﻿1
00:01:36,019 --> 00:01:40,019
exported

2
00:01:41,591 --> 00:01:44,262
ครับ

3
00:01:44,262 --> 00:01:48,262
1 เคยได้ยินไหมครับคำนี้

4
00:01:50,298 --> 00:01:53,136
คุยกันตั้งแต่มัธยม

5
00:01:53,136 --> 00:01:55,286
โปรเซสคืออะไรเอ่ย

6
00:01:55,286 --> 00:01:59,286
บอกว่านะครับ เอาให้ความหมายความหมายเยอะแยะนะครับเขาให้ความหมาย

7
00:02:12,306 --> 00:02:13,333
ความหมายที่เรา

8
00:02:13,333 --> 00:02:14,234
ใช้กัน

9
00:02:14,234 --> 00:02:17,172
นะครับ

10
00:02:17,172 --> 00:02:21,172
เอกสารยังไม่ได้หรอ

11
00:02:22,042 --> 00:02:25,954
อยู่กับใครเอกสารหมดหรือยัง

12
00:02:25,954 --> 00:02:27,298
อยู่กับใครครับเอกสาร

13
00:02:27,298 --> 00:02:29,543
อยู่กับใคร

14
00:02:29,543 --> 00:02:33,543
ดีไหม

15
00:02:34,728 --> 00:02:38,072
อยู่กับใครครับเอกสารเหลือน่ะ

16
00:02:38,072 --> 00:02:42,072
วันนี้ วันที่ 2

17
00:02:49,044 --> 00:02:51,190
อยู่กับใคร เหลืออยู่กับใคร มันต้องเหลือสิครับ ถ่ายมาตั้ง 50 ชุดน่ะ

18
00:02:51,190 --> 00:02:55,190
อยู่ไหนล่ะ

19
00:02:58,439 --> 00:03:01,754
ห้อง 1 ใช่ไหม ยังไม่เห็นเอกสาร

20
00:03:01,754 --> 00:03:05,754
วางไว้ที่โต๊ะไหน

21
00:03:07,002 --> 00:03:08,096
หรือหมู่ 1

22
00:03:08,096 --> 00:03:12,096
ส่งไปที่ไหน

23
00:03:13,078 --> 00:03:17,078
ยังไม่ส่งใช่ไหม

24
00:03:18,530 --> 00:03:22,530
เห็นแต่ห้อง 2

25
00:03:26,201 --> 00:03:30,201
ผมตรวจแล้วนะครับ ผมคืนให้แล้วนี่ ๆ

26
00:03:30,390 --> 00:03:34,390
ใครไม่ได้มาช้ามาเอานะครับ

27
00:03:42,980 --> 00:03:46,980
เอกสารที่ผมตรวจนะครับผมจะไม่กดทุกข้อนะครับ ผมจะเซ็นลายเซ็นให้เฉยๆ

28
00:03:50,478 --> 00:03:53,722
ในการตรวจเช็กแต่ละสัปดาห์เก็บไว้สอบนะครับ วันนี้เรา

29
00:03:53,722 --> 00:03:55,901
เรียน 2 สัปดาห์แล้วนะครับจะครบเดือนแล้ว

30
00:03:55,901 --> 00:03:57,759
สัปดาห์หน้านะครับ

31
00:03:57,759 --> 00:04:00,533
สัปดาห์หน้าก็

32
00:04:00,533 --> 00:04:01,928
เอาหมู่ 2 จะไม่อยู่นะครับ

33
00:04:01,928 --> 00:04:05,125
ผมก็ไม่อยู่นะครับ

34
00:04:05,125 --> 00:04:08,267
สัปดาห์หน้าเราจะไม่มีเรียนนะครับ วิชานี้

35
00:04:08,267 --> 00:04:08,779
เราจะยกเลิก

36
00:04:08,779 --> 00:04:12,776
ครับ

37
00:04:12,776 --> 00:04:14,605
ว่าหมู่ 1, 2 จะไปศึกษาดูงานข้างนอกนะครับ

38
00:04:14,605 --> 00:04:18,605
ผมก็ไปด้วยทั้งวันนะครับ

39
00:04:19,615 --> 00:04:20,619
สัปดาห์ถัดไปปิดใช่ไหม

40
00:04:20,619 --> 00:04:24,619
หยุด

41
00:04:26,914 --> 00:04:29,031
สัปดาห์ต่อไป เรียนสัปดาห์ต่อไป หยุดอีก

42
00:04:29,031 --> 00:04:30,565
เดือนนี้หยุดเยอะนะครับ

43
00:04:30,565 --> 00:04:31,569
มาดูนะครับ

44
00:04:31,569 --> 00:04:35,569
ให้ความหมายว่า

45
00:04:37,412 --> 00:04:40,028
โปรเซสคือ

46
00:04:40,028 --> 00:04:42,479
โปรแกรม

47
00:04:42,479 --> 00:04:46,195
พี่กำลังถูก

48
00:04:46,195 --> 00:04:50,195
Excute คืออะไร

49
00:04:52,636 --> 00:04:54,232
เคยได้ยินไหมครับ

50
00:04:54,232 --> 00:04:57,977
โปรเซสคือ

51
00:04:57,977 --> 00:04:59,441
โปรแกรมที่กำลัง

52
00:04:59,441 --> 00:05:03,441
Excute

53
00:05:05,159 --> 00:05:06,791
ผมเชื่อว่าพวกเรา

54
00:05:06,791 --> 00:05:10,791
มัธยมอกมา

55
00:05:11,561 --> 00:05:13,908
มันต้องได้เรียนมาแล้วใช้คอมพิวเตอร์พื้นฐานเรียน หรือยัง

56
00:05:13,908 --> 00:05:16,352
หรือยังครับหมู่ 1

57
00:05:16,352 --> 00:05:20,352
เตือนแล้วใช่ไหม

58
00:05:23,835 --> 00:05:27,835
ถามตอบด้วยนะ ถามตอบด้วยมีปฏิสัมพันธ์ด้วยนะครับ

59
00:05:28,107 --> 00:05:31,710
เพราะเราทุกวันนี้นะครับ

60
00:05:31,710 --> 00:05:35,710
ค่อนข้างขาดปฏิสัมพันธ์นะครับ

61
00:05:38,200 --> 00:05:41,635
เข้าใจนะ พวกเราเป็นอะไรบ้างที่แตกต่างจากอาจารย์นะครับ

62
00:05:41,635 --> 00:05:44,569
เราเจนอะไรครับเรา

63
00:05:44,569 --> 00:05:48,569
เรา Generation อะไร

64
00:05:49,089 --> 00:05:52,891
Gen Y หรือเปล่าใช่ไหม ใช่ไหม

65
00:05:52,891 --> 00:05:55,776
ใช่หรือ

66
00:05:55,776 --> 00:05:59,776
กินอะไรดี

67
00:06:01,215 --> 00:06:04,802
เรายังไม่รู้อีกว่าเราเป็นอะไร

68
00:06:04,802 --> 00:06:08,802
เดี๋ยวไปถามห้อง 2 ถามห้อง 1 ก่อน

69
00:06:09,177 --> 00:06:11,821
ตอนนี้พวกเรามีปัญหานะครับ

70
00:06:11,821 --> 00:06:15,821
เรื่อง

71
00:06:15,944 --> 00:06:18,676
ความแตกต่างของ generation รุ่นผล

72
00:06:18,676 --> 00:06:21,109
พวกเราไม่ค่อยรู้เรื่อง

73
00:06:21,109 --> 00:06:25,109
เชียงใหม่อุบล

74
00:06:25,802 --> 00:06:28,105
เราคนละ Generation แนวคิดต่างกัน

75
00:06:28,105 --> 00:06:31,552
รุ่นเรา

76
00:06:31,552 --> 00:06:32,902
หนีความอดทนน้อยนะครับรอได้ไหม

77
00:06:32,902 --> 00:06:34,760
รอไม่ได้นะครับ

78
00:06:34,760 --> 00:06:37,017
เอาเดี๋ยวนี้

79
00:06:37,017 --> 00:06:40,266
กินข้าวก็จะกินเดี๋ยวนี้

80
00:06:40,266 --> 00:06:41,560
ถ้าจะให้ไปต่อคิวไม่ไป

81
00:06:41,560 --> 00:06:45,560
เล่น Minecraft

82
00:06:46,542 --> 00:06:47,093
มันถึงเกิดอะไรขึ้นมาเกิดการขายออนไลน์

83
00:06:47,093 --> 00:06:51,093
ฟู้ดแพนด้านะครับ

84
00:06:55,084 --> 00:06:56,031
ผมอ่านนะครับ

85
00:06:56,031 --> 00:06:58,857
อ่าน

86
00:06:58,857 --> 00:07:00,908
ทดสอบก่อนเรียนพวกเรา

87
00:07:00,908 --> 00:07:02,838
พื้นฐานพวกเราก็

88
00:07:02,838 --> 00:07:05,569
พอกันนะ

89
00:07:05,569 --> 00:07:08,288
ก็คือ

90
00:07:08,288 --> 00:07:09,554
ยังไม่เข้าใจ

91
00:07:09,554 --> 00:07:10,763
ความหมาย

92
00:07:10,763 --> 00:07:13,839
ไม่เข้าใจ

93
00:07:13,839 --> 00:07:17,440
หลักการของคอมพิวเตอร์นะครับก็ไม่เป็นไร

94
00:07:17,440 --> 00:07:18,891
จริงอย่างที่ผมบอกนะครับวิชานี้

95
00:07:18,891 --> 00:07:22,277
เราควรจะจัด

96
00:07:22,277 --> 00:07:23,399
เรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 นะครับแต่ว่าเราก็

97
00:07:23,399 --> 00:07:27,399
ปี 1 เทอม 1 ก็ไม่เป็นไรนะครับกอล์ฟไง

98
00:07:29,322 --> 00:07:31,297
เขาบอกว่า

99
00:07:31,297 --> 00:07:32,058
โพรเซสที่

100
00:07:32,058 --> 00:07:33,890
กลับยัง

101
00:07:33,890 --> 00:07:35,591
xxxx

102
00:07:35,591 --> 00:07:39,235
เมื่อสัปดาห์ก่อนนะครับ

103
00:07:39,235 --> 00:07:42,135
พอเราส่งข้อมูลไปจากคีย์บอร์ดนะครับจากคีย์บอร์ด

104
00:07:42,135 --> 00:07:43,340
คีย์บอร์ดปุ๊บ

105
00:07:43,340 --> 00:07:47,071
ไปที่ไหนครับ

106
00:07:47,071 --> 00:07:51,071
กีต้าร์นะครับไปที่ไหน

107
00:07:52,274 --> 00:07:56,274
คีย์บอร์ดคือ input นะครับ

108
00:07:56,419 --> 00:08:00,277
พอเข้าไปในคอมพิวเตอร์

109
00:08:00,277 --> 00:08:01,367
เขาเรียกว่าเข้าไปทำอะไรไปประมวลผลใช่ไหมครับ

110
00:08:01,367 --> 00:08:02,551
ประมวลผล

111
00:08:02,551 --> 00:08:06,551
ทำอะไรต่อ

112
00:08:09,755 --> 00:08:11,789
ไปแสดงผลใช่ไหมนี่คือหลักของ input

113
00:08:11,789 --> 00:08:15,789
โปรเซส

114
00:08:17,106 --> 00:08:21,106
ออกไปนี่คือหลักการของมัน

115
00:08:21,825 --> 00:08:23,967
โปรแกรมที่กำลังถูก

116
00:08:23,967 --> 00:08:27,287
ก็คือหมายความว่า

117
00:08:27,287 --> 00:08:31,287
โปรแกรมที่กำลัง

118
00:08:43,917 --> 00:08:47,917
เข้าไปครอบครัวของ CPU

119
00:08:48,969 --> 00:08:52,969
กินเข้าไป

120
00:09:01,533 --> 00:09:01,838
นามสกุลไฟล์ทุกไฟล์ต้องมีนามสกุลนะครับเดี๋ยวเราต้องดูต่อไปนะครับ

121
00:09:01,838 --> 00:09:03,445
สังเกตไหมครับ เวลาใช้งานคอมพิวเตอร์

122
00:09:03,445 --> 00:09:05,701
หรือไม่รู้

123
00:09:05,701 --> 00:09:09,701
เปิดใช้งานแล้วก็ปิดนะครับ

124
00:09:14,071 --> 00:09:16,948
เราจะไปดูในสไลด์อาจารย์มาก ๆ นะครับ อาจารย์ก็พูดไปเรื่อยนะครับ

125
00:09:16,948 --> 00:09:20,082
มันไม่ได้อยู่ในนี้หรอก

126
00:09:20,082 --> 00:09:20,731
คราวนี้

127
00:09:20,731 --> 00:09:21,479
ภาพ

128
00:09:21,479 --> 00:09:25,479
ถ้าโปรแกรมเดียว

129
00:09:28,092 --> 00:09:32,014
ทำงานปุ๊บเป็นอย่างไรครับยุ่งยากไหม

130
00:09:32,014 --> 00:09:35,631
เข้าไปประมวลผลเสร็จ

131
00:09:35,631 --> 00:09:38,897
แสดงออก

132
00:09:38,897 --> 00:09:41,148
ระบบอินเดียมีปัญหานะครับ

133
00:09:41,148 --> 00:09:45,148
แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตาม

134
00:10:00,934 --> 00:10:02,324
และตัวของรถยนต์เองก็เปรียบเสมือนคนขับ

135
00:10:02,324 --> 00:10:06,324
เหมือนกับว่า

136
00:10:08,259 --> 00:10:09,495
คอมพิวเตอร์เรามีแค่เครื่องเดียว แต่มีคนต้องการใช้งานเยอะ

137
00:10:09,495 --> 00:10:13,495
ทำอย่างไร

138
00:10:14,298 --> 00:10:16,346
ถ้าเป็นเราเราทำอย่างไรครับ

139
00:10:16,346 --> 00:10:19,470
ได้มีรถอยู่ 5 คัน

140
00:10:19,470 --> 00:10:22,948
มีคนขับอยู่คนเดียว

141
00:10:22,948 --> 00:10:23,961
ทำอย่างไรจึงถึงขับ

142
00:10:23,961 --> 00:10:26,389
ไปคันเดียว

143
00:10:26,389 --> 00:10:28,957
ร่าง

144
00:10:28,957 --> 00:10:31,816
รถ 4 คัน คนอื่นล่ะ

145
00:10:31,816 --> 00:10:35,816
ทำอย่างไร

146
00:10:38,312 --> 00:10:42,312
คนอื่นล่ะ มีวิธีการอื่นไหมครับ

147
00:10:43,698 --> 00:10:47,188
หลักการเขียนโปรแกรม

148
00:10:47,188 --> 00:10:49,500
จะเข้าไปทำงานหรือเข้าไปควบคุม CPU ได้ทีละ 1

149
00:10:49,500 --> 00:10:52,321
ก็เหมือนคนเรา

150
00:10:52,321 --> 00:10:56,321
รถขับได้ทีละคัน

151
00:11:00,149 --> 00:11:01,423
ก็ไม่ได้วิธีการก็คือเขาก็จะกลับ

152
00:11:01,423 --> 00:11:04,869

153
00:11:04,869 --> 00:11:06,402
ราชภัฏสกลนคร ก็ไปถึง

154
00:11:06,402 --> 00:11:10,402
แล้วไปจอด

155
00:11:13,772 --> 00:11:17,772
ขับคันที่ 2 เราไปขับคันที่ 4 คันที่ 5 นะครับ

156
00:11:19,126 --> 00:11:21,185
พอไปถึงก็ขับมาใหม่ย้อนไปถึง

157
00:11:21,185 --> 00:11:21,986
รูปอย่างนี้ คือ หลักการ

158
00:11:21,986 --> 00:11:25,986
ครับ

159
00:11:29,357 --> 00:11:31,082
เป็นอย่างไรครับคอมพิวเตอร์ทำงานด้วย

160
00:11:31,082 --> 00:11:32,999
แรงสูงถูกไหม

161
00:11:32,999 --> 00:11:36,999
หายใจทันไหมครับ

162
00:11:37,620 --> 00:11:41,600
สมัย

163
00:11:41,600 --> 00:11:45,600
ไม่น่ารัก

164
00:11:47,508 --> 00:11:49,312
การทำงานจริง ๆ นะ มันจะทำงานอย่างที่อาจารย์ยกตัวอย่างนะครับ

165
00:11:49,312 --> 00:11:53,312
คันทีละคัน

166
00:11:54,482 --> 00:11:57,071
แต่พอเวลาทำจริง ๆ ทำงานที่ด้วยความเร็วสูง

167
00:11:57,071 --> 00:11:58,051
เหมือนว่าไปพร้อม ๆ กันเลย

168
00:11:58,051 --> 00:12:02,051
นะครับ

169
00:12:02,877 --> 00:12:04,083
นี่คือหลักการทำงานของคอมพิวเตอร์นะครับ

170
00:12:04,083 --> 00:12:05,457
วันนี้

171
00:12:05,457 --> 00:12:09,457
CPU เป็นคนขับ

172
00:12:12,131 --> 00:12:14,948
โปรแกรมเหมือนรถนะครับ ทำอย่างไรให้ไปด้วยความเร็วสูงนะครับ

173
00:12:14,948 --> 00:12:18,948
คราวนี้มาดูโปรแกรมขององค์ประกอบของโปรเซสนะครับ

174
00:12:27,570 --> 00:12:30,230
โปรเซสมีองค์ประกอบอะไรบ้าง

175
00:12:30,230 --> 00:12:34,020
พอเรียนจบบทนี้นะครับ

176
00:12:34,020 --> 00:12:35,409
นักศึกษาก็จ

177
00:12:35,409 --> 00:12:37,993
ะเริ่มง่วงแล้ว

178
00:12:37,993 --> 00:12:39,735
มันไม่เหมือนบทที่ 1 ใช่ไหมครับ

179
00:12:39,735 --> 00:12:42,475
งงไม่ต้องตกใจนะครับ

180
00:12:42,475 --> 00:12:46,475
ไม่ค่อย

181
00:12:46,640 --> 00:12:48,538
ปรับนะครับเพราะว่าเราเพิ่งค่อยเรียนปี 1 นะครับ

182
00:12:48,538 --> 00:12:49,771
ไปหลายอย่าง

183
00:12:49,771 --> 00:12:53,029
แล้ว

184
00:12:53,029 --> 00:12:57,029
นอนที่ห้องแล็บแล้ว ก็ยังใช้ไม่ได้ใช่ไหมครับ

185
00:12:58,037 --> 00:13:00,413
อาจารย์ เขาแจ้งหรือยังครับว่าใช้ได้เมื่อไหร่ เขาแจ้งหรือยัง

186
00:13:00,413 --> 00:13:01,646
เราก็ไม่รู้ว่าจะใช้เมื่อไหร่

187
00:13:01,646 --> 00:13:05,646
ผมแวะไปเมื่อวานก็ไม่มีทีท่าที่จะใช้ได้เลย คนทำก็

188
00:13:08,652 --> 00:13:10,620
นั่งทำ qos

189
00:13:10,620 --> 00:13:14,620
คืนนี้ผมว่า

190
00:13:15,285 --> 00:13:18,315
น่าจะไม่ทันนะครับ น่าจะได้ใช้เทอมหน้าเทอมหน้า ก็

191
00:13:18,315 --> 00:13:22,315
เราได้เครื่องใหม่แล้ว

192
00:13:24,720 --> 00:13:28,720
เทอมหน้าก็มาลงโปรแกรมนะครับ เพิ่มหน้าก็มีคอมที่มีความเร็วสูงเทอมหน้านะครับ

193
00:13:31,192 --> 00:13:33,367
องค์ประกอบของโปรเซสนะครับ ทุกตัวจะต้องมีชื่อ

194
00:13:33,367 --> 00:13:36,172
และหมายเลขประจำตัวนะครับ

195
00:13:36,172 --> 00:13:40,172
โปรเซส ID นะครับ

196
00:13:43,152 --> 00:13:47,152
และจะต้องไม่ซ้ำกันนะครับ

197
00:13:49,130 --> 00:13:53,130
ชื่อไฟล์ซ้ำกันได้ไหม

198
00:13:53,395 --> 00:13:57,078
ได้ไหมครับ

199
00:13:57,078 --> 00:13:58,710
ชื่อไฟล์นามสกุลไฟล์น่ะ

200
00:13:58,710 --> 00:13:59,905
องค์ประกอบ

201
00:13:59,905 --> 00:14:03,489
ชื่อ

202
00:14:03,489 --> 00:14:07,489
แรก

203
00:14:08,776 --> 00:14:10,762
ทำตัวห้ามซ้ำกันนะครับ หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนซ้ำกันได้ไหมครับ ได้ไหม

204
00:14:10,762 --> 00:14:14,275
ไม่ได้นะครับ

205
00:14:14,275 --> 00:14:17,600
จะถามย้อนกลับว่า

206
00:14:17,600 --> 00:14:20,681
นามสกุลมีโอกาสซ้ำกันได้ไหม

207
00:14:20,681 --> 00:14:22,071
แน่นะครับเพราะอะไร

208
00:14:22,071 --> 00:14:26,071
อาจจะมี พิเชนทร์ จันทร์กลุ่ม 5 คนก็ได้

209
00:14:26,952 --> 00:14:27,140
เพราะอะไรครับ

210
00:14:27,140 --> 00:14:31,140
เพราะอาจจะมีญาติพี่น้องนะครับ นามสกุลเหมือนกัน

211
00:14:32,516 --> 00:14:34,828
ชื่อพิเช

212
00:14:34,828 --> 00:14:37,943
นทร์เหมือนกัน ซ้ำได้

213
00:14:37,943 --> 00:14:41,516
แต่เลข 13 หลักซ้ำไม่ได้นะครับ

214
00:14:41,516 --> 00:14:43,495
องค์ประกอบที่ 2 ของโปรเซส ก็คือ

215
00:14:43,495 --> 00:14:44,706
ทุก

216
00:14:44,706 --> 00:14:46,180
โปรเซสต้องมีโค้ด

217
00:14:46,180 --> 00:14:47,348
นะครับ

218
00:14:47,348 --> 00:14:49,960
โพสต์

219
00:14:49,960 --> 00:14:53,960
รหัส

220
00:14:56,612 --> 00:14:58,603
ขับรถโค้ชก็คือสามารถ

221
00:14:58,603 --> 00:15:00,585
ได้เลย

222
00:15:00,585 --> 00:15:02,132
คือ ภาษาเครื่อง

223
00:15:02,132 --> 00:15:06,132
แปลเรียบร้อยแล้ว

224
00:15:06,891 --> 00:15:09,698
ประกอบอาชีพ 3 ก็คือข้อมูล

225
00:15:09,698 --> 00:15:13,698
deta นะครับ

226
00:15:14,174 --> 00:15:16,975
ข้อมูลนี้นะครับเขาบอกว่า

227
00:15:16,975 --> 00:15:20,975
โปรแกรม ที่ต้องการอาจจะเป็นมอเตอร์ไซค์ ของโปรเจคหนึ่งก็ได้หรืออาจจะใช้ร่วมกันของ proteus 1  ก็ได้

228
00:15:26,874 --> 00:15:28,462
ใช้ร่วมกันได้นะครับ

229
00:15:28,462 --> 00:15:32,462
ตัวอย่างของ

230
00:15:41,929 --> 00:15:43,264
เล่นฐานข้อมูลระบบ

231
00:15:43,264 --> 00:15:47,264
ราชภัฏสกลนคร

232
00:15:47,942 --> 00:15:51,942
เชิญเรามา

233
00:15:52,166 --> 00:15:56,166
รายงานตัวเป็นนักศึกษาขึ้นทะเบียนปุ๊บ

234
00:15:57,366 --> 00:15:59,903
เราไปห้องสมุดไปใช้ฐานข้อมูลเดียวกัน

235
00:15:59,903 --> 00:16:01,055
เงินก็ใช้ฐานข้อมูล

236
00:16:01,055 --> 00:16:01,846
ข้อมูลเดียวกัน

237
00:16:01,846 --> 00:16:04,630
นะครับ

238
00:16:04,630 --> 00:16:06,371
สูตรไปกองพัฒ

239
00:16:06,371 --> 00:16:07,056
อย่างนี้

240
00:16:07,056 --> 00:16:11,056
ฐานข้อมูลเดียวกันนะครับ

241
00:16:16,600 --> 00:16:19,122
กรอบ

242
00:16:19,122 --> 00:16:21,802
องค์ที่ 4 ของโปรเซสก็คือ

243
00:16:21,802 --> 00:16:23,275
control

244
00:16:23,275 --> 00:16:24,931
เครื่อง

245
00:16:24,931 --> 00:16:28,931
โปรแกรม

246
00:16:30,452 --> 00:16:32,569
ระบบปฏิบัติการ จะกำหนดพื้นที่บางอย่างใน

247
00:16:32,569 --> 00:16:34,122
เป็น

248
00:16:34,122 --> 00:16:38,122
คอนโทรลบล็อก

249
00:16:38,517 --> 00:16:39,270
หรือ 4 PB

250
00:16:39,270 --> 00:16:43,270
นะครับ

251
00:16:46,434 --> 00:16:50,191
กำหนดไว้ทำไม

252
00:16:50,191 --> 00:16:53,757
ก็คือ 1 กำหนดไว้เพื่อ

253
00:16:53,757 --> 00:16:57,757
สถานะของโปรเซสในปัจจุบัน

254
00:16:59,406 --> 00:17:02,737
เก็บหมายเลขบัญชีตัวของโปร

255
00:17:02,737 --> 00:17:04,192
เซส ความสำคัญของโปรเซส

256
00:17:04,192 --> 00:17:07,622

257
00:17:07,622 --> 00:17:09,761
โปรเซสแต่ละตัวจะมี

258
00:17:09,761 --> 00:17:11,265
บล็อกควบคุมโปรแกรมหรือ

259
00:17:11,265 --> 00:17:15,265
pcb อยู่

260
00:17:15,598 --> 00:17:16,747
สถานะของโปรเซสปัจจุบัน

261
00:17:16,747 --> 00:17:20,747
หมายเลข

262
00:17:21,071 --> 00:17:25,071
ก็เก็บความสำคัญ ของหมายเลขโปรเซสไว้

263
00:17:28,609 --> 00:17:31,864
นอกจากนั้นก็ยังเก็บสารสนเทศ ที่เกี่ยวกับ

264
00:17:31,864 --> 00:17:35,851
การจัดการหน่วยความจำของ Process

265
00:17:35,851 --> 00:17:39,851
ข้อมูลการรับส่งของ Process

266
00:17:41,855 --> 00:17:45,855
ข้อมูลสำคัญของโปรเซสเอาไว้ใน dcb นั่นเองนะครับ

267
00:17:46,800 --> 00:17:48,888
ที่ใช้เก็บจะเก็บไป register

268
00:17:48,888 --> 00:17:52,734
คืออะไร

269
00:17:52,734 --> 00:17:56,734
register คือหน่วยความจำขนาดเล็ก

270
00:18:00,358 --> 00:18:04,358
ส่วนรายละเอียดต่าง ๆอาจารย์จะพูดในบทที่ 3 4 5 นะครับ

271
00:18:04,706 --> 00:18:08,706
อันนี้พูดคร่าว ๆ ก่อนให้พวกเรามองภาพกว้าง ๆ นะครับ

272
00:18:48,483 --> 00:18:52,483
อยู่ต่อนะครับ

273
00:18:54,865 --> 00:18:55,899
ประกอบออกมานะครับ ของโปรเจค

274
00:18:55,899 --> 00:18:58,685
ก็คือ

275
00:18:58,685 --> 00:19:01,322
โปรแกรม status Word นะครับ

276
00:19:01,322 --> 00:19:02,597
หรือ

277
00:19:02,597 --> 00:19:06,164
นะครับ

278
00:19:06,164 --> 00:19:06,714
status Word นะครับ

279
00:19:06,714 --> 00:19:10,714
ตัวควบคุมลำดับการ HQ ของ Process

280
00:19:15,256 --> 00:19:19,256
จะบอกว่าโปรเซสนี้จะเข้าไป

281
00:19:19,354 --> 00:19:23,354
เอาคอม CPU ลำดับที่เท่าไหร่นะครับ

282
00:19:25,737 --> 00:19:29,535
มานะครับ

283
00:19:29,535 --> 00:19:32,725
โปรเซส ture โปรเ

284
00:19:32,725 --> 00:19:34,702
ซสจะมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้นะครับ

285
00:19:34,702 --> 00:19:38,702
1

286
00:19:39,588 --> 00:19:43,092
ตัวจะมีลำดับความสำคัญ

287
00:19:43,092 --> 00:19:47,092
ต่างกันนะครับ

288
00:19:47,843 --> 00:19:51,843
จะมีลำดับความสำคัญนะครับ

289
00:19:54,609 --> 00:19:58,609
rosetta จะมีความสำคัญมากกว่า process B หรือ

290
00:20:00,301 --> 00:20:04,301
Rolex ของผู้ดูแลระบบจะมีความสำคัญมากกว่า process ของ User นะครับ

291
00:20:05,635 --> 00:20:08,560
คุณสมบัติที่ 2 คืออำนาจหน้าที่นะครับ

292
00:20:08,560 --> 00:20:10,934
จะมีอำนาจหน้าที่ที่ต่างกัน

293
00:20:10,934 --> 00:20:14,934
โปรเซสของผู้ดูแลระบบ

294
00:20:15,562 --> 00:20:19,277
มีอำนาจหน้าที่มากกว่าของ User อย่างนี้เป็นต้นนะครับ

295
00:20:19,277 --> 00:20:20,442
หรือคุณสมบัติอื่น ๆ

296
00:20:20,442 --> 00:20:21,984
ที่ OS

297
00:20:21,984 --> 00:20:25,984
กำหนด

298
00:20:27,089 --> 00:20:29,943
อันนี้ขึ้นอยู่กับ OS ครับ

299
00:20:29,943 --> 00:20:32,829
อยู่กับว่าเราใช้ OS อะไร

300
00:20:32,829 --> 00:20:33,965
ใช้ Windows 8

301
00:20:33,965 --> 00:20:35,307
ใช้ Windows 10

302
00:20:35,307 --> 00:20:37,446
ใช้ Windows 11

303
00:20:37,446 --> 00:20:39,143
คุณสมบัติของโปรเซส

304
00:20:39,143 --> 00:20:40,954
ต่างกันออกไป

305
00:20:40,954 --> 00:20:44,954
ยกตัวอย่างเช่นนะครับ

306
00:20:44,970 --> 00:20:48,420
Windows 8

307
00:20:48,420 --> 00:20:51,748
สามารถตั้งชื่อได้

308
00:20:51,748 --> 00:20:53,419
ความยาวกี่ตัวอักษรรู้ไหม

309
00:20:53,419 --> 00:20:57,419
เคยไหม

310
00:21:00,668 --> 00:21:01,872
การจะยังไม่บอกหรอกว่ากี่ตัวอักษรนะ เราสามารถตั้งชื่อได้ชื่อไฟล์น่ะ

311
00:21:01,872 --> 00:21:05,872
Windows 11

312
00:21:08,125 --> 00:21:10,577
ห่างกันไหมลองดูนะ ลองดู

313
00:21:10,577 --> 00:21:14,577
เดี๋ยวเราจะไปลองภาคปฏิบัติ

314
00:21:16,171 --> 00:21:17,747
ถ้าเกิดเราเป็น windows 8  เราสามารถตั้งชื่อได้กี่ตัว

315
00:21:17,747 --> 00:21:20,126
61

316
00:21:20,126 --> 00:21:23,380
ชื่อความยาวได้กี่ตัว

317
00:21:23,380 --> 00:21:25,765
ก็คือคุณสมบัติที่แต่ละตัว

318
00:21:25,765 --> 00:21:29,765
OS เป็นคนกำหนดนะครับ

319
00:21:35,692 --> 00:21:39,316
องค์ประกอบของโปรเกรสนะครับ

320
00:21:39,316 --> 00:21:43,078
ตอนนี้ไปดูสถานะของโปรเซสนะครับ

321
00:21:43,078 --> 00:21:45,066
อะไรนะครับ

322
00:21:45,066 --> 00:21:49,050
อยู่กับพี่พลอยนะ

323
00:21:49,050 --> 00:21:53,050
นอนค่อยเอาคืนให้น้องนะครับ

324
00:21:53,373 --> 00:21:54,994
การลืมอัปใส่ในไลน์กลุ่มไว้นะครับ

325
00:21:54,994 --> 00:21:58,994
ไปดูก่อนนะครับ

326
00:21:59,218 --> 00:22:03,151
คราวนี้มาดูสถานะของโปรเซสนะครับ

327
00:22:03,151 --> 00:22:05,621
process จะแบ่งออกเป็นสถานะได้ดังต่อไปนี้นะครับ

328
00:22:05,621 --> 00:22:09,404
1 สถานะพร้อม

329
00:22:09,404 --> 00:22:13,404
สถานะพร้อมเป็นอย่างไร

330
00:22:16,065 --> 00:22:18,466
ตลาดนัดพร้อมเขาบอกว่าเป็นสถานะที่พร้อม ที่จะใช้ CPU ทันที

331
00:22:18,466 --> 00:22:19,707
พี่โอ๊ต

332
00:22:19,707 --> 00:22:23,043
มอบหมายให้

333
00:22:23,043 --> 00:22:24,507
รอแล้วเรารอคิว แล้ว

334
00:22:24,507 --> 00:22:28,118
เรายืนรอแล้ว

335
00:22:28,118 --> 00:22:30,580
รอเข้าไปครอบครอง CPU นะครับ

336
00:22:30,580 --> 00:22:33,399
หรือรอเข้าไปใช้งาน CPU

337
00:22:33,399 --> 00:22:35,378
เราเรียกว่าสถานะพร้อม

338
00:22:35,378 --> 00:22:39,378
เช่น

339
00:22:40,518 --> 00:22:44,518
เราจะไปเข้าห้องน้ำ ห้องน้ำเป็น CPU สมมุตินะ

340
00:22:45,957 --> 00:22:48,409
เรายืนรอคิวเลย 10 คนเราพร้อมแล้วเราเข้าไปพร้อมใช้งาน

341
00:22:48,409 --> 00:22:51,671
เราเรียกว่าสถานะพร้อมนะครับ

342
00:22:51,671 --> 00:22:54,327
สถานะที่ 2 คือสถานะรัน

343
00:22:54,327 --> 00:22:58,327
นั่นคืออะไรครับ

344
00:22:59,356 --> 00:23:01,140
สถานะคือสถานะที่โปรเซสกำลัง

345
00:23:01,140 --> 00:23:03,089
ครอบครอง CPU อยู่

346
00:23:03,089 --> 00:23:07,089
เข้า Facebook ครอง CPU ที่เราเรียกว่ารันโปรแกรมใช่ไหม

347
00:23:09,563 --> 00:23:12,828
โปรแกรมรันแล้ว

348
00:23:12,828 --> 00:23:16,828
นี่คือสถานะรันนะครับ

349
00:23:20,435 --> 00:23:22,491
สถานะที่ 3 นะครับ

350
00:23:22,491 --> 00:23:26,491
สถานะติดขัด

351
00:23:27,753 --> 00:23:31,753
เขาบอกว่าสถานะติดขัด

352
00:23:32,256 --> 00:23:36,256
จากการที่โปรเซสหยุดรอ เหตุการณ์

353
00:23:37,118 --> 00:23:40,653
เหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง ให้เกิดขึ้น

354
00:23:40,653 --> 00:23:44,371
โดยโปรเซสไม่ต้องใช้ซีพียู

355
00:23:44,371 --> 00:23:47,276
และไม่ต้องไปครอบครอง CPU

356
00:23:47,276 --> 00:23:48,557
เราไม่รู้ว่าเหตุการณ์นั้นคืออะไร

357
00:23:48,557 --> 00:23:50,734
ไม่รู้นะครับ

358
00:23:50,734 --> 00:23:53,205
ตัวอย่างเช่น

359
00:23:53,205 --> 00:23:55,549
ผมกลับ

360
00:23:55,549 --> 00:23:57,031
แม็กกี้

361
00:23:57,031 --> 00:23:58,822
หรือกลับอุบลน่ะ

362
00:23:58,822 --> 00:24:00,617
ผม

363
00:24:00,617 --> 00:24:03,881
เป็น process A

364
00:24:03,881 --> 00:24:06,989
ไปยืนรอคิวในสถานะพร้อม

365
00:24:06,989 --> 00:24:10,989
อุบลรอผมในสถานะที่ 2

366
00:24:15,187 --> 00:24:19,187
ผมเปลี่ยนจากสนามพร้อมเข้าเป็นสถานการณ์ก็คือเข้าไปครอบครอง CPU

367
00:24:20,601 --> 00:24:24,601
อุบลก็รออยู่อุบลก็รออยู่สถานะพร้อมนะครับ

368
00:24:24,839 --> 00:24:28,839
จังหวัดที่ผมครอบครอง CPU อยู่

369
00:24:28,874 --> 00:24:30,982
บังเอิญว่าผมจำเป็นจะต้องไปพิมพ์งาน

370
00:24:30,982 --> 00:24:34,195
ไปพิมพ์เอกสาร

371
00:24:34,195 --> 00:24:36,801
ที่พิมพ์เอกสาร

372
00:24:36,801 --> 00:24:40,801
ต้องออกไปที่ Printer

373
00:24:50,467 --> 00:24:54,467
เหตุการณ์ที่หยิบพวกของโปรเซส

374
00:24:56,148 --> 00:25:00,068
ไฟติดต่ออุปกรณ์พ่วงข้าง

375
00:25:00,068 --> 00:25:01,082
ขณะนี้บนจะเข้ามาแทนที่ผม

376
00:25:01,082 --> 00:25:05,082
ออกไหม

377
00:25:06,406 --> 00:25:10,406
สถานะติดขัดเกิดจากอะไร

378
00:25:16,878 --> 00:25:18,735
เหตุการณ์ที่โพสเฟสเอง

379
00:25:18,735 --> 00:25:20,723
ไม่จำเป็นจะต้อง

380
00:25:20,723 --> 00:25:24,723
ครอบครอง CPU ต่อ

381
00:25:25,522 --> 00:25:29,208
หรือไปติดต่อกับอุปกรณ์ข้างนอก

382
00:25:29,208 --> 00:25:31,983
อุปกรณ์รอบข้างแทนปล่อย CPU ออกไป

383
00:25:31,983 --> 00:25:35,641
process ใหม่ต้องเข้ามาแทนที่นะครับ

384
00:25:35,641 --> 00:25:39,603
นี่คือสถานะติดขัด

385
00:25:39,603 --> 00:25:41,007
สถานะต่อมานะครับ

386
00:25:41,007 --> 00:25:45,007
สถานะพัก

387
00:25:51,398 --> 00:25:55,398
เขาบอกสถานะพัก ก็คือสถานะที่โปรเซสไม่มีการทำงานใด ๆ เลยก็คือจบสมบูรณ์

388
00:25:56,730 --> 00:25:57,847
ผมเข้าไปรับรอง CPU ทำงานเสร็จสิ้นแล้ว ออก

389
00:25:57,847 --> 00:26:00,572
จบเลย

390
00:26:00,572 --> 00:26:01,880
ไปทำงานต่อนิ่งพัก

391
00:26:01,880 --> 00:26:05,880
จบเลยนะครับ

392
00:26:12,134 --> 00:26:16,134
เสร็จแล้วนะครับ

393
00:26:19,002 --> 00:26:20,900
สามารถที่จะเปลี่ยนสถานะหนึ่งไปสถานะหนึ่งได้ตลอดเวลา

394
00:26:20,900 --> 00:26:24,900
ครับ

395
00:26:27,876 --> 00:26:29,651
ขึ้นอยู่กับว่าตรงนั้นอยู่ในสถานะอะไรอาจจะพร้อม

396
00:26:29,651 --> 00:26:33,651
เข้าไป Run

397
00:26:34,803 --> 00:26:38,089
งานปุ๊บต้องออกไปติดต่อกับอุปกรณ์รอบข้าง เป็นสถานะ

398
00:26:38,089 --> 00:26:39,804
ติดขัดเสร็จกลับไปพร้อมใหม่

399
00:26:39,804 --> 00:26:41,259
พร้อมเสร็จเข้าไปร้าน

400
00:26:41,259 --> 00:26:42,401
ร้านเสร็จแล้ว

401
00:26:42,401 --> 00:26:43,381
จบแล้ว

402
00:26:43,381 --> 00:26:44,199
ไปพัก

403
00:26:44,199 --> 00:26:48,199
มันจะเปลี่ยนไปอย่างนี้ตลอดเวลานะครับ

404
00:27:06,900 --> 00:27:14,589

405
00:27:06,805 --> 00:27:07,887
วันนี้อาจารย์อธิบายไปแล้วนะครับ

406
00:27:07,887 --> 00:27:10,591
เมื่อกี้นะครับ

407
00:27:10,591 --> 00:27:14,564
ดูรูปนะครับเห็นไหมครับ

408
00:27:14,564 --> 00:27:16,534
รูปภาพ

409
00:27:16,534 --> 00:27:19,869
อธิบาย

410
00:27:19,869 --> 00:27:23,708
การเปลี่ยนสถานะของโปรเซส

411
00:27:23,708 --> 00:27:27,708
เห็นไหมเหมือนที่อาจารย์อธิบายเมื่อกี้

412
00:27:28,581 --> 00:27:29,859
เริ่มต้นมายืนต่อคิวเลย 1 2 3 4 5

413
00:27:29,859 --> 00:27:30,811
พร้อสมไหม

414
00:27:30,811 --> 00:27:32,938
พร้อม

415
00:27:32,938 --> 00:27:36,938
พร้อมเสร็จ

416
00:27:41,191 --> 00:27:43,101
ได้เวลาโอเคเข้าไปทีละตัว ทีละตัวทีละโปรแกรม

417
00:27:43,101 --> 00:27:44,712
มีอะไรเกิดขึ้น

418
00:27:44,712 --> 00:27:48,530
จบครับ

419
00:27:48,530 --> 00:27:52,530
พักเลยนี่ครับคือการเปลี่ยนสถานะของโปรเซส

420
00:27:53,488 --> 00:27:54,950
ถ้าเกิดเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งขึ้นนะครับ

421
00:27:54,950 --> 00:27:57,268
อะไรครับ

422
00:27:57,268 --> 00:27:59,354
ถ้าเรามองรูปเมื่อกี้นะ

423
00:27:59,354 --> 00:28:03,354
รูปนี้

424
00:28:04,783 --> 00:28:05,712
มาพร้อมมารัน

425
00:28:05,712 --> 00:28:09,712
แล้วก็จบ

426
00:28:10,071 --> 00:28:11,412
สมมุติว่า process แต่ละตัว

427
00:28:11,412 --> 00:28:15,043
เข้าไปรัน

428
00:28:15,043 --> 00:28:16,441
เวลาไม่เท่ากันจะเกิดอะไรขึ้น

429
00:28:16,441 --> 00:28:17,475
ยกตัวอย่างนะ

430
00:28:17,475 --> 00:28:21,475
เช่น ผม

431
00:28:21,712 --> 00:28:23,530
พร้อม

432
00:28:23,530 --> 00:28:25,291
เวลา

433
00:28:25,291 --> 00:28:26,755
2 วินาที

434
00:28:26,755 --> 00:28:28,937
แล้วก็จบ

435
00:28:28,937 --> 00:28:30,593
มีอะไรเกิดขึ้นไหม

436
00:28:30,593 --> 00:28:32,392
ไม่มี

437
00:28:32,392 --> 00:28:34,149
อันนี้

438
00:28:34,149 --> 00:28:36,321
อุบล

439
00:28:36,321 --> 00:28:37,386
อุบลมาต่อคิว

440
00:28:37,386 --> 00:28:39,252
มาพร้อม

441
00:28:39,252 --> 00:28:42,326
อุบลเข้าไปรับ

442
00:28:42,326 --> 00:28:44,016
อุบลบอกผมใช้เวลา 3 ชั่วโมง

443
00:28:44,016 --> 00:28:45,401
เป็นอย่างไรครับ

444
00:28:45,401 --> 00:28:46,869
เราก็จบ

445
00:28:46,869 --> 00:28:48,531
เห็นไหม

446
00:28:48,531 --> 00:28:49,825
คราวนี้

447
00:28:49,825 --> 00:28:53,825

448
00:28:54,692 --> 00:28:56,449
มิ่ง ถามคนที่ 3 มา

449
00:28:56,449 --> 00:28:57,153

450
00:28:57,153 --> 00:28:57,908
ว่ามี

451
00:28:57,908 --> 00:29:01,908
ใช้เวลาแค่ 1 วินาที

452
00:29:03,154 --> 00:29:04,553
ต้องรออุบล 3 ชั่วโมง

453
00:29:04,553 --> 00:29:05,800
นึกออกนะ

454
00:29:05,800 --> 00:29:09,800
ใครจบ

455
00:29:11,727 --> 00:29:15,727
นักนั้นในระบบคอมพิวเตอร์ของเรานะครับ ต้องไม่เกิดเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น

456
00:29:17,555 --> 00:29:20,960
ต้องมีการกำหนดเวลาขึ้นมาว่าคุณจะต้องเข้าไปเวลานี้ แล้วจบนะ

457
00:29:20,960 --> 00:29:24,960
เราเรียกเวลานี้ว่าเวลาควอนตัม

458
00:29:25,375 --> 00:29:29,137
ถ้าถามว่าเวลาควอนตัมคืออะไร

459
00:29:29,137 --> 00:29:32,152
คืออะไรครับ

460
00:29:32,152 --> 00:29:34,121
คือเวลาที่

461
00:29:34,121 --> 00:29:38,105
กำหนดไว้ ว่า

462
00:29:38,105 --> 00:29:38,742
โปรเซสแต่ละตัวสามารถเข้าไป

463
00:29:38,742 --> 00:29:42,200
ลอง CPU ได้

464
00:29:42,200 --> 00:29:44,757
เวลาเท่าไ

465
00:29:44,757 --> 00:29:48,757
หร่ หรืองานเท่าไ

466
00:29:49,176 --> 00:29:52,510
หร่เรากำหนดเวลา quantum ไว้

467
00:29:52,510 --> 00:29:56,510
ถ้าวินาทีนะ 15 วินาที

468
00:29:58,723 --> 00:30:01,284
แปลว่า Process ตัวสามารถเข้าไปครองได้แค่ 5 วินาที

469
00:30:01,284 --> 00:30:03,098
เมื่อกี้อยากเมื่อกี้

470
00:30:03,098 --> 00:30:05,252
โฮมโปรเซส A

471
00:30:05,252 --> 00:30:06,913
เข้าไป 3 วิ

472
00:30:06,913 --> 00:30:08,143
ตกไหม

473
00:30:08,143 --> 00:30:12,143
ใช่ไหม

474
00:30:14,218 --> 00:30:16,141
อุบล 3 ชั่วโมง

475
00:30:16,141 --> 00:30:17,392
เข้าไป แค่

476
00:30:17,392 --> 00:30:21,392
แล้วให้วิ่งเข้าไปเอาอีก 1 วินาที นั่นคือหลักการของมันนะครับ

477
00:30:33,087 --> 00:30:35,509
มันก็จะเกิดรูปนี้ขึ้น

478
00:30:35,509 --> 00:30:37,436
ใช่ไหม

479
00:30:37,436 --> 00:30:39,418
นะครับ

480
00:30:39,418 --> 00:30:42,632
พร้อม

481
00:30:42,632 --> 00:30:46,096
เราเอาเวลาควอนตัมนะครับ

482
00:30:46,096 --> 00:30:49,525
เวลามันได้แค่ 5 วินาที

483
00:30:49,525 --> 00:30:53,158
นั้นนะคุณต้องย้อนมาใหม่

484
00:30:53,158 --> 00:30:56,400
มันเลยทำให้เกิดระบบหลายโปรแกรมขึ้นนะครับ

485
00:30:56,400 --> 00:30:58,308
เวลาเราทำงานในคอมพิวเตอร์จริง

486
00:30:58,308 --> 00:30:59,902
มันทำอย่างนี้ก็จริงครับ

487
00:30:59,902 --> 00:31:03,902
รู้สึก

488
00:31:06,192 --> 00:31:08,942
มันทำงานด้วยความเร็วสูง มันก็เหมือนประหนึ่งว่ามันทำได้อย่างนี้จริงหรือ ใช่ไหม

489
00:31:08,942 --> 00:31:12,941
เราหายใจแทบไม่ทัน เวลาประมวลผล

490
00:31:12,941 --> 00:31:15,211
สมัยที่อาจารย์เรียนเขียนโปรแกรมนะครับ

491
00:31:15,211 --> 00:31:18,478
เมื่อ 30 ปีที่แล้วนะครับ

492
00:31:18,478 --> 00:31:22,087
เวลาเรารันโปรแกรม

493
00:31:22,087 --> 00:31:23,581
เราจะกด sks

494
00:31:23,581 --> 00:31:27,581
ยกเลิกทันนะ

495
00:31:28,942 --> 00:31:30,376
F8 f9 ปุ๊บนึกได้ผ่านไป 2 นาทีนึกได้

496
00:31:30,376 --> 00:31:34,376
มันถูกยกเลิก

497
00:31:34,554 --> 00:31:38,250
โปรแกรม เราทุกวันนี้เราคลิก

498
00:31:38,250 --> 00:31:39,232
ประมวลผล

499
00:31:39,232 --> 00:31:43,232
มีความเร็วสูงนะครับ

500
00:31:43,763 --> 00:31:47,763
งั้นตามรูปนี้นะครับ

501
00:31:47,861 --> 00:31:51,861
มองตามนะมองตาม

502
00:31:52,227 --> 00:31:53,986
เราจะเรียนอีก 3 ครั้ง

503
00:31:53,986 --> 00:31:55,136
แล้วก็จะสอบ

504
00:31:55,136 --> 00:31:56,552
กลางภาค

505
00:31:56,552 --> 00:31:57,155

506
00:31:57,155 --> 00:32:00,474
นะครับ สอบกลางภาค

507
00:32:00,474 --> 00:32:02,133
ข้อสอบกลางภาค เสร็จ

508
00:32:02,133 --> 00:32:04,762
อาจารย์ว่าจะยกคลาส

509
00:32:04,762 --> 00:32:07,832
อยู่อาคาร 7

510
00:32:07,832 --> 00:32:09,231
เรียนภาคปฏิบัติ

511
00:32:09,231 --> 00:32:13,231
ปฏิบัติอย่างที่เราตกลงไว้แล้ว เราจะเรียนแค่สัปดาห์ละ 8 คนนะครับ

512
00:32:18,442 --> 00:32:22,442
เราจะไม่เรียนทั้งห้องแบบนี้นะครับ

513
00:32:29,738 --> 00:32:30,760
วันนี้มาดูอีกสถานะหนึ่ง

514
00:32:30,760 --> 00:32:34,760
ครับ

515
00:32:34,976 --> 00:32:37,216
ที่เราพูดไปก็คือสถานะติดขัด

516
00:32:37,216 --> 00:32:38,304

517
00:32:38,304 --> 00:32:42,304
ดูรูป

518
00:32:42,703 --> 00:32:44,443
มาพร้อม

519
00:32:44,443 --> 00:32:45,884
เห็นไหม

520
00:32:45,884 --> 00:32:47,428

521
00:32:47,428 --> 00:32:50,233
มารัน

522
00:32:50,233 --> 00:32:51,941
เข้าไป Run

523
00:32:51,941 --> 00:32:53,855
จะหมดเวลาควอนตัม

524
00:32:53,855 --> 00:32:57,855
ไม่หมดก็แล้วแต่

525
00:32:59,193 --> 00:33:02,301
แต่บังเอิญว่า process นั้นไปติดต่อกับอุปกรณ์รอบข้าง

526
00:33:02,301 --> 00:33:05,566
ติดต่อทาง Printer นะครับ

527
00:33:05,566 --> 00:33:09,566
ช่วงที่ติดต่อ Printer

528
00:33:11,429 --> 00:33:15,145
ไม่ได้ทำงานไม่ได้ครอบครอง CPU มันจะติดเป็นสถานะ

529
00:33:15,145 --> 00:33:19,145
ติดขัดเสร็จ ก็จะกลับไปพร้อม ไหน

530
00:33:19,929 --> 00:33:23,929
ที่อาจารย์อธิบายไปข้างต้น แล้วคือสถานะติดขัดนะครับ

531
00:33:33,763 --> 00:33:35,204
เขาบอกว่ามันเปลี่ยนสถานะทั้ง 3 ของ Process

532
00:33:35,204 --> 00:33:36,438
พร้อม

533
00:33:36,438 --> 00:33:37,898
Run

534
00:33:37,898 --> 00:33:41,417
ติดขัด

535
00:33:41,417 --> 00:33:42,579
การเปลี่ยนในสภาพทั่วไป

536
00:33:42,579 --> 00:33:45,124
นะครับ

537
00:33:45,124 --> 00:33:46,600
พร้อม

538
00:33:46,600 --> 00:33:48,129
Run

539
00:33:48,129 --> 00:33:52,129
ติดขัด

540
00:34:01,865 --> 00:34:05,865
แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์ที่ผิดปกติขึ้น ในระบบการหรือในระบบคอมพิวเตอร์ เราระบบปฏิบัติการอาจย้ายสถานะละ

541
00:34:07,738 --> 00:34:11,631
จากสถานะใดจากสถานะหนึ่งไปอยู่สถานะพัก ก็ได้

542
00:34:11,631 --> 00:34:15,157
สถาน

543
00:34:15,157 --> 00:34:17,197
ะเราบอกว่ามันหยุดนิ่งไม่ทำงานต่อ

544
00:34:17,197 --> 00:34:21,197
รันก็จบใช่ไหม

545
00:34:22,872 --> 00:34:24,167
แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์ระบบผิดปกติขึ้น osd จะย้ายสถานะ

546
00:34:24,167 --> 00:34:25,584
พร้อม

547
00:34:25,584 --> 00:34:29,584
งานติดขัด

548
00:34:32,029 --> 00:34:33,744
ด้วย สาเหตุดังต่อไปนี้นะครับ

549
00:34:33,744 --> 00:34:37,744
1

550
00:34:39,398 --> 00:34:41,964
การทำงานของระบบผิดพลาด

551
00:34:41,964 --> 00:34:45,964
ต่าง ๆ ไป

552
00:34:48,088 --> 00:34:52,088
ปรากฏว่าระบบ Error ผิดพลาด

553
00:34:52,906 --> 00:34:54,441
ไปกดตังค์ 1000 บาท

554
00:34:54,441 --> 00:34:55,715
ออกมา 10,000 บาท

555
00:34:55,715 --> 00:34:57,242
ดีไหมโทมัส

556
00:34:57,242 --> 00:34:59,478
เอาไหม

557
00:34:59,478 --> 00:35:00,840
อย่าไปเอาเลยลูก

558
00:35:00,840 --> 00:35:04,840
เขาจับเจ้า

559
00:35:05,304 --> 00:35:07,415
นะ ต้องไปแจ้งธนาคารนะครับ

560
00:35:07,415 --> 00:35:08,979
เอาไปใช้ไม่ได้นะครับ

561
00:35:08,979 --> 00:35:12,979
ระบบผิดพลาด

562
00:35:13,751 --> 00:35:16,965
มันก็จะย้ายทุกอย่างไปอยู่สถานะ

563
00:35:16,965 --> 00:35:18,441
พัก นึกว่าเหตุการณ์ปกติเมื่อจะกลับมา

564
00:35:18,441 --> 00:35:22,392
เริ่มต้นใหม่นะครับ

565
00:35:22,392 --> 00:35:25,539
ประเภทอันที่ 2 ที่เกิดสถานะพักนะครับ

566
00:35:25,539 --> 00:35:27,658
ผู้ใช้

567
00:35:27,658 --> 00:35:28,989
การหยุดการทำงาน

568
00:35:28,989 --> 00:35:32,738

569
00:35:32,738 --> 00:35:36,314
ชั่วคราว ทำทำอยู่เราสั่งหยุด

570
00:35:36,314 --> 00:35:39,731
มันก็จะไปหยุดสถานะ

571
00:35:39,731 --> 00:35:43,429
รัน ทำ ๆ อยู่ยกเลิกอย่างนี้นะครับ

572
00:35:43,429 --> 00:35:47,429
อันที่ 3

573
00:35:48,669 --> 00:35:52,669
ในระบบมีงานมากเกินไป

574
00:35:53,725 --> 00:35:55,195
สั่งเข้าไป จะเข้าไปสั่งเข้าไป

575
00:35:55,195 --> 00:35:56,595
โอเวอร์โหลด

576
00:35:56,595 --> 00:35:57,759

577
00:35:57,759 --> 00:36:00,568

578
00:36:00,568 --> 00:36:00,752
ก็ย้ายไปสถานะพักนะครับ

579
00:36:00,752 --> 00:36:04,752
สาเหตุหลัก ๆ สาเหตุนะครับ

580
00:36:05,967 --> 00:36:07,681
ให้การเปลี่ยนสถานะ

581
00:36:07,681 --> 00:36:09,035
จากสถานะพร้อม

582
00:36:09,035 --> 00:36:11,406
ดันติดขัด

583
00:36:11,406 --> 00:36:15,406
อยู่ในสถานะพักนะครับ

584
00:36:26,171 --> 00:36:26,500
รูป

585
00:36:26,500 --> 00:36:26,608
พร้อม

586
00:36:26,608 --> 00:36:26,628
ติดขัด

587
00:36:26,628 --> 00:36:26,693
ได้ไหมจากรูป

588
00:36:26,693 --> 00:36:30,023
Run

589
00:36:30,023 --> 00:36:33,829
แต่ถ้าเกิดสาเหตุจากเมื่อกี้

590
00:36:33,829 --> 00:36:36,164
ระบบเกิดทำงานผิดพลาด

591
00:36:36,164 --> 00:36:39,235
ผู้ใช้สั่งหยุดเอง

592
00:36:39,235 --> 00:36:40,847
ระบบทำงานมากเกินไป

593
00:36:40,847 --> 00:36:42,247
มาพักเลย

594
00:36:42,247 --> 00:36:46,247
นะครับ

595
00:36:50,319 --> 00:36:51,785
ดังนั้นนะครับ

596
00:36:51,785 --> 00:36:52,933
เราก็สามารถ

597
00:36:52,933 --> 00:36:54,094
แยกสถานะ

598
00:36:54,094 --> 00:36:55,820
ของโปรเซส

599
00:36:55,820 --> 00:36:58,981
ออกเป็น 2 ส่วน

600
00:36:58,981 --> 00:37:01,076
ส่วนที่ 1 พร้อม

601
00:37:01,076 --> 00:37:02,205
รัน ติดขัด

602
00:37:02,205 --> 00:37:05,321
ส่วนที่ 2

603
00:37:05,321 --> 00:37:09,321
คือ พักครับ

604
00:37:22,796 --> 00:37:23,982
คราวนี้มาดูลำดับชั้น

605
00:37:23,982 --> 00:37:25,271
ของโปรเซส

606
00:37:25,271 --> 00:37:27,762
ครับ

607
00:37:27,762 --> 00:37:29,744
โปรเซสก็มีระดับชั้น

608
00:37:29,744 --> 00:37:31,594
เขาบอกว่า

609
00:37:31,594 --> 00:37:33,767
ระบบปฏิบัติการ

610
00:37:33,767 --> 00:37:36,669
นะครับ

611
00:37:36,669 --> 00:37:36,872
ผมใช้คำย่อว่า OS นะครับ

612
00:37:36,872 --> 00:37:40,872
เขาบอกว่า OS เอง

613
00:37:42,085 --> 00:37:46,085
ก็ประกอบด้วยหลาย ๆ โปรเซส

614
00:37:46,405 --> 00:37:47,199
ถ้าหลายคนสับสน

615
00:37:47,199 --> 00:37:51,199

616
00:37:51,286 --> 00:37:52,675
โปรเซสเราจะเรียกว่าโปรแกรมได้ไหม

617
00:37:52,675 --> 00:37:56,675
ได้ไหม

618
00:37:56,715 --> 00:38:00,715
ได้ไหมครับ

619
00:38:02,801 --> 00:38:05,817
คนไม่รู้เหมือนกัน

620
00:38:05,817 --> 00:38:08,238
บอกว่า OS เอง

621
00:38:08,238 --> 00:38:10,920
ประกอบด้วยหลาย ๆ โปรเซส

622
00:38:10,920 --> 00:38:12,710
รอ 1 2 3 4

623
00:38:12,710 --> 00:38:14,772
เยอะแยะมากมาย เลยเขาบอก

624
00:38:14,772 --> 00:38:18,772
เมื่อผู้ใช้สั่งงาน

625
00:38:31,606 --> 00:38:35,606
เอาสีอะไรดี

626
00:39:03,277 --> 00:39:04,896
พื้นสีดำไปไม่เป็นเลยนะครับ

627
00:39:04,896 --> 00:39:05,920
ไม่เป็นอะไร

628
00:39:05,920 --> 00:39:09,920
ประกอบด้วยโปรเซสนะครับผู้ใช้จากงานเหลือให้โปรแกรมรัน

629
00:39:13,406 --> 00:39:17,406
OS

630
00:39:18,558 --> 00:39:21,775
ระบบปฏิบัติการจะสร้าง process สำหรับงานนั้นขึ้นมานะครับ

631
00:39:21,775 --> 00:39:24,098
ซึ่งโปรเซสของผู้ใช้นี้นะครับ

632
00:39:24,098 --> 00:39:24,271
ของ OS

633
00:39:24,271 --> 00:39:28,271
นึกออกไหม

634
00:39:32,069 --> 00:39:33,327
เขาบอกว่า os ก็จะมีรอยเยอะแยะมากมายเลย

635
00:39:33,327 --> 00:39:35,910
เป็นส่วนประกอบ

636
00:39:35,910 --> 00:39:37,804
ถ้าผู้ใช้ต้องการสั่งงานปุ๊บ

637
00:39:37,804 --> 00:39:41,804
อุบล

638
00:39:41,982 --> 00:39:43,820
บอกออกต้องการที่จะเข้าไปครอบครอง CPU

639
00:39:43,820 --> 00:39:47,820
1 ขึ้นมาสำหรับงานครับ

640
00:39:50,114 --> 00:39:54,114
แสดงว่ารอแต่เขาอุบลนั้น

641
00:39:54,419 --> 00:39:55,957
โปรเซสย่อย ของโปรเซสระบบปฏิบัติการ

642
00:39:55,957 --> 00:39:57,807
นึกออกไหมครับ

643
00:39:57,807 --> 00:40:01,807
ซึ่ง

644
00:40:02,831 --> 00:40:05,247
Process ก็จะมีคุณสมบัติ

645
00:40:05,247 --> 00:40:09,247
อื่น ๆ ทั่วไปนะครับ

646
00:40:10,818 --> 00:40:12,479
ว่าดังนั้นรอตื่น ๆ ก็สามารถมีโปรเซสย่อย

647
00:40:12,479 --> 00:40:14,528
ๆ ไปได้นะครับ

648
00:40:14,528 --> 00:40:15,811
เรียกว่า

649
00:40:15,811 --> 00:40:19,811
การให้กำเนิด

650
00:40:20,024 --> 00:40:23,217
ไหม

651
00:40:23,217 --> 00:40:24,775
ตัวอย่างเช่นนะครับ

652
00:40:24,775 --> 00:40:28,775
อุบล

653
00:40:30,348 --> 00:40:32,319
ต้องการเข้าไปครอบครอง CPU

654
00:40:32,319 --> 00:40:35,207
แล้ว

655
00:40:35,207 --> 00:40:37,368
อาจารย์เองเป็น OS

656
00:40:37,368 --> 00:40:40,554
เป็นระบบปฏิบัติการ

657
00:40:40,554 --> 00:40:42,124
น่าจะเข้าไปครอบครอง CPU

658
00:40:42,124 --> 00:40:43,844
สถานะ Run

659
00:40:43,844 --> 00:40:45,979
อุบล

660
00:40:45,979 --> 00:40:46,789

661
00:40:46,789 --> 00:40:48,783
OS

662
00:40:48,783 --> 00:40:50,718
อัปโหลด ขึ้นมา

663
00:40:50,718 --> 00:40:52,170
เพื่อทำการดูแลอุบล

664
00:40:52,170 --> 00:40:54,763
นะครับ

665
00:40:54,763 --> 00:40:58,763
นี่เรียกว่าการให้กำเนิด

666
00:40:58,878 --> 00:41:02,878
เฉพาะ อุบลบอก

667
00:41:04,265 --> 00:41:08,265
เอาไปครอบครอง CPU แล้ว เข้าไปสถานะ Run แล้ว

668
00:41:09,142 --> 00:41:12,037
ก็จะมีโปรเจคย่อยออกไปอีก

669
00:41:12,037 --> 00:41:16,037
ซึ่งไม่รู้ว่ามีอะไรบ้างนะครับ

670
00:41:17,816 --> 00:41:20,661
ตัวของโรเซนย่อยที่เขาเรียกว่าการให้กำเนิดนั้น

671
00:41:20,661 --> 00:41:21,390
ก็เรียกว่าโปรเซสพ่อ

672
00:41:21,390 --> 00:41:25,390
นะครับ

673
00:41:25,489 --> 00:41:29,309
ส่วน process ย่อย

674
00:41:29,309 --> 00:41:30,662
ทางต่อจากโปรเซส ให้กำเนิด

675
00:41:30,662 --> 00:41:32,013
เขาเรียกว่า

676
00:41:32,013 --> 00:41:34,043
โปรเซสลูก

677
00:41:34,043 --> 00:41:36,349
เป็นลำดับชั้นนะครับ

678
00:41:36,349 --> 00:41:37,947
เป็นลักษณะของโครงสร้าง

679
00:41:37,947 --> 00:41:39,569
ของต้นไม้รูปนี้

680
00:41:39,569 --> 00:41:43,569
นี่คือลำดับชั้นของโปรเซส

681
00:41:46,476 --> 00:41:50,476
นะครับ

682
00:41:54,344 --> 00:41:56,866
หัวข้อต่อมานะครับ

683
00:41:56,866 --> 00:42:00,866
ความสัมพันธ์ระหว่างโปรเซส

684
00:42:08,998 --> 00:42:11,345
เราไม่พักเลยนะพี่ล่า

685
00:42:11,345 --> 00:42:15,345
มคนเดียวนะครับ

686
00:42:15,926 --> 00:42:17,390
ขอพัก 5 นาทีนะครับ

687
00:42:17,390 --> 00:42:21,390
ขอพัก 5 นาที

688
00:42:22,391 --> 00:42:23,931
พี่ล่ามจะได้ไปทานน้ำ แล้วไปเข้าห้องน้ำ

689
00:42:23,931 --> 00:42:27,013
ทำอะไรก่อนนะครับ

690
00:42:27,013 --> 00:42:28,143
พักก่อน 5 นาทีนะครับ

691
00:42:28,143 --> 00:42:30,589
เดี๋ยวเราต่อ

692
00:42:30,589 --> 00:42:34,589
ประมาณ 15 สไลด์นะครับ

693
00:42:54,992 --> 00:42:58,992
ดูต่อนะครับ

694
00:42:59,139 --> 00:43:01,200
ความสัมพันธ์

695
00:43:01,200 --> 00:43:05,200
ระหว่าง process นะครับ

696
00:43:06,482 --> 00:43:08,946
การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์นะครับ

697
00:43:08,946 --> 00:43:10,146
ก็จะประกอบไปด้วยโปร

698
00:43:10,146 --> 00:43:11,370
เซสต่าง ๆ

699
00:43:11,370 --> 00:43:15,370
ทั้งของระบบ

700
00:43:16,044 --> 00:43:18,024
ของผู้ใช้นะครับ

701
00:43:18,024 --> 00:43:20,905
เมื่อมันมี

702
00:43:20,905 --> 00:43:22,779

703
00:43:22,779 --> 00:43:25,532
Process ทำงานพร้อม ๆ กันนะครับ

704
00:43:25,532 --> 00:43:28,425
ต้องมีการจัดการขึ้นนะครับ

705
00:43:28,425 --> 00:43:29,673
นอกจากการจัดการแล้วนะครับ

706
00:43:29,673 --> 00:43:33,463
เราก็ต้องมี

707
00:43:33,463 --> 00:43:34,569
การติดต่อระหว่างกัน

708
00:43:34,569 --> 00:43:38,457

709
00:43:38,457 --> 00:43:41,000
จะต้องมีการ

710
00:43:41,000 --> 00:43:45,000
ติดต่อสัมพันธ์กัน

711
00:43:47,552 --> 00:43:51,552
วันนี้เรามาดูหัวข้อความสัมพันธ์ระหว่างโพเสดนะครับ

712
00:43:52,274 --> 00:43:54,292
ระหว่าง process นั้นก็คือ

713
00:43:54,292 --> 00:43:57,424
มาคำว่า process 1

714
00:43:57,424 --> 00:43:59,309
การใช้ข้อมูลข้อมูล

715
00:43:59,309 --> 00:44:00,990
ของ Process 1

716
00:44:00,990 --> 00:44:03,504
มันต้องมีการทำอะไรครับ

717
00:44:03,504 --> 00:44:06,940
วิธีการส่งข้อมูล

718
00:44:06,940 --> 00:44:09,976
หรือต้องมีการติดต่อกันระหว่างโปรเซสครับ

719
00:44:09,976 --> 00:44:11,946
ต่อกันระหว่าง process นะค

720
00:44:11,946 --> 00:44:12,706
รับ มันก็มีหลายวิธี

721
00:44:12,706 --> 00:44:16,382
หลายวิธี

722
00:44:16,382 --> 00:44:20,382
มาดูวิธีที่ 1 นะครับ

723
00:44:24,120 --> 00:44:28,120
ติดต่อกันโดยนะครับ

724
00:44:28,338 --> 00:44:29,883
ใช้หน่วยความจำร่วม

725
00:44:29,883 --> 00:44:33,883
ครับ

726
00:44:34,884 --> 00:44:36,603
หมายความว่าเมื่อ Process 1

727
00:44:36,603 --> 00:44:37,879
ต้องการส่ง protex

728
00:44:37,879 --> 00:44:39,460
หรือส่งข้อมูล

729
00:44:39,460 --> 00:44:43,070
ไปอีกโปรเซสหนึ่ง

730
00:44:43,070 --> 00:44:44,747
ส่งข้อมูล

731
00:44:44,747 --> 00:44:47,769
หน่วยความจำร่วม

732
00:44:47,769 --> 00:44:49,472
ก่อนนะครับ ฟังก่อนนะครับ

733
00:44:49,472 --> 00:44:49,720
อย่าเพิ่งคุยกันครับ

734
00:44:49,720 --> 00:44:53,720
จบแล้ว

735
00:44:53,753 --> 00:44:57,753
ติดแค่ 10 สไลด์นะครับ

736
00:44:58,840 --> 00:45:00,683
ฟังหรือเปล่า

737
00:45:00,683 --> 00:45:03,058
เงียบก่อนครับ

738
00:45:03,058 --> 00:45:05,310
ก่อนฟังก่อนครับ

739
00:45:05,310 --> 00:45:08,636
อย่าเพิ่งคุยกันเสียงดังครับ

740
00:45:08,636 --> 00:45:09,468
เดี๋ยวมันก็ไม่เข้าใจนะครับ

741
00:45:09,468 --> 00:45:12,722
สอบ

742
00:45:12,722 --> 00:45:16,722
มัวแต่ลอกในหน้าจอนี้

743
00:45:17,019 --> 00:45:21,019
บางทีพอเราตอบมันจะตอบไม่ได้นะครับ

744
00:45:22,777 --> 00:45:24,113
จะสอบกลางภาคก็จะรู้คะแนนตัวเองนะครับ

745
00:45:24,113 --> 00:45:25,777
ว่าเป็นอย่างไร

746
00:45:25,777 --> 00:45:27,003
ผมออกแล้วนะครับ

747
00:45:27,003 --> 00:45:29,504
ข้อสอบผม

748
00:45:29,504 --> 00:45:31,363
มีทั้งหมด 8 ชุดนะครับ

749
00:45:31,363 --> 00:45:33,615
ผมให้นั่ง

750
00:45:33,615 --> 00:45:36,736
ออกแบบติดกันเลยนะครับ

751
00:45:36,736 --> 00:45:38,411
ไม่ต้องไปเว้น ไม่ต้องไปอะไรทั้งนั้น

752
00:45:38,411 --> 00:45:41,995
ข้อสอบ

753
00:45:41,995 --> 00:45:44,671
ถ้าเราไม่เข้าใจเราไม่สามารถเขียนอธิบายเท่าไหร่

754
00:45:44,671 --> 00:45:48,671
ที่ 1

755
00:45:48,878 --> 00:45:52,430
มาติดต่อหากันมันจะใช้หน่วยความจำร่วมกัน

756
00:45:52,430 --> 00:45:55,125
รูปข้างล่างเลยนะครับเดินดูรูปข้างล่าง

757
00:45:55,125 --> 00:45:59,125
process A

758
00:45:59,301 --> 00:46:00,938
การส่งข้อมูลไปให้โปรเซส

759
00:46:00,938 --> 00:46:01,834
B มันทำกันอย่างไร

760
00:46:01,834 --> 00:46:05,834
นะครับ

761
00:46:07,783 --> 00:46:08,372
วิธีการก็คือส่งไปแล้วจะส่งไปที่หน่วยความจำ

762
00:46:08,372 --> 00:46:12,372
ไปที่หน่วยความจำ

763
00:46:15,641 --> 00:46:18,741
ต้องการจะไปรับข้อมูลจากโปรเวส A

764
00:46:18,741 --> 00:46:21,480
ก็จะไปรับที่หน่วยความจำนะครับ

765
00:46:21,480 --> 00:46:22,435
หน่วยความจำก็จะมี

766
00:46:22,435 --> 00:46:24,742
หรือว่า

767
00:46:24,742 --> 00:46:28,742
จะถามว่า

768
00:46:29,099 --> 00:46:30,510
รู้ได้อย่างไรว่า Process A ส่งอะไรมาให้

769
00:46:30,510 --> 00:46:33,006
เช็กจากอะไรครับ

770
00:46:33,006 --> 00:46:34,691
เช็กจากชื่อ

771
00:46:34,691 --> 00:46:37,368
จากไอดีใช่ไหม

772
00:46:37,368 --> 00:46:39,691
ชื่อของโปรเซสแต่ละตัว

773
00:46:39,691 --> 00:46:41,773
มันจะมีรหัสในตัวด้วย

774
00:46:41,773 --> 00:46:43,190
ทำไมครับ

775
00:46:43,190 --> 00:46:45,348
Process A

776
00:46:45,348 --> 00:46:48,581
ส่งข้อมูลมานะครับ

777
00:46:48,581 --> 00:46:50,999
ประสงค์ให้เกิดความจำร่วม

778
00:46:50,999 --> 00:46:53,822
Process B ไปรับ

779
00:46:53,822 --> 00:46:56,196
นี่คือวิธีการที่ 1 นะครับ

780
00:46:56,196 --> 00:47:00,196
ติดต่อระหว่างหน่วยความจำ

781
00:47:05,695 --> 00:47:08,386
จากการใช้หน่วยความจำร่วมนะครับในการติดต่อระหว่าง Process แล้ว

782
00:47:08,386 --> 00:47:12,386
ก็ยังมีวิธีการที่สะดวกกว่านะครับ

783
00:47:12,669 --> 00:47:13,987
นิยมใช้เป็นมาตรฐานถึงทุกวันนี้นะครับ

784
00:47:13,987 --> 00:47:17,987
การใช้ช่องทางข้อมูล

785
00:47:19,404 --> 00:47:22,567
หรือเรียกง่าย ๆ ว่า

786
00:47:22,567 --> 00:47:25,020
ติดต่อผ่านพอร์ต

787
00:47:25,020 --> 00:47:27,108
รู้จัก port นะ

788
00:47:27,108 --> 00:47:30,255
พอร์ต USB

789
00:47:30,255 --> 00:47:32,261
port

790
00:47:32,261 --> 00:47:36,120

791
00:47:36,120 --> 00:47:39,160
เข้าไปในคอมพิวเตอร์เราผ่านพอร์ตนะครับ

792
00:47:39,160 --> 00:47:40,299
อันนี้ง่ายกว่านะครับ

793
00:47:40,299 --> 00:47:41,470
สะดวกกว่า

794
00:47:41,470 --> 00:47:43,634
เช่น

795
00:47:43,634 --> 00:47:47,634
เราต้องการส่งข้อมูล

796
00:47:50,883 --> 00:47:54,883
เรื่องของคนหนึ่งไปอีกคนหนึ่ง ผ่านอะไรผ่านพอร์ตนะครับ

797
00:47:57,847 --> 00:48:00,272
คราวนี้

798
00:48:00,272 --> 00:48:04,272
วิธีการส่งข้อมูล

799
00:48:04,783 --> 00:48:08,783
ผ่านหน่วยความจำร่วม และผ่านพอร์ตนะครับ

800
00:48:09,468 --> 00:48:11,394
เรื่องโครงสร้างของพอร์ต ก็มีหลายแบบ

801
00:48:11,394 --> 00:48:12,881
จัดส่งแบบไหน

802
00:48:12,881 --> 00:48:14,693
ถึงนะครับ

803
00:48:14,693 --> 00:48:17,874
โครงสร้างของพอร์ต

804
00:48:17,874 --> 00:48:20,084
ก็คือแบบคิว

805
00:48:20,084 --> 00:48:21,780
ครับ

806
00:48:21,780 --> 00:48:22,805
โครงสร้างแบบนี้

807
00:48:22,805 --> 00:48:25,789
ก็คือ

808
00:48:25,789 --> 00:48:26,853
ข้อมูลจะถูกดึงออกมา จากเกาะ

809
00:48:26,853 --> 00:48:28,067
ตามลำดับ

810
00:48:28,067 --> 00:48:31,101
ก่อนหลัง

811
00:48:31,101 --> 00:48:32,562
อยู่ไหนส่งเข้ามาก่อน

812
00:48:32,562 --> 00:48:36,187
ก็จะออกไปก่อน

813
00:48:36,187 --> 00:48:37,733
แบบคิวเป็นคิวนะครับ

814
00:48:37,733 --> 00:48:41,733
เข้าไปก่อนอุบลผมก็ออกก่อนอุบลนะครับ

815
00:48:44,669 --> 00:48:46,444
นี่คือโครงสร้างข้อมูลแบบพอร์ตครับ

816
00:48:46,444 --> 00:48:48,239
ได้ครับ

817
00:48:48,239 --> 00:48:52,239
เข้าก่อนออกก่อน

818
00:48:52,483 --> 00:48:55,248

819
00:48:55,248 --> 00:48:59,248
คือโครงสร้างแบบไปป์นะครับ

820
00:49:00,017 --> 00:49:02,665
รูปข้างล่างใช่ไหม

821
00:49:02,665 --> 00:49:04,186
ไปป์

822
00:49:04,186 --> 00:49:07,007
ก็คือโครงสร้าง

823
00:49:07,007 --> 00:49:10,526
ที่มีการทำงานเหมือนรูปแบบ

824
00:49:10,526 --> 00:49:14,526
คือเข้าก่อนออกก่อน

825
00:49:14,789 --> 00:49:16,561
ไม่มีข้อแตกต่างจากรูปแบบเดียว ก็คือว่า

826
00:49:16,561 --> 00:49:19,508

827
00:49:19,508 --> 00:49:23,097
จะมีความยาวของพอร์ตไม่จำกัด

828
00:49:23,097 --> 00:49:23,981
เป็นแบบคิว

829
00:49:23,981 --> 00:49:25,245
จะจำกัด

830
00:49:25,245 --> 00:49:29,245
แบบคิวบอกว่า

831
00:49:29,952 --> 00:49:30,447
มีขนาด

832
00:49:30,447 --> 00:49:34,153
พอร์

833
00:49:34,153 --> 00:49:36,467
ต ความยาว 10 ช่องสมมตินะ

834
00:49:36,467 --> 00:49:38,580
แสดงว่า

835
00:49:38,580 --> 00:49:39,532
เอาไปได้แค่ 10 คิว

836
00:49:39,532 --> 00:49:43,532
สภาพอากาศวันนี้

837
00:49:45,693 --> 00:49:48,376
สร้างเหมือนพอร์ตแบบคิวก็จริง

838
00:49:48,376 --> 00:49:50,099
เข้าก่อนออกก่อน

839
00:49:50,099 --> 00:49:54,099
จะมีความยาวของ Port

840
00:49:58,990 --> 00:50:00,734
โครงสร้าง

841
00:50:00,734 --> 00:50:04,734
แบบไปป์นะครับ

842
00:50:05,089 --> 00:50:08,209
ตั้งพอร์ตแบบที่ 3

843
00:50:08,209 --> 00:50:12,209
ถอดแบบ stack นะครับ

844
00:50:12,312 --> 00:50:13,578
เป็นอย่างไรครับแบบ Stack

845
00:50:13,578 --> 00:50:17,578
ก็คือโครงสร้างที่ตรงข้ามกับแบบคิวเลยนะครับ

846
00:50:23,100 --> 00:50:24,991
ก็คือข้อมูลชุดใดที่ส่งเข้ามาก่อน

847
00:50:24,991 --> 00:50:28,991
ออกทีหลัง

848
00:50:29,802 --> 00:50:31,277
คือโครงสร้างแบบ Stack

849
00:50:31,277 --> 00:50:35,277
คือโครงสร้างของพอร์ตทั้ง 3 แบบนะครับ

850
00:50:41,201 --> 00:50:45,201
มาดูปัญหาของ Process นะครับ

851
00:50:47,607 --> 00:50:51,607
เมื่อมีการทำงานมากกว่า 1 Process ขึ้นไปนะครับ

852
00:50:54,273 --> 00:50:56,204
มันจะเกิดปัญหาเกิดขึ้น

853
00:50:56,204 --> 00:51:00,204
ในการใช้งาน

854
00:51:01,152 --> 00:51:02,984
มีโปรแกรมแค่ 1 โปรแกรม ทำงานในระบบคอมพิวเตอร์เรา

855
00:51:02,984 --> 00:51:05,118
ปัญหาก็ไม่เกิดขึ้นนะครับ

856
00:51:05,118 --> 00:51:07,086
มันมีหลายโปรแกรม

857
00:51:07,086 --> 00:51:10,676
ทำงานในระบบเดียวกัน

858
00:51:10,676 --> 00:51:12,851
การใช้ทรัพยากรร่วมกัน

859
00:51:12,851 --> 00:51:16,851
เกิดปัญหาขึ้นนะครับ

860
00:51:18,124 --> 00:51:21,896
ดังนั้นมันจะต้องมีการจัดสรร

861
00:51:21,896 --> 00:51:24,834
การใช้โปรเซสขึ้นนะครับ

862
00:51:24,834 --> 00:51:27,071
อย่างไรก็ตามนะครับ

863
00:51:27,071 --> 00:51:28,923
ปัญหาทำงาน

864
00:51:28,923 --> 00:51:31,599
ที่เราจะกล่าวต่อไปนี้

865
00:51:31,599 --> 00:51:33,324
มันจะต้องไม่เกิดขึ้น

866
00:51:33,324 --> 00:51:34,155
ระบบของเรา

867
00:51:34,155 --> 00:51:38,155
คนที่ออกแบบระบบปฏิบัติการจะต้องแก้ปัญหา ดังต่อไปนี้ให้ได้

868
00:51:41,584 --> 00:51:45,584
เวลานะครับเราเขียนโปรแกรมจะต้องเลี่ยงปัญหา

869
00:51:47,612 --> 00:51:49,796
ไม่ได้

870
00:51:49,796 --> 00:51:50,879
การทำงาน

871
00:51:50,879 --> 00:51:53,306
อันดับแรกเลยนะครับ

872
00:51:53,306 --> 00:51:57,306
ปัญหาการตัดตอน

873
00:51:57,545 --> 00:52:01,545
การตัดตอนเกิดจากอะไรครับ

874
00:52:02,831 --> 00:52:04,834
จากการที่โปรเซส

875
00:52:04,834 --> 00:52:07,477
การใช้ทรัพยากร

876
00:52:07,477 --> 00:52:10,475
ปรากฏว่า

877
00:52:10,475 --> 00:52:12,962
ง Process นั้น

878
00:52:12,962 --> 00:52:15,614
มีระดับความสำคัญน้อกว่า

879
00:52:15,614 --> 00:52:18,444
ปล่อย

880
00:52:18,444 --> 00:52:21,370
ระดับความสำคัญ

881
00:52:21,370 --> 00:52:23,737
ครอบครอง CPU แทนตัวเอง

882
00:52:23,737 --> 00:52:27,737
Process 1 เส้น

883
00:52:28,462 --> 00:52:31,794
กำลังจะเข้าไป

884
00:52:31,794 --> 00:52:35,584
กล่อง CPU

885
00:52:35,584 --> 00:52:37,308
ปรากฏว่าอุบลมาต่อคิวผม

886
00:52:37,308 --> 00:52:40,763
อ่านว่า

887
00:52:40,763 --> 00:52:43,214
ปรับความสำคัญของอุบลต่ำกว่าผม

888
00:52:43,214 --> 00:52:45,875

889
00:52:45,875 --> 00:52:47,402
ตอนขึ้น

890
00:52:47,402 --> 00:52:51,402
ถ้าเรา

891
00:52:52,314 --> 00:52:54,525
เป็นวิชาการอธิบาย ว่าเกิดจากการ

892
00:52:54,525 --> 00:52:57,577
ในอีกคนหนึ่ง

893
00:52:57,577 --> 00:52:58,470
จะเอาไปครอบครอง CPU

894
00:52:58,470 --> 00:53:00,786
นั้น

895
00:53:00,786 --> 00:53:03,484
ยอมให้โปรเซส

896
00:53:03,484 --> 00:53:05,144
ที่มีลำดับความสำคัญมากกว่า

897
00:53:05,144 --> 00:53:08,340
ไปแทนที่มัน

898
00:53:08,340 --> 00:53:09,106
มันก็จะเกิดการตัดตอนขึ้น

899
00:53:09,106 --> 00:53:10,754
ครับ

900
00:53:10,754 --> 00:53:13,472
ปัญหา

901
00:53:13,472 --> 00:53:14,607
ที่ออกแบบ ระบบปฏิบัติการ

902
00:53:14,607 --> 00:53:16,073
ต้อง

903
00:53:16,073 --> 00:53:17,298
ให้เกิดขึ้น

904
00:53:17,298 --> 00:53:21,298
นะครับ

905
00:53:24,870 --> 00:53:27,700
ปัญหาต่อมานะครับ

906
00:53:27,700 --> 00:53:31,142
นอกจากปัญหาการตัดตอนแล้ว

907
00:53:31,142 --> 00:53:33,176
ออกมาคือปัญหากัน

908
00:53:33,176 --> 00:53:37,176
อดตาย

909
00:53:37,295 --> 00:53:41,295
ปัญหาการเลื่อนไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

910
00:53:42,371 --> 00:53:43,866
เกิดการตัดเอาขึ้นนะครับ

911
00:53:43,866 --> 00:53:47,866
ให้อีก Process หนึ่งที่มีความสำคัญมากกว่า

912
00:53:50,362 --> 00:53:53,317
เข้าไปครอบครอง CPU แทนมัน

913
00:53:53,317 --> 00:53:57,311
แล้วแทนไปเรื่อย ๆ

914
00:53:57,311 --> 00:53:59,999
เราเรียกว่าการอดตาย

915
00:53:59,999 --> 00:54:03,999
ตัวอย่างเมื่อกี้

916
00:54:04,046 --> 00:54:05,568
ผมจะเข้าไปครอบครอง CPU แต่บังเอิญว่า

917
00:54:05,568 --> 00:54:07,493
อุบล

918
00:54:07,493 --> 00:54:11,493
ต่อคิว

919
00:54:11,674 --> 00:54:13,199
มีระดับความสำคัญมากกว่า อุบลเข้าไปแทนที่

920
00:54:13,199 --> 00:54:17,199
เข้าไปแล้ว ผมก็ไม่เอา

921
00:54:17,223 --> 00:54:19,337
แต่ปรากฏว่า

922
00:54:19,337 --> 00:54:23,337

923
00:54:24,282 --> 00:54:26,648
แม็กกี้มีระดับความสำคัญมากกว่าผม

924
00:54:26,648 --> 00:54:30,338
ว่าจะเข้าไปต่อ

925
00:54:30,338 --> 00:54:31,874
ปรากฏว่า

926
00:54:31,874 --> 00:54:35,874
มิ่งเข้าไปต่อ

927
00:54:39,458 --> 00:54:43,458
เป็นอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ นะครับ

928
00:54:43,733 --> 00:54:45,078
ไม่มีสิ้นสุด

929
00:54:45,078 --> 00:54:46,679
รอไปเรื่อย ๆ

930
00:54:46,679 --> 00:54:47,369
ไม่ได้เข้าไปเสียที

931
00:54:47,369 --> 00:54:49,991
นะครับ

932
00:54:49,991 --> 00:54:51,858
ถ้าเป็นสมัยก่อนนะครับ

933
00:54:51,858 --> 00:54:54,607
ผมก็จะยกตัวอย่างให้เรา

934
00:54:54,607 --> 00:54:58,607
ชัดเจน ก็คือสมมุติว่า

935
00:54:59,651 --> 00:55:00,808
อาคาร 7 เรานะครับสร้างห้องน้ำมาใหม่

936
00:55:00,808 --> 00:55:04,808
เปรียบเสมือน CPU สมมุตินะ

937
00:55:06,569 --> 00:55:08,323
ผม

938
00:55:08,323 --> 00:55:11,364
เข้าไปคนแรก

939
00:55:11,364 --> 00:55:12,724
กำลังจะ

940
00:55:12,724 --> 00:55:14,713
เปิดประตูเข้าไป

941
00:55:14,713 --> 00:55:18,713
อุบล

942
00:55:18,717 --> 00:55:20,683
ไม่ใช่ อธิการสะกิดหลัง

943
00:55:20,683 --> 00:55:22,081
จะเป็น

944
00:55:22,081 --> 00:55:25,012
พิเชนทร์ ๆ ขอเข้าก่อน

945
00:55:25,012 --> 00:55:26,818
มองไปอธิการ

946
00:55:26,818 --> 00:55:30,159
อธิการเกี่ยวกับผม

947
00:55:30,159 --> 00:55:33,148
การเข้าไป นี่คือการตัดตอนนะครับ

948
00:55:33,148 --> 00:55:35,526
เพราะอธิการเข้าไปใน

949
00:55:35,526 --> 00:55:39,526
การออกมาผมจะเข้าต่อ

950
00:55:39,562 --> 00:55:40,638
มีผู้ว่าสะกิดหลังนะครับ

951
00:55:40,638 --> 00:55:42,480
เพราะว่าเขาไป

952
00:55:42,480 --> 00:55:44,048
ออกมา

953
00:55:44,048 --> 00:55:47,176
ผู้ว่าอำเภอหลัง

954
00:55:47,176 --> 00:55:49,217
หลังก็ว่าไปที่ว่านะ

955
00:55:49,217 --> 00:55:52,286
เปิดการตัดตอน

956
00:55:52,286 --> 00:55:54,209
ไม่มีโอกาสได้เข้า

957
00:55:54,209 --> 00:55:57,027
ก็เป็นการอดตายนะครับ

958
00:55:57,027 --> 00:55:57,874
นี่คือปัญหาที่ 2

959
00:55:57,874 --> 00:56:01,874
Process ของเรานะครับ

960
00:56:02,914 --> 00:56:06,914
สถานที่ 3

961
00:56:07,898 --> 00:56:11,879
เขาบอกว่า

962
00:56:11,879 --> 00:56:15,010
ทำไมถึงเกิดการปรับตอน ไม่ได้

963
00:56:15,010 --> 00:56:16,676
อดตาย ไม่ได้

964
00:56:16,676 --> 00:56:19,294
มันจะเกิดปัญหาขึ้น

965
00:56:19,294 --> 00:56:22,641
ทรัพยากร บางประเภท

966
00:56:22,641 --> 00:56:26,279
ถ้าเราปล่อยให้เกิดการตัดตอน

967
00:56:26,279 --> 00:56:30,279
เกิดปัญหาเช่นเครื่องพิมพ์

968
00:56:31,341 --> 00:56:33,215
เรามองเครื่องพิมพ์

969
00:56:33,215 --> 00:56:35,368
เปิดหัวเข็มนึกออกไหม

970
00:56:35,368 --> 00:56:36,389
มันจะดัง

971
00:56:36,389 --> 00:56:40,389
ยาบรรทัด

972
00:56:41,254 --> 00:56:45,254
เห็นไหม แบบหัวเข็ม

973
00:56:45,605 --> 00:56:49,605
เราไปซื้อของตาม

974
00:56:50,012 --> 00:56:53,286
ไปจ่ายค่าเทอม

975
00:56:53,286 --> 00:56:56,363
เข็มออกมา

976
00:56:56,363 --> 00:56:57,118
รอบเกิดการตัดตอนขึ้น

977
00:56:57,118 --> 00:57:01,118
สั่งปริ้นสั่งปริ้นไปได้แค่ 2 บรรทัด

978
00:57:03,039 --> 00:57:07,039
อุบลบอกว่าอุบลมีความสำคัญมากกว่าครับ ไปให้เกิดการอะตอมขึ้น

979
00:57:10,922 --> 00:57:12,619
ที่ 3 จะออกมาเป็นของอุบลนะครับ

980
00:57:12,619 --> 00:57:14,558
ดังนั้น

981
00:57:14,558 --> 00:57:16,723
ถ้ามีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นนะครับ

982
00:57:16,723 --> 00:57:19,990
ทรัพยากรบางอย่าง

983
00:57:19,990 --> 00:57:23,990
เกิดขึ้นไม่ได้นะครับ

984
00:57:24,636 --> 00:57:26,376
ค้นหาประมาณนะครับ

985
00:57:26,376 --> 00:57:30,376
อดตาย

986
00:57:32,206 --> 00:57:36,206
รูปประกอบ

987
00:57:37,047 --> 00:57:39,193
ติดตายเกิดจากอะไรครับ

988
00:57:39,193 --> 00:57:40,544
จากการที่

989
00:57:40,544 --> 00:57:44,189
Process อะไรก็แล้วแต่

990
00:57:44,189 --> 00:57:45,637
ทรัพยากรของตัวเองอยู่

991
00:57:45,637 --> 00:57:49,637
แล้วนะขนาดนั้น

992
00:57:50,151 --> 00:57:52,354
ก็อยากจะ

993
00:57:52,354 --> 00:57:53,962
เข้าไปครอบครองเสีย ครองของ

994
00:57:53,962 --> 00:57:56,724

995
00:57:56,724 --> 00:58:00,421
แต่ไม่อยากให้คนอื่น ก่อน

996
00:58:00,421 --> 00:58:04,200
ของตัวเอง

997
00:58:04,200 --> 00:58:05,872
อุบล

998
00:58:05,872 --> 00:58:07,626
ขอยืม

999
00:58:07,626 --> 00:58:10,438
ตังค์ได้ไหม

1000
00:58:10,438 --> 00:58:12,859
มันก็บอกเหมือนกัน

1001
00:58:12,859 --> 00:58:14,006
ขอยืมสตางค์อาจารย์หน่อย

1002
00:58:14,006 --> 00:58:18,006
200 ล้าน

1003
00:58:18,835 --> 00:58:20,012
ในอุปกรณ์ให้ผม

1004
00:58:20,012 --> 00:58:22,216
อะไร

1005
00:58:22,216 --> 00:58:23,352
เราก็ไม่มีทั้งคู่นะ

1006
00:58:23,352 --> 00:58:26,368
สมมุติ

1007
00:58:26,368 --> 00:58:27,886
อยากได้ตังค์อุบล

1008
00:58:27,886 --> 00:58:31,886
นี่คือลักษณะการติดตาย

1009
00:58:33,718 --> 00:58:37,718
แค่อยาก

1010
00:58:38,572 --> 00:58:41,725
ทรัพยากรคนอื่น

1011
00:58:41,725 --> 00:58:42,924
ตัวเองไม่อยากให้ทรัพยากร

1012
00:58:42,924 --> 00:58:45,933
ติดตาย

1013
00:58:45,933 --> 00:58:49,084
นี่คือลักษณะของติดตาย หรือ

1014
00:58:49,084 --> 00:58:53,084
เขาบอกว่า

1015
00:58:55,539 --> 00:58:58,830
ปัญหาการติดตาย

1016
00:58:58,830 --> 00:58:59,864
จำเป็นต้องเกิดจาก

1017
00:58:59,864 --> 00:59:03,864

1018
00:59:04,150 --> 00:59:08,119
Process เได้

1019
00:59:08,119 --> 00:59:08,979
มากกว่า 2 ปี แต่ว่าต้องมีเงื่อนไขดังนี้

1020
00:59:08,979 --> 00:59:12,979
ครอบครองเป็นแบบตัดตอนไม่ได้

1021
00:59:18,341 --> 00:59:19,635
อีก

1022
00:59:19,635 --> 00:59:21,544
ไม่ได้นะ

1023
00:59:21,544 --> 00:59:23,128
บีก็ไม่ได้

1024
00:59:23,128 --> 00:59:25,704
ไม่ได้

1025
00:59:25,704 --> 00:59:28,632
นะครับ ติดตายเลย

1026
00:59:28,632 --> 00:59:32,632
ไปไม่มา

1027
00:59:32,924 --> 00:59:34,604
2 ก็คืออีกคันครอบครอง เป็นแบบ

1028
00:59:34,604 --> 00:59:38,604
ไม่เกิดร่วม

1029
00:59:39,076 --> 00:59:41,723
คนต่างทำงาน ต่างคนต่างอยู่ คนละส่วน

1030
00:59:41,723 --> 00:59:42,338
ปิดตายขึ้น

1031
00:59:42,338 --> 00:59:46,338
นะครับ

1032
00:59:49,096 --> 00:59:51,698
ในการรอใช้ทรัพยากร

1033
00:59:51,698 --> 00:59:53,477
เป็นการรอแบบ

1034
00:59:53,477 --> 00:59:55,778
รอบ

1035
00:59:55,778 --> 00:59:59,756
วงรอบ

1036
00:59:59,756 --> 01:00:01,602
ภาษาเขียนโปรแกรม เราจะเรียกว่ารบกวนลูก

1037
01:00:01,602 --> 01:00:03,079
รูปรอบ

1038
01:00:03,079 --> 01:00:06,618
ครับ

1039
01:00:06,618 --> 01:00:08,922
จะเกิดปัญหาการติดตายขึ้น

1040
01:00:08,922 --> 01:00:10,830
มีปัญหาสร้างปัญหานะ

1041
01:00:10,830 --> 01:00:12,698
ระบบ

1042
01:00:12,698 --> 01:00:14,080

1043
01:00:14,080 --> 01:00:18,080
ให้เกิดขึ้นนะครับ

1044
01:00:20,736 --> 01:00:21,948
สุดท้ายนะครับ

1045
01:00:21,948 --> 01:00:24,056
สุดท้าย

1046
01:00:24,056 --> 01:00:25,414
ชุดนี้นะครับ

1047
01:00:25,414 --> 01:00:27,259
เธรด

1048
01:00:27,259 --> 01:00:31,259
ครับ

1049
01:00:33,562 --> 01:00:34,858
บอกว่าระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ ซึ่งในปัจจุบันนี้เขาบอกว่า

1050
01:00:34,858 --> 01:00:38,532
ไปแล้วนะครับ

1051
01:00:38,532 --> 01:00:42,532
เป็นในสมัยก่อนยังไม่เกิดระบุขึ้นมา

1052
01:00:43,159 --> 01:00:46,273
เป็นการที่ปฏิบัติการ

1053
01:00:46,273 --> 01:00:50,273
ย่อยโปรเซสออก เป็นส่วนส่วน

1054
01:00:50,322 --> 01:00:54,322
ดูรูปประกอบเลยนะครับ

1055
01:00:55,314 --> 01:00:59,314
ยังไม่ขึ้น

1056
01:01:03,160 --> 01:01:05,816
ขวามือผมนะครับ

1057
01:01:05,816 --> 01:01:09,816

1058
01:01:09,837 --> 01:01:12,707

1059
01:01:12,707 --> 01:01:15,662

1060
01:01:15,662 --> 01:01:16,990
Process A Process B Process A แล้วก็ข้อมูล

1061
01:01:16,990 --> 01:01:19,961
องค์ประกอบอื่น

1062
01:01:19,961 --> 01:01:21,059
นี่ คือเขียนโปรแกรมแบบ

1063
01:01:21,059 --> 01:01:23,094
ไม่ใช่เธรด

1064
01:01:23,094 --> 01:01:27,019
พอโทรปุ๊บ

1065
01:01:27,019 --> 01:01:28,196
แบ่งส่วน เธรด 1 2 3 4 5

1066
01:01:28,196 --> 01:01:29,363
เป็นส่วนย่อย

1067
01:01:29,363 --> 01:01:32,250
ครับ

1068
01:01:32,250 --> 01:01:36,250
มีประโยชน์อย่างไร

1069
01:01:37,297 --> 01:01:39,165
มันจะทำให้ทำงานเร็วขึ้น

1070
01:01:39,165 --> 01:01:42,355
สามารถทำงานกับ

1071
01:01:42,355 --> 01:01:44,076
ความจำที่มีขนาดเล็กกว่าได้

1072
01:01:44,076 --> 01:01:47,026
แก้ไขง่าย ๆ

1073
01:01:47,026 --> 01:01:48,676
นี่คือหลักการเขียนโปรแกรม

1074
01:01:48,676 --> 01:01:50,471
ปัจจุบันนะครับ

1075
01:01:50,471 --> 01:01:52,221
วันนี้

1076
01:01:52,221 --> 01:01:54,297
พอเราเขียนโปรแกรม

1077
01:01:54,297 --> 01:01:55,517
เราเล่นไปครับ

1078
01:01:55,517 --> 01:01:57,299

1079
01:01:57,299 --> 01:01:58,247
จะมีการอัพเกรด

1080
01:01:58,247 --> 01:01:59,717
จะไม่

1081
01:01:59,717 --> 01:02:03,212
เขียนแบบโบราณนะครับ

1082
01:02:03,212 --> 01:02:03,927
ทีเดียว 2 บรรทัด 300 บรรทัด

1083
01:02:03,927 --> 01:02:07,149
บรรทัด

1084
01:02:07,149 --> 01:02:07,771
มีปัญหามาแก้ไขโปรแกรมยาก

1085
01:02:07,771 --> 01:02:08,927
ครับ

1086
01:02:08,927 --> 01:02:11,101
แก้ไขยาก

1087
01:02:11,101 --> 01:02:13,205
นี่คือหลักการของ

1088
01:02:13,205 --> 01:02:16,906

1089
01:02:16,906 --> 01:02:20,906
วิธีพูดไปแล้วสัปดาห์หน้านะครับ วันที่ 7

1090
01:02:24,573 --> 01:02:28,573
เราก็จะไปศึกษาดูงานนอกสถานที่นะครับ

1091
01:02:29,672 --> 01:02:31,857

1092
01:02:31,857 --> 01:02:35,857
หมู่ 2 หมู่ 1 ยังไม่ได้ไปนะครับ

1093
01:02:36,505 --> 01:02:38,958
ศึกษาดูงานที่นครพนม

1094
01:02:38,958 --> 01:02:41,971
จะพาไปที่

1095
01:02:41,971 --> 01:02:44,769
ก่อน

1096
01:02:44,769 --> 01:02:47,443
ดูหมู่บ้าน

1097
01:02:47,443 --> 01:02:49,847
อะไรไม่รู้จำไม่ได้นะครับ

1098
01:02:49,847 --> 01:02:52,000
ทำเกี่ยวกับพื้นเมืองนะครับ

1099
01:02:52,000 --> 01:02:53,670
ภาพที่

1100
01:02:53,670 --> 01:02:55,193
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจืด

1101
01:02:55,193 --> 01:02:58,031
นครพนมนะครับ

1102
01:02:58,031 --> 01:03:00,521
สัปดาห์หน้าหมู่ 1

1103
01:03:00,521 --> 01:03:04,521
ต้องมาเรียนนะครับ

1104
01:03:04,823 --> 01:03:06,285
ก็เห็นพี่พลอยประสานงาน กับอาจารย์ที่เราเรียนน่ะ

1105
01:03:06,285 --> 01:03:09,976
เช้าน่ะ

1106
01:03:09,976 --> 01:03:13,512
เช้า 8:00 น. ใช่ไหม

1107
01:03:13,512 --> 01:03:15,192
ว่าอาทิตย์หน้า

1108
01:03:15,192 --> 01:03:17,985
ไหว้คร

1109
01:03:17,985 --> 01:03:20,191
ู เราไม่มีเรียนนะครับ

1110
01:03:20,191 --> 01:03:22,101
มีเรียน

1111
01:03:22,101 --> 01:03:23,072
สัปดาห์หน้า

1112
01:03:23,072 --> 01:03:25,622
หมู่ 2

1113
01:03:25,622 --> 01:03:27,594
เราจะไปนอกสถานที่นะครับ

1114
01:03:27,594 --> 01:03:29,457
พาไปดูอะไรนะ

1115
01:03:29,457 --> 01:03:30,735
ดูปลาบึก

1116
01:03:30,735 --> 01:03:34,735
ชอบอาหารปลา ปลาบึก

1117
01:03:38,830 --> 01:03:41,663
เอาอุบลให้อาหารปลานะ อุบล

1118
01:03:41,663 --> 01:03:45,076
ไปทั้งวันนะ

1119
01:03:45,076 --> 01:03:46,487
ทุกคนไว้

1120
01:03:46,487 --> 01:03:48,634

1121
01:03:48,634 --> 01:03:49,879

1122
01:03:49,879 --> 01:03:50,771

1123
01:03:50,771 --> 01:03:54,023

1124
01:03:54,023 --> 01:03:55,203
วันนี้เราเปิดเทอมมาได้

1125
01:03:55,203 --> 01:03:58,146
เดือนนี้

1126
01:03:58,146 --> 01:04:00,181
ฃ ก็เป็นอย่างไรครับปรับตัวได้หรือยัง

1127
01:04:00,181 --> 01:04:02,429
บางคน

1128
01:04:02,429 --> 01:04:04,292
ทำงานก็วางไว้ที่โต๊ะ

1129
01:04:04,292 --> 01:04:07,699
เดี๋ยวส่งคืนให้นะ

1130
01:04:07,699 --> 01:04:09,605
ปิดให้

1131
01:04:09,605 --> 01:04:12,615
เวลาพูดเราเก็บจะได้เอาไปสอบ

1132
01:04:12,615 --> 01:04:14,716
ข้อสอบ อยู่ในแบบฝึกหัดให้ทำนะครับ

1133
01:04:14,716 --> 01:04:18,716
มีใครจะถามอะไรเพิ่มเติมไหมครับ มีไหม

1134
01:04:24,911 --> 01:04:28,911
ถ้าไม่มี ก็

1135
01:04:35,790 --> 01:04:39,092
พ่อเกิดขึ้นจากอะไร

1136
01:04:39,092 --> 01:04:41,485
พ่อควรขึ้นจากการที่

1137
01:04:41,485 --> 01:04:42,891
เวลาใดเวลาหนึ่ง

1138
01:04:42,891 --> 01:04:43,908
สมมตินะ

1139
01:04:43,908 --> 01:04:47,908
ต้องการเข้าไปครอบครอง CPU

1140
01:04:53,562 --> 01:04:55,884
ระบบปฏิบัติการจัดสร้าง Process หนึ่งขึ้นมา

1141
01:04:55,884 --> 01:04:59,422
มาจำกัดผม

1142
01:04:59,422 --> 01:05:00,493
พาเข้าไปครอบครอง CPU นะ

1143
01:05:00,493 --> 01:05:01,950
นี่หลักการ

1144
01:05:01,950 --> 01:05:02,997
กำเนิด

1145
01:05:02,997 --> 01:05:06,997
โปรเซสพ่อ

1146
01:05:10,294 --> 01:05:14,294
ครับ นี่คือหลักการของมัน

1147
01:05:16,367 --> 01:05:18,120
ก็ต้อง

1148
01:05:18,120 --> 01:05:20,034
ขอบคุณพี่ล่ามนะครับ

1149
01:05:20,034 --> 01:05:22,971
ขอบคุณพี่ล่ามมากนะครับ

1150
01:05:22,971 --> 01:05:24,890
จะให้ความอนุเคราะห์เรา

1151
01:05:24,890 --> 01:05:27,888
มา 1 สัปดาห์นะครับ

1152
01:05:27,888 --> 01:05:31,540
สัปดาห์หน้าก็ไม่ได้เจอกันนะครับ

1153
01:05:31,540 --> 01:05:35,128
ว่าจะพาน้องออกไปนอกสถานที่นะครับ

1154
01:05:35,128 --> 01:05:36,658
ไม่มีใครถามอะไรแล้วก็เจอกัน

1155
01:05:36,658 --> 01:05:40,411
สัปดาห์หน้านะครับ

1156
01:05:40,411 --> 01:05:44,411
ไปดูงานนอกสถานที่กัน โอเคครับไป

1157
01:06:15,497 --> 01:06:19,497


