﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:04,000

2
00:00:04,004 --> 00:00:08,004

3
00:00:08,006 --> 00:00:12,006

4
00:00:12,008 --> 00:00:16,008

5
00:00:16,010 --> 00:00:20,010

6
00:00:20,012 --> 00:00:24,012

7
00:00:24,014 --> 00:00:28,014

8
00:00:28,017 --> 00:00:32,017
(อาจารย์สุธิรา) ความหมาย หัวข้อที่ 2

9
00:00:32,019 --> 00:00:36,019
ของ Infographics นั่นเองนะคะ แล้วก็

10
00:00:36,020 --> 00:00:40,020
หัวข้อที่ 3 ขั้นตอนในการสร้าง แล้วก็

11
00:00:40,021 --> 00:00:44,021
ในหัวข้อที่ 4 จะบอกว่าเราจะทำ Infographics นี่

12
00:00:44,022 --> 00:00:48,022
มันก็มีข้อห้าม

13
00:00:48,024 --> 00:00:52,024
หรืออะไรก็แล้วแต่นี่

14
00:00:52,026 --> 00:00:56,026
คือ เหมือน... เหมือนทำแอนิเมชัน

15
00:00:56,027 --> 00:01:00,027
อนิเันนี่ก็จะมี

16
00:01:00,029 --> 00:01:04,029
สิ่งที่ควรทำกับสิ่งที่ไม่ควรทำนะ Infographics

17
00:01:04,030 --> 00:01:08,030
ก็เหมือนกันนะคะ เราก็ต้องมารู้ด้วยว่า

18
00:01:08,033 --> 00:01:12,033
มันควรใส่อันนี้เข้าไปไหม หรือไม่ควร อย่างนี้นะคะ มาเริ่ม

19
00:01:12,034 --> 00:01:16,034
ที่ความหมายก่อน

20
00:01:16,036 --> 00:01:20,036
Infographics นี่ มัน

21
00:01:20,038 --> 00:01:24,038
มาจากคำ 2 คำ คำแรก

22
00:01:24,038 --> 00:01:28,038
ก็คือ Information เห็นไหมคะ ในกรอบเหลือง ๆ

23
00:01:28,039 --> 00:01:32,039
นะคะ Information ก็คือ

24
00:01:32,041 --> 00:01:36,041
ข้อมูลหรือสารสนเทศนั่นเอง

25
00:01:36,042 --> 00:01:40,042
และคำที่ 2 ก็คือคำว่า "graphics"

26
00:01:40,044 --> 00:01:44,044
graphics ในที่นี้ไม่ใช่แค่รูปอย่างเดียว แต่มันจะหมายถึง

27
00:01:44,045 --> 00:01:48,045
พวก

28
00:01:48,047 --> 00:01:52,047
กราฟที่ทำสถิติน่ะ นึกออกนะ พวก

29
00:01:52,049 --> 00:01:56,049
กราฟแท่ง กราฟวงกลม กราฟอะไรอย่างนี้ พวก

30
00:01:56,050 --> 00:02:00,050
แผนภูมิ แผนผัง หรือสัญลักษณ์

31
00:02:00,052 --> 00:02:04,052
นะคะ ก็คือการนำข้อมูลต่าง ๆ นี่

32
00:02:04,052 --> 00:02:08,052
มาแสดงในลักษณะที่เป็นภาพ

33
00:02:08,054 --> 00:02:12,054
หรือเป็นแผนภูมิ

34
00:02:12,057 --> 00:02:16,057
คือ แทนที่สมัยก่อน เหมือน

35
00:02:16,058 --> 00:02:20,058
เวลาจะนำเสนอง

36
00:02:20,059 --> 00:02:24,059
เหมือนทำรายงานครั้งแรก ๆ นะ เด็ก ๆ ก็จะมีแต่เนื้อหา

37
00:02:24,060 --> 00:02:28,060
นึกออกไหม เนื้อหามา แล้วก็บรรยายไป

38
00:02:28,063 --> 00:02:32,063
เขาบอกว่าทำแบบนั้นน่ะ มัน... คือ ถ้าเนื้อหามันน้อย ๆ

39
00:02:32,064 --> 00:02:36,064
มันก็ไม่น่าเบื่อแต่ถ้าเนื้อหามันเยอะ ๆ

40
00:02:36,066 --> 00:02:40,066
เหมือนให้คนเข้าฟังบรรยายมาอ่าน

41
00:02:40,068 --> 00:02:44,068
เนื้อหาถ้าอย่างนั้นน่ะ สู้

42
00:02:44,069 --> 00:02:48,069
ไม่แจกเอกสารให้เขาไปนั่งอ่านเองดีกว่าหรือ

43
00:02:48,071 --> 00:02:52,071
สู่ยุคที่พอมีเทคโนโลยีเข้ามา

44
00:02:52,073 --> 00:02:56,073
การทำงานที่นำเสนอในลักษณะ Infographics

45
00:02:56,074 --> 00:03:00,074
ก็เลยเป็นการประยุกต์เอาข้อมูลนี่

46
00:03:00,075 --> 00:03:04,075
มาแสดงให้เห็นในลักษณะในเชิงรูปภาพนะคะ

47
00:03:04,077 --> 00:03:08,077
เลยรวมกันมาเป็น 2 คำคือ

48
00:03:08,078 --> 00:03:12,078
Infographics เห็นไหมคะ จาก Information ก็ตัด

49
00:03:12,080 --> 00:03:16,080
mation ออกเหลือแค่ info นะคะ

50
00:03:16,081 --> 00:03:20,081
แล้วก็มารวมกับ graphics ก็คือต้องมี

51
00:03:20,082 --> 00:03:24,082
ทั้งข้อมูลด้วยแล้วก็มีภาพด้วย

52
00:03:24,084 --> 00:03:28,084
แต่ไม่ใช่มีเนื้อหาที่เป็นข้อความเยอะนะคะ

53
00:03:28,086 --> 00:03:32,086
ลองดูตัวอย่าง เช่น เห็นไหมคะ

54
00:03:32,087 --> 00:03:36,087
เหมือนถ้าพูดถึง COVID

55
00:03:36,088 --> 00:03:40,088
บอกสัญญาณบ่งชี้

56
00:03:40,089 --> 00:03:44,089
ที่เราจะไปติดเชื้อ COVID-19

57
00:03:44,091 --> 00:03:48,091
เกิดจากอะไรบ้าง

58
00:03:48,092 --> 00:03:52,092
1. เลย เป็นผู้สูงอายุ ใน

59
00:03:52,094 --> 00:03:56,094
ฝั่งแรกภาพในฝั่งแรกก็จะพูดถึงความเ

60
00:03:56,095 --> 00:04:00,095
6 อะไร 601 น่ะ เด็ก

61
00:04:00,096 --> 00:04:04,096
ทารก แล้วก็ 608 อะไรเขาน่ะ

62
00:04:04,098 --> 00:04:08,098
ก็คือผู้สูงอายุ แล้วก็ควรป่วย

63
00:04:08,099 --> 00:04:12,099
ที่มีปัญหาด้านสุขภาพ 8 ด้าน

64
00:04:12,100 --> 00:04:16,100
แล้วก็เด็กทารกใช่ไหมคะ แล้วก็

65
00:04:16,101 --> 00:04:20,101
อะไร เขาก็ให้ทำเป็นลักษณะของกราฟ เห็นไหม

66
00:04:20,103 --> 00:04:24,103
ไม่ได้ใช้แต่รูปอย่างเดียว ใช้ลักษณะ

67
00:04:24,105 --> 00:04:28,105
กราฟวงกลมด้วยนะคะ หรือใช้

68
00:04:28,106 --> 00:04:32,106
ก็แล้วแต่คนที่จะทำออกมา ก็พยายามให้เห็น

69
00:04:32,107 --> 00:04:36,107
ทั้งตัวข้อมูล แต่ไม่ได้ใส่เนื้อหา

70
00:04:36,109 --> 00:04:40,109
เยอะแยะเกินไปนะคะ อย่างนี้เป็นต้น หรือ

71
00:04:40,111 --> 00:04:44,111
ในแบบที่ 2 เขาบอกว่าไอ้การตรว

72
00:04:44,113 --> 00:04:48,113
การตรวจ Antigen

73
00:04:48,115 --> 00:04:52,115
กับ Antibody Test ต่างกันอย่างไร

74
00:04:52,117 --> 00:04:56,117
เปรียบเทียบให้ดู เป็นลักษณะ

75
00:04:56,169 --> 00:05:00,169
การทำให้เห็นข้อแตกต่างเห็นไหมคะ

76
00:05:00,171 --> 00:05:04,171
ก็ตรวจจากอะไร

77
00:05:04,173 --> 00:05:08,173
ตรวจต่างกันนะคะ คือไอ้แท่งน่ะ

78
00:05:08,174 --> 00:05:12,174
เหมือนกันเลย ไอ้ฐานตรวจเหมือนกัน แต่วิธีการตรวจไม่เหมือนกัน

79
00:05:12,175 --> 00:05:16,175
ค่าที่ออกมาก็น่าจะคนละแบบ

80
00:05:16,180 --> 00:05:20,180
นี่เป็นตัวอย่างของ Infographics ที่

81
00:05:20,181 --> 00:05:24,181
เป็นลักษณะที่ให้เห็นความแตกต่าง

82
00:05:24,182 --> 00:05:28,182
ของข้อมูล 2 ชุดนะคะ ทีนี้

83
00:05:28,183 --> 00:05:32,183
เมื่อกี้เรารู้ความหมายไปแล้วเราก็ต้องมารู้จัก

84
00:05:32,184 --> 00:05:36,184
ประเภทของมันนะคะ มันไม่ได้มีอย่างเดียว

85
00:05:36,185 --> 00:05:40,185
ให้นึกถึงเหมือน Animation เราก็ยังแบ่งประเภทออกนะ

86
00:05:40,189 --> 00:05:44,189
Infographic ก็เหมือนกันนะคะ

87
00:05:44,190 --> 00:05:48,190
เราสามารถแบ่งประเภทของ Infographics

88
00:05:48,191 --> 00:05:52,191
ดังต่อไปนี้นะคะ แบบที่ 1

89
00:05:52,193 --> 00:05:56,193
Informational Infographic

90
00:05:56,195 --> 00:06:00,195
Informational ก็หมายถึง

91
00:06:00,197 --> 00:06:04,197
ข้อมูลนะคะข้อมูล กราฟิก

92
00:06:04,200 --> 00:06:08,200
ที่เป็นลักษะการให้ข้อมูลนั่นเอง หรือให้ข่าวสารนะคะ

93
00:06:08,201 --> 00:06:12,201
แบบที่ 2

94
00:06:12,202 --> 00:06:16,202
Statistical Infographic

95
00:06:16,203 --> 00:06:20,203
Statisti ก็คือ

96
00:06:20,204 --> 00:06:24,204
การสร้าง Infographics ที่ใช้สถิติ

97
00:06:24,206 --> 00:06:28,206
มาเป็นในการสร้าง มาเป็นข้อมูลในการสร้าง ก็คือ

98
00:06:28,207 --> 00:06:32,207
ต้องมีตัวเลขมาประกอบว่า เหมือนดื่ม

99
00:06:32,209 --> 00:06:36,209
เบียร์สมมติจะตวรจ

100
00:06:36,211 --> 00:06:40,211
ใช่ไหมคะ เบียร์นี่ดื่มไปเท่าไร

101
00:06:40,212 --> 00:06:44,212
ใช่ไหม ถึงจะแอลกอฮอล์ขึ้นเท่าไร

102
00:06:44,214 --> 00:06:48,214
ก็จะมีสถิติเปรียบเทียบนะ เหมือนกินเบียร์ 2 แก้ว กับกินเหล้า 2 แก้ว

103
00:06:48,216 --> 00:06:52,216
อันไหน แอกอฮอสูงกว่้า

104
00:06:52,217 --> 00:06:56,217
ว่าอย่างไรครับ สายดื่ม

105
00:06:56,219 --> 00:07:00,219
พี่เอ็ม พี่เอ็มขอถามพี่เอ็มสิ

106
00:07:00,221 --> 00:07:04,221
เหล้าใช่ไหม เพราะอะไร เพราะแอลกอฮอล์ในเหล้ามันก็สูงกว่าเบียร์อยู่แล้วนะ เหล้า

107
00:07:04,222 --> 00:07:08,222
กี่เ้ท่าไหร่กี่เปอร์เซ็นต์

108
00:07:08,223 --> 00:07:12,223
นะ เพราะเหล้า เหมือนเหล้าขาวอย่างนี้

109
00:07:12,224 --> 00:07:16,224
45 ดีกรีใช่หรือเปล่า

110
00:07:16,225 --> 00:07:20,225
ก็จะสูงกว่าเหล้า เขาเรียกเหล้าแดงใช่ไหม พวกหงส์

111
00:07:20,226 --> 00:07:24,226
ทองพวก รีเจนต์ซี่

112
00:07:24,227 --> 00:07:28,227
40 นะ เบียร์ถึง 40 ไหม ไม่ถึงหรือเปล่า

113
00:07:28,229 --> 00:07:32,229
เบียร์ 5 เปอร์เซ็นต์นะคะ

114
00:07:32,230 --> 00:07:36,230
นั่นก็คือเอาสถิติพวกนี้นะ

115
00:07:36,231 --> 00:07:40,231
มานำเสอนให้เห็น

116
00:07:40,232 --> 00:07:44,232
ให้เห็นว่าตัวเลขที่เป็นสถิติเขา

117
00:07:44,235 --> 00:07:48,235
ก็เอามาแสดงให้เห็นได้ ในลักษณะ

118
00:07:48,236 --> 00:07:52,236
Infographics นะคะ เป็นแบบที่ 2 การทำ Infographics

119
00:07:52,237 --> 00:07:56,237
จากข้อมูลสถิติ

120
00:07:56,239 --> 00:08:00,239
Timeline Infographics ก็เป็นแบบ

121
00:08:00,241 --> 00:08:04,241
เวลาน่ะ ช่วงเวลานะ

122
00:08:04,244 --> 00:08:08,244
ทำ Infographics เป็นแบบ...

123
00:08:08,247 --> 00:08:12,247

124
00:08:12,255 --> 00:08:16,255

125
00:08:16,257 --> 00:08:20,257

126
00:08:20,261 --> 00:08:24,261

127
00:08:24,264 --> 00:08:28,264

128
00:08:28,267 --> 00:08:32,267

129
00:08:32,270 --> 00:08:36,270

130
00:08:36,271 --> 00:08:40,271

131
00:08:40,273 --> 00:08:44,273

132
00:08:44,274 --> 00:08:48,274

133
00:08:47,420 --> 00:08:51,420
Process ถ้าดูจากตัวอย่าง เด็ก ๆ

134
00:08:51,421 --> 00:08:55,421
ทำอะไรคะนี่ Creative

135
00:08:55,422 --> 00:08:59,422
100 1 นั้นก็คือ

136
00:08:59,426 --> 00:09:03,426
ก็คือขั้นตอนหรือกระบวนการ ก็คือ

137
00:09:03,429 --> 00:09:07,429
การทำ Infographic ที่แสดงให้เห็น

138
00:09:07,430 --> 00:09:11,430
ขั้นตอนหรือกระบวนการ เช่น การทำขนม หรือเบเกอรี่

139
00:09:11,433 --> 00:09:15,433
ก็มีขั้นตอนนะ ขั้นตอนการผสม การอบ

140
00:09:15,434 --> 00:09:19,434
อะไรอย่างนี้นะคะ ก็ทำให้เป็นขั้น ๆ แบ่งเป็นขั้น ๆ ไป

141
00:09:19,435 --> 00:09:23,435
อย่างนี้นะคะ ก็เลยเรียกว่า Process Infographic

142
00:09:23,438 --> 00:09:27,438
แบบที่ 5 Comparison Infographic

143
00:09:27,439 --> 00:09:31,439
Comparison Infographic ก็คือ

144
00:09:31,440 --> 00:09:35,440
ในอันที่ 2 Compa ก็คือการเปรียบเทียบ เป็นการทำ

145
00:09:35,441 --> 00:09:39,441
Infographic ในเชิงเปรียบเทียบ ก็คือมี

146
00:09:39,442 --> 00:09:43,442
ข้อมูล 2 แบบ แล้วเอามาเปรียบเทียบให้เห็นนะคะ

147
00:09:43,443 --> 00:09:47,443
ให้เก็นเป็นส่วนส่วนหรือเป็นข้อข้อไป

148
00:09:47,444 --> 00:09:51,444
สมมติเหมือนเปรียบเทียบ

149
00:09:51,449 --> 00:09:55,449
อาการ COVID

150
00:09:55,451 --> 00:09:59,451
กับไข้หวัดใหญ่นะ เพราะแรก ๆ เขาบอกว่า COVID กับ

151
00:09:59,452 --> 00:10:03,452
ไข้หวัดใหญ่มันเหมือนกัน

152
00:10:03,455 --> 00:10:07,455
มันไม่ใช่ไข้หวัดใหญ่มันเป็น COVID มันก็จะมีการเปรียบเทียบ

153
00:10:07,458 --> 00:10:11,458
ไข้หวัดใหญ่จะมีอาการเท่านี้ เท่านี้ แต่ COVID

154
00:10:11,460 --> 00:10:15,460
จะมีอะไรที่แตกต่างออกมา จะทำให้เห็นนะ จะเป็นลักษณะนั้น

155
00:10:15,461 --> 00:10:19,461
เปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่าง ของของข้อมูล 2 ชุด

156
00:10:19,463 --> 00:10:23,463
2 ชุดนะคะ ก็เลยเรียกว่า "Comparison Infographics"

157
00:10:23,465 --> 00:10:27,465
นั่นคือ Infographic

158
00:10:27,466 --> 00:10:31,466
ที่แสดงข้อมูลในเชิงเปรียบเทียบนะคะ

159
00:10:31,467 --> 00:10:35,467
และแบบที่ 6

160
00:10:35,468 --> 00:10:39,468
Hierarchical Infographic

161
00:10:39,470 --> 00:10:43,470
อันนี้จะเป็นแนว

162
00:10:43,473 --> 00:10:47,473
เขาเรียกว่าอะไรล่ะ แผน

163
00:10:47,474 --> 00:10:51,474

164
00:10:51,474 --> 00:10:55,474
เดี๋ยวนะ เวลาต้องเอาภาษาอังกฤษ

165
00:10:55,479 --> 00:10:59,479
มาแปลไทยนี่ ปวดตับ

166
00:10:59,481 --> 00:11:03,481
ทับศัพท์ให้ก็ไม่ได้ ให้นึกถึง

167
00:11:03,483 --> 00:11:07,483
เป็นลักษณะอย่างไงดี

168
00:11:07,486 --> 00:11:11,486
แผนภูมิ

169
00:11:11,487 --> 00:11:15,487
แผนภูมินะ แต่เป็นลักษณะ

170
00:11:15,490 --> 00:11:19,490
แผนภูมิที่มีเป็นชั้น ๆ

171
00:11:19,492 --> 00:11:23,492
นะคะ เป็นรูปแบบที่แสดงให้เห็น

172
00:11:23,493 --> 00:11:27,493
ลักษณะของข้อมูลที่เป็นลักษณะ

173
00:11:27,494 --> 00:11:31,494
เป็นชั้น ๆ นะคะ

174
00:11:31,496 --> 00:11:35,496
เป็น Hierarchical Infographic นะคะ อันนี้น่าจะเป็น

175
00:11:35,497 --> 00:11:39,497
พวกที่ทำเกี่ยวกับพวกทางการตลาด

176
00:11:39,499 --> 00:11:43,499
น่าจะได้ใช้ เราไม่ค่อยได้ใช้นะคะ

177
00:11:43,500 --> 00:11:47,500
และตัวต่อมา ตัวสุดท้าย

178
00:11:47,501 --> 00:11:51,501
แล้วนะ List Infographic

179
00:11:51,502 --> 00:11:55,502
List Infographics

180
00:11:55,504 --> 00:11:59,504
ก็คือ Infographic ที่ทำลักษณะที่เป็นรายการ

181
00:11:59,505 --> 00:12:03,505
แต่ในตัวอย่างบอกว่า 9 TIPS

182
00:12:03,509 --> 00:12:07,509
To CREATE ก็คือมี

183
00:12:07,510 --> 00:12:11,510
เทคนิคในการสร้างผลิตพัฒนี่

184
00:12:11,511 --> 00:12:15,511
อยู่ 9 ข้อว่าอย่างนั้นเถอะ ก็เลยว่าบอกข้อที่ 1 ทำอะไร

185
00:12:15,513 --> 00:12:19,513
นะคะ เป็น List รายการเป็นข้อ ๆ ออกมา

186
00:12:19,514 --> 00:12:23,514
ว่า TIPS ที่ 1 ทำอะไร TIPS ที่ 2 ทำอะไรนะคะ

187
00:12:23,516 --> 00:12:27,516
เป็นลักษณะเป็ร list Infographics

188
00:12:27,518 --> 00:12:31,518
เรารู้จักประเภทของ Infographic ไปแล้ว

189
00:12:31,521 --> 00:12:35,521
ก็คือเวลาทำจะได้ เวลา

190
00:12:35,522 --> 00:12:39,522
มาดูย้อนจะได้มองออกว่าลักษณะที่เราทำเป็นแบบนี้นะ

191
00:12:39,524 --> 00:12:43,524
ประเภทนี้นะทีนี้

192
00:12:43,532 --> 00:12:47,532
แล้วถ้าเราจะทำ เราจะรู้ได้อย่างไร

193
00:12:47,541 --> 00:12:51,541
ในหัวข้อต่อไปก็จะพูดถึงขั้นตอน

194
00:12:51,542 --> 00:12:55,542
ที่เราจะใช้ในการสร้าง Infographic ของเรานะคะ

195
00:12:55,543 --> 00:12:59,543
ซึ่งที่เอามยกตัวอย่างนี่

196
00:12:59,544 --> 00:13:03,544
ขั้นตอนการสร้าง Infographic มีทั้งหมด

197
00:13:03,546 --> 00:13:07,546
7 ขั้น วนไปทางไหนดูดี ๆ

198
00:13:07,547 --> 00:13:11,547
เด็ก ๆ คิดว่าจะเริ่มจากทางไหนก่อน

199
00:13:11,549 --> 00:13:15,549

200
00:13:15,550 --> 00:13:19,550
เห็นไหมคะ 7 ขั้นตอนสร้างอินโฟกราฟิกโดนใจ

201
00:13:19,551 --> 00:13:23,551
ดูนะคะ อันดับแรก

202
00:13:23,553 --> 00:13:27,553
วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย

203
00:13:27,556 --> 00:13:31,556
ทำความเข้าใจจุดประสงค์

204
00:13:31,557 --> 00:13:35,557
ดูตำแหน่งบนสุดของฝั่ง...

205
00:13:35,559 --> 00:13:39,559
ดูลักษณะการวาง คือเขาไม่วางเรียง

206
00:13:39,561 --> 00:13:43,561
แต่ถ้าจะให้เข้าใจ คือ อันแรก อันบนสุด

207
00:13:43,562 --> 00:13:47,562
ทำความเข้าใจจุดประสงค์ในการทำ

208
00:13:47,567 --> 00:13:51,567
คือ ก่อนจะทำเราต้องรู้จุดประสงค์ก่อน ว่าเราจะทำ Infographic

209
00:13:51,569 --> 00:13:55,569
นี้ เพื่ออะไร ถูกไหมนะคะ

210
00:13:55,570 --> 00:13:59,570
พอรู้จุดประสงค์แล้ว สิ่งต่อมา ก็คือการวิเคราะห์

211
00:13:59,572 --> 00:14:03,572
วิเคราะห์ วิเคราะห์เพื่ออะไร

212
00:14:03,575 --> 00:14:07,575
อย่าลืมว่ามันต้องมีองค์ประกอบของภาพ

213
00:14:07,578 --> 00:14:11,578
แล้วก็ข้อความนะ หรือตัวเลข

214
00:14:11,587 --> 00:14:15,587
ให้นึกถึง ถ้ากลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการเอาไปทำน่ะ เป็นเด็ก

215
00:14:15,592 --> 00:14:19,592
เล็ก ๆ ใช่ไหม

216
00:14:19,593 --> 00:14:23,593
แล้วข้อความเกิดมาใช้ภาษาอังกฤษ เด็กเล็ก ๆ ยังไม่รู้

217
00:14:23,596 --> 00:14:27,596
ภาษาอังกฤษคำยาก ๆ นึกออกนะ

218
00:14:27,598 --> 00:14:31,598
หรือไปใช้ตัวเลขที่มีค่าสถิติเยอะ ๆ น่ะ

219
00:14:31,600 --> 00:14:35,600
4.000 เด็กมันจะรู้ไหมว่า

220
00:14:35,602 --> 00:14:39,602
4 หลังจาก .00 มันคืออะไร เพราะฉะนั้น

221
00:14:39,603 --> 00:14:43,603
เราก็เลยต้องรู้จักกลุ่มเป้าหมาย ก็คือ

222
00:14:43,604 --> 00:14:47,604
ไอ้สิ่งนี้ อันแรกบอกจุดประสงค์ก่อน จะ

223
00:14:47,605 --> 00:14:51,605
ทำไปให้ใครเห็นไหมคะ

224
00:14:51,607 --> 00:14:55,607
ทำเพื่อให้ใครอ่านหรือให้ดู

225
00:14:55,609 --> 00:14:59,609
และจุดประสงค์ข้อที่ 3

226
00:14:59,611 --> 00:15:03,611
กำหนดหัวข้อ

227
00:15:03,614 --> 00:15:07,614
พอรู้แล้วกลุ่มเป้าหมายคือใคร

228
00:15:07,616 --> 00:15:11,616
ใช่ไหมคะ ว่าจะทำหัวข้อนี้เป็นเรื่อง

229
00:15:11,617 --> 00:15:15,617
เกี่ยวกับอะไร คือให้นึกถึงถ้าเด็กน่ะ

230
00:15:15,619 --> 00:15:19,619
หัวข้อเยอะ ๆ เด็กก็คงไม่สนใจแล้วนะ

231
00:15:19,621 --> 00:15:23,621
อาจจะต้องทำหัวข้อให้มันกระชับ

232
00:15:23,624 --> 00:15:27,624
อะไรอย่างนี้นึกออกนะ หรืออาจจะเหลือเพียงหัวข้อเดียว

233
00:15:27,625 --> 00:15:31,625
จากเดิมแบบถ้าเรื่องเรากว้าง

234
00:15:31,626 --> 00:15:35,626
แล้วพอมาลงในกลุ่มเด็ก เด็กไม่ควร... ไม่จำเป็นต้องรู้

235
00:15:35,627 --> 00:15:39,627
ก็ได้ก็ตัดออก

236
00:15:39,628 --> 00:15:43,628
เหมือนเรื่อง COVID เราไม่ควรให้เด็กรู้ว่าจะ

237
00:15:43,629 --> 00:15:47,629
รักษาตัวอะไรอย่างไร เด็กมันไม่รู้อยู่แล้วนะ

238
00:15:47,630 --> 00:15:51,630
ทำอย่างไรเด็กจะไม่ติด COVID เหมือนเขาอยู่กับเพื่อนนี่

239
00:15:51,631 --> 00:15:55,631
ทำยังไง เพราะดดยนิสัยถ้าบอกเด็ก

240
00:15:55,633 --> 00:15:59,633
อย่ากอดกันนะลูก เพราะเผลอ ๆ

241
00:15:59,635 --> 00:16:03,635
มันก็กอดกันแล้ว นึกออกไหม เหมือนกินข้าว

242
00:16:03,641 --> 00:16:07,641
อย่าเอา... อย่าแบ่งของให้เพื่อนกิน นึกออกไหม

243
00:16:07,642 --> 00:16:11,642
บอกเพื่อนบอก

244
00:16:11,643 --> 00:16:15,643
ใช่ไหม เราต้องมีวิธีการให้เด็กตระหนัก

245
00:16:15,645 --> 00:16:19,645
รู้ว่าถ้าช่วงนี้เป็น COVID นี่ ไม่ควรแบ่ง

246
00:16:19,646 --> 00:16:23,646
ของกินของตัวเองไปให้เพื่อน ไม่ควรไปเล่นกอดรัดฟัดเหวียงกับเพื่อน

247
00:16:23,651 --> 00:16:27,651
จะทำยังไงให้เด็กเห็น

248
00:16:27,654 --> 00:16:31,654
เพราะให้นึกถึงว่ากลุ่มเป้าหมายบางกลุ่มมันบอกยาก

249
00:16:31,656 --> 00:16:35,656
เข้าใจยากนะนะคะ เพราะฉะนั้น ก็ต้องมีวิธีการ

250
00:16:35,657 --> 00:16:39,657
เพราะฉะนั้น ก็ต้องมีการกำหนดหัวข้อ เมื่อได้หัวข้อแล้ว

251
00:16:39,659 --> 00:16:43,659
ก็ค่อยมาจัดลำมับข้อมูล

252
00:16:43,660 --> 00:16:47,660
เหมือนบางอันมีหลายหัวข้อใช่ไหมคะ ต้องทำอย่างไรให้เห็น

253
00:16:47,661 --> 00:16:51,661
คือจัดลำดับข้อมูลคือ

254
00:16:51,662 --> 00:16:55,662
ดึงตัวไหนจะเป็นตัวใหญ่ ตัวเด่น ๆ เข้ามาก่อน อย่างนี้นะคะ

255
00:16:55,663 --> 00:16:59,663
แล้วอันไหนจะเป็นข้อมูลย่อย

256
00:16:59,664 --> 00:17:03,664
อะไรอย่างนี้นะคะ ก็มาจัดลำดับข้อมูล เสร็จแล้วก็

257
00:17:03,665 --> 00:17:07,665
มาสร้าง Story Story ในที่นี้ ก็คือ

258
00:17:07,668 --> 00:17:11,668
ทำให้เป็นเหมือนลักษณะผูกร้อยกัน เป็นเรื่อง

259
00:17:11,671 --> 00:17:15,671
ราวนึกออกนะเพราะลัก

260
00:17:15,672 --> 00:17:19,672
ของ Infographic ที่บอกไม่จำเป็นต้องเป็นลักษณะที่แบบ ลิสต์

261
00:17:19,673 --> 00:17:23,673
หัวข้อเหมือนเด็กน่ะ ถ้าไปทำเป็นลิสต์หัวข้อ

262
00:17:23,674 --> 00:17:27,674
จะดูเหมือนเป็นขั้นเป็นตอนไป อาจจะทำเป็นเหมือนนิทานอย่างนี้นะคะ

263
00:17:27,676 --> 00:17:31,676
นะคะ Story

264
00:17:31,677 --> 00:17:35,677
แล้วพอได้สตอรี่เราก็มาออกแบบ ออกแบบ

265
00:17:35,678 --> 00:17:39,678
แล้วก็ทำ ก็คือเหมือนวางว่าจะใช้รูปแบบไหน

266
00:17:39,680 --> 00:17:43,680
ใช้สีแบบไหน ให้นึกถึง ย้อนกลับไปที่

267
00:17:43,681 --> 00:17:47,681
กลุ่มเป้าหมายด้วยเพราะ

268
00:17:47,684 --> 00:17:51,684
แต่ละกลุ่มมันก็ไม่เหมือนกัน เพราะทฤษฎีสีเราก็บอกแล้ว

269
00:17:51,684 --> 00:17:55,684
ว่าที่ให้ไปค้นมามันก็จะมีบอก

270
00:17:55,688 --> 00:17:59,688
สีที่ใช้กับเด็กมันควรจะเป็นสี... ให้นึกง่าย ๆ

271
00:17:59,689 --> 00:18:03,689
เสื้อผ้าเด็กเห็นไหมคะ เสื้อผ้าเด็ก

272
00:18:03,692 --> 00:18:07,692
สีเหลืองก็เหลืองอ่อน ไม่เหมือนผู้ใหญ่ เข้ม ๆ

273
00:18:07,693 --> 00:18:11,693
ก็ใส่นึกออกนะ แต่เด็กเขาจะไม่ให้ใส่

274
00:18:11,697 --> 00:18:15,697
สีแดงแรงมากอะไรอย่างนี้นะคะ และสุดท้าย

275
00:18:15,698 --> 00:18:19,698
เมื่อทำเสร็จแล้วต้องมีการเผิน

276
00:18:19,699 --> 00:18:23,699
Infographic น่ะ เผยแพร่ เช่น ทำออกมาลักษณะ

277
00:18:23,700 --> 00:18:27,700
เหมือนแผ่นพับ ถ้าเดี๋ยวนี้ ก็คือทำเป็น

278
00:18:27,702 --> 00:18:31,702
Infographic ที่มี...

279
00:18:31,706 --> 00:18:35,706
ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์นี่

280
00:18:35,710 --> 00:18:39,710
ก็คือเคลื่อนไหวได้ด้วยอะไรอย่างนี้นะคะ อีก

281
00:18:39,712 --> 00:18:43,712
แบบหนึ่งไปเลยนะคะ ก็ทำได้หลายแบบนะคะ

282
00:18:43,713 --> 00:18:47,713
เพราะฉะนั้น นี่คือขั้นตอนที่เราจะ

283
00:18:47,714 --> 00:18:51,714
ทำ Infographics ก่อนอื่นเราจะต้อง

284
00:18:51,715 --> 00:18:55,715
รู้จุดประสงค์ก่อน สมมติแม่บอกการบ้านไป

285
00:18:55,718 --> 00:18:59,718
บอกว่าทำหัวข้อ

286
00:18:59,719 --> 00:19:03,719
นี้ปุ๊บ แล้วกลุ่มเป้าหมายบอกว่าให้เด็ก ๆ เลือกกลุ่มเป้าหมาย

287
00:19:03,721 --> 00:19:07,721
เอาเองเพราะหัวข้อนยี้

288
00:19:07,722 --> 00:19:11,722
สามารถทำได้ทุกกลุ่มเป้าหมาย เพียงแต่ใครจะเลือกทำกับ

289
00:19:11,723 --> 00:19:15,723
กลุ่มเป้าหมายไหนนะ เสร็จแล้วก็ค่อยไปหา

290
00:19:15,725 --> 00:19:19,725
ข้อมูลอะไรที่เมื่อดูแล้วว่ากลุ่มเป้าหมายนี้ทำอย่างนี้

291
00:19:19,726 --> 00:19:23,726
ก็ค่อยทำในลักษณะนี้

292
00:19:23,726 --> 00:19:27,726
นี่ก็คือ แต่เราควรจะรู้ขั้นตอนของมันว่าทำอย่างไรนะคะ

293
00:19:27,727 --> 00:19:31,727
เสร็จแล้ว

294
00:19:31,728 --> 00:19:35,728
มาดูสิ่งนี้จะต้องรู้นะคะ ไม่รู้ไม่ได้ เพราะ

295
00:19:35,729 --> 00:19:39,729
มันเป็นสิ่งที่บอกว่า

296
00:19:39,731 --> 00:19:43,731
เราควรจะทำหรือไม่ควรจะทำ

297
00:19:43,734 --> 00:19:47,734
สืบค้นด้วยตนเอง สืบค้นไปพร้อมกัน ให้

298
00:19:47,735 --> 00:19:51,735
้ค้นคำว่า... ให้ค้นคำว่าหรือเปล่านะ

299
00:19:51,736 --> 00:19:55,736
ให้ค้นคำว่าสิ่งที่ควรทำหรือ

300
00:19:55,738 --> 00:19:59,738
หรือสิ่งที่ไม่ควรทำนะคะ แล้วก็

301
00:19:59,741 --> 00:20:03,741
ตามด้วยคำว่า "Infographic" เปิด

302
00:20:03,742 --> 00:20:07,742
เว็บเบราว์เซอร์เราขึ้นมานะคะ

303
00:20:07,746 --> 00:20:11,746
แล้วไปที่ Google

304
00:20:11,748 --> 00:20:15,748
เดี๋ยวพาค้นให้ดู ไหนล่ะสลับหน้าจอ

305
00:20:15,749 --> 00:20:19,749

306
00:20:19,750 --> 00:20:23,750
โอเค

307
00:20:23,753 --> 00:20:27,753
ค้นด้วยคำว่าสิ่ง...

308
00:20:27,754 --> 00:20:31,754
ภาษาไทย ขอโทษ

309
00:20:31,756 --> 00:20:35,756

310
00:20:35,760 --> 00:20:39,760
ทำไมไม่เปลี่ยนให้

311
00:20:39,763 --> 00:20:43,763

312
00:20:43,766 --> 00:20:47,766

313
00:20:47,767 --> 00:20:51,767

314
00:20:51,773 --> 00:20:55,773

315
00:20:55,775 --> 00:20:59,775

316
00:20:59,777 --> 00:21:03,777

317
00:21:03,779 --> 00:21:07,779
เห็นไหมคะ

318
00:21:07,780 --> 00:21:11,780
มันจะขึ้นเลย

319
00:21:11,782 --> 00:21:15,782
เราต้องพิมพ์คำว่า สิ่งที่ควรทำ

320
00:21:15,783 --> 00:21:19,783
หรือสิ่งที่ไม่ควรทำ อันใดอันหนึ่ง

321
00:21:19,784 --> 00:21:23,784
ก็ได้นะคะ แล้วก็ตามด้วย Infographic

322
00:21:23,786 --> 00:21:27,786
ลงไป ในคำค้นนะคะ

323
00:21:27,789 --> 00:21:31,789
เสร็จมันก็จะมีนี่ข้อมูลเ

324
00:21:31,790 --> 00:21:35,790
ข้อห้าม อันนี้มีแค่ 6 ข้อ

325
00:21:35,791 --> 00:21:39,791
6 ข้อมีอะไรบ้าง อันนี้มี 10 ข้อ

326
00:21:39,793 --> 00:21:43,793
คือ แต่ละเว็บก็บอกไม่เหมือนกัน

327
00:21:43,794 --> 00:21:47,794
นะคะ เราก็สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้

328
00:21:47,796 --> 00:21:51,796
ก็คือ เช่น เจออันแรก 6 มัน

329
00:21:51,799 --> 00:21:55,799
น้อย ดูอัน 6 ก่อน ดูว่า 6 ข้อ

330
00:21:55,801 --> 00:21:59,801
เขาห้ามอะไรบ้าง

331
00:21:59,802 --> 00:22:03,802
นี้

332
00:22:03,803 --> 00:22:07,803
ชื่อก็บอกอยู่แล้วนะคะ 6 ข้อห้ามสำหรับ

333
00:22:07,806 --> 00:22:11,806
Infographic Design ก็คือ 6 ข้อห้ามในการ

334
00:22:11,807 --> 00:22:15,807
ออกแบบ Infographic 6 ข้อห้ามนี้ประกอบด้วย

335
00:22:15,811 --> 00:22:19,811
อะไรบ้าง

336
00:22:19,812 --> 00:22:23,812
ข้อห้ามข้อที่ 1 บอกว่า ข้อมูล...

337
00:22:23,813 --> 00:22:27,813
ข้อมูลไม่ควรเยอะเกินไป ก็คือ

338
00:22:27,815 --> 00:22:31,815
มันจะไม่เน้นตัวข้อความมากนัก นึกออกนะ

339
00:22:31,818 --> 00:22:35,818
ไม่ควรเน้นข้อมูลมาก ๆ นะคะ

340
00:22:35,818 --> 00:22:39,818
ข้อห้ามข้อที่ 2

341
00:22:39,822 --> 00:22:43,822
บอกว่าข้อมูลไม่ควรซับซ้อน ซับซ้อน

342
00:22:43,824 --> 00:22:47,824
นั่นหมายถึงอย่างไร เหมือน...

343
00:22:47,827 --> 00:22:51,827
เหมือนบอกควรทำอย่างนี้

344
00:22:51,828 --> 00:22:55,828
ต่อ ๆ มีข้อย่อย ๆ นึกออกนะ

345
00:22:55,829 --> 00:22:59,829
ซับซ้อนเกินไปอย่างนี้ ก็ไม่ควรนะคะ

346
00:22:59,830 --> 00:23:03,830
เหมือนพูดเป็นภาษาอังกฤษ เหมือนมีคำภาษาอังกฤษแล้วต้อง

347
00:23:03,831 --> 00:23:07,831
แปลภาษาไทยอะไรอย่างนี้

348
00:23:07,832 --> 00:23:11,832
คือ จะใช้ทับศัพท์ก็ใช้ไปเลย หรือจะใช้

349
00:23:11,834 --> 00:23:15,834
คำภาษาอังกฤษก็ใช้ไปเลย ไม่ใช่มา

350
00:23:15,836 --> 00:23:19,836
ใส่ Infographic แปลว่าอะไรอย่างนี้ ไม่ต้องนะคะ ก็คือ

351
00:23:19,837 --> 00:23:23,837
ข้อมูลไม่ควรซับซ้อน

352
00:23:23,838 --> 00:23:27,838
สีเยอะเกินไป เห็นไหมคะ เรื่องการใช้สีก็พูดถึง

353
00:23:27,844 --> 00:23:31,844
เพราะ

354
00:23:31,846 --> 00:23:35,846
ในทฤษฎีสี เวลาใช้สีเขาก็บอกว่าไม่ควรใช้สี

355
00:23:35,847 --> 00:23:39,847
เกิน 3 สีนะ

356
00:23:39,848 --> 00:23:43,848
คือ บางคนน่ะ ชอบน่ะ สีนี้ก็อยากใช้ สีนี้

357
00:23:43,850 --> 00:23:47,850
ก็อยากใช้นึกออกนะ มันไม่ได้นะคะ

358
00:23:47,851 --> 00:23:51,851
มันก็มีกฎของการใช้อยู่นะคะ

359
00:23:51,853 --> 00:23:55,853
ข้อต่อมาบอก

360
00:23:55,856 --> 00:23:59,856
อย่าทำให้น่าเบื่อ ก็คือการนำเสนอในลักษณะ Infographic

361
00:23:59,857 --> 00:24:03,857
จะต้องทำให้มันดูน่าสนใจ

362
00:24:03,859 --> 00:24:07,859
นึกออกนะ เหมือนรูปก็เอารูป

363
00:24:07,860 --> 00:24:11,860
ถ้าถูกต้องตามวัยน่ะรูปมัน

364
00:24:11,862 --> 00:24:15,862
ก็จะน่าสนใจ อย่างสมมติ เราทำสำหรับเด็กน่ะ

365
00:24:15,863 --> 00:24:19,863
รูปที่เราใช้ดันเป็นรูปที่แบบ

366
00:24:19,864 --> 00:24:23,864
ที่เป็นเหมือนรูปภาพอะไรอย่างนี้ เหมือนภาพจริง ๆ ถ้าเป็นกับเด็ก

367
00:24:23,867 --> 00:24:27,867
เราอาจจะใช้เป็นภาพวาดที่ ที่มีสีสัน

368
00:24:27,874 --> 00:24:31,874
สักหน่อยอะไรอย่างไร จะดีกว่านะคะ เพราะฉะนั้น

369
00:24:31,875 --> 00:24:35,875
บอกว่าอย่าทำให้น่าเบื่อ แล้วต่อมา

370
00:24:35,878 --> 00:24:39,878
อย่าเน้นที่การออกแบบ

371
00:24:39,882 --> 00:24:43,882
คือ Infographics นี่เขาไม่ได้เน้นความสวยงามมาก

372
00:24:43,884 --> 00:24:47,884
เขาเน้นที่ว่าเนื้อหา

373
00:24:47,885 --> 00:24:51,885
กับภาพที่ประกอบกันน่ะ มันสามารถอธิบาย

374
00:24:51,886 --> 00:24:55,886
หรือสื่อความหมายได้เท่านั้นพอ ไม่ต้องไปทำ

375
00:24:55,887 --> 00:24:59,887
วจิตรเริสหรู

376
00:24:59,888 --> 00:25:03,888
มีดอกไม้ทำเป็นกรอบไม่ต้อง ไม่ต้องเน้น

377
00:25:03,889 --> 00:25:07,889
ที่ความสวยงามมากมายหนักหนานะคะ

378
00:25:07,890 --> 00:25:11,890
และอันดับสุดท้ายบอก

379
00:25:11,891 --> 00:25:15,891
อย่าใส่ตัวเลขมากเกินไป คือถึงแม้จะทำ

380
00:25:15,892 --> 00:25:19,892
ในลักษณะที่เป็นเชิงสถิติ เห็นไหม

381
00:25:19,893 --> 00:25:23,893
เขาก็ให้ทำให้เห็นเป็นลักษณะในเชิง

382
00:25:23,895 --> 00:25:27,895
แผนภูมิ แผนภาพแทนนะคะ ก็คือเอาภาพเป็นตัว

383
00:25:27,907 --> 00:25:31,907
เปรียบเทียบแล้วตัวเลขที่ใส่

384
00:25:31,909 --> 00:25:35,909
อาจจะจากที่เป็นค่าเฉลี่ยอาจจะ

385
00:25:35,912 --> 00:25:39,912
คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ให้เห็นภาพว่า

386
00:25:39,915 --> 00:25:43,915
พอทำเป็นแผนภูมิมันก็จะเห็นสเกลหรือให้เห็น

387
00:25:43,916 --> 00:25:47,916
ชัดเจนว่าเห็นตัวเลขกลุ่มนี้

388
00:25:47,918 --> 00:25:51,918
อะไรลักษณะนี้นะคะ ไม่จำเป็นต้องใส่ค่าเฉลี่ย 4.0000

389
00:25:51,921 --> 00:25:55,921
... 0 100 ตัวอะไรอย่างนี้

390
00:25:55,923 --> 00:25:59,923
ไม่จำเป็นนะคะ อาจจะใส่แค่เป็นลักษณะเปอร์เซ็นต์

391
00:25:59,925 --> 00:26:03,925
80 เปอร์เซ็นต์ ไม่จำเป็นต้อง

392
00:26:03,927 --> 00:26:07,927
ตัวเลขที่เป็นทศนิยมเยอะ ๆ หรือตัวเลขที่เป็นหลักล้าน

393
00:26:07,929 --> 00:26:11,929
คือใช่อยู่ว่าข้อมูลนั้นเป็นหลักล้าน

394
00:26:11,930 --> 00:26:15,930
ทำให้มันออกมาในแนวเปอร์เซ็นต์ เพื่อเปรียบเทียบตัวอื่น

395
00:26:15,931 --> 00:26:19,931
แทนก็ได้ไม่ต้องไปใส่ขายขนม

396
00:26:19,933 --> 00:26:23,933
ชิ้นนี้ได้ตั้ง 5 แสน ชิ้นนี้ได้ตั้ง 100 ล้าน

397
00:26:23,935 --> 00:26:27,935
อะไรอย่างนี้ พอใส่ตัวเลข 100 ล้าน ให้คิดถึงสิ

398
00:26:27,936 --> 00:26:31,936
ร้อยล้าน ใช้ตัวอักษรไปกี่ตัว ใช้พื้นที่

399
00:26:31,937 --> 00:26:35,937
ความยาวไปเท่าไหร่นึกออกนะ

400
00:26:35,939 --> 00:26:39,939
อันนี้เขาบอก 6 ข้อ แล้วเราลอง

401
00:26:39,942 --> 00:26:43,942
มาดูที่เขาบอก 10 ข้อบ้างสิ

402
00:26:43,943 --> 00:26:47,943
มี 2 อัน ดูอันแรกดีกว่านะคะ

403
00:26:47,944 --> 00:26:51,944
เห็นไหมคะ มีใช้สีมากเกินไป

404
00:26:51,946 --> 00:26:55,946
เหมือนกัน ข้อมูลมากเกินไป ข้อ 1 ข้อ 2

405
00:26:55,947 --> 00:26:59,947
มีเหมือนกันเลย อันนี้

406
00:26:59,948 --> 00:27:03,948
อันนี้มีเพิ่มข้อที่ 5 ขึ้นมาที่บอกว่า

407
00:27:03,950 --> 00:27:07,950
ตัวเลขมากเกินไปก็มีเหมือนกัน

408
00:27:07,951 --> 00:27:11,951
เน้น ๆ อันนี้เขาเรียงให้เห็นตัวหลัก ๆ ก่อน

409
00:27:11,953 --> 00:27:15,953
อย่าละเลยข้อมูล

410
00:27:15,957 --> 00:27:19,957
ที่ไม่สามารถระบุหรือแยกแยะได้

411
00:27:19,960 --> 00:27:23,960
คือเขาบอกว่า Infographics นี่

412
00:27:23,964 --> 00:27:27,964
ในบางเรื่อง มันขาดตัวเลข

413
00:27:27,968 --> 00:27:31,968
ไม่ได้นะคะ เห็นไหม เหมือนข้อมูลของเลข

414
00:27:31,969 --> 00:27:35,969
ทางสถิติน่ะ เห็นไหมคะ ที่อธิบายไปเมื่อกี้ คือ

415
00:27:35,971 --> 00:27:39,971
มันยังไงมันก็ต้องมีตัวเลขแต่จะทำยังไง

416
00:27:39,972 --> 00:27:43,972
มันดูไม่เยอะเกินไปอย่างที่บอก

417
00:27:43,974 --> 00:27:47,974
ขายขนม เหมือนร้านนี้อยากรู้

418
00:27:47,975 --> 00:27:51,975
ผลประกอบการตัวเอง ขายขนม 100 อย่าง อันไหนขายดีที่สุด

419
00:27:51,976 --> 00:27:55,976
ต้องไปเอาตัวเลขว่า สมมติว่า

420
00:27:55,979 --> 00:27:59,979
ลูกอมรสช็อกโกแลตขายดีที่สุด

421
00:27:59,981 --> 00:28:03,981
ต้องไปใส่ตัวเลข 100 ล้าน ก็ไม่ใช่

422
00:28:03,983 --> 00:28:07,983
เราเลยใช้วิธีเปลี่ยนเป็นทำเป็นลักษณะแผนภูมิ

423
00:28:07,986 --> 00:28:11,986
หรือกราฟวงกลม

424
00:28:11,988 --> 00:28:15,988
ขนมลูกอมรสช็อกโกแลตมีสัดส่วน

425
00:28:15,990 --> 00:28:19,990
ของส่วนแบ่งของวงกลมน่ะ หรือ

426
00:28:19,992 --> 00:28:23,992
มีชิ้นส่วนของไพร์น่ะ กว้างกว่า ก็ทำให้ อ๋อ

427
00:28:23,995 --> 00:28:27,995
ตัววนี้ขายดีที่สุดเลย

428
00:28:27,997 --> 00:28:31,997
ลักษณะของภาพมันใหญ่กว่าเพื่อน

429
00:28:31,998 --> 00:28:35,998
นะคะ ไม่จำเป็นต้องไปใส่ตัวเลขให้เห็น

430
00:28:36,000 --> 00:28:40,000
แล้วบอกให้รู้ว่าอันนี้ขายดีสุด ไม่จำเป็นนะคะ

431
00:28:40,002 --> 00:28:44,002
ก็คือเขาเลยบอกว่าอย่าละเลยข้อมูล

432
00:28:44,003 --> 00:28:48,003
ที่ไม่สามารถระบุแยกแยะได้

433
00:28:48,005 --> 00:28:52,005
คือบางอย่างนี่ เหมือน

434
00:28:52,006 --> 00:28:56,006
มันแยกแยะไม่ได้ ถ้าเป็นข้อความก็อาจจะต้องใส่ตัวเลขเข้าไปนะคะ

435
00:28:56,007 --> 00:29:00,007
ข้อความก็อาจจะต้อง

436
00:29:00,008 --> 00:29:04,008
เป็นตัวเลขเป็นหลักล้านเราก็ทำให้เห็นเป็นเปอร์เซ็นต์

437
00:29:04,009 --> 00:29:08,009
มันมีเปอร์เซ็นต์มากกว่าอย่างอื่นอย่างนี้

438
00:29:08,011 --> 00:29:12,011
เป็นต้นนะคะ น่าเบื่อบอกไปแล้วนะ

439
00:29:12,012 --> 00:29:16,012

440
00:29:16,013 --> 00:29:20,013
ข้อนี้ของอันที่ 10 บอกว่าอย่า

441
00:29:20,015 --> 00:29:24,015
ใช้วิธีการพิมพ์ผิด

442
00:29:24,016 --> 00:29:28,016
คือ การพิมพ์นี่มันจะทำให้

443
00:29:28,017 --> 00:29:32,017
รูปแบบของ Infographics เราดูน่าสนใจ

444
00:29:32,018 --> 00:29:36,018
ในการออกแบบฟอนต์ที่ออกแบบช่วงแรก ๆ

445
00:29:36,019 --> 00:29:40,019
ที่บอกว่าฟอนต์ก็มีผลกับคน

446
00:29:40,024 --> 00:29:44,024
ใช่ไหมคะ เหมือน... หรือมีผลกับข้อความ เช่น

447
00:29:44,026 --> 00:29:48,026
ทำ Font หนังผีคือ Font

448
00:29:48,028 --> 00:29:52,028
มีลักษณะที่สื่อถึงหรือน่ากลัวอะไรอย่างนี้นะคะ

449
00:29:52,029 --> 00:29:56,029
แต่ถ้าทำฟอนต์แบบความรักหวานแหวว

450
00:29:56,030 --> 00:30:00,030
ฟอนต์มันก็ควรออกแนวหวานแหวว ฟรุ้งฟริ้ง

451
00:30:00,031 --> 00:30:04,031
เพราะฉะนั้นอย่าใช้วิธีการ

452
00:30:04,033 --> 00:30:08,033
พิมพ์ผิดนะคะ ก็คือหมายถึง

453
00:30:08,034 --> 00:30:12,034

454
00:30:12,036 --> 00:30:16,036

455
00:30:16,037 --> 00:30:20,037
บางอย่างพอไปพิมพ์น่ะ แล้ว

456
00:30:20,040 --> 00:30:24,040
บอกไม่ถูกน่ะนึกออกนะ ก็ข้อมูล

457
00:30:24,041 --> 00:30:28,041
ก็ไม่ใช่ว่าพอเอามาทำ Infographic แล้ว

458
00:30:28,042 --> 00:30:32,042
แปลงได้เองด้วย นั่นก็คือเป็นวิธีการพิมพ์ที่ผิด

459
00:30:32,043 --> 00:30:36,043
ที่เขาบอกนะคะ

460
00:30:36,046 --> 00:30:40,046
เหมือนที่บอกว่าแปลงจากตัวเลขหลักล้านมาเป็นเปอร์เซ็นต์

461
00:30:40,047 --> 00:30:44,047
ได้เพราะมันเห็นภาพนะ แต่บางอย่างมันไปแปลงไม่ได้

462
00:30:44,051 --> 00:30:48,051
เหมือนข้อมูลที่ต้องบอกตามความเป็นจริง เช่น

463
00:30:48,052 --> 00:30:52,052
ข้อมูลผู้ป่วย

464
00:30:52,053 --> 00:30:56,053
ก็อาจจะต้องบอกเป็นจำนวนตัวเลขอย่างแน่นอนนะคะ

465
00:30:56,058 --> 00:31:00,058
อย่าใช้วิธีการไปบิดเบือนเป็นเปอร์เซ็นต์เป็นอะไร

466
00:31:00,060 --> 00:31:04,060
เป็นต้นนะคะ และอีกข้อหนึ่ง

467
00:31:04,062 --> 00:31:08,062
ที่สำคัญ

468
00:31:08,063 --> 00:31:12,063
ข้อมูลที่เอามาใช้ใน Infographic จะต้องเป็นข้อมูล

469
00:31:12,065 --> 00:31:16,065
มีที่มาที่ไป อ้างอิงได้ นึกออกนะคะ

470
00:31:16,066 --> 00:31:20,066
ไม่ใช่ว่าเหมือนบอก แม่บอกหัวข้อไป แล้วเด็ก ๆ ก็ไป

471
00:31:20,068 --> 00:31:24,068
คิดเรื่องไปทำ Story

472
00:31:24,069 --> 00:31:28,069
ที่ตัวเองสร้างมาเองก็ใช้ไม่ได้ เพราะเป็นการนำข้อมูล

473
00:31:28,071 --> 00:31:32,071
ที่ไม่ถูกต้องมาใช้นะคะ มันต้อง

474
00:31:32,072 --> 00:31:36,072
ใช้ข้อมูลที่มันมีที่มาที่ไปด้วยนะคะ

475
00:31:36,073 --> 00:31:40,073

476
00:31:40,074 --> 00:31:44,074
เขาบอกว่าอย่าให้แบบเ

477
00:31:44,078 --> 00:31:48,078
เป็นวงกลม

478
00:31:48,080 --> 00:31:52,080

479
00:31:52,082 --> 00:31:56,082
แบบเป็นวงกลมในที่นี้เหมือร

480
00:31:56,085 --> 00:32:00,085
ข้อมูลที่ใส่เป็นวงกลมน่ะ

481
00:32:00,087 --> 00:32:04,087
คือพวกกราฟน่ะ เป็นวงกลมได้ แต่บางอย่าง

482
00:32:04,088 --> 00:32:08,088
ไม่ควรออกแบบให้เป็นลักษณะวงกลม นึกออกนะคะ

483
00:32:08,089 --> 00:32:12,089
บางทีนึกอะไรไม่ออกเป็นกราฟวงกลม

484
00:32:12,091 --> 00:32:16,091
อย่างเดียวอะไรอย่างนี้ก็ไม่ใช่ เพราะข้อมูลบางอย่าง ก็

485
00:32:16,093 --> 00:32:20,093
ออกแบบเป็นในลักษณะของวงกลมน่ะค่ะ

486
00:32:20,095 --> 00:32:24,095
ก็จะมี 10 ข้อ คือ มีข้อแตกต่างเพิ่มมา 6 ข้อ เช่น

487
00:32:24,097 --> 00:32:28,097
อย่าออกแบบเป็นวงกลม

488
00:32:28,099 --> 00:32:32,099
อย่านำเสนอข้อมูลที่ผิดนะ แล้วก็

489
00:32:32,100 --> 00:32:36,100
ไม่ให้ละเลยข้อมูลที่ระบุแยกไม่ได้

490
00:32:36,101 --> 00:32:40,101
อะไรอย่างนี้ ส่วนอื่นเหมือนกัน เห็นไหมคะ 6 ข้อ จาก 10 ข้

491
00:32:40,104 --> 00:32:44,104
และก็มี 4 ข้อที่แตกต่าง

492
00:32:44,105 --> 00:32:48,105
นิด ๆ หน่อย ๆ อย่างนี้นะคะ นั่นก็คือข้อ

493
00:32:48,106 --> 00:32:52,106
ที่เวลาเราทำเราควรกลับมาดูด้วยว่า

494
00:32:52,107 --> 00:32:56,107
ข้อไหนที่จะเป็นข้อบกพร่องหรือข้อห้ามในการทำ

495
00:32:56,108 --> 00:33:00,108
นะคะ

496
00:33:00,109 --> 00:33:04,109
แล้วทีนี้มาดูอีกหัวข้อหนึ่ง เขาบอก How to

497
00:33:04,110 --> 00:33:08,110
ควรมีและไม่ควรมี อันนี้บอกทั้ง 2 เลยว่า

498
00:33:08,112 --> 00:33:12,112
ควรมีและไม่ควรมีนะคะ

499
00:33:12,113 --> 00:33:16,113

500
00:33:16,115 --> 00:33:20,115
ไม่ ๆ

501
00:33:20,117 --> 00:33:24,117
ไม่ต้องโฆษณา

502
00:33:24,120 --> 00:33:28,120

503
00:33:28,121 --> 00:33:32,121
เขาพูดถึงว่าทำไม

504
00:33:32,122 --> 00:33:36,122
ทำไมเราถึงต้องมาใช้ Infographic ก่อนเลย เขาบอกว่า

505
00:33:36,127 --> 00:33:40,127
การทำงานของสมองคนนี่นะคะ

506
00:33:40,128 --> 00:33:44,128
มันจะเป็นในลักษณะ

507
00:33:44,129 --> 00:33:48,129
conten ก็คือการที่

508
00:33:48,131 --> 00:33:52,131
มองเนื้อหาที่...

509
00:33:52,134 --> 00:33:56,134
ที่มีมุมมองในการมองเนื้อหานี่ ที่สูง

510
00:33:56,136 --> 00:34:00,136
ถึง 60,000 ครั้งเลยนะคะ

511
00:34:00,137 --> 00:34:04,137
ซึ่งจะมอง

512
00:34:04,140 --> 00:34:08,140
เห็นได้เร็วมากกว่า Text ก็คือมองเนื้อหาที่เป็นภาพ

513
00:34:08,142 --> 00:34:12,142
จำได้ง่ายกว่า ให้นึกถึงเหมือนทำไมเด็ก ๆ

514
00:34:12,147 --> 00:34:16,147
ชอบถ่ายรูป เพราะอะไรคะ การถ่ายรูปจะทำให้

515
00:34:16,148 --> 00:34:20,148
มองเห็นใช่ไหมคะ

516
00:34:20,149 --> 00:34:24,149
หรือรู้ข้อมูลของสิ่งนั้น ๆ ดีกว่าไปอ่านเอา

517
00:34:24,151 --> 00:34:28,151
เหมือนถ่ายออกมาปุ๊บ ดูรูปปุ๊บรู้เลย

518
00:34:28,152 --> 00:34:32,152
ตรงนี้คือที่ไหน อะไรอย่างไร อย่างนี้นะคะ การมองเห็น

519
00:34:32,153 --> 00:34:36,153
สิ่งที่เป็นภาพนี่มันจะจำได้ง่ายกว่า

520
00:34:36,154 --> 00:34:40,154
เด็กตัวเล็ก ๆ ยังพูด

521
00:34:40,155 --> 00:34:44,155
ไม่ได้ เห็นไหม สิ่งที่เด็ก

522
00:34:44,157 --> 00:34:48,157
จำได้ดี ก็คือเขาใช้วิธีการมองใช่ไหมคะ เขา

523
00:34:48,158 --> 00:34:52,158
จำพ่อแม่ได้เพราะเขาเห็นพ่อแม่เขาทุกวัน

524
00:34:52,159 --> 00:34:56,159
เห็นพี่เห็นน้องเขาทุกวัน นั่นคือการจำของ

525
00:34:56,160 --> 00:35:00,160
เด็กให้ดูจากวิวัฒนาการของคนนั่นเอง คนเรา

526
00:35:00,161 --> 00:35:04,161
สิ่งที่จำได้ ก็คือ

527
00:35:04,162 --> 00:35:08,162
เด็กตัวเล็กเล็กก็คือ

528
00:35:08,164 --> 00:35:12,164
ต่อมาเขาค่อยมาดูว่าเป็นการจำเสียง จำ

529
00:35:12,165 --> 00:35:16,165
ได้อย่างไร เพราะอะไร เพราะเด็กตัวเล็ก ๆ

530
00:35:16,166 --> 00:35:20,166
เห็นคนมาอยู่ตรงหน้าเขาก็จะมองตามใช่ไหมคะ เห็นวัตถุเคลื่อนไหว

531
00:35:20,170 --> 00:35:24,170
เขาจะมองตามแต่บางทีเรียกเขายังไม่รูั

532
00:35:24,172 --> 00:35:28,172
ว่าเขาชื่ออะไรใช่ไหมคะ คือ เขา

533
00:35:28,173 --> 00:35:32,173
ได้ยินเสียงแต่เขาไม่ได้จำว่าเสียงนี้คือเสียง

534
00:35:32,174 --> 00:35:36,174
อะไรอย่างนี้นะคะ เพราะฉะนั้น เขาจะจำ

535
00:35:36,175 --> 00:35:40,175
ภาพได้ก่อน

536
00:35:40,177 --> 00:35:44,177
แล้วทำไมเขาบอกว่า แต่ทำไมถึงใช้แต่ภาพอย่างเดียวไม่ได้

537
00:35:44,178 --> 00:35:48,178
เพราะอะไร เพราะภาพบางอย่างถ้าไม่ใส่

538
00:35:48,179 --> 00:35:52,179
ข้อมูลลงไป มันก็ทำให้ไม่รู้ว่าไอ้ตัวนี้หมายถึงอะไไร

539
00:35:52,183 --> 00:35:56,183
สื่อถึงอะไร

540
00:35:56,184 --> 00:36:00,184
แล้วแบ่งชิ้นส่วนออกมา เป็น 80, 90, 100

541
00:36:00,185 --> 00:36:04,185
คือชิ้นส่วนของอะไรก็ไม่รู้ ก็ต้องมีข้อมูล

542
00:36:04,187 --> 00:36:08,187
ใส่เข้ามาด้วย อย่างนี้เป็นต้นนะคะ

543
00:36:08,188 --> 00:36:12,188
ทีนี้เขาพูดถึง The bad

544
00:36:12,191 --> 00:36:16,191
The bad ก็คือสิ่งที่ไม่ดีก่อน

545
00:36:16,197 --> 00:36:20,197
อันแรกบอก To must data

546
00:36:20,198 --> 00:36:24,198
To ก็คือมากเกินไป

547
00:36:24,200 --> 00:36:28,200
ข้อมูลมีข้อมูลมากเกินไปเหมือนในตัวอย่าง

548
00:36:28,202 --> 00:36:32,202
มีรูปตัวเลขไอ้นี่ ซ้อน ๆ

549
00:36:32,205 --> 00:36:36,205
กันเยอะ ๆ พอดูแล้ว ไอ้พวก

550
00:36:36,213 --> 00:36:40,213
ไม่ชอบตัวเลขนี่ เห็นตัวเลขปุ๊บกระโดดหนีเลย เห็นตัวเลขไม่ได้

551
00:36:40,217 --> 00:36:44,217
จริง ๆ นะบางคนไม่ชอบ

552
00:36:44,218 --> 00:36:48,218
ไม่ดูดีกว่าไปแล้ว ก็มี

553
00:36:48,220 --> 00:36:52,220
มันเป็นอะไรน่ะ

554
00:36:52,222 --> 00:36:56,222
เขาเรียกเป็นลักษณะของปฏิกิริยา

555
00:36:56,223 --> 00:37:00,223
กลไกอัตโนมัติ

556
00:37:00,224 --> 00:37:04,224
เห็นเลขแล้วปวดหัว หนีดีกว่า เหมือนพวกที่ไม่ชอบเรียน

557
00:37:04,226 --> 00:37:08,226
คณิตศาสตร์น่ะนะ พอเห็นตัวเลขโอ้ย

558
00:37:08,227 --> 00:37:12,227
ไม่เอาแล้ว ไม่ไหว ดูต่อไม่ได้ เวียนหัว อย่างนี้นะคะ มันจะ

559
00:37:12,231 --> 00:37:16,231
มีปฏิกิริยา

560
00:37:16,232 --> 00:37:20,232
ไม่ดูต่อนะคะ

561
00:37:20,234 --> 00:37:24,234

562
00:37:24,235 --> 00:37:28,235
เขาบอกว่าระหว่างที่เป็นภาพ

563
00:37:28,238 --> 00:37:32,238
2D กับ 3D นี่

564
00:37:32,239 --> 00:37:36,239
ถ้าเป็นกราฟน่ะทำเป็น 2D มันจะ

565
00:37:36,241 --> 00:37:40,241
เห็นความหนาความลึกน่ะ ก็ทำให้เห็น

566
00:37:40,242 --> 00:37:44,242
มีความมากกว่า น้อยกว่าอย่างไร อะไรอย่างนี้นะคะ

567
00:37:44,243 --> 00:37:48,243
ลักษณะของภาพที่

568
00:37:48,245 --> 00:37:52,245
อีกแบบหนึ่งเขาบอกว่า

569
00:37:52,246 --> 00:37:56,246
การทำแบบ 3D นี่

570
00:37:56,247 --> 00:38:00,247
มันทำให้ดูเจ๋งก็จริง แต่ทำให้ข้อมูล

571
00:38:00,249 --> 00:38:04,249
บิดเบือนได้

572
00:38:04,251 --> 00:38:08,251
เพราะดูจากอย่างนี้แล้วลักษณะเหมือนมัน

573
00:38:08,253 --> 00:38:12,253
หลอกตาค่ะ ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้ว มัน

574
00:38:12,254 --> 00:38:16,254
อาจจะเท่ากันก็ได้ ไอ้ 3 ตัวนี้ นึกออกนะ ถ้าดูในมุมนี้

575
00:38:16,255 --> 00:38:20,255
ก็จะเหมือนเท่ากันแต่พอดูใน 3ฏ

576
00:38:20,256 --> 00:38:24,256
อะไรอย่างนี้นะคะ

577
00:38:24,259 --> 00:38:28,259
หัวข้อต่อมาบอกว่า

578
00:38:28,260 --> 00:38:32,260
Graphic just don't

579
00:38:32,261 --> 00:38:36,261
สถิติต่าง ๆ ไว้ในกรา

580
00:38:36,262 --> 00:38:40,262

581
00:38:40,265 --> 00:38:44,265

582
00:38:44,266 --> 00:38:48,266

583
00:38:48,268 --> 00:38:52,268
นี่เขาบอกเป็นการรวม  baby boomer

584
00:38:52,270 --> 00:38:56,270
ที่มีถึง 243 เปอร์เซ็นต์ คือ ถ้าเป็นเปอร์เซ็นต์

585
00:38:56,271 --> 00:39:00,271
มันก็ควรจะรวมไม่เกิน 100 เปอร์เซ็นต์

586
00:39:00,272 --> 00:39:04,272
อันไหนมากสุด อันไหนน้อยสุด อันไหนกลาง ๆ นะ

587
00:39:04,273 --> 00:39:08,273
อันนี้ พอรวมไปถึง

588
00:39:08,275 --> 00:39:12,275
เห็นไหม 40 กับ 42 ก็เท่าเทียมกัน

589
00:39:12,277 --> 00:39:16,277
หรือ 61 กับ 78 ก็อยู่โซนกัน

590
00:39:16,280 --> 00:39:20,280
ก็เลยดูไม่ออกว่าอันไหนจะมากกว่ากัน มากกว่ากันอย่างไร

591
00:39:20,281 --> 00:39:24,281
คือถ้าตัวเลขต่างกันมากมาก

592
00:39:24,283 --> 00:39:28,283
78 กับ 22 เห็นชัด แต่ถ้า 42 กับ 40

593
00:39:28,284 --> 00:39:32,284
มันก็ดูไม่ต่างกันเท่าไร อะไรอย่างนี้นะคะ

594
00:39:32,287 --> 00:39:36,287
เขาก็เลยบอกว่าไม่ควรรวมสถิติ

595
00:39:36,289 --> 00:39:40,289
ที่แตกต่างกันเอาไว้

596
00:39:40,290 --> 00:39:44,290
ในกราฟเดียวกันว่าอย่างนั้นเถอะ

597
00:39:44,291 --> 00:39:48,291

598
00:39:48,294 --> 00:39:52,294
Keep It simple

599
00:39:52,295 --> 00:39:56,295
ตัวอย่างต้องอ่านง่ายงายนะคะทำให้ดูง่าย

600
00:39:56,296 --> 00:40:00,296
แต่อันนี้ เห็นไหม

601
00:40:00,299 --> 00:40:04,299
อะรุงตุงนังไปหมดเลย

602
00:40:04,300 --> 00:40:08,300
อย่าไปทำนะคะ มันไม่ดีเลยนะคะ

603
00:40:08,302 --> 00:40:12,302
ทีนี้มาดูสิ่งที่ควรทำ

604
00:40:12,304 --> 00:40:16,304
Use Pictures and u

605
00:40:16,306 --> 00:40:20,306
ไอคอน หลีกเลี่ยงการใช้ Text

606
00:40:20,307 --> 00:40:24,307
นะคะ เห็นไหมคะ พยายามใช้รูป เน้นรูปหน่อย

607
00:40:24,309 --> 00:40:28,309
Text น้อย ๆ รูปใหญ่ใหญ่

608
00:40:28,312 --> 00:40:32,312
ไม่ได้เน้นที่ข้อความอะไรอย่างนี้

609
00:40:32,313 --> 00:40:36,313
ใช้สี

610
00:40:36,314 --> 00:40:40,314
การใช้สีนะคะ ให้ใช้สีโทนเดียว เห็นไหมคะ

611
00:40:40,316 --> 00:40:44,316
ไม่ใช้สีที่ตัดกันมากเกินไป

612
00:40:44,321 --> 00:40:48,321
3 สี เขียวเห็นไหมคะ

613
00:40:48,323 --> 00:40:52,323
โทนเขียว โทนส้ม แล้วก็เหลืองแค่นั้นเอง ใช้อยู่ 3 สีนะคะ

614
00:40:52,324 --> 00:40:56,324

615
00:40:56,328 --> 00:41:00,328
แล้วก็ออกแบบให้สอดคล้องกับหัวข้อ

616
00:41:00,329 --> 00:41:04,329
Concitand

617
00:41:04,331 --> 00:41:08,331
ถ้าดูอย่างนี้น่าจะพูดถึงรถไหมคะ

618
00:41:08,334 --> 00:41:12,334
พูดถึง...

619
00:41:12,335 --> 00:41:16,335
เห็นไหมคะ

620
00:41:16,337 --> 00:41:20,337
นี่ การจราจร

621
00:41:20,338 --> 00:41:24,338
นี่เห็นไหมพูดถึงการจราจร

622
00:41:24,342 --> 00:41:28,342
เสาไฟจราจรมาเป็นตัวหลัก

623
00:41:28,348 --> 00:41:32,348
เป็นตัวยืนตรงกลางเป็นจุดสนใจ

624
00:41:32,349 --> 00:41:36,349
ก็น่าจะเหมือนพูดถึงรถหรือพูดถึงจราจร

625
00:41:36,352 --> 00:41:40,352
เขาเรียกว่าอะไรนะ ใช้

626
00:41:40,353 --> 00:41:44,353
สเกลวัด เกรถน่ะ สเกลรถน่ะ

627
00:41:44,355 --> 00:41:48,355
เช่นวัดความเร็ววัดค่าน้ำมัน

628
00:41:48,358 --> 00:41:52,358
ลักษณะนะคะ เป็นจุด

629
00:41:52,359 --> 00:41:56,359
พอมองปุ๊บเรื่องนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับรถหรือ

630
00:41:56,360 --> 00:42:00,360
การจราจรอะไรอย่างนี้นะคะ

631
00:42:00,361 --> 00:42:04,361
แล้วก็ควรจะมีเสริมความเกี่ยวข้อ

632
00:42:04,363 --> 00:42:08,363
แต่ไม่ควรมีมากเกินไปนะคะ

633
00:42:08,364 --> 00:42:12,364
นั่นก็คือ

634
00:42:12,365 --> 00:42:16,365
สิ่งที่ควรทำนะคะ นี่ก็คือ

635
00:42:16,366 --> 00:42:20,366
เราต้องรู้ข้อมูลพวกนี้ด้วย

636
00:42:20,368 --> 00:42:24,368
มีเพิ่มก็ลองไปเปิดดูได้นะคะ ไปดู

637
00:42:24,370 --> 00:42:28,370
หัวข้อต่อมาของเรา

638
00:42:28,371 --> 00:42:32,371
นะคะ

639
00:42:32,372 --> 00:42:36,372
เมื่อกี้พูดถึง Infographics แล้ว

640
00:42:36,375 --> 00:42:40,375
อีกตัวหนึ่งที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ

641
00:42:40,379 --> 00:42:44,379
Typo ก็คือข้อความ แต่เดิม

642
00:42:44,383 --> 00:42:48,383
เราพูดถึงแต่ Text นะ การใช้ Text แต่ทีนี้

643
00:42:48,384 --> 00:42:52,384
มันต่างจาก Text อย่างไร

644
00:42:52,386 --> 00:42:56,386
อยากอธิบายก่อนว่า Typography คืออะไร

645
00:42:56,387 --> 00:43:00,387
ดูไปด้วยกันก็ได้ เด็ก ๆ

646
00:43:00,389 --> 00:43:04,389
พิมพ์

647
00:43:04,390 --> 00:43:08,390

648
00:43:08,393 --> 00:43:12,393
.com นี่ก็ได้หรือพิมพ์ Typography

649
00:43:12,395 --> 00:43:16,395
คืออะไรก็ได้ เพื่อจะเข้าไปที่เว็บไซต์นี้นะคะ

650
00:43:16,396 --> 00:43:20,396
พิมพ์อย่างนี้นะคะ

651
00:43:20,401 --> 00:43:24,401
T ตัว T นะคะ

652
00:43:24,404 --> 00:43:28,404
T-y นะ

653
00:43:28,406 --> 00:43:32,406

654
00:43:32,409 --> 00:43:36,409

655
00:43:36,411 --> 00:43:40,411
สไลด์ ๆ ๆ

656
00:43:40,413 --> 00:43:44,413
T-y-p-o-

657
00:43:44,415 --> 00:43:48,415
g-r-a-

658
00:43:48,416 --> 00:43:52,416
p-h-y นะคะ Typography

659
00:43:52,417 --> 00:43:56,417
ไทยโปรกราฟฟิก คืออะไร

660
00:43:56,419 --> 00:44:00,419
แล้วก็ตามด้วยคำว่า "คืออะไร" พิมพ์คำนี้

661
00:44:00,420 --> 00:44:04,420
แล้วกด Enter

662
00:44:04,422 --> 00:44:08,422

663
00:44:08,425 --> 00:44:12,425
T-y

664
00:44:12,426 --> 00:44:16,426
p-o Typo g

665
00:44:16,428 --> 00:44:20,428
-r-a-p-h-y

666
00:44:20,430 --> 00:44:24,430
Typography และก็ตามด้วยคำภาษาไทยว่า

667
00:44:24,431 --> 00:44:28,431
คืออะไร

668
00:44:28,434 --> 00:44:32,434
ลืมแก้ ขอโทษ ๆ

669
00:44:32,436 --> 00:44:36,436
คืออะไร

670
00:44:36,437 --> 00:44:40,437
และกด Enter เห็นไหมคะ

671
00:44:40,438 --> 00:44:44,438
ตัวแรกเลยนะคะ เด็ก ๆ

672
00:44:44,441 --> 00:44:48,441
Typography คืออะไร ทำไมต้องรู้

673
00:44:48,442 --> 00:44:52,442
ต้องรู้สิ เพราะเราจะทำงาน

674
00:44:52,443 --> 00:44:56,443
ในการออแบบสื่อดิจิทัลนี่ ไอ้ตัวนี้จะต้องรู้จัก

675
00:44:56,444 --> 00:45:00,444
มันนะคะ คลิกเข้ามาเลยค่ะ

676
00:45:00,447 --> 00:45:04,447
ใครที่เปิดมาเจอ ก็จะเห็นหน้าที่

677
00:45:04,447 --> 00:45:08,447
คนนี้ขึ้นมานะคะ

678
00:45:08,450 --> 00:45:12,450
คือ เขาบอกว่าถ้าเกี่ยวกับ

679
00:45:12,451 --> 00:45:16,451
การงานออกแบบที่ งานออกแบบ

680
00:45:16,452 --> 00:45:20,452
กราฟิกดีไซน์ หรือ โมชันดีไซน์

681
00:45:20,462 --> 00:45:24,462
ก็คือการออกแบบในยุคใหม่

682
00:45:24,463 --> 00:45:28,463
ว่าอย่างนั้นเถอะนะคะ จะต้องมี Typography

683
00:45:28,465 --> 00:45:32,465
เข้ามาเกี่ยวข้องทั้งนั้น ทีนี้ไอ้

684
00:45:32,466 --> 00:45:36,466
Typography หรือ Type Design คืออะไร

685
00:45:36,470 --> 00:45:40,470
เขาแยกออกมาเป็น 2 ตัว ตัวแรก ก็คือ

686
00:45:40,471 --> 00:45:44,471
Typography นะคะ

687
00:45:44,472 --> 00:45:48,472
เขาบอกว่ามันเป็นเทคนิค

688
00:45:48,474 --> 00:45:52,474
ที่เราจะใช้ศิลปะกับ

689
00:45:52,476 --> 00:45:56,476
ตัวอักษรนี่นะคะ

690
00:45:56,478 --> 00:46:00,478
มาทำให้สื่อหรือ

691
00:46:00,479 --> 00:46:04,479
การออกแบบของเรามันดูน่าสนใจ

692
00:46:04,483 --> 00:46:08,483
นะคะ

693
00:46:08,485 --> 00:46:12,485
โดยใช้วิธีจัดวางตัวอักษรนะคะ

694
00:46:12,486 --> 00:46:16,486
ทีนี้

695
00:46:16,487 --> 00:46:20,487
มันจะต่างจาก Font Font มัน

696
00:46:20,488 --> 00:46:24,488
ให้รูปแบบของตัวอักษรที่แตกต่างกัน

697
00:46:24,491 --> 00:46:28,491
Typography นี่ ก็คือเอาตัวอักษรมาวาง

698
00:46:28,492 --> 00:46:32,492
ให้มันมีเขาเรียกว่ามีลักษณะหรือลูกเล่นที่น่าสน

699
00:46:32,493 --> 00:46:36,493
ใจนั้นเองนะคะ คือไม่ใช่ว่า

700
00:46:36,495 --> 00:46:40,495
นึกออกนะ เราต้องเอาตัวอักษรนั้น

701
00:46:40,496 --> 00:46:44,496
มาจัดวางให้มันดูน่าอ่าน

702
00:46:44,498 --> 00:46:48,498
หรือสื่ออะไรอย่างนี้นะคะ อันนั้นคือ Typography

703
00:46:48,499 --> 00:46:52,499
ส่วน Typ

704
00:46:52,500 --> 00:46:56,500
นั้นเป็นการเขาเรียกว่าสร้างชุดกลุ่ม

705
00:46:56,501 --> 00:47:00,501
ตัวอักษรเป็นแบบต่าง ๆ นะคะ

706
00:47:00,505 --> 00:47:04,505
หรือจะเรียกว่า "Tpyeface"

707
00:47:04,506 --> 00:47:08,506

708
00:47:08,509 --> 00:47:12,509
เห็นไหมคะ มันจะต่างกันนะคะ Typography ก็คือ

709
00:47:12,510 --> 00:47:16,510
เอาตัวพิมพ์ใช่ไหมคะ หรือฟอนต์

710
00:47:16,511 --> 00:47:20,511
ีี่ที่สร้างไว้แล้วน่ะมาวางเรียง

711
00:47:20,513 --> 00:47:24,513
เอาตัวนั้นมาเรียงเป็นชุดเลย

712
00:47:24,516 --> 00:47:28,516
จัดรูปแบบอะไรแล้ว เพื่อให้คนอื่นนำมาใช้ว่าอย่างนั้นเถอะ

713
00:47:28,517 --> 00:47:32,517
มาดูลักษณะของ Type Face

714
00:47:32,519 --> 00:47:36,519
หรือฟอนต์นะคะ จะเป็นลักษณะนี้นี่

715
00:47:36,524 --> 00:47:40,524
ก็คือส่งที่ทำมานี่

716
00:47:40,525 --> 00:47:44,525
หรือ ฟอนต์นั่นเอง ABCDE พวกนี้

717
00:47:44,525 --> 00:47:48,525
หรือฟอนต์อีกแบบหนึ่ง a b c d

718
00:47:48,527 --> 00:47:52,527
เขาก็จะเปลี่ยนไปอย่างนี้นะคะ เป็นชุด แต่ถ้าเป็น Typography นะ

719
00:47:52,529 --> 00:47:56,529
ก็คือเอาไอ้ตัวนี้

720
00:47:56,531 --> 00:48:00,531
ตัวอักษรพวกนี้แต่ละตัว หรือเอา

721
00:48:00,532 --> 00:48:04,532
ของฟอนต์ตัวนี้หรือของตัวอื่นก็ได้มา

722
00:48:04,533 --> 00:48:08,533
จัดเรียงให้เป็นเขาเรียกว่าอะไรล่ะ เป็นการ

723
00:48:08,534 --> 00:48:12,534
ออกแบบ เป็นแบบไหม

724
00:48:12,535 --> 00:48:16,535
เหมือนวางตัว...

725
00:48:16,536 --> 00:48:20,536
อันนี้อาจจะยังเห็นตัวอย่างไม่เยอะ

726
00:48:20,537 --> 00:48:24,537
เหมือน CANNESS นี่

727
00:48:24,540 --> 00:48:28,540
โดยปกติถ้าเราพิมพ์

728
00:48:28,541 --> 00:48:32,541
มันก็จะติดกันนะ ข้อความนี่ แต่ถ้าทำแบบ Typography

729
00:48:32,557 --> 00:48:36,557
ก็คือเอามาเป็นตัว ๆ แล้วก็วางเรียง

730
00:48:36,558 --> 00:48:40,558
อาจจะไม่เรียงตามแนวนี้ อาจจะเรียงสลับขึ้น-ลง แล้วแต่คนจะเรียงนะคะ

731
00:48:40,560 --> 00:48:44,560

732
00:48:44,561 --> 00:48:48,561

733
00:48:48,568 --> 00:48:52,568
เห็นไหมคะ เอาวางแค่ 3 ตัว แล้วเอามือถือ

734
00:48:52,569 --> 00:48:56,569
มาคั่นตัวนี้ แล้วใช้ตรงมือถือแทนตัวอะไรนี่

735
00:48:56,571 --> 00:49:00,571

736
00:49:00,572 --> 00:49:04,572
Predator หรือ

737
00:49:04,573 --> 00:49:08,573
ให้ตีความนะคะ อย่างนี้เป็นต้น

738
00:49:08,576 --> 00:49:12,576
ถ้าเป็นมือถือ ฝรั่งเขาจะเรียก Mobile อาจจะแทนตัว M

739
00:49:12,578 --> 00:49:16,578

740
00:49:16,579 --> 00:49:20,579
แต่ Preda

741
00:49:20,580 --> 00:49:24,580
tor คืออะไรไม่ใช่ มันแทนอะไรได้อีก

742
00:49:24,591 --> 00:49:28,591
มือถือ เรียก Mobile ได้ เรียกอะไรได้อีก ไม่รู้สิ เมืองนอกเขาเรียก

743
00:49:28,592 --> 00:49:32,592

744
00:49:32,593 --> 00:49:36,593
มือถือเขาก็เรียกหลายแบบอยู่

745
00:49:36,594 --> 00:49:40,594
นะ

746
00:49:40,596 --> 00:49:44,596
เหมือนถ้าเอา Apple มาวางแทนนี่ จะสื่อถึง Apple

747
00:49:44,598 --> 00:49:48,598

748
00:49:48,599 --> 00:49:52,599
อย่างนี้เป็นต้นนะคะ

749
00:49:52,600 --> 00:49:56,600
ภาพด้วยก็ได้อย่างนี้ มันเรียกว่าเป็น

750
00:49:56,602 --> 00:50:00,602
Typography ก็คือทำให้ตัวอักษรมันเป็น...

751
00:50:00,604 --> 00:50:04,604

752
00:50:04,606 --> 00:50:08,606
อีกทีหนึ่งนะคะ

753
00:50:08,611 --> 00:50:12,611

754
00:50:12,612 --> 00:50:16,612

755
00:50:16,617 --> 00:50:20,617

756
00:50:20,619 --> 00:50:24,619
มีส่วนมาใช้เหมือนกันนะคะ ถ้าเรา

757
00:50:24,626 --> 00:50:28,626
จะทำ Motion นี่ หรือ Infographic

758
00:50:28,628 --> 00:50:32,628
พูดผิด ๆ ถ้าเราจะทำ Infographic เราก็ควรจะ

759
00:50:32,629 --> 00:50:36,629
รู้ถึงลักษณะของ Typography

760
00:50:36,635 --> 00:50:40,635
ทีนี้ พร้อมจะลงมือปฏิบัติ

761
00:50:40,646 --> 00:50:44,646
หรือยังคะ แต่ก่อนจะลงมือปฏิบัติ

762
00:50:44,648 --> 00:50:48,648
เดี๋ยวตอนนี้กี่โมงแล้ว เบรกก่อนไหม เดี๋ยวเราพักเบรกก่อนนะ

763
00:50:48,650 --> 00:50:52,650

764
00:50:52,651 --> 00:50:56,651
ไปโมสมองใหม่นะคะ ไปชาร์จไฟให้ตัวเอง

765
00:50:56,663 --> 00:51:00,663
ให้ไปพักเข้าห้องน้ำ หรือจะ

766
00:51:00,668 --> 00:51:04,668
ไปดื่มน้ำให้สดชื่นเสียหน่อยก็ได้นะคะ วันนี้บรรยากาศ

767
00:51:04,670 --> 00:51:08,670
เย็นชวนน่านอนมากเลย 10 นาทีให้เวลา

768
00:51:08,671 --> 00:51:12,671
พักเบรก 10 นาทีใครจะไปเข้าห้องน้ำ

769
00:51:12,672 --> 00:51:16,672
ได้ค่ะ พี่ล่ามเขาก็จะได้พักเหมือนกันนะคะ

770
00:51:16,673 --> 00:51:20,673
อีก 10 นาทีเจอกัน เวลาไม่ขึ้น เวลาอยู่ไหน

771
00:51:20,674 --> 00:51:24,674
ตอนนี้กี่โมง

772
00:51:24,675 --> 00:51:28,675
10.02 น. เดี๋ยว

773
00:51:28,680 --> 00:51:32,680
10.12 น. เราจะเข้ามาเจอกันใหม่

774
00:51:32,681 --> 00:51:36,681
นะคะเด็ก ๆ เดี๋ยวเราจะทำ Infographic

775
00:51:36,682 --> 00:51:40,682
กันนะคะ ขอบคุณค่ะ พี่ล่าม

776
00:51:40,684 --> 00:51:44,684
ค่ะ

777
00:51:44,688 --> 00:51:48,688

778
00:51:48,690 --> 00:51:52,690

779
00:51:52,692 --> 00:51:56,692

780
00:51:56,694 --> 00:52:00,694

781
00:52:00,697 --> 00:52:04,697

782
00:52:04,700 --> 00:52:08,700

783
00:52:08,703 --> 00:52:12,703

784
00:52:12,704 --> 00:52:16,704

785
00:52:16,706 --> 00:52:20,706

786
00:52:20,710 --> 00:52:24,710

787
00:52:24,715 --> 00:52:28,715

788
00:52:28,717 --> 00:52:32,717

789
00:52:32,719 --> 00:52:36,719

790
00:52:36,721 --> 00:52:40,721

791
00:52:40,727 --> 00:52:44,727

792
00:52:44,729 --> 00:52:48,729

793
00:52:48,730 --> 00:52:52,730

794
00:52:52,733 --> 00:52:56,733

795
00:52:56,735 --> 00:53:00,735

796
00:53:00,738 --> 00:53:04,738

797
00:53:04,740 --> 00:53:08,740

798
00:53:08,742 --> 00:53:12,742

799
00:53:12,744 --> 00:53:16,744

800
00:53:16,747 --> 00:53:20,747

801
00:53:20,749 --> 00:53:24,749

802
00:53:24,752 --> 00:53:28,752

803
00:53:28,753 --> 00:53:32,753

804
00:53:32,755 --> 00:53:36,755

805
00:53:36,758 --> 00:53:40,758

806
00:53:40,760 --> 00:53:44,760

807
00:53:44,762 --> 00:53:48,762

808
00:53:48,764 --> 00:53:52,764

809
00:53:52,765 --> 00:53:56,765

810
00:53:56,767 --> 00:54:00,767

811
00:54:00,769 --> 00:54:04,769

812
00:54:04,770 --> 00:54:08,770

813
00:54:08,774 --> 00:54:12,774

814
00:54:12,776 --> 00:54:16,776

815
00:54:16,778 --> 00:54:20,778

816
00:54:20,781 --> 00:54:24,781

817
00:54:24,783 --> 00:54:28,783

818
00:54:28,785 --> 00:54:32,785

819
00:54:32,787 --> 00:54:36,787

820
00:54:36,790 --> 00:54:40,790

821
00:54:40,792 --> 00:54:44,792

822
00:54:44,794 --> 00:54:48,794

823
00:54:48,796 --> 00:54:52,796

824
00:54:52,798 --> 00:54:56,798

825
00:54:56,801 --> 00:55:00,801

826
00:55:00,803 --> 00:55:04,803

827
00:55:04,806 --> 00:55:08,806

828
00:55:08,811 --> 00:55:12,811

829
00:55:12,813 --> 00:55:16,813

830
00:55:16,815 --> 00:55:20,815

831
00:55:20,817 --> 00:55:24,817

832
00:55:24,819 --> 00:55:28,819

833
00:55:28,823 --> 00:55:32,823

834
00:55:32,825 --> 00:55:36,825

835
00:55:36,827 --> 00:55:40,827

836
00:55:40,830 --> 00:55:44,830

837
00:55:44,831 --> 00:55:48,831

838
00:55:48,836 --> 00:55:52,836

839
00:55:52,838 --> 00:55:56,838

840
00:55:56,840 --> 00:56:00,840

841
00:56:00,841 --> 00:56:04,841

842
00:56:04,845 --> 00:56:08,845

843
00:56:08,847 --> 00:56:12,847

844
00:56:12,850 --> 00:56:16,850

845
00:56:16,852 --> 00:56:20,852

846
00:56:20,853 --> 00:56:24,853

847
00:56:24,856 --> 00:56:28,856

848
00:56:28,859 --> 00:56:32,859

849
00:56:32,862 --> 00:56:36,862

850
00:56:36,866 --> 00:56:40,866

851
00:56:40,868 --> 00:56:44,868

852
00:56:44,870 --> 00:56:48,870

853
00:56:48,871 --> 00:56:52,871

854
00:56:52,873 --> 00:56:56,873

855
00:56:56,876 --> 00:57:00,876

856
00:57:00,878 --> 00:57:04,878

857
00:57:04,879 --> 00:57:08,879

858
00:57:08,881 --> 00:57:12,881

859
00:57:12,883 --> 00:57:16,883

860
00:57:16,885 --> 00:57:20,885

861
00:57:20,887 --> 00:57:24,887

862
00:57:24,888 --> 00:57:28,888

863
00:57:28,890 --> 00:57:32,890

864
00:57:32,892 --> 00:57:36,892

865
00:57:36,894 --> 00:57:40,894

866
00:57:40,895 --> 00:57:44,895

867
00:57:44,901 --> 00:57:48,901

868
00:57:48,903 --> 00:57:52,903

869
00:57:52,906 --> 00:57:56,906

870
00:57:56,908 --> 00:58:00,908

871
00:58:00,913 --> 00:58:04,913

872
00:58:04,919 --> 00:58:08,919

873
00:58:08,921 --> 00:58:12,921

874
00:58:12,923 --> 00:58:16,923

875
00:58:16,925 --> 00:58:20,925

876
00:58:20,927 --> 00:58:24,927

877
00:58:24,930 --> 00:58:28,930

878
00:58:28,932 --> 00:58:32,932

879
00:58:32,933 --> 00:58:36,933

880
00:58:36,939 --> 00:58:40,939

881
00:58:40,944 --> 00:58:44,944

882
00:58:44,948 --> 00:58:48,948

883
00:58:48,951 --> 00:58:52,951

884
00:58:52,954 --> 00:58:56,954

885
00:58:56,956 --> 00:59:00,956

886
00:59:00,961 --> 00:59:04,961

887
00:59:04,965 --> 00:59:08,965

888
00:59:08,967 --> 00:59:12,967

889
00:59:12,969 --> 00:59:16,969

890
00:59:16,971 --> 00:59:20,971

891
00:59:20,974 --> 00:59:24,974

892
00:59:24,979 --> 00:59:28,979

893
00:59:28,980 --> 00:59:32,980

894
00:59:32,982 --> 00:59:36,982

895
00:59:36,984 --> 00:59:40,984

896
00:59:40,986 --> 00:59:44,986

897
00:59:44,990 --> 00:59:48,990

898
00:59:48,993 --> 00:59:52,993

899
00:59:52,997 --> 00:59:56,997

900
00:59:57,000 --> 01:00:01,000

901
01:00:01,002 --> 01:00:05,002

902
01:00:05,004 --> 01:00:09,004

903
01:00:09,006 --> 01:00:13,006

904
01:00:13,009 --> 01:00:17,009

905
01:00:17,012 --> 01:00:21,012

906
01:00:21,014 --> 01:00:25,014

907
01:00:25,016 --> 01:00:29,016

908
01:00:29,018 --> 01:00:33,018

909
01:00:33,021 --> 01:00:37,021

910
01:00:37,024 --> 01:00:41,024

911
01:00:41,026 --> 01:00:45,026

912
01:00:45,027 --> 01:00:49,027

913
01:00:49,029 --> 01:00:53,029

914
01:00:53,031 --> 01:00:57,031

915
01:00:57,033 --> 01:01:01,033

916
01:01:01,035 --> 01:01:05,035

917
01:01:05,037 --> 01:01:09,037

918
01:01:09,038 --> 01:01:13,038

919
01:01:13,040 --> 01:01:17,040

920
01:01:17,042 --> 01:01:21,042

921
01:01:21,043 --> 01:01:25,043

922
01:01:25,046 --> 01:01:29,046

923
01:01:29,047 --> 01:01:33,047

924
01:01:33,048 --> 01:01:37,048

925
01:01:37,051 --> 01:01:41,051

926
01:01:41,054 --> 01:01:45,054
.

927
01:01:45,059 --> 01:01:49,059

928
01:01:49,060 --> 01:01:53,060

929
01:01:53,063 --> 01:01:57,063

930
01:01:57,065 --> 01:02:01,065

931
01:02:01,070 --> 01:02:05,070

932
01:02:05,071 --> 01:02:09,071

933
01:02:09,074 --> 01:02:13,074

934
01:02:13,075 --> 01:02:17,075

935
01:02:17,077 --> 01:02:21,077

936
01:02:21,079 --> 01:02:25,079

937
01:02:25,080 --> 01:02:29,080

938
01:02:29,082 --> 01:02:33,082

939
01:02:33,084 --> 01:02:37,084

940
01:02:37,086 --> 01:02:41,086
(อาจารย์สุธิรา) โอเคนะคะ เดี๋ยวเรามาเข้าสู่

941
01:02:41,087 --> 01:02:45,087
โหมดการจะทำ Infographic นะคะ เราไม่ต้องลงโปรแกรมเลย

942
01:02:45,089 --> 01:02:49,089
นะคะ เป็นเว็บฟรี

943
01:02:49,091 --> 01:02:53,091

944
01:02:53,093 --> 01:02:57,093
มีอยู่ 5 เว็บนะคะ

945
01:02:57,098 --> 01:03:01,098
เด็ก ๆ ด้วยคำว่า "5 เว็บฟรีทำ Infographic"

946
01:03:01,099 --> 01:03:05,099
พอพิมพ์คำค้นว่า

947
01:03:05,101 --> 01:03:09,101
5 เว็บฟรีทำ

948
01:03:09,102 --> 01:03:13,102
Infographic แค่นี้พอค่ะ

949
01:03:13,104 --> 01:03:17,104
พิมพ์เลยนะคะ

950
01:03:17,106 --> 01:03:21,106
5 และก็วรรคและก็

951
01:03:21,107 --> 01:03:25,107
ตามด้วยคำว่า "ทำ Infographic"

952
01:03:25,108 --> 01:03:29,108

953
01:03:29,109 --> 01:03:33,109

954
01:03:33,110 --> 01:03:37,110

955
01:03:37,118 --> 01:03:41,118
เห็นหรือเปล่า

956
01:03:41,121 --> 01:03:45,121
เห็นไหมคะ เดี๋ยวขยายขนาดให้ครับ

957
01:03:45,122 --> 01:03:49,122

958
01:03:49,123 --> 01:03:53,123
เห็นไหมคะ ค้นด้วยคำว่า

959
01:03:53,125 --> 01:03:57,125
5 เว็บฟรีทำ Infographic ค่ะ

960
01:03:57,127 --> 01:04:01,127

961
01:04:01,129 --> 01:04:05,129

962
01:04:05,130 --> 01:04:09,130

963
01:04:09,132 --> 01:04:13,132
ใครพิมพ์เสร็จแล้วกด Enter ได้เลย

964
01:04:13,137 --> 01:04:17,137

965
01:04:17,142 --> 01:04:21,142

966
01:04:21,143 --> 01:04:25,143

967
01:04:25,145 --> 01:04:29,145

968
01:04:29,146 --> 01:04:33,146

969
01:04:33,150 --> 01:04:37,150

970
01:04:37,153 --> 01:04:41,153
โอเคไหมเสร็จแล้วนะเดี๋ยวเราจะย่อขนาด

971
01:04:41,156 --> 01:04:45,156

972
01:04:45,158 --> 01:04:49,158
แล้วก็กด Enter เมื่อพิมพ์เสร็จแล้ว

973
01:04:49,160 --> 01:04:53,160
เลือกตัวนี้นะคะ

974
01:04:53,161 --> 01:04:57,161
ที่ขึ้นว่า 5 เว็บฯ ฟรีทำ

975
01:04:57,164 --> 01:05:01,164
Infographic ง่าย ๆ x5 นี่

976
01:05:01,165 --> 01:05:05,165
นี่ ๆ ๆ

977
01:05:05,166 --> 01:05:09,166
เลือกตัวนี้ ตัวที่มีรูปเหมือนตัวนี้เลยนะคะ

978
01:05:09,169 --> 01:05:13,169

979
01:05:13,170 --> 01:05:17,170

980
01:05:17,172 --> 01:05:21,172

981
01:05:21,174 --> 01:05:25,174

982
01:05:25,175 --> 01:05:29,175
นี่ ๆ ๆ fast

983
01:05:29,180 --> 01:05:33,180
ใช่ไหม ของ fastwork.co

984
01:05:33,181 --> 01:05:37,181
คลิกทุกคนแล้วนะ มาดู

985
01:05:37,196 --> 01:05:41,196
เขาบอกว่าเขามี 5 เว็บนะคะ

986
01:05:41,198 --> 01:05:45,198
ัตัวแรกชื่อ

987
01:05:45,199 --> 01:05:49,199
EASEL.LY

988
01:05:49,202 --> 01:05:53,202
ตัวที่ 2 ชื่อ

989
01:05:53,203 --> 01:05:57,203

990
01:05:57,204 --> 01:06:01,204

991
01:06:01,205 --> 01:06:05,205
ตัวที่ 2 ชื่อ VISME ตัวที่ 3 Canva

992
01:06:05,210 --> 01:06:09,210
เดี๋ยวถามก่อน Canva ใครมีแล้วบ้าง

993
01:06:09,211 --> 01:06:13,211
ใครเคยใช้ CANVA แล้ว

994
01:06:13,212 --> 01:06:17,212
ไม่เคยเลยหรอ

995
01:06:17,213 --> 01:06:21,213
นะคะ มี Canva แล้วก็

996
01:06:21,215 --> 01:06:25,215
VENNGAGE

997
01:06:25,216 --> 01:06:29,216
VENNGAGE แล้วก็มี INFORGR.MA

998
01:06:29,217 --> 01:06:33,217
Info

999
01:06:33,219 --> 01:06:37,219
5 ตัว

1000
01:06:37,222 --> 01:06:41,222
อันนี้เขาบอกไอ้ตัวที่ 5 นี่

1001
01:06:41,223 --> 01:06:45,223
เห็นไหม เขาเรียงลำดับนี่ เขาบอกว่าเหมาะกับ

1002
01:06:45,226 --> 01:06:49,226
มีความเชี่ยวชาญ

1003
01:06:49,227 --> 01:06:53,227
เรายังไม่เชี่ยวชาญ

1004
01:06:53,229 --> 01:06:57,229
เพราะฉะนั้น สิ่งแรก

1005
01:06:57,231 --> 01:07:01,231
เอาง่ายสุด เขาเลือกไว้ให้แล้ว เพราะเขาบอก EASELLY

1006
01:07:01,236 --> 01:07:05,236

1007
01:07:05,240 --> 01:07:09,240
ก็ Easy นี่ล่ะ ง่าย ๆ เลย สะดวก

1008
01:07:09,242 --> 01:07:13,242
ผู้เริ่มต้น เพราะฉะนั้น เราคลิกที่

1009
01:07:13,243 --> 01:07:17,243
ตัวแรกเลย EASEL.LY นะคะ

1010
01:07:17,247 --> 01:07:21,247

1011
01:07:21,250 --> 01:07:25,250
เราก็คลิกที่ Start a

1012
01:07:25,252 --> 01:07:29,252
Design คลิกตรงนี้นะ

1013
01:07:29,253 --> 01:07:33,253
ปุ่มน้ำเงินนะคะ

1014
01:07:33,255 --> 01:07:37,255
เห็นไหม

1015
01:07:37,258 --> 01:07:41,258
ไม่ต้องล็อกอินด้วย เข้าได้เลย

1016
01:07:41,260 --> 01:07:45,260
ทีนี้

1017
01:07:45,262 --> 01:07:49,262
มาดูก่อนว่า... เดี๋ยวนะคะ เขาบอกว่า

1018
01:07:49,264 --> 01:07:53,264
สิ่งแรกที่เราจะดู

1019
01:07:53,267 --> 01:07:57,267
ที่เราจะต้องรู้ใช่ไหม สร้างอย่างไรให้โดน

1020
01:07:57,268 --> 01:08:01,268
เป้าหมายใช่ไหมคะ กำหนดกลุ่มเป้าหมาย

1021
01:08:01,269 --> 01:08:05,269
เราอยากทำ Infographic

1022
01:08:05,270 --> 01:08:09,270
ไม่นะ ๆ เราจะทำ Infographic

1023
01:08:09,272 --> 01:08:13,272
เรื่องอะไร เดี๋ยวต้องรู้จุดประสงค์ก่อน

1024
01:08:13,274 --> 01:08:17,274
เรื่องอะไรดี

1025
01:08:17,274 --> 01:08:21,274

1026
01:08:21,276 --> 01:08:25,276
สมมติ ๆ

1027
01:08:25,277 --> 01:08:29,277
ถ้าทำเกี่ยวกับสิ่งที่ตัวเองชอบ

1028
01:08:29,278 --> 01:08:33,278
นึกออกไหม

1029
01:08:33,280 --> 01:08:37,280
หัวข้อเรื่องน่ะ เรื่อง Infographic ที่จะทำ

1030
01:08:37,285 --> 01:08:41,285
ให้นึกถึงสิ่งที่ตัวเองชอบก่อน

1031
01:08:41,292 --> 01:08:45,292
เพราะพอชอบแล้วก็จะเข้าใจ รู้ถึงตัวนั้นนะ

1032
01:08:45,293 --> 01:08:49,293
มันก็จะได้ดูข้อมูลแล้ว Get

1033
01:08:49,295 --> 01:08:53,295
ว่าจะเอามาทำอะไรได้ นึกออกนะคะ

1034
01:08:53,297 --> 01:08:57,297
เสร็จแล้วพอ ๆ กำหนดเรื่องที่ตัวเองจะทำได้

1035
01:08:57,298 --> 01:09:01,298
ค่อยมากำหนดกลุ่มเป้าหมายว่า เราจะเอา

1036
01:09:01,300 --> 01:09:05,300
ไปทำให้กลุ่มเป้าหมายกลุ่มไหน ก็ให้แบ่ง

1037
01:09:05,301 --> 01:09:09,301
เป็นเด็กนะ เด็ก ก็คือหมายถึงเด็กเล็ก ๆ

1038
01:09:09,303 --> 01:09:13,303
ที่ไม่ใช่เบบี๋

1039
01:09:13,303 --> 01:09:17,303
ให้นึกถึงเด็กอนุบาล เด็กประถมตัวเล็ก ๆ

1040
01:09:17,304 --> 01:09:21,304
อย่างนี้นะ แล้วก็มาอีกรุ่นหนึ่ง

1041
01:09:21,305 --> 01:09:25,305
เด็กโตที่เรียนระดับมัธยมอะไรอย่างนี้นะคะ

1042
01:09:25,306 --> 01:09:29,306
และก็รุ่น รุ่นคนทำงาน

1043
01:09:29,309 --> 01:09:33,309
แล้วก็รุ่นคนทำงาน แล้วก็กลุ่มผู้สูงอายุน่ะ

1044
01:09:33,311 --> 01:09:37,311
ทั้งหมด 4 กลุ่มนะ ก็คือเด็กเล็ก

1045
01:09:37,311 --> 01:09:41,311
นะคะ แล้วก็วัยรุ่น

1046
01:09:41,313 --> 01:09:45,313
และก็ผู้ใหญ่วัยทำงาน

1047
01:09:45,315 --> 01:09:49,315
และสุดท้ายก็คือผู้สูงอายุ 4 กลุ่ม

1048
01:09:49,318 --> 01:09:53,318
ทีนี้สิ่งต่อมา

1049
01:09:53,319 --> 01:09:57,319
เมื่อได้กลุ่มเป้าหมายแล้ว ได้เรื่องแล้วใช่ไหม

1050
01:09:57,319 --> 01:10:01,319
เด็กทำอะไรต่อเห็นไหมหัวเรื่อง

1051
01:10:01,323 --> 01:10:05,323
ก็คือต้องพยายามเขียนหัวเรื่องให้มันโดนใจ

1052
01:10:05,324 --> 01:10:09,324
นะคะ

1053
01:10:09,326 --> 01:10:13,326
ไอ้ตัว Infographic นี่ บางทีก็ทำจบในแผ่นเดียวก็ได้

1054
01:10:13,327 --> 01:10:17,327
เหมือน ๆ ตัวอย่างที่แม่ให้ดูคือ

1055
01:10:17,328 --> 01:10:21,328
จบใน 1 แผ่น แต่บางทีเขาก็ทำ 2 แผ่น 3 แผ่น

1056
01:10:21,329 --> 01:10:25,329
ก็แล้วแต่เรานะคะ

1057
01:10:25,332 --> 01:10:29,332
เช่น เหมือนบอกถ้าชอบ ชอบกินก๋วยเตี๋ยว

1058
01:10:29,333 --> 01:10:33,333
จะพูดถึงก๋วยเตี๋ยว

1059
01:10:33,336 --> 01:10:37,336
ก๋วยเตี๋ยวมาแยกว่ามัน

1060
01:10:37,337 --> 01:10:41,337
ครบ 5 หมู่ไหม นึกออกไหม ก็มาแยกว่า

1061
01:10:41,338 --> 01:10:45,338
อะไรคือวิตามินจากก๋วยเตี๋ยว อะไรคือโปรตีน

1062
01:10:45,341 --> 01:10:49,341
อะไรคือไขมันอะไรคือเกลือแร่

1063
01:10:49,343 --> 01:10:53,343
เห็นไหมคะ ก็แยกอย่างนี้ เห็นไหม เรื่องเดียวแต่

1064
01:10:53,346 --> 01:10:57,346
แตกหัวข้อย่อยออกไปตามประเภทของ...

1065
01:10:57,348 --> 01:11:01,348
เขาเรียกว่าอะไร สารอาหารได้ อย่างนี้เป็นต้น

1066
01:11:01,350 --> 01:11:05,350

1067
01:11:05,353 --> 01:11:09,353
ภาพ ภาพสวย ๆ ภาพก็มีส่วน

1068
01:11:09,354 --> 01:11:13,354
ก็มีส่วน เหมือนเอารูปดารามาใส่ใช่ไหม

1069
01:11:13,355 --> 01:11:17,355
อย่างนี้ แต่ทีนี้อย่าลืมว่ามันจะมีข้อกำหนด

1070
01:11:17,358 --> 01:11:21,358
เรื่องอะไรคะ pdpa. ใช่ไหมคะ

1071
01:11:21,360 --> 01:11:25,360
สิทธิส่วนบุคคลนะ ระวัง

1072
01:11:25,361 --> 01:11:29,361
ภาพที่เป็นคนมาใส่นี่ คือในยุคก่อน

1073
01:11:29,363 --> 01:11:33,363
อาจจะไม่เป็นปัญหา แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้นะ เหมือนแม่ถ่ายรูปเด็ก ๆ

1074
01:11:33,364 --> 01:11:37,364
แล้วแม่แอบเอารูปเด็ก ๆ ไปโพสต์

1075
01:11:37,366 --> 01:11:41,366
อย่างนี้นึกออกนะ เป็นลักษณะนั้นนะคะ

1076
01:11:41,369 --> 01:11:45,369

1077
01:11:45,370 --> 01:11:49,370
ลองไหม ลองสัก...

1078
01:11:49,372 --> 01:11:53,372
เอาหัวข้อที่ดูแล้วเด็ก ๆ

1079
01:11:53,376 --> 01:11:57,376
นะ นั้นระบุหัวข้อก็ได้ เกี่ยวกับ

1080
01:11:57,377 --> 01:12:01,377

1081
01:12:01,378 --> 01:12:05,378
ของกินดีกว่า ทุกคนน่าจะชอบของกิน แต่ทีนี้ก็

1082
01:12:05,380 --> 01:12:09,380
มีแยกออกไปใช่ไหมคะ เหมือนชอบขนม

1083
01:12:09,381 --> 01:12:13,381
มุกอาจจะไม่ชอบขนมเค้ก มุกอาจจะชอบขนม

1084
01:12:13,385 --> 01:12:17,385
ไทย มุกอาจจะพูดถึง

1085
01:12:17,386 --> 01:12:21,386
ขนมไทยแบบอะไรล่ะ อาจจะพูดถึง... สมมติ

1086
01:12:21,388 --> 01:12:25,388
แม่ยกตัวอย่างเช่นมุก

1087
01:12:25,392 --> 01:12:29,392
อาจจะชอบกินขนม สมมตินะ

1088
01:12:29,393 --> 01:12:33,393
สมมติ สมมติ ว่าชอบกินขนมอะลัว

1089
01:12:33,394 --> 01:12:37,394
แต่ไม่เคยทำ มุกก็เลยอยากรู้วิธีทำ แต่ทีนี้

1090
01:12:37,395 --> 01:12:41,395
อยากให้คนอื่นรู้ด้วยมุกก็

1091
01:12:41,396 --> 01:12:45,396
เอาอารัวมาเป็นหัวข้อ แล้วก็มาพูดถึงขั้นตอนการทำ

1092
01:12:45,398 --> 01:12:49,398
เห็นไหมคะ ก็จะได้ Infographic ที่

1093
01:12:49,399 --> 01:12:53,399
เราจะทำให้เป็นแบบขั้นตอนการทำอาลัว นึกออกนะ

1094
01:12:53,400 --> 01:12:57,400
เสร็จแล้วหนูเอาเรื่องนี้

1095
01:12:57,401 --> 01:13:01,401
ให้นึกถึงนะ หรือ ๆ ๆ

1096
01:13:01,402 --> 01:13:05,402
หรือบางอย่าง ขนมบางอย่างนี่

1097
01:13:05,404 --> 01:13:09,404
เหมือนขนมต่างประเทศน่ะ มันจะต้องมีวิธี

1098
01:13:09,405 --> 01:13:13,405
การกินไม่ใช่เปิดปุ๊บเอาใส่เข้าปาก

1099
01:13:13,407 --> 01:13:17,407
อาจจะมาบอกวิธีกินขนมเหมือนโอลิโอ้น่ะค่ะ

1100
01:13:17,408 --> 01:13:21,408
ที่มันทำน่ะค่ะ บิด ครีม จุ่มนม จะกิน

1101
01:13:21,411 --> 01:13:25,411
โอริโอ้ให้อร่อยต้องกินแบบนี้นะ ขั้นที่ 1 คุณต้องบิดครีมก่อน

1102
01:13:25,412 --> 01:13:29,412
ขั้นที่ 2 จุ่มนมนะ

1103
01:13:29,414 --> 01:13:33,414
เอาโอริโอ้มาจุ่มนม

1104
01:13:33,415 --> 01:13:37,415
นั่นก็คืออาจจะบอกเป็นแนวนี้ก็ได้

1105
01:13:37,417 --> 01:13:41,417
อีกแบบหนึ่ง อาจจะเป็น

1106
01:13:41,420 --> 01:13:45,420
บอกส่วนประกอบด้วยอะไร

1107
01:13:45,427 --> 01:13:49,427
ในขนม 1 ชิ้นประกอบไปด้วยอะไร มีส่วนประกอบอะไร

1108
01:13:49,429 --> 01:13:53,429
และทำให้เห็นเป็นเปอร์เซ็นต์ว่าใส่อะไร

1109
01:13:53,431 --> 01:13:57,431
เท่าไร ใส่แป้งเท่าไร หรือกินเข้าไปแล้ว

1110
01:13:57,432 --> 01:14:01,432
เหมือยพวกรักสวยรักงาน

1111
01:14:01,433 --> 01:14:05,433
ให้เห็นว่าขนม สมมติ

1112
01:14:05,434 --> 01:14:09,434
มีขนมที่เหมือนตอนนี้ที่ชอบกินขนมอันนี้

1113
01:14:09,435 --> 01:14:13,435
ลิสต์มาสัก 5 อย่าง แล้วมาเปรียบเทียบว่าขนมอันนี้

1114
01:14:13,438 --> 01:14:17,438
อันไหนแคลอรีเยอะสุด

1115
01:14:17,439 --> 01:14:21,439
ควรกินขนมแบบไหนก็ได้ มีตัวเลข

1116
01:14:21,476 --> 01:14:25,476
เช่น เอแคร์ เอแคร์กับเค้ก

1117
01:14:25,478 --> 01:14:29,478
ชิ้นขนาดนี้ให้พลังงานเท่าไร ให้แคลอรีเท่าไร

1118
01:14:29,482 --> 01:14:33,482
นะคะ หรือใน 1 วันอยากกินขนมจัดเลย

1119
01:14:33,485 --> 01:14:37,485
แต่กลัวอ้วนอะไรอย่างนี้ ควรกินขนมอะไรดี

1120
01:14:37,486 --> 01:14:41,486
ให้เห็นว่าขนมประเภทนี้ ในวันหนึ่งนี่

1121
01:14:41,487 --> 01:14:45,487
ถ้าคุณกินแบบนี้สักครึ่งชิ้น ก็อาจจะ

1122
01:14:45,488 --> 01:14:49,488
ไม่อ้วนรก็ได้ไม่ทำให้แคลอรีคุณ

1123
01:14:49,489 --> 01:14:53,489
หรืออาจจะบอกว่าถ้ากินขนมชิ้นนี้ไปแล้ว ควรกิน

1124
01:14:53,490 --> 01:14:57,490
อะไรอย่างนี้เห็นไหมคะ

1125
01:14:57,491 --> 01:15:01,491
บอกแล้วถ้าพูดถึงของกิน ทุกคนพอจะเก็ตเหมือน

1126
01:15:01,492 --> 01:15:05,492
ชอบก็จะไปหาสิ่งที่ตัวเองชอบ

1127
01:15:05,496 --> 01:15:09,496
แล้วดึงออกมาว่าจุดที่ชอบเอามาทำเป็น

1128
01:15:09,497 --> 01:15:13,497
Infographic ได้อย่างไร อาจจะ

1129
01:15:13,498 --> 01:15:17,498
บอกเป็นขั้นตอนการทำขนม อาจจะบอกถึงปริมาณ

1130
01:15:17,502 --> 01:15:21,502
ส่วนประกอบของส่วนขนมชิ้นนั้น

1131
01:15:21,503 --> 01:15:25,503
มีต้องมีวัตถุในการทำอะไรบ้าง บอกแค่นั้นก็ได้

1132
01:15:25,504 --> 01:15:29,504
หรือจะมีเพิ่มบอกองค์ประกอบ

1133
01:15:29,505 --> 01:15:33,505
อาจจะสอนขั้นตอนการทำอะไรเข้าไปด้วย

1134
01:15:33,506 --> 01:15:37,506
หรือ หรือบางคนทำเป็น Time line

1135
01:15:37,507 --> 01:15:41,507
พูดถึง Time line พูดถึงประวัติของอาลัว

1136
01:15:41,509 --> 01:15:45,509
สมัยไหนเริ่มจากใคร ทำ Timeline ให้เห็น

1137
01:15:45,512 --> 01:15:49,512
เริ่มมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา คนทำคนแรก

1138
01:15:49,514 --> 01:15:53,514
คุณอะไรนะ สมมติ ๆ ๆ ๆ นะ

1139
01:15:53,515 --> 01:15:57,515
จริงไม่จริงยังไม่รู้ยังไม่ได้ค้น ท้าวทอง

1140
01:15:57,519 --> 01:16:01,519
ให้นึกถึงนะ อาจจะนึกถึงประวัติ

1141
01:16:01,521 --> 01:16:05,521
ของขนมชนิดนั้นก็ได้ เหมือนใครชอบกินพาสต้า

1142
01:16:05,523 --> 01:16:09,523
หรือ pizza

1143
01:16:09,525 --> 01:16:13,525
แต่ไม่รู้เลยว่าพิซซ่าจริง ๆ แล้วมี

1144
01:16:13,526 --> 01:16:17,526
อะไร อยู่ในพิซซ่าบ้าง มีอะไร

1145
01:16:17,527 --> 01:16:21,527
ส่วนประกอบอะไรอย่างนี้ อาจจะพูดถึงโภชนาการในการกินพิซซ่าก็ได้

1146
01:16:21,528 --> 01:16:25,528
ถ้าคุณกิน pissza

1147
01:16:25,529 --> 01:16:29,529
เหมือนพูดถึงก๋วยเตี๋ยวในตัวอย่าง

1148
01:16:29,531 --> 01:16:33,531
อย่างนี้นะคะ เหมือนในตัวอย่างที่บอกว่า

1149
01:16:33,534 --> 01:16:37,534
ก๋วยเตี๋ยว 1 ถ้วย มีโปรตีนเท่าไร มีคาร์โบไฮเดรตเท่าไร

1150
01:16:37,535 --> 01:16:41,535
อะไรอย่างนี้

1151
01:16:41,536 --> 01:16:45,536
เพราะฉะนั้น งานชิ้นนี้ให้ลองเริ่มทำด้วยตัวเอง

1152
01:16:45,538 --> 01:16:49,538
นะคะ ให้โจทย์ไปแล้ว ก็คือเรื่อง

1153
01:16:49,545 --> 01:16:53,545
ที่เกี่ยวกับของกินที่ตัวเองชอบ

1154
01:16:53,546 --> 01:16:57,546
แต่จะเอาของกินที่ตัวเองชอบนี่จะเอามานำเสนอ

1155
01:16:57,547 --> 01:17:01,547
เรื่องอะไรก็แล้วแต่เด็ก ๆ เลย เหมือนที่ยกตัวอย่าง

1156
01:17:01,548 --> 01:17:05,548
มุกว่านำเสนอเป็นขั้นตอนการทำ

1157
01:17:05,550 --> 01:17:09,550
ก็ได้ หรือจะพูดถึงอะไรนะ

1158
01:17:09,551 --> 01:17:13,551
พูดถึงแคลอรีของขนมที่เ

1159
01:17:13,552 --> 01:17:17,552
ที่เราชอบก็ได้ อาจไม่พูดถึงขนมแค่อย่างเดียวก็ได้

1160
01:17:17,553 --> 01:17:21,553
นะคะ อาจจะพูดให้เห็นถึงว่าขนม

1161
01:17:21,554 --> 01:17:25,554
ีที่ฉันชอบมีอันนี้อันนี้ แล้วฉันมาดูตัวนี้แคลอรีเยอะ

1162
01:17:25,555 --> 01:17:29,555
มีแคลอรีเท่าไหร่หรือให้เห็น

1163
01:17:29,556 --> 01:17:33,556
ตัวนี้มี Caloly เท่านี้ ๆ

1164
01:17:33,559 --> 01:17:37,559
อาจจะพูดถึงขนมชิ้นนี้

1165
01:17:37,560 --> 01:17:41,560
มาจากส่วนประกอบของอะไร ให้เห็นส่วนประกอบของขนมชิ้นนี้

1166
01:17:41,561 --> 01:17:45,561
ก่อนจะทำออกมาเป็นขนมตัวนี้ได้มีส่วนประกอบ

1167
01:17:45,564 --> 01:17:49,564
อะไรบ้างนะคะ

1168
01:17:49,565 --> 01:17:53,565

1169
01:17:53,570 --> 01:17:57,570

1170
01:17:57,571 --> 01:18:01,571
หรือ ๆ จะพูดในเชิง

1171
01:18:01,573 --> 01:18:05,573
เชิงคนรักสุขภาพ ว่าถ้าจะเลือกกินขนม 1 ชิ้น

1172
01:18:05,575 --> 01:18:09,575
นี่ ควรเลือกขนมอะไรไปกินในแต่ละวัน

1173
01:18:09,576 --> 01:18:13,576
หรือในแต่ละมื้อ เหมือนมื้อเช้านี่

1174
01:18:13,577 --> 01:18:17,577
อ่จจะไม่ได้กินข้าวอาจจะเน้นขนม

1175
01:18:17,579 --> 01:18:21,579
ก็ได้นะคะ

1176
01:18:21,582 --> 01:18:25,582
กินแล้วได้ประโยชน์หรือกินแล้วได้ความหวานซาบซ่า

1177
01:18:25,584 --> 01:18:29,584
อะไรก็ว่าไปนะคะ

1178
01:18:29,585 --> 01:18:33,585
หรือ

1179
01:18:33,586 --> 01:18:37,586
หรือจะพูดขนมแล้วไปเกี่ยวข้องกับเทสกา

1180
01:18:37,587 --> 01:18:41,587
หรืองานประจำปีของเราก็ได้ เช่น อย่างเดี๋ยว

1181
01:18:41,588 --> 01:18:45,588
ออกพรรษาเดือนไหนเดือนนี้

1182
01:18:45,590 --> 01:18:49,590
รู้เปล่า ๆ

1183
01:18:49,591 --> 01:18:53,591
10 ตุลาคมใช่หรือเปล่า

1184
01:18:53,592 --> 01:18:57,592
ในช่วงออกพรรษานี่ ในประเทศไทยนะ

1185
01:18:57,595 --> 01:19:01,595
แต่ละที่ก็อาจจะทำขนมไม่เหมือนกัน ก็อาจจะพูดถึงว่า

1186
01:19:01,596 --> 01:19:05,596
ประเพณ

1187
01:19:05,598 --> 01:19:09,598
ทำขนมไปถวายพระ แต่ละภาค

1188
01:19:09,599 --> 01:19:13,599
ภาคกลางทำขนมอะไรไป

1189
01:19:13,600 --> 01:19:17,600
อย่างนี้ก็ได้ เห็นไหมคะ Choice มันจะมีเยอะขึ้นมา

1190
01:19:17,601 --> 01:19:21,601
ถ้าเป็นเรื่องที่เราชอบน่ะ

1191
01:19:21,603 --> 01:19:25,603
มันจะไปแตกหัวข้อว่า

1192
01:19:25,604 --> 01:19:29,604
อยากพูดถึงอะไรเกี่ยวกับสิ่งที่เราชอบ แต่ที่

1193
01:19:29,605 --> 01:19:33,605
ไม่ชอบแล้วแม่ยัดเข้าไป นึกไม่ออกไงว่าจะไปต่อยอดอย่างไร

1194
01:19:33,606 --> 01:19:37,606
แต่พอพูดถึงเรื่องของกินน่ะ

1195
01:19:37,608 --> 01:19:41,608
มันเป็นความชอบแล้ว เมื่อมีความชอบมันก็อยากจะไปต่อ

1196
01:19:41,609 --> 01:19:45,609
เห็นไหมคะ มันก็จะมีหางต่อมาเรื่อย ๆ

1197
01:19:45,610 --> 01:19:49,610
ต่อมาได้เรื่อย ๆ อย่างนี้นะคะ

1198
01:19:49,611 --> 01:19:53,611

1199
01:19:53,614 --> 01:19:57,614
เหมือน เหมือนพี่เอ็มสายดื่ม

1200
01:19:57,617 --> 01:20:01,617
อาจจะพูดถึงแอลกอฮอล์เบียร์เหมือที่แม่ถามนะ

1201
01:20:01,618 --> 01:20:05,618
มีปริมาณแอลกอฮอล์เท่าไร แล้วถ้าดื่ม

1202
01:20:05,619 --> 01:20:09,619
ดื่มแล้วอะไรนะลูก

1203
01:20:09,620 --> 01:20:13,620
แล้วไม่ให้โดดตรวจหรือดื่มเท่าไรปริมาณแอลกอฮอล์

1204
01:20:13,621 --> 01:20:17,621
ดื่มไป 2 แก้วนี่ ปริมาณแอลกอฮอล์

1205
01:20:17,622 --> 01:20:21,622
เวลาไปตรวจจะได้ไม่โดนไง

1206
01:20:21,624 --> 01:20:25,624
อาจจะมีทริค ทริคหรือ

1207
01:20:25,625 --> 01:20:29,625
เทคนิคแหกด่าน แหกด่านเป่าวัดแอลกอฮอล์

1208
01:20:29,626 --> 01:20:33,626
อะไรอย่างนี้นะคะ ไม่แน่นะ

1209
01:20:33,630 --> 01:20:37,630
เผื่อพี่เอ็มเผยแพร่ไปคนสนใจเข้ามาดูเยอะก็ได้

1210
01:20:37,632 --> 01:20:41,632
ใช่ไหมคนก็อยากรู้

1211
01:20:41,633 --> 01:20:45,633
กินอย่างไรนะให้โดนตรวจเป่าแล้วผ่าน

1212
01:20:45,634 --> 01:20:49,634
อย่างนี้เป็นต้นนะคะ เราก็มี...

1213
01:20:49,636 --> 01:20:53,636
เขาเรียกมีทิปดี ๆ ไปแบ่งปันกันนะคะ

1214
01:20:53,637 --> 01:20:57,637
ก็แยก แยก แยก

1215
01:20:57,638 --> 01:21:01,638
คือ เหมือนบอกแล้ว ทำ Infographic ถ้ามาจากสิ่งที่ชอบ

1216
01:21:01,639 --> 01:21:05,639
ชอบเรื่องอะไร มันก็จะพูดถึงหัวข้อ

1217
01:21:05,641 --> 01:21:09,641
เรื่องที่เราชอบได้ต่อไปเรื่อย ๆ หรือความสนใจที่เราคิดถึง

1218
01:21:09,642 --> 01:21:13,642
เรื่องนั้นขึ้นมามันก็จะมีต่อไปเรื่อย ๆ

1219
01:21:13,643 --> 01:21:17,643
เหมือนสมมติแม่บอกเอ็มลองทำสิ เอ็มชอบ

1220
01:21:17,644 --> 01:21:21,644
กินเบียร์ระหว่างเบียร์ 2 ตัวก็ได้ อะไรนะ สมมติ สมมติ

1221
01:21:21,645 --> 01:21:25,645
ไฮนิเกนกับอะไรนะ สมมติ ๆ ไฮนิเกนกับลีโอ

1222
01:21:25,646 --> 01:21:29,646
ส่วนประกอบน่ะ ในแต่ละตัวน่ะม

1223
01:21:29,648 --> 01:21:33,648
ัมันมีอะไรบ้างแยกออกมา ใช้ข้าวบาร์เลย์ง

1224
01:21:33,650 --> 01:21:37,650
เหมือนกันไหม

1225
01:21:37,652 --> 01:21:41,652
หรือว่าของไฮนิเก็นใช้ข้าวบาเล่

1226
01:21:41,654 --> 01:21:45,654
ของไทยใช้ข้าวอะไรนะ

1227
01:21:45,655 --> 01:21:49,655
ของลีโอเขาให้ข้าวหอมมะลินะ ข้าวเหนียวหรือ

1228
01:21:49,657 --> 01:21:53,657
ข้าวหอมมะลิของไทยนี่ล่ะ ที่ผลิตอยู่

1229
01:21:53,658 --> 01:21:57,658
ขอนแก่นน่ะค่ะ แต่ที่อื่นไม่รู้ เห็นไหม ของลีโอยังมีแยกอีก

1230
01:21:57,659 --> 01:22:01,659
ของ LEO ยังมีแยกอีก

1231
01:22:01,660 --> 01:22:05,660
เขาก็ไม่ได้ใช้ข้าวแบบเดียวกันด้วยนะคะ แบบนี้เป็นต้นนะคะ

1232
01:22:05,664 --> 01:22:09,664

1233
01:22:09,665 --> 01:22:13,665
หรือ

1234
01:22:13,666 --> 01:22:17,666
พูดถึงข้าวก็ได้ข้าวในประเทศไทย

1235
01:22:17,669 --> 01:22:21,669
มีหลายสายพันธ์มากเลยนะคะ

1236
01:22:21,670 --> 01:22:25,670
ข้าวพันธ์ุพื้นเมืองแต่ละชนิด

1237
01:22:25,671 --> 01:22:29,671
แต่ละประเภท แล้วเหมือนอาจจะทำให้

1238
01:22:29,675 --> 01:22:33,675
เป็น Infographics เปรียบเทียบได้

1239
01:22:33,676 --> 01:22:37,676
มีกาบ้าเท่าไร ในเชิงด้านสุขภาพนะ

1240
01:22:37,679 --> 01:22:41,679
เขาจะเหมือนหาว่า

1241
01:22:41,695 --> 01:22:45,695
ข้าวที่ให้กาบ้าเยอะ ๆ นี่มีประโยชน์อย่างไร

1242
01:22:45,697 --> 01:22:49,697
พูดถึง กาบ้า

1243
01:22:49,699 --> 01:22:53,699
แล้วข้าวอะไรมีกาบาเยอะ เราอาจจะพูดถึงหัวข้อนี้ก็ได้

1244
01:22:53,700 --> 01:22:57,700
นะคะ

1245
01:22:57,701 --> 01:23:01,701
อย่าลืมจุดหลัก ๆ ก็คือสี ในการใช้สีน่ะ

1246
01:23:01,702 --> 01:23:05,702
อย่าใช้สีเยอะเกินไปนะ

1247
01:23:05,703 --> 01:23:09,703
แล้วก็ข้อความหรือ Text ไม่ควรมีมาก ควร

1248
01:23:09,704 --> 01:23:13,704
จะเน้นที่ภาพหรือสัญลลักษณ์

1249
01:23:13,705 --> 01:23:17,705
ใช่ไหมคะ Image หรือ Icon ใช้สัญลักษณ์

1250
01:23:17,708 --> 01:23:21,708
แล้วก็อะไรอีก

1251
01:23:21,709 --> 01:23:25,709
แล้วก็ตัวเลขไม่ควรใช้ตัวเลขที่มีเยอะ ๆ

1252
01:23:25,710 --> 01:23:29,710
อาจจะเหมือนที่แม่บอกอาจ

1253
01:23:29,711 --> 01:23:33,711
ให้มองเห็นเป็นเปอร์เซ็นต์ก็ได้ หรือ

1254
01:23:33,712 --> 01:23:37,712
ให้มองเห็นเป็นลักษณะ

1255
01:23:37,713 --> 01:23:41,713
ก็ได้นะคะ นะคะ

1256
01:23:41,714 --> 01:23:45,714
ในตัวอย่าง

1257
01:23:45,715 --> 01:23:49,715
เขาก็จะมีบอกนะ ส่วนของกราฟิก ส่วนของ Text ของส่วน Background

1258
01:23:49,716 --> 01:23:53,716
อันดับแรกสิ่งที่เราควรทำก็คือ

1259
01:23:53,724 --> 01:23:57,724
นะคะ Background

1260
01:23:57,725 --> 01:24:01,725
ให้เรานึกถึง ถ้าเราทำขนม

1261
01:24:01,726 --> 01:24:05,726
ขนมเรามันเป็นสีอะไรใช่ไหม สีหลักของขนม

1262
01:24:05,730 --> 01:24:09,730
แล้วสีพื้นคือสีอะไร

1263
01:24:09,731 --> 01:24:13,731
ถ้านึกไม่ออก

1264
01:24:13,733 --> 01:24:17,733
มีอินเทอร์เน็ตไว้เรามาส่องเลย

1265
01:24:17,735 --> 01:24:21,735
ขนมหวาน พูดถึงขนมหวาน

1266
01:24:21,737 --> 01:24:25,737

1267
01:24:25,738 --> 01:24:29,738
พูดถึง

1268
01:24:29,743 --> 01:24:33,743
ขนมไทย สมมติ ขนมไทย

1269
01:24:33,745 --> 01:24:37,745

1270
01:24:37,749 --> 01:24:41,749
เราก็ลองค้นขนมไทย

1271
01:24:41,753 --> 01:24:45,753
อาจจะใช้รูปจริงนะคะ หรือ

1272
01:24:45,755 --> 01:24:49,755
รูปภาพขนมไทย

1273
01:24:49,756 --> 01:24:53,756
ถ้าใส่คำว่า "Vector" เข้าไปปุ๊บ Vector นะคะ

1274
01:24:53,757 --> 01:24:57,757

1275
01:24:57,758 --> 01:25:01,758
ภาพขนม เราค้นรูปมาใช้ เห็นหรือเปล่า

1276
01:25:01,759 --> 01:25:05,759
เราก็เห็นไหมคะ เห็นไหม ขนมไทย

1277
01:25:05,760 --> 01:25:09,760
มันจะเหมาะกับ... คือ ขนมไทยประเภททอง ๆ

1278
01:25:09,760 --> 01:25:13,760
มันจะเหมาะกับสีเขียวใบตองมากเลย

1279
01:25:13,763 --> 01:25:17,763
หลักการ เพราะฉะนั้น เราก็อาจจะใช้สีเขียวใบตอง

1280
01:25:17,764 --> 01:25:21,764
ก็ได้นะคะ

1281
01:25:21,766 --> 01:25:25,766
นี่เห็นไหมคะ ลักษณะเห็นไหมคะ

1282
01:25:25,769 --> 01:25:29,769
4 คู่ ขาวเขียวมาเลย

1283
01:25:29,770 --> 01:25:33,770
กับเขียวเข้ากั๊นเข้ากัน

1284
01:25:33,771 --> 01:25:37,771
เห็นไหม ใช้รูปอย่างนี้กับใช้รูปที่เป็น

1285
01:25:37,773 --> 01:25:41,773
ให้เห็นความแตกต่างนะ

1286
01:25:41,776 --> 01:25:45,776

1287
01:25:45,777 --> 01:25:49,777
ขนมไทยแบบ

1288
01:25:49,779 --> 01:25:53,779
ไม่บอกว่าเป็น Vector นี่ ระหว่างภาพถ่าย

1289
01:25:53,781 --> 01:25:57,781
ระหว่างขนมไทยที่เป็นภาพถ่ายกับขนมไทยที่เป็นภาพวาด

1290
01:25:57,783 --> 01:26:01,783
เห็นไหมคะ ดูความน่ากิน

1291
01:26:01,785 --> 01:26:05,785
คือ สังเกตุบางภาพมีกิมมิก

1292
01:26:05,787 --> 01:26:09,787
เพิ่มมีใส่ดอกมงดอกไม้เพิ่มเข้าไป

1293
01:26:09,789 --> 01:26:13,789
แต่ภาพถ่ายก็มีรูปกับภาชนะ

1294
01:26:13,790 --> 01:26:17,790
แค่นั้นก็จะมีมีกิมมิ

1295
01:26:17,791 --> 01:26:21,791
็ก็ดูเอานะคะ ว่าเลือกใช้ภาพไหน จะใช้ภาพถ่ายเลยก็ได้

1296
01:26:21,793 --> 01:26:25,793
หรือจะใช้ภาพที่เป็นภาพวาดก็ได้แล้วแต่

1297
01:26:25,796 --> 01:26:29,796

1298
01:26:29,799 --> 01:26:33,799
เห็นไหมคะ ใช้สีนวลนวล

1299
01:26:33,800 --> 01:26:37,800
อย่างนี้ก็ได้ คือ ถ้าเราไปส่องเขา

1300
01:26:37,802 --> 01:26:41,802
สีพื้นเขาใช้สีนี้นะ

1301
01:26:41,803 --> 01:26:45,803
มันจะเข้ากันกับขนมไทยเราอย่างนี้ มันก็จะได้ไอเดีย

1302
01:26:45,805 --> 01:26:49,805
การไปออกแบบได้อีกนะคะ

1303
01:26:49,806 --> 01:26:53,806

1304
01:26:53,808 --> 01:26:57,808
เห็นไหมคะ

1305
01:26:57,809 --> 01:27:01,809
ขนมตะโก้ ตะโก้ ตะโก้

1306
01:27:01,811 --> 01:27:05,811
อันนี้วาด

1307
01:27:05,813 --> 01:27:09,813
อันนี้วาดมือ

1308
01:27:09,815 --> 01:27:13,815
อันนี้อะไรน่ะ มีเยอะอยู่นะ

1309
01:27:13,816 --> 01:27:17,816
เห็นไหมคะ

1310
01:27:17,818 --> 01:27:21,818
เยอะแยะ

1311
01:27:21,825 --> 01:27:25,825
ตกแป๊บกี้

1312
01:27:25,827 --> 01:27:29,827
ขนมห่อ ๆ

1313
01:27:29,830 --> 01:27:33,830
เห็นไหมคะ

1314
01:27:33,832 --> 01:27:37,832
นี่เขาก็มีโทนสี

1315
01:27:37,833 --> 01:27:41,833
เราก็เลือกเอาไปใช้เป็นโทนสีของเราได้ ถ้าใคร

1316
01:27:41,834 --> 01:27:45,834
ไม่นิยมขนมไทย เราไป

1317
01:27:45,835 --> 01:27:49,835
ขนมอะไรฮิต ๆ ช่วงนี้ ขนมอะไรฮิต บราวนี่หรือ

1318
01:27:49,837 --> 01:27:53,837
บราวนี่

1319
01:27:53,838 --> 01:27:57,838
บราวนี่ ไหนเราลองหา

1320
01:27:57,840 --> 01:28:01,840
บราวนี่

1321
01:28:01,841 --> 01:28:05,841
ถ้าอยากได้ที่เป็นรูปวาดเมื่อไหร่นี่ จำไว้เลย

1322
01:28:05,842 --> 01:28:09,842
เพิ่มคำว่า vetter

1323
01:28:09,846 --> 01:28:13,846
มันจะกลายเป็นภาพลายเส้นน่ะค่ะ ภาพวาดนั่นเอง

1324
01:28:13,847 --> 01:28:17,847
ก็คือใส่คำว่า "Vector" ลงไปในคำค้นนะคะ

1325
01:28:17,848 --> 01:28:21,848
มันจะช่วยได้ เห็นไหม ก็จะมี

1326
01:28:21,851 --> 01:28:25,851
บราวนี่หลายแบบเลยใครชอบบราวนี่

1327
01:28:25,852 --> 01:28:29,852

1328
01:28:29,853 --> 01:28:33,853

1329
01:28:33,854 --> 01:28:37,854
เพราะเดี๋ยวนี้บราวนี่มันมีหลายแบบนะ บราวนี่

1330
01:28:37,856 --> 01:28:41,856
แบบเป็นชิ้นชิ้นอย่างนี้แล้วก็มีอะไรนะ

1331
01:28:41,857 --> 01:28:45,857
บราวนี่คุกกี้ใช่ไหมคะ แล้วก็มีอะไร

1332
01:28:45,859 --> 01:28:49,859
บราวนี่กรอบ แล้วก็มี

1333
01:28:49,860 --> 01:28:53,860
บราวนี่แบบหน้านิ่มใช่ไหม ได้ 4 แบบ เอามาเปรียบเทียบก็ได้

1334
01:28:53,861 --> 01:28:57,861
มันต่างกันอย่างไง

1335
01:28:57,863 --> 01:29:01,863
ต่างกันไหมอย่างนี้ก็ได้ เอามาเปรียบเทียบ

1336
01:29:01,864 --> 01:29:05,864
กรอบกับบราวนี่หน้านิ่ม แยกเป็น 2 ฝั่ง

1337
01:29:05,873 --> 01:29:09,873
บราวนี่กรอบมีวัตถุดิบอะไร

1338
01:29:09,874 --> 01:29:13,874
หรือ ๆ วิธีการที่ทำให้

1339
01:29:13,876 --> 01:29:17,876
ไอ้ 2 ตัวนี้มันแตกต่างกัน

1340
01:29:17,877 --> 01:29:21,877
นะ อะไรอย่างนี้ ก็แสดงให้เห็น

1341
01:29:21,879 --> 01:29:25,879
ก็ได้ เห็นไหม พอบอกพี่เก๋ยังรู้เลย มีอะไรบ้าง

1342
01:29:25,881 --> 01:29:29,881
บอกแบวพอพูดถึงสิ่งที่เราชอบ

1343
01:29:29,882 --> 01:29:33,882
ข้อมูลมันจะมีมาโดยอัตโนมัตินะคะ อย่างนี้

1344
01:29:33,883 --> 01:29:37,883
เป็นต้นนะคะ เด็ก ๆ ก็จะมีทางเลือกเยอะขึ้น

1345
01:29:37,895 --> 01:29:41,895

1346
01:29:41,896 --> 01:29:45,896
เหมือนเขากำลังฮิต

1347
01:29:45,897 --> 01:29:49,897
ทำขนมแล้วมาใส่กัญชา

1348
01:29:49,898 --> 01:29:53,898
เราอาจต้องบอกว่าขนมปกติ

1349
01:29:53,904 --> 01:29:57,904
กับไม่มีกัญชานี่มันมีอะไรดีหรือมันต่างกันอย่างไร

1350
01:29:57,906 --> 01:30:01,906
พูดถึงก็ได้อย่างนี้เป็นต้น

1351
01:30:01,908 --> 01:30:05,908

1352
01:30:05,909 --> 01:30:09,909
หรือสาย

1353
01:30:09,911 --> 01:30:13,911
ชอบแบบกินแบบพิสดาร นึกออกนะ

1354
01:30:13,913 --> 01:30:17,913
เอาบราวนี่ไปใส่อย่างนั้นอย่างนี้

1355
01:30:17,914 --> 01:30:21,914
พวกชอบเขาเรียกว่าอะไรล่ะ พวกเชฟเขาจะบอกว่าเป็นการฟิวชัน

1356
01:30:21,916 --> 01:30:25,916
คือการไปประยุกต์หรือไป

1357
01:30:25,920 --> 01:30:29,920
เพิ่ม Texture เพิ่มมูลค่า

1358
01:30:29,921 --> 01:30:33,921
ให้ ๆ การกินบราวนี่เปลี่ยนไป

1359
01:30:33,922 --> 01:30:37,922
อะไรอย่างนี้ อาจจะเป็นการแนะวิธีการกินบราวนี่แบบอร่อย

1360
01:30:37,924 --> 01:30:41,924
แบบแปลก ๆ ของตัวเองก็ได้อะไรอย่างนี้

1361
01:30:41,926 --> 01:30:45,926
ก็จะใส่ไอเดียพวกนี้เข้าไปอย่างนี้ก็ได้นะคะ

1362
01:30:45,931 --> 01:30:49,931

1363
01:30:49,946 --> 01:30:53,946

1364
01:30:53,947 --> 01:30:57,947

1365
01:30:57,951 --> 01:31:01,951

1366
01:31:01,952 --> 01:31:05,952
หรืออะไรนะ หรือไปกิน

1367
01:31:05,954 --> 01:31:09,954
แล้วเปรียบเทียบร้านไหน

1368
01:31:09,957 --> 01:31:13,957
เป็นเหมือนนักรีวิวก็ได้ ทำตัวเป็นเหมือน

1369
01:31:13,959 --> 01:31:17,959
นักรีวิวก็ได้ ไปชิมแล้วพูดถึงลักษณะบราวนี่

1370
01:31:17,960 --> 01:31:21,960
ร้านนี้เป็นยังไง

1371
01:31:21,966 --> 01:31:25,966
หรือเหมือน...

1372
01:31:25,967 --> 01:31:29,967
เหมือนถ้าเป็น

1373
01:31:29,968 --> 01:31:33,968
คนกรุงเทพฯ น่ะ มันก็จะมีเป็นย่านเป็นโซนใช่ไหม

1374
01:31:33,969 --> 01:31:37,969
ถ้าอยู่โซนนี้เหมือนมีร้านไหนอร่อย

1375
01:31:37,994 --> 01:31:41,994
อาจจะแนะนำก็ได้ ทำเป็นเหมือน

1376
01:31:41,996 --> 01:31:45,996
เส้นทางน่ะค่ะ

1377
01:31:45,998 --> 01:31:49,998
ไปชิมร้านบราวนี่ตามแผนที่ แผนที่บราวนี่

1378
01:31:50,000 --> 01:31:54,000
อร่อยอย่างนนี้ ร้านแรก

1379
01:31:54,001 --> 01:31:58,001
ไปทางนี้ ทำเหมือนเป็นเส้นทางไปร้าน

1380
01:31:58,003 --> 01:32:02,003
นี้ก็ได้อย่างนี้เป็นต้นนะคะ

1381
01:32:02,006 --> 01:32:06,006
ทำได้หลายแบบเลยเห็นไหม พอนึกออกมันก็

1382
01:32:06,008 --> 01:32:10,008
บางทีมันไม่ได้มีร้านเดียว

1383
01:32:10,008 --> 01:32:14,008
หรือในย่านนี้ถ้าคุณไปแล้ว ก็ลองไป

1384
01:32:14,010 --> 01:32:18,010
ทุกร้านอะไรอย่างนี้ ทำเป็นแผนที่ให้

1385
01:32:18,011 --> 01:32:22,011
นะคะ ก็ได้

1386
01:32:22,012 --> 01:32:26,012
เหมือใครชอบกินส้มตำ

1387
01:32:26,014 --> 01:32:30,014
พากินส้มตำเมืองสกล

1388
01:32:30,015 --> 01:32:34,015
แผนที่เลย ร้านนี้นะ ร้านนี้นะ

1389
01:32:34,017 --> 01:32:38,017
ไป... สมมติเริ่มจากตรงไหนไปไหนต่อ

1390
01:32:38,017 --> 01:32:42,017
อย่างนี้ก็ได้

1391
01:32:42,019 --> 01:32:46,019
ก็เป็นทำ Infographic อีกแบบหนึ่งก็ได้ เป็นแบบแผนที่นำทาง

1392
01:32:46,020 --> 01:32:50,020
ไป ก็คือให้ข้อมูลเป็นเชิง

1393
01:32:50,021 --> 01:32:54,021
เหมือนไทม์ไลน์ด้วยในตัว แต่ไม่ได้เป็นไทม์ไลน์แบบเวลา

1394
01:32:54,023 --> 01:32:58,023
แต่ไม่ต้องเป็น

1395
01:32:58,025 --> 01:33:02,025
ไปในทางเดียวกันได้ หรือวนมา

1396
01:33:02,026 --> 01:33:06,026
หากันได้อะไรอย่างนี้ ไปกันได้นะคะ

1397
01:33:06,028 --> 01:33:10,028
ไทม์ไลน์แบบเป็นระยะทางแทน

1398
01:33:10,029 --> 01:33:14,029
อะไรอย่างนี้ ก็คือ

1399
01:33:14,030 --> 01:33:18,030
ไปตรงนี้ใช่ระยะเวลาจากจุดนี้ไปจุดนี่

1400
01:33:18,031 --> 01:33:22,031
แล้วก็ไปต่อจุดนี้อะไรอย่างนี้

1401
01:33:22,032 --> 01:33:26,032
เป็นแบบนี้ก็ได้

1402
01:33:26,033 --> 01:33:30,033

1403
01:33:30,037 --> 01:33:34,037
เพราะฉะนั้น นึกไม่ออกย้อนกลับไปดูขั้นตอน

1404
01:33:34,041 --> 01:33:38,041
เดี๋ยวขั้นตอนมันก็จะไล่ อะไรก่อน

1405
01:33:38,042 --> 01:33:42,042
คิดถึงอะไร อะไรตามมา

1406
01:33:42,043 --> 01:33:46,043
เดี๋ยวเนื้อหามันก็จะตามมาเอง

1407
01:33:46,044 --> 01:33:50,044
เพราะฉะนั้น เราต้อง ทุกอย่างน่ะค่ะ เวลาจะทำ

1408
01:33:50,045 --> 01:33:54,045
ถ้าเราเป็นนักคอมพิวเตอร์นะคะ

1409
01:33:54,046 --> 01:33:58,046
มันต้องมีการวิเคราะห์แน่นอนอยู่แล้วนะคะ

1410
01:33:58,047 --> 01:34:02,047
พอเรารู้เรื่องที่เราจะ

1411
01:34:02,049 --> 01:34:06,049
ทำเป็นเหมือน Mine map ก็ได้

1412
01:34:06,050 --> 01:34:10,050
จะพูดถึงเรื่องบราวนี่จะทำหัวข้ออะไร

1413
01:34:10,051 --> 01:34:14,051
แตกหัวข้อออกมาก่อนนะคะ ขั้นตอนบอกแล้ว

1414
01:34:14,053 --> 01:34:18,053
กดหนดเรื่อง กำหนดเรื่องเสร็จมาแตก

1415
01:34:18,055 --> 01:34:22,055
ลำดับหัวข้อแล้วก็แบ่งหัวออกมา

1416
01:34:22,057 --> 01:34:26,057
จะทำหัวข้อเดียวเลยหรือเอา

1417
01:34:26,058 --> 01:34:30,058
หัวหลาย ๆ หัวข้อมาร้อยเรียงกันเป็น Story ก็ได้

1418
01:34:30,060 --> 01:34:34,060
แล้วมาร้อยเป็น Story ก็ได้

1419
01:34:34,062 --> 01:34:38,062

1420
01:34:38,063 --> 01:34:42,063

1421
01:34:42,065 --> 01:34:46,065
อย่าลืมนะคะ การนำภาพมาใช้ให้ดูด้วยว่า

1422
01:34:46,066 --> 01:34:50,066
เป็นฟรีนะคะ เด็ก ๆ

1423
01:34:50,067 --> 01:34:54,067
แต่ไม่น่ามีปัญหาเพราะภาพที่เราเอามาส่ง

1424
01:34:54,068 --> 01:34:58,068
เป็นการบ้านอย่างนี้ ก็ไม่ได้เอาไปขายต่ออยู่แล้ว

1425
01:34:58,074 --> 01:35:02,074
ไม่มีปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์หรอก เพราะเราใช้ในการจัดการเรียนการสอน

1426
01:35:02,076 --> 01:35:06,076
แต่ถ้าเมื่อใดแม่

1427
01:35:06,077 --> 01:35:10,077
แม่เอาไปขาย คนจะโดนคือแม่

1428
01:35:10,080 --> 01:35:14,080
แต่ปกติเราทำ แต่แม่ก็บอกเสมอนะ ว่า

1429
01:35:14,085 --> 01:35:18,085
เวลาเลือกภาพมาใช้ หรือไปเลือกกราฟิกอะไรเขามาใช้

1430
01:35:18,087 --> 01:35:22,087
ควรดูที่มันเป็น ฟรีนะคะ

1431
01:35:22,091 --> 01:35:26,091
เพื่อความปลอดภัยนะคะ ถึงแม้เราจะเอามา

1432
01:35:26,092 --> 01:35:30,092
ใช้เพื่อการศึกษาก็แล้วแต่ ให้แต่นึกถึง

1433
01:35:30,093 --> 01:35:34,093
เมื่อต่อไปในภายภาคหน้าเกิดลืม

1434
01:35:34,097 --> 01:35:38,097
แล้วย้อนกลับมางานนี้สวย

1435
01:35:38,103 --> 01:35:42,103
คิดอยากขายสมมติ ๆ

1436
01:35:42,104 --> 01:35:46,104
แต่เมื่อใดที่ทำเองแล้วคิดอยาก

1437
01:35:46,105 --> 01:35:50,105
ขายได้นะคะ เดี๋ยวนี้

1438
01:35:50,107 --> 01:35:54,107
งานศิลปะนี่

1439
01:35:54,108 --> 01:35:58,108
ไม่ได้อยู่แค่ผืนผ้าใบอย่างเดียวแล้ว งาน

1440
01:35:58,110 --> 01:36:02,110
ในคอมพิวเตอร์อยู่ใน Cloud ก็มีนะคะ

1441
01:36:02,112 --> 01:36:06,112
ขายภาพกันบนอินเทอร์เน็ตเยอะแยะไปนะคะ

1442
01:36:06,114 --> 01:36:10,114
พวกพวกศิลป

1443
01:36:10,115 --> 01:36:14,115
ยุคใหม่ ๆ นี่ที่แม่เข้าไปดูนะ เขาก็

1444
01:36:14,117 --> 01:36:18,117
บอกว่าเขาใช้วิธีการวาดในผืนผ้าใบ

1445
01:36:18,118 --> 01:36:22,118
เขาก่อนก็มี แล้วเขา

1446
01:36:22,120 --> 01:36:26,120
มาวาดต่อใน ใน ๆ

1447
01:36:26,124 --> 01:36:30,124
ในคอมก็มี แต่บางคนวาดในผืนผ้าใบก็ได้

1448
01:36:30,125 --> 01:36:34,125
เสร็จแล้วใช้วิธีถ่าย ถ่ายภาพชิ้นงานเขาน่ะค่ะ

1449
01:36:34,127 --> 01:36:38,127
แล้วก็เอามาขายก็มี แล้วพอตอนรับนี่อาจจะเป็น

1450
01:36:38,132 --> 01:36:42,132
เหมือนส่ง ส่งชิ้นงานจริงไป

1451
01:36:42,133 --> 01:36:46,133
นึกออกนะ อย่างนี้ก็ได้ ขาย

1452
01:36:46,134 --> 01:36:50,134
ไปขายบนออนไลน์แทน ขายบนโลก

1453
01:36:50,136 --> 01:36:54,136
อินเทอร์เน็ตแทนนะคะ แล้วไม่ได้ขายแบบธรรมดาด้วยนะคะ

1454
01:36:54,140 --> 01:36:58,140
ขายแบบเปิดประมูลนะให้คนที่สนใจ

1455
01:36:58,141 --> 01:37:02,141
แข่งอย่างนี้เลยนะคะ ก็เป็น

1456
01:37:02,143 --> 01:37:06,143
ธุรกิจในยุค

1457
01:37:06,145 --> 01:37:10,145
เทคโนโลยีดิจิทัลยุคใหม่ ที่อาศัยคลาวด์ อาศัยคอมพิวเตอร์

1458
01:37:10,147 --> 01:37:14,147
เป็นตัวในการสร้างธุรกิจชนิดนี้

1459
01:37:14,149 --> 01:37:18,149
แล้วก็อาศัยเงินที่เป็น

1460
01:37:18,150 --> 01:37:22,150
เงินอิเล็กทรอนิกส์ด้วย เพราะมันซื้อขายผ่านเงิน

1461
01:37:22,151 --> 01:37:26,151
ผ่านระบบไอ้เงินบิทคอยน่ะค่ะ ไอ้เหรียญคริปโต

1462
01:37:26,152 --> 01:37:30,152
Cryto

1463
01:37:30,153 --> 01:37:34,153
Block chen พวกนี้

1464
01:37:34,159 --> 01:37:38,159
มาเป็นตัวช่วยนะคะ

1465
01:37:38,160 --> 01:37:42,160
มีใครสงสัยงานที่ให้ทำในวันนี้

1466
01:37:42,162 --> 01:37:46,162
ไหมคะ ถ้าไม่ส

1467
01:37:46,163 --> 01:37:50,163
ถ้าไม่สงสัยเดี๋ยวจะปล่อยแล้วนะคะ ให้เด็ก ๆ

1468
01:37:50,166 --> 01:37:54,166
นั่งทำงานกันต่อนะ ให้เสร็จ

1469
01:37:54,174 --> 01:37:58,174
ส่งท้ายชั่วโมงนะคะ ให้ทำอย่างน้อย

1470
01:37:58,202 --> 01:38:02,202
อย่างน้อยนะคะ อย่างน้อย 1 แผ่น

1471
01:38:02,205 --> 01:38:06,205
ขนม A4 น่ะ

1472
01:38:06,206 --> 01:38:10,206
ให้เท่าขนาด A4 พอ

1473
01:38:10,208 --> 01:38:14,208
แล้วก็ส่งไฟล์ ส่งในไหน

1474
01:38:14,209 --> 01:38:18,209
ใส่ใน Classroom เลยนะคะ

1475
01:38:18,210 --> 01:38:22,210
เรามี Classroom แล้ว

1476
01:38:22,211 --> 01:38:26,211
นะคะ มีใคร

1477
01:38:26,213 --> 01:38:30,213
อยากถามเกี่ยวกับงานวันนี้ไหมคะ ถ้ามียกมือ

1478
01:38:30,214 --> 01:38:34,214
ถ้าไม่มีจะปล่อยแล้วนะเด็ก ๆ

1479
01:38:34,215 --> 01:38:38,215
เพราะอันนี้ต้องทำเองค่ะ มันเป็นงานไอเดีย

1480
01:38:38,216 --> 01:38:42,216
มาจากตัวเด็ก ๆ เองนะคะ เพราะวิธีการ

1481
01:38:42,217 --> 01:38:46,217
Text กราฟิกอะไรก็บอกไปแล้วนะ

1482
01:38:46,221 --> 01:38:50,221
สอนไปแล้วแต่ไม่จำเป็นต้องวาดเอง

1483
01:38:50,222 --> 01:38:54,222
ก็เอารูปที่มีในเน็ตก็ได้

1484
01:38:54,224 --> 01:38:58,224
จริง ๆ น่ะ ก็ถึงวาดเอง แต่หัวข้อที่

1485
01:38:58,225 --> 01:39:02,225
ให้ไปก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับของกิน บอกแล้ว

1486
01:39:02,226 --> 01:39:06,226
มนุษย๋ทุกคนในโลกนี้นึกถึงของ

1487
01:39:06,228 --> 01:39:10,228
มันเป็นปัจจัยที่ขาดไม่ได้อยู่แล้วนะคะ

1488
01:39:10,229 --> 01:39:14,229
เหมือนใครติ่งเกาหลีก็อะไรนะ

1489
01:39:14,230 --> 01:39:18,230
อาจจะเป็นแบบ

1490
01:39:18,231 --> 01:39:22,231
มาม่ารสนี้

1491
01:39:22,234 --> 01:39:26,234
มันมีรสชาติอย่างไร อะไรอย่างไร พูด

1492
01:39:26,235 --> 01:39:30,235
ให้เพื่อน ๆ ทำให้เพื่อน ๆ เห็นนะคะ

1493
01:39:30,236 --> 01:39:34,236
ทำให้มันมีความน่าสนใจ โดยบอกออกมาว่า

1494
01:39:34,237 --> 01:39:38,237
กินแล้วถ้าเรา

1495
01:39:38,241 --> 01:39:42,241
อาจจะไม่อร่อยก็ทำเป็นเหมือนรีวิวก็ได้นะคะ มาม่า

1496
01:39:42,242 --> 01:39:46,242
เกาหลีนะคะ เห็นมีหลายรส แม่ยังอยากลองเลย

1497
01:39:46,243 --> 01:39:50,243
ไอ้นั่นน่ะ ไอ้นั่นน่ะ คาร์โบนาราน่ะ เดี๋ยวต้อง

1498
01:39:50,244 --> 01:39:54,244
สอยมาลอง สายลองนี่ต้องใช้น้องพริ้มนะคะ

1499
01:39:54,246 --> 01:39:58,246
อยากรู้มันจะเป็นอย่างไร มันจะคีมมี่

1500
01:39:58,248 --> 01:40:02,248
ไหม มันจะออกรสคาโบนาร่าไหม

1501
01:40:02,252 --> 01:40:06,252
นะคะ อยากรู้เหมือนกัน เดี๋ยวไปสอยมาลอง

1502
01:40:06,254 --> 01:40:10,254
งั้นถ้าเด็ก ๆ

1503
01:40:10,256 --> 01:40:14,256

1504
01:40:14,257 --> 01:40:18,257
นะคะ อย่างนั้น ถ้า

1505
01:40:18,259 --> 01:40:22,259
เด็ก ๆ ไม่มีข้อสงสัยนั่งทำต่อนะคะ

1506
01:40:22,261 --> 01:40:26,261

1507
01:40:26,262 --> 01:40:30,262
พอแค่นี้ค่ะ ขอบคุณพี่ล่ามค่ะ

1508
01:40:30,267 --> 01:40:34,267
ขอบคุณค่ะ สวัสดีค่ะ

1509
01:40:34,269 --> 01:40:38,269
เดี๋ยวเปิดส่งงานใน Class ให้ก่อนแป๊บ

1510
01:40:38,270 --> 01:40:42,270

1511
01:40:42,272 --> 01:40:46,272

1512
01:40:46,273 --> 01:40:50,273

1513
01:40:50,276 --> 01:40:54,276
Class เราอยู่ไหน

1514
01:40:54,285 --> 01:40:58,285

1515
01:40:58,288 --> 01:41:02,288

1516
01:41:02,294 --> 01:41:06,294

1517
01:41:06,296 --> 01:41:10,296

1518
01:41:10,300 --> 01:41:14,300

1519
01:41:14,302 --> 01:41:18,302

1520
01:41:18,303 --> 01:41:22,303

1521
01:41:22,305 --> 01:41:25,306

1522
01:41:26,307 --> 01:41:29,310

1523
01:41:30,308 --> 01:41:33,311

1524
01:41:34,310 --> 01:41:34,312

1525
01:41:38,313 --> 01:41:38,315

1526
01:41:46,322 --> 01:41:46,323

1527
01:41:42,316 --> 01:41:42,321


