﻿1
00:00:05,418 --> 00:00:07,872
(อาจารย์พิเชนทร์) ดูนะครับ

2
00:00:07,872 --> 00:00:11,872
บทนี้ เรื่องของ

3
00:00:14,135 --> 00:00:15,811

4
00:00:15,811 --> 00:00:19,811

5
00:00:20,039 --> 00:00:24,039
เรื่องของการจัดการ

6
00:00:29,499 --> 00:00:32,487
CPU นะครับ CPU

7
00:00:32,487 --> 00:00:35,778

8
00:00:35,778 --> 00:00:39,778
CPU นะครับ ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญ

9
00:00:46,707 --> 00:00:50,707
นะครับ ในคอมพิวเตอร์

10
00:00:51,271 --> 00:00:51,751
ของเรานะครับ

11
00:00:51,751 --> 00:00:55,751
กี่คน

12
00:00:57,530 --> 00:01:00,372

13
00:01:00,372 --> 00:01:03,878

14
00:01:03,878 --> 00:01:07,878

15
00:01:09,401 --> 00:01:12,692
ไหนว่ายกเลิกไปแล้ว

16
00:01:12,692 --> 00:01:16,692
เคยบอกว่ายกเลิกทั้งเทอมไปแล้ว

17
00:01:26,310 --> 00:01:28,365
ไง ปอยอ่านไลน์อย่างไร เสียเวลาเขา

18
00:01:28,365 --> 00:01:31,636
เดี๋ยวจะ

19
00:01:31,636 --> 00:01:34,380
ปฏิบัติแล้ว

20
00:01:34,380 --> 00:01:36,010

21
00:01:36,010 --> 00:01:40,010

22
00:01:40,034 --> 00:01:44,034

23
00:01:54,819 --> 00:01:55,042

24
00:01:55,042 --> 00:01:59,042

25
00:02:06,827 --> 00:02:10,822

26
00:02:10,822 --> 00:02:14,822

27
00:02:17,554 --> 00:02:21,554

28
00:02:26,834 --> 00:02:28,003

29
00:02:28,003 --> 00:02:32,003

30
00:02:42,850 --> 00:02:46,850

31
00:02:50,848 --> 00:02:52,733
UPS ใครดัง

32
00:02:52,733 --> 00:02:54,748
UPS ดัง UPS มันดัง

33
00:02:54,748 --> 00:02:58,748
เสียบปลั๊ก

34
00:03:02,852 --> 00:03:06,852
เครื่องไหน

35
00:03:14,861 --> 00:03:17,653
เครื่องไหน

36
00:03:17,653 --> 00:03:21,456

37
00:03:21,456 --> 00:03:24,222

38
00:03:24,222 --> 00:03:28,222

39
00:03:31,381 --> 00:03:35,381

40
00:03:42,878 --> 00:03:46,874

41
00:03:46,874 --> 00:03:47,925

42
00:03:47,925 --> 00:03:51,925

43
00:03:58,883 --> 00:04:02,883

44
00:04:02,887 --> 00:04:03,944

45
00:04:03,944 --> 00:04:07,944

46
00:04:18,895 --> 00:04:22,895

47
00:04:22,903 --> 00:04:26,903

48
00:04:26,907 --> 00:04:30,907

49
00:04:30,907 --> 00:04:34,907

50
00:04:34,909 --> 00:04:38,909

51
00:04:38,912 --> 00:04:38,933

52
00:04:38,933 --> 00:04:42,933

53
00:04:46,919 --> 00:04:50,919

54
00:04:50,922 --> 00:04:54,920

55
00:04:54,920 --> 00:04:58,920

56
00:05:02,923 --> 00:05:06,923

57
00:05:06,926 --> 00:05:10,926

58
00:05:10,931 --> 00:05:11,778

59
00:05:11,778 --> 00:05:15,778

60
00:05:16,564 --> 00:05:17,740

61
00:05:17,740 --> 00:05:21,740
ครับ ก็บทที่ 3 นะครับ

62
00:05:22,819 --> 00:05:23,442
เดี๋ยวสัปดาห์หน้าก็

63
00:05:23,442 --> 00:05:27,356
อีก 2 บท แล้วก็

64
00:05:27,356 --> 00:05:31,356
ก่อนรับปริญญาเราจะสอบ Midterm

65
00:05:37,117 --> 00:05:38,314
นะครับ เก็บคะแนน CPU นะครับ เราจะเห็นว่ามันมีความสำคัญนะครับ

66
00:05:38,314 --> 00:05:42,314
เป็นหัวใจหลักของคอมพิวเตอร์เลย ดังนั้น

67
00:05:44,462 --> 00:05:48,462
การที่เราจะใช้งาน CPU ให้คุ้มค่า ก็

68
00:05:50,709 --> 00:05:54,709
เป็นหน้าที่หนึ่งของพวกเรานะครับ ที่

69
00:05:56,652 --> 00:05:59,305
ต้องจัดการ จัดการอย่างไรดีนะครับ นี่คือหลักการของการจัดการ CPU

70
00:05:59,305 --> 00:06:00,779
นะครับ

71
00:06:00,779 --> 00:06:04,779
การจัดการ

72
00:06:13,188 --> 00:06:17,188
Processor นะครับ Processor หรือ CPU ตัวเดียวกันนะครับ

73
00:06:17,228 --> 00:06:18,135
การเปลี่ยนสถานะของ CPU

74
00:06:18,135 --> 00:06:18,793
ถือว่าเป็นมีค่าใช้จ่ายนะครับ

75
00:06:18,793 --> 00:06:22,793
ค่าใช้จ่ายในที่นี้

76
00:06:29,887 --> 00:06:33,887
ของ CPU นี่ ก็คือเรื่องของเวลานะครับ การทำงานส่วนใหญ่ของ Processor นะครับ ของ

77
00:06:34,108 --> 00:06:34,343
CPU นี่ ก็คือเรื่องของเวลา

78
00:06:34,343 --> 00:06:38,343
นะครับ เราจะทำอย่างไรให้มัน

79
00:06:42,836 --> 00:06:46,836
ใช้งานได้อย่างเต็มที่ อย่างมีประสิทธิภาพ มันก็เป็นหน้าที่

80
00:06:48,306 --> 00:06:51,421
ของระบบปฏิบัติการนะครับ ซึ่งตัวของ

81
00:06:51,421 --> 00:06:55,421
CPU จะเสียเวลาอยู่

82
00:06:58,099 --> 00:07:02,099
3 งานนะครับ ก็คือ 1. เก็บค่า Reguster และ ครับสถานะของเครื่อง ก็คือ 1. เก็บค่า Register และ

83
00:07:09,812 --> 00:07:09,960
ของเครื่อง คือ เปิดขึ้นมาปุ๊บ ื่อง คือ เปิดขึ้นมาปุ๊บ

84
00:07:09,960 --> 00:07:13,960
เก็บไว้แล้วนะครับ เสียเวลาดู

85
00:07:17,050 --> 00:07:18,130
อันที่ 1 นะครับ อันที่ 2 คัดเลือก Process

86
00:07:18,130 --> 00:07:20,008
ในสถานะพร้อม เพื่อเข้ามา

87
00:07:20,008 --> 00:07:21,549
ครอบครองตัวมันเอง นี่ก็เสียเวลา

88
00:07:21,549 --> 00:07:25,549
นะครับ อันที่ 3

89
00:07:31,700 --> 00:07:35,700
โหลดค่า Register และสถานะของเครื่องบน PCB นี่คือ

90
00:07:37,484 --> 00:07:38,764
3 งานที่มันทำให้เกิดการเสียเวลาขึ้นนะครับ

91
00:07:38,764 --> 00:07:40,639

92
00:07:40,639 --> 00:07:44,639
หน้าที่อันหนึ่งของระบบปฏิบัติการ

93
00:07:46,465 --> 00:07:50,465
เลยนะครับ หน้าที่อันหนึ่งเลย นอกจาก

94
00:07:51,870 --> 00:07:55,870
การจัดการ Process แล้วนะครับ บทที่แล้วนะครับ บทที่ 2

95
00:07:59,412 --> 00:08:03,412
การจัดการ CPU เราจะทำอย่างไร

96
00:08:03,753 --> 00:08:04,528
ในการทำงานของ CPU จะมีประสิทธิภาพมากหรือน้อย

97
00:08:04,528 --> 00:08:06,988
ขึ้นอยู่กับ CPU ขึ้นอยู่กับ

98
00:08:06,988 --> 00:08:10,988
ตัวของระบบปฏิบัติการด้วยนะครับ

99
00:08:11,825 --> 00:08:15,825
เรามาดูกันว่าในการคัดเลือก

100
00:08:17,714 --> 00:08:20,785
หา Process เข้ามา Run นะครับ ถือว่าเป็นหน้าที่

101
00:08:20,785 --> 00:08:24,785
อันหนึ่งของ OS ซึ่งเราเรียกว่า "การจัด

102
00:08:28,741 --> 00:08:29,443
คิวในระยะสั้น" ก็คือหมายความว่า

103
00:08:29,443 --> 00:08:33,443
การจัดคิวระยะสั้น หมายถึง การที่มันเลือก

104
00:08:36,426 --> 00:08:40,357
เอา Process ที่ต้องการไปครอบครอง CPU ซึ่งการจัดคิวระยะสั้นก็มีหลายรูปแบบนะครับ

105
00:08:40,357 --> 00:08:44,357
แบบที่ 1

106
00:08:52,386 --> 00:08:56,386
นะครับ แบบที่ 1 เลย ก็คือการจัดคิวแบบ FCFS

107
00:08:57,776 --> 00:09:01,776
นะครับ Fist come Firat service

108
00:09:02,538 --> 00:09:06,538
นะครับ คือ  Process ไหน มารอคิวก่อน ได้

109
00:09:06,859 --> 00:09:10,859
เข้าไปครอบครอง CPU ก่อนนะครับ อันนี้จัดง่ายนะครับ มี Process 10 ตัวเข้า

110
00:09:14,620 --> 00:09:18,620
มาเข้าคิว1, 2, 3, 4, 5, 6 ก็เข้า

111
00:09:21,644 --> 00:09:22,888
ตามคิวที่ตัวเอง ต่อคิวเอาไว้

112
00:09:22,888 --> 00:09:25,872
นะครับ แต่ถ้า Pr

113
00:09:25,872 --> 00:09:29,872
Process เข้าไปใน CPU แล้วต้องการเข้าไป

114
00:09:30,525 --> 00:09:34,525
ใช้งานอุปกรณ์ Input Output เช่น

115
00:09:36,748 --> 00:09:40,748
ส่งข้อมูลไปที่ Printer

116
00:09:43,041 --> 00:09:44,099
นะครับ Process ออกไปปุ๊บ Process ใหม่ก็เข้ามาแทนที่

117
00:09:44,099 --> 00:09:45,156
ก็มาครอบครองแทนนะครับ ใน CPU เรานั้น

118
00:09:45,156 --> 00:09:49,011
เข้าไปครอบครองได้ทีละ Process

119
00:09:49,011 --> 00:09:53,011
นะครับ

120
00:09:54,774 --> 00:09:58,307
ข้อดีจัดคิวง่าย อันนี้ง่ายเลยครับ

121
00:09:58,307 --> 00:10:01,616
ไม่ยุ่งยากนะครับ ข้อเสียต้องรอนาน

122
00:10:01,616 --> 00:10:05,616
ทำไมต้องรอครับ เนื่องจากว่า

123
00:10:11,553 --> 00:10:13,063
ตัวของ Process สมมตินะครับ

124
00:10:13,063 --> 00:10:17,063
Process A ต้องการเข้าไปครอบครอง

125
00:10:18,221 --> 00:10:22,221
CPU 1 วินาที Process B ต้องการ

126
00:10:27,050 --> 00:10:29,217
CPU 2 ชั่วโมง Process C

127
00:10:29,217 --> 00:10:33,217
ต้องการ 3 วินาที นั่นแสดงว่า Process C ต้องรอ

128
00:10:33,285 --> 00:10:36,428
ถึง 2 ชั่วโมงนะครับ

129
00:10:36,428 --> 00:10:40,428
ถึงต้องรอนานนะครับ

130
00:10:43,934 --> 00:10:52,748
การจัดคิวแบบ

131
00:10:37,745 --> 00:10:41,745

132
00:10:47,072 --> 00:10:50,122
ที่ 2 เป็นการจัดคิวแบบ RR นะครับ

133
00:10:50,122 --> 00:10:53,623
Round Robin

134
00:10:53,623 --> 00:10:57,623
นะครับ เป็นการจัดคิวแบบวนลูป วนลูป

135
00:11:02,035 --> 00:11:06,035
ก็คือหมายความว่าเข้าไปแล้วนะครับ มีเวลาควอนตัม

136
00:11:10,578 --> 00:11:11,711
มาจับนะครับ เป็นการเข้าไปแบบวนลูป

137
00:11:11,711 --> 00:11:15,711
แบบ FCFS แบบที่ 1

138
00:11:17,272 --> 00:11:18,218
ไม่มีเวลาควอนตัมนะครับ แบบนี้

139
00:11:18,218 --> 00:11:22,218
มีเวลาควอนตัม เวลาควอนตัมคืออะไรครับ

140
00:11:23,649 --> 00:11:27,649
จำได้ไหม หาย

141
00:11:29,239 --> 00:11:32,630
ไป 2-3 อาทิตย์

142
00:11:32,630 --> 00:11:36,630
เวลาควอนตัมคืออะไร หูดีตอบหน่อยสิ เวลาควอนตัมคืออะไร

143
00:11:43,165 --> 00:11:46,087
อาทิตย์หน้าก็

144
00:11:46,087 --> 00:11:50,087
อีก 2 บท ที่ตัดไปก่อนรับปริญญาสอบ

145
00:11:51,455 --> 00:11:55,455
นะครับ

146
00:11:57,795 --> 00:11:59,300
เวลาควอนตัมคืออะไรครับ เวลาที่

147
00:11:59,300 --> 00:12:03,300
ให้ CPU หรือให้ Process เข้าไปครอบครอง CPU ได้นานเท่าไหร่

148
00:12:06,848 --> 00:12:07,453
เช่น 5 วิ(นาที) 10 วิฯ 15 วิฯ ก็ว่าไป

149
00:12:07,453 --> 00:12:10,220
นะครับ การจัดคิวแบบที่ 3 นะครับ

150
00:12:10,220 --> 00:12:14,220
การจัดคิว

151
00:12:15,368 --> 00:12:17,261
แบบลำดับความสำคัญ

152
00:12:17,261 --> 00:12:21,261
การจัดคิวแบบนี้ จะดูว่า Process ที่มารอคิวนั้น

153
00:12:25,578 --> 00:12:27,470
มีความสำคัญมากน้อยขนาดไหนนะครับ

154
00:12:27,470 --> 00:12:31,470
เราจะเป็นคนกำหนดเองครับ ว่า Process มีความสำคัญ

155
00:12:39,115 --> 00:12:43,115
มาก-น้อยขนาดไหนนะครับ ยกตัวอย่างเช่น ซ้ายมือนะครับ Process A

156
00:12:48,084 --> 00:12:50,991
B C D E

157
00:12:50,991 --> 00:12:51,382
ลำดับความสำคัญเท่ากับ 10 8 5 4

158
00:12:51,382 --> 00:12:55,382
มันจะเรียงเข้าตามคิวที่มี

159
00:12:57,226 --> 00:13:01,226
ลำดับความสำคัญมากน้อยนะครับ แต่สังเกต

160
00:13:05,079 --> 00:13:08,838
นะครับ พอ Process E เข้ามาต่อคิว

161
00:13:08,838 --> 00:13:12,091
Process E มีความสำคัญเท่ากับ 6 มันต้องการคิวแบบใหม่แล้วนะครับ

162
00:13:12,091 --> 00:13:15,573
จัดคิวเป็นแบบ A B E

163
00:13:15,573 --> 00:13:19,573
C D  นะครับ นี่

164
00:13:21,798 --> 00:13:21,863
คือการจัดคิวโดยลำดับความสำคัญนะครับ

165
00:13:21,863 --> 00:13:25,863
เราจะรู้ได้อย่างไรว่า Process มีความสำคัญ

166
00:13:28,202 --> 00:13:32,202
Process ใดไม่มีความสำคัญนะครับ มีสำคัญ

167
00:13:35,500 --> 00:13:39,015
มากน้อยต่างกันอย่างไร เรามาดู

168
00:13:39,015 --> 00:13:43,015
หลักพิจาณานะครับ 1. ผู้ใช้เป็นเจ้าของ Process เป็น

169
00:13:43,249 --> 00:13:47,249
คนกำหนดเองนะครับ หรือตัวเราเองนะ

170
00:13:48,005 --> 00:13:52,005
กำหนดเองว่า Process ใด มีความสำคั

171
00:13:58,874 --> 00:13:59,895
ญมาก-น้อยขนาดไหนนะครับ เช่น Process ของผู้ควบคุม

172
00:13:59,895 --> 00:14:03,895
หรือผู้ดูแลระบบ มีความสำคัญมากกว่า

173
00:14:05,136 --> 00:14:09,136
Process ของ User ธรรมดา

174
00:14:13,682 --> 00:14:14,801
นะครับ 2. ประเภทของ Process

175
00:14:14,801 --> 00:14:18,232
นะครับ ประเภทของ Process Process

176
00:14:18,232 --> 00:14:22,232
ที่มีความ

177
00:14:24,013 --> 00:14:27,724
อยู่ในโหมดของแบบ... มักมีความสำคัญ

178
00:14:27,724 --> 00:14:31,724
น้อยกว่าโหมดโต้ตอบ โหมดแบตช์

179
00:14:32,735 --> 00:14:35,759
คืออะไรครับ โหมดแบตช์

180
00:14:35,759 --> 00:14:39,759
คือ การทำงานเป็นลำดับขั้น

181
00:14:41,912 --> 00:14:42,908
นะครับ ผมยกตัวอย่างเช่นนะ

182
00:14:42,908 --> 00:14:46,723
สมมตินะ สมมตินะ เรา

183
00:14:46,723 --> 00:14:50,723
เขียนเกม เรากำหนดว่า

184
00:14:50,883 --> 00:14:54,883
อยู่ในโหมดของแบตช์

185
00:14:59,799 --> 00:15:03,799
เรายิงระเบิดออกไป 2 วันถึงรู้ว่าระเบิด

186
00:15:05,800 --> 00:15:08,190
โดนฝั่งตรงข้ามหรือเปล่านะครับ มันจะประมวลผล

187
00:15:08,190 --> 00:15:12,190
เป็นลำดับขั้ยตอนไปเรื่อย ๆ แต่ถ้า

188
00:15:16,540 --> 00:15:20,540
โหมดโต้ตอบ ยิงปุ๊บสวนปั๊บ เหมือนเกมนะครับ หรือเอาตัวอย่าง

189
00:15:22,618 --> 00:15:23,311
หนึ่ง เช่น อุบลนะ อุบลนี่

190
00:15:23,311 --> 00:15:27,311
ผมเดินมา

191
00:15:28,934 --> 00:15:32,549
เขกหัวอุบลเลย ถ้า

192
00:15:32,549 --> 00:15:36,549
อยู่ในโหมดแบตช์ อุบลจะคิดว่าเพราะอะไร

193
00:15:40,729 --> 00:15:44,590
อาจารย์ถึงมาเขกหัวผม แล้วอุบลก็คิดต่อไปว่าเจ็บ

194
00:15:44,590 --> 00:15:48,590
เจ็บแล้วไปหาหมอ อะไรประมาณนี้นะครับ เป็นขั้นเป็นตอนไป

195
00:15:48,814 --> 00:15:50,352
แต่ถ้าเป็นในโหมดโต้ตอบ

196
00:15:50,352 --> 00:15:54,352
ผมเขกหัวอุบลปั๊บ อุบลสวนกำปั้นมาปั๊บ

197
00:15:59,084 --> 00:16:03,084
นี่คือโหมดของการแบบโต้ตอบนะครับ

198
00:16:07,198 --> 00:16:07,418
ดังนั้น การเขียนโปรแกรมในคอมพิวเตอร์เรานะครับ มันมีอยู่หลายโหมดนะครับ

199
00:16:07,418 --> 00:16:11,418
ดังนั้น โหมดโต้ตอบมักจะมี

200
00:16:13,104 --> 00:16:17,104
ความสำคัญมากกว่าโหมดแบตช์

201
00:16:22,623 --> 00:16:26,623
เพราะแบตช์ต้องรอประมวลผลนะครับ วิธีการพิจารณาลำดับความสำคัญ อันที่ 3

202
00:16:27,317 --> 00:16:31,317
ก็คือถ้าเราอยากรู้ว่า

203
00:16:33,317 --> 00:16:34,868
Process ใดสำคัญกว่ากัน

204
00:16:34,868 --> 00:16:38,542
ผู้ใช้ยอมจ่ายสตางค์

205
00:16:38,542 --> 00:16:42,542
เราเคยสังเกตไหมครับ

206
00:16:43,173 --> 00:16:47,173
บางทีเราเปิดเว็บไซต์

207
00:16:51,822 --> 00:16:55,182
บางทีเราเปิดขึ้นมา เว็บไซต์บางเว็บไซต์

208
00:16:55,182 --> 00:16:55,792
เป็นรูปกากบาท เคยเห็นไหม เคยสังเกตไหม

209
00:16:55,792 --> 00:16:58,301
โดยเฉพาะ

210
00:16:58,301 --> 00:17:02,301
เว็บไซต์ที่เกี่ยวกับการศึกษา

211
00:17:08,677 --> 00:17:12,677
ช้าไหมครับ เช่น เว็บ(ไซต์)หมาวิทยาลัยเรานี่

212
00:17:14,545 --> 00:17:17,173
บางทีเปิดเข้าพร้อม ๆ กัน หลาย ๆ คน หลาย ๆ พันคน

213
00:17:17,173 --> 00:17:21,173
เอาง่าย ๆ ตอนนี้เราปริญญาใช่ไหม รับปรญญา

214
00:17:27,065 --> 00:17:28,496
เปิดเข้าลงทะเบียนพร้อม ๆ กัน เป็นอย่างไรครับ

215
00:17:28,496 --> 00:17:30,158
ล่มไหม เข้าแทบไม่ได้เลยนะครับ

216
00:17:30,158 --> 00:17:34,158
ผมเคยบอกนักศึกษา

217
00:17:37,542 --> 00:17:38,287
แล้วก็บอกมาทุกรุ่นนะ การเขียนโปรแกรม ให้เราไปดู

218
00:17:38,287 --> 00:17:42,287
การเขียนโปรแกรมของเว็บฯ โป๊

219
00:17:50,417 --> 00:17:54,107
ไม่ให้ไปดูเว็บฯ โป๊นะ

220
00:17:54,107 --> 00:17:58,107
ไปดู Code ของ Sorce

221
00:17:59,240 --> 00:18:01,599
ของเว็บฯ โป๊ ทำไมเขียนแล้วมันขึ้นเร็วจัง ทั้งภาพเครื่อนไหว ทั้งภาพนิ่ง ภาพ

222
00:18:01,599 --> 00:18:05,599
ทุกอย่างนะ สังเกตนะ แต่พอเราเวลาเราไปเขียน

223
00:18:07,365 --> 00:18:11,365
เว็บฯ ของเรา พอเราขึ้นไปปุ๊บ  เป็นอย่างไรครับ

224
00:18:14,329 --> 00:18:15,174
ช้า บางทีไม่เห็น บางทีไม่มี เพราะอะไรครับ เพราะเราไม่จ่ายสตางค์

225
00:18:15,174 --> 00:18:19,174
เว็บฯ นี่ พวกเว็บการพนันง่าย ๆ

226
00:18:20,791 --> 00:18:24,791
เว็บฯ การพนันตัวดีเลย เห็นไหมขึ้นทุกที่

227
00:18:29,333 --> 00:18:32,875
เว็บการพนันเขาสามารถทำให้มันเร็วได้ เพราะเขาไปเช่าพื้นที่

228
00:18:32,875 --> 00:18:36,875
เขายอมเสียสตางค์เยอะ นี่คือ

229
00:18:39,989 --> 00:18:42,796
มีความสำคัญมากในระบบนะครับ

230
00:18:42,796 --> 00:18:44,173
มีใครเคยเข้าไปดูไหม

231
00:18:44,173 --> 00:18:48,173
เข้าไปดูแล้วอย่า

232
00:18:50,867 --> 00:18:54,867
ไปเล่นนะ ผมเคยสอนนักศึกษา

233
00:19:02,556 --> 00:19:04,904
เข้าไปดู ให้ไปดูโค้ดของมันว่าเขาเขียนอย่างไรนะครับ แล้วเราเอา

234
00:19:04,904 --> 00:19:06,077
มาเขียนตามนะครับ

235
00:19:06,077 --> 00:19:10,077
อันที่ 4 นะครับ

236
00:19:10,507 --> 00:19:14,019
วิธีการพิจารณา อันที่ 4 ก็คือเวลา

237
00:19:14,019 --> 00:19:18,019
นะครับ ระยะเวลาที่ Process

238
00:19:18,134 --> 00:19:22,134
นั้นอยู่ในระดับนะครับ

239
00:19:22,297 --> 00:19:26,297
ถ้า Process ใด

240
00:19:26,763 --> 00:19:29,306
อยู่ในระบบนาน

241
00:19:29,306 --> 00:19:33,306
นั่นแสดงว่ามันมีความสำคัญนะครับ เช่น Process

242
00:19:35,839 --> 00:19:38,338
ของอะไรครับ

243
00:19:38,338 --> 00:19:42,338
เราเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมาปุ๊บ

244
00:19:47,372 --> 00:19:51,372
Process ที่ Run ก่อนเพื่อนเลย คือ Process ระบบปฏิบัติการ

245
00:19:54,790 --> 00:19:55,755
มันจะรันก่อนเพื่อนเลย นั่นแสดงว่ามันมีความสำคัญมาก

246
00:19:55,755 --> 00:19:59,755
นะครับ ถ้าเราไม่เชื่อเราก็ลองไป

247
00:20:02,438 --> 00:20:02,778
ลบนะครับ ลบออก ลบระบบปฏิบัติการ

248
00:20:02,778 --> 00:20:06,778
ออกจากเครื่อง เครื่องเราก็จะทำงานไม่ได้นะครับ

249
00:20:08,415 --> 00:20:12,415
นอกจากโปรแกรมระบบปฏิบัติการแล้ว ระบบอะไรอีกครับ

250
00:20:14,912 --> 00:20:16,899
ที่มันอยู่ในระบบนาน ๆ เลย

251
00:20:16,899 --> 00:20:18,317
โปรแกรมอะไรครับ

252
00:20:18,317 --> 00:20:22,317
ลองนึกดูสิ เปิดขึ้นมาแล้ว

253
00:20:22,801 --> 00:20:26,801
มีตลอดเห็นตลอดอย่างนี้ นอกจากระบบปฏิบัติการ

254
00:20:32,024 --> 00:20:33,457
แล้ว อะไรอีก โปรแกรมอะไร

255
00:20:33,457 --> 00:20:37,457
เติมอะไรเอ่ย

256
00:20:37,893 --> 00:20:41,893
โปรแกรม Antivirus

257
00:20:44,207 --> 00:20:48,207
ส่วนมากทุกเครื่องจะลง Anti

258
00:20:55,319 --> 00:20:55,450
นะครับ Antivirus

259
00:20:55,450 --> 00:20:59,450
ก็จะมีทั้งใช้ฟรี เสียสตางค์

260
00:21:00,383 --> 00:21:04,383
ผมแนะนำนะครับ ว่า อย่าไปโหลดโปรแกรมที่

261
00:21:09,062 --> 00:21:12,381
บอกว่าใช้ฟรีตลอดชีวิตนะครับ ใช้ฟรีตลอดชาติ เขาเขียนไว้นะ

262
00:21:12,381 --> 00:21:16,381
ไอ้ตัวนั้นล่ะครับ ตัวดีครับ เป็นไวรัส

263
00:21:17,648 --> 00:21:19,762
ยอมเสียเงิน

264
00:21:19,762 --> 00:21:23,762
500 1,000

265
00:21:27,699 --> 00:21:28,301
นะครับ ผมเคยโดนมาแล้ว

266
00:21:28,301 --> 00:21:32,301
นะครับ ก็คือไม่ยอมเสียสตางค์ เพราะใช้ฟรี

267
00:21:35,158 --> 00:21:39,158
ใช่ฟรีมาตลอด สุดท้ายตัวมันเอง เป็นไวรัสเอง

268
00:21:39,740 --> 00:21:43,740
นี่คือการจัดคิวแบบเรียงลำดับความสำคัญนะครับ ผู้ใช้

269
00:21:45,999 --> 00:21:47,228
กำหนดเองนะครับ อยู่ในระบบ

270
00:21:47,228 --> 00:21:51,228
นาน ๆ นะครับ ยอมจ่ายตังเพิ่มมขึ้นนะครับ

271
00:21:58,773 --> 00:22:02,773
ประเภทของ Process นะครับ ทีนี้มาดูการจัดคิวแบบที่ 4 นะครับ แบบที่ 4 การจัดคิวแบบ SJN

272
00:22:04,436 --> 00:22:07,274
นะครับ Shortest job next

273
00:22:07,274 --> 00:22:11,274
เป็นอย่างไรการจัดคิวแบบนี้ การจัดคิวแบบนี้

274
00:22:12,978 --> 00:22:16,978
เขาบอกเป็นการคัดเลือก Process ด้วยวิธีการ

275
00:22:21,830 --> 00:22:22,705
เลือกเอา Process ที่ต้องการเวลาน้อยที่สุด

276
00:22:22,705 --> 00:22:26,705
Process มารอคิว 1 2 3

277
00:22:29,011 --> 00:22:30,217
4 5 มันจะคำนวณว่าเข้าไปใน

278
00:22:30,217 --> 00:22:32,559
CPU แล้วเข้าไปครอบครอง CPU แล้วต้องการ

279
00:22:32,559 --> 00:22:33,952
เวลาน้อยที่สุด

280
00:22:33,952 --> 00:22:37,952
เช่น process A

281
00:22:41,107 --> 00:22:45,107
ต้องการใช้ 5 วินาที Process B

282
00:22:45,947 --> 00:22:49,947
ต้องการใช้ 6 วินาที Process

283
00:22:51,455 --> 00:22:55,455
C ต้องการใช้ 10 วินาที กำหนดเวลาควอนตัม ไว้ที่

284
00:23:03,164 --> 00:23:07,164
5 วิ(นาที)นะครับ Process ที่ต้องการเวลาน้อยที่สุดคืออะไร ครับ คืออะไร เอ่ย Process A

285
00:23:09,135 --> 00:23:11,517
หรือ B หรือ C

286
00:23:11,517 --> 00:23:15,443
A B C Process อะไรครับ

287
00:23:15,443 --> 00:23:16,541

288
00:23:16,541 --> 00:23:20,541
Process ที่ต้องการเวลาน้อยที่สุด

289
00:23:24,317 --> 00:23:28,317
ชื่อก็บอกแล้วต้องการเวลาน้อยที่สุด

290
00:23:35,393 --> 00:23:35,652
เป็น Process A นะครับ การจัดคิว

291
00:23:35,652 --> 00:23:39,652
แบบที่ 5 นะครับ

292
00:23:40,773 --> 00:23:44,773
แบบที่ 5 การจัดคิวแบบ SRT

293
00:23:49,283 --> 00:23:53,283
การจัดการ การจัดคิวแบบ SRT นี้ จะคล้าย ๆ กับการจัดคิวแบบ SJN

294
00:23:55,814 --> 00:23:59,216
แต่ SRT จะเลือกเอา Process ที่เหลือเวลา

295
00:23:59,216 --> 00:24:03,216
น้อยที่สุด จากตัวอย่างเมื่อกี้

296
00:24:04,053 --> 00:24:07,528
Process A ต้องการ 1 วิฯ Process B

297
00:24:07,528 --> 00:24:09,174
ต้องการ 5 วิ Process C ต้องการ 8 วิ

298
00:24:09,174 --> 00:24:11,513
สมมตินะ การจัดคิว

299
00:24:11,513 --> 00:24:15,513
แบบ SRT จะเลือกเอา ฉญ๊ mujgs]nvg;]kohv

300
00:24:23,412 --> 00:24:27,412
เมื่อมันเข้าไปครอบครอง CPU แล้ว Process A ใช้ 1 วิ หรือว่า 4 วิ ใช่ไหม เพราะเวลาควอนตัมกำหนดไว้ 5 วิ Process A

301
00:24:33,820 --> 00:24:37,820
ต้องการ 5 วิฯ เข้าไป 5 วิ

302
00:24:39,418 --> 00:24:43,418
ควอนตัม 5 วิฯ เหลือ 0 Process ต้องการ 8 เเข้าไปยัง

303
00:24:46,783 --> 00:24:50,783
เหลือ 3 ครบ 3 ก็คือ

304
00:24:52,418 --> 00:24:52,513
จะเอา Process B นะครับ ต่างกันนะครับ SRT

305
00:24:52,513 --> 00:24:56,513
เหลือเวลาน้อยที่สุด แต่ SJN

306
00:24:57,470 --> 00:25:00,932
ต้องการเวลาน้อยที่สุดนะครับ

307
00:25:00,932 --> 00:25:04,932
6. การจัดคิวแบบหลายระดับ

308
00:25:06,303 --> 00:25:10,303
เมื่อกี้เป็นระดับเดียวนะครับ ดู

309
00:25:11,300 --> 00:25:15,300
รูปประกอบเลยนะครับ เห็นไหมครับ CPU

310
00:25:19,429 --> 00:25:23,429
การจัดคิวแบบระดับเดียว

311
00:25:23,642 --> 00:25:26,179
ข้างบน เห็นไหมครับ นี่ข้างบน การจัดคิวแบบหลายระดับ

312
00:25:26,179 --> 00:25:30,179

313
00:25:31,867 --> 00:25:35,867
คิวที่ 1 คิวที่ 2 คิวที่ n

314
00:25:37,827 --> 00:25:41,827
ถ้าเกิดการจัดคิวแบบนี้ แบบหลายระดับ

315
00:25:42,267 --> 00:25:43,372
ก็เป็นลักษณะของการทำงานหลายโปรแกรม

316
00:25:43,372 --> 00:25:45,338
นะครับ

317
00:25:45,338 --> 00:25:49,338
ต่อมาเรื่องของ

318
00:25:52,913 --> 00:25:54,720
การจัดคิวในระยะยาวนะครับ

319
00:25:54,720 --> 00:25:58,720
การจัดคิวระยะยาว ต่างกับการจัดคิวระยะสั้นไหม

320
00:26:02,102 --> 00:26:06,102
ในระยะยาวนั้นเป็นการจัดคิวในระยะที่ไม่

321
00:26:09,108 --> 00:26:10,641
เกิดขึ้นในการจัดคิว

322
00:26:10,641 --> 00:26:11,617
แบบ Round-robin เพราะการจัดคิวระยะยาว

323
00:26:11,617 --> 00:26:15,617
เข้าไปครอบครอง CPU แล้วต้องจบ

324
00:26:17,123 --> 00:26:21,123
นะครับ ต้องจบ

325
00:26:23,366 --> 00:26:27,366
แต่มันไม่จบนะครับ Round-robin ไม่จบ

326
00:26:28,303 --> 00:26:32,044
การจัดคิวในระยะยาวจะไม่เกิดขึ้นเลยกับการจัดคิวแบบ round-robin แต่ส่วนอื่น

327
00:26:32,044 --> 00:26:34,698
เหมือนกันนะครับ

328
00:26:34,698 --> 00:26:37,833

329
00:26:37,833 --> 00:26:41,833
คราวนี้มาดูระบบหลาย Processor นะครับ หลาย Processor

330
00:26:47,463 --> 00:26:49,246
ช่วงรับปริญญาวางแผนไว้

331
00:26:49,246 --> 00:26:53,246
กันไว้หรือยังครับ ไม่ได้มาเรียน

332
00:27:02,521 --> 00:27:06,521
กันเกือบเดือนเลยนะครับ เราจะปิดกันตั้งแต่นู่นน่ะ วันที่ 9 9, 10, 11

333
00:27:08,957 --> 00:27:12,314
12 ก็เข้ามามหาวิทยาลัยไม่ได้แล้ว

334
00:27:12,314 --> 00:27:16,314
นะครับ ตึกนี้ก็จะไม่ใช่

335
00:27:17,041 --> 00:27:21,041
ของเราแล้วนะครับ แล้วก็ยาวจนถึงโน่นน่ะ วันที่ 23 นู่นน่ะ กันยา ปิดเทอม

336
00:27:22,511 --> 00:27:23,755
น้อยนะ ปิดเทอมน้อยนะครับ

337
00:27:23,755 --> 00:27:27,755
เราก็ เขาให้เราอยู่ไหม อยู่หอไหม

338
00:27:30,762 --> 00:27:33,091
อุบล ยังไม่รู้ใช่ไหม ยังไม่ประกาศใช่ไหม

339
00:27:33,091 --> 00:27:35,062
มันคง

340
00:27:35,062 --> 00:27:39,062
ไม่อยู่แล้วมั้งใช่ไหมนะ

341
00:27:42,748 --> 00:27:46,748
ตั้ง 10 วันก่อน 1 อาทิตย์

342
00:27:46,896 --> 00:27:49,128
20 วันนะครับ

343
00:27:49,128 --> 00:27:51,594
รับปริญญา แต่ปีนี้ก็ค่อนข้าง

344
00:27:51,594 --> 00:27:54,848
โชคดีนะครับ ก็เราคงไม่รับดึก

345
00:27:54,848 --> 00:27:58,848
ดึกมาก ก้คง 4 โมงเย็น 5 โมงเย็น น่

346
00:28:07,498 --> 00:28:11,163
นะครับ เราดูรุ่นพี่เราแล้วกันนะครับ จบแล้วรับปริญญา รุ่นพี่ที่เป็นเด็กหูหนวกเรา

347
00:28:11,163 --> 00:28:15,163
2 คนใช่ไหม ใช่ไหมพลอย 2 คน

348
00:28:19,372 --> 00:28:21,560
ไอ้น้ำหวาน น้ำหวานกับออฟ

349
00:28:21,560 --> 00:28:25,560
ไอ้รุ่นพลอยนี่

350
00:28:28,435 --> 00:28:29,865
ปีถัดไปใช่ไหม ถัด... ยังไม่ถึงนะครับ

351
00:28:29,865 --> 00:28:33,865
ก็คงต้องถามล่ะนะ

352
00:28:38,365 --> 00:28:39,778
ว่ามารับแล้วรับคนสุดท้ายไหม

353
00:28:39,778 --> 00:28:43,778
หรือว่าจะรับปกติ เพราะ

354
00:28:46,852 --> 00:28:50,852
ว่าอาจารย์มี อาจารย์เป็นฝ่าย

355
00:28:54,393 --> 00:28:55,098
อยู่ข้างในหอประชุมนะ แล้วไม่รู้ว่าไอ้นวัตกรรมน่ะ

356
00:28:55,098 --> 00:28:59,098
กี่คน

357
00:28:59,584 --> 00:29:03,584
จำได้ไหม ปุ๋ยจำได้ไหม

358
00:29:04,807 --> 00:29:06,678
ที่จบไป มันต้องรับด้วยกันนะ

359
00:29:06,678 --> 00:29:08,825

360
00:29:08,825 --> 00:29:12,825

361
00:29:13,933 --> 00:29:17,933
แค่นั้นใช่ไหม

362
00:29:21,231 --> 00:29:25,231
เพราะว่าไอ้นวัตกรรมรุ่นพลอยใช่ไหม

363
00:29:25,497 --> 00:29:29,497

364
00:29:39,542 --> 00:29:41,097
ยังใช่ไหม ไม่ใช่อะไรหรอก เดี๋ยวอาจารย์ต้องวางแผนว่าเข้าหอประชุม

365
00:29:41,097 --> 00:29:45,097
นะครับ ต้องมีล่าม

366
00:29:45,313 --> 00:29:49,313
นะครับ  มีล่ามในหอประชุม แต่อาจารย์ก็

367
00:29:51,465 --> 00:29:55,455
ใช้

368
00:29:55,455 --> 00:29:57,624
อาจารย์เกวลี เบนซ์ อาจารย์ธิดารัตน์

369
00:29:57,624 --> 00:30:00,228
ก็เพิ่งภาษามือได้อยู่นะครับ

370
00:30:00,228 --> 00:30:04,228
ดูนะครับ ดูต่อ ระบบหลายโปรแกรม หรือ

371
00:30:06,628 --> 00:30:10,628
ระบบหลาย Processor หรือระบบหลาย CPU

372
00:30:15,559 --> 00:30:18,445
วิธีการนะครับ ก็คือในการทำงานในคอมพิวเตอร์นั้น ถ้ามี CPU

373
00:30:18,445 --> 00:30:19,584
ตัวเดียวก็ทำตัวเดียว ถ้ามีหลายตัวก็ทำหลายตัว

374
00:30:19,584 --> 00:30:23,584
ทำคู่ขนานกันไป คราวนี้ระบบ Processor

375
00:30:31,566 --> 00:30:35,566
นะครับ ดังต่อไปนี้นะครับ ระบบคอมพิวเตอร์ประเภท SISD

376
00:30:38,111 --> 00:30:41,485
Single instruction single data

377
00:30:41,485 --> 00:30:45,485
นะครับ

378
00:30:47,375 --> 00:30:47,691
คอมพิวเตอร์ที่ใช้งานทั่ว ๆ ไป ก็คือเครื่องพวกนี้นะครับ มี CPU 1 ตัว มีหน่วยความจำ

379
00:30:47,691 --> 00:30:51,691
1 ชุด มีคำสั่ง

380
00:30:51,716 --> 00:30:55,716
1 คำสั่ง มีผลลัพธ์ 1 ผลลัพธ์

381
00:31:01,849 --> 00:31:05,849
มีข้อมูลชุดเดียว ก็คือคอมพิวเตอร์ทั่ว ๆ ไปที่ตั้งอยู่ข้างหน้าเรานี่ล่ะ Notebook ก็ใช่

382
00:31:06,349 --> 00:31:10,349
นะครับ การทำงานของระบบ

383
00:31:12,649 --> 00:31:16,649
คอมพิวเตอร์แบบนี้นะครับ เป็นการทำงานรั

384
00:31:19,585 --> 00:31:23,585
ทีละคำสั่ง คำสั่ง คำสั่ง ทำงานเข้าไปนะครับ ประเภทที่ 2 ระบบคอมพิวเตอร์ประเภท MISD

385
00:31:24,746 --> 00:31:28,746
MISD MISD นี้

386
00:31:34,742 --> 00:31:38,742
ที่มี CPU 2 ตัวขึ้นไปนะครับ ทำงานคู่ขนานกันนะครับ มีคำสั่ง

387
00:31:41,881 --> 00:31:44,740
Execute เป็นของตัวเอง มีข้อมูลเป็นของตัวเอง

388
00:31:44,740 --> 00:31:44,903
นะครับ มีคำสั่ง

389
00:31:44,903 --> 00:31:47,578
เห็นไหมครับ คำสั่งที่ 1 2 3

390
00:31:47,578 --> 00:31:48,569
I คือ คำสั่งนะครับ

391
00:31:48,569 --> 00:31:52,569
D คือ ข้อมูล มีหลาย

392
00:31:56,901 --> 00:32:00,901
คำสั่ง มีข้อมูลชุดเดียวกันนะครับ

393
00:32:06,010 --> 00:32:10,010
ดูตัวอย่างการทำงาน ถ้าเป็นการคำนวณหาฟังก์ชัน X

394
00:32:13,679 --> 00:32:17,679
นะครับ ในระบบคอมพิวเตอร์แบบ SISD ก็คือทำงาน

395
00:32:21,335 --> 00:32:22,103
หาค่า X ยกกำลัง 2 คูณผลลัพธ์จากข้อ 1 ด้วย 2

396
00:32:22,103 --> 00:32:26,103
เพิ่มค่าผลลัพธ์จากข้อ 2 และ 4

397
00:32:29,665 --> 00:32:33,665
มันทำงานทีละคำสั่งนะครับ แต่ถ้าเป็นระบบคอมพิวเตอร์ประเภท MISD

398
00:32:39,623 --> 00:32:40,881
นะครับ คำสั่งที่ 1 ยกกำลัง 2 คำสั่งที่ 2 คูณ 2 คำสั่งที่ 3

399
00:32:40,881 --> 00:32:44,881
คูณ 4 ได้ผลลัพธ์ออกมาเลย

400
00:32:46,161 --> 00:32:50,161
นี่คือหาค่า x

401
00:32:50,702 --> 00:32:52,294
2 ตัวนี้ CISD MISD

402
00:32:52,294 --> 00:32:56,294
ทำงานเร็วกว่านะครับ

403
00:32:58,019 --> 00:33:02,019
คือ ช่วยกันทำงาน ว่าง่าย ๆ CPU หลายตัวช่วยกันทำงาน

404
00:33:06,100 --> 00:33:06,127
นะครับ ประเภทที่ 3

405
00:33:06,127 --> 00:33:08,341
ระบบคอมพิวเตอร์

406
00:33:08,341 --> 00:33:11,338
ประเภท SIMD

407
00:33:11,338 --> 00:33:14,632
นะครับ

408
00:33:14,632 --> 00:33:18,632
คอมพิวเตอร์ประเภทนี้ มีคำสั่ง คำสั่งเดียว

409
00:33:27,637 --> 00:33:31,637
เห็นไหมครับ คำสั่งเดียวเลย แต่มีข้อมูลหลายชุด เป็นคอมพิวเตอร์ประเภทที่ใช้คำนวณ

410
00:33:35,074 --> 00:33:39,074
เมทริก คำนวณด้านคณิตศาสตร์

411
00:33:43,651 --> 00:33:47,603
ประเภทสุดท้าย ประเภทที่ 4 นะครับ ประเภทที่ 4

412
00:33:47,603 --> 00:33:51,603
ระบบคอมพิวเตอร์ประเภท

413
00:33:52,125 --> 00:33:54,338
MIMD MIMD

414
00:33:54,338 --> 00:33:55,796
นะครับ เป็นการทำงานของคอมพิวเตอร์

415
00:33:55,796 --> 00:33:59,796
หลาย ๆ ตัวทำงาน มีคำสั่งของใครของมัน มี

416
00:34:03,618 --> 00:34:07,618
ข้อมูลเป็นของใครของมัน หรือจะเรียกง่าย ๆ ว่าเป็นคอมพิวเตอร์ ประเภท SISD

417
00:34:15,663 --> 00:34:19,663
แต่ละตัวนะครับ MIMD มันทำงานอย่างไรครับ MIND ทำงานอย่างไรครับ MIMD

418
00:34:22,406 --> 00:34:23,250
ก็คือเครื่องใคร

419
00:34:23,250 --> 00:34:23,597
เครื่องมันนะครับ

420
00:34:23,597 --> 00:34:27,060
แต่ทำงาน

421
00:34:27,060 --> 00:34:31,057
เชื่อมโยงหากันนะครับ งง

422
00:34:31,057 --> 00:34:35,057
ไหมครับ MIMD เครื่องนี้

423
00:34:35,941 --> 00:34:39,941
เป็นแบบ SISD SISD

424
00:34:45,223 --> 00:34:49,223
แต่มาเชื่อมต่อเข้าหากัน กลายเป็น MIMD นะครับ เมื่อมันมี CPU หลายตัวนะครับ

425
00:34:52,185 --> 00:34:56,185
มาทำงานด้วยกันนะครับ ตัวของ

426
00:34:59,021 --> 00:35:02,574
ระบบคอมพิวเตอร์ MIMD นั้น ทำงานอิสระ

427
00:35:02,574 --> 00:35:06,574
ต่อกันเลยนะครับ จึงต้องมีกลไก

428
00:35:08,291 --> 00:35:12,291
ทำงานประสานงานกันนะครับ เราเรียกว่า การเชื่อมโยง มาดู

429
00:35:12,541 --> 00:35:16,162
การเชื่อมโยง มีอยู่ 2 ประเภทนะครับ

430
00:35:16,162 --> 00:35:20,162
1. การเชื่อมโยงอย่าง

431
00:35:25,962 --> 00:35:27,182
หลวม ก็คือมี CPU แต่ละตัว มีหน่วย

432
00:35:27,182 --> 00:35:31,182
ความจำหลัก และหน่วยความจำรองเป็นของตัวเอง

433
00:35:35,691 --> 00:35:39,691
และติดต่อกันผ่านช่องทางสื่อสารร่วม เป็นอย่างไรครับ ช่องทางสื่อสารร่วม ก็คือผ่านพอร์ต ผ่าน

434
00:35:40,643 --> 00:35:42,844
สายแลนนะครับ ผ่าน Wi-Fi นะครับ นี่

435
00:35:42,844 --> 00:35:46,844
มี CPU เป็นของตัวเอง

436
00:35:47,020 --> 00:35:51,020
มีหน่วยความจำเป็นของตัวเอง ติดต่อผ่านหน่วยความจำร่วม

437
00:35:59,700 --> 00:36:03,053
การติดต่ออย่างนี้ อย่างแน่นนะครับ

438
00:36:03,053 --> 00:36:06,559
ก็ก่อให้เกิดการใช้งาน

439
00:36:06,559 --> 00:36:10,559
แบบคอมพิวเตอร์เครือข่ายนะครับ การเชื่อมโยง

440
00:36:14,628 --> 00:36:18,628
อย่างแน่นนะครับ มาดูอันที่ 2 การเชื่อมโยงอย่าแน่น

441
00:36:23,709 --> 00:36:27,113
หมายถึง CPU มีการใช้หน่วยความจำร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

442
00:36:27,113 --> 00:36:31,113
นะครับ นี่ CPU ตัวที่ 1 ตัวที่ 1

443
00:36:33,852 --> 00:36:36,268
ตัวที่ 2 ตัวที่ 3 มีหน่วยความจำเป็นของตัวเอง

444
00:36:36,268 --> 00:36:38,600
ใช้หน่วยความจำร่วมกัน

445
00:36:38,600 --> 00:36:41,112
นะครับ

446
00:36:41,112 --> 00:36:45,112

447
00:36:46,748 --> 00:36:49,909
เห็นไหมครับ รูปครับ

448
00:36:49,909 --> 00:36:53,909
การทำงานในระบบหลายโปรแกรม

449
00:36:57,385 --> 00:37:01,385
หลายระบบหลาย Processor นะครับ หรือหลาย CPU

450
00:37:03,844 --> 00:37:07,500
มีวิธีการควบคุม

451
00:37:07,500 --> 00:37:11,112
ถ้าเป็นอิสระ เป็นแบบอย่างแน่นนะครับ อย่างแน่น อิสระ

452
00:37:11,112 --> 00:37:15,112
การทำงานอิสระนั้น ในการเชื่อมโยงอย่างหลวมจะมีการ

453
00:37:19,684 --> 00:37:22,053
ทำงานที่ส่งข้อมูลอย่างเดียว

454
00:37:22,053 --> 00:37:26,053
นะครับ วิธีการควบคุม

455
00:37:26,886 --> 00:37:30,886
อีกแบบหนึ่งนะครับ รูปแบบหนึ่ง ก็คือ

456
00:37:34,964 --> 00:37:35,824
ที่เรา

457
00:37:35,824 --> 00:37:39,374
มักใช้กันนะครับ ในระบบเชื่อมโยงอย่างแน่น ก็คือ

458
00:37:39,374 --> 00:37:43,374
การให้ CPU ตัวหนึ่งเป็น

459
00:37:44,135 --> 00:37:48,135
มาสเตอร์นะครับ เป็นมาสเตอร์ เห็น

460
00:37:54,644 --> 00:37:58,644
ไหมครับ ถ้าเป็นอย่างหลวม อย่างหลวม ก็

461
00:37:59,748 --> 00:38:03,748
CPU เครื่องนี้ CPU เครื่องนี้ CPU เครื่องนี้ เครื่องนี้ เวลาจะเชื่อมโยงกัน

462
00:38:03,970 --> 00:38:04,067
ทำอย่างไร ติดต่อผ่านสาย นึกออกไหม

463
00:38:04,067 --> 00:38:08,067
นึกออกไหม ติดต่อกันผ่านสาย

464
00:38:11,597 --> 00:38:11,854
ผ่านระบบเครือข่าย แต่ถ้า

465
00:38:11,854 --> 00:38:15,854
เป็นการเชื่อมโยงอย่างแน่น หมายความว่า

466
00:38:20,071 --> 00:38:24,071
ในเมนบอร์ดเรานั้นมี CPU

467
00:38:25,435 --> 00:38:25,901
มากกว่า 1 ตัว 1 2 3 4 5

468
00:38:25,901 --> 00:38:27,027
อยู่ใน Mainboard เดียวกันนะครับ

469
00:38:27,027 --> 00:38:31,027
CPU ตัวที่ 1 เขาจะกำหนดไว้เป็น Master

470
00:38:38,817 --> 00:38:42,514
CPU ตัวที่ 2 จะถูกกำหนดเป็น

471
00:38:42,514 --> 00:38:46,514
Saleve ก็คือ

472
00:38:46,860 --> 00:38:48,018
ในคอมพิวเตอร์เครื่องนี้นะครับ เครื่องข้างหน้าอาจารย์นี่ มี CPU อยู่ 2 ตัว หรือ 3 ตัว หรือ 4 ตัว

473
00:38:48,018 --> 00:38:52,018
การให้มันจะเชื่อมโยงหากัน

474
00:38:53,224 --> 00:38:57,224
มันจะใช้ระบบ Master served

475
00:39:01,324 --> 00:39:05,324
พอเราทำงานไปสักระยะหนึ่ง Master เริ่มมีปัญหา

476
00:39:06,631 --> 00:39:08,819
เริ่มทำงานน้อยลง ความร้อนเยอะขึ้น

477
00:39:08,819 --> 00:39:12,819
มันก็สลับตัวของ Served

478
00:39:16,260 --> 00:39:20,260
มาเป็น Master แทน ถ้าระบบปฏิบัติการทำได้ขนาดนี้เ ราเรียกว่า "ระบบ

479
00:39:23,313 --> 00:39:23,597
สมมาตร" นะครับ

480
00:39:23,597 --> 00:39:25,373
งงไหม

481
00:39:25,373 --> 00:39:29,373
ระบบสมมาตร ก็คือการที่ตัวของ

482
00:39:35,119 --> 00:39:38,945
คอมพิวเตอร์นี่นะครับ

483
00:39:38,945 --> 00:39:42,945
กำหนดเป็นระบบมาสเตอร์สเลฟ

484
00:39:43,102 --> 00:39:45,813
CPU 5 ตัว

485
00:39:45,813 --> 00:39:49,813
ตัวที่ 1 เป็น Master 2 3 4 5 เป็น slave

486
00:39:52,545 --> 00:39:56,545
แต่ถ้าทำงานไปสักระยะหนึ่งแล้ว ปรากฏว่าตัวของมาสเตอร์

487
00:40:01,559 --> 00:40:03,092
นี่ทำงานหนักมาก ระบบปฏิบัติการเอง สามารถสลับ

488
00:40:03,092 --> 00:40:07,092
เปลี่ยนให้เป็นตัวมาสเตอร์เป็นตัวสเลฟ ตัวสเลฟเป็น

489
00:40:15,801 --> 00:40:19,801
เราเรียกระบบนี้ว่า "ระบบสมมาตร" นะครับ ถามว่าทุกวันนี้ทำได้หรือยัง

490
00:40:21,256 --> 00:40:23,359
ทำได้แล้วนะครับ นี่คือหลักการของการจัดการ CPU นะครับ

491
00:40:23,359 --> 00:40:26,424

492
00:40:26,424 --> 00:40:30,424
จบบทที่ 3 นะครับ

493
00:40:31,766 --> 00:40:33,389
มีใครจะถามไหม

494
00:40:33,389 --> 00:40:37,389
เหลืออีก 1 สัปดาห์นะ

495
00:40:40,735 --> 00:40:44,735
สัปดาห์หน้าเราก็

496
00:40:49,390 --> 00:40:50,754
นะครับ 2 บทจบ อย่าลืมว่า

497
00:40:50,754 --> 00:40:54,349
เทอมนี้ยัง... เพราะว่าห้องแล็บเรายังไม่สมบูรณ์นะครับ

498
00:40:54,349 --> 00:40:58,349
เพราะว่าตึก 7 อาคาร 7 ห้องยังไม่เสร็จ

499
00:40:58,744 --> 00:41:01,876
เราไม่ต้องตกใจนะครับ ว่าเทอมนี้ได้เรียนน้อยนะครับ

500
00:41:01,876 --> 00:41:05,876
เทอมหน้าเจอกันอีก 1 วิชา เทอมหน้าจะเป็นวิชา

501
00:41:11,825 --> 00:41:14,381
ต่อยอดจากวิชานี้ ก็คือวิชาซ่อมบำรุงนะครับ เทอมนี้เรากำหนดไว้ว่า ครูต้องการให้เรา

502
00:41:14,381 --> 00:41:18,381
รู้จัก Concept ของระบบปฏิบัติการ

503
00:41:19,002 --> 00:41:23,002
ว่าเป็นอย่างไร แล้วก้สามารถ

504
00:41:25,071 --> 00:41:26,768
ลงโปรแกรมระบบปฏิบัติการได้ หลังจากงานรับปริญญานะครับ ผมจะแยกกลุ่มเรียน

505
00:41:26,768 --> 00:41:30,116
นะครับ

506
00:41:30,116 --> 00:41:34,116
ผมจะทำตารางออกมาให้

507
00:41:40,093 --> 00:41:40,308
นะครับ ว่าเอากลุ่มละ...

508
00:41:40,308 --> 00:41:42,664
ห้อง 2 นี่ทั้งห้องเลยนะ 8 คน

509
00:41:42,664 --> 00:41:46,664
8 คนนะครับ 8 คน ส่วนห้อง 1 ก็

510
00:41:54,668 --> 00:41:58,262
8... 8 x 8

511
00:41:58,262 --> 00:42:02,259
16 x 16 = 32 กี่คน ห้อง 1 34 ใช่ไหม ก็ประมาณกลุ่มละ 8 คน มี 2 กลุ่ม 9 คน

512
00:42:02,259 --> 00:42:04,189
นะครับ พอเราแบ่งกลุ่มเรียนแล้ว

513
00:42:04,189 --> 00:42:08,189
ผมจะสอนวิธีการว่า เราจะลง

514
00:42:13,213 --> 00:42:15,241
OS อย่างไรนะครับ พอสอนแยกสอนกลุ่มเสร็จปุ๊บ ตอนแยกสอนกลุ่ม

515
00:42:15,241 --> 00:42:19,241
ก็จะสอบด้วยนะครับ สอบปฏิบัติ

516
00:42:20,476 --> 00:42:24,476
นะครับ ทำให้มันเป็นนครับ เทอมที่ 1

517
00:42:31,513 --> 00:42:35,513
ปี 1 เทอมนี้ยังไม่คาดหวังอะไรเยอะนะครับ ส่วนปี 1 เทอม 2 ก็ต่อเข้าไปอีกครับ มีใครสงสัยอะไรไหมครับ

518
00:42:36,554 --> 00:42:39,591
ไม่มีนะ

519
00:42:39,591 --> 00:42:43,345
ช่วงเราแยกกลุ่มเรียน

520
00:42:43,345 --> 00:42:47,345
นะครับ ก็คงไม่ได้ใช้ล่ามออนไลน์แล้ว

521
00:42:48,406 --> 00:42:52,406
นะครับ เพราะว่าเราจะ Move ไปเรียนที่อาคาร 7

522
00:42:53,632 --> 00:42:57,632
นะครับ ก็ใช้ล่ามออนไลน์อีกครั้งหนึ่ง

523
00:43:02,952 --> 00:43:05,778
ก็สัปดาห์หน้า สัปดาห์หน้านะ ถ้าจะใช้น่ะ ถ้าจะใช้ จะบรรยายอีกครั้งเดียวนะครับ อีกครั้งเดียว

524
00:43:05,778 --> 00:43:08,530
พอสัปดาห์ก่อนสอบ

525
00:43:08,530 --> 00:43:12,530
วันที่ 8 วันที่ 8 จะสอบ

526
00:43:13,890 --> 00:43:17,890
วันที่ 8 กันยายน นะครับ สอบ ส่วนวันที่ 1

527
00:43:18,502 --> 00:43:22,502
กันยานี่ยังสอนอยู่นะครับ ก็

528
00:43:23,485 --> 00:43:27,485
ใช้ล่ามอีกนะครับ

529
00:43:28,061 --> 00:43:32,061
เกรงใจล่าม

530
00:43:32,342 --> 00:43:36,342
ไม่ใช่อะไรหรอก วันเดียว มารอ

531
00:43:36,418 --> 00:43:39,999
นะครับ มารอแค่ล่ามครึ่งวันนะครับ

532
00:43:39,999 --> 00:43:43,999
เดี๋ยวอาจารย์จะจัด เดี๋ยวอาจารย์จะ

533
00:43:50,991 --> 00:43:52,800
จัดใหม่นะครับ จะจัดระบบล่ามออนไลน์ใหม่ เพราะ

534
00:43:52,800 --> 00:43:55,369
ว่าทางนั้นก็ขาดล่ามนะครับ แล้วก็จะทำหนังสือนะครับ

535
00:43:55,369 --> 00:43:59,369
หนังสือขอความอนุเคราะห์นะครับ

536
00:44:07,591 --> 00:44:11,591
อย่างเป็นทางการ ต่อไป เราก็จะเป็นล่ามที่จะออนไลน์ ไม่ออนไลน์ ก็ต้องมีหนังสือเอาไว้ให้เรานะครับ มีอะไรจะถาม

537
00:44:12,091 --> 00:44:13,549
ไหมครับ

538
00:44:13,549 --> 00:44:17,549

539
00:44:18,147 --> 00:44:22,147
ถ้าไม่มีนะครับ ก็รวบรวมส่งนะครับ อย่าลืมเอา

540
00:44:30,725 --> 00:44:34,725
คืนนะ อยู่ที่โต๊ะน่ะ ผมตรวจแล้วนะ ก็

541
00:44:34,962 --> 00:44:37,335
รวบรวมส่งไว้ที่โต๊ะ เจอกันสัปดาห์หน้านะครับ

542
00:44:37,335 --> 00:44:41,335

543
00:44:41,692 --> 00:44:45,692

544
00:44:48,093 --> 00:44:52,093
เอามาเลย ส่งมาเลย ส่งได้ ส่งได้

545
00:44:52,547 --> 00:44:54,328
เอามาส่งนะ ใครไม่ส่ง อาจารย์

546
00:44:54,328 --> 00:44:58,328

547
00:45:00,532 --> 00:45:04,532
ส่งมา ทยอยส่งมา ห้อง 2

548
00:45:06,063 --> 00:45:08,297
เขาส่ง 100 เปอร์เซ็นต์เลยนะ ห้อง 2 น่ะ

549
00:45:08,297 --> 00:45:12,297
ห้อง 1 นี่ ยังขาดเยอะนะครับ

550
00:45:20,549 --> 00:46:30,576
[สิ้นสุดการถอดความ]

551
00:45:10,376 --> 00:45:13,423

552
00:45:13,423 --> 00:45:17,423

553
00:45:27,962 --> 00:45:31,962

554
00:45:35,960 --> 00:45:39,960

555
00:45:39,964 --> 00:45:40,718

556
00:45:40,718 --> 00:45:44,718

557
00:45:51,973 --> 00:45:55,972

558
00:45:55,972 --> 00:45:59,972

559
00:45:59,974 --> 00:46:03,974

560
00:46:07,983 --> 00:46:11,983

561
00:46:11,984 --> 00:46:15,984

562
00:46:15,984 --> 00:46:19,984

563
00:46:23,994 --> 00:46:27,994

564
00:46:27,995 --> 00:46:31,995

565
00:46:31,997 --> 00:46:35,997


