--- title: ระบบปฏิบัติการและเทคโนโลยีฯ 25/08/2565 subtitle: date: วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม 2565 เวลา 13.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (อาจารย์พิเชนทร์) ดูนะครับ บทนี้ เรื่องของ เรื่องของการจัดการ CPU นะครับ CPU CPU นะครับ ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญนะครับ ในคอมพิวเตอร์ของเรานะครับ กี่คน ไหนว่ายกเลิกไปแล้ว เคยบอกว่ายกเลิกทั้งเทอมไปแล้วไง ปอยอ่านไลน์อย่างไร เสียเวลาเขา เดี๋ยวจะปฏิบัติแล้ว UPS ใครดัง UPS ดัง UPS มันดัง เสียบปลั๊กเครื่องไหน เครื่องไหน ครับ ก็บทที่ 3 นะครับ เดี๋ยวสัปดาห์หน้าก็อีก 2 บท แล้วก็ก่อนรับปริญญาเราจะสอบ Midterm นะครับ เก็บคะแนน CPU นะครับ เราจะเห็นว่ามันมีความสำคัญนะครับ เป็นหัวใจหลักของคอมพิวเตอร์เลย ดังนั้น การที่เราจะใช้งาน CPU ให้คุ้มค่า ก็เป็นหน้าที่หนึ่งของพวกเรานะครับ ที่ต้องจัดการ จัดการอย่างไรดีนะครับ นี่คือหลักการของการจัดการ CPU นะครับ การจัดการ Processor นะครับ Processor หรือ CPU ตัวเดียวกันนะครับ การเปลี่ยนสถานะของ CPU ถือว่าเป็นมีค่าใช้จ่ายนะครับ ค่าใช้จ่ายในที่นี้ของ CPU นี่ ก็คือเรื่องของเวลานะครับ การทำงานส่วนใหญ่ของ Processor นะครับ ของ CPU นี่ ก็คือเรื่องของเวลานะครับ เราจะทำอย่างไรให้มันใช้งานได้อย่างเต็มที่ อย่างมีประสิทธิภาพ มันก็เป็นหน้าที่ของระบบปฏิบัติการนะครับ ซึ่งตัวของ CPU จะเสียเวลาอยู่ 3 งานนะครับ ก็คือ 1. เก็บค่า Reguster และ ครับสถานะของเครื่อง ก็คือ 1. เก็บค่า Register และ ของเครื่อง คือ เปิดขึ้นมาปุ๊บ ื่อง คือ เปิดขึ้นมาปุ๊บ เก็บไว้แล้วนะครับ เสียเวลาดูอันที่ 1 นะครับ อันที่ 2 คัดเลือก Process ในสถานะพร้อม เพื่อเข้ามาครอบครองตัวมันเอง นี่ก็เสียเวลานะครับ อันที่ 3 โหลดค่า Register และสถานะของเครื่องบน PCB นี่คือ 3 งานที่มันทำให้เกิดการเสียเวลาขึ้นนะครับ หน้าที่อันหนึ่งของระบบปฏิบัติการเลยนะครับ หน้าที่อันหนึ่งเลย นอกจากการจัดการ Process แล้วนะครับ บทที่แล้วนะครับ บทที่ 2 การจัดการ CPU เราจะทำอย่างไร ในการทำงานของ CPU จะมีประสิทธิภาพมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับ CPU ขึ้นอยู่กับตัวของระบบปฏิบัติการด้วยนะครับ เรามาดูกันว่าในการคัดเลือกหา Process เข้ามา Run นะครับ ถือว่าเป็นหน้าที่อันหนึ่งของ OS ซึ่งเราเรียกว่า "การจัดคิวในระยะสั้น" ก็คือหมายความว่าการจัดคิวระยะสั้น หมายถึง การที่มันเลือกเอา Process ที่ต้องการไปครอบครอง CPU ซึ่งการจัดคิวระยะสั้นก็มีหลายรูปแบบนะครับ แบบที่ 1 นะครับ แบบที่ 1 เลย ก็คือการจัดคิวแบบ FCFS นะครับ Fist come Firat service นะครับ คือ Process ไหน มารอคิวก่อน ได้เข้าไปครอบครอง CPU ก่อนนะครับ อันนี้จัดง่ายนะครับ มี Process 10 ตัวเข้ามาเข้าคิว1, 2, 3, 4, 5, 6 ก็เข้าตามคิวที่ตัวเอง ต่อคิวเอาไว้นะครับ แต่ถ้า PrProcess เข้าไปใน CPU แล้วต้องการเข้าไปใช้งานอุปกรณ์ Input Output เช่น ส่งข้อมูลไปที่ Printer นะครับ Process ออกไปปุ๊บ Process ใหม่ก็เข้ามาแทนที่ ก็มาครอบครองแทนนะครับ ใน CPU เรานั้น เข้าไปครอบครองได้ทีละ Process นะครับ ข้อดีจัดคิวง่าย อันนี้ง่ายเลยครับ ไม่ยุ่งยากนะครับ ข้อเสียต้องรอนาน ทำไมต้องรอครับ เนื่องจากว่าตัวของ Process สมมตินะครับ Process A ต้องการเข้าไปครอบครอง CPU 1 วินาที Process B ต้องการ CPU 2 ชั่วโมง Process C ต้องการ 3 วินาที นั่นแสดงว่า Process C ต้องรอถึง 2 ชั่วโมงนะครับ ถึงต้องรอนานนะครับ การจัดคิวแบบที่ 2 เป็นการจัดคิวแบบ RR นะครับ Round Robin นะครับ เป็นการจัดคิวแบบวนลูป วนลูป ก็คือหมายความว่าเข้าไปแล้วนะครับ มีเวลาควอนตัมมาจับนะครับ เป็นการเข้าไปแบบวนลูป แบบ FCFS แบบที่ 1 ไม่มีเวลาควอนตัมนะครับ แบบนี้มีเวลาควอนตัม เวลาควอนตัมคืออะไรครับ จำได้ไหม หายไป 2-3 อาทิตย์ เวลาควอนตัมคืออะไร หูดีตอบหน่อยสิ เวลาควอนตัมคืออะไร อาทิตย์หน้าก็ อีก 2 บท ที่ตัดไปก่อนรับปริญญาสอบนะครับ เวลาควอนตัมคืออะไรครับ เวลาที่ให้ CPU หรือให้ Process เข้าไปครอบครอง CPU ได้นานเท่าไหร่ เช่น 5 วิ (นาที) 10 วิฯ 15 วิฯ ก็ว่าไปนะครับ การจัดคิวแบบที่ 3 นะครับ การจัดคิวแบบลำดับความสำคัญ การจัดคิวแบบนี้ จะดูว่า Process ที่มารอคิวนั้น มีความสำคัญมากน้อยขนาดไหนนะครับ เราจะเป็นคนกำหนดเองครับ ว่า Process มีความสำคัญมาก-น้อยขนาดไหนนะครับ ยกตัวอย่างเช่น ซ้ายมือนะครับ Process A B C D E ลำดับความสำคัญเท่ากับ 10 8 5 4 มันจะเรียงเข้าตามคิวที่มีลำดับความสำคัญมากน้อยนะครับ แต่สังเกตนะครับ พอ Process E เข้ามาต่อคิว Process E มีความสำคัญเท่ากับ 6 มันต้องการคิวแบบใหม่แล้วนะครับ จัดคิวเป็นแบบ A B E C D นะครับ นี่คือการจัดคิวโดยลำดับความสำคัญนะครับ เราจะรู้ได้อย่างไรว่า Process มีความสำคัญ Process ใดไม่มีความสำคัญนะครับ มีสำคัญมากน้อยต่างกันอย่างไร เรามาดูหลักพิจาณานะครับ 1. ผู้ใช้เป็นเจ้าของ Process เป็นคนกำหนดเองนะครับ หรือตัวเราเองนะ กำหนดเองว่า Process ใด มีความสำคัญมาก-น้อยขนาดไหนนะครับ เช่น Process ของผู้ควบคุม หรือผู้ดูแลระบบ มีความสำคัญมากกว่า Process ของ User ธรรมดานะครับ 2. ประเภทของ Process นะครับ ประเภทของ Process Process ที่มีความอยู่ในโหมดของแบบ... มักมีความสำคัญน้อยกว่าโหมดโต้ตอบ โหมดแบตช์คืออะไรครับ โหมดแบตช์ คือ การทำงานเป็นลำดับขั้นนะครับ ผมยกตัวอย่างเช่นนะ สมมตินะ สมมตินะ เราเขียนเกม เรากำหนดว่าอยู่ในโหมดของแบตช์ เรายิงระเบิดออกไป 2 วันถึงรู้ว่าระเบิดโดนฝั่งตรงข้ามหรือเปล่านะครับ มันจะประมวลผลเป็นลำดับขั้ยตอนไปเรื่อย ๆ แต่ถ้าโหมดโต้ตอบ ยิงปุ๊บสวนปั๊บ เหมือนเกมนะครับ หรือเอาตัวอย่างหนึ่ง เช่น อุบลนะ อุบลนี่ ผมเดินมา เขกหัวอุบลเลย ถ้าอยู่ในโหมดแบตช์ อุบลจะคิดว่าเพราะอะไร อาจารย์ถึงมาเขกหัวผม แล้วอุบลก็คิดต่อไปว่าเจ็บ เจ็บแล้วไปหาหมอ อะไรประมาณนี้นะครับ เป็นขั้นเป็นตอนไป แต่ถ้าเป็นในโหมดโต้ตอบ ผมเขกหัวอุบลปั๊บ อุบลสวนกำปั้นมาปั๊บ นี่คือโหมดของการแบบโต้ตอบนะครับ ดังนั้น การเขียนโปรแกรมในคอมพิวเตอร์เรานะครับ มันมีอยู่หลายโหมดนะครับ ดังนั้น โหมดโต้ตอบมักจะมีความสำคัญมากกว่าโหมดแบตช์ เพราะแบตช์ต้องรอประมวลผลนะครับ วิธีการพิจารณาลำดับความสำคัญ อันที่ 3 ก็คือถ้าเราอยากรู้ว่า Process ใดสำคัญกว่ากัน ผู้ใช้ยอมจ่ายสตางค์ เราเคยสังเกตไหมครับ บางทีเราเปิดเว็บไซต์ บางทีเราเปิดขึ้นมา เว็บไซต์บางเว็บไซต์เป็นรูปกากบาท เคยเห็นไหม เคยสังเกตไหม โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับการศึกษาช้าไหมครับ เช่น เว็บ (ไซต์)หมาวิทยาลัยเรานี่ บางทีเปิดเข้าพร้อม ๆ กัน หลาย ๆ คน หลาย ๆ พันคน เอาง่าย ๆ ตอนนี้เราปริญญาใช่ไหม รับปรญญาเปิดเข้าลงทะเบียนพร้อม ๆ กัน เป็นอย่างไรครับ ล่มไหม เข้าแทบไม่ได้เลยนะครับ ผมเคยบอกนักศึกษา แล้วก็บอกมาทุกรุ่นนะ การเขียนโปรแกรม ให้เราไปดูการเขียนโปรแกรมของเว็บฯ โป๊ ไม่ให้ไปดูเว็บฯ โป๊นะ ไปดู Code ของ Sorce ของเว็บฯ โป๊ ทำไมเขียนแล้วมันขึ้นเร็วจัง ทั้งภาพเครื่อนไหว ทั้งภาพนิ่ง ภาพทุกอย่างนะ สังเกตนะ แต่พอเราเวลาเราไปเขียนเว็บฯ ของเรา พอเราขึ้นไปปุ๊บ เป็นอย่างไรครับ ช้า บางทีไม่เห็น บางทีไม่มี เพราะอะไรครับ เพราะเราไม่จ่ายสตางค์ เว็บฯ นี่ พวกเว็บการพนันง่าย ๆ เว็บฯ การพนันตัวดีเลย เห็นไหมขึ้นทุกที่ เว็บการพนันเขาสามารถทำให้มันเร็วได้ เพราะเขาไปเช่าพื้นที่ เขายอมเสียสตางค์เยอะ นี่คือมีความสำคัญมากในระบบนะครับ มีใครเคยเข้าไปดูไหม เข้าไปดูแล้วอย่าไปเล่นนะ ผมเคยสอนนักศึกษาเข้าไปดู ให้ไปดูโค้ดของมันว่าเขาเขียนอย่างไรนะครับ แล้วเราเอามาเขียนตามนะครับ อันที่ 4 นะครับ วิธีการพิจารณา อันที่ 4 ก็คือเวลานะครับ ระยะเวลาที่ Process นั้นอยู่ในระดับนะครับ ถ้า Process ใด อยู่ในระบบนาน นั่นแสดงว่ามันมีความสำคัญนะครับ เช่น Process ของอะไรครับ เราเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมาปุ๊บ Process ที่ Run ก่อนเพื่อนเลย คือ Process ระบบปฏิบัติการ มันจะรันก่อนเพื่อนเลย นั่นแสดงว่ามันมีความสำคัญมากนะครับ ถ้าเราไม่เชื่อเราก็ลองไปลบนะครับ ลบออก ลบระบบปฏิบัติการออกจากเครื่อง เครื่องเราก็จะทำงานไม่ได้นะครับ นอกจากโปรแกรมระบบปฏิบัติการแล้ว ระบบอะไรอีกครับ ที่มันอยู่ในระบบนาน ๆ เลย โปรแกรมอะไรครับ ลองนึกดูสิ เปิดขึ้นมาแล้วมีตลอดเห็นตลอดอย่างนี้ นอกจากระบบปฏิบัติการแล้ว อะไรอีก โปรแกรมอะไร เติมอะไรเอ่ย โปรแกรม Antivirus ส่วนมากทุกเครื่องจะลง Anti นะครับ Antivirus ก็จะมีทั้งใช้ฟรี เสียสตางค์ ผมแนะนำนะครับ ว่า อย่าไปโหลดโปรแกรมที่บอกว่าใช้ฟรีตลอดชีวิตนะครับ ใช้ฟรีตลอดชาติ เขาเขียนไว้นะ ไอ้ตัวนั้นล่ะครับ ตัวดีครับ เป็นไวรัส ยอมเสียเงิน 500 1,000 นะครับ ผมเคยโดนมาแล้วนะครับ ก็คือไม่ยอมเสียสตางค์ เพราะใช้ฟรี ใช่ฟรีมาตลอด สุดท้ายตัวมันเอง เป็นไวรัสเองนี่คือการจัดคิวแบบเรียงลำดับความสำคัญนะครับ ผู้ใช้กำหนดเองนะครับ อยู่ในระบบนาน ๆ นะครับ ยอมจ่ายตังเพิ่มมขึ้นนะครับ ประเภทของ Process นะครับ ทีนี้มาดูการจัดคิวแบบที่ 4 นะครับ แบบที่ 4 การจัดคิวแบบ SJN นะครับ Shortest job next เป็นอย่างไรการจัดคิวแบบนี้ การจัดคิวแบบนี้เขาบอกเป็นการคัดเลือก Process ด้วยวิธีการเลือกเอา Process ที่ต้องการเวลาน้อยที่สุด Process มารอคิว 1 2 34 5 มันจะคำนวณว่าเข้าไปใน CPU แล้วเข้าไปครอบครอง CPU แล้วต้องการเวลาน้อยที่สุด เช่น process A ต้องการใช้ 5 วินาที Process B ต้องการใช้ 6 วินาที Process C ต้องการใช้ 10 วินาที กำหนดเวลาควอนตัม ไว้ที่5 วิ (นาที)นะครับ Process ที่ต้องการเวลาน้อยที่สุดคืออะไร ครับ คืออะไร เอ่ย Process A หรือ B หรือ C A B C Process อะไรครับ Process ที่ต้องการเวลาน้อยที่สุด ชื่อก็บอกแล้วต้องการเวลาน้อยที่สุดเป็น Process A นะครับ การจัดคิวแบบที่ 5 นะครับ แบบที่ 5 การจัดคิวแบบ SRTการจัดการ การจัดคิวแบบ SRT นี้ จะคล้าย ๆ กับการจัดคิวแบบ SJN แต่ SRT จะเลือกเอา Process ที่เหลือเวลาน้อยที่สุด จากตัวอย่างเมื่อกี้Process A ต้องการ 1 วิฯ Process B ต้องการ 5 วิ Process C ต้องการ 8 วิสมมตินะ การจัดคิวแบบ SRT จะเลือกเอา ฉญ๊ mujgs]nvg;]kohvเมื่อมันเข้าไปครอบครอง CPU แล้ว Process A ใช้ 1 วิ หรือว่า 4 วิ ใช่ไหม เพราะเวลาควอนตัมกำหนดไว้ 5 วิ Process A ต้องการ 5 วิฯ เข้าไป 5 วิ ควอนตัม 5 วิฯ เหลือ 0 Process ต้องการ 8 เเข้าไปยังเหลือ 3 ครบ 3 ก็คือจะเอา Process B นะครับ ต่างกันนะครับ SRT เหลือเวลาน้อยที่สุด แต่ SJN ต้องการเวลาน้อยที่สุดนะครับ 6. การจัดคิวแบบหลายระดับ เมื่อกี้เป็นระดับเดียวนะครับ ดูรูปประกอบเลยนะครับ เห็นไหมครับ CPU การจัดคิวแบบระดับเดียวข้างบน เห็นไหมครับ นี่ข้างบน การจัดคิวแบบหลายระดับ คิวที่ 1 คิวที่ 2 คิวที่ nถ้าเกิดการจัดคิวแบบนี้ แบบหลายระดับ ก็เป็นลักษณะของการทำงานหลายโปรแกรมนะครับ ต่อมาเรื่องของ การจัดคิวในระยะยาวนะครับ การจัดคิวระยะยาว ต่างกับการจัดคิวระยะสั้นไหม ในระยะยาวนั้นเป็นการจัดคิวในระยะที่ไม่เกิดขึ้นในการจัดคิวแบบ Round-robin เพราะการจัดคิวระยะยาว เข้าไปครอบครอง CPU แล้วต้องจบนะครับ ต้องจบ แต่มันไม่จบนะครับ Round-robin ไม่จบการจัดคิวในระยะยาวจะไม่เกิดขึ้นเลยกับการจัดคิวแบบ round-robin แต่ส่วนอื่นเหมือนกันนะครับ คราวนี้มาดูระบบหลาย Processor นะครับ หลาย Processor ช่วงรับปริญญาวางแผนไว้กันไว้หรือยังครับ ไม่ได้มาเรียนกันเกือบเดือนเลยนะครับ เราจะปิดกันตั้งแต่นู่นน่ะ วันที่ 9 9, 10, 11 12 ก็เข้ามามหาวิทยาลัยไม่ได้แล้วนะครับ ตึกนี้ก็จะไม่ใช่ของเราแล้วนะครับ แล้วก็ยาวจนถึงโน่นน่ะ วันที่ 23 นู่นน่ะ กันยา ปิดเทอมน้อยนะ ปิดเทอมน้อยนะครับ เราก็ เขาให้เราอยู่ไหม อยู่หอไหมอุบล ยังไม่รู้ใช่ไหม ยังไม่ประกาศใช่ไหม มันคงไม่อยู่แล้วมั้งใช่ไหมนะ ตั้ง 10 วันก่อน 1 อาทิตย์ 20 วันนะครับ รับปริญญา แต่ปีนี้ก็ค่อนข้างโชคดีนะครับ ก็เราคงไม่รับดึก ดึกมาก ก้คง 4 โมงเย็น 5 โมงเย็น น่นะครับ เราดูรุ่นพี่เราแล้วกันนะครับ จบแล้วรับปริญญา รุ่นพี่ที่เป็นเด็กหูหนวกเรา 2 คนใช่ไหม ใช่ไหมพลอย 2 คนไอ้น้ำหวาน น้ำหวานกับออฟ ไอ้รุ่นพลอยนี่ปีถัดไปใช่ไหม ถัด... ยังไม่ถึงนะครับ ก็คงต้องถามล่ะนะ ว่ามารับแล้วรับคนสุดท้ายไหม หรือว่าจะรับปกติ เพราะว่าอาจารย์มี อาจารย์เป็นฝ่ายอยู่ข้างในหอประชุมนะ แล้วไม่รู้ว่าไอ้นวัตกรรมน่ะ กี่คน จำได้ไหม ปุ๋ยจำได้ไหม ที่จบไป มันต้องรับด้วยกันนะ แค่นั้นใช่ไหม เพราะว่าไอ้นวัตกรรมรุ่นพลอยใช่ไหม ยังใช่ไหม ไม่ใช่อะไรหรอก เดี๋ยวอาจารย์ต้องวางแผนว่าเข้าหอประชุมนะครับ ต้องมีล่ามนะครับ มีล่ามในหอประชุม แต่อาจารย์ก็ใช้อาจารย์เกวลี เบนซ์ อาจารย์ธิดารัตน์ ก็เพิ่งภาษามือได้อยู่นะครับ ดูนะครับ ดูต่อ ระบบหลายโปรแกรม หรือระบบหลาย Processor หรือระบบหลาย CPU วิธีการนะครับ ก็คือในการทำงานในคอมพิวเตอร์นั้น ถ้ามี CPU ตัวเดียวก็ทำตัวเดียว ถ้ามีหลายตัวก็ทำหลายตัว ทำคู่ขนานกันไป คราวนี้ระบบ Processor นะครับ ดังต่อไปนี้นะครับ ระบบคอมพิวเตอร์ประเภท SISD Single instruction single data นะครับ คอมพิวเตอร์ที่ใช้งานทั่ว ๆ ไป ก็คือเครื่องพวกนี้นะครับ มี CPU 1 ตัว มีหน่วยความจำ 1 ชุด มีคำสั่ง 1 คำสั่ง มีผลลัพธ์ 1 ผลลัพธ์มีข้อมูลชุดเดียว ก็คือคอมพิวเตอร์ทั่ว ๆ ไปที่ตั้งอยู่ข้างหน้าเรานี่ล่ะ Notebook ก็ใช่นะครับ การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์แบบนี้นะครับ เป็นการทำงานรัทีละคำสั่ง คำสั่ง คำสั่ง ทำงานเข้าไปนะครับ ประเภทที่ 2 ระบบคอมพิวเตอร์ประเภท MISD MISD MISD นี้ ที่มี CPU 2 ตัวขึ้นไปนะครับ ทำงานคู่ขนานกันนะครับ มีคำสั่ง Execute เป็นของตัวเอง มีข้อมูลเป็นของตัวเองนะครับ มีคำสั่งเห็นไหมครับ คำสั่งที่ 1 2 3 I คือ คำสั่งนะครับ D คือ ข้อมูล มีหลายคำสั่ง มีข้อมูลชุดเดียวกันนะครับ ดูตัวอย่างการทำงาน ถ้าเป็นการคำนวณหาฟังก์ชัน X นะครับ ในระบบคอมพิวเตอร์แบบ SISD ก็คือทำงานหาค่า X ยกกำลัง 2 คูณผลลัพธ์จากข้อ 1 ด้วย 2 เพิ่มค่าผลลัพธ์จากข้อ 2 และ 4 มันทำงานทีละคำสั่งนะครับ แต่ถ้าเป็นระบบคอมพิวเตอร์ประเภท MISD นะครับ คำสั่งที่ 1 ยกกำลัง 2 คำสั่งที่ 2 คูณ 2 คำสั่งที่ 3 คูณ 4 ได้ผลลัพธ์ออกมาเลย นี่คือหาค่า x 2 ตัวนี้ CISD MISD ทำงานเร็วกว่านะครับ คือ ช่วยกันทำงาน ว่าง่าย ๆ CPU หลายตัวช่วยกันทำงานนะครับ ประเภทที่ 3 ระบบคอมพิวเตอร์ประเภท SIMD นะครับ คอมพิวเตอร์ประเภทนี้ มีคำสั่ง คำสั่งเดียว เห็นไหมครับ คำสั่งเดียวเลย แต่มีข้อมูลหลายชุด เป็นคอมพิวเตอร์ประเภทที่ใช้คำนวณเมทริก คำนวณด้านคณิตศาสตร์ประเภทสุดท้าย ประเภทที่ 4 นะครับ ประเภทที่ 4 ระบบคอมพิวเตอร์ประเภท MIMD MIMD นะครับ เป็นการทำงานของคอมพิวเตอร์หลาย ๆ ตัวทำงาน มีคำสั่งของใครของมัน มีข้อมูลเป็นของใครของมัน หรือจะเรียกง่าย ๆ ว่าเป็นคอมพิวเตอร์ ประเภท SISD แต่ละตัวนะครับ MIMD มันทำงานอย่างไรครับ MIND ทำงานอย่างไรครับ MIMD ก็คือเครื่องใครเครื่องมันนะครับ แต่ทำงานเชื่อมโยงหากันนะครับ งงไหมครับ MIMD เครื่องนี้เป็นแบบ SISD SISD แต่มาเชื่อมต่อเข้าหากัน กลายเป็น MIMD นะครับ เมื่อมันมี CPU หลายตัวนะครับ มาทำงานด้วยกันนะครับ ตัวของระบบคอมพิวเตอร์ MIMD นั้น ทำงานอิสระต่อกันเลยนะครับ จึงต้องมีกลไกทำงานประสานงานกันนะครับ เราเรียกว่า การเชื่อมโยง มาดูการเชื่อมโยง มีอยู่ 2 ประเภทนะครับ 1. การเชื่อมโยงอย่างหลวม ก็คือมี CPU แต่ละตัว มีหน่วยความจำหลัก และหน่วยความจำรองเป็นของตัวเอง และติดต่อกันผ่านช่องทางสื่อสารร่วม เป็นอย่างไรครับ ช่องทางสื่อสารร่วม ก็คือผ่านพอร์ต ผ่านสายแลนนะครับ ผ่าน Wi-Fi นะครับ นี่มี CPU เป็นของตัวเอง มีหน่วยความจำเป็นของตัวเอง ติดต่อผ่านหน่วยความจำร่วม การติดต่ออย่างนี้ อย่างแน่นนะครับ ก็ก่อให้เกิดการใช้งานแบบคอมพิวเตอร์เครือข่ายนะครับ การเชื่อมโยงอย่างแน่นนะครับ มาดูอันที่ 2 การเชื่อมโยงอย่าแน่น หมายถึง CPU มีการใช้หน่วยความจำร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นะครับ นี่ CPU ตัวที่ 1 ตัวที่ 1 ตัวที่ 2 ตัวที่ 3 มีหน่วยความจำเป็นของตัวเอง ใช้หน่วยความจำร่วมกันนะครับ เห็นไหมครับ รูปครับ การทำงานในระบบหลายโปรแกรม หลายระบบหลาย Processor นะครับ หรือหลาย CPU มีวิธีการควบคุม ถ้าเป็นอิสระ เป็นแบบอย่างแน่นนะครับ อย่างแน่น อิสระ การทำงานอิสระนั้น ในการเชื่อมโยงอย่างหลวมจะมีการทำงานที่ส่งข้อมูลอย่างเดียวนะครับ วิธีการควบคุมอีกแบบหนึ่งนะครับ รูปแบบหนึ่ง ก็คือที่เรามักใช้กันนะครับ ในระบบเชื่อมโยงอย่างแน่น ก็คือการให้ CPU ตัวหนึ่งเป็นมาสเตอร์นะครับ เป็นมาสเตอร์ เห็นไหมครับ ถ้าเป็นอย่างหลวม อย่างหลวม ก็ CPU เครื่องนี้ CPU เครื่องนี้ CPU เครื่องนี้ เครื่องนี้ เวลาจะเชื่อมโยงกันทำอย่างไร ติดต่อผ่านสาย นึกออกไหม นึกออกไหม ติดต่อกันผ่านสายผ่านระบบเครือข่าย แต่ถ้าเป็นการเชื่อมโยงอย่างแน่น หมายความว่าในเมนบอร์ดเรานั้นมี CPU มากกว่า 1 ตัว 1 2 3 4 5 อยู่ใน Mainboard เดียวกันนะครับ CPU ตัวที่ 1 เขาจะกำหนดไว้เป็น Master CPU ตัวที่ 2 จะถูกกำหนดเป็น Saleve ก็คือในคอมพิวเตอร์เครื่องนี้นะครับ เครื่องข้างหน้าอาจารย์นี่ มี CPU อยู่ 2 ตัว หรือ 3 ตัว หรือ 4 ตัว การให้มันจะเชื่อมโยงหากันมันจะใช้ระบบ Master served พอเราทำงานไปสักระยะหนึ่ง Master เริ่มมีปัญหา เริ่มทำงานน้อยลง ความร้อนเยอะขึ้น มันก็สลับตัวของ Served มาเป็น Master แทน ถ้าระบบปฏิบัติการทำได้ขนาดนี้เ ราเรียกว่า "ระบบ สมมาตร" นะครับ งงไหม ระบบสมมาตร ก็คือการที่ตัวของคอมพิวเตอร์นี่นะครับ กำหนดเป็นระบบมาสเตอร์สเลฟ CPU 5 ตัว ตัวที่ 1 เป็น Master 2 3 4 5 เป็น slave แต่ถ้าทำงานไปสักระยะหนึ่งแล้ว ปรากฏว่าตัวของมาสเตอร์นี่ทำงานหนักมาก ระบบปฏิบัติการเอง สามารถสลับเปลี่ยนให้เป็นตัวมาสเตอร์เป็นตัวสเลฟ ตัวสเลฟเป็น เราเรียกระบบนี้ว่า "ระบบสมมาตร" นะครับ ถามว่าทุกวันนี้ทำได้หรือยัง ทำได้แล้วนะครับ นี่คือหลักการของการจัดการ CPU นะครับ จบบทที่ 3 นะครับ มีใครจะถามไหม เหลืออีก 1 สัปดาห์นะ สัปดาห์หน้าเราก็นะครับ 2 บทจบ อย่าลืมว่าเทอมนี้ยัง... เพราะว่าห้องแล็บเรายังไม่สมบูรณ์นะครับ เพราะว่าตึก 7 อาคาร 7 ห้องยังไม่เสร็จ เราไม่ต้องตกใจนะครับ ว่าเทอมนี้ได้เรียนน้อยนะครับ เทอมหน้าเจอกันอีก 1 วิชา เทอมหน้าจะเป็นวิชาต่อยอดจากวิชานี้ ก็คือวิชาซ่อมบำรุงนะครับ เทอมนี้เรากำหนดไว้ว่า ครูต้องการให้เรารู้จัก Concept ของระบบปฏิบัติการว่าเป็นอย่างไร แล้วก้สามารถลงโปรแกรมระบบปฏิบัติการได้ หลังจากงานรับปริญญานะครับ ผมจะแยกกลุ่มเรียนนะครับ ผมจะทำตารางออกมาให้นะครับ ว่าเอากลุ่มละ... ห้อง 2 นี่ทั้งห้องเลยนะ 8 คน 8 คนนะครับ 8 คน ส่วนห้อง 1 ก็ 8... 8 x 8 16 x 16 = 32 กี่คน ห้อง 1 34 ใช่ไหม ก็ประมาณกลุ่มละ 8 คน มี 2 กลุ่ม 9 คน นะครับ พอเราแบ่งกลุ่มเรียนแล้ว ผมจะสอนวิธีการว่า เราจะลง OS อย่างไรนะครับ พอสอนแยกสอนกลุ่มเสร็จปุ๊บ ตอนแยกสอนกลุ่มก็จะสอบด้วยนะครับ สอบปฏิบัตินะครับ ทำให้มันเป็นนครับ เทอมที่ 1 ปี 1 เทอมนี้ยังไม่คาดหวังอะไรเยอะนะครับ ส่วนปี 1 เทอม 2 ก็ต่อเข้าไปอีกครับ มีใครสงสัยอะไรไหมครับ ไม่มีนะ ช่วงเราแยกกลุ่มเรียนนะครับ ก็คงไม่ได้ใช้ล่ามออนไลน์แล้วนะครับ เพราะว่าเราจะ Move ไปเรียนที่อาคาร 7 นะครับ ก็ใช้ล่ามออนไลน์อีกครั้งหนึ่ง ก็สัปดาห์หน้า สัปดาห์หน้านะ ถ้าจะใช้น่ะ ถ้าจะใช้ จะบรรยายอีกครั้งเดียวนะครับ อีกครั้งเดียว พอสัปดาห์ก่อนสอบวันที่ 8 วันที่ 8 จะสอบวันที่ 8 กันยายน นะครับ สอบ ส่วนวันที่ 1 กันยานี่ยังสอนอยู่นะครับ ก็ใช้ล่ามอีกนะครับ เกรงใจล่าม ไม่ใช่อะไรหรอก วันเดียว มารอนะครับ มารอแค่ล่ามครึ่งวันนะครับ เดี๋ยวอาจารย์จะจัด เดี๋ยวอาจารย์จะจัดใหม่นะครับ จะจัดระบบล่ามออนไลน์ใหม่ เพราะว่าทางนั้นก็ขาดล่ามนะครับ แล้วก็จะทำหนังสือนะครับ หนังสือขอความอนุเคราะห์นะครับ อย่างเป็นทางการ ต่อไป เราก็จะเป็นล่ามที่จะออนไลน์ ไม่ออนไลน์ ก็ต้องมีหนังสือเอาไว้ให้เรานะครับ มีอะไรจะถามไหมครับ ถ้าไม่มีนะครับ ก็รวบรวมส่งนะครับ อย่าลืมเอาคืนนะ อยู่ที่โต๊ะน่ะ ผมตรวจแล้วนะ ก็รวบรวมส่งไว้ที่โต๊ะ เจอกันสัปดาห์หน้านะครับ เอามาเลย ส่งมาเลย ส่งได้ ส่งได้ เอามาส่งนะ ใครไม่ส่ง อาจารย์ ส่งมา ทยอยส่งมา ห้อง 2 เขาส่ง 100 เปอร์เซ็นต์เลยนะ ห้อง 2 น่ะ ห้อง 1 นี่ ยังขาดเยอะนะครับ [สิ้นสุดการถอดความ]