﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:04,000

2
00:00:04,007 --> 00:00:08,007

3
00:00:08,012 --> 00:00:12,012

4
00:00:12,015 --> 00:00:16,015

5
00:00:16,019 --> 00:00:20,019

6
00:00:20,022 --> 00:00:24,022

7
00:00:24,025 --> 00:00:28,025

8
00:00:28,027 --> 00:00:32,027

9
00:00:32,029 --> 00:00:36,029

10
00:00:36,031 --> 00:00:40,031

11
00:00:40,040 --> 00:00:44,040

12
00:00:44,046 --> 00:00:48,046

13
00:00:48,047 --> 00:00:52,047

14
00:00:52,049 --> 00:00:56,049

15
00:00:56,053 --> 00:01:00,053

16
00:01:00,055 --> 00:01:04,055
(อาจารย์สุธิรา) สวัสดีค่ะ

17
00:01:04,057 --> 00:01:08,057
สวัสดีค่ะ

18
00:01:08,060 --> 00:01:12,060
ไม่ได้ยิน มันเป็นตั้งแต่เมื่อวานแล้ว

19
00:01:12,062 --> 00:01:16,062

20
00:01:16,063 --> 00:01:20,063
สัญญาณเน็ตเราไม่ดี

21
00:01:20,064 --> 00:01:24,064
เมื่อวานก็แบบนี้แหละ

22
00:01:24,065 --> 00:01:28,065
เซตใหม่ตั้ง 2 รอบ 3 รอบ

23
00:01:28,067 --> 00:01:32,067

24
00:01:32,070 --> 00:01:36,070

25
00:01:36,071 --> 00:01:40,071
(ล่าม) สวัสดีค่ะ ได้ยินไหมคะ (อาจารย์สุธิรา)  สวัส

26
00:01:40,073 --> 00:01:44,073
(ล่าม) สวัสดีค่ะ ได้ยินนะคะ (อาจารย์สุธิรา) ได้ยินแต่สัญญาณภาพ

27
00:01:44,075 --> 00:01:48,075

28
00:01:48,077 --> 00:01:52,077
(ล่าม)  ภาพมันค้าง (อาจารย์สุธิรา) ใช่ ภาพมันค้าง

29
00:01:52,080 --> 00:01:56,080

30
00:01:56,081 --> 00:02:00,081

31
00:02:00,083 --> 00:02:04,083

32
00:02:04,085 --> 00:02:08,085

33
00:02:08,089 --> 00:02:12,089
เมื่อวานก้เป็นแบบนี้ค่ะ

34
00:02:12,092 --> 00:02:16,092

35
00:02:16,094 --> 00:02:20,094

36
00:02:20,096 --> 00:02:24,096
โทร. เข้าใหม่

37
00:02:24,100 --> 00:02:28,100
วางแล้วโทรใหม่

38
00:02:28,101 --> 00:02:32,101

39
00:02:32,102 --> 00:02:36,102

40
00:02:36,103 --> 00:02:40,103

41
00:02:40,106 --> 00:02:44,106

42
00:02:44,108 --> 00:02:48,108

43
00:02:48,112 --> 00:02:52,110

44
00:02:52,114 --> 00:02:56,114

45
00:02:56,117 --> 00:03:00,117

46
00:03:00,122 --> 00:03:04,122

47
00:03:04,126 --> 00:03:08,126

48
00:03:08,127 --> 00:03:12,127

49
00:03:12,130 --> 00:03:16,130

50
00:03:16,136 --> 00:03:20,136

51
00:03:20,139 --> 00:03:24,090

52
00:03:24,141 --> 00:03:28,141

53
00:03:28,142 --> 00:03:32,142

54
00:03:32,144 --> 00:03:36,144

55
00:03:36,147 --> 00:03:40,147

56
00:03:40,149 --> 00:03:44,149

57
00:03:44,152 --> 00:03:48,152

58
00:03:48,157 --> 00:03:52,157

59
00:03:52,158 --> 00:03:56,158
สวัสดีคะ

60
00:03:56,160 --> 00:04:00,160
โอเค

61
00:04:00,162 --> 00:04:04,162
พี่ล่ามได้ยินไหมคะ

62
00:04:04,164 --> 00:04:08,164
(ล่าม) ได้ยินค่ะ ๆ (อาจารย์สุธิรา)

63
00:04:08,165 --> 00:04:12,165
จากสัปดาห์ที่แล้ว

64
00:04:12,166 --> 00:04:16,166
ที่เราเรียนเกี่ยวกับการออกแบบนะคะ

65
00:04:16,168 --> 00:04:20,168
เรียนเรื่องอัลกอริทึมไปแล้ว สัปดาห์นี้

66
00:04:20,169 --> 00:04:24,169
เราก็จะเข้าสู่กระบวนการที่จะเริ่ม

67
00:04:24,171 --> 00:04:28,171
เขียนโปรแกรมนะคะ

68
00:04:28,173 --> 00:04:32,173
เข้าไปเขียนโปรแกรมนี่ เราจะต้องไปทำการรู้จัก

69
00:04:32,174 --> 00:04:36,174
ที่เราจะเขียนก่อน ภาษา

70
00:04:36,176 --> 00:04:40,176
ที่เราจะใช้เขียน ก็คือภาษา Python นะคะ

71
00:04:40,177 --> 00:04:44,125

72
00:04:44,178 --> 00:04:48,178
มาดูเนื้อหาที่เราจะเรียนในวันนี้นะคะ

73
00:04:48,179 --> 00:04:52,179
มีหัวข้อแรกก็คือจะพูดถึง

74
00:04:52,181 --> 00:04:56,181
ประวัติของ Python นะคะ

75
00:04:56,183 --> 00:05:00,183
หัวข้อที่สองจะพูดถึงลักษณะของภาษา

76
00:05:00,184 --> 00:05:04,184
ของภาษา Python ว่ามันเป็นอย่างไรนะคะ และ

77
00:05:04,186 --> 00:05:08,186
หัวข้อที่ 3

78
00:05:08,187 --> 00:05:12,187
จะพูดถึงโครงสร้าง โครงสร้างนั่นก็คือวิธีการที่เราจะ

79
00:05:12,188 --> 00:05:16,188
เขียน Python นี่มันจะต้องมี

80
00:05:16,190 --> 00:05:20,190
มันจะต้องมีรูปแบบหรือเทมเพลตอย่างไรนะคะ และ

81
00:05:20,191 --> 00:05:24,191
หัวข้อสุดท้ายจะเป็น

82
00:05:24,193 --> 00:05:28,193
ปฏิบัตินะคะ ก็คือเราจะลงมือเขียนภาษา Python

83
00:05:28,195 --> 00:05:32,195
กันนะคะ เรามาเริ่มที่

84
00:05:32,196 --> 00:05:36,196
เรามาเริ่มที่หัวข้อแรกเลย ประวัติ Python นี่

85
00:05:36,199 --> 00:05:40,199
มี เกิดขึ้นในปี 1

86
00:05:40,199 --> 00:05:44,199
ปี ค.ศ. นะคะ เพราะว่า

87
00:05:44,201 --> 00:05:48,201
โปรแกรมเมอร์นี้

88
00:05:48,202 --> 00:05:52,202
เขาเป็นดัตช์นะคะ

89
00:05:52,203 --> 00:05:56,203
ที่ชื่อว่าGuido van Rossum นะคะ

90
00:05:56,206 --> 00:06:00,206
มันเกิดจากการที่เขานำภาษา

91
00:06:00,208 --> 00:06:04,208
หลาย ๆ ตัวมารวมกัน

92
00:06:04,210 --> 00:06:08,210
เหมือนไปหยิบข้อดีของภาษา C ภาษา

93
00:06:08,211 --> 00:06:12,211
ABC ภาษาUnix

94
00:06:12,212 --> 00:06:16,212
Unix Shell อะไรพวกนี้มารวม

95
00:06:16,213 --> 00:06:20,213
ไม่เชิงว่าเอามารวมแล้วเชียนนะ

96
00:06:20,214 --> 00:06:24,214
คือ เอามาทำเป็น เหมือนที่บอกเป็นโครงสร้าง เป็นเทมเพลตใหม่

97
00:06:24,216 --> 00:06:28,216
คือมาสร้างเป็นภาษาใหม่นะคะ

98
00:06:28,217 --> 00:06:32,217
แล้วให้ชื่อว่า Python นะคะ

99
00:06:32,219 --> 00:06:36,219
ซึ่งเหตุผลที่เขาทำภาษา Python

100
00:06:36,220 --> 00:06:40,220
ขึ้นมานี่ ก็เพราะว่า คือ

101
00:06:40,221 --> 00:06:44,221
ในยุคปัจจุบันนี่นะคะ

102
00:06:44,225 --> 00:06:48,225
พวกระบบปฏิบัติการน่ะ มันเริ่มมีหลายตัว

103
00:06:48,226 --> 00:06:52,226
ว่าอย่างนั้น

104
00:06:52,227 --> 00:06:56,227
คือ นอกจากคอมพิวเตอร์แล้ว เดี๋ยวนี้มือถือก็

105
00:06:56,228 --> 00:07:00,228
จัดเป็นคอมพิวเตอร์อย่างหนึ่ง

106
00:07:00,230 --> 00:07:04,230
ลักษณะของคอมพิวเตอร์อย่างหนึ่ง เพราะแต่ก่อนสมัยก่อนนะ มือถือ

107
00:07:04,231 --> 00:07:08,231
ใช้ได้แค่กดเบอร์โทร

108
00:07:08,232 --> 00:07:12,232
กับมีเพิ่มมาอีกหน่อย ก็คือกดข้อความ

109
00:07:12,233 --> 00:07:16,233
เราใช้มือถือ

110
00:07:16,237 --> 00:07:20,237
ูดูเว็บ(ไซต์)ได้ เข้าเฟซ(บุ๊ก)ได้

111
00:07:20,238 --> 00:07:24,238
คอมพิวเตอร์เล็ก ๆ เคื่องนึง

112
00:07:24,240 --> 00:07:28,240
เพราะฉะนั้น เขาก็เลยเรียก "แพลตฟอร์ม"

113
00:07:28,241 --> 00:07:32,241
นะคะ Python มันก็เลย

114
00:07:32,243 --> 00:07:36,243
คิดว่าถ้าสร้างภาษาที่มันสามารถเอาไปใช้

115
00:07:36,245 --> 00:07:40,245
ได้กับทุก ๆ แพลต์ฟอร์มนี่

116
00:07:40,246 --> 00:07:44,246
ก็คือเหมือนเราพัฒนาโปรแกรม 1 ตัวนี่ แต่เอาไปใช้

117
00:07:44,247 --> 00:07:48,247
กับเครื่องหลาย ๆ รุ่น คือถ้าเป็นสมัยก่อน

118
00:07:48,248 --> 00:07:52,248
พัฒนาโปรแกรมตัวหนึ่ง แล้ว

119
00:07:52,251 --> 00:07:56,251
ตอนที่พัฒนาใช้ Wim

120
00:07:56,252 --> 00:08:00,252
ก็จะใช้ได้เฉพาะเครื่องปฏิบัติการ Windows

121
00:08:00,253 --> 00:08:04,253
นะคะ หรือใช้ได้เฉพาะ ทำงาน

122
00:08:04,256 --> 00:08:08,256
ในคอมพิวเตอร์ เหมือนที่เดี๋ยวนี้ในมือถือมันจะมีแอปพลิเคชันต่าง ๆ

123
00:08:08,257 --> 00:08:12,257
ต่าง ๆ เห็นไหมคะ

124
00:08:12,258 --> 00:08:16,258
โปรแกรมที่เขาสร้างขึ้นมานะคะ สามารถนำไปใช้งานได้

125
00:08:16,263 --> 00:08:20,263
เหมือนแอปของ

126
00:08:20,264 --> 00:08:24,264
App Store ใช่ไหมคะ ของ Microsoft หรือ Apple

127
00:08:24,265 --> 00:08:28,265
ของ Apple น่ะ

128
00:08:28,267 --> 00:08:32,267
ที่ ถ้าใครใช้ iPhone นะคะ หรือ

129
00:08:32,268 --> 00:08:36,268
iPad

130
00:08:36,269 --> 00:08:40,269
หรืออะไรล่ะ Mac นะคะ Macbook หรือ

131
00:08:40,270 --> 00:08:44,270
Mac เฉย ๆ เครื่อง Mac น่ะ

132
00:08:44,272 --> 00:08:48,272
เครื่องข้างหลังนี่นะคะ ก็โดยปกนี่

133
00:08:48,274 --> 00:08:52,274
ถ้าของตระกูลMac นี่

134
00:08:52,274 --> 00:08:56,274
เขาจะพัฒนาแอปเพื่อให้

135
00:08:56,276 --> 00:09:00,276
สินค้าในตระกูลเขา

136
00:09:00,278 --> 00:09:04,278
ใช้ได้เฉพาะใน iPhone ใน iPad อะไรอย่างนี้

137
00:09:04,279 --> 00:09:08,279
ถ้าเป็นแอปพลิเคชั่นส่วนมาก

138
00:09:08,280 --> 00:09:12,280
แอปพลิเคชันของ Apple มันจะต้องเสียเงินใช่หรือเปล่า แต่ Python นี่

139
00:09:12,281 --> 00:09:16,281
มันมีข้อดีอีกอย่างนึง

140
00:09:16,282 --> 00:09:20,282
ก็คือเขาเป็นโปรแกรมที่เขาเรียกว่า "Open Source"

141
00:09:20,284 --> 00:09:24,284
หรือโปรแกรมที่เปิด

142
00:09:24,286 --> 00:09:28,286
เพื่อให้คนอื่นนี่มาพัฒนาโปรแกรมนี้ต่อยอดได้นะคะ

143
00:09:28,287 --> 00:09:32,287
ก็คือคนอื่นสามารถมา

144
00:09:32,288 --> 00:09:36,288
ร่วมในการพัฒนาโปรแกรมนี้ได้ด้วยนะคะ

145
00:09:36,289 --> 00:09:40,289
เขาบอกว่า เพราะว่าวัตถุประสงค์นี่

146
00:09:40,290 --> 00:09:44,290
หลัก ๆ นี่ คือ มันจะเป็นภาษาคอมพิวเตอร์ที่

147
00:09:44,294 --> 00:09:48,294
เรียนรู้ได้ง่ายคือ

148
00:09:48,296 --> 00:09:52,296
ไม่มีกฎมาก ไม่ตั้งกฎเกณฑ์มากนะคะ

149
00:09:52,298 --> 00:09:56,298
ไวยากรณ์ที่ซับซ้อน

150
00:09:56,300 --> 00:10:00,300
คำสั่งที่ซับซ้อนมากแต่เข้าใจได้นะคะ แล้วก็

151
00:10:00,301 --> 00:10:04,301
นำไปใช้บนระบบปฏิบัติการที่แตกต่าง

152
00:10:04,302 --> 00:10:08,302
เห็นไหมคะ เหมือนบอกไปใช้กับตระกูลของ Apple

153
00:10:08,305 --> 00:10:12,305
ก็ได้ ใช้กับ

154
00:10:12,307 --> 00:10:16,307
Microsoft ของ Windows ก็ได้ หรือใช้ในมือถือ

155
00:10:16,307 --> 00:10:20,307
แล้วก็มีพวก

156
00:10:20,308 --> 00:10:24,308
ระบบปฏิบัติการอื่น เช่น ที่เป็นระบบปฏิบัติการเครือข่าย

157
00:10:24,309 --> 00:10:28,309
เช่นพวก Linux อะไรแบบนี้นะคะ

158
00:10:28,310 --> 00:10:32,310
เป็นต้นนะคะ ก็คือเขียนมาตัวหนึ่งน่ะเอาไปใช้ได้หมดเลย

159
00:10:32,312 --> 00:10:36,312
ครอบคุมครอบจักวาล

160
00:10:36,313 --> 00:10:40,313
ทีนี้เรารู้ถึงประวัติของ Python แล้ว

161
00:10:40,315 --> 00:10:44,315
สิ่งที่เราควรจะรู้ต่อมาก็คือ ลักษณ

162
00:10:44,316 --> 00:10:48,316
ภาษา Python นี่มันมีลักษณะอย่างไร หรือมีข้อดี

163
00:10:48,317 --> 00:10:52,317
ข้อเด่นอย่างไร อันดับที่ 1 เลย

164
00:10:52,320 --> 00:10:56,320
ลักษณะแรกที่ทุกคนและโปรแกรมเมอร์โปรดปราน

165
00:10:56,321 --> 00:11:00,321
ก็คือ Free เพราะว่า

166
00:11:00,323 --> 00:11:04,323
ซื้อโปรแกรมนี่ โปรแกรม 1 โปรแกรมราคาไม่ใช่ถูก ๆ นะ

167
00:11:04,325 --> 00:11:08,325
เพราะว่าซื้อแล้ว

168
00:11:08,326 --> 00:11:12,326
ไม่ใช่จ่ายเงินครั้งเดียวแล้วจบ นึกออกนะ ในการที่เราซื้อมาใช้งาน

169
00:11:12,327 --> 00:11:16,327
ตระกูล

170
00:11:16,328 --> 00:11:20,328
ก็คือซื้อ 1 ครั้ง แล้วก็ต้องมีการต่ออายุ

171
00:11:20,330 --> 00:11:24,330
เขาเรียกต่ออายุ

172
00:11:24,332 --> 00:11:28,332
ก็คือเพราะอะไร เพราะเขาก็อ้างว่าทุกปีมีอัปเดต

173
00:11:28,335 --> 00:11:32,335
มันไม่อัปเดต

174
00:11:32,337 --> 00:11:36,337
6 เดือนมันอัปเดตใหม่แล้วนะคะ มีช่วงหนึ่ง

175
00:11:36,338 --> 00:11:40,338
3 เดือนก็ update แล้ว

176
00:11:40,339 --> 00:11:44,339
เตรียมตัวเสียเงินว่าอย่างนั้นเถอะ เพราะ ฉะนั้น

177
00:11:44,340 --> 00:11:48,340
ชาวโปรแกรมมิ่ง

178
00:11:48,341 --> 00:11:52,341
คือ ถ้าเหมือนอย่างแม่นี่เป็นอาจารย์ ไม่ได้เอาไป

179
00:11:52,342 --> 00:11:56,274
หา

180
00:11:56,343 --> 00:12:00,343
จะพยายามที่ใช้เป็น

181
00:12:00,345 --> 00:12:04,345
Free นะคะ เพราะ

182
00:12:04,346 --> 00:12:08,346
มันไม่มีค่าใช้จ่าย แล้วไม่มีเงื่อนไขอะไรไม่ผูกพันนะคะ

183
00:12:08,347 --> 00:12:12,347
คือถ้า โปรแกรมที่เป็นลิกส

184
00:12:12,349 --> 00:12:16,349
ซื้อไปแล้ว พอเหมือนอย่างที่บอก พอหมดอายุแล้ว

185
00:12:16,350 --> 00:12:20,350
มันก็จะไปใช้งาน

186
00:12:20,352 --> 00:12:24,352
ฟังก์ชันบางตัวที่เป็นของตัวใหม่ไม่ได้นะคะ

187
00:12:24,354 --> 00:12:28,354
แล้วถ้าเกิดไปใช้แล้วถ้าเกิดเขาตรวจสอบเจอ

188
00:12:28,355 --> 00:12:32,355
ก็จะโดนข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ ที่

189
00:12:32,356 --> 00:12:36,356
มีในปัจจุบันนี้นะคะ

190
00:12:36,357 --> 00:12:40,357
ตัวต่อมา ลักษณะต่อมา ก็คือ Easy to Use and Learn

191
00:12:40,359 --> 00:12:44,359
and lren

192
00:12:44,363 --> 00:12:48,363
ใช้ง่ายนะคะ และก็ Learn ก็คือเรียน

193
00:12:48,364 --> 00:12:52,364
ใช้ก็ง่าย เรียนรู้ก็ง่าย

194
00:12:52,365 --> 00:12:56,365
ก็คือลักษณะโครงสร้างของมันจะไม่ยุ่งยากมากนะคะ

195
00:12:56,367 --> 00:13:00,367
เด็ก ๆ สามารถเรียนได้ภายในเวลา

196
00:13:00,369 --> 00:13:04,369
สั้น ๆ นะคะ มันจะเหมาะกับผู้ที่เริ่ม

197
00:13:04,370 --> 00:13:08,370
ต้นนะคะ ก็คือถ้าใครยังไม่เคย

198
00:13:08,371 --> 00:13:12,371
เขียนโปรแกรมมาเลยอย่างนี้นะคะ หรือเคย

199
00:13:12,374 --> 00:13:16,374
เขียนมาแล้วแต่เขียนได้นิดหน่อย

200
00:13:16,375 --> 00:13:20,375
ก็คือเริ่มต้นที่จะเรียนในการเขียนนะคะ ก็จะมาเริ่มที่

201
00:13:20,376 --> 00:13:24,376
ภาษา Python นะคะ ลักษณะต่อมา

202
00:13:24,378 --> 00:13:28,378
General Purpose General Purpose ก็

203
00:13:28,379 --> 00:13:32,379
คือ ถ้าแปลตามตัวนี่ ก็คือ

204
00:13:32,381 --> 00:13:36,381
General แปลว่าทั่วไปนะคะ ถ้าแปลแบบไทย ๆ ก็จะ

205
00:13:36,383 --> 00:13:40,383
สละสลวยขึ้นก็คือ

206
00:13:40,386 --> 00:13:44,386
มีความ... เขาบอกเป็นภาษาแบบ

207
00:13:44,387 --> 00:13:48,387
อเนกประสงค์ ก้คือสามารถได้หลากหลาย

208
00:13:48,389 --> 00:13:52,389
ใช้ได้หลากหลายนะคะ เห็นไหมคะ ตั้งแต่ใช้กับ

209
00:13:52,391 --> 00:13:56,391
แอปพลิเคชันทั่วไปสำหรับ

210
00:13:56,394 --> 00:14:00,394
Desktop คือ ต่างประเทศเขาจะเรียกเครื่อง PC ว่า

211
00:14:00,395 --> 00:14:04,395
ว่า Desktok

212
00:14:04,397 --> 00:14:08,397
นะคะ แล้วก็ถ้ามือถือเขาก็จะเรียก "

213
00:14:08,398 --> 00:14:12,398
Mobii

214
00:14:12,399 --> 00:14:16,399
Notebook ของเราน่ะ ต่างประเทศเขาจะไม่เรียก Notebook นะ

215
00:14:16,401 --> 00:14:20,401
เขาก็ยัง งง อยู่ คนไทยเรียก

216
00:14:20,402 --> 00:14:24,402
เครื่อง... คอมพิวเตอร์เครื่องเล็ก ๆ

217
00:14:24,403 --> 00:14:28,403
ที่พกพาได้

218
00:14:28,404 --> 00:14:32,404
จะเรียกไม่เหมือนกันนะคะ มันใช้ได้ทำ

219
00:14:32,405 --> 00:14:36,405
งานด้านเครือข่ายก็ได้ด้าน Gra

220
00:14:36,406 --> 00:14:40,406
เพราะโดยปกตินะคะ โดยปกติแล้วนี่ ภาษาคอมพิวเตอร์

221
00:14:40,408 --> 00:14:44,408
แล้วนี่ภาษาคอมพิวเตอร์

222
00:14:44,409 --> 00:14:48,409
เขาจะเอาใช้เขียนโปรแกรมที่เกี่ยวกับพัฒนาระบบ

223
00:14:48,411 --> 00:14:52,411
เช่น

224
00:14:52,412 --> 00:14:56,412
สร้างระบบบัญชีอะไรพวกนี้ แต่ Python นี่

225
00:14:56,413 --> 00:15:00,413
นอกดจากเขียนโปรแกรมระบบแล้ว ยังเขียน

226
00:15:00,414 --> 00:15:04,414
กราฟิก เช่น โปรแกรมเกมก็ได้ อย่างนี้นะคะ

227
00:15:04,415 --> 00:15:08,415
คือเขามีความสามารถที่หลากหลาย

228
00:15:08,416 --> 00:15:12,416
เหมือนที่บอกนะคะ หรือใช้คำนว

229
00:15:12,419 --> 00:15:16,419
คือปกตอมันจะมีโปรแกรมเฉพาะทาง

230
00:15:16,420 --> 00:15:20,420
พวกที่คำนวณทางด้านวิทยาศาสตร์

231
00:15:20,422 --> 00:15:24,422

232
00:15:24,424 --> 00:15:28,424

233
00:15:28,426 --> 00:15:32,426

234
00:15:32,428 --> 00:15:36,428

235
00:15:36,430 --> 00:15:40,430

236
00:15:40,431 --> 00:15:44,431

237
00:15:44,437 --> 00:15:48,437

238
00:15:48,442 --> 00:15:52,442

239
00:15:52,447 --> 00:15:56,447

240
00:15:56,448 --> 00:16:00,448

241
00:16:00,450 --> 00:16:04,450

242
00:16:04,452 --> 00:16:08,452

243
00:16:08,456 --> 00:16:12,456

244
00:16:12,458 --> 00:16:16,458

245
00:16:16,460 --> 00:16:20,460

246
00:16:20,462 --> 00:16:24,462

247
00:16:24,466 --> 00:16:28,466

248
00:16:28,469 --> 00:16:32,469

249
00:16:32,472 --> 00:16:36,472

250
00:16:36,475 --> 00:16:40,475

251
00:16:40,477 --> 00:16:44,477

252
00:16:44,479 --> 00:16:48,479

253
00:16:48,481 --> 00:16:52,481

254
00:16:52,483 --> 00:16:56,483

255
00:16:56,486 --> 00:17:00,486

256
00:17:00,487 --> 00:17:04,487

257
00:17:04,489 --> 00:17:08,489

258
00:17:08,492 --> 00:17:12,492

259
00:17:12,494 --> 00:17:16,494

260
00:17:16,496 --> 00:17:20,496

261
00:17:20,498 --> 00:17:24,498

262
00:17:24,503 --> 00:17:28,503

263
00:17:28,507 --> 00:17:32,507

264
00:17:32,512 --> 00:17:36,512

265
00:17:36,516 --> 00:17:40,516

266
00:17:40,518 --> 00:17:44,518

267
00:17:44,522 --> 00:17:48,522

268
00:17:48,525 --> 00:17:52,525

269
00:17:52,529 --> 00:17:56,529

270
00:17:56,532 --> 00:18:00,532

271
00:18:00,535 --> 00:18:04,535

272
00:18:04,537 --> 00:18:08,537

273
00:18:08,539 --> 00:18:12,539

274
00:18:12,543 --> 00:18:16,543

275
00:18:16,545 --> 00:18:20,545

276
00:18:20,547 --> 00:18:24,547

277
00:18:24,549 --> 00:18:28,549

278
00:18:28,552 --> 00:18:32,552

279
00:18:32,554 --> 00:18:36,554

280
00:18:36,556 --> 00:18:40,556

281
00:18:40,557 --> 00:18:44,557

282
00:18:44,559 --> 00:18:48,559

283
00:18:48,561 --> 00:18:52,561

284
00:18:52,563 --> 00:18:56,563

285
00:18:56,566 --> 00:19:00,566

286
00:19:00,568 --> 00:19:04,568

287
00:19:04,570 --> 00:19:08,570

288
00:19:08,571 --> 00:19:12,571

289
00:19:12,573 --> 00:19:16,573

290
00:19:16,575 --> 00:19:20,575

291
00:19:20,577 --> 00:19:24,577

292
00:19:24,578 --> 00:19:28,578

293
00:19:28,581 --> 00:19:32,581

294
00:19:32,583 --> 00:19:36,583

295
00:19:36,585 --> 00:19:40,585

296
00:19:40,587 --> 00:19:44,587

297
00:19:44,589 --> 00:19:48,589

298
00:19:48,591 --> 00:19:52,591

299
00:19:52,593 --> 00:19:56,593

300
00:19:56,597 --> 00:20:00,597

301
00:20:00,599 --> 00:20:04,599

302
00:20:04,603 --> 00:20:08,603

303
00:20:08,605 --> 00:20:12,605

304
00:20:12,607 --> 00:20:16,607

305
00:20:16,610 --> 00:20:20,610

306
00:20:20,612 --> 00:20:24,612

307
00:20:24,614 --> 00:20:28,614

308
00:20:28,618 --> 00:20:32,618

309
00:20:32,620 --> 00:20:36,620

310
00:20:36,621 --> 00:20:40,621

311
00:20:40,622 --> 00:20:44,622

312
00:20:44,625 --> 00:20:48,625

313
00:20:48,629 --> 00:20:52,629

314
00:20:52,635 --> 00:20:56,635

315
00:20:56,640 --> 00:21:00,640

316
00:21:00,642 --> 00:21:04,642

317
00:21:04,644 --> 00:21:08,644

318
00:21:08,648 --> 00:21:12,648

319
00:21:12,650 --> 00:21:16,650

320
00:21:16,652 --> 00:21:20,652

321
00:21:20,655 --> 00:21:24,655

322
00:21:24,657 --> 00:21:28,657

323
00:21:28,659 --> 00:21:32,659

324
00:21:32,664 --> 00:21:36,664

325
00:21:36,666 --> 00:21:40,666

326
00:21:40,669 --> 00:21:44,669

327
00:21:44,671 --> 00:21:48,671

328
00:21:48,673 --> 00:21:52,673

329
00:21:52,675 --> 00:21:56,675

330
00:21:56,677 --> 00:22:00,677

331
00:22:00,681 --> 00:22:04,681

332
00:22:04,683 --> 00:22:08,683

333
00:22:08,685 --> 00:22:12,685

334
00:22:12,687 --> 00:22:16,687

335
00:22:16,689 --> 00:22:20,689

336
00:22:20,691 --> 00:22:24,691

337
00:22:24,692 --> 00:22:28,692

338
00:22:28,694 --> 00:22:32,694

339
00:22:32,697 --> 00:22:36,697

340
00:22:36,699 --> 00:22:40,699

341
00:22:40,701 --> 00:22:44,701

342
00:22:44,706 --> 00:22:48,706

343
00:22:48,707 --> 00:22:52,707

344
00:22:52,709 --> 00:22:56,709

345
00:22:56,712 --> 00:23:00,712

346
00:23:00,720 --> 00:23:04,720

347
00:23:04,723 --> 00:23:08,723

348
00:23:08,725 --> 00:23:12,725

349
00:23:12,727 --> 00:23:16,727

350
00:23:16,731 --> 00:23:20,731

351
00:23:20,733 --> 00:23:24,733

352
00:23:24,735 --> 00:23:28,735

353
00:23:28,737 --> 00:23:32,737

354
00:23:32,741 --> 00:23:36,741

355
00:23:36,743 --> 00:23:40,743

356
00:23:40,745 --> 00:23:44,745

357
00:23:44,747 --> 00:23:48,747

358
00:23:48,749 --> 00:23:52,749

359
00:23:52,751 --> 00:23:56,751

360
00:23:56,753 --> 00:24:00,753

361
00:24:00,754 --> 00:24:04,754

362
00:24:04,760 --> 00:24:08,760

363
00:24:08,761 --> 00:24:12,761

364
00:24:12,763 --> 00:24:16,763

365
00:24:16,765 --> 00:24:20,765

366
00:24:20,767 --> 00:24:24,767
(อาจารย์สุธิรา)

367
00:24:24,769 --> 00:24:28,769
สวัสดีค่ะ

368
00:24:28,772 --> 00:24:32,772
โอเค มาต่อนะคะ ลักษณะ

369
00:24:32,774 --> 00:24:36,774
ต่อมา Portable

370
00:24:36,775 --> 00:24:40,775
ถ้าแปลตามศัพท์นะ มันจะแปลว่าพกพาได้ แต่ความจริง

371
00:24:40,776 --> 00:24:44,776
คือมันใช้ว่าเคลื่อนย้าย

372
00:24:44,777 --> 00:24:48,777
คือ เรา เหมือนที่บอกน่ะค่ะ

373
00:24:48,778 --> 00:24:52,778
เราพัฒนาใน Windows แต่เรา

374
00:24:52,779 --> 00:24:56,779
เครื่อง Mac ได้นะคะ อย่างนี้เป็นต้น

375
00:24:56,780 --> 00:25:00,780
นะคะก็คือ มันย้ายจาก pat

376
00:25:00,781 --> 00:25:04,781
ไปอยู่ที่อีกแพลตฟอร์มหนึ่งก็ได้ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ

377
00:25:04,783 --> 00:25:08,783
ก็เลยเป็นโปรแกรมที่มัลักษณะที่

378
00:25:08,788 --> 00:25:12,788
เป็น Portable นะคะ คือ

379
00:25:12,800 --> 00:25:16,800
ไปอยู่ไหนก็ได้มันไปได้หลากหลาย

380
00:25:16,804 --> 00:25:20,804
มันไปได้หลากหลายว่าอย่างนั้นเถอะ

381
00:25:20,806 --> 00:25:24,806
นะคะ ทีนี้

382
00:25:24,809 --> 00:25:28,809
อีกตัวหนึ่งต่อมา ลักษณะตัวหนึ่งต่อมา

383
00:25:28,810 --> 00:25:32,810
ที่พูดไปก่อนหน้านั้น

384
00:25:32,812 --> 00:25:36,812
โอเค ได้ยินอยู่ Open Source  ก็คือ Open

385
00:25:36,814 --> 00:25:40,814
มาจากคำว่าเปิด Sou

386
00:25:40,816 --> 00:25:44,816
Source Code ก็คือเป็น... ก็คือเราสามารถ

387
00:25:44,817 --> 00:25:48,817
เปิดเผย Soust

388
00:25:48,819 --> 00:25:52,819
ก็คือเหมือนที่บอกไว้ในตอนต้นว่า ถ้า

389
00:25:52,821 --> 00:25:56,821
มันก็จะมีเอาไปพัฒนาต่อหร

390
00:25:56,822 --> 00:26:00,822
คนอื่นหรือโปรแกรมอื่นได้ หรือ

391
00:26:00,823 --> 00:26:04,823
มีคนมาพัฒนา

392
00:26:04,825 --> 00:26:08,825
ต่อจากที่เราพัฒนาไว้ได้ หรือเราจะไปพัฒนาต่อจากเขาไว้ได้

393
00:26:08,826 --> 00:26:12,826
ก็คือเปิดโอกาสให้โปแกรมเมอร์คน

394
00:26:12,827 --> 00:26:16,827
อื่น ๆ น่ะค่ะ เข้ามาเขียนโปรแกรมช่วยกันได้นะคะ

395
00:26:16,828 --> 00:26:20,828
จึงเป็น

396
00:26:20,829 --> 00:26:24,829
เป็นลักษณะของเขา ก็คือ Open Source ลักษณะ

397
00:26:24,830 --> 00:26:28,830
ต่อมาเป็นแบบFunctional และ OO

398
00:26:28,832 --> 00:26:32,832
Functional กับ OOP Functional ก็คือโครงสร้าง

399
00:26:32,833 --> 00:26:36,833
oop นี่มาจากคำว่า

400
00:26:36,838 --> 00:26:40,838
Object Oriented Function นะคะ

401
00:26:40,840 --> 00:26:44,840
ก็คือเป็น

402
00:26:44,842 --> 00:26:48,842
โปรแกรมเชิงวัตถุนั่นเอง ก็คือสามารถเขียนโปรแกรมในลักษณะ

403
00:26:48,844 --> 00:26:52,844
ทั้งที่เป็นลักษณะโปรแกรมโครงสร้างแล

404
00:26:52,845 --> 00:26:56,845
แล้วก็โปแกรมเชิงวัตถุได้นะคะ

405
00:26:56,849 --> 00:27:00,849

406
00:27:00,850 --> 00:27:04,850

407
00:27:04,853 --> 00:27:08,853
ลักษณะต่อมาคือ GUI

408
00:27:08,856 --> 00:27:12,856
GUI ย่อมาจาก Graphic User Interface

409
00:27:12,857 --> 00:27:16,857

410
00:27:16,859 --> 00:27:20,859
การโต้ตอบหรือติดต่อ

411
00:27:20,861 --> 00:27:24,861
การใช้งานแบบ กราฟิกได้

412
00:27:24,862 --> 00:27:28,862
การเขียนโปรแกรม อย่างที่บอกค่ะ มันจะเขียน

413
00:27:28,864 --> 00:27:32,864
โปรแกรมระบบมันจะเน้นด้านกราฟิก

414
00:27:32,865 --> 00:27:36,865
แต่ Python นี่งานกราฟิกเขาก็เยี่ยม

415
00:27:36,867 --> 00:27:40,867
เหมือนที่บอกว่าพัฒนาเป็นเกมได้

416
00:27:40,868 --> 00:27:44,868
นะคะ ออกแบบหน้าตาให้สวยงามได้ เหมือนที่พอทำ

417
00:27:44,869 --> 00:27:48,869
เป็นแอปเป็นอะไร ก็ไปตกแต่งแอป

418
00:27:48,872 --> 00:27:52,872
อะไรเพิ่มเติมได้ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ

419
00:27:52,873 --> 00:27:56,873
ลักษณะต่อมา

420
00:27:56,874 --> 00:28:00,874
นะคะ ก็คือ

421
00:28:00,879 --> 00:28:04,879
ฐานข้อมูล คือ

422
00:28:04,881 --> 00:28:08,881
โดยปกติเวลาเขียนโปรแกรมนี่

423
00:28:08,884 --> 00:28:12,884
ฐานข้อมูลก็ต่างหาก แต่

424
00:28:12,885 --> 00:28:16,885
เหมือนของ Python นี่ เขามีไลบรารีหรือห้องสมุด

425
00:28:16,886 --> 00:28:20,886
ที่จะเป็น

426
00:28:20,888 --> 00:28:24,888
ใช้ไว้สำหรับเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลนะคะ

427
00:28:24,889 --> 00:28:28,889
ซึ่งมันจะไปเชื่อมกับฐานข้อมูล

428
00:28:28,890 --> 00:28:32,890
หลาย ๆ ตัวได้นะคะ ก็เลยเหมือนมี Data base ในตัว

429
00:28:32,892 --> 00:28:36,892
อะไรประมาณนี้นะคะ

430
00:28:36,894 --> 00:28:40,894
ลักษณะต่อมา Automatic Memory Management

431
00:28:40,895 --> 00:28:44,895
Automatic ก็คือ

432
00:28:44,896 --> 00:28:48,896
Memory ก็คือหน่วยความจำ ก็คือ

433
00:28:48,897 --> 00:28:52,897
ความจำนี่ Python จะมีหน่วย

434
00:28:52,898 --> 00:28:56,898
การจัดการหน่วยความจำแบบอัตโนมัตินะคะ มันดีอย่างไรหรือ

435
00:28:56,900 --> 00:29:00,900
มันก็จะทำให้ลดข้อผิดพลาดที่จะทำให้โปรแกรมทำงาน

436
00:29:00,901 --> 00:29:04,901
นะคะ ที่จะทำ

437
00:29:04,903 --> 00:29:08,903
โปรแกรมทำงาน ก็คือ

438
00:29:08,905 --> 00:29:12,905
ไปแก้ปัญหาว่าถ้าเกิดโปรแกรมทำงานผิดมันจะ...

439
00:29:12,910 --> 00:29:16,910
เหมือนพอเราเขียน Code ไปแล้ว Code

440
00:29:16,913 --> 00:29:20,913
มันจะมีการแจ้งเตือน มี

441
00:29:20,916 --> 00:29:24,916
นั่นนี่นู้น ขึ้นมานะ

442
00:29:24,917 --> 00:29:28,917
หน่วยความจำที่ดีนะคะ มันจะทำให้เวลาเขียนโปรแกรม

443
00:29:28,921 --> 00:29:32,921
ไปข้อผิดพลายก็จะเกิดขึ้นได้น้อย

444
00:29:32,922 --> 00:29:36,922
ทำให้โปรแกรมเมอร์ไม่ต้องไปแก้โค้ดบ่อยว่าอย่างนั้นเถอะนะคะ

445
00:29:36,923 --> 00:29:40,923

446
00:29:40,924 --> 00:29:44,924
เหลืออีก 2 หัวข้อนะคะ ก็คือ 2 ลักษณะ ก็คือ Large Community and Support

447
00:29:44,925 --> 00:29:48,925

448
00:29:48,927 --> 00:29:52,927
แปลว่า ใหญ่ นะคะ รองรับชุมชน

449
00:29:52,929 --> 00:29:56,929
หรือ... นะคะ

450
00:29:56,930 --> 00:30:00,930
สามารถ... คือ กลุ่มของ

451
00:30:00,932 --> 00:30:04,932
โปรแกรมเมอร์เขาก็จะสร้างเป็นกลุ่มนะ

452
00:30:04,933 --> 00:30:08,933
คือ เขาทำเว็บ(ไซต์)ไว้เลย มีเว็บฯ

453
00:30:08,934 --> 00:30:12,934
บางคนก็ไปแปะโค้ดไว้

454
00:30:12,936 --> 00:30:16,936
คือ ตามหลักแล้วโปรแกรมเมอร์น่ะมันไม่ได้เขียนแค่คนเดียว

455
00:30:16,937 --> 00:30:20,937
นึกออกนะมันต้องหลาย ๆ คนเขียน

456
00:30:20,939 --> 00:30:24,939
เพราะว่าอะไร เพราะโปรแกรมเมอร์ 1 คน

457
00:30:24,940 --> 00:30:28,940
มันก็จะมีความเชี่ยวชาญฌฉพาะด้านไป

458
00:30:28,941 --> 00:30:32,941
บางคนเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน Data base บางคนเชี่ยวชาญ

459
00:30:32,943 --> 00:30:36,943
ด้านเครือข่ายอะไรอย่างนี้นะคะ

460
00:30:36,946 --> 00:30:40,946
พอเหมือนเราเขียนไป เราไม่ถนัดด้านนี้ เราก็เอาโค้ด

461
00:30:40,947 --> 00:30:44,947
ไปแปะแล้วไปขอความช่วยเหลือ

462
00:30:44,948 --> 00:30:48,948
มันทำให้เกิด Large Community ก็คือเกิดชุมชน

463
00:30:48,952 --> 00:30:52,952
ขนาดใหญ่ขึ้น

464
00:30:52,953 --> 00:30:56,953
ที่เข้ามาพูดคุยหรือแลกเปลี่ยน

465
00:30:56,954 --> 00:31:00,954
การโค้ดนั่นเอง และ

466
00:31:00,955 --> 00:31:04,955
ลักษณะสุดท้าย Support Libraries

467
00:31:04,958 --> 00:31:08,958
นะคะ คือเขารองรับระบบ

468
00:31:08,959 --> 00:31:12,959
ระบบไลบรารดิจิทัลเขาน่ะค่ะ

469
00:31:12,961 --> 00:31:16,961
มันก็จะมี Librarr

470
00:31:16,962 --> 00:31:20,962
Buit-in นะคะ ก็คือมีอยู่ในตัวของเขาอยู่แล้ว Buit-in

471
00:31:20,963 --> 00:31:24,963
เหมือนในบ้านน่ะ แบบ

472
00:31:24,968 --> 00:31:28,968
เฟอร์นิเจอร์นั้นมันติดอยู่กับบ้านมาแล้ว

473
00:31:28,971 --> 00:31:32,971
โดนฝังไว้อยู่ในโปรแกรมแล้ว

474
00:31:32,974 --> 00:31:36,974
เช่นเดียวกัน Library ที่เป็นแบบ Buit-in

475
00:31:36,975 --> 00:31:40,975
ในตัวโปรแกรมอยู่แล้วหรือ

476
00:31:40,977 --> 00:31:44,977
หรือถ้าในตัวโปรแกรมมี

477
00:31:44,978 --> 00:31:48,978
ไม่มากพอ ก็สามารถไปเอา Library

478
00:31:48,979 --> 00:31:52,979
มาได้ เช่น เพราะ Library บางตัว เช่น กราฟิก ก็ต้องไป

479
00:31:52,984 --> 00:31:56,984
ที่ใช้งานด้าน กราฟฟิก

480
00:31:56,986 --> 00:32:00,986
แต่เขาก็มีไง เหมือนที่บอก เขามีชุมชนน่ะค่ะ

481
00:32:00,987 --> 00:32:04,987
เขามีชุมชนเขา

482
00:32:04,988 --> 00:32:08,988
ก็คือถ้าเราไม่รู้เราก็ไปถามได้

483
00:32:08,989 --> 00:32:12,989
นะคะ

484
00:32:12,994 --> 00:32:16,994
เราก็จบลักษณะของ Python ไปแล้วนะคะ

485
00:32:16,995 --> 00:32:20,995
หัวข้อต่อมา

486
00:32:20,996 --> 00:32:24,996
เราจะพูดถึง... ให้เห็นถึงโครงสร้าง อันนี้จะให้

487
00:32:24,999 --> 00:32:28,999
ดูรูปแบบว่าถ้าเวลาเรา

488
00:32:29,000 --> 00:32:33,000
เขียนแบบใช้โปรแกรมที่เขียนเป็นล่ำเป้าหมายนะคะ

489
00:32:33,001 --> 00:32:37,001
เวลาเราจะเขียนมันต้องมีโครงสร้าว

490
00:32:37,003 --> 00:32:41,003
ของภาษามันอย่างไรนะคะ จากภาพนะคะ

491
00:32:41,004 --> 00:32:45,004
ส่วนแรกสุดเลย

492
00:32:45,008 --> 00:32:49,008
เราเรียกว่า "Module" นะคะ

493
00:32:49,010 --> 00:32:53,010
มันจะมีองค์ประกอบ 3 ส่วนหลัก ๆ ก็คือ

494
00:32:53,011 --> 00:32:57,011
ของ Module นะคะ ส่วนที่ 1 นะคะ

495
00:32:57,012 --> 00:33:01,012
ส่วนที่ 2 คือส่วนของ Comment

496
00:33:01,013 --> 00:33:05,013
และส่วนที่ 3 คือ ส่วนของ Statement

497
00:33:05,016 --> 00:33:09,016
แต่ละส่วนนี่ มีความสำคัญอย่างไร

498
00:33:09,018 --> 00:33:13,018
ดูรูปแล้ว

499
00:33:13,018 --> 00:33:17,018
จำไว้นะคะส่วนแรกที่มีคำว่า  Module

500
00:33:17,020 --> 00:33:21,020
first.py นี่ มันคืออะไร

501
00:33:21,022 --> 00:33:25,022
Modul นี่นะคะ

502
00:33:25,023 --> 00:33:29,023
ส่วนที่เป็น

503
00:33:29,024 --> 00:33:33,024
ตัวระบบหรือโปรแกรมใหญ่ ๆ ของเรานะคะ

504
00:33:33,025 --> 00:33:37,025
จะภายใน Module นั้นก็จะมีส่วนของ Class ถ้าจะเขียน

505
00:33:37,027 --> 00:33:41,027
โปรแกรมแบบ OOP เราต้อง

506
00:33:41,029 --> 00:33:45,029
มี Class นะคะ แล้วถ้าเขียนแบบ... เราต้องมีฟังก์ชัน ฟังก์ชันอาจจะมาจาก

507
00:33:45,032 --> 00:33:49,032

508
00:33:49,033 --> 00:33:53,033
Library ก็ได้นะคะ ก็เป็นการเรียกใช้งาน Libeary

509
00:33:53,036 --> 00:33:57,036
ของเขาก็ได้นะคะ นอกจากนี้เรายัง

510
00:33:57,037 --> 00:34:01,037
สามารถเห็นไหมคะ คือ นอกจากเป็น Module ที่เราสร้างแล้ว

511
00:34:01,039 --> 00:34:05,039
ยังเป็น Module ที่เรานำ

512
00:34:05,040 --> 00:34:09,040
นำมาใช้ได้ ก็คือมันจะมี Module ที่สร้างไว้แล้ว

513
00:34:09,041 --> 00:34:13,041
นะคะ แล้วเราก็ไปเรียกใช้ Mod

514
00:34:13,046 --> 00:34:17,046
เหมือน Module กราฟิกอย่างนี้ นั่นคือถ้าเราต้องการเขียน

515
00:34:17,047 --> 00:34:21,047
โปรแกรมด้านกราฟฟิกเราก็อาจจะเรียก

516
00:34:21,049 --> 00:34:25,049
Module นั้นขึ้นมา อย่างนี้นะคะ

517
00:34:25,050 --> 00:34:29,050
อย่างในตัวอย่างคำว่า

518
00:34:29,051 --> 00:34:33,051
First.py นี่ ก็คือเป็น Module ของโปรแกรมเรา เราตั้ง First.py นะคะ

519
00:34:33,052 --> 00:34:37,052
นั่นคือส่วนของ Module

520
00:34:37,056 --> 00:34:41,056
พูดง่าย ๆ สรุปง่าย ๆ ก็คือมันคือไฟล์โปรแกรม

521
00:34:41,060 --> 00:34:45,060
เรานั่นเอง ไฟล์ 1 ไฟล์ นั่นเอง

522
00:34:45,060 --> 00:34:49,060
มาดูส่วนต่อมาที่...

523
00:34:49,062 --> 00:34:53,062
คือจะย้ำเสมอว่า Comment ว่า

524
00:34:53,064 --> 00:34:57,064
มีส่วนสำคัญ สำคัญอย่างไร Comment

525
00:34:57,065 --> 00:35:01,065
เอาไว้อธิบายการทำงานของ

526
00:35:01,067 --> 00:35:05,067
โปรแกรมเรานั่นเองนะคะ เช่น เหมือนตรงนี้

527
00:35:05,069 --> 00:35:09,069
เป็นส่วนที่เราจะประกาศตัวแปร

528
00:35:09,072 --> 00:35:13,072
แล้วเราก็อาจจะเขียนคำอธิบายลงไปว่า

529
00:35:13,074 --> 00:35:17,074
ตัวแปรชื่ออันนี้ ไว้สำหรับทำอันนี้

530
00:35:17,077 --> 00:35:21,077
มันจะดีอย่างไร ให้นึกเมื่อเวลาที่เราต้องการ

531
00:35:21,080 --> 00:35:25,080
หรือโปรแกรมเรามีปัญหา

532
00:35:25,085 --> 00:35:29,085
แล้วเราจะไปแก้ คือ 1. เรารู้แล้วล่ะ เราเขียนเอง

533
00:35:29,086 --> 00:35:33,086
เราจะรู้เลยว่า จุดที่มะนผิด

534
00:35:33,087 --> 00:35:37,087
เกิดจากอะไร ถ้าเรามี Comment ไว้น่ะเราจะไปถูก

535
00:35:37,088 --> 00:35:41,088
ต้องจุดนนี้ Comment นี้เราจะทำอย่างไรกับมัน

536
00:35:41,089 --> 00:35:45,089
เราทำอะไรกับมันไว้ มีส่วนของอะไร มี Fumction อยู่ตรงนี้ไหม

537
00:35:45,090 --> 00:35:49,090
มี class

538
00:35:49,092 --> 00:35:53,092
อยู่ตรงนี้ไหม นึกออกนะคะ Comment มันจะเป็นตัวช่วย

539
00:35:53,093 --> 00:35:57,093
ที่โปรแกรมเมอร์เอาไว้

540
00:35:57,096 --> 00:36:01,096
ใช้เวลาจะไปตรวจสอบ หรือเอาไว้ ให้นึกถึงว่า

541
00:36:01,097 --> 00:36:05,097
เอ๊ะ ตัวแปรนี้เราตั้ง

542
00:36:05,098 --> 00:36:09,098
มาทำไมนะ เพราะเด็ก ๆ น่ะ เวลาเรียนนะ

543
00:36:09,099 --> 00:36:13,099
พอเวลาบอกตั้งชื่อตัวแรกไม่ A ก้ B

544
00:36:13,101 --> 00:36:17,101
อยู่นี่ล่ะ a กับ b ทุกโปรแกรมใช้

545
00:36:17,103 --> 00:36:21,103
AB นี่คืออะไร ไม่รู้

546
00:36:21,104 --> 00:36:25,104
เวลาตั้งชื่อตัวแปรถึงพยายามบอกว่าควรจะ Search Google

547
00:36:25,108 --> 00:36:29,108
Google หาคำภาาษาอัง

548
00:36:29,109 --> 00:36:33,109
ให้มันสอดคล้องกับคำแปล

549
00:36:33,111 --> 00:36:37,111
มันถึงจะใช้งานได้ มันจะยาวไปหน่อย

550
00:36:37,112 --> 00:36:41,112
แต่มันจะทำให้เราไปแก้โค้ดได้ง่ายน่ะ

551
00:36:41,115 --> 00:36:45,115
แก้ได้ง่ายกว่า ๅฤ ๅกับ B

552
00:36:45,117 --> 00:36:49,117
Comment ก็เลยเป็นส่วนสำคัญนะคะ ไม่ควรขาด ไม่ควร

553
00:36:49,118 --> 00:36:53,118
ทิ้งบไปนะคะ คือมันไม่ได้เอาไป

554
00:36:53,120 --> 00:36:57,120
ประมวลผลนะ แต่มันจะเป็นตัวช่วย เหมือน

555
00:36:57,123 --> 00:37:01,123
เล่น Facebook เราต้องติด hastag

556
00:37:01,124 --> 00:37:05,124
ต้องติด Hashtag ไว้ มันเป็นการ

557
00:37:05,127 --> 00:37:09,127
เตือนหรือกระตุ้น

558
00:37:09,128 --> 00:37:13,128
ในโซเชียลใช่ไหม Hashtag เรื่องนั้นเรื่องนี้

559
00:37:13,129 --> 00:37:17,129
หัวข้อว่าอย่างนั้นเถอะ

560
00:37:17,130 --> 00:37:21,130
ประมาณนี้นะคะ ก็เลยต้องติด Hashtag ในเครื่องหมาย

561
00:37:21,131 --> 00:37:25,131
ในภาษาคอมพิวเตอร์นี่ เขาเรียก

562
00:37:25,132 --> 00:37:29,132
Sharp นะคะ แต่ในภาษาเด็กยุคใหม่

563
00:37:29,133 --> 00:37:33,133
วัย Gene

564
00:37:33,135 --> 00:37:37,135
ไอ้ตัวนี้ เด็ก ๆ จะเรียกกันว่า

565
00:37:37,137 --> 00:37:41,137
ส่วนต่อมา

566
00:37:41,138 --> 00:37:45,138
ส่วนที่ 3 ส่วนนี้ขาดไม่ได้ เราจะเขียนโปรแกรมได้

567
00:37:45,139 --> 00:37:49,139
ก็ต่อเมื่อเรามี Stagment

568
00:37:49,140 --> 00:37:53,140
ก็คือส่วนของที่เป็นคำสั่ง เห็นไหมคะ ให้โปรแกรม

569
00:37:53,143 --> 00:37:57,143
มันทำงาน เราก็จะเข้าไปเขียนคำสั่ง

570
00:37:57,145 --> 00:38:01,145
ในตัวโปรแกรมนี้นะคะ ในส่วน Statement

571
00:38:01,147 --> 00:38:05,147
ทีนี้โดยปกติ

572
00:38:05,151 --> 00:38:09,151
ใน Python นี่

573
00:38:09,152 --> 00:38:13,152
เวลาจะจบ จบคำสั่งการทำงาน

574
00:38:13,153 --> 00:38:17,153
ใน 1 คำสั่งนี่นะคะ Python เขาก็จะ

575
00:38:17,154 --> 00:38:21,154
ใช้วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่

576
00:38:21,155 --> 00:38:25,155
แล้วก็มีอีกแบบหนึ่ง คือ Semicolon (;)

577
00:38:25,157 --> 00:38:29,157
คือถ้าเป็นแต่ก่อนให้เด็ก ๆ

578
00:38:29,158 --> 00:38:33,158
ดูที่ความแตกต่างของตัวที่ 1 กับตัวที่ 2

579
00:38:33,160 --> 00:38:37,160
ที่ทำ

580
00:38:37,161 --> 00:38:41,161
คือ ตัวอย่างที่ 1 นี่ บอกว่า

581
00:38:41,162 --> 00:38:45,162
ถ้าใน Python โดยปกติ

582
00:38:45,164 --> 00:38:49,164
คำสั่งจบ 1 อันปุ๊บนี่ แล้วพอกด Enter

583
00:38:49,165 --> 00:38:53,165
นั่นหมายความมาตรงนี้เสร็จคำสั่งหน

584
00:38:53,166 --> 00:38:57,166
1 คำสั่ง เป็น 1 คำสั่ง นึกออกนะ

585
00:38:57,168 --> 00:39:01,168
แล้วบรรทัดนี้ บรรทัดที่ 2 ต่อมา

586
00:39:01,169 --> 00:39:05,169
print นี่ ก็คือคำสั่งที่ 2 นึกออกนะคะ

587
00:39:05,171 --> 00:39:09,171
แต่ทีนี้มันสามารถเขียนได้ 2 แบบ

588
00:39:09,172 --> 00:39:13,172
ก็คือถ้าเขียนแบบมี 2 คำสั่งในบรรทัดเดียวกัน

589
00:39:13,173 --> 00:39:17,173
เขาจะใช้

590
00:39:17,174 --> 00:39:21,174
เครื่องหมาย Semicolon (;) ขั้น เห็นไหมคะ ถ้ามี Semicolon ขั้น

591
00:39:21,177 --> 00:39:25,177
นี่คือคำสั่งที่ 1 เห็นไหม

592
00:39:25,178 --> 00:39:29,178

593
00:39:29,180 --> 00:39:33,180
เห็นไหมคะ การบอกให้

594
00:39:33,181 --> 00:39:37,181
โปรแกรมรู้ว่าฉันเสร็จคำสั่งนี้แล้วนี่ ใช้ Semicolon

595
00:39:37,182 --> 00:39:41,182
นะคะเสร็จแล้ว Print

596
00:39:41,184 --> 00:39:45,184

597
00:39:45,185 --> 00:39:49,185
เพราะไม่ได้มีคำสั่งต่อ

598
00:39:49,186 --> 00:39:53,186
นึกออกนะ แต่ถ้าในกรณีที่มีคำสั่งต่อจากคำสั่งที่ 2

599
00:39:53,188 --> 00:39:57,188
เด็ก ๆ ก็เอาเครื่องหมาย Semicolon มา

600
00:39:57,189 --> 00:40:01,189
แต่วิธีเขียนที่ดี ควรจะเขียน

601
00:40:01,191 --> 00:40:05,191
หมด

602
00:40:05,194 --> 00:40:09,194
1 คำสั่งต่อ 1 บรรทัด เพราะอะไร เพราะแบบนี้จะช่วยให้เช็ก

603
00:40:09,195 --> 00:40:13,195
Code ได้ง่ายกว่า

604
00:40:13,197 --> 00:40:17,197
เหมือนเวลาเราอ่าน อ่านเอกสาร

605
00:40:17,198 --> 00:40:21,198
แล้ว มันไม่มีการเว้นวรรค

606
00:40:21,200 --> 00:40:25,200
ประโยคน่ะ นึกออกไหม มันยาวติดกันไปเป็นพรืดเลย

607
00:40:25,207 --> 00:40:29,207
เห็นแล้วก็

608
00:40:29,208 --> 00:40:33,208
เหมือนถ้าอยากให้ตรวจคำผิด ให้นึกถึง

609
00:40:33,210 --> 00:40:37,210
ในหลวงตามหาบัว แต่ทีนี้คำไม่เว

610
00:40:37,215 --> 00:40:41,215
แต่ทีนี้คำไม่เว้นปุ๊บ เป็น

611
00:40:41,216 --> 00:40:45,216
ในหลวงตามหาบัว

612
00:40:45,217 --> 00:40:49,217
ถูกไหมคะ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ

613
00:40:49,220 --> 00:40:53,220
เพราะฉะนั้น แบบที่ 2 จะไม่นิยม

614
00:40:53,221 --> 00:40:57,221
เพราะในกรณีที่คำสั่งมันมีเยอะน่ะ

615
00:40:57,222 --> 00:41:01,222
มาเขียนต่อ ๆ มันจะยาก

616
00:41:01,223 --> 00:41:05,223
เพราะเวลาไปแก้โค้ดมันจะยาก เพราะอะไร เพราะ

617
00:41:05,224 --> 00:41:09,224
โปรแกรมมันจะมีตรวจ แล้วมันจะบอกว่า

618
00:41:09,225 --> 00:41:13,225
ให้ไปบรรทัดที่... นึกออกนะ มันจะพาเราไปที่บรรทัด

619
00:41:13,226 --> 00:41:17,226
เกิด Erro ที่คำสั่งให

620
00:41:17,229 --> 00:41:21,229
มันมีหลายคำสั่งน่ะ แล้วเราจะรู้ไหมมัน Error

621
00:41:21,230 --> 00:41:25,230
ที่คำสั่งไหน เราก็ต้องมาไล่อีก

622
00:41:25,232 --> 00:41:29,232
แต่ถ้าเป็น 1 คำสั่งต่อ 1 บรรทัด มันจะ

623
00:41:29,233 --> 00:41:33,233
อ๋อ บรรทัดที่ 78

624
00:41:33,234 --> 00:41:37,234
เช็กได้ง่ายขึ้นนะคะ อย่างนี้เป็นต้น

625
00:41:37,235 --> 00:41:41,235
เพราะฉะนั้น เขียน... จริง ๆ แล้ว

626
00:41:41,237 --> 00:41:45,237
ควรเขียน 1 คำสั่งต่อ 1 บรรทัด ทีนี้

627
00:41:45,240 --> 00:41:49,240
พร้อมจะปฏิบัติกันหรือยัง

628
00:41:49,242 --> 00:41:53,242
เดี๋ยวให้เวลาเด็ก ๆ พักเบรกก่อน

629
00:41:53,243 --> 00:41:57,243
10 นาทีนะคะ พี่ล่ามก็จะได้เบรก

630
00:41:57,244 --> 00:42:01,244
เด็ก ๆ เปิดโปรแกรมค่ะ ในสัปดาห์แรก ๆ เรา

631
00:42:01,246 --> 00:42:05,246
ลงโปรแกรมไปแล้วนะคะ

632
00:42:05,247 --> 00:42:09,247
เพราะฉะนั้น เราจะต้องเปิดโปรแกรมไว้นะคะ

633
00:42:09,248 --> 00:42:13,248
เพราะเราจะเริ่มเขียนโปรแกรม

634
00:42:13,250 --> 00:42:17,250
จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการเขียนโปรแกรมแล้ว

635
00:42:17,252 --> 00:42:21,252
ย้อนกลับไปก่อน

636
00:42:21,254 --> 00:42:25,254
ให้ไปเข้าห้องน้ำห้องท่าให้เรียบร้อยก่อน

637
00:42:25,256 --> 00:42:29,256
แล้วเด็ก ๆ มาไอ้นี่ต่อ

638
00:42:29,258 --> 00:42:33,258
โปรแกรมที่จะใช้ชื่อว่า Python

639
00:42:33,261 --> 00:42:37,261
ใช้ขอตัดภาพก่อน

640
00:42:37,263 --> 00:42:41,263
ขอตัดภาพก่อน

641
00:42:41,264 --> 00:42:45,264
เด็ก ๆ

642
00:42:45,266 --> 00:42:49,266
ใช้เครื่องมือค้นหาก็ได้นะคะ ค้นหาโปรแกรม แล้วพิมพ์คำ

643
00:42:49,270 --> 00:42:53,270
ว่า  Python

644
00:42:53,272 --> 00:42:57,272
พิมพ์ p

645
00:42:57,274 --> 00:43:01,274
ใช้เครื่องมือค้นหาแล้วก็

646
00:43:01,288 --> 00:43:05,288
พิมพ์ตัว P แล้วก็... ทำไมเป็นภาษาไทย P-y

647
00:43:05,289 --> 00:43:09,289
เป้นภาษาไทยหรือ

648
00:43:09,291 --> 00:43:13,291
p-y เห็นไหม p-y

649
00:43:13,300 --> 00:43:17,300
นะคะ

650
00:43:17,301 --> 00:43:21,301
P-y-t-h-o-n แต่แค่ P-y ก็ขึ้นแล้วนะ

651
00:43:21,303 --> 00:43:25,303
เห็น Logo น้องแล้วก็คลิกได้เลย

652
00:43:25,304 --> 00:43:29,304
นะคะ เห็นหรือเปล่า

653
00:43:29,306 --> 00:43:33,306
พิมพ์ตัว P-y ก่อน

654
00:43:33,308 --> 00:43:37,308
ถ้า P-y แล้วยังไม่เจออีก พิมพ์ t-

655
00:43:37,309 --> 00:43:41,309
h o n

656
00:43:41,311 --> 00:43:45,311
นะคะ

657
00:43:45,312 --> 00:43:49,312
ถ้าพิมพ์เจอแล้วให้คลิก

658
00:43:49,315 --> 00:43:53,315
เปิดโปรแกรมรอไว้ได้เลยนะคะ เสร็จแล้วก็ให้เด็ก ๆ ไป

659
00:43:53,317 --> 00:43:57,317
เข้าห้องน้ำพักก่อนนะคะ

660
00:43:57,318 --> 00:44:01,318
10 นาที ให้เวลา 10 นาที พักเบรก

661
00:44:01,319 --> 00:44:05,319
โอเคนะคะ

662
00:44:05,320 --> 00:44:09,320
และเดี๋ยวค่อยมาอันนี้ จะได้ตั้งใจทำ

663
00:44:09,322 --> 00:44:13,322
ใครจะไปเข้าห้องน้ำน่ะไปได้

664
00:44:13,323 --> 00:44:17,323
พักก่อน เพราะเดี๋ยวตอนโค้ดไม่เข้าใจ

665
00:44:17,324 --> 00:44:21,324
เกิดอยากลุกไปเข้าห้องน้ำหลุดนะ

666
00:44:21,325 --> 00:44:25,325
เพราะฉะนั้น เบรกก่อนนะคะ พี่ล่าม 10 นาทีนะคะ พักเบรก

667
00:44:25,326 --> 00:44:29,326
ค่ะขอบคุณค่ะ

668
00:44:29,327 --> 00:44:33,327

669
00:44:33,330 --> 00:44:37,330

670
00:44:37,331 --> 00:44:41,331

671
00:44:41,333 --> 00:44:45,333

672
00:44:45,335 --> 00:44:49,335

673
00:44:49,337 --> 00:44:53,337

674
00:44:53,339 --> 00:44:57,339

675
00:44:57,341 --> 00:45:01,341

676
00:45:01,344 --> 00:45:05,344

677
00:45:05,346 --> 00:45:09,346

678
00:45:09,348 --> 00:45:13,348

679
00:45:13,350 --> 00:45:17,350

680
00:45:17,352 --> 00:45:21,352
st

681
00:45:21,354 --> 00:45:25,354

682
00:45:25,357 --> 00:45:29,357

683
00:45:29,360 --> 00:45:33,360

684
00:45:33,363 --> 00:45:37,363

685
00:45:37,364 --> 00:45:41,364

686
00:45:41,366 --> 00:45:45,366

687
00:45:45,368 --> 00:45:49,368

688
00:45:49,370 --> 00:45:53,370

689
00:45:53,371 --> 00:45:57,371

690
00:45:57,372 --> 00:46:01,372

691
00:46:01,376 --> 00:46:05,376

692
00:46:05,378 --> 00:46:09,378

693
00:46:09,379 --> 00:46:13,379

694
00:46:13,382 --> 00:46:17,382

695
00:46:17,387 --> 00:46:21,387

696
00:46:21,389 --> 00:46:25,389

697
00:46:25,391 --> 00:46:29,391

698
00:46:29,393 --> 00:46:33,393

699
00:46:33,395 --> 00:46:37,395

700
00:46:37,398 --> 00:46:41,398

701
00:46:41,400 --> 00:46:45,400

702
00:46:45,405 --> 00:46:49,405

703
00:46:49,406 --> 00:46:53,406

704
00:46:53,409 --> 00:46:57,409

705
00:46:57,413 --> 00:47:01,413

706
00:47:01,415 --> 00:47:05,415

707
00:47:05,417 --> 00:47:09,417

708
00:47:09,419 --> 00:47:13,419

709
00:47:13,421 --> 00:47:17,421

710
00:47:17,424 --> 00:47:21,424

711
00:47:21,425 --> 00:47:25,425

712
00:47:25,429 --> 00:47:29,429

713
00:47:29,430 --> 00:47:33,430

714
00:47:33,432 --> 00:47:37,432

715
00:47:37,434 --> 00:47:41,434

716
00:47:41,436 --> 00:47:45,436

717
00:47:45,438 --> 00:47:49,438

718
00:47:49,440 --> 00:47:53,440

719
00:47:53,443 --> 00:47:57,443

720
00:47:57,445 --> 00:48:01,445

721
00:48:01,446 --> 00:48:05,446

722
00:48:05,449 --> 00:48:09,449

723
00:48:09,451 --> 00:48:13,451

724
00:48:13,453 --> 00:48:17,453

725
00:48:17,455 --> 00:48:21,455

726
00:48:21,458 --> 00:48:25,458

727
00:48:25,460 --> 00:48:29,460

728
00:48:29,462 --> 00:48:33,462

729
00:48:33,465 --> 00:48:37,465

730
00:48:37,467 --> 00:48:41,467

731
00:48:41,471 --> 00:48:45,471

732
00:48:45,472 --> 00:48:49,472

733
00:48:49,474 --> 00:48:53,474

734
00:48:53,476 --> 00:48:57,476

735
00:48:57,478 --> 00:49:01,478

736
00:49:01,480 --> 00:49:05,480

737
00:49:05,482 --> 00:49:09,482

738
00:49:09,484 --> 00:49:13,484

739
00:49:13,487 --> 00:49:17,487

740
00:49:17,489 --> 00:49:21,489

741
00:49:21,493 --> 00:49:25,493

742
00:49:25,496 --> 00:49:29,496

743
00:49:29,498 --> 00:49:33,498

744
00:49:33,500 --> 00:49:37,500

745
00:49:37,501 --> 00:49:41,501

746
00:49:41,504 --> 00:49:45,504

747
00:49:45,508 --> 00:49:49,508

748
00:49:49,510 --> 00:49:53,510

749
00:49:53,512 --> 00:49:57,512

750
00:49:57,514 --> 00:50:01,514

751
00:50:01,516 --> 00:50:05,516

752
00:50:05,518 --> 00:50:09,518

753
00:50:09,520 --> 00:50:13,520

754
00:50:13,522 --> 00:50:17,522

755
00:50:17,526 --> 00:50:21,526

756
00:50:21,528 --> 00:50:25,528

757
00:50:25,531 --> 00:50:29,531

758
00:50:29,534 --> 00:50:33,534

759
00:50:33,536 --> 00:50:37,536

760
00:50:37,539 --> 00:50:41,539

761
00:50:41,541 --> 00:50:45,541

762
00:50:45,542 --> 00:50:49,542

763
00:50:49,543 --> 00:50:53,543

764
00:50:53,545 --> 00:50:57,545

765
00:50:57,548 --> 00:51:01,548

766
00:51:01,550 --> 00:51:05,550

767
00:51:05,555 --> 00:51:09,555

768
00:51:09,556 --> 00:51:13,556

769
00:51:13,558 --> 00:51:17,558

770
00:51:17,559 --> 00:51:21,559

771
00:51:21,563 --> 00:51:25,563

772
00:51:25,567 --> 00:51:29,567

773
00:51:29,569 --> 00:51:33,569

774
00:51:33,571 --> 00:51:37,571

775
00:51:37,572 --> 00:51:41,572

776
00:51:41,575 --> 00:51:45,575

777
00:51:45,577 --> 00:51:49,577

778
00:51:49,580 --> 00:51:53,580

779
00:51:53,582 --> 00:51:57,582

780
00:51:57,584 --> 00:52:01,584

781
00:52:01,586 --> 00:52:05,586

782
00:52:05,588 --> 00:52:09,588

783
00:52:09,589 --> 00:52:13,589

784
00:52:13,591 --> 00:52:17,591

785
00:52:17,593 --> 00:52:21,593

786
00:52:21,596 --> 00:52:25,596

787
00:52:25,598 --> 00:52:29,598

788
00:52:29,599 --> 00:52:33,599

789
00:52:33,601 --> 00:52:37,601

790
00:52:37,604 --> 00:52:41,604

791
00:52:41,606 --> 00:52:45,606

792
00:52:45,609 --> 00:52:49,609

793
00:52:49,611 --> 00:52:53,611

794
00:52:53,614 --> 00:52:57,614

795
00:52:57,616 --> 00:53:01,616

796
00:53:01,618 --> 00:53:05,618

797
00:53:05,620 --> 00:53:09,620

798
00:53:09,623 --> 00:53:13,623

799
00:53:13,625 --> 00:53:17,625

800
00:53:17,627 --> 00:53:21,627

801
00:53:21,629 --> 00:53:25,629

802
00:53:25,631 --> 00:53:29,631

803
00:53:29,633 --> 00:53:33,633

804
00:53:33,635 --> 00:53:37,635

805
00:53:37,638 --> 00:53:41,638

806
00:53:41,640 --> 00:53:45,640

807
00:53:45,644 --> 00:53:49,644

808
00:53:49,645 --> 00:53:53,645

809
00:53:53,648 --> 00:53:57,648

810
00:53:57,652 --> 00:54:01,652

811
00:54:01,654 --> 00:54:05,654

812
00:54:05,656 --> 00:54:09,656

813
00:54:09,657 --> 00:54:13,657

814
00:54:13,662 --> 00:54:17,662

815
00:54:17,664 --> 00:54:21,664

816
00:54:21,666 --> 00:54:25,666

817
00:54:25,668 --> 00:54:29,668

818
00:54:29,670 --> 00:54:33,670

819
00:54:33,672 --> 00:54:37,672

820
00:54:37,674 --> 00:54:41,674

821
00:54:41,675 --> 00:54:45,675

822
00:54:45,677 --> 00:54:49,677

823
00:54:49,679 --> 00:54:53,679

824
00:54:53,681 --> 00:54:57,681

825
00:54:57,683 --> 00:55:01,683

826
00:55:01,685 --> 00:55:05,685

827
00:55:05,687 --> 00:55:09,687

828
00:55:09,689 --> 00:55:13,689

829
00:55:13,692 --> 00:55:17,692

830
00:55:17,694 --> 00:55:21,694

831
00:55:21,699 --> 00:55:25,699

832
00:55:25,701 --> 00:55:29,701

833
00:55:29,703 --> 00:55:33,703

834
00:55:33,705 --> 00:55:37,705

835
00:55:37,707 --> 00:55:41,707

836
00:55:41,711 --> 00:55:45,711

837
00:55:45,713 --> 00:55:49,713

838
00:55:49,714 --> 00:55:53,714

839
00:55:53,719 --> 00:55:57,719

840
00:55:57,721 --> 00:56:01,721

841
00:56:01,723 --> 00:56:05,723

842
00:56:05,725 --> 00:56:09,725

843
00:56:09,726 --> 00:56:13,726

844
00:56:13,731 --> 00:56:17,731

845
00:56:17,736 --> 00:56:21,736

846
00:56:21,738 --> 00:56:25,738

847
00:56:25,740 --> 00:56:29,740

848
00:56:29,742 --> 00:56:33,742

849
00:56:33,745 --> 00:56:37,745

850
00:56:37,748 --> 00:56:41,748

851
00:56:41,750 --> 00:56:45,750

852
00:56:45,752 --> 00:56:49,752

853
00:56:49,754 --> 00:56:53,754

854
00:56:53,756 --> 00:56:57,756

855
00:56:57,758 --> 00:57:01,758

856
00:57:01,760 --> 00:57:05,760

857
00:57:05,763 --> 00:57:09,763

858
00:57:09,766 --> 00:57:13,766

859
00:57:13,768 --> 00:57:17,768

860
00:57:17,770 --> 00:57:21,770

861
00:57:21,771 --> 00:57:25,771

862
00:57:25,773 --> 00:57:29,773

863
00:57:29,774 --> 00:57:33,774

864
00:57:33,776 --> 00:57:37,776

865
00:57:37,777 --> 00:57:41,777

866
00:57:41,779 --> 00:57:45,779

867
00:57:45,781 --> 00:57:49,781

868
00:57:49,782 --> 00:57:53,782

869
00:57:53,784 --> 00:57:57,784

870
00:57:57,786 --> 00:58:01,786

871
00:58:01,787 --> 00:58:05,787

872
00:58:05,788 --> 00:58:09,788

873
00:58:09,792 --> 00:58:13,792

874
00:58:13,795 --> 00:58:17,795

875
00:58:17,797 --> 00:58:21,797

876
00:58:21,799 --> 00:58:25,799

877
00:58:25,802 --> 00:58:29,802

878
00:58:29,803 --> 00:58:33,803

879
00:58:33,806 --> 00:58:37,806

880
00:58:37,808 --> 00:58:41,808

881
00:58:41,811 --> 00:58:45,811

882
00:58:45,814 --> 00:58:49,814

883
00:58:49,816 --> 00:58:53,816

884
00:58:53,818 --> 00:58:57,818

885
00:58:57,823 --> 00:59:01,823

886
00:59:01,825 --> 00:59:05,825

887
00:59:05,827 --> 00:59:09,827

888
00:59:09,828 --> 00:59:13,828

889
00:59:13,830 --> 00:59:17,830

890
00:59:17,832 --> 00:59:21,832

891
00:59:21,834 --> 00:59:25,834

892
00:59:25,837 --> 00:59:29,837

893
00:59:29,838 --> 00:59:33,838

894
00:59:33,840 --> 00:59:37,840

895
00:59:37,842 --> 00:59:41,842

896
00:59:41,846 --> 00:59:45,846

897
00:59:45,848 --> 00:59:49,848

898
00:59:49,850 --> 00:59:53,850

899
00:59:53,851 --> 00:59:57,851

900
00:59:57,854 --> 01:00:01,854

901
01:00:01,856 --> 01:00:05,856

902
01:00:05,859 --> 01:00:09,859

903
01:00:09,860 --> 01:00:13,860

904
01:00:13,862 --> 01:00:17,862

905
01:00:17,864 --> 01:00:21,864

906
01:00:21,866 --> 01:00:25,866

907
01:00:25,868 --> 01:00:29,868

908
01:00:29,870 --> 01:00:33,870

909
01:00:33,874 --> 01:00:37,874

910
01:00:37,876 --> 01:00:41,876

911
01:00:41,878 --> 01:00:45,878

912
01:00:45,882 --> 01:00:49,882

913
01:00:49,883 --> 01:00:53,883

914
01:00:53,886 --> 01:00:57,886

915
01:00:57,888 --> 01:01:01,888

916
01:01:01,890 --> 01:01:05,890

917
01:01:05,894 --> 01:01:09,894

918
01:01:09,896 --> 01:01:13,896

919
01:01:13,898 --> 01:01:17,898

920
01:01:17,903 --> 01:01:21,903

921
01:01:21,905 --> 01:01:25,905

922
01:01:25,907 --> 01:01:29,907

923
01:01:29,909 --> 01:01:33,909

924
01:01:33,911 --> 01:01:37,911

925
01:01:37,914 --> 01:01:41,914

926
01:01:41,916 --> 01:01:45,916

927
01:01:45,918 --> 01:01:49,918

928
01:01:49,920 --> 01:01:53,920

929
01:01:53,923 --> 01:01:57,923

930
01:01:57,926 --> 01:02:01,926

931
01:02:01,928 --> 01:02:05,928

932
01:02:05,930 --> 01:02:09,930

933
01:02:09,932 --> 01:02:13,932

934
01:02:13,934 --> 01:02:17,934

935
01:02:17,936 --> 01:02:21,936

936
01:02:21,938 --> 01:02:25,938

937
01:02:25,940 --> 01:02:29,940

938
01:02:29,941 --> 01:02:33,941

939
01:02:33,950 --> 01:02:37,950

940
01:02:37,955 --> 01:02:41,955

941
01:02:41,956 --> 01:02:45,956

942
01:02:45,959 --> 01:02:49,959

943
01:02:49,960 --> 01:02:53,960

944
01:02:53,962 --> 01:02:57,962

945
01:02:57,965 --> 01:03:01,965

946
01:03:01,966 --> 01:03:05,966

947
01:03:05,968 --> 01:03:09,968

948
01:03:09,972 --> 01:03:13,972

949
01:03:13,974 --> 01:03:17,974

950
01:03:17,976 --> 01:03:21,976

951
01:03:21,978 --> 01:03:25,978

952
01:03:25,980 --> 01:03:29,980

953
01:03:29,982 --> 01:03:33,982

954
01:03:33,984 --> 01:03:37,984

955
01:03:37,986 --> 01:03:41,986

956
01:03:41,989 --> 01:03:45,989

957
01:03:45,991 --> 01:03:49,991

958
01:03:49,993 --> 01:03:53,993

959
01:03:53,996 --> 01:03:57,996

960
01:03:57,998 --> 01:04:01,998

961
01:04:01,999 --> 01:04:05,999

962
01:04:06,004 --> 01:04:10,004

963
01:04:10,005 --> 01:04:14,005

964
01:04:14,007 --> 01:04:18,007

965
01:04:18,009 --> 01:04:22,009

966
01:04:22,012 --> 01:04:26,012

967
01:04:26,013 --> 01:04:30,013

968
01:04:30,015 --> 01:04:34,015

969
01:04:34,017 --> 01:04:38,017

970
01:04:38,019 --> 01:04:42,019

971
01:04:42,020 --> 01:04:46,020

972
01:04:46,022 --> 01:04:50,022

973
01:04:50,024 --> 01:04:54,024

974
01:04:54,025 --> 01:04:58,025

975
01:04:58,028 --> 01:05:02,028

976
01:05:02,030 --> 01:05:06,030

977
01:05:06,032 --> 01:05:10,032

978
01:05:10,034 --> 01:05:14,034

979
01:05:14,036 --> 01:05:18,036

980
01:05:18,038 --> 01:05:22,038

981
01:05:22,040 --> 01:05:26,040

982
01:05:26,042 --> 01:05:30,042

983
01:05:30,044 --> 01:05:34,044

984
01:05:34,046 --> 01:05:38,046

985
01:05:38,048 --> 01:05:42,048

986
01:05:42,049 --> 01:05:46,049
โอเคค่ะ

987
01:05:46,052 --> 01:05:50,052

988
01:05:50,053 --> 01:05:54,053
พร้อมนะคะเด็ก ๆ ดูนะคะ

989
01:05:54,054 --> 01:05:58,054
เดี๋ยวเราจะลองมาเขียนนะคะ อันนี้

990
01:05:58,058 --> 01:06:02,058
ยังไม่ได้เขียนแบบเป็นโครงสรา้งนะ

991
01:06:02,059 --> 01:06:06,059
นะคะ เดี๋ยวเราจะมาดูคำสั่งที่เรา

992
01:06:06,060 --> 01:06:10,060
ใช้ในการเขียนวันนี้คือคำสั่งอะไร จำได้นะ

993
01:06:10,062 --> 01:06:14,062
ตอน

994
01:06:14,063 --> 01:06:18,063
print  หรืแ

995
01:06:18,067 --> 01:06:22,067
แสดงผลนะคะ แต่ในภาษาคอมฯ นี่

996
01:06:22,068 --> 01:06:26,068
ใน Python นี่มันจะเรียกว่าโปรแกรม

997
01:06:26,069 --> 01:06:30,069
นะคะ หรือเรียกว่า print Function

998
01:06:30,070 --> 01:06:34,070
print function นะคะ เพราะอะไร เพราะฟังก์ชันนี้

999
01:06:34,071 --> 01:06:38,071
มันโดยใช้งานบ่อยเพราะอะไร

1000
01:06:38,073 --> 01:06:42,073
เมื่อเราต้องการให้คอมพิวเตอร์

1001
01:06:42,077 --> 01:06:46,077
มาเรียกใช้ฟังก์ชัน print นะคะ

1002
01:06:46,079 --> 01:06:50,079
ซึ่งจะใช้ในการแสดงผลผ่านทางจอภาพ

1003
01:06:50,081 --> 01:06:54,081
นะคะ ซึ่งวิธีการใช้

1004
01:06:54,083 --> 01:06:58,083
ก็คือพิมพ์คำว่า "pirnt" นะคะ เราจะต้องพิมพ์คำว่า

1005
01:06:58,084 --> 01:07:02,084
Print แ

1006
01:07:02,086 --> 01:07:06,086
ใส่เครื่องหมายวงเล็บเปิด วงเล็

1007
01:07:06,087 --> 01:07:07,374
ล้ว

1008
01:07:10,088 --> 01:07:14,088
ุ

1009
01:07:14,091 --> 01:07:16,169

1010
01:07:18,092 --> 01:07:22,092
นั่นเป็น Function นะคะ

1011
01:07:22,098 --> 01:07:26,098
เมื่อกี้ให้เปิดโปรแกรมที่เราได้ทำการดาวน์โหลด

1012
01:07:26,099 --> 01:07:30,099
ไว้ตั้งแต่สัปดาห์แรก ๆ ไว้

1013
01:07:30,100 --> 01:07:34,100
ให้เด็ก ๆ เปิดหน้าต่างโปรแกรมนั้นนะคะ

1014
01:07:34,101 --> 01:07:38,101
เราจะใช้คำสั่ง print นี่

1015
01:07:38,102 --> 01:07:42,102
ทาง... เขาเรียกว่า

1016
01:07:42,104 --> 01:07:46,104
ที่เป็นแบบ

1017
01:07:46,105 --> 01:07:50,105
ก็คือ print เป็นบรรทัด ๆ ไป

1018
01:07:50,107 --> 01:07:54,107
ยังไม่ได้ทำเป็นโปรแกรมทั้งโปรแกรม

1019
01:07:54,109 --> 01:07:58,109
เปิดหน้าต่างนี้ขึ้นมานะ

1020
01:07:58,110 --> 01:08:02,110
ตอนนี้เด็ก ๆ อยู่ในหน้าต่างนี้กันใช่ไหมคะ

1021
01:08:02,111 --> 01:08:06,111
เห็นไหมคะ ตรงที่...

1022
01:08:06,112 --> 01:08:10,112
สีขาว ๆ กระพริบ หรือ

1023
01:08:10,123 --> 01:08:14,123

1024
01:08:14,126 --> 01:08:18,126
นะคะ อันอับแรก

1025
01:08:18,127 --> 01:08:22,127
print print นี่ ใช้

1026
01:08:22,129 --> 01:08:26,129
ดพื่อให้แสดงชื่อของเรา เพราะฉะนั้น

1027
01:08:26,131 --> 01:08:30,131
ในเครื่องหมายวงเล็บนะคะ

1028
01:08:30,133 --> 01:08:34,133
ก่อนอื่นต้องพิมพ์ตัวคำสั่งก่อน

1029
01:08:34,134 --> 01:08:38,134
็ก็คือ p-r-i-n-

1030
01:08:38,135 --> 01:08:42,135
T แล้วก็ใส่เครื่องหมายวงเล็บเปิด

1031
01:08:42,136 --> 01:08:46,136
วงเล็บปิดพร้อมกัน

1032
01:08:46,138 --> 01:08:50,138
วงเล็บปิดกด 0 เฉยเลย

1033
01:08:50,139 --> 01:08:54,139
เดี๋ยวขยายขนาดตัวอักษรให้ แป๊บหนึ่งค่ะ

1034
01:08:54,142 --> 01:08:58,142

1035
01:08:58,143 --> 01:09:02,143
ตั้งค่า

1036
01:09:02,147 --> 01:09:06,147
ตั้งค่าตรงไหน

1037
01:09:06,149 --> 01:09:10,149
แป๊บหนึ่งนะคะเด็ก ๆ

1038
01:09:10,150 --> 01:09:14,150
ไม่ขยายให้น่ะ

1039
01:09:14,153 --> 01:09:18,153
ทำไมมันไม่ขยาย

1040
01:09:18,154 --> 01:09:22,154

1041
01:09:22,156 --> 01:09:26,156

1042
01:09:26,158 --> 01:09:30,158
ไม่ขยายให้

1043
01:09:30,159 --> 01:09:34,159

1044
01:09:34,160 --> 01:09:38,160

1045
01:09:38,164 --> 01:09:42,164

1046
01:09:42,166 --> 01:09:46,166

1047
01:09:46,170 --> 01:09:50,170

1048
01:09:50,176 --> 01:09:54,176

1049
01:09:54,181 --> 01:09:58,181
สว่างไป เดี๋ยว ๆ

1050
01:09:58,182 --> 01:10:02,182
เซตให้ใหม่ แป๊บหนึ่ง

1051
01:10:02,183 --> 01:10:06,183
แก้ Properties ก่อน

1052
01:10:06,185 --> 01:10:10,185
สีอะไรดีกลัวไม่เห็น สีดำนี่เห็นไหม

1053
01:10:10,187 --> 01:10:14,187
โอเคไหม เห็นหรือยังคะ

1054
01:10:14,188 --> 01:10:18,188
ยังเล็กไปอยู่

1055
01:10:18,192 --> 01:10:22,192
30 เล็กไป เดี๋ยวเพิ่มอีก เด็ก ๆ บอกเล็ก

1056
01:10:22,195 --> 01:10:26,195

1057
01:10:26,199 --> 01:10:30,199
โอเค

1058
01:10:30,200 --> 01:10:34,200
เห็นแล้วนะ พิมพ์คำว่า print

1059
01:10:34,203 --> 01:10:38,203
แล้วใส่วงเล็บเปิด-ปิด สังเกต

1060
01:10:38,204 --> 01:10:42,204
ที่ตำแหน่ง กระพริบ

1061
01:10:42,206 --> 01:10:46,206
ทีนี้ในวงเล็บ ให้ใส่

1062
01:10:46,208 --> 01:10:50,208
เครื่องหมายคำพูด

1063
01:10:50,209 --> 01:10:54,209
2 ขีดก็ได้ หรือ 1 ก็ได้นะคะ ต่างกันนะ

1064
01:10:54,212 --> 01:10:58,212
เมื่อกี้มีวงเล็บใช่ไหม

1065
01:10:58,214 --> 01:11:02,214
เสร็จแล้ว ในวงเล็บใส่เครื่องหมายคำพูด ในวงเล็บ

1066
01:11:02,216 --> 01:11:06,216
ให้พิมพ์เครื่องหมายคำพูดลงไป

1067
01:11:06,217 --> 01:11:10,217
บอกแล้วว่าถ้าเราจะแสดงข้อความ

1068
01:11:10,219 --> 01:11:14,219
ในคอมพิวเตอร์นี่มันจะแสดง

1069
01:11:14,220 --> 01:11:18,220
ต้องใส่เครื่องหมายคำพูดอย่างนี้ 2 อัน

1070
01:11:18,221 --> 01:11:22,221
ทีนี้ใส่อะไรใ

1071
01:11:22,225 --> 01:11:26,225
ชื่อตัวเองลงไปค่ะ อยากเห็นชื่อตัวเองพิมพ์ลงไป

1072
01:11:26,226 --> 01:11:30,226
ถ้า Font ภาษาไทยไม่ขึ้นพิมพภาษาอังกฤษไปก่

1073
01:11:30,227 --> 01:11:34,227
ยังไม่ได้ตั้งค่าฟอนต์ เดี๋ยวค่อยไปตั้งค่าทีหลัง

1074
01:11:34,229 --> 01:11:38,229
นะคะ

1075
01:11:38,230 --> 01:11:42,230

1076
01:11:42,231 --> 01:11:46,231
นามสกุลด้วยไหม ยาว ๆ จะได้เห็น

1077
01:11:46,234 --> 01:11:50,234

1078
01:11:50,237 --> 01:11:54,237
ถ้าเมื่อใดที่เด็ก ๆ

1079
01:11:54,239 --> 01:11:58,239
ต้องการให้คอมพิวเตอร์นะคะ

1080
01:11:58,242 --> 01:12:02,242
แสดงผลข้อความ

1081
01:12:02,243 --> 01:12:06,243
เพราะฉะนั้น ในวงเล็บนี่ คำสั่ง print

1082
01:12:06,245 --> 01:12:10,245
แล้วในวงเล็บนี่คือส่วนที่เราให้

1083
01:12:10,247 --> 01:12:14,247
คอมพิวเตอร์มันแสดง เพราะฉะนั้น เมื่อต้องการให้แสดง

1084
01:12:14,248 --> 01:12:18,248
สิ่งที่เป็นข้อคึวามนี่เด็ก ๆ จะ

1085
01:12:18,248 --> 01:12:22,248
ต้องใช้เครื่องหมายคำพูด ที่เรียกว่า Double Quopte

1086
01:12:22,249 --> 01:12:26,249
double ๐ีนะ

1087
01:12:26,251 --> 01:12:30,251
2 ขีดใช่ไหม กับ

1088
01:12:30,252 --> 01:12:34,172
นะคะ

1089
01:12:34,253 --> 01:12:38,253
เสร็จแล้ว

1090
01:12:38,255 --> 01:12:42,255
เมื่อเสร็จแล้วนะคะ ให้เลื่อน

1091
01:12:42,256 --> 01:12:46,256
นะคะ ให้ตำแหน่งนี่

1092
01:12:46,257 --> 01:12:50,257
แล้วกด Enter

1093
01:12:50,258 --> 01:12:54,258
มันจะต้องแสดงชื่อของเด็ก ๆ ในบรรทัดต่อมา

1094
01:12:54,259 --> 01:12:58,259
กด Enter ค่ะ

1095
01:12:58,263 --> 01:13:02,263
ทำไมไม่แสดงผล

1096
01:13:02,265 --> 01:13:06,265

1097
01:13:06,266 --> 01:13:10,266
ต้องเลื่อนเคอร์เซอร์นะคะ เห็นไหม

1098
01:13:10,268 --> 01:13:14,268
แสดงชื่อแล้ว

1099
01:13:14,270 --> 01:13:18,270
คืออะไร ไอ้ขีดขาว ๆ กะพริบน่ะเห็นไหม

1100
01:13:18,272 --> 01:13:22,272
นั่นคือเคอร์เซอร์

1101
01:13:22,274 --> 01:13:26,274
ไหน ใครไม่มีชื่อตัวเองขึ้น

1102
01:13:26,275 --> 01:13:30,275

1103
01:13:30,276 --> 01:13:34,276

1104
01:13:34,278 --> 01:13:38,278

1105
01:13:38,280 --> 01:13:42,280

1106
01:13:42,284 --> 01:13:46,284

1107
01:13:46,286 --> 01:13:50,286

1108
01:13:50,292 --> 01:13:54,292

1109
01:13:54,294 --> 01:13:58,294
สิ่งที่จะแสดงออกมา

1110
01:13:58,299 --> 01:14:02,299
ก็คือสิ่งที่อยู่ในวงเล็บตัว print

1111
01:14:02,301 --> 01:14:06,301
ตัว print คำว่า "print" น่ะ คือ คำสั่ง

1112
01:14:06,302 --> 01:14:10,302
ที่เราจะให้คอมพิวเตอร์มันแสดงออกมาใช่ไหม

1113
01:14:10,305 --> 01:14:14,305
แล้วบอกไว้ว่า เมื่อกี้บอกว่าให้แสดง

1114
01:14:14,307 --> 01:14:18,307
ในถ้าเป็นข้อความ ก็คือ

1115
01:14:18,307 --> 01:14:22,307
ตัวอักษรเราจะต้องใส่เครื่องหมายคำพูด เดี๋ยวลองใหม่

1116
01:14:22,308 --> 01:14:26,308
ทีนี้ถ้าเป้นตัวเลข

1117
01:14:26,309 --> 01:14:30,309
เด็ก ๆ ลองพิมพ์ตัวเลขนะคะ

1118
01:14:30,311 --> 01:14:34,311
เอาอะไรดี เอาเลข...

1119
01:14:34,313 --> 01:14:38,313
รหัส

1120
01:14:38,315 --> 01:14:42,315
บัตรประชาชนเด็ก ๆ ก้ได้นะคะคเหมือนเดิม

1121
01:14:42,317 --> 01:14:46,317
พิมพ์คำสั่ง print คำสั่งในภาษา Python

1122
01:14:46,318 --> 01:14:50,318
จะพิมพ์ด้วยตัวเล็กเสมอ

1123
01:14:50,321 --> 01:14:54,321
p-r-i-n-t ใส่วงเล็บเปิด-ปิดไว้เลย

1124
01:14:54,322 --> 01:14:58,322
แล้วเลื่อน เคอร์เซอร์ขึ้นไปนะคะ

1125
01:14:58,323 --> 01:15:02,323
เลขที่บัตรประชาชนตัวเอง พิมพ์ลงไปค่ะ 13 หลัก

1126
01:15:02,324 --> 01:15:06,324

1127
01:15:06,327 --> 01:15:10,327

1128
01:15:10,328 --> 01:15:14,328

1129
01:15:14,331 --> 01:15:18,331
เห็นไหมคะ มีความแตกต่างนะคะเด็ก ๆ

1130
01:15:18,336 --> 01:15:22,336
เพราะอะไรเพราะเลขบัตรประชาชน

1131
01:15:22,337 --> 01:15:26,337
มันเป็นตัวเลข มันไม่ใช่ข้อความ ก็คือมันไม่ใช่ Text

1132
01:15:26,339 --> 01:15:30,339
นึกออกนะไม่ใช่ตัวอักษร

1133
01:15:30,340 --> 01:15:34,340
ใครไม่ทันแล้วยกมือนะคะ บอกแล้วว่าเรา

1134
01:15:34,342 --> 01:15:38,342
ต้องการให้...

1135
01:15:38,343 --> 01:15:42,343
ไม่ทันหรือ

1136
01:15:42,344 --> 01:15:46,344

1137
01:15:46,345 --> 01:15:50,345

1138
01:15:50,347 --> 01:15:54,347
แม็กกี้ทันไหม

1139
01:15:54,350 --> 01:15:58,350
เลขบัตรนะคะ ให้ดูความแตกต่าง

1140
01:15:58,351 --> 01:16:02,351
แบบที่ 1

1141
01:16:02,352 --> 01:16:06,352
ที่มีชื่อเราใช่ไหม นั่นเป็นข้อความ เราจะต้องมี

1142
01:16:06,353 --> 01:16:10,353
เครื่องหมายคำพูด

1143
01:16:10,354 --> 01:16:14,354
อยู่ในวงเล็บด้วย แต่แบบที่ 2

1144
01:16:14,355 --> 01:16:18,355
เป็นตัวเลขไม่ต้องใส่เครื่องหมายคำพูด

1145
01:16:18,356 --> 01:16:22,356
เห็นไหมคะ ก็คือถ้าเป็น

1146
01:16:22,357 --> 01:16:26,357
ตัวเลขสั่งมันพิมพ์ได้เลย มันรู้จ

1147
01:16:26,358 --> 01:16:30,358
โอเคนะคะ

1148
01:16:30,359 --> 01:16:34,359

1149
01:16:34,361 --> 01:16:38,361

1150
01:16:38,362 --> 01:16:42,362
นะคะ

1151
01:16:42,364 --> 01:16:46,364
ทีนี้

1152
01:16:46,367 --> 01:16:50,367
มีใครยังใช้คำสั่ง Print

1153
01:16:50,370 --> 01:16:54,370
ไม่ได้

1154
01:16:54,371 --> 01:16:58,371
ไม่ได้ใช้อะไรพิศดารเลยนะลูก

1155
01:16:58,373 --> 01:17:02,373
คือ จำง่าย ๆ คือ เด็ก ๆ จะต้องพิมพ์ตัวคำสั่งรอไว้เลย

1156
01:17:02,377 --> 01:17:06,377
Print แล้วก็ วงเล็บเปิดปิดไว้

1157
01:17:06,378 --> 01:17:10,378
เสร็จแล้วมาดูว่าในวงเล็บนี่

1158
01:17:10,380 --> 01:17:14,380
อยากให้มันแสดงอะไร ถ้า

1159
01:17:14,381 --> 01:17:18,381
แสดงเป็นข้อความเหมือนที่บอกนะคะ จะต้องมี

1160
01:17:18,384 --> 01:17:22,384
เครื่องหมายคำพูด

1161
01:17:22,385 --> 01:17:26,385
เพราะไม่อย่างนั้น ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวให้ลองนะคะ พิมพ์คำสั่ง print

1162
01:17:26,387 --> 01:17:30,387
อีกครั้งหนึ่งค่ะ

1163
01:17:30,388 --> 01:17:34,388

1164
01:17:34,391 --> 01:17:38,391
เกิดอะไรขึ้น

1165
01:17:38,392 --> 01:17:42,392
ให้พิมพ์คำสั่ง print รอก่อนนะคะ

1166
01:17:42,394 --> 01:17:46,394
อีก 1 ทีแล้วก็

1167
01:17:46,399 --> 01:17:50,399
ใส่เครื่องหมายวงเล็บไว้

1168
01:17:50,400 --> 01:17:54,400

1169
01:17:54,401 --> 01:17:58,401

1170
01:17:58,402 --> 01:18:02,402

1171
01:18:02,404 --> 01:18:06,404

1172
01:18:06,406 --> 01:18:10,406

1173
01:18:10,409 --> 01:18:14,409
เห็นไหม... เด็ก ๆ

1174
01:18:14,411 --> 01:18:18,411
เด็ก ๆ คะ คำสั่ง

1175
01:18:18,414 --> 01:18:22,414
จำก่อนนะคะ คำสั่งในภาษา

1176
01:18:22,415 --> 01:18:26,415
ทุกภาษา ตัวคำสั่งในภาษา

1177
01:18:26,415 --> 01:18:30,415
มันจะเป็นตัวพิมพ์เล็กทั้งหมดเลย มันจะไม่มีตัวพิมพ์ใหญ่

1178
01:18:30,417 --> 01:18:34,417
เพราะฉะนั้นถ้าพิมพ์ด้วยพิมพืใหญ่

1179
01:18:34,419 --> 01:18:38,419
มันจะไม่ได้ ไม่เชื่อลอง ลองนะคะ ไม่เชื่อเด็ก ๆ ลอง

1180
01:18:38,420 --> 01:18:42,420
พิมพ์ เปลี่ยน

1181
01:18:42,422 --> 01:18:46,422
ตัว p ตัวนี้เป็นตัวใหญ่ เป็นตัวใหญ่อย่างนี้นะคะ

1182
01:18:46,423 --> 01:18:50,423
นะคะ

1183
01:18:50,424 --> 01:18:54,424
ลองเปลี่ยนดู

1184
01:18:54,426 --> 01:18:58,426
แล้วกด Enter

1185
01:18:58,428 --> 01:19:02,428
ใส่เลข 1 เข้าไปข้างใน แล้วลองกด Enter มันจะขึ้นอย่างนี้เลย

1186
01:19:02,429 --> 01:19:06,429
โปรแกรมมันจะมี

1187
01:19:06,430 --> 01:19:10,430
ข้อความเตือนเลย name error เลย

1188
01:19:10,431 --> 01:19:14,431
์ฟทำ Error เลย print นี่

1189
01:19:14,433 --> 01:19:18,433
มันบอกว่ามันไม่รู้จัก ฉันไม่รู้จัด เพราะอะไร

1190
01:19:18,434 --> 01:19:22,434
เพราะถ้าเป็นคำสั่ง

1191
01:19:22,436 --> 01:19:26,436
ใน python มันเป็นตัวเล็ก ตัว p

1192
01:19:26,437 --> 01:19:30,437
นะคะ เป็นตัวเล็ก

1193
01:19:30,439 --> 01:19:34,439
มันก็เลยมาถามว่าคุณหมายถึงคำนี้หรือเปล่า

1194
01:19:34,440 --> 01:19:38,440
มันมีตัวเล็กให้ดูด้วย พิมพ์ตัวเล็ก

1195
01:19:38,441 --> 01:19:42,441
อย่างนี้ มันบอกว่าไม่ใช่ตัวนี้หรือ มันยังบอกเราอีก

1196
01:19:42,443 --> 01:19:46,443
ว่าเราพิมพ์ผิดนะ

1197
01:19:46,444 --> 01:19:50,444
เห็นไหมคะ มันช่วยเราขนาดไหน แต่ก่อนงงเลย

1198
01:19:50,450 --> 01:19:54,450
แต่ก่อน

1199
01:19:54,452 --> 01:19:58,452
สมัยแรก ๆ นะคะ สมัยแม่เรียนน่ะ มันไม่มีมาบอกอย่างนี้หรอก

1200
01:19:58,454 --> 01:20:02,454
ต้องไปหาคือรู้แต่ว่า

1201
01:20:02,456 --> 01:20:06,456
แต่ Error ตรงไหนไม่รู้ ต้องไปไล่ทีละบรรทัด ทีละบรรทัด

1202
01:20:06,458 --> 01:20:10,458
นะ แต่ยุคใหม่

1203
01:20:10,459 --> 01:20:14,459
เขาบอกมันง่ายในการเขียน คือ พิมพ์ผิดปุ๊บมันบอกเราเลย

1204
01:20:14,460 --> 01:20:18,460
นี่ ๆ คุณพิมพ์ตัวนี้มันใช่ตัวนี้

1205
01:20:18,462 --> 01:20:22,462
ที่คุณจะพิมพ์ มันจะบอกเราเลยนะคะ มันจะทำให้เรา

1206
01:20:22,463 --> 01:20:26,463
อ๋อ เราผิดเอง

1207
01:20:26,464 --> 01:20:30,464
ทีนี้ลองใช้คำสั่ง print นะคะ

1208
01:20:30,465 --> 01:20:34,465
พิมพ์ใหม้อีกทีหนึ่ง

1209
01:20:34,467 --> 01:20:38,467
พิมพ์บ่อย ๆ จะได้จำ แล้วก็

1210
01:20:38,468 --> 01:20:42,468
ข้างในดูนะคะ ถ้าพิมพ์ข้อความแล้ว

1211
01:20:42,469 --> 01:20:46,469
ให้ในวงเล็บนี่

1212
01:20:46,471 --> 01:20:50,471
ทีนี้ไมบอก

1213
01:20:50,473 --> 01:20:54,473
ให้พิมพ์ชื่อ ชื่อเล่นตัวเอง

1214
01:20:54,475 --> 01:20:58,475
เข้าใจไหม ชื่อเล่นของตัวเอง

1215
01:20:58,476 --> 01:21:02,476
จะทำอย่างไรให้คอมพิวเตอร์มัน print ชื่อเล่นเราออกมา

1216
01:21:02,480 --> 01:21:06,480
ลองสิแม่ไม่พาทำทำเอง

1217
01:21:06,481 --> 01:21:10,481
เดี๋ยวจะไปเดินดูว่าเข้าใจหรือเปล่าที่บอกไป

1218
01:21:10,483 --> 01:21:14,483
ให้มันพิมพ์ชื่อเล่นของเรา

1219
01:21:14,486 --> 01:21:18,486
ออกมานะคะ print อะไรคะ จะใส่อะไรเข้าไปในวงเล็บนี้

1220
01:21:18,487 --> 01:21:22,487
เราจะเอาอะไรเขาไปอยู่ในนั้นนะ

1221
01:21:22,488 --> 01:21:26,488
ใส่ดูสิ ใส่ดู เดี๋ยว

1222
01:21:26,490 --> 01:21:30,490
ดูแล้วถึงจะเฉลย

1223
01:21:30,492 --> 01:21:34,492

1224
01:21:34,494 --> 01:21:38,494

1225
01:21:38,495 --> 01:21:42,495

1226
01:21:42,501 --> 01:21:46,501

1227
01:21:46,505 --> 01:21:50,505

1228
01:21:50,508 --> 01:21:54,508
ให้ทำเองนะคะอยาก

1229
01:21:54,512 --> 01:21:58,512
ให้ทำเองนะคะ ก็คืออยากให้

1230
01:21:58,513 --> 01:22:02,513
เด็ก ๆ แสดงชื่อเล่นของตัวเองนี่

1231
01:22:02,514 --> 01:22:06,514
ให้คอมพิวเตอร์นี่ พิมพ์คำสั่งนี่ print นี่

1232
01:22:06,515 --> 01:22:10,515
แล้วให้มันแสดงชื่อเล่นของเด็ก ๆ

1233
01:22:10,516 --> 01:22:14,516
นะคะ เพราะฉะนั้น ใส่เข้าไป จะใส่อะไรเข้าไปในนี้

1234
01:22:14,517 --> 01:22:18,517
ให้ยึกถึงที่สอนไป ใครทำเสร็จแล้ว

1235
01:22:18,518 --> 01:22:22,518
กด Enter เดี๋ยวจะไปดูผลที่มันออกมาว่ามันแสดงชื่อเล่นไหม

1236
01:22:22,519 --> 01:22:26,519
เข้าใจไหมคะ เข้าใจคำสั่งไหม

1237
01:22:26,520 --> 01:22:30,520
อันนี้ให้ทำเองนะ

1238
01:22:30,522 --> 01:22:34,522
จำได้หรือเปล่า

1239
01:22:34,524 --> 01:22:38,524
ถ้าเราต้องการให้แสดงข้อความ

1240
01:22:38,526 --> 01:22:42,526
เหมือนตัวบนน่ะ แสดงชื่อใช่ไหม

1241
01:22:42,528 --> 01:22:46,528
ถ้าแสดงตัวเลขใส่อะไรไหม เห็นไหมคะ เพราะฉะนั้น

1242
01:22:46,530 --> 01:22:50,530
ใส่ลงไปค่ะ พิมพ์เลย

1243
01:22:50,532 --> 01:22:54,532
พิมพ์เองเลย ทำเองเลย ไม่พาทำนะคะ

1244
01:22:54,533 --> 01:22:58,533
โอเคไหม อะไรจะอยู่

1245
01:22:58,534 --> 01:23:02,534
ในวงเล็บ สิ่งที่จะอยู่ในวงเล็บ ใส่ลงไป

1246
01:23:02,536 --> 01:23:06,536
เข้าใจไหม

1247
01:23:06,539 --> 01:23:10,539
ให้ดูจากตัวอย่างที่พาทำตอนแรก

1248
01:23:10,541 --> 01:23:14,541

1249
01:23:14,542 --> 01:23:18,542

1250
01:23:18,545 --> 01:23:22,545

1251
01:23:22,548 --> 01:23:26,548
ตอนนี้อยากให้

1252
01:23:26,555 --> 01:23:30,555
แสดงในนี้

1253
01:23:30,556 --> 01:23:34,556
ต้องสั่งให้มันแสดงชื่อเล่นของเด็ก ๆ ออกมา

1254
01:23:34,557 --> 01:23:38,557
นะคะ ในวงเล็บนี่ เด็ก ๆ จะ

1255
01:23:38,559 --> 01:23:42,559
ใส่อะไรเข้าไปลองใส่เข้าไปดู แล้วกด Enter ให้ดู

1256
01:23:42,561 --> 01:23:46,476

1257
01:23:46,562 --> 01:23:50,562

1258
01:23:50,563 --> 01:23:54,563

1259
01:23:54,565 --> 01:23:58,565
ในตัวอย่างที่ 1

1260
01:23:58,567 --> 01:24:02,567

1261
01:24:02,569 --> 01:24:06,569
ถ้าต้องการพิมพ์นะคะ ให้แสดงผลข้อความ

1262
01:24:06,570 --> 01:24:10,570
นะคะ ที่เป็นข้อความ

1263
01:24:10,572 --> 01:24:14,572
เด็ก ๆ จะต้องใส่เครื่องหมายคำพูด ในตัวอย่างที่ 2

1264
01:24:14,573 --> 01:24:18,573
ให้แสดงผลตัวอย่าง

1265
01:24:18,574 --> 01:24:22,574
ที่เป็นตัวเลขนี่ ไม่ต้องใส่เครื่องหมาย

1266
01:24:22,580 --> 01:24:26,580
คำพูดได้ มันต่างกันนะคะ

1267
01:24:26,581 --> 01:24:30,581
เพราะฉะนั้น ให้ลองนะคะ

1268
01:24:30,583 --> 01:24:34,583

1269
01:24:34,585 --> 01:24:38,585

1270
01:24:38,588 --> 01:24:42,588

1271
01:24:42,589 --> 01:24:46,589

1272
01:24:46,590 --> 01:24:50,590

1273
01:24:50,592 --> 01:24:54,592

1274
01:24:54,594 --> 01:24:58,594

1275
01:24:58,595 --> 01:25:02,595

1276
01:25:02,598 --> 01:25:06,598

1277
01:25:06,600 --> 01:25:10,600

1278
01:25:10,602 --> 01:25:14,602
ScrollLock

1279
01:25:14,606 --> 01:25:18,606

1280
01:25:18,608 --> 01:25:22,608
ฃ

1281
01:25:22,610 --> 01:25:26,610
ออพต้า ออพต้า

1282
01:25:26,613 --> 01:25:30,613
เข้าใจหรือเปล่า

1283
01:25:30,617 --> 01:25:34,617
ออฟต้าเข้าใจอยู่ใช่ไหม

1284
01:25:34,618 --> 01:25:38,618
เข้าใจไหมคะ

1285
01:25:38,622 --> 01:25:42,622
เมื่อกี้บอกไปว่าต้องการให้

1286
01:25:42,623 --> 01:25:46,623
เด็ก ๆ พิมพ์ชื่อเล่นตัวเองออกมา

1287
01:25:46,623 --> 01:25:50,623
เด็ก ๆ จะใช้วิธีไหน ให้เด็ก ๆ พิมพ์คำสั่ง print แล้วก็ตามด้วย

1288
01:25:50,625 --> 01:25:54,625
สิ่งที่ต้องการแสดงในวงเล็บ

1289
01:25:54,631 --> 01:25:58,631
เห็นไหมคะ ในตัวอย่าง ถ้า

1290
01:25:58,632 --> 01:26:02,632
ชื่อเล่นเรานี่ ให้นึกถึง

1291
01:26:02,635 --> 01:26:06,635
สิ่งที่เป็นข้อความนะคะ ก็คือตัวอักษรนั่นเอง

1292
01:26:06,636 --> 01:26:10,636
เช่น A B C D แต่ถ้าเป็นตัวเลข

1293
01:26:10,637 --> 01:26:14,637
1 2 3 4 นี่ สิ่งใดที่เป็นข้อความ เด็ก ๆ

1294
01:26:14,640 --> 01:26:18,640
จะต้องใช้เครื่องหมาย single

1295
01:26:18,642 --> 01:26:22,642
Single Quote หรือ Double Quote เสมอ ถ้าไม่ใส่

1296
01:26:22,643 --> 01:26:26,643
มันก็จะเป็นเหมือนตัวที่

1297
01:26:26,644 --> 01:26:30,644
เดี๋ยว ๆ แบบไม่ใส่ให้ดูนะคะ ถ้าเป็นข้อความแล้วไม่ใส่

1298
01:26:30,645 --> 01:26:34,645

1299
01:26:34,646 --> 01:26:38,646

1300
01:26:38,647 --> 01:26:42,647

1301
01:26:42,649 --> 01:26:46,649
ดูนะ แบบที่ 1 แบบที่ 2 นี่ Single Quote Double Quotr

1302
01:26:46,650 --> 01:26:50,650
คือถ้าเป็นข้อความใช้ 2 ตัวนี้ มันก็จะ

1303
01:26:50,652 --> 01:26:54,652
แสดงข้อความนั้นเองมา แต่ถ้าไม่ใส่

1304
01:26:54,654 --> 01:26:58,654
ดูนะคะถ้าไม่ใส่แล้วกด Enter

1305
01:26:58,655 --> 01:27:02,655
เห็นไหม มันจะขึ้น Error

1306
01:27:02,657 --> 01:27:06,657
เพราะมันบอกว่า มันไม่รู้จัก

1307
01:27:06,658 --> 01:27:10,658
สิ่งที่อยู่ในนี้นะคะ

1308
01:27:10,659 --> 01:27:14,659
แต่ถ้าเดป้นตัวเลข

1309
01:27:14,661 --> 01:27:18,661
แต่ถ้าทำเป็นตัวเลข

1310
01:27:18,662 --> 01:27:22,662
เหมือนที่บอกให้ print

1311
01:27:22,663 --> 01:27:26,663

1312
01:27:26,664 --> 01:27:30,664

1313
01:27:30,665 --> 01:27:34,665

1314
01:27:34,667 --> 01:27:38,667
เห็นไหม

1315
01:27:38,669 --> 01:27:42,669
ตัวเลขนี่ขนาดใส่เครื่องหมายบวก (+)

1316
01:27:42,671 --> 01:27:46,671
มันก็รู้จักเห็นไหมคะ 3 + 4

1317
01:27:46,671 --> 01:27:50,671
เป็น 7 print ค่าเลข 7 ออกมาเลย หาผลบวก

1318
01:27:50,673 --> 01:27:54,673
ของ 3 กับ 4 เพราะอะไร

1319
01:27:54,674 --> 01:27:58,674
บอกแล้วคอมพิวเตอร์รู้จักตัวเลข รู้จัก

1320
01:27:58,675 --> 01:28:02,675
ไอ้

1321
01:28:02,676 --> 01:28:06,676
อะไรพวกนี้นี่นะคะ แต่ในที่นี้นี่

1322
01:28:06,678 --> 01:28:10,678
หมายถึงมันต้อง ใช้

1323
01:28:10,679 --> 01:28:14,679
เป็นการคำนวณนะ เพราะดอกจันหมายถึงคูณนะ Slash หมายถึงหารนะ

1324
01:28:14,680 --> 01:28:18,680
ก็คือ

1325
01:28:18,682 --> 01:28:22,682
ถ้ามีลักษณะที่เป็นตัวเลขอย่างนี้ หรือการคำนวณทางคณิตศาสตร์นรา

1326
01:28:22,684 --> 01:28:26,684
เราจะไม่ต้องใส่เครื่องหมายคำพูด

1327
01:28:26,686 --> 01:28:30,686
แต่ถ้าเป็น

1328
01:28:30,688 --> 01:28:34,688
ข้อความเช่น A B C

1329
01:28:34,690 --> 01:28:38,690
หรืออะไรอีก ที่จะต้องใส่เครื่องหมายคำพูด เช่น

1330
01:28:38,691 --> 01:28:42,691
สิ่งที่เป็น

1331
01:28:42,693 --> 01:28:46,693
อย่างนี้นะคะ

1332
01:28:46,694 --> 01:28:50,694
ที่เป็นแบบนี้ที่ต้องใส่เครื่องหมายคำพูด

1333
01:28:50,700 --> 01:28:54,700
คือ สิ่งที่เป็นประเภทนี้ ดูนะคะ

1334
01:28:54,702 --> 01:28:58,702
เช่น

1335
01:28:58,703 --> 01:29:02,703

1336
01:29:02,705 --> 01:29:06,705
Hashtag อะไรน่ะ

1337
01:29:06,710 --> 01:29:10,710
Hashtag Hashtag

1338
01:29:10,711 --> 01:29:14,711
lisa นึกออกนะ

1339
01:29:14,712 --> 01:29:18,712
หรือ

1340
01:29:18,713 --> 01:29:22,713
Tag อะไรอีก

1341
01:29:22,714 --> 01:29:26,714
Tag COVID-19 COVID

1342
01:29:26,716 --> 01:29:30,716

1343
01:29:30,718 --> 01:29:34,718

1344
01:29:34,719 --> 01:29:38,719
หรือ เครื่องหมาย

1345
01:29:38,721 --> 01:29:42,721

1346
01:29:42,721 --> 01:29:46,721

1347
01:29:46,725 --> 01:29:50,725
อย่างนี้นะคะ ต้องใส่เครื่องหมายคำพูด

1348
01:29:50,730 --> 01:29:54,730
นี่แล้วมันก้จะ print ออกมา

1349
01:29:54,731 --> 01:29:58,731
เห็นไหมคะ ก็คือเป็นตัวอักษร

1350
01:29:58,732 --> 01:30:02,732
ที่ไปรวมปนอยู่กับ

1351
01:30:02,733 --> 01:30:06,733
ตัวอย่างนี้ มันจะต้องใส่เครื่องหมายคำพูด แต่ถ้า

1352
01:30:06,734 --> 01:30:10,734
ตัวเลขเลยหรือการคำนวณนี่คือได้เลย

1353
01:30:10,736 --> 01:30:14,736
ลองมาดูการคำนวณนะคะ p-r-i-n-t

1354
01:30:14,737 --> 01:30:18,737
print

1355
01:30:18,750 --> 01:30:22,750
100

1356
01:30:22,752 --> 01:30:26,752
- 10 เปอร์เซน

1357
01:30:26,754 --> 01:30:30,754
ใส่เครื่องหมายเปอร์เซ็นต์เข้าไป

1358
01:30:30,757 --> 01:30:34,757
ไหนล่ะ

1359
01:30:34,758 --> 01:30:38,758
มีอยู่ 100 นี่ ลบ 10 เปอร์เซ็นต์

1360
01:30:38,759 --> 01:30:42,759
ถ้าแบบนี้ไม่รู้จักเพราะอะไรเพราะไม่ถูกต้อง

1361
01:30:42,762 --> 01:30:46,762
เห็นไหม บางอย่างนี่ ใส่มั่ว ใส่ซั่วไม่ได้

1362
01:30:46,763 --> 01:30:50,763

1363
01:30:50,764 --> 01:30:54,764
10 เปอร์เซ็นต์ ก็คือ 0. อะไรนะ

1364
01:30:54,765 --> 01:30:58,765
มันจะต้องเป็น 100 /

1365
01:30:58,767 --> 01:31:02,767
คือ การคำนวณนะคะ เพื่อการคำนวณมันตะค้อว

1366
01:31:02,768 --> 01:31:06,768
เป็น p-r-i-n-t

1367
01:31:06,769 --> 01:31:10,769
print การหาค่าร้อยละ ก็คือ

1368
01:31:10,770 --> 01:31:14,770
100 * 10

1369
01:31:14,771 --> 01:31:18,771
คูณในภาษาคอมพิวเตอร์ ก็คือเครื่องหมายดอกจัน

1370
01:31:18,772 --> 01:31:22,772
คูณ 10

1371
01:31:22,773 --> 01:31:26,773
แล้วก็หาร 100 อย่างนี้ได้

1372
01:31:26,775 --> 01:31:30,711
ดูนะคะ

1373
01:31:30,777 --> 01:31:34,777
เห็นไหมคะ คำตอบที่ออกมา ก็คือ

1374
01:31:34,780 --> 01:31:38,780
10.0 ถ้าเป็น

1375
01:31:38,782 --> 01:31:42,782
การแสดงผลเพื่อการคำนวณนี่ ใส่ตัวเลข ใส่เครื่องหมาย

1376
01:31:42,783 --> 01:31:46,783
ที่ใช้ในการคูณหรีือหาร

1377
01:31:46,784 --> 01:31:50,784
ผลลัพธ์ที่ออกมา ก็คือมันจะเอาค่าตัวเลขที่

1378
01:31:50,785 --> 01:31:54,785
กำหนดให้ไปคำนวณนี่

1379
01:31:54,786 --> 01:31:58,786
แล้วคำนวณออกมาได้ค่าเท่านี้ นึกออกนะ

1380
01:31:58,788 --> 01:32:02,788
นี่คือกรณีที่เป็นตัวเลข

1381
01:32:02,789 --> 01:32:06,789
ในกรณีที่เป็นการคำนวณนี่ ไม่ต้องใส่เครื่องหมายคำพูด

1382
01:32:06,790 --> 01:32:10,790
ลองอีกสักอันหนึ่งนะคะ

1383
01:32:10,791 --> 01:32:14,791
เช่น

1384
01:32:14,793 --> 01:32:18,763

1385
01:32:18,795 --> 01:32:22,795
print เอา

1386
01:32:22,797 --> 01:32:26,797
22

1387
01:32:26,802 --> 01:32:30,802
หารด้วย

1388
01:32:30,803 --> 01:32:34,803
12

1389
01:32:34,804 --> 01:32:38,804
หาร 12 ผลลัพธ์ออกมาคืออะไร อย่างนี้นะคะ หาค่าตัวเลข

1390
01:32:38,805 --> 01:32:42,805

1391
01:32:42,806 --> 01:32:46,806
142 หาร 2 ความหมายของตัวนี้ ก็

1392
01:32:46,808 --> 01:32:50,808
นี่ แสดงผลของการคำนวณ

1393
01:32:50,811 --> 01:32:54,811
เลข 242

1394
01:32:54,812 --> 01:32:58,812
หารด้วย 12 เด็ก ๆ ดูตาม

1395
01:32:58,813 --> 01:33:02,813
นะคะ นี่คำสั่งนี้ ความต้องการของแม่

1396
01:33:02,814 --> 01:33:06,814
ก็คือเราต้องการให้คอมพิวเตอร์

1397
01:33:06,816 --> 01:33:10,816
นะคะ แสดงผลจากการ

1398
01:33:10,816 --> 01:33:14,816
คำนวณตัวเลข 242

1399
01:33:14,818 --> 01:33:18,818
หารด้วย 12 นะคะ

1400
01:33:18,819 --> 01:33:22,819
ให้มันคำนวณผลให้

1401
01:33:22,820 --> 01:33:26,820
เสร็จแล้วกด Enter มันจะคำนวณออกมาได้ 20

1402
01:33:26,821 --> 01:33:30,821
. เห็นไหมคะ นี่คือ

1403
01:33:30,827 --> 01:33:34,827
ไม่ได้แสดงอย่างเดียวด้วย มันคำนวณให้ด้วย แล้วแสดงผลลัพธ์

1404
01:33:34,829 --> 01:33:38,829
ออกมาให้ทำการคำนวณก่อน

1405
01:33:38,831 --> 01:33:42,831
แบบนี้ก็ได้ เห็นไหม

1406
01:33:42,832 --> 01:33:46,832
นะคะ แต่คือ

1407
01:33:46,833 --> 01:33:50,833
คำสั่งหลัก คือ อยู่ที่คำว่า "print" ไง ไอ้ในวงเล็บ

1408
01:33:50,834 --> 01:33:54,834
เราต้องการให้แสดงแบบไหน 1 ถ้า

1409
01:33:54,835 --> 01:33:58,835
ต้องการให้แสดงเป็นข้อความ เราจะต้องใส่เครื่องหมาย

1410
01:33:58,837 --> 01:34:02,837
คำพูดนึกออกนะ

1411
01:34:02,838 --> 01:34:06,838
หลักการง่าย ๆ คือ ถ้าต้องการให้สิ่งที่เราจะแสดงเป็นข้อความนี่

1412
01:34:06,840 --> 01:34:10,840
เราจะต้องใส่เครื่องหมายคไพูด

1413
01:34:10,841 --> 01:34:14,841
แต่ถ้าสิ่งที่เราต้องการแสดงเป็นตัวเลขเฉย ๆ หรือเป็น

1414
01:34:14,842 --> 01:34:18,842
การคำนวณ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์

1415
01:34:18,844 --> 01:34:22,844
ีที่เป็นตัวเลขออกมานี่ ไม่ต้องใส่เครื่องหมายคำพูด

1416
01:34:22,847 --> 01:34:26,847
โอเคไหมเข้าใจไหมคะ

1417
01:34:26,848 --> 01:34:30,848
มันจะสามารถทำได้ในลักษณะนี้

1418
01:34:30,849 --> 01:34:34,849
ทีนี้

1419
01:34:34,850 --> 01:34:38,850
มาลองแบบยาว ๆ นะคะ

1420
01:34:38,852 --> 01:34:42,852
อันดับแรก

1421
01:34:42,855 --> 01:34:46,855
ฟังโจทย์ดี ๆ นะคะ ให้

1422
01:34:46,856 --> 01:34:50,856
เด็ก ๆ แสดง

1423
01:34:50,857 --> 01:34:54,857
ข้อความ

1424
01:34:54,858 --> 01:34:58,858

1425
01:34:58,859 --> 01:35:02,859
ยินดีต้อนรับ

1426
01:35:02,861 --> 01:35:06,861
welcome ดูสิ

1427
01:35:06,862 --> 01:35:10,862
ให้เด็ก ๆ สั่งคอมพิวเตอร์ แสดงข้อความคำว่า "Welcome"

1428
01:35:10,863 --> 01:35:14,863
เพราะต้อนนี้

1429
01:35:14,865 --> 01:35:18,865
เรายังไม่ได้เซ็ตฟอนต์ภาษาไทย มันยังไม่ได้

1430
01:35:18,867 --> 01:35:22,867
เอาภาษาอังกฤษไปก่อน คำว่า W

1431
01:35:22,869 --> 01:35:26,869
ลอง ใครทำเสร็จแล้วกด Enter จะต้องมีคำว่า "Welcome"

1432
01:35:26,870 --> 01:35:30,870
อยู่ด้านล่างเข้าใจโจทย์นะคะ

1433
01:35:30,871 --> 01:35:34,871
ลองทำ ลงมือค่ะ เดี๋ยวจะไปเดินตรวจ

1434
01:35:34,872 --> 01:35:38,872
สั่งให้คอมพิวเตอ์แสดง

1435
01:35:38,873 --> 01:35:42,873
ข้อความว่า Welcome W-e-l-c-o-m-e นะค

1436
01:35:42,874 --> 01:35:46,874

1437
01:35:46,875 --> 01:35:50,875
welcome แบบนี้นะคะ ให้มันแสดงแบบนี้ออกมานี่

1438
01:35:50,876 --> 01:35:54,876
เดี๋ยวใช้ตัวช่วย

1439
01:35:54,877 --> 01:35:58,877

1440
01:35:58,878 --> 01:36:02,878

1441
01:36:02,880 --> 01:36:06,880
เพิ่งคำสั่งแรกเองนะจ๊ะเด็ก ๆ

1442
01:36:06,882 --> 01:36:10,882

1443
01:36:10,883 --> 01:36:14,883

1444
01:36:14,889 --> 01:36:18,882

1445
01:36:18,891 --> 01:36:22,891
ให้มันแสดง

1446
01:36:22,892 --> 01:36:26,892
คำนี้ออกมานะ

1447
01:36:26,900 --> 01:36:30,900

1448
01:36:30,903 --> 01:36:34,903
อยากให้คอมพิวเตอร

1449
01:36:34,905 --> 01:36:38,905
แสดงคำว่า "welcome" ออกมานะคะ

1450
01:36:38,906 --> 01:36:42,906
พิมพ์ผิดหรือ

1451
01:36:42,907 --> 01:36:46,907
v-e-l ไหม Welcome

1452
01:36:46,908 --> 01:36:50,908
ให้แสดงคำนี้ออกมา

1453
01:36:50,909 --> 01:36:54,909
ใครสำเสร็จแล้ว ยกมือ เราจะหาคนที่

1454
01:36:54,910 --> 01:36:58,910
ทำเร็วทำไว

1455
01:36:58,911 --> 01:37:02,911
เดี๋ยวดู ๆ

1456
01:37:02,913 --> 01:37:06,913
เดี๋ยวดูแสดงคำนี้นะคะ

1457
01:37:06,914 --> 01:37:10,914
เห็นไหมคะ ใน Sticker Note สีเหลือง ๆ นี่

1458
01:37:10,915 --> 01:37:14,915
ให้แสดงข้อความว่า welcome ตัวนี้ออก

1459
01:37:14,919 --> 01:37:18,919
ใครทำเสร็จแล้วยกมือ

1460
01:37:18,920 --> 01:37:22,920

1461
01:37:22,921 --> 01:37:26,921

1462
01:37:26,923 --> 01:37:30,923

1463
01:37:30,924 --> 01:37:34,924

1464
01:37:34,929 --> 01:37:38,929

1465
01:37:38,930 --> 01:37:42,930

1466
01:37:42,932 --> 01:37:46,932

1467
01:37:46,934 --> 01:37:50,934

1468
01:37:50,940 --> 01:37:54,940

1469
01:37:54,942 --> 01:37:58,942

1470
01:37:58,945 --> 01:38:02,945

1471
01:38:02,946 --> 01:38:06,946

1472
01:38:06,948 --> 01:38:10,948

1473
01:38:10,953 --> 01:38:14,953

1474
01:38:14,955 --> 01:38:18,955

1475
01:38:18,956 --> 01:38:22,956

1476
01:38:22,959 --> 01:38:26,959

1477
01:38:26,961 --> 01:38:30,961

1478
01:38:30,964 --> 01:38:34,964

1479
01:38:34,967 --> 01:38:38,967

1480
01:38:38,970 --> 01:38:42,970
เข้าใจหรือยังเข้าใจไหม

1481
01:38:42,973 --> 01:38:46,973

1482
01:38:46,975 --> 01:38:50,975

1483
01:38:50,976 --> 01:38:54,976

1484
01:38:54,979 --> 01:38:58,979

1485
01:38:58,981 --> 01:39:02,981

1486
01:39:02,985 --> 01:39:06,985

1487
01:39:06,987 --> 01:39:10,987
พิมพ์ผิด ให้ดูนะคะ ก่อนจะกด Enter น่ะ

1488
01:39:10,988 --> 01:39:14,988
เด็ก ๆ น่ะ พอพิมพืเสร็จแล้ว

1489
01:39:14,989 --> 01:39:18,989
เด็ก ๆ ควรจะตรวจคำสั่งก่อนนะคะ

1490
01:39:18,991 --> 01:39:22,991
ว่าเรา

1491
01:39:22,992 --> 01:39:26,992
พิมพ์ p-r-i-n-t จริงหรือเปล่า

1492
01:39:26,994 --> 01:39:30,994
บางคนพิมพ์ไวมือไปโดน

1493
01:39:30,996 --> 01:39:34,996
เปลี่ยน จาก n เปลี่ยนเป็น m ไปโดนปุ่ม m

1494
01:39:34,998 --> 01:39:38,998
มันก็จะขึ้น error มาบอก

1495
01:39:38,999 --> 01:39:42,999
เพราะฉะนั้น ตอนอ่าน Error เหมือนที่บอกนะ คุณพิมพ์ตัวนี้มา

1496
01:39:43,001 --> 01:39:47,001
ว่ามันต้องพิมพ์เป็นตัวนี้หรือเปล่า

1497
01:39:47,002 --> 01:39:51,002
มันจะมีบอกเลย คอมพิวเตอร์มันจะบอก

1498
01:39:51,003 --> 01:39:55,003
นะคะ โอเคไหมคะ

1499
01:39:55,004 --> 01:39:59,004
ดูโจทย์ต่อไป ๆ เมื่อกี้

1500
01:39:59,006 --> 01:40:03,006
welcome นะคะ

1501
01:40:03,012 --> 01:40:07,012
คำนี้ ก็คือเป็นข้อความ บอกแล้วว่า

1502
01:40:07,014 --> 01:40:11,014
ให้มันแสดงผลที่เป้นข้อความ เราจะต้แว

1503
01:40:11,017 --> 01:40:15,017
ใส่เครื่องหมายคำพูดใช่ไหม ใส่เครื่องหมายคำพูดทุกครั้ง

1504
01:40:15,020 --> 01:40:19,020
ทีนี้ให้แสดงตัวเลข

1505
01:40:19,021 --> 01:40:23,021

1506
01:40:23,022 --> 01:40:27,022
ต้องการให้หา

1507
01:40:27,024 --> 01:40:31,024
เลข

1508
01:40:31,027 --> 01:40:35,027
50 *

1509
01:40:35,032 --> 01:40:39,032
จำนวน 50

1510
01:40:39,035 --> 01:40:43,035
คูณ 3 ได้เท่าไหร่

1511
01:40:43,036 --> 01:40:47,036
ให้มันแสดงผลการคำนวณเลข 50 x 3 ค่ะ

1512
01:40:47,037 --> 01:40:51,037
สั่ง

1513
01:40:51,038 --> 01:40:55,038
ใช้คำสั่ง print

1514
01:40:55,039 --> 01:40:59,039
ใครใช้คำสั่งเสร็จแล้วกด Enter

1515
01:40:59,045 --> 01:41:03,045
เดี๋ยวจะถามนะคะ คำตอบคืออะไร เพราะฉะนั้น เด็ก ๆ

1516
01:41:03,049 --> 01:41:07,049
ต้องได้เท่าไหร่

1517
01:41:07,052 --> 01:41:11,052
ตอบมา ๆ เดี๋ยวถาม

1518
01:41:11,053 --> 01:41:15,053
เมื่อกี้อะไรนะออฟต้ากำลังตอบ

1519
01:41:15,055 --> 01:41:19,055
ออฟต้าตอบเท่าไรคะ ได้ผลลัพธ์เท่าไร พี่มอง

1520
01:41:19,062 --> 01:41:23,062
ไม่เห็นใช่ไหมมันมืด

1521
01:41:23,065 --> 01:41:27,065

1522
01:41:27,066 --> 01:41:31,066
คำตอบคือ...

1523
01:41:31,068 --> 01:41:35,068

1524
01:41:35,071 --> 01:41:39,071
ไม่ได้ยินเสียงพี่ล่ามน่ะ

1525
01:41:39,073 --> 01:41:43,073

1526
01:41:43,075 --> 01:41:47,075
ไม่ได้ยินเสียงพี่ล่าม ไม่เป็นไรค่ะ อาจารย์

1527
01:41:47,076 --> 01:41:51,076
เดินดูน้องก็ได้ แต่น้องตอบแล้วนะ

1528
01:41:51,077 --> 01:41:55,077

1529
01:41:55,079 --> 01:41:59,079

1530
01:41:59,080 --> 01:42:03,080
ทีนี้

1531
01:42:03,081 --> 01:42:07,081
ถ้าใครไม่แน่ใจนะคะ เปิดเครื่องคิดเลขตัวเองดูด้วย

1532
01:42:07,084 --> 01:42:11,084
เอาเครื่องคิดเลขเรา ในมือถือน่ะ

1533
01:42:11,085 --> 01:42:15,085
50 คูณ 3 ผลลัพธ์ออกมาเท่าที่

1534
01:42:15,086 --> 01:42:19,086
คอมพิวเตอร์คำนวณไหม ได้

1535
01:42:19,087 --> 01:42:23,087
เท่ากันไหมคะ

1536
01:42:23,089 --> 01:42:27,089
ก้คือ 150 ใช่ไหม

1537
01:42:27,091 --> 01:42:31,091
ใช่ไหม ถูกต้องไหม ถูกไหมคะ

1538
01:42:31,097 --> 01:42:35,097
เห็นไหม คอมพิวเอต์คำนวณเร็วกว่าเรากดอีก

1539
01:42:35,099 --> 01:42:39,099
เรากดเราต้องกดกี่ที นึกออกไหม

1540
01:42:39,100 --> 01:42:43,100
ใช่ไหม คอมพิวเตอร์ ทีนี้เลข 2 ตัว

1541
01:42:43,102 --> 01:42:47,102
เรายังกดไวนะ ให้นึกถึงเลขเยอะกว่านี้

1542
01:42:47,103 --> 01:42:51,103
เอาเลขเยอะกว่านี้นะคะ

1543
01:42:51,105 --> 01:42:55,105
หารนี่ ทุกคนเด็กทุกคนส่ายหน้ากับการหาร

1544
01:42:55,106 --> 01:42:59,106
แล้วเลขปริมาณมาก ๆ เด็ก ๆ ลองดูนะคะ

1545
01:42:59,107 --> 01:43:03,107
เอาเลขหลาย ๆ ตัว

1546
01:43:03,108 --> 01:43:07,108
เอา 5 หลัก 5 หลักพอ หารด้วย

1547
01:43:07,112 --> 01:43:11,112
2 พอ

1548
01:43:11,114 --> 01:43:15,114
Enter ดูได้คำตอบเท่าไหร่

1549
01:43:15,115 --> 01:43:19,115
ในมือ ในโทรศัพท์ด้วย

1550
01:43:19,116 --> 01:43:23,116
คอมพิวเตอร์กับเครื่องคิดเลข

1551
01:43:23,118 --> 01:43:27,118
ในมือถือเรา ได้ผลลัพธ์เท่ากันไหม

1552
01:43:27,119 --> 01:43:31,119
แม็กกี้ตบมือเลยนะคะ

1553
01:43:31,121 --> 01:43:35,121
ตรงไหม ตรงไหมแม็กกี้ จากในคอม(พิวเตอร์)

1554
01:43:35,122 --> 01:43:39,122
เท่ากันนะ เห็นไหม

1555
01:43:39,123 --> 01:43:43,123
ใกล้เคียงเลย คือ คอมพิวเตอร์อาจจะละเอียดกว่าด้วยซ้ำ

1556
01:43:43,124 --> 01:43:47,124
เพรราะคอมพิวเตอร์จะแสดง ?ศนิยม

1557
01:43:47,126 --> 01:43:51,126
อยากพรืดเลยใช่ไหมลูก แต่

1558
01:43:51,127 --> 01:43:55,127
ในเครื่องคิดเลขทศนิยมมันจะได้

1559
01:43:55,128 --> 01:43:59,128
เท่าช่องที่มีนะ มันก็จะน้อยกว่า

1560
01:43:59,129 --> 01:44:03,129
ในคอมพิวเตอร์จะยาวน่ะ

1561
01:44:03,131 --> 01:44:07,131
เพราะว่าพื้นที่ที่แสดงผลมันยาวนะคะ เพราะว่าเลขจะไหลไปเรื่อย

1562
01:44:07,133 --> 01:44:11,133
เห็นไหมคะ ถ้าเลขประมาณเยอะ

1563
01:44:11,134 --> 01:44:15,134
เขาถึงต้องนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในการคำนวณนะคะ

1564
01:44:15,135 --> 01:44:19,135
ทีนี้เดี๋ยวจะ

1565
01:44:19,136 --> 01:44:23,136
แจกโจทย์คนละข้อ

1566
01:44:23,138 --> 01:44:27,138
คนที่ 1

1567
01:44:27,139 --> 01:44:31,139
คือ แม็กกี้ แม็กกี้จะเริ่มทำก่อนนะคะ

1568
01:44:31,142 --> 01:44:35,142
ของแม็กกี้ก้คือข้อนี้นะคะ

1569
01:44:35,143 --> 01:44:39,143
เดี๋ยวจะให้โจทย์ คนอื่นไม่ต้องทำนะคะ

1570
01:44:39,145 --> 01:44:43,145
ทุกคนจะต้องได้รับโจทย์ อันนี้

1571
01:44:43,146 --> 01:44:47,146
ของแม็กกี้นะคะ เดี๋ยวใส่ชื่อไว้ด้วย เดี๋ยวเปิดเป็น Word ดีกว่านะคะ

1572
01:44:47,147 --> 01:44:51,147
จะได้เห็นชัดทุกคำสั่ง

1573
01:44:51,149 --> 01:44:55,149
แป๊บหนึ่งนะคะเด็ก ๆ

1574
01:44:55,150 --> 01:44:59,150
เดี๋ยวจะให้แม็กกี้คำนวณ

1575
01:44:59,150 --> 01:45:03,150

1576
01:45:03,152 --> 01:45:07,152

1577
01:45:07,153 --> 01:45:11,153
ให้แม็กกี้หาค่าตัวเลข

1578
01:45:11,155 --> 01:45:15,155
ปี ค.ศ. นะคะ

1579
01:45:15,157 --> 01:45:19,157

1580
01:45:19,159 --> 01:45:23,159

1581
01:45:23,160 --> 01:45:27,160
ปี ค.ศ.

1582
01:45:27,163 --> 01:45:31,163
2000 เท่าไห

1583
01:45:31,163 --> 01:45:35,163
2000 เท่าไรนะ 20

1584
01:45:35,164 --> 01:45:39,164
21 หรือ 22

1585
01:45:39,166 --> 01:45:43,166
ลบ ของเราเยอะกว่า เราต้องเอาไอ้นี่ขึ้นก่อน 2565

1586
01:45:43,167 --> 01:45:47,167
ต้องเอาอันนี้ขึ้นกก่อน 2

1587
01:45:47,170 --> 01:45:51,170
ลบ 2022 นี่คือโจทยืของแม็กกี้นะคะ

1588
01:45:51,171 --> 01:45:55,171
ให้แม็กกี้คำนวณผลออกมาก

1589
01:45:55,173 --> 01:45:59,173
ได้เท่ากับเท่าไร เดี๋ยวแม็กกี้มาพิมพ์คำตอบ

1590
01:45:59,174 --> 01:46:03,174
ด้วยนะคะ ตรงนี้

1591
01:46:03,175 --> 01:46:07,175
คือ โจทย์ใช่ไหมคะ ชื่อใคร โจทย์ใส่อะไร

1592
01:46:07,177 --> 01:46:11,177
เข้าไปแล้วใส่ตรงเท่ากับนร่ะ

1593
01:46:11,180 --> 01:46:15,180
พอเด็ก ๆ คำนวณเสร็จ เด็ก ๆ มาพิมพ์คำตอบลงไปข้างหลัก

1594
01:46:15,181 --> 01:46:19,181
เข้าใจนะ ทุกคนจะได้โจทย์นะ

1595
01:46:19,182 --> 01:46:23,182
ต่อไปออฟต้า

1596
01:46:23,183 --> 01:46:27,183

1597
01:46:27,184 --> 01:46:31,184

1598
01:46:31,186 --> 01:46:35,186

1599
01:46:35,187 --> 01:46:39,187

1600
01:46:39,190 --> 01:46:43,190

1601
01:46:43,193 --> 01:46:47,193

1602
01:46:47,202 --> 01:46:51,202
เดี๋ยวเอ็กต้าก่อน

1603
01:46:51,208 --> 01:46:55,208

1604
01:46:55,209 --> 01:46:59,209
ออพตร้าเกิดปีอะไร

1605
01:46:59,212 --> 01:47:03,212
จำได้ไหม

1606
01:47:03,214 --> 01:47:07,214
จำปี พ.ศ. ตัวเองได้ไหม

1607
01:47:07,215 --> 01:47:11,215
25... อะไร 254... ปี

1608
01:47:11,217 --> 01:47:15,217
ที่ออพต้าเกิด

1609
01:47:15,218 --> 01:47:19,218
ปีที่เอกซ์ตราเกิด ปี 2546 ใช่ไหม

1610
01:47:19,220 --> 01:47:23,220
เท่าน้องพริ้มเลยนี่

1611
01:47:23,222 --> 01:47:27,222
ได้เท่ากับเท่าไร

1612
01:47:27,223 --> 01:47:31,223

1613
01:47:31,225 --> 01:47:35,225
ต่อไป

1614
01:47:35,228 --> 01:47:39,228
ดอเคนะคะ คนต่อไป มิ่ง

1615
01:47:39,229 --> 01:47:43,229

1616
01:47:43,232 --> 01:47:47,232
มิ้งหาเลข

1617
01:47:47,233 --> 01:47:51,233

1618
01:47:51,235 --> 01:47:55,235

1619
01:47:55,238 --> 01:47:59,238
ตอนนี้มิ่งอายุเท่าไร 20 พอดี

1620
01:47:59,243 --> 01:48:03,163
20

1621
01:48:03,247 --> 01:48:07,247
คูณด้วย 5

1622
01:48:07,248 --> 01:48:11,248
ถ้า 5 เท่า

1623
01:48:11,250 --> 01:48:15,250
คือ เท่าไร เท่ากับเท่าไรนะคะ เรามา

1624
01:48:15,251 --> 01:48:19,251
ใสคำตอบโอเค

1625
01:48:19,254 --> 01:48:23,254
ต่อไป แก้ม กุ้งนางใช่ไหม กุ้งนาง

1626
01:48:23,259 --> 01:48:27,259
เดี๋ยวมาพิมพ์คำตอบนะ

1627
01:48:27,260 --> 01:48:31,260
เดี๋ยวให้เสร็จก่อน ให้โจทย์เสร็จหมดทุกคนก่อน กุ้งนางนะคะ

1628
01:48:31,261 --> 01:48:35,261
เดี๋ยวถามกุ้งนาง ต้องหา

1629
01:48:35,262 --> 01:48:39,262
เลขที่ชอบ ตัวเลขก็มาจากตัวเด็ก ๆ เองนั่นล่ะ

1630
01:48:39,264 --> 01:48:43,264
ไม่ขึ้น

1631
01:48:43,265 --> 01:48:47,265
กุ้งนางไม่ได้เปิดหรือ ช้าบ่

1632
01:48:47,266 --> 01:48:51,262

1633
01:48:51,267 --> 01:48:55,267
ยังไม่ขึ้น

1634
01:48:55,268 --> 01:48:59,268
กุ้งนางดูจะให้พี่เขาถาม

1635
01:48:59,269 --> 01:49:03,269
กุ้งนางมีพี่น้องกี่คน

1636
01:49:03,271 --> 01:49:07,223

1637
01:49:07,272 --> 01:49:11,272
4 คน เอา 4 ตั้ง

1638
01:49:11,274 --> 01:49:15,274
นะคะ

1639
01:49:15,275 --> 01:49:19,275
ในบ้าน 4 คน คูณด้วย...

1640
01:49:19,277 --> 01:49:23,277
ให้ใช้เครื่องหมายคูณ

1641
01:49:23,278 --> 01:49:27,278
คูณด้วย

1642
01:49:27,279 --> 01:49:31,279

1643
01:49:31,280 --> 01:49:35,280
199 เท่ากับเท่าไร

1644
01:49:35,285 --> 01:49:39,285
ได้เท่าไหร่ นี่คือโจทย์ของกุ้งนางนะคะ

1645
01:49:39,286 --> 01:49:43,286
ต่อไป ต่อไป องุ่น

1646
01:49:43,288 --> 01:49:47,288

1647
01:49:47,289 --> 01:49:51,289
องุ่นเปิดเครื่องหรือเปล่า

1648
01:49:51,290 --> 01:49:55,290

1649
01:49:55,291 --> 01:49:59,291
เลของุ่นเลขอะไรนะ เลข 9

1650
01:49:59,294 --> 01:50:03,294

1651
01:50:03,301 --> 01:50:07,301

1652
01:50:07,302 --> 01:50:11,302
องุ่นถามองุ่นรู้หรือเ

1653
01:50:11,304 --> 01:50:15,304
แม่อายุเท่าไร

1654
01:50:15,306 --> 01:50:19,306

1655
01:50:19,307 --> 01:50:23,307
อายุแม่เท่าไร

1656
01:50:23,308 --> 01:50:27,308

1657
01:50:27,311 --> 01:50:31,311
แม่ตัวเอง ๆ

1658
01:50:31,315 --> 01:50:35,315

1659
01:50:35,318 --> 01:50:39,318

1660
01:50:39,323 --> 01:50:43,323
48 แม่ 48

1661
01:50:43,325 --> 01:50:47,325
อายุองุ่นเท่าไร

1662
01:50:47,326 --> 01:50:51,326
อายุตัวเองน่ะ

1663
01:50:51,329 --> 01:50:55,329
19 หรือ จำอายุตัวเองไม่ได้

1664
01:50:55,330 --> 01:50:59,330

1665
01:50:59,331 --> 01:51:03,331

1666
01:51:03,334 --> 01:51:07,334
ไม่ฟังเลย องุ่นจำอายุตัวเองไม่ได้หรือ

1667
01:51:07,336 --> 01:51:11,336
ตัวเองอายุเท่าไร

1668
01:51:11,337 --> 01:51:15,337
18

1669
01:51:15,339 --> 01:51:19,339
18 ลบ 18 นะคะ 48 ลบ 18

1670
01:51:19,341 --> 01:51:23,341
ตัวเองอายุห่างจากแม่เท่าไหร่

1671
01:51:23,342 --> 01:51:27,342
ต่อไป ตี๋น้อย

1672
01:51:27,343 --> 01:51:31,343

1673
01:51:31,346 --> 01:51:35,346

1674
01:51:35,348 --> 01:51:39,348
ตี๋น้อยมี

1675
01:51:39,350 --> 01:51:43,350
ปู่ย่า ตายาย หรือเปล่า

1676
01:51:43,352 --> 01:51:47,352

1677
01:51:47,357 --> 01:51:51,357
ลืมเปลี่ยนคน เดี๋ยว ๆ จะถามตี๋น้อย

1678
01:51:51,358 --> 01:51:55,358
ตี๋น้อยมีปู่

1679
01:51:55,360 --> 01:51:59,360
หรือมีย่า... ในบ้านน่ะมีผู้สูงอายุไหม

1680
01:51:59,361 --> 01:52:03,361
รู

1681
01:52:03,363 --> 01:52:07,363
รู้หรือเปล่า อายุเท่าไร

1682
01:52:07,365 --> 01:52:11,365

1683
01:52:11,368 --> 01:52:15,368

1684
01:52:15,370 --> 01:52:19,370
อยากรู้อยากรู้ปีเกิดของ

1685
01:52:19,371 --> 01:52:23,371
เอา 2565 - 83 ค่ะ

1686
01:52:23,373 --> 01:52:27,373
จะได้รู้ปีเกิดนะคะ

1687
01:52:27,375 --> 01:52:31,375
อันนี้คำตอบ ก็คือจะเป็นปีที่ปู่เกิดนั่นเอง

1688
01:52:31,376 --> 01:52:35,376
เป็นปู่หรือเป็นย่า

1689
01:52:35,378 --> 01:52:39,378
83 นี่ใคร ย่า ย่าใช่ไหม โอเค

1690
01:52:39,382 --> 01:52:43,382
โอเคค่ะ

1691
01:52:43,385 --> 01:52:47,385
ต่อไปแบงก์

1692
01:52:47,386 --> 01:52:51,386

1693
01:52:51,388 --> 01:52:55,388

1694
01:52:55,389 --> 01:52:59,389
แบงก์หรือ บาสสิ่

1695
01:52:59,393 --> 01:53:03,393
ตีเป็นแบงก์อยู่เรื่อยเลย บาส ๆ ๆ

1696
01:53:03,395 --> 01:53:07,395
ิิิิ

1697
01:53:07,396 --> 01:53:11,396
บาสนะคะ

1698
01:53:11,397 --> 01:53:15,397

1699
01:53:15,398 --> 01:53:19,398
พ่อให้เงินมาเท่าไร

1700
01:53:19,402 --> 01:53:23,402
แม่ให้เงินมาเท่าไหร่เดือนหนึ่ง

1701
01:53:23,404 --> 01:53:27,404

1702
01:53:27,408 --> 01:53:31,408
บาสแม่ให้เงินมาจักบาท

1703
01:53:31,410 --> 01:53:35,410
ให้เป็นเดือนหรือให้เป็นอาทิตย์

1704
01:53:35,411 --> 01:53:39,411

1705
01:53:39,412 --> 01:53:43,412
ให้เป็นเดือนใช่ไหม กี่บาทลูก

1706
01:53:43,413 --> 01:53:47,413
ประมาณ ๆ

1707
01:53:47,415 --> 01:53:51,415
3,000 แล้วให้หาร

1708
01:53:51,417 --> 01:53:55,417
ด้วย 4

1709
01:53:55,419 --> 01:53:59,419
หาร 4 นะคะ ก็คือ

1710
01:53:59,421 --> 01:54:03,421
ใน 1 อาิตย์นี้ เงิน 3,000

1711
01:54:03,422 --> 01:54:07,422
แบงก์ใช้ไปเท่าไร

1712
01:54:07,423 --> 01:54:11,423
ต่อไป

1713
01:54:11,425 --> 01:54:15,425
ต่อไป คนต่อไป

1714
01:54:15,428 --> 01:54:19,428
อุบลถามได้เลย

1715
01:54:19,429 --> 01:54:23,429
อุบล ๆ

1716
01:54:23,434 --> 01:54:27,434

1717
01:54:27,435 --> 01:54:31,435
บ้านอยู่ไหนคะ รู้หรือเปล่า

1718
01:54:31,437 --> 01:54:35,437
ระยะทางประมาณกี่กิโล

1719
01:54:35,439 --> 01:54:39,439
147 อยากรู้ว่า

1720
01:54:39,441 --> 01:54:43,441
ถ้าขี่รถด้วยความเร็ว

1721
01:54:43,442 --> 01:54:47,442
หาร 80 อุบลจะใช้เวลา

1722
01:54:47,443 --> 01:54:51,443
ในการเดินทางเท่าไหร่ โอเค

1723
01:54:51,446 --> 01:54:55,446
ใครได้คำตอบแล้ว ให้มาพิมพ์คำตอบ

1724
01:54:55,448 --> 01:54:59,448
ได้เลยนะคะ

1725
01:54:59,449 --> 01:55:03,449
เหมือนแม็กกี้เสร็จแล้วมาพิมพ์คำตอบได้เลยลูก

1726
01:55:03,450 --> 01:55:07,450

1727
01:55:07,451 --> 01:55:11,451

1728
01:55:11,452 --> 01:55:15,452

1729
01:55:15,455 --> 01:55:19,455

1730
01:55:19,457 --> 01:55:23,457

1731
01:55:23,463 --> 01:55:27,463

1732
01:55:27,464 --> 01:55:31,424

1733
01:55:31,467 --> 01:55:35,467

1734
01:55:35,469 --> 01:55:39,469

1735
01:55:39,474 --> 01:55:43,474

1736
01:55:43,476 --> 01:55:47,476

1737
01:55:47,479 --> 01:55:51,479

1738
01:55:51,482 --> 01:55:55,482

1739
01:55:55,484 --> 01:55:59,484

1740
01:55:59,486 --> 01:56:03,486

1741
01:56:03,487 --> 01:56:07,487

1742
01:56:07,490 --> 01:56:11,490

1743
01:56:11,497 --> 01:56:15,497

1744
01:56:15,498 --> 01:56:19,498

1745
01:56:19,501 --> 01:56:23,501

1746
01:56:23,503 --> 01:56:27,503

1747
01:56:27,505 --> 01:56:31,505

1748
01:56:31,507 --> 01:56:35,507

1749
01:56:35,509 --> 01:56:39,509

1750
01:56:39,511 --> 01:56:43,511

1751
01:56:43,515 --> 01:56:47,515

1752
01:56:47,520 --> 01:56:51,520

1753
01:56:51,522 --> 01:56:55,522

1754
01:56:55,524 --> 01:56:59,524

1755
01:56:59,528 --> 01:57:03,528

1756
01:57:03,531 --> 01:57:07,531
โอเคนะ

1757
01:57:07,532 --> 01:57:11,532

1758
01:57:11,534 --> 01:57:15,534
โอเค

1759
01:57:15,536 --> 01:57:19,536
นะคะ ดูที่คำตอบของแต่ละคน

1760
01:57:19,539 --> 01:57:23,539
คแรกแม็กกี้พี่แม็กกี้นะ

1761
01:57:23,540 --> 01:57:27,540
แม็กกี้นี่ โจทย์ ก็คือ...

1762
01:57:27,541 --> 01:57:31,541

1763
01:57:31,542 --> 01:57:35,542
โจทย์ ก็คือ

1764
01:57:35,544 --> 01:57:39,544
ปี พ.ศ.

1765
01:57:39,545 --> 01:57:43,545
ไปลบปี ค.ศ. เพื่อน ๆ ไปลองเช็กกับ

1766
01:57:43,547 --> 01:57:47,547
เครื่องคิดเลขในมือถือก็ได้ว่าตรงไหม

1767
01:57:47,548 --> 01:57:51,548
ก็คือเอาปี 2565 ไปลบ

1768
01:57:51,551 --> 01:57:55,551
2022 นะคะ

1769
01:57:55,552 --> 01:57:59,552
พ.ศ. เราเกิด 543 ปี

1770
01:57:59,553 --> 01:58:03,553
นั่นคือคำตอบนะคะ

1771
01:58:03,554 --> 01:58:07,554
ส่วนของเอ็กซ์ตร้า

1772
01:58:07,555 --> 01:58:11,555
เกิดจากการที่

1773
01:58:11,557 --> 01:58:15,557
ก็คืออยากรู้อายุเขา ปี 2565

1774
01:58:15,561 --> 01:58:19,561
คือปี พ.ศ. ปัจจุบันก็

1775
01:58:19,562 --> 01:58:23,562
แล้วไปลบด้วยปีที่เขาเกิด ก็คือ 25

1776
01:58:23,563 --> 01:58:27,563
46 ตอนนี้ เอ็กซ์ตร้าจะมีอายุก 19

1777
01:58:27,564 --> 01:58:31,564
ก็คือปีนี้เอกซ์ตราจะมีอายุ 19 ปี

1778
01:58:31,565 --> 01:58:35,565
ต่อไปของมิ่งอายุมิ่งก็ค

1779
01:58:35,567 --> 01:58:39,567
อายุมิ่ง ก็คือ 20 ก็เลยบอกว่า

1780
01:58:39,568 --> 01:58:43,568
ถ้ามิ้งจะมีอีก 5 เท่านี่

1781
01:58:43,569 --> 01:58:47,569
ไม่ใช่ 5 ปีนะ ไม่ได้บวก 5 นะคะ

1782
01:58:47,573 --> 01:58:51,573
ถ้าคูณหมายถึงเป็นจำนวนเท่า

1783
01:58:51,576 --> 01:58:55,576
อายุของมิ่งจะมีอายุถึง 100 ปี ถ้าอยู่ได้ถึง

1784
01:58:55,578 --> 01:58:59,578
5 เท่านึกออกนะโอเคนะคะ

1785
01:58:59,579 --> 01:59:03,579
ต่อไป ของกุ้งนาง กุ้งนางนี่

1786
01:59:03,581 --> 01:59:07,581
พี่น้อง 4 คนถ้าสมมติว่า

1787
01:59:07,584 --> 01:59:11,584
แม่ให้เงินคนละ 199 บาท

1788
01:59:11,586 --> 01:59:15,586
นะคะ ลุกทั้งหมด 4 คนแม่จะต้อง

1789
01:59:15,587 --> 01:59:19,587
มีเงินอย่างน้อย เห็นไหมคะ 796 ก็คือ

1790
01:59:19,589 --> 01:59:23,589
แม่มีเงิน 800 แล้วเอามาแบ่งให้ลูก 4 คน

1791
01:59:23,590 --> 01:59:27,590
คนละ 199

1792
01:59:27,592 --> 01:59:31,592
ส่วนขององุ่นบอกว่าแม่อายุก 48

1793
01:59:31,594 --> 01:59:35,594
ตัวเองอายุ 18 ปี ก็คือ

1794
01:59:35,596 --> 01:59:39,596
เอาอายุแม่มาลบอายุตัวเอง ก็คือองุ่น

1795
01:59:39,598 --> 01:59:43,598
กับแม่อายุห่างกัน 30 ปี เห็นไหมคะ

1796
01:59:43,600 --> 01:59:47,600
ส่วนของตี๋น้อย

1797
01:59:47,601 --> 01:59:51,601
ถามอายุของย่านะ ว่าย่าอายุ 83 อยากรู้ว่า

1798
01:59:51,606 --> 01:59:55,606
ย่าเกิดปี พ.ศ. อะไร ก็เลย

1799
01:59:55,608 --> 01:59:59,608
ให้เอาปีปัจจุบันไปลบจำนวนอายุ ปีปัจจุบัน ก็คือ 25

1800
01:59:59,609 --> 02:00:03,609
65 ลบอายุของย่า

1801
02:00:03,613 --> 02:00:07,613
ซึ่งก็คือ 83 2482 ก็คือปีที่ย่า

1802
02:00:07,614 --> 02:00:11,614
เกิด 2482

1803
02:00:11,616 --> 02:00:15,616
คือ ปีที่ย่าของตี๋น้อยเกิดนะคะ

1804
02:00:15,618 --> 02:00:19,618
ส่วนบาส

1805
02:00:19,619 --> 02:00:23,619
ถามบาสว่าแม่ให้เงินมาเดือนเท่าไร บาส

1806
02:00:23,622 --> 02:00:27,622
บอกว่าเดือนละ 300 หารด้วย 4

1807
02:00:27,625 --> 02:00:31,625
นั่นหมายถึงใน 1 เดือนนี่มี 4 สัปดาห์

1808
02:00:31,626 --> 02:00:35,626
ก็เลยอยากรู้ว่า

1809
02:00:35,627 --> 02:00:39,627
ใน 1 สัปดาห์นี่ บาสใช้เงินประมาณอาทิตย์ละ

1810
02:00:39,628 --> 02:00:43,628
750 บาท ถูกต้องไหม

1811
02:00:43,629 --> 02:00:47,629
นะคะ และคนสุดท้าย อุบลบอกว่าระยะทาง

1812
02:00:47,631 --> 02:00:51,631
จากบ้าน 147 กิโล

1813
02:00:51,633 --> 02:00:55,633
ทีนี้ถ้าขี่รถด้วยความเร็ว 80 กิโลเมตรนี่

1814
02:00:55,634 --> 02:00:59,634
จะใช้เวลา

1815
02:00:59,635 --> 02:01:03,635
1 ชั่วโมง มันไม่น่าจะเป็น 83 นาที

1816
02:01:03,636 --> 02:01:07,636
มันน่าจะเป็นเท่าไหร่

1817
02:01:07,637 --> 02:01:11,637
140 กิโล(เมตร)

1818
02:01:11,638 --> 02:01:15,638
นะคะ ความเร็ว 80 กิโลเมตร

1819
02:01:15,641 --> 02:01:19,641
ต่อชั่วโมงนี่ มันน่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงนี่ล่ะ

1820
02:01:19,643 --> 02:01:23,643
แต่จั่วโมงเท่าไหร่เพระาว่า

1821
02:01:23,645 --> 02:01:27,645
ถ้าตีเป็น 1 ชั่วโมง ก็คือ 60 นาที

1822
02:01:27,647 --> 02:01:31,647
2 ชั่วโมง

1823
02:01:31,648 --> 02:01:35,648
120 นาที แต่มันคำนวณอย่างไรนะคะ

1824
02:01:35,650 --> 02:01:39,650
คือมันจะอยุ่ที่ชั่วโมงกว่า ๆ นี่

1825
02:01:39,651 --> 02:01:43,651
แต่ไม่น่าจะถึง 2 ชั่วโมงนะคะ นี่คือการหา...

1826
02:01:43,654 --> 02:01:47,654
การแสดงผลโดยการ

1827
02:01:47,655 --> 02:01:51,655
ใช้วิธีคำนวณนะคะ ถ้าคำนวณนี่

1828
02:01:51,656 --> 02:01:55,656
เด็ก ๆ ไม่ต้องใส่เครื่องหมายคำพูดนะคะ

1829
02:01:55,658 --> 02:01:59,658
แต่ถ้าเป็นคำพูด จะต้อง... ข้อความต้องใส่เครื่องหมาย

1830
02:01:59,660 --> 02:02:03,660
คำพูดนะคะ นี่คือวิธีใช้คำสั่ง print

1831
02:02:03,661 --> 02:02:07,661
วิธีใช้คำสั่ง print

1832
02:02:07,663 --> 02:02:11,663
ทีนี้เมื่อกี้ print

1833
02:02:11,665 --> 02:02:15,665
ทีละ 1 บรรทัด ทีนี้อยาก print หลาย ๆ บรรทัดทำอย่างไร

1834
02:02:15,666 --> 02:02:19,666
มาดูกันนะคะ

1835
02:02:19,667 --> 02:02:23,667
มาดูคำสั่งต่อ

1836
02:02:23,668 --> 02:02:27,668

1837
02:02:27,669 --> 02:02:31,669
มาดูตัวอย่าง

1838
02:02:31,674 --> 02:02:35,674
สมมติจะให้

1839
02:02:35,678 --> 02:02:39,678
ให้ print ทั้งชื่อ ทั้งนามสกุล แต่

1840
02:02:39,680 --> 02:02:43,680
ไม่ต้องไปพิมพ์คำสั่ง print

1841
02:02:43,681 --> 02:02:47,681
พิมพ์ชื่อ พิมพ์นามสกุล พิมพ์ชื่อเล่น 3 บรรทัด ไม่ต้อง

1842
02:02:47,684 --> 02:02:51,684
แบบนั้นนะคะ เดี๋ยวทำให้ดู

1843
02:02:51,686 --> 02:02:55,686

1844
02:02:55,689 --> 02:02:59,650

1845
02:02:59,691 --> 02:03:03,691

1846
02:03:03,695 --> 02:03:07,695

1847
02:03:07,699 --> 02:03:11,699

1848
02:03:11,701 --> 02:03:15,701

1849
02:03:15,702 --> 02:03:19,702

1850
02:03:19,705 --> 02:03:23,705

1851
02:03:23,706 --> 02:03:27,706

1852
02:03:27,712 --> 02:03:31,712

1853
02:03:31,714 --> 02:03:35,714

1854
02:03:35,716 --> 02:03:39,716

1855
02:03:39,720 --> 02:03:43,720

1856
02:03:43,722 --> 02:03:47,722

1857
02:03:47,723 --> 02:03:51,723

1858
02:03:51,725 --> 02:03:55,725

1859
02:03:55,727 --> 02:03:59,727

1860
02:03:59,730 --> 02:04:03,730

1861
02:04:03,732 --> 02:04:07,732

1862
02:04:07,733 --> 02:04:11,733

1863
02:04:11,737 --> 02:04:15,737

1864
02:04:15,739 --> 02:04:19,739

1865
02:04:19,741 --> 02:04:23,741

1866
02:04:23,742 --> 02:04:27,742

1867
02:04:27,748 --> 02:04:31,748

1868
02:04:31,749 --> 02:04:35,749

1869
02:04:35,752 --> 02:04:39,752

1870
02:04:39,754 --> 02:04:43,754

1871
02:04:43,755 --> 02:04:47,755

1872
02:04:47,761 --> 02:04:51,761

1873
02:04:51,762 --> 02:04:55,762

1874
02:04:55,765 --> 02:04:59,765

1875
02:04:59,770 --> 02:05:03,770

1876
02:05:03,772 --> 02:05:07,772

1877
02:05:07,774 --> 02:05:11,774

1878
02:05:11,776 --> 02:05:15,776

1879
02:05:15,780 --> 02:05:19,780

1880
02:05:19,783 --> 02:05:23,783

1881
02:05:23,785 --> 02:05:27,785

1882
02:05:27,786 --> 02:05:31,786

1883
02:05:31,791 --> 02:05:35,791

1884
02:05:35,794 --> 02:05:39,794

1885
02:05:39,797 --> 02:05:43,797

1886
02:05:43,799 --> 02:05:47,799

1887
02:05:47,801 --> 02:05:51,801

1888
02:05:51,803 --> 02:05:55,803

1889
02:05:55,806 --> 02:05:59,806

1890
02:05:59,808 --> 02:06:03,808

1891
02:06:03,809 --> 02:06:07,809

1892
02:06:07,811 --> 02:06:11,811

1893
02:06:11,813 --> 02:06:15,813

1894
02:06:15,815 --> 02:06:19,815

1895
02:06:19,817 --> 02:06:23,817

1896
02:06:23,819 --> 02:06:27,819

1897
02:06:27,822 --> 02:06:31,822

1898
02:06:31,823 --> 02:06:35,823

1899
02:06:35,825 --> 02:06:39,825

1900
02:06:39,830 --> 02:06:43,830

1901
02:06:43,833 --> 02:06:47,833

1902
02:06:47,835 --> 02:06:51,835

1903
02:06:51,838 --> 02:06:55,838

1904
02:06:55,843 --> 02:06:59,843

1905
02:06:59,845 --> 02:07:03,845
แสดงว่า

1906
02:07:03,847 --> 02:07:07,847
ไม่ใช้แล้ว

1907
02:07:07,849 --> 02:07:11,849
โอเค มันไม่ให้ใช้

1908
02:07:11,851 --> 02:07:15,851
นะคะ

1909
02:07:15,852 --> 02:07:19,852

1910
02:07:19,853 --> 02:07:23,853
ก็จะต้อง

1911
02:07:23,855 --> 02:07:27,855

1912
02:07:27,857 --> 02:07:31,728

1913
02:07:31,861 --> 02:07:35,861

1914
02:07:35,862 --> 02:07:39,862

1915
02:07:39,863 --> 02:07:43,863

1916
02:07:43,865 --> 02:07:47,865

1917
02:07:47,869 --> 02:07:51,869

1918
02:07:51,871 --> 02:07:55,871

1919
02:07:55,874 --> 02:07:59,874

1920
02:07:59,876 --> 02:08:03,876

1921
02:08:03,877 --> 02:08:07,877

1922
02:08:07,879 --> 02:08:11,879
ไม่ได้ลอง

1923
02:08:11,881 --> 02:08:15,881
เทสต์อันนี้ โอเคไม่เป็นไรนะคะ ไม่

1924
02:08:15,883 --> 02:08:19,883
น่าจะไม่ได้ใช้แล้วตัวนี้

1925
02:08:19,884 --> 02:08:23,884
สมัยแรก ๆ น่ะ /n ได้

1926
02:08:23,885 --> 02:08:27,885
น่าจะตัดออกไปแล้ว

1927
02:08:27,889 --> 02:08:31,889
โอเคไม่เป็นไรนะคะ อันนี้

1928
02:08:31,891 --> 02:08:35,891
ในกรณีที่ แล้วถ้า print ทั้งข้อควา

1929
02:08:35,894 --> 02:08:39,894
ทั้งข้อความด้วยล่ะ จะทำอย่างไร ให้มัน print ทั้ง 2 อย่าง

1930
02:08:39,897 --> 02:08:43,897
อยู่ด้วยกัน มันก็คือ

1931
02:08:43,900 --> 02:08:47,900

1932
02:08:47,901 --> 02:08:51,901

1933
02:08:51,904 --> 02:08:55,904

1934
02:08:55,905 --> 02:08:59,905

1935
02:08:59,908 --> 02:09:03,908
นะคะ

1936
02:09:03,910 --> 02:09:07,910
ในกรณีที่

1937
02:09:07,912 --> 02:09:11,912
เราต้องการพิมพ์ทั้งตัวเลข และข้อความอยู่ด้วยกันนี่ ใน 1 บรรทัดนี่

1938
02:09:11,914 --> 02:09:15,914
สิ่งที่จะมาคั่น

1939
02:09:15,915 --> 02:09:19,915
เห็นไหม

1940
02:09:19,917 --> 02:09:23,917

1941
02:09:23,918 --> 02:09:27,918
Comma ใช่ไหม ลูกน้ำ

1942
02:09:27,920 --> 02:09:31,920
ก้คือใช้ Comma เครื่องหมาย

1943
02:09:31,921 --> 02:09:35,921
ขั้นระหว่างตัวเลขกับข้อความ หรือ

1944
02:09:35,923 --> 02:09:39,923
ถ้ามีตัวเลขหลาย ๆ ตัว

1945
02:09:39,925 --> 02:09:43,925
ก็คือสิ่งที่จะมาขั้นสิ่งที่จะแสดงข้างในนี่

1946
02:09:43,927 --> 02:09:47,927
ตัว comma นี่คั่น

1947
02:09:47,927 --> 02:09:51,927
ลองนะคะ ให้ลองแสดงข้อความนะคะ

1948
02:09:51,928 --> 02:09:55,928
ชื่อนามสกุล

1949
02:09:55,928 --> 02:09:59,928
แล้วก็ชื่อเล่น โดยใส่

1950
02:09:59,929 --> 02:10:03,929
ให้มันเว้น ก็คือไม่ต้อง

1951
02:10:03,931 --> 02:10:07,931
ไปพิมพ์คำสั่ง print ใหม่ถึง 3 ครั้ง ให้เด็ก ๆ พิมพ์ ใช้คำสั่ง print

1952
02:10:07,932 --> 02:10:11,932

1953
02:10:11,933 --> 02:10:15,933
ใช้คำสั่ง print แสดงชื่อตัวเอง

1954
02:10:15,934 --> 02:10:19,934
และนามสกุลและแสดงชื่อเล่น

1955
02:10:19,937 --> 02:10:23,937
เอา 2 อย่างพอนะคะ

1956
02:10:23,940 --> 02:10:27,940

1957
02:10:27,941 --> 02:10:31,941

1958
02:10:31,944 --> 02:10:35,944

1959
02:10:35,946 --> 02:10:39,946

1960
02:10:39,949 --> 02:10:43,949

1961
02:10:43,952 --> 02:10:47,952

1962
02:10:47,955 --> 02:10:51,955
เพิ่มอีกอัน 1 ก็ได้ เพิ่มอายุเข้าไป

1963
02:10:51,958 --> 02:10:55,958

1964
02:10:55,960 --> 02:10:59,960
ใส่อายุตามหลัง

1965
02:10:59,964 --> 02:11:03,964
นี่นะคะ เห็นไหมคะ มันก็แสดงทั้งชื่อ นามสกุล

1966
02:11:03,966 --> 02:11:07,966
ชื่อเล่นแล้วก็ตัวเลขเห็นไหมคะ

1967
02:11:07,969 --> 02:11:11,969
สามารถแสดงด้วยกันได้ โดยใช้เครื่องหมาย colon

1968
02:11:11,969 --> 02:11:15,969
เป็นตัวขั้นประโยค

1969
02:11:15,971 --> 02:11:19,971
หรือตัวเลขนะคะ หรือกรณีที่ print ตัวเลข

1970
02:11:19,972 --> 02:11:23,972
หลาย ๆ อย่าง

1971
02:11:23,984 --> 02:11:27,984

1972
02:11:27,987 --> 02:11:31,987

1973
02:11:31,993 --> 02:11:35,993

1974
02:11:35,997 --> 02:11:39,997

1975
02:11:40,000 --> 02:11:44,000

1976
02:11:44,003 --> 02:11:48,003

1977
02:11:48,008 --> 02:11:52,008

1978
02:11:52,010 --> 02:11:56,010

1979
02:11:56,012 --> 02:12:00,012

1980
02:12:00,015 --> 02:12:04,015

1981
02:12:04,017 --> 02:12:08,017

1982
02:12:08,020 --> 02:12:12,020
อันนี้

1983
02:12:12,025 --> 02:12:16,025
กรณีที่ 3 นะคะ print ตัวเลขหรือการคำนวณดูสิได้ไหม

1984
02:12:16,026 --> 02:12:20,026
แบบนี้ได้ไหม

1985
02:12:20,027 --> 02:12:24,027
เพราะมันไปอยู่ตรงนี้ ถ้ามีวงเล็บซ้อน

1986
02:12:24,035 --> 02:12:28,035
ได้

1987
02:12:28,036 --> 02:12:32,036
Syntax error

1988
02:12:32,038 --> 02:12:36,038
อะไรนี่

1989
02:12:36,040 --> 02:12:40,040
Leading... integer

1990
02:12:40,041 --> 02:12:44,041
อ๋อ

1991
02:12:44,042 --> 02:12:48,042

1992
02:12:48,044 --> 02:12:52,044

1993
02:12:52,045 --> 02:12:56,045

1994
02:12:56,048 --> 02:13:00,048

1995
02:13:00,052 --> 02:13:04,052

1996
02:13:04,053 --> 02:13:08,053

1997
02:13:08,056 --> 02:13:12,056

1998
02:13:12,059 --> 02:13:16,059

1999
02:13:16,064 --> 02:13:20,064

2000
02:13:20,068 --> 02:13:24,068

2001
02:13:24,071 --> 02:13:28,071

2002
02:13:28,073 --> 02:13:32,073

2003
02:13:32,076 --> 02:13:36,076

2004
02:13:36,078 --> 02:13:40,078

2005
02:13:40,083 --> 02:13:44,083

2006
02:13:44,087 --> 02:13:48,087

2007
02:13:48,090 --> 02:13:52,090

2008
02:13:52,092 --> 02:13:56,092

2009
02:13:56,093 --> 02:14:00,093

2010
02:14:00,096 --> 02:14:04,096

2011
02:14:04,098 --> 02:14:08,098

2012
02:14:08,100 --> 02:14:12,100

2013
02:14:12,106 --> 02:14:16,106

2014
02:14:16,108 --> 02:14:20,108

2015
02:14:20,110 --> 02:14:24,110

2016
02:14:24,115 --> 02:14:28,115

2017
02:14:28,117 --> 02:14:32,117

2018
02:14:32,119 --> 02:14:36,119

2019
02:14:36,121 --> 02:14:40,121

2020
02:14:40,123 --> 02:14:44,123

2021
02:14:44,124 --> 02:14:48,124

2022
02:14:48,127 --> 02:14:52,127

2023
02:14:52,133 --> 02:14:56,133

2024
02:14:56,135 --> 02:15:00,135

2025
02:15:00,137 --> 02:15:04,137

2026
02:15:04,141 --> 02:15:08,141

2027
02:15:08,144 --> 02:15:12,144

2028
02:15:12,146 --> 02:15:16,146

2029
02:15:16,150 --> 02:15:20,150

2030
02:15:20,152 --> 02:15:24,152

2031
02:15:24,155 --> 02:15:28,155

2032
02:15:28,156 --> 02:15:32,156

2033
02:15:32,160 --> 02:15:36,160

2034
02:15:36,163 --> 02:15:40,163

2035
02:15:40,165 --> 02:15:44,165

2036
02:15:44,167 --> 02:15:48,167

2037
02:15:48,169 --> 02:15:52,169

2038
02:15:52,170 --> 02:15:56,170

2039
02:15:56,172 --> 02:16:00,172

2040
02:16:00,174 --> 02:16:04,174

2041
02:16:04,176 --> 02:16:08,176

2042
02:16:08,178 --> 02:16:12,178

2043
02:16:12,180 --> 02:16:16,180

2044
02:16:16,182 --> 02:16:20,182

2045
02:16:20,185 --> 02:16:24,185

2046
02:16:24,186 --> 02:16:28,186

2047
02:16:28,188 --> 02:16:32,188

2048
02:16:32,193 --> 02:16:36,193

2049
02:16:36,195 --> 02:16:40,195

2050
02:16:40,197 --> 02:16:44,197

2051
02:16:44,200 --> 02:16:48,200

2052
02:16:48,203 --> 02:16:52,203

2053
02:16:52,206 --> 02:16:56,206

2054
02:16:56,208 --> 02:17:00,208

2055
02:17:00,211 --> 02:17:04,211

2056
02:17:04,213 --> 02:17:08,213

2057
02:17:08,215 --> 02:17:12,215

2058
02:17:12,217 --> 02:17:16,217

2059
02:17:16,221 --> 02:17:20,221

2060
02:17:20,226 --> 02:17:24,226

2061
02:17:24,229 --> 02:17:28,229

2062
02:17:28,231 --> 02:17:32,231

2063
02:17:32,232 --> 02:17:36,232

2064
02:17:36,234 --> 02:17:40,234

2065
02:17:40,236 --> 02:17:44,236

2066
02:17:44,238 --> 02:17:48,238

2067
02:17:48,244 --> 02:17:52,244

2068
02:17:52,246 --> 02:17:56,246

2069
02:17:56,248 --> 02:18:00,248

2070
02:18:00,250 --> 02:18:04,250

2071
02:18:04,252 --> 02:18:08,252

2072
02:18:08,254 --> 02:18:12,254

2073
02:18:12,256 --> 02:18:16,256

2074
02:18:16,259 --> 02:18:20,259

2075
02:18:20,262 --> 02:18:24,262

2076
02:18:24,265 --> 02:18:28,265

2077
02:18:28,267 --> 02:18:32,267

2078
02:18:32,269 --> 02:18:36,269

2079
02:18:36,274 --> 02:18:40,274

2080
02:18:40,277 --> 02:18:44,277

2081
02:18:44,280 --> 02:18:48,280

2082
02:18:48,282 --> 02:18:52,282

2083
02:18:52,288 --> 02:18:56,288

2084
02:18:56,290 --> 02:19:00,290

2085
02:19:00,294 --> 02:19:04,294

2086
02:19:04,297 --> 02:19:08,297

2087
02:19:08,298 --> 02:19:12,298

2088
02:19:12,300 --> 02:19:16,300

2089
02:19:16,302 --> 02:19:20,302

2090
02:19:20,303 --> 02:19:24,303

2091
02:19:24,307 --> 02:19:28,307

2092
02:19:28,309 --> 02:19:32,309

2093
02:19:32,312 --> 02:19:36,312

2094
02:19:36,316 --> 02:19:40,316

2095
02:19:40,321 --> 02:19:44,321

2096
02:19:44,324 --> 02:19:48,324

2097
02:19:48,326 --> 02:19:52,326

2098
02:19:52,328 --> 02:19:56,328

2099
02:19:56,330 --> 02:20:00,330

2100
02:20:00,335 --> 02:20:04,335

2101
02:20:04,339 --> 02:20:08,339

2102
02:20:08,341 --> 02:20:12,341

2103
02:20:12,345 --> 02:20:16,345

2104
02:20:16,347 --> 02:20:20,347

2105
02:20:20,349 --> 02:20:24,349

2106
02:20:24,351 --> 02:20:28,351

2107
02:20:28,353 --> 02:20:32,353

2108
02:20:32,355 --> 02:20:36,355

2109
02:20:36,358 --> 02:20:40,358

2110
02:20:40,360 --> 02:20:44,360

2111
02:20:44,361 --> 02:20:48,361

2112
02:20:48,364 --> 02:20:52,364

2113
02:20:52,366 --> 02:20:56,366

2114
02:20:56,369 --> 02:21:00,369

2115
02:21:00,371 --> 02:21:04,371

2116
02:21:04,374 --> 02:21:08,374

2117
02:21:08,375 --> 02:21:12,375

2118
02:21:12,377 --> 02:21:16,377

2119
02:21:16,379 --> 02:21:20,379

2120
02:21:20,381 --> 02:21:24,381

2121
02:21:24,384 --> 02:21:28,384

2122
02:21:28,386 --> 02:21:32,386

2123
02:21:32,388 --> 02:21:36,388

2124
02:21:36,390 --> 02:21:40,390

2125
02:21:40,392 --> 02:21:44,392
เด็ก ๆ จะต้องไปขึ้นรถอยู่...

2126
02:21:42,671 --> 02:21:46,671

2127
02:21:46,672 --> 02:21:50,672

2128
02:21:50,673 --> 02:21:54,673

2129
02:21:54,675 --> 02:21:58,675

2130
02:21:58,680 --> 02:22:02,680
เพราะว่าเราลงชุมชน

2131
02:22:02,684 --> 02:22:06,684
น้อง ๆ ปี 1 ปี 1 ยังไม่มีไอ้เสื้อคณะใช่ไหม

2132
02:22:06,685 --> 02:22:10,685

2133
02:22:10,686 --> 02:22:14,686
ให้เป็นเสื้อคอกลมสีขาว โอเคไหม

2134
02:22:14,688 --> 02:22:18,688
ปี 1 ให้ใส่เสื้อยืดคอกลมสีขาวนะลูก

2135
02:22:18,689 --> 02:22:22,689
โอเคนะคะ 7.30 น. นี่คือพร้อมขึ้นรถรอ

2136
02:22:22,690 --> 02:22:26,690
เพราะฮะนั้นต้องออกก่อน 7

2137
02:22:26,693 --> 02:22:30,693
เพราะฉะนั้น ต้องไปถึงตึกก่อน 7.30 น.

2138
02:22:30,694 --> 02:22:34,694
เข้าใจนะ ไม่ใช่

2139
02:22:34,698 --> 02:22:38,698
บอก 7.30 น. ไปถึง 7.30 น. รถออก

2140
02:22:38,704 --> 02:22:42,704
ต้องไปถึงก่อน

2141
02:22:42,707 --> 02:22:46,707
7.30 น. นี่ คือ รถมาถึงแล้วเราขึ้นรถ

2142
02:22:46,710 --> 02:22:50,710
โอเคนะคะ ห้ามสายนะ

2143
02:22:50,712 --> 02:22:54,712
ตั้งนาฬิกาปลุกให้ดี ให้เตือนดี ๆ นะคะ

2144
02:22:54,714 --> 02:22:58,714
ใส่กางเกงผู้หยิงใส่กางเกงได้

2145
02:22:58,715 --> 02:23:02,715
กางเกงที่คิดว่าเราจะลุกนั่งสะดวกสบาย

2146
02:23:02,716 --> 02:23:06,716
จะกางเกงยีนส์หรือกางเกงวอร์ใ

2147
02:23:06,723 --> 02:23:10,723
ก็แล้วแต่นะคะ ที่ตึก 7 นะลูก

2148
02:23:10,724 --> 02:23:14,724
ตึก 7 นะลูกไม่ใช่ที่ DSS นะ

2149
02:23:14,729 --> 02:23:18,729
ที่คณะเราน่ะ เข้าใจนะ

2150
02:23:18,730 --> 02:23:22,730
จำได้อยู่นะ พรุ่งนี้นะ ๆ

2151
02:23:22,732 --> 02:23:26,732
ไม่ ๆ ๆ ให้ใส่

2152
02:23:26,734 --> 02:23:30,734
ชุดเสื้อคอกลมสีขาว

2153
02:23:30,735 --> 02:23:34,735
กางเกงอะไรก็ได้ กางเกงยีนก็ได้

2154
02:23:34,738 --> 02:23:38,738
กางเกงวอร์มก็ได้ ไม่ใช่เสื้อเชิตนะ

2155
02:23:38,740 --> 02:23:42,740
เสื้อคอกลมนะคะ เสื้อคอกลม เสื้อใส่สบายน่ะ

2156
02:23:42,748 --> 02:23:46,748
เพราะเรา ไปลงพื้นที่

2157
02:23:46,749 --> 02:23:50,749
ไม่ต้องไปใส่เสื้อเชิ้ต คอกลมน่ะ

2158
02:23:50,750 --> 02:23:54,750
เพระาปี 1 ยังไม่มี

2159
02:23:54,752 --> 02:23:58,752
เสื้อโปโลคณะ รุ่นพี่เขาจะมีเสื้อคณะแล้ว

2160
02:23:58,753 --> 02:24:02,753
แต่เด็ก ๆ ยังไม่มีเด็ก ๆ เป็นน้องปี 1

2161
02:24:02,755 --> 02:24:06,755
ให้ใส่เสื้อคอกลม

2162
02:24:06,756 --> 02:24:10,756
ผ้าใบสิครับ จะใส่อีแตะบ่

2163
02:24:10,757 --> 02:24:14,757
เดี๋ยวเกิดเขาให้วิ่งขึ้นมาจะ... เราจะลง

2164
02:24:14,759 --> 02:24:18,759
พื้นที่ชุมชนให้เป็นรองเท้าผ้าใบนะคะ

2165
02:24:18,761 --> 02:24:22,761
นะคะ จะได้

2166
02:24:22,761 --> 02:24:26,761
คล่องตัวนะคะ มีอะไรสงสัยถามได้

2167
02:24:26,764 --> 02:24:30,764
นัดหมายพรุ่งนี้ห้ามสายนะครับ ไม่ได้ไป

2168
02:24:30,765 --> 02:24:34,765
ทิ้งนะเราจะทิ้ง 7 โมง

2169
02:24:34,768 --> 02:24:38,768
ใครยังไม่ขึ้นรถ เราทิ้งเลยนะ

2170
02:24:38,769 --> 02:24:42,769
ไม่รอนะ เพราะอย่าลืมว่า

2171
02:24:42,770 --> 02:24:46,770
เรานัดกับสถานที่เขาวัด เราไปหลาย

2172
02:24:46,772 --> 02:24:50,772
ที่ เรามีเวลาที่นัดกันไว้

2173
02:24:50,772 --> 02:24:54,772
ก็เขาบอก

2174
02:24:54,775 --> 02:24:58,775
วันที่ 7 น่ะ นครพนมเขา

2175
02:24:58,779 --> 02:25:02,779
เขาจัดอะไรนะ บวงสรวงพญา

2176
02:25:02,779 --> 02:25:06,779
น่าจะไม่ได้ไหว้

2177
02:25:06,781 --> 02:25:10,781
เขาน่าจะปิดถนน มัน

2178
02:25:10,782 --> 02:25:14,782
เข้าไม่ได้โซนนั้นน่ะ

2179
02:25:14,784 --> 02:25:18,784

2180
02:25:18,785 --> 02:25:22,785
ถ้าอยากไหว้เดี๋ยวแวะขากลั

2181
02:25:22,787 --> 02:25:26,787
วัดหลวงปู่คำพันก็ได้

2182
02:25:26,788 --> 02:25:30,788
นะคะ เดี๋ยวดูเส้นทาง

2183
02:25:30,789 --> 02:25:34,789
เราต้องดูด้วยเวลา เพราะเราไปคนหมู่มาก

2184
02:25:34,792 --> 02:25:38,792
เราต้องถ้าควบคุมเวลาไม่ได้

2185
02:25:38,794 --> 02:25:42,794
เราก็จะไปออกนอกเส้นทางไม่ได้นะคะ โอเคนะ

2186
02:25:42,796 --> 02:25:46,796
ถ้าไม่มีใครสังสัยแล้ว เจอกัน

2187
02:25:46,797 --> 02:25:50,797
พรุ่งนี้ 7.30 น. นี่คือนั่งอยู่บนรถแล้วนะ

2188
02:25:50,802 --> 02:25:54,802
ไม่ใช่ 7.30 ยังมาไม่ถึงนะคะ

2189
02:25:54,803 --> 02:25:58,803
ควรไปก่อนเวลานึกออกนะ ควรไป

2190
02:25:58,804 --> 02:26:02,804
ถึงก่อน 7.30 น. นะคะ

2191
02:26:02,806 --> 02:26:06,806

2192
02:26:06,807 --> 02:26:10,807
ข้าวน่ะกินมาให้เรียบร้อย

2193
02:26:10,808 --> 02:26:14,808
เพราะว่า

2194
02:26:14,809 --> 02:26:18,809
ถ้าจำไม่ผิดเราน่าจะนั่ง

2195
02:26:18,813 --> 02:26:22,813
รถบัส รถแอร์นะ เพราะฉะนั้น ทานข้าวเช้าให้เสร็จเรียบร้อย แล้ว

2196
02:26:22,815 --> 02:26:26,815
ค่อยมาขึ้นรถ

2197
02:26:26,816 --> 02:26:30,816
โอเคนะคะ เจอกันพรุ่งนี้ 7.30 น. นั่งรออยู่บนรถ

2198
02:26:30,818 --> 02:26:34,818
แล้วนะ โอเคนะคะ สวัสดีค่ะ

2199
02:26:34,818 --> 02:26:38,818
เดี๋ยวให้แม็กกี้ขอบคุณพี่เขาหน่อย

2200
02:26:38,820 --> 02:26:42,820

2201
02:26:42,821 --> 02:26:46,821
แม็กกี้ขอบคุณพี่ล่ามหน่อยค่ะ

2202
02:26:46,822 --> 02:26:50,822

2203
02:26:50,824 --> 02:26:54,824
ขอบคุณค่ะ เจอกันสัปดาห์ถัดไปนะคะ สวัสดีค่ะ

2204
02:26:54,826 --> 02:26:58,679

2205
02:26:58,827 --> 02:27:02,827

2206
02:27:02,828 --> 02:27:06,828
เด็ก ๆ ปิดเครื่องให้เรียร้อย

2207
02:27:06,831 --> 02:27:10,831

2208
02:27:10,833 --> 02:27:14,833

2209
02:27:14,836 --> 02:27:18,836

2210
02:27:18,837 --> 02:27:22,837

2211
02:27:22,838 --> 02:27:26,838

2212
02:27:26,842 --> 02:27:30,842

2213
02:27:30,844 --> 02:27:34,844

2214
02:27:34,845 --> 02:27:38,845

2215
02:27:38,847 --> 02:27:42,847

2216
02:27:42,849 --> 02:27:45,850

2217
02:27:46,853 --> 02:27:46,854

2218
02:27:50,855 --> 02:27:50,859


