﻿1
00:00:18,685 --> 00:00:18,686

2
00:00:18,686 --> 00:00:22,667

3
00:00:22,667 --> 00:00:26,667

4
00:00:30,673 --> 00:00:34,673

5
00:00:34,674 --> 00:00:34,674

6
00:00:34,674 --> 00:00:35,727

7
00:00:35,727 --> 00:00:39,727

8
00:00:46,681 --> 00:00:50,681

9
00:00:54,685 --> 00:00:58,685

10
00:00:58,693 --> 00:01:02,693

11
00:01:02,693 --> 00:01:06,693

12
00:01:10,695 --> 00:01:14,695

13
00:01:14,701 --> 00:01:18,699

14
00:01:18,699 --> 00:01:22,699

15
00:01:26,706 --> 00:01:30,706

16
00:01:30,713 --> 00:01:34,712

17
00:01:34,712 --> 00:01:38,712

18
00:01:38,715 --> 00:01:42,715

19
00:01:42,720 --> 00:01:46,720

20
00:01:46,721 --> 00:01:50,721

21
00:01:50,730 --> 00:01:54,730

22
00:01:54,733 --> 00:01:58,730

23
00:01:58,730 --> 00:02:02,730

24
00:02:02,735 --> 00:02:06,735

25
00:02:06,738 --> 00:02:10,738

26
00:02:10,746 --> 00:02:14,746

27
00:02:14,752 --> 00:02:18,752

28
00:02:22,756 --> 00:02:26,756

29
00:02:30,759 --> 00:02:34,759

30
00:02:34,761 --> 00:02:38,761

31
00:02:38,765 --> 00:02:42,765

32
00:02:46,769 --> 00:02:50,769

33
00:02:50,770 --> 00:02:54,770

34
00:02:54,774 --> 00:02:58,774

35
00:02:58,775 --> 00:03:02,775

36
00:03:02,781 --> 00:03:06,781

37
00:03:10,788 --> 00:03:14,788

38
00:03:18,790 --> 00:03:22,790

39
00:03:22,794 --> 00:03:26,794

40
00:03:26,800 --> 00:03:30,800

41
00:03:34,804 --> 00:03:38,804

42
00:03:38,805 --> 00:03:42,805

43
00:03:42,807 --> 00:03:46,807

44
00:03:50,819 --> 00:03:54,819

45
00:03:54,820 --> 00:03:58,820

46
00:03:58,826 --> 00:04:02,826

47
00:04:06,829 --> 00:04:10,829

48
00:04:10,835 --> 00:04:14,832

49
00:04:14,832 --> 00:04:18,832

50
00:04:18,836 --> 00:04:22,836

51
00:04:22,837 --> 00:04:26,837

52
00:04:26,840 --> 00:04:30,839

53
00:04:30,839 --> 00:04:34,839

54
00:04:34,846 --> 00:04:38,846

55
00:04:38,846 --> 00:04:42,846

56
00:04:42,849 --> 00:04:46,849

57
00:04:46,853 --> 00:04:50,853

58
00:04:54,855 --> 00:04:58,855

59
00:04:58,858 --> 00:05:02,858

60
00:05:02,861 --> 00:05:06,861

61
00:05:10,875 --> 00:05:14,875
(อาจารย์สุธิรา) สวัสดีค่ะ ได้ยินอยู่ โอเคค่ะ เด็ก ๆ  พร้อมนะคะ

62
00:05:17,361 --> 00:05:19,322
หัวข้อที่เราจะ

63
00:05:19,322 --> 00:05:23,322
เรียนในวันนี้นะคะ ก็คือ

64
00:05:24,463 --> 00:05:26,986
ต่อมาจากสัปดาห์ที่แล้ว สัปดาห์ที่แล้ว

65
00:05:26,986 --> 00:05:30,986
เรา

66
00:05:32,758 --> 00:05:34,290
มันยังอยู่ในเรื่องของการออกแบบนะคะ

67
00:05:34,290 --> 00:05:38,290
การออกแบบโปรแกรม นั่นก็คือมีอัลกอริทึม

68
00:05:39,775 --> 00:05:43,775
แล้วก็มีการเขียนแบบมาตรฐาน แล้วก็การเขียนแบบ

69
00:05:50,477 --> 00:05:54,477
Psuedo Code  เราจะมาเขียน

70
00:05:54,888 --> 00:05:57,926
"ผังงาน" หรือ Flowchart

71
00:05:57,926 --> 00:06:01,089
ก่อนอื่นก็มาดูว่าผังงาน หรือ Flowchart มันคืออะไร นะคะ

72
00:06:01,089 --> 00:06:05,089
มันจะเป็นภาพ

73
00:06:09,099 --> 00:06:10,322
เป็นรูปภาพนะคะ หรือสัญลักษณ์ที่เราจะใช้

74
00:06:10,322 --> 00:06:14,322
แทน แทนลำดับขั้นตอนการเขียนโปรแกรมน่ะค่ะ

75
00:06:15,191 --> 00:06:19,191
ก่อนจะเขียนโปรแกรมจริง ๆ นี่

76
00:06:25,908 --> 00:06:29,090
เวลา... เขาเรียกมันจะอยู่ในขั้นวางแผนและออกแบบนี่

77
00:06:29,090 --> 00:06:33,090
ก็จะต้องมีการสร้างผังงานขึ้นมาให้คน

78
00:06:34,129 --> 00:06:36,678
ที่ทำ หรือคนที่

79
00:06:36,678 --> 00:06:39,329
เขามาให้เราทำนี่ เพื่ออธิบายว่า

80
00:06:39,329 --> 00:06:43,329
ลักษณะโปรแกรมนี่ มันจะไปใน...

81
00:06:43,639 --> 00:06:46,673
มีขั้นตอนอย่างไร มีขั้นตอนอย่างไร ไปในทิศทางใดอย่างนี้

82
00:06:46,673 --> 00:06:50,673
เดี๋ยวเรามาดูกันว่าลักษณะรูป หรือสัญลั

83
00:06:58,922 --> 00:07:02,922

84
00:07:02,922 --> 00:07:06,033
กษณ์อะไรบ้างนะคะ รูปแรก ก่อนอื่นเพื่อจะรูปแรก ก่อนอื่นเพื่อจะ

85
00:07:06,033 --> 00:07:10,033
ให้เด็ก ๆ เข้าใจสัญลัก

86
00:07:10,943 --> 00:07:14,880
ษณ์แล้วก็จำได้ด้วย คือ เด็ก ๆ เปิดโปรแกรม Microsoft word

87
00:07:14,880 --> 00:07:18,846
ขึ้นมาด้วยค่ะ ให้เด็กเปิดโปรแกรม Microsoft Wor

88
00:07:18,846 --> 00:07:22,846
เพื่อจะได้สร้างสัญลักษณ์แต่

89
00:07:22,935 --> 00:07:26,935
ไปพร้อมกันด้วย จะได้รู้นะคะ

90
00:07:30,937 --> 00:07:34,937

91
00:07:35,656 --> 00:07:39,656
ใช้ Microsoft Word น่าจะง่าย

92
00:07:42,953 --> 00:07:46,953
สุดแล้วนะคะ ก็ให้เด็ก ๆ เปิดโปรแกร

93
00:07:46,957 --> 00:07:47,217
ม Microsoft word โปรแกรม Microsoft Word ขึ้นมาเลยค่ะ

94
00:07:47,217 --> 00:07:49,124
เป็นเอกสารเปล่า ๆ นี่ล่ะ นะคะ

95
00:07:49,124 --> 00:07:52,015
นะคะ

96
00:07:52,015 --> 00:07:56,015
โอเคไหม

97
00:07:58,671 --> 00:08:01,388
โอเคไหม

98
00:08:01,388 --> 00:08:05,388
สัญลักษณ์ตัวแรก

99
00:08:08,547 --> 00:08:12,547
เห็นไหมคะ อันแรก

100
00:08:12,907 --> 00:08:16,031
ที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมแต่มีมุม

101
00:08:16,031 --> 00:08:20,031
ด้านข้างโค้ง ๆ น่ะค่ะ

102
00:08:22,123 --> 00:08:26,123
มันจะหมายถึงสัญลักษณ์ที่ใช้แทนการเริ่มต้น ก็คือ Start เริ่มต้นกับ End ใช้ตัวเดียว

103
00:08:30,976 --> 00:08:34,421
กันนะคะ เห็นไหม ในตัวอย่าง

104
00:08:34,421 --> 00:08:38,421
ก็เขียนบอกไว้แล้ว Start, Stop หรือใช้ E

105
00:08:38,979 --> 00:08:39,213
nd ใช้ได้ทั้ง 2 คำนี่ ก็คือ

106
00:08:39,213 --> 00:08:43,213
เริ่มขั้นตอนการเขียนนะคะ แล้วก็ Stop ก็คือจบ

107
00:08:48,091 --> 00:08:52,091

108
00:08:54,979 --> 00:08:58,979
ใช้ พอมีข้างบนเราทำสัญลักษณ์เหมือนจะบอกวงรีมันก็ไม่ใช่วงรี มันเป็นสี่เหลี่ยมแต่มุม...

109
00:09:06,126 --> 00:09:06,568
มุมมนนะ นะคะ ก็คือจะต้องทุกการเขียนผังงานจะต้องมี

110
00:09:06,568 --> 00:09:10,568
ตัว Start กับ Stop นี้เสมอนะ

111
00:09:12,140 --> 00:09:16,140
แต่ตัวอื่นน่ะ แต่ตัวนี้ 2 ตัวนี้

112
00:09:20,747 --> 00:09:21,632
อาจจะมีแค่ตัวใดตัวหนึ่ง แต่ตัวบนสุดนี่

113
00:09:21,632 --> 00:09:21,739
ทุกอันจะต้องเขียน ใช่

114
00:09:21,739 --> 00:09:25,739
อยากให้พี่เขาถอด พี่ถอดแมสก์ได้ไหมคะ

115
00:09:31,636 --> 00:09:35,636
พี่ล่าม ที่อยู่ในห้องคนเดียว น้องน่าจะอยากเห็น

116
00:09:39,000 --> 00:09:43,000
ปากพี่ วันนี้พี่ล่ามชื่ออะไรคะ

117
00:09:46,409 --> 00:09:48,988
เด็ก ๆ จะจำ จะได้

118
00:09:48,988 --> 00:09:50,764
ใช่ค่ะ ๆ

119
00:09:50,764 --> 00:09:52,239

120
00:09:52,239 --> 00:09:56,239

121
00:09:56,355 --> 00:10:00,355
พี่ล่ามชื่อนี้นะคะ

122
00:10:03,830 --> 00:10:07,830
พี่บอกชื่ออาจารย์ด้วยค่ะ ชื่อเล่นก็ได้ค่ะ

123
00:10:10,022 --> 00:10:10,040
อะไรนะคะ

124
00:10:10,040 --> 00:10:12,113
ไม่ได้ยินค่ะ

125
00:10:12,113 --> 00:10:16,113
แคทนะคะ โอเคค่ะ

126
00:10:18,475 --> 00:10:21,140
นะคะ

127
00:10:21,140 --> 00:10:25,140
ก่อนอื่นสัญลักษณ์ตัวแรกนะคะ

128
00:10:26,059 --> 00:10:30,059
ที่เป็นรูปนี้ สี่เหลี่ยมวงรี เขาจะใช้อะไรสร้าง

129
00:10:38,148 --> 00:10:42,148
ใน Word เราจะใช้ตัวไหนสร้าง เดี๋ยวจะตัด

130
00:10:43,028 --> 00:10:47,028
ตัดไปหน้านั้น สัญลักษณ์ที่จะใช้นะคะ ใน Word นี่

131
00:10:48,241 --> 00:10:52,241
ให้เด็ก ๆ ไปที่เมนูที่ชื่อว่า "แทรก

132
00:10:59,034 --> 00:11:03,034
" เห็นไหม มีไฟล์ มีหน้าแรก แล้วก็มีเมนูที่ 3 แทรก ใช่ไหมคะ

133
00:11:06,392 --> 00:11:10,392
แล้วเลือกที่รูปร่างค่ะ เห็นไหมคะ

134
00:11:13,009 --> 00:11:16,545
ทันไหม ใครไม่ทันยกมือนะคะ ถ้าใครไม่ทันให้ยกมือ

135
00:11:16,545 --> 00:11:20,545
ทันนะคะ มันจะอยู่ในหมวดที่ชื่อว่า

136
00:11:28,116 --> 00:11:30,438
"ผังงาน" เห็นไหมคะ ลำดับที่

137
00:11:30,438 --> 00:11:34,438
1, 2, 3,

138
00:11:39,288 --> 00:11:43,288
4, 5, 6 อยู่อันที่ 6

139
00:11:44,521 --> 00:11:46,520
เห็นไหม นี่มันจะมีผังงานนะคะ

140
00:11:46,520 --> 00:11:50,520
สัญลักษณ์ตัวแรกชื่อว่า Start Stop

141
00:11:58,064 --> 00:12:02,064
หรือ End ก็ได้ ใช้ได้ทั้ง 2 คำ

142
00:12:02,273 --> 00:12:04,719
นะคะ Start ก็คือเริ่ม Stop ก็คือให้มันหยุด

143
00:12:04,719 --> 00:12:08,719
เพราะในสัปดาห์ก่อนอธิบายไปแล้วว่าเราเขียนโปรแกรมมันจะต้อง

144
00:12:10,802 --> 00:12:14,802
สั่งให้คอมพิวเตอร์หยุดด้วยนะคะ มีเริ่ม

145
00:12:18,819 --> 00:12:21,992
ก็ต้องมีสิ้นสุดนะคะ ตัวนี้ค่ะ ตัวที่... อันนี้หรือเปล่า ถูกแล้ว

146
00:12:21,992 --> 00:12:24,615
อันนี้นะคะ

147
00:12:24,615 --> 00:12:28,605
นี่เห็นไหมคะ

148
00:12:28,605 --> 00:12:32,605
ทันไหม

149
00:12:33,085 --> 00:12:37,085
ใครไม่ทันยกมือนะคะ เดี๋ยวย้อนให้ดู

150
00:12:40,355 --> 00:12:44,355
อีกตัวอีกรอบหนึ่ง อยู่ที่ตัวอยู่ที่รูปร่างนะคะ เด็ก ๆ

151
00:12:47,326 --> 00:12:51,326
แล้วก็อยู่ในแผนผังลำดับงาน มันจะเป็นสัญลักษณ์รูปที่

152
00:12:51,411 --> 00:12:55,137
1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9 ตัวที่ 9

153
00:12:55,137 --> 00:12:59,137
มันจะขึ้นคำว่า

154
00:13:02,525 --> 00:13:06,337
"แผนผังลำดับงานสิ้นสุด"

155
00:13:06,337 --> 00:13:08,839
ตัวเดียวกันนะคะ เริ่มต้นกับสิ้นสุด ใช้ตัวเดียวกัน

156
00:13:08,839 --> 00:13:12,839
นะคะ

157
00:13:14,591 --> 00:13:18,591
ทีนี้ เราจะมีแต่ตัวสัญลักษณ์ไม่ได้

158
00:13:23,094 --> 00:13:23,174
เราจะต้องมีข้อความอยู่ในนี้ด้วย วิธีมีข้อความในนี้นะคะ เด็ก ๆ

159
00:13:23,174 --> 00:13:27,174
คลิกเมาส์ขวา รู้จักคลิกเมาส์ขวาไหมคะ

160
00:13:31,575 --> 00:13:35,575
ให้มันขึ้น Pop up แบบนี้ คลิก

161
00:13:37,598 --> 00:13:38,489
เมาส์ คลิกนิ้วไอ้นี่ นึกออกนะ มันจะมี... เมาส์มันจะมี

162
00:13:38,489 --> 00:13:42,489
2 ปุ่มใช่ไหม ปุ่มทางนิ้วชี้กับนิ้วกลาง ให้คลิก

163
00:13:45,679 --> 00:13:49,679
นิ้วกลางน่ะค่ะ

164
00:13:51,149 --> 00:13:55,149
แล้วเลือกคำว่า "เพิ่มข้อความ"

165
00:13:55,906 --> 00:13:58,178
ลงไป เห็นไหมคะ มันจะมีเคอร์เซอร์กะพริบ เราสามารถพิมพ์ข้อความ

166
00:13:58,178 --> 00:13:59,283
ข้อความที่เราจะพิมพ์ก็คือ Start

167
00:13:59,283 --> 00:14:03,283
เริ่มต้น มีจุดเริ่มต้น

168
00:14:03,638 --> 00:14:07,638

169
00:14:10,801 --> 00:14:13,991
เห็นไหมคะ ใครใส่ข้อความในนี้ไม่ได้

170
00:14:13,991 --> 00:14:17,991
ยกมือนะคะ ยกมือ เดี๋ยวพี่ ๆ จะไปช่วยดู

171
00:14:22,126 --> 00:14:22,759
สังเกต

172
00:14:22,759 --> 00:14:26,759
การจัดวางใน Microsoft Word มันจะมี... ถ้าอยู่ตรงกึ่งกลางพอดี

173
00:14:31,087 --> 00:14:31,442
มันจะมีเส้นนำทางสีเขียว ๆ ขึ้นมาเห็นไหมคะ

174
00:14:31,442 --> 00:14:35,442
นั่นก็หมายถึงอยู่กึ่งกลางหน้ากระดาษ

175
00:14:42,670 --> 00:14:44,283
เลื่อนนะคะ เลื่อนชิ้น รูปร่าง รูปทรง หรือวัตถุนี่ เห็นไหม

176
00:14:44,283 --> 00:14:48,283
นี่คือสัญลักษณ์ตัว

177
00:14:50,177 --> 00:14:54,177
ที่ 1 นะคะ มี Start บอกแล้ว

178
00:14:59,126 --> 00:15:00,338
ต้องมีอะไรคะ ต้องมี Stop สี เด็ก ๆ จะเปลี่ยน

179
00:15:00,338 --> 00:15:04,338
ก็แล้วแต่นะคะ ตรงนี้ ตรงในรูปแบบนี่ จะมีสีให้เปลี่ยนสามารถเปลี่ยนได้นะคะ ใครอยากเปลี่ยนก็เปลี่ยน

180
00:15:06,016 --> 00:15:10,016
นะคะ ถ้าไม่เปลี่ยนก็ใช้สี สีใน...

181
00:15:11,637 --> 00:15:13,868
ในรูป Style ที่เขามีให้ก็ได้นี่ อย่างนี้นะคะ

182
00:15:13,868 --> 00:15:17,868
ตกแต่งไปตกแต่งเอาเองนะคะ

183
00:15:20,900 --> 00:15:24,900
นี่ให้ดูก่อนว่า สิ่งที่เราต้องมีอันดับแรก

184
00:15:31,138 --> 00:15:32,540
คือ Start นะคะ ย้อนเข้ามาดูในสไลด์เราต่อ ไปดูสัญลักษณ์ต่อไป

185
00:15:32,540 --> 00:15:34,046
ใช้ให้เป็นบอกวิธีใช้ก่อน

186
00:15:34,046 --> 00:15:37,962

187
00:15:37,962 --> 00:15:41,855

188
00:15:41,855 --> 00:15:45,855
มาดูตัวต่อมานะคะ

189
00:15:47,782 --> 00:15:51,782
สัญลักษณ์ตัวที่ 2 ตัวที่ 2 นะคะ

190
00:15:52,732 --> 00:15:56,732
เป็นสัญลักษณ์ที่ใช้ในการ

191
00:16:02,926 --> 00:16:06,926
รับ รับข้อมูล รับหรือแสดง ก็คือใช้ได้ 2 แบบ ก็คือถ้าในกรณีที่ใช้รับข้อมูลนะคะ ให้ดูที่

192
00:16:07,375 --> 00:16:11,375
ตัวอย่างประกอบนะคะเด็ก ๆ

193
00:16:13,850 --> 00:16:14,199
ถ้าเราใช้มันน่าจะเป็น

194
00:16:14,199 --> 00:16:18,199
สี่เหลี่ยมอะไรนะ ขนมเปียกปูนไหม

195
00:16:18,973 --> 00:16:22,973
สี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนนี่นะคะ จะบอกขนมเปียกปูนก็

196
00:16:27,965 --> 00:16:31,068
ยังไม่เปียกปูนเท่าไหร่นะ ตัวนี้

197
00:16:31,068 --> 00:16:35,068
ถ้าใช้รับ ก็จะใช้คำว่า "Read"

198
00:16:35,632 --> 00:16:39,632
นะคะ แต่ถ้าใช้แสดงข้อมูลในที่นี้หมายถึง คือ ไม่ได้

199
00:16:42,014 --> 00:16:46,014
ระบุให้แสดง คือคอมพิวเตอร์บอกแล้ว การแสดงผล

200
00:16:51,181 --> 00:16:53,896
ทางจอภาพใช่ไหมคะ แล้วก็ทาง Printer

201
00:16:53,896 --> 00:16:57,896
ในกรณีที่ไม่ได้ระบุว่าให้แสดงทางไหน เราจะใช้สัญลักษณ์ตัวนี้ เพราะว่าถ้าเราต้องการให้แสดงผลทางจอภาพ

202
00:17:06,551 --> 00:17:08,988
เราจะใช้สัญลักษณ์ตัวที่ 4 เห็นไหม จะมีบอกไว้อยู่นะคะ จะใช้ต่างกัน ก็คือเจาะจงว่า

203
00:17:08,988 --> 00:17:12,988
ให้แสดงผลทางจอภาพให้ใช้ตัวนี้

204
00:17:13,258 --> 00:17:13,634
นะคะ

205
00:17:13,634 --> 00:17:17,634
ทีนี้ ส่วนใหญ่

206
00:17:18,025 --> 00:17:22,025
การแสดงผลนะคะ ในภาษาอังกฤษ ก็คือ Display

207
00:17:23,131 --> 00:17:27,131
นะคะ เพราะฉะนั้น พอเวลาเขียน

208
00:17:27,947 --> 00:17:31,947
เราจะต้องเขียนเป็นภาษาอังกฤษ เด็ก ๆ  จะต้อง

209
00:17:39,202 --> 00:17:40,004
ใช้ Google แปลภาษาช่วยนะคะ เพื่อจะให้ได้คำศัพท์ที่เอามาเขียนในผังงานได้

210
00:17:40,004 --> 00:17:44,004
นะคะ ความหมายของตัวสัญลักษณ์ที่ 1

211
00:17:48,029 --> 00:17:52,029
ในตัวอย่าง

212
00:17:55,205 --> 00:17:56,575
รับค่า Read A เห็นไหมคะ รับค่าตัวแปรที่ชื่อว่า a ก็คือตั้งตัวแปรมา 1 ตัว

213
00:17:56,575 --> 00:17:57,970
แล้วให้คอมพิวเตอร์ไปรับค่ามา

214
00:17:57,970 --> 00:18:01,970
แต่ถ้าเราเลือกใช้

215
00:18:08,088 --> 00:18:12,088
ให้มันแสดงข้อมูล เราก็จะใช้คำว่า "Display" Display อะไร ก็คือ Display a

216
00:18:15,965 --> 00:18:19,965
ก็คือให้แสดงตัวแปรที่เรารับเข้ามาเมื่อกี้นี้

217
00:18:24,528 --> 00:18:28,528
นะคะ ทีนี้มาดูวิธีทำสัญลักษณ์ตัวที่ 2 เปิด Word เราเหมือนเดิมนะ

218
00:18:29,422 --> 00:18:32,757
ก็กลับเข้าไปหน้า Word เราเหมือนเดิมนะคะ

219
00:18:32,757 --> 00:18:36,757
โดยปกติแล้วเมื่อ

220
00:18:37,905 --> 00:18:41,905
เมื่อจะสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานนี่ สิ่งแรกเหมือน

221
00:18:44,398 --> 00:18:48,398
ตัวอย่างในใบงานที่แล้วนะ เราให้รับค่าตัวเลขเพื่อ

222
00:18:49,376 --> 00:18:53,376
จะหาว่ามันเป็นเลขคู่หรือเลขคี่จำได้นะ

223
00:18:58,730 --> 00:18:58,746
เพราะฉะนั้น

224
00:18:58,746 --> 00:19:02,746
สัญลักษณ์ที่ใช้ในการรับค่าของเรานะคะ ก็จะ

225
00:19:04,570 --> 00:19:06,503
อยู่ที่

226
00:19:06,503 --> 00:19:10,503

227
00:19:11,580 --> 00:19:14,594
... เห็นไหม เห็นไหมคะ มันจะเป็นตัวที่...

228
00:19:14,594 --> 00:19:18,594
เด็ก ๆ ดูดี ๆ นะคะ อยู่ในผังงาน

229
00:19:21,771 --> 00:19:25,771
ตัวที่ 4 ค่ะ เห็นไหม ลำดับที่ 4 ค่ะ

230
00:19:29,490 --> 00:19:31,163
ลำดับที่ 4 นะคะ คลิก 1 ครั้ง แล้วกดเมาส์ค้างแล้วลาก

231
00:19:31,163 --> 00:19:35,163
ให้มันตรงกันจำได้นะ  บอกว่าให้ดูตรง

232
00:19:39,603 --> 00:19:43,603
เส้นสีเขียว ขนาดถ้ามันใหญ่กว่าก็ลดลง

233
00:19:46,693 --> 00:19:50,630
นะคะ ก็คือไม่ใช่ Start อันสักกะตุ๋ย

234
00:19:50,630 --> 00:19:53,018
อันนี้เล็กกว่าอย่างนี้ เราก็จัดขนาดให้มันพอดีกันนะคะ

235
00:19:53,018 --> 00:19:57,018
นะคะ เหมือนเดิมค่ะ

236
00:19:57,216 --> 00:20:01,216
ใส่ข้อความลงไป ทีนี้อยากให้รับค่าตัวเลข

237
00:20:04,015 --> 00:20:08,015
ตัวเลขจำได้ไหม ตอนเขียน Pseudo code

238
00:20:14,805 --> 00:20:18,162
ตัวเลขเด็ก ๆ ใช้คำว่าอะไรคะ

239
00:20:18,162 --> 00:20:19,687
จำได้หรือเปล่าคะ คลิกเมาส์ขวานะคะ แล้วก็

240
00:20:19,687 --> 00:20:23,457
เพิ่มข้อความเหมือนเดิม Read ให้รับค่า ตัวเล็กตัวใหญ่ก็ได้นะคะ

241
00:20:23,457 --> 00:20:27,457
แต่ถ้าอยากให้เห็นชัดก็ใช้ตัวใหญ

242
00:20:35,274 --> 00:20:38,665
่ได้ Read อะไร

243
00:20:38,665 --> 00:20:42,175
Num N-u-m ก็ได้ Num ที่มาจาก Number นั่นเองนะคะ

244
00:20:42,175 --> 00:20:46,175
บางทีตั้งชื่อตัวแปรยาวมาก ๆ ก็จะ

245
00:20:48,750 --> 00:20:49,728
จำยาก เราก็ใช้ตัวย่อของมันอย่างนี้นะคะ

246
00:20:49,728 --> 00:20:52,359
นะคะ

247
00:20:52,359 --> 00:20:56,359
เห็นไหมคะ เราก็จะได้

248
00:21:01,654 --> 00:21:02,210
สัญลักษณ์ที่ 2 ในการรับค่า

249
00:21:02,210 --> 00:21:06,210
บอกแล้วมันควรจะอยู่... จุดเชื่อมมันจะต้องอยู่ตรงกัน

250
00:21:09,680 --> 00:21:13,680
ให้สังเกตกึ่งกลางที่มันขึ้นสีเขียว ๆ ขึ้นมา หมาย

251
00:21:16,906 --> 00:21:20,906
ความว่าเราทำให้

252
00:21:21,977 --> 00:21:23,584
จุดเชื่อมโยงของตัวนี้ เห็นไหมคะ ไอ้จุดเขียว ๆ

253
00:21:23,584 --> 00:21:27,031
มันตรงกันนะคะ เราจะได้สัญลักษณ์ตัวที่ 2

254
00:21:27,031 --> 00:21:29,670
มาแล้วนะคะ

255
00:21:29,670 --> 00:21:33,670
ก็คือบอกให้โปรแกรมรู้ว่า เมื่อเริ่มทำงาน

256
00:21:36,276 --> 00:21:38,002
ให้ไปรับค่าตัวเลข

257
00:21:38,002 --> 00:21:42,002
เสร็จแล้วทำอะไรต่อได้ เรามาดูสัญลักษณ์ต่อไปนะคะ

258
00:21:47,338 --> 00:21:49,771
สัญลักษณ์ตัวที่ 3

259
00:21:49,771 --> 00:21:53,771
ถ้าต้องการ ก็คือ 2 ตัวนี้ รับแบบไม่ระบุ

260
00:21:56,864 --> 00:22:00,864
ว่ารับผ่านอะไรเห็นไหมคะ แต่ถ้า

261
00:22:03,659 --> 00:22:07,659
ให้มันผ่านคีย์บอร์ดนี่

262
00:22:11,316 --> 00:22:15,316
เราก็ใช้ที่เป็นรูปจะบอกคางหมู แต่หมูหายไปคางหนึ่งนี่นะคะ สี่เหลี่ยมที่เป็นสัญลักษณ์แบบนี้นะคะ

263
00:22:17,531 --> 00:22:21,531
มันก็คือให้รับค่าผ่านคีย์บอร

264
00:22:27,320 --> 00:22:31,039
์ดนี่นะคะ ใช้เหมือนกัน แต่ต่างกัน คือ ระบุให้รู้ไปเลยว่าตัวนี้ คือ วิธีการให้คอมพิวเตอร์รับผ่านแป้นคีย์บอร์ดเท่านั้น

265
00:22:31,039 --> 00:22:35,039
ให้นึกถึงเดี๋ยวนี้

266
00:22:36,677 --> 00:22:40,677
คอมพิวเตอร์รับค่าได้ เคยเห็นบาร์โค้ด

267
00:22:41,284 --> 00:22:45,284
ใช่ไหม การอ่านค่าจากบาร์โค้ด ก็คือ

268
00:22:48,459 --> 00:22:52,459
รับค่าผ่านไอ้ตัวยิง Bar Code

269
00:22:53,722 --> 00:22:56,294
เลือกใช้แบบที่ 2

270
00:22:56,294 --> 00:23:00,294
การรับค่าแบบที่ 2 นี่ คือ เราไม่ระบุอุปกรณ์ นึกออกนะ

271
00:23:00,731 --> 00:23:03,160
ก็คือรับผ่านอุปกรณ์การรับข้อมูลตัวใดก็ได้ แต่ถ้าเราต้องการให้

272
00:23:03,160 --> 00:23:07,160
รับผ่านคีย์บอร์ดเราจะต้องมาใช้

273
00:23:12,244 --> 00:23:14,722
ตัวที่ 3 นะคะ มาดูกัน ตัวที่ 3 อยู่ตรงไหน ใครเห็นแล้วทำรอได้เลยนะคะ

274
00:23:14,722 --> 00:23:18,722
ทีนี้จากเมื่อกี้

275
00:23:19,948 --> 00:23:23,948
นะคะ ถ้าเราไม่ใช้

276
00:23:25,013 --> 00:23:29,013
ตัวนี้ ที่รับค่าแบบกลาง ๆ เราอยากให้รับค่า

277
00:23:31,933 --> 00:23:32,685
ทางคีย์บอร์ดนะคะ เราก็เลือกตัวนี้เลยนะคะ

278
00:23:32,685 --> 00:23:36,685
นี่ ๆ อยู่เกือบ

279
00:23:39,348 --> 00:23:43,348
1, 2, 3, 4, 5,

280
00:23:44,847 --> 00:23:48,847
6, 7, 8, 9, 10, 11 อันดับที่ 11 เห็นไหมคะ

281
00:23:49,990 --> 00:23:53,699
นี่นะคะ

282
00:23:53,699 --> 00:23:57,699
เราจะลบตัวนี้ออก เพราะว่า

283
00:23:57,737 --> 00:24:01,737
บอกแล้วว่าสามารถเลือกใช้ตัวใดตัวหนึ่ง

284
00:24:02,994 --> 00:24:06,994
ใน 2 สัญลักษณ์นี้ สัญลักษณ์...

285
00:24:07,257 --> 00:24:11,257

286
00:24:13,691 --> 00:24:17,691

287
00:24:23,369 --> 00:24:27,369

288
00:24:27,370 --> 00:24:31,370

289
00:24:31,376 --> 00:24:35,376

290
00:24:35,380 --> 00:24:39,380

291
00:24:39,383 --> 00:24:43,383

292
00:24:43,383 --> 00:24:47,383

293
00:24:47,384 --> 00:24:51,384

294
00:24:51,391 --> 00:24:55,390

295
00:24:55,390 --> 00:24:59,390

296
00:24:59,393 --> 00:25:03,393

297
00:25:03,397 --> 00:25:07,397

298
00:25:07,404 --> 00:25:11,404

299
00:25:11,405 --> 00:25:15,405

300
00:25:15,407 --> 00:25:19,407

301
00:25:19,408 --> 00:25:23,408

302
00:25:23,410 --> 00:25:27,410

303
00:25:27,414 --> 00:25:31,414

304
00:25:31,414 --> 00:25:35,414

305
00:25:35,415 --> 00:25:39,415

306
00:25:39,416 --> 00:25:43,416

307
00:25:43,419 --> 00:25:43,762
(อาจารย์สุธิรา) พี่แคทได้ยินไหมคะ ได้ยินแล้ว

308
00:25:43,762 --> 00:25:47,762
โอเคค่ะ เมื่อกี้นะคะ

309
00:25:48,782 --> 00:25:52,782
เราบอกว่าเราเจาะจงแล้ว ว่าเราจะให้รับค่า

310
00:25:53,438 --> 00:25:57,438
่ผ่านคีย์บอร์ด เพราะฉะนั้น เราก็ใช้สัญลักษณ์ตัวที่ 3

311
00:26:00,059 --> 00:26:03,373
เข้ามาแทนตัวที่ 2 เมื่อกี้ ตัวที่ 2 เมื่อ

312
00:26:03,373 --> 00:26:07,373
เราไม่ใช้ เราก็เลยลบออก

313
00:26:07,673 --> 00:26:08,726
ตอนนี้เรามีสัญลักษณ์ที่ 1 กับที่ 3 ในการ

314
00:26:08,726 --> 00:26:11,205
ใช้งานอยู่นะคะ

315
00:26:11,205 --> 00:26:15,205
บอกแล้วนะคะ เวลาทำขนาดมันก็จะต้องสมดุลกันนะคะ

316
00:26:16,130 --> 00:26:20,130
ไม่ใช่ตัวนี้ใหญ่กว่า ไม่ใช่

317
00:26:25,733 --> 00:26:29,733
นะคะ เราทำไอ้ตัว Start เท่าไหน ไอ้ตัวนี้เราก็ควรให้มัน

318
00:26:29,986 --> 00:26:33,986
ได้ขนาดเท่า ๆ กันนะคะ นี่ใช้โจทย์เก่านะคะ

319
00:26:39,122 --> 00:26:41,470
การหา

320
00:26:41,470 --> 00:26:45,470
เลขคู่ เลขคี่ ก็คือขั้นตอนแรก ก็คือ Pseudo Code บอกว่า

321
00:26:47,572 --> 00:26:50,125
เราก็จะบอกว่าให้เรารับค่าตัวเลข

322
00:26:50,125 --> 00:26:54,125
เข้าไป 1 จำนวนนะคะ เสร็จแล้ว

323
00:26:55,130 --> 00:26:57,517
ไปดูเงื่อนไข ไปดูสัญลักษณ์ต่อไป

324
00:26:57,517 --> 00:26:58,353
สัญลักษณ์ที่ 4

325
00:26:58,353 --> 00:27:02,353
นะคะ สัญลักษณ์ภาพที่ 4

326
00:27:02,818 --> 00:27:06,818
มันก็จะเหมือนกับ

327
00:27:07,116 --> 00:27:11,116
ตัวที่ 2 นะคะ ก็คือ

328
00:27:11,518 --> 00:27:15,038
แสดงข้อมูลเหมือนกัน แต่ตัวที่ 4 นี่

329
00:27:15,038 --> 00:27:19,038
เป็นการแสดงข้อมูลที่บอกว่าแสดงทางจอภาพ

330
00:27:19,620 --> 00:27:23,620
นั่นก็คือ ถ้าเราต้องการสั่งให้คอมพิวเตอร์

331
00:27:31,463 --> 00:27:35,463
แสดงผลลัพธ์ทางจอภาพ เด็ก ๆ จะต้องใช้สัญลักษณ์ตัวนี้ ไม่ต้องมาใช้สัญลักษณ์ตัวนี้ แต่ในกรณีที่

332
00:27:37,683 --> 00:27:41,683
ไม่ได้ระบุอุปกรณ์ เราจะใช้สัญลักษณ์

333
00:27:47,468 --> 00:27:51,468
ตัวที่ 2 ในการแสดงข้อมูลได้นะคะ ให้นึกถึงน่ะ บอกแล้วว่าคอมพิวเตอร์เรา มันจะทำงานตามคำสั่งทุกครั้ง

334
00:27:54,212 --> 00:27:58,212
เมื่อไม่ระบุคำสั่งที่ชัดเจน

335
00:28:00,448 --> 00:28:04,448
มันก็จะทำตามลักษณะนั้นเหมือนกัน ไม่ชัดเจนเหมือนกันนะคะ

336
00:28:05,857 --> 00:28:09,857
แต่ถ้าระบุให้มันชัดเจน มันก็จะมุ่งไปเลย นึกออกนะ มันโดนโปรแกรมมาแล้วว่าให้ทำอย่างนี้ ๆ ทำ

337
00:28:12,189 --> 00:28:16,189
แบบนี้ ๆ มันก็จะทำแบบนี้

338
00:28:16,582 --> 00:28:20,582
มาดูสัญลักษณ์ตัวนี้ แสดงผลนะคะ แสดงผลนี่ ส่วนใหญ่มันก็จะใช้

339
00:28:20,768 --> 00:28:24,768
เมื่อกระบวนการที่เราทำไปแล้วนี่

340
00:28:25,732 --> 00:28:29,732
มี..

341
00:28:33,147 --> 00:28:37,147
. หรือขั้นตอนในการเขียนโปรแกรมนี่ เรามีคำสั่งในการแสดงผล

342
00:28:37,215 --> 00:28:41,215
เราถึงจะใช้ตัวนี้นะคะ ซึ่งของเรานี่ในตัวเดิมเรานะ ในตัวเดิม

343
00:28:43,028 --> 00:28:47,028
เรา ในใบงานเก่า

344
00:28:50,610 --> 00:28:51,468
ที่ให้ไปนั้น ทำไมไม่ขึ้น คลิกไม่โดนหรือ

345
00:28:51,468 --> 00:28:54,099
เราคลิกไม่โดน Word หรือ สัญลักษณ์ที่ใช้แสดง

346
00:28:54,099 --> 00:28:58,099
ผลลัพธ์ทางจอภาพนะคะ

347
00:29:04,167 --> 00:29:04,683
ก็คือ...

348
00:29:04,683 --> 00:29:08,683

349
00:29:12,280 --> 00:29:16,280

350
00:29:23,534 --> 00:29:27,534

351
00:29:27,534 --> 00:29:30,463
อยู่ไหนเอ่ย เดี๋ยวนะ แว่น ๆ จอใหญ่

352
00:29:30,463 --> 00:29:34,463
ใช้ตัวช่วย ตัวสุดท้ายเลยนะคะ อยู่ล่างสุดเลย เด็ก ๆ

353
00:29:38,126 --> 00:29:41,468
เห็นหรือเปล่า นี่อันสุดท้ายของในหมวดผังงาน

354
00:29:41,468 --> 00:29:45,468
เห็นไหมคะ มันจะมีมันจะขึ้นว่า พอชี้ไปมันจะขึ้น

355
00:29:46,067 --> 00:29:48,039
ว่า

356
00:29:48,039 --> 00:29:52,039
"แผนผังลำดับงานจอภาพ" เห็นไหมคะ

357
00:29:52,196 --> 00:29:53,420
เราก็คลิกเลือก แล้วก็ทำเหมือนเดิม

358
00:29:53,420 --> 00:29:56,672

359
00:29:56,672 --> 00:30:00,672

360
00:30:03,540 --> 00:30:07,540
แต่แสดงผลลัพธ์ไม่จำเป็นแสดงค่าที่เรา

361
00:30:08,299 --> 00:30:11,616
รับมาก็ได้ อาจจะแสดงอะไร เช่น

362
00:30:11,616 --> 00:30:14,416
เดี๋ยวขอใช้สีอื่นนะคะ แสดงผล

363
00:30:14,416 --> 00:30:18,416
เพราะในโจทย์เดิมเร

364
00:30:27,566 --> 00:30:28,608
านะ ก็คือเราต้องการให้แสดง มันจะต้องแสดง 2 ตัวน่ะ

365
00:30:28,608 --> 00:30:32,608

366
00:30:32,842 --> 00:30:36,842

367
00:30:47,574 --> 00:30:49,296
ใช่ไหม มันจะต้องแสดงคำว่า "เลขคู่"

368
00:30:49,296 --> 00:30:53,296
มันไม่ได้มีแสดงตัวเดียว

369
00:30:54,813 --> 00:30:54,859
มันจะต้องมี 2 ตัว เพราะฉะนั้น

370
00:30:54,859 --> 00:30:58,859
ก็คือพอมีเงื่อนไขมาตรวจสอบนี่

371
00:30:59,170 --> 00:31:02,507
ผลลัพธ์มันจะสามารถ...

372
00:31:02,507 --> 00:31:06,507
เพราะฉะนั้น เด็ก ๆ ต้องทำเพิ่มอีก 1 อัน

373
00:31:15,354 --> 00:31:15,822
เพราะว่าแสดงเลขคู่ก็จะแสดงเลขคู่อย่างเดียว

374
00:31:15,822 --> 00:31:19,822
ถ้ามาทางนี้ ก็คือถ้าป้อนตัวเลขนี้เข้ามาปุ๊บ ใส่เงื่อนไขเสร็จปุ๊บ ถ้า

375
00:31:21,199 --> 00:31:25,199
เป็นเลขคู่มันก็จะแสดงคำว่าเลขคู่

376
00:31:29,073 --> 00:31:33,073
แต่ในกรณีที่มันเป็นเลขคี่ล่ะ ใช่ไหม

377
00:31:33,798 --> 00:31:37,798
เราใช้สัญลักษณ์เดียวกัน เราก็ใช้วิธี Copy ได้เลย Crtl + C เด็ก ๆ กด Crtl + C แล้วกด Ctrl +

378
00:31:43,613 --> 00:31:43,856
V มันจะแสดง 2 อย่าง

379
00:31:43,856 --> 00:31:47,856
เปลี่ยนจากเลขคู่เป็นเลขอะไร คี่

380
00:31:48,995 --> 00:31:49,175
อีกอันหนึ่งก็จะเป็นเลขคี่ เห็นไหมคะ ทำไมพิมพ์ไม่ติด

381
00:31:49,175 --> 00:31:53,175
เกิดอะไรขึ้นกับ

382
00:31:59,247 --> 00:32:00,324
คีย์บอร์ดข้าพเจ้า

383
00:32:00,324 --> 00:32:01,768
อ๋อ ทำไมหายหมด

384
00:32:01,768 --> 00:32:05,768
เมาส์มันเป็นอะไรนี่ เดี๋ยวนะคะ เลข...

385
00:32:07,602 --> 00:32:09,087
โอเคได้

386
00:32:09,087 --> 00:32:13,087
อย่างนั้นเป็นต้นนะคะ

387
00:32:16,217 --> 00:32:19,654
ยังไม่ถึงสัญลักษณ์

388
00:32:19,654 --> 00:32:23,480
ที่แสดงเงื่อนไขนะคะ คือ บางทีเรา

389
00:32:23,480 --> 00:32:27,480
ให้นึกถึงน่ะ พอเวลาเราเขียน

390
00:32:32,622 --> 00:32:36,622
เรารู้แล้ว ว่า Input อะไร Output อะไร ใช่หรือเปล่า

391
00:32:38,232 --> 00:32:39,057
เราก็ทำผังงานรอไว้ก่อนก็ได้ เพราะมันสามารถมาจัดทีหลังได้นะคะ สิ่งต่อมา

392
00:32:39,057 --> 00:32:43,057
ตัวนี้ก็คือบอกให้มันแสดง

393
00:32:49,104 --> 00:32:51,087
คำว่านะคะ เพราะบอกแล้ว ถ้าใส่เครื่องหมายคำพูด

394
00:32:51,087 --> 00:32:53,274
นั่นก็คือแสดงข้อความน่ะค่ะ ก็คือถ้าเราต้องการ

395
00:32:53,274 --> 00:32:57,043
ให้แสดงข้อความเราจะต้องใส่เครื่องหมายคำพูดให้

396
00:32:57,043 --> 00:33:00,894
กับข้อความนั้น ๆ หรือ

397
00:33:00,894 --> 00:33:04,688
ข้อมูลนั้น ๆ นะคะ อาจจะเป็นเลขก็ได้

398
00:33:04,688 --> 00:33:07,599
หรืออาจจะเป็นอะไรก็แล้วแต่นะคะ ก็คือ

399
00:33:07,599 --> 00:33:11,599
ต้องอยู่ในเครื่องหมายคำพูด มันถึงจะแสดงข้อความ

400
00:33:12,519 --> 00:33:16,519
หรือตัวอักษรน่ะ ออกมา ในกรณีนี้ต้องการ

401
00:33:23,653 --> 00:33:23,852
แสดง Text  นะคะ ก็คือให้ใส่เครื่องหมาย

402
00:33:23,852 --> 00:33:24,063
คำพูดไว้นะคะ เห็นไหมคะ

403
00:33:24,063 --> 00:33:26,615
ตอนนี้เราได้สัญลักษณ์

404
00:33:26,615 --> 00:33:30,615
เรียนเรื่องสัญลักษณ์ไป

405
00:33:37,969 --> 00:33:41,969
ทั้งหมด 4 ตัวแล้วนะคะ ไปที่สัญลักษณ์ตัวต่อไปกันดีกว่าค่ะ สัญลักษณ์ตัวที่ 5 นะคะ เป็นรูปสี่เหลี่ยม

406
00:33:45,019 --> 00:33:49,019
จัตุรัส เอ้ย สี่เหลีย

407
00:33:55,673 --> 00:33:57,627
มสี่เหลี่ยมผืนผ้าเลยนะคะ สัญลักษณ์สี่เหลี่ยมผืนผ้า เขาบอกว่าเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้ในการ

408
00:33:57,627 --> 00:34:01,627
คำนวณ ก็คือเมื่อต้องการให้คอมพิวเตอร์

409
00:34:05,535 --> 00:34:09,535
ทำการคำนวณนะคะ เด็ก ๆ จะต้องใช้สัญลัก

410
00:34:11,669 --> 00:34:11,732
ษณ์นี้ เด็ก ๆ จะต้องใช้สัญญลักษณ์นี้

411
00:34:11,732 --> 00:34:15,732
คำนวณแบบไหน เช่น ในตัวอย่างนะคะ คำนวณค่า A โดยที่ A

412
00:34:21,465 --> 00:34:25,465
เท่ากับ B + C มีการคำนวณ นั่นก็คือการทำ

413
00:34:25,909 --> 00:34:29,909
ผล หาผลลัพธ์ทางคณิตศาสตร์นั่นเอง

414
00:34:29,920 --> 00:34:33,920
เช่น + - x / หรือรูปต่าง ๆ

415
00:34:38,960 --> 00:34:42,960
นะคะ เราจะใช้สัญลักษณ์

416
00:34:43,679 --> 00:34:47,679
รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้านี้นะคะ ในการสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานนะคะ อย่างเมื่อกี้

417
00:34:52,106 --> 00:34:56,106
ตอนที่เรา... เรารับค่าตัวเลขเข้ามาแล้ว

418
00:34:56,838 --> 00:35:00,105
ทีนี้เราอยากให้มันคำนวณว่าไอ้เลขที่เรา

419
00:35:00,105 --> 00:35:04,105
รับเข้ามานี่ มันเป็นเลขคู่ หรือเลข

420
00:35:07,043 --> 00:35:08,495
คี่ นึกออกนะ

421
00:35:08,495 --> 00:35:12,495
การที่เราจะรู้ว่าเลขตัวนั้นเป็นเลขคู่ หรือเลขคี่ได้

422
00:35:17,850 --> 00:35:18,776
ก็ต่อเมื่อเลขจำนวนนั้นหารด้วย 2 แล้วไม่มีเศษ ก็คือ

423
00:35:18,776 --> 00:35:22,776
ถ้า หาร... สมมติ

424
00:35:30,626 --> 00:35:31,061
1 หาร 2 นี่ มันจะมีเศษ นึกออกนะ เพราะมันหารไม่ได้

425
00:35:31,061 --> 00:35:32,354
หารไม่ลงตัว คือ ถ้าในสมัยเด็ก ๆ เขาจะบอกว่า

426
00:35:32,354 --> 00:35:36,354
หารไม่ลงตัว ก็คือหารแล้ว

427
00:35:39,498 --> 00:35:43,498
จะต้องเหมือน

428
00:35:47,701 --> 00:35:50,833
ถ้าหารแล้วไม่ลงตัว ก็คือสูตรคูณแม่ 2 นั่นเอง 2 หาร 2

429
00:35:50,833 --> 00:35:54,223
ก็จะได้ 2 1 ครั้ง ได้ 2 นะคะ ก็คือหารลงตัว จะไม่มีไปหารต่อ แต่ถ้า 2

430
00:35:54,223 --> 00:35:58,223
ไปหารต่อ แต่ถ้า 2 ไปหาร 1

431
00:36:01,094 --> 00:36:03,109
หารไม่ได้ แล้วจะต้องใส่จุด เติม 0 เข้าไป

432
00:36:03,109 --> 00:36:03,291
ในหลังตัวที่เราจะหาร 1 จะกลายเป็น 10

433
00:36:03,291 --> 00:36:07,291
แต่ค่ามันจะเป็น 0.5 เห็นไหม มันจะไม่เป็น

434
00:36:09,189 --> 00:36:12,318
เลขจำนวนเต็มนะคะ

435
00:36:12,318 --> 00:36:14,010
วิธีการ

436
00:36:14,010 --> 00:36:18,010
เราก็จะมาให้มันใช้สัญลักษณ์ในการคำนวณ

437
00:36:20,483 --> 00:36:24,434
บอกแล้วนะคะ ว่า

438
00:36:24,434 --> 00:36:28,434
ตอนทำผังงานหรืออัลกอริทึม

439
00:36:35,312 --> 00:36:35,638
เราเขียน

440
00:36:35,638 --> 00:36:36,729
หรือวิธีการเขียนแบบมาตรฐานน่ะ เวลาเราเขียนเราก็...

441
00:36:36,729 --> 00:36:39,272
เมาส์มันเร็วจริง ๆ เลย

442
00:36:39,272 --> 00:36:43,272
เร็วเกิน

443
00:36:43,320 --> 00:36:46,731
พอกดแล้ว... นะคะ มันก็จะไป

444
00:36:46,731 --> 00:36:49,757
ตามเส้นทาง ตามขั้นลงมานะ

445
00:36:49,757 --> 00:36:53,757
เพราะฉะนั้น เราก็จะแทรกสัญลักษณ์

446
00:36:55,733 --> 00:36:58,535
ตัวที่ 5 นะคะ

447
00:36:58,535 --> 00:37:02,535
สี่เหลี่ยมผืนผ้านี่ เข้าไป ต่อจาก

448
00:37:06,406 --> 00:37:10,023
ที่เรารับค่าเมื่อกี้เข้าไปนะคะ

449
00:37:10,023 --> 00:37:14,023
นะคะ คำนวณสี เปลี่ยนสีก่อน

450
00:37:22,632 --> 00:37:26,632
ส้ม ส้มเกิน เอาส้มอ่อนหน่อย ให้รู้ว่าสัญลักษณ์นี้แทนการคำนวณ

451
00:37:27,948 --> 00:37:31,914
ตัวนี้เราก็เลื่อนได้นะคะ วิธีจะเลื่อนสัญลักษณ์

452
00:37:31,914 --> 00:37:35,914
หรือวัตถุ 2 ชิ้นด้วยกันให้เด็ก ๆ

453
00:37:39,750 --> 00:37:41,404
กด Shift นะคะ กดปุ่ม Shift มันจะได้ 2 ชิ้นพร้อมกัน เห็นไหม แล้วเราก็จะเลื่อนลงไปได้พร้อมกันนะคะ

454
00:37:41,404 --> 00:37:45,404
ตรงนี้คำนวณนะคะ

455
00:37:55,249 --> 00:37:55,948
ใส่สิ่งที่เราต้องการคำนวณ นั่นก็คือเรารับค่าอะไรเข้าไปคะ num ใช่ไหมคะ

456
00:37:55,948 --> 00:37:59,948
เพราะฉะนั้น Num จะต้องเท่ากับ

457
00:38:00,038 --> 00:38:01,143

458
00:38:01,143 --> 00:38:05,143
แหม

459
00:38:06,956 --> 00:38:10,517
ปรับเป็นตัวใหญ่ให้ทำไมนี่

460
00:38:10,517 --> 00:38:14,517
แล้วดูนะคะ เวลา

461
00:38:14,881 --> 00:38:18,881
ตัวแปรแม่ แม่ใช้ตัวเล็กนี่

462
00:38:26,226 --> 00:38:26,384
พอมันปรับเป็นตัวใหญ่ แม่ก็ปรับเป็นตัวเล็ก

463
00:38:26,384 --> 00:38:30,384
เหมือนเดิมนะคะ เพราะว่าคอมพิวเตอร์มัน

464
00:38:30,595 --> 00:38:34,595
ให้ความแตกต่างของตัวอักษรตัวใหญ่กับตัวเล

465
00:38:43,785 --> 00:38:44,579
็ก มันจะเป็นคนละตัวนะ คอมพิวเตอร์มันอ่านแบบนี้นะคะ

466
00:38:44,579 --> 00:38:48,579
เพราะฉะนั้น ถ้าเราต้องการให้มันคำนวณค่าเดิม ตัวชื่อที่เป็นตัวเล็กก็ต้องตัวเล็ก

467
00:38:52,045 --> 00:38:56,045
เหมือนกันนะคะ num

468
00:38:59,788 --> 00:39:02,087
=  หาร... เครื่องหมายหารของคอมพิวเตอร์

469
00:39:02,087 --> 00:39:06,087
ก็คือ / นะคะ เด็ก ๆ เครื่องหมาย /

470
00:39:06,845 --> 00:39:10,144
แล้วก็ตามด้วยเลข 2

471
00:39:10,144 --> 00:39:14,144

472
00:39:19,796 --> 00:39:23,796
ตอนนี้นะคะ เราได้สั่งให้มันคำนวณแล้ว

473
00:39:26,064 --> 00:39:28,132
ว่าเอาเจ้าจำนวนนี้ ที่

474
00:39:28,132 --> 00:39:30,592
ป้อนเข้ามานี่ มาหารด้วย 2 นะคะ

475
00:39:30,592 --> 00:39:34,592
หารด้วย 2 แล้วจะเกิดอะไรขึ้น มันยังไม่จบใช่ไหม

476
00:39:38,102 --> 00:39:40,127
เพราะเมื่อกี้บอกแล้วว่าถ้าจะหาเศษ

477
00:39:40,127 --> 00:39:44,127
หรือส่วนนี่ ก็คือหารด้วย 2 แล้ว

478
00:39:45,862 --> 00:39:47,946
ถ้าลงตัว ถ้าหารลงตัวไม่มีเศษ มันจะแสดง

479
00:39:47,946 --> 00:39:51,658
คำว่า "เลขคู่" แต่ถ้าหารด้วย 2 แล้ว

480
00:39:51,658 --> 00:39:55,658
มีเศษ  มันจะต้องมาแสดงคำว่า

481
00:40:00,615 --> 00:40:03,285
"เลขคี่" เห็นไหมคะ

482
00:40:03,285 --> 00:40:07,285
ทีนี้มันจะมาโยงใส่ 2 ตัวนี้ได้ เห็นไหม มันเลย... ก็เลยถึงได้ให้ทำ Display ไว้เป็น 2 ตัว

483
00:40:10,362 --> 00:40:11,087
ตอนนี้มันกำลังจะ

484
00:40:11,087 --> 00:40:15,087
ให้คอมพิวเตอร์มันเช็กทางเลือกแล้ว คำนวณเสร็จ

485
00:40:18,120 --> 00:40:19,011
มันจะต้องเช็กแล้วว่ามันจะไปทางซ้าย

486
00:40:19,011 --> 00:40:22,195
มันจะมาตอบเลขคู่ หรือคำนว

487
00:40:22,195 --> 00:40:26,195
ณออกมาแล้ว มันจะมาตอบเป็นเเลขคี่นะคะ มันจะไปซ้าย

488
00:40:31,927 --> 00:40:34,635
หรือขวาดี เรากำลังจะให้มันหา

489
00:40:34,635 --> 00:40:36,256
ทางเลือกแล้วนะคะ ตอนนี้ ใช่ไหม

490
00:40:36,256 --> 00:40:40,256
เพราะบอกแล้วว่าพอใส่เลขเข้าไปปุ๊บ ให้มัน

491
00:40:40,976 --> 00:40:44,976
คำนวณโดยการเช็กว่า

492
00:40:48,976 --> 00:40:50,325
ไปโดน... ไปทำการหารด้วย 2 แล้วนี่

493
00:40:50,325 --> 00:40:50,526
ถ้าหารแล้วไม่มีเศษนี่

494
00:40:50,526 --> 00:40:54,526
มันก็จะต้องแสดงผลออกมาว่าเลขตัวนี้

495
00:40:56,199 --> 00:41:00,199
เป็นเลขคู่ แต่ถ้า

496
00:41:00,343 --> 00:41:04,343
หารออกมาแล้วนะคะ มันมีเศษปุ๊บนี่

497
00:41:04,700 --> 00:41:07,074
มันจะต้องแสดงผลว่าเลขนี้ คือ เลขคี่ เห็นไหมคะ

498
00:41:07,074 --> 00:41:11,074
มันมี 2 ทางแล้วที่จะต้องแสดง

499
00:41:11,575 --> 00:41:15,575
ทีนี้ส่วนที่จะ

500
00:41:17,110 --> 00:41:21,110
มาอยู่ตรงนี้ ก็คือเส้นทางให้มันเลือกนี่

501
00:41:24,519 --> 00:41:26,174
มันจะต้องใส่อะไรเข้าไป เราจะต้องใช้สัญลักษณ์ใด

502
00:41:26,174 --> 00:41:28,434
เข้าไปแทนนะคะ เรามาดูกันต่อนะคะ

503
00:41:28,434 --> 00:41:31,382

504
00:41:31,382 --> 00:41:35,268
มาดูที่สัญลักษณ์

505
00:41:35,268 --> 00:41:39,268
ตัวที่ 6 นะคะ เมื่อกี้

506
00:41:39,446 --> 00:41:43,446
การแสดงผลมีแบบที่เป็นสี่เหลี่ยม

507
00:41:46,418 --> 00:41:50,418
ที่ nn

508
00:41:54,520 --> 00:41:58,426
แล้วก็มีที่เป็นรูปกลม ๆ มีปากแหลม ๆ เหมือนดินสอทู่ ๆ น่ะนะคะ แล้วมี

509
00:41:58,426 --> 00:42:00,033
การแสดงผลที่ถ้าเราต้องการให้

510
00:42:00,033 --> 00:42:04,033
เครื่อง

511
00:42:10,695 --> 00:42:12,485
แสดงผลออกทางเครื่องพิมพ์ หรือ printer

512
00:42:12,485 --> 00:42:16,485
สัญลักษณ์ ก็คือตัวนี้นะคะ ที่เป็นรูปนี่ สี่เหลี่ยมแล้วมีโค้ง ๆ

513
00:42:21,526 --> 00:42:25,510
อยู่ด้านล่างนี่นะคะ ก็คือมันจะไปพิมพ์ออกทางเครื่องพิมพ์

514
00:42:25,510 --> 00:42:26,803
ก็คือพิมพ์ผลผ่านทางกระดาษนะคะ

515
00:42:26,803 --> 00:42:30,803
ตัวนี้นะคะ เดี๋ยวพาวาด

516
00:42:33,955 --> 00:42:37,955
พร้อมกับตัวนี้เลย แต่สิ่งที่

517
00:42:39,558 --> 00:42:43,043
เราจะใช้ต่อจากการคำนวณเมื่อกี้ ก็คือ

518
00:42:43,043 --> 00:42:47,043
การเปรียบเทียบการตัดสินใจ สัญลักษณ์รูปสี่เหลี่ยมที่เป็น...

519
00:42:49,264 --> 00:42:51,054
อะไรล่ะ

520
00:42:51,054 --> 00:42:55,054
รูปทรงสี่เหลี่ยมที่มันพลิกมุมน่ะ เอามุม

521
00:43:00,228 --> 00:43:04,228
ขึ้นบนน่ะนะคะ ข้าวหลามตัดไหม ไม่สิ ตัวนี้ สี่เหลี่ยมที่เป็นตัวนี้นะคะ

522
00:43:05,448 --> 00:43:09,448

523
00:43:11,279 --> 00:43:14,517
มันจะตัดสินใจไง เปรียบเทียบแล้วตัดสินใจ

524
00:43:14,517 --> 00:43:15,591
ว่านี่ ถูกหรือไม่ เราจะใช้สัญลักษณ์นี้ ซึ่ง

525
00:43:15,591 --> 00:43:19,591
จะเอาไปวางไว้ต่อจากการคำนวณเมื่อกี้ ว่า

526
00:43:21,856 --> 00:43:25,856
ให้มันมาเช็กว่า num นี่

527
00:43:27,053 --> 00:43:28,707
มีเศษไหม นึกออกไหม

528
00:43:28,707 --> 00:43:32,671
ถ้าไม่มีไปทางไหน มันก็คือตัวนี้ ก็คือเส้นทาง

529
00:43:32,671 --> 00:43:35,992
ที่จะออกได้ 2 ทาง เห็นไหมคะ ที่จะออกได้ทางเดียว

530
00:43:35,992 --> 00:43:39,992
ซ้าย ขวา ใช่ไหม แล้วก็ล่าง

531
00:43:43,423 --> 00:43:46,406
เส้นทางให้เลือก หรือตัดสินใจนั่นเองนะคะ

532
00:43:46,406 --> 00:43:50,406
เรามาดู 2 สัญลักษณ์นี้นะคะ

533
00:43:51,352 --> 00:43:55,352

534
00:43:57,389 --> 00:44:00,893
ถ้าเราเขียนใน Word เรานะคะ

535
00:44:00,893 --> 00:44:04,403
ใน Microsoft Word เรานี่ บอกแล้วสัญลักษณ์ที่แสดง

536
00:44:04,403 --> 00:44:08,360
การพิมพ์นั้นนะคะ

537
00:44:08,360 --> 00:44:12,360
ให้ดูสัญลักษณ์ตัว

538
00:44:14,807 --> 00:44:18,807
ที่แสดงการพิมพ์ก่อน จะอยู่ตัวที่...

539
00:44:20,622 --> 00:44:23,863
ตัวที่ 7 นะคะ ตัวที่

540
00:44:23,863 --> 00:44:26,349
7

541
00:44:26,349 --> 00:44:30,349
มันจะเป็นอย่างนี้นะคะ ข้อความที่จะใช้

542
00:44:31,995 --> 00:44:35,995
เวลาพิมพ์ก็คืออะไรคะ print ก็ได้

543
00:44:36,073 --> 00:44:37,014
ใช่ไหม print อะไร

544
00:44:37,014 --> 00:44:41,014
นะคะ print

545
00:44:49,320 --> 00:44:52,141
เป็นข้อความก็ได้ print เป็นเลขคู่หรือเลขคี่ เป็นต้น

546
00:44:52,141 --> 00:44:52,883
นี่นะคะ ก็คือจะใช้ print

547
00:44:52,883 --> 00:44:56,883
print ตัวเลข ถ้าสมมติบอกให้ print ตัวเลข

548
00:44:58,147 --> 00:45:01,805
นะคะ แต่เราไม่ใช้ตัวนี้

549
00:45:01,805 --> 00:45:05,805
เพราะเราไม่มีเครื่องพรินต์ใช่ไหม เพราะฉะนั้น บางสัญญลักษณ์

550
00:45:08,227 --> 00:45:08,474
ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ คือ ใช้ตัวนี้แล้ว

551
00:45:08,474 --> 00:45:12,474
ไม่จำเป็นต้องใช้ตัวนี้ นึกออกไหมคะ แต่ถ้าใช้

552
00:45:12,551 --> 00:45:16,116
ตัวนี้นะคะ ในการ

553
00:45:16,116 --> 00:45:20,116
สั่งให้คอมพิวเตอร์แสดงผลออกทางคอมพิวเตอร์

554
00:45:22,382 --> 00:45:26,382
ใช้คู่กันได้นะคะ เก็บไว้ให้ดู ไม่เก็บไว้ให้ดูลบออก

555
00:45:34,653 --> 00:45:36,397
ตัวนี้นะคะ ตัวที่เราจะใช้จริง ๆ ก็คือ

556
00:45:36,397 --> 00:45:39,257
ตัวต่อมา ก็คือตัวที่ใช้ในการ

557
00:45:39,257 --> 00:45:43,257
ตัดสินใจนะคะ ก็คือตัวที่ 3 ค่ะ ก็คือ

558
00:45:45,572 --> 00:45:46,516
การตัดสินใจ

559
00:45:46,516 --> 00:45:50,516
เห็นไหมคะ ก็คือตัวนี้

560
00:45:52,210 --> 00:45:53,169

561
00:45:53,169 --> 00:45:57,169
ดู Size นะคะ จับ Size มันด้วย

562
00:46:01,367 --> 00:46:03,918

563
00:46:03,918 --> 00:46:07,918
เวลาทำผังงาน ขนาดรูปร่าง

564
00:46:08,774 --> 00:46:12,052
มันควรมีขนาดพอ ๆ กัน ไม่ใช่เกินกันเห็นไหม

565
00:46:12,052 --> 00:46:16,052
ความสูงความกว้างอย่างนี้นะคะ

566
00:46:17,295 --> 00:46:20,740

567
00:46:20,740 --> 00:46:21,851

568
00:46:21,851 --> 00:46:25,851

569
00:46:27,757 --> 00:46:31,757

570
00:46:32,944 --> 00:46:36,944
นั่นก็คือพอหารด้วย 2 แล้ว

571
00:46:42,472 --> 00:46:45,187
มันจะต้องมาเช็กว่า num ใช่ไหม ไอ้ num ตัวนี้ ที่โดนไปหารนี่

572
00:46:45,187 --> 00:46:49,187

573
00:47:00,004 --> 00:47:04,004
ื num นี่ จะต้องไม่

574
00:47:09,123 --> 00:47:12,581
เท่ากับเครื่องหมาย

575
00:47:12,581 --> 00:47:15,135
ไม่เท่ากับ เดี๋ยวนะ ลืม ไม่ได้ใช้นานมากแล้ว

576
00:47:15,135 --> 00:47:19,135
เดี๋ยวขอแป๊บหนึ่งนะคะ เครื่องหมายไม่เท่ากับ

577
00:47:21,697 --> 00:47:22,381

578
00:47:22,381 --> 00:47:26,381

579
00:47:36,022 --> 00:47:40,022

580
00:47:44,026 --> 00:47:48,026

581
00:47:48,028 --> 00:47:52,028

582
00:47:52,035 --> 00:47:55,209
ไม่เท่ากับ อยู่ในคอมพิวเตอร์ตัวไหนนะ

583
00:47:55,209 --> 00:47:59,209

584
00:48:08,039 --> 00:48:12,039

585
00:48:16,047 --> 00:48:20,047

586
00:48:21,161 --> 00:48:23,670
สัญลักษณ์ใช่ไหม นี่ไง เนื่องจากไม่ค่อยได้ใช้นะคะเด็ก ๆ

587
00:48:23,670 --> 00:48:24,544
แทรกนะคะ

588
00:48:24,544 --> 00:48:28,544
แล้วให้ไปที่สัญลักษณ์พิเศษ เพราะบางตัว

589
00:48:34,624 --> 00:48:38,624
มันจะเป็นเครื่องหมายพิเศษน่ะลูก Not Echo True

590
00:48:38,723 --> 00:48:42,605
เห็นไหม ก็คือเครื่องหมายเท่ากับ แล้วมันมีขีดน่ะ ไม่เท่ากับนะคะ ไหน

591
00:48:42,605 --> 00:48:46,605
ทำไมไม่ใส่มาให้เราล่ะ

592
00:48:52,067 --> 00:48:53,223
เนื่องจากไม่ได้ใช้โดรน

593
00:48:53,223 --> 00:48:57,223

594
00:48:57,547 --> 00:49:01,547

595
00:49:02,024 --> 00:49:05,478

596
00:49:05,478 --> 00:49:09,478

597
00:49:20,085 --> 00:49:24,085

598
00:49:25,157 --> 00:49:29,157

599
00:49:36,097 --> 00:49:40,097

600
00:49:40,101 --> 00:49:44,101

601
00:49:44,105 --> 00:49:48,105

602
00:49:52,113 --> 00:49:56,113

603
00:49:56,113 --> 00:50:00,113

604
00:50:00,113 --> 00:50:04,113

605
00:50:08,120 --> 00:50:12,120

606
00:50:16,124 --> 00:50:20,124

607
00:50:24,131 --> 00:50:28,131

608
00:50:28,131 --> 00:50:32,131

609
00:50:32,134 --> 00:50:36,134

610
00:50:40,138 --> 00:50:44,138

611
00:50:44,139 --> 00:50:48,139

612
00:50:48,143 --> 00:50:48,708

613
00:50:48,708 --> 00:50:50,490
นี่  ๆ

614
00:50:50,490 --> 00:50:54,490
ถ้าใน... ไม่เท่ากับนี่นะคะ

615
00:50:56,456 --> 00:51:00,456
ในภาษาคอมพิวเตอร์เราต้องใช้ตัวนี้ลูก

616
00:51:01,128 --> 00:50:50,490
ีi= นะคะ ไม่ใช่

617
00:50:50,490 --> 00:50:54,490
ถ้าใน... ไม่เท่ากับนี่นะคะ ถ้าใน... ไม่เท่ากับนี่นะคะ

618
00:50:56,456 --> 00:51:00,456
ในภาษาคอมพิวเตอร์เราต้องใช้ตัวนี้ลูก

619
00:51:01,128 --> 00:51:05,128
ีi= นะคะ ไม่ใช่ เครื่องหมายตกใจแล้วก็

620
00:51:06,878 --> 00:51:06,878
เท่ากับ

621
00:51:06,878 --> 00:51:08,625
เท่ากับ เท่ากับ

622
00:51:08,625 --> 00:51:12,625
ถ้าในภาษาคอมพิวเตอร์นะคะ มันจะใช้เครื่องหมายตกใจ

623
00:51:16,509 --> 00:51:20,509
อยู่ไหนนะ เครื่องหมายตกใจ ไม่ใช่ตกใจ

624
00:51:22,397 --> 00:51:26,397
มันอยู่ที่ตัวเลขตัวที่ 1

625
00:51:26,613 --> 00:51:28,969
ตัวบนน่ะ ไม่ขึ้น

626
00:51:28,969 --> 00:51:29,447

627
00:51:29,447 --> 00:51:33,447

628
00:51:44,182 --> 00:51:47,306
ทำไมฟอนต์ไม่ขึ้น เดี๋ยวนะ num นะคะ num =

629
00:51:47,306 --> 00:51:50,589
ดูนะคะ เครื่องหมาย...

630
00:51:50,589 --> 00:51:54,589
ไอ้ตัวบนนี่

631
00:51:58,519 --> 00:52:02,519
ถ้าดูในเว็บนี่ เครื่องหมายเปรียบเทียบ

632
00:52:05,585 --> 00:52:07,437
ในทางคณิตศาสตร์น่ะค่ะ มันจะมีตัวนี้

633
00:52:07,437 --> 00:52:09,634

634
00:52:09,634 --> 00:52:13,634
คอมพิวเตอร์มันจะใช้ตัวนี้

635
00:52:17,216 --> 00:52:20,437
นะคะ แต่

636
00:52:20,437 --> 00:52:24,437
พิมพ์ไม่ได้ เครื่องเรามันพิมพ์ไม่ได้

637
00:52:25,216 --> 00:52:29,216
ไม่ค่อยได้ใช้

638
00:52:31,282 --> 00:52:32,335
เลย เท่ากับขึ้นไหม

639
00:52:32,335 --> 00:52:35,884
เท่ากับก็ไม่ขึ้น เอ๊ะ ทำไมฟอนต์ไม่ขึ้น ตัวหนังสือเป็นสีอ

640
00:52:35,884 --> 00:52:37,259

641
00:52:37,259 --> 00:52:41,259

642
00:52:42,123 --> 00:52:46,123

643
00:52:46,192 --> 00:52:49,369

644
00:52:49,369 --> 00:52:53,369

645
00:52:56,667 --> 00:53:00,667
เดี๋ยวแป๊บหนึ่งนะคะ เดี๋ยวพิมพ์ให้ดู

646
00:53:07,359 --> 00:53:08,506
ได้แล้ว คีย์บอร์ดมันเป็นอะไรนี่

647
00:53:08,506 --> 00:53:10,140
เดี่ยวได้เดี๋ยวไม่ได้

648
00:53:10,140 --> 00:53:14,140
ยัวะแล้วนะน

649
00:53:24,228 --> 00:53:24,622
ี่ เท่ากับ ทำไมเครื่องหมายเท่ากับไม่ขึ้นแบบนี้

650
00:53:24,622 --> 00:53:25,636

651
00:53:25,636 --> 00:53:29,636

652
00:53:40,239 --> 00:53:44,239

653
00:53:44,240 --> 00:53:46,518
อ๋อ อยู่ข้างล่าง ลืมดู โอเค เห็นไหมเด็ก ๆ มันจะเป็นเครื่องหมาย

654
00:53:46,518 --> 00:53:50,518
แบบนี้นะคะ

655
00:53:54,411 --> 00:53:55,307
เครื่องหมาย นี่ มีเครื่องหมายตกใจ แล้วก็เครื่องหมายเท่ากับ

656
00:53:55,307 --> 00:53:59,307
เพียบเลย มันลงไปอยู่

657
00:54:00,234 --> 00:54:04,234
ข้างล่างขอโทษที

658
00:54:05,864 --> 00:54:09,864
เห็นไหมคะ num ไม่เท่ากับปุ๊บ

659
00:54:11,759 --> 00:54:12,341
ต้องมีวรรคนะคะ ไม่เท่ากับอะไร ไม่เท่ากับ

660
00:54:12,341 --> 00:54:16,341
เศษ

661
00:54:16,714 --> 00:54:20,714
ในภาษาคอมก็คือ div

662
00:54:24,904 --> 00:54:26,217
เดี๋ยวนะ

663
00:54:26,217 --> 00:54:30,217
D-i-v นะคะ Div

664
00:54:33,948 --> 00:54:37,414
คำว่า "div" ก็คือไม่มีเศษนั่นเอง

665
00:54:37,414 --> 00:54:41,414
ตัวใหญ่เบอร์นั้นเลยหรือ โอโห

666
00:54:42,579 --> 00:54:46,579
14 พอเท่ากัน อ๋อ 11

667
00:54:47,745 --> 00:54:49,632
11 นะคะ โอเค

668
00:54:49,632 --> 00:54:53,632

669
00:54:55,413 --> 00:54:59,413
นะคะ ตัวเงื่อนไขอาจจะไอ้นี่ปุ๊บ

670
00:55:02,737 --> 00:55:03,097
ถ้า...

671
00:55:03,097 --> 00:55:07,097
หารมาแล้ว

672
00:55:08,792 --> 00:55:12,792
มาเช็กว่าไอ้นี่ ที่หารออกมานี่ หารด้วย 2 มาแล้ว

673
00:55:17,596 --> 00:55:20,035
ไม่เท่ากับเศษ ก็คือไม่มีเศษนั่นเองนะคะ มันจะต้องมาแสดงคำว่า

674
00:55:20,035 --> 00:55:21,673

675
00:55:21,673 --> 00:55:25,673

676
00:55:36,285 --> 00:55:40,285
นะคะ ก็คือมาแสดงคำว่า "เลขคู่" หรือเลขคี่

677
00:55:48,299 --> 00:55:52,299
ต้องมาแดสงคำว่า "เลขคู่" นะคะ แต่ถ้าหารแล้วมีเศษ มันจะมาที่คู่นะคะ นี่คือหลักการมัน

678
00:55:52,922 --> 00:55:56,922
นะคะ นี่คือ

679
00:55:59,225 --> 00:56:02,620
ตัวที่แสดงการตัดสินใจ หรือเปรียบเทียบนั่นเอง

680
00:56:02,620 --> 00:56:02,664
เราจะใช้ตัวนี้นะคะ ว่าหารแล้ว

681
00:56:02,664 --> 00:56:06,664
เป็นเศษหรือไม่เป็นเศษ มีเศษหรือเปล่า

682
00:56:10,856 --> 00:56:14,856
ถ้ามี ถ้ามีเศษจะแสดงคำว่า "เลขคี่" ใช่ไหม

683
00:56:15,724 --> 00:56:19,724
เพราะหารแล้วมีเศษจะเป็นเลขคี่ ถ้าหารแล้วไม่มีเศษจะเป็นเลขคู่

684
00:56:23,648 --> 00:56:27,648
นี่คือสัญลักษณ์ในแบบที่ 7 นะคะ  การเปรียบเทียบหรือการตัดสินใจ

685
00:56:35,982 --> 00:56:36,846
ใช้ตัวนี้นะคะ เขาบอกถ้า x มากกว่า 5 ก็คือให้มันเปรียบเทียบหับ 5

686
00:56:36,846 --> 00:56:38,812
มันจะไปไหนนะคะ

687
00:56:38,812 --> 00:56:42,812
มาดูสัญลักษณ์ตัวต่อไป

688
00:56:50,109 --> 00:56:51,663
ตัวที่ 8 ตัวนี้นะคะ สัญลักษณ์ตัวที่ 8 นี่ สังเกตที่ตัวอย่าง ให้เด็ก ๆ

689
00:56:51,663 --> 00:56:55,663
ไปดูที่ตัวอย่าง For i = 1 to 10

690
00:57:01,450 --> 00:57:03,113
สัญลักษณ์ตัวนี้ จะใช้

691
00:57:03,113 --> 00:57:04,302
ก็ต่อเมื่อมีการกำหนดค่า

692
00:57:04,302 --> 00:57:08,302
ค่าที่เป็นลักษณะในการที่

693
00:57:09,084 --> 00:57:13,084
ทำงานจนกว่า for ก็คือสำหรับ

694
00:57:13,305 --> 00:57:17,305
i i นี่อาจจะเป็นค่าตัวเลขก็ได้

695
00:57:24,336 --> 00:57:25,117
1 เริ่มที่ 1 ไปจนถึง 10 นั่นก็คือการวนรอบ

696
00:57:25,117 --> 00:57:28,108
นะคะ สัญลักษณ์นี้ เมื่อเราต้องการให้มีการทำงานซ้ำ

697
00:57:28,108 --> 00:57:32,108
แต่เขาบอกในความหมายคือ

698
00:57:38,465 --> 00:57:40,055
การกำหนดค่าล่วงหน้า หรือกำหนดค่าล่วงหน้านี่ ก็คือเหมือน

699
00:57:40,055 --> 00:57:44,055
เหมือนถ้ามีโจทย์ว่าให้หาเลขตั้งแต่... หา

700
00:57:46,442 --> 00:57:50,442
หาผลรวมของเลข 1

701
00:57:54,154 --> 00:57:58,154
ถึงเลข 10 เด็ก ๆ ไม่ต้องใช้วิธีพิมพ์ค่าเพื่อรับข้อมูลตั้งแต่เลข 1 ถึงเลข 10 อาจจะใช้

702
00:58:00,949 --> 00:58:04,949
วิธีคำว่า "for" i

703
00:58:05,928 --> 00:58:09,928
เท่ากับ 1-10

704
00:58:10,976 --> 00:58:12,158
ตัวนี้มันก็จะใส่ค่าตั้งแต่เลข 1, 2, 3, 4,

705
00:58:12,158 --> 00:58:15,610
5, 6, 7, 8, 9, 10 ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึง 10

706
00:58:15,610 --> 00:58:19,610
เห็นไหมคะ นั่นก็คือเป็นการเตรียม

707
00:58:20,839 --> 00:58:22,536
กำหนดค่าให้ล่วงหน้าแล้ว

708
00:58:22,536 --> 00:58:26,536
แต่มันจะไม่เกินนะคะ มันจะไม่เกินตัวสุดท้ายที่ระบุไว้นะคะ

709
00:58:29,285 --> 00:58:33,285
1 เริ่มต้นที่ 1 ไปจนถึง 10 นะคะ ตัวนี้

710
00:58:35,505 --> 00:58:39,505
ในโจทย์เรายังไม่ได้ใช้

711
00:58:42,480 --> 00:58:43,685
แต่สามารถลองเขียนได้ ทำเหมือนเดิมนะคะ

712
00:58:43,685 --> 00:58:45,363
สิ่งที่เราจะต้องทำ ลองดูนะคะ สมมติ...

713
00:58:45,363 --> 00:58:48,232
ไม่สมมติล่ะ เราต้องลองวาดล่ะ

714
00:58:48,232 --> 00:58:52,232
มาวาดสัญลักษณ์

715
00:58:56,502 --> 00:58:57,132
ตัวที่ 8 นะคะ ก็คือสัญลักษณ์

716
00:58:57,132 --> 00:58:59,498
ในการเตรียมค่า ไหนล่ะ

717
00:58:59,498 --> 00:59:03,498

718
00:59:08,090 --> 00:59:12,090
สี่เหลี่ยมอะไรนี่

719
00:59:20,047 --> 00:59:21,878
เรียกไม่ถูก สี่เหลี่ยมประเทศไทยมีหลายแบบมาก สัญลักษณ์ในการเตรียมค่าแล้วกันจบ

720
00:59:21,878 --> 00:59:25,878
นะคะ สัญลักษณ์นี้ จะอยู่ที่...

721
00:59:29,404 --> 00:59:29,582

722
00:59:29,582 --> 00:59:33,582

723
00:59:39,134 --> 00:59:43,134
มันมีไหม

724
00:59:52,396 --> 00:59:53,814
ไม่มีนะ

725
00:59:53,814 --> 00:59:57,814

726
01:00:08,402 --> 01:00:12,402
ในคอม(พิวเตอร์)ไม่มี ใน word ไม่มี

727
01:00:17,198 --> 01:00:18,210
ใช่ไหม สี่เหลี่ยม แล้วก็มีแหลม ๆ อย่างนี้นะคะ

728
01:00:18,210 --> 01:00:22,210
ใครเห็นช่วยดูด้วย ไม่ค่อยได้ใช้เหมือนกัน

729
01:00:26,315 --> 01:00:30,315
ใครเห็นสัญลักษณ์ตัวที่ 8

730
01:00:33,245 --> 01:00:37,245
แล้วบอกด้วยเด็ก ๆ

731
01:00:40,418 --> 01:00:44,418

732
01:00:48,422 --> 01:00:52,422

733
01:00:56,429 --> 01:01:00,429
อ๋อ คือ พอดูในจอน่ะ มันไม่เป็นอย่างนั้นน่ะ

734
01:01:02,316 --> 01:01:06,316
ก็เลยอยู่ไหนนะ เจอแล้วนะคะ ตัวที่...

735
01:01:09,678 --> 01:01:11,976
เจอหรือยังเด็ก ๆ เจอหรือยัง นี่ ๆ ๆ พอดูในจอมันเป็นวงลีเลยนะนี่

736
01:01:11,976 --> 01:01:15,976
อย่างนี้นะคะ

737
01:01:16,572 --> 01:01:20,572
10 ตัวที่ 10 นะคะ ในแถวที่ 1 อยู่สัญลักษณ์

738
01:01:24,182 --> 01:01:27,735
อันที่ 10 มันจะมีชื่อขึ้นมาบอกไว้อยู่ว่า

739
01:01:27,735 --> 01:01:31,735

740
01:01:34,444 --> 01:01:38,444
"แผนผังลำดับงาน การเตรียมการ

741
01:01:39,173 --> 01:01:39,871
" นะคะ ตัวนี้ก็คือ

742
01:01:39,871 --> 01:01:43,871
จะต้องเป็นการ เขาเรียก กำหนดค่า เป็นการ

743
01:01:46,079 --> 01:01:50,079
กำหนดค่าล่วงหน้าก็คือ

744
01:01:51,116 --> 01:01:54,459
ใช้คำสั่ง for นะคะ สำหรับตัวเลขหรือ...

745
01:01:54,459 --> 01:01:58,459
สำหรับค่า a ก็ได้ for a

746
01:02:05,990 --> 01:02:08,629

747
01:02:08,629 --> 01:02:11,259
= 1-5 อย่างนี้นะคะ ก็คือเราต้องการให้ a มีค่าเริ่มต้นที่ 1

748
01:02:11,259 --> 01:02:15,259
แล้วไปสิ้นสุดที่เลข 5 ก็คือ

749
01:02:18,422 --> 01:02:22,422
มีจำนวนของ a นี่ ให้มี 5 จำนวน

750
01:02:24,477 --> 01:02:28,473
1, 2, 3, 4, 5 ก็คือ 1-5 เราก็ใช้

751
01:02:28,473 --> 01:02:32,473
สัญลักษณ์นี้ for นะคะ อันนี้เอามาหลบไว้ เพราะเรายังไม่ใช้มัน ในโจทย์

752
01:02:38,672 --> 01:02:42,532
ไม่ได้ใช้มัน ในโจทย์เราไม่มีตัวนี้

753
01:02:42,532 --> 01:02:45,005
นั่นก็คือถ้าในกรณีที่เรามีการกำหนดค่าตัวเลขล่วงหน้า

754
01:02:45,005 --> 01:02:45,626
ให้เราใช้สัญลักษณ์นี้นะคะ

755
01:02:45,626 --> 01:02:49,626
นี่คือสัญลักษณ์

756
01:03:00,495 --> 01:03:04,495
ตัวที่ 8 ใกล้แล้ว ๆ ใกล้ได้ทำการบ้านแล้ว มาดูสัญลักษณ์ที่จะต้องใช้

757
01:03:08,135 --> 01:03:12,135
ในการเชื่อม

758
01:03:12,915 --> 01:03:15,466
ก็คือเส้นหรือทิศทาง ก็คือเส้นแล้วต้องมีลูกศรนะคะเด็ก ๆ ต้องมีลูกศร

759
01:03:15,466 --> 01:03:19,466
แล้วก็สัญลักษณ์ตัวที่...

760
01:03:20,333 --> 01:03:24,333
ตัวต่อมา ก็คือจุด

761
01:03:29,198 --> 01:03:32,104
มันคือจุดกลม ๆ นี่นะคะ เขาบอกว่า คือ จุดเชื่อมต่อ

762
01:03:32,104 --> 01:03:33,726
ในหน้าเดียวกัน นั่นหมายถึง... หมายถึงว่าถ้า...

763
01:03:33,726 --> 01:03:37,726
คือ บางทีเราวาด

764
01:03:40,246 --> 01:03:43,660
ผังงานน่ะ มันตรงลงมาแบบนี้

765
01:03:43,660 --> 01:03:47,660
แต่บางทีมันไม่ตรง มันอาจจะไปทางซ้ายก็ได้ นึกออกนะ แต่ทีนี้

766
01:03:49,471 --> 01:03:53,471
เวลาโยงเส้น บางทีมันโยง ถ้าเกิดมันโยง

767
01:03:55,415 --> 01:03:59,415
แล้วไปพาดตัดกันน่ะ มันไม่ถูกต้อง

768
01:04:01,020 --> 01:04:02,531
เราก็เลยต้องมีจุดเชื่อมต่อตัวนี้

769
01:04:02,531 --> 01:04:06,196
จะได้รู้ว่าไปต่อตรงไหน ก็คือบอก

770
01:04:06,196 --> 01:04:09,943
จุดนี้นะ ก็คือไปต่อจุดนี้ในหน้า

771
01:04:09,943 --> 01:04:13,943
เดียวกันแบบนี้ ก็คือจะมีหมายเลข

772
01:04:17,996 --> 01:04:20,570
ไปต่อตรงจุดนี้นะ นึกออกนะคะ คือ พอเวลาเราโยงเส้นนี่ โยงทิศทางนี่ เส้น

773
01:04:20,570 --> 01:04:24,570
ในการโยงทิศทางมันจะไม่มาตัดกันนะคะ

774
01:04:25,016 --> 01:04:29,016
เพราะให้นึกถึงเหมือนเวลาเดินสายไฟ แล้วเดินสายไฟตัดกันน่ะ

775
01:04:36,548 --> 01:04:37,351
ไฟจะช็อตไหม ให้นึกถึงอย่างนี้นะคะ มันจะเกิดข้อผิดพลาดได้ เพราะฉะนั้น การเดินเส้นนี่ ฟจะช็อตไหม ให้นึกถึงอย่างนี้นะคะ มันจะเกิดข้อผิดพลาดได้ เพราะฉะนั้น การเดินเส้นนี่

776
01:04:37,351 --> 01:04:41,351
มันจะต้องไม่... คือ ไปทางซ้ายก็จะไปทางซ้าย จะลงมาก็

777
01:04:47,181 --> 01:04:51,181
ลงมา พอไปทางซ้ายเกิดกรณีที่

778
01:04:52,379 --> 01:04:53,075
เหมือนเราต้องการเอาจุดนี้ไปแสดงผล แต่

779
01:04:53,075 --> 01:04:53,687
มันอยู่อีกด้านหนึ่ง เราก็ไปใช้จุดนี้ในการเชื่อมต่อ

780
01:04:53,687 --> 01:04:57,398
แต่ในกรณีที่ต่อมา สัญลักษณ์

781
01:04:57,398 --> 01:05:01,398
ต่อมา จุดเชื่อมต่อไปหน้าอื่น

782
01:05:07,517 --> 01:05:10,582
นั่นหมายถึง ไอ้ที่เราเขียนผังงานแล้ว แต่มันยังไม่ได้สิ้นสุดในหน้านั้น นึกออกไหมคะ

783
01:05:10,582 --> 01:05:12,629
มันอาจจะต้องไป...

784
01:05:12,629 --> 01:05:16,629
คือพอประมวลผลมีทางเลือกเสร็จ

785
01:05:24,561 --> 01:05:25,166
หรือมีทางเลือกเสร็จแล้ว ปรากฏว่ามันไปอยู่อีกหน้าหนึ่ง เราก็จะใช้จุดตัวนี้

786
01:05:25,166 --> 01:05:29,166
เป็นการเชื่อมต่อแล้วบอกว่าเราต้องไป

787
01:05:32,240 --> 01:05:36,240
หน้าที่ A หรือหน้าที่

788
01:05:37,090 --> 01:05:41,090
B หน้าที่ C อย่างนี้นะคะ ก็คือบอกตำแหน่งที่เชื่อมน่ะค่ะ

789
01:05:42,850 --> 01:05:43,601
ถ้าเป็นวงกลมนี่ คือ เชื่อมในหน้าเดียวกัน เขาก็จะไม่เปิด

790
01:05:43,601 --> 01:05:44,033
ไปหน้าอื่นนึกออกไหมคะ แต่ถ้าเป็นรูป

791
01:05:44,033 --> 01:05:48,033
สี่เหลี่ยมเหมือนลูกศร สี่เหลี่ยมแล้วมีหัวลูกศร

792
01:05:54,956 --> 01:05:56,115
แล้วมีหัวลูกศรนี่ มันจะหมายถึงให้เราเปิด

793
01:05:56,115 --> 01:05:57,845
หน้าที่มันระบุไว้ในนี้นะ เหมือนพอได้ค่านี้ปุ๊บ

794
01:05:57,845 --> 01:06:01,845
คอมพิวเตอร์ก็จะไปหน้าถัดไป

795
01:06:05,493 --> 01:06:09,493
ไปหาหน้า A ว่าอยู่ตรงไหน ไปหาหน้า

796
01:06:12,586 --> 01:06:16,586
B อย่างนี้นะคะ ก็จะไปตามหน้านั้นนะคะ ทีนี้เราก็ต้องมาทำอะไร เมื่อกี้เราวาดแต่รูปใช่ไหม

797
01:06:17,165 --> 01:06:21,165
วาดแต่สัญลักษณ์แล้ว แต่

798
01:06:26,359 --> 01:06:27,769
เรายังไม่เชื่อมนี่ เราจะเริ่มเชื่อม

799
01:06:27,769 --> 01:06:29,897
Start ลงมานะคะ

800
01:06:29,897 --> 01:06:32,772
Start ปุ๊บ

801
01:06:32,772 --> 01:06:36,772
สิ่งที่เชื่อมก็คือลูกศร

802
01:06:40,396 --> 01:06:44,371
นะคะ ที่ลูกศรนะ เส้นที่มีลูกศร

803
01:06:44,371 --> 01:06:45,120
สังเกตเชื่อมจากตรงไหน นี่ไง เชื่อมจาก

804
01:06:45,120 --> 01:06:46,804
ที่มันมีรูป

805
01:06:46,804 --> 01:06:50,804
เห็นไหมคะ

806
01:06:54,434 --> 01:06:56,329
นี่ ให้เชื่อมจากจุดที่มีตรงนี้

807
01:06:56,329 --> 01:06:59,627
เราอยากให้เห็นสีเส้นชัด ๆ

808
01:06:59,627 --> 01:07:03,627
เราก็เปลี่ยนสีได้นะคะ เลือกสีได้

809
01:07:05,863 --> 01:07:08,125
ขนาดเส้น

810
01:07:08,125 --> 01:07:12,125
เราสามารถนี่ เห็นไหมคะ เราสามารถเพิ่มน้ำหนักของเส้นได้

811
01:07:19,737 --> 01:07:20,580
อยู่ตรงนี้นะคะ เส้นกรอบหรือรูปร่างนี่ น้ำหนัก เส้น เส้น

812
01:07:20,580 --> 01:07:24,580
ในการเชื่อมในคอม

813
01:07:29,653 --> 01:07:30,580
ฯ จะเป็นเส้นทึบนะคะ จะได้เห็นชัด ๆ อย่างนี้นะคะ

814
01:07:30,580 --> 01:07:34,580
นั่นบอกให้รู้ว่าพอเริ่ม Start

815
01:07:35,230 --> 01:07:37,055
ให้ลงมารับค่า รับค่าเสร็จไปไหนต่อ

816
01:07:37,055 --> 01:07:41,055
เหมือนเดิม

817
01:07:43,238 --> 01:07:45,362
รับค่าแล้ว เหมือนจะยาวไป เดี๋ยว...

818
01:07:45,362 --> 01:07:48,004

819
01:07:48,004 --> 01:07:52,004
ลูกศรมันจะต้องตร

820
01:07:52,878 --> 01:07:55,834
งนะ ไม่เบี้ยวนะ เมาส์มันเร็ว

821
01:07:55,834 --> 01:07:59,834

822
01:08:08,631 --> 01:08:12,631
ทำให้เมาส์ช้า ๆ

823
01:08:17,619 --> 01:08:17,953
กดไอ้นี่ไว้นะ เรียบร้อยเลย

824
01:08:17,953 --> 01:08:21,953

825
01:08:23,174 --> 01:08:27,174
มันยาวเกิน

826
01:08:30,419 --> 01:08:30,585
ก็ลดไซซ์มันลงนะคะเด็ก ๆ

827
01:08:30,585 --> 01:08:34,585
นี่ถ้าเมาส์มันไวนี่

828
01:08:36,169 --> 01:08:40,169
เส้นมันจะไม่ตรง วิธีการก็วัดใหม่

829
01:08:40,686 --> 01:08:44,686
ก็ได้ วัดบ่อย  ๆ จะได้ชิน

830
01:08:47,444 --> 01:08:47,992
นะ จะได้เส้นตรง ๆ นะ

831
01:08:47,992 --> 01:08:49,868
นะคะ

832
01:08:49,868 --> 01:08:53,868

833
01:08:56,621 --> 01:09:00,621
ติ่งนิดหนึ่ง เส้นเอียงกันเลยทีเดียวเชียว

834
01:09:08,663 --> 01:09:09,516
ไม่เป็นอะไรครับ เราขยันวาด เราก็จะวาด

835
01:09:09,516 --> 01:09:13,516
ต่อไป ขอสี ขอสี

836
01:09:16,930 --> 01:09:20,249
น้องหน่อย  โอเค ขยับขึ้นไปอีกนิดนะคะ เห็นไหม

837
01:09:20,249 --> 01:09:23,276
สังเกตว่าทำไมแม่ต้องมาจัดระยะ คือ

838
01:09:23,276 --> 01:09:27,276
เวลาเราทำผัง ไม่ใช่สักแต่วางนะ เราก็ควรจัดระยะ

839
01:09:33,223 --> 01:09:36,794
การวางด้วย ว่า ให้ได้ขนาดเท่า ๆ กัน

840
01:09:36,794 --> 01:09:38,524
เพราะอะไร สังเกต เราก็จะได้ก๊อบ

841
01:09:38,524 --> 01:09:42,524
แล้วก็เอาน้องมาวางได้เลย จะ

842
01:09:43,891 --> 01:09:47,891
ได้รู้ว่ามันจะเท่ากันไหม วางระยะให้เท่ากัน

843
01:09:49,591 --> 01:09:50,600
อย่างนี้เป็นต้นนะคะ

844
01:09:50,600 --> 01:09:54,600

845
01:09:55,502 --> 01:09:57,747
เห็นหรือเปล่า ๆ

846
01:09:57,747 --> 01:10:01,747
นะคะ

847
01:10:02,873 --> 01:10:06,873
ต่อมา งมันยังเป็นเส้นตรงอยู่ เพราะอะไร

848
01:10:10,850 --> 01:10:12,094
เพราะรับค่ามาแล้ว เสร็จแล้วมาคำนวณ เสร็จแล้ว

849
01:10:12,094 --> 01:10:16,060
มานี่ ตอนไปทางเลือกนี่ Ctrl

850
01:10:16,060 --> 01:10:20,060

851
01:10:20,610 --> 01:10:22,532
เลือกแล้วจะไปไหนนี่ล่ะ

852
01:10:22,532 --> 01:10:25,888
นะคะ

853
01:10:25,888 --> 01:10:29,888

854
01:10:29,909 --> 01:10:33,909
เข้าโหมดทางเลือก

855
01:10:37,585 --> 01:10:38,001

856
01:10:38,001 --> 01:10:42,001
นี่ล่ะ หดนิดเดียวก็ไม่ได้

857
01:10:44,502 --> 01:10:45,715
แถมหน่อยก็ไม่ได้

858
01:10:45,715 --> 01:10:49,715

859
01:10:52,875 --> 01:10:56,875
เลือกว่าถ้า...

860
01:10:58,210 --> 01:11:01,023
ถ้าเป็นจริงนะ  ตัดสินใจ ก็คือ

861
01:11:01,023 --> 01:11:03,395
true ถ้าเป็นอะไรนะ

862
01:11:03,395 --> 01:11:07,395
ถ้าหารแล้วไม่มีเศษ

863
01:11:13,642 --> 01:11:13,899
ใช่ไหมคะ ไม่มีเศษ มันจะมาทางไหน มาทางนี้

864
01:11:13,899 --> 01:11:17,276
นะคะ ทีนี้เส้นที่...

865
01:11:17,276 --> 01:11:17,996
เวลาทำเส้นน่ะ

866
01:11:17,996 --> 01:11:21,996

867
01:11:24,249 --> 01:11:28,249
นี่

868
01:11:28,471 --> 01:11:32,471
แล้วเวลาเราวาง เราสามารถวางอย่างนี้ได้

869
01:11:34,154 --> 01:11:34,388

870
01:11:34,388 --> 01:11:38,388

871
01:11:39,646 --> 01:11:43,646
เห็นไหม นะคะ เราจะ

872
01:11:43,984 --> 01:11:47,984
ไม่โยงเส้นแบบนี้นะลูก เดี๋ยว... คือ

873
01:11:48,576 --> 01:11:52,576
ไม่ใช่ว่าอย่างนี้

874
01:11:53,488 --> 01:11:57,488
ไม่ใช่นึกออกนะ มันจะไม่โยง

875
01:12:01,434 --> 01:12:05,434
แบบทแยง ไม่โยงแบบไปทางซ้าย ไปทางขวา

876
01:12:05,885 --> 01:12:09,885
ถึงจะถูกต้องนะคะ มันจะไม่ใช่วางไว้ตรงนี้ วางไว้ตรงนี้ แล้ว

877
01:12:11,095 --> 01:12:15,095
ลากเส้นทแยงลงมา นึกออกไหม ตามหลักแล้ว

878
01:12:19,435 --> 01:12:23,132
มันจะไม่โยงเส้นแบบทแยงลงมาอย่างนี้

879
01:12:23,132 --> 01:12:27,132
มันควรจะโยงแบบ... เส้นมันจะไปแบบทิศทางตรง ๆ น่ะลูก เพราะฉะนั้น ถ้าเป็นจริง

880
01:12:31,897 --> 01:12:32,376
จะให้ลงมานี่นะคะ แสดงผล

881
01:12:32,376 --> 01:12:35,093
ตัวเลข ถ้าไม่จริง

882
01:12:35,093 --> 01:12:39,093
จะไปแสดงเลขคี่ แล้วมันจะมีส่วน

883
01:12:44,908 --> 01:12:47,938
ที่มาเชื่อม

884
01:12:47,938 --> 01:12:51,938
ไอ้ตัว for นี่เราไม่ได้ใช้นะคะ ลบออกได้

885
01:12:53,556 --> 01:12:53,818

886
01:12:53,818 --> 01:12:57,818

887
01:12:58,073 --> 01:13:02,073

888
01:13:12,766 --> 01:13:16,009
เบี้ยวนิดหนึ่งนะคะ  เบี้ยวนิดหนึ่ง

889
01:13:16,009 --> 01:13:18,933
ไม่ ๆ

890
01:13:18,933 --> 01:13:21,949

891
01:13:21,949 --> 01:13:25,949

892
01:13:36,776 --> 01:13:38,162
คือ ความเร็วเมาส์น่ะ ไวมาก

893
01:13:38,162 --> 01:13:39,505
ทำให้เส้นเป็นเส้นตรงไม่ได้ คิดดู

894
01:13:39,505 --> 01:13:43,300
นะคะ

895
01:13:43,300 --> 01:13:47,300

896
01:13:49,688 --> 01:13:53,688
โอเค เส้นนี้น่าจะโอ(เค)แล้ว

897
01:13:56,450 --> 01:14:00,450
โอละเห่โอละชา มาแล้วคือชี้มาเลยไม่ได้นะ เราต้องบอก

898
01:14:02,383 --> 01:14:06,383
ให้มันรู้ด้วยว่า

899
01:14:06,674 --> 01:14:10,674
true ต้องมี

900
01:14:13,377 --> 01:14:17,101
มีบอกนะคะ ไอ้ที่บอกไว้

901
01:14:17,101 --> 01:14:21,101
ใช้เป็นกล่องข้อความ

902
01:14:24,052 --> 01:14:25,545
ก็ได้นะคะ ให้ใช้กล่องข้อความนะคะ

903
01:14:25,545 --> 01:14:27,909
วางไป ใหญ่มาก

904
01:14:27,909 --> 01:14:30,244

905
01:14:30,244 --> 01:14:34,244

906
01:14:44,819 --> 01:14:47,517
ถ้า ถ้า ๆ ๆ หารแล้วมีเศษ

907
01:14:47,517 --> 01:14:51,517
เป็นจริงก็คือ true

908
01:14:56,688 --> 01:14:59,490
เอากรอบออกนะคะ

909
01:14:59,490 --> 01:15:01,946
ไม่ใส่กรอบ

910
01:15:01,946 --> 01:15:05,946
ถ้าเป็นจริงนะคะ

911
01:15:07,552 --> 01:15:11,223

912
01:15:11,223 --> 01:15:15,223
นี่นะคะ ต้องระบุให้รู้ด้วยว่า

913
01:15:17,739 --> 01:15:21,739
คืออันไหน

914
01:15:26,463 --> 01:15:30,081
เป็นตรงตามเงื่อนไขว่าอย่างนั้นเถอะ

915
01:15:30,081 --> 01:15:32,069
นะคะ ก็คือถ้าเป็นจริง

916
01:15:32,069 --> 01:15:36,069
ให้แสดงไม่เป็นเศษ

917
01:15:37,786 --> 01:15:41,786
ไม่มีเศษ จริง

918
01:15:42,865 --> 01:15:46,865
มันต้องลงมาอยู่ที่ตัวนี้สิ เลขคู่ ขอโทษ ๆ

919
01:15:48,818 --> 01:15:52,818
หารแล้วไม่เท่ากับเศษ ก็คือไม่มีเศษนะคะ true จะต้องลงมาข้างล่าง

920
01:15:55,881 --> 01:15:59,881

921
01:16:04,855 --> 01:16:08,661
ดูเงื่อนไขดี ๆ ว่าถ้าเราบอกว่า number หารออกมาแล้วไม่เท่ากับเศษ ก็คือไม่มีเศษ มันจะต้องแสดงส่วนที่เป็นเลขคู่

922
01:16:08,661 --> 01:16:12,661
อันนี้ถึงจะถูกนะคะ

923
01:16:16,490 --> 01:16:20,177
true ก็คือเป็นจริงตามเงื่อนไข

924
01:16:20,177 --> 01:16:21,690
มาแสดงนี่ อันนี้

925
01:16:21,690 --> 01:16:22,046

926
01:16:22,046 --> 01:16:26,046

927
01:16:30,912 --> 01:16:32,183

928
01:16:32,183 --> 01:16:35,426
เห็นไหมคะ

929
01:16:35,426 --> 01:16:39,426
นะคะ

930
01:16:39,710 --> 01:16:43,710
เป็นจริงตามเงื่อนไข

931
01:16:46,504 --> 01:16:48,726
เห็นไหม ๆ ๆ ๆ มาแสดงเลขคู่

932
01:16:48,726 --> 01:16:52,726
แต่ถ้าไม่จริง มันจะออกไปแสดงเลขคี่ เสร็จแล้ว

933
01:16:53,116 --> 01:16:57,116
อย่าลืมว่ามี Start แล้วต้องมีอะไรคะเด็ก ๆ

934
01:16:58,813 --> 01:17:02,813
End ใช่ไหมคะ ก๊อปปี้ได้เลย

935
01:17:04,727 --> 01:17:06,193
โปรแกรมเราเสร็จแล้วค่ะ แสดงผลงแล้ว

936
01:17:06,193 --> 01:17:10,193
เปลี่ยนจาก...

937
01:17:10,689 --> 01:17:12,546
เปลี่ยนจาก Start เป็น...

938
01:17:12,546 --> 01:17:16,546
End นะคะ จบแล้ว

939
01:17:18,616 --> 01:17:22,616
เสร็จแล้ว เมื่อเสร็จ

940
01:17:24,109 --> 01:17:28,109
นะคะ แสดงเสร็จ ก็ออกจากโปรแกรมได้

941
01:17:29,469 --> 01:17:33,274

942
01:17:33,274 --> 01:17:36,191
สั่งให้มันออกจากโปรแกรมได้

943
01:17:36,191 --> 01:17:39,152
ทีนี้ตัวนี้

944
01:17:39,152 --> 01:17:43,152
ก็ต้องออกเหมือนกัน เพราะแสดงผลแล้วก็ต้องออกมาที่ตัวนี้นะคะ

945
01:17:46,063 --> 01:17:49,121
เราจะให้มันลงมา

946
01:17:49,121 --> 01:17:53,121
เส้นมันจะต้องเป็นแบบนี้ เด็ก ๆ ดูนะ

947
01:17:54,894 --> 01:17:57,371
ถ้าจุดที่มันจะมาเชื่อมมันเป็นอย่างนี้

948
01:17:57,371 --> 01:17:58,490

949
01:17:58,490 --> 01:18:02,325

950
01:18:02,325 --> 01:18:06,325

951
01:18:09,036 --> 01:18:13,036
เข้าใจไหม นี่เส้น

952
01:18:13,584 --> 01:18:17,584
มันจะต้องเป็นลักษณะอย่างนี้ มันจะไม่ ที่แม่บอกจำได้นะ

953
01:18:18,292 --> 01:18:22,292
มันจะไม่พาดเฉียงมาใส่กัน

954
01:18:24,570 --> 01:18:28,570
เข้าใจไหมคะ เด็ก ๆ จะต้องทำเป็นเส้นตรง

955
01:18:28,610 --> 01:18:29,452
ลงมาก่อน แล้วก็ทำทิศทางไหลมาที่

956
01:18:29,452 --> 01:18:33,452
จุดที่มันสิ้นสุดอย่างนี้นะคะ ถึงจะถูก

957
01:18:35,916 --> 01:18:39,294
ไม่ใช่โยงทแยงลงมาเลย

958
01:18:39,294 --> 01:18:41,543
จากนี่ลงมานี่ ไม่ถูกต้องนะคะ

959
01:18:41,543 --> 01:18:44,119
สังเกตว่าดูจากอะไร การเชื่อม

960
01:18:44,119 --> 01:18:48,119
ในสัญลักษณ์อย่างนี้นะคะ  พอเราคลิกน่ะ

961
01:18:49,843 --> 01:18:53,843
มันจะมีจุดแบบนี้ นั่นก็คือจุดที่

962
01:18:56,783 --> 01:19:00,783
จะเชื่อมเส้นลงมานะคะ เห็นไหม มันจะไม่มี

963
01:19:01,162 --> 01:19:03,158
ว่าจุดนี้ทแยงใส่จุดนี้ ไม่ใช่นะคะ มันจะต้องเป็นจุด

964
01:19:03,158 --> 01:19:04,482
ที่อยู่ตรงกึ่งกลางอันนี้ มันก็จะเชื่อม

965
01:19:04,482 --> 01:19:08,482
จากตัวบนมันก็จะเป็นจาก

966
01:19:11,599 --> 01:19:13,121
ตัวนี้ เห็นไหมคะ นี่เชื่อมลงมาอย่างนี้

967
01:19:13,121 --> 01:19:14,103

968
01:19:14,103 --> 01:19:18,103
นะคะ

969
01:19:19,145 --> 01:19:23,145
มันต้องเป็นแบบนี้นะคะเด็ก ๆ

970
01:19:30,040 --> 01:19:32,913
เวลาตีเส้นน่ะ มันจะไม่โยงใยเป็นใยแมงมุม

971
01:19:32,913 --> 01:19:34,040
นะลูก เข้าใจไหม วิธีเขียนผังงานให้ถูกต้อง

972
01:19:34,040 --> 01:19:38,040
นะคะ ดูใหม่ใครที่

973
01:19:48,942 --> 01:19:51,259
ยังใช้ไอ้เส้น 2 ทิศทางนี่ ไม่ได้ ดูดี ๆ นะคะ ไอ้เส้น 2 ทิศทาง นี่มันจะเป็นเส้นตัวนี้

974
01:19:51,259 --> 01:19:53,147
ลูกศรเชื่อมต่อกันแบบหักมุม

975
01:19:53,147 --> 01:19:57,147
นะคะ เป็นสัญลักษณ์เส้น

976
01:19:58,056 --> 01:20:02,056
ตัวที่ 5 นะคะ เราก็ไปที่จุดเริ่มต้นแล้วก็ลากลงมา

977
01:20:05,905 --> 01:20:08,290
หาจุดสิ้นสุด ตรงนี้

978
01:20:08,290 --> 01:20:12,290
เห็นไหม คืนกลับไปหาจุด

979
01:20:14,976 --> 01:20:18,976
คลิกเมาส์ค้างแล้วลากไป

980
01:20:20,896 --> 01:20:24,896
เห็นไหมคะ เส้นก็จะได้แบบที่เราต้องการ ใครลากตัวนี้ไม่เป็นยกมือ เดี๋ยว

981
01:20:29,012 --> 01:20:30,081
ไปพาทำ ง่ายมากเลยนะ

982
01:20:30,081 --> 01:20:34,081
เครื่องมือเริ่มใช้ง่ายขึ้นนะคะ

983
01:20:37,223 --> 01:20:41,223
ดูนะคะ ลักษณะทิศทางการไหล มันจะเป็นเห็นไหมคะ ลงมา ถ้าไปทางซ้าย

984
01:20:42,059 --> 01:20:46,059
แล้วก็ลงมา เห็นไหม มันจะเป็นแนว

985
01:20:46,737 --> 01:20:49,448
ไปทางใดทางหนึ่งน่ะ มันจะไม่ เหมือนที่บอก

986
01:20:49,448 --> 01:20:53,448
มันจะไม่ตัดกันไปตัดกันมา นึกออกไหมคะ ทิศทาง เส้นทาง

987
01:20:55,254 --> 01:20:58,820
ถ้าแบบนั้นน่ะมันไม่ถูกต้อง เพราะอะไร เพราะ

988
01:20:58,820 --> 01:21:02,820
ให้นึกถึงคอมพิวเตอ

989
01:21:08,977 --> 01:21:12,922
ร์ทำงาน ถ้าคนน่ะ ทำงานแบบกระโดดไปทางโน่น กระโดดไปทางนี้ได้ แต่คอมพิวเตอร์

990
01:21:12,922 --> 01:21:14,682
มันจะไม่เป็นอย่างนั้น มันจะทำเป็นไปตาม

991
01:21:14,682 --> 01:21:18,682
ขั้น หรือทิศทางที่เรากำหนดให้

992
01:21:20,790 --> 01:21:21,336
เพราะอะไร เพราะมันจะ

993
01:21:21,336 --> 01:21:25,336
ทำให้ไม่เกิดผลที่เขาเรียกว่า "Bug"

994
01:21:27,925 --> 01:21:31,925
หรือ "Error" ถ้าเราไปทำทิศทาง

995
01:21:35,607 --> 01:21:39,607
ให้มันมั่ว  ๆ ซั่ว ๆ มันก็จะงง เครื่องมันก็จะงง มันก็จะทำให้เครื่องเกิด

996
01:21:42,394 --> 01:21:43,928
การ Error ได้ หรือเกิด Bug ได้ โปรแกรมก็จะผิดพลาดได้ เพราะฉะนั้น

997
01:21:43,928 --> 01:21:47,928
การบอกขั้นตอนแบบเป็นลำดับขั้น

998
01:21:53,400 --> 01:21:55,743
เป็นทิศเป็นทางที่ถูกต้องนี่ คอมพิวเตอร์มันก็จะ

999
01:21:55,743 --> 01:21:56,027
ประมวลผลได้ตรงตามที่เรากำหนดนะคะ

1000
01:21:56,027 --> 01:21:58,112

1001
01:21:58,112 --> 01:22:02,112
เดี๋ยวพักสัก

1002
01:22:11,009 --> 01:22:13,458
10 นาทีก่อนนะคะ แล้วเรามาดูหัวข้อต่อไป ให้เด็ก ๆ พักเข้าห้องน้ำได้

1003
01:22:13,458 --> 01:22:17,132
ไปพักได้นะคะ ไปพักได้ เข้าห้องน้ำได้นะคะ

1004
01:22:17,132 --> 01:22:21,132
พี่ล่ามก็จะได้พักด้วยเหมือนกัน

1005
01:22:26,192 --> 01:22:27,183
10 นาทีนะคะ ตอนนี้ 10.30 น. 10.40 น. เข้ามานะคะ โอเคค่ะ

1006
01:22:27,183 --> 01:22:31,183

1007
01:22:41,018 --> 01:22:45,018

1008
01:22:45,020 --> 01:22:49,020

1009
01:22:49,022 --> 01:22:53,022

1010
01:22:53,023 --> 01:22:57,023

1011
01:22:57,031 --> 01:23:01,030

1012
01:23:01,030 --> 01:23:05,030

1013
01:23:05,033 --> 01:23:09,033

1014
01:23:09,037 --> 01:23:13,037

1015
01:23:13,042 --> 01:23:17,039

1016
01:23:17,039 --> 01:23:21,039

1017
01:23:21,043 --> 01:23:25,043

1018
01:23:25,046 --> 01:23:29,046

1019
01:23:29,048 --> 01:23:33,048

1020
01:23:33,049 --> 01:23:37,049

1021
01:23:37,052 --> 01:23:41,052

1022
01:23:45,054 --> 01:23:49,054

1023
01:23:49,058 --> 01:23:53,058

1024
01:23:53,059 --> 01:23:57,059

1025
01:24:01,072 --> 01:24:05,072

1026
01:24:05,072 --> 01:24:09,072

1027
01:24:09,076 --> 01:24:13,076

1028
01:24:13,080 --> 01:24:17,080

1029
01:24:17,081 --> 01:24:21,081

1030
01:24:21,082 --> 01:24:25,082

1031
01:24:25,084 --> 01:24:29,084

1032
01:24:29,089 --> 01:24:33,089

1033
01:24:33,089 --> 01:24:37,089

1034
01:24:37,096 --> 01:24:41,095

1035
01:24:41,095 --> 01:24:45,095

1036
01:24:45,097 --> 01:24:49,097

1037
01:24:49,099 --> 01:24:53,099

1038
01:24:53,103 --> 01:24:57,101

1039
01:24:57,101 --> 01:25:01,101

1040
01:25:01,102 --> 01:25:05,102

1041
01:25:05,105 --> 01:25:09,105

1042
01:25:09,109 --> 01:25:13,109

1043
01:25:13,110 --> 01:25:17,110

1044
01:25:21,115 --> 01:25:25,115

1045
01:25:25,117 --> 01:25:29,117

1046
01:25:29,120 --> 01:25:33,120

1047
01:25:33,122 --> 01:25:37,122

1048
01:25:37,124 --> 01:25:41,124

1049
01:25:41,126 --> 01:25:45,126

1050
01:25:45,127 --> 01:25:49,127

1051
01:25:49,131 --> 01:25:53,131

1052
01:25:53,136 --> 01:25:57,136

1053
01:25:57,136 --> 01:26:01,136

1054
01:26:01,138 --> 01:26:05,138

1055
01:26:05,138 --> 01:26:09,138

1056
01:26:09,142 --> 01:26:13,142

1057
01:26:13,143 --> 01:26:17,143

1058
01:26:17,147 --> 01:26:21,147

1059
01:26:21,151 --> 01:26:25,151

1060
01:26:25,157 --> 01:26:29,156

1061
01:26:29,156 --> 01:26:33,156

1062
01:26:33,157 --> 01:26:37,157

1063
01:26:37,159 --> 01:26:41,159

1064
01:26:41,161 --> 01:26:45,161

1065
01:26:45,163 --> 01:26:49,163

1066
01:26:49,165 --> 01:26:53,165

1067
01:26:53,165 --> 01:26:57,165

1068
01:26:57,171 --> 01:27:01,170

1069
01:27:01,170 --> 01:27:05,170

1070
01:27:05,175 --> 01:27:09,175

1071
01:27:13,179 --> 01:27:17,179

1072
01:27:17,179 --> 01:27:21,179

1073
01:27:21,181 --> 01:27:25,181

1074
01:27:29,184 --> 01:27:33,184

1075
01:27:33,190 --> 01:27:37,190

1076
01:27:37,190 --> 01:27:41,190

1077
01:27:45,192 --> 01:27:49,192

1078
01:27:49,195 --> 01:27:53,195

1079
01:27:53,202 --> 01:27:57,202

1080
01:27:57,206 --> 01:28:01,206

1081
01:28:01,209 --> 01:28:05,209

1082
01:28:05,210 --> 01:28:09,210

1083
01:28:09,213 --> 01:28:13,213

1084
01:28:13,214 --> 01:28:17,214

1085
01:28:17,215 --> 01:28:21,215

1086
01:28:21,216 --> 01:28:25,216

1087
01:28:25,221 --> 01:28:29,221

1088
01:28:29,222 --> 01:28:33,222

1089
01:28:33,224 --> 01:28:37,224

1090
01:28:37,227 --> 01:28:41,225

1091
01:28:41,225 --> 01:28:45,225

1092
01:28:49,233 --> 01:28:53,233

1093
01:28:53,234 --> 01:28:57,234

1094
01:28:57,236 --> 01:29:01,236

1095
01:29:01,239 --> 01:29:05,239

1096
01:29:05,240 --> 01:29:09,240

1097
01:29:09,246 --> 01:29:13,246

1098
01:29:13,251 --> 01:29:17,251

1099
01:29:17,251 --> 01:29:21,251

1100
01:29:21,253 --> 01:29:25,253

1101
01:29:25,255 --> 01:29:29,255

1102
01:29:29,260 --> 01:29:33,260

1103
01:29:33,260 --> 01:29:37,260

1104
01:29:37,267 --> 01:29:41,267

1105
01:29:41,268 --> 01:29:45,268

1106
01:29:45,273 --> 01:29:49,270

1107
01:29:49,270 --> 01:29:53,270

1108
01:29:53,276 --> 01:29:57,275

1109
01:29:57,275 --> 01:30:01,275

1110
01:30:01,277 --> 01:30:05,277

1111
01:30:05,280 --> 01:30:09,280

1112
01:30:09,281 --> 01:30:13,281

1113
01:30:13,282 --> 01:30:17,282

1114
01:30:17,286 --> 01:30:21,286

1115
01:30:21,286 --> 01:30:25,286

1116
01:30:25,288 --> 01:30:29,288

1117
01:30:29,292 --> 01:30:33,292

1118
01:30:33,296 --> 01:30:37,296

1119
01:30:37,297 --> 01:30:41,297

1120
01:30:41,300 --> 01:30:45,300

1121
01:30:45,303 --> 01:30:49,303

1122
01:30:49,306 --> 01:30:53,306

1123
01:30:53,308 --> 01:30:57,308

1124
01:30:57,309 --> 01:31:01,309

1125
01:31:01,310 --> 01:31:05,310

1126
01:31:05,311 --> 01:31:09,311

1127
01:31:09,314 --> 01:31:13,314

1128
01:31:13,318 --> 01:31:17,318

1129
01:31:17,320 --> 01:31:21,320

1130
01:31:21,322 --> 01:31:25,322

1131
01:31:25,324 --> 01:31:29,324

1132
01:31:29,327 --> 01:31:33,327

1133
01:31:33,328 --> 01:31:37,327

1134
01:31:37,327 --> 01:31:41,327

1135
01:31:41,332 --> 01:31:45,332

1136
01:31:45,334 --> 01:31:49,334

1137
01:31:49,337 --> 01:31:53,336

1138
01:31:53,336 --> 01:31:57,336

1139
01:31:57,340 --> 01:32:01,338

1140
01:32:01,338 --> 01:32:05,338

1141
01:32:05,345 --> 01:32:09,345

1142
01:32:09,346 --> 01:32:13,346

1143
01:32:13,346 --> 01:32:17,346

1144
01:32:17,347 --> 01:32:21,347

1145
01:32:21,352 --> 01:32:25,352

1146
01:32:25,353 --> 01:32:29,353

1147
01:32:29,357 --> 01:32:33,357

1148
01:32:33,361 --> 01:32:37,360

1149
01:32:37,360 --> 01:32:41,360

1150
01:32:41,362 --> 01:32:45,362

1151
01:32:45,366 --> 01:32:49,366

1152
01:32:49,370 --> 01:32:53,370

1153
01:32:53,372 --> 01:32:57,372

1154
01:32:57,372 --> 01:33:01,372

1155
01:33:01,376 --> 01:33:05,376

1156
01:33:05,378 --> 01:33:09,378

1157
01:33:09,379 --> 01:33:13,379

1158
01:33:13,382 --> 01:33:17,382

1159
01:33:17,382 --> 01:33:21,382

1160
01:33:21,389 --> 01:33:25,388

1161
01:33:25,388 --> 01:33:29,388

1162
01:33:29,391 --> 01:33:33,391

1163
01:33:33,391 --> 01:33:37,391

1164
01:33:37,395 --> 01:33:41,395

1165
01:33:41,398 --> 01:33:45,398

1166
01:33:45,401 --> 01:33:49,401

1167
01:33:49,406 --> 01:33:53,406

1168
01:33:53,406 --> 01:33:57,406

1169
01:33:57,407 --> 01:34:01,407

1170
01:34:01,412 --> 01:34:05,412

1171
01:34:05,412 --> 01:34:09,412

1172
01:34:09,418 --> 01:34:13,418

1173
01:34:13,424 --> 01:34:17,424

1174
01:34:17,425 --> 01:34:21,425

1175
01:34:21,426 --> 01:34:25,426

1176
01:34:25,427 --> 01:34:29,427

1177
01:34:29,433 --> 01:34:33,433

1178
01:34:33,434 --> 01:34:37,434

1179
01:34:37,436 --> 01:34:41,436

1180
01:34:41,439 --> 01:34:45,439

1181
01:34:45,440 --> 01:34:49,440

1182
01:34:49,442 --> 01:34:53,442

1183
01:34:53,444 --> 01:34:57,444

1184
01:34:57,444 --> 01:35:01,444

1185
01:35:01,446 --> 01:35:05,446

1186
01:35:05,447 --> 01:35:09,447

1187
01:35:09,449 --> 01:35:13,449

1188
01:35:13,450 --> 01:35:17,450

1189
01:35:17,454 --> 01:35:21,454

1190
01:35:21,456 --> 01:35:25,456

1191
01:35:25,461 --> 01:35:29,461

1192
01:35:29,465 --> 01:35:33,465

1193
01:35:33,466 --> 01:35:37,466

1194
01:35:37,468 --> 01:35:41,468

1195
01:35:41,470 --> 01:35:45,470

1196
01:35:45,471 --> 01:35:49,471

1197
01:35:49,474 --> 01:35:53,474

1198
01:35:53,480 --> 01:35:57,479

1199
01:35:57,479 --> 01:36:01,479

1200
01:36:01,483 --> 01:36:05,482

1201
01:36:05,482 --> 01:36:09,482

1202
01:36:09,485 --> 01:36:13,485

1203
01:36:13,490 --> 01:36:17,490

1204
01:36:17,490 --> 01:36:21,490

1205
01:36:21,493 --> 01:36:25,493

1206
01:36:25,495 --> 01:36:29,495

1207
01:36:29,497 --> 01:36:33,497

1208
01:36:33,499 --> 01:36:37,499

1209
01:36:37,499 --> 01:36:41,499

1210
01:36:41,501 --> 01:36:45,501

1211
01:36:45,503 --> 01:36:49,503

1212
01:36:49,507 --> 01:36:53,506

1213
01:36:53,506 --> 01:36:57,506

1214
01:36:57,512 --> 01:37:01,512

1215
01:37:05,513 --> 01:37:09,513

1216
01:37:09,517 --> 01:37:13,517

1217
01:37:13,517 --> 01:37:13,796

1218
01:37:13,796 --> 01:37:17,796
(อาจารย์สุธิรา) เข้ามาครบหมดแล้วนะ

1219
01:37:19,790 --> 01:37:20,980
เหลือใคร เหลือมิ่ง

1220
01:37:20,980 --> 01:37:22,810

1221
01:37:22,810 --> 01:37:26,810

1222
01:37:29,632 --> 01:37:33,632
ข้างบนหรือเปล่า อันนี้ปี 1 ตอนเช้า

1223
01:37:38,222 --> 01:37:39,496
เหลือใคร เหลือมิ่งหรือ

1224
01:37:39,496 --> 01:37:42,689
โอเค

1225
01:37:42,689 --> 01:37:46,689

1226
01:37:57,536 --> 01:37:58,232
เดี๋ยวรอแป๊บหนึ่งนะคะ รอนักศึกษาอีกคนหนึ่งก่อน

1227
01:37:58,232 --> 01:37:59,529
เจ้ามิ่งหาย

1228
01:37:59,529 --> 01:38:02,926

1229
01:38:02,926 --> 01:38:06,926

1230
01:38:17,543 --> 01:38:20,032

1231
01:38:20,032 --> 01:38:20,383

1232
01:38:20,383 --> 01:38:24,383

1233
01:38:33,551 --> 01:38:37,551

1234
01:38:45,562 --> 01:38:49,562

1235
01:38:49,565 --> 01:38:53,565
โอเคค่ะ เมื่อกี้เราลองวาดไปแล้ว

1236
01:38:54,610 --> 01:38:57,055
ทีนี้ วิธีนะคะ วิธี

1237
01:38:57,055 --> 01:39:01,055
ที่เราจะเขียนผังงานให้ถูกต้องนี่ เห็นไหมคะ

1238
01:39:01,734 --> 01:39:05,734
ก็มีทั้งหมด 6 วิธีนะคะ วิธีที่ 1

1239
01:39:07,309 --> 01:39:11,181
ก็คือต้องใช้สัญลักษณ์

1240
01:39:11,181 --> 01:39:11,847
สัญลักษณ์ ก็คือที่เรามีภาพ

1241
01:39:11,847 --> 01:39:15,847
ให้ดูไป แล้วเราก็ลองวาดไปแล้วนะคะ แล้วก็ต้อง

1242
01:39:16,227 --> 01:39:20,227
มีการใช้ลูกศรเห็นไหมคะ ใช้ลูกศรแสดงทิศทาง

1243
01:39:24,795 --> 01:39:28,795
การไหล เห็นไหม จากบนลงล่าง

1244
01:39:29,927 --> 01:39:31,279
หรือจากซ้ายไปขวา เห็นไหมคะ ทิศทาง

1245
01:39:31,279 --> 01:39:33,546
การไหลจะไม่ใช่ตัดกัน นึกออกไหม

1246
01:39:33,546 --> 01:39:36,560
จะไม่ตัดกันไปมาน่ะ อย่างที่บอก

1247
01:39:36,560 --> 01:39:40,560
คำอธิบายสัญลักษณ์

1248
01:39:45,184 --> 01:39:46,486
ในข้อความที่เราพิมพ์กันในสัญลักษณ์

1249
01:39:46,486 --> 01:39:47,544
ควรเป็นคำสั้น ๆ นะคะ

1250
01:39:47,544 --> 01:39:50,696
เข้าใจง่าย

1251
01:39:50,696 --> 01:39:54,696
และทุกสัญลักษณ์หรือทุกภาพ

1252
01:40:05,604 --> 01:40:05,784
นี่ ต้องมีลูกศรแสดงทิศทาง เห็นไหมคะ มาทางไหน ไปทางไหน นั่นล่ะ

1253
01:40:05,784 --> 01:40:09,784
คือ ทิศทางเข้าออก ก็คือบอกทิศทางเข้า ทิศทางออกนะคะ

1254
01:40:10,098 --> 01:40:14,098

1255
01:40:18,504 --> 01:40:21,939
ไม่ควรเชื่อมโยงเส้น เห็นไหมคะ เชื่อมที่อยู่ไกล ๆ มาก

1256
01:40:21,939 --> 01:40:22,789
ใช้จุดเชื่อมแทน จำได้นะ จุดเชื่อมเรามี 2 แบบ

1257
01:40:22,789 --> 01:40:26,789
ก็คือเชื่อมในหน้าเดียวกันกับเชื่อมคนละหน้า

1258
01:40:27,094 --> 01:40:31,094
ก็คือถ้า

1259
01:40:33,276 --> 01:40:34,670
แต่เมื่อกี้ที่เราทำมันไม่ได้มี

1260
01:40:34,670 --> 01:40:38,670
ต้องแตกออกไปหลายหน้า หรือต้องไปเชื่อมตรงจุดไหน มันสั้น ๆ มัน

1261
01:40:40,551 --> 01:40:42,628
เป็นทิศทางที่ออกไปตรง ๆ ได้นะคะ

1262
01:40:42,628 --> 01:40:46,628
และ

1263
01:40:50,826 --> 01:40:52,749
ข้อสุดท้าย เราควรตรอจสอบก่อน ตรวจสอบอย่างไร ก็คือเช็กไล่ไป เริ่มแล้วไปไหน

1264
01:40:52,749 --> 01:40:56,749
ไปไหนต่อ ทำอะไรต่อ ก็คือไล่กระบวนการ

1265
01:40:57,351 --> 01:41:01,351
ตามที่เราเคยเขียนวิธีมาตรฐาน

1266
01:41:09,008 --> 01:41:09,331
หรือ Pseudo code ไว้ ทีนี้มาดูประเภทของผังงานนี่

1267
01:41:09,331 --> 01:41:11,730
มันมีหลายแบบ แบบที่เราเขียนนี่

1268
01:41:11,730 --> 01:41:15,730

1269
01:41:20,017 --> 01:41:24,017
มันจะเป็นผสม ก็คือผสมระหว่างแบบที่เรียกว่า

1270
01:41:25,620 --> 01:41:28,596
"แบบเรียงลำดับ" หรือ

1271
01:41:28,596 --> 01:41:32,596
Sequential เห็นไหมคะ เรียงจากในตัวอย่าง Start เริ่ม

1272
01:41:39,742 --> 01:41:39,883
คำสั่งที่ 1 มีคำสั่งที่ 1 คำสั่งที่ 2

1273
01:41:39,883 --> 01:41:40,588
เรียงลำดับลงมา ไล่ไปตามลำดับนะคะ

1274
01:41:40,588 --> 01:41:44,588
เห็นไหมคะ ทำงานตามลำดับ

1275
01:41:46,062 --> 01:41:50,062
เริ่มจากบนลงล่าง เห็นไหมคะ เริ่มจาก

1276
01:41:57,674 --> 01:41:59,417
บนลงล่าง เริ่มจากคำสั่งที่ 1 มาคำสั่งที่ 2 แล้วค่อยมาคำสั่งที่ 3 ก็คือเรียงตามลำดับ

1277
01:41:59,417 --> 01:42:01,903
คำสั่ง เห็นไหมคะ มีจุดเริ่มต้นจุดเดียว

1278
01:42:01,903 --> 01:42:05,903
คือจาก Start

1279
01:42:09,193 --> 01:42:12,516
แล้วก็มาสิ้นสุดที่... อันนี้คือแบบที่ 1

1280
01:42:12,516 --> 01:42:13,156
มาทางเดียวเลย จบเลยนะคะ

1281
01:42:13,156 --> 01:42:17,156
เรียงลงมาทางเดียวจบ แต่ที่เราทำมามันมี

1282
01:42:18,760 --> 01:42:22,760
ทางแยกไป นึกออกนะ

1283
01:42:23,201 --> 01:42:24,376
คะ ถ้า

1284
01:42:24,376 --> 01:42:28,376
จะเขียนนี่ แบบนี้ถูกใช่ไหม ที่บอกว่ามีเส้นโยง

1285
01:42:29,709 --> 01:42:33,709
ตัดกันนี่ เห็นไหมคะ ถ้าเราเขียนผังงาน

1286
01:42:34,422 --> 01:42:38,422
แบบที่ 1 นี่ ถูกต้องการเรียงลำดั

1287
01:42:45,689 --> 01:42:48,335
บลงมานะคะ แต่แบบที่ 2 จะผิด เพราะอะไร ดูสิไอ้นี่ไม่เท่าไร

1288
01:42:48,335 --> 01:42:51,850
ไอ้นี้เห็นไหม มันตัดกัน

1289
01:42:51,850 --> 01:42:55,850
คอมฯ มันจะไม่งงหรือ

1290
01:42:57,900 --> 01:43:01,883
มาตรงนี้แล้วทำไมมาผ่านอันนี้ แล้วย้อนกลับไปใหม่

1291
01:43:01,883 --> 01:43:05,883
นึกออกไหมคะ มันก็จะงงเห็นไหม เส้นมันมาตัดกันน่ะ มันเกิดเส้นที่ตัด มันจะไม่ถูกต้อง การเขียนผังงานแบบนี้

1292
01:43:07,905 --> 01:43:11,905
มันไม่ถูกต้องนะคะ ที่บอกว่า

1293
01:43:15,285 --> 01:43:17,934
มีเส้นทิศทางของผังงานตัดกันเมื่อไหร่นี่

1294
01:43:17,934 --> 01:43:20,892
มันจะเกิดปัญหา เพราะฉะนั้น วิธีเขียนแบบนี้ไม่ถูกต้อง

1295
01:43:20,892 --> 01:43:24,892
นะคะ คือ เหมือนมันไหลลงมาแล้ว มัน

1296
01:43:25,235 --> 01:43:29,235
ไม่ควรย้อนกลับคืนไป นึกออกไหม

1297
01:43:32,616 --> 01:43:36,616
นะคะ ถ้าตามหลักแล้วน่ะ ถ้าลงมาน่ะ ข้างบนแล้วลงมาข้างล่างอย่างนี้ได้ แต่ถ้าอย่างนี้แล้วย้อนคืนกลับไป

1298
01:43:37,076 --> 01:43:40,070
มันจะไม่ถูกนึกออกนะคะ มันไม่ควร

1299
01:43:40,070 --> 01:43:41,922
เป็นลักษณะนี้นะคะ

1300
01:43:41,922 --> 01:43:45,922
เดี๋ยวให้ดูตัวอย่าง

1301
01:43:48,708 --> 01:43:49,098
ตัวอย่างนี้โจทย์บอกว่ารับค่า

1302
01:43:49,098 --> 01:43:51,670
ข้อมูลตัวเลข 2 จำนวน

1303
01:43:51,670 --> 01:43:55,670
มีโจทย์นะคะ ว่ารับค่าตัวเลข

1304
01:44:03,619 --> 01:44:05,612
2 จำนวน แล้วหาผลรวม เห็นไหมคะ มีการคำนวณ ก็คือหาผลรวม เสร็จแล้วให้แสดง

1305
01:44:05,612 --> 01:44:09,612
ผลรวมที่ได้

1306
01:44:11,575 --> 01:44:15,575
ทางจอภาพ ก็คือ

1307
01:44:17,469 --> 01:44:20,932
ต้องใช้สัญลักษณ์ที่แสดงผลทางจอภาพเท่านั้น เห็นไหม ระบุแล้ว

1308
01:44:20,932 --> 01:44:23,281
เพราะฉะนั้น ผังงานที่เขียนออกมา มันจะมี

1309
01:44:23,281 --> 01:44:25,967
หน้าตาเป็น... เริ่ม Start แล้ว

1310
01:44:25,967 --> 01:44:29,967
บอกแล้วว่าเวลาเขียนผังงาน

1311
01:44:34,421 --> 01:44:38,205
ต้องมีคำสั่งเริ่มใช่ไหมคะ ต่อไป บอกเส้น ใส่เส้นเข้ามา คำสั่งรับค่า ถ้าไม่ระบุ

1312
01:44:38,205 --> 01:44:41,847
อุปกรณ์เห็นไหมคะ หรือระบุ

1313
01:44:41,847 --> 01:44:45,847
ถ้าอย่างนี้ รับค่าผ่านแป้

1314
01:44:53,732 --> 01:44:54,053
น รับค่าผ่านแป้น เห็นไหมคะ รับค่าตัวเลข 2 จำนวน เพราะฉะนั้น ตัวแปรเลยมี 2 ตัว ก็คือ

1315
01:44:54,053 --> 01:44:58,053
จำนวนที่ 1 ก็คือ num1 จำนวนที่ 2 ก็คือ num 2

1316
01:45:01,513 --> 01:45:05,513
เห็นไหมคะ รับค่า Read num 1 Re

1317
01:45:09,746 --> 01:45:10,152
ad num 2 เห็นไหมคะ ไหลลงมาแล้ว ต่อไปหาผลรวม

1318
01:45:10,152 --> 01:45:14,152
เห็นไหมคะ ผลรวมตั้งชื่อตัวแปรว่า sum

1319
01:45:21,751 --> 01:45:23,572
ผลรวมว่า sum เกิดจากการนำตัวเลขจำนวนที่ 1 บวกกัน

1320
01:45:23,572 --> 01:45:26,624
ตัวเลขจำนวนที่ 2 กลายเป็นผลรวม เห็นไหมคะ

1321
01:45:26,624 --> 01:45:27,791
เพื่อเก็บค่าของผลรวม

1322
01:45:27,791 --> 01:45:31,791

1323
01:45:41,755 --> 01:45:45,127
ลำดับต่อมาทำอะไร print ใช้ print

1324
01:45:45,127 --> 01:45:49,127
ถูกไหม ในนั้นเราบอกว่าให้แสดงผลทางหน้าจอ แต่ตัวนี้คือ แต่คำสั่งน่ะ

1325
01:45:51,555 --> 01:45:54,548
ดันเป็น print

1326
01:45:54,548 --> 01:45:58,548
ของเขา ถ้าเป็นทางหน้าจอ ก็คือให้เขา print ออกมาให้เห็นทางหน้าจอ แต่ไมไ่ด้ใช้ Printer

1327
01:46:03,265 --> 01:46:05,112
ใช้ print หรือ display ก็ได้

1328
01:46:05,112 --> 01:46:09,112
ก็คือเหมือนที่บอกว่า "ให้ข้อความ

1329
01:46:11,362 --> 01:46:14,200
มันสั้น" เขาก็เลยใช้คำว่า "print" นะคะ

1330
01:46:14,200 --> 01:46:16,487
มีอะไรต่อไหม

1331
01:46:16,487 --> 01:46:20,487
มีคำสั่งอะไรต่อไหม เด็ก  ๆ คิดว่ามีคำส

1332
01:46:29,772 --> 01:46:29,823
อะไรต่อไหมคะ ทำไมมันมาขึ้นหน้านี้ล่ะ

1333
01:46:29,823 --> 01:46:30,904
เดี๋ยวนะ

1334
01:46:30,904 --> 01:46:34,904

1335
01:46:38,517 --> 01:46:42,028
แสดงว่าเลือกผิดอัน

1336
01:46:42,028 --> 01:46:46,028
ใช่ไหม เด็ก ๆ ต้องไม่เห็นกระบวนการในการแสดงผล

1337
01:46:49,897 --> 01:46:53,897
ของ... มันต้องเลือกตัวไหนนี่

1338
01:47:01,783 --> 01:47:03,578
มันต้องไม่เห็นหน้าที่อาจารย์เห็นสิ ไม่ใช่

1339
01:47:03,578 --> 01:47:07,413

1340
01:47:07,413 --> 01:47:11,413

1341
01:47:21,791 --> 01:47:25,791
โอเค ๆ ดูโจทย์

1342
01:47:26,709 --> 01:47:30,709
ประกอบไปด้วยนะคะ ว่าเรากำลังไล่ไปตามคำสั่งนะคะ

1343
01:47:34,472 --> 01:47:34,620
รับค่าข้อมูลนะคะ เสร็จแล้ว

1344
01:47:34,620 --> 01:47:38,620
หาผลรวม ก็คือผลรวมเกิดจากการหาค่า

1345
01:47:40,923 --> 01:47:44,923
2 จำนวนนี้ num1 + num2 เสร็จแล้ว

1346
01:47:49,811 --> 01:47:53,635
แสดงผล แล้วก็... ไม่มีคำสั่งต่อไปแล้ว มันก็จะเป็น End ก็คือสิ้นสุดเห็นไหมคะ มาดูตัวอย่างต่อไปดีกว่า

1347
01:47:53,635 --> 01:47:57,635
เดี๋ยวจะลอง

1348
01:47:58,549 --> 01:48:02,549
สิ่งแรกที่จะต้องมีคืออะไร เดี๋ยวจะถามนะคะ

1349
01:48:02,929 --> 01:48:05,976
ในโจทย์นี้บอกว่า

1350
01:48:05,976 --> 01:48:09,976
ต้องกำหนดค่าตัวเลข 2 ตัว

1351
01:48:11,665 --> 01:48:15,665
หาผลรวมแล้วแสดงผล เดี๋ยวถามใคร วันนี้วันที่

1352
01:48:18,110 --> 01:48:20,696
29 หมายเลขผู้โชคดี ก็คือ...

1353
01:48:20,696 --> 01:48:24,696
อยู่หน้าใครนี่ องุ่น

1354
01:48:24,818 --> 01:48:28,818
องุ่

1355
01:48:30,452 --> 01:48:34,452
นสิ่งแรกที่จะต้องเขียนสัญลักษณ์อะไรคะ

1356
01:48:37,449 --> 01:48:40,297
จำได้ไหม สัญลักษณ์แรก

1357
01:48:40,297 --> 01:48:44,297

1358
01:48:45,317 --> 01:48:49,317

1359
01:48:57,840 --> 01:48:58,393

1360
01:48:58,393 --> 01:49:02,393
อ่าว ไม่ได้ยินเสียงพี่ล่ามนะนี่

1361
01:49:09,849 --> 01:49:13,849
อาจารย์ไม่ได้ยินเสียงพี่ล่าม ไม่ได้ยินค่ะ  พลอย ๆ ไม่ได้ยินเสียงล่าม

1362
01:49:17,820 --> 01:49:21,820

1363
01:49:29,864 --> 01:49:33,864

1364
01:49:37,865 --> 01:49:41,303
ไม่ได้ยินค่ะ อาจารย์ไม่ได้ยินเสียงพี่ล่าม

1365
01:49:41,303 --> 01:49:45,303
แต่พี่ล่ามได้ยินเสียงอาจารย์นะ ไม่ พอดีกำลังถามเด็ก จะให้เด็กตอบ

1366
01:49:47,333 --> 01:49:51,053
เลยไม่รู้ว่า

1367
01:49:51,053 --> 01:49:55,053
ตอบได้หรือเปล่า พี่ล่ามลองพูดหน่อยค่ะ

1368
01:49:57,319 --> 01:50:01,164
ไม่ได้ยินค่ะ

1369
01:50:01,164 --> 01:50:05,164
เปิด ตอนแรกก็ได้ยินอยู่

1370
01:50:08,704 --> 01:50:11,243
ช่วงแรกก็คุยกันอยู่

1371
01:50:11,243 --> 01:50:15,243
อ่าว ไม่อย่างนั้น พี่ล่ามบอก

1372
01:50:20,035 --> 01:50:24,035
องุ่นลองวาดให้ดูสัญลักษณ์แรก

1373
01:50:26,751 --> 01:50:30,306
องุ่นลองวาดสิ วาดเลยค่ะ เป็นแบบไหนสัญลักษณ์อันแรก

1374
01:50:30,306 --> 01:50:31,067
ทำมือวาด เดี๋ยวจะดู

1375
01:50:31,067 --> 01:50:35,039

1376
01:50:35,039 --> 01:50:39,039

1377
01:50:49,898 --> 01:50:53,898
โอเค แล้วมีอะไรอยู่ข้างใน

1378
01:50:56,710 --> 01:50:56,875
ข้อความว่าอะไรคะ โอเค

1379
01:50:56,875 --> 01:51:00,875
Start นะคะ เพราะฉะนั้น เริ่ม

1380
01:51:01,551 --> 01:51:05,551
ทุกครั้งที่สั่ง ต้องสั่งให้โปรแกรมรู้ว่า

1381
01:51:09,229 --> 01:51:13,229
เราจะเริ่มแล้ว ก็คือใช้

1382
01:51:13,375 --> 01:51:15,607
สัญลักษณ์ Start สัญลักษณ์เริ่มต้นนะคะ

1383
01:51:15,607 --> 01:51:18,404
ใช่ไหม แบบนี้ใช่ไหมองุ่น โอเค โอเคนะคะ

1384
01:51:18,404 --> 01:51:22,404
ทีนี้ดูโจทย์นะคะ

1385
01:51:24,940 --> 01:51:28,003
กำหนดค่าตัวเลข 2 ค่า

1386
01:51:28,003 --> 01:51:31,603
ใครจะเป็นคนตอบในข้อนี้

1387
01:51:31,603 --> 01:51:35,521
แม็กกี้หรือ

1388
01:51:35,521 --> 01:51:39,521
ตรง

1389
01:51:44,855 --> 01:51:46,352
แม็กกี้ แม็กกี้นะคะ

1390
01:51:46,352 --> 01:51:50,352
แม่จะถามแม็กกี้แล้ว กำหนดค่า

1391
01:51:50,508 --> 01:51:54,124
กำหนดค่าตัวเลข

1392
01:51:54,124 --> 01:51:58,124
2 ค่า แม็กกี้คิดว่าจะใช้สัญลักษณ

1393
01:52:05,929 --> 01:52:06,057
์ไหน ที่เมื่อกี้ที่เราเรียนกันไป กำหนดค่า

1394
01:52:06,057 --> 01:52:06,405
ตัวเลข 2 ค่า ใช้สัญลักษณ์ไหนได้ลูก

1395
01:52:06,405 --> 01:52:10,405

1396
01:52:11,801 --> 01:52:12,615
ลองวาดดูนะคะ

1397
01:52:12,615 --> 01:52:16,615
เป็นรูปสี่เหลี่ยม เดี๋ยวเรามาดูกันนะ

1398
01:52:22,787 --> 01:52:26,787
ว่าแม็กกี้จะตอบถูกไหม แม็กกี้ตอบถูกนะคะ แต่ต้องมีกี่อัน

1399
01:52:29,682 --> 01:52:33,682
มีอันเดียวถูกต้องไหม มีอันเดียวถูกหรือเปล่า

1400
01:52:37,066 --> 01:52:37,618
ในนั้นเราบอกว่าเรามีกี่ค่า 2 ใช่ไหมคะ กำหนดค่า ก็คือ

1401
01:52:37,618 --> 01:52:41,618
บอกชื่อตัวแปรแล้วก็ค่าที่เราต้องการ

1402
01:52:43,147 --> 01:52:47,147
ตัวนั้น หรือจำนวนนั้น เช่น

1403
01:52:50,666 --> 01:52:54,666
ในตัวอย่างนะคะ num1 = 3 เพราะฉะนั้น num1

1404
01:52:55,290 --> 01:52:55,986
มีค่าเท่ากับ 3 อันนี้

1405
01:52:55,986 --> 01:52:59,986
ตอนนี้ กำหนดค่าอยู่นะคะ ตัวที่ 2 ก็จะ

1406
01:53:00,993 --> 01:53:04,993
เป็นค่าตัวเลข

1407
01:53:08,364 --> 01:53:08,502
ตัวที่ 2 มีค่าเท่ากับ 4 ทีนี้จะมาสู่ต่อไป

1408
01:53:08,502 --> 01:53:12,502
คำสั่งต่อไป ก็คือหาผลรวม คำสั่งในการ

1409
01:53:14,734 --> 01:53:18,734
หาผลรวมเป็นรูปอะไร ใครจะเป็นผู้โชคดี

1410
01:53:25,958 --> 01:53:29,265
เราจะกระโดดข้ามไปที่... แบงก์

1411
01:53:29,265 --> 01:53:32,207

1412
01:53:32,207 --> 01:53:35,694
เห็นไหม สัญลักษณ์หาผลรวม

1413
01:53:35,694 --> 01:53:39,694
การคำนวณสัญลักษณ์เพื่อการคำนวณน่ะ

1414
01:53:43,300 --> 01:53:47,300
คำนวณหาผลรวมก็คือคำนวณ ตัวไหนครับ จำได้หรือเปล่า

1415
01:53:49,332 --> 01:53:52,922
เป็นรูปอะไรจำได้หรือเปล่า

1416
01:53:52,922 --> 01:53:53,608
คำนวณ คำนวณ ที่เหมือน...

1417
01:53:53,608 --> 01:53:57,608
อ๋อ คำนวณน่ะ

1418
01:53:58,035 --> 01:54:02,035
สัญลักษณ์คำนวณเป็นรูปอะไรครับ จำได้หรือเปล่าครับ

1419
01:54:04,005 --> 01:54:06,600

1420
01:54:06,600 --> 01:54:10,600
แบงค์ แบงค์ลองวาดให้พี่เขาดู จำไม่ได้หรือ

1421
01:54:16,177 --> 01:54:18,827
ลองไปเปิดดู เปิดใน... เปิดตัวเองสิ ไอ้รูปที่เป็นคำนวณน่ะ

1422
01:54:18,827 --> 01:54:22,111
นึกออกยัง ที่บอกว่า

1423
01:54:22,111 --> 01:54:25,687
อะไรนะ num หารด้วย 2

1424
01:54:25,687 --> 01:54:29,152
รูปที่เป็นคำนวณเป็นแบบไหนครับ

1425
01:54:29,152 --> 01:54:31,602
แบงก์ลองวาดดู

1426
01:54:31,602 --> 01:54:35,602
ลองวาดให้พี่เขาดู

1427
01:54:38,463 --> 01:54:42,463
เป็นรูปสี่เหลี่ยมแบบ... ใช่ไหม

1428
01:54:43,811 --> 01:54:46,351
หาผลรวมในนั้น

1429
01:54:46,351 --> 01:54:50,351
จะต้องใส่คำว่าอะไรครับ จะต้องเป็นเลข

1430
01:54:51,134 --> 01:54:55,134
อะไร เอาตัวแปร num1

1431
01:55:01,995 --> 01:55:05,995
ใช่ไหม กับ num2 มาทำอะไรกัน ผลรวม ก็คือบวกกันนะ มาดูนะคะ ว่าที่แบงก์ตอบมาถูกต้องไหมนะคะ

1432
01:55:07,497 --> 01:55:09,622
เห็นไหม ใช่ไหมคะ

1433
01:55:09,622 --> 01:55:13,622
num1 + num2 เพื่อน ๆ

1434
01:55:17,248 --> 01:55:18,974
ปรบมือ จำได้ทุกคนแล้วนะคะ เริ่มจำได้ โอเค

1435
01:55:18,974 --> 01:55:22,974
เห็นไหมคะ ก็คือ

1436
01:55:26,304 --> 01:55:30,304
เนื่องจากคำว่าผลรวมนี่ เราก็เลย

1437
01:55:33,633 --> 01:55:37,633
ต้องให้มันมีที่เก็บค่า ก็เลยตั้งชื่อตัวแปรว่า sum มาจาก

1438
01:55:37,746 --> 01:55:40,490
Sumary หรือการหาผลรวมนั่นเอง แล้วผลรวมมันเกิดจากอะไร ตัวเลข

1439
01:55:40,490 --> 01:55:44,490
ตัวเลขที่เรากำหนดค่าให้ 2 ตัว ก็คือ n

1440
01:55:50,015 --> 01:55:54,015
num2 มันจะรวมกันได้ ก็คือเราเอามันมาทำอะไรคะ บวกกันใช่ไหมคะ เห็นไหมคะ สิ่งต่อมาที่เราต้องการให้คอมพิวเตอร์

1441
01:56:02,018 --> 01:56:03,455
ก็คือแสดงผล คำสั่ง

1442
01:56:03,455 --> 01:56:07,455
ในการแสดงผล ใครจะเป็นผู้โชคดี มา

1443
01:56:08,689 --> 01:56:12,689
อ๊อฟต้าใช่ไหม

1444
01:56:20,933 --> 01:56:24,446
ใช่ไหม ออฟต้า คำสั่งแสดงผล วาดเป็นรูปอย่างไรลูก ออฟต้า

1445
01:56:24,446 --> 01:56:28,446
จำได้ไหม ใช้สัญลักษณ์ไหน แสดงผลนะ

1446
01:56:35,871 --> 01:56:37,442
เดี๋ยวมาดูกันนะ ว่าออฟต้าตอบถูกไหมนะคะ

1447
01:56:37,442 --> 01:56:41,442
มันมีได้ 2 แบบ ก็คืออะไร ตรงนี้แม่

1448
01:56:45,095 --> 01:56:49,095
ไม่ได้ระบุใช่ไหม ว่าแสดงผล

1449
01:56:52,325 --> 01:56:52,707
ทางจอหรือเปล่าใช่ไหม เราสามารถใช้ได้ 2 แบบ

1450
01:56:52,707 --> 01:56:53,689
นี่ใช้ตัวนี้ก็ได้

1451
01:56:53,689 --> 01:56:57,586
ถูกไหมคะ

1452
01:56:57,586 --> 01:57:01,586
อันนี้เขาบอกว่า

1453
01:57:08,578 --> 01:57:12,443
สั่งให้แสดงผลนะคะ โดย โดยให้แสดงข้อความคำว่า "

1454
01:57:12,443 --> 01:57:13,334
sum" มีคำว่า "sum" เห็นไหมคะ

1455
01:57:13,334 --> 01:57:17,334
ถ้ามีเครื่องหมายคำพูดนะ ออฟต้านะ เราต้องใส่เครื่องหมาย

1456
01:57:18,106 --> 01:57:22,106
คำพูดคือ ถ้าเป็นข้อความ แสดงผลที่เป็นข้อความ

1457
01:57:26,046 --> 01:57:26,985
เครื่องหมายคำพูด แต่เมื่อใดก็ตามที่เราต้องการแสดงผลที่มันมาจากตัวแปรนี่ เราก็พิมพ์ชื่อ

1458
01:57:26,985 --> 01:57:30,985
ตัวแปรนั้นต่อท้ายได้เลย

1459
01:57:31,988 --> 01:57:35,988
ผลลัพธ์ที่ได้จากตัวแปรเก็บไว้มันจะแสดงผลออก

1460
01:57:42,053 --> 01:57:46,053
เห็นไหมคะ หมดหรือยัง เด็ก ๆ คิดว่าหมดหรือยัง จบหรือยังคะ เดี๋ยวถามนะคะ ใครยังไม่โดน

1461
01:57:54,058 --> 01:57:58,058

1462
01:58:02,058 --> 01:58:02,330
แจ็กพ็อตหรือยัง โอเค ตี๋น้อย ตี๋น้อยคิดว่า

1463
01:58:02,330 --> 01:58:06,330
เสร็จหรือยัง ผังงานเราเสร็จหรือยังลูก

1464
01:58:11,587 --> 01:58:14,569
เสร็จหรือยังครับ เสร็จหรือยัง เสร็จแล้วไหม

1465
01:58:14,569 --> 01:58:17,459
เสร็จหรือยังไม่เสร็จ

1466
01:58:17,459 --> 01:58:21,459
ยังไม่เสร็จ

1467
01:58:25,225 --> 01:58:29,225
ใช่ไหมครับ ยังไม่เสร็จ ต้องมี Start

1468
01:58:30,113 --> 01:58:34,113
แล้วก็ต้องมีอะไรครับ End ใช่หรือเปล่า หรือ Stop

1469
01:58:40,306 --> 01:58:40,823
บอกแล้วว่า

1470
01:58:40,823 --> 01:58:43,762
เราจะต้อง เมื่อให้มันเริ่ม เราต้องสั่งให้มันหยุด

1471
01:58:43,762 --> 01:58:46,040
ทุกครั้งเสมอ ใช่ไหมคะ เริ่มเสมอแล้วก็...

1472
01:58:46,040 --> 01:58:50,040
นึกง่าย ๆ ไอ้ตัวบนกับตัวล่างน่ะ

1473
01:58:51,651 --> 01:58:55,651
ไอ้สัญลักษณ์สีแดง ๆ นี่

1474
01:59:01,265 --> 01:59:03,211
มันต้องมีคู่กันน่ะ ให้นึกถึงเหมือน ถ้าเราใส่

1475
01:59:03,211 --> 01:59:06,829
เครื่องหมายคำพูด นึกออกนะ ใส่แค่ตัวเดียวก็ไม่ได้

1476
01:59:06,829 --> 01:59:10,829
นึกออกไหม  เหมือนวงเล็บก็เหมือนกัน

1477
01:59:18,096 --> 01:59:19,398
มีวงเล็บเปิดก็ต้องมีวงเล็บปิด ใช่ไหม เพราะฉะนั้น มี Start

1478
01:59:19,398 --> 01:59:20,746
จะต้องปิดด้วย Stop ทุกครั้ง เห็นไหมคะ มันต้องอยู่คู่กันเสมอ ขาดไม่ได้

1479
01:59:20,746 --> 01:59:24,746
โอเคนะคะ นี่คือ

1480
01:59:26,669 --> 01:59:30,669
เป็นแบบ Sequence ก็คือเรียงลงมา

1481
01:59:34,396 --> 01:59:34,765
1, 2, 3

1482
01:59:34,765 --> 01:59:38,765
คำสั่งที่ 1 คำสั่งที่ 2 คำสั่งที่ 3 ก็ไล่ลงมา

1483
01:59:43,659 --> 01:59:47,659
ตามโจทย์เลย เห็นไหมคะ หัวข้อ

1484
01:59:49,089 --> 01:59:52,179
มันก็ไล่ลงมาตามโจทย์เรานะคะ ทีนี้มาดูผังงานอีกแบบ แบบทางเลือก

1485
01:59:52,179 --> 01:59:56,179
แบบทางเลือกนะคะ ตัวนี้

1486
02:00:03,672 --> 02:00:07,672
ชื่อว่า Selection Selection

1487
02:00:08,049 --> 02:00:08,933
นะคะ ผังงานแบบ Selection

1488
02:00:08,933 --> 02:00:11,348
หรือทางเลือกเป็นอย่างไรนะ

1489
02:00:11,348 --> 02:00:15,348
เขาบอกว่าผังงานนี้มันจะมีเงื่อนไข

1490
02:00:20,903 --> 02:00:23,725
ให้เราเลือกไปทำ เรานึกถึง

1491
02:00:23,725 --> 02:00:25,289
เงื่อนไขเลือกไปทำ เช่น เหมือนเมนูในแอปนึกออกไหม

1492
02:00:25,289 --> 02:00:29,289
เลือกจะเข้าเมนูไหนอย่างนี้

1493
02:00:32,975 --> 02:00:36,975
นั่นก็คือมีเงื่อนไข เพื่อให้ตัดสินใจเลือกไปทำนะคะ

1494
02:00:37,041 --> 02:00:41,041
ผลลัพธ์เห็นไหมคะ  ผลลัพธ์ของเงื่อนไขมีแค่จริง

1495
02:00:45,086 --> 02:00:49,086
หรือเท็จ ก็คือ

1496
02:00:53,931 --> 02:00:53,953
TRUE กับ FALSE ก็คือถ้าเป็นจริงไปทำ หรือ

1497
02:00:53,953 --> 02:00:57,953
ถ้าไม่จริงไปทำอะไร เห็นไหมคะ ผลลัพธ์ของเงื่อนไข

1498
02:01:04,750 --> 02:01:08,750
มีอยู่ 2 ตัวนี้เท่านั้น ก็คือจริง

1499
02:01:10,151 --> 02:01:14,151
ให้ไปทำอะไร ถ้าไม่จริง ให้ไปทำอะไรนะคะ ไอ้ผังงานแบบทางเลือกนี่ ยังมีรูปแบบย่อย ๆ

1500
02:01:15,670 --> 02:01:19,670
ของมันถึง 3 แบบด้วยกัน

1501
02:01:21,168 --> 02:01:25,168
นะคะ แบบที่ 1 เขาเรียก "ทางเลือกแบบ

1502
02:01:29,274 --> 02:01:33,274
โครงสร้าง" ก็คือใช้เงื่อนไข if... then ก็คือถ้าแล้วนะคะ นั่นหมายถึงว่า

1503
02:01:35,119 --> 02:01:39,119
โปรแกรมเรามีการกำหนดเงื่อนไขแบบ

1504
02:01:42,166 --> 02:01:46,166
ถ้า... แล้ว... หรืออะไรก็แล้วแต่นี่ฃจะใช้โครงสร้างแบบนี้นะคะ ถ้าแบบที่ 2 if-then-else

1505
02:01:51,890 --> 02:01:53,353
อันนี้ถ้าแล้ว หรือ

1506
02:01:53,353 --> 02:01:57,353
เงื่อนไขมันจะเพิ่ม อันนี้มีเงื่อนไขแค่

1507
02:01:58,200 --> 02:01:58,982
1 ตัว ว่าเหมือนแม่บอกว่า

1508
02:01:58,982 --> 02:02:02,982
อีก 5 นาทีถ้าสอนเสร็จ

1509
02:02:03,698 --> 02:02:07,698
จะปล่อย เห็นไหมคะ นั่นก็คือ

1510
02:02:10,351 --> 02:02:12,578
ต่อเวลาไปอีก 5 นาทีนี่ ถ้าสอนเสร็จ

1511
02:02:12,578 --> 02:02:15,254
เด็ก ๆ จะได้เลิกเรียน แต่ถ้ายังสอนไม่เสร็จ

1512
02:02:15,254 --> 02:02:19,254
นั่นหมายความว่าเราก็ยังจะต้องเรียนต่อนึกออกนะ เงื่อนไข

1513
02:02:22,958 --> 02:02:26,958
มันจะมีแค่ ถ้าเป็นจริง ก็คือเลิก

1514
02:02:28,201 --> 02:02:31,258
ก็คือพอถึง 5 นาที สอนจบ เด็ก ๆ ก็เลิก

1515
02:02:31,258 --> 02:02:34,220
แต่ถ้า 5 นาทีแล้วไม่จบ แสดงว่าผลลัพธ์คือเป็นเท็จ มันจะเกิดอะไรขึ้นต่อ

1516
02:02:34,220 --> 02:02:38,220
ก็คือแม่อาจจะไม่สอนต่อก็ได้ ถ้าเกินแล้วมันอาจจะไม่จบ

1517
02:02:45,753 --> 02:02:47,072
ไว้เรียนต่อคราวหน้าอย่างนี้ก็ได้  หรือยังจะสอนต่อไปให้จบก็ได้นะคะ แต่ถ้าแบบที่ 2 นี่

1518
02:02:47,072 --> 02:02:51,072
if-then-else มันมี if ถ้า

1519
02:02:52,489 --> 02:02:56,489
แล้ว มีหรืออีก

1520
02:02:57,951 --> 02:03:01,951
นั่นก็คือมีทางเลือกว่า ถ้าสมมติอีก 5 นาที

1521
02:03:02,145 --> 02:03:05,957
เรียนแล้วยังไม่จบ ก็จะมีทางเลือกว่าให้... อาจจะสอนต่อนึกออกไหม

1522
02:03:05,957 --> 02:03:09,957
หรืออาจจะไม่สอนต่อ

1523
02:03:16,126 --> 02:03:20,126
ก็มีให้เลือกว่าแม่จะสอนต่อไหม หรือแม่จะไม่สอนต่อ

1524
02:03:20,660 --> 02:03:24,195
นึกออกนะคะ อย่างนี้เป็นต้น ทางเลือกมันก็จะเพิ่มขึ้นมา และแบบ

1525
02:03:24,195 --> 02:03:28,195
ที่ 3

1526
02:03:33,128 --> 02:03:35,100
แบบมากกว่า 2 ทางเลือก แบบนี้โครงสร้างจะเป็นแบบ Case

1527
02:03:35,100 --> 02:03:37,216
จะมีลักษณะโครงสร้างที่บอกว่าเป็นเมนู นึกออกนะะคะ

1528
02:03:37,216 --> 02:03:37,626
ก็คือ Case ที่ 1 เช่น

1529
02:03:37,626 --> 02:03:41,626
สมมติ

1530
02:03:43,814 --> 02:03:44,911
วันนี้มีการบ้านให้ทำ

1531
02:03:44,911 --> 02:03:48,911
อยู่ 3 ข้อ อย่างนี้ ให้เด็ก ๆ ไปเลือกทำ

1532
02:03:51,285 --> 02:03:55,285
ทำข้อที่ 1 ข้อที่ 2 ข้อที่ 3 นะคะ นั่นคือเป็นแบบ Case

1533
02:03:57,989 --> 02:04:01,989
ให้มีทางเลือกให้มากกว่า

1534
02:04:05,572 --> 02:04:08,052
2 ทางเลือกนะคะ หรือมี 5 ข้อ ให้เลือกทำ 2 ใน 3 อย่างนี้ก็ได้ นั่นคือทางเลือก แล้วแต่กำหนดนะคะ

1535
02:04:08,052 --> 02:04:09,827
เดี๋ยวมาดูรูปแบบกันดีกว่า

1536
02:04:09,827 --> 02:04:13,827
รูปแบบของทางเลือกเรานะคะ

1537
02:04:19,470 --> 02:04:21,582
ทำไมไม่ไป แบบที่ 1

1538
02:04:21,582 --> 02:04:25,582
เป็นแบบโครงสร้าง

1539
02:04:27,964 --> 02:04:31,964
ที่บอกว่า ทดสอบ

1540
02:04:38,238 --> 02:04:39,115
เงื่อนไขแล้วเลือกว่าจะทำหรือไม่ทำ เห็นไหมคะ ก็คือเลือกก่อนว่าจะทำหรือไม่ เช่น

1541
02:04:39,115 --> 02:04:42,056
เริ่มต้นปุ๊บ

1542
02:04:42,056 --> 02:04:46,056
เข้ามาเช็กเงื่อนไขก่อน

1543
02:04:47,790 --> 02:04:51,519
ถ้าเป็นจริง มาทำข้อนี้ เห็นไหมคะ เห็นไหม

1544
02:04:51,519 --> 02:04:53,857
แต่ถ้าไม่จริงไปทำข้อนี้ เห็นไหม

1545
02:04:53,857 --> 02:04:57,857
จุดสิ้นสุด คือ จบการทำงานเหมือนกันทั้งหมด

1546
02:05:00,132 --> 02:05:04,132
เห็นไหมคะ

1547
02:05:09,933 --> 02:05:13,933
ถ้าไม่จริงปุ๊บ ออกมาจาก จบเลย ถ้าไม่จริง เห็นไหมมาทำคำสั่งต่อ เห็นไหมคะ มันต้องเช็กก่อน เช็กเงื่อนไขที่อยู่ตรงนี้

1548
02:05:14,971 --> 02:05:18,971
ก่อน ถ้าเป็นจริง

1549
02:05:25,553 --> 02:05:26,753
ถึงจะมาทำ พอทำเสร็จแล้วถึงจะจบการทำงาน นึกออกนะ แต่ถ้าเงื่อนไขไม่จริงปุ๊บ

1550
02:05:26,753 --> 02:05:29,274
ออกเลยค่ะ ออกเลยไม่มีวนย้อนกลับไปเห็นไหมคะ

1551
02:05:29,274 --> 02:05:33,274
นั่นคือบอกว่า

1552
02:05:34,696 --> 02:05:38,696
ทดสอบเงื่อนไขเสียก่อน แล้วก็มาเช็กว่าถ้าจริง

1553
02:05:40,679 --> 02:05:42,372
ถึงจะทำ ถ้าใช้ if นะคะ เงื่อนไข if... then

1554
02:05:42,372 --> 02:05:45,681
นะคะ มาดูแบบที่ 2

1555
02:05:45,681 --> 02:05:49,681
ถ้า

1556
02:05:58,268 --> 02:06:02,203
if then else เห็นไหม มีเงื่อนไขอยู่ ถ้าจริงมาทำคำสั่ง A คำสั่ง B คือ คำสั่ง 2 ตัวนี้ไม่เหมือนกัน

1557
02:06:02,203 --> 02:06:06,203
นึกออกไหม เหมือนบอกว่าในกรณีนี้

1558
02:06:07,783 --> 02:06:09,991
จะเหมาะกับ เช่น ถ้าขายสินค้า 1 ชิ้น

1559
02:06:09,991 --> 02:06:12,241
แล้วราคาสินค้านั้น

1560
02:06:12,241 --> 02:06:16,241
เหมือนส่วนลดน่ะ นึกออกนะ

1561
02:06:20,445 --> 02:06:24,445
ถ้าถึง 1,000 บาท จะไปได้ส่วนลด 5 เปอร์เซ็นต์

1562
02:06:30,281 --> 02:06:32,172
นึกออกนะ แต่ถ้าไม่ถึง 1,000 บาท ส่วนลด 1 เปอร์เซ็นต์ อะไรอย่างนี้ มันจะมาทำ ก็คือ

1563
02:06:32,172 --> 02:06:36,172
ได้ส่วนลดทั้งคู่ แต่จะมากหรือน้อยกว่า

1564
02:06:36,749 --> 02:06:40,749
คือจะมาทำตามคำสั่งทั้งคู่

1565
02:06:45,631 --> 02:06:49,631
จะอันนี้แต่สุดท้าย คือ มาสิ้นสุด ก็คือเช็กเงื่อนไขแล้ว ถ้าเป็นจริงไปทำตามคำสั่งไหน ถ้าเป็นเท็จไปทำตามคำสั่งไหน

1566
02:06:49,839 --> 02:06:52,343
นึกออกนะคะ อันนี้เป็นถ้าแล้วหรือ if-then-else

1567
02:06:52,343 --> 02:06:56,343
if-then-else แบบนี้

1568
02:07:02,013 --> 02:07:06,013
แบบนี้นะคะ ทีนี้แบบที่บอกว่าเป็น Case เห็นไหม Start ปุ๊บ ใส่เงื่อนไขเข้ามา ถ้าเลือกมาทำเงื่อนไขที่ 1

1569
02:07:08,162 --> 02:07:11,766
ก็จะไปคำสั่งที่ 1

1570
02:07:11,766 --> 02:07:15,766
ถ้าเลือกคำสั่งที่ 2 ก็คือจะมีเงื่อนไขตรงนี้

1571
02:07:16,883 --> 02:07:18,216
บอกก่อน ถ้าสมมติกดปุ่ม 1 มาทำคำสั่งที่ 1

1572
02:07:18,216 --> 02:07:22,216
กดปุ่มที่ 2 มาทำคำสั่งที่ 2 กดปุ่มที่ 3

1573
02:07:24,971 --> 02:07:28,971
มาทำคำสั่งที่ 3 กดปุ่มที่ 4 มาทำคำสั่งที่ 4

1574
02:07:34,312 --> 02:07:38,312
อย่างนี้เป็นต้น ก็คือมีทางเลือกให้หลายทางนะคะ ว่าจะเลือกอันไหน แต่หมายความว่าเลือกตัวใดตัวหนึ่งเสร็จแล้ว ก็มาทำตามคำสั่งนั้นนะคะ

1575
02:07:40,027 --> 02:07:44,027
เช่น สมมติเลือก

1576
02:07:48,079 --> 02:07:48,967
กดปุ่มที่ 3 มันก็จะมาที่คำสั่งที่ 3 นะคะ เสร็จแล้วก็จบ

1577
02:07:48,967 --> 02:07:52,967
นะคะ สังเกตดูเส้นมันจะไม่ตัดกัน เห็นไหม

1578
02:07:55,259 --> 02:07:59,259
มันจะโยงเชื่อมว่า

1579
02:07:59,453 --> 02:08:02,224
ก็ลงมา

1580
02:08:02,224 --> 02:08:04,355
ที่จุดนี้จุดเดียวนะคะ

1581
02:08:04,355 --> 02:08:08,355
สังเกตดูเวลาออกแบบเส้นจะไม่มีการตัดกันเลยนะคะ

1582
02:08:12,727 --> 02:08:16,727
นี่คือโครงสร้างแบบที่เป็น

1583
02:08:21,047 --> 02:08:21,953
Case แล้วในกรณีที่มีการทำงานแบบวนซ้ำล่ะ เพราะบางครั้ง

1584
02:08:21,953 --> 02:08:25,953
การทำงานของคอมพิวเตอร์นี่ มันจะไม่ได้ทำแบบรอบเดียว

1585
02:08:32,289 --> 02:08:36,289
อาจจะทำหลายรอบ ถ้าเป็นผังงานแบบวนซ้ำ มันจะมี 2 รูปแบบนะคะ ก็คือ

1586
02:08:37,611 --> 02:08:39,108
แบบ Do... While กับ Do... Until 2 แบบนี้

1587
02:08:39,108 --> 02:08:41,347
ต่างกันอย่างไร เดี๋ยวมาดูรูปแบบกันนะคะ

1588
02:08:41,347 --> 02:08:45,347
คำสั่งแบบ

1589
02:08:48,134 --> 02:08:50,001
Do... While ให้ดูนะคะ

1590
02:08:50,001 --> 02:08:53,707
คำสั่งนี้จะวนซ้ำการทำงานเมื่อ

1591
02:08:53,707 --> 02:08:57,270
ผลการตรวจสอบเงื่อนไขเป็นจริง

1592
02:08:57,270 --> 02:09:01,270
ก็คือมันจะต้องเช็กเงื่อนไขก่อน

1593
02:09:06,063 --> 02:09:08,192
ถ้าเป็นจริงถึงจะทำงาน

1594
02:09:08,192 --> 02:09:10,333
พอทำเสร็จถึงจะวนกลับไป ถ้าเป็นแบบวนนี่จะได้  แต่สังเกตว่า

1595
02:09:10,333 --> 02:09:14,333
มันจะไม่วนข้าม มันจะวนย้อนกลับไปคำสั่งที่อยู่

1596
02:09:15,342 --> 02:09:19,342
ต้นแค่นั้น มันจะไม่วน

1597
02:09:22,101 --> 02:09:26,101
แบบที่ภาพที่บอกแล้วบอกว่าผิด แล้วข้ามไปคำสั่งแรก

1598
02:09:26,770 --> 02:09:27,537
อะไรอย่างนี้ นึกออกนะคะ มันจะเข้าไปเช็กเงื่อนไขเสียก่อน

1599
02:09:27,537 --> 02:09:31,537
ถ้าเป็นจริงมันถึงจะทำ ถ้าไม่เป็นจริงมันจะออกเลย

1600
02:09:32,234 --> 02:09:36,234
นะคะ นี่คือคำสั่ง

1601
02:09:40,025 --> 02:09:40,920
ที่เป็นการวนรอบแบบ Do.. While เช่น เหมือนกำหนดว่าถ้าจำนวนนี้

1602
02:09:40,920 --> 02:09:44,920
น้อยกว่า 5 เป็นจริงปุ๊บ

1603
02:09:47,434 --> 02:09:51,434
ลงมาทำคำสั่งนี้

1604
02:09:52,520 --> 02:09:56,058
แล้ววนกลับไป เลขที่ใส่มายังเป็น 5 อยู่ไหม

1605
02:09:56,058 --> 02:09:59,448
น้อยกว่า 5 อยู่ไหม ก็ทำไปเรื่อย ๆ จนกว่าค่ามันจะมากกว่า 5 นึกออกไหมคะ

1606
02:09:59,448 --> 02:10:02,161
แล้วมันจะไม่ทำงานนะคะ

1607
02:10:02,161 --> 02:10:06,161
อันนี้แบบ Do... while

1608
02:10:09,589 --> 02:10:13,589
แล้ว Do... Until ล่ะ Do... Until บอกว่า

1609
02:10:18,171 --> 02:10:21,968
มันจะตรวจสอบเงื่อนไขหลังจากโปรแกรมทำงานแล้ว นั่นก็คือมันทำงานก่อน แล้วลงมาเช็ก

1610
02:10:21,968 --> 02:10:25,968
มีคำสั่งให้ทำก่อน แล้วลงมาเช็กเงื่อนไข

1611
02:10:32,983 --> 02:10:35,933
เป็นเท็จมันจะวนกลับไปทำ ทำจนกว่าจะเป็นจริงถึงจะจบ เห็นไหมคะ

1612
02:10:35,933 --> 02:10:39,933
อันนี้วนซ้ำเมื่อ เมื่อเป็นเท็จ

1613
02:10:46,420 --> 02:10:50,420
ถ้า Do... Until น่ะ  ทำจนกระทั่ง... คือ ถ้าแปลตามตัว Do ให้ทำ ทำไปจน...

1614
02:10:50,632 --> 02:10:52,265
เห็นไหม Until คือ จนกระทั่ง

1615
02:10:52,265 --> 02:10:56,265
นะคะ นี่คือการวน

1616
02:10:59,603 --> 02:10:59,617
แบบ Do... Until ทีนี้

1617
02:10:59,617 --> 02:11:01,003
เด็ก ๆ มีการบ้านทั้งหมด

1618
02:11:01,003 --> 02:11:05,003
3 ข้อ นะคะ ให้ทำส่งใน

1619
02:11:06,590 --> 02:11:10,590
Classroom ของเรา นึกออกนะ

1620
02:11:18,436 --> 02:11:21,554
ทำไว้แล้วนะ ว่าชื่อใบงาน Flow chart นะคะ

1621
02:11:21,554 --> 02:11:25,554
ให้ก๊อป(ปี้)ตัวเอกสาร Power Point ตัวเอกสาร

1622
02:11:26,062 --> 02:11:30,062
ก็อยู่ใน Classroom แล้ว

1623
02:11:34,095 --> 02:11:38,095
ไปเปิดแล้วเมื่อทำข้อที่ 1 นึกออกนะ ให้ Copy ตัวคำสั่งวางไว้ด้วย เข้าใจไหมคะ

1624
02:11:41,042 --> 02:11:45,042
เพราะฉะนั้น ก็จะได้รู้ว่าอันนี้ข้อที่ 1

1625
02:11:49,373 --> 02:11:49,564
มีทั้งหมด 3 ข้อนะคะ การบ้านเรา เห็นไหมคะ สไลด์ที่สอน

1626
02:11:49,564 --> 02:11:53,564
นะคะ ก็อยู่ใน Classroom

1627
02:11:54,168 --> 02:11:58,168
เรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้น ไปเปิดดูแล้วก็

1628
02:12:06,456 --> 02:12:09,865
เทียบกับที่เราทดลองทำใน Microsoft Word นะคะ ทำใน Microsoft Word เสร็จแล้ว

1629
02:12:09,865 --> 02:12:11,165
เอาส่งเข้าในระบบนะคะ เด็ก ๆ มีการบ้านทั้งหมด

1630
02:12:11,165 --> 02:12:15,165
3 ข้อนะคะ ให้เด็ก ๆ ลองทำดู

1631
02:12:15,822 --> 02:12:19,031
เป็นการบ้าน สำหรับการเขียนผังงาน

1632
02:12:19,031 --> 02:12:19,784
แบบต่าง ๆ นะคะ

1633
02:12:19,784 --> 02:12:23,784

1634
02:12:23,922 --> 02:12:27,922
ลองดูสิว่า ใครจะ

1635
02:12:36,478 --> 02:12:39,650
แสดง... ตัวนี้ลืมระบุ ตัวสุดท้ายนี่ เป็นแบบ Case เพราะมีรายการอาหาร 3 รายการ

1636
02:12:39,650 --> 02:12:43,650
ถ้าเลือกแล้วให้แสดงรายการอาหารที่เลือกด้วย

1637
02:12:44,162 --> 02:12:48,162
เห็นไหมคะ มันจะมีผสม

1638
02:12:49,437 --> 02:12:53,437
ตรวจก่อนนะ ตรวจก่อน ว่าเลขที่ใส่เข้าไป

1639
02:12:53,954 --> 02:12:57,156
เสร็จแล้วก็มาเลือกรายการอาหาร เห็นไหมคะ อ่านโจทย์ดี ๆ

1640
02:12:57,156 --> 02:12:57,681
ค่อย ๆ ไล่ ทำเหมือนที่

1641
02:12:57,681 --> 02:13:01,681
ไล่ให้ดูในตัวอย่างนะ

1642
02:13:07,615 --> 02:13:09,033
ไล่ไปทีละคำสั่ง ตัวไหนจะเป็นคำสั่งแรก

1643
02:13:09,033 --> 02:13:09,265
วางลงไป ๆ นะคะ สังเกต

1644
02:13:09,265 --> 02:13:13,265
มันก็จะต้องทำตามคำสั่งน่ะ เส้นทางมันจะทำตามคำสั่ง

1645
02:13:17,163 --> 02:13:21,163
นะคะ เพราะฉะนั้น เด็ก ๆ ก็ต้อง

1646
02:13:26,502 --> 02:13:30,502
ไปทีละตัว ว่าอันไหนเป็นคำสั่งที่ 1 คำสั่งที่ 2 ไปไหน คำสั่งที่ 3 ไปไหนนะคะ ลองดูนะคะ

1647
02:13:31,467 --> 02:13:35,467
สำหรับวันนี้นะคะ หัวข้อการทำผังงานของเราก็

1648
02:13:42,510 --> 02:13:46,510
จบเพียงเท่านี้นะคะ ใครมีข้อสงสัยถาม สงสัยไหม ออฟต้าสงสัยไหม

1649
02:13:46,712 --> 02:13:50,712
ไม่สงสัย มีใครสงสัยการบ้านไหม

1650
02:13:58,513 --> 02:13:59,040
ทำส่งใน Classroom เราจำได้นะ Classroom เรา การบ้านส่งใน Classroom นะคะ

1651
02:13:59,040 --> 02:14:03,040
จะถามหรือเปล่า มีใครจะถามยกมือ

1652
02:14:04,321 --> 02:14:04,685
ไม่มีนะคะ

1653
02:14:04,685 --> 02:14:08,685
ถ้าไม่มีแล้ว วันนี้...

1654
02:14:09,186 --> 02:14:12,120
มี ออฟต้าจะถาม โอเค

1655
02:14:12,120 --> 02:14:16,120
เมื่อกี้กดไปดู

1656
02:14:18,558 --> 02:14:22,558
เครื่องออฟต้ามันเบอร์อะไรนะ

1657
02:14:27,506 --> 02:14:28,468

1658
02:14:28,468 --> 02:14:31,840
แม็กกี้ ใช่ไหม ถามได้

1659
02:14:31,840 --> 02:14:35,840
พี่เขาดูอยู่

1660
02:14:39,030 --> 02:14:40,317
ไม่ได้ยิน

1661
02:14:40,317 --> 02:14:43,729

1662
02:14:43,729 --> 02:14:47,729
น้องถามอะไร

1663
02:14:55,200 --> 02:14:59,200
พี่ปุ๋ย

1664
02:15:06,544 --> 02:15:10,544

1665
02:15:12,883 --> 02:15:16,883

1666
02:15:22,552 --> 02:15:26,552

1667
02:15:30,560 --> 02:15:34,560

1668
02:15:38,574 --> 02:15:42,574
อ๋อ ไอ้ตัวที่เป็น

1669
02:15:45,091 --> 02:15:49,091
หัวข้อที่เป็น 3 รายการแบบ Case นี่ใช

1670
02:15:50,583 --> 02:15:51,678
่ไหม นี่ให้ดูวิธีการทำ Case เห็นไหม

1671
02:15:51,678 --> 02:15:55,678
เงื่อนไขก่อนใช่ไหม แล้วก็มาเลือกว่าถ้าตรงไปทำ 1, 2, 3

1672
02:15:57,570 --> 02:16:00,373
ก็จะมี 3 รายการ นึกออกนะ

1673
02:16:00,373 --> 02:16:03,343
ในตัวอย่างมันมี 4 ใช่ไหม

1674
02:16:03,343 --> 02:16:06,199
ใช้รูปแบบนี้นะคะ มันจะมีผสม  เด็ก ๆ

1675
02:16:06,199 --> 02:16:10,199
ในสไลด์มีสไลด์อยู่ใน Class อยู่แล้ว ไปเปิด

1676
02:16:18,242 --> 02:16:21,594
ได้นะคะ โอเคไหม มีใครจะถามอีกไหมคะ

1677
02:16:21,594 --> 02:16:24,302
แบบ Case เห็นไหมที่เป็น 3 รายการน่ะ ใช้วิธีทางเลือกแบบที่เป็น Case เข้าไปร่วมด้วยนะคะ

1678
02:16:24,302 --> 02:16:28,302
ไม่ใช่ว่าให้ดูนะ ผัง

1679
02:16:29,496 --> 02:16:33,496
ที่เราแสดงนี่ มันเขียนด้วยกันได้

1680
02:16:34,205 --> 02:16:38,205
อาจจะเอาอันนี้แล้วไปต่อกับ Case ก็ได้ อาจจะมา

1681
02:16:38,801 --> 02:16:41,233
ตรงนี้ แล้วจบของมันก็ได้ นึกออกนะ ให้เราดูโจทย์ด้วย ว่า

1682
02:16:41,233 --> 02:16:44,657
มันไปนี่แล้วมันไปไหนต่อ มันจะเป็นทางเลือก

1683
02:16:44,657 --> 02:16:48,657
ต่อหรือเปล่า หรือมันจะมีเงื่อนไขต่อ หรื

1684
02:16:54,617 --> 02:16:58,617
อมันจะเป็นแค่จากบนลงล่าง นึกออกนะคะ ทำเหมือนที่ตัวอย่างที่แม่พาทำน่ะ ไล่โจทย์ไป เริ่ม Start Start แล้วทำอะไร

1685
02:17:00,441 --> 02:17:04,441
ค่อย  ๆ ไล่ ช้า ๆ ใจเย็น ๆ

1686
02:17:06,282 --> 02:17:07,963
เพราะว่าการเขียนผังงานเราจะต้องทวนด้วย

1687
02:17:07,963 --> 02:17:11,592
ว่าไปถูกทางหรือเปล่า ทำถูกไหม

1688
02:17:11,592 --> 02:17:15,547
ลืมตรงไหนหรือเปล่า นึกออกนะคะ มันต้องค่อย ๆ ไล่

1689
02:17:15,547 --> 02:17:19,547
ไปนะคะ อันนี้

1690
02:17:21,394 --> 02:17:25,167
ให้ทำเป็นการบ้านนะคะ มีใครจะถามอีกไหมคะ

1691
02:17:25,167 --> 02:17:29,167
ถ้าไม่มีแล้ว ขอบคุณพี่ล่าม

1692
02:17:29,970 --> 02:17:33,970
ออฟต้าขอบคุณเลย ขอบคุณพี่เขาเลย

1693
02:17:37,212 --> 02:17:41,212
ขอบคุณค่ะ ขอบคุณพี่แคทนะคะ ขอบคุณสำหรับ

1694
02:17:41,710 --> 02:17:42,231
การเรียนในวันนี้ ขอบคุณค่ะ ไป

1695
02:17:42,231 --> 02:17:46,231
แยกย้ายได้ ไปหาข้าวกิน บ่ายมีเรียนหรือเปล่าเด็ก ๆ

1696
02:17:50,797 --> 02:17:54,797
โอเค

1697
02:17:57,496 --> 02:18:01,496
อย่างนั้นก็ทำการบ้านได้ โอเค โอเคครับ

1698
02:18:10,647 --> 02:18:14,645

1699
02:18:14,645 --> 02:18:18,645

1700
02:18:18,650 --> 02:18:22,650
ขอบคุณค่ะ พี่แคท สวัสดีค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]

1701
02:18:41,019 --> 02:18:39,587
Ր

1702
02:18:30,657 --> 02:18:34,657

1703
02:18:34,657 --> 02:18:38,657


