(ล่าม) ฮัลโหลครับ ฝั่งสกลได้ยินเสียงฝั่งล่ามไหมครับผม (อาจารย์สุธิรา) ได้ยินค่ะ (ล่าม) โอเคครับ (อาจารย์สุธิรา) สวัสดีค่ะ พี่ล่ามไม่ได้ยินเรานะ (ล่าม) ได้ยินครับ ได้ยินครับ (อาจารย์สุธิรา) ได้ยินไหม ได้ยินนะคะ โอเค นึกว่าไม่ได้ยิน นะคะ สำหรับวันนี้นะคะ ในสัปดาห์นี้จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ ฟังก์ชันนะ ใน Python เราจะต้องมาเรียนเบื้องต้นนี่ ก็คือต้องมารู้จักสิ่งที่เรียกว่า Function ก่อนนะคะ นะคะ หัวข้อที่ เราจะเรียนในสัปาดาห์นี้นะคะ จะเป็นหัวข้อสุดท้ายของปีนี้ เทอมนี้นะคะ ภาคเรียนนี้ ก็คือฟังก์ชัน วันนี้เราจะพูดถึงการสร้าง Function นะคะ การเรียกใช้งาน แล้วก็พูดถึง Default Argument Values แล้วก็ Keyword Argument นะคะ อ้าวทำไมหน้าจอไม่ขึ้น อีกแล้ว... โอเคนะคะ ก่อนอื่นก่อนจะรู้วิธีการสร้างการเลือกใช้งานนี่ เราก็ต้องรู้ก่อนว่าฟังก์ชันมันคืออะไรนะคะ คือ ถ้าพูดถึงโดยทั่วไปนะคะ ก็คือถ้าเราเป็นโปรแกรมเมอร์หรือในวิธีการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์นี่ ฟังก์ชันมันจะเป็นสั่งพิเศษที่ให้ทำงานเฉพาะสิ่งใดสิ่งหนึ่งนะคะ ซึ่งแต่เดิมนี่ฟังก์ชันมันจะเป็นที่เขาพัฒนาไว้แล้วก็มี แต่ใน Python นะคะ ในส่วนของภาษา python ฟังก์ชันจะเป็นโค้ด หรือโปรแกรมที่เราสร้างขึ้นได้เองนะคะ เพื่อเอาไปใช้กับ... เหมือนตั้งขึ้นมาว่าฟังก์ชันนี้จะนะคะ เช่น เหมือนบางครั้งนี่ การคำนวณบางอย่าง ไม่จำเป็นต้องไปเขียนโค้ดใหม่ทุกครั้ง เราก็เลยสร้างฟังก์ชันไว้เลย แล้วไปเรียกฟังก์ชันนี้มาเพื่อให้มัน ทำกาารคำนวณค่านี้ให้อย่างนี้นะคะ นั่นคือจุดประสงค์จะนำไปใช้ในสิ่งใดสิ่งหนึ่งนะคะ เป็นการเฉพาะ โดยในบอกแล้วว่าในสัปดาห์นี้เราจะสร้าง ขึ้นมาใช้งานเองนะคะ แล้วเมื่อสร้างเสร็จแล้วนี่ จะต้องรู้ว่ามันจะต้องเรียกฟังก์ชันที่เราใช้งานนี่จะถูกเรียกมาใช้โดยวิธีการใด หรือเรียกใช้อย่างไรนะคะ แล้วก็จะพูดถึง Default Argument ด้วยว่ามันคืออะไร แล้วก็ Keyword Argument ด้วยว่ามันคืออะไรนะคะ ทีนี้ก็จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการที่เราจะต้องทำ ก็คือเมื่อเราจะทำฟังกชันขึ้นมา เราจะสร้างมันอย่างไรนะคะ การสร้างฟังก์ชันใน Python นะคะ ใน Python นี่เราสามารถสร้างขึ้นเองได้นะคะ โดยวิธีการนี้นะคะ จะเป็นให้นึกถึงว่าเราจะเป็นคนเขียนโค้ด ที่บอกแล้วว่ามันสามารถ ทำงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ แล้วเอาไปเรียกใช้ซ้ำได้อีกนะคะ ซึ่งจะเรียกว่า "การนำโค้ดนี้กลับมาใช้" นี้ว่า "Code Reuse" ใช้ code นี้ซ้ำได้ ถ้าจะทำฟังก์ชันมาใช้งานนี่ มันควรเป็นตัวที่เหมือนสามารถเรียกใช้ได้บ่อย ๆ เช่น สมมตินะคะ เราจะหาค่า vad นี่ คือ ถ้ามาเขียนโค้ด เราต้องมานั่งเขียนว่า Vat เกิดจากการที่เอา 7 เปอร์เซ็นต์น่ะค่ะ Vat ก็คือ 7 เปอร์เซ็นต์ใช่ไหมคะ การที่เอาราคาสินค้าไปคูณกับ ปริมาณที่ 7 เปอร์เซ็นต์เท่ากับเท่าไหร่ แล้วจะทำอย่างไร เราจะให้รู้ว่าตัวนี้เป็นค่า Vat เราก็อาจจะสร้างฟังก์ชันสำหรับการคิด Vat ขึ้นมาอย่างนี้นะคะ แล้วพอครั้งหน้าจะใช้ก็ เอาไปใช้ได้ หรืออย่างอื่น หรือคนอื่นจะเอาไปใช้ได้ แต่ต้องรู้ด้วยนะว่ามีฟังก์ชันนี้อยู่ อย่างนี้นะคะ ทีนี้ขั้นตอนในการสร้างนะคะ ก็คือมันจะมีรูปแบบ เราจะต้องเขียนโค้ดน่ะค่ะ เขียนโค้ดให้ฟังก์ชันเราโดยตามรูปแบบ ในที่เห็นนะคะ จะต้องมีคำว่า "def" definition นั่นก็คือการประกาศตัวแปรนะคะ บอกให้รู้ว่านี่นะ ฉันจะประกาศ จะประกาศค่า ประกาศฟังก์ชัน ไม่ใช่ประกาศตัวแปร พูดผิด แล้วตามด้วย function_name เราต้องพิมพ์ d-e-f พิมพ์ด้วยตัวเล็กเสมอ ถึงได้ทำเป็นสีแดงให้เห็นว่าคำว่า def นะคะ ตัวเล็กเท่านั้นนะคะ ไม่ใช่พิมพ์ด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ นึกออกนะนะคะ ก็คือทุกครั้งที่พอจะมีการสร้างฟังก์ชัน เราต้องพิมพ์คำว่า def เป็นตัวแรกนะคะ แล้วตามด้วย function_name  function_name นั่นก็คือชื่อ ชื่อของฟังก์ชันที่เราจะไว้เรียกใช้ในครั้งต่อไป เราจะเป็นคนตั้งเอง ให้นึกถึง function name ตั้งชื่อให้ตัวแปร แต่อันนี้เป็นการตั้งชื่อฟังก์ชันนี้คือฟังก์ชันอะไรนะคะ เสร็จ แล้วก็จะมีวงเล็บ พอใส่คำว่า "def" แล้วก็ใส่ชื่อฟังก์ชันเราต้องต้องพิมพ์วงเล็บ เสมอนะคะ แต่ถ้าเราพิมพ์ใน Colab ตัววงเล็บนี้จะขึ้นมานะคะ แล้วส่วนข้างในนี่นะคะ เขาบอกว่ามันเป็นการกำหนดค่า Paramiter พารามิเตอร์ ถ้าเป็นเขียนโค้ดปกติ มันก็จะหมายถึงตัวแปรนะคะ แต่ในฟังก์ชันนี่เราจะเรียกว่า "พารามิเตอร์" เพื่อไว้สำหรับอะไรล่ะ เขาเรียก นี่ เขาบอกว่าพารามิเตอร์ของฟังก์ชันนี่ มีจำนวนเท่าไรก็ได้ ก็คือในฟังก์ชันนี้ เราจะมีการเก็บค่าของอะไรบ้าง พารามิเตอร์ตัวนั้นก็จะเป็นตัวเก็บให้เรา สมมตินะคะ สมมติเราต้องการตำนวณหาค่าพื้นที่วงกลมอย่างนี้นะคะ ค่าพารามิเตอร์ที่จะเก็บก็อาจจะมีค่าของรัศมีวงกลม หรือมีค่าของอะไรนะ เส้นรอบวงอะไรอย่างนี้เข้ามานะคะ นั่นก็คือค่าพารามิเตอร์ที่เราจะไว้เก็บข้อมูลในฟังก์ชันนี้นะคะ เสร็จแล้ว เมื่อพิมพ์ function_name ใส่ค่าพารามิเตอร์อะไรเสร็จ เราจะปิดคำสั่งการประกาศฟังก์ชันด้วยโคลอนเสมอนะคะ สังเกตนะคะ เมื่อใดที่ตัวนั้นจะต้องปิดด้วยเสมอ แล้วขึ้นบรรทัดใหม่มันจะเข้าสู่ย่อหน้าใหม่ ตัว statements ในที่นี้หมายถึงคำสั่งอื่น ๆ นะคะ แล้วเด็ก ๆ สังเกต ดูนะคะ ว่าในการประกาศฟังก์ชันตัวที่ 1 นะคะ กับตัวที่ 2 ตัวที่ 2 จะมีคำว่า "return value" return ก็คือการคืนส่งค่าคืนกลับ ซึ่งฟังก์ชันที่เราเขียน อาจจะเขียนแล้วมี return หรือไม่มีก็ได้นะคะ แต่ที่เขียนให้ดูเป็นตัวอย่างนี่ ให้เห็นรูปแบบนี้ให้เห็นทั้ง 2 แบบ ว่าแบบที่ 1 เป็นแบบที่ไม่มีการ return ค่า แต่แบบที่ 2 นี่มี มีการส่งคืนค่ากลับ ก็เลยจะมีคำว่า "return value" ก็คือเราต้องพิมพ์คำว่า return ด้วย แล้วก็ ตามด้วยค่าที่เราต้องการให้ส่งกลับ เช่น เดี๋ยวดูในตัวอย่างจะเห็นชัดนะคะ เดี๋ยวยกตัวอย่างแล้วจะมองภาพไม่ออก ซึ่งเขาบอกว่าค่าที่ส่งกลับนั้นจะเรียกว่า "Procedure" นะคะ ทีนี้เรามาดูตัวอย่างแรกก่อน เพื่อจะให้เห็นว่าถ้าเราต้องการประกาศตัวแปรแลลไม่มีการ return ไม่มีคำสั่ง return เพื่อคืนค่านี่ ในตัวอย่างนี้เราจะประกาศตัวแปรชื่อ เห็นไหมคะ ตรง d-e-f แล้วตามด้วย hello(name) def ก็คือ definition ก็คือคำสั่งเพื่อใช้และติดประกาศตัวแปร ประกาศฟังก์ชัน ขอโทษทีนะคะ คือ def แล้วก็ตามด้วย function_name ซึ่งในที่นี้ตั้งชื่อว่า hello นะคะ ฟังก์ชัน hello ก็คือฟังก์ชันที่เราต้องใช้เพื่อแสดงคำทักทายออกมานั่นเองนะคะ แล้วทีนี้ พอเวลาเรียกใช้ฟังก์ชันนี้นะคะ มันจะสั้น นึกออกนะ การเขียนโค้ดมันจะสั้นกว่าที่เราเคยทำ แล้วตามด้วย พารามิเตอร์ที่... หรือตัวแปร ที่เราไว้เก็บค่า ก็คือ name นะคะ เสร็จแล้ว ตามด้วย statement ตามด้วยข้อความหรือคำสั่ง หรือโค้ดอะไรก็แล้วแต่นะคะ ซึ่งในทีนี้เราต้องการให้แสดงนะคะ แสดงคำทักทาย ชื่อที่เรารับค่าเข้าไปนี่นะคะ หรือพารามิเตอร์ที่เราส่งเข้าไป ก่อนอื่น เด็ก ๆ เปิด Colab หรือยังคะ เปิด Colab ด้วย ไปที่ web browserแล้วเปิดเหมือนเดิมนะคะ พิมพ์คำว่า "Colab" น่ะ c-o ต้องบอกว่า co สิ Colab l-a-b นะคะ พิมพ์ l-a-b แล้วกด Enter เลย เพราะสังเกตว่าเว็บไหนที่เราเปิดมันจะอัตโนมัติเด็ก ๆ กด Enter ได้เลย มันก็จะเข้ามาหน้า ,yที่เราใช้งานนะ แล้วก็คลิก Code นะคะ ลืมไป อย่าลืมทำอะไรก่อน เข้าสู่ระบบนะ ไม่อย่างนั้นเราจะ run มันไม่ได้นะคะ เด็ก ๆ อย่าลืม ลงชื่อเข้าสู่ระบบด้วย Login เข้าไปด้วย นะคะ เข้าระบบของเราให้เรียบร้อยด้วย โอเคนะคะ เสร็จแล้วเราก็เริ่มไปที่เขียน code เหมือนเดิมนะคะ เด็ก ๆ กดที่คำว่า "code" นะคะ ในบรรทัดแรกของเรานะคะ เราก็เริ่มประกาศฟังก์ชัน โดยพิมพ์คำว่าอะไรคะ de แล้วก็ fใช่ไหมคะ พิมพ์ด้วยตัวพิมพ์เล็กเสมอนะคะ ไม่ใช่พิมพ์ใหญ่แบบนี้นะ ไม่ใช่พิมพ์ D-e-f แบบนี้ ตัวใหญ่นี่ถือว่าไม่ถูกต้องนะคะ def นะคะ แล้วก็กด Space bar เพื่อวรรค 1 ครั้งนะคะ บอกแล้วว่าวิธีการประกาศฟังก์ชัน ก็คือพิมพ์คำว่า "def" แล้วตามด้วยชื่อของฟังก์ชัน ชื่อของฟังก์ชัน ในตัวอย่างเรา ชื่อว่า hello ทีนี้มาดูชื่อ ชื่อของฟังก์ชันนี่ ก็ต้องใช้ตัวพิมพ์เล็กเหมือนกันนะคะ ไม่ใช่ตัวพิมพ์ใหญ่นะคะ ดูดี ๆ นะคะ เพราะฉะนั้น พิมพ์ตัว h ด้วยตัวพิมพ์เล็กนะคะ h-e-l-l-o แล้วก็ใส่วงเล็บเข้าไป แล้วก็ตามด้วยพารามิเตอร์ ในวงเล็บพารามิเตอร์ของเรา ก็คือคำว่า "name" นะคะ ตัวพิมพ์เล็ก เพราะมันเป็นตัวแปรชื่อว่า name เมื่อเสร็จฟังก์ชันใช่ไหม เสร็จคำสั่งฟังก์ชันต้องปิดด้วยเครื่องหมายโคลอนเสมอ แล้วกด Enter 1 ครั้ง ใช้วิธีกด Enter นะ ไม่ใช่เลื่อนเมาส์ลงไป สังเกตบอกแล้วพอกด Enter นี่ ตำแหน่งของเคอร์เซอร์มันจะ Tab เข้าไปนะ Stagement หรือคำสั่งต่อไปที่เราจะใช้ ก็คือคำสั่งแสดงผลนะคะ ก็คือคำสั่ง print p-r-i n-t แล้วก็ตามด้วยวงเล็บเหมือนเดิม print อะไร สิ่งที่อยู่ในวงเล็บอย่าลืมนะคะ เมื่อใดที่บอกให้พิมพ์วงเล็บนี่ สังเกตมันจะมี () ขึ้นมานะ เดี๋ยว อ๋อ ขอโทษ ไม่ได้สลับหน้า มันไม่สลับหน้าตลอดเลย เราก็ว่าอยู่แต่เด็ก พิมพ์ตามใน PowerPoint แต่อยากให้เห็นใน Colab เพราะว่าเมาส์หาย เมาส์จ๋า เมาส์จ๋า นั่นน่ะสิ เดี๋ยวเลื่อนไอ้นี่เอาก็ได้นะ โอเคนะคะ นะในนี้จะพิมพ์คำว่า "print" นะคะ เดี๋ยวจะโชว์ไอ้ตัวข้อความด้วย เดี๋ยวสิ้นสุดการนำเสนอก่อน เดี๋ยวให้เห็น 2 หน้าด้วยกัน ไม่สิ ไม่สิ โอเคไหม เดี๋ยวนะ กำลังหามุม มุมให้เธออยู่ โอเคน่า จะได้แล้ว เห็น 2 อย่างนะ เห็นไหมคะ จะมาที่คำสั่ง print ของเรานะ แล้วในวงเล็บของ print ลืมทำให้มันขึ้น 2 หน้าคู่กัน เดี๋ยวนะคะ แป๊บหนึ่ง ขยับ ได้ไหม ไม่เห็นหน้านี้อีก ขอ 2 ทำไมได้ 4 นี่ เดี๋ยวนะ เดี๋ยวจะกระเถิบ กระเถิบ กระเถิบ แล้วก็ไม่เห็นในสไลด์อีกสิ ส่วนแบ่งทางการตลาดเยอะ โอเคไหม อีกหน่อยหนึ่ง นะคะ วงเล็บในวงเล็บของคำว่า "print" เราจะ print คำว่า "hello" นะคะ แล้วตามด้วย เห็นไหม ตรงก่อน... ตรงก่อน Hello มีเครื่องหมายคำพูดนะเด็ก ๆ ดูดี ๆ อาจจะเห็นไม่ชัด ใส่เครื่องหมายคำพูดนะคะ Single Quote หรือ แล้วค่อยพิมพ์ Hello ด้วยตัวใหญ่ แล้วก็ตามด้วยเครื่องหมาย % %s นั่นคือ ข้อความนี้เป็น String นะคะ แล้วหลังเครื่องหมายคำพูด เด็ก ๆ ต้องเลื่อนไอ้ตัวนี้ไปหลังเครื่องหมายคำพูดนะ พิมพ์ % name แล้วก็พิมพ์เปอร์เซ็นต์ แล้วตามด้วย name ตัวเล็กนะ ดูดี ๆ นะ เราเรียกใช้ เราสร้างพารามิเตอร์ด้วย name ตัวเล็กเวลาเรียกใช้ก็ต้องใช้ตัวเล็กนะคะ นี่คือเสร็จฟังก์ชันนี้แล้ว ลองเรียกใช้งาน ลองกด Play ก่อน ขอโทษ เราจะได้รู้นะคะ การกดตัวนี้นะ เพื่อจะได้เช็กว่าที่เรา code ที่เราเขียนไปนี่มันถูกไหม ถ้าผิดมันจะขึ้น Error ใช่ไหมคะ ครั้งแรกเวลาโค้ดมันก็จะช้านิดหนึ่ง มันก็จะยังหมุนติ้ว ๆ อยู่นะคะ เราก็ต้องรอนะคะ แสดงว่าไม่มีอะไรผิดนะคะ มันยังไม่ทำอะไรนะ เพราะฟังก์ชันสร้างขึ้นมา สร้างแล้ว แล้วอย่าลืมว่ามันจะต้องมีการเรียกใช้ นึกออกนะ ต้องสร้าง สร้างเพื่อให้มันไปโดนเรียกก่อน มันถึงจะทำงานนะคะ ตอนนี้คือสร้างเพื่อให้คอมพิวเตอร์มันจำ จำไว้ว่าตอนนี้เราสร้างฟังก์ชันชื่อว่า hello แล้วนะคะ ที่ให้กด Run นี่ เพื่อจะให้ตรวจสอบว่า โค้ดที่เราเขียนไปเราถูกหรือเปล่า ถ้าผิดมันจะแสดง Error นะ ถ้าเขียนไม่ผิดมันก็ไม่แสดงใช่ไหมคะ นี่ลอง Run แล้วนะคะ Error ไม่ขึ้นนะคะ ของใครขึ้น Error ยกมือ สิ่งที่ต้องเช็ก ก็คือ 1. คำสั่ง d-e-f นะคะ definition การประกาศฟังก์ชัน ตัวที่ 2 ก็คือชื่อฟังก์ชันตัวเล็กนะคะ ใช้ตัวเล็ก และตัวที่ 3 พารามิเตอร์ พามิเตอร์จะมีค่าอยู่ในวงเล็บเสมอนะคะ เสร็จแล้วต้องปิดการประกาศฟังก์ชันด้วย โคลอนเสมอนะคะ ทีนี้เมื่อกี้ประกาศฟังก์ชันที่ 1 ไปแล้ว มาดูแบบที่ 2 นะคะ ฟังก์ชันที่มีการ return หรือส่งกลับค่า เดี๋ยวขยายหน้าไอ้นี่ให้ก่อน สลับไปสลับมา กันอยู่นี่ล่ะเรา อันนี้ อันนี้แบบไม่มีreturn ค่านะ ในตัวอย่างนี่เราสร้างฟังก์ชันชื่อ hello นะคะ เราใช้... เราสร้างฟังก์ชันนี้ ขึ้นมาเพื้อต้องการให้มันแสดงข้อความ เอาอีกแล้วอะไรอีกหว่า สลับจอไม่ได้เลย น่าจะเป็นกับไอ้ตัวนี้ ทำไมหนก่อนไม่เห็นมี หรือเพราะเป็นไอ้นี่บ่ Windows 11 นี่บ่ มันถึงขึ้นไอ้สลับไอ้จอไอ้นี่ทุกทีเลย แล้วก็เป็นปัญหาในการใช้งานมาก จะได้ใช้ Windows อื่นเสียล่ะมั้ง สลับไอ้จอไอ้นี่นะคะ มาดูตัวอย่างที่ 2 นะคะ เราจะประกาศฟังก์ชัน มีการใช้ return value หรือการคืนค่ากลับ ในตัวอย่างที่ 2 เป็นการประกาศฟังก์ชันที่ชื่อว่า area() นะคะ โดยมีพารามิเตอร์ 2 ตัว width แล้วก็ความ... width แล้วก็ height ซึ่ง area ในที่นีึ้พื้นที่ สูตรการหาพื้นที่สี่เหลี่ยม ก็คือกว้างคูณยาว เพราะฉะนั้น ค่าพารามิเตอร์ที่ไว้ใช้สำหรับเก็บค่า ก็คือค่าความยาวกับความกว้างนั่นเองนะคะ ก็เลยตั้งชื่อตัวพารามิเตอร์ 2 ตัวนี้ว่า width กับ height นั่นเองนะคะ เสร็จแล้วปิดด้วยโคลอน Statement ต่อมาสร้างตัวแปรชื่อว่า c ตัวแปร c สำหรับคำนวณ ความกว้างคูณความยาว ก็คือคำนวณหาพื้นที่ของสี่เหลี่ยมนั่นเองนะคะ แล้วทำการ return ค่า c นะคะ ก็คือให้ส่งกลับค่าของ cก็คือเมื่อเอาพารามิเตอร์มาคำนวณแล้วนี่ c จะได้เท่าไหร่ ก็คือส่งกลับค่าให้ c นะคะ นี่คือการประกาศฟังก์ชันแบบมีการ return ค่า เพราะฉะนั้น บางคนคีย์ใน Colab ไปเรียบร้อยแล้วนะคะ เรามาเริ่มคีย์ของเราด้วยนะคะ แล้วมันก็จะไม่ขึ้นไอ้หน้านี้อีกแล้ว มันเป็นอะไรกับ... มันไม่สลับ Extend หรือ มันไม่ขึ้นหน้าจออีกแล้วน่ะ โอเค ต้องสลับ 2 รอบเชียวหรือนะคะ เอาไว้ก่อน อย่างนั้นก็ต้องมาจัดไอ้นี่ใหม่อีกแล้วนี่ ไม่เห็นตัวหลังอีก เอา เห็นไหม ไม่เห็นอีก มันน่านักเชียว แป๊บนึงนะสลับหน้าก่อน โอเคไหม Colab ไปไหนแล้ว นะคะ เราประกาศฟังก์ชันที่ 2 ต่อจากฟังก์ชันแรกได้เลยนะคะ เมื่อหลังฟังก์ชันแรกเรากด Enter กดลงไป 2 อันเลยก็ได้เด็ก ๆ สังเกตตำแหน่งมันจะ Tab เข้าไปนะ เรากดคืนย้อน 1 ครั้งตำแหน่งตรงกับชิดขอบ แล้วก็เริ่มพิมพ์คำสั่ง definition d-e-f เพื่อประกาศใช้คำสั่งฟังก์ชันที่ชื่อว่า... ชื่อฟัง์ชันของเรา ก็คืิอ area() นะคะ วรรคตามด้วย area ตัวเล็กนะคะ แล้วก็ตามด้วยเครื่องหมายวงเล็บ เพราะบอกแล้วมีชื่อฟังก์ชัน เสร็จแล้วจะต้องมีพารามิเตอร์อยู่ในวงเล็บ มีพารามิเตอร์ 2 ตัว ก็คือพารามิเตอร์ตัวที่ 1 ชื่อว่า width w-i-d-t-h นะคะ คั่นพารามิเตอร์ ตัวต่อไป ด้วยเครื่องหมาย Comma นะ คอมมาหรือไอ้ลูกน้ำเรานะคะ แล้วก็ตามด้วย ชื่อพารามิเตอร์ตัวที่ 2 นะคะ ก็คือ h-i h-e-i-g-h-t height หรือสูงนั่นเองนะคะ มีพารามิเตอร์ สำหรับเก็บความยาวกับความกว้างนะคะ ก็คือ width กับ height ปิดการประกาศฟังก์ชันของเราด้วยเครื่องหมายโคลอนเสมอนะคะ เมื่อเราประกาศฟังก์ชันเสร็จแล้วนะคะ เรากด Enter เพื่อไปพิมพ์ Statements ใหม่นะคะ เคอร์เซอร์มันจะ Tab เข้าไปอัตโนมัตินะคะ เสร็จแล้วเราประกาศตัวแปร ชื่อว่า c เพื่อทำการคำนวณค่าพารามิเตอร์ 2 ตัวของเรา ก็คือเอา width เพราะสูตรการหาพื้นที่สี่เหลี่ยมนั่นก็คือกว้างคูณยาวนะ เพราะฉะนั้น เราอยากรู้พื้นที่สี่เหลี่ยม เอากว้างไปคูณกับยาว เพราะฉะนั้น ก็ต้องเอาพารามิเตอร์ width ตัวนี้เด็ก ๆ ดูนะ เมื่อเราพิมพ์นี่ ให้เรามาเลือก width w-i-d-t-h เพราะอย่างนี้ทำให้เราพิมพ์พารามิเตอร์หรือตัวแปรที่เราสร้างไว้ไม่ผิดนะคะ แล้วใส่เครื่องหมายคูณ เครื่องหมายคูณในที่นี้ ก็คือเครื่องหมายดอกจันนะคะ ตัวแปรทางคณิตศาสตร์ของโปรแกรมคอมพิวเตอร์เครื่องหมายคูณ ก็คือเครื่องหมายดอกจันนะคะ แล้วตามด้วยพารามิเตอร์ตัวที่ 2 h รอสักพัก แล้วหาคำว่า "height" นะคะ h-e-i-g-h-t อาจจะพิมพ์ h-e ก็ได้ มันน่าจะขึ้นเห็นไหมคะ เจอตัวนี้ปุ๊บ คลิกเลย เพราะบางคนจะมีปัญหา เมื่อชื่อตัวแปรหรือพารามิเตอร์เริ่มยาวหรือยาก จะพิมพ์ผิด แล้วพอพิมพ์ผิด พอไป Run โค้ดมันจะเกิด Error เพราะฉะนั้น ตัว Colab นะคะ มันจะช่วยเขียนโค้ดที่ดีเลย คือ เมื่อเราพิมพ์ตัวแรกขึ้นมา ตัวแปรตัวนั้นมันก็จะขึ้นมาให้เห็นนะคะ พอเราเห้นเราคลิกเลือกมันได้เลย นะคะ เมื่อได้ Statement เพื่อการคำนวณแล้ว ต่อไปเราจบคำสั่งหรือ code ของบรรทัดนี้เรากด Enter นะคะ แล้วในบรรทัดต่อไป เราจะใช้คำสั่งในการคืนค่าหรือ return value โดยการพิมพ์คำว่า "return" พิมพ์ด้วยตัวเล็กนะคะ แล้วตามด้วย ค่าที่เราต้องการให้แสดง หรือ... หรืออะไรก็แล้วแต่ ซึ่งในที่นี้ ค่าที่เราต้องการให้มันแสดงหรือเห็นนี่ ก็คือค่าของการที่เราคำนวณพื้นที่ c นั่นเองนะคะ เพราะฉะนั้น return c ตามด้วย c ไม่มั่นใจก็คลิก c ที่มันขึ้นมาอย่างนี้นะคะ เหมือนเดิมนะคะ เพื่อเป็นการเช็กโค้ดของเรา ก็คือกดตัว Play ที่เป็นรูปเหมือนเป็น Play Video Play Music อะไรพวกนี้ ให้มันเช็กให้ว่า code ที่เราเขียนนี่ ถูกต้องแล้วนะคะ มีใครขึ้น Error ไหมคะ ไม่มีนะคะ แสดงว่าเริ่มมีความชำนาญในการโค้ดแล้ว นี่คือการประกาศใช้ฟังก์ชัน หรือการสร้างฟังก์ชัน ทีนี้บอกแล้วว่าเมื่อสร้างเสร็จแล้วนี่ ไม่เห็นผลอะไรเลยใช่ไหม พอเรากด Play นี่ เราต้องไปเรียกใช้งานมันเสียก่อนนะคะ มันถึงจะแสดงไอ้ผลพวกนี้ออกมาได้ เพราะฉะนั้น เราจะมาดูเนื้อหาต่อไปนะคะ ก็คือ... ไม่สลับโหมดแล้วนะ เดี๋ยวสลับไปสลับมา เราก็ เล้วก็แก้ไม่ได้อีก เดี๋ยวเสียเวลาในการแก้โหมดหน้าจอนะคะ ขอย่อให้มันพอดีหน่อย โอเค ก็จะเล็กไปอีกใช่ไหมถ้าย่อ แล้วสลับโหมดเป็นยังไงนี่ ขึ้นไหม ขึ้นอยู่ โอเค สลับได้นะคะ เมื่อกี้บอกแล้วว่าถ้าเราทำใน Colab เป็นการสร้างแล้วนะ ต่อมาเมื่อสร้างเสร็จแล้ว มันต้องเรียกใช้เสียก่อนนะคะ เราถึงจะรู้ว่าฟังก์ชันที่เราสร้างมันใช้งานได้จริงไหมนะคะ การเรียกใช้งานฟังก์ชันนะคะ ก็คือในนี้อธิบายไว้ว่า พอเราสร้างฟังก์ชันแล้วนะคะ เราต้องเรียกใช้งานมัน วิธีการเรียกใช้ ก็คือเราจะใช้ชื่อของฟังก์ชัน เห็นไหมคะ และส่ง อาร์กิวเมนต์ อะไร เมื่อกี้มีพารามิเตอร์ มามี Argument อีก Argument กับ Parameเดี๋ยวมีคำอธิบายนะคะ ว่า Argument ก็เป็นคำ ไม่ใช่คำ เป็นค่าที่เราส่งเข้าไปในฟังก์ชันนะคะ ตอนที่เราใช้งานนะคะ ส่วนพารามิเตอร์น่ะ คือ ตัวแปรที่เรากำหนดในฟังก์ชันเพื่อรับค่า ซึ่งเมื่อกี้พารามิเตอร์ที่เรามีตัวที่ 1 ชื่อว่า name นั่นคือตัวแปรที่เราใช้รับค่า เพราะฉะนั้น Argument ก็คือชื่อที่เราจะพิมพ์เพื่อให้ตัวแปรมันรับค่านั่นเองนะคะ มาดูตัวอย่างวิธีการเรียกใช้ฟังก์ชันนะคะ มาดูตัวอย่างกันก่อน การจะเรียกใช้ฟังก์ชันที่เราสร้างขึ้น ไม่ได้มีอะไรพิสดารเลยเพียงแต่เราพิมพ์ชื่อฟังก์ชันนั้น แล้วตามด้วย เห็นไหมคะ ตามด้วย Argument ในที่นี้ ก็คือชื่อเพราะในวงเล็บนี่ สิ่งที่เป็นตัวแปรชื่อว่า name นะคะ พารามิเตอร์น่ะชื่อว่า name แล้วพอเราเรียกใช้นี่ ก็คือเราพิมพ์ชื่อฟังก์ชันนั้น แล้วตามด้วยค่าที่เราจะให้ มันเก็บเลยนะ นะคะ ลองดูนะคะ ลองเลย ลองเลย เพื่อให้เห็นภาพ หรือมันช้า พอ... พอสลับมา Colab มันจะช้า นิดหนึ่งหรือ ไม่สลับอีกแล้วนะ อะไรนะ โอเค เราก็จะต้องสลับกันอย่างนี้นะคะ นี่นะเราไปประกาศไปแล้วนี่ นี่คือฟังก์ชันเวลาเรียกใช้ ไม่ได้มีอะไรพิสดารเลยนะคะ ใส่ Hashtag ก่อน เพื่อจะให้รู้ว่าตรงนี้เป็นส่วนของเราเรียกการใช้ฟังก์ชันนี้ ก็เลยใส่เครื่องหมา chap หรือ hashtag อันนี้คือคอมเมนต์นั่นเองนะคะ เพื่อจะบอกให้รู้ว่าตรงนี้เราจะเรียกใช้ฟังก์ชันที่เราสร้างแล้วนะ calling calling นะคะ calling ก็คือการเรียกใช้ แล้วก็ตามด้วยฟังก์ชัน f-u-n เด็ก ๆ ไม่ต้องพิมพ์ ไอ้นี่ก็ได้นะคะ ฟังก์ชันแรกที่เราจะเรียกใช้ชื่อ ก็คือเวลาจะเรียกใช้มันพิมพ์ชื่อฟังก์ชันนั้นนะคะ พิมพ์ hello เลยนะคะ ฟังก์ชันแรกของเรา ชื่อว่า hello ใช่ไหมคะ แล้วตามด้วยเครื่องหมายวงเล็บนะคะ เห็นไหมคะ มันจะขึ้นมาบอกเลย name name คืออะไร name ในที่นี้ ในตัวอย่าง ก็คือ Danny นะคะ ทีนี้เราไม่อยากใส้ Danny เราใส่ชื่อเราเองเข้าไปก็ได้ ชื่อนึกออกนะ เช่น เนื่องจาก name เป็น string อย่าลืมใส่เครื่องหมายอะไรคะ เครื่องหมายคำพูด หรือ Double Quote นะคะ name ใส่ชื่อเราแทน Danny ก็ได้นะคะ เด็ก ๆ จะใส่ชื่อเล่นหรือชื่อจริงก็ได้ แล้วแต่นะคะ สมมติเรียกฟังก์ชัน hello ไปแล้ว ฟังก์ชันต่อมาที่เราจะเรียกใช้นะคะ ก็คือ area() แต่ วิธีการเรียกใช้ area() ที่เราเราอยากให้มันแสดงค่าพื้นที่ นะคะ ก็เลยใช้คำสั่ง print ก่อน แล้วไปเรียกฟังก์ชันนั้นไว้ใน print นะคะ ให้ print แสดงนะคะ ดูตัวอย่าง ทำให้ดูก่อน p-r-i-n-t ลืมแก้ภาษาขอโทษที ตำแหน่งของฟังก์ชันชิดนะคะ ไม่วรรคนะคะ นี่ไม่ต้อง Tab เข้าไปนะ ตัวที่ 2 นะคะ เราจะใช้คำสั่ง print เพื่อเรียกใช้ฟังก์ชันนะคะ เพื่อให้แสดงแล้วก็เรียกใช้ฟังก์ชันด้วยแสดงคำว่า เป็นข้อความนะคะ เพราะฉะนั้น เมื่อเป็นข้อความ พิมพ์เป็นภาษาไทยก็ได้ ไม่ต้องใช้คำว่า "area" ในภาษาอังกฤษ ก็คือพื้นที่สี่เหลี่ยม = ใส่เครื่องหมายเท่ากับนะคะ เปลี่ยนภาษาก่อน = %d นะคะ %d เท่ากับเปอร์เซ็นต์แล้วก็ d แล้วหลังเครื่องหมายคำพูด ตามด้วย % แล้วเรียกใช้ฟังก์ชัน area นะคะ ตามด้วยเครื่องหมายเปอร์เซ็นต์ แล้วก็ พิมพ์ฟังก์ชัน area a-r ปุ๊บ ขึ้นหรือยัง a-r-e-a นะคะ แล้วก็วงเล็บ ทีนี้ใส่ Argument ให้ 2 ตัว ก็คือ 8 นะคะ กว้าง 8 เอามากกว่านั้นก็ได้นะ ในตัวอย่างบอกว่าความกว้าง คือ 8 ความสูง คือ 4 ถ้าพื้นที่ที่มีความกว้าง พื้นที่สี่เหลี่ยมที่มีความกว้าง 8 ความสูง 4 นี่ความสูงนี้จะมีเท่าไร ตอนนี้เราพิมพ์คำสั่งหรือโค้ดเสร็จหมดแล้วนะคะ เด็ก ๆ ลองกด Play ดูได้เลยนะคะ ถ้าใครพิมพ์เสร็จแล้ว จะแสดงผลอย่างไร Error เด้งขึ้นมา ณ บัด Now บรรทัดที่เท่าไร บรรทัดที่ 9 เกิดอะไรขึ้น print ตัวแปร ตัวแปรผิด เดี๋ยวนะ ค่อย ๆ ไล่นะคะ พอขยายแล้วของตัวเองก็เล็กแบบนี้นะ สังเกตนะคะ เมื่อขึ้น Errorเด็ก ๆ ดู เห็นไหม มันจะชี้ไปที่บรรทัดผิด พิมพ์ตัวแปรผิดหรือ ฟังก์ชันชื่อฟังก์ชันถูกแล้วนะ hello ถูกต้องนะคะ เสร็จแล้ว มันบอกว่าในบรรทัดที่ 2 % name value error ค่า error ตรง... ไม่อยู่ใน Index S ตัวใหญ่หรือ s เล็กใช่ไหม ขอโทษทีพิมพ์ s ผิดใช่ไหมนี่ %s แก้ได้ ๆ เห็นไหมคะ เห็นไหมคะ เมื่อกี้ตรงลืมพล็อตให้ดูก่อน เมื่อกี้ตอนแม่พิมพ์ %s แม่ไม่ได้ดู s มันเป็นตัวใหญ่ตาม คือ ไอ้พวก %d % อะไรนี่ พิมพ์เล็กมันไม่ใช่ตัวพิมพ์ใหญ่ แม่ไปพิมพ์ใหญ่ ถ้าเด็ก ๆ ผิดตำแหน่งนี้ แก้แค่ตัว S จากตัวพิมพ์ใหญ่ เป็นตัวพิมพ์เล็กแค่นั้นเอง การขึ้น Error นะ เดี๋ยวแก้ให้ดูนะคะ มันจะขึ้นลูกศรชี้ไปที่บรรทัดไหน นั่นหมายความว่ามันหมายความผิดพลาดที่ hello %s' name ตรง value error เห็นไหม ค่าที่มัน error ค่ามันอยู่ที่คำว่า s อ๋อ ย้อนกลับไปดู อ๋อ s ฉันพิมพ์ฉันต้องพิมพ์เป็นตัวเล็กนะคะ พอแม่แก้จากตัวใหญ่เป็นตัวเล็ก เรากด Play น่ะ Error มันก็หาย แล้วผลลัพธ์มันก็จะแสดงขึ้นมา เห็นไหม มันก็จะพิมพ์คำว่า... มันก็จะไปเรียกใช้ ไอ้ตัวนี้ออกมาเลย ทั้ง ๆ ที่ ตอนเรียกนี่ เราพิมพ์แค่ฟังก์ชัน แล้วก็ตามด้วยค่า Argument ที่จะให้มันแสดง แต่ ตอนที่ทำงานน่ะ มันมาทำงานที่ตัวนี้เห็นไหมคะ ตัวคำว่า "print" แต่ตรง area นี่นะคะ ตรงฟังก์ชัน area นี่ เราไม่มีคำว่า "print" ไว้ พอเวลามาเรียกใช้เธอ เราก็เลยมาพิมพ์คำว่า... มีแถมตัว r มาจากไหนนี่ สามเหลี่ยม = %d' สามเหลี่ยม 8 x 4 = 32 ถูกต้องเห็นไหมนะคะ มันก็จะส่งค่า c ที่มาคำมาแสดงตรงนี้เห็นไหมคะ เป็น 32 นะคะ มันก็เลย print คำว่า "พื้นที่สี่เหลี่ยม" ของเรานี่นะคะ มีค่า = %d นั่นหมายถึงให้แสดงเป็นเลขจำนวณเต็มนี่แสดงทศนิยมออกมานะคะ ลองดูอีกสักตัวอย่างหนึ่งไหมคะ ลอง ลองเรียกใช้ ฟังก์ชัน hello อีกนะคะ เด็ก ๆ ลองนะคะ ทีนี้ให้ใส่ชื่อเล่นตัวเองลงไป เอาแต่ hello อย่างเดียวให้เห็น ใส่ชื่อเล่นเรานะ เห็นไหมคะ มันจะขึ้นมาเป็นตัวต่อไป อันนี้ไม่มันก็จะ ทำซ้ำไง เพราะเรายังอยู่ในตัวเดิมนะ ไม่แน่ใจว่ามันจะไปเรียกใช้ได้อีกไหม มันจะไปเรียกใช้ได้อีกไหม เด็ก ๆ กดโค้ดเพิ่มอีก 1 อัน มีตัวใหม่ใช่ไหม แล้วลองเรียกใหม่จากโค้ดที่เราเพิ่มเข้ามา ลองเรียกนะคะ ไม่ได้ไปเรียกต่อจากเมื่อกี้ ลองพิมพ์ฟังก์ชัน hello ที่เราสร้างไว้ก่อนหน้า ลืมแก้ภาษาอีกแล้ว พิมพ์เรียกใช้ฟังก์ชัน hello นะคะ ทีนี้ลองใส่ชื่อเล่น หลาย ๆ คน ใส่ชื่อเพื่อนลงไปด้วยสัก 3 คน ลองดูสิ มันจะขึ้นอย่างไร ลองดูนะคะ เพราะบอกแล้วว่า Argument นะคะ มีกี่คนก็ได้ ลองสิขึ้นไหม Syntax error เพราะอะไรคะ เพราะไอ้ตัวนี้มันมีพารามิเตอร์แค่ตัวเดียว แต่เราไปใส่หลายตัวนะคะ มันจะใส่ได้ตามจำนวนพารามิเตอร์ด้วยนะคะ เพราะฉะนั้น ในกรณีนี้ถ้าเราจะเพิ่มให้มันมีหลายคน ถ้าเราจะเพิ่มให้มันมีหลายคนนะคะ เราต้องไปแก้ที่ฟังก์ชันเรา เข้าใจแล้ว แล้วลอง ลองมาใส่ที่ตัวนี้ใหม่ แสดงว่าไม่เรียก อ๋อ มัน มันข้ามไปสร้างตัวใหม่ นี่ไง ๆ มันขึ้นเตือนว่ามาว่า Type Error ชนิดไม่ถูกต้องนะคะ เพราะฟังก์ชัน Hello เราน่ะ มันให้แค่ 1 Position ให้แค่ 1 ตำแหน่งนะคะ ใน Argument แต่เราไปใส่ 3 ก็คือถ้าเราต้องการให้มีหลายตัว เราก็ไปเพิ่มตัวนี้นะคะ เพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้น ไปวิธีแก้ไม่ได้ยากเลยนะคะ ถ้าจะ... เรามาเปลี่ยนที่ตัวฟังก์ชันหลัก เพราะตอนเรียกใช้ไอ้ตัวนี้มันเรียกแค่ตัวเดียวใช่หรือเปล่าอย่างนี้เป็นต้นนะคะ นี่คือเมื่อ... จำไว้เลยว่าเมื่อตอนจะเรียกใช้แค่พิมพ์ชื่อ แล้วในวงเล็บนี่ เราพิมพ์ค่าของ... เขาเรียกว่า "Argument" ลงไปแค่นั้นนะคะ มันชื่อนี้เวลาเราเรียกใช้มันนี่ เราเอามาทั้งชื่อฟังก์ชันกับวงเล็บ แต่สิ่งที่อยู่ในวงเล็บนี่ ก็คือเราใส่เข้าไปได้เลย มัน... พอมันโดนเรียกใช้นี่มันจะกลายเป็น Argument แต่ตอนที่มันเป็นฟังก์ชันนี่ ตรงในวงเล็บนี่คือ หรือตัวแปรที่จะไว้รับค่านะคะ แต่พอเราเอาฟังก์ชันนั้นมาใช้งาน สิ่งที่อยู่ในวงเล็บจะกลายเป็น รับเข้าไปนั่นเองนะคะ นี่ นี่คือส่วนของการสร้าง ฟังก์ชันและการเรียกใช้ฟังก์ชันนะคะ มาดูหัวข้อต่อมาของเราก่อนดีกว่านะคะ เดี๋ยวเด็ก ๆ จะได้ไปเดินงานวันวิทยาศาสตร์ต่อ เหลืออีก 2 หัวข้อ เดี๋ยวนะ เดี๋ยวนะ สลับหน้าจอก่อนไม่สลับไม่ได้ โอเค ดูส่วนต่อมานะคะ ส่วนที่เรียกว่า "Default Argument Value" คืออะไร มันเป็นการกำหนด Default Argument นี่ กำหนดค่าเริ่มต้นนะคะ เป็นการกำหนดค่าเริ่มต้นให้กับไอ้ค่า ที่เราจะส่งเข้ามาในฟังก์ชันตอนแรกนะ ทำให้สามารถเรียกใช้งานฟังก์ชันโดยส่ง Argument ที่น้อยกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ก็ได้นะคะ ดูตัวอย่างจะเห็นภาพชัด เห็นไหม นี่นะคะ ในตัวอย่างนี่ สร้างฟังก์ชันชื่อว่า show_info ไม่ได้ใส่เป็นพารามิเตอร์ เห็นไหม ใส่ Argument เข้าไปด้วยเลย มี พารามิเตอร์ ชื่อSalary มี Argument = 84360 เห็นไหมคะ นี่คือการ Defal แล้วกำหนด Argument ให้มันด้วยเลยนะคะ แล้วก็สร้างพารามิเตอร์ตัวที่ 2 ชื่อว่า lang หรือ Language นะคะ มาจากคำว่า "Language" แล้วใส่ Argument ที่ชื่อว่า Pythonแล้วก็สั่งให้ print print ที่ 1 บอกให้ print เฉพาะแค่ชื่อ print ที่ 2 ก็คือ Argument ที่ชื่อ... ไม่ใช่ print Argument print parameter นะคะ ที่ชื่อ Salary เห็นไหม print Name print Salary แล้วก็ print ตอนเราเรียกใช้ ให้เด็ก ๆ ดูตอน Calling Function ใน name นี่เราไม่ได้กำหนด Argument ให้เหมือน salary กับ Lang Language เห็นไหมคะ พอ พอเราเรียกนะคะ เรียกใช้มันปุ๊บนี่ อันนี้ผิดนะนี่ พิมพ์ผิดขอโทษ มันต้องเป็น Python ขึ้นมา ไม่ใช่ JAVA เดี๋ยว ๆ ขอแก้ก่อน ไหง มือบอกไปพิมพ์ Java เสียอย่างนั้น เพราะ Argument ที่เราใส่เข้าไปชื่อ Python นะคะ ไม่สลับอีกแล้ว ไม่เป็นไร เดี๋ยวขยายขึ้นใหม่ เมื่อกี้กลับมาแก้ ดูนะคะ เดี๋ยวเราจะลองทำฟังก์ชันแบบกำหนด Argument ด้วยนะคะ นะ เพราะฉะนั้น เปิด Colab ของเรา ขึ้นมาไว้นะคะ แล้วเราก็ต้องสลับ โอเค สลับได้ เดี๋ยวสลับไป เดี๋ยวสลับไม่ได้ เดี๋ยวจะตีมือ นะคะ โอเค ทีนี้ สร้างโค้ดใหม่เลยนะ เด็ก ๆ กด + เพิ่มโค้ดใหม่ไปเลย จะได้ไม่ไปงงกับอันแรกนะคะ อันแรกเป็นการสร้างฟังก์ชันแบบปกติ ที่ไม่ได้กำหนดค่า Argument ให้ มาดูแบบที่ 2 ที่เราสร้างฟังก์ชันที่มีการ... มันทะลุจอไปนะคะ ฟังก์ชันแบบที่ 2 ชื่อว่า Default Argument Value นี่นะคะ แบบที่มีการกำหนดค่า ให้ Argument ในฟังก์ชันเลยนะคะ ก่อนอื่นเราก็ต้องพิมพ์คำสั่ง def d-e-f เพื่อประกาศตัวแปร... เพื่อประกาศฟังก์ชัน แล้วก็ตามด้วย ชื่อฟังก์ชัน ซึ้งในตัวอย่างใช้คำว่า "show_info" นะคะ ไม่อยากตั้งชื่อยาวกว่านี้ก็... สังเกตนะคะ เวลาตั้งชื่อฟังก์ชัน ถ้าชื่อมันเป็น 2 ประโยคนี่ เขาจะใช้ Under scoreแยกประโยคที่ 1 กับประโยคที่ 2 เห็นไหมคะ s-h-o-w show คือ ประโยคที่ 1 show คือแสดงนะคะ แล้วตามด้วย ประโยคที่ 2 คือ คำว่า "info" ก็คือโชว์ข้อมูลนั่นเองนะคะ info ย่อมาจาก information นั่นเองนะคะ ตอนนี้เรา สร้างฟังก์ชันที่ชื่อว่า show_info นะคะ โดย ในนั้นนี่ กำหนดพารามิเตอร์ตัวที่ 1 ชื่อว่า name n-a-m-e นะคะ แล้วมีพารามิเตอร์ที่ 2 คั่นด้วยโคลอน ไม่ใช่โคลอน คอมมา เรียกผิด เรียกถูกตลอดเลย คอมมานะคะ แล้วก็ตามด้วยชื่อพารามิเตอร์ตัวที่ 2 ซึ่งพารามิเตอร์ตัวที่ 2 นี่ เราจะกำหนดค่า Argument ให้เขาไปเลยนะคะ เพราะฉะนั้น พารามิเตอร์ตัวที่ 2 ชื่อว่า salary ซึ่งแปลว่าเงินเดือนนั่นเองนะคะ salary ซึ่งแปลว่าเงินเดือน อยากได้เงินเดือนเท่าไหร่เด็ก ๆ ตรงเครื่องหมายเท่ากับใส่เข้าไปนะลูก อันนี้กำหนดเองได้เลยนะคะ เด็ก ๆ อยากได้เท่าไหร่ เด็ก ๆ กำหนดเองใส่เข้าไปเองเลย อันนี้เขาบอกว่าค่าเริ่มต้นที่ให้ สมมติ 20,000 หน่วย สิบ ร้อย พัน หมื่น นะคะ 20,000 ปุ๊บนะคะ เสร็จแล้วเพิ่มพารามิเตอร์ตัวที่ 3 ชื่อว่า lang ซื้อมาจากคำว่า "l-a-n-g" lang นะคะ แล้วตามด้วยเครื่องหมาย = แล้วก็ตามด้วยชื่อ... คำว่า Python langในที่นี้ภาษาเริ่มต้นเข้าบอกว่า Python เมื่อเสร็จ เมื่อจบ เมื่อจบการประกาศฟังก์ชัน ปิดด้วยเครื่องหมาย : เสมอนะคะ เด็ก ๆ ตอนนี้เรามีฟังก์ชันที่ ชื่อว่า show_info นะคะ ดูไปด้วย อธิบายไปด้วย มีพารามิเตอร์ทั้งหมด 3 ตัว คือ name salary นะคะ โดยที่ salary นี่กำหนด Argument เริ่มต้นให้ที่ 20,000 แล้วก็มี lang โดยกำหนด Argument ของ Language นี่นะคะ ว่า Python เมื่อประกาศฟังก์ชันเสร็จ สิ่งที่เราต้องการให้มันทำงาน หลังจากนี้ ก็คือ 1. นะคะ print ค่ะ ให้ใช้คำสั่ง print print อะไรบ้าง print แรก ก็คือต้องการให้ print ชื่อ ก็จะอยู่ในเครื่องหมายคำพูด แล้วตามด้วยข้อความ ซึ่งในที่นี้เราจะไม่พิมพ์เป็นภาษาไทยแล้วนะ เพื่อให้รู้ว่าตรงนี้คือสิ่งที่เราต้องการให้พิมพ์ ก็คือชื่อนะคะ แล้วก็ตามด้วยเครื่องหมาย :ชื่อ เปลี่ยนเป็นภาษาไทย แล้วก็ชื่อ ใส่ %s อย่าลืมว่าเมื่อเราใช้เปอร์เซ็นต์ ตัวอักษรจะเป็นตัวเล็กเสมอ ไม่ใช่ตัวใหญ่ เพราะเราผิดไปแล้ว 1 ครั้งนะคะ เราต้องจำให้ได้ แล้วไปที่หลังเครื่องหมายคำพูดนะคะ อยู่หลังเครื่องหมายคำพูดนะ เด็ก ๆ ดูดี ๆ เลื่อนตำแหน่งมานะคะ แล้วก็ใส่เปอร์เซ็นต์แล้วก็เรียกพารามิเตอร์ name มาใช้นะคะ แล้วก็พิมพ์คำว่า "name" เสร็จ statemat ที่ 1 statemet ที่ 2 print ชื่อค่ะ พิมพ์ค่ะ print พิมพ์ print เหมือนเดิม แล้วบอกไม่ใช่ชื่อสิ Salary คือ เงินเดือน ขอโทษ ในเครื่องหมายคำพูดใส่คำว่า "เงินเดือน" ค่ะ แปลเป็นไทยเลย เด็ก ๆ น่าจะพิมพ์ง่ายขึ้น นะคะ เมื่อเราต้องการเลขที่เป็นจำนวนเต็มนะคะ ไม่มีทศนิยมนี่ เราก็ใช้ %d พิมพ์ % แล้วก็ตามด้วย d ตัวเล็กนะคะ โอเคไหมคะ เราก็จะได้ Statenertก็คือให้แสดง... ให้ print ข้อความเพื่อแสดงเงินเดือนนะ และตัวที่ 4 ค่ะ เอ้ย ตัวที่ 2 ตัวที่ 3 ค่ะ พูดผิดตัวที่ 3 ก็คือ print ภาษามันเองนะคะ Language มาจากภาษานั่นเองนะคะ statements ที่ 3 เราต้องการให้แสดงภาษา เพราะฉะนั้น ในเครื่องหมายคำพูด พิมพ์คำว่า "ภาษา" ว่าภาษา... เดี๋ยวจะงงนะ ภาษา Python แล้วก็ตามด้วยเครื่องหมาย Colon ถ้าเป็นข้อความหรือ string นะคะ สิ่งที่จะกำหนด เพื่อให้แสดงข้อความนะคะ ลืม เห็นไหม รูปแบบมันจะเหมือนกัน พอหลังเครื่องหมายคำพูดเราต้องใส่อะไรคะ % แล้วตามด้วยค่าพารามิเตอร์ เช่น อันที่ 1 % name ก็เป็นเปอร์เซ็นต์ salary เปอร์เซ็นต์ที่ชื่อว่า salary จำได้นะ อันที่ 3 ก็ทำเหมือนกันใส่เครื่องหมาย %แล้วตามด้วยชื่อพารามิเตอร์ตัวที่ 3 คือ lang หรือ Language ของเรานั่นเอง l-a-n-g นะคะ เช็กนะคะ เช็กตัวอย่าง เช็กจากโค้ดที่เขียนนี่ เห็นไหม ทุกตัวจะระบุว่าเมื่อมีข้อความแสดงแล้ว แล้วสิ่งที่จะให้แสดง ก็คือพารามิเตอร์ที่ชื่อว่า name พารามิเตอร์ที่ชื่อว่า salaryแล้วก็พารามิเตอร์ที่ชื่อว่า lang นะคะ แล้วในตัวอย่างมันมีบอก print ช่องว่างอีก 1 อัน ดูสิมันจะขึ้นชื่อว่าอะไร p-r-i-n-t print แล้วก็ตามด้วยเครื่องหมายวงเล็บ เมื่อเราทำการประกาศฟังก์ชันแล้วนะคะ บอกแล้วว่าประกาศเสร็จจะต้องมีการทำอะไรคะ เรียกใช้ ใช่ไหม callingfunction เราเรียกเลยนะคะ แต่ทีนี้ตำแหน่งในการเรียก เคอร์เซอร์เราขยับเข้ามาอยู่ตำแหน่ง print ไม่ได้นะคะ กด Enter ลงไป 2 ครั้ง แล้วกดเครื่องหมาย Backspace หรือลูกศิษย์ย้อนหลัง เห็นไหม ให้เคอร์เซอร์มันมาอยู่ตรงชิดขอบน่ะนะ แล้วก็เรียกฟังก์ชัน show_info นะคะ เราจะเรียกฟังก์ชัน show_info ขึ้นมาเลย show_ show แล้วก็ _ แล้วก็ตามด้วย info ดูในตัวอย่างที่ 1 นะคะ show_info แล้วก็ใส่พารามิเตอร์ชื่อลงไปให้ เดี๋ยวเผื่อไม่เห็น ขยายให้ดูก่อน อย่าลืมนะคะ พอเรียกใช้ฟังก์ชันมันจะต้องมี อะไร วงเล็บเสมอ เห็นไหมคะ อยากให้ show พารามิเตอร์ชื่อว่า name น่ะ นะคะ ในเครื่องหมายคำพูด ชื่อเรา ชื่อเล่นก็ได้นะคะ ใส่ชื่อเล่นลงไป อันนี้พารามิเตอร์แรกนี่ ตอนเรียก show... เรียกฟังก์ชัน show_ info แสดงเฉพาะพารามิเตอร์ชื่อนะคะ ในตัวอย่าง เรียกฟังก์ชัน show_info แสดงชื่อ แล้วก็เงินเดือนนะคะ ดูนะคะ ทำเหมือนเดิม พิมพ์ชื่อฟังก์ชันที่เราจะเรียก ก็คือคำว่า "show" ลืมแก้ภาษษอังกฤษอีกแล้ว s-h-o-w show_info นะคะ แล้วตามด้วยค่าพารามิเตอร์ ที่ต้องการให้มันแสดง ก็คือชื่อ ขี้เกียจสลับแล้วนะ แล้วต้องการให้มีพารามิเตอร์ตัวที่ 2 ก็คือคั่นด้วยลูกน้ำ หรือ Comma นะคะ แล้วก็ตามด้วยค่าพารามิเตอร์ในตัวที่ 2 เช่น เงินเดือน เงินเดือนนี่ในในฟังก์ชันนี่ ในฟังก์ชันนี่ เรากำหนดที่ 20,000 แต่ในตอนที่เรามาเรียกนี่ สมมติว่าเงินเดือนเราเพิ่มขึ้น หรือเงินเดือนของคนคนนี้มีมากกว่า 20,000 เป็น 23,000 เราก็ใส่ 23,000 ลงไปนะคะ ถ้าเราต้องการให้มีฟังก์ชัน เอ้ย แสดงพารามิเตอร์ตัวที่ 3 เราก็พิมพ์ค่าพารามิเตอร์ตัวที่ 3 แต่เราไม่ได้เอา ก็คือ ra= Python นี่ เราจะเอาภาษาอื่น เช่น ภาษา C นะคะ ก็ใส่คำว่า c ลงไป พร้อมจะดูผลลัพธ์หรือยังคะ ก็คือในกรณีที่เรียงฟังก์ชันที่ 1 นี่ โชว์เฉพาะพารามิเตอร์เดียว เราก็พิมพ์แค่ชื่อฟังก์ชันแล้วก็ตามด้วยพารามิเตอร์ที่เราต้องการให้แสดงพอนะคะ แต่ใรกรณีที่ เรียกฟังก์ชันในอันที่ 2 นี่ แม่อยากให้มันแสดงทุกพารามิเตอร์เลย แม่ก็เลยใส่เข้าไปครบ 3 อัน เห็นไหมคะ เดี๋ยวเล่นให้ดูนะคะ ว่าผลลัพธ์ออกมาจะเป็นอย่างไร นี่ เห็นไหมคะ ชื่อ เงินเดือน เห็นไหม แบบที่ 1 แบบที่ 1 ตอนเรียกนี่ ให้แสดงแต่ชื่อ แต่มันก็จะไปแสดง ที่มีอยู่แล้วขึ้นมาด้วย เห็นไหมคะ เพราะเมื่อเรียกฟังก์ชันนี้ปุ๊บ สิ่งที่มันจะแสดงมีอะไรบ้าง ชื่อ มีเงินเดือน แล้วก็มีภาษา เห็นไหม พอใส่ print แล้ววงเล็บ มันจะเว้นให้ 1 บรรทัด เด็ก ๆ ดู พออันที่ 2 มามันเว้นก่อนบรรทัดหนึ่ง เด็ก ๆ ไปดูความแตกต่างกับอันแรก ที่ไม่มีเว้นบรรทัด พอเราสั่ง print นะ hello สุธิรา พื้นที่สี่เหลี่ยมมันก็ติดกัน เห็นไหมคะ แต่พอตัวอย่างนี้ นี่ มันมี print ในวงเล็บ เห็นไหมขั้นมาก 1 อัน สิ่งที่มันแสดงมีชื่อเหมือนกัน มีเงินเดือนเหมือนกัน ภาษา แสดง 3 อย่างเห็นไหมคะ นั่นก็คือฟังก์ชันีที่ชื่อว่า show_info นี่ มันจะแสดงข้อมูลของชื่อ ของเงินเดือนแล้วก็ของภาษาขึ้นมาทุกครั้ง นะคะ แต่มันจะแสดงตามอะไร เช่น เหมือนตัวแรก แสดงเฉพาะชื่อแรก เพราะฉะนั้น เงินเดือนกับภาษานี่มันจะไปแสดงตามค่าที่เราตั้งไว้ในครั้งแรก เห็นไหมคะ แต่พออันที่ 2 show_info อันที่ 2 นี่ แม่ไปเปลี่ยนไง แม่ไปเปลี่ยนว่า คนนี้คนใหม่ไม่ใช่คนเดิม นิวคนละนิว เพราะฉะนั้น เงินเดือนคนนี้ ก็เลยเปลี่ยนเป็น 23,000 ภาษาของเขา ก็เปลี่ยนเป็นภาษา C เห็นไหม แต่มันจะรู้ว่าพารามิเตอร์ตัวที่ 2 นี่ คือ เงินเดือน มันก็จะไปแสดงที่ตำแหน่งเงินเดือน เห็นไหม พารามิเตอร์ตัวที่ 3 คือชื่อของภาษา มันก็ไปแสดงที่คำว่า "ภาษา" เห็นไหมคะ นี่ก็เป็นใช้งานฟังก์ชันที่มีการกำหนดค่า ค่า Argument ไว้แล้วนะคะ ค่าเริ่มต้นไว้แล้วนะคะ ดูเอาแล้วกัน ว่าแบบไหนใช้งานง่ายกว่าให้ศึกษา ให้มองเห็นความแตกต่างนะคะ แล้วก็มาสู่หัวข้อสึดท้ายของเราในวันนี้นะคะ เห็นไหมคะ เรากำหนดค่า Argument ไปได้แล้วนะคะ ต่อมา เรื่องต่อมาของเราเรื่องสุดท้าย Keyword Argument ยังเกี่ยวกับ Argument อีก มันคืออะไรกัน keyword ชื่อก็บอกอยู่แล้ว คือ คำสำคัญนะคะ มันจะเป็นฟังก์ชันที่มีรูปแบบ เขาบอกว่าใช้ชื่อของพารามิเตอร์ในการส่ง Argument โดยพารามิเตอร์นั้นต้องมีการกำหนด Default Argument ก่อนเราจะต้องไปกำหนดค่าให้พารามิเตอร์ของเราก่อน ตัวแรกนะคะ ดูตัวอย่างตัวนี้ เห็นไหมคะ มันจะคล้ายกับอะไร คล้ายกับเมื่อกี้นี้ แต่มีข้อแตกต่าง คือตรงไหน Keyword สังเกต สังเกตที่อะไรเด็ก ๆ นี่ เห็นไหม Color น่ะค่ะ ค่าสี คือ ไปเรียกใช้ค่าสี ที่เป็นรหัส เขาเรียกว่าเป็นรหัสหรือเป็นคีย์น่ะค่ะ เป็นตัวคีย์ เช่น fff นี่ น่าจะเป็นสีขาว หรือไม่ได้เติมสีนี่ล่ะ ถ้าจำไม่ผิดนะ ให้นึกถึงนะ นี่คือ มันจะไม่ใช่ค่าตัว ที่เป็นแบบข้อความ หรือเป็นตัวเลขเหมือนปกติน่ะ ไอ้ตัวนี้ คือ สิ่งที่เรียกว่า "Keyword" นึกออกนะ Keyword Argument Argument ที่เป็นลักษณะ Keyword นะคะ ไม่เป็นไร ถ้าอยากรู้มันคืออะไร เดี๋ยวจะลองให้ดูนะคะ เด็ก ๆ ดูนะคะ ค่าสีใน... ในคอมพิวเตอร์ ดูนะคะ ค่าสี ค่าสีในคอมพิวเตอร์นี่มันมีหลายแบบ นี่ เห็นไหม ไม่สลับอีกแล้ว ไม่ต้องการอะไรแบบนี้ เด็ก ๆ ดูนคะ นี่คือคีย์เวิร์ดของค่าสีในคอมพิวเตอร์ โดยปกตินี่ เวลาถ้าเราเขียนโค้ดนี่ โปรแกรมมันจะรับค่าสีที่เป็นค่าสีฐาน 16 นะคะ RGB ก็ไม่รับนะคะ แล้วก็... ค่าสี 3 ฐาน 16 มันจะไม่รับ มันจะรับค่าสีตัว 0000 ff นี่ เหมือนตัวอย่างนี่ ตัวนี้คือเป็น Keyword Argument นึกออกนะ ก็คือมันต้องมาอ่านค่าของตัวนี้ก่อน แล้วมาแสดงให้เห็นสีที่เราต้องการจะรู้ เดี๋ยวทำให้ดูนะคะ ตัวอย่างนี้ เดี๋ยวนะ ไอ้ 00 สีนี้สีอะไร อยากรู้ว่าเป็นสีอะไร เดี๋ยวเปิด paint ให้ดูนะคะ โปรแกรม paint จะเห็นชัดกว่า โปรแกรม Paint นะ เดี๋ยวไอ้นี่ไม่เห็นสิ ไม่ใช่ paint สิ อะไรนะ Microsoft Word ก็เห็นแล้ว เดี๋ยวนะคะ เปิดให้ดูว่าเราจะรู้ได้อย่างไรว่าค่าสีนี้สีอะไร เปิดใน Word ให้ดูนะคะ ดูสีนะ เด็ก ๆ ดูที่สีนะคะ นี่เห็นไหม ตรงนี้จะเป็นค่าสี มันจะมีแบบมาตรฐานกับกำหนดเองนี่ ไอ้ตัวนี้ก็ไม่ขึ้นแบบนี้ ไม่ใช่สิ อย่างนั้นเปิดให้ดูตารางค่าสีเลยแล้วกันนะคะ ชักงงเอง ตารางค่าสี ดูนะคะ ตารางค่าสีจะเป็นอย่างนี้ อันไหนที่จะเห็นชัด อย่างนี้นะคะ สมมติสีชมพูนี่เห็นไหมตัวเลขสีมันก็จะเปลี่ยนไปตาม ลักษณะนี้นะ อันนี้จะเห็นชัดนะคะ ว่าถ้าสีชมพูเข้มขนาดนี้ ค่าสีจะเป็นตัวนี้ อย่างนี้นะคะ ตัวนี้ขึ้นไหม มันก็ขึ้นอยู่ข้างในนี่ ตัวเลขที่แสดงค่าสีมันน่ะ ถ้าอยากรู้ว่าสีไหนเป็นสีอะไร อย่างเล็ก ไม่เอาน่ะ ไม่โชว์แล้วน่ะ เดี๋ยวเทสต์ให้ดูเลยนะคะ ขอเพิ่มโค้ดให้ จะทำโค้ด แค่สร้างสีตัวเดียวเลยนะคะ เอาแค่นี้พอ ปุ๊บ print color ขอก๊อปก่อน ขี้เกียจน่ะ ขี้เกียจพิมพ์ ก๊อป ให้ เราไหมนี่ ไม่วางให้นะคะ ไม่เป็นอะไร สมมติ สมมตินะคะ สร้างฟังก์ชัน เดี๋ยวสร้างให้ดูเด็ก ๆ ไม่ต้อง อันนี้เป็นตัวอย่างให้เห็นว่า Key Argument def ฟังก์ชันนี้จะใช้ในการสร้างสีนั่นเองนะคะ c-r-e-a-t-e create color ใส่พารามิเตอร์ ชื่อ color นะคะ โดยมีค่าเท่ากับ 1, 2, 3, 4, 5, 6 6 นะ โดยกำหนด Default Argument ที่เครื่องหมาย # F1 F2 F3 F4 F5ตัวที่บอกว่า f นี่ มันเป็นคีย์เวิร์ดของค่าสีที่บอก เพราะฉะนั้น พอเราสร้างฟังก์ชันนี้ มันจะแสดงอะไรออกมา ดูนะคะ ทำไมเผลอไปลบ ขอโทษที มือไวจริง ๆ เลย 4 เราจะให้มัน print สีนั้นออกมาให้ดูนะคะ print color ดูนะคะ เห็นไหม นี่ print อะไร ต้องการให้ print = ่ขอเพิ่มพารามิเตอร์อีกตัวหนึ่ง คือ id นะคะ id คือ ลำดับที่นั่นเอง เพื่อให้เห็นว่าอันที่ 1 ใส่สีนี้อะไรจะเกิดขึ้น อันนี้ประกาศตัวแปรจะเสร็จแล้ว จะเรียกใช้มันนะคะ เรียกใช้ Create color พิมพ์ชื่อฟังก์ชัน c-r-e-a-t-e เราก็คลิกเลือก แล้วตามด้วย id ลำดับที่ 1 นะคะ ขอลอง print ก่อน เหมือนเดิมนะคะ ลำดับที่แล้วก็ตามด้วย : ใช้ colon แทน แล้วก็ % เหมือนเดิม % ลำดับที่เป็น % อะไรนะ %d นะคะ ตัวเลข เป็นตัวเลข แล้วก็ตามด้วย % แล้วก็ค่าพารามิเตอร์ ก็คือ id พิมพ์อะไรผิดนี่ p-r-i p-r-i-n-t print เดี๋ยว Run ให้ดูเลยนะคะ syntax error ผิดตรงไหนนี่ อ๋อ ตำแหน่ง เดี๋ยวนะ Enter เข้าไป เอาใหม่สิ แม่พิมพ์อะไรผิด p-r-i-n-t print เอาใหม่ เดี๋ยวลบก็ได้ ลบแล้ว print ใหม่ p-r-i-n-t print Syntax Error Invalid ผิดได้อย่างไรล่ะ เดี๋ยวนะ 1 เขาก็ไม่ได้พิมพ์ผิดนี่ ทำไมมันขึ้น Error ล่ะ 1, 2, 3, 4, 5, 6 เดี๋ยวนะ ขอขยายก่อนนะ 1 2 3 4 5 6 ก็ตรง อะไรนะ ทำไม Syntax นี้ Error ล่ะ ผิดตรงไหนนี่ ลืมอะไร ไม่ได้ลืมนี่ เอาอีกแล้ว Syntax Error Print Print บรรทัดที่ 3 ไม่ได้ colors หรือ มันบอกว่า print ไม่ได้น่ะ มันจะ Error ได้อย่างไรน่ะ ถ้าลบ จะขึ้น Error อีกไหม ไม่รู้จัก รันผ่าน รันไม่ผ่าน ผิดตรงไหน อ๋อ รู้แล้ว อะไร ผิดตรงไหนหรือเปล่านี่ print คำสัง Prit โอเคนะคะ รู้แล้ว ตรงนิดเดียว มองไม่เห็น ลืมใส่เครื่องหมายคำพูดตรงคาบของ color นะคะ มันก็เลยคำสั่ง print สี นะคะ เดี๋ยวจะขอลองดู อันนี้ถูกแล้วนะคะ พอสั่ง ผลลัพธ์ก็จะออกอย่างนี้ คือ พิมพ์ลำดับที่ 1 เสร็จ มันก็จะ print สี่ที่มีค่าเริ่มต้นคือ fff ขึ้นมาอย่างนี้นะคะ ก็คือจะแสดงเป็น Argument ที่เป็น Keyword นั่นเองนะคะ นี่ อยากโกรธโปรแกรมดีหรือไม่ก็ไม่รู้ พอเปลี่ยนฟอนต์น่ะ มันก็มาจัดตัวนี้ตัวเล็กตัวใหญ่ดูยากมาก สาเหตุ ก็คือนี่มันมีเครื่องหมายคำพูดนี่ แต่ไม่ได้ใส่ให้มันนี่นะคะ นะคะ ก็คือการกำหนดค่า Argument เหมือนกันนั้นล่ะค่ะ default กับ Keyword ดี ๆ แค่นั้นเอง ว่าจะให้มันเป็น Default ที่เป็นลักษณะ... Argument ที่ให้มันแสดงมันเป็นลักษณะไหนถ้าเป็น ก็ต้องมาใช้รูปแบบนี้นะคะ เขาบอกเขาเป็น Keyword นี่มันต้องใส่เครื่องหมายที่เป็นคำพูดข้างหน้าตัวนี้ พอ Run แล้วถึงจะผ่าน ถึงจะขึ้นนะคะ ขึ้นค่าให้ ก็คือแสดงลักษณะที่เป็นคีย์เวิร์ดแบบนี้ออกมา สงสัยตรงไหนหรือเปล่าคะ เด็ก ๆ ความแตกต่าง แทบไม่แตกต่าง เด็ก ๆ จะว่าไม่แตกต่างกัน มันต่างกันตรงค่า ไอ้ค่าที่เราจะใส่เข้าไปนี่ล่ะค่ะ เพราะตัวนี้ ลักษณะ คือมันเป็นค่าของเขาเรียกว่าอะไรนะ เขาเรียกว่าเป็น Code น่ะค่ะ เป็น Code สีนะ รหัสสี ซึ่งความจริง ก็คือถ้าเราใส่สีแดง สีชมพูอะไรอย่างนี้ แต่อย่าลืมว่าสีในคอมพิวเตอร์น่ะ มันแยกเฉดอีก เหมือนอย่างนี้ ชมพูเข้ม มันก็จะเป็น #ec407a เปลี่ยนไปตามความเข้มความอะไรอย่างนี้ด้วยนะคะ เหมือนสีฟ้านี่ ค่าเขาก็จะเปลี่ยนไปตามที่เห็นนนะคะ นั่นก็คือเป็นคีย์เวิร์ดหรือคำสำคัญ คือคอมพิวเตอร์น่ะจะรู้นะ คอมพิวเตอร์เขาจะรู้จัก ว่าอย่างนั้นเถอะนะคะ ถ้าไม่มีใครสงสัย ในฟังก์ชันนะคะ คือ ที่เราจะทำจริง ๆ นะ มันก็จะมีแบบที่ 1 น่ะ กำหนดฟังก์ชันขึ้นมานะคะ อย่างนี้ แล้วก็ตามด้วยพารามิเตอร์ กับแบบที่ 2 เป็นการกำหนดฟังก์ชั มีพารามิเตอร์ แล้วในพารามิเตอร์กำหนด Argument ลงไปเลยอย่างนี้ก็ได้ ได้ทั้ง 2 แบบ แล้วแต่จะเลือกใช้งาน แล้วแต่วัตถุประสงค์การที่จะสร้างฟังก์ชัน สำหรับสัปดาห์นี้นะคะ เราก็จะจบบทเรียนหลักการเขียนโปรแกรมของเราในเทอมนี้เพียงเท่านี้นะคะ สัปดาห์หน้าจะให้เบรก เดี๋ยวสอบแล้วจะนัดแนะอีกทีหนึ่งนะคะ เด็ก ๆ โอเคนะคะ มีใครสงสัยไหม ถามได้ ถ้าไม่มีจะปล่อยแล้วนะคะ อย่าลืมออกจากระบบทุกครั้งด้วย เพราะอย่าลืมว่าแล็บไม่ได้แต่เราใช้คนเดียวนะ เมื่อเลิกใช้เราต้องออกจากระบบของเราทุกครั้งนะคะ ขอบคุณพี่ล่ามค่ะ สำหรับการเรียนในวันนี้ขอบคุณค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ] มันชอบมาเปลี่ยนฟอนต์ให้ เครื่องที่มี