﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:00,878
สวัสดีค่ะ

2
00:00:04,972 --> 00:00:05,995
สวัสดีค่ะ

3
00:00:07,987 --> 00:00:09,082
ได้ยิน

4
00:00:11,694 --> 00:00:13,310
เป็นตั้งแต่เมื่อวานแล้ว

5
00:00:14,253 --> 00:00:15,577
น่าจะเป็นที่เน็ตเราน่ะ

6
00:00:16,112 --> 00:00:17,996
สัญญาณเน็ตเรานะมันไม่ดี

7
00:00:20,272 --> 00:00:21,691
เมื่อวานก็อย่างนี้แหละ

8
00:00:24,111 --> 00:00:25,599
ใหม่ต้อง 3 รอบ

9
00:00:37,053 --> 00:00:38,418
สวัสดีค่ะได้ยินไหมคะ

10
00:00:39,090 --> 00:00:39,948
สวัสดีค่ะ

11
00:00:42,490 --> 00:00:43,739
สวัสดีค่ะได้ยินนะคะ

12
00:00:45,370 --> 00:00:47,847
ได้ยินแต่สัญญาณภาพมันไม่ได้

13
00:00:49,731 --> 00:00:52,329
ภาพมันค้างใช่ภาพมันค้าง

14
00:01:07,972 --> 00:01:10,696
เมื่อวานก็เป็นอย่างนี้ราคา

15
00:01:21,036 --> 00:01:21,267

16
00:01:21,163 --> 00:01:22,879
โทรเข้าเข้าใหม่

17
00:01:24,682 --> 00:01:25,707
ว่างแล้วโทรมาใหม่

18
00:02:13,733 --> 00:02:14,496
สวัสดีค่ะ

19
00:02:14,591 --> 00:02:19,191
OK

20
00:02:20,854 --> 00:02:22,120
ที่ราบได้ยินนะคะ

21
00:02:22,713 --> 00:02:24,138
ได้ยินค่ะได้ยินค่ะ

22
00:02:25,213 --> 00:02:25,472

23
00:02:25,459 --> 00:02:27,725
อย่างนั้นเรามาเริ่มกันเลยนะคะ

24
00:02:28,850 --> 00:02:31,267
สัปดาห์ที่แล้วที่เราเรียนเกี่ยวกับ

25
00:02:31,743 --> 00:02:32,541
การ

26
00:02:33,793 --> 00:02:34,907
ออกแบบนะคะ

27
00:02:35,331 --> 00:02:37,409
เรื่องอัลกอริทึมไปแล้วนะคะ

28
00:02:38,081 --> 00:02:39,078
สัปดาห์นี้

29
00:02:39,611 --> 00:02:41,972
เราก็จะเข้าสู่กระบวนการที่จะ

30
00:02:42,310 --> 00:02:42,972
เพิ่ม

31
00:02:43,971 --> 00:02:45,220
เขียนโปรแกรมนะคะ

32
00:02:46,533 --> 00:02:48,747
แต่การที่เราจะเริ่มเขียนโปรแกรม

33
00:02:49,088 --> 00:02:49,955
ต้อง

34
00:02:51,130 --> 00:02:54,541
ทำความรู้จักกับภาษาที่เราต้องเขียนกันก่อนนะคะ

35
00:02:55,360 --> 00:02:58,948
ภาษาที่เราจะใช้ก็คือภาษา python นะคะ

36
00:03:03,101 --> 00:03:05,350
มาดูเนื้อหาที่เราจะเรียนกัน

37
00:03:05,470 --> 00:03:06,802
วันนี้นะคะ

38
00:03:08,988 --> 00:03:10,022
มีหัวข้อแรก

39
00:03:10,270 --> 00:03:13,288
ก็คือจะพูดถึงประวัติไพธอนนะคะ

40
00:03:15,269 --> 00:03:16,420
หัวข้อที่ 2

41
00:03:17,392 --> 00:03:19,741
พูดถึงลักษณะของ

42
00:03:19,628 --> 00:03:22,560
python ว่ามันเป็นอย่างไรนะคะ

43
00:03:23,090 --> 00:03:24,475
และหัวข้อที่ 3

44
00:03:26,610 --> 00:03:28,380
จะพูดถึงโครงสร้าง

45
00:03:28,910 --> 00:03:32,885
โครงสร้างก็คือวิธีการที่เราจะเขียน python

46
00:03:33,392 --> 00:03:34,882
มันจะต้องมี

47
00:03:35,119 --> 00:03:38,214
รูปแบบหรือ template อย่างไรนะคะ

48
00:03:39,673 --> 00:03:41,201
และหัวข้อสุดท้าย

49
00:03:41,981 --> 00:03:43,372
เป็นปฏิบัตินะคะ

50
00:03:44,031 --> 00:03:44,714
คือ

51
00:03:44,728 --> 00:03:46,009
เราจะลงมือ

52
00:03:45,961 --> 00:03:47,984
เขียนภาษา python กันนะคะ

53
00:03:49,661 --> 00:03:51,643
เรามาเริ่มที่หัวข้อแรกกันเลย

54
00:03:51,590 --> 00:03:52,271
ประวัติ

55
00:03:54,851 --> 00:03:56,510
ถ่ายทอดนี่มี

56
00:03:56,456 --> 00:03:57,980
เกิดขึ้นในปี

57
00:03:59,199 --> 00:04:00,269
1,000

58
00:04:01,180 --> 00:04:02,382
ปีพศ. นะคะ

59
00:04:03,171 --> 00:04:04,053
เพราะว่า

60
00:04:04,001 --> 00:04:05,910
โปรแกรมเมอร์อันนี้

61
00:04:06,691 --> 00:04:09,015
เราเป็นคนนะคะ

62
00:04:10,589 --> 00:04:11,671
ชื่อว่า

63
00:04:11,560 --> 00:04:12,788
Radio

64
00:04:13,151 --> 00:04:14,319
ซ่อมนะคะ

65
00:04:16,101 --> 00:04:17,891
มันเกิดจากการที่เขา

66
00:04:17,890 --> 00:04:19,603
นำภาษา

67
00:04:20,000 --> 00:04:22,023
หลายตัวมารวมกันนะคะ

68
00:04:22,439 --> 00:04:23,269
เมื่อคืนไปหยิบ

69
00:04:23,720 --> 00:04:25,370
ข้อดีของภาษาซี

70
00:04:25,830 --> 00:04:26,843
ภาษา

71
00:04:27,110 --> 00:04:28,321
ABC

72
00:04:28,722 --> 00:04:29,652
ภาษา

73
00:04:29,549 --> 00:04:32,704
unison

74
00:04:33,329 --> 00:04:34,592
พรุ่งนี้เอามา

75
00:04:34,741 --> 00:04:35,693

76
00:04:36,790 --> 00:04:39,159
ไม่เชิงว่าเอามารวมแล้วเขียนนะคะ

77
00:04:39,541 --> 00:04:43,464
เอามาทำเป็นโครงสร้างหรือเทพเป็น template ใหม่

78
00:04:43,390 --> 00:04:44,047
นะคะ

79
00:04:44,993 --> 00:04:46,982
เอามาสร้างเป็นภาษาใหม่นะคะ

80
00:04:47,680 --> 00:04:49,156
ชื่อว่า python

81
00:04:49,151 --> 00:04:49,846
นะคะ

82
00:04:52,411 --> 00:04:55,529
เหตุผลที่เขาทำภาษา python ขึ้นมา

83
00:04:56,061 --> 00:04:57,152
ก็เพราะว่า

84
00:04:58,808 --> 00:05:00,618
ยุคปัจจุบันนี้นะคะ

85
00:05:02,969 --> 00:05:04,919
ไอ้พวกระบบปฏิบัติการ

86
00:05:05,291 --> 00:05:08,004
มันเริ่มมีหลายตัวว่าอย่างนั้นเถอะ

87
00:05:08,443 --> 00:05:10,553
หรือที่เขาเรียกว่า platform นะคะ

88
00:05:11,201 --> 00:05:13,273
นอกจากคอมพิวเตอร์แล้ว

89
00:05:13,761 --> 00:05:16,759
เดี๋ยวนี้มือถือก็จัดเป็นคอมพิวเตอร์อย่างหนึ่ง

90
00:05:20,560 --> 00:05:23,853
เริ่มมีลักษณะของคอมพิวเตอร์อย่างหนึ่งเพราะว่า

91
00:05:24,022 --> 00:05:25,225
มือถือนะคะ

92
00:05:25,621 --> 00:05:27,624
มาก่อนกดแค่เบอร์โทรนะคะ

93
00:05:27,990 --> 00:05:29,179
เพิ่มอีกหน่อยก็

94
00:05:29,519 --> 00:05:32,529
ส่งข้อความแต่ทีนี้มือถือสามารถ

95
00:05:33,743 --> 00:05:35,799
ใช้มือถือดูเว็บได้

96
00:05:35,670 --> 00:05:38,155
เข้าเว็บได้เข้าเฟซได้

97
00:05:38,554 --> 00:05:39,625
มันก็เลยเป็น

98
00:05:40,093 --> 00:05:41,872
คอมพิวเตอร์เล็กๆเครื่องหนึ่ง

99
00:05:42,071 --> 00:05:42,692
นะคะ

100
00:05:43,289 --> 00:05:45,073
เขาก็เลยเรียกว่า platform

101
00:05:45,020 --> 00:05:47,415
วันนี้ปั่น for มันมีหลายตัวนะคะ

102
00:05:48,033 --> 00:05:49,577
ถ่ายทอดนี้มันก็เลย

103
00:05:50,202 --> 00:05:50,966
คิดว่า

104
00:05:52,383 --> 00:05:54,896
สร้างภาษาที่มันสามารถเอาไปใช้

105
00:05:55,393 --> 00:05:57,191
ได้กลับสุพรรณปลอม

106
00:05:58,211 --> 00:05:58,891
ออกนะ

107
00:05:58,790 --> 00:06:02,507
เราพัฒนาโปรแกรม 1 ตัว

108
00:06:02,443 --> 00:06:04,472
แล้วเอาไปใช้กับเครื่อง

109
00:06:04,681 --> 00:06:05,561
ได้หลายรุ่น

110
00:06:06,803 --> 00:06:08,954
ถ้าเป็นสมัยก่อนพัฒนาตัวหนึ่ง

111
00:06:12,681 --> 00:06:14,478
ตอนพัฒนาใช้ Windows

112
00:06:15,182 --> 00:06:17,435
ใช้เฉพาะเครื่องที่ทำงานบน

113
00:06:17,872 --> 00:06:19,910
ระบบปฏิบัติการ Windows นะคะ

114
00:06:20,620 --> 00:06:23,767
ใช้เฉพาะทำงานเฉพาะคอมพิวเตอร์นะคะ

115
00:06:25,114 --> 00:06:28,269
เดี๋ยวนี้ที่มือถือมีแอพพลิเคชั่นต่างๆ

116
00:06:30,610 --> 00:06:32,638
โปรแกรมที่เขาสร้างขึ้นมานะคะ

117
00:06:32,471 --> 00:06:35,345
แล้วสามารถไปใช้งานได้

118
00:06:36,372 --> 00:06:39,898
เห็นไหมคะเหมือนแอปของ App Store ใช่ไหมคะ

119
00:06:40,342 --> 00:06:42,480
ของ Microsoft หรือของ Apple

120
00:06:43,281 --> 00:06:44,468
เปิ้ลสินะ

121
00:06:44,953 --> 00:06:45,783
Apple

122
00:06:48,081 --> 00:06:49,935
นี่ถ้าใครใช้ iPhone นะคะ

123
00:06:51,152 --> 00:06:51,985
หรือ iPad

124
00:06:52,821 --> 00:06:53,382

125
00:06:54,234 --> 00:06:55,058
อะไรล่ะ

126
00:06:55,061 --> 00:06:55,280

127
00:06:57,172 --> 00:06:57,584
แม็ก

128
00:06:57,821 --> 00:06:58,450
นะคะ

129
00:06:59,234 --> 00:07:00,854
Macbook เครื่อง Mac

130
00:07:00,834 --> 00:07:02,721
PCX มาในห้องเรา

131
00:07:03,005 --> 00:07:03,933
คือข้างหลัง

132
00:07:06,082 --> 00:07:07,075
ปกติ

133
00:07:07,303 --> 00:07:08,602
ถ้าของ

134
00:07:09,994 --> 00:07:10,763
x Max

135
00:07:11,012 --> 00:07:12,810
เขาจะ

136
00:07:15,044 --> 00:07:17,845
ช่วยสินค้าในตระกูลเขาใช้

137
00:07:18,311 --> 00:07:19,755
เมื่อคืนใช้ได้เฉพาะ

138
00:07:20,355 --> 00:07:22,971
ใน iPhone ใน iPad อะไรอย่างนี้

139
00:07:24,265 --> 00:07:30,340
เป็น Application ส่วนมากจะเป็น Application ของ Apple จะเสียเงินใช่

140
00:07:30,342 --> 00:07:31,531

141
00:07:33,035 --> 00:07:34,729
python

142
00:07:37,404 --> 00:07:39,553
มันมีลักษณะที่เป็น open source

143
00:07:40,471 --> 00:07:43,356
คือโปรแกรมที่เปิดเพื่อให้คนอื่น

144
00:07:43,817 --> 00:07:46,486
มาพัฒนาโปรแกรมนี้ต่อยอดได้นะคะ

145
00:07:48,106 --> 00:07:49,370
คนอื่นสามารถ

146
00:07:49,252 --> 00:07:53,272
เข้ามาร่วมพัฒนาโปรแกรมนี้ได้ด้วยนะคะ

147
00:07:56,994 --> 00:07:58,523
บอกว่าวัตถุประสงค์

148
00:07:59,552 --> 00:08:00,322
หนักๆ

149
00:08:01,093 --> 00:08:04,393
มันจะเป็นภาษาคอมพิวเตอร์ที่เรียนรู้ได้ง่ายนะคะ

150
00:08:06,035 --> 00:08:07,406
ไม่มีกดมาก

151
00:08:08,073 --> 00:08:09,689
กฎเกณฑ์มากนะคะ

152
00:08:11,224 --> 00:08:13,610
ต้องใช้ไวยากรณ์ที่ซับซ้อน

153
00:08:13,984 --> 00:08:17,726
ไม่ต้องใช้คำสั่งที่ซับซ้อนมากแต่ก็สามารถเข้าใจได้นะคะ

154
00:08:18,972 --> 00:08:23,755
ก็นำไปใช้บนระบบปฏิบัติการที่แตกต่างได้เห็นไหมคะ

155
00:08:23,972 --> 00:08:24,844
เหมือนที่บอก

156
00:08:25,383 --> 00:08:28,059
ใช้กับตระกูลของ Apple ก็ได้ใช้กับ

157
00:08:28,582 --> 00:08:30,858
ไมโครซอฟท์ของ Windows ก็ได้

158
00:08:31,206 --> 00:08:32,341
ไม่ใช้ Live

159
00:08:32,233 --> 00:08:33,542
Android ก็ได้

160
00:08:34,214 --> 00:08:35,404
Android ในมือถือนะ

161
00:08:36,714 --> 00:08:37,831
แล้วก็มีพวก

162
00:08:39,276 --> 00:08:43,352
ระบบปฏิบัติการอื่นเช่นที่เป็นระบบปฏิบัติการ

163
00:08:43,814 --> 00:08:45,231
เครือข่ายเช่น Linux

164
00:08:46,183 --> 00:08:47,669
อะไรนะคะเป็นต้น

165
00:08:49,325 --> 00:08:52,020
ก็เลยเก็บมาตัวนึงอ่ะเอาไปใช้ได้หมดเลย

166
00:08:52,713 --> 00:08:54,119
คือครอบจักรวาล

167
00:08:54,383 --> 00:08:55,166
นั่นเองนะคะ

168
00:08:56,682 --> 00:09:01,200
ประวัติของ python แล้วติดที่เราควรจะรู้ต่อมาก็คือ

169
00:09:01,556 --> 00:09:03,742
ลักษณะของภาษา python นะคะ

170
00:09:04,306 --> 00:09:06,058
มันมีลักษณะเป็นอย่างไร

171
00:09:06,734 --> 00:09:09,633
ใครมีข้อดีข้อเสียข้อเด่นอย่างไรนะคะ

172
00:09:11,474 --> 00:09:13,082
อันนี้หนึ่งเลยลักษณะแรก

173
00:09:13,004 --> 00:09:14,974
ที่ทุกๆคนหรือ

174
00:09:15,504 --> 00:09:17,675
โปรแกรมบทบาทมากคือฟรี

175
00:09:18,952 --> 00:09:22,242
โปรแกรมโปรแกรมราคาไม่ได้ถูกๆนะ

176
00:09:23,635 --> 00:09:24,702
ซื้อแล้ว

177
00:09:26,064 --> 00:09:27,644
ใช้จ่ายเงินครั้งเดียวแล้วจบ

178
00:09:27,725 --> 00:09:28,544
นึกออกนะ

179
00:09:28,433 --> 00:09:33,028
รายการที่เราจะซื้อโปรแกรมมาใช้งานเหมือนตระกูล Adobe อย่างนี้

180
00:09:33,807 --> 00:09:35,104
กม. 1 คือ

181
00:09:37,012 --> 00:09:39,800
1 ครั้งแล้วก็ต้องมีการต่ออายุ

182
00:09:39,892 --> 00:09:41,474
เขาเรียกต่ออายุนะคะ

183
00:09:42,266 --> 00:09:45,078
ก็คือเพราะอะไรเพราะเขาอ้างว่าทุกปี

184
00:09:45,462 --> 00:09:46,878
ก็จะมีการอัพเดท

185
00:09:46,805 --> 00:09:48,516
The demis

186
00:09:50,005 --> 00:09:52,119
วันที่ 6 เดือนอัพเดทไปแล้วนะคะ

187
00:09:52,633 --> 00:09:53,531
มีช่วงหนึ่ง

188
00:09:55,253 --> 00:09:58,417
3 เดือนก็อัพเดทแล้วคือพร้อมเบรคนี้

189
00:09:58,834 --> 00:10:01,163
เตรียมตัวเสียเงินว่าอย่างนั้นเถอะนะคะ

190
00:10:01,715 --> 00:10:02,787
เพราะฉะนั้น

191
00:10:03,574 --> 00:10:05,039
programming ก็

192
00:10:07,344 --> 00:10:10,079
คือเหมือนยังแม่เป็นอาจารย์

193
00:10:10,555 --> 00:10:12,070
ไม่ได้เอาไปหารายได้

194
00:10:16,964 --> 00:10:19,448
จะพยายามใช้ที่เป็นฟรีนะคะ

195
00:10:25,083 --> 00:10:30,483
เพราะมันไม่มีค่าใช้จ่ายไม่มีเงื่อนไขอะไรมาผูกพันนะครับแต่ถ้าเป็นโปรแกรมที่เป็นลิขสิทธิ์

196
00:10:31,043 --> 00:10:32,893
ซื้อไปแล้วอย่างที่บอก

197
00:10:33,853 --> 00:10:35,970
ไอ้ต่อมันก็จะ

198
00:10:35,964 --> 00:10:37,186
ใช้งาน

199
00:10:39,045 --> 00:10:42,443
ฟังก์ชั่นบางตัวที่เป็นของตัวใหม่อะไรอย่างนี้ไม่ได้นะคะ

200
00:10:43,135 --> 00:10:44,366
ถ้าเกิดไปใช้

201
00:10:46,464 --> 00:10:48,293
เขาตรวจสอบเจอแล้วก็อาจจะ

202
00:10:49,154 --> 00:10:52,450
ข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ที่มีในปัจจุบันนี้นะคะ

203
00:10:53,763 --> 00:10:54,618
ตอบมา

204
00:10:55,364 --> 00:10:56,920
พัฒนาต่อมาก็คือ

205
00:10:57,620 --> 00:10:59,691
to use and Learn

206
00:11:00,285 --> 00:11:03,020
Easy to use ก็คือใช้ง่ายนะคะ

207
00:11:05,166 --> 00:11:07,578
แล้วก็ Learn Learn คือเรียน

208
00:11:08,375 --> 00:11:10,550
อะไรก็ง่ายเรียนรู้ง่ายนะคะ

209
00:11:11,123 --> 00:11:13,052
ก็คือลักษณะโครงสร้างของมัน

210
00:11:13,423 --> 00:11:15,001
ไม่ยุ่งยากมากนะคะ

211
00:11:14,963 --> 00:11:15,240

212
00:11:15,675 --> 00:11:19,071
เด็กสามารถเรียนได้ภายในเวลาสั้นๆนะคะ

213
00:11:20,474 --> 00:11:23,317
มันจะเหมาะกับผู้ที่เริ่มต้น

214
00:11:24,574 --> 00:11:27,076
ก็คือถ้าใครไม่เคยเห็นโปรแกรมเลย

215
00:11:28,155 --> 00:11:28,685
นะคะ

216
00:11:29,897 --> 00:11:34,460
หรือมีใครเก็บมาแล้วไปเขียนได้นิดหน่อยอย่างนี้ก็คือ

217
00:11:34,753 --> 00:11:37,286
เริ่มต้นในการเขียนนะคะเขาก็จะ

218
00:11:37,697 --> 00:11:39,960
เริ่มที่ภาษา python นะคะ

219
00:11:41,667 --> 00:11:42,916
มัณฑนาตอบมา

220
00:11:43,275 --> 00:11:44,703
General purpose

221
00:11:45,834 --> 00:11:47,860
เราโพสต์ก็คือ

222
00:11:50,205 --> 00:11:52,926
ถ้าไปตามตัว General ก็คือทั่วไปนะคะ

223
00:11:53,406 --> 00:11:54,586
แปลแบบไทยๆ

224
00:11:54,814 --> 00:11:57,480
ภาษาก็จะสละสลวยขึ้นก็คือ

225
00:11:57,958 --> 00:11:59,117
มีความ

226
00:12:00,826 --> 00:12:03,328
เป็นภาษาแบบอเนกประสงค์

227
00:12:04,033 --> 00:12:07,218
อุปสงค์คือสามารถใช้ได้หลากหลายนะคะ

228
00:12:08,643 --> 00:12:09,995
ตั้งแต่

229
00:12:10,375 --> 00:12:11,082
ไม่ได้กลับ

230
00:12:11,843 --> 00:12:13,311
แอปพลิเคชันทั่วไป

231
00:12:13,703 --> 00:12:14,500
Top

232
00:12:16,192 --> 00:12:19,502
ประเทศเขาจะเรียกเครื่อง PC ว่า Desktop

233
00:12:20,617 --> 00:12:22,047
คือเครื่องตั้งโต๊ะ

234
00:12:22,918 --> 00:12:23,778
เราก็

235
00:12:24,908 --> 00:12:27,185
มือถือเขาจะเรียก mobile นะ

236
00:12:28,354 --> 00:12:29,151
พรุ่งนี้นะคะ

237
00:12:31,303 --> 00:12:32,883
แล้วถ้า Notebook ของเราน่ะ

238
00:12:33,734 --> 00:12:35,635
ประเทศเขาจะไม่เล่นด้วยหรอกนะ

239
00:12:35,524 --> 00:12:37,188
ก็ยังงงอยู่คนไทยเรียก

240
00:12:40,384 --> 00:12:42,284
เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องเล็กๆ

241
00:12:42,623 --> 00:12:43,788
บุปผาได้นะ

242
00:12:44,423 --> 00:12:45,066
นะคะ

243
00:12:45,764 --> 00:12:47,220
ไม่เหมือนกันนะคะ

244
00:12:48,774 --> 00:12:49,898
มันใช้ได้

245
00:12:49,863 --> 00:12:50,292

246
00:12:50,947 --> 00:12:54,505
เครือข่ายก็ได้เงินด้านกราฟิกก็ได้

247
00:12:54,664 --> 00:12:56,231
นาฬิกา Fit เพราะว่า

248
00:12:56,644 --> 00:12:59,257
โดยปกตินะคะโดยปกติแล้ว

249
00:12:59,715 --> 00:13:03,607
ภาษาคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่เขาจะใช้เอาไว้เขียนโปรแกรม

250
00:13:03,945 --> 00:13:05,982
ที่เกี่ยวกับพัฒนาระบบ

251
00:13:06,634 --> 00:13:07,192

252
00:13:11,316 --> 00:13:13,300
สร้างระบบบัญชีพวกนี้นะคะ

253
00:13:13,674 --> 00:13:16,622
python นอกจากเขียนโปรแกรมระบบแล้ว

254
00:13:16,555 --> 00:13:18,027
ยังสามารถเขียน

255
00:13:18,413 --> 00:13:19,376
โปรแกรมกราฟิก

256
00:13:19,634 --> 00:13:21,936
โปรแกรมเกมอะไรแบบนี้นึกออกนะคะ

257
00:13:22,583 --> 00:13:23,272

258
00:13:23,674 --> 00:13:26,882
มีความสามารถที่หลากหลายอย่างที่บอกนะคะ

259
00:13:28,227 --> 00:13:30,989
ใช้คำนวณทางวิทยาศาสตร์ได้นะคะ

260
00:13:30,854 --> 00:13:34,480
ปกติมันจะมีโปรแกรมเฉพาะทาง

261
00:13:34,885 --> 00:13:36,602
คำนวณด้านวิทยาศาสตร์

262
00:14:06,273 --> 00:14:07,070
สวัสดีค่ะ

263
00:14:09,346 --> 00:14:10,861
ได้ยินแล้ว Ok

264
00:14:12,544 --> 00:14:13,608
มาต่อนะคะ

265
00:14:14,334 --> 00:14:15,492
ลักษณะต่อมา

266
00:14:15,564 --> 00:14:16,639
คอร์ดเพลงบเบิ้ล

267
00:14:17,094 --> 00:14:19,464
Portable แปลตามศัพท์นะ

268
00:14:19,856 --> 00:14:21,762
มันจะแปลว่าพกพาได้

269
00:14:22,097 --> 00:14:23,498
แต่ความจริงแล้วคือ

270
00:14:23,885 --> 00:14:24,966
วันชัยว่า

271
00:14:24,975 --> 00:14:26,253
ย้ายดีกว่า

272
00:14:27,215 --> 00:14:28,953
เราอย่างที่บอกนะคะ

273
00:14:30,288 --> 00:14:33,861
เราพัฒนาใน Windows แต่เราเอามาใช้กับ

274
00:14:35,145 --> 00:14:36,333
เครื่อง Mac ได้

275
00:14:36,684 --> 00:14:37,204
นะคะ

276
00:14:37,456 --> 00:14:39,464
อันนี้เป็นต้นนะคะก็คือ

277
00:14:40,078 --> 00:14:42,051
ย้ายจากแพลตฟอร์ม 1

278
00:14:42,384 --> 00:14:44,894
ไปที่ eastville 1 ก็ได้

279
00:14:45,004 --> 00:14:46,207
อันนี้เป็นต้นนะคะ

280
00:14:48,144 --> 00:14:50,187
เป็นโปรแกรมที่มีลักษณะ

281
00:14:50,264 --> 00:14:52,342
เป็นพอร์ตเทเบิลขึ้นมา

282
00:14:52,438 --> 00:14:53,168

283
00:14:54,805 --> 00:14:56,208
ก็คือไปอยู่ไหนก็ได้

284
00:14:56,786 --> 00:14:59,087
มันไปได้หลากหลายว่าอย่างนั้นเถอะ

285
00:15:04,214 --> 00:15:04,825

286
00:15:05,234 --> 00:15:06,055
ปีนี้

287
00:15:10,868 --> 00:15:13,458
โต๊ะ 1 โต๊ะ 1 ที่

288
00:15:13,365 --> 00:15:13,982

289
00:15:14,064 --> 00:15:15,991
ตอบมาไม่ได้ยินอีกแล้วนะ

290
00:15:16,957 --> 00:15:17,954
open source

291
00:15:18,547 --> 00:15:19,820
Open ก็คือเปิด

292
00:15:19,895 --> 00:15:21,907
ซอสมาจากคำว่า source Code

293
00:15:22,385 --> 00:15:23,529
ก็คือเป็น

294
00:15:24,374 --> 00:15:25,503
เราสามารถ

295
00:15:26,355 --> 00:15:28,458
เปิดเผย source Code ได้นะคะ

296
00:15:29,235 --> 00:15:30,056
เมื่อคืน

297
00:15:30,065 --> 00:15:32,775
เหมือนที่บอกไว้ในตอนต้นว่า

298
00:15:34,545 --> 00:15:37,385
ถ้ามันจะมีนำไปพัฒนาต่อ

299
00:15:38,387 --> 00:15:41,713
อื่นหรือโปรแกรมอื่นได้

300
00:15:41,715 --> 00:15:42,613

301
00:15:43,717 --> 00:15:47,048
มีคนมาพัฒนาต่อจากที่เราพัฒนาไว้ได้

302
00:15:47,614 --> 00:15:50,427
เราจะไปพัฒนาต่อจากเขาได้

303
00:15:50,875 --> 00:15:54,166
ก็คือเปิดโอกาสให้โปรแกรมเมอร์คนอื่นๆ

304
00:15:54,525 --> 00:15:56,966
เข้ามาเขียนโปรแกรมช่วยกันได้นะคะ

305
00:16:01,437 --> 00:16:05,765
เป็นลักษณะของเขาก็คือเป็น open source

306
00:16:06,366 --> 00:16:09,108
พัฒนาต่อมาเป็นแบบฟัง Channel

307
00:16:09,827 --> 00:16:11,044
OP

308
00:16:11,744 --> 00:16:12,584
ฟัง Channel

309
00:16:13,360 --> 00:16:14,157
OP

310
00:16:14,955 --> 00:16:17,183
shopee ก็คือมาจาก object

311
00:16:18,485 --> 00:16:19,391
Oriental

312
00:16:19,966 --> 00:16:20,668
khanthep

313
00:16:21,116 --> 00:16:22,164
ฟังก์ชันนะคะ

314
00:16:26,295 --> 00:16:29,417
คือเป็นโปรแกรมเชิงวัตถุนั่นเองคือ

315
00:16:29,944 --> 00:16:33,776
สามารถเขียนโปรแกรมได้ในลักษณะที่เป็นโครงสร้าง

316
00:16:34,876 --> 00:16:37,212
หรือเป็นโปรแกรมเชิงวัตถุได้นะคะ

317
00:16:49,338 --> 00:16:54,035
J U i programming c u r ย่อมาจาก Graphic

318
00:16:54,847 --> 00:16:55,961
User Interface

319
00:16:55,935 --> 00:16:56,612
นะคะ

320
00:16:56,953 --> 00:16:57,754

321
00:16:59,194 --> 00:17:01,311
ทดสอบหรือการติดต่อแบบ

322
00:17:02,085 --> 00:17:04,266
ใช้งานแบบกราฟได้นะครับ

323
00:17:04,584 --> 00:17:05,325
เดิมนี่

324
00:17:05,925 --> 00:17:08,135
การเขียนโปรแกรมเหมือนที่บอกนะคะ

325
00:17:08,618 --> 00:17:09,734
มันจะเขียน

326
00:17:10,464 --> 00:17:11,256

327
00:17:11,366 --> 00:17:13,806
โปรแกรมที่ระบบด้านกราฟิก

328
00:17:14,184 --> 00:17:15,168
python

329
00:17:15,524 --> 00:17:16,330
งานกราฟฟิก

330
00:17:16,294 --> 00:17:16,556

331
00:17:16,423 --> 00:17:20,968
ถือว่าเยี่ยมนะที่บอกว่าพัฒนาเป็นเกมได้อย่างนี้นะคะ

332
00:17:21,283 --> 00:17:21,693

333
00:17:22,305 --> 00:17:24,584
ออกแบบหน้าตาให้สวยงาม

334
00:17:25,133 --> 00:17:27,994
วันที่พ่อทำออกมาเป็นแอปเป็นอะไรอย่างนี้

335
00:17:28,464 --> 00:17:31,618
ไม่ต้องตั้ง App อะไรเพิ่มเติมได้อย่างนี้เป็นต้นนะคะ

336
00:17:35,895 --> 00:17:37,971
ลักษณะต่อมา database

337
00:17:39,928 --> 00:17:40,533
นะคะ

338
00:17:41,787 --> 00:17:43,416
คือฐานข้อมูล

339
00:17:44,404 --> 00:17:45,254
คือ

340
00:17:45,494 --> 00:17:46,543
โดยปกติ

341
00:17:48,124 --> 00:17:49,633
เวลาเขียนโปรแกรม

342
00:17:50,569 --> 00:17:52,715
ฐานข้อมูลก็ต่างหากอะไรอย่างนี้

343
00:17:53,254 --> 00:17:54,586
เหมือนของ python

344
00:17:55,308 --> 00:17:58,272
มีลาย berry หรือห้องสมุดนะคะ

345
00:17:59,085 --> 00:17:59,887
ที่จัดเก็บ

346
00:18:00,875 --> 00:18:04,518
ใช้สำหรับเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลนะคะ

347
00:18:05,996 --> 00:18:09,878
มันจะไปเชื่อมกับโปรแกรมฐานข้อมูล

348
00:18:09,965 --> 00:18:11,601
อะไหล่ตัวได้นะคะ

349
00:18:12,590 --> 00:18:15,523
เลยเหมือนมี database ในตัวนะคะ

350
00:18:18,024 --> 00:18:21,932
พัฒนาต่อมา automatic Memory Management

351
00:18:23,786 --> 00:18:24,600
Automatic

352
00:18:24,686 --> 00:18:26,001
คืออัตโนมัติ

353
00:18:25,979 --> 00:18:27,926
เมมโมรี่ก็คือความจำ

354
00:18:28,466 --> 00:18:30,751
คือการจัดการหน่วยความจำ

355
00:18:31,335 --> 00:18:32,881
จัดการความจำนี่

356
00:18:33,065 --> 00:18:37,306
python จะมีการจัดการหน่วยความจำแบบอัตโนมัตินะคะ

357
00:18:37,804 --> 00:18:40,384
มันดีอย่างไรก็คือมันจะทำให้

358
00:18:40,747 --> 00:18:42,474
ลดข้อผิดพลาดนะคะ

359
00:18:45,365 --> 00:18:47,711
ที่จะทำให้โปรแกรมทำงาน

360
00:18:48,496 --> 00:18:50,331
ก็คือไปแก้ปัญหาว่า

361
00:18:50,936 --> 00:18:52,758
ถ้าเกิดโปรแกรมทำงานผิด

362
00:18:53,105 --> 00:18:54,239
มันจะไป

363
00:18:54,455 --> 00:18:55,323
เหมือน

364
00:18:56,056 --> 00:18:57,621
เราเขียนโค้ดไป

365
00:18:58,098 --> 00:18:59,048
กดผิดน่ะ

366
00:19:00,539 --> 00:19:02,242
มันจะมีการแจ้งเตือน

367
00:19:02,837 --> 00:19:06,704
มีนั่นนี่นู่นขึ้นมานะคะมีหน่วยความจำที่ดีนะคะ

368
00:19:08,215 --> 00:19:10,949
จะทำให้เวลาเขียนโปรแกรมไป

369
00:19:11,425 --> 00:19:14,101
นึกว่าจะเกิดขึ้นได้น้อยนั่นเองนะคะ

370
00:19:14,616 --> 00:19:16,022
อะไรโปรแกรมเมอร์

371
00:19:16,795 --> 00:19:17,681

372
00:19:18,337 --> 00:19:20,016
โคตรได้ว่าอย่างนั้นเถอะ

373
00:19:22,575 --> 00:19:26,505
อีก 2 หัวข้อนะคะก็คือหยุด 2 ลักษณะก็คือ

374
00:19:26,986 --> 00:19:29,368
ร้าน community and support

375
00:19:29,998 --> 00:19:31,203
ตลาดก็คือใหญ่

376
00:19:31,406 --> 00:19:32,011

377
00:19:32,687 --> 00:19:34,200
รองรับชุมชน

378
00:19:34,156 --> 00:19:35,099
หรือ

379
00:19:36,336 --> 00:19:36,887
นะคะ

380
00:19:38,446 --> 00:19:39,510
สามารถ

381
00:19:41,836 --> 00:19:44,523
กลุ่มของโปรแกรมเมอร์ที่พัฒนา python

382
00:19:45,036 --> 00:19:47,807
จะสร้างเป็นกลุ่มคือเขาทำเว็บไว้เลย

383
00:19:49,196 --> 00:19:50,334
แล้วก็จะมี

384
00:19:50,346 --> 00:19:53,316
บางคนก็เข้าไปแปะโพสไว้เพราะว่า

385
00:19:54,326 --> 00:19:54,991
คือ

386
00:19:55,156 --> 00:19:56,741
ตามหลักแล้วโปรแกรมเมอร์

387
00:19:57,077 --> 00:19:59,164
มันจะไม่ได้เขียนแค่คนเดียวนะออกนะ

388
00:19:59,767 --> 00:20:01,744
ไม่ต้องละหลายคนช่วยกันเขียน

389
00:20:03,283 --> 00:20:04,228
เพราะว่าอะไร

390
00:20:04,565 --> 00:20:06,440
เพราะว่าโปรแกรมเมอร์ 1 คน

391
00:20:06,807 --> 00:20:09,227
มันก็ต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านไป

392
00:20:10,007 --> 00:20:13,373
นครเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน database อะไรอย่างนี้

393
00:20:13,846 --> 00:20:15,168
เชี่ยวชาญเฉพาะ

394
00:20:15,129 --> 00:20:16,145
เครือข่าย

395
00:20:16,976 --> 00:20:20,580
แล้วทีนี้พอเราเขียนไปเราไม่ถนัดด้านนี้

396
00:20:21,035 --> 00:20:24,600
ก็อาจจะเอาโค้ดไปแปะแล้วก็ไปขอความช่วยเหลือ

397
00:20:25,064 --> 00:20:26,920
จะบอกว่ามาทำให้เกิด

398
00:20:27,508 --> 00:20:31,302
ร้าน community ก็คือเกิดชุมชนขนาดใหญ่ขึ้น

399
00:20:31,728 --> 00:20:34,106
คือเป็นกลุ่มของโปรแกรมเมอร์นั่นเองนะคะ

400
00:20:34,488 --> 00:20:36,271
มีเข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยน

401
00:20:37,108 --> 00:20:37,667
เกี่ยวกับ

402
00:20:37,874 --> 00:20:39,748
อ่านโค้ดนั่นเองนะคะ

403
00:20:41,327 --> 00:20:44,780
และลักษณะสุดท้าย support ไรซ์เบอรี่

404
00:20:46,645 --> 00:20:47,263
นะคะ

405
00:20:48,376 --> 00:20:49,893
ก็คือรองรับระบบ

406
00:20:51,646 --> 00:20:53,864
ไรซ์เบอรี่ดิจิตอลของเขานะคะ

407
00:20:54,515 --> 00:20:58,729
มันจะมีและเบอร์รี่ที่เขาสร้างขึ้นก็คือวินนะคะ

408
00:20:59,257 --> 00:21:01,314
อยู่ในตัวของเขาเองอยู่แล้ว

409
00:21:02,007 --> 00:21:06,485
Built in เหมือนในบ้านมีเฟอร์นิเจอร์บิวอินอันนี้คือเฟอร์นิเจอร์นั้น

410
00:21:06,876 --> 00:21:08,861
อยู่กับบ้านมาแล้วนึกออกนะคะ

411
00:21:09,696 --> 00:21:12,582
ฝังไว้ในโปรแกรมแล้วอย่างนี้นะคะ

412
00:21:13,728 --> 00:21:16,644
เหมือนเช่นเดียวกันเลยไรซ์เบอรี่ที่เป็นแบบบิ้วอิน

413
00:21:19,876 --> 00:21:22,555
ก็คือราชบุรีที่มีในตัวโปรแกรมอยู่แล้วนะคะ

414
00:21:22,884 --> 00:21:23,765
หรือถ้า

415
00:21:24,309 --> 00:21:25,449
โปรแกรม

416
00:21:27,967 --> 00:21:30,462
มีไม่พอก็สามารถเอาแล้วบริจาค

417
00:21:31,607 --> 00:21:32,755
ข้างนอกก็ได้

418
00:21:34,116 --> 00:21:38,689
เช่นมีราชบุรีด้านกราฟิกก็สามารถดึงเข้ามาด้วยนะคะ

419
00:21:39,236 --> 00:21:41,060
เขาก็มีอันที่บอก

420
00:21:41,025 --> 00:21:42,299
มิตรชุมชนนะคะ

421
00:21:45,378 --> 00:21:47,048
ในชุมชนเขาก็คือ

422
00:21:47,617 --> 00:21:49,863
ถ้าเราไม่รู้เราก็ไปถามได้

423
00:21:52,225 --> 00:21:52,788

424
00:21:54,464 --> 00:21:57,578
ก็จบแล้วสนามของไก่ทอดไปแล้วนะคะ

425
00:22:02,085 --> 00:22:03,883
ข้อต่อมาเราจะพูดถึง

426
00:22:04,125 --> 00:22:07,431
ให้เห็นถึงโครงสร้างอันนี้จะให้ดูรูปแบบนะคะ

427
00:22:07,905 --> 00:22:09,334
ถ้าเราเขียน

428
00:22:10,406 --> 00:22:12,711
เขียนแบบใช้โปรแกรมที่เขียนแบบ

429
00:22:12,965 --> 00:22:14,635
เป็นล่ำเป็นสันน่ะนะคะ

430
00:22:15,327 --> 00:22:19,037
เราจะเขียนว่าจะต้องมีโครงสร้างของภาษามันอย่างไร

431
00:22:21,405 --> 00:22:22,369
ภาพนะคะ

432
00:22:24,544 --> 00:22:25,976
ล่าสุดเลยนะคะ

433
00:22:28,127 --> 00:22:29,836
เราเรียกว่าโมดูนะคะ

434
00:22:30,307 --> 00:22:32,700
จะมีองค์ประกอบ 3 ส่วนหลักๆก็คือ

435
00:22:33,186 --> 00:22:34,811
ขอโมดุลนะคะ

436
00:22:36,455 --> 00:22:37,438
วันที่ 1 นะคะ

437
00:22:38,637 --> 00:22:40,969
ที่ 2 คือส่วนของ Comment

438
00:22:42,717 --> 00:22:45,597
แล้วส่วนที่ 3 คือส่วนของ statement

439
00:22:46,247 --> 00:22:48,851
แต่ละส่วนมีความสำคัญอย่างไร

440
00:22:52,646 --> 00:22:53,958
ดูรูปแล้ว

441
00:22:54,324 --> 00:22:55,323
จำไว้นะคะ

442
00:22:55,798 --> 00:22:57,261
ตอนแรกมาดูนี่

443
00:22:58,680 --> 00:23:01,348
คือ First dot คืออะไร

444
00:23:02,586 --> 00:23:03,867
Sony นะคะ

445
00:23:04,568 --> 00:23:07,045
ก็คือจะเป็นส่วนที่เป็น

446
00:23:08,917 --> 00:23:12,096
ระบบหรือโปรแกรมใหญ่ของเรานั่นเองนะคะ

447
00:23:13,396 --> 00:23:14,220
เมื่อคืน

448
00:23:14,294 --> 00:23:17,312
ในโมดุลนั้นจะต้องมีส่วนของคลาส

449
00:23:17,625 --> 00:23:19,217
ก็คือใช้เขียนโปรแกรมแบบ

450
00:23:19,284 --> 00:23:20,499
OP

451
00:23:20,565 --> 00:23:22,412
เราก็จะต้องมีฝาปิดนะคะ

452
00:23:22,936 --> 00:23:24,148
ใช้เขียนแบบ

453
00:23:25,626 --> 00:23:27,131
มีฟังก์ชัน

454
00:23:27,743 --> 00:23:29,074
ก็คือจะเป็นฟังก์ชันแบบ

455
00:23:29,657 --> 00:23:31,191
แบตเตอรี่ก็ได้นะคะ

456
00:23:31,954 --> 00:23:33,419
คือเป็นการใช้งานแบบ

457
00:23:33,875 --> 00:23:35,736
ไรซ์เบอรี่ของเขาได้นะคะ

458
00:23:36,305 --> 00:23:38,953
เมื่อเช้านี้เรายังสามารถใช่ไหมคะ

459
00:23:40,084 --> 00:23:42,512
คือนอกจากเป็นโมเดลที่เราสร้างแล้ว

460
00:23:42,898 --> 00:23:45,882
เป็นโมเดลที่เราสามารถไปนำ

461
00:23:46,736 --> 00:23:47,751
นำมาใช้

462
00:23:48,665 --> 00:23:50,775
remini สร้างไว้แล้วนะคะ

463
00:23:51,664 --> 00:23:54,315
เราก็ไปเรียกใช้โมดุลนั้นเข้ามา

464
00:23:55,125 --> 00:23:56,272
จำรูญกราฟฟิก

465
00:23:56,214 --> 00:23:57,484
นั่นหมายถึงว่า

466
00:23:57,945 --> 00:23:59,984
ถ้าเราต้องการเขียนโปรแกรมด้านกราฟิก

467
00:24:00,697 --> 00:24:04,566
เราก็สามารถไปเขียนได้ใช้โมดุลนั้นขึ้นมาได้นะคะ

468
00:24:05,935 --> 00:24:09,078
เขียนในตัวอย่างคำว่า First dot ภายใน

469
00:24:09,716 --> 00:24:12,265
คือจะเป็นหมอดูนะของโปรแกรมเรา

470
00:24:12,786 --> 00:24:15,403
เราตั้งชื่อว่าเฟิร์สปลอดภัยนะคะ

471
00:24:16,375 --> 00:24:18,250
นั่นคือส่วนของโมดุล

472
00:24:18,995 --> 00:24:23,412
ง่ายๆสรุปง่ายๆก็คือมันคือไฟล์โปรแกรมเรานั่นเองนะคะ

473
00:24:23,735 --> 00:24:25,327
1 ไฟล์นั่นเองนะคะ

474
00:24:27,596 --> 00:24:29,075
มาดูสวนตอบมา

475
00:24:29,574 --> 00:24:30,301
คือ

476
00:24:31,687 --> 00:24:36,210
ย้ำเสมอว่าคอมเม้นมีส่วนสำคัญสำคัญอย่างไร

477
00:24:36,554 --> 00:24:38,582
คอมเม้นน่าจะเป็นตัวที่บาย

478
00:24:38,794 --> 00:24:42,356
เอาไว้อธิบายการทำงานของโปรแกรมเรานั่นเองนะคะ

479
00:24:42,312 --> 00:24:48,229
โปรแกรมเราเช่นเหมือนตรงนี้เป็นส่วนที่จำกัดตัวแปร

480
00:24:48,276 --> 00:24:50,186
เราก็ใส่ comment เข้าไป

481
00:24:50,574 --> 00:24:53,357
แล้วเราก็ใส่คำอธิบายไปว่า

482
00:24:54,412 --> 00:24:59,544
ประกาศตัวแปรว่างอันนี้สำหรับทำอันนี้มันจะดีอย่างไร

483
00:24:59,723 --> 00:25:00,972
ไม่นึกถึงเมื่อ

484
00:25:01,716 --> 00:25:03,496
การที่เราต้องการหรือ

485
00:25:04,913 --> 00:25:09,817
โปรแกรมเรามีปัญหาแล้วเราจะไปแก้ที่ 1 เรารู้แล้วว่า

486
00:25:09,913 --> 00:25:11,040
ถ้าเรา

487
00:25:11,522 --> 00:25:12,511
เขียนเอง

488
00:25:12,993 --> 00:25:15,152
ที่มันผิดมักจะเกิดจากอะไร

489
00:25:16,004 --> 00:25:21,003
ถ้าเรามี comment แล้วเราจะไปถูกเราจะรู้เลยว่าตรงจุดนี้ comment นี้

490
00:25:22,012 --> 00:25:23,463
เราทำอะไรกับมัน

491
00:25:24,192 --> 00:25:30,935
บ่มีส่วนของอะไรมีฟังก์ชั่นอยู่ตรงนี้ไหมมีคลาสอยู่ตรงนี้ไหมมีเงื่อนไขตรงนี้ไหมนึกออกนะคะ

492
00:25:31,425 --> 00:25:32,825
comment มันจะเป็นตัว

493
00:25:33,473 --> 00:25:34,860
ช่วยในการที่

494
00:25:35,072 --> 00:25:36,083
โปรแกรมเมอร์

495
00:25:36,925 --> 00:25:37,788
เอาไว้

496
00:25:38,523 --> 00:25:39,783
ใช้เวลาตรวจสอบ

497
00:25:40,513 --> 00:25:41,191
หรือ

498
00:25:41,602 --> 00:25:42,688
ถึงว่า

499
00:25:43,730 --> 00:25:46,408
ตัวแปรนี้เราตั้งไปทำไมนะ

500
00:25:47,695 --> 00:25:48,237
เพราะ

501
00:25:48,204 --> 00:25:49,264
เด็กๆน่ะ

502
00:25:49,931 --> 00:25:50,924
ตำราเรียน

503
00:25:52,742 --> 00:25:55,435
A B A B

504
00:25:56,262 --> 00:25:57,976
โปรแกรมใช้ a กับ B

505
00:25:58,373 --> 00:26:01,784
Sanook AB นี่คืออะไรไม่ออกนะคะ

506
00:26:02,417 --> 00:26:04,364
เวลาตั้งชื่อโปรแกรม

507
00:26:05,483 --> 00:26:07,458
ควรจะ Search Google

508
00:26:08,424 --> 00:26:11,487
หาคำภาษาอังกฤษให้มันสอดคล้องกับคำแปล

509
00:26:13,351 --> 00:26:15,157
ไม่ตรงกับภาษาไทยนะครับ

510
00:26:15,724 --> 00:26:20,778
มันจะยาวไปหน่อยก็ยังดีกว่ามันจะทำให้เราไปแก้โค้ดได้ง่ายๆ

511
00:26:21,415 --> 00:26:22,482
จะได้ง่ายกว่า

512
00:26:22,442 --> 00:26:23,825
เอกกับบีน่ะค่ะ

513
00:26:24,426 --> 00:26:24,931

514
00:26:26,413 --> 00:26:27,559
comment ก็

515
00:26:27,497 --> 00:26:32,400
คือมีส่วนสำคัญนะคะก็คือไม่ควรขาดไม่ควรทิ้งไปนะครับ

516
00:26:32,297 --> 00:26:37,725
คือมันไม่ได้เอาไปมวนผลนะแต่ว่ามันจะเป็นเป็นตัวช่วยเหมือนว่าทำไม

517
00:26:38,573 --> 00:26:40,445
Facebook และติดแฮชแท็ก

518
00:26:40,364 --> 00:26:40,671

519
00:26:41,383 --> 00:26:44,016
comment เราก็ติด

520
00:26:44,265 --> 00:26:45,203

521
00:26:45,545 --> 00:26:48,661
ก็เหมือนจะเป็นการเตือนหรือกระตุ้น

522
00:26:49,064 --> 00:26:50,573
ในโซเชียลใช่ไหม

523
00:26:50,535 --> 00:26:51,485
Attack

524
00:26:51,885 --> 00:26:53,147
เรื่องนั้นเรื่องนี้

525
00:26:53,756 --> 00:26:55,983
เน้นหัวข้อว่าอย่างนั้นเถอะ

526
00:26:55,876 --> 00:26:57,927
เลือกเน้นเรื่องนั้น

527
00:26:58,874 --> 00:27:01,747
ประมาณนี้นะครับ

528
00:27:01,633 --> 00:27:04,890
ใส่เครื่องหมายในภาษาคอมพิวเตอร์เขาเรียก

529
00:27:05,722 --> 00:27:06,661
นะครับนะคะ

530
00:27:08,993 --> 00:27:12,044
ในภาษาเด็กยุคใหม่วัยเจน

531
00:27:12,252 --> 00:27:13,664
เจนเนอเรชั่นใหม่

532
00:27:14,493 --> 00:27:15,458
คนนี้

533
00:27:15,453 --> 00:27:18,182
เด็กๆจะเรียกว่าแท็กนะคะ

534
00:27:21,662 --> 00:27:26,515
ตอบมาส่วนที่ 3 ส่วนนี้ขาดไม่ได้เราจะเขียนโปรแกรมนี้ได้ก็ต่อเมื่อ

535
00:27:27,552 --> 00:27:28,965
เรามี statement

536
00:27:28,955 --> 00:27:31,142
statement ก็คือส่วนของ

537
00:27:31,392 --> 00:27:32,992
นี่เป็นคำสั่งเห็นไหมคะ

538
00:27:33,822 --> 00:27:35,365
ไอ้โปรแกรมมันทำงาน

539
00:27:36,835 --> 00:27:38,424
เราจะเข้าไปเขียน

540
00:27:38,942 --> 00:27:42,307
พลังในตัวนี้ในส่วน statement นี้

541
00:27:43,486 --> 00:27:44,317
ที่นี่

542
00:27:44,706 --> 00:27:45,792
โดยปกติ

543
00:27:46,496 --> 00:27:47,486
ใน python

544
00:27:48,412 --> 00:27:49,497
เวลา

545
00:27:50,464 --> 00:27:51,671
เวลาจะจบ

546
00:27:51,933 --> 00:27:55,950
คำสั่งการทำงานใน 1 คำสั่งนี่นะคะ

547
00:27:56,474 --> 00:27:57,536

548
00:27:58,525 --> 00:27:59,668
เขาก็จะใช้

549
00:28:00,573 --> 00:28:01,784
การขึ้นบรรทัดใหม่

550
00:28:02,944 --> 00:28:04,736
แล้วก็มีอีกแบบหนึ่งก็คือ

551
00:28:04,993 --> 00:28:07,697
ไซส์ senegal คือถ้าเป็นแต่ก่อน

552
00:28:10,494 --> 00:28:14,345
ให้เด็กๆดูที่ความแตกต่างของตัวที่ 1 กับตัวที่ 2 ที่

553
00:28:15,552 --> 00:28:17,549
Drive C เรื่องไว้

554
00:28:19,643 --> 00:28:21,705
ตัวอย่างที่ 1 ก็บอกว่า

555
00:28:22,463 --> 00:28:24,589
python โดยปกติ

556
00:28:26,111 --> 00:28:31,500
M มันสั่งลบ 1 อันแล้วก็กด Enter นั่นหมายความว่า

557
00:28:32,256 --> 00:28:35,336
พรุ่งนี้เสร็จแล้ว 1 คำสั่งเป็น

558
00:28:36,542 --> 00:28:38,084
1 คำสั่งนึกออกนะ

559
00:28:39,874 --> 00:28:42,562
เอาบรรทัดนี้บรรทัดที่ 2 ต่อมาปริ้น

560
00:28:42,873 --> 00:28:44,361
คำสั่งที่ 2

561
00:28:44,732 --> 00:28:45,511
ออกนะ

562
00:28:46,465 --> 00:28:48,059
อาทิตย์นี้

563
00:28:49,799 --> 00:28:50,808
ความสามารถ

564
00:28:52,796 --> 00:28:55,630
ถ้าเขียนแบบมี 2 คำสั่งในบรรทัดเดียวกัน

565
00:28:56,255 --> 00:28:57,273
เขาจะใช้

566
00:28:57,670 --> 00:29:00,519
ไม่มีคนรอบข้างไว้เห็นไหมครับ

567
00:29:01,184 --> 00:29:04,039
มาด้วยใส่แม็ก vossen นี่คือคำสั่งที่ 1

568
00:29:04,256 --> 00:29:05,024

569
00:29:11,102 --> 00:29:11,738

570
00:29:12,762 --> 00:29:16,734
มันบอกให้โปรแกรมรู้ว่าทำเสร็จแล้วคำสั่งนี้

571
00:29:17,057 --> 00:29:18,526
pornhub

572
00:29:22,682 --> 00:29:24,252
love it

573
00:29:24,862 --> 00:29:29,618
ตัวที่ 2 ไม่มีเพราะว่าอะไรเพราะว่าไม่ได้มีคำสั่งของ

574
00:29:31,073 --> 00:29:37,189
ในกรณีที่มีคำสั่งต่อกันอย่างที่ 2 เด็กๆก็เอาเครื่องหมายเซมิโคลอนมาคั่น

575
00:29:39,074 --> 00:29:40,807
วิธีเขียนที่ดี

576
00:29:41,056 --> 00:29:42,074
ควรจะเขียน

577
00:29:42,592 --> 00:29:43,748
หมด 1 บรรทัด

578
00:29:45,472 --> 00:29:46,949
คำสั่งต่อ 1 บรรทัด

579
00:29:46,944 --> 00:29:48,241
เพราะอะไร

580
00:29:48,473 --> 00:29:51,445
อย่างนี้มันจะช่วยให้หลับง่ายกว่า

581
00:29:51,803 --> 00:29:55,863
เป็นพืชอย่างนี้ให้พี่ถึงเวลาที่เราเอา

582
00:29:56,473 --> 00:29:57,843
เอกสารอะไร

583
00:30:00,316 --> 00:30:03,058
แล้วมันไม่มีการเว้นวรรคประโยคที่ออกเหงา

584
00:30:03,838 --> 00:30:05,933
ยาวติดกันไปเป็นเพื่อนเลย

585
00:30:07,235 --> 00:30:08,143
เห็นแล้วก็

586
00:30:09,983 --> 00:30:12,562
ผมไม่อยากให้ตรวจคำผิดจะหาเจอไหม

587
00:30:12,992 --> 00:30:13,892

588
00:30:14,526 --> 00:30:15,615

589
00:30:16,063 --> 00:30:18,861
หลวงตามหาบัวได้ที่นี้

590
00:30:19,972 --> 00:30:21,718
ทำไม่เป็น

591
00:30:22,922 --> 00:30:26,425
หลวงตามหาบัวอ่านได้ 2 แบบถูกไหม

592
00:30:26,762 --> 00:30:28,168
อย่างนี้เป็นต้นนะคะ

593
00:30:28,874 --> 00:30:29,320

594
00:30:29,835 --> 00:30:30,472
เท่านั้น

595
00:30:30,724 --> 00:30:32,679
อยากที่ 2 จะไม่นิยม

596
00:30:35,464 --> 00:30:37,849
ในกรณีที่คำสั่งมีเยอะมันจะ

597
00:30:38,214 --> 00:30:39,644
เขียนต่อๆ

598
00:30:40,144 --> 00:30:41,029
มันดูยาก

599
00:30:42,003 --> 00:30:45,180
เพราะเวลาไปแก้ Code มันจะยากเพราะอะไรเพราะ

600
00:30:46,812 --> 00:30:48,360
โปรแกรมมันจะมีตั๋ว

601
00:30:48,854 --> 00:30:51,553
จะให้ไปบรรทัดที่นึกออกนะ

602
00:30:52,634 --> 00:30:55,158
มันจะพาเราไปบรรทัดที่เกิด error

603
00:30:56,924 --> 00:30:59,528
แล้วถ้าในบรรทัดนั้นมันมีหลายคนสั่งน่ะ

604
00:31:00,052 --> 00:31:04,221
แล้วเราจะรู้ทำไมว่ามันจะมีคำสั่งไหน

605
00:31:04,283 --> 00:31:06,077
เราก็ต้องมาไล่อีกใช่ไหม

606
00:31:07,416 --> 00:31:10,146
ถ้าเป็นบรรทัด 1 คำสั่งตอนบรรทัด

607
00:31:10,552 --> 00:31:12,180
จะรู้ว่าอ๋อ

608
00:31:12,413 --> 00:31:13,800
บรรทัดที่ 78

609
00:31:14,713 --> 00:31:16,833
มันก็จะได้ง่ายขึ้นนะคะ

610
00:31:18,062 --> 00:31:19,636
พัฒนาเขียน

611
00:31:20,752 --> 00:31:23,330
เขียน 1 คำสั่ง for 1 บรรทัด

612
00:31:25,176 --> 00:31:26,504
วันนี้พร้อมจะ

613
00:31:26,902 --> 00:31:28,693
ปฏิบัติแล้วหรือยัง

614
00:31:29,976 --> 00:31:30,946
เสียว

615
00:31:31,256 --> 00:31:33,440
เวลาเด็กๆพักเบรคก่อน

616
00:31:33,815 --> 00:31:34,930
นะที่รัก

617
00:31:35,414 --> 00:31:36,823
ทีหลังก็จะได้เบรค

618
00:31:37,274 --> 00:31:39,587
ก่อนอื่นเด็กๆเปิดโปรแกรมค่ะ

619
00:31:41,247 --> 00:31:42,838
ด่านแรกๆ

620
00:31:42,834 --> 00:31:44,631
เราลงโปรแกรมไปแล้วนะ

621
00:31:44,634 --> 00:31:46,540
เพราะฉะนั้นเพราะฉะนั้น

622
00:31:46,676 --> 00:31:48,856
เราจะต้องเปิดโปรแกรมไว้

623
00:31:51,094 --> 00:31:53,387
เพราะเราจะเริ่มเขียนโปรแกรมนะคะ

624
00:31:56,083 --> 00:31:57,560
จะเริ่มเข้าสู่

625
00:31:58,264 --> 00:32:00,961
นักเขียนโปรแกรมแล้วเดี๋ยวย้อนกลับไปก่อน

626
00:32:01,205 --> 00:32:05,676
ให้ไปเข้าห้องน้ำห้องท่าก่อนให้เรียบร้อยก่อนนะคะ

627
00:32:06,322 --> 00:32:07,413
เด็กมา

628
00:32:07,863 --> 00:32:09,225
ไม่มีต่อนะคะ

629
00:32:09,984 --> 00:32:13,054
โปรแกรมที่เราจะใช้ชื่อว่า

630
00:32:14,015 --> 00:32:14,704
ใช้

631
00:32:15,874 --> 00:32:18,255
เดี๋ยวนะขอตัดภาพก่อน

632
00:32:24,903 --> 00:32:28,595
เด็กเด็กใช้เครื่องมือค้นหาก็ได้นะคะค้นหาโปรแกรม

633
00:32:31,303 --> 00:32:34,330
แล้วพิมพ์คำว่า python py

634
00:32:34,577 --> 00:32:36,630
พิมพ์คีย์พิมพ์ตัว P

635
00:32:39,636 --> 00:32:42,526
ใช้เครื่องมือค้นหาแล้วก็พิมพ์ตัว P

636
00:32:45,137 --> 00:32:47,472
ทำไมเป็นภาษาไทย P Y นะคะ

637
00:32:49,874 --> 00:32:54,375
ภาษาไทยหรอ py py

638
00:32:56,783 --> 00:33:01,132
t h o n e y ก็ขึ้นแล้วนะ

639
00:33:02,094 --> 00:33:03,108
โลโก้

640
00:33:05,293 --> 00:33:08,026
หลวงพ่อนองแล้วก็เล่นได้เลยนะคะ

641
00:33:08,694 --> 00:33:09,650
ใช่หรือเปล่า

642
00:33:11,503 --> 00:33:14,046
เป็นตัว P กับตัวไว้ก่อน 6 โมงปัญหา

643
00:33:14,138 --> 00:33:15,933
พี่ว่าแล้วยังไม่เจออีก

644
00:33:16,242 --> 00:33:17,284
MP

645
00:33:17,713 --> 00:33:18,008

646
00:33:21,172 --> 00:33:22,122

647
00:33:22,012 --> 00:33:22,375

648
00:33:23,618 --> 00:33:24,240

649
00:33:24,376 --> 00:33:24,650

650
00:33:26,812 --> 00:33:28,350
ถ้าพิมพ์เจอแล้ว

651
00:33:28,733 --> 00:33:29,099

652
00:33:29,268 --> 00:33:29,747

653
00:33:29,884 --> 00:33:31,473
กำลังต่อไปได้หญิง

654
00:33:31,333 --> 00:33:36,735
ไปเข้าห้องน้ำพักผ่อน

655
00:33:36,984 --> 00:33:37,943
ไม่ใช่

656
00:33:39,093 --> 00:33:41,425
10 นาทีนะคะให้เวลา 10 นาที

657
00:33:42,497 --> 00:33:43,179

658
00:33:44,416 --> 00:33:44,967

659
00:33:44,882 --> 00:33:48,957
แล้วเดี๋ยวค่อยมาอันนี้จะได้ตั้งใจทำ

660
00:33:51,516 --> 00:33:53,554
ไปจะไปเข้าห้องน้ำหนักได้บ้าง

661
00:33:53,373 --> 00:33:54,575
ประกอบ

662
00:33:57,085 --> 00:33:59,583
เพราะเดี๋ยวตอนออกรถไม่ต้องเกิดจาก

663
00:33:59,575 --> 00:34:01,285
ลูกหน้าห้องน้ำหลุดไหม

664
00:34:02,264 --> 00:34:03,615
น้ำมันเบรคก่อน

665
00:34:04,693 --> 00:34:06,421
พิราบ 10 นาทีนะคะ

666
00:34:06,876 --> 00:34:08,079
ค่ะขอบคุณค่ะ

667
00:34:26,595 --> 00:34:26,847

668
00:34:27,424 --> 00:34:27,704

669
00:34:33,053 --> 00:34:33,885
โอเคค่ะ

670
00:34:36,062 --> 00:34:36,565

671
00:34:37,854 --> 00:34:39,037
พร้อมนะคะเด็กๆ

672
00:34:40,544 --> 00:34:41,056

673
00:34:42,332 --> 00:34:44,729
เดี๋ยวเราจะลองมาเขียนนะคะ

674
00:34:45,212 --> 00:34:46,959
ยังไม่ได้เขียนนะครับ

675
00:34:47,454 --> 00:34:48,482
โครงสร้าง

676
00:34:49,444 --> 00:34:52,828
เขียนคำสั่งจากนั้นเดี๋ยวเราจะดูว่า

677
00:34:52,849 --> 00:34:56,586
คำสั่งที่เราจะใช้การเขียนวันนี้คือวันอะไรถึงได้นะ

678
00:34:57,268 --> 00:34:58,467
อัลกอริทึม

679
00:35:00,146 --> 00:35:01,561
ก็จะมีที่เห็นบ่อยๆ

680
00:35:02,064 --> 00:35:06,007
หรือแสดงถึงนั่นเองครับแสดงผล

681
00:35:06,163 --> 00:35:06,738

682
00:35:07,251 --> 00:35:08,790
ภาษาคอมนี่

683
00:35:09,687 --> 00:35:10,704

684
00:35:11,605 --> 00:35:14,048
มันจะเรียกว่าฟังก์ชันแสดงผลนะครับ

685
00:35:14,293 --> 00:35:15,700
เรียกว่า

686
00:35:16,402 --> 00:35:18,021
print function นะคะ

687
00:35:19,034 --> 00:35:20,182
เพราะอะไร

688
00:35:22,164 --> 00:35:25,318
ฟังก์ชันนี้มันโดนใช้งานบ่อยเพราะ

689
00:35:26,266 --> 00:35:30,818
เมื่อเราจะต้องให้คอมพิวเตอร์มาแสดงผลเราก็ต้องเรียกใช้

690
00:35:31,704 --> 00:35:33,322
สั่งปริ้นนะคะ

691
00:35:33,815 --> 00:35:34,320

692
00:35:34,218 --> 00:35:36,518
จะใช้ในการแสดงผล

693
00:35:36,883 --> 00:35:38,360
พากันออกทางจอภาพ

694
00:35:38,995 --> 00:35:42,893
วิธีการใช้ฟังก์ชันนี้ก็คือพิมพ์คำว่า Print

695
00:35:43,866 --> 00:35:44,434
นะคะ

696
00:35:44,954 --> 00:35:46,692
เราจะต้องพิมพ์คำว่า Print

697
00:35:46,806 --> 00:35:48,351
P R I N E

698
00:35:49,114 --> 00:35:50,321
แล้วใส่คำว่า

699
00:35:51,863 --> 00:35:53,214
วงเล็บเปิดวงเล็บปิด

700
00:35:55,634 --> 00:35:58,072
สังเกตง่ายๆในภาษา python ถ้า

701
00:35:58,903 --> 00:36:00,632
คำสั่งใดคำสั่งหนึ่ง

702
00:36:03,703 --> 00:36:08,089
มีวงเล็บเปิดปิดนั่นก็คือคำสั่งนั้นเป็นฟังก์ชันนะคะ

703
00:36:08,693 --> 00:36:09,936
พี่ให้เปิด

704
00:36:10,483 --> 00:36:11,317
โปรแกรม

705
00:36:13,045 --> 00:36:16,702
ที่เราดาวน์โหลดไว้ตั้งแต่สัปดาห์แรกๆไว้นะคะ

706
00:36:17,214 --> 00:36:19,704
เปิดหน้าต่างโปรแกรมนั้น

707
00:36:21,114 --> 00:36:22,329
ตอนนี้เราจะ

708
00:36:22,714 --> 00:36:24,504
คำสั่ง Print

709
00:36:26,945 --> 00:36:28,567
ทางเขาเรียกว่า

710
00:36:30,394 --> 00:36:31,342
ที่เป็นแบบ

711
00:36:31,233 --> 00:36:33,273
แจ๋ว Command

712
00:36:33,153 --> 00:36:36,276
ก็คือ

713
00:36:36,994 --> 00:36:38,797
ลิ้นเป็นบรรทัดบรรทัดไป

714
00:36:38,794 --> 00:36:41,414
ไม่ได้เป็นแบบโปรแกรมทำโปรแกรมนะคะ

715
00:36:43,205 --> 00:36:45,270
เปิดหน้าต่างโปรแกรมนั้นเข้ามานะคะ

716
00:36:46,986 --> 00:36:47,490

717
00:36:49,925 --> 00:36:50,834
ตรงที่

718
00:36:52,993 --> 00:36:56,140
มีสีขาวกระพริบหรือเคอร์เซอร์กระพริบ

719
00:37:00,425 --> 00:37:00,999
นะคะ

720
00:37:04,392 --> 00:37:05,344
อันดับแรก

721
00:37:06,055 --> 00:37:06,848
Print

722
00:37:07,275 --> 00:37:09,696
วินิจฉัยเราจะบิน

723
00:37:09,762 --> 00:37:11,649
เพื่อแสดงชื่อของเรา

724
00:37:13,545 --> 00:37:15,309
ขณะนี้เครื่องหมายวงเล็บ

725
00:37:16,554 --> 00:37:17,448
ก่อนอื่น

726
00:37:18,153 --> 00:37:20,878
จะต้องพิมพ์ตัวคำสั่งก่อนพิมพ์ตัวคำ

727
00:37:21,414 --> 00:37:22,274

728
00:37:22,824 --> 00:37:23,460

729
00:37:25,512 --> 00:37:26,491
HD

730
00:37:28,654 --> 00:37:32,383
แล้วก็ใส่เครื่องหมายวงเล็บเปิดวงเล็บปิดพร้อมกัน

731
00:37:33,393 --> 00:37:35,076
วงเล็บปิดวงเล็บปิด

732
00:37:34,993 --> 00:37:36,540
กด 0 เฉยเลย

733
00:37:37,484 --> 00:37:40,978
เดี๋ยวขยายขนาดตัวอักษรให้รอแป๊บนึง

734
00:37:48,515 --> 00:37:49,337
ตั้งค่า

735
00:37:49,476 --> 00:37:49,987

736
00:37:50,115 --> 00:37:52,718
Font

737
00:37:54,723 --> 00:37:57,598
แป๊บนึงนะคะเด็กๆ

738
00:38:00,602 --> 00:38:01,971
ไม่ขยายให้น่ะ

739
00:38:02,088 --> 00:38:02,835

740
00:38:02,724 --> 00:38:05,455
ทำไมไม่ขยาย

741
00:38:08,414 --> 00:38:08,911

742
00:38:08,804 --> 00:38:16,286
ไม่ขยายให้นะ

743
00:38:23,733 --> 00:38:24,534

744
00:38:42,747 --> 00:38:43,162

745
00:38:43,063 --> 00:38:46,762
สว่างไปเดี๋ยวๆ

746
00:38:47,606 --> 00:38:49,613
ซื้อให้ใหม่นะแป๊บนึง

747
00:38:49,464 --> 00:38:55,938
Colour เอาสีอะไรดีมองไม่เห็น

748
00:38:56,563 --> 00:38:58,527
สีดำนี่แหละนะ

749
00:38:59,953 --> 00:39:01,540
โอเคไหมเห็นหรือยัง

750
00:39:02,381 --> 00:39:04,433
ไปอยู่

751
00:39:05,013 --> 00:39:05,843
30

752
00:39:06,222 --> 00:39:07,981
ป้ายเดี๋ยวเพิ่มไป

753
00:39:09,742 --> 00:39:10,621

754
00:39:16,411 --> 00:39:17,159
OK

755
00:39:17,625 --> 00:39:18,375
เห็นแล้วนะ

756
00:39:19,421 --> 00:39:20,373
พิมพ์คำว่า

757
00:39:20,570 --> 00:39:21,317
Print

758
00:39:21,271 --> 00:39:21,498

759
00:39:23,061 --> 00:39:24,625
เอามาใส่วงเล็บเปิด

760
00:39:24,602 --> 00:39:24,868

761
00:39:25,621 --> 00:39:28,120
สังเกตที่ตำแหน่งเคอร์เซอร์กระพริบ

762
00:39:29,594 --> 00:39:31,356
ที่นี่ในวงเล็บ

763
00:39:31,713 --> 00:39:32,919
เครื่องหมายคำพูด

764
00:39:32,932 --> 00:39:33,205

765
00:39:34,855 --> 00:39:36,686
เครื่องหมายคำพูด

766
00:39:37,660 --> 00:39:39,255
ก็ได้

767
00:39:39,139 --> 00:39:41,626
ต่างกันนะ

768
00:39:42,723 --> 00:39:44,050
มีวงเล็บใช่ไหม

769
00:39:43,941 --> 00:39:46,060
เสร็จแล้วในวงเล็บ

770
00:39:46,822 --> 00:39:48,404
เครื่องหมายคำพูด

771
00:39:49,309 --> 00:39:51,815
พิมพ์เครื่องหมายคำพูดลงไปนักวะ

772
00:39:51,621 --> 00:39:52,947
เพราะ

773
00:39:52,962 --> 00:39:56,038
พวกเราว่าถ้าเราจะแสดงข้อความ

774
00:39:57,122 --> 00:39:58,579
ในคอมพิวเตอร์นี่

775
00:39:58,590 --> 00:40:00,311
มันจะใช้

776
00:40:01,469 --> 00:40:03,724
ต้องใส่เครื่องหมายคำพูดแบบนี้

777
00:40:04,292 --> 00:40:05,491
2 อัน

778
00:40:05,383 --> 00:40:06,129

779
00:40:07,228 --> 00:40:09,968
ปีนี้ใส่อะไรใส่ชื่อตัวเองลงไปค่ะ

780
00:40:10,499 --> 00:40:13,084
อยากเห็นชื่อตัวเองพิมพ์ชื่อตัวเองลงไป

781
00:40:14,591 --> 00:40:21,575
font ภาษาไทยไม่ได้พิมพ์ชื่อภาษาอังกฤษไว้ก่อนนะยังไม่ได้ตั้งค่าซ้อนเดี๋ยวค่อยไปตั้งค่าก่อนทีหลัง

782
00:40:21,378 --> 00:40:25,962

783
00:40:25,859 --> 00:40:32,580
เอายาวๆจะได้เห็น

784
00:40:38,407 --> 00:40:41,545
ถ้าเมื่อไหร่ที่เด็กๆต้องการจะให้

785
00:40:44,358 --> 00:40:47,182
แสดงผลข้อความ

786
00:40:48,388 --> 00:40:50,190
ในวงเล็บนี่

787
00:40:51,400 --> 00:40:53,832
เป็นนี่คือตัวคำสั่ง

788
00:40:54,027 --> 00:40:55,954
แล้วในวงเล็บคือส่วน

789
00:40:57,420 --> 00:40:59,863
จะให้คอมพิวเตอร์มาแสดงเพราะฉะนั้น

790
00:41:00,040 --> 00:41:05,523
เมื่อต้องการให้แสดงสิ่งที่เป็นข้อความเด็กๆจะต้องใช้เครื่องหมายคำพูด

791
00:41:07,528 --> 00:41:09,173
เรียกว่า W

792
00:41:09,068 --> 00:41:09,427

793
00:41:09,827 --> 00:41:10,991
โคตรก็คือ

794
00:41:11,747 --> 00:41:12,705
มี 2 ขีด

795
00:41:14,697 --> 00:41:15,935
shingles

796
00:41:16,165 --> 00:41:17,762
ที่มีขีดเดียว

797
00:41:20,068 --> 00:41:21,466
นะคะ

798
00:41:24,937 --> 00:41:29,908
เสร็จแล้วเมื่อเสร็จแล้วนะคะไม่เลื่อนเคอร์เซอร์ไปที่ท้ายบรรทัดนะคะ

799
00:41:32,428 --> 00:41:33,309
ตำแหน่ง

800
00:41:34,868 --> 00:41:36,138
แล้วกด enter

801
00:41:36,519 --> 00:41:39,852
มันจะต้องแสดงชื่อของเด็กๆในบรรทัดต่อมา

802
00:41:40,676 --> 00:41:42,976
อ้าวลองกด Enter ค่ะ

803
00:41:47,982 --> 00:41:49,337
จะไม่แสดงผล

804
00:41:49,314 --> 00:41:49,530

805
00:41:52,649 --> 00:41:52,906

806
00:41:53,025 --> 00:41:53,282

807
00:41:55,338 --> 00:41:55,590

808
00:41:55,468 --> 00:41:57,638
เพื่อนเธอเศร้านะคะ

809
00:41:57,826 --> 00:41:59,628
เห็นไหมแสดงชื่อแล้ว

810
00:42:01,099 --> 00:42:03,533
ไปฉีดขาวกระพริบน่ะเห็นไหม

811
00:42:06,215 --> 00:42:09,140
อ้ายนั่นคือเครื่องเศร้า

812
00:42:12,357 --> 00:42:15,629
ไหนใครไม่มีชื่อตัวเองขึ้น

813
00:42:33,286 --> 00:42:33,511

814
00:42:34,243 --> 00:42:34,454

815
00:42:34,887 --> 00:42:35,283

816
00:42:38,024 --> 00:42:38,287

817
00:42:38,153 --> 00:42:38,540

818
00:42:38,543 --> 00:42:38,782

819
00:42:38,794 --> 00:42:39,001

820
00:42:39,885 --> 00:42:40,337

821
00:42:44,496 --> 00:42:47,576
สิ่งที่จะแสดงออกมาก็คือสิ่งที่อยู่ในวงเล็บ

822
00:42:48,464 --> 00:42:49,429
ออกแล้วตัว

823
00:42:49,556 --> 00:42:50,387
สิน

824
00:42:50,902 --> 00:42:54,204
นั่นคือคำสั่งสิ่งที่อยู่ในวงเล็บก็คือ

825
00:42:54,745 --> 00:42:57,676
สิ่งที่เราจะให้คอมพิวเตอร์มันแสดงออกมา

826
00:42:57,872 --> 00:43:00,042
ก็บอกไปแล้วว่าให้แสดง

827
00:43:00,502 --> 00:43:01,078

828
00:43:02,744 --> 00:43:06,338
ถ้าเป็นข้อความก็คือตัวอักษรเราจะต้องใช้

829
00:43:07,735 --> 00:43:10,041
ใส่เครื่องหมายคำพูดเดี๋ยวลองใหม่

830
00:43:10,743 --> 00:43:11,765
ถ้าเป็นตัวเลข

831
00:43:12,465 --> 00:43:14,900
เด็กๆลองชิมตัวเลขนะคะ

832
00:43:17,146 --> 00:43:18,219
เอาอะไรดี

833
00:43:20,595 --> 00:43:22,008
เอาเลขเลข

834
00:43:23,222 --> 00:43:23,857
รหัส

835
00:43:25,335 --> 00:43:28,344
ประชาชนเด็กๆก็ได้เพราะฉะนั้น

836
00:43:29,304 --> 00:43:32,730
คำสั่ง print คำสั่งในภาษา python

837
00:43:34,102 --> 00:43:35,832
พิมพ์ด้วยตัวเล็กเสมอ

838
00:43:36,723 --> 00:43:38,549
P R I N T

839
00:43:39,603 --> 00:43:41,543
วงเล็บเปิดปิดไว้เลย

840
00:43:42,541 --> 00:43:43,968
เล่าเรื่องเสียวโซ่

841
00:43:44,084 --> 00:43:45,085
ในวงเล็บ

842
00:43:45,304 --> 00:43:48,833
เลขที่บัตรประชาชนตัวเองพิมพ์ไปค่ะ 13 หลัก

843
00:43:48,706 --> 00:43:58,706

844
00:44:03,291 --> 00:44:04,907
มีความแตกต่างไหมเด็กๆ

845
00:44:05,911 --> 00:44:09,490
เพราะอะไรเพราะเลขบัตรประชาชนมันเป็นตัวเลข

846
00:44:10,260 --> 00:44:11,229
มันไม่ใช่

847
00:44:11,484 --> 00:44:12,300
ข้อความ

848
00:44:12,950 --> 00:44:16,381
ก็คือมันไม่ใช่ text ขึ้นเองนะคะไม่ใช่ตัวอักษร

849
00:44:18,464 --> 00:44:22,783
ไปไม่ทันน่ะยกมือนะคะบอกแล้วว่าเราต้องการให้

850
00:44:26,072 --> 00:44:27,811
สิ่งไม่ทันหรอ

851
00:44:37,354 --> 00:44:38,616
แม็กกี้ทันไหม

852
00:44:42,592 --> 00:44:43,299
เลขน่ะ

853
00:44:44,002 --> 00:44:45,362
ให้ดูความแตกต่าง

854
00:44:45,349 --> 00:44:46,392
หลักที่ 1

855
00:44:48,420 --> 00:44:50,495
ที่ที่มีชื่อเราใช่ไหม

856
00:44:50,472 --> 00:44:53,680
เงินเป็นข้อความเราจะต้องมีเครื่องหมาย

857
00:44:56,290 --> 00:44:57,131
คำพูด

858
00:44:58,082 --> 00:45:00,480
อยู่ในวงเล็บด้วยแต่แบบที่ 2

859
00:45:01,349 --> 00:45:02,119
ตัวเลข

860
00:45:02,688 --> 00:45:04,052
ไม่ต้องใส่เครื่องหมาย

861
00:45:04,165 --> 00:45:04,996
คำพูด

862
00:45:05,513 --> 00:45:06,283
เห็นไหมคะ

863
00:45:09,669 --> 00:45:12,587
ถ้าเป็นตัวเลขสั่งมันพิมพ์ได้เลยมันรู้จัก

864
00:45:15,750 --> 00:45:16,646
โอเคนะคะ

865
00:45:31,169 --> 00:45:32,008
วันนี้

866
00:45:34,049 --> 00:45:35,211
มีใครยัง

867
00:45:36,613 --> 00:45:38,548
ใช้คำสั่งปริ้นไม่ได้

868
00:45:42,891 --> 00:45:44,848
ไม่ได้ใช้อะไรพิสดารนะลูก

869
00:45:45,317 --> 00:45:49,568
เอาง่ายๆคือเด็กๆจะต้องพิมพ์ตัวคำสั่งรอไว้เลย

870
00:45:51,920 --> 00:45:53,663
แล้วก็วงเล็บเปิดปิดไว้

871
00:45:55,371 --> 00:45:57,058
มาดูว่าในวงเล็บน่ะ

872
00:45:57,681 --> 00:45:59,860
เราอยากให้มันแสดงอะไร

873
00:45:59,852 --> 00:46:04,408
แสดงเป็นข้อความเหมือนที่บอกนะคะเด็กจะต้องมี

874
00:46:04,971 --> 00:46:05,804
กฎหมาย

875
00:46:06,059 --> 00:46:06,769
คำพูด

876
00:46:08,619 --> 00:46:09,191

877
00:46:09,318 --> 00:46:10,350
เดี๋ยวจะ

878
00:46:11,188 --> 00:46:12,611
เดี๋ยวให้ลองนะคะ

879
00:46:13,357 --> 00:46:14,801
คำสั่ง Print

880
00:46:14,771 --> 00:46:15,981
อีกทีนะคะ

881
00:46:24,502 --> 00:46:25,850
อะไรขึ้น

882
00:46:27,963 --> 00:46:31,278
คำสั่ง print รอก่อนนะคะอีก 1 ที

883
00:46:32,889 --> 00:46:35,080
แล้วก็ใส่เครื่องหมายวงเล็บไว้

884
00:46:54,717 --> 00:46:55,936
นี่ตัวนี้

885
00:46:55,929 --> 00:46:56,182

886
00:47:01,249 --> 00:47:03,883
เด็กๆวะคำสั่ง

887
00:47:04,699 --> 00:47:07,623
จำจำเกาะคาคำสั่งในภาษา

888
00:47:08,927 --> 00:47:10,222
ภาษาแหละ

889
00:47:11,097 --> 00:47:12,995
ไม่ปกติคำสั่ง

890
00:47:13,598 --> 00:47:15,408
จะเป็นตัวพิมพ์เล็กทั้งหมด

891
00:47:15,386 --> 00:47:17,082
มันจะไม่มีตัวพิมพ์ใหญ่

892
00:47:18,328 --> 00:47:21,375
ฉะนั้นว่าพิมพ์ด้วยพิมพ์ใหญ่มันจะไม่ได้

893
00:47:21,981 --> 00:47:23,607
ถ้าไม่เชื่อลอง

894
00:47:23,968 --> 00:47:25,534
ถ้าไม่ใช่เด็กจะลอง

895
00:47:27,036 --> 00:47:28,871
เปลี่ยนตัว P ตัวนี้

896
00:47:29,206 --> 00:47:30,250
ตัวใหญ่

897
00:47:32,540 --> 00:47:34,019
ตัวอย่างนี้ล่ะคะ

898
00:47:37,977 --> 00:47:39,079
ลองเปลี่ยนดู

899
00:47:43,610 --> 00:47:45,175
แล้วกด enter

900
00:47:45,527 --> 00:47:48,055
หมายเลข 1 ไปข้างในแล้วกด enter

901
00:47:48,667 --> 00:47:50,230
มันจะขึ้นอย่างนี้เลย

902
00:47:51,810 --> 00:47:53,240
โปรแกรมมันจะมี

903
00:47:54,748 --> 00:47:56,180
ข้อความเตือนเลย

904
00:47:56,931 --> 00:47:59,245
Error เลยนะเนี่ย

905
00:48:01,978 --> 00:48:04,382
มันบอกว่ามันไม่รู้จักไม่รู้จัก

906
00:48:04,346 --> 00:48:05,781
เพราะอะไร

907
00:48:07,606 --> 00:48:13,368
เพราะถ้าเป็นคำสั่งใน python มันคือตัวเล็กลูกพี่ต้องเป็นตัวเล็กนะคะ

908
00:48:13,755 --> 00:48:14,451
ตัวเล็ก

909
00:48:14,527 --> 00:48:15,325
นะคะ

910
00:48:17,088 --> 00:48:18,844
มันก็เลยมาถามว่า

911
00:48:19,067 --> 00:48:22,119
คุณหมายถึงอันนี้หรือเปล่าเห็นไหมมันมี

912
00:48:23,165 --> 00:48:28,281
พิมพ์ตัวเลขให้ดูด้วยจากหัวใหญ่มันบอกว่าไม่ใช่ตัวนี้หรอ

913
00:48:28,303 --> 00:48:30,868
มันยังบอกเราอีกว่าเราพิมพ์ผิดไหม

914
00:48:31,166 --> 00:48:34,724
มันช่วยเราขนาดไหนถ้าเป็นแต่ก่อน

915
00:48:35,066 --> 00:48:36,764
อะไรวะ

916
00:48:38,459 --> 00:48:42,364
ก่อนคือสมัยเรียนครูสมัยแรกสมัยแม่เรียน

917
00:48:43,966 --> 00:48:45,751
มันไม่มีมาบอกอย่างนี้หรอก

918
00:48:46,456 --> 00:48:47,532
ไปหา

919
00:48:47,607 --> 00:48:49,106
รู้แต่ว่า

920
00:48:49,595 --> 00:48:58,538
Error Error ตรงไหนไม่รู้หรอกต้องไปดูทีละบรรทัดทีละบรรทัดนะคะแต่ยุคใหม่มันง่ายเขาบอกว่ามันง่ายไม่งั้นในการเขียน

921
00:48:58,374 --> 00:48:59,633
พิมพ์ผิด

922
00:48:59,981 --> 00:49:01,116
บอกเราเลย

923
00:49:01,575 --> 00:49:06,888
นี่ๆคุณกินตัวนี้มันใช่ตัวนี้หรือเปล่ามันจะบอกเราเลยนะคะ

924
00:49:08,678 --> 00:49:11,930
มันก็ทำให้เราขอเราผิดเองเข้าใจนะ

925
00:49:11,814 --> 00:49:15,069
นี้

926
00:49:15,847 --> 00:49:17,583
คำสั่งปริ้นนะคะ

927
00:49:17,695 --> 00:49:17,981

928
00:49:18,978 --> 00:49:20,261
มาอีกทีนึง

929
00:49:20,514 --> 00:49:23,070
กินบ่อยๆจะได้จำ

930
00:49:23,074 --> 00:49:23,327

931
00:49:24,354 --> 00:49:25,691
เหงาก็ข้างใน

932
00:49:25,575 --> 00:49:27,006
อยู่นำเขาว่า

933
00:49:27,424 --> 00:49:28,958
พิมพ์ข้อความแล้ว

934
00:49:31,717 --> 00:49:33,007
ไปในวงเล็บนี่

935
00:49:34,605 --> 00:49:36,194
ที่นี่ไม่บอก

936
00:49:37,674 --> 00:49:40,867
ให้พิมพ์ชื่อชื่อเล่นตัวเอง

937
00:49:41,835 --> 00:49:43,934
เข้าใจไหมชื่อเล่นของตัวเอง

938
00:49:45,034 --> 00:49:47,214
ทำงานให้ตัวเลขมัน

939
00:49:48,424 --> 00:49:50,548
ชื่อเล่นเราออกมาลองดูดิ

940
00:49:53,932 --> 00:49:54,160

941
00:49:54,063 --> 00:49:54,316

942
00:49:54,312 --> 00:49:56,455
กูบอกไป

943
00:49:56,432 --> 00:49:56,713

944
00:49:57,392 --> 00:50:00,877
ให้มันพิมพ์ชื่อเล่นของเราออกมานะคะ

945
00:50:02,383 --> 00:50:08,058
อะไรคะใส่อะไรในวงเล็บนี้เราจะเอาอะไรเข้าไปในนั้นนะ

946
00:50:09,503 --> 00:50:11,305
ดูสิใส่ดู

947
00:50:12,323 --> 00:50:15,323
เดี๋ยวดูแล้วแล้วถึงจะเฉลยนะคะ

948
00:50:17,821 --> 00:50:18,297

949
00:50:19,102 --> 00:50:19,548

950
00:50:19,672 --> 00:50:19,939

951
00:50:40,284 --> 00:50:41,656
ไม่ทำเองนะคะ

952
00:50:43,104 --> 00:50:45,085
ก็คืออยากให้เด็กๆ

953
00:50:45,722 --> 00:50:46,499
แดง

954
00:50:47,521 --> 00:50:50,084
เล่นของตัวเองเนี่ยไอ้คอมพิวเตอร์นี่

955
00:50:50,911 --> 00:50:52,222
พิมพ์คำสั่งนี่

956
00:50:52,321 --> 00:50:54,966
Mini แล้วให้มาแสดงชื่อเล่น

957
00:50:55,522 --> 00:50:57,386
ของเด็กๆออกมานะคะ

958
00:50:57,832 --> 00:51:00,871
งั้นก็ไปใส่อะไรเข้าไปในนี้

959
00:51:00,771 --> 00:51:02,474
นึกถึงตอนไป

960
00:51:03,461 --> 00:51:06,870
ใครทำเสร็จแล้วกด Enter เดี๋ยวจะไปดูผลที่ออกมา

961
00:51:07,061 --> 00:51:08,580
ชื่อเล่นไหม

962
00:51:08,472 --> 00:51:11,586
เข้าใจไหมคะเข้าใจคำสั่งไหม

963
00:51:11,472 --> 00:51:13,091
ให้ทำเองนะ

964
00:51:12,951 --> 00:51:21,666
ในหัวเปล่า

965
00:51:21,666 --> 00:51:24,013
ถ้าเราต้องการให้แสดงข้อความ

966
00:51:24,990 --> 00:51:27,111
บนนักแสดงที่ใช่ไหม

967
00:51:26,981 --> 00:51:28,362
กล่องใส่อะไร

968
00:51:28,319 --> 00:51:30,545
ไก่อะไรไหม

969
00:51:30,500 --> 00:51:31,585
ไหนคะ

970
00:51:32,234 --> 00:51:33,834
งั้นไปโรงพยาบาลค่ะ

971
00:51:36,071 --> 00:51:38,299
พิมพ์เลยพิมพ์เองเลยทำเองนะจ๊ะ

972
00:51:38,179 --> 00:51:40,775
มีค่าทำนะคะอันนี้

973
00:51:40,550 --> 00:51:41,492
ไม่เป็น

974
00:51:41,380 --> 00:51:42,963
โอเคไหม

975
00:51:44,319 --> 00:51:45,546
ใครจะอยู่ในวงเล็บ

976
00:51:45,409 --> 00:51:49,054
พี่จะอยู่ในวงเล็บคืออะไรใส่ลงไป

977
00:51:52,138 --> 00:51:53,343
เข้าใจไหม

978
00:51:54,831 --> 00:51:57,358
ให้ดูแต่กูอย่างที่ผ่านกรรมตอนแรก

979
00:51:57,191 --> 00:52:07,191

980
00:52:13,269 --> 00:52:15,251

981
00:52:15,251 --> 00:52:16,959
แสดงชื่อ

982
00:52:16,850 --> 00:52:19,913
เป็นของเด็กออกมา

983
00:52:19,789 --> 00:52:22,135

984
00:52:22,029 --> 00:52:24,977
ในวงเล็บนี่อยากจะใส่อะไรเข้าไป

985
00:52:24,789 --> 00:52:26,514
ลองใส่เข้าไปดู

986
00:52:26,389 --> 00:52:28,040
แล้วกด enter

987
00:52:43,289 --> 00:52:44,756
ในตัวอย่างที่ 1

988
00:52:47,712 --> 00:52:49,543
ถ้าต้องการพิมพ์นะคะ

989
00:52:49,619 --> 00:52:50,896
ไม่แสดงผล

990
00:52:52,130 --> 00:52:53,521
ข้อความนะคะ

991
00:52:54,890 --> 00:52:56,083
เป็นข้อความ

992
00:52:56,801 --> 00:52:59,471
จะต้องใส่เครื่องหมายคำพูด

993
00:53:00,149 --> 00:53:01,528
ตัวอย่างที่ 2

994
00:53:02,781 --> 00:53:05,003
ให้แสดงผลเป็นตัวเลขนี้

995
00:53:07,839 --> 00:53:11,586
ไม่ต้องใส่เครื่องหมายคำพูดได้มันต่างกันนะคะ

996
00:53:14,560 --> 00:53:16,259
เพราะฉะนั้นให้ลองนะคะ

997
00:53:19,880 --> 00:53:21,061

998
00:54:12,399 --> 00:54:14,569
อัตราเข้าใจหรือเปล่า

999
00:54:17,449 --> 00:54:19,404
เข้าใจอยู่ใช่ไหม

1000
00:54:22,380 --> 00:54:22,666

1001
00:54:22,509 --> 00:54:24,758
เข้าใจไหมคะว่าเมื่อกี้

1002
00:54:24,878 --> 00:54:25,914
บอกว่า

1003
00:54:26,293 --> 00:54:27,336
ต้องการให้

1004
00:54:28,780 --> 00:54:29,069

1005
00:54:28,906 --> 00:54:32,021
เด็กๆพิมพ์ชื่อเล่นตัวเองออกมาให้ดูหน่อย

1006
00:54:32,750 --> 00:54:34,383
เด็กๆจะได้วิธีไหน

1007
00:54:35,308 --> 00:54:37,668
พิมพ์คำสั่งและตามด้วย

1008
00:54:37,618 --> 00:54:39,492
สิ่งที่ต้องการแสดงในวงเล็บ

1009
00:54:40,368 --> 00:54:41,210
เห็นไหมคะ

1010
00:54:41,461 --> 00:54:42,442
ในตัวอย่าง

1011
00:54:43,248 --> 00:54:43,772

1012
00:54:45,238 --> 00:54:46,148
ชื่อเล่นเหล่านี้

1013
00:54:47,478 --> 00:54:49,158
ถึงสิ่งที่เป็นเบส

1014
00:54:49,198 --> 00:54:50,166
ข้อความ

1015
00:54:51,437 --> 00:54:55,548
คือตัวอักษรนั่นเองเช่น a b c d e

1016
00:54:55,931 --> 00:54:57,595
เป็น 1234 เนี่ย

1017
00:54:59,258 --> 00:55:02,406
เป็นข้อความในเครื่องหมาย

1018
00:55:02,462 --> 00:55:03,694
Single Code

1019
00:55:04,898 --> 00:55:06,890
มันโกรธเสมอ

1020
00:55:08,098 --> 00:55:09,139
ถ้าไม่ไผ่

1021
00:55:09,507 --> 00:55:11,199
มันจะเป็นเหมือนตัวที่

1022
00:55:12,909 --> 00:55:14,909
เดี๋ยวหนักไม่ถ่ายให้ดูนะ

1023
00:55:14,708 --> 00:55:16,772
ไม่เห็นข้อความแล้วไม่ใส่

1024
00:55:28,168 --> 00:55:29,026
ดูนะ

1025
00:55:29,960 --> 00:55:33,666
แบบที่ 1 แบบที่ 2 นี่เป็นขวดหรือเป็นขวดเนี่ย

1026
00:55:34,057 --> 00:55:37,792
เห็นข้อความนี้เป็นข้อความออกมา

1027
00:55:37,707 --> 00:55:38,948
ถ้าไม่ใส่

1028
00:55:39,178 --> 00:55:42,245
ดูนะคะถ้าไม่ใส่แล้วกด Enter เกิดอะไรขึ้น

1029
00:55:45,389 --> 00:55:47,209
ขึ้น Error

1030
00:55:50,568 --> 00:55:52,342
เพราะมันบอกว่ามันไม่รู้จัก

1031
00:55:53,897 --> 00:55:54,953
ที่อยู่ในนี้

1032
00:55:56,077 --> 00:55:56,617
นะคะ

1033
00:55:57,288 --> 00:55:58,911
แต่ถ้าเป็นตัวเลข

1034
00:55:58,889 --> 00:55:59,185

1035
00:56:00,618 --> 00:56:01,825
ถ้าทำเป็นตัวเลข

1036
00:56:04,660 --> 00:56:05,211

1037
00:56:05,998 --> 00:56:07,657
เหมือนที่บอกให้ปริ้น

1038
00:56:19,977 --> 00:56:21,918

1039
00:56:24,207 --> 00:56:25,174
เห็นไหม

1040
00:56:26,257 --> 00:56:29,870
เลขนี่ขนาดใส่เครื่องหมายบวกมันก็รู้จัก

1041
00:56:31,438 --> 00:56:32,102
นะคะ

1042
00:56:32,086 --> 00:56:33,506
3 + 4 เป็น 7

1043
00:56:35,027 --> 00:56:36,569
สินค้าในเขตออกมาเลย

1044
00:56:36,498 --> 00:56:42,391
ผลบวกของ 3 กับ 4 ล้ออะไร 1 คอมพิวเตอร์บอกแล้วคอมพิวเตอร์รู้จัก

1045
00:56:43,284 --> 00:56:44,091
เลข

1046
00:56:44,236 --> 00:56:44,883
รู้จัก

1047
00:56:45,585 --> 00:56:47,002
สัญลักษณ์พิเศษ

1048
00:56:47,886 --> 00:56:49,697
ดอกจันอะไรพวกนี้

1049
00:56:50,197 --> 00:56:50,726

1050
00:56:51,536 --> 00:56:54,023
แต่ในที่นี้แหละหมายถึงมันต้อง

1051
00:56:54,226 --> 00:56:55,257
เพื่อ

1052
00:56:55,826 --> 00:56:58,752
คำนวณนะเราออกจากนั้นหมายถึงคุณนะ

1053
00:56:59,086 --> 00:56:59,737

1054
00:56:59,735 --> 00:57:01,390
หมายถึงอาหารอย่างนี้นะคะ

1055
00:57:03,246 --> 00:57:06,376
ถ้ามีลักษณะที่เป็นตัวเลขอย่างนี้

1056
00:57:06,328 --> 00:57:08,581
หรือการคำนวณทางคณิตศาสตร์

1057
00:57:09,326 --> 00:57:11,591
เราจะไม่ต้องใส่เครื่องหมายคำพูด

1058
00:57:14,327 --> 00:57:15,606
แต่ถ้าเป็น

1059
00:57:16,236 --> 00:57:17,156
ข้อความ

1060
00:57:17,516 --> 00:57:20,407
BC หรือหรือ

1061
00:57:20,597 --> 00:57:21,641
หรืออะไรอีก

1062
00:57:21,876 --> 00:57:24,336
เครื่องหมายคำพูดเช่น

1063
00:57:27,506 --> 00:57:28,612
ที่เป็น

1064
00:57:31,404 --> 00:57:33,614
อย่างนี้ล่ะคะจะเป็นอย่างนี้

1065
00:57:33,585 --> 00:57:35,579
ตั้งแต่เครื่องหมายคำพูด

1066
00:57:36,285 --> 00:57:39,067
สิ่งที่เป็นประเทศนี้ดูนะคะ

1067
00:57:40,444 --> 00:57:40,970

1068
00:57:49,285 --> 00:57:51,191
attack อะไรน่ะ Attack

1069
00:57:52,804 --> 00:57:53,583
แฮชแท็ก

1070
00:57:55,495 --> 00:57:56,955
ลิซ่า

1071
00:57:57,664 --> 00:57:59,432
ถ้าอย่างนี้ไม่ออกนะ

1072
00:58:00,358 --> 00:58:01,006
หรือ

1073
00:58:04,387 --> 00:58:05,240
แท็กอะไรอีก

1074
00:58:09,056 --> 00:58:09,434

1075
00:58:10,977 --> 00:58:11,571
covid

1076
00:58:11,686 --> 00:58:12,908
9

1077
00:58:14,378 --> 00:58:15,403
covid

1078
00:58:21,094 --> 00:58:22,251
หรือ

1079
00:58:23,205 --> 00:58:24,439
หรือเครื่องหมาย

1080
00:58:32,497 --> 00:58:33,503
อย่างนี้นะคะ

1081
00:58:34,794 --> 00:58:36,964
ใส่เครื่องหมายคำพูดนี่

1082
00:58:37,934 --> 00:58:39,447
มันก็จะปริ้นออกมา

1083
00:58:42,287 --> 00:58:43,103
เห็นไหมคะ

1084
00:58:43,754 --> 00:58:45,595
ก่อนที่

1085
00:58:46,515 --> 00:58:49,506
รวมพลอยู่กับตัวอย่างนี้

1086
00:58:49,907 --> 00:58:51,841
ใส่เครื่องหมายคำพูด

1087
00:58:52,226 --> 00:58:53,529
เลขเลย

1088
00:58:53,885 --> 00:58:55,926
การคำนวณเน็ตได้เลยเช่น

1089
00:58:57,024 --> 00:59:02,056
ลองมาดูการคำนวณ CBR เย็นที

1090
00:59:06,184 --> 00:59:07,220
100

1091
00:59:08,247 --> 00:59:09,022
ลบ

1092
00:59:10,297 --> 00:59:10,679

1093
00:59:12,277 --> 00:59:13,123
เปอร์เซ็น

1094
00:59:13,945 --> 00:59:16,142
ใส่เครื่องหมายเปอร์เซ็นต์

1095
00:59:19,383 --> 00:59:20,223
ดูนะคะ

1096
00:59:20,593 --> 00:59:21,789
มีอยู่ 100

1097
00:59:21,874 --> 00:59:23,565
ลบ 10%

1098
00:59:25,336 --> 00:59:27,583
ถ้าอย่างนี้ไม่รู้จักเพราะอะไร

1099
00:59:28,027 --> 00:59:32,367
รูปแบบไม่ถูกต้องถูกไหมมันอย่างนี้ใส่มั่วซั่วไม่ได้

1100
00:59:34,994 --> 00:59:35,283

1101
00:59:37,493 --> 00:59:39,843
เห็นก็คือจุดอะไรนะ

1102
00:59:41,653 --> 00:59:43,422
เอาไป 100 หาร

1103
00:59:45,747 --> 00:59:47,220
การคำนวณหน่อยนะคะ

1104
00:59:47,154 --> 00:59:50,478
จำนวนนับ n t e r

1105
00:59:50,426 --> 00:59:52,604
MT Print

1106
00:59:52,544 --> 00:59:52,807

1107
00:59:54,535 --> 00:59:57,357
หาค่าร้อยละ 100

1108
00:59:58,565 --> 00:59:59,454
คูณด้วย 10

1109
01:00:00,867 --> 01:00:04,134
ภาษาคอมพิวเตอร์คือเรื่องไหนดอกจัน

1110
01:00:06,766 --> 01:00:07,436
อุนจิ

1111
01:00:09,715 --> 01:00:11,332
อาหาร 100

1112
01:00:11,704 --> 01:00:13,661
ดีแล้วค่ะได้ดูนะคะ

1113
01:00:16,894 --> 01:00:17,652
เห็นไหมคะ

1114
01:00:19,196 --> 01:00:20,851
ออกมาก็คือ

1115
01:00:21,565 --> 01:00:22,542
0

1116
01:00:22,524 --> 01:00:23,563
ถ้าเป็น

1117
01:00:24,316 --> 01:00:25,341
การแสดงผล

1118
01:00:25,333 --> 01:00:26,459
การคำนวณ

1119
01:00:26,556 --> 01:00:28,949
ใส่ตัวเลขใส่เครื่องหมายที่

1120
01:00:29,114 --> 01:00:32,123
ใช้ในการคำนวณเช่นคูณหรือหาร

1121
01:00:33,355 --> 01:00:34,715
ดอกไม้

1122
01:00:35,206 --> 01:00:37,540
เอาค่าตัวเลขที่เรา

1123
01:00:38,285 --> 01:00:39,656
App คำนวณ

1124
01:00:41,475 --> 01:00:43,839
ออกมาได้ค่าเท่านี้

1125
01:00:43,603 --> 01:00:43,819

1126
01:00:43,732 --> 01:00:44,634
นึกออกนะ

1127
01:00:45,337 --> 01:00:47,083
กรณีที่เป็นตัวเลข

1128
01:00:47,893 --> 01:00:49,783
ในกรณีที่เป็นการคำนวณนี่

1129
01:00:50,003 --> 01:00:51,888
ไม่ต้องใส่เครื่องหมายคำพูด

1130
01:00:55,253 --> 01:00:56,709
ลองอีกสักคันหนึ่งนะคะ

1131
01:00:58,914 --> 01:00:59,520

1132
01:01:05,315 --> 01:01:06,741
หลิน

1133
01:01:08,894 --> 01:01:09,874
เอา 2

1134
01:01:09,854 --> 01:01:11,130
2

1135
01:01:12,043 --> 01:01:13,073
ผ่านด้วย

1136
01:01:14,284 --> 01:01:15,609

1137
01:01:15,504 --> 01:01:20,036
12

1138
01:01:19,922 --> 01:01:22,801
32 ผลลัพธ์ออกมาคืออะไร

1139
01:01:22,673 --> 01:01:24,074
นะคะ

1140
01:01:23,950 --> 01:01:25,355
หาค่าตัวเลข

1141
01:01:27,025 --> 01:01:29,131
212

1142
01:01:29,083 --> 01:01:31,248
ความหมายของสังคม

1143
01:01:31,132 --> 01:01:33,267
การให้คอมพิวเตอร์นี้

1144
01:01:33,884 --> 01:01:35,917
แสดงผลของการคำนวณ

1145
01:01:36,764 --> 01:01:39,132
เลข 202

1146
01:01:41,063 --> 01:01:42,443
ขาดด้วย 12

1147
01:01:42,792 --> 01:01:44,236
ดูตามนะคะ

1148
01:01:44,334 --> 01:01:44,575

1149
01:01:44,462 --> 01:01:45,065

1150
01:01:45,873 --> 01:01:46,917
คำสั่งนี้

1151
01:01:47,533 --> 01:01:49,235
ต้องการของแม่ก็คือ

1152
01:01:49,713 --> 01:01:51,604
เราต้องการให้คุณปีเตอร์

1153
01:01:51,562 --> 01:01:51,993

1154
01:01:52,912 --> 01:01:53,450

1155
01:01:55,155 --> 01:01:57,521
แสดงผลจากการคำนวณตัวเลข

1156
01:01:58,356 --> 01:02:00,637
242

1157
01:02:01,681 --> 01:02:03,112
หารด้วย 12

1158
01:02:04,172 --> 01:02:04,657

1159
01:02:05,642 --> 01:02:07,357
อำนวยผลให้

1160
01:02:07,951 --> 01:02:09,448
แล้วกด enter

1161
01:02:10,701 --> 01:02:12,168
คำนวณออกมาได้

1162
01:02:12,244 --> 01:02:12,936
20

1163
01:02:12,873 --> 01:02:14,206

1164
01:02:14,412 --> 01:02:15,530
นี่คือ

1165
01:02:16,983 --> 01:02:18,431
ไม่ได้แสดงอย่างเดียวด้วย

1166
01:02:18,526 --> 01:02:19,760

1167
01:02:19,732 --> 01:02:21,688
นักแสดงกดรับให้

1168
01:02:21,782 --> 01:02:23,751
นอนก่อนนะ

1169
01:02:24,024 --> 01:02:25,023
มันทำอะไร

1170
01:02:25,884 --> 01:02:27,754
รอได้เห็นไหม

1171
01:02:28,763 --> 01:02:29,322
นะคะ

1172
01:02:31,192 --> 01:02:32,761
มีคำสั่งหลัก

1173
01:02:33,112 --> 01:02:34,777
อยู่ที่คำว่าปริ้นไง

1174
01:02:34,641 --> 01:02:36,806
ที่อยู่ในวงเล็บนี่

1175
01:02:36,632 --> 01:02:38,992
อัศจรรย์แบบไหน

1176
01:02:38,873 --> 01:02:40,008

1177
01:02:39,892 --> 01:02:42,272
ถ้าต้องการแหล่งเห็นข้อความ

1178
01:02:42,902 --> 01:02:43,970
ไม่ต้องใส่

1179
01:02:43,865 --> 01:02:45,067
เครื่องหมาย

1180
01:02:45,725 --> 01:02:46,344
คำพูด

1181
01:02:46,232 --> 01:02:47,696
นึกออกนะ

1182
01:02:48,536 --> 01:02:50,586
นะๆๆกูไม่ต้องการให้

1183
01:02:50,911 --> 01:02:53,041
ที่เราจะไปข้อความเนี่ย

1184
01:02:53,082 --> 01:02:55,129
เราจะต้องใส่เครื่องหมายคำพูด

1185
01:02:55,972 --> 01:02:59,099
แต่ถ้าสิ่งที่เราต้องการแสดงเป็นตัวเลข

1186
01:02:59,104 --> 01:02:59,968

1187
01:03:00,383 --> 01:03:01,894
การคำนวณ

1188
01:03:02,883 --> 01:03:05,483
ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นตัวเลขออกมานี่

1189
01:03:05,760 --> 01:03:07,797
ต้องใส่เครื่องหมายคำพูด

1190
01:03:08,771 --> 01:03:09,711
โอเคไหม

1191
01:03:10,490 --> 01:03:11,324
เข้าใจไหมคะ

1192
01:03:12,670 --> 01:03:13,677
จะสามารถ

1193
01:03:14,971 --> 01:03:16,804
ทำได้ในลักษณะนี้

1194
01:03:19,960 --> 01:03:20,833
ปีนี้

1195
01:03:21,950 --> 01:03:24,573
ลองแบบยาวๆนะคะ

1196
01:03:27,710 --> 01:03:28,714
อันดับแรก

1197
01:03:30,272 --> 01:03:31,758
หนังจบดีๆนะคะ

1198
01:03:33,281 --> 01:03:34,103
ให้เด็กๆ

1199
01:03:35,710 --> 01:03:37,106
แสดง

1200
01:03:36,992 --> 01:03:39,790
ข้อความ

1201
01:03:39,680 --> 01:03:49,081
ดีต้อนรับ

1202
01:03:49,421 --> 01:03:50,263
หลวงปู่คร่ำ

1203
01:03:51,943 --> 01:03:52,804
ลองซิ

1204
01:03:54,315 --> 01:03:54,983
เด็กๆ

1205
01:03:55,460 --> 01:03:58,504
สั่งคอมพิวเตอร์แสดงคำว่า welcome

1206
01:03:59,360 --> 01:04:02,272
ตอนนี้เรายังไม่ได้นอนกับใคร

1207
01:04:02,180 --> 01:04:04,530
ภาษาไทยมันยังไม่ได้

1208
01:04:04,800 --> 01:04:07,829
อวกาศ 7 ก่อน

1209
01:04:08,450 --> 01:04:09,058
ลอง

1210
01:04:10,372 --> 01:04:14,173
ใครทำเสร็จแล้วกด Enter จะต้องมีคำว่าค่ำอยู่ด้านล่าง

1211
01:04:15,941 --> 01:04:17,728
ราคาทองคำ

1212
01:04:19,580 --> 01:04:20,867
เดินตรวจ

1213
01:04:22,150 --> 01:04:25,022
สั่งให้แสดงข้อความว่า

1214
01:04:25,670 --> 01:04:26,490
welcome

1215
01:04:27,721 --> 01:04:28,813
W E

1216
01:04:28,883 --> 01:04:31,478
l c o m e นะคะ

1217
01:04:31,242 --> 01:04:35,326
ทำแบบนี้นะครับ

1218
01:04:38,222 --> 01:04:39,247
ใช้ตัวช่วย

1219
01:04:48,973 --> 01:04:51,124
คำสั่งครั้งแรกเองนะคะเด็กๆ

1220
01:05:08,379 --> 01:05:10,099
มันแสดงคำนี้ออกมานะ

1221
01:05:18,941 --> 01:05:22,537
อยากให้คอมพิวเตอร์แสดงว่า Welcome ออกมานะคะ

1222
01:05:22,332 --> 01:05:24,245
bew

1223
01:05:26,621 --> 01:05:27,593
หรือ

1224
01:05:30,272 --> 01:05:31,222
VL

1225
01:05:32,571 --> 01:05:34,146
Welcome welcome

1226
01:05:34,039 --> 01:05:38,067
งานอะไรทำแล้วยกมือ

1227
01:05:39,240 --> 01:05:40,542
เราก็หาคนที่ดี

1228
01:05:40,402 --> 01:05:42,210
มึงทำไว

1229
01:05:47,173 --> 01:05:48,187
เดี๋ยวเดี๋ยว

1230
01:05:48,652 --> 01:05:51,377
เดี๋ยวดูเขาว่า Welcome แสดงธรรมดีนะคะ

1231
01:05:51,401 --> 01:05:52,601
คำว่า welcome

1232
01:05:52,559 --> 01:05:53,496
เห็นไหมคะ

1233
01:05:54,859 --> 01:05:57,020
สติ๊กเกอร์ Note สีเหลือง

1234
01:05:57,421 --> 01:06:00,289
แสดงข้อความคำว่า Welcome ออกมา

1235
01:06:01,071 --> 01:06:02,634
ใครทำแล้วยกมือ

1236
01:06:52,893 --> 01:06:54,241
เข้าใจหรือยัง

1237
01:07:06,840 --> 01:07:07,688
เข้าใจแล้ว

1238
01:07:15,548 --> 01:07:16,336
ใช่ไหม

1239
01:07:20,928 --> 01:07:21,969
พิมพ์ผิด

1240
01:07:22,469 --> 01:07:24,586
Enter น่ะ

1241
01:07:26,118 --> 01:07:28,838
กดเลยนะ

1242
01:07:29,247 --> 01:07:30,891
เด็กควรจะตรวจ

1243
01:07:31,241 --> 01:07:33,917
คำสั่งก่อนนะคะว่า

1244
01:07:36,939 --> 01:07:37,780
เราพิมพ์

1245
01:07:38,159 --> 01:07:40,422
e r i n t

1246
01:07:40,408 --> 01:07:41,624
เงิน rov

1247
01:07:42,390 --> 01:07:44,320
คนพิมพ์ไวมือไปโดน

1248
01:07:44,699 --> 01:07:46,253
สักทีเปลี่ยนเป็น

1249
01:07:46,619 --> 01:07:46,882

1250
01:07:46,879 --> 01:07:48,337
M เป็น mm

1251
01:07:48,857 --> 01:07:50,133
M

1252
01:07:50,978 --> 01:07:52,447

1253
01:07:52,448 --> 01:07:55,158
รักนะตนอาจจะเริ่มวันที่บอกนะ

1254
01:07:55,771 --> 01:07:57,831
มันก็จะบอกว่า

1255
01:07:58,137 --> 01:08:00,123
ตัวนี้เปล่า

1256
01:08:00,247 --> 01:08:00,873
นะคะ

1257
01:08:00,767 --> 01:08:04,757
ออกเลยมันจะบอก

1258
01:08:04,608 --> 01:08:05,484
นะคะ

1259
01:08:07,810 --> 01:08:08,828
โอเคไหมคะ

1260
01:08:09,871 --> 01:08:11,007
ขี้เกียจออกไป

1261
01:08:11,087 --> 01:08:12,927
จดออกไปเมื่อกี้

1262
01:08:13,579 --> 01:08:14,657
Welcome นะคะ

1263
01:08:16,718 --> 01:08:17,459
คำนี้

1264
01:08:17,680 --> 01:08:19,122
ข้อความ

1265
01:08:19,547 --> 01:08:22,363
เดี๋ยวว่าไม่ต้องการให้แสดงผล

1266
01:08:22,500 --> 01:08:23,674
เป็นข้อความ

1267
01:08:23,778 --> 01:08:25,531
เราจะต้องใส่เครื่องหมาย

1268
01:08:25,638 --> 01:08:26,744
กูใช่ไหม

1269
01:08:27,308 --> 01:08:28,854
เครื่องหมายคำพูดทุกครั้ง

1270
01:08:29,939 --> 01:08:30,518
หิว

1271
01:08:30,889 --> 01:08:32,071
ให้แสดงตัวเลข

1272
01:08:32,048 --> 01:08:32,697
นะคะ

1273
01:08:36,780 --> 01:08:38,103
ต้องการให้หา

1274
01:08:42,938 --> 01:08:43,387

1275
01:08:45,748 --> 01:08:46,330
50

1276
01:08:48,058 --> 01:08:48,645
50

1277
01:08:49,337 --> 01:08:50,065
x

1278
01:08:52,030 --> 01:08:52,997
จำนวน 50

1279
01:08:53,511 --> 01:08:54,470
กลุ่ม 3

1280
01:08:54,847 --> 01:08:55,815
ไม่เท่าไร

1281
01:08:56,448 --> 01:08:58,701
แสดงผลวอลเลย์

1282
01:08:59,708 --> 01:09:01,202
50 * 3 ค่ะ

1283
01:09:03,618 --> 01:09:04,314
สั่ง

1284
01:09:05,156 --> 01:09:06,315
คำสั่ง Print

1285
01:09:09,446 --> 01:09:10,087
อะไร

1286
01:09:10,206 --> 01:09:12,919
Enter ลบออก

1287
01:09:12,906 --> 01:09:15,443
เดี๋ยวจะถามนะคะคำตอบคืออะไร

1288
01:09:15,776 --> 01:09:16,603
ฉะนั้น

1289
01:09:17,057 --> 01:09:18,790
ได้เท่าไหร่

1290
01:09:19,169 --> 01:09:19,803
เท่าไหร่

1291
01:09:22,696 --> 01:09:23,463

1292
01:09:23,343 --> 01:09:24,746
กลับมาเดี๋ยวถาม

1293
01:09:24,618 --> 01:09:26,072
เมื่อกี้

1294
01:09:26,336 --> 01:09:28,302
อะไรนะตากำลัง

1295
01:09:29,797 --> 01:09:30,767
ราคาเท่าไหร่คะ

1296
01:09:31,207 --> 01:09:32,167
คนละเท่าไหร่

1297
01:09:32,868 --> 01:09:34,403
พี่มองไม่เห็นใช่ไหมมันมืด

1298
01:09:35,427 --> 01:09:36,601
พี่เห็นหรือเปล่า

1299
01:09:42,018 --> 01:09:43,097
ตอบคือ

1300
01:09:50,347 --> 01:09:51,888
ไม่ได้ยินเสียงพี่รามน่ะ

1301
01:09:58,109 --> 01:10:01,211
เดี๋ยวนัดดูน้องก็ได้

1302
01:10:01,187 --> 01:10:02,306
น้องตอบแล้วนะ

1303
01:10:04,610 --> 01:10:14,610
เอาอย่างนี้

1304
01:10:15,700 --> 01:10:15,969

1305
01:10:15,830 --> 01:10:16,236

1306
01:10:17,109 --> 01:10:19,973
ทีนี้ถ้าใครไม่แน่ใจนะคะ

1307
01:10:20,630 --> 01:10:22,821
เครื่องคิดเลขตัวเองดูด้วย

1308
01:10:23,700 --> 01:10:27,007
คิดเลขในมือถือแล้วลองกดดูสิ

1309
01:10:27,599 --> 01:10:27,825

1310
01:10:27,731 --> 01:10:32,396
10 * 3 เท่าที่คอมพิวเตอร์คำนวณไหมได้เท่ากันไหม

1311
01:10:33,109 --> 01:10:34,025
วัดไหมคะ

1312
01:10:37,839 --> 01:10:39,976
150 ใช่ไหม

1313
01:10:41,630 --> 01:10:44,217
ถูกต้องไหมถูกไหมคะ

1314
01:10:44,188 --> 01:10:45,154
ถูกไหม

1315
01:10:45,529 --> 01:10:46,369
เห็นไหม

1316
01:10:46,492 --> 01:10:47,194
คอมพิวเตอร์

1317
01:10:47,202 --> 01:10:49,886
คำนวณเร็วกว่าเรากดอีกใช่ไหม

1318
01:10:49,820 --> 01:10:52,708
เรากดเราต้องกดกี่ทีนึกออกไหม

1319
01:10:54,239 --> 01:10:58,430
สมัยคอมพิวเตอร์คือในเรื่องของตัวนี้เรายังกดไว้นะ

1320
01:10:58,600 --> 01:11:00,525
เอาเลขเยอะกว่านี้

1321
01:11:00,398 --> 01:11:03,796
ใหม่เอาเลขเยอะกว่านี้นะคะ

1322
01:11:07,629 --> 01:11:14,930
อาหารเด็กทุกคนใส่หน้าใส่หน้ากับการหารแล้วเลขปริมาณมากๆแล้วเด็กๆลองดูนะคะเลข

1323
01:11:17,309 --> 01:11:19,318
ตัวเอา 5 หลัก

1324
01:11:21,280 --> 01:11:22,648
ด้วย 2 พอ

1325
01:11:26,598 --> 01:11:28,634
Enter ดูได้คำตอบเท่าไร

1326
01:11:30,493 --> 01:11:33,483
แล้วคำนวณดูแล้วดูในโทรศัพท์ด้วย

1327
01:11:36,699 --> 01:11:40,938
คอมพิวเตอร์กับเครื่องคิดเลขในมือถือเราได้ผลลัพธ์เท่ากันไหม

1328
01:11:42,968 --> 01:11:43,205

1329
01:11:43,361 --> 01:11:44,765
ที่ตบมือเลยนะคะ

1330
01:11:46,488 --> 01:11:48,690
ตรงไหมลงใหม่แม็กกี้

1331
01:11:50,779 --> 01:11:54,058
ในคอมเท่ากันนะเห็นไหมใกล้เคียงเลย

1332
01:11:56,161 --> 01:12:02,883
คือคอมพิวเตอร์อาจจะละเอียดกว่าด้วยซ้ำคอมพิวเตอร์จะแสดงตัวตนนิยมยาวพรืดเลยใช่ไหมลูก

1333
01:12:08,062 --> 01:12:12,148
แต่ในเครื่องคิดเลขทศนิยมจะได้เท่าช่องเครื่องที่มีนะ

1334
01:12:12,608 --> 01:12:15,857
น้อยกว่าในคอมพิวเตอร์เข้าใจยาวน่ะ

1335
01:12:17,848 --> 01:12:22,688
พื้นที่ที่แสดงผลมันจะยาวนะเพราะว่าเลขมันจะไหลเมื่อไหร่

1336
01:12:24,261 --> 01:12:26,371
ปริมาณเยอะเขา

1337
01:12:26,248 --> 01:12:29,216
ห้องนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในการคำนวณ

1338
01:12:34,178 --> 01:12:36,463
เดี๋ยวจะแจกโจทย์คนละข้อ

1339
01:12:41,292 --> 01:12:44,829
ที่ 1 คือแม็กกี้แม็กกี้จะเริ่มทำก่อนนะคะ

1340
01:12:45,190 --> 01:12:45,439

1341
01:12:45,318 --> 01:12:48,009
ของแม็กกี้ก็คือข้อนี้นะคะ

1342
01:12:47,819 --> 01:12:49,116
เดี๋ยวจะให้โสด

1343
01:12:48,978 --> 01:12:55,115
คนอื่นไม่ต้องทำนะคะคนอื่นรอทำโจทย์ของตัวเองทุกคนจะต้องได้รับโหลด

1344
01:12:56,139 --> 01:12:59,414
อันนี้ของแม็กกี้นะคะเดี๋ยวใส่ชื่อไว้ด้วย

1345
01:12:59,218 --> 01:13:01,668
เดี๋ยวขอเปิดเป็น Word ดีกว่านะ

1346
01:13:02,030 --> 01:13:03,895
ได้เห็นชัดทุกคำสั่ง

1347
01:13:05,938 --> 01:13:07,406
แป๊บนึงนะคะเด็กๆ

1348
01:13:09,665 --> 01:13:11,601
เดี๋ยวจะให้แม็กกี้คำนวณ

1349
01:13:20,919 --> 01:13:22,083
กี้

1350
01:13:21,950 --> 01:13:28,168
นี่ถ้าค่าตัวเลขปีคศนะคะ

1351
01:13:38,799 --> 01:13:42,387
ปีนี้เท่าไหร่นะ 2000 เท่าไร

1352
01:13:45,068 --> 01:13:46,341
2000 เท่าไหร่นะ

1353
01:13:48,008 --> 01:13:51,723
2022 หรือเปล่า 21 หรือ 22

1354
01:13:55,060 --> 01:13:55,503

1355
01:13:57,999 --> 01:14:07,008
ของเราเยอะกว่าเราต้องเอาไอ้นี่ขึ้นก่อน 2565 - 2022 นี่คือโจทย์ของแม็กกี้นะคะ

1356
01:14:09,008 --> 01:14:15,103
แม็กกี้คำนวณผลออกมาได้เท่ากับเท่าไรเดี๋ยวแม็กกี้มาพิมพ์คำตอบด้วยนะคะ

1357
01:14:18,609 --> 01:14:24,021
อันนี้คือโจทย์ให้ไหมคะชื่อจดใส่อะไรเข้าไปแล้วคำตอบ

1358
01:14:23,800 --> 01:14:25,351
รองเท่ากับ

1359
01:14:27,318 --> 01:14:34,118
เด็กคำนวณเสร็จก็มาพิมพ์คำตอบลงไปข้างหลังทุกคนจะได้จดนะเดี๋ยวจะรายชื่อไป

1360
01:14:35,769 --> 01:14:38,844
ต่อไป Extra นะคะเอ็กซ์ตร้า

1361
01:14:45,190 --> 01:14:46,270
โหลดคือ

1362
01:15:01,899 --> 01:15:03,642
จะทำ Extra ก่อน

1363
01:15:10,361 --> 01:15:11,755
ป้าเกิดปีอะไร

1364
01:15:11,963 --> 01:15:14,306
กินคอร์สอะไรจำได้ไหม

1365
01:15:16,698 --> 01:15:18,818
ปีพศ. ตัวเองได้ไหม

1366
01:15:20,539 --> 01:15:22,175
25 อะไร

1367
01:15:23,991 --> 01:15:25,390
2544

1368
01:15:29,748 --> 01:15:33,286
BTS 9 เกิด 2546 ใช่ไหม

1369
01:15:38,519 --> 01:15:40,032
ได้เท่ากับเท่าไร

1370
01:15:42,168 --> 01:15:43,305
เครื่องหมายเท่ากับ

1371
01:15:47,218 --> 01:15:48,169
ต่อไป

1372
01:15:48,629 --> 01:15:49,769
โอเคนะคะ

1373
01:15:49,979 --> 01:15:51,626
คนต่อไป Meeting

1374
01:16:00,799 --> 01:16:02,142
วิ่งหาเลข

1375
01:16:09,061 --> 01:16:11,980
ตอนนี้นิ่งอายุเท่าไร

1376
01:16:13,348 --> 01:16:15,416
20 พอดี 20

1377
01:16:16,608 --> 01:16:17,296

1378
01:16:19,749 --> 01:16:21,018
คูณด้วย 5

1379
01:16:23,270 --> 01:16:25,457
เท่าคือเท่าไหร่

1380
01:16:25,508 --> 01:16:26,840
เท่ากับเท่าไร

1381
01:16:27,168 --> 01:16:27,727

1382
01:16:28,708 --> 01:16:30,173
กรุณาใส่คำตอบ

1383
01:16:30,498 --> 01:16:31,442

1384
01:16:34,979 --> 01:16:37,404
ต่อไปกุ้งนางใช่ไหมกุ้งนาง

1385
01:16:39,391 --> 01:16:44,742
เดี๋ยวมาพิมพ์คำตอบนะเดี๋ยวให้โจทก์เสร็จหมดทุกคนก่อนกุ้งนะคะ

1386
01:16:48,349 --> 01:16:54,407
หากุ้งนางต้องหาเลขที่ใช่เลขที่ชอบออกตัวเลขก็มาจากเด็กๆเองนั่นแหละ

1387
01:16:56,479 --> 01:16:58,794
ไม่ได้ขึ้นกุ้งนางไม่ได้เปิดหรือ

1388
01:17:00,390 --> 01:17:01,287
เช้าบ่

1389
01:17:01,245 --> 01:17:06,335

1390
01:17:07,431 --> 01:17:08,440
ยังไม่ขึ้น

1391
01:17:10,749 --> 01:17:13,403
ดูนางดูจะให้พี่เขาถาม

1392
01:17:15,999 --> 01:17:18,072
นางมีพี่น้องกี่คน

1393
01:17:23,180 --> 01:17:23,485

1394
01:17:23,691 --> 01:17:25,600
เอาอีกตั้งนะคะ

1395
01:17:29,769 --> 01:17:32,511
ในบ้านด้วย

1396
01:17:34,396 --> 01:17:36,236
ให้ใช้เครื่องหมายคูณ

1397
01:17:40,468 --> 01:17:41,678
คูณด้วย

1398
01:17:46,229 --> 01:17:49,154
199 เท่ากับเท่าไร

1399
01:17:49,112 --> 01:17:50,429
ได้เท่าไหร่

1400
01:17:51,028 --> 01:17:53,206
นี่คือโจทย์ของกุ้งนางนะคะ

1401
01:17:55,001 --> 01:17:56,826
ต่อไปต่อไปองุ่น

1402
01:18:03,061 --> 01:18:04,971
หุ่นเปิดเครื่องหรือเปล่า

1403
01:18:09,970 --> 01:18:10,196

1404
01:18:10,098 --> 01:18:12,212
หมุนเลขอะไรนะ

1405
01:18:12,208 --> 01:18:13,416
เลข 9

1406
01:18:23,094 --> 01:18:27,332
ถามถามองุ่นรู้หรือเปล่าแม่อายุเท่าไร

1407
01:18:32,687 --> 01:18:34,109
อายุแม่เท่าไหร่

1408
01:18:41,969 --> 01:18:43,838
ตัวเองแม่ตัวเอง

1409
01:18:53,369 --> 01:18:54,337
48

1410
01:18:55,678 --> 01:18:58,622
อายุแม่ 48 อายุองุ่นเท่าไหร่

1411
01:19:02,138 --> 01:19:03,361
อายุตัวเองน่ะ

1412
01:19:04,829 --> 01:19:05,919
9 หรือ

1413
01:19:07,769 --> 01:19:09,651
ทำไรอยู่ตัวเองไม่ได้

1414
01:19:16,599 --> 01:19:17,884
ไม่ฟังเลย

1415
01:19:18,199 --> 01:19:28,199
จำอายุตัวเองไม่ได้หรืออายุตัวเองเท่าไหร่

1416
01:19:25,960 --> 01:19:32,230

1417
01:19:28,128 --> 01:19:34,777
18

1418
01:19:31,399 --> 01:19:41,399
8 - 18 นะคะ 48 - 18 ดูซิว่าอายุตัวเองห่างจากคุณแม่เท่าไหร่

1419
01:19:40,775 --> 01:19:50,775
ออกไป

1420
01:19:52,399 --> 01:20:02,399
พี่น้อยมีปู่ย่าตายายหรือเปล่า

1421
01:19:59,192 --> 01:20:09,192
ตี๋น้อยมีปู่ย่าตายายหรือเปล่า

1422
01:20:05,592 --> 01:20:15,592
เปลี่ยนคนเดี๋ยวจะถามผีน้อย

1423
01:20:08,467 --> 01:20:18,467
ตี๋น้อยมีปู่หรือย่า

1424
01:20:20,704 --> 01:20:30,704
อายุไหม

1425
01:20:28,887 --> 01:20:38,160
รู้หรือเปล่าอายุเท่าไหร่

1426
01:20:33,127 --> 01:20:40,248

1427
01:20:35,686 --> 01:20:45,105
56 53 ค่ะ

1428
01:20:37,968 --> 01:20:45,469
ดูอายุปีเกิดนะคะ

1429
01:20:40,616 --> 01:20:50,616
อันนี้คือคำตอบก็คือจะเป็นปู่แล้วนะคะ

1430
01:20:45,592 --> 01:20:55,592
เป็นปู่หรือเป็นย่าลูก

1431
01:20:49,168 --> 01:20:59,168
13 นี่ใครย่าย่าตายใช่ไหม

1432
01:21:01,689 --> 01:21:11,689

1433
01:21:01,719 --> 01:21:11,719
ต่อไปต่อไปแบงค์

1434
01:21:01,775 --> 01:21:11,775
แบงค์หรือ

1435
01:21:11,962 --> 01:21:12,839
บาส

1436
01:21:14,393 --> 01:21:17,109
เป็นแบงค์อยู่เรื่อยเลยบาสบาส

1437
01:21:20,148 --> 01:21:21,083
นะคะ

1438
01:21:31,362 --> 01:21:34,996
เอาเงินมาเท่าไรแม่ให้เกินมาเท่าไหร่เดือนนึง

1439
01:21:36,477 --> 01:21:37,602
เบอร์ 7 หรือ

1440
01:21:43,199 --> 01:21:43,676

1441
01:21:44,029 --> 01:21:45,526
แม่ให้เงินมาจั๊กบาท

1442
01:21:47,608 --> 01:21:49,589
ให้เป็นเดือนหรือให้เป็นอาทิตย์

1443
01:21:53,759 --> 01:21:55,260
ให้เป็นเดือนใช่ไหม

1444
01:21:56,248 --> 01:21:57,176
กี่บาทลูก

1445
01:21:57,848 --> 01:21:59,680
ประมาณประมาณ

1446
01:22:01,177 --> 01:22:02,239
3,000

1447
01:22:06,618 --> 01:22:08,785
แล้วให้ห่านด้วยสิ

1448
01:22:11,048 --> 01:22:12,367
สีนะคะ

1449
01:22:16,739 --> 01:22:18,194
คือใน 1 อาทิตย์

1450
01:22:18,407 --> 01:22:20,938
เงิน 3,000 บาทใช้ไปเท่าไหร่

1451
01:22:23,078 --> 01:22:24,814
ใช้ไปเท่าไหร่นะ

1452
01:22:26,207 --> 01:22:28,050
ออกไปคนต่อไป

1453
01:22:29,408 --> 01:22:30,212
บน

1454
01:22:31,908 --> 01:22:33,735
อุบลถามได้เลย

1455
01:22:36,137 --> 01:22:37,533
อุบลอุบล

1456
01:22:40,560 --> 01:22:41,685
บ้านอยู่ไหนคะ

1457
01:22:45,300 --> 01:22:47,966
รู้หรือเปล่าระยะทางกี่กิโลเมตร

1458
01:22:49,207 --> 01:22:50,584
147

1459
01:22:51,447 --> 01:22:52,826
147

1460
01:22:53,498 --> 01:22:56,486
อยากรู้ว่าขี่รถด้วยความเร็ว

1461
01:22:56,437 --> 01:22:57,705
ผ่าน 80

1462
01:23:00,408 --> 01:23:04,106
อุบลจะใช้เวลาในการเดินทางเท่าไหร่นะคะ

1463
01:23:07,577 --> 01:23:12,459
โอเคใครได้คำตอบแล้วให้มันพิมพ์คำตอบได้เลยนะคะ

1464
01:23:12,379 --> 01:23:13,489
OK

1465
01:23:14,617 --> 01:23:17,758
แม็กกี้เสร็จแล้วมาพิมพ์คำตอบได้เลยนะลูก

1466
01:24:25,337 --> 01:24:26,468
โอเคนะคะ

1467
01:24:28,728 --> 01:24:31,020
ดูที่คำตอบของแต่ละคน

1468
01:24:32,117 --> 01:24:35,256
คนแรกแม็กกี้ที่แม็กกี้นะ

1469
01:24:36,976 --> 01:24:40,020

1470
01:24:37,106 --> 01:24:41,604
กี้โสดก็คือ

1471
01:24:43,637 --> 01:24:45,188

1472
01:24:45,236 --> 01:24:46,716
ปีพ.ศ

1473
01:24:48,629 --> 01:24:49,384
ไปลบ

1474
01:24:49,138 --> 01:24:50,685
ปีคศ

1475
01:24:51,897 --> 01:24:52,226

1476
01:24:52,151 --> 01:24:53,862
ลองเช็ค

1477
01:24:53,367 --> 01:25:00,010
เครื่องคิดเลขในมือถือก็ได้ว่าตรงไหม

1478
01:24:58,678 --> 01:25:04,419
ก็คือเอาปี 2565 ไป - 2022 นะคะ

1479
01:25:08,468 --> 01:25:08,777

1480
01:25:08,598 --> 01:25:13,717
สรวิชญ์เกิดก่อน 543 ปีนั่นคือคำตอบนะคะ

1481
01:25:15,768 --> 01:25:17,463
ของ extra

1482
01:25:17,938 --> 01:25:23,212
อาการที่ถามว่าเขาเกิดปีอะไรก็คืออยากรู้อายุเขา

1483
01:25:26,007 --> 01:25:30,361
ปี 2565 ก็คือพ. ศ. ปัจจุบันปีนี้

1484
01:25:30,167 --> 01:25:35,058
แล้วไปลบด้วยปีที่เขาเกิดคือ 2546

1485
01:25:35,417 --> 01:25:38,261
ตอนนี้ Extra ก็คือปีนี้

1486
01:25:38,037 --> 01:25:41,272
น่าจะมีอายุ 19 ปีถูกต้องนะ

1487
01:25:43,347 --> 01:25:45,193
ต่อไปของมิ่ง

1488
01:25:45,077 --> 01:25:47,851
อายุมิ่งก็คือ 20

1489
01:25:49,298 --> 01:25:54,969
เลยบอกว่าถ้ามึงยังมีอีก 5 เท่านี่

1490
01:25:53,976 --> 01:25:56,969
ใช่ 5 ปีนะไม่ได้บวก 5 นะ

1491
01:25:56,917 --> 01:25:57,452

1492
01:25:57,047 --> 01:26:00,642
ถ้าคุณหมายถึงเป็นจำนวนเท่า

1493
01:25:59,607 --> 01:26:04,846
ในอีก 5 เท่าอายุของมิ่งจะมีอายุถึง 100 ปี

1494
01:26:04,976 --> 01:26:08,925
ถ้าอยู่ได้ถึงค่าเช่านึกออกละโอเคนะคะ

1495
01:26:09,660 --> 01:26:11,783
ต่อไปของกุ้งนาง

1496
01:26:12,406 --> 01:26:15,058
กุ้งนางมีพี่น้อง 4 คน

1497
01:26:17,267 --> 01:26:18,066
สมมุติ

1498
01:26:18,362 --> 01:26:24,015
แม่ให้เงินคนละ 199 บาทนะคะ

1499
01:26:23,290 --> 01:26:27,901
ลูกทั้งหมด 4 คนแม่ต้องมีเงินอย่างน้อยเห็นไหมคะ

1500
01:26:27,898 --> 01:26:31,728
796 ก็คือแม่มีเงิน 800

1501
01:26:31,797 --> 01:26:36,650
มาแบ่งให้ลูก 4 คนนะคะมาแบ่งคนละ 199

1502
01:26:36,536 --> 01:26:41,433
ขนขององุ่นแม่บอกว่าอายุ 48

1503
01:26:41,659 --> 01:26:43,630
ตัวเองอายุ 18 ปี

1504
01:26:44,277 --> 01:26:52,162
คือเราอายุแม่มันลบอายุตัวเองนั่นก็คือองุ่นกับแม่อายุห่างกัน 30 ปีเห็นไหมคะ

1505
01:26:56,498 --> 01:27:04,800
ของตี๋น้อยถามอายุของย่านะว่าย่าอายุ 83 ก็เลยอยากรู้ว่าย่าอายุเกิดปีพศอะไร

1506
01:27:04,817 --> 01:27:11,010
เลยให้เอาปีปัจจุบันไปลบปีปัจจุบันก็คือปี 2565

1507
01:27:11,107 --> 01:27:14,278
ลบอายุของย่าซึ่งก็คือ 83

1508
01:27:14,686 --> 01:27:20,437
2482 นั่นก็คือปีที่ 5 เกิด 2482 นะคะ

1509
01:27:20,447 --> 01:27:23,336
ปีที่ 5 ของตี๋น้อยเกิดนะคะ

1510
01:27:27,829 --> 01:27:28,704

1511
01:27:28,910 --> 01:27:30,233
ถามบาสว่า

1512
01:27:30,317 --> 01:27:32,935
แม่ให้เงินมาถึงเดือนเท่าไหร่

1513
01:27:33,137 --> 01:27:35,639
บาสบอกว่าเดือนละ 300

1514
01:27:35,566 --> 01:27:40,140
หารด้วย 4 นั่นหมายถึงใน 1 เดือนมี 4 สัปดาห์

1515
01:27:44,407 --> 01:27:50,594
อยากรู้ว่าใน 1 สัปดาห์บาสใช้เงินนะคะประมาณอาทิตย์ละ 750 บาท

1516
01:27:50,746 --> 01:27:51,819
ถูกต้องไหม

1517
01:27:54,067 --> 01:28:00,017
และคนสุดท้ายอุบลบอกว่าระยะทางจากบ้าน 147 กิโลเมตร

1518
01:28:00,407 --> 01:28:01,417
ปีนี้

1519
01:28:01,306 --> 01:28:01,518

1520
01:28:01,560 --> 01:28:03,791
ขี่รถด้วยความเร็ว 80

1521
01:28:03,988 --> 01:28:04,940
กิโลเมตร

1522
01:28:06,360 --> 01:28:07,703
ใช้เวลา

1523
01:28:07,767 --> 01:28:09,092
1 ชั่วโมง

1524
01:28:10,840 --> 01:28:13,347
ไม่น่าจะเป็น 83 นาที

1525
01:28:14,229 --> 01:28:15,752
น่าจะเป็นเท่าไหร่

1526
01:28:18,328 --> 01:28:20,107
140 กิโลเมตร

1527
01:28:23,708 --> 01:28:29,800
นะคะความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงมันน่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงนี่แหละ

1528
01:28:29,847 --> 01:28:31,444
แต่ชั่วโมงเท่าไหร่

1529
01:28:34,907 --> 01:28:35,218

1530
01:28:35,286 --> 01:28:35,600

1531
01:28:35,547 --> 01:28:38,875
ตีเป็น 1 ชั่วโมงก็คือ 60 นาที

1532
01:28:40,791 --> 01:28:44,675
2 ชั่วโมง 120 นาทีแต่มันคำนวณอย่างไรนะ

1533
01:28:44,627 --> 01:28:45,384

1534
01:28:45,786 --> 01:28:49,305
มันจะอยู่ประมาณที่ชั่วโมงกว่านี่แหละนะคะ

1535
01:28:49,186 --> 01:28:51,609
แต่ไม่น่าจะถึง 2 ชั่วโมงนะคะ

1536
01:28:55,327 --> 01:28:59,399
คือการแสดงผลโดยการใช้วิธีคำนวณนะคะ

1537
01:29:02,947 --> 01:29:06,874
ส่วนเด็กๆไม่ต้องใส่เครื่องหมายคำพูดใช่ไหมคะ

1538
01:29:07,106 --> 01:29:11,552
ถ้าเป็นคำพูดข้อความจะต้องใส่เครื่องหมายคำพูดนะคะ

1539
01:29:15,617 --> 01:29:18,470
นี่คือวิธีใช้คำสั่งปริ้นนะคะ

1540
01:29:18,876 --> 01:29:21,814
เมื่อกี้พิมพ์ผิดนะ 1 บรรทัด

1541
01:29:22,397 --> 01:29:27,193
วันนี้อยากกินหลายๆบรรทัดนะคะทำอย่างไรมาดูกันนะคะ

1542
01:29:27,906 --> 01:29:29,376
ดูคำสั่งต่อ

1543
01:29:33,466 --> 01:29:33,742

1544
01:29:33,728 --> 01:29:34,031

1545
01:29:35,777 --> 01:29:36,480

1546
01:29:38,589 --> 01:29:39,063

1547
01:29:38,716 --> 01:29:40,579
มาดูตัวอย่าง

1548
01:29:43,967 --> 01:29:47,892
จะให้ปริ้นทั้งชื่อทั้งนามสกุล

1549
01:29:51,587 --> 01:29:54,300
ไม่ต้องไปพิมพ์คำสั่ง print พิมพ์ชื่อ

1550
01:29:54,266 --> 01:29:57,441
พิมพ์ซ้ำพิมพ์ชื่อเล่น 3 บรรทัด

1551
01:29:57,536 --> 01:29:59,332
ไม่ต้องพิมพ์อย่างนั้นนะคะ

1552
01:29:59,459 --> 01:30:00,676
เดี๋ยวทำให้ดู

1553
01:30:17,188 --> 01:30:17,950
รู้จัก

1554
01:30:44,257 --> 01:30:45,969
ใช้ไม่ได้

1555
01:30:47,400 --> 01:30:48,338
แสดงว่า

1556
01:30:49,001 --> 01:30:50,565
ไม่ใช่แล้วล่ะ

1557
01:30:52,016 --> 01:30:52,872
OK

1558
01:30:55,597 --> 01:30:56,987
มันไม่ให้ใช้

1559
01:30:58,667 --> 01:30:59,271
ราคา

1560
01:31:06,220 --> 01:31:07,282
จะต้อง

1561
01:31:14,802 --> 01:31:16,301
แบคสแลชหรือ

1562
01:31:21,519 --> 01:31:22,009

1563
01:31:22,160 --> 01:31:22,695

1564
01:31:55,590 --> 01:31:55,870

1565
01:31:57,379 --> 01:32:00,864
ไม่ได้ลองเทสอันนี้โอเคไม่เป็นไรนะคะ

1566
01:32:02,116 --> 01:32:04,110
จะไม่ได้ใช้แล้วตัวนี้

1567
01:32:05,636 --> 01:32:06,740
หมายเลขแรก

1568
01:32:07,176 --> 01:32:08,442
เซ็นทรัล

1569
01:32:09,156 --> 01:32:10,055
แสดงว่า

1570
01:32:11,141 --> 01:32:14,479
น่าจะตัดออกไปแล้วนะคะโอเคไม่เป็นไรนะคะ

1571
01:32:14,539 --> 01:32:15,392
อันนี้

1572
01:32:16,967 --> 01:32:18,394
ในกรณีที่

1573
01:32:18,399 --> 01:32:20,407
แล้วถ้าปริ้นถาม

1574
01:32:20,509 --> 01:32:22,292
ข้อความด้วยหรอ

1575
01:32:22,877 --> 01:32:23,972
ทำอย่างไร

1576
01:32:25,059 --> 01:32:27,890
ทั้ง 2 อย่างอยู่ด้วยกันใช่ไหมคะ

1577
01:32:48,239 --> 01:32:48,799

1578
01:32:49,269 --> 01:32:52,804
ในกรณีที่เราต้องการพิมพ์ทั้งตัวเลข

1579
01:32:52,666 --> 01:32:55,918
แล้วก็ข้อความอยู่ด้วยกันนี่นะคะ

1580
01:32:55,795 --> 01:32:58,009
1 บรรทัด

1581
01:32:57,845 --> 01:32:59,855
ที่จะมาคั่น

1582
01:32:59,706 --> 01:33:01,238
เห็นไหม

1583
01:33:07,837 --> 01:33:08,773
คอมม่า

1584
01:33:09,890 --> 01:33:11,529
ไม่ใช่ใช่ไหม

1585
01:33:11,948 --> 01:33:15,105
พม่าไม่ใช่ลูกน้ำเคยใช้คอมมาก

1586
01:33:15,036 --> 01:33:16,859
เครื่องหมายความว่าเห็นไหมคะ

1587
01:33:17,276 --> 01:33:18,583
ขนาดระหว่างตัวเลข

1588
01:33:19,065 --> 01:33:20,304
กลับข้อความ

1589
01:33:20,670 --> 01:33:22,611
ถ้ามีตัวเลขหลายๆตัว

1590
01:33:22,715 --> 01:33:23,631
ก็คือ

1591
01:33:25,145 --> 01:33:27,990
สิ่งที่จะแสดงข้างในน่ะ

1592
01:33:28,476 --> 01:33:30,001
คือตัวคอมม่านิ

1593
01:33:29,946 --> 01:33:31,068
ท่านนะคะ

1594
01:33:31,485 --> 01:33:33,292
งั้นลองนักนะ

1595
01:33:33,338 --> 01:33:34,386
ให้ลอง

1596
01:33:35,906 --> 01:33:37,431
แสดงข้อความนะคะ

1597
01:33:37,766 --> 01:33:39,390
ชื่อนามสกุล

1598
01:33:40,577 --> 01:33:42,148
แล้วก็ชื่อเล่น

1599
01:33:42,886 --> 01:33:43,603

1600
01:33:44,297 --> 01:33:45,616
ไปให้มันเว้น

1601
01:33:46,467 --> 01:33:47,142
นะคะ

1602
01:33:47,937 --> 01:33:50,976
ไม่ต้องไปพิมพ์คำสั่งปริ้นใหม่ถึง 3 ครั้ง

1603
01:33:51,469 --> 01:33:52,852
ให้เด็กๆพิมพ์

1604
01:33:55,709 --> 01:33:57,612
คำสั่ง print แสดง

1605
01:33:57,816 --> 01:33:59,175
ชื่อตัวเองนะคะ

1606
01:34:00,578 --> 01:34:01,997
ชื่อและนามสกุล

1607
01:34:02,235 --> 01:34:03,987
แล้วก็แสดงชื่อเล่น

1608
01:34:04,738 --> 01:34:06,349
เอา 2 อย่างพอ

1609
01:34:11,465 --> 01:34:12,050
ลิ้น

1610
01:34:33,499 --> 01:34:36,512
เพิ่มอีกอันหนึ่งก็ได้เพิ่มอายุเข้าไป

1611
01:34:41,375 --> 01:34:43,033
อายุตามหลังนะคะ

1612
01:34:43,182 --> 01:34:44,627
แล้วกด enter

1613
01:34:44,515 --> 01:34:45,328
นะคะ

1614
01:34:45,226 --> 01:34:48,460
ทำไมคะมันก็จะแสดงทั้งชื่อ

1615
01:34:48,677 --> 01:34:49,636
นามสกุล

1616
01:34:49,710 --> 01:34:50,649
ชื่อเล่น

1617
01:34:51,056 --> 01:34:52,898
พ่อตัวเลขเด่นไหมคะ

1618
01:34:52,786 --> 01:34:54,692
สามารถแรงด้วยกันได้

1619
01:34:54,594 --> 01:34:57,250
ก็ใช้เครื่องหมายโคลอน

1620
01:34:58,556 --> 01:35:01,812
เป็นการขั้นประโยคข้อความหรือตัวเลขนะคะ

1621
01:35:02,585 --> 01:35:04,087
กรณีที่

1622
01:35:04,126 --> 01:35:06,150
ตัวเลขหลายๆตัว

1623
01:35:18,435 --> 01:35:18,923

1624
01:35:18,875 --> 01:35:19,278

1625
01:35:54,636 --> 01:35:55,415
วันนี้

1626
01:35:56,046 --> 01:35:58,187
อันนี้ในกรณีที่ 3 นะคะ

1627
01:35:58,405 --> 01:36:03,200
ปริ้นตัวเลขในการคำนวณดูสิว่าได้ไหมอย่างนี้นะคะ

1628
01:36:03,534 --> 01:36:04,515
การคำนวณ

1629
01:36:04,946 --> 01:36:05,594
ได้

1630
01:36:05,834 --> 01:36:08,034
เพราะมันไปอยู่ตรงนี้

1631
01:36:08,147 --> 01:36:10,409
ถ้ามีวงเล็บซ้อนน่ะได้

1632
01:36:11,344 --> 01:36:12,769
syntax error

1633
01:36:19,798 --> 01:36:20,698
อะไรนี่

1634
01:36:22,154 --> 01:36:24,289
Zero

1635
01:36:26,717 --> 01:36:27,290

1636
01:36:27,746 --> 01:36:29,926
พรุ่งนี้เด็กๆจะต้องไปขึ้นรถ

1637
01:36:36,388 --> 01:36:38,392
อยู่ตึก 7 นะคะ 7

1638
01:36:39,088 --> 01:36:39,726
เสื้อ

1639
01:36:40,807 --> 01:36:41,646
กางเกง

1640
01:36:41,646 --> 01:36:43,053
ใส่กางเกงได้

1641
01:36:43,496 --> 01:36:47,394
ผู้หญิงจะได้คล่องตัวเพราะเราลงชุมชนนะคะ

1642
01:36:48,104 --> 01:36:49,328
ขอเป็น

1643
01:36:52,135 --> 01:36:54,964
น้องปีหนึ่งยังไม่มีเสื้อคณะใช่ไหม

1644
01:36:55,014 --> 01:36:56,058
ยังไม่ได้นะ

1645
01:36:56,494 --> 01:36:59,190
ให้เป็นเสื้อคอกลมสีขาว

1646
01:36:59,314 --> 01:37:00,344
โอเคไหม

1647
01:37:00,595 --> 01:37:03,847
ปี 1 ให้ใส่เสื้อยืดคอกลมสีขาวนะลูก

1648
01:37:04,053 --> 01:37:05,203
โอเคนะคะ

1649
01:37:06,225 --> 01:37:07,839
7:30 น นี่คือ

1650
01:37:08,915 --> 01:37:12,470
พร้อมขึ้นรถรอนึกออกไหมเพราะฉะนั้น

1651
01:37:12,567 --> 01:37:15,024
ต้องไปถึงตึกก่อน 7:30 น

1652
01:37:14,995 --> 01:37:17,783
รถจะออก 7:30 น เข้าใจไหมคะ

1653
01:37:18,014 --> 01:37:18,971
เข้าใจนะ

1654
01:37:19,804 --> 01:37:20,704
ใช่บอก

1655
01:37:21,278 --> 01:37:22,624
ออก 7:30 น

1656
01:37:23,136 --> 01:37:23,400

1657
01:37:23,835 --> 01:37:26,900
ต้องไปถึงก่อน 7:30 น โอเคนะ

1658
01:37:28,315 --> 01:37:29,779
7:30 น นี่คือ

1659
01:37:30,237 --> 01:37:33,029
รถมาถึงแล้วแล้วเราขึ้นรถโอเคนะ

1660
01:37:33,314 --> 01:37:34,374
โอเคนะคะ

1661
01:37:34,784 --> 01:37:35,688
ห้ามสายนะ

1662
01:37:36,264 --> 01:37:37,931
ตั้งนาฬิกาปลุกดีๆ

1663
01:37:38,494 --> 01:37:40,250
เรือนจำดีๆนะคะ

1664
01:37:41,315 --> 01:37:43,902
ใส่กางเกงผู้หญิงใส่กางเกงได้

1665
01:37:44,774 --> 01:37:46,119
สิ่งที่คิดว่า

1666
01:37:46,504 --> 01:37:48,944
จะลุกนั่งสะดวกสบาย

1667
01:37:49,696 --> 01:37:54,583
กางเกงยีนส์หรือกางเกงวอร์มก็แล้วแต่นะคะ

1668
01:37:55,336 --> 01:37:57,634
ที่ตึก 7 นะลูก

1669
01:37:57,455 --> 01:38:00,442
ไม่ใช่ที่ dps นะ

1670
01:37:59,944 --> 01:38:01,627
พี่คณะเราน่ะ

1671
01:38:03,216 --> 01:38:04,178
เข้าใจนะ

1672
01:38:05,074 --> 01:38:07,093
จำได้อยู่นะ

1673
01:38:07,323 --> 01:38:09,065
พรุ่งนี้นะพรุ่งนี้

1674
01:38:08,794 --> 01:38:13,759
ไม่ๆๆ

1675
01:38:13,725 --> 01:38:14,667
ให้ใส่ชุด

1676
01:38:14,556 --> 01:38:17,515
คอกลมสีขาว

1677
01:38:18,526 --> 01:38:21,362
กางเกงอะไรก็ได้กางเกงยีนส์ก็ได้

1678
01:38:21,214 --> 01:38:23,193
กางเกงวอร์มก็ได้

1679
01:38:22,813 --> 01:38:23,300

1680
01:38:22,944 --> 01:38:25,514
ไม่ใช่เสื้อเชิ้ตนะ

1681
01:38:24,604 --> 01:38:26,284
เสื้อคอกลมนะ

1682
01:38:26,713 --> 01:38:28,595
เสื้อคอกลม

1683
01:38:28,383 --> 01:38:30,978
เสื้อใส่สบายน่ะ

1684
01:38:29,404 --> 01:38:33,400
เพราะเราไปลงพื้นที่ไม่ต้องไปใส่เสื้อเชิ้ต

1685
01:38:33,624 --> 01:38:35,434
เสื้อคอกลมน่ะ

1686
01:38:36,573 --> 01:38:37,408
ที่ 1 น่ะ

1687
01:38:38,104 --> 01:38:43,128
ปีหนึ่งยังไม่มีเสื้อโปโลคณะ

1688
01:38:40,794 --> 01:38:46,114
คนที่เขาจะมีเสื้อคณะแล้วแต่เด็กๆยังไม่มีนะคะ

1689
01:38:46,187 --> 01:38:49,779
เด็กๆเป็นน้องปีหนึ่งยังไม่มีเสื้อ

1690
01:38:49,576 --> 01:38:51,181
ไม่ใส่เสื้อคอกลม

1691
01:38:53,807 --> 01:38:55,240
ผ้าใบสีครับ

1692
01:38:55,675 --> 01:38:57,457
อย่าใส่อีแตะ

1693
01:38:57,084 --> 01:39:00,693
เปิดเราให้ไว้ให้วิ่ง

1694
01:39:00,414 --> 01:39:06,134
จะลงพื้นที่ชุมชนนึกออกนะ

1695
01:39:03,495 --> 01:39:06,948
ไม่เป็นรองเท้าผ้าใบนะคะ

1696
01:39:08,685 --> 01:39:10,517
จะได้ห้องตัวนะคะ

1697
01:39:10,604 --> 01:39:12,443
ไม่มีใครสงสัยถามได้

1698
01:39:13,033 --> 01:39:15,015
นัดหมายพรุ่งนี้

1699
01:39:14,563 --> 01:39:15,800
ห้ามสายนะครับ

1700
01:39:16,684 --> 01:39:17,906
ไม่ได้ไป

1701
01:39:17,773 --> 01:39:19,656
ทิ้งเราจะทิ้งเลยนะ

1702
01:39:19,946 --> 01:39:21,886
7:00 น ยังไม่ขึ้นรถ

1703
01:39:22,374 --> 01:39:23,823
เอาทิ้งเลยนะ

1704
01:39:24,430 --> 01:39:25,357
ไม่รอนะ

1705
01:39:27,043 --> 01:39:28,959
เพราะอย่าลืมว่า

1706
01:39:28,773 --> 01:39:31,191
เหล้านะแต่ละสถานที่เขาไว้

1707
01:39:32,423 --> 01:39:34,846
เราไปหลายที่

1708
01:39:34,212 --> 01:39:36,292
เรามีเวลาที่นัดกันไว้

1709
01:39:39,723 --> 01:39:42,651
พ่อเขาบอกวันที่ 7 น่ะ

1710
01:39:42,345 --> 01:39:43,578
นครพนม

1711
01:39:44,774 --> 01:39:46,961
จัดอะไรนะบวงสรวง

1712
01:39:47,524 --> 01:39:50,141

1713
01:39:48,744 --> 01:39:50,600
อนันตนาคราช

1714
01:39:52,524 --> 01:39:55,115
เขาน่าจะไหว้เขาน่าจะปิดถนน

1715
01:39:57,643 --> 01:39:59,753
หัวหน้าจะเข้าไปไม่ได้โซนนั้นน่ะ

1716
01:40:03,854 --> 01:40:05,153
เราอยากไหว้

1717
01:40:04,884 --> 01:40:05,914
เดี๋ยวแวะ

1718
01:40:07,006 --> 01:40:09,450
แวะทางผ่านอาจจะพาไปไหว้พระ

1719
01:40:10,462 --> 01:40:12,907
วัดหลวงปู่คำพันธ์ก็ได้

1720
01:40:14,682 --> 01:40:16,097
เดี๋ยวดูเส้นทาง

1721
01:40:16,803 --> 01:40:18,202
เราต้องดูด้วย

1722
01:40:18,462 --> 01:40:19,231
เวลา

1723
01:40:19,613 --> 01:40:21,361
เพราะเราไงคนหมู่มาก

1724
01:40:22,362 --> 01:40:24,100
ควบคุมเวลาไม่ได้

1725
01:40:24,992 --> 01:40:28,146
เราจะออกนอกเส้นทางไม่ได้นะคะ ok นะ

1726
01:40:28,962 --> 01:40:30,872
ถ้าไม่มีใครสงสัยแล้ว

1727
01:40:31,323 --> 01:40:32,609
เลิกงานพรุ่งนี้

1728
01:40:33,691 --> 01:40:36,712
7:30 น ตื่นนั่งอยู่บนรถแล้วนะ

1729
01:40:37,283 --> 01:40:39,795
7:30 น ยังมาไม่ถึงนะคะ

1730
01:40:40,356 --> 01:40:43,237
ควรไปก่อนเวลานึกออกนะ

1731
01:40:44,001 --> 01:40:45,030
ควรไปถึง

1732
01:40:46,053 --> 01:40:47,839
ก่อน 07:30 น นะคะ

1733
01:40:47,721 --> 01:40:53,690
ข้าวน่ะกินมาให้เรียบร้อย

1734
01:40:53,922 --> 01:40:54,962
ข้าวเช้าน่ะ

1735
01:40:59,431 --> 01:41:00,251
เพราะว่า

1736
01:41:01,543 --> 01:41:03,788
ถ้าจำไม่ผิดเราน่าจะนั่งรถ

1737
01:41:04,803 --> 01:41:06,476
รถบัสรถแอร์นะ

1738
01:41:07,111 --> 01:41:09,664
ทานข้าวเช้าให้เสร็จเรียบร้อย

1739
01:41:10,053 --> 01:41:11,526
ค่อยมาขึ้นรถนะ

1740
01:41:11,782 --> 01:41:12,862
โอเคนะคะ

1741
01:41:13,252 --> 01:41:14,473
เจอกันพรุ่งนี้

1742
01:41:14,721 --> 01:41:16,268
งง

1743
01:41:16,391 --> 01:41:18,244
นั่งรออยู่บนรถแล้วนะ

1744
01:41:19,402 --> 01:41:20,406
สวัสดีค่ะ

1745
01:41:20,364 --> 01:41:24,532
แม็กกี้ขอบคุณพี่เขาหน่อย

1746
01:41:30,591 --> 01:41:32,859
พี่ขอบคุณพี่หล้าหน่อยค่ะ

1747
01:41:35,462 --> 01:41:36,410
ขอบคุณค่ะ

1748
01:41:38,734 --> 01:41:41,881
เจอกันสัปดาห์ถัดไปนะคะสวัสดีค่ะ

1749
01:41:51,041 --> 01:41:54,349
ปิดเครื่องให้เรียบร้อยนะคะทุกคน

1750
01:41:55,322 --> 01:41:57,351
ทุกคนทุกคนทุกคน

