﻿1
00:00:03,891 --> 00:00:07,891

2
00:00:11,784 --> 00:00:11,786

3
00:00:11,786 --> 00:00:15,782

4
00:00:15,782 --> 00:00:19,781

5
00:00:19,781 --> 00:00:23,781

6
00:00:23,785 --> 00:00:27,783

7
00:00:27,783 --> 00:00:31,782

8
00:00:31,782 --> 00:00:35,782
(อาจารย์สุธาสินี) ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะ

9
00:00:35,783 --> 00:00:39,783
ได้ยินครูนะ คราวที่แล้ว

10
00:00:39,783 --> 00:00:43,783
นะคะ เราพูดถึงในเรื่องของ

11
00:00:43,787 --> 00:00:47,784
... เหมือนล่ามไม่ได้ยินเลย อ๋อ ค่ะ

12
00:00:47,784 --> 00:00:51,784
คราวที่แล้วเราพูดถึงเรื่อง List นะ List

13
00:00:51,784 --> 00:00:55,784
เราก็ทำข้อสอบไปแล้วนะคะ

14
00:00:55,789 --> 00:00:59,781
เรื่อง List

15
00:00:59,781 --> 00:01:03,781

16
00:01:03,792 --> 00:01:07,782

17
00:01:07,782 --> 00:01:11,781
ได้ไหมคะ

18
00:01:11,781 --> 00:01:15,781

19
00:01:15,781 --> 00:01:19,781
ได้ยินไหมคะ

20
00:01:19,784 --> 00:01:23,782
ยังไม่ได้ยิน

21
00:01:23,782 --> 00:01:27,781

22
00:01:27,781 --> 00:01:31,781

23
00:01:31,781 --> 00:01:35,781

24
00:01:35,792 --> 00:01:39,781

25
00:01:39,781 --> 00:01:43,781

26
00:01:43,795 --> 00:01:47,782

27
00:01:47,782 --> 00:01:51,781

28
00:01:51,781 --> 00:01:55,781
คราวที่แล้วนะคะ เราพูดถึงเรื่อง List นะ ทุกคน

29
00:01:55,799 --> 00:01:59,786
จำได้นะคะ อันนี้คือ List นะ ที่ครูยกตัวอย่างมาให้

30
00:01:59,786 --> 00:02:03,786
List ตัวนี้มีขนาดเท่ากับเท่าไหร่

31
00:02:03,801 --> 00:02:07,786
มีขนาดเท่าไหร่ ขนาด คือ

32
00:02:07,786 --> 00:02:11,784
มีจำนวนเท่าไร มี 5 คนอื่นมีเท่าไหร่คะ

33
00:02:11,784 --> 00:02:15,782
5 โอเค 5 นะคะ

34
00:02:15,782 --> 00:02:19,782
ลิสต์ที่เราเห็นในหน้าจอตรงนี้

35
00:02:19,784 --> 00:02:23,784
จะมีอยู่ 5 ตัวถูกไหมคะ มีข้อมูลอยู่ 5 ตัว

36
00:02:23,787 --> 00:02:27,782
มี 1 มี 2 มี 3 มี 4

37
00:02:27,782 --> 00:02:31,782
แล้วก็มี 5 มีทั้งหมด 5 ตัวนะคะ คราวนี้

38
00:02:31,784 --> 00:02:35,784
เรารู้ได้อย่างไรว่ามันคือ List เห็น

39
00:02:35,784 --> 00:02:39,784
ก้ามปูเปิด-ก้ามปูปิดไหมคะ

40
00:02:39,793 --> 00:02:43,787
เป็นสัญลักษณ์ที่บอกว่าการเก็บข้อมูลลักษณะ

41
00:02:43,787 --> 00:02:47,787
แบบนี้มีชื่อเรียกว่า "List" นะคะ

42
00:02:47,787 --> 00:02:51,787
จะเก็บค่าของข้อมูล

43
00:02:51,798 --> 00:02:55,782
ใน List Index

44
00:02:55,782 --> 00:02:59,782
ก็คือหมายเลขถูกไหมคะ ก็คือหมายเลขของข้อมูล

45
00:02:59,786 --> 00:03:03,782
เราเริ่มต้นที่หมายเลขอะไรเอ่ย

46
00:03:03,782 --> 00:03:07,782
พอเราวาดเป็นช่องใช่ไหมคะ

47
00:03:07,786 --> 00:03:11,783
ใน List นี่ ถ้าเราลองวาด

48
00:03:11,783 --> 00:03:15,783
การจัดเก็บนะ ก็จะเป็น 1

49
00:03:15,787 --> 00:03:19,782

50
00:03:19,782 --> 00:03:23,782
แล้วก็จะเก็บข้อมูลลงไปในช่องแบบนี้

51
00:03:23,784 --> 00:03:27,784
นะคะ หมายเลขช่องหรือว่า

52
00:03:27,787 --> 00:03:31,787
Index ตัวแรก เราจะเริ่มต้นที่ตรงไหน

53
00:03:31,789 --> 00:03:35,784
ตรงนี้ Index เราจะเริ่มที่เราไรเอ่ย

54
00:03:35,784 --> 00:03:39,784
0 นะ ใช่ไหมคะ

55
00:03:39,784 --> 00:03:43,784
1 2 3 แล้วก็ 4

56
00:03:43,784 --> 00:03:47,784
ก็คือหมายเลขช่อง ถ้าเราวาดรูปให้

57
00:03:47,790 --> 00:03:51,790
เป็นรูปสี่เหลี่ยมในการจัดเก็บข้อมูล แล้วเวลาครูเข้าถึง

58
00:03:51,790 --> 00:03:55,788
ข้อมูลที่อยู่ในลิสต์ ตอนนี้

59
00:03:55,788 --> 00:03:59,788
ครูตั้งชื่อลิสต์ตัวนี้มีชื่อว่า x

60
00:03:59,788 --> 00:04:03,784
x index 3

61
00:04:03,784 --> 00:04:07,783
ตอบเท่ากับเท่าไหร่เอ่ย index

62
00:04:07,783 --> 00:04:11,783
เป็น 3 ตัวนี้ตอบ 4 ใช่

63
00:04:11,784 --> 00:04:15,784
ตรงนี้ต้องตอบว่า 4 นะคะ ทุกคนจำได้นะ

64
00:04:15,785 --> 00:04:19,783
แล้วถ้า x

65
00:04:19,783 --> 00:04:23,783
เราต้องการหลาย ๆ ค่า 2 จนถึง 4

66
00:04:23,787 --> 00:04:27,784
จะตอบเท่าหับเท่าไหร่คะ

67
00:04:27,784 --> 00:04:31,783
3 กับ...

68
00:04:31,783 --> 00:04:35,783
3 กับอะไรเอ่ย 4 ใช่ไหม

69
00:04:35,785 --> 00:04:39,785
คือ 3 กับ 4 นะ มันเริ่มต้นที่ 2 ใช่ไหมคะ ก็คือ

70
00:04:39,789 --> 00:04:43,788
เริ่มต้นที่ตัวนี้

71
00:04:43,788 --> 00:04:47,788
4 แล้วก็ลดลงมา 1 ช่อง ก็จะได้ข้อมูลตัวนี้

72
00:04:47,802 --> 00:04:51,783
ก็คือ 3 กับ 4

73
00:04:51,783 --> 00:04:55,783
คราวนี้ แล้วเราเอาลิสต์

74
00:04:55,784 --> 00:04:59,784
มาทำอะไรนะคะ เราเก็บข้อมูล

75
00:04:59,785 --> 00:05:03,785
ในรูปแบบลิสต์ แล้วเราเอามาใช้ทำอะไรนะคะ

76
00:05:03,786 --> 00:05:07,786
วันนี้เราจะพูดถึงโครงสร้างอีกแบบหนึ่ง

77
00:05:07,788 --> 00:05:11,785
ที่มีชื่อว่า Stack นะ

78
00:05:11,785 --> 00:05:15,784
Stack นะคะ ตัวนี้

79
00:05:15,784 --> 00:05:19,784
จะใช้วิธีการเก็บข้อมูลแบบลิสต์

80
00:05:19,787 --> 00:05:23,787
นะคะ แล้วลักษณะแบบไหน

81
00:05:23,803 --> 00:05:27,790
ที่เราจะเรียกว่า "Stack" นะคะ ดูด้วยกัน

82
00:05:27,790 --> 00:05:31,784
เขาบอกว่า Stack

83
00:05:31,784 --> 00:05:35,784
ก็คือการที่เราใส่ข้อมูลเข้าไปแล้วก็ดึงออกมา

84
00:05:35,789 --> 00:05:39,788
นะคะ แล้วข้อมูล

85
00:05:39,788 --> 00:05:43,786
ที่ถูกใส่เข้าไปใน Stack ก่อน จะถูก

86
00:05:43,786 --> 00:05:47,786
เอาออกมาใช้ทีหลัง อันนี้คือ

87
00:05:47,786 --> 00:05:51,786
วิธีการเก็บข้อมูลแบบ Stack หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า

88
00:05:51,789 --> 00:05:55,785
เข้าทีหลังออกก่อน

89
00:05:55,785 --> 00:05:59,785
เข้าก่อนออกทีหลัง ความหมายเหมือนกัน

90
00:05:59,787 --> 00:06:03,785

91
00:06:03,785 --> 00:06:07,785
ยกตัวอย่างเช่น ทุกคนเคย

92
00:06:07,794 --> 00:06:11,794
ไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวไหมคะ ทุกคนเคยไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวนะ

93
00:06:11,794 --> 00:06:15,789
แล้วเห็นถ้วยก๋วยเตี๋ยวก่อนที่เขาจะ

94
00:06:15,789 --> 00:06:19,786
เอามาใส่เส้น ใส่เครื่องปรุง ใส่หมูให้เรา

95
00:06:19,786 --> 00:06:23,786
ชามก๋วยเตี๋ยวมันเรียงขึ้นไปแบบนี้

96
00:06:23,788 --> 00:06:27,788
ใช่ไหมคะ เวลาแม่ค้าเขาจะเอาจามก๋วยเตี๋ยวมาใส่ให้เรา

97
00:06:27,789 --> 00:06:31,789
เขาเอาชามที่อยู่

98
00:06:31,791 --> 00:06:35,788
ข้างบนหรือชามที่อยู่ข้างล่าง

99
00:06:35,788 --> 00:06:39,788
เอาชามข้างบนหรือข้างล่างคะ ข้างบน

100
00:06:39,791 --> 00:06:43,786
เขาเอาข้างบนมาทำให้เรา

101
00:06:43,786 --> 00:06:47,786
แล้วเวลาเขาล้างจานเสร็จแล้วนี่ เอาจาน

102
00:06:47,788 --> 00:06:51,788
มาซ้อนข้างล่างหรือซ้อนข้างบน ซ้อนข้างบน

103
00:06:51,788 --> 00:06:55,786
ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น จานที่

104
00:06:55,786 --> 00:06:59,786
อยู่บนสุดจะถูกเอาออกมาใช้ก่อน

105
00:06:59,787 --> 00:07:03,787
และจากที่อยู่บนสุดนะคะ จะถูก

106
00:07:03,787 --> 00:07:07,787
เอาเข้ามาเก็บทีหลัง อันนี้คือรูปแบบ

107
00:07:07,789 --> 00:07:11,789
ของ Stack เช่นนะคะ เช่น ๆ

108
00:07:11,790 --> 00:07:15,789
สมมติครูมีกระดาษ 1 แผ่นนะ

109
00:07:15,789 --> 00:07:19,789
ครูมีกระดาษอยู่ 1 แผ่น ทุกคนดูนะคะ

110
00:07:19,789 --> 00:07:23,787
ครูจะใส่กระดาษแผ่นที่ 2

111
00:07:23,787 --> 00:07:27,787
เห็นไหมคะ ครูซ่อนกระดาษแผ่นที่ 2 อยู่ข้างบน

112
00:07:27,789 --> 00:07:31,789
นะ ครูใส่ ครูใส่กระดาษ

113
00:07:31,803 --> 00:07:35,792
แผ่นที่ 3 เข้าไปนะคะ แล้วครูก็ใส่

114
00:07:35,792 --> 00:07:39,792
กระดาษแผ่นที่ 4 เข้าไปในมือครู เวลา

115
00:07:39,793 --> 00:07:43,793
ครูจะเอาออกมาใช้ครูจะเอาตัวล่างสุดหรือตัวบนสุดออกมาใช้

116
00:07:43,797 --> 00:07:47,796
ตัวบนสุดถูกไหมคะ

117
00:07:47,796 --> 00:07:51,791
ครูไม่พยายามจะดึงตัวล่างสุดออกมานะคะ แต่ครูจะหยิบตัวบน

118
00:07:51,791 --> 00:07:55,787
สุดออกไปใช้ ซึ่งตัวบนสุดนี่

119
00:07:55,787 --> 00:07:59,787
คือ กระดาษแผ่นที่เราใส่ไปล่าสุดนะคะ

120
00:07:59,789 --> 00:08:03,785

121
00:08:03,785 --> 00:08:07,785
เราสามารถสรุปได้แบบนี้นะ ข้อมูลที่อยู่ใน Stack

122
00:08:07,789 --> 00:08:11,786
ตัวแรก จะอยู่ด้านล่างสุด

123
00:08:11,786 --> 00:08:15,786
ข้อมูลที่หย่อนลงไปใน Stack ตัวแรก จะอยู่ด้านล่างสุดเลย

124
00:08:15,791 --> 00:08:19,788
นะคะ ตัวถัดไปก็จะซ้อนขึ้นมา

125
00:08:19,788 --> 00:08:23,785
เรื่อย ๆ ข้อมูลที่

126
00:08:23,785 --> 00:08:27,785
เข้าไปใน Stack ตัวสุดท้าย

127
00:08:27,786 --> 00:08:31,786
จะอยู่บนสุด แล้วเวลา

128
00:08:31,786 --> 00:08:35,786
เราเอาข้อมูลใน Stack ออกมาใช้งาน

129
00:08:35,790 --> 00:08:39,787
ข้อมูลที่เข้าไปเป็นตัวล่าสุด

130
00:08:39,787 --> 00:08:43,787
หรือตัวลำดับสุดท้าย จะถูก

131
00:08:43,789 --> 00:08:47,788
ดึงออกมาใช้งานก่อน ตัวไหน

132
00:08:47,788 --> 00:08:51,787
ที่เข้าไปตัวแรกจะถูกเอามาใช้งาน

133
00:08:51,787 --> 00:08:55,787
เป็นตัวสุดท้ายนะคะ เพราะมันอยู่ล่างสุด

134
00:08:55,790 --> 00:08:59,790
มันก็ใช้ยาก เราต้องใช้ตัวบน ค่อย ๆ ดึงตัวบน

135
00:08:59,790 --> 00:09:03,790
ออกไปก่อน

136
00:09:03,799 --> 00:09:07,792
คราวนี้เวลาเราเอาข้อมูลใส่ใน Stack

137
00:09:07,792 --> 00:09:11,787
เราพูดถึง Stack ก็เหมือนภาชนะนะ ตอนนี้ทุกคนมอง Stack

138
00:09:11,787 --> 00:09:15,787
เป็นช่องแบบนี้ เป็นช่องสี่เหลี่ย

139
00:09:15,790 --> 00:09:19,790
มในแนวตั้ง ถ้าเราพูดถึง Stack นะ

140
00:09:19,794 --> 00:09:23,792
ดูรูปนี้ก่อน อย่างนี้ มันจะอยู่ในแนวนอนหรือแนวตั้งก็ได้

141
00:09:23,792 --> 00:09:27,792
มันจะอยู่ในแนวนอนหรือแนวตั้งก็ได้

142
00:09:27,793 --> 00:09:31,791
ถ้าพูดถึง Stack ก็คือเป็นชั้น

143
00:09:31,791 --> 00:09:35,790
เป็นชั้น เลื่อนขึ้นไปเรื่อย ๆ นะคะ ใน Stack

144
00:09:35,790 --> 00:09:39,788
เราทำอะไรได้บ้าง เราใส่ข้อมูลลงไป

145
00:09:39,788 --> 00:09:43,788
เราดึงข้อมูลออกมา คราวนี้

146
00:09:43,794 --> 00:09:47,788
Stack ถ้ามันไม่มีข้อมูลอะไรเลย

147
00:09:47,788 --> 00:09:51,788
เราเรียกว่า "Stack ว่าง" คือ มันมีค่าว่าง ๆ

148
00:09:51,792 --> 00:09:55,789
ไม่มีตัวอักษรอะไรเลยนะ อันนี้

149
00:09:55,789 --> 00:09:59,787
คือ Stack ว่าง

150
00:09:59,787 --> 00:10:03,787
ถ้าเราจะใส่ข้อมูลลงไปใน Stack

151
00:10:03,794 --> 00:10:07,789
เราจะมีคำสั่งที่ชื่อว่า Push

152
00:10:07,789 --> 00:10:11,787
คือ คำสั่งตัวนี้นะคะ

153
00:10:11,787 --> 00:10:15,787
คำสั่ง Push ก็คือใส่

154
00:10:15,788 --> 00:10:19,788
ข้อมูลลงไปใน Stack ถ้าต้องการเอา

155
00:10:19,788 --> 00:10:23,788
ข้อมูลออกจาก Stack เราใช้คำสั่ง Pop นะคะ

156
00:10:23,805 --> 00:10:27,790
มีอยู่ 2 ตัวที่ทุกคนต้องรู้จัก

157
00:10:27,790 --> 00:10:31,790
เมื่อพูดถึง Stack คือ Push กับ Pop

158
00:10:31,804 --> 00:10:35,796
Push คือใสใช่ไหม ก็คือเอาข้อมูลเข้าไปเก็บเอ

159
00:10:35,796 --> 00:10:39,788
ส่วน Pop ก็คือเอาออกนะคะ Pop คือ เอาออก

160
00:10:39,788 --> 00:10:43,788

161
00:10:43,788 --> 00:10:47,788
คราวนี้มาดูตัวอย่างนะคะ มีแต่ Push กับ Pop

162
00:10:47,789 --> 00:10:51,789
2 ตัว เราเริ่มต้น Stack ไม่มีอะไรเลย

163
00:10:51,790 --> 00:10:55,787
เป็นค่าว่าง ๆ ถูกไหมคะ เป็น Stack ว่าง

164
00:10:55,787 --> 00:10:59,787
ครูบอกว่าครู Push

165
00:10:59,788 --> 00:11:03,788
คำสั่ง Push Push ค่าอะไร Push ค่า a เมื่อไรก็ตาม

166
00:11:03,796 --> 00:11:07,789
ที่ใช้คำสั่ง Push ต้องบอกด้วยว่า

167
00:11:07,789 --> 00:11:11,789
จะใส่ค่าอะไรด้วยนะคะ

168
00:11:11,802 --> 00:11:15,796
เรา Push ค่า a ลงไป

169
00:11:15,796 --> 00:11:19,790
เห็นไหม มันก็อยู่ด้านล่างสุดนะคะ ถัดมา

170
00:11:19,790 --> 00:11:23,790
ถ้าครูใส่คำสั่ง

171
00:11:23,796 --> 00:11:27,790
ตัวบนก่อน Push b ก็ใส่ b ลงมาเห็นไหมคะ

172
00:11:27,790 --> 00:11:31,789
ถัดจาก a ก็คือ b Push c c

173
00:11:31,789 --> 00:11:35,788
ก็อยู่ถัดขึ้นไป และ Push d d ก็จะอยู่

174
00:11:35,788 --> 00:11:39,788
บนสุดนะคะ เรียงตรามลำดับของการ

175
00:11:39,792 --> 00:11:43,792
ใส่ข้อมูลเข้าไป

176
00:11:43,794 --> 00:11:47,787
คราวนี้อยากจะเอาออกบ้าง

177
00:11:47,787 --> 00:11:51,787
เอาข้อมูลออกจาก Stack ไปใช้งาน จะใช้คำสั่ง Pop

178
00:11:51,791 --> 00:11:55,787
Pop นะ Pop

179
00:11:55,787 --> 00:11:59,787
แล้วตามด้วยวงเล็บเปิดและวงเล็บปิด ไม่ต้องใส่ค่าอะไร

180
00:11:59,799 --> 00:12:03,788
เพราะเราจะไปดึงค่าที่อยู่ใน Stack ออกมา

181
00:12:03,788 --> 00:12:07,788

182
00:12:07,789 --> 00:12:11,789
เราสั่งคำสั่ง Pop เราเอาข้อมูล

183
00:12:11,808 --> 00:12:15,796
บนสุดนะคะ Pop ให้เอาข้อมูลบนสุด

184
00:12:15,796 --> 00:12:19,788
ที่อยู่ใน Stack ดึงออกมา

185
00:12:19,788 --> 00:12:23,788
เพราะฉะนั้น เดิมเป็นแบบนี้ ถูกไหม

186
00:12:23,791 --> 00:12:27,791
ครูใช้คำสั่ง Pop อะไรออกมาเอ่ย

187
00:12:27,809 --> 00:12:31,790
ตัว D Dog จะออกมา เพราะ D Dog

188
00:12:31,790 --> 00:12:35,790
อยู่บนสุดนะคะ

189
00:12:35,791 --> 00:12:39,788
ถัดมา

190
00:12:39,788 --> 00:12:43,788
ครู Push Push คือ ใส่เข้าไป

191
00:12:43,792 --> 00:12:47,792
ไม่มี D Dog แล้วนะ ครู Push e เห็นไหมคะ เวลา Push

192
00:12:47,806 --> 00:12:51,806
ต้องบอกด้วยว่าเราใส่ค่าอะไร

193
00:12:51,812 --> 00:12:55,792
แล้วก็ใส่ตัว e วงเล็บปิด ครู Push ค่า e ลงไป

194
00:12:55,792 --> 00:12:59,790
E จะอยู่ด้านบน C เสร็จแล้ว Push

195
00:12:59,790 --> 00:13:03,790
อีกครั้งหนึ่ง f ก็จะอยู่บนสุดนะคะ

196
00:13:03,790 --> 00:13:07,789
ถัดมาครู Pop

197
00:13:07,789 --> 00:13:11,789
Pop คือ เอาออก เอาอะไรออก ข้างบนสุดคืออะไรคะ

198
00:13:11,796 --> 00:13:15,792
เอา f ออก เพราะฉะนั้น ข้อมูล

199
00:13:15,792 --> 00:13:19,789
จะเหลืออยู่ 4 ตัว ก็คือ a, b, c แล้วก็ e

200
00:13:19,789 --> 00:13:23,789

201
00:13:23,790 --> 00:13:27,788
โอเค ถัดมา

202
00:13:27,788 --> 00:13:31,788
เราแทน Stack ด้วยอะไร

203
00:13:31,791 --> 00:13:35,791
นะคะ อย่างที่ครูบอกว่าลิสต์

204
00:13:35,793 --> 00:13:39,793
จะถูกเอามาใช้แทนนะคะ การจัดเก็บข้อมูล

205
00:13:39,796 --> 00:13:43,792
ใน Stack เราพูดถึง Stack แล้วมันจัดเก็บแบบไหน เราก็ใช้ลิสต์

206
00:13:43,792 --> 00:13:47,789
นั่นล่ะในการเก็บข้อมูล

207
00:13:47,789 --> 00:13:51,789
ลิสต์นะคะ เราสามารถวาดเป็นแนวตั้งหรือแนวนอน

208
00:13:51,800 --> 00:13:55,800
ก็ได้นะ สามารถวาดเป็นแนวตั้งหรือ

209
00:13:55,820 --> 00:13:59,795
นวนอนก็ได้ ข้อมูลที่ใส่เข้ามาตัวแรกนะคะ

210
00:13:59,795 --> 00:14:03,790
จะอยู่ที่ index 0 ก็คือข้อมูลตัวแรก

211
00:14:03,790 --> 00:14:07,788
ไล่ไปเรื่อย ๆ จนถึงข้อมูลตัวสุดท้าย

212
00:14:07,788 --> 00:14:11,788

213
00:14:11,789 --> 00:14:15,789
Stack ที่ครูให้มานี่ ที่เก็บอยู่

214
00:14:15,791 --> 00:14:19,791
ในรูปแบบที่เป็นลิสต์น ี่

215
00:14:19,792 --> 00:14:23,792
มันมีที่ว่างให้ใส่ได้อีกไหม Stack รูปนี้มีอยู่ 4 ช่องด้วยกัน มีที่ว่างให้ใส่ได้อีกไหม Stack รูปนี้

216
00:14:23,807 --> 00:14:27,807
มีอยู่ 4 ช่องด้วยกัน ทุกช่องมีค่าไหมคะ

217
00:14:27,821 --> 00:14:31,793
ทุกช่องมีค่านะ

218
00:14:31,793 --> 00:14:35,790
มันเต็มหรือยังคะ

219
00:14:35,790 --> 00:14:39,790
มันมีที่ว่างให้ใส่อีกไหมคะ ไม่มีแล้ว

220
00:14:39,801 --> 00:14:43,794
อย่างนี้เรียกว่า "Stack เต็มแล้ว"

221
00:14:43,794 --> 00:14:47,793
นะคะ คือ ไม่มีช่องว่างให้เราใส่ข้อมูลตัวใหม่ได้แล้ว

222
00:14:47,793 --> 00:14:51,793
นะคะ แบบนี้เรียกว่า "Stack มันเต็มแล้ว"

223
00:14:51,804 --> 00:14:55,790

224
00:14:55,790 --> 00:14:59,790

225
00:14:59,793 --> 00:15:03,792
คราวนี้ เรามี 2 คำสั่ง

226
00:15:03,792 --> 00:15:07,789
ที่พูดถึงนะ Push กับ Pop นะคะ

227
00:15:07,789 --> 00:15:11,789
Push ก็คือใส่ข้อมูลลงไปใน Stack

228
00:15:11,793 --> 00:15:15,789
เช่น ครูมี Stack

229
00:15:15,789 --> 00:15:19,789
อย่างนี้ใช่ไหม มันมีที่ว่างให้ครูใส่ข้อมูลได้ไหมคะ มี มันมี

230
00:15:19,804 --> 00:15:23,799
ที่ว่างให้ครูใส่ข้อมูลได้ ครู

231
00:15:23,799 --> 00:15:27,790
ก็เลยสั่งคำสั่ง Push 3 ก็คือเอาข้อมูล 3 นี่

232
00:15:27,790 --> 00:15:31,790
ไปหย่อนลงใน Stack มันจะมาใส่ช่องนี้

233
00:15:31,795 --> 00:15:35,791
ช่องที่ 1 หรือช่องที่ 2 ค่ะ ช่องที่ 1

234
00:15:35,791 --> 00:15:39,791
ถูกไหม ก็ไล่ลำดับลงมาเรื่อย ๆ

235
00:15:39,804 --> 00:15:43,802
มันอยู่ช่องนี้แล้ว ข้อมูลล่าสุดอยู่ช่องนี้ เพราะฉะนั้น เวลาหย่อนลงไป

236
00:15:43,802 --> 00:15:47,794
มันก็ไหลลงไปจนถึงตัวสุดท้าย

237
00:15:47,794 --> 00:15:51,794
ที่มันสามารถจะใส่ได้ ก็คือในช่องตรงนี้ ก็คือจะเอา 3

238
00:15:51,797 --> 00:15:55,789
มาใส่

239
00:15:55,789 --> 00:15:59,789
แล้วเราใส่ด้วยคำสั่งอะไร

240
00:15:59,789 --> 00:16:03,789
เราใช้ลิสต์นะคะ

241
00:16:03,800 --> 00:16:07,798
ในการจัดเก็บข้อมูล เราใช้ลิสต์ในการจัดเก็บข้อมูล

242
00:16:07,798 --> 00:16:11,792
เพราะฉะนั้น คำสั่งของการ

243
00:16:11,792 --> 00:16:15,792
เพิ่มข้อมูลลงไปใน Stack ก็คือใช้คำสั่ง

244
00:16:15,792 --> 00:16:19,792
Append ได้เลย เพราะ Append

245
00:16:19,794 --> 00:16:23,794
เป็นคำสั่งของการเพิ่มข้อมูลลงไป

246
00:16:23,800 --> 00:16:27,789
ในลิสต์นะคะ ใส่ชื่อ .

247
00:16:27,789 --> 00:16:31,789
แล้วตามด้วยคำสั่ง Append วงเล็บเปิด

248
00:16:31,796 --> 00:16:35,791
ใส่ค่าข้อมูลตัวใหม่แล้วก็วงเล็บปิด

249
00:16:35,791 --> 00:16:39,788
ถัดมา

250
00:16:39,788 --> 00:16:43,788
Pop

251
00:16:43,788 --> 00:16:47,788
คือ เอาออกนะคะ คือ Pop คือ เอาออก

252
00:16:47,789 --> 00:16:51,789
ก่อนที่เราจะเอาข้อมูลออก

253
00:16:51,789 --> 00:16:55,789
เราต้องเช็กก่อนว่า Stack เรานี่

254
00:16:55,793 --> 00:16:59,789
มีข้อมูลอยู่ไหม ถ้า Stack

255
00:16:59,789 --> 00:17:03,789
มันไม่มีข้อมูลอยู่เลย เราจะเอาอะไรออกมาได้ไหม ไม่ได้

256
00:17:03,792 --> 00:17:07,792
เพราะมันไม่มีข้อมูลอะไรให้เราดึงออกมา

257
00:17:07,794 --> 00:17:11,791
เพราะฉะนั้น อันดับแรกนี่ เราต้องเช็กก่อน

258
00:17:11,791 --> 00:17:15,790
มันมีข้อมูลอยู่ไหมนะคะ มันมีข้อมูลอยู่ไหม

259
00:17:15,790 --> 00:17:19,790
ถ้ามันไม่มีข้อมูลอยู่เลย เราจะบอกว่า

260
00:17:19,800 --> 00:17:23,793
มันคือ Stack ว่าง เราไม่สามารถทำคำสั่ง Pop

261
00:17:23,793 --> 00:17:27,793
ได้นะคะ แต่ถ้า

262
00:17:27,794 --> 00:17:31,788
Stack ไม่ว่าง เช่น ในบรรทัดแถวที่ 2

263
00:17:31,788 --> 00:17:35,788
Stack ไม่ว่างนะ มันมีข้อมูลอยู่ตั้ง 3 ตัว

264
00:17:35,794 --> 00:17:39,789
เราใช้คำสั่ง Pop

265
00:17:39,789 --> 00:17:43,789
ข้อมูลอะไรจะถูกดึงออกมา มีอยู่ 3 ค่านี่

266
00:17:43,792 --> 00:17:47,792
ข้อมูลที่จะเอาออกมาจาก Stack

267
00:17:47,794 --> 00:17:51,794
ก็คือข้อมูลค่าอะไรเอ่ย

268
00:17:51,794 --> 00:17:55,794
อะไรคะ 1 หรือ 2

269
00:17:55,798 --> 00:17:59,789
หรือ 3 3 ใช่ไหม

270
00:17:59,789 --> 00:18:03,789
เอาตัวที่อยู่บนสุด ตัวล่าสุดน่ะ

271
00:18:03,789 --> 00:18:07,789
ตัวล่าสุดถูกไหมคะ ถ้าอยู่ในแนวนอนตัวล่าสุดจะอยู่

272
00:18:07,796 --> 00:18:11,791
ด้านขวา

273
00:18:11,791 --> 00:18:15,790
ถ้าเป็นแนวตั้งตัวล่าสุดจะอยู่ด้านบนใช่ไหมคะ ก็คือ

274
00:18:15,790 --> 00:18:19,790
เลข 3 จะถูก

275
00:18:19,801 --> 00:18:23,801
ดึงออกมานะคะ หลังจากที่เราใช้คำสั่ง Pop

276
00:18:23,821 --> 00:18:27,793

277
00:18:27,793 --> 00:18:31,792
โอเค

278
00:18:31,792 --> 00:18:35,792
ถัดมาตัวนี้จะเป็นคำสั่ง

279
00:18:35,792 --> 00:18:39,792
ที่เราใช้เขียน เช่น

280
00:18:39,796 --> 00:18:43,796
เราจะเช็กว่า Stack นั้นเป็น Stack ว่าง

281
00:18:43,800 --> 00:18:47,795
หรือเปล่า เราก็ดูขนาดของ Stack ใช่ไหมคะ

282
00:18:47,795 --> 00:18:51,789
หาขนาดของ Stack ว่ามันมีขนาด

283
00:18:51,789 --> 00:18:55,789
เท่าไหร่ ถ้าขนาดมันมีค่าเป็น 0

284
00:18:55,797 --> 00:18:59,797
แสดงว่ามันเป็น Stack ว่าง คือ ไม่มีข้อมูลอยู่เลย

285
00:18:59,800 --> 00:19:03,790
ก็ไม่ต้องทำอะไรใช่ไหมคะ แต่ถ้า

286
00:19:03,790 --> 00:19:07,790
มันไม่ใช่ Stack ว่างเราก็

287
00:19:07,793 --> 00:19:11,790
จะดึงค่าที่อยู่บนสุดออกมา

288
00:19:11,790 --> 00:19:15,790
คราวนี้

289
00:19:15,791 --> 00:19:19,791
อันนี้จะเป็นโค้ด เป็นโปรแกรมที่เราจะเขียนทั้งหมด

290
00:19:19,794 --> 00:19:23,790
เดี๋ยวครูบอกอีกทีข้างหลังนะคะ

291
00:19:23,790 --> 00:19:27,789
สมมติว่า

292
00:19:27,789 --> 00:19:31,789

293
00:19:31,793 --> 00:19:35,793

294
00:19:35,793 --> 00:19:39,793

295
00:19:39,794 --> 00:19:43,792
ครูอยาก...

296
00:19:43,792 --> 00:19:47,789

297
00:19:47,789 --> 00:19:51,789

298
00:19:51,790 --> 00:19:55,790

299
00:19:55,792 --> 00:19:59,791

300
00:19:59,791 --> 00:20:03,789

301
00:20:03,789 --> 00:20:07,789

302
00:20:07,790 --> 00:20:11,789

303
00:20:11,789 --> 00:20:15,789

304
00:20:15,795 --> 00:20:19,791

305
00:20:19,791 --> 00:20:23,791

306
00:20:23,791 --> 00:20:27,789

307
00:20:27,789 --> 00:20:31,789

308
00:20:31,789 --> 00:20:35,789

309
00:20:35,793 --> 00:20:39,789

310
00:20:39,789 --> 00:20:43,789
คราวนี้ดูนะคะ

311
00:20:43,800 --> 00:20:47,793
ครูมี Stack มาให้ Stack ครูมีกี่ช่องคะ

312
00:20:47,793 --> 00:20:51,790
มี 4 ช่องในแนวตั้งถูกไหม

313
00:20:51,790 --> 00:20:55,790
เป็น Stack ในแนวตั้ง มี 4 ช่องนะคะ

314
00:20:55,790 --> 00:20:59,790
ตัวแรก ตัวแรกน่ะจะอยู่

315
00:20:59,791 --> 00:21:03,791
ด้านฐาน จะอยู่ด้านล่างสุดนะ เวลาเราหย่อนข้อมูลลงไป ตัวแรก

316
00:21:03,799 --> 00:21:07,795
จะลงมาอยู่ช่องล่างสุด แล้วค่อยขยับไปช่องถัดไป ถัดไป

317
00:21:07,795 --> 00:21:11,794
นะคะ จะซ้อนขึ้นไปข้างบนนะ ถ้าเป็น Stack ในแนวตั้ง

318
00:21:11,794 --> 00:21:15,789
คำสั่ง

319
00:21:15,789 --> 00:21:19,789
อย่างที่บอกเรามีแค่ 2 คำสั่งนะ มีแค่ Push กับ Pop

320
00:21:19,796 --> 00:21:23,793
ใช่ไหมคะ Push

321
00:21:23,793 --> 00:21:27,793
ใส่ข้อมูล

322
00:21:27,794 --> 00:21:31,794
กับ Pop

323
00:21:31,795 --> 00:21:35,795
เอาข้อมูลออก คือ ใส่กับเอาออก

324
00:21:35,809 --> 00:21:39,794
นะคะ คราวนี้ดู

325
00:21:39,794 --> 00:21:43,793
Push 5 เห็นไหมคะ ครูใส่หมายเลขช่องก่อนนะ

326
00:21:43,793 --> 00:21:47,791
อันนี้เป็นหมายเลข 1, 0, 1, 2, 3

327
00:21:47,791 --> 00:21:51,791
เราจะได้เข้าใจตรงกัน โอเค

328
00:21:51,793 --> 00:21:55,793
นะคะ มีหลายเลขช่องแล้วนะ มี 0, 1, 2, 3

329
00:21:55,803 --> 00:21:59,791
ครูสั่ง Push 5 5 จะ

330
00:21:59,791 --> 00:22:03,791
ไปอยู่ที่ช่องไหน ช่องไหนเอ่ย

331
00:22:03,805 --> 00:22:07,790
ช่องหมายเลขอะไร ครูหย่อน 5

332
00:22:07,790 --> 00:22:11,790
ลงไปมันก็จะไหลลงมาอยู่ที่ช่องไหนคะ

333
00:22:11,790 --> 00:22:15,790
ช่อง 0 เห็นไหม พอครูหย่อน 5 ลงมามันก็

334
00:22:15,791 --> 00:22:19,791
ไหลลงมาเรื่อย ๆ จนมาอยู่ที่

335
00:22:19,792 --> 00:22:23,792
ช่อง 0 เสร็จแล้วครูสั่งคำสั่ง Push

336
00:22:23,795 --> 00:22:27,795
10 เดิมมันมี 5 อยู่แล้วนะ

337
00:22:27,804 --> 00:22:31,793
แล้วครูสั่ง Push 10 เพราะฉะนั้น 10 จะมาอยู่ที่ไหนคะ

338
00:22:31,793 --> 00:22:35,790
10 จะมาอยู่ที่

339
00:22:35,790 --> 00:22:39,790
1 ถูกไหมคะ ก็หย่อน 10 ลงมานะ

340
00:22:39,791 --> 00:22:43,791
ถัดมาเดิม

341
00:22:43,793 --> 00:22:47,793
เดิม มี 5 กับ 10 แล้ว ครูเขียนเรียบร้อยก่อน

342
00:22:47,797 --> 00:22:51,793
นะคะ ใส่ที่ช่อง 0 กับช่อง 1 ครู

343
00:22:51,793 --> 00:22:55,793
สั่ง Push 15 ไปอยู่ที่ช่องไหนคะ 2 เห็นไหม

344
00:22:55,801 --> 00:22:59,790
พอ Push ข้อมูลลงไป

345
00:22:59,790 --> 00:23:03,790
คราวนี้จากรูปนี้ครูสั่ง Pop

346
00:23:03,791 --> 00:23:07,790
เอาอะไรออกมา

347
00:23:07,790 --> 00:23:11,790
จากรูปนี้พอครูสั่ง Pop ปุ๊บ เอาอะไรออกมาคะ

348
00:23:11,795 --> 00:23:15,791
เอาอะไรออกมาเอ่ย

349
00:23:15,791 --> 00:23:19,790
15 ใช่ไหม เอาตัวบนสุด

350
00:23:19,790 --> 00:23:23,790
เลือก

351
00:23:23,790 --> 00:23:27,790
เราเลือก

352
00:23:27,791 --> 00:23:31,791
ตัวบนสุดออกมาใช่ไหมคะ

353
00:23:31,793 --> 00:23:35,793
เพราะฉะนั้น 15 จะถูกดึง

354
00:23:35,820 --> 00:23:39,794
ออกมาข้างนอกเห็นไหมคะ

355
00:23:39,794 --> 00:23:43,794
เพราะฉะนั้น ใน Stack จะเหลือแค่ 10 กับ 5

356
00:23:43,801 --> 00:23:47,801
ครูสั่ง Pop อีกทีหนึ่ง

357
00:23:47,805 --> 00:23:51,790
อะไรออกมาคะ เดิม

358
00:23:51,790 --> 00:23:55,790
มี 5 กับ 10

359
00:23:55,791 --> 00:23:59,791
คราวนี้เอาอะไรออกมา ครูสั่ง Pop ปุ๊บ อะไรออกมาคะ

360
00:23:59,795 --> 00:24:03,791
10 ออกมาเห็นไหม 10 ไม่เหลือแล้ว

361
00:24:03,791 --> 00:24:07,791
เพราะฉะนั้น ในตอนนี้ Stack เราเหลือกี่ค่าคะ

362
00:24:07,793 --> 00:24:11,792
ค่าเดียว คือ เลข 5

363
00:24:11,792 --> 00:24:15,791
จดตัวนี้ไว้ในกระดาษให้ครูหน่อย

364
00:24:15,791 --> 00:24:19,791

365
00:24:19,797 --> 00:24:23,796
เดี๋ยวครูจะให้ทำแบบฝึกหัด

366
00:24:23,796 --> 00:24:27,794
นะคะ

367
00:24:27,794 --> 00:24:31,790

368
00:24:31,790 --> 00:24:35,790

369
00:24:35,803 --> 00:24:39,791

370
00:24:39,791 --> 00:24:43,791

371
00:24:43,830 --> 00:24:47,790

372
00:24:47,790 --> 00:24:51,790

373
00:24:51,791 --> 00:24:55,790

374
00:24:55,790 --> 00:24:59,790

375
00:24:59,792 --> 00:25:03,792

376
00:25:03,793 --> 00:25:07,793

377
00:25:07,793 --> 00:25:11,790

378
00:25:11,790 --> 00:25:15,790

379
00:25:15,791 --> 00:25:19,791

380
00:25:19,793 --> 00:25:23,791

381
00:25:23,791 --> 00:25:27,791

382
00:25:27,792 --> 00:25:31,792
มีกระดาษไหมคะ มีใครไม่มีกระดาษไหมคะ

383
00:25:31,793 --> 00:25:35,793
ครูมีกระดาษมาแจก มีไหมคะ

384
00:25:35,806 --> 00:25:39,806
มันจะมีเส้น

385
00:25:39,811 --> 00:25:43,797

386
00:25:43,797 --> 00:25:47,792

387
00:25:47,792 --> 00:25:51,792

388
00:25:51,794 --> 00:25:55,794

389
00:25:55,800 --> 00:25:59,797

390
00:25:59,797 --> 00:26:03,792

391
00:26:03,792 --> 00:26:07,791

392
00:26:07,791 --> 00:26:11,791

393
00:26:11,791 --> 00:26:15,791

394
00:26:15,795 --> 00:26:19,793

395
00:26:19,793 --> 00:26:23,793

396
00:26:23,793 --> 00:26:27,793

397
00:26:27,796 --> 00:26:31,796

398
00:26:31,800 --> 00:26:35,791

399
00:26:35,791 --> 00:26:39,791

400
00:26:39,792 --> 00:26:43,791

401
00:26:43,791 --> 00:26:47,791

402
00:26:47,793 --> 00:26:51,792

403
00:26:51,792 --> 00:26:55,792

404
00:26:55,793 --> 00:26:59,793

405
00:26:59,793 --> 00:27:03,793

406
00:27:03,794 --> 00:27:07,791

407
00:27:07,791 --> 00:27:11,791

408
00:27:11,806 --> 00:27:15,796

409
00:27:15,796 --> 00:27:19,796

410
00:27:19,805 --> 00:27:23,805

411
00:27:23,809 --> 00:27:27,795

412
00:27:27,795 --> 00:27:31,793

413
00:27:31,793 --> 00:27:35,792

414
00:27:35,792 --> 00:27:39,792

415
00:27:39,801 --> 00:27:43,794

416
00:27:43,794 --> 00:27:47,793

417
00:27:47,793 --> 00:27:51,792

418
00:27:51,792 --> 00:27:55,792

419
00:27:55,794 --> 00:27:59,792

420
00:27:59,792 --> 00:28:03,792

421
00:28:03,792 --> 00:28:07,792

422
00:28:07,801 --> 00:28:11,792

423
00:28:11,792 --> 00:28:15,792

424
00:28:15,794 --> 00:28:19,792

425
00:28:19,792 --> 00:28:23,792

426
00:28:23,793 --> 00:28:27,793

427
00:28:27,799 --> 00:28:31,793

428
00:28:31,793 --> 00:28:35,793

429
00:28:35,802 --> 00:28:39,792

430
00:28:39,792 --> 00:28:43,792

431
00:28:43,795 --> 00:28:47,795

432
00:28:47,796 --> 00:28:51,793

433
00:28:51,793 --> 00:28:55,793

434
00:28:55,796 --> 00:28:59,792

435
00:28:59,792 --> 00:29:03,792

436
00:29:03,794 --> 00:29:07,794

437
00:29:07,794 --> 00:29:11,792

438
00:29:11,792 --> 00:29:15,792

439
00:29:15,793 --> 00:29:19,793

440
00:29:19,793 --> 00:29:23,793

441
00:29:23,793 --> 00:29:27,793

442
00:29:27,793 --> 00:29:31,793

443
00:29:31,794 --> 00:29:35,794

444
00:29:35,797 --> 00:29:39,792

445
00:29:39,792 --> 00:29:43,792

446
00:29:43,796 --> 00:29:47,795

447
00:29:47,795 --> 00:29:51,795

448
00:29:51,797 --> 00:29:55,797

449
00:29:55,804 --> 00:29:59,793

450
00:29:59,793 --> 00:30:03,792

451
00:30:03,792 --> 00:30:07,792

452
00:30:07,793 --> 00:30:11,793

453
00:30:11,793 --> 00:30:15,792

454
00:30:15,792 --> 00:30:19,792

455
00:30:19,793 --> 00:30:23,793

456
00:30:23,794 --> 00:30:27,793

457
00:30:27,793 --> 00:30:31,793

458
00:30:31,809 --> 00:30:35,795

459
00:30:35,795 --> 00:30:39,794

460
00:30:39,794 --> 00:30:43,794

461
00:30:43,803 --> 00:30:47,801
คราวนี้นะคะ ครูมีโจทย์มาให้ แล้วก็มี

462
00:30:47,801 --> 00:30:51,801
คำสั่งมาให้

463
00:30:51,804 --> 00:30:55,804
ทำเหมือนเดิมเลยใช่ไหมคะ แต่ครูมีตัว

464
00:30:55,804 --> 00:30:59,799
เริ่มต้นให้ ครูมีให้อยู่แล้ว อยู่ใน Stack คือ 5

465
00:30:59,799 --> 00:31:03,799
ใช่ไหมคะ อันแรกเราหย่อน

466
00:31:03,814 --> 00:31:07,798
เลข 2 ลงไป อันที่ 2 เขียนของเดิมก่อน

467
00:31:07,798 --> 00:31:11,795
ใช่ไหมคะ แล้วค่อยหย่อนเลข 7 ลงไป

468
00:31:11,795 --> 00:31:15,795
ถัดมาหย่อนเลข 1 Pop

469
00:31:15,802 --> 00:31:19,799
คือ เอาออกนะ คือ เอาออก แล้วบอกครูด้วยว่า

470
00:31:19,799 --> 00:31:23,799
ข้อมูล

471
00:31:23,812 --> 00:31:27,803
ที่เอาออกมา

472
00:31:27,803 --> 00:31:31,795
คืออะไร เสร็จแล้ว

473
00:31:31,795 --> 00:31:35,795
ก็มีคำสั่งตัวสุดท้าย คือ Push เลข 7 ลงไป

474
00:31:35,797 --> 00:31:39,793

475
00:31:39,793 --> 00:31:43,793
ลองทำดูนะคะ

476
00:31:44,793 --> 00:31:48,793

477
00:31:48,795 --> 00:31:52,794
เพราะฉะนั้น แต่ละข้อ

478
00:31:52,794 --> 00:31:56,794
มันจะต่อเนื่องกันไปนะคะ

479
00:31:56,797 --> 00:32:00,797
ทำตัวแรก ข้อที่ 1 เสร็จ เอาข้อมูลนี่

480
00:32:00,816 --> 00:32:04,795
มาตั้งต้นไว้ก่อน แล้วเราค่อย Push

481
00:32:04,795 --> 00:32:08,795
เลข 7 ลงไป เดี๋ยวเราทำด้วยกัน 1 ข้อนะ

482
00:32:08,798 --> 00:32:12,798
อันนี้คือ Push เลข 2 คือ หย่อนเลข 2

483
00:32:12,798 --> 00:32:16,798
ลงไป

484
00:32:21,579 --> 00:32:26,230

485
00:32:16,794 --> 00:32:20,794

486
00:32:20,795 --> 00:32:24,795
ข้อที่ 2 ครูจะใส่เลข 7 เพราะฉะนั้น ครู

487
00:32:24,797 --> 00:32:28,797
ต้องใส่ข้อมูลเดิมก่อน

488
00:32:33,299 --> 00:32:32,139

489
00:32:28,793 --> 00:32:32,793
และก็หย่อนเลข 7 ลงไป ทำต่อให้ครูหน่อย

490
00:32:32,796 --> 00:32:36,793
อีก 3 อัน

491
00:32:36,793 --> 00:32:40,793

492
00:32:40,794 --> 00:32:44,793

493
00:32:44,793 --> 00:32:48,793

494
00:32:48,793 --> 00:32:52,793

495
00:32:52,794 --> 00:32:56,794

496
00:32:56,794 --> 00:33:00,794

497
00:33:00,805 --> 00:33:04,795

498
00:33:04,795 --> 00:33:08,794

499
00:33:08,794 --> 00:33:12,794

500
00:33:12,798 --> 00:33:16,793

501
00:33:16,793 --> 00:33:20,793

502
00:33:20,793 --> 00:33:24,793

503
00:33:24,794 --> 00:33:28,793

504
00:33:28,793 --> 00:33:32,793

505
00:33:32,797 --> 00:33:36,797

506
00:33:36,803 --> 00:33:40,794

507
00:33:40,794 --> 00:33:44,794

508
00:33:44,794 --> 00:33:48,794

509
00:33:48,794 --> 00:33:52,793

510
00:33:52,793 --> 00:33:56,793

511
00:33:56,798 --> 00:34:00,794

512
00:34:00,794 --> 00:34:04,794

513
00:34:04,794 --> 00:34:08,794

514
00:34:08,797 --> 00:34:12,796

515
00:34:12,796 --> 00:34:16,795

516
00:34:16,795 --> 00:34:20,794

517
00:34:20,794 --> 00:34:24,794

518
00:34:24,801 --> 00:34:28,794

519
00:34:28,794 --> 00:34:32,794

520
00:34:32,797 --> 00:34:36,797

521
00:34:36,798 --> 00:34:40,797

522
00:34:40,797 --> 00:34:44,797

523
00:34:44,806 --> 00:34:48,794

524
00:34:48,794 --> 00:34:52,794

525
00:34:52,799 --> 00:34:56,797

526
00:34:56,797 --> 00:35:00,796

527
00:35:00,796 --> 00:35:04,796

528
00:35:04,800 --> 00:35:08,794

529
00:35:08,794 --> 00:35:12,794

530
00:35:12,794 --> 00:35:16,794

531
00:35:16,797 --> 00:35:20,795

532
00:35:20,795 --> 00:35:24,795

533
00:35:24,799 --> 00:35:28,795

534
00:35:28,795 --> 00:35:32,794

535
00:35:32,794 --> 00:35:36,794

536
00:35:36,796 --> 00:35:40,796

537
00:35:40,799 --> 00:35:44,795

538
00:35:44,795 --> 00:35:48,794

539
00:35:48,794 --> 00:35:52,794

540
00:35:52,794 --> 00:35:56,794

541
00:35:56,794 --> 00:36:00,794

542
00:36:00,794 --> 00:36:04,794

543
00:36:04,794 --> 00:36:08,794

544
00:36:08,796 --> 00:36:12,796

545
00:36:12,796 --> 00:36:16,795

546
00:36:16,795 --> 00:36:20,795

547
00:36:20,795 --> 00:36:24,795

548
00:36:24,796 --> 00:36:28,795

549
00:36:28,795 --> 00:36:32,794

550
00:36:32,794 --> 00:36:36,794

551
00:36:36,794 --> 00:36:40,794

552
00:36:40,794 --> 00:36:44,794

553
00:36:44,794 --> 00:36:48,794

554
00:36:48,798 --> 00:36:52,795

555
00:36:52,795 --> 00:36:56,795

556
00:36:56,803 --> 00:37:00,794

557
00:37:00,794 --> 00:37:04,794

558
00:37:04,797 --> 00:37:08,795

559
00:37:08,795 --> 00:37:12,794

560
00:37:12,794 --> 00:37:16,794

561
00:37:16,798 --> 00:37:20,794

562
00:37:20,794 --> 00:37:24,794

563
00:37:24,807 --> 00:37:28,795

564
00:37:28,795 --> 00:37:32,795

565
00:37:32,795 --> 00:37:36,795

566
00:37:36,796 --> 00:37:40,794

567
00:37:40,794 --> 00:37:44,794

568
00:37:44,794 --> 00:37:48,794

569
00:37:48,795 --> 00:37:52,795

570
00:37:52,796 --> 00:37:56,796

571
00:37:56,801 --> 00:38:00,795

572
00:38:00,795 --> 00:38:04,795

573
00:38:04,809 --> 00:38:08,799

574
00:38:08,799 --> 00:38:12,799

575
00:38:12,803 --> 00:38:16,795

576
00:38:16,795 --> 00:38:20,795

577
00:38:20,798 --> 00:38:24,795

578
00:38:24,795 --> 00:38:28,795

579
00:38:28,801 --> 00:38:32,794

580
00:38:32,794 --> 00:38:36,794

581
00:38:36,795 --> 00:38:40,795

582
00:38:40,795 --> 00:38:44,795

583
00:38:44,797 --> 00:38:48,797

584
00:38:48,808 --> 00:38:52,797

585
00:38:52,797 --> 00:38:56,795

586
00:38:56,795 --> 00:39:00,795

587
00:39:00,795 --> 00:39:04,795

588
00:39:04,795 --> 00:39:08,795

589
00:39:08,795 --> 00:39:12,795

590
00:39:12,799 --> 00:39:16,798

591
00:39:16,798 --> 00:39:20,798

592
00:39:20,799 --> 00:39:24,796

593
00:39:24,796 --> 00:39:28,795

594
00:39:28,795 --> 00:39:32,795

595
00:39:32,799 --> 00:39:36,799

596
00:39:36,801 --> 00:39:40,795

597
00:39:40,795 --> 00:39:44,795

598
00:39:44,796 --> 00:39:48,795

599
00:39:48,795 --> 00:39:52,795

600
00:39:52,795 --> 00:39:56,795

601
00:39:56,804 --> 00:40:00,804

602
00:40:00,804 --> 00:40:04,804

603
00:40:04,804 --> 00:40:08,796

604
00:40:08,796 --> 00:40:12,795

605
00:40:12,795 --> 00:40:16,795

606
00:40:16,800 --> 00:40:20,800

607
00:40:20,806 --> 00:40:24,800

608
00:40:24,800 --> 00:40:28,795

609
00:40:28,795 --> 00:40:32,795

610
00:40:32,816 --> 00:40:36,797

611
00:40:36,797 --> 00:40:40,795

612
00:40:40,795 --> 00:40:44,795
ทีนี้เดี๋ยวเรามาดูเฉลยพร้อมกันนะคะ

613
00:40:44,801 --> 00:40:48,795

614
00:40:48,795 --> 00:40:52,795

615
00:40:52,799 --> 00:40:56,799
ข้อ 3 นะคะ ครูสั่ง Push 1 ก็คือใส่เลข 1 ลง

616
00:40:56,802 --> 00:41:00,796
ใน Stack เดิม

617
00:41:00,796 --> 00:41:04,796
เอาของเดิมยกมาก่อนนะ อย่าเพิ่งใส่นะ ของเดิม

618
00:41:04,803 --> 00:41:08,801
มี 3 ค่านะ เขียนก่อนนะคะ

619
00:41:08,801 --> 00:41:12,799
เขียนค่าเดิมก่อน ใส่ค่าเดิมมาก่อน

620
00:41:12,799 --> 00:41:16,798
นะคะ เสร็จแล้วครูสั่ง Push 1

621
00:41:16,798 --> 00:41:20,797
1 จะอยู่ด้านบนเลข 7

622
00:41:20,797 --> 00:41:24,797
ใช่ไหมคะ

623
00:41:24,797 --> 00:41:28,797
จากนั้นครูสั่ง Pop Pop คือ เอาออก

624
00:41:28,798 --> 00:41:32,798
บนสุดคืออะไร คือ 1 ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น

625
00:41:32,799 --> 00:41:36,799
เอาอะไรออก เอา 1 ออก เพราะฉะนั้น ที่เหลือ

626
00:41:36,804 --> 00:41:40,804
ก็คือ 5, 2, 7 ใช่ไหมคะ 1

627
00:41:40,809 --> 00:41:44,800
จะถูกเอาออกมาใช่ไหม เพราะฉะนั้น ข้อมูล

628
00:41:44,800 --> 00:41:48,796
ที่นำออกจาก Stack ก็คือ 1

629
00:41:48,796 --> 00:41:52,795
นะคะ

630
00:41:52,795 --> 00:41:56,795
ครูสั่ง Push อีกครั้งหนึ่ง ทำอย่างไร

631
00:41:56,801 --> 00:42:00,800
ก็เอาของเดิมที่มีอยู่ใน Stack เขียนก่อน

632
00:42:00,800 --> 00:42:04,797
เพราะฉะนั้น กรณีที่ Push ข้อมูล

633
00:42:04,797 --> 00:42:08,797
ลงไปใน Stack ยกของเดิมมาก่อน

634
00:42:08,798 --> 00:42:12,798
เสร็จแล้ว

635
00:42:12,804 --> 00:42:16,801
ใส่ตัวเลขที่ครูสั่งลงไป ก็คือ 7 7

636
00:42:16,801 --> 00:42:20,801
ก็จะอยู่ด้านบนนะคะ อันนี้คือ

637
00:42:20,814 --> 00:42:24,802
Stack ที่ได้หลังจากที่เราใช้

638
00:42:24,802 --> 00:42:28,802
คำสั่งทั้งหมด 5 คำสั่ง

639
00:42:28,809 --> 00:42:32,799

640
00:42:32,799 --> 00:42:36,799
โอเค

641
00:42:36,800 --> 00:42:40,796

642
00:42:40,796 --> 00:42:44,796
ถัดมาครูเปลี่ยนได้ไหม จากแนวตั้ง

643
00:42:44,813 --> 00:42:48,802
เป็นแนวนอนนะคะ ถ้าครูลองเปลี่ยน Stack เป็นแนวนอน

644
00:42:48,802 --> 00:42:52,802
บ้าง

645
00:42:52,802 --> 00:42:56,796

646
00:42:56,796 --> 00:43:00,796

647
00:43:00,797 --> 00:43:04,796

648
00:43:04,796 --> 00:43:08,796

649
00:43:08,798 --> 00:43:12,798

650
00:43:12,800 --> 00:43:16,800

651
00:43:16,807 --> 00:43:20,799

652
00:43:20,799 --> 00:43:24,799

653
00:43:24,802 --> 00:43:28,802
คราวนี้ครูลองเปลี่ยน Stack เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง

654
00:43:28,803 --> 00:43:32,797
เป็นแนวนอนบ้างนะคะ

655
00:43:32,797 --> 00:43:36,797
และครูมีตัวเลข

656
00:43:36,802 --> 00:43:40,802
ที่อยู่ใน Stack ไว้ให้ คือ 3

657
00:43:40,804 --> 00:43:44,802
แล้วก็ 1 ถูกไหม ตัวแรกจะอยู่ซ้ายสุดถูกไหมคะ

658
00:43:44,802 --> 00:43:48,800
ถัดมาก็จะเป็นตัวที่ 2

659
00:43:48,800 --> 00:43:52,800
แล้วครูใช้คำสั่ง Push 5 ข้อที่ 2

660
00:43:52,803 --> 00:43:56,800
ครู Push 6 เสร็จแล้ว

661
00:43:56,800 --> 00:44:00,799
ครู Pop นะคะ ลองทำสิ

662
00:44:00,799 --> 00:44:04,799

663
00:44:04,799 --> 00:44:08,799

664
00:44:08,799 --> 00:44:12,799

665
00:44:12,802 --> 00:44:16,797

666
00:44:16,797 --> 00:44:20,796

667
00:44:20,796 --> 00:44:24,796

668
00:44:24,802 --> 00:44:28,797

669
00:44:28,797 --> 00:44:32,797

670
00:44:32,797 --> 00:44:36,797

671
00:44:36,797 --> 00:44:40,797

672
00:44:40,800 --> 00:44:44,797

673
00:44:44,797 --> 00:44:48,797

674
00:44:48,798 --> 00:44:52,798

675
00:44:52,799 --> 00:44:56,799

676
00:44:56,802 --> 00:45:00,797

677
00:45:00,797 --> 00:45:04,797

678
00:45:04,799 --> 00:45:08,798

679
00:45:08,798 --> 00:45:12,798

680
00:45:12,803 --> 00:45:16,797

681
00:45:16,797 --> 00:45:20,797

682
00:45:20,797 --> 00:45:24,797

683
00:45:24,803 --> 00:45:28,798

684
00:45:28,798 --> 00:45:32,798

685
00:45:32,800 --> 00:45:36,799

686
00:45:36,799 --> 00:45:40,799

687
00:45:40,803 --> 00:45:44,800

688
00:45:44,800 --> 00:45:48,800

689
00:45:48,800 --> 00:45:52,798

690
00:45:52,798 --> 00:45:56,798

691
00:45:56,799 --> 00:46:00,798

692
00:46:00,798 --> 00:46:04,798

693
00:46:04,798 --> 00:46:08,798

694
00:46:08,798 --> 00:46:12,798

695
00:46:12,798 --> 00:46:16,798

696
00:46:16,799 --> 00:46:20,799

697
00:46:20,800 --> 00:46:24,799

698
00:46:24,799 --> 00:46:28,799

699
00:46:28,800 --> 00:46:32,797

700
00:46:32,797 --> 00:46:36,797

701
00:46:36,799 --> 00:46:40,799

702
00:46:40,801 --> 00:46:44,798

703
00:46:44,798 --> 00:46:48,798

704
00:46:48,825 --> 00:46:52,801

705
00:46:52,801 --> 00:46:56,801

706
00:46:56,810 --> 00:47:00,800

707
00:47:00,800 --> 00:47:04,800

708
00:47:04,802 --> 00:47:08,798

709
00:47:08,798 --> 00:47:12,798

710
00:47:12,799 --> 00:47:16,799

711
00:47:16,806 --> 00:47:20,801

712
00:47:20,801 --> 00:47:24,799

713
00:47:24,799 --> 00:47:28,799

714
00:47:28,809 --> 00:47:32,798

715
00:47:32,798 --> 00:47:36,798

716
00:47:36,804 --> 00:47:40,799

717
00:47:40,799 --> 00:47:44,798

718
00:47:44,798 --> 00:47:48,798

719
00:47:48,799 --> 00:47:52,799

720
00:47:52,802 --> 00:47:56,798

721
00:47:56,798 --> 00:48:00,798

722
00:48:00,805 --> 00:48:04,798

723
00:48:04,798 --> 00:48:08,798

724
00:48:08,798 --> 00:48:12,798

725
00:48:12,801 --> 00:48:16,799

726
00:48:16,799 --> 00:48:20,799

727
00:48:20,801 --> 00:48:24,801

728
00:48:24,806 --> 00:48:28,799

729
00:48:28,799 --> 00:48:32,799

730
00:48:32,802 --> 00:48:36,800

731
00:48:36,800 --> 00:48:40,800

732
00:48:40,800 --> 00:48:44,800

733
00:48:44,803 --> 00:48:48,802

734
00:48:48,802 --> 00:48:52,800

735
00:48:52,800 --> 00:48:56,800

736
00:48:56,805 --> 00:49:00,800

737
00:49:00,800 --> 00:49:04,800

738
00:49:04,800 --> 00:49:08,800

739
00:49:08,800 --> 00:49:12,800

740
00:49:12,802 --> 00:49:16,800

741
00:49:16,800 --> 00:49:20,800

742
00:49:20,805 --> 00:49:24,805

743
00:49:24,806 --> 00:49:28,799

744
00:49:28,799 --> 00:49:32,799

745
00:49:32,799 --> 00:49:36,799

746
00:49:36,801 --> 00:49:40,800

747
00:49:40,800 --> 00:49:44,800

748
00:49:44,802 --> 00:49:48,801

749
00:49:48,801 --> 00:49:52,800

750
00:49:52,800 --> 00:49:56,800

751
00:49:56,800 --> 00:50:00,800

752
00:50:00,800 --> 00:50:04,800
คราวนี้นะคะ

753
00:50:04,800 --> 00:50:08,800
มาดูเฉลยด้วยกัน

754
00:50:08,800 --> 00:50:12,800
ครูสั่ง Push 5 แสดงว่า

755
00:50:12,801 --> 00:50:16,801
ครูกำลังจะใส่ข้อมูลลงใน Stack คือ เลข 5 นะคะ

756
00:50:16,806 --> 00:50:20,803
ครูก็เอาเลข 5 มาหย่อนลงเลยนะ

757
00:50:20,803 --> 00:50:24,801
เอาเลข 5 มาหย่อนเลยนะคะ

758
00:50:24,801 --> 00:50:28,801
ถัดมาครูใช้คำสั่ง Push

759
00:50:28,805 --> 00:50:32,800
ครูใช้คำสั่ง Push ทำอย่างไร เอา

760
00:50:32,800 --> 00:50:36,800
ของเดิมยกลงมาก่อนนะ ยกของเดิม

761
00:50:36,803 --> 00:50:40,803
มาใส่ก่อนนะคะ ก็จะมี 3,

762
00:50:40,812 --> 00:50:44,800
1 แล้วก็ 5

763
00:50:44,800 --> 00:50:48,800
จากนั้น เรา Push ค่าใหม่ ใส่ค่าใหม่

764
00:50:48,804 --> 00:50:52,801
ลงไป ก็คือ 6

765
00:50:52,801 --> 00:50:56,801
โอเคนะ ใส่ค่า 6 ก็คือค่าใหม่ลงไปใน Stack

766
00:50:56,808 --> 00:51:00,804
เสร็จแล้วครูใช้คำสั่ง Pop

767
00:51:00,804 --> 00:51:04,803
ก็คือเอาออก ก็คือเอาตัวล่าสุด

768
00:51:04,803 --> 00:51:08,800
ที่อยู่ด้านขวา เอาออกนะคะ

769
00:51:08,800 --> 00:51:12,800
เพราะฉะนั้น ค่าที่ถูกเอาออก ก็คือเลข 6

770
00:51:12,836 --> 00:51:16,802
เห็นไหมคะ เอาเลข 6 ออกมา

771
00:51:16,802 --> 00:51:20,802
แล้วเราก็ยกตัวที่เหลือ

772
00:51:20,806 --> 00:51:24,800
ลงมาใส่ ก็จะเหลือเป็น

773
00:51:24,800 --> 00:51:28,800
3, 1 แล้วก็ 5 นะคะ

774
00:51:39,888 --> 00:52:44,935
ครบแล้วหรือ โอเค

775
00:51:28,801 --> 00:51:32,801

776
00:51:32,803 --> 00:51:36,803

777
00:51:36,804 --> 00:51:40,801

778
00:51:40,801 --> 00:51:44,801

779
00:51:44,805 --> 00:51:48,802

780
00:51:48,802 --> 00:51:52,800

781
00:51:52,800 --> 00:51:56,800

782
00:51:56,801 --> 00:52:00,800

783
00:52:00,800 --> 00:52:04,800

784
00:52:04,809 --> 00:52:08,801

785
00:52:08,801 --> 00:52:12,801

786
00:52:12,804 --> 00:52:16,800

787
00:52:16,800 --> 00:52:20,800

788
00:52:20,800 --> 00:52:24,800

789
00:52:24,806 --> 00:52:28,803

790
00:52:28,803 --> 00:52:32,803

791
00:52:32,805 --> 00:52:36,800

792
00:52:36,800 --> 00:52:40,800

793
00:52:40,802 --> 00:52:44,801
คราวนี้นะคะ มาดูต่อ

794
00:52:44,801 --> 00:52:48,801
กระดาษที่ครูแจกเอาวางไว้ก่อนนะคะ อย่าเพิ่งใช้ เรายังไม่ใช้ตอนนี้

795
00:52:55,497 --> 00:52:55,900

796
00:52:48,806 --> 00:52:52,802

797
00:52:52,802 --> 00:52:56,800

798
00:52:56,800 --> 00:53:00,800
เราใช้ Stack ทำอะไร เมื่อกี้

799
00:53:00,804 --> 00:53:04,804
เราพูดถึง Stack ไปแล้วนะ เข้าก่อนออกทีหลัง

800
00:53:04,806 --> 00:53:08,802
นะคะ ข้อมูลไหนเข้าก่อน

801
00:53:08,802 --> 00:53:12,802
จะถูกเอาออกทีหลัง

802
00:53:12,803 --> 00:53:16,803
แล้วเราใช้ Stack ทำอะไรบ้าง

803
00:53:16,814 --> 00:53:20,801

804
00:53:20,801 --> 00:53:24,801
ทุกคนบวกเลขเป็นใช่ไหม ทุกคนบวก ลบ คูณหาร

805
00:53:24,808 --> 00:53:28,801
สมการทางคณิตศาสตร์ได้ Stack

806
00:53:28,801 --> 00:53:32,801
จะถูกเอามาใช้ในการ

807
00:53:32,811 --> 00:53:36,802
หาผลลัพธ์ของสมการคณิตศาสตร์

808
00:53:36,802 --> 00:53:40,802
บวกเลข บวกลบเลขนะคะ

809
00:53:40,807 --> 00:53:44,803
คราวนี้ก่อนที่จะไปดูรูปแบบของการ

810
00:53:44,803 --> 00:53:48,803
ใช้ Stack แล้ว Stack มันเกี่ยวข้องอย่างไร

811
00:53:48,804 --> 00:53:52,804
กับการบวก ลบ คูณ หาร นะคะ เรามาดูรูปแบบก่อนว่า

812
00:53:52,806 --> 00:53:56,803
เราใช้ Stack เพื่อเป็นนิพจน์

813
00:53:56,803 --> 00:54:00,803
ก็คือลักษณะของสมการ

814
00:54:00,803 --> 00:54:04,803
มีอยู่ 3 รูปแบบ รูปแบบแรก

815
00:54:04,806 --> 00:54:08,806
ก็คือ

816
00:54:08,807 --> 00:54:12,804
บวก ลบ คูณ หาร จะอยู่ระหว่างตัวเลข

817
00:54:12,804 --> 00:54:16,804
นะคะ อันนี้คือ Infix นิพจน์ตัวที่ 2

818
00:54:16,806 --> 00:54:20,801
ก็คือ Prefix

819
00:54:20,801 --> 00:54:24,801
เครื่องหมาย บวก ลบ คูณ หาร จะอยู่ด้านหน้า

820
00:54:24,805 --> 00:54:28,802
และตัวสุดท้าย คือ

821
00:54:28,802 --> 00:54:32,802
Postfix เครื่องหมายจะไปอยู่ด้านหลังของตัวเลข

822
00:54:32,803 --> 00:54:36,803
A C อันนี้คือตัวเลขนะคะ

823
00:54:36,809 --> 00:54:40,802
เราจะแทนด้วยตัวเลขใด ๆ

824
00:54:40,802 --> 00:54:44,802
คราวนี้ดูนะคะ ในการคำนวณ

825
00:54:44,803 --> 00:54:48,801
ทางคณิตศาสตร์นะ

826
00:54:48,801 --> 00:54:52,801
เวลาเราเจอนะคะ การบวก ลบ

827
00:54:52,803 --> 00:54:56,803
ที่มันมีมากกว่า 2 ตัวเลข

828
00:54:56,808 --> 00:55:00,803
เช่นแบบนี้

829
00:55:00,803 --> 00:55:04,803
5 + 2 x 2 มันมีตัวเลขมากกว่า 2 ตัว

830
00:55:04,804 --> 00:55:08,804
นะคะ แล้วเรา

831
00:55:08,806 --> 00:55:12,804
จะบวกลบเลขอย่างไร

832
00:55:12,804 --> 00:55:16,802
เรามีลำดับความสำคัญของ

833
00:55:16,802 --> 00:55:20,801
เครื่องหมาย เจอวงเล็บ

834
00:55:20,801 --> 00:55:24,801
ก่อน ทำในวงเล็บ

835
00:55:24,803 --> 00:55:28,803
ใช่ไหมคะ เราเจอในวงเล็บ เรา

836
00:55:28,805 --> 00:55:32,802
บวกลบเลขนี่ในวงเล็บก่อน

837
00:55:32,802 --> 00:55:36,802
จากนั้น ลำดับความสำคัญตัวที่ 2 ที่ต้อง

838
00:55:36,808 --> 00:55:40,801
ทำก่อน ก็คือเครื่องหมาย

839
00:55:40,801 --> 00:55:44,801
ยกกำลัง เช่น 2 ยกกำลัง 2 ถูกไหมคะ

840
00:55:44,814 --> 00:55:48,802
3 ยกกำลัง 2 อย่างนี้เป็นต้น

841
00:55:48,802 --> 00:55:52,802
เจอเลขยกกำลังเสร็จแล้ว

842
00:55:52,814 --> 00:55:56,806
เราจะคำนวณเครื่องหมายไหนต่อไป ก็ค

843
00:55:56,806 --> 00:56:00,806
กับหาร คูณกับหารมีลำดับความสำคัญ

844
00:56:00,813 --> 00:56:04,803
เท่ากันนะคะ มีลำดับความสำคัญ

845
00:56:04,803 --> 00:56:08,803
เท่ากัน ตามด้วยบวกกับลบนะ

846
00:56:08,803 --> 00:56:12,803
บวกกับลบก็มีความสำคัญ

847
00:56:12,805 --> 00:56:16,803
เท่ากัน แต่จะทำ

848
00:56:16,803 --> 00:56:20,803
หลังการทำเครื่องหมายคูณกับหาร

849
00:56:20,808 --> 00:56:24,808

850
00:56:24,816 --> 00:56:28,816
คราวนี้มาดูโจทย์ครู 2 ตัวนี้

851
00:56:28,817 --> 00:56:32,805
เป็นตัวเลขตัวเดียวกันเลย 5 + 2

852
00:56:32,805 --> 00:56:36,804
x 2 ตัวแรก

853
00:56:36,804 --> 00:56:40,804
ครูมีวงเล็บเปิดกับวงเล็บปิด โจทย์ตัวที่ 2 ไม่มี

854
00:56:40,806 --> 00:56:44,805
วงเล็บนะคะ ครูไม่ได้มีวงเล็บนะ

855
00:56:44,805 --> 00:56:48,803
คราวนี้มาดูข้อแรกก่อน

856
00:56:48,803 --> 00:56:52,803
อย่างที่บอกว่าถ้าเจอวงเล็บ

857
00:56:52,807 --> 00:56:56,802
วงเล็บเปิดวงเล็บปิด ทำ

858
00:56:56,802 --> 00:57:00,802
ข้างในวงเล็บก่อน

859
00:57:00,807 --> 00:57:04,804
เพราะฉะนั้น เราเอาอะไรบวกกันก่อน 5 + 2

860
00:57:04,804 --> 00:57:08,804
เป็นเท่าไรคะ เป็น 7

861
00:57:08,810 --> 00:57:12,802
7 แล้วคูณด้วย 2 เท่ากับเท่าไหร่

862
00:57:12,802 --> 00:57:16,802
เท่ากับเท่าไหร่คะ

863
00:57:16,803 --> 00:57:20,802
เท่ากับ 14

864
00:57:20,802 --> 00:57:24,802

865
00:57:24,802 --> 00:57:28,802
ตัวเลขเท่ากับ 14 ตัวแรกนะคะ เท่ากับ 14

866
00:57:28,814 --> 00:57:32,802
แล้วมาดูข้อ 2 ครูตัด

867
00:57:32,802 --> 00:57:36,802
วงเล็บทิ้งไป 5 + 2 x 2

868
00:57:36,810 --> 00:57:40,804
เราทำตรงไหนก่อน

869
00:57:40,804 --> 00:57:44,804
ย้อนกลับขึ้นมาดูข้างบน ระหว่างบวกกับคูณ

870
00:57:44,805 --> 00:57:48,805
อะไรสำคัญมากกว่ากัน

871
00:57:48,818 --> 00:57:52,805
อะไรมีความสำคัญมากกว่ากันคะ

872
00:57:52,805 --> 00:57:56,801
บวกกับคูณ

873
00:57:56,801 --> 00:58:00,801

874
00:58:00,802 --> 00:58:04,801
ข้างบนเห็นไหมคะ ว่า 1 นี่

875
00:58:04,801 --> 00:58:08,801
มีความสำคัญมากสุดนะ 2. ความสำคัญรองลงมา

876
00:58:08,804 --> 00:58:12,804
ตัวนี้เบอร์ 3 ความสำคัญ

877
00:58:12,804 --> 00:58:16,801
รองลงมา เบอร์ 4 ความสำคัญ

878
00:58:16,801 --> 00:58:20,801
เพราะฉะนั้น คูณกับบวก

879
00:58:20,804 --> 00:58:24,801
อะไรมีความสำคัญมากกว่ากัน

880
00:58:24,801 --> 00:58:28,800
คูณใช่ไหมคะ อันนี้คือมากสุด

881
00:58:28,800 --> 00:58:32,800

882
00:58:32,809 --> 00:58:36,802
เพราะฉะนั้น เรา

883
00:58:36,802 --> 00:58:40,800
ทำอะไรก่อน 5 + 2 หรือเอา 2

884
00:58:40,800 --> 00:58:44,800
หรือเอา 2 x 2 2 x 2

885
00:58:44,810 --> 00:58:48,799
เป็น 4 4 + 5

886
00:58:48,799 --> 00:58:52,799
5 เป็นเท่าไหร่คะ

887
00:58:52,801 --> 00:58:56,801
เป็น 9

888
00:58:56,803 --> 00:59:00,799
โอเค

889
00:59:00,799 --> 00:59:04,799
ถ้าครูเขียนใหม่

890
00:59:04,801 --> 00:59:08,801

891
00:59:08,804 --> 00:59:12,802

892
00:59:12,802 --> 00:59:16,799
เลข 2 หรือ เดี๋ยวนะ

893
00:59:16,799 --> 00:59:20,799

894
00:59:20,800 --> 00:59:24,800

895
00:59:24,802 --> 00:59:28,798

896
00:59:28,798 --> 00:59:32,798

897
00:59:32,799 --> 00:59:36,799
โจทย์ข้อนี้

898
00:59:36,804 --> 00:59:40,798
5 x 2 + 2

899
00:59:40,798 --> 00:59:44,798
เท่ากับ 12 คนอื่น

900
00:59:44,800 --> 00:59:48,800
ได้ไหมคะ เห็นไหม ตัวเลขเดียวกันเลย

901
00:59:48,808 --> 00:59:52,808
สลับแล้วก็คเครื่องหมายมีเหมือนกันเลย

902
00:59:52,837 --> 00:59:56,801
แค่สลับตำแหน่งค่าก็เปลี่ยนแล้ว

903
00:59:56,801 --> 01:00:00,801
ทันไหมคะ คูณกับบวกแสดงว่า

904
01:00:00,817 --> 01:00:04,798
ทำคูณก่อน 5 x 2

905
01:00:04,798 --> 01:00:08,798
เป็น 10 10 + 2 เป็น 12

906
01:00:08,798 --> 01:00:12,798

907
01:00:12,805 --> 01:00:16,800
โอเค

908
01:00:16,800 --> 01:00:20,799
เอาตัวนี้บวกกันก่อน... คูณกันก่อนนะคะ

909
01:00:20,799 --> 01:00:24,799
5 x 2 เป็น 10 แล้ว 10 ค่อยมาบวกกับ

910
01:00:24,809 --> 01:00:28,800
2 โอเค

911
01:00:28,800 --> 01:00:32,797
จะเห็นว่า

912
01:00:32,797 --> 01:00:36,797
อันนี้คือเราคิดใช่ไหม อันนี้คือเราคิดนะคะ

913
01:00:36,797 --> 01:00:40,797
แล้วเราจะสั่งให้คอมพิวเตอร์

914
01:00:40,800 --> 01:00:44,800
เข้าใจแบบที่เราคิดเมื่อกี้ได้อย่างไร

915
01:00:44,806 --> 01:00:48,799
รู้ว่าถ้าเจอคูณนี่ต้องทำคูณก่อนเลย

916
01:00:48,799 --> 01:00:52,799
เจอวงเล็บเปิด ต้องทำวงเล็บเปิดก่อน

917
01:00:52,799 --> 01:00:56,799
ตอนนี้เราจะสั่งให้คอมพิวเตอร์นี่สามารถคำนวณ

918
01:00:56,800 --> 01:01:00,800
ให้ได้แบบที่เราคำนวณเมื่อ กี

919
01:01:00,800 --> 01:01:04,797
เราใช้

920
01:01:04,797 --> 01:01:08,797
Stack เข้ามาช่วยในการคำนวณนะคะ

921
01:01:08,799 --> 01:01:12,799
เราใช้ Stack เข้ามาในการคำนวณ

922
01:01:12,801 --> 01:01:16,796
วิธีการทำแบบไหน

923
01:01:16,796 --> 01:01:20,796
มาดูวิธีการนะคะ เรามีตัวเลขอยู่ชุดหนึ่ง

924
01:01:20,809 --> 01:01:24,799
เราต้องการหาค่าออกมา เช่น

925
01:01:24,799 --> 01:01:28,796
ครูมีตัวเลขชุดนี้ล่ะ นี่

926
01:01:28,796 --> 01:01:32,796
ครูสั่งให้คอมพิวเตอร์คำนวณ จะต้องได้ผลลัพธ์ 9 เหมือนที่เราคิดเมื่อกี้

927
01:01:32,799 --> 01:01:36,796
คอมพิวเตอร์จะคิดแบบไหนนะคะ

928
01:01:36,796 --> 01:01:40,796
1. เราต้องสร้างตารางแบบนี้ก่อน

929
01:01:40,797 --> 01:01:44,797
มี 3 ช่อง ช่องแรก คือ ใส่ Input

930
01:01:44,797 --> 01:01:48,797
ก็คือข้อมูลนำเข้า Stack

931
01:01:48,802 --> 01:01:52,798
แล้วก็ผลลัพธ์นะคะ

932
01:01:52,798 --> 01:01:56,798
เรามีวิธีการทำนี่ 2 ช่วงด้วยกัน ช่วงที่ 1

933
01:01:56,798 --> 01:02:00,798
ต้องแปลงนิพจน์นะคะ ให้เป็น

934
01:02:00,798 --> 01:02:04,795
แบบ Postfix เอาเครื่องหมาย

935
01:02:04,795 --> 01:02:08,795
ไปไว้ข้างหลังให้หมดก่อน เอาเครื่องหมาย

936
01:02:08,799 --> 01:02:12,798
ไปไว้ข้างหลังให้หมดก่อนนะคะ แล้วค่อยคำนวณออกมาเป็น

937
01:02:12,798 --> 01:02:16,798
ตัวเลข ผลลัพธ์

938
01:02:16,803 --> 01:02:20,801
เรามี 3 ช่องนะ ทุกคนต้องตีตาราง 3 ช่อง

939
01:02:20,801 --> 01:02:24,796
อันแรกเขียนว่า Input Stack แล้วก็ Output

940
01:02:24,796 --> 01:02:28,796
นะคะ ถัดมา

941
01:02:28,801 --> 01:02:32,795
ขั้นตอนวิธีการแปลง

942
01:02:32,795 --> 01:02:36,795
จาก Infix ให้เป็น Postfix

943
01:02:36,817 --> 01:02:40,806
ทุกคนมีชีตที่ครูให้ แบบนี้เลย

944
01:02:40,806 --> 01:02:44,803
ก็คือสิ่งที่อยู่บนสไลด์นะคะ ครูพรินต์ออกมาให้

945
01:02:44,803 --> 01:02:48,797
เรามีอยู่ทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้วย

946
01:02:48,797 --> 01:02:52,795
กัน

947
01:02:52,795 --> 01:02:56,795
มีทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้วยกัน ครูให้เวลา

948
01:02:56,812 --> 01:03:00,798
2 นาที อ่าน 7 ขั้นตอน

949
01:03:00,798 --> 01:03:04,797
นี้ในกระดาษของตัวเองสิคะ

950
01:03:04,797 --> 01:03:08,796
ให้อ่านในกระดาษนะ หรือจะอ่านจากหน้าจอก็ได้

951
01:03:08,796 --> 01:03:12,796
ให้เวลา 2 นาที อยากให้อ่านก่อน

952
01:03:12,802 --> 01:03:16,794

953
01:03:16,794 --> 01:03:20,793

954
01:03:20,793 --> 01:03:24,793

955
01:03:24,793 --> 01:03:28,793

956
01:03:28,802 --> 01:03:32,795

957
01:03:32,795 --> 01:03:36,793

958
01:03:36,793 --> 01:03:40,793

959
01:03:40,793 --> 01:03:44,793

960
01:03:44,793 --> 01:03:48,793

961
01:03:48,799 --> 01:03:52,793

962
01:03:52,793 --> 01:03:56,793

963
01:03:56,795 --> 01:04:00,793

964
01:04:00,793 --> 01:04:04,793

965
01:04:04,794 --> 01:04:08,793

966
01:04:08,793 --> 01:04:12,793

967
01:04:12,797 --> 01:04:16,793

968
01:04:16,793 --> 01:04:20,793

969
01:04:20,793 --> 01:04:24,793

970
01:04:24,796 --> 01:04:28,792

971
01:04:28,792 --> 01:04:32,792

972
01:04:32,798 --> 01:04:36,794

973
01:04:36,794 --> 01:04:40,794

974
01:04:40,794 --> 01:04:44,794

975
01:04:44,796 --> 01:04:48,796

976
01:04:48,797 --> 01:04:52,792

977
01:04:52,792 --> 01:04:56,792

978
01:04:56,796 --> 01:05:00,794

979
01:05:00,794 --> 01:05:04,793

980
01:05:04,793 --> 01:05:08,793
คราวนี้เดี๋ยวมาดูพร้อมกัน

981
01:05:08,796 --> 01:05:12,796
เรามีอยู่ทั้งหมด 7 ขั้นตอนนะคะ เดี๋ยวเราจะ

982
01:05:12,808 --> 01:05:16,792
ลองฝึกนะ แล้วก็เทียบ

983
01:05:16,792 --> 01:05:20,792
ไปทีละขั้น

984
01:05:20,796 --> 01:05:24,793
ขั้นที่ 1 นะคะ กำหนดให้ Stack ว่าง

985
01:05:24,793 --> 01:05:28,793
ก็คือวาดตาราง 3 ช่องนี้ใช่ไหมคะ

986
01:05:28,793 --> 01:05:32,793
อันดับแรก สร้าง Stack ว่าง ก็คือวาด

987
01:05:32,796 --> 01:05:36,794
3 ช่องนะคะ กี่แถวยังไม่รู้นะ

988
01:05:36,794 --> 01:05:40,791
แต่มีอยู่ 3 คอลัมน์ 3 ช่อง

989
01:05:40,791 --> 01:05:44,791

990
01:05:44,791 --> 01:05:48,791
อันดับที่ 2

991
01:05:48,791 --> 01:05:52,791
อ่านข้อมูลจากซ้ายไปขวา ก็คือ

992
01:05:52,793 --> 01:05:56,793
อ่านข้อมูลทีละตัวใช่ไหมคะ เลข 5

993
01:05:56,795 --> 01:06:00,795
เครื่องหมายบวก เลข 2 เครื่องหมายคูณ แล้วก็เลข 2

994
01:06:00,795 --> 01:06:04,793
อันนี้คืออ่านจากซ้ายไปขวา

995
01:06:04,793 --> 01:06:08,793
ทีละตัวนะคะ แล้วก็อ่านเข้ามาทีละตัว

996
01:06:08,797 --> 01:06:12,796
สมมติครูใช้ตัวเลขนะคะ

997
01:06:12,796 --> 01:06:16,796
เช่น

998
01:06:26,340 --> 01:06:36,743

999
01:06:16,792 --> 01:06:20,791

1000
01:06:20,791 --> 01:06:24,791
อ่านข้อมูลจากซ้ายไปขวา ตัวแรก ก็คือ

1001
01:06:24,796 --> 01:06:28,792
5 ใช่ไหม อ่านจากซ้าย ซ้าย ก็คือตัวแรก

1002
01:06:28,792 --> 01:06:32,792
นะคะ ก็คือเลข 5 ถัดมา

1003
01:06:32,793 --> 01:06:36,792
ขั้นถัดมาเป็นขั้นที่ 3

1004
01:06:36,792 --> 01:06:40,790
ถ้าข้อมูลที่อ่านเข้ามา

1005
01:06:40,790 --> 01:06:44,790
เป็นตัวเลข เช่น

1006
01:06:44,793 --> 01:06:48,791
เลข 5 ใช่ไหม ข้อมูลที่เราอ่านเข้ามาเป็นเลข 5

1007
01:06:48,791 --> 01:06:52,791
มันเป็นตัวเลขใช่ไหม ใช่ เอามัน

1008
01:06:52,798 --> 01:06:56,792
ไปไว้ที่ไหน เอามันไปไว้ที่ช่องผลลัพธ์ ก็คือ

1009
01:06:56,792 --> 01:07:00,791
ช่องสุดท้าย

1010
01:07:00,791 --> 01:07:04,791
ก็คือช่องนี้ใช่ไหมคะ ช่อง Output

1011
01:07:04,800 --> 01:07:08,792
ถัดมา ถ้าตัวที

1012
01:07:08,792 --> 01:07:12,792
เราอ่านเข้ามานี่มันไม่ใช่ตัวเลข แสดงว่า

1013
01:07:12,796 --> 01:07:16,790
มันต้องเป็นเครื่องหมายทางคณิตศาสตร์

1014
01:07:16,790 --> 01:07:20,790
อะไรสักอย่างหนึ่งนี่ล่ะ เช่น เครื่องหมายบวก

1015
01:07:20,791 --> 01:07:24,791
ใช่ไหมคะ เครื่องหมายบวก

1016
01:07:24,797 --> 01:07:28,791
เราอ่านเครื่องหมายบวกเข้ามา

1017
01:07:28,791 --> 01:07:32,791
แล้วเขาให้เราเช็กก่อน ว่า

1018
01:07:32,794 --> 01:07:36,794
แล้วใน Stack มันมีค่าอยู่หรือเปล่า Stack ก็คือช่องนี้

1019
01:07:36,794 --> 01:07:40,790
ช่องที่ 2 นี่ มัน

1020
01:07:40,790 --> 01:07:44,790
มีค่าอยู่ไหม ถ้ามันไม่มีค่าอยู่เลย

1021
01:07:44,792 --> 01:07:48,792
ก็หย่อนมันลงไปใน Stack

1022
01:07:48,795 --> 01:07:52,791
แต่ถ้าใน Stack มันมีข้อมูล

1023
01:07:52,791 --> 01:07:56,790
อยู่แล้ว เราจะต้องทำการ

1024
01:07:56,790 --> 01:08:00,790
เปรียบเทียบก่อน ว่าข้อมูล

1025
01:08:00,792 --> 01:08:04,791
ที่เราอ่านเข้ามานี่

1026
01:08:04,791 --> 01:08:08,791
มันมีค่ามากกว่า หรือน้อยกว่าตัวที่อยู่ใน

1027
01:08:08,793 --> 01:08:12,789
Stack

1028
01:08:12,789 --> 01:08:16,789
ถ้ามันมากกว่า

1029
01:08:16,790 --> 01:08:20,790
ถ้ากรณีที่ตัวที่เราอ่านนี่มีค่ามากกว่า

1030
01:08:20,791 --> 01:08:24,791
ก็หย่อนลงไปใน Stack ได้เลย

1031
01:08:24,791 --> 01:08:28,791
ถ้าสิ่งที่

1032
01:08:28,793 --> 01:08:32,789
เราอ่านเข้ามามันมีค่าน้อยกว่าสิ่งที่

1033
01:08:32,789 --> 01:08:36,789
อยู่ใน Stack

1034
01:08:36,792 --> 01:08:40,790
ให้เอาเครื่องหมายใน Stack

1035
01:08:40,790 --> 01:08:44,790
ออกไปไว้ที่ผลลัพธ์

1036
01:08:44,790 --> 01:08:48,790
แล้วเอาเครื่องหมายตัวที่เราอ่านเข้ามาหย่อนลงไปใน Stack

1037
01:08:48,795 --> 01:08:52,788
โอเค

1038
01:08:52,788 --> 01:08:56,788
ถ้า

1039
01:08:56,789 --> 01:09:00,789
เราอ่านจนครบข้อมูล

1040
01:09:00,790 --> 01:09:04,790
ทุกตัวแล้ว เรายังมีข้อมูลอยู่ใน Stack

1041
01:09:04,796 --> 01:09:08,796
เราก็ดึงมันออกมา ก็คือ Pop มันออกมา

1042
01:09:08,796 --> 01:09:12,796
เป็นผลลัพธ์

1043
01:09:13,788 --> 01:09:17,788
มาดูตัวอย่างนะ ทุกคนถือ... ดูกระดาษ

1044
01:09:17,790 --> 01:09:21,788
ที่เป็นขั้นตอนด้วยนะคะ

1045
01:09:21,788 --> 01:09:25,788

1046
01:09:25,788 --> 01:09:29,788

1047
01:09:29,789 --> 01:09:33,788

1048
01:09:33,788 --> 01:09:37,788
โอเค

1049
01:09:37,788 --> 01:09:41,788
โจทย์

1050
01:09:41,788 --> 01:09:45,788
ที่ครูให้ ทุกคนดูที่หน้าจอนะคะ

1051
01:09:45,791 --> 01:09:49,788
ครูมีโจทย์

1052
01:09:49,788 --> 01:09:53,788
มาให้นะคะ ก็คือ 5 + 2

1053
01:09:53,790 --> 01:09:57,787
x 2

1054
01:09:57,787 --> 01:10:01,787
อันดับแรกครูต้องทำอะไร ครูต้องวาดตารางก่อน

1055
01:10:01,790 --> 01:10:05,788
อันดับแรกวาดตาราง 3 ช่อง

1056
01:10:05,788 --> 01:10:09,788
วาดตาราง 3 ช่อง จำนวนแถว

1057
01:10:09,788 --> 01:10:13,788
ก็เอาข้อมูลตัวเลขกับเครื่องหมาย

1058
01:10:13,790 --> 01:10:17,790
มาใส่ทีละบรรทัด 5 บรรทัด

1059
01:10:17,802 --> 01:10:21,790
ที่ 1 ถูกไหมคะ บวกบรรทัดที่ 2

1060
01:10:21,790 --> 01:10:25,790
ใส่เลข 2 บรรทัดถัดมาใส่เครื่องหมายคูณ

1061
01:10:25,790 --> 01:10:29,788
แล้วก็ใส่เลข 2

1062
01:10:29,788 --> 01:10:33,788
เราก็จะวาดตารางเรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ จำนวนแถว

1063
01:10:33,789 --> 01:10:37,789
ขึ้นอยู่กับจำนวนข้อมูล

1064
01:10:37,789 --> 01:10:41,789
ในโจทย์ว่ามีกี่ตัว ก็สร้างแถว

1065
01:10:41,789 --> 01:10:45,789
ใส่ข้อมูลให้เลย

1066
01:10:45,789 --> 01:10:49,789
เรากำหนด Stack

1067
01:10:49,789 --> 01:10:53,789
ว่างแล้วใช่ไหมคะ

1068
01:10:53,792 --> 01:10:57,791
ถัดมา ต้องอ่านข้อมูลทีละตัว

1069
01:10:57,791 --> 01:11:01,790
เราต้องอ่านข้อมูลทีละตัวจากซ้าย

1070
01:11:01,790 --> 01:11:05,787
ไปขวา ตัวแรกคืออะไร คะ

1071
01:11:05,787 --> 01:11:09,787
คือ 5 ใช่ไหม ครูเขียนเรียงแล้ว

1072
01:11:09,788 --> 01:11:13,787
5 บวก... มี 2 มีคูณ แล้วก็มี 2

1073
01:11:13,787 --> 01:11:17,787
อันนี้คือข้อมูลที่เราอ่านจากซ้ายไปขวา

1074
01:11:17,788 --> 01:11:21,788
ตัวแรกเป็นตัวเลขใช่ไหมคะ

1075
01:11:21,789 --> 01:11:25,787
มันเป็นตัวเลขแล้วมันตรงกับข้อไหน

1076
01:11:25,787 --> 01:11:29,786
ในขั้นตอน ข้อ

1077
01:11:29,786 --> 01:11:33,786
3 ที่บอกว่าถ้าเป็นตัวเลข

1078
01:11:33,787 --> 01:11:37,787
ให้เอาไปไว้ที่ไหน เอาไปไว้ที่

1079
01:11:37,789 --> 01:11:41,787
ผลลัพธ์ ถ้าเป็น

1080
01:11:41,787 --> 01:11:45,787
ตัวเลข เอาไปไว้ที่ผลลัพธ์ได้เลย

1081
01:11:45,787 --> 01:11:49,787
ถัดมา

1082
01:11:49,788 --> 01:11:53,788
เจอเครื่องหมายบวกนะคะ เจอเครื่องหมายบวก

1083
01:11:53,792 --> 01:11:57,788
ตอนนี้ใน Stack มันไม่มีค่า

1084
01:11:57,788 --> 01:12:01,788
อะไรเลย ทำอย่างไรคะ

1085
01:12:01,788 --> 01:12:05,788
ก็ใส่ได้เลย ใส่เครื่องหมายบวก

1086
01:12:05,788 --> 01:12:09,788
ลงมาได้เลย ถ้ามันเป็น Stack ว่าง เห็นไหมคะ

1087
01:12:09,789 --> 01:12:13,789
ตัวบนเป็น Stack ว่าง เราก็เอาบวกใส่ได้เลย

1088
01:12:13,789 --> 01:12:17,789
แล้วก็เขียน 5 ลงมาเหมือนเดิมนะคะ

1089
01:12:17,791 --> 01:12:21,787
ยก 5 ลงมาเหมือนเดิมนะ

1090
01:12:21,787 --> 01:12:25,787
ดู ดูพร้อมครูก่อนนะ

1091
01:12:25,788 --> 01:12:29,787
เดี๋ยวครู

1092
01:12:29,787 --> 01:12:33,787
จะถ่ายรูป

1093
01:12:33,787 --> 01:12:37,787
เอาขึ้น Classroom ให้

1094
01:12:37,795 --> 01:12:41,790
ถัดมา เลข 2 ใช่ไหมคะ เลข 2 มันเป็นอะไร มันเป็น

1095
01:12:41,790 --> 01:12:45,789
ตัวเลข เพราะฉะนั้น ต้องเอาไปไว้ที่ไหน

1096
01:12:45,789 --> 01:12:49,789
ไปไว้ที่ผลลัพธ์

1097
01:12:49,793 --> 01:12:53,787
ตรงกับข้อ 3 ในขั้นตอนนะ

1098
01:12:53,787 --> 01:12:57,787
เอา 2 มาไว้ที่ Output แต่ต้องเขียน

1099
01:12:57,792 --> 01:13:01,787
หลัง ก็คือเขียนต่อจากเลข 5 นะคะ

1100
01:13:01,787 --> 01:13:05,787

1101
01:13:05,788 --> 01:13:09,786

1102
01:13:09,786 --> 01:13:13,786
ถัดมา

1103
01:13:13,787 --> 01:13:17,786
ยกเครื่องหมายบวกลงมาด้วยนะ

1104
01:13:17,786 --> 01:13:21,786
เพราะมันอยู่ใน Stack นะคะ เรายังไม่ได้เอาอะไรออก

1105
01:13:21,788 --> 01:13:25,788
หรือเอาอะไรเข้าเพิ่ม

1106
01:13:25,788 --> 01:13:29,786
ถัดมา เป็นเครื่องหมายคูณ

1107
01:13:29,786 --> 01:13:33,786
ใน Stack

1108
01:13:33,788 --> 01:13:37,788
เรามีเครื่องหมายบวกอยู่แล้วนะคะ

1109
01:13:37,788 --> 01:13:41,788
ใน Stack นี่เรามีเครื่องหมายบวกอยู่แล้ว

1110
01:13:41,791 --> 01:13:45,791
ตัวที่เราอ่านเข้ามา คือ คูณ เรา

1111
01:13:45,804 --> 01:13:49,788
จะต้องทำการเปรียบเทียบ

1112
01:13:49,788 --> 01:13:53,786
ค่าที่เราอ่านเข้ามาใหม่ คือ คูณ

1113
01:13:53,786 --> 01:13:57,786
กับตัวเดิมที่อยู่ใน Stack

1114
01:13:57,787 --> 01:14:01,787
คือ บวก เราเปรียบเทียบ ถูกไหมคะ

1115
01:14:01,790 --> 01:14:05,786
กับตัวบนสุดคือเครื่องหมายบวก สิ่งที่

1116
01:14:05,786 --> 01:14:09,786
คืออะไร คูณมีค่า

1117
01:14:09,787 --> 01:14:13,786
มากกว่าบวก ให้ทำอย่างไร

1118
01:14:13,786 --> 01:14:17,785
ก็เอาคูณหย่อนลงมาได้เลย

1119
01:14:17,785 --> 01:14:21,785
ใส่คูณ

1120
01:14:21,785 --> 01:14:25,785
ลงไปใน Stack ได้เลยนะคะ ผลลัพธ์ก็เป็นเหมือนเดิม

1121
01:14:25,789 --> 01:14:29,788
ตัวถัดมา คือ เลข 2

1122
01:14:29,788 --> 01:14:33,788
เลข 2 มันเป็นตัวเลขใช่ไหม เอามาไว้ที่

1123
01:14:33,789 --> 01:14:37,789
ผลลัพธ์นะคะ เอามาต่อด้านหลัง

1124
01:14:37,794 --> 01:14:41,785
เสร็จแล้วเราพบว่า

1125
01:14:41,785 --> 01:14:45,785
ไม่มีข้อมูลแล้ว ข้อมูลมันหมดแล้วน่ะ

1126
01:14:45,787 --> 01:14:49,787
ข้อมูลมันหมดแล้วนะคะ แต่สิ่งที่เราเจอคืออะไร

1127
01:14:49,788 --> 01:14:53,788
ใน Stack ยังมีข้อมูลอยู่

1128
01:14:53,789 --> 01:14:57,786
เพราะฉะนั้น ต้องดึงค่า

1129
01:14:57,786 --> 01:15:01,786
ออกจาก Stack ให้หมด เราเอาอะไรออกมาก่อนคะ

1130
01:15:01,786 --> 01:15:05,786
ตัวล่าสุด ตัวบนสุด คือ คูณ

1131
01:15:05,788 --> 01:15:09,788
เอาคูณมาต่อท้ายที่ Output หรือว่าผลลัพธ์

1132
01:15:09,789 --> 01:15:13,786
เอาคูณออกมาแล้วมันเหลืออีกตัวหนึ่งใช่ไหม

1133
01:15:13,786 --> 01:15:17,786
ก็เอาบวกออกมา

1134
01:15:17,787 --> 01:15:21,786
อันนี้คือผลลัพธ์ ผลลัพธ์สุดท้าย

1135
01:15:21,786 --> 01:15:25,786
นะคะ

1136
01:15:25,786 --> 01:15:29,786
จะอยู่ในรูปแบบของ Postfix คือ แปลงนิพจน์

1137
01:15:29,788 --> 01:15:33,785

1138
01:15:33,785 --> 01:15:37,785
ได้ไหมคะ เดี๋ยวเรามาทำพร้อมกันอีกตัวหนึ่ง

1139
01:15:37,786 --> 01:15:41,784

1140
01:15:41,784 --> 01:15:45,784

1141
01:15:45,785 --> 01:15:49,784

1142
01:15:49,784 --> 01:15:53,784

1143
01:15:53,788 --> 01:15:57,784

1144
01:15:57,784 --> 01:16:01,784

1145
01:16:01,784 --> 01:16:05,784
3 + 5 x 1

1146
01:16:05,787 --> 01:16:09,787

1147
01:16:09,788 --> 01:16:13,785

1148
01:16:13,785 --> 01:16:17,785

1149
01:16:17,786 --> 01:16:21,786
ครูมีโจทย์ใช่ไหมคะ 3 + 5 x 1

1150
01:16:21,789 --> 01:16:25,788
ผลลัพธ์เท่ากับเท่าไหร่เอ่ย ตอบ

1151
01:16:25,788 --> 01:16:29,788
เท่ากับ...

1152
01:16:29,788 --> 01:16:33,786
อันนี้ตอบเท่ากับเท่าไหร่เอ่ย

1153
01:16:33,786 --> 01:16:37,786
8

1154
01:16:37,788 --> 01:16:41,784
ข้างหลังตอบอะไร

1155
01:16:41,784 --> 01:16:45,784
ได้เท่ากับอะไรคะ คำตอบ

1156
01:16:45,791 --> 01:16:49,784
ก็คือ 8

1157
01:16:49,784 --> 01:16:53,784
เอา 5 x 1 ก่อน ได้เท่าไหร่

1158
01:16:53,787 --> 01:16:57,786
ค่อยบวกกับ 3

1159
01:16:57,786 --> 01:17:01,785
5 x 1 เป็น 5 แล้วค่อยบวกกับ 3 เป็น

1160
01:17:01,785 --> 01:17:05,785
8

1161
01:17:05,785 --> 01:17:09,785
เดี๋ยวเราจะมาทำ จะมาแปลงนิพจน์กัน

1162
01:17:09,788 --> 01:17:13,788
นะคะ แล้วเราจะมาหาค่าว่ามันได้ 8 ได้อย่างไร

1163
01:17:13,789 --> 01:17:17,787
อันนี้เรากำลังจะมาแสดงวิธีทำของการได้

1164
01:17:17,787 --> 01:17:21,787
ค่าว่า 8 มันมาจากไหน เราสั่งให้คอมพิวเตอร์

1165
01:17:21,787 --> 01:17:25,785
คิดแบบไหน อันดับแรกวาด Stack ว่างใช่ไหม

1166
01:17:25,785 --> 01:17:29,785
ครูบอกว่าต้องมีคอลัมน์อยู่ 3 คอลัมน์

1167
01:17:29,787 --> 01:17:33,784

1168
01:17:33,784 --> 01:17:37,784

1169
01:17:37,786 --> 01:17:41,784

1170
01:17:41,784 --> 01:17:45,784
ครูมี 3 คอลัมน์แล้ว มี

1171
01:17:45,788 --> 01:17:49,784
Input Stack

1172
01:17:49,784 --> 01:17:53,784
แล้วก็ Output

1173
01:17:53,786 --> 01:17:57,786
จากนั้นครูวาดตารางเลย

1174
01:17:57,787 --> 01:18:01,785
โดยเอาข้อมูลมาใส่ในแต่ละแถวเลยนะคะ

1175
01:18:01,785 --> 01:18:05,784
ครูอ่านเข้ามาทีละตัวจาก

1176
01:18:05,784 --> 01:18:09,784
ซ้ายไปขวา ตัวแรก คือ 3 ถัดมา

1177
01:18:09,791 --> 01:18:13,787
คือ เครื่องหมายบวก เลข 5

1178
01:18:13,787 --> 01:18:17,785
นะคะ เครื่องหมายคูณ

1179
01:18:17,785 --> 01:18:21,785
แล้วก็เลข 1 อันนี้ครูวาดตาราง

1180
01:18:21,788 --> 01:18:25,786
เสร็จแล้ว

1181
01:18:25,786 --> 01:18:29,786

1182
01:18:29,786 --> 01:18:33,786

1183
01:18:33,786 --> 01:18:37,783
ทุกคน

1184
01:18:37,783 --> 01:18:41,783
วาดตามครูก่อนเลย เราวาด

1185
01:18:41,784 --> 01:18:45,784
ตารางเปล่า ๆ แบบนี้ก่อนนะคะ

1186
01:18:45,791 --> 01:18:49,791
คอลัมน์แรก หรือช่องแรก เอา

1187
01:18:49,791 --> 01:18:53,783
ตัวเลขกับเครื่องหมาย

1188
01:18:53,783 --> 01:18:57,783
มาเรียงใส่ทีละบรรทัด

1189
01:18:57,784 --> 01:19:01,784

1190
01:19:01,795 --> 01:19:05,784

1191
01:19:05,784 --> 01:19:09,783

1192
01:19:09,783 --> 01:19:13,783

1193
01:19:13,783 --> 01:19:17,783

1194
01:19:17,785 --> 01:19:21,783

1195
01:19:21,783 --> 01:19:25,783

1196
01:19:25,783 --> 01:19:29,783

1197
01:19:29,784 --> 01:19:33,783

1198
01:19:33,783 --> 01:19:37,783

1199
01:19:37,785 --> 01:19:41,782

1200
01:19:41,782 --> 01:19:45,782

1201
01:19:45,784 --> 01:19:49,783

1202
01:19:49,783 --> 01:19:53,783

1203
01:19:53,785 --> 01:19:57,783

1204
01:19:57,783 --> 01:20:01,783

1205
01:20:01,783 --> 01:20:05,783

1206
01:20:05,784 --> 01:20:09,782

1207
01:20:09,782 --> 01:20:13,782
คราวนี้

1208
01:20:13,783 --> 01:20:17,783
พอทุกคนลอกตารางเสร็จแล้วใช่ไหมคะ เดี๋ยวเราจะมาทำด้วยกัน

1209
01:20:17,791 --> 01:20:21,785
เริ่มต้นตัวแรก

1210
01:20:21,785 --> 01:20:25,785
ใช่ไหมคะ  ทุกคนเริ่มต้นตัวแรกมันเป็นตัวเลข

1211
01:20:25,795 --> 01:20:29,786
ใช่หรือเปล่า มันเป็นตัวเลข เพราะฉะนั้น เอาไปไว้ที่ช่องทางไหน

1212
01:20:29,786 --> 01:20:33,786
ทางขวา

1213
01:20:33,786 --> 01:20:37,784
ใส่ก่อนเลข 3 ใช่ ถูกต้อง

1214
01:20:37,784 --> 01:20:41,784
ถัดมา

1215
01:20:41,785 --> 01:20:45,785
เป็นเครื่องหมายบวกใช่ไหมคะ

1216
01:20:45,787 --> 01:20:49,787
ตรงนี้มีอะไรไหม ไม่มี

1217
01:20:49,791 --> 01:20:53,791
เพราะฉะนั้น เอาเครื่องหมายบวกมาใส่ตรงนี้ได้เลยไหม

1218
01:20:53,796 --> 01:20:57,785
ถ้าเป็นเครื่องหมายเอาลงที่

1219
01:20:57,785 --> 01:21:01,785
Stack เพราะฉะนั้น ตอนนี้ Stack

1220
01:21:01,786 --> 01:21:05,785
ก็ใส่เครื่องหมายบวกได้เลย

1221
01:21:05,785 --> 01:21:09,783
3 ยกลงมาเหมือนเดิมนะคะ

1222
01:21:09,783 --> 01:21:13,783
ตรง Output ยก 3 ลงมาเหมือนเดิม

1223
01:21:13,784 --> 01:21:17,784

1224
01:21:17,784 --> 01:21:21,784

1225
01:21:21,784 --> 01:21:25,783
ถัดมาเลข 5 เป็นตัวเลข

1226
01:21:25,783 --> 01:21:29,783
เอาไว้ที่ไหน เอาไว้

1227
01:21:29,783 --> 01:21:33,783
Output ใช่ไหม เพราะฉะนั้น เอาของเดิม

1228
01:21:33,789 --> 01:21:37,786
ยกลงมาก่อน คือ 3 เราเอาเลขอะไรมาใส่

1229
01:21:37,786 --> 01:21:41,783
เลข 5 นะคะ อันนี้

1230
01:21:41,783 --> 01:21:45,783
ยกลงมาไหม เครื่องหมายบวกยกลงมาด้วยนะ

1231
01:21:45,791 --> 01:21:49,791
ยกลงมาด้วย

1232
01:21:49,791 --> 01:21:53,782

1233
01:21:53,782 --> 01:21:57,782

1234
01:21:57,783 --> 01:22:01,783
เสร็จแล้ว ถัดมา

1235
01:22:01,783 --> 01:22:05,783
เครื่องหมายคูณ

1236
01:22:05,783 --> 01:22:09,783
คูณต้องเอามาลง Stack ใช่หรือเปล่า แต่คูณ

1237
01:22:09,789 --> 01:22:13,783
มันมากกว่าบวกใช่ไหม คูณ

1238
01:22:13,783 --> 01:22:17,783
กับบวก อะไรมากกว่ากัน คูณ เพราะฉะนั้น

1239
01:22:17,783 --> 01:22:21,783
เราก็ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย

1240
01:22:21,789 --> 01:22:25,785
โดยเอาของเดิมลงมาก่อน

1241
01:22:25,785 --> 01:22:29,785
แล้วก็ใส่เครื่องหมายคูณ

1242
01:22:29,791 --> 01:22:33,783
อันนี้ยกลงมาเหมือนเดิมไหม ยกลงมาเหมือนเดิม

1243
01:22:33,783 --> 01:22:37,783

1244
01:22:37,784 --> 01:22:41,784
ตรงสุดท้าย 1 เอาไว้ที่ไหน

1245
01:22:41,784 --> 01:22:45,784
Output แต่มีของเดิมอยู่แล้วใช่ไหม

1246
01:22:45,788 --> 01:22:49,784
ยกของเดิมลงมาก่อน แล้วก็ใส่เลข 1

1247
01:22:49,784 --> 01:22:53,782

1248
01:22:53,782 --> 01:22:57,782
อันนี้ยกลงมาเลยได้ไหม ได้นะคะ ใน Stack

1249
01:22:57,792 --> 01:23:01,783
เราก็ยกเครื่องหมายออกมา เครื่องหมายนะคะ

1250
01:23:01,783 --> 01:23:05,783
บวกกับคูณ

1251
01:23:15,113 --> 01:23:26,793

1252
01:23:05,785 --> 01:23:09,781

1253
01:23:09,781 --> 01:23:13,781
เสร็จแล้ว

1254
01:23:13,786 --> 01:23:17,783
ผลลัพธ์ที่ได้ ตอนนี้ข้อมูลหมดแล้วใช่ไหม

1255
01:23:17,783 --> 01:23:21,783
ใน Stack ยังมีอยู่ ใน Stack ยังมีอยู่ ต้อง

1256
01:23:21,789 --> 01:23:25,782
เอาออกมา ต้อง Pop ออกมา ใช่ไหมคะ

1257
01:23:25,782 --> 01:23:29,782
ยกตรง Output ของเดิมลงมาก่อน Pop

1258
01:23:29,786 --> 01:23:33,783
บวกกับคูณเอาอะไรออกมาก่อน

1259
01:23:33,783 --> 01:23:37,783
คูณ แล้วตามด้วยบวก เห็นไหมคะ

1260
01:23:37,785 --> 01:23:41,783
เอาตัวแรกออกมาก่อน แล้วเอาตัวที่ 2

1261
01:23:41,783 --> 01:23:45,783
ออกมา

1262
01:24:03,823 --> 01:24:04,499

1263
01:23:45,791 --> 01:23:49,784

1264
01:23:49,784 --> 01:23:53,783

1265
01:23:53,783 --> 01:23:57,782

1266
01:23:57,782 --> 01:24:01,782
เดี๋ยวต่ออีกนิดหนึ่งนะคะ เดี๋ยวเขียนตรงนี้ให้เสร็จก่อน

1267
01:24:01,787 --> 01:24:05,782

1268
01:24:05,782 --> 01:24:09,782

1269
01:24:09,784 --> 01:24:13,782
เรายังไม่ได้ค่าเลข 8 เลย

1270
01:24:13,782 --> 01:24:17,782
จะทำอย่างไรให้ได้เลข 8

1271
01:24:17,782 --> 01:24:21,782
8

1272
01:24:21,786 --> 01:24:25,784
ถัดมา เสร็จหรือยังคะ

1273
01:24:25,784 --> 01:24:29,782
เดี๋ยวรอเพื่อน

1274
01:24:29,782 --> 01:24:33,782
แป๊บหนึ่งนะ

1275
01:24:41,074 --> 01:24:51,409

1276
01:24:33,785 --> 01:24:37,782

1277
01:24:37,782 --> 01:24:41,782

1278
01:24:41,788 --> 01:24:45,782
โอเค เราได้ผลลัพธ์

1279
01:24:45,782 --> 01:24:49,782
แล้วใช่ไหมคะ จากตารางที่เราทำใน Stack

1280
01:24:49,784 --> 01:24:53,782

1281
01:24:53,782 --> 01:24:57,782
พอได้ค่าผลลัพธ์แล้วนี่ คือ ตัวนี้ใช่ไหม

1282
01:24:57,784 --> 01:25:01,784
3 5 1 คูณ บวก

1283
01:25:01,787 --> 01:25:05,785
มาหาผลลัพธ์ต่อนะคะ ค่านี้จะเป็นค่าสุดท้ายแล้ว

1284
01:25:05,785 --> 01:25:09,785
ที่เราจะได้คำตอบออกมา

1285
01:25:09,786 --> 01:25:13,782

1286
01:25:13,782 --> 01:25:17,782
ตัวแรกตัวนี้ใช่ไหมคะ

1287
01:25:17,782 --> 01:25:21,782
ขั้นตอนถัดมา ถ้าเป็น

1288
01:25:21,783 --> 01:25:25,783
ตัวเลข ถ้าเป็นตัวเลขจะ Push

1289
01:25:25,784 --> 01:25:29,782
ลง Stack อันนี้อีกอันหนึ่งนะ อีก

1290
01:25:29,782 --> 01:25:33,782
ขั้นตอนหนึ่งนะคะ ถ้าเป็นตัวเลขจะ Push

1291
01:25:33,791 --> 01:25:37,785
ลง Stack ดูพร้อมครูเลย ตัวที่ 1 มา

1292
01:25:37,785 --> 01:25:41,782
คือ ตัวเลขอะไรคะ เลข 3

1293
01:25:41,782 --> 01:25:45,782
เราเอาใส่ใน Stack

1294
01:25:45,784 --> 01:25:49,782
ดูพร้อมกันนะ เลข 3

1295
01:25:49,782 --> 01:25:53,782
ตัวแรก เอาลง Stack ตัวถัดมา

1296
01:25:53,782 --> 01:25:57,781
เลขอะไรคะ เลข 5

1297
01:25:57,781 --> 01:26:01,781
ก็เอาเลข 5 Push ลง Stack เหมือนกัน

1298
01:26:01,787 --> 01:26:05,782

1299
01:26:05,782 --> 01:26:09,782
ตัวถัดมาเลขอะไร

1300
01:26:09,784 --> 01:26:13,783
เลข 1 ก็เอาเลข 1

1301
01:26:13,783 --> 01:26:17,783
Push ลง Stack เหมือนกัน

1302
01:26:17,800 --> 01:26:21,782

1303
01:26:21,782 --> 01:26:25,781

1304
01:26:25,781 --> 01:26:29,781
ถัดมา

1305
01:26:29,783 --> 01:26:33,783
เราเครื่องหมายคูณ ให้

1306
01:26:33,783 --> 01:26:37,783
Pop ค่าบนสุดอออกมา แล้ว

1307
01:26:37,786 --> 01:26:41,786
วางไว้ขวามือ เอาเลข 1 ออกมา เห็นไหมคะ

1308
01:26:41,788 --> 01:26:45,783
จากนั้นใส่เครื่องหมาย

1309
01:26:45,783 --> 01:26:49,783
ถ้ามันเครื่องหมายนะ ตัวที่เราอ่านมา เรา Pop

1310
01:26:49,792 --> 01:26:53,784
ตัวเลขออกมาก่อน แล้วใส่เครื่องหมาย

1311
01:26:53,784 --> 01:26:57,784
แล้วเอาตัวที่ 2 ออกมาแบบนี้

1312
01:26:57,784 --> 01:27:01,784
นะคะ เอาตัวบนสุดออกมา

1313
01:27:01,787 --> 01:27:05,787
แล้วใส่เครื่องหมายที่เราอ่าน แล้วเอา

1314
01:27:05,790 --> 01:27:09,781
ตัวข้อมูล

1315
01:27:09,781 --> 01:27:13,781
ตัวเลขที่อยู่ใน Stack ตัวถัดมานี่เอาออกมา ได้ผลลัพธ์อะไรคะ

1316
01:27:13,788 --> 01:27:17,786
5 x 1 เป็น 5

1317
01:27:17,786 --> 01:27:21,786
ตอนนี้ใน Stack 1 กับ 5 ออก

1318
01:27:21,805 --> 01:27:25,781
ไปแล้วนะ เราได้ผลลัพธ์

1319
01:27:25,781 --> 01:27:29,781
คือ 5 แล้วอย่างไรต่อ

1320
01:27:29,788 --> 01:27:33,786
ก็ Push ลง Stack

1321
01:27:33,786 --> 01:27:37,785
เอาเลข 5 Push ลงไปใน Stack

1322
01:27:37,785 --> 01:27:41,785
ตอนนี้เอาออกไปแล้ว 2 เหลือ 3

1323
01:27:41,787 --> 01:27:45,781
พอคูณเสร็จเอา 5 กลับเข้ามา

1324
01:27:45,781 --> 01:27:49,781

1325
01:27:49,781 --> 01:27:53,781
ดูนะคะ ถัดมา

1326
01:27:53,781 --> 01:27:57,781
อ่านเครื่องหมายบวก

1327
01:27:57,783 --> 01:28:01,783
ทำเหมือนเดิมเลย เอาอะไรออกมาคะ

1328
01:28:01,783 --> 01:28:05,781

1329
01:28:05,781 --> 01:28:09,781
เอา 5 ออกมาไว้ทางขวามือ แล้วก็ใส่เครื่องหมายบวก

1330
01:28:09,786 --> 01:28:13,784
แล้วก้เอา 3 ออกมา คำตอบเป็นเท่าไหร่คะ

1331
01:28:13,784 --> 01:28:17,783
เป็น 8

1332
01:28:17,783 --> 01:28:21,781

1333
01:28:21,781 --> 01:28:25,781
แล้วก็เอา 8 ใส่ลงไปใน Stack จะเหลือเป็นค่าสุดท้าย

1334
01:28:25,786 --> 01:28:29,786
นี่คือคำตอบของ

1335
01:28:29,800 --> 01:28:33,791
โจทย์ข้อนี้ ได้เท่ากันเลยไหม

1336
01:28:33,791 --> 01:28:37,781
ได้เท่ากันเลย คือ 8

1337
01:28:37,781 --> 01:28:41,781
จะเห็นว่านี่คือกระบวนการคอมพิวเตอร์คิดค่า

1338
01:28:41,785 --> 01:28:45,785
ตัวเลขให้เรานะคะ กว่าจะได้เลข 8

1339
01:28:45,803 --> 01:28:49,782
ออกมานี่ คอมพิวเตอร์ต้องคิดแบบนี้นะคะ

1340
01:28:49,782 --> 01:28:53,782

1341
01:28:53,782 --> 01:28:57,780

1342
01:28:57,780 --> 01:29:01,780

1343
01:29:01,780 --> 01:29:05,780
โอเค

1344
01:29:05,780 --> 01:29:09,780
ใครเสร็จแล้ว

1345
01:29:09,780 --> 01:29:13,780
ครูให้เบรกอีก 5 นาที จดตัวนี้ให้เสร็จนะคะ

1346
01:29:13,786 --> 01:29:17,783
ครูให้เบรก 5 นาที

1347
01:29:17,783 --> 01:29:21,780

1348
01:29:21,780 --> 01:29:25,780

1349
01:29:25,782 --> 01:29:29,782

1350
01:29:29,782 --> 01:29:33,781

1351
01:29:33,781 --> 01:29:37,781

1352
01:29:37,783 --> 01:29:41,780

1353
01:29:41,780 --> 01:29:45,780

1354
01:29:45,780 --> 01:29:49,780

1355
01:29:49,780 --> 01:29:53,780

1356
01:29:53,781 --> 01:29:57,781

1357
01:29:57,781 --> 01:30:01,780

1358
01:30:01,780 --> 01:30:05,780

1359
01:30:05,781 --> 01:30:09,781

1360
01:30:09,781 --> 01:30:13,780

1361
01:30:13,780 --> 01:30:17,780

1362
01:30:17,781 --> 01:30:21,781

1363
01:30:21,781 --> 01:30:25,781

1364
01:30:25,783 --> 01:30:29,780

1365
01:30:29,780 --> 01:30:33,780

1366
01:30:33,780 --> 01:30:37,780

1367
01:30:37,780 --> 01:30:41,780

1368
01:30:41,788 --> 01:30:45,780

1369
01:30:45,780 --> 01:30:49,780

1370
01:30:49,794 --> 01:30:53,784

1371
01:30:53,784 --> 01:30:57,780

1372
01:30:57,780 --> 01:31:01,780

1373
01:31:01,780 --> 01:31:05,780

1374
01:31:05,781 --> 01:31:09,781

1375
01:31:09,784 --> 01:31:13,782

1376
01:31:13,782 --> 01:31:17,780

1377
01:31:17,780 --> 01:31:21,780

1378
01:31:21,780 --> 01:31:25,780

1379
01:31:25,782 --> 01:31:29,780

1380
01:31:29,780 --> 01:31:33,780

1381
01:31:33,780 --> 01:31:37,780

1382
01:31:37,780 --> 01:31:41,780

1383
01:31:41,787 --> 01:31:45,782

1384
01:31:45,782 --> 01:31:49,781

1385
01:31:49,781 --> 01:31:53,779

1386
01:31:53,779 --> 01:31:57,779

1387
01:31:57,779 --> 01:32:01,778

1388
01:32:01,778 --> 01:32:05,778

1389
01:32:05,780 --> 01:32:09,777

1390
01:32:09,777 --> 01:32:13,777

1391
01:32:13,777 --> 01:32:17,777

1392
01:32:17,778 --> 01:32:21,777

1393
01:32:21,777 --> 01:32:25,776

1394
01:32:25,776 --> 01:32:29,776

1395
01:32:29,776 --> 01:32:33,776

1396
01:32:33,781 --> 01:32:37,775

1397
01:32:37,775 --> 01:32:41,775

1398
01:32:41,779 --> 01:32:45,775

1399
01:32:45,775 --> 01:32:49,775

1400
01:32:49,775 --> 01:32:53,775

1401
01:32:53,775 --> 01:32:57,775

1402
01:32:57,791 --> 01:33:01,774

1403
01:33:01,774 --> 01:33:05,774

1404
01:33:05,774 --> 01:33:09,773

1405
01:33:09,773 --> 01:33:13,773

1406
01:33:13,776 --> 01:33:17,773

1407
01:33:17,773 --> 01:33:21,773

1408
01:33:21,774 --> 01:33:25,774

1409
01:33:25,774 --> 01:33:29,773

1410
01:33:29,773 --> 01:33:33,772

1411
01:33:33,772 --> 01:33:37,772

1412
01:33:37,776 --> 01:33:41,771

1413
01:33:41,771 --> 01:33:45,771

1414
01:33:45,773 --> 01:33:49,770

1415
01:33:49,770 --> 01:33:53,770

1416
01:33:53,771 --> 01:33:57,771

1417
01:33:57,771 --> 01:34:01,770

1418
01:34:01,770 --> 01:34:05,769

1419
01:34:05,769 --> 01:34:09,769

1420
01:34:09,770 --> 01:34:13,770

1421
01:34:13,771 --> 01:34:17,770

1422
01:34:17,770 --> 01:34:21,769

1423
01:34:21,769 --> 01:34:25,769

1424
01:34:25,769 --> 01:34:29,769

1425
01:34:29,770 --> 01:34:33,768

1426
01:34:33,768 --> 01:34:37,768

1427
01:34:37,768 --> 01:34:41,768

1428
01:34:41,769 --> 01:34:45,769

1429
01:34:45,776 --> 01:34:49,769

1430
01:34:49,769 --> 01:34:53,768

1431
01:34:53,768 --> 01:34:57,766

1432
01:34:57,766 --> 01:35:01,766

1433
01:35:01,766 --> 01:35:05,766

1434
01:35:05,770 --> 01:35:09,766

1435
01:35:09,766 --> 01:35:13,765

1436
01:35:13,765 --> 01:35:17,765

1437
01:35:17,776 --> 01:35:21,776

1438
01:35:21,778 --> 01:35:25,768

1439
01:35:25,768 --> 01:35:29,768

1440
01:35:29,772 --> 01:35:33,764

1441
01:35:33,764 --> 01:35:37,764

1442
01:35:37,766 --> 01:35:41,766

1443
01:35:41,771 --> 01:35:45,766

1444
01:35:45,766 --> 01:35:49,766

1445
01:35:49,768 --> 01:35:53,767

1446
01:35:53,767 --> 01:35:57,763

1447
01:35:57,763 --> 01:36:01,763

1448
01:36:01,768 --> 01:36:05,763

1449
01:36:05,763 --> 01:36:09,763

1450
01:36:09,763 --> 01:36:13,763

1451
01:36:13,763 --> 01:36:17,762

1452
01:36:17,762 --> 01:36:21,762

1453
01:36:21,762 --> 01:36:25,762

1454
01:36:25,762 --> 01:36:29,762

1455
01:36:29,763 --> 01:36:33,762

1456
01:36:33,762 --> 01:36:37,762

1457
01:36:37,762 --> 01:36:41,762

1458
01:36:41,765 --> 01:36:45,763

1459
01:36:45,763 --> 01:36:49,763

1460
01:36:49,763 --> 01:36:53,762

1461
01:36:53,762 --> 01:36:57,760

1462
01:36:57,760 --> 01:37:01,760

1463
01:37:01,770 --> 01:37:05,762

1464
01:37:05,762 --> 01:37:09,759

1465
01:37:09,759 --> 01:37:13,759

1466
01:37:13,759 --> 01:37:17,759

1467
01:37:17,760 --> 01:37:21,759

1468
01:37:21,759 --> 01:37:25,759

1469
01:37:25,759 --> 01:37:29,759

1470
01:37:29,759 --> 01:37:33,759

1471
01:37:33,759 --> 01:37:37,759

1472
01:37:37,764 --> 01:37:41,759

1473
01:37:41,759 --> 01:37:45,759

1474
01:37:45,762 --> 01:37:49,760

1475
01:37:49,760 --> 01:37:53,759

1476
01:37:53,759 --> 01:37:57,758

1477
01:37:57,758 --> 01:38:01,758

1478
01:38:01,763 --> 01:38:05,760

1479
01:38:05,760 --> 01:38:09,760

1480
01:38:09,760 --> 01:38:13,760

1481
01:38:13,760 --> 01:38:17,756

1482
01:38:17,756 --> 01:38:21,756

1483
01:38:21,756 --> 01:38:25,756

1484
01:38:25,765 --> 01:38:29,759

1485
01:38:29,759 --> 01:38:33,757

1486
01:38:33,757 --> 01:38:37,756

1487
01:38:37,756 --> 01:38:41,756

1488
01:38:41,757 --> 01:38:45,757

1489
01:38:45,764 --> 01:38:49,756

1490
01:38:49,756 --> 01:38:53,756

1491
01:38:53,756 --> 01:38:57,755

1492
01:38:57,755 --> 01:39:01,755

1493
01:39:01,755 --> 01:39:05,755

1494
01:39:05,755 --> 01:39:09,755

1495
01:39:09,756 --> 01:39:13,754

1496
01:39:13,754 --> 01:39:17,754

1497
01:39:17,756 --> 01:39:21,754

1498
01:39:21,754 --> 01:39:25,754

1499
01:39:25,776 --> 01:39:29,754

1500
01:39:29,754 --> 01:39:33,754

1501
01:39:33,754 --> 01:39:37,754
ค่ะ เดี๋ยวมาต่ออีกนิดหนึ่ง

1502
01:39:37,755 --> 01:39:41,753

1503
01:39:41,753 --> 01:39:45,753
คราวนี้มาดูอีก 1 ตัวอย่างนะคะ

1504
01:39:45,757 --> 01:39:49,755

1505
01:39:49,755 --> 01:39:53,755
ครูมีโจทย์ให้

1506
01:39:53,755 --> 01:39:57,753

1507
01:39:57,753 --> 01:40:01,753
5 x 2

1508
01:40:01,758 --> 01:40:05,752
+ 2

1509
01:40:05,752 --> 01:40:09,752
ตอนนี้เราทำ

1510
01:40:09,752 --> 01:40:13,752
จาก Infix ให้เป็น

1511
01:40:13,752 --> 01:40:17,752
Postfix ก่อนนะคะ

1512
01:40:17,757 --> 01:40:21,754
อันดับแรก

1513
01:40:21,754 --> 01:40:25,754
ต้องวาดตารางก่อนใช่ไหมคะ

1514
01:40:25,755 --> 01:40:29,755
วาดตาราง Stack ว่าง

1515
01:40:29,759 --> 01:40:33,756
ครูก็วาด 3 ช่องเหมือนเดิม แล้วก็

1516
01:40:33,756 --> 01:40:37,753
ตรง Input ครูก็เอาข้อมูลแต่ละตัว

1517
01:40:37,753 --> 01:40:41,750
มาใส่ลงในแต่ละบรรทัด

1518
01:40:41,750 --> 01:40:45,750

1519
01:40:45,755 --> 01:40:49,750

1520
01:40:49,750 --> 01:40:53,750

1521
01:40:53,763 --> 01:40:57,749

1522
01:40:57,749 --> 01:41:01,749
เริ่มต้นเลย หย่อนเข้ามาตัวเลข

1523
01:41:01,749 --> 01:41:05,749
คือ เลข 5 ใช่ไหม มันเป็นตัวเลข เพราะฉะนั้น

1524
01:41:05,753 --> 01:41:09,748
เอาไปไว้ที่ Output

1525
01:41:09,748 --> 01:41:13,748
นะคะ นะ ถ้าเป็นตัวเลข เอาไปไว้ที่ Output

1526
01:41:13,751 --> 01:41:17,749
ได้เลย ตัวถัดมา

1527
01:41:17,749 --> 01:41:21,748
เครื่องหมายคูณ

1528
01:41:21,748 --> 01:41:25,748
แสดงว่าต้องเอาไปไว้ใน Stack

1529
01:41:25,752 --> 01:41:29,751
ตอนนี้ Stack มันเป็น Stack ว่าง

1530
01:41:29,751 --> 01:41:33,747
เราก็เลยเอาคูณมาใส่ใน

1531
01:41:33,747 --> 01:41:37,747
Stack ได้เลย ส่วน Output

1532
01:41:37,748 --> 01:41:41,748
ก็ยก 5 ลงมาเหมือนเดิม

1533
01:41:41,748 --> 01:41:45,747

1534
01:41:45,747 --> 01:41:49,747
โอเคนะ ยังเป็นเหมือนเดิมอยู่นะ

1535
01:41:49,748 --> 01:41:53,748
2 บรรทัดแรก ถัดมา

1536
01:41:53,752 --> 01:41:57,748
เจอเลข 2 เลข 2

1537
01:41:57,748 --> 01:42:01,748
2 มันเป็นตัวเลข ต้องเอาไปไว้ที่

1538
01:42:01,763 --> 01:42:05,747
Output เพราะฉะนั้น 2

1539
01:42:05,747 --> 01:42:09,747
จะอยู่ต่อจากเลข 5 นะคะ ใน Stack

1540
01:42:09,750 --> 01:42:13,745
ก็ยกลงมาเหมือนเดิม

1541
01:42:13,745 --> 01:42:17,743

1542
01:42:17,743 --> 01:42:21,743
ถึงตรงนี้นะคะ

1543
01:42:21,744 --> 01:42:25,744

1544
01:42:25,747 --> 01:42:29,747
ถัดมาข้อมูลที่เราอ่านมาคืออะไร

1545
01:42:29,747 --> 01:42:33,746
เครื่องหมายบวก พอเราเจอ

1546
01:42:33,746 --> 01:42:37,746
เครื่องหมายบวก ครูบอกว่าต้องเอามัน

1547
01:42:37,751 --> 01:42:41,748
ไปไว้ใน Stack แต่ก่อนอื่น ก่อนที่จะ

1548
01:42:41,748 --> 01:42:45,748
เอาไปไว้ใน Stack เดิม

1549
01:42:45,751 --> 01:42:49,747
เรามีข้อมูลใน Stack หรือเปล่า มีใช่หรือเปล่า มีเครื่องหมายคูณ

1550
01:42:49,747 --> 01:42:53,744
เพราะฉะนั้น เรา

1551
01:42:53,744 --> 01:42:57,743
ต้องเปรียบเทียบความสำคัญก่อน บวก

1552
01:42:57,743 --> 01:43:01,743
มันน้อยกว่าหรือมากกว่าคูณ

1553
01:43:01,762 --> 01:43:05,743
น้อยกว่า ใช่ไหม บวก

1554
01:43:05,743 --> 01:43:09,742
มีค่าน้อยกว่าคูณ เพราะฉะนั้น

1555
01:43:09,742 --> 01:43:13,742
ทำอย่างไรคะ เอาคูณ

1556
01:43:13,743 --> 01:43:17,743
ออกมา

1557
01:43:17,745 --> 01:43:21,743
บวกมีค่าน้อยกว่าคูณ เพราะฉะนั้น

1558
01:43:21,743 --> 01:43:25,740
ต้องเอา

1559
01:43:25,740 --> 01:43:29,740
ข้อมูลที่อยู่บน Stack นี่ คือ คูณ เอามาไว้ที่

1560
01:43:29,742 --> 01:43:33,742
Output เห็นไหมคะ

1561
01:43:33,742 --> 01:43:37,742
เอามาไว้ที่ Output เสร็จแล้ว เราถึงเอา

1562
01:43:37,743 --> 01:43:41,741
เครื่องหมายบวก Push ลงไปใน Stack เห็นไหมคะ

1563
01:43:41,741 --> 01:43:45,740
แล้วค่อยเอาเครื่องหมายบวก

1564
01:43:45,740 --> 01:43:49,740
ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย เพราะ Stack มันว่าง

1565
01:43:49,743 --> 01:43:53,743
เพราะฉะนั้น ตรง Output จะเป็น

1566
01:43:53,743 --> 01:43:57,743
5, 2 แล้วก็เครื่องหมายคูณ

1567
01:43:57,748 --> 01:44:01,748
ทำไมคูณ

1568
01:44:01,757 --> 01:44:05,739
ถึงต้องออกมา เพราะบวกมันน้อยกว่าคูณ

1569
01:44:05,739 --> 01:44:09,739
เห็นไหมคะ บวกมันน้อยกว่าคูณ

1570
01:44:09,748 --> 01:44:13,740
เลยเอาคูณออกมา

1571
01:44:13,740 --> 01:44:17,740
ถัดมาเลขอะไรคะ เลข 2

1572
01:44:17,740 --> 01:44:21,740
เอาไปไว้ที่ Output ได้เลย ก็เอามันไปต่อท้ายคูณ ใช่หรือเปล่า

1573
01:44:21,751 --> 01:44:25,743
พราะมันคือคูณ

1574
01:44:25,743 --> 01:44:29,738
เอา 2 มาต่อท้าย

1575
01:44:29,738 --> 01:44:33,738

1576
01:44:33,738 --> 01:44:37,738
ตอนนี้เราอ่านข้อมูลครบหมดแล้ว

1577
01:44:37,747 --> 01:44:41,741
แต่ใน Stack มันยังมีบวกค้างอยู่ เพราะฉะนั้น

1578
01:44:41,741 --> 01:44:45,741
ต้อง Pop มันออกมา

1579
01:44:45,743 --> 01:44:49,739
นะคะ Pop มันออกมาและไว้ข้างหลัง

1580
01:44:49,739 --> 01:44:53,739

1581
01:44:53,746 --> 01:44:57,746

1582
01:44:57,756 --> 01:45:01,738

1583
01:45:01,738 --> 01:45:05,736

1584
01:45:05,736 --> 01:45:09,735

1585
01:45:09,735 --> 01:45:13,735

1586
01:45:13,735 --> 01:45:17,735

1587
01:45:17,736 --> 01:45:21,736

1588
01:45:21,748 --> 01:45:25,736

1589
01:45:25,736 --> 01:45:29,736

1590
01:45:29,742 --> 01:45:33,735
โอเคนะ

1591
01:45:33,735 --> 01:45:37,735
แบบฝึกหัด ช่วยครูทำหน่อยตอนนี้เลย

1592
01:45:37,738 --> 01:45:41,735
ครูโจทย์ให้นะคะ 3 หาร 1

1593
01:45:41,735 --> 01:45:45,734
ลบ 2 แล้วครูก็บอกว่าหาร

1594
01:45:45,734 --> 01:45:49,734
นี่ มันมีค่ามากกว่าลบนะ นะคะ

1595
01:45:49,735 --> 01:45:53,735
หาค่าผลลัพธ์ของนิพจน์

1596
01:45:53,738 --> 01:45:57,738
Postfix ให้ครูหน่อย

1597
01:45:57,740 --> 01:46:01,739
จะได้อะไร เริ่มต้น

1598
01:46:01,739 --> 01:46:05,734
ทุกคนตีตารางก่อน

1599
01:46:05,734 --> 01:46:09,734

1600
01:46:09,734 --> 01:46:13,734

1601
01:46:13,735 --> 01:46:17,735
ลองทำดูสิคะ มีกระดาษไหม

1602
01:46:17,740 --> 01:46:21,733
ไม่มีมาเอาข้างหน้า

1603
01:46:21,733 --> 01:46:21,733
ครูมีกระดาษให้นะ

1604
01:46:21,733 --> 01:46:25,733
ครูมีกระดาษให้นะ ครูมีกระดาษให้นะ

1605
01:46:25,737 --> 01:46:29,734

1606
01:46:29,734 --> 01:46:33,734

1607
01:46:33,741 --> 01:46:37,732

1608
01:46:37,732 --> 01:46:41,732
แบบฝึกหัด 1 ข้อนะคะ ทำตอนนี้เลย

1609
01:46:41,739 --> 01:46:45,732

1610
01:46:45,732 --> 01:46:49,732

1611
01:46:49,785 --> 01:46:53,736

1612
01:46:53,736 --> 01:46:57,735
เหมือนกับโจทย์ที่ครูให้ไป

1613
01:46:57,735 --> 01:47:01,734
นะคะ คล้าย ๆ กับโจทย์ที่ครูให้ไป แล้วเราก็

1614
01:47:01,734 --> 01:47:05,731
จดแล้วด้วยนะ

1615
01:47:05,731 --> 01:47:09,731

1616
01:47:09,731 --> 01:47:13,730

1617
01:47:13,730 --> 01:47:17,730

1618
01:47:17,731 --> 01:47:21,730

1619
01:47:21,730 --> 01:47:25,730

1620
01:47:25,730 --> 01:47:29,730

1621
01:47:29,730 --> 01:47:33,730

1622
01:47:33,731 --> 01:47:37,730

1623
01:47:37,730 --> 01:47:41,730

1624
01:47:41,730 --> 01:47:45,730

1625
01:47:45,730 --> 01:47:49,730

1626
01:47:50,730 --> 01:47:54,730

1627
01:47:54,730 --> 01:47:58,729

1628
01:47:58,729 --> 01:48:02,729

1629
01:48:02,729 --> 01:48:06,729

1630
01:48:06,733 --> 01:48:10,729

1631
01:48:10,729 --> 01:48:14,729

1632
01:48:14,729 --> 01:48:18,729

1633
01:48:18,732 --> 01:48:22,728

1634
01:48:22,728 --> 01:48:26,728

1635
01:48:26,728 --> 01:48:30,728

1636
01:48:30,728 --> 01:48:34,728

1637
01:48:34,731 --> 01:48:38,728

1638
01:48:38,728 --> 01:48:42,728

1639
01:48:42,732 --> 01:48:46,727

1640
01:48:46,727 --> 01:48:50,727
เหมือนโจทย์สุดท้ายที่ครูให้ไปเมื่อกี้เลยนะ

1641
01:48:50,729 --> 01:48:54,729
ลบ

1642
01:48:54,729 --> 01:48:58,729
มันน้อยกว่าหารใช่ไหมคะ เรา

1643
01:48:58,729 --> 01:49:02,729
เปรียบเทียบกัน ลบมันน้อยกว่าหาร

1644
01:49:02,732 --> 01:49:06,728
เพราะฉะนั้น

1645
01:49:06,728 --> 01:49:10,728
ก็ต้องเอาหารออกมา

1646
01:49:28,740 --> 01:49:47,006

1647
01:49:10,730 --> 01:49:14,727

1648
01:49:14,727 --> 01:49:18,727

1649
01:49:18,727 --> 01:49:22,726

1650
01:49:22,726 --> 01:49:26,726

1651
01:49:26,726 --> 01:49:30,726

1652
01:49:30,728 --> 01:49:34,728

1653
01:49:34,730 --> 01:49:38,726

1654
01:49:38,726 --> 01:49:42,726

1655
01:49:42,726 --> 01:49:46,726

1656
01:49:46,727 --> 01:49:50,726

1657
01:49:50,726 --> 01:49:54,726

1658
01:49:54,726 --> 01:49:58,725

1659
01:49:58,725 --> 01:50:02,725

1660
01:50:02,726 --> 01:50:06,726

1661
01:50:06,729 --> 01:50:10,725

1662
01:50:10,725 --> 01:50:14,725

1663
01:50:14,725 --> 01:50:18,725

1664
01:50:18,725 --> 01:50:22,725

1665
01:50:22,725 --> 01:50:26,725

1666
01:50:26,725 --> 01:50:30,725

1667
01:50:30,725 --> 01:50:34,724

1668
01:50:34,724 --> 01:50:38,724

1669
01:50:38,724 --> 01:50:42,724

1670
01:50:42,724 --> 01:50:46,724

1671
01:50:46,724 --> 01:50:50,724

1672
01:50:50,728 --> 01:50:54,726

1673
01:50:54,726 --> 01:50:58,726

1674
01:50:58,726 --> 01:51:02,725

1675
01:51:02,725 --> 01:51:06,724

1676
01:51:06,724 --> 01:51:10,724

1677
01:51:10,724 --> 01:51:14,723

1678
01:51:14,723 --> 01:51:18,723

1679
01:51:18,723 --> 01:51:22,723

1680
01:51:22,723 --> 01:51:26,723

1681
01:51:26,723 --> 01:51:30,723

1682
01:51:30,723 --> 01:51:34,722

1683
01:51:34,722 --> 01:51:38,722

1684
01:51:38,723 --> 01:51:42,723

1685
01:51:42,724 --> 01:51:46,722

1686
01:51:46,722 --> 01:51:50,722

1687
01:51:50,723 --> 01:51:54,722

1688
01:51:54,722 --> 01:51:58,722

1689
01:51:58,727 --> 01:52:02,721

1690
01:52:02,721 --> 01:52:06,721

1691
01:52:06,722 --> 01:52:10,722

1692
01:52:10,726 --> 01:52:14,726

1693
01:52:14,726 --> 01:52:18,724

1694
01:52:18,724 --> 01:52:22,722

1695
01:52:22,722 --> 01:52:26,722

1696
01:52:26,722 --> 01:52:30,722

1697
01:52:30,724 --> 01:52:34,724

1698
01:52:34,724 --> 01:52:38,721

1699
01:52:38,721 --> 01:52:42,721

1700
01:52:42,721 --> 01:52:46,720

1701
01:52:46,720 --> 01:52:50,720

1702
01:52:50,721 --> 01:52:54,721

1703
01:52:54,723 --> 01:52:58,721

1704
01:52:58,721 --> 01:53:02,721

1705
01:53:02,721 --> 01:53:06,720

1706
01:53:06,720 --> 01:53:10,720

1707
01:53:10,720 --> 01:53:14,720

1708
01:53:14,721 --> 01:53:18,721

1709
01:53:18,725 --> 01:53:22,721

1710
01:53:22,721 --> 01:53:26,720

1711
01:53:26,720 --> 01:53:30,720

1712
01:53:30,720 --> 01:53:34,719

1713
01:53:34,719 --> 01:53:38,719

1714
01:53:38,723 --> 01:53:42,719

1715
01:53:42,719 --> 01:53:46,719

1716
01:53:46,719 --> 01:53:50,719

1717
01:53:50,721 --> 01:53:54,719

1718
01:53:54,719 --> 01:53:58,719

1719
01:53:58,719 --> 01:54:02,719

1720
01:54:02,719 --> 01:54:06,719

1721
01:54:06,719 --> 01:54:10,719

1722
01:54:10,719 --> 01:54:14,719

1723
01:54:14,730 --> 01:54:18,719

1724
01:54:18,719 --> 01:54:22,719

1725
01:54:22,719 --> 01:54:26,718

1726
01:54:26,718 --> 01:54:30,718
คราวนี้นะคะ ดูด้วยกัน

1727
01:54:30,719 --> 01:54:34,718

1728
01:54:34,718 --> 01:54:38,718
3

1729
01:54:38,718 --> 01:54:42,718
เอา 3 ไปไว้ที่ไหนคะ ที่ Output

1730
01:54:42,732 --> 01:54:46,721
เห็นไหมคะ เอา 3 ไปไว้ที่ Output

1731
01:54:46,721 --> 01:54:50,721
เครื่องหมายหาร เอาเครื่องหมายหารไปไว้ที่ไหน Stack

1732
01:54:50,722 --> 01:54:54,719
เพราะมันเป็น Stack ว่าง เราก็หย่อนเครื่องหมายหารได้เลย

1733
01:54:54,719 --> 01:54:58,719
Output เรายกมันลงมาด้วยนะ

1734
01:54:58,720 --> 01:55:02,718

1735
01:55:02,718 --> 01:55:06,718
ถัดไป เราอ่านเจอเลข 1 ใช่ไหมคะ เราต้องเอาเลข 1 ไปไว้

1736
01:55:06,725 --> 01:55:10,720
ที่ไหน Output

1737
01:55:10,720 --> 01:55:14,720
ยกลงมาก่อน เสร็จแล้วก็เติมเลข 1 ลงไป

1738
01:55:14,729 --> 01:55:18,721
ใน Stack ยังเหมือนเดิมนะ

1739
01:55:18,721 --> 01:55:22,721
เรายังมีเครื่องหมายหารอยู่ เราก็ยกลงมาได้เลย

1740
01:55:22,721 --> 01:55:26,718
ถัดมา

1741
01:55:26,718 --> 01:55:30,718
เครื่องหมายลบใช่ไหมคะ เดิมใน Stack เรามี

1742
01:55:30,720 --> 01:55:34,718
หารอยู่แล้วใช่ไหม ครูเขียนให้ดูก่อน

1743
01:55:34,718 --> 01:55:38,718
เรามีหารอยู่แล้วนี่ เราเอาลบนี่มาเทียบกับ

1744
01:55:38,726 --> 01:55:42,721
หาร ปรากฏว่า

1745
01:55:42,721 --> 01:55:46,718
ค่าลบมันน้อยกว่า

1746
01:55:46,718 --> 01:55:50,718
ให้ทำอย่างไร

1747
01:55:50,719 --> 01:55:54,717
ให้เอาหารนี่ เอาออกมาไว้ที่

1748
01:55:54,717 --> 01:55:58,717
Output เพราะฉะนั้น จะได้เป็น

1749
01:55:58,717 --> 01:56:02,717
3, 1 แล้วก็หาร ตรงนี้หายไปใช่ไหมคะ

1750
01:56:02,719 --> 01:56:06,718
เสร็จแล้วก็ใส่ค่าลบ

1751
01:56:06,718 --> 01:56:10,716
ลงมาใน Stack

1752
01:56:10,716 --> 01:56:14,716
ถัดมาหย่อนอะไร 2 เอาไปไว้ที่ Output

1753
01:56:14,717 --> 01:56:18,717
ยกของเดิมลงมาก่อนที่ Output แล้วก็ใส่เลข 2

1754
01:56:18,718 --> 01:56:22,717
ใน Stack หรืออะไรคะ

1755
01:56:22,717 --> 01:56:26,716
เครื่องหมายลบใช่ไม อ่านครบหมดแล้วนะ

1756
01:56:26,716 --> 01:56:30,716
แต่ใน Stack ยังมีค่าอยู่เลย

1757
01:56:30,716 --> 01:56:34,716
เราต้องเอาค่าจาก Stack ออกมา เป็น

1758
01:56:34,716 --> 01:56:38,716
3, 1 หาร 2 แล้วอะไรคะ ลบ

1759
01:56:38,718 --> 01:56:42,716
เห็นไหม

1760
01:56:42,716 --> 01:56:46,716
เราเอาค่าที่อยู๋ใน Stack ตัวสุดท้ายมาใส่ข้างหลัง

1761
01:56:46,717 --> 01:56:50,715
ได้เลยนะคะ

1762
01:56:50,715 --> 01:56:54,715
โอเค

1763
01:56:54,715 --> 01:56:58,715
อีกข้อหนึ่ง

1764
01:56:58,721 --> 01:57:02,721
แล้วจะให้เลิก ครูให้โจทย์มาแค่นี้เอง วาดตารางเองด้วย

1765
01:57:02,721 --> 01:57:06,717

1766
01:57:06,717 --> 01:57:10,715

1767
01:57:10,715 --> 01:57:14,715

1768
01:57:14,722 --> 01:57:18,716

1769
01:57:18,716 --> 01:57:22,715
โจทย์ข้อนี้อันดับแรก

1770
01:57:22,715 --> 01:57:26,715
วาดตารางก่อนเลย ตีตารางค่ะ

1771
01:57:26,720 --> 01:57:30,714

1772
01:57:30,714 --> 01:57:34,714

1773
01:57:34,714 --> 01:57:38,714

1774
01:57:38,714 --> 01:57:42,714

1775
01:57:42,714 --> 01:57:46,714

1776
01:57:46,714 --> 01:57:50,714

1777
01:57:50,721 --> 01:57:54,720

1778
01:57:54,720 --> 01:57:58,714

1779
01:57:58,714 --> 01:58:02,714

1780
01:58:02,716 --> 01:58:06,715

1781
01:58:06,715 --> 01:58:10,713

1782
01:58:10,713 --> 01:58:14,713

1783
01:58:14,717 --> 01:58:18,717

1784
01:58:18,721 --> 01:58:22,717

1785
01:58:22,717 --> 01:58:26,717

1786
01:58:26,717 --> 01:58:30,715

1787
01:58:30,715 --> 01:58:34,713

1788
01:58:34,713 --> 01:58:38,713

1789
01:58:38,720 --> 01:58:42,713

1790
01:58:42,713 --> 01:58:46,713

1791
01:58:46,719 --> 01:58:50,712

1792
01:58:50,712 --> 01:58:54,712

1793
01:58:54,714 --> 01:58:58,714

1794
01:58:58,716 --> 01:59:02,714

1795
01:59:02,714 --> 01:59:06,714

1796
01:59:06,714 --> 01:59:10,714

1797
01:59:10,721 --> 01:59:14,716

1798
01:59:14,716 --> 01:59:18,716

1799
01:59:18,718 --> 01:59:22,714

1800
01:59:22,714 --> 01:59:26,713

1801
01:59:26,713 --> 01:59:30,713

1802
01:59:30,715 --> 01:59:34,715

1803
01:59:34,715 --> 01:59:38,715

1804
01:59:38,715 --> 01:59:42,712

1805
01:59:42,712 --> 01:59:46,712

1806
01:59:46,712 --> 01:59:50,712

1807
01:59:50,713 --> 01:59:54,713

1808
01:59:54,715 --> 01:59:58,712
ดูนิดหนึ่ง

1809
01:59:58,712 --> 02:00:02,712
คูณมันมากกว่าลบ

1810
02:00:02,718 --> 02:00:06,717
ใช่หรือเปล่า คูณมันมีค่ามากกว่าลบ เพราะฉะนั้นทำอะไร

1811
02:00:06,717 --> 02:00:10,712
ก็ Push คูณลง Stack ได้เลย

1812
02:00:10,712 --> 02:00:14,712
นะคะ Push คูณ

1813
02:00:14,713 --> 02:00:18,713
ลงใน Stack ได้เลย

1814
02:00:18,720 --> 02:00:22,713

1815
02:00:22,713 --> 02:00:26,710

1816
02:00:26,710 --> 02:00:30,710

1817
02:00:30,711 --> 02:00:34,710

1818
02:00:34,710 --> 02:00:38,710

1819
02:00:38,712 --> 02:00:42,711

1820
02:00:42,711 --> 02:00:46,711

1821
02:00:46,714 --> 02:00:50,714

1822
02:00:50,722 --> 02:00:54,715

1823
02:00:54,715 --> 02:00:58,711

1824
02:00:58,711 --> 02:01:02,711

1825
02:01:02,711 --> 02:01:06,711

1826
02:01:06,713 --> 02:01:10,713

1827
02:01:10,714 --> 02:01:14,714

1828
02:01:14,715 --> 02:01:18,711

1829
02:01:18,711 --> 02:01:22,709

1830
02:01:22,709 --> 02:01:26,709

1831
02:01:26,713 --> 02:01:30,713

1832
02:01:30,713 --> 02:01:34,711

1833
02:01:34,711 --> 02:01:38,711

1834
02:01:38,711 --> 02:01:42,711

1835
02:01:42,713 --> 02:01:46,709

1836
02:01:46,709 --> 02:01:50,709

1837
02:01:50,709 --> 02:01:54,709

1838
02:01:54,709 --> 02:01:58,709

1839
02:01:58,711 --> 02:02:02,711

1840
02:02:02,711 --> 02:02:06,710

1841
02:02:06,710 --> 02:02:10,709

1842
02:02:10,709 --> 02:02:14,709

1843
02:02:14,710 --> 02:02:18,710

1844
02:02:18,712 --> 02:02:22,712

1845
02:02:22,717 --> 02:02:26,714

1846
02:02:26,714 --> 02:02:30,708

1847
02:02:30,708 --> 02:02:34,708

1848
02:02:34,709 --> 02:02:38,709

1849
02:02:38,709 --> 02:02:42,709

1850
02:02:42,715 --> 02:02:46,715

1851
02:02:46,715 --> 02:02:50,709

1852
02:02:50,709 --> 02:02:54,709

1853
02:02:54,709 --> 02:02:58,708

1854
02:02:58,708 --> 02:03:02,708

1855
02:03:02,708 --> 02:03:06,708

1856
02:03:06,708 --> 02:03:10,708

1857
02:03:10,710 --> 02:03:14,710

1858
02:03:14,710 --> 02:03:18,710

1859
02:03:18,722 --> 02:03:22,709

1860
02:03:22,709 --> 02:03:26,708

1861
02:03:26,708 --> 02:03:30,708

1862
02:03:30,713 --> 02:03:34,707

1863
02:03:34,707 --> 02:03:38,707

1864
02:03:38,707 --> 02:03:42,707

1865
02:03:42,707 --> 02:03:46,707

1866
02:03:46,707 --> 02:03:50,707

1867
02:03:50,708 --> 02:03:54,708

1868
02:03:54,708 --> 02:03:58,708

1869
02:03:58,708 --> 02:04:02,708

1870
02:04:02,718 --> 02:04:06,708

1871
02:04:06,708 --> 02:04:10,708

1872
02:04:10,709 --> 02:04:14,707

1873
02:04:14,707 --> 02:04:18,707

1874
02:04:18,707 --> 02:04:22,707
โอเค

1875
02:04:22,707 --> 02:04:26,706
มาดูนะคะ

1876
02:04:26,706 --> 02:04:30,706
นะคะ 6

1877
02:04:30,713 --> 02:04:34,708
เป็นตัวเลข เอาไว้ที่ Output ใช่หรือเปล่า

1878
02:04:34,708 --> 02:04:38,707
ลบเอาไว้ที่ Stack นะคะ

1879
02:04:38,707 --> 02:04:42,707
6 ก็ใส่มาเหมือนเดิม

1880
02:04:42,707 --> 02:04:46,707
5 เอาไว้ที่ไหนคะ เอาไว้ที่

1881
02:04:46,711 --> 02:04:50,708
Stack ก็ยกลงมาเหมือนเดิมนะคะ

1882
02:04:50,708 --> 02:04:54,708
ถัดมาคูณ

1883
02:04:54,720 --> 02:04:58,707
เจอคูณ

1884
02:04:58,707 --> 02:05:02,707
ใช่ไหมคะ เจอคูณให้เปรียบเทียบกับตัวนี้ก่อน

1885
02:05:02,707 --> 02:05:06,706
ปรากฏว่าคูณมีค่ามากกว่าลบ

1886
02:05:06,706 --> 02:05:10,706
ให้ Push คูณลง Stack

1887
02:05:10,707 --> 02:05:14,706
ได้เลย เพราะฉะนั้น

1888
02:05:14,706 --> 02:05:18,706
Stack เดิมเป็นลบอยู่แล้ว ครูบอกว่า Push

1889
02:05:18,706 --> 02:05:22,706
ลงมาได้เลยนะคะ เพราะคูณ

1890
02:05:22,708 --> 02:05:26,708
มันมากกว่านะ มันมากกว่านะคะ

1891
02:05:26,711 --> 02:05:30,705
ข้างหลัง คือ 6 กับ 5

1892
02:05:30,705 --> 02:05:34,705
ถัดมา 2

1893
02:05:34,708 --> 02:05:38,707
เป็นตัวเลข ไว้ข้างหลังนะคะ

1894
02:05:38,707 --> 02:05:42,705
Stack มีเท่าไรยกลงมา

1895
02:05:42,705 --> 02:05:46,705
โอเค เสร็จแล้ว หมดแล้วนะ ผลลัพธ์

1896
02:05:46,714 --> 02:05:50,713
สุดท้ายที่ได้ 6, 5, 2

1897
02:05:50,713 --> 02:05:54,708
เอาคูณออกมาก่อน แล้วตามด้วยลบนะคะ

1898
02:05:54,708 --> 02:05:58,704
เห็นนะ โอเค

1899
02:05:58,704 --> 02:06:02,704

1900
02:06:02,707 --> 02:06:06,706
ทุกคนดู

1901
02:06:06,706 --> 02:06:10,706
นะคะ

1902
02:06:10,718 --> 02:06:14,705

1903
02:06:14,705 --> 02:06:18,704

1904
02:06:18,704 --> 02:06:22,704

1905
02:06:22,704 --> 02:06:26,704
เราสังเกตนะ

1906
02:06:26,705 --> 02:06:30,705
ทำไมตัวนี้

1907
02:06:30,705 --> 02:06:34,705
เอาหารออกมา ตัวนี้ไม่ได้เอาอะไรออกมานะคะ ตัวนี้

1908
02:06:34,709 --> 02:06:38,708
วิธีการสังเกต โอเค

1909
02:06:38,708 --> 02:06:42,708
ลบเทียบกับหาร ลบ

1910
02:06:42,713 --> 02:06:46,705
มันมีค่าน้อยกว่าหาร เห็นไหมคะ

1911
02:06:46,705 --> 02:06:50,704
ลบมีค่าน้อยกว่าหาร

1912
02:06:50,704 --> 02:06:54,704
เลยต้องเอาหาร

1913
02:06:54,704 --> 02:06:58,704
ออกมา

1914
02:06:58,704 --> 02:07:02,704
แต่ถ้า Input

1915
02:07:02,704 --> 02:07:06,704
ที่ใส่เข้าไปนี่ มีค่ามากกว่า เราก็

1916
02:07:06,715 --> 02:07:10,708
ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย

1917
02:07:10,708 --> 02:07:14,707
ถ้าตัวซ้ายมันมากกว่าตัวบนตรงนี้

1918
02:07:14,707 --> 02:07:18,707
เราก็ใส่ลงไปใน Stack ได้เลยนะคะ

1919
02:07:18,710 --> 02:07:22,704

1920
02:07:22,704 --> 02:07:26,704
โอเค

1921
02:07:26,704 --> 02:07:30,704
ต้องกลับไปทบทวนอีกรอบหนึ่งนะ นะคะ

1922
02:07:30,704 --> 02:07:34,704
เดี๋ยวสัปดาห์หน้าครูจะทวน

1923
02:07:34,704 --> 02:07:38,704
ให้อีกรอบหนึ่ง

1924
02:07:38,713 --> 02:07:42,713

1925
02:07:42,715 --> 02:07:46,704
โอเค

1926
02:07:46,704 --> 02:07:50,704
เดี๋ยวทั้งหมดนี้ครูจะอัปที่ Classroom ให้นะคะ

1927
02:07:50,707 --> 02:07:54,707
เดี๋ยวครูจะไปสแกนให้ แล้วก็อัปโหลดที่ Classroom

1928
02:07:54,709 --> 02:07:58,705
ให้ โอเค

1929
02:07:58,705 --> 02:08:02,703

1930
02:08:02,703 --> 02:08:06,703

1931
02:08:06,714 --> 02:08:10,709

1932
02:08:10,709 --> 02:08:14,709

1933
02:08:14,711 --> 02:08:18,702

1934
02:08:18,702 --> 02:08:22,702

1935
02:08:22,702 --> 02:08:26,702
เดี๋ยวครูเช็กชื่อหน่อยนะคะ

1936
02:08:26,704 --> 02:08:30,702

1937
02:08:30,702 --> 02:08:34,702

1938
02:08:34,703 --> 02:08:38,703

1939
02:08:38,704 --> 02:08:42,704

1940
02:08:42,705 --> 02:08:46,703

1941
02:08:46,703 --> 02:08:50,703

1942
02:08:50,707 --> 02:08:54,703

1943
02:08:54,703 --> 02:08:58,702
ครูเช็กชื่อหน่อย

1944
02:08:58,702 --> 02:09:02,702
ศิริลักษณ์

1945
02:09:02,703 --> 02:09:06,702
02

1946
02:09:06,702 --> 02:09:10,702
มาไหม 02

1947
02:09:10,712 --> 02:09:14,701
คนนี้หรือ

1948
02:09:14,701 --> 02:09:18,701
03

1949
02:09:18,702 --> 02:09:22,702
อดิศร เป็น COVID

1950
02:09:22,728 --> 02:09:26,702
4. นพกิต

1951
02:09:26,702 --> 02:09:30,701
คนนี้ 5.

1952
02:09:30,701 --> 02:09:34,701
พงพร ไหน

1953
02:09:34,701 --> 02:09:38,701
อ๋อ จันทกานต์ (เจ้าหน้าที่) จันทกานต์มาค่ะ (อาจารย์สุธาสินี) อ๋อ

1954
02:09:38,717 --> 02:09:42,707
ไหนคะ

1955
02:09:42,707 --> 02:09:46,707
กัญญานัฐ

1956
02:09:46,707 --> 02:09:50,702
ธัญญาลักษณ์

1957
02:09:50,702 --> 02:09:54,702
อ๋อ โอเค วริษา

1958
02:09:54,705 --> 02:09:58,703
คนนี้

1959
02:09:58,703 --> 02:10:02,703
ภัทรดา 11 ไม่มา

1960
02:10:02,705 --> 02:10:06,700
เทพอักษร

1961
02:10:06,700 --> 02:10:10,700
ธนภัทร 15 โอเค

1962
02:10:10,701 --> 02:10:14,701
ภากรณ์

1963
02:10:14,701 --> 02:10:18,701
16 โอเค ค่ะ เจอกันสัปดาห์หน้า

1964
02:10:18,704 --> 02:10:22,700

1965
02:10:22,700 --> 02:10:26,700

1966
02:10:26,701 --> 02:10:30,700

1967
02:10:30,700 --> 02:10:34,700

1968
02:10:34,700 --> 02:10:38,700

1969
02:10:38,701 --> 02:10:42,701

1970
02:10:42,710 --> 02:10:46,700

1971
02:10:46,700 --> 02:10:50,700
[สิ้นสุดการถอดความ]

1972
02:10:50,703 --> 02:10:54,700

1973
02:10:54,700 --> 02:10:58,700

1974
02:10:58,700 --> 02:11:02,700

1975
02:11:02,700 --> 02:11:06,700

1976
02:11:06,700 --> 02:11:10,700
-

1977
02:11:10,702 --> 02:11:14,700

1978
02:11:14,700 --> 02:11:18,700

1979
02:11:18,701 --> 02:11:22,701


