﻿1
00:00:18,593 --> 00:00:18,595

2
00:00:18,595 --> 00:00:22,595

3
00:00:26,602 --> 00:00:30,601

4
00:00:30,601 --> 00:00:34,601

5
00:00:34,609 --> 00:00:37,502
(อาจารย์สุธาสินี) ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะ

6
00:00:37,502 --> 00:00:39,945
ได้ยินครูนะ คราวที่แล้ว

7
00:00:39,945 --> 00:00:43,945
นะคะ เราพูดถึงในเรื่องของ

8
00:00:45,261 --> 00:00:45,355
เหมือนล่ามไม่ได้ยินเลย อ๋อ ค่ะ

9
00:00:45,355 --> 00:00:49,355
คราวที่แล้วเราพูดถึงเรื่อง list นะ lis

10
00:00:58,628 --> 00:00:59,672
t ตัวนี้ แล้วเราก็ทำข้อสอบไปแล้วนะคะ เรื่องลิสต์

11
00:00:59,672 --> 00:01:03,672

12
00:01:07,811 --> 00:01:08,893
ได้ไหมคะ

13
00:01:08,893 --> 00:01:12,893

14
00:01:14,984 --> 00:01:16,769
ได้ยินไหมคะ

15
00:01:16,769 --> 00:01:20,769
ยังไม่ได้ยิน

16
00:01:21,527 --> 00:01:25,527

17
00:01:34,641 --> 00:01:38,641

18
00:01:38,644 --> 00:01:42,644

19
00:01:42,647 --> 00:01:46,647

20
00:01:50,650 --> 00:01:54,650
คราวที่แล้วนะคะ เราพูดถึงเรื่อง List นะ ทุกคน

21
00:01:55,981 --> 00:01:59,981
จำได้นะคะ อันนี้คือลิสต์นะ ที่ครูยกตัวอย่างมาให้

22
00:02:03,140 --> 00:02:07,140
ลิสต์ตัวนี้มีขนาดเท่าไร

23
00:02:09,699 --> 00:02:11,461
มีขนาดเท่าไร ขนาด คือ มีจำนวนเท่าไร มี 5 คนอื่นมีเท่าไรคะ

24
00:02:11,461 --> 00:02:14,984
5 โอเค 5 นะคะ

25
00:02:14,984 --> 00:02:18,984
ลิสต์ที่เราเห็นในหน้าจอตรงนี้

26
00:02:23,865 --> 00:02:25,171
จะมีอยู่ 5 ตัวถูกไหมคะ มีข้อมูลอยู่ 5 ตัว

27
00:02:25,171 --> 00:02:26,500
มี 1 มี 2 มี 3 มี 4

28
00:02:26,500 --> 00:02:30,500
แล้วก็มี 5 มีทั้งหมด 5 ตัวนะคะ คราวนี้

29
00:02:34,019 --> 00:02:38,019
เรารู้ได้อย่างไรว่ามันคือลิสต์ เห็น

30
00:02:42,676 --> 00:02:43,358
ก้ามปูเปิด-ก้ามปูปิดไหมคะ

31
00:02:43,358 --> 00:02:45,678
เป็นสัญลักษณ์ที่บอกว่าการเก็บข้อมูลลักษณะ

32
00:02:45,678 --> 00:02:47,682
แบบนี้มีชื่อเรียกว่า "ลิสต์" นะคะ

33
00:02:47,682 --> 00:02:51,682
จะเก็บค่าของข้อมูล

34
00:02:54,552 --> 00:02:55,410
ใน List index

35
00:02:55,410 --> 00:02:59,410
ก็คือหมายเลขถูกไหมคะ ก็คือหมายเลขของข้อมูล

36
00:03:03,890 --> 00:03:05,675
เราเริ่มต้นที่หมายเลขอะไรเอ่ย

37
00:03:05,675 --> 00:03:09,675
พอเราวาดเป็นช่องใช่ไหมคะ

38
00:03:09,948 --> 00:03:10,358
ในลิสต์นี่ ถ้าเราลองวาด

39
00:03:10,358 --> 00:03:14,358
การจัดเก็บนะ ก็จะเป็น 1

40
00:03:14,404 --> 00:03:18,404

41
00:03:20,173 --> 00:03:24,173
แล้วก็จะเก็บข้อมูลลงไปในช่องแบบนี้

42
00:03:30,706 --> 00:03:32,255
นะคะ หมายเลขช่องหรือว่า

43
00:03:32,255 --> 00:03:36,255
Index ตัวแรก เราจะเริ่มต้นที่ตรงไหน

44
00:03:36,841 --> 00:03:38,746
ตรงนี้ index เราจะเริ่มที่เราไรเอ่ย

45
00:03:38,746 --> 00:03:40,810
0 นะ ใช่ไหมคะ 1 2 3 แล้วก็ 4

46
00:03:40,810 --> 00:03:44,810
แล้วก็ 4 ก็คือหมายเลขช่อง ถ้าเราวาดรูปให้

47
00:03:52,826 --> 00:03:56,709
เป็นรูปสี่เหลี่ยมในการจัดเก็บข้อมูล แล้วเวลาครูเข้าถึง

48
00:03:56,709 --> 00:04:00,709
ข้อมูลที่อยู่ในลิสต์ ตอนนี้

49
00:04:01,663 --> 00:04:05,629
ครูตั้งชื่อลิสต์ตัวนี้มีชื่อว่า x x index 3

50
00:04:05,629 --> 00:04:09,629
ตอบเท่ากับเท่าไรเอ่ย index

51
00:04:11,130 --> 00:04:15,130
เป็น 3 ตัวนี้ตอบ 4 ใช่

52
00:04:17,448 --> 00:04:21,448
ตรงนี้ต้องตอบว่า 4 นะคะ ทุกคนจำได้นะ แล้วถ้า x

53
00:04:21,830 --> 00:04:22,795
เราต้องการหลาย ๆ ค่า 2 จนถึง 4

54
00:04:22,795 --> 00:04:26,795
จะตอบเท่ากับเท่าไรคะ

55
00:04:33,915 --> 00:04:37,915
3 กับ... 3 กับอะไรเอ่ย 4 ใช่ไหม ใช่ไหม คือ 3 กับ 4 นะ มันเริ่มต้นที่ 2 ใช่ไหมคะ ก็คือ

56
00:04:41,849 --> 00:04:45,849
เริ่มต้นที่ 2 ก็คือเริ่มต้นด้วยตัว

57
00:04:50,743 --> 00:04:54,743
3 ถึง 4 แล้วก็ลดลงมา 1 ช่อง ก็จะได้ข้อมูลตัวนี้ ก็คือ 3 กับ 4 คราวนี้ แล้วเราเอาลิสต์

58
00:04:58,651 --> 00:05:02,651
มาทำอะไรนะคะ เราเก็บข้อมูล

59
00:05:06,748 --> 00:05:09,079
รูปแบบลิสต์ แล้วเราเอามาใช้ทำอะไรนะคะ วันนี้เราจะพูดถึงโครงสร้างอีกแบบหนึ่ง

60
00:05:09,079 --> 00:05:13,079
ที่มีชื่อว่า stack นะ

61
00:05:15,729 --> 00:05:19,304
สแตกนะคะ สแตกตัวนี้

62
00:05:19,304 --> 00:05:21,214
จะใช้วิธีการเก็บข้อมูลแบบลิสต์

63
00:05:21,214 --> 00:05:21,868
นะคะ แล้วลักษณะแบบไหน

64
00:05:21,868 --> 00:05:25,868
ที่เราจะเรียกว่า "stack" นะคะ ดูด้วยกัน

65
00:05:32,006 --> 00:05:35,351
เขาบอกว่า Stack

66
00:05:35,351 --> 00:05:39,351
ก็คือการที่เราใส่ข้อมูลเข้าไป แล้วก็ดึงออกมานะคะ แล้วข้อมูล

67
00:05:41,839 --> 00:05:45,771
ที่ถูกใส่เข้าไปใน Stack ก่อน จะถูก

68
00:05:45,771 --> 00:05:49,771
เอาออกมาใช้ทีหลัง อันนี้ คือ

69
00:05:53,035 --> 00:05:56,103
วิธีการเก็บข้อมูลแบบ stack หรือเราจะเรียกว่า

70
00:05:56,103 --> 00:05:58,153
เข้าทีหลังออกก่อน เข้าก่อนออกทีหลัง ความหมายเหมือนกัน

71
00:05:58,153 --> 00:06:01,791

72
00:06:01,791 --> 00:06:05,791
ยกตัวอย่างเช่น ทุกคนเคย

73
00:06:07,395 --> 00:06:11,395
ไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวไหมคะ ทุกคนเคยไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวนะ

74
00:06:15,984 --> 00:06:19,984
แล้วเห็นถ้วยก๋วยเตี๋ยวก่อนที่เขาจะ

75
00:06:20,163 --> 00:06:24,163
เอามาใส่เส้น ใส่เครื่องปรุง ใส่หมูให้เรา

76
00:06:25,816 --> 00:06:25,970
ชามก๋วยเตี๋ยวมันเรียงขึ้นไปแบบนี้

77
00:06:25,970 --> 00:06:29,970
ใช่ไหมคะ เวลาแม่ค้าเขาจะเอาจามก๋วยเตี๋ยวมาใส่ให้เรา

78
00:06:32,475 --> 00:06:35,400
เขาจะเอาชามก๋วยเตี๋ยวมาใส่ให้เรา เขาเอาชามที่อยู่

79
00:06:35,400 --> 00:06:39,400
ข้างบน หรือชามที่อยู่ข้างล่าง

80
00:06:40,753 --> 00:06:42,073
เอาชามข้างบนหรือข้างล่างคะ ข้างบน เขาเอาข้างบนมาทำให้เรา

81
00:06:42,073 --> 00:06:46,073
แล้วเวลาเขาล้างจานเสร็จแล้วนี่ เอาจาน

82
00:06:52,882 --> 00:06:56,882
มาซ้อนข้างล่างหรือซ้อนข้างบน ซ้อนข้างบน

83
00:06:58,791 --> 00:07:02,791
ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น จานที่อยู่บนสุดจะถูกเอาออกมาใช้ก่อน และจานที่อยู่บนสุดนะคะ จะถูก

84
00:07:08,066 --> 00:07:12,066
เอาเข้ามาเก็บทีหลัง อันนี้คือรูปแบบ

85
00:07:14,284 --> 00:07:15,333
ของ Stack เช่นนะคะ เช่น ๆ เช่น สมมติ ครูมีกระดาษ 1 แผ่นนะ

86
00:07:15,333 --> 00:07:19,333
ทุกคนดูนะคะ

87
00:07:25,155 --> 00:07:28,336
ครูจะใส่กระดาษแผ่นที่ 2

88
00:07:28,336 --> 00:07:30,933
เห็นไหมคะ ครูซ้อนกระดาษแผ่นที่ 2 อยู่ข้างบน

89
00:07:30,933 --> 00:07:32,703
ครูใส่ ครูใส่กระดาษ

90
00:07:32,703 --> 00:07:36,703
แผ่นที่ 3 เข้าไปนะคะ แล้วครูก็ใส่

91
00:07:39,072 --> 00:07:43,072
กระดาษแผ่นที่ 4 เข้าไปในมือครู เวลา

92
00:07:46,818 --> 00:07:47,096
ครูจะเอาออกมาใช้ ครูจะเอาตัวล่างสุดหรือตัวบนสุดออกมาใช้

93
00:07:47,096 --> 00:07:51,096
ตัวบนสุดถูกไหมคะ

94
00:07:53,955 --> 00:07:57,955
ครูไม่พยายามจะดึงตัวล่างสุดออกมานะคะ แต่ครูจะหยิบตัวบน

95
00:07:58,180 --> 00:08:02,180
สุดอกไปใช้ ซึ่งตัวบนสุดนี่

96
00:08:10,553 --> 00:08:07,611

97
00:07:59,370 --> 00:08:02,619
คือ กระดาษแผ่นที่เราใส่ไปล่าสุดนะคะ

98
00:08:02,619 --> 00:08:06,619
เราสามารถสรุปได้แบบนี้นะ ข้อมูลที่เข้ามาใน Stack

99
00:08:10,737 --> 00:08:14,737
ตัวแรกจะอยู่ด้านล่างสุด

100
00:08:18,834 --> 00:08:20,240
ข้อมูลที่หย่อนลงไปใน Stack ตัวแรกจะอยู่ด้านล่างสุดเลยนะคะ ตัวถัดไปก็จะซ้อนขึ้นมา

101
00:08:20,240 --> 00:08:24,240
เรื่อย ๆ ข้อมูลที่

102
00:08:24,474 --> 00:08:28,474
เข้าไปใน Stack เป็นตัวสุดท้าย

103
00:08:33,714 --> 00:08:36,035
นะคะ จะอยู่บนสุด แล้วเวลาเราเอาข้อมูลใน Stack ออกมาใช้งาน

104
00:08:36,035 --> 00:08:39,857
ข้อมูลที่เข้าไปเป็นตัวล่าสุด

105
00:08:39,857 --> 00:08:43,857
หรือตัวลำดับสุดท้าย จะถูก

106
00:08:50,848 --> 00:08:52,183
ดึงออกมาใช้งานก่อน ตัวไหนที่เข้าไปตัวแรกจะถูกเอามาใช้งาน

107
00:08:52,183 --> 00:08:56,183
เป็นตัวสุดท้ายนะคะ เพราะมันอยู่ล่างสุด

108
00:09:04,813 --> 00:09:06,403
เวลาดึงออกมาใช้

109
00:08:59,298 --> 00:09:03,298
มันก็ใช้ยาก เราต้องใช้ตัวบน ค่อย ๆ ดึงตัวบน

110
00:09:06,232 --> 00:09:07,896
ออกไปก่อน คราวนี้เวลาเราเอาข้อมูลใส่ใน Stack

111
00:09:07,896 --> 00:09:11,896
เราพูดถึง Stack ก็เหมือนภาชนะนะ Stack

112
00:09:15,729 --> 00:09:19,729
เป็นช่องแบบนี้ เป็นช่องสี่เหลี่ยม เป็นช่อง

113
00:09:22,861 --> 00:09:26,861
ในแนวตั้ง ถ้าเราพูดถึง Stack นะ ดูรูปนี้ก่อน อย่างนี้ มันจะอยู่ในแนวนอนหรือแนวตั้งก็ได้

114
00:09:30,862 --> 00:09:31,132
มันจะอยู่ในแนวนอน หรือแนวตั้งก็ได้

115
00:09:31,132 --> 00:09:35,132
ถ้าพูดถึง Stack ก็คือเป็นชั้น ๆ

116
00:09:38,864 --> 00:09:38,990
เลื่อนขึ้นไปเรื่อย ๆ นะคะ ใน Stack เราทำอะไรได้บ้าง เราใส่ข้อมูลลงไป

117
00:09:38,990 --> 00:09:42,990
เราดึงข้อมูลออกมา คราวนี้

118
00:09:44,345 --> 00:09:48,345
stack ถ้ามันไม่มีข้อมูลอะไรเลย

119
00:09:54,474 --> 00:09:58,474
เราเรียกว่า "Stack ว่าง" คือ มันมีค่าว่าง ๆ ไม่มีตัวอักษรอะไรเลยนะ อันนี้

120
00:09:59,936 --> 00:10:03,936
คือ Stack ว่าง ถ้าเราจะใส่ข้อมูลลงไปใน Stack

121
00:10:10,663 --> 00:10:14,663
เราจะมีคำสั่งที่ชื่อว่า Push คือคำสั่งตัวนี้นะคะ คำสั่ง Push ก็คือใส่

122
00:10:16,145 --> 00:10:20,145
ข้อมูลลงไปใน Stack ถ้าต้องการเอาคำสั่ง

123
00:10:26,888 --> 00:10:27,219
ข้อมูลออกจาก Stack เราใช้คำสั่ง Pop นะคะ มีอยู่ 2 ตัวที่ทุกคนต้องรู้จัก

124
00:10:27,219 --> 00:10:31,219
เมื่อพูดถึง Stack คือ Push กับ Pop

125
00:10:34,205 --> 00:10:38,205
Push คือใส่ ก็คือเ

126
00:10:42,897 --> 00:10:46,897
ส่วน Pop ก็คือเอาออกนะคะ Pop คือ เอาออก คราวนี้มาดูตัวอย่างนะคะ มีแต่ Push กับ Pop

127
00:10:50,298 --> 00:10:54,298
2 ตัว เราเริ่มต้น Stack ไม่มีอะไรเลย

128
00:10:58,909 --> 00:11:01,311
เป็นค่าว่าง ๆ ถูกไหมคะ เป็น Stack ว่าง ครูบอกว่าครู Push

129
00:11:01,311 --> 00:11:05,311
คำสั่ง Push Push ค่าอะไร ค่า a เมื่อไรก็ตาม

130
00:11:05,858 --> 00:11:09,858
ที่ใช้คำสั่ง Push ต้องบอกด้วยว่า

131
00:11:14,914 --> 00:11:16,160
จะใส่ค่าอะไรด้วยนะคะ เรา Push ค่า a ลงไป

132
00:11:16,160 --> 00:11:20,160
เห็นไหม มันก็อยู่ด้านล่างสุดนะคะ ถัดมา

133
00:11:22,425 --> 00:11:26,425
ถ้าครูใส่คำสั่ง

134
00:11:27,946 --> 00:11:28,333
ตัวบนก่อน Push b ก็ใส่ b ลงมาเห็นไหมคะ

135
00:11:28,333 --> 00:11:32,333
ถัดจาก a ก็คือ b Push c

136
00:11:42,802 --> 00:11:42,997
c

137
00:11:33,562 --> 00:11:37,562
ก็อยู่ถัดขึ้นไป และ Push(D) อยู่

138
00:11:40,610 --> 00:11:44,610
บนสุดนะคะ เรียงตรามลำดับของการ

139
00:11:45,177 --> 00:11:46,065
ใส่ข้อมูลเข้าไป คราวนี้อยากจะเอาออกบ้าง

140
00:11:46,065 --> 00:11:50,065
เอาข้อมูลออกจาก Stack ไปใช้งาน จะใช้คำสั่ง Pop

141
00:11:54,601 --> 00:11:58,601
Pop นะ Pop

142
00:11:59,889 --> 00:12:00,484
แล้วตามด้วยวงเล็บเปิดและวงเล็บปิด ไม่ต้องใส่ค่าอะไร

143
00:12:00,484 --> 00:12:03,014
เพราะเราจะไปดึงค่าที่อยู่ใน Stack ออกมา

144
00:12:03,014 --> 00:12:03,959

145
00:12:03,959 --> 00:12:07,959
เราสั่งคำสั่ง Pop เราเอาข้อมูล

146
00:12:17,836 --> 00:12:18,332
บนสุดนะคะ Pop ให้เอาข้อมูลบนสุดที่อยู่ใน Stack ดึงออกมา

147
00:12:18,332 --> 00:12:22,035
เพราะฉะนั้น เดิมเป็นแบบนี้ ถูกไหม

148
00:12:22,035 --> 00:12:26,035
ครูใช้คำสั่ง Pop อะไรออกมาเอ่ย

149
00:12:34,730 --> 00:12:35,156
ตัว D Dog จะออกมา เพราะว่า D Dog

150
00:12:35,156 --> 00:12:38,543
อยู่บนสุดนะคะ ถัดมา

151
00:12:38,543 --> 00:12:42,543
ครู Push Push คือใส่เข้าไป

152
00:12:50,953 --> 00:12:54,953
ไม่มี D Dog แล้วนะ ครู Push (e) เห็นไหมคะ เวลา Push ต้องบอกด้วยว่าเราใส่ค่าอะไร

153
00:13:07,565 --> 00:13:05,765

154
00:12:55,110 --> 00:12:59,110
แล้วก็ใส่ตัว e วงเล็บปิด ครู Push ค่า e ลงไป

155
00:13:01,762 --> 00:13:05,762
E จะอยู่ด้านบน C เสร็จแล้ว Push

156
00:13:06,956 --> 00:13:09,564
อีกครั้งหนึ่ง F ก็จะอยู่บนสุดนะคะ ถัดมาครู Pop

157
00:13:09,564 --> 00:13:13,564
Pop คือ เอาออก เอาอะไรออก ข้างบนสุดคืออะไรคะ

158
00:13:14,487 --> 00:13:18,487
เอา F ออก เพราะฉะนั้นข้อมูล

159
00:13:22,025 --> 00:13:23,987
จะเหลืออยู่ 4 ตัว ก็คือ a, b, c แล้วก็ e

160
00:13:23,987 --> 00:13:26,022
โอเค ถัดมา

161
00:13:26,022 --> 00:13:30,022
เราแทน Stack ด้วยอะไร

162
00:13:38,451 --> 00:13:38,918
นะคะ อย่างที่ครูบอกว่าลิสต์จะถูกเอามาใช้แทนนะคะ การเก็บข้อมูล

163
00:13:38,918 --> 00:13:42,918
ใน Stack เราพูดถึง Stack แล้วมันเก็บแบบไหน เราก็ใช้ลิสต์

164
00:13:48,986 --> 00:13:52,497
นั่นล่ะในการเก็บข้อมูล

165
00:13:52,497 --> 00:13:54,932
ลิสต์นะคะ เราสามารถวาดเป็นแนวตั้งหรือแนวนอน

166
00:13:54,932 --> 00:13:57,948
ก็ได้นะ สามารถวาดเป็นแนวตั้งหรือ

167
00:13:57,948 --> 00:14:01,009
แนวนอนก็ได้ ข้อมูลที่ใส่เข้ามาตัวแรกนะคะ

168
00:14:01,009 --> 00:14:05,009
จะอยู่ที่ index 0 ก็คือข้อมูลตัวแรก

169
00:14:10,722 --> 00:14:14,722
ไล่ไปเรื่อย ๆ จนถึงข้อมูลตัวสุดท้าย Stack ที่ครูให้มานี่ ที่เก็บอยู่

170
00:14:21,947 --> 00:14:25,947
ในรูปแบบที่เป็นลิสต์นี่ มันมีช่องว่างไหมคะ

171
00:14:26,157 --> 00:14:27,261
มันมีที่ว่างให้ใส่ได้อีกไหม Stack รูปนี้มีอยู่ 4 ช่องด้วยกัน ทุกช่องมีค่าไหมคะ

172
00:14:27,261 --> 00:14:28,640
ทุกช่องมีค่านะ

173
00:14:28,640 --> 00:14:32,640
มันเต็มหรือยังคะ มันมีที่ว่างให้ใส่ไหม

174
00:14:42,079 --> 00:14:46,079
มันมีที่ว่างให้ใส่อีกไหมคะ ไม่มีแล้ว อย่างนี้เรียกว่า Stack เต็มแล้ว

175
00:14:46,315 --> 00:14:50,315
นะคะ คือ มันไม่มีช่องว่างให้เราใส่ข้อมูลตัวใหม่ได้แล้ว

176
00:14:53,004 --> 00:14:57,004
นะคะ แบบนี้เรียกว่า Stack มันเต็มแล้ว

177
00:14:59,014 --> 00:14:59,301

178
00:14:59,301 --> 00:15:02,736
คราวนี้ เรามี 2 คำสั่ง

179
00:15:02,736 --> 00:15:06,736
ที่พูดถึงนะ Push กับ Pop

180
00:15:17,767 --> 00:15:21,767
นะคะ

181
00:15:20,618 --> 00:15:19,990

182
00:15:12,661 --> 00:15:14,085
Push ก็คือใส่ข้อมูลลงไปใน Stack เช่น ครูมี Stack

183
00:15:14,085 --> 00:15:18,085
อย่างนี้ใช่ไหม มันมีที่ว่างให้ครูใส่ข้อมูลได้ไหมคะ มี มันมี

184
00:15:24,547 --> 00:15:28,547
ที่ว่างให้ครูใส่ข้อมูลได้ ครู

185
00:15:30,764 --> 00:15:33,789
ก็เลยสั่งคำสั่ง Push 3 ก็คือเอาข้อมูล 3 นี่ ไปหย่อนลงใน Stack มันจะเอามาใส่ช่องนี้

186
00:15:33,789 --> 00:15:37,120
ช่องที่ 1 หรือช่องที่ 2 คะ ช่องที่ 1

187
00:15:37,120 --> 00:15:41,120
ถูกไหม ก็ไล่ลำดับมาเรื่อย ๆ

188
00:15:45,553 --> 00:15:49,553
มันอยู่ช่องนี้แล้ว ข้อมูลล่าสุดอยู่ช่องนี้ เพราะฉะนั้น มันก็ไหลลงไปจนถึงตัวสุดท้าย

189
00:15:49,959 --> 00:15:53,959
ที่มันสามารถจะใส่ได้ ก็คือในช่องตรงนี้ ก็จะเอา 3

190
00:15:58,232 --> 00:15:58,969
มาใส่ แล้วเราใส่ด้วยคำสั่งอะไร

191
00:15:58,969 --> 00:16:02,969
เราใช้ List นะคะ

192
00:16:04,924 --> 00:16:08,924
ในการจัดเก็บข้อมูล เราใช้ลิสต์ในการจัดเก็บข้อมูล

193
00:16:13,442 --> 00:16:17,442
เพราะฉะนั้น คำสั่งของการ

194
00:16:19,085 --> 00:16:21,844
เพิ่มข้อมูลลงไปใน Stack ก็คือใช้คำสั่ง Append ได้เลย เพราะ Append

195
00:16:21,844 --> 00:16:22,969
เป็นคำสั่งของการเพิ่มข้อมูลลงไป

196
00:16:22,969 --> 00:16:26,969
ในลิสต์นะคะ ใส่ชื่อ .

197
00:16:34,042 --> 00:16:34,176
แล้วตามด้วยคำสั่ง Append(d) วงเล็บเปิดแล้วก็

198
00:16:34,176 --> 00:16:36,710
ใส่ค่าข้อมูลตัวใหม่แล้วก็วงเล็บปิด

199
00:16:36,710 --> 00:16:40,710
ถัดมา Pop

200
00:16:51,094 --> 00:16:55,094
คือ เอาออกนะคะ คือ Pop คือ เอาออก ก่อนที่เราจะเอาข้อมูลออกนี่ เราต้องเช็กก่อนว่า Stack เรานี่

201
00:17:00,005 --> 00:17:04,005
มีข้อมูลอยู่ไหม ถ้า Stack

202
00:17:07,103 --> 00:17:07,559
มันไม่มีข้อมูลอยู่เลยเราจะเอาอะไรออกมาได้ไหม ไม่ได้ เพราะมันไม่มีข้อมูลอะไรให้เราดึงออกมา

203
00:17:07,559 --> 00:17:11,559
เพราะฉะนั้น อันดับแรกนี่ เราต้องเช็กก่อน

204
00:17:13,350 --> 00:17:17,350
มันมีข้อมูลอยู่ไหมนะคะ มันมีข้อมูลอยู่ไหม

205
00:17:23,108 --> 00:17:24,168
ถ้ามันไม่มีข้อมูลอยู่เลย เราจะบอกว่ามันคือ Stack ว่าง เราจะไม่สามารถทำคำสั่ง Pop

206
00:17:24,168 --> 00:17:26,440
ได้นะคะ แต่ถ้า

207
00:17:26,440 --> 00:17:30,440
Stack ไม่ว่าง เช่น ในบรรทัดแถวที่ 2

208
00:17:39,115 --> 00:17:39,276
Stack ไม่ว่างนะ มันมีข้อมูลอยู่ตั้ง 3 ตัว เราใช้คำสั่ง Pop

209
00:17:39,276 --> 00:17:43,276
ข้อมูลอะไรจะถูกดึงออกมา มีอยู่ 3 ค่านี่

210
00:17:47,500 --> 00:17:51,500
ข้อมูลที่จะเอาออกมาจาก Stack

211
00:17:52,065 --> 00:17:53,547
ก็คือข้อมูลค่าอะไรเอ่ย อะไรคะ 1 หรือ 2

212
00:17:53,547 --> 00:17:57,547
หรือ 3 3 ใช่ไหม

213
00:17:59,799 --> 00:18:03,799
เอาตัวที่อยู่บนสุด

214
00:18:11,133 --> 00:18:11,990
ตัวล่าสุดถูกไหมคะ ถ้าอยู่ในแนวนอนตัวล่าสุดจะอยู่ด้านขวา

215
00:18:11,990 --> 00:18:15,990
ถ้าเป็นแนวตั้งตัวล่าสุดจะอยู่ข้างบนใช่ไหมคะ ก็คือ

216
00:18:19,198 --> 00:18:23,198
เลข 3 จะถูก

217
00:18:25,786 --> 00:18:28,285
ดึงออกมานะคะ หลังจากที่เราใช้คำสั่ง Pop โอเค

218
00:18:28,285 --> 00:18:32,285
ถัดมาตัวนี้จะเป็นคำสั่ง

219
00:18:40,288 --> 00:18:44,288
ที่เราใช้เขียน เช่น เราจะเช็กว่า Stack นั้นเป็น Stack ว่าง

220
00:18:44,869 --> 00:18:48,869
หรือเปล่า เราก็ดูขนาดของ Stack ใช่ไหมคะ

221
00:18:49,855 --> 00:18:53,855
หาขนาดของ Stack ว่ามันมีขนาด

222
00:18:57,305 --> 00:18:59,723
เท่าไร ถ้าขนาดมันมีค่าเป็น 0

223
00:18:59,723 --> 00:19:00,678
แสดงว่ามันเป็น Stack ว่าง ค่ือ ไม่มีข้อมูลอยู่เลย

224
00:19:00,678 --> 00:19:03,319
ก็ไม่ต้องทำอะไรใช่ไหมคะ แต่ถ้า

225
00:19:03,319 --> 00:19:07,319
มันไม่ใช่ Stack ว่างเราก็

226
00:19:13,869 --> 00:19:17,862
จะดึงค่าที่อยู่บนสุดออกมา คราวนี้

227
00:19:17,862 --> 00:19:21,862
อันนี้จะเป็นโค้ด เป็นโปรแกรมที่เราจะเขียนทั้งหมด

228
00:19:24,349 --> 00:19:26,688
เดี๋ยวครูบอกอีกทีข้างหลังนะคะ

229
00:19:26,688 --> 00:19:28,122
สมมติว่า

230
00:19:28,122 --> 00:19:28,336

231
00:19:28,336 --> 00:19:32,336

232
00:19:43,162 --> 00:19:47,162

233
00:19:47,168 --> 00:19:48,713
ครูอยาก...

234
00:19:48,713 --> 00:19:52,713

235
00:19:59,180 --> 00:20:03,179

236
00:20:03,179 --> 00:20:07,179

237
00:20:07,184 --> 00:20:11,184

238
00:20:11,184 --> 00:20:15,184

239
00:20:15,186 --> 00:20:19,186

240
00:20:19,191 --> 00:20:23,191

241
00:20:23,193 --> 00:20:27,193

242
00:20:27,195 --> 00:20:31,195

243
00:20:31,195 --> 00:20:35,195

244
00:20:35,197 --> 00:20:36,237

245
00:20:36,237 --> 00:20:40,237

246
00:20:43,207 --> 00:20:47,207
คราวนี้ดูนะคะ

247
00:20:49,695 --> 00:20:49,913
ครูมี Stack มาให้ Stack ครูมีกี่ช่องคะ

248
00:20:49,913 --> 00:20:53,913
มี 4 ช่องในแนวตั้ง ถูกหรือเปล่า

249
00:20:54,561 --> 00:20:54,861
เป็น Stack ในแนวตั้ง มี 4 ช่องนะคะ

250
00:20:54,861 --> 00:20:58,861
ตัวแรก ตัวแรกน่ะจะอยู่

251
00:21:04,588 --> 00:21:07,517
ด้านฐาน จะอยู่ด้านล่างสุดนะ เวลาเราหย่อนข้อมูลลงไป ตัวแรก

252
00:21:07,517 --> 00:21:11,472
จะลงมาอยู่ช่องล่างสุดแล้วค่อยขยับไปช่องถัดไป ถัดไป

253
00:21:11,472 --> 00:21:15,472
นะคะ จะซ้อนขึ้นไปข้างบนนะ ถ้าเป็น Stack ในแนวตั้ง

254
00:21:17,000 --> 00:21:19,109
คำสั่ง

255
00:21:19,109 --> 00:21:23,109
อย่างที่บอกเรามีแค่ 2 คำสั่งนะ มีแค่ Push กับ Pop

256
00:21:24,469 --> 00:21:25,311
ใช่ไหมคะ Push

257
00:21:25,311 --> 00:21:29,311
ใส่ข้อมูล กับ Pop

258
00:21:35,663 --> 00:21:39,663
เอาข้อมูลออก คือ ใส่กับเอาออกนะคะ คราวนี้ดู

259
00:21:43,731 --> 00:21:47,063
Push 5 เห็นไหมคะ ครูใส่หมายเลขช่องก่อนนะ

260
00:21:47,063 --> 00:21:51,063
อันนี้เป็นหมายเลข 1, 0, 1, 2, 3 นะ

261
00:21:55,243 --> 00:21:59,243
เราจะได้เข้าใจตรงกัน โอเคนะคะ มีหลายเลขช่องแล้วนะ มี 0 1 2 3

262
00:22:01,116 --> 00:22:05,116
ครูสั่ง Push 5 5 จะ

263
00:22:05,973 --> 00:22:08,374
ไปอยู่ที่ช่องไหนคะ ช่องไหนเอ่ย

264
00:22:08,374 --> 00:22:11,004
ช่องหมายเลขอะไร ครูหย่อน 5 ลงไปมันก็จะไหลปุ๊ด ๆ ลงมาอยู่ที่ช่องไหนคะ

265
00:22:11,004 --> 00:22:15,004
ช่อง 0 เห็นไหม พอครูหย่อน 5 ลงมา

266
00:22:18,657 --> 00:22:22,657
ไหลลงมาเรื่อย ๆ จนมาอยู่ที่

267
00:22:26,363 --> 00:22:26,627
ช่อง 0 เสร็จแล้วครูสั่งคำสั่ง Push 10 เดิมมันมี 5 อยู่แล้วนะ

268
00:22:26,627 --> 00:22:30,627
แล้วครูสั่ง Push 10 เพราะฉะนั้น 10 จะมาอยู่ที่ไหนคะ

269
00:22:35,138 --> 00:22:38,160
10 จะมาอยู่ที่

270
00:22:38,160 --> 00:22:39,065
1 ถูกไหมคะ ก็หย่อน 10 ลงมานะ

271
00:22:39,065 --> 00:22:42,649
ถัดมาเดิม

272
00:22:42,649 --> 00:22:46,649
เดิม มี 5 กับ 10 แล้ว ครูเขียนเรียบร้อยก่อน

273
00:22:51,592 --> 00:22:55,592
นะคะ ใส่ที่ช่อง 0 กับช่อง 1 ครู

274
00:22:59,271 --> 00:23:03,271
สั่ง Push 15 ไปอยู่ที่ช่องไหนคะ 2 ใช่ไหม เห็นไหม พอ Push ข้อมูลลงไป

275
00:23:03,276 --> 00:23:05,084
คราวนี้ จากรูปนี้ ครูสั่ง Pop

276
00:23:05,084 --> 00:23:09,084
เอาอะไรออกมา

277
00:23:14,359 --> 00:23:18,359
จากรูปนี้พอครูสั่ง Pop ปุ๊บ เอาอะไรออกมาคะ เอาอะไรออกมาเอ่ย 15 ใช่ไหม เอาตัวบนสุด

278
00:23:19,545 --> 00:23:21,358
เลือก

279
00:23:21,358 --> 00:23:25,358
เราเลือก

280
00:23:28,180 --> 00:23:29,842
ตัวบนสุดออกมาใช่ไหมคะ

281
00:23:29,842 --> 00:23:33,842
เพราะฉะนั้น 15 จะถูกดึง

282
00:23:37,006 --> 00:23:41,006
ออกมาข้างนอกเห็นไหมคะ

283
00:23:42,638 --> 00:23:44,264
เพราะฉะนั้น ใน Stack จะเหลือแค่ 10 กับ 5

284
00:23:44,264 --> 00:23:48,154
ครูสั่ง Pop อีกทีหนึ่ง

285
00:23:48,154 --> 00:23:51,007
เอาอะไรออกมาคะ เดิม

286
00:23:51,007 --> 00:23:55,007
มี 5 กับ 10

287
00:23:58,207 --> 00:24:01,425
คราวนี้เอาอะไรออกมา ครูสั่ง Pop ปุ๊บ อะไรออกมาคะ

288
00:24:01,425 --> 00:24:03,843
10 ออกมาเห็นไหม 10 ไม่เหลือแล้ว

289
00:24:03,843 --> 00:24:07,843
เพราะฉะนั้น ตอนนี้ใน Stack เราเหลือกี่ค่าคะ

290
00:24:10,598 --> 00:24:14,598
ค่าเดียว คือเลข 5

291
00:24:16,573 --> 00:24:20,573
จดตัวนี้ไว้ในกระดาษให้ครูหน่อย

292
00:24:22,404 --> 00:24:26,404
เดี๋ยวครูจะให้ทำแบบฝึกหัด

293
00:24:26,513 --> 00:24:28,328
นะคะ

294
00:24:28,328 --> 00:24:32,328

295
00:24:43,313 --> 00:24:47,313

296
00:24:47,314 --> 00:24:51,314

297
00:24:59,323 --> 00:25:03,323

298
00:25:03,325 --> 00:25:07,325

299
00:25:07,327 --> 00:25:11,327

300
00:25:19,338 --> 00:25:23,338

301
00:25:23,338 --> 00:25:26,232

302
00:25:26,232 --> 00:25:27,308

303
00:25:27,308 --> 00:25:31,308
มีกระดาษไหมคะ มีใครไม่มีกระดาษไหมคะ

304
00:25:39,353 --> 00:25:43,353
ครูมีกระดาษมาแจก มีไหมคะ มันจะมีเส้น

305
00:25:56,982 --> 00:30:56,097
(อาจารย์สุธาสินี)

306
00:25:51,362 --> 00:25:52,452

307
00:25:52,452 --> 00:25:56,452

308
00:25:59,361 --> 00:26:03,361

309
00:26:03,368 --> 00:26:07,368

310
00:26:07,369 --> 00:26:11,369

311
00:26:11,376 --> 00:26:15,373

312
00:26:15,373 --> 00:26:19,373

313
00:26:19,376 --> 00:26:23,376

314
00:26:23,378 --> 00:26:27,378

315
00:26:27,384 --> 00:26:31,384

316
00:26:31,384 --> 00:26:35,384

317
00:26:35,388 --> 00:26:39,388

318
00:26:39,389 --> 00:26:43,389

319
00:26:43,390 --> 00:26:47,390

320
00:26:47,399 --> 00:26:51,395

321
00:26:51,395 --> 00:26:55,395

322
00:26:55,397 --> 00:26:59,397

323
00:26:59,401 --> 00:27:03,401

324
00:27:03,408 --> 00:27:07,408

325
00:27:07,409 --> 00:27:11,409

326
00:27:11,410 --> 00:27:15,410

327
00:27:15,412 --> 00:27:19,412

328
00:27:19,419 --> 00:27:23,419

329
00:27:23,422 --> 00:27:27,422

330
00:27:27,425 --> 00:27:31,425

331
00:27:31,426 --> 00:27:35,426

332
00:27:35,429 --> 00:27:39,429

333
00:27:39,430 --> 00:27:43,430

334
00:27:43,432 --> 00:27:47,432

335
00:27:47,435 --> 00:27:51,435

336
00:27:51,437 --> 00:27:55,434

337
00:27:55,434 --> 00:27:59,434

338
00:27:59,440 --> 00:28:03,440

339
00:28:03,440 --> 00:28:07,440

340
00:28:11,448 --> 00:28:15,448

341
00:28:15,448 --> 00:28:19,448

342
00:28:19,448 --> 00:28:23,448

343
00:28:23,449 --> 00:28:27,449

344
00:28:27,455 --> 00:28:31,455

345
00:28:31,458 --> 00:28:35,458

346
00:28:35,458 --> 00:28:39,458

347
00:28:39,462 --> 00:28:43,462

348
00:28:43,463 --> 00:28:47,463

349
00:28:47,466 --> 00:28:51,466

350
00:28:51,469 --> 00:28:55,469

351
00:28:55,469 --> 00:28:59,469

352
00:28:59,479 --> 00:29:03,475

353
00:29:03,475 --> 00:29:07,475

354
00:29:07,475 --> 00:29:11,475

355
00:29:11,478 --> 00:29:15,478

356
00:29:15,481 --> 00:29:19,481

357
00:29:19,483 --> 00:29:23,483

358
00:29:23,487 --> 00:29:27,487

359
00:29:27,493 --> 00:29:31,488

360
00:29:31,488 --> 00:29:35,488

361
00:29:35,488 --> 00:29:39,488

362
00:29:39,491 --> 00:29:43,491

363
00:29:43,496 --> 00:29:47,495

364
00:29:47,495 --> 00:29:51,495

365
00:29:51,513 --> 00:29:55,502

366
00:29:55,502 --> 00:29:59,502

367
00:29:59,503 --> 00:30:03,501

368
00:30:03,501 --> 00:30:07,501

369
00:30:07,506 --> 00:30:11,506

370
00:30:11,507 --> 00:30:15,507

371
00:30:15,508 --> 00:30:19,508

372
00:30:19,514 --> 00:30:23,513

373
00:30:23,513 --> 00:30:27,513

374
00:30:27,516 --> 00:30:31,516

375
00:30:31,516 --> 00:30:35,516

376
00:30:35,518 --> 00:30:39,518

377
00:30:39,524 --> 00:30:41,259

378
00:30:41,259 --> 00:30:42,405

379
00:30:42,405 --> 00:30:46,405

380
00:30:51,530 --> 00:30:51,772
คราวนี้นะคะ ครูมีโจทย์มาให้ แล้วก็มี

381
00:30:51,772 --> 00:30:55,772
คำสั่งมาให้ทำเหมือนเดิมเลยใช่ไหมคะ แต่ครูมีตัว

382
00:30:56,790 --> 00:31:00,790
เริ่มต้นให้ ครูมีให้อยู่แล้วอยู่ใน Stack คือ 5

383
00:31:05,776 --> 00:31:06,034
ใช่ไหมคะ อันแรก เราหย่อน

384
00:31:06,034 --> 00:31:10,034
เลข 2 ลงไป อันที่ 2 เขียนของเดิมก่อน

385
00:31:15,558 --> 00:31:19,558
ใช่ไหมคะ แล้วค่อยหย่อนเลข 7 ลงไป ถัดมาหย่อนเลข 1 Pop คือ เอาออกนะ คือ เอาออก แล้วบอกครูด้วยว่า

386
00:31:22,581 --> 00:31:26,581
ข้อมูล

387
00:31:30,386 --> 00:31:34,386
ที่เอาออกมาคืออะไร เสร็จแล้ว

388
00:31:39,563 --> 00:31:42,495
ก็มีคำสั่งตัวสุดท้าย คือ Push ตัวเลข 7 ลงไป

389
00:31:42,495 --> 00:31:43,583
ลองทำดูนะคะ

390
00:31:43,583 --> 00:31:45,137

391
00:31:45,137 --> 00:31:49,137
เพราะฉะนั้น แต่ละข้อ

392
00:31:51,908 --> 00:31:55,908
มันจะต่อเนื่องกันไปนะคะ

393
00:32:01,428 --> 00:32:05,428
ทำตัวแรก ข้อที่ 1 เสร็จ เอาข้อมูลนี่ มาตั้งต้นไว้ก่อนแล้วเราค่อย Push

394
00:32:05,680 --> 00:32:08,032
เลข 7 ลงไป เดี๋ยวเราทำด้วยกัน 1 ข้อนะ

395
00:32:08,032 --> 00:32:12,032
อันนี้คือ Push เลข 2 คือ หย่อนเลข 2

396
00:32:19,584 --> 00:32:19,636
ลงไป

397
00:32:19,636 --> 00:32:23,636
ข้อที่ 2 ครูจะใส่เลข 7 เพราะฉะนั้น ครู

398
00:32:26,654 --> 00:32:30,654
ต้องใส่ข้อมูลเดิมก่อนนะคะ

399
00:32:35,257 --> 00:32:39,257
และก็หย่อนเลข 7 ลงไป ทำต่อให้ครูหน่อยอีก 3 อัน

400
00:32:52,864 --> 00:41:01,981
(อาจารย์สุธาสินี)

401
00:32:47,594 --> 00:32:51,594

402
00:32:51,599 --> 00:32:55,596

403
00:32:55,596 --> 00:32:59,596

404
00:32:59,597 --> 00:33:03,597

405
00:33:03,601 --> 00:33:07,601

406
00:33:07,606 --> 00:33:11,606

407
00:33:15,610 --> 00:33:19,610

408
00:33:19,614 --> 00:33:23,610

409
00:33:23,610 --> 00:33:27,610

410
00:33:27,613 --> 00:33:31,613

411
00:33:31,618 --> 00:33:35,618

412
00:33:35,620 --> 00:33:39,620

413
00:33:39,624 --> 00:33:43,624

414
00:33:43,625 --> 00:33:47,625

415
00:33:47,626 --> 00:33:51,626

416
00:33:51,627 --> 00:33:55,627

417
00:33:55,631 --> 00:33:59,631

418
00:33:59,639 --> 00:34:03,637

419
00:34:03,637 --> 00:34:07,637

420
00:34:07,638 --> 00:34:11,638

421
00:34:11,638 --> 00:34:15,638

422
00:34:15,642 --> 00:34:19,642

423
00:34:19,644 --> 00:34:23,644

424
00:34:23,647 --> 00:34:27,647

425
00:34:27,655 --> 00:34:31,655

426
00:34:31,657 --> 00:34:35,657

427
00:34:35,659 --> 00:34:39,659

428
00:34:39,660 --> 00:34:43,660

429
00:34:43,660 --> 00:34:47,660

430
00:34:47,666 --> 00:34:51,666

431
00:34:51,668 --> 00:34:55,668

432
00:34:55,668 --> 00:34:59,668

433
00:34:59,670 --> 00:35:03,670

434
00:35:03,671 --> 00:35:07,671

435
00:35:07,676 --> 00:35:11,676

436
00:35:11,677 --> 00:35:15,677

437
00:35:15,679 --> 00:35:19,679

438
00:35:19,685 --> 00:35:23,682

439
00:35:23,682 --> 00:35:27,682

440
00:35:27,685 --> 00:35:31,685

441
00:35:31,687 --> 00:35:35,687

442
00:35:35,691 --> 00:35:39,691

443
00:35:39,697 --> 00:35:43,697

444
00:35:43,697 --> 00:35:47,697

445
00:35:47,697 --> 00:35:51,697

446
00:35:51,699 --> 00:35:55,699

447
00:35:55,700 --> 00:35:59,700

448
00:35:59,702 --> 00:36:03,702

449
00:36:03,704 --> 00:36:07,704

450
00:36:07,707 --> 00:36:11,706

451
00:36:11,706 --> 00:36:15,706

452
00:36:15,709 --> 00:36:19,709

453
00:36:19,709 --> 00:36:23,709

454
00:36:23,710 --> 00:36:27,710

455
00:36:27,713 --> 00:36:31,713

456
00:36:31,717 --> 00:36:35,717

457
00:36:35,719 --> 00:36:39,719

458
00:36:39,720 --> 00:36:43,720

459
00:36:43,721 --> 00:36:47,721

460
00:36:47,726 --> 00:36:51,726

461
00:36:51,732 --> 00:36:55,730

462
00:36:55,730 --> 00:36:59,730

463
00:36:59,735 --> 00:37:03,734

464
00:37:03,734 --> 00:37:07,734

465
00:37:07,738 --> 00:37:11,738

466
00:37:11,740 --> 00:37:15,740

467
00:37:15,741 --> 00:37:19,741

468
00:37:19,746 --> 00:37:23,745

469
00:37:23,745 --> 00:37:27,745

470
00:37:27,750 --> 00:37:31,750

471
00:37:31,750 --> 00:37:35,750

472
00:37:35,752 --> 00:37:39,752

473
00:37:39,755 --> 00:37:43,755

474
00:37:43,759 --> 00:37:47,759

475
00:37:47,760 --> 00:37:51,760

476
00:37:51,765 --> 00:37:55,765

477
00:37:55,767 --> 00:37:59,767

478
00:37:59,772 --> 00:38:03,772

479
00:38:03,774 --> 00:38:07,774

480
00:38:07,780 --> 00:38:11,779

481
00:38:11,779 --> 00:38:15,779

482
00:38:15,781 --> 00:38:19,781

483
00:38:19,783 --> 00:38:23,783

484
00:38:23,784 --> 00:38:27,784

485
00:38:27,786 --> 00:38:31,786

486
00:38:31,789 --> 00:38:35,789

487
00:38:35,792 --> 00:38:39,792

488
00:38:39,792 --> 00:38:43,792

489
00:38:43,794 --> 00:38:47,794

490
00:38:47,800 --> 00:38:51,798

491
00:38:51,798 --> 00:38:55,798

492
00:38:55,798 --> 00:38:59,798

493
00:38:59,800 --> 00:39:03,800

494
00:39:03,804 --> 00:39:07,804

495
00:39:07,806 --> 00:39:11,805

496
00:39:11,805 --> 00:39:15,805

497
00:39:15,809 --> 00:39:19,809

498
00:39:19,810 --> 00:39:23,810

499
00:39:23,814 --> 00:39:27,814

500
00:39:27,814 --> 00:39:31,814

501
00:39:31,820 --> 00:39:35,820

502
00:39:35,821 --> 00:39:39,819

503
00:39:39,819 --> 00:39:43,819

504
00:39:43,824 --> 00:39:47,823

505
00:39:47,823 --> 00:39:51,823

506
00:39:51,828 --> 00:39:55,828

507
00:39:55,831 --> 00:39:59,830

508
00:39:59,830 --> 00:40:03,830

509
00:40:03,833 --> 00:40:07,833

510
00:40:07,836 --> 00:40:11,836

511
00:40:11,839 --> 00:40:15,839

512
00:40:15,841 --> 00:40:19,841

513
00:40:19,845 --> 00:40:23,845

514
00:40:23,845 --> 00:40:27,845

515
00:40:27,848 --> 00:40:31,848

516
00:40:31,849 --> 00:40:35,849

517
00:40:42,507 --> 00:40:46,507

518
00:40:47,860 --> 00:40:51,860
ทีนี้เดี๋ยวเรามาดูเฉลยพร้อมกัน

519
00:40:51,868 --> 00:40:55,868
ข้อ 3 นะคะ ครูสั่ง Push 1 ก็คือให้ใส่เลข 1 ลงไป

520
00:41:00,585 --> 00:41:01,747
ใน Stack เดิม

521
00:41:01,747 --> 00:41:03,966
เอาของเดิมยกมาก่อนนะ อย่าเพิ่งใส่นะ ของเดิม

522
00:41:03,966 --> 00:41:07,966
มี 3 ค่านะ เขียนก่อนนะคะ

523
00:41:09,428 --> 00:41:13,134
เขียนค่าเดิมก่อน ใส่ค่าเดิมมาก่อน

524
00:41:13,134 --> 00:41:17,134
นะคะ เสร็จแล้วครูสั่ง Push 1

525
00:41:28,503 --> 00:41:26,701

526
00:41:23,880 --> 00:41:27,880
1 จะอยู่ด้านบนเลข 7 ใช่ไหมคะ จากนั้นครูสั่ง Pop Pop คือ เอาออก

527
00:41:29,227 --> 00:41:33,227
บนสุดคืออะไร คือ 1 เพราะฉะนั้น

528
00:41:37,675 --> 00:41:41,675
เอาอะไรออก เอา 1 ออก เพราะฉะนั้น ที่เหลือก็คือ 5, 2, 7 ใช่ไหมคะ 1

529
00:41:42,100 --> 00:41:46,100
จะถูกเอาออกมาใช่ไหม เพราะฉะนั้น ข้อมูล

530
00:41:48,796 --> 00:41:52,796
ที่นำออกจาก Stack ก็คือ 1

531
00:41:54,715 --> 00:41:57,396
นะคะ ครูสั่ง Push อีกครั้งหนึ่ง ทำอย่างไร

532
00:41:57,396 --> 00:42:01,396
ก็เอาของเดิมที่มีอยู่ใน Stack เขียนก่อน

533
00:42:02,240 --> 00:42:06,240
เพราะฉะนั้น กรณีที่ Push ข้อมูล

534
00:42:11,905 --> 00:42:12,530
ลงไปใน Stack ยกของเดิมมาก่อน เสร็จแล้ว

535
00:42:12,530 --> 00:42:16,530
ใส่ตัวเลขที่ครูสั่งลงไป ก็คือ 7 7

536
00:42:17,522 --> 00:42:21,522
ก็จะอยู่ด้านบนนะคะ อันนี้คือ

537
00:42:23,378 --> 00:42:25,309
Stack ที่ได้หลังจากที่เราใช้

538
00:42:25,309 --> 00:42:26,785
คำสั่งทั้งหมด 5 คำสั่ง

539
00:42:26,785 --> 00:42:30,785

540
00:42:31,674 --> 00:42:35,674
โอเค

541
00:42:45,166 --> 00:42:42,947

542
00:42:37,513 --> 00:42:41,513
ถัดมาครูเปลี่ยนนะ จากแนวตั้ง

543
00:42:49,412 --> 00:42:53,412
เป็นแนวนอนนะคะ ถ้าครูลองเปลี่ยน Stack เป็นแนวนอน

544
00:42:54,222 --> 00:42:58,222
บ้าง

545
00:42:59,831 --> 00:43:03,831

546
00:43:11,927 --> 00:43:15,927

547
00:43:15,931 --> 00:43:19,931

548
00:43:23,865 --> 00:43:27,865

549
00:43:27,943 --> 00:43:29,780

550
00:43:29,780 --> 00:43:30,519
คราวนี้ครูลองเปลี่ยน Stack เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง

551
00:43:30,519 --> 00:43:34,519
เป็นแนวนอนบ้างนะคะ และครูมีตัวเลข

552
00:43:37,915 --> 00:43:41,915
ที่อยู่ใน Stack ไว้ให้ คือ 3

553
00:43:47,953 --> 00:43:48,815
แล้วก็ 1 ถูกไหม ตัวแรกจะอยู่ซ้ายสุดถูกไหมคะ ถัดมาก็จะเป็นตัวที่ 2

554
00:43:48,815 --> 00:43:52,815
แล้วครูใช้คำสั่ง Push 5 ข้อที่ 2

555
00:43:53,628 --> 00:43:57,628
ครู Push 6 เสร็จแล้ว

556
00:43:59,200 --> 00:44:03,200
ครู Pop นะคะ ลองทำสิ

557
00:44:11,968 --> 00:44:15,968

558
00:44:15,971 --> 00:44:19,971

559
00:44:19,974 --> 00:44:23,974

560
00:44:23,982 --> 00:44:27,982

561
00:44:27,982 --> 00:44:31,982

562
00:44:31,984 --> 00:44:35,984

563
00:44:35,986 --> 00:44:39,986

564
00:44:43,987 --> 00:44:47,987

565
00:44:47,991 --> 00:44:51,991

566
00:44:51,993 --> 00:44:55,993

567
00:44:56,000 --> 00:44:59,995

568
00:44:59,995 --> 00:45:03,995

569
00:45:03,998 --> 00:45:07,998

570
00:45:08,000 --> 00:45:12,000

571
00:45:12,002 --> 00:45:16,002

572
00:45:16,006 --> 00:45:20,006

573
00:45:20,008 --> 00:45:24,007

574
00:45:24,007 --> 00:45:28,007

575
00:45:28,009 --> 00:45:32,009

576
00:45:32,012 --> 00:45:36,012

577
00:45:36,012 --> 00:45:40,012

578
00:45:40,017 --> 00:45:44,017

579
00:45:44,020 --> 00:45:48,020

580
00:45:48,021 --> 00:45:52,021

581
00:45:52,023 --> 00:45:56,023

582
00:45:56,026 --> 00:46:00,026

583
00:46:00,026 --> 00:46:04,026

584
00:46:04,031 --> 00:46:08,031

585
00:46:08,031 --> 00:46:12,031

586
00:46:12,038 --> 00:46:16,037

587
00:46:16,037 --> 00:46:20,037

588
00:46:20,040 --> 00:46:24,040

589
00:46:24,040 --> 00:46:28,040

590
00:46:28,044 --> 00:46:32,044

591
00:46:32,045 --> 00:46:36,045

592
00:46:36,047 --> 00:46:40,047

593
00:46:40,050 --> 00:46:44,050

594
00:46:48,055 --> 00:46:52,055

595
00:46:52,058 --> 00:46:56,058

596
00:46:56,060 --> 00:47:00,060

597
00:47:00,063 --> 00:47:04,062

598
00:47:04,062 --> 00:47:08,062

599
00:47:08,065 --> 00:47:12,065

600
00:47:12,067 --> 00:47:16,067

601
00:47:16,068 --> 00:47:20,068

602
00:47:20,077 --> 00:47:24,077

603
00:47:24,081 --> 00:47:28,077

604
00:47:28,077 --> 00:47:32,077

605
00:47:32,079 --> 00:47:36,079

606
00:47:40,083 --> 00:47:44,083

607
00:47:44,087 --> 00:47:48,087

608
00:47:48,088 --> 00:47:52,088

609
00:47:52,091 --> 00:47:56,091

610
00:47:56,093 --> 00:48:00,093

611
00:48:00,094 --> 00:48:04,094

612
00:48:04,095 --> 00:48:08,095

613
00:48:08,102 --> 00:48:12,102

614
00:48:12,102 --> 00:48:16,102

615
00:48:16,104 --> 00:48:20,104

616
00:48:20,104 --> 00:48:24,104

617
00:48:24,107 --> 00:48:28,107

618
00:48:28,111 --> 00:48:32,111

619
00:48:32,113 --> 00:48:36,113

620
00:48:36,115 --> 00:48:40,115

621
00:48:40,117 --> 00:48:44,117

622
00:48:44,120 --> 00:48:48,120

623
00:48:48,121 --> 00:48:52,121

624
00:48:52,121 --> 00:48:56,121

625
00:48:56,124 --> 00:49:00,124

626
00:49:00,131 --> 00:49:04,131

627
00:49:04,133 --> 00:49:08,133

628
00:49:08,136 --> 00:49:12,136

629
00:49:12,141 --> 00:49:16,139

630
00:49:16,139 --> 00:49:20,139

631
00:49:20,139 --> 00:49:24,139

632
00:49:24,140 --> 00:49:28,140

633
00:49:28,145 --> 00:49:32,145

634
00:49:32,147 --> 00:49:36,147

635
00:49:36,149 --> 00:49:40,149

636
00:49:40,149 --> 00:49:44,149

637
00:49:44,151 --> 00:49:48,151

638
00:49:48,153 --> 00:49:52,153

639
00:49:52,157 --> 00:49:56,157

640
00:50:00,160 --> 00:50:03,200

641
00:50:03,200 --> 00:50:07,200

642
00:50:08,167 --> 00:50:12,167
(อาจารย์สุธาสินี) คราวนี้นะคะ มาดูเฉลยด้วยกัน ครูสั่ง Push 5 แสดงว่า

643
00:50:15,906 --> 00:50:19,906
ครูกำลังจะใส่ข้อมูลลงใน Stack คือเลข 5 นะคะ

644
00:50:22,072 --> 00:50:26,072
ครูก็เอาเลข 5 มาหย่อนลงเลยนะ

645
00:50:28,182 --> 00:50:32,182
เอาเลข 5 มาหย่อนเลยนะคะ ถัดมาครูใช้คำสั่ง Push ครูใช้คำสั่ง Push ทำอย่างไร เอา

646
00:50:37,154 --> 00:50:41,154
ของเดิมยกลงมาก่อนนะ ยกของเดิม

647
00:50:42,210 --> 00:50:43,967
มาใส่ก่อนนะคะ ก็จะมี 3, 1 แล้วก็ 5

648
00:50:43,967 --> 00:50:47,967
จากนั้น เรา Push ค่าใหม่ ใส่ค่าใหม่

649
00:50:51,653 --> 00:50:55,653
ลงไป ก็คือ 6

650
00:50:56,178 --> 00:50:58,844
โอเคนะ ใส่ค่า 6 ก็คือค่าใหม่ลงไปใน Stack

651
00:50:58,844 --> 00:51:02,631
เสร็จแล้วครูใช้คำสั่ง Pop

652
00:51:02,631 --> 00:51:06,631
ก็คือเอาออก ก็คือเอาตัวล่าสุด ก็คือ

653
00:51:10,414 --> 00:51:11,304
ที่อยู่ด้านขวา เอาออก

654
00:51:11,304 --> 00:51:14,405
เพราะฉะนั้น ค่าที่ถูกเอาออก ก็คือเลข 6

655
00:51:14,405 --> 00:51:16,185
ใช่ไหมคะ เอาเลข 6 ออกมา

656
00:51:16,185 --> 00:51:20,185
แล้วเราก็ยกตัวที่เหลือ

657
00:51:21,228 --> 00:51:25,228
ลงมาใส่ ก็จะเหลือเป็น

658
00:51:32,227 --> 00:51:36,227
3, 1 แล้วก็ 5 นะคะ

659
00:51:44,111 --> 00:52:56,117
ครบแล้วหรือ โอเค

660
00:51:36,979 --> 00:51:40,979

661
00:51:48,240 --> 00:51:52,240

662
00:51:56,244 --> 00:52:00,244

663
00:52:00,245 --> 00:52:04,245

664
00:52:04,246 --> 00:52:08,246

665
00:52:12,253 --> 00:52:16,253

666
00:52:16,253 --> 00:52:17,887

667
00:52:17,887 --> 00:52:21,887

668
00:52:28,260 --> 00:52:32,260

669
00:52:32,261 --> 00:52:36,261

670
00:52:36,264 --> 00:52:40,264

671
00:52:42,469 --> 00:52:46,469

672
00:52:48,276 --> 00:52:50,412
คราวนี้นะคะ มาดูต่อ

673
00:52:50,412 --> 00:52:50,991
กระดาษที่ครูแจกเอาวางไว้ก่อนนะคะ อย่าเพิ่งใช้ เรายังไม่ใช้ตอนนี้

674
00:52:50,991 --> 00:52:54,991

675
00:53:04,279 --> 00:53:08,279
เราใช้ Stack ทำอะไร เมื่อกี้

676
00:53:08,284 --> 00:53:12,284
เราพูดถึง Stack ไปแล้วนะ เข้าก่อนออกทีหลังนะคะ ข้อมูลไหนเข้าก่อนจะถูกเอาออกทีหลัง

677
00:53:12,796 --> 00:53:16,796
แล้วเราใช้ Stack ทำอะไรบ้าง

678
00:53:23,973 --> 00:53:25,826
เราใช้ Stack มาทำอะไรบ้าง ทุกคนบวกเลขเป็นใช่ไหม ทุกคนบวก ลบ คูณ หาร

679
00:53:25,826 --> 00:53:27,920
สมการทางคณิตศาสตร์ได้ Stack

680
00:53:27,920 --> 00:53:31,920
จะถูกเอามาใช้ในการ

681
00:53:37,747 --> 00:53:40,751
หาผลลัพธ์ของสมการคณิตศาสตร์ บวกเลข บวกลบเลขนะคะ

682
00:53:40,751 --> 00:53:44,751
คราวนี้ ก่อนที่จะไปดูรูปแบบของการ

683
00:53:47,313 --> 00:53:51,313
ใช้ Stack แล้ว Stack มันเกี่ยวข้องอย่างไร

684
00:53:56,301 --> 00:53:57,589
กับการบวก ลบ คูณ หาร นะคะ เรามาดูรูปแบบก่อนว่าเราใช้ Stack เพื่อเป็นนิพนธ์

685
00:53:57,589 --> 00:53:59,935
ก็คือลักษณะของสมการ

686
00:53:59,935 --> 00:54:03,935
มีอยู่ 3 รูปแบบนะคะ รูปแบบแรก

687
00:54:12,314 --> 00:54:12,519
ก็คือ

688
00:54:12,519 --> 00:54:13,341
บวก ลบ คูณ หาร จะอยู่ระหว่างตัวเลข

689
00:54:13,341 --> 00:54:17,341
นะคะ อันนี้คือ Infig นิพจน์ตัวที่ 2

690
00:54:22,136 --> 00:54:26,136
ก็คือ Prefix

691
00:54:28,323 --> 00:54:29,912
เครื่องหมาย บวก ลบ คูณ หาร จะอยู่ด้านหน้า และตัวสุดท้ายคือ

692
00:54:29,912 --> 00:54:33,912
Postfix เครื่องหมายจะไปอยู่ด้านหลังของตัวเลข

693
00:54:36,955 --> 00:54:40,955
AC อันนนี้คือตัวเลขนะคะ

694
00:54:44,325 --> 00:54:47,869
เราจะแทนด้วยตัวเลขใด ๆ คราวนี้ดูนะคะ ในการคำนวณ

695
00:54:47,869 --> 00:54:51,869
ทางคณิตศาสตร์นะ เวลาเราเจอนะคะ การบวก ลบ

696
00:54:55,813 --> 00:54:57,795
ที่มันมีมากกว่า 2 ตัวเลข

697
00:54:57,795 --> 00:55:01,795
เช่นแบบนี้

698
00:55:03,741 --> 00:55:07,741
5 + 2 x 2 มันมีตัวเลขมากกว่า 2 ตัว

699
00:55:09,491 --> 00:55:13,491
นะคะ แล้วเรา

700
00:55:14,303 --> 00:55:18,303
จะบวกลบเลขอย่างไร เรามีลำดับความสัมพันธ์ของ

701
00:55:19,878 --> 00:55:20,672
เครื่องหมาย เจอวงเล็บ

702
00:55:20,672 --> 00:55:24,672
ก่อนทำในวงเล็บ

703
00:55:29,793 --> 00:55:31,019
ใช่ไหมคะ เราเจอในวงเล็บ เรา

704
00:55:31,019 --> 00:55:32,269
บวกลบเลขนี่ในเครื่องหมายวงเล็บก่อน

705
00:55:32,269 --> 00:55:36,269
จากนั้นลำดับความสำคัญตัวที่ 2 ที่ต้อง

706
00:55:40,979 --> 00:55:44,979
ทำก่อนก็คือ เครื่องหมาย

707
00:55:47,010 --> 00:55:51,010
ยกกำลัง เช่น 2 ยกกำลัง 2 ใช่ไหมคะ 3 ยกกำลัง 2 อย่างนี้เป็นต้น เจอเลขยกกำลังเสร็จแล้ว

708
00:55:54,161 --> 00:55:58,161
เราจะคำนวณเครื่องหมายไหนต่อไป ก็คือคูณ

709
00:56:04,359 --> 00:56:04,572
กับหาร คูณกับหารมีลำดับความสำคัญเท่ากันนะคะ มีลำดับความสำคัญ

710
00:56:04,572 --> 00:56:08,572
เท่ากัน ตามด้วยบวกกับลบ

711
00:56:11,739 --> 00:56:15,739
บวกกับลบก็มีความสำคัญ

712
00:56:18,438 --> 00:56:19,762
เท่ากัน แต่จะทำหลังการทำเครื่องหมายคูณกับหารนะคะ

713
00:56:19,762 --> 00:56:22,286

714
00:56:22,286 --> 00:56:26,286
คราวนี้มาดูโจทย์ครู 2 ตัวนี้

715
00:56:33,326 --> 00:56:34,878
เป็นตัวเลขตัวเดียวกันเลย (5 + 2

716
00:56:34,878 --> 00:56:38,878
x 2 ตัวแรก

717
00:56:43,753 --> 00:56:47,753
ครูมีวงเล็บเปิดกับวงเล็บปิด โจทย์ตัวที่ 2 ไม่มี

718
00:56:47,922 --> 00:56:51,922
วงเล็บนะคะ ครูไม่มีวงเล็บนะ

719
00:56:52,383 --> 00:56:52,693
คราวนี้มาดูข้อแรกก่อน อย่างที่บอกว่าถ้าเจอวงเล็บ

720
00:56:52,693 --> 00:56:56,006
วงเล็บเปิด วงเล็บปิด ทำ

721
00:56:56,006 --> 00:57:00,006
ข้างในวงเล็บก่อน

722
00:57:03,819 --> 00:57:03,872
เพราะฉะนั้น เราเอาอะไรบวกกันก่อน 5 + 2

723
00:57:03,872 --> 00:57:07,872
เป็นเท่าไรคะ เป็น 7

724
00:57:10,316 --> 00:57:14,316
7 แล้วคูณด้วย 2 เท่ากับเท่าไหร่

725
00:57:18,660 --> 00:57:18,748
เท่ากับเท่าไหร่คะเท่ากับ 14

726
00:57:18,748 --> 00:57:22,748

727
00:57:29,791 --> 00:57:32,161
ตัวเลขเท่ากับ 14 ตัวแรกนะคะ เท่ากับ 14

728
00:57:32,161 --> 00:57:36,161
แล้วมาดูข้อ 2 ครูตัด

729
00:57:38,135 --> 00:57:38,522
วงเล็บทิ้งไป 5 + 2 x 2 เราทำตรงไหนก่อน

730
00:57:38,522 --> 00:57:42,522
ย้อนกลับขึ้นมาดูข้างบน ระหว่างบวกกับคูณ

731
00:57:46,609 --> 00:57:50,609
อะไรสำคัญมากกว่ากัน

732
00:58:05,781 --> 00:58:04,354

733
00:57:52,453 --> 00:57:52,943
อะไรมีความสำคัญมากกว่ากันคะ

734
00:57:52,943 --> 00:57:56,943
บวกกับคูณ

735
00:58:10,152 --> 00:58:15,303
ใช่คูณ

736
00:57:53,546 --> 00:57:57,546

737
00:58:04,419 --> 00:58:08,419
ข้างบนเห็นไหมคะ ว่า 1 นี่

738
00:58:08,422 --> 00:58:08,799
มีความสำคัญมากสุดนะ 2. ความสำคัญรองลงมา

739
00:58:08,799 --> 00:58:12,799
ตัวนี้เบอร์ 3 ความสำคัญ

740
00:58:14,546 --> 00:58:18,546
รองลงมา เบอร์ 4 ความสำคัญน้อยสุดเลย

741
00:58:20,436 --> 00:58:23,559
เพราะฉะนั้น คูณกับบวกอะไรมีความสำคัญมากกว่ากัน

742
00:58:23,559 --> 00:58:27,559
คูณใช่ไหมคะ อันนี้คือมากสุด

743
00:58:32,441 --> 00:58:36,441
เพราะฉะนั้น เรา

744
00:58:36,697 --> 00:58:40,697
ทำอะไรก่อน 5 + 2 หรือเอา 2

745
00:58:44,448 --> 00:58:45,374
x 2 2 x 2

746
00:58:45,374 --> 00:58:49,374
เป็น 4 4 + 5

747
00:58:50,820 --> 00:58:54,820
เป็นเท่าไรคะ

748
00:58:56,452 --> 00:58:57,633
เป็น 9 โอเค

749
00:58:57,633 --> 00:59:01,633
ถ้าครูเขียนใหม่

750
00:59:14,679 --> 00:59:14,675

751
00:59:05,034 --> 00:59:05,513

752
00:59:05,513 --> 00:59:09,513

753
00:59:09,745 --> 00:59:13,745
เลข 2 นะ เดี๋ยวนะ

754
00:59:37,009 --> 00:59:34,694

755
00:59:20,461 --> 00:59:21,011

756
00:59:21,011 --> 00:59:25,011

757
00:59:28,464 --> 00:59:32,464

758
00:59:32,465 --> 00:59:33,844

759
00:59:33,844 --> 00:59:37,828
โจทย์ข้อนี้

760
00:59:37,828 --> 00:59:41,828
5 x 2 + 2

761
00:59:44,467 --> 00:59:44,490
= 12 คนอื่น

762
00:59:44,490 --> 00:59:48,490
ได้ไหมคะ เห็นไหม ตัวเลขเดียวกันเลย

763
00:59:50,493 --> 00:59:54,493
สลับแล้วก็เครื่องหมายมีเหมือนกันเลย

764
00:59:56,474 --> 01:00:00,474
แค่สลับตำแหน่งค่าก็เปลี่ยนแล้ว ทันไหมคะ คูณกับบวกแสดงว่า

765
01:00:01,945 --> 01:00:05,945
ทำคูณก่อน 5 คูณ 2

766
01:00:08,478 --> 01:00:12,478
เป็น 10 10 + 2 เป็น 12

767
01:00:14,465 --> 01:00:18,465
โอเค

768
01:00:29,027 --> 01:00:25,774

769
01:00:17,012 --> 01:00:21,012
เอาตัวนี้บวกกันก่อน... คูณกันก่อนนะคะ

770
01:00:23,342 --> 01:00:26,458
5 x 2 เป็น 10 แล้ว 10 ค่อยมาบวกกับ

771
01:00:26,458 --> 01:00:27,492
2 โอเค

772
01:00:27,492 --> 01:00:29,979
จะเห็นว่า

773
01:00:29,979 --> 01:00:33,979
อันนี้คือเราคิดใช่ไหม

774
01:00:47,798 --> 01:00:50,413
อันนี้คือเราคิดนะคะ

775
01:00:40,180 --> 01:00:44,180
แล้วเราจะสั่งให้คอมพิวเตอร์เข้าใจ

776
01:00:44,488 --> 01:00:48,488
เข้าใจแบบที่เราคิดเมื่อกี้ได้อย่างไร รู้ว่าถ้าเจอคูณนี่ต้องทำคูณก่อนเลย

777
01:00:51,338 --> 01:00:55,338
เจอวงเล็บเปิด ต้องทำวงเล็บเปิด

778
01:00:56,495 --> 01:00:58,365
ตอนนี้เราจะสั่งให้คอมพิวเตอร์นี่ สามารถคำนวณ

779
01:00:58,365 --> 01:01:01,689
ให้ได้แบบที่เราคำนวณเมื่อกี้

780
01:01:01,689 --> 01:01:05,689
เราใช้

781
01:01:07,317 --> 01:01:08,886
Stack เข้ามาช่วยในการคำนวณนะคะ

782
01:01:08,886 --> 01:01:12,886
เราใช้ Stack เข้ามาช่วยในการคำนวณ

783
01:01:15,319 --> 01:01:18,338
วิธีการทำแบบไหน

784
01:01:18,338 --> 01:01:21,237
มาดูวิธีการนะคะ เรามีตัวเลขอยู่ชุดหนึ่ง

785
01:01:21,237 --> 01:01:23,264
เราต้องการหาค่าออกมา เช่น

786
01:01:23,264 --> 01:01:27,264
ครูมีตัวเลขชุดนี้ล่ะ

787
01:01:30,752 --> 01:01:34,752
ครูสั่งให้คอมพิวเตอร์คำนวณนี่ มันต้องได้ผลลัพธ์ 9 แบบที่คิดแบบเมื่อกี้

788
01:01:35,729 --> 01:01:36,006
คอมพิวเตอร์จะคิดแบบไหนนะคะ

789
01:01:36,006 --> 01:01:40,006
1 เราต้องสร้างตารางแบบนี้ก่อน

790
01:01:44,511 --> 01:01:47,321
มี 3 ช่อง ช่องแรก คือ ใส่ Input

791
01:01:47,321 --> 01:01:47,832
ก็คือข้อมูลนำเข้า Stack

792
01:01:47,832 --> 01:01:51,832
แล้วก็ผลลัพธ์นะคะ

793
01:01:56,513 --> 01:01:57,493
เรามีวิธีการทำนี่ 2 ช่วงด้วยกัน ช่วงที่ 1

794
01:01:57,493 --> 01:02:01,493
ต้องแปลงนิพจน์นะคะ ให้เป็น

795
01:02:04,521 --> 01:02:08,521
แบบ Postfix เอาเครื่องหมาย

796
01:02:08,521 --> 01:02:12,521
ไปไว้ข้างหลังให้หมดก่อน เอาเครื่องหมายไปไว้ข้างหลังให้หมดก่อนนะคะ แล้วค่อยคำนวณออกมาเป็น

797
01:02:14,507 --> 01:02:16,890
ตัวเลข ผลลัพธ์

798
01:02:16,890 --> 01:02:20,594
เรามี 3 ช่องนะ ทุกคนต้องตีตาราง 3 ช่อง

799
01:02:20,594 --> 01:02:24,594
อันแรกเขียนว่า Input Stack แล้วก็ Output

800
01:02:28,528 --> 01:02:28,751
นะคะ ถัดมา

801
01:02:28,751 --> 01:02:31,852
ขั้นตอนวิธีการแปลง

802
01:02:31,852 --> 01:02:35,852
จาก Infix ให้เป็น Postfix

803
01:02:40,535 --> 01:02:44,535
ทุกคนมี Sheet ที่ครูพรให้ แบบนี้เลย

804
01:02:44,536 --> 01:02:46,633
ก็คือสิ่งที่อยู่บนสไลด์นะคะ ครูพรินต์ออกมาให้

805
01:02:46,633 --> 01:02:50,633
เรามีอยู่ทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้ว

806
01:02:52,557 --> 01:02:54,419
ทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้วยกัน

807
01:02:54,419 --> 01:02:56,507
มีทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้วยกัน ครูให้เวลา

808
01:02:56,507 --> 01:03:00,507
2 นาที อ่าน 7 ขั้นตอนน

809
01:03:04,554 --> 01:03:08,405
นี้ในกระดาษของตัวเองสิคะ

810
01:03:08,405 --> 01:03:10,855
ให้อ่านในกระดาษนะ หรือจะอ่านจากหน้าจอก็ได้ ให้เวลา 2 นาทีอยากให้อ่านก่อน

811
01:03:10,855 --> 01:03:14,855

812
01:03:20,561 --> 01:03:24,561

813
01:03:28,565 --> 01:03:32,565

814
01:03:32,572 --> 01:03:36,572

815
01:03:36,574 --> 01:03:40,574

816
01:03:40,577 --> 01:03:44,576

817
01:03:44,576 --> 01:03:48,576

818
01:03:48,578 --> 01:03:52,578

819
01:03:52,582 --> 01:03:56,582

820
01:03:56,587 --> 01:04:00,587

821
01:04:00,590 --> 01:04:04,590

822
01:04:04,593 --> 01:04:08,593

823
01:04:08,593 --> 01:04:11,130

824
01:04:11,130 --> 01:04:15,130

825
01:04:16,600 --> 01:04:20,600

826
01:04:20,600 --> 01:04:24,600

827
01:04:24,604 --> 01:04:28,604

828
01:04:28,608 --> 01:04:32,606

829
01:04:32,606 --> 01:04:36,606

830
01:04:36,611 --> 01:04:40,611

831
01:04:40,616 --> 01:04:44,613

832
01:04:44,613 --> 01:04:48,613

833
01:04:52,625 --> 01:04:56,625

834
01:04:56,630 --> 01:05:00,629

835
01:05:00,629 --> 01:05:04,629

836
01:05:04,636 --> 01:05:05,388

837
01:05:05,388 --> 01:05:09,176
คราวนี้เดี๋ยวมาดูพร้อมกัน

838
01:05:09,176 --> 01:05:13,176
เรามีอยู่ทั้งหมด 7 ขั้นตอนนะคะ เดี๋ยวเราจะ

839
01:05:16,016 --> 01:05:20,016
ลองฝึกนะ แล้วก็เทียบ

840
01:05:20,642 --> 01:05:23,626
ไปทีละขั้น ขั้นที่ 1 นะคะ กำหนดให้ Stack ว่าง

841
01:05:23,626 --> 01:05:27,626
ก็คือวาดตาราง 3 ช่องนี้

842
01:05:30,071 --> 01:05:32,890
อันดับแรก สร้าง Stack ว่าง ก็คือวาด

843
01:05:32,890 --> 01:05:35,971
3 ช่องนะคะ กี่แถวยังไม่รู้นะ

844
01:05:35,971 --> 01:05:39,971
แต่มีอยู่ 3 คอลัมน์นะคะ 3 ช่อง อันนี้คืออันดั

845
01:06:01,268 --> 01:06:00,672
บแรก

846
01:05:41,220 --> 01:05:41,913

847
01:05:41,913 --> 01:05:45,913
อันดับที่ 2

848
01:05:51,640 --> 01:05:52,729
อ่านข้อมูลจากซ้ายไปขวา ก็คือ

849
01:05:52,729 --> 01:05:56,729
อ่านข้อมูลทีละตัวใช่ไหมคะ เลข 5

850
01:05:59,173 --> 01:06:03,173
เครื่องหมายบวก เลข 2 เครื่องหมายคูณ แล้วก็เลข 2

851
01:06:07,294 --> 01:06:10,877
อันนี้คืออ่านจากซ้ายไปขวา

852
01:06:10,877 --> 01:06:13,727
ทีละตัวนะคะ เราก็อ่านเข้ามาทีละตัว สมมติครูใช้ตัวเลขนะคะ เช่น

853
01:06:13,727 --> 01:06:17,727

854
01:06:28,670 --> 01:06:32,670
อ่านข้อมูลจากซ้ายไปขวา ตัวแรก ก็คือ 5 ใช่ไหม อ่านจากซ้าย ซ้ายก็คือตัวแรก

855
01:06:35,887 --> 01:06:39,887
นะคะ ก็คือเลข 5 ถัดมา ถัดมาขั้นถัดมาเป็นขั้นที่ 3

856
01:06:42,694 --> 01:06:43,844
ถ้าข้อมูลที่อ่านเข้ามาเป็นตัวเลข เช่น

857
01:06:43,844 --> 01:06:47,844
เลข 5 ใช่ไหม ข้อมูลที่เราอ่านเข้ามา

858
01:06:58,147 --> 01:07:11,942
คือเลข 5

859
01:06:52,603 --> 01:06:56,603
มันเป็นตัวเลขใช่ไหม ใช่ เอามัน

860
01:06:56,622 --> 01:06:56,852
ไปไว้ที่ไหน เอามันไปไว้ที่ช่องผลลัพธ์ ก็คือ

861
01:06:56,852 --> 01:07:00,852
ช่องสุดท้าย

862
01:07:04,663 --> 01:07:08,663
ก็คือช่องนี้ใช่ไหมคะ ช่อง Output

863
01:07:09,434 --> 01:07:13,434
ถัดมา ถ้าตัวที่

864
01:07:16,242 --> 01:07:18,014
เราอ่านเข้ามานี่ มันไม่ใช่ตัวเลข แสดงว่ามันต้องเป็นเครื่องหมายทางคณิตศาสตร์

865
01:07:18,014 --> 01:07:22,014
อะไรสักอย่างหนึ่งนี่ล่ะ เช่น เครื่องหมายบวก

866
01:07:25,156 --> 01:07:29,156
เครื่องหมายบวกใช่ไหมคะ เครื่องหมายบวก

867
01:07:32,701 --> 01:07:34,478
เราอ่านเครื่องหมายบวกเข้ามา แล้วเขาให้เราเช็กก่อน ว่า

868
01:07:34,478 --> 01:07:38,478
แล้วใน Stack มันมีค่าอยู่หรือเปล่า Stack ก็คือ

869
01:07:41,273 --> 01:07:44,407
ช่องนี้ ช่องที่ 2 นี่ มัน

870
01:07:44,407 --> 01:07:44,598
มีค่าอยู่ไหม ถ้ามันไม่มีค่าอยู่เลย

871
01:07:44,598 --> 01:07:47,323
ก็หย่อนมันลงไปใน Stack

872
01:07:47,323 --> 01:07:51,323
แต่ถ้าใน Stack มันมีข้อมูล

873
01:07:53,440 --> 01:07:57,440
อยู่แล้ว เราจะต้องทำการ

874
01:08:02,618 --> 01:08:04,331
เปรียบเทียบก่อน ว่าข้อมูลที่เราอ่านเข้ามานี่

875
01:08:04,331 --> 01:08:08,331
มันมีค่ามากกว่า หรือน้อยกว่าตัวที่อยู่ใน

876
01:08:09,802 --> 01:08:11,869
Stack

877
01:08:11,869 --> 01:08:15,869
ถ้ามันมากกว่า

878
01:08:16,381 --> 01:08:20,381
ถ้ากรณีที่ตัวที่เราอ่านนี่ มีค่ามากกว่า

879
01:08:21,900 --> 01:08:25,900
ก็หย่อนลงไปใน Stack ได้เลย

880
01:08:26,503 --> 01:08:30,503
ถ้าสิ่งที่

881
01:08:35,156 --> 01:08:39,156
เราอ่านเข้ามามันมีค่าน้อยกว่าสิ่งที่อยู่ใน Stack ให้เอาเครื่องหมายใน Stack

882
01:08:40,703 --> 01:08:44,703
ออกไปไว้ที่ผลลัพธ์

883
01:08:51,912 --> 01:08:55,912
แล้วเอาเครื่องหมายตัวที่เราอ่านเข้ามาหย่อนลงไปใน Stack โอเค ถ้า

884
01:08:56,343 --> 01:09:00,343
เราอ่านจนครบข้อมูล

885
01:09:08,757 --> 01:09:10,230
ทุกตัวแล้ว เรายังมีข้อมูลอยู่ใน Stack เราก็ดึงมันออกมา ก็คือ Pop มันออกมานะคะ

886
01:09:10,230 --> 01:09:12,657
เป็นผลลัพธ์

887
01:09:12,657 --> 01:09:16,657
มาดูตัวอย่างนะ ทุกคนถือ... ดูกระดาษ

888
01:09:24,754 --> 01:09:28,754
ที่เป็นขั้นตอนด้วยนะคะ

889
01:09:36,758 --> 01:09:39,854
โอเค โจทย์

890
01:09:39,854 --> 01:09:43,854
ที่ครูให้ ทุกคนดูที่หน้าจอนะคะ

891
01:09:49,355 --> 01:09:53,355
ครูมีโจทย์

892
01:09:53,875 --> 01:09:57,875
มาให้นะคะ ก็คือ 5 + 2 x 2

893
01:10:04,150 --> 01:10:05,431
อันดับแรกครูต้องทำอะไร

894
01:10:05,431 --> 01:10:09,431
อันดับแรกวาดตาราง 3 ช่อง

895
01:10:11,311 --> 01:10:15,311
วาดตาราง 3 ช่อง จำนวนแถว ก็เอาข้อมูลตัวเลขกับเครื่องหมาย

896
01:10:16,590 --> 01:10:20,590
มาใส่ทีละบรรทัด 5 บรรทัดที่ 1 ถูกไหมคะ บวกบรรทัด

897
01:10:28,800 --> 01:10:29,271
ใส่เลข 2 บรรทัดถัดมาใส่เครื่องหมายคูณ แล้วก็ใส่เลข 2

898
01:10:29,271 --> 01:10:33,271
เราก็จะวาดตารางเรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ จำนวนแถว

899
01:10:37,674 --> 01:10:41,674
ขึ้นอยู่กับจำนวนข้อมูล

900
01:10:44,347 --> 01:10:44,538
ในโจทย์ว่ามีกี่ตัว ก็สร้างแถวใส่ข้อมูลให้เลย

901
01:10:44,538 --> 01:10:48,538
เรากำหนด

902
01:10:49,455 --> 01:10:53,455
Stack ว่างแล้วใช่ไหมคะ

903
01:10:55,789 --> 01:10:59,789
ถัดมา ต้องอ่านข้อมูลทีละตัว เราต้องอ่านข้อมูลทีละตัวจากซ้าย

904
01:11:01,035 --> 01:11:05,035
ไปขวา ตัวแรกคืออะไรคะ

905
01:11:06,089 --> 01:11:10,089
คือ 5 ใช่ไหม ครูเขียนเรียงแล้ว

906
01:11:16,271 --> 01:11:17,385
5 บวก... มี 2 มีคูณ แล้วก็มี 2

907
01:11:17,385 --> 01:11:21,385
อันนี้คือข้อมูลที่เราอ่านจากซ้ายไปขวา ตัวแรกเป็นตัวเลขใช่ไหมคะ

908
01:11:22,825 --> 01:11:26,825
มันเป็นตัวเลขแล้วมันตรงกับตัวไหน

909
01:11:32,849 --> 01:11:36,849
ในขั้นตอน ข้อ 3 ที่บอกว่าถ้าเป็นตัวเลขให้เอาไปไว้ที่ไหน เอาไปไว้ที่

910
01:11:40,823 --> 01:11:44,823
ผลลัพธ์ ถ้าเป็น

911
01:11:48,384 --> 01:11:51,346
ตัวเลข เอาไปไว้ที่ผลลัพธ์ได้เลย ถัดมา

912
01:11:51,346 --> 01:11:54,711
เจอเครื่องหมาย + นะคะ เจอเครื่องหมาย +

913
01:11:54,711 --> 01:11:58,711
ตอนนี้ใน Stack มันไม่มีค่า

914
01:12:04,236 --> 01:12:08,236
อะไรเลย ทำอย่างไรคะ ก็ใส่ได้เลย ใส่เครื่องหมายบวกลงมาได้เลย ถ้ามันเป็น Stack  ว่าง เห็นไหมคะ

915
01:12:10,939 --> 01:12:14,939
ตัวบนมันเป็น Stack ว่าง เราก็เอาใส่ได้เลย

916
01:12:20,869 --> 01:12:24,869
แล้วก็เขียน 5 ลงมาเหมือนเดิมนะคะ ยก 5 ลงมาเหมือนเดิมนะ ดู ดูพร้อมครูก่อนนะ

917
01:12:26,278 --> 01:12:30,278
เดี๋ยวครู...

918
01:12:43,752 --> 01:12:41,542

919
01:12:34,847 --> 01:12:35,791
จะถ่ายรูป

920
01:12:35,791 --> 01:12:38,619
เอาขึ้น Classroom ให้

921
01:12:38,619 --> 01:12:42,619
ถัดมา เลข 2 ใช่ไหมคะ เลข 2 มันเป็นอะไร

922
01:12:45,467 --> 01:12:49,467
ตัวเลข เพราะฉะนั้น ต้องเอาไปไว้ที่ไหน

923
01:12:52,883 --> 01:12:56,883
ไปไว้ที่ผลลัพธ์ตรงกับข้อ 3 ในขั้นตอนนะ เอา 2 มาไว้ที่ Output แต่ต้องเขียน

924
01:12:59,902 --> 01:13:03,902
หลัง ก็คือเขียนต่อจากเลข 5

925
01:13:07,302 --> 01:13:10,867
นะคะ

926
01:13:10,867 --> 01:13:14,238
ถัดมา

927
01:13:14,238 --> 01:13:18,238
ยกเครื่องหมายบวกลงมาด้วยนะ

928
01:13:31,923 --> 01:13:29,513

929
01:13:23,326 --> 01:13:27,326
เพราะมันอยู่ใน Stack นะคะ เรายังไม่ได้เอาอะไรออก หรือเอาอะไรเข้าเพิ่ม ถัดมา เป็นเครื่องหมายคูณ

930
01:13:28,151 --> 01:13:32,151
ใน Stack

931
01:13:36,314 --> 01:13:36,492
เรามีเครื่องหมายบวกอยู่แล้วใช่ไหมคะ

932
01:13:36,492 --> 01:13:40,492
ใน Stack นี่เรามีเครื่องหมายบวกอยู่แล้ว

933
01:13:41,530 --> 01:13:44,855
ตัวที่เราอ่านเข้ามา คือ คูณ เรา

934
01:13:44,855 --> 01:13:48,855
จะต้องทำการเปรียบเทียบ

935
01:13:52,694 --> 01:13:54,342
ค่าที่เราอ่านเข้ามาใหม่ คือ คูณ

936
01:13:54,342 --> 01:13:56,538
กับตัวเดิมที่อยู่ใน Stack

937
01:13:56,538 --> 01:14:00,538
คือ บวก เราเปรียบเทียบ ถูกไหมคะ

938
01:14:01,143 --> 01:14:05,143
กับตัวบนสุดคือเครื่องหมายบวก สิ่งที่เราพบ

939
01:14:12,930 --> 01:14:16,930
คืออะไร คูณมีค่ามากกว่าบวก ให้ทำอย่างไร ก็เอาคูณหย่อนลงมาได้เลย

940
01:14:17,379 --> 01:14:21,379
ใส่คูณ

941
01:14:22,779 --> 01:14:26,062
ลงไปใน Stack ได้เลยนะคะ ผลลัพธ์ก็เป็นเหมือนเดิม

942
01:14:26,062 --> 01:14:27,239
ตัวถัดมาคือเลข 2

943
01:14:27,239 --> 01:14:31,239
เลข 2 มันเป็นตัวเลขใช่ไหม เอามาไว้ที่

944
01:14:34,058 --> 01:14:38,058
ผลลัพธ์นะคะ เอามาต่อด้านหลัง

945
01:14:44,447 --> 01:14:48,447
เสร็จแล้วเราพบว่าไม่มีข้อมูลแล้ว ข้อมูลมันหมดแล้วน่ะ ข้อมูลมันหมดแล้วนะคะ แต่สิ่งที่เราเจอคืออะไร

946
01:14:53,548 --> 01:14:57,548
ใน Stack ยังมีข้อมูลอยู่

947
01:15:00,224 --> 01:15:00,700
เพราะฉะนั้น ต้องดึงค่าออกจาก Stack ให้หมด เราเอาอะไรออกมาก่อนคะ

948
01:15:00,700 --> 01:15:04,700
ตัวล่าสุด ตัวบนสุด คือ คูณ

949
01:15:06,388 --> 01:15:10,388
เอาคูณมาต่อท้ายที่ Output หรือว่าผลลัพธ์

950
01:15:16,966 --> 01:15:17,706
เอาคูณออกมาแล้วมันเหลืออีกตัวหนึ่งใช่ไหม

951
01:15:17,706 --> 01:15:21,706
ก็เอาบวกออกมา อันนี้คือผลลัพธ์ ผลลัพธ์สุดท้าย

952
01:15:23,138 --> 01:15:24,675
นะคะ

953
01:15:24,675 --> 01:15:28,675
จะอยู่ในรูปแบบของ Postfix คือ แปลงนิพจน์

954
01:15:30,888 --> 01:15:34,888
ได้ไหมคะ เดี๋ยวเรามาทำพร้อมกันอีกตัวหนึ่ง

955
01:15:40,107 --> 01:15:42,059

956
01:15:42,059 --> 01:15:46,059

957
01:15:56,987 --> 01:16:00,986

958
01:16:00,986 --> 01:16:04,986

959
01:16:04,989 --> 01:16:05,989
3 + 5 x 1

960
01:16:05,989 --> 01:16:09,989

961
01:16:18,469 --> 01:16:22,469
ครูมีโจทย์ใช่ไหมคะ 3 + 5 x 1

962
01:16:25,323 --> 01:16:25,821
ผลลัพธ์เท่ากับเท่าไรเอ่ย ตอบ

963
01:16:25,821 --> 01:16:29,821
เท่ากับ

964
01:16:39,914 --> 01:16:40,296

965
01:16:27,827 --> 01:16:30,829
อันนี้ตอบเท่ากับเท่าไรเอ่ย

966
01:16:30,829 --> 01:16:34,829
8

967
01:16:37,449 --> 01:16:38,166
ข้างหลังตอบอะไร

968
01:16:38,166 --> 01:16:42,166
ได้เท่ากับอะไรคะ คำตอบ

969
01:16:47,588 --> 01:16:50,445
ก็คือ 8

970
01:16:50,445 --> 01:16:54,445
เอา 5 x 1 ก่อนได้เท่าไร

971
01:16:57,120 --> 01:17:01,120
ค่อยบวกกับ 3 5 x 1 เป็น 5 แล้วบวกกับ 3

972
01:17:18,849 --> 01:17:22,849

973
01:17:20,913 --> 01:17:21,523
ได้

974
01:17:09,044 --> 01:17:11,980
8 เดี๋ยวเราจะมาทำ จะมาแปลงนิพจน์กัน

975
01:17:11,980 --> 01:17:15,036
นะคะ แล้วเราจะมาหาค่าว่ามันได้ 8 ได้อย่างไร

976
01:17:15,036 --> 01:17:19,036
อันนี้เรากำลังจะมาแสดงวิธีทำ

977
01:17:25,044 --> 01:17:29,005
ค่าว่า 8 มันมาจากไหน เราสั่งให้คอมพิวเตอร์มันคิดแบบไหน อันดับแรกวาด Stack ว่าง ใช่ไหมคะ

978
01:17:29,005 --> 01:17:33,005
ฉะนั้น ครูบอกว่าต้องมีคอลัมน์อยู่ 3 คอลัมน์

979
01:17:33,961 --> 01:17:34,378

980
01:17:34,378 --> 01:17:38,378

981
01:17:49,055 --> 01:17:53,055
ครูมี 3 คอลัมน์แล้ว มี Input Stack

982
01:17:54,660 --> 01:17:58,660
แล้วก็ Output จากนั้นครูวาดตารางเลย

983
01:18:01,204 --> 01:18:04,127
โดยเอาข้อมูลมาใส่ในแต่ละแถวเลยนะคะ

984
01:18:04,127 --> 01:18:08,127
ครูอ่านเข้ามาทีละตัว จาก

985
01:18:08,280 --> 01:18:10,669
ซ้ายไปขวา ตัวแรก คือ 3 ถัดมา

986
01:18:10,669 --> 01:18:12,824
คือเครื่องหมายบวก เลข 5

987
01:18:12,824 --> 01:18:16,329
นะคะ เครื่องหมายคูณ

988
01:18:16,329 --> 01:18:20,329
แล้วก็เลข 1 อันนี้ครูวาดตาราง

989
01:18:29,092 --> 01:18:33,092
เสร็จแล้ว

990
01:18:37,090 --> 01:18:41,087

991
01:18:41,087 --> 01:18:41,476
ทุกคนวาดตามครูก่อนเลย เราวาด

992
01:18:41,476 --> 01:18:45,476
ตารางเปล่า ๆ แบบนี้ก่อนนะคะ

993
01:18:45,641 --> 01:18:49,641
คอลัมน์แรก หรือช่องแรก เอา

994
01:18:49,951 --> 01:18:53,951
ตัวเลขกับเครื่องหมาย

995
01:18:55,876 --> 01:18:56,502
มาเรียงใส่ทีละบรรทัด

996
01:18:56,502 --> 01:19:00,502

997
01:19:09,100 --> 01:19:13,100

998
01:19:13,102 --> 01:19:17,102

999
01:19:17,105 --> 01:19:21,105

1000
01:19:21,108 --> 01:19:25,108

1001
01:19:25,108 --> 01:19:29,108

1002
01:19:29,111 --> 01:19:33,111

1003
01:19:33,114 --> 01:19:37,114

1004
01:19:41,115 --> 01:19:45,115

1005
01:19:45,118 --> 01:19:49,118

1006
01:19:49,119 --> 01:19:53,119

1007
01:19:53,124 --> 01:19:57,124

1008
01:19:57,125 --> 01:20:01,125

1009
01:20:01,131 --> 01:20:05,131

1010
01:20:05,138 --> 01:20:09,138

1011
01:20:13,130 --> 01:20:17,130

1012
01:20:17,134 --> 01:20:19,842
คราวนี้พอทุกคนลอกตารางเสร็จแล้วใช่ไหมคะ เดี๋ยวเราจะมาทำด้วยกัน

1013
01:20:19,842 --> 01:20:23,842
เริ่มต้นตัวแรก

1014
01:20:33,930 --> 01:20:31,368

1015
01:20:22,184 --> 01:20:26,184
ใช่ไหมคะ ทุกคนเริ่มต้นตัวแรกมันเป็นตัวเลข

1016
01:20:27,869 --> 01:20:31,869
ใช่หรือเปล่า มันเป็นตัวเลข เพราะฉะนั้น เอาไปไว้ที่ช่องทางไหน

1017
01:20:37,148 --> 01:20:41,148
ทางขวา ใส่ก่อนเลข 3 ใช่ถูกต้อง ถัดมา

1018
01:20:41,962 --> 01:20:45,962
เป็นเครื่องหมายบวกใช่ไหมคะ เป็นเครื่องหมายบวก

1019
01:20:53,154 --> 01:20:54,543
ตรงนี้มีอะไรไหม ไม่มี เพราะฉะนั้น เอา + มาใส่ตรงนี้ได้เลยไหม

1020
01:20:54,543 --> 01:20:57,388
ถ้าเป็นเครื่องหมาย เอาลงที่

1021
01:20:57,388 --> 01:21:01,388
Stack เพราะฉะนั้น ตอนนี้ Stack ว่าง

1022
01:21:09,159 --> 01:21:09,186
ก็ใส่เครื่องหมายบวกได้เลย 3 ยกลงมาเหมือนเดิมนะคะ เหมือน

1023
01:21:09,186 --> 01:21:13,186
ตรง Output ยก 3 ลงมาเหมือนเดิม

1024
01:21:13,781 --> 01:21:14,720

1025
01:21:14,720 --> 01:21:18,720

1026
01:21:19,075 --> 01:21:23,075
ถัดมาเลข 5 เป็นตัวเลข

1027
01:21:24,311 --> 01:21:28,311
เอาไว้ที่ไหน เอาไว้

1028
01:21:31,140 --> 01:21:35,140
Output ใช่ไหม เพราะฉะนั้น เอาของเดิม

1029
01:21:41,170 --> 01:21:43,048
ยกลงมาก่อน คือ 3 เราเอาเลขอะไรมาใส่ เลข 5 นะคะ อันนี้

1030
01:21:43,048 --> 01:21:46,585
ยกลงมาไหม เครื่องหมายบวกยกลงมาด้วยนะ

1031
01:21:46,585 --> 01:21:50,176
ยกลงมาด้วย

1032
01:21:50,176 --> 01:21:50,385

1033
01:21:50,385 --> 01:21:54,385

1034
01:21:55,302 --> 01:21:59,302
เสร็จแล้ว ถัดมา

1035
01:22:02,274 --> 01:22:06,274
เครื่องหมายคูณ

1036
01:22:08,817 --> 01:22:10,912
คูณต้องเอามาลง Stack ใช่หรือเปล่า แต่คูณ

1037
01:22:10,912 --> 01:22:13,264
มันมากกว่าบวกใช่ไหม คูณ

1038
01:22:13,264 --> 01:22:17,264
กับบวก อะไรมากกว่ากัน คูณ เพราะฉะนั้น

1039
01:22:19,147 --> 01:22:23,147
เราก็ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย

1040
01:22:29,201 --> 01:22:33,201
โดยเอาของเดิมลงมาก่อน แล้วก็ใส่เครื่องหมายคูณ อันนี้ยกลงมาเหมือนเดิมไหม ยกลงมาเหมือนเดิม

1041
01:22:35,850 --> 01:22:39,850
ตรงสุดท้าย 1 เอาไว้ที่ไหน

1042
01:22:41,924 --> 01:22:45,924
Output แต่มีของเดิมอยู่แล้วใช่ไหม

1043
01:22:47,120 --> 01:22:47,451
ยกของเดิมลงมาก่อน แล้วก็ใส่เลข 1

1044
01:22:47,451 --> 01:22:51,451

1045
01:22:52,239 --> 01:22:56,239
อันนี้ยกลงมาเลยได้ไหม ได้นะคะ ใน Stack

1046
01:22:56,392 --> 01:23:00,392
เราก็ยกเครื่องหมายออกมา เครื่องหมายนะคะ

1047
01:23:02,523 --> 01:23:06,523
บวกกับคูณ

1048
01:23:17,225 --> 01:23:19,059
เสร็จแล้วผลลัพธ์ที่ได้ ตอนนี้ข้อมูลหมดแล้วใช่ไหม

1049
01:23:19,059 --> 01:23:23,059
ใน Stack ยังมีอยู่ ใน Stack ยังมีอยู่ ต้อง

1050
01:23:25,879 --> 01:23:29,879
เอาออกมา ต้อง Pop ออกมา ใช่ไหมคะ

1051
01:23:32,187 --> 01:23:33,153
ยกตรง Output ของเดิมลงมาก่อน Pop

1052
01:23:33,153 --> 01:23:37,153
บวกกับคูณเอาอะไรออกมาก่อน คูณ แล้วตามด้วยบวก เห็นไหมคะ

1053
01:23:39,201 --> 01:23:43,201
เอาตัวแรกออกมาก่อน แล้วเอาตัวที่ 2

1054
01:23:46,155 --> 01:23:50,155
ออกมา

1055
01:23:57,240 --> 01:24:01,240

1056
01:24:01,242 --> 01:24:05,242

1057
01:24:05,246 --> 01:24:06,938
เดี๋ยวต่ออีกนิดหนึ่งนะคะ เดี๋ยวเขียนตรงนี้ให้เสร็จก่อน

1058
01:24:06,938 --> 01:24:10,938

1059
01:24:12,030 --> 01:24:16,030

1060
01:24:17,253 --> 01:24:20,384
เรายังไม่ได้ค่าเลข 8 เลย

1061
01:24:20,384 --> 01:24:24,384
จะทำอย่างไรให้ได้ค่าเลข 8 ถัดมา เสร็จหรือยังคะ

1062
01:24:24,611 --> 01:24:28,611
เดี๋ยวรอเพื่อน

1063
01:24:35,483 --> 01:24:39,483
แป๊บหนึ่งนะ

1064
01:24:49,269 --> 01:24:50,463
โอเค เราได้ผลลัพธ์

1065
01:24:50,463 --> 01:24:50,592
แล้วใช่ไหมคะ จากตารางที่เราทำใน Stack

1066
01:24:50,592 --> 01:24:53,197

1067
01:24:53,197 --> 01:24:57,197
พอได้ค่าผลลัพธ์แล้วนี่ คือ ตัวนี้

1068
01:24:58,795 --> 01:25:02,795
351 คูณ บวก

1069
01:25:07,199 --> 01:25:08,817
มาหาผลลัพธ์ต่อนะคะ ค่านี้จะเป็นค่าสุดท้ายแล้ว

1070
01:25:08,817 --> 01:25:12,817
ที่เราจะได้คำตอบออกมา

1071
01:25:13,337 --> 01:25:17,337
ตัวแรกตัวนี้ใช่ไหมคะ

1072
01:25:23,679 --> 01:25:27,679
ขั้นตอนถัดมา ถ้าเป็นตัวเลข ถ้าเป็นตัวเลขจะ Push

1073
01:25:29,769 --> 01:25:30,909
ลง Stack อันนี้อีกอันหนึ่งนะ อีก

1074
01:25:30,909 --> 01:25:34,909
ขั้นตอนหนึ่งนะคะ ถ้าเป็นตัวเลขจะ Push

1075
01:25:41,289 --> 01:25:41,438
ลง Stack ดูพร้อมครูเลย ตัวที่ 1 มา คือตัวเลขอะไรคะ เลข 3

1076
01:25:41,438 --> 01:25:44,442
เราเอาใส่ใน Stack

1077
01:25:44,442 --> 01:25:48,442
ดูพร้อมกันนะ เลข 3

1078
01:25:54,247 --> 01:25:58,247
ตัวแรก เอาลง Stack ตัวถัดมาเลขอะไรคะ เลข 5

1079
01:25:59,878 --> 01:26:03,878
ก็เอาเลข 5 Push ลง Stack เหมือนกัน

1080
01:26:05,618 --> 01:26:08,223
ตัวถัดมาเลขอะไร

1081
01:26:08,223 --> 01:26:12,223
เลข 1 ก็เอาเลข 1

1082
01:26:13,553 --> 01:26:15,138
Push ลง Stack เหมือนกัน

1083
01:26:15,138 --> 01:26:19,138

1084
01:26:29,305 --> 01:26:32,499
ถัดมา

1085
01:26:32,499 --> 01:26:35,001
เราเจอครื่องหมายคูณ ให้

1086
01:26:35,001 --> 01:26:39,001
Pop ค่าบนสุดอออกมา แล้ว

1087
01:26:44,400 --> 01:26:46,572
วางไว้ขวามือ เอาเลข 1 ออกมา เห็นไหมคะ จากนั้นใส่เครื่องหมาย

1088
01:26:46,572 --> 01:26:50,572
ถ้ามันเป็นเครื่องหมายนะ ตัวที่เราอ่านมา เรา Pop

1089
01:26:52,451 --> 01:26:56,451
ตัวเลขออกมาก่อน แล้วใส่เครื่องหมาย

1090
01:26:59,391 --> 01:27:00,882
แล้วเอาตัวที่ 2 ออกมาแบบนี้

1091
01:27:00,882 --> 01:27:01,376
นะคะ เอาตัวบนสุดออกมา

1092
01:27:01,376 --> 01:27:05,376
แล้วใส่เครื่องหมายที่เราอ่าน แล้วเอา

1093
01:27:05,869 --> 01:27:09,869
ตัวข้อมูล

1094
01:27:17,329 --> 01:27:18,142
ตัวเลขที่อยู่ใน Stack ตัวถัดมานี่ออกมา ได้ผลลัพธ์อะไรคะ 5 x 1 เป็นอะไรคะ 5

1095
01:27:18,142 --> 01:27:21,608
ตอนนี้ใน Stack 1 กับ 5 ออก

1096
01:27:21,608 --> 01:27:25,608
ไปแล้วนะ เราได้ผลลัพธ์

1097
01:27:32,591 --> 01:27:36,591
คือ 5 แล้วอย่างไรต่อ ก็ Push ลง Stack เอาเลข 5 นี่ Push ลงไปใน Stack เดิมมี 3 ใช่ไหม

1098
01:27:40,539 --> 01:27:44,539
ตอนนี้เอาออกไปแล้ว 2 เหลือ 3

1099
01:27:45,815 --> 01:27:46,460
พอคูณเสร็จเอา 5 กลับเข้ามา

1100
01:27:46,460 --> 01:27:50,460
ดูนะคะ ถัดมา

1101
01:27:52,786 --> 01:27:56,786
อ่านเครื่องหมายบวก

1102
01:28:00,021 --> 01:28:00,342
ทำเหมือนเดิมเลย เอาอะไรออกมาคะ

1103
01:28:00,342 --> 01:28:04,342

1104
01:28:05,231 --> 01:28:09,231
เอา 5 ออกมาไว้ทางขวามือ แล้วก็ใส่เครื่องหมายบวก

1105
01:28:12,461 --> 01:28:16,461
แล้วก็เอา 3 ออกมา คำตอบเป็นเท่าไรคะ

1106
01:28:21,355 --> 01:28:23,541
เป็น 8

1107
01:28:23,541 --> 01:28:27,541
แล้วก็เอา 8 ใส่ลงไปใน Stack จะเหลือเป็นค่าสุดท้าย

1108
01:28:27,833 --> 01:28:31,833
นี่คือคำตอบของ

1109
01:28:33,348 --> 01:28:36,140
โจทย์ข้อนี้ ได้เท่ากันเลยไหม ได้เท่ากันเลย คือ 8

1110
01:28:36,140 --> 01:28:40,140
จะเห็นว่านี่ คือกระบวนการที่คอมพิวเตอร์คิดค่า

1111
01:28:44,420 --> 01:28:48,420
ตัวเลขให้เรานะคะ กว่าจะได้เลข 8

1112
01:28:53,388 --> 01:28:57,388
ออกมานี่ คอมพิวเตอร์ต้องคิดแบบนี้นะคะ

1113
01:29:05,389 --> 01:29:08,371
โอเค ใครเสร็จแล้ว

1114
01:29:08,371 --> 01:29:12,371
ครูให้เบรกอีก 5 นาที จดตัวนี้ให้เสร็จนะคะ

1115
01:29:17,053 --> 01:29:21,053
ครูให้เบรก 5 นาที

1116
01:29:26,933 --> 01:29:24,072

1117
01:29:18,773 --> 01:29:22,773

1118
01:29:33,406 --> 01:29:37,406

1119
01:29:37,406 --> 01:29:41,406

1120
01:29:41,407 --> 01:29:45,407

1121
01:29:49,417 --> 01:29:53,417

1122
01:29:53,417 --> 01:29:57,417

1123
01:29:57,424 --> 01:30:01,424

1124
01:30:05,424 --> 01:30:09,424

1125
01:30:09,427 --> 01:30:13,427

1126
01:30:13,430 --> 01:30:17,430

1127
01:30:21,436 --> 01:30:25,436

1128
01:30:25,437 --> 01:30:29,437

1129
01:30:29,440 --> 01:30:33,439

1130
01:30:33,439 --> 01:30:37,439

1131
01:30:37,443 --> 01:30:41,443

1132
01:30:41,447 --> 01:30:45,447

1133
01:30:45,449 --> 01:30:49,449

1134
01:30:53,450 --> 01:30:57,450

1135
01:30:57,456 --> 01:31:01,456

1136
01:31:01,456 --> 01:31:05,456

1137
01:31:05,460 --> 01:31:09,460

1138
01:31:09,460 --> 01:31:13,460

1139
01:31:13,460 --> 01:31:17,460

1140
01:31:17,477 --> 01:31:21,477

1141
01:31:25,465 --> 01:31:29,465

1142
01:31:29,471 --> 01:31:33,471

1143
01:31:33,473 --> 01:31:37,473

1144
01:31:37,475 --> 01:31:41,475

1145
01:31:41,483 --> 01:31:45,483

1146
01:31:45,485 --> 01:31:49,485

1147
01:31:49,488 --> 01:31:53,488

1148
01:31:53,492 --> 01:31:57,492

1149
01:31:57,493 --> 01:32:01,493

1150
01:32:01,498 --> 01:32:05,497

1151
01:32:05,497 --> 01:32:09,497

1152
01:32:09,499 --> 01:32:13,499

1153
01:32:13,507 --> 01:32:17,507

1154
01:32:17,510 --> 01:32:21,510

1155
01:32:21,515 --> 01:32:25,515

1156
01:32:25,517 --> 01:32:29,517

1157
01:32:29,518 --> 01:32:33,518

1158
01:32:33,520 --> 01:32:37,520

1159
01:32:37,524 --> 01:32:41,524

1160
01:32:45,526 --> 01:32:49,526

1161
01:32:49,526 --> 01:32:53,526

1162
01:32:53,528 --> 01:32:57,528

1163
01:32:57,529 --> 01:33:01,529

1164
01:33:01,532 --> 01:33:05,532

1165
01:33:05,535 --> 01:33:09,535

1166
01:33:09,536 --> 01:33:13,536

1167
01:33:13,541 --> 01:33:17,541

1168
01:33:17,543 --> 01:33:21,542

1169
01:33:21,542 --> 01:33:25,542

1170
01:33:25,542 --> 01:33:29,542

1171
01:33:33,549 --> 01:33:37,549

1172
01:33:37,558 --> 01:33:41,558

1173
01:33:41,563 --> 01:33:45,560

1174
01:33:45,560 --> 01:33:49,560

1175
01:33:49,563 --> 01:33:53,563

1176
01:33:53,583 --> 01:33:57,569

1177
01:33:57,569 --> 01:34:01,569

1178
01:34:01,572 --> 01:34:05,572

1179
01:34:05,574 --> 01:34:09,574

1180
01:34:09,576 --> 01:34:13,576

1181
01:34:13,578 --> 01:34:17,578

1182
01:34:17,579 --> 01:34:21,579

1183
01:34:21,585 --> 01:34:25,585

1184
01:34:25,587 --> 01:34:29,587

1185
01:34:29,591 --> 01:34:33,587

1186
01:34:33,587 --> 01:34:37,587

1187
01:34:37,588 --> 01:34:41,588

1188
01:34:41,589 --> 01:34:45,589

1189
01:34:45,593 --> 01:34:49,593

1190
01:34:49,596 --> 01:34:53,595

1191
01:34:53,595 --> 01:34:57,595

1192
01:34:57,598 --> 01:35:01,598

1193
01:35:01,598 --> 01:35:05,598

1194
01:35:05,600 --> 01:35:09,600

1195
01:35:09,601 --> 01:35:13,601

1196
01:35:13,606 --> 01:35:17,606

1197
01:35:17,607 --> 01:35:21,607

1198
01:35:21,609 --> 01:35:25,609

1199
01:35:25,611 --> 01:35:29,611

1200
01:35:29,613 --> 01:35:33,613

1201
01:35:33,614 --> 01:35:37,614

1202
01:35:37,619 --> 01:35:41,619

1203
01:35:41,622 --> 01:35:45,622

1204
01:35:45,624 --> 01:35:49,624

1205
01:35:49,636 --> 01:35:53,633

1206
01:35:53,633 --> 01:35:57,633

1207
01:35:57,638 --> 01:36:01,638

1208
01:36:01,638 --> 01:36:05,638

1209
01:36:05,642 --> 01:36:09,642

1210
01:36:09,643 --> 01:36:13,643

1211
01:36:13,646 --> 01:36:17,646

1212
01:36:17,646 --> 01:36:21,646

1213
01:36:21,648 --> 01:36:25,648

1214
01:36:25,652 --> 01:36:29,652

1215
01:36:29,658 --> 01:36:33,658

1216
01:36:33,659 --> 01:36:37,659

1217
01:36:37,663 --> 01:36:41,663

1218
01:36:41,667 --> 01:36:45,664

1219
01:36:45,664 --> 01:36:49,664

1220
01:36:49,667 --> 01:36:53,667

1221
01:36:53,670 --> 01:36:57,668

1222
01:36:57,668 --> 01:37:01,668

1223
01:37:01,677 --> 01:37:05,675

1224
01:37:05,675 --> 01:37:09,675

1225
01:37:09,679 --> 01:37:13,678

1226
01:37:13,678 --> 01:37:17,678

1227
01:37:17,680 --> 01:37:21,680

1228
01:37:21,682 --> 01:37:25,682

1229
01:37:25,687 --> 01:37:29,685

1230
01:37:29,685 --> 01:37:33,685

1231
01:37:33,693 --> 01:37:37,693

1232
01:37:37,693 --> 01:37:41,693

1233
01:37:41,696 --> 01:37:45,696

1234
01:37:45,700 --> 01:37:49,700

1235
01:37:49,702 --> 01:37:53,702

1236
01:37:53,705 --> 01:37:57,705

1237
01:37:57,706 --> 01:38:01,704

1238
01:38:01,704 --> 01:38:05,704

1239
01:38:05,710 --> 01:38:09,710

1240
01:38:09,713 --> 01:38:13,713

1241
01:38:13,717 --> 01:38:17,717

1242
01:38:17,721 --> 01:38:21,718

1243
01:38:21,718 --> 01:38:25,718

1244
01:38:25,720 --> 01:38:29,720

1245
01:38:29,724 --> 01:38:33,724

1246
01:38:33,727 --> 01:38:37,727

1247
01:38:37,729 --> 01:38:41,729

1248
01:38:41,729 --> 01:38:45,728

1249
01:38:45,728 --> 01:38:49,728

1250
01:38:49,735 --> 01:38:53,733

1251
01:38:53,733 --> 01:38:57,733

1252
01:38:57,737 --> 01:39:01,737

1253
01:39:01,742 --> 01:39:05,742

1254
01:39:05,743 --> 01:39:09,743

1255
01:39:09,748 --> 01:39:13,748

1256
01:39:13,748 --> 01:39:17,748

1257
01:39:17,753 --> 01:39:21,753

1258
01:39:21,754 --> 01:39:25,754

1259
01:39:25,758 --> 01:39:29,758

1260
01:39:29,759 --> 01:39:33,758

1261
01:39:33,758 --> 01:39:35,182

1262
01:39:35,182 --> 01:39:37,413
(อาจารย์สุธาสินี) ค่ะเดี๋ยวมาต่ออีกนิดหนึ่ง

1263
01:39:37,413 --> 01:39:41,413

1264
01:39:41,920 --> 01:39:45,528
คราวนี้มาดูอีก 1 ตัวอย่างนะคะ

1265
01:39:45,528 --> 01:39:46,877

1266
01:39:46,877 --> 01:39:50,877
ครูมีโจทย์ให้

1267
01:39:52,965 --> 01:39:56,965

1268
01:39:57,192 --> 01:40:01,192
5 x 2

1269
01:40:03,816 --> 01:40:04,926
+ 2

1270
01:40:04,926 --> 01:40:08,390
ตอนนี้เราทำ

1271
01:40:08,390 --> 01:40:12,390
จาก Infix ไป Prefix ให้เป็น

1272
01:40:21,786 --> 01:40:22,197
ostfix ก่อนนะคะ อันดับแรก

1273
01:40:22,197 --> 01:40:26,197
ต้องวาดตารางก่อนใช่ไหมคะ

1274
01:40:27,773 --> 01:40:31,773
วาดตาราง Stack ว่าง

1275
01:40:33,383 --> 01:40:37,383
ครูก็วาด 3 ช่องเหมือนเดิม แล้วก็ตรง Input ครูก็เอาข้อมูลแต่ละตัว

1276
01:40:38,729 --> 01:40:40,723
มาใส่ลงในแต่ละบรรทัด

1277
01:40:40,723 --> 01:40:44,559

1278
01:40:44,559 --> 01:40:47,519

1279
01:40:47,519 --> 01:40:51,519

1280
01:40:57,935 --> 01:41:01,935
เริ่มต้นเลย หย่อนเข้ามาตัวเลข

1281
01:41:09,811 --> 01:41:11,462
คือ เลข 5 ใช่ไหม มันเป็นตัวเลข เพราะฉะนั้น เอามันไปไว้ที่ Output

1282
01:41:11,462 --> 01:41:15,462
นะคะ นะ ถ้าเป็นตัวเลข เอาไปไว้ที่ Output

1283
01:41:20,152 --> 01:41:20,845
ได้เลย ตัวถัดมาเครื่องหมายคูณ

1284
01:41:20,845 --> 01:41:24,845
แสดงว่าต้องเอาไปไว้ใน Stack

1285
01:41:25,049 --> 01:41:29,049
ตอนนี้ Stack มันเป็น Stack ว่าง

1286
01:41:31,258 --> 01:41:35,258
เราก็เลยเอาคูณมาใส่ใน

1287
01:41:41,837 --> 01:41:45,837
Stack ได้เลย ส่วน Output ก็ยก 5 ลงมาเหมือนเดิม

1288
01:41:48,018 --> 01:41:52,018
โอเคนะ ยังเป็นเหมือนเดิมอยู่นะ

1289
01:41:56,311 --> 01:42:00,311
2 บรรทัดแรก ถัดมาเจอเลข 2 เลข 2 2 มันเป็นตัวเลข ต้องเอาไปไว้ที่

1290
01:42:02,563 --> 01:42:06,563
Output เพราะฉะนั้น 2

1291
01:42:11,710 --> 01:42:15,041
จะอยู่ต่อจากเลข 5 นะคะ ใน Stack ก็ยกลงมาเหมือนเดิม

1292
01:42:15,041 --> 01:42:19,041
ก็ถึงตรงนี้นะคะ

1293
01:42:27,024 --> 01:42:31,024
ถัดมาข้อมูลที่เราอ่านมาคืออะไร

1294
01:42:33,198 --> 01:42:34,792
เครื่องหมายบวก พอเราเจอ

1295
01:42:34,792 --> 01:42:38,792
เครื่องหมายบวก ครูบอกว่าต้องเอามัน

1296
01:42:45,874 --> 01:42:49,874
ไปไว้ใน Stack แต่ก่อนอื่น ก่อนที่จะเอาไปไว้ใน Stack เดิมเรามีข้อมูลใน Stack หรือเปล่า มีใช่หรือเปล่า มีเครื่องหมายคูณ

1297
01:42:55,928 --> 01:42:59,928
เพราะฉะนั้น เรา

1298
01:43:01,870 --> 01:43:04,636
ต้องเปรียบเทียบความสำคัญก่อน บวกมันน้อยกว่าหรือมากกว่าคูณ น้อยกว่า ใช่ไหม บวก

1299
01:43:04,636 --> 01:43:08,636
มีค่าน้อยกว่าคูณ เพราะฉะนั้น

1300
01:43:15,899 --> 01:43:19,899
ทำอย่างไรคะ เอาคูณออกมา บวกมีค่าน้อยกว่าคูณ เพราะฉะนั้น

1301
01:43:23,300 --> 01:43:26,176
ต้องเอา

1302
01:43:26,176 --> 01:43:30,176
ข้อมูลที่อยู่บน Stack นี่ คือ คูณ เอามาไว้ที่

1303
01:43:31,736 --> 01:43:33,223
Output เห็นไหมคะ

1304
01:43:33,223 --> 01:43:37,223
เอามาไว้ที่ Output เสร็จแล้ว เราถึงเอา

1305
01:43:42,745 --> 01:43:46,745
เครื่องหมายบวก Push ลงไปใน Stack ได้เลยเพราะว่า S

1306
01:43:49,901 --> 01:43:51,363
นะคะ แล้วค่อยเอาเครื่องหมายบวกใส่ลงไปใน Stack ได้เลย เพราะ Stack มันว่าง

1307
01:43:51,363 --> 01:43:55,363
เพราะฉะนั้น ตรง Output จะเป็น

1308
01:43:56,451 --> 01:44:00,451
5, 2 แล้วก็เครื่องหมาย 5

1309
01:44:05,899 --> 01:44:07,090
ทำไมคูณถึงต้องออกมา เพราะบวกมันน้อยกว่าคูณ บวกมันน้อยกว่า

1310
01:44:07,090 --> 01:44:10,816
เห็นไหมคะ บวกมันน้อยกว่าคูณ

1311
01:44:10,816 --> 01:44:13,583
เลยเอาคูณออกมา

1312
01:44:13,583 --> 01:44:16,314
ถัดมาเลขอะไรคะ เลข 2

1313
01:44:16,314 --> 01:44:20,314
เอาไปไว้ที่ Output ได้เลย ก็เอามันไปต่อท้ายคูณ

1314
01:44:24,811 --> 01:44:28,811
ใช้หรือเปล่า เพราะมันคือคูณ

1315
01:44:30,900 --> 01:44:32,801
เอา 2 มาต่อท้าย

1316
01:44:32,801 --> 01:44:36,801
ตอนนี้เราอ่านข้อมูลครบหมดแล้ว

1317
01:44:38,387 --> 01:44:42,387
แต่ใน Stack มันยังมีบวกค้างอยู่ เพราะฉะนั้น

1318
01:44:46,551 --> 01:44:50,551
ต้อง Pop มันออกมา

1319
01:44:53,935 --> 01:44:57,935
นะคะ Pop มันออกมาและไว้ข้างหลัง

1320
01:45:05,933 --> 01:45:09,933

1321
01:45:09,936 --> 01:45:11,104

1322
01:45:11,104 --> 01:45:15,104

1323
01:45:17,946 --> 01:45:21,946

1324
01:45:21,946 --> 01:45:25,946

1325
01:45:25,946 --> 01:45:29,946

1326
01:45:33,952 --> 01:45:37,952

1327
01:45:37,953 --> 01:45:41,953
โอเคนะแบบฝึกหัด ช่วยครูทำหน่อยตอนนี้เลย ครูโจทย์ให้นะคะ 3 หาร 1

1328
01:45:44,460 --> 01:45:45,584
ลบ 2 แล้วครูก็บอกว่าหาร

1329
01:45:45,584 --> 01:45:49,584
นี่ มันมีค่ามากกว่าลบนะ นะคะ

1330
01:45:52,771 --> 01:45:56,771
หาค่าผลลัพธ์ของนิพจน์

1331
01:45:57,248 --> 01:46:01,248
Postfix ให้ครูหน่อย ผลลัพธ์สุดท้ายตัวนี้

1332
01:46:03,883 --> 01:46:07,883
จะได้อะไร เริ่มต้นทุกคนตีตารางก่อน

1333
01:46:24,051 --> 01:46:24,014

1334
01:46:06,004 --> 01:46:08,524

1335
01:46:08,524 --> 01:46:12,524

1336
01:46:17,473 --> 01:46:20,377
ลองทำดูสิคะ มีกระดาษไหม

1337
01:46:20,377 --> 01:46:24,377
ไม่มีมาเอาข้างหน้า

1338
01:46:31,047 --> 01:46:28,624

1339
01:46:24,136 --> 01:46:24,235
ครูมีกระดาษให้นะ

1340
01:46:24,235 --> 01:46:27,105

1341
01:46:27,105 --> 01:46:31,105

1342
01:46:41,991 --> 01:46:43,133

1343
01:46:43,133 --> 01:46:43,962
แบบฝึกหัด 1 ข้อนะคะ ทำตอนนี้เลย

1344
01:46:43,962 --> 01:46:47,962

1345
01:46:58,003 --> 01:47:02,003
เหมือนกับโจทย์ที่ครูให้ไปนะคะ คล้าย ๆ กับโจทย์ที่เราให้ไป แล้วเราก็

1346
01:47:05,917 --> 01:47:08,690
จดแล้วด้วยนะ

1347
01:47:08,690 --> 01:47:11,135

1348
01:47:11,135 --> 01:47:15,135

1349
01:47:26,020 --> 01:47:30,020

1350
01:47:30,020 --> 01:47:34,020

1351
01:47:34,023 --> 01:47:38,023

1352
01:47:38,026 --> 01:47:42,026

1353
01:47:42,030 --> 01:47:46,030

1354
01:47:46,033 --> 01:47:50,033

1355
01:47:50,034 --> 01:47:54,034

1356
01:47:58,037 --> 01:48:02,037

1357
01:48:02,039 --> 01:48:06,039

1358
01:48:06,041 --> 01:48:10,041

1359
01:48:14,049 --> 01:48:18,047

1360
01:48:18,047 --> 01:48:22,047

1361
01:48:22,051 --> 01:48:26,051

1362
01:48:30,065 --> 01:48:34,065

1363
01:48:34,067 --> 01:48:38,067

1364
01:48:38,071 --> 01:48:42,071

1365
01:48:42,072 --> 01:48:46,072

1366
01:48:46,073 --> 01:48:50,073

1367
01:48:50,074 --> 01:48:50,520

1368
01:48:50,520 --> 01:48:50,857
เหมือนโจทย์สุดท้ายที่ครูให้ไปเมื่อกี้เลยนะ

1369
01:48:50,857 --> 01:48:53,906
ลบ

1370
01:48:53,906 --> 01:48:57,906
มันน้อยกว่าหารใช่ไหมคะ เรา

1371
01:48:58,791 --> 01:49:02,791
เปรียบเทียบกัน ลบมันน้อยกว่าหาร

1372
01:49:10,094 --> 01:49:14,094
เพราะฉะนั้น ก็ต้องเอาหารออกมา

1373
01:49:42,157 --> 01:54:41,838
(อาจารย์สุธาสินี)

1374
01:49:22,097 --> 01:49:26,097

1375
01:49:26,106 --> 01:49:30,106

1376
01:49:34,112 --> 01:49:38,110

1377
01:49:38,110 --> 01:49:42,110

1378
01:49:42,111 --> 01:49:46,111

1379
01:49:50,125 --> 01:49:54,125

1380
01:49:54,138 --> 01:49:58,138

1381
01:50:02,130 --> 01:50:06,129

1382
01:50:06,129 --> 01:50:10,129

1383
01:50:10,129 --> 01:50:14,129

1384
01:50:14,133 --> 01:50:18,133

1385
01:50:18,155 --> 01:50:22,155

1386
01:50:22,155 --> 01:50:26,153

1387
01:50:26,153 --> 01:50:30,153

1388
01:50:30,157 --> 01:50:34,157

1389
01:50:34,161 --> 01:50:38,161

1390
01:50:38,161 --> 01:50:42,161

1391
01:50:42,171 --> 01:50:46,171

1392
01:50:46,175 --> 01:50:50,175

1393
01:50:50,175 --> 01:50:54,175

1394
01:50:54,179 --> 01:50:58,178

1395
01:50:58,178 --> 01:51:02,178

1396
01:51:02,183 --> 01:51:06,183

1397
01:51:06,185 --> 01:51:10,185

1398
01:51:10,192 --> 01:51:14,189

1399
01:51:14,189 --> 01:51:18,189

1400
01:51:18,191 --> 01:51:22,191

1401
01:51:22,197 --> 01:51:26,197

1402
01:51:26,197 --> 01:51:30,197

1403
01:51:30,199 --> 01:51:34,199

1404
01:51:34,203 --> 01:51:38,203

1405
01:51:38,203 --> 01:51:42,203

1406
01:51:42,203 --> 01:51:46,203

1407
01:51:46,204 --> 01:51:50,204

1408
01:51:50,206 --> 01:51:54,206

1409
01:51:54,212 --> 01:51:58,212

1410
01:51:58,215 --> 01:52:02,215

1411
01:52:02,218 --> 01:52:06,218

1412
01:52:06,219 --> 01:52:10,219

1413
01:52:10,224 --> 01:52:14,224

1414
01:52:14,225 --> 01:52:18,225

1415
01:52:18,231 --> 01:52:22,231

1416
01:52:22,232 --> 01:52:26,232

1417
01:52:26,233 --> 01:52:30,233

1418
01:52:30,234 --> 01:52:34,234

1419
01:52:34,236 --> 01:52:38,236

1420
01:52:38,238 --> 01:52:42,238

1421
01:52:42,243 --> 01:52:46,243

1422
01:52:46,249 --> 01:52:50,249

1423
01:52:50,252 --> 01:52:54,252

1424
01:52:54,256 --> 01:52:58,254

1425
01:52:58,254 --> 01:53:02,254

1426
01:53:02,257 --> 01:53:06,257

1427
01:53:06,260 --> 01:53:10,260

1428
01:53:10,265 --> 01:53:14,265

1429
01:53:14,265 --> 01:53:18,265

1430
01:53:18,268 --> 01:53:22,266

1431
01:53:22,266 --> 01:53:24,577

1432
01:53:24,577 --> 01:53:28,577

1433
01:53:30,271 --> 01:53:34,271

1434
01:53:34,279 --> 01:53:38,279

1435
01:53:38,279 --> 01:53:42,279

1436
01:53:42,282 --> 01:53:46,281

1437
01:53:46,281 --> 01:53:50,281

1438
01:53:50,286 --> 01:53:54,285

1439
01:53:54,285 --> 01:53:58,285

1440
01:53:58,288 --> 01:54:02,288

1441
01:54:02,292 --> 01:54:06,292

1442
01:54:06,296 --> 01:54:10,296

1443
01:54:10,296 --> 01:54:14,296

1444
01:54:14,298 --> 01:54:18,298

1445
01:54:18,298 --> 01:54:22,298

1446
01:54:22,301 --> 01:54:26,301

1447
01:54:26,303 --> 01:54:29,931

1448
01:54:29,931 --> 01:54:31,357
คราวนี้นะคะ ดูด้วยกัน

1449
01:54:31,357 --> 01:54:35,357
3

1450
01:54:38,953 --> 01:54:41,700
เอา 3 ไปไว้ที่ไหนคะ ที่ Output

1451
01:54:41,700 --> 01:54:45,523
เห็นไหมคะ เอา 3 ไปไว้ที่ Output

1452
01:54:45,523 --> 01:54:49,523
เครื่องหมายหาร เอาเครื่องหมายหารไปไว้ที่ไหน Stack

1453
01:54:52,194 --> 01:54:56,194
เพราะมันเป็น Stack ว่าง เราก็หย่อนเครื่องหมายหารไปไว้ที่

1454
01:55:02,322 --> 01:55:06,322
Output เรายกมันลงมาด้วยนะ ถัดไป เราอ่านเจอเลข 1 ใช่ไหมคะ เราต้องเอาเลข 1 ไปไว้

1455
01:55:12,306 --> 01:55:16,306
ที่ไหน Output เอาของเดิม

1456
01:55:18,325 --> 01:55:22,325
ยกลงมาก่อน เสร็จแล้วก็เติมเลข 1 ลงไป ใน Stack ยังเหมือนเดิมนะ

1457
01:55:24,687 --> 01:55:26,937
เรายังมีเครื่องหมายหารอยู่ เราก็ยกลงมาได้เลย

1458
01:55:26,937 --> 01:55:27,690
ถัดมา

1459
01:55:27,690 --> 01:55:31,115
เครื่องหมายลบใช่ไหมคะ เดิมใน Stack เรามี

1460
01:55:31,115 --> 01:55:34,636
หารอยู่แล้วใช่ไหม ครูเขียนให้ดูก่อน

1461
01:55:34,636 --> 01:55:38,636
เรามีหารอยู่แล้วนี่ เราเอาลบนี่ มาเทียบกับ

1462
01:55:42,569 --> 01:55:46,569
หาร ปรากฎว่า

1463
01:55:50,340 --> 01:55:54,340
ค่าลบมันน้อยกว่า ให้ทำอย่างไร ให้เอาหารนี่ เอาออกมาไว้ที่

1464
01:55:54,479 --> 01:55:58,479
Output เพราะฉะนั้น จะได้เป็น

1465
01:56:06,346 --> 01:56:09,085
3, 1 แล้วก็หาร ตรงนี้หายไปใช่ไหมคะ เสร็จแล้วก็ใส่ค่าลบลงมาใน Stack

1466
01:56:09,085 --> 01:56:13,085
ถัดมาเราหย่อนอะไร

1467
01:56:21,730 --> 01:56:24,315
ยกของเดิมลงมาก่อนที่ Output แล้วก็ใส่เลข 2 ใน Stack หรืออะไรคะ

1468
01:56:24,315 --> 01:56:26,345
เครื่องหมายลบใช่ไหม อ่านครบหมดแล้วนะ

1469
01:56:26,345 --> 01:56:30,345
แต่ใน Stack เรายังมีค่าอยู่เลย

1470
01:56:38,360 --> 01:56:40,243
เราต้องเอาค่าจาก Stack ออกมา เป็น 3 1 หาร 2 แล้วอะไรคะ ลบ

1471
01:56:40,243 --> 01:56:41,148
เห็นไหม

1472
01:56:41,148 --> 01:56:45,148
เราเอาค่าที่อยู๋ใน Stack ตัวสุดท้ายมาใส่ข้างหลัง

1473
01:56:54,371 --> 01:56:58,371
ได้เลยนะคะ โอเค อีกข้อหนึ่ง

1474
01:57:02,885 --> 01:57:06,885
แล้วจะให้เลิก ครูให้โจทย์มาแค่นี้เอง วาดตารางเองด้วย

1475
01:57:10,376 --> 01:57:14,376

1476
01:57:18,374 --> 01:57:22,374

1477
01:57:22,376 --> 01:57:22,796
โจทย์ข้อนี้อันดับแรก

1478
01:57:22,796 --> 01:57:26,601
วาดตารางก่อนเลย ตีตารางค่ะ

1479
01:57:26,601 --> 01:57:30,601

1480
01:57:38,380 --> 01:57:42,380

1481
01:57:42,387 --> 01:57:46,384

1482
01:57:46,384 --> 01:57:50,384

1483
01:57:50,388 --> 01:57:54,388

1484
01:57:54,392 --> 01:57:58,392

1485
01:57:58,393 --> 01:58:02,393

1486
01:58:06,404 --> 01:58:10,402

1487
01:58:10,402 --> 01:58:14,402

1488
01:58:14,406 --> 01:58:18,406

1489
01:58:18,409 --> 01:58:22,407

1490
01:58:22,407 --> 01:58:26,407

1491
01:58:26,410 --> 01:58:30,410

1492
01:58:30,412 --> 01:58:34,412

1493
01:58:34,415 --> 01:58:38,415

1494
01:58:38,417 --> 01:58:42,417

1495
01:58:42,421 --> 01:58:46,421

1496
01:58:46,421 --> 01:58:50,421

1497
01:58:50,428 --> 01:58:54,428

1498
01:58:54,428 --> 01:58:58,427

1499
01:58:58,427 --> 01:59:02,427

1500
01:59:02,433 --> 01:59:06,433

1501
01:59:06,438 --> 01:59:10,438

1502
01:59:10,441 --> 01:59:14,441

1503
01:59:14,442 --> 01:59:18,441

1504
01:59:18,441 --> 01:59:22,441

1505
01:59:22,444 --> 01:59:26,444

1506
01:59:26,448 --> 01:59:30,448

1507
01:59:30,450 --> 01:59:34,450

1508
01:59:34,451 --> 01:59:38,451

1509
01:59:38,453 --> 01:59:42,451

1510
01:59:42,451 --> 01:59:46,451

1511
01:59:46,456 --> 01:59:50,456

1512
01:59:50,459 --> 01:59:54,459

1513
01:59:54,463 --> 01:59:58,460

1514
01:59:58,460 --> 02:00:02,460

1515
02:00:02,471 --> 02:00:06,471
ดูนิดหนึ่งคูณมันมากกว่าลบใช่หรือเปล่า คูณมันมีค่ามากกว่าลบ เพราะฉะนั้น ทำอย่างไร

1516
02:00:07,483 --> 02:00:11,483
ก็ Push คูณลง  Stack ได้เลย

1517
02:00:12,321 --> 02:00:16,321
นะคะ Push คูณ

1518
02:00:18,892 --> 02:00:22,892
ลงใน Stack ได้เลย

1519
02:00:50,546 --> 02:04:39,272
(อาจารย์สุธาสินี)

1520
02:00:30,481 --> 02:00:34,479

1521
02:00:34,479 --> 02:00:38,479

1522
02:00:38,488 --> 02:00:42,488

1523
02:00:42,490 --> 02:00:46,490

1524
02:00:46,491 --> 02:00:50,491

1525
02:00:50,494 --> 02:00:54,494

1526
02:00:54,495 --> 02:00:58,495

1527
02:01:02,498 --> 02:01:06,498

1528
02:01:06,504 --> 02:01:10,504

1529
02:01:10,506 --> 02:01:14,506

1530
02:01:14,507 --> 02:01:18,507

1531
02:01:18,508 --> 02:01:22,508

1532
02:01:22,509 --> 02:01:26,509

1533
02:01:26,511 --> 02:01:30,511

1534
02:01:30,514 --> 02:01:34,514

1535
02:01:34,518 --> 02:01:38,518

1536
02:01:38,521 --> 02:01:42,521

1537
02:01:42,521 --> 02:01:46,521

1538
02:01:50,524 --> 02:01:54,524

1539
02:01:54,528 --> 02:01:58,528

1540
02:01:58,534 --> 02:02:02,532

1541
02:02:02,532 --> 02:02:06,531

1542
02:02:06,531 --> 02:02:10,531

1543
02:02:10,538 --> 02:02:14,538

1544
02:02:14,542 --> 02:02:18,542

1545
02:02:18,544 --> 02:02:22,544

1546
02:02:22,549 --> 02:02:26,549

1547
02:02:26,551 --> 02:02:30,551

1548
02:02:30,552 --> 02:02:34,552

1549
02:02:38,553 --> 02:02:42,553

1550
02:02:42,564 --> 02:02:46,564

1551
02:02:46,565 --> 02:02:50,565

1552
02:02:50,566 --> 02:02:54,566

1553
02:02:54,571 --> 02:02:58,571

1554
02:02:58,571 --> 02:03:02,571

1555
02:03:02,575 --> 02:03:06,574

1556
02:03:06,574 --> 02:03:10,574

1557
02:03:10,578 --> 02:03:14,578

1558
02:03:14,580 --> 02:03:18,580

1559
02:03:18,582 --> 02:03:22,582

1560
02:03:22,582 --> 02:03:26,582

1561
02:03:26,582 --> 02:03:30,582

1562
02:03:30,585 --> 02:03:34,585

1563
02:03:34,588 --> 02:03:38,588

1564
02:03:38,591 --> 02:03:42,591

1565
02:03:42,596 --> 02:03:46,593

1566
02:03:46,593 --> 02:03:50,593

1567
02:03:50,602 --> 02:03:54,602

1568
02:03:58,604 --> 02:04:02,604

1569
02:04:02,606 --> 02:04:06,606

1570
02:04:06,607 --> 02:04:10,607

1571
02:04:10,612 --> 02:04:14,612

1572
02:04:14,615 --> 02:04:18,615

1573
02:04:18,615 --> 02:04:22,615

1574
02:04:22,615 --> 02:04:24,999
โอเค มาดูนะคะ

1575
02:04:24,999 --> 02:04:28,999
นะคะ 6

1576
02:04:30,041 --> 02:04:34,041
เป็นตัวเลข เอาไว้ที่ Output ใช่หรือเปล่า

1577
02:04:35,532 --> 02:04:38,090
ลบ เอาไว้ที่ Stack นะคะ

1578
02:04:38,090 --> 02:04:41,138
6 ก็ใส่มาเหมือนเดิม

1579
02:04:41,138 --> 02:04:45,138
5 เอาไว้ที่ไหนคะ

1580
02:04:54,632 --> 02:04:58,632
Stack ก็ยกลงมาเหมือนเดิมนะคะ ถัดมาคูณ เจอคูณ

1581
02:04:59,776 --> 02:05:03,776
ใช่ไหมคะ เจอคูณให้เอามาเปรียบเทียบกับตัวนี้ก่อน

1582
02:05:10,645 --> 02:05:11,803
ปรากฏว่าคูณมีค่ามากกว่าลบ ให้ Push คูณลง Stack

1583
02:05:11,803 --> 02:05:15,803
ได้เลย เพราะฉะนั้น Stack เดิมเป็น push

1584
02:05:26,652 --> 02:05:30,652
ครูบอกว่า Push ลงมาได้เลยนะคะ เพราะคูณมันมากกว่านะ มันมากกว่านะคะ ข้างหลัง คือ 6 กับ 5

1585
02:05:31,098 --> 02:05:35,098
ถัดมา 2

1586
02:05:42,189 --> 02:05:46,189
เป็นตัวเลขไว้ข้างหลังนะคะ Stack มีเท่าไรยกลงมา โอเค เสร็จแล้ว หมดแล้วนะ ผลลัพธ์

1587
02:05:48,594 --> 02:05:52,594
สุดท้ายที่ได้ 6, 5, 2

1588
02:05:55,116 --> 02:05:57,594
เอาคูณออกมาก่อน แล้วตามด้วยลบนะคะ เห็นนะโอเค

1589
02:05:57,594 --> 02:06:01,594

1590
02:06:10,666 --> 02:06:14,666
ทุกคนดูนะคะ

1591
02:06:22,671 --> 02:06:26,671

1592
02:06:26,672 --> 02:06:28,415

1593
02:06:28,415 --> 02:06:31,660
เราสังเกตนะ ทำไมตัวนี้

1594
02:06:31,660 --> 02:06:35,660
เอาหารออกมา ตัวนี้ไม่ได้เอาอะไรออกมานะคะ ตัวนี้

1595
02:06:40,283 --> 02:06:43,452
วิธีการสังเกต โอเค ลบเทียบกับหาร ลบ

1596
02:06:43,452 --> 02:06:47,452
มันมีค่าน้อยกว่าหาร เห็นไหมคะ

1597
02:06:47,770 --> 02:06:50,276
ลบมีค่าน้อยกว่าหาร

1598
02:06:50,276 --> 02:06:54,276
เลยต้องเอาหาร

1599
02:07:02,697 --> 02:07:03,997
ออกมา แต่ถ้า Input

1600
02:07:03,997 --> 02:07:07,997
ที่ใส่เข้าไปนี่ มีค่ามากกว่า เราก็

1601
02:07:09,355 --> 02:07:13,355
ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย

1602
02:07:17,475 --> 02:07:18,075
ถ้าตัวซ้ายมันมากกว่าตัวบนตรงนี้ เราก็ใส่ลงไปใน Stack ได้เลยนะคะ

1603
02:07:18,075 --> 02:07:22,075

1604
02:07:30,702 --> 02:07:31,282
โอเคต้องกลับไปทบทวนอีกรอบหนึ่งนะ นะคะ

1605
02:07:31,282 --> 02:07:35,282
เดี๋ยวสัปดาห์หน้าครูจะทวน

1606
02:07:38,980 --> 02:07:40,955
ให้อีกรอบหนึ่ง

1607
02:07:40,955 --> 02:07:43,928
โอเค

1608
02:07:43,928 --> 02:07:47,928
เดี๋ยวทั้งหมดนี้ครูจะอัปที่ Classroom ให้นะคะ

1609
02:07:54,908 --> 02:07:58,908
เดี๋ยวครูจะไปสแกนให้ แล้วก็อัปที่ Classroom

1610
02:08:01,797 --> 02:08:05,797
ให้ โอเค

1611
02:08:21,827 --> 02:08:18,941

1612
02:08:14,724 --> 02:08:18,724

1613
02:08:18,726 --> 02:08:22,726

1614
02:08:22,727 --> 02:08:26,727

1615
02:08:30,734 --> 02:08:34,734
เดี๋ยวครูเช็กชื่อหน่อยนะคะ

1616
02:08:38,741 --> 02:08:42,741

1617
02:08:46,740 --> 02:08:50,740

1618
02:08:50,744 --> 02:08:54,744

1619
02:08:54,744 --> 02:08:58,744

1620
02:09:02,747 --> 02:09:06,747
ครูเช็กชื่อหน่อย ศิริลักษณ์

1621
02:09:10,343 --> 02:09:12,024
02 มาไหม 02 (นักศึกษาหญิง) มาค่ะ (อาจารย์สุธาสินี) คนนี้หรือ

1622
02:09:12,024 --> 02:09:16,024
03

1623
02:09:22,480 --> 02:09:25,355
อดิศร เป็น COVID

1624
02:09:25,355 --> 02:09:29,355
4. นพกิต คนนี้ 5.

1625
02:09:33,369 --> 02:09:34,618
พงพร ไหน

1626
02:09:34,618 --> 02:09:38,618
อ๋อ จันทกานต์

1627
02:09:50,944 --> 02:09:59,172
(นักศึกษาหญิง) จันทกานต์มาค่ะ (อาจารย์สุธาสินี)

1628
02:09:39,985 --> 02:09:43,985
ไหนคะ กัญญานัฐ

1629
02:09:46,867 --> 02:09:50,867
ธัญญาลักษณ์

1630
02:09:54,283 --> 02:09:55,444
อ๋อ โอเค วริษา

1631
02:09:55,444 --> 02:09:55,857
คนนี้

1632
02:09:55,857 --> 02:09:59,857
ภัทรดา 11 ไม่มา

1633
02:10:01,988 --> 02:10:05,988
เทพอักษร

1634
02:10:09,914 --> 02:10:13,914
ธนภัทร 15 โอเค

1635
02:10:16,099 --> 02:10:20,099
ภากร 16 โอเค ค่ะ เจอกันสัปดาห์หน้า

1636
02:10:21,804 --> 02:10:25,804

1637
02:10:28,404 --> 02:10:32,404

1638
02:10:38,788 --> 02:10:42,788

1639
02:10:42,793 --> 02:10:46,792

1640
02:10:46,792 --> 02:10:48,424

1641
02:10:48,424 --> 02:10:52,424

1642
02:10:54,797 --> 02:10:58,797
[สิ้นสุดการถอดความ]

1643
02:11:02,799 --> 02:11:06,799

1644
02:11:06,802 --> 02:11:10,802

1645
02:11:11,812 --> 02:11:15,812


