(อาจารย์สุธิรา) สวัสดีค่ะ สวัสดีค่ะ ไม่ได้ยิน มันเป็นตั้งแต่เมื่อวานแล้ว น่าจะเป็นที่เน็ตเรา สัญญาณเน็ตเราไม่ดี เมื่อวานก็แบบนี้ล่ะ เซตใหม่ตั้ง 2 รอบ 3 รอบ (ล่าม) สวัสดีค่ะ ได้ยินไหมคะ (อาจารย์สุธิรา) สวัสดีค่ะ (ล่าม) สวัสดีค่ะ ได้ยินนะคะ (อาจารย์สุธิรา) ได้ยินแต่สัญญาณภาพ (ล่าม) ภาพมันค้าง (อาจารย์สุธิรา) ใช่ ภาพมันค้าง เมื่อวานก็เป็นแบบนี้ล่ะค่ะ โทร. เข้าใหม่ วางแล้วโทรใหม่ สวัสดีคะ โอเค พี่ล่ามได้ยินไหมคะ (ล่าม) ได้ยินค่ะ ๆ (อาจารย์สุธิรา) อย่างนั้นเรามาเริ่มกันเลย จากสัปดาห์ที่แล้วที่เราเรียนเกี่ยวกับการออกแบบนะคะ เรียนเรื่องอัลกอริทึมไปแล้ว สัปดาห์นี้เราก็จะเข้าสู่กระบวนการที่จะเริ่มเขียนโปรแกรมนะคะ เข้าไปเขียนโปรแกรมนี่ เราจะต้องไปทำการรู้จักที่เราจะเขียนก่อน ภาษาที่เราจะใช้เขียน ก็คือภาษา Python นะคะ มาดูเนื้อหาที่เราจะเรียนในวันนี้นะคะ มีหัวข้อแรก ก็คือจะพูดถึงประวัติของ Python นะคะ หัวข้อที่ 2 จะพูดถึงลักษณะของภาษา Python ว่ามันเป็นอย่างไรนะคะ และหัวข้อที่ 3 จะพูดถึงโครงสร้าง โครงสร้างนั่นก็คือวิธีการที่เราจะเขียน Python นี่มันจะต้องมีมันจะต้องมีรูปแบบหรือ Template อย่างไรนะคะ และหัวข้อสุดท้ายจะเป็นปฏิบัตินะคะ ก็คือเราจะลงมือเขียนภาษา Python กันนะคะ เรามาเริ่มที่เรามาเริ่มที่หัวข้อแรกเลย ประวัติ Python นี่ มี เกิดขึ้นในปี 1ปี ค.ศ. นะคะ เพราะว่าโปรแกรมเมอร์นี้เขาเป็นดัตช์นะคะ ที่ชื่อว่า Guido van Rossum นะคะ มันเกิดจากการที่เขานำภาษาหลาย ๆ ตัวมารวมกัน เหมือนไปหยิบข้อดีของภาษา C ภาษา ABC ภาษา Unix Shell อะไรพวกนี้มารวม ไม่เชิงว่าเอามารวมแล้วเชียนนะ nix Shell อะไรพวกนี้มารวม ไม่เชิงว่าเอามารวมแล้วเชียนนะ คือ เอามาทำเป็น เหมือนที่บอกเป็นโครงสร้าง เป็นเทมเพลตใหม่ คือ มาสร้างเป็นภาษาใหม่นะคะ แล้วให้ชื่อว่า Python นะคะ ซึ่งเหตุผลที่เขาทำภาษา Python ขึ้นมานี่ ก็เพราะว่า คือ ในยุคปัจจุบันนี่นะคะ พวกระบบปฏิบัติการน่ะ มันเริ่มมีหลายตัวว่าอย่างนั้นเถอะ คือ นอกจากคอมพิวเตอร์แล้ว เดี๋ยวนี้มือถือก็จัดเป็นคอมพิวเตอร์อย่างหนึ่งลักษณะของคอมพิวเตอร์อย่างหนึ่ง เพราะแต่ก่อนสมัยก่อนนะ มือถือใช้ได้แค่กดเบอร์โทร กับมีเพิ่มมาอีกหน่อย ก็คือกดข้อความ เราใช้มือถือูดูเว็บ(ไซต์ได้ เข้าเฟซ(บุ๊ก)ได้ คอมพิวเตอร์เล็ก ๆ เคื่องนึง เพราะฉะนั้น เขาก็เลยเรียก "แพลตฟอร์ม" นะคะ Python มันก็เลยคิดว่าถ้าสร้างภาษาที่มันสามารถเอาไปใช้ได้กับทุก ๆ แพลต์ฟอร์มนี่ ก็คือเหมือนเราพัฒนาโปรแกรม 1 ตัวนี่ แต่เอาไปใช้กับเครื่องหลาย ๆ รุ่น คือ ถ้าเป็นสมัยก่อนพัฒนาโปรแกรมตัวหนึ่ง แล้วตอนที่พัฒนาใช้ Windows ก็จะใช้ได้เฉพาะเครื่องปฏิบัติการ Windows นะคะ หรือใช้ได้เฉพาะ ทำงานในคอมพิวเตอร์ เหมือนที่เดี๋ยวนี้ในมือถือมันจะมีแอปพลิเคชันต่าง ๆ เห็นไหมคะ โปรแกรมที่เขาสร้างขึ้นมานะคะ สามารถนำไปใช้งานได้ เหมือนแอปของ App Store ใช่ไหมคะ ของ Microsoft หรือ Apple ของ Apple น่ะ ที่ ถ้าใครใช้ iPhone นะคะ หรือ iPad หรืออะไรล่ะ Mac นะคะ Macbook หรือ Mac เฉย ๆ เครื่อง Mac น่ะ เครื่องข้างหลังนี่นะคะ ก็โดยปกนี่ ถ้าของตระกูล Mac นี่เขาจะพัฒนาแอปเพื่อให้สินค้าในตระกูลเขา ใช้ได้เฉพาะใน iPhone ใน iPad อะไรอย่างนี้ ถ้าเป็นแอปพลิเคชั่นส่วนมาก แอปพลิเคชันของ Apple มันจะต้องเสียเงินใช่หรือเปล่า แต่ Python นี่ มันมีข้อดีอีกอย่างหนึ่ง ก็คือเขาเป็นโปรแกรมที่เขาเรียกว่า "Open Source" หรือโปรแกรมที่เปิดเพื่อให้คนอื่นนี่มาพัฒนาโปรแกรมนี้ต่อยอดได้นะคะ ก็คือคนอื่นสามารถมา ร่วมในการพัฒนาโปรแกรมนี้ได้ด้วยนะคะ เขาบอกว่า เพราะว่าวัตถุประสงค์นี่ หลัก ๆ นี่ คือ มันจะเป็นภาษาคอมพิวเตอร์ที่เรียนรู้ได้ง่ายคือ ไม่มีกฎมาก ไม่ตั้งกฎเกณฑ์มากนะคะ ไวยากรณ์ที่ซับซ้อนคำสั่งที่ซับซ้อนมากแต่เข้าใจได้นะคะ แล้วก็นำไปใช้บนระบบปฏิบัติการที่แตกต่าง เห็นไหมคะ เหมือนบอกไปใช้กับตระกูลของ Apple ก็ได้ ใช้กับ Microsoft ของ Windows ก็ได้ หรือใช้ในมือถือแล้วก็มีพวก ระบบปฏิบัติการอื่น เช่น ที่เป็นระบบปฏิบัติการเครือข่าย เช่นพวก Linux อะไรแบบนี้นะคะ เป็นต้นนะคะ ก็คือเขียนมาตัวหนึ่งน่ะเอาไปใช้ได้หมดเลย ครอบคุมครอบจักวาล ทีนี้เรารู้ถึงประวัติของ Python แล้ว สิ่งที่เราควรจะรู้ต่อมาก็คือ ลักษณภาษา Python นี่มันมีลักษณะอย่างไร หรือมีข้อดีข้อเด่นอย่างไร อันดับที่ 1 เลย ลักษณะแรกที่ทุกคนและโปรแกรมเมอร์โปรดปราน ก็คือ Free เพราะว่าซื้อโปรแกรมนี่ โปรแกรม 1 โปรแกรมราคาไม่ใช่ถูก ๆ นะ เพราะว่าซื้อแล้ว ไม่ใช่จ่ายเงินครั้งเดียวแล้วจบ นึกออกนะ ในการที่เราซื้อมาใช้งาน ตระกูล ก็คือซื้อ 1 ครั้ง แล้วก็ต้องมีการต่ออายุ เขาเรียกต่ออายุ ก็คือเพราะอะไร เพราะเขาก็อ้างว่าทุกปีมีอัปเดต มันไม่อัปเดต 6 เดือนมันอัปเดตใหม่แล้วนะคะ มีช่วงหนึ่ง 3 เดือนก็ update แล้ว เตรียมตัวเสียเงินว่าอย่างนั้นเถอะ เพราะ ฉะนั้น ชาวโปรแกรมมิ่ง คือ ถ้าเหมือนอย่างแม่นี่เป็นอาจารย์ ไม่ได้เอาไปหาจะพยายามที่ใช้เป็น Free นะคะ เพราะมันไม่มีค่าใช้จ่าย แล้วไม่มีเงื่อนไขอะไรไม่ผูกพันนะคะ คือถ้าเป็นโปรแกรมที่เป็นลิขสิทธิ์ไปแล้ว พอเหมือนอย่างที่บอก พอหมดอายุแล้ว มันก็จะไปใช้งานฟังก์ชันบางตัวที่เป็นของตัวใหม่ไม่ได้นะคะ แล้วถ้าเกิดไปใช้แล้วถ้าเกิดเขาตรวจสอบเจอ ก็จะโดนข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ ที่มีในปัจจุบันนี้นะคะ ตัวต่อมา ลักษณะต่อมา ก็คือ Easy to Use and Learn and lren ใช้ง่ายนะคะ และก็ Learn ก็คือเรียน ใช้ก็ง่าย เรียนรู้ก็ง่ายก็คือลักษณะโครงสร้างของมันจะไม่ยุ่งยากมากนะคะ เด็ก ๆ สามารถเรียนได้ภายในเวลา สั้น ๆ นะคะ มันจะเหมาะกับผู้ที่เริ่มต้นนะคะ ก็คือถ้าใครยังไม่เคยเขียนโปรแกรมมาเลยอย่างนี้นะคะ หรือเคยเขียนมาแล้วแต่เขียนได้นิดหน่อย ก็คือเริ่มต้นที่จะเรียนในการเขียนนะคะ ก็จะมาเริ่มที่ภาษา Python นะคะ ลักษณะต่อมา General Purpose General Purpose ก็คือ ถ้าแปลตามตัวนี่ ก็คือ General แปลว่าทั่วไปนะคะ ถ้าแปลแบบไทย ๆ ก็จะสละสลวยขึ้น ก็คือมีความ... เขาบอกเป็นภาษาแบบอเนกประสงค์ ก็คือสามารถได้หลากหลาย ใช้ได้หลากหลายนะคะ เห็นไหมคะ ตั้งแต่ใช้กับแอปพลิเคชันทั่วไปสำหรับ Desktop คือ ต่างประเทศเขาจะเรียกเครื่อง PC ว่า Desktok นะคะ แล้วก็ถ้ามือถือเขาก็จะเรียก "MobiiNotebook" ของเราน่ะ ต่างประเทศเขาจะไม่เรียก Notebook นะ เขาก็ยังงงอยู่ คนไทยเรียก เครื่อง คอมพิวเตอร์เครื่องเล็ก ๆ ที่พกพาได้จะเรียกไม่เหมือนกันนะคะ มันใช้ได้ทำงานด้านเครือข่ายก็ได้ด้าน เพราะโดยปกตินะคะ โดยปกติแล้วนี่ ภาษาคอมพิวเตอร์ แล้วนี่ภาษาคอมพิวเตอร์เขาจะเอาใช้เขียนโปรแกรมที่เกี่ยวกับพัฒนาระบบ เช่น สร้างระบบบัญชีอะไรพวกนี้ แต่ Python นี่ นอกดจากเขียนโปรแกรมระบบแล้ว ยังเขียนกราฟิก เช่น โปรแกรมเกมก็ได้ อย่างนี้นะคะ คือเขามีความสามารถที่หลากหลาย เหมือนที่บอกนะคะ หรือใช้คำนวณ คือ ปกตอมันจะมีโปรแกรมเฉพาะทางพวกที่คำนวณทางด้านวิทยาศาสตร์ (อาจารย์สุธิรา) สวัสดีค่ะ มาแล้ว โอเค มาต่อนะคะ ลักษณะ ต่อมา Portable ถ้าแปลตามศัพท์นะ มันจะแปลว่าพกพาได้ แต่ความจริงคือมันใช้ว่าเคลื่อนย้าย คือ เรา เหมือนที่บอกน่ะค่ะ เราพัฒนาใน Windows แต่เราเอาไปใช้กับเครื่อง Mac ได้นะคะ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ ก็คือ มันย้ายจาก Portableไปอยู่ที่อีกแพลตฟอร์มหนึ่งก็ได้ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ ปอยู่ที่อีกแพลตฟอร์มหนึ่งก็ได้ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ ก็เลยเป็นโปรแกรมที่มัลักษณะที่เป็น Portable นะคะ คือ ไปอยู่ไหนก็ได้มันไปได้หลากหลาย มันไปได้หลากหลายว่าอย่างนั้นเถอะ นะคะ ทีนี้อีกตัวหนึ่งต่อมา ลักษณะตัวหนึ่งต่อมาที่พูดไปก่อนหน้านั้น โอเค ได้ยินอยู่ Open Source ก็คือ Open มาจากคำว่าเปิด Source ก็มาจาก Source Code ก็คือเป็น... ก็คือเราสามารถเปิดเผย Source ก็คือเหมือนที่บอกไว้ในตอนต้นว่า ถ้า มันก็จะมีเอาไปพัฒนาต่อคนอื่นหรือโปรแกรมอื่นได้ หรือมีคนมาพัฒนา ต่อจากที่เราพัฒนาไว้ได้ หรือเราจะไปพัฒนาต่อจากเขาไว้ได้ ก็คือเปิดโอกาสให้โปแกรมเมอร์คนอื่น ๆ น่ะค่ะ เข้ามาเขียนโปรแกรมช่วยกันได้นะคะ จึงเป็น เป็นลักษณะของเขา ก็คือ Open Source ลักษณะต่อมาเป็นแบบ Functional และ OOP Functional กับ OOP Functional ก็คือโครงสร้าง O นี่มาจากคำว่า Object Oriented Function นะคะ ก็คือเป็นโปรแกรมเชิงวัตถุนั่นเอง ก็คือสามารถเขียนโปรแกรมในลักษณะทั้งที่เป็นลักษณะโปรแกรมโครงสร้างแล้วก็โปแกรมเชิงวัตถุได้นะคะ ลักษณะไป คือ GUI ย่อมาจาก Graphic User Interface การโต้ตอบหรือติดต่อการใช้งานแบบกราฟิกได้ การเขียนโปรแกรม อย่างที่บอกค่ะ มันจะเขียนโปรแกรมระบบมันจะเน้นงานด้านกราฟิกแต่ Python นี่งานกราฟิกเขาก็เยี่ยม เหมือนที่บอกว่าพัฒนาเป็นเกมได้ นะคะ ออกแบบหน้าตาให้สวยงามได้ เหมือนที่พอทำเป็นแอปเป็นอะไร ก็ไปตกแต่งแอปอะไรเพิ่มเติมได้ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ ลักษณะต่อมา Data base นะคะ ก็คือฐานข้อมูล คือโดยปกติเวลาเขียนโปรแกรมนี่ ฐานข้อมูลก็ต่างหาก แต่ เหมือนของ Python นี่ เขามีไลบรารีหรือห้องสมุด ที่จะเป็นใช้ไว้สำหรับเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลนะคะ ซึ่งมันจะไปเชื่อมกับโปรแกรมฐานข้อมูล หลาย ๆ ตัวได้นะคะ ก็เลยเหมือนมี Data base หลาย ๆ ตัวอะไรประมาณนี้นะคะ ลักษณะต่อมา Automatic Memory Management Automatic ก็คือ Memory ก็คือหน่วยความจำ ก็คือความจำนี่ Python จะมีหน่วยการจัดการหน่วยความจำแบบอัตโนมัตินะคะ มันดีอย่างไรหรือ มันก็จะทำให้ลดข้อผิดพลาดที่จะทำให้โปรแกรมทำงานนะคะ ที่จะทำโปรแกรมทำงาน ก็คือไปแก้ปัญหาว่าถ้าเกิดโปรแกรมทำงานผิดมันจะ... เหมือนพอเราเขียน Code ไปแล้ว Code มันจะมีการแจ้งเตือน มีนั่นนี่นู้นขึ้นมานะ หน่วยความจำที่ดีนะคะ มันจะทำให้เวลาเขียนโปรแกรมไปข้อผิดพลายก็จะเกิดขึ้นได้น้อย ทำให้โปรแกรมเมอร์ไม่ต้องไปแก้โค้ดบ่อยว่าอย่างนั้นเถอะนะคะ เหลืออีก 2 หัวข้อนะคะ ก็คือ 2 ลักษณะ ก็คือ Large Community and Support แปลว่า ใหญ่ นะคะ รองรับชุมชน หรือ... นะคะ สามารถ... คือ กลุ่มของโปรแกรมเมอร์เขาก็จะสร้างเป็นกลุ่มนะ คือ เขาทำเว็บ(ไซต์) ไว้เลย มีเว็บบางคนก็ไปแปะโค้ดไว้ คือ ตามหลักแล้วโปรแกรมเมอร์น่ะ มันไม่ได้เขียนแค่คนเดียวนึกออกนะมันต้องหลาย ๆ คนเขียน เพราะว่าอะไร เพราะโปรแกรมเมอร์ 1 คน มันก็จะมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านไป บางคนเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน Data base บางคนเชี่ยวชาญด้านเครือข่ายอะไรอย่างนี้นะคะ พอเหมือนเราเขียนไป เราไม่ถนัดด้านนี้ เราก็เอาโค้ดไปแปะแล้วไปขอความช่วยเหลือมันทำให้เกิด Large Community ก็คือเกิดชุมชนขนาดใหญ่ขึ้น ที่เข้ามาพูดคุยหรือแลกเปลี่ยนเกี่ยวการโค้ดนั่นเอง และลักษณะสุดท้าย Support Libraries นะคะ คือเขารองรับระบบ ระบบ Libraried Digital เขาน่ะค่ะ มันก็จะมี LibrarBuit-in นะคะ ก็คือมีอยู่ในตัวของเขาอยู่แล้ว Buit-in เหมือนในบ้านน่ะ แบบ เฟอร์นิเจอร์นั้นมันติดอยู่กับบ้านมาแล้ว โดนฝังไว้อยู่ในโปรแกรมแล้วเช่นเดียวกัน Library ที่เป็นแบบ Buit-in ในตัวโปรแกรมอยู่แล้วหรือ หรือถ้าในตัวโปรแกรมมีไม่มากพอ ก็สามารถไปเอา Library มาได้ เช่น เพราะ Library บางตัว เช่น กราฟิก ก็ต้องไปที่ใช้งานด้าน กราฟฟิก แต่เขาก็มีไง เหมือนที่บอก เขามีชุมชนน่ะค่ะ เขามีชุมชนเขาก็คือถ้าเราไม่รู้เราก็ไปถามได้นะคะ เราก็จบลักษณะของ Python ไปแล้วนะคะ หัวข้อต่อมาเราจะพูดถึง... ให้เห็นถึงโครงสร้าง อันนี้จะให้ดูรูปแบบนะคะ ว่าถ้าเวลาเราเขียนแบบใช้โปรแกรมที่เขียนเป็นล่ำเป็นสันน่ะ เป้าหมายนะคะ เวลาเราจะเขียนมันต้องมีโครงสร้าวของภาษามันอย่างไรนะคะ จากภาพนะคะ ส่วนแรกสุดเลย เราเรียกว่า "Module" นะคะ มันจะมีองค์ประกอบ 3 ส่วนหลัก ๆ ก็คือของ Module นะคะ ส่วนที่ 1 นะคะ ส่วนที่ 2 คือส่วนของ Comment และส่วนที่ 3 คือ ส่วนของ Statement แต่ละส่วนนี่ มีความสำคัญอย่างไรดูรูปแล้วจำไว้นะคะ ส่วนแรกที่มีคำว่า Module first.py นี่ มันคืออะไร Modul นี่นะคะ ส่วนที่เป็นตัวระบบหรือโปรแกรมใหญ่ ๆ ของเรานะคะ จะภายใน Module นั้นก็จะมีส่วนของ Class ถ้าจะเขียนโปรแกรมแบบ OOP เราต้องมี Class นะคะ แล้วถ้าเขียนแบบ... เราต้องมีฟังก์ชัน ฟังก์ชันอาจจะมาจาก Library ก็ได้นะคะ ก็เป็นการเรียกใช้งาน Libeary ของเขาก็ได้นะคะ นอกจากนี้เรายังสามารถเห็นไหมคะ คือ นอกจากเป็น Module ที่เราสร้างแล้ว ยังเป็น Module ที่เรานำมาใช้ได้ ก็คือมันจะมี Module ที่สร้างไว้แล้วนะคะ แล้วเราก็ไปเรียกใช้ Module เหมือน Module กราฟิกอย่างนี้ นั่นคือถ้าเราต้องการเขียนโปรแกรมด้านกราฟฟิกเราก็อาจจะเรียก Module นั้นขึ้นมา อย่างนี้นะคะ อย่างในตัวอย่างคำว่า First.py นี่ ก็คือเป็น Module ของโปรแกรมเรา เราตั้ง First.py นะคะ นั่นคือส่วนของ Module พูดง่าย ๆ สรุปง่าย ๆ ก็คือมันคือไฟล์โปรแกรมเรานั่นเอง ไฟล์ 1 ไฟล์ นั่นเอง มาดูส่วนต่อมาที่... คือจะย้ำเสมอว่า Comment มีส่วนสำคัญ สำคัญอย่างไร Comment เอาไว้อธิบายการทำงานของโปรแกรมเรานั่นเองนะคะ เช่น เหมือนตรงนี้เป็นส่วนที่เราจะประกาศตัวแปร แล้วเราก็อาจจะเขียนคำอธิบายลงไปว่าตัวแปรชื่ออันนี้ ไว้สำหรับทำอันนี้มันจะดีอย่างไร ให้นึกเมื่อเวลาที่เราต้องการ หรือโปรแกรมเรามีปัญหา แล้วเราจะไปแก้ คือ 1. เรารู้แล้วล่ะ ถ้าเราเขียนเองเราจะรู้เลยว่า จุดที่มันผิดเกิดจากอะไร ถ้าเรามี Comment ไว้น่ะเราจะไปถูก ต้องจุดนี้ Comment นี้เราจะทำอย่างไรกับมัน เราทำอะไรกับมันไว้ มีส่วนของอะไร มี Function อยู่ตรงนี้ไหม มี class อยู่ตรงนี้ไหม นึกออกนะคะ Comment มันจะเป็นตัวช่วยที่โปรแกรมเมอร์เอาไว้ ใช้เวลาจะไปตรวจสอบ หรือเอาไว้ ให้นึกถึงว่า เอ๊ะ ตัวแปรนี้เราตั้งมาทำไมนะ เพราะเด็ก ๆ น่ะ เวลาเรียนนะ พอเวลาบอกตั้งชื่อตัวแรกไม่ A ก็ B อยู่นี่ล่ะ A กับ B ทุกโปรแกรมใช้ A B นี่ คืออะไร ไม่รู้เวลาตั้งชื่อตัวแปรถึงพยายามบอกว่าควรจะ Search Google หาคำภาาษาอังกฤษให้มันสอดคล้องกับคำแปล มันถึงจะใช้งานได้ มันจะยาวไปหน่อยแต่มันจะทำให้เราไปแก้โค้ดได้ง่ายน่ะ แก้ได้ง่ายกว่ากับ B Comment ก็เลยเป็นส่วนสำคัญนะคะ ไม่ควรขาด ไม่ควรทิ้งบไปนะคะ คือมันไม่ได้เอาไปประมวลผลนะ แต่มันจะเป็นตัวช่วย เหมือนเล่น Facebook เราต้องติด Hashtag ต้องติด Hashtag ไว้ มันเป็นการเตือนหรือกระตุ้นในโซเชียลใช่ไหม Hashtag เรื่องนั้นเรื่องนี้ หัวข้อว่าอย่างนั้นเถอะ ประมาณนี้นะคะ ก็เลยต้องติด Hashtag ในเครื่องหมายในภาษาคอมพิวเตอร์นี่ เขาเรียก Sharp นะคะ แต่ในภาษาเด็กยุคใหม่ วัย Generation ไอ้ตัวนี้ เด็ก ๆ จะเรียกกันว่า ส่วนต่อมาส่วนที่ 3 ส่วนนี้ขาดไม่ได้ เราจะเขียนโปรแกรมได้ก็ต่อเมื่อเรามี Stagment ก็คือส่วนของที่เป็นคำสั่ง เห็นไหมคะ ให้โปรแกรมมันทำงาน เราก็จะเข้าไปเขียนคำสั่งในตัวโปรแกรมนี้นะคะ ในส่วน Statement ทีนี้โดยปกติ ใน Python นี่ เวลาจะจบ เขาเรียกว่าจบคำสั่งการทำงานใน 1 คำสั่งนี่นะคะ Python เขาก็จะใช้วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่ แล้วก็มีอีกแบบหนึ่ง คือ Semicolon (;) คือ ถ้าเป็นแต่ก่อนให้เด็ก ๆ ดูที่ความแตกต่างของตัวที่ 1 กับตัวที่ 2 ที่ทำคือ ตัวอย่างที่ 1 นี่ บอกว่าถ้าใน Python โดยปกติคำสั่งจบ 1 อันปุ๊บนี่ แล้วพอกด Enter นั่นหมายความมาตรงนี้เสร็จคำสั่ง 1 คำสั่ง เป็น 1 คำสั่ง นึกออกนะ แล้วบรรทัดนี้ บรรทัดที่ 2 ต่อมา Print นี่ ก็คือคำสั่งที่ 2 นึกออกนะคะ แต่ทีนี้มันสามารถเขียนได้ 2 แบบ ก็คือถ้าเขียนแบบมี 2 คำสั่งในบรรทัดเดียวกัน เขาจะใช้เครื่องหมาย Semicolon ขั้น เห็นไหมคะ ถ้ามี Semicolon ขั้นนี่คือคำสั่งที่ 1 เห็นไหม เห็นไหมคะ การบอกให้โปรแกรมรู้ว่าฉันเสร็จคำสั่งนี้แล้วนี่ ใช้ Semicolon นะคะ เสร็จแล้ว Print เพราะไม่ได้มีคำสั่งต่อนึกออกนะ แต่ถ้าในกรณีที่มีคำสั่งต่อจากคำสั่งที่ 2 เด็ก ๆ ก็เอาเครื่องหมาย Semicolon มาแต่วิธีเขียนที่ดี ควรจะเขียนหมด 1 คำสั่งต่อ 1 บรรทัด เพราะอะไร เพราะแบบนี้จะช่วยให้เช็ก Code ได้ง่ายกว่า ถ้าเหมือนพืชนี่ เหมือนเวลาเราอ่าน อ่านเอกสาร แล้ว มันไม่มีการเว้นวรรคประโยคน่ะ นึกออกไหม มันยาวติดกันไปเป็นพรืดเลย เห็นแล้วก็เหมือนถ้าอยากให้ตรวจคำผิด ให้นึกถึง ในหลวงตามหาบัว แต่ทีนี้คำไม่เว้น แต่ทีนี้คำไม่เว้นปุ๊บ เป็น ในหลวงตามหาบัว ถูกไหมคะ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ เพราะฉะนั้น แบบที่ 2 จะไม่นิยมเพราะในกรณีที่คำสั่งมันมีเยอะน่ะ มาเขียนต่อ ๆ มันจะยาก เพราะเวลาไปแก้โค้ดมันจะยาก เพราะอะไร เพราะโปรแกรมมันจะมีตรวจ แล้วมันจะบอกว่าให้ไปบรรทัดที่... นึกออกนะ มันจะพาเราไปบรรทัดที่เกิด Error น่ะค่ะ ที่คำสั่งให้มันมีหลายคำสั่งน่ะ แล้วเราจะรู้ไหมมัน Error ที่คำสั่งไหน เราก็ต้องมาไล่อีกแต่ถ้าเป็น 1 คำสั่งต่อ 1 บรรทัด มันจะ อ๋อ บรรทัดที่ 7 8 เช็กได้ง่ายขึ้นนะคะ อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้น เขียน... จริง ๆ แล้วควรเขียน 1 คำสั่งต่อ 1 บรรทัด ทีนี้พร้อมจะปฏิบัติกันหรือยัง เดี๋ยวให้เวลาเด็ก ๆ พักเบรกก่อน 10 นาทีนะคะ พี่ล่ามก็จะได้เบรก เด็ก ๆ เปิดโปรแกรมค่ะ ในสัปดาห์แรก ๆ เราลงโปรแกรมไปแล้วนะคะ เพราะฉะนั้นนะคะ เพราะฉะนั้น เราจะต้องเปิดโปรแกรมไว้นะคะ เพราะเราจะเริ่มเขียนโปรแกรมจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการเขียนโปรแกรมแล้ว ย้อนกลับไปก่อน ให้ไปเข้าห้องน้ำห้องท่าให้เรียบร้อยก่อน แล้วเด็ก ๆ มาไอ้นี่ต่อ โปรแกรมที่จะใช้ชื่อว่า Python ใช้... เดี๋ยวนะขอตัดภาพก่อน เด็ก ๆ ใช้เครื่องมือค้นหาก็ได้นะคะ ค้นหาโปรแกรม แล้วพิมพ์คำว่า "Python" พิมพ์ P-y ใช้เครื่องมือค้นหาแล้วก็พิมพ์ตัว P แล้วก็... ทำไมเป็นภาษาไทย P-y เป็นภาษาไทยหรือ P-y เห็นไหม P-y นะคะ P-y-t-h-o-n แต่แค่ P-y ก็ขึ้นแล้วนะ เห็น Logo น้องแล้วก็คลิกได้เลยนะคะ เห็นหรือเปล่า พิมพ์ตัว P-y ก่อน ถ้า P-y แล้วยังไม่เจออีก พิมพ์ t-h-o-n นะคะ ถ้าพิมพ์เจอแล้วให้คลิกเปิดโปรแกรมรอไว้ได้เลยนะคะ เสร็จแล้วก็ให้เด็ก ๆ ไปเข้าห้องน้ำพักก่อนนะคะ 10 นาที ให้เวลา 10 นาทีพักเบรก โอเคนะคะ และเดี๋ยวค่อยมาอันนี้ จะได้ตั้งใจทำ ใครจะไปเข้าห้องน้ำน่ะไปได้ พักก่อน เพราะเดี๋ยวตอนโค้ดไม่เข้าใจ เกิดอยากลุกไปเข้าห้องน้ำหลุดนะ เพราะฉะนั้น เบรกก่อนนะคะ พี่ล่าม 10 นาทีนะคะ พักเบรก ค่ะ ขอบคุณค่ะ st โอเคค่ะ พร้อมนะคะเด็ก ๆ ดูนะคะ เดี๋ยวเราจะลองมาเขียนนะคะ อันนี้ยังไม่ได้เขียนแบบเป็นโครงสร้างนะคะ เดี๋ยวเราจะมาดูคำสั่งที่เราใช้ในการเขียนวันนี้คือคำสั่งอะไร จำได้นะ ตอนอัลกอริทึมน่ะ Print หรือแสดงผลนะคะ แต่ในภาษาคอมฯ นี่ ใน Python นี่มันจะเรียกว่าโปรแกรมนะคะ หรือเรียกว่า print Function print นะคะ เพราะอะไร เพราะฟังก์ชันนี้มันโดยใช้งานบ่อยเพราะอะไร เมื่อเราต้องการให้คอมพิวเตอร์มาเรียกใช้ฟังก์ชัน print นะคะ ซึ่งจะใช้ในการแสดงผลผ่านทางจอภาพนะคะ ซึ่งวิธีการใช้ ก็คือพิมพ์คำว่า "pirnt" นะคะ เราจะต้องพิมพ์คำว่า P-r-i-n-t แล้วใส่เครื่องหมายวงเล็บเปิด วงเล็บปิด นั่นเป็น Function นะคะ เมื่อกี้ให้เปิดโปรแกรมที่เราได้ทำการดาวน์โหลดไว้ตั้งแต่สัปดาห์แรก ๆ ไว้ ให้เด็ก ๆ เปิดหน้าต่างโปรแกรมนั้นนะคะ เราจะใช้คำสั่ง print นี่ทาง... เขาเรียกว่าที่เป็นแบบ Shel Command ก็คือ print เป็นบรรทัด ๆ ไป ยังไม่ได้ทำเป็นโปรแกรมทั้งโปรแกรมเปิดหน้าต่างนี้ขึ้นมานะ ตอนนี้เด็ก ๆ อยู่ในหน้าต่างนี้กันใช่ไหมคะ เห็นไหมคะ ตรงที่... สีขาว ๆ กระพริบ หรือ นะคะ อันอับแรก print print นี่ ใช้เพื่อให้แสดงชื่อของเรา เพราะฉะนั้น ในเครื่องหมายวงเล็บนะคะ ก่อนอื่นต้องพิมพ์ตัวคำสั่งก่อน ก็คือ p-r-i-n-t แล้วก็ใส่เครื่องหมายวงเล็บเปิดวงเล็บปิดพร้อมกัน วงเล็บปิดกด 0 เฉยเลย เดี๋ยวขยายขนาดตัวอักษรให้ แป๊บหนึ่งค่ะ ตั้งค่า ตั้งค่าตรงไหน Font แป๊บหนึ่งนะคะ เด็ก ๆ ไม่ขยายให้น่ะ ทำไมมันไม่ขยาย ไม่ขยายให้ สว่างไป เดี๋ยว ๆ เซตให้ใหม่ แป๊บหนึ่งแก้ Properties ก่อน สีอะไรดีกลัวไม่เห็น สีดำนี่เห็นไหม โอเคไหม เห็นหรือยังคะ ยังเล็กไปอยู่ 30 เล็กไป เดี๋ยวเพิ่มอีก เด็ก ๆ บอกเล็ก โอเค เห็นแล้วนะ พิมพ์คำว่า "print" แล้วใส่วงเล็บเปิด-ปิด สังเกตเคอร์เซอร์ที่ตำแหน่ง กระพริบ ทีนี้ในวงเล็บ ให้ใส่เครื่องหมายคำพูด 2 ขีดก็ได้ หรือ 1 ก็ได้นะคะ ต่างกันนะ เมื่อกี้มีวงเล็บใช่ไหม เสร็จแล้ว ในวงเล็บใส่เครื่องหมายคำพูด ในวงเล็บ ให้พิมพ์เครื่องหมายคำพูดลงไป เพราะบอกแล้วว่าถ้าเราจะแสดงข้อความในคอมพิวเตอร์นี่มันจะแสดง ต้องใส่เครื่องหมายคำพูดอย่างนี้ 2 อัน ทีนี้ใส่อะไรใส่ชื่อตัวเองลงไปค่ะ อยากเห็นชื่อตัวเองพิมพ์ลงไป ถ้า Font ภาษาไทยไม่ขึ้นพิมพภาษาอังกฤษไปก็ยังไม่ได้ตั้งค่าฟอนต์ เดี๋ยวค่อยไปตั้งค่าทีหลังนะคะ นามสกุลด้วยไหม ยาว ๆ จะได้เห็นถ้าเมื่อใดที่เด็ก ๆ ต้องการให้คอมพิวเตอร์นะคะ แสดงผลข้อความ เพราะฉะนั้น ในวงเล็บนี่ คำสั่ง print คือคำสั่ง แล้วในวงเล็บนี่คือส่วนที่เราให้คอมพิวเตอร์มันแสดง เพราะฉะนั้น เมื่อต้องการให้แสดงสิ่งที่เป็นข้อความนี่เด็ก ๆ จะ ต้องใช้เครื่องหมายคำพูด ที่เรียกว่า Double quote double 02 ขีดใช่ไหม กับ นะคะ เสร็จแล้ว เมื่อเสร็จแล้วนะคะ ให้เลื่อนนะคะ ให้ตำแหน่งนี่ แล้วกด Enter มันจะต้องแสดงชื่อของเด็ก ๆ ในบรรทัดต่อมา กด Enter ค่ะ ทำไมไม่แสดงผล ต้องเลื่อนเคอร์เซอร์นะคะ เห็นไหม แสดงชื่อแล้วเคอร์เซอร์คืออะไร ไอ้ขีดขาว ๆ กะพริบน่ะเห็นไหม นั่นคือเคอร์เซอร์ ไหน ใครไม่มีชื่อตัวเองขึ้น สิ่งที่จะแสดงออกมา ก็คือสิ่งที่อยู่ในวงเล็บเห็นไหมคะ ตัว print คำว่า "print" น่ะ คือ คำสั่ง ที่เราจะให้คอมพิวเตอร์มันแสดงออกมาใช่ไหม แล้วบอกไว้ว่าเมื่อกี้บอกว่าให้แสดงในถ้าเป็นข้อความ ก็คือตัวอักษรเราจะต้องใส่เครื่องหมายคำพูด เดี๋ยวลองใหม่ ทีนี้ถ้าเป็นตัวเลข เด็ก ๆ ลองพิมพ์ตัวเลขนะคะ เอาอะไรดี เอาเลข... เลขรหัสบัตรประชาชนเด็ก ๆ ก็ได้นะคะ เหมือนเดิม พิมพ์คำสั่ง print คำสั่งในภาษา Python จะพิมพ์ด้วยตัวเล็กเสมอ p-r-i-n-t ใส่วงเล็บเปิด-ปิดไว้เลย แล้วเลื่อน เคอร์เซอร์ขึ้นไปนะคะ เลขที่บัตรประชาชนตัวเอง พิมพ์ลงไปค่ะ 13 หลัก เห็นไหมคะ มีความแตกต่างนะเด็ก ๆ เพราะอะไรเพราะเลขบัตรประชาชนมันเป็นตัวเลข มันไม่ใช่ข้อความ ก็คือมันไม่ใช่ Text นึกออกนะไม่ใช่ตัวอักษร ใครไม่ทันอะไรยกมือนะคะ บอกแล้วว่าเราต้องการให้... ไม่ทันหรือ แม็กกี้ทันไหมเลขบัตรน่ะ ให้ดูความแตกต่าง แบบที่ 1 ที่มีชื่อเราใช่ไหม นั่นเป็นข้อความ เราจะต้องมีเครื่องหมายคำพูดอยู่ในวงเล็บด้วย แต่แบบที่ 2 เป็นตัวเลขไม่ต้องใส่เครื่องหมายคำพูด เห็นไหมคะ ก็คือถ้าเป็นตัวเลขสั่งมันพิมพ์ได้เลย มันรู้จัก โอเคนะคะ ทีนี้ มีใครยังใช้คำสั่ง print ไม่ได้ ไม่ได้ใช้อะไรพิสดารเลยนะลูก คือ จำง่าย ๆ คือ เด็ก ๆ จะต้องพิมพ์ตัวคำสั่งรอไว้เลย print แล้วก็ วงเล็บเปิดปิดไว้ เสร็จแล้วมาดูว่าในวงเล็บนี่ อยากให้มันแสดงอะไร ถ้าแสดงเป็นข้อความเหมือนที่บอกนะคะ จะต้องมีเครื่องหมายคำพูด เพราะไม่อย่างนั้น ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวให้ลองนะคะ พิมพ์คำสั่ง print อีกครั้งหนึ่งค่ะ เกิดอะไรขึ้น ให้พิมพ์คำสั่ง print รอก่อนนะคะ อีก 1 ทีแล้วก็ใส่เครื่องหมายวงเล็บไว้ เห็นไหม... เด็ก ๆ เด็ก ๆ คะ คำสั่ง จำก่อนนะคะ คำสั่งในภาษาทุกภาษา ตัวคำสั่งในภาษา มันจะเป็นตัวพิมพ์เล็กทั้งหมดเลย มันจะไม่มีตัวพิมพ์ใหญ่ เพราะฉะนั้นถ้าพิมพ์ด้วยพิมพ์ใหญ่มันจะไม่ได้ ไม่เชื่อลอง ลองนะคะ ไม่เชื่อเด็ก ๆ ลองพิมพ์ เปลี่ยนตัว p ตัวนี้เป็นตัวใหญ่ เป็นตัวใหญ่อย่างนี้นะคะ นะคะ ลองเปลี่ยนดู แล้วกด Enter ใส่เลข 1 เข้าไปข้างใน แล้วลองกด Enter มันจะขึ้นอย่างนี้เลย โปรแกรมมันจะมีข้อความเตือนเลย name error เลย Error เลย print นี่ มันบอกว่ามันไม่รู้จัก ฉันไม่รู้จัด เพราะอะไร เพราะถ้าเป็นคำสั่งใน Python มันเป็นตัวเล็ก ตัว p นะคะ เป็นตัวเล็ก มันก็เลยมาถามว่าคุณหมายถึงคำนี้หรือเปล่า มันมีตัวเล็กให้ดูด้วย พิมพ์ตัวเล็กอย่างนี้ มันบอกว่าไม่ใช่ตัวนี้หรือ มันยังบอกเราอีกว่าเราพิมพ์ผิดนะ เห็นไหมคะ มันช่วยเราขนาดไหน แต่ก่อนงงเลย แต่ก่อนสมัยแรก ๆ นะคะ สมัยแม่เรียนน่ะ มันไม่มีมาบอกอย่างนี้หรอก ต้องไปหาคือรู้แต่ว่า แต่ Error ตรงไหนไม่รู้ ต้องไปไล่ทีละบรรทัด ทีละบรรทัดนะ แต่ยุคใหม่ เขาบอกมันง่ายในการเขียน คือ พิมพ์ผิดปุ๊บมันบอกเราเลย นี่ ๆ คุณพิมพ์ตัวนี้มันใช่ตัวนี้ที่คุณจะพิมพ์ มันจะบอกเราเลยนะคะ มันจะทำให้เรา อ๋อ เราผิดเองทีนี้ลองใช้คำสั่ง print นะคะ พิมพ์ใหม้อีกทีหนึ่ง พิมพ์บ่อย ๆ จะได้จำ แล้วก็ข้างในดูนะคะ ถ้าพิมพ์ข้อความแล้วให้ในวงเล็บนี่ ทีนี้ไมบอก ให้พิมพ์ชื่อ ชื่อเล่นตัวเอง เข้าใจไหม ชื่อเล่นของตัวเอง จะทำอย่างไรให้คอมพิวเตอร์มัน print ชื่อเล่นเราออกมา ลองสิแม่ไม่พาทำ ทำเอง เดี๋ยวจะไปเดินดู ว่าเข้าใจหรือเปล่าที่บอกไป ให้มันพิมพ์ชื่อเล่นของเราออกมานะคะ print อะไรคะ จะใส่อะไรเข้าไปในวงเล็บนี้ เราจะเอาอะไรเขาไปอยู่ในนั้นนะ ใส่ดูสิ ใส่ดู เดี๋ยวดูแล้วถึงจะเฉลยนะคะ ให้ทำเองนะคะ ก็คืออยากให้เด็ก ๆ แสดงชื่อเล่นของตัวเองนี่ให้คอมพิวเตอร์นี่ พิมพ์คำสั่งนี่ print นี่แล้วให้มันแสดงชื่อเล่นของเด็ก ๆ นะคะ เพราะฉะนั้น ใส่เข้าไป จะใส่อะไรเข้าไปในนี้ ให้ยึดถึงที่สอนไป ใครทำเสร็จแล้วกด Enter เดี๋ยวจะไปดูผลที่มันออกมาว่ามันแสดงชื่อเล่นไหม เข้าใจไหมคะ เข้าใจคำสั่งไหม อันนี้ให้ทำเองนะ จำได้หรือเปล่าถ้าเราต้องการให้แสดงข้อความ เหมือนตัวบนน่ะ แสดงชื่อใช่ไหม ถ้าแสดงตัวเลขใส่อะไรไหม เห็นไหมคะ เพราะฉะนั้น ใส่ลงไปค่ะ พิมพ์เลยพิมพ์เองเลย ทำเองเลย ไม่พาทำนะคะ โอเคไหม อะไรจะอยู่ ในวงเล็บ สิ่งที่จะอยู่ในวงเล็บ ใส่ลงไป เข้าใจไหม ให้ดูจากตัวอย่างที่พาทำตอนแรก ตอนนี้อยากให้แสดง ในนี้ต้องสั่งให้มันแสดงชื่อเล่นของเด็ก ๆ ออกมานะคะ ในวงเล็บนี่ เด็ก ๆ จะใส่อะไรเข้าไปลองใส่เข้าไป ลองดู แล้วกด Enter ให้ดู ในตัวอย่างที่ 1 ถ้าต้องการพิมพ์ ให้แสดงผลข้อความนะคะ ที่เป็นข้อความ เด็ก ๆ จะต้องใส่เครื่องหมายคำพูด ในตัวอย่างที่ 2 ให้แสดงผล ที่เป็นตัวเลขนี่ ไม่ต้องใส่เครื่องหมายคำพูดได้ มันต่างกันนะคะ เพราะฉะนั้น ให้ลองนะคะ ออพต้า ออพต้าเข้าใจหรือเปล่า ออพต้าเข้าใจอยู่ใช่ไหม เข้าใจไหมคะ เมื่อกี้บอกไปว่าต้องการให้เด็ก ๆ พิมพ์ชื่อเล่นตัวเองออกมาเด็ก ๆ จะใช้วิธีไหน ให้เด็ก ๆ พิมพ์คำสั่ง print แล้วก็ตามด้วยสิ่งที่ต้องการแสดงในวงเล็บ เห็นไหมคะ ในตัวอย่าง ถ้าชื่อเล่นเรานี่ ให้นึกถึงสิ่งที่เป็นข้อความนะคะ ก็คือตัวอักษรนั่นเอง เช่น A, B, C, D แต่ถ้าเป็นตัวเลข 1, 2, 3, 4 นี่ สิ่งใดที่เป็นข้อความ เด็ก ๆ จะต้องใช้เครื่องหมาย Single quote หรือ Double Quote เสมอ ถ้าไม่ใส่มันก็จะเป็นเหมือนตัวที่ เดี๋ยว ๆ แบบไม่ใส่ให้ดูนะคะ ถ้าเป็นข้อความแล้วไม่ใส่ ดูนะ แบบที่ 1 แบบที่ 2 นี่ Single Quote หรือ Double Quotr คือถ้าเป็นข้อความใช้ 2 ตัวนี้ มันก็จะแสดงข้อความนั้นเองมา แต่ถ้าไม่ใส่ ดูนะคะ ถ้าไม่ใส่แล้วกด Enter เห็นไหม มันจะขึ้น Error เพราะมันบอกว่า มันไม่รู้จักสิ่งที่อยู่ในนี้นะคะ แต่ถ้าเป็นตัวเลข แต่ถ้าทำเป็นตัวเลข เหมือนที่บอกให้ print เห็นไหมตัวเลขนี่ขนาดใส่เครื่องหมายบวก (+) มันก็รู้จักเห็นไหมคะ 3 + 4 เป็น 7 print ค่าเลข 7 ออกมาเลย หาผลบวกของ 3 กับ 4 เพราะอะไร บอกแล้วคอมพิวเตอร์รู้จักตัวเลข รู้จักไอ้เครื่องหมายอะไรพวกนี้นี่นะคะ แต่ในที่นี้นี่ หมายถึงมันต้อง ใช้เป็นการคำนวณนะ เพราะดอกจันหมายถึงคูณนะ Slash หมายถึงหารนะ ก็คือถ้ามีลักษณะที่เป็นตัวเลขอย่างนี้ หรือการคำนวณทางคณิตศาสตร์นรา เราจะไม่ต้องใส่เครื่องหมายคำพูดแต่ถ้าเป็นข้อความเช่น A, B, C หรืออะไรอีก ที่จะต้องใส่เครื่องหมายคำพูด เช่น สิ่งที่เป็นอย่างนี้นะคะ ที่เป็นแบบนี้ที่ต้องใส่เครื่องหมายคำพูดนี่ คือ สิ่งที่เป็นประเภทนี้ ดูนะคะ เช่น Hashtag อะไรน่ะ Hashtag Hashtag lisa นึกออกนะ หรือ Tag อะไรอีก Tag COVID-19 COVID หรือ เครื่องหมาย อย่างนี้นะคะ ต้องใส่เครื่องหมายคำพูด นี่แล้วมันก็จะ print ออกมาเห็นไหมคะ ก็คือเป็นตัวอักษรที่ไปรวมปนอยู่กับตัวอย่างนี้ มันจะต้องใส่เครื่องหมายคำพูด แต่ถ้าตัวเลขเลยหรือการคำนวณนี่คือได้เลย ลองมาดูการคำนวณนะคะ p-r-i-n-t print 100 - 10 เปอร์เซ็นต์ ใส่เครื่องหมายเปอร์เซ็นต์เข้าไป ไหนล่ะมีอยู่ 100 นี่ ลบ 10 เปอร์เซ็นต์ ถ้าแบบนี้ไม่รู้จักเพราะอะไรเพราะไม่ถูกต้อง เห็นไหม บางอย่างนี่ ใส่มั่ว ใส่ซั่วไม่ได้ 10 เปอร์เซ็นต์ ก็คือ 0. อะไรนะ มันจะต้องเป็น 100 / คือ การคำนวณนะคะ เพื่อการคำนวณมันจะต้องเป็น p-r-i-n-t print การหาค่าร้อยละ ก็คือ 100 x 10 คูณในภาษาคอมพิวเตอร์ ก็คือเครื่องหมายดอกจัน คูณ 10 แล้วก็หาร 100 อย่างนี้ได้ ดูนะคะ เห็นไหมคะ คำตอบที่ออกมา ก็คือ 10.0 ถ้าเป็นการแสดงผลเพื่อการคำนวณนี่ ใส่ตัวเลข ใส่เครื่องหมายที่ใช้ในการคูณหรีือหาร ผลลัพธ์ที่ออกมา ก็คือมันจะเอาค่าตัวเลขที่กำหนดให้ไปคำนวณนี่ แล้วคำนวณออกมาได้ค่าเท่านี้ นึกออกนะ นี่คือกรณีที่เป็นตัวเลข ในกรณีที่เป็นการคำนวณนี่ ไม่ต้องใส่เครื่องหมายคำพูด ลองอีกสักอันหนึ่งนะคะ เช่น print เอา 22 หารด้วย 12 หาร 12 ผลลัพธ์ออกมาคืออะไร อย่างนี้นะคะ หาค่าตัวเลข 142 หาร 2 ความหมายของตัวนี้ ก็นี่ แสดงผลของการคำนวณ เลข 242 หารด้วย 12 เด็ก ๆ ดูตามนะคะ คำสั่งนี้ความต้องการของแม่ ก็คือเราต้องการให้คอมพิวเตอร์นะคะ แสดงผลจากการคำนวณตัวเลข 242 หารด้วย 12 นะคะ ให้มันคำนวณผลให้ เสร็จแล้วกด Enter มันจะคำนวณออกมาได้ 20. เห็นไหมคะ นี่คือไม่ได้แสดงอย่างเดียวด้วย มันคำนวณให้ด้วย แล้วแสดงผลลัพธ์ออกมาให้ทำการคำนวณก่อนว่าให้มันทำอะไร แบบนี้ก็ได้เห็นไหมนะคะ แต่คือคำสั่งหลัก คือ อยู่ที่คำว่า "print" ไง ไอ้ในวงเล็บเราต้องการให้แสดงแบบไหน 1 ถ้า ต้องการให้แสดงเป็นข้อความ เราจะต้องใส่เครื่องหมายคำพูดนึกออกนะ หลักการง่าย ๆ คือ ถ้าต้องการให้สิ่งที่เราจะแสดงเป็นข้อความนี่ เราจะต้องใส่เครื่องหมายคำพูด แต่ถ้าสิ่งที่เราต้องการแสดงเป็นตัวเลขเฉย ๆ หรือเป็นการคำนวณ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นตัวเลขออกมานี่ ไม่ต้องใส่เครื่องหมายคำพูด โอเคไหมเข้าใจไหมคะ มันจะสามารถทำได้ในลักษณะนี้ ทีนี้มาลองแบบยาว ๆ นะคะ อันดับแรก ฟังโจทย์ดี ๆ นะคะ ให้เด็ก ๆ แสดงข้อความ ยินดีต้อนรับ welcome ลองสิให้เด็ก ๆ สั่งคอมพิวเตอร์ แสดงข้อความคำว่า "Welcome" เพราะต้อนนี้ เรายังไม่ได้เซ็ตฟอนต์ภาษาไทย มันยังไม่ได้ เอาภาษาอังกฤษไปก่อน คำว่า "Welcome" ลอง ใครทำเสร็จแล้วกด Enter จะต้องมีคำว่า "Welcome" อยู่ด้านล่างเข้าใจโจทย์นะคะ ลองทำ ลงมือค่ะ เดี๋ยวจะไปเดินตรวจ สั่งให้คอมพิวเตอ์แสดงข้อความว่า Welcome W-e-l-c-o-m-e นะคะ welcome แบบนี้นะคะ ให้มันแสดงแบบนี้ออกมานี่ เดี๋ยวใช้ตัวช่วย เพิ่งคำสั่งแรกเองนะจ๊ะเด็ก ๆ ให้มันแสดงคำนี้ออกมานะ อยากให้คอมพิวเตอร์แสดงคำนี้ออกมานะ แสดงคำว่า "welcome" ออกมานะคะ พิมพ์ผิดหรือ w-e-l ไหม Welcome ให้แสดงคำนี้ออกมา ใครสำเสร็จแล้ว ยกมือ เราจะหาคนที่ทำเร็วทำไวเดี๋ยวดู ๆ เดี๋ยวดูแสดงคำนี้นะคะ เห็นไหมคะ ใน Sticker Note สีเหลือง ๆ นี่ ให้แสดงข้อความว่า welcome ตัวนี้ออกใครทำเสร็จแล้วยกมือ เข้าใจหรือยังเข้าใจไหม พิมพ์ผิด ให้ดูนะคะ ก่อนจะกด Enter น่ะ เด็ก ๆ น่ะ พอพิมพ์เสร็จแล้ว เด็ก ๆ ควรจะตรวจคำสั่งก่อนนะคะ ว่าเราพิมพ์ p-r-i-n-t จริงหรือเปล่า บางคนพิมพ์ไวมือไปโดน เปลี่ยน จาก n เปลี่ยนเป็น m ไปโดนปุ่ม m มันก็จะขึ้น Error มาบอกเพราะฉะนั้น ตอนอ่าน Error เหมือนที่บอกนะ คุณพิมพ์ตัวนี้มาว่ามันต้องพิมพ์เป็นตัวนี้หรือเปล่า มันจะมีบอกเลย คอมพิวเตอร์มันจะบอกนะคะ โอเคไหมคะ ดูโจทย์ต่อไป ๆ เมื่อกี้ welcome นะคะ คำนี้ ก็คือเป็นข้อความ บอกแล้วว่าให้มันแสดงผลที่เป็นข้อความ เราจะต้องใส่เครื่องหมายคำพูดใช่ไหม ใส่เครื่องหมายคำพูดทุกครั้ง ทีนี้ให้แสดงตัวเลข ต้องการให้หาเลข 50 คูณ จำนวน 50 x 3 ได้เท่าไหร่ ให้มันแสดงผลการคำนวณเลข 50 x 3 ค่ะ สั่ง ใช้คำสั่ง print ใครใช้คำสั่งเสร็จแล้วกด Enter เดี๋ยวจะถามนะคะ คำตอบคืออะไร เพราะฉะนั้น เด็ก ๆ ต้องได้เท่าไร ตอบมา ๆ เดี๋ยวถาม เมื่อกี้อะไรนะออพต้ากำลังตอบ ออพต้าตอบเท่าไรคะ ได้ผลลัพธ์เท่าไร พี่มองไม่เห็นใช่ไหมมันมืด คำตอบคือ...ไม่ได้ยินเสียงพี่ล่ามน่ะ ไม่ได้ยินเสียงพี่ล่าม ไม่เป็นไรค่ะ อาจารย์เดินดูน้องก็ได้ แต่น้องตอบแล้วนะ ทีนี้ถ้าใครไม่แน่ใจนะคะ เปิดเครื่องคิดเลขตัวเองดูด้วย เอาเครื่องคิดเลขเรา ในมือถือน่ะ 50 คูณ 3 ผลลัพธ์ออกมาเท่าที่คอมพิวเตอร์คำนวณไหม ได้เท่ากันไหมคะ ก้คือ 150 ใช่ไหมใช่ไหม ถูกต้องไหม ถูกไหมคะ เห็นไหม คอมพิวเอต์คำนวณเร็วกว่าเรากดอีก เรากดเราต้องกดกี่ที นึกออกไหม ใช่ไหม คอมพิวเตอร์ ทีนี้เลข 2 ตัว เรายังกดไวนะ ให้นึกถึงเลขเยอะกว่านี้ เอาเลขเยอะกว่านี้นะคะ หารนี่ ทุกคนเด็กทุกคนส่ายหน้ากับการหาร แล้วเลขปริมาณมาก ๆ เด็ก ๆ ลองดูนะคะ เอาเลขหลาย ๆ ตัว เอา 5 หลัก 5 หลักพอ หารด้วย 2 พอ Enter ดูได้คำตอบเท่าไหร่ ในมือ ในโทรศัพท์ด้วย คอมพิวเตอร์กับเครื่องคิดเลขในมือถือเรา ได้ผลลัพธ์เท่ากันไหม แม็กกี้ตบมือเลยนะคะ ตรงไหม ตรงไหมแม็กกี้ จากในคอ เท่ากันนะ เห็นไหมใกล้เคียงเลย คือ คอมพิวเตอร์อาจจะละเอียดกว่าด้วยซ้ำ เพราะคอมพิวเตอร์จะแสดง ทศนิยมยาวพรืดเลยใช่ไหมลูก แต่ในเครื่องคิดเลขทศนิยมมันจะได้เท่าช่องที่มีนะ มันก็จะน้อยกว่า ในคอมพิวเตอร์จะยาวน่ะ เพราะว่าพื้นที่ที่แสดงผลมันยาวนะคะ เพราะว่าเลขจะไหลไปเรื่อยเห็นไหมคะ ถ้าเลขประมาณเยอะเขาถึงต้องนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในการคำนวณนะคะ ทีนี้เดี๋ยวจะ แจกโจทย์คนละข้อ คนที่ 1 คือ แม็กกี้ แม็กกี้จะเริ่มทำก่อนนะคะ ของแม็กกี้ก็คือข้อนี้นะคะ เดี๋ยวจะให้โจทย์ คนอื่นไม่ต้องทำนะคะ ทุกคนจะต้องได้รับโจทย์ อันนี้ของแม็กกี้นะคะ เดี๋ยวใส่ชื่อไว้ด้วย เดี๋ยวเปิดเป็น Word ดีกว่านะคะ จะได้เห็นชัดทุกคำสั่ง แป๊บหนึ่งนะคะ เด็ก ๆ เดี๋ยวจะให้แม็กกี้คำนวณ ให้แม็กกี้หาค่าตัวเลข ปี ค.ศ. นะคะ ปี ค.ศ. 2,000 เท่าไร 2,000 เท่าไรนะ 2021 หรือ 22 ลบ ของเราเยอะกว่า เราต้องเอาไอ้นี่ขึ้นก่อน 2565 ต้องเอาอันนี้ขึ้นก่อน 2 - 2022 นี่คือโจทยืของแม็กกี้นะคะ ให้แม็กกี้คำนวณผลออกมาก ได้เท่ากับเท่าไร เดี๋ยวแม็กกี้มาพิมพ์คำตอบด้วยนะคะ ตรงนี้คือ โจทย์ใช่ไหมคะ ชื่อใคร โจทย์ใส่อะไรเข้าไปแล้วใส่ตรงเท่ากับนะ พอเด็ก ๆ คำนวณเสร็จ เด็ก ๆ มาพิมพ์คำตอบลงไปข้างหลัก เข้าใจนะ ทุกคนจะได้โจทย์นะต่อไปออพต้า เดี๋ยวออพต้าก่อน ออพตร้าเกิดปีอะไร จำได้ไหม จำปี พ.ศ. ตัวเองได้ไหม 25... อะไร 254... ปีที่ออพต้าเกิด ปี 2546 ใช่ไหม เท่าน้องพริ้มเลยนี่ได้เท่ากับเท่าไร ต่อไป ดอเคนะคะ คนต่อไป มิ่งมิ้งหาเลข ตอนนี้มิ่งอายุเท่าไร 20 พอดี 20 คูณด้วย 5 ถ้า 5 เท่าไร คือ เท่าไร เท่ากับเท่าไรนะคะ เรามาใสคำตอบ โอเค ต่อไปกุ้งนางใช่ไหม กุ้งนาง เดี๋ยวมาพิมพ์คำตอบนะ เดี๋ยวให้เสร็จก่อน ให้โจทย์เสร็จหมดทุกคนก่อน กุ้งนางนะคะ เดี๋ยวถามกุ้งนาง ต้องหาเลขที่ใช่ เลขที่ชอบ ตัวเลขก็มาจากตัวเด็ก ๆ เองนั่นล่ะ ไม่ขึ้นกุ้งนางไม่ได้เปิดหรือ ช้าบ่ ยังไม่ขึ้น กุ้งนางดูจะให้พี่เขาถาม กุ้งนางมีพี่น้องกี่คน 4 คน เอา 4 ตั้งนะคะ ในบ้าน 4 คน คูณด้วย... ให้ใช้เครื่องหมายคูณ คูณด้วย 199 เท่ากับเท่าไร ได้เท่าไร นี่คือโจทย์ของกุ้งนางนะคะ ต่อไป ต่อไป องุ่น องุ่นเปิดเครื่องหรือเปล่า เลของุ่นเลขอะไรนะ เลข 9 องุ่นถาม องุ่นรู้หรือแม่อายุเท่าไร อายุแม่เท่าไร แม่ตัวเอง ๆ 48 แม่ 48 อายุองุ่นเท่าไร อายุตัวเองน่ะ 19 หรือ จำอายุตัวเองไม่ได้ ไม่ฟังเลย องุ่นจำอายุตัวเองไม่ได้หรือตัวเองอายุเท่าไร 18 48 - 18 นะคะ 48 - 18 ตัวเองอายุห่างจากแม่เท่าไร ต่อไป ตี๋น้อย ตี๋น้อยมี ปู่ย่า ตายาย หรือเปล่า ลืมเปลี่ยนคน เดี๋ยว ๆ จะถามตี๋น้อย ตี๋น้อยมีปู่หรือมีย่า... ในบ้านน่ะมีผู้สูงอายุไหม รู้หรือเปล่า อายุเท่าไร อยากรู้ปีเกิดของปู เอา 2565 - 83 ค่ะ จะได้รู้ปีเกิดนะคะ อันนี้คำตอบ ก็คือจะเป็นปีที่ปู่เกิดนั่นเอง เป็นปู่หรือเป็นย่า 83 นี่ใคร ย่า ย่าใช่ไหม โอเค โอเคค่ะ ต่อไปแบงก์ แบงก์หรือ บาสสิ่ตีเป็นแบงก์อยู่เรื่อยเลย บาส ๆ ๆ บาสนะคะ พ่อให้เงินมาเท่าไร แม่ให้เงินมาเท่าไรเดือนหนึ่ง บาสแม่ให้เงินมาจั๊กบาท ให้เป็นเดือนหรือให้เป็นอาทิตย์ ให้เป็นเดือนใช่ไหม กี่บาทลูก ประมาณ ๆ 3,000 แล้วให้หารด้วย 4 หาร 4 นะคะ ก็คือใน 1 อาทิตย์นี้ เงิน 3,000 แบงก์ใช้ไปเท่าไร ต่อไป คนต่อไป อุบลถามได้เลย อุบล ๆ บ้านอยู่ไหนคะ รู้หรือเปล่าระยะทางประมาณกี่กิโล 147 อยากรู้ว่าถ้าขี่รถด้วยความเร็ว หาร 80 อุบลจะใช้เวลาในการเดินทางเท่าไร โอเคใครได้คำตอบแล้ว ให้มาพิมพ์คำตอบได้เลยนะคะ ใครที่ได้คำตอบแล้ว เหมือนแม็กกี้เสร็จแล้ว มาพิมพ์คำตอบได้เลยลูก โอเคนะคะ ดูที่คำตอบของแต่ละคน คนแรกแม็กกี้ พี่แม็กกี้นะ แม็กกี้นี่ โจทย์ก็คือ... โจทย์ก็คือปี พ.ศ. ไปลบปี ค.ศ. เพื่อน ๆ ไปลองเช็กกับเครื่องคิดเลขในมือถือก็ได้ว่าตรงไหม ก็คือเอาปี 2565 ไปลบ 2022 นะคะ พ.ศ. เราเกิด 543 ปี นั่นคือคำตอบนะคะ ส่วนของเอ็กซ์ตร้า เกิดจากการที่ ก็คืออยากรู้อายุเขา ปี 2565 คือปี พ.ศ. ปัจจุบันก็แล้วไปลบด้วยปีที่เขาเกิด ก็คือ 2546 ตอนนี้ เอ็กซ์ตร้าจะมีอายุ 19 ปี ก็คือปีนี้เอกซ์ตราจะมีอายุ 19 ปี ต่อไปของมิ่งอายุมิ่งก็คอายุมิ่ง ก็คือ 20 ก็เลยบอกว่าถ้ามิ้งจะมีอีก 5 เท่านี่ ไม่ใช่ 5 ปีนะ ไม่ได้บวก 5 นะคะ ถ้าคูณหมายถึงเป็นจำนวนเท่าอายุของมิ่งจะมีอายุถึง 100 ปี ถ้าอยู่ได้ถึง 5 เท่านึกออกนะโอเคนะคะ ต่อไป ของกุ้งนาง กุ้งนางนี่ พี่น้อง 4 คนถ้าสมมติว่าแม่ให้เงินคนละ 199 บาทนะคะ ลูกทั้งหมด 4 คนแม่จะต้อง มีเงินอย่างน้อย เห็นไหมคะ 796 ก็คือแม่มีเงิน 800 แล้วเอามาแบ่งให้ลูก 4 คน คนละ 199 ส่วนขององุ่นบอกว่าแม่อายุก 48 ตัวเองอายุ 18 ปี ก็คือเอาอายุแม่มาลบอายุตัวเอง ก็คือองุ่นกับแม่อายุห่างกัน 30 ปี เห็นไหมคะ ส่วนของตี๋น้อย ถามอายุของย่านะ ว่าย่าอายุ 83 อยากรู้ว่าย่าเกิดปี พ.ศ. อะไร ก็เลยให้เอาปีปัจจุบันไปลบจำนวนอายุ ปีปัจจุบัน ก็คือ 2565 ลบอายุของย่า ซึ่งก็คือ 83 2482 ก็คือปีที่ย่าเกิด 2482 คือ ปีที่ย่าของตี๋น้อยเกิดนะคะ ส่วนบาสถามบาสว่าแม่ให้เงินมาเดือนเท่าไร บาสบอกว่าเดือนละ 300 หารด้วย 4 นั่นหมายถึงใน 1 เดือนนี่มี 4 สัปดาห์ ก็เลยอยากรู้ว่า ใน 1 สัปดาห์นี่ บาสใช้เงินประมาณอาทิตย์ละ 750 บาท ถูกต้องไหมนะคะ และคนสุดท้าย อุบลบอกว่าระยะทางจากบ้าน 147 กิโล ทีนี้ถ้าขี่รถด้วยความเร็ว 80 กิโลเมตรนี่ จะใช้เวลา 1 ชั่วโมง มันไม่น่าจะเป็น 83 นาที มันน่าจะเป็นเท่าไร 140 กิโล(เมตร) นะคะ ความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนี่ มันน่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงนี่ล่ะ แต่ชั่วโมงเท่าไร เพราะว่า ถ้าตีเป็น 1 ชั่วโมง ก็คือ 60 นาที 2 ชั่วโมง120 นาที แต่มันคำนวณอย่างไรนะคะ คือมันจะอยุ่ที่ชั่วโมงกว่า ๆ นี่แต่ไม่น่าจะถึง 2 ชั่วโมงนะคะ นี่คือการหา... การแสดงผลโดยการใช้วิธีคำนวณนะคะ ถ้าคำนวณนี่เด็ก ๆ ไม่ต้องใส่เครื่องหมายคำพูดใช่ไหมนะคะ แต่ถ้าเป็นคำพูด จะต้อง... ข้อความต้องใส่เครื่องหมายคำพูดนะคะ นี่คือวิธีใช้คำสั่ง print ทีนี้เมื่อกี้ print ทีละ 1 บรรทัด ทีนี้อยาก print หลาย ๆ บรรทัดทำอย่างไร มาดูกันนะคะ มาดูคำสั่งต่อ มาดูตัวอย่าง สมมติจะให้ให้ print ทั้งชื่อ ทั้งนามสกุล แต่ไม่ต้องไปพิมพ์คำสั่ง print พิมพ์ชื่อ พิมพ์นามสกุล พิมพ์ชื่อเล่น 3 บรรทัด ไม่ต้อง แบบนั้นนะคะ เดี๋ยวทำให้ดู แสดงว่าไม่ใช้แล้วล่ะ โอเค มันไม่ให้ใช้นะคะ ก็จะต้อง ไม่ได้ลองเทสต์อันนี้ โอเคไม่เป็นไรนะคะ ไม่น่าจะไม่ได้ใช้แล้วตัวนี้ สมัยแรก ๆ น่ะ /n ได้ น่าจะตัดออกไปแล้วโอเคไม่เป็นไรนะคะ อันนี้ในกรณีที่ แล้วถ้า print ทั้งข้อความด้วยล่ะ จะทำอย่างไร ให้มัน print ทั้ง 2 อย่างอยู่ด้วยกัน มันก็คือ... ในกรณีที่ เราต้องการพิมพ์ทั้งตัวเลข และข้อความอยู่ด้วยกันนี่ ใน 1 บรรทัดนี่ สิ่งที่จะมาคั่นเห็นไหม Comma ใช่ไหม ลูกน้ำ ก็คือใช้ Comma เครื่องหมาย ขั้นระหว่างตัวเลขกับข้อความ หรือถ้ามีตัวเลขหลาย ๆ ตัว ก็คือสิ่งที่จะมาขั้นสิ่งที่จะแสดงข้างในนี่ ตัว Comma นี่คั่นลองนะคะ ให้ลองแสดงข้อความนะคะ ชื่อนามสกุล แล้วก็ชื่อเล่น โดยใส่ให้มันเว้น ก็คือไม่ต้องไปพิมพ์คำสั่ง print ใหม่ถึง 3 ครั้ง ให้เด็ก ๆ พิมพ์ ใช้คำสั่ง print แสดงชื่อตัวเอง และนามสกุลและแสดงชื่อเล่นเอา 2 อย่างพอนะคะ เพิ่มอีกอัน 1 ก็ได้ เพิ่มอายุเข้าไป ใส่อายุตามหลัง นี่นะคะ เห็นไหมคะ มันก็แสดงทั้งชื่อ นามสกุล ชื่อเล่นแล้วก็ตัวเลขเห็นไหมคะ สามารถแสดงด้วยกันได้ โดยใช้เครื่องหมาย Colon เป็นตัวขั้นประโยค หรือตัวเลขนะคะ หรือกรณีที่ print ตัวเลขหลาย ๆ อย่าง อันนี้กรณีที่ 3 นะคะ print ตัวเลขหรือการคำนวณดูสิได้ไหม แบบนี้ได้ไหม เพราะมันไปอยู่ตรงนี้ ถ้ามีวงเล็บซ้อนได้ Syntax error อะไรนี่ Leading... integer อ๋อ เด็ก ๆ จะต้องไปขึ้นรถอยู่... เพราะว่าเราลงชุมชน น้อง ๆ ปี 1 ปี 1 ยังไม่มีไอ้เสื้อคณะใช่ไหม ให้เป็นเสื้อคอกลมสีขาว โอเคไหม ปี 1 ให้ใส่เสื้อยืดคอกลมสีขาวนะลูก โอเคนะคะ 7.30 น. นี่คือพร้อมขึ้นรถรอ เพราะฉะนั้น ต้องออกก่อน 7.30 น. เพราะฉะนั้น ต้องไปถึงตึกก่อน 7.30 น. เข้าใจนะ ไม่ใช่บอก 7.30 น. ไปถึง 7.30 น. รถออก ต้องไปถึงก่อน 7.30 น. นี่ คือ รถมาถึงแล้วเราขึ้นรถ โอเคนะคะ ห้ามสายนะ ตั้งนาฬิกาปลุกให้ดี ให้เตือนดี ๆ นะคะ ใส่กางเกงผู้หยิงใส่กางเกงได้ กางเกงที่คิดว่าเราจะลุกนั่งสะดวกสบาย จะกางเกงยีนส์หรือกางเกงวอร์มก็แล้วแต่นะคะ ที่ตึก 7 นะลูก ตึก 7 นะลูกไม่ใช่ที่ DSS นะ ที่คณะเราน่ะ เข้าใจนะ จำได้อยู่นะ พรุ่งนี้นะ ๆ ไม่ ๆ ๆ ให้ใส่ชุดเสื้อคอกลมสีขาว กางเกงอะไรก็ได้ กางเกงยีนส์ก็ได้ กางเกงวอร์มก็ได้ ไม่ใช่เสื้อเชิตนะ เสื้อคอกลมนะคะ เสื้อคอกลม เสื้อใส่สบายน่ะ เพราะเรา ไปลงพื้นที่ ไม่ต้องไปใส่เสื้อเชิ้ต คอกลมน่ะ เพราะปี 1 ยังไม่มีเสื้อโปโลคณะ รุ่นพี่เขาจะมีเสื้อคณะแล้ว แต่เด็ก ๆ ยังไม่มีเด็ก ๆ เป็นน้องปี 1 ให้ใส่เสื้อคอกลม ผ้าใบสิครับ จะใส่อีแตะบ่ เดี๋ยวเกิดเขาให้วิ่งขึ้นมาจะ... เราจะลงพื้นที่ชุมชนให้เป็นรองเท้าผ้าใบนะคะ นะคะ จะได้คล่องตัวนะคะ มีอะไรสงสัยถามได้นัดหมายพรุ่งนี้ห้ามสายนะครับ ไม่ได้ไป ทิ้งนะเราจะทิ้ง 7 โมง ใครยังไม่ขึ้นรถ เราทิ้งเลยนะไม่รอนะ เพราะอย่าลืมว่าเรานัดแต่ละสถานที่เขาไว้ เราไปหลายที่ เรามีเวลาที่นัดกันไว้ ก็เขาบอกวันที่ 7 น่ะ นครพนมเขาเขาจัดอะไรนะ บวงสรวงพญา น่าจะไม่ได้ไหว้ เขาน่าจะปิดถนน มันเข้าไม่ได้โซนนั้นน่ะถ้าอยากไหว้เดี๋ยวแวะเข้าวัดหลวงปู่คำพันก็ได้นะคะ เดี๋ยวดูเส้นทางเราต้องดูด้วยเวลา เพราะเราไปคนหมู่มาก เราต้องถ้าควบคุมเวลาไม่ได้ เราก็จะไปออกนอกเส้นทางไม่ได้นะคะ โอเคนะ ถ้าไม่มีใครสังสัยแล้ว เจอกันพรุ่งนี้ 7.30 น. นี่คือนั่งอยู่บนรถแล้วนะ ไม่ใช่ 7.30 ยังมาไม่ถึงนะคะ เด็ก ๆ ควรไปก่อนเวลานึกออกนะ ควรไปถึงก่อน 7.30 น. นะคะ ข้าวน่ะกินมาให้เรียบร้อย ข้าวเช้าน่ะ เพราะว่าถ้าจำไม่ผิดเราน่าจะนั่งรถบัส รถแอร์นะ เพราะฉะนั้น ทานข้าวเช้าให้เสร็จเรียบร้อย แล้วค่อยมาขึ้นรถ โอเคนะคะ เจอกันพรุ่งนี้ 7.30 น. นั่งรออยู่บนรถแล้วนะ โอเคนะคะ สวัสดีค่ะ เดี๋ยวให้แม็กกี้ขอบคุณพี่เขาหน่อย แม็กกี้ขอบคุณพี่ล่ามหน่อยค่ะ ขอบคุณค่ะ เจอกันสัปดาห์ถัดไปนะคะ สวัสดีค่ะ เด็ก ๆ ปิดเครื่องให้เรียร้อย [สิ้นสุดการถอดความ]