﻿1
00:00:18,854 --> 00:00:18,855

2
00:00:18,855 --> 00:00:22,832

3
00:00:22,832 --> 00:00:26,832

4
00:00:26,836 --> 00:00:30,836

5
00:00:30,837 --> 00:00:34,837

6
00:00:34,837 --> 00:00:38,837
(อาจารย์สุธิรา) ความหมาย หัวข้อที่ 2

7
00:00:46,846 --> 00:00:50,846
ของ Infographics นั่นเองนะคะ แล้วก็หัวข้อที่ 3 ขั้นตอนในการสร้าง แล้วก็ในหัวข้อที่ 4 จะบอกว่าเราจะทำ Infographics นี่

8
00:00:58,114 --> 00:01:02,114
มันก็มีข้อห้ามหรืออะไรก็แล้วแต่นี่ คือ เหมือน... เหมือนทำแอนิเมชัน

9
00:01:09,417 --> 00:01:11,263
ก็จะมี

10
00:01:11,263 --> 00:01:15,103
สิ่งที่ควรทำกับสิ่งที่ไม่ควรทำนะ Infographics

11
00:01:15,103 --> 00:01:15,712
ก็เหมือนกันนะคะ เราก็ต้องมารู้ด้วยว่า

12
00:01:15,712 --> 00:01:19,712
มันควรใส่อันนี้เข้าไปไหม หรือไม่ควร อย่างนี้นะคะ มาเริ่ม

13
00:01:20,803 --> 00:01:21,445
ที่ความหมายก่อนนะคะ

14
00:01:21,445 --> 00:01:25,445
Infographics นี่ มัน

15
00:01:29,032 --> 00:01:30,311
มาจากคำ 2 คำ คำแรก

16
00:01:30,311 --> 00:01:34,311
ก็คือ Information เห็นไหมคะ ในกรอบเหลือง ๆ

17
00:01:38,872 --> 00:01:42,872
นะคะ Information ก็คือ

18
00:01:42,930 --> 00:01:46,930
ข้อมูลหรือสารสนเทศนั่นเองนะคะ และคำที่ 2 ก็คือคำว่า "graphics"

19
00:01:53,285 --> 00:01:53,703
graphics ในที่นี้ ไม่ใช่แค่รูปอย่างเดียว แต่มันจะหมายถึง

20
00:01:53,703 --> 00:01:55,671
พวกกราฟ

21
00:01:55,671 --> 00:01:59,671
กราฟที่ทำสถิติน่ะ นึกออกนะ พวก

22
00:02:02,496 --> 00:02:06,496
กราฟแท่ง กราฟวงกลม กราฟอะไรอย่างนี้ พวก

23
00:02:06,575 --> 00:02:07,056
แผนภูมิ แผนผัง หรือสัญลักษณ์

24
00:02:07,056 --> 00:02:11,056
นะคะ ก็คือการนำข้อมูลต่าง ๆ นี่

25
00:02:13,437 --> 00:02:15,285
มาแสดงในลักษณะเป็นภาพ

26
00:02:15,285 --> 00:02:18,327
หรือเป็นแผนภูมิ

27
00:02:18,327 --> 00:02:22,327
คือ แทนที่สมัยก่อน เหมือน... เหมือน

28
00:02:22,651 --> 00:02:25,051
เวลาจะนำเสนองงานอย่างนี้

29
00:02:25,051 --> 00:02:29,051
เหมือนทำรายงานครั้งแรก ๆ นะ เด็ก ๆ ก็จะมีแต่เนื้อหา

30
00:02:36,234 --> 00:02:40,234
นึกออกไหม เนื้อหามา แล้วก็บรรยายไป เขาบอกว่าทำแบบนั้นน่ะ มัน... คือ ถ้าเนื้อหามันน้อย ๆ

31
00:02:40,437 --> 00:02:44,437
มันก็ไม่น่าเบื่อ แต่ถ้าเนื้อหามันเยอะ ๆ

32
00:02:48,994 --> 00:02:52,932
เหมือนให้นึกถึงคนเข้าฟังบรรยาย มาอ่าน

33
00:02:52,932 --> 00:02:54,151
เนื้อหาถ้าอย่างนั้นน่ะ สู้

34
00:02:54,151 --> 00:02:58,151
ไม่แจกเอกสารให้เขาไปนั่งอ่านเองดีกว่าหรือ

35
00:03:05,452 --> 00:03:06,616
ก็มา

36
00:02:58,706 --> 00:03:02,636
สู่ยุคที่พอมีเทคโนโลยีเข้ามานะคะ

37
00:03:02,636 --> 00:03:04,901
การทำงานที่นำเสนอในลักษณะ Infographics

38
00:03:04,901 --> 00:03:08,352
ก็เลยเป็นการประยุกต์เอาข้อมูลนี่

39
00:03:08,352 --> 00:03:10,469
มาแสดงให้เห็นในลักษณะเป็นเชิงรูปภาพนะคะ

40
00:03:10,469 --> 00:03:14,469
เลยรวมกันมาเป็น 2 คำ คือ

41
00:03:19,115 --> 00:03:21,474
Infographics เห็นไหมคะ จาก Information ก็ตัด

42
00:03:21,474 --> 00:03:24,924
mation ออก เหลือแค่ info นะคะ

43
00:03:24,924 --> 00:03:28,924
แล้วก็มารวมกับ graphics ก็คือต้องมี

44
00:03:30,409 --> 00:03:32,959
ทั้งข้อมูลด้วยแล้วก็มีภาพด้วย

45
00:03:32,959 --> 00:03:36,959
แต่ไม่ใช่มีเนื้อหาที่เป็นข้อความเยอะนะคะ

46
00:03:37,916 --> 00:03:39,142
ลองดูตัวอย่าง เช่น เห็นไหมคะ

47
00:03:39,142 --> 00:03:42,882
เหมือนถ้าพูดถึง COVID

48
00:03:42,882 --> 00:03:46,882
บอกสัญญาณบ่งชี้

49
00:03:51,618 --> 00:03:55,618
ที่เราจะไปติดเชื้อ COVID-19

50
00:03:58,724 --> 00:03:56,918
นี่

51
00:03:51,700 --> 00:03:53,181
เกิดจากอะไรบ้าง

52
00:03:53,181 --> 00:03:57,181
1. เลย เป็นผู้สูงอายุ ใน

53
00:04:02,956 --> 00:04:06,956
ฝั่งแรก ภาพในฝั่งแรกก็จะพูดถึงความเสี่ยงใช่ไหมคะ

54
00:04:10,925 --> 00:04:12,203
6 อะไร 601 น่ะ เด็กทารก แล้วก็ 608 อะไรเขาน่ะ

55
00:04:12,203 --> 00:04:16,182
ก็คือผู้สูงอายุ แล้วก็ผู้ป่วย

56
00:04:16,182 --> 00:04:20,182
ที่มีปัญหาด้านสุขภาพ 8 ด้าน

57
00:04:22,317 --> 00:04:26,122
แล้วก็เด็กทารกใช่ไหมคะ แล้วก็

58
00:04:26,122 --> 00:04:30,122
อะไร เขาก็ให้ทำเป็นลักษณะของกราฟ เห็นไหม

59
00:04:31,074 --> 00:04:33,875
ไม่ได้ใช้แต่รูปอย่างเดียว ใช้ลักษณะ

60
00:04:33,875 --> 00:04:36,269
กราฟวงกลมด้วยนะคะ หรือใช้

61
00:04:36,269 --> 00:04:40,269
ก็แล้วแต่คนที่จะทำออกมา คือ พยายามให้เห็น

62
00:04:42,672 --> 00:04:44,022
ทั้งตัวข้อมูล แต่ไม่ได้ใส่เนื้อหา

63
00:04:44,022 --> 00:04:46,642
เยอะแยะเกินไปนะคะ อย่างนี้เป็นต้น หรือ... หรือ

64
00:04:46,642 --> 00:04:50,642
ในแบบที่ 2 เขาบอกว่าไอ้การตรว

65
00:04:58,939 --> 00:05:02,939
การตรวจ Antigen

66
00:05:08,211 --> 00:05:09,842
Test

67
00:04:59,385 --> 00:05:01,998
กับ Antibody Test ต่างกันอย่างไร

68
00:05:01,998 --> 00:05:03,603
เปรียบเทียบให้ดู เป็นลักษณะ

69
00:05:03,603 --> 00:05:07,603
การทำให้เห็นข้อแตกต่างเห็นไหมคะ

70
00:05:10,159 --> 00:05:10,876
ว่าตรวจจากอะไร

71
00:05:10,876 --> 00:05:14,876
ตรวจต่างกันนะคะ คือ ไอ้แท่งน่ะ

72
00:05:17,822 --> 00:05:21,822
เหมือนกันเลย ไอ้ฐานตรวจเหมือนกัน แต่วิธีการตรวจไม่เหมือนกัน

73
00:05:28,884 --> 00:05:35,249
และ

74
00:05:21,525 --> 00:05:25,525
ค่าที่ออกมาก็น่าจะคนละแบบกัน อย่างนี้เป็นต้นนะคะ

75
00:05:26,817 --> 00:05:27,434
นี่เป็นตัวอย่างของ Infographics ที่

76
00:05:27,434 --> 00:05:31,434
เป็นลักษณะที่ให้เห็นความแตกต่าง

77
00:05:33,815 --> 00:05:34,402
ของข้อมูล 2 ชุดนะคะ ทีนี้

78
00:05:34,402 --> 00:05:38,402
เมื่อกี้เรารู้ความหมายไปแล้วเราก็ต้องมารู้จัก

79
00:05:45,810 --> 00:05:49,810
ประเภทของมันนะคะ มันไม่ได้มีอย่างเดียว ให้นึกถึงเหมือน Animation เราก็ยังแบ่งประเภทออกนะ

80
00:05:50,000 --> 00:05:51,146
Infographic ก็เหมือนกันนะคะ

81
00:05:51,146 --> 00:05:55,146
เราสามารถแบ่งประเภทของ Infographics ได้ ตาม

82
00:06:11,539 --> 00:06:07,539
ลักษณะ

83
00:05:58,558 --> 00:06:02,558
ดังต่อไปนี้นะคะ แบบที่ 1

84
00:06:05,857 --> 00:06:06,620
Informational Infographic

85
00:06:06,620 --> 00:06:10,620
Informational ก็หมายถึง

86
00:06:10,784 --> 00:06:14,784
ข้อมูลนะคะ ข้อมูล กราฟิก

87
00:06:18,837 --> 00:06:21,524
ที่เป็นลักษะการให้ข้อมูลนั่นเอง หรือให้ข่าวสารนะคะ แบบที่ 2

88
00:06:21,524 --> 00:06:24,937
Statistical Infographic

89
00:06:24,937 --> 00:06:28,937
Statistic ก็คือ

90
00:06:29,636 --> 00:06:33,636
การสร้าง Infographics ที่ใช้สถิติ

91
00:06:37,663 --> 00:06:39,616
มาเป็นในการสร้าง มาเป็นข้อมูลในการสร้าง ก็คือ

92
00:06:39,616 --> 00:06:39,784
ต้องมีตัวเลขมาประกอบว่า เหมือนดื่ม

93
00:06:39,784 --> 00:06:43,784
เบียร์ใช่ไหม สมมติจะตวรจ

94
00:07:04,161 --> 00:07:00,161
แอลกอฮอล์นี่

95
00:06:49,844 --> 00:06:53,519
ใช่ไหมคะ เบียร์นี่ ดื่มไปเท่าไหร่

96
00:06:53,519 --> 00:06:57,519
ใช่ไหม ถึงจะแอลกอฮอล์ขึ้นเท่าไร ก็จะมีสถิติเปรียบเทียบนะ เหมือนกินเบียร์ 2 แก้ว กับกินเหล้า 2 แก้ว

97
00:07:01,756 --> 00:07:05,756
อันไหน แอกอฮอล์สูงกว่า

98
00:07:06,971 --> 00:07:09,310
ว่าอย่างไรครับ สายดื่ม พี่เอ็ม พี่เอ็มขอถามพี่เอ็มสิ

99
00:07:09,310 --> 00:07:13,310
เหล้าใช่ไหม เพราะอะไร เพราะแอลกอฮอล์ในเหล้ามันก็สูงกว่าเบียร์อยู่แล้วนะ เหล้า

100
00:07:18,132 --> 00:07:21,328
กี่เ้ท่าไหร่กี่เปอร์เซ็นต์

101
00:07:21,328 --> 00:07:21,708
นะ เพราะเหล้า เหมือนเหล้าขาวอย่างนี้ 45 ดีกรีใช่หรือเปล่า

102
00:07:21,708 --> 00:07:25,708
ก็จะสูงกว่าเหล้า เขาเรียกเหล้าแดงใช่ไหม พวกหงส์ทอง

103
00:07:32,603 --> 00:07:34,560
พวก รีเจนซี่

104
00:07:34,560 --> 00:07:36,320
40 นะ เบียร์ถึง 40 ไหม ไม่ถึงหรือเปล่า

105
00:07:36,320 --> 00:07:37,989
เบียร์ 5 เปอร์เซ็นต์นะคะ

106
00:07:37,989 --> 00:07:41,923
นั่นก็คือเอาสถิติพวกนี้นะ

107
00:07:41,923 --> 00:07:45,923
มานำเสอนให้เห็น

108
00:07:46,819 --> 00:07:50,819
ให้เห็นว่าตัวเลขที่เป็นสถิติเขาเก็บเอาไว้นี่

109
00:07:52,727 --> 00:07:54,567
ก็เอามาแสดงให้เห็นได้ ในลักษณะ

110
00:07:54,567 --> 00:07:58,567
Infographics นะคะ เป็นแบบที่ 2 การทำ Infographics

111
00:08:00,957 --> 00:08:03,872
จากข้อมูลสถิตินะคะ แบบที่ 3

112
00:08:03,872 --> 00:08:07,872
Timeline Infographics ก็เป็นแบบ

113
00:08:14,573 --> 00:08:15,033
เวลาน่ะ ช่วงเวลานะ ทำ Infographics เป็นแบบ...

114
00:08:15,033 --> 00:08:19,033

115
00:08:27,081 --> 00:08:31,081

116
00:08:31,083 --> 00:08:35,083

117
00:08:35,087 --> 00:08:39,087

118
00:08:39,088 --> 00:08:43,088

119
00:08:43,092 --> 00:08:47,092

120
00:08:47,095 --> 00:08:51,095

121
00:08:51,101 --> 00:08:53,415

122
00:08:53,415 --> 00:08:55,325

123
00:08:55,325 --> 00:08:56,179

124
00:08:56,179 --> 00:09:00,179
Process ถ้าดูจากตัวอย่าง เด็ก ๆ จะเห็นนะ ให้นึกถึง

125
00:09:04,227 --> 00:09:04,822
ทำอะไรคะ นี่ Creative

126
00:09:04,822 --> 00:09:06,683
100 1 นั้นก็คือ

127
00:09:06,683 --> 00:09:09,511
ก็คือขั้นตอนหรือกระบวนการ ก็คือ

128
00:09:09,511 --> 00:09:13,511
การทำ Infographic ที่แสดงให้เห็น

129
00:09:19,349 --> 00:09:22,163
ขั้นตอนหรือกระบวนการ เช่น การทำขนม หรือเบเกอรี่

130
00:09:22,163 --> 00:09:26,163
ก็มีขั้นตอนนะ ขั้นตอนการผสม การอบ

131
00:09:26,375 --> 00:09:27,833
อะไรอย่างนี้นะคะ ก็ทำให้เป็นขั้น ๆ แบ่งเป็นขั้น ๆ ไป

132
00:09:27,833 --> 00:09:31,833
อย่างนี้นะคะ ก็เลยเรียกว่า Process Infographic

133
00:09:38,262 --> 00:09:38,453
แบบที่ 5 Comparison Infographic

134
00:09:38,453 --> 00:09:42,453
Comparison Infographic ก็คือ

135
00:09:43,253 --> 00:09:46,835
ในอันที่ 2 Compair ก็คือการเปรียบเทียบ เป็นการทำ

136
00:09:46,835 --> 00:09:49,141
Infographic ในเชิงเปรียบเทียบ ก็คือมี

137
00:09:49,141 --> 00:09:51,755
ข้อมูล 2 แบบ แล้วเอามาเปรียบเทียบให้เห็นนะคะ

138
00:09:51,755 --> 00:09:55,755
ให้เก็นเป็นส่วนส่วนหรือเป็นข้อ ๆ ไป

139
00:10:01,441 --> 00:10:03,275
สมมติเหมือนเปรียบเทียบอาการ COVID

140
00:10:03,275 --> 00:10:07,275
กับไข้หวัดใหญ่นะ เพราะแรก ๆ เขาบอกว่า COVID กับ

141
00:10:07,574 --> 00:10:11,574
ไข้หวัดใหญ่มันเหมือนกัน

142
00:10:19,399 --> 00:10:21,898
ทำอย่างไรถึงให้รู้ว่า

143
00:10:12,992 --> 00:10:16,992
มันไม่ใช่ไข้หวัดใหญ่มันเป็น COVID มันก็จะมีการเปรียบเทียบ

144
00:10:22,285 --> 00:10:23,832
ไข้หวัดใหญ่ จะมีอาการเท่านี้ เท่านี้ แต่ COVID

145
00:10:23,832 --> 00:10:27,440
จะมีอะไรที่แตกต่างออกมา จะทำให้เห็นนะ จะเป็นลักษณะนั้น

146
00:10:27,440 --> 00:10:31,440
เปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่าง ของของข้อมูล 2 ชุด

147
00:10:32,812 --> 00:10:36,812
นะคะ ก็เลยเรียกว่า "Comparison Infographics"

148
00:10:37,051 --> 00:10:38,124
นั่นคือ Infographic ที่แสดงข้อมูลในเชิงเปรียบเทียบนะคะ

149
00:10:38,124 --> 00:10:39,698
และแบบที่ 6

150
00:10:39,698 --> 00:10:43,698
Hierarchical Infographic

151
00:10:47,631 --> 00:10:51,631
อันนี้จะเป็นแนว...

152
00:10:52,070 --> 00:10:53,114
เขาเรียกว่าอะไรล่ะ แผน... แผน...

153
00:10:53,114 --> 00:10:55,579

154
00:10:55,579 --> 00:10:59,579
เดี๋ยวนะ เวลาต้องเอาภาษาอังกฤษ

155
00:11:05,891 --> 00:11:06,511
มาแปลไทยนี่ ปวดตับ

156
00:11:06,511 --> 00:11:10,511
ทับศัพท์ให้ก็ไม่ได้ ให้นึกถึง

157
00:11:11,079 --> 00:11:15,079
เป็นลักษณะอย่างไรดี

158
00:11:21,032 --> 00:11:24,603
แผนภูมินะ

159
00:11:24,603 --> 00:11:28,174
แผนภูมิ แต่เป็นลักษณะแผนภูมิที่มีเป็นชั้น ๆ

160
00:11:28,174 --> 00:11:32,174
นะคะ เป็นรูปแบบที่แสดงให้เห็น

161
00:11:33,612 --> 00:11:35,473
ลักษณะของข้อมูลที่เป็นมีลักษณะ

162
00:11:35,473 --> 00:11:36,677
เป็นชั้น ๆ นะคะ

163
00:11:36,677 --> 00:11:40,677
เป็น Hierarchical Infographic นะคะ อันนี้น่าจะเป็น

164
00:11:44,040 --> 00:11:47,954
พวกที่ทำเกี่ยวกับพวกทางการตลาดอะไรพวกนี้

165
00:11:47,954 --> 00:11:50,688
น่าจะได้ใช้ เราไม่ค่อยได้ใช้นะคะ

166
00:11:50,688 --> 00:11:53,846
และตัวต่อมา ตัวสุดท้าย

167
00:11:53,846 --> 00:11:57,846
แล้วนะ List Infographic

168
00:12:03,377 --> 00:12:07,377
List ก็คือรายการ

169
00:12:09,719 --> 00:12:13,719
ก็คือ Infographic ที่ทำลักษณะที่เป็นรายการ แต่ในตัวอย่างบอกว่า 9 TIPS

170
00:12:16,819 --> 00:12:20,819
TO CREATE ก็คือมีเทคนิคในการสร้างผลิตพัฒนี่

171
00:12:26,117 --> 00:12:29,974
อยู่ 9 ข้อว่าอย่างนั้นเถอะ ก็เลยว่าบอกข้อที่ 1 ทำอะไรนะคะ เป็น List รายการเป็นข้อ ๆ ออกมา

172
00:12:29,974 --> 00:12:33,835
ว่า TIPS ที่ 1 ทำอะไร TIPS ที่ 2 ทำอะไรนะคะ

173
00:12:33,835 --> 00:12:37,835
เป็นลักษณะเป็น list เป็น Infographics

174
00:12:42,343 --> 00:12:46,343
เรารู้จักประเภทของ Infographic ไปแล้ว ก็คือเวลาทำจะได้ เวลามาดูย้อนจะได้มองออกว่าลักษณะที่เราทำเป็นแบบนี้นะ

175
00:12:50,586 --> 00:12:52,958
ประเภทนี้นะ ทีนี้

176
00:12:52,958 --> 00:12:53,738
แล้วถ้าเราจะทำ เราจะรู้ได้อย่างไร

177
00:12:53,738 --> 00:12:57,738
ในหัวข้อต่อไป ก็จะพูดถึงขั้นตอน

178
00:13:01,899 --> 00:13:02,498
ที่เราจะใช้ในการสร้าง Infographic ของเรานะคะ

179
00:13:02,498 --> 00:13:06,498
ซึ่งที่เอามยกตัวอย่างนี ่

180
00:13:10,955 --> 00:13:13,564
ขั้นตอนการสร้าง Infographic นี่ มีทั้งหมด

181
00:13:13,564 --> 00:13:13,735
7 ขั้น วนไปทางไหน ดูดี ๆ

182
00:13:13,735 --> 00:13:16,506
เด็ก ๆ คิดว่าจะเริ่มจากทางไหนก่อน

183
00:13:16,506 --> 00:13:20,506

184
00:13:21,531 --> 00:13:25,531
เห็นไหมคะ 7 ขั้นตอนสร้างอินโฟกราฟิกโดนใจ

185
00:13:33,016 --> 00:13:37,016
ดูนะคะ อันดับแรก วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย

186
00:13:37,951 --> 00:13:41,951
ทำความเข้าใจจุดประสงค์

187
00:13:49,314 --> 00:13:49,197
ดูที่... เห็นไหม

188
00:13:40,870 --> 00:13:44,870
ดูตำแหน่งบนสุดของฝั่ง...

189
00:13:45,232 --> 00:13:49,232
ดูลักษณะการวาง คือ เขาไม่วางเรียง

190
00:13:51,145 --> 00:13:51,217
แต่ถ้าจะให้เข้าใจ คือ อันแรก อันบนสุด

191
00:13:51,217 --> 00:13:55,217
ทำความเข้าใจจุดประสงค์ในการทำ

192
00:13:57,315 --> 00:14:01,315
คือ ก่อนจะทำเราต้องรู้จุดประสงค์ก่อน เราจะทำ Infographic

193
00:14:03,104 --> 00:14:07,104
นี้ เพื่ออะไร ถูกไหมนะคะ พอรู้จุดประสงค์แล้ว สิ่งต่อมา ก็คือการวิเคราะห์

194
00:14:09,026 --> 00:14:13,026
วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย วิเคราะห์เพื่ออะไร

195
00:14:17,908 --> 00:14:21,908
อย่าลืมว่ามันต้องมีองค์ประกอบของภาพแล้วก็ข้อความนะ หรือตัวเลข ให้นึกถึง ถ้ากลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการเอาไปทำน่ะ เป็นเด็กตัว

196
00:14:25,911 --> 00:14:27,718
เล็ก ๆ ใช่ไหม

197
00:14:27,718 --> 00:14:31,718
แล้วข้อความเกิดมาใช้ภาษาอังกฤษ เด็กเล็ก ๆ ยังไม่รู้

198
00:14:36,086 --> 00:14:39,640
ภาษาอังกฤษคำยาก ๆ นึกออกนะ หรือไปใช้ตัวเลขที่มีค่าสถิติเยอะ ๆ น่ะ

199
00:14:39,640 --> 00:14:43,640
4.000 เด็กมันจะรู้ไหม ไอ้

200
00:14:50,427 --> 00:14:54,427
4 หลังจาก .00 มันคืออะไร เพราะฉะนั้น เราก็เลยต้องรู้จักกลุ่มเป้าหมาย ก็คือไอ้สิ่งนี้ อันแรกบอกจุดประสงค์ก่อน จะ

201
00:14:57,922 --> 00:15:01,922
ทำไปให้ใครเห็นไหมคะ

202
00:15:05,571 --> 00:15:09,571
ทำเพื่อให้ใครอ่านหรือให้ดู และจุดประสงค์ข้อที่ 3 กำหนดหัวข้อ

203
00:15:10,007 --> 00:15:14,007
พอรู้แล้วกลุ่มเป้าหมายเป็นใคร

204
00:15:22,121 --> 00:15:24,033
ใช่ไหมคะ ว่าจะทำหัวข้อนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร คือ ให้นึกถึง ถ้าเด็กน่ะ

205
00:15:24,033 --> 00:15:27,870
หัวข้อเยอะ ๆ เด็กก็คงไม่สนใจแล้วนะ

206
00:15:27,870 --> 00:15:31,870
อาจจะต้องทำหัวข้อให้มันกระชับลงมาอีก

207
00:15:36,264 --> 00:15:39,773
อะไรอย่างนี้นึกออกนะ หรืออาจจะเหลือเพียงหัวข้อเดียว

208
00:15:39,773 --> 00:15:43,773
จากเดิมแบบถ้าเรื่องเรากว้าง แล้วพอมาลงในกลุ่มเด็ก เด็กไม่ควร... ไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องนี้ก็ได้

209
00:15:48,070 --> 00:15:52,070
ก็ได้ก็ตัดออก เหมือนเรื่อง COVID เราไม่ควรให้เด็กรู้ว่าจะ

210
00:15:54,754 --> 00:15:58,754
รักษาตัวอะไรอย่างไร เด็กมันไม่รู้อยู่แล้วนะ

211
00:16:01,466 --> 00:16:03,387
ทำอย่างไรเด็กจะไม่ติด COVID เหมือนเขาอยู่กับเพื่อนนี่

212
00:16:03,387 --> 00:16:07,387
ทำอย่างไร เพราะโดยนิสัย ถ้าบอกเด็ก

213
00:16:08,668 --> 00:16:09,193
อย่ากอดกันนะลูก เพราะเผลอ ๆ

214
00:16:09,193 --> 00:16:13,193
มันก็กอดกันแล้ว นึกออกไหม เหมือนกินข้าว

215
00:16:13,240 --> 00:16:16,619
อย่าเอา... อย่าแบ่งของให้เพื่อนกิน นึกออกไหม

216
00:16:16,619 --> 00:16:17,236
บอกเพื่อนบอก

217
00:16:17,236 --> 00:16:21,236
ใช่ไหม เราต้องมีวิธีการให้เด็กตระหนัก

218
00:16:24,669 --> 00:16:28,669
รู้ว่าถ้าช่วงนี้เป็น COVID นี่ ไม่ควรแบ่ง

219
00:16:31,937 --> 00:16:34,952
ของกินของตัวเองไปให้เพื่อน ไม่ควรไปเล่นกอดรัดฟัดเหวียงกับเพื่อน

220
00:16:34,952 --> 00:16:37,514
จะทำยังไงให้เด็กเห็นนะคะ

221
00:16:37,514 --> 00:16:40,750
เพราะให้นึกถึงว่ากลุ่มเป้าหมายบางกลุ่มนี่ มันบอกยาก

222
00:16:40,750 --> 00:16:44,750
เข้าใจยากนะนะคะ เพราะฉะนั้น ก็ต้องมีวิธีการ

223
00:16:45,496 --> 00:16:48,242
เพราะฉะนั้น ก็ต้องมีการกำหนดหัวข้อ เมื่อได้หัวข้อแล้ว

224
00:16:48,242 --> 00:16:52,242
ก็ค่อยมาจัดลำมับข้อมูล

225
00:16:53,580 --> 00:16:57,580
เหมือนบางอันมีหลายหัวข้อใช่ไหมคะ ต้องทำอย่างไรให้เห็น

226
00:17:01,609 --> 00:17:05,609
คือจัดลำดับข้อมูลคือดึงตัวไหนจะเป็นตัวใหญ่ ตัวเด่น ๆ ขึ้นมาก่อน อย่างนี้นะคะ

227
00:17:07,607 --> 00:17:10,527
แล้วอันไหนจะเป็นข้อมูลย่อย

228
00:17:10,527 --> 00:17:11,644
อะไรอย่างนี้นะคะ ก็มาจัดลำดับข้อมูล เสร็จแล้วก็

229
00:17:11,644 --> 00:17:15,644
มาสร้าง Story Story ในที่นี้ ก็คือ

230
00:17:17,311 --> 00:17:20,752
ทำให้เป็นเหมือนลักษณะผูกร้อยกัน ให้มันเป็นเรื่อง

231
00:17:20,752 --> 00:17:24,752
ราวนึกออกนะ เพราะลักษณะ

232
00:17:26,916 --> 00:17:30,916
ของ Infographic ที่บอก ไม่จำเป็นต้องเป็นลักษณะที่แบบลิสต์

233
00:17:33,765 --> 00:17:35,424
หัวข้อ เหมือนเด็กน่ะ ถ้าไปทำเป็นลิสต์หัวข้อ

234
00:17:35,424 --> 00:17:37,016
จะดูเหมือนเป็นขั้นเป็นตอนไป อาจจะทำเป็นเหมือนนิทานอย่างนี้นะ

235
00:17:37,016 --> 00:17:40,476
คะ Story

236
00:17:40,476 --> 00:17:44,476
แล้วพอได้สตอรี่เราก็มาออกแบบ ออกแบบ

237
00:17:46,207 --> 00:17:50,066
แล้วก็ทำ ก็คือเหมือนวางว่าจะใช้รูปแบบไหน ใช้สีแบบไหน ให้นึกถึง ย้อนกลับไปที่

238
00:17:50,066 --> 00:17:54,066
กลุ่มเป้าหมายด้วยเพราะลักษณะของสีที่ใช้

239
00:17:56,571 --> 00:18:00,571
แต่ละกลุ่มมันก็ไม่เหมือนกัน เพราะทฤษฎีสีเราก็บอกแล้ว

240
00:18:01,554 --> 00:18:04,141
ว่าที่ให้ไปค้นมามันก็จะมีบอก

241
00:18:04,141 --> 00:18:08,141
สีที่ใช้กับเด็กมันควรจะเป็นสี... ให้นึกง่าย ๆ

242
00:18:08,866 --> 00:18:12,866
เสื้อผ้าเด็กเห็นไหมคะ เสื้อผ้าเด็ก

243
00:18:18,517 --> 00:18:22,361
สีเหลืองก็เหลืองอ่อน ไม่เหมือนผู้ใหญ่ เข้ม ๆ ก็ใส่นึกออกนะ แต่เด็กเขาจะไม่ให้ใส่

244
00:18:22,361 --> 00:18:26,361
สีแรงมากอะไรอย่างนี้นะคะ และสุดท้าย เมื่อทำเสร็จแล้วต้องมีการเผยแพร่

245
00:18:34,526 --> 00:18:34,663
Infographic น่ะ เผยแพร่ เช่น ทำออกมาลักษณะเหมือนแผ่นพับ ถ้าเดี๋ยวนี้ ก็คือทำเป็น

246
00:18:34,663 --> 00:18:38,663
Infographic ที่มี...

247
00:18:39,086 --> 00:18:43,086
ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์นี่

248
00:18:44,921 --> 00:18:48,287
ก็คือเคลื่อนไหวได้ด้วยอะไรอย่างนี้นะคะ อีก

249
00:18:48,287 --> 00:18:51,000
แบบหนึ่งไปเลยนะคะ ก็ทำได้หลายแบบนะคะ

250
00:18:51,000 --> 00:18:54,188
เพราะฉะนั้น นี่คือขั้นตอนที่เราจะ

251
00:18:54,188 --> 00:18:58,188
ทำ Infographics ก่อนอื่นเราจะต้อง

252
00:19:04,805 --> 00:19:05,423
รู้จุดประสงค์ก่อน สมมติแม่บอกการบ้านไป บอกว่าทำหัวข้อ

253
00:19:05,423 --> 00:19:09,423
นี้ปุ๊บ แล้วกลุ่มเป้าหมายบอกว่าให้เด็ก ๆ เลือกกลุ่มเป้าหมาย

254
00:19:14,013 --> 00:19:16,568
เอาเอง เพราะประมาณว่าหัวข้อนี้

255
00:19:16,568 --> 00:19:20,568
สามารถทำได้ทุกกลุ่มเป้าหมาย เพียงแต่ใครจะเลือกทำกับ

256
00:19:22,546 --> 00:19:26,546
กลุ่มเป้าหมายไหนนะ เสร็จแล้วก็ค่อยไปหาข้อมูล อะไรที่เมื่อดูแล้วว่ากลุ่มเป้าหมายนี้ทำอย่างนี้

257
00:19:28,329 --> 00:19:30,867
ก็ค่อยทำในลักษณะนี้

258
00:19:30,867 --> 00:19:34,867
นี่ก็คือ แต่เราควรจะรู้ขั้นตอนของมันว่าทำอย่างไรนะคะ

259
00:19:41,194 --> 00:19:42,486
เสร็จแล้วมาดูสิ่งนี้จะต้องรู้นะคะ ไม่รู้ไม่ได้ เพราะ

260
00:19:42,486 --> 00:19:46,486
มันเป็นสิ่งที่บอกว่า

261
00:19:46,961 --> 00:19:49,772
เราควรจะทำหรือไม่ควรจะทำ

262
00:19:49,772 --> 00:19:53,772
สืบค้นด้วยตนเอง สืบค้นไปพร้อมกัน ให้

263
00:19:54,847 --> 00:19:58,847
ค้นคำว่า... ให้ค้นคำว่าหรือเปล่านะ

264
00:20:00,336 --> 00:20:04,336
ให้ค้นคำว่าสิ่งที่ควรทำ

265
00:20:05,605 --> 00:20:09,605
หรือสิ่งที่ไม่ควรทำนะคะ แล้วก็ตามด้วยคำว่า "Infographic" เปิด

266
00:20:11,847 --> 00:20:14,925
เว็บเบราว์เซอร์เราขึ้นมานะคะ

267
00:20:14,925 --> 00:20:18,925
แล้วไปที่ Google

268
00:20:21,799 --> 00:20:22,208
เดี๋ยวพาค้นให้ดู ไหนล่ะ สลับหน้าจอ

269
00:20:22,208 --> 00:20:24,536

270
00:20:24,536 --> 00:20:28,156
โอเค

271
00:20:28,156 --> 00:20:32,156
ค้นด้วยคำว่า "สิ่ง"...

272
00:20:36,139 --> 00:20:38,079
ภาษาไทย ขอโทษ

273
00:20:38,079 --> 00:20:42,079

274
00:20:44,006 --> 00:20:45,429
ทำไมไม่เปลี่ยนให้

275
00:20:45,429 --> 00:20:49,429

276
00:20:58,589 --> 00:21:02,589

277
00:21:02,593 --> 00:21:06,593

278
00:21:06,597 --> 00:21:10,597

279
00:21:12,115 --> 00:21:12,655

280
00:21:12,655 --> 00:21:16,655
เห็นไหมคะ

281
00:21:16,903 --> 00:21:20,903
มันจะขึ้นเลย เราต้องพิมพ์คำว่า สิ่งที่ควรทำ

282
00:21:25,507 --> 00:21:29,507
หรือสิ่งที่ไม่ควรทำ อันใดอันหนึ่ง

283
00:21:31,850 --> 00:21:35,850
ก็ได้นะคะ แล้วก็ตามด้วย Infographic ลงไป ในคำค้นนะคะ เสร็จมันก็จะมีนี่ข้อมูล

284
00:21:46,518 --> 00:21:46,864
ข้อห้าม อันนี้มีแค่ 6 ข้อ

285
00:21:46,864 --> 00:21:48,104
6 ข้อมีอะไรบ้าง อันนี้มี 10 ข้อ

286
00:21:48,104 --> 00:21:51,274
คือ แต่ละเว็บ(ไซต์) ก็บอกไม่เหมือนกัน

287
00:21:51,274 --> 00:21:55,274
นะคะ เราก็สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้

288
00:21:59,997 --> 00:22:00,502
ก็คือ เช่น เจออันแรก 6 มัน

289
00:22:00,502 --> 00:22:03,562
น้อย ดูอัน 6 ก่อน ดูว่า 6 ข้อ

290
00:22:03,562 --> 00:22:07,562
เขาห้ามอะไรบ้าง

291
00:22:17,702 --> 00:22:17,384
อัน

292
00:22:03,978 --> 00:22:07,978
นี้

293
00:22:11,643 --> 00:22:15,643
ชื่อก็บอกอยู่แล้วนะคะ 6 ข้อห้าม สำหรับ

294
00:22:18,765 --> 00:22:22,765
Infographic Design ก็คือ 6 ข้อห้ามในการ

295
00:22:25,709 --> 00:22:29,709
ออกแบบ Infographic 6 ข้อห้ามนี้ประกอบด้วยอะไรบ้าง ข้อห้ามข้อที่ 1 บอกว่า ข้อมูล...

296
00:22:31,982 --> 00:22:35,982
ข้อมูลไม่ควรเยอะเกินไป นั่นก็คือ

297
00:22:37,193 --> 00:22:40,200
มันจะไม่เน้นตัวข้อความมากนัก นึกออกนะ

298
00:22:40,200 --> 00:22:44,200
ไม่ควรเน้นข้อมูลมาก ๆ นะคะ

299
00:22:46,605 --> 00:22:47,774
ข้อห้ามข้อที่ 2

300
00:22:47,774 --> 00:22:50,964
บอกว่าข้อมูลไม่ควรซับซ้อน ซับซ้อน

301
00:22:50,964 --> 00:22:54,223
นั่นหมายถึงอย่างไร เหมือน...

302
00:22:54,223 --> 00:22:58,223
เหมือนบอกควรทำอย่างนี้ แล้วมันจะมีข้อ

303
00:22:58,705 --> 00:23:02,705
ต่อ ๆ มีข้อย่อย ๆ นึกออกนะ

304
00:23:03,945 --> 00:23:07,945
ซับซ้อนเกินไปอย่างนี้ ก็ไม่ควรนะคะ

305
00:23:08,836 --> 00:23:12,836
เหมือนพูดเป็นภาษาอังกฤษ เหมือนมีคำภาษาอังกฤษแล้วต้อง

306
00:23:16,181 --> 00:23:19,382
แปลภาษาไทย อะไรอย่างนี้ อย่างนี้นะคะ

307
00:23:19,382 --> 00:23:19,554
คือ จะใช้ทับศัพท์ก็ใช้ไปเลย หรือจะใช้

308
00:23:19,554 --> 00:23:23,368
คำภาษาอังกฤษก็ใช้ไปเลย ไม่ใช่มา

309
00:23:23,368 --> 00:23:27,191
ใส่ Infographic แปลว่า อะไรอย่างนี้ ไม่ต้องนะคะ ก็คือ

310
00:23:27,191 --> 00:23:31,191
ข้อมูลไม่ควรซับซ้อน

311
00:23:42,044 --> 00:23:41,652
อย่าใช้

312
00:23:36,936 --> 00:23:38,782
สีเยอะเกินไป เห็นไหมคะ เรื่องการใช้สีก็พูดถึง

313
00:23:38,782 --> 00:23:38,919
เพราะ

314
00:23:38,919 --> 00:23:42,919
ในทฤษฎีสี เวลาใช้สีเขาก็บอกว่าไม่ควรใช้สี

315
00:23:46,041 --> 00:23:46,510
เกิน 3 สีนะ

316
00:23:46,510 --> 00:23:50,510
คือ บางคนแบบ ชอบน่ะ สีนี้ก็อยากใช้ สีนี้

317
00:23:52,643 --> 00:23:53,778
ก็อยากใช้ นึกออกนะ มันไม่ได้นะคะ

318
00:23:53,778 --> 00:23:57,778
มันก็มีกฎของการใช้อยู่นะคะ

319
00:23:57,812 --> 00:24:01,812
ข้อต่อมา บอก

320
00:24:03,405 --> 00:24:07,405
อย่าทำให้น่าเบื่อ ก็คือการนำเสนอในลักษณะ Infographic นี่

321
00:24:08,560 --> 00:24:09,984
จะต้องทำให้มันดูน่าสนใจ

322
00:24:09,984 --> 00:24:13,984
นึกออกนะ เหมือนรูปก็เอารูป... ให้นึกถึงว่า

323
00:24:15,107 --> 00:24:19,107
ถ้าถูกต้องตามวัยน่ะ รูปมัน

324
00:24:25,501 --> 00:24:28,249
ก็จะน่าสนใจ อย่างสมมติ เราทำสำหรับเด็กน่ะ

325
00:24:28,249 --> 00:24:29,283
รูปที่เราใช้ดันเป็นรูปที่แบบ

326
00:24:29,283 --> 00:24:33,283
ที่เป็นเหมือนรูปภาพอะไรอย่างนี้ เหมือนภาพจริง ๆ ถ้าเป็นกับเด็ก

327
00:24:34,507 --> 00:24:38,507
เราอาจจะใช้เป็นภาพวาดที่มีสีสัน

328
00:24:42,563 --> 00:24:46,503
สักหน่อยอะไรอย่างนี้ จะดีกว่านะคะ เพราะฉะนั้น บอกว่าอย่าทำให้น่าเบื่อ แล้วต่อมาอย่าเน้นที่การออกแบบ

329
00:24:46,503 --> 00:24:50,503
คือ Infographics นี่เขาไม่ได้เน้นความสวยงามมาก

330
00:24:57,409 --> 00:24:59,155
เขาเน้นที่ว่าเนื้อหากับภาพที่ประกอบกันน่ะ มันสามารถอธิบาย

331
00:24:59,155 --> 00:25:03,155
หรือสื่อความหมายได้ เท่านั้นพอ ไม่ต้องไปทำวิจิตร เลิศหรู

332
00:25:04,913 --> 00:25:08,913

333
00:25:13,288 --> 00:25:14,611
มีดอกไม้ทำเป็นกรอบ ไม่ต้อง ไม่ต้องเน้นที่ความสวยงามมากมายหนักหนานะคะ

334
00:25:14,611 --> 00:25:18,611
และอันดับสุดท้ายบอก

335
00:25:19,285 --> 00:25:23,285
อย่าใส่ตัวเลขมากเกินไป คือ ถึงแม้จะทำ

336
00:25:27,690 --> 00:25:28,420
ในลักษณะที่เป็นเชิงสถิติ เห็นไหม

337
00:25:28,420 --> 00:25:32,302
เขาก็ให้ทำให้เห็นเป็นลักษณะในเชิง

338
00:25:32,302 --> 00:25:35,677
แผนภูมิ แผนภาพแทนนะคะ ก็คือเอาภาพเป็นตัว

339
00:25:35,677 --> 00:25:39,677
เปรียบเทียบ แล้วตัวเลขที่ใส่

340
00:25:46,435 --> 00:25:46,602
อาจจะจากที่เป็นค่าเฉลี่ย อาจจะคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ให้เห็นภาพ ว่า

341
00:25:46,602 --> 00:25:50,602
พอทำเป็นแผนภูมิมันก็จะเห็นสเกลหรือให้เห็น

342
00:25:52,911 --> 00:25:56,911
ชัดเจนว่าเห็นตัวเลขกลุ่มนี้

343
00:26:00,629 --> 00:26:04,555
อะไรลักษณะนี้นะคะ ไม่จำเป็นต้องใส่ค่าเฉลี่ย 4.0000

344
00:26:04,555 --> 00:26:08,555
0 100 ตัวอะไรอย่างนี้

345
00:26:09,154 --> 00:26:13,154
ไม่จำเป็นนะคะ อาจจะใส่แค่เป็นลักษณะเปอร์เซ็นต์ 80 เปอร์เซ็นต์ ไม่จำเป็นต้อง

346
00:26:13,570 --> 00:26:17,570
ตัวเลขที่เป็นทศนิยมเยอะ ๆ หรือตัวเลขที่เป็นหลักล้าน

347
00:26:17,703 --> 00:26:21,703
คือ ใช่อยู่ว่าข้อมูลนั้นเป็นหลักล้าน

348
00:26:30,014 --> 00:26:29,498
แต่

349
00:26:22,650 --> 00:26:26,650
ทำให้มันออกมาในแนวเปอร์เซ็นต์ เพื่อเปรียบเทียบตัวอื่น

350
00:26:27,434 --> 00:26:29,623
แทนก็ได้ ไม่ต้องไปใส่ ขายขนม

351
00:26:29,623 --> 00:26:33,623
ชิ้นนี้ได้ตั้ง 5 แสน ชิ้นนี้ได้ตั้ง 100 ล้าน

352
00:26:37,225 --> 00:26:41,225
อะไรอย่างนี้ พอใส่ตัวเลข 100 ล้าน ให้คิดถึงสิ ร้อยล้าน ใช้ตัวอักษรไปกี่ตัว ใช้พื้นที่

353
00:26:42,064 --> 00:26:46,064
ความยาวไปเท่าไหร่ นึกออกนะ

354
00:26:53,661 --> 00:26:53,221
อย่างนี้เป็นต้น

355
00:26:45,399 --> 00:26:49,030
อันนี้เขาบอก 6 ข้อ แล้วเราลอง

356
00:26:49,030 --> 00:26:53,030
มาดูที่เขาบอก 10 ข้อบ้างสิ

357
00:27:01,244 --> 00:26:59,959
10 ข้อ

358
00:26:49,459 --> 00:26:53,459
มี 2 อัน ดูอันแรกดีกว่านะคะ

359
00:26:55,633 --> 00:26:59,633
เห็นไหมคะ มีใช้สีมากเกินไป

360
00:27:05,193 --> 00:27:07,389
เหมือนกัน ข้อมูลมากเกินไป ข้อ 1 ข้อ 2

361
00:27:07,389 --> 00:27:07,553
มีเหมือนกันเลย อันนี้

362
00:27:07,553 --> 00:27:11,553
อันนี้มีเพิ่มข้อที่ 5 ขึ้นมาที่บอกว่า...

363
00:27:12,909 --> 00:27:16,909
ตัวเลขมากเกินไปก็มีเหมือนกัน

364
00:27:22,494 --> 00:27:26,494
เน้น ๆ อันนี้เขาเรียงให้เห็นตัวหลัก ๆ ก่อน อย่าละเลยข้อมูล

365
00:27:26,501 --> 00:27:28,187
ที่ไม่สามารถระบุหรือแยกแยะได้

366
00:27:28,187 --> 00:27:32,187
คือ เขาบอกว่า Infographics นี่

367
00:27:35,848 --> 00:27:39,036
ในบางเรื่อง มันขาดตัวเลขไม่ได้นะคะ เห็นไหม เหมือนข้อมูลของเลข

368
00:27:39,036 --> 00:27:43,036
ทางสถิติน่ะ เห็นไหมคะ ที่อธิบายไปเมื่อกี้ คือ

369
00:27:47,546 --> 00:27:51,546
มันอย่างไร มันก็ต้องมีตัวเลข แต่จะทำอย่างไร

370
00:27:52,359 --> 00:27:55,748
มันดูไม่เยอะเกินไปอย่างที่บอก ขายขนม เหมือนร้านนี้ อยากรู้

371
00:27:55,748 --> 00:27:59,748
ผลประกอบการตัวเอง ขายขนม 100 อย่าง อันไหนขายดีที่สุด

372
00:28:01,468 --> 00:28:05,468
ต้องไปเอาตัวเลขว่า สมมติว่า

373
00:28:08,576 --> 00:28:10,431
ลูกอมรสช็อกโกแลตขายดีที่สุด

374
00:28:10,431 --> 00:28:11,692
ต้องไปใส่ตัวเลข 100 ล้าน ก็ไม่ใช่

375
00:28:11,692 --> 00:28:15,692
เราเลยใช้วิธีเปลี่ยนเป็นทำเป็นลักษณะแผนภูมิ

376
00:28:23,860 --> 00:28:27,860
หรือกราฟวงกลม

377
00:28:33,065 --> 00:28:37,065
ก็ได้

378
00:28:39,021 --> 00:28:37,989

379
00:28:16,489 --> 00:28:20,489

380
00:28:26,814 --> 00:28:26,946
ขนมลูกอมรสช็อกโกแลตมีสัดส่วนของส่วนแบ่งของวงกลมน่ะ หรือ

381
00:28:26,946 --> 00:28:30,946
มีชิ้นส่วนของพายน่ะ กว้างกว่า ก็ทำให้ อ๋อ

382
00:28:34,906 --> 00:28:37,619
ตัววนี้ขายดีที่สุดเลย

383
00:28:37,619 --> 00:28:39,967
ลักษณะของภาพมันใหญ่กว่าเพื่อน

384
00:28:39,967 --> 00:28:43,967
นะคะ ไม่จำเป็นต้องไปใส่ตัวเลขให้เห็น

385
00:28:46,567 --> 00:28:47,587
แล้วบอกให้รู้ว่าอันนี้ขายดีสุด ก็ไม่จำเป็นนะคะ

386
00:28:47,587 --> 00:28:51,587
ก็คือเขาเลยบอกว่าอย่าละเลยข้อมูล

387
00:28:57,245 --> 00:28:59,146
ที่ไม่สามารถระบุแยกแยะได้

388
00:28:59,146 --> 00:29:01,775
คือ บางอย่างนี่ เหมือนมันแยกแยะไม่ได้

389
00:29:01,775 --> 00:29:05,775
ถ้าเป็นข้อความ ก็อาจจะต้องใส่ตัวเลขเข้าไปนะคะ

390
00:29:07,773 --> 00:29:11,773
ข้อความก็อาจจะต้อง

391
00:29:14,837 --> 00:29:17,376
เป็นตัวเลขเป็นหลักล้านเราก็ทำให้เห็นเป็นเปอร์เซ็นต์ มันมีเปอร์เซ็นต์มากกว่าอย่างอื่นอย่างนี้

392
00:29:17,376 --> 00:29:18,918
เป็นต้นนะคะ น่าเบื่อ บอกไปแล้วนะ

393
00:29:18,918 --> 00:29:20,043

394
00:29:20,043 --> 00:29:24,043
ข้อนี้ของอันที่ 10 บอกว่าอย่า

395
00:29:30,013 --> 00:29:33,247
ใช้วิธีการพิมพ์ผิด คือ การพิมพ์นี่ มันจะทำให้

396
00:29:33,247 --> 00:29:37,247
รูปแบบของ Infographics เราดูน่าสนใจนะ

397
00:29:43,749 --> 00:29:47,749
ในการออกแบบฟอนต์ ที่ออกแบบช่วงแรก ๆ

398
00:29:49,727 --> 00:29:53,021
ที่บอกว่าฟอนต์ก็มีผลกับคนใช่ไหมคะ เหมือน... หรือมีผลกับข้อความ เช่น

399
00:29:53,021 --> 00:29:57,021
ทำ Font หนังผี Font ที่

400
00:30:00,861 --> 00:30:04,861
มีลักษณะที่สื่อถึงหรือน่ากลัวอะไรอย่างนี้นะคะ แต่ถ้าทำฟอนต์แบบความ รักหวานแหวว

401
00:30:09,153 --> 00:30:13,153
ฟอนต์มันก็ควรออกแนวหวานแหวว ฟรุ้งฟริ้ง

402
00:30:13,848 --> 00:30:17,848
เพราะฉะนั้น อย่าใช้วิธีการ

403
00:30:18,113 --> 00:30:21,611
พิมพ์ผิดนะคะ ก็คือหมายถึง

404
00:30:21,611 --> 00:30:25,611
บางอย่างพอไปพิมพ์น่ะ ข้อมูลบางอย่าง พอไปพิมพ์ แล้ว

405
00:30:32,380 --> 00:30:36,300
บอกไม่ถูกน่ะนึกออกนะ ก็ข้อมูล

406
00:30:36,300 --> 00:30:40,300
ก็ไม่ใช่ว่าพอเอามาทำ Infographic แล้วแปลงได้เองด้วย นั่นก็คือเป็นวิธีการพิมพ์ที่ผิด

407
00:30:44,082 --> 00:30:48,082
ที่เขาบอกนะคะ เหมือนที่บอกว่าแปลงจากตัวเลขหลักล้านมาเป็นเปอร์เซ็นต์

408
00:31:00,783 --> 00:31:04,783
มันแปลง

409
00:31:07,428 --> 00:31:03,983

410
00:30:51,134 --> 00:30:52,257
ได้เพราะมันเห็นภาพนะ แต่บางอย่างมันไปแปลงไม่ได้

411
00:30:52,257 --> 00:30:55,787
เหมือนข้อมูลที่ต้องบอกตามความเป็นจริง เช่น

412
00:30:55,787 --> 00:30:59,787
ข้อมูลผู้ป่วย

413
00:31:03,141 --> 00:31:04,039
ก็อาจจะต้องบอกเป็นจำนวนตัวเลขอย่างแน่นอนนะคะ

414
00:31:04,039 --> 00:31:08,039
อย่าใช้วิธีการไปบิดเบือนเป็นเปอร์เซ็นต์ เป็นอะไรอย่างนี้

415
00:31:12,046 --> 00:31:16,046
เป็นต้นนะคะ และอีกข้อหนึ่งที่สำคัญ อย่าใช้ข้อมูลที่ผิด

416
00:31:19,410 --> 00:31:22,596
ข้อมูลที่เอามาใช้ใน Infographic จะต้องเป็นข้อมูล

417
00:31:22,596 --> 00:31:25,832
มีที่มาที่ไป อ้างอิงได้ นึกออกนะคะ

418
00:31:25,832 --> 00:31:29,269
ไม่ใช่ว่าเหมือนบอก แม่บอกหัวข้อไป แล้วเด็ก ๆ ก็ไป

419
00:31:29,269 --> 00:31:33,269
คิดเรื่องไปทำ Story

420
00:31:33,794 --> 00:31:37,794
ที่ตัวเองสร้างมาเองก็ใช้ไม่ได้ เพราะเป็นการนำข้อมูล

421
00:31:38,662 --> 00:31:38,872
ที่ไม่ถูกต้องมาใช้นะคะ มันต้อง

422
00:31:38,872 --> 00:31:41,923
ใช้ข้อมูลที่มันมีที่มาที่ไปด้วยนะคะ

423
00:31:41,923 --> 00:31:45,923

424
00:31:46,550 --> 00:31:50,550
เขาบอกว่าอย่าใช้แบบ

425
00:31:53,574 --> 00:31:55,144
เป็นวงกลม

426
00:31:55,144 --> 00:31:56,441

427
00:31:56,441 --> 00:32:00,441
แบบเป็นวงกลมในที่นี้ เหมือนให้เป็นลักษณะ

428
00:32:04,475 --> 00:32:08,475
ข้อมูลที่ใส่เป็นวงกลมน่ะ

429
00:32:09,982 --> 00:32:10,442
คือ พวกกราฟน่ะ เป็นวงกลมได้ แต่บางอย่าง

430
00:32:10,442 --> 00:32:14,442
ไม่ควรออกแบบให้เป็นลักษณะวงกลม นึกออกนะคะ

431
00:32:16,084 --> 00:32:20,084
บางทีนึกอะไรไม่ออก ทำเป็นกราฟวงกลม

432
00:32:24,010 --> 00:32:28,010
อย่างเดียว อะไรอย่างนี้ก็ไม่ใช่ เพราะข้อมูลบางอย่าง ก็

433
00:32:28,822 --> 00:32:32,822
ออกแบบเป็นในลักษณะของวงกลมน่ะค่ะ ก็จะมี 10 ข้อ คือ มีข้อแตกต่างเพิ่มมา 6 ข้อ เช่น

434
00:32:33,617 --> 00:32:36,692
อย่าออกแบบเป็นวงกลม

435
00:32:36,692 --> 00:32:38,224
อย่านำเสนอข้อมูลที่ผิดนะ แล้วก็

436
00:32:38,224 --> 00:32:42,224
ไม่ให้ละเลยข้อมูลที่ระบุแยกไม่ได้

437
00:32:48,727 --> 00:32:45,983

438
00:32:42,445 --> 00:32:46,445
อะไรอย่างนี้ ส่วนอื่นเหมือนกัน เห็นไหมคะ 6 ข้อ

439
00:32:54,936 --> 00:32:56,494
และก็มี 4 ข้อที่แตกต่างมา

440
00:32:56,494 --> 00:32:59,789
นิด ๆ หน่อย ๆ อย่างนี้นะคะ นั่นก็คือข้อ

441
00:32:59,789 --> 00:33:03,789
ที่เวลาเราทำเราควรกลับมาดูด้วย ว่าข้อไหนที่จะเป็นข้อบกพร่อง หรือข้อห้ามในการทำ

442
00:33:04,202 --> 00:33:05,349
นะคะ

443
00:33:05,349 --> 00:33:09,349
แล้วทีนี้มาดูอีกหัวข้อหนึ่ง เขาบอก How to

444
00:33:13,738 --> 00:33:16,732
ควรมีและไม่ควรมี อันนี้บอกทั้ง 2 เลยว่า

445
00:33:16,732 --> 00:33:17,328
ควรมีและไม่ควรมีนะคะ

446
00:33:17,328 --> 00:33:20,323

447
00:33:20,323 --> 00:33:24,323
ไม่ ๆ

448
00:33:27,199 --> 00:33:29,337
ไม่ต้องโฆษณา

449
00:33:29,337 --> 00:33:33,105

450
00:33:33,105 --> 00:33:37,105
เขาพูดถึงว่าทำไม

451
00:33:42,254 --> 00:33:46,254
ทำไมเราถึงต้องมาใช้ Infographic ก่อนเลย เขาบอกว่า

452
00:33:47,273 --> 00:33:51,273
การทำงานของสมองคนนี่นะคะ มันจะเป็นในลักษณะ visual

453
00:33:57,716 --> 00:34:01,716
conten ก็คือการที่

454
00:34:02,470 --> 00:34:06,355
มองเนื้อหาที่... ที่มีมุมมองในการมองเนื้อหานี่ ที่สูง

455
00:34:06,355 --> 00:34:10,355
ถึง 60,000 ครั้งเลยนะคะ ซึ่งจะมอง

456
00:34:13,953 --> 00:34:17,866
เห็นได้เร็วมากกว่า Text ก็คือมองเนื้อหาที่เป็นภาพน่ะ

457
00:34:17,866 --> 00:34:19,171
จำได้ง่ายกว่า ให้นึกถึงเหมือนทำไมเด็ก ๆ

458
00:34:19,171 --> 00:34:23,171
ชอบถ่ายรูป เพราะอะไรคะ การถ่ายรูปจะทำให้

459
00:34:23,678 --> 00:34:27,678
มองเห็นใช่ไหมคะ

460
00:34:29,909 --> 00:34:33,909
หรือรู้ข้อมูลของสิ่งนั้น ๆ ได้ง่ายกว่าไปอ่านเอา

461
00:34:35,496 --> 00:34:38,157
เหมือนถ่ายออกมาปุ๊บ ดูรูปปุ๊บรู้เลย

462
00:34:38,157 --> 00:34:42,157
ตรงนี้คือที่ไหน อะไรอย่างไร อย่างนี้นะคะ การมองเห็น

463
00:34:43,222 --> 00:34:47,222
สิ่งที่เป็นภาพนี่มันจะจำได้ง่ายกว่า

464
00:34:57,544 --> 00:34:58,356
ให้นึกถึง

465
00:34:48,664 --> 00:34:52,664
เด็กตัวเล็ก ๆ ยังพูดไม่ได้ เห็นไหม สิ่งที่เด็ก ๆ

466
00:34:53,221 --> 00:34:56,994
จำได้ดี ก็คือเขาใช้วิธีการมองใช่ไหมคะ เขา

467
00:34:56,994 --> 00:35:00,994
จำพ่อแม่ได้ เพราะเขาเห็นพ่อแม่เขาทุกวัน

468
00:35:06,987 --> 00:35:09,474
เห็นพี่เห็นน้องเขาทุกวัน นั่นคือการจำของ

469
00:35:09,474 --> 00:35:09,693
เด็ก ให้ดูจากวิวัฒนาการของคนนั่นเอง คนเราสิ่งที่จำได้ ก็คือ

470
00:35:09,693 --> 00:35:13,693
เด็กตัวเล็ก ๆ ก็คือการมองเห็นนะ

471
00:35:18,125 --> 00:35:22,125
ต่อมาเขาค่อยมาดูว่าเป็นการจำเสียง จำ

472
00:35:23,103 --> 00:35:26,846
ได้อย่างไร เพราะอะไร เพราะเด็กตัวเล็ก ๆ

473
00:35:26,846 --> 00:35:30,846
เห็นคนมาอยู่ตรงหน้าเขาก็จะมองตามใช่ไหมคะ เห็นวัตถุเคลื่อนไหว

474
00:35:31,172 --> 00:35:35,172
เขาจะมองตาม แต่บางทีเรียก เขายังไม่รู้

475
00:35:38,999 --> 00:35:41,271
ว่าเขาชื่ออะไรใช่ไหมคะ คือ เขาได้ยินเสียงแต่เขาไม่ได้จำว่าเสียงนี้คือเสียง

476
00:35:41,271 --> 00:35:42,851
อะไรอย่างนี้นะคะ เพราะฉะนั้น เขาจะจำ

477
00:35:42,851 --> 00:35:45,027
ภาพได้ก่อน

478
00:35:45,027 --> 00:35:49,027
แล้วทำไมเขาบอกว่า แต่ทำไมถึงใช้แต่ภาพอย่างเดียวไม่ได้

479
00:35:53,431 --> 00:35:56,333
เพราะอะไร เพราะภาพบางอย่างถ้าไม่ใส่

480
00:35:56,333 --> 00:36:00,333
ข้อมูลลงไป มันก็ทำให้ไม่รู้ว่าไอ้ตัวนี้หมายถึงอะไร

481
00:36:00,510 --> 00:36:04,510
สื่อถึงอะไร นึกออกนะ เหมือนถ้าทำกราฟวงกลม

482
00:36:04,962 --> 00:36:08,962
แล้วแบ่งชิ้นส่วนออกมา เป็น 80, 90, 100

483
00:36:09,967 --> 00:36:12,007
คือ ชิ้นส่วนของอะไรก็ไม่รู้ ก็ต้องมีข้อมูล

484
00:36:12,007 --> 00:36:13,079
ใส่เข้ามาด้วย อย่างนี้เป็นต้นนะคะ

485
00:36:13,079 --> 00:36:17,079
ทีนี้เขาพูดถึง The Bad

486
00:36:26,188 --> 00:36:27,352
The Bad ก็คือสิ่งที่ไม่ดีก่อน

487
00:36:27,352 --> 00:36:29,711
อันแรกบอก Too much data

488
00:36:29,711 --> 00:36:31,284
To ก็คือมากเกินไป

489
00:36:31,284 --> 00:36:35,284
ข้อมูลมีข้อมูลมากเกินไปเหมือนในตัวอย่าง

490
00:36:42,097 --> 00:36:44,593
มีรูปตัวเลขไอ้นี่ ซ้อน ๆ กันเยอะ ๆ พอดูแล้ว ไอ้พวก

491
00:36:44,593 --> 00:36:48,593
ไม่ชอบตัวเลขนี่ เห็นตัวเลขปุ๊บกระโดดหนีเลย เห็นตัวเลขไม่ได้

492
00:36:50,010 --> 00:36:53,114
จริง ๆ นะ บางคนไม่ชอบตัวเลข

493
00:36:53,114 --> 00:36:56,239
ไม่ดูดีกว่า ไปแล้ว ก็มี

494
00:36:56,239 --> 00:36:58,809
มันเป็นอะไรน่ะ

495
00:36:58,809 --> 00:37:02,809
เขาเรียกเป็นลักษณะของปฏิกิริยา

496
00:37:08,994 --> 00:37:12,994
กลไกอัตโนมัติของ

497
00:37:20,360 --> 00:37:16,360
มนุษย์น่ะ

498
00:37:10,429 --> 00:37:13,377
เห็นเลขแล้วปวดหัว หนีดีกว่า เหมือนพวกที่ไม่ชอบเรียน

499
00:37:13,377 --> 00:37:17,377
คณิตศาสตร์น่ะนะ พอเห็นตัวเลข

500
00:37:18,646 --> 00:37:22,646
ไม่เอาแล้ว ไม่ไหว ดูต่อไม่ได้ เวียนหัว อย่างนี้นะคะ มันจะ

501
00:37:22,811 --> 00:37:26,811
มีปฏิกิริยา

502
00:37:37,085 --> 00:37:37,353
หนีเลบ

503
00:37:30,426 --> 00:37:34,426
ไม่ดูต่อนะคะ เขาบอกว่าระหว่างที่เป็นภาพ

504
00:37:36,519 --> 00:37:40,519
2D กับ 3D นี่

505
00:37:42,479 --> 00:37:46,479
ถ้าเป็นกราฟน่ะ ทำเป็น 2D มันจะเห็นชัดเจน

506
00:37:46,541 --> 00:37:49,986
เห็นความหนา ความลึกน่ะ ก็ทำให้เห็น

507
00:37:49,986 --> 00:37:52,751
มีความมากกว่า น้อยกว่าอย่างไร อะไรอย่างนี้นะคะ

508
00:37:52,751 --> 00:37:56,287
ลักษณะของภาพ

509
00:37:56,287 --> 00:37:56,427
อีกแบบหนึ่ง เขาบอกว่า

510
00:37:56,427 --> 00:38:00,427
การทำแบบ 3D นี่

511
00:38:02,823 --> 00:38:06,823
มันทำให้ดูเจ๋งก็จริง แต่ทำให้ข้อมูล

512
00:38:10,649 --> 00:38:10,935
บิดเบือนได้

513
00:38:10,935 --> 00:38:14,935
เพราะดูจากอย่างนี้แล้ว ลักษณะมันเหมือนกับ

514
00:38:16,161 --> 00:38:20,161
หลอกตาค่ะ ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้ว มัน

515
00:38:21,097 --> 00:38:25,097
อาจจะเท่ากันก็ได้ ไอ้ 3 ตัวนี้ นึกออกนะ ถ้าดูในมุมนี้

516
00:38:26,537 --> 00:38:30,537
ก็จะเหมือนเท่ากัน แต่พอดูใน 3D

517
00:38:34,124 --> 00:38:38,124
อะไรอย่างนี้นะคะ หัวข้อต่อมาบอกว่า

518
00:38:40,331 --> 00:38:44,331
Graphs that just don’t add up

519
00:38:45,775 --> 00:38:49,775
สถิติต่าง ๆ ไว้ในกราฟเดียว

520
00:38:51,088 --> 00:38:54,806

521
00:38:54,806 --> 00:38:58,806
นี่ เขาบอกเป็นการรวม Baby Boomer

522
00:39:06,992 --> 00:39:10,992
ที่มีถึง 243 เปอร์เซ็นต์ คือ ถ้าเป็นเปอร์เซ็นต์มันก็ควรจะรวมไม่เกิน 100 เปอร์เซ็นต์

523
00:39:11,752 --> 00:39:12,308
อันไหนมากสุด อันไหนน้อยสุด อันไหนกลาง ๆ นะ

524
00:39:12,308 --> 00:39:16,308
อันนี้ พอรวมไปถึง

525
00:39:19,175 --> 00:39:21,454
เห็นไหม 40 กับ 42 ก็เท่าเทียมกัน

526
00:39:21,454 --> 00:39:25,454
หรือ 61 กับ 78 ก็อยู่ในโซนกัน

527
00:39:27,848 --> 00:39:31,197
ก็เลย เอ๊ะ ดูไม่ออกว่าอันไหนจะมากกว่ากัน มากกว่ากันอย่างไร

528
00:39:31,197 --> 00:39:35,197
คือ ถ้าตัวเลขต่างกันมากมาก

529
00:39:36,249 --> 00:39:36,728
78 กับ 22 เห็นชัด แต่ถ้า 42 กับ 40

530
00:39:36,728 --> 00:39:40,554
มันก็ดูไม่ต่างกันเท่าไร อะไรอย่างนี้นะคะ

531
00:39:40,554 --> 00:39:42,476
เขาก็เลยบอกว่าไม่ควรรวมสถิติ

532
00:39:42,476 --> 00:39:46,476
ที่แตกต่างกัน เอาไว้

533
00:39:50,109 --> 00:39:52,772
ในกราฟเดียวกัน ว่าอย่างนั้นเถอะนะคะ

534
00:39:52,772 --> 00:39:56,772

535
00:39:58,522 --> 00:39:59,577
Keep it simple

536
00:39:59,577 --> 00:40:03,577
ตัวอย่างต้องอ่านง่าย ๆ ค่ะ ทำให้ดูง่าย

537
00:40:10,914 --> 00:40:12,404
แต่อันนี้ เห็นไหม อีรุงตุงนังไปหมดเลย

538
00:40:12,404 --> 00:40:13,714
อย่าไปทำนะคะ มันไม่ดีเลยนะคะ

539
00:40:13,714 --> 00:40:17,714
ทีนี้มาดูสิ่งที่ควรทำ

540
00:40:20,419 --> 00:40:24,419
Use Pictures and icons

541
00:40:31,135 --> 00:40:31,460
หลีกเลี่ยงการใช้ Text นะคะ เห็นไหมคะ พยายามใช้รูป เน้นรูปหน่อย

542
00:40:31,460 --> 00:40:35,460
Text น้อย ๆ รูปใหญ่ใหญ่

543
00:40:39,090 --> 00:40:42,465
ไม่ได้เน้นที่ข้อความอะไรอย่างนี้

544
00:40:42,465 --> 00:40:46,465
ใช้สี การใช้สีนะคะ ให้ใช้สีโทนเดียว เห็นไหมคะ

545
00:40:48,143 --> 00:40:52,143
ไม่ใช้สีที่ตัดกันมากเกินไป

546
00:41:02,190 --> 00:41:03,958
อันนี้ใช้

547
00:40:57,034 --> 00:41:01,034
3 สี เขียวเห็นไหมคะ โทนเขียว โทนส้ม แล้วก็เหลืองแค่นั้นเอง ใช้อยู่ 3 สีนะคะ

548
00:41:02,318 --> 00:41:06,318
แล้วก็ออกแบบให้สอดคล้องกับหัวข้อ

549
00:41:10,643 --> 00:41:14,643
Consistent

550
00:41:15,472 --> 00:41:16,351
ถ้าดูอย่างนี้น่าจะพูดถึงรถไหมคะ

551
00:41:16,351 --> 00:41:17,521
พูดถึง...

552
00:41:17,521 --> 00:41:21,521
เห็นไหมคะ

553
00:41:25,946 --> 00:41:29,946
นี่ การจราจร

554
00:41:38,761 --> 00:41:35,546

555
00:41:28,232 --> 00:41:32,232
นี่เห็นไหมพูดถึงการจราจร

556
00:41:42,302 --> 00:41:42,257
ก็ใช้

557
00:41:33,130 --> 00:41:34,094
เสาไฟจราจรมาเป็นตัวหลัก

558
00:41:34,094 --> 00:41:38,094
เป็นตัวยืนตรงกลาง เป็นจุดสนใจ

559
00:41:44,311 --> 00:41:44,795
ก็น่าจะเหมือนพูดถึงรถหรือพูดถึงจราจร

560
00:41:44,795 --> 00:41:46,681
เขาเรียกว่าอะไรนะ ใช้เกใช่ไหม

561
00:41:46,681 --> 00:41:50,681
สเกลวัด เกรถน่ะ สเกลรถน่ะ

562
00:41:51,342 --> 00:41:55,342
เช่น วัดความเร็ว วัดค่าน้ำมัน

563
00:41:57,375 --> 00:41:58,642
ลักษณะนะคะ เป็นจุด

564
00:41:58,642 --> 00:42:02,642
พอมองปุ๊บเรื่องนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับรถ หรือ

565
00:42:06,333 --> 00:00:18,855
การจราจรอะไรอย่างนี้นะคะ แล้วก็ควรมีการเสริมข้อมูลที่เกี่ยวความเกี่ยวข้อ

566
00:00:18,855 --> 00:00:22,832

567
00:00:22,832 --> 00:00:26,832

568
00:00:26,836 --> 00:00:30,836

569
00:00:30,837 --> 00:00:34,837

570
00:00:34,837 --> 00:00:38,837
(อาจารย์สุธิรา) ความหมาย หัวข้อที่ 2

571
00:00:46,846 --> 00:00:50,846
ของ Infographics นั่นเองนะคะ แล้วก็หัวข้อที่ 3 ขั้นตอนในการสร้าง แล้วก็ในหัวข้อที่ 4 จะบอกว่าเราจะทำ Infographics นี่

572
00:00:58,114 --> 00:01:02,114
มันก็มีข้อห้ามหรืออะไรก็แล้วแต่นี่ คือ เหมือน... เหมือนทำแอนิเมชัน

573
00:01:09,417 --> 00:01:11,263
ก็จะมี

574
00:01:11,263 --> 00:01:15,103
สิ่งที่ควรทำกับสิ่งที่ไม่ควรทำนะ Infographics

575
00:01:15,103 --> 00:01:15,712
ก็เหมือนกันนะคะ เราก็ต้องมารู้ด้วยว่า

576
00:01:15,712 --> 00:01:19,712
มันควรใส่อันนี้เข้าไปไหม หรือไม่ควร อย่างนี้นะคะ มาเริ่ม

577
00:01:20,803 --> 00:01:21,445
ที่ความหมายก่อนนะคะ

578
00:01:21,445 --> 00:01:25,445
Infographics นี่ มัน

579
00:01:29,032 --> 00:01:30,311
มาจากคำ 2 คำ คำแรก

580
00:01:30,311 --> 00:01:34,311
ก็คือ Information เห็นไหมคะ ในกรอบเหลือง ๆ

581
00:01:38,872 --> 00:01:42,872
นะคะ Information ก็คือ

582
00:01:42,930 --> 00:01:46,930
ข้อมูลหรือสารสนเทศนั่นเองนะคะ และคำที่ 2 ก็คือคำว่า "graphics"

583
00:01:53,285 --> 00:01:53,703
graphics ในที่นี้ ไม่ใช่แค่รูปอย่างเดียว แต่มันจะหมายถึง

584
00:01:53,703 --> 00:01:55,671
พวกกราฟ

585
00:01:55,671 --> 00:01:59,671
กราฟที่ทำสถิติน่ะ นึกออกนะ พวก

586
00:02:02,496 --> 00:02:06,496
กราฟแท่ง กราฟวงกลม กราฟอะไรอย่างนี้ พวก

587
00:02:06,575 --> 00:02:07,056
แผนภูมิ แผนผัง หรือสัญลักษณ์

588
00:02:07,056 --> 00:02:11,056
นะคะ ก็คือการนำข้อมูลต่าง ๆ นี่

589
00:02:13,437 --> 00:02:15,285
มาแสดงในลักษณะเป็นภาพ

590
00:02:15,285 --> 00:02:18,327
หรือเป็นแผนภูมิ

591
00:02:18,327 --> 00:02:22,327
คือ แทนที่สมัยก่อน เหมือน... เหมือน

592
00:02:22,651 --> 00:02:25,051
เวลาจะนำเสนองงานอย่างนี้

593
00:02:25,051 --> 00:02:29,051
เหมือนทำรายงานครั้งแรก ๆ นะ เด็ก ๆ ก็จะมีแต่เนื้อหา

594
00:02:36,234 --> 00:02:40,234
นึกออกไหม เนื้อหามา แล้วก็บรรยายไป เขาบอกว่าทำแบบนั้นน่ะ มัน... คือ ถ้าเนื้อหามันน้อย ๆ

595
00:02:40,437 --> 00:02:44,437
มันก็ไม่น่าเบื่อ แต่ถ้าเนื้อหามันเยอะ ๆ

596
00:02:48,994 --> 00:02:52,932
เหมือนให้นึกถึงคนเข้าฟังบรรยาย มาอ่าน

597
00:02:52,932 --> 00:02:54,151
เนื้อหาถ้าอย่างนั้นน่ะ สู้

598
00:02:54,151 --> 00:02:58,151
ไม่แจกเอกสารให้เขาไปนั่งอ่านเองดีกว่าหรือ

599
00:02:58,706 --> 00:03:02,636
สู่ยุคที่พอมีเทคโนโลยีเข้ามานะคะ

600
00:03:02,636 --> 00:03:04,901
การทำงานที่นำเสนอในลักษณะ Infographics

601
00:03:04,901 --> 00:03:08,352
ก็เลยเป็นการประยุกต์เอาข้อมูลนี่

602
00:03:08,352 --> 00:03:10,469
มาแสดงให้เห็นในลักษณะเป็นเชิงรูปภาพนะคะ

603
00:03:10,469 --> 00:03:14,469
เลยรวมกันมาเป็น 2 คำ คือ

604
00:03:19,115 --> 00:03:21,474
Infographics เห็นไหมคะ จาก Information ก็ตัด

605
00:03:21,474 --> 00:03:24,924
mation ออก เหลือแค่ info นะคะ

606
00:03:24,924 --> 00:03:28,924
แล้วก็มารวมกับ graphics ก็คือต้องมี

607
00:03:30,409 --> 00:03:32,959
ทั้งข้อมูลด้วยแล้วก็มีภาพด้วย

608
00:03:32,959 --> 00:03:36,959
แต่ไม่ใช่มีเนื้อหาที่เป็นข้อความเยอะนะคะ

609
00:03:37,916 --> 00:03:39,142
ลองดูตัวอย่าง เช่น เห็นไหมคะ

610
00:03:39,142 --> 00:03:42,882
เหมือนถ้าพูดถึง COVID

611
00:03:42,882 --> 00:03:46,882
บอกสัญญาณบ่งชี้

612
00:03:51,618 --> 00:03:51,700
ที่เราจะไปติดเชื้อ COVID-19

613
00:03:51,700 --> 00:03:53,181
เกิดจากอะไรบ้าง

614
00:03:53,181 --> 00:03:57,181
1. เลย เป็นผู้สูงอายุ ใน

615
00:04:02,956 --> 00:04:06,956
ฝั่งแรก ภาพในฝั่งแรกก็จะพูดถึงความเสี่ยงใช่ไหมคะ

616
00:04:10,925 --> 00:04:12,203
6 อะไร 601 น่ะ เด็กทารก แล้วก็ 608 อะไรเขาน่ะ

617
00:04:12,203 --> 00:04:16,182
ก็คือผู้สูงอายุ แล้วก็ผู้ป่วย

618
00:04:16,182 --> 00:04:20,182
ที่มีปัญหาด้านสุขภาพ 8 ด้าน

619
00:04:22,317 --> 00:04:26,122
แล้วก็เด็กทารกใช่ไหมคะ แล้วก็

620
00:04:26,122 --> 00:04:30,122
อะไร เขาก็ให้ทำเป็นลักษณะของกราฟ เห็นไหม

621
00:04:31,074 --> 00:04:33,875
ไม่ได้ใช้แต่รูปอย่างเดียว ใช้ลักษณะ

622
00:04:33,875 --> 00:04:36,269
กราฟวงกลมด้วยนะคะ หรือใช้

623
00:04:36,269 --> 00:04:40,269
ก็แล้วแต่คนที่จะทำออกมา คือ พยายามให้เห็น

624
00:04:42,672 --> 00:04:44,022
ทั้งตัวข้อมูล แต่ไม่ได้ใส่เนื้อหา

625
00:04:44,022 --> 00:04:46,642
เยอะแยะเกินไปนะคะ อย่างนี้เป็นต้น หรือ... หรือ

626
00:04:46,642 --> 00:04:50,642
ในแบบที่ 2 เขาบอกว่าไอ้การตรว

627
00:04:58,939 --> 00:04:59,385
การตรวจ Antigen

628
00:04:59,385 --> 00:05:01,998
กับ Antibody Test ต่างกันอย่างไร

629
00:05:01,998 --> 00:05:03,603
เปรียบเทียบให้ดู เป็นลักษณะ

630
00:05:03,603 --> 00:05:07,603
การทำให้เห็นข้อแตกต่างเห็นไหมคะ

631
00:05:10,159 --> 00:05:10,876
ว่าตรวจจากอะไร

632
00:05:10,876 --> 00:05:14,876
ตรวจต่างกันนะคะ คือ ไอ้แท่งน่ะ

633
00:05:17,822 --> 00:05:21,525
เหมือนกันเลย ไอ้ฐานตรวจเหมือนกัน แต่วิธีการตรวจไม่เหมือนกัน

634
00:05:21,525 --> 00:05:25,525
ค่าที่ออกมาก็น่าจะคนละแบบกัน อย่างนี้เป็นต้นนะคะ

635
00:05:26,817 --> 00:05:27,434
นี่เป็นตัวอย่างของ Infographics ที่

636
00:05:27,434 --> 00:05:31,434
เป็นลักษณะที่ให้เห็นความแตกต่าง

637
00:05:33,815 --> 00:05:34,402
ของข้อมูล 2 ชุดนะคะ ทีนี้

638
00:05:34,402 --> 00:05:38,402
เมื่อกี้เรารู้ความหมายไปแล้วเราก็ต้องมารู้จัก

639
00:05:45,810 --> 00:05:49,810
ประเภทของมันนะคะ มันไม่ได้มีอย่างเดียว ให้นึกถึงเหมือน Animation เราก็ยังแบ่งประเภทออกนะ

640
00:05:50,000 --> 00:05:51,146
Infographic ก็เหมือนกันนะคะ

641
00:05:51,146 --> 00:05:55,146
เราสามารถแบ่งประเภทของ Infographics ได้ ตาม

642
00:05:58,558 --> 00:06:02,558
ดังต่อไปนี้นะคะ แบบที่ 1

643
00:06:05,857 --> 00:06:06,620
Informational Infographic

644
00:06:06,620 --> 00:06:10,620
Informational ก็หมายถึง

645
00:06:10,784 --> 00:06:14,784
ข้อมูลนะคะ ข้อมูล กราฟิก

646
00:06:18,837 --> 00:06:21,524
ที่เป็นลักษะการให้ข้อมูลนั่นเอง หรือให้ข่าวสารนะคะ แบบที่ 2

647
00:06:21,524 --> 00:06:24,937
Statistical Infographic

648
00:06:24,937 --> 00:06:28,937
Statistic ก็คือ

649
00:06:29,636 --> 00:06:33,636
การสร้าง Infographics ที่ใช้สถิติ

650
00:06:37,663 --> 00:06:39,616
มาเป็นในการสร้าง มาเป็นข้อมูลในการสร้าง ก็คือ

651
00:06:39,616 --> 00:06:39,784
ต้องมีตัวเลขมาประกอบว่า เหมือนดื่ม

652
00:06:39,784 --> 00:06:43,784
เบียร์ใช่ไหม สมมติจะตวรจ

653
00:06:49,844 --> 00:06:53,519
ใช่ไหมคะ เบียร์นี่ ดื่มไปเท่าไหร่

654
00:06:53,519 --> 00:06:57,519
ใช่ไหม ถึงจะแอลกอฮอล์ขึ้นเท่าไร ก็จะมีสถิติเปรียบเทียบนะ เหมือนกินเบียร์ 2 แก้ว กับกินเหล้า 2 แก้ว

655
00:07:01,756 --> 00:07:05,756
อันไหน แอกอฮอล์สูงกว่า

656
00:07:06,971 --> 00:07:09,310
ว่าอย่างไรครับ สายดื่ม พี่เอ็ม พี่เอ็มขอถามพี่เอ็มสิ

657
00:07:09,310 --> 00:07:13,310
เหล้าใช่ไหม เพราะอะไร เพราะแอลกอฮอล์ในเหล้ามันก็สูงกว่าเบียร์อยู่แล้วนะ เหล้า

658
00:07:18,132 --> 00:07:21,328
กี่เ้ท่าไหร่กี่เปอร์เซ็นต์

659
00:07:21,328 --> 00:07:21,708
นะ เพราะเหล้า เหมือนเหล้าขาวอย่างนี้ 45 ดีกรีใช่หรือเปล่า

660
00:07:21,708 --> 00:07:25,708
ก็จะสูงกว่าเหล้า เขาเรียกเหล้าแดงใช่ไหม พวกหงส์ทอง

661
00:07:32,603 --> 00:07:34,560
พวก รีเจนซี่

662
00:07:34,560 --> 00:07:36,320
40 นะ เบียร์ถึง 40 ไหม ไม่ถึงหรือเปล่า

663
00:07:36,320 --> 00:07:37,989
เบียร์ 5 เปอร์เซ็นต์นะคะ

664
00:07:37,989 --> 00:07:41,923
นั่นก็คือเอาสถิติพวกนี้นะ

665
00:07:41,923 --> 00:07:45,923
มานำเสอนให้เห็น

666
00:07:46,819 --> 00:07:50,819
ให้เห็นว่าตัวเลขที่เป็นสถิติเขาเก็บเอาไว้นี่

667
00:07:52,727 --> 00:07:54,567
ก็เอามาแสดงให้เห็นได้ ในลักษณะ

668
00:07:54,567 --> 00:07:58,567
Infographics นะคะ เป็นแบบที่ 2 การทำ Infographics

669
00:08:00,957 --> 00:08:03,872
จากข้อมูลสถิตินะคะ แบบที่ 3

670
00:08:03,872 --> 00:08:07,872
Timeline Infographics ก็เป็นแบบ

671
00:08:14,573 --> 00:08:15,033
เวลาน่ะ ช่วงเวลานะ ทำ Infographics เป็นแบบ...

672
00:08:15,033 --> 00:08:19,033

673
00:08:27,081 --> 00:08:31,081

674
00:08:31,083 --> 00:08:35,083

675
00:08:35,087 --> 00:08:39,087

676
00:08:39,088 --> 00:08:43,088

677
00:08:43,092 --> 00:08:47,092

678
00:08:47,095 --> 00:08:51,095

679
00:08:51,101 --> 00:08:53,415

680
00:08:53,415 --> 00:08:55,325

681
00:08:55,325 --> 00:08:56,179

682
00:08:56,179 --> 00:09:00,179
Process ถ้าดูจากตัวอย่าง เด็ก ๆ จะเห็นนะ ให้นึกถึง

683
00:09:04,227 --> 00:09:04,822
ทำอะไรคะ นี่ Creative

684
00:09:04,822 --> 00:09:06,683
100 1 นั้นก็คือ

685
00:09:06,683 --> 00:09:09,511
ก็คือขั้นตอนหรือกระบวนการ ก็คือ

686
00:09:09,511 --> 00:09:13,511
การทำ Infographic ที่แสดงให้เห็น

687
00:09:19,349 --> 00:09:22,163
ขั้นตอนหรือกระบวนการ เช่น การทำขนม หรือเบเกอรี่

688
00:09:22,163 --> 00:09:26,163
ก็มีขั้นตอนนะ ขั้นตอนการผสม การอบ

689
00:09:26,375 --> 00:09:27,833
อะไรอย่างนี้นะคะ ก็ทำให้เป็นขั้น ๆ แบ่งเป็นขั้น ๆ ไป

690
00:09:27,833 --> 00:09:31,833
อย่างนี้นะคะ ก็เลยเรียกว่า Process Infographic

691
00:09:38,262 --> 00:09:38,453
แบบที่ 5 Comparison Infographic

692
00:09:38,453 --> 00:09:42,453
Comparison Infographic ก็คือ

693
00:09:43,253 --> 00:09:46,835
ในอันที่ 2 Compair ก็คือการเปรียบเทียบ เป็นการทำ

694
00:09:46,835 --> 00:09:49,141
Infographic ในเชิงเปรียบเทียบ ก็คือมี

695
00:09:49,141 --> 00:09:51,755
ข้อมูล 2 แบบ แล้วเอามาเปรียบเทียบให้เห็นนะคะ

696
00:09:51,755 --> 00:09:55,755
ให้เก็นเป็นส่วนส่วนหรือเป็นข้อ ๆ ไป

697
00:10:01,441 --> 00:10:03,275
สมมติเหมือนเปรียบเทียบอาการ COVID

698
00:10:03,275 --> 00:10:07,275
กับไข้หวัดใหญ่นะ เพราะแรก ๆ เขาบอกว่า COVID กับ

699
00:10:07,574 --> 00:10:11,574
ไข้หวัดใหญ่มันเหมือนกัน

700
00:10:12,992 --> 00:10:16,992
มันไม่ใช่ไข้หวัดใหญ่มันเป็น COVID มันก็จะมีการเปรียบเทียบ

701
00:10:22,285 --> 00:10:23,832
ไข้หวัดใหญ่ จะมีอาการเท่านี้ เท่านี้ แต่ COVID

702
00:10:23,832 --> 00:10:27,440
จะมีอะไรที่แตกต่างออกมา จะทำให้เห็นนะ จะเป็นลักษณะนั้น

703
00:10:27,440 --> 00:10:31,440
เปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่าง ของของข้อมูล 2 ชุด

704
00:10:32,812 --> 00:10:36,812
นะคะ ก็เลยเรียกว่า "Comparison Infographics"

705
00:10:37,051 --> 00:10:38,124
นั่นคือ Infographic ที่แสดงข้อมูลในเชิงเปรียบเทียบนะคะ

706
00:10:38,124 --> 00:10:39,698
และแบบที่ 6

707
00:10:39,698 --> 00:10:43,698
Hierarchical Infographic

708
00:10:47,631 --> 00:10:51,631
อันนี้จะเป็นแนว...

709
00:10:52,070 --> 00:10:53,114
เขาเรียกว่าอะไรล่ะ แผน... แผน...

710
00:10:53,114 --> 00:10:55,579

711
00:10:55,579 --> 00:10:59,579
เดี๋ยวนะ เวลาต้องเอาภาษาอังกฤษ

712
00:11:05,891 --> 00:11:06,511
มาแปลไทยนี่ ปวดตับ

713
00:11:06,511 --> 00:11:10,511
ทับศัพท์ให้ก็ไม่ได้ ให้นึกถึง

714
00:11:11,079 --> 00:11:15,079
เป็นลักษณะอย่างไรดี

715
00:11:21,032 --> 00:11:24,603
แผนภูมินะ

716
00:11:24,603 --> 00:11:28,174
แผนภูมิ แต่เป็นลักษณะแผนภูมิที่มีเป็นชั้น ๆ

717
00:11:28,174 --> 00:11:32,174
นะคะ เป็นรูปแบบที่แสดงให้เห็น

718
00:11:33,612 --> 00:11:35,473
ลักษณะของข้อมูลที่เป็นมีลักษณะ

719
00:11:35,473 --> 00:11:36,677
เป็นชั้น ๆ นะคะ

720
00:11:36,677 --> 00:11:40,677
เป็น Hierarchical Infographic นะคะ อันนี้น่าจะเป็น

721
00:11:44,040 --> 00:11:47,954
พวกที่ทำเกี่ยวกับพวกทางการตลาดอะไรพวกนี้

722
00:11:47,954 --> 00:11:50,688
น่าจะได้ใช้ เราไม่ค่อยได้ใช้นะคะ

723
00:11:50,688 --> 00:11:53,846
และตัวต่อมา ตัวสุดท้าย

724
00:11:53,846 --> 00:11:57,846
แล้วนะ List Infographic

725
00:12:03,377 --> 00:12:07,377
List ก็คือรายการ

726
00:12:09,719 --> 00:12:13,719
ก็คือ Infographic ที่ทำลักษณะที่เป็นรายการ แต่ในตัวอย่างบอกว่า 9 TIPS

727
00:12:16,819 --> 00:12:20,819
TO CREATE ก็คือมีเทคนิคในการสร้างผลิตพัฒนี่

728
00:12:26,117 --> 00:12:29,974
อยู่ 9 ข้อว่าอย่างนั้นเถอะ ก็เลยว่าบอกข้อที่ 1 ทำอะไรนะคะ เป็น List รายการเป็นข้อ ๆ ออกมา

729
00:12:29,974 --> 00:12:33,835
ว่า TIPS ที่ 1 ทำอะไร TIPS ที่ 2 ทำอะไรนะคะ

730
00:12:33,835 --> 00:12:37,835
เป็นลักษณะเป็น list เป็น Infographics

731
00:12:42,343 --> 00:12:46,343
เรารู้จักประเภทของ Infographic ไปแล้ว ก็คือเวลาทำจะได้ เวลามาดูย้อนจะได้มองออกว่าลักษณะที่เราทำเป็นแบบนี้นะ

732
00:12:50,586 --> 00:12:52,958
ประเภทนี้นะ ทีนี้

733
00:12:52,958 --> 00:12:53,738
แล้วถ้าเราจะทำ เราจะรู้ได้อย่างไร

734
00:12:53,738 --> 00:12:57,738
ในหัวข้อต่อไป ก็จะพูดถึงขั้นตอน

735
00:13:01,899 --> 00:13:02,498
ที่เราจะใช้ในการสร้าง Infographic ของเรานะคะ

736
00:13:02,498 --> 00:13:06,498
ซึ่งที่เอามยกตัวอย่างนี ่

737
00:13:10,955 --> 00:13:13,564
ขั้นตอนการสร้าง Infographic นี่ มีทั้งหมด

738
00:13:13,564 --> 00:13:13,735
7 ขั้น วนไปทางไหน ดูดี ๆ

739
00:13:13,735 --> 00:13:16,506
เด็ก ๆ คิดว่าจะเริ่มจากทางไหนก่อน

740
00:13:16,506 --> 00:13:20,506

741
00:13:21,531 --> 00:13:25,531
เห็นไหมคะ 7 ขั้นตอนสร้างอินโฟกราฟิกโดนใจ

742
00:13:33,016 --> 00:13:37,016
ดูนะคะ อันดับแรก วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย

743
00:13:37,951 --> 00:13:40,870
ทำความเข้าใจจุดประสงค์

744
00:13:40,870 --> 00:13:44,870
ดูตำแหน่งบนสุดของฝั่ง...

745
00:13:45,232 --> 00:13:49,232
ดูลักษณะการวาง คือ เขาไม่วางเรียง

746
00:13:51,145 --> 00:13:51,217
แต่ถ้าจะให้เข้าใจ คือ อันแรก อันบนสุด

747
00:13:51,217 --> 00:13:55,217
ทำความเข้าใจจุดประสงค์ในการทำ

748
00:13:57,315 --> 00:14:01,315
คือ ก่อนจะทำเราต้องรู้จุดประสงค์ก่อน เราจะทำ Infographic

749
00:14:03,104 --> 00:14:07,104
นี้ เพื่ออะไร ถูกไหมนะคะ พอรู้จุดประสงค์แล้ว สิ่งต่อมา ก็คือการวิเคราะห์

750
00:14:09,026 --> 00:14:13,026
วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย วิเคราะห์เพื่ออะไร

751
00:14:17,908 --> 00:14:21,908
อย่าลืมว่ามันต้องมีองค์ประกอบของภาพแล้วก็ข้อความนะ หรือตัวเลข ให้นึกถึง ถ้ากลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการเอาไปทำน่ะ เป็นเด็กตัว

752
00:14:25,911 --> 00:14:27,718
เล็ก ๆ ใช่ไหม

753
00:14:27,718 --> 00:14:31,718
แล้วข้อความเกิดมาใช้ภาษาอังกฤษ เด็กเล็ก ๆ ยังไม่รู้

754
00:14:36,086 --> 00:14:39,640
ภาษาอังกฤษคำยาก ๆ นึกออกนะ หรือไปใช้ตัวเลขที่มีค่าสถิติเยอะ ๆ น่ะ

755
00:14:39,640 --> 00:14:43,640
4.000 เด็กมันจะรู้ไหม ไอ้

756
00:14:50,427 --> 00:14:54,427
4 หลังจาก .00 มันคืออะไร เพราะฉะนั้น เราก็เลยต้องรู้จักกลุ่มเป้าหมาย ก็คือไอ้สิ่งนี้ อันแรกบอกจุดประสงค์ก่อน จะ

757
00:14:57,922 --> 00:15:01,922
ทำไปให้ใครเห็นไหมคะ

758
00:15:05,571 --> 00:15:09,571
ทำเพื่อให้ใครอ่านหรือให้ดู และจุดประสงค์ข้อที่ 3 กำหนดหัวข้อ

759
00:15:10,007 --> 00:15:14,007
พอรู้แล้วกลุ่มเป้าหมายเป็นใคร

760
00:15:22,121 --> 00:15:24,033
ใช่ไหมคะ ว่าจะทำหัวข้อนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร คือ ให้นึกถึง ถ้าเด็กน่ะ

761
00:15:24,033 --> 00:15:27,870
หัวข้อเยอะ ๆ เด็กก็คงไม่สนใจแล้วนะ

762
00:15:27,870 --> 00:15:31,870
อาจจะต้องทำหัวข้อให้มันกระชับลงมาอีก

763
00:15:36,264 --> 00:15:39,773
อะไรอย่างนี้นึกออกนะ หรืออาจจะเหลือเพียงหัวข้อเดียว

764
00:15:39,773 --> 00:15:43,773
จากเดิมแบบถ้าเรื่องเรากว้าง แล้วพอมาลงในกลุ่มเด็ก เด็กไม่ควร... ไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องนี้ก็ได้

765
00:15:48,070 --> 00:15:52,070
ก็ได้ก็ตัดออก เหมือนเรื่อง COVID เราไม่ควรให้เด็กรู้ว่าจะ

766
00:15:54,754 --> 00:15:58,754
รักษาตัวอะไรอย่างไร เด็กมันไม่รู้อยู่แล้วนะ

767
00:16:01,466 --> 00:16:03,387
ทำอย่างไรเด็กจะไม่ติด COVID เหมือนเขาอยู่กับเพื่อนนี่

768
00:16:03,387 --> 00:16:07,387
ทำอย่างไร เพราะโดยนิสัย ถ้าบอกเด็ก

769
00:16:08,668 --> 00:16:09,193
อย่ากอดกันนะลูก เพราะเผลอ ๆ

770
00:16:09,193 --> 00:16:13,193
มันก็กอดกันแล้ว นึกออกไหม เหมือนกินข้าว

771
00:16:13,240 --> 00:16:16,619
อย่าเอา... อย่าแบ่งของให้เพื่อนกิน นึกออกไหม

772
00:16:16,619 --> 00:16:17,236
บอกเพื่อนบอก

773
00:16:17,236 --> 00:16:21,236
ใช่ไหม เราต้องมีวิธีการให้เด็กตระหนัก

774
00:16:24,669 --> 00:16:28,669
รู้ว่าถ้าช่วงนี้เป็น COVID นี่ ไม่ควรแบ่ง

775
00:16:31,937 --> 00:16:34,952
ของกินของตัวเองไปให้เพื่อน ไม่ควรไปเล่นกอดรัดฟัดเหวียงกับเพื่อน

776
00:16:34,952 --> 00:16:37,514
จะทำยังไงให้เด็กเห็นนะคะ

777
00:16:37,514 --> 00:16:40,750
เพราะให้นึกถึงว่ากลุ่มเป้าหมายบางกลุ่มนี่ มันบอกยาก

778
00:16:40,750 --> 00:16:44,750
เข้าใจยากนะนะคะ เพราะฉะนั้น ก็ต้องมีวิธีการ

779
00:16:45,496 --> 00:16:48,242
เพราะฉะนั้น ก็ต้องมีการกำหนดหัวข้อ เมื่อได้หัวข้อแล้ว

780
00:16:48,242 --> 00:16:52,242
ก็ค่อยมาจัดลำมับข้อมูล

781
00:16:53,580 --> 00:16:57,580
เหมือนบางอันมีหลายหัวข้อใช่ไหมคะ ต้องทำอย่างไรให้เห็น

782
00:17:01,609 --> 00:17:05,609
คือจัดลำดับข้อมูลคือดึงตัวไหนจะเป็นตัวใหญ่ ตัวเด่น ๆ ขึ้นมาก่อน อย่างนี้นะคะ

783
00:17:07,607 --> 00:17:10,527
แล้วอันไหนจะเป็นข้อมูลย่อย

784
00:17:10,527 --> 00:17:11,644
อะไรอย่างนี้นะคะ ก็มาจัดลำดับข้อมูล เสร็จแล้วก็

785
00:17:11,644 --> 00:17:15,644
มาสร้าง Story Story ในที่นี้ ก็คือ

786
00:17:17,311 --> 00:17:20,752
ทำให้เป็นเหมือนลักษณะผูกร้อยกัน ให้มันเป็นเรื่อง

787
00:17:20,752 --> 00:17:24,752
ราวนึกออกนะ เพราะลักษณะ

788
00:17:26,916 --> 00:17:30,916
ของ Infographic ที่บอก ไม่จำเป็นต้องเป็นลักษณะที่แบบลิสต์

789
00:17:33,765 --> 00:17:35,424
หัวข้อ เหมือนเด็กน่ะ ถ้าไปทำเป็นลิสต์หัวข้อ

790
00:17:35,424 --> 00:17:37,016
จะดูเหมือนเป็นขั้นเป็นตอนไป อาจจะทำเป็นเหมือนนิทานอย่างนี้นะ

791
00:17:37,016 --> 00:17:40,476
คะ Story

792
00:17:40,476 --> 00:17:44,476
แล้วพอได้สตอรี่เราก็มาออกแบบ ออกแบบ

793
00:17:46,207 --> 00:17:50,066
แล้วก็ทำ ก็คือเหมือนวางว่าจะใช้รูปแบบไหน ใช้สีแบบไหน ให้นึกถึง ย้อนกลับไปที่

794
00:17:50,066 --> 00:17:54,066
กลุ่มเป้าหมายด้วยเพราะลักษณะของสีที่ใช้

795
00:17:56,571 --> 00:18:00,571
แต่ละกลุ่มมันก็ไม่เหมือนกัน เพราะทฤษฎีสีเราก็บอกแล้ว

796
00:18:01,554 --> 00:18:04,141
ว่าที่ให้ไปค้นมามันก็จะมีบอก

797
00:18:04,141 --> 00:18:08,141
สีที่ใช้กับเด็กมันควรจะเป็นสี... ให้นึกง่าย ๆ

798
00:18:08,866 --> 00:18:12,866
เสื้อผ้าเด็กเห็นไหมคะ เสื้อผ้าเด็ก

799
00:18:18,517 --> 00:18:22,361
สีเหลืองก็เหลืองอ่อน ไม่เหมือนผู้ใหญ่ เข้ม ๆ ก็ใส่นึกออกนะ แต่เด็กเขาจะไม่ให้ใส่

800
00:18:22,361 --> 00:18:26,361
สีแรงมากอะไรอย่างนี้นะคะ และสุดท้าย เมื่อทำเสร็จแล้วต้องมีการเผยแพร่

801
00:18:34,526 --> 00:18:34,663
Infographic น่ะ เผยแพร่ เช่น ทำออกมาลักษณะเหมือนแผ่นพับ ถ้าเดี๋ยวนี้ ก็คือทำเป็น

802
00:18:34,663 --> 00:18:38,663
Infographic ที่มี...

803
00:18:39,086 --> 00:18:43,086
ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์นี่

804
00:18:44,921 --> 00:18:48,287
ก็คือเคลื่อนไหวได้ด้วยอะไรอย่างนี้นะคะ อีก

805
00:18:48,287 --> 00:18:51,000
แบบหนึ่งไปเลยนะคะ ก็ทำได้หลายแบบนะคะ

806
00:18:51,000 --> 00:18:54,188
เพราะฉะนั้น นี่คือขั้นตอนที่เราจะ

807
00:18:54,188 --> 00:18:58,188
ทำ Infographics ก่อนอื่นเราจะต้อง

808
00:19:04,805 --> 00:19:05,423
รู้จุดประสงค์ก่อน สมมติแม่บอกการบ้านไป บอกว่าทำหัวข้อ

809
00:19:05,423 --> 00:19:09,423
นี้ปุ๊บ แล้วกลุ่มเป้าหมายบอกว่าให้เด็ก ๆ เลือกกลุ่มเป้าหมาย

810
00:19:14,013 --> 00:19:16,568
เอาเอง เพราะประมาณว่าหัวข้อนี้

811
00:19:16,568 --> 00:19:20,568
สามารถทำได้ทุกกลุ่มเป้าหมาย เพียงแต่ใครจะเลือกทำกับ

812
00:19:22,546 --> 00:19:26,546
กลุ่มเป้าหมายไหนนะ เสร็จแล้วก็ค่อยไปหาข้อมูล อะไรที่เมื่อดูแล้วว่ากลุ่มเป้าหมายนี้ทำอย่างนี้

813
00:19:28,329 --> 00:19:30,867
ก็ค่อยทำในลักษณะนี้

814
00:19:30,867 --> 00:19:34,867
นี่ก็คือ แต่เราควรจะรู้ขั้นตอนของมันว่าทำอย่างไรนะคะ

815
00:19:41,194 --> 00:19:42,486
เสร็จแล้วมาดูสิ่งนี้จะต้องรู้นะคะ ไม่รู้ไม่ได้ เพราะ

816
00:19:42,486 --> 00:19:46,486
มันเป็นสิ่งที่บอกว่า

817
00:19:46,961 --> 00:19:49,772
เราควรจะทำหรือไม่ควรจะทำ

818
00:19:49,772 --> 00:19:53,772
สืบค้นด้วยตนเอง สืบค้นไปพร้อมกัน ให้

819
00:19:54,847 --> 00:19:58,847
ค้นคำว่า... ให้ค้นคำว่าหรือเปล่านะ

820
00:20:00,336 --> 00:20:04,336
ให้ค้นคำว่าสิ่งที่ควรทำ

821
00:20:05,605 --> 00:20:09,605
หรือสิ่งที่ไม่ควรทำนะคะ แล้วก็ตามด้วยคำว่า "Infographic" เปิด

822
00:20:11,847 --> 00:20:14,925
เว็บเบราว์เซอร์เราขึ้นมานะคะ

823
00:20:14,925 --> 00:20:18,925
แล้วไปที่ Google

824
00:20:21,799 --> 00:20:22,208
เดี๋ยวพาค้นให้ดู ไหนล่ะ สลับหน้าจอ

825
00:20:22,208 --> 00:20:24,536

826
00:20:24,536 --> 00:20:28,156
โอเค

827
00:20:28,156 --> 00:20:32,156
ค้นด้วยคำว่า "สิ่ง"...

828
00:20:36,139 --> 00:20:38,079
ภาษาไทย ขอโทษ

829
00:20:38,079 --> 00:20:42,079

830
00:20:44,006 --> 00:20:45,429
ทำไมไม่เปลี่ยนให้

831
00:20:45,429 --> 00:20:49,429

832
00:20:58,589 --> 00:21:02,589

833
00:21:02,593 --> 00:21:06,593

834
00:21:06,597 --> 00:21:10,597

835
00:21:12,115 --> 00:21:12,655

836
00:21:12,655 --> 00:21:16,655
เห็นไหมคะ

837
00:21:16,903 --> 00:21:20,903
มันจะขึ้นเลย เราต้องพิมพ์คำว่า สิ่งที่ควรทำ

838
00:21:25,507 --> 00:21:29,507
หรือสิ่งที่ไม่ควรทำ อันใดอันหนึ่ง

839
00:21:31,850 --> 00:21:35,850
ก็ได้นะคะ แล้วก็ตามด้วย Infographic ลงไป ในคำค้นนะคะ เสร็จมันก็จะมีนี่ข้อมูล

840
00:21:46,518 --> 00:21:46,864
ข้อห้าม อันนี้มีแค่ 6 ข้อ

841
00:21:46,864 --> 00:21:48,104
6 ข้อมีอะไรบ้าง อันนี้มี 10 ข้อ

842
00:21:48,104 --> 00:21:51,274
คือ แต่ละเว็บ(ไซต์) ก็บอกไม่เหมือนกัน

843
00:21:51,274 --> 00:21:55,274
นะคะ เราก็สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้

844
00:21:59,997 --> 00:22:00,502
ก็คือ เช่น เจออันแรก 6 มัน

845
00:22:00,502 --> 00:22:03,562
น้อย ดูอัน 6 ก่อน ดูว่า 6 ข้อ

846
00:22:03,562 --> 00:22:03,978
เขาห้ามอะไรบ้าง

847
00:22:03,978 --> 00:22:07,978
นี้

848
00:22:11,643 --> 00:22:15,643
ชื่อก็บอกอยู่แล้วนะคะ 6 ข้อห้าม สำหรับ

849
00:22:18,765 --> 00:22:22,765
Infographic Design ก็คือ 6 ข้อห้ามในการ

850
00:22:25,709 --> 00:22:29,709
ออกแบบ Infographic 6 ข้อห้ามนี้ประกอบด้วยอะไรบ้าง ข้อห้ามข้อที่ 1 บอกว่า ข้อมูล...

851
00:22:31,982 --> 00:22:35,982
ข้อมูลไม่ควรเยอะเกินไป นั่นก็คือ

852
00:22:37,193 --> 00:22:40,200
มันจะไม่เน้นตัวข้อความมากนัก นึกออกนะ

853
00:22:40,200 --> 00:22:44,200
ไม่ควรเน้นข้อมูลมาก ๆ นะคะ

854
00:22:46,605 --> 00:22:47,774
ข้อห้ามข้อที่ 2

855
00:22:47,774 --> 00:22:50,964
บอกว่าข้อมูลไม่ควรซับซ้อน ซับซ้อน

856
00:22:50,964 --> 00:22:54,223
นั่นหมายถึงอย่างไร เหมือน...

857
00:22:54,223 --> 00:22:58,223
เหมือนบอกควรทำอย่างนี้ แล้วมันจะมีข้อ

858
00:22:58,705 --> 00:23:02,705
ต่อ ๆ มีข้อย่อย ๆ นึกออกนะ

859
00:23:03,945 --> 00:23:07,945
ซับซ้อนเกินไปอย่างนี้ ก็ไม่ควรนะคะ

860
00:23:08,836 --> 00:23:12,836
เหมือนพูดเป็นภาษาอังกฤษ เหมือนมีคำภาษาอังกฤษแล้วต้อง

861
00:23:16,181 --> 00:23:19,382
แปลภาษาไทย อะไรอย่างนี้ อย่างนี้นะคะ

862
00:23:19,382 --> 00:23:19,554
คือ จะใช้ทับศัพท์ก็ใช้ไปเลย หรือจะใช้

863
00:23:19,554 --> 00:23:23,368
คำภาษาอังกฤษก็ใช้ไปเลย ไม่ใช่มา

864
00:23:23,368 --> 00:23:27,191
ใส่ Infographic แปลว่า อะไรอย่างนี้ ไม่ต้องนะคะ ก็คือ

865
00:23:27,191 --> 00:23:31,191
ข้อมูลไม่ควรซับซ้อน

866
00:23:36,936 --> 00:23:38,782
สีเยอะเกินไป เห็นไหมคะ เรื่องการใช้สีก็พูดถึง

867
00:23:38,782 --> 00:23:38,919
เพราะ

868
00:23:38,919 --> 00:23:42,919
ในทฤษฎีสี เวลาใช้สีเขาก็บอกว่าไม่ควรใช้สี

869
00:23:46,041 --> 00:23:46,510
เกิน 3 สีนะ

870
00:23:46,510 --> 00:23:50,510
คือ บางคนแบบ ชอบน่ะ สีนี้ก็อยากใช้ สีนี้

871
00:23:52,643 --> 00:23:53,778
ก็อยากใช้ นึกออกนะ มันไม่ได้นะคะ

872
00:23:53,778 --> 00:23:57,778
มันก็มีกฎของการใช้อยู่นะคะ

873
00:23:57,812 --> 00:24:01,812
ข้อต่อมา บอก

874
00:24:03,405 --> 00:24:07,405
อย่าทำให้น่าเบื่อ ก็คือการนำเสนอในลักษณะ Infographic นี่

875
00:24:08,560 --> 00:24:09,984
จะต้องทำให้มันดูน่าสนใจ

876
00:24:09,984 --> 00:24:13,984
นึกออกนะ เหมือนรูปก็เอารูป... ให้นึกถึงว่า

877
00:24:15,107 --> 00:24:19,107
ถ้าถูกต้องตามวัยน่ะ รูปมัน

878
00:24:25,501 --> 00:24:28,249
ก็จะน่าสนใจ อย่างสมมติ เราทำสำหรับเด็กน่ะ

879
00:24:28,249 --> 00:24:29,283
รูปที่เราใช้ดันเป็นรูปที่แบบ

880
00:24:29,283 --> 00:24:33,283
ที่เป็นเหมือนรูปภาพอะไรอย่างนี้ เหมือนภาพจริง ๆ ถ้าเป็นกับเด็ก

881
00:24:34,507 --> 00:24:38,507
เราอาจจะใช้เป็นภาพวาดที่มีสีสัน

882
00:24:42,563 --> 00:24:46,503
สักหน่อยอะไรอย่างนี้ จะดีกว่านะคะ เพราะฉะนั้น บอกว่าอย่าทำให้น่าเบื่อ แล้วต่อมาอย่าเน้นที่การออกแบบ

883
00:24:46,503 --> 00:24:50,503
คือ Infographics นี่เขาไม่ได้เน้นความสวยงามมาก

884
00:24:57,409 --> 00:24:59,155
เขาเน้นที่ว่าเนื้อหากับภาพที่ประกอบกันน่ะ มันสามารถอธิบาย

885
00:24:59,155 --> 00:25:03,155
หรือสื่อความหมายได้ เท่านั้นพอ ไม่ต้องไปทำวิจิตร เลิศหรู

886
00:25:04,913 --> 00:25:08,913

887
00:25:13,288 --> 00:25:14,611
มีดอกไม้ทำเป็นกรอบ ไม่ต้อง ไม่ต้องเน้นที่ความสวยงามมากมายหนักหนานะคะ

888
00:25:14,611 --> 00:25:18,611
และอันดับสุดท้ายบอก

889
00:25:19,285 --> 00:25:23,285
อย่าใส่ตัวเลขมากเกินไป คือ ถึงแม้จะทำ

890
00:25:27,690 --> 00:25:28,420
ในลักษณะที่เป็นเชิงสถิติ เห็นไหม

891
00:25:28,420 --> 00:25:32,302
เขาก็ให้ทำให้เห็นเป็นลักษณะในเชิง

892
00:25:32,302 --> 00:25:35,677
แผนภูมิ แผนภาพแทนนะคะ ก็คือเอาภาพเป็นตัว

893
00:25:35,677 --> 00:25:39,677
เปรียบเทียบ แล้วตัวเลขที่ใส่

894
00:25:46,435 --> 00:25:46,602
อาจจะจากที่เป็นค่าเฉลี่ย อาจจะคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ให้เห็นภาพ ว่า

895
00:25:46,602 --> 00:25:50,602
พอทำเป็นแผนภูมิมันก็จะเห็นสเกลหรือให้เห็น

896
00:25:52,911 --> 00:25:56,911
ชัดเจนว่าเห็นตัวเลขกลุ่มนี้

897
00:26:00,629 --> 00:26:04,555
อะไรลักษณะนี้นะคะ ไม่จำเป็นต้องใส่ค่าเฉลี่ย 4.0000

898
00:26:04,555 --> 00:26:08,555
0 100 ตัวอะไรอย่างนี้

899
00:26:09,154 --> 00:26:13,154
ไม่จำเป็นนะคะ อาจจะใส่แค่เป็นลักษณะเปอร์เซ็นต์ 80 เปอร์เซ็นต์ ไม่จำเป็นต้อง

900
00:26:13,570 --> 00:26:17,570
ตัวเลขที่เป็นทศนิยมเยอะ ๆ หรือตัวเลขที่เป็นหลักล้าน

901
00:26:17,703 --> 00:26:21,703
คือ ใช่อยู่ว่าข้อมูลนั้นเป็นหลักล้าน

902
00:26:22,650 --> 00:26:26,650
ทำให้มันออกมาในแนวเปอร์เซ็นต์ เพื่อเปรียบเทียบตัวอื่น

903
00:26:27,434 --> 00:26:29,623
แทนก็ได้ ไม่ต้องไปใส่ ขายขนม

904
00:26:29,623 --> 00:26:33,623
ชิ้นนี้ได้ตั้ง 5 แสน ชิ้นนี้ได้ตั้ง 100 ล้าน

905
00:26:37,225 --> 00:26:41,225
อะไรอย่างนี้ พอใส่ตัวเลข 100 ล้าน ให้คิดถึงสิ ร้อยล้าน ใช้ตัวอักษรไปกี่ตัว ใช้พื้นที่

906
00:26:42,064 --> 00:26:45,399
ความยาวไปเท่าไหร่ นึกออกนะ

907
00:26:45,399 --> 00:26:49,030
อันนี้เขาบอก 6 ข้อ แล้วเราลอง

908
00:26:49,030 --> 00:26:49,459
มาดูที่เขาบอก 10 ข้อบ้างสิ

909
00:26:49,459 --> 00:26:53,459
มี 2 อัน ดูอันแรกดีกว่านะคะ

910
00:26:55,633 --> 00:26:59,633
เห็นไหมคะ มีใช้สีมากเกินไป

911
00:27:05,193 --> 00:27:07,389
เหมือนกัน ข้อมูลมากเกินไป ข้อ 1 ข้อ 2

912
00:27:07,389 --> 00:27:07,553
มีเหมือนกันเลย อันนี้

913
00:27:07,553 --> 00:27:11,553
อันนี้มีเพิ่มข้อที่ 5 ขึ้นมาที่บอกว่า...

914
00:27:12,909 --> 00:27:16,909
ตัวเลขมากเกินไปก็มีเหมือนกัน

915
00:27:22,494 --> 00:27:26,494
เน้น ๆ อันนี้เขาเรียงให้เห็นตัวหลัก ๆ ก่อน อย่าละเลยข้อมูล

916
00:27:26,501 --> 00:27:28,187
ที่ไม่สามารถระบุหรือแยกแยะได้

917
00:27:28,187 --> 00:27:32,187
คือ เขาบอกว่า Infographics นี่

918
00:27:35,848 --> 00:27:39,036
ในบางเรื่อง มันขาดตัวเลขไม่ได้นะคะ เห็นไหม เหมือนข้อมูลของเลข

919
00:27:39,036 --> 00:27:43,036
ทางสถิติน่ะ เห็นไหมคะ ที่อธิบายไปเมื่อกี้ คือ

920
00:27:47,546 --> 00:27:51,546
มันอย่างไร มันก็ต้องมีตัวเลข แต่จะทำอย่างไร

921
00:27:52,359 --> 00:27:55,748
มันดูไม่เยอะเกินไปอย่างที่บอก ขายขนม เหมือนร้านนี้ อยากรู้

922
00:27:55,748 --> 00:27:59,748
ผลประกอบการตัวเอง ขายขนม 100 อย่าง อันไหนขายดีที่สุด

923
00:28:01,468 --> 00:28:05,468
ต้องไปเอาตัวเลขว่า สมมติว่า

924
00:28:08,576 --> 00:28:10,431
ลูกอมรสช็อกโกแลตขายดีที่สุด

925
00:28:10,431 --> 00:28:11,692
ต้องไปใส่ตัวเลข 100 ล้าน ก็ไม่ใช่

926
00:28:11,692 --> 00:28:15,692
เราเลยใช้วิธีเปลี่ยนเป็นทำเป็นลักษณะแผนภูมิ

927
00:28:16,489 --> 00:28:20,489

928
00:28:26,814 --> 00:28:26,946
ขนมลูกอมรสช็อกโกแลตมีสัดส่วนของส่วนแบ่งของวงกลมน่ะ หรือ

929
00:28:26,946 --> 00:28:30,946
มีชิ้นส่วนของพายน่ะ กว้างกว่า ก็ทำให้ อ๋อ

930
00:28:34,906 --> 00:28:37,619
ตัววนี้ขายดีที่สุดเลย

931
00:28:37,619 --> 00:28:39,967
ลักษณะของภาพมันใหญ่กว่าเพื่อน

932
00:28:39,967 --> 00:28:43,967
นะคะ ไม่จำเป็นต้องไปใส่ตัวเลขให้เห็น

933
00:28:46,567 --> 00:28:47,587
แล้วบอกให้รู้ว่าอันนี้ขายดีสุด ก็ไม่จำเป็นนะคะ

934
00:28:47,587 --> 00:28:51,587
ก็คือเขาเลยบอกว่าอย่าละเลยข้อมูล

935
00:28:57,245 --> 00:28:59,146
ที่ไม่สามารถระบุแยกแยะได้

936
00:28:59,146 --> 00:29:01,775
คือ บางอย่างนี่ เหมือนมันแยกแยะไม่ได้

937
00:29:01,775 --> 00:29:05,775
ถ้าเป็นข้อความ ก็อาจจะต้องใส่ตัวเลขเข้าไปนะคะ

938
00:29:07,773 --> 00:29:11,773
ข้อความก็อาจจะต้อง

939
00:29:14,837 --> 00:29:17,376
เป็นตัวเลขเป็นหลักล้านเราก็ทำให้เห็นเป็นเปอร์เซ็นต์ มันมีเปอร์เซ็นต์มากกว่าอย่างอื่นอย่างนี้

940
00:29:17,376 --> 00:29:18,918
เป็นต้นนะคะ น่าเบื่อ บอกไปแล้วนะ

941
00:29:18,918 --> 00:29:20,043

942
00:29:20,043 --> 00:29:24,043
ข้อนี้ของอันที่ 10 บอกว่าอย่า

943
00:29:30,013 --> 00:29:33,247
ใช้วิธีการพิมพ์ผิด คือ การพิมพ์นี่ มันจะทำให้

944
00:29:33,247 --> 00:29:37,247
รูปแบบของ Infographics เราดูน่าสนใจนะ

945
00:29:43,749 --> 00:29:47,749
ในการออกแบบฟอนต์ ที่ออกแบบช่วงแรก ๆ

946
00:29:49,727 --> 00:29:53,021
ที่บอกว่าฟอนต์ก็มีผลกับคนใช่ไหมคะ เหมือน... หรือมีผลกับข้อความ เช่น

947
00:29:53,021 --> 00:29:57,021
ทำ Font หนังผี Font ที่

948
00:30:00,861 --> 00:30:04,861
มีลักษณะที่สื่อถึงหรือน่ากลัวอะไรอย่างนี้นะคะ แต่ถ้าทำฟอนต์แบบความ รักหวานแหวว

949
00:30:09,153 --> 00:30:13,153
ฟอนต์มันก็ควรออกแนวหวานแหวว ฟรุ้งฟริ้ง

950
00:30:13,848 --> 00:30:17,848
เพราะฉะนั้น อย่าใช้วิธีการ

951
00:30:18,113 --> 00:30:21,611
พิมพ์ผิดนะคะ ก็คือหมายถึง

952
00:30:21,611 --> 00:30:25,611
บางอย่างพอไปพิมพ์น่ะ ข้อมูลบางอย่าง พอไปพิมพ์ แล้ว

953
00:30:32,380 --> 00:30:36,300
บอกไม่ถูกน่ะนึกออกนะ ก็ข้อมูล

954
00:30:36,300 --> 00:30:40,300
ก็ไม่ใช่ว่าพอเอามาทำ Infographic แล้วแปลงได้เองด้วย นั่นก็คือเป็นวิธีการพิมพ์ที่ผิด

955
00:30:44,082 --> 00:30:48,082
ที่เขาบอกนะคะ เหมือนที่บอกว่าแปลงจากตัวเลขหลักล้านมาเป็นเปอร์เซ็นต์

956
00:30:51,134 --> 00:30:52,257
ได้เพราะมันเห็นภาพนะ แต่บางอย่างมันไปแปลงไม่ได้

957
00:30:52,257 --> 00:30:55,787
เหมือนข้อมูลที่ต้องบอกตามความเป็นจริง เช่น

958
00:30:55,787 --> 00:30:59,787
ข้อมูลผู้ป่วย

959
00:31:03,141 --> 00:31:04,039
ก็อาจจะต้องบอกเป็นจำนวนตัวเลขอย่างแน่นอนนะคะ

960
00:31:04,039 --> 00:31:08,039
อย่าใช้วิธีการไปบิดเบือนเป็นเปอร์เซ็นต์ เป็นอะไรอย่างนี้

961
00:31:12,046 --> 00:31:16,046
เป็นต้นนะคะ และอีกข้อหนึ่งที่สำคัญ อย่าใช้ข้อมูลที่ผิด

962
00:31:19,410 --> 00:31:22,596
ข้อมูลที่เอามาใช้ใน Infographic จะต้องเป็นข้อมูล

963
00:31:22,596 --> 00:31:25,832
มีที่มาที่ไป อ้างอิงได้ นึกออกนะคะ

964
00:31:25,832 --> 00:31:29,269
ไม่ใช่ว่าเหมือนบอก แม่บอกหัวข้อไป แล้วเด็ก ๆ ก็ไป

965
00:31:29,269 --> 00:31:33,269
คิดเรื่องไปทำ Story

966
00:31:33,794 --> 00:31:37,794
ที่ตัวเองสร้างมาเองก็ใช้ไม่ได้ เพราะเป็นการนำข้อมูล

967
00:31:38,662 --> 00:31:38,872
ที่ไม่ถูกต้องมาใช้นะคะ มันต้อง

968
00:31:38,872 --> 00:31:41,923
ใช้ข้อมูลที่มันมีที่มาที่ไปด้วยนะคะ

969
00:31:41,923 --> 00:31:45,923

970
00:31:46,550 --> 00:31:50,550
เขาบอกว่าอย่าใช้แบบ

971
00:31:53,574 --> 00:31:55,144
เป็นวงกลม

972
00:31:55,144 --> 00:31:56,441

973
00:31:56,441 --> 00:32:00,441
แบบเป็นวงกลมในที่นี้ เหมือนให้เป็นลักษณะ

974
00:32:04,475 --> 00:32:08,475
ข้อมูลที่ใส่เป็นวงกลมน่ะ

975
00:32:09,982 --> 00:32:10,442
คือ พวกกราฟน่ะ เป็นวงกลมได้ แต่บางอย่าง

976
00:32:10,442 --> 00:32:14,442
ไม่ควรออกแบบให้เป็นลักษณะวงกลม นึกออกนะคะ

977
00:32:16,084 --> 00:32:20,084
บางทีนึกอะไรไม่ออก ทำเป็นกราฟวงกลม

978
00:32:24,010 --> 00:32:28,010
อย่างเดียว อะไรอย่างนี้ก็ไม่ใช่ เพราะข้อมูลบางอย่าง ก็

979
00:32:28,822 --> 00:32:32,822
ออกแบบเป็นในลักษณะของวงกลมน่ะค่ะ ก็จะมี 10 ข้อ คือ มีข้อแตกต่างเพิ่มมา 6 ข้อ เช่น

980
00:32:33,617 --> 00:32:36,692
อย่าออกแบบเป็นวงกลม

981
00:32:36,692 --> 00:32:38,224
อย่านำเสนอข้อมูลที่ผิดนะ แล้วก็

982
00:32:38,224 --> 00:32:42,224
ไม่ให้ละเลยข้อมูลที่ระบุแยกไม่ได้

983
00:32:42,445 --> 00:32:46,445
อะไรอย่างนี้ ส่วนอื่นเหมือนกัน เห็นไหมคะ 6 ข้อ

984
00:32:54,936 --> 00:32:56,494
และก็มี 4 ข้อที่แตกต่างมา

985
00:32:56,494 --> 00:32:59,789
นิด ๆ หน่อย ๆ อย่างนี้นะคะ นั่นก็คือข้อ

986
00:32:59,789 --> 00:33:03,789
ที่เวลาเราทำเราควรกลับมาดูด้วย ว่าข้อไหนที่จะเป็นข้อบกพร่อง หรือข้อห้ามในการทำ

987
00:33:04,202 --> 00:33:05,349
นะคะ

988
00:33:05,349 --> 00:33:09,349
แล้วทีนี้มาดูอีกหัวข้อหนึ่ง เขาบอก How to

989
00:33:13,738 --> 00:33:16,732
ควรมีและไม่ควรมี อันนี้บอกทั้ง 2 เลยว่า

990
00:33:16,732 --> 00:33:17,328
ควรมีและไม่ควรมีนะคะ

991
00:33:17,328 --> 00:33:20,323

992
00:33:20,323 --> 00:33:24,323
ไม่ ๆ

993
00:33:27,199 --> 00:33:29,337
ไม่ต้องโฆษณา

994
00:33:29,337 --> 00:33:33,105

995
00:33:33,105 --> 00:33:37,105
เขาพูดถึงว่าทำไม

996
00:33:42,254 --> 00:33:46,254
ทำไมเราถึงต้องมาใช้ Infographic ก่อนเลย เขาบอกว่า

997
00:33:47,273 --> 00:33:51,273
การทำงานของสมองคนนี่นะคะ มันจะเป็นในลักษณะ visual

998
00:33:57,716 --> 00:34:01,716
conten ก็คือการที่

999
00:34:02,470 --> 00:34:06,355
มองเนื้อหาที่... ที่มีมุมมองในการมองเนื้อหานี่ ที่สูง

1000
00:34:06,355 --> 00:34:10,355
ถึง 60,000 ครั้งเลยนะคะ ซึ่งจะมอง

1001
00:34:13,953 --> 00:34:17,866
เห็นได้เร็วมากกว่า Text ก็คือมองเนื้อหาที่เป็นภาพน่ะ

1002
00:34:17,866 --> 00:34:19,171
จำได้ง่ายกว่า ให้นึกถึงเหมือนทำไมเด็ก ๆ

1003
00:34:19,171 --> 00:34:23,171
ชอบถ่ายรูป เพราะอะไรคะ การถ่ายรูปจะทำให้

1004
00:34:23,678 --> 00:34:27,678
มองเห็นใช่ไหมคะ

1005
00:34:29,909 --> 00:34:33,909
หรือรู้ข้อมูลของสิ่งนั้น ๆ ได้ง่ายกว่าไปอ่านเอา

1006
00:34:35,496 --> 00:34:38,157
เหมือนถ่ายออกมาปุ๊บ ดูรูปปุ๊บรู้เลย

1007
00:34:38,157 --> 00:34:42,157
ตรงนี้คือที่ไหน อะไรอย่างไร อย่างนี้นะคะ การมองเห็น

1008
00:34:43,222 --> 00:34:47,222
สิ่งที่เป็นภาพนี่มันจะจำได้ง่ายกว่า

1009
00:34:48,664 --> 00:34:52,664
เด็กตัวเล็ก ๆ ยังพูดไม่ได้ เห็นไหม สิ่งที่เด็ก ๆ

1010
00:34:53,221 --> 00:34:56,994
จำได้ดี ก็คือเขาใช้วิธีการมองใช่ไหมคะ เขา

1011
00:34:56,994 --> 00:35:00,994
จำพ่อแม่ได้ เพราะเขาเห็นพ่อแม่เขาทุกวัน

1012
00:35:06,987 --> 00:35:09,474
เห็นพี่เห็นน้องเขาทุกวัน นั่นคือการจำของ

1013
00:35:09,474 --> 00:35:09,693
เด็ก ให้ดูจากวิวัฒนาการของคนนั่นเอง คนเราสิ่งที่จำได้ ก็คือ

1014
00:35:09,693 --> 00:35:13,693
เด็กตัวเล็ก ๆ ก็คือการมองเห็นนะ

1015
00:35:18,125 --> 00:35:22,125
ต่อมาเขาค่อยมาดูว่าเป็นการจำเสียง จำ

1016
00:35:23,103 --> 00:35:26,846
ได้อย่างไร เพราะอะไร เพราะเด็กตัวเล็ก ๆ

1017
00:35:26,846 --> 00:35:30,846
เห็นคนมาอยู่ตรงหน้าเขาก็จะมองตามใช่ไหมคะ เห็นวัตถุเคลื่อนไหว

1018
00:35:31,172 --> 00:35:35,172
เขาจะมองตาม แต่บางทีเรียก เขายังไม่รู้

1019
00:35:38,999 --> 00:35:41,271
ว่าเขาชื่ออะไรใช่ไหมคะ คือ เขาได้ยินเสียงแต่เขาไม่ได้จำว่าเสียงนี้คือเสียง

1020
00:35:41,271 --> 00:35:42,851
อะไรอย่างนี้นะคะ เพราะฉะนั้น เขาจะจำ

1021
00:35:42,851 --> 00:35:45,027
ภาพได้ก่อน

1022
00:35:45,027 --> 00:35:49,027
แล้วทำไมเขาบอกว่า แต่ทำไมถึงใช้แต่ภาพอย่างเดียวไม่ได้

1023
00:35:53,431 --> 00:35:56,333
เพราะอะไร เพราะภาพบางอย่างถ้าไม่ใส่

1024
00:35:56,333 --> 00:36:00,333
ข้อมูลลงไป มันก็ทำให้ไม่รู้ว่าไอ้ตัวนี้หมายถึงอะไร

1025
00:36:00,510 --> 00:36:04,510
สื่อถึงอะไร นึกออกนะ เหมือนถ้าทำกราฟวงกลม

1026
00:36:04,962 --> 00:36:08,962
แล้วแบ่งชิ้นส่วนออกมา เป็น 80, 90, 100

1027
00:36:09,967 --> 00:36:12,007
คือ ชิ้นส่วนของอะไรก็ไม่รู้ ก็ต้องมีข้อมูล

1028
00:36:12,007 --> 00:36:13,079
ใส่เข้ามาด้วย อย่างนี้เป็นต้นนะคะ

1029
00:36:13,079 --> 00:36:17,079
ทีนี้เขาพูดถึง The Bad

1030
00:36:26,188 --> 00:36:27,352
The Bad ก็คือสิ่งที่ไม่ดีก่อน

1031
00:36:27,352 --> 00:36:29,711
อันแรกบอก Too much data

1032
00:36:29,711 --> 00:36:31,284
To ก็คือมากเกินไป

1033
00:36:31,284 --> 00:36:35,284
ข้อมูลมีข้อมูลมากเกินไปเหมือนในตัวอย่าง

1034
00:36:42,097 --> 00:36:44,593
มีรูปตัวเลขไอ้นี่ ซ้อน ๆ กันเยอะ ๆ พอดูแล้ว ไอ้พวก

1035
00:36:44,593 --> 00:36:48,593
ไม่ชอบตัวเลขนี่ เห็นตัวเลขปุ๊บกระโดดหนีเลย เห็นตัวเลขไม่ได้

1036
00:36:50,010 --> 00:36:53,114
จริง ๆ นะ บางคนไม่ชอบตัวเลข

1037
00:36:53,114 --> 00:36:56,239
ไม่ดูดีกว่า ไปแล้ว ก็มี

1038
00:36:56,239 --> 00:36:58,809
มันเป็นอะไรน่ะ

1039
00:36:58,809 --> 00:37:02,809
เขาเรียกเป็นลักษณะของปฏิกิริยา

1040
00:37:08,994 --> 00:37:10,429
กลไกอัตโนมัติของ

1041
00:37:10,429 --> 00:37:13,377
เห็นเลขแล้วปวดหัว หนีดีกว่า เหมือนพวกที่ไม่ชอบเรียน

1042
00:37:13,377 --> 00:37:17,377
คณิตศาสตร์น่ะนะ พอเห็นตัวเลข

1043
00:37:18,646 --> 00:37:22,646
ไม่เอาแล้ว ไม่ไหว ดูต่อไม่ได้ เวียนหัว อย่างนี้นะคะ มันจะ

1044
00:37:22,811 --> 00:37:26,811
มีปฏิกิริยา

1045
00:37:30,426 --> 00:37:34,426
ไม่ดูต่อนะคะ เขาบอกว่าระหว่างที่เป็นภาพ

1046
00:37:36,519 --> 00:37:40,519
2D กับ 3D นี่

1047
00:37:42,479 --> 00:37:46,479
ถ้าเป็นกราฟน่ะ ทำเป็น 2D มันจะเห็นชัดเจน

1048
00:37:46,541 --> 00:37:49,986
เห็นความหนา ความลึกน่ะ ก็ทำให้เห็น

1049
00:37:49,986 --> 00:37:52,751
มีความมากกว่า น้อยกว่าอย่างไร อะไรอย่างนี้นะคะ

1050
00:37:52,751 --> 00:37:56,287
ลักษณะของภาพ

1051
00:37:56,287 --> 00:37:56,427
อีกแบบหนึ่ง เขาบอกว่า

1052
00:37:56,427 --> 00:38:00,427
การทำแบบ 3D นี่

1053
00:38:02,823 --> 00:38:06,823
มันทำให้ดูเจ๋งก็จริง แต่ทำให้ข้อมูล

1054
00:38:10,649 --> 00:38:10,935
บิดเบือนได้

1055
00:38:10,935 --> 00:38:14,935
เพราะดูจากอย่างนี้แล้ว ลักษณะมันเหมือนกับ

1056
00:38:16,161 --> 00:38:20,161
หลอกตาค่ะ ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้ว มัน

1057
00:38:21,097 --> 00:38:25,097
อาจจะเท่ากันก็ได้ ไอ้ 3 ตัวนี้ นึกออกนะ ถ้าดูในมุมนี้

1058
00:38:26,537 --> 00:38:30,537
ก็จะเหมือนเท่ากัน แต่พอดูใน 3D

1059
00:38:34,124 --> 00:38:38,124
อะไรอย่างนี้นะคะ หัวข้อต่อมาบอกว่า

1060
00:38:40,331 --> 00:38:44,331
Graphs that just don’t add up

1061
00:38:45,775 --> 00:38:49,775
สถิติต่าง ๆ ไว้ในกราฟเดียว

1062
00:38:51,088 --> 00:38:54,806

1063
00:38:54,806 --> 00:38:58,806
นี่ เขาบอกเป็นการรวม Baby Boomer

1064
00:39:06,992 --> 00:39:10,992
ที่มีถึง 243 เปอร์เซ็นต์ คือ ถ้าเป็นเปอร์เซ็นต์มันก็ควรจะรวมไม่เกิน 100 เปอร์เซ็นต์

1065
00:39:11,752 --> 00:39:12,308
อันไหนมากสุด อันไหนน้อยสุด อันไหนกลาง ๆ นะ

1066
00:39:12,308 --> 00:39:16,308
อันนี้ พอรวมไปถึง

1067
00:39:19,175 --> 00:39:21,454
เห็นไหม 40 กับ 42 ก็เท่าเทียมกัน

1068
00:39:21,454 --> 00:39:25,454
หรือ 61 กับ 78 ก็อยู่ในโซนกัน

1069
00:39:27,848 --> 00:39:31,197
ก็เลย เอ๊ะ ดูไม่ออกว่าอันไหนจะมากกว่ากัน มากกว่ากันอย่างไร

1070
00:39:31,197 --> 00:39:35,197
คือ ถ้าตัวเลขต่างกันมากมาก

1071
00:39:36,249 --> 00:39:36,728
78 กับ 22 เห็นชัด แต่ถ้า 42 กับ 40

1072
00:39:36,728 --> 00:39:40,554
มันก็ดูไม่ต่างกันเท่าไร อะไรอย่างนี้นะคะ

1073
00:39:40,554 --> 00:39:42,476
เขาก็เลยบอกว่าไม่ควรรวมสถิติ

1074
00:39:42,476 --> 00:39:46,476
ที่แตกต่างกัน เอาไว้

1075
00:39:50,109 --> 00:39:52,772
ในกราฟเดียวกัน ว่าอย่างนั้นเถอะนะคะ

1076
00:39:52,772 --> 00:39:56,772

1077
00:39:58,522 --> 00:39:59,577
Keep it simple

1078
00:39:59,577 --> 00:40:03,577
ตัวอย่างต้องอ่านง่าย ๆ ค่ะ ทำให้ดูง่าย

1079
00:40:10,914 --> 00:40:12,404
แต่อันนี้ เห็นไหม อีรุงตุงนังไปหมดเลย

1080
00:40:12,404 --> 00:40:13,714
อย่าไปทำนะคะ มันไม่ดีเลยนะคะ

1081
00:40:13,714 --> 00:40:17,714
ทีนี้มาดูสิ่งที่ควรทำ

1082
00:40:20,419 --> 00:40:24,419
Use Pictures and icons

1083
00:40:31,135 --> 00:40:31,460
หลีกเลี่ยงการใช้ Text นะคะ เห็นไหมคะ พยายามใช้รูป เน้นรูปหน่อย

1084
00:40:31,460 --> 00:40:35,460
Text น้อย ๆ รูปใหญ่ใหญ่

1085
00:40:39,090 --> 00:40:42,465
ไม่ได้เน้นที่ข้อความอะไรอย่างนี้

1086
00:40:42,465 --> 00:40:46,465
ใช้สี การใช้สีนะคะ ให้ใช้สีโทนเดียว เห็นไหมคะ

1087
00:40:48,143 --> 00:40:52,143
ไม่ใช้สีที่ตัดกันมากเกินไป

1088
00:40:57,034 --> 00:41:01,034
3 สี เขียวเห็นไหมคะ โทนเขียว โทนส้ม แล้วก็เหลืองแค่นั้นเอง ใช้อยู่ 3 สีนะคะ

1089
00:41:02,318 --> 00:41:06,318
แล้วก็ออกแบบให้สอดคล้องกับหัวข้อ

1090
00:41:10,643 --> 00:41:14,643
Consistent

1091
00:41:15,472 --> 00:41:16,351
ถ้าดูอย่างนี้น่าจะพูดถึงรถไหมคะ

1092
00:41:16,351 --> 00:41:17,521
พูดถึง...

1093
00:41:17,521 --> 00:41:21,521
เห็นไหมคะ

1094
00:41:25,946 --> 00:41:28,232
นี่ การจราจร

1095
00:41:28,232 --> 00:41:32,232
นี่เห็นไหมพูดถึงการจราจร

1096
00:41:33,130 --> 00:41:34,094
เสาไฟจราจรมาเป็นตัวหลัก

1097
00:41:34,094 --> 00:41:38,094
เป็นตัวยืนตรงกลาง เป็นจุดสนใจ

1098
00:41:44,311 --> 00:41:44,795
ก็น่าจะเหมือนพูดถึงรถหรือพูดถึงจราจร

1099
00:41:44,795 --> 00:41:46,681
เขาเรียกว่าอะไรนะ ใช้เกใช่ไหม

1100
00:41:46,681 --> 00:41:50,681
สเกลวัด เกรถน่ะ สเกลรถน่ะ

1101
00:41:51,342 --> 00:41:55,342
เช่น วัดความเร็ว วัดค่าน้ำมัน

1102
00:41:57,375 --> 00:41:58,642
ลักษณะนะคะ เป็นจุด

1103
00:41:58,642 --> 00:42:02,642
พอมองปุ๊บเรื่องนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับรถ หรือ

1104
00:42:06,333 --> 00:42:10,333
การจราจรอะไรอย่างนี้นะคะ แล้วก็ควรมีการเสริมข้อมูลที่เกี่ยวความเกี่ยวข้อ

1105
00:42:19,188 --> 00:42:23,188
แต่ไม่ควรมีมากเกินไปนะคะ นั่นก็คือสิ่งที่ควรทำนะคะ นี่ก็คือ

1106
00:42:24,123 --> 00:42:28,123
เราต้องรู้ข้อมูลพวกนี้ด้วย

1107
00:42:29,687 --> 00:42:32,986
มีเพิ่มก็ลองไปเปิดดูได้นะคะ มาดู

1108
00:42:32,986 --> 00:42:35,331
หัวข้อต่อมาของเรา

1109
00:42:35,331 --> 00:42:39,331
นะคะ

1110
00:42:44,245 --> 00:42:47,760
เมื่อกี้พูดถึง Infographics แล้ว

1111
00:42:47,760 --> 00:42:50,605
อีกตัวหนึ่งที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ

1112
00:42:50,605 --> 00:42:52,346
Typo graphic Typo ก็คือข้อความ แต่เดิม

1113
00:42:52,346 --> 00:42:56,346
เราพูดถึงแต่ Text นะ การใช้ Text แต่ทีนี้

1114
00:42:58,981 --> 00:43:02,981
มันต่างจาก Text อย่างไร

1115
00:43:10,064 --> 00:43:07,361

1116
00:43:04,845 --> 00:43:08,845
อยากอธิบายก่อนว่า Typography คืออะไร

1117
00:43:10,557 --> 00:43:14,557
ดูไปด้วยกันก็ได้ เด็ก ๆ พิมพ์ beartheschool

1118
00:43:16,338 --> 00:43:20,264
.com นี่ก็ได้ หรือพิมพ์ Typography

1119
00:43:20,264 --> 00:43:24,264
คืออะไร ก็ได้ เพื่อจะเข้าไปที่เว็บไซต์นี้นะคะ

1120
00:43:24,977 --> 00:43:28,241
พิมพ์อย่างนี้นะคะ

1121
00:43:28,241 --> 00:43:32,241
T ตัว T นะคะ

1122
00:43:38,611 --> 00:43:42,611
T-y นะ

1123
00:43:54,207 --> 00:43:55,442
ไหนล่ะ

1124
00:43:45,687 --> 00:43:49,687
สไลด์ ๆ ๆ

1125
00:43:50,829 --> 00:43:52,733
T-y-p-o-

1126
00:43:52,733 --> 00:43:56,733
g-r-a-

1127
00:43:57,435 --> 00:44:01,435
p-h-y นะคะ Typography

1128
00:44:04,339 --> 00:44:08,339
Typography Typography

1129
00:44:10,718 --> 00:44:14,718
แล้วก็ตามด้วยคำว่า "คืออะไร " พิมพ์คำนี้แล้วกด Enter

1130
00:44:16,295 --> 00:44:20,295
T-y

1131
00:44:23,298 --> 00:44:26,929
p-o Typo g

1132
00:44:26,929 --> 00:44:28,243
-r-a-p-h-y

1133
00:44:28,243 --> 00:44:32,243
Typography และก็ตามด้วยคำภาษาไทยว่า

1134
00:44:39,851 --> 00:44:42,409

1135
00:44:34,416 --> 00:44:35,469
"คืออะไร"

1136
00:44:35,469 --> 00:44:39,446
ลืมแก้ ขอโทษ ๆ

1137
00:44:39,446 --> 00:44:42,100
คืออะไร

1138
00:44:42,100 --> 00:44:46,100
และกด Enter เห็นไหมคะ

1139
00:44:46,766 --> 00:44:50,766
ตัวแรกเลยนะคะเด็ก ๆ

1140
00:44:54,132 --> 00:44:56,057
Typography คืออะไร ทำไมต้องรู้

1141
00:44:56,057 --> 00:44:58,518
ต้องรู้สิ เพราะเราจะทำงาน

1142
00:44:58,518 --> 00:45:02,518
ในการออแบบสื่อดิจิทัลนี่ ไอ้ตัวนี้จะต้องรู้จัก

1143
00:45:04,726 --> 00:45:08,726
มันนะคะ คลิกเข้าไปเลยค่ะ

1144
00:45:13,129 --> 00:45:15,111
ใครที่เปิดมาเจอ ก็จะเห็นหน้าพี่

1145
00:45:15,111 --> 00:45:19,111
คนนี้ขึ้นมานะคะ คือ เขาบอกว่าถ้าเกี่ยวกับ

1146
00:45:28,506 --> 00:45:35,766
ไม่ว่าจะเป็นงาน

1147
00:45:18,086 --> 00:45:22,086
การงานออกแบบที่...

1148
00:45:23,965 --> 00:45:27,965
กราฟิกดีไซน์ หรือโมชันดีไซน์

1149
00:45:32,902 --> 00:45:36,523
ก็คือการออกแบบในยุคใหม่ว่าอย่างนั้นเถอะนะคะ จะต้องมี Typography

1150
00:45:36,523 --> 00:45:40,523
เข้ามาเกี่ยวข้องทั้งนั้น ทีนี้ไอ้

1151
00:45:45,735 --> 00:45:49,451
Typography หรือ Type Design คืออะไร

1152
00:45:49,451 --> 00:45:50,041
เขาแยกออกมาเป็น 2 ตัว ตัวแรก ก็คือ Typography นะคะ

1153
00:45:50,041 --> 00:45:54,041
เขาบอกว่ามันเป็นเทคนิค

1154
00:46:01,256 --> 00:46:01,399
ที่เราจะใช้ศิลปะกับ

1155
00:46:01,399 --> 00:46:01,669
ตัวอักษรนี่นะคะ

1156
00:46:01,669 --> 00:46:05,669
มาทำให้สื่อหรือ

1157
00:46:05,923 --> 00:46:09,923
การออกแบบของเรามันดูน่าสนใจ

1158
00:46:14,695 --> 00:46:18,640
นะคะ โดยใช้วิธีจัดวางตัวอักษรนะคะ

1159
00:46:18,640 --> 00:46:22,640
ทีนี้

1160
00:46:28,152 --> 00:46:32,152
มันจะต่างจาก Font Font มันออกแบบตัวอักษร

1161
00:46:35,317 --> 00:46:39,317
ให้รูปแบบของตัวอักษรที่แตกต่างกัน Typography นี่ ก็คือเอาตัวอักษรมาวาง

1162
00:46:41,552 --> 00:46:43,606
ให้มันมี... เขาเรียกว่า "มีลักษณะหรือลูกเล่นที่น่าสน

1163
00:46:43,606 --> 00:46:46,964
ใจ" นั่นเองนะคะ คือไม่ใช่ว่า

1164
00:46:46,964 --> 00:46:49,709
นึกออกนะ เราต้องเอาตัวอักษรนั้น

1165
00:46:49,709 --> 00:46:50,462
มาจัดวางให้มันดูน่าอ่าน

1166
00:46:50,462 --> 00:46:54,462
หรือสื่ออะไรอย่างนี้นะคะ อันนั้นคือ Typography

1167
00:46:57,045 --> 00:47:01,045
ส่วน Type Design

1168
00:47:07,325 --> 00:47:07,693
นั้นเป็นการเขาเรียกว่าสร้างชุดกลุ่ม

1169
00:47:07,693 --> 00:47:11,693
ตัวอักษรเป็นแบบต่าง ๆ นะคะ หรือจะเรียกว่า "Tpyeface" นะคะ

1170
00:47:13,856 --> 00:47:15,613

1171
00:47:15,613 --> 00:47:19,613
เห็นไหมคะ มันจะต่างกันนะคะ Typography ก็คือ

1172
00:47:21,413 --> 00:47:25,413
เอาตัวพิมพ์ใช่ไหมคะ หรือฟอน

1173
00:47:31,341 --> 00:47:33,210
ต์ที่สร้างไว้แล้วน่ะมาวางเรียง

1174
00:47:33,210 --> 00:47:37,210
เอาตัวนั้นมาเรียงเป็นชุดเลย

1175
00:47:37,518 --> 00:47:39,749
จัดรูปแบบอะไรแล้ว เพื่อให้คนอื่นนำมาใช้ว่าอย่างนั้นเถอะ

1176
00:47:39,749 --> 00:47:41,376
มาดูลักษณะของ Type Face

1177
00:47:41,376 --> 00:47:43,118
หรือฟอนต์นะคะ จะเป็นลักษณะนี้ นี่

1178
00:47:43,118 --> 00:47:47,118
ก็คือส่งที่ทำมานี่

1179
00:47:53,809 --> 00:47:54,792
หรือฟอนต์นั่นเอง A, B, C, D ,E พวกนี้

1180
00:47:54,792 --> 00:47:56,999
หรือฟอนต์อีกแบบหนึ่ง a, b, c d

1181
00:47:56,999 --> 00:48:00,999
เขาก็จะเปลี่ยนไปอย่างนี้นะคะ เป็นชุด แต่ถ้าเป็น Typography นะ

1182
00:48:01,157 --> 00:48:04,060
ก็คือเอาไอ้ตัวนี้

1183
00:48:04,060 --> 00:48:08,060
ตัวอักษรพวกนี้แต่ละตัว หรือเอา

1184
00:48:09,915 --> 00:48:13,521
ของฟอนต์ตัวนี้หรือของตัวอื่นก็ได้ มา

1185
00:48:13,521 --> 00:48:16,114
จัดเรียงให้เป็น... เขาเรียกว่าอะไรล่ะ เป็นการ

1186
00:48:16,114 --> 00:48:20,114
ออกแบบ เป็นแบบไหม

1187
00:48:20,145 --> 00:48:22,684
เหมือนวางตัว...

1188
00:48:22,684 --> 00:48:26,684
อันนี้อาจจะยังเห็นตัวอย่างไม่เยอะ

1189
00:48:28,305 --> 00:48:32,305
เหมือน CANNESS นี่

1190
00:48:32,607 --> 00:48:36,607
โดยปกติถ้าเราพิมพ์

1191
00:48:43,368 --> 00:48:45,407
มันก็จะติดกันนะ ข้อความนี่ แต่ถ้าทำแบบ Typography ก็คือเอามาเป็นตัว ๆ แล้วก็วางเรียง

1192
00:48:45,407 --> 00:48:49,407
อาจจะไม่เรียงตามแนวนี้ อาจจะเรียงสลับขึ้น-ลง แล้วแต่คนจะเรียงด้วยนะคะ

1193
00:48:53,762 --> 00:48:57,762

1194
00:48:59,387 --> 00:49:00,572
เหมือนตัวนี้ เห็นไหมคะ เอาวางแค่ 3 ตัว แล้วเอามือถือ

1195
00:49:00,572 --> 00:49:04,572
มาคั่นตัวนี้ แล้วใช้ตรงมือถือแทนตัวอะไรนี่

1196
00:49:05,922 --> 00:49:09,922

1197
00:49:15,398 --> 00:49:19,398
Predator หรือ ให้ตีความนะคะ อย่างนี้เป็นต้น ถ้าเป็นมือถือ ฝรั่งเขาจะเรียก Mobile อาจจะแทนตัว M

1198
00:49:26,963 --> 00:49:30,963

1199
00:49:31,404 --> 00:49:34,114
แต่ Predator คืออะไร ไม่ใช่ มันแทนอะไรได้อีก

1200
00:49:34,114 --> 00:49:38,114
มือถือ เรียก Mobile ได้ เรียกอะไรได้อีกอย่างหนึ่ง ไม่รู้สิ เมืองนอกเขาเรียก...

1201
00:49:42,463 --> 00:49:46,463

1202
00:49:47,418 --> 00:49:48,087
มือถือเขาก็เรียกหลายแบบอยู่นะ

1203
00:49:48,087 --> 00:49:52,087
เหมือนถ้าเอา Apple มาวางแทนนี่ แม่จะสื่อมันถึง Apple

1204
00:50:07,376 --> 00:50:08,967
เป็นตัว A เลย

1205
00:49:55,815 --> 00:49:59,815

1206
00:50:03,424 --> 00:50:06,552
อย่างนี้เป็นต้นนะคะ

1207
00:50:06,552 --> 00:50:10,552
ภาพด้วยก็ได้อย่างนี้ มันเรียกว่าเป็น Typography ก็คือทำให้ตัวอักษรมันเป็น...

1208
00:50:17,727 --> 00:50:21,727
ในมุมมองที่เป็นต

1209
00:50:22,614 --> 00:50:28,222
ัวอักษรที่ได้รับการออกแบบ

1210
00:50:08,886 --> 00:50:12,886

1211
00:50:19,430 --> 00:50:23,430
อีกทีหนึ่งนะคะ

1212
00:50:31,440 --> 00:50:32,846
มีส่วนมาใช้เหมือนกันนะคะ เพราะฉะนั้น ถ้าเรา

1213
00:50:32,846 --> 00:50:36,846
จะทำ Motion นี่ หรือ Infographic

1214
00:50:41,663 --> 00:50:44,818
พูดผิด ๆ ถ้าเราจะทำ Infographic เราก็ควรจะ

1215
00:50:44,818 --> 00:50:48,818
รู้ถึงลักษณะของ Typography

1216
00:50:50,703 --> 00:50:51,717
ทีนี้ พร้อมจะลงมือปฏิบัติ

1217
00:50:51,717 --> 00:50:55,717
หรือยังคะ แต่ก่อนจะลงมือปฏิบัติ

1218
00:50:59,511 --> 00:50:57,392

1219
00:50:51,736 --> 00:50:55,736
เดี๋ยวตอนนี้กี่โมงแล้ว เบรกก่อนไหม เดี๋ยวเราพักเบรกสักแป๊บหนึ่ง

1220
00:51:01,505 --> 00:51:05,505

1221
00:51:07,476 --> 00:51:09,010
ไปโมสมองใหม่นะคะ ไปชาร์จไฟให้ตัวเอง

1222
00:51:09,010 --> 00:51:13,010
ให้ไปพักเข้าห้องน้ำ หรือจะไปดื่มน้ำให้สดชื่นเสียหน่อยก็ได้นะคะ วันนี้บรรยากาศ

1223
00:51:17,560 --> 00:51:21,560
เย็น ชวนน่านอนมากเลย 10 นาที ให้เวลา

1224
00:51:23,150 --> 00:51:25,562
พักเบรก 10 นาที ใครจะไปเข้าห้องน้ำ ได้ค่ะ พี่ล่ามเขาก็จะได้พักเหมือนกันนะคะ

1225
00:51:25,562 --> 00:51:29,562
อีก 10 นาทีเจอกัน เวลาไม่ขึ้น เวลาอยู่ไหน

1226
00:51:39,486 --> 00:51:38,727
หาเวลาก่อน

1227
00:51:30,788 --> 00:51:34,788
ตอนนี้กี่โมง 10.02 น. เดี๋ยว

1228
00:51:40,518 --> 00:51:41,297
10.12 น. เราจะเข้ามาเจอกันใหม่

1229
00:51:41,297 --> 00:51:44,081
นะคะเด็ก ๆ เดี๋ยวเราจะทำ Infographic

1230
00:51:44,081 --> 00:51:48,081
กันนะคะ พักได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ พี่ล่าม

1231
00:51:53,552 --> 00:51:57,552
ค่ะ

1232
00:52:03,515 --> 00:52:07,515

1233
00:52:07,519 --> 00:52:11,519

1234
00:52:11,521 --> 00:52:15,521

1235
00:52:15,522 --> 00:52:19,522

1236
00:52:19,524 --> 00:52:23,524

1237
00:52:27,532 --> 00:52:31,532

1238
00:52:31,533 --> 00:52:35,533

1239
00:52:35,535 --> 00:52:39,535

1240
00:52:39,538 --> 00:52:43,538

1241
00:52:43,542 --> 00:52:47,542

1242
00:52:47,546 --> 00:52:51,546

1243
00:52:51,547 --> 00:52:55,547

1244
00:52:55,547 --> 00:52:55,553

1245
00:52:55,553 --> 00:52:59,553

1246
00:52:59,559 --> 00:53:03,556

1247
00:53:03,556 --> 00:53:07,556

1248
00:53:07,560 --> 00:53:11,560

1249
00:53:11,563 --> 00:53:15,563

1250
00:53:15,566 --> 00:53:19,566

1251
00:53:19,568 --> 00:53:23,568

1252
00:53:23,570 --> 00:53:27,570

1253
00:53:31,571 --> 00:53:35,571

1254
00:53:35,576 --> 00:53:39,575

1255
00:53:39,575 --> 00:53:43,575

1256
00:53:43,582 --> 00:53:47,582

1257
00:53:47,582 --> 00:53:51,582

1258
00:53:51,584 --> 00:53:55,584

1259
00:53:55,584 --> 00:53:59,584

1260
00:53:59,587 --> 00:54:03,587

1261
00:54:03,590 --> 00:54:07,590

1262
00:54:07,594 --> 00:54:11,594

1263
00:54:11,594 --> 00:54:15,594

1264
00:54:15,597 --> 00:54:19,596

1265
00:54:19,596 --> 00:54:23,596

1266
00:54:23,598 --> 00:54:27,598

1267
00:54:27,603 --> 00:54:31,603

1268
00:54:31,604 --> 00:54:35,604

1269
00:54:35,605 --> 00:54:39,605

1270
00:54:39,612 --> 00:54:43,610

1271
00:54:43,610 --> 00:54:47,610

1272
00:54:47,612 --> 00:54:51,612

1273
00:54:51,618 --> 00:54:55,618

1274
00:54:55,621 --> 00:54:59,619

1275
00:54:59,619 --> 00:55:03,619

1276
00:55:03,623 --> 00:55:07,623

1277
00:55:07,623 --> 00:55:11,623

1278
00:55:11,625 --> 00:55:15,625

1279
00:55:15,629 --> 00:55:19,629

1280
00:55:19,629 --> 00:55:23,629

1281
00:55:23,635 --> 00:55:27,635

1282
00:55:27,641 --> 00:55:31,641

1283
00:55:31,642 --> 00:55:35,641

1284
00:55:35,641 --> 00:55:39,641

1285
00:55:39,646 --> 00:55:43,646

1286
00:55:43,647 --> 00:55:47,647

1287
00:55:47,652 --> 00:55:51,652

1288
00:55:51,655 --> 00:55:55,655

1289
00:55:55,656 --> 00:55:59,656

1290
00:55:59,659 --> 00:56:03,658

1291
00:56:03,658 --> 00:56:07,658

1292
00:56:07,665 --> 00:56:11,665

1293
00:56:11,667 --> 00:56:15,667

1294
00:56:15,669 --> 00:56:19,669

1295
00:56:19,672 --> 00:56:23,671

1296
00:56:23,671 --> 00:56:27,671

1297
00:56:27,673 --> 00:56:31,673

1298
00:56:31,679 --> 00:56:35,679

1299
00:56:35,679 --> 00:56:39,679

1300
00:56:39,679 --> 00:56:43,679

1301
00:56:43,685 --> 00:56:47,685

1302
00:56:47,686 --> 00:56:51,686

1303
00:56:51,691 --> 00:56:55,691

1304
00:56:55,695 --> 00:56:59,694

1305
00:56:59,694 --> 00:57:03,694

1306
00:57:03,699 --> 00:57:07,699

1307
00:57:07,702 --> 00:57:11,701

1308
00:57:11,701 --> 00:57:15,701

1309
00:57:15,703 --> 00:57:19,703

1310
00:57:19,708 --> 00:57:23,707

1311
00:57:23,707 --> 00:57:27,707

1312
00:57:27,709 --> 00:57:31,709

1313
00:57:31,712 --> 00:57:35,712

1314
00:57:35,714 --> 00:57:39,714

1315
00:57:39,716 --> 00:57:43,715

1316
00:57:43,715 --> 00:57:47,715

1317
00:57:47,717 --> 00:57:51,717

1318
00:57:51,720 --> 00:57:55,720

1319
00:57:55,723 --> 00:57:59,723

1320
00:57:59,725 --> 00:58:03,725

1321
00:58:03,727 --> 00:58:07,727

1322
00:58:07,731 --> 00:58:11,731

1323
00:58:11,736 --> 00:58:15,736

1324
00:58:15,738 --> 00:58:19,738

1325
00:58:19,740 --> 00:58:23,740

1326
00:58:23,749 --> 00:58:27,749

1327
00:58:27,756 --> 00:58:31,752

1328
00:58:31,752 --> 00:58:35,752

1329
00:58:35,757 --> 00:58:39,755

1330
00:58:39,755 --> 00:58:43,755

1331
00:58:43,761 --> 00:58:47,761

1332
00:58:47,764 --> 00:58:51,764

1333
00:58:51,770 --> 00:58:55,767

1334
00:58:55,767 --> 00:58:59,767

1335
00:58:59,772 --> 00:59:03,772

1336
00:59:03,775 --> 00:59:07,775

1337
00:59:07,780 --> 00:59:11,780

1338
00:59:11,782 --> 00:59:15,782

1339
00:59:15,785 --> 00:59:19,785

1340
00:59:19,790 --> 00:59:23,790

1341
00:59:23,793 --> 00:59:27,793

1342
00:59:27,796 --> 00:59:31,796

1343
00:59:31,798 --> 00:59:35,798

1344
00:59:35,798 --> 00:59:39,798

1345
00:59:39,805 --> 00:59:43,805

1346
00:59:43,806 --> 00:59:47,806

1347
00:59:47,808 --> 00:59:51,808

1348
00:59:51,812 --> 00:59:55,812

1349
00:59:55,813 --> 00:59:59,813

1350
00:59:59,816 --> 01:00:03,816

1351
01:00:03,823 --> 01:00:07,823

1352
01:00:07,823 --> 01:00:11,823

1353
01:00:11,824 --> 01:00:15,824

1354
01:00:15,828 --> 01:00:19,828

1355
01:00:19,831 --> 01:00:23,831

1356
01:00:23,834 --> 01:00:27,834

1357
01:00:27,836 --> 01:00:31,836

1358
01:00:31,837 --> 01:00:35,837

1359
01:00:35,840 --> 01:00:39,840

1360
01:00:39,842 --> 01:00:43,842

1361
01:00:43,843 --> 01:00:47,843

1362
01:00:47,848 --> 01:00:51,848

1363
01:00:51,849 --> 01:00:55,849

1364
01:00:55,853 --> 01:00:59,853

1365
01:00:59,854 --> 01:01:03,854

1366
01:01:03,855 --> 01:01:07,855

1367
01:01:07,863 --> 01:01:11,860

1368
01:01:11,860 --> 01:01:15,860

1369
01:01:15,862 --> 01:01:19,862

1370
01:01:19,865 --> 01:01:23,864

1371
01:01:23,864 --> 01:01:27,864

1372
01:01:27,867 --> 01:01:31,867

1373
01:01:31,869 --> 01:01:35,869

1374
01:01:35,869 --> 01:01:39,869

1375
01:01:39,871 --> 01:01:43,871

1376
01:01:43,877 --> 01:01:47,875

1377
01:01:47,875 --> 01:01:51,874

1378
01:01:51,874 --> 01:01:55,874

1379
01:01:55,879 --> 01:01:59,879
.

1380
01:02:03,889 --> 01:02:07,889

1381
01:02:07,889 --> 01:02:11,889

1382
01:02:11,909 --> 01:02:15,892

1383
01:02:15,892 --> 01:02:19,892

1384
01:02:19,897 --> 01:02:23,897

1385
01:02:23,899 --> 01:02:27,899

1386
01:02:27,903 --> 01:02:31,902

1387
01:02:31,902 --> 01:02:35,902

1388
01:02:35,906 --> 01:02:39,906

1389
01:02:39,906 --> 01:02:40,975

1390
01:02:40,975 --> 01:02:41,527

1391
01:02:41,527 --> 01:02:43,568

1392
01:02:43,568 --> 01:02:47,568
(อาจารย์สุธิรา) โอเคนะคะ เดี๋ยวเรามาเข้าสู่

1393
01:02:50,504 --> 01:02:54,504
โหมดการจะทำ Infographic นะคะ เราไม่ต้องลงโปรแกรมเลย

1394
01:02:58,615 --> 01:02:59,652
นะคะ เป็นเว็บฯ ฟรี นี่

1395
01:02:59,652 --> 01:03:03,652
มีอยู่ 5 เว็บฯ นะคะ

1396
01:03:06,462 --> 01:03:09,749
เด็ก ๆ ด้วยคำว่า "5 เว็บฟรี ทำ Infographic"

1397
01:03:09,749 --> 01:03:13,749
พอ พิมพ์คำค้นว่า

1398
01:03:13,808 --> 01:03:17,808
5 เว็บฟรีทำ

1399
01:03:18,558 --> 01:03:19,141
Infographic แค่นี้พอค่ะ

1400
01:03:19,141 --> 01:03:21,142
พิมพ์เลยนะคะ

1401
01:03:21,142 --> 01:03:25,142
5 และก็วรรค เว็บฟรี และก็

1402
01:03:34,146 --> 01:03:35,966
ตามด้วยคำว่า "ทำ Infographic"

1403
01:03:35,966 --> 01:03:37,328

1404
01:03:37,328 --> 01:03:41,328

1405
01:03:46,172 --> 01:03:48,423
เห็นหรือเปล่า

1406
01:03:48,423 --> 01:03:52,423
เห็นไหมคะ เดี๋ยวขยายขนาดให้ครับ

1407
01:03:53,700 --> 01:03:57,700
เห็นไหมคะ ค้นด้วยคำว่า

1408
01:04:06,491 --> 01:04:10,142
"5 เว็บฟรี ทำ Infographic" ค่ะ

1409
01:04:10,142 --> 01:04:14,142

1410
01:04:17,386 --> 01:04:21,386
ใครพิมพ์เสร็จแล้วกด Enter ได้เลย

1411
01:04:23,439 --> 01:04:25,164

1412
01:04:25,164 --> 01:04:29,164

1413
01:04:39,970 --> 01:04:43,970

1414
01:04:43,972 --> 01:04:47,972
โอเคไหม เสร็จแล้วนะ เดี๋ยวเราจะย่อขนาดแล้วนะครับ

1415
01:04:51,814 --> 01:04:55,814
แล้วก็กด Enter เมื่อพิมพ์เสร็จแล้ว

1416
01:04:56,789 --> 01:04:59,058
เลือกตัวนี้นะคะ

1417
01:04:59,058 --> 01:05:03,058
ที่ขึ้นว่า 5 เว็บฟรี ทำ

1418
01:05:07,167 --> 01:05:09,897
Infographic ง่าย ๆ x5 นี่

1419
01:05:09,897 --> 01:05:11,595
นี่ ๆ ๆ

1420
01:05:11,595 --> 01:05:15,595
เลือกตัวนี้ ตัวที่มีรูปเหมือนตัวนี้เลยนะคะ

1421
01:05:17,978 --> 01:05:21,091

1422
01:05:21,091 --> 01:05:25,091

1423
01:05:31,851 --> 01:05:31,891

1424
01:05:31,891 --> 01:05:35,891
นี่ ๆ ๆ fastwork.co

1425
01:05:43,429 --> 01:05:43,998
ใช่ไหม ของ fastwork.co คลิกทุกคนแล้วนะ มาดู

1426
01:05:43,998 --> 01:05:47,998
เขาบอกว่าเขามี 5 เว็บนะคะ

1427
01:05:52,978 --> 01:05:54,274
ตัวแรกชื่อ

1428
01:05:54,274 --> 01:05:58,274
EASEL.LY

1429
01:05:59,548 --> 01:06:03,548
ตัวที่ 2 ชื่อ

1430
01:06:10,030 --> 01:06:20,701
VISME

1431
01:06:00,651 --> 01:06:01,437

1432
01:06:01,437 --> 01:06:05,437

1433
01:06:13,872 --> 01:06:17,872
ตัวที่ 2 ชื่อ VISME ตัวที่ 3 Canva

1434
01:06:20,034 --> 01:06:21,762
เดี๋ยวถามก่อน Canva ใครมีแล้วบ้าง

1435
01:06:21,762 --> 01:06:22,613
ใครเคยใช้ Canva แล้ว ไม่เคยเลยหรอ

1436
01:06:22,613 --> 01:06:26,613
นะคะ มี Canva แล้วก็

1437
01:06:28,410 --> 01:06:32,410
VENNGAGE

1438
01:06:38,138 --> 01:06:42,138
VENNGAGE แล้วก็มี INFORGR.MA

1439
01:06:52,852 --> 01:06:55,533
นะคะ

1440
01:06:43,625 --> 01:06:47,625

1441
01:06:48,047 --> 01:06:49,804
5 ตัว อันนี้เขาบอกไอ้ตัวที่ 5 นี่

1442
01:06:49,804 --> 01:06:53,804
เห็นไหม เขาเรียงลำดับนี่ เขาบอกว่าเหมาะกับ

1443
01:06:58,273 --> 01:07:02,273
มีความเชี่ยวชาญในระดับหนึ่งแล้ว

1444
01:07:03,215 --> 01:07:04,299
เรายังไม่เชี่ยวชาญ เพราะฉะนั้น สิ่งแรก

1445
01:07:04,299 --> 01:07:08,299
เอาง่ายสุด เขาเลือกไว้ให้แล้ว เพราะเขาบอก EASELLY

1446
01:07:15,011 --> 01:07:17,107

1447
01:07:17,107 --> 01:07:21,107
ก็ Easy นี่ล่ะ ง่าย ๆ เลย สะดวก

1448
01:07:22,439 --> 01:07:26,439
ผู้เริ่มต้น เพราะฉะนั้น เราคลิกที่ตัวแรกเลย EASEL.LY นะคะ

1449
01:07:26,673 --> 01:07:30,673
เราก็คลิกที่ Start

1450
01:07:35,251 --> 01:07:35,686
Design คลิกตรงนี้นะ

1451
01:07:35,686 --> 01:07:39,686
ปุ่มน้ำเงินนะคะ

1452
01:07:50,331 --> 01:07:54,331
จะให้ Login ไหม

1453
01:08:00,219 --> 01:07:58,123
เดี๋ยวดู

1454
01:07:37,453 --> 01:07:41,453
เห็นไหม

1455
01:07:49,186 --> 01:07:50,737
ไม่ต้องล็อกอินด้วย เข้าได้เลย ทีนี้

1456
01:07:50,737 --> 01:07:54,737
มาดูก่อนว่า... เดี๋ยวนะคะ เขาบอกว่า

1457
01:07:55,743 --> 01:07:59,743
สิ่งแรกที่เราจะดู

1458
01:08:07,277 --> 01:08:08,514
ที่เราจะต้องรู้ใช่ไหม สร้างอย่างไรให้โดน เป้าหมายใช่ไหมคะ กำหนดกลุ่มเป้าหมาย

1459
01:08:08,514 --> 01:08:10,168
เราอยากทำ Infographic

1460
01:08:10,168 --> 01:08:14,168
ไม่นะ ๆ เราจะทำ Infographic

1461
01:08:21,647 --> 01:08:23,908
เรื่องอะไร เดี๋ยวต้องรู้จุดประสงค์ก่อน

1462
01:08:23,908 --> 01:08:25,349
เรื่องอะไรดี

1463
01:08:25,349 --> 01:08:29,349
สมมติ ๆ

1464
01:08:46,634 --> 01:08:45,131
น่าจะง่าย

1465
01:08:39,285 --> 01:08:39,723
ถ้าทำเกี่ยวกับสิ่งที่ตัวเองชอบ นึกออกไหม

1466
01:08:39,723 --> 01:08:43,723
หัวข้อเรื่องน่ะ เรื่อง Infographic ที่จะทำ

1467
01:08:45,511 --> 01:08:49,511
ให้นึกถึงสิ่งที่ตัวเองชอบก่อน

1468
01:08:50,951 --> 01:08:54,143
เพราะพอชอบแล้วมันก็จะเข้าใจ รู้ถึงตัวนั้นนะ

1469
01:08:54,143 --> 01:08:57,738
มันก็จะได้ดูข้อมูลแล้ว Get

1470
01:08:57,738 --> 01:08:58,563
ว่าจะเอามาทำอะไรได้ นึกออกนะคะ

1471
01:08:58,563 --> 01:09:02,563
เสร็จแล้ว พอ พอกำหนดเรื่องที่ตัวเองจะทำได้

1472
01:09:10,083 --> 01:09:12,750
ค่อยมากำหนดกลุ่มเป้าหมายว่า เราจะเอาไปทำให้กลุ่มเป้าหมายกลุ่มไหน ก็ให้แบ่ง

1473
01:09:12,750 --> 01:09:16,750
เป็นเด็กนะ เด็ก ก็คือเด็กเล็ก ๆ

1474
01:09:18,075 --> 01:09:22,075
ที่ไม่ใช่ Baby ที่ยังอ่านอะไรไม่ออก

1475
01:09:26,502 --> 01:09:30,502
ให้นึกถึงเด็กอนุบาล เด็กประถมตัวเล็ก ๆ อย่างนี้นะ แล้วก็มาอีกรุ่นหนึ่ง

1476
01:09:45,944 --> 01:09:42,754

1477
01:09:27,949 --> 01:09:31,949
เด็กโตที่เรียนระดับมัธยมอะไรอย่างนี้นะคะ

1478
01:09:32,257 --> 01:09:36,257
และก็รุ่น รุ่นคนทำงาน

1479
01:09:39,051 --> 01:09:41,401
แล้วก็รุ่นคนทำงาน แล้วก็กลุ่มผู้สูงอายุน่ะ

1480
01:09:41,401 --> 01:09:45,401
ทั้งหมด 4 กลุ่มนะ ก็คือเด็กเล็ก

1481
01:09:51,240 --> 01:09:47,937

1482
01:09:44,399 --> 01:09:47,984
นะคะ แล้วก็วัยรุ่น

1483
01:09:47,984 --> 01:09:51,984
และก็ผู้ใหญ่ วัยทำงานแล้วนะ ก็คือพวกที่ทำงานแล้ว

1484
01:09:53,182 --> 01:09:57,182
และสุดท้ายก็คือผู้สูงอายุ 4 กลุ่ม

1485
01:09:57,470 --> 01:10:00,070
ทีนี้ สิ่งต่อมา

1486
01:10:00,070 --> 01:10:03,544
เมื่อได้กลุ่มเป้าหมายแล้ว ได้เรื่องแล้วใช่ไหม

1487
01:10:03,544 --> 01:10:07,544
เด็ก ๆ ทำอะไรต่อ เห็นไหม หัวเรื่อง

1488
01:10:16,161 --> 01:10:20,161
ก็คือต้องพยายามเขียนหัวเรื่องให้มันโดนใจนะคะ ไอ้ตัว Infographic นี่ บางทีก็ทำจบในแผ่นเดียวก็ได้

1489
01:10:22,404 --> 01:10:26,404
เหมือน ๆ ตัวอย่างที่แม่ให้ดู คือ ส่วนใหญ่

1490
01:10:30,319 --> 01:10:31,432
จบใน 1 แผ่น แต่บางทีเขาก็ทำ 2 แผ่น 3 แผ่น

1491
01:10:31,432 --> 01:10:35,432
ก็แล้วแต่เรานะคะ เช่น เหมือนบอกถ้าชอบ ชอบกินก๋วยเตี๋ยว

1492
01:10:44,360 --> 01:10:43,232
ทีนี้

1493
01:10:37,494 --> 01:10:41,494
จะพูดถึงก๋วยเตี๋ยว

1494
01:10:47,943 --> 01:10:51,943
พูดแบบให้ความรู้

1495
01:10:55,744 --> 01:10:54,104
ก็คือ

1496
01:10:42,716 --> 01:10:46,716
ก๋วยเตี๋ยวมาแยกว่ามัน

1497
01:10:48,745 --> 01:10:51,478
ครบ 5 หมู่ไหม นึกออกไหม ก็มาแยกว่า

1498
01:10:51,478 --> 01:10:55,478
อะไรคือวิตามินจากก๋วยเตี๋ยว อะไรคือโปรตีน

1499
01:11:01,386 --> 01:11:05,386
อ

1500
01:11:03,525 --> 01:11:04,095
ะไรคือคาร์โบไฮเดรต

1501
01:10:56,053 --> 01:11:00,053
อะไรคือไขมัน อะไรคือเกลือแร่

1502
01:11:01,188 --> 01:11:01,557
เห็นไหมคะ ก็แยกอย่างนี้ เห็นไหม เรื่องเดียว แต่

1503
01:11:01,557 --> 01:11:05,098
แตกหัวข้อย่อยออกไปตามประเภทของ...

1504
01:11:05,098 --> 01:11:09,098
เขาเรียกว่าอะไร สารอาหารได้ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ

1505
01:11:10,564 --> 01:11:14,564
ภาพ ภาพสวย ๆ ภาพก็มีส่วน

1506
01:11:16,213 --> 01:11:20,213
เหมือนเอารูปดารามาใส่ใช่ไหม

1507
01:11:21,798 --> 01:11:25,423
อย่างนี้ แต่ทีนี้อย่าลืมว่ามันจะมีข้อกำหนด

1508
01:11:25,423 --> 01:11:29,423
เรื่องอะไรคะ pdpa. ใช่ไหมคะ

1509
01:11:35,265 --> 01:11:36,067
สิทธิส่วนบุคคลนะ ระวังภาพที่เป็นคนมาใส่นี่ คือ ในยุคก่อน

1510
01:11:36,067 --> 01:11:40,067
อาจจะไม่เป็นปัญหา แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้นะ เหมือนแม่ถ่ายรูปเด็ก ๆ

1511
01:11:44,433 --> 01:11:48,433
แล้วแม่แอบเอารูปเด็ก ๆ ไปโพสต์ขึ้น เด็ก ๆ มาฟ้องแม่ได้

1512
01:11:51,390 --> 01:11:55,390
อย่างนี้นึกออกนะ เป็นลักษณะนั้นนะคะ

1513
01:12:00,197 --> 01:12:04,179
ลองไหม ลองสัก... เอาหัวข้อที่ดูแล้วเด็ก ๆ

1514
01:12:04,179 --> 01:12:06,840
นะ นั้นระบุหัวข้อก็ได้ เกี่ยวกับ...

1515
01:12:06,840 --> 01:12:07,002

1516
01:12:07,002 --> 01:12:11,002
ของกินดีกว่า ทุกคนน่าจะชอบของกิน แต่ทีนี้ก็

1517
01:12:14,311 --> 01:12:18,311
มีแยกออกไปใช่ไหมคะ เหมือนถ้าชอบขนม

1518
01:12:18,852 --> 01:12:21,385
มุกอาจจะไม่ชอบขนมเค้ก มุกอาจจะชอบขนม

1519
01:12:21,385 --> 01:12:24,498
ไทย มุกอาจจะพูดถึง

1520
01:12:24,498 --> 01:12:28,498
ขนมไทยแบบอะไรล่ะ อาจจะพูดถึง... สมมติ

1521
01:12:28,967 --> 01:12:32,967
แม่ยกตัวอย่าง เช่น มุก

1522
01:12:33,497 --> 01:12:34,807
อาจจะชอบกินขนมอาลัว สมมตินะ

1523
01:12:34,807 --> 01:12:38,807
สมมติ สมมติ ว่าชอบกินขนมอาลัว

1524
01:12:42,955 --> 01:12:44,888
แต่ไม่เคยทำ มุกก็เลยอยากรู้วิธีทำ แล้วทีนี้

1525
01:12:44,888 --> 01:12:48,888
อยากให้คนอื่นรู้ด้วย มุกก็

1526
01:12:50,582 --> 01:12:52,828
เอาอาลัวมาเป็นหัวข้อ แล้วก็มาพูดถึงขั้นตอนการทำ

1527
01:12:52,828 --> 01:12:56,828
เห็นไหมคะ ก็จะได้ Infographic ที่

1528
01:12:57,408 --> 01:13:01,408
เราจะทำให้เป็นแบบขั้นตอนการทำอาลัว นึกออกนะ

1529
01:13:01,502 --> 01:13:05,502
เสร็จแล้วหนูเอาเรื่องนี้ล่ะ โอเค

1530
01:13:10,550 --> 01:13:12,741
ให้นึกถึงนะ หรือ ๆ ๆ หรือบางอย่าง ขนมบางอย่างนี่

1531
01:13:12,741 --> 01:13:16,741
เหมือนขนมต่างประเทศน่ะ มันต้องมีวิธี

1532
01:13:18,909 --> 01:13:22,909
การกิน ไม่ใช่เปิดปุ๊บ เอาใส่เข้าปาก

1533
01:13:24,532 --> 01:13:28,532
อาจจะมาบอกวิธีกินขนม เหมือนโอริโอน่ะค่ะ

1534
01:13:32,023 --> 01:13:36,023
ที่มันทำน่ะค่ะ บิดครีม จุ่มนม จะกินโอริโอให้อร่อยต้องกินแบบนี้นะ ขั้นที่ 1 คุณต้องบิดครีมก่อน

1535
01:13:37,770 --> 01:13:38,918
ขั้นที่ 2 จุ่มนมนะ

1536
01:13:38,918 --> 01:13:40,302
เอาโอริโอ้มาจุ่มนม

1537
01:13:40,302 --> 01:13:43,900
นั่นก็คืออาจจะบอกเป็นแนวนี้ก็ได้

1538
01:13:43,900 --> 01:13:47,900
อีกแบบหนึ่ง อาจจะเป็น

1539
01:13:50,160 --> 01:13:53,759
บอกส่วนประกอบด้วย อะไร

1540
01:13:53,759 --> 01:13:57,759
ในขนม 1 ชิ้นประกอบไปด้วยอะไร มีส่วนประกอบอะไร

1541
01:13:59,112 --> 01:14:02,526
และทำให้เห็นเป็นเปอร์เซ็นต์ว่าใส่น้ำตาล

1542
01:14:02,526 --> 01:14:06,232
เท่าไหร่ ใส่แป้งเท่าไร หรือกินเข้าไปแล้ว

1543
01:14:06,232 --> 01:14:08,040
เหมือนพวกรักสวยรักงาม

1544
01:14:08,040 --> 01:14:11,573
ให้เห็นว่าขนม สมมติ

1545
01:14:11,573 --> 01:14:15,573
มีขนมที่เหมือนตอนนี้ที่ชอบกินขนม อันนี้

1546
01:14:18,677 --> 01:14:22,381
ลิสต์มาสัก 5 อย่าง แล้วมาเปรียบเทียบว่าขนมอันนี้

1547
01:14:22,381 --> 01:14:25,263
อันไหนแคลอรีเยอะสุด

1548
01:14:25,263 --> 01:14:28,027
ควรกินขนมแบบไหนก็ได้ มีตัวเลข

1549
01:14:28,027 --> 01:14:32,027
เช่น เอแคร์ ระหว่างเอแคร์กับเค้ก

1550
01:14:39,309 --> 01:14:43,309
ชิ้นขนาดนี้ให้พลังงานเท่าไหร่ ให้แคลอรีเท่าไรนะคะ หรือใน 1 วันอยากกินขนมจัดเลย

1551
01:14:43,461 --> 01:14:44,377
แต่กลัวอ้วนอะไรอย่างนี้ ควรกินขนมอะไรดี

1552
01:14:44,377 --> 01:14:47,691
ให้เห็นว่าขนมประเภทนี้ ในวันหนึ่งนี่

1553
01:14:47,691 --> 01:14:51,691
ถ้าคุณกินแบบนี้สักครึ่งชิ้น อาจจะ

1554
01:14:54,408 --> 01:14:58,408
ไม่อ้วนก็ได้ ไม่ทำให้แคลอรีคุณขึ้นเยอะ

1555
01:15:03,905 --> 01:15:06,213
หรืออาจจะบอกว่าถ้ากินขนมชิ้นนี้ไปแล้ว ควรกิน

1556
01:15:06,213 --> 01:15:10,213
อะไรอย่างนี้เห็นไหมคะ บอกแล้วถ้าพูดถึงของกิน ทุกคนพอจะ Get เหมือน

1557
01:15:11,454 --> 01:15:13,912
ชอบ ก็จะไปหาสิ่งที่ตัวเองชอบ

1558
01:15:13,912 --> 01:15:17,912
แล้วดึงออกมาว่าจุดที่ชอบ เอามาทำเป็น

1559
01:15:20,702 --> 01:15:22,730
Infographic ได้อย่างไร อาจจะ

1560
01:15:22,730 --> 01:15:25,698
บอกเป็นขั้นตอนการทำขนม อาจจะบอกถึงปริมาณ

1561
01:15:25,698 --> 01:15:29,698
ส่วนประกอบของส่วนขนมชิ้นนั้น

1562
01:15:38,736 --> 01:15:40,163
เหมืิอนอาลัว

1563
01:15:33,510 --> 01:15:35,470
มีต้องมีวัตถุในการทำอะไรบ้าง บอกแค่นั้นก็ได้

1564
01:15:35,470 --> 01:15:39,470
หรือจะมีเพิ่มบอกองค์ประกอบ

1565
01:15:48,154 --> 01:15:47,467

1566
01:15:37,218 --> 01:15:41,218
อาจจะสอนขั้นตอนการทำอะไรเข้าไปด้วยก็ได้

1567
01:15:41,362 --> 01:15:45,362
หรือ หรือบางคนทำเป็น Timeline

1568
01:15:50,977 --> 01:15:53,900
พูดถึง Timeline พูดถึงประวัติของอาลัว

1569
01:15:53,900 --> 01:15:55,069
สมัยไหน เริ่มจากใคร ทำ Timeline ให้เห็น

1570
01:15:55,069 --> 01:15:59,069
เริ่มมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา คนทำคนแรก

1571
01:16:08,441 --> 01:16:05,450

1572
01:15:59,556 --> 01:16:03,556
คุณอะไรนะ สมมติ ๆ ๆ ๆ นะ

1573
01:16:04,333 --> 01:16:08,333
จริงไม่จริงยังไม่รู้ยังไม่ได้ค้น ท้าวทองกีบม้า

1574
01:16:10,887 --> 01:16:11,029
ให้นึกถึงนะ อาจจะนึกถึงประวัติ

1575
01:16:11,029 --> 01:16:15,029
ของขนมชนิดนั้นก็ได้ เหมือนใครชอบกินพาสต้า

1576
01:16:16,424 --> 01:16:20,424
หรือ pizza

1577
01:16:25,457 --> 01:16:27,554
ชอบกิน pizza

1578
01:16:19,197 --> 01:16:23,197
แต่ไม่รู้เลย ว่าพิซซ่าจริง ๆ แล้ว มี

1579
01:16:24,031 --> 01:16:28,031
อะไรอยู่ในพิซซ่าบ้าง มีอะไรส่วนประกอบอะไรอย่างนี้ อาจจะพูดถึงโภชนาการในการกินพิซซ่าก็ได้

1580
01:16:32,806 --> 01:16:36,806
ถ้าคุณกิน pizza

1581
01:16:40,067 --> 01:16:44,067
เหมือนพูดถึงก๋วยเตี๋ยวในตัวอย่าง อย่างนี้นะคะ เหมือนในตัวอย่างที่บอกว่าก๋วยเตี๋ยว 1 ถ้วย มีโปรตีนเท่าไหร่ มีคาร์โบไฮเดรตเท่าไหร่

1582
01:16:49,276 --> 01:16:53,276
อะไรอย่างนี้

1583
01:16:56,367 --> 01:17:00,367
เพราะฉะนั้น งานชิ้นนี้ให้ลองเริ่มทำด้วยตัวเองนะคะ ให้โจทย์ไปแล้ว ก็คือเรื่องที่เกี่ยวกับของกินที่ตัวเองชอบ

1584
01:17:01,429 --> 01:17:05,429
แต่จะเอาของกินที่ตัวเองชอบนี่ จะเอามานำเสนอ

1585
01:17:10,269 --> 01:17:11,996
เรื่องอะไรก็แล้วแต่เด็ก ๆ เลย เหมือนที่ยกตัวอย่างมุกว่านำเสนอเป็นขั้นตอนการทำ

1586
01:17:11,996 --> 01:17:15,881
ก็ได้ หรือจะพูดถึงอะไรนะ

1587
01:17:15,881 --> 01:17:19,881
พูดถึงแคลอรีของขนมที่

1588
01:17:28,381 --> 01:17:29,205
ที่เราชอบก็ได้ อาจไม่พูดถึงขนมแค่อย่างเดียวก็ได้นะคะ อาจจะพูดให้เห็นถึงว่าขนม

1589
01:17:29,205 --> 01:17:33,205
ีที่ฉันชอบมีอันนี้อันนี้ แล้วฉันมาดูตัวนี้แคลอรีเยอะ

1590
01:17:34,933 --> 01:17:38,933
มีแคลอรีเท่าไหร่ หรือให้เห็น

1591
01:17:41,168 --> 01:17:45,168
ตัวนี้มี แคลอรีเท่านี้ ๆ อาจจะพูดถึงขนมชิ้นนี้

1592
01:17:48,166 --> 01:17:51,687
มาจากส่วนประกอบของอะไร ให้เห็นส่วนประกอบของขนมชิ้นนี้

1593
01:17:51,687 --> 01:17:55,687
ก่อนจะทำออกมาเป็นขนมตัวนี้ ได้มีส่วนประกอบ

1594
01:17:58,564 --> 01:18:02,564
อะไรบ้างนะคะ

1595
01:18:08,392 --> 01:18:09,635
หรือ ๆ จะพูดในเชิง...

1596
01:18:09,635 --> 01:18:13,635
เชิงคนรักสุขภาพ ว่าถ้าจะเลือกกินขนม 1 ชิ้น

1597
01:18:16,583 --> 01:18:18,236
นี่ ควรเลือกขนมอะไรไปกินในแต่ละวัน

1598
01:18:18,236 --> 01:18:22,236
ในแต่ละมื้อ เหมือนมื้อเช้านี่

1599
01:18:24,334 --> 01:18:26,950
อาจจะไม่ได้กินข้าว อาจจะเน้นขนม

1600
01:18:26,950 --> 01:18:28,679
ก็ได้นะคะ

1601
01:18:28,679 --> 01:18:32,679
กินแล้วได้ประโยชน์ หรือกินแล้วได้ความหวานซาบซ่า

1602
01:18:44,888 --> 01:18:42,392

1603
01:18:39,191 --> 01:18:41,673
อะไรก็ว่าไปนะคะ หรือ...

1604
01:18:41,673 --> 01:18:45,673
หรือจะพูดขนม แล้วไปเกี่ยวข้องกับเทศกาลออกพรรษา

1605
01:18:52,422 --> 01:18:55,266
หรืองานประจำปีของเราก็ได้ เช่น อย่างเดี๋ยวออกพรรษาเดือนไหนเดือนนี้

1606
01:18:55,266 --> 01:18:59,266
รู้เปล่า ๆ

1607
01:19:00,374 --> 01:19:02,902
10 ตุลาคมใช่หรือเปล่า

1608
01:19:02,902 --> 01:19:03,812
ในช่วงออกพรรษานี่ ในประเทศไทยนะ

1609
01:19:03,812 --> 01:19:07,812
แต่ละที่ก็อาจจะทำขนมไม่เหมือนกัน ก็อาจจะพูดถึงก็ได้  ว่า

1610
01:19:10,613 --> 01:19:14,613
ประเพณีออกพรรษาประเทศไทยนี่

1611
01:19:20,423 --> 01:19:20,996
ทำขนมไปถวายพระ แต่ละภาค

1612
01:19:20,996 --> 01:19:22,372
ภาคกลางทำขนมอะไรไป

1613
01:19:22,372 --> 01:19:26,372
อย่างนี้ก็ได้ เห็นไหมคะ Choice มันจะมีเยอะขึ้นมา

1614
01:19:26,470 --> 01:19:30,470
ถ้าเป็นเรื่องที่เราชอบน่ะ

1615
01:19:31,483 --> 01:19:35,483
มันจะไปแตกหัวข้อว่า

1616
01:19:36,120 --> 01:19:40,120
อยากพูดถึงอะไรเกี่ยวกับสิ่งที่เราชอบ แต่ที่เรื่องที่

1617
01:19:40,636 --> 01:19:44,054
ไม่ชอบแล้วแม่ยัดเข้าไป นึกไม่ออกไงว่าจะไปต่อยอดอย่างไร

1618
01:19:44,054 --> 01:19:48,054
แต่พอพูดถึงเรื่องของกินน่ะ

1619
01:19:52,999 --> 01:19:51,486
1. ล่ะ

1620
01:19:46,781 --> 01:19:50,040
มันเป็นความชอบแล้ว เมื่อมีความชอบมันก็อยากจะรู้ต่อไป

1621
01:19:50,040 --> 01:19:52,149
เห็นไหมคะ มันก็จะมีหางต่อมาเรื่อย ๆ

1622
01:19:52,149 --> 01:19:54,986
ต่อมาได้เรื่อย ๆ อย่างนี้นะคะ

1623
01:19:54,986 --> 01:19:58,703

1624
01:19:58,703 --> 01:20:02,703
เหมือน... เหมือนพี่เอ็มสายดื่ม

1625
01:20:07,378 --> 01:20:11,378
อาจจะพูดถึงแอลกอฮอล์ เบียร์ เหมือที่แม่ถามนะ

1626
01:20:12,358 --> 01:20:12,656
มีปริมาณแอลกอฮอล์เท่าไร แล้วถ้าดื่ม...

1627
01:20:12,656 --> 01:20:16,656
ดื่มแล้วอะไรนะลูก

1628
01:20:22,808 --> 01:20:26,808
แล้วไม่ให้โดดตรวจหรือดื่มเท่าไหร่ ปริมาณแอลกอฮอล์

1629
01:20:27,754 --> 01:20:28,163
ดื่มไป 2 แก้วนี่ ปริมาณแอลกอฮอล์

1630
01:20:28,163 --> 01:20:28,632
เวลาไปตรวจจะได้ไม่โดนไง

1631
01:20:28,632 --> 01:20:32,632
อาจจะมี Trick Trick หรือ

1632
01:20:39,261 --> 01:20:40,512
เทคนิคแหกด่าน แหกด่านเป่าวัดแอลกอฮอล์

1633
01:20:40,512 --> 01:20:44,512
อะไรอย่างนี้นะคะ ไม่แน่นะ เผื่อพี่เอ็มเผยแพร่ไปคนสนใจเข้ามาดูเยอะก็ได้

1634
01:20:47,480 --> 01:20:49,573
ใช่ไหมคนก็อยากรู้

1635
01:20:49,573 --> 01:20:53,573
กินอย่างไรนะให้โดนตรวจเป่าแล้วผ่าน

1636
01:20:53,722 --> 01:20:57,222
อย่างนี้เป็นต้นนะคะ เราก็มี...

1637
01:20:57,222 --> 01:21:01,222
เขาเรียกมีทิปดี ๆ ไปแบ่งปันกันอะไรอย่างนี้นะคะ

1638
01:21:03,211 --> 01:21:04,384
ก็แยก แยก แยก

1639
01:21:04,384 --> 01:21:08,384
คือ เหมือนบอกแล้ว ทำ Infographic ถ้ามาจากสิ่งที่ชอบ

1640
01:21:11,606 --> 01:21:13,461
ชอบเรื่องอะไร มันก็จะพูดถึงหัวข้อ

1641
01:21:13,461 --> 01:21:17,461
เรื่องที่เราชอบได้ต่อไปเรื่อย ๆ หรือความสนใจที่เราคิดถึง

1642
01:21:19,689 --> 01:21:23,689
เรื่องนั้นขึ้นมา มันก็จะมีต่อไปเรื่อย ๆ ได้

1643
01:21:24,103 --> 01:21:28,103
เหมือนสมมติแม่บอกเอ็มลองทำสิ เอ็มชอบ

1644
01:21:28,982 --> 01:21:32,982
กินเบียร์ ระหว่างเบียร์ 2 ตัวก็ได้ อะไรนะ สมมติ สมมติ

1645
01:21:33,789 --> 01:21:37,789
ไฮนิเกนกับอะไรนะ สมมติ ๆ ไฮนิเกนกับลีโอ

1646
01:21:38,048 --> 01:21:40,499
ส่วนประกอบน่ะ ในแต่ละตัวน่ะ

1647
01:21:40,499 --> 01:21:44,499
มันมีอะไรบ้าง แยกออกมา ใช้ข้าวบาร์เลย์

1648
01:21:48,478 --> 01:21:52,478
เหมือนกันไหม หรือว่าของไฮนิเก็นใช้ข้าวบาเลย์

1649
01:21:55,036 --> 01:21:59,036
ของไทยใช้ข้าวอะไรนะ ของลีโอเขาให้ข้าวหอมมะลินะ ข้าวเหนียวหรือ

1650
01:22:00,709 --> 01:22:03,688
ข้าวหอมมะลิของไทยนี่ล่ะ ที่ผลิตอยู่

1651
01:22:03,688 --> 01:22:07,220
ขอนแก่นน่ะค่ะ แต่ที่อื่นไม่รู้ เห็นไหม ของลีโอยังมีแยกอีก

1652
01:22:07,220 --> 01:22:11,220

1653
01:22:12,736 --> 01:22:14,420
ผลิตแต่ละที่ เขาก็ไม่ได้ใช้ข้าวแบบเดียวกันด้วยนะคะ แบบนี้เป็นต้นนะคะ

1654
01:22:14,420 --> 01:22:18,420
หรือ

1655
01:22:20,322 --> 01:22:24,322
พูดถึงข้าวก็ได้ ที่เราไปดูงาน ข้าวในประเทศไทย

1656
01:22:29,948 --> 01:22:33,573
มีหลายสายพันธ์มากเลยนะคะ ข้าวพันธุ์พื้นเมือง แต่ละชนิด

1657
01:22:33,573 --> 01:22:35,326
แต่ละประเภท แล้วเหมือนอาจจะทำให้

1658
01:22:35,326 --> 01:22:39,326
เป็น Infographics เปรียบเทียบได้

1659
01:22:42,117 --> 01:22:45,898
มีกาบาเท่าไร ในเชิงด้านสุขภาพนะ

1660
01:22:45,898 --> 01:22:48,316
เหมือนหาว่า

1661
01:22:48,316 --> 01:22:52,316
ข้าวที่ให้กาบ้าเยอะ ๆ นี่ มีประโยชน์อย่างไร

1662
01:23:03,285 --> 01:23:08,820
อาจจะ

1663
01:22:55,198 --> 01:22:57,781
พูดถึงหัวข้อนกาบ้า

1664
01:22:57,781 --> 01:23:01,781
แล้วข้าวอะไรมีกาบาเยอะ เราอาจจะพูดถึงหัวข้อนี้ก็ได้

1665
01:23:05,325 --> 01:23:09,325
นะคะ อย่าลืมจุดหลัก ๆ ก็คือสี ในการใช้สีน่ะ

1666
01:23:09,793 --> 01:23:12,909
อย่าใช้สีเยอะเกินไปนะ

1667
01:23:12,909 --> 01:23:16,909
แล้วก็ข้อความหรือ Text ไม่ควรมีมาก ควร

1668
01:23:19,190 --> 01:23:22,095
จะเน้นที่ภาพหรือสัญลลักษณ์

1669
01:23:22,095 --> 01:23:26,095
ใช่ไหมคะ Image หรือ Icon ใช้สัญลักษณ์แทน

1670
01:23:31,555 --> 01:23:32,312
แล้วก็อะไรอีก แล้วก็ตัวเลข ไม่ควรใช้ตัวเลขที่มีเยอะ ๆ

1671
01:23:32,312 --> 01:23:36,312
อาจจะเหมือนที่แม่บอกอาจ

1672
01:23:42,110 --> 01:23:42,775
ให้มองเห็นเป็นเปอร์เซ็นต์ก็ได้ หรือ

1673
01:23:42,775 --> 01:23:46,775
ให้มองเห็นเป็นลักษณะกราฟ

1674
01:23:52,342 --> 01:23:56,342
ก็ได้นะคะ นะคะ ในตัวอย่างเขาก็จะมีบอกนะ ส่วนของกราฟิก ส่วนของ Text ของส่วน Background

1675
01:24:01,279 --> 01:24:05,279
อันดับแรกสิ่งที่เราควรทำก็คือ Background

1676
01:24:05,294 --> 01:24:07,018
นะคะ Background

1677
01:24:07,018 --> 01:24:08,277
ให้เรานึกถึง ถ้าเราทำขนม

1678
01:24:08,277 --> 01:24:12,277
ขนมเรามันเป็นสีอะไร ใช่ไหม สีหลักของขนม

1679
01:24:13,839 --> 01:24:17,839
แล้วสีพื้นควรเป็นสีอะไรนะคะ

1680
01:24:18,040 --> 01:24:20,635
ถ้านึกไม่ออก

1681
01:24:20,635 --> 01:24:24,635
มีอินเทอร์เน็ตไว้เรามาส่องเลย

1682
01:24:25,484 --> 01:24:28,693
ขนมหวาน พูดถึงขนมหวาน

1683
01:24:28,693 --> 01:24:32,693

1684
01:24:33,262 --> 01:24:36,316
พูดถึง

1685
01:24:36,316 --> 01:24:38,868
ขนมไทย สมมติ ขนมไทย

1686
01:24:38,868 --> 01:24:42,052

1687
01:24:42,052 --> 01:24:46,052
เราก็ลองค้นขนมไทย

1688
01:24:56,011 --> 01:24:54,253
เห็นไหมคะ

1689
01:24:49,270 --> 01:24:51,540
อาจจะใช้รูปจริงนใช่ไหม หรือ

1690
01:24:51,540 --> 01:24:55,540
รูปภาพขนมไทย

1691
01:24:55,700 --> 01:24:59,700
ถ้าใส่คำว่า "Vector" เข้าไปปุ๊บ Vector นะคะ

1692
01:25:10,029 --> 01:25:15,984
มันก็จะเป็น

1693
01:25:04,262 --> 01:25:08,262
ภาพขนม เราค้นรูปมาใช้ เห็นหรือเปล่า

1694
01:25:10,141 --> 01:25:12,435
เราก็เห็นไหมคะ เห็นไหม ขนมไทย

1695
01:25:12,435 --> 01:25:16,435
มันจะเหมาะกับ... คือ ขนมไทยประเภททอง ๆ

1696
01:25:18,099 --> 01:25:22,099
มันจะเหมาะกับสีเขียวใบตองมากเลย

1697
01:25:29,816 --> 01:25:31,320
ให้นึกถึง

1698
01:25:24,882 --> 01:25:27,725
หลักการ เพราะฉะนั้น เราก็อาจจะใช้สีเขียวใบตอง

1699
01:25:27,725 --> 01:25:31,725
ก็ได้นะคะ นี่เห็นไหมคะ ลักษณะเห็นไหมคะ

1700
01:25:34,223 --> 01:25:38,223
สีคู่ ขาวเขียวมาเลย

1701
01:25:39,628 --> 01:25:40,500
กับเขียวเข้ากั๊นเข้ากัน

1702
01:25:40,500 --> 01:25:44,500
เห็นไหม ใช้รูปอย่างนี้กับใช้รูปที่เป็น...

1703
01:25:47,342 --> 01:25:50,379
ให้เห็นความแตกต่างนะ

1704
01:25:50,379 --> 01:25:54,379
ขนมไทยแบบ

1705
01:25:56,813 --> 01:26:00,813
ไม่บอกว่าเป็น Vector นี่ ระหว่างภาพถ่ายนะ

1706
01:26:03,807 --> 01:26:07,807
ระหว่างขนมไทย ที่เป็นภาพถ่ายกับขนมไทยที่เป็นภาพวาด

1707
01:26:12,417 --> 01:26:16,417
เห็นไหมคะ ดูความน่ากิน คือ สังเกตุบางภาพมีกิมมิก

1708
01:26:18,004 --> 01:26:22,004
เพิ่มมีใส่ดอกมงดอกไม้เพิ่มเข้าไป แต่ภาพถ่ายก็มีรูปกับภาชนะ

1709
01:26:23,524 --> 01:26:27,524
แค่นั้นก็จะมีมีกิมมิก

1710
01:26:28,025 --> 01:26:32,025
ก็ดูเอานะคะ ว่าเลือกใช้ภาพไหน จะใช้ภาพถ่ายเลยก็ได้

1711
01:26:42,516 --> 01:26:41,020

1712
01:26:31,750 --> 01:26:32,710
หรือจะใช้ภาพที่เป็นภาพวาดก็ได้แล้วแต่

1713
01:26:32,710 --> 01:26:33,821

1714
01:26:33,821 --> 01:26:37,821
เห็นไหมคะ ใช้สีนวล ๆ เป็นสีพื้น

1715
01:26:47,830 --> 01:26:48,212
อย่างนี้ก็ได้ คือ ถ้าเราไปส่องเขาสีพื้นเขาใช้สีนี้นะ

1716
01:26:48,212 --> 01:26:52,212
มันจะเข้ากันกับขนมไทยเราอย่างนี้ มันก็จะได้ไอเดีย

1717
01:26:57,094 --> 01:26:58,152
การไปออกแบบได้อีกนะคะ

1718
01:26:58,152 --> 01:27:02,152
เห็นไหมคะ

1719
01:27:03,726 --> 01:27:07,726
ขนมตะโก้ ตะโก้ ตะโก้

1720
01:27:12,314 --> 01:27:14,644
อันนี้วาด

1721
01:27:14,644 --> 01:27:18,644
อันนี้วาดมือ อันนี้อะไรน่ะ มีเยอะอยู่นะ

1722
01:27:21,183 --> 01:27:21,780
เห็นไหมคะ

1723
01:27:21,780 --> 01:27:25,780
เยอะแยะ

1724
01:27:26,046 --> 01:27:30,046
ตาแป๊ะกี้ ตาแป๊ะก่าย

1725
01:27:34,447 --> 01:27:35,548
ขนมห่อ ๆ

1726
01:27:35,548 --> 01:27:39,548
เห็นไหมคะ

1727
01:27:50,754 --> 01:27:51,378
Festival

1728
01:27:41,712 --> 01:27:45,712
นี่เขาก็มีโทนสี

1729
01:27:46,784 --> 01:27:49,453
เราก็เลือกเอาไปใช้เป็นโทนสีของเราได้ ถ้าใคร

1730
01:27:49,453 --> 01:27:53,453
ไม่นิยมขนมไทย เราไป

1731
01:27:53,760 --> 01:27:57,760
ขนมอะไรฮิต ๆ ช่วงนี้ ขนมอะไรฮิต อะไรนะ บราวนี่หรือ

1732
01:27:59,522 --> 01:28:03,522
เหมือนเด็ก ๆ จะนิยมชมชอบบราวนีมาก

1733
01:28:08,336 --> 01:28:09,964
บราวนี ไหนเราลองหาบราวนี่

1734
01:28:09,964 --> 01:28:13,964
ถ้าอยากได้ที่เป็นรูปวาดเมื่อไรนี่ จำไว้เลย

1735
01:28:15,272 --> 01:28:19,272
เพิ่มคำว่า vecter

1736
01:28:19,379 --> 01:28:20,359
มันจะกลายเป็นภาพลายเส้นน่ะค่ะ ภาพวาดนั่นเอง

1737
01:28:20,359 --> 01:28:24,359
ก็คือใส่คำว่า "Vector" ลงไปในคำค้นนะคะ

1738
01:28:31,911 --> 01:28:35,911
มันจะช่วยได้ เห็นไหม ก็จะมีบราวนีหลายแบบเลย ใครชอบบราวนี่

1739
01:28:48,907 --> 01:28:45,555

1740
01:28:40,686 --> 01:28:44,686

1741
01:28:48,682 --> 01:28:52,682
เพราะเดี๋ยวนี้บราวนี่มันมีหลายแบบนะ บราวนี่แบบเป็นชิ้นชิ้นอย่างนี้ แล้วก็มีอะไรนะ

1742
01:28:52,885 --> 01:28:56,885
บราวนี่คุกกี้ใช่ไหมคะ แล้วก็มีอะไร บราวนี่กรอบ แล้วก็มี

1743
01:28:58,558 --> 01:29:02,558
บราวนี่แบบหน้านิ่มใช่ไหม ได้ 4 แบบ เอามาเปรียบเทียบก็ได้

1744
01:29:04,106 --> 01:29:05,816
มันต่างกันอย่างไร

1745
01:29:05,816 --> 01:29:08,556
ต่างกันไหม อย่างนี้ก็ได้ เอามาเปรียบเทียบ บราวนี

1746
01:29:08,556 --> 01:29:12,556
กรอบกับบราวนีหน้านิ่ม แยกเป็น 2 ฝั่ง

1747
01:29:13,633 --> 01:29:17,503
บราวนีกรอบมีวัตถุดิบอะไร

1748
01:29:17,503 --> 01:29:21,503
หรือ ๆ วิธีการที่ทำให้

1749
01:29:23,635 --> 01:29:24,492
ไอ้ 2 ตัวนี้มันแตกต่างกัน เช่น อาจจะเป็นวิธีการอบ

1750
01:29:24,492 --> 01:29:28,492
ส่วนผสมนะ อะไรอย่างนี้ ก็แสดงให้เห็น

1751
01:29:29,255 --> 01:29:33,255
ก็ได้ เห็นไหม พอบอกพี่เก๋ยังรู้เลย มีอะไรบ้าง

1752
01:29:33,831 --> 01:29:37,831
บอกแบวพอพูดถึงสิ่งที่เราชอบ

1753
01:29:40,879 --> 01:29:43,554
ข้อมูลมันจะมีมาโดยอัตโนมัตินะคะ อย่างนี้

1754
01:29:43,554 --> 01:29:45,241
เป็นต้นนะคะ เด็ก ๆ ก็จะมีทางเลือกเยอะขึ้น

1755
01:29:45,241 --> 01:29:46,042

1756
01:29:46,042 --> 01:29:50,042
เหมือนเขากำลังฮิตอะไรนะ

1757
01:29:59,654 --> 01:30:03,654
ทำขนมแล้วมาใส่กัญชา เราอาจต้องบอกว่าขนมปกติกับไม่มีกัญชานี่ มันมีอะไรดีหรือมันต่างกันอย่างไร

1758
01:30:05,935 --> 01:30:09,935
พูดถึงก็ได้ อย่างนี้เป็นต้น

1759
01:30:20,473 --> 01:30:21,580
หรือ หรือ

1760
01:30:12,291 --> 01:30:15,951
หรือสาย

1761
01:30:15,951 --> 01:30:19,715
ชอบแบบกินแบบพิสดาร นึกออกนะ

1762
01:30:19,715 --> 01:30:23,715
เอาบราวนี่ไปใส่อย่างนั้นอย่างนี้

1763
01:30:28,506 --> 01:30:32,506
พวกชอบเขาเรียกว่าอะไรล่ะ พวกเชฟเขาจะเรียกว่า "เป็นการฟิวชันไ

1764
01:30:35,656 --> 01:30:39,656
คือ การไปประยุกต์หรือไปเพิ่ม Texture เพิ่มมูลค่า

1765
01:30:41,080 --> 01:30:45,080
ให้ ๆ การกินบราวนีเปลี่ยนไป

1766
01:30:53,016 --> 01:30:57,016
วิธีกินบราวนีให้อร่อย

1767
01:31:03,470 --> 01:31:00,417

1768
01:30:46,360 --> 01:30:49,743
อะไรอย่างนี้ อาจจะเป็นการแนะวิธีการกินบราวนี่แบบอร่อย

1769
01:30:49,743 --> 01:30:53,743
แบบแปลก ๆ ของตัวเองก็ได้อะไรอย่างนี้ ก็จะใส่ไอเดียพวกนี้เข้าไปอย่างนี้ก็ได้นะคะ

1770
01:31:09,241 --> 01:31:17,992
หรือแบบ

1771
01:30:52,723 --> 01:30:55,058

1772
01:30:55,058 --> 01:30:59,058

1773
01:31:08,772 --> 01:31:12,772

1774
01:31:12,773 --> 01:31:16,773
หรืออะไรนะ หรือไปกิน หรือไปชิม

1775
01:31:18,156 --> 01:31:22,156
แล้วเปรียบเทียบร้านไหน เป็นเหมือนนักรีวิวก็ได้ ทำตัวเป็นเหมือน

1776
01:31:24,834 --> 01:31:26,756
นักรีวิวก็ได้ ไปชิมแล้วพูดถึงลักษณะบราวนี่

1777
01:31:26,756 --> 01:31:27,826
ร้านนี้เป็นอย่างไรนะคะ

1778
01:31:27,826 --> 01:31:31,826
หรือเหมือน...

1779
01:31:32,836 --> 01:31:35,933
เหมือนถ้าเป็น

1780
01:31:35,933 --> 01:31:39,933
คนกรุงเทพฯ น่ะ มันก็จะมีเป็นย่าน เป็นโซนใช่ไหม

1781
01:31:45,683 --> 01:31:49,683
ถ้าอยู่โซนนี้เหมือนมีร้านไหนอร่อย

1782
01:31:52,568 --> 01:31:56,568
อาจจะแนะนำก็ได้ ทำเป็นเหมือนเส้นทางน่ะค่ะ ไปชิมร้านบราวนี่ตามแผนที่ แผนที่บราวนี่

1783
01:31:58,567 --> 01:32:02,567
อร่อย อะไรอย่างนนี้ ร้านแรก

1784
01:32:03,762 --> 01:32:07,762
ไปทางนี้ ทำเหมือนเป็นเส้นทางไปร้าน

1785
01:32:10,966 --> 01:32:13,239
นี้ก็ได้ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ ทำได้หลายแบบเลย เห็นไหม พอนึกออก มันก็

1786
01:32:13,239 --> 01:32:17,239
บางทีมันไม่ได้มีร้านเดียว

1787
01:32:20,546 --> 01:32:22,352
หรือในย่านนี้ ถ้าคุณไปแล้ว ก็ลองไป

1788
01:32:22,352 --> 01:32:26,352
ทุกร้านอะไรอย่างนี้ ทำเป็นแผนที่ให้ อะไรอย่างนี้ก็ได้

1789
01:32:30,899 --> 01:32:34,899
นะคะ ก็ได้ เหมือใครชอบกินส้มตำ

1790
01:32:38,047 --> 01:32:38,937
พากินส้มตำเมืองสกล(นคร)

1791
01:32:38,937 --> 01:32:39,592
แผนที่เลย ร้านนี้นะ ร้านนี้นะ

1792
01:32:39,592 --> 01:32:43,592
ไป... สมมติเริ่มจากตรงไหน ไปไหนต่อ

1793
01:32:46,014 --> 01:32:47,560
อย่างนี้ก็ได้

1794
01:32:47,560 --> 01:32:51,560
ก็เป็นทำ Infographic อีกแบบหนึ่งก็ได้ เป็นแบบแผนที่นำทาง

1795
01:32:56,459 --> 01:32:58,385
ไป ก็คือให้ข้อมูลเป็นเชิง...

1796
01:32:58,385 --> 01:33:02,385
เหมือนไทม์ไลน์ด้วยในตัว แต่ไม่ต้องเป็นไทม์ไลน์แบบเวลา

1797
01:33:13,272 --> 01:33:13,425
แต่เป็นเส้นทาง

1798
01:33:04,987 --> 01:33:08,987
แต่ไม่ต้องเป็น

1799
01:33:12,852 --> 01:33:16,852
ไปในทางเดียวกันได้ หรือวนมาหากันได้อะไรอย่างนี้ ไปกันได้นะคะ ไทม์ไลน์แบบเป็นระยะทางแทน

1800
01:33:20,492 --> 01:33:22,082
อะไรอย่างนี้ ก็คือ

1801
01:33:22,082 --> 01:33:26,082
ไปตรงนี้ ใช้ระยะเวลาจากจุดนี้ไปจุดนี่

1802
01:33:27,250 --> 01:33:31,250
แล้วก็ไปต่อจุดนี้อะไรอย่างนี้

1803
01:33:36,465 --> 01:33:33,670
นะคะ

1804
01:33:31,551 --> 01:33:35,551
เป็นแบบนี้ก็ได้

1805
01:33:36,514 --> 01:33:40,514
เพราะฉะนั้น นึกไม่ออกย้อนกลับไปดูขั้นตอน

1806
01:33:44,071 --> 01:33:45,074
เดี๋ยวขั้นตอนมันก็จะไล่ ทำอะไรก่อน

1807
01:33:45,074 --> 01:33:48,147
คิดถึงอะไร อะไรตามมา

1808
01:33:48,147 --> 01:33:52,147
เดี๋ยวเนื้อหามันก็จะตามมาเอง

1809
01:33:55,676 --> 01:33:56,840
เพราะฉะนั้น เราต้อง ทุกอย่างน่ะค่ะ เวลาจะทำ

1810
01:33:56,840 --> 01:34:00,840
ถ้าเราเป็นนักคอมพิวเตอร์นะคะ

1811
01:34:01,706 --> 01:34:04,084
มันต้องมีการวิเคราะห์แน่นอนอยู่แล้วนะคะ

1812
01:34:04,084 --> 01:34:08,084
พอเรารู้เรื่องที่เราจะทำปุ๊บน่ะ เราก็มาวิเคราะห์

1813
01:34:11,839 --> 01:34:15,595
ทำเป็นเหมือน Mine map ก็ได้

1814
01:34:15,595 --> 01:34:19,595
จะพูดถึงเรื่องบราวนี่จะทำหัวข้ออะไร

1815
01:34:21,957 --> 01:34:24,397
แตกหัวข้อออกมาก่อนนะคะ เหมือนในขั้นตอนบอกแล้ว

1816
01:34:24,397 --> 01:34:28,397
กำหนดเรื่อง กำหนดเรื่องเสร็จ มาแตก

1817
01:34:32,257 --> 01:34:32,453
ลำดับหัวข้อ แล้วก็แบ่งหัวออกมา

1818
01:34:32,453 --> 01:34:36,453
จะทำหัวข้อเดียวเลยหรือเอาหัวหลาย ๆ หัวข้อมาร้อยเรียงกันเป็น Story ก็ได้

1819
01:34:45,702 --> 01:34:49,054
เลือก 1 หัวข้อ

1820
01:34:39,235 --> 01:34:43,235
แล้วมาร้อยเป็น Story ก็ได้

1821
01:34:53,917 --> 01:34:51,296
นะคะ

1822
01:34:46,652 --> 01:34:50,652

1823
01:34:56,890 --> 01:35:00,890
อย่าลืมนะคะ การนำภาพมาใช้ให้ดูด้วยว่าเป็นฟรีนะคะเด็ก ๆ

1824
01:35:03,198 --> 01:35:03,370
แต่ไม่น่ามีปัญหา เพราะภาพที่เราเอามาส่ง

1825
01:35:03,370 --> 01:35:07,370
เป็นการบ้านอย่างนี้ ก็ไม่ได้เอาไปขายต่ออยู่แล้ว

1826
01:35:10,340 --> 01:35:11,713
ไม่มีปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์หรอก เพราะเราใช้ในการจัดการเรียนการสอน

1827
01:35:11,713 --> 01:35:14,104
แต่ถ้าเมื่อใดแม่

1828
01:35:14,104 --> 01:35:15,777
แม่เอาไปขาย คนจะโดนคือแม่

1829
01:35:15,777 --> 01:35:19,777
แต่ปกติเราทำ แต่แม่ก็บอกเสมอนะ ว่า

1830
01:35:21,914 --> 01:35:25,914
เวลาเลือกภาพมาใช้ หรือไปเลือกกราฟิกอะไรเขามาใช้

1831
01:35:35,759 --> 01:35:35,869
ก็

1832
01:35:29,323 --> 01:35:31,286
ควรดูที่มันเป็นฟรีนะคะ

1833
01:35:31,286 --> 01:35:35,286
เพื่อความปลอดภัยนะคะ ถึงแม้เราจะเอามา

1834
01:35:36,261 --> 01:35:37,894
ใช้เพื่อการศึกษาก็แล้วแต่ แต่ให้นึกถึง

1835
01:35:37,894 --> 01:35:41,184
เมื่อต่อไปในภายภาคหน้า เกิดลืม

1836
01:35:41,184 --> 01:35:45,184
แล้วย้อนกลับมางานนี้สวย

1837
01:35:46,717 --> 01:35:50,717
คิดอยากขาย สมมติ ๆ นะคะ แต่เมื่อใดที่ทำเองแล้วคิดอยากขาย

1838
01:35:54,364 --> 01:35:55,875
ขายได้นะคะ เดี๋ยวนี้

1839
01:35:55,875 --> 01:35:59,875
งานศิลปะนี่

1840
01:36:05,343 --> 01:36:09,343
ไม่ได้อยู่แค่ผืนผ้าใบอย่างเดียวแล้ว งาน

1841
01:36:22,324 --> 01:36:26,324
ศิลปะยุใหม่

1842
01:36:22,326 --> 01:36:26,326
อยู่ใน Cloud

1843
01:36:26,654 --> 01:36:26,558
อยู่

1844
01:36:09,914 --> 01:36:13,087
ในคอมพิวเตอร์อยู่ใน Cloud ก็มีนะคะ

1845
01:36:13,087 --> 01:36:13,493
ขายภาพกันบนอินเทอร์เน็ตเยอะแยะไปนะคะ

1846
01:36:13,493 --> 01:36:17,493
พวกพวกศิลป

1847
01:36:24,944 --> 01:36:26,097
ยุคใหม่ ๆ นี่ที่แม่เข้าไปดูนะ เขาก็บอกว่าเขาใช้วิธีการวาดในผืนผ้าใบ

1848
01:36:26,097 --> 01:36:28,649
เขาก่อนก็มี แล้วเขา

1849
01:36:28,649 --> 01:36:32,649
มาวาดต่อใน ใน...

1850
01:36:33,394 --> 01:36:37,394
ในคอมฯ ก็มี แต่บางคนวาดในผืนผ้าใบก็ได้

1851
01:36:39,935 --> 01:36:43,935
เสร็จแล้วใช้วิธีถ่าย ถ่ายภาพชิ้นงานเขาน่ะค่ะ

1852
01:36:44,219 --> 01:36:45,245
แล้วก็เอามาขายก็มี แล้วพอตอนรับนี่ อาจจะเป็น

1853
01:36:45,245 --> 01:36:49,245
เหมือนส่ง ส่งชิ้นงานจริงไป

1854
01:36:51,654 --> 01:36:55,654
นึกออกนะ อย่างนี้ก็ได้ ขาย

1855
01:37:00,807 --> 01:37:01,854
ก็คือกลายเป็น

1856
01:36:55,525 --> 01:36:56,514
ไปขายบนออนไลน์แทน ขายบนโลก

1857
01:36:56,514 --> 01:37:00,514
อินเทอร์เน็ตแทนนะคะ แล้วไม่ได้ขายแบบธรรมดาด้วยนะคะ

1858
01:37:02,142 --> 01:37:06,142
ขายแบบเปิดประมูลน่ะ ให้คนที่สนใจ แล้วประมูล

1859
01:37:12,903 --> 01:37:16,903
แข่งอย่างนี้เลยนะคะ ก็เป็นธุรกิจในยุคเทคโนโลยีดิจิทัลยุคใหม่ ที่อาศัยคลาวด์ อาศัยคอมพิวเตอร์

1860
01:37:31,975 --> 01:37:34,808
ธุรกิจชนิดนี้

1861
01:37:24,324 --> 01:37:27,594
เป็นตัวในการสร้างธุรกิจชนิดนี้

1862
01:37:27,594 --> 01:37:31,594
แล้วก็อาศัยเงินที่เป็นเงินอิเล็กทรอนิกส์ด้วย เพราะมันซื้อขายผ่านเงิน

1863
01:37:35,799 --> 01:37:39,799
ผ่านระบบไอ้เงิน Bitcoin น่ะค่ะ ไอ้เหรียญ

1864
01:37:39,958 --> 01:37:43,403
Cryto

1865
01:37:43,403 --> 01:37:47,403
Block chen พวกนี้มาเป็นตัวช่วยนะคะ มีใครสงสัยงานที่ให้ทำในวันนี้

1866
01:37:51,565 --> 01:37:52,218
ไหมคะ

1867
01:37:52,218 --> 01:37:56,218
ถ้าไม่สงสัยเดี๋ยว... อย่างนั้นจะปล่อยแล้วนะคะ ให้เด็ก ๆ

1868
01:38:03,166 --> 01:38:04,657
นั่งทำงานกันต่อนะ ให้เสร็จส่งท้ายชั่วโมงนะคะ ให้ทำอย่างน้อย

1869
01:38:04,657 --> 01:38:08,657
อย่างน้อยนะคะ อย่างน้อย 1 แผ่น

1870
01:38:19,890 --> 01:38:17,209

1871
01:38:11,127 --> 01:38:12,074
ขนาด A4 น่ะ

1872
01:38:12,074 --> 01:38:16,074
ให้เท่าขนาด A4 พอ

1873
01:38:18,206 --> 01:38:22,206
แล้วก็ส่งไฟล์ ส่งในไหน

1874
01:38:26,003 --> 01:38:30,003
ใส่ใน Classroom เลยนะคะ

1875
01:38:30,695 --> 01:38:30,844
เรามี Classroom แล้ว

1876
01:38:30,844 --> 01:38:31,484
นะคะ ส่งใน Classroom ของเราได้ มีใคร

1877
01:38:31,484 --> 01:38:35,484
อยากถามเกี่ยวกับงานวันนี้ไหมคะ ถ้ามียกมือ

1878
01:38:39,385 --> 01:38:40,719
ถ้าไม่มีจะปล่อยแล้วนะเด็ก ๆ

1879
01:38:40,719 --> 01:38:44,719
เพราะอันนี้ต้องทำเองค่ะ มันเป็นงานไอเดีย

1880
01:38:55,586 --> 01:39:01,989
ไอเดียต้อง

1881
01:38:50,236 --> 01:38:54,236
มาจากตัวเด็ก ๆ เองนะคะ เพราะวิธีการ Text กราฟิกอะไรก็บอกไปแล้วนะ

1882
01:38:55,888 --> 01:38:59,888
สอนไปแล้ว แต่ไม่จำเป็นต้องวาดเอง

1883
01:39:01,423 --> 01:39:05,423
ก็เอารูปที่มีในเน็ตก็ได้ จริง ๆ น่ะ ก็ถึงวาดเอง แต่หัวข้อที่

1884
01:39:07,817 --> 01:39:10,443
ให้ไปก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับของกิน บอกแล้ว

1885
01:39:10,443 --> 01:39:14,443
มนุษย์ทุกคนในโลกนี้นึกถึงของกิน

1886
01:39:19,020 --> 01:39:19,127
มันเป็นปัจจัยที่ขาดไม่ได้อยู่แล้วนะคะ เหมือนใครติ่งเกาหลี ก็อะไรนะ

1887
01:39:19,127 --> 01:39:23,127
อาจจะเป็นแบบ

1888
01:39:28,614 --> 01:39:32,614
มาม่ารสนี้

1889
01:39:36,694 --> 01:39:39,569
ใครเคยกินรสไหน

1890
01:39:29,492 --> 01:39:33,492
มันมีรสชาติอย่างไร อะไรอย่างไร พูด

1891
01:39:34,553 --> 01:39:38,535
ให้เพื่อน ๆ ทำให้เพื่อน ๆ เห็นนะคะ

1892
01:39:38,535 --> 01:39:42,223
ทำให้มันมีความน่าสนใจ โดยบอกออกมาว่า

1893
01:39:42,223 --> 01:39:45,462
กินแล้ว ถ้าเรารู้สึกอร่อย

1894
01:39:45,462 --> 01:39:49,462
อาจจะไม่อร่อย ก็ทำเป็นเหมือนรีวิวก็ได้นะคะ มาม่า

1895
01:39:55,149 --> 01:39:59,149
เกาหลีนะคะ เห็นมีหลายรส แม่ยังอยากลองเลย ไอ้นั่นน่ะ ไอ้นั่นน่ะ คาร์โบนาราน่ะ เดี๋ยวต้อง

1896
01:40:02,424 --> 01:40:06,424
สอยมาลอง สายลองนี่ต้องใช้น้องพริ้มนะคะ

1897
01:40:08,710 --> 01:40:12,710
อยากรู้มันจะเป็นอย่างไร มันจะครีมมีไหม มันจะออกรสคาโบนาร่าไหม

1898
01:40:14,554 --> 01:40:18,554
นะคะ อยากรู้เหมือนกัน เดี๋ยวไปสอยมาลอง นะคะ

1899
01:40:25,083 --> 01:40:29,083
ย่างนั้น ถ้าเด็ก ๆ ไม่มีข้อสงสัยนั่งทำต่อนะคะ

1900
01:40:31,450 --> 01:40:35,450
พอแค่นี้ค่ะ ขอบคุณพี่ล่ามค่ะ

1901
01:40:36,335 --> 01:40:39,467
ขอบคุณค่ะ สวัสดีค่ะ

1902
01:40:39,467 --> 01:40:43,467
เดี๋ยวเปิดส่งงานใน Class ให้ก่อน แป๊บ

1903
01:40:48,172 --> 01:40:50,674

1904
01:40:50,674 --> 01:40:54,674

1905
01:40:58,963 --> 01:41:02,963
Class เราอยู่ไหน

1906
01:41:05,426 --> 01:41:33,500
[สิ้นสุดการถอดความ]

1907
01:40:59,428 --> 01:41:03,428

1908
01:41:13,114 --> 01:41:17,114

1909
01:41:21,123 --> 01:41:25,122

1910
01:41:25,122 --> 01:41:29,122

1911
01:41:29,130 --> 01:41:33,130

1912
01:41:33,133 --> 01:41:33,136

1913
01:41:33,136 --> 01:41:37,136

1914
01:41:37,139 --> 01:41:41,139

1915
01:41:42,145 --> 01:41:46,145

1916
01:41:46,147 --> 01:41:50,147

1917
01:41:50,148 --> 01:41:54,148


