﻿1
00:00:30,048 --> 00:00:34,048
สวัสดีค่ะ

2
00:00:35,150 --> 00:00:38,237
สวัสดีค่ะ

3
00:00:38,237 --> 00:00:42,237
ได้ยิน

4
00:00:42,466 --> 00:00:44,731
เป็นตั้งแต่เมื่อวานแล้ว

5
00:00:44,731 --> 00:00:47,151
น่าจะเป็นที่เน็ตเราน่ะ

6
00:00:47,151 --> 00:00:50,845
สัญญาณเน็ตเรานะ มันไม่ดี

7
00:00:50,845 --> 00:00:54,754
เมื่อวานก็อย่างนี้

8
00:00:54,754 --> 00:00:58,754
ล่ะ ใหม่ต้อง 3 รอบ

9
00:01:07,578 --> 00:01:09,103
(ล่าม) สวัสดีค่ะ ได้ยินไหมคะ

10
00:01:09,103 --> 00:01:12,894
(อาจารย์สุธิรา) สวัสดีค่ะ

11
00:01:12,894 --> 00:01:16,894
(ล่าม) สวัสดีค่ะ ได้ยินนะคะ

12
00:01:17,002 --> 00:01:21,002
(อาจารย์สุธิรา) ได้ยินแต่สัญญาณภาพมันไม่ได้

13
00:01:21,484 --> 00:01:25,484
ภาพมันค้าง ใช่ภาพมันค้าง

14
00:01:39,850 --> 00:01:43,850
เมื่อวาน ก็เป็นอย่างนี้

15
00:01:50,422 --> 00:01:54,422
ล่ะค่ะโทรเข้าเข้าใหม่

16
00:01:54,862 --> 00:01:58,862
วางแล้วโทรมาใหม่

17
00:02:32,231 --> 00:02:56,958

18
00:02:43,652 --> 00:02:47,652
สวัสดีค่ะ

19
00:02:48,348 --> 00:02:51,274
OK

20
00:02:51,274 --> 00:02:53,298
พี่ล่ามได้ยินนะคะ

21
00:02:53,298 --> 00:02:54,626
(ล่าม) ได้ยินค่ะ

22
00:02:54,626 --> 00:02:58,626
(อาจารย์สุธิรา) เรามาเริ่มกันเลยนะคะ

23
00:03:00,422 --> 00:03:01,696
สัปดาห์ที่แล้วที่เราเรียนเกี่ยวกับ

24
00:03:01,696 --> 00:03:04,063
การ

25
00:03:04,063 --> 00:03:06,565
ออกแบบนะคะ

26
00:03:06,565 --> 00:03:08,233
เรื่องอัลกอริทึมไปแล้วนะคะ

27
00:03:08,233 --> 00:03:11,127
สัปดาห์นี้

28
00:03:11,127 --> 00:03:12,128
เราก็จะเข้าสู่กระบวนการ ที่จะ

29
00:03:12,128 --> 00:03:14,375
เพิ่ม

30
00:03:14,375 --> 00:03:17,902
เขียนโปรแกรมนะคะ

31
00:03:17,902 --> 00:03:19,109
แต่การที่เราจะเริ่มเขียนโปรแกรม

32
00:03:19,109 --> 00:03:23,109
ต้อง

33
00:03:23,697 --> 00:03:27,697
ทำความรู้จักกับภาษา ที่เราต้องเขียนกันก่อนนะคะ

34
00:03:28,104 --> 00:03:32,104
ภาษาที่เราจะใช้ก็คือภาษา python นะคะ

35
00:03:34,505 --> 00:03:35,961
มาดูเนื้อหาที่เราจะเรียนกัน

36
00:03:35,961 --> 00:03:39,179
วันนี้นะคะ

37
00:03:39,179 --> 00:03:42,443
มีหัวข้อแรก

38
00:03:42,443 --> 00:03:45,577
ก็คือจะพูดถึงประวัติของ python นะคะ

39
00:03:45,577 --> 00:03:48,897
หัวข้อที่ 2

40
00:03:48,897 --> 00:03:51,714
พูดถึงลักษณะของ

41
00:03:51,714 --> 00:03:53,630
python ว่ามันเป็นอย่างไรนะคะ

42
00:03:53,630 --> 00:03:57,534
และหัวข้อที่ 3

43
00:03:57,534 --> 00:04:01,534
จะพูดถึงโครงสร้าง

44
00:04:02,040 --> 00:04:04,037
โครงสร้างก็คือวิธีการที่เราจะเขียน python

45
00:04:04,037 --> 00:04:07,369
มันจะต้องมี

46
00:04:07,369 --> 00:04:10,356
รูปแบบหรือ template อย่างไรนะคะ

47
00:04:10,356 --> 00:04:12,526
และหัวข้อสุดท้าย

48
00:04:12,526 --> 00:04:13,869
เป็นปฏิบัตินะคะ

49
00:04:13,869 --> 00:04:15,164
คือ

50
00:04:15,164 --> 00:04:17,143
เราจะลงมือ

51
00:04:17,143 --> 00:04:20,797
เขียนภาษา python กันนะคะ

52
00:04:20,797 --> 00:04:21,426
เรามาเริ่มที่หัวข้อแรกกันเลย

53
00:04:21,426 --> 00:04:25,426
ประวัติ

54
00:04:25,664 --> 00:04:27,134
ถ่ายทอดนี่มี

55
00:04:27,134 --> 00:04:29,429
เกิดขึ้นในปี

56
00:04:29,429 --> 00:04:31,536
1000

57
00:04:31,536 --> 00:04:33,212
ปี พศ. นะคะ

58
00:04:33,212 --> 00:04:35,065
เพราะว่า

59
00:04:35,065 --> 00:04:38,170
โปรแกรมเมอร์อันนี้

60
00:04:38,170 --> 00:04:40,826
เราเป็นคนนะคะ

61
00:04:40,826 --> 00:04:41,942
ชื่อว่า

62
00:04:41,942 --> 00:04:43,477

63
00:04:43,477 --> 00:04:47,045
นะค

64
00:04:47,045 --> 00:04:48,758
t มันเกิดจากการที่เขา

65
00:04:48,758 --> 00:04:51,184
นำภาษา

66
00:04:51,184 --> 00:04:52,424
หลายตัวมารวมกันนะคะ

67
00:04:52,424 --> 00:04:54,525
เมื่อคืนไปหยิบ

68
00:04:54,525 --> 00:04:55,997
ข้อดีของภาษาซี

69
00:04:55,997 --> 00:04:57,479
ภาษา

70
00:04:57,479 --> 00:04:58,807
ABC

71
00:04:58,807 --> 00:05:01,862
ภาษา

72
00:05:01,862 --> 00:05:03,751
unison

73
00:05:03,751 --> 00:05:04,848
พรุ่งนี้เอามา

74
00:05:04,848 --> 00:05:08,848
ไม่เชิงว่าเอามารวมแล้วเขียนนะคะ

75
00:05:12,619 --> 00:05:13,202
เอามาทำเป็นโครงสร้างหรือเทพเป็น template ใหม่

76
00:05:13,202 --> 00:05:16,140
นะคะ

77
00:05:16,140 --> 00:05:18,314
เอามาสร้างเป็นภาษาใหม่นะคะ

78
00:05:18,314 --> 00:05:19,004
ชื่อว่า python

79
00:05:19,004 --> 00:05:23,004
นะคะ

80
00:05:24,683 --> 00:05:26,307
เหตุผลที่เขาทำภาษา python ขึ้นมา

81
00:05:26,307 --> 00:05:29,773
ก็เพราะว่า

82
00:05:29,773 --> 00:05:33,773
ยุคปัจจุบันนี้นะคะ

83
00:05:34,073 --> 00:05:37,159
ไอ้พวกระบบปฏิบัติการ

84
00:05:37,159 --> 00:05:39,709
มันเริ่มมีหลายตัว ว่าอย่างนั้นเถอะ

85
00:05:39,709 --> 00:05:42,427
หรือที่เขาเรียกว่า platform นะคะ

86
00:05:42,427 --> 00:05:45,914
นอกจากคอมพิวเตอร์แล้ว

87
00:05:45,914 --> 00:05:49,914
เดี๋ยวนี้มือถือก็จัดเป็นคอมพิวเตอร์อย่างหนึ่ง

88
00:05:53,007 --> 00:05:54,380
เริ่มมีลักษณะของคอมพิวเตอร์อย่างหนึ่ง เพราะว่า

89
00:05:54,380 --> 00:05:56,781
มือถือนะคะ

90
00:05:56,781 --> 00:05:58,333
มาก่อนกดแค่เบอร์โทรนะคะ

91
00:05:58,333 --> 00:06:01,684
เพิ่มอีกหน่อยก็

92
00:06:01,684 --> 00:06:04,953
ส่งข้อความแต่ทีนี้มือถือสามารถ

93
00:06:04,953 --> 00:06:07,310
ใช้มือถือดูเว็บได้

94
00:06:07,310 --> 00:06:08,784
เข้าเว็บได้เข้าเฟซได้

95
00:06:08,784 --> 00:06:11,028
มันก็เลยเป็น

96
00:06:11,028 --> 00:06:11,848
คอมพิวเตอร์เล็ก ๆ เครื่องหนึ่ง

97
00:06:11,848 --> 00:06:14,231
นะคะ

98
00:06:14,231 --> 00:06:16,570
เขาก็เลยเรียกว่า platform

99
00:06:16,570 --> 00:06:18,731
วันนี้ปั่น มันมีหลายตัวนะคะ

100
00:06:18,731 --> 00:06:20,122
ถ่ายทอดนี้มันก็เลย

101
00:06:20,122 --> 00:06:24,056
คิดว่า

102
00:06:24,056 --> 00:06:26,346
สร้างภาษาที่มันสามารถเอาไปใช้

103
00:06:26,346 --> 00:06:28,045
ได้

104
00:06:28,045 --> 00:06:31,661
ออกนะ

105
00:06:31,661 --> 00:06:33,627
เราพัฒนาโปรแกรม 1 ตัว

106
00:06:33,627 --> 00:06:34,720
แล้วเอาไปใช้กับเครื่อง

107
00:06:34,720 --> 00:06:38,109
ได้หลายรุ่น

108
00:06:38,109 --> 00:06:42,109
ถ้าเป็นสมัยก่อนพัฒนาตัวหนึ่ง

109
00:06:43,633 --> 00:06:46,592
ตอนพัฒนาใช้ Windows

110
00:06:46,592 --> 00:06:49,065
ใช้เฉพาะเครื่องที่ทำงานบน

111
00:06:49,065 --> 00:06:52,922
ระบบปฏิบัติการ Windows นะคะ

112
00:06:52,922 --> 00:06:56,922
ใช้เฉพาะทำงานเฉพาะคอมพิวเตอร์นะคะ

113
00:06:57,423 --> 00:07:01,423
เดี๋ยวนี้ที่มือถือมีแอพพลิเคชั่นต่างๆ

114
00:07:01,793 --> 00:07:04,500
โปรแกรมที่เขาสร้างขึ้นมานะคะ

115
00:07:04,500 --> 00:07:08,500
แล้วสามารถไปใช้งานได้

116
00:07:09,052 --> 00:07:11,635
เห็นไหมคะเหมือนแอปของ App Store ใช่ไหมคะ

117
00:07:11,635 --> 00:07:13,622
ของ Microsoft หรือของ Apple

118
00:07:13,622 --> 00:07:14,938
เปิ้ลสินะ

119
00:07:14,938 --> 00:07:18,938
Apple

120
00:07:19,089 --> 00:07:21,139
นี่ถ้าใครใช้ iPhone นะคะ

121
00:07:21,139 --> 00:07:22,538
หรือ iPad

122
00:07:22,538 --> 00:07:26,538

123
00:07:41,965 --> 00:07:45,965
เขาจะ

124
00:07:47,000 --> 00:07:48,909
ช่วยสินค้าในตระกูลเขา ใช้

125
00:07:48,909 --> 00:07:52,125
เมื่อคืนใช้ได้เฉพาะ

126
00:07:52,125 --> 00:07:56,125
ใน iPhone ใน iPad อะไรอย่างนี้

127
00:07:59,494 --> 00:08:00,690
เป็น Application ส่วนมากจะเป็น Application ของ Apple จะเสียเงินใช่

128
00:08:00,690 --> 00:08:04,690
ไหมpython

129
00:08:08,708 --> 00:08:12,511
มันมีลักษณะที่เป็น open source

130
00:08:12,511 --> 00:08:15,646
คือโปรแกรมที่เปิดเพื่อให้คนอื่น

131
00:08:15,646 --> 00:08:18,524
มาพัฒนาโปรแกรมนี้ต่อยอดได้นะคะ

132
00:08:18,524 --> 00:08:22,432
คนอื่นสามารถ

133
00:08:22,432 --> 00:08:26,432
เข้ามาร่วมพัฒนาโปรแกรมนี้ได้ด้วยนะคะ

134
00:08:27,683 --> 00:08:29,482
บอกว่าวัตถุประสงค์

135
00:08:29,482 --> 00:08:33,482
หลัก ๆ

136
00:08:33,547 --> 00:08:36,561
คือมันจะเป็นภาษาคอมพิวเตอร์ที่เรียนรู้ได้ง่ายนะคะ

137
00:08:36,561 --> 00:08:38,843
ไม่มีกดมาก

138
00:08:38,843 --> 00:08:42,764
กฎเกณฑ์มากนะคะ

139
00:08:42,764 --> 00:08:46,764
ต้องใช้ไวยากรณ์ที่ซับซ้อน

140
00:08:46,883 --> 00:08:50,883
ไม่ต้องใช้คำสั่งที่ซับซ้อนมาก แต่ก็สามารถเข้าใจได้นะคะ

141
00:08:52,912 --> 00:08:53,999
ก็นำไปใช้บนระบบปฏิบัติการที่แตกต่างได้เห็นไหมคะ

142
00:08:53,999 --> 00:08:57,214
เหมือนที่บอก

143
00:08:57,214 --> 00:09:00,012
ใช้กับตระกูลของ Apple ก็ได้ ใช้กับ

144
00:09:00,012 --> 00:09:01,495
ไมโครซอฟท์ของ Windows ก็ได้

145
00:09:01,495 --> 00:09:02,696
ใช้

146
00:09:02,696 --> 00:09:04,558
Android ก็ได้

147
00:09:04,558 --> 00:09:06,987
Android ในมือถือนะ

148
00:09:06,987 --> 00:09:10,987
ฃ แล้วก็มีพวก

149
00:09:12,507 --> 00:09:14,388
ระบบปฏิบัติการอื่น เช่น ที่เป็นระบบปฏิบัติการ

150
00:09:14,388 --> 00:09:16,829
เครือข่ายเช่น Linux

151
00:09:16,829 --> 00:09:20,829
อะไรนะคะเป็นต้น

152
00:09:21,174 --> 00:09:23,275
ก็เลยเก็บมาตัวหนึ่งอ่ะ เอาไปใช้ได้หมดเลย

153
00:09:23,275 --> 00:09:24,320
คือ ครอบจักรวาล

154
00:09:24,320 --> 00:09:28,320
นั่นเองนะคะ

155
00:09:30,355 --> 00:09:32,896
ประวัติของ python แล้ว ที่เราควรจะรู้ต่อมาก็คือ

156
00:09:32,896 --> 00:09:35,213
ลักษณะของภาษา python นะคะ

157
00:09:35,213 --> 00:09:38,791
มันมีลักษณะเป็นอย่างไร

158
00:09:38,791 --> 00:09:42,237
ใครมีข้อดีข้อเสียข้อเด่นอย่างไรนะคะ

159
00:09:42,237 --> 00:09:44,129
อันนี้หนึ่งเลยลักษณะแรก

160
00:09:44,129 --> 00:09:46,830
ที่ทุก ๆ คน หรือ

161
00:09:46,830 --> 00:09:50,830
โปรแกรมโปรดปรานมากคือฟรี

162
00:09:51,397 --> 00:09:53,857
โปรแกรม โปรแกรมนะคะไม่ได้ถูก ๆ นะ

163
00:09:53,857 --> 00:09:56,799
ซื้อแล้ว

164
00:09:56,799 --> 00:09:57,699
ใช้จ่ายเงินครั้งเดียวแล้วจบ

165
00:09:57,699 --> 00:10:01,699
นึกออกนะ

166
00:10:02,182 --> 00:10:04,258
รายการที่เราจะซื้อโปรแกรมมาใช้งานเหมือนตระกูล Adobe อย่างนี้

167
00:10:04,258 --> 00:10:08,258
1 คือ

168
00:10:08,955 --> 00:10:10,629
1 ครั้งแล้วก็ต้องมีการต่ออายุ

169
00:10:10,629 --> 00:10:14,233
เขาเรียกต่ออายุนะคะ

170
00:10:14,233 --> 00:10:16,032
ก็คือเพราะอะไรเพราะเขาอ้างว่าทุกปี

171
00:10:16,032 --> 00:10:17,670
ก็จะมีการอัพเดท

172
00:10:17,670 --> 00:10:21,273

173
00:10:21,273 --> 00:10:22,686
วันที่ 6 เดือนอัพเดทไปแล้วนะคะ

174
00:10:22,686 --> 00:10:26,686
มีช่วงหนึ่ง

175
00:10:27,572 --> 00:10:30,318
3 เดือนก็อัพเดทแล้ว คือพร้อมเบรคนี้

176
00:10:30,318 --> 00:10:31,944
เตรียมตัวเสียเงินว่าอย่างนั้นเถอะนะคะ

177
00:10:31,944 --> 00:10:34,198
เพราะฉะนั้น

178
00:10:34,198 --> 00:10:38,198
programming ก็

179
00:10:39,238 --> 00:10:41,225
คือเหมือนยัง แม่เป็นอาจารย์

180
00:10:41,225 --> 00:10:45,225
ไม่ได้เอาไปหารายได้

181
00:10:48,603 --> 00:10:52,603
จะพยายามใช้ที่เป็นฟรีนะคะ

182
00:10:59,637 --> 00:11:02,048
เพราะมันไม่มีค่าใช้จ่ายไม่มีเงื่อนไขอะไรมาผูกพันนะคะ แต่ถ้าเป็นโปรแกรมที่เป็นลิขสิทธิ์

183
00:11:02,048 --> 00:11:05,126
ซื้อไปแล้ว อย่างที่บอก

184
00:11:05,126 --> 00:11:06,341
ไอ้ต่อมันก็จะ

185
00:11:06,341 --> 00:11:10,341
ใช้งาน

186
00:11:11,598 --> 00:11:13,520
ฟังก์ชันบางตัว ที่เป็นของตัวใหม่อะไรอย่างนี้ไม่ได้นะคะ

187
00:11:13,520 --> 00:11:17,451
ถ้าเกิดไปใช้

188
00:11:17,451 --> 00:11:21,451
เขาตรวจสอบเจอแล้วก็อาจจะ

189
00:11:21,605 --> 00:11:23,773
ข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ ที่มีในปัจจุบันนี้นะคะ

190
00:11:23,773 --> 00:11:26,075
ตอบมา

191
00:11:26,075 --> 00:11:28,845
พัฒนาต่อมาก็คือ

192
00:11:28,845 --> 00:11:32,175
to use and Learn

193
00:11:32,175 --> 00:11:36,175
Easy to use ก็คือใช้ง่ายนะคะ

194
00:11:36,732 --> 00:11:39,704
แล้วก็ Learn Learn คือเรียน

195
00:11:39,704 --> 00:11:42,207
อะไรก็ง่ายเรียนรู้ง่ายนะคะ

196
00:11:42,207 --> 00:11:44,156
ก็คือลักษณะโครงสร้างของมัน

197
00:11:44,156 --> 00:11:44,394
ไม่ยุ่งยากมากนะคะ

198
00:11:44,394 --> 00:11:48,394
เด็ก ๆ สามารถเรียนได้ภายในเวลาสั้น ๆ นะคะ

199
00:11:52,471 --> 00:11:56,231
มันจะเหมาะกับผู้ที่เริ่มต้น

200
00:11:56,231 --> 00:11:57,839
ก็คือถ้าใครไม่เคยเห็นโปรแกรมเลย

201
00:11:57,839 --> 00:12:01,839
นะคะ

202
00:12:03,615 --> 00:12:06,441
หรือมีใครเก็บมาแล้วไปเขียนได้นิดหน่อยอย่างนี้ก็คือ

203
00:12:06,441 --> 00:12:09,115
เริ่มต้นในการเขียนนะคะ เขาก็จะ

204
00:12:09,115 --> 00:12:12,071
เริ่มที่ภาษา python นะคะ

205
00:12:12,071 --> 00:12:13,857
ตอบมา

206
00:12:13,857 --> 00:12:17,015
General purpose

207
00:12:17,015 --> 00:12:21,015
เราโพสต์ก็คือ

208
00:12:22,081 --> 00:12:23,742
ถ้าไปตามตัว General ก็คือทั่วไปนะคะ

209
00:12:23,742 --> 00:12:26,635
แปลแบบไทย ๆ

210
00:12:26,635 --> 00:12:28,272
ภาษาก็จะสละสลวยขึ้นก็คือ

211
00:12:28,272 --> 00:12:32,272
มีความ

212
00:12:32,483 --> 00:12:36,382
เป็นภาษาแบบอเนกประสงค์

213
00:12:36,382 --> 00:12:39,149
อุปสงค์ คือ สามารถใช้ได้หลากหลายนะคะ

214
00:12:39,149 --> 00:12:40,238
ตั้งแต่

215
00:12:40,238 --> 00:12:42,465
ไม่ได้กลับ

216
00:12:42,465 --> 00:12:43,654
แอปพลิเคชันทั่วไป

217
00:12:43,654 --> 00:12:47,654
Top

218
00:12:48,657 --> 00:12:51,202
ประเทศเขาจะเรียกเครื่อง PC ว่า Desktop

219
00:12:51,202 --> 00:12:52,933
คือเครื่องตั้งโต๊ะ

220
00:12:52,933 --> 00:12:56,340
เราก็

221
00:12:56,340 --> 00:12:58,306
มือถือเขาจะเรียก mobile นะ

222
00:12:58,306 --> 00:13:02,038
พรุ่งนี้นะคะ

223
00:13:02,038 --> 00:13:04,797
แล้วถ้า Notebook ของเราน่ะ

224
00:13:04,797 --> 00:13:06,346
ประเทศเขาจะไม่เล่นด้วยหรอกนะ

225
00:13:06,346 --> 00:13:10,346
ก็ยังงงอยู่คนไทยเรียก

226
00:13:11,440 --> 00:13:12,946
เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องเล็ก ๆ

227
00:13:12,946 --> 00:13:14,224
ได้นะ

228
00:13:14,224 --> 00:13:16,374
นะคะ

229
00:13:16,374 --> 00:13:19,054
ไม่เหมือนกันนะคะ

230
00:13:19,054 --> 00:13:19,447
มันใช้ได้

231
00:13:19,447 --> 00:13:23,447
เครือข่ายก็ได้เงินด้านกราฟิกก็ได้

232
00:13:25,387 --> 00:13:28,412
นาฬิกา Fit เพราะว่า

233
00:13:28,412 --> 00:13:32,412
โดยปกตินะคะ โดยปกติแล้ว

234
00:13:32,761 --> 00:13:35,137
ภาษาคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ เขาจะใช้เอาไว้เขียนโปรแกรม

235
00:13:35,137 --> 00:13:36,346
ที่เกี่ยวกับพัฒนาระบบ

236
00:13:36,346 --> 00:13:40,346
สร้างระบบบัญชีพวกนี้นะคะ

237
00:13:45,777 --> 00:13:47,182
python นอกจากเขียนโปรแกรมระบบแล้ว

238
00:13:47,182 --> 00:13:48,536
ยังสามารถเขียน

239
00:13:48,536 --> 00:13:51,101
โปรแกรมกราฟิก

240
00:13:51,101 --> 00:13:52,427
โปรแกรมเกมอะไรแบบนี้นึกออกนะคะ

241
00:13:52,427 --> 00:13:56,427
มีความสามารถที่หลากหลายอย่างที่บอกนะคะ

242
00:14:00,144 --> 00:14:04,144
ใช้คำนวณทางวิทยาศาสตร์ได้นะคะ

243
00:14:36,230 --> 00:14:40,230
สวัสดีค่ะ

244
00:14:44,646 --> 00:14:45,793
ลักษณะต่อมา

245
00:14:45,793 --> 00:14:48,619

246
00:14:48,619 --> 00:14:50,917
Portable แปลตามศัพท์นะ

247
00:14:50,917 --> 00:14:52,653
มันจะแปลว่าพกพาได้

248
00:14:52,653 --> 00:14:54,121
แต่ความจริงแล้วคือ

249
00:14:54,121 --> 00:14:55,408
ว่า

250
00:14:55,408 --> 00:14:58,108
ย้ายดีกว่า

251
00:14:58,108 --> 00:15:02,108
เราอย่างที่บอกนะคะ

252
00:15:03,016 --> 00:15:05,488
เราพัฒนาใน Windows แต่เราเอามาใช้กับ

253
00:15:05,488 --> 00:15:06,358
เครื่อง Mac ได้

254
00:15:06,358 --> 00:15:08,619
นะคะ

255
00:15:08,619 --> 00:15:11,211
อันนี้เป็นต้นนะคะก็คือ

256
00:15:11,211 --> 00:15:14,049
ย้ายจากแพลตฟอร์ม 1

257
00:15:14,049 --> 00:15:15,362
ไปที่ eastville 1 ก็ได้

258
00:15:15,362 --> 00:15:19,341
อันนี้เป็นต้นนะคะ

259
00:15:19,341 --> 00:15:21,503
เป็นโปรแกรมที่มีลักษณะ

260
00:15:21,503 --> 00:15:22,323
เป็น Portable ขึ้นมา

261
00:15:22,323 --> 00:15:26,323
ก็คือไปอยู่ไหนก็ได้

262
00:15:28,241 --> 00:15:32,241
มันไปได้หลากหลายว่าอย่างนั้นเถอะ

263
00:15:33,980 --> 00:15:37,980
ปีนี้

264
00:15:42,613 --> 00:15:43,137
โต๊ะ 1 โต๊ะ 1 ที่

265
00:15:43,137 --> 00:15:47,109
ตอบมาไม่ได้ยินอีกแล้วนะ

266
00:15:47,109 --> 00:15:48,979
open source

267
00:15:48,979 --> 00:15:51,062
Open ก็คือเปิด

268
00:15:51,062 --> 00:15:52,683
ซอส มาจากคำว่า source Code

269
00:15:52,683 --> 00:15:54,658
ก็คือเป็น

270
00:15:54,658 --> 00:15:57,612
เราสามารถ

271
00:15:57,612 --> 00:15:59,210
เปิดเผย source Code ได้นะคะ

272
00:15:59,210 --> 00:16:01,929
เมื่อคืน

273
00:16:01,929 --> 00:16:05,929
เหมือนที่บอกไว้ในตอนต้นว่า

274
00:16:06,540 --> 00:16:10,540
ถ้ามันจะมีนำไปพัฒนาต่อ

275
00:16:10,868 --> 00:16:11,768
อื่นหรือโปรแกรมอื่นได้

276
00:16:11,768 --> 00:16:15,768
มีคนมาพัฒนาต่อจากที่เราพัฒนาไว้ได้

277
00:16:19,582 --> 00:16:23,321
เราจะไปพัฒนาต่อจากเขาได้

278
00:16:23,321 --> 00:16:26,125
ก็คือเปิดโอกาสให้โปรแกรมเมอร์คนอื่น ๆ

279
00:16:26,125 --> 00:16:30,125
น่ะค่ะ เข้ามาเขียนโปรแกรมช่วยกันได้นะคะ

280
00:16:34,923 --> 00:16:38,262
เป็นลักษณะของเขาก็คือเป็น open source

281
00:16:38,262 --> 00:16:40,200
พัฒนาต่อมาเป็นแบบ

282
00:16:40,200 --> 00:16:41,738

283
00:16:41,738 --> 00:16:43,312
Functional ฟัง

284
00:16:43,312 --> 00:16:46,338

285
00:16:46,338 --> 00:16:48,545
Functional and OOP ก็คือมาจาก

286
00:16:48,545 --> 00:16:49,822

287
00:16:49,822 --> 00:16:51,319

288
00:16:51,319 --> 00:16:55,319
ฟังก์ชันนะคะ

289
00:16:58,573 --> 00:17:02,573
คือเป็นโปรแกรมเชิงวัตถุนั่นเองคือ

290
00:17:02,930 --> 00:17:06,367
สามารถเขียนโปรแกรมได้ ในลักษณะที่เป็นโครงสร้าง

291
00:17:06,367 --> 00:17:10,367
หรือเป็นโปรแกรมเชิงวัตถุได้นะคะ

292
00:17:23,197 --> 00:17:25,117
programming GUI ย่อมาจาก Graphic

293
00:17:25,117 --> 00:17:25,767
User Interface

294
00:17:25,767 --> 00:17:26,908
นะคะ

295
00:17:26,908 --> 00:17:30,908
ทดสอบหรือการติดต่อแบบ

296
00:17:33,420 --> 00:17:34,484
ใช้งานแบบกราฟได้นะค

297
00:17:34,484 --> 00:17:37,295
ะ เดิมนี่

298
00:17:37,295 --> 00:17:38,889
การเขียนโปรแกรมเหมือนที่บอกนะคะ

299
00:17:38,889 --> 00:17:40,410
มันจะเขียน

300
00:17:40,410 --> 00:17:44,326
โปรแกรมที่ระบบด้านกราฟิก

301
00:17:44,326 --> 00:17:45,485
python

302
00:17:45,485 --> 00:17:45,710
งานกราฟฟิก

303
00:17:45,710 --> 00:17:49,710
ถือว่าเยี่ยมนะ ที่บอกว่าพัฒนาเป็นเกมได้อย่างนี้นะคะ

304
00:17:50,848 --> 00:17:54,848
ออกแบบหน้าตาให้สวยงาม

305
00:17:57,148 --> 00:18:00,773
วันที่พ่อทำออกมาเป็นแอปเป็นอะไรอย่างนี้

306
00:18:00,773 --> 00:18:04,773
ไม่ต้องตั้ง App อะไรเพิ่มเติม ได้อย่างนี้เป็นต้นนะคะ

307
00:18:07,125 --> 00:18:09,691
ลักษณะต่อมา database

308
00:18:09,691 --> 00:18:12,570
นะคะ

309
00:18:12,570 --> 00:18:14,408
คือฐานข้อมูล

310
00:18:14,408 --> 00:18:15,699
คือ

311
00:18:15,699 --> 00:18:18,788
โดยปกติ

312
00:18:18,788 --> 00:18:21,870
เวลาเขียนโปรแกรม

313
00:18:21,870 --> 00:18:23,741
ฐานข้อมูล ก็ต่างหากอะไรอย่างนี้

314
00:18:23,741 --> 00:18:27,426
เหมือนของ python

315
00:18:27,426 --> 00:18:29,052
มี Library หรือห้องสมุดนะคะ

316
00:18:29,052 --> 00:18:33,052
ที่จัดเก็บ

317
00:18:33,676 --> 00:18:37,676
ใช้สำหรับเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลนะคะ

318
00:18:39,033 --> 00:18:40,757
มันจะไปเชื่อมกับโปรแกรมฐานข้อมูล

319
00:18:40,757 --> 00:18:44,678
ตัวได้นะคะ

320
00:18:44,678 --> 00:18:48,678
เลยเหมือนมี database ในตัวนะคะ

321
00:18:51,087 --> 00:18:53,756
พัฒนาต่อมา automatic Memory  Management

322
00:18:53,756 --> 00:18:55,156
Automatic

323
00:18:55,156 --> 00:18:57,081
คืออัตโนมัติ

324
00:18:57,081 --> 00:18:59,906
Memory ก็คือความจำ

325
00:18:59,906 --> 00:19:02,042
คือการจัดการหน่วยความจำ

326
00:19:02,042 --> 00:19:06,042
จัดการความจำนี่

327
00:19:06,461 --> 00:19:09,540
python จะมีการจัดการหน่วยความจำแบบอัตโนมัตินะคะ

328
00:19:09,540 --> 00:19:11,629
มันดีอย่างไรก็คือมันจะทำให้

329
00:19:11,629 --> 00:19:15,629
ลดข้อผิดพลาดนะคะ

330
00:19:16,866 --> 00:19:19,486
ที่จะทำให้โปรแกรมทำงาน

331
00:19:19,486 --> 00:19:21,913
ก็คือไปแก้ปัญหาว่า

332
00:19:21,913 --> 00:19:23,393
ถ้าเกิดโปรแกรมทำงานผิด

333
00:19:23,393 --> 00:19:24,478
มันจะไป

334
00:19:24,478 --> 00:19:26,775
เหมือน

335
00:19:26,775 --> 00:19:28,203
เราเขียนโค้ดไป

336
00:19:28,203 --> 00:19:31,404
กดผิดน่ะ

337
00:19:31,404 --> 00:19:35,404
มันจะมีการแจ้งเตือน

338
00:19:35,859 --> 00:19:39,859
มีนั่นนี่นู่นขึ้นมานะคะ มีหน่วยความจำที่ดีนะคะ

339
00:19:40,103 --> 00:19:43,256
จะทำให้เวลาเขียนโปรแกรมไป

340
00:19:43,256 --> 00:19:45,177
นึกว่าจะเกิดขึ้นได้น้อยนั่นเองนะคะ

341
00:19:45,177 --> 00:19:46,835
อะไรโปรแกรมเมอร์

342
00:19:46,835 --> 00:19:50,835
ได้ว่าอย่างนั้นเถอะ

343
00:19:55,660 --> 00:19:58,523
อีก 2 หัวข้อนะคะ ก็คือหยุด 2 ลักษณะก็คือ

344
00:19:58,523 --> 00:20:00,357
ร้าน community and support

345
00:20:00,357 --> 00:20:01,165
ตลาดก็คือใหญ่

346
00:20:01,165 --> 00:20:04,253
รองรับชุมชน

347
00:20:04,253 --> 00:20:06,042
หรือ

348
00:20:06,042 --> 00:20:08,669
นะคะ

349
00:20:08,669 --> 00:20:12,669
สามารถ

350
00:20:13,677 --> 00:20:16,962
กลุ่มของโปรแกรมเมอร์ที่พัฒนา python

351
00:20:16,962 --> 00:20:19,489
จะสร้างเป็นกลุ่มคือเขาทำเว็บไว้เลย

352
00:20:19,489 --> 00:20:22,473
แล้วก็จะมี

353
00:20:22,473 --> 00:20:24,146
บางคนก็เข้าไปแปะโพสไว้ เพราะว่า

354
00:20:24,146 --> 00:20:25,895
คือ

355
00:20:25,895 --> 00:20:28,325
ตามหลักแล้วโปรแกรมเมอร์

356
00:20:28,325 --> 00:20:30,899
มันจะไม่ได้เขียนแค่คนเดียวนะ นึกออกนะ

357
00:20:30,899 --> 00:20:33,385
ไม่ต้องละหลายคนช่วยกันเขียน

358
00:20:33,385 --> 00:20:35,596
เพราะว่าอะไร

359
00:20:35,596 --> 00:20:38,386
เพราะว่าโปรแกรมเมอร์ 1 คน

360
00:20:38,386 --> 00:20:42,386
มันก็ต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

361
00:20:42,534 --> 00:20:44,322
เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน database อะไรอย่างนี้

362
00:20:44,322 --> 00:20:45,300
เชี่ยวชาญเฉพาะ

363
00:20:45,300 --> 00:20:49,300
เครือข่าย

364
00:20:49,738 --> 00:20:53,738
แล้วทีนี้พอเราเขียนไปเราไม่ถนัดด้านนี้

365
00:20:53,755 --> 00:20:56,075
ก็อาจจะเอาโค้ดไปแปะแล้วก็ไปขอความช่วยเหลือ

366
00:20:56,075 --> 00:21:00,075
จะบอกว่ามาทำให้เกิด

367
00:21:00,457 --> 00:21:03,261
ร้าน community ก็คือเกิดชุมชนขนาดใหญ่ขึ้น

368
00:21:03,261 --> 00:21:05,426
คือเป็นกลุ่มของโปรแกรมเมอร์นั่นเองนะคะ

369
00:21:05,426 --> 00:21:06,822
มีเข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยน

370
00:21:06,822 --> 00:21:08,903
เกี่ยวกับ

371
00:21:08,903 --> 00:21:12,903
อ่านโค้ดนั่นเองนะคะ

372
00:21:13,935 --> 00:21:16,418
และลักษณะสุดท้าย support

373
00:21:16,418 --> 00:21:19,048
Library นะคะ

374
00:21:19,048 --> 00:21:23,018
ก็คือรองรับระ

375
00:21:23,018 --> 00:21:27,018
บบ Libraried Digital ของเขานะคะ

376
00:21:27,888 --> 00:21:30,469
มันจะมีและเบอร์รี่ที่เขาสร้างขึ้น ก็คือนะคะ

377
00:21:30,469 --> 00:21:34,469
อยู่ในตัวของเขาเองอยู่แล้ว

378
00:21:35,645 --> 00:21:38,021
Built in  เหมือนในบ้านมีเฟอร์นิเจอร์บิวอิน อันนี้คือเฟอร์นิเจอร์ นั้น

379
00:21:38,021 --> 00:21:41,741
อยู่กับบ้านมาแล้วนึกออกนะคะ

380
00:21:41,741 --> 00:21:45,741
ฝังไว้ในโปรแกรมแล้วอย่างนี้นะคะ

381
00:21:45,798 --> 00:21:49,798
เหมือนเช่นเดียวกันเลยไรซ์เบอรี่ที่เป็นแบบบิ้วอิน

382
00:21:51,709 --> 00:21:52,925
ก็คือที่มีในตัวโปรแกรมอยู่แล้วนะคะ

383
00:21:52,925 --> 00:21:54,604
หรือถ้า

384
00:21:54,604 --> 00:21:58,604
โปรแกรม

385
00:21:59,617 --> 00:22:01,910
มีไม่พอก็สามารถเอาแล้วบริจาค

386
00:22:01,910 --> 00:22:05,910
ข้างนอกก็ได้

387
00:22:07,844 --> 00:22:10,215
เช่น มี library ด้านกราฟิก ก็สามารถดึงเข้ามาด้วยนะคะ

388
00:22:10,215 --> 00:22:11,458
เขาก็มีอันที่บอก

389
00:22:11,458 --> 00:22:15,458
มิตรชุมชนนะคะ

390
00:22:16,203 --> 00:22:19,030
ในชุมชนเขาก็คือ

391
00:22:19,030 --> 00:22:21,943
ถ้าเราไม่รู้เราก็ไปถามได้

392
00:22:21,943 --> 00:22:25,943
ก็จบแล้วสนามไปแล้วนะคะ

393
00:22:33,037 --> 00:22:36,591
ข้อต่อมาเราจะพูดถึง

394
00:22:36,591 --> 00:22:38,493
ให้เห็นถึงโครงสร้างอันนี้ จะให้ดูรูปแบบนะคะ

395
00:22:38,493 --> 00:22:41,866
ถ้าเราเขียน

396
00:22:41,866 --> 00:22:43,790
เขียนแบบใช้โปรแกรมที่เขียนแบบ

397
00:22:43,790 --> 00:22:47,790
เป็นล่ำเป็นสันน่ะนะคะ

398
00:22:48,192 --> 00:22:51,524
เราจะเขียนว่าจะต้องมีโครงสร้างของภาษา มันอย่างไร

399
00:22:51,524 --> 00:22:55,131
ภาพนะคะ

400
00:22:55,131 --> 00:22:58,991
ล่าสุดเลยนะคะ

401
00:22:58,991 --> 00:23:01,856
เราเรียกว่า Module นะคะ

402
00:23:01,856 --> 00:23:03,972
จะมีองค์ประกอบ 3 ส่วนหลัก ๆ ก็คือ

403
00:23:03,972 --> 00:23:06,594
ของ Module นะคะ

404
00:23:06,594 --> 00:23:10,124
ที่ 1 นะคะ

405
00:23:10,124 --> 00:23:14,124
ที่ 2 คือส่วนของ Comment

406
00:23:14,754 --> 00:23:18,006
แล้วส่วนที่ 3 คือส่วนของ statement

407
00:23:18,006 --> 00:23:22,006
แต่ละส่วนมีความสำคัญอย่างไร

408
00:23:23,113 --> 00:23:24,478
ดูรูปแล้ว

409
00:23:24,478 --> 00:23:26,416
จำไว้นะคะ

410
00:23:26,416 --> 00:23:30,416
ตอนแรกมาดูนี่

411
00:23:30,503 --> 00:23:33,022
คือ First dot  คืออะไร

412
00:23:33,022 --> 00:23:36,199
นะคะ

413
00:23:36,199 --> 00:23:40,199
ก็คือจะเป็นส่วนที่เป็น

414
00:23:41,251 --> 00:23:43,374
ระบบหรือโปรแกรมใหญ่ของเรานั่นเองนะคะ

415
00:23:43,374 --> 00:23:46,467
เมื่อคืน

416
00:23:46,467 --> 00:23:48,372
ในโมดุลนั้นจะต้องมีส่วนของคลาส

417
00:23:48,372 --> 00:23:49,658
ก็คือใช้เขียนโปรแกรมแบบ

418
00:23:49,658 --> 00:23:51,570
OOP

419
00:23:51,570 --> 00:23:53,303
เราก็จะต้องมีปิดนะคะ

420
00:23:53,303 --> 00:23:56,293
ใช้เขียนแบบ

421
00:23:56,293 --> 00:23:58,230
มีฟังก์ชัน

422
00:23:58,230 --> 00:24:00,345
ก็คือจะเป็นฟังก์ชัน แบบ

423
00:24:00,345 --> 00:24:02,573
แบตเตอรี่ก็ได้นะคะ

424
00:24:02,573 --> 00:24:04,890
คือเป็นการใช้งานแบบ

425
00:24:04,890 --> 00:24:08,109
Library ของเขาได้นะคะ

426
00:24:08,109 --> 00:24:11,676
เมื่อเช้านี้เรายังสามารถใช่ไหมคะ

427
00:24:11,676 --> 00:24:15,042
คือนอกจากเป็นโมเดลที่เราสร้างแล้ว

428
00:24:15,042 --> 00:24:16,906
เป็นโมเดลที่เราสามารถไปนำ

429
00:24:16,906 --> 00:24:19,929
นำมาใช้

430
00:24:19,929 --> 00:24:23,470
remini สร้างไว้แล้วนะคะ

431
00:24:23,470 --> 00:24:25,430
เราก็ไปเรียกใช้โมดุลนั้นเข้ามา

432
00:24:25,430 --> 00:24:26,639
จำกราฟฟิก

433
00:24:26,639 --> 00:24:29,138
นั่นหมายถึงว่า

434
00:24:29,138 --> 00:24:33,138
ถ้าเราต้องการเขียนโปรแกรมด้านกราฟิก

435
00:24:33,720 --> 00:24:37,720
เราก็สามารถไปเขียนได้ใช้ Module นั้นขึ้นมาได้นะคะ

436
00:24:38,232 --> 00:24:41,420
เขียนในตัวอย่างคำว่า First

437
00:24:41,420 --> 00:24:44,559
.py คือจะเป็นดูนะของโปรแกรมเรา

438
00:24:44,559 --> 00:24:47,405
เราตั้งชื่อว่า First.py นะคะ

439
00:24:47,405 --> 00:24:51,405
นั่นคือส่วนของโมดุล

440
00:24:52,566 --> 00:24:54,482
ง่าย ๆ สรุปง่าย ๆ ก็คือมันคือไฟล์โปรแกรมเรานั่นเองนะคะ

441
00:24:54,482 --> 00:24:58,231
1 ไฟล์นั่นเองนะคะ

442
00:24:58,231 --> 00:24:59,456
มาดูสวนตอบมา

443
00:24:59,456 --> 00:25:03,456
คือ

444
00:25:05,365 --> 00:25:07,737
ย้ำเสมอ ว่า Comment มีส่วนสำคัญสำคัญอย่างไร

445
00:25:07,737 --> 00:25:11,511
Comment น่าจะเป็นตัวที่บาย

446
00:25:11,511 --> 00:25:15,511
เอาไว้อธิบายการทำงานของโปรแกรมเรานั่นเองนะคะ

447
00:25:17,384 --> 00:25:19,341
โปรแกรมเราเช่นเหมือนตรงนี้เป็นส่วนที่จำกัดตัวแปร

448
00:25:19,341 --> 00:25:22,512
เราก็ใส่ comment เข้าไป

449
00:25:22,512 --> 00:25:26,512
แล้วเราก็ใส่คำอธิบายไปว่า

450
00:25:28,699 --> 00:25:30,129
ประกาศตัวแปร ว่าอันนี้สำหรับทำอันนี้มันจะดีอย่างไร

451
00:25:30,129 --> 00:25:32,652
ไม่นึกถึงเมื่อ

452
00:25:32,652 --> 00:25:36,652
การที่เราต้องการ หรือ

453
00:25:38,972 --> 00:25:40,199
โปรแกรมเรามีปัญหาแล้วเราจะไปแก้ที่ 1  เรารู้แล้วว่า

454
00:25:40,199 --> 00:25:41,666
ถ้าเรา

455
00:25:41,666 --> 00:25:44,308
เขียนเอง

456
00:25:44,308 --> 00:25:48,308
ที่มันผิดมักจะเกิดจากอะไร

457
00:25:50,158 --> 00:25:52,617
ถ้าเรามี comment แล้วเราจะไปถูกเราจะรู้เลยว่าตรงจุดนี้ comment  นี้

458
00:25:52,617 --> 00:25:56,617
เราทำอะไรกับมัน

459
00:26:00,090 --> 00:26:01,984
บ่มีส่วนของอะไรมีฟังก์ชันอยู่ตรงนี้ไหมมีคลาสอยู่ตรงนี้ไหม มีเงื่อนไขตรงนี้ไหมนึกออกนะคะ

460
00:26:01,984 --> 00:26:04,016
comment มันจะเป็นตัว

461
00:26:04,016 --> 00:26:05,249
ช่วยในการที่

462
00:26:05,249 --> 00:26:06,943
โปรแกรมเมอร์

463
00:26:06,943 --> 00:26:08,941
เอาไว้

464
00:26:08,941 --> 00:26:10,349
ใช้เวลาตรวจสอบ

465
00:26:10,349 --> 00:26:11,843
หรือ

466
00:26:11,843 --> 00:26:15,562
ถึงว่า

467
00:26:15,562 --> 00:26:17,392
ตัวแปรนี้ เราตั้งไปทำไมนะ

468
00:26:17,392 --> 00:26:18,419
เพราะ

469
00:26:18,419 --> 00:26:20,079
เด็ก ๆ น่ะ

470
00:26:20,079 --> 00:26:24,079
ตำราเรียน

471
00:26:24,589 --> 00:26:27,130
A B A B

472
00:26:27,130 --> 00:26:30,939
โปรแกรมใช้ a กับ

473
00:26:30,939 --> 00:26:33,519
นี่คืออะไรไม่ออกนะคะ

474
00:26:33,519 --> 00:26:36,613
\ เวลาตั้งชื่อโปรแกรม

475
00:26:36,613 --> 00:26:40,613
ควรจะ Search Google

476
00:26:40,642 --> 00:26:44,312
หาคำภาษาอังกฤษให้มันสอดคล้องกับคำแปล

477
00:26:44,312 --> 00:26:48,312
ไม่ตรงกับภาษาไทยนะค

478
00:26:49,936 --> 00:26:51,637
t มันจะยาวไปหน่อยก็ยังดีกว่ามันจะทำให้เราไปแก้โค้ดได้ง่าย ๆ

479
00:26:51,637 --> 00:26:52,979
จะได้ง่ายกว่า

480
00:26:52,979 --> 00:26:54,086
A กับ B น่ะค่ะ

481
00:26:54,086 --> 00:26:58,086
comment ก็

482
00:27:01,555 --> 00:27:05,555
คือมีส่วนสำคัญนะคะ ก็คือไม่ควรขาดไม่ควรทิ้งไปนะครับ

483
00:27:06,880 --> 00:27:09,600
คือ มันไม่ได้เอาไปมวนผลนะ แต่ว่ามันจะเป็นเป็นตัวช่วยเหมือนว่าทำไม

484
00:27:09,600 --> 00:27:09,827
Facebook และติดแฮชแท็ก

485
00:27:09,827 --> 00:27:13,827
comment เราก็ติด

486
00:27:14,358 --> 00:27:18,358
ก็เหมือนจะเป็นการเตือน หรือกระตุ้น

487
00:27:19,728 --> 00:27:20,639
ในโซเชียล ใช่ไหม

488
00:27:20,639 --> 00:27:22,301
Attack

489
00:27:22,301 --> 00:27:25,138
เรื่องนั้นเรื่องนี้

490
00:27:25,138 --> 00:27:27,097
เน้นหัวข้อว่าอย่างนั้นเถอะ

491
00:27:27,097 --> 00:27:30,902
เลือกเน้นเรื่องนั้น

492
00:27:30,902 --> 00:27:34,044
ประมาณนี้นะครับ

493
00:27:34,044 --> 00:27:35,816
ใส่เครื่องหมายในภาษาคอมพิวเตอร์ เขาเรียก

494
00:27:35,816 --> 00:27:39,816
นะครับนะคะ

495
00:27:41,199 --> 00:27:42,818
ในภาษาเด็กยุคใหม่

496
00:27:42,818 --> 00:27:44,613
ใหม่

497
00:27:44,613 --> 00:27:47,338
คนนี้

498
00:27:47,338 --> 00:27:51,338
เด็ก ๆ จะเรียกว่าแท็กนะคะ

499
00:27:55,671 --> 00:27:58,120
ตอบมาส่วนที่ 3 ส่วนนี้ขาดไม่ได้เราจะเขียนโปรแกรมนี้ ได้ก็ต่อเมื่อ

500
00:27:58,120 --> 00:28:00,297
เรามี statement

501
00:28:00,297 --> 00:28:02,147
statement ก็คือส่วนของ

502
00:28:02,147 --> 00:28:04,520
นี่เป็นคำสั่งเห็นไหมคะ

503
00:28:04,520 --> 00:28:07,579
ไอ้โปรแกรมมันทำงาน

504
00:28:07,579 --> 00:28:11,462
เราจะเข้าไปเขียน

505
00:28:11,462 --> 00:28:13,471
พลังในตัวนี้ในส่วน statement  นี้

506
00:28:13,471 --> 00:28:14,946
ที่นี่

507
00:28:14,946 --> 00:28:16,641
โดยปกติ

508
00:28:16,641 --> 00:28:18,652
ใน python

509
00:28:18,652 --> 00:28:20,826
เวลา

510
00:28:20,826 --> 00:28:24,826
เวลาจะจบ

511
00:28:25,109 --> 00:28:26,691
คำสั่งการทำงานใน 1 คำสั่งนี่นะคะ

512
00:28:26,691 --> 00:28:30,691
เขาก็จะใช้

513
00:28:30,941 --> 00:28:33,890
การขึ้นบรรทัดใหม่

514
00:28:33,890 --> 00:28:36,856
แล้ว ก็มีอีกแบบหนึ่งก็คือ

515
00:28:36,856 --> 00:28:40,856
ไซส์ senegal  คือถ้าเป็นแต่ก่อน

516
00:28:43,500 --> 00:28:46,704
ให้เด็ก ๆ ดู ที่ความแตกต่างของตัวที่ 1 กับตัวที่ 2 ที่

517
00:28:46,704 --> 00:28:50,704
Drive C เรื่องไว้

518
00:28:50,862 --> 00:28:53,743
ตัวอย่างที่ 1 ก็บอกว่า

519
00:28:53,743 --> 00:28:57,743
python โดยปกติ

520
00:29:00,655 --> 00:29:04,490
มันสั่งลบ 1 อัน แล้วก็กด Enter นั่นหมายความว่า

521
00:29:04,490 --> 00:29:07,238
เสร็จแล้ว 1 คำสั่ง เป็น

522
00:29:07,238 --> 00:29:11,238
1 คำสั่งนึกออกนะ

523
00:29:11,716 --> 00:29:13,515
เอาบรรทัดนี้ บรรทัดที่ 2 ต่อมา

524
00:29:13,515 --> 00:29:14,665
print คำสั่งที่ 2

525
00:29:14,665 --> 00:29:17,214
ออกนะ

526
00:29:17,214 --> 00:29:19,962
อาทิตย์นี้

527
00:29:19,962 --> 00:29:23,962
ความสามารถ

528
00:29:24,784 --> 00:29:26,428
ถ้าเขียนแบบมี 2 คำสั่ง ในบรรทัดเดียวกัน

529
00:29:26,428 --> 00:29:29,673
เขาจะใช้

530
00:29:29,673 --> 00:29:33,196
ไม่มีคนรอบข้างไว้เห็นไหมค

531
00:29:33,196 --> 00:29:34,178
ะ มาด้วยใส่ นี่คือคำสั่งที่ 1

532
00:29:34,178 --> 00:29:38,178
มันบอกให้โปรแกรม รู้ว่าทำเสร็จแล้ว คำสั่งนี้

533
00:29:47,682 --> 00:29:51,682

534
00:29:53,407 --> 00:29:57,407

535
00:29:58,773 --> 00:30:02,773
ตัวที่ 2 ไม่มี เพราะว่าอะไรเพราะว่าไม่ได้มีคำสั่ง ของ

536
00:30:06,352 --> 00:30:09,964
ในกรณีที่มีคำสั่งต่อกันอย่างที่ 2 เด็ก ๆ ก็เอาเครื่องหมายเซมิโคลอนมาคั่น

537
00:30:09,964 --> 00:30:11,229
วิธีเขียนที่ดี

538
00:30:11,229 --> 00:30:12,903
ควรจะเขียน

539
00:30:12,903 --> 00:30:16,105
หมด 1 บรรทัด

540
00:30:16,105 --> 00:30:17,401
คำสั่งต่อ 1 บรรทัด

541
00:30:17,401 --> 00:30:20,600
เพราะอะไร

542
00:30:20,600 --> 00:30:24,600
อย่างนี้ มันจะช่วยให้รันง่ายกว่า

543
00:30:25,018 --> 00:30:26,997
เป็นพืดอย่างนี้ให้พี่ถึงเวลาที่เราเอา

544
00:30:26,997 --> 00:30:30,997
เอกสารอะไร

545
00:30:32,213 --> 00:30:35,090
แล้วมันไม่มีการเว้นวรรคประโยค ที่ออก

546
00:30:35,090 --> 00:30:37,297
ยาวติดกันไปเป็นพืดเลย

547
00:30:37,297 --> 00:30:41,297
เห็นแล้วก็

548
00:30:41,719 --> 00:30:43,049
ผมไม่อยากให้ตรวจคำผิดจะหาเจอไหม

549
00:30:43,049 --> 00:30:47,049
หลวงตา มหาบัว ได้ที่นี้

550
00:30:50,874 --> 00:30:54,874
ทำไม่เป็น

551
00:30:55,579 --> 00:30:57,323
หลวงตามหาบัว อ่านได้ 2 แบบถูกไหม

552
00:30:57,323 --> 00:30:58,475
อย่างนี้เป็นต้นนะคะ

553
00:30:58,475 --> 00:31:01,833
เท่านั้น

554
00:31:01,833 --> 00:31:05,833
อยากที่ 2 จะไม่นิยม

555
00:31:07,007 --> 00:31:08,799
ในกรณีที่คำสั่งมีเยอะ มันจะ

556
00:31:08,799 --> 00:31:10,187
เขียนต่อ ๆ

557
00:31:10,187 --> 00:31:14,187
มันดูยาก

558
00:31:14,335 --> 00:31:17,514
เพราะเวลาไปแก้ Code มันจะยากเพราะอะไร เพราะ

559
00:31:17,514 --> 00:31:20,708
โปรแกรมมันจะมีตั๋ว

560
00:31:20,708 --> 00:31:24,313
จะให้ไปบรรทัดที่นึกออกนะ

561
00:31:24,313 --> 00:31:28,313
มันจะพาเราไปบรรทัดที่เกิด error

562
00:31:28,683 --> 00:31:32,683
แล้วถ้าในบรรทัดนั้น มันมีหลายคนสั่งน่ะ

563
00:31:33,375 --> 00:31:35,232
แล้วเราจะรู้ทำไมว่ามันจะมีคำสั่งไหน

564
00:31:35,232 --> 00:31:39,232
เราก็ต้องมาไล่อีกใช่ไหม

565
00:31:39,309 --> 00:31:41,334
ถ้าเป็นบรรทัด 1 คำสั่งตอนบรรทัด

566
00:31:41,334 --> 00:31:42,955
จะรู้ว่า อ๋อ

567
00:31:42,955 --> 00:31:45,987
บรรทัดที่ 7-8

568
00:31:45,987 --> 00:31:48,793
มันก็จะได้ง่ายขึ้นนะคะ

569
00:31:48,793 --> 00:31:52,485
พัฒนาเขียน

570
00:31:52,485 --> 00:31:55,659
เขียน 1 คำสั่ง for 1 บรรทัด

571
00:31:55,659 --> 00:31:57,848
วันนี้ พร้อมจะ

572
00:31:57,848 --> 00:32:00,101
ปฏิบัติแล้วหรือยัง

573
00:32:00,101 --> 00:32:02,594
เสีย

574
00:32:02,594 --> 00:32:04,085
เวลาเด็ก ๆ  พักเบรคก่อน

575
00:32:04,085 --> 00:32:05,978
นะ

576
00:32:05,978 --> 00:32:08,742
พี่ล่ามก็จะได้เบรค

577
00:32:08,742 --> 00:32:11,993
ก่อน อื่นเด็ก ๆ เปิดโปรแกรมค่ะ

578
00:32:11,993 --> 00:32:13,785
ด่านแรก ๆ

579
00:32:13,785 --> 00:32:15,695
เราลงโปรแกรมไปแล้วนะ

580
00:32:15,695 --> 00:32:18,016
เพราะฉะนั้น

581
00:32:18,016 --> 00:32:22,016
เราจะต้องเปิดโปรแกรมไว้

582
00:32:22,549 --> 00:32:26,549
เพราะเราจะเริ่มเขียนโปรแกรมนะคะ

583
00:32:26,714 --> 00:32:30,115
จะเริ่มเข้าสู่

584
00:32:30,115 --> 00:32:34,115
นักเขียนโปรแกรมแล้วเดี๋ยวย้อนกลับไปก่อน

585
00:32:34,831 --> 00:32:36,569
ให้ไปเข้าห้องน้ำห้องท่าก่อน ให้เรียบร้อยก่อนนะคะ

586
00:32:36,569 --> 00:32:38,379
เด็กมา

587
00:32:38,379 --> 00:32:42,209
ไม่มีต่อนะคะ

588
00:32:42,209 --> 00:32:43,859
โปรแกรมที่เราจะใช้ชื่อว่า

589
00:32:43,859 --> 00:32:47,409
Python ใช้

590
00:32:47,409 --> 00:32:51,409
เดี๋ยวนะขอตัดภาพก่อน

591
00:32:57,750 --> 00:33:01,750
เด็ก ๆ ใช้เครื่องมือค้นหาก็ได้นะคะ ค้นหาโปรแกรม

592
00:33:03,492 --> 00:33:05,786
แล้วพิมพ์คำว่า python  py

593
00:33:05,786 --> 00:33:09,786
พิมพ์ พิมพ์ตัว P

594
00:33:11,681 --> 00:33:15,681
ใช้เครื่องมือค้นหาแล้วก็พิมพ์ตัว P

595
00:33:16,626 --> 00:33:20,626
ทำไมเป็นภาษาไทย P-Y นะคะ

596
00:33:23,530 --> 00:33:27,530
ภาษาไทยหรอ py

597
00:33:30,287 --> 00:33:32,263
P-y-t-h-o-n ก็ขึ้นแล้ว นะ

598
00:33:32,263 --> 00:33:36,263
โลโก้

599
00:33:37,190 --> 00:33:38,805
หลวงพ่อนองแล้วก็เล่นได้เลยนะคะ

600
00:33:38,805 --> 00:33:42,805
ใช่หรือเปล่า

601
00:33:43,200 --> 00:33:45,087
เป็นตัว P กับตัวไว้ก่อน ปัญหา

602
00:33:45,087 --> 00:33:46,440
พี่ว่าแล้วยังไม่เจออีก

603
00:33:46,440 --> 00:33:47,163

604
00:33:47,163 --> 00:33:51,163
ถ้าพิมพ์เจอแล้ว

605
00:33:58,253 --> 00:34:02,253
กำลังต่อไปได้

606
00:34:05,889 --> 00:34:07,098
ไปเข้าห้องน้ำพักผ่อน

607
00:34:07,098 --> 00:34:10,579
ไม่ใช่

608
00:34:10,579 --> 00:34:12,333
10 นาทีนะคะให้เวลา 10 นาที

609
00:34:12,333 --> 00:34:16,333
แล้วเดี๋ยวค่อยมาอันนี้จะได้ตั้งใจทำ

610
00:34:22,709 --> 00:34:23,729
ไปจะไปเข้าห้องน้ำหนักได้บ้าง

611
00:34:23,729 --> 00:34:27,729
ประกอบ

612
00:34:28,738 --> 00:34:30,440
เพราะเดี๋ยวตอนไม่ต้องเกิดจาก

613
00:34:30,440 --> 00:34:32,771
ลูกหน้าห้องน้ำหลุดไหม

614
00:34:32,771 --> 00:34:35,576
น้ำมันเบรคก่อน

615
00:34:35,576 --> 00:34:37,234
พี่ล่าม 10 นาทีนะคะ

616
00:34:37,234 --> 00:34:41,234
ค่ะ ขอบคุณค่ะ

617
00:34:56,002 --> 00:35:00,002
โอเคค่ะ

618
00:35:05,720 --> 00:35:09,720
พร้อมนะคะ เด็ก ๆ

619
00:35:10,212 --> 00:35:14,212
เดี๋ยวเราจะลองมาเขียนนะคะ

620
00:35:16,116 --> 00:35:17,637
ยังไม่ได้เขียนนะครับ

621
00:35:17,637 --> 00:35:21,637
โครงสร้าง

622
00:35:21,982 --> 00:35:25,741
เขียนคำสั่ง จากนั้นเดี๋ยวเราจะดูว่า

623
00:35:25,741 --> 00:35:27,622
คำสั่ง ที่เราจะใช้การเขียนวันนี้คือวันอะไร ถึงได้นะ

624
00:35:27,622 --> 00:35:30,716
อัลกอริทึม

625
00:35:30,716 --> 00:35:34,716
ก็จะมีที่เห็นบ่อย ๆ

626
00:35:35,162 --> 00:35:35,893
หรือแสดงถึงนั่นเองครับแสดงผล

627
00:35:35,893 --> 00:35:39,858
ภาษาคอม นี่

628
00:35:39,858 --> 00:35:43,858
มันจะเรียกว่าฟังก์ชันแสดงผลนะค

629
00:35:44,855 --> 00:35:47,175
ะ เรียกว่า

630
00:35:47,175 --> 00:35:49,337
print function นะคะ

631
00:35:49,337 --> 00:35:53,337
เพราะอะไร

632
00:35:54,482 --> 00:35:58,482
ฟังก์ชันนี้มันโดนใช้งานบ่อย เพราะ

633
00:35:59,973 --> 00:36:02,477
เมื่อเราจะต้องให้คอมพิวเตอร์มาแสดงผล เราก็ต้องเรียกใช้

634
00:36:02,477 --> 00:36:03,474
สั่งปริ้นนะคะ

635
00:36:03,474 --> 00:36:07,474
จะใช้ในการแสดงผล

636
00:36:07,515 --> 00:36:11,515
พากันออกทางจอภาพ

637
00:36:12,047 --> 00:36:13,588
วิธีการใช้ฟังก์ชันนี้ก็คือพิมพ์คำว่า Print

638
00:36:13,588 --> 00:36:15,848
นะคะ

639
00:36:15,848 --> 00:36:17,506
เราจะต้องพิมพ์คำว่า Print

640
00:36:17,506 --> 00:36:19,476
P-R-I-N-E

641
00:36:19,476 --> 00:36:22,368
แล้วใส่คำว่า

642
00:36:22,368 --> 00:36:26,368
วงเล็บเปิดวงเล็บปิด

643
00:36:27,227 --> 00:36:29,792
สังเกตง่าย ๆ ในภาษา python ถ้า

644
00:36:29,792 --> 00:36:33,792
คำสั่งใดคำสั่งหนึ่ง

645
00:36:37,247 --> 00:36:39,091
มีวงเล็บเปิดปิดนั่นก็คือคำสั่งนั้นเป็นฟังก์ชันนะคะ

646
00:36:39,091 --> 00:36:40,472
พี่ให้เปิด

647
00:36:40,472 --> 00:36:44,472
โปรแกรม

648
00:36:45,857 --> 00:36:48,859
ที่เราดาวน์โหลดไว้ตั้งแต่สัปดาห์แรก ๆ ไว้นะคะ

649
00:36:48,859 --> 00:36:51,484
เปิดหน้าต่างโปรแกรมนั้น

650
00:36:51,484 --> 00:36:53,659
ตอนนี้เราจะ

651
00:36:53,659 --> 00:36:57,659
คำสั่ง Print

652
00:36:57,721 --> 00:37:00,496
ทางเขาเรียกว่า

653
00:37:00,496 --> 00:37:02,427
ที่เป็นแบบ

654
00:37:02,427 --> 00:37:05,437
แจ๋ว Command

655
00:37:05,437 --> 00:37:07,953
ก็คือ

656
00:37:07,953 --> 00:37:10,569
ลิ้นเป็นบรรทัด บรรทัดไป

657
00:37:10,569 --> 00:37:14,425
ไม่ได้เป็นแบบโปรแกรม ทำโปรแกรมนะคะ

658
00:37:14,425 --> 00:37:16,644
เปิดหน้าต่างโปรแกรมนั้นเข้ามานะคะ

659
00:37:16,644 --> 00:37:20,644
ตรงที่

660
00:37:25,294 --> 00:37:29,294
มีสีขาวกระพริบ หรือเคอร์เซอร์กระพริบ

661
00:37:30,154 --> 00:37:34,154
นะคะ

662
00:37:34,499 --> 00:37:36,003
อันดับแรก

663
00:37:36,003 --> 00:37:38,853
Print

664
00:37:38,853 --> 00:37:40,804
เพื่อใช้เราจะ

665
00:37:40,804 --> 00:37:44,465
print เพื่อแสดงชื่อของเรา

666
00:37:44,465 --> 00:37:46,603
ขณะนี้เครื่องหมายวงเล็บ

667
00:37:46,603 --> 00:37:50,033
ก่อน อื่น

668
00:37:50,033 --> 00:37:51,428
จะต้องพิมพ์ตัวคำสั่งก่อนพิมพ์ตัว

669
00:37:51,428 --> 00:37:55,428

670
00:38:01,538 --> 00:38:04,234
แล้วก็ใส่เครื่องหมายวงเล็บเปิดวงเล็บปิด พร้อมกัน

671
00:38:04,234 --> 00:38:05,694
วงเล็บปิดวงเล็บปิด

672
00:38:05,694 --> 00:38:09,694
กด 0 เฉยเลย

673
00:38:10,133 --> 00:38:14,133
เดี๋ยวขยายขนาดตัวอักษรให้ รอแป๊บนึง

674
00:38:18,496 --> 00:38:19,142
ตั้งค่า

675
00:38:19,142 --> 00:38:23,142
Font

676
00:38:26,753 --> 00:38:30,753
แป๊บนึงนะคะเด็ก ๆ

677
00:38:31,141 --> 00:38:31,994
ไม่ขยายให้น่ะ

678
00:38:31,994 --> 00:38:35,994
ทำไมไม่ขยาย

679
00:38:38,067 --> 00:38:42,067
ไม่ขยายให้นะ

680
00:38:53,689 --> 00:38:57,689
สว่างไปเดี๋ยวๆ

681
00:39:18,770 --> 00:39:22,770
set ให้ใหม่นะแป๊บนึง

682
00:39:25,092 --> 00:39:27,681
Colour เอาสีอะไรดี กลัวมองไม่เห็น

683
00:39:27,681 --> 00:39:30,696
สีดำนี่ล่ะนะ

684
00:39:30,696 --> 00:39:33,588
โอเคไหม เห็นหรือยัง

685
00:39:33,588 --> 00:39:34,999
ไปอยู่

686
00:39:34,999 --> 00:39:37,136
30

687
00:39:37,136 --> 00:39:39,776
เดี๋ยวเพิ่มไป

688
00:39:39,776 --> 00:39:43,776
OK

689
00:39:47,530 --> 00:39:49,528
เห็นแล้วนะ

690
00:39:49,528 --> 00:39:50,472
พิมพ์คำว่า

691
00:39:50,472 --> 00:39:50,652
Print

692
00:39:50,652 --> 00:39:54,022
เอามาใส่วงเล็บเปิด

693
00:39:54,022 --> 00:39:58,022
สังเกตที่ตำแหน่งเคอร์เซอร์กระพริบ

694
00:40:00,511 --> 00:40:02,074
ที่นี่ในวงเล็บ

695
00:40:02,074 --> 00:40:02,364
เครื่องหมายคำพูด

696
00:40:02,364 --> 00:40:06,364
เครื่องหมายคำพูด

697
00:40:08,409 --> 00:40:10,781
ก็ได้

698
00:40:10,781 --> 00:40:13,211
ต่างกันนะ

699
00:40:13,211 --> 00:40:15,214
มีวงเล็บใช่ไหม

700
00:40:15,214 --> 00:40:17,558
เสร็จแล้วในวงเล็บ

701
00:40:17,558 --> 00:40:20,970
เครื่องหมายคำพูด

702
00:40:20,970 --> 00:40:22,102
พิมพ์เครื่องหมายคำพูดลงไป

703
00:40:22,102 --> 00:40:25,194
เพราะ

704
00:40:25,194 --> 00:40:27,734
พวกเราว่าถ้าเราจะแสดงข้อความ

705
00:40:27,734 --> 00:40:29,466
ในคอมพิวเตอร์นี่

706
00:40:29,466 --> 00:40:32,878
มันจะใช้

707
00:40:32,878 --> 00:40:34,650
ต้องใส่เครื่องหมายคำพูดแบบนี้

708
00:40:34,650 --> 00:40:35,284
2 อัน

709
00:40:35,284 --> 00:40:39,284
ทีนี้ใส่อะไร ใส่ชื่อตัวเองลงไปค่ะ

710
00:40:42,239 --> 00:40:46,239
อยากเห็นชื่อตัวเองพิมพ์ชื่อตัวเองลงไป

711
00:40:50,730 --> 00:40:54,730
font ภาษาไทยไม่ได้พิมพ์ชื่อภาษาอังกฤษไว้ก่อนนะ ยังไม่ได้ตั้งค่า font เดี๋ยวค่อยไปตั้งค่าทีหลัง

712
00:40:55,117 --> 00:40:59,117
เอายาว ๆ จะได้เห็น

713
00:41:10,699 --> 00:41:14,699
ถ้าเมื่อไหร่ที่เด็ก ๆ ต้องการจะให้

714
00:41:16,337 --> 00:41:19,344
แสดงผลข้อความ

715
00:41:19,344 --> 00:41:22,992
ในวงเล็บนี่

716
00:41:22,992 --> 00:41:25,108
เป็นนี่คือตัวคำสั่ง

717
00:41:25,108 --> 00:41:29,018
แล้วในวงเล็บคือส่วน

718
00:41:29,018 --> 00:41:33,018
จะให้คอมพิวเตอร์มาแสดง เพราะฉะนั้น

719
00:41:34,680 --> 00:41:38,327
เมื่อต้องการให้แสดงสิ่งที่เป็นข้อความนี่ เด็ก ๆ จะต้องใช้เครื่องหมายคำพูด

720
00:41:38,327 --> 00:41:38,582
เรียกว่า

721
00:41:38,582 --> 00:41:41,861
Double Quote ก็คือ

722
00:41:41,861 --> 00:41:45,090
มี 2 ขีด

723
00:41:45,090 --> 00:41:46,916

724
00:41:46,916 --> 00:41:50,621
Single Quote ที่มีขีดเดียว

725
00:41:50,621 --> 00:41:54,621
นะคะ

726
00:41:59,076 --> 00:42:02,465
เสร็จแล้วเมื่อเสร็จแล้วนะคะ ไม่เลื่อนเคอร์เซอร์ไปที่ท้ายบรรทัดนะคะ

727
00:42:02,465 --> 00:42:05,293
ตำแหน่ง

728
00:42:05,293 --> 00:42:09,007
แล้วกด enter

729
00:42:09,007 --> 00:42:12,131
มันจะต้องแสดงชื่อของเด็ก ๆ ในบรรทัดต่อมา

730
00:42:12,131 --> 00:42:16,131
อ้าวลองกด Enter ค่ะ

731
00:42:18,492 --> 00:42:18,685
จะไม่แสดงผล

732
00:42:18,685 --> 00:42:22,685
นะคะ

733
00:42:28,783 --> 00:42:32,688
เห็นไหมแสดงชื่อแล้ว

734
00:42:32,688 --> 00:42:36,688
ไปขีดขาวกระพริบน่ะ เห็นไหม

735
00:42:38,296 --> 00:42:42,296
นั่นคือเครื่อง

736
00:42:44,789 --> 00:42:48,789
ไหน ใครไม่มีชื่อตัวเองขึ้น

737
00:43:02,666 --> 00:43:06,666
สิ่งที่จะแสดงออกมา ก็คือสิ่งที่อยู่ในวงเล็บ

738
00:43:18,584 --> 00:43:19,544
บอกแล้วตัว

739
00:43:19,544 --> 00:43:23,359

740
00:43:23,359 --> 00:43:26,831
print นั่นคือคำสั่งสิ่งที่อยู่ในวงเล็บ ก็คือ

741
00:43:26,831 --> 00:43:29,197
สิ่งที่เราจะให้คอมพิวเตอร์มันแสดงออกมา

742
00:43:29,197 --> 00:43:30,234
ก็บอกไปแล้วว่าให้แสดง

743
00:43:30,234 --> 00:43:34,234
ถ้าเป็นข้อความ ก็คือตัวอักษรเราจะต้องใช้

744
00:43:39,195 --> 00:43:40,921
ใส่เครื่องหมายคำพูด เดี๋ยวลองใหม่

745
00:43:40,921 --> 00:43:44,055
ถ้าเป็นตัวเลข

746
00:43:44,055 --> 00:43:47,374
เด็ก ๆ ลองพิมพ์ตัวเลขนะคะ

747
00:43:47,374 --> 00:43:51,162
เอาอะไรดี

748
00:43:51,162 --> 00:43:53,013
เอาเลขเลข

749
00:43:53,013 --> 00:43:57,013
รหัส

750
00:43:57,501 --> 00:44:01,501
ประชาชนเด็ก ๆ ก็ได้เพราะฉะนั้น

751
00:44:01,885 --> 00:44:04,987
เหมือนเดิมคำสั่ง print คำสั่งในภาษา python

752
00:44:04,987 --> 00:44:07,704
พิมพ์ด้วยตัวเล็กเสมอ

753
00:44:07,704 --> 00:44:10,698
p-

754
00:44:10,698 --> 00:44:13,122
r-i-n-t วงเล็บเปิดปิดไว้เลย

755
00:44:13,122 --> 00:44:14,240

756
00:44:14,240 --> 00:44:17,988
ในวงเล็บ

757
00:44:17,988 --> 00:44:21,988
เลขที่บัตรประชาชนตัวเองพิมพ์ไปค่ะ 13 หลัก

758
00:44:28,121 --> 00:44:32,121
มีความแตกต่างไหมเด็ก ๆ

759
00:44:38,647 --> 00:44:40,384
เพราะอะไรเพราะเลขบัตรประชาชนมันเป็นตัวเลข

760
00:44:40,384 --> 00:44:41,455
มันไม่ใช่

761
00:44:41,455 --> 00:44:45,455
ข้อความ

762
00:44:45,536 --> 00:44:49,536
ก็คือมันไม่ใช่ text ขึ้นเองนะคะ ไม่ใช่ตัวอักษร

763
00:44:51,938 --> 00:44:55,938
ใครไม่ทันน่ะ ยกมือนะคะ บอกแล้วว่าเราต้องการให้

764
00:44:56,965 --> 00:45:00,965
สิ่ง ไม่ทันหรอ

765
00:45:07,771 --> 00:45:11,771
แม็กกี้ทันไหม

766
00:45:12,454 --> 00:45:14,517
เลขน่ะ

767
00:45:14,517 --> 00:45:15,546
ให้ดูความแตกต่าง

768
00:45:15,546 --> 00:45:19,546
แบบที่ 1

769
00:45:19,650 --> 00:45:22,834
ที่ที่มีชื่อเราใช่ไหม

770
00:45:22,834 --> 00:45:26,285
เป็นข้อความเราจะต้องมีเครื่องหมาย

771
00:45:26,285 --> 00:45:29,635
คำพูด

772
00:45:29,635 --> 00:45:31,278
อยู่ในวงเล็บด้วย แต่แบบที่ 2

773
00:45:31,278 --> 00:45:33,207
ตัวเลข

774
00:45:33,207 --> 00:45:34,150
ไม่ต้องใส่เครื่องหมาย

775
00:45:34,150 --> 00:45:35,441
คำพูด

776
00:45:35,441 --> 00:45:39,441
เห็นไหมคะ

777
00:45:41,758 --> 00:45:45,758
ถ้าเป็นตัวเลขสั่งมันพิมพ์ได้เลยมันรู้จัก

778
00:45:45,801 --> 00:45:49,801
โอเคนะคะ

779
00:46:01,163 --> 00:46:04,368
ทีนี้

780
00:46:04,368 --> 00:46:07,703
มีใครยัง

781
00:46:07,703 --> 00:46:11,703
ใช้คำสั่ง print ไม่ได้

782
00:46:14,002 --> 00:46:18,002
ไม่ได้ใช้อะไรพิสดารนะลูก

783
00:46:18,723 --> 00:46:22,723
เอาง่าย ๆ คือเด็ก ๆ จะต้องพิมพ์ตัวคำสั่งรอไว้เลย

784
00:46:22,817 --> 00:46:26,214
แล้วก็วงเล็บเปิดปิดไว้

785
00:46:26,214 --> 00:46:29,015
มาดูว่าในวงเล็บน่ะ

786
00:46:29,015 --> 00:46:33,015
เราอยากให้มันแสดงอะไร

787
00:46:33,563 --> 00:46:34,958
แสดงเป็นข้อความเหมือนที่บอกนะคะ เด็กจะต้องมี

788
00:46:34,958 --> 00:46:35,924

789
00:46:35,924 --> 00:46:38,346
เดครื่องหมายคำพูด

790
00:46:38,346 --> 00:46:41,766
เดี๋ยวจะ

791
00:46:41,766 --> 00:46:43,956
เดี๋ยวให้ลองนะคะ

792
00:46:43,956 --> 00:46:45,135
คำสั่ง Print

793
00:46:45,135 --> 00:46:49,135
อีกทีนะคะ

794
00:46:55,005 --> 00:46:59,005
อะไรขึ้น

795
00:47:00,432 --> 00:47:04,235
คำสั่ง print รอก่อนนะคะ อีก 1 ที

796
00:47:04,235 --> 00:47:08,235
แล้วก็ใส่เครื่องหมายวงเล็บไว้

797
00:47:25,091 --> 00:47:25,336
นี่ตัวนี้

798
00:47:25,336 --> 00:47:29,336
เด็ก ๆ คะ คำสั่ง

799
00:47:36,778 --> 00:47:39,377
จำ จำก่อนนะคะ คำสั่งในภาษา

800
00:47:39,377 --> 00:47:42,150
ภาษาแหละ

801
00:47:42,150 --> 00:47:44,562
ไม่ปกติคำสั่ง

802
00:47:44,562 --> 00:47:46,237
จะเป็นตัวพิมพ์เล็กทั้งหมด

803
00:47:46,237 --> 00:47:50,237
มันจะไม่มีตัวพิมพ์ใหญ่

804
00:47:50,529 --> 00:47:52,762
ฉะนั้น ว่าพิมพ์ด้วยพิมพ์ใหญ่มันจะไม่ได้

805
00:47:52,762 --> 00:47:54,689
ถ้าไม่เชื่อลอง

806
00:47:54,689 --> 00:47:58,026
ถ้าไม่ใช่เด็กจะลอง

807
00:47:58,026 --> 00:47:59,405
เปลี่ยนตัว P ตัวนี้

808
00:47:59,405 --> 00:48:03,174
ตัวใหญ่

809
00:48:03,174 --> 00:48:07,174
ตัวอย่างนี้ล่ะคะ

810
00:48:08,239 --> 00:48:12,239
ลองเปลี่ยนดู

811
00:48:14,330 --> 00:48:17,210
แล้วกด enter

812
00:48:17,210 --> 00:48:19,384
หมายเลข 1 ไปข้างใน แล้วกด enter

813
00:48:19,384 --> 00:48:22,396
มันจะขึ้นอย่างนี้เลย

814
00:48:22,396 --> 00:48:25,334
โปรแกรมมันจะมี

815
00:48:25,334 --> 00:48:28,400
ข้อความเตือนเลย

816
00:48:28,400 --> 00:48:32,400
name Error เลยนะเนี่ย

817
00:48:33,541 --> 00:48:34,941
มันบอกว่ามันไม่รู้จัก ฉันไม่รู้จัก

818
00:48:34,941 --> 00:48:38,941
เพราะอะไร

819
00:48:42,528 --> 00:48:43,605
เพราะถ้าเป็นคำสั่งใน python มันคือตัวเล็ก ต้องเป็นตัวเล็กนะคะ

820
00:48:43,605 --> 00:48:44,483
ตัวเล็ก

821
00:48:44,483 --> 00:48:47,999
นะคะ

822
00:48:47,999 --> 00:48:51,277
มันก็เลยมาถามว่า

823
00:48:51,277 --> 00:48:55,277
คุณหมายถึงอันนี้หรือเปล่า เห็นไหมมันมี

824
00:48:57,445 --> 00:49:00,024
พิมพ์ตัวเลขให้ดูด้วยจากตัวใหญ่มันบอกว่าไม่ใช่ตัวนี้ หรอ

825
00:49:00,024 --> 00:49:03,878
มันยังบอกเราอีกว่าเราพิมพ์ผิดไหม

826
00:49:03,878 --> 00:49:05,919
มันช่วยเราขนาดไหน ถ้าเป็นแต่ก่อน

827
00:49:05,919 --> 00:49:09,919
อะไรวะ

828
00:49:11,518 --> 00:49:14,913
ก่อนคือสมัยเรียนครูสมัยแรกสมัยแม่เรียน

829
00:49:14,913 --> 00:49:16,687
มันไม่มีมาบอกอย่างนี้หรอก

830
00:49:16,687 --> 00:49:18,260
ไปหา

831
00:49:18,260 --> 00:49:22,260
รู้แต่ว่า

832
00:49:27,692 --> 00:49:28,794
Error Error ตรงไหนไม่รู้หรอก ต้องไปดูทีละบรรทัด ทีละบรรทัดนะคะ แต่ยุคใหม่มันง่ายเขาบอกว่ามันง่าย ไม่งั้นในการเขียน

833
00:49:28,794 --> 00:49:30,271
พิมพ์ผิด

834
00:49:30,271 --> 00:49:34,271
บอกเราเลย

835
00:49:36,056 --> 00:49:40,056
นี่ ๆ คุณผิดตัวนี้ มันใช่ตัวนี้หรือเปล่า มันจะบอกเราเลยนะคะ

836
00:49:41,085 --> 00:49:44,231
มันก็ทำให้เราขอเราผิดเอง เข้าใจนะ

837
00:49:44,231 --> 00:49:46,738
นี้

838
00:49:46,738 --> 00:49:47,137
คำสั่ง print นะคะ

839
00:49:47,137 --> 00:49:51,137
มาอีกทีหนึ่ง

840
00:49:52,225 --> 00:49:52,482
บ่อย ๆ จะได้จำ

841
00:49:52,482 --> 00:49:56,161
ก็ข้างใน

842
00:49:56,161 --> 00:49:58,112
อยู่นำเขาว่า

843
00:49:58,112 --> 00:50:02,112
พิมพ์ข้อความแล้ว

844
00:50:02,162 --> 00:50:05,348
ไปในวงเล็บนี่

845
00:50:05,348 --> 00:50:09,348
ที่นี่ไม่บอก

846
00:50:10,023 --> 00:50:13,089
ให้พิมพ์ชื่อชื่อเล่นตัวเอง

847
00:50:13,089 --> 00:50:16,368
เข้าใจไหมชื่อเล่นของตัวเอง

848
00:50:16,368 --> 00:50:19,704
ทำงานให้ตัวเลขมัน

849
00:50:19,704 --> 00:50:23,315
ชื่อเล่นเราออกมา ลองดูดิ

850
00:50:23,315 --> 00:50:25,868
ครูบอกไป

851
00:50:25,868 --> 00:50:29,868
ให้มันพิมพ์ชื่อเล่นของเราออกมานะคะ

852
00:50:37,213 --> 00:50:40,460
อะไรคะใส่อะไรในวงเล็บนี้ เราจะเอาอะไรเข้าไปในนั้นนะ

853
00:50:40,460 --> 00:50:44,460
ดูสิใส่ดู

854
00:50:44,478 --> 00:50:47,453
เดี๋ยวดูแล้ว แล้วถึงจะเฉลยนะคะ

855
00:50:47,453 --> 00:50:51,453
ให้ทำเองนะคะ

856
00:51:14,240 --> 00:51:15,654
ก็คืออยากให้เด็ก ๆ

857
00:51:15,654 --> 00:51:19,239
แสดง

858
00:51:19,239 --> 00:51:21,376
ชื่อเล่นของตัวเองนี่ ไอ้คอมพิวเตอร์นี่

859
00:51:21,376 --> 00:51:24,120
พิมพ์คำสั่งนี่

860
00:51:24,120 --> 00:51:26,540
แล้วให้มาแสดงชื่อเล่น

861
00:51:26,540 --> 00:51:30,026
ของเด็ก ๆ ออกมานะคะ

862
00:51:30,026 --> 00:51:31,633
งั้นก็ไปใส่อะไรเข้าไปในนี้

863
00:51:31,633 --> 00:51:35,633
นึกถึงตอนไป

864
00:51:36,025 --> 00:51:37,735
ใครทำเสร็จแล้วกด Enter  เดี๋ยวจะไปดูผลที่ออกมา

865
00:51:37,735 --> 00:51:40,741
ชื่อเล่นไหม

866
00:51:40,741 --> 00:51:42,245
เข้าใจไหมคะ เข้าใจคำสั่งไหม

867
00:51:42,245 --> 00:51:46,245
ให้ทำเองนะ

868
00:51:50,823 --> 00:51:53,169
ในหัวเปล่า

869
00:51:53,169 --> 00:51:56,266
ถ้าเราต้องการให้แสดงข้อความ

870
00:51:56,266 --> 00:51:57,517
บนนักแสดงที่ใช่ไหม

871
00:51:57,517 --> 00:51:59,699
กล่องใส่อะไร

872
00:51:59,699 --> 00:52:00,740
อะไรไหม

873
00:52:00,740 --> 00:52:02,988
ไหนคะ

874
00:52:02,988 --> 00:52:06,988
งั้นไปโรงพยาบาลค่ะ

875
00:52:07,453 --> 00:52:09,931
พิมพ์เลยพิมพ์เองเลย ทำเองนะ

876
00:52:09,931 --> 00:52:10,646
มีค่าทำนะคะ อันนี้

877
00:52:10,646 --> 00:52:12,118
ไม่เป็น

878
00:52:12,118 --> 00:52:14,701
โอเคไหม

879
00:52:14,701 --> 00:52:18,209
ใครจะอยู่ในวงเล็บ

880
00:52:18,209 --> 00:52:22,209
พี่จะอยู่ในวงเล็บ คืออะไรใส่ลงไป

881
00:52:22,499 --> 00:52:26,499
เข้าใจไหม

882
00:52:26,513 --> 00:52:30,513
ให้ดูแต่อย่างที่ผ่านตอนแรก

883
00:52:36,579 --> 00:52:40,579
ตอนนี้อยากให้แสดงชื่อ

884
00:52:49,068 --> 00:52:51,290
เป็นของเด็ก ๆ ออกมา

885
00:52:51,290 --> 00:52:55,290
ในวงเล็บนี่อยากจะใส่อะไรเข้า ไป

886
00:52:55,670 --> 00:52:57,194
ลองใส่เข้าไปดู

887
00:52:57,194 --> 00:53:01,194
แล้วกด enter

888
00:53:13,911 --> 00:53:17,911
ให้ดู ในตัวอย่างที่ 1

889
00:53:18,698 --> 00:53:20,051
ถ้าต้องการพิมพ์นะคะ

890
00:53:20,051 --> 00:53:22,676
ให้แสดงผล

891
00:53:22,676 --> 00:53:25,237
ข้อความนะคะ

892
00:53:25,237 --> 00:53:28,625
เป็นข้อความ

893
00:53:28,625 --> 00:53:30,685
จะต้องใส่เครื่องหมายคำพูด

894
00:53:30,685 --> 00:53:34,158
ตัวอย่างที่ 2

895
00:53:34,158 --> 00:53:38,158
ให้แสดงผลเป็นตัวเลขนี

896
00:53:40,742 --> 00:53:44,742
่ ไม่ต้องใส่เครื่องหมายคำพูดได้ มันต่างกันนะคะ

897
00:53:45,415 --> 00:53:49,415
เพราะฉะนั้นให้ลองนะคะ

898
00:53:50,216 --> 00:53:54,216
ออฟต้าเข้าใจหรือเปล่า

899
00:54:48,559 --> 00:54:51,821
เข้าใจอยู่ใช่ไหม

900
00:54:51,821 --> 00:54:55,070
เข้าใจไหมคะ ว่าเมื่อกี้

901
00:54:55,070 --> 00:54:56,491
บอกไปว่า

902
00:54:56,491 --> 00:54:58,224
ต้องการให้

903
00:54:58,224 --> 00:55:02,224
เด็ก ๆ พิมพ์ชื่อเล่นตัวเองออกมาให้ดูหน่อย

904
00:55:03,538 --> 00:55:06,836
เด็ก ๆ จะได้วิธีไหน

905
00:55:06,836 --> 00:55:08,647
พิมพ์คำสั่งและตามด้วย

906
00:55:08,647 --> 00:55:10,365
สิ่งที่ต้องการแสดง ในวงเล็บ

907
00:55:10,365 --> 00:55:11,597
เห็นไหมคะ

908
00:55:11,597 --> 00:55:12,927
ในตัวอย่าง

909
00:55:12,927 --> 00:55:16,927
ชื่อเล่นเหล่านี้

910
00:55:18,313 --> 00:55:19,322
ถึงสิ่งที่เป็น

911
00:55:19,322 --> 00:55:23,322
ข้อความ

912
00:55:24,704 --> 00:55:26,754
ก็คือตัวอักษรนั่นเอง เช่น a b c d e

913
00:55:26,754 --> 00:55:30,754
เป็น 1, 2, 3, 4

914
00:55:31,563 --> 00:55:32,855
นี่ เป็นข้อความในเครื่องหมาย

915
00:55:32,855 --> 00:55:36,051
Single Code

916
00:55:36,051 --> 00:55:38,294
เสมอ

917
00:55:38,294 --> 00:55:40,353
ถ้าไม่

918
00:55:40,353 --> 00:55:44,064
ใส่มันจะเป็นเหมือนตัว ที่

919
00:55:44,064 --> 00:55:45,926
เดี๋ยวหนักไม่ถ่ายให้ดูนะ

920
00:55:45,926 --> 00:55:49,926
ไม่เห็นข้อความแล้วไม่ใส่

921
00:55:58,181 --> 00:56:02,181
ดูนะ

922
00:56:02,820 --> 00:56:06,820
แบบที่ 1 แบบที่ 2 นี่ เป็นขวดหรือเป็นขวดเนี่ย

923
00:56:06,946 --> 00:56:08,102
เห็นข้อความนี้ เป็นข้อความออกมา

924
00:56:08,102 --> 00:56:11,403
ถ้าไม่ใส่

925
00:56:11,403 --> 00:56:15,403
ดูนะคะ ถ้าไม่ใส่แล้วกด Enter เกิดอะไรขึ้น

926
00:56:16,364 --> 00:56:20,364
ขึ้น Error

927
00:56:21,497 --> 00:56:24,108
เพราะมันบอกว่ามันไม่รู้จัก

928
00:56:24,108 --> 00:56:25,775
ที่อยู่ในนี้

929
00:56:25,775 --> 00:56:28,066
นะคะ

930
00:56:28,066 --> 00:56:28,343
แต่ถ้าเป็นตัวเลข

931
00:56:28,343 --> 00:56:32,343
ถ้าทำเป็นตัวเลข

932
00:56:34,365 --> 00:56:38,365
เหมือนที่บอกให้ print

933
00:56:51,072 --> 00:56:55,072
เห็นไหม

934
00:56:59,028 --> 00:57:01,257
ตัวเลขนี่ขนาดใส่เครื่องหมายบวกมันก็รู้จัก

935
00:57:01,257 --> 00:57:02,661
เห็นไหม คะ

936
00:57:02,661 --> 00:57:05,724
3 + 4 เป็น 7

937
00:57:05,724 --> 00:57:09,724
ในเขตออกมาเลย

938
00:57:11,546 --> 00:57:13,246
ผลบวกของ 3 กับ 4 อะไร 1 คอมพิวเตอร์บอกแล้วคอมพิวเตอร์รู้จัก

939
00:57:13,246 --> 00:57:14,039
เลข

940
00:57:14,039 --> 00:57:16,158
รู้จัก

941
00:57:16,158 --> 00:57:18,852
สัญลักษณ์พิเศษ

942
00:57:18,852 --> 00:57:19,881
ดอกจันอะไรพวกนี้

943
00:57:19,881 --> 00:57:23,881
แต่ในที่นี้แหละหมายถึงมันต้อง

944
00:57:24,412 --> 00:57:27,907
เพื่อ

945
00:57:27,907 --> 00:57:28,891
คำนวณนะ ดอกจันนั้นหมายถึงคูณนะ

946
00:57:28,891 --> 00:57:32,891
หมายถึงอย่างนี้นะคะ

947
00:57:35,531 --> 00:57:37,736
ถ้ามีลักษณะที่เป็นตัวเลขอย่างนี้

948
00:57:37,736 --> 00:57:40,745
หรือการคำนวณทางคณิตศาสตร์

949
00:57:40,745 --> 00:57:44,745
เราจะไม่ต้องใส่เครื่องหมายคำพูด

950
00:57:44,760 --> 00:57:46,313
แต่ถ้าเป็น

951
00:57:46,313 --> 00:57:49,562
ข้อความ

952
00:57:49,562 --> 00:57:50,800
ABC หรือ

953
00:57:50,800 --> 00:57:53,490
อะไรอีก

954
00:57:53,490 --> 00:57:57,490
เครื่องหมายคำพูด เช่น

955
00:57:57,767 --> 00:58:01,767
ที่เป็น

956
00:58:02,769 --> 00:58:04,733
อย่างนี้ล่ะคะ จะเป็นอย่างนี้

957
00:58:04,733 --> 00:58:08,222
ตั้งแต่เครื่องหมายคำพูด

958
00:58:08,222 --> 00:58:10,125
สิ่งที่เป็นนี้ดูนะคะ

959
00:58:10,125 --> 00:58:14,125
Hashtag อะไรน่ะ Hashtag

960
00:58:22,738 --> 00:58:26,113

961
00:58:26,113 --> 00:58:28,587
ลิซ่า

962
00:58:28,587 --> 00:58:30,161
ถ้าอย่างนี้ไม่ออกนะ

963
00:58:30,161 --> 00:58:34,161
หรือ

964
00:58:34,394 --> 00:58:38,394
แท็กอะไรอีก

965
00:58:38,588 --> 00:58:42,063
covid

966
00:58:42,063 --> 00:58:44,557
-19

967
00:58:44,557 --> 00:58:48,557
covid

968
00:58:51,405 --> 00:58:53,594

969
00:58:53,594 --> 00:58:57,594
หรือเครื่องหมาย

970
00:59:02,661 --> 00:59:06,119
อย่างนี้นะคะ

971
00:59:06,119 --> 00:59:08,602
ใส่เครื่องหมายคำพูดนี่

972
00:59:08,602 --> 00:59:12,259
มันก็จะ print ออกมา

973
00:59:12,259 --> 00:59:14,759
เห็นไหมคะ

974
00:59:14,759 --> 00:59:18,660
ก่อนที่

975
00:59:18,660 --> 00:59:20,999
รวมอยู่กับตัวอย่างนี้

976
00:59:20,999 --> 00:59:22,689
ใส่เครื่องหมายคำพูด

977
00:59:22,689 --> 00:59:25,081
เลขเลย

978
00:59:25,081 --> 00:59:29,081
การคำนวณได้เลย เช่น

979
00:59:31,215 --> 00:59:35,215
ลองมาดูการคำนวณ ที

980
00:59:36,374 --> 00:59:38,183
100

981
00:59:38,183 --> 00:59:39,834
ลบ

982
00:59:39,834 --> 00:59:43,834
เปอร์เซ็น

983
00:59:45,296 --> 00:59:49,296
ใส่เครื่องหมาย เปอร์เซ็นต์

984
00:59:49,378 --> 00:59:50,943
ดูนะคะ

985
00:59:50,943 --> 00:59:52,720
มีอยู่ 100

986
00:59:52,720 --> 00:59:56,720
ลบ 10%

987
00:59:56,743 --> 01:00:00,743
ถ้าอย่างนี้ไม่รู้จักเพราะอะไร

988
01:00:01,522 --> 01:00:04,439
รูปแบบไม่ถูกต้อง ถูกไหมมันอย่างนี้ใส่มั่วซั่วไม่ได้

989
01:00:04,439 --> 01:00:08,439
เห็นก็คือจุดอะไรนะ

990
01:00:12,576 --> 01:00:16,375
เอาไป 100 หาร

991
01:00:16,375 --> 01:00:19,633
การคำนวณหน่อยนะคะ

992
01:00:19,633 --> 01:00:21,758
จำนวนนับ

993
01:00:21,758 --> 01:00:21,961
Print

994
01:00:21,961 --> 01:00:25,961
หาค่าร้อยละ 100

995
01:00:28,609 --> 01:00:32,609
คูณด้วย 10

996
01:00:33,289 --> 01:00:36,596
ภาษาคอมพิวเตอร์คือเรื่องไหนดอกจัน

997
01:00:36,596 --> 01:00:40,487

998
01:00:40,487 --> 01:00:42,825
คูณ 10 หาร 100

999
01:00:42,825 --> 01:00:46,806
ดีแล้วค่ะได้ดูนะคะ

1000
01:00:46,806 --> 01:00:50,007
เห็นไหมคะ

1001
01:00:50,007 --> 01:00:51,696
ออกมาก็คือ

1002
01:00:51,696 --> 01:00:52,717

1003
01:00:52,717 --> 01:00:54,495
ถ้าเป็น

1004
01:00:54,495 --> 01:00:55,614
การแสดงผล

1005
01:00:55,614 --> 01:00:58,104
การคำนวณ

1006
01:00:58,104 --> 01:01:01,278
ใส่ตัวเลขใส่เครื่องหมาย ที่

1007
01:01:01,278 --> 01:01:03,870
ใช้ในการคำนวณ เช่น คูณหรือหาร

1008
01:01:03,870 --> 01:01:06,698
ดอกไม้

1009
01:01:06,698 --> 01:01:08,812
เอาค่าตัวเลขที่เรา

1010
01:01:08,812 --> 01:01:12,812
คำนวณ

1011
01:01:12,975 --> 01:01:13,789
ออกมาได้ค่าเท่านี้

1012
01:01:13,789 --> 01:01:16,241
นึกออกนะ

1013
01:01:16,241 --> 01:01:18,943
กรณีที่เป็นตัวเลข

1014
01:01:18,943 --> 01:01:21,043
ในกรณีที่เป็นการคำนวณนี่

1015
01:01:21,043 --> 01:01:25,043
ไม่ต้องใส่เครื่องหมายคำพูด

1016
01:01:25,866 --> 01:01:28,675
ลองอีกสักคันหนึ่งนะคะ

1017
01:01:28,675 --> 01:01:32,675

1018
01:01:39,032 --> 01:01:40,285
print เอา 2

1019
01:01:40,285 --> 01:01:42,229
2

1020
01:01:42,229 --> 01:01:44,764
หารด้วย

1021
01:01:44,764 --> 01:01:48,764
12

1022
01:01:51,956 --> 01:01:53,230
ผลลัพธ์ออกมาคืออะไร

1023
01:01:53,230 --> 01:01:54,511
นะคะ

1024
01:01:54,511 --> 01:01:58,285
หาค่าตัวเลข

1025
01:01:58,285 --> 01:02:00,402
242

1026
01:02:00,402 --> 01:02:02,422
ความหมายของ

1027
01:02:02,422 --> 01:02:05,072
การให้คอมพิวเตอร์นี้

1028
01:02:05,072 --> 01:02:08,287
แสดงผลของการคำนวณ

1029
01:02:08,287 --> 01:02:11,598
เลข 242

1030
01:02:11,598 --> 01:02:13,398
หารด้วย 12

1031
01:02:13,398 --> 01:02:13,730
ดูตามนะคะ

1032
01:02:13,730 --> 01:02:17,730
คำสั่งนี้

1033
01:02:18,389 --> 01:02:20,758
ต้องการของแม่ ก็คือ

1034
01:02:20,758 --> 01:02:21,147
เราต้องการให้

1035
01:02:21,147 --> 01:02:25,147
แสดงผลจากการคำนวณ ตัวเลข

1036
01:02:29,800 --> 01:02:32,266
242

1037
01:02:32,266 --> 01:02:33,811
หารด้วย 12

1038
01:02:33,811 --> 01:02:37,811
ให้

1039
01:02:38,602 --> 01:02:41,322
แล้วกด enter

1040
01:02:41,322 --> 01:02:42,091
คำนวณออกมาได้

1041
01:02:42,091 --> 01:02:43,360
20

1042
01:02:43,360 --> 01:02:47,360
นี่คือ

1043
01:02:47,586 --> 01:02:48,915
ไม่ได้แสดงอย่างเดียวด้วย

1044
01:02:48,915 --> 01:02:52,906
แสดงผลลัพธ์ให้

1045
01:02:52,906 --> 01:02:54,188
ก่อนนะ

1046
01:02:54,188 --> 01:02:56,908
มันทำอะไร

1047
01:02:56,908 --> 01:02:58,477
รอได้เห็นไหม

1048
01:02:58,477 --> 01:03:01,920
นะคะ

1049
01:03:01,920 --> 01:03:03,932
มีคำสั่งหลัก

1050
01:03:03,932 --> 01:03:05,962
อยู่ที่คำว่า print ไง

1051
01:03:05,962 --> 01:03:08,148
ที่อยู่ในวงเล็บนี่

1052
01:03:08,148 --> 01:03:09,163
แบบไหน

1053
01:03:09,163 --> 01:03:13,125
ถ้าต้องการ เห็นข้อความ

1054
01:03:13,125 --> 01:03:14,221
ไม่ต้องใส่

1055
01:03:14,221 --> 01:03:15,502
เครื่องหมาย

1056
01:03:15,502 --> 01:03:16,850
คำพูด

1057
01:03:16,850 --> 01:03:19,747
นึกออกน

1058
01:03:19,747 --> 01:03:22,195
ะ ไม่ต้องการให้

1059
01:03:22,195 --> 01:03:24,284
ที่เราจะไปข้อความนี่

1060
01:03:24,284 --> 01:03:28,255
เราจะต้องใส่เครื่องหมายคำพูด

1061
01:03:28,255 --> 01:03:29,123
แต่ถ้าสิ่งที่เราต้องการแสดงเป็นตัวเลข

1062
01:03:29,123 --> 01:03:33,123
การคำนวณ

1063
01:03:34,638 --> 01:03:36,952
ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นตัวเลขออกมานี่

1064
01:03:36,952 --> 01:03:38,865
ต้องใส่เครื่องหมายคำพูด

1065
01:03:38,865 --> 01:03:40,479
โอเคไหม

1066
01:03:40,479 --> 01:03:42,836
เข้าใจไหมคะ

1067
01:03:42,836 --> 01:03:45,958
จะสามารถ

1068
01:03:45,958 --> 01:03:49,958
ทำได้ในลักษณะนี้

1069
01:03:49,988 --> 01:03:53,728
ปีนี้

1070
01:03:53,728 --> 01:03:57,728
ลองแบบยาว ๆ นะคะ

1071
01:03:57,869 --> 01:04:00,918
อันดับแรก

1072
01:04:00,918 --> 01:04:03,258
หนังจบดี ๆ นะคะ

1073
01:04:03,258 --> 01:04:06,261
ให้เด็ก ๆ

1074
01:04:06,261 --> 01:04:08,945
แสดง

1075
01:04:08,945 --> 01:04:12,945
ข้อความ

1076
01:04:18,236 --> 01:04:19,418
ดีต้อนรับ

1077
01:04:19,418 --> 01:04:21,959

1078
01:04:21,959 --> 01:04:24,138
Welcome ลอง

1079
01:04:24,138 --> 01:04:27,659
สิเด็ก ๆ

1080
01:04:27,659 --> 01:04:31,427
สั่งคอมพิวเตอร์แสดงคำว่า welcome

1081
01:04:31,427 --> 01:04:33,687
ตอนนี้เรายังไม่ได้ font

1082
01:04:33,687 --> 01:04:36,983
ภาษาไทยมันยังไม่ได้

1083
01:04:36,983 --> 01:04:38,213
ก่อน

1084
01:04:38,213 --> 01:04:42,213
ลอง

1085
01:04:43,327 --> 01:04:46,883
ใครทำเสร็จแล้วกด Enter จะต้องมีคำว่า Welcome อยู่ด้านล่าง

1086
01:04:46,883 --> 01:04:50,022

1087
01:04:50,022 --> 01:04:54,022
เดินตรวจ

1088
01:04:54,177 --> 01:04:55,645
สั่งให้แสดงข้อความว่า

1089
01:04:55,645 --> 01:04:57,968
welcome

1090
01:04:57,968 --> 01:05:00,633

1091
01:05:00,633 --> 01:05:04,494
Welcome นะคะ

1092
01:05:04,494 --> 01:05:08,401
ทำแบบนี้นะค

1093
01:05:08,401 --> 01:05:12,401
ะ ใช้ตัวช่วย

1094
01:05:20,279 --> 01:05:24,279
คำสั่งครั้งแรกเองนะคะเด็ก ๆ

1095
01:05:39,254 --> 01:05:43,254
มันแสดงคำนี้ออกมานะ

1096
01:05:51,693 --> 01:05:53,400
อยากให้คอมพิวเตอร์แสดงว่า Welcome ออกมานะคะ

1097
01:05:53,400 --> 01:05:56,749

1098
01:05:56,749 --> 01:06:00,377
w-e-l หรือ

1099
01:06:00,377 --> 01:06:03,301

1100
01:06:03,301 --> 01:06:07,222
Welcome

1101
01:06:07,222 --> 01:06:09,698
ใครทำแล้วยกมือ

1102
01:06:09,698 --> 01:06:11,365
เราก็หาคนที่ดี

1103
01:06:11,365 --> 01:06:15,365
ทำไว

1104
01:06:17,341 --> 01:06:20,541
เดี๋ยว

1105
01:06:20,541 --> 01:06:21,758
เดี๋ยวดูเขาว่า Welcome แสดงนะคะ

1106
01:06:21,758 --> 01:06:22,651
คำว่า welcome

1107
01:06:22,651 --> 01:06:26,174
เห็นไหมคะ

1108
01:06:26,174 --> 01:06:29,444
สติ๊กเกอร์ Note สีเหลือง

1109
01:06:29,444 --> 01:06:31,789
แสดงข้อความคำว่า Welcome ออกมา

1110
01:06:31,789 --> 01:06:35,789
ใครทำแล้วยกมือ

1111
01:07:23,396 --> 01:07:27,396
เข้าใจ หรือยัง

1112
01:07:36,842 --> 01:07:40,842
เข้าใจแล้ว

1113
01:07:45,492 --> 01:07:49,492
ใช่ไหม

1114
01:07:51,124 --> 01:07:53,749
พิมพ์ผิด

1115
01:07:53,749 --> 01:07:57,749
Enter น่ะ

1116
01:07:57,992 --> 01:08:00,047
กดเลยนะ

1117
01:08:00,047 --> 01:08:03,072
เด็กควรจะตรวจ

1118
01:08:03,072 --> 01:08:06,938
คำสั่งก่อนนะคะ ว่า

1119
01:08:06,938 --> 01:08:09,577
เราพิมพ์

1120
01:08:09,577 --> 01:08:10,779
p-r-i-n-t

1121
01:08:10,779 --> 01:08:13,474

1122
01:08:13,474 --> 01:08:15,408
คนพิมพ์ไวมือไปโดน

1123
01:08:15,408 --> 01:08:16,037
สัก เปลี่ยนเป็น

1124
01:08:16,037 --> 01:08:19,289
nเป็น m

1125
01:08:19,289 --> 01:08:21,601

1126
01:08:21,601 --> 01:08:25,601
อาจจะเริ่มวันที่บอกนะ

1127
01:08:26,986 --> 01:08:29,279
มันก็จะบอกว่า

1128
01:08:29,279 --> 01:08:30,027
ตัวนี้เปล่า

1129
01:08:30,027 --> 01:08:33,912
นะคะ

1130
01:08:33,912 --> 01:08:34,639
ออกเลยมันจะบอก

1131
01:08:34,639 --> 01:08:37,983
นะคะ

1132
01:08:37,983 --> 01:08:40,166
โอเคไหมคะ

1133
01:08:40,166 --> 01:08:42,081
ออกไป

1134
01:08:42,081 --> 01:08:43,812
จดออกไปเมื่อกี้

1135
01:08:43,812 --> 01:08:46,614
Welcome นะคะ

1136
01:08:46,614 --> 01:08:48,277
คำนี้

1137
01:08:48,277 --> 01:08:51,521
ข้อความ

1138
01:08:51,521 --> 01:08:52,829
เดี๋ยวว่าไม่ต้องการให้แสดงผล

1139
01:08:52,829 --> 01:08:54,685
เป็นข้อความ

1140
01:08:54,685 --> 01:08:55,900
เราจะต้องใส่เครื่องหมาย

1141
01:08:55,900 --> 01:08:58,009
ใช่ไหม

1142
01:08:58,009 --> 01:08:59,672
เครื่องหมายคำพูดทุกครั้ง

1143
01:08:59,672 --> 01:09:01,229

1144
01:09:01,229 --> 01:09:01,852
ให้แสดงตัวเลข

1145
01:09:01,852 --> 01:09:05,852
นะคะ

1146
01:09:07,258 --> 01:09:11,258
ต้องการให้หา

1147
01:09:12,542 --> 01:09:16,542
50

1148
01:09:17,800 --> 01:09:19,224

1149
01:09:19,224 --> 01:09:22,151

1150
01:09:22,151 --> 01:09:23,625
จำนวน 50

1151
01:09:23,625 --> 01:09:24,970
คูณ 3

1152
01:09:24,970 --> 01:09:27,856
ได้เท่าไร

1153
01:09:27,856 --> 01:09:30,358
แสดงผล

1154
01:09:30,358 --> 01:09:33,476
50 คูณ 3 ค่ะ

1155
01:09:33,476 --> 01:09:35,469
สั่ง

1156
01:09:35,469 --> 01:09:39,242
คำสั่ง Print

1157
01:09:39,242 --> 01:09:42,073
อะไร

1158
01:09:42,073 --> 01:09:44,597
Enter ลบออก

1159
01:09:44,597 --> 01:09:45,763
เดี๋ยวจะถามนะคะ คำตอบคืออะไร

1160
01:09:45,763 --> 01:09:47,948
ฉะนั้น

1161
01:09:47,948 --> 01:09:48,957
ได้เท่าไหร่

1162
01:09:48,957 --> 01:09:52,618
เท่าไหร่

1163
01:09:52,618 --> 01:09:55,228
กลับมาเดี๋ยวถาม

1164
01:09:55,228 --> 01:09:57,457
เมื่อกี้

1165
01:09:57,457 --> 01:09:59,922
อะไรนะ กำลัง

1166
01:09:59,922 --> 01:10:01,322
เท่าไหร่คะ

1167
01:10:01,322 --> 01:10:03,557
คนละเท่าไหร่

1168
01:10:03,557 --> 01:10:05,756
พี่มองไม่เห็นใช่ไหม มันมืด

1169
01:10:05,756 --> 01:10:09,756
พี่เห็นหรือเปล่า

1170
01:10:12,252 --> 01:10:16,252
ตอบคือ

1171
01:10:21,043 --> 01:10:25,043
ไม่ได้ยินเสียงพี่ล่ามน่ะ

1172
01:10:30,366 --> 01:10:31,461
เดี๋ยวอาจารย์ดูน้องก็ได้

1173
01:10:31,461 --> 01:10:35,461
น้องตอบแล้วนะ

1174
01:10:44,637 --> 01:10:45,123
เอาอย่างนี้

1175
01:10:45,123 --> 01:10:49,123
ทีนี้ถ้าใครไม่แน่ใจนะคะ

1176
01:10:51,977 --> 01:10:55,977
เครื่องคิดเลขตัวเองดูด้วย

1177
01:10:56,162 --> 01:10:56,981
คิดเลขในมือถือ แล้วลองกดดูสิ

1178
01:10:56,981 --> 01:11:00,981
50 คูณ 3 เท่าที่คอมพิวเตอร์คำนวณไหม ได้เท่ากันไหม

1179
01:11:03,179 --> 01:11:07,179

1180
01:11:09,134 --> 01:11:13,134
150 ใช่ไหม

1181
01:11:13,374 --> 01:11:14,308
ถูกต้องไหม ถูกไหมคะ

1182
01:11:14,308 --> 01:11:15,523
ถูกไหม

1183
01:11:15,523 --> 01:11:16,352
เห็นไหม

1184
01:11:16,352 --> 01:11:19,040
คอมพิวเตอร์

1185
01:11:19,040 --> 01:11:21,866
คำนวณเร็วกว่าเรา กดอีกใช่ไหม

1186
01:11:21,866 --> 01:11:25,866
เรากดเราต้องกดกี่ที นึกออกไหม

1187
01:11:27,586 --> 01:11:29,680
คอมพิวเตอร์ คือ ในเครื่องของตัวนี้เรายังกดไว้นะ

1188
01:11:29,680 --> 01:11:32,954
เอาเลขเยอะกว่านี้

1189
01:11:32,954 --> 01:11:36,954
ใหม่เอาเลขเยอะกว่านี้นะคะ

1190
01:11:44,085 --> 01:11:48,085
เด็ก ๆ ทุกคนใส่หน้าใส่หน้ากับการหารแล้วเลขปริมาณมาก ๆ แล้วเด็ก ๆ ลองดูนะคะเลข

1191
01:11:48,474 --> 01:11:51,802
ตัวเอา 5 หลัก

1192
01:11:51,802 --> 01:11:55,802
ด้วย 2 พอ

1193
01:11:57,789 --> 01:12:01,789
Enter ดูได้คำตอบเท่าไร

1194
01:12:02,638 --> 01:12:06,638
แล้วคำนวณดูแล้วดูในโทรศัพท์ด้วย

1195
01:12:10,093 --> 01:12:12,359
คอมพิวเตอร์ กับเครื่องคิดเลขในมือถือเราได้ผลลัพธ์เท่ากันไหม

1196
01:12:12,359 --> 01:12:16,359
แม็กกี้ตบมือเลยนะคะ

1197
01:12:17,845 --> 01:12:21,845
ตรงไหมลงใหม่แม็กกี้

1198
01:12:23,213 --> 01:12:27,213
ในคอมเท่ากันนะ เห็นไหมใกล้เคียงเลย

1199
01:12:32,039 --> 01:12:36,039
คือคอมพิวเตอร์อาจจะละเอียดกว่าด้วยซ้ำ คอมพิวเตอร์จะแสดงตัวตนนิยมยาวพรืดเลย ใช่ไหมลูก

1200
01:12:41,302 --> 01:12:45,012
แต่ในเครื่องคิดเลขทศนิยมจะได้เท่าช่องเครื่องที่มีนะ

1201
01:12:45,012 --> 01:12:49,012
น้อยกว่าในคอมพิวเตอร์ เข้าใจยาวน่ะ

1202
01:12:51,843 --> 01:12:55,526
พื้นที่ที่แสดงผลมันจะยาวนะเพราะว่าเลขมันจะไหลเมื่อไหร่

1203
01:12:55,526 --> 01:12:58,370
ปริมาณเยอะ เขา

1204
01:12:58,370 --> 01:13:02,370
ห้องนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในการคำนวณ

1205
01:13:05,625 --> 01:13:09,625
เดี๋ยวจะแจกโจทย์คนละข้อ

1206
01:13:13,984 --> 01:13:14,593
ที่ 1 คือแม็กกี้ แม็กกี้จะเริ่มทำก่อนนะคะ

1207
01:13:14,593 --> 01:13:18,271
ของแม็กกี้ ก็คือข้อนี้นะคะ

1208
01:13:18,271 --> 01:13:22,271
เดี๋ยวจะให้

1209
01:13:24,270 --> 01:13:28,270
โจทย์คนอื่นไม่ต้องทำนะคะ คนอื่นรอทำโจทย์ของตัวเอง ทุกคนจะต้องได้รับโ

1210
01:13:28,569 --> 01:13:30,825
จทย์ อันนี้ของแม็กกี้นะคะ เดี๋ยวใส่ชื่อไว้ด้วย

1211
01:13:30,825 --> 01:13:33,049
เดี๋ยวขอเปิดเป็น Word ดีกว่านะ

1212
01:13:33,049 --> 01:13:36,560
ได้เห็นชัดทุกคำสั่ง

1213
01:13:36,560 --> 01:13:40,560
แป๊บนึงนะคะเด็ก

1214
01:13:40,756 --> 01:13:44,756
ๆ เดี๋ยวจะให้แม็กกี้คำนวณ

1215
01:13:51,237 --> 01:13:55,237

1216
01:13:57,323 --> 01:14:01,323
นี่ ถ้าค่าตัวเลขปี ค.ศ. นะคะ

1217
01:14:11,542 --> 01:14:15,496
ปีนี้เท่าไหร่นะ 2000 เท่าไร

1218
01:14:15,496 --> 01:14:19,496
2000 เท่าไหร่นะ

1219
01:14:20,878 --> 01:14:24,658
2022 หรือเปล่า 21 หรือ 22

1220
01:14:24,658 --> 01:14:28,658
ของเราเยอะกว่าเราต้องเอาไอ้นี่ขึ้นก่อน 2565 - 2022 นี่คือโจทย์ของแม็กกี้นะคะ

1221
01:14:44,258 --> 01:14:48,258
แม็กกี้คำนวณผลออกมาได้เท่ากับเท่าไร เดี๋ยวแม็กกี้มาพิมพ์คำตอบด้วยนะคะ

1222
01:14:53,175 --> 01:14:54,505
อันนี้คือโจทย์ให้ไหมคะชื่อจดใส่อะไรเข้าไปแล้วคำตอบ

1223
01:14:54,505 --> 01:14:58,505
รองเท่ากับ

1224
01:15:03,273 --> 01:15:07,273
เด็กคำนวณเสร็จ ก็มาพิมพ์คำตอบลงไปข้างหลังทุกคน จะได้จดนะ เดี๋ยวจะรายชื่อไป

1225
01:15:07,998 --> 01:15:11,998
ต่อไป ออฟต้านะคะ

1226
01:15:15,424 --> 01:15:19,424
เอกซ์ต้าโจทย์คือ

1227
01:15:32,796 --> 01:15:36,796
จะทำ

1228
01:15:40,909 --> 01:15:43,462
เอ็กซ์ต้าเกิดปีอะไร

1229
01:15:43,462 --> 01:15:47,462
พ.ศ. อะไรจำได้ไหม

1230
01:15:47,972 --> 01:15:51,330
ปี พ.ศ. ตัวเองได้ไหม

1231
01:15:51,330 --> 01:15:54,544
25 อะไร

1232
01:15:54,544 --> 01:15:58,544
2544

1233
01:16:02,441 --> 01:16:06,441
เกิด 2546 ใช่ไหม

1234
01:16:09,187 --> 01:16:12,459
ได้เท่ากับเท่าไร

1235
01:16:12,459 --> 01:16:16,459
เครื่องหมายเท่ากับ

1236
01:16:17,324 --> 01:16:18,923
ต่อไป

1237
01:16:18,923 --> 01:16:20,781
โอเคนะคะ

1238
01:16:20,781 --> 01:16:24,781
คนต่อไป

1239
01:16:31,297 --> 01:16:35,297
หาเลข

1240
01:16:41,135 --> 01:16:44,571
ตอนนี้มิ่งอายุเท่าไร

1241
01:16:44,571 --> 01:16:46,451
20 พอดี 20

1242
01:16:46,451 --> 01:16:50,451
คูณด้วย 5

1243
01:16:54,611 --> 01:16:55,995
เท่าคือเท่าไหร่

1244
01:16:55,995 --> 01:16:56,882
เท่ากับเท่าไร

1245
01:16:56,882 --> 01:17:00,597
กรุณาใส่คำตอบ

1246
01:17:00,597 --> 01:17:04,597
ต่อไปกุ้งนางใช่ไหม กุ้งนาง

1247
01:17:13,897 --> 01:17:17,897
เดี๋ยวมาพิมพ์คำตอบนะ เดี๋ยวให้โจทก์เสร็จหมดทุกคนก่อน กุ้งนางนะคะ

1248
01:17:23,562 --> 01:17:27,562
หากุ้งนางต้องหาเลขที่ใช่ เลขที่ชอบ ออกตัวเลขก็มาจากเด็ก ๆ เองนั่นแหละ

1249
01:17:27,948 --> 01:17:30,442
ไม่ได้ขึ้น กุ้งนางไม่ได้เปิดหรือ

1250
01:17:30,442 --> 01:17:34,442
ช้าบ่

1251
01:17:35,490 --> 01:17:39,490
ยังไม่ขึ้น

1252
01:17:42,557 --> 01:17:46,557
กุ้งนางดูจะให้พี่เขาถาม

1253
01:17:47,226 --> 01:17:51,226
กุ้งนางมีพี่น้องกี่คน

1254
01:17:52,639 --> 01:17:56,639
เอา 4 ตั้งนะคะ

1255
01:18:01,666 --> 01:18:05,390
ในบ้านด้วย

1256
01:18:05,390 --> 01:18:09,390
ให้ใช้เครื่องหมายคูณ

1257
01:18:10,832 --> 01:18:14,832
คูณด้วย

1258
01:18:18,308 --> 01:18:19,584
199 เท่ากับเท่าไร

1259
01:18:19,584 --> 01:18:22,362
ได้เท่าไหร่

1260
01:18:22,362 --> 01:18:25,984
นี่คือโจทย์ของกุ้งนางนะคะ

1261
01:18:25,984 --> 01:18:29,984
ต่อไปต่อไปองุ่น

1262
01:18:34,125 --> 01:18:38,125
องุ่นเปิดเครื่องหรือเปล่า

1263
01:18:39,351 --> 01:18:42,570
เลของุ่นเลขอะไรนะ

1264
01:18:42,570 --> 01:18:46,570
เลข 9

1265
01:18:56,487 --> 01:19:00,487
ถามองุ่นรู้หรือเปล่า แม่อายุเท่าไร

1266
01:19:03,264 --> 01:19:07,264
อายุแม่เท่าไหร่

1267
01:19:12,992 --> 01:19:16,992
แม่ตัวเอง แม่ตัวเอง

1268
01:19:23,493 --> 01:19:27,493
48

1269
01:19:27,776 --> 01:19:31,776
อายุแม่ 48 อายุองุ่นเท่าไหร่

1270
01:19:32,516 --> 01:19:35,073
อายุตัวเองน่ะ

1271
01:19:35,073 --> 01:19:38,807
19 หรือ

1272
01:19:38,807 --> 01:19:42,807
จำอายุตัวเองไม่ได้

1273
01:19:47,038 --> 01:19:51,038
ไม่ฟังเลย

1274
01:20:01,205 --> 01:20:01,385
องุ่นจำอายุตัวเองไม่ได้หรือ อายุตัวเองเท่าไหร่

1275
01:20:01,385 --> 01:20:05,385
18

1276
01:20:16,512 --> 01:20:34,302

1277
01:20:24,675 --> 01:20:25,046
48 - 18 นะคะ 48 - 18 ดูสิว่าอายุตัวเองห่างจากคุณแม่เท่าไหร่

1278
01:20:25,046 --> 01:20:29,046
ต่อไป

1279
01:20:32,035 --> 01:20:36,035
ตี๋น้อยมีปู่ย่าตายายหรือเปล่า

1280
01:20:50,374 --> 01:20:54,374
ตี๋น้อยมีปู่ย่าตายายมีผู้สูงอายุหรือเปล่า

1281
01:20:59,128 --> 01:21:03,128
เปลี่ยนคน เดี๋ยวจะถามตี๋น้อย

1282
01:21:04,125 --> 01:21:05,922
ตี๋น้อยมีปู่หรือย่า

1283
01:21:05,922 --> 01:21:07,314
ผู้สูงอายุไหม

1284
01:21:07,314 --> 01:21:09,402
รู้หรือเปล่าอายุเท่าไหร่

1285
01:21:09,402 --> 01:21:13,402
56 53 ค่ะ

1286
01:21:14,624 --> 01:21:18,624
ดูอายุปีเกิดนะคะ

1287
01:21:27,980 --> 01:21:30,592
อันนี้คือคำตอบก็คือจะเป็นปู่แล้วนะคะ

1288
01:21:30,592 --> 01:21:34,592
เป็นปู่หรือเป็นย่าลูก

1289
01:21:37,569 --> 01:21:41,338
นี่ใครใช่ไหม

1290
01:21:41,338 --> 01:21:41,996
แบงค์หรือ

1291
01:21:41,996 --> 01:21:42,050
บาส

1292
01:21:42,050 --> 01:21:46,050
ต่อไป ต่อไปแบงค์

1293
01:21:46,263 --> 01:21:50,239
บาสเป็นแบงค์อยู่เรื่อยเลยบาส บาส

1294
01:21:50,239 --> 01:21:54,239
นะคะ

1295
01:22:04,150 --> 01:22:06,760
เอาเงินมาเท่าไร แม่ให้เงินมาเท่าไหร่ เดือนหนึ่ง

1296
01:22:06,760 --> 01:22:10,760
หรือ

1297
01:22:12,831 --> 01:22:16,831
แม่ให้เงินมาจั๊กบาท

1298
01:22:18,744 --> 01:22:22,744
ให้เป็นเดือนหรือให้เป็นอาทิตย์

1299
01:22:24,415 --> 01:22:26,330
ให้เป็นเดือนใช่ไหม

1300
01:22:26,330 --> 01:22:28,841
กี่บาทลูก

1301
01:22:28,841 --> 01:22:31,394
ประมา

1302
01:22:31,394 --> 01:22:35,394
ณ ๆ 3,000

1303
01:22:37,939 --> 01:22:41,522
แล้วให้หารด้วย

1304
01:22:41,522 --> 01:22:45,522
4 นะคะ

1305
01:22:47,349 --> 01:22:50,093
คือใน 1 อาทิตย์

1306
01:22:50,093 --> 01:22:53,969
เงิน 3,000 บาทใช้ไปเท่าไหร่

1307
01:22:53,969 --> 01:22:57,204
ใช้ไปเท่าไหร่นะ

1308
01:22:57,204 --> 01:22:59,366
ไปคนต่อไป

1309
01:22:59,366 --> 01:23:02,889

1310
01:23:02,889 --> 01:23:06,692
อุบลถามได้เลย

1311
01:23:06,692 --> 01:23:10,692
อุบล

1312
01:23:10,840 --> 01:23:14,840
ๆ บ้านอยู่ไหนคะ

1313
01:23:17,121 --> 01:23:19,739
รู้หรือเปล่าระยะทางกี่กิโลเมตร

1314
01:23:19,739 --> 01:23:21,981
147

1315
01:23:21,981 --> 01:23:25,640
147

1316
01:23:25,640 --> 01:23:26,860
อยากรู้ว่าขี่รถด้วยความเร็ว

1317
01:23:26,860 --> 01:23:30,860
หาร 80

1318
01:23:33,260 --> 01:23:37,260
อุบลจะใช้เวลาในการเดินทางเท่าไหร่นะคะ

1319
01:23:41,614 --> 01:23:42,644
โอเค ใครได้คำตอบแล้ว ให้มันพิมพ์คำตอบได้เลยนะคะ

1320
01:23:42,644 --> 01:23:46,644

1321
01:23:46,914 --> 01:23:50,914
โอเคแม็กกี้เสร็จแล้วมาพิมพ์คำตอบได้เลยนะลูก

1322
01:24:55,630 --> 01:24:59,630
โอเคนะคะ

1323
01:25:00,175 --> 01:25:04,175
ดูที่คำตอบของแต่ละคน

1324
01:25:04,411 --> 01:25:08,411
คนแรกแม็กกี้ที่แม็กกี้นะ

1325
01:25:09,175 --> 01:25:13,175
แม็กกี้นี่โจทย์ ก็คือ

1326
01:25:14,343 --> 01:25:18,343
ปี พ.ศ

1327
01:25:18,539 --> 01:25:19,844
. ไปลบ

1328
01:25:19,844 --> 01:25:21,380
ปี ค.ศ

1329
01:25:21,380 --> 01:25:25,380
. เพื่อน ๆ ลองเช็

1330
01:25:29,165 --> 01:25:33,165
กเครื่องคิดเลขในมือถือก็ได้ ว่าตรงไหม

1331
01:25:33,574 --> 01:25:37,574
ก็คือเอาปี 2565 ไปลบ 2022 นะคะ

1332
01:25:37,932 --> 01:25:41,932
เกิดก่อน 543 ปีนั่นคือคำตอบนะคะ

1333
01:25:46,618 --> 01:25:50,618
ของ

1334
01:25:52,367 --> 01:25:56,367
เอ็กซ์ต้าที่ถามว่าเขาเกิดปีอะไรก็คืออยากรู้อายุเขา

1335
01:25:59,515 --> 01:26:03,515
ปี 2545 ก็คือ พ. ศ. ปัจจุบันปีนี้

1336
01:26:04,212 --> 01:26:07,416
แล้วไปลบด้วยปีที่เขาเกิดคือ 2546

1337
01:26:07,416 --> 01:26:10,426
ตอนนี้เอ็กซ์ตร้า ก็คือปีนี้

1338
01:26:10,426 --> 01:26:14,347
น่าจะมีอายุ 19 ปีถูกต้องนะ

1339
01:26:14,347 --> 01:26:17,009
ต่อไปของมิ่ง

1340
01:26:17,009 --> 01:26:21,009
อายุมิ่งก็คือ 20

1341
01:26:24,125 --> 01:26:26,123
เลยบอกว่าถ้ามึงยังมีอีก 5 เท่านี่

1342
01:26:26,123 --> 01:26:26,607
ใช่ 5 ปีนะไม่ได้บวก 5 นะ

1343
01:26:26,607 --> 01:26:30,607
ถ้าหมายถึงเป็นจำนวนเท่า

1344
01:26:34,004 --> 01:26:38,004
ในอีก 5 เท่าอายุของมิ่งจะมีอายุถึง 100 ปี

1345
01:26:38,079 --> 01:26:40,938
ถ้าอยู่ได้ถึง 5 เท่า นึกออกนะ โอเคนะคะ

1346
01:26:40,938 --> 01:26:44,213
ต่อไปของกุ้งนาง

1347
01:26:44,213 --> 01:26:47,221
กุ้งนางมีพี่น้อง 4 คน

1348
01:26:47,221 --> 01:26:51,221
สมมุติ

1349
01:26:53,169 --> 01:26:57,059
แม่ให้เงินคนละ 199 บาทนะคะ

1350
01:26:57,059 --> 01:27:00,882
ลูกทั้งหมด 4 คนแม่ต้องมีเงินอย่างน้อยเห็นไหมคะ

1351
01:27:00,882 --> 01:27:04,882
796 ก็คือแม่มีเงิน 800

1352
01:27:05,805 --> 01:27:09,805
มาแบ่งให้ลูก 4 คนนะคะ มาแบ่งคนละ 199

1353
01:27:10,588 --> 01:27:12,785
ขององุ่น แม่บอกว่าอายุ 48

1354
01:27:12,785 --> 01:27:16,785
ตัวเองอายุ 18 ปี

1355
01:27:21,318 --> 01:27:25,318
คือเราอายุแม่มันลบอายุตัวเองนั่นก็คือองุ่นกับแม่อายุห่างกัน 30 ปีเห็นไหมคะ

1356
01:27:33,954 --> 01:27:37,954
ของตี๋น้อยถามอายุของย่านะว่าย่าอายุ 83 ก็เลยอยากรู้ว่าย่าอายุเกิดปี พ.ศ. อะไร

1357
01:27:40,165 --> 01:27:43,433
เลยให้เอาปีปัจจุบันไปลบปีปัจจุบันก็คือปี 2565

1358
01:27:43,433 --> 01:27:47,433
ลบอายุของย่าซึ่งก็คื

1359
01:27:49,592 --> 01:27:52,491
นั่นก็คือปีที่ 5 เกิด 2482 นะคะ

1360
01:27:52,491 --> 01:27:56,491
ปีที่ 5 ของตี๋น้อยเกิดนะคะ

1361
01:27:57,858 --> 01:28:01,858
ถามบาสว่า

1362
01:28:02,090 --> 01:28:04,794
แม่ให้เงินมาถึงเดือนเท่าไหร่

1363
01:28:04,794 --> 01:28:08,794
บาสบอกว่าเดือนละ 3,00

1364
01:28:09,300 --> 01:28:13,300
0 หารด้วย 4 นั่นหมายถึงใน 1 เดือนมี 4 สัปดาห์

1365
01:28:19,749 --> 01:28:20,979
อยากรู้ว่าใน 1 สัปดาห์บาสใช้เงินนะคะประมาณอาทิตย์ละ 750 บาท

1366
01:28:20,979 --> 01:28:24,979
ถูกต้องไหม

1367
01:28:29,173 --> 01:28:30,574
และคนสุดท้ายอุบลบอกว่าระยะทางจากบ้าน 147 กิโลเมตร

1368
01:28:30,574 --> 01:28:30,673
ปีนี้

1369
01:28:30,673 --> 01:28:34,095
ขี่รถด้วยความเร็ว 80

1370
01:28:34,095 --> 01:28:36,857
กิโลเมตร

1371
01:28:36,857 --> 01:28:38,246
ใช้เวลา

1372
01:28:38,246 --> 01:28:42,246
1 ชั่วโมง

1373
01:28:42,503 --> 01:28:44,906
ไม่น่าจะเป็น 83 นาที

1374
01:28:44,906 --> 01:28:48,906
น่าจะเป็นเท่าไหร่

1375
01:28:49,262 --> 01:28:53,262
140 กิโลเมตร

1376
01:28:58,955 --> 01:29:00,599
นะคะ ความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มันน่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงนี่แหละ

1377
01:29:00,599 --> 01:29:04,375
แต่ชั่วโมงเท่าไหร่

1378
01:29:04,375 --> 01:29:08,375
ตีเป็น 1 ชั่วโมง ก็คือ 60 นาที

1379
01:29:13,829 --> 01:29:14,538
2 ชั่วโมง 120 นาที แต่มันคำนวณอย่างไรนะ

1380
01:29:14,538 --> 01:29:18,538
มันจะอยู่ประมาณที่ชั่วโมงกว่านี่ล่ะนะคะ

1381
01:29:20,763 --> 01:29:24,763
แต่ไม่น่าจะถึง 2 ชั่วโมงนะคะ

1382
01:29:28,553 --> 01:29:32,553
คือการแสดงผลโดยการใช้วิธีคำนวณนะคะ

1383
01:29:36,028 --> 01:29:40,028
ส่วนเด็ก ๆ ไม่ต้องใส่เครื่องหมายคำพูดใช่ไหมคะ

1384
01:29:40,707 --> 01:29:44,707
ถ้าเป็นคำพูดข้อความจะต้องใส่เครื่องหมายคำพูดนะคะ

1385
01:29:47,627 --> 01:29:50,968
นี่คือวิธีใช้คำสั่ง print นะคะ

1386
01:29:50,968 --> 01:29:54,968
เมื่อกี้พิมพ์ผิดนะ 1 บรรทัด

1387
01:29:56,348 --> 01:29:58,531
วันนี้อยากพิมพ์หลาย ๆ บรรทัดนะคะ ทำอย่างไรมาดูกันนะคะ

1388
01:29:58,531 --> 01:30:02,531
ดูคำสั่งต่อ

1389
01:30:02,901 --> 01:30:06,901
มาดูตัวอย่าง

1390
01:30:17,048 --> 01:30:21,048
จะให้ print ทั้งชื่อทั้งนามสกุล

1391
01:30:23,454 --> 01:30:26,596
ไม่ต้องไปพิมพ์คำสั่ง print พิมพ์ชื่อ

1392
01:30:26,596 --> 01:30:28,489
พิมพ์ซ้ำพิมพ์ชื่อเล่น 3 บรรทัด

1393
01:30:28,489 --> 01:30:29,831
ไม่ต้องพิมพ์อย่างนั้นนะคะ

1394
01:30:29,831 --> 01:30:33,831
เดี๋ยวทำให้ดู

1395
01:30:47,104 --> 01:30:51,104

1396
01:31:15,123 --> 01:31:17,492
ใช้ไม่ได้

1397
01:31:17,492 --> 01:31:19,720
แสดงว่า

1398
01:31:19,720 --> 01:31:22,026
ไม่ใช่แล้วล่ะ

1399
01:31:22,026 --> 01:31:26,026

1400
01:31:26,141 --> 01:31:28,426
โอเค มันไม่ให้ใช้

1401
01:31:28,426 --> 01:31:32,426

1402
01:31:36,436 --> 01:31:40,436
นะคะ ก็จะต้อง

1403
01:31:45,456 --> 01:31:49,456
bcck Slash หรือ

1404
01:31:51,163 --> 01:31:55,163
ไม่ได้ลองเทสอันนี้ โอเคไม่เป็นไรนะคะ

1405
01:32:33,264 --> 01:32:35,895
จะไม่ได้ใช้แล้วตัวนี้

1406
01:32:35,895 --> 01:32:37,604

1407
01:32:37,604 --> 01:32:39,210

1408
01:32:39,210 --> 01:32:43,210
แสดงว่า

1409
01:32:43,633 --> 01:32:44,546
น่าจะตัดออกไปแล้วนะคะ โอเคไม่เป็นไรนะคะ

1410
01:32:44,546 --> 01:32:47,549
อันนี้

1411
01:32:47,549 --> 01:32:49,562
ในกรณีที่

1412
01:32:49,562 --> 01:32:51,446
แล้วถ้าปริ้นถาม

1413
01:32:51,446 --> 01:32:53,126
ข้อความด้วย

1414
01:32:53,126 --> 01:32:57,045
ล่ะ จะทำอย่างไร

1415
01:32:57,045 --> 01:33:01,045
ทั้ง 2 อย่างอยู่ด้วยกันใช่ไหมคะ

1416
01:33:17,954 --> 01:33:21,954
ในกรณีที่เราต้องการพิมพ์ทั้งตัวเลข

1417
01:33:25,073 --> 01:33:27,163
แล้วก็ข้อความอยู่ด้วยกันนี่นะคะ

1418
01:33:27,163 --> 01:33:29,010
ใน 1 บรรทัด

1419
01:33:29,010 --> 01:33:30,395
นี่ สิ่งที่จะมาคั่น

1420
01:33:30,395 --> 01:33:34,395
เห็นไหม

1421
01:33:37,928 --> 01:33:40,683

1422
01:33:40,683 --> 01:33:44,262
coma ใช่ไหม

1423
01:33:44,262 --> 01:33:46,015
comma ไม่ใช่ลูกน้ำเคยใช้

1424
01:33:46,015 --> 01:33:47,738
comma เครื่องหมายความว่าเห็นไหมคะ

1425
01:33:47,738 --> 01:33:49,459
คั่นระหว่างตัวเลข

1426
01:33:49,459 --> 01:33:51,767
กลับข้อความ

1427
01:33:51,767 --> 01:33:52,787
ถ้ามีตัวเลขหลาย ๆ ตัว

1428
01:33:52,787 --> 01:33:56,787
ก็คือ

1429
01:33:57,146 --> 01:33:59,156
สิ่งที่จะแสดงข้างในน่ะ

1430
01:33:59,156 --> 01:34:00,224
คือ ตัว comma น

1431
01:34:00,224 --> 01:34:02,447
ี่คั่นนะคะ

1432
01:34:02,447 --> 01:34:03,541
งั้นลองนักนะ

1433
01:34:03,541 --> 01:34:06,585
ให้ลอง

1434
01:34:06,585 --> 01:34:08,545
แสดงข้อความนะคะ

1435
01:34:08,545 --> 01:34:11,303
ชื่อนามสกุล

1436
01:34:11,303 --> 01:34:12,757
แล้วก็ชื่อเล่น

1437
01:34:12,757 --> 01:34:16,297
ไปให้มันเว้น

1438
01:34:16,297 --> 01:34:20,131
นะคะ

1439
01:34:20,131 --> 01:34:22,006
ไม่ต้องไปพิมพ์คำสั่ง print ใหม่ถึง 3 ครั้ง

1440
01:34:22,006 --> 01:34:26,006
ให้เด็ก ๆ พิมพ์

1441
01:34:26,767 --> 01:34:28,330
คำสั่ง print แสดง

1442
01:34:28,330 --> 01:34:31,153
ชื่อตัวเองนะคะ

1443
01:34:31,153 --> 01:34:33,142
ชื่อและนามสกุล

1444
01:34:33,142 --> 01:34:35,504
แล้วก็แสดงชื่อเล่น

1445
01:34:35,504 --> 01:34:39,504
เอา 2 อย่างพอ

1446
01:34:41,205 --> 01:34:45,205

1447
01:35:05,666 --> 01:35:09,666
เพิ่มอีกอันหนึ่งก็ได้ เพิ่มอายุเข้าไป

1448
01:35:12,188 --> 01:35:13,783
อายุตามหลังนะคะ

1449
01:35:13,783 --> 01:35:14,483
\ แล้วกด enter

1450
01:35:14,483 --> 01:35:17,615
นะคะ

1451
01:35:17,615 --> 01:35:18,791
ทำไมคะ มันก็จะแสดงทั้งชื่อ

1452
01:35:18,791 --> 01:35:19,804
นามสกุล

1453
01:35:19,804 --> 01:35:22,053
ชื่อเล่น

1454
01:35:22,053 --> 01:35:23,847
พอตัวเลขเห็นไหมคะ

1455
01:35:23,847 --> 01:35:26,406
สามารถด้วยกันได้

1456
01:35:26,406 --> 01:35:30,406
ก็ใช้เครื่องหมายโคลอน

1457
01:35:30,966 --> 01:35:33,241
เป็นการคั่นประโยคข้อความหรือตัวเลขนะคะ

1458
01:35:33,241 --> 01:35:35,305
กรณีที่

1459
01:35:35,305 --> 01:35:39,305
ตัวเลขหลาย ๆ ตัว

1460
01:35:48,080 --> 01:35:52,080

1461
01:36:27,342 --> 01:36:31,342
อันนี้ในกรณีที่ 3 นะคะ

1462
01:36:32,354 --> 01:36:33,670
print ตัวเลขในการคำนวณดูสิว่าได้ไหมอย่างนี้นะคะ

1463
01:36:33,670 --> 01:36:34,749
การคำนวณ

1464
01:36:34,749 --> 01:36:37,188
ได้

1465
01:36:37,188 --> 01:36:39,564
เพราะมันไปอยู่ตรงนี้

1466
01:36:39,564 --> 01:36:41,924
ถ้ามีวงเล็บซ้อนน่ะได้

1467
01:36:41,924 --> 01:36:45,924
syntax error

1468
01:36:49,858 --> 01:36:53,444
อะไรนี่

1469
01:36:53,444 --> 01:36:56,445

1470
01:36:56,445 --> 01:37:00,445
พรุ่งนี้เด็ก ๆ จะต้องไปขึ้นรถ

1471
01:37:07,547 --> 01:37:08,880
อยู่ตึก 7 นะคะ ตึก 7

1472
01:37:08,880 --> 01:37:10,801
เสื้อ

1473
01:37:10,801 --> 01:37:12,207
กางเกง

1474
01:37:12,207 --> 01:37:16,207
ใส่กางเกง ได้

1475
01:37:16,549 --> 01:37:18,482
ผู้หญิงจะได้คล่องตัว เพราะเราลงชุมชนนะคะ

1476
01:37:18,482 --> 01:37:22,482
ขอเป็น

1477
01:37:24,119 --> 01:37:25,213
น้องปีหนึ่งยังไม่มีเสื้อคณะใช่ไหม

1478
01:37:25,213 --> 01:37:28,345
ยังไม่ได้นะ

1479
01:37:28,345 --> 01:37:29,499
ให้เป็นเสื้อคอกลมสีขาว

1480
01:37:29,499 --> 01:37:33,002
โอเคไหม

1481
01:37:33,002 --> 01:37:34,358
ปี 1 ให้ใส่เสื้อยืดคอกลมสีขาวนะลูก

1482
01:37:34,358 --> 01:37:36,993
โอเคนะคะ

1483
01:37:36,993 --> 01:37:40,993
7:30 น. นี่คือ

1484
01:37:41,624 --> 01:37:44,179
พร้อมขึ้นรถรอ นึกออกไหม เพราะฉะนั้น

1485
01:37:44,179 --> 01:37:46,938
ต้องไปถึงตึกก่อน 7:30 น

1486
01:37:46,938 --> 01:37:48,125
. รถจะออก 7:30 น. เข้าใจไหมคะ

1487
01:37:48,125 --> 01:37:49,859
. เข้าใจนะ

1488
01:37:49,859 --> 01:37:51,779
ใช่บอก

1489
01:37:51,779 --> 01:37:52,554
ออก 7:30 น

1490
01:37:52,554 --> 01:37:56,554
. ต้องไปถึงก่อน 7:30 น. โอเคนะ

1491
01:37:58,939 --> 01:38:02,184
7:30 น. นี่คือ

1492
01:38:02,184 --> 01:38:03,529
รถมาถึงแล้วแล้วเราขึ้นรถโอเคนะ

1493
01:38:03,529 --> 01:38:04,843
โอเคนะคะ

1494
01:38:04,843 --> 01:38:07,086
ห้ามสายนะ

1495
01:38:07,086 --> 01:38:09,404
ตั้งนาฬิกาปลุกดี ๆ

1496
01:38:09,404 --> 01:38:13,057
จำดี ๆ นะคะ

1497
01:38:13,057 --> 01:38:15,274
ใส่กางเกงผู้หญิงใส่กางเกงได้

1498
01:38:15,274 --> 01:38:18,099
สิ่งที่คิดว่า

1499
01:38:18,099 --> 01:38:22,099
จะลุกนั่งสะดวกสบาย

1500
01:38:23,738 --> 01:38:26,791
กางเกงยีนส์หรือกางเกงวอร์มก็แล้วแต่นะคะ

1501
01:38:26,791 --> 01:38:29,607
ที่ตึก 7 นะลูก

1502
01:38:29,607 --> 01:38:30,783
ไม่ใช่ที่นะ

1503
01:38:30,783 --> 01:38:33,334
พี่คณะเราน่ะ

1504
01:38:33,334 --> 01:38:36,248
เข้าใจนะ

1505
01:38:36,248 --> 01:38:38,224
จำได้อยู่นะ

1506
01:38:38,224 --> 01:38:42,224
พรุ่งนี้นะพรุ่งนี้

1507
01:38:42,914 --> 01:38:43,822
ไม่ ๆ

1508
01:38:43,822 --> 01:38:46,669
ให้ใส่ชุด

1509
01:38:46,669 --> 01:38:50,516
คอกลมสีขาว

1510
01:38:50,516 --> 01:38:52,347
กางเกงอะไรก็ได้ กางเกงยีนส์ก็ได้

1511
01:38:52,347 --> 01:38:52,455
กางเกงวอร์มก็ได้

1512
01:38:52,455 --> 01:38:55,443
ไม่ใช่เสื้อเชิ้ตนะ

1513
01:38:55,443 --> 01:38:57,750
เสื้อคอกลมนะ

1514
01:38:57,750 --> 01:39:00,133
เสื้อคอกลม

1515
01:39:00,133 --> 01:39:02,554
เสื้อใส่สบายน่ะ

1516
01:39:02,554 --> 01:39:04,588
เพราะเราไปลงพื้นที่ไม่ต้องไปใส่เสื้อเชิ้ต

1517
01:39:04,588 --> 01:39:06,563
เสื้อคอกลมน่ะ

1518
01:39:06,563 --> 01:39:10,563
ปี 1 น่ะ

1519
01:39:12,283 --> 01:39:15,269
ปี 1 ยังไม่มีเสื้อโปโลคณะ

1520
01:39:15,269 --> 01:39:18,935
คนที่เขาจะมีเสื้อคณะแล้วแต่เด็ก ๆ ยังไม่มีนะคะ

1521
01:39:18,935 --> 01:39:20,335
เด็ก ๆ เป็นน้องปี 1 ยังไม่มีเสื้อ

1522
01:39:20,335 --> 01:39:24,335
ไม่ใส่เสื้อคอกลม

1523
01:39:24,396 --> 01:39:26,612
ผ้าใบสีครับ

1524
01:39:26,612 --> 01:39:29,847
จะใส่อีแตะ

1525
01:39:29,847 --> 01:39:33,847
เปิดเราให้ไว้ให้วิ่ง

1526
01:39:35,289 --> 01:39:36,105
จะลงพื้นที่ชุมชน นึกออกนะ

1527
01:39:36,105 --> 01:39:39,671
เป็นรองเท้าผ้าใบนะคะ

1528
01:39:39,671 --> 01:39:41,598
จะได้คล่องตัวนะคะ

1529
01:39:41,598 --> 01:39:44,169
ไม่มีใครสงสัยถามได้

1530
01:39:44,169 --> 01:39:44,954
นัดหมายพรุ่งนี้

1531
01:39:44,954 --> 01:39:47,061
ห้ามสายนะค

1532
01:39:47,061 --> 01:39:48,811
รัลงบ ไม่ได้ไป

1533
01:39:48,811 --> 01:39:51,040
ทิ้งเราจะทิ้งเลยนะ

1534
01:39:51,040 --> 01:39:52,978
7:00 น. ยังไม่ขึ้นรถ

1535
01:39:52,978 --> 01:39:54,512
เอาทิ้งเลยนะ

1536
01:39:54,512 --> 01:39:58,116
ไม่รอนะ

1537
01:39:58,116 --> 01:40:00,346
เพราะอย่าลืมว่า

1538
01:40:00,346 --> 01:40:04,002
นะ แต่ละสถานที่เขาไว้

1539
01:40:04,002 --> 01:40:05,447
เราไปหลายที่

1540
01:40:05,447 --> 01:40:09,447
เรามีเวลาที่นัดกันไว้

1541
01:40:11,805 --> 01:40:12,733
พ่อเขาบอกวันที่ 7 น่ะ

1542
01:40:12,733 --> 01:40:16,115
นครพนม

1543
01:40:16,115 --> 01:40:19,295
จัดอะไรนะบวงสรวง

1544
01:40:19,295 --> 01:40:23,295
อนันตนาคราช

1545
01:40:24,269 --> 01:40:28,269
เขาน่าจะไหว้เขาน่าจะปิดถนน

1546
01:40:28,907 --> 01:40:32,907
จะเข้าไปไม่ได้โซนนั้นน่ะ

1547
01:40:34,307 --> 01:40:35,070
เราอยากไหว้

1548
01:40:35,070 --> 01:40:38,605
เดี๋ยวแวะ

1549
01:40:38,605 --> 01:40:42,064
แวะทางผ่าน อาจจะพาไปไหว้พระ

1550
01:40:42,064 --> 01:40:45,252
วัดหลวงปู่คำพัน ก็ได้

1551
01:40:45,252 --> 01:40:47,358
เดี๋ยวดูเส้นทาง

1552
01:40:47,358 --> 01:40:48,386
เราต้องดูด้วย

1553
01:40:48,386 --> 01:40:50,516
เวลา

1554
01:40:50,516 --> 01:40:53,255
เพราะเราไงคนหมู่มาก

1555
01:40:53,255 --> 01:40:57,255
ควบคุมเวลาไม่ได้

1556
01:40:57,301 --> 01:41:00,027
เราจะออกนอกเส้นทางไม่ได้นะคะ โอเคนะ

1557
01:41:00,027 --> 01:41:01,764
ถ้าไม่มีใครสงสัย แล้ว

1558
01:41:01,764 --> 01:41:05,764
เลิกพรุ่งนี้

1559
01:41:05,866 --> 01:41:08,949
7:30 น. ตื่นนั่งอยู่บนรถแล้วนะ

1560
01:41:08,949 --> 01:41:12,392
7:30 น. ยังมาไม่ถึงนะคะ

1561
01:41:12,392 --> 01:41:14,185
ควรไปก่อนเวลานึกออกนะ

1562
01:41:14,185 --> 01:41:16,993
ควรไปถึง

1563
01:41:16,993 --> 01:41:20,993
ก่อน 07:30 น. นะคะ

1564
01:41:22,845 --> 01:41:24,117
ข้าวน่ะกินมาให้เรียบร้อย

1565
01:41:24,117 --> 01:41:28,117
ข้าวเช้าน่ะ

1566
01:41:29,406 --> 01:41:32,943
เพราะว่า

1567
01:41:32,943 --> 01:41:35,631
ถ้าจำไม่ผิดเราน่าจะนั่งรถ

1568
01:41:35,631 --> 01:41:38,819
บัสรถแอร์นะ

1569
01:41:38,819 --> 01:41:40,681
ทานข้าวเช้าให้เสร็จเรียบร้อย

1570
01:41:40,681 --> 01:41:42,016
ค่อยมาขึ้นรถนะ

1571
01:41:42,016 --> 01:41:43,628
โอเคนะคะ

1572
01:41:43,628 --> 01:41:45,423
เจอกันพรุ่งนี้

1573
01:41:45,423 --> 01:41:47,398

1574
01:41:47,398 --> 01:41:49,561
นั่งรออยู่บนรถแล้วนะ

1575
01:41:49,561 --> 01:41:53,561
สวัสดีค่ะ

1576
01:41:53,687 --> 01:41:57,687
แม็กกี้ขอบคุณพี่เขาหน่อย

1577
01:42:02,014 --> 01:42:05,566
พี่ขอบคุณพี่ล่ามหน่อยค่ะ

1578
01:42:05,566 --> 01:42:09,566
ขอบคุณค่ะ

1579
01:42:11,036 --> 01:42:15,036
เจอกันสัปดาห์ถัดไปนะคะ สวัสดีค่ะ

1580
01:42:23,503 --> 01:42:26,505
ปิดเครื่องให้เรียบร้อยนะคะทุกคน

1581
01:42:26,505 --> 01:42:30,505
ทุกคนทุกคนทุกคน

