(อาจารย์สุธิรา) นั่นล่ะ ลองวางแล้วเข้าใหม่ลูก สวัสดีค่ะ ได้ยินแล้วนะคะ พี่ล่ามได้ยินไหมคะ สวัสดีค่ะ ไม่ได้ยิน แสดงว่าไม่ได้ยิน อย่างนั้นเดี๋ยวจะ... ไม่แน่ใจว่าเป็นกับสัญญาณเน็ตเราไหม มีความรู้สึกว่าช่วงนี้เน็ตสัญญาณไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะ ได้แต่ถอดความ พี่ล่ามไม่ได้ยินน่ะ ได้ ๆ ๆ สวัสดีค่ะ เหมือนเดิม พี่ล่ามไม่ได้ยินเราเหมือนเดิม วันนี้เป็นอะไรนะ สวัสดีค่ะ สงสัยวันนี้ไม่ได้แล้วมั้ง (ล่าม) ทางสกลได้ยินเสียงทางล่ามไหมครับ (อาจารย์สุธิรา) ฮัลโหล (ล่าม) เดี๋ยวขอแก้สักครู่นะครับ พอดีไม่ได้ยินเสียง (อาจารย์สุธิรา) โอเคค่ะ (ล่าม) ฮัลโหลครับ ทางฝั่งสกล(นคร)พูดหน่อยครับ (อาจารย์สุธิรา) สวัสดีค่ะ (ล่าม) โอเค ได้ยินแล้วครับผม (อาจารย์สุธิรา) ได้ยินแล้วนะคะ วันนี้นะคะเด็ก ๆ เดี๋ยวเราจะมาเรียนเขียนโปรแกรมของเราต่อนะคะ หัวข้อที่เราจะสอนในวันนี้ก็มีดังนี้นะคะ เรื่องแรกคำสั่งในการรับค่านะคะ input นั่นเองนะคะ คำสั่ง input คำสั่งต่อมา คำสั่งในการ เลือกเงื่อนไข มีทั้งหมด 3 ตัวนะคะ คือ ตัวที่ 1 if คำสั่งที่ 2 if else และคำสั่งที่ 3 if else if นะคะ คือ คำสั่งที่ 3 if else แล้วก็ if นะคะ และคำสั่งสุดท้ายของวันนี้ ก็คือคำสั่งในการทำงานแบบวนซ้ำ หรือที่เรียกว่า "loop" หรือการวนรอบนะคะ มีอยู่ 2 คำสั่ง ก็คือ 1. while คำสั่ง while 2. คำสั่ง for นะคะ เดี๋ยวเราจะเริ่มกันที่คำสั่งที่ 1 เลย เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา มาดูคำสั่งแรกก่อน คำสั่ง input เราจะใช้คำสั่งนี้เมื่อเราต้องการให้มีการรับข้อมูล รับค่านะคะ รับข้อมูลผ่านทางคีย์บอร์ด เราก็จะใช้ Input ใน Python นะคะ ก็คือสร้างมาแล้ว แล้วนำมาใช้ได้นะคะ แต่เราจะต้องมาเขียนโค้ดเพื่อให้ฟังก์ชันนี้มันทำงานด้วยนะคะ โดยปกติไอ้เจ้าคำสั่ง input นี่ มันจะรับค่าผ่านแป้น ก็คือเมื่อเราจิ้ม ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขอะไรนี่ คอมพิวเตอร์มันจะมองเห็นเป็นอักขระหรือตัวอักษรนะคะ แต่ทีนี้มันก็จะมีวิธีว่าไอ้การจะ รับตัวอักษรที่เป็นตัวเลขนี่ แล้วเวลาต้องการให้มันคำนวณได้นี่ เราจะใช้วิธีที่เรียกว่า "การแปลง" หรือ "ระบุชนิดของข้อมูล" ให้รู้ว่าไอ้ตัว อักษรที่ป้อน ความจริงมันเป็นตัวเลขไม่ใช่ตัวอักษรนะคะ เดี๋ยวเด็ก ๆ เปิดโปรแกรมเราขึ้นมาพร้อมกัน เดี๋ยว เราเรียนไปด้วย เราคีย์ไปด้วยดีกว่านะคะ เหมือนเดิมค่ะ หาใช่ไหม หา Python เรานะคะ หาโปรแกรมของเรานั่นเอง พิมพ์ P-y-t-h-o-n ในช่อง... เดี๋ยวลืมสลับหน้าจอ ขอโทษที ให้เด็ก ๆ เปิดนะคะ เปิดโปรแกรมเรา ใช้นะคะ ใช้แว่นขยายหาก็ได้ อันนี้เพราะว่าไม่อยากปิดหน้าจอตัวเองนะคะ ก็เลยใช้ตัวช่วยนิดหน่อย พิมพ์ P-y-t-h โปรแกรมนี้เราใช้ประจำนะคะ หาได้เลย เปิดมันได้เลยนะคะ เพราะเราจะลองคีย์คำสั่ง input ลงไป เราจะ Coding กันไปเลย พออธิบายความหมายคำสั่ง หรือวิธีการนะคะ รูปแบบ ก็คือกฏข้อที่ 1 นะคะ คำสั่งจะต้องพิมพ์ด้วย ตัวพิมพ์เล็กเท่านั้น ไม่ใช่ตัวพิมพ์ใหญ่ เพราะฉะนั้น เมื่อพิมพ์ไปแล้วถ้าขึ้น Error เช็กเลยว่าตัวเองพิมพ์คำสั่งเป็นตัวพิมพ์เล็กหรือตัวพิมพ์ใหญ่ โอเคนะคะ ไปต่อ มีตัวอย่างนะคะ ก่อนอื่นอธิบายก่อนนะคะ ก่อนที่เราจะสั่งให้มันรับค่าได้ เราจะต้องสร้างตัวแปรนะคะ ในตัวอย่าง name ทีนี้ตัวแปรก็เหมือนกัน การประกาศชื่อตัวแปรนี่ มันก็มีกฎอยู่ว่า 1. นะคะ ถ้าสมมติเด็ก ๆ ใช้ตัวแปรที่พิมพ์ด้วยตัวพิมพ์เล็ก แล้วพอเวลาไปเรียกใช้ เหมือนพิมพ์คำว่า "name" ด้วยตัวเล็กนี่ แต่ถ้าเวลา ไปเรียกดันไปพิมพ์ NAME ที่เป็นตัวพิมพ์ใหญ่ ชื่อเดียวกัน แต่คอมพิวเตอร์มันจะมองว่าเป็นตัวแปรคนละตัวนะคะ เพราะฉะนั้น ต้องจำด้วยว่าเมื่อเวลา ประกาศเป็นตัวเล็ก ถ้าเรียกใช้ก็ต้องเรียกด้วยตัวเล็ก ไม่ใช่ไปเรียกด้วยตัวใหญ่นะ มันจะแยกออกเป็นคนละชื่อนะ เพราะฉะนั้น ก่อนที่เราจะให้มันรับค่าได้นี่ เราจะต้อง ประกาศตัวแปรเพื่อจะเก็บค่าที่เราจะรับเข้าไป ซึ่งในตัวอย่างนี้นะคะ จะประกาศตัวแปรที่ชื่อว่า name เพื่อที่จะรับค่าข้อมูลที่เข้ามา ก็คือใน ในตอนคำสั่ง input เราใส่คำสั่งว่า Enter your name หรือไม่อยากใส่เป็นภาษาอังกฤษว่า Enter you name ก็พิมพ์ว่า กรุณา... เป็นภาษาไทยได้ บอกแล้วว่า ถ้าไม่ใช่ตัวคำสั่ง ถ้าไม่ใช่ตัวแปรนี่ เราสามารถพิมพ์ข้อความที่อยู่ในเครื่องหมายคำพูดนี่ เป็นภาษาไทยได้ แต่ถ้าเป็นคำสั่งหรือตัวแปร ก็คือเวลาเราเขียนโค้ด ก็คือเป็นคำสั่งตัวแปรหรือว่าเครื่องหมายทางคณิตศาสตร์ เราจะใช้ภาษาไทยไม่ได้ จำง่าย ๆ คือ ถ้าเป็นข้อความ เห็นไหม เหมือนตรงนี้ ใส่คำว่า "สวัสดี" ลงไป โอเคนะคะ อันดับแรก ก็คือเราจะประกาศตัวแปรที่ชื่อว่า name วิธีประกาศตัวแปรรูปแบบ ก็คือพิมพ์ชื่อตัวแปร แล้วตามด้วยเครื่องหมายเท่ากับ (=) กับ แล้วก็ตามด้วยสิ่งที่จะให้ตัวแปรนั้นเป็น ซึ่งในที่นี้ คือ input input ก็คือให้มันรับค่า แล้วในคำสั่ง Input ก็คือถ้าเด็ก ๆ เห็นคำสั่งที่มีวงเล็บปุ๊บนั่นหมายความว่าสิ่งที่จะอยู่ในวงเล็บ คือ สิ่งที่เราจะให้โปรแกรมมันทำออกมานะคะ เช่น... ถ้าพิมพ์ข้อความว่า Enter your name นั่นหมายถึงก็คือแปลออกมาเป็นไทย ก็คือมันจะมีการป้อนชื่อเข้าไปทางคีย์บอร์ดนั่นเองให้ เมื่อป้อนเสร็จแล้ว print จำได้นะคะ คำสั่ง print ที่เราสอนในสัปดาห์ที่เราสอนไป ในสัปดาห์ก่อน ให้มัน print คำว่า "สวัสดี" แล้วบวกด้วย name ก็คือให้มัน print สิ่งที่ นะคะ พร้อมหรือยัง พร้อมจะลงมือพิมพ์หรือยังคะ อันดับแรกค่ะ เปิดหน้าต่างโปรแกรมเรานะคะ เริ่มเลย พิมพ์คำสั่ง name พิมพ์ name ทำอย่างไรจะเปิด 2 หน้าต่างได้ เดี๋ยวนะ ย่อปุ๊บ ไม่ย่อให้ ผมอยากเปิด 2 น่ะ เห็นไหม ได้ 2 อันเลยนะ เห็นไหมคะ ตัวแรก ก็คือเราต้องพิมพ์ตัวแปรใช่ไหมคะ ประกาศตัวแปรชื่อว่า name นะคะ n-a-m-e แล้วตามด้วย เวลาประกาศตัวแปรต้องระบุเท่ากับอะไร เห็นไหมเด็ก ๆ จะต้องกดวรรค 1 ครั้งนะคะ สังเกตวรรคก่อน แล้วก็เครื่องหมายเท่ากับ แล้วก็วรรคอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ตามด้วยคำสั่ง input ให้พิมพ์ input แล้วใส่วงเล็บนะคะ ใส่วงเล็บไปได้เลย เพราะอะไร คือ ทุกครั้งที่สอนมา คือ ทุกครั้งที่สอนมา เวลาบอกใส่วงเล็บปุ๊บ เด็ก ๆ จะพากันเปิดวงเล็บ แล้วพอแม่ลืมบอกว่าต้องปิดวงเล็บน่ะ ก็ไม่ปิด เพราะฉะนั้น พอเวลาสอนใหม่ ก็เลยบอกว่า เนื่องจากคำสั่ง input() มันต้องมีวงเล็บเปิด วงเล็บปิด ก็เลยให้ใส่วงเล็บเปิดวง เล็บปิดไว้เลย จะได้ไม่ลืมนะคะ เสร็จแล้วตามด้วยอะไร ในวงเล็บนี้เราจะให้มันมีข้อความเพื่อรับค่า ใส่เครื่องหมายคำพูดค่ะ Single Quote หรือ Double Quoteเหมือนกันอันนี้ที่มันมีคู่ เมื่อมันมีเครื่องหมายคำพูดเปิด มันต้องมีเครื่องหมายคำพูดปิดเสมอ ทำให้เป็นเขาเรียกว่าอะไรน่ะ โค้ดให้เป็นนิสัย ใส่วงเล็บทั้งเปิดทั้งปิดขึ้นมา พอพูดปุ๊บ ใส่เครื่องหมายคำพูดเปิด-ปิดเข้ามา แล้วก็ใส่ข้อความลงตรงกลาง ทีนี้ข้อความ Enter you name เราเปลี่ยนเป็นภาษาไทยก็ได้ ใช้คำว่า "สวัสดี" ไม่ใช่... กรุณา Enter your name ก็คือกรุณาป้อนชื่อใช่ไหมคะ กรุณา เห็นไหม คือ บางทีพอใช้ภาษาไทยน่ะ สังเกต ฟอนต์ในโปรแกรมเรานะคะ แก้อย่างไร นี่นะคะ มันจะมี Properties คุณสมบัติ มันไม่ควร... ข้อความมันไม่ควรห่างอย่างนี้ นึกออกนะ ไปที่ Properties เห็นไหมลูก เราก็มาเลือกรูปแบบฟอนต์ที่มันใช้ภาษาไทยได้ด้วย มีอะไรบ้าง ถ้ามาตรฐานมันก็จะเป็น... เดี๋ยวนะ ขอใส่แว่น เอาอีกแล้ว ฝ้าขึ้นแว่นอีกแล้ว แล้วก็ไม่เห็น ใช้พวกนี้นะคะ ใช้ได้ไหม จะได้ไหม ไม่เป็นอะไรนะคะ เนื่องจากเรามีปัญหาในการใส่ฟอนต์ภาษาไทยนะคะ เราก็ พิมพ์ข้อความเป็นภาษาอังกฤษเหมือนตัวอย่างก่อน ยังไม่มีเวลามาแก้นะคะ อันนี้คือเรายังไม่เน้นเขียนภาษาไทยทั้งหมด ก็เลยใช้คำว่า "Enter name" ลงไปก่อนก็ได้นะคะ เหมือนตัวอย่างก่อนก็ได้นะคะ เด็ก ๆ พิมพ์เหมือนตัวอย่างก่อน y-o-u-r you you name แล้วก็ใส่เครื่องหมายโคลอน (:Xสังเกต เขาเว้นข้างหลังไว้นิดหนึ่งนะคะ อย่างนี้นะคะ นี่คือเสร็จคำสั่งที่ 1 ขึ้นคำสั่งใหม่ ให้กดอะไรคะ กด Enter นะ กด Enter ลงไปเพื่อขึ้นคำสั่งใหม่ เห็นไหมคะ พอกด Enter ปุ๊บ ข้อความ เราก็ป้อนชื่อลงไป ใส่ชื่อ ชื่อเล่นก็ได้ ใส่ลงไปก่อน คำสั่งยังไม่เสร็จเลยน่ะ นะคะ อันนี้ คือ เราเลือกใช้ตัวนี้ มันจะพิมพ์แบบเป็นบรรทัด เดี๋ยวหา Idle ก่อนนะ แป๊บหนึ่ง เลือกใช้อีกแบบหนึ่งก่อน แป๊บหนึ่งของ Test ก่อนนะคะเด็ก ๆ มือไวใจเร็วจริง ๆ เลย ไหนไปไหนแล้ว ขี้เกียจพิมพ์ เดี๋ยวเราจะเล่นวิธี... แล้วลองแสดงผลด้วยคำสั่ง print นะคะ พิมพ์คำว่า "print" วงเล็บเปิด-วงเล็บปิด แล้วก็พิมพ์... เดี๋ยวจะมีปัญหาภาษาอังกฤษ ใช้ hello บวกด้วยใส่เครื่องหมายบวก (+) แล้วก็ตามด้วยชื่อเขา ตัวแประนะคะ ตัวแปรของเรา ก็คือ name ลืมวรรคตรง hello เห็นไหม ผลลัพธ์ที่ได้เห็นไหมคะ ทำซ้ำอีกนะคะ วิธีการไม่พิมพ์ใหม่ก็ทำแถบอย่างนี้นะคะ แล้วก็ Ctrl+V แล้วก็ Ctrl + C เพื่อวางนะคะ แล้วตรงชื่อ วรรคนิดหนึ่ง ให้มันมีช่องว่าง เว้นผิดตำแหน่ง ต้องเว้นตรงคำว่า "hello" นี่นะคะ เวลาต้องการให้มันเว้นน่ะ มันจะอยู่ตรงนี้ เห็นไหมคะ นี่คือตัวอย่างที่ 1 คำสั่ง input นะคะ โดยเราประกาศตัวแปรชื่อว่า name เพื่อจะเก็บค่าข้อมูลชื่อที่ป้อนลงไป เสร็จแล้วเมื่อพอกด Enter ปุ๊บ พอใส่ชื่อลงไปปุ๊บ เราอยากรู้ว่ามันจะแสดงชื่อตามตัวแปรนี้ รับค่าไปไหม เราก็สั่งด้วยคำสั่ง print นะคะ print โดยในวงเล็บ แสดงข้อความว่า hello แล้วตามด้วยตัวแปรที่เราเก็บเมื่อกี้นะคะ ผลออกมา ก็คือมันจะขึ้นคำว่า "hello" ที่เราพิมพ์ลงไปเห็นไหมคะ อันนี้ในกรณีที่เป็นข้อความ ทีนี้ลองนะคะ ลองอีกทีหนึ่ง ให้เด็ก ๆ ปิดตัวอย่างแล้วนะ โจทย์ ก็คือเด็ก ๆ ลองทำนะคะ แล้วจะลองเดินไปดู อยากให้ประกาศตัวแปร เพื่อบอกให้รู้ว่าฉันเป็นผู้หญิงหรือฉันเป็นผู้ชาย เพราะฉะนั้น ใช้ตัวแปรชื่ออะไรดีคะ ลองไป Search Search อะไร Search Google หา สิ่งที่จะระบุว่าเป็นหญิงหรือชาย คือ คำว่าอะไรคะ "เพศ" ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น อยากให้ เมื่อให้รับค่าเข้าไปแล้วสมมติมิ่งเป็นคนคีย์ มิ่งก็จะบอกว่ามิ่งเป็นผู้หญิงนะคะ เพราะฉะนั้น ประกาศตัวแปรก่อน แล้วให้รับค่า เพื่อแสดงชื่อ... ไม่ใช่แสดงชื่อ แสดงว่าเพศของข้อมูลที่ป้อนออกไปนี่ เป็นหญิงหรือชาย ลองสิ อันดับแรกก่อน ต้องประกาศตัวแปรก่อน คำว่า "เพศ" คำว่า "เพศ" ในภาษาอังกฤษ ใช้ตัวช่วยนี่จะอธิบายวิธีประกาศตัวแปรก่อนนะ คำว่าอะไรลูก คำว่า "เพศ" Search Google สิ นึกไม่ออก ใครเคยตอบแบบสอบถาม ถ้าใครเคยตอบแบบสอบถามภาษาอังกฤษนะคะ อันดับแรกเด็ก ๆ ต้องประกาศตัวแปรแบบนี้ก่อน แต่เปลี่ยนจาก name เป็นชื่อตัวแปรเพศ เพศ คือ คำว่า... เดี๋ยวค้นให้ดูนะคะ เวลาเราจะค้นตัวแปรนะคะ เราจะต้องบอกแล้วว่าชื่อตัวแปรนะคะ จะต้องเป็นภาษาอังกฤษ เพราะฉะนั้น ถ้าคำสั่งออกมาเป็นภาษาไทย อย่างนี้นะคะ เด็ก ๆ ต้องเปิด Google แปลภาษานะคะ ใช้ Google แปลนะคะ เสร็จแล้วสับสวิตช์ เป็นไทยเป็นอังกฤษ เห็นไหมในช่องภาษาไทย ก็พิมพ์คำว่า "เพศ" ลงไปแบบนี้ เห็นไหมคะ ด้านข้างเราก็จะได้ศัพท์คำศัพท์ภาษาอังกฤษ ตั้งเป็นตัวแปร เพราะฉะนั้น ตัวแปรนี้จะมีชื่อว่า sex นะคะ ฟังเสียง เสียงค่อย sex นะคะ มันมีหลายตัว Jender ก็ได้ถ้าสุภาพก็จะมีคำว่า "Gender" นะคะ แต่ทีนี้ ก็คือเราเลือก Sex เพราะว่ามันสั้น แล้วเด็ก ๆ จะจำได้ง่ายกว่า ลองประกาศตัวแปรค่ะ ก็คือพิมพ์ชื่อตัวแปร วรรค แล้วก็ตามด้วยเครื่องหมายเท่ากับ แล้วก็วรรค ตามด้วยคำสั่งที่เราจะใช้ในการรับค่านั้น ก็คือ Input เปลี่ยนจาก your name เป็น your sex นะคะ แล้วลองกด Enter Enter ปุ๊บมันจะให้ป้อน ทีนี้เพศหญิง ดูคำว่า "เพศหญิง" นะคะ ในภาษาอังกฤษ เพศชาย เห็นไหม เพศหญิงตัวบน Female ตัวล่าง Male นะคะ เวลาคำว่า "เพศ" กับ... ผู้ชาย ผู้หญิงต่างกัน ถ้าว่าผู้ชายมันจะเป็น Man ใช่ไหม ถ้าผู้หญิงจะเป็น Woman พูดถึงสถานะทางเพศนี่ ผู้หญิงภาษาอังกฤษเขาจะใช้คำว่า "Female" เพศชาย เขาก็จะใช้คำว่า "Male" เมื่อกี้บอกชื่อตัวแปรแล้วนะ ตัวแปรที่ระบุเพศใช่ไหมคะ เปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษ ตัวเล็กเสมอนะคะ ตัวแปร ไม่ใช้ตัวเล็กก็ใช้ตัวใหญ่อย่างนี้ก็ได้ เดี๋ยวทำให้ดูนะคะ ถ้าเมื่อใดที่ตั้งชื่อตัวแปรด้วยตัวใหญ่นะคะ เวลา เราเรียกใช้ตรงนี้ เราก็ต้องพิมพ์เป็นตัวใหญ่ด้วยเหมือนกัน เดี๋ยวทำตัวอย่างให้ดู แต่คำสั่งบอกแล้วนะคะ คำสั่งทุกตัวจะต้องพิมพ์ด้วยตัวพิมพ์เล็กเท่านั้น วงเล็บเปิด- วงเล็บปิด ใส่ทุกครั้ง เครื่องหมายคำพูดเปิด เครื่องหมายคำพูดปิด ใส่พร้อมกัน ให้มันขึ้นคู่กันตลอด จะได้ไม่... เขาเรียกว่าอะไรน่ะ ก็คือพอเวลาเราพิมพ์เสร็จ บางคนก็จะติดพิมพ์เสร็จแล้วว่าเสร็จเลย ไม่ใส่วงเล็บปิดอย่างนี้นะคะ หรือเครื่องหมายคำพูด ถ้าพิมพ์ตัวเดียวมันจะจำได้อยู่ แต่ถ้า มันมีเยอะ ๆ ก็จะลืม เพราะฉะนั้น เลยบอกว่าวิธีใช้นะคะ Coding วงเล็บหรือเครื่องหมายคำพูดน่ะ ให้พิมพ์ มันเมื่อพิมพ์เปิดไปแล้วไปเลยจะได้ไล่ถูก ว่าเราเปิดแล้ว เราปิดมันแล้วนะ ให้เห็นความแตกต่าง ENTER ตัวใหญ่เหมือนกัน ใครพิมพ์ข้อความนี้เสร็จแล้ว กด Enter ได้เลยนะคะ ฉันเป็นผู้หญิง ฉันก็จะใส่คำว่า "Female" นี่เห็นไหม เด็ก ๆ พิมพ์ช้า ยังหัดพิมพ์ดีดกันอยู่หรือเปล่า หัดด้วยนะคะ เดี๋ยวสอบปลายภาคอาจจะให้สอบฝึกพิมพ์ดีดด้วยนะ เขียนโปรแกรมพิมพ์ดีดไม่เอาไหนนี่ Coding ช้า เสียเวลานะเด็ก ๆ นะ อถ้าใครเข้าใจแล้ว ให้แสดงผลด้วยนะคะ ว่าสิ่งที่เราป้อนลงไปมันแสดงผลตามที่ตัวแปรเราเก็บไว้ไหม ใช้คำสั่ง print ได้เลยนะคะ ดูต่อนะคะ เมื่อกี้ใครขึ้นตัวนี้แล้ว แล้วก็ป้อนข้อมูลลงไปแล้วนะคะ สิ่งที่เราจะทำต่อมานะคะ คืออะไรคะ ให้แสดงผลใช่ไหม ให้แสดงผล คำสั่งในการแสดงผล ก็คือคำสั่งอะไรคะ print ใช่ไหมคะ คำสั่ง print นะคะ คำสั่ง print แล้วตามด้วย วงเล็บเปิด-วงเล็บปิดเสมอ นะคะ print อะไร ดูนะคะ print print ข้อมูลตัวแปรเลย print ตัวแปรนี้ปุ๊บ เดี๋ยวกด Enter ให้ดูนะคะ นี่เห็นไหมคะ อ๋อ โอเค แหม ๆ ไปย่ออะไรนะนี่ โอเคไหม เห็นไหมคำสั่ง print คะ สั่ง print สามารถ แสดงทั้งที่เป็นข้อความ ก็คือบอกไว้แล้วนะ ถ้าเราต้องการแสดงตัวอักษรนี่เราจะต้องใส่เครื่องหมายคำพูด แต่ในกรณีนี้ ในตัวอย่างนี้ เมนูวงเล็บ Sex ลงไปนี่ ก็คือแสดงตัวแปรเลยนี่ ไม่ต้องใส่เครื่องหมายคำพูด เพราะคอมพิวเตอร์รู้แล้วว่าคำว่า "sex" นี่ เป็นตัวแปรนะคะ ที่เขาแสดงออกมา ก็คือคำว่า "female" ลงไป อันนี้คือการใช้ input สำหรับแสดงข้อความที่เป็นตัวอักษร ทีนี้แล้วถ้าจะแสดงข้อความที่เป็นตัวเลขล่ะ เราจะใช้วิธีไหน มาดูตัวอย่างนะคะ ในกรณีที่เป็นตัวเลขนะคะ ขั้นตอนเหมือนเดิมเลย คือ เราจะต้องประกาศตัวแปรก่อน ในที่นี้นะคะ เราจะทำการรับค่าตัวเลข 2... ทำไมเหมือนเสียงมันค่อย เดี๋ยวไม่ได้ยินอีก num1 แล้วก็ num2 นะคะ เห็นไหมคะ เพื่อที่เราจะใช้เก็บข้อมูลไว้เก็บตัวเลข num มาจาก number นั่นเอง มาจากคำเต็มว่า "number" นั่นเองนะคะ int มาจาก intger มันก็คือฟังก์ชันนี้ ก็คือสิ่งที่อยู่ในนี้ ในฟังก์ชันในวงเล็บนี่ มันจะต้องเป็นตัวเลขนะ เพราะฉะนั้น ใส่ฟังก์ชันนี้ รับค่าอะไรเข้าไป รับข้อความที่บอกว่า enter first number ให้ป้อนเลขตัวที่ 1 นะคะ enter ให้ป้อนเลขตัวที่ 2 คือ เวลาคอมพิวเตอร์อ่านข้อมูลจากคีย์บอร์ดน่ะ สิ่งที่มันได้รับ มันจะแยกตัวเลข ตัวอักษรเอง เข้าใจไหมคะ มันจะรู้แค่ว่าไอ้สิ่งนี้คือตัวอักษร หรือตัวอักษรสำหรับมันเท่านั้น มันจะไม่ตีว่า 1 คือ เลข 1 ไม่ใช่นะคะ เพราะฉะนั้น เราจะใช้ฟังก์ชัน integer เพื่อมาบอกมันอีกทีว่าไอ้สิ่งที่ อยู่ในวงเล็บนี่ที่ป้อนเข้าไปนี่มันเป็นตัวเลขนะ บอกให้เครื่องรู้นะคะ ต้องบอกเครื่องด้วย เพราะบอกแล้วว่าคอมพิวเตอร์จะทำตามที่เรา สั่งเท่านั้น ถ้าเราไม่สั่ง มันจะรู้ตามที่มันรู้ตามปกติ เพราะจริง ๆ แล้ว คอมฯ 0 ไม่ได้เรียกว่า "เลข" ด้วยซ้ำ มันคือรหัสแอสกี้ 01 00 100 น่ะ มันรู้แค่ 2 ตัวนี้ แล้วมันต้องมาแปลค่า แต่ตอนนี้เรากำลังเอาสิ่งที่มันมีอยู่ของเรานี่ ส่งไปให้มันแล้วเราจะทำให้มันรู้ได้ว่ามัน เป็นตัวเลขได้ เราก็ต้องใช้คำสั่ง int นี่นะคะ พร้อมจะลงมือหรือยัง แล้วจะได้เห็นผลลัพธ์ว่าสิ่งที่ป้อนเข้าไป นะคะ เดี๋ยวให้ดูความแตกต่างว่าถ้าเราป้อนแบบไม่เป็นตัวเลขนะ แล้วก็ป้อนแบบเป็นตัวเลข มันจะต่างกันอย่างไร ใช้คำสั่งเดียวกันเลยนะคะ มาลองดูนะคะ เดี๋ยวเคลียร์ก่อนนะคะ เคลียร์หน้าจอนี้ Close เสียก่อน แล้วเปิดใหม่จะเปิดใหม่ เด็ก ๆ จะได้เห็นทุกอัน เห็นครบทุกอัน โอเคไหมคะ ให้ดูแบบแรกก่อนนะคะ แบบที่เราทำในครั้งแรก ก็คือป้อนเข้าไปแล้วยังไม่ระบุ ว่าเป็นตัวเลข อันนี้ป้อนแล้วยังไม่ระบุเป็นตัวเลขนะ ดูดี ๆ นะ แบบที่ 1 นะ num1 = input นี่คือแบบเดิมนะ แบบเดิมที่เราเอาข้อความเข้าไป นี่คือถ้าเราพิมพ์แบบให้มันรับ ตัวอักษรเข้าไปนี่ เราก็คือตัวแปรแล้วก็ตามด้วย input นะ คำสั่ง input() บอกแล้วว่าเราต้องการให้สิ่งที่มันรับเข้าไปนี่มันแปลงเป็นตัวเลขจริง ๆ หรือแจ้งให้เครื่องรู้ว่ามันเป็นตัวเลขจริง ๆ เราก็จะมาเพิ่มคำสั่ง int() i-n-t เข้าไปอีกทีหนึ่ง Integer นี่นะคะ วงเล็บเปิดแล้วก็วงเล็บเปิด แล้วก็วงเล็บปิด แบบนี้นะคะ เสร็จแล้วกด Enter 1 ครั้ง มันก็จะขึ้นมาให้ป้อนตัวเลขลงไป ป้อนสัก 3 หลัก จะได้เห็นชัด ๆ เลยนะคะ วันนี้วันที่เท่าไหร่นะ 1, 2, 3, 4 ก็ได้ 1, 2, 3 number 1 นี่ 1, 2, 3 นะคะ รับจำนวนตัวเลขอีก 1 ตัว ตัวแปรที่ 2 นะคะ number ที่ 2 นะคะ ชื่อ num2 = ตอนนี้บอกแล้วรับตัวเลข เพราะฉะนั้น คำสั่งที่ใช้ตัวแรก ก็คือ int เลยนะคะ วงเล็บเปิด-วงเล็บปิด ครั้งที่ 1 แล้วมีวงเล็บเปิด-วงเล็บปิดครั้งที่ 2 อีก เพื่อใส่อะไร เพื่อใส่คำสั่ง input นะคะ แล้วในคำสั่ง input ใส่ประโยค เพื่อให้โปรแกรมมันแสดงให้คนรู้ว่าจะต้อง... ไม่ขึ้น Error สิ ไม่ ๆ ๆ ให้แสดงข้อความนะคะ ก็คือใส่เครื่องหมายคำพูดเปิด-คำพูดปิดทุกครั้ง แล้วก็พิมพ์ข้อความลงไปว่า Enter second คือ ลำดับที่ 2 s-e-c-o-n-d second number นะคะ ใครพิมพ์เสร็จแล้วกด Enter เมื่อกี้ 1, 2, 3, 4 แล้ว 1, 2, 3, 4, 5, 6 ไม่เห็นหรือ หลุด เดี๋ยว ๆ ๆ หลุดอีกแล้ว ได้ไหม โอเค ขอโทษที เดี๋ยวขยายให้เต็ม นะคะ บรรทัดที่ 1 อธิบาย อธิบายไปด้วย บรรทัดที่ 1 เราประกาศตัวแปรชื่อว่า num number 1 ก็คือตัวแปรสำหรับเก็บข้อมูลตัวเลขชุดที่ 1 ก็บอกว่าให้ป้อนตัวเลขลงมา ให้ป้อน 3 ตัว 1 2 3 ก็เลยป้อน 1 2 3 พอคำสั่งที่ 2 ประกาศตัวแปรชื่อ num2 โดยให้... โดยใช้คำสั่ง i-n-t int int มาจากคำว่า integer คำสั่งนี้เพื่อจะบอกว่าสิ่งที่เรา input เข้าไปนี่ input เข้าไปนี่ มันต้องแปลงออกมาให้เป็นตัวเลขนะ ข้อความที่เราใส่เข้าไปนี่ ความจริงแล้วมันเป็นตัวเลขนะ ก็พอใส่ Enter ปุ๊บ ก็กรอกตัวเลขลงไปทีนี้อยากเห็นผลลัพธ์ของมันแล้ว ใช้คำสั่งอะไรคะ คำสั่งในการแสดงผล คือ คำสั่ง print นะคะ ทีนี้ให้แสดงแค่... รู้แล้วลืมแก้โค้ด ลืมแก้โค้ดเดิมที่เคยสอน print ตัวแปร 2 ตัวนี้ออกมา โดยให้เอา 2 ตัวนี้มาบวก ลบ คูณ หาร อะไรก็ได้นะคะ เดี๋ยวท ำก็จะใช้คำสั่ง print นะคะ p-r-i-n-t ตามด้วยเครื่องหมายวงเล็บเปิด วงเล็บปิด สิ่งที่จะให้ print ในนี้ ก็คือตัวแปรที่ชื่อว่า num1 ลองให้มันแสดงผลบวกนะคะ เอา 2 ตัวนี้บวกกัน + num2 แล้วกด Enter ดู 1 2 3 + 4 5 6 ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ 9 7 5 โอเค ถูกต้อง เห็นไหมคะ แล้วลองเปลี่ยนเป็น คูณดูสิ print(num1 * num2) เอา num1 คูณใช้เครื่องหมายคูณในคอมพิวเตอร์ไม่ใช่ตัว x นะ เป็นเครื่องหมายดอกจัน ZX ตัวดำเนินการทางคณิตศาสตร์บนคอมพิวเตอร์ ตัวคูณคือเครื่องหมายดอกจันทร์นะ แล้วใครมีเครื่องคิดเลข ลองกดคูณดู 123 * 4 5 6 ได้ 56088 จริงไหม แล้วเดี๋ยวจะลองให้ ตัวนี้มันบวกกันแล้วมาหารด้วย 2 นะคะ เวลาทำการดำเนินการ ทางคณิตศาสตร์ที่ใช้การบวก แล้วยังต้องมาหาร... เด็ก ๆ ดูดี ๆ นะคะ บางทีบางคนพิมพ์ผิด ตรงในวงเล็บ print นะคะ มันจะมีเครื่องหมายคำพูด ก็ใช้เครื่องหมายคำพูดนะคะ นี่เขาจะมาติดเครื่องหมายคำพูด คำว่า "%d" ปิดเครื่องหมายคำพูด ดูตำแหน่งที่มีเครื่องหมายคำพูดเปิดแล้วอย่าลืมมีเครื่องหมายคำพูดปิด ทีนี้บางทีเหมือนตอนเราพิมพ์ มันเป็นเครื่องหมายคำพูดบางตัวมันมีหัวบางทีก็ไม่มีหัวนะคะ ความจริงมัน คือ ตัวเดียวกันนะลูก คือ บางตัวมันเป็นเหมือนในตอนเราพิมพ์ในโปรแกรมเราน่ะ เครื่องหมายคำพูดมันจะเป็นขีดเส้นตรง ๆ 2 อันใช่หรือเปล่า พิมพ์ใน PowerPoint มันดันมีหัว หัวขมวด ๆ เหมือนหัวลูกน้ำน่ะ ความจริงมันคือเครื่องหมายคำพูดนั่นล่ะนะคะ บางโมโหคอมฯ เหมือนกัน มีหัวให้นะ แต่พอเป็นตัวภาษาอังกฤษน่ะ เครื่องหมายคำพูดมันไม่มีหัวอย่างนี้นะคะ แล้วแต่มันเลยนะ มันเปลี่ยนของมันเองด้วย บางทีเราก็ลืมเช็ก ขอโทษทีนะคะ โอเคนะ อันนี้คือคำสั่งที่ถ้าเมื่อใดที่... จำไว้นะคะ ว่าเมื่อใดที่เราต้องการรับข้อมูล เราต้องการรับข้อมูลเราก็จะใช้คำสั่งที่ชื่อว่า int เราก็จะใช้คำสั่งที่มีคำว่า "input" แต่ทีนี้ถ้าข้อมูลนั้นเราต้องการให้มันเป็นตัวเลข เราก็เพิ่มคำสั่ง int มาบอก มาบอกมันอีกที สิ่งที่รับเข้ามานี่ คือ ตัวเลขนะ นั่นคือคำสั่งในการแสดงข้อมูล ซึ่งมี 2 แบบ ก็คือแสดงทั้งที่เป็นตัวเลขและตัวอักษร ส่วน คำสั่งที่จะใช้แสดงผลนี่ คือ คำสั่ง print แต่ทีนี้คำสั่ง print ถ้า print เพื่อแสดงตัวอักษรหรือข้อความ ในวงเล็บนะคะ เราจะต้องใส่เครื่องหมายคำพูด แต่ถ้าสิ่งที่เราต้องการให้คำสั่ง print แสดงเป็นตัวแปรหรือเป็นตัวเลขนะคะ เราไม่ต้องใส่เครื่องหมายคำพูด เหมือนตัวอย่างนี่ print... เดี๋ยวพักเบรกให้น้อง ๆ ไปเข้าห้องน้ำ... ไปเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย เพราะเรายังเหลือ อีก 2 คำสั่ง แต่มันมีคำสั่งย่อยอีก 3 อัน 2 อัน ก็จะเป็น 5 อันนะคะ เพราะเดี๋ยวสัปดาห์หน้าอาจารย์แม่ไม่อยู่นะคะ โอเคคะ พักเบรกก่อนค่ะ เด็ก ๆ อีก 10 นาทีค่อยเข้ามาค่ะ ไปเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยค่ะลูก ตอนนี้ 10.22 น. 10 นาที ก็คือ10.32 ค่อยเข้ามา ค่ะ โอเคนะคะ เข้ามาหมดหรือยัง ครบแล้วนะ เรามาดูคำสั่งต่อไป เงื่อนไขคำสั่งที่เป็นการให้เลือกเงื่อนไขนะคะ ตัวแรกคำสั่ง if i กับ f ถ้าอะไร ถ้าเงื่อนไขนี้จะแค่เงื่อนไขเดียว ถ้า สมมติบอกถ้าเลขไม่ถึง 10 ให้แสดง คำสั่งนี้ นั่นก็คือคำสั่งนี้นะคะ ให้ทำตามที่เรากำหนด เมื่อเงื่อนไขนั้นตรงกับที่เรากำหนด จะทำเมื่อเงื่อนไขเป็นจริงนะคะ if แค่ if เดียว ถ้า แล้ว แค่ if เดียวถ้าแล้วนะคะ ถ้า 1 เท่ากับ 2 เห็นไหม ถ้า 1 เท่ากับ 2 เป็นจริง มันถึงจะทำงานนึกออกนะ หรือถ้า 1 + 1 = 2 แล้วไม่เท่ากับ 2 มันจะไม่ทำงาน มันก็จะออกเลยนะคะ หรือสิ่งที่อยู่จากบรรทัด if นี่ มันก็จะไม่ทำสิ่งที่อยู่ในเงื่อนไขนะคะ มันจะทำสิ่งที่อยู่ในเงื่อนไข เงื่อนไขตรงหรือเป็นจริงนะคะ คำสั่งต่อมา คำสั่งที่ 2 if else ถ้า แล้ว มี 2 เงื่อนไข เพราะมี if และมี else นะคะ ถ้าอะไร ถ้า เขาบอกว่าถ้าใช้ if elif นี่ นั่นหมายความว่าคำสั่งในเงื่อนไขที่อยู่ใน if ไม่เป็นจริงนะคะ แล้วมันจะไปทำอะไร มันจะไปทำคำสั่งที่อยู่ต่อจาก else นะคะ เพราะฉะนั้น ในตรงนี้นะคะ ในคำสั่งนี้ if else นี่ มันจะมีคำสั่งส่วนที่ 1 อยู่ตรง if และคำสั่งส่วนที่ 2 อยู่ตรง else นะคะ แต่คำสั่งแรกมันจะเริ่มที่ if มันจะมาที่ if ก่อน พอ... มันเป็นจริง มันก็จะมาหา else แล้วก็จะมาทำคำสั่งที่อยู่ใน else นะคะ อันนี้คือคำสั่ง if else ก็คือเงื่อนไขมีอยู่ 2 เงื่อนไข ก็คือถ้าเป็นจริง... เอ๊ย ถ้าไม่เป็นจริงจะไปทำเงื่อนไขที่ 2 แต่ถ้า if เป็นจริง จะทำในเงื่อนไขที่อยู่ใน if นึกออกนะ ทีนี้คำสั่งที่ 3 คำสั่งที่ 3 นะคะ if elif ก็มาจาก if ตัวแรก แล้วก็ else ในตัวที่ 2 นะคะ แล้วก็เพิ่ม if เข้าไปอีก ก็คือ ถ้า แล้ว ถ้า ถ้าแปลเป็นไทยนะ คำสั่งนี้นะคะ มันเป็นลักษณะ ให้มีทางเลือกหลาย ๆ แบบ มันจะเลือกเหมือนอะไรล่ะ ให้นึกถึง เลือกเหมือนเมนูน่ะ เหมือนมีเมนู ถ้า ไม่ทำเมนูที่ 1 ก็ไปเลือกเมนูที่ 2 ไปเลือกเมนูที่ 3 อย่างนี้ ถ้าใช้ if elif มันจะมีทางเลือกมากกว่า 2 ทางเลือกขึ้นไป นึกออกนะ มีคำสั่งมากกว่า หรือมีเงื่อนไขมากกว่า 2 อย่าง นะคะ เราก็จะใช้ if elif ทีนี้อธิบายความหมายไปแล้ว เรามาดูตัวอย่างกันดีกว่านะคะ ตัวอย่างที่ 1 มาดูที่ตัวอย่างแรก การใช้ if อย่างเดียวสำหรับเงื่อนไขที่ 1 หรือ 1 เงื่อนไข ก็คือ ใช้คำสั่ง if แค่ตัวเดียว คือ คำสั่ง if นะคะ อันดับแรกเราในตัวอย่างนี้นะคะ แม่ประกาศตัวแปรชื่อ a ชื่อว่า a ตัวแปรชื่อว่า a โดยกำหนดค่าให้ตัวแปรเท่ากับ 10 แล้วในเงื่อนไขใน if เริ่มใช้คำสั่ง if โดยให้เช็กว่าถ้า a ทีนี้เมื่อใดที่ใช้ if เด็ก ๆ ดูดี ๆ นะคะ เท่ากับใน if จะต้องมี 2 อัน มันจะใช้ในกรณีที่อยู่ในเงื่อนไขนะ แต่ถ้าเป็นเหมือนประกาศตัวแปร เครื่องหมายเท่ากับจะใช้แค่ 1 มันจะต่างกัน เมื่อใดที่ใช้ if จำไว้เลยนะคะ เครื่องหมายเท่ากับจะมี 2 นะคะ เราก็เข้ามาสั่ง ถ้า a เท่ากับ 10 จริง ให้มันทำอะไร ให้มัน pint a แล้ว a = 10 ให้เขา print ให้เขาแสดงผลออกมานะคะ อันนี้คือบอกแค่เงื่อนไขเดียว ถ้า a = 10 มันถึงจะแสดงคำว่า "a = 10" ออกมา ทดสอบนะคะ ทดสอบระบบกัน ไปที่ตัวโปรแกรมเรานะคะ ไหนล่ะ ไหนล่ะ เดี๋ยวเคลียร์ให้นะคะ เคลียร์หน้าจอให้ก่อน ก่อนอื่นประกาศตัวแปรค่ะ การประกาศตัวแปรแบบที่ 2 ก็คือชื่อตัวแปร ก็คือ a ประกาศตัวแปรชื่อ... ประกาศตัวแปรชื่อว่า a โดยการพิมพ์ a นะคะ รูปแบบของการประกาศตัวแปร ตามด้วยเครื่องหมายเท่ากับ แล้วก็ 1 ถ้าประกาศตัวแปรแบบระบุค่า ก็คือบอกให้รู้ว่าตัวแปรนี้มีค่าเท่าไหร่ นี่ a มีค่าเท่ากับ... เช่น ในตัวอย่าง ก็คือเรากำหนดให้ a มีค่าเท่ากับ 10 มันหมายความว่าตัว a ตัวนี้ นะคะ ค่าของมันอยู่ที่ 10 มีค่าอยู่ที่ 10 นะคะ ถัดมา ประกาศตัวแปรเสร็จแล้ว สิ่งที่เราจะทำต่อมา เราจะกำหนดเงื่อนไขให้ตัวแปร a if ค่ะ i-f นะคะ คำสั่ง if พิมพ์ด้วยตัวเล็ก วรรคตามด้วยตัวแปร a แล้วก็ให้มันตรวจสอบว่าตัวแปร a นี่เท่ากับนะคะ เท่ากับใน if นี่ จะต้องใส่เครื่องหมายเท่ากับ 2 ตัว จำไว้เลยนะคะ ถ้าใช้ if เมื่อไร แล้วเวลาเราจะใช้เท่ากับ เราจะต้องพิมพ์เท่ากับ 2 ตัว นะคะ พิมพ์ด้วย มีค่าเท่ากับ 10 ไหม และทุกครั้งที่ใช้คำสั่ง if จะต้องปิดด้วยเครื่องหมายโคลอนเสมอนะ Colon กับ Semicolon ต่างกันนะคะ ถ้ามีจุดแล้วมีลูกน้ำนี่คือ Semicolon แต่ถ้าจุด 2 จุด คือ Colon กุลิโกะโคลอนนะคะ เสร็จแล้วกด Enter ตอนนี้ให้โปรแกรมมันเช็กเงื่อนไขว่า a มีค่าเท่ากับ 10 จริงไหมนะคะ ต่อมาสิ่งที่เราต้องการรู้ ถ้ามันเท่ากับ 10 นะคะ เราจะให้มันแสดง print p-r-i-n-t print อะไร print บอกว่า a น่ะ อันนี้เป็นข้อความนะคะ เราต้องการแสดง ใช้เครื่องหมายคำพูดนี่ สามารถใช้แบบขีดเดียวก็ได้ เหมือนที่บอกนะ ทีนี้จะลองให้ดูว่าขีดเดียวก็ใช้ได้นะ Single qouat นะคะ a = 10 ใส่ แล้วเด็ก ๆ ลองกด Enter ดู มันจะต้อง print ว่า print a = 10 file if into... if ผิด online... บอกแล้ว ถ้า Error ขึ้น เด็ก ๆ ... ตกใจ เราจะดูว่าเราผิดตรงไหน มันก็จะบอกให้เราไปที่ตำแหน่ง indentation error expect on line 1 บรรทัดที่ 1 รูปแบบผิด แป๊บหนึ่งนะคะ เด็ก ๆ พิมพ์รอก่อนได้ ดูแล้วเด็ก ๆ น่าจะยังพิมพ์ไม่เสร็จ ผิดตรงบรรทัด if Statement block เห็นไหมล่ะ บอกว่า ทำไมมันขึ้น indentation error expected an indented block 1 block มันเป็น block เข้าใจแล้ว ก่อนอื่นนะคะ พอเด็ก ๆ พิมพ์ตัวนี้เสร็จ ให้เด็ก ๆ Enter มันจะขี้นไอ้ตีด 3 ขีด ให้มันขึ้นอย่างนี้ก่อน ให้มันขึ้นไอ้ตัวเหมือน Prompt น่ะค่ะ ได้นะ โอเคไหม ตอนนี้ใครพิมพ์ถึง if แล้ว นี่พอพิมพ์ if เสร็จปุ๊บนะ พอพิมพ์เงื่อนไขเสร็จปุ๊บ แล้วมันจะขึ้นไอ้ขีด 3 ขีดอย่างนี้มาน่ะ ให้กด Enter ไป 1 ครั้ง ให้มันขึ้นเครื่องหมายอย่างนี้ก่อนนะคะ ให้มันขึ้น Promp ก่อน แล้วค่อยใช้คำสั่ง print ได้นะคะลูก โอเคไหม เวอร์ชันเปลี่ยน อันนี้นี่คือเป็นเงื่อนไขเดียว ก็คือให้มันไปเช็กว่า a = 10 หรือเปล่า ให้แสดงนี่ก็คือ ไอ้ค่า a ของเราน่ะ มีค่าเท่ากับ 10 พอเราสั่ง print a = 10 มันก็สั่ง print a = 10 ออกมา ทีนี้มาดูตัวอย่างต่อไป แบบเงื่อนไขที่ 2 เงื่อนไขที่ 1 เสร็จหรือยัง เดี๋ยวขอไปตรวจก่อนนะคะ โอเคนะคะ ข้อนี้ไม่ยาวมาก แล้วก็น่าจะเข้าใจ กำหนดค่าตัวเลขของตัวเองนะคะ ไปดูตัวอย่างตัวที่ 2 นะคะ ทีนี้เงื่อนไขจะมี 2 เงื่อนไข เพราะเราจะใช้ if แล้วก็ else มือไปโดนได้อย่างไรนี่ ดูตัวอย่างแรก เหมือนเดิม ประกาศตัวแปรเหมือนเดิมนะคะ ชื่อตัวแปรอะไรก็ได้นะเด็ก ๆ มันจะได้ไม่ไปจำ แต่ทีนี้เงื่อนไขบอกว่า ตัวแปร a นี่กดหนดว่า 11 แต่ทีนี้ ในเงื่อนไขน่ะ มันบอกว่า a = 10 ถึงจะ print a =10 ออกมานะคะ แต่ถ้า แล้วใน else ใน else บอกว่า เมื่อ a ไม่= 11 ก็คือมันจะเช็กเงื่อนไขใน if ก่อน ถ้าเป็นจริงมันถึงจะ print a = 10 ออกมา แต่ถ้าไม่เป็นจริงมันจะมาที่คำสั่ง else นะคะ แล้วก็ไป print a เครื่องหมายตกใจ = มีหมายถึงไม่เท่ากับ หมายถึงเครื่องหมายไม่เท่ากับ 10 น่ะ ทีมีเครื่องหมายตกใจ แล้วก็เครื่องหมายเท่ากับ แปลเป็นภาษาไทยว่าไม่เท่ากับ ไม่เท่ากับของไทยเราจะเป็นตรงเครื่องหมายเท่ากับนะ แต่ในคอมพิวเตอร์น่ะ เครื่องหมายไม่เท่ากับของเขา ก็คือมีเครื่องหมายตกใจ แล้วก็ตามด้วยเท่ากับ เครื่องหมายเท่ากับนะคะ อันนี้เราพิมพ์ก็ได้นะ พิมพ์ข้อความก็ได้ Not อันนี้ก็ Echo เท่ากับ นะคะ เดี๋ยวลองเปลี่ยนให้ดู ไม่ใช้เครื่องหมาย กันความสับสน ถ้าเป็นข้อความทั้งหมดนะคะ โดย ๆ ๆ ๆ ก่อนอื่นค่ะ เรา ประกาศตัวแปรเปลี่ยนชื่อก็ได้นะคะ จะได้ไม่จำสลับกับตัวเดิมนะคะ เดี๋ยวเปลี่ยนให้ดีกว่า เดี๋ยวเด็ก ๆ จะงง หรือไม่งงเข้าใจแล้ว ลองก็ได้ค่ะ นะคะ ไม่เอา 11 แล้ว เอา 15 จะได้เห็นชัด ๆ เรากำหนดตัวแปร a มีค่าเริ่มต้น ที่ 15 นะคะ อันดับต่อมา เราใส่เงื่อนไขให้ a ค่ะ เงื่อนไขที่ 1 บอกว่าถ้า a == ก็คือให้มันเช็กว่าถ้า a = 10 แล้วปุ๊บ แล้วปุ๊บหรือเปล่านะ แล้ว else ให้ print ให้ print นะคะ มันจะ print ไหม เมื่อกี้ป้อนค่ากันไปแล้ว a = e-q-u-a-l equal ก็แปลว่าเท่ากับ แต่เป็นข้อความเท่านั้นเองนะคะ เปลี่ยนจากเครื่องหมายเท่ากับเป็นคำว่า "equal" เห็นไหมคะ แสดงว่ามันยังไม่อ่านค่าใหม่นะนี่นะ เดี๋ยวเคลียร์ก่อนนะ shell Pyton นะคะ อาจจะต้องใช้ตัวนี้เขียน ตัวนี้เขียนไม่ได้เดี๋ยวนะ มันมีกับอีกตัวหนึ่ง แป๊บ colab เด็ก ๆ เดี๋ยวเรา มาเปิดตัวนี้นะคะ ชื่อว่า Colab นะคะ ออนไลน์ อยู่ในออนไลน์ เพราะตัวนั้นมันจะอยู่ได้แค่... ตัวหนึ่งช่วย นะคะ เราจะใช้ Colab นะคะ ไม่ใช่น่ะ ข้อมูลโปรแกรม... ไม่ใช่ อะไรเอ่ย เข้าผิดชีวิตเปลี่ยน เดี๋ยวนะครับ หาให้ Colab Google Colab หาคำว่า... ดูนะคะ Google Google แล้วก็ Colab เห็นหรือเปล่า ตัวไหนล่ะ ทำไมมันไม่ขึ้น Google Colab ลิงก์ไปไหน ลิงก์เปิดมัน เริ่มต้นใช้งาน โอเค เจอหรือยัง นี่นะคะ พิมพ์คำว่า... เดี๋ยว ๆ ๆ ยกเลิก ออกก่อน Google Colab เสร็จแล้วคลิกอันแรกเลย Welcome to colab กด Enter ลงไป จะเข้ามาหน้านี้ให้เด็ก ๆ ไปที่ Code เลือก Code เลยนะคะ เปิด Code เลย เสร็จแล้วเราก็... เห็นไหมคะ จะมีช่อง ตรงนี้เราสามารถพิมพ์โค้ดเมื่อกี้ที่สอนน่ะลงไปได้ เดี๋ยวย่อหน้าต่างนี้ เพราะฉะนั้น โค้ดของเราก็คืออะไรคะ a = 11 แล้วก็บรรทัดต่อมา if เงื่อนไข ใส่เงื่อนไข ถ้า a == 10 ใครยังเปิด colab ไม่ได้ยกมือนะคะเด็ก ๆ สังเกตเห็นไหม มันจะพิมพ์ได้หลายบรรทัดกว่านะ เห็นไหมคะ พอเราใช้คำสั่ง if ปุ๊บ มันจะ Tab เข้ามาให้อัตโนมัติ คำสั่งถัดไปมันจะย่อหน้ามาให้อัตโนมัติเลย print print อะไร print เปิด-ปิด ถ้าใช้ colab มันก็จะเห็นไหมล่ะ เห็นชัดไหม มันหลบมาอยู่ตรงนี้เดี๋ยว ๆ อ้าว หายไปไหน ไม่ใช่ตัวนี้ โอเค เห็นไหมคะเด็ก ๆ เห็นไหม นี่ ๆ เห็นไหม ถ้าใช้ Colab คำสั่ง แล้วพอเราใส่ Single quote ปุ๊บ Single quote มันจะขึ้นมาปิดอัตโนมัติ มันช่วยอย่างไร จะได้ไม่ลืมไง จะได้ไม่ลืมเปิด ไม่ลืมปิด a นะคะ = 10 คำสั่งบรรทัดต่อไป else เราก็ else นี่ elif นี่ต้องเอาไปอยู่กับ... เขาเรียกว่าอะไรล่ะ บล็อกของประโยค โครงสร้างของประโยค เครื่องสร้างของคำสั่งน่ะค่ะ ถ้า ไอ้ตัวคำสั่งย่อยมันต้องเยื้องเข้าไปนะคะ ก็จะเป็น print print เห็นไหมคะ พอใช้ Colab นี่ มีวงเล็บเปิดปุ๊บ จะมีเครื่องหมายคำพูดเปิดมาให้อัตโนมัติ ปุ๊บ ก็จะมาอัตโนมัติ a ไม่เท่ากับ ไม่เท่ากับ อยู่ไหนล่ะ เครื่องหมายตกใจ จำไม่ได้แล้ว ใครเห็นเครื่องหมายตกใจบอกแม่ว่าอยู่ตรงไหน เจอแล้วอยู่ตรงเลข 1 นะคะ เขาบอกให้ลงชื่อเข้าใช้ก่อน ลืม ใช้ Google เรานะคะ Google มหาวิทยาลัยน่ะ เมื่อกี้พิมพ์ไปแล้ว ลืมน่ะ ลืม ลงชื่อเข้าใช้น่ะ ไม่ยอมให้ Copy น่ะ พิมพ์ใหม่ก็ได้ เดี๋ยวนะคะ เมื่อกี้เนื่องจากลืมลงชื่อเข้าใช้ มันเลยไม่ได้บันทึกไว้ให้นะคะ แล้วก็ไม่ได้บันทึกด้วย ประกาศตัวแปรชื่อว่า a = 15 ตั้งไว้ที่ 15 คำสั่งเงื่อนไขที่ 1 if a == 10 จะทำเมื่อ a = 10 ถึงจะ print print ข้อความบอกว่า a =10 นะ เดี๋ยวจะเปลี่ยนให้เป็นภาษาไทยให้ดูนะคะ ใช้คำว่า "เท่ากับ" Colab นี่จะใช้ภาษาไทยได้เลย Google รู้ดีทุกสิ่งอย่าง แล้วก็ else ถ้าไม่ใช่ ก็คือถ้าไม่เป็นจริง จะไปทำ else e-l-s-e ลืมแก้ ลืมเปลี่ยนภาษา ได้เลยนะเด็ก ๆ นะ ไม่เท่ากับ 10 บอกให้รู้ว่า a ไม่เท่ากับ 10 นะคะ วิธีดูผลลัพธ์ก็คือดูกดที่ปุ่มนี้นะคะ กดปุ่มเหมือนปุ่ม Play น่ะลูก แล้วรอมันประมวลผลเห็นไหม ไอ้นี่มันก็จะหมุนติ้ว ๆ ๆ เราก็ต้องรอนะคะ รอให้มันประมวลผลก่อน แล้วคำตอบที่ออกมา เห็นไหมคะ จะอยู่บรรทัดนี้ บอกว่า a ไม่เท่ากับ 10 เพราะเราบอกไว้ว่า a = 15 ขอโทษ ไม่ให้ปิดก็จะปิด ใครประมวลผลไม่ได้ หายไปไหนล่ะโค้ด 4 เซลล์ ซ่อน 1 เซลล์ เซลล์หายไปไหนแล้วป่านนี้ อ๋อ อยู่นี่ เจอแล้ว เห็นไหมคะ บรรทัดที่ 1, 2, 3, 4 นี่ พอประมวลผลออกมา เนื่องจากค่าเริ่มต้น a เราคือ 15 เพราะฉะนั้น มันไปเช็กเงื่อนไขที่ 1 มันจะ print a = 10 แต่ a ไม่เท่ากับ 10 ก็จะ print a ไม่เท่ากับ 10 อ้าว ลืมพิมพ์ 10 เข้าไปหรือ ไม่เท่ากับ 10 เอาใหม่ กดตัว Play นะคะ เห็นไหม แสดงผลออกมาแล้ว a ไม่เท่ากับ 10 ใครยังไม่ได้ผลลัพธ์นี้ คือ บางคนพอกดปุ่ม Play ปุ๊บนะ แล้วมันบอกว่าต้องลงชื่อเข้าใช้น่ะค่ะ เราต้อง... ลืม แม่ก็ลืมบอกให้ลงชื่อเข้าใช้ก่อน ก็คือให้เด็ก ๆ คลิกลงชื่อเข้าใช้ เข้าด้วย Email ของมหาวิทยาลัยนะคะ เพราะว่า Google เขา ถ้าทางการศึกษา เขาก็จะมีนะ เพราะฉะนั้น เข้าด้วย Email อีเมลมหาวิทยาลัยก่อน ทีนี้พอเข้าไปแล้ว ไอ้ที่เราพิมพ์ไป ไม่ได้เซฟไว้มันก็จะหาย เด็ก ๆ อาจจะต้องพิมพ์ใหม่อีกรอบหนึ่งนะลูก ขอโทษที แต่ไอ้นี่มันไม่ยาวมาก ได้อยู่หรอก คือ Colab นี่เด็ก ๆ สามารถพิมพ์ได้ตั้งแต่ 1, 2, 3, 4, 5 ไปได้เลยนะ จนเสร็จเลย แล้วค่อยมากดปุ่ม ไอ้ปุ้มที่เหมือนปุ่มเล่นเพลงเรา เพื่อให้มันประมวลผลนั่นเองนะคะ แล้วคำตอบมันจะออกมาตรงนี้ ที่มีรูปสัญลักษณ์เหมือนรูปตัวคนนี่ค่ะ นะคะ ถ้าใครพิมพ์จนครบนะลูก พิมพ์คำสั่งจนเสร็จ ต้องพิมพ์ให้เสร็จก่อน แล้วค่อยไปกดปุ่ม Play นั่นน่ะค่ะ Colab นี้สามารถพิมพ์คำสั่งปริมาณเยอะ ๆ ได้เลย มันก็จะมีข้อความแจ้งเตือนขึ้นมานะ ว่าบรรทัดไหนผิด แล้วเราก็ไปแก้ได้นะคะ Python เขาจะมีอย่างนี้เสมอช่วยในการเขียนโค้ด นะคะ ถ้าใคร... มีใครยังทำไม่ได้ เห็นไหมคะ เมื่อกี้คำสั่งบอกแล้วคำสั่ง if กับคำสั่ง else น่ะ มันเป็นคำสั่งชุดที่เป็นคำสั่งหลัก เพราะฉะนั้น ตำแหน่งมันจะอยู่ระยะที่ตรงกัน ถ้า else มันเลื่อนลงไป มันจะขึ้น syntax error รูปแบบของคำสั่งนะคะ ก็คือถ้าเรามีคำสั่ง if คำสั่ง else ตรงกับคำว่า "if" เสมอนะคะ โอเคนะ สงสัยวันนี้จะได้แค่ if เสียแล้ว ถึง if เดี๋ยวสัปดาห์ต่อไปค่อยมาต่อ เพราะ Loop ค่อนข้างจะเยอะหน่อยนะคะ อย่างนั้นอีกคำสั่งหนึ่งนะ คำสั่งสุดท้ายสำหรับวันนี้แล้วกันนะเด็ก ๆ ตัวนี้เงื่อนไขมากกว่า 2 เงื่อนไขก็คือ if elif นั่นเองนะคะ elif ตัวนี้นะคะ ของ if elif เมื่อ ๆ เรามีเงื่อนไขให้มากกว่า 2 เงื่อนไข เห็นไหมคะ ถ้าใช้ if เดียว เรามีแค่ 1 เงื่อนไข แต่ถ้า if else นั่นคือเรามีเงื่อนไขหรือมีทางเลือก 2 ทาง แต่ถ้าเราใช้ if elseif นี่ if elif นั้นหมายความว่า เงื่อนไขเรามีมากกว่า 2 ทางเลือก ในตัวอย่างนี่มีให้ทั้งหมด 4 ทางเลือก เห็นไหม ตัวอย่างเป็นเหมือนประมาณว่าคุณจะเข้าไปเล่นเกมนี่ คือ ต้อง ให้เลือกก่อนว่าผู้เล่นน่ะ นึกออกนะ เวลาเล่นเกม อยากเล่นแบบ Easy เริ่มต้นใช่ไหมคะ Easy ง่าย ๆ Medium ระดับปลานกลาง Hard ระดับสูงขึ้นมาหน่อย แล้วก็ Expert Expert นี่ระดับขั้นเทพแล้ว Expert นะคะ นั่นก็คือให้เลือกว่าเด็ก ๆ จะเป็นผู้เล่นในขั้นไหน อยากเป็นผู้เล่นในขั้นไหน แต่ถ้านอกเหนือจากไอ้ตัวเลือกที่มีให้เลือก 1-4 แล้วนี่ แล้วเกิดเด็ก ๆ บอกไม่เลือกแล้ว มันจะไปที่ else ก็คือถ้านอกเหนือจากตัวเลือกเห็นไหมคะ 1, 2, 3, 4 ใช่ไหม แต่ถ้าเราไปใส่เลขที่ไม่ใช่ 4 เช่น ไปใส่ 0 มันจะไปที่ else แล้วบอกว่าไอ้สิ่งที่เลือกมาไม่มีนะคะ คุณใส่ผิด ไม่มี ค่าที่เราต้องการให้แสดงนึกออกนะ เห็นไหมคะ เพราะฉะนั้น ในการใช้ if elif นี่ คือ ตัวเลือกมี 4 แต่คำสั่งจะต้องมี 5 ส่วน เพราะมี else สุดท้าย ในกรณีที่ข้อกำหนดตั้งแต่ต้นนี่ หรือตัวเลือกที่กำหนดไม่อยู่ในตัวเลือก จะต้อง มาแสดงนอกเหนือจาก ก็คือถ้าไม่เป็นจริงปุ๊บ จะมาแสดงที่ส่วนที่อยู่หลัง else นะคะ พร้อมหรือยังตัวนี้คำสั่งจะยาวหน่อย ค่อย ๆ ไปนะคะ เราใช้ Colab เลย เพราะคำสั่งมันเยอะ บรรทัดแรก บอกแล้วมันใช้ภาษาไทยได้ เด็ก ๆ เราก็พิมพ์เลยค่ะ เห็นไหมคะ อันนี้อันที่ 1 นะ เรามาพิมพ์อันที่ 2 เลยลูก พิมพ์คำว่า... "เกม" พิมพ์เป็นภาษาไทยได้เลย เพื่อแสดงข้อความว่ายินดีต้องรับสู่เกมนะคะ พิมพ์คำสั่ง print ใส่เครื่องหมายวงเล็บปุ๊บ เปิด-ปิดจะมาทันที แล้วก็ตามด้วยเครื่องหมายคำพูด ในบรรทัดนี้นะคะ เราต้องการให้แสดงผลข้อความว่า "ยินดีต้อนรับ" ใช้ภาษาไทยเลย จะตั้งชื่อเกมว่าอะไรดี ยินดีต้อนรับเข้าสู่เกมเลยก็ได้นะคะ เอาแค่นี้ บรรทัดต่อมาเราประกาศตัวแปร ชื่อว่า level ตัวแปร level เพื่อจะรับค่า เห็นไหมคะ Input level 1-4 ก็คือ รับตัวอักษร 1-4 มา เพราะฉะนั้น ประกาศตัวแปรพิมพ์ level ตัวแปรชื่อ level level ก็คือแปล ๆ ว่าระดับนั่นเอง level ตามด้วยเครื่องหมายเท่ากับ ชื่อตัวแปร ตามด้วยเครื่องหมายเท่ากับ ตามด้วยคำสั่งหรือ ชนิดข้อมูล อันนี้ input คือ ตามด้วยคำสั่ง input พิมพ์ไม่สุดนะคะ ถ้าใช้ colab สังเกตว่าจะมีรูปแบบให้ดูว่าเด็กต้องพิมพ์อะไรเข้าไปนะคะ ช่วยนะคะ input อะไร input ข้อความว่า "กรุณาเลือก" เราจะให้เขาเลือกระดับ ให้เขาป้อนระดับการเล่น กรุณาพิมพ์ กรุณาพิมพ์นะคะ เราจะให้เขาพิมพ์ พิมพ์ ให้เขาพิมพ์เลข ใส่วงเล็บเข้าไป ใส่เครื่องหมายโคลอน นะ นั่นคือบรรทัดที่ 2 เราบอกโปรแกรมว่าตอนนี้ฉันมีตัวแปรชื่อว่า level มีไว้เพื่ออะไร เพื่อจะให้รับค่าข้อมูลที่มีตัวอักษร 1-4 นี่ลงมา เสร็จแล้ว ทำอะไรต่อ เสร็จแล้วเว้นวรรค 2 บรรทัดเหมือนเขา กด Enter ก็คือเว้นวรรค กด Enter 2 ครั้ง แล้วก็ใส่คำสั่ง if if แล้วก็ตามด้วย... if ตัวแปรของเราชื่อว่า level ถ้า level == ตอนนี้ 1 ในตัวแปรของ level นี่ เราไม่ได้กำหนดมาให้เป็นตัวเลข เรากำหนดมาให้มันเป็นตัวอักษร เพราะว่าที่ตัวอักษรก็ต้อง... นะคะ แล้วก็ตามด้วยเลข 1 เสร็จแล้วก็ปิด Semicolon ปิดคำสั่ง if ด้วย นะคะ แล้วโปรแกรมมันก็ให้โปรแกรมมันไปเช็กว่าถ้า level = 1ให้เด็ก ๆ ทำอะไร ให้มัน print ให้มันแสดง ก็ใช้คำสั่ง print เพื่อมันแสดงผล print อะไร print คำว่า "easy" ออกมา print ภาษาไทยว่าระดับ ระดับง่าย easy แปลว่าง่ายใช่หรือเปล่า แปลเป็นไทย ง่ายนะคะ เงื่อนไขที่ 1 ก็คือถ้า level = 1 ปุ๊บ ก็คือถ้าเราคีย์เลข 1 ลงไปนี่ คือ ระดับของคุณเป็นระดับง่ายนะ แล้วทีนี้เนื่องจากตอนนี้เราใช้ if elif เราจะไม่ใช่ if else ก่อน เพราะอะไร เพราะมีเงื่อนไขมากกว่า 2 ขึ้นไปเราจะใช้ ก็พิมพ์ e-l-i-f elsif ลืมแก้ภาษาไทย ฟอนต์มันเล็กใช่ไหม มุมมอง elif แล้วตามด้วยเงื่อนไขต่อมา level ตัวแปรที่ชื่อว่า level ให้มันเช็กว่า level เห็นไหม ถ้ามันขึ้นอย่างนี้ เด็ก ๆ คลิก ไปที่ข้อความนั้นได้เลย เราจะได้พิมพ์ไม่ผิดนะ level = ตัว Colab นี่ มันจะฝึกให้เด็ก ๆ ไม่ Copy ด้วยนะคะ เพราะฉะนั้น เด็ก ๆ ต้องฝึกพิมพ์นะคะ printอีกครั้งหนึ่ง ให้แสดงผล มันจะช่วยให้พิมพ์เร็วขึ้น เด็ก ๆ ดูนะ พอเราพิมพ์ p ลงไป เด็ก ๆ ก็คลิกน่ะ คลิกที่คำว่า "print" ได้เลยนะคะ เห็นไหมคะ จะช่วยให้พิมพ์ได้เร็วขึ้นนะคะ print ระดับปานกลาง นั่นหมายถึงถ้าสมมติป้อนเลข... ป้อน 2 ลงมานี่ให้มันแสดงคำว่า "ระดับปานกลาง" ลงมานะ elif if ที่ elif เห็นไหมคะ มี e ปุ๊บ เราสามารถเลือก elif แล้วก็ตามด้วย level คำว่า "level" จะขึ้นมา คลิกลงไปก็จะพิมพ์ level เสร็จโดยสมบูรณ์ จะทำให้เร็วขึ้นนะคะ ไม่ต้องกลัวว่าพิมพ์ผิดเลย ง่าย ปานกลาง ยาก แล้วก็ระดับเชี่ยวชาญ ใช้คำว่า "เชี่ยวชาญ" แล้วกัน แล้วจะต้องปิดด้วย else else ธรรมดานะคะ เพราะในกรณีที่มันต้องมีทางเลือกที่เผื่อว่าแล้วถ้ามันไม่ใส่สิ่งที่อยู่ในเงื่อนไขล่ะ else หายไปไหนแล้ว e-l เลือก else นะคะ เลือก else นะคะ แล้วตามด้วย colon else อะไร ท้าย else ปุ๊บให้แสดงผล ให้แสดงคำว่า "invalid level select " กรุณาระบุใหม่ คุณไม่ได้เลือก เขาบอกว่าคุณ... ให้บอกว่า... ให้บอกระดับไม่ถูกต้องนะคะ ใส่ระดับไม่ถูกต้อง ใครพิมพ์เสร็จแล้ว พร้อมจะ print ดูหรือยัง พร้อมจะประมวลผลหรือยัง อันดับแรก เช็กด้วยนะคะ เช็ก Colon สิ่งที่ต้องเช็ก ก็คือทุก if ทุก elif จบคำสั่งจะต้องมี Colon ทุกอันนะคะ เด็ก ๆ ห้ามขาด ห้ามหลุด เดี๋ยวขึ้น Error (อาจารย์สุธิรา) เด็ก ๆ ดูนะคะ บอกแล้วว่าไอ้ตัวคำสั่ง elif ตำแหน่งดูตำแหน่งดี ๆ นะลูก มันจะต้องอยู่ระดับแนวเดียวกัน ถ้า if ชิด block ของที่เราทำโค้ดน่ะ else ก็ต้องชิดเหมือนกัน else if ต้องชิดทุกตัวนะคะ ถ้าเป็นคำสั่งนี้ if elif แล้วก็ if แต่พวก print ที่อยู่ในไอ้นี่ ใครขึ้น Error เช็กตรงนี้ แล้วก็เลื่อนให้มันชิดให้หมดนะคะ เสร็จแล้วกด Run ดูอีกครั้งหนึ่งนะคะ ถ้า... สิ่งที่มันต้องแสดงออกมา คำว่า "ระดับยาก" ขึ้นมานะคะ นั่นถึงจะถูก ลองเทสต์ ให้ครบทุกอันเลยก็ได้นะคะ เด็ก ๆ ใส่ขึ้นระดับยากถูกต้อง ลองใส่ระดับ 4 สิ ระดับ 4 ใส่ลงไป ขึ้นเชี่ยวชาญ เวลาเราทำเงื่อนไขแบบนี้เราเช็กว่าผลลัพธ์ที่ออกมามันตรงกับที่เราระบุไว้ด้วยนะคะ ก็จะไม่ Error แล้วนะคะ เพราะบางคน Error คือ บอกแล้วว่าให้ดูด้วยตอนปิดน่ะ เป็นโคลอนหรือเซมิโคลอน ตอนขึ้น Error มันขึ้นแจ้งเตือนบรรทัดนั้นเลยว่าเราผิดตรงไหน จะหาง่ายอยู่นะลูกให้อ่านดูดี ๆ แล้วไปตามที่เขาชี้ ที่เขาไกท์ให้นะ โอเคนะ อันนี้คือการใช้ if แบบ elif นะคะ โอเคนะ มีใครยังไม่ออกอีก เดี๋ยวสัปดาห์เราจะพอที่คำสั่งนี้นะคะ แต่สัปดาห์หน้านี่แม่ไม่อยู่ แจ้งพี่ล่ามด้วยนะคะ ทั้งสัปดาห์เลยนะคะ โอเคนะคะ Colab นะคะ มันจะเก็บไว้ให้เรานะคะ ถ้าเสร็จแล้วเราก็อย่าลืมออกจากระบบด้วยนะคะเด็ก ๆ ถ้าใครทำเสร็จแล้ว ลองใช้คำสั่งวันนี้ แล้วลองเปลี่ยนเป็นถ้าทำแบบอื่น จะทำอย่างไร จะรับค่าอย่างไร ถ้าอย่างนั้นวันนี้ขอบคุณพี่ล่ามค่ะ ขอบคุณค่ะ สวัสดีค่ะ เสร็จแล้วไปกินข้าวได้ พักเที่ยง พักเที่ยง หิวหรือยัง เสร็จแล้ว ไม่ต้องห่วงนะคะ Colab มันเป็นเหมือน Google Drive น่ะ นึกออกนะ พอเราลงชื่อแล้วเราก็แค่ออกจากระบบเราได้เลยนะคะ เดี๋ยวครั้งหน้ามาเวลาจะใช้เราก็เข้า Colab เหมือนเดิม เราเข้าใจวิธีการเข้าแล้วนะคะ ไม่หน้ามีปัญหา แยกย้าย ปิดเครื่องได้นะคะ [สิ้นสุดการถอดความ]