﻿1
00:00:08,432 --> 00:00:12,432
เข้าไปที่ลิงค์ลิสต์

2
00:00:29,401 --> 00:00:33,317
เขาได้ยินไหม

3
00:00:33,317 --> 00:00:37,317
ได้ยินไหมเอ่ย

4
00:00:40,436 --> 00:00:44,436

5
00:00:50,904 --> 00:00:54,904
โอเคได้นะคะ

6
00:00:59,947 --> 00:00:58,886
โอเค

7
00:00:58,022 --> 00:00:58,873
เริ่มฮัลโหลค่ะพี่ล่างได้ยินไหมคะ

8
00:00:58,873 --> 00:01:00,132

9
00:01:00,132 --> 00:01:04,132
พี่ล่ามได้ยินไหมคะ

10
00:01:06,282 --> 00:01:10,282
ยิ้มใส่ใคร

11
00:01:12,354 --> 00:01:16,354

12
00:02:10,549 --> 00:02:14,549
ค่ะ

13
00:02:18,319 --> 00:02:22,319
วันนี้นะคะเดี๋ยวจะมาต่อในเรื่องของ Link List นะคะ

14
00:02:25,535 --> 00:02:28,313
คราวที่แล้วเราเพิ่ม node ใหม่ เข้าไปในลิสต์ถูกไหมคะ

15
00:02:28,313 --> 00:02:30,127
เราเพิ่มโน้ตใหม่เข้าไปในลิงค์ลิสต์

16
00:02:30,127 --> 00:02:31,536
เพิ่มตรงกลาง

17
00:02:31,536 --> 00:02:33,465
เพิ่มข้างหน้า

18
00:02:33,465 --> 00:02:34,418
แล้วก็เพิ่มข้างหลัง

19
00:02:34,418 --> 00:02:38,418
นะคะ

20
00:02:41,719 --> 00:02:45,719
วันนี้เราจะมาพูดถึงการลบบ้าง

21
00:02:49,854 --> 00:02:53,760
การลบก็คือการเอา node ออกนะคะ

22
00:02:53,760 --> 00:02:57,760
การลบก็คือการที่เราดึง node ออกนะคะ

23
00:03:00,270 --> 00:03:01,685
ทำอย่างไรไม่ให้มันมันปรากฏอยู่ในลิสต์ของเรา

24
00:03:01,685 --> 00:03:05,685
เราก็ต้อง

25
00:03:05,951 --> 00:03:08,555
สร้างเส้นเชื่อมใหม่เราก็ต้องลากเส้นเชื่อมใหม่นะคะ

26
00:03:08,555 --> 00:03:12,516
เราสามารถลบได้

27
00:03:12,516 --> 00:03:16,516
ครั้งหน้า ตรงกลาง แล้วก็ข้างหลังเหมือนกัน

28
00:03:18,141 --> 00:03:22,141
คราวนี้

29
00:03:28,159 --> 00:03:29,667
ครูมีลิงค์ลิสต์ถูกไหมคะ

30
00:03:29,667 --> 00:03:30,238
อันนี้คือลิงค์ลิสต์

31
00:03:30,238 --> 00:03:33,429
นะ

32
00:03:33,429 --> 00:03:37,429
สภาพคือ Link List

33
00:03:37,736 --> 00:03:41,344
Link List ที่เราเห็นที่หน้าจอนะคะ มีทั้งหมดกี

34
00:03:41,344 --> 00:03:43,745
่ node node ทั้งหมดคือสี่เหลี่ยมใช่ไหม

35
00:03:43,745 --> 00:03:46,270

36
00:03:46,270 --> 00:03:50,270
node มีทั้งหมด 3 node ด้วยกัน

37
00:03:52,759 --> 00:03:53,800
อันนี้คือหน่วยที่ 1 node ที่ 2 แล้วก็ node ที่ 3

38
00:03:53,800 --> 00:03:57,800
เห็นไหมคะ

39
00:04:03,474 --> 00:04:06,760
รู้ได้อย่างไรว่าอันไหนคือด้านหน้าต้น List ของ List

40
00:04:06,760 --> 00:04:08,606
รู้ได้อย่างไร ว่าอันไหนคือ node แรก

41
00:04:08,606 --> 00:04:12,561
3 7 หรือ 10

42
00:04:12,561 --> 00:04:14,657
ก็คือ node นี้ใช่ไหมคะ

43
00:04:14,657 --> 00:04:18,657
รู้ได้อย่างไร

44
00:04:19,249 --> 00:04:21,072
เพราะว่ามีเหตุที่อยู่

45
00:04:21,072 --> 00:04:25,006
เราก็เลยรู้ว่า

46
00:04:25,006 --> 00:04:27,102
โดดหมายเลขที่มีข้อมูลหมายเลข 3

47
00:04:27,102 --> 00:04:30,180
คือ node ที่อยู่ต้น List

48
00:04:30,180 --> 00:04:34,180
หรืออยู่หัวแถวนะคะ

49
00:04:41,159 --> 00:04:44,986
ถัดมาถ้าตอนนี้นะคะ

50
00:04:44,986 --> 00:04:48,368
ครูถามต่อว่า

51
00:04:48,368 --> 00:04:49,581
สมมุติครูถามถึงข้อมูลนะคะ

52
00:04:49,581 --> 00:04:53,581
แบบนี้

53
00:04:57,606 --> 00:05:01,606
Test.Data จะตอบเท่ากับเท่าไหร่

54
00:05:02,568 --> 00:05:05,152
Test. Data

55
00:05:05,152 --> 00:05:09,061
จะตอบเท่ากับ 3 ทันไหมคะ

56
00:05:09,061 --> 00:05:12,018
เหตุก็คือตัวชี้นะคะ

57
00:05:12,018 --> 00:05:13,729

58
00:05:13,729 --> 00:05:15,508
Test ก็คือตัวชี้นะคะ

59
00:05:15,508 --> 00:05:19,508
ที่อยู่ที่นี่

60
00:05:21,142 --> 00:05:25,142
Data Data ก็คือข้อมูลใช่ไหมคะ

61
00:05:25,899 --> 00:05:28,618
พูดถึงวัด Data แล้วข้อมูลใน node ที่ชี้อยู่

62
00:05:28,618 --> 00:05:31,372
เก็บข้อมูลอะไร

63
00:05:31,372 --> 00:05:35,372
ก็คือ 3 นะคะ

64
00:05:42,842 --> 00:05:46,842
ถ้าครูต้องการลบข้อมูลใน node 3 อันนี้ทิ้งไป ครูทำอย่างไร

65
00:05:49,154 --> 00:05:51,476
ครูก็แค่อยากให้ใหม่คะ มาที่ node ถัดไป

66
00:05:51,476 --> 00:05:53,198
เพราะเหตุผิดที่ไหน

67
00:05:53,198 --> 00:05:55,760
ตัวนั้น

68
00:05:55,760 --> 00:05:59,760
คือหัวแถวหรือต้น List

69
00:06:03,422 --> 00:06:05,606
เพราะฉะนั้นถ้าเราต้องการลบ node 3 นะคะ ที่มันอยู่ด้านหน้าสุด

70
00:06:05,606 --> 00:06:09,606
เราจะทำอย่างไร

71
00:06:09,654 --> 00:06:13,654
เราก็เขียนคำสั่งให้เอาเหตุมาชี้ที่ node 7

72
00:06:14,252 --> 00:06:16,631
เราจะใช้คำสั่งอะไร

73
00:06:16,631 --> 00:06:18,354
ตอนนี้ขึ้น node 7

74
00:06:18,354 --> 00:06:22,109
คือเส้นนี้ชี้อยู่

75
00:06:22,109 --> 00:06:25,830
คือเส้นนี้ที่มันเชื่อมอยู่ด้านหลัง ชี้อยู่

76
00:06:25,830 --> 00:06:27,978
เส้นนี้มันออกมาจาก node ไหน

77
00:06:27,978 --> 00:06:31,978
node สาม อยู่

78
00:06:33,359 --> 00:06:37,359
เส้นนี้ก็เลยเป็น

79
00:06:40,295 --> 00:06:41,910
test connect เราจะย้าย test ก็ใช้คำสั่งเหตุไปชี้ที่

80
00:06:41,910 --> 00:06:43,626
test.net ที่อยู่

81
00:06:43,626 --> 00:06:45,040

82
00:06:45,040 --> 00:06:47,924
ซื้อที่ไหน

83
00:06:47,924 --> 00:06:51,054
ที่นี่ใช้หรือเปล่า

84
00:06:51,054 --> 00:06:54,080
ที่นี่ช่องนี้ช่อง 22

85
00:06:54,080 --> 00:06:58,080
มันชี้ไปที่ช่องไหนช่องที่ 7

86
00:06:58,775 --> 00:07:01,120
เพราะฉะนั้น test ตัวเดิมที่อยู่ช่องข้างหน้าสุด

87
00:07:01,120 --> 00:07:02,965
จะย้ายไปอยู่ที่ 7 นะ

88
00:07:02,965 --> 00:07:04,439
จะชี้ไปอยู่ที่ 7

89
00:07:04,439 --> 00:07:08,439
โอเคนะคะ

90
00:07:12,317 --> 00:07:14,101
คราวนี้ลบข้างหน้า

91
00:07:14,101 --> 00:07:16,931
ได้แล้ว

92
00:07:16,931 --> 00:07:20,055
มาลงตรงกลางนะคะ

93
00:07:20,055 --> 00:07:22,858
ตรงกลางบ้าง

94
00:07:22,858 --> 00:07:23,062
มัน

95
00:07:23,062 --> 00:07:27,062
กลางคือลบอะไร

96
00:07:29,916 --> 00:07:33,916
ลบ node 7 ตรงนี้ node 7 จะอยู่ระหว่าง 3 กับ 10

97
00:07:35,036 --> 00:07:39,036
เราจะลบตัวนี้ทิ้งไปเราจะทำอย่างไร

98
00:07:40,271 --> 00:07:43,100
อันดับแรก ต้องวาดรูปถูกไหมคะ

99
00:07:43,100 --> 00:07:44,114
จะได้รู้ว่าจาก 3 ต้อง

100
00:07:44,114 --> 00:07:46,349
กลับมาที่ 10

101
00:07:46,349 --> 00:07:50,349
ใช่ไหมคะ

102
00:07:51,973 --> 00:07:55,139
จาก 3 เราจะเชื่อมมัดที่ 10

103
00:07:55,139 --> 00:07:59,139
แล้วเส้นนี้จะเขียนคำสั่งอะไร

104
00:08:02,361 --> 00:08:02,831
สังเกต node 3 มีตัวชี้

105
00:08:02,831 --> 00:08:06,346
previous

106
00:08:06,346 --> 00:08:09,755
node 7

107
00:08:09,755 --> 00:08:12,168
มีตัวชี้ตรงนี้คือ current node

108
00:08:12,168 --> 00:08:16,168
ครูจะลบตัวนี้ออก

109
00:08:21,448 --> 00:08:24,757
เส้นนี้มันออกมาจาก 3 ใช่หรือเปล่า

110
00:08:24,757 --> 00:08:26,352
node หามันมีอะไรชี้อยู่

111
00:08:26,352 --> 00:08:27,533
previous node

112
00:08:27,533 --> 00:08:29,390
ก่อนนะ

113
00:08:29,390 --> 00:08:30,962
นี้มาที่ไหน

114
00:08:30,962 --> 00:08:33,454
สีมาที่ 10

115
00:08:33,454 --> 00:08:35,223
แล้วสิบอะไรชี้อยู่

116
00:08:35,223 --> 00:08:36,183

117
00:08:36,183 --> 00:08:37,713

118
00:08:37,713 --> 00:08:40,082
ที่อยู่

119
00:08:40,082 --> 00:08:44,082
ถูกไหมคะ

120
00:08:45,073 --> 00:08:49,073
มาดูใหม่นะ

121
00:08:51,617 --> 00:08:55,617
วันนี้นะคะ เรามาดูพร้อมกัน

122
00:08:59,785 --> 00:09:02,511
เล่มนี้เราต้องการเขียนคำสั่งเส้นสีแดง ที่ครูลากเส้นเมื่อกี้นี้

123
00:09:02,511 --> 00:09:05,968
เส้นนี้มันออกจากไหน

124
00:09:05,968 --> 00:09:09,428
ออกมาจากตัวนี้ ชี้อยู่ถูกไหมคะ

125
00:09:09,428 --> 00:09:13,428
previously

126
00:09:15,118 --> 00:09:17,879
ออกมาช่องนี้ออกมาจาก node 3 ที่มีชื่อว่า

127
00:09:17,879 --> 00:09:18,622
previous

128
00:09:18,622 --> 00:09:22,622
.Net

129
00:09:23,256 --> 00:09:26,437
ออกมาจากจุดนี้มันมาชี้ที่ 10 ถูกไหมคะ

130
00:09:26,437 --> 00:09:28,356
แล้วที่ 10 มีอะไรชี้อยู่

131
00:09:28,356 --> 00:09:32,143
มันมีแค่ 1 เส้น

132
00:09:32,143 --> 00:09:34,132
แล้วเส้นนี้มาจากไหนออกมาจากจุดนี้

133
00:09:34,132 --> 00:09:37,907
คือ current node

134
00:09:37,907 --> 00:09:38,845
ออกมาจากช่องที่ชื่อว่าเล็ก

135
00:09:38,845 --> 00:09:42,523
นะคะ

136
00:09:42,523 --> 00:09:44,897
มันก็เลยเป็น previous node

137
00:09:44,897 --> 00:09:48,897
.net เท่ากับ

138
00:09:52,436 --> 00:09:55,960
ลองทำแบบฝึกหัดนะ เดี๋ยวดูอีกตัวหนึ่ง

139
00:09:55,960 --> 00:09:57,756
ท้ายสุด สุดท้าย

140
00:09:57,756 --> 00:10:01,756
ท้ายสุด สุดท้าย

141
00:10:02,573 --> 00:10:06,573
node สุดท้ายเลย

142
00:10:06,580 --> 00:10:10,580
ลบ node สุดท้ายที่มีคีย์ชี้อยู่ ทำอย่างไร

143
00:10:10,641 --> 00:10:11,538
ก็ให้ P = ไปเลย

144
00:10:11,538 --> 00:10:15,538
none ตัวนี้

145
00:10:16,258 --> 00:10:20,258
หายไปเลย เท่ากับ

146
00:10:23,306 --> 00:10:25,238
null คนเอาชีทเก่ามาไหม

147
00:10:25,238 --> 00:10:29,238
เอาชีทเก่ามาสิคะ

148
00:10:30,994 --> 00:10:34,994
คราวที่แล้วเราเหลือข้อ 4 นะคะ ที่เรายังทำไม่เสร็จ

149
00:10:41,006 --> 00:10:45,006
ที่ครูต้องการลบ node 20 ซึ่งมันอยู่ตรงกลางพอดีเลย

150
00:10:51,280 --> 00:10:55,280
อยู่ตรงกลางพอดีเลย

151
00:10:57,310 --> 00:10:58,510
โจทย์ข้อนี้เลยเราจะเขียนคำสั่งแบบไหน เขียนให้ครูดูหน่อย

152
00:10:58,510 --> 00:11:02,510
ข้อ 4

153
00:11:07,086 --> 00:11:09,693
ครูจะลบโน๊ตตรงกลางเหมือนกันนะ ในโจทย์ที่ครูให้

154
00:11:09,693 --> 00:11:13,292
ล่าง

155
00:11:13,292 --> 00:11:15,751
ตรงกลางซ้ายมีอะไรชี้อยู่

156
00:11:15,751 --> 00:11:17,112
ตัวที่ลบมีอะไรชี้อยู่

157
00:11:17,112 --> 00:11:21,112
ลองดูสิคะ

158
00:11:26,968 --> 00:11:30,968
แป๊บนึงนะ

159
00:11:37,091 --> 00:11:41,091
อะ ดู

160
00:12:15,371 --> 00:12:19,371
ๆ นะคะ

161
00:13:55,092 --> 00:13:59,092
อะ คราวนี้ดู

162
00:14:03,173 --> 00:14:07,173
เรามี node 3 node ใช่ไหมคะ ที่ครูให้นะในข้อ 4

163
00:14:11,423 --> 00:14:14,809
แรกเก็บข้อมูล 13 หมด 2 เก็บข้อมูล 20

164
00:14:14,809 --> 00:14:18,809
และบทสุดท้ายเก็บข้อมูล 33

165
00:14:21,752 --> 00:14:25,051
รู้เลย 13 กระโดดที่ 1 นะคะ

166
00:14:25,051 --> 00:14:29,051
ตามมาด้วย 20 แล้วก็ 33

167
00:14:29,476 --> 00:14:33,476
รู้จักไหนนี่ไง มีตัวชี้ไปตัวถัดไป

168
00:14:39,384 --> 00:14:41,527
ครูต้องการลบ node ที่เคยชี้อยู่ก็คือลบ node ที่ 20

169
00:14:41,527 --> 00:14:45,079
ต้องการลบ node นี้นะคะ

170
00:14:45,079 --> 00:14:48,287
ครูต้องการลบหมด 20 ทิ้งไป

171
00:14:48,287 --> 00:14:48,624
อันนั้นอันดับแรกสุดเลย

172
00:14:48,624 --> 00:14:52,624
ก่อนถูกไหม

173
00:14:53,689 --> 00:14:57,689
ลากเส้นไหนล่ะ เราต้องลองว่า

174
00:14:59,120 --> 00:15:03,120
ครูก็ว่าสีชมพูนะคะ

175
00:15:05,529 --> 00:15:07,567
13 แล้วก็ต้องต่อด้วย 33 ถูกไหม

176
00:15:07,567 --> 00:15:10,996
node นี้จะหายไป

177
00:15:10,996 --> 00:15:14,996
เพราะครูต้องการลบ node 20 นะคะ

178
00:15:18,762 --> 00:15:22,762
ครูจะเขียนคำสั่งแบบไหน

179
00:15:25,144 --> 00:15:27,135
อันดับแรก

180
00:15:27,135 --> 00:15:31,135
อะ ดูพร้อมกัน

181
00:15:35,138 --> 00:15:39,138
อันดับแรกจุดเริ่มต้นตรงนี้ จุดตรงนี้มันออกมาจาก node 13 นะคะ

182
00:15:40,244 --> 00:15:42,821
แล้ว node 13 มีอะไรชี้อยู่

183
00:15:42,821 --> 00:15:45,107
มี previous

184
00:15:45,107 --> 00:15:49,107

185
00:15:49,278 --> 00:15:51,156
เสร็จแล้วมันออกจากช่องนี้ใช่ไหมคะ

186
00:15:51,156 --> 00:15:54,091
ช่องที่ 2 ของ

187
00:15:54,091 --> 00:15:57,598
node ห้องนี้มีชื่อเรียกว่า

188
00:15:57,598 --> 00:15:58,744
previous.Net

189
00:15:58,744 --> 00:16:02,744
ชี้ไปที่ไหน

190
00:16:04,738 --> 00:16:05,865
มันชี้มาที่ 33 ถูกไหมคะ

191
00:16:05,865 --> 00:16:09,865
33

192
00:16:15,802 --> 00:16:18,340
แล้ว 33 มีอะไรชี้อยู่ มันไม่มีเส้นข้างนอกชี้มันมีแค่เส้นนี้เดียว

193
00:16:18,340 --> 00:16:20,325
มีลูกศรชี้มาอยู่ตัวเดียว

194
00:16:20,325 --> 00:16:22,506
แล้วเส้นนี้

195
00:16:22,506 --> 00:16:25,711
คำสั่งคืออะไร

196
00:16:25,711 --> 00:16:29,711
แล้วก็ดูต่อ

197
00:16:31,545 --> 00:16:34,757
มันออกมาจาก node นี้ใช่ไหมคะ node 20 มีอะไรชี้อยู่

198
00:16:34,757 --> 00:16:38,757
อยู่

199
00:16:39,057 --> 00:16:42,033
ปล่อยมันออกมาจากช่องที่ชื่อว่า

200
00:16:42,033 --> 00:16:46,033
ใครเป็น previous

201
00:16:46,774 --> 00:16:47,918
next

202
00:16:47,918 --> 00:16:50,702
= .net

203
00:16:50,702 --> 00:16:54,702

204
00:17:00,772 --> 00:17:04,772
อันนี้เสร็จหรือยังคะ

205
00:18:01,399 --> 00:18:05,399
ข้างหลังเสร็จแล้วหรือยังคะ ข้างหลังบนกระดาน

206
00:18:07,555 --> 00:18:10,912
ลอกตามครูเสร็จแล้ว

207
00:18:10,912 --> 00:18:12,600
คราวนี้ย้อนกลับมาดู link list

208
00:18:12,600 --> 00:18:16,301
ที่เราเรียนมานะคะ

209
00:18:16,301 --> 00:18:19,844
สัปดาห์ที

210
00:18:19,844 --> 00:18:21,318
่แล้ว วันนี้เรียนเพิ่มเรื่องของการ

211
00:18:21,318 --> 00:18:23,283
ลบ เริ่ม

212
00:18:23,283 --> 00:18:27,283
เอาแบบง่าย ๆ ก่อน

213
00:18:33,436 --> 00:18:37,436
เราลองทนนะ คราวที่แล้ว คำถามที่ 1 นะ

214
00:19:33,474 --> 00:20:13,580
ครูมี

215
00:19:29,715 --> 00:19:33,715
โจทย์ให้ ข้อแรกครูถามว่า Link List ที่ครูกำหนดให้มีกี่หน่วย

216
00:20:04,760 --> 00:20:08,760
ตอบพร้อมกันได้ไหมคะ

217
00:20:10,683 --> 00:20:13,304
Link List ที่ครูกำหนดให้ด้านบนมีกี่

218
00:20:13,304 --> 00:20:17,304
node มีกี่สี่เหลี่ยม

219
00:20:18,426 --> 00:20:19,500
สี่เหลี่ยมมีอยู่ 4

220
00:20:19,500 --> 00:20:23,500
node แล้ว node อะไรเป็นข้อมูลใด เป็น node แรก

221
00:20:26,670 --> 00:20:30,670
เก็บข้อมูลอะไรคะ

222
00:20:31,352 --> 00:20:32,750
รู้ได้อย่างไร

223
00:20:32,750 --> 00:20:34,718
Test

224
00:20:34,718 --> 00:20:37,201
ดูที่ test นะคะ

225
00:20:37,201 --> 00:20:38,262
ตอบว่า 5 นะคะ

226
00:20:38,262 --> 00:20:42,262

227
00:20:42,431 --> 00:20:45,828
ถัดมา

228
00:20:45,828 --> 00:20:48,766
เราจะเข้าถึงข้อมูลที่อยู่ในลิงค์ลิสต์

229
00:20:48,766 --> 00:20:49,522
เราใช้คำสั่งเหล่านี้

230
00:20:49,522 --> 00:20:51,709
นะคะ

231
00:20:51,709 --> 00:20:52,218
มีอยู่ 5 ข้อ

232
00:20:52,218 --> 00:20:56,218
ยังจำได้ไหม คราวที่แล้วเราเคยทำใช่ไหมคะ

233
00:21:01,071 --> 00:21:02,397
test.Data

234
00:21:02,397 --> 00:21:04,325
ตอบอะไร

235
00:21:04,325 --> 00:21:08,325
ท้ายด้วย Data

236
00:21:11,703 --> 00:21:15,703
ที่อยู่ในมาตอบ

237
00:21:16,026 --> 00:21:17,576
ถ้าครูลงท้ายด้วย

238
00:21:17,576 --> 00:21:18,868
test หา

239
00:21:18,868 --> 00:21:22,868
มาตอบ

240
00:21:23,995 --> 00:21:26,302
ครูหน่อย เจ็บคอ ตอนนี้

241
00:21:26,302 --> 00:21:30,302
เป็นการทบทวนนะคะ ลองดู

242
00:21:34,727 --> 00:21:38,727
สิเราเรียนสัปดาห์ที่แล้วมาถึงสัปดาห์นี้เรายังจำได้อยู่ไหม

243
00:22:35,940 --> 00:22:39,940
อะ คราวนี้ดู

244
00:30:06,054 --> 00:30:09,185
วิธีการสังเกตนะ เวลาเราเขียนคำสั่งนะคะ

245
00:30:09,185 --> 00:30:13,185
เราต้องการเอาคำตอบมาใส่

246
00:30:17,016 --> 00:30:18,532
จะเห็นว่าตัวสุดท้ายที่ครูเขียน ถูกไหมคะ ก่อนเครื่องหมายเท่ากับ 2 มีค่า

247
00:30:18,532 --> 00:30:20,244
อะไร

248
00:30:20,244 --> 00:30:21,402
มี Data

249
00:30:21,402 --> 00:30:23,568
เห็นไหม

250
00:30:23,568 --> 00:30:27,568
ไม่มีตัวอื่นเลยมีแค่ Data Update อ่ะ

251
00:30:29,092 --> 00:30:30,175

252
00:30:30,175 --> 00:30:34,175
Data แล้วก็

253
00:30:35,187 --> 00:30:37,425
ติ๊กได้แค่ 2 คำแค่นั้น ก็คือ

254
00:30:37,425 --> 00:30:41,425
Data entry 2 แบบนะคะ

255
00:30:42,349 --> 00:30:43,196
แล้วจะเอาอะไรมาใส่ เอาอะไรมาตอบ

256
00:30:43,196 --> 00:30:47,196
ถ้าลงท้ายด้วย Data

257
00:30:49,521 --> 00:30:50,813
ไม่เอาข้อมูล

258
00:30:50,813 --> 00:30:53,254
อยู่ใน

259
00:30:53,254 --> 00:30:54,447
node อยู่ในช่องสี่เหลี่ยมนี่

260
00:30:54,447 --> 00:30:58,291
มันตอบ

261
00:30:58,291 --> 00:31:02,291
ถ้าลงท้ายด้วย ne

262
00:31:05,349 --> 00:31:09,349
xt ให้เอาตัวชี้มาตอบ

263
00:31:09,506 --> 00:31:10,006
ถูกไหมคะ

264
00:31:10,006 --> 00:31:14,006
เอาที่อยู่ที่ node ไหนก็รู้ว่า node นะนี่มีอะไรชี้อยู่

265
00:31:18,259 --> 00:31:20,581
ก็เอาตัวสูงนั่นล่ะมาตอบ

266
00:31:20,581 --> 00:31:24,581
มาดูพร้อมกัน

267
00:31:34,835 --> 00:31:38,835
ข้อแรก

268
00:31:39,421 --> 00:31:40,206
เดี๋ยวคุณครูเขียนให้ก่อนนะ เล่นอย่างที่เราตอบอยู่แล้ว มีอยู่ 4

269
00:31:40,206 --> 00:31:44,206
node node อะไรเป็น node แรก เท่าไหร่คะ

270
00:31:45,285 --> 00:31:47,927
node 5

271
00:31:47,927 --> 00:31:51,927
แต่ถ้า

272
00:31:56,317 --> 00:31:59,785
head.data แสดงว่าต้องเอาข้อมูลมาใส่ใช่ไหมคะ

273
00:31:59,785 --> 00:31:59,906

274
00:31:59,906 --> 00:32:02,877
head คือตัวสีนี่

275
00:32:02,877 --> 00:32:04,645
head จะอยู่ที่ไหน

276
00:32:04,645 --> 00:32:05,693
อยู่ ที่ตัวแรก

277
00:32:05,693 --> 00:32:09,693
.Data คืออะไรเอามาใส่คะ

278
00:32:10,538 --> 00:32:12,978
ค่ะ

279
00:32:12,978 --> 00:32:16,379
เมื่อคืน head.Data

280
00:32:16,379 --> 00:32:18,501
ถัดมา

281
00:32:18,501 --> 00:32:21,245
head.net

282
00:32:21,245 --> 00:32:21,613
Update Data

283
00:32:21,613 --> 00:32:25,613
head อยู่ที่นี

284
00:32:26,243 --> 00:32:30,158
่ .Net

285
00:32:30,158 --> 00:32:34,158
กระเถิบมา mello.me

286
00:32:36,740 --> 00:32:38,301
แล้วมันเดินไป 1 ช่อง ช่องถัดไปแล้ว

287
00:32:38,301 --> 00:32:39,618
อยู่นี่

288
00:32:39,618 --> 00:32:43,106
มีข้อมูลอะไร

289
00:32:43,106 --> 00:32:45,756
10 ใช่ไหมคะ คือ

290
00:32:45,756 --> 00:32:49,756
10 ถัดมา

291
00:32:53,612 --> 00:32:57,365

292
00:32:57,365 --> 00:32:58,629
ที่ตรงนี้เป็นการที่ครูที่อยู่

293
00:32:58,629 --> 00:32:59,889

294
00:32:59,889 --> 00:33:02,832

295
00:33:02,832 --> 00:33:06,832
เดินทักไป

296
00:33:09,619 --> 00:33:11,798
ดูที่อยู่ที่ 20 แล้วคำตอบครูถามเด็กว่า ฉะนั้นต้องตอบตัวชี้

297
00:33:11,798 --> 00:33:12,880
แล้ว 20 มีอะไรชี้อยู่

298
00:33:12,880 --> 00:33:16,880
อยู่นะคะ

299
00:33:19,960 --> 00:33:21,724
จัดมา

300
00:33:21,724 --> 00:33:23,978
ข้อ 6

301
00:33:23,978 --> 00:33:27,978

302
00:33:31,276 --> 00:33:32,477
ครูที่อยู่ในข้อมูลคือ

303
00:33:32,477 --> 00:33:36,477
OK

304
00:33:38,126 --> 00:33:39,395
q.next

305
00:33:39,395 --> 00:33:42,341

306
00:33:42,341 --> 00:33:44,874
ตกขอบเลย

307
00:33:44,874 --> 00:33:48,744
ว่าตอบอะไรคะ นั่น

308
00:33:48,744 --> 00:33:51,535

309
00:33:51,535 --> 00:33:54,475
que.next ไม่มีอะไรแล้วยังตกขอบเลย

310
00:33:54,475 --> 00:33:55,368
เลยต้องเอา

311
00:33:55,368 --> 00:33:59,368
null มาใส่ ดูสิคะเหมือนของเราไหม

312
00:34:03,301 --> 00:34:07,301
OK

313
00:34:20,663 --> 00:34:24,663
ได้ไหมคะ

314
00:34:25,596 --> 00:34:29,565
มา

315
00:34:29,565 --> 00:34:30,276
เราเข้าถึงข้อมูลในการใช้คำสั่งแล้ว

316
00:34:30,276 --> 00:34:30,674
นะคะ

317
00:34:30,674 --> 00:34:34,122
ถ้าครูอยากจะเพิ่ม

318
00:34:34,122 --> 00:34:35,677
node ใหม่

319
00:34:35,677 --> 00:34:37,390
เข้าไป

320
00:34:37,390 --> 00:34:40,024

321
00:34:40,024 --> 00:34:43,229
เพิ่ม node ใหม่นะคะ

322
00:34:43,229 --> 00:34:45,218
อยากจะเพิ่ม node ใหม่

323
00:34:45,218 --> 00:34:48,995
เข้าไปที่

324
00:34:48,995 --> 00:34:50,010

325
00:34:50,010 --> 00:34:54,010
ท้าย list เป็นตัวสุดท้ายนะคะ 20

326
00:34:54,394 --> 00:34:54,611
แล้วต่อด้วย

327
00:34:54,611 --> 00:34:57,952
ตัวนี้

328
00:34:57,952 --> 00:34:59,748
node ใหม่ที่สร้างขึ้นมา

329
00:34:59,748 --> 00:35:00,513
ต่อท้าย

330
00:35:00,513 --> 00:35:04,513
20

331
00:35:05,427 --> 00:35:06,256
ก่อนจะเขียนคำสั่ง

332
00:35:06,256 --> 00:35:10,256
ถูกไหม

333
00:35:11,089 --> 00:35:15,089
มาเสียหน่อยจะได้รู้ว่ามันต่อท้ายอย่างไรนะคะ

334
00:35:18,929 --> 00:35:22,929
อะ เดี๋ยวลอกโจทย์ก่อน เดี๋ยวครูรอแป๊บนึง ให้เวลาลอกโจทย์ก่อน

335
00:35:31,731 --> 00:35:35,731
เสร็จหรือยังคะ

336
00:36:41,717 --> 00:36:43,365
อะ ถ้าใครทำได้ลองเขียนคำสั่งเส้นนี้

337
00:36:43,365 --> 00:36:45,728
สีชมพูนะคะ

338
00:36:45,728 --> 00:36:49,020
ให้ครูหน่อยว่า

339
00:36:49,020 --> 00:36:51,511
สร้างเส้นนี้ขึ้นมา

340
00:36:51,511 --> 00:36:55,511
ต้องใช้คำสั่งอะไร

341
00:37:00,243 --> 00:37:04,243
แป๊บนึงนะ

342
00:37:05,030 --> 00:37:06,878
ขออภัยครูแก้ node ที่สร้างใหม่หน่อยนะ

343
00:37:06,878 --> 00:37:08,537
เพราะชื่อมันซ้ำกัน

344
00:37:08,537 --> 00:37:11,037
ครูลืมดู

345
00:37:11,037 --> 00:37:14,742
โทษที

346
00:37:14,742 --> 00:37:18,742
เป็นตัว T ต้นไม้

347
00:37:51,259 --> 00:37:55,259
เส้นที่เราสร้างขึ้นมาใหม่นะคะ

348
00:37:56,407 --> 00:37:58,952
แล้วก็เขียนคำสั่งให้กับเส้นนี้ ดูว่า

349
00:37:58,952 --> 00:37:59,211
ที่เราออกมานี่

350
00:37:59,211 --> 00:38:03,211
นะคะ

351
00:38:07,132 --> 00:38:08,097
node 20 นี่มันมีอะไรชี้อยู่ มันมีที่อยู่ใช่ไหมคะตัว

352
00:38:08,097 --> 00:38:10,365
T.next ด้วย

353
00:38:10,365 --> 00:38:10,754
มันออกมาจากช่องที่ชื่อว่า

354
00:38:10,754 --> 00:38:14,754

355
00:38:19,490 --> 00:38:20,928
มาที่ไหน ที่วันที่ 30 แล้ว 30 มีอะไรที่อยู่

356
00:38:20,928 --> 00:38:21,615
คือ มี

357
00:38:21,615 --> 00:38:23,554
T นะคะ

358
00:38:23,554 --> 00:38:26,880
จะได้เป็น

359
00:38:26,880 --> 00:38:27,724

360
00:38:27,724 --> 00:38:29,130
T.next = T

361
00:38:29,130 --> 00:38:33,130

362
00:38:34,728 --> 00:38:38,728

363
00:38:40,730 --> 00:38:44,730
ได้ไหมคะ

364
00:38:46,424 --> 00:38:50,424
ได้ไหมคะ เสร็จหรือยัง

365
00:39:20,654 --> 00:39:21,488
คราวนี้ถัดมา

366
00:39:21,488 --> 00:39:25,488
มี 2 ข้อช่วยครูทำหน่อย

367
00:39:28,723 --> 00:39:30,335
เพิ่ม node ใหม่

368
00:39:30,335 --> 00:39:32,126
ระหว่าง 20

369
00:39:32,126 --> 00:39:35,766
กับ 30

370
00:39:35,766 --> 00:39:38,219
เอา 20 แล้วตามด้วย 25

371
00:39:38,219 --> 00:39:40,637
แล้วก็ตามด้วย 30 นะคะ

372
00:39:40,637 --> 00:39:42,009
รหัสมา

373
00:39:42,009 --> 00:39:44,429
ลบ node 20

374
00:39:44,429 --> 00:39:47,823
เมื่อคืนลบ node ที่อยู่ต้น List

375
00:39:47,823 --> 00:39:51,823
ใช้คำสั่งอะไร

376
00:40:35,892 --> 00:40:39,892
เพิ่ม node ใหม่นะคะ เราก็วาดเส้นเชื่อมเหมือนเดิม

377
00:40:43,184 --> 00:40:43,554
จาก 20

378
00:40:43,554 --> 00:40:46,971
มา 25 จาก 25

379
00:40:46,971 --> 00:40:50,218
ไป 30

380
00:40:50,218 --> 00:40:53,531
ใช่ไหม

381
00:40:53,531 --> 00:40:57,531
node 20 ก็ตัดตัวนี้ทิ้ง

382
00:41:16,992 --> 00:41:20,992
คราวนี้นะคะ เดี๋ยวมาดูกัน อันที่ 1 อันนี้เส้นที่ 2

383
00:49:55,125 --> 00:49:59,125
1 นักเขียนพูด นักเขียนคำสั่งว่าอย่างไร

384
00:50:01,562 --> 00:50:03,913
เริ่มต้นจากตรงนี้ใช่ไหมคะ แล้วอะไรชี้อยู่

385
00:50:03,913 --> 00:50:05,321

386
00:50:05,321 --> 00:50:09,321
เห็นไหมคะ

387
00:50:12,054 --> 00:50:14,208
ครูเริ่มต้นจากตรงนี้แล้วมีอะไรชี้อยู่ คือมี head ชี้อยู่นะคะ

388
00:50:14,208 --> 00:50:16,373
ช่วงนี้มีชื่อว่า

389
00:50:16,373 --> 00:50:17,402
test ก็คือ

390
00:50:17,402 --> 00:50:21,402
head

391
00:50:21,950 --> 00:50:24,633
ที่มาที่ไหน ที่มาที่ 25

392
00:50:24,633 --> 00:50:26,826
25 มีอะไรชี้อยู่

393
00:50:26,826 --> 00:50:30,826
อยู่

394
00:50:32,326 --> 00:50:35,718
อันนี้คือเส้นที่ 1 นะคะ

395
00:50:35,718 --> 00:50:39,361
หน้าคือเส้นที่ 2

396
00:50:39,361 --> 00:50:42,727
ออกจากตรงไหน

397
00:50:42,727 --> 00:50:45,136
ออกจากตรงนี้ถูกไหมคะ ที่ครูชี้อยู่

398
00:50:45,136 --> 00:50:48,200
มีอะไรชี้อยู่

399
00:50:48,200 --> 00:50:52,114
นี้มีชื่อว่า

400
00:50:52,114 --> 00:50:52,650

401
00:50:52,650 --> 00:50:56,650
t.next ชี้ไปที่ข้างบนนี้อะไรที่อยู่

402
00:50:58,646 --> 00:51:02,646
ที่ t ชี้อยู่

403
00:51:08,375 --> 00:51:12,357

404
00:51:12,357 --> 00:51:14,383
ูถัดมา ครูจะลบ node 20

405
00:51:14,383 --> 00:51:18,383
ลบตัวนี้ทิ้งไป

406
00:51:19,370 --> 00:51:23,370
อยู่ตัวแรกใช่หรือเปล่า แสดงว่าเราลบ node แรก

407
00:51:23,448 --> 00:51:26,232
เมื่อเราลบ node แรก เราต้องทำอะไรคะ

408
00:51:26,232 --> 00:51:28,567
เราต้องย้าย

409
00:51:28,567 --> 00:51:30,990
head ได้ head ไปไว้ที่ไหนคะ

410
00:51:30,990 --> 00:51:33,813
ไปที่ 30

411
00:51:33,813 --> 00:51:35,927
แล้ว 30 มีอะไรที่อยู่

412
00:51:35,927 --> 00:51:38,340
t ก็คือ

413
00:51:38,340 --> 00:51:40,519
head

414
00:51:40,519 --> 00:51:44,519

415
00:51:45,326 --> 00:51:49,326

416
00:51:49,728 --> 00:51:52,626

417
00:51:52,626 --> 00:51:54,225
เนื้อหาก็จะประมาณนี้นะคะ

418
00:51:54,225 --> 00:51:57,764
ให้เรารู้ Concept

419
00:51:57,764 --> 00:52:01,764
ของ linked list นะ

420
00:52:05,818 --> 00:52:09,236
เวลาเราจะเข้าถึงข้อมูลเ วลาเราจะเพิ่มเวลา เราจะลบนะคะ

421
00:52:09,236 --> 00:52:11,769
ครูให้เบรคอีก 5 นาที

422
00:52:11,769 --> 00:52:14,786
เดี๋ยวครูจะติวทั้งหมดเลย

423
00:52:14,786 --> 00:52:17,625
โจทย์นะ ตอนสัปดาห์หน้านะคะ

424
00:52:17,625 --> 00:52:20,728
เราจะนัดสอบกัน สัปดาห์หน้า

425
00:52:20,728 --> 00:52:24,413
มีสอบอะไรบ้าง

426
00:52:24,413 --> 00:52:27,436
ตั้งแต่เรื่องแรกเลย อัลกอริทึมคืออะไร

427
00:52:27,436 --> 00:52:31,436
ใช่ไหมคะ

428
00:52:31,497 --> 00:52:31,923
การวัดประสิทธิภาพ

429
00:52:31,923 --> 00:52:34,591
Big O

430
00:52:34,591 --> 00:52:37,876
Dictionary

431
00:52:37,876 --> 00:52:39,026
และ

432
00:52:39,026 --> 00:52:39,865

433
00:52:39,865 --> 00:52:42,058
นะคะ

434
00:52:42,058 --> 00:52:46,058
หาเรื่อ

435
00:52:50,054 --> 00:52:53,455
งให้เบรคก่อน 5 นาทีนะ

436
00:52:53,455 --> 00:52:57,455
เดี๋ยวหลังจากนั้นครูจะทวนให้นะคะ

437
01:04:34,344 --> 01:04:35,883
พร้อมนะคะ

438
01:04:35,883 --> 01:04:39,883
เดี๋ยวเราจะมาทวนเนื้อหาที่เราเรียนผ่านมา

439
01:04:48,358 --> 01:04:52,358
ว่าเราเรียนเรื่องอะไรไปบ้างนะคะ สรุปสาระสำคัญ

440
01:04:55,214 --> 01:04:58,723
เรื่องแรกที่เราเรียนนะคะ เราพูดถึง algorithm

441
01:04:58,723 --> 01:05:02,723
ยังจำได้ไหม algorithm แปลว่าอะไรเอ่ย

442
01:05:08,762 --> 01:05:10,422
algorithm นะคะ

443
01:05:10,422 --> 01:05:14,422
ก็คือขั้นตอน

444
01:05:14,861 --> 01:05:18,861
ที่เราใช้ในการแก้ปัญหา

445
01:05:24,923 --> 01:05:27,800
ซึ่งปัญหาเดียวกันนะคะ เราอาจจะมีวิธีการแก้ไขปัญหาที่แตกต่างกัน

446
01:05:27,800 --> 01:05:31,800
นั่นคือขึ้นอยู่กับ algorithm หรือวิธีคิดที่เราใช้นะคะ

447
01:05:36,199 --> 01:05:37,958
เรามี algorithm เพื่อทำอะไร

448
01:05:37,958 --> 01:05:41,503
เรามีโจทย์นะคะ

449
01:05:41,503 --> 01:05:44,102
เราจะหาคำตอบจากโจทย์นั้นได้อย่างไรนะคะ

450
01:05:44,102 --> 01:05:46,693
เราต้องมีวิธีทำ

451
01:05:46,693 --> 01:05:48,656
วิธีทำตัวนั้นล่ะ

452
01:05:48,656 --> 01:05:50,311
ก็คือ algorithm

453
01:05:50,311 --> 01:05:52,069
หรือนะคะ

454
01:05:52,069 --> 01:05:55,716
ถ้าเราทำกับข้าว

455
01:05:55,716 --> 01:05:59,716
algorithm ก็คือวิธีการทำกับข้าว

456
01:05:59,932 --> 01:06:03,784
ไม่ว่าถ้าเราต้องการไข่เจียว 1 จาน

457
01:06:03,784 --> 01:06:07,765
เรามี algorithm ในการทำไข่เจียวนั้นอย่างไร

458
01:06:07,765 --> 01:06:11,765
ก็ต้องมีตั้งแต่การเตรียมไข่ถูกไหมคะ

459
01:06:12,029 --> 01:06:16,029
ตั้งกระทะ ตอกไข่ ตีไข่อะไรก็ว่ากันไปนะคะ

460
01:06:17,441 --> 01:06:19,649
คราวนี้ครูยกตัวอย่างนะ

461
01:06:19,649 --> 01:06:22,605
เช่นการทำไข่ต้ม

462
01:06:22,605 --> 01:06:26,605
เช่นการทำไข่ต้ม

463
01:06:28,600 --> 01:06:31,947
ครูก็ต้องมีขั้นตอนนะคะ 1 2 3 4 5

464
01:06:31,947 --> 01:06:34,119
เริ่มตั้งแต่ ตั้งน้ำ ต้มน้ำให้เดือด

465
01:06:34,119 --> 01:06:36,038
ใส่ไข่ลงไป

466
01:06:36,038 --> 01:06:37,767
รอ 10 นาที

467
01:06:37,767 --> 01:06:41,767
ไฟ

468
01:06:42,169 --> 01:06:45,863
แล้วก็ตอกไข่ เอาไข่ขึ้นมา แล้วก็ปลอกไข่

469
01:06:45,863 --> 01:06:48,848
algorithm ตัวนี้เพื่อให้ได้ไข่ต้ม

470
01:06:48,848 --> 01:06:51,552
เราจะข้ามขั้นตอนไม่ได้ใช่ไหมคะ

471
01:06:51,552 --> 01:06:55,552
เราต้องทำตามขั้นตอนนี้

472
01:06:55,726 --> 01:06:59,726
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่เราต้องการนะคะ

473
01:07:03,795 --> 01:07:07,371
เช้านี้เรามี algorithm นะคะ

474
01:07:07,371 --> 01:07:11,371
เช่นอีกอย่างหนึ่ง

475
01:07:14,440 --> 01:07:17,049
แม่ให้เงินไป 100 บาท แม่ให้ไปซื้อหมูปิ้งใช่ไหมคะ 100 บาทที่เขาขายเป็นชุด

476
01:07:17,049 --> 01:07:21,049
สมมุติชุดละ 20 บาท

477
01:07:22,500 --> 01:07:25,989
เราจะไปซื้ออย่างไรถูกไหมคะ

478
01:07:25,989 --> 01:07:27,118
เราก็เดินไปซื้อ สั่ง

479
01:07:27,118 --> 01:07:31,118
ถูกไหม

480
01:07:34,194 --> 01:07:52,025
ว

481
01:07:32,780 --> 01:07:36,780
่าจะต้องซื้อหมูปิ้งกี่ชุดนะคะ

482
01:07:38,538 --> 01:07:40,702
เสร็จแล้วเดี๋ยวพอเขาใส่มาให้เรา เราก็ต้องมีการตรวจสอบถูกไหม

483
01:07:40,702 --> 01:07:42,805
ว่าเขาให้ถูกหรือเปล่า

484
01:07:42,805 --> 01:07:46,805
แล้วก็ถือกลับมาให้แม่

485
01:07:53,000 --> 01:07:56,579
อัลกอริทึมที่เราเขียนนะคะสิ่งเหล่านี้จะถูกแปลงไปเป็นโปรแกรม

486
01:07:56,579 --> 01:07:59,356
เช่นอีกอย่างหนึ่ง

487
01:07:59,356 --> 01:08:03,356
คำนวณการหาพื้นที่สามเหลี่ยม

488
01:08:07,886 --> 01:08:11,886
1 ส่วน 2 คูณฐาน คูณสูง

489
01:08:15,170 --> 01:08:19,170
เราต้องดูว่าฐานคืออะไร สูงคืออะไร

490
01:08:19,579 --> 01:08:23,579
แล้วก็นำมาคำนวณโดยการใส่สูตรหาพื้นที่

491
01:08:29,772 --> 01:08:33,346
พ

492
01:08:30,195 --> 01:08:33,067
อเราได้วิธีคิดแบบนี้

493
01:08:33,067 --> 01:08:37,067
เราก็เอาไปเขียนโปรแกรมถูกไหมคะ

494
01:08:39,399 --> 01:08:40,661
จ

495
01:08:34,963 --> 01:08:38,963
ากขั้นตอนที่เราคิดเมื่อกี้

496
01:08:39,861 --> 01:08:43,861
ควรจะต้องทำอะไรก่อน แล้วก็เอาไปเขียนโปรแกรมนะคะ

497
01:08:45,605 --> 01:08:49,605
อันนี้เราเอาของเราไปสู่การเขียนโปรแกรมนะคะ

498
01:08:52,040 --> 01:08:56,040
เราต้องมีการวัดประสิทธิภาพของอัลกอริทึม

499
01:08:56,528 --> 01:08:58,632
การวัดประสิทธิภาพของ algorithm ในคลาสนี้

500
01:08:58,632 --> 01:09:02,632
การวัดโดยการ

501
01:09:03,510 --> 01:09:07,510
สนใจในเรื่องของเวลาที่ใช้ในการประมวลผล

502
01:09:13,656 --> 01:09:17,656
เราสนใจว่าเวลาที่ใช้ในการประมวลผลนะคะ ของอัลกอริทึมของเรา

503
01:09:18,490 --> 01:09:22,490
มันมีค่าเท่าไหร่นะคะ

504
01:09:26,060 --> 01:09:27,435
ซึ่งเราจะใช้ตัววัดที่ชื่อว่า Big

505
01:09:27,435 --> 01:09:30,849
o นะคะ

506
01:09:30,849 --> 01:09:33,277
เราใช้ตัววัดที่ชื่อว่า Big

507
01:09:33,277 --> 01:09:34,252
O ในการวัดประสิทธิภาพ

508
01:09:34,252 --> 01:09:38,252
สัญลักษณ์คือตัว O ตัวใหญ่นะคะ

509
01:09:49,486 --> 01:09:53,486
ในการวัดประสิทธิภาพของ algorithm

510
01:09:55,190 --> 01:09:57,140
เราก็ต้องมาดูก่อนว่าแล้วอัลกอริทึ่มที่เราเขียนนะคะ

511
01:09:57,140 --> 01:09:59,374
ที่เขียนเป็นโปรแกรม

512
01:09:59,374 --> 01:10:02,594
นี่เรามีคำสั่งแบบไหน

513
01:10:02,594 --> 01:10:04,963
เรามีคำสั่งให้เรียงเป็นลำดับ

514
01:10:04,963 --> 01:10:08,963
ลงมา หรือเป็นเเรียง

515
01:10:09,661 --> 01:10:12,862
คำสั่งที่มีเงื่อนไข

516
01:10:12,862 --> 01:10:15,155
หรือเป็นคำสั่งที่ใช้ในการวนลูป

517
01:10:15,155 --> 01:10:19,155
ก็คือทำซ้ำหลาย ๆ รอบ

518
01:10:19,833 --> 01:10:23,833
แต่ละรูปแบบนะคะ

519
01:10:24,259 --> 01:10:28,035
การดำเนินการแต่ละรูปแบบนะคะ มีวิธีคิด

520
01:10:28,035 --> 01:10:30,148
ที่ต่างกัน เช่น การหาค่า Big O ที่ต่างกัน

521
01:10:30,148 --> 01:10:33,887
เช่ยตัวแรก

522
01:10:33,887 --> 01:10:37,600
หาค่าบิ๊ก

523
01:10:37,600 --> 01:10:41,600
โอกับแบบค่าคงที่หมายถึงอะไร

524
01:10:45,040 --> 01:10:49,040
ค่าคงที่เราไม่ได้ทำซ้ำนะ แบบค่าคงที่นะคะ

525
01:10:49,695 --> 01:10:53,695
เราจะวัดว่าคำสั่งแต่ละคำสั่งที่ไม่ใช่การวนลูป

526
01:10:57,677 --> 01:11:00,633
และไม่ใช่แบบที่ตรวจสอบเงื่อนไข

527
01:11:00,633 --> 01:11:03,725
แต่ละคำสั่งทำงานกี่ครั้ง

528
01:11:03,725 --> 01:11:05,242
เมื่อเรากดปุ่มรันนะ

529
01:11:05,242 --> 01:11:09,242
เมื่อเราทำงานเสร็จ กดปุ่มรันเขียนโปรแกรมเสร็จ เรากดปุ่ม Run ปุ๊บ

530
01:11:13,347 --> 01:11:17,347
ทั้งที่เราเขียนขึ้นแต่ละบรรทัด ทำงานอีกครั้งนะคะ

531
01:11:17,686 --> 01:11:21,686
คำสั่งแต่ละบรรทัดทำงานกี่ครั้ง

532
01:11:25,594 --> 01:11:28,344
จาก โปรแกรมที่ครูให้ไป

533
01:11:28,344 --> 01:11:32,308
มันมีโปรแกรมอยู่ 2 บรรทัดนะคะ

534
01:11:32,308 --> 01:11:36,308
บรรทัดแรกเป็นการกำหนดค่าเริ่มต้น

535
01:11:40,567 --> 01:11:44,567
บรรทัดที่ 2 เป็นการคำนวณใช่ไหมคะ

536
01:11:46,733 --> 01:11:49,143
บรรทัดแรกกำหนดค่าเริ่มต้น บรรทัดที่ 2 เป็นการคำนวณ

537
01:11:49,143 --> 01:11:50,616
เวลาเรากดปุ่ม Run ปุ๊บ

538
01:11:50,616 --> 01:11:54,616
เขียนโปรแกรมเสร็จ

539
01:11:55,000 --> 01:11:56,516
บรรทัดที่ 1 จะเริ่มทำงานที่บรรทัดที่ 1

540
01:11:56,516 --> 01:11:59,653
ก่อน ทำเสร็จ

541
01:11:59,653 --> 01:12:03,560
จะเลื่อนมาเป็นบรรทัดที่ 2

542
01:12:03,560 --> 01:12:06,312
มันมีอยู่ 2 คำสั่งใช่ไหมคะ

543
01:12:06,312 --> 01:12:08,994
เสร็จแล้วมันก็จบการทำงาน

544
01:12:08,994 --> 01:12:09,879
เพราะฉะนั้นคำสั่งแต่ละ

545
01:12:09,879 --> 01:12:13,165
ตัว

546
01:12:13,165 --> 01:12:14,109
ทำงานเพียง 1 ครั้งเท่านั้น

547
01:12:14,109 --> 01:12:18,109
จะทำงานเพียง 1 ครั้งเท่านั้น

548
01:12:25,385 --> 01:12:31,867
จา

549
01:12:26,028 --> 01:12:29,674
กนั้นมาหาค่าฟังก์ชันนะคะ

550
01:12:29,674 --> 01:12:33,674
เพื่อจะเอามาคำนวณค่า big o

551
01:12:36,300 --> 01:12:37,756
เรารู้ว่าแต่ละบรรทัดทำงาน 1 ครั้ง

552
01:12:37,756 --> 01:12:41,756
เราก็เอาตัวเลข

553
01:12:42,302 --> 01:12:46,302
หนึ่งในแต่ละบรรทัดมาบวกกัน จะเป็น 2 นะคะ

554
01:12:50,925 --> 01:12:59,266
ไม่มี

555
01:12:46,492 --> 01:12:49,719
การทำงานวนซ้ำถูกไหม

556
01:12:49,719 --> 01:12:53,719
ฉะนั้นเราจะบอกได้ว่า

557
01:12:58,454 --> 01:13:02,454
คำสั่งที่เราเขียนขึ้นเป็นคำสั่งที่ทำงานเรียงลำดับลงมาเรื่อย ๆ

558
01:13:03,629 --> 01:13:06,831
ทำงานเพียงบรรทัดละ 1 ครั้ง

559
01:13:06,831 --> 01:13:09,834
บิ๊กโอจะตอบว่าโอ 1 นะคะ

560
01:13:09,834 --> 01:13:13,620
bigo จะตอบว่าโอ 1 นะคะ

561
01:13:13,620 --> 01:13:17,620
ถึงแม้ว่าตรงนี้จะบวกกันกี่ครั้งก็ตาม

562
01:13:17,711 --> 01:13:19,243
แต่มันทำงานแต่ละคำสั่งเพียง 1 ครั้งนะคะ

563
01:13:19,243 --> 01:13:20,646
ก็จะตอบเท่ากับ

564
01:13:20,646 --> 01:13:24,646
โอ 1 นะคะ

565
01:13:26,340 --> 01:13:30,340
ถัดมา

566
01:13:30,386 --> 01:13:34,386
กรณีที่เป็นการตรวจสอบเงื่อนไข

567
01:13:35,889 --> 01:13:39,889
กรณีที่เป็นการตรวจสอบเงื่อนไข

568
01:13:42,339 --> 01:13:44,980
การตรวจสอบเงื่อนไขนะคะ

569
01:13:44,980 --> 01:13:48,513
เราใช้คำสั่ง If

570
01:13:48,513 --> 01:13:50,664
เราใช้คำสั่ง If

571
01:13:50,664 --> 01:13:53,026
เป็นการตรวจสอบเงื่อนไข

572
01:13:53,026 --> 01:13:53,991
ตรวจสอบเงื่อนไขหลัง

573
01:13:53,991 --> 01:13:56,306
if ใช่ไหมคะ

574
01:13:56,306 --> 01:13:58,797
เป็นจริง

575
01:13:58,797 --> 01:13:59,698
จะทำบรรทัดถัดไป

576
01:13:59,698 --> 01:14:03,073
มาทำหลัง

577
01:14:03,073 --> 01:14:07,073
else คือทางเลือกถูกไหมคะ

578
01:14:10,582 --> 01:14:11,773
การตัดสินใจทำหรือไม่ทำ

579
01:14:11,773 --> 01:14:15,773
จริงหรือเท็จ

580
01:14:19,467 --> 01:14:23,467
ถ้าไม่จริง ทำหลัง else นะคะ

581
01:14:27,968 --> 01:14:30,309
สมมุติครูกำหนดให้ n = 2

582
01:14:30,309 --> 01:14:33,699
n = 2

583
01:14:33,699 --> 01:14:37,699
ครูมาตรวจสอบ

584
01:14:46,709 --> 01:14:50,709
เช่น

585
01:24:00,018 --> 01:24:04,018
เช่นนะคะ n

586
01:24:04,752 --> 01:24:07,249
OK

587
01:24:07,249 --> 01:24:11,249
คราวนี้มาดูนะคะ

588
01:24:11,760 --> 01:24:15,269
เสียงดังไปไหม

589
01:24:15,269 --> 01:24:19,269
อะ คราวนี้ดูนะคะ

590
01:24:20,340 --> 01:24:21,982
จากตารางตัวนี้นะคะ

591
01:24:21,982 --> 01:24:23,837
ครูกำหนดให้

592
01:24:23,837 --> 01:24:26,279

593
01:24:26,279 --> 01:24:27,069
ตรง loop for เป็น

594
01:24:27,069 --> 01:24:29,036
n

595
01:24:29,036 --> 01:24:29,426
มันคือ 3

596
01:24:29,426 --> 01:24:31,941
เพราะฉะนั้นค่าที่เป็นไปได้นี่

597
01:24:31,941 --> 01:24:35,515
ของข้า i เนี่ย

598
01:24:35,515 --> 01:24:39,515
มันควรจะเป็นค่าอะไรบ้าง

599
01:24:40,898 --> 01:24:42,190
มันก็คือเป็นค่า 0 ค่า 1

600
01:24:42,190 --> 01:24:43,447
2

601
01:24:43,447 --> 01:24:47,447
นะคะ

602
01:24:47,922 --> 01:24:49,791
ถ้า i ที่เป็นไปได้นี่ก็มีอยู่ 3 ค่าด้วยกัน

603
01:24:49,791 --> 01:24:52,178
เอามาจากไหน

604
01:24:52,178 --> 01:24:53,477
จากที่ครูกำหนดด้านบน

605
01:24:53,477 --> 01:24:55,525

606
01:24:55,525 --> 01:24:58,302
คือ 3

607
01:24:58,302 --> 01:24:59,860
เพราะฉะนั้น

608
01:24:59,860 --> 01:25:03,860
ไปที่เป็นไปได้

609
01:25:04,059 --> 01:25:07,154
ก็คือมี 0 1 2

610
01:25:07,154 --> 01:25:09,264
ใช่ไหมคะ มี 0

611
01:25:09,264 --> 01:25:11,263
1 แล้วก็ 2

612
01:25:11,263 --> 01:25:15,263
คราวนี้ตัดมา

613
01:25:17,208 --> 01:25:19,203
ถ้า i เป็น 0 คำสั่ง for ทำงานอยู่แล้วใช่ไหมคะ

614
01:25:19,203 --> 01:25:20,150
คำสั่ง

615
01:25:20,150 --> 01:25:22,970
ก็ทำ

616
01:25:22,970 --> 01:25:26,970
เป็นหนึ่ง

617
01:25:28,408 --> 01:25:30,152
สั่งฟ้องจะทำถูกไหม เพราะมันอยู่ในช่วงตัวเลข

618
01:25:30,152 --> 01:25:33,442
ที่กำหนดเอาไว้

619
01:25:33,442 --> 01:25:35,818
คำสั่งก็ทำนะคะ

620
01:25:35,818 --> 01:25:39,526

621
01:25:39,526 --> 01:25:43,045
ก็ทำ ก็ทำเช่นกัน

622
01:25:43,045 --> 01:25:43,964
จำนวนครั้งทั้งหมด

623
01:25:43,964 --> 01:25:47,964
คือทำ 3 ครั้ง

624
01:25:49,386 --> 01:25:53,386
ซึ่ง

625
01:25:53,671 --> 01:25:54,960
เลข 3 ตัวนี้มันไม่ตรงกับค่า n ที่เรากำหนด

626
01:25:54,960 --> 01:25:58,347
ตรงกับที่เรากำหนด

627
01:25:58,347 --> 01:26:01,159
เพราะฉะนั้น

628
01:26:01,159 --> 01:26:02,730
ครูกำหนด

629
01:26:02,730 --> 01:26:06,730
n ตัวเลข

630
01:26:08,980 --> 01:26:12,980
จำนวนครั้งของการทำงาน

631
01:26:15,506 --> 01:26:19,506
ก็จะเป็น n ครั้ง

632
01:26:20,433 --> 01:26:23,082
ครูกำหนดเป็น 3 ตัวนี้ทำงาน 3 ครั้ง

633
01:26:23,082 --> 01:26:27,082
ครูกำหนด n เป็น 5

634
01:26:27,085 --> 01:26:28,431
จำนวนรอบของการทำงาน 5

635
01:26:28,431 --> 01:26:32,274
นะคะ

636
01:26:32,274 --> 01:26:36,274
จากนั้น

637
01:26:38,298 --> 01:26:39,798
เมื่อเรารู้แล้วว่า

638
01:26:39,798 --> 01:26:41,376
คำสั่ง for

639
01:26:41,376 --> 01:26:42,411
นี่ เมื่อกำหนดให้เป็น

640
01:26:42,411 --> 01:26:46,411
n เป็นค่าอะไรก็ตาม

641
01:26:47,938 --> 01:26:49,974
จะทำงานเท่านั้นค

642
01:26:49,974 --> 01:26:53,384
รั้ง เราจึงบอกได้ว่า

643
01:26:53,384 --> 01:26:55,981
ไหนว่า n จะแทนด้วยเลขอะไร

644
01:26:55,981 --> 01:26:59,564
จะทำงานเท่ากับเป็น n ครั้ง

645
01:26:59,564 --> 01:27:01,847
เราก็เลยเขียนด้านบนนะคะ

646
01:27:01,847 --> 01:27:03,014
ด้านบนตรงนี้ว่า

647
01:27:03,014 --> 01:27:04,627
บรรทัดนี้

648
01:27:04,627 --> 01:27:07,263
ทำงาน n ครั้ง

649
01:27:07,263 --> 01:27:09,245

650
01:27:09,245 --> 01:27:13,245

651
01:27:17,615 --> 01:27:21,069
จากนั้น

652
01:27:21,069 --> 01:27:25,069
เรามาหาฟังก์ชัน

653
01:27:26,572 --> 01:27:29,301
แต่ละบรรทัด มาทำงานอีกครั้ง ก็คือเอาแต่ละบรรทัดมาบวกกัน

654
01:27:29,301 --> 01:27:31,383
บรรทัดแรกคนงาน 1 ครั้ง

655
01:27:31,383 --> 01:27:34,768
มันไม่ได้อยู่ภายใต้

656
01:27:34,768 --> 01:27:37,703
loop อะไรอยู่ภายใต้การทำงานแบบวนซ้ำเลย

657
01:27:37,703 --> 01:27:40,647
เป็นหนึ่งบวก n

658
01:27:40,647 --> 01:27:42,873
เป็นก็คือบรรทัดที่ 2

659
01:27:42,873 --> 01:27:45,839
ถูกไหมคะ ทำงาน n หลัง

660
01:27:45,839 --> 01:27:46,013
เลนส์ตัวนี้คือบรรทัดที่ 3

661
01:27:46,013 --> 01:27:50,013
บวกกัน

662
01:27:51,772 --> 01:27:54,123
n + n ก็ได้เป็น 2 n

663
01:27:54,123 --> 01:27:57,342
บวก 1 นะคะ

664
01:27:57,342 --> 01:28:00,507
หาค่า Big O

665
01:28:00,507 --> 01:28:02,010
เลือก n ที่มากที่สุด

666
01:28:02,010 --> 01:28:03,108
แล้วแต่

667
01:28:03,108 --> 01:28:04,278
ออก

668
01:28:04,278 --> 01:28:05,773
ก็จะได้เป็น o n

669
01:28:05,773 --> 01:28:09,773

670
01:28:10,633 --> 01:28:14,633
อะ คราวนี้ลองดูนะคะ

671
01:29:03,887 --> 01:29:07,887
อันนี้คือบรรทัดที่ 1 นะ

672
01:29:09,153 --> 01:29:13,153
บรรทัดที่ 2 บรรทัดที่ 3 สมมุติคุณครูมีโปรแกรมมาให้อยู่ 3 บรรทัด

673
01:29:13,488 --> 01:29:14,633
บรรทัดแรกเป็นการกำหนดค่าเริ่มต้นให้กับ

674
01:29:14,633 --> 01:29:16,516
x นะคะ

675
01:29:16,516 --> 01:29:19,692
บรรทัดที่ 2

676
01:29:19,692 --> 01:29:23,692
เป็นการทำงานแบบวนซ้ำนะคะ

677
01:29:28,293 --> 01:29:30,072
โดยกำหนดให้

678
01:29:30,072 --> 01:29:32,187
for i i

679
01:29:32,187 --> 01:29:34,709
n range แล้วก็มีค่า n

680
01:29:34,709 --> 01:29:36,944
ถ้า

681
01:29:36,944 --> 01:29:39,651
i อยู่ภายใต้เงื่อนไขตัวนี้

682
01:29:39,651 --> 01:29:40,578
ว่าจะทำงานคำสั่ง Print

683
01:29:40,578 --> 01:29:44,578
นะคะ

684
01:29:46,976 --> 01:29:47,147
ครูกำหนดให้ N = 5

685
01:29:47,147 --> 01:29:50,854
ฉะนั้น range 5

686
01:29:50,854 --> 01:29:52,639
เท่ากับ

687
01:29:52,639 --> 01:29:56,639
มีค่าเท่ากับเท่าไหร่

688
01:29:58,212 --> 01:30:00,519
สินค้าตัวนี้มีค่าเป็นอะไรคะ เริ่มต้นที่เลขอะไร

689
01:30:00,519 --> 01:30:01,745
เริ่มต้น

690
01:30:01,745 --> 01:30:04,277
เลขอะไรคะ

691
01:30:04,277 --> 01:30:07,934
ครูเริ่มต้นที่เลขอะไร

692
01:30:07,934 --> 01:30:10,605
ครูเขียนเล่นแบบนี้ ครูเริ่มต้นที่

693
01:30:10,605 --> 01:30:13,044
0

694
01:30:13,044 --> 01:30:17,044
0 1

695
01:30:17,668 --> 01:30:18,681
0 12

696
01:30:18,681 --> 01:30:20,931
3

697
01:30:20,931 --> 01:30:22,131
4 พอหรือยังคะ

698
01:30:22,131 --> 01:30:25,484
พอแล้ว

699
01:30:25,484 --> 01:30:27,335
ล้อมีกี่ตัวแล้วนี่ 1 2 3 4

700
01:30:27,335 --> 01:30:28,940
5 ครบแล้วนะคะ

701
01:30:28,940 --> 01:30:31,829
OK

702
01:30:31,829 --> 01:30:33,380
เพราะฉะนั้น

703
01:30:33,380 --> 01:30:34,435
ไอ้ที่เป็นไปได้

704
01:30:34,435 --> 01:30:34,753
พอจะมีเลข

705
01:30:34,753 --> 01:30:37,546
จะมีแค่อะไรคะ

706
01:30:37,546 --> 01:30:37,736
ตามนี้เลย

707
01:30:37,736 --> 01:30:41,736
0 1

708
01:30:52,269 --> 01:30:56,269
ถ้า i ที่เป็นไปได้ใช่ไหมคะ

709
01:30:57,672 --> 01:30:59,909
จะมีค่า 0 1

710
01:30:59,909 --> 01:31:01,300
2 3 4

711
01:31:01,300 --> 01:31:02,586
ตัวนี้ไม่เกี่ยว

712
01:31:02,586 --> 01:31:05,227
OK

713
01:31:05,227 --> 01:31:08,184
มาจ๊ะ

714
01:31:08,184 --> 01:31:09,776
ตามตรงนี้เลยที่เราเขียนเอาไว้ข้างต้น

715
01:31:09,776 --> 01:31:11,635
แล้ว

716
01:31:11,635 --> 01:31:13,671
ตัวเลขเหล่านี้

717
01:31:13,671 --> 01:31:14,900
ต้องทำงานนะคะ

718
01:31:14,900 --> 01:31:16,386
ในการวน loo

719
01:31:16,386 --> 01:31:18,499
p

720
01:31:18,499 --> 01:31:19,634
for ถูกให้หมดเลย

721
01:31:19,634 --> 01:31:23,339
แม่ค้าก็ต้องทำงานด้วย

722
01:31:23,339 --> 01:31:27,339
OK

723
01:31:28,017 --> 01:31:32,017
เพราะฉะนั้นตรงนี้

724
01:31:36,361 --> 01:31:40,361
for ทำงาน 5 ครั้ง

725
01:31:43,490 --> 01:31:45,952
กี่ครั้งคะ นับเครื่องหมายถูก  1 2 3 4 5 ทำงาน 5 ครั้ง

726
01:31:45,952 --> 01:31:48,858
สิ่งที่เราเห็นอะไรไหม

727
01:31:48,858 --> 01:31:49,924
5 ตัวนี้จะพลาดวันนี้

728
01:31:49,924 --> 01:31:51,286
ตรงกันไหม

729
01:31:51,286 --> 01:31:51,750
โรงงาน

730
01:31:51,750 --> 01:31:55,750
เพราะฉะนั้นเมื่อเราแทนด้วย N ใด ๆ ทำงานกี่ครั้ง

731
01:31:57,431 --> 01:31:59,728
เป็นครั้ง

732
01:31:59,728 --> 01:32:03,728
เลขตัวนี้

733
01:32:05,914 --> 01:32:07,866
มันเท่ากันใช่ไหม

734
01:32:07,866 --> 01:32:11,319
เราก็เลยเอาค่า n นี่

735
01:32:11,319 --> 01:32:14,092
สมัครใหม่ใช่ไหมคะ

736
01:32:14,092 --> 01:32:16,016
เมื่อ n n

737
01:32:16,016 --> 01:32:18,330
แทนอะไรก็ตาม

738
01:32:18,330 --> 01:32:22,330
จะมีค่าทั้งหมดเป็น n ครั้ง

739
01:32:22,947 --> 01:32:26,947
ถัดมา

740
01:32:28,137 --> 01:32:29,620
เราจะมาหาค่าฟังก์ชัน n นะคะ

741
01:32:29,620 --> 01:32:31,212
มันต้องรู้ว่า

742
01:32:31,212 --> 01:32:33,053
แล้วแต่บรรทัด

743
01:32:33,053 --> 01:32:36,969
ทำงานอีกครั้ง

744
01:32:36,969 --> 01:32:40,969
บรรทัดที่ 1 เนี่ยทำงานกี่ครั้งคะ

745
01:32:41,174 --> 01:32:43,297
มันอยู่ในรูปอะไรเลย เพราะฉะนั้นมันทำงาน

746
01:32:43,297 --> 01:32:47,297
1 ครั้ง

747
01:32:57,457 --> 01:32:59,818
อยู่ใน loop ใดๆเลยก็ตามนะคะ

748
01:32:59,818 --> 01:33:01,887
ไม่ได้อยู่ในloopเลยก็ตาม

749
01:33:01,887 --> 01:33:04,644
จะทำงาน 1 ครั้ง

750
01:33:04,644 --> 01:33:08,644
บรรทัดที่ 2

751
01:33:09,385 --> 01:33:10,781
คำสั่งนี้จะทำงาน

752
01:33:10,781 --> 01:33:12,382
เป็นค

753
01:33:12,382 --> 01:33:12,787
รั้งใช่ไหม

754
01:33:12,787 --> 01:33:16,787
คะ ตามที่เรากำหนดข้างล่าง

755
01:33:18,671 --> 01:33:22,671
ก็เหมือนกัน

756
01:33:22,739 --> 01:33:26,739
ทำงานเป็นครั้ง

757
01:33:33,015 --> 01:33:35,891
เพราะฉะนั้นถ้าฟังก์ชันที่ได้ก็คือ

758
01:33:35,891 --> 01:33:37,014
เอา 1 บวก

759
01:33:37,014 --> 01:33:39,771
อะไรคะ

760
01:33:39,771 --> 01:33:41,341
บวกอะไรคะ

761
01:33:41,341 --> 01:33:43,105
n=

762
01:33:43,105 --> 01:33:46,247
กี่n

763
01:33:46,247 --> 01:33:48,376
2n + 1

764
01:33:48,376 --> 01:33:49,759
เพราะฉะนั้น

765
01:33:49,759 --> 01:33:53,128

766
01:33:53,128 --> 01:33:55,269
Big o o n จะเท่ากับอะไรคะ เพราะฉะนั้น Big o คืออะไรคะ

767
01:33:55,269 --> 01:33:59,269
o 1

768
01:34:06,528 --> 01:34:10,528
Big O ก็คือ o1

769
01:34:16,575 --> 01:34:20,575
Big O จะเท่ากับโอ 1 นะคะ

770
01:34:35,153 --> 01:34:36,983
พอได้ไหมคะ

771
01:34:29,870 --> 01:34:33,870

772
01:34:40,887 --> 01:34:42,958
โอเคนะ

773
01:34:42,958 --> 01:34:46,958
ครูผ่านนะคะ

774
01:34:53,340 --> 01:34:57,340
ถัดมา

775
01:35:09,247 --> 01:35:12,039
เมื่อกี้คือตัววัดประสิทธิภาพใช่ไหมคะ

776
01:35:12,039 --> 01:35:13,462

777
01:35:13,462 --> 01:35:14,371
ต่อมาทีนี้ Dictionary

778
01:35:14,371 --> 01:35:18,371
Dictionary

779
01:35:19,000 --> 01:35:21,413
ดูวิธีการเขียนนะ

780
01:35:21,413 --> 01:35:24,748
ถ้า List จะใช้สัญลักษณ์

781
01:35:24,748 --> 01:35:27,473
ข้างบนนี้

782
01:35:27,473 --> 01:35:29,745
ได้ไหมคะ

783
01:35:29,745 --> 01:35:33,745
ขึ้น List นะ

784
01:35:33,830 --> 01:35:35,197
Dictionary

785
01:35:35,197 --> 01:35:36,526
ปีกกาเปิด

786
01:35:36,526 --> 01:35:37,983
คะ

787
01:35:37,983 --> 01:35:40,870
ใช่

788
01:35:40,870 --> 01:35:42,792
Dictionary เป็นก้ามปู

789
01:35:42,792 --> 01:35:44,396
อะไรล่ะ

790
01:35:44,396 --> 01:35:48,396
เ

791
01:35:49,515 --> 01:35:53,515
ขาเรียกว่าอะไร คือก้ามป

792
01:35:53,614 --> 01:35:55,139
ูนะ จะเห็น

793
01:35:55,139 --> 01:35:59,139
รูปแบบการเขียนก็ต่างกัน

794
01:36:03,092 --> 01:36:04,547
Dictionary ก็มีเซมิโคลอน

795
01:36:04,547 --> 01:36:08,547
แต่ List ไม่มีนะ

796
01:36:18,078 --> 01:36:20,204
ใน List

797
01:36:15,248 --> 01:36:19,248
เราเก็บเฉพาะค่า

798
01:36:19,468 --> 01:36:20,930
ถูกไหมคะ ใน

799
01:36:20,930 --> 01:36:24,930
List จะมีเฉพาะ Value หรือค่าเท่านั้น

800
01:36:27,156 --> 01:36:31,156
แต่ใน Dictaionary จะมี

801
01:36:31,175 --> 01:36:35,175
key และ value กด้วยนะค

802
01:36:36,969 --> 01:36:40,969
ะ Dictionary จะมี

803
01:36:44,488 --> 01:36:48,488
key และ value เวลาเราเอามา

804
01:36:49,681 --> 01:36:52,437
เราลองเอามาวาดเป็นช่องเก็บข้อมูล

805
01:36:52,437 --> 01:36:56,437
จะใส่ value ลงไป

806
01:36:58,070 --> 01:36:58,885
แล้ว หมายเลขห้อง Index

807
01:36:58,885 --> 01:37:01,985

808
01:37:01,985 --> 01:37:05,985
ช่องคือค่า Index

809
01:37:06,307 --> 01:37:10,307
เริ่มต้นจาก 0 1 2 ไล่ไปเรื่อยๆ

810
01:37:13,405 --> 01:37:16,693
แต่ในขณะที่ Dictionary จะมี key กับ Value

811
01:37:16,693 --> 01:37:19,137
เอามาจากไหน

812
01:37:19,137 --> 01:37:21,988
ออกมาจากใน

813
01:37:21,988 --> 01:37:23,249
แล้วแต่ว่ามันจะเขียนแบบไหน

814
01:37:23,249 --> 01:37:26,705
ตัวที่อยู่ข้างหน้าสิ มีโค

815
01:37:26,705 --> 01:37:30,705
ลอน จะเป็น Value

816
01:37:33,769 --> 01:37:36,598
ไหมคะ

817
01:37:36,598 --> 01:37:37,998

818
01:37:37,998 --> 01:37:41,998
ดูวิธี

819
01:37:42,552 --> 01:37:46,313
ถูกไหม

820
01:37:46,313 --> 01:37:50,313
และวิธีสังเกตตารางเพื่อผ่อนคลาย

821
01:37:51,117 --> 01:37:55,117
สังเกตว่าเวลาเราจะเข้าถึงข้อมูลแต่ละตัว

822
01:37:55,981 --> 01:37:59,981
เราจะต้องอ้างอิงถึงหมายเลข ตัวชี้หมายถึงอะไร

823
01:38:03,967 --> 01:38:07,967
เวลาเราจะเข้าถึงข้อมูลที่เป็น

824
01:38:09,925 --> 01:38:13,925
List อ้างอิงโดยการใช้ Index

825
01:38:14,671 --> 01:38:16,641
เราอ้างอิงโดยการใช้ Index

826
01:38:16,641 --> 01:38:20,641
ข้อมูล Apple

827
01:38:21,720 --> 01:38:25,720
เราจะดูว่า Apple อยู่หมายเลข index ที่เท่าไหร่

828
01:38:30,272 --> 01:38:32,415
0 ลงไปมันจะมีค่าเท่ากับเท่านะคะ

829
01:38:32,415 --> 01:38:34,901
อยากได้ Banana

830
01:38:34,901 --> 01:38:37,256
พนักงาน index เป็น

831
01:38:37,256 --> 01:38:39,196
1 ครูก็ใส่ค่า

832
01:38:39,196 --> 01:38:42,191
ใส่หมายเลข

833
01:38:42,191 --> 01:38:46,191
เราก็จะได้ค่า Banana ออกมา

834
01:38:54,368 --> 01:38:58,368
คราวนี้ในขณะที่ Dictionary

835
01:39:00,866 --> 01:39:03,717
เวลาเราจะเข้าถึงข้อมูลนะคะ

836
01:39:03,717 --> 01:39:07,717
เราจะใช้ key

837
01:39:08,205 --> 01:39:08,717
ต้องการเข้าถึง

838
01:39:08,717 --> 01:39:12,717
1

839
01:39:12,874 --> 01:39:14,281
ตอบก็คือวัน

840
01:39:14,281 --> 01:39:17,731
ว่าไง

841
01:39:17,731 --> 01:39:21,731
3 คำตอบก็คือ Three นะคะ

842
01:39:28,728 --> 01:39:32,728
OK

843
01:39:35,036 --> 01:39:37,383
ถ้าเราต้องการหาขนาดของ

844
01:39:37,383 --> 01:39:40,204
List หรือขนาดของ Dictionary

845
01:39:40,204 --> 01:39:44,204
เราใช้คำสั่ง

846
01:39:45,008 --> 01:39:46,457
lens หมายความว่านะคะ

847
01:39:46,457 --> 01:39:47,220

848
01:39:47,220 --> 01:39:51,220
1

849
01:39:52,232 --> 01:39:53,305
หมายความว่าก็คือ 1 ตัว 2 ตัว 3 ตัว

850
01:39:53,305 --> 01:39:55,736
ไม่ไป

851
01:39:55,736 --> 01:39:57,605
ใช้คำสั่ง len

852
01:39:57,605 --> 01:40:00,261
l e n

853
01:40:00,261 --> 01:40:02,702
แล้วก็ใส่ชื่อ List ลงไปนะคะ

854
01:40:02,702 --> 01:40:06,702
เช่น

855
01:40:10,775 --> 01:40:14,775
ตัวนี้ต้องได้ 5 นะคะ ไม่ใช่ 6

856
01:40:22,308 --> 01:40:24,241
เมื่อกี้ครูมองผิด

857
01:40:24,241 --> 01:40:27,629
คือ 5 นะ

858
01:40:27,629 --> 01:40:29,749
คำสั่งหา

859
01:40:29,749 --> 01:40:30,952
ใช้คำสั่ง len

860
01:40:30,952 --> 01:40:34,952
x มีข้อมูลกี่ตัว มีทั้งหมดกี่ตัวคะ

861
01:40:36,840 --> 01:40:38,701
5 ตัวถูกไหม

862
01:40:38,701 --> 01:40:42,701
แสดงว่า เอ๊ะ

863
01:40:43,823 --> 01:40:47,823
มีข้อมูลอีกตัวก็คือมี 5 ตัวนะคะ

864
01:40:51,672 --> 01:40:52,928
เข้าถึงข้อมูลแต่ละตัวครูก็ใช้ index ใช่ไหมคะ

865
01:40:52,928 --> 01:40:54,709
มันก็เป็น

866
01:40:54,709 --> 01:40:58,709
ต้องใช้ Index

867
01:41:00,595 --> 01:41:04,595
เข้าถึงข้อมูลสอง เราต้องอ้างถึง index หมายเลข 0

868
01:41:10,246 --> 01:41:14,246
ถ้า ครูอยากจะได้ข้อมูลทั้งหมดทีเดียวที่อยู่ใน List

869
01:41:14,534 --> 01:41:16,257
ครูก็ใช้คำสั่งของการวนลูป

870
01:41:16,257 --> 01:41:20,072
นะคะ

871
01:41:20,072 --> 01:41:22,102
ก็คือ for

872
01:41:22,102 --> 01:41:26,102
ถ้า i ตัวนี้

873
01:41:28,067 --> 01:41:28,715
ก็คือจะเอาค่าออกมาแล้วก็วนลูปในช่องถัดไปคือ 4

874
01:41:28,715 --> 01:41:32,715
รูปในตัวถัดไปคือ 6

875
01:41:34,246 --> 01:41:34,540
วนลูปไปตัวถัดไปคือ 8

876
01:41:34,540 --> 01:41:38,540
ตัวต่อไปเป็น 10 นะคะ

877
01:41:45,106 --> 01:41:47,227
การเชเข้าถึงข้อมูลหลายค่า

878
01:41:47,227 --> 01:41:49,838
วันนี้มาดูพร้อมกัน

879
01:41:49,838 --> 01:41:53,838
ครูมี List ข้อมูลมาให้

880
01:41:55,075 --> 01:41:56,181
ชื่อว่า My List

881
01:41:56,181 --> 01:41:57,514

882
01:41:57,514 --> 01:41:58,508
ครูมาให้

883
01:41:58,508 --> 01:42:02,508
ตัวนะคะ

884
01:42:03,220 --> 01:42:06,485
ครูใช้คำสั่ง len

885
01:42:06,485 --> 01:42:08,446
ได้คำตอบคือ 9 รู้ได้อย่างไร

886
01:42:08,446 --> 01:42:09,331
นับว่ามีกี่ตัวนะคะ

887
01:42:09,331 --> 01:42:12,410
ทีละตัวว่ามีเท่าไร

888
01:42:12,410 --> 01:42:15,131
เช่น

889
01:42:15,131 --> 01:42:16,164
ครูใช้คำสั่ง len นะ

890
01:42:16,164 --> 01:42:20,164
ตัวที่ 2 ที่ 3 ตัวที่ 4 5 6 7 8 9

891
01:42:23,938 --> 01:42:27,938
มี 9 ตัว

892
01:42:34,532 --> 01:42:37,850
ถ้าครูต้องการเข้าถึงข้อมูลทีเดียวหลายตัว ไม่เอามาทีละค่ากันนะคะ

893
01:42:37,850 --> 01:42:39,121
ได้ทีเดียวหลายตัว จำได้ไหม

894
01:42:39,121 --> 01:42:43,121
สามารถ

895
01:42:45,994 --> 01:42:49,499
นำข้อมูลได้ทีละหลายๆตัว โดยใช้เป็นตัวบอกว่าเอาถึงไหน

896
01:42:49,499 --> 01:42:52,387
1 ข้อมูลออกมาถึงไหนตัวแรก

897
01:42:52,387 --> 01:42:53,968
2 จนถึง 5

898
01:42:53,968 --> 01:42:57,302
ทำอย่างไรคะ

899
01:42:57,302 --> 01:42:59,307
จนถึง 5

900
01:42:59,307 --> 01:42:59,451
เราก็เริ่มปิดไอ้ที่ไม่

901
01:42:59,451 --> 01:43:03,451
2 ไหม

902
01:43:03,618 --> 01:43:05,885
เราก็เริ่มอยู่ที่ 2 5

903
01:43:05,885 --> 01:43:07,168
เราเอาตัวสุดท้ายด้วยไหม

904
01:43:07,168 --> 01:43:07,994

905
01:43:07,994 --> 01:43:11,622
ขยับ

906
01:43:11,622 --> 01:43:14,594
ปิดมันไว้เลยตัว 5 ก็คือตัวที่เราปิด

907
01:43:14,594 --> 01:43:16,304
เพราะฉะนั้นคำตอบก็คือตัวอะไรคะ

908
01:43:16,304 --> 01:43:17,014

909
01:43:17,014 --> 01:43:21,014
หาช่วยครูหน่อยอีก 4 ตัว

910
01:43:24,573 --> 01:43:28,573
อะ ลอก ลอกตัวนี้ลงสมุดสิคะ

911
01:43:29,446 --> 01:43:33,446
แล้วก็หาคำตอบสี่ตัวนี้ให้ครูหน่อย

912
01:43:34,635 --> 01:43:38,635
เขียนลงสมุดสิคะ

913
01:47:35,160 --> 01:47:39,160
อะไรนะ

914
01:47:48,053 --> 01:47:50,390
คราวนี้มาดูด้วยกัน

915
01:47:50,390 --> 01:47:54,390
OK

916
01:48:45,682 --> 01:48:49,682
พร้อมกับ ก็จะได้รู้ว่าเราจะกลับแบบไหนนะคะ

917
01:48:54,023 --> 01:48:56,020
บนเป็นหมายเลข index นะ บรรทัดที่ 2 ที่เป็นตาราง

918
01:48:56,020 --> 01:48:56,410
อันนี้คือข้อมูล

919
01:48:56,410 --> 01:49:00,410
คือหมายถึง

920
01:49:02,905 --> 01:49:06,055
ครูต้องการ index 1 จนถึง 4 นะ

921
01:49:06,055 --> 01:49:07,286
หนึ่งจนถึงสี่นี้ ครูเด้อ ดูมือครูปิด

922
01:49:07,286 --> 01:49:09,085
เริ่มที่ 1

923
01:49:09,085 --> 01:49:10,607
จนถึง 4

924
01:49:10,607 --> 01:49:11,764
ก็คือตัวนี้

925
01:49:11,764 --> 01:49:14,414
ไหนคะ

926
01:49:14,414 --> 01:49:15,267
ปิดที่ 4 ด้วยนะ

927
01:49:15,267 --> 01:49:19,077
ใช่ไหมคะ

928
01:49:19,077 --> 01:49:21,870
ครูต้องปิดที่ 4 ด้วย

929
01:49:21,870 --> 01:49:25,870
คำตอบข้อแรกคืออะไร

930
01:49:27,009 --> 01:49:30,770
ครูปิดที่ 4 ด้วย

931
01:49:30,770 --> 01:49:32,366
1 จนถึง

932
01:49:32,366 --> 01:49:34,880
4

933
01:49:34,880 --> 01:49:38,880
จะได้คำตอบเท่ากับ

934
01:49:39,017 --> 01:49:43,017
r o g

935
01:49:46,176 --> 01:49:48,036
r o g

936
01:49:48,036 --> 01:49:52,036
ใช่ไหมคะ ถัดมา 5

937
01:49:55,672 --> 01:49:59,672
ปิดไว้ จนถึงเจ็ด เพราะฉะนั้นจะได้อะไรคะ

938
01:50:04,791 --> 01:50:07,209
7 นักเรียนจะได้อะไรคะ

939
01:50:07,209 --> 01:50:10,230
a กับ M

940
01:50:10,230 --> 01:50:12,000
ได้เอกับเอม

941
01:50:12,000 --> 01:50:14,169
ถัดมา 3

942
01:50:14,169 --> 01:50:17,558
มานะคะ 3

943
01:50:17,558 --> 01:50:20,826
-5

944
01:50:20,826 --> 01:50:24,826
จะได้เท่ากับ

945
01:50:25,639 --> 01:50:27,608

946
01:50:27,608 --> 01:50:31,608

947
01:50:32,192 --> 01:50:33,316
ถัดมา 0-2

948
01:50:33,316 --> 01:50:37,316
จะได้เท่ากับ

949
01:50:38,074 --> 01:50:42,074
ออกตรงนี้จะได้เท่ากับ

950
01:50:44,980 --> 01:50:48,980
เ

951
01:50:51,875 --> 01:50:55,875

952
01:51:01,952 --> 01:51:05,952
พิ่มอีกสองข้อนะคะ ข้อนี้ตอบอะไรเอ่ย

953
01:51:35,872 --> 01:56:18,071
อะ ๆ

954
01:51:32,028 --> 01:51:36,028
ดูต่อ

955
01:56:11,888 --> 01:56:15,008
5-8 ตรงนี้ตอบอะไรคะ

956
01:56:15,008 --> 01:56:17,134
5-8 เป็น

957
01:56:17,134 --> 01:56:19,424
A M I

958
01:56:19,424 --> 01:56:23,424
ทุกคนต้องอย่าลืม

959
01:56:25,768 --> 01:56:27,567
ใ

960
01:56:21,153 --> 01:56:25,153
ช่ด้วยนะคะ

961
01:56:25,531 --> 01:56:27,557
อย่าลืมปิดตาด้วย

962
01:56:27,557 --> 01:56:29,094
ตัวสุดท้าย

963
01:56:29,094 --> 01:56:30,190
4 5

964
01:56:30,190 --> 01:56:34,190
เอากลับ

965
01:56:34,587 --> 01:56:38,587
OK

966
01:56:38,946 --> 01:56:42,946
ทุกคนจะได้นะ

967
01:56:47,828 --> 01:56:51,828
ได้

968
01:56:54,249 --> 01:56:55,340
ถัดมา

969
01:56:55,340 --> 01:56:59,340
OK

970
01:57:00,412 --> 01:57:01,755
สมมุติครูอยากจะเพิ่มข้อมูล

971
01:57:01,755 --> 01:57:05,316
นะคะ

972
01:57:05,316 --> 01:57:09,316
ในการเพิ่มข้อมูลมันจะไปต่อด้านท้ายนะ

973
01:57:11,314 --> 01:57:14,396
เวลาเราจะเพิ่มข้อมูลน่ะ

974
01:57:14,396 --> 01:57:16,120
เราจะไปต่อท้ายใช่ไหมคะ

975
01:57:16,120 --> 01:57:18,280
ไปต่อท้าย

976
01:57:18,280 --> 01:57:21,840
ของเดิมที่มีอยู่ ง

977
01:57:21,840 --> 01:57:23,123
เราจะใช้คำสั่งที่ว่า

978
01:57:23,123 --> 01:57:26,722

979
01:57:26,722 --> 01:57:30,722
append ใช้คำสั่งที่ชื่อว่า app

980
01:57:31,906 --> 01:57:35,906
end เพิ่มข้อมูลเข้าไปต่อ size L ของเรา

981
01:57:35,954 --> 01:57:37,597
วิธีเขียนทำอย่างไร

982
01:57:37,597 --> 01:57:39,794
ชื่อ

983
01:57:39,794 --> 01:57:43,487

984
01:57:43,487 --> 01:57:45,057
ใส่ข้อมูลที่เราเพิ่มเข้าไป

985
01:57:45,057 --> 01:57:49,057
ใช่ไหมคะ

986
01:57:53,181 --> 01:57:54,581
มันจะมีช่องอยู่ด้านท้ายนี่

987
01:57:54,581 --> 01:57:56,381
เพิ่มขึ้นมา

988
01:57:56,381 --> 01:57:59,251
ไม่ได้ยิน

989
01:57:59,251 --> 01:58:00,338
มันจะมีช่องที่อยู่ด้านท้าย

990
01:58:00,338 --> 01:58:02,140
ไม่มีครับ

991
01:58:02,140 --> 01:58:03,614
เพราะเราเพิ่มเข้าไป ยังไง

992
01:58:03,614 --> 01:58:05,332
อะไร Index

993
01:58:05,332 --> 01:58:07,513
เพิ่มขึ้นมาอีก 1 ตัว

994
01:58:07,513 --> 01:58:09,949
เป็น index หมายเลข 9

995
01:58:09,949 --> 01:58:13,016
พอเอาเอสใส่เข้าไป

996
01:58:13,016 --> 01:58:14,290
เริ่มได้

997
01:58:14,290 --> 01:58:15,052
แล้วเอาออกน่ะ

998
01:58:15,052 --> 01:58:17,509
ลบ

999
01:58:17,509 --> 01:58:20,784
ใช้คำว่า

1000
01:58:20,784 --> 01:58:22,170
r del

1001
01:58:22,170 --> 01:58:26,170

1002
01:58:26,731 --> 01:58:29,339
ย่อมาจาก delete ย่อมาจาก - อะไร - List

1003
01:58:29,339 --> 01:58:30,488
ห้องไหนห้องหมายเลข 9

1004
01:58:30,488 --> 01:58:31,659
ไหมคะ

1005
01:58:31,659 --> 01:58:32,891
มันก็จะเอาตัว

1006
01:58:32,891 --> 01:58:34,446

1007
01:58:34,446 --> 01:58:38,446
List พรุ่งนี้ก็จะหายไปนะคะ

1008
01:58:49,654 --> 01:58:50,280
ถัดมา Dictionary อย่างที่ครูบอก Dictionary กับ List ไม่เหมือนกัน

1009
01:58:50,280 --> 01:58:52,270
นะคะ

1010
01:58:52,270 --> 01:58:53,691
Dictionary

1011
01:58:53,691 --> 01:58:55,276
มีคีย์

1012
01:58:55,276 --> 01:58:57,206

1013
01:58:57,206 --> 01:58:58,498
value แต่

1014
01:58:58,498 --> 01:58:59,552
List เพราะว่า

1015
01:58:59,552 --> 01:59:03,552
อย่างเดียว

1016
01:59:06,119 --> 01:59:07,680
เห็นไหมคะว่า Dictionary จะมีเซมิโคลอนเห็นไหม

1017
01:59:07,680 --> 01:59:11,680
OK

1018
01:59:14,439 --> 01:59:18,439
ถ้าเราจะเข้าถึงข้อมูล

1019
01:59:18,666 --> 01:59:21,264
ที่อยู่ใน Dictionary

1020
01:59:21,264 --> 01:59:22,360
เรากะอ้างอิงไปถึงคีย์

1021
01:59:22,360 --> 01:59:25,902
ใช่ไหมคะ

1022
01:59:25,902 --> 01:59:26,154
ถ้าเราต้องการดึงข้อมูลทั้งหมด

1023
01:59:26,154 --> 01:59:28,371
นะคะ

1024
01:59:28,371 --> 01:59:30,330
key กับแวลู

1025
01:59:30,330 --> 01:59:33,379
แล้วก็ใช้การวนลูป

1026
01:59:33,379 --> 01:59:35,805
เราใช้คำสั่งดูซิว่า

1027
01:59:35,805 --> 01:59:39,805
ไอเทมตัวนี้นะคะ

1028
01:59:39,817 --> 01:59:41,475
ชื่อ Dictionary

1029
01:59:41,475 --> 01:59:44,428
Dota Item

1030
01:59:44,428 --> 01:59:45,957
มันก็จะเอาค่าคีย์

1031
01:59:45,957 --> 01:59:47,385
ตัว k

1032
01:59:47,385 --> 01:59:49,076
แล้วโตแวลู

1033
01:59:49,076 --> 01:59:51,795
เอาไปเก็บไว้ที่ตัว

1034
01:59:51,795 --> 01:59:53,336
เคเสร็จแล้วก็จะปริ้นออกมานะคะ

1035
01:59:53,336 --> 01:59:55,861
โอเคคือ

1036
01:59:55,861 --> 01:59:59,861
P V ก็คือ Value

1037
02:00:00,694 --> 02:00:04,694
ถ้าครูมี Dictionary นะคะที่ว่า สกอร์

1038
02:00:08,461 --> 02:00:12,461
โดยการเก็บคะแนนของ

1039
02:00:15,397 --> 02:00:17,309
นักศึกษา แต่ละคน เช่น เจมส์มี 25

1040
02:00:17,309 --> 02:00:19,028
Thomas 50

1041
02:00:19,028 --> 02:00:20,762
แดนนี่ 69

1042
02:00:20,762 --> 02:00:23,701
บ๊อบบี้ 76

1043
02:00:23,701 --> 02:00:24,974
เสร็จแล้วครูก็จะเอามาใส่ในช่อง

1044
02:00:24,974 --> 02:00:28,031
ข้างบนคือ

1045
02:00:28,031 --> 02:00:29,522
key ข้างบนคือ

1046
02:00:29,522 --> 02:00:32,973
key ข้างล่างคือ Value

1047
02:00:32,973 --> 02:00:35,090
ของโทมัส

1048
02:00:35,090 --> 02:00:38,534
อยากรู้ของโทมัส

1049
02:00:38,534 --> 02:00:40,068
ชื่อเด็กชายนารีแล้วก็ใส่

1050
02:00:40,068 --> 02:00:42,466
โทมัส

1051
02:00:42,466 --> 02:00:44,204
ตอบเท่าไหร่คะ

1052
02:00:44,204 --> 02:00:47,116
โทมัสมีคะแนนเท่ากับ

1053
02:00:47,116 --> 02:00:51,116
50 คะแนน

1054
02:00:54,589 --> 02:00:54,794
เปลี่ยนค่าคะแนนของผม

1055
02:00:54,794 --> 02:00:58,794
ทำอย่างไร

1056
02:00:59,193 --> 02:01:01,873
จอทัชสกรีนโทมัส

1057
02:01:01,873 --> 02:01:04,203
ใส่งานใหม่เข้าไปเลย

1058
02:01:04,203 --> 02:01:07,028
เอาฝั่งขวา

1059
02:01:07,028 --> 02:01:10,751
มายอนใส่ฝั่งที่ของโทมัส

1060
02:01:10,751 --> 02:01:11,510
สภาพคะแนนจะเปลี่ยนเป็น 55

1061
02:01:11,510 --> 02:01:15,510
นะคะ

1062
02:01:17,446 --> 02:01:19,621
โอเคนะ

1063
02:01:19,621 --> 02:01:20,798
ถัดมาจะเป็นลิงค์ลิสต์

1064
02:01:20,798 --> 02:01:22,257
ก่อนจบ

1065
02:01:22,257 --> 02:01:23,515
ทบทวน

1066
02:01:23,515 --> 02:01:26,121
Link List

1067
02:01:26,121 --> 02:01:27,701
1 หน่วยมี 2 ช่อง

1068
02:01:27,701 --> 02:01:29,178
ที่

1069
02:01:29,178 --> 02:01:30,070
data กับเล็ก

1070
02:01:30,070 --> 02:01:34,051
ใช่ไหมคะ

1071
02:01:34,051 --> 02:01:35,330
จำได้ไหมน่ะเอาไปให้ครูอีกรอบนึง

1072
02:01:35,330 --> 02:01:39,330
ก่อนเลิก

1073
02:01:47,899 --> 02:01:50,814
เรียนมาเยอะแล้วก่อนจบมาพูดถึงรีบปิดท้ายด้วย

1074
02:01:50,814 --> 02:01:51,968
กระปุกอยู่ไหม

1075
02:01:51,968 --> 02:01:55,968
ลองดูสิ

1076
02:12:12,679 --> 02:12:16,679
อะ มาดูสิคะตอบอะไร

1077
02:13:44,507 --> 02:13:48,507
อันแรกตอบอะไรเอ่ย

1078
02:13:49,531 --> 02:13:51,589
3

1079
02:13:51,589 --> 02:13:55,589
เอาใหม่นะ

1080
02:13:58,005 --> 02:13:58,839
paint.net Data ก็คือ

1081
02:13:58,839 --> 02:14:02,839
t.nex

1082
02:14:05,608 --> 02:14:07,737
t.

1083
02:14:07,737 --> 02:14:11,737

1084
02:14:14,886 --> 02:14:17,116

1085
02:14:17,116 --> 02:14:18,019

1086
02:14:18,019 --> 02:14:22,019
มี .net

1087
02:14:36,163 --> 02:14:49,966
อะ ก็คือสิบ เห็

1088
02:14:23,187 --> 02:14:27,187

1089
02:14:31,149 --> 02:14:35,149

1090
02:14:39,928 --> 02:14:41,813
นไหมคะ ว่าถ้าลงท้ายด้วย ก็เอาข้อมูล

1091
02:14:41,813 --> 02:14:45,813
มาใส่ ถ้าลงท้ายด้วย ne

1092
02:14:46,162 --> 02:14:47,992
xt เอาตัวแต่บังเอิญว่าตัวนี้

1093
02:14:47,992 --> 02:14:49,717
มันตกขอบไปแล้วไง

1094
02:14:49,717 --> 02:14:52,652
มันก็เลยเป็น

1095
02:14:52,652 --> 02:14:56,652
null OK

1096
02:15:03,348 --> 02:15:03,544
วันนี้กลับไปทบทวนนะคะสิ่งเหล่านี้ที่ครูโพสต์ไว้ที่ classroom อยู่แล้วนะคะ

1097
02:15:03,544 --> 02:15:07,544
จะเอาไปทบทวน

1098
02:15:12,629 --> 02:15:15,767
สัปดาห์หน้าวันอังคารบ่ายโมงตรงนะคะ

1099
02:15:15,767 --> 02:15:16,454
เตรียมอุปกรณ์ไม้บรรทั

1100
02:15:16,454 --> 02:15:20,454
ดปากกามาให้เรียบร้อยนะคะ

1101
02:15:24,569 --> 02:15:25,998
นและสอบนะคะเป็นแบบ open book

1102
02:15:25,998 --> 02:15:28,441
เปิดทุกอย่าง

1103
02:15:28,441 --> 02:15:30,613
ยกเว้นถามเพื่อนนะคะ

1104
02:15:30,613 --> 02:15:34,613
ได้

1105
02:15:36,623 --> 02:15:40,623
ไม่ได้ถามเพื่อน แต่ให้เปิดชีต ดูได้

1106
02:15:40,658 --> 02:15:43,746
แบบฝึกหัดได้นะคะ

1107
02:15:43,746 --> 02:15:47,746
ไม่ให้ถามกันเท่านั้นเองนะ

1108
02:15:56,076 --> 02:16:00,076
ออกแบบนี้ล่ะ ที่เราติวกันวันนี้ให้ แต่ละเรื่องนะ ว่าเป็นแบบไหน

1109
02:16:01,374 --> 02:16:05,274
OK

1110
02:16:05,274 --> 02:16:09,274
แบบฝึกหัดวันนี้ที่มันเป็น 2 ชุดใช่ไหมคะ

1111
02:16:09,871 --> 02:16:13,871
ถ่ายรูปส่งใน classroom นะคะ

1112
02:16:44,106 --> 02:16:47,284
แบบฝึกหัดที่เราทำกันมาต้นชั่วโมงนะคะ เดี๋ยวครูจะเปิด classroom ให้

1113
02:16:47,284 --> 02:16:49,591
แล้วก็ถ่ายรูปส่งนะคะ

1114
02:16:49,591 --> 02:16:53,591
แล้วก็ถ่ายรูปส่งด้วยนะ

1115
02:17:11,616 --> 02:17:14,234
ทุกคนถ่ายรูปนะคะ แบบฝึกหัด

1116
02:17:14,234 --> 02:17:18,234
แล้วก็เอาลง Classroom

1117
02:17:30,941 --> 02:17:34,941
เพื่อนที่ไม่มานะ

1118
02:17:35,604 --> 02:17:39,604
ติวด้วยนะคะ ฝากไปสอนเพื่อนด้วย

1119
02:17:42,967 --> 02:17:45,849
ชื่ออะไรนะคะ

1120
02:17:45,849 --> 02:17:49,849
วริษา

1121
02:17:51,452 --> 02:18:10,683
อะ

1122
02:17:48,402 --> 02:17:52,402
มา ทุกคนนะคะ ยกเว้น วริษา

1123
02:18:10,571 --> 02:18:13,970
ใครยังไม่มีตัวไหนนะ ถามเพื่อนนะคะ

1124
02:18:13,970 --> 02:18:17,970
หรือว่าแบบฝึกหัดที่ครูให้ไป

1125
02:18:19,234 --> 02:18:23,234
โอเค วันนี้ก็น่าจะเท่านี้ค่ะ

1126
02:18:29,560 --> 02:18:33,560
ค่ะ สวัสดีค่ะ

