﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:04,000

2
00:00:04,004 --> 00:00:08,004

3
00:00:08,007 --> 00:00:12,007

4
00:00:12,010 --> 00:00:16,010

5
00:00:16,014 --> 00:00:20,014

6
00:00:20,017 --> 00:00:24,017

7
00:00:24,023 --> 00:00:28,023
(อาจารย์สุธาสินี) ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะ

8
00:00:28,026 --> 00:00:32,026
ได้ยินครูนะ คราวที่แล้ว

9
00:00:32,027 --> 00:00:36,027
นะคะ เราพูดถึงในเรื่องของ

10
00:00:36,028 --> 00:00:40,028
เหมือนล่ามไม่ได้ยินเลย อ๋อ ค่ะ

11
00:00:40,031 --> 00:00:44,031
คราวที่แล้วเราพูดถึงเรื่อง list นะ lis

12
00:00:44,031 --> 00:00:48,031
แล้วเราก็ทำข้อสอบไปแล้วนะคะ

13
00:00:48,033 --> 00:00:52,033
เรื่องลิสต์

14
00:00:52,034 --> 00:00:56,034

15
00:00:56,035 --> 00:01:00,035

16
00:01:00,036 --> 00:01:04,036
ได้ไหมคะ

17
00:01:04,041 --> 00:01:08,041

18
00:01:08,046 --> 00:01:12,046
ได้ยินไหมคะ

19
00:01:12,049 --> 00:01:16,049
ยังไม่ได้ยิน

20
00:01:16,050 --> 00:01:20,050

21
00:01:20,052 --> 00:01:24,052

22
00:01:24,055 --> 00:01:28,055

23
00:01:28,056 --> 00:01:32,056

24
00:01:32,059 --> 00:01:36,059

25
00:01:36,060 --> 00:01:40,060

26
00:01:40,062 --> 00:01:44,062

27
00:01:44,064 --> 00:01:48,064
คราวที่แล้วนะคะ เราพูดถึงเรื่อง List ทุกคน

28
00:01:48,065 --> 00:01:52,065
จำได้นะคะ อันนี้คือลิสต์นะ ที่ครูยกตัวอย่างมาให้

29
00:01:52,067 --> 00:01:56,067
ลิสต์ตัวนี้มีขนาดเท่ากับเท่าไหร่

30
00:01:56,068 --> 00:02:00,068
มีขนาดเท่าไหร่ ขนาด คือ

31
00:02:00,069 --> 00:02:04,069
มีจำนวนเท่าไร มี 5 คนอื่นมีเท่าไรคะ

32
00:02:04,070 --> 00:02:08,070
5 โอเค 5 นะคะ

33
00:02:08,071 --> 00:02:12,071
ลิสต์ที่เราเห็นในหน้าจอตรงนี้

34
00:02:12,072 --> 00:02:16,072
จะมีอยู่ 5 ตัวถูกไหมคะ มีข้อมูลอยู่ 5 ตัว

35
00:02:16,073 --> 00:02:20,073
มี 1 มี 2 มี 3 มี 4

36
00:02:20,075 --> 00:02:24,075
แล้วก็มี 5 มีทั้งหมด 5 ตัวนะคะ คราวนี้

37
00:02:24,078 --> 00:02:28,078
เรารู้ได้อย่างไรว่ามันคือลิสต์ เห็น

38
00:02:28,080 --> 00:02:32,080
ก้ามปูเปิด-ก้ามปูปิดไหมคะ

39
00:02:32,081 --> 00:02:36,081
เป็นสัญลักษณ์ที่บอกว่าการเก็บข้อมูลลักษณะ

40
00:02:36,083 --> 00:02:40,083
แบบนี้มีชื่อเรียกว่า "ลิสต์" นะคะ

41
00:02:40,086 --> 00:02:44,086
จะเก็บค่าของข้อมูล

42
00:02:44,092 --> 00:02:48,092
ในลิสต์ index

43
00:02:48,099 --> 00:02:52,099
ก็คือหมายเลขถูกไหมคะ ก็คือหมายเลขของข้อมูล

44
00:02:52,101 --> 00:02:56,101
เราเริ่มต้นที่หมายเลขอะไรเอ่ย

45
00:02:56,103 --> 00:03:00,103
พอเราวาดเป็นช่องใช่ไหมคะ

46
00:03:00,104 --> 00:03:04,104
ในลิสต์นี่ ถ้าเราลองวาด

47
00:03:04,105 --> 00:03:08,105
การจัดเก็บนะ ก็จะเป็น 1

48
00:03:08,106 --> 00:03:12,106

49
00:03:12,110 --> 00:03:16,110
แล้วก็จะเก็บข้อมูลลงไปในช่องแบบนี้

50
00:03:16,111 --> 00:03:20,111
หมายเลขช่องหรือว่า

51
00:03:20,112 --> 00:03:24,112
Index ตัวแรกเราจะเริ่มต้นที่ตรงไหน

52
00:03:24,113 --> 00:03:28,113
ตรงนี้ index เราจะเริ่มที่เราไรเอ่ย

53
00:03:28,115 --> 00:03:32,115
0 นะ ใช่ไหมคะ

54
00:03:32,117 --> 00:03:36,117
1 2 3 แล้วก็ 4

55
00:03:36,120 --> 00:03:40,120
แล้วก็ 4 ก็คือหมายเลขช่อง ถ้าเราวาดรูปให้

56
00:03:40,122 --> 00:03:44,122
เป็นรูปสี่เหลี่ยมในการจัดเก็บข้อมูล แล้วเวลาครูเข้าถึง

57
00:03:44,126 --> 00:03:48,126
ข้อมูลที่อยู่ในลิสต์ ตอนนี้

58
00:03:48,127 --> 00:03:52,127
ครูตั้งชื่อลิสต์ตัวนี้มีชื่อว่า x

59
00:03:52,129 --> 00:03:56,129
x index 3

60
00:03:56,133 --> 00:04:00,133
ตอบเท่ากับเท่าไรเอ่ย index

61
00:04:00,134 --> 00:04:04,134
เป็น 3 ตัวนี้ตอบ 4 ใช่

62
00:04:04,136 --> 00:04:08,136
ตรงนี้ต้องตอบว่า 4 นะคะ ทุกคนจำได้นะ

63
00:04:08,137 --> 00:04:12,137
แล้วถ้า x

64
00:04:12,138 --> 00:04:16,138
เราต้องการหลาย ๆ ค่า 2 จนถึง 4

65
00:04:16,140 --> 00:04:20,140
จะตอบเท่าหับเท่าไหร่คะ

66
00:04:20,141 --> 00:04:24,141
3 กับ...

67
00:04:24,146 --> 00:04:28,146
3 กับอะไรเอ่ย 4 ใช่ไหม

68
00:04:28,147 --> 00:04:32,147
ใช่ไหม คือ 3 กับ 4 นะ มันเริ่มต้นที่ 2 ใช่ไหมคะ ก็คือ

69
00:04:32,149 --> 00:04:36,149
เริ่มต้นที่ 2 ก็คือเริ่มต้ด้วยตัว

70
00:04:36,150 --> 00:04:40,150
ถึง 4 แล้วก็ลดลงมา 1 ช่อง ก็จะได้ข้อมูลตัวนี้

71
00:04:40,151 --> 00:04:44,151
ก็คือ 3 กับ 4

72
00:04:44,155 --> 00:04:48,155
คราวนี้ แล้วเราเอาลิสต์

73
00:04:48,156 --> 00:04:52,156
มาทำอะไรนะคะ เราเก็บข้อมูล

74
00:04:52,158 --> 00:04:56,158
รูปแบบลิสต์ แล้วเราเอามาใช้ทำอะไรนะคะ

75
00:04:56,159 --> 00:05:00,159
วันนี้เราจะพูดถึงโครงสร้างอีกแบบหนึ่ง

76
00:05:00,161 --> 00:05:04,161
ที่มีชื่อว่า stack นะ

77
00:05:04,162 --> 00:05:08,162
สแตกนะคะ สแตกตัวนี้

78
00:05:08,163 --> 00:05:12,163
จะใช้วิธีการเก็บข้อมูลแบบลิสต์

79
00:05:12,164 --> 00:05:16,164
นะคะ แล้วลักษณะแบบไหน

80
00:05:16,165 --> 00:05:20,165
ที่เราจะเรียกว่า "stack" นะคะ ดูด้วยกัน

81
00:05:20,166 --> 00:05:24,166
เขาบอกว่า Stack

82
00:05:24,168 --> 00:05:28,168
ก็คือการที่เราใส่ข้อมูลเข้าไปแล้วก็ดึงออกมา

83
00:05:28,169 --> 00:05:32,169
นะคะ แล้วข้อมูล

84
00:05:32,171 --> 00:05:36,171
ที่ถูกใส่เข้าไปใน Stack จะถูก

85
00:05:36,172 --> 00:05:40,172
เอาออกมาใช้ทีหลัง อันนี้ คือ

86
00:05:40,173 --> 00:05:44,173
วิธีการเก็บข้อมูลแบบ stack หรือที่เรียกว่า

87
00:05:44,177 --> 00:05:48,177
เข้าทีหลังออกก่อน

88
00:05:48,178 --> 00:05:52,178
เข้าก่อนออกทีหลัง ความหมายเหมือนกัน

89
00:05:52,182 --> 00:05:56,182

90
00:05:56,183 --> 00:06:00,183
ยกตัวอย่างเช่น ทุกคนเคย

91
00:06:00,184 --> 00:06:04,184
ไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวไหมคะ ทุกคนเคยไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวนะ

92
00:06:04,186 --> 00:06:08,186
แล้วเห็นถ้วยก๋วยเตี๋ยวก่อนที่เขาจะ

93
00:06:08,187 --> 00:06:12,187
เอามาใส่เส้น ใส่เครื่องปรุง ใส่หมูให้เรา

94
00:06:12,189 --> 00:06:16,189
ชามก๋วยเตี๋ยวมันเรียงขึ้นไปแบบนี้

95
00:06:16,190 --> 00:06:20,190
ใช่ไหมคะ เวลาแม่ค้าเขาจะเอาจามก๋วยเตี๋ยวมาใส่ให้เรา

96
00:06:20,193 --> 00:06:24,193
เขาจะเอาชามก๋วยเตี๋ยวมาใส่ให้เรา เขาเอาชามที่อยู่

97
00:06:24,194 --> 00:06:28,194
ข้างบน หรือชามที่อยู่ข้างล่าง

98
00:06:28,195 --> 00:06:32,195
เอาชามข้างบนหรือข้างล่างคะ ข้างบน

99
00:06:32,196 --> 00:06:36,196
เขาเอาข้างบนมาทำให้เรา

100
00:06:36,198 --> 00:06:40,198
แล้วเวลาเขาล้างจานเสร็จแล้วนี่ เอาจาน

101
00:06:40,199 --> 00:06:44,199
มาซ้อนข้างล่างหรือซ้อนข้างบน ซ้อนข้างบน

102
00:06:44,203 --> 00:06:48,203
ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น จานที่

103
00:06:48,208 --> 00:06:52,208
อยู่บนสุดจะถูกเอาออกมาใช้ก่อน

104
00:06:52,210 --> 00:06:56,210
และจากที่อยู่บนสุดนะคะ จะถูก

105
00:06:56,211 --> 00:07:00,211
เอาเข้ามาเก็บทีหลัง อันนี้คือรูปแบบ

106
00:07:00,214 --> 00:07:04,214
ของ Stack เช่นนะคะ เช่น ๆ

107
00:07:04,215 --> 00:07:08,215
เช่น สมมติ ครูมีกระดาษ 1 แผ่นนะ

108
00:07:08,216 --> 00:07:12,216
ครูมีกระดาษอยู่ 1 แผ่น ทุกคนดูนะคะ

109
00:07:12,216 --> 00:07:16,216
ครูจะใส่กระดาษแผ่นที่ 2

110
00:07:16,219 --> 00:07:20,219
เห็นไหมคะ ครูซ่อนกระดาษแผ่นที่ 2 อยู่ข้างบน

111
00:07:20,220 --> 00:07:24,220
ครูใส่ ครูใส่กระดาษ

112
00:07:24,221 --> 00:07:28,221
แผ่นที่ 3 เข้าไปนะคะ แล้วครูก็ใส่

113
00:07:28,224 --> 00:07:32,224
กระดาษแผ่นที่ 4 เข้าไปในมือครู เวลา

114
00:07:32,225 --> 00:07:36,225
ครูจะเอาออกมาใช้ครูจะเอาตัวล่างสุดหรือตัวบนสุดออกมาใช้

115
00:07:36,226 --> 00:07:40,226
ตัวบนสุดถูกไหมคะ

116
00:07:40,227 --> 00:07:44,227
ครูไม่พยายามจะดึงตัวล่างสุดออกมานะคะ ครูจะหยิบตัวบน

117
00:07:44,230 --> 00:07:48,230
สุดอกไปใช้ ซึ่งตัวบนสุดนี่

118
00:07:48,232 --> 00:07:52,232
คือ กระดาษแผ่นที่เราใส่ไปล่าสุดนะคะ

119
00:07:52,236 --> 00:07:56,236
เ

120
00:07:56,238 --> 00:08:00,238
เราสามารถสรุปได้แบบนี้นะ ข้อมูลที่อยู่ใน Stack

121
00:08:00,239 --> 00:08:04,239
ตัวแรกจะอยู่ด้านล่างสุด ข

122
00:08:04,242 --> 00:08:08,242
ข้อมูลที่หย่อนลงไปใน Stack ตัวแรกจะอยู่ด้านล่างสุดเลย

123
00:08:08,243 --> 00:08:12,243
นะคะ ตัวถัดไปก็จะซ้อนขึ้นมา

124
00:08:12,244 --> 00:08:16,244
เรื่อย ๆ ข้อมูลที่

125
00:08:16,246 --> 00:08:20,246
เข้าไปใน Stack เป็นตัวสุดท้าย

126
00:08:20,248 --> 00:08:24,248
นะคะ จะอยู่บนสุด แล้วเวลา

127
00:08:24,250 --> 00:08:28,250
เราเอาข้อมูลใน Stack ออกมาใช้งาน

128
00:08:28,251 --> 00:08:32,251
ข้อมูลที่เข้าไปเป็นตัวล่าสุด

129
00:08:32,254 --> 00:08:36,254
หรือตัวลำดับสุดท้าย  จะถูก

130
00:08:36,255 --> 00:08:40,255
ดึงออกมาใช้งานก่อน ตัวไหน

131
00:08:40,256 --> 00:08:44,256
ที่เข้าไปตัวแรกจะถูกเอามาใช้งาน

132
00:08:44,259 --> 00:08:48,259
เป็นตัวสุดท้ายนะคะ เพราะมันอยู่ล่างสุด

133
00:08:48,260 --> 00:08:52,260
มันก็ใช้ยาก เราต้องใช้ตัวบน ค่อย ๆ ดึงตัวบน

134
00:08:52,261 --> 00:08:56,261
ออกไปก่อน

135
00:08:56,262 --> 00:09:00,262
คราวนี้เวลาเราเอาข้อมูลใส่ใน Stack

136
00:09:00,264 --> 00:09:04,264
เราพูดถึง Stack ก็เหมือนภาชนะนะ Stack

137
00:09:04,265 --> 00:09:08,265
เป็นช่องแบบนี้ เป็นช่องสี่เหลี่ย

138
00:09:08,266 --> 00:09:12,266
ในแนวตั้ง ถ้าเราพูดถึง Stack นะ

139
00:09:12,268 --> 00:09:16,268
ดูรูปนี้ก่อน อย่างนี้ มันจะอยู่ในแนวนอนหรือแนวตั้งก็ได้

140
00:09:16,269 --> 00:09:20,269
มันจะอยู่ในแนวนอนหรือแนวตั้งก็ได้

141
00:09:20,271 --> 00:09:24,271
ถ้าพูดถึง Stack ก้คือเป็นชั้น ๆ

142
00:09:24,273 --> 00:09:28,273
เลื่อนขึ้นไปเรื่อย ๆ นะคะ ใน Stack

143
00:09:28,277 --> 00:09:32,277
เราทำอะไรได้บ้าง เราใส่ข้อมูลลงไป

144
00:09:32,278 --> 00:09:36,278
เราดึงข้อมูลออกมา คราวนี้

145
00:09:36,282 --> 00:09:40,282
stackถ้ามันไม่มีข้อมูลอะไรเลย

146
00:09:40,284 --> 00:09:44,284
เราเรียกว่า "Stack ว่าง" คือ มันมีค่าว่าง ๆ

147
00:09:44,286 --> 00:09:48,286
ไม่มีตัวอักษรอะไรเลยนะ อันนี้

148
00:09:48,287 --> 00:09:52,287
คือ Stack ว่าง

149
00:09:52,289 --> 00:09:56,289
ถ้าเราจะใส่ข้อมูลลงไปใน Stack

150
00:09:56,293 --> 00:10:00,293
เราจะมีคำสั่งที่ชื่อว่า Push

151
00:10:00,294 --> 00:10:04,294
คือคำสั่งตัวนี้นะคะ

152
00:10:04,295 --> 00:10:08,295
คำสั่ง Push ก็คือใส่

153
00:10:08,297 --> 00:10:12,297
ข้อมูลลงไปใน Stack ถ้าต้องการเอา

154
00:10:12,298 --> 00:10:16,298
ข้อมูลออกจาก Stack เราใช้คำสั่ง Pop นะคะ

155
00:10:16,299 --> 00:10:20,299
มีอยู่ 2 ตัวที่ทุกคนต้องรู้จัก

156
00:10:20,301 --> 00:10:24,301
เมื่อพูดถึง Stack คือ Push กับ Pop

157
00:10:24,305 --> 00:10:28,305
Push คือใส่ ก็คือเอ

158
00:10:28,308 --> 00:10:32,308
ส่วน Pop ก็คือเอาออกนะคะ Pop คือ เอาออก

159
00:10:32,309 --> 00:10:36,309

160
00:10:36,311 --> 00:10:40,311
คราวนี้มาดูตัวอย่างนะคะ มีแต่ Push กับ Pop

161
00:10:40,312 --> 00:10:44,312
2 ตัว เราเริ่มต้น Stack ไม่มีอะไรเลย

162
00:10:44,313 --> 00:10:48,313
เป็นค่าว่าง ๆ ถูกไหมคะ เป็น Stack ว่าง

163
00:10:48,314 --> 00:10:52,314
ครูบอกว่าครู Push

164
00:10:52,315 --> 00:10:56,315
คำสั่ง Push Push ค่าอะไร ค่า a เมื่อไรก็ตาม

165
00:10:56,318 --> 00:11:00,318
ที่ใช้คำสั่ง Push ต้องบอกด

166
00:11:00,319 --> 00:11:04,319
จะใส่ค่าอะไรด้วยนะคะ

167
00:11:04,320 --> 00:11:08,320
เรา Push ค่า a ลงไป

168
00:11:08,321 --> 00:11:12,321
เห็นไหม มันก็อยู่ด้านล่างสุดนะคะ ถัดมา

169
00:11:12,322 --> 00:11:16,322
ถ้าครูใส่คำสั่ง

170
00:11:16,325 --> 00:11:20,325
ตัวบนก่อน Push b ก็ใส่ b ลงมาเห็นไหมคะ

171
00:11:20,326 --> 00:11:24,326
ถัดจาก a ก็คือ b Push c

172
00:11:24,327 --> 00:11:28,327
ก็อยู่ถัดขึ้นไป และ Push(D) อยู่

173
00:11:28,331 --> 00:11:32,331
บนสุดนะคะ เรียงตรามลำดับของการ

174
00:11:32,334 --> 00:11:36,334
ใส่ข้อมูลเข้าไป

175
00:11:36,336 --> 00:11:40,336
คราวนี้อยากจะเอาออกบ้าง

176
00:11:40,341 --> 00:11:44,341
เอาข้อมูลออกจาก Stack ไปใช้งาน จะใช้คำสั่ง Pop

177
00:11:44,342 --> 00:11:48,342
Pop นะ Pop

178
00:11:48,343 --> 00:11:52,343
แล้วตามด้วยวงเล็บเปิดและวงเล็บปิด ไม่ต้องใส่ค่าอะไร

179
00:11:52,344 --> 00:11:56,344
เพราะเราจะไปดึงค่าที่อยู่ใน Stack ออกมา

180
00:11:56,345 --> 00:12:00,345

181
00:12:00,346 --> 00:12:04,346
เราสั่งคำสั่ง Pop เราเอาข้อมูล

182
00:12:04,348 --> 00:12:08,348
บนสุดนะคะ Pop ให้เอาข้อมูลบนสุด

183
00:12:08,349 --> 00:12:12,349
ที่อยู่ใน Stack ดึงออกมา

184
00:12:12,350 --> 00:12:16,350
เพราะฉะนั้น เดิมเป็นแบบนี้ ถูกไหม

185
00:12:16,351 --> 00:12:20,351
ครูใช้คำสั่ง Pop อะไรออกมาเอ่ย

186
00:12:20,352 --> 00:12:24,352
ตัว D Dog จะออกมา เพราะ D Dog

187
00:12:24,354 --> 00:12:28,354
อยู่บนสุดนะคะ

188
00:12:28,355 --> 00:12:32,355
ถัดมา

189
00:12:32,356 --> 00:12:36,356
ครู Push คือใส่เข้าไป

190
00:12:36,358 --> 00:12:40,358
ไม่มี D Dog แล้วนะ ครู Push e เห็นไหมคะ เวลา Push

191
00:12:40,359 --> 00:12:44,359
ต้องบอกด้วยว่าเราใส่ค่าอะไร

192
00:12:44,361 --> 00:12:48,361
แล้วก็ใส่ตัว e วงเล็บปิด ครู Push ค่า e ลงไป

193
00:12:48,363 --> 00:12:52,363
E จะอยู่ด้านบน C เสร็จแล้ว Push

194
00:12:52,364 --> 00:12:56,364
อีกครั้งหนึ่ง f ก็จะอยู่บนสุดนะคะ

195
00:12:56,366 --> 00:13:00,366
ถัดมาครู Pop

196
00:13:00,367 --> 00:13:04,367
Pop คือ เอาออก เอาอะไรออก ข้างบนสุดคืออะไรคะ

197
00:13:04,369 --> 00:13:08,369
เอา F ออก เพราะฉะนั้นข้อมูล

198
00:13:08,370 --> 00:13:12,370
จะเหลืออยู่ 4 ตัว ก็คือ a, b, c แล้วก็ e

199
00:13:12,372 --> 00:13:16,372

200
00:13:16,373 --> 00:13:20,373
โอเค ถัดมา

201
00:13:20,375 --> 00:13:24,375
เราแทน Stack ด้วยอะไร

202
00:13:24,376 --> 00:13:28,376
นะคะ อย่างที่ครูบอกว่าลิสต์

203
00:13:28,377 --> 00:13:32,377
จะถูกเอามาใช้แทนนะคะ การเก็บข้อมูล

204
00:13:32,379 --> 00:13:36,379
ใน Stack เราพูดถึง Stack แล้วมันจัดเก็บแบบไหน ลิสต์

205
00:13:36,380 --> 00:13:40,380
นั่นล่ะในการเก็บข้อมูล

206
00:13:40,383 --> 00:13:44,383
ลิสต์นะคะ เราสามารถวาดเป็นแนวตั้งหรือแนวนอน

207
00:13:44,384 --> 00:13:48,384
ก็ได้นะ สามารถวาดเป็นแนวนอน

208
00:13:48,385 --> 00:13:52,385
หรือแนวนอนก็ได้ ข้อมูลที่ใส่เข้ามาตัวแรกนะคะ

209
00:13:52,387 --> 00:13:56,387
จะอยู่ที่ index 0 ก็คือข้อมูลตัวแรก

210
00:13:56,389 --> 00:14:00,389
ไล่ไปเรื่อย ๆ จนถึงข้อมูลตัวสุดท้าย

211
00:14:00,391 --> 00:14:04,391

212
00:14:04,401 --> 00:14:08,401
Stack ที่ครูให้มานี่ ที่เก็บอยู่

213
00:14:08,402 --> 00:14:12,402
ในรูปแบบที่เป็นลิสต์นี่

214
00:14:12,404 --> 00:14:16,404
มันมีที่ว่างให้ใส่ได้อีกไหม Stack รูปนี้

215
00:14:16,407 --> 00:14:20,407
มีอยู่ 4 ช่องด้วยกัน ทุกช่องมีค่าไหมคะ

216
00:14:20,408 --> 00:14:24,408
ทุกช่องมีค่านะ

217
00:14:24,410 --> 00:14:28,410
มันเต็มหรือยังคะ

218
00:14:28,411 --> 00:14:32,411
มันมีที่ว่างให้ใส่อีกไหมคะ ไม่มีแล้ว

219
00:14:32,412 --> 00:14:36,412
อย่างนี้เรียกว่า Stack เต็มแล้ว

220
00:14:36,413 --> 00:14:40,413
นะคะ คือ ไม่มีช่องว่างให้เราใส่ข้อมูลตัวใหม่ได้แล้ว

221
00:14:40,417 --> 00:14:44,417
นะคะ แบบนี้เรียกว่า Stack มันเต็มแล้ง

222
00:14:44,418 --> 00:14:48,418

223
00:14:48,418 --> 00:14:52,418

224
00:14:52,420 --> 00:14:56,420
คราวนี้ เรามี 2 คำสั่ง

225
00:14:56,458 --> 00:15:00,458
ที่พูดถึงนะ Push กับ Pop

226
00:15:00,461 --> 00:15:04,461
Push ก็คือใส่ข้อมูลลงไปใน Stack

227
00:15:04,462 --> 00:15:08,462
เช่น ครูมี Stack

228
00:15:08,463 --> 00:15:12,463
อย่างนี้ใช่ไหม มันมีที่ว่างให้ครูใส่ข้อมูลได้ไหมคะ มันมี

229
00:15:12,465 --> 00:15:16,465
ที่ว่างให้ครูใส่ข้อมูลได้ ครู

230
00:15:16,466 --> 00:15:20,466
ก็เลยสั่งคำสั่ง Push 3 ก็คือเอาข้อมูล 3 นี่

231
00:15:20,468 --> 00:15:24,468
ไปหย่อนลงใน Stack มันจะเอามาใส่ช่องนี้

232
00:15:24,469 --> 00:15:28,469
ช่องที่ 1 หรือช่องที่ 2 ค่ะ ช่องที่ 1

233
00:15:28,473 --> 00:15:32,473
ถูกไหม ก็ไล่ลำดับลงมาเรื่อย ๆ

234
00:15:32,476 --> 00:15:36,476
มันอยู่ช่องนี้แล้ว ข้อมูลล่าสุดอยู่ช่องนี้

235
00:15:36,477 --> 00:15:40,477
มันก็ไหลลงไปจนถึงตัวสุดท้าย

236
00:15:40,478 --> 00:15:44,478
ที่มันสามารถจะใส่ได้ ก็คือในช่องตรงนี้ ก็คือจะเอา 3

237
00:15:44,479 --> 00:15:48,479
มาใส่

238
00:15:48,482 --> 00:15:52,482
แล้วเราใส่ด้วยคำสั่งอะไร

239
00:15:52,483 --> 00:15:56,483
เราใช้ List นะคะ

240
00:15:56,490 --> 00:16:00,490
ในการจัดเก็บข้อมูล เราใช้ลิสต์ในการจัดเก็บข้อมูล

241
00:16:00,492 --> 00:16:04,492
เพราะฉะนั้นคำสั่งของการ

242
00:16:04,493 --> 00:16:08,493
เพิ่มข้อมูลลงไปใน Stack ก็คือใช้คำสั่ง

243
00:16:08,496 --> 00:16:12,496
Append ได้เลย เพราะ Append

244
00:16:12,497 --> 00:16:16,497
เป็นคำสั่งของการเพิ่มข้อมูลลงไป

245
00:16:16,500 --> 00:16:20,500
ในลิสต์นะคะ ใส่ชื่อ .

246
00:16:20,501 --> 00:16:24,501
แล้วตามด้วยคำสั่ง Append(d)

247
00:16:24,502 --> 00:16:28,502
ใส่ค่าข้อมูลตัวใหม่แล้วก็วงเล็บปิด

248
00:16:28,503 --> 00:16:32,503
ถัดมา

249
00:16:32,504 --> 00:16:36,504
Pop

250
00:16:36,505 --> 00:16:40,505
คือ เอาออกนะคะ คือ Pop คือ เอาออก

251
00:16:40,506 --> 00:16:44,506
ก่อนที่เราจะเอาข้อมูลออก

252
00:16:44,508 --> 00:16:48,508
เราต้องเช็กก่อนว่า Stack เรา

253
00:16:48,510 --> 00:16:52,510
มีข้อมูลอยู่ไหม ถ้า Stack

254
00:16:52,511 --> 00:16:56,511
มันไม่มีข้อมูลอยู่เลยเราจะเอาอะไรออกมาได้ไหม ไม่ได้

255
00:16:56,513 --> 00:17:00,513
เพราะมันไม่มีข้อมูลอะไรให้เราดึงออกมา

256
00:17:00,514 --> 00:17:04,514
เพราะฉะนั้น อันดับแรกนี่ เราต้องเช็กก่อน

257
00:17:04,516 --> 00:17:08,516
มันมีข้อมูลอยู่ไหมนะคะ มันมีข้อมูลอยู่้ไหม

258
00:17:08,519 --> 00:17:12,519
ถ้ามันไม่มีข้อมูลอยู่เลย เราจะบอกว่า

259
00:17:12,521 --> 00:17:16,521
มันคือ Stack ว่าง เราไม่สามารถทำคำสั่ง Pop

260
00:17:16,523 --> 00:17:20,523
ได้นะคะ แต่ถ้า

261
00:17:20,524 --> 00:17:24,524
Stack ไม่ว่าง เช่น

262
00:17:24,525 --> 00:17:28,525
Stack ไม่ว่างนะ มันมีข้อมูลอยู่ตั้ง 3 ตัว

263
00:17:28,527 --> 00:17:32,527
เราใช้คำสั่ง Pop

264
00:17:32,528 --> 00:17:36,528
ข้อมูลอะไรจะถูกดึงออกมา มีอยู่ 3 ค่านี่

265
00:17:36,531 --> 00:17:40,531
ข้อมูลที่จะเอาออกมาจาก Stack

266
00:17:40,532 --> 00:17:44,532
ก็คือข้อมูลค่าอะไรเอ่ย

267
00:17:44,534 --> 00:17:48,534
อะไรคะ 1 หรือ 2

268
00:17:48,536 --> 00:17:52,536
หรือ 3 3 ใช่ไหม

269
00:17:52,537 --> 00:17:56,537
เอาตัวที่อยู่บนสุด

270
00:17:56,538 --> 00:18:00,538
ตัวล่าสุดถูกไหมคะ ถ้าอยู่ในแนวนอนตัวล่าสุดจะอยู่

271
00:18:00,539 --> 00:18:04,539
ด้านขวา

272
00:18:04,540 --> 00:18:08,540
ถ้าเป็นแนวตั้งตัวล่าสุดจะอยู่ข้างบนใช่ไหมคะ

273
00:18:08,541 --> 00:18:12,541
เลข 3 จะถูก

274
00:18:12,542 --> 00:18:16,542
ดึงออกมานะคะ หลังจากที่เราใช้คำสั่ง Pop

275
00:18:16,543 --> 00:18:20,543

276
00:18:20,545 --> 00:18:24,545
โอเค

277
00:18:24,546 --> 00:18:28,546
ถัดมาตัวนี้จะเป็นคำสั่ง

278
00:18:28,549 --> 00:18:32,549
ที่เราใช้เขียน เช่น

279
00:18:32,550 --> 00:18:36,550
เราจะเช็กว่า Stack นั้นเป็น Stack ว่าง

280
00:18:36,551 --> 00:18:40,551
หรือเปล่า เราก็ดูขนาดของ Stack ใช่ไหมคะ

281
00:18:40,554 --> 00:18:44,554
หาขนาดของ Stack ว่ามันมีขนาด

282
00:18:44,555 --> 00:18:48,555
เท่าไหร่ ถ้าขนาดมันมีค่าเป็น 0

283
00:18:48,559 --> 00:18:52,559
แสดงว่ามันเป็น Stack ว่าง ไม่มีข้อมูลอยู่เลย

284
00:18:52,561 --> 00:18:56,561
ก็ไม่ต้องทำอะไรใช่ไหมคะ แต่ถ้า

285
00:18:56,562 --> 00:19:00,562
มันไม่ใช่ Stack ว่างเราก็

286
00:19:00,563 --> 00:19:04,563
จะดึงค่าที่อยู่บนสุดออกมา

287
00:19:04,564 --> 00:19:08,564
คราวนี้

288
00:19:08,565 --> 00:19:12,565
อันนี้จะเป็นโค้ด เป็นโปรแกรมที่เราจะเขียนทั้งหมด

289
00:19:12,566 --> 00:19:16,566
เดี๋ยวครูบอกอีกทีข้างหลัง

290
00:19:16,567 --> 00:19:20,567
สมมติว่า

291
00:19:20,569 --> 00:19:24,569

292
00:19:24,571 --> 00:19:28,571

293
00:19:28,573 --> 00:19:32,573

294
00:19:32,575 --> 00:19:36,575
ครูอยาก...

295
00:19:36,578 --> 00:19:40,578

296
00:19:40,584 --> 00:19:44,584

297
00:19:44,588 --> 00:19:48,588

298
00:19:48,590 --> 00:19:52,590

299
00:19:52,593 --> 00:19:56,593

300
00:19:56,595 --> 00:20:00,595

301
00:20:00,597 --> 00:20:04,597

302
00:20:04,599 --> 00:20:08,599

303
00:20:08,602 --> 00:20:12,602

304
00:20:12,604 --> 00:20:16,604

305
00:20:16,606 --> 00:20:20,606

306
00:20:20,610 --> 00:20:24,610

307
00:20:24,615 --> 00:20:28,615

308
00:20:28,616 --> 00:20:32,616

309
00:20:32,618 --> 00:20:36,618
คราวนี้ดูนะคะ

310
00:20:36,620 --> 00:20:40,620
ครูมี Stack มาให้ Stack ครูมีกี่ช่องคะ

311
00:20:40,625 --> 00:20:44,625
มี 4 ช่องในแนวตั้งถูกหรือเปล่า

312
00:20:44,629 --> 00:20:48,629
เป็น Stack ในแนวตั้ง มี 4 ช่องนะคะ

313
00:20:48,630 --> 00:20:52,630
ตัวแรก ตัวแรกน่ะจะอยู่

314
00:20:52,632 --> 00:20:56,632
ด้านฐาน จะอยู่ด้านล่างสุดนะ เวลาเราหย่อนข้อมูลลงไป ตัวแรก

315
00:20:56,633 --> 00:21:00,633
จะลงมาอยู่ช่องล่างสุดแล้วค่อยขยับไปช่องถัดไป ๆ

316
00:21:00,636 --> 00:21:04,636
นะคะ จะซ้อนขึ้นไปข้างบนนะ ถ้าเป็น Stack ในแนวตั้ง

317
00:21:04,638 --> 00:21:08,638
คำสั่ง

318
00:21:08,640 --> 00:21:12,640
อย่างที่บอกเรามีแค่ 2 คำสั่งนะ มีแค่ Push กับ Pop

319
00:21:12,641 --> 00:21:16,641
ใช่ไหมคะ Push

320
00:21:16,642 --> 00:21:20,642
ใส่ข้อมูล

321
00:21:20,643 --> 00:21:24,643
กับ Pop

322
00:21:24,645 --> 00:21:28,645
เอาข้อมูลออก คือ ใส่กับเอาออก

323
00:21:28,646 --> 00:21:32,646
นะคะ คราวนี้ดู

324
00:21:32,647 --> 00:21:36,647
Push 5 เห็นไหมคะ ครูใส่หมายเลขช่องก่อนนะ

325
00:21:36,649 --> 00:21:40,649
อันนี้เป็นหมานยเลข 1, 0, 1, 2, 3

326
00:21:40,650 --> 00:21:44,650
เราจะได้เข้าใจตรงกัน โอเค

327
00:21:44,652 --> 00:21:48,652
นะคะ มีหลายเลขช่องแล้วนะ มี 0 1 2 3

328
00:21:48,653 --> 00:21:52,653
ครูสั่ง Push 5 5 จะ

329
00:21:52,655 --> 00:21:56,655
ไปอยู่ที่ช่องไหน ช่องไหนเอ่ย

330
00:21:56,658 --> 00:22:00,658
ช่องหมายเลขอะไร ครูหย่อน 5

331
00:22:00,659 --> 00:22:04,659
ลงไปมันก็จะไหลลงมาอยู่ที่ช่องไหนคะ

332
00:22:04,660 --> 00:22:08,660
ช่อง 0 เห็นไหม พอครูหย่อน 5 ลงมา

333
00:22:08,661 --> 00:22:12,661
ไหลลงมาเรื่อย ๆ จนมาอยู่ที่

334
00:22:12,662 --> 00:22:16,662
ช่อง 0 เสร็จแล้วครูสั่งคำสั่ง Push

335
00:22:16,663 --> 00:22:20,663
10 เดิมมันมี 5 อยู่แล้วนะ

336
00:22:20,664 --> 00:22:24,664
แล้วครูสั่ง Push 10 เพราะฉะนั้น 10 จะมาอยู่ที่ไหนคะ

337
00:22:24,665 --> 00:22:28,665
10 จะมาอยู่ที่

338
00:22:28,667 --> 00:22:32,667
1 ถูกไหมคะ ก็หย่อน 10 ลงมานะ

339
00:22:32,668 --> 00:22:36,668
ถัดมาเดิม

340
00:22:36,672 --> 00:22:40,672
เดิม มี 5 กับ 10 แล้ว ครูเขียนเรียบร้อยก่อน

341
00:22:40,674 --> 00:22:44,674
นะคะ ใส่ที่ช่อง 0 กับช่อง 1 ครู

342
00:22:44,675 --> 00:22:48,675
สั่ง Push 15 ไปอยู่ที่ช่องไหนคะ 2 ใช่ไหม

343
00:22:48,677 --> 00:22:52,677
เห็นไหม พอ Push ข้อมูลลงไป

344
00:22:52,679 --> 00:22:56,679
คราวนี้ จากรูปนี้ ครูสั่ง Pop

345
00:22:56,681 --> 00:23:00,681
เอาอะไรออกมา

346
00:23:00,683 --> 00:23:04,683
จากรูปนี้พอครูสั่ง Pop ปุ๊บ เอาอะไรออกมาคะ

347
00:23:04,685 --> 00:23:08,685
เอาอะไรออกมาเอ่ย

348
00:23:08,686 --> 00:23:12,686
15 ใช่ไหม เอาตัวบนสุด

349
00:23:12,687 --> 00:23:16,687
เลือก

350
00:23:16,688 --> 00:23:20,688
เราเลือก

351
00:23:20,690 --> 00:23:24,690
ตัวบนสุดออกมาใช่ไหมคะ

352
00:23:24,691 --> 00:23:28,691
เพราะฉะนั้น 15 จะถูกดึง

353
00:23:28,693 --> 00:23:32,693
ออกมาข้างนอกเห็นไหมคะ

354
00:23:32,697 --> 00:23:36,697
เพราะฉะนั้น ใน Stack จะเหลือแค่ 10 กับ 5

355
00:23:36,698 --> 00:23:40,698
ครูสั่ง Pop อีกทีหนึ่ง

356
00:23:40,699 --> 00:23:44,699
เอาอะไรออกมาคะ เดิม

357
00:23:44,700 --> 00:23:48,700
มี 5 กับ 10

358
00:23:48,705 --> 00:23:52,705
คราวนี้เอาอะไรออกมา ครูสั่ง Pop ปุ๊บ อะไรออกมาคะ

359
00:23:52,706 --> 00:23:56,706
10 ออกมาเห็นไหม 10 ไม่เหลือแล้ว

360
00:23:56,710 --> 00:24:00,710
เพราะฉะนั้น ตอนนี้ ใน Stack เราเหลือกี่ค่าคะ

361
00:24:00,711 --> 00:24:04,711
ค่าเดียว คือเลข 5

362
00:24:04,712 --> 00:24:08,712
จดตัวนี้ไว้ในกระดาษให้ครูหน่อย

363
00:24:08,713 --> 00:24:12,713

364
00:24:12,714 --> 00:24:16,714
เดี๋ยวครูจะให้ทำแบบฝึกหัด

365
00:24:16,716 --> 00:24:20,716
นะคะ

366
00:24:20,718 --> 00:24:24,718

367
00:24:24,719 --> 00:24:28,719

368
00:24:28,721 --> 00:24:32,721

369
00:24:32,723 --> 00:24:36,723

370
00:24:36,726 --> 00:24:40,726

371
00:24:40,731 --> 00:24:44,731

372
00:24:44,733 --> 00:24:48,733

373
00:24:48,735 --> 00:24:52,735

374
00:24:52,738 --> 00:24:56,738

375
00:24:56,742 --> 00:25:00,742

376
00:25:00,745 --> 00:25:04,745

377
00:25:04,747 --> 00:25:08,747

378
00:25:08,752 --> 00:25:12,735

379
00:25:12,755 --> 00:25:16,755

380
00:25:16,757 --> 00:25:20,757

381
00:25:20,760 --> 00:25:24,760
มีกระดาษไหมคะ มีใครไม่มีกระดาษไหมคะ

382
00:25:24,765 --> 00:25:28,765
ครูมีกระดาษมาแจก มีไหมคะ

383
00:25:28,767 --> 00:25:32,767
มันจะมีเส้น

384
00:25:32,768 --> 00:25:36,768

385
00:25:36,769 --> 00:25:40,769

386
00:25:40,770 --> 00:25:44,770

387
00:25:44,776 --> 00:25:48,776

388
00:25:48,777 --> 00:25:52,777

389
00:25:52,782 --> 00:25:56,782

390
00:25:56,783 --> 00:26:00,783

391
00:26:00,785 --> 00:26:04,785

392
00:26:04,788 --> 00:26:08,788

393
00:26:08,790 --> 00:26:12,790

394
00:26:12,793 --> 00:26:16,793

395
00:26:16,795 --> 00:26:20,795

396
00:26:20,797 --> 00:26:24,797

397
00:26:24,800 --> 00:26:28,800

398
00:26:28,802 --> 00:26:32,802

399
00:26:32,804 --> 00:26:36,804

400
00:26:36,807 --> 00:26:40,807

401
00:26:40,808 --> 00:26:44,808

402
00:26:44,815 --> 00:26:48,815

403
00:26:48,816 --> 00:26:52,816

404
00:26:52,819 --> 00:26:56,819

405
00:26:56,821 --> 00:27:00,821

406
00:27:00,826 --> 00:27:04,826

407
00:27:04,829 --> 00:27:08,829

408
00:27:08,830 --> 00:27:12,830

409
00:27:12,834 --> 00:27:16,834

410
00:27:16,836 --> 00:27:20,836

411
00:27:20,838 --> 00:27:24,838

412
00:27:24,839 --> 00:27:28,839

413
00:27:28,841 --> 00:27:32,841

414
00:27:32,843 --> 00:27:36,843

415
00:27:36,844 --> 00:27:40,844

416
00:27:40,847 --> 00:27:44,847

417
00:27:44,849 --> 00:27:48,849

418
00:27:48,851 --> 00:27:52,851

419
00:27:52,853 --> 00:27:56,853

420
00:27:56,855 --> 00:28:00,855

421
00:28:00,856 --> 00:28:04,856

422
00:28:04,858 --> 00:28:08,858

423
00:28:08,863 --> 00:28:12,863

424
00:28:12,865 --> 00:28:16,865

425
00:28:16,867 --> 00:28:20,867

426
00:28:20,869 --> 00:28:24,869

427
00:28:24,871 --> 00:28:28,871

428
00:28:28,873 --> 00:28:32,873

429
00:28:32,875 --> 00:28:36,875

430
00:28:36,878 --> 00:28:40,878

431
00:28:40,881 --> 00:28:44,881

432
00:28:44,882 --> 00:28:48,882

433
00:28:48,883 --> 00:28:52,883

434
00:28:52,886 --> 00:28:56,886

435
00:28:56,888 --> 00:29:00,888

436
00:29:00,890 --> 00:29:04,890

437
00:29:04,892 --> 00:29:08,892

438
00:29:08,894 --> 00:29:12,894

439
00:29:12,895 --> 00:29:16,895

440
00:29:16,897 --> 00:29:20,897

441
00:29:20,899 --> 00:29:24,899

442
00:29:24,902 --> 00:29:28,902

443
00:29:28,903 --> 00:29:32,903

444
00:29:32,905 --> 00:29:36,905

445
00:29:36,907 --> 00:29:40,907

446
00:29:40,909 --> 00:29:44,909

447
00:29:44,911 --> 00:29:48,911

448
00:29:48,914 --> 00:29:52,914

449
00:29:52,916 --> 00:29:56,916

450
00:29:56,918 --> 00:30:00,918

451
00:30:00,919 --> 00:30:04,919

452
00:30:04,922 --> 00:30:08,922

453
00:30:08,923 --> 00:30:12,923

454
00:30:12,926 --> 00:30:16,926

455
00:30:16,928 --> 00:30:20,928

456
00:30:20,930 --> 00:30:24,930

457
00:30:24,932 --> 00:30:28,932

458
00:30:28,934 --> 00:30:32,934

459
00:30:32,939 --> 00:30:36,939

460
00:30:36,940 --> 00:30:40,940
คราวนี้นะคะ ครูมีโจทย์มาให้ แล้วก็มี

461
00:30:40,942 --> 00:30:44,942
คำสั่งมาให้

462
00:30:44,949 --> 00:30:48,949
ทำเหมือนเดิมเลยใช่ไหมคะ แต่ครูมีตัว

463
00:30:48,951 --> 00:30:52,951
เริ่มต้นให้ ครูมีให้อยู่แล้วอยู่ใน Stack

464
00:30:52,952 --> 00:30:56,952
ใช่ไหมคะ อันแรก เราหย่อน

465
00:30:56,958 --> 00:31:00,958
เลข 2 ลงไป อันที่ 2 เขียนของเดิมก่อน

466
00:31:00,960 --> 00:31:04,960
ใช่ไหมคะ แล้วค่อยหย่อนเลข 7 ลงไป

467
00:31:04,961 --> 00:31:08,961
ถัดมาหย่อนเลข 1 Pop

468
00:31:08,963 --> 00:31:12,963
คือ เอาออกนะ คือ เอาออก แล้วบอกครูด้วยว่า

469
00:31:12,965 --> 00:31:16,965
ข้อมูล

470
00:31:16,966 --> 00:31:20,966
ที่เอาออกมา

471
00:31:20,971 --> 00:31:24,971
คืออะไร เสร็จแล้ว

472
00:31:24,972 --> 00:31:28,972
ก็มีคำสั่งตัวสุดท้าย ก็คือ Push ตัวเลข 7 ลงไป

473
00:31:28,973 --> 00:31:32,973

474
00:31:32,974 --> 00:31:36,974
ลองทำดูนะคะ

475
00:31:36,979 --> 00:31:40,979

476
00:31:40,980 --> 00:31:44,980
เพราะฉะนั้น แต่ละข้อ

477
00:31:44,984 --> 00:31:48,984
มันจะต่อเนื่องกันไปนะคะ

478
00:31:48,986 --> 00:31:52,986
ทำตัวแรก ข้อที่ 1 เสร็จ เอาข้อมูลนี่

479
00:31:52,987 --> 00:31:56,987
มาตั้งต้นไว้ก่อนแล้วเราค่อย Push

480
00:31:56,989 --> 00:32:00,989
เลข 7 ลงไป เดี๋ยวเราทำด้วยกัน 1 ข้อนะ

481
00:32:00,991 --> 00:32:04,991
อันนี้คือ Push เลข 2 หย่อนเลข 2

482
00:32:04,992 --> 00:32:08,992
ลงไป

483
00:32:08,994 --> 00:32:12,994

484
00:32:12,996 --> 00:32:16,996
ข้อที่ 2 ครูจะใส่เลข 7 เพราะฉะนั้น ครู

485
00:32:16,997 --> 00:32:20,997
ต้องใส่ข้อมูลเดิมก่อน

486
00:32:20,999 --> 00:32:24,999
และก็หย่อนเลข 7 ลงไป ทำต่อให้ครูหน่อย

487
00:32:25,001 --> 00:32:29,001
อีก 3 อัน

488
00:32:29,001 --> 00:32:33,001

489
00:32:33,002 --> 00:32:37,002

490
00:32:37,004 --> 00:32:41,004

491
00:32:41,005 --> 00:32:45,005

492
00:32:45,011 --> 00:32:49,011

493
00:32:49,013 --> 00:32:53,013

494
00:32:53,015 --> 00:32:57,015

495
00:32:57,017 --> 00:33:01,017

496
00:33:01,019 --> 00:33:05,019

497
00:33:05,020 --> 00:33:09,020

498
00:33:09,022 --> 00:33:13,022

499
00:33:13,026 --> 00:33:17,026

500
00:33:17,028 --> 00:33:21,028

501
00:33:21,030 --> 00:33:25,030

502
00:33:25,032 --> 00:33:29,032

503
00:33:29,034 --> 00:33:33,034

504
00:33:33,037 --> 00:33:37,037

505
00:33:37,039 --> 00:33:41,039

506
00:33:41,041 --> 00:33:45,041

507
00:33:45,043 --> 00:33:49,043

508
00:33:49,045 --> 00:33:53,045

509
00:33:53,046 --> 00:33:57,046

510
00:33:57,049 --> 00:34:01,049

511
00:34:01,051 --> 00:34:05,051

512
00:34:05,054 --> 00:34:09,054

513
00:34:09,061 --> 00:34:13,061

514
00:34:13,064 --> 00:34:17,064

515
00:34:17,065 --> 00:34:21,065

516
00:34:21,068 --> 00:34:25,068

517
00:34:25,070 --> 00:34:29,070

518
00:34:29,073 --> 00:34:33,073

519
00:34:33,075 --> 00:34:37,075

520
00:34:37,077 --> 00:34:41,077

521
00:34:41,079 --> 00:34:45,079

522
00:34:45,081 --> 00:34:49,081

523
00:34:49,083 --> 00:34:53,083

524
00:34:53,085 --> 00:34:57,085

525
00:34:57,087 --> 00:35:01,087

526
00:35:01,089 --> 00:35:05,089

527
00:35:05,091 --> 00:35:09,091

528
00:35:09,093 --> 00:35:13,093

529
00:35:13,096 --> 00:35:17,096

530
00:35:17,098 --> 00:35:21,098

531
00:35:21,100 --> 00:35:25,100

532
00:35:25,102 --> 00:35:29,102

533
00:35:29,103 --> 00:35:33,103

534
00:35:33,105 --> 00:35:37,105

535
00:35:37,107 --> 00:35:41,107

536
00:35:41,109 --> 00:35:45,109

537
00:35:45,111 --> 00:35:49,111

538
00:35:49,112 --> 00:35:53,112

539
00:35:53,114 --> 00:35:57,114

540
00:35:57,116 --> 00:36:01,116

541
00:36:01,117 --> 00:36:05,117

542
00:36:05,119 --> 00:36:09,119

543
00:36:09,122 --> 00:36:13,122

544
00:36:13,124 --> 00:36:17,124

545
00:36:17,126 --> 00:36:21,126

546
00:36:21,128 --> 00:36:25,128

547
00:36:25,130 --> 00:36:29,130

548
00:36:29,134 --> 00:36:33,134

549
00:36:33,137 --> 00:36:37,137

550
00:36:37,140 --> 00:36:41,140

551
00:36:41,142 --> 00:36:45,142

552
00:36:45,144 --> 00:36:49,144

553
00:36:49,146 --> 00:36:53,146

554
00:36:53,148 --> 00:36:57,148

555
00:36:57,150 --> 00:37:01,150

556
00:37:01,152 --> 00:37:05,152

557
00:37:05,154 --> 00:37:09,154

558
00:37:09,157 --> 00:37:13,157

559
00:37:13,159 --> 00:37:17,159

560
00:37:17,161 --> 00:37:21,161

561
00:37:21,163 --> 00:37:25,163

562
00:37:25,165 --> 00:37:29,165

563
00:37:29,167 --> 00:37:33,167

564
00:37:33,171 --> 00:37:37,171

565
00:37:37,176 --> 00:37:41,176

566
00:37:41,180 --> 00:37:45,180

567
00:37:45,182 --> 00:37:49,182

568
00:37:49,184 --> 00:37:53,184

569
00:37:53,187 --> 00:37:57,187

570
00:37:57,189 --> 00:38:01,189

571
00:38:01,191 --> 00:38:05,191

572
00:38:05,193 --> 00:38:09,193

573
00:38:09,195 --> 00:38:13,195

574
00:38:13,198 --> 00:38:17,198

575
00:38:17,200 --> 00:38:21,200

576
00:38:21,201 --> 00:38:25,201

577
00:38:25,203 --> 00:38:29,203

578
00:38:29,204 --> 00:38:33,204

579
00:38:33,206 --> 00:38:37,206

580
00:38:37,208 --> 00:38:41,208

581
00:38:41,209 --> 00:38:45,209

582
00:38:45,210 --> 00:38:49,210

583
00:38:49,212 --> 00:38:53,212

584
00:38:53,214 --> 00:38:57,214

585
00:38:57,216 --> 00:39:01,216

586
00:39:01,218 --> 00:39:05,218

587
00:39:05,221 --> 00:39:09,221

588
00:39:09,222 --> 00:39:13,222

589
00:39:13,225 --> 00:39:17,225

590
00:39:17,226 --> 00:39:21,226

591
00:39:21,227 --> 00:39:25,227

592
00:39:25,229 --> 00:39:29,229

593
00:39:29,231 --> 00:39:33,231

594
00:39:33,233 --> 00:39:37,233

595
00:39:37,238 --> 00:39:41,238

596
00:39:41,240 --> 00:39:45,240

597
00:39:45,242 --> 00:39:49,242

598
00:39:49,244 --> 00:39:53,244

599
00:39:53,247 --> 00:39:57,247

600
00:39:57,250 --> 00:40:01,250

601
00:40:01,253 --> 00:40:05,253

602
00:40:05,255 --> 00:40:09,255

603
00:40:09,257 --> 00:40:13,257

604
00:40:13,259 --> 00:40:17,259

605
00:40:17,261 --> 00:40:21,261

606
00:40:21,264 --> 00:40:25,264

607
00:40:25,267 --> 00:40:29,267

608
00:40:29,269 --> 00:40:33,269

609
00:40:33,273 --> 00:40:37,273
ทีนี้เดี๋ยวเรามาดู

610
00:40:37,277 --> 00:40:41,277

611
00:40:41,278 --> 00:40:45,278

612
00:40:45,279 --> 00:40:49,279
ข้อ 3 นะคะ ครูสั่ง Push 1 ก็คือใส่เลข 1 ลง

613
00:40:49,280 --> 00:40:53,280
ใน Stack เดิม

614
00:40:53,283 --> 00:40:57,283
เอาของเดิมยกมาก่อนนะ อย่าเพิ่งใส่นะ ของเดิม

615
00:40:57,284 --> 00:41:01,284
มี 3 ค่านะ เขียนก่อนนะคะ

616
00:41:01,285 --> 00:41:05,285
เขียนค่าเดิมก่อน ใส่ค่าเดิมมาก่อน

617
00:41:05,287 --> 00:41:09,287
นะคะ เสร็จแล้วครูสั่ง Push 1

618
00:41:09,288 --> 00:41:13,288
1 จะอยู่ด้านบนเลข 7

619
00:41:13,290 --> 00:41:17,290
ใช่ไหมคะ

620
00:41:17,291 --> 00:41:21,291
จากนั้นครูสั่ง Pop Pop คือ เอาออก

621
00:41:21,298 --> 00:41:25,298
บนสุดคืออะไร คือ 1 เพราะฉะนั้น

622
00:41:25,301 --> 00:41:29,301
เอาอะไรออก เอา 1 ออก เพราะฉะนั้น ที่เหลือ

623
00:41:29,302 --> 00:41:33,302
็ก็คือ 5, 2, 7 ใช่ไหมคะ 1

624
00:41:33,304 --> 00:41:37,304
จะถูกเอาออกมาใช่ไหม เพราะฉะนั้น ข้อมูล

625
00:41:37,305 --> 00:41:41,305
ที่นำออกจาก Stack ก็คือ 1

626
00:41:41,306 --> 00:41:45,306
นะคะ

627
00:41:45,311 --> 00:41:49,311
ครูสั่ง Push อีกครั้งหนึ่งทำอย่างไร

628
00:41:49,312 --> 00:41:53,312
ก็เอาของเดิมที่มีอยู่ใน Stack เขียนก่อน

629
00:41:53,314 --> 00:41:57,314
เพราะฉะนั้น กรณีที่ Push ข้อม

630
00:41:57,315 --> 00:42:01,315
ลงไปใน Stack ยกของเดิมมาก่อน

631
00:42:01,316 --> 00:42:05,316
เสร็จแล้ว

632
00:42:05,317 --> 00:42:09,317
ใส่ตัวเลขที่ครูสั่งลงไป ก็คือ 7 7

633
00:42:09,319 --> 00:42:13,319
ก็จะอยู่ด้านบนนะคะ อันนี้คือ

634
00:42:13,321 --> 00:42:17,321
Stack ที่ได้หลังจากที่เราใช้

635
00:42:17,322 --> 00:42:21,322
คำสั่งทั้งหมด 5 คำสั่ง

636
00:42:21,324 --> 00:42:25,324

637
00:42:25,325 --> 00:42:29,325
โอเค

638
00:42:29,327 --> 00:42:33,327

639
00:42:33,329 --> 00:42:37,329
ถัดมาครูเปลี่ยนนะ จากแนวตั้ง

640
00:42:37,330 --> 00:42:41,330
เป็นแนวนอนนะคะ ถ้าครูลองเปลี่ยน Stack เป็นแนวนอน

641
00:42:41,332 --> 00:42:45,332
บ้าง

642
00:42:45,333 --> 00:42:49,333

643
00:42:49,334 --> 00:42:53,334

644
00:42:53,335 --> 00:42:57,335

645
00:42:57,337 --> 00:43:01,337

646
00:43:01,342 --> 00:43:05,342

647
00:43:05,345 --> 00:43:09,345

648
00:43:09,351 --> 00:43:13,351

649
00:43:13,353 --> 00:43:17,353

650
00:43:17,355 --> 00:43:21,355
คราวนี้ครูลองเปลี่ยน Stack เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง

651
00:43:21,359 --> 00:43:25,359
เป็นแนวนอนบ้างนะคะ

652
00:43:25,360 --> 00:43:29,360
และครูมีตัวเลข

653
00:43:29,361 --> 00:43:33,361
ที่อยู่ใน Stack ไว้ให้ คือ 3

654
00:43:33,364 --> 00:43:37,364
แล้วก็ 1 ถูกไหม ตัวแรกจะอยู่ซ้ายสุดถูกไหมคะ

655
00:43:37,365 --> 00:43:41,365
ถัดมาก็จะเป็นตัวที่ 2

656
00:43:41,367 --> 00:43:45,367
แล้วครูใช้คำสั่ง Push 5 ข้อที่ 2

657
00:43:45,373 --> 00:43:49,373
ครู Push 6 เสร็จแล้ว

658
00:43:49,375 --> 00:43:53,375
ครู Pop นะคะ ลองทำสิ

659
00:43:53,377 --> 00:43:57,377

660
00:43:57,378 --> 00:44:01,378

661
00:44:01,382 --> 00:44:05,382

662
00:44:05,387 --> 00:44:09,387

663
00:44:09,389 --> 00:44:13,389

664
00:44:13,391 --> 00:44:17,391

665
00:44:17,393 --> 00:44:21,393

666
00:44:21,394 --> 00:44:25,394

667
00:44:25,396 --> 00:44:29,396

668
00:44:29,399 --> 00:44:33,399

669
00:44:33,401 --> 00:44:37,401

670
00:44:37,403 --> 00:44:41,403

671
00:44:41,404 --> 00:44:45,404

672
00:44:45,406 --> 00:44:49,406

673
00:44:49,408 --> 00:44:53,408

674
00:44:53,410 --> 00:44:57,410

675
00:44:57,412 --> 00:45:01,412

676
00:45:01,414 --> 00:45:05,414

677
00:45:05,416 --> 00:45:09,416

678
00:45:09,418 --> 00:45:13,418

679
00:45:13,420 --> 00:45:17,420

680
00:45:17,422 --> 00:45:21,422

681
00:45:21,424 --> 00:45:25,424

682
00:45:25,426 --> 00:45:29,426

683
00:45:29,429 --> 00:45:33,429

684
00:45:33,431 --> 00:45:37,431

685
00:45:37,433 --> 00:45:41,433

686
00:45:41,435 --> 00:45:45,435

687
00:45:45,437 --> 00:45:49,437

688
00:45:49,439 --> 00:45:53,439

689
00:45:53,443 --> 00:45:57,443

690
00:45:57,445 --> 00:46:01,445

691
00:46:01,448 --> 00:46:05,448

692
00:46:05,450 --> 00:46:09,450

693
00:46:09,452 --> 00:46:13,452

694
00:46:13,454 --> 00:46:17,454

695
00:46:17,457 --> 00:46:21,457

696
00:46:21,459 --> 00:46:25,459

697
00:46:25,461 --> 00:46:29,461

698
00:46:29,463 --> 00:46:33,463

699
00:46:33,466 --> 00:46:37,466

700
00:46:37,468 --> 00:46:41,468

701
00:46:41,470 --> 00:46:45,470

702
00:46:45,472 --> 00:46:49,472

703
00:46:49,474 --> 00:46:53,474

704
00:46:53,476 --> 00:46:57,476

705
00:46:57,478 --> 00:47:01,478

706
00:47:01,482 --> 00:47:05,482

707
00:47:05,484 --> 00:47:09,484

708
00:47:09,486 --> 00:47:13,486

709
00:47:13,488 --> 00:47:17,488

710
00:47:17,490 --> 00:47:21,490

711
00:47:21,491 --> 00:47:25,491

712
00:47:25,493 --> 00:47:29,493

713
00:47:29,495 --> 00:47:33,495

714
00:47:33,498 --> 00:47:37,498

715
00:47:37,502 --> 00:47:41,502

716
00:47:41,503 --> 00:47:45,503

717
00:47:45,505 --> 00:47:49,505

718
00:47:49,508 --> 00:47:53,508

719
00:47:53,510 --> 00:47:57,510

720
00:47:57,511 --> 00:48:01,511

721
00:48:01,513 --> 00:48:05,513

722
00:48:05,517 --> 00:48:09,517

723
00:48:09,519 --> 00:48:13,519

724
00:48:13,522 --> 00:48:17,522

725
00:48:17,524 --> 00:48:21,524

726
00:48:21,526 --> 00:48:25,526

727
00:48:25,528 --> 00:48:29,528

728
00:48:29,529 --> 00:48:33,529

729
00:48:33,531 --> 00:48:37,531

730
00:48:37,534 --> 00:48:41,534

731
00:48:41,538 --> 00:48:45,538

732
00:48:45,540 --> 00:48:49,540

733
00:48:49,542 --> 00:48:53,542

734
00:48:53,544 --> 00:48:57,544

735
00:48:57,546 --> 00:49:01,546

736
00:49:01,548 --> 00:49:05,548

737
00:49:05,550 --> 00:49:09,550

738
00:49:09,552 --> 00:49:13,552

739
00:49:13,554 --> 00:49:17,554

740
00:49:17,556 --> 00:49:21,556

741
00:49:21,558 --> 00:49:25,558

742
00:49:25,560 --> 00:49:29,560

743
00:49:29,563 --> 00:49:33,563

744
00:49:33,565 --> 00:49:37,565

745
00:49:37,567 --> 00:49:41,567

746
00:49:41,569 --> 00:49:45,569

747
00:49:45,572 --> 00:49:49,572

748
00:49:49,577 --> 00:49:53,577

749
00:49:53,579 --> 00:49:57,579
คราวนี้นะคะ

750
00:49:57,584 --> 00:50:01,584
มาดูเฉลยด้วยกัน

751
00:50:01,586 --> 00:50:05,586
ครูสั่ง Push 5 แสดงว่า

752
00:50:05,590 --> 00:50:09,590
ครูกำลังจะใส่ข้อมูลลงใน Stack

753
00:50:09,591 --> 00:50:13,591
ครูก็เอาเลข 5 มาหย่อนลงเลยนะ

754
00:50:13,592 --> 00:50:17,592
เอาเลข 5 มาหย่อนเลยนะคะ

755
00:50:17,594 --> 00:50:21,594
ถัดมาครูใช้คำสั่ง Push

756
00:50:21,596 --> 00:50:25,596
ครูใช้คำสั่ง Push ทำอย่างไร เอา

757
00:50:25,600 --> 00:50:29,600
ของเดิมยกลงมาก่อน ยกของเดิม

758
00:50:29,602 --> 00:50:33,602
มาใส่ก่อนนะคะ ก็จะมี 3,

759
00:50:33,603 --> 00:50:37,603
1 แล้วก็ 5

760
00:50:37,610 --> 00:50:41,610
จากนั้น เรา Push ค่าใหม่ ใส่ค่าใหม่

761
00:50:41,616 --> 00:50:45,616
ลงไป ก็คือ 6

762
00:50:45,618 --> 00:50:49,618
โอเคนะ ใส่ค่า 6 ก็คือค่าใหม่ลงไปใน Stack

763
00:50:49,619 --> 00:50:53,619
เสร็จแล้วครูใช้คำสั่ง Pop

764
00:50:53,620 --> 00:50:57,620
ก็คือเอาออก ก็คือเอาตัวล่าสุด

765
00:50:57,622 --> 00:51:01,622
ที่อยู่ด้านขวา เอาออก

766
00:51:01,623 --> 00:51:05,623
เพราะฉะนั้น ค่าที่ถูกเอาออก ก็คือเลข 6

767
00:51:05,624 --> 00:51:09,624
เห็นไหมคะ เอาเลข 6 ออกมา

768
00:51:09,626 --> 00:51:13,626
แล้วเราก็ยกตัวที่เหลือ

769
00:51:13,633 --> 00:51:17,633
ลงมาใส่ ก็จะเหลือเป็น

770
00:51:17,641 --> 00:51:21,641
3, 1 แล้วก็ 5 นะคะ

771
00:51:21,647 --> 00:51:25,647

772
00:51:25,648 --> 00:51:29,648

773
00:51:29,649 --> 00:51:33,649

774
00:51:33,651 --> 00:51:37,651

775
00:51:37,652 --> 00:51:41,652

776
00:51:41,653 --> 00:51:45,653

777
00:51:45,656 --> 00:51:49,656

778
00:51:49,658 --> 00:51:53,658

779
00:51:53,660 --> 00:51:57,660

780
00:51:57,662 --> 00:52:01,662

781
00:52:01,664 --> 00:52:05,664

782
00:52:05,666 --> 00:52:09,666

783
00:52:09,669 --> 00:52:13,669

784
00:52:13,671 --> 00:52:17,671

785
00:52:17,673 --> 00:52:21,673

786
00:52:21,676 --> 00:52:25,676

787
00:52:25,683 --> 00:52:29,683

788
00:52:29,685 --> 00:52:33,685

789
00:52:33,687 --> 00:52:37,687
คราวนี้นะคะ มาดูต่อ

790
00:52:37,688 --> 00:52:41,688
กระดาษที่ครูแจกเอาวางไว้ก่อนนะคะ อย่าเพิ่งใช้ เรายังไม่ใช้ตอนนี้

791
00:52:41,689 --> 00:52:45,689

792
00:52:45,689 --> 00:52:49,689

793
00:52:49,690 --> 00:52:53,690
เราใช้ Stack ทำอะไร เมื่อกี้

794
00:52:53,695 --> 00:52:57,695
เราพูดถึง Stack ไปแล้วนะ เข้าก่อนออกทีหลัง

795
00:52:57,696 --> 00:53:01,696
นะคะ ข้อมูลไหนเข้าก่อน

796
00:53:01,698 --> 00:53:05,698
จะถูกเอาออกทีหลัง

797
00:53:05,699 --> 00:53:09,699
แล้วเราใช้ Stack ทำอะไรบ้าง

798
00:53:09,699 --> 00:53:13,699
เราใช้ Stack มาทำอะไรบ้าง

799
00:53:13,700 --> 00:53:17,700
ทุกคนบวกเลขเป็นใช่ไหม ทุกคนบวกลบคูณหาร

800
00:53:17,701 --> 00:53:21,701
สมการทางคณิตศาสตร์ได้ Stack

801
00:53:21,703 --> 00:53:25,703
จะถูกเอามาใช้ในการ

802
00:53:25,704 --> 00:53:29,704
หาผลลัพธ์ของสมการคณิตศาสตร์

803
00:53:29,706 --> 00:53:33,706
บวกเลข บวกลบเลขนะคะ

804
00:53:33,707 --> 00:53:37,707
คราวนี้ ก่อนที่จะไปดูรูปแบบของการ

805
00:53:37,709 --> 00:53:41,709
ใช้ Stack แล้ว Stack มันเกี่ย

806
00:53:41,711 --> 00:53:45,711
กับการบวก ลบ คูณ หาร นะคะ เรามาดูรูปแบบก่อนว่า

807
00:53:45,713 --> 00:53:49,713
เราใช้ Stack เพื่อเป็นนิพนธ์

808
00:53:49,714 --> 00:53:53,714
ก็คือลักษณะของสมการ

809
00:53:53,720 --> 00:53:57,720
มีอยู่ 3 รูปแบบ รูปแบบแรกก็คื

810
00:53:57,721 --> 00:54:01,721
ก็คือ

811
00:54:01,723 --> 00:54:05,723
บวก ลบ คูณ หาร จะอยู่ระหว่างตัวเลข

812
00:54:05,727 --> 00:54:09,727
นะคะ อันนี้คือ Infix นิพจน์ตัวที่ 2

813
00:54:09,728 --> 00:54:13,728
ก็คือ Prefix

814
00:54:13,729 --> 00:54:17,729
เครื่องหมาย บวก ลบ คูณ หาร จะอยู่ด้านหน้า

815
00:54:17,730 --> 00:54:21,730
และตัวสุดท้ายคือ

816
00:54:21,732 --> 00:54:25,732
Postfix เครื่องหมายจะไปอยู่ด้านหลังของตัวเลข

817
00:54:25,733 --> 00:54:29,733
AC อันนนี้คือตัวเลขนะคะ

818
00:54:29,735 --> 00:54:33,735
เราจะแทนด้วยตัวเลขใด ๆ

819
00:54:33,736 --> 00:54:37,736
คราวนี้ดูนะคะ ในการคำนวณ

820
00:54:37,742 --> 00:54:41,742
ทางคณิตศาสตร์นะ

821
00:54:41,744 --> 00:54:45,744
เวลาเราเจอนะคะ การบวก ลบ

822
00:54:45,745 --> 00:54:49,745
ที่มันมีมากกว่า 2 ตัวเลข

823
00:54:49,746 --> 00:54:53,746
เช่นแบบนี้

824
00:54:53,748 --> 00:54:57,748
5 + 2 x 2 มันมีตัวเลขมากกว่า 2 ตัว

825
00:54:57,749 --> 00:55:01,749
นะคะ แล้วเรา

826
00:55:01,751 --> 00:55:05,751
จะบวกลบเลขอย่างไร

827
00:55:05,752 --> 00:55:09,752
เรามีลำดับความสัมพันธ์ของ

828
00:55:09,754 --> 00:55:13,754
เครื่องหมาย เจอวงเล็บ

829
00:55:13,757 --> 00:55:17,757
ก่อนทำในวงเล็บ

830
00:55:17,758 --> 00:55:21,758
ใช่ไหมคะ เราเจอในวงเล็บ เรา

831
00:55:21,760 --> 00:55:25,760
บวกลบเลขนี่ในวงเล็บก่อน

832
00:55:25,761 --> 00:55:29,761
จากนั้น ลำดับความสำคัญตัวที่ 2 ที่ต้อง

833
00:55:29,762 --> 00:55:33,762
ทำก่อนก็คือ เครื่องหมาย

834
00:55:33,765 --> 00:55:37,765
ยกกำลัง เช่น 2 ยกกำลัง 2 ถูกไหมคะ

835
00:55:37,766 --> 00:55:41,766
3 ยกกำลัง 2 อย่างนี้เป็นต้น

836
00:55:41,767 --> 00:55:45,767
เจอเลขยกกำลังเสร็จแล้ว

837
00:55:45,768 --> 00:55:49,768
เราจะคำนวณเครื่องหมายไหนต่อไป ก็ค

838
00:55:49,769 --> 00:55:53,769
กับหาร คูณกับหารมีลำดับความสำคัญ

839
00:55:53,770 --> 00:55:57,770
เท่ากันนะคะ มีลำดับความสำคัญ

840
00:55:57,771 --> 00:56:01,771
เท่ากัน ตามด้วยบวกกับลบ

841
00:56:01,772 --> 00:56:05,772
บวกกับลบก็มีความสำคัญ

842
00:56:05,774 --> 00:56:09,774
เท่ากัน แต่จะทำ

843
00:56:09,775 --> 00:56:13,775
หลังการทำเครื่องหมายคูณกับหาร

844
00:56:13,775 --> 00:56:17,775

845
00:56:17,780 --> 00:56:21,780
คราวนี้มาดูโจทย์ครู 2 ตัวนี้

846
00:56:21,783 --> 00:56:25,783
เป็นตัวเลขตัวเดียวกันเลย 5 + 2

847
00:56:25,786 --> 00:56:29,786
x 2 ตัวแรก

848
00:56:29,788 --> 00:56:33,788
ครูมีวงเล็บเปิดกับวงเล็บปิด โจทย์ตัวที่ 2 ไม่มี

849
00:56:33,792 --> 00:56:37,792
วงเล็บนะคะ ครูไม่มีวงเล็บนะ

850
00:56:37,797 --> 00:56:41,797
คราวนี้มาดูข้อแรกก่อน

851
00:56:41,798 --> 00:56:45,798
อย่างที่บอกว่าถ้าเจอวงเล็บ

852
00:56:45,799 --> 00:56:49,799
วงเล็บเปิด วงเล็บปิด ทำ

853
00:56:49,801 --> 00:56:53,801
ข้างในวงเล็บก่อน

854
00:56:53,802 --> 00:56:57,802
เพราะฉะนั้น เราเอาอะไรบวกกันก่อน 5 + 2

855
00:56:57,804 --> 00:57:01,804
เป็นเท่าไรคะ เป็น 7

856
00:57:01,805 --> 00:57:05,805
7 แล้วคูณด้วย 2 เท่ากับเท่าไหร่

857
00:57:05,806 --> 00:57:09,806
เท่ากับเท่าไหร่คะ

858
00:57:09,808 --> 00:57:13,808
เท่ากับ 14

859
00:57:13,809 --> 00:57:17,809

860
00:57:17,810 --> 00:57:21,810
ตัวเลขเท่ากับ 14 ตัวแรกนะคะ เท่ากับ 14

861
00:57:21,812 --> 00:57:25,812
แล้วมาดูข้อ 2 ครูตัด

862
00:57:25,813 --> 00:57:29,813
วงเล็บทิ้งไป 5 + 2 x 2

863
00:57:29,814 --> 00:57:33,814
เราทำตรงไหนก่อน

864
00:57:33,821 --> 00:57:37,821
ย้อนกลับขึ้นมาดูข้างบน ระหว่างบวกกับคูณ

865
00:57:37,822 --> 00:57:41,822
อะไรสำคัญมากกว่ากัน

866
00:57:41,823 --> 00:57:45,823
อะไรมีความสำคัญมากกว่ากันคะ

867
00:57:45,825 --> 00:57:49,825
บวกกับคูณ

868
00:57:49,827 --> 00:57:53,827

869
00:57:53,831 --> 00:57:57,831
ข้างบนเห็นไหมคะว่า 1 นี่

870
00:57:57,838 --> 00:58:01,838
มีความสำคัญมากสุดนะ 2. ความสำคัญรองลงมา

871
00:58:01,840 --> 00:58:05,840
ตัวนี้ เบอร์ 3 ความสำคัญ

872
00:58:05,843 --> 00:58:09,843
รองลงมา เบอร์ 4 ความสำคั

873
00:58:09,844 --> 00:58:13,844
เพราะฉะนั้น คูณกับบวก

874
00:58:13,848 --> 00:58:17,848
อะไรมีความสำคัญมากกว่ากัน

875
00:58:17,849 --> 00:58:21,849
คูณใช่ไหมคะ อันนี้คือมากสุด

876
00:58:21,852 --> 00:58:25,852
มากสุด

877
00:58:25,854 --> 00:58:29,854
เพราะฉะนั้น เรา

878
00:58:29,856 --> 00:58:33,856
ทำอะไรก่อน 5+2 หรือเอา 2

879
00:58:33,857 --> 00:58:37,857
หรือเอา 2 x 2 2 x 2

880
00:58:37,859 --> 00:58:41,859
เป็น 4 4 + 5

881
00:58:41,860 --> 00:58:45,860
5 เป็นเท่าไหร่คะ

882
00:58:45,861 --> 00:58:49,861
เป็น 9

883
00:58:49,862 --> 00:58:53,862
โอเค

884
00:58:53,863 --> 00:58:57,863
ถ้าครูเขียนใหม่

885
00:58:57,865 --> 00:59:01,865

886
00:59:01,866 --> 00:59:05,866

887
00:59:05,867 --> 00:59:09,867
เลข 2 หรือ เดี๋ยวนะ

888
00:59:09,869 --> 00:59:13,869

889
00:59:13,870 --> 00:59:17,870

890
00:59:17,871 --> 00:59:21,871

891
00:59:21,873 --> 00:59:25,873

892
00:59:25,875 --> 00:59:29,875
โจทย์ข้อนี้

893
00:59:29,877 --> 00:59:33,877
5 คูณ 2

894
00:59:33,879 --> 00:59:37,879
เท่ากับ 12 คนอื่น

895
00:59:37,880 --> 00:59:41,880
ได้ไหมคะ เห็นไหม ตัวเลขเดียวกันเลย

896
00:59:41,881 --> 00:59:45,881
สลับแล้วก็คเครื่องหมายมีเหมือนกันเล

897
00:59:45,883 --> 00:59:49,883
แค่สลับตำแหน่งค่าก็เปลี่ยนแล้ว

898
00:59:49,884 --> 00:59:53,884
ทันไหมคะ คูณกับบวกแสดงว่า

899
00:59:53,885 --> 00:59:57,885
ทำคูณก่อน 5 คูณ 2 เป็

900
00:59:57,886 --> 01:00:01,886
เป็น 10 10 + 2 เป็น 12

901
01:00:01,888 --> 01:00:05,888

902
01:00:05,889 --> 01:00:09,889
โอเค

903
01:00:09,890 --> 01:00:13,890
เอาตัวนี้บวกกันก่อน... คูณกันก่อนนะคะ

904
01:00:13,892 --> 01:00:17,892
5 x 2 เป็น 10 แล้ว 10 ค่อยมาบวกกับ

905
01:00:17,893 --> 01:00:21,893
2 โอเค

906
01:00:21,894 --> 01:00:25,894
จะเห็นว่า

907
01:00:25,895 --> 01:00:29,895
อันนี้คือเราคิดใช่ไหม

908
01:00:29,897 --> 01:00:33,897
แล้วเราจะสั่งให้คอมพิวเตอณ์เข้สา

909
01:00:33,900 --> 01:00:37,900
เข้าใจแบบที่เราคิดเมื่อกี้ได้อย่างไร

910
01:00:37,902 --> 01:00:41,902
รู้ว่าถ้าเจอคูณนี่ต้องทำคูณก่อนเลย

911
01:00:41,904 --> 01:00:45,904
เจอวงเล็บเปิด ต้องทำวงเล็บเปิด

912
01:00:45,906 --> 01:00:49,906
ตอนนี้เราจะสั่งให้คอมพิวเตอร์นี่สามารถคำนวณ

913
01:00:49,909 --> 01:00:53,909
ให้ได้แบบที่เราคำนวณเมื่อกี้

914
01:00:53,910 --> 01:00:57,910
เราใช้

915
01:00:57,911 --> 01:01:01,911
Stack เข้ามาช่วยในการคำนวณนะคะ

916
01:01:01,912 --> 01:01:05,912
เราใช้ Stack เข้ามาในการคำนวณ

917
01:01:05,913 --> 01:01:09,913
วิธีการทำแบบไหน

918
01:01:09,914 --> 01:01:13,914
มาดูวิธีการนะคะ เรามีตัวเลขอยู่ชุดหนึ่ง

919
01:01:13,915 --> 01:01:17,915
เราต้องการหาค่าออกมา เช่น

920
01:01:17,916 --> 01:01:21,916
ครูมีตัวเลขชุดนี้ล่ะ

921
01:01:21,918 --> 01:01:25,918
ครูสั่งให้คอมพิวเตอร์คำนวณ จะต้องได้ผลลัพธ์ 9

922
01:01:25,919 --> 01:01:29,919
คอมพิวเตอร์จะคิดแบบไหนนะคะ

923
01:01:29,920 --> 01:01:33,920
1 เราต้องสร้างตารางแบบนี้ก่อน

924
01:01:33,921 --> 01:01:37,921
มี 3 ช่อง ช่องแรก คือ ใส่ Input

925
01:01:37,922 --> 01:01:41,922
ก็คือข้อมูลนำเข้า Stack

926
01:01:41,923 --> 01:01:45,923
แล้วก็ผลลัพธ์นะคะ

927
01:01:45,925 --> 01:01:49,925
เรามีวิธีการทำนี่ 2 ช่วงด้วยกัน ช่วงที่ 1

928
01:01:49,926 --> 01:01:53,926
ต้องแปลงนิพจน์

929
01:01:53,928 --> 01:01:57,928
แบบ Postfix เ

930
01:01:57,929 --> 01:02:01,929
ไปไว้ข้างหลังให้หมดก่อน เอาเครื่องหมาย

931
01:02:01,931 --> 01:02:05,931
ไปไว้ข้างหลังให้หมดก่อนนะคะ แล้วค่อยคำนวณออกมาเป็น

932
01:02:05,932 --> 01:02:09,932
ตัวเลข ผลลัพธ์

933
01:02:09,933 --> 01:02:13,933
เรามี 3 ช่องนะ ทุกคนต้องตีตาราง 3 ช่อง

934
01:02:13,934 --> 01:02:17,934
อันแรกเขียนว่า Input Stack แล้วก็ O

935
01:02:17,935 --> 01:02:21,935
นะคะ ถัดมา

936
01:02:21,943 --> 01:02:25,943
ขั้นตอนวิธีการแปลง

937
01:02:25,944 --> 01:02:29,944
จาก Infix ให้เป็น Po

938
01:02:29,945 --> 01:02:33,945
ทุกคนมีชีตที่ครูให้ แบบนี้เลย

939
01:02:33,958 --> 01:02:37,958
ก็คือสิ่งที่อยู่บนสไลด์นะคะ ครูพรินต์ออกมาให้

940
01:02:37,959 --> 01:02:41,959
เรามีอยู่ทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้ว

941
01:02:41,960 --> 01:02:45,960
ทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้วยกัน

942
01:02:45,961 --> 01:02:49,961
มีทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้วยกัน ครูให้เวลา

943
01:02:49,962 --> 01:02:53,962
2 นาที อ่าน 7 ขั้นตอนน

944
01:02:53,964 --> 01:02:57,964
นี้ในกระดาษของตัวเองสิคะ

945
01:02:57,967 --> 01:03:01,967
ให้อ่านในกระดาษนะ หรือจะอ่านจากหน้าจอก็ได้

946
01:03:01,969 --> 01:03:05,969
ให้เวลา 2 นาทีอยากให้อ่านก่อน

947
01:03:05,970 --> 01:03:09,970

948
01:03:09,971 --> 01:03:13,971

949
01:03:13,974 --> 01:03:17,974

950
01:03:17,979 --> 01:03:21,979

951
01:03:21,981 --> 01:03:25,981

952
01:03:25,983 --> 01:03:29,983

953
01:03:29,985 --> 01:03:33,985

954
01:03:33,987 --> 01:03:37,987

955
01:03:37,992 --> 01:03:41,992

956
01:03:41,994 --> 01:03:45,994

957
01:03:45,996 --> 01:03:49,996

958
01:03:49,998 --> 01:03:53,998

959
01:03:54,000 --> 01:03:58,000

960
01:03:58,004 --> 01:04:02,004

961
01:04:02,007 --> 01:04:06,007

962
01:04:06,009 --> 01:04:10,009

963
01:04:10,011 --> 01:04:14,011

964
01:04:14,013 --> 01:04:18,013

965
01:04:18,014 --> 01:04:22,014

966
01:04:22,017 --> 01:04:26,017

967
01:04:26,021 --> 01:04:30,021

968
01:04:30,023 --> 01:04:34,023

969
01:04:34,028 --> 01:04:38,028

970
01:04:38,032 --> 01:04:42,032

971
01:04:42,036 --> 01:04:46,036

972
01:04:46,038 --> 01:04:50,038

973
01:04:50,043 --> 01:04:54,043

974
01:04:54,046 --> 01:04:58,046

975
01:04:58,048 --> 01:05:02,048
คราวนี้เดี๋ยวมาดูพร้อมกัน

976
01:05:02,051 --> 01:05:06,051
เรามีอยู่ทั้งหมด 7 ขั้นตอนนะคะ เดี๋ยวเราจะ

977
01:05:06,052 --> 01:05:10,052
ลองฝึกนะ แล้วก็เทียบ

978
01:05:10,053 --> 01:05:14,053
ไปทีละขั้น

979
01:05:14,054 --> 01:05:18,054
ขั้นที่ 1 นะคะ กำหนดให้ Stack ว่าง

980
01:05:18,054 --> 01:05:22,054
ก็คือวาดตาราง 3 ช่องนี้

981
01:05:22,056 --> 01:05:26,056
อันดับแรก สร้าง Stack ว่าง ก็คือวาด

982
01:05:26,058 --> 01:05:30,058
3 ช่องนะคะ กี่แถวยังไม่รู้นะ

983
01:05:30,060 --> 01:05:34,060
แต่มีอยู่ 3 คอลัมน์

984
01:05:34,061 --> 01:05:38,061

985
01:05:38,062 --> 01:05:42,062
อันดับที่ 2

986
01:05:42,064 --> 01:05:46,064
อ่านข้อมูลจากซ้ายไปขวา ก็คือ

987
01:05:46,065 --> 01:05:50,065
อ่านข้อมูลทีละตัวใช่ไหมคะ เลข 5

988
01:05:50,068 --> 01:05:54,068
เครื่องหมายบวก เลข เครื่องหมายคูณ แล้วก็เลข 2

989
01:05:54,070 --> 01:05:58,070
อันนี้คืออ่านจากซ้ายไปขวา

990
01:05:58,077 --> 01:06:02,077
ทีละตัวนะคะ แล้วก็อ่านเข้ามาทีละตัว

991
01:06:02,078 --> 01:06:06,078
สมมติครูใช้ตัวเลขนะคะ

992
01:06:06,079 --> 01:06:10,079
ตัวเลขนะคะ เช่น

993
01:06:10,080 --> 01:06:14,080

994
01:06:14,082 --> 01:06:18,082
อ่านข้อมูลจากซ้ายไปขวา ตัวแรก ก็คือ

995
01:06:18,087 --> 01:06:22,087
5 ใช่ไหม อ่านจากซ้าย ซ้ายก็คือตัวแรก

996
01:06:22,088 --> 01:06:26,088
นะคะ ก็คือเลข 5 ถัดมา

997
01:06:26,090 --> 01:06:30,090
ถัดมาขั้นถัดมาเป็นขั้นที่ 3

998
01:06:30,091 --> 01:06:34,091
ถ้าข้อมูลที่อ่านเข้ามา

999
01:06:34,092 --> 01:06:38,092
เป็นตัวเลข เช่น

1000
01:06:38,093 --> 01:06:42,093
เลข 5 ใช่ไหม ข้อมูลที่เราอ่านเข้ามา

1001
01:06:42,096 --> 01:06:46,096
ทันเป็นตัวเลขใช่ไหม ใช่ เอามัน

1002
01:06:46,097 --> 01:06:50,097
ไปไว้ที่ไหน เอามันไปไว้ที่ช่องผลลัพธ์ ก็คือ

1003
01:06:50,098 --> 01:06:54,098
ช่องสุดท้าย

1004
01:06:54,100 --> 01:06:58,100
ก็คือช่องนี้ใช่ไหมคะ ช่อง Output

1005
01:06:58,101 --> 01:07:02,101
ถัดมา ถ้าตัวที

1006
01:07:02,102 --> 01:07:06,102
เราอ่านเข้ามานี่มันไม่ใช่ตัวเลข แสดงว่า

1007
01:07:06,104 --> 01:07:10,104
มันต้องเป็นเครื่องหมายทางคณิตศาสตร์

1008
01:07:10,105 --> 01:07:14,105
อะไรสักอย่างหนึ่งนี่ล่ะ เช่น เครื่องหมายบวก

1009
01:07:14,106 --> 01:07:18,106
เครื่องหมายบวกใช่ไหมคะ เครื่องหมายบวก

1010
01:07:18,109 --> 01:07:22,109
เราอ่านเครื่องหมายบวกเข้ามา

1011
01:07:22,110 --> 01:07:26,110
แล้วเขาให้เราเช็กก่อน ว่า

1012
01:07:26,113 --> 01:07:30,113
แล้วใน Stack มันมีค่าอยู่หรือเปล่า Stack ในช่องนี่

1013
01:07:30,118 --> 01:07:34,118
ช่องนี้ ช่องที่ 2 นี่ มัน

1014
01:07:34,119 --> 01:07:38,119
มีค่าอยู่ไหม ถ้ามันไม่มีค่าอยู่เลย

1015
01:07:38,121 --> 01:07:42,121
ก็หย่อนมันลงไปใน Stack

1016
01:07:42,123 --> 01:07:46,123
แต่ถ้าใน Stack มันมีข้อมูล

1017
01:07:46,126 --> 01:07:50,126
อยู่แล้ว เราจะต้องทำการ

1018
01:07:50,128 --> 01:07:54,128
เปรียบเทียบก่อน ว่าข้อมูล

1019
01:07:54,129 --> 01:07:58,129
ที่เราอ่านเข้ามานี่

1020
01:07:58,130 --> 01:08:02,130
มันมีค่ามากกว่า หรือน้อยกว่าตัวที่อยู่ใน

1021
01:08:02,135 --> 01:08:06,135
Stack

1022
01:08:06,137 --> 01:08:10,137
ถ้ามันมากกว่า

1023
01:08:10,138 --> 01:08:14,138
ถ้ากรณีที่ตัวที่เราอ่านมีค่ามากกว่า

1024
01:08:14,140 --> 01:08:18,140
ก็หย่อนลงไปใน Stack ได้เลย

1025
01:08:18,141 --> 01:08:22,141
ถ้าสิ่งที่

1026
01:08:22,143 --> 01:08:26,143
เราอ่านเข้ามามันมีค่าน้อยกว่าสิ่งที่

1027
01:08:26,146 --> 01:08:30,146
อยู่ใน Stack

1028
01:08:30,148 --> 01:08:34,148
ให้เอาเครื่องหมายใน Stack

1029
01:08:34,150 --> 01:08:38,150
ออกไปไว้ที่ผลลัพธ์

1030
01:08:38,151 --> 01:08:42,151
แล้วเอาเครื่องหมายตัวที่เราอ่านเข้ามาหย่อนลงไปใน Stack

1031
01:08:42,152 --> 01:08:46,152
โอเค

1032
01:08:46,153 --> 01:08:50,153
ถ้า

1033
01:08:50,155 --> 01:08:54,155
เราอ่านจนครบข้อมูล

1034
01:08:54,158 --> 01:08:58,158
ทุกตัวแล้ว เรายังมีข้อมูลอยู่ใน Stack

1035
01:08:58,158 --> 01:09:02,158
เราก็ดึงมันออกมา ก็คือ Pop มันออกมา

1036
01:09:02,160 --> 01:09:06,160
เป็นผลลัพธ์

1037
01:09:06,162 --> 01:09:10,162
มาดูตัวอย่างนะ ทุกคนถือ... ดุตัวอย่าง

1038
01:09:10,164 --> 01:09:14,164
ที่เป็นขั้นตอนด้วยนะคะ

1039
01:09:14,165 --> 01:09:18,165

1040
01:09:18,166 --> 01:09:22,166

1041
01:09:22,169 --> 01:09:26,169

1042
01:09:26,170 --> 01:09:30,170
โอเค

1043
01:09:30,176 --> 01:09:34,176
โจทย์

1044
01:09:34,178 --> 01:09:38,178
ที่ครูให้ ทุกคนดูที่หน้าจอนะคะ

1045
01:09:38,180 --> 01:09:42,180
ครูมีโจทย์

1046
01:09:42,187 --> 01:09:46,187
มาให้นะคะ ก็คือ 5 + 2

1047
01:09:46,189 --> 01:09:50,189
x 2

1048
01:09:50,193 --> 01:09:54,193
อันดับแรกครูต้องทำอะไร

1049
01:09:54,197 --> 01:09:58,197
อันดับแรกวาดตาราง 3 ช่อง

1050
01:09:58,199 --> 01:10:02,199
วาดตาราง 3 ช่อง จำนวนแถว

1051
01:10:02,205 --> 01:10:06,205
ก็เอาข้อมูลตัวเลขกับเครื่องหมาย

1052
01:10:06,207 --> 01:10:10,207
มาใส่ทีละบรรทัด 5

1053
01:10:10,208 --> 01:10:14,208
ที่ 1 ถูกไหมคะ บวกบรรทัด

1054
01:10:14,211 --> 01:10:18,211
ใส่เลข 2 บรรทัดถัดมาใส่เครื่องหมายคูณ

1055
01:10:18,211 --> 01:10:22,211
แล้วก็ใส่เลข 2

1056
01:10:22,213 --> 01:10:26,213
เราก็จะวาดตารางเรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ จำนวนแถว

1057
01:10:26,214 --> 01:10:30,214
ขึ้นอยู่กับจำนวนข้อมูล

1058
01:10:30,217 --> 01:10:34,217
ในโจทย์ว่ามีกี่ตัว ก็สร้างแถว

1059
01:10:34,218 --> 01:10:38,218
ใส่ข้อมูลให้เลย

1060
01:10:38,219 --> 01:10:42,219
เรากำหนด

1061
01:10:42,220 --> 01:10:46,220
tack ว่างแล้วใช่ไหมคะ

1062
01:10:46,221 --> 01:10:50,221
ถัดมา ต้องอ่านข้อมูลทีละตัว

1063
01:10:50,222 --> 01:10:54,222
เราต้องอ่านข้อมูลทีละตัวจากซ้าย

1064
01:10:54,224 --> 01:10:58,224
ไปขวา ตัวแรกคืออะไรคะ

1065
01:10:58,239 --> 01:11:02,239
คือ 5 ใช่ไหม ครูเขียนเรียงแล้ว

1066
01:11:02,241 --> 01:11:06,241
5 บวก... มี 2 มีคูณ แล้วก็มี 2

1067
01:11:06,242 --> 01:11:10,242
อันนี้คือข้อมูลที่เราอ่านจากซ้ายไปขวา

1068
01:11:10,249 --> 01:11:14,249
ตัวแรก เป็นตัวเลขใช่ไหมคะ

1069
01:11:14,257 --> 01:11:18,257
มันเป็นตัวเลขแล้วมันตรงกับตัวไหน

1070
01:11:18,263 --> 01:11:22,263
ในขั้นตอน ข้อ

1071
01:11:22,265 --> 01:11:26,265
3 ที่บอกว่าถ้าเป็นตัวเลข

1072
01:11:26,266 --> 01:11:30,266
ให้เอาไปไว้ที่ไหน เอาไปไว้ที่

1073
01:11:30,267 --> 01:11:34,267
ผลลัพธ์ ถ้าเป็น

1074
01:11:34,268 --> 01:11:38,268
ตัวเลข เอาไปไว้ที่ผลลัพธ์ได้เลย

1075
01:11:38,269 --> 01:11:42,269
ถัดมา

1076
01:11:42,270 --> 01:11:46,270
เจอเครื่องหมายบวกนะคะ เจอเครื่องหมายบวก

1077
01:11:46,272 --> 01:11:50,272
ตอนนี้ใน Stack มันไม่มีค่า

1078
01:11:50,273 --> 01:11:54,273
อะไรเลย ทำอย่างไรคะ

1079
01:11:54,274 --> 01:11:58,274
ก็ใส่ได้เลย ใส่เครื่องหมายบวก

1080
01:11:58,275 --> 01:12:02,275
ลงมาได้เลย ถ้ามันเป็น Stack ว่าง เห็นไหมคะ

1081
01:12:02,276 --> 01:12:06,276
ตัวบนเป็น Stack ว่าง เราก็เอาใส่ได้เลย

1082
01:12:06,277 --> 01:12:10,277
แล้วก็เขียน 5 ลงมาเหมือนเดิมนะคะ

1083
01:12:10,279 --> 01:12:14,279
ยก 5 ลงมาเหมือนเดิมนะ

1084
01:12:14,280 --> 01:12:18,280
ดู ดูพร้อมครูก่อนนะ

1085
01:12:18,281 --> 01:12:22,281
เดี๋ยวครู...

1086
01:12:22,284 --> 01:12:26,284
จะถ่ายรูป

1087
01:12:26,285 --> 01:12:30,285
เอาขึ้น Classroom ให้

1088
01:12:30,286 --> 01:12:34,286
ถัดมา เลข 2 ใช่ไหมคะ เลข 2 มันเป็นอะไร

1089
01:12:34,289 --> 01:12:38,289
ตัวเลข เพราะฉะนั้นต้องเอาไปไว้ที่ไหน

1090
01:12:38,292 --> 01:12:42,292
ไปไว้ที่ผลลัพธ์

1091
01:12:42,297 --> 01:12:46,297
ตรงกับข้อ 3 ในขั้นตอนนะ

1092
01:12:46,298 --> 01:12:50,298
เอา 2 มาไว้ที่ Output แต่ต้องเขียน

1093
01:12:50,299 --> 01:12:54,299
หลัง ก็คือเขียนต่อจากเลข 5

1094
01:12:54,305 --> 01:12:58,305
นะคะ

1095
01:12:58,306 --> 01:13:02,306

1096
01:13:02,308 --> 01:13:06,308
ถัดมา

1097
01:13:06,311 --> 01:13:10,311
ยกเครื่องหมายบวกลงมาด้วยนะ

1098
01:13:10,314 --> 01:13:14,314
เพราะมันอยู่ใน Stack นะคะ เรายังไม่ได้เอาอะไรออก

1099
01:13:14,315 --> 01:13:18,315
หรือเอาอะไรเข้าเพิ่ม

1100
01:13:18,316 --> 01:13:22,316
ถัดมา เป็นเครื่องหมายคูณ

1101
01:13:22,318 --> 01:13:26,318
ใน Stack

1102
01:13:26,327 --> 01:13:30,327
เรามีเครื่องหมายบวกอยู่แล้วนะคะ

1103
01:13:30,328 --> 01:13:34,328
ใน Stack นี่เรามีเครื่องหมายบวกอยู่แล้ว

1104
01:13:34,329 --> 01:13:38,329
ตัวที่เราอ่านเข้ามา คือ คูณ เรา

1105
01:13:38,331 --> 01:13:42,331
จะต้องทำการเปรียบเทียบ

1106
01:13:42,332 --> 01:13:46,332
ค่าที่เราอ่านเข้ามาใหม่ คือ คูณ

1107
01:13:46,333 --> 01:13:50,333
กับตัวเดิมที่อยู่ใน Stack

1108
01:13:50,335 --> 01:13:54,335
คือ บวก เราเปรียบเทียบ ถูกไหมคะ

1109
01:13:54,336 --> 01:13:58,336
กับตัวบนสุดคือเครื่องหมายบวก สิ่งท

1110
01:13:58,337 --> 01:14:02,337
คืออะไร คูณมีค่า

1111
01:14:02,340 --> 01:14:06,340
มากกว่าบวก ให้ทำอย่างไร

1112
01:14:06,342 --> 01:14:10,342
ก็เอาคูณหย่อนลงมาได้เลย

1113
01:14:10,344 --> 01:14:14,344
ใส่คูณ

1114
01:14:14,345 --> 01:14:18,345
ลงไปใน Stack ได้เลยนะคะ ผลลัพธ์ก็เป็นเหมือนเดิม

1115
01:14:18,347 --> 01:14:22,347
ตัวถัดมาคือเลข 2

1116
01:14:22,349 --> 01:14:26,349
เลข 2 มันเป็นตัวเลขใช่ไหม เอามาไว้ที่

1117
01:14:26,350 --> 01:14:30,350
ผลลัพธ์นะคะ เอามาต่อด้านหลัง

1118
01:14:30,356 --> 01:14:34,356
เสร็จแล้วเราพบว่า

1119
01:14:34,358 --> 01:14:38,358
ไม่มีข้อมูลแล้ว ข้อมูลมันหมดแล้วน่ะ

1120
01:14:38,362 --> 01:14:42,362
ข้อมูลมันหมดแล้วนะคะ แต่สิ่งที่เราเจอคืออะไร

1121
01:14:42,364 --> 01:14:46,364
ใน Stack ยังมีข้อมูลอยู่

1122
01:14:46,365 --> 01:14:50,365
เพราะฉะนั้น ต้องดึงค่า

1123
01:14:50,367 --> 01:14:54,367
ออกจาก Stack ให้หมด เราเอาอะไรออกมาก่อนคะ

1124
01:14:54,369 --> 01:14:58,369
ตัวล่าสุด ตัวบนสุด คือ คูณ

1125
01:14:58,371 --> 01:15:02,371
เอาคูณมาต่อท้ายที่ Output หรือว่าผลลั

1126
01:15:02,372 --> 01:15:06,372
เอาคูณออกมาแล้วมันเหลืออีกตัวหนึ่งใช่ไหม

1127
01:15:06,374 --> 01:15:10,374
ก็เอาบวกออกมา

1128
01:15:10,377 --> 01:15:14,377
อันนี้คือผลลัพธ์ ผลลัพธ์สุดท้าย

1129
01:15:14,385 --> 01:15:18,385
นะคะ

1130
01:15:18,387 --> 01:15:22,387
จะอยู่ในรูปแบบของ Postfix คือ แปลงนิพจน์

1131
01:15:22,389 --> 01:15:26,389

1132
01:15:26,390 --> 01:15:30,390
ได้ไหมคะ เดี๋ยวเรามาทำพร้อมกันอีกตัวหนึ่ง

1133
01:15:30,391 --> 01:15:34,391
หนึ่ง

1134
01:15:34,392 --> 01:15:38,392

1135
01:15:38,394 --> 01:15:42,394

1136
01:15:42,396 --> 01:15:46,396

1137
01:15:46,398 --> 01:15:50,398

1138
01:15:50,400 --> 01:15:54,400

1139
01:15:54,406 --> 01:15:58,406
3 + 5 x 1

1140
01:15:58,408 --> 01:16:02,399

1141
01:16:02,411 --> 01:16:06,411

1142
01:16:06,412 --> 01:16:10,412

1143
01:16:10,417 --> 01:16:14,417
ครูมีโจทย์ใช่ไหมคะ 3 + 5 x 1

1144
01:16:14,423 --> 01:16:18,423
ผลลัพธ์เท่ากับเท่าไหร่เอ่ย ตอบ

1145
01:16:18,424 --> 01:16:22,424
เท่ากับ

1146
01:16:22,426 --> 01:16:26,426
อันนี้ตอบเท่ากับเท่าไหร่เอ่ย

1147
01:16:26,428 --> 01:16:30,428
8

1148
01:16:30,430 --> 01:16:34,430
ข้างหลังตอบอะไร

1149
01:16:34,431 --> 01:16:38,431
ได้เท่ากับอะไรคะ คำตอบ

1150
01:16:38,433 --> 01:16:42,433
ก็คือ 8

1151
01:16:42,434 --> 01:16:46,434
เอา 5 x 1 ก่อนได้เท่าไร

1152
01:16:46,435 --> 01:16:50,435
ค่อยบวกกับ 3

1153
01:16:50,440 --> 01:16:54,440
5 1 เป็น 5 แล้วบวกกับ 3

1154
01:16:54,443 --> 01:16:58,443
8

1155
01:16:58,445 --> 01:17:02,445
เดี๋ยวเราจะมาทำ จะมาแปลงนิพจน์กัน

1156
01:17:02,451 --> 01:17:06,451
นะคะ แล้วเราจะมาหาค่าว่ามันได้ 8 ได้อย่างไร

1157
01:17:06,453 --> 01:17:10,453
อันนี้เรากำลังจะมาแสดงวิธีทำ

1158
01:17:10,454 --> 01:17:14,454
ค่าว่า 8 มันมาจากไหน เราสั่งให้คอมพิวเตอร์มัน

1159
01:17:14,459 --> 01:17:18,459
คิดแบบไหน อันดับแรก วาด Stack ว่าง

1160
01:17:18,460 --> 01:17:22,460
ฉะนั้น ครูบอกว่าต้องมีคอลัมน์อยู่ 3 คอลัมน์

1161
01:17:22,461 --> 01:17:26,461

1162
01:17:26,462 --> 01:17:30,462

1163
01:17:30,464 --> 01:17:34,464

1164
01:17:34,474 --> 01:17:38,474
ครูมี 3 คอลัมน์แล้ว มี

1165
01:17:38,475 --> 01:17:42,475
In put Stack

1166
01:17:42,477 --> 01:17:46,477
แล้วก็ Output

1167
01:17:46,479 --> 01:17:50,479
จากนั้นครูวาดตารางเลย

1168
01:17:50,480 --> 01:17:54,480
โดยเอาข้อมูลมาใส่ในแต่ละแถวเลยนะคะ

1169
01:17:54,485 --> 01:17:58,485
ครูอ่านเข้ามาทีละตัว

1170
01:17:58,487 --> 01:18:02,487
ซ้ายไปขวา ตัวแรก คือ 3 ถัดมา

1171
01:18:02,490 --> 01:18:06,490
คือเครื่องหมายบวก เลข 5

1172
01:18:06,492 --> 01:18:10,492
นะคะ เครื่องหมายคูณ

1173
01:18:10,493 --> 01:18:14,493
แล้วก็เลข 1 อันนี้ครูวดตารา

1174
01:18:14,494 --> 01:18:18,494
เสร็จแล้ว

1175
01:18:18,496 --> 01:18:22,496

1176
01:18:22,497 --> 01:18:26,497

1177
01:18:26,498 --> 01:18:30,498
ทุกคน

1178
01:18:30,499 --> 01:18:34,499
วาดตามครูก่อนเลย เราวาด

1179
01:18:34,502 --> 01:18:38,502
ตารางเปล่า ๆ แบบนี้ก่อนนะคะ

1180
01:18:38,503 --> 01:18:42,503
คอลัมน์แรก หรือช่องแรก เอา

1181
01:18:42,504 --> 01:18:46,504
ตัวเลขกับเครื่องหมาย

1182
01:18:46,506 --> 01:18:50,506
มาเรียงใส่ทีละบรรทัด

1183
01:18:50,507 --> 01:18:54,507

1184
01:18:54,509 --> 01:18:58,509

1185
01:18:58,510 --> 01:19:02,510

1186
01:19:02,514 --> 01:19:06,514

1187
01:19:06,516 --> 01:19:10,516

1188
01:19:10,517 --> 01:19:14,517

1189
01:19:14,519 --> 01:19:18,519

1190
01:19:18,520 --> 01:19:22,520

1191
01:19:22,522 --> 01:19:26,522

1192
01:19:26,524 --> 01:19:30,524

1193
01:19:30,528 --> 01:19:34,528

1194
01:19:34,530 --> 01:19:38,530

1195
01:19:38,531 --> 01:19:42,531

1196
01:19:42,534 --> 01:19:46,534

1197
01:19:46,537 --> 01:19:50,537

1198
01:19:50,539 --> 01:19:54,539

1199
01:19:54,540 --> 01:19:58,540

1200
01:19:58,543 --> 01:20:02,543

1201
01:20:02,546 --> 01:20:06,546
คราวนี้

1202
01:20:06,548 --> 01:20:10,548
พอทุกคนลอกตารางเสร็จแล้วใช่ไหมคะ เดี๋ยวเราจะมาทำด้วยกัน

1203
01:20:10,550 --> 01:20:14,550
เริ่มต้นตัวแรก

1204
01:20:14,551 --> 01:20:18,551
ใช่ไหมคะทุกคน เริ่มต้นตัวแรกมันเป็นตัวเลข

1205
01:20:18,553 --> 01:20:22,553
ใช่หรือเปล่า เพราะฉะนั้นเอาไปไว้ที่ช่องทางไหน

1206
01:20:22,555 --> 01:20:26,555
ทางขวา

1207
01:20:26,556 --> 01:20:30,556
ใส่ก่อนเลข 3 ใช่ถูกต้อง

1208
01:20:30,559 --> 01:20:34,559
ถัดมา

1209
01:20:34,560 --> 01:20:38,560
เป็นเครื่องหมายบวกใช่ไหมคะ

1210
01:20:38,561 --> 01:20:42,561
ตรงนี้มีอะไรไหม ไม่มี

1211
01:20:42,563 --> 01:20:46,563
เพราะฉะนั้น เอา + มาใส่ตรงนี้ได้เลยไหม

1212
01:20:46,564 --> 01:20:50,564
ถ้าเป็นเครื่องหมาย เอาลงที่

1213
01:20:50,565 --> 01:20:54,565
Stack เพราะฉะนั้นตอนนี้ Stack

1214
01:20:54,566 --> 01:20:58,566
ก็ใส่เครื่องหมายบวกได้เลย

1215
01:20:58,567 --> 01:21:02,567
3 ยกลงมาเหมือนเดิมนะคะ เหมือน

1216
01:21:02,570 --> 01:21:06,570
ตรง Output ยก 3 ลงมาเหมือนเดิม

1217
01:21:06,571 --> 01:21:10,571

1218
01:21:10,572 --> 01:21:14,572

1219
01:21:14,573 --> 01:21:18,573
ถัดมาเลข 5 เป็นตัวเลข

1220
01:21:18,576 --> 01:21:22,576
เอาไว้ที่ไหน เอาไว้

1221
01:21:22,578 --> 01:21:26,578
Output ใช่ไหม ฉะนั้น เอาของเด

1222
01:21:26,580 --> 01:21:30,580
ยกลงมาก่อน คือ 3 เราเอาเลขอะไรมาใส่

1223
01:21:30,581 --> 01:21:34,581
เลข 5 นะคะ อันนี้

1224
01:21:34,582 --> 01:21:38,582
ยกลงมาไหม เครื่องหมายบวกยกลงมาด้วยนะ

1225
01:21:38,583 --> 01:21:42,583
ยกลงมาด้วย

1226
01:21:42,585 --> 01:21:46,585

1227
01:21:46,586 --> 01:21:50,586

1228
01:21:50,588 --> 01:21:54,588
เสร็จแล้ว ถัดมา

1229
01:21:54,589 --> 01:21:58,589
เครื่องหมายคูณ

1230
01:21:58,595 --> 01:22:02,595
คูณต้องเอามาลง Stack ใช่หรือเปล่า แต่คูณ

1231
01:22:02,597 --> 01:22:06,597
มันมากกว่าบวกใช่ไหม คูณ

1232
01:22:06,600 --> 01:22:10,600
กับบวก อะไรมากกว่ากัน คูณ เพราะฉะนั้น

1233
01:22:10,601 --> 01:22:14,601
เราก็ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย โดย

1234
01:22:14,604 --> 01:22:18,604
โดยเอาของเดิมลงมาก่อน

1235
01:22:18,605 --> 01:22:22,605
แล้วก็ใส่เครื่องหมายคูณ

1236
01:22:22,606 --> 01:22:26,606
อันนี้ยกลงมาเหมือนเดิมไหม ยกลงมาเหมือนเดิม

1237
01:22:26,608 --> 01:22:30,608

1238
01:22:30,610 --> 01:22:34,610
ตรงสุดท้าย 1 เอาไว้ที่ไหน

1239
01:22:34,613 --> 01:22:38,613
Output แต่มีของเดิมอยู่แล้วใช่ไหม

1240
01:22:38,614 --> 01:22:42,614
ยกของเดิมลงมาก่อน แล้วก็ใส่เลข 1

1241
01:22:42,627 --> 01:22:46,627

1242
01:22:46,628 --> 01:22:50,628
อันนี้ยกลงมาเลยได้ไหม ได้นะคะ ใน Stack

1243
01:22:50,633 --> 01:22:54,633
เราก็ยกเครื่องหมายออกมา เครื่องหมายนะคะ

1244
01:22:54,634 --> 01:22:58,634
บวกกับคูณ

1245
01:22:58,635 --> 01:23:02,635

1246
01:23:02,636 --> 01:23:06,636
เสร็จแล้ว

1247
01:23:06,639 --> 01:23:10,639
ผลลัพธ์ที่ได้ ตอนนี้ข้อมูลหมดแล้วใช่ไหม

1248
01:23:10,640 --> 01:23:14,640
ใน Stack ยังมีอยู่ ใน Stack ยังมีอยู่ ต้อง

1249
01:23:14,641 --> 01:23:18,641
เอาออกมา ต้อง Pop ออกมา ใช่ไหมคะ

1250
01:23:18,643 --> 01:23:22,643
ยกตรง Output ของเดิมลงมาก่อน Pop

1251
01:23:22,644 --> 01:23:26,644
บวกกับคูณเอาอะไรออกมาก่อน

1252
01:23:26,645 --> 01:23:30,645
คูณ แล้วตามด้วยบวก เห็นไหมคะ

1253
01:23:30,647 --> 01:23:34,647
เอาตัวแรกออกมาก่อน แล้วเอาตัวที่ 2

1254
01:23:34,648 --> 01:23:38,648
ออกมา

1255
01:23:38,650 --> 01:23:42,650

1256
01:23:42,652 --> 01:23:46,652

1257
01:23:46,656 --> 01:23:50,656

1258
01:23:50,659 --> 01:23:54,659
เดี๋ยวต่ออีกนิดหนึ่งนะคะ เดี๋ยวเขียนตรงนี้ให้เสร็จก่อน

1259
01:23:54,661 --> 01:23:58,661

1260
01:23:58,662 --> 01:24:02,662

1261
01:24:02,663 --> 01:24:06,663
เรายังไม่ได้ค่าเลข 8 เลย

1262
01:24:06,665 --> 01:24:10,665
จะทำอย่างไรให้ได้เลข 8

1263
01:24:10,666 --> 01:24:14,666
8

1264
01:24:14,668 --> 01:24:18,668
ถัดมา เสร็จหรือยังคะ

1265
01:24:18,670 --> 01:24:22,670
เดี๋ยวรอเพื่อน

1266
01:24:22,675 --> 01:24:26,675
แป๊บหนึ่งนะ

1267
01:24:26,676 --> 01:24:30,676

1268
01:24:30,678 --> 01:24:34,678

1269
01:24:34,679 --> 01:24:38,679
โอเค เราได้ผลลัพธ์

1270
01:24:38,682 --> 01:24:42,682
แล้วใช่ไหมคะ จากตารางที่เราทำใน Stack

1271
01:24:42,684 --> 01:24:46,684

1272
01:24:46,685 --> 01:24:50,685
พอได้ค่าผลลัพธ์แล้วนี่ คือ ตัวนี้

1273
01:24:50,686 --> 01:24:54,686
351 คูณ บวก

1274
01:24:54,687 --> 01:24:58,687
มาหาผลลัพธ์ต่อนะคะ ค่านี้จะเป็นค่าสุดท้ายแล้ว

1275
01:24:58,688 --> 01:25:02,688
ที่เราจะได้คำตอบออกมา

1276
01:25:02,689 --> 01:25:06,689

1277
01:25:06,690 --> 01:25:10,690
ตัวแรกตัวนี้ใช่ไหมคะ

1278
01:25:10,691 --> 01:25:14,691
ขั้นตอนถัดมา ถ้าเป็น

1279
01:25:14,692 --> 01:25:18,692
ตัวเลข ถ้าเป็นตัวเลขจะ Push

1280
01:25:18,693 --> 01:25:22,693
ลง Stack อันนี้อีกอันหนึ่งนะ อีก

1281
01:25:22,697 --> 01:25:26,697
ขั้นตอนหนึ่วนะคะ ถ้าเป็นตัวเลขจะ P

1282
01:25:26,698 --> 01:25:30,698
ลง Stack ดูพร้อมครูเลย ตัวที่ 1 มา

1283
01:25:30,699 --> 01:25:34,699
คือตัวเลขอะไรคะ เลข 3

1284
01:25:34,701 --> 01:25:38,701
เราเอาใส่ใน Stack

1285
01:25:38,702 --> 01:25:42,702
ดูพร้อมกันนะ เลข 3

1286
01:25:42,703 --> 01:25:46,703
ตัวแรก เอาลง Stack ตัวถัดมา

1287
01:25:46,704 --> 01:25:50,704
เลขอะไรคะ เลข 5

1288
01:25:50,706 --> 01:25:54,706
ก็เอาเลข 5 Push ลง  Stack เหมือนกัน

1289
01:25:54,709 --> 01:25:58,709

1290
01:25:58,711 --> 01:26:02,711
ตัวถัดมาเลขอะไร

1291
01:26:02,713 --> 01:26:06,713
เลข 1 ก็เอาเลข 1

1292
01:26:06,714 --> 01:26:10,714
Push ลง Stack เหมือนกัน

1293
01:26:10,715 --> 01:26:14,715

1294
01:26:14,717 --> 01:26:18,717

1295
01:26:18,720 --> 01:26:22,720
ถัดมา

1296
01:26:22,725 --> 01:26:26,725
เราเครื่องหมายคูณ ให้

1297
01:26:26,727 --> 01:26:30,727
Pop ค่าบนสุดอออกมา แล้ว

1298
01:26:30,728 --> 01:26:34,728
วางไว้ขวามือ เอาเลข 1 ออกมา เห็นไหมคะ

1299
01:26:34,730 --> 01:26:38,730
จากนั้นใส่เครื่องหมาย

1300
01:26:38,731 --> 01:26:42,731
ถ้ามันเครื่องหมายนะ ตัวที่เราอ่านมา เรา Pop

1301
01:26:42,732 --> 01:26:46,732
ตัวเลขออกมาก่อน แล้วใส่เครื่องหมาย

1302
01:26:46,733 --> 01:26:50,733
แล้วเอาตัวที่ 2 ออกมาแบบนี้

1303
01:26:50,735 --> 01:26:54,735
นี่นะคะ เอาตัวบนสุดออกมา

1304
01:26:54,736 --> 01:26:58,736
แล้วใส่เครื่องหมายที่เราอ่าน แล้วเอา

1305
01:26:58,737 --> 01:27:02,737
ตัวข้อมูล

1306
01:27:02,738 --> 01:27:06,738
ตัวเลขที่อยู่ใน Stack ตัวถัดมานี่ออกมา ได้ผลลัพธ์อะไรคะ

1307
01:27:06,739 --> 01:27:10,739
5 x 1 เป็น 5

1308
01:27:10,741 --> 01:27:14,741
ตอนนี้ใน Stack 1 กับ 5 ออก

1309
01:27:14,742 --> 01:27:18,742
ไปแล้วนะ เราได้ผลลัพธ์

1310
01:27:18,744 --> 01:27:22,744
คือ 5 แล้วอย่างไรต่อ

1311
01:27:22,745 --> 01:27:26,745
ก็ Push ลง Stack

1312
01:27:26,746 --> 01:27:30,746
เอาเลข 5 Push ลงไปใน Stack

1313
01:27:30,747 --> 01:27:34,747
ตอนนี้เอาออกไปแล้ว 2 เหลือ 3

1314
01:27:34,748 --> 01:27:38,748
พอคูณเสร็จเอา 5 กลับเข้ามา

1315
01:27:38,750 --> 01:27:42,750

1316
01:27:42,753 --> 01:27:46,753
ดูนะคะ ถัดมา

1317
01:27:46,755 --> 01:27:50,755
อ่านเครื่องหมายบวก

1318
01:27:50,757 --> 01:27:54,757
ทำเหมือนเดิมเลย เอาอะไรออกมาคะ

1319
01:27:54,759 --> 01:27:58,759

1320
01:27:58,760 --> 01:28:02,760
เอา 5 ออกมาไว้ทางขวามือ แล้วก็ใส่เครื่องหมายบวก

1321
01:28:02,761 --> 01:28:06,761
แล้วก้เอา 3 ออกมา คำตอบเป็นเท่าไหร่คะ

1322
01:28:06,762 --> 01:28:10,762
เป็น 8

1323
01:28:10,764 --> 01:28:14,764

1324
01:28:14,765 --> 01:28:18,765
แล้วก็เอา 8 ใส่ลงไปใน Stack จะเหลือเป็นค่าสุดท้าย

1325
01:28:18,787 --> 01:28:22,787
นี่คือคำตอบของ

1326
01:28:22,788 --> 01:28:26,788
โจทย์ข้อนี้ ได้เท่ากันเลยไหม

1327
01:28:26,791 --> 01:28:30,791
ได้เท่ากันเลย คือ 8

1328
01:28:30,792 --> 01:28:34,792
จะเห็นว่านี่คือกระบวนการคอมพิวเตอร์คิดค่า

1329
01:28:34,793 --> 01:28:38,793
ตัวเลขให้เรานะคะ กว่าจะได้เลข 8

1330
01:28:38,794 --> 01:28:42,794
ออกมานี่ คอมพิวเตอร์ต้องคิดแบบนี้นะคะ

1331
01:28:42,795 --> 01:28:46,795

1332
01:28:46,796 --> 01:28:50,796

1333
01:28:50,797 --> 01:28:54,797

1334
01:28:54,800 --> 01:28:58,800
โอเค

1335
01:28:58,805 --> 01:29:02,805
ใครเสร็จแล้ว

1336
01:29:02,807 --> 01:29:06,807
ครูให้เบรกอีก 5 นาที จดตัวนี้ให้เสร็จนะคะ

1337
01:29:06,809 --> 01:29:10,809
ครูให้เบรก 5 นาที

1338
01:29:10,811 --> 01:29:14,811

1339
01:29:14,812 --> 01:29:18,812

1340
01:29:18,814 --> 01:29:22,814

1341
01:29:22,816 --> 01:29:26,816

1342
01:29:26,821 --> 01:29:30,821

1343
01:29:30,826 --> 01:29:34,826

1344
01:29:34,827 --> 01:29:38,827

1345
01:29:38,830 --> 01:29:42,830

1346
01:29:42,832 --> 01:29:46,832

1347
01:29:46,834 --> 01:29:50,834

1348
01:29:50,836 --> 01:29:54,836

1349
01:29:54,838 --> 01:29:58,838

1350
01:29:58,840 --> 01:30:02,840

1351
01:30:02,843 --> 01:30:06,843

1352
01:30:06,846 --> 01:30:10,846

1353
01:30:10,847 --> 01:30:14,847

1354
01:30:14,849 --> 01:30:18,849

1355
01:30:18,851 --> 01:30:22,851

1356
01:30:22,854 --> 01:30:26,854

1357
01:30:26,856 --> 01:30:30,856

1358
01:30:30,857 --> 01:30:34,857

1359
01:30:34,859 --> 01:30:38,859

1360
01:30:38,862 --> 01:30:42,862

1361
01:30:42,864 --> 01:30:46,864

1362
01:30:46,866 --> 01:30:50,866

1363
01:30:50,867 --> 01:30:54,867

1364
01:30:54,869 --> 01:30:58,869

1365
01:30:58,870 --> 01:31:02,870

1366
01:31:02,873 --> 01:31:06,873

1367
01:31:06,875 --> 01:31:10,875

1368
01:31:10,877 --> 01:31:14,877

1369
01:31:14,879 --> 01:31:18,879

1370
01:31:18,881 --> 01:31:22,881

1371
01:31:22,890 --> 01:31:26,890

1372
01:31:26,892 --> 01:31:30,892

1373
01:31:30,895 --> 01:31:34,895

1374
01:31:34,898 --> 01:31:38,898

1375
01:31:38,900 --> 01:31:42,900

1376
01:31:42,903 --> 01:31:46,903

1377
01:31:46,905 --> 01:31:50,905

1378
01:31:50,906 --> 01:31:54,906

1379
01:31:54,917 --> 01:31:58,917

1380
01:31:58,919 --> 01:32:02,919

1381
01:32:02,921 --> 01:32:06,921

1382
01:32:06,923 --> 01:32:10,923

1383
01:32:10,925 --> 01:32:14,925

1384
01:32:14,927 --> 01:32:18,927

1385
01:32:18,929 --> 01:32:22,929

1386
01:32:22,931 --> 01:32:26,931

1387
01:32:26,932 --> 01:32:30,932

1388
01:32:30,933 --> 01:32:34,933

1389
01:32:34,935 --> 01:32:38,935

1390
01:32:38,936 --> 01:32:42,936

1391
01:32:42,939 --> 01:32:46,939

1392
01:32:46,941 --> 01:32:50,941

1393
01:32:50,943 --> 01:32:54,943

1394
01:32:54,945 --> 01:32:58,945

1395
01:32:58,947 --> 01:33:02,947

1396
01:33:02,949 --> 01:33:06,949

1397
01:33:06,951 --> 01:33:10,951

1398
01:33:10,954 --> 01:33:14,954

1399
01:33:14,956 --> 01:33:18,956

1400
01:33:18,965 --> 01:33:22,965

1401
01:33:22,968 --> 01:33:26,968

1402
01:33:26,970 --> 01:33:30,970

1403
01:33:30,972 --> 01:33:34,972

1404
01:33:34,974 --> 01:33:38,974

1405
01:33:38,977 --> 01:33:42,977

1406
01:33:42,979 --> 01:33:46,979

1407
01:33:46,981 --> 01:33:50,981

1408
01:33:50,983 --> 01:33:54,983

1409
01:33:54,985 --> 01:33:58,985

1410
01:33:58,987 --> 01:34:02,987

1411
01:34:02,990 --> 01:34:06,990

1412
01:34:06,992 --> 01:34:10,992

1413
01:34:10,993 --> 01:34:14,993

1414
01:34:14,995 --> 01:34:18,995

1415
01:34:18,996 --> 01:34:22,996

1416
01:34:22,998 --> 01:34:26,998

1417
01:34:26,999 --> 01:34:30,999

1418
01:34:31,001 --> 01:34:35,001

1419
01:34:35,002 --> 01:34:39,002

1420
01:34:39,005 --> 01:34:43,005

1421
01:34:43,006 --> 01:34:47,006

1422
01:34:47,008 --> 01:34:51,008

1423
01:34:51,010 --> 01:34:55,010

1424
01:34:55,012 --> 01:34:59,012

1425
01:34:59,014 --> 01:35:03,014

1426
01:35:03,016 --> 01:35:07,016

1427
01:35:07,019 --> 01:35:11,019

1428
01:35:11,021 --> 01:35:15,021

1429
01:35:15,024 --> 01:35:19,024

1430
01:35:19,027 --> 01:35:23,027

1431
01:35:23,029 --> 01:35:27,029

1432
01:35:27,031 --> 01:35:31,031

1433
01:35:31,039 --> 01:35:35,039

1434
01:35:35,041 --> 01:35:39,041

1435
01:35:39,044 --> 01:35:43,044

1436
01:35:43,046 --> 01:35:47,046

1437
01:35:47,049 --> 01:35:51,049

1438
01:35:51,050 --> 01:35:55,050

1439
01:35:55,053 --> 01:35:59,053

1440
01:35:59,054 --> 01:36:03,054

1441
01:36:03,057 --> 01:36:07,057

1442
01:36:07,059 --> 01:36:11,059

1443
01:36:11,063 --> 01:36:15,063

1444
01:36:15,066 --> 01:36:19,066

1445
01:36:19,069 --> 01:36:23,069

1446
01:36:23,071 --> 01:36:27,071

1447
01:36:27,073 --> 01:36:31,073

1448
01:36:31,075 --> 01:36:35,075

1449
01:36:35,076 --> 01:36:39,076

1450
01:36:39,078 --> 01:36:43,078

1451
01:36:43,082 --> 01:36:47,082

1452
01:36:47,083 --> 01:36:51,083

1453
01:36:51,085 --> 01:36:55,085

1454
01:36:55,087 --> 01:36:59,087

1455
01:36:59,089 --> 01:37:03,089

1456
01:37:03,091 --> 01:37:07,091

1457
01:37:07,093 --> 01:37:11,093

1458
01:37:11,094 --> 01:37:15,094

1459
01:37:15,099 --> 01:37:19,099

1460
01:37:19,101 --> 01:37:23,101

1461
01:37:23,104 --> 01:37:27,104

1462
01:37:27,107 --> 01:37:31,107

1463
01:37:31,109 --> 01:37:35,109

1464
01:37:35,112 --> 01:37:39,112

1465
01:37:39,113 --> 01:37:43,113

1466
01:37:43,114 --> 01:37:47,114

1467
01:37:47,117 --> 01:37:51,117

1468
01:37:51,120 --> 01:37:55,120

1469
01:37:55,123 --> 01:37:59,123

1470
01:37:59,125 --> 01:38:03,125

1471
01:38:03,127 --> 01:38:07,127

1472
01:38:07,129 --> 01:38:11,129

1473
01:38:11,131 --> 01:38:15,131

1474
01:38:15,133 --> 01:38:19,133

1475
01:38:19,135 --> 01:38:23,135

1476
01:38:23,136 --> 01:38:27,136

1477
01:38:27,138 --> 01:38:31,138

1478
01:38:31,141 --> 01:38:35,141

1479
01:38:35,142 --> 01:38:39,142

1480
01:38:39,145 --> 01:38:43,145

1481
01:38:43,147 --> 01:38:47,147

1482
01:38:47,149 --> 01:38:51,149

1483
01:38:51,152 --> 01:38:55,152

1484
01:38:55,156 --> 01:38:59,156

1485
01:38:59,161 --> 01:39:03,161

1486
01:39:03,163 --> 01:39:07,163

1487
01:39:07,165 --> 01:39:11,165

1488
01:39:11,166 --> 01:39:15,166

1489
01:39:15,168 --> 01:39:19,168

1490
01:39:19,169 --> 01:39:23,169

1491
01:39:23,170 --> 01:39:27,170

1492
01:39:27,173 --> 01:39:31,173
ค่ะ เดี๋ยวมาต่ออีกนิดหนึ่ง

1493
01:39:31,176 --> 01:39:35,176

1494
01:39:35,177 --> 01:39:39,177
คราวนี้มาดูอีก 1 ตัวอย่างนะคะ

1495
01:39:39,179 --> 01:39:43,179

1496
01:39:43,183 --> 01:39:47,183
ครูมีโจทย์ให้

1497
01:39:47,187 --> 01:39:51,187

1498
01:39:51,189 --> 01:39:55,189
5 x 2

1499
01:39:55,191 --> 01:39:59,191
+ 2

1500
01:39:59,193 --> 01:40:03,193
ตอนนี้เราทำ

1501
01:40:03,195 --> 01:40:07,195
จาก Prefix ให้เป็น

1502
01:40:07,200 --> 01:40:11,200
Postfix ก่อนนะคะ

1503
01:40:11,202 --> 01:40:15,202
อันดับแรก

1504
01:40:15,203 --> 01:40:19,203
ต้องวาดตารางก่อนใช่ไหมคะ

1505
01:40:19,204 --> 01:40:23,204
วาดตาราง Stack ว่าง

1506
01:40:23,206 --> 01:40:27,206
ครูก็วาด 3 ช่องเหมือนเดิม แล้วก็

1507
01:40:27,207 --> 01:40:31,207
ตรง Input ครูก็เอาข้อมูลแต่ละตัว

1508
01:40:31,209 --> 01:40:35,209
มาใส่ลงในแต่ละบรรทัด

1509
01:40:35,210 --> 01:40:39,210

1510
01:40:39,211 --> 01:40:43,211

1511
01:40:43,213 --> 01:40:47,213

1512
01:40:47,216 --> 01:40:51,216

1513
01:40:51,220 --> 01:40:55,220
เริ่มต้นเลย หย่อนเข้ามาตัวเลข

1514
01:40:55,225 --> 01:40:59,225
คือ เลข 5 ใช่ไหม มันเป็นตัวเลข เพราะฉะนั้น

1515
01:40:59,229 --> 01:41:03,229
เอาไปไว้ที่ Output

1516
01:41:03,233 --> 01:41:07,233
นะคะ นะ ถ้าเป็นตัวเลข เอาไปไว้ที่ Output

1517
01:41:07,234 --> 01:41:11,234
ได้เลย ตัวถัดมา

1518
01:41:11,235 --> 01:41:15,235
เครื่องหมายคูณ

1519
01:41:15,238 --> 01:41:19,238
แสดงว่าต้องเอาไปไว้ใน Stack

1520
01:41:19,241 --> 01:41:23,241
ตอนนี้ Stack มันเป็น Stack ว่าง

1521
01:41:23,243 --> 01:41:27,243
เราก็เลยเอาคูณมาใส่ใน

1522
01:41:27,244 --> 01:41:31,244
Stack ได้เลย ส่วน Output

1523
01:41:31,246 --> 01:41:35,246
ก็ยก 5 ลงมาเหมือนเดิม

1524
01:41:35,248 --> 01:41:39,248

1525
01:41:39,250 --> 01:41:43,250
โอเคนะ ยังเป็นเหมือนเดิมอญู่นะ

1526
01:41:43,251 --> 01:41:47,251
2 บรรทัดแรก ถัดมา

1527
01:41:47,255 --> 01:41:51,255
เจอเลข 2 เลข 2

1528
01:41:51,258 --> 01:41:55,258
2 มันเป็นตัวเลข ต้องเอาไปไว้ที่

1529
01:41:55,259 --> 01:41:59,259
Output เพราะฉะนั้น 2

1530
01:41:59,260 --> 01:42:03,260
จะอยู่ต่อจากเลข 5 นะคะ ใน Stack

1531
01:42:03,261 --> 01:42:07,261
ก็ยกลงมาเหมือนเดิม

1532
01:42:07,262 --> 01:42:11,262

1533
01:42:11,265 --> 01:42:15,265
ถึงตรงนี้นะคะ

1534
01:42:15,267 --> 01:42:19,267

1535
01:42:19,268 --> 01:42:23,268
ถัดมาข้อมูลที่เราอ่านมา

1536
01:42:23,269 --> 01:42:27,269
เครื่องหมายบวก พอเราเจอ

1537
01:42:27,272 --> 01:42:31,272
เครื่องหมายบวก ครูบอกว่าต้องเอามัน

1538
01:42:31,273 --> 01:42:35,273
ไปไว้ใน Stack แต่ก่อนอื่น ก่อนที่จะ

1539
01:42:35,274 --> 01:42:39,274
เอาไปไว้ใน Stack เดิม

1540
01:42:39,275 --> 01:42:43,275
เรามีข้อมูลใน Stack หรือเปล่า มีใช่หรือเปล่า มีเครื่องหมายคูณ

1541
01:42:43,277 --> 01:42:47,277
เพราะฉะนั้นเราต้

1542
01:42:47,279 --> 01:42:51,279
ต้องเปรียบเทียบความสำคัญก่อน บวก

1543
01:42:51,280 --> 01:42:55,280
มันน้อยกว่าหรือมากกว่าคูณ

1544
01:42:55,281 --> 01:42:59,281
น้อยกว่า ใช่ไหม บวก

1545
01:42:59,283 --> 01:43:03,283
มีค่าน้อยกว่าคูณ เพราะฉะนั้น

1546
01:43:03,290 --> 01:43:07,290
ทำอย่างไรคะ เอาคูณ

1547
01:43:07,291 --> 01:43:11,291
ออกมา

1548
01:43:11,293 --> 01:43:15,293
บวกมีค่าน้อยกว่าคูณ เพราะฉะนั้น

1549
01:43:15,294 --> 01:43:19,294
ต้องเอา

1550
01:43:19,295 --> 01:43:23,295
ข้อมูลที่อยู่บน Stack นี่ คือ คูณ เอามาไว้ที่

1551
01:43:23,296 --> 01:43:27,296
Output เห็นไหมคะ

1552
01:43:27,297 --> 01:43:31,297
เอามาไว้ที่ Output เสร็จแล้ว เราถึงเอา

1553
01:43:31,301 --> 01:43:35,301
เครื่องหมายบวก Push ลงไปใน Stack

1554
01:43:35,302 --> 01:43:39,302
นะคะ แล้วค่อยเอาเครื่องหมายบวก

1555
01:43:39,303 --> 01:43:43,303
ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย เพราะ Stack มันว่าง

1556
01:43:43,307 --> 01:43:47,307
เพราะฉะนั้น ตรง Output จะเป็น

1557
01:43:47,308 --> 01:43:51,308
5, 2 แล้วก็เครื่องหมาย๕

1558
01:43:51,310 --> 01:43:55,310
ทำไมคูณ

1559
01:43:55,311 --> 01:43:59,311
ถึงต้องออกมา เพราะบวกมันน้อยกว่าคูณ

1560
01:43:59,313 --> 01:44:03,313
เห็นไหมคะ บวกมันน้อยกว่าคูณ

1561
01:44:03,315 --> 01:44:07,315
เลยเอาคูณออกมา

1562
01:44:07,321 --> 01:44:11,321
ถัดมาเลขอะไรคะ เลข 2

1563
01:44:11,324 --> 01:44:15,324
เอาไปไว้ที่ Output ได้เลย ก็เอามันไปต่อท้ายคูณ

1564
01:44:15,326 --> 01:44:19,326
เอามันมาต่อท้ายคูณใช้หรือเปล่า เพราะมันคือคูณ

1565
01:44:19,327 --> 01:44:23,327
เอา 2 มาต่อท้าย

1566
01:44:23,328 --> 01:44:27,328

1567
01:44:27,331 --> 01:44:31,331
ตอนนี้เราอ่านข้อมูลครบหมดแล้ว

1568
01:44:31,332 --> 01:44:35,332
แต่ใน Stack มันยังมีบวกค้างอยู่ เพราะฉะนั้น

1569
01:44:35,334 --> 01:44:39,334
ต้อง Pop มันออกมา แ

1570
01:44:39,335 --> 01:44:43,335
นะคะ Pop มันออกมาและไว้ข้างหลัง

1571
01:44:43,341 --> 01:44:47,341

1572
01:44:47,342 --> 01:44:51,342

1573
01:44:51,344 --> 01:44:55,344

1574
01:44:55,346 --> 01:44:59,346

1575
01:44:59,352 --> 01:45:03,352

1576
01:45:03,354 --> 01:45:07,354

1577
01:45:07,356 --> 01:45:11,356

1578
01:45:11,359 --> 01:45:15,359

1579
01:45:15,362 --> 01:45:19,362

1580
01:45:19,363 --> 01:45:23,363

1581
01:45:23,366 --> 01:45:27,366
โอเคนะ

1582
01:45:27,368 --> 01:45:31,368
แบบฝึกหัด ช่วยครูทำหน่อยตอนนี้เลย

1583
01:45:31,373 --> 01:45:35,373
ครูโจทย์ให้นะคะ 3 หาร 1

1584
01:45:35,377 --> 01:45:39,377
ลบ 2 แล้วครูก็บอกว่าหาร

1585
01:45:39,380 --> 01:45:43,380
นี่ มันมีค่ามากกว่าลบนะ

1586
01:45:43,381 --> 01:45:47,381
หาค่าผลลัพธ์ของนิพจน์

1587
01:45:47,383 --> 01:45:51,383
Postfix ให้ครูหน่อย

1588
01:45:51,388 --> 01:45:55,388
จะได้อะไร เริ่มต้น

1589
01:45:55,390 --> 01:45:59,390
ทุกคนตีตารางก่อน

1590
01:45:59,391 --> 01:46:03,391

1591
01:46:03,392 --> 01:46:07,392

1592
01:46:07,394 --> 01:46:11,394
ลองทำดูสิคะ มีกระดาษไหม

1593
01:46:11,395 --> 01:46:15,395
ไม่มีมาเอาข้างหน้า

1594
01:46:15,397 --> 01:46:19,397
ครูมีกระดาษให้นะ

1595
01:46:19,400 --> 01:46:23,400

1596
01:46:23,401 --> 01:46:27,401

1597
01:46:27,403 --> 01:46:31,403

1598
01:46:31,409 --> 01:46:35,409
แบบฝึกหัด 1 ข้อนะคะ ทำตอนนี้เลย

1599
01:46:35,410 --> 01:46:39,410

1600
01:46:39,411 --> 01:46:43,411

1601
01:46:43,413 --> 01:46:47,413

1602
01:46:47,415 --> 01:46:51,415
เหมือนกับโจทย์ที่ครูให้ไป

1603
01:46:51,418 --> 01:46:55,418
นะคะ คล้าย ๆ กับโจทย์ที่ครูให้ไป

1604
01:46:55,419 --> 01:46:59,419
จดแล้วด้วยนะ

1605
01:46:59,421 --> 01:47:03,421

1606
01:47:03,423 --> 01:47:07,423

1607
01:47:07,426 --> 01:47:11,426

1608
01:47:11,428 --> 01:47:15,428

1609
01:47:15,431 --> 01:47:19,431

1610
01:47:19,433 --> 01:47:23,433

1611
01:47:23,438 --> 01:47:27,438

1612
01:47:27,440 --> 01:47:31,440

1613
01:47:31,441 --> 01:47:35,441

1614
01:47:35,444 --> 01:47:39,444

1615
01:47:39,445 --> 01:47:43,445

1616
01:47:43,447 --> 01:47:47,447

1617
01:47:47,448 --> 01:47:51,448

1618
01:47:51,451 --> 01:47:55,451

1619
01:47:55,453 --> 01:47:59,453

1620
01:47:59,455 --> 01:48:03,455

1621
01:48:03,460 --> 01:48:07,460

1622
01:48:07,463 --> 01:48:11,463

1623
01:48:11,471 --> 01:48:15,471

1624
01:48:15,474 --> 01:48:19,474

1625
01:48:19,477 --> 01:48:23,477

1626
01:48:23,479 --> 01:48:27,479

1627
01:48:27,480 --> 01:48:31,480

1628
01:48:31,484 --> 01:48:35,484

1629
01:48:35,488 --> 01:48:39,488

1630
01:48:39,494 --> 01:48:43,494
เหมือนโจทย์สุดท้ายที่ครูให้ไปเมื่อกี้เลยนะ

1631
01:48:43,497 --> 01:48:47,497
ลบ

1632
01:48:47,499 --> 01:48:51,499
มันน้อยกว่าหารใช่ไหมคะ เรา

1633
01:48:51,500 --> 01:48:55,500
เปรียบเทียบกัน ลบมันน้อยกว่าหาร

1634
01:48:55,504 --> 01:48:59,504
เพราะฉะนั้น

1635
01:48:59,506 --> 01:49:03,506
ก็ต้องเอาหารออกมา

1636
01:49:03,507 --> 01:49:07,507

1637
01:49:07,512 --> 01:49:11,512

1638
01:49:11,513 --> 01:49:15,513

1639
01:49:15,517 --> 01:49:19,517

1640
01:49:19,518 --> 01:49:23,518

1641
01:49:23,520 --> 01:49:27,520

1642
01:49:27,522 --> 01:49:31,522

1643
01:49:31,528 --> 01:49:35,528

1644
01:49:35,530 --> 01:49:39,530

1645
01:49:39,533 --> 01:49:43,533

1646
01:49:43,535 --> 01:49:47,535

1647
01:49:47,536 --> 01:49:51,536

1648
01:49:51,538 --> 01:49:55,538

1649
01:49:55,541 --> 01:49:59,541

1650
01:49:59,560 --> 01:50:03,560

1651
01:50:03,562 --> 01:50:07,562

1652
01:50:07,563 --> 01:50:11,563

1653
01:50:11,565 --> 01:50:15,565

1654
01:50:15,567 --> 01:50:19,567

1655
01:50:19,569 --> 01:50:23,569

1656
01:50:23,578 --> 01:50:27,578

1657
01:50:27,581 --> 01:50:31,581

1658
01:50:31,582 --> 01:50:35,582

1659
01:50:35,585 --> 01:50:39,585

1660
01:50:39,587 --> 01:50:43,587

1661
01:50:43,590 --> 01:50:47,590

1662
01:50:47,592 --> 01:50:51,592

1663
01:50:51,593 --> 01:50:55,593

1664
01:50:55,595 --> 01:50:59,595

1665
01:50:59,597 --> 01:51:03,597

1666
01:51:03,600 --> 01:51:07,600

1667
01:51:07,604 --> 01:51:11,604

1668
01:51:11,606 --> 01:51:15,606

1669
01:51:15,608 --> 01:51:19,608

1670
01:51:19,610 --> 01:51:23,610

1671
01:51:23,612 --> 01:51:27,612

1672
01:51:27,613 --> 01:51:31,613

1673
01:51:31,615 --> 01:51:35,615

1674
01:51:35,618 --> 01:51:39,618

1675
01:51:39,621 --> 01:51:43,621

1676
01:51:43,625 --> 01:51:47,625

1677
01:51:47,629 --> 01:51:51,629

1678
01:51:51,631 --> 01:51:55,631

1679
01:51:55,633 --> 01:51:59,633

1680
01:51:59,636 --> 01:52:03,636

1681
01:52:03,638 --> 01:52:07,638

1682
01:52:07,640 --> 01:52:11,640

1683
01:52:11,641 --> 01:52:15,641

1684
01:52:15,645 --> 01:52:19,645

1685
01:52:19,647 --> 01:52:23,647

1686
01:52:23,650 --> 01:52:27,650

1687
01:52:27,656 --> 01:52:31,656

1688
01:52:31,658 --> 01:52:35,658

1689
01:52:35,661 --> 01:52:39,661

1690
01:52:39,662 --> 01:52:43,662

1691
01:52:43,665 --> 01:52:47,665

1692
01:52:47,667 --> 01:52:51,667

1693
01:52:51,670 --> 01:52:55,670

1694
01:52:55,672 --> 01:52:59,672

1695
01:52:59,674 --> 01:53:03,674

1696
01:53:03,675 --> 01:53:07,675

1697
01:53:07,678 --> 01:53:11,678

1698
01:53:11,680 --> 01:53:15,680

1699
01:53:15,683 --> 01:53:19,683

1700
01:53:19,685 --> 01:53:23,685

1701
01:53:23,688 --> 01:53:27,688

1702
01:53:27,691 --> 01:53:31,691

1703
01:53:31,693 --> 01:53:35,693

1704
01:53:35,695 --> 01:53:39,695

1705
01:53:39,697 --> 01:53:43,697

1706
01:53:43,699 --> 01:53:47,699

1707
01:53:47,701 --> 01:53:51,701

1708
01:53:51,703 --> 01:53:55,703

1709
01:53:55,705 --> 01:53:59,705

1710
01:53:59,707 --> 01:54:03,707

1711
01:54:03,709 --> 01:54:07,709

1712
01:54:07,712 --> 01:54:11,712

1713
01:54:11,714 --> 01:54:15,714

1714
01:54:15,716 --> 01:54:19,716

1715
01:54:19,718 --> 01:54:23,718
คราวนี้นะคะ ดูด้วยกัน

1716
01:54:23,721 --> 01:54:27,721

1717
01:54:27,722 --> 01:54:31,722
3

1718
01:54:31,725 --> 01:54:35,725
เอา 3 ไปไว้ที่ไหนคะ ที่ Output

1719
01:54:35,727 --> 01:54:39,727
เห็นไหมคะ เอา 3 ไปไว้ที่ Output

1720
01:54:39,728 --> 01:54:43,728
เครื่องหมายหาร เอาเครื่องหมายหารไปไว้ที่ไหน Stack

1721
01:54:43,729 --> 01:54:47,729
เพราะมันเป็น Stack ว่าง เราก็หย่อนเครื่องหมา

1722
01:54:47,731 --> 01:54:51,731
Output เรายกมันลงมาด้วยนะ

1723
01:54:51,732 --> 01:54:55,732

1724
01:54:55,733 --> 01:54:59,733
ถัดไป เราอ่านเจอเลข 1 ใช่ไหมคะ เราต้องเอาเลข 1 ไปไว้

1725
01:54:59,734 --> 01:55:03,734
ที่ไหน Output

1726
01:55:03,738 --> 01:55:07,738
ยกลงมาก่อน เสร็จแล้วก็เติมเลข 1 ลงไป

1727
01:55:07,739 --> 01:55:11,739
ใน Stack ยังเหมือนเดิมนะ

1728
01:55:11,741 --> 01:55:15,741
เรายังมีเครื่องหมายหารอยู่ เราก็ยกลงมาได้เลย

1729
01:55:15,742 --> 01:55:19,742
ถัดมา

1730
01:55:19,743 --> 01:55:23,743
เครื่องหมายลบใช่ไหมคะ เดิมใน Stack เรามี

1731
01:55:23,744 --> 01:55:27,744
หารอยู่แล้วใช่ไหม ครูเขียนให้ดูก่อน

1732
01:55:27,745 --> 01:55:31,745
เรามีหารอยู่แล้วนี่ เราเอาลบมาเทียบกับ

1733
01:55:31,747 --> 01:55:35,747
หาร ปรากฎว่าค

1734
01:55:35,748 --> 01:55:39,748
ค่าลบมันน้อยกว่า

1735
01:55:39,750 --> 01:55:43,750
ให้ทำอย่างไร

1736
01:55:43,751 --> 01:55:47,751
ให้เอาหารนี่ เอาออกมาไว้ที่

1737
01:55:47,753 --> 01:55:51,753
Output เพราะฉะนั้น จะได้เป็น

1738
01:55:51,754 --> 01:55:55,754
3, 1 แล้วก็หาร ตรงนี้หายไปใช่ไหมคะ

1739
01:55:55,757 --> 01:55:59,757
เสร็จแล้วก็ใส่ค่าลบ

1740
01:55:59,758 --> 01:56:03,758
ลงมาใน Stack

1741
01:56:03,759 --> 01:56:07,759
ถัดมาหย่อนอะไร

1742
01:56:07,761 --> 01:56:11,761
ยกของเดิมลงมาก่อนที่ Output แล้วก็ใส่เลข 2

1743
01:56:11,766 --> 01:56:15,766
ใน Stack หรืออะไรคะ

1744
01:56:15,767 --> 01:56:19,767
เครื่องหมายลบใช่ไม อ่านครบหมดแล้วนะ

1745
01:56:19,768 --> 01:56:23,768
แต่ใน Stack

1746
01:56:23,771 --> 01:56:27,771
เราต้องเอาค่าจาก Stack ออกมา เป็น

1747
01:56:27,772 --> 01:56:31,772
3 1 หาร 2 แล้วอะไรคะ ลบ

1748
01:56:31,774 --> 01:56:35,774
เห็นไหม

1749
01:56:35,775 --> 01:56:39,775
เราเอาค่าที่อยู๋ใน Stack ตัวสุดท้ายมาใส่ข้างหล

1750
01:56:39,777 --> 01:56:43,777
ได้เลยนะคะ

1751
01:56:43,779 --> 01:56:47,779
โอเค

1752
01:56:47,780 --> 01:56:51,780
อีกข้อหนึ่ง

1753
01:56:51,781 --> 01:56:55,781
แล้วจะให้เลิก ครูให้โจทย์มาแค่นี้เอง ว

1754
01:56:55,783 --> 01:56:59,783

1755
01:56:59,783 --> 01:57:03,783

1756
01:57:03,784 --> 01:57:07,784

1757
01:57:07,785 --> 01:57:11,785

1758
01:57:11,786 --> 01:57:15,786
โจทย์ข้อนี้อันดับแรก

1759
01:57:15,787 --> 01:57:19,787
วาดตารางก่อนเลย ตีตารางค่ะ

1760
01:57:19,789 --> 01:57:23,789

1761
01:57:23,793 --> 01:57:27,793

1762
01:57:27,794 --> 01:57:31,794

1763
01:57:31,795 --> 01:57:35,795

1764
01:57:35,798 --> 01:57:39,798

1765
01:57:39,800 --> 01:57:43,800

1766
01:57:43,805 --> 01:57:47,805

1767
01:57:47,809 --> 01:57:51,809

1768
01:57:51,810 --> 01:57:55,810

1769
01:57:55,813 --> 01:57:59,813

1770
01:57:59,815 --> 01:58:03,815

1771
01:58:03,816 --> 01:58:07,816

1772
01:58:07,819 --> 01:58:11,819

1773
01:58:11,821 --> 01:58:15,821

1774
01:58:15,823 --> 01:58:19,823

1775
01:58:19,826 --> 01:58:23,826

1776
01:58:23,828 --> 01:58:27,828

1777
01:58:27,830 --> 01:58:31,830

1778
01:58:31,832 --> 01:58:35,832

1779
01:58:35,836 --> 01:58:39,836

1780
01:58:39,837 --> 01:58:43,837

1781
01:58:43,840 --> 01:58:47,840

1782
01:58:47,842 --> 01:58:51,842

1783
01:58:51,845 --> 01:58:55,845

1784
01:58:55,847 --> 01:58:59,847

1785
01:58:59,849 --> 01:59:03,849

1786
01:59:03,851 --> 01:59:07,851

1787
01:59:07,853 --> 01:59:11,853

1788
01:59:11,856 --> 01:59:15,856

1789
01:59:15,858 --> 01:59:19,858

1790
01:59:19,859 --> 01:59:23,859

1791
01:59:23,860 --> 01:59:27,860

1792
01:59:27,862 --> 01:59:31,862

1793
01:59:31,866 --> 01:59:35,866

1794
01:59:35,869 --> 01:59:39,869

1795
01:59:39,870 --> 01:59:43,870

1796
01:59:43,874 --> 01:59:47,874

1797
01:59:47,876 --> 01:59:51,876
ดูนิดหนึ่ง

1798
01:59:51,879 --> 01:59:55,879
คูณมันมากกว่าลบ

1799
01:59:55,880 --> 01:59:59,880
ใช่หรือเปล่า คูณมันมีค่ามากกว่าลบ

1800
01:59:59,883 --> 02:00:03,883
ก็ Push คูณลง  Stack ได้เลย

1801
02:00:03,885 --> 02:00:07,885
นะคะ Push คูณ

1802
02:00:07,886 --> 02:00:11,886
ลงใน Stack ได้เลย

1803
02:00:11,888 --> 02:00:15,888

1804
02:00:15,889 --> 02:00:19,889

1805
02:00:19,892 --> 02:00:23,892

1806
02:00:23,896 --> 02:00:27,896

1807
02:00:27,898 --> 02:00:31,898

1808
02:00:31,900 --> 02:00:35,900

1809
02:00:35,902 --> 02:00:39,902

1810
02:00:39,904 --> 02:00:43,904

1811
02:00:43,906 --> 02:00:47,906

1812
02:00:47,910 --> 02:00:51,910

1813
02:00:51,912 --> 02:00:55,912

1814
02:00:55,914 --> 02:00:59,914

1815
02:00:59,915 --> 02:01:03,915

1816
02:01:03,917 --> 02:01:07,917

1817
02:01:07,919 --> 02:01:11,919

1818
02:01:11,921 --> 02:01:15,921

1819
02:01:15,923 --> 02:01:19,923

1820
02:01:19,927 --> 02:01:23,927

1821
02:01:23,929 --> 02:01:27,929

1822
02:01:27,931 --> 02:01:31,931

1823
02:01:31,933 --> 02:01:35,933

1824
02:01:35,935 --> 02:01:39,935

1825
02:01:39,937 --> 02:01:43,937

1826
02:01:43,939 --> 02:01:47,939

1827
02:01:47,941 --> 02:01:51,941

1828
02:01:51,944 --> 02:01:55,944

1829
02:01:55,951 --> 02:01:59,951

1830
02:01:59,953 --> 02:02:03,953

1831
02:02:03,955 --> 02:02:07,955

1832
02:02:07,957 --> 02:02:11,957

1833
02:02:11,959 --> 02:02:15,959

1834
02:02:15,961 --> 02:02:19,961

1835
02:02:19,962 --> 02:02:23,962

1836
02:02:23,968 --> 02:02:27,968

1837
02:02:27,971 --> 02:02:31,971

1838
02:02:31,972 --> 02:02:35,972

1839
02:02:35,977 --> 02:02:39,977

1840
02:02:39,979 --> 02:02:43,979

1841
02:02:43,980 --> 02:02:47,980

1842
02:02:47,982 --> 02:02:51,982

1843
02:02:51,984 --> 02:02:55,984

1844
02:02:55,986 --> 02:02:59,986

1845
02:02:59,988 --> 02:03:03,988

1846
02:03:03,989 --> 02:03:07,989

1847
02:03:07,991 --> 02:03:11,991

1848
02:03:11,993 --> 02:03:15,993

1849
02:03:15,997 --> 02:03:19,997

1850
02:03:19,999 --> 02:03:23,999

1851
02:03:24,001 --> 02:03:28,001

1852
02:03:28,003 --> 02:03:32,003

1853
02:03:32,005 --> 02:03:36,005

1854
02:03:36,008 --> 02:03:40,008

1855
02:03:40,010 --> 02:03:44,010

1856
02:03:44,012 --> 02:03:48,012

1857
02:03:48,015 --> 02:03:52,015

1858
02:03:52,019 --> 02:03:56,019

1859
02:03:56,021 --> 02:04:00,021

1860
02:04:00,023 --> 02:04:04,023

1861
02:04:04,025 --> 02:04:08,025

1862
02:04:08,028 --> 02:04:12,028

1863
02:04:12,030 --> 02:04:16,030
โอเค

1864
02:04:16,032 --> 02:04:20,032
มาดูนะคะ

1865
02:04:20,033 --> 02:04:24,033
นะคะ 6

1866
02:04:24,034 --> 02:04:28,034
เป็นตัวเลข เอาไว้ที่ Output ใช่หรือเปล่า

1867
02:04:28,035 --> 02:04:32,035
ลบ เอาไว้ที่ Stack นะคะ

1868
02:04:32,037 --> 02:04:36,037
6 ก็ใส่มาเหมือนเดิม

1869
02:04:36,039 --> 02:04:40,039
5 เอาไว้ที่ไหนคะ เอาไว้ที่

1870
02:04:40,041 --> 02:04:44,041
Stack ก็ยกลงมาเหมือนเดิมนะคะ

1871
02:04:44,042 --> 02:04:48,042
ถัดมาคูณ

1872
02:04:48,049 --> 02:04:52,049
เจอคูณ

1873
02:04:52,052 --> 02:04:56,052
ใช่ไหมคะ เจอคูณให้เ

1874
02:04:56,053 --> 02:05:00,053
ปรากฏว่าคูณมีค่ามากกว่าลบ

1875
02:05:00,055 --> 02:05:04,055
ให้ Push คูณลง Stack

1876
02:05:04,058 --> 02:05:08,058
ได้เลย เพราะฉะนั้น

1877
02:05:08,061 --> 02:05:12,061
Stack เดิมเป็น push

1878
02:05:12,063 --> 02:05:16,063
ครูบอกว่า Push ลงมาได้เลยนะคะ เพราะคูณ

1879
02:05:16,064 --> 02:05:20,064
มันมากกว่านะ มันมากกว่านะคะ

1880
02:05:20,065 --> 02:05:24,065
ข้างหลัง คือ 6 กับ 5

1881
02:05:24,066 --> 02:05:28,066
ถัดมา 2

1882
02:05:28,066 --> 02:05:32,066
เป็นตัวเลขไว้ข้างหลังนะคะ

1883
02:05:32,068 --> 02:05:36,068
Stack มีเท่าไรยกลงมา

1884
02:05:36,069 --> 02:05:40,069
โอเค เสร็จแล้ว หมดแล้วนะ ผลลัพธ์

1885
02:05:40,070 --> 02:05:44,070
สุดท้ายที่ได้ 6, 5, 2

1886
02:05:44,072 --> 02:05:48,072
เอาคูณออกมาก่อน แล้วตามด้วยลบนะคะ

1887
02:05:48,073 --> 02:05:52,073
เห็นนะโอเค

1888
02:05:52,075 --> 02:05:56,075

1889
02:05:56,077 --> 02:06:00,077
ทุกคนดู

1890
02:06:00,078 --> 02:06:04,078
นะคะ

1891
02:06:04,080 --> 02:06:08,080

1892
02:06:08,081 --> 02:06:12,081

1893
02:06:12,086 --> 02:06:16,086

1894
02:06:16,092 --> 02:06:20,092
เราสังเกตนะ

1895
02:06:20,096 --> 02:06:24,096
ทำไมตัวนี้

1896
02:06:24,098 --> 02:06:28,098
เอาหารออกมา ตัวนี้ไม่ได้เอาอะไรออกมานะคะ ตัวนี้

1897
02:06:28,099 --> 02:06:32,099
วิธีการสังเกต โอเค

1898
02:06:32,100 --> 02:06:36,100
ลบเทียบกับหาร ลบ

1899
02:06:36,101 --> 02:06:40,101
มันมีค่าน้อยกว่าหารเห็นไหมคะ

1900
02:06:40,105 --> 02:06:44,105
ลบมีค่าน้อยกว่าหาร

1901
02:06:44,106 --> 02:06:48,106
เลยต้องเอาหาร

1902
02:06:48,106 --> 02:06:52,106
ออกมา

1903
02:06:52,107 --> 02:06:56,107
แต่ถ้า Input

1904
02:06:56,108 --> 02:07:00,108
ที่ใส่เข้าไปนี่ มีค่ามากกว่า เรา็

1905
02:07:00,109 --> 02:07:04,109
ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย

1906
02:07:04,110 --> 02:07:08,110
ถ้าตัวซ้ายมันมากกว่าตัวบนตรงนี้

1907
02:07:08,111 --> 02:07:12,111
เราก็ใส่ลงไปใน Stack ได้เลยนะคะ

1908
02:07:12,112 --> 02:07:16,112

1909
02:07:16,113 --> 02:07:20,113
โอเค

1910
02:07:20,115 --> 02:07:24,115
ต้องกลับไปทบทวนอีกรอบหนึ่งนะ นะคะ

1911
02:07:24,117 --> 02:07:28,117
เดี๋ยวสัปดาห์หน้าครูจะทวน

1912
02:07:28,118 --> 02:07:32,118
ให้อีกรอบหนึ่ง

1913
02:07:32,123 --> 02:07:36,123

1914
02:07:36,125 --> 02:07:40,125
โอเค

1915
02:07:40,126 --> 02:07:44,126
เดี๋ยวทั้งหมดนี้ครูจะอัปที่ Classroom ให้นะคะ

1916
02:07:44,127 --> 02:07:48,127
เดี๋ยวครูจะไปสแกนให้ แล้วก็อัปโหลด

1917
02:07:48,129 --> 02:07:52,129
ให้ โอเค

1918
02:07:52,130 --> 02:07:56,130

1919
02:07:56,131 --> 02:08:00,131

1920
02:08:00,133 --> 02:08:04,133

1921
02:08:04,135 --> 02:08:08,135

1922
02:08:08,140 --> 02:08:12,140

1923
02:08:12,144 --> 02:08:16,144

1924
02:08:16,146 --> 02:08:20,146
เดี๋ยวครูเช็กชื่อหน่อยนะคะ

1925
02:08:20,148 --> 02:08:24,148

1926
02:08:24,149 --> 02:08:28,140

1927
02:08:28,150 --> 02:08:32,150

1928
02:08:32,151 --> 02:08:36,151

1929
02:08:36,153 --> 02:08:40,153

1930
02:08:40,155 --> 02:08:44,155

1931
02:08:44,157 --> 02:08:48,157

1932
02:08:48,159 --> 02:08:52,159
ครูเช็กชื่อหน่อย

1933
02:08:52,161 --> 02:08:56,161
ศิริลักษณ์

1934
02:08:56,163 --> 02:09:00,163
02

1935
02:09:00,165 --> 02:09:04,165
มาไหม 02

1936
02:09:04,166 --> 02:09:08,166
คนนี้หรือ

1937
02:09:08,167 --> 02:09:12,167
03

1938
02:09:12,171 --> 02:09:16,171
อดิศร เป็น COVID

1939
02:09:16,172 --> 02:09:20,172
4 นพกิต

1940
02:09:20,173 --> 02:09:24,173
คนนี้ 5.

1941
02:09:24,174 --> 02:09:28,174
พงพร ไหน

1942
02:09:28,175 --> 02:09:32,175
อ๋อ จันทกานต์

1943
02:09:32,176 --> 02:09:36,176
ไหนคะ

1944
02:09:36,177 --> 02:09:40,177
กัญญานัฐ

1945
02:09:40,178 --> 02:09:44,178
ธัญญาลักษณ์

1946
02:09:44,181 --> 02:09:48,181
อ๋อ โอเค วริษา

1947
02:09:48,182 --> 02:09:52,182
คนนี้

1948
02:09:52,183 --> 02:09:56,183
ภัทรดา 11 ไม่มา

1949
02:09:56,185 --> 02:10:00,185
เทพอักษร

1950
02:10:00,186 --> 02:10:04,186
ธนภัทร 15 โอเค

1951
02:10:04,189 --> 02:10:08,189
ภากร

1952
02:10:08,190 --> 02:10:12,190
16 โอเค ค่ะ เจอกันสัปดาห์หน้า

1953
02:10:12,192 --> 02:10:16,192

1954
02:10:16,193 --> 02:10:20,193

1955
02:10:20,194 --> 02:10:24,194

1956
02:10:24,196 --> 02:10:28,196

1957
02:10:28,197 --> 02:10:32,197

1958
02:10:32,199 --> 02:10:36,199

1959
02:10:36,203 --> 02:10:40,203

1960
02:10:40,204 --> 02:10:44,204
[สิ้นสุดการถอดความ]

1961
02:10:44,207 --> 02:10:48,207

1962
02:10:48,208 --> 02:10:52,208

1963
02:10:52,211 --> 02:10:55,213

1964
02:10:56,213 --> 02:10:56,214

1965
02:11:00,215 --> 02:11:00,216


