﻿1
00:00:12,615 --> 00:00:12,617

2
00:00:12,617 --> 00:00:16,617

3
00:00:26,789 --> 00:00:30,789

4
00:00:30,796 --> 00:00:32,650

5
00:00:32,650 --> 00:00:35,390

6
00:00:35,390 --> 00:00:39,390

7
00:00:41,899 --> 00:00:45,899

8
00:00:50,805 --> 00:00:51,569

9
00:00:51,569 --> 00:00:55,569

10
00:00:58,817 --> 00:01:02,817

11
00:01:02,825 --> 00:01:06,825

12
00:01:14,830 --> 00:01:18,091
(อาจารย์สุธิรา) สวัสดีค่ะ สวัสดีค่ะ

13
00:01:18,091 --> 00:01:21,230
ไม่ได้ยิน มันเป็นตั้งแต่เมื่อวานแล้ว น่าจะเป็นที่เน็ตเรา

14
00:01:21,230 --> 00:01:25,230

15
00:01:30,837 --> 00:01:34,837
สัญญาณเน็ตเราไม่ดี เมื่อวานก็แบบนี้ล่ะ

16
00:01:35,688 --> 00:01:36,019
เซตใหม่ตั้ง 2 รอบ 3 รอบ

17
00:01:36,019 --> 00:01:40,019

18
00:01:44,896 --> 00:01:48,896
(ล่าม) สวัสดีค่ะ ได้ยินไหมคะ (อาจารย์สุธิรา)  สวัส

19
00:01:54,847 --> 00:01:56,486
ดีค่ะ (ล่าม) สวัสดีค่ะ ได้ยินนะคะ (อาจารย์สุธิรา) ได้ยินแต่สัญญาณภาพ

20
00:01:56,486 --> 00:02:00,486

21
00:02:02,851 --> 00:02:04,072
(ล่าม) ภาพมันค้าง (อาจารย์สุธิรา) ใช่ ภาพมันค้าง

22
00:02:04,072 --> 00:02:08,072

23
00:02:14,833 --> 00:02:18,833
เมื่อวานก็เป็นแบบนี้ล่ะค่ะ

24
00:02:20,087 --> 00:02:24,087

25
00:02:34,871 --> 00:02:38,110
โทร. เข้าใหม่ วางแล้วโทรใหม่

26
00:02:38,110 --> 00:02:42,110

27
00:02:50,882 --> 00:02:54,879

28
00:02:54,879 --> 00:02:55,885

29
00:02:55,885 --> 00:02:59,885

30
00:03:10,892 --> 00:03:14,892

31
00:03:22,902 --> 00:03:26,902

32
00:03:26,903 --> 00:03:27,865

33
00:03:27,865 --> 00:03:31,865

34
00:03:42,916 --> 00:03:43,986

35
00:03:43,986 --> 00:03:47,986

36
00:03:58,928 --> 00:03:59,734

37
00:03:59,734 --> 00:04:03,734
สวัสดีคะ

38
00:04:03,763 --> 00:04:04,406
โอเค

39
00:04:04,406 --> 00:04:08,406
พี่ล่ามได้ยินไหมคะ

40
00:04:13,796 --> 00:04:17,796
(ล่าม) ได้ยินค่ะ ๆ (อาจารย์สุธิรา) อย่างนั้นเรามาเริ่มกันเลย จากสัปดาห์ที่แล้ว

41
00:04:22,948 --> 00:04:26,948
ที่เราเรียนเกี่ยวกับการออกแบบนะคะ เรียนเรื่องอัลกอริทึมไปแล้ว สัปดาห์นี้

42
00:04:34,946 --> 00:04:38,946
เราก็จะเข้าสู่กระบวนการที่จะเริ่มเขียนโปรแกรมนะคะ เข้าไปเขียนโปรแกรมนี่ เราจะต้องไปทำการรู้จัก

43
00:04:45,972 --> 00:04:47,917
ที่เราจะเขียนก่อน ภาษา

44
00:04:47,917 --> 00:04:51,917
ที่เราจะใช้เขียน ก็คือภาษา Python นะคะ มาดูเนื้อหาที่เราจะเรียนในวันนี้นะคะ

45
00:04:55,576 --> 00:04:59,576
มีหัวข้อแรก ก็คือจะพูดถึง

46
00:05:04,967 --> 00:05:08,967
ประวัติของ Python นะคะ หัวข้อที่ 2 จะพูดถึงลักษณะของภาษา

47
00:05:14,963 --> 00:05:15,996
Python ว่ามันเป็นอย่างไรนะคะ และหัวข้อที่ 3

48
00:05:15,996 --> 00:05:19,996
จะพูดถึงโครงสร้าง โครงสร้างนั่นก็คือวิธีการที่เราจะ

49
00:05:23,482 --> 00:05:27,482
เขียน Python นี่มันจะต้องมี

50
00:05:28,646 --> 00:05:32,646
มันจะต้องมีรูปแบบหรือ Template อย่างไรนะคะ และหัวข้อสุดท้ายจะเป็น

51
00:05:38,749 --> 00:05:39,003
ปฏิบัตินะคะ ก็คือเราจะลงมือเขียนภาษา Python กันนะคะ เรามาเริ่มที่

52
00:05:39,003 --> 00:05:43,003
เรามาเริ่มที่หัวข้อแรกเลย ประวัติ Python นี่

53
00:05:47,073 --> 00:05:51,073
มี เกิดขึ้นในปี 1

54
00:05:54,975 --> 00:05:55,585
ปี ค.ศ. นะคะ เพราะว่าโปรแกรมเมอร์นี้

55
00:05:55,585 --> 00:05:58,845
เขาเป็นดัตช์นะคะ

56
00:05:58,845 --> 00:06:02,845
ที่ชื่อว่า Guido van Rossum นะคะ

57
00:06:05,434 --> 00:06:08,110
มันเกิดจากการที่เขานำภาษา

58
00:06:08,110 --> 00:06:12,110
หลาย ๆ ตัวมารวมกัน

59
00:06:13,318 --> 00:06:17,318
เหมือนไปหยิบข้อดีของภาษา C ภาษา

60
00:06:17,792 --> 00:06:21,792
ABC ภาษา Unix

61
00:06:26,986 --> 00:06:30,084
Shell อะไรพวกนี้มารวม ไม่เชิงว่าเอามารวมแล้วเชียนนะ nix Shell อะไรพวกนี้มารวม ไม่เชิงว่าเอามารวมแล้วเชียนนะ

62
00:06:30,084 --> 00:06:34,084
คือ เอามาทำเป็น เหมือนที่บอกเป็นโครงสร้าง เป็นเทมเพลตใหม่

63
00:06:38,365 --> 00:06:40,532
คือ มาสร้างเป็นภาษาใหม่นะคะ

64
00:06:40,532 --> 00:06:44,532
แล้วให้ชื่อว่า Python นะคะ ซึ่งเหตุผลที่เขาทำภาษา Python

65
00:06:47,806 --> 00:06:51,806
ขึ้นมานี่ ก็เพราะว่า คือ ในยุคปัจจุบันนี่นะคะ

66
00:06:55,386 --> 00:06:58,958
พวกระบบปฏิบัติการน่ะ มันเริ่มมีหลายตัวว่าอย่างนั้นเถอะ

67
00:06:58,958 --> 00:07:02,958
คือ นอกจากคอมพิวเตอร์แล้ว เดี๋ยวนี้มือถือก็

68
00:07:05,221 --> 00:07:09,221
จัดเป็นคอมพิวเตอร์อย่างหนึ่ง

69
00:07:13,035 --> 00:07:17,035
ลักษณะของคอมพิวเตอร์อย่างหนึ่ง เพราะแต่ก่อนสมัยก่อนนะ มือถือใช้ได้แค่กดเบอร์โทร

70
00:07:17,586 --> 00:07:21,586
กับมีเพิ่มมาอีกหน่อย ก็คือกดข้อความ

71
00:07:23,928 --> 00:07:27,928
เราใช้มือถือ

72
00:07:31,009 --> 00:07:33,584
ูดูเว็บ(ไซต์ได้ เข้าเฟซ(บุ๊ก)ได้

73
00:07:33,584 --> 00:07:36,871
คอมพิวเตอร์เล็ก ๆ เคื่องนึง

74
00:07:36,871 --> 00:07:39,357
เพราะฉะนั้น เขาก็เลยเรียก "แพลตฟอร์ม"

75
00:07:39,357 --> 00:07:43,357
นะคะ Python มันก็เลย

76
00:07:43,570 --> 00:07:43,757
คิดว่าถ้าสร้างภาษาที่มันสามารถเอาไปใช้

77
00:07:43,757 --> 00:07:47,757
ได้กับทุก ๆ แพลต์ฟอร์มนี่

78
00:07:50,830 --> 00:07:54,014
ก็คือเหมือนเราพัฒนาโปรแกรม 1 ตัวนี่ แต่เอาไปใช้

79
00:07:54,014 --> 00:07:58,014
กับเครื่องหลาย ๆ รุ่น คือ ถ้าเป็นสมัยก่อน

80
00:08:03,028 --> 00:08:07,028
พัฒนาโปรแกรมตัวหนึ่ง แล้วตอนที่พัฒนาใช้ Wi

81
00:08:11,031 --> 00:08:14,712
ndows ก็จะใช้ได้เฉพาะเครื่องปฏิบัติการ Windows

82
00:08:14,712 --> 00:08:18,712
นะคะ หรือใช้ได้เฉพาะ ทำงาน

83
00:08:19,031 --> 00:08:19,121
ในคอมพิวเตอร์ เหมือนที่เดี๋ยวนี้ในมือถือมันจะมีแอปพลิเคชันต่าง ๆ

84
00:08:19,121 --> 00:08:23,121
เห็นไหมคะ

85
00:08:26,282 --> 00:08:26,846
โปรแกรมที่เขาสร้างขึ้นมานะคะ สามารถนำไปใช้งานได้

86
00:08:26,846 --> 00:08:30,672
เหมือนแอปของ

87
00:08:30,672 --> 00:08:34,672
App Store ใช่ไหมคะ ของ Microsoft หรือ Apple

88
00:08:35,311 --> 00:08:36,732
ของ Apple น่ะ

89
00:08:36,732 --> 00:08:40,732
ที่ ถ้าใครใช้ iPhone นะคะ หรือ

90
00:08:41,766 --> 00:08:45,766
iPad

91
00:08:48,227 --> 00:08:50,604
หรืออะไรล่ะ Mac นะคะ Macbook หรือ

92
00:08:50,604 --> 00:08:54,604
Mac เฉย ๆ เครื่อง Mac น่ะ

93
00:08:58,247 --> 00:09:02,247
เครื่องข้างหลังนี่นะคะ ก็โดยปกนี่ ถ้าของตระกูล Mac นี่

94
00:09:06,234 --> 00:09:10,234
เขาจะพัฒนาแอปเพื่อให้สินค้าในตระกูลเขา

95
00:09:11,197 --> 00:09:15,197
ใช้ได้เฉพาะใน iPhone ใน iPad อะไรอย่างนี้

96
00:09:15,866 --> 00:09:19,866
ถ้าเป็นแอปพลิเคชั่นส่วนมาก

97
00:09:22,442 --> 00:09:24,470
แอปพลิเคชันของ Apple มันจะต้องเสียเงินใช่หรือเปล่า แต่ Python นี่

98
00:09:24,470 --> 00:09:25,990
มันมีข้อดีอีกอย่างหนึ่ง

99
00:09:25,990 --> 00:09:29,990
ก็คือเขาเป็นโปรแกรมที่เขาเรียกว่า "Open Source"

100
00:09:32,845 --> 00:09:36,845
หรือโปรแกรมที่เปิด

101
00:09:38,380 --> 00:09:41,920
เพื่อให้คนอื่นนี่มาพัฒนาโปรแกรมนี้ต่อยอดได้นะคะ ก็คือคนอื่นสามารถมา

102
00:09:41,920 --> 00:09:42,347
ร่วมในการพัฒนาโปรแกรมนี้ได้ด้วยนะคะ

103
00:09:42,347 --> 00:09:46,347
เขาบอกว่า เพราะว่าวัตถุประสงค์นี่

104
00:09:54,811 --> 00:09:58,811
หลัก ๆ นี่ คือ มันจะเป็นภาษาคอมพิวเตอร์ที่เรียนรู้ได้ง่ายคือ ไม่มีกฎมาก ไม่ตั้งกฎเกณฑ์มากนะคะ

105
00:10:02,436 --> 00:10:06,436
ไวยากรณ์ที่ซับซ้อน

106
00:10:11,083 --> 00:10:15,083
คำสั่งที่ซับซ้อนมากแต่เข้าใจได้นะคะ แล้วก็นำไปใช้บนระบบปฏิบัติการที่แตกต่าง

107
00:10:18,427 --> 00:10:19,347
เห็นไหมคะ เหมือนบอกไปใช้กับตระกูลของ Apple

108
00:10:19,347 --> 00:10:23,234
ก็ได้ ใช้กับ

109
00:10:23,234 --> 00:10:27,234
Microsoft ของ Windows ก็ได้ หรือใช้ในมือถือ

110
00:10:29,677 --> 00:10:33,677
แล้วก็มีพวก ระบบปฏิบัติการอื่น เช่น ที่เป็นระบบปฏิบัติการเครือข่าย

111
00:10:35,861 --> 00:10:39,861
เช่นพวก Linux อะไรแบบนี้นะคะ

112
00:10:43,086 --> 00:10:43,547
เป็นต้นนะคะ ก็คือเขียนมาตัวหนึ่งน่ะเอาไปใช้ได้หมดเลย ครอบคุมครอบจักวาล

113
00:10:43,547 --> 00:10:47,547
ทีนี้เรารู้ถึงประวัติของ Python แล้ว

114
00:10:49,154 --> 00:10:53,154
สิ่งที่เราควรจะรู้ต่อมาก็คือ ลักษณ

115
00:10:59,092 --> 00:11:03,092
ภาษา Python นี่มันมีลักษณะอย่างไร หรือมีข้อดีข้อเด่นอย่างไร อันดับที่ 1 เลย

116
00:11:03,125 --> 00:11:07,125
ลักษณะแรกที่ทุกคนและโปรแกรมเมอร์โปรดปราน

117
00:11:10,084 --> 00:11:11,696
ก็คือ Free เพราะว่า

118
00:11:11,696 --> 00:11:12,387
ซื้อโปรแกรมนี่ โปรแกรม 1 โปรแกรมราคาไม่ใช่ถูก ๆ นะ

119
00:11:12,387 --> 00:11:15,197
เพราะว่าซื้อแล้ว

120
00:11:15,197 --> 00:11:19,197
ไม่ใช่จ่ายเงินครั้งเดียวแล้วจบ นึกออกนะ ในการที่เราซื้อมาใช้งาน

121
00:11:25,238 --> 00:11:29,238
ตระกูล

122
00:11:31,103 --> 00:11:32,619
ก็คือซื้อ 1 ครั้ง แล้วก็ต้องมีการต่ออายุ เขาเรียกต่ออายุ

123
00:11:32,619 --> 00:11:36,619
ก็คือเพราะอะไร เพราะเขาก็อ้างว่าทุกปีมีอัปเดต

124
00:11:40,828 --> 00:11:44,828
มันไม่อัปเดต

125
00:11:47,117 --> 00:11:51,117
6 เดือนมันอัปเดตใหม่แล้วนะคะ มีช่วงหนึ่ง 3 เดือนก็ update แล้ว

126
00:11:52,284 --> 00:11:55,886
เตรียมตัวเสียเงินว่าอย่างนั้นเถอะ เพราะ ฉะนั้น

127
00:11:55,886 --> 00:11:58,478
ชาวโปรแกรมมิ่ง

128
00:11:58,478 --> 00:12:01,748
คือ ถ้าเหมือนอย่างแม่นี่เป็นอาจารย์ ไม่ได้เอาไป

129
00:12:01,748 --> 00:12:05,748
หาจะพยายามที่ใช้เป็น

130
00:12:09,898 --> 00:12:12,314
Free นะคะ เพราะ

131
00:12:12,314 --> 00:12:16,314
มันไม่มีค่าใช้จ่าย แล้วไม่มีเงื่อนไขอะไรไม่ผูกพันนะคะ

132
00:12:18,105 --> 00:12:22,105
คือถ้าเป็นโปรแกรมที่เป็น

133
00:12:26,133 --> 00:12:30,133
ลิขสิทธิ์ไปแล้ว พอเหมือนอย่างที่บอก พอหมดอายุแล้ว

134
00:12:30,136 --> 00:12:32,376
มันก็จะไปใช้งานฟังก์ชันบางตัวที่เป็นของตัวใหม่ไม่ได้นะคะ

135
00:12:32,376 --> 00:12:36,376
แล้วถ้าเกิดไปใช้แล้วถ้าเกิดเขาตรวจสอบเจอ

136
00:12:42,188 --> 00:12:43,609
ก็จะโดนข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ ที่มีในปัจจุบันนี้นะคะ

137
00:12:43,609 --> 00:12:47,609
ตัวต่อมา ลักษณะต่อมา ก็คือ Easy to Use and Learn

138
00:12:51,735 --> 00:12:55,392
and lren

139
00:12:55,392 --> 00:12:56,852
ใช้ง่ายนะคะ และก็ Learn ก็คือเรียน

140
00:12:56,852 --> 00:13:00,852
ใช้ก็ง่าย เรียนรู้ก็ง่าย

141
00:13:04,488 --> 00:13:08,488
ก็คือลักษณะโครงสร้างของมันจะไม่ยุ่งยากมากนะคะ เด็ก ๆ สามารถเรียนได้ภายในเวลา

142
00:13:10,947 --> 00:13:12,112
สั้น ๆ นะคะ มันจะเหมาะกับผู้ที่เริ่ม

143
00:13:12,112 --> 00:13:16,112
ต้นนะคะ ก็คือถ้าใครยังไม่เคย

144
00:13:20,605 --> 00:13:24,605
เขียนโปรแกรมมาเลยอย่างนี้นะคะ หรือเคยเขียนมาแล้วแต่เขียนได้นิดหน่อย

145
00:13:24,955 --> 00:13:28,955
ก็คือเริ่มต้นที่จะเรียนในการเขียนนะคะ ก็จะมาเริ่มที่

146
00:13:30,882 --> 00:13:34,882
ภาษา Python นะคะ ลักษณะต่อมา

147
00:13:39,153 --> 00:13:43,153
General Purpose General Purpose ก็คือ ถ้าแปลตามตัวนี่ ก็คือ

148
00:13:45,843 --> 00:13:45,908
General แปลว่าทั่วไปนะคะ ถ้าแปลแบบไทย ๆ ก็จะ

149
00:13:45,908 --> 00:13:49,908
สละสลวยขึ้น ก็คือ

150
00:13:53,343 --> 00:13:56,906
มีความ... เขาบอกเป็นภาษาแบบ

151
00:13:56,906 --> 00:14:00,906
อเนกประสงค์ ก็คือสามารถได้หลากหลาย

152
00:14:01,486 --> 00:14:02,961
ใช้ได้หลากหลายนะคะ เห็นไหมคะ ตั้งแต่ใช้กับ

153
00:14:02,961 --> 00:14:06,961
แอปพลิเคชันทั่วไปสำหรับ

154
00:14:09,792 --> 00:14:09,884
Desktop คือ ต่างประเทศเขาจะเรียกเครื่อง PC ว่า

155
00:14:09,884 --> 00:14:13,884
Desktok

156
00:14:16,966 --> 00:14:17,048
นะคะ แล้วก็ถ้ามือถือเขาก็จะเรียก "

157
00:14:17,048 --> 00:14:21,048
Mobii

158
00:14:27,173 --> 00:14:28,928
Notebook" ของเราน่ะ ต่างประเทศเขาจะไม่เรียก Notebook นะ

159
00:14:28,928 --> 00:14:31,113
เขาก็ยังงงอยู่ คนไทยเรียก

160
00:14:31,113 --> 00:14:33,959
เครื่อง คอมพิวเตอร์เครื่องเล็ก ๆ

161
00:14:33,959 --> 00:14:37,396
ที่พกพาได้

162
00:14:37,396 --> 00:14:40,177
จะเรียกไม่เหมือนกันนะคะ มันใช้ได้ทำ

163
00:14:40,177 --> 00:14:44,177
งานด้านเครือข่ายก็ได้ด้าน

164
00:14:51,182 --> 00:14:54,124
เพราะโดยปกตินะคะ โดยปกติแล้วนี่ ภาษาคอมพิวเตอร์

165
00:14:54,124 --> 00:14:58,124
แล้วนี่ภาษาคอมพิวเตอร์

166
00:14:59,185 --> 00:15:03,185
เขาจะเอาใช้เขียนโปรแกรมที่เกี่ยวกับพัฒนาระบบ เช่น สร้างระบบบัญชีอะไรพวกนี้ แต่ Python นี่

167
00:15:04,433 --> 00:15:08,433
นอกดจากเขียนโปรแกรมระบบแล้ว ยังเขียน

168
00:15:15,194 --> 00:15:16,698
กราฟิก เช่น โปรแกรมเกมก็ได้ อย่างนี้นะคะ คือเขามีความสามารถที่หลากหลาย

169
00:15:16,698 --> 00:15:20,392
เหมือนที่บอกนะคะ หรือใช้คำนว

170
00:15:20,392 --> 00:15:24,392
ณ คือ ปกตอมันจะมีโปรแกรมเฉพาะทาง

171
00:15:30,560 --> 00:15:34,560
พวกที่คำนวณทางด้านวิทยาศาสตร์

172
00:15:43,202 --> 00:15:47,202

173
00:15:47,202 --> 00:15:51,202

174
00:15:51,207 --> 00:15:55,205

175
00:15:55,205 --> 00:15:59,205

176
00:16:03,219 --> 00:16:07,219

177
00:16:11,226 --> 00:16:15,223

178
00:16:15,223 --> 00:16:19,223

179
00:16:19,227 --> 00:16:23,227

180
00:16:23,230 --> 00:16:27,230

181
00:16:31,235 --> 00:16:35,235

182
00:16:35,237 --> 00:16:38,541

183
00:16:38,541 --> 00:16:42,541

184
00:16:43,242 --> 00:16:47,242

185
00:16:47,245 --> 00:16:51,245

186
00:16:51,248 --> 00:16:55,248

187
00:16:55,251 --> 00:16:59,251

188
00:16:59,257 --> 00:17:03,254

189
00:17:03,254 --> 00:17:07,254

190
00:17:07,259 --> 00:17:11,259

191
00:17:11,259 --> 00:17:15,259

192
00:17:15,263 --> 00:17:19,263

193
00:17:19,265 --> 00:17:23,265

194
00:17:23,269 --> 00:17:27,269

195
00:17:27,271 --> 00:17:31,271

196
00:17:31,272 --> 00:17:35,272

197
00:17:35,272 --> 00:17:39,272

198
00:17:39,277 --> 00:17:43,277

199
00:17:43,281 --> 00:17:47,281

200
00:17:47,285 --> 00:17:51,285

201
00:17:51,289 --> 00:17:55,289

202
00:17:55,295 --> 00:17:59,295

203
00:17:59,297 --> 00:18:03,297

204
00:18:03,300 --> 00:18:07,300

205
00:18:07,301 --> 00:18:08,315

206
00:18:08,315 --> 00:18:12,315

207
00:18:15,309 --> 00:18:19,309

208
00:18:19,311 --> 00:18:23,311

209
00:18:23,313 --> 00:18:27,313

210
00:18:31,318 --> 00:18:35,318

211
00:18:35,321 --> 00:18:39,321

212
00:18:39,324 --> 00:18:43,324

213
00:18:43,325 --> 00:18:47,325

214
00:18:47,331 --> 00:18:51,329

215
00:18:51,329 --> 00:18:55,329

216
00:18:55,332 --> 00:18:59,332

217
00:19:03,335 --> 00:19:07,335

218
00:19:07,338 --> 00:19:11,338

219
00:19:11,341 --> 00:19:15,341

220
00:19:15,345 --> 00:19:19,345

221
00:19:19,348 --> 00:19:23,348

222
00:19:23,348 --> 00:19:27,348

223
00:19:27,349 --> 00:19:31,349

224
00:19:31,349 --> 00:19:35,349

225
00:19:35,352 --> 00:19:39,352

226
00:19:39,358 --> 00:19:43,357

227
00:19:43,357 --> 00:19:47,357

228
00:19:47,358 --> 00:19:51,358

229
00:19:51,360 --> 00:19:55,360

230
00:19:55,361 --> 00:19:59,361

231
00:19:59,363 --> 00:20:00,130

232
00:20:00,130 --> 00:20:04,130

233
00:20:07,368 --> 00:20:11,368

234
00:20:15,372 --> 00:20:19,372

235
00:20:19,375 --> 00:20:23,375

236
00:20:23,378 --> 00:20:27,378

237
00:20:27,383 --> 00:20:31,383

238
00:20:31,384 --> 00:20:35,384

239
00:20:35,387 --> 00:20:39,387

240
00:20:39,391 --> 00:20:43,391

241
00:20:47,396 --> 00:20:51,396

242
00:20:55,396 --> 00:20:59,396

243
00:20:59,398 --> 00:21:03,398

244
00:21:03,404 --> 00:21:07,404

245
00:21:07,408 --> 00:21:11,408

246
00:21:11,412 --> 00:21:15,412

247
00:21:15,418 --> 00:21:19,418

248
00:21:19,419 --> 00:21:23,419

249
00:21:23,422 --> 00:21:27,422

250
00:21:27,427 --> 00:21:31,427

251
00:21:31,427 --> 00:21:35,427

252
00:21:35,429 --> 00:21:39,429

253
00:21:39,431 --> 00:21:43,431

254
00:21:43,434 --> 00:21:47,434

255
00:21:47,436 --> 00:21:51,436

256
00:21:51,441 --> 00:21:55,441

257
00:21:55,443 --> 00:21:59,443

258
00:21:59,448 --> 00:22:03,447

259
00:22:03,447 --> 00:22:07,447

260
00:22:07,448 --> 00:22:11,448

261
00:22:15,454 --> 00:22:19,454

262
00:22:19,456 --> 00:22:23,456

263
00:22:23,461 --> 00:22:27,461

264
00:22:31,467 --> 00:22:35,467

265
00:22:35,468 --> 00:22:39,468

266
00:22:39,470 --> 00:22:43,470

267
00:22:47,472 --> 00:22:51,472

268
00:22:51,473 --> 00:22:55,473

269
00:22:55,479 --> 00:22:59,479

270
00:23:03,485 --> 00:23:07,484

271
00:23:07,484 --> 00:23:11,484

272
00:23:11,487 --> 00:23:15,487

273
00:23:19,507 --> 00:23:23,500

274
00:23:23,500 --> 00:23:27,500

275
00:23:27,502 --> 00:23:31,502

276
00:23:35,510 --> 00:23:39,510

277
00:23:39,511 --> 00:23:43,511

278
00:23:43,511 --> 00:23:47,511

279
00:23:51,518 --> 00:23:55,518

280
00:23:55,519 --> 00:23:59,519

281
00:23:59,524 --> 00:24:03,524

282
00:24:07,528 --> 00:24:11,527

283
00:24:11,527 --> 00:24:15,527

284
00:24:15,534 --> 00:24:19,530

285
00:24:19,530 --> 00:24:23,530

286
00:24:23,539 --> 00:24:27,539

287
00:24:27,539 --> 00:24:31,538

288
00:24:31,538 --> 00:24:35,538
(อาจารย์สุธิรา)

289
00:24:35,703 --> 00:24:39,278
สวัสดีค่ะ

290
00:24:39,278 --> 00:24:42,780
มาแล้ว โอเค มาต่อนะคะ ลักษณะ

291
00:24:42,780 --> 00:24:46,780
ต่อมา Portable

292
00:24:51,174 --> 00:24:54,430
ถ้าแปลตามศัพท์นะ มันจะแปลว่าพกพาได้ แต่ความจริงคือมันใช้ว่าเคลื่อนย้าย

293
00:24:54,430 --> 00:24:55,844
คือ เรา เหมือนที่บอกน่ะค่ะ

294
00:24:55,844 --> 00:24:59,844
เราพัฒนาใน Windows แต่เรา

295
00:25:07,555 --> 00:25:11,555
เอาไปใช้กับเครื่อง Mac ได้นะคะ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ ก็คือ มันย้ายจาก

296
00:25:15,559 --> 00:25:17,167
Portableไปอยู่ที่อีกแพลตฟอร์มหนึ่งก็ได้ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ ปอยู่ที่อีกแพลตฟอร์มหนึ่งก็ได้ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ

297
00:25:17,167 --> 00:25:21,167
ก็เลยเป็นโปรแกรมที่มัลักษณะที่

298
00:25:22,223 --> 00:25:26,223
เป็น Portable นะคะ คือ ไปอยู่ไหนก็ได้มันไปได้หลากหลาย

299
00:25:26,900 --> 00:25:30,900
มันไปได้หลากหลายว่าอย่างนั้นเถอะ

300
00:25:33,182 --> 00:25:37,182
นะคะ ทีนี้อีกตัวหนึ่งต่อมา ลักษณะตัวหนึ่งต่อมา

301
00:25:37,192 --> 00:25:38,833
ที่พูดไปก่อนหน้านั้น

302
00:25:38,833 --> 00:25:42,833
โอเค ได้ยินอยู่ Open Source  ก็คือ Open

303
00:25:46,695 --> 00:25:50,695
มาจากคำว่าเปิด Sou

304
00:25:55,602 --> 00:25:59,602
rce ก็มาจาก Source Code ก็คือเป็น... ก็คือเราสามารถเปิดเผย Source

305
00:26:03,421 --> 00:26:07,421
ก็คือเหมือนที่บอกไว้ในตอนต้นว่า ถ้า มันก็จะมีเอาไปพัฒนาต่อ

306
00:26:11,597 --> 00:26:15,597
คนอื่นหรือโปรแกรมอื่นได้ หรือมีคนมาพัฒนา

307
00:26:16,190 --> 00:26:19,969
ต่อจากที่เราพัฒนาไว้ได้ หรือเราจะไปพัฒนาต่อจากเขาไว้ได้

308
00:26:19,969 --> 00:26:23,969
ก็คือเปิดโอกาสให้โปแกรมเมอร์คน

309
00:26:27,602 --> 00:26:31,602
อื่น ๆ น่ะค่ะ เข้ามาเขียนโปรแกรมช่วยกันได้นะคะ จึงเป็น เป็นลักษณะของเขา ก็คือ Open Source ลักษณะ

310
00:26:34,648 --> 00:26:38,648
ต่อมาเป็นแบบ  Functional และ OO

311
00:26:43,606 --> 00:26:47,342
P Functional กับ OOP Functional ก็คือโครงสร้าง O นี่มาจากคำว่า

312
00:26:47,342 --> 00:26:51,342
Object Oriented Function นะคะ

313
00:26:52,240 --> 00:26:53,107
ก็คือเป็น

314
00:26:53,107 --> 00:26:57,107
โปรแกรมเชิงวัตถุนั่นเอง ก็คือสามารถเขียนโปรแกรมในลักษณะ

315
00:26:58,041 --> 00:27:02,041
ทั้งที่เป็นลักษณะโปรแกรมโครงสร้าง

316
00:27:07,622 --> 00:27:11,053
แล้วก็โปแกรมเชิงวัตถุได้นะคะ

317
00:27:11,053 --> 00:27:15,053
ลักษณะไป คือ

318
00:27:17,123 --> 00:27:21,123
GUI ย่อมาจาก Graphic User Interface

319
00:27:26,808 --> 00:27:30,808

320
00:27:31,634 --> 00:27:35,634
การโต้ตอบหรือติดต่อการใช้งานแบบกราฟิกได้

321
00:27:37,390 --> 00:27:38,717
การเขียนโปรแกรม อย่างที่บอกค่ะ มันจะเขียน

322
00:27:38,717 --> 00:27:42,717
โปรแกรมระบบมันจะเน้นงานด้านกราฟิก

323
00:27:47,641 --> 00:27:51,641
แต่ Python นี่งานกราฟิกเขาก็เยี่ยม เหมือนที่บอกว่าพัฒนาเป็นเกมได้

324
00:27:54,797 --> 00:27:58,797
นะคะ ออกแบบหน้าตาให้สวยงามได้ เหมือนที่พอทำเป็นแอปเป็นอะไร ก็ไปตกแต่งแอป

325
00:28:01,004 --> 00:28:05,004
อะไรเพิ่มเติมได้ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ ลักษณะต่อมา Data base

326
00:28:10,855 --> 00:28:13,647
นะคะ ก็คือฐานข้อมูล คือ

327
00:28:13,647 --> 00:28:15,309
โดยปกติเวลาเขียนโปรแกรมนี่

328
00:28:15,309 --> 00:28:19,309
ฐานข้อมูลก็ต่างหาก แต่

329
00:28:22,920 --> 00:28:26,920
เหมือนของ Python นี่ เขามีไลบรารีหรือห้องสมุด

330
00:28:31,147 --> 00:28:32,702
ที่จะเป็น

331
00:28:32,702 --> 00:28:36,702
ใช้ไว้สำหรับเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลนะคะ ซึ่งมันจะไปเชื่อมกับโปรแกรมฐานข้อมูล

332
00:28:38,871 --> 00:28:42,871
หลาย ๆ ตัวได้นะคะ ก็เลยเหมือนมี Data base หลาย ๆ ตัว

333
00:28:42,979 --> 00:28:45,010
อะไรประมาณนี้นะคะ

334
00:28:45,010 --> 00:28:49,010
ลักษณะต่อมา Automatic Memory Management

335
00:28:50,708 --> 00:28:54,708
Automatic ก็คือ

336
00:28:59,671 --> 00:29:00,286
Memory ก็คือหน่วยความจำ ก็คือ

337
00:29:00,286 --> 00:29:04,286
ความจำนี่ Python จะมีหน่วย

338
00:29:07,059 --> 00:29:11,059
การจัดการหน่วยความจำแบบอัตโนมัตินะคะ มันดีอย่างไรหรือ มันก็จะทำให้ลดข้อผิดพลาดที่จะทำให้โปรแกรมทำงาน

339
00:29:15,230 --> 00:29:19,230
นะคะ ที่จะทำโปรแกรมทำงาน ก็คือ

340
00:29:20,379 --> 00:29:23,713
ไปแก้ปัญหาว่าถ้าเกิดโปรแกรมทำงานผิดมันจะ...

341
00:29:23,713 --> 00:29:27,713
เหมือนพอเราเขียน Code ไปแล้ว Code

342
00:29:30,467 --> 00:29:34,467
มันจะมีการแจ้งเตือน มีนั่นนี่นู้นขึ้นมานะ

343
00:29:35,803 --> 00:29:37,456
หน่วยความจำที่ดีนะคะ มันจะทำให้เวลาเขียนโปรแกรม

344
00:29:37,456 --> 00:29:41,456
ไปข้อผิดพลายก็จะเกิดขึ้นได้น้อย

345
00:29:42,102 --> 00:29:46,102
ทำให้โปรแกรมเมอร์ไม่ต้องไปแก้โค้ดบ่อยว่าอย่างนั้นเถอะนะคะ

346
00:29:50,595 --> 00:29:54,595

347
00:29:55,700 --> 00:29:59,338
เหลืออีก 2 หัวข้อนะคะ ก็คือ 2 ลักษณะ ก็คือ Large Community and Support

348
00:29:59,338 --> 00:30:00,113
แปลว่า ใหญ่ นะคะ รองรับชุมชน

349
00:30:00,113 --> 00:30:04,113
หรือ... นะคะ

350
00:30:04,226 --> 00:30:07,133
สามารถ... คือ กลุ่มของ

351
00:30:07,133 --> 00:30:11,133
โปรแกรมเมอร์เขาก็จะสร้างเป็นกลุ่มนะ

352
00:30:15,571 --> 00:30:19,571
คือ เขาทำเว็บ(ไซต์) ไว้เลย มีเว็บ

353
00:30:21,263 --> 00:30:25,263
บางคนก็ไปแปะโค้ดไว้

354
00:30:26,195 --> 00:30:27,864
คือ ตามหลักแล้วโปรแกรมเมอร์น่ะ มันไม่ได้เขียนแค่คนเดียว

355
00:30:27,864 --> 00:30:29,050
นึกออกนะมันต้องหลาย ๆ คนเขียน

356
00:30:29,050 --> 00:30:33,050
เพราะว่าอะไร เพราะโปรแกรมเมอร์ 1 คน

357
00:30:35,094 --> 00:30:39,094
มันก็จะมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านไป

358
00:30:43,179 --> 00:30:43,852
บางคนเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน Data base บางคนเชี่ยวชาญ

359
00:30:43,852 --> 00:30:47,671
ด้านเครือข่ายอะไรอย่างนี้นะคะ

360
00:30:47,671 --> 00:30:50,841
พอเหมือนเราเขียนไป เราไม่ถนัดด้านนี้ เราก็เอาโค้ด

361
00:30:50,841 --> 00:30:54,841
ไปแปะแล้วไปขอความช่วยเหลือ

362
00:30:59,723 --> 00:31:02,075
มันทำให้เกิด Large Community ก็คือเกิดชุมชนขนาดใหญ่ขึ้น

363
00:31:02,075 --> 00:31:04,245
ที่เข้ามาพูดคุยหรือแลกเปลี่ยน

364
00:31:04,245 --> 00:31:08,245
เกี่ยวการโค้ดนั่นเอง และ

365
00:31:15,730 --> 00:31:19,730
ลักษณะสุดท้าย Support Libraries นะคะ คือเขารองรับระบบ

366
00:31:20,513 --> 00:31:24,513
ระบบ Libraried Digital เขาน่ะค่ะ

367
00:31:26,595 --> 00:31:30,595
มันก็จะมี Librar

368
00:31:31,736 --> 00:31:32,814
Buit-in นะคะ ก็คือมีอยู่ในตัวของเขาอยู่แล้ว Buit-in

369
00:31:32,814 --> 00:31:35,801
เหมือนในบ้านน่ะ แบบ

370
00:31:35,801 --> 00:31:39,801
เฟอร์นิเจอร์นั้นมันติดอยู่กับบ้านมาแล้ว

371
00:31:41,535 --> 00:31:45,535
โดนฝังไว้อยู่ในโปรแกรมแล้ว

372
00:31:46,035 --> 00:31:50,035
เช่นเดียวกัน Library ที่เป็นแบบ Buit-in

373
00:31:50,422 --> 00:31:54,422
ในตัวโปรแกรมอยู่แล้วหรือ หรือถ้าในตัวโปรแกรมมี

374
00:31:55,537 --> 00:31:59,537
ไม่มากพอ ก็สามารถไปเอา Library

375
00:32:03,756 --> 00:32:06,713
มาได้ เช่น เพราะ Library บางตัว เช่น กราฟิก ก็ต้องไป

376
00:32:06,713 --> 00:32:10,576
ที่ใช้งานด้าน กราฟฟิก แต่เขาก็มีไง เหมือนที่บอก เขามีชุมชนน่ะค่ะ

377
00:32:10,576 --> 00:32:14,576
เขามีชุมชนเขา

378
00:32:14,939 --> 00:32:18,412
ก็คือถ้าเราไม่รู้เราก็ไปถามได้นะคะ

379
00:32:18,412 --> 00:32:22,412
เราก็จบลักษณะของ Python ไปแล้วนะคะ

380
00:32:25,484 --> 00:32:27,521
หัวข้อต่อมา

381
00:32:27,521 --> 00:32:31,521
เราจะพูดถึง... ให้เห็นถึงโครงสร้าง อันนี้จะให้

382
00:32:34,430 --> 00:32:37,026
ดูรูปแบบนะคะ ว่าถ้าเวลาเรา

383
00:32:37,026 --> 00:32:41,026
เขียนแบบใช้โปรแกรมที่เขียนเป็นล่ำเป็นสันน่ะ เป้าหมายนะคะ

384
00:32:41,720 --> 00:32:45,720
เวลาเราจะเขียนมันต้องมีโครงสร้าว

385
00:32:51,779 --> 00:32:51,951
ของภาษามันอย่างไรนะคะ จากภาพนะคะ ส่วนแรกสุดเลย

386
00:32:51,951 --> 00:32:55,951
เราเรียกว่า "Module" นะคะ

387
00:32:56,757 --> 00:33:00,757
มันจะมีองค์ประกอบ 3 ส่วนหลัก ๆ ก็คือ

388
00:33:07,787 --> 00:33:11,787
ของ Module นะคะ ส่วนที่ 1 นะคะ ส่วนที่ 2 คือส่วนของ Comment

389
00:33:14,384 --> 00:33:18,384
และส่วนที่ 3 คือ ส่วนของ Statement แต่ละส่วนนี่ มีความสำคัญอย่างไร

390
00:33:22,242 --> 00:33:26,242
ดูรูปแล้วจำไว้นะคะ ส่วนแรกที่มีคำว่า  Module

391
00:33:31,354 --> 00:33:35,354
first.py นี่ มันคืออะไร Modul นี่นะคะ

392
00:33:39,673 --> 00:33:43,673
ส่วนที่เป็นตัวระบบหรือโปรแกรมใหญ่ ๆ ของเรานะคะ

393
00:33:45,626 --> 00:33:49,626
จะภายใน Module นั้นก็จะมีส่วนของ Class ถ้าจะเขียน

394
00:33:50,104 --> 00:33:54,104
โปรแกรมแบบ OOP เราต้อง

395
00:33:54,411 --> 00:33:58,411
มี Class นะคะ แล้วถ้าเขียนแบบ... เราต้องมีฟังก์ชัน ฟังก์ชันอาจจะมาจาก

396
00:33:59,127 --> 00:34:03,127
Library ก็ได้นะคะ ก็เป็นการเรียกใช้งาน Libeary

397
00:34:07,714 --> 00:34:10,635
ของเขาก็ได้นะคะ นอกจากนี้เรายัง

398
00:34:10,635 --> 00:34:14,635
สามารถเห็นไหมคะ คือ นอกจากเป็น Module ที่เราสร้างแล้ว ยังเป็น Module ที่เรานำ

399
00:34:19,368 --> 00:34:23,368
มาใช้ได้ ก็คือมันจะมี Module ที่สร้างไว้แล้วนะคะ แล้วเราก็ไปเรียกใช้ Mo

400
00:34:27,818 --> 00:34:31,818
dule เหมือน Module กราฟิกอย่างนี้ นั่นคือถ้าเราต้องการเขียนโปรแกรมด้านกราฟฟิกเราก็อาจจะเรียก

401
00:34:33,840 --> 00:34:37,840
Module นั้นขึ้นมา อย่างนี้นะคะ  อย่างในตัวอย่างคำว่า

402
00:34:40,682 --> 00:34:44,682
First.py นี่ ก็คือเป็น Module ของโปรแกรมเรา เราตั้ง First.py นะคะ

403
00:34:47,504 --> 00:34:50,459
นั่นคือส่วนของ Module

404
00:34:50,459 --> 00:34:54,459
พูดง่าย ๆ สรุปง่าย ๆ ก็คือมันคือไฟล์โปรแกรมเรานั่นเอง ไฟล์ 1 ไฟล์ นั่นเอง

405
00:34:56,972 --> 00:35:00,972
มาดูส่วนต่อมาที่... คือจะย้ำเสมอว่า Comment

406
00:35:04,115 --> 00:35:08,115
มีส่วนสำคัญ  สำคัญอย่างไร Comment

407
00:35:08,118 --> 00:35:12,118
เอาไว้อธิบายการทำงานของ

408
00:35:13,387 --> 00:35:17,387
โปรแกรมเรานั่นเองนะคะ เช่น เหมือนตรงนี้เป็นส่วนที่เราจะประกาศตัวแปร

409
00:35:17,705 --> 00:35:21,098
แล้วเราก็อาจจะเขียนคำอธิบายลงไปว่า

410
00:35:21,098 --> 00:35:25,098
ตัวแปรชื่ออันนี้ ไว้สำหรับทำอันนี้

411
00:35:29,466 --> 00:35:32,880
มันจะดีอย่างไร ให้นึกเมื่อเวลาที่เราต้องการ หรือโปรแกรมเรามีปัญหา

412
00:35:32,880 --> 00:35:36,880
แล้วเราจะไปแก้ คือ 1. เรารู้แล้วล่ะ ถ้าเราเขียนเอง

413
00:35:41,713 --> 00:35:45,713
เราจะรู้เลยว่า จุดที่มันผิด

414
00:35:47,468 --> 00:35:47,675
เกิดจากอะไร ถ้าเรามี Comment ไว้น่ะเราจะไปถูก

415
00:35:47,675 --> 00:35:51,675
ต้องจุดนี้ Comment นี้เราจะทำอย่างไรกับมัน

416
00:35:54,030 --> 00:35:58,030
เราทำอะไรกับมันไว้ มีส่วนของอะไร มี Function อยู่ตรงนี้ไหม

417
00:35:58,865 --> 00:36:02,369
มี class

418
00:36:02,369 --> 00:36:06,369
อยู่ตรงนี้ไหม นึกออกนะคะ Comment มันจะเป็นตัวช่วยที่โปรแกรมเมอร์เอาไว้

419
00:36:08,748 --> 00:36:10,113
ใช้เวลาจะไปตรวจสอบ หรือเอาไว้ ให้นึกถึงว่า

420
00:36:10,113 --> 00:36:14,113
เอ๊ะ ตัวแปรนี้เราตั้ง

421
00:36:19,875 --> 00:36:23,875
มาทำไมนะ เพราะเด็ก ๆ น่ะ เวลาเรียนนะ พอเวลาบอกตั้งชื่อตัวแรกไม่ A ก็ B

422
00:36:25,686 --> 00:36:29,686
อยู่นี่ล่ะ A กับ B ทุกโปรแกรมใช้

423
00:36:30,392 --> 00:36:30,794
A B นี่ คืออะไร ไม่รู้

424
00:36:30,794 --> 00:36:34,794
เวลาตั้งชื่อตัวแปรถึงพยายามบอกว่าควรจะ Search Google

425
00:36:39,219 --> 00:36:43,219
หาคำภาาษาอั

426
00:36:43,884 --> 00:36:47,884
งกฤษให้มันสอดคล้องกับคำแปล มันถึงจะใช้งานได้ มันจะยาวไปหน่อย

427
00:36:50,002 --> 00:36:54,002
แต่มันจะทำให้เราไปแก้โค้ดได้ง่ายน่ะ แก้ได้ง่ายกว่ากับ B

428
00:36:57,849 --> 00:37:01,849
Comment ก็เลยเป็นส่วนสำคัญนะคะ ไม่ควรขาด ไม่ควร

429
00:37:02,512 --> 00:37:06,512
ทิ้งบไปนะคะ คือมันไม่ได้เอาไป

430
00:37:07,612 --> 00:37:11,612
ประมวลผลนะ แต่มันจะเป็นตัวช่วย เหมือนเล่น Facebook เราต้องติด Hashtag

431
00:37:15,003 --> 00:37:15,937
ต้องติด Hashtag ไว้ มันเป็นการ

432
00:37:15,937 --> 00:37:18,075
เตือนหรือกระตุ้น

433
00:37:18,075 --> 00:37:21,861
ในโซเชียลใช่ไหม Hashtag เรื่องนั้นเรื่องนี้

434
00:37:21,861 --> 00:37:25,861
หัวข้อว่าอย่างนั้นเถอะ

435
00:37:27,691 --> 00:37:31,529
ประมาณนี้นะคะ ก็เลยต้องติด Hashtag ในเครื่องหมาย

436
00:37:31,529 --> 00:37:35,529
ในภาษาคอมพิวเตอร์นี่ เขาเรียก

437
00:37:39,907 --> 00:37:43,907
Sharp นะคะ แต่ในภาษาเด็กยุคใหม่ วัย Generation

438
00:37:46,225 --> 00:37:47,448
ไอ้ตัวนี้ เด็ก ๆ จะเรียกกันว่า

439
00:37:47,448 --> 00:37:48,420
ส่วนต่อมา

440
00:37:48,420 --> 00:37:52,420
ส่วนที่ 3 ส่วนนี้ขาดไม่ได้ เราจะเขียนโปรแกรมได้

441
00:37:53,050 --> 00:37:57,050
ก็ต่อเมื่อเรามี Stagment

442
00:38:02,408 --> 00:38:05,590
ก็คือส่วนของที่เป็นคำสั่ง เห็นไหมคะ ให้โปรแกรม

443
00:38:05,590 --> 00:38:07,457
มันทำงาน เราก็จะเข้าไปเขียนคำสั่ง

444
00:38:07,457 --> 00:38:11,457
ในตัวโปรแกรมนี้นะคะ ในส่วน Statement

445
00:38:15,591 --> 00:38:17,750
ทีนี้โดยปกติ ใน Python นี่

446
00:38:17,750 --> 00:38:21,750
เวลาจะจบ เขาเรียกว่าจบคำสั่งการทำงาน

447
00:38:26,909 --> 00:38:30,008
ใน 1 คำสั่งนี่นะคะ Python เขาก็จะใช้วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่

448
00:38:30,008 --> 00:38:32,229
แล้วก็มีอีกแบบหนึ่ง คือ Semicolon (;)

449
00:38:32,229 --> 00:38:36,229
คือ ถ้าเป็นแต่ก่อนให้เด็ก ๆ

450
00:38:41,258 --> 00:38:42,065
ดูที่ความแตกต่างของตัวที่ 1 กับตัวที่ 2 ที่ทำ

451
00:38:42,065 --> 00:38:46,065
คือ ตัวอย่างที่ 1 นี่ บอกว่า

452
00:38:48,870 --> 00:38:52,870
ถ้าใน Python โดยปกติ

453
00:38:59,938 --> 00:39:03,938
คำสั่งจบ 1 อันปุ๊บนี่ แล้วพอกด Enter นั่นหมายความมาตรงนี้เสร็จคำสั่ง

454
00:39:07,944 --> 00:39:11,944
1 คำสั่ง เป็น 1 คำสั่ง นึกออกนะ แล้วบรรทัดนี้ บรรทัดที่ 2 ต่อมา

455
00:39:13,281 --> 00:39:17,281
Print นี่ ก็คือคำสั่งที่ 2 นึกออกนะคะ แต่ทีนี้มันสามารถเขียนได้ 2 แบบ

456
00:39:20,173 --> 00:39:23,454
ก็คือถ้าเขียนแบบมี 2 คำสั่งในบรรทัดเดียวกัน

457
00:39:23,454 --> 00:39:27,454
เขาจะใช้

458
00:39:31,376 --> 00:39:31,939
เครื่องหมาย Semicolon ขั้น เห็นไหมคะ ถ้ามี Semicolon ขั้น

459
00:39:31,939 --> 00:39:34,551
นี่คือคำสั่งที่ 1 เห็นไหม

460
00:39:34,551 --> 00:39:35,794

461
00:39:35,794 --> 00:39:39,794
เห็นไหมคะ การบอกให้

462
00:39:44,344 --> 00:39:45,982
โปรแกรมรู้ว่าฉันเสร็จคำสั่งนี้แล้วนี่ ใช้ Semicolon

463
00:39:45,982 --> 00:39:49,982
นะคะ เสร็จแล้ว Print

464
00:39:54,973 --> 00:39:58,973
เพราะไม่ได้มีคำสั่งต่อ

465
00:40:02,371 --> 00:40:06,371
นึกออกนะ แต่ถ้าในกรณีที่มีคำสั่งต่อจากคำสั่งที่ 2 เด็ก ๆ ก็เอาเครื่องหมาย Semicolon มา

466
00:40:07,924 --> 00:40:09,027
แต่วิธีเขียนที่ดี ควรจะเขียน

467
00:40:09,027 --> 00:40:13,027
หมด

468
00:40:14,705 --> 00:40:17,635
1 คำสั่งต่อ 1 บรรทัด เพราะอะไร เพราะแบบนี้จะช่วยให้เช็ก

469
00:40:17,635 --> 00:40:21,635
Code ได้ง่ายกว่า

470
00:40:22,523 --> 00:40:23,524
ถ้าเหมือนพืชนี่ เหมือนเวลาเราอ่าน อ่านเอกสาร

471
00:40:23,524 --> 00:40:27,524
แล้ว มันไม่มีการเว้นวรรค

472
00:40:31,542 --> 00:40:33,341
ประโยคน่ะ นึกออกไหม มันยาวติดกันไปเป็นพรืดเลย

473
00:40:33,341 --> 00:40:35,570
เห็นแล้วก็

474
00:40:35,570 --> 00:40:39,570
เหมือนถ้าอยากให้ตรวจคำผิด ให้นึกถึง

475
00:40:45,430 --> 00:40:49,430
ในหลวงตามหาบัว แต่ทีนี้คำไม่เว

476
00:40:51,988 --> 00:40:53,618
้น แต่ทีนี้คำไม่เว้นปุ๊บ เป็น ในหลวงตามหาบัว

477
00:40:53,618 --> 00:40:57,599
ถูกไหมคะ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ

478
00:40:57,599 --> 00:41:01,599
เพราะฉะนั้น แบบที่ 2 จะไม่นิยม

479
00:41:05,776 --> 00:41:05,996
เพราะในกรณีที่คำสั่งมันมีเยอะน่ะ

480
00:41:05,996 --> 00:41:08,818
มาเขียนต่อ ๆ มันจะยาก

481
00:41:08,818 --> 00:41:12,818
เพราะเวลาไปแก้โค้ดมันจะยาก เพราะอะไร เพราะ

482
00:41:12,905 --> 00:41:16,905
โปรแกรมมันจะมีตรวจ แล้วมันจะบอกว่า

483
00:41:21,476 --> 00:41:22,383
ให้ไปบรรทัดที่... นึกออกนะ มันจะพาเราไปบรรทัด

484
00:41:22,383 --> 00:41:26,383
ที่เกิด Error น่ะค่ะ ที่คำสั่งให

485
00:41:32,003 --> 00:41:36,003
้มันมีหลายคำสั่งน่ะ แล้วเราจะรู้ไหมมัน Error ที่คำสั่งไหน เราก็ต้องมาไล่อีก

486
00:41:36,872 --> 00:41:39,067
แต่ถ้าเป็น 1 คำสั่งต่อ 1 บรรทัด มันจะ

487
00:41:39,067 --> 00:41:43,067
อ๋อ บรรทัดที่ 7 8

488
00:41:46,910 --> 00:41:50,910
เช็กได้ง่ายขึ้นนะคะ อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้น เขียน... จริง ๆ แล้ว

489
00:41:55,649 --> 00:41:57,807
ควรเขียน 1 คำสั่งต่อ 1 บรรทัด ทีนี้พร้อมจะปฏิบัติกันหรือยัง

490
00:41:57,807 --> 00:42:01,621
เดี๋ยวให้เวลาเด็ก ๆ พักเบรกก่อน

491
00:42:01,621 --> 00:42:05,621
10 นาทีนะคะ พี่ล่ามก็จะได้เบรก

492
00:42:09,961 --> 00:42:11,915
เด็ก ๆ เปิดโปรแกรมค่ะ ในสัปดาห์แรก ๆ เราลงโปรแกรมไปแล้วนะคะ

493
00:42:11,915 --> 00:42:15,915
เพราะฉะนั้นนะคะ เพราะฉะนั้น เราจะต้องเปิดโปรแกรมไว้นะคะ

494
00:42:17,214 --> 00:42:21,214
เพราะเราจะเริ่มเขียนโปรแกรม

495
00:42:21,372 --> 00:42:25,372
จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการเขียนโปรแกรมแล้ว

496
00:42:25,730 --> 00:42:27,720
ย้อนกลับไปก่อน

497
00:42:27,720 --> 00:42:31,720
ให้ไปเข้าห้องน้ำห้องท่าให้เรียบร้อยก่อน

498
00:42:34,589 --> 00:42:37,271
แล้วเด็ก ๆ มาไอ้นี่ต่อ

499
00:42:37,271 --> 00:42:41,271
โปรแกรมที่จะใช้ชื่อว่า Python

500
00:42:42,737 --> 00:42:46,737
ใช้... เดี๋ยวนะขอตัดภาพก่อน

501
00:42:46,997 --> 00:42:48,702

502
00:42:48,702 --> 00:42:52,702
เด็ก ๆ

503
00:42:59,415 --> 00:43:00,253
ใช้เครื่องมือค้นหาก็ได้นะคะ ค้นหาโปรแกรม แล้วพิมพ์คำ

504
00:43:00,253 --> 00:43:02,380
ว่า "Python"

505
00:43:02,380 --> 00:43:06,380
พิมพ์ P-y

506
00:43:06,722 --> 00:43:10,722
ใช้เครื่องมือค้นหาแล้วก็

507
00:43:14,001 --> 00:43:16,921
พิมพ์ตัว P แล้วก็... ทำไมเป็นภาษาไทย P-y

508
00:43:16,921 --> 00:43:18,676
เป็นภาษาไทยหรือ

509
00:43:18,676 --> 00:43:22,676
P-y เห็นไหม P-y

510
00:43:24,599 --> 00:43:28,599
นะคะ

511
00:43:30,286 --> 00:43:32,276
P-y-t-h-o-n แต่แค่ P-y ก็ขึ้นแล้วนะ

512
00:43:32,276 --> 00:43:36,276
เห็น Logo น้องแล้วก็คลิกได้เลย

513
00:43:37,755 --> 00:43:41,755
นะคะ เห็นหรือเปล่า พิมพ์ตัว P-y ก่อน

514
00:43:47,903 --> 00:43:51,826
ถ้า P-y แล้วยังไม่เจออีก พิมพ์ t-h-o-n  นะคะ

515
00:43:51,826 --> 00:43:55,826
ถ้าพิมพ์เจอแล้วให้คลิก

516
00:44:01,288 --> 00:44:05,202
เปิดโปรแกรมรอไว้ได้เลยนะคะ เสร็จแล้วก็ให้เด็ก ๆ ไป

517
00:44:05,202 --> 00:44:08,910
เข้าห้องน้ำพักก่อนนะคะ

518
00:44:08,910 --> 00:44:10,001
10 นาที ให้เวลา 10 นาทีพักเบรก

519
00:44:10,001 --> 00:44:12,392
โอเคนะคะ

520
00:44:12,392 --> 00:44:15,073
และเดี๋ยวค่อยมาอันนี้ จะได้ตั้งใจทำ

521
00:44:15,073 --> 00:44:19,073
ใครจะไปเข้าห้องน้ำน่ะไปได้

522
00:44:24,907 --> 00:44:28,907
พักก่อน เพราะเดี๋ยวตอนโค้ดไม่เข้าใจ

523
00:44:29,134 --> 00:44:33,134
เกิดอยากลุกไปเข้าห้องน้ำหลุดนะ

524
00:44:33,391 --> 00:44:34,868
เพราะฉะนั้น เบรกก่อนนะคะ พี่ล่าม 10 นาทีนะคะ พักเบรก

525
00:44:34,868 --> 00:44:38,868
ค่ะ ขอบคุณค่ะ

526
00:44:40,447 --> 00:44:44,447

527
00:44:48,115 --> 00:44:52,107

528
00:44:52,107 --> 00:44:54,711

529
00:44:54,711 --> 00:44:58,711

530
00:45:00,109 --> 00:45:04,109

531
00:45:04,111 --> 00:45:08,111

532
00:45:08,114 --> 00:45:12,114

533
00:45:12,116 --> 00:45:16,116

534
00:45:16,118 --> 00:45:20,118

535
00:45:20,121 --> 00:45:24,121

536
00:45:24,122 --> 00:45:28,122

537
00:45:32,126 --> 00:45:36,126
st

538
00:45:36,128 --> 00:45:40,128

539
00:45:40,132 --> 00:45:44,132

540
00:45:44,133 --> 00:45:48,133

541
00:45:48,135 --> 00:45:52,135

542
00:45:52,140 --> 00:45:56,139

543
00:45:56,139 --> 00:46:00,139

544
00:46:00,144 --> 00:46:04,144

545
00:46:04,147 --> 00:46:08,144

546
00:46:08,144 --> 00:46:12,144

547
00:46:12,148 --> 00:46:12,399

548
00:46:12,399 --> 00:46:16,399

549
00:46:20,155 --> 00:46:24,153

550
00:46:24,153 --> 00:46:28,153

551
00:46:28,155 --> 00:46:32,155

552
00:46:36,163 --> 00:46:40,163

553
00:46:40,166 --> 00:46:44,166

554
00:46:44,169 --> 00:46:48,169

555
00:46:48,170 --> 00:46:52,170

556
00:46:52,171 --> 00:46:56,171

557
00:46:56,174 --> 00:47:00,174

558
00:47:00,178 --> 00:47:04,178

559
00:47:04,180 --> 00:47:08,180

560
00:47:08,184 --> 00:47:12,184

561
00:47:12,184 --> 00:47:16,184

562
00:47:16,190 --> 00:47:20,190

563
00:47:20,194 --> 00:47:24,194

564
00:47:24,195 --> 00:47:28,195

565
00:47:28,200 --> 00:47:32,200

566
00:47:32,200 --> 00:47:36,200

567
00:47:36,200 --> 00:47:40,200

568
00:47:40,203 --> 00:47:44,203

569
00:47:44,207 --> 00:47:48,207

570
00:47:48,207 --> 00:47:52,207

571
00:47:52,209 --> 00:47:56,209

572
00:47:56,211 --> 00:48:00,211

573
00:48:00,212 --> 00:48:04,212

574
00:48:04,215 --> 00:48:08,215

575
00:48:08,218 --> 00:48:12,218

576
00:48:12,220 --> 00:48:16,220

577
00:48:16,222 --> 00:48:20,222

578
00:48:20,222 --> 00:48:24,222

579
00:48:24,225 --> 00:48:28,225

580
00:48:28,227 --> 00:48:32,227

581
00:48:32,230 --> 00:48:36,230

582
00:48:36,231 --> 00:48:40,231

583
00:48:40,238 --> 00:48:44,237

584
00:48:44,237 --> 00:48:48,237

585
00:48:48,237 --> 00:48:52,237

586
00:48:52,241 --> 00:48:56,241

587
00:48:56,243 --> 00:49:00,243

588
00:49:00,249 --> 00:49:04,249

589
00:49:04,250 --> 00:49:08,250

590
00:49:08,252 --> 00:49:12,252

591
00:49:12,254 --> 00:49:16,254

592
00:49:16,254 --> 00:49:20,254

593
00:49:20,257 --> 00:49:24,257

594
00:49:28,262 --> 00:49:32,262

595
00:49:32,265 --> 00:49:36,265

596
00:49:36,267 --> 00:49:36,267

597
00:49:36,267 --> 00:49:40,267

598
00:49:40,273 --> 00:49:44,273

599
00:49:48,279 --> 00:49:48,279

600
00:49:48,279 --> 00:49:52,279

601
00:49:52,279 --> 00:49:56,279

602
00:49:56,285 --> 00:50:00,284

603
00:50:00,284 --> 00:50:04,284

604
00:50:04,289 --> 00:50:08,289

605
00:50:12,291 --> 00:50:16,291

606
00:50:16,293 --> 00:50:20,293

607
00:50:20,297 --> 00:50:24,296

608
00:50:24,296 --> 00:50:28,296

609
00:50:28,301 --> 00:50:32,301

610
00:50:32,301 --> 00:50:36,301

611
00:50:36,304 --> 00:50:40,304

612
00:50:40,310 --> 00:50:44,310

613
00:50:44,311 --> 00:50:48,311

614
00:50:48,314 --> 00:50:52,314

615
00:50:52,318 --> 00:50:56,318

616
00:50:56,318 --> 00:51:00,318

617
00:51:04,321 --> 00:51:08,321

618
00:51:08,321 --> 00:51:12,321

619
00:51:12,323 --> 00:51:16,323

620
00:51:16,326 --> 00:51:20,326

621
00:51:20,326 --> 00:51:24,326

622
00:51:24,333 --> 00:51:28,333

623
00:51:28,338 --> 00:51:32,337

624
00:51:32,337 --> 00:51:36,337

625
00:51:36,340 --> 00:51:40,340

626
00:51:40,340 --> 00:51:44,340

627
00:51:44,342 --> 00:51:48,342

628
00:51:48,345 --> 00:51:52,345

629
00:51:52,349 --> 00:51:56,348

630
00:51:56,348 --> 00:52:00,348

631
00:52:00,351 --> 00:52:04,351

632
00:52:04,352 --> 00:52:08,352

633
00:52:08,358 --> 00:52:12,358

634
00:52:12,359 --> 00:52:16,359

635
00:52:16,360 --> 00:52:20,360

636
00:52:20,364 --> 00:52:24,364

637
00:52:24,369 --> 00:52:28,367

638
00:52:28,367 --> 00:52:32,367

639
00:52:32,369 --> 00:52:36,369

640
00:52:36,370 --> 00:52:40,370

641
00:52:40,375 --> 00:52:44,375

642
00:52:44,376 --> 00:52:48,376

643
00:52:48,378 --> 00:52:52,378

644
00:52:52,379 --> 00:52:56,379

645
00:52:56,382 --> 00:53:00,382

646
00:53:00,382 --> 00:53:04,382

647
00:53:04,386 --> 00:53:08,386

648
00:53:08,389 --> 00:53:12,389

649
00:53:12,391 --> 00:53:16,391

650
00:53:16,393 --> 00:53:20,393

651
00:53:20,396 --> 00:53:24,396

652
00:53:24,396 --> 00:53:28,396

653
00:53:28,401 --> 00:53:32,401

654
00:53:32,402 --> 00:53:36,402

655
00:53:36,402 --> 00:53:40,402

656
00:53:40,406 --> 00:53:44,406

657
00:53:44,406 --> 00:53:48,406

658
00:53:48,411 --> 00:53:52,411

659
00:53:52,412 --> 00:53:56,412

660
00:53:56,414 --> 00:54:00,414

661
00:54:00,418 --> 00:54:04,418

662
00:54:04,420 --> 00:54:08,420

663
00:54:08,424 --> 00:54:12,424

664
00:54:12,426 --> 00:54:16,426

665
00:54:16,428 --> 00:54:20,428

666
00:54:20,433 --> 00:54:24,433

667
00:54:24,434 --> 00:54:28,434

668
00:54:28,435 --> 00:54:32,435

669
00:54:32,439 --> 00:54:36,439

670
00:54:36,442 --> 00:54:40,442

671
00:54:40,443 --> 00:54:44,443

672
00:54:44,446 --> 00:54:48,446

673
00:54:48,448 --> 00:54:52,448

674
00:54:52,448 --> 00:54:56,448

675
00:54:56,452 --> 00:55:00,450

676
00:55:00,450 --> 00:55:04,450

677
00:55:04,455 --> 00:55:08,455

678
00:55:08,455 --> 00:55:12,455

679
00:55:12,458 --> 00:55:16,458

680
00:55:16,460 --> 00:55:20,460

681
00:55:20,462 --> 00:55:24,462

682
00:55:24,463 --> 00:55:28,463

683
00:55:28,466 --> 00:55:32,466

684
00:55:32,468 --> 00:55:36,468

685
00:55:36,470 --> 00:55:40,470

686
00:55:40,475 --> 00:55:44,475

687
00:55:48,481 --> 00:55:52,481

688
00:55:52,484 --> 00:55:56,484

689
00:55:56,484 --> 00:56:00,484

690
00:56:00,490 --> 00:56:04,490

691
00:56:04,491 --> 00:56:08,491

692
00:56:08,491 --> 00:56:12,491

693
00:56:12,498 --> 00:56:16,498

694
00:56:16,498 --> 00:56:20,498

695
00:56:20,499 --> 00:56:24,499

696
00:56:24,504 --> 00:56:28,502

697
00:56:28,502 --> 00:56:32,502

698
00:56:32,508 --> 00:56:36,508

699
00:56:36,513 --> 00:56:40,513

700
00:56:40,513 --> 00:56:44,513

701
00:56:44,515 --> 00:56:48,515

702
00:56:48,519 --> 00:56:52,519

703
00:56:52,522 --> 00:56:56,522

704
00:56:56,525 --> 00:57:00,525

705
00:57:00,526 --> 00:57:04,526

706
00:57:04,528 --> 00:57:08,528

707
00:57:08,531 --> 00:57:12,531

708
00:57:12,536 --> 00:57:16,534

709
00:57:16,534 --> 00:57:20,534

710
00:57:20,543 --> 00:57:24,538

711
00:57:24,538 --> 00:57:28,538

712
00:57:28,549 --> 00:57:32,548

713
00:57:32,548 --> 00:57:36,545

714
00:57:36,545 --> 00:57:40,545

715
00:57:40,549 --> 00:57:44,549

716
00:57:44,551 --> 00:57:48,551

717
00:57:48,551 --> 00:57:52,551

718
00:57:52,554 --> 00:57:56,554

719
00:57:56,554 --> 00:58:00,554

720
00:58:00,557 --> 00:58:04,557

721
00:58:04,560 --> 00:58:05,375

722
00:58:05,375 --> 00:58:09,375

723
00:58:12,560 --> 00:58:16,560

724
00:58:16,564 --> 00:58:20,563

725
00:58:20,563 --> 00:58:24,563

726
00:58:24,567 --> 00:58:28,567

727
00:58:28,569 --> 00:58:32,569

728
00:58:32,572 --> 00:58:36,572

729
00:58:36,572 --> 00:58:40,572

730
00:58:40,575 --> 00:58:44,575

731
00:58:44,582 --> 00:58:48,580

732
00:58:48,580 --> 00:58:52,580

733
00:58:52,584 --> 00:58:56,584

734
00:58:56,585 --> 00:59:00,585

735
00:59:00,589 --> 00:59:04,589

736
00:59:04,589 --> 00:59:08,589

737
00:59:08,594 --> 00:59:12,594

738
00:59:12,597 --> 00:59:16,597

739
00:59:16,599 --> 00:59:20,599

740
00:59:20,603 --> 00:59:24,603

741
00:59:24,605 --> 00:59:28,605

742
00:59:28,610 --> 00:59:32,609

743
00:59:32,609 --> 00:59:36,609

744
00:59:36,609 --> 00:59:40,609

745
00:59:40,611 --> 00:59:44,611

746
00:59:44,615 --> 00:59:48,615

747
00:59:48,616 --> 00:59:52,616

748
00:59:52,617 --> 00:59:56,617

749
00:59:56,619 --> 01:00:00,619

750
01:00:00,622 --> 01:00:04,622

751
01:00:04,624 --> 01:00:08,624

752
01:00:08,627 --> 01:00:12,627

753
01:00:12,629 --> 01:00:16,629

754
01:00:16,632 --> 01:00:20,632

755
01:00:20,632 --> 01:00:24,632

756
01:00:24,636 --> 01:00:28,636

757
01:00:28,638 --> 01:00:32,638

758
01:00:32,639 --> 01:00:36,639

759
01:00:36,641 --> 01:00:40,641

760
01:00:40,642 --> 01:00:44,642

761
01:00:44,643 --> 01:00:48,643

762
01:00:48,651 --> 01:00:52,651

763
01:00:52,654 --> 01:00:56,651

764
01:00:56,651 --> 01:01:00,651

765
01:01:00,656 --> 01:01:04,656

766
01:01:08,660 --> 01:01:12,660

767
01:01:12,664 --> 01:01:16,664

768
01:01:16,666 --> 01:01:20,666

769
01:01:20,667 --> 01:01:24,667

770
01:01:24,672 --> 01:01:28,672

771
01:01:28,675 --> 01:01:32,675

772
01:01:32,676 --> 01:01:36,676

773
01:01:36,680 --> 01:01:40,680

774
01:01:40,681 --> 01:01:44,681

775
01:01:44,686 --> 01:01:48,686

776
01:01:48,688 --> 01:01:52,688

777
01:01:52,688 --> 01:01:56,688

778
01:01:56,690 --> 01:02:00,690

779
01:02:00,692 --> 01:02:04,692

780
01:02:04,693 --> 01:02:08,693

781
01:02:08,698 --> 01:02:12,698

782
01:02:12,699 --> 01:02:16,699

783
01:02:16,703 --> 01:02:20,703

784
01:02:20,706 --> 01:02:24,706

785
01:02:28,710 --> 01:02:32,710

786
01:02:32,711 --> 01:02:36,711

787
01:02:36,711 --> 01:02:40,711

788
01:02:40,714 --> 01:02:44,714

789
01:02:44,718 --> 01:02:48,718

790
01:02:48,718 --> 01:02:52,718

791
01:02:52,733 --> 01:02:56,732

792
01:02:56,732 --> 01:03:00,732

793
01:03:00,732 --> 01:03:04,732

794
01:03:04,738 --> 01:03:08,738

795
01:03:08,741 --> 01:03:12,741

796
01:03:12,741 --> 01:03:16,741

797
01:03:16,742 --> 01:03:20,742

798
01:03:20,742 --> 01:03:24,742

799
01:03:24,747 --> 01:03:28,747

800
01:03:28,751 --> 01:03:32,751

801
01:03:32,751 --> 01:03:36,751

802
01:03:36,752 --> 01:03:40,752

803
01:03:40,754 --> 01:03:44,754

804
01:03:44,755 --> 01:03:48,755

805
01:03:48,760 --> 01:03:52,760

806
01:03:52,760 --> 01:03:56,760

807
01:03:56,763 --> 01:04:00,763

808
01:04:00,764 --> 01:04:04,764

809
01:04:04,766 --> 01:04:08,766

810
01:04:08,772 --> 01:04:12,772

811
01:04:12,774 --> 01:04:16,773

812
01:04:16,773 --> 01:04:16,774

813
01:04:16,774 --> 01:04:20,774

814
01:04:20,782 --> 01:04:24,782

815
01:04:24,784 --> 01:04:28,784

816
01:04:28,786 --> 01:04:32,786

817
01:04:32,789 --> 01:04:36,789

818
01:04:36,791 --> 01:04:40,789

819
01:04:40,789 --> 01:04:44,789

820
01:04:44,800 --> 01:04:48,794

821
01:04:48,794 --> 01:04:52,794

822
01:04:52,796 --> 01:04:56,796

823
01:04:56,797 --> 01:05:00,797

824
01:05:00,798 --> 01:05:04,798

825
01:05:04,802 --> 01:05:08,802

826
01:05:08,803 --> 01:05:12,803

827
01:05:12,807 --> 01:05:16,807

828
01:05:16,809 --> 01:05:20,809

829
01:05:20,809 --> 01:05:24,809

830
01:05:24,814 --> 01:05:28,814

831
01:05:28,815 --> 01:05:32,815

832
01:05:32,815 --> 01:05:36,815

833
01:05:36,816 --> 01:05:40,816

834
01:05:40,818 --> 01:05:44,818

835
01:05:44,819 --> 01:05:48,819

836
01:05:48,824 --> 01:05:52,824

837
01:05:52,824 --> 01:05:55,957
โอเคค่ะ

838
01:05:55,957 --> 01:05:59,957

839
01:06:00,827 --> 01:06:04,827
พร้อมนะคะเด็ก ๆ ดูนะคะ

840
01:06:04,830 --> 01:06:06,042
เดี๋ยวเราจะลองมาเขียนนะคะ อันนี้

841
01:06:06,042 --> 01:06:10,042
ยังไม่ได้เขียนแบบเป็นโครงสร้าง

842
01:06:12,835 --> 01:06:16,696
นะคะ เดี๋ยวเราจะมาดูคำสั่งที่เรา

843
01:06:16,696 --> 01:06:18,769
ใช้ในการเขียนวันนี้คือคำสั่งอะไร จำได้นะ

844
01:06:18,769 --> 01:06:22,769
ตอน

845
01:06:24,837 --> 01:06:28,837
อัลกอริทึมน่ะ Print หรือ

846
01:06:28,838 --> 01:06:31,184
แสดงผลนะคะ แต่ในภาษาคอมฯ นี่

847
01:06:31,184 --> 01:06:35,184
ใน Python นี่มันจะเรียกว่าโปรแกรม

848
01:06:36,845 --> 01:06:40,845
นะคะ หรือเรียกว่า print Function

849
01:06:40,845 --> 01:06:43,224
print นะคะ เพราะอะไร เพราะฟังก์ชันนี้

850
01:06:43,224 --> 01:06:46,490
มันโดยใช้งานบ่อยเพราะอะไร

851
01:06:46,490 --> 01:06:50,490
เมื่อเราต้องการให้คอมพิวเตอร์

852
01:06:52,760 --> 01:06:55,453
มาเรียกใช้ฟังก์ชัน print นะคะ

853
01:06:55,453 --> 01:06:59,453
ซึ่งจะใช้ในการแสดงผลผ่านทางจอภาพ

854
01:06:59,710 --> 01:07:03,710
นะคะ ซึ่งวิธีการใช้

855
01:07:04,622 --> 01:07:08,622
ก็คือพิมพ์คำว่า "pirnt" นะคะ เราจะต้องพิมพ์คำว่า

856
01:07:08,863 --> 01:07:12,859
P-r-i-n-t

857
01:07:12,859 --> 01:07:16,859
แล้วใส่เครื่องหมายวงเล็บเปิด วงเล

858
01:07:16,865 --> 01:07:20,865

859
01:07:28,870 --> 01:07:32,870
็บปิด นั่นเป็น Function นะคะ

860
01:07:36,541 --> 01:07:38,378
เมื่อกี้ให้เปิดโปรแกรมที่เราได้ทำการดาวน์โหลด

861
01:07:38,378 --> 01:07:38,557
ไว้ตั้งแต่สัปดาห์แรก ๆ ไว้

862
01:07:38,557 --> 01:07:42,557
ให้เด็ก ๆ เปิดหน้าต่างโปรแกรมนั้นนะคะ

863
01:07:45,675 --> 01:07:47,636
เราจะใช้คำสั่ง print นี่

864
01:07:47,636 --> 01:07:48,325
ทาง... เขาเรียกว่า

865
01:07:48,325 --> 01:07:52,325
ที่เป็นแบบ

866
01:07:54,081 --> 01:07:58,081
Shel Command ก็คือ print เป็นบรรทัด ๆ ไป

867
01:08:03,808 --> 01:08:05,756
ยังไม่ได้ทำเป็นโปรแกรมทั้งโปรแกรม

868
01:08:05,756 --> 01:08:09,756
เปิดหน้าต่างนี้ขึ้นมานะ ตอนนี้เด็ก ๆ อยู่ในหน้าต่างนี้กันใช่ไหมคะ

869
01:08:13,480 --> 01:08:17,480
เห็นไหมคะ ตรงที่... สีขาว ๆ กระพริบ หรือ

870
01:08:24,889 --> 01:08:28,889
นะคะ อันอับแรก print print นี่ ใช้

871
01:08:32,951 --> 01:08:36,951
เพื่อให้แสดงชื่อของเรา เพราะฉะนั้น

872
01:08:38,165 --> 01:08:42,165
ในเครื่องหมายวงเล็บนะคะ ก่อนอื่นต้องพิมพ์ตัวคำสั่งก่อน

873
01:08:45,105 --> 01:08:47,343
ก็คือ p-r-i-n-

874
01:08:47,343 --> 01:08:51,343
t แล้วก็ใส่เครื่องหมายวงเล็บเปิด

875
01:08:56,912 --> 01:09:00,029
วงเล็บปิดพร้อมกัน วงเล็บปิดกด 0 เฉยเลย

876
01:09:00,029 --> 01:09:03,347
เดี๋ยวขยายขนาดตัวอักษรให้ แป๊บหนึ่งค่ะ

877
01:09:03,347 --> 01:09:07,347
ตั้งค่า

878
01:09:07,451 --> 01:09:11,413
ตั้งค่าตรงไหน Font

879
01:09:11,413 --> 01:09:15,413
แป๊บหนึ่งนะคะ เด็ก ๆ

880
01:09:17,262 --> 01:09:21,262
ไม่ขยายให้น่ะ

881
01:09:25,307 --> 01:09:27,214
ทำไมมันไม่ขยาย

882
01:09:27,214 --> 01:09:31,214

883
01:09:40,935 --> 01:09:44,935
ไม่ขยายให้

884
01:09:48,665 --> 01:10:01,035

885
01:09:41,962 --> 01:09:45,962

886
01:09:56,942 --> 01:10:00,942

887
01:10:01,772 --> 01:10:05,772

888
01:10:08,951 --> 01:10:09,264
สว่างไป เดี๋ยว ๆ

889
01:10:09,264 --> 01:10:13,264
เซตให้ใหม่ แป๊บหนึ่ง

890
01:10:15,138 --> 01:10:19,138
แก้  Properties ก่อน สีอะไรดีกลัวไม่เห็น สีดำนี่เห็นไหม

891
01:10:24,650 --> 01:10:24,976
โอเคไหม เห็นหรือยังคะ ยังเล็กไปอยู่

892
01:10:24,976 --> 01:10:28,976
30 เล็กไป เดี๋ยวเพิ่มอีก เด็ก ๆ บอกเล็ก

893
01:10:30,049 --> 01:10:34,049
โอเค

894
01:10:37,898 --> 01:10:41,898
เห็นแล้วนะ พิมพ์คำว่า "print

895
01:10:47,798 --> 01:10:51,798
" แล้วใส่วงเล็บเปิด-ปิด สังเกตเคอร์เซอร์ที่ตำแหน่ง กระพริบ

896
01:10:53,485 --> 01:10:57,017
ทีนี้ในวงเล็บ ให้ใส่

897
01:10:57,017 --> 01:11:01,017
เครื่องหมายคำพูด

898
01:11:01,138 --> 01:11:05,138
2 ขีดก็ได้ หรือ 1 ก็ได้นะคะ ต่างกันนะ เมื่อกี้มีวงเล็บใช่ไหม

899
01:11:07,649 --> 01:11:11,649
เสร็จแล้ว ในวงเล็บใส่เครื่องหมายคำพูด ในวงเล็บ

900
01:11:12,161 --> 01:11:16,161
ให้พิมพ์เครื่องหมายคำพูดลงไป

901
01:11:17,476 --> 01:11:21,476
เพราะบอกแล้วว่าถ้าเราจะแสดงข้อความในคอมพิวเตอร์นี่มันจะแสดง

902
01:11:24,397 --> 01:11:28,397
ต้องใส่เครื่องหมายคำพูดอย่างนี้ 2 อัน

903
01:11:28,716 --> 01:11:32,716
ทีนี้ใส่อะไรใ

904
01:11:37,000 --> 01:11:41,000
ส่ชื่อตัวเองลงไปค่ะ อยากเห็นชื่อตัวเองพิมพ์ลงไป ถ้า Font ภาษาไทยไม่ขึ้นพิมพภาษาอังกฤษไปก

905
01:11:45,006 --> 01:11:45,802
็ยังไม่ได้ตั้งค่าฟอนต์ เดี๋ยวค่อยไปตั้งค่าทีหลัง

906
01:11:45,802 --> 01:11:46,713
นะคะ

907
01:11:46,713 --> 01:11:50,713
นามสกุลด้วยไหม ยาว ๆ จะได้เห็น

908
01:11:56,603 --> 01:11:58,334

909
01:11:58,334 --> 01:12:02,334
ถ้าเมื่อใดที่เด็ก ๆ

910
01:12:02,836 --> 01:12:04,635
ต้องการให้คอมพิวเตอร์นะคะ

911
01:12:04,635 --> 01:12:08,635
แสดงผลข้อความ

912
01:12:08,893 --> 01:12:12,893
เพราะฉะนั้น ในวงเล็บนี่ คำสั่ง print คือคำสั่ง

913
01:12:14,551 --> 01:12:18,551
แล้วในวงเล็บนี่คือส่วนที่เราให้

914
01:12:22,532 --> 01:12:23,432
คอมพิวเตอร์มันแสดง เพราะฉะนั้น เมื่อต้องการให้แสดง

915
01:12:23,432 --> 01:12:27,432
สิ่งที่เป็นข้อความนี่เด็ก ๆ จะ

916
01:12:31,951 --> 01:12:35,951
ต้องใช้เครื่องหมายคำพูด ที่เรียกว่า Double quote

917
01:12:37,032 --> 01:12:41,026
double 0

918
01:12:41,026 --> 01:12:43,978
2 ขีดใช่ไหม กับ

919
01:12:43,978 --> 01:12:45,845
นะคะ เสร็จแล้ว

920
01:12:45,845 --> 01:12:49,845
เมื่อเสร็จแล้วนะคะ ให้เลื่อน

921
01:12:57,032 --> 01:13:01,032
นะคะ ให้ตำแหน่งนี่ แล้วกด Enter มันจะต้องแสดงชื่อของเด็ก ๆ ในบรรทัดต่อมา

922
01:13:06,105 --> 01:13:06,982
กด Enter ค่ะ

923
01:13:06,982 --> 01:13:07,140
ทำไมไม่แสดงผล

924
01:13:07,140 --> 01:13:10,193

925
01:13:10,193 --> 01:13:14,193
ต้องเลื่อนเคอร์เซอร์นะคะ เห็นไหม

926
01:13:17,759 --> 01:13:21,759
แสดงชื่อแล้วเคอร์เซอร์

927
01:13:27,658 --> 01:13:30,026
คืออะไร ไอ้ขีดขาว ๆ กะพริบน่ะเห็นไหม นั่นคือเคอร์เซอร์

928
01:13:30,026 --> 01:13:32,922
ไหน ใครไม่มีชื่อตัวเองขึ้น

929
01:13:32,922 --> 01:13:36,922

930
01:13:45,051 --> 01:13:49,051

931
01:13:57,055 --> 01:14:01,055

932
01:14:01,062 --> 01:14:05,062

933
01:14:05,600 --> 01:14:06,012
สิ่งที่จะแสดงออกมา

934
01:14:06,012 --> 01:14:10,012
ก็คือสิ่งที่อยู่ในวงเล็บเห็นไหมคะ ตัว print

935
01:14:17,077 --> 01:14:20,167
คำว่า "print" น่ะ คือ คำสั่ง

936
01:14:20,167 --> 01:14:23,142
ที่เราจะให้คอมพิวเตอร์มันแสดงออกมาใช่ไหม แล้วบอกไว้ว่าเมื่อกี้บอกว่าให้แสดง

937
01:14:23,142 --> 01:14:27,142
ในถ้าเป็นข้อความ ก็คือ

938
01:14:28,352 --> 01:14:31,069
ตัวอักษรเราจะต้องใส่เครื่องหมายคำพูด เดี๋ยวลองใหม่

939
01:14:31,069 --> 01:14:32,291
ทีนี้ถ้าเป็นตัวเลข

940
01:14:32,291 --> 01:14:36,141
เด็ก ๆ ลองพิมพ์ตัวเลขนะคะ

941
01:14:36,141 --> 01:14:40,141
เอาอะไรดี เอาเลข...

942
01:14:44,268 --> 01:14:45,809
เลขรหัส

943
01:14:45,809 --> 01:14:49,809
บัตรประชาชนเด็ก ๆ ก็ได้นะคะ เหมือนเดิม

944
01:14:55,641 --> 01:14:57,758
พิมพ์คำสั่ง print คำสั่งในภาษา Python

945
01:14:57,758 --> 01:15:01,758
จะพิมพ์ด้วยตัวเล็กเสมอ

946
01:15:04,504 --> 01:15:06,020
p-r-i-n-t ใส่วงเล็บเปิด-ปิดไว้เลย

947
01:15:06,020 --> 01:15:10,020
แล้วเลื่อน เคอร์เซอร์ขึ้นไปนะคะ

948
01:15:10,023 --> 01:15:10,480
เลขที่บัตรประชาชนตัวเอง พิมพ์ลงไปค่ะ 13 หลัก

949
01:15:10,480 --> 01:15:14,480

950
01:15:21,099 --> 01:15:25,099
เห็นไหมคะ มีความแตกต่างนะเด็ก ๆ

951
01:15:27,254 --> 01:15:31,254
เพราะอะไรเพราะเลขบัตรประชาชน

952
01:15:34,764 --> 01:15:35,148
มันเป็นตัวเลข มันไม่ใช่ข้อความ ก็คือมันไม่ใช่ Text

953
01:15:35,148 --> 01:15:39,148
นึกออกนะไม่ใช่ตัวอักษร

954
01:15:39,303 --> 01:15:42,349
ใครไม่ทันอะไรยกมือนะคะ บอกแล้วว่าเรา

955
01:15:42,349 --> 01:15:45,867
ต้องการให้...

956
01:15:45,867 --> 01:15:47,762
ไม่ทันหรือ

957
01:15:47,762 --> 01:15:51,654

958
01:15:51,654 --> 01:15:55,654

959
01:15:58,052 --> 01:16:02,052
แม็กกี้ทันไหม

960
01:16:05,992 --> 01:16:09,992
เลขบัตรน่ะ ให้ดูความแตกต่าง แบบที่ 1

961
01:16:12,195 --> 01:16:12,968
ที่มีชื่อเราใช่ไหม นั่นเป็นข้อความ เราจะต้องมี

962
01:16:12,968 --> 01:16:16,968
เครื่องหมายคำพูด

963
01:16:19,158 --> 01:16:20,121
อยู่ในวงเล็บด้วย แต่แบบที่ 2

964
01:16:20,121 --> 01:16:24,121
เป็นตัวเลขไม่ต้องใส่เครื่องหมายคำพูด

965
01:16:31,415 --> 01:16:35,415
เห็นไหมคะ ก็คือถ้าเป็นตัวเลขสั่งมันพิมพ์ได้เลย มันรู้จ

966
01:16:41,135 --> 01:16:43,691
ัก โอเคนะคะ

967
01:16:43,691 --> 01:16:46,987

968
01:16:46,987 --> 01:16:50,987
ทีนี้

969
01:16:51,929 --> 01:16:55,929
มีใครยังใช้คำสั่ง print

970
01:17:03,146 --> 01:17:07,146
ไม่ได้ ไม่ได้ใช้อะไรพิสดารเลยนะลูก

971
01:17:13,148 --> 01:17:17,148
คือ จำง่าย ๆ คือ เด็ก ๆ จะต้องพิมพ์ตัวคำสั่งรอไว้เลย print แล้วก็ วงเล็บเปิดปิดไว้

972
01:17:19,302 --> 01:17:19,901
เสร็จแล้วมาดูว่าในวงเล็บนี่

973
01:17:19,901 --> 01:17:23,901
อยากให้มันแสดงอะไร ถ้า

974
01:17:27,399 --> 01:17:28,605
แสดงเป็นข้อความเหมือนที่บอกนะคะ จะต้องมีเครื่องหมายคำพูด

975
01:17:28,605 --> 01:17:32,605
เพราะไม่อย่างนั้น ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวให้ลองนะคะ พิมพ์คำสั่ง print

976
01:17:38,136 --> 01:17:40,847
อีกครั้งหนึ่งค่ะ

977
01:17:40,847 --> 01:17:44,847
เกิดอะไรขึ้น

978
01:17:46,819 --> 01:17:50,819
ให้พิมพ์คำสั่ง print รอก่อนนะคะ

979
01:17:51,973 --> 01:17:55,973
อีก 1 ทีแล้วก็

980
01:17:57,705 --> 01:17:58,539
ใส่เครื่องหมายวงเล็บไว้

981
01:17:58,539 --> 01:18:02,539

982
01:18:13,178 --> 01:18:16,725

983
01:18:16,725 --> 01:18:20,725
เห็นไหม... เด็ก ๆ

984
01:18:22,096 --> 01:18:26,096
เด็ก ๆ คะ คำสั่ง

985
01:18:30,033 --> 01:18:34,033
จำก่อนนะคะ คำสั่งในภาษาทุกภาษา ตัวคำสั่งในภาษา

986
01:18:38,002 --> 01:18:42,002
มันจะเป็นตัวพิมพ์เล็กทั้งหมดเลย มันจะไม่มีตัวพิมพ์ใหญ่

987
01:18:43,931 --> 01:18:47,931
เพราะฉะนั้นถ้าพิมพ์ด้วยพิมพ์ใหญ่

988
01:18:48,966 --> 01:18:51,431
มันจะไม่ได้ ไม่เชื่อลอง ลองนะคะ ไม่เชื่อเด็ก ๆ ลองพิมพ์ เปลี่ยน

989
01:18:51,431 --> 01:18:55,431
ตัว p ตัวนี้เป็นตัวใหญ่ เป็นตัวใหญ่อย่างนี้นะคะ

990
01:18:57,254 --> 01:18:58,260
นะคะ

991
01:18:58,260 --> 01:18:58,310
ลองเปลี่ยนดู

992
01:18:58,310 --> 01:19:02,310
แล้วกด Enter

993
01:19:11,362 --> 01:19:13,200
ใส่เลข 1 เข้าไปข้างใน แล้วลองกด Enter มันจะขึ้นอย่างนี้เลย

994
01:19:13,200 --> 01:19:17,200
โปรแกรมมันจะมี

995
01:19:17,890 --> 01:19:21,649
ข้อความเตือนเลย name error เลย

996
01:19:21,649 --> 01:19:25,649
Error เลย print นี่

997
01:19:27,497 --> 01:19:28,855
มันบอกว่ามันไม่รู้จัก ฉันไม่รู้จัด เพราะอะไร

998
01:19:28,855 --> 01:19:31,797
เพราะถ้าเป็นคำสั่ง

999
01:19:31,797 --> 01:19:35,797
ใน Python มันเป็นตัวเล็ก ตัว p

1000
01:19:39,400 --> 01:19:43,400
นะคะ เป็นตัวเล็ก มันก็เลยมาถามว่าคุณหมายถึงคำนี้หรือเปล่า

1001
01:19:43,460 --> 01:19:47,460
มันมีตัวเล็กให้ดูด้วย พิมพ์ตัวเล็ก

1002
01:19:53,218 --> 01:19:57,218
อย่างนี้ มันบอกว่าไม่ใช่ตัวนี้หรือ มันยังบอกเราอีกว่าเราพิมพ์ผิดนะ เห็นไหมคะ มันช่วยเราขนาดไหน แต่ก่อนงงเลย

1003
01:20:01,550 --> 01:20:05,550
แต่ก่อน

1004
01:20:07,918 --> 01:20:08,515
สมัยแรก ๆ นะคะ สมัยแม่เรียนน่ะ มันไม่มีมาบอกอย่างนี้หรอก

1005
01:20:08,515 --> 01:20:12,515
ต้องไปหาคือรู้แต่ว่า

1006
01:20:15,793 --> 01:20:19,793
แต่ Error ตรงไหนไม่รู้ ต้องไปไล่ทีละบรรทัด ทีละบรรทัด

1007
01:20:20,163 --> 01:20:23,805
นะ แต่ยุคใหม่

1008
01:20:23,805 --> 01:20:27,805
เขาบอกมันง่ายในการเขียน คือ พิมพ์ผิดปุ๊บมันบอกเราเลย นี่ ๆ คุณพิมพ์ตัวนี้มันใช่ตัวนี้

1009
01:20:33,240 --> 01:20:36,672
ที่คุณจะพิมพ์ มันจะบอกเราเลยนะคะ มันจะทำให้เรา อ๋อ เราผิดเอง

1010
01:20:36,672 --> 01:20:40,672
ทีนี้ลองใช้คำสั่ง print นะคะ พิมพ์ใหม้อีกทีหนึ่ง

1011
01:20:43,486 --> 01:20:46,150
พิมพ์บ่อย ๆ จะได้จำ แล้วก็

1012
01:20:46,150 --> 01:20:50,150
ข้างในดูนะคะ ถ้าพิมพ์ข้อความแล้ว

1013
01:20:55,358 --> 01:20:59,358
ให้ในวงเล็บนี่ ทีนี้ไมบอก

1014
01:21:00,393 --> 01:21:00,995
ให้พิมพ์ชื่อ ชื่อเล่นตัวเอง

1015
01:21:00,995 --> 01:21:04,995
เข้าใจไหม ชื่อเล่นของตัวเอง

1016
01:21:11,205 --> 01:21:15,205
จะทำอย่างไรให้คอมพิวเตอร์มัน print ชื่อเล่นเราออกมา ลองสิแม่ไม่พาทำ ทำเอง

1017
01:21:15,488 --> 01:21:19,488
เดี๋ยวจะไปเดินดู ว่าเข้าใจหรือเปล่าที่บอกไป

1018
01:21:20,514 --> 01:21:24,514
ให้มันพิมพ์ชื่อเล่นของเรา

1019
01:21:25,919 --> 01:21:27,764
ออกมานะคะ print อะไรคะ จะใส่อะไรเข้าไปในวงเล็บนี้

1020
01:21:27,764 --> 01:21:31,764
เราจะเอาอะไรเขาไปอยู่ในนั้นนะ

1021
01:21:34,215 --> 01:21:34,632
ใส่ดูสิ ใส่ดู เดี๋ยว

1022
01:21:34,632 --> 01:21:38,632
ดูแล้วถึงจะเฉลยนะคะ

1023
01:21:45,822 --> 01:21:43,860

1024
01:21:38,150 --> 01:21:38,477

1025
01:21:38,477 --> 01:21:42,477

1026
01:21:42,524 --> 01:21:46,524

1027
01:21:57,274 --> 01:21:59,125

1028
01:21:59,125 --> 01:22:03,125
ให้ทำเองนะคะ

1029
01:22:04,811 --> 01:22:08,811
ก็คืออยากให้เด็ก ๆ แสดงชื่อเล่นของตัวเองนี่

1030
01:22:15,868 --> 01:22:17,729
ให้คอมพิวเตอร์นี่ พิมพ์คำสั่งนี่ print นี่

1031
01:22:17,729 --> 01:22:21,729
แล้วให้มันแสดงชื่อเล่นของเด็ก ๆ

1032
01:22:21,840 --> 01:22:22,627
นะคะ เพราะฉะนั้น ใส่เข้าไป จะใส่อะไรเข้าไปในนี้

1033
01:22:22,627 --> 01:22:26,627
ให้ยึดถึงที่สอนไป ใครทำเสร็จแล้ว

1034
01:22:33,189 --> 01:22:36,318
กด Enter เดี๋ยวจะไปดูผลที่มันออกมาว่ามันแสดงชื่อเล่นไหม เข้าใจไหมคะ เข้าใจคำสั่งไหม

1035
01:22:36,318 --> 01:22:40,318
อันนี้ให้ทำเองนะ จำได้หรือเปล่า

1036
01:22:46,011 --> 01:22:50,011
ถ้าเราต้องการให้แสดงข้อความ เหมือนตัวบนน่ะ แสดงชื่อใช่ไหม

1037
01:22:53,568 --> 01:22:54,713
ถ้าแสดงตัวเลขใส่อะไรไหม เห็นไหมคะ เพราะฉะนั้น

1038
01:22:54,713 --> 01:22:58,713
ใส่ลงไปค่ะ พิมพ์เลย

1039
01:23:02,802 --> 01:23:06,802
พิมพ์เองเลย ทำเองเลย ไม่พาทำนะคะ โอเคไหม อะไรจะอยู่

1040
01:23:07,634 --> 01:23:11,634
ในวงเล็บ สิ่งที่จะอยู่ในวงเล็บ ใส่ลงไป

1041
01:23:12,431 --> 01:23:14,087
เข้าใจไหม

1042
01:23:14,087 --> 01:23:16,375
ให้ดูจากตัวอย่างที่พาทำตอนแรก

1043
01:23:16,375 --> 01:23:19,124

1044
01:23:19,124 --> 01:23:23,124

1045
01:23:33,317 --> 01:23:37,317
ตอนนี้อยากให้แสดง ในนี้

1046
01:23:38,991 --> 01:23:42,991
ต้องสั่งให้มันแสดงชื่อเล่นของเด็ก ๆ ออกมา

1047
01:23:45,038 --> 01:23:49,038
นะคะ ในวงเล็บนี่ เด็ก ๆ จะ

1048
01:23:50,691 --> 01:23:54,691
ใส่อะไรเข้าไปลองใส่เข้าไป ลองดู แล้วกด Enter ให้ดู

1049
01:23:56,067 --> 01:24:00,067

1050
01:24:00,194 --> 01:24:02,684
ในตัวอย่างที่ 1

1051
01:24:02,684 --> 01:24:06,684

1052
01:24:12,608 --> 01:24:14,995
ถ้าต้องการพิมพ์ ให้แสดงผลข้อความ

1053
01:24:14,995 --> 01:24:18,858
นะคะ ที่เป็นข้อความ

1054
01:24:18,858 --> 01:24:22,186
เด็ก ๆ จะต้องใส่เครื่องหมายคำพูด ในตัวอย่างที่ 2

1055
01:24:22,186 --> 01:24:26,186
ให้แสดงผล

1056
01:24:27,035 --> 01:24:30,532
ที่เป็นตัวเลขนี่ ไม่ต้องใส่เครื่องหมาย

1057
01:24:30,532 --> 01:24:34,532
คำพูดได้ มันต่างกันนะคะ

1058
01:24:34,858 --> 01:24:35,253
เพราะฉะนั้น ให้ลองนะคะ

1059
01:24:35,253 --> 01:24:38,360

1060
01:24:38,360 --> 01:24:42,360

1061
01:24:42,606 --> 01:24:46,606

1062
01:24:49,937 --> 01:24:50,419

1063
01:24:50,419 --> 01:24:54,419

1064
01:24:54,513 --> 01:24:58,513

1065
01:25:09,369 --> 01:25:13,369

1066
01:25:21,375 --> 01:25:25,375

1067
01:25:25,375 --> 01:25:29,375

1068
01:25:31,092 --> 01:25:35,092
ออพต้า ออพต้า

1069
01:25:35,175 --> 01:25:39,175
เข้าใจหรือเปล่า

1070
01:25:45,036 --> 01:25:49,018
ออพต้าเข้าใจอยู่ใช่ไหม เข้าใจไหมคะ เมื่อกี้บอกไปว่าต้องการให้

1071
01:25:49,018 --> 01:25:53,018
เด็ก ๆ พิมพ์ชื่อเล่นตัวเองออกมา

1072
01:26:00,683 --> 01:26:01,410
เด็ก ๆ จะใช้วิธีไหน ให้เด็ก ๆ พิมพ์คำสั่ง print แล้วก็ตามด้วย

1073
01:26:01,410 --> 01:26:02,010
สิ่งที่ต้องการแสดงในวงเล็บ

1074
01:26:02,010 --> 01:26:04,808
เห็นไหมคะ ในตัวอย่าง ถ้า

1075
01:26:04,808 --> 01:26:08,808
ชื่อเล่นเรานี่ ให้นึกถึง

1076
01:26:17,408 --> 01:26:21,408
สิ่งที่เป็นข้อความนะคะ ก็คือตัวอักษรนั่นเอง เช่น A, B, C, D แต่ถ้าเป็นตัวเลข

1077
01:26:24,199 --> 01:26:24,858
1, 2, 3, 4 นี่ สิ่งใดที่เป็นข้อความ เด็ก ๆ

1078
01:26:24,858 --> 01:26:28,858
จะต้องใช้เครื่องหมาย

1079
01:26:33,416 --> 01:26:35,046
Single quote หรือ Double Quote เสมอ ถ้าไม่ใส่

1080
01:26:35,046 --> 01:26:39,046
มันก็จะเป็นเหมือนตัวที่ เดี๋ยว ๆ แบบไม่ใส่ให้ดูนะคะ ถ้าเป็นข้อความแล้วไม่ใส่

1081
01:26:41,717 --> 01:26:45,717

1082
01:26:46,208 --> 01:26:49,553

1083
01:26:49,553 --> 01:26:53,553
ดูนะ แบบที่ 1 แบบที่ 2 นี่ Single Quote หรือ  Double Quotr

1084
01:27:00,587 --> 01:27:04,276
คือถ้าเป็นข้อความใช้ 2 ตัวนี้ มันก็จะ

1085
01:27:04,276 --> 01:27:08,114
แสดงข้อความนั้นเองมา แต่ถ้าไม่ใส่

1086
01:27:08,114 --> 01:27:11,461
ดูนะคะ ถ้าไม่ใส่แล้วกด Enter

1087
01:27:11,461 --> 01:27:15,461
เห็นไหม มันจะขึ้น Error เพราะมันบอกว่า มันไม่รู้จัก

1088
01:27:17,044 --> 01:27:18,517
สิ่งที่อยู่ในนี้นะคะ แต่ถ้าเป็นตัวเลข

1089
01:27:18,517 --> 01:27:22,517
แต่ถ้าทำเป็นตัวเลข

1090
01:27:22,738 --> 01:27:26,738
เหมือนที่บอกให้ print

1091
01:27:40,422 --> 01:27:38,000

1092
01:27:31,592 --> 01:27:34,541

1093
01:27:34,541 --> 01:27:38,541

1094
01:27:49,443 --> 01:27:53,443
เห็นไหมตัวเลขนี่ขนาดใส่เครื่องหมายบวก (+)

1095
01:27:54,115 --> 01:27:58,115
มันก็รู้จักเห็นไหมคะ 3 + 4

1096
01:28:00,778 --> 01:28:03,059
เป็น 7 print ค่าเลข 7 ออกมาเลย หาผลบวก

1097
01:28:03,059 --> 01:28:04,634
ของ 3 กับ 4 เพราะอะไร

1098
01:28:04,634 --> 01:28:04,998
บอกแล้วคอมพิวเตอร์รู้จักตัวเลข รู้จัก

1099
01:28:04,998 --> 01:28:08,998
ไอ้

1100
01:28:16,191 --> 01:28:20,191
เครื่องหมายอะไรพวกนี้นี่นะคะ แต่ในที่นี้นี่ หมายถึงมันต้อง ใช้

1101
01:28:24,714 --> 01:28:28,206
เป็นการคำนวณนะ เพราะดอกจันหมายถึงคูณนะ Slash  หมายถึงหารนะ

1102
01:28:28,206 --> 01:28:32,206
ก็คือถ้ามีลักษณะที่เป็นตัวเลขอย่างนี้ หรือการคำนวณทางคณิตศาสตร์นรา

1103
01:28:34,712 --> 01:28:38,712
เราจะไม่ต้องใส่เครื่องหมายคำพูด

1104
01:28:40,849 --> 01:28:42,465
แต่ถ้าเป็นข้อความเช่น A, B, C

1105
01:28:42,465 --> 01:28:46,465
หรืออะไรอีก ที่จะต้องใส่เครื่องหมายคำพูด เช่น

1106
01:28:49,987 --> 01:28:50,344
สิ่งที่เป็น

1107
01:28:50,344 --> 01:28:53,521
อย่างนี้นะคะ

1108
01:28:53,521 --> 01:28:57,521
ที่เป็นแบบนี้ที่ต้องใส่เครื่องหมายคำพูดนี่

1109
01:29:03,418 --> 01:29:04,001
คือ สิ่งที่เป็นประเภทนี้ ดูนะคะ

1110
01:29:04,001 --> 01:29:06,674
เช่น

1111
01:29:06,674 --> 01:29:10,674
Hashtag อะไรน่ะ

1112
01:29:17,373 --> 01:29:19,303
Hashtag Hashtag

1113
01:29:19,303 --> 01:29:23,303
lisa นึกออกนะ

1114
01:29:26,311 --> 01:29:30,311
หรือ Tag อะไรอีก

1115
01:29:30,510 --> 01:29:34,342
Tag COVID-19 COVID

1116
01:29:34,342 --> 01:29:35,094

1117
01:29:35,094 --> 01:29:38,601

1118
01:29:38,601 --> 01:29:42,601
หรือ เครื่องหมาย

1119
01:29:44,199 --> 01:29:46,932

1120
01:29:46,932 --> 01:29:50,932

1121
01:29:59,577 --> 01:30:03,577
อย่างนี้นะคะ ต้องใส่เครื่องหมายคำพูด นี่แล้วมันก็จะ print ออกมา

1122
01:30:06,062 --> 01:30:08,703
เห็นไหมคะ ก็คือเป็นตัวอักษร

1123
01:30:08,703 --> 01:30:12,703
ที่ไปรวมปนอยู่กับ

1124
01:30:15,580 --> 01:30:16,644
ตัวอย่างนี้ มันจะต้องใส่เครื่องหมายคำพูด แต่ถ้า

1125
01:30:16,644 --> 01:30:20,644
ตัวเลขเลยหรือการคำนวณนี่คือได้เลย

1126
01:30:21,737 --> 01:30:24,991
ลองมาดูการคำนวณนะคะ p-r-i-n-t

1127
01:30:24,991 --> 01:30:28,991
print 100

1128
01:30:30,989 --> 01:30:34,989
- 10

1129
01:30:41,528 --> 01:30:45,160
เปอร์เซ็นต์ ใส่เครื่องหมายเปอร์เซ็นต์เข้าไป ไหนล่ะมีอยู่ 100 นี่ ลบ 10 เปอร์เซ็นต์

1130
01:30:45,160 --> 01:30:49,160
ถ้าแบบนี้ไม่รู้จักเพราะอะไรเพราะไม่ถูกต้อง

1131
01:30:55,874 --> 01:30:57,440
เห็นไหม บางอย่างนี่ ใส่มั่ว ใส่ซั่วไม่ได้

1132
01:30:57,440 --> 01:31:01,440
10 เปอร์เซ็นต์ ก็คือ 0. อะไรนะ

1133
01:31:01,652 --> 01:31:05,652
มันจะต้องเป็น 100 /

1134
01:31:08,309 --> 01:31:12,309
คือ การคำนวณนะคะ เพื่อการคำนวณมันจะต้อ

1135
01:31:16,912 --> 01:31:19,839
งเป็น p-r-i-n-t

1136
01:31:19,839 --> 01:31:20,345
print การหาค่าร้อยละ ก็คือ 100 x 10

1137
01:31:20,345 --> 01:31:24,345
คูณในภาษาคอมพิวเตอร์ ก็คือเครื่องหมายดอกจัน

1138
01:31:31,295 --> 01:31:32,410
คูณ 10 แล้วก็หาร 100 อย่างนี้ได้

1139
01:31:32,410 --> 01:31:34,486
ดูนะคะ

1140
01:31:34,486 --> 01:31:38,486
เห็นไหมคะ คำตอบที่ออกมา ก็คือ

1141
01:31:41,431 --> 01:31:45,431
10.0 ถ้าเป็น

1142
01:31:50,126 --> 01:31:53,507
การแสดงผลเพื่อการคำนวณนี่ ใส่ตัวเลข ใส่เครื่องหมาย

1143
01:31:53,507 --> 01:31:57,507
ที่ใช้ในการคูณหรีือหาร

1144
01:31:58,152 --> 01:32:00,840
ผลลัพธ์ที่ออกมา ก็คือมันจะเอาค่าตัวเลขที่

1145
01:32:00,840 --> 01:32:04,840
กำหนดให้ไปคำนวณนี่

1146
01:32:06,013 --> 01:32:06,181
แล้วคำนวณออกมาได้ค่าเท่านี้ นึกออกนะ

1147
01:32:06,181 --> 01:32:10,181
นี่คือกรณีที่เป็นตัวเลข

1148
01:32:12,209 --> 01:32:16,209
ในกรณีที่เป็นการคำนวณนี่ ไม่ต้องใส่เครื่องหมายคำพูด

1149
01:32:21,049 --> 01:32:21,334
ลองอีกสักอันหนึ่งนะคะ

1150
01:32:21,334 --> 01:32:22,541
เช่น

1151
01:32:22,541 --> 01:32:26,541
print เอา

1152
01:32:31,013 --> 01:32:35,013
22

1153
01:32:37,373 --> 01:32:40,020
หารด้วย 12

1154
01:32:40,020 --> 01:32:44,020
หาร 12 ผลลัพธ์ออกมาคืออะไร อย่างนี้นะคะ หาค่าตัวเลข

1155
01:32:47,280 --> 01:32:51,280

1156
01:32:56,311 --> 01:32:59,642
142 หาร 2 ความหมายของตัวนี้ ก็นี่ แสดงผลของการคำนวณ

1157
01:32:59,642 --> 01:33:00,035
เลข 242

1158
01:33:00,035 --> 01:33:04,035
หารด้วย 12 เด็ก ๆ ดูตาม

1159
01:33:13,591 --> 01:33:16,851
นะคะ คำสั่งนี้ความต้องการของแม่ ก็คือเราต้องการให้คอมพิวเตอร์

1160
01:33:16,851 --> 01:33:20,390
นะคะ แสดงผลจากการ

1161
01:33:20,390 --> 01:33:24,390
คำนวณตัวเลข 242

1162
01:33:25,441 --> 01:33:29,441
หารด้วย 12 นะคะ ให้มันคำนวณผลให้

1163
01:33:31,640 --> 01:33:35,640
เสร็จแล้วกด Enter มันจะคำนวณออกมาได้ 20

1164
01:33:39,312 --> 01:33:43,285
. เห็นไหมคะ นี่คือไม่ได้แสดงอย่างเดียวด้วย มันคำนวณให้ด้วย แล้วแสดงผลลัพธ์

1165
01:33:43,285 --> 01:33:47,285
ออกมาให้ทำการคำนวณก่อนว่าให้มันทำอะไร

1166
01:33:48,096 --> 01:33:49,180
แบบนี้ก็ได้เห็นไหม

1167
01:33:49,180 --> 01:33:53,180
นะคะ แต่คือ

1168
01:34:01,612 --> 01:34:01,673
คำสั่งหลัก คือ อยู่ที่คำว่า "print" ไง ไอ้ในวงเล็บ

1169
01:34:01,673 --> 01:34:02,805
เราต้องการให้แสดงแบบไหน 1 ถ้า

1170
01:34:02,805 --> 01:34:06,805
ต้องการให้แสดงเป็นข้อความ เราจะต้องใส่เครื่องหมาย

1171
01:34:09,547 --> 01:34:11,635
คำพูดนึกออกนะ

1172
01:34:11,635 --> 01:34:15,635
หลักการง่าย ๆ คือ ถ้าต้องการให้สิ่งที่เราจะแสดงเป็นข้อความนี่

1173
01:34:16,282 --> 01:34:19,083
เราจะต้องใส่เครื่องหมายคำพูด

1174
01:34:19,083 --> 01:34:23,083
แต่ถ้าสิ่งที่เราต้องการแสดงเป็นตัวเลขเฉย ๆ หรือเป็น

1175
01:34:25,473 --> 01:34:29,473
การคำนวณ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์

1176
01:34:32,951 --> 01:34:33,220
ที่เป็นตัวเลขออกมานี่ ไม่ต้องใส่เครื่องหมายคำพูด

1177
01:34:33,220 --> 01:34:33,436
โอเคไหมเข้าใจไหมคะ

1178
01:34:33,436 --> 01:34:37,268
มันจะสามารถทำได้ในลักษณะนี้

1179
01:34:37,268 --> 01:34:41,268
ทีนี้

1180
01:34:43,687 --> 01:34:47,687
มาลองแบบยาว ๆ นะคะ อันดับแรก

1181
01:34:48,945 --> 01:34:52,837
ฟังโจทย์ดี ๆ นะคะ ให้

1182
01:34:52,837 --> 01:34:56,837
เด็ก ๆ แสดง

1183
01:35:02,654 --> 01:35:02,832
ข้อความ

1184
01:35:02,832 --> 01:35:06,832
ยินดีต้อนรับ

1185
01:35:10,172 --> 01:35:14,172
welcome ลองสิ

1186
01:35:19,046 --> 01:35:23,046
ให้เด็ก ๆ สั่งคอมพิวเตอร์ แสดงข้อความคำว่า "Welcome"

1187
01:35:23,826 --> 01:35:27,826
เพราะต้อนนี้ เรายังไม่ได้เซ็ตฟอนต์ภาษาไทย มันยังไม่ได้

1188
01:35:29,447 --> 01:35:33,447
เอาภาษาอังกฤษไปก่อน คำว่า "W

1189
01:35:37,644 --> 01:35:38,794
elcome" ลอง ใครทำเสร็จแล้วกด Enter จะต้องมีคำว่า "Welcome"

1190
01:35:38,794 --> 01:35:42,242
อยู่ด้านล่างเข้าใจโจทย์นะคะ

1191
01:35:42,242 --> 01:35:46,242
ลองทำ ลงมือค่ะ เดี๋ยวจะไปเดินตรวจ สั่งให้คอมพิวเตอ์แสดง

1192
01:35:53,254 --> 01:35:56,602
ข้อความว่า Welcome W-e-l-c-o-m-e นะคะ

1193
01:35:56,602 --> 01:36:00,602
welcome แบบนี้นะคะ ให้มันแสดงแบบนี้ออกมานี่

1194
01:36:03,132 --> 01:36:07,132
เดี๋ยวใช้ตัวช่วย

1195
01:36:07,264 --> 01:36:09,147

1196
01:36:09,147 --> 01:36:12,700
เพิ่งคำสั่งแรกเองนะจ๊ะเด็ก ๆ

1197
01:36:12,700 --> 01:36:16,700

1198
01:36:19,830 --> 01:36:22,657

1199
01:36:22,657 --> 01:36:26,657
ให้มันแสดง

1200
01:36:32,705 --> 01:36:36,705
คำนี้ออกมานะ

1201
01:36:42,874 --> 01:37:00,476

1202
01:36:36,244 --> 01:36:37,334

1203
01:36:37,334 --> 01:36:41,334
อยากให้คอมพิวเตอร

1204
01:36:49,450 --> 01:36:53,450
์แสดงคำนี้ออกมานะ แสดงคำว่า "welcome" ออกมานะคะ พิมพ์ผิดหรือ

1205
01:36:54,281 --> 01:36:58,281
w-e-l ไหม Welcome

1206
01:36:59,718 --> 01:37:02,201
ให้แสดงคำนี้ออกมา ใครสำเสร็จแล้ว ยกมือ เราจะหาคนที่

1207
01:37:02,201 --> 01:37:05,651
ทำเร็วทำไว

1208
01:37:05,651 --> 01:37:09,651
เดี๋ยวดู ๆ

1209
01:37:11,446 --> 01:37:15,446
เดี๋ยวดูแสดงคำนี้นะคะ

1210
01:37:18,567 --> 01:37:22,373
เห็นไหมคะ ใน Sticker Note สีเหลือง ๆ นี่

1211
01:37:22,373 --> 01:37:26,373
ให้แสดงข้อความว่า welcome ตัวนี้ออก

1212
01:37:29,693 --> 01:37:33,693
ใครทำเสร็จแล้วยกมือ

1213
01:37:41,697 --> 01:37:42,785

1214
01:37:42,785 --> 01:37:46,785

1215
01:37:57,707 --> 01:38:01,707

1216
01:38:05,712 --> 01:38:09,712

1217
01:38:13,721 --> 01:38:16,573

1218
01:38:16,573 --> 01:38:20,573

1219
01:38:25,726 --> 01:38:29,726

1220
01:38:29,729 --> 01:38:33,729

1221
01:38:37,734 --> 01:38:41,734

1222
01:38:41,735 --> 01:38:45,735

1223
01:38:45,736 --> 01:38:49,736
เข้าใจหรือยังเข้าใจไหม

1224
01:38:50,552 --> 01:38:54,552

1225
01:39:01,749 --> 01:39:03,413

1226
01:39:03,413 --> 01:39:07,413

1227
01:39:09,337 --> 01:39:13,337

1228
01:39:17,759 --> 01:39:20,282
พิมพ์ผิด ให้ดูนะคะ ก่อนจะกด Enter น่ะ

1229
01:39:20,282 --> 01:39:24,282
เด็ก ๆ น่ะ พอพิมพ์เสร็จแล้ว

1230
01:39:29,763 --> 01:39:30,892
เด็ก ๆ ควรจะตรวจคำสั่งก่อนนะคะ

1231
01:39:30,892 --> 01:39:32,100
ว่าเรา

1232
01:39:32,100 --> 01:39:35,023
พิมพ์ p-r-i-n-t จริงหรือเปล่า

1233
01:39:35,023 --> 01:39:39,023
บางคนพิมพ์ไวมือไปโดน

1234
01:39:40,528 --> 01:39:44,528
เปลี่ยน จาก n เปลี่ยนเป็น m ไปโดนปุ่ม m

1235
01:39:47,184 --> 01:39:51,184
มันก็จะขึ้น Error มาบอก

1236
01:39:53,774 --> 01:39:57,448
เพราะฉะนั้น ตอนอ่าน Error เหมือนที่บอกนะ คุณพิมพ์ตัวนี้มาว่ามันต้องพิมพ์เป็นตัวนี้หรือเปล่า

1237
01:39:57,448 --> 01:39:59,213
มันจะมีบอกเลย คอมพิวเตอร์มันจะบอก

1238
01:39:59,213 --> 01:40:03,031
นะคะ โอเคไหมคะ

1239
01:40:03,031 --> 01:40:07,031
ดูโจทย์ต่อไป ๆ เมื่อกี้

1240
01:40:09,330 --> 01:40:10,574
welcome นะคะ

1241
01:40:10,574 --> 01:40:14,574
คำนี้ ก็คือเป็นข้อความ บอกแล้วว่า

1242
01:40:14,741 --> 01:40:18,741
ให้มันแสดงผลที่เป็นข้อความ เราจะต้

1243
01:40:25,792 --> 01:40:29,308
องใส่เครื่องหมายคำพูดใช่ไหม ใส่เครื่องหมายคำพูดทุกครั้ง ทีนี้ให้แสดงตัวเลข

1244
01:40:29,308 --> 01:40:31,408

1245
01:40:31,408 --> 01:40:35,408
ต้องการให้หา

1246
01:40:35,889 --> 01:40:36,248
เลข

1247
01:40:36,248 --> 01:40:40,248
50 คูณ

1248
01:40:46,290 --> 01:40:50,290
จำนวน 50 x 3 ได้เท่าไหร่

1249
01:40:52,472 --> 01:40:53,923
ให้มันแสดงผลการคำนวณเลข 50 x 3 ค่ะ

1250
01:40:53,923 --> 01:40:57,351
สั่ง

1251
01:40:57,351 --> 01:41:00,925
ใช้คำสั่ง print

1252
01:41:00,925 --> 01:41:04,925
ใครใช้คำสั่งเสร็จแล้วกด Enter

1253
01:41:13,816 --> 01:41:17,407
เดี๋ยวจะถามนะคะ คำตอบคืออะไร เพราะฉะนั้น เด็ก ๆ ต้องได้เท่าไร ตอบมา ๆ เดี๋ยวถาม

1254
01:41:17,407 --> 01:41:21,407
เมื่อกี้อะไรนะออพต้ากำลังตอบ

1255
01:41:29,832 --> 01:41:29,877
ออพต้าตอบเท่าไรคะ ได้ผลลัพธ์เท่าไร พี่มอง

1256
01:41:29,877 --> 01:41:33,877
ไม่เห็นใช่ไหมมันมืด

1257
01:41:35,476 --> 01:41:39,271
คำตอบคือ...

1258
01:41:39,271 --> 01:41:39,372

1259
01:41:39,372 --> 01:41:43,372
ไม่ได้ยินเสียงพี่ล่ามน่ะ

1260
01:41:47,787 --> 01:41:48,176

1261
01:41:48,176 --> 01:41:52,176
ไม่ได้ยินเสียงพี่ล่าม ไม่เป็นไรค่ะ อาจารย์

1262
01:42:01,853 --> 01:42:05,853
เดินดูน้องก็ได้ แต่น้องตอบแล้วนะ

1263
01:42:13,859 --> 01:42:15,737
ทีนี้ถ้าใครไม่แน่ใจนะคะ เปิดเครื่องคิดเลขตัวเองดูด้วย

1264
01:42:15,737 --> 01:42:19,737
เอาเครื่องคิดเลขเรา ในมือถือน่ะ

1265
01:42:21,987 --> 01:42:22,819
50 คูณ 3 ผลลัพธ์ออกมาเท่าที่

1266
01:42:22,819 --> 01:42:26,819
คอมพิวเตอร์คำนวณไหม ได้

1267
01:42:31,517 --> 01:42:32,798
เท่ากันไหมคะ

1268
01:42:32,798 --> 01:42:33,469
ก้คือ 150 ใช่ไหม

1269
01:42:33,469 --> 01:42:37,469
ใช่ไหม ถูกต้องไหม ถูกไหมคะ

1270
01:42:39,770 --> 01:42:43,770
เห็นไหม คอมพิวเอต์คำนวณเร็วกว่าเรากดอีก

1271
01:42:49,874 --> 01:42:53,874
เรากดเราต้องกดกี่ที นึกออกไหม ใช่ไหม คอมพิวเตอร์ ทีนี้เลข 2 ตัว

1272
01:42:54,924 --> 01:42:55,339
เรายังกดไวนะ ให้นึกถึงเลขเยอะกว่านี้

1273
01:42:55,339 --> 01:42:59,339
เอาเลขเยอะกว่านี้นะคะ

1274
01:43:01,618 --> 01:43:04,348
หารนี่ ทุกคนเด็กทุกคนส่ายหน้ากับการหาร

1275
01:43:04,348 --> 01:43:08,348
แล้วเลขปริมาณมาก ๆ เด็ก ๆ ลองดูนะคะ

1276
01:43:08,705 --> 01:43:12,705
เอาเลขหลาย ๆ ตัว

1277
01:43:14,245 --> 01:43:18,245
เอา 5 หลัก 5 หลักพอ หารด้วย

1278
01:43:20,181 --> 01:43:24,181
2 พอ Enter ดูได้คำตอบเท่าไหร่

1279
01:43:28,977 --> 01:43:32,977
ในมือ ในโทรศัพท์ด้วย คอมพิวเตอร์กับเครื่องคิดเลข

1280
01:43:34,893 --> 01:43:35,078
ในมือถือเรา ได้ผลลัพธ์เท่ากันไหม

1281
01:43:35,078 --> 01:43:37,539
แม็กกี้ตบมือเลยนะคะ

1282
01:43:37,539 --> 01:43:41,539
ตรงไหม ตรงไหมแม็กกี้ จากในคอ

1283
01:43:48,596 --> 01:43:49,152
เท่ากันนะ เห็นไหม

1284
01:43:49,152 --> 01:43:53,152
ใกล้เคียงเลย คือ คอมพิวเตอร์อาจจะละเอียดกว่าด้วยซ้ำ

1285
01:43:53,362 --> 01:43:57,362
เพราะคอมพิวเตอร์จะแสดง ทศนิยม

1286
01:44:01,903 --> 01:44:05,903
ยาวพรืดเลยใช่ไหมลูก แต่ในเครื่องคิดเลขทศนิยมมันจะได้

1287
01:44:07,365 --> 01:44:11,365
เท่าช่องที่มีนะ มันก็จะน้อยกว่า ในคอมพิวเตอร์จะยาวน่ะ

1288
01:44:11,645 --> 01:44:15,645
เพราะว่าพื้นที่ที่แสดงผลมันยาวนะคะ เพราะว่าเลขจะไหลไปเรื่อย

1289
01:44:21,912 --> 01:44:22,652
เห็นไหมคะ ถ้าเลขประมาณเยอะ

1290
01:44:22,652 --> 01:44:23,080
เขาถึงต้องนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในการคำนวณนะคะ

1291
01:44:23,080 --> 01:44:26,803
ทีนี้เดี๋ยวจะ

1292
01:44:26,803 --> 01:44:30,803
แจกโจทย์คนละข้อ

1293
01:44:37,911 --> 01:44:40,672
คนที่ 1 คือ แม็กกี้ แม็กกี้จะเริ่มทำก่อนนะคะ

1294
01:44:40,672 --> 01:44:42,636
ของแม็กกี้ก็คือข้อนี้นะคะ

1295
01:44:42,636 --> 01:44:46,636
เดี๋ยวจะให้โจทย์ คนอื่นไม่ต้องทำนะคะ

1296
01:44:51,783 --> 01:44:55,783
ทุกคนจะต้องได้รับโจทย์ อันนี้

1297
01:44:56,445 --> 01:44:59,619
ของแม็กกี้นะคะ เดี๋ยวใส่ชื่อไว้ด้วย เดี๋ยวเปิดเป็น Word ดีกว่านะคะ

1298
01:44:59,619 --> 01:45:01,197
จะได้เห็นชัดทุกคำสั่ง แป๊บหนึ่งนะคะ เด็ก ๆ

1299
01:45:01,197 --> 01:45:05,197
เดี๋ยวจะให้แม็กกี้คำนวณ

1300
01:45:13,309 --> 01:45:10,536

1301
01:45:08,721 --> 01:45:12,721

1302
01:45:16,207 --> 01:45:19,085
ให้แม็กกี้หาค่าตัวเลข

1303
01:45:19,085 --> 01:45:23,085
ปี ค.ศ. นะคะ

1304
01:45:24,125 --> 01:45:28,125

1305
01:45:30,704 --> 01:45:34,704
ปี ค.ศ.

1306
01:45:34,995 --> 01:45:38,995
2,000 เท่าไ

1307
01:45:45,940 --> 01:45:46,017
ร 2,000 เท่าไรนะ 20

1308
01:45:46,017 --> 01:45:50,017
21 หรือ 22 ลบ ของเราเยอะกว่า เราต้องเอาไอ้นี่ขึ้นก่อน 2565

1309
01:45:56,523 --> 01:46:00,523
ต้องเอาอันนี้ขึ้นก่อน  2

1310
01:46:01,943 --> 01:46:04,224
- 2022 นี่คือโจทยืของแม็กกี้นะคะ ให้แม็กกี้คำนวณผลออกมาก

1311
01:46:04,224 --> 01:46:07,983
ได้เท่ากับเท่าไร เดี๋ยวแม็กกี้มาพิมพ์คำตอบ

1312
01:46:07,983 --> 01:46:09,751
ด้วยนะคะ ตรงนี้

1313
01:46:09,751 --> 01:46:13,751
คือ โจทย์ใช่ไหมคะ ชื่อใคร โจทย์ใส่อะไร

1314
01:46:17,035 --> 01:46:21,035
เข้าไปแล้วใส่ตรงเท่ากับนะ

1315
01:46:25,956 --> 01:46:28,615
พอเด็ก ๆ คำนวณเสร็จ เด็ก ๆ มาพิมพ์คำตอบลงไปข้างหลัก

1316
01:46:28,615 --> 01:46:32,615
เข้าใจนะ ทุกคนจะได้โจทย์นะ

1317
01:46:33,761 --> 01:46:37,068
ต่อไปออพต้า

1318
01:46:37,068 --> 01:46:40,342

1319
01:46:40,342 --> 01:46:43,122

1320
01:46:43,122 --> 01:46:47,088

1321
01:46:47,088 --> 01:46:51,088

1322
01:46:54,123 --> 01:46:58,123
เดี๋ยวออพต้าก่อน

1323
01:47:02,670 --> 01:47:06,670
ออพตร้าเกิดปีอะไร

1324
01:47:07,873 --> 01:47:11,873
จำได้ไหม จำปี พ.ศ. ตัวเองได้ไหม

1325
01:47:19,201 --> 01:47:21,731
25... อะไร 254... ปี

1326
01:47:21,731 --> 01:47:25,731
ที่ออพต้าเกิด

1327
01:47:29,360 --> 01:47:30,030
ปี 2546 ใช่ไหม

1328
01:47:30,030 --> 01:47:31,535
เท่าน้องพริ้มเลยนี่

1329
01:47:31,535 --> 01:47:35,535
ได้เท่ากับเท่าไร

1330
01:47:38,637 --> 01:47:42,637
ต่อไป

1331
01:47:43,814 --> 01:47:47,472
ดอเคนะคะ คนต่อไป มิ่ง

1332
01:47:47,472 --> 01:47:47,536

1333
01:47:47,536 --> 01:47:51,536
มิ้งหาเลข

1334
01:47:51,543 --> 01:47:55,543

1335
01:48:06,008 --> 01:48:06,938
ตอนนี้มิ่งอายุเท่าไร 20 พอดี 20

1336
01:48:06,938 --> 01:48:10,938
คูณด้วย 5

1337
01:48:13,630 --> 01:48:17,630
ถ้า 5 เท่าไร

1338
01:48:21,920 --> 01:48:25,920
คือ เท่าไร เท่ากับเท่าไรนะคะ เรามาใสคำตอบ โอเค

1339
01:48:27,338 --> 01:48:31,338
ต่อไปกุ้งนางใช่ไหม กุ้งนาง

1340
01:48:33,191 --> 01:48:37,191
เดี๋ยวมาพิมพ์คำตอบนะ

1341
01:48:38,369 --> 01:48:39,840
เดี๋ยวให้เสร็จก่อน ให้โจทย์เสร็จหมดทุกคนก่อน กุ้งนางนะคะ

1342
01:48:39,840 --> 01:48:43,840
เดี๋ยวถามกุ้งนาง ต้องหา

1343
01:48:45,376 --> 01:48:49,376
เลขที่ใช่ เลขที่ชอบ ตัวเลขก็มาจากตัวเด็ก ๆ เองนั่นล่ะ

1344
01:48:49,673 --> 01:48:50,312
ไม่ขึ้น

1345
01:48:50,312 --> 01:48:53,645
กุ้งนางไม่ได้เปิดหรือ ช้าบ่

1346
01:48:53,645 --> 01:48:55,037

1347
01:48:55,037 --> 01:48:59,037
ยังไม่ขึ้น

1348
01:49:01,247 --> 01:49:05,247
กุ้งนางดูจะให้พี่เขาถาม

1349
01:49:11,458 --> 01:49:15,458
กุ้งนางมีพี่น้องกี่คน 4 คน เอา 4 ตั้ง

1350
01:49:18,366 --> 01:49:20,384
นะคะ

1351
01:49:20,384 --> 01:49:24,384
ในบ้าน 4 คน คูณด้วย...

1352
01:49:26,521 --> 01:49:30,521
ให้ใช้เครื่องหมายคูณ

1353
01:49:33,318 --> 01:49:35,569
คูณด้วย

1354
01:49:35,569 --> 01:49:39,569
199 เท่ากับเท่าไร

1355
01:49:40,649 --> 01:49:44,649
ได้เท่าไร นี่คือโจทย์ของกุ้งนางนะคะ

1356
01:49:52,116 --> 01:49:56,116
ต่อไป ต่อไป องุ่น องุ่นเปิดเครื่องหรือเปล่า

1357
01:49:58,867 --> 01:50:02,867

1358
01:50:04,175 --> 01:50:08,175
เลของุ่นเลขอะไรนะ เลข 9

1359
01:50:08,513 --> 01:50:11,321

1360
01:50:11,321 --> 01:50:15,321
องุ่นถาม องุ่นรู้หรือ

1361
01:50:26,077 --> 01:50:27,368
แม่อายุเท่าไร

1362
01:50:27,368 --> 01:50:27,683
อายุแม่เท่าไร

1363
01:50:27,683 --> 01:50:31,683

1364
01:50:31,769 --> 01:50:35,769
แม่ตัวเอง ๆ

1365
01:50:35,972 --> 01:50:39,972

1366
01:50:40,643 --> 01:50:43,482

1367
01:50:43,482 --> 01:50:47,482
48 แม่ 48

1368
01:50:51,487 --> 01:50:51,782
อายุองุ่นเท่าไร

1369
01:50:51,782 --> 01:50:55,782
อายุตัวเองน่ะ

1370
01:50:59,443 --> 01:51:01,039
19 หรือ จำอายุตัวเองไม่ได้

1371
01:51:01,039 --> 01:51:03,413

1372
01:51:03,413 --> 01:51:07,413

1373
01:51:09,168 --> 01:51:13,168
ไม่ฟังเลย องุ่นจำอายุตัวเองไม่ได้หรือ

1374
01:51:21,835 --> 01:51:25,835
ตัวเองอายุเท่าไร 18 48 - 18 นะคะ 48 - 18

1375
01:51:29,008 --> 01:51:33,008
ตัวเองอายุห่างจากแม่เท่าไ

1376
01:51:36,011 --> 01:51:40,011
ร ต่อไป ตี๋น้อย

1377
01:51:40,911 --> 01:51:44,911
ตี๋น้อยมี

1378
01:51:50,475 --> 01:51:51,396
ปู่ย่า ตายาย หรือเปล่า

1379
01:51:51,396 --> 01:51:53,514

1380
01:51:53,514 --> 01:51:57,514
ลืมเปลี่ยนคน เดี๋ยว ๆ จะถามตี๋น้อย

1381
01:51:59,480 --> 01:52:03,480
ตี๋น้อยมีปู่

1382
01:52:06,113 --> 01:52:10,113
หรือมีย่า... ในบ้านน่ะมีผู้สูงอายุไหม

1383
01:52:11,102 --> 01:52:12,234

1384
01:52:12,234 --> 01:52:13,968
รู้หรือเปล่า อายุเท่าไร

1385
01:52:13,968 --> 01:52:15,689

1386
01:52:15,689 --> 01:52:19,689

1387
01:52:22,386 --> 01:52:26,022
อยากรู้ปีเกิดของปู

1388
01:52:26,022 --> 01:52:30,022
เอา 2565 - 83 ค่ะ

1389
01:52:30,266 --> 01:52:34,266
จะได้รู้ปีเกิดนะคะ

1390
01:52:39,955 --> 01:52:41,320
อันนี้คำตอบ ก็คือจะเป็นปีที่ปู่เกิดนั่นเอง

1391
01:52:41,320 --> 01:52:45,085
เป็นปู่หรือเป็นย่า

1392
01:52:45,085 --> 01:52:49,085
83 นี่ใคร ย่า ย่าใช่ไหม โอเค

1393
01:52:49,262 --> 01:52:50,043
โอเคค่ะ

1394
01:52:50,043 --> 01:52:51,363
ต่อไปแบงก์

1395
01:52:51,363 --> 01:52:55,363

1396
01:52:55,628 --> 01:52:59,628

1397
01:53:02,226 --> 01:53:06,226
แบงก์หรือ บาสสิ่

1398
01:53:14,169 --> 01:53:15,247
ตีเป็นแบงก์อยู่เรื่อยเลย บาส ๆ ๆ

1399
01:53:15,247 --> 01:53:15,577
บาสนะคะ

1400
01:53:15,577 --> 01:53:19,577

1401
01:53:19,883 --> 01:53:23,883
พ่อให้เงินมาเท่าไร

1402
01:53:29,896 --> 01:53:33,896
แม่ให้เงินมาเท่าไรเดือนหนึ่ง

1403
01:53:36,712 --> 01:53:40,712
บาสแม่ให้เงินมาจั๊กบาท

1404
01:53:44,939 --> 01:53:48,939
ให้เป็นเดือนหรือให้เป็นอาทิตย์  ให้เป็นเดือนใช่ไหม กี่บาทลูก

1405
01:53:54,346 --> 01:53:55,289
ประมาณ ๆ

1406
01:53:55,289 --> 01:53:58,734
3,000 แล้วให้หาร

1407
01:53:58,734 --> 01:53:59,629
ด้วย 4

1408
01:53:59,629 --> 01:54:03,629
หาร 4 นะคะ ก็คือ

1409
01:54:06,377 --> 01:54:10,377
ใน 1 อาทิตย์นี้ เงิน 3,000

1410
01:54:17,123 --> 01:54:20,617
แบงก์ใช้ไปเท่าไร ต่อไป คนต่อไป

1411
01:54:20,617 --> 01:54:24,617
อุบลถามได้เลย

1412
01:54:28,825 --> 01:54:32,607
อุบล ๆ

1413
01:54:32,607 --> 01:54:36,607
บ้านอยู่ไหนคะ รู้หรือเปล่า

1414
01:54:38,995 --> 01:54:42,995
ระยะทางประมาณกี่กิโล

1415
01:54:46,354 --> 01:54:50,354
147 อยากรู้ว่าถ้าขี่รถด้วยความเร็ว

1416
01:54:54,041 --> 01:54:54,681
หาร 80 อุบลจะใช้เวลา

1417
01:54:54,681 --> 01:54:58,681
ในการเดินทางเท่าไร โอเค

1418
01:55:01,605 --> 01:55:05,605
ใครได้คำตอบแล้ว ให้มาพิมพ์คำตอบได้เลยนะคะ ใครที่ได้คำตอบแล้ว

1419
01:55:08,307 --> 01:55:12,307
เหมือนแม็กกี้เสร็จแล้ว มาพิมพ์คำตอบได้เลยลูก

1420
01:55:13,459 --> 01:55:15,611

1421
01:55:15,611 --> 01:55:19,380

1422
01:55:19,380 --> 01:55:23,380

1423
01:55:34,230 --> 01:55:35,198

1424
01:55:35,198 --> 01:55:39,198

1425
01:55:41,793 --> 01:55:43,780

1426
01:55:43,780 --> 01:55:47,780

1427
01:55:54,051 --> 01:55:58,051

1428
01:56:02,254 --> 01:56:06,254

1429
01:56:06,258 --> 01:56:10,258

1430
01:56:14,262 --> 01:56:18,262

1431
01:56:18,267 --> 01:56:22,266

1432
01:56:22,266 --> 01:56:26,266

1433
01:56:26,267 --> 01:56:30,267

1434
01:56:30,273 --> 01:56:34,273

1435
01:56:34,277 --> 01:56:38,277

1436
01:56:38,278 --> 01:56:42,278

1437
01:56:42,279 --> 01:56:46,279

1438
01:56:50,285 --> 01:56:54,285

1439
01:56:54,285 --> 01:56:58,285

1440
01:57:06,300 --> 01:57:10,300

1441
01:57:10,300 --> 01:57:14,300

1442
01:57:15,771 --> 01:57:19,771
โอเคนะ

1443
01:57:22,307 --> 01:57:26,307

1444
01:57:26,309 --> 01:57:26,319
คะ ดูที่คำตอบของแต่ละคน

1445
01:57:26,319 --> 01:57:30,319
คนแรกแม็กกี้ พี่แม็กกี้นะ

1446
01:57:33,890 --> 01:57:36,947
แม็กกี้นี่ โจทย์ก็คือ...

1447
01:57:36,947 --> 01:57:37,405

1448
01:57:37,405 --> 01:57:41,405
โจทย์ก็คือ

1449
01:57:44,011 --> 01:57:46,770
ปี พ.ศ.

1450
01:57:46,770 --> 01:57:50,770
ไปลบปี ค.ศ. เพื่อน ๆ ไปลองเช็กกับ

1451
01:57:55,451 --> 01:57:59,451
เครื่องคิดเลขในมือถือก็ได้ว่าตรงไหม

1452
01:58:02,104 --> 01:58:06,104
ก็คือเอาปี 2565 ไปลบ 2022 นะคะ พ.ศ. เราเกิด 543 ปี

1453
01:58:06,730 --> 01:58:10,730
นั่นคือคำตอบนะคะ

1454
01:58:11,404 --> 01:58:15,404
ส่วนของเอ็กซ์ตร้า

1455
01:58:19,080 --> 01:58:21,382
เกิดจากการที่ ก็คืออยากรู้อายุเขา ปี 2565

1456
01:58:21,382 --> 01:58:25,382
คือปี พ.ศ. ปัจจุบันก็

1457
01:58:34,338 --> 01:58:38,338
แล้วไปลบด้วยปีที่เขาเกิด ก็คือ 2546 ตอนนี้ เอ็กซ์ตร้าจะมีอายุ 19

1458
01:58:42,142 --> 01:58:43,467
ปี ก็คือปีนี้เอกซ์ตราจะมีอายุ 19 ปี

1459
01:58:43,467 --> 01:58:47,467
ต่อไปของมิ่งอายุมิ่งก็ค

1460
01:58:50,342 --> 01:58:53,601
อายุมิ่ง ก็คือ 20 ก็เลยบอกว่าถ้ามิ้งจะมีอีก 5 เท่านี่

1461
01:58:53,601 --> 01:58:55,402
ไม่ใช่ 5 ปีนะ ไม่ได้บวก 5 นะคะ

1462
01:58:55,402 --> 01:58:59,402
ถ้าคูณหมายถึงเป็นจำนวนเท่า

1463
01:59:04,495 --> 01:59:07,337
อายุของมิ่งจะมีอายุถึง 100 ปี ถ้าอยู่ได้ถึง 5 เท่านึกออกนะโอเคนะคะ

1464
01:59:07,337 --> 01:59:11,337
ต่อไป ของกุ้งนาง กุ้งนางนี่

1465
01:59:12,101 --> 01:59:16,101
พี่น้อง 4 คนถ้าสมมติว่า

1466
01:59:19,415 --> 01:59:23,415
แม่ให้เงินคนละ 199 บาทนะคะ ลูกทั้งหมด 4 คนแม่จะต้อง

1467
01:59:27,152 --> 01:59:27,244
มีเงินอย่างน้อย เห็นไหมคะ 796 ก็คือ

1468
01:59:27,244 --> 01:59:31,244
แม่มีเงิน 800 แล้วเอามาแบ่งให้ลูก 4 คน

1469
01:59:37,790 --> 01:59:41,790
คนละ 199 ส่วนขององุ่นบอกว่าแม่อายุก 48

1470
01:59:41,945 --> 01:59:43,698
ตัวเองอายุ 18 ปี ก็คือ

1471
01:59:43,698 --> 01:59:47,698
เอาอายุแม่มาลบอายุตัวเอง ก็คือองุ่น

1472
01:59:54,371 --> 01:59:58,371
กับแม่อายุห่างกัน 30 ปี เห็นไหมคะ ส่วนของตี๋น้อย

1473
01:59:58,688 --> 02:00:01,629
ถามอายุของย่านะ ว่าย่าอายุ 83 อยากรู้ว่า

1474
02:00:01,629 --> 02:00:05,629
ย่าเกิดปี พ.ศ. อะไร ก็เลย

1475
02:00:08,040 --> 02:00:10,825
ให้เอาปีปัจจุบันไปลบจำนวนอายุ ปีปัจจุบัน ก็คือ 25

1476
02:00:10,825 --> 02:00:13,750
65 ลบอายุของย่า

1477
02:00:13,750 --> 02:00:16,342
ซึ่งก็คือ 83 2482 ก็คือปีที่ย่า

1478
02:00:16,342 --> 02:00:20,342
เกิด 2482

1479
02:00:23,456 --> 02:00:24,824
คือ ปีที่ย่าของตี๋น้อยเกิดนะคะ ส่วนบาส

1480
02:00:24,824 --> 02:00:28,824
ถามบาสว่าแม่ให้เงินมาเดือนเท่าไร บาส

1481
02:00:32,236 --> 02:00:36,236
บอกว่าเดือนละ 300 หารด้วย 4

1482
02:00:40,105 --> 02:00:42,904
นั่นหมายถึงใน 1 เดือนนี่มี 4 สัปดาห์

1483
02:00:42,904 --> 02:00:46,904
ก็เลยอยากรู้ว่า

1484
02:00:49,432 --> 02:00:52,725
ใน 1 สัปดาห์นี่ บาสใช้เงินประมาณอาทิตย์ละ

1485
02:00:52,725 --> 02:00:56,173
750 บาท ถูกต้องไหม

1486
02:00:56,173 --> 02:01:00,173
นะคะ และคนสุดท้าย อุบลบอกว่าระยะทางจากบ้าน 147 กิโล

1487
02:01:01,878 --> 02:01:05,070
ทีนี้ถ้าขี่รถด้วยความเร็ว 80 กิโลเมตรนี่

1488
02:01:05,070 --> 02:01:08,420
จะใช้เวลา

1489
02:01:08,420 --> 02:01:12,320
1 ชั่วโมง มันไม่น่าจะเป็น 83 นาที

1490
02:01:12,320 --> 02:01:16,320
มันน่าจะเป็นเท่าไร

1491
02:01:19,125 --> 02:01:22,299
140 กิโล(เมตร)

1492
02:01:22,299 --> 02:01:26,299
นะคะ ความเร็ว 80 กิโลเมตร

1493
02:01:30,069 --> 02:01:32,872
ต่อชั่วโมงนี่ มันน่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงนี่ล่ะ

1494
02:01:32,872 --> 02:01:36,872
แต่ชั่วโมงเท่าไร เพราะว่า ถ้าตีเป็น 1 ชั่วโมง ก็คือ 60 นาที

1495
02:01:41,311 --> 02:01:42,211
2 ชั่วโมง

1496
02:01:42,211 --> 02:01:43,080
120 นาที แต่มันคำนวณอย่างไรนะคะ

1497
02:01:43,080 --> 02:01:47,080
คือมันจะอยุ่ที่ชั่วโมงกว่า ๆ นี่

1498
02:01:52,081 --> 02:01:53,767
แต่ไม่น่าจะถึง 2 ชั่วโมงนะคะ นี่คือการหา...

1499
02:01:53,767 --> 02:01:57,767
การแสดงผลโดยการ

1500
02:02:00,181 --> 02:02:04,181
ใช้วิธีคำนวณนะคะ ถ้าคำนวณนี่เด็ก ๆ ไม่ต้องใส่เครื่องหมายคำพูดใช่ไหมนะคะ

1501
02:02:05,589 --> 02:02:09,589
แต่ถ้าเป็นคำพูด จะต้อง... ข้อความต้องใส่เครื่องหมาย

1502
02:02:09,943 --> 02:02:13,943
คำพูดนะคะ นี่คือวิธีใช้คำสั่ง print

1503
02:02:18,437 --> 02:02:22,437
ทีนี้เมื่อกี้ print

1504
02:02:23,023 --> 02:02:25,898
ทีละ 1 บรรทัด ทีนี้อยาก print หลาย ๆ บรรทัดทำอย่างไร

1505
02:02:25,898 --> 02:02:27,638
มาดูกันนะคะ มาดูคำสั่งต่อ

1506
02:02:27,638 --> 02:02:31,638

1507
02:02:31,859 --> 02:02:35,859
มาดูตัวอย่าง

1508
02:02:36,827 --> 02:02:40,827
สมมติจะให้

1509
02:02:46,227 --> 02:02:46,471
ให้ print ทั้งชื่อ ทั้งนามสกุล แต่

1510
02:02:46,471 --> 02:02:50,471
ไม่ต้องไปพิมพ์คำสั่ง print

1511
02:02:55,319 --> 02:02:59,319
พิมพ์ชื่อ พิมพ์นามสกุล พิมพ์ชื่อเล่น 3 บรรทัด ไม่ต้อง

1512
02:03:02,460 --> 02:03:03,425
แบบนั้นนะคะ เดี๋ยวทำให้ดู

1513
02:03:03,425 --> 02:03:07,425

1514
02:03:18,468 --> 02:03:22,468

1515
02:03:30,479 --> 02:03:34,479

1516
02:03:34,484 --> 02:03:38,484

1517
02:03:46,489 --> 02:03:50,489

1518
02:03:50,490 --> 02:03:54,490

1519
02:04:02,500 --> 02:04:06,499

1520
02:04:06,499 --> 02:04:10,499

1521
02:04:18,505 --> 02:04:22,505

1522
02:04:22,511 --> 02:04:26,511

1523
02:04:30,521 --> 02:04:34,521

1524
02:04:34,521 --> 02:04:38,518

1525
02:04:38,518 --> 02:04:42,518

1526
02:04:50,526 --> 02:04:54,526

1527
02:04:54,529 --> 02:04:58,529

1528
02:05:06,539 --> 02:05:10,539

1529
02:05:10,539 --> 02:05:14,539

1530
02:05:14,542 --> 02:05:18,542

1531
02:05:22,548 --> 02:05:26,548

1532
02:05:26,551 --> 02:05:30,551

1533
02:05:38,558 --> 02:05:42,558

1534
02:05:42,562 --> 02:05:46,562

1535
02:05:50,566 --> 02:05:54,566

1536
02:05:54,572 --> 02:05:58,572

1537
02:05:58,574 --> 02:06:02,574

1538
02:06:02,577 --> 02:06:06,577

1539
02:06:06,578 --> 02:06:10,578

1540
02:06:10,581 --> 02:06:14,581

1541
02:06:14,584 --> 02:06:18,584

1542
02:06:18,585 --> 02:06:22,585

1543
02:06:22,585 --> 02:06:26,585

1544
02:06:26,588 --> 02:06:30,588

1545
02:06:30,590 --> 02:06:34,590

1546
02:06:34,592 --> 02:06:38,592

1547
02:06:38,593 --> 02:06:42,593

1548
02:06:42,595 --> 02:06:46,595

1549
02:06:46,601 --> 02:06:50,599

1550
02:06:50,599 --> 02:06:54,599

1551
02:06:54,603 --> 02:06:58,603

1552
02:06:58,608 --> 02:07:02,608

1553
02:07:02,611 --> 02:07:05,318

1554
02:07:05,318 --> 02:07:06,998

1555
02:07:06,998 --> 02:07:10,998
แสดงว่า

1556
02:07:16,736 --> 02:07:17,748
ไม่ใช้แล้วล่ะ

1557
02:07:17,748 --> 02:07:19,848
โอเค มันไม่ให้ใช้นะคะ

1558
02:07:19,848 --> 02:07:23,848

1559
02:07:26,219 --> 02:07:29,227
ก็จะต้อง

1560
02:07:29,227 --> 02:07:32,085

1561
02:07:32,085 --> 02:07:35,503

1562
02:07:35,503 --> 02:07:39,503

1563
02:07:50,642 --> 02:07:54,642

1564
02:07:58,640 --> 02:08:02,640

1565
02:08:02,642 --> 02:08:06,642

1566
02:08:06,645 --> 02:08:10,645

1567
02:08:14,201 --> 02:08:15,676

1568
02:08:15,676 --> 02:08:19,676

1569
02:08:22,653 --> 02:08:26,546
ไม่ได้ลองเทสต์อันนี้ โอเคไม่เป็นไรนะคะ ไม่

1570
02:08:26,546 --> 02:08:30,546
น่าจะไม่ได้ใช้แล้วตัวนี้

1571
02:08:31,273 --> 02:08:35,273
สมัยแรก ๆ น่ะ /n ได้

1572
02:08:37,655 --> 02:08:38,408
น่าจะตัดออกไปแล้วโอเคไม่เป็นไรนะคะ อันนี้

1573
02:08:38,408 --> 02:08:42,408
ในกรณีที่ แล้วถ้า print

1574
02:08:50,668 --> 02:08:52,337
ทั้งข้อความด้วยล่ะ จะทำอย่างไร ให้มัน print ทั้ง 2 อย่าง

1575
02:08:52,337 --> 02:08:53,670
อยู่ด้วยกัน มันก็คือ

1576
02:08:53,670 --> 02:08:55,781

1577
02:08:55,781 --> 02:08:59,781

1578
02:09:01,749 --> 02:09:05,749

1579
02:09:06,541 --> 02:09:10,541
...

1580
02:09:11,657 --> 02:09:15,657
ในกรณีที่

1581
02:09:17,083 --> 02:09:21,083
เราต้องการพิมพ์ทั้งตัวเลข และข้อความอยู่ด้วยกันนี่ ใน 1 บรรทัดนี่

1582
02:09:23,809 --> 02:09:24,381
สิ่งที่จะมาคั่นเห็นไหม

1583
02:09:24,381 --> 02:09:27,943

1584
02:09:27,943 --> 02:09:31,943
Comma ใช่ไหม ลูกน้ำ

1585
02:09:38,050 --> 02:09:42,050
ก็คือใช้ Comma เครื่องหมาย

1586
02:09:46,698 --> 02:09:50,698
ขั้นระหว่างตัวเลขกับข้อความ หรือถ้ามีตัวเลขหลาย ๆ ตัว ก็คือสิ่งที่จะมาขั้นสิ่งที่จะแสดงข้างในนี่

1587
02:09:54,606 --> 02:09:58,606
ตัว Comma นี่คั่น

1588
02:10:02,092 --> 02:10:06,092
ลองนะคะ ให้ลองแสดงข้อความนะคะ ชื่อนามสกุล

1589
02:10:07,657 --> 02:10:11,657
แล้วก็ชื่อเล่น โดยใส่ให้มันเว้น ก็คือไม่ต้อง

1590
02:10:15,419 --> 02:10:19,419
ไปพิมพ์คำสั่ง print ใหม่ถึง 3 ครั้ง ให้เด็ก ๆ พิมพ์ ใช้คำสั่ง print

1591
02:10:21,358 --> 02:10:25,358
แสดงชื่อตัวเอง

1592
02:10:27,364 --> 02:10:30,803
และนามสกุลและแสดงชื่อเล่น

1593
02:10:30,803 --> 02:10:32,125
เอา 2 อย่างพอนะคะ

1594
02:10:32,125 --> 02:10:36,125

1595
02:10:37,010 --> 02:10:41,010

1596
02:10:41,194 --> 02:10:44,052

1597
02:10:44,052 --> 02:10:48,052

1598
02:10:54,687 --> 02:10:58,687

1599
02:11:00,587 --> 02:11:04,587
เพิ่มอีกอัน 1 ก็ได้ เพิ่มอายุเข้าไป

1600
02:11:05,515 --> 02:11:09,515
ใส่อายุตามหลัง

1601
02:11:11,772 --> 02:11:12,522
นี่นะคะ เห็นไหมคะ มันก็แสดงทั้งชื่อ นามสกุล

1602
02:11:12,522 --> 02:11:16,522
ชื่อเล่นแล้วก็ตัวเลขเห็นไหมคะ

1603
02:11:22,746 --> 02:11:23,576
สามารถแสดงด้วยกันได้ โดยใช้เครื่องหมาย Colon

1604
02:11:23,576 --> 02:11:27,576
เป็นตัวขั้นประโยค หรือตัวเลขนะคะ หรือกรณีที่ print ตัวเลข

1605
02:11:29,878 --> 02:11:33,878
หลาย ๆ อย่าง

1606
02:11:37,683 --> 02:11:55,310

1607
02:11:29,986 --> 02:11:32,106

1608
02:11:32,106 --> 02:11:36,106

1609
02:11:36,446 --> 02:11:40,446

1610
02:11:50,769 --> 02:11:54,769

1611
02:11:54,774 --> 02:11:58,774

1612
02:12:06,785 --> 02:12:07,243

1613
02:12:07,243 --> 02:12:11,243

1614
02:12:15,411 --> 02:12:15,931

1615
02:12:15,931 --> 02:12:19,780
อันนี้

1616
02:12:19,780 --> 02:12:23,780
กรณีที่ 3 นะคะ print ตัวเลขหรือการคำนวณดูสิได้ไหม

1617
02:12:25,345 --> 02:12:26,752
แบบนี้ได้ไหม

1618
02:12:26,752 --> 02:12:30,752
เพราะมันไปอยู่ตรงนี้ ถ้ามีวงเล็บซ้อน

1619
02:12:33,631 --> 02:12:37,631
ได้

1620
02:12:42,811 --> 02:12:44,108
Syntax error

1621
02:12:44,108 --> 02:12:48,108
อะไรนี่ Leading... integer

1622
02:12:51,828 --> 02:12:55,828
อ๋อ

1623
02:13:00,219 --> 02:13:04,219

1624
02:13:10,822 --> 02:13:14,822

1625
02:13:16,181 --> 02:13:20,181

1626
02:13:22,838 --> 02:13:26,835

1627
02:13:26,835 --> 02:13:28,086

1628
02:13:28,086 --> 02:13:32,086

1629
02:13:38,844 --> 02:13:42,844

1630
02:13:50,855 --> 02:13:54,855

1631
02:13:54,855 --> 02:13:58,855

1632
02:13:58,860 --> 02:14:02,860

1633
02:14:06,869 --> 02:14:10,869

1634
02:14:14,871 --> 02:14:18,871

1635
02:14:26,877 --> 02:14:30,877

1636
02:14:30,886 --> 02:14:34,886

1637
02:14:38,888 --> 02:14:42,888

1638
02:14:42,891 --> 02:14:46,891

1639
02:14:46,896 --> 02:14:50,896

1640
02:14:54,898 --> 02:14:58,898

1641
02:14:58,900 --> 02:15:02,900

1642
02:15:02,900 --> 02:15:06,900

1643
02:15:06,906 --> 02:15:10,906

1644
02:15:10,912 --> 02:15:14,912

1645
02:15:14,913 --> 02:15:18,913

1646
02:15:18,913 --> 02:15:21,916

1647
02:15:21,916 --> 02:15:25,916

1648
02:15:30,927 --> 02:15:34,925

1649
02:15:34,925 --> 02:15:36,352

1650
02:15:36,352 --> 02:15:40,352

1651
02:15:46,935 --> 02:15:50,935

1652
02:15:50,938 --> 02:15:54,938

1653
02:15:58,940 --> 02:16:02,940

1654
02:16:02,943 --> 02:16:06,943

1655
02:16:06,947 --> 02:16:10,947

1656
02:16:14,950 --> 02:16:18,950

1657
02:16:18,951 --> 02:16:22,951

1658
02:16:22,953 --> 02:16:23,871

1659
02:16:23,871 --> 02:16:27,871

1660
02:16:34,957 --> 02:16:38,957

1661
02:16:38,962 --> 02:16:42,962

1662
02:16:46,965 --> 02:16:50,965

1663
02:16:50,970 --> 02:16:54,970

1664
02:16:54,973 --> 02:16:58,973

1665
02:17:02,975 --> 02:17:06,975

1666
02:17:06,978 --> 02:17:10,978

1667
02:17:10,984 --> 02:17:14,984

1668
02:17:18,986 --> 02:17:22,986

1669
02:17:22,992 --> 02:17:26,992

1670
02:17:26,994 --> 02:17:30,994

1671
02:17:35,001 --> 02:17:39,001

1672
02:17:39,004 --> 02:17:43,004

1673
02:17:43,007 --> 02:17:47,007

1674
02:17:51,010 --> 02:17:55,009

1675
02:17:55,009 --> 02:17:59,009

1676
02:17:59,013 --> 02:18:03,013

1677
02:18:07,021 --> 02:18:11,021

1678
02:18:11,024 --> 02:18:15,024

1679
02:18:15,026 --> 02:18:19,026

1680
02:18:19,026 --> 02:18:23,026

1681
02:18:23,029 --> 02:18:27,029

1682
02:18:27,032 --> 02:18:31,032

1683
02:18:31,033 --> 02:18:35,033

1684
02:18:35,036 --> 02:18:39,036

1685
02:18:39,039 --> 02:18:43,039

1686
02:18:43,042 --> 02:18:47,042

1687
02:18:47,045 --> 02:18:50,002

1688
02:18:50,002 --> 02:18:54,002

1689
02:18:55,050 --> 02:18:59,050

1690
02:18:59,052 --> 02:19:03,052

1691
02:19:03,058 --> 02:19:07,058

1692
02:19:07,061 --> 02:19:11,061

1693
02:19:11,063 --> 02:19:15,063

1694
02:19:15,068 --> 02:19:19,068

1695
02:19:19,069 --> 02:19:23,069

1696
02:19:27,076 --> 02:19:31,076

1697
02:19:31,076 --> 02:19:35,076

1698
02:19:35,080 --> 02:19:39,080

1699
02:19:43,085 --> 02:19:47,085

1700
02:19:47,086 --> 02:19:51,086

1701
02:19:51,091 --> 02:19:55,091

1702
02:19:59,098 --> 02:20:03,098

1703
02:20:03,118 --> 02:20:07,102

1704
02:20:07,102 --> 02:20:11,102

1705
02:20:15,106 --> 02:20:19,106

1706
02:20:19,121 --> 02:20:23,114

1707
02:20:23,114 --> 02:20:27,114

1708
02:20:27,117 --> 02:20:31,117

1709
02:20:31,123 --> 02:20:35,123

1710
02:20:35,123 --> 02:20:39,123

1711
02:20:39,125 --> 02:20:43,125

1712
02:20:43,127 --> 02:20:47,127

1713
02:20:51,131 --> 02:20:55,131

1714
02:20:55,138 --> 02:20:59,136

1715
02:20:59,136 --> 02:21:03,136

1716
02:21:03,140 --> 02:21:07,140

1717
02:21:07,144 --> 02:21:11,142

1718
02:21:11,142 --> 02:21:15,142

1719
02:21:15,147 --> 02:21:19,147

1720
02:21:19,147 --> 02:21:23,147

1721
02:21:23,152 --> 02:21:27,152

1722
02:21:27,152 --> 02:21:31,152

1723
02:21:31,156 --> 02:21:35,156

1724
02:21:35,157 --> 02:21:39,157

1725
02:21:39,158 --> 02:21:43,158

1726
02:21:43,160 --> 02:21:47,160

1727
02:21:47,166 --> 02:21:47,291

1728
02:21:47,291 --> 02:21:51,291
เด็ก ๆ จะต้องไปขึ้นรถอยู่...

1729
02:21:51,848 --> 02:21:55,848

1730
02:22:01,450 --> 02:22:05,448

1731
02:22:05,448 --> 02:22:09,448

1732
02:22:09,448 --> 02:22:13,448

1733
02:22:13,450 --> 02:22:14,368
เพราะว่าเราลงชุมชน

1734
02:22:14,368 --> 02:22:18,368
น้อง ๆ ปี 1 ปี 1 ยังไม่มีไอ้เสื้อคณะใช่ไหม

1735
02:22:19,968 --> 02:22:23,968

1736
02:22:25,460 --> 02:22:29,460
ให้เป็นเสื้อคอกลมสีขาว โอเคไหม ปี 1 ให้ใส่เสื้อยืดคอกลมสีขาวนะลูก

1737
02:22:32,485 --> 02:22:33,659
โอเคนะคะ 7.30 น. นี่คือพร้อมขึ้นรถรอ

1738
02:22:33,659 --> 02:22:37,659
เพราะฉะนั้น ต้องออกก่อน 7

1739
02:22:41,467 --> 02:22:42,677
.30 น. เพราะฉะนั้น ต้องไปถึงตึกก่อน 7.30 น.

1740
02:22:42,677 --> 02:22:44,288
เข้าใจนะ ไม่ใช่

1741
02:22:44,288 --> 02:22:45,960
บอก 7.30 น. ไปถึง 7.30 น. รถออก

1742
02:22:45,960 --> 02:22:49,960
ต้องไปถึงก่อน

1743
02:22:51,578 --> 02:22:55,578
7.30 น. นี่ คือ รถมาถึงแล้วเราขึ้นรถ

1744
02:22:56,576 --> 02:23:00,576
โอเคนะคะ ห้ามสายนะ

1745
02:23:05,489 --> 02:23:09,489
ตั้งนาฬิกาปลุกให้ดี ให้เตือนดี ๆ นะคะ ใส่กางเกงผู้หยิงใส่กางเกงได้

1746
02:23:10,943 --> 02:23:14,943
กางเกงที่คิดว่าเราจะลุกนั่งสะดวกสบาย จะกางเกงยีนส์หรือกางเกงวอร์

1747
02:23:21,494 --> 02:23:25,494
มก็แล้วแต่นะคะ ที่ตึก 7 นะลูก ตึก 7 นะลูกไม่ใช่ที่ DSS นะ

1748
02:23:26,565 --> 02:23:30,565
ที่คณะเราน่ะ เข้าใจนะ จำได้อยู่นะ พรุ่งนี้นะ ๆ

1749
02:23:34,107 --> 02:23:38,107
ไม่ ๆ ๆ ให้ใส่ชุดเสื้อคอกลมสีขาว

1750
02:23:39,880 --> 02:23:43,880
กางเกงอะไรก็ได้ กางเกงยีนส์ก็ได้

1751
02:23:44,420 --> 02:23:48,420
กางเกงวอร์มก็ได้ ไม่ใช่เสื้อเชิตนะ

1752
02:23:53,514 --> 02:23:53,940
เสื้อคอกลมนะคะ เสื้อคอกลม เสื้อใส่สบายน่ะ เพราะเรา ไปลงพื้นที่

1753
02:23:53,940 --> 02:23:57,940
ไม่ต้องไปใส่เสื้อเชิ้ต คอกลมน่ะ

1754
02:24:01,710 --> 02:24:05,710
เพราะปี 1 ยังไม่มี

1755
02:24:09,358 --> 02:24:13,358
เสื้อโปโลคณะ รุ่นพี่เขาจะมีเสื้อคณะแล้ว แต่เด็ก ๆ ยังไม่มีเด็ก ๆ เป็นน้องปี 1

1756
02:24:16,050 --> 02:24:18,095
ให้ใส่เสื้อคอกลม

1757
02:24:18,095 --> 02:24:22,095
ผ้าใบสิครับ จะใส่อีแตะบ่

1758
02:24:22,867 --> 02:24:24,793
เดี๋ยวเกิดเขาให้วิ่งขึ้นมาจะ... เราจะลง

1759
02:24:24,793 --> 02:24:28,793
พื้นที่ชุมชนให้เป็นรองเท้าผ้าใบนะคะ

1760
02:24:31,535 --> 02:24:35,535
นะคะ จะได้คล่องตัวนะคะ มีอะไรสงสัยถามได้

1761
02:24:41,542 --> 02:24:45,107
นัดหมายพรุ่งนี้ห้ามสายนะครับ ไม่ได้ไป ทิ้งนะเราจะทิ้ง 7 โมง

1762
02:24:45,107 --> 02:24:49,107
ใครยังไม่ขึ้นรถ เราทิ้งเลยนะไม่รอนะ เพราะอย่าลืมว่า

1763
02:24:57,077 --> 02:24:59,305
เรานัดแต่ละสถานที่เขาไว้  เราไปหลายที่ เรามีเวลาที่นัดกันไว้

1764
02:24:59,305 --> 02:25:00,722
ก็เขาบอก

1765
02:25:00,722 --> 02:25:04,722
วันที่ 7 น่ะ นครพนมเขา

1766
02:25:11,459 --> 02:25:15,459
เขาจัดอะไรนะ บวงสรวงพญา

1767
02:25:15,798 --> 02:25:15,837
น่าจะไม่ได้ไหว้

1768
02:25:15,837 --> 02:25:19,837
เขาน่าจะปิดถนน มัน

1769
02:25:22,276 --> 02:25:26,276
เข้าไม่ได้โซนนั้นน่ะ

1770
02:25:29,558 --> 02:25:33,558
ถ้าอยากไหว้เดี๋ยวแวะ

1771
02:25:37,186 --> 02:25:38,607
เข้าวัดหลวงปู่คำพันก็ได้นะคะ เดี๋ยวดูเส้นทาง

1772
02:25:38,607 --> 02:25:42,607
เราต้องดูด้วยเวลา เพราะเราไปคนหมู่มาก

1773
02:25:46,503 --> 02:25:49,812
เราต้องถ้าควบคุมเวลาไม่ได้

1774
02:25:49,812 --> 02:25:52,106
เราก็จะไปออกนอกเส้นทางไม่ได้นะคะ โอเคนะ

1775
02:25:52,106 --> 02:25:56,106
ถ้าไม่มีใครสังสัยแล้ว เจอกัน

1776
02:26:01,361 --> 02:26:05,361
พรุ่งนี้ 7.30 น. นี่คือนั่งอยู่บนรถแล้วนะ ไม่ใช่ 7.30 ยังมาไม่ถึงนะคะ เด็ก ๆ

1777
02:26:07,549 --> 02:26:11,549
ควรไปก่อนเวลานึกออกนะ ควรไปถึงก่อน 7.30 น. นะคะ

1778
02:26:13,192 --> 02:26:17,192

1779
02:26:18,137 --> 02:26:19,231
ข้าวน่ะกินมาให้เรียบร้อย ข้าวเช้าน่ะ

1780
02:26:19,231 --> 02:26:23,231
เพราะว่า

1781
02:26:24,938 --> 02:26:28,938
ถ้าจำไม่ผิดเราน่าจะนั่ง

1782
02:26:30,651 --> 02:26:34,651
รถบัส รถแอร์นะ เพราะฉะนั้น ทานข้าวเช้าให้เสร็จเรียบร้อย แล้ว

1783
02:26:36,781 --> 02:26:40,781
ค่อยมาขึ้นรถ โอเคนะคะ เจอกันพรุ่งนี้ 7.30 น. นั่งรออยู่บนรถ

1784
02:26:44,484 --> 02:26:45,624
แล้วนะ โอเคนะคะ สวัสดีค่ะ

1785
02:26:45,624 --> 02:26:49,624
เดี๋ยวให้แม็กกี้ขอบคุณพี่เขาหน่อย

1786
02:26:52,122 --> 02:26:55,338
แม็กกี้ขอบคุณพี่ล่ามหน่อยค่ะ

1787
02:26:55,338 --> 02:26:59,338

1788
02:26:59,742 --> 02:27:02,720
ขอบคุณค่ะ เจอกันสัปดาห์ถัดไปนะคะ สวัสดีค่ะ

1789
02:27:02,720 --> 02:27:06,720

1790
02:27:17,602 --> 02:27:21,602
เด็ก ๆ ปิดเครื่องให้เรียร้อย

1791
02:27:28,298 --> 02:27:32,298

1792
02:27:29,122 --> 02:27:37,344
[สิ้นสุดการถอดความ]

1793
02:27:21,480 --> 02:27:25,480

1794
02:27:29,611 --> 02:27:33,611

1795
02:27:33,612 --> 02:27:37,612

1796
02:27:37,613 --> 02:27:37,616

1797
02:27:37,616 --> 02:27:41,616

1798
02:27:41,623 --> 02:27:45,623


