00:44:54,290 --> 00:44:55,890
เริ่มที่เท่าไหร่

437
00:44:55,890 --> 00:44:57,354
เริ่มที่ศูนย์

438
00:44:57,354 --> 00:44:59,295
1

439
00:44:59,295 --> 00:45:00,897
2

440
00:45:00,897 --> 00:45:01,769
3 4

441
00:45:01,769 --> 00:45:02,347
5

442
00:45:02,347 --> 00:45:06,347
6

443
00:45:08,036 --> 00:45:11,675
ถ้าใครยังนึกไม่ออก

444
00:45:11,675 --> 00:45:13,829
วาดตารางแบบนี้ใส่ก็ได้นะคะ

445
00:45:13,829 --> 00:45:17,829
หรือเขียน index ข้างบน

446
00:45:27,625 --> 00:45:29,270
อะ ตัวแรก

447
00:45:29,270 --> 00:45:30,970
ๆ ตอบอะไร

448
00:45:30,970 --> 00:45:33,323
ตัวอื่

449
00:45:33,323 --> 00:45:34,809
นล่ะคะ

450
00:45:34,809 --> 00:45:36,798
ทำสัญลักษณ์

451
00:45:36,798 --> 00:45:40,798
มือให้ครูดูหน่อย

452
00:45:43,235 --> 00:45:47,235
ได้ไหม

453
00:45:48,413 --> 00:45:49,525
ตัวนี้เริ่มที่เท่าไหร่

454
00:45:49,525 --> 00:45:51,450
0

455
00:45:51,450 --> 00:45:54,637
ตัวนี้เป็นหนึ่ง สอง

456
00:45:54,637 --> 00:45:58,637

457
00:45:58,662 --> 00:46:00,650
นี่ 3

458
00:46:00,650 --> 00:46:03,659
4

459
00:46:03,659 --> 00:46:07,659
5 6 ใช่ไหมคะ

460
00:46:11,382 --> 00:46:12,382
เพราะฉะนั้น ตอนนั้นครูถามว่า Valve index ที่ 3

461
00:46:12,382 --> 00:46:16,382
ตอบเท่ากับ

462
00:46:17,953 --> 00:46:20,903
เท่ากับอะไรดี นี่ ๆ อยู่ด้านบน

463
00:46:20,903 --> 00:46:24,903
มันตรงกับวันไหน

464
00:46:28,504 --> 00:46:32,504
ไม่เห็นคึกคักแบบเมื่อกี้เลย

465
00:46:32,838 --> 00:46:36,838
อะ เท่ากับ

466
00:46:41,801 --> 00:46:45,801
4 ตอบเท่าไหร่

467
00:46:47,437 --> 00:46:51,437
อังคณาได้แล้วแป๊บนึงนะ อะ ดูข้างหน้า

468
00:46:58,251 --> 00:46:59,665
แถวที่ 2

469
00:46:59,665 --> 00:47:03,665
แถวที่ 3

470
00:47:04,819 --> 00:47:06,062
แถวที่ 1 เขาได้แล้วนะ ได้เท่าไหร่คะ

471
00:47:06,062 --> 00:47:10,062
แถวที่ 2

472
00:47:11,014 --> 00:47:15,014
กำลัง แถวที่ 3 เท่ากับ

473
00:47:19,901 --> 00:47:23,901
อะไร

474
00:47:26,238 --> 00:47:30,238
ใช่แล้ว กลุ่มตรงนั้น

475
00:47:42,230 --> 00:47:44,398
อะ คนอื่นถ้าได้แล้ว ดูตัวถัดไป

476
00:47:44,398 --> 00:47:47,088
อันนี้ได้เท่าไหร่

477
00:47:47,088 --> 00:47:48,893
ใช่ 5 ถูกต้อง

478
00:47:48,893 --> 00:47:51,770
5

479
00:47:51,770 --> 00:47:52,718
ใช่ไหม เห็นไหมมันตรง 5

480
00:47:52,718 --> 00:47:53,932
ใช่

481
00:47:53,932 --> 00:47:56,783
อะตัวถัดไป y

482
00:47:56,783 --> 00:47:57,954
2 เท่ากับ

483
00:47:57,954 --> 00:48:01,954
8

484
00:48:03,916 --> 00:48:07,916
อะไร

485
00:48:22,679 --> 00:48:25,891
ตัวแรกได้ 10 นะ

486
00:48:25,891 --> 00:48:27,239
ตัวที่ 2 ได้ 5 นะคะ

487
00:48:27,239 --> 00:48:29,016
y 2 ก็คือ

488
00:48:29,016 --> 00:48:33,016
8

489
00:48:51,321 --> 00:48:54,080
สิ่งสำคัญต้องเขียน index ให้ได้ ใช่ไหมคะ พอเราได้ index เราก็จะเทียบค่าได้

490
00:48:54,080 --> 00:48:56,533
ว่าถ้า index เป็น 3

491
00:48:56,533 --> 00:48:58,676
เลข 3 มันจะตรงกับเลข 10

492
00:48:58,676 --> 00:49:02,676
เราก็ตอบได้เลยว่า

493
00:49:03,425 --> 00:49:07,425
เป็น 10 ตรงกับเลข 5 แล้วก็ตอบได้เลยว่าคือ 5

494
00:49:08,588 --> 00:49:11,668
แต่ข้างบนนี้คือสิ่งที่เราต้องกดเองนะ

495
00:49:11,668 --> 00:49:13,108
เป็นสิ่งที่เราต้องถอดเอง

496
00:49:13,108 --> 00:49:17,108
เขียนเองนะคะ

497
00:49:17,328 --> 00:49:21,328
นี้จะให้มาแบบนี้เป็นแบบนี้

498
00:50:18,412 --> 00:50:22,412
อะ เพื่อนบอกว่า

499
00:50:23,147 --> 00:50:25,186
อยากทำอีก ครูมีโจทย์ให้ ตัวเลขยาวมากเลย

500
00:50:25,186 --> 00:50:27,629
index 19

501
00:50:27,629 --> 00:50:29,459
index เป็น 5

502
00:50:29,459 --> 00:50:32,415

503
00:50:32,415 --> 00:50:33,914
ครูเอาตัวเลขใดๆเลย

504
00:50:33,914 --> 00:50:35,162

505
00:50:35,162 --> 00:50:37,449
จะตอบเท่าไหร่

506
00:50:37,449 --> 00:50:41,191

507
00:50:41,191 --> 00:50:45,191
ตอบครูหน่อยว่า s9 คืออะไร

508
00:50:50,833 --> 00:50:54,833
ใช่ไหม

509
00:50:56,794 --> 00:50:59,107
ยังไม่รู้ เราก็ใส่ก่อนเนาะ

510
00:50:59,107 --> 00:51:01,369
0 1 2

511
00:51:01,369 --> 00:51:05,369
ความสูงราคา

512
00:51:06,191 --> 00:51:07,041
เราก็ใส่หมายเลข index เลยในกระดาษของเรา

513
00:51:07,041 --> 00:51:09,146
5

514
00:51:09,146 --> 00:51:13,146
6

515
00:51:16,333 --> 00:51:18,374
เราตอบเท่าไหร่นะ

516
00:51:18,374 --> 00:51:19,763
6 ครับ อะ โอเค

517
00:51:19,763 --> 00:51:23,763
แถว 2

518
00:51:31,225 --> 00:51:35,225
ได้อะไรคะ

519
00:51:45,016 --> 00:51:47,211
อะ ใช่

520
00:51:33,485 --> 00:51:37,485

521
00:51:45,427 --> 00:51:46,337
OK

522
00:51:46,337 --> 00:51:48,244
อันนี้ล

523
00:51:48,244 --> 00:51:52,244

524
00:51:53,776 --> 00:51:55,807
่ะคะ 5 ต้องตอบนี้ ต้อง

525
00:51:55,807 --> 00:51:58,768
ดูจากข้างบน

526
00:51:58,768 --> 00:52:02,768
มันเท่ากับ 2

527
00:52:02,790 --> 00:52:04,882
ใช่ต้องเท่ากับ 2

528
00:52:04,882 --> 00:52:08,882
ตัวนี้ค่ะ ถ้า index ต้องดูจากข้างบนนะ

529
00:52:14,633 --> 00:52:18,633
มันถึงจะตอบเท่ากับ 6

530
00:52:18,971 --> 00:52:20,838
อยู่นะคะ ครูเขียนข้างบนก่อน

531
00:52:20,838 --> 00:52:24,838
ข้อแรกเท่ากับ 6

532
00:52:25,306 --> 00:52:29,021
A5

533
00:52:29,021 --> 00:52:32,544
ตอบอะไรคะ

534
00:52:32,544 --> 00:52:34,521
A5 ตอบ

535
00:52:34,521 --> 00:52:37,853
อะไรคะ ใช่ข้อ 1 ตอบ 6

536
00:52:37,853 --> 00:52:41,822
A5 ตอบอะไร

537
00:52:41,822 --> 00:52:45,351
อันนี้นะ

538
00:52:45,351 --> 00:52:48,499
2

539
00:52:48,499 --> 00:52:49,434
ตอบ 2

540
00:52:49,434 --> 00:52:50,778
อันนี้ล่ะ

541
00:52:50,778 --> 00:52:52,635
ใช่

542
00:52:52,635 --> 00:52:53,939
ตอบ 9

543
00:52:53,939 --> 00:52:55,818
อันนี้ตอบ 6

544
00:52:55,818 --> 00:52:59,106
อันนี้ตอบ 2

545
00:52:59,106 --> 00:53:02,246
ตรงข้อสุดท้ายต

546
00:53:02,246 --> 00:53:03,139
อบ 9 ใช่ไหมคะ

547
00:53:03,139 --> 00:53:06,412
ถูกไหม

548
00:53:06,412 --> 00:53:08,325
ดูตรงไหน

549
00:53:08,325 --> 00:53:12,150

550
00:53:12,150 --> 00:53:15,896
ดูตรงหัวข้างบนนะ index 5

551
00:53:15,896 --> 00:53:17,278
ค่าคืออะไรคือ 2 ก็เลยเอามาใส่

552
00:53:17,278 --> 00:53:18,621

553
00:53:18,621 --> 00:53:20,628

554
00:53:20,628 --> 00:53:23,057

555
00:53:23,057 --> 00:53:27,057
index เป็น 10 คือดูข้างบน

556
00:53:28,548 --> 00:53:32,548
ตั้งค่าตรงนี้ คืออะไรเอาตัวนี้มาใส่นะคะ

557
00:53:35,922 --> 00:53:38,535
ย้อนกลับ

558
00:53:38,535 --> 00:53:39,943
จากข้อนี้นะคะ

559
00:53:39,943 --> 00:53:41,267
ครูถามว่า

560
00:53:41,267 --> 00:53:45,267
index ที่เท่าไหร่

561
00:53:47,175 --> 00:53:51,175
เท่ากับ 8

562
00:53:52,574 --> 00:53:56,574
ตรงนี้ควรใส่เลขอะไร

563
00:53:56,605 --> 00:54:00,605
แปดคือตัวนี้ใช่ไหม

564
00:54:01,019 --> 00:54:04,882
แล้วคือต้องเป็น 7 ถูกต้อง

565
00:54:04,882 --> 00:54:06,657
ใช่ ต้องเป็น 7 ถูกไหมคะ

566
00:54:06,657 --> 00:54:08,642
ใช่

567
00:54:08,642 --> 00:54:12,642
เท่ากับ 8

568
00:54:14,006 --> 00:54:17,558
เพราะฉะนั้นพอได้ค่าแบบนี้ แล้วพอได้ลิสต์แบบนี้แล้ว

569
00:54:17,558 --> 00:54:18,175
สิ่งที่ต้องทำถัดไปคือเขียน Index

570
00:54:18,175 --> 00:54:22,175
เขียน index ข้างบน

571
00:54:24,489 --> 00:54:26,933
เราจะได้รู้ว่า index ที่ 9 คือค่าอะไร

572
00:54:26,933 --> 00:54:30,933
หรือ

573
00:54:32,592 --> 00:54:35,221
ถ้าต้องดูค่า 8 มันอยู่ index ที่เท่าไหร่นะคะ ก็เอา 7 มาใส่

574
00:54:35,221 --> 00:54:38,393
อะ OK

575
00:54:38,393 --> 00:54:42,393
นะคะ

576
00:54:47,537 --> 00:54:59,399

577
00:54:45,013 --> 00:54:46,596
list นะคะ ครูย้ำอีกทีหนึ่ง list ต้องอยู่ภายใต้ก้ามปูเปิดและปิด

578
00:54:46,596 --> 00:54:48,918
ข้างใน

579
00:54:48,918 --> 00:54:51,181
มีมากกว่า 1 ค่า

580
00:54:51,181 --> 00:54:55,181
ต้องใส่คอมม่านะคะ

581
00:55:00,577 --> 00:55:03,980
ตัวนี้เราเข้าถึงข้อมูลทีละตัวถูกไหมคะ

582
00:55:03,980 --> 00:55:06,243
9 ก็จะได้ค่ามา 1 ตัว

583
00:55:06,243 --> 00:55:10,243
A5 ก็จะได้ค่ามา 1 ตัว

584
00:55:10,771 --> 00:55:12,560
ถ้าเราอยากจะได้ค่าข้อมูลทั้งหมด

585
00:55:12,560 --> 00:55:14,266
ราคาที่อยู่ใน List

586
00:55:14,266 --> 00:55:18,042
ก็คือโชว์

587
00:55:18,042 --> 00:55:22,042
ค่าทั้งหมดที่อยู่ในลิสต์จะทำอย่างไร

588
00:55:25,486 --> 00:55:28,052
เราสามารถเข้าถึงข้อมูล

589
00:55:28,052 --> 00:55:30,133
โดยการใช้

590
00:55:30,133 --> 00:55:34,133
loop for ถูกไหมคะ

591
00:55:34,416 --> 00:55:37,725
มันสามารถทำงานแบบวนซ้ำ คือ ทำหลายรอบ แล้ว

592
00:55:37,725 --> 00:55:39,512
เขาจะดึงข้อมูลอะไรออกมา

593
00:55:39,512 --> 00:55:43,512
ข้อมูลที่อยู่ใน loop List ถูกไหมคะ

594
00:55:48,029 --> 00:55:52,029
for thislist นะคะ

595
00:55:53,994 --> 00:55:57,457
เรามีค่าอะไรบ้างนะ

596
00:55:57,457 --> 00:55:59,715
ถ้าเราทำงานแต่ละรอบ

597
00:55:59,715 --> 00:56:01,290
จะเอามาใส่ที่ตัว

598
00:56:01,290 --> 00:56:03,405
แปลอีกแล้ว

599
00:56:03,405 --> 00:56:07,405
print อกมาที่หน้าจอ

600
00:56:09,325 --> 00:56:11,649
App ก่อนถูกไหม เพราะ Apple มันเป็นตัวแรกน่ะ

601
00:56:11,649 --> 00:56:15,067
รหัสมาคือ Banana

602
00:56:15,067 --> 00:56:18,517
Cherry นะคะ

603
00:56:18,517 --> 00:56:22,517
มาทำงานทั้งหมดกี่รอบ

604
00:56:24,750 --> 00:56:28,750
คำสั่งนี้ทำงานทั้งหมดกี่รอบ เลยดูซิทำงานกี่รอบ

605
00:56:29,215 --> 00:56:31,976
List มีข้อมูลกี่ตัว

606
00:56:31,976 --> 00:56:33,398
3 ตัว เพราะฉะนั้นทำงานกี่รอบคะ

607
00:56:33,398 --> 00:56:37,398
3 รอบ

608
00:56:37,877 --> 00:56:40,941
เป็นไงรับที่ 1 x เท่ากับ Apple

609
00:56:40,941 --> 00:56:44,468
รับที่ 2 x = Banana

610
00:56:44,468 --> 00:56:47,300
รอบที่ 3 x = cherry นะคะ

611
00:56:47,300 --> 00:56:51,300
จำนวนข้อมูลที่มี

612
00:57:02,301 --> 00:57:06,301
แต่ถ้าเราต้องการ index ออกมาด้วย

613
00:57:10,580 --> 00:57:12,991
คำสั่งเมื่อก่อนหน้านี้ เราจะได้เฉพาะค่าใช่ไหมคะ

614
00:57:12,991 --> 00:57:16,991
เราจะได้เฉพาะค่าออกมา

615
00:57:18,718 --> 00:57:22,209
แต่ถ้าเราบอกว่า เราต้องการ index ออกมาด้วย

616
00:57:22,209 --> 00:57:25,482
อยากรู้ว่า Apple อยู่ index ที่เท่าไหร่

617
00:57:25,482 --> 00:57:26,977
เราใช้คำสั่งที่เรียกว่า

618
00:57:26,977 --> 00:57:30,626

619
00:57:30,626 --> 00:57:32,426
innomerate นะคะ

620
00:57:32,426 --> 00:57:33,320
เราก็ใส่ชื่อ List

621
00:57:33,320 --> 00:57:36,989
นะคะ

622
00:57:36,989 --> 00:57:40,524
แล้วค่าที่เก็บตัวแปรข้างหน้าจะมีอยู่ 2 ตัว

623
00:57:40,524 --> 00:57:44,524
ตัวแรกคือ index ตัวที่ 2 ก็คือค่า

624
00:57:46,680 --> 00:57:49,413
แล้วเราค่อย print นะคะอินเด็กซ์คอลมาค่าออกมา

625
00:57:49,413 --> 00:57:53,413
รับที่ 1 จะได้ศูนย์ Apple

626
00:57:54,212 --> 00:57:58,212
อันที่ 2 จะได้ 1 banana นะคะ

627
00:57:58,648 --> 00:58:02,648
ที่ 3 จะได้ index ก็คือ 2 แล้วค่าคือ

628
00:58:08,360 --> 00:58:10,976
cherry คราวนี้

629
00:58:10,976 --> 00:58:14,976
เรามาเขียนโปรแกรมกันหน่อยนะ

630
00:58:15,069 --> 00:58:19,069
คนเข้าที่ classroom ไหมคะ

631
00:58:22,881 --> 00:58:25,310
ใน Classroom

632
00:58:25,310 --> 00:58:29,310
ครูมีรูป ครู

633
00:58:30,301 --> 00:58:31,046
ต้องเปิดเว็บ

634
00:58:31,046 --> 00:58:35,046
นะคะ

635
00:58:35,171 --> 00:58:39,171
ช่วยเปิดเว็บให้ครูหน่อย

636
00:58:49,866 --> 00:58:53,866
ทุกคนเข้าไปที่ Google Classroom

637
00:58:54,867 --> 00:58:56,775
ครูจะใส่ python ide เอาไว้ให้

638
00:58:56,775 --> 00:58:59,415
เห็นไหมคะ

639
00:58:59,415 --> 00:59:01,522
เปิดมาหน่อยเร็ว นี่ค่ะ

640
00:59:01,522 --> 00:59:05,522
แต่วันนี้นะ

641
00:59:06,984 --> 00:59:10,984
คลิกเข้าไปเลยลิงก์ตัวนี้ คลิกหรือยังคะ

642
00:59:11,544 --> 00:59:15,544
กำลังเข้ารหัสอยู่นะคะ

643
00:59:18,678 --> 00:59:22,678
จำได้ไหมรหัส

644
00:59:28,824 --> 00:59:32,824
เสร็จแล้ว จะเข้าเว็บตรงนี้นะคะ ก็คือชื่อเว็บออนไลน์ไพธอนดอทคอม

645
01:00:23,377 --> 01:00:27,377
ใครเข้าแล้วลบสิ่งที่

646
01:00:29,109 --> 01:00:31,475
อยู่ที่หน้าจอให้หมดเลย

647
01:00:31,475 --> 01:00:32,684
เข้าแล้วใช่ไหม

648
01:00:32,684 --> 01:00:35,246
เดี๋ยวนะ

649
01:00:35,246 --> 01:00:38,507
เดี๋ยวครูขยายให้

650
01:00:38,507 --> 01:00:42,507
OK

651
01:00:54,108 --> 01:00:58,108
ทุกคนอยู่ที่หน้านี้แล้วนะคะ

652
01:01:06,057 --> 01:01:08,200
เดี๋ยวเราจะลองเข้าถึงข้อมูลที่อยู่ใน list นะคะ

653
01:01:08,200 --> 01:01:12,200
โดยการใช้ loop for

654
01:01:14,074 --> 01:01:16,482
อันดับแรก

655
01:01:16,482 --> 01:01:19,075
กำหนดค่า x ก่อน

656
01:01:19,075 --> 01:01:21,183
ทุกคนพิมพ์ตามครูนะคะ

657
01:01:21,183 --> 01:01:25,183
1 Command 2 คอมม่า 3 คำว่า 4 คอมมา 5 อันนี้ สมมุตินะ

658
01:01:29,658 --> 01:01:31,942
ครูใส่ข้อมูลที่อยู่ใน List

659
01:01:31,942 --> 01:01:35,942
นะคะ

660
01:01:47,930 --> 01:01:51,875
เสร็จแล้วเคาะ Enter ลงมาขึ้นบรรทัดที่ 2

661
01:01:51,875 --> 01:01:54,269
เราใช้ loop for นะคะ

662
01:01:54,269 --> 01:01:57,936
ตั้งชื่อตัวแปร

663
01:01:57,936 --> 01:02:00,601
ว่า Value in x

664
01:02:00,601 --> 01:02:04,601
แล้วก็ใส่เซมิโคลอน

665
01:02:13,104 --> 01:02:13,834
หมายความว่าค่าที่อยู่ใน

666
01:02:13,834 --> 01:02:14,604
x นะคะ

667
01:02:14,604 --> 01:02:18,604
คือแต่ละค่า ค่าที่ 1 จะเอาค่า 1 มาแทนที่ Value นะคะ

668
01:02:23,404 --> 01:02:26,928
ทำงานรอบที่ 2 ก็เอา 2

669
01:02:26,928 --> 01:02:29,604
ทำงานรอบที่ 3 ก็คือพลาด 3

670
01:02:29,604 --> 01:02:33,334
เสร็จแล้ว

671
01:02:33,334 --> 01:02:35,053
ครูต้องการให้ print ค่า i ออกมาดูหน่อย

672
01:02:35,053 --> 01:02:39,053
ว่ามันเป็นอย่างไร

673
01:02:39,593 --> 01:02:42,261
ไม่ใช่ i ขออภัย

674
01:02:42,261 --> 01:02:45,541
เป็นอะไรคะ

675
01:02:45,541 --> 01:02:46,622
value นะ

676
01:02:46,622 --> 01:02:50,622
อะไร

677
01:02:54,807 --> 01:02:58,807
เพราะว่าค่าตัวนี้ คือ Value เพราะฉะนั้นเราต้องแสดงค่า Value ออกมา

678
01:02:59,019 --> 01:03:03,019
แล้วกด Run เลย

679
01:03:03,490 --> 01:03:07,490
เราได้ข้างบนไหมคะ

680
01:03:09,851 --> 01:03:13,851
OK

681
01:04:20,954 --> 01:04:24,917
อะ คราวนี้ดูต่อ

682
01:04:24,917 --> 01:04:28,917
เมื่อกี้เราพูดไปแล้วนะ

683
01:04:29,346 --> 01:04:32,165
ว่าเวลาเราต้องการเข้าถึงฐานข้อมูลทีละค่านะคะ

684
01:04:32,165 --> 01:04:35,624
เมื่อกี้นะ

685
01:04:35,624 --> 01:04:37,199
ได้ค่าเป็นอะไร

686
01:04:37,199 --> 01:04:41,117
เช็

687
01:04:41,117 --> 01:04:45,117
กว่าแล้วคำตอบที่เขาถามเมื่อกี้แล้ว มันใช่ไห

688
01:04:45,469 --> 01:04:48,525
ม เราสามารถเอามารันใน python ได้นะคะ

689
01:04:48,525 --> 01:04:52,525
เรามีค่าข้อมูล 1 2 3 4 5 ใช่ไหม

690
01:04:56,472 --> 01:04:58,479
ครู อยากรู้ว่า x index เป็น 2 มีค่าเป็นอะไร

691
01:04:58,479 --> 01:05:02,479
index เป็น 2 มีค่าเป็นอะไร

692
01:05:02,858 --> 01:05:06,858
เห็นไหม

693
01:05:22,536 --> 01:05:23,247
เราก็สามารถหาคำตอบได้นะ

694
01:05:23,247 --> 01:05:24,716

695
01:05:24,716 --> 01:05:28,356
x index เป็น 2

696
01:05:28,356 --> 01:05:30,816
กลับคืนนี้ถ้าเป็น 3 แล้วนะคะ

697
01:05:30,816 --> 01:05:33,864
เราสามารถเช็กคำตอบได้

698
01:05:33,864 --> 01:05:36,577
ว่าเราตอบไปเมื่อกี้ ถูกหรือเปล่า

699
01:05:36,577 --> 01:05:40,537
โดยการใช้คำสั่ง print ใช่ไหมคะ

700
01:05:40,537 --> 01:05:41,501
แล้วครูต้องการแสดงค่าตัวนี้ออกมาที่หน้าจอ

701
01:05:41,501 --> 01:05:43,983
Google

702
01:05:43,983 --> 01:05:47,013
เขียนอยู่ในใต้ Double

703
01:05:47,013 --> 01:05:49,091
แล้วภายใต้คอมม่าแล้วค่าที่

704
01:05:49,091 --> 01:05:51,019
ครูต้องการตามหา คือ F

705
01:05:51,019 --> 01:05:54,047
มีค่าเป็นอะไร

706
01:05:54,047 --> 01:05:58,047
ตอบที่ได้คือมีค่าเป็น 3

707
01:06:01,636 --> 01:06:03,878
ลองดู

708
01:06:03,878 --> 01:06:05,829
เปลี่ยนได้นะ

709
01:06:05,829 --> 01:06:07,991
ครู

710
01:06:07,991 --> 01:06:11,754
เปลี่ยนค่าตรงนี้เป็นศูนย์

711
01:06:11,754 --> 01:06:15,096
ลองเช็ก ลองทดสอบได้นะคะ

712
01:06:15,096 --> 01:06:19,096
มันก็จะไปเปลี่ยนค่าตรงนี้ให้

713
01:06:26,381 --> 01:06:27,449
ตอบได้นะคะเปลี่ยนค่า Index

714
01:06:27,449 --> 01:06:31,449
เป็นอะไร

715
01:06:57,406 --> 01:06:59,004
นี่ะคะ โอเคนะคะ

716
01:06:59,004 --> 01:07:03,004
OK

717
01:07:03,952 --> 01:07:07,549
อันนี้ค้างไว้นะไม่ต้องปิดนะคะ

718
01:07:07,549 --> 01:07:10,825
เดี๋ยวลงมาก็ได้ เดี๋ยวเราจะมาทำต่อ

719
01:07:10,825 --> 01:07:14,825

720
01:07:16,874 --> 01:07:20,874
โอเคไหม

721
01:07:22,903 --> 01:07:26,903
ไปต่อได้หรือยังคะ

722
01:07:30,104 --> 01:07:34,104
OK

723
01:07:35,214 --> 01:07:36,834
ถ้าเราต้องการหาขนาดของลิสต์

724
01:07:36,834 --> 01:07:40,834
ขนาดคืออะไร

725
01:07:41,447 --> 01:07:42,265
ใน List เรามีข้อมูลกี่ตัว อันนั้นคือขนาดของลิ

726
01:07:42,265 --> 01:07:45,118
สต์ใช่ไหมคะ

727
01:07:45,118 --> 01:07:46,823
เรานับเลย 1 2 3 4

728
01:07:46,823 --> 01:07:49,150
มีขนาดกี่ตัว

729
01:07:49,150 --> 01:07:51,431
เรามีขนาดกี่ตัว

730
01:07:51,431 --> 01:07:54,630
วันนี้ตัวแปร x

731
01:07:54,630 --> 01:07:57,644
มีขนาดเท่าไร

732
01:07:57,644 --> 01:08:01,620
มีข้อมูลกี่ตัวคะ

733
01:08:01,620 --> 01:08:02,873
ถูกไหม

734
01:08:02,873 --> 01:08:06,338
ตัว

735
01:08:06,338 --> 01:08:08,587
1 2 3 4 5 6 7 8

736
01:08:08,587 --> 01:08:12,587
มีข้อมูลอยู่ 8 ตัว

737
01:08:12,653 --> 01:08:16,457
ถ้าเราอยากให้คอมพิวเตอร์หาขนาดของ list ให้

738
01:08:16,457 --> 01:08:20,457
โดยที่เราไม่ต้องมานั่งนับเองทำอย่างไรนะคะ

739
01:08:20,779 --> 01:08:21,692
ลองใช้คำสั่งที่ผู้ว่าเลนส์

740
01:08:21,692 --> 01:08:25,692
นะคะ

741
01:08:26,453 --> 01:08:28,824
คำว่าเลนส์

742
01:08:28,824 --> 01:08:30,279
แล้วตามด้วยวงเล็บเปิด

743
01:08:30,279 --> 01:08:31,753
ชื่อ

744
01:08:31,753 --> 01:08:33,289
print นะคะ

745
01:08:33,289 --> 01:08:37,289
ใส่ชื่อ

746
01:08:38,103 --> 01:08:41,439
มันก็จะแสดงขนาดของ List

747
01:08:41,439 --> 01:08:44,161
นับจำนวนข้อมูลที่อยู่ใน

748
01:08:44,161 --> 01:08:48,161
ว่ามีกี่ตัว

749
01:08:53,089 --> 01:08:54,633
ถ้าเราต้องการให้แสดงออกมาที่หน้าจอก็ใส่ Print เข้าไปนะคะ

750
01:08:54,633 --> 01:08:57,622
print วงเล็บเปิด

751
01:08:57,622 --> 01:08:59,035
แล้วก็ตามด้วยชื่อ

752
01:08:59,035 --> 01:08:59,563
วงเล็บเปิด

753
01:08:59,563 --> 01:09:03,563
แล้วก็ตามด้วยวงเล็บปิด

754
01:09:07,614 --> 01:09:09,150
เลนส์คือขนาดนะ

755
01:09:09,150 --> 01:09:11,911
นะคะ

756
01:09:11,911 --> 01:09:12,300
วงเล็บเปิด

757
01:09:12,300 --> 01:09:16,300
วงเล็บปิด

758
01:09:16,522 --> 01:09:20,346
คือจะค่าได้เท่ากับ 8

759
01:09:20,346 --> 01:09:24,346

760
01:09:25,054 --> 01:09:27,345
คำสั่งต่อมา ถ้าเราต้องการเพิ่มข้อมูลตัวใหม่ลงไปใน

761
01:09:27,345 --> 01:09:31,345
list ถ้าเราต้องการเพิ่มตัวใหม่เข้าไปใน list

762
01:09:31,554 --> 01:09:32,307
ใช้คำว่า

763
01:09:32,307 --> 01:09:36,307

764
01:09:44,004 --> 01:09:48,004
append แล้วตามด้วยวงเล็บเปิดข้อมูลตัวใหม่คือต้องการจะใส่ลงไปใน List

765
01:09:48,377 --> 01:09:52,377
ใช่ไหมคะมีข้อมูลอยู่ 3 ตัว

766
01:09:58,367 --> 01:10:00,287
Apple

767
01:10:00,287 --> 01:10:04,287
ครูบอกว่า ครูอยากเพิ่มข้อมูลตัวใหม่

768
01:10:07,661 --> 01:10:09,691
Orange

769
01:10:09,691 --> 01:10:13,507
อยู่ใน List นี้

770
01:10:13,507 --> 01:10:17,414
โดยไปต่อท้ายคำว่า

771
01:10:17,414 --> 01:10:21,414
cherry เราจะใช้คำสั่งอะไร

772
01:10:23,488 --> 01:10:24,613
เราจะใช้คำสั่งแอปเปิ้ลนะคะ

773
01:10:24,613 --> 01:10:28,613
Append

774
01:10:29,352 --> 01:10:30,442
เราจะเขียนคำสั่ง เราจะเขียนอย่างไร

775
01:10:30,442 --> 01:10:33,795
ความช่วยเหลือ

776
01:10:33,795 --> 01:10:37,795
คำสั่ง Apppen

777
01:10:39,548 --> 01:10:43,548
วงเล็บเปิดข้อมูลใหม่ แล้วก็วงเล็บปิด

778
01:10:46,636 --> 01:10:48,935
Orange

779
01:10:48,935 --> 01:10:50,796
ก็เป็น

780
01:10:50,796 --> 01:10:54,796
Apple

781
01:10:55,703 --> 01:10:59,210
วงเล็บเปิดแล้วก็ใส่ Orange

782
01:10:59,210 --> 01:11:00,846
มันเป็น ใช่ไหม

783
01:11:00,846 --> 01:11:04,765
มันเป็นตัวอักษร

784
01:11:04,765 --> 01:11:08,765
Double quote แล้วก็วงเล็บปิด

785
01:11:11,434 --> 01:11:13,550
อยากรู้ว่ามันเข้าไปจริงหรือเปล่ามันใส่เข้าไปจริงหรือเปล่านะคะ

786
01:11:13,550 --> 01:11:16,120
ใช้คำสั่ง Print

787
01:11:16,120 --> 01:11:17,952
print แสดงออกที่หน้าจอ

788
01:11:17,952 --> 01:11:18,321
print วงเล็บเปิด

789
01:11:18,321 --> 01:11:22,321
ออกมา

790
01:11:23,840 --> 01:11:27,840
Orange เพิ่มให้แล้วอยู่ท้ายสุดเลย

791
01:11:36,450 --> 01:11:38,501
แล้วลบบ้างทำอย่างไรคะ

792
01:11:38,501 --> 01:11:38,733

793
01:11:38,733 --> 01:11:41,061
ลบ เพิ่มใช้ Appen

794
01:11:41,061 --> 01:11:43,674
d ไป อะไรคะ

795
01:11:43,674 --> 01:11:46,115
ลบใช้คำสั่ง remove

796
01:11:46,115 --> 01:11:50,115
ใช้คำสั่ง reMove นะคะ

797
01:11:51,352 --> 01:11:52,824
วิธีการลบ

798
01:11:52,824 --> 01:11:55,690
ลบอย่างไร

799
01:11:55,690 --> 01:11:59,690
คำว่า remove

800
01:12:00,955 --> 01:12:02,564
วงเล็บเปิด

801
01:12:02,564 --> 01:12:06,402
ที่ต้องการลบ

802
01:12:06,402 --> 01:12:08,198
การลบข้อมูลบานาน่าออก

803
01:12:08,198 --> 01:12:09,610
This is

804
01:12:09,610 --> 01:12:10,550
remove

805
01:12:10,550 --> 01:12:11,182
วงเล็บ

806
01:12:11,182 --> 01:12:15,182
ภาพขนาดที่ต้องการจะลบ

807
01:12:15,470 --> 01:12:19,470
แล้วก็วงเล็บปิด

808
01:12:22,984 --> 01:12:26,334
แล้วแล้วกด done ถูกไหมมันจะถูกลบไป

809
01:12:26,334 --> 01:12:27,156
เช็กว่ามันถูกลบไปจริงหรือเปล่า

810
01:12:27,156 --> 01:12:29,997
วงเล็บเปิด This

811
01:12:29,997 --> 01:12:33,997
list ไปบานาน่าหายไปแล้ว

812
01:12:36,974 --> 01:12:40,974
คำสั่งพวกนี้นะ ถ้าจำไม่ได้ไม่เป็นไร ไม่เป็นอะไรนะคะ ลองเปิดดูได้นะ

813
01:12:52,890 --> 01:12:56,890
เราเขียนโค้ดเราอาจจะจำทุกคำสั่งไม่ได้แต่เราจะสามารถเปิดดูได้

814
01:12:58,366 --> 01:13:01,238
ถ้าเราจะเพิ่มเราจะใช้คำสั่งอะไร ถ้าเราจะลบใช้คำสั่งอะไรนะคะ

815
01:13:01,238 --> 01:13:05,238
ทำไม่ได้ก็เปิดดูได้นะ

816
01:13:06,279 --> 01:13:07,277
วันนี้ตัดมาลบอีกแบบหนึ่

817
01:13:07,277 --> 01:13:10,622
ง remove

818
01:13:10,622 --> 01:13:14,622
โดยใส่ค่าที่ต้องการจะลบ

819
01:13:15,672 --> 01:13:19,672
วันหนึ่งวิธีการลบคือการใช้

820
01:13:19,717 --> 01:13:22,796
d e l มาจากคำว่า delete นะคะ

821
01:13:22,796 --> 01:13:26,796
โดยการระบุ index ต้องการจะลบ

822
01:13:27,108 --> 01:13:29,307
ถ้าเรารู้ตำแหน่งที่ต้องการจะลบข้อมูลตัวนั้น

823
01:13:29,307 --> 01:13:30,316
สามารถใช้โทรได้

824
01:13:30,316 --> 01:13:31,118

825
01:13:31,118 --> 01:13:35,118
del ได้

826
01:13:37,237 --> 01:13:38,171
ของ list ใส่ index นะคะ แล้วก็

827
01:13:38,171 --> 01:13:42,171
ก้ามปูปิด

828
01:13:45,014 --> 01:13:47,720
ครูต้องการจะลบข้อมูลที่ Index = 0 ก็คือ Apple

829
01:13:47,720 --> 01:13:50,434
index = 0 Apple

830
01:13:50,434 --> 01:13:53,932

831
01:13:53,932 --> 01:13:57,536
= 0 นะคะก้ามปูปิด

832
01:13:57,536 --> 01:14:00,446
ก็คือ Apple หายไปแล้ว

833
01:14:00,446 --> 01:14:04,446
แค่ banana กับ cherry นะคะ

834
01:14:06,588 --> 01:14:10,588
ไป

835
01:14:11,243 --> 01:14:14,653
ไปเรื่อย ๆ กับครูก่อนนะ เดี๋ยวครูจะให้ปฏิบัติ

836
01:14:14,653 --> 01:14:18,653
การเข้าถึงข้อมูลทีละหลายๆค่าบ้าง ทำอย่างไร

837
01:14:27,498 --> 01:14:28,467
ถ้าต้องการเข้าถึงข้อมูลหลายๆภาพ คือคำตอบอยากได้ข้อมูลหลายๆตัวออกมาทีเดียวเลย

838
01:14:28,467 --> 01:14:32,467
ที่นี้เรานี้เราอยากได้คำตอบออกมาหลายๆตัว ทำอย่างไร

839
01:14:39,398 --> 01:14:41,279
ตัวนี้นะคะ

840
01:14:41,279 --> 01:14:45,083
ชื่อใหม่ List

841
01:14:45,083 --> 01:14:45,724
ว่ามีตัวอักษร

842
01:14:45,724 --> 01:14:49,724
สอนภาษาอังกฤษ

843
01:14:50,044 --> 01:14:53,370
วิธีตัว R ตัว O ตัว G

844
01:14:53,370 --> 01:14:57,370
ตัวเองตัวเองตัว I แล้วก็ตัว

845
01:15:00,131 --> 01:15:04,131
แรก เราเริ่มต้น index = 0 นะคะ เราเริ่มต้น index = 0

846
01:15:05,136 --> 01:15:06,165
ตอนแร

847
01:15:06,165 --> 01:15:10,165
ก range my L

848
01:15:11,360 --> 01:15:15,360
ist ชื่อใน list มีจำนวนเท่าไร

849
01:15:15,885 --> 01:15:19,885
จำนวนเท่าไหร่คะ มีจำนวนกี่ตัว

850
01:15:20,751 --> 01:15:24,751
จำนวนกี่ตัวคะ

851
01:15:26,766 --> 01:15:27,154
1 2 3 4 5 6

852
01:15:27,154 --> 01:15:31,154
มีทั้งหมดกี่ตัวคะ

853
01:15:32,535 --> 01:15:36,427
กี่ตัว

854
01:15:36,427 --> 01:15:37,009
นึกออกไหม

855
01:15:37,009 --> 01:15:41,009
นับ

856
01:15:41,947 --> 01:15:45,947
นับจำนวนที่อยู่ในlist มีกี่ตัว

857
01:15:46,236 --> 01:15:50,236
จำนวนที่อยู่ใน List มี ครูก็คือมี 9 ตัว

858
01:15:52,268 --> 01:15:56,268
มา

859
01:15:57,720 --> 01:16:01,522
ต้องการเข้าถึงข้อมูลนะคะ

860
01:16:01,522 --> 01:16:05,522
ที่เป็นช่วง

861
01:16:06,591 --> 01:16:10,591
คือตั้งแต่ index ที่ 2

862
01:16:13,113 --> 01:16:17,113
อย่างเช่นครูต้องการเข้าถึงข้อมูลนะคะ  my list ตั้งแต่ 2

863
01:16:17,281 --> 01:16:20,533
เซมิโคลอนแล้วก็เลข 5

864
01:16:20,533 --> 01:16:24,533
ที่ได้คืออะไร

865
01:16:26,497 --> 01:16:29,272
ดูเอาข้อมูลนะคะจาก My List มาใส่ในช่อง

866
01:16:29,272 --> 01:16:30,836
แล้วครูก็กำหนด index นะคะ

867
01:16:30,836 --> 01:16:34,836
อันนี้คือ Index

868
01:16:37,690 --> 01:16:40,855
แล้วครูก็กำหนด Index

869
01:16:40,855 --> 01:16:42,861
0 1 2 3 4 5 6 7 8

870
01:16:42,861 --> 01:16:45,194
สุดท้ายคือ

871
01:16:45,194 --> 01:16:47,537
8 ครูบอกว่า My Li

872
01:16:47,537 --> 01:16:49,663
st นี่

873
01:16:49,663 --> 01:16:53,399
จะได้คำตอบอะไร

874
01:16:53,399 --> 01:16:56,393
2 ตัวแรกอยู่ที่นี่ใช่ไหมคะ

875
01:16:56,393 --> 01:17:00,393
2 ก็คือได้ o แล้ว

876
01:17:01,087 --> 01:17:05,087
จนถึงเลข 5 นะคะ

877
01:17:06,681 --> 01:17:09,899
แต่เวลาเราดึงค่าออกมาให้ลดลง 1

878
01:17:09,899 --> 01:17:13,899
ไหมคะ

879
01:17:17,102 --> 01:17:18,457
ที่ได้ก็คือตั้งแต่ 2 จนถึง 4 ก็คือ

880
01:17:18,457 --> 01:17:22,457

881
01:17:23,542 --> 01:17:27,542

882
01:17:30,171 --> 01:17:31,548
My List คือที่ 5 ใช่ไหมคะ

883
01:17:31,548 --> 01:17:35,548
เริ่มที่ 5

884
01:17:36,742 --> 01:17:39,359
มันถึงไม่ระบุ ถึงไม่ระบุคืออะไร

885
01:17:39,359 --> 01:17:41,352
จนถึงตัวท้าย

886
01:17:41,352 --> 01:17:45,352
a m i z นะคะ

887
01:17:51,403 --> 01:17:54,514
ถ้าไม่ระบุตำแหน่งอะไรเลย ก็คือได้ทุกตัว

888
01:17:54,514 --> 01:17:58,514
ก็คือได้ทุกตัวนะคะ

889
01:18:06,809 --> 01:18:10,809
ดูตัวอย่างถัดไป เดี๋ยวครูให้ทำแบบฝึกหัดนะคะ

890
01:18:11,430 --> 01:18:12,801
ครูมี list อยู่ทั้งหมด 9 ตัวนะ

891
01:18:12,801 --> 01:18:14,125
วันนี้นะ

892
01:18:14,125 --> 01:18:15,305

893
01:18:15,305 --> 01:18:19,305
คะ คือตัวนี้

894
01:18:20,808 --> 01:18:21,699
ต้องการข้อมูล r o g

895
01:18:21,699 --> 01:18:25,047
คือตัวนี้

896
01:18:25,047 --> 01:18:29,047
กำหนด index เป็นเท่าไร

897
01:18:31,262 --> 01:18:34,986
มาอยู่ที่ตำแหน่งที่เท่าไหร่คะ ที่ 1

898
01:18:34,986 --> 01:18:35,978
มีอยู่ตำแหน่งที่เท่าไหร่ 3

899
01:18:35,978 --> 01:18:39,978
เพิ่มไปอีก 1 กลายเป็น 4

900
01:18:45,652 --> 01:18:49,652
ลองดูนะ

901
01:18:50,135 --> 01:18:54,135
a กับ M ก็คือเป็น 5-7

902
01:18:54,244 --> 01:18:56,493

903
01:18:56,493 --> 01:19:00,493
g กับ x คือ 3-5

904
01:19:02,213 --> 01:19:06,213
p กับ r ก็คือ 0 2

905
01:19:06,846 --> 01:19:10,846
OK แป๊บนึง

906
01:19:15,871 --> 01:19:19,871
ครูเอาใหม่

907
01:19:32,505 --> 01:19:36,505
อันนี้คือ x นะ

908
01:19:59,585 --> 01:20:03,585
คราวนี้ทุกคนดูนะคะ

909
01:20:28,683 --> 01:20:32,683
เราลองช่วยกันทำหน่อยได้ไหมคะ ครูให้ list มานะคะ

910
01:20:50,601 --> 01:20:52,313
มีค่าเป็นอะไรบ้าง

911
01:20:52,313 --> 01:20:56,313
2 4 6 8 แล้วก็ 10

912
01:21:07,877 --> 01:21:11,341
OK

913
01:21:11,341 --> 01:21:12,018
กำหนดให้

914
01:21:12,018 --> 01:21:13,850
x

915
01:21:13,850 --> 01:21:16,100
นี่เป็น list มีค่าอยู่ 5 ตัว

916
01:21:16,100 --> 01:21:18,931

917
01:21:18,931 --> 01:21:20,899
ถ้า x มีขนาดเท่ากับ 5

918
01:21:20,899 --> 01:21:24,899
มีขนาดเท่ากับ 5

919
01:21:28,432 --> 01:21:29,125
index ไปให้นะ เอามาลงช่องเรียบร้อยแล้วใส่ค่า Index

920
01:21:29,125 --> 01:21:32,113
ครูทำหน่อย 5 ข้อ

921
01:21:32,113 --> 01:21:36,113
ตอบอะไร

922
01:21:36,503 --> 01:21:37,480
index 3 ตัวตอบอะไร

923
01:21:37,480 --> 01:21:41,480
13 ตอบอะไร

924
01:21:43,612 --> 01:21:44,132
เด็ก 2-4

925
01:21:44,132 --> 01:21:48,132
index สูง 3 ตอบอะไรคะ

926
01:21:51,429 --> 01:21:52,818
ถ้าไม่ได้ดูสไลด์

927
01:21:52,818 --> 01:21:56,818
ก่อนหน้านี้

928
01:23:11,788 --> 01:23:15,788
ครูมีตัวอย่างให้ดูนะคะ อันนี้ตัวอย่างที่แล้วนะ

929
01:23:53,643 --> 01:23:56,245
แล้วอันนี้คือสิ่งที่ครูต้องการให้หา

930
01:23:56,245 --> 01:23:59,587
สงสัยเทียบกับตัวเดิม

931
01:23:59,587 --> 01:24:03,147
ได้มาได้อย่างไรนะ

932
01:24:03,147 --> 01:24:07,147
มันจะใส่ค่าอะไรดี

933
01:24:14,353 --> 01:24:18,353
คำตอบไม่ใช่เอามาตัวเลขอย่างเดียวนะ มันต้องอยู่ในไหนคะ ไม่ต้องอยู่ใน

934
01:24:32,699 --> 01:24:36,699
list เขียนตามครูเปิดปิดด้วยนะคะ

935
01:24:48,210 --> 01:24:51,379
ที่ไหนข้าต้องใส่ก้ามปูเปิดปิดให้ครู

936
01:24:51,379 --> 01:24:53,229
แต่ถ้าเป็นค่าเดียว index ตัวเดียว

937
01:24:53,229 --> 01:24:57,229
ใส่ค่าออกมาเลย

938
01:26:03,114 --> 01:26:07,114
โจทย์ครูคือตัวเลขตัวนี้นะคะ อันนี้คือตัวอย่างนะคะ

939
01:26:13,781 --> 01:26:17,241
อันนี้คือตัวอย่างนะคะ ตรงนี้คือตัวอย่างเฉย ๆ ไม่เกี่ยวกัน

940
01:26:17,241 --> 01:26:21,241
อันนี้คือตัวอย่าง

941
01:26:48,401 --> 01:26:52,401
ไม่แน่มีแค่ 2 ข้อที่เหลือเป็นตัวอย่างหมดเลย ลองทำดู

942
01:47:43,664 --> 01:47:47,664


