﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:03,891

2
00:00:04,003 --> 00:00:07,890

3
00:00:08,008 --> 00:00:11,889

4
00:00:12,010 --> 00:00:15,889

5
00:00:16,014 --> 00:00:19,889

6
00:00:20,018 --> 00:00:23,889

7
00:00:24,022 --> 00:00:27,889
(อาจารย์สุธาสินี) ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะ

8
00:00:28,024 --> 00:00:31,889
ได้ยินครูนะ คราวที่แล้ว

9
00:00:32,030 --> 00:00:35,889
นะคะ เราพูดถึงในเรื่องของ

10
00:00:36,031 --> 00:00:39,890
เหมือนล่ามไม่ได้ยินเลย อ๋อ ค่ะ

11
00:00:40,032 --> 00:00:43,889
คราวที่แล้วเราพูดถึงเรื่อง list นะ lis

12
00:00:44,033 --> 00:00:47,894
แล้วเราก็ทำข้อสอบไปแล้วนะคะ

13
00:00:48,034 --> 00:00:51,889
เรื่องลิสต์

14
00:00:52,035 --> 00:00:55,896

15
00:00:56,037 --> 00:00:59,889

16
00:01:00,039 --> 00:01:03,889
ได้ไหมคะ

17
00:01:04,041 --> 00:01:07,889

18
00:01:08,043 --> 00:01:11,889
ได้ยินไหมคะ

19
00:01:12,045 --> 00:01:15,889
ยังไม่ได้ยิน

20
00:01:16,047 --> 00:01:19,889

21
00:01:20,049 --> 00:01:23,890

22
00:01:24,050 --> 00:01:27,891

23
00:01:28,051 --> 00:01:31,889

24
00:01:32,052 --> 00:01:35,892

25
00:01:36,053 --> 00:01:39,890

26
00:01:40,057 --> 00:01:43,889

27
00:01:44,058 --> 00:01:47,893
คราวที่แล้วนะคะ เราพูดถึงเรื่อง List ทุกคน

28
00:01:48,060 --> 00:01:51,890
จำได้นะคะ อันนี้คือลิสต์นะ ที่ครูยกตัวอย่างมาให้

29
00:01:52,060 --> 00:01:55,890
ลิสต์ตัวนี้มีขนาดเท่ากับเท่าไหร่

30
00:01:56,062 --> 00:01:59,891
มีขนาดเท่าไหร่ ขนาด คือ

31
00:02:00,064 --> 00:02:03,890
มีจำนวนเท่าไร มี 5 คนอื่นมีเท่าไรคะ

32
00:02:04,065 --> 00:02:07,890
5 โอเค 5 นะคะ

33
00:02:08,067 --> 00:02:11,890
ลิสต์ที่เราเห็นในหน้าจอตรงนี้

34
00:02:12,068 --> 00:02:15,890
จะมีอยู่ 5 ตัวถูกไหมคะ มีข้อมูลอยู่ 5 ตัว

35
00:02:16,070 --> 00:02:19,890
มี 1 มี 2 มี 3 มี 4

36
00:02:20,071 --> 00:02:23,890
แล้วก็มี 5 มีทั้งหมด 5 ตัวนะคะ คราวนี้

37
00:02:24,072 --> 00:02:27,890
เรารู้ได้อย่างไรว่ามันคือลิสต์ เห็น

38
00:02:28,074 --> 00:02:31,890
ก้ามปูเปิด-ก้ามปูปิดไหมคะ

39
00:02:32,076 --> 00:02:35,891
เป็นสัญลักษณ์ที่บอกว่าการเก็บข้อมูลลักษณะ

40
00:02:36,078 --> 00:02:39,890
แบบนี้มีชื่อเรียกว่า "ลิสต์" นะคะ

41
00:02:40,080 --> 00:02:43,905
จะเก็บค่าของข้อมูล

42
00:02:44,081 --> 00:02:47,890
ในลิสต์ index

43
00:02:48,083 --> 00:02:51,891
ก็คือหมายเลขถูกไหมคะ ก็คือหมายเลขของข้อมูล

44
00:02:52,084 --> 00:02:55,890
เราเริ่มต้นที่หมายเลขอะไรเอ่ย

45
00:02:56,085 --> 00:02:59,890
พอเราวาดเป็นช่องใช่ไหมคะ

46
00:03:00,086 --> 00:03:03,890
ในลิสต์นี่ ถ้าเราลองวาด

47
00:03:04,087 --> 00:03:07,892
การจัดเก็บนะ ก็จะเป็น 1

48
00:03:08,088 --> 00:03:11,891

49
00:03:12,089 --> 00:03:15,891
แล้วก็จะเก็บข้อมูลลงไปในช่องแบบนี้

50
00:03:16,090 --> 00:03:19,891
หมายเลขช่องหรือว่า

51
00:03:20,091 --> 00:03:23,892
Index ตัวแรกเราจะเริ่มต้นที่ตรงไหน

52
00:03:24,093 --> 00:03:27,890
ตรงนี้ index เราจะเริ่มที่เราไรเอ่ย

53
00:03:28,095 --> 00:03:31,891
0 นะ ใช่ไหมคะ

54
00:03:32,098 --> 00:03:35,890
1 2 3 แล้วก็ 4

55
00:03:36,099 --> 00:03:39,891
แล้วก็ 4 ก็คือหมายเลขช่อง ถ้าเราวาดรูปให้

56
00:03:40,100 --> 00:03:43,892
เป็นรูปสี่เหลี่ยมในการจัดเก็บข้อมูล แล้วเวลาครูเข้าถึง

57
00:03:44,101 --> 00:03:47,892
ข้อมูลที่อยู่ในลิสต์ ตอนนี้

58
00:03:48,102 --> 00:03:51,893
ครูตั้งชื่อลิสต์ตัวนี้มีชื่อว่า x

59
00:03:52,104 --> 00:03:55,891
x index 3

60
00:03:56,105 --> 00:03:59,891
ตอบเท่ากับเท่าไรเอ่ย index

61
00:04:00,106 --> 00:04:03,891
เป็น 3 ตัวนี้ตอบ 4 ใช่

62
00:04:04,108 --> 00:04:07,893
ตรงนี้ต้องตอบว่า 4 นะคะ ทุกคนจำได้นะ

63
00:04:08,109 --> 00:04:11,891
แล้วถ้า x

64
00:04:12,110 --> 00:04:15,891
เราต้องการหลาย ๆ ค่า 2 จนถึง 4

65
00:04:16,111 --> 00:04:19,891
จะตอบเท่าหับเท่าไหร่คะ

66
00:04:20,112 --> 00:04:23,891
3 กับ...

67
00:04:24,113 --> 00:04:27,892
3 กับอะไรเอ่ย 4 ใช่ไหม

68
00:04:28,114 --> 00:04:31,892
ใช่ไหม คือ 3 กับ 4 นะ มันเริ่มต้นที่ 2 ใช่ไหมคะ ก็คือ

69
00:04:32,116 --> 00:04:35,891
เริ่มต้นที่ 2 ก็คือเริ่มต้ด้วยตัว

70
00:04:36,117 --> 00:04:39,894
ถึง 4 แล้วก็ลดลงมา 1 ช่อง ก็จะได้ข้อมูลตัวนี้

71
00:04:40,118 --> 00:04:43,891
ก็คือ 3 กับ 4

72
00:04:44,119 --> 00:04:47,891
คราวนี้ แล้วเราเอาลิสต์

73
00:04:48,121 --> 00:04:51,892
มาทำอะไรนะคะ เราเก็บข้อมูล

74
00:04:52,122 --> 00:04:55,892
รูปแบบลิสต์ แล้วเราเอามาใช้ทำอะไรนะคะ

75
00:04:56,124 --> 00:04:59,892
วันนี้เราจะพูดถึงโครงสร้างอีกแบบหนึ่ง

76
00:05:00,126 --> 00:05:03,892
ที่มีชื่อว่า stack นะ

77
00:05:04,128 --> 00:05:07,892
สแตกนะคะ สแตกตัวนี้

78
00:05:08,131 --> 00:05:11,892
จะใช้วิธีการเก็บข้อมูลแบบลิสต์

79
00:05:12,133 --> 00:05:15,895
นะคะ แล้วลักษณะแบบไหน

80
00:05:16,134 --> 00:05:19,893
ที่เราจะเรียกว่า "stack" นะคะ ดูด้วยกัน

81
00:05:20,135 --> 00:05:23,892
เขาบอกว่า Stack

82
00:05:24,136 --> 00:05:27,892
ก็คือการที่เราใส่ข้อมูลเข้าไปแล้วก็ดึงออกมา

83
00:05:28,137 --> 00:05:31,893
นะคะ แล้วข้อมูล

84
00:05:32,139 --> 00:05:35,893
ที่ถูกใส่เข้าไปใน Stack จะถูก

85
00:05:36,141 --> 00:05:39,892
เอาออกมาใช้ทีหลัง อันนี้ คือ

86
00:05:40,142 --> 00:05:43,893
วิธีการเก็บข้อมูลแบบ stack หรือที่เรียกว่า

87
00:05:44,145 --> 00:05:47,893
เข้าทีหลังออกก่อน

88
00:05:48,146 --> 00:05:51,893
เข้าก่อนออกทีหลัง ความหมายเหมือนกัน

89
00:05:52,147 --> 00:05:55,893

90
00:05:56,149 --> 00:05:59,901
ยกตัวอย่างเช่น ทุกคนเคย

91
00:06:00,150 --> 00:06:03,893
ไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวไหมคะ ทุกคนเคยไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวนะ

92
00:06:04,152 --> 00:06:07,893
แล้วเห็นถ้วยก๋วยเตี๋ยวก่อนที่เขาจะ

93
00:06:08,153 --> 00:06:11,893
เอามาใส่เส้น ใส่เครื่องปรุง ใส่หมูให้เรา

94
00:06:12,157 --> 00:06:15,893
ชามก๋วยเตี๋ยวมันเรียงขึ้นไปแบบนี้

95
00:06:16,158 --> 00:06:19,893
ใช่ไหมคะ เวลาแม่ค้าเขาจะเอาจามก๋วยเตี๋ยวมาใส่ให้เรา

96
00:06:20,160 --> 00:06:23,894
เขาจะเอาชามก๋วยเตี๋ยวมาใส่ให้เรา เขาเอาชามที่อยู่

97
00:06:24,161 --> 00:06:27,893
ข้างบน หรือชามที่อยู่ข้างล่าง

98
00:06:28,165 --> 00:06:31,893
เอาชามข้างบนหรือข้างล่างคะ ข้างบน

99
00:06:32,166 --> 00:06:35,893
เขาเอาข้างบนมาทำให้เรา

100
00:06:36,167 --> 00:06:39,894
แล้วเวลาเขาล้างจานเสร็จแล้วนี่ เอาจาน

101
00:06:40,169 --> 00:06:43,893
มาซ้อนข้างล่างหรือซ้อนข้างบน ซ้อนข้างบน

102
00:06:44,173 --> 00:06:47,893
ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น จานที่

103
00:06:48,174 --> 00:06:51,894
อยู่บนสุดจะถูกเอาออกมาใช้ก่อน

104
00:06:52,176 --> 00:06:55,894
และจากที่อยู่บนสุดนะคะ จะถูก

105
00:06:56,177 --> 00:06:59,893
เอาเข้ามาเก็บทีหลัง อันนี้คือรูปแบบ

106
00:07:00,178 --> 00:07:03,894
ของ Stack เช่นนะคะ เช่น ๆ

107
00:07:04,179 --> 00:07:07,896
เช่น สมมติ ครูมีกระดาษ 1 แผ่นนะ

108
00:07:08,181 --> 00:07:11,893
ครูมีกระดาษอยู่ 1 แผ่น ทุกคนดูนะคะ

109
00:07:12,182 --> 00:07:15,894
ครูจะใส่กระดาษแผ่นที่ 2

110
00:07:16,184 --> 00:07:19,893
เห็นไหมคะ ครูซ่อนกระดาษแผ่นที่ 2 อยู่ข้างบน

111
00:07:20,185 --> 00:07:23,893
ครูใส่ ครูใส่กระดาษ

112
00:07:24,187 --> 00:07:27,893
แผ่นที่ 3 เข้าไปนะคะ แล้วครูก็ใส่

113
00:07:28,188 --> 00:07:31,893
กระดาษแผ่นที่ 4 เข้าไปในมือครู เวลา

114
00:07:32,189 --> 00:07:35,894
ครูจะเอาออกมาใช้ครูจะเอาตัวล่างสุดหรือตัวบนสุดออกมาใช้

115
00:07:36,190 --> 00:07:39,895
ตัวบนสุดถูกไหมคะ

116
00:07:40,191 --> 00:07:43,893
ครูไม่พยายามจะดึงตัวล่างสุดออกมานะคะ ครูจะหยิบตัวบน

117
00:07:44,192 --> 00:07:47,894
สุดอกไปใช้ ซึ่งตัวบนสุดนี่

118
00:07:48,196 --> 00:07:51,896
คือ กระดาษแผ่นที่เราใส่ไปล่าสุดนะคะ

119
00:07:52,198 --> 00:07:55,893
เ

120
00:07:56,200 --> 00:07:59,894
เราสามารถสรุปได้แบบนี้นะ ข้อมูลที่อยู่ใน Stack

121
00:08:00,201 --> 00:08:03,894
ตัวแรกจะอยู่ด้านล่างสุด ข

122
00:08:04,202 --> 00:08:07,894
ข้อมูลที่หย่อนลงไปใน Stack ตัวแรกจะอยู่ด้านล่างสุดเลย

123
00:08:08,204 --> 00:08:11,894
นะคะ ตัวถัดไปก็จะซ้อนขึ้นมา

124
00:08:12,206 --> 00:08:15,893
เรื่อย ๆ ข้อมูลที่

125
00:08:16,207 --> 00:08:19,894
เข้าไปใน Stack เป็นตัวสุดท้าย

126
00:08:20,208 --> 00:08:23,894
นะคะ จะอยู่บนสุด แล้วเวลา

127
00:08:24,209 --> 00:08:27,894
เราเอาข้อมูลใน Stack ออกมาใช้งาน

128
00:08:28,210 --> 00:08:31,894
ข้อมูลที่เข้าไปเป็นตัวล่าสุด

129
00:08:32,211 --> 00:08:35,894
หรือตัวลำดับสุดท้าย  จะถูก

130
00:08:36,215 --> 00:08:39,894
ดึงออกมาใช้งานก่อน ตัวไหน

131
00:08:40,216 --> 00:08:43,894
ที่เข้าไปตัวแรกจะถูกเอามาใช้งาน

132
00:08:44,217 --> 00:08:47,894
เป็นตัวสุดท้ายนะคะ เพราะมันอยู่ล่างสุด

133
00:08:48,219 --> 00:08:51,894
มันก็ใช้ยาก เราต้องใช้ตัวบน ค่อย ๆ ดึงตัวบน

134
00:08:52,221 --> 00:08:55,894
ออกไปก่อน

135
00:08:56,222 --> 00:08:59,894
คราวนี้เวลาเราเอาข้อมูลใส่ใน Stack

136
00:09:00,223 --> 00:09:03,894
เราพูดถึง Stack ก็เหมือนภาชนะนะ Stack

137
00:09:04,227 --> 00:09:07,895
เป็นช่องแบบนี้ เป็นช่องสี่เหลี่ย

138
00:09:08,228 --> 00:09:11,894
ในแนวตั้ง ถ้าเราพูดถึง Stack นะ

139
00:09:12,229 --> 00:09:15,895
ดูรูปนี้ก่อน อย่างนี้ มันจะอยู่ในแนวนอนหรือแนวตั้งก็ได้

140
00:09:16,230 --> 00:09:19,894
มันจะอยู่ในแนวนอนหรือแนวตั้งก็ได้

141
00:09:20,231 --> 00:09:23,895
ถ้าพูดถึง Stack ก้คือเป็นชั้น ๆ

142
00:09:24,232 --> 00:09:27,895
เลื่อนขึ้นไปเรื่อย ๆ นะคะ ใน Stack

143
00:09:28,233 --> 00:09:31,895
เราทำอะไรได้บ้าง เราใส่ข้อมูลลงไป

144
00:09:32,235 --> 00:09:35,899
เราดึงข้อมูลออกมา คราวนี้

145
00:09:36,236 --> 00:09:39,894
stackถ้ามันไม่มีข้อมูลอะไรเลย

146
00:09:40,238 --> 00:09:43,895
เราเรียกว่า "Stack ว่าง" คือ มันมีค่าว่าง ๆ

147
00:09:44,239 --> 00:09:47,896
ไม่มีตัวอักษรอะไรเลยนะ อันนี้

148
00:09:48,240 --> 00:09:51,895
คือ Stack ว่าง

149
00:09:52,241 --> 00:09:55,895
ถ้าเราจะใส่ข้อมูลลงไปใน Stack

150
00:09:56,242 --> 00:09:59,895
เราจะมีคำสั่งที่ชื่อว่า Push

151
00:10:00,243 --> 00:10:03,895
คือคำสั่งตัวนี้นะคะ

152
00:10:04,245 --> 00:10:07,895
คำสั่ง Push ก็คือใส่

153
00:10:08,246 --> 00:10:11,895
ข้อมูลลงไปใน Stack ถ้าต้องการเอา

154
00:10:12,247 --> 00:10:15,896
ข้อมูลออกจาก Stack เราใช้คำสั่ง Pop นะคะ

155
00:10:16,249 --> 00:10:19,895
มีอยู่ 2 ตัวที่ทุกคนต้องรู้จัก

156
00:10:20,251 --> 00:10:23,911
เมื่อพูดถึง Stack คือ Push กับ Pop

157
00:10:24,251 --> 00:10:27,896
Push คือใส่ ก็คือเอ

158
00:10:28,253 --> 00:10:31,894
ส่วน Pop ก็คือเอาออกนะคะ Pop คือ เอาออก

159
00:10:32,260 --> 00:10:35,895

160
00:10:36,263 --> 00:10:39,895
คราวนี้มาดูตัวอย่างนะคะ มีแต่ Push กับ Pop

161
00:10:40,268 --> 00:10:43,895
2 ตัว เราเริ่มต้น Stack ไม่มีอะไรเลย

162
00:10:44,270 --> 00:10:47,895
เป็นค่าว่าง ๆ ถูกไหมคะ เป็น Stack ว่าง

163
00:10:48,278 --> 00:10:51,895
ครูบอกว่าครู Push

164
00:10:52,279 --> 00:10:55,902
คำสั่ง Push Push ค่าอะไร ค่า a เมื่อไรก็ตาม

165
00:10:56,281 --> 00:10:59,896
ที่ใช้คำสั่ง Push ต้องบอกด

166
00:11:00,283 --> 00:11:03,901
จะใส่ค่าอะไรด้วยนะคะ

167
00:11:04,286 --> 00:11:07,897
เรา Push ค่า a ลงไป

168
00:11:08,287 --> 00:11:11,896
เห็นไหม มันก็อยู่ด้านล่างสุดนะคะ ถัดมา

169
00:11:12,291 --> 00:11:15,896
ถ้าครูใส่คำสั่ง

170
00:11:16,292 --> 00:11:19,895
ตัวบนก่อน Push b ก็ใส่ b ลงมาเห็นไหมคะ

171
00:11:20,294 --> 00:11:23,895
ถัดจาก a ก็คือ b Push c

172
00:11:24,296 --> 00:11:27,895
ก็อยู่ถัดขึ้นไป และ Push(D) อยู่

173
00:11:28,298 --> 00:11:31,897
บนสุดนะคะ เรียงตรามลำดับของการ

174
00:11:32,303 --> 00:11:35,896
ใส่ข้อมูลเข้าไป

175
00:11:36,304 --> 00:11:39,895
คราวนี้อยากจะเอาออกบ้าง

176
00:11:40,306 --> 00:11:43,895
เอาข้อมูลออกจาก Stack ไปใช้งาน จะใช้คำสั่ง Pop

177
00:11:44,309 --> 00:11:47,895
Pop นะ Pop

178
00:11:48,311 --> 00:11:51,898
แล้วตามด้วยวงเล็บเปิดและวงเล็บปิด ไม่ต้องใส่ค่าอะไร

179
00:11:52,315 --> 00:11:55,895
เพราะเราจะไปดึงค่าที่อยู่ใน Stack ออกมา

180
00:11:56,316 --> 00:11:59,896

181
00:12:00,318 --> 00:12:03,896
เราสั่งคำสั่ง Pop เราเอาข้อมูล

182
00:12:04,319 --> 00:12:07,896
บนสุดนะคะ Pop ให้เอาข้อมูลบนสุด

183
00:12:08,320 --> 00:12:11,895
ที่อยู่ใน Stack ดึงออกมา

184
00:12:12,321 --> 00:12:15,896
เพราะฉะนั้น เดิมเป็นแบบนี้ ถูกไหม

185
00:12:16,323 --> 00:12:19,899
ครูใช้คำสั่ง Pop อะไรออกมาเอ่ย

186
00:12:20,323 --> 00:12:23,895
ตัว D Dog จะออกมา เพราะ D Dog

187
00:12:24,325 --> 00:12:27,895
อยู่บนสุดนะคะ

188
00:12:28,327 --> 00:12:31,896
ถัดมา

189
00:12:32,330 --> 00:12:35,896
ครู Push คือใส่เข้าไป

190
00:12:36,331 --> 00:12:39,896
ไม่มี D Dog แล้วนะ ครู Push e เห็นไหมคะ เวลา Push

191
00:12:40,336 --> 00:12:43,896
ต้องบอกด้วยว่าเราใส่ค่าอะไร

192
00:12:44,339 --> 00:12:47,896
แล้วก็ใส่ตัว e วงเล็บปิด ครู Push ค่า e ลงไป

193
00:12:48,341 --> 00:12:51,896
E จะอยู่ด้านบน C เสร็จแล้ว Push

194
00:12:52,343 --> 00:12:55,897
อีกครั้งหนึ่ง f ก็จะอยู่บนสุดนะคะ

195
00:12:56,347 --> 00:12:59,896
ถัดมาครู Pop

196
00:13:00,348 --> 00:13:03,896
Pop คือ เอาออก เอาอะไรออก ข้างบนสุดคืออะไรคะ

197
00:13:04,351 --> 00:13:07,896
เอา F ออก เพราะฉะนั้นข้อมูล

198
00:13:08,353 --> 00:13:11,896
จะเหลืออยู่ 4 ตัว ก็คือ a, b, c แล้วก็ e

199
00:13:12,354 --> 00:13:15,896

200
00:13:16,358 --> 00:13:19,896
โอเค ถัดมา

201
00:13:20,365 --> 00:13:23,896
เราแทน Stack ด้วยอะไร

202
00:13:24,367 --> 00:13:27,896
นะคะ อย่างที่ครูบอกว่าลิสต์

203
00:13:28,368 --> 00:13:31,900
จะถูกเอามาใช้แทนนะคะ การเก็บข้อมูล

204
00:13:32,369 --> 00:13:35,896
ใน Stack เราพูดถึง Stack แล้วมันจัดเก็บแบบไหน ลิสต์

205
00:13:36,370 --> 00:13:39,896
นั่นล่ะในการเก็บข้อมูล

206
00:13:40,371 --> 00:13:43,896
ลิสต์นะคะ เราสามารถวาดเป็นแนวตั้งหรือแนวนอน

207
00:13:44,372 --> 00:13:47,897
ก็ได้นะ สามารถวาดเป็นแนวนอน

208
00:13:48,373 --> 00:13:51,896
หรือแนวนอนก็ได้ ข้อมูลที่ใส่เข้ามาตัวแรกนะคะ

209
00:13:52,375 --> 00:13:55,896
จะอยู่ที่ index 0 ก็คือข้อมูลตัวแรก

210
00:13:56,376 --> 00:13:59,896
ไล่ไปเรื่อย ๆ จนถึงข้อมูลตัวสุดท้าย

211
00:14:00,378 --> 00:14:03,896

212
00:14:04,379 --> 00:14:07,896
Stack ที่ครูให้มานี่ ที่เก็บอยู่

213
00:14:08,381 --> 00:14:11,900
ในรูปแบบที่เป็นลิสต์นี่

214
00:14:12,382 --> 00:14:15,896
มันมีที่ว่างให้ใส่ได้อีกไหม Stack รูปนี้

215
00:14:16,383 --> 00:14:19,896
มีอยู่ 4 ช่องด้วยกัน ทุกช่องมีค่าไหมคะ

216
00:14:20,384 --> 00:14:23,897
ทุกช่องมีค่านะ

217
00:14:24,385 --> 00:14:27,896
มันเต็มหรือยังคะ

218
00:14:28,387 --> 00:14:31,897
มันมีที่ว่างให้ใส่อีกไหมคะ ไม่มีแล้ว

219
00:14:32,388 --> 00:14:35,897
อย่างนี้เรียกว่า Stack เต็มแล้ว

220
00:14:36,396 --> 00:14:39,896
นะคะ คือ ไม่มีช่องว่างให้เราใส่ข้อมูลตัวใหม่ได้แล้ว

221
00:14:40,397 --> 00:14:43,903
นะคะ แบบนี้เรียกว่า Stack มันเต็มแล้ง

222
00:14:44,399 --> 00:14:47,898

223
00:14:48,400 --> 00:14:51,901

224
00:14:52,401 --> 00:14:55,896
คราวนี้ เรามี 2 คำสั่ง

225
00:14:56,403 --> 00:14:59,896
ที่พูดถึงนะ Push กับ Pop

226
00:15:00,404 --> 00:15:03,898
Push ก็คือใส่ข้อมูลลงไปใน Stack

227
00:15:04,406 --> 00:15:07,897
เช่น ครูมี Stack

228
00:15:08,408 --> 00:15:11,905
อย่างนี้ใช่ไหม มันมีที่ว่างให้ครูใส่ข้อมูลได้ไหมคะ มันมี

229
00:15:12,410 --> 00:15:15,899
ที่ว่างให้ครูใส่ข้อมูลได้ ครู

230
00:15:16,411 --> 00:15:19,897
ก็เลยสั่งคำสั่ง Push 3 ก็คือเอาข้อมูล 3 นี่

231
00:15:20,414 --> 00:15:23,897
ไปหย่อนลงใน Stack มันจะเอามาใส่ช่องนี้

232
00:15:24,415 --> 00:15:27,896
ช่องที่ 1 หรือช่องที่ 2 ค่ะ ช่องที่ 1

233
00:15:28,417 --> 00:15:31,900
ถูกไหม ก็ไล่ลำดับลงมาเรื่อย ๆ

234
00:15:32,420 --> 00:15:35,897
มันอยู่ช่องนี้แล้ว ข้อมูลล่าสุดอยู่ช่องนี้

235
00:15:36,422 --> 00:15:39,899
มันก็ไหลลงไปจนถึงตัวสุดท้าย

236
00:15:40,426 --> 00:15:43,897
ที่มันสามารถจะใส่ได้ ก็คือในช่องตรงนี้ ก็คือจะเอา 3

237
00:15:44,428 --> 00:15:47,896
มาใส่

238
00:15:48,429 --> 00:15:51,897
แล้วเราใส่ด้วยคำสั่งอะไร

239
00:15:52,432 --> 00:15:55,897
เราใช้ List นะคะ

240
00:15:56,434 --> 00:15:59,898
ในการจัดเก็บข้อมูล เราใช้ลิสต์ในการจัดเก็บข้อมูล

241
00:16:00,437 --> 00:16:03,900
เพราะฉะนั้นคำสั่งของการ

242
00:16:04,439 --> 00:16:07,897
เพิ่มข้อมูลลงไปใน Stack ก็คือใช้คำสั่ง

243
00:16:08,440 --> 00:16:11,898
Append ได้เลย เพราะ Append

244
00:16:12,441 --> 00:16:15,900
เป็นคำสั่งของการเพิ่มข้อมูลลงไป

245
00:16:16,442 --> 00:16:19,896
ในลิสต์นะคะ ใส่ชื่อ .

246
00:16:20,444 --> 00:16:23,902
แล้วตามด้วยคำสั่ง Append(d)

247
00:16:24,445 --> 00:16:27,898
ใส่ค่าข้อมูลตัวใหม่แล้วก็วงเล็บปิด

248
00:16:28,447 --> 00:16:31,897
ถัดมา

249
00:16:32,448 --> 00:16:35,896
Pop

250
00:16:36,449 --> 00:16:39,896
คือ เอาออกนะคะ คือ Pop คือ เอาออก

251
00:16:40,450 --> 00:16:43,896
ก่อนที่เราจะเอาข้อมูลออก

252
00:16:44,452 --> 00:16:47,896
เราต้องเช็กก่อนว่า Stack เรา

253
00:16:48,454 --> 00:16:51,896
มีข้อมูลอยู่ไหม ถ้า Stack

254
00:16:52,455 --> 00:16:55,897
มันไม่มีข้อมูลอยู่เลยเราจะเอาอะไรออกมาได้ไหม ไม่ได้

255
00:16:56,457 --> 00:16:59,900
เพราะมันไม่มีข้อมูลอะไรให้เราดึงออกมา

256
00:17:00,458 --> 00:17:03,897
เพราะฉะนั้น อันดับแรกนี่ เราต้องเช็กก่อน

257
00:17:04,458 --> 00:17:07,897
มันมีข้อมูลอยู่ไหมนะคะ มันมีข้อมูลอยู่้ไหม

258
00:17:08,460 --> 00:17:11,900
ถ้ามันไม่มีข้อมูลอยู่เลย เราจะบอกว่า

259
00:17:12,461 --> 00:17:15,897
มันคือ Stack ว่าง เราไม่สามารถทำคำสั่ง Pop

260
00:17:16,463 --> 00:17:19,897
ได้นะคะ แต่ถ้า

261
00:17:20,464 --> 00:17:23,896
Stack ไม่ว่าง เช่น

262
00:17:24,465 --> 00:17:27,897
Stack ไม่ว่างนะ มันมีข้อมูลอยู่ตั้ง 3 ตัว

263
00:17:28,466 --> 00:17:31,897
เราใช้คำสั่ง Pop

264
00:17:32,469 --> 00:17:35,897
ข้อมูลอะไรจะถูกดึงออกมา มีอยู่ 3 ค่านี่

265
00:17:36,471 --> 00:17:39,901
ข้อมูลที่จะเอาออกมาจาก Stack

266
00:17:40,472 --> 00:17:43,897
ก็คือข้อมูลค่าอะไรเอ่ย

267
00:17:44,474 --> 00:17:47,897
อะไรคะ 1 หรือ 2

268
00:17:48,475 --> 00:17:51,897
หรือ 3 3 ใช่ไหม

269
00:17:52,476 --> 00:17:55,897
เอาตัวที่อยู่บนสุด

270
00:17:56,478 --> 00:17:59,897
ตัวล่าสุดถูกไหมคะ ถ้าอยู่ในแนวนอนตัวล่าสุดจะอยู่

271
00:18:00,479 --> 00:18:03,898
ด้านขวา

272
00:18:04,480 --> 00:18:07,897
ถ้าเป็นแนวตั้งตัวล่าสุดจะอยู่ข้างบนใช่ไหมคะ

273
00:18:08,483 --> 00:18:11,897
เลข 3 จะถูก

274
00:18:12,484 --> 00:18:15,923
ดึงออกมานะคะ หลังจากที่เราใช้คำสั่ง Pop

275
00:18:16,486 --> 00:18:19,901

276
00:18:20,496 --> 00:18:23,897
โอเค

277
00:18:24,501 --> 00:18:27,897
ถัดมาตัวนี้จะเป็นคำสั่ง

278
00:18:28,502 --> 00:18:31,897
ที่เราใช้เขียน เช่น

279
00:18:32,503 --> 00:18:35,897
เราจะเช็กว่า Stack นั้นเป็น Stack ว่าง

280
00:18:36,504 --> 00:18:39,897
หรือเปล่า เราก็ดูขนาดของ Stack ใช่ไหมคะ

281
00:18:40,505 --> 00:18:43,897
หาขนาดของ Stack ว่ามันมีขนาด

282
00:18:44,506 --> 00:18:47,905
เท่าไหร่ ถ้าขนาดมันมีค่าเป็น 0

283
00:18:48,507 --> 00:18:51,897
แสดงว่ามันเป็น Stack ว่าง ไม่มีข้อมูลอยู่เลย

284
00:18:52,508 --> 00:18:55,897
ก็ไม่ต้องทำอะไรใช่ไหมคะ แต่ถ้า

285
00:18:56,510 --> 00:18:59,898
มันไม่ใช่ Stack ว่างเราก็

286
00:19:00,513 --> 00:19:03,897
จะดึงค่าที่อยู่บนสุดออกมา

287
00:19:04,515 --> 00:19:07,898
คราวนี้

288
00:19:08,516 --> 00:19:11,898
อันนี้จะเป็นโค้ด เป็นโปรแกรมที่เราจะเขียนทั้งหมด

289
00:19:12,517 --> 00:19:15,897
เดี๋ยวครูบอกอีกทีข้างหลัง

290
00:19:16,518 --> 00:19:19,897
สมมติว่า

291
00:19:20,519 --> 00:19:23,899

292
00:19:24,525 --> 00:19:27,897

293
00:19:28,527 --> 00:19:31,897

294
00:19:32,528 --> 00:19:35,897
ครูอยาก...

295
00:19:36,532 --> 00:19:39,897

296
00:19:40,534 --> 00:19:43,898

297
00:19:44,536 --> 00:19:47,900

298
00:19:48,539 --> 00:19:51,898

299
00:19:52,540 --> 00:19:55,897

300
00:19:56,541 --> 00:19:59,897

301
00:20:00,543 --> 00:20:03,897

302
00:20:04,544 --> 00:20:07,897

303
00:20:08,545 --> 00:20:11,897

304
00:20:12,547 --> 00:20:15,899

305
00:20:16,550 --> 00:20:19,897

306
00:20:20,553 --> 00:20:23,897

307
00:20:24,555 --> 00:20:27,897

308
00:20:28,558 --> 00:20:31,897

309
00:20:32,560 --> 00:20:35,898
คราวนี้ดูนะคะ

310
00:20:36,561 --> 00:20:39,898
ครูมี Stack มาให้ Stack ครูมีกี่ช่องคะ

311
00:20:40,562 --> 00:20:43,897
มี 4 ช่องในแนวตั้งถูกหรือเปล่า

312
00:20:44,563 --> 00:20:47,897
เป็น Stack ในแนวตั้ง มี 4 ช่องนะคะ

313
00:20:48,564 --> 00:20:51,897
ตัวแรก ตัวแรกน่ะจะอยู่

314
00:20:52,565 --> 00:20:55,898
ด้านฐาน จะอยู่ด้านล่างสุดนะ เวลาเราหย่อนข้อมูลลงไป ตัวแรก

315
00:20:56,566 --> 00:20:59,897
จะลงมาอยู่ช่องล่างสุดแล้วค่อยขยับไปช่องถัดไป ๆ

316
00:21:00,571 --> 00:21:03,898
นะคะ จะซ้อนขึ้นไปข้างบนนะ ถ้าเป็น Stack ในแนวตั้ง

317
00:21:04,572 --> 00:21:07,897
คำสั่ง

318
00:21:08,573 --> 00:21:11,900
อย่างที่บอกเรามีแค่ 2 คำสั่งนะ มีแค่ Push กับ Pop

319
00:21:12,574 --> 00:21:15,897
ใช่ไหมคะ Push

320
00:21:16,575 --> 00:21:19,897
ใส่ข้อมูล

321
00:21:20,576 --> 00:21:23,903
กับ Pop

322
00:21:24,577 --> 00:21:27,917
เอาข้อมูลออก คือ ใส่กับเอาออก

323
00:21:28,579 --> 00:21:31,899
นะคะ คราวนี้ดู

324
00:21:32,580 --> 00:21:35,898
Push 5 เห็นไหมคะ ครูใส่หมายเลขช่องก่อนนะ

325
00:21:36,581 --> 00:21:39,898
อันนี้เป็นหมานยเลข 1, 0, 1, 2, 3

326
00:21:40,582 --> 00:21:43,898
เราจะได้เข้าใจตรงกัน โอเค

327
00:21:44,583 --> 00:21:47,897
นะคะ มีหลายเลขช่องแล้วนะ มี 0 1 2 3

328
00:21:48,584 --> 00:21:51,898
ครูสั่ง Push 5 5 จะ

329
00:21:52,585 --> 00:21:55,911
ไปอยู่ที่ช่องไหน ช่องไหนเอ่ย

330
00:21:56,586 --> 00:21:59,898
ช่องหมายเลขอะไร ครูหย่อน 5

331
00:22:00,587 --> 00:22:03,897
ลงไปมันก็จะไหลลงมาอยู่ที่ช่องไหนคะ

332
00:22:04,588 --> 00:22:07,897
ช่อง 0 เห็นไหม พอครูหย่อน 5 ลงมา

333
00:22:08,590 --> 00:22:11,898
ไหลลงมาเรื่อย ๆ จนมาอยู่ที่

334
00:22:12,591 --> 00:22:15,898
ช่อง 0 เสร็จแล้วครูสั่งคำสั่ง Push

335
00:22:16,592 --> 00:22:19,901
10 เดิมมันมี 5 อยู่แล้วนะ

336
00:22:20,593 --> 00:22:23,898
แล้วครูสั่ง Push 10 เพราะฉะนั้น 10 จะมาอยู่ที่ไหนคะ

337
00:22:24,596 --> 00:22:27,898
10 จะมาอยู่ที่

338
00:22:28,608 --> 00:22:31,898
1 ถูกไหมคะ ก็หย่อน 10 ลงมานะ

339
00:22:32,610 --> 00:22:35,898
ถัดมาเดิม

340
00:22:36,611 --> 00:22:39,900
เดิม มี 5 กับ 10 แล้ว ครูเขียนเรียบร้อยก่อน

341
00:22:40,612 --> 00:22:43,899
นะคะ ใส่ที่ช่อง 0 กับช่อง 1 ครู

342
00:22:44,614 --> 00:22:47,908
สั่ง Push 15 ไปอยู่ที่ช่องไหนคะ 2 ใช่ไหม

343
00:22:48,615 --> 00:22:51,898
เห็นไหม พอ Push ข้อมูลลงไป

344
00:22:52,616 --> 00:22:55,898
คราวนี้ จากรูปนี้ ครูสั่ง Pop

345
00:22:56,618 --> 00:22:59,898
เอาอะไรออกมา

346
00:23:00,619 --> 00:23:03,898
จากรูปนี้พอครูสั่ง Pop ปุ๊บ เอาอะไรออกมาคะ

347
00:23:04,620 --> 00:23:07,898
เอาอะไรออกมาเอ่ย

348
00:23:08,621 --> 00:23:11,898
15 ใช่ไหม เอาตัวบนสุด

349
00:23:12,623 --> 00:23:15,898
เลือก

350
00:23:16,624 --> 00:23:19,898
เราเลือก

351
00:23:20,625 --> 00:23:23,898
ตัวบนสุดออกมาใช่ไหมคะ

352
00:23:24,625 --> 00:23:27,899
เพราะฉะนั้น 15 จะถูกดึง

353
00:23:28,626 --> 00:23:31,899
ออกมาข้างนอกเห็นไหมคะ

354
00:23:32,637 --> 00:23:35,906
เพราะฉะนั้น ใน Stack จะเหลือแค่ 10 กับ 5

355
00:23:36,639 --> 00:23:39,900
ครูสั่ง Pop อีกทีหนึ่ง

356
00:23:40,640 --> 00:23:43,898
เอาอะไรออกมาคะ เดิม

357
00:23:44,642 --> 00:23:47,898
มี 5 กับ 10

358
00:23:48,643 --> 00:23:51,898
คราวนี้เอาอะไรออกมา ครูสั่ง Pop ปุ๊บ อะไรออกมาคะ

359
00:23:52,644 --> 00:23:55,898
10 ออกมาเห็นไหม 10 ไม่เหลือแล้ว

360
00:23:56,646 --> 00:23:59,900
เพราะฉะนั้น ตอนนี้ ใน Stack เราเหลือกี่ค่าคะ

361
00:24:00,648 --> 00:24:03,899
ค่าเดียว คือเลข 5

362
00:24:04,649 --> 00:24:07,899
จดตัวนี้ไว้ในกระดาษให้ครูหน่อย

363
00:24:08,652 --> 00:24:11,898

364
00:24:12,654 --> 00:24:15,900
เดี๋ยวครูจะให้ทำแบบฝึกหัด

365
00:24:16,658 --> 00:24:19,902
นะคะ

366
00:24:20,660 --> 00:24:23,899

367
00:24:24,663 --> 00:24:27,899

368
00:24:28,666 --> 00:24:31,899

369
00:24:32,669 --> 00:24:35,899

370
00:24:36,671 --> 00:24:39,899

371
00:24:40,673 --> 00:24:43,898

372
00:24:44,675 --> 00:24:47,898

373
00:24:48,679 --> 00:24:51,900

374
00:24:52,681 --> 00:24:55,899

375
00:24:56,682 --> 00:24:59,898

376
00:25:00,685 --> 00:25:03,899

377
00:25:04,687 --> 00:25:07,899

378
00:25:08,689 --> 00:25:11,899

379
00:25:12,691 --> 00:25:15,899

380
00:25:16,696 --> 00:25:19,899

381
00:25:20,699 --> 00:25:23,899
มีกระดาษไหมคะ มีใครไม่มีกระดาษไหมคะ

382
00:25:24,700 --> 00:25:27,908
ครูมีกระดาษมาแจก มีไหมคะ

383
00:25:28,701 --> 00:25:31,899
มันจะมีเส้น

384
00:25:32,702 --> 00:25:35,900

385
00:25:36,705 --> 00:25:39,900

386
00:25:40,707 --> 00:25:43,900

387
00:25:44,709 --> 00:25:47,906

388
00:25:48,711 --> 00:25:51,899

389
00:25:52,713 --> 00:25:55,899

390
00:25:56,715 --> 00:25:59,899

391
00:26:00,717 --> 00:26:03,900

392
00:26:04,721 --> 00:26:07,900

393
00:26:08,723 --> 00:26:11,902

394
00:26:12,725 --> 00:26:15,901

395
00:26:16,726 --> 00:26:19,900

396
00:26:20,728 --> 00:26:23,902

397
00:26:24,730 --> 00:26:27,899

398
00:26:28,732 --> 00:26:31,900

399
00:26:32,734 --> 00:26:35,900

400
00:26:36,739 --> 00:26:39,901

401
00:26:40,741 --> 00:26:43,900

402
00:26:44,742 --> 00:26:47,900

403
00:26:48,746 --> 00:26:51,901

404
00:26:52,748 --> 00:26:55,901

405
00:26:56,751 --> 00:26:59,899

406
00:27:00,753 --> 00:27:03,900

407
00:27:04,755 --> 00:27:07,904

408
00:27:08,757 --> 00:27:11,900

409
00:27:12,759 --> 00:27:15,906

410
00:27:16,763 --> 00:27:19,901

411
00:27:20,765 --> 00:27:23,899

412
00:27:24,767 --> 00:27:27,900

413
00:27:28,768 --> 00:27:31,900

414
00:27:32,769 --> 00:27:35,900

415
00:27:36,772 --> 00:27:39,900

416
00:27:40,774 --> 00:27:43,900

417
00:27:44,777 --> 00:27:47,903

418
00:27:48,779 --> 00:27:51,900

419
00:27:52,780 --> 00:27:55,900

420
00:27:56,782 --> 00:27:59,906

421
00:28:00,784 --> 00:28:03,901

422
00:28:04,786 --> 00:28:07,901

423
00:28:08,788 --> 00:28:11,900

424
00:28:12,790 --> 00:28:15,901

425
00:28:16,792 --> 00:28:19,900

426
00:28:20,794 --> 00:28:23,900

427
00:28:24,796 --> 00:28:27,905

428
00:28:28,802 --> 00:28:31,901

429
00:28:32,804 --> 00:28:35,900

430
00:28:36,806 --> 00:28:39,902

431
00:28:40,808 --> 00:28:43,901

432
00:28:44,809 --> 00:28:47,900

433
00:28:48,812 --> 00:28:51,901

434
00:28:52,813 --> 00:28:55,900

435
00:28:56,816 --> 00:28:59,901

436
00:29:00,818 --> 00:29:03,901

437
00:29:04,820 --> 00:29:07,901

438
00:29:08,822 --> 00:29:11,901

439
00:29:12,824 --> 00:29:15,901

440
00:29:16,825 --> 00:29:19,901

441
00:29:20,830 --> 00:29:23,903

442
00:29:24,836 --> 00:29:27,903

443
00:29:28,840 --> 00:29:31,900

444
00:29:32,842 --> 00:29:35,901

445
00:29:36,844 --> 00:29:39,901

446
00:29:40,847 --> 00:29:43,901

447
00:29:44,849 --> 00:29:47,901

448
00:29:48,854 --> 00:29:51,901

449
00:29:52,855 --> 00:29:55,901

450
00:29:56,858 --> 00:29:59,901

451
00:30:00,860 --> 00:30:03,900

452
00:30:04,862 --> 00:30:07,901

453
00:30:08,865 --> 00:30:11,901

454
00:30:12,867 --> 00:30:15,901

455
00:30:16,869 --> 00:30:19,901

456
00:30:20,871 --> 00:30:23,901

457
00:30:24,873 --> 00:30:27,901

458
00:30:28,875 --> 00:30:31,902

459
00:30:32,878 --> 00:30:35,901

460
00:30:36,881 --> 00:30:39,902
คราวนี้นะคะ ครูมีโจทย์มาให้ แล้วก็มี

461
00:30:40,887 --> 00:30:43,903
คำสั่งมาให้

462
00:30:44,889 --> 00:30:47,902
ทำเหมือนเดิมเลยใช่ไหมคะ แต่ครูมีตัว

463
00:30:48,890 --> 00:30:51,901
เริ่มต้นให้ ครูมีให้อยู่แล้วอยู่ใน Stack

464
00:30:52,891 --> 00:30:55,904
ใช่ไหมคะ อันแรก เราหย่อน

465
00:30:56,892 --> 00:30:59,901
เลข 2 ลงไป อันที่ 2 เขียนของเดิมก่อน

466
00:31:00,893 --> 00:31:03,901
ใช่ไหมคะ แล้วค่อยหย่อนเลข 7 ลงไป

467
00:31:04,895 --> 00:31:07,901
ถัดมาหย่อนเลข 1 Pop

468
00:31:08,896 --> 00:31:11,902
คือ เอาออกนะ คือ เอาออก แล้วบอกครูด้วยว่า

469
00:31:12,897 --> 00:31:15,920
ข้อมูล

470
00:31:16,899 --> 00:31:19,903
ที่เอาออกมา

471
00:31:20,901 --> 00:31:23,901
คืออะไร เสร็จแล้ว

472
00:31:24,902 --> 00:31:27,904
ก็มีคำสั่งตัวสุดท้าย ก็คือ Push ตัวเลข 7 ลงไป

473
00:31:28,904 --> 00:31:31,901

474
00:31:32,905 --> 00:31:36,901
ลองทำดูนะคะ

475
00:31:36,907 --> 00:31:40,902

476
00:31:40,911 --> 00:31:44,901
เพราะฉะนั้น แต่ละข้อ

477
00:31:44,913 --> 00:31:48,902
มันจะต่อเนื่องกันไปนะคะ

478
00:31:48,914 --> 00:31:52,901
ทำตัวแรก ข้อที่ 1 เสร็จ เอาข้อมูลนี่

479
00:31:52,915 --> 00:31:56,902
มาตั้งต้นไว้ก่อนแล้วเราค่อย Push

480
00:31:56,926 --> 00:32:00,902
เลข 7 ลงไป เดี๋ยวเราทำด้วยกัน 1 ข้อนะ

481
00:32:00,927 --> 00:32:04,902
อันนี้คือ Push เลข 2 หย่อนเลข 2

482
00:32:04,929 --> 00:32:08,901
ลงไป

483
00:32:08,930 --> 00:32:12,901

484
00:32:12,931 --> 00:32:16,902
ข้อที่ 2 ครูจะใส่เลข 7 เพราะฉะนั้น ครู

485
00:32:16,932 --> 00:32:20,901
ต้องใส่ข้อมูลเดิมก่อน

486
00:32:20,933 --> 00:32:24,901
และก็หย่อนเลข 7 ลงไป ทำต่อให้ครูหน่อย

487
00:32:24,934 --> 00:32:28,902
อีก 3 อัน

488
00:32:28,935 --> 00:32:32,902

489
00:32:32,936 --> 00:32:36,901

490
00:32:36,946 --> 00:32:40,902

491
00:32:40,947 --> 00:32:44,902

492
00:32:44,948 --> 00:32:48,902

493
00:32:48,949 --> 00:32:52,913

494
00:32:52,950 --> 00:32:56,902

495
00:32:56,951 --> 00:33:00,902

496
00:33:00,952 --> 00:33:04,906

497
00:33:04,953 --> 00:33:08,902

498
00:33:08,954 --> 00:33:12,902

499
00:33:12,955 --> 00:33:16,902

500
00:33:16,957 --> 00:33:20,902

501
00:33:20,959 --> 00:33:24,902

502
00:33:24,960 --> 00:33:28,904

503
00:33:28,961 --> 00:33:32,902

504
00:33:32,962 --> 00:33:36,902

505
00:33:36,969 --> 00:33:40,902

506
00:33:40,971 --> 00:33:44,902

507
00:33:44,972 --> 00:33:48,905

508
00:33:48,974 --> 00:33:52,902

509
00:33:52,976 --> 00:33:56,902

510
00:33:56,980 --> 00:34:00,903

511
00:34:00,984 --> 00:34:04,902

512
00:34:04,985 --> 00:34:08,902

513
00:34:08,986 --> 00:34:12,903

514
00:34:12,987 --> 00:34:16,908

515
00:34:16,988 --> 00:34:20,902

516
00:34:20,989 --> 00:34:24,903

517
00:34:24,990 --> 00:34:28,903

518
00:34:28,991 --> 00:34:32,902

519
00:34:32,992 --> 00:34:36,902

520
00:34:36,993 --> 00:34:40,903

521
00:34:40,994 --> 00:34:44,907

522
00:34:44,999 --> 00:34:48,903

523
00:34:49,002 --> 00:34:52,903

524
00:34:53,004 --> 00:34:56,908

525
00:34:57,005 --> 00:35:00,902

526
00:35:01,006 --> 00:35:04,902

527
00:35:05,007 --> 00:35:08,902

528
00:35:09,008 --> 00:35:12,903

529
00:35:13,009 --> 00:35:16,902

530
00:35:17,013 --> 00:35:20,903

531
00:35:21,014 --> 00:35:24,902

532
00:35:25,015 --> 00:35:28,903

533
00:35:29,016 --> 00:35:32,907

534
00:35:33,017 --> 00:35:36,903

535
00:35:37,019 --> 00:35:40,902

536
00:35:41,022 --> 00:35:44,902

537
00:35:45,023 --> 00:35:48,903

538
00:35:49,025 --> 00:35:52,903

539
00:35:53,026 --> 00:35:56,902

540
00:35:57,027 --> 00:36:00,904

541
00:36:01,028 --> 00:36:04,902

542
00:36:05,029 --> 00:36:08,902

543
00:36:09,034 --> 00:36:12,903

544
00:36:13,036 --> 00:36:16,903

545
00:36:17,037 --> 00:36:20,902

546
00:36:21,039 --> 00:36:24,902

547
00:36:25,040 --> 00:36:28,903

548
00:36:29,042 --> 00:36:32,903

549
00:36:33,044 --> 00:36:36,903

550
00:36:37,045 --> 00:36:40,903

551
00:36:41,047 --> 00:36:44,903

552
00:36:45,048 --> 00:36:48,910

553
00:36:49,049 --> 00:36:52,903

554
00:36:53,050 --> 00:36:56,904

555
00:36:57,052 --> 00:37:00,903

556
00:37:01,056 --> 00:37:04,903

557
00:37:05,057 --> 00:37:08,902

558
00:37:09,058 --> 00:37:12,903

559
00:37:13,059 --> 00:37:16,916

560
00:37:17,062 --> 00:37:20,903

561
00:37:21,063 --> 00:37:24,904

562
00:37:25,064 --> 00:37:28,903

563
00:37:29,065 --> 00:37:32,903

564
00:37:33,067 --> 00:37:36,903

565
00:37:37,070 --> 00:37:40,903

566
00:37:41,071 --> 00:37:44,903

567
00:37:45,072 --> 00:37:48,903

568
00:37:49,073 --> 00:37:52,903

569
00:37:53,076 --> 00:37:56,905

570
00:37:57,077 --> 00:38:00,903

571
00:38:01,078 --> 00:38:04,910

572
00:38:05,079 --> 00:38:08,903

573
00:38:09,081 --> 00:38:12,905

574
00:38:13,083 --> 00:38:16,903

575
00:38:17,084 --> 00:38:20,903

576
00:38:21,086 --> 00:38:24,903

577
00:38:25,087 --> 00:38:28,903

578
00:38:29,090 --> 00:38:32,903

579
00:38:33,093 --> 00:38:36,905

580
00:38:37,095 --> 00:38:40,903

581
00:38:41,096 --> 00:38:44,903

582
00:38:45,097 --> 00:38:48,903

583
00:38:49,099 --> 00:38:52,903

584
00:38:53,100 --> 00:38:56,903

585
00:38:57,101 --> 00:39:00,903

586
00:39:01,103 --> 00:39:04,904

587
00:39:05,104 --> 00:39:08,903

588
00:39:09,106 --> 00:39:12,903

589
00:39:13,107 --> 00:39:16,904

590
00:39:17,108 --> 00:39:20,903

591
00:39:21,109 --> 00:39:24,907

592
00:39:25,111 --> 00:39:28,907

593
00:39:29,113 --> 00:39:32,903

594
00:39:33,114 --> 00:39:36,904

595
00:39:37,115 --> 00:39:40,903

596
00:39:41,116 --> 00:39:44,903

597
00:39:45,117 --> 00:39:48,903

598
00:39:49,119 --> 00:39:52,912

599
00:39:53,120 --> 00:39:56,908

600
00:39:57,121 --> 00:40:00,904

601
00:40:01,123 --> 00:40:04,903

602
00:40:05,124 --> 00:40:08,905

603
00:40:09,125 --> 00:40:12,906

604
00:40:13,126 --> 00:40:16,904

605
00:40:17,127 --> 00:40:20,903

606
00:40:21,128 --> 00:40:24,924

607
00:40:25,129 --> 00:40:28,904

608
00:40:29,130 --> 00:40:32,904

609
00:40:33,132 --> 00:40:36,904
ทีนี้เดี๋ยวเรามาดู

610
00:40:37,133 --> 00:40:40,903

611
00:40:41,135 --> 00:40:44,903

612
00:40:45,136 --> 00:40:48,903
ข้อ 3 นะคะ ครูสั่ง Push 1 ก็คือใส่เลข 1 ลง

613
00:40:49,137 --> 00:40:52,904
ใน Stack เดิม

614
00:40:53,138 --> 00:40:56,906
เอาของเดิมยกมาก่อนนะ อย่าเพิ่งใส่นะ ของเดิม

615
00:40:57,139 --> 00:41:00,904
มี 3 ค่านะ เขียนก่อนนะคะ

616
00:41:01,140 --> 00:41:04,904
เขียนค่าเดิมก่อน ใส่ค่าเดิมมาก่อน

617
00:41:05,141 --> 00:41:08,904
นะคะ เสร็จแล้วครูสั่ง Push 1

618
00:41:09,142 --> 00:41:12,903
1 จะอยู่ด้านบนเลข 7

619
00:41:13,143 --> 00:41:16,904
ใช่ไหมคะ

620
00:41:17,144 --> 00:41:20,905
จากนั้นครูสั่ง Pop Pop คือ เอาออก

621
00:41:21,144 --> 00:41:24,904
บนสุดคืออะไร คือ 1 เพราะฉะนั้น

622
00:41:25,146 --> 00:41:28,906
เอาอะไรออก เอา 1 ออก เพราะฉะนั้น ที่เหลือ

623
00:41:29,148 --> 00:41:32,905
็ก็คือ 5, 2, 7 ใช่ไหมคะ 1

624
00:41:33,150 --> 00:41:36,905
จะถูกเอาออกมาใช่ไหม เพราะฉะนั้น ข้อมูล

625
00:41:37,151 --> 00:41:40,903
ที่นำออกจาก Stack ก็คือ 1

626
00:41:41,153 --> 00:41:44,904
นะคะ

627
00:41:45,155 --> 00:41:48,904
ครูสั่ง Push อีกครั้งหนึ่งทำอย่างไร

628
00:41:49,156 --> 00:41:52,904
ก็เอาของเดิมที่มีอยู่ใน Stack เขียนก่อน

629
00:41:53,157 --> 00:41:56,905
เพราะฉะนั้น กรณีที่ Push ข้อม

630
00:41:57,158 --> 00:42:00,905
ลงไปใน Stack ยกของเดิมมาก่อน

631
00:42:01,159 --> 00:42:04,913
เสร็จแล้ว

632
00:42:05,162 --> 00:42:08,905
ใส่ตัวเลขที่ครูสั่งลงไป ก็คือ 7 7

633
00:42:09,163 --> 00:42:12,918
ก็จะอยู่ด้านบนนะคะ อันนี้คือ

634
00:42:13,164 --> 00:42:16,904
Stack ที่ได้หลังจากที่เราใช้

635
00:42:17,166 --> 00:42:20,917
คำสั่งทั้งหมด 5 คำสั่ง

636
00:42:21,168 --> 00:42:24,905

637
00:42:25,170 --> 00:42:28,904
โอเค

638
00:42:29,172 --> 00:42:32,905

639
00:42:33,173 --> 00:42:36,917
ถัดมาครูเปลี่ยนนะ จากแนวตั้ง

640
00:42:37,174 --> 00:42:40,905
เป็นแนวนอนนะคะ ถ้าครูลองเปลี่ยน Stack เป็นแนวนอน

641
00:42:41,176 --> 00:42:44,907
บ้าง

642
00:42:45,179 --> 00:42:48,904

643
00:42:49,180 --> 00:42:52,904

644
00:42:53,181 --> 00:42:56,904

645
00:42:57,182 --> 00:43:00,906

646
00:43:01,183 --> 00:43:04,905

647
00:43:05,185 --> 00:43:08,906

648
00:43:09,187 --> 00:43:12,907

649
00:43:13,190 --> 00:43:16,906

650
00:43:17,191 --> 00:43:20,905
คราวนี้ครูลองเปลี่ยน Stack เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง

651
00:43:21,192 --> 00:43:24,905
เป็นแนวนอนบ้างนะคะ

652
00:43:25,194 --> 00:43:28,905
และครูมีตัวเลข

653
00:43:29,196 --> 00:43:32,911
ที่อยู่ใน Stack ไว้ให้ คือ 3

654
00:43:33,197 --> 00:43:36,905
แล้วก็ 1 ถูกไหม ตัวแรกจะอยู่ซ้ายสุดถูกไหมคะ

655
00:43:37,199 --> 00:43:40,906
ถัดมาก็จะเป็นตัวที่ 2

656
00:43:41,200 --> 00:43:44,906
แล้วครูใช้คำสั่ง Push 5 ข้อที่ 2

657
00:43:45,201 --> 00:43:48,904
ครู Push 6 เสร็จแล้ว

658
00:43:49,202 --> 00:43:52,905
ครู Pop นะคะ ลองทำสิ

659
00:43:53,203 --> 00:43:56,906

660
00:43:57,205 --> 00:44:00,905

661
00:44:01,206 --> 00:44:04,905

662
00:44:05,207 --> 00:44:08,905

663
00:44:09,208 --> 00:44:12,905

664
00:44:13,210 --> 00:44:16,905

665
00:44:17,212 --> 00:44:20,905

666
00:44:21,214 --> 00:44:24,905

667
00:44:25,215 --> 00:44:28,905

668
00:44:29,219 --> 00:44:32,907

669
00:44:33,220 --> 00:44:36,905

670
00:44:37,221 --> 00:44:40,906

671
00:44:41,224 --> 00:44:44,906

672
00:44:45,225 --> 00:44:48,905

673
00:44:49,227 --> 00:44:52,905

674
00:44:53,228 --> 00:44:56,905

675
00:44:57,232 --> 00:45:00,906

676
00:45:01,233 --> 00:45:04,908

677
00:45:05,237 --> 00:45:08,905

678
00:45:09,238 --> 00:45:12,905

679
00:45:13,240 --> 00:45:16,906

680
00:45:17,241 --> 00:45:20,906

681
00:45:21,243 --> 00:45:24,906

682
00:45:25,246 --> 00:45:28,906

683
00:45:29,248 --> 00:45:32,906

684
00:45:33,251 --> 00:45:36,906

685
00:45:37,253 --> 00:45:40,907

686
00:45:41,255 --> 00:45:44,906

687
00:45:45,256 --> 00:45:48,906

688
00:45:49,257 --> 00:45:52,906

689
00:45:53,258 --> 00:45:56,906

690
00:45:57,260 --> 00:46:00,906

691
00:46:01,261 --> 00:46:04,906

692
00:46:05,264 --> 00:46:08,906

693
00:46:09,265 --> 00:46:12,906

694
00:46:13,268 --> 00:46:16,908

695
00:46:17,269 --> 00:46:20,906

696
00:46:21,270 --> 00:46:24,906

697
00:46:25,272 --> 00:46:28,906

698
00:46:29,273 --> 00:46:32,906

699
00:46:33,276 --> 00:46:36,906

700
00:46:37,278 --> 00:46:40,919

701
00:46:41,280 --> 00:46:44,906

702
00:46:45,284 --> 00:46:48,915

703
00:46:49,297 --> 00:46:52,907

704
00:46:53,301 --> 00:46:56,906

705
00:46:57,306 --> 00:47:00,906

706
00:47:01,315 --> 00:47:04,906

707
00:47:05,321 --> 00:47:08,908

708
00:47:09,324 --> 00:47:12,906

709
00:47:13,329 --> 00:47:16,907

710
00:47:17,333 --> 00:47:20,914

711
00:47:21,335 --> 00:47:24,906

712
00:47:25,338 --> 00:47:28,907

713
00:47:29,340 --> 00:47:32,907

714
00:47:33,341 --> 00:47:36,907

715
00:47:37,343 --> 00:47:40,907

716
00:47:41,344 --> 00:47:44,907

717
00:47:45,346 --> 00:47:48,907

718
00:47:49,350 --> 00:47:52,907

719
00:47:53,351 --> 00:47:56,907

720
00:47:57,352 --> 00:48:00,907

721
00:48:01,354 --> 00:48:04,908

722
00:48:05,356 --> 00:48:08,907

723
00:48:09,358 --> 00:48:12,907

724
00:48:13,359 --> 00:48:16,911

725
00:48:17,362 --> 00:48:20,907

726
00:48:21,366 --> 00:48:24,907

727
00:48:25,367 --> 00:48:28,907

728
00:48:29,368 --> 00:48:32,907

729
00:48:33,370 --> 00:48:36,908

730
00:48:37,372 --> 00:48:40,908

731
00:48:41,375 --> 00:48:44,907

732
00:48:45,376 --> 00:48:48,907

733
00:48:49,378 --> 00:48:52,908

734
00:48:53,379 --> 00:48:56,908

735
00:48:57,380 --> 00:49:00,908

736
00:49:01,382 --> 00:49:04,908

737
00:49:05,383 --> 00:49:08,908

738
00:49:09,386 --> 00:49:12,913

739
00:49:13,388 --> 00:49:16,910

740
00:49:17,390 --> 00:49:20,907

741
00:49:21,392 --> 00:49:24,907

742
00:49:25,394 --> 00:49:28,908

743
00:49:29,396 --> 00:49:32,908

744
00:49:33,398 --> 00:49:36,910

745
00:49:37,400 --> 00:49:40,909

746
00:49:41,402 --> 00:49:44,908

747
00:49:45,404 --> 00:49:48,908

748
00:49:49,406 --> 00:49:52,907

749
00:49:53,408 --> 00:49:56,908
คราวนี้นะคะ

750
00:49:57,409 --> 00:50:00,907
มาดูเฉลยด้วยกัน

751
00:50:01,412 --> 00:50:04,908
ครูสั่ง Push 5 แสดงว่า

752
00:50:05,413 --> 00:50:08,911
ครูกำลังจะใส่ข้อมูลลงใน Stack

753
00:50:09,416 --> 00:50:12,908
ครูก็เอาเลข 5 มาหย่อนลงเลยนะ

754
00:50:13,417 --> 00:50:16,908
เอาเลข 5 มาหย่อนเลยนะคะ

755
00:50:17,418 --> 00:50:20,908
ถัดมาครูใช้คำสั่ง Push

756
00:50:21,419 --> 00:50:24,908
ครูใช้คำสั่ง Push ทำอย่างไร เอา

757
00:50:25,420 --> 00:50:28,908
ของเดิมยกลงมาก่อน ยกของเดิม

758
00:50:29,421 --> 00:50:32,918
มาใส่ก่อนนะคะ ก็จะมี 3,

759
00:50:33,425 --> 00:50:36,908
1 แล้วก็ 5

760
00:50:37,426 --> 00:50:40,912
จากนั้น เรา Push ค่าใหม่ ใส่ค่าใหม่

761
00:50:41,428 --> 00:50:44,909
ลงไป ก็คือ 6

762
00:50:45,429 --> 00:50:48,908
โอเคนะ ใส่ค่า 6 ก็คือค่าใหม่ลงไปใน Stack

763
00:50:49,430 --> 00:50:52,910
เสร็จแล้วครูใช้คำสั่ง Pop

764
00:50:53,433 --> 00:50:56,908
ก็คือเอาออก ก็คือเอาตัวล่าสุด

765
00:50:57,434 --> 00:51:00,908
ที่อยู่ด้านขวา เอาออก

766
00:51:01,437 --> 00:51:04,908
เพราะฉะนั้น ค่าที่ถูกเอาออก ก็คือเลข 6

767
00:51:05,438 --> 00:51:08,908
เห็นไหมคะ เอาเลข 6 ออกมา

768
00:51:09,439 --> 00:51:12,908
แล้วเราก็ยกตัวที่เหลือ

769
00:51:13,440 --> 00:51:16,908
ลงมาใส่ ก็จะเหลือเป็น

770
00:51:17,442 --> 00:51:20,909
3, 1 แล้วก็ 5 นะคะ

771
00:51:21,443 --> 00:51:24,909

772
00:51:25,445 --> 00:51:28,908

773
00:51:29,446 --> 00:51:32,908

774
00:51:33,449 --> 00:51:36,909

775
00:51:37,451 --> 00:51:40,908

776
00:51:41,452 --> 00:51:44,908

777
00:51:45,453 --> 00:51:48,909

778
00:51:49,456 --> 00:51:52,909

779
00:51:53,457 --> 00:51:56,908

780
00:51:57,459 --> 00:52:00,909

781
00:52:01,461 --> 00:52:04,908

782
00:52:05,465 --> 00:52:08,909

783
00:52:09,466 --> 00:52:12,908

784
00:52:13,467 --> 00:52:16,911

785
00:52:17,471 --> 00:52:20,908

786
00:52:21,473 --> 00:52:24,909

787
00:52:25,474 --> 00:52:28,908

788
00:52:29,477 --> 00:52:32,909

789
00:52:33,478 --> 00:52:36,909
คราวนี้นะคะ มาดูต่อ

790
00:52:37,480 --> 00:52:40,909
กระดาษที่ครูแจกเอาวางไว้ก่อนนะคะ อย่าเพิ่งใช้ เรายังไม่ใช้ตอนนี้

791
00:52:41,482 --> 00:52:44,910

792
00:52:45,485 --> 00:52:48,909

793
00:52:49,486 --> 00:52:52,909
เราใช้ Stack ทำอะไร เมื่อกี้

794
00:52:53,487 --> 00:52:56,909
เราพูดถึง Stack ไปแล้วนะ เข้าก่อนออกทีหลัง

795
00:52:57,488 --> 00:53:00,908
นะคะ ข้อมูลไหนเข้าก่อน

796
00:53:01,489 --> 00:53:04,908
จะถูกเอาออกทีหลัง

797
00:53:05,492 --> 00:53:08,918
แล้วเราใช้ Stack ทำอะไรบ้าง

798
00:53:09,493 --> 00:53:12,909
เราใช้ Stack มาทำอะไรบ้าง

799
00:53:13,494 --> 00:53:16,909
ทุกคนบวกเลขเป็นใช่ไหม ทุกคนบวกลบคูณหาร

800
00:53:17,496 --> 00:53:20,909
สมการทางคณิตศาสตร์ได้ Stack

801
00:53:21,498 --> 00:53:24,912
จะถูกเอามาใช้ในการ

802
00:53:25,504 --> 00:53:28,910
หาผลลัพธ์ของสมการคณิตศาสตร์

803
00:53:29,505 --> 00:53:32,911
บวกเลข บวกลบเลขนะคะ

804
00:53:33,506 --> 00:53:36,909
คราวนี้ ก่อนที่จะไปดูรูปแบบของการ

805
00:53:37,507 --> 00:53:40,909
ใช้ Stack แล้ว Stack มันเกี่ย

806
00:53:41,508 --> 00:53:44,909
กับการบวก ลบ คูณ หาร นะคะ เรามาดูรูปแบบก่อนว่า

807
00:53:45,510 --> 00:53:48,910
เราใช้ Stack เพื่อเป็นนิพนธ์

808
00:53:49,511 --> 00:53:52,909
ก็คือลักษณะของสมการ

809
00:53:53,512 --> 00:53:56,910
มีอยู่ 3 รูปแบบ รูปแบบแรกก็คื

810
00:53:57,513 --> 00:54:00,909
ก็คือ

811
00:54:01,516 --> 00:54:04,909
บวก ลบ คูณ หาร จะอยู่ระหว่างตัวเลข

812
00:54:05,517 --> 00:54:08,911
นะคะ อันนี้คือ Infix นิพจน์ตัวที่ 2

813
00:54:09,518 --> 00:54:12,908
ก็คือ Prefix

814
00:54:13,520 --> 00:54:16,909
เครื่องหมาย บวก ลบ คูณ หาร จะอยู่ด้านหน้า

815
00:54:17,521 --> 00:54:20,909
และตัวสุดท้ายคือ

816
00:54:21,525 --> 00:54:24,909
Postfix เครื่องหมายจะไปอยู่ด้านหลังของตัวเลข

817
00:54:25,525 --> 00:54:28,909
AC อันนนี้คือตัวเลขนะคะ

818
00:54:29,526 --> 00:54:32,909
เราจะแทนด้วยตัวเลขใด ๆ

819
00:54:33,527 --> 00:54:36,909
คราวนี้ดูนะคะ ในการคำนวณ

820
00:54:37,528 --> 00:54:40,909
ทางคณิตศาสตร์นะ

821
00:54:41,529 --> 00:54:44,909
เวลาเราเจอนะคะ การบวก ลบ

822
00:54:45,530 --> 00:54:48,910
ที่มันมีมากกว่า 2 ตัวเลข

823
00:54:49,532 --> 00:54:52,910
เช่นแบบนี้

824
00:54:53,533 --> 00:54:56,909
5 + 2 x 2 มันมีตัวเลขมากกว่า 2 ตัว

825
00:54:57,534 --> 00:55:00,909
นะคะ แล้วเรา

826
00:55:01,538 --> 00:55:04,909
จะบวกลบเลขอย่างไร

827
00:55:05,539 --> 00:55:08,910
เรามีลำดับความสัมพันธ์ของ

828
00:55:09,541 --> 00:55:12,909
เครื่องหมาย เจอวงเล็บ

829
00:55:13,542 --> 00:55:16,911
ก่อนทำในวงเล็บ

830
00:55:17,543 --> 00:55:20,910
ใช่ไหมคะ เราเจอในวงเล็บ เรา

831
00:55:21,545 --> 00:55:24,910
บวกลบเลขนี่ในวงเล็บก่อน

832
00:55:25,547 --> 00:55:28,910
จากนั้น ลำดับความสำคัญตัวที่ 2 ที่ต้อง

833
00:55:29,549 --> 00:55:32,909
ทำก่อนก็คือ เครื่องหมาย

834
00:55:33,550 --> 00:55:36,919
ยกกำลัง เช่น 2 ยกกำลัง 2 ถูกไหมคะ

835
00:55:37,551 --> 00:55:40,910
3 ยกกำลัง 2 อย่างนี้เป็นต้น

836
00:55:41,552 --> 00:55:44,909
เจอเลขยกกำลังเสร็จแล้ว

837
00:55:45,553 --> 00:55:48,910
เราจะคำนวณเครื่องหมายไหนต่อไป ก็ค

838
00:55:49,554 --> 00:55:52,920
กับหาร คูณกับหารมีลำดับความสำคัญ

839
00:55:53,557 --> 00:55:56,910
เท่ากันนะคะ มีลำดับความสำคัญ

840
00:55:57,558 --> 00:56:00,911
เท่ากัน ตามด้วยบวกกับลบ

841
00:56:01,559 --> 00:56:04,910
บวกกับลบก็มีความสำคัญ

842
00:56:05,561 --> 00:56:08,909
เท่ากัน แต่จะทำ

843
00:56:09,562 --> 00:56:12,910
หลังการทำเครื่องหมายคูณกับหาร

844
00:56:13,563 --> 00:56:16,910

845
00:56:17,565 --> 00:56:20,912
คราวนี้มาดูโจทย์ครู 2 ตัวนี้

846
00:56:21,566 --> 00:56:24,910
เป็นตัวเลขตัวเดียวกันเลย 5 + 2

847
00:56:25,568 --> 00:56:28,909
x 2 ตัวแรก

848
00:56:29,569 --> 00:56:32,910
ครูมีวงเล็บเปิดกับวงเล็บปิด โจทย์ตัวที่ 2 ไม่มี

849
00:56:33,570 --> 00:56:36,910
วงเล็บนะคะ ครูไม่มีวงเล็บนะ

850
00:56:37,572 --> 00:56:40,911
คราวนี้มาดูข้อแรกก่อน

851
00:56:41,574 --> 00:56:44,910
อย่างที่บอกว่าถ้าเจอวงเล็บ

852
00:56:45,575 --> 00:56:48,909
วงเล็บเปิด วงเล็บปิด ทำ

853
00:56:49,576 --> 00:56:52,915
ข้างในวงเล็บก่อน

854
00:56:53,578 --> 00:56:56,911
เพราะฉะนั้น เราเอาอะไรบวกกันก่อน 5 + 2

855
00:56:57,579 --> 00:57:00,914
เป็นเท่าไรคะ เป็น 7

856
00:57:01,580 --> 00:57:04,910
7 แล้วคูณด้วย 2 เท่ากับเท่าไหร่

857
00:57:05,581 --> 00:57:08,909
เท่ากับเท่าไหร่คะ

858
00:57:09,583 --> 00:57:12,910
เท่ากับ 14

859
00:57:13,584 --> 00:57:16,910

860
00:57:17,586 --> 00:57:20,918
ตัวเลขเท่ากับ 14 ตัวแรกนะคะ เท่ากับ 14

861
00:57:21,587 --> 00:57:24,910
แล้วมาดูข้อ 2 ครูตัด

862
00:57:25,588 --> 00:57:28,916
วงเล็บทิ้งไป 5 + 2 x 2

863
00:57:29,589 --> 00:57:32,909
เราทำตรงไหนก่อน

864
00:57:33,590 --> 00:57:36,910
ย้อนกลับขึ้นมาดูข้างบน ระหว่างบวกกับคูณ

865
00:57:37,591 --> 00:57:40,910
อะไรสำคัญมากกว่ากัน

866
00:57:41,595 --> 00:57:44,909
อะไรมีความสำคัญมากกว่ากันคะ

867
00:57:45,597 --> 00:57:48,909
บวกกับคูณ

868
00:57:49,601 --> 00:57:52,909

869
00:57:53,603 --> 00:57:56,909
ข้างบนเห็นไหมคะว่า 1 นี่

870
00:57:57,604 --> 00:58:00,909
มีความสำคัญมากสุดนะ 2. ความสำคัญรองลงมา

871
00:58:01,605 --> 00:58:04,909
ตัวนี้ เบอร์ 3 ความสำคัญ

872
00:58:05,606 --> 00:58:08,908
รองลงมา เบอร์ 4 ความสำคั

873
00:58:09,607 --> 00:58:12,908
เพราะฉะนั้น คูณกับบวก

874
00:58:13,608 --> 00:58:16,909
อะไรมีความสำคัญมากกว่ากัน

875
00:58:17,609 --> 00:58:20,908
คูณใช่ไหมคะ อันนี้คือมากสุด

876
00:58:21,610 --> 00:58:24,908
มากสุด

877
00:58:25,615 --> 00:58:28,908
เพราะฉะนั้น เรา

878
00:58:29,617 --> 00:58:32,907
ทำอะไรก่อน 5+2 หรือเอา 2

879
00:58:33,619 --> 00:58:36,908
หรือเอา 2 x 2 2 x 2

880
00:58:37,620 --> 00:58:40,907
เป็น 4 4 + 5

881
00:58:41,622 --> 00:58:44,908
5 เป็นเท่าไหร่คะ

882
00:58:45,624 --> 00:58:48,907
เป็น 9

883
00:58:49,625 --> 00:58:52,907
โอเค

884
00:58:53,628 --> 00:58:56,908
ถ้าครูเขียนใหม่

885
00:58:57,630 --> 00:59:00,908

886
00:59:01,632 --> 00:59:04,907

887
00:59:05,634 --> 00:59:08,907
เลข 2 หรือ เดี๋ยวนะ

888
00:59:09,635 --> 00:59:12,908

889
00:59:13,637 --> 00:59:16,907

890
00:59:17,638 --> 00:59:20,906

891
00:59:21,639 --> 00:59:24,907

892
00:59:25,641 --> 00:59:28,907
โจทย์ข้อนี้

893
00:59:29,642 --> 00:59:32,906
5 คูณ 2

894
00:59:33,644 --> 00:59:36,907
เท่ากับ 12 คนอื่น

895
00:59:37,646 --> 00:59:40,906
ได้ไหมคะ เห็นไหม ตัวเลขเดียวกันเลย

896
00:59:41,648 --> 00:59:44,906
สลับแล้วก็คเครื่องหมายมีเหมือนกันเล

897
00:59:45,649 --> 00:59:48,906
แค่สลับตำแหน่งค่าก็เปลี่ยนแล้ว

898
00:59:49,650 --> 00:59:52,925
ทันไหมคะ คูณกับบวกแสดงว่า

899
00:59:53,651 --> 00:59:56,906
ทำคูณก่อน 5 คูณ 2 เป็

900
00:59:57,653 --> 01:00:00,906
เป็น 10 10 + 2 เป็น 12

901
01:00:01,654 --> 01:00:04,905

902
01:00:05,656 --> 01:00:08,905
โอเค

903
01:00:09,656 --> 01:00:12,906
เอาตัวนี้บวกกันก่อน... คูณกันก่อนนะคะ

904
01:00:13,657 --> 01:00:16,906
5 x 2 เป็น 10 แล้ว 10 ค่อยมาบวกกับ

905
01:00:17,658 --> 01:00:20,907
2 โอเค

906
01:00:21,659 --> 01:00:24,905
จะเห็นว่า

907
01:00:25,660 --> 01:00:28,905
อันนี้คือเราคิดใช่ไหม

908
01:00:29,662 --> 01:00:32,905
แล้วเราจะสั่งให้คอมพิวเตอณ์เข้สา

909
01:00:33,663 --> 01:00:36,905
เข้าใจแบบที่เราคิดเมื่อกี้ได้อย่างไร

910
01:00:37,664 --> 01:00:40,905
รู้ว่าถ้าเจอคูณนี่ต้องทำคูณก่อนเลย

911
01:00:41,666 --> 01:00:44,905
เจอวงเล็บเปิด ต้องทำวงเล็บเปิด

912
01:00:45,680 --> 01:00:48,905
ตอนนี้เราจะสั่งให้คอมพิวเตอร์นี่สามารถคำนวณ

913
01:00:49,685 --> 01:00:52,905
ให้ได้แบบที่เราคำนวณเมื่อกี้

914
01:00:53,686 --> 01:00:56,905
เราใช้

915
01:00:57,687 --> 01:01:00,905
Stack เข้ามาช่วยในการคำนวณนะคะ

916
01:01:01,688 --> 01:01:04,904
เราใช้ Stack เข้ามาในการคำนวณ

917
01:01:05,691 --> 01:01:08,904
วิธีการทำแบบไหน

918
01:01:09,692 --> 01:01:12,905
มาดูวิธีการนะคะ เรามีตัวเลขอยู่ชุดหนึ่ง

919
01:01:13,693 --> 01:01:16,904
เราต้องการหาค่าออกมา เช่น

920
01:01:17,694 --> 01:01:20,904
ครูมีตัวเลขชุดนี้ล่ะ

921
01:01:21,695 --> 01:01:24,904
ครูสั่งให้คอมพิวเตอร์คำนวณ จะต้องได้ผลลัพธ์ 9

922
01:01:25,698 --> 01:01:28,904
คอมพิวเตอร์จะคิดแบบไหนนะคะ

923
01:01:29,698 --> 01:01:32,904
1 เราต้องสร้างตารางแบบนี้ก่อน

924
01:01:33,700 --> 01:01:36,904
มี 3 ช่อง ช่องแรก คือ ใส่ Input

925
01:01:37,701 --> 01:01:40,905
ก็คือข้อมูลนำเข้า Stack

926
01:01:41,704 --> 01:01:44,903
แล้วก็ผลลัพธ์นะคะ

927
01:01:45,705 --> 01:01:48,903
เรามีวิธีการทำนี่ 2 ช่วงด้วยกัน ช่วงที่ 1

928
01:01:49,715 --> 01:01:52,904
ต้องแปลงนิพจน์

929
01:01:53,716 --> 01:01:56,904
แบบ Postfix เ

930
01:01:57,717 --> 01:02:00,905
ไปไว้ข้างหลังให้หมดก่อน เอาเครื่องหมาย

931
01:02:01,718 --> 01:02:04,903
ไปไว้ข้างหลังให้หมดก่อนนะคะ แล้วค่อยคำนวณออกมาเป็น

932
01:02:05,720 --> 01:02:08,904
ตัวเลข ผลลัพธ์

933
01:02:09,721 --> 01:02:12,904
เรามี 3 ช่องนะ ทุกคนต้องตีตาราง 3 ช่อง

934
01:02:13,722 --> 01:02:16,903
อันแรกเขียนว่า Input Stack แล้วก็ O

935
01:02:17,723 --> 01:02:20,905
นะคะ ถัดมา

936
01:02:21,724 --> 01:02:24,903
ขั้นตอนวิธีการแปลง

937
01:02:25,730 --> 01:02:28,920
จาก Infix ให้เป็น Po

938
01:02:29,731 --> 01:02:32,903
ทุกคนมีชีตที่ครูให้ แบบนี้เลย

939
01:02:33,735 --> 01:02:36,903
ก็คือสิ่งที่อยู่บนสไลด์นะคะ ครูพรินต์ออกมาให้

940
01:02:37,739 --> 01:02:40,902
เรามีอยู่ทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้ว

941
01:02:41,740 --> 01:02:44,902
ทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้วยกัน

942
01:02:45,742 --> 01:02:48,903
มีทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้วยกัน ครูให้เวลา

943
01:02:49,743 --> 01:02:52,903
2 นาที อ่าน 7 ขั้นตอนน

944
01:02:53,744 --> 01:02:56,903
นี้ในกระดาษของตัวเองสิคะ

945
01:02:57,745 --> 01:03:00,902
ให้อ่านในกระดาษนะ หรือจะอ่านจากหน้าจอก็ได้

946
01:03:01,748 --> 01:03:04,906
ให้เวลา 2 นาทีอยากให้อ่านก่อน

947
01:03:05,750 --> 01:03:08,902

948
01:03:09,752 --> 01:03:12,902

949
01:03:13,754 --> 01:03:16,901

950
01:03:17,756 --> 01:03:20,902

951
01:03:21,757 --> 01:03:24,902

952
01:03:25,759 --> 01:03:28,901

953
01:03:29,761 --> 01:03:32,901

954
01:03:33,762 --> 01:03:36,901

955
01:03:37,764 --> 01:03:40,901

956
01:03:41,766 --> 01:03:44,901

957
01:03:45,769 --> 01:03:48,902

958
01:03:49,770 --> 01:03:52,901

959
01:03:53,771 --> 01:03:56,901

960
01:03:57,774 --> 01:04:00,901

961
01:04:01,776 --> 01:04:04,902

962
01:04:05,784 --> 01:04:08,901

963
01:04:09,787 --> 01:04:12,902

964
01:04:13,788 --> 01:04:16,901

965
01:04:17,791 --> 01:04:20,901

966
01:04:21,796 --> 01:04:24,901

967
01:04:25,797 --> 01:04:28,901

968
01:04:29,799 --> 01:04:32,901

969
01:04:33,801 --> 01:04:36,904

970
01:04:37,802 --> 01:04:40,902

971
01:04:41,804 --> 01:04:44,900

972
01:04:45,806 --> 01:04:48,904

973
01:04:49,808 --> 01:04:52,902

974
01:04:53,810 --> 01:04:56,901

975
01:04:57,811 --> 01:05:00,900
คราวนี้เดี๋ยวมาดูพร้อมกัน

976
01:05:01,812 --> 01:05:04,900
เรามีอยู่ทั้งหมด 7 ขั้นตอนนะคะ เดี๋ยวเราจะ

977
01:05:05,815 --> 01:05:08,900
ลองฝึกนะ แล้วก็เทียบ

978
01:05:09,817 --> 01:05:12,902
ไปทีละขั้น

979
01:05:13,820 --> 01:05:16,900
ขั้นที่ 1 นะคะ กำหนดให้ Stack ว่าง

980
01:05:17,823 --> 01:05:20,900
ก็คือวาดตาราง 3 ช่องนี้

981
01:05:21,823 --> 01:05:24,900
อันดับแรก สร้าง Stack ว่าง ก็คือวาด

982
01:05:25,824 --> 01:05:28,900
3 ช่องนะคะ กี่แถวยังไม่รู้นะ

983
01:05:29,825 --> 01:05:32,899
แต่มีอยู่ 3 คอลัมน์

984
01:05:33,826 --> 01:05:36,899

985
01:05:37,828 --> 01:05:40,899
อันดับที่ 2

986
01:05:41,828 --> 01:05:44,900
อ่านข้อมูลจากซ้ายไปขวา ก็คือ

987
01:05:45,829 --> 01:05:48,899
อ่านข้อมูลทีละตัวใช่ไหมคะ เลข 5

988
01:05:49,830 --> 01:05:52,899
เครื่องหมายบวก เลข เครื่องหมายคูณ แล้วก็เลข 2

989
01:05:53,831 --> 01:05:56,899
อันนี้คืออ่านจากซ้ายไปขวา

990
01:05:57,834 --> 01:06:00,899
ทีละตัวนะคะ แล้วก็อ่านเข้ามาทีละตัว

991
01:06:01,835 --> 01:06:04,899
สมมติครูใช้ตัวเลขนะคะ

992
01:06:05,838 --> 01:06:08,899
ตัวเลขนะคะ เช่น

993
01:06:09,839 --> 01:06:12,899

994
01:06:13,841 --> 01:06:16,899
อ่านข้อมูลจากซ้ายไปขวา ตัวแรก ก็คือ

995
01:06:17,842 --> 01:06:20,899
5 ใช่ไหม อ่านจากซ้าย ซ้ายก็คือตัวแรก

996
01:06:21,843 --> 01:06:24,899
นะคะ ก็คือเลข 5 ถัดมา

997
01:06:25,844 --> 01:06:28,899
ถัดมาขั้นถัดมาเป็นขั้นที่ 3

998
01:06:29,845 --> 01:06:32,898
ถ้าข้อมูลที่อ่านเข้ามา

999
01:06:33,846 --> 01:06:36,900
เป็นตัวเลข เช่น

1000
01:06:37,848 --> 01:06:40,898
เลข 5 ใช่ไหม ข้อมูลที่เราอ่านเข้ามา

1001
01:06:41,849 --> 01:06:44,905
ทันเป็นตัวเลขใช่ไหม ใช่ เอามัน

1002
01:06:45,851 --> 01:06:48,898
ไปไว้ที่ไหน เอามันไปไว้ที่ช่องผลลัพธ์ ก็คือ

1003
01:06:49,854 --> 01:06:52,899
ช่องสุดท้าย

1004
01:06:53,854 --> 01:06:56,898
ก็คือช่องนี้ใช่ไหมคะ ช่อง Output

1005
01:06:57,857 --> 01:07:00,901
ถัดมา ถ้าตัวที

1006
01:07:01,858 --> 01:07:04,898
เราอ่านเข้ามานี่มันไม่ใช่ตัวเลข แสดงว่า

1007
01:07:05,861 --> 01:07:08,898
มันต้องเป็นเครื่องหมายทางคณิตศาสตร์

1008
01:07:09,862 --> 01:07:12,898
อะไรสักอย่างหนึ่งนี่ล่ะ เช่น เครื่องหมายบวก

1009
01:07:13,863 --> 01:07:16,898
เครื่องหมายบวกใช่ไหมคะ เครื่องหมายบวก

1010
01:07:17,864 --> 01:07:20,898
เราอ่านเครื่องหมายบวกเข้ามา

1011
01:07:21,865 --> 01:07:24,899
แล้วเขาให้เราเช็กก่อน ว่า

1012
01:07:25,866 --> 01:07:28,898
แล้วใน Stack มันมีค่าอยู่หรือเปล่า Stack ในช่องนี่

1013
01:07:29,867 --> 01:07:32,898
ช่องนี้ ช่องที่ 2 นี่ มัน

1014
01:07:33,868 --> 01:07:36,898
มีค่าอยู่ไหม ถ้ามันไม่มีค่าอยู่เลย

1015
01:07:37,869 --> 01:07:40,900
ก็หย่อนมันลงไปใน Stack

1016
01:07:41,875 --> 01:07:44,898
แต่ถ้าใน Stack มันมีข้อมูล

1017
01:07:45,876 --> 01:07:48,898
อยู่แล้ว เราจะต้องทำการ

1018
01:07:49,880 --> 01:07:52,897
เปรียบเทียบก่อน ว่าข้อมูล

1019
01:07:53,881 --> 01:07:56,897
ที่เราอ่านเข้ามานี่

1020
01:07:57,883 --> 01:08:00,897
มันมีค่ามากกว่า หรือน้อยกว่าตัวที่อยู่ใน

1021
01:08:01,884 --> 01:08:04,897
Stack

1022
01:08:05,886 --> 01:08:08,898
ถ้ามันมากกว่า

1023
01:08:09,887 --> 01:08:12,898
ถ้ากรณีที่ตัวที่เราอ่านมีค่ามากกว่า

1024
01:08:13,888 --> 01:08:16,898
ก็หย่อนลงไปใน Stack ได้เลย

1025
01:08:17,890 --> 01:08:20,897
ถ้าสิ่งที่

1026
01:08:21,891 --> 01:08:24,897
เราอ่านเข้ามามันมีค่าน้อยกว่าสิ่งที่

1027
01:08:25,893 --> 01:08:28,899
อยู่ใน Stack

1028
01:08:29,894 --> 01:08:32,897
ให้เอาเครื่องหมายใน Stack

1029
01:08:33,895 --> 01:08:36,898
ออกไปไว้ที่ผลลัพธ์

1030
01:08:37,896 --> 01:08:40,898
แล้วเอาเครื่องหมายตัวที่เราอ่านเข้ามาหย่อนลงไปใน Stack

1031
01:08:41,897 --> 01:08:44,897
โอเค

1032
01:08:45,900 --> 01:08:48,897
ถ้า

1033
01:08:49,900 --> 01:08:52,897
เราอ่านจนครบข้อมูล

1034
01:08:53,902 --> 01:08:56,898
ทุกตัวแล้ว เรายังมีข้อมูลอยู่ใน Stack

1035
01:08:57,903 --> 01:09:00,897
เราก็ดึงมันออกมา ก็คือ Pop มันออกมา

1036
01:09:01,910 --> 01:09:05,896
เป็นผลลัพธ์

1037
01:09:05,911 --> 01:09:09,896
มาดูตัวอย่างนะ ทุกคนถือ... ดุตัวอย่าง

1038
01:09:09,912 --> 01:09:13,896
ที่เป็นขั้นตอนด้วยนะคะ

1039
01:09:13,913 --> 01:09:17,896

1040
01:09:17,913 --> 01:09:21,896

1041
01:09:21,914 --> 01:09:25,896

1042
01:09:25,916 --> 01:09:29,896
โอเค

1043
01:09:29,917 --> 01:09:33,896
โจทย์

1044
01:09:33,918 --> 01:09:37,896
ที่ครูให้ ทุกคนดูที่หน้าจอนะคะ

1045
01:09:37,919 --> 01:09:41,896
ครูมีโจทย์

1046
01:09:41,920 --> 01:09:45,896
มาให้นะคะ ก็คือ 5 + 2

1047
01:09:45,922 --> 01:09:49,896
x 2

1048
01:09:49,923 --> 01:09:53,896
อันดับแรกครูต้องทำอะไร

1049
01:09:53,923 --> 01:09:57,895
อันดับแรกวาดตาราง 3 ช่อง

1050
01:09:57,925 --> 01:10:01,895
วาดตาราง 3 ช่อง จำนวนแถว

1051
01:10:01,926 --> 01:10:05,896
ก็เอาข้อมูลตัวเลขกับเครื่องหมาย

1052
01:10:05,927 --> 01:10:09,898
มาใส่ทีละบรรทัด 5

1053
01:10:09,931 --> 01:10:13,896
ที่ 1 ถูกไหมคะ บวกบรรทัด

1054
01:10:13,955 --> 01:10:17,896
ใส่เลข 2 บรรทัดถัดมาใส่เครื่องหมายคูณ

1055
01:10:17,956 --> 01:10:21,896
แล้วก็ใส่เลข 2

1056
01:10:21,957 --> 01:10:25,895
เราก็จะวาดตารางเรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ จำนวนแถว

1057
01:10:25,958 --> 01:10:29,896
ขึ้นอยู่กับจำนวนข้อมูล

1058
01:10:29,959 --> 01:10:33,895
ในโจทย์ว่ามีกี่ตัว ก็สร้างแถว

1059
01:10:33,960 --> 01:10:37,895
ใส่ข้อมูลให้เลย

1060
01:10:37,961 --> 01:10:41,897
เรากำหนด

1061
01:10:41,962 --> 01:10:45,898
tack ว่างแล้วใช่ไหมคะ

1062
01:10:45,963 --> 01:10:49,895
ถัดมา ต้องอ่านข้อมูลทีละตัว

1063
01:10:49,964 --> 01:10:53,895
เราต้องอ่านข้อมูลทีละตัวจากซ้าย

1064
01:10:53,965 --> 01:10:57,895
ไปขวา ตัวแรกคืออะไรคะ

1065
01:10:57,966 --> 01:11:01,895
คือ 5 ใช่ไหม ครูเขียนเรียงแล้ว

1066
01:11:01,967 --> 01:11:05,895
5 บวก... มี 2 มีคูณ แล้วก็มี 2

1067
01:11:05,968 --> 01:11:09,895
อันนี้คือข้อมูลที่เราอ่านจากซ้ายไปขวา

1068
01:11:09,968 --> 01:11:13,895
ตัวแรก เป็นตัวเลขใช่ไหมคะ

1069
01:11:13,969 --> 01:11:17,895
มันเป็นตัวเลขแล้วมันตรงกับตัวไหน

1070
01:11:17,970 --> 01:11:21,894
ในขั้นตอน ข้อ

1071
01:11:21,971 --> 01:11:25,895
3 ที่บอกว่าถ้าเป็นตัวเลข

1072
01:11:25,973 --> 01:11:29,895
ให้เอาไปไว้ที่ไหน เอาไปไว้ที่

1073
01:11:29,974 --> 01:11:33,895
ผลลัพธ์ ถ้าเป็น

1074
01:11:33,977 --> 01:11:37,894
ตัวเลข เอาไปไว้ที่ผลลัพธ์ได้เลย

1075
01:11:37,979 --> 01:11:41,894
ถัดมา

1076
01:11:41,981 --> 01:11:45,895
เจอเครื่องหมายบวกนะคะ เจอเครื่องหมายบวก

1077
01:11:45,983 --> 01:11:49,894
ตอนนี้ใน Stack มันไม่มีค่า

1078
01:11:49,987 --> 01:11:53,895
อะไรเลย ทำอย่างไรคะ

1079
01:11:53,988 --> 01:11:57,894
ก็ใส่ได้เลย ใส่เครื่องหมายบวก

1080
01:11:57,989 --> 01:12:01,894
ลงมาได้เลย ถ้ามันเป็น Stack ว่าง เห็นไหมคะ

1081
01:12:01,994 --> 01:12:05,895
ตัวบนเป็น Stack ว่าง เราก็เอาใส่ได้เลย

1082
01:12:05,996 --> 01:12:09,898
แล้วก็เขียน 5 ลงมาเหมือนเดิมนะคะ

1083
01:12:09,997 --> 01:12:13,894
ยก 5 ลงมาเหมือนเดิมนะ

1084
01:12:13,998 --> 01:12:17,895
ดู ดูพร้อมครูก่อนนะ

1085
01:12:17,999 --> 01:12:21,894
เดี๋ยวครู...

1086
01:12:22,001 --> 01:12:25,894
จะถ่ายรูป

1087
01:12:26,002 --> 01:12:29,901
เอาขึ้น Classroom ให้

1088
01:12:30,003 --> 01:12:33,894
ถัดมา เลข 2 ใช่ไหมคะ เลข 2 มันเป็นอะไร

1089
01:12:34,004 --> 01:12:37,895
ตัวเลข เพราะฉะนั้นต้องเอาไปไว้ที่ไหน

1090
01:12:38,007 --> 01:12:41,897
ไปไว้ที่ผลลัพธ์

1091
01:12:42,008 --> 01:12:45,894
ตรงกับข้อ 3 ในขั้นตอนนะ

1092
01:12:46,009 --> 01:12:49,894
เอา 2 มาไว้ที่ Output แต่ต้องเขียน

1093
01:12:50,011 --> 01:12:53,894
หลัง ก็คือเขียนต่อจากเลข 5

1094
01:12:54,012 --> 01:12:57,894
นะคะ

1095
01:12:58,013 --> 01:13:01,894

1096
01:13:02,014 --> 01:13:05,894
ถัดมา

1097
01:13:06,016 --> 01:13:09,894
ยกเครื่องหมายบวกลงมาด้วยนะ

1098
01:13:10,017 --> 01:13:13,894
เพราะมันอยู่ใน Stack นะคะ เรายังไม่ได้เอาอะไรออก

1099
01:13:14,018 --> 01:13:17,894
หรือเอาอะไรเข้าเพิ่ม

1100
01:13:18,019 --> 01:13:21,894
ถัดมา เป็นเครื่องหมายคูณ

1101
01:13:22,020 --> 01:13:25,894
ใน Stack

1102
01:13:26,022 --> 01:13:29,894
เรามีเครื่องหมายบวกอยู่แล้วนะคะ

1103
01:13:30,025 --> 01:13:33,894
ใน Stack นี่เรามีเครื่องหมายบวกอยู่แล้ว

1104
01:13:34,026 --> 01:13:37,893
ตัวที่เราอ่านเข้ามา คือ คูณ เรา

1105
01:13:38,026 --> 01:13:41,895
จะต้องทำการเปรียบเทียบ

1106
01:13:42,027 --> 01:13:45,893
ค่าที่เราอ่านเข้ามาใหม่ คือ คูณ

1107
01:13:46,029 --> 01:13:49,893
กับตัวเดิมที่อยู่ใน Stack

1108
01:13:50,030 --> 01:13:53,893
คือ บวก เราเปรียบเทียบ ถูกไหมคะ

1109
01:13:54,031 --> 01:13:57,893
กับตัวบนสุดคือเครื่องหมายบวก สิ่งท

1110
01:13:58,032 --> 01:14:01,894
คืออะไร คูณมีค่า

1111
01:14:02,033 --> 01:14:05,893
มากกว่าบวก ให้ทำอย่างไร

1112
01:14:06,035 --> 01:14:09,893
ก็เอาคูณหย่อนลงมาได้เลย

1113
01:14:10,036 --> 01:14:13,893
ใส่คูณ

1114
01:14:14,037 --> 01:14:17,894
ลงไปใน Stack ได้เลยนะคะ ผลลัพธ์ก็เป็นเหมือนเดิม

1115
01:14:18,038 --> 01:14:21,895
ตัวถัดมาคือเลข 2

1116
01:14:22,039 --> 01:14:25,893
เลข 2 มันเป็นตัวเลขใช่ไหม เอามาไว้ที่

1117
01:14:26,040 --> 01:14:29,899
ผลลัพธ์นะคะ เอามาต่อด้านหลัง

1118
01:14:30,041 --> 01:14:33,893
เสร็จแล้วเราพบว่า

1119
01:14:34,042 --> 01:14:37,893
ไม่มีข้อมูลแล้ว ข้อมูลมันหมดแล้วน่ะ

1120
01:14:38,043 --> 01:14:41,894
ข้อมูลมันหมดแล้วนะคะ แต่สิ่งที่เราเจอคืออะไร

1121
01:14:42,044 --> 01:14:45,896
ใน Stack ยังมีข้อมูลอยู่

1122
01:14:46,048 --> 01:14:49,894
เพราะฉะนั้น ต้องดึงค่า

1123
01:14:50,049 --> 01:14:53,893
ออกจาก Stack ให้หมด เราเอาอะไรออกมาก่อนคะ

1124
01:14:54,050 --> 01:14:57,893
ตัวล่าสุด ตัวบนสุด คือ คูณ

1125
01:14:58,051 --> 01:15:01,893
เอาคูณมาต่อท้ายที่ Output หรือว่าผลลั

1126
01:15:02,052 --> 01:15:05,893
เอาคูณออกมาแล้วมันเหลืออีกตัวหนึ่งใช่ไหม

1127
01:15:06,053 --> 01:15:09,893
ก็เอาบวกออกมา

1128
01:15:10,054 --> 01:15:13,893
อันนี้คือผลลัพธ์ ผลลัพธ์สุดท้าย

1129
01:15:14,056 --> 01:15:17,894
นะคะ

1130
01:15:18,058 --> 01:15:21,893
จะอยู่ในรูปแบบของ Postfix คือ แปลงนิพจน์

1131
01:15:22,059 --> 01:15:25,892

1132
01:15:26,060 --> 01:15:29,893
ได้ไหมคะ เดี๋ยวเรามาทำพร้อมกันอีกตัวหนึ่ง

1133
01:15:30,061 --> 01:15:33,893
หนึ่ง

1134
01:15:34,062 --> 01:15:37,893

1135
01:15:38,064 --> 01:15:41,893

1136
01:15:42,068 --> 01:15:45,893

1137
01:15:46,070 --> 01:15:49,892

1138
01:15:50,071 --> 01:15:53,893

1139
01:15:54,072 --> 01:15:57,892
3 + 5 x 1

1140
01:15:58,073 --> 01:16:01,892

1141
01:16:02,074 --> 01:16:05,893

1142
01:16:06,077 --> 01:16:09,893

1143
01:16:10,078 --> 01:16:13,893
ครูมีโจทย์ใช่ไหมคะ 3 + 5 x 1

1144
01:16:14,079 --> 01:16:17,893
ผลลัพธ์เท่ากับเท่าไหร่เอ่ย ตอบ

1145
01:16:18,080 --> 01:16:21,892
เท่ากับ

1146
01:16:22,081 --> 01:16:25,893
อันนี้ตอบเท่ากับเท่าไหร่เอ่ย

1147
01:16:26,082 --> 01:16:29,892
8

1148
01:16:30,084 --> 01:16:33,892
ข้างหลังตอบอะไร

1149
01:16:34,085 --> 01:16:37,893
ได้เท่ากับอะไรคะ คำตอบ

1150
01:16:38,085 --> 01:16:41,892
ก็คือ 8

1151
01:16:42,087 --> 01:16:45,893
เอา 5 x 1 ก่อนได้เท่าไร

1152
01:16:46,088 --> 01:16:49,893
ค่อยบวกกับ 3

1153
01:16:50,089 --> 01:16:53,892
5 1 เป็น 5 แล้วบวกกับ 3

1154
01:16:54,093 --> 01:16:57,892
8

1155
01:16:58,095 --> 01:17:01,894
เดี๋ยวเราจะมาทำ จะมาแปลงนิพจน์กัน

1156
01:17:02,096 --> 01:17:05,892
นะคะ แล้วเราจะมาหาค่าว่ามันได้ 8 ได้อย่างไร

1157
01:17:06,099 --> 01:17:09,892
อันนี้เรากำลังจะมาแสดงวิธีทำ

1158
01:17:10,100 --> 01:17:13,894
ค่าว่า 8 มันมาจากไหน เราสั่งให้คอมพิวเตอร์มัน

1159
01:17:14,101 --> 01:17:17,892
คิดแบบไหน อันดับแรก วาด Stack ว่าง

1160
01:17:18,104 --> 01:17:21,892
ฉะนั้น ครูบอกว่าต้องมีคอลัมน์อยู่ 3 คอลัมน์

1161
01:17:22,105 --> 01:17:25,892

1162
01:17:26,106 --> 01:17:29,894

1163
01:17:30,107 --> 01:17:33,892

1164
01:17:34,110 --> 01:17:37,892
ครูมี 3 คอลัมน์แล้ว มี

1165
01:17:38,113 --> 01:17:41,891
In put Stack

1166
01:17:42,114 --> 01:17:45,892
แล้วก็ Output

1167
01:17:46,119 --> 01:17:49,895
จากนั้นครูวาดตารางเลย

1168
01:17:50,120 --> 01:17:53,891
โดยเอาข้อมูลมาใส่ในแต่ละแถวเลยนะคะ

1169
01:17:54,122 --> 01:17:57,892
ครูอ่านเข้ามาทีละตัว

1170
01:17:58,123 --> 01:18:01,899
ซ้ายไปขวา ตัวแรก คือ 3 ถัดมา

1171
01:18:02,124 --> 01:18:05,891
คือเครื่องหมายบวก เลข 5

1172
01:18:06,125 --> 01:18:09,892
นะคะ เครื่องหมายคูณ

1173
01:18:10,127 --> 01:18:13,891
แล้วก็เลข 1 อันนี้ครูวดตารา

1174
01:18:14,128 --> 01:18:17,892
เสร็จแล้ว

1175
01:18:18,129 --> 01:18:21,892

1176
01:18:22,130 --> 01:18:25,892

1177
01:18:26,132 --> 01:18:29,892
ทุกคน

1178
01:18:30,133 --> 01:18:33,892
วาดตามครูก่อนเลย เราวาด

1179
01:18:34,134 --> 01:18:37,892
ตารางเปล่า ๆ แบบนี้ก่อนนะคะ

1180
01:18:38,135 --> 01:18:41,891
คอลัมน์แรก หรือช่องแรก เอา

1181
01:18:42,137 --> 01:18:45,891
ตัวเลขกับเครื่องหมาย

1182
01:18:46,138 --> 01:18:49,892
มาเรียงใส่ทีละบรรทัด

1183
01:18:50,144 --> 01:18:53,892

1184
01:18:54,145 --> 01:18:57,892

1185
01:18:58,147 --> 01:19:01,892

1186
01:19:02,149 --> 01:19:05,891

1187
01:19:06,152 --> 01:19:09,891

1188
01:19:10,157 --> 01:19:13,891

1189
01:19:14,158 --> 01:19:17,891

1190
01:19:18,159 --> 01:19:21,892

1191
01:19:22,163 --> 01:19:25,891

1192
01:19:26,165 --> 01:19:29,892

1193
01:19:30,167 --> 01:19:33,891

1194
01:19:34,169 --> 01:19:37,892

1195
01:19:38,170 --> 01:19:41,891

1196
01:19:42,171 --> 01:19:45,891

1197
01:19:46,172 --> 01:19:49,891

1198
01:19:50,173 --> 01:19:53,891

1199
01:19:54,174 --> 01:19:57,891

1200
01:19:58,178 --> 01:20:01,891

1201
01:20:02,179 --> 01:20:05,891
คราวนี้

1202
01:20:06,180 --> 01:20:09,894
พอทุกคนลอกตารางเสร็จแล้วใช่ไหมคะ เดี๋ยวเราจะมาทำด้วยกัน

1203
01:20:10,182 --> 01:20:13,891
เริ่มต้นตัวแรก

1204
01:20:14,185 --> 01:20:17,892
ใช่ไหมคะทุกคน เริ่มต้นตัวแรกมันเป็นตัวเลข

1205
01:20:18,189 --> 01:20:21,891
ใช่หรือเปล่า เพราะฉะนั้นเอาไปไว้ที่ช่องทางไหน

1206
01:20:22,190 --> 01:20:25,893
ทางขวา

1207
01:20:26,192 --> 01:20:29,891
ใส่ก่อนเลข 3 ใช่ถูกต้อง

1208
01:20:30,193 --> 01:20:33,891
ถัดมา

1209
01:20:34,194 --> 01:20:37,891
เป็นเครื่องหมายบวกใช่ไหมคะ

1210
01:20:38,199 --> 01:20:41,896
ตรงนี้มีอะไรไหม ไม่มี

1211
01:20:42,200 --> 01:20:45,895
เพราะฉะนั้น เอา + มาใส่ตรงนี้ได้เลยไหม

1212
01:20:46,202 --> 01:20:49,891
ถ้าเป็นเครื่องหมาย เอาลงที่

1213
01:20:50,203 --> 01:20:53,892
Stack เพราะฉะนั้นตอนนี้ Stack

1214
01:20:54,204 --> 01:20:57,893
ก็ใส่เครื่องหมายบวกได้เลย

1215
01:20:58,205 --> 01:21:01,891
3 ยกลงมาเหมือนเดิมนะคะ เหมือน

1216
01:21:02,206 --> 01:21:05,891
ตรง Output ยก 3 ลงมาเหมือนเดิม

1217
01:21:06,207 --> 01:21:09,891

1218
01:21:10,208 --> 01:21:13,891

1219
01:21:14,209 --> 01:21:17,891
ถัดมาเลข 5 เป็นตัวเลข

1220
01:21:18,210 --> 01:21:21,891
เอาไว้ที่ไหน เอาไว้

1221
01:21:22,211 --> 01:21:25,892
Output ใช่ไหม ฉะนั้น เอาของเด

1222
01:21:26,212 --> 01:21:29,892
ยกลงมาก่อน คือ 3 เราเอาเลขอะไรมาใส่

1223
01:21:30,213 --> 01:21:33,891
เลข 5 นะคะ อันนี้

1224
01:21:34,214 --> 01:21:37,891
ยกลงมาไหม เครื่องหมายบวกยกลงมาด้วยนะ

1225
01:21:38,216 --> 01:21:41,891
ยกลงมาด้วย

1226
01:21:42,216 --> 01:21:45,891

1227
01:21:46,217 --> 01:21:49,891

1228
01:21:50,219 --> 01:21:53,890
เสร็จแล้ว ถัดมา

1229
01:21:54,220 --> 01:21:57,891
เครื่องหมายคูณ

1230
01:21:58,220 --> 01:22:01,893
คูณต้องเอามาลง Stack ใช่หรือเปล่า แต่คูณ

1231
01:22:02,221 --> 01:22:05,890
มันมากกว่าบวกใช่ไหม คูณ

1232
01:22:06,223 --> 01:22:09,891
กับบวก อะไรมากกว่ากัน คูณ เพราะฉะนั้น

1233
01:22:10,224 --> 01:22:13,896
เราก็ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย โดย

1234
01:22:14,226 --> 01:22:17,890
โดยเอาของเดิมลงมาก่อน

1235
01:22:18,227 --> 01:22:21,891
แล้วก็ใส่เครื่องหมายคูณ

1236
01:22:22,229 --> 01:22:25,890
อันนี้ยกลงมาเหมือนเดิมไหม ยกลงมาเหมือนเดิม

1237
01:22:26,231 --> 01:22:29,890

1238
01:22:30,232 --> 01:22:33,891
ตรงสุดท้าย 1 เอาไว้ที่ไหน

1239
01:22:34,235 --> 01:22:37,892
Output แต่มีของเดิมอยู่แล้วใช่ไหม

1240
01:22:38,236 --> 01:22:41,890
ยกของเดิมลงมาก่อน แล้วก็ใส่เลข 1

1241
01:22:42,240 --> 01:22:45,890

1242
01:22:46,242 --> 01:22:49,891
อันนี้ยกลงมาเลยได้ไหม ได้นะคะ ใน Stack

1243
01:22:50,243 --> 01:22:53,890
เราก็ยกเครื่องหมายออกมา เครื่องหมายนะคะ

1244
01:22:54,244 --> 01:22:57,890
บวกกับคูณ

1245
01:22:58,245 --> 01:23:01,890

1246
01:23:02,246 --> 01:23:05,890
เสร็จแล้ว

1247
01:23:06,247 --> 01:23:09,890
ผลลัพธ์ที่ได้ ตอนนี้ข้อมูลหมดแล้วใช่ไหม

1248
01:23:10,248 --> 01:23:13,892
ใน Stack ยังมีอยู่ ใน Stack ยังมีอยู่ ต้อง

1249
01:23:14,249 --> 01:23:17,890
เอาออกมา ต้อง Pop ออกมา ใช่ไหมคะ

1250
01:23:18,250 --> 01:23:21,890
ยกตรง Output ของเดิมลงมาก่อน Pop

1251
01:23:22,253 --> 01:23:25,891
บวกกับคูณเอาอะไรออกมาก่อน

1252
01:23:26,255 --> 01:23:29,892
คูณ แล้วตามด้วยบวก เห็นไหมคะ

1253
01:23:30,256 --> 01:23:33,890
เอาตัวแรกออกมาก่อน แล้วเอาตัวที่ 2

1254
01:23:34,257 --> 01:23:37,890
ออกมา

1255
01:23:38,257 --> 01:23:41,890

1256
01:23:42,258 --> 01:23:45,890

1257
01:23:46,261 --> 01:23:49,890

1258
01:23:50,262 --> 01:23:53,890
เดี๋ยวต่ออีกนิดหนึ่งนะคะ เดี๋ยวเขียนตรงนี้ให้เสร็จก่อน

1259
01:23:54,263 --> 01:23:57,890

1260
01:23:58,267 --> 01:24:01,891

1261
01:24:02,269 --> 01:24:05,890
เรายังไม่ได้ค่าเลข 8 เลย

1262
01:24:06,270 --> 01:24:09,890
จะทำอย่างไรให้ได้เลข 8

1263
01:24:10,271 --> 01:24:13,891
8

1264
01:24:14,273 --> 01:24:17,892
ถัดมา เสร็จหรือยังคะ

1265
01:24:18,276 --> 01:24:21,890
เดี๋ยวรอเพื่อน

1266
01:24:22,277 --> 01:24:25,893
แป๊บหนึ่งนะ

1267
01:24:26,278 --> 01:24:29,890

1268
01:24:30,279 --> 01:24:33,890

1269
01:24:34,281 --> 01:24:37,890
โอเค เราได้ผลลัพธ์

1270
01:24:38,282 --> 01:24:41,890
แล้วใช่ไหมคะ จากตารางที่เราทำใน Stack

1271
01:24:42,283 --> 01:24:45,890

1272
01:24:46,284 --> 01:24:49,890
พอได้ค่าผลลัพธ์แล้วนี่ คือ ตัวนี้

1273
01:24:50,285 --> 01:24:53,890
351 คูณ บวก

1274
01:24:54,286 --> 01:24:57,890
มาหาผลลัพธ์ต่อนะคะ ค่านี้จะเป็นค่าสุดท้ายแล้ว

1275
01:24:58,287 --> 01:25:01,890
ที่เราจะได้คำตอบออกมา

1276
01:25:02,288 --> 01:25:05,890

1277
01:25:06,289 --> 01:25:09,890
ตัวแรกตัวนี้ใช่ไหมคะ

1278
01:25:10,291 --> 01:25:13,890
ขั้นตอนถัดมา ถ้าเป็น

1279
01:25:14,293 --> 01:25:17,891
ตัวเลข ถ้าเป็นตัวเลขจะ Push

1280
01:25:18,294 --> 01:25:21,890
ลง Stack อันนี้อีกอันหนึ่งนะ อีก

1281
01:25:22,295 --> 01:25:25,891
ขั้นตอนหนึ่วนะคะ ถ้าเป็นตัวเลขจะ P

1282
01:25:26,297 --> 01:25:29,889
ลง Stack ดูพร้อมครูเลย ตัวที่ 1 มา

1283
01:25:30,299 --> 01:25:33,890
คือตัวเลขอะไรคะ เลข 3

1284
01:25:34,300 --> 01:25:37,893
เราเอาใส่ใน Stack

1285
01:25:38,302 --> 01:25:41,889
ดูพร้อมกันนะ เลข 3

1286
01:25:42,304 --> 01:25:45,889
ตัวแรก เอาลง Stack ตัวถัดมา

1287
01:25:46,305 --> 01:25:49,889
เลขอะไรคะ เลข 5

1288
01:25:50,306 --> 01:25:53,889
ก็เอาเลข 5 Push ลง  Stack เหมือนกัน

1289
01:25:54,307 --> 01:25:57,890

1290
01:25:58,310 --> 01:26:01,892
ตัวถัดมาเลขอะไร

1291
01:26:02,312 --> 01:26:05,889
เลข 1 ก็เอาเลข 1

1292
01:26:06,313 --> 01:26:09,898
Push ลง Stack เหมือนกัน

1293
01:26:10,314 --> 01:26:13,890

1294
01:26:14,316 --> 01:26:17,889

1295
01:26:18,317 --> 01:26:21,889
ถัดมา

1296
01:26:22,318 --> 01:26:25,889
เราเครื่องหมายคูณ ให้

1297
01:26:26,319 --> 01:26:29,889
Pop ค่าบนสุดอออกมา แล้ว

1298
01:26:30,320 --> 01:26:33,889
วางไว้ขวามือ เอาเลข 1 ออกมา เห็นไหมคะ

1299
01:26:34,322 --> 01:26:37,890
จากนั้นใส่เครื่องหมาย

1300
01:26:38,323 --> 01:26:41,894
ถ้ามันเครื่องหมายนะ ตัวที่เราอ่านมา เรา Pop

1301
01:26:42,324 --> 01:26:45,890
ตัวเลขออกมาก่อน แล้วใส่เครื่องหมาย

1302
01:26:46,325 --> 01:26:49,889
แล้วเอาตัวที่ 2 ออกมาแบบนี้

1303
01:26:50,326 --> 01:26:53,889
นี่นะคะ เอาตัวบนสุดออกมา

1304
01:26:54,327 --> 01:26:57,896
แล้วใส่เครื่องหมายที่เราอ่าน แล้วเอา

1305
01:26:58,328 --> 01:27:01,889
ตัวข้อมูล

1306
01:27:02,329 --> 01:27:05,890
ตัวเลขที่อยู่ใน Stack ตัวถัดมานี่ออกมา ได้ผลลัพธ์อะไรคะ

1307
01:27:06,332 --> 01:27:09,890
5 x 1 เป็น 5

1308
01:27:10,333 --> 01:27:13,891
ตอนนี้ใน Stack 1 กับ 5 ออก

1309
01:27:14,334 --> 01:27:17,889
ไปแล้วนะ เราได้ผลลัพธ์

1310
01:27:18,335 --> 01:27:21,890
คือ 5 แล้วอย่างไรต่อ

1311
01:27:22,336 --> 01:27:25,890
ก็ Push ลง Stack

1312
01:27:26,337 --> 01:27:29,889
เอาเลข 5 Push ลงไปใน Stack

1313
01:27:30,340 --> 01:27:33,889
ตอนนี้เอาออกไปแล้ว 2 เหลือ 3

1314
01:27:34,341 --> 01:27:37,889
พอคูณเสร็จเอา 5 กลับเข้ามา

1315
01:27:38,343 --> 01:27:41,889

1316
01:27:42,344 --> 01:27:45,889
ดูนะคะ ถัดมา

1317
01:27:46,346 --> 01:27:49,889
อ่านเครื่องหมายบวก

1318
01:27:50,347 --> 01:27:53,889
ทำเหมือนเดิมเลย เอาอะไรออกมาคะ

1319
01:27:54,348 --> 01:27:57,889

1320
01:27:58,349 --> 01:28:01,889
เอา 5 ออกมาไว้ทางขวามือ แล้วก็ใส่เครื่องหมายบวก

1321
01:28:02,351 --> 01:28:05,889
แล้วก้เอา 3 ออกมา คำตอบเป็นเท่าไหร่คะ

1322
01:28:06,352 --> 01:28:09,889
เป็น 8

1323
01:28:10,356 --> 01:28:13,889

1324
01:28:14,358 --> 01:28:17,889
แล้วก็เอา 8 ใส่ลงไปใน Stack จะเหลือเป็นค่าสุดท้าย

1325
01:28:18,359 --> 01:28:21,899
นี่คือคำตอบของ

1326
01:28:22,360 --> 01:28:25,899
โจทย์ข้อนี้ ได้เท่ากันเลยไหม

1327
01:28:26,361 --> 01:28:29,889
ได้เท่ากันเลย คือ 8

1328
01:28:30,362 --> 01:28:33,889
จะเห็นว่านี่คือกระบวนการคอมพิวเตอร์คิดค่า

1329
01:28:34,363 --> 01:28:37,889
ตัวเลขให้เรานะคะ กว่าจะได้เลข 8

1330
01:28:38,368 --> 01:28:41,889
ออกมานี่ คอมพิวเตอร์ต้องคิดแบบนี้นะคะ

1331
01:28:42,369 --> 01:28:45,889

1332
01:28:46,370 --> 01:28:49,889

1333
01:28:50,371 --> 01:28:53,889

1334
01:28:54,372 --> 01:28:57,888
โอเค

1335
01:28:58,373 --> 01:29:01,888
ใครเสร็จแล้ว

1336
01:29:02,374 --> 01:29:05,889
ครูให้เบรกอีก 5 นาที จดตัวนี้ให้เสร็จนะคะ

1337
01:29:06,375 --> 01:29:09,889
ครูให้เบรก 5 นาที

1338
01:29:10,376 --> 01:29:13,888

1339
01:29:14,377 --> 01:29:17,888

1340
01:29:18,380 --> 01:29:21,888

1341
01:29:22,383 --> 01:29:25,888

1342
01:29:26,384 --> 01:29:29,888

1343
01:29:30,386 --> 01:29:33,888

1344
01:29:34,387 --> 01:29:37,888

1345
01:29:38,388 --> 01:29:41,888

1346
01:29:42,389 --> 01:29:45,889

1347
01:29:46,390 --> 01:29:49,889

1348
01:29:50,391 --> 01:29:53,888

1349
01:29:54,392 --> 01:29:57,889

1350
01:29:58,394 --> 01:30:01,888

1351
01:30:02,397 --> 01:30:05,888

1352
01:30:06,402 --> 01:30:09,889

1353
01:30:10,406 --> 01:30:13,888

1354
01:30:14,409 --> 01:30:17,890

1355
01:30:18,414 --> 01:30:21,888

1356
01:30:22,417 --> 01:30:25,888

1357
01:30:26,422 --> 01:30:29,888

1358
01:30:30,425 --> 01:30:33,895

1359
01:30:34,431 --> 01:30:37,889

1360
01:30:38,436 --> 01:30:41,889

1361
01:30:42,438 --> 01:30:45,892

1362
01:30:46,439 --> 01:30:49,888

1363
01:30:50,440 --> 01:30:53,888

1364
01:30:54,443 --> 01:30:57,888

1365
01:30:58,444 --> 01:31:01,890

1366
01:31:02,445 --> 01:31:05,888

1367
01:31:06,446 --> 01:31:09,889

1368
01:31:10,447 --> 01:31:13,888

1369
01:31:14,448 --> 01:31:17,889

1370
01:31:18,451 --> 01:31:21,888

1371
01:31:22,452 --> 01:31:25,888

1372
01:31:26,454 --> 01:31:29,888

1373
01:31:30,456 --> 01:31:33,888

1374
01:31:34,458 --> 01:31:37,888

1375
01:31:38,459 --> 01:31:41,887

1376
01:31:42,461 --> 01:31:45,887

1377
01:31:46,465 --> 01:31:49,887

1378
01:31:50,466 --> 01:31:53,887

1379
01:31:54,467 --> 01:31:57,886

1380
01:31:58,469 --> 01:32:01,885

1381
01:32:02,471 --> 01:32:05,885

1382
01:32:06,473 --> 01:32:09,885

1383
01:32:10,476 --> 01:32:13,885

1384
01:32:14,477 --> 01:32:17,885

1385
01:32:18,479 --> 01:32:21,884

1386
01:32:22,480 --> 01:32:25,884

1387
01:32:26,481 --> 01:32:29,884

1388
01:32:30,483 --> 01:32:33,884

1389
01:32:34,486 --> 01:32:37,883

1390
01:32:38,487 --> 01:32:41,883

1391
01:32:42,489 --> 01:32:45,883

1392
01:32:46,490 --> 01:32:49,893

1393
01:32:50,492 --> 01:32:53,883

1394
01:32:54,493 --> 01:32:57,882

1395
01:32:58,495 --> 01:33:01,881

1396
01:33:02,498 --> 01:33:05,882

1397
01:33:06,500 --> 01:33:09,881

1398
01:33:10,502 --> 01:33:13,881

1399
01:33:14,504 --> 01:33:17,881

1400
01:33:18,505 --> 01:33:21,881

1401
01:33:22,506 --> 01:33:25,880

1402
01:33:26,508 --> 01:33:29,880

1403
01:33:30,508 --> 01:33:33,879

1404
01:33:34,509 --> 01:33:37,881

1405
01:33:38,510 --> 01:33:41,879

1406
01:33:42,512 --> 01:33:45,879

1407
01:33:46,514 --> 01:33:49,879

1408
01:33:50,515 --> 01:33:53,878

1409
01:33:54,519 --> 01:33:57,878

1410
01:33:58,520 --> 01:34:01,879

1411
01:34:02,521 --> 01:34:05,878

1412
01:34:06,523 --> 01:34:09,877

1413
01:34:10,525 --> 01:34:13,877

1414
01:34:14,526 --> 01:34:17,877

1415
01:34:18,528 --> 01:34:21,877

1416
01:34:22,529 --> 01:34:25,876

1417
01:34:26,530 --> 01:34:29,876

1418
01:34:30,531 --> 01:34:33,876

1419
01:34:34,533 --> 01:34:37,882

1420
01:34:38,534 --> 01:34:41,876

1421
01:34:42,536 --> 01:34:45,876

1422
01:34:46,538 --> 01:34:49,875

1423
01:34:50,540 --> 01:34:53,874

1424
01:34:54,542 --> 01:34:57,874

1425
01:34:58,543 --> 01:35:01,874

1426
01:35:02,544 --> 01:35:05,874

1427
01:35:06,546 --> 01:35:09,874

1428
01:35:10,548 --> 01:35:13,880

1429
01:35:14,549 --> 01:35:17,874

1430
01:35:18,550 --> 01:35:21,873

1431
01:35:22,551 --> 01:35:25,873

1432
01:35:26,552 --> 01:35:29,873

1433
01:35:30,554 --> 01:35:33,873

1434
01:35:34,555 --> 01:35:37,872

1435
01:35:38,557 --> 01:35:41,872

1436
01:35:42,559 --> 01:35:45,872

1437
01:35:46,560 --> 01:35:49,871

1438
01:35:50,562 --> 01:35:53,872

1439
01:35:54,564 --> 01:35:57,871

1440
01:35:58,565 --> 01:36:01,871

1441
01:36:02,566 --> 01:36:05,871

1442
01:36:06,570 --> 01:36:09,870

1443
01:36:10,571 --> 01:36:13,870

1444
01:36:14,572 --> 01:36:17,870

1445
01:36:18,574 --> 01:36:21,870

1446
01:36:22,576 --> 01:36:25,870

1447
01:36:26,578 --> 01:36:29,870

1448
01:36:30,579 --> 01:36:33,870

1449
01:36:34,580 --> 01:36:37,869

1450
01:36:38,583 --> 01:36:41,869

1451
01:36:42,584 --> 01:36:45,869

1452
01:36:46,585 --> 01:36:49,868

1453
01:36:50,588 --> 01:36:53,869

1454
01:36:54,589 --> 01:36:57,868

1455
01:36:58,592 --> 01:37:01,868

1456
01:37:02,594 --> 01:37:05,868

1457
01:37:06,595 --> 01:37:09,867

1458
01:37:10,601 --> 01:37:13,867

1459
01:37:14,602 --> 01:37:17,867

1460
01:37:18,606 --> 01:37:21,867

1461
01:37:22,607 --> 01:37:25,867

1462
01:37:26,608 --> 01:37:29,867

1463
01:37:30,610 --> 01:37:33,867

1464
01:37:34,612 --> 01:37:37,869

1465
01:37:38,614 --> 01:37:41,866

1466
01:37:42,615 --> 01:37:45,866

1467
01:37:46,617 --> 01:37:49,866

1468
01:37:50,619 --> 01:37:53,866

1469
01:37:54,621 --> 01:37:57,866

1470
01:37:58,622 --> 01:38:01,865

1471
01:38:02,625 --> 01:38:05,867

1472
01:38:06,629 --> 01:38:09,865

1473
01:38:10,630 --> 01:38:13,865

1474
01:38:14,631 --> 01:38:17,868

1475
01:38:18,634 --> 01:38:21,865

1476
01:38:22,635 --> 01:38:25,864

1477
01:38:26,638 --> 01:38:29,864

1478
01:38:30,640 --> 01:38:33,864

1479
01:38:34,643 --> 01:38:37,870

1480
01:38:38,644 --> 01:38:41,864

1481
01:38:42,648 --> 01:38:45,863

1482
01:38:46,650 --> 01:38:49,863

1483
01:38:50,652 --> 01:38:53,864

1484
01:38:54,654 --> 01:38:57,863

1485
01:38:58,658 --> 01:39:01,863

1486
01:39:02,663 --> 01:39:05,862

1487
01:39:06,666 --> 01:39:09,863

1488
01:39:10,668 --> 01:39:13,863

1489
01:39:14,670 --> 01:39:17,885

1490
01:39:18,672 --> 01:39:21,862

1491
01:39:22,673 --> 01:39:25,862

1492
01:39:26,674 --> 01:39:29,861
ค่ะ เดี๋ยวมาต่ออีกนิดหนึ่ง

1493
01:39:30,675 --> 01:39:33,861

1494
01:39:34,676 --> 01:39:37,863
คราวนี้มาดูอีก 1 ตัวอย่างนะคะ

1495
01:39:38,677 --> 01:39:41,861

1496
01:39:42,679 --> 01:39:45,860
ครูมีโจทย์ให้

1497
01:39:46,679 --> 01:39:49,860

1498
01:39:50,680 --> 01:39:53,862
5 x 2

1499
01:39:54,682 --> 01:39:57,860
+ 2

1500
01:39:58,683 --> 01:40:01,859
ตอนนี้เราทำ

1501
01:40:02,684 --> 01:40:05,859
จาก Prefix ให้เป็น

1502
01:40:06,685 --> 01:40:09,859
Postfix ก่อนนะคะ

1503
01:40:10,687 --> 01:40:13,859
อันดับแรก

1504
01:40:14,688 --> 01:40:17,860
ต้องวาดตารางก่อนใช่ไหมคะ

1505
01:40:18,691 --> 01:40:21,859
วาดตาราง Stack ว่าง

1506
01:40:22,692 --> 01:40:25,861
ครูก็วาด 3 ช่องเหมือนเดิม แล้วก็

1507
01:40:26,694 --> 01:40:29,858
ตรง Input ครูก็เอาข้อมูลแต่ละตัว

1508
01:40:30,695 --> 01:40:33,858
มาใส่ลงในแต่ละบรรทัด

1509
01:40:34,696 --> 01:40:37,863

1510
01:40:38,698 --> 01:40:41,857

1511
01:40:42,700 --> 01:40:45,871

1512
01:40:46,702 --> 01:40:49,856

1513
01:40:50,704 --> 01:40:53,856
เริ่มต้นเลย หย่อนเข้ามาตัวเลข

1514
01:40:54,705 --> 01:40:57,856
คือ เลข 5 ใช่ไหม มันเป็นตัวเลข เพราะฉะนั้น

1515
01:40:58,706 --> 01:41:01,856
เอาไปไว้ที่ Output

1516
01:41:02,706 --> 01:41:05,856
นะคะ นะ ถ้าเป็นตัวเลข เอาไปไว้ที่ Output

1517
01:41:06,707 --> 01:41:09,857
ได้เลย ตัวถัดมา

1518
01:41:10,709 --> 01:41:13,855
เครื่องหมายคูณ

1519
01:41:14,710 --> 01:41:17,855
แสดงว่าต้องเอาไปไว้ใน Stack

1520
01:41:18,711 --> 01:41:21,855
ตอนนี้ Stack มันเป็น Stack ว่าง

1521
01:41:22,714 --> 01:41:25,855
เราก็เลยเอาคูณมาใส่ใน

1522
01:41:26,715 --> 01:41:29,856
Stack ได้เลย ส่วน Output

1523
01:41:30,717 --> 01:41:33,854
ก็ยก 5 ลงมาเหมือนเดิม

1524
01:41:34,719 --> 01:41:37,855

1525
01:41:38,720 --> 01:41:41,856
โอเคนะ ยังเป็นเหมือนเดิมอญู่นะ

1526
01:41:42,721 --> 01:41:45,854
2 บรรทัดแรก ถัดมา

1527
01:41:46,722 --> 01:41:49,853
เจอเลข 2 เลข 2

1528
01:41:50,723 --> 01:41:53,868
2 มันเป็นตัวเลข ต้องเอาไปไว้ที่

1529
01:41:54,724 --> 01:41:57,853
Output เพราะฉะนั้น 2

1530
01:41:58,725 --> 01:42:01,855
จะอยู่ต่อจากเลข 5 นะคะ ใน Stack

1531
01:42:02,726 --> 01:42:05,852
ก็ยกลงมาเหมือนเดิม

1532
01:42:06,727 --> 01:42:09,852

1533
01:42:10,730 --> 01:42:13,852
ถึงตรงนี้นะคะ

1534
01:42:14,731 --> 01:42:17,852

1535
01:42:18,733 --> 01:42:21,852
ถัดมาข้อมูลที่เราอ่านมา

1536
01:42:22,734 --> 01:42:25,851
เครื่องหมายบวก พอเราเจอ

1537
01:42:26,735 --> 01:42:29,852
เครื่องหมายบวก ครูบอกว่าต้องเอามัน

1538
01:42:30,736 --> 01:42:33,851
ไปไว้ใน Stack แต่ก่อนอื่น ก่อนที่จะ

1539
01:42:34,737 --> 01:42:37,852
เอาไปไว้ใน Stack เดิม

1540
01:42:38,741 --> 01:42:41,851
เรามีข้อมูลใน Stack หรือเปล่า มีใช่หรือเปล่า มีเครื่องหมายคูณ

1541
01:42:42,742 --> 01:42:45,850
เพราะฉะนั้นเราต้

1542
01:42:46,743 --> 01:42:49,850
ต้องเปรียบเทียบความสำคัญก่อน บวก

1543
01:42:50,744 --> 01:42:53,851
มันน้อยกว่าหรือมากกว่าคูณ

1544
01:42:54,745 --> 01:42:57,850
น้อยกว่า ใช่ไหม บวก

1545
01:42:58,748 --> 01:43:01,850
มีค่าน้อยกว่าคูณ เพราะฉะนั้น

1546
01:43:02,749 --> 01:43:05,850
ทำอย่างไรคะ เอาคูณ

1547
01:43:06,750 --> 01:43:09,850
ออกมา

1548
01:43:10,751 --> 01:43:13,849
บวกมีค่าน้อยกว่าคูณ เพราะฉะนั้น

1549
01:43:14,752 --> 01:43:17,849
ต้องเอา

1550
01:43:18,754 --> 01:43:21,849
ข้อมูลที่อยู่บน Stack นี่ คือ คูณ เอามาไว้ที่

1551
01:43:22,757 --> 01:43:25,849
Output เห็นไหมคะ

1552
01:43:26,758 --> 01:43:29,848
เอามาไว้ที่ Output เสร็จแล้ว เราถึงเอา

1553
01:43:30,759 --> 01:43:33,848
เครื่องหมายบวก Push ลงไปใน Stack

1554
01:43:34,761 --> 01:43:37,847
นะคะ แล้วค่อยเอาเครื่องหมายบวก

1555
01:43:38,762 --> 01:43:41,848
ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย เพราะ Stack มันว่าง

1556
01:43:42,766 --> 01:43:45,848
เพราะฉะนั้น ตรง Output จะเป็น

1557
01:43:46,768 --> 01:43:49,853
5, 2 แล้วก็เครื่องหมาย๕

1558
01:43:50,769 --> 01:43:53,847
ทำไมคูณ

1559
01:43:54,773 --> 01:43:57,847
ถึงต้องออกมา เพราะบวกมันน้อยกว่าคูณ

1560
01:43:58,782 --> 01:44:01,856
เห็นไหมคะ บวกมันน้อยกว่าคูณ

1561
01:44:02,785 --> 01:44:05,848
เลยเอาคูณออกมา

1562
01:44:06,786 --> 01:44:09,846
ถัดมาเลขอะไรคะ เลข 2

1563
01:44:10,787 --> 01:44:13,854
เอาไปไว้ที่ Output ได้เลย ก็เอามันไปต่อท้ายคูณ

1564
01:44:14,788 --> 01:44:17,846
เอามันมาต่อท้ายคูณใช้หรือเปล่า เพราะมันคือคูณ

1565
01:44:18,789 --> 01:44:21,846
เอา 2 มาต่อท้าย

1566
01:44:22,791 --> 01:44:25,845

1567
01:44:26,792 --> 01:44:29,845
ตอนนี้เราอ่านข้อมูลครบหมดแล้ว

1568
01:44:30,795 --> 01:44:33,845
แต่ใน Stack มันยังมีบวกค้างอยู่ เพราะฉะนั้น

1569
01:44:34,797 --> 01:44:37,845
ต้อง Pop มันออกมา แ

1570
01:44:38,798 --> 01:44:41,845
นะคะ Pop มันออกมาและไว้ข้างหลัง

1571
01:44:42,799 --> 01:44:45,855

1572
01:44:46,801 --> 01:44:49,846

1573
01:44:50,804 --> 01:44:53,844

1574
01:44:54,806 --> 01:44:57,844

1575
01:44:58,808 --> 01:45:01,844

1576
01:45:02,810 --> 01:45:05,844

1577
01:45:06,814 --> 01:45:09,843

1578
01:45:10,815 --> 01:45:13,846

1579
01:45:14,818 --> 01:45:17,844

1580
01:45:18,820 --> 01:45:21,843

1581
01:45:22,822 --> 01:45:25,843
โอเคนะ

1582
01:45:26,824 --> 01:45:29,845
แบบฝึกหัด ช่วยครูทำหน่อยตอนนี้เลย

1583
01:45:30,825 --> 01:45:33,842
ครูโจทย์ให้นะคะ 3 หาร 1

1584
01:45:34,827 --> 01:45:37,842
ลบ 2 แล้วครูก็บอกว่าหาร

1585
01:45:38,829 --> 01:45:41,842
นี่ มันมีค่ามากกว่าลบนะ

1586
01:45:42,830 --> 01:45:45,843
หาค่าผลลัพธ์ของนิพจน์

1587
01:45:46,833 --> 01:45:49,848
Postfix ให้ครูหน่อย

1588
01:45:50,834 --> 01:45:53,844
จะได้อะไร เริ่มต้น

1589
01:45:54,836 --> 01:45:57,842
ทุกคนตีตารางก่อน

1590
01:45:58,838 --> 01:46:01,841

1591
01:46:02,840 --> 01:46:05,841

1592
01:46:06,843 --> 01:46:09,844
ลองทำดูสิคะ มีกระดาษไหม

1593
01:46:10,845 --> 01:46:13,841
ไม่มีมาเอาข้างหน้า

1594
01:46:14,846 --> 01:46:17,845
ครูมีกระดาษให้นะ

1595
01:46:18,851 --> 01:46:21,841

1596
01:46:22,855 --> 01:46:25,840

1597
01:46:26,857 --> 01:46:29,840

1598
01:46:30,859 --> 01:46:33,841
แบบฝึกหัด 1 ข้อนะคะ ทำตอนนี้เลย

1599
01:46:34,866 --> 01:46:37,840

1600
01:46:38,870 --> 01:46:41,853

1601
01:46:42,872 --> 01:46:45,840

1602
01:46:46,873 --> 01:46:49,839
เหมือนกับโจทย์ที่ครูให้ไป

1603
01:46:50,876 --> 01:46:53,839
นะคะ คล้าย ๆ กับโจทย์ที่ครูให้ไป

1604
01:46:54,878 --> 01:46:57,839
จดแล้วด้วยนะ

1605
01:46:58,882 --> 01:47:01,839

1606
01:47:02,884 --> 01:47:05,839

1607
01:47:06,887 --> 01:47:09,839

1608
01:47:10,890 --> 01:47:13,838

1609
01:47:14,892 --> 01:47:17,839

1610
01:47:18,894 --> 01:47:21,838

1611
01:47:22,896 --> 01:47:25,839

1612
01:47:26,900 --> 01:47:29,839

1613
01:47:30,902 --> 01:47:33,838

1614
01:47:34,904 --> 01:47:37,838

1615
01:47:38,907 --> 01:47:42,838

1616
01:47:42,910 --> 01:47:46,838

1617
01:47:46,912 --> 01:47:50,837

1618
01:47:50,914 --> 01:47:54,838

1619
01:47:54,915 --> 01:47:58,837

1620
01:47:58,915 --> 01:48:02,837

1621
01:48:02,917 --> 01:48:06,837

1622
01:48:06,919 --> 01:48:10,837

1623
01:48:10,920 --> 01:48:14,837

1624
01:48:14,921 --> 01:48:18,837

1625
01:48:18,922 --> 01:48:22,836

1626
01:48:22,922 --> 01:48:26,837

1627
01:48:26,924 --> 01:48:30,836

1628
01:48:30,926 --> 01:48:34,836

1629
01:48:34,927 --> 01:48:38,836

1630
01:48:38,928 --> 01:48:42,836
เหมือนโจทย์สุดท้ายที่ครูให้ไปเมื่อกี้เลยนะ

1631
01:48:42,930 --> 01:48:46,837
ลบ

1632
01:48:46,934 --> 01:48:50,836
มันน้อยกว่าหารใช่ไหมคะ เรา

1633
01:48:50,938 --> 01:48:54,835
เปรียบเทียบกัน ลบมันน้อยกว่าหาร

1634
01:48:54,939 --> 01:48:58,835
เพราะฉะนั้น

1635
01:48:58,940 --> 01:49:02,835
ก็ต้องเอาหารออกมา

1636
01:49:02,941 --> 01:49:06,835

1637
01:49:06,943 --> 01:49:10,835

1638
01:49:10,945 --> 01:49:14,835

1639
01:49:14,946 --> 01:49:18,835

1640
01:49:18,947 --> 01:49:22,836

1641
01:49:22,948 --> 01:49:26,834

1642
01:49:26,950 --> 01:49:30,834

1643
01:49:30,952 --> 01:49:34,834

1644
01:49:34,956 --> 01:49:38,834

1645
01:49:38,957 --> 01:49:42,834

1646
01:49:42,958 --> 01:49:46,834

1647
01:49:46,960 --> 01:49:50,834

1648
01:49:50,961 --> 01:49:54,833

1649
01:49:54,962 --> 01:49:58,833

1650
01:49:58,966 --> 01:50:02,834

1651
01:50:02,967 --> 01:50:06,833

1652
01:50:06,969 --> 01:50:10,833

1653
01:50:10,974 --> 01:50:14,833

1654
01:50:14,976 --> 01:50:18,833

1655
01:50:18,978 --> 01:50:22,833

1656
01:50:22,979 --> 01:50:26,833

1657
01:50:26,981 --> 01:50:30,833

1658
01:50:30,983 --> 01:50:34,832

1659
01:50:34,984 --> 01:50:38,832

1660
01:50:38,986 --> 01:50:42,833

1661
01:50:42,987 --> 01:50:46,833

1662
01:50:46,989 --> 01:50:50,832

1663
01:50:50,990 --> 01:50:54,832

1664
01:50:54,991 --> 01:50:58,832

1665
01:50:58,993 --> 01:51:02,831

1666
01:51:02,994 --> 01:51:06,831

1667
01:51:06,995 --> 01:51:10,831

1668
01:51:10,997 --> 01:51:14,831

1669
01:51:14,998 --> 01:51:18,831

1670
01:51:18,999 --> 01:51:22,831

1671
01:51:23,001 --> 01:51:26,831

1672
01:51:27,003 --> 01:51:30,831

1673
01:51:31,005 --> 01:51:34,831

1674
01:51:35,010 --> 01:51:38,830

1675
01:51:39,011 --> 01:51:42,830

1676
01:51:43,014 --> 01:51:46,831

1677
01:51:47,016 --> 01:51:50,831

1678
01:51:51,018 --> 01:51:54,830

1679
01:51:55,020 --> 01:51:58,830

1680
01:51:59,022 --> 01:52:02,830

1681
01:52:03,025 --> 01:52:06,831

1682
01:52:07,028 --> 01:52:10,830

1683
01:52:11,030 --> 01:52:14,830

1684
01:52:15,031 --> 01:52:18,830

1685
01:52:19,034 --> 01:52:22,829

1686
01:52:23,035 --> 01:52:26,831

1687
01:52:27,037 --> 01:52:30,829

1688
01:52:31,040 --> 01:52:34,829

1689
01:52:35,042 --> 01:52:38,829

1690
01:52:39,044 --> 01:52:42,829

1691
01:52:43,045 --> 01:52:46,829

1692
01:52:47,046 --> 01:52:50,829

1693
01:52:51,047 --> 01:52:54,829

1694
01:52:55,049 --> 01:52:58,829

1695
01:52:59,052 --> 01:53:02,828

1696
01:53:03,053 --> 01:53:06,829

1697
01:53:07,056 --> 01:53:10,829

1698
01:53:11,057 --> 01:53:14,828

1699
01:53:15,058 --> 01:53:18,828

1700
01:53:19,059 --> 01:53:22,828

1701
01:53:23,060 --> 01:53:26,828

1702
01:53:27,061 --> 01:53:30,828

1703
01:53:31,063 --> 01:53:34,828

1704
01:53:35,064 --> 01:53:38,828

1705
01:53:39,065 --> 01:53:42,829

1706
01:53:43,067 --> 01:53:46,827

1707
01:53:47,072 --> 01:53:50,827

1708
01:53:51,073 --> 01:53:54,827

1709
01:53:55,076 --> 01:53:58,827

1710
01:53:59,077 --> 01:54:02,827

1711
01:54:03,078 --> 01:54:06,827

1712
01:54:07,080 --> 01:54:10,827

1713
01:54:11,081 --> 01:54:14,827

1714
01:54:15,084 --> 01:54:18,827

1715
01:54:19,085 --> 01:54:22,827
คราวนี้นะคะ ดูด้วยกัน

1716
01:54:23,087 --> 01:54:26,826

1717
01:54:27,088 --> 01:54:30,826
3

1718
01:54:31,089 --> 01:54:34,826
เอา 3 ไปไว้ที่ไหนคะ ที่ Output

1719
01:54:35,091 --> 01:54:38,826
เห็นไหมคะ เอา 3 ไปไว้ที่ Output

1720
01:54:39,092 --> 01:54:42,826
เครื่องหมายหาร เอาเครื่องหมายหารไปไว้ที่ไหน Stack

1721
01:54:43,093 --> 01:54:46,826
เพราะมันเป็น Stack ว่าง เราก็หย่อนเครื่องหมา

1722
01:54:47,094 --> 01:54:50,826
Output เรายกมันลงมาด้วยนะ

1723
01:54:51,095 --> 01:54:54,825

1724
01:54:55,097 --> 01:54:58,826
ถัดไป เราอ่านเจอเลข 1 ใช่ไหมคะ เราต้องเอาเลข 1 ไปไว้

1725
01:54:59,098 --> 01:55:02,827
ที่ไหน Output

1726
01:55:03,101 --> 01:55:06,834
ยกลงมาก่อน เสร็จแล้วก็เติมเลข 1 ลงไป

1727
01:55:07,102 --> 01:55:10,826
ใน Stack ยังเหมือนเดิมนะ

1728
01:55:11,103 --> 01:55:14,826
เรายังมีเครื่องหมายหารอยู่ เราก็ยกลงมาได้เลย

1729
01:55:15,105 --> 01:55:18,825
ถัดมา

1730
01:55:19,107 --> 01:55:22,825
เครื่องหมายลบใช่ไหมคะ เดิมใน Stack เรามี

1731
01:55:23,108 --> 01:55:26,825
หารอยู่แล้วใช่ไหม ครูเขียนให้ดูก่อน

1732
01:55:27,109 --> 01:55:30,825
เรามีหารอยู่แล้วนี่ เราเอาลบมาเทียบกับ

1733
01:55:31,119 --> 01:55:34,828
หาร ปรากฎว่าค

1734
01:55:35,121 --> 01:55:38,825
ค่าลบมันน้อยกว่า

1735
01:55:39,122 --> 01:55:42,825
ให้ทำอย่างไร

1736
01:55:43,124 --> 01:55:46,825
ให้เอาหารนี่ เอาออกมาไว้ที่

1737
01:55:47,129 --> 01:55:50,825
Output เพราะฉะนั้น จะได้เป็น

1738
01:55:51,130 --> 01:55:54,824
3, 1 แล้วก็หาร ตรงนี้หายไปใช่ไหมคะ

1739
01:55:55,132 --> 01:55:58,825
เสร็จแล้วก็ใส่ค่าลบ

1740
01:55:59,135 --> 01:56:02,824
ลงมาใน Stack

1741
01:56:03,137 --> 01:56:06,824
ถัดมาหย่อนอะไร

1742
01:56:07,138 --> 01:56:10,824
ยกของเดิมลงมาก่อนที่ Output แล้วก็ใส่เลข 2

1743
01:56:11,139 --> 01:56:14,824
ใน Stack หรืออะไรคะ

1744
01:56:15,141 --> 01:56:18,824
เครื่องหมายลบใช่ไม อ่านครบหมดแล้วนะ

1745
01:56:19,142 --> 01:56:22,824
แต่ใน Stack

1746
01:56:23,144 --> 01:56:26,823
เราต้องเอาค่าจาก Stack ออกมา เป็น

1747
01:56:27,146 --> 01:56:30,825
3 1 หาร 2 แล้วอะไรคะ ลบ

1748
01:56:31,147 --> 01:56:34,823
เห็นไหม

1749
01:56:35,148 --> 01:56:38,824
เราเอาค่าที่อยู๋ใน Stack ตัวสุดท้ายมาใส่ข้างหล

1750
01:56:39,150 --> 01:56:42,823
ได้เลยนะคะ

1751
01:56:43,151 --> 01:56:46,823
โอเค

1752
01:56:47,153 --> 01:56:50,825
อีกข้อหนึ่ง

1753
01:56:51,156 --> 01:56:54,823
แล้วจะให้เลิก ครูให้โจทย์มาแค่นี้เอง ว

1754
01:56:55,157 --> 01:56:58,823

1755
01:56:59,158 --> 01:57:02,823

1756
01:57:03,162 --> 01:57:06,830

1757
01:57:07,163 --> 01:57:10,824

1758
01:57:11,164 --> 01:57:14,822
โจทย์ข้อนี้อันดับแรก

1759
01:57:15,168 --> 01:57:18,826
วาดตารางก่อนเลย ตีตารางค่ะ

1760
01:57:19,169 --> 01:57:22,823

1761
01:57:23,170 --> 01:57:26,823

1762
01:57:27,171 --> 01:57:30,822

1763
01:57:31,172 --> 01:57:34,822

1764
01:57:35,173 --> 01:57:38,822

1765
01:57:39,174 --> 01:57:42,829

1766
01:57:43,175 --> 01:57:46,822

1767
01:57:47,176 --> 01:57:50,822

1768
01:57:51,177 --> 01:57:54,822

1769
01:57:55,180 --> 01:57:58,822

1770
01:57:59,184 --> 01:58:02,821

1771
01:58:03,185 --> 01:58:06,825

1772
01:58:07,186 --> 01:58:10,822

1773
01:58:11,189 --> 01:58:14,821

1774
01:58:15,190 --> 01:58:18,821

1775
01:58:19,192 --> 01:58:22,822

1776
01:58:23,193 --> 01:58:26,821

1777
01:58:27,195 --> 01:58:30,822

1778
01:58:31,198 --> 01:58:34,821

1779
01:58:35,199 --> 01:58:38,823

1780
01:58:39,200 --> 01:58:42,821

1781
01:58:43,201 --> 01:58:46,821

1782
01:58:47,203 --> 01:58:50,821

1783
01:58:51,206 --> 01:58:54,821

1784
01:58:55,207 --> 01:58:58,820

1785
01:58:59,209 --> 01:59:02,829

1786
01:59:03,211 --> 01:59:06,824

1787
01:59:07,213 --> 01:59:10,826

1788
01:59:11,214 --> 01:59:14,822

1789
01:59:15,215 --> 01:59:18,821

1790
01:59:19,216 --> 01:59:22,821

1791
01:59:23,218 --> 01:59:26,820

1792
01:59:27,219 --> 01:59:30,820

1793
01:59:31,221 --> 01:59:34,820

1794
01:59:35,229 --> 01:59:38,821

1795
01:59:39,231 --> 01:59:42,820

1796
01:59:43,232 --> 01:59:46,820

1797
01:59:47,234 --> 01:59:50,820
ดูนิดหนึ่ง

1798
01:59:51,235 --> 01:59:54,822
คูณมันมากกว่าลบ

1799
01:59:55,236 --> 01:59:58,819
ใช่หรือเปล่า คูณมันมีค่ามากกว่าลบ

1800
01:59:59,237 --> 02:00:02,820
ก็ Push คูณลง  Stack ได้เลย

1801
02:00:03,240 --> 02:00:06,822
นะคะ Push คูณ

1802
02:00:07,241 --> 02:00:10,819
ลงใน Stack ได้เลย

1803
02:00:11,245 --> 02:00:14,819

1804
02:00:15,247 --> 02:00:18,819

1805
02:00:19,249 --> 02:00:22,819

1806
02:00:23,250 --> 02:00:26,819

1807
02:00:27,251 --> 02:00:30,819

1808
02:00:31,253 --> 02:00:34,819

1809
02:00:35,254 --> 02:00:38,819

1810
02:00:39,256 --> 02:00:42,825

1811
02:00:43,258 --> 02:00:46,819

1812
02:00:47,259 --> 02:00:50,818

1813
02:00:51,261 --> 02:00:54,818

1814
02:00:55,262 --> 02:00:58,818

1815
02:00:59,263 --> 02:01:02,822

1816
02:01:03,264 --> 02:01:06,818

1817
02:01:07,266 --> 02:01:10,818

1818
02:01:11,269 --> 02:01:14,818

1819
02:01:15,272 --> 02:01:18,818

1820
02:01:19,273 --> 02:01:22,818

1821
02:01:23,276 --> 02:01:26,818

1822
02:01:27,277 --> 02:01:30,818

1823
02:01:31,281 --> 02:01:34,818

1824
02:01:35,283 --> 02:01:38,817

1825
02:01:39,286 --> 02:01:42,818

1826
02:01:43,287 --> 02:01:46,817

1827
02:01:47,292 --> 02:01:50,817

1828
02:01:51,294 --> 02:01:54,819

1829
02:01:55,297 --> 02:01:58,817

1830
02:01:59,301 --> 02:02:02,817

1831
02:02:03,305 --> 02:02:06,817

1832
02:02:07,309 --> 02:02:10,819

1833
02:02:11,314 --> 02:02:14,817

1834
02:02:15,318 --> 02:02:18,818

1835
02:02:19,320 --> 02:02:22,817

1836
02:02:23,321 --> 02:02:26,817

1837
02:02:27,324 --> 02:02:30,817

1838
02:02:31,326 --> 02:02:34,819

1839
02:02:35,327 --> 02:02:38,816

1840
02:02:39,329 --> 02:02:42,818

1841
02:02:43,330 --> 02:02:46,816

1842
02:02:47,331 --> 02:02:50,816

1843
02:02:51,333 --> 02:02:54,816

1844
02:02:55,337 --> 02:02:58,816

1845
02:02:59,339 --> 02:03:02,818

1846
02:03:03,340 --> 02:03:06,817

1847
02:03:07,342 --> 02:03:10,816

1848
02:03:11,345 --> 02:03:14,817

1849
02:03:15,349 --> 02:03:18,816

1850
02:03:19,352 --> 02:03:22,815

1851
02:03:23,355 --> 02:03:26,816

1852
02:03:27,362 --> 02:03:30,816

1853
02:03:31,365 --> 02:03:34,815

1854
02:03:35,367 --> 02:03:38,815

1855
02:03:39,369 --> 02:03:42,815

1856
02:03:43,373 --> 02:03:46,815

1857
02:03:47,374 --> 02:03:50,815

1858
02:03:51,376 --> 02:03:54,815

1859
02:03:55,377 --> 02:03:58,815

1860
02:03:59,379 --> 02:04:02,815

1861
02:04:03,380 --> 02:04:06,815

1862
02:04:07,382 --> 02:04:10,815

1863
02:04:11,384 --> 02:04:14,815
โอเค

1864
02:04:15,386 --> 02:04:18,815
มาดูนะคะ

1865
02:04:19,387 --> 02:04:22,816
นะคะ 6

1866
02:04:23,388 --> 02:04:26,815
เป็นตัวเลข เอาไว้ที่ Output ใช่หรือเปล่า

1867
02:04:27,389 --> 02:04:30,814
ลบ เอาไว้ที่ Stack นะคะ

1868
02:04:31,390 --> 02:04:34,815
6 ก็ใส่มาเหมือนเดิม

1869
02:04:35,391 --> 02:04:38,814
5 เอาไว้ที่ไหนคะ เอาไว้ที่

1870
02:04:39,392 --> 02:04:42,814
Stack ก็ยกลงมาเหมือนเดิมนะคะ

1871
02:04:43,393 --> 02:04:46,816
ถัดมาคูณ

1872
02:04:47,394 --> 02:04:50,815
เจอคูณ

1873
02:04:51,396 --> 02:04:54,814
ใช่ไหมคะ เจอคูณให้เ

1874
02:04:55,397 --> 02:04:58,814
ปรากฏว่าคูณมีค่ามากกว่าลบ

1875
02:04:59,398 --> 02:05:02,814
ให้ Push คูณลง Stack

1876
02:05:03,400 --> 02:05:06,814
ได้เลย เพราะฉะนั้น

1877
02:05:07,401 --> 02:05:10,814
Stack เดิมเป็น push

1878
02:05:11,402 --> 02:05:14,814
ครูบอกว่า Push ลงมาได้เลยนะคะ เพราะคูณ

1879
02:05:15,405 --> 02:05:18,818
มันมากกว่านะ มันมากกว่านะคะ

1880
02:05:19,406 --> 02:05:22,813
ข้างหลัง คือ 6 กับ 5

1881
02:05:23,407 --> 02:05:26,813
ถัดมา 2

1882
02:05:27,408 --> 02:05:30,814
เป็นตัวเลขไว้ข้างหลังนะคะ

1883
02:05:31,409 --> 02:05:34,813
Stack มีเท่าไรยกลงมา

1884
02:05:35,410 --> 02:05:38,814
โอเค เสร็จแล้ว หมดแล้วนะ ผลลัพธ์

1885
02:05:39,411 --> 02:05:42,813
สุดท้ายที่ได้ 6, 5, 2

1886
02:05:43,412 --> 02:05:46,813
เอาคูณออกมาก่อน แล้วตามด้วยลบนะคะ

1887
02:05:47,415 --> 02:05:50,813
เห็นนะโอเค

1888
02:05:51,417 --> 02:05:54,813

1889
02:05:55,418 --> 02:05:58,813
ทุกคนดู

1890
02:05:59,420 --> 02:06:02,813
นะคะ

1891
02:06:03,423 --> 02:06:06,813

1892
02:06:07,425 --> 02:06:10,813

1893
02:06:11,427 --> 02:06:14,813

1894
02:06:15,429 --> 02:06:18,813
เราสังเกตนะ

1895
02:06:19,431 --> 02:06:22,813
ทำไมตัวนี้

1896
02:06:23,432 --> 02:06:26,812
เอาหารออกมา ตัวนี้ไม่ได้เอาอะไรออกมานะคะ ตัวนี้

1897
02:06:27,433 --> 02:06:30,813
วิธีการสังเกต โอเค

1898
02:06:31,434 --> 02:06:34,821
ลบเทียบกับหาร ลบ

1899
02:06:35,436 --> 02:06:38,812
มันมีค่าน้อยกว่าหารเห็นไหมคะ

1900
02:06:39,437 --> 02:06:42,812
ลบมีค่าน้อยกว่าหาร

1901
02:06:43,439 --> 02:06:46,812
เลยต้องเอาหาร

1902
02:06:47,440 --> 02:06:50,812
ออกมา

1903
02:06:51,442 --> 02:06:54,812
แต่ถ้า Input

1904
02:06:55,445 --> 02:06:58,820
ที่ใส่เข้าไปนี่ มีค่ามากกว่า เรา็

1905
02:06:59,446 --> 02:07:02,815
ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย

1906
02:07:03,447 --> 02:07:06,813
ถ้าตัวซ้ายมันมากกว่าตัวบนตรงนี้

1907
02:07:07,451 --> 02:07:10,812
เราก็ใส่ลงไปใน Stack ได้เลยนะคะ

1908
02:07:11,452 --> 02:07:14,812

1909
02:07:15,454 --> 02:07:18,812
โอเค

1910
02:07:19,456 --> 02:07:22,811
ต้องกลับไปทบทวนอีกรอบหนึ่งนะ นะคะ

1911
02:07:23,457 --> 02:07:26,811
เดี๋ยวสัปดาห์หน้าครูจะทวน

1912
02:07:27,458 --> 02:07:30,812
ให้อีกรอบหนึ่ง

1913
02:07:31,462 --> 02:07:34,818

1914
02:07:35,464 --> 02:07:38,811
โอเค

1915
02:07:39,465 --> 02:07:42,812
เดี๋ยวทั้งหมดนี้ครูจะอัปที่ Classroom ให้นะคะ

1916
02:07:43,466 --> 02:07:46,811
เดี๋ยวครูจะไปสแกนให้ แล้วก็อัปโหลด

1917
02:07:47,467 --> 02:07:50,811
ให้ โอเค

1918
02:07:51,468 --> 02:07:54,811

1919
02:07:55,470 --> 02:07:58,811

1920
02:07:59,473 --> 02:08:02,812

1921
02:08:03,477 --> 02:08:06,813

1922
02:08:07,480 --> 02:08:10,811

1923
02:08:11,481 --> 02:08:14,811

1924
02:08:15,482 --> 02:08:18,811
เดี๋ยวครูเช็กชื่อหน่อยนะคะ

1925
02:08:19,483 --> 02:08:22,811

1926
02:08:23,484 --> 02:08:26,810

1927
02:08:27,486 --> 02:08:30,813

1928
02:08:31,488 --> 02:08:34,811

1929
02:08:35,490 --> 02:08:38,811

1930
02:08:39,492 --> 02:08:42,810

1931
02:08:43,494 --> 02:08:46,810

1932
02:08:47,496 --> 02:08:50,810
ครูเช็กชื่อหน่อย

1933
02:08:51,497 --> 02:08:54,810
ศิริลักษณ์

1934
02:08:55,502 --> 02:08:58,810
02

1935
02:08:59,504 --> 02:09:02,812
มาไหม 02

1936
02:09:03,506 --> 02:09:06,810
คนนี้หรือ

1937
02:09:07,510 --> 02:09:10,810
03

1938
02:09:11,512 --> 02:09:14,822
อดิศร เป็น COVID

1939
02:09:15,514 --> 02:09:18,811
4 นพกิต

1940
02:09:19,515 --> 02:09:22,809
คนนี้ 5.

1941
02:09:23,516 --> 02:09:26,809
พงพร ไหน

1942
02:09:27,518 --> 02:09:30,825
อ๋อ จันทกานต์

1943
02:09:31,519 --> 02:09:34,816
ไหนคะ

1944
02:09:35,520 --> 02:09:38,815
กัญญานัฐ

1945
02:09:39,526 --> 02:09:42,809
ธัญญาลักษณ์

1946
02:09:43,529 --> 02:09:46,809
อ๋อ โอเค วริษา

1947
02:09:47,530 --> 02:09:50,810
คนนี้

1948
02:09:51,534 --> 02:09:54,814
ภัทรดา 11 ไม่มา

1949
02:09:55,536 --> 02:09:58,809
เทพอักษร

1950
02:09:59,537 --> 02:10:02,809
ธนภัทร 15 โอเค

1951
02:10:03,540 --> 02:10:06,809
ภากร

1952
02:10:07,542 --> 02:10:10,809
16 โอเค ค่ะ เจอกันสัปดาห์หน้า

1953
02:10:11,543 --> 02:10:14,809

1954
02:10:15,545 --> 02:10:18,809

1955
02:10:19,547 --> 02:10:22,809

1956
02:10:23,549 --> 02:10:26,809

1957
02:10:27,550 --> 02:10:30,809

1958
02:10:31,552 --> 02:10:34,810

1959
02:10:35,554 --> 02:10:38,808

1960
02:10:39,555 --> 02:10:42,808
[สิ้นสุดการถอดความ]

1961
02:10:43,556 --> 02:10:46,809

1962
02:10:47,557 --> 02:10:50,808

1963
02:10:51,558 --> 02:10:54,808

1964
02:10:55,559 --> 02:10:58,808

1965
02:10:59,560 --> 02:11:02,808
-

1966
02:11:03,562 --> 02:11:06,808

1967
02:11:07,564 --> 02:11:10,808

1968
02:11:11,569 --> 02:11:14,808

1969
02:11:15,571 --> 02:11:18,808

1970
02:11:19,573 --> 02:11:22,807

1971
02:11:23,577 --> 02:11:26,808
(อาจารย์สุธาสินี) ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะ

1972
02:11:27,578 --> 02:11:30,817
ได้ยินครูนะ คราวที่แล้ว

1973
02:11:31,579 --> 02:11:34,807

1974
02:11:35,581 --> 02:11:38,807
เหมือนล่ามไม่ได้ยินเลย อ๋อ ค่ะ

1975
02:11:39,583 --> 02:11:42,810
คราวที่แล้วเราพูดถึงเรื่อง list นะ lis

1976
02:11:43,584 --> 02:11:46,807
แล้วเราก็ทำข้อสอบไปแล้วนะคะ

1977
02:11:47,586 --> 02:11:50,807
นะคะ เราพูดถึงในเรื่องของ

1978
02:11:51,587 --> 02:11:54,807

1979
02:11:55,589 --> 02:11:58,807

1980
02:11:59,591 --> 02:12:02,807
ได้ไหมคะ

1981
02:12:03,593 --> 02:12:06,807
เรื่องลิสต์

1982
02:12:07,594 --> 02:12:10,807
ได้ยินไหมคะ

1983
02:12:11,595 --> 02:12:14,813
ยังไม่ได้ยิน

1984
02:12:15,596 --> 02:12:18,808

1985
02:12:19,598 --> 02:12:22,807

1986
02:12:23,599 --> 02:12:26,806

1987
02:12:27,603 --> 02:12:30,807

1988
02:12:31,605 --> 02:12:34,807

1989
02:12:35,607 --> 02:12:38,807

1990
02:12:39,608 --> 02:12:42,806

1991
02:12:43,611 --> 02:12:46,809
คราวที่แล้วนะคะ เราพูดถึงเรื่อง List ทุกคน

1992
02:12:47,611 --> 02:12:50,812
จำได้นะคะ อันนี้คือลิสต์นะ ที่ครูยกตัวอย่างมาให้

1993
02:12:51,614 --> 02:12:54,806

1994
02:12:55,616 --> 02:12:58,806
มีขนาดเท่าไหร่ ขนาด คือ

1995
02:12:59,617 --> 02:13:02,809
มีจำนวนเท่าไร มี 5 คนอื่นมีเท่าไรคะ

1996
02:13:03,618 --> 02:13:06,806
5 โอเค 5 นะคะ

1997
02:13:07,619 --> 02:13:10,806
ลิสต์ตัวนี้มีขนาดเท่ากับเท่าไหร่

1998
02:13:11,620 --> 02:13:14,815
จะมีอยู่ 5 ตัวถูกไหมคะ มีข้อมูลอยู่ 5 ตัว

1999
02:13:15,621 --> 02:13:18,806
มี 1 มี 2 มี 3 มี 4

2000
02:13:19,622 --> 02:13:22,806
แล้วก็มี 5 มีทั้งหมด 5 ตัวนะคะ คราวนี้

2001
02:13:23,623 --> 02:13:26,809
ลิสต์ที่เราเห็นในหน้าจอตรงนี้

2002
02:13:27,625 --> 02:13:30,806
ก้ามปูเปิด-ก้ามปูปิดไหมคะ

2003
02:13:31,626 --> 02:13:34,806
เป็นสัญลักษณ์ที่บอกว่าการเก็บข้อมูลลักษณะ

2004
02:13:35,629 --> 02:13:38,806
แบบนี้มีชื่อเรียกว่า "ลิสต์" นะคะ

2005
02:13:39,631 --> 02:13:42,810
เรารู้ได้อย่างไรว่ามันคือลิสต์ เห็น

2006
02:13:43,631 --> 02:13:46,808
ในลิสต์ index

2007
02:13:47,633 --> 02:13:50,805
ก็คือหมายเลขถูกไหมคะ ก็คือหมายเลขของข้อมูล

2008
02:13:51,634 --> 02:13:54,805
เราเริ่มต้นที่หมายเลขอะไรเอ่ย

2009
02:13:55,638 --> 02:13:58,807
จะเก็บค่าของข้อมูล

2010
02:13:59,639 --> 02:14:02,805
ในลิสต์นี่ ถ้าเราลองวาด

2011
02:14:03,641 --> 02:14:06,805
การจัดเก็บนะ ก็จะเป็น 1

2012
02:14:07,642 --> 02:14:10,805

2013
02:14:11,644 --> 02:14:14,805
พอเราวาดเป็นช่องใช่ไหมคะ

2014
02:14:15,645 --> 02:14:18,805
หมายเลขช่องหรือว่า

2015
02:14:19,646 --> 02:14:22,805
Index ตัวแรกเราจะเริ่มต้นที่ตรงไหน

2016
02:14:23,646 --> 02:14:26,804
ตรงนี้ index เราจะเริ่มที่เราไรเอ่ย

2017
02:14:27,647 --> 02:14:30,804
แล้วก็จะเก็บข้อมูลลงไปในช่องแบบนี้

2018
02:14:31,648 --> 02:14:34,804
1 2 3 แล้วก็ 4

2019
02:14:35,652 --> 02:14:38,804
แล้วก็ 4 ก็คือหมายเลขช่อง ถ้าเราวาดรูปให้

2020
02:14:39,654 --> 02:14:42,805
เป็นรูปสี่เหลี่ยมในการจัดเก็บข้อมูล แล้วเวลาครูเข้าถึง

2021
02:14:43,655 --> 02:14:46,804
0 นะ ใช่ไหมคะ

2022
02:14:47,656 --> 02:14:50,803
ครูตั้งชื่อลิสต์ตัวนี้มีชื่อว่า x

2023
02:14:51,657 --> 02:14:54,803
x index 3

2024
02:14:55,658 --> 02:14:58,803
ตอบเท่ากับเท่าไรเอ่ย index

2025
02:14:59,659 --> 02:15:02,803
ข้อมูลที่อยู่ในลิสต์ ตอนนี้

2026
02:15:03,660 --> 02:15:06,803
ตรงนี้ต้องตอบว่า 4 นะคะ ทุกคนจำได้นะ

2027
02:15:07,661 --> 02:15:10,804
แล้วถ้า x

2028
02:15:11,662 --> 02:15:14,803
เราต้องการหลาย ๆ ค่า 2 จนถึง 4

2029
02:15:15,664 --> 02:15:18,803
เป็น 3 ตัวนี้ตอบ 4 ใช่

2030
02:15:19,665 --> 02:15:22,803
3 กับ...

2031
02:15:23,667 --> 02:15:26,803
3 กับอะไรเอ่ย 4 ใช่ไหม

2032
02:15:27,669 --> 02:15:30,803
ใช่ไหม คือ 3 กับ 4 นะ มันเริ่มต้นที่ 2 ใช่ไหมคะ ก็คือ

2033
02:15:31,669 --> 02:15:34,803
จะตอบเท่าหับเท่าไหร่คะ

2034
02:15:35,670 --> 02:15:38,803
ถึง 4 แล้วก็ลดลงมา 1 ช่อง ก็จะได้ข้อมูลตัวนี้

2035
02:15:39,756 --> 02:15:42,803
ก็คือ 3 กับ 4

2036
02:15:43,759 --> 02:15:46,802
คราวนี้ แล้วเราเอาลิสต์

2037
02:15:47,760 --> 02:15:50,802
เริ่มต้นที่ 2 ก็คือเริ่มต้ด้วยตัว

2038
02:15:51,761 --> 02:15:54,802
รูปแบบลิสต์ แล้วเราเอามาใช้ทำอะไรนะคะ

2039
02:15:55,762 --> 02:15:58,803
วันนี้เราจะพูดถึงโครงสร้างอีกแบบหนึ่ง

2040
02:15:59,763 --> 02:16:02,802
ที่มีชื่อว่า stack นะ

2041
02:16:03,764 --> 02:16:06,802
มาทำอะไรนะคะ เราเก็บข้อมูล

2042
02:16:07,765 --> 02:16:10,803
จะใช้วิธีการเก็บข้อมูลแบบลิสต์

2043
02:16:11,766 --> 02:16:14,802
นะคะ แล้วลักษณะแบบไหน

2044
02:16:15,767 --> 02:16:18,802
ที่เราจะเรียกว่า "stack" นะคะ ดูด้วยกัน

2045
02:16:19,769 --> 02:16:22,802
สแตกนะคะ สแตกตัวนี้

2046
02:16:23,770 --> 02:16:26,804
ก็คือการที่เราใส่ข้อมูลเข้าไปแล้วก็ดึงออกมา

2047
02:16:27,778 --> 02:16:30,802
นะคะ แล้วข้อมูล

2048
02:16:31,782 --> 02:16:34,801
ที่ถูกใส่เข้าไปใน Stack จะถูก

2049
02:16:35,784 --> 02:16:38,801
เขาบอกว่า Stack

2050
02:16:39,785 --> 02:16:42,801
วิธีการเก็บข้อมูลแบบ stack หรือที่เรียกว่า

2051
02:16:43,786 --> 02:16:46,801
เข้าทีหลังออกก่อน

2052
02:16:47,787 --> 02:16:50,801
เข้าก่อนออกทีหลัง ความหมายเหมือนกัน

2053
02:16:51,789 --> 02:16:54,801
เอาออกมาใช้ทีหลัง อันนี้ คือ

2054
02:16:55,791 --> 02:16:58,801
ยกตัวอย่างเช่น ทุกคนเคย

2055
02:16:59,793 --> 02:17:02,800
ไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวไหมคะ ทุกคนเคยไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวนะ

2056
02:17:03,795 --> 02:17:06,801
แล้วเห็นถ้วยก๋วยเตี๋ยวก่อนที่เขาจะ

2057
02:17:07,796 --> 02:17:10,801

2058
02:17:11,798 --> 02:17:14,800
ชามก๋วยเตี๋ยวมันเรียงขึ้นไปแบบนี้

2059
02:17:15,799 --> 02:17:18,801
ใช่ไหมคะ เวลาแม่ค้าเขาจะเอาจามก๋วยเตี๋ยวมาใส่ให้เรา

2060
02:17:19,800 --> 02:17:22,800
เขาจะเอาชามก๋วยเตี๋ยวมาใส่ให้เรา เขาเอาชามที่อยู่

2061
02:17:23,802 --> 02:17:26,800
เอามาใส่เส้น ใส่เครื่องปรุง ใส่หมูให้เรา

2062
02:17:27,805 --> 02:17:30,801
เอาชามข้างบนหรือข้างล่างคะ ข้างบน

2063
02:17:31,806 --> 02:17:34,800
เขาเอาข้างบนมาทำให้เรา

2064
02:17:35,808 --> 02:17:38,800
แล้วเวลาเขาล้างจานเสร็จแล้วนี่ เอาจาน

2065
02:17:39,809 --> 02:17:42,800
ข้างบน หรือชามที่อยู่ข้างล่าง

2066
02:17:43,810 --> 02:17:46,805
ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น จานที่

2067
02:17:47,811 --> 02:17:50,799
อยู่บนสุดจะถูกเอาออกมาใช้ก่อน

2068
02:17:51,812 --> 02:17:54,800
และจากที่อยู่บนสุดนะคะ จะถูก

2069
02:17:55,813 --> 02:17:58,803
มาซ้อนข้างล่างหรือซ้อนข้างบน ซ้อนข้างบน

2070
02:17:59,814 --> 02:18:02,800
ของ Stack เช่นนะคะ เช่น ๆ

2071
02:18:03,815 --> 02:18:06,799
เช่น สมมติ ครูมีกระดาษ 1 แผ่นนะ

2072
02:18:07,818 --> 02:18:10,800
ครูมีกระดาษอยู่ 1 แผ่น ทุกคนดูนะคะ

2073
02:18:11,819 --> 02:18:14,806
เอาเข้ามาเก็บทีหลัง อันนี้คือรูปแบบ

2074
02:18:15,820 --> 02:18:18,803
เห็นไหมคะ ครูซ่อนกระดาษแผ่นที่ 2 อยู่ข้างบน

2075
02:18:19,821 --> 02:18:22,799
ครูใส่ ครูใส่กระดาษ

2076
02:18:23,823 --> 02:18:26,799
แผ่นที่ 3 เข้าไปนะคะ แล้วครูก็ใส่

2077
02:18:27,824 --> 02:18:30,799
ครูจะใส่กระดาษแผ่นที่ 2

2078
02:18:31,825 --> 02:18:34,821
ครูจะเอาออกมาใช้ครูจะเอาตัวล่างสุดหรือตัวบนสุดออกมาใช้

2079
02:18:35,827 --> 02:18:38,799
ตัวบนสุดถูกไหมคะ

2080
02:18:39,828 --> 02:18:42,799
ครูไม่พยายามจะดึงตัวล่างสุดออกมานะคะ ครูจะหยิบตัวบน

2081
02:18:43,830 --> 02:18:46,798
กระดาษแผ่นที่ 4 เข้าไปในมือครู เวลา

2082
02:18:47,831 --> 02:18:50,798
คือ กระดาษแผ่นที่เราใส่ไปล่าสุดนะคะ

2083
02:18:51,832 --> 02:18:54,804
เ

2084
02:18:55,834 --> 02:18:58,798
เราสามารถสรุปได้แบบนี้นะ ข้อมูลที่อยู่ใน Stack

2085
02:18:59,835 --> 02:19:02,798
สุดอกไปใช้ ซึ่งตัวบนสุดนี่

2086
02:19:03,835 --> 02:19:06,798
ข้อมูลที่หย่อนลงไปใน Stack ตัวแรกจะอยู่ด้านล่างสุดเลย

2087
02:19:07,837 --> 02:19:10,798
นะคะ ตัวถัดไปก็จะซ้อนขึ้นมา

2088
02:19:11,838 --> 02:19:14,798
เรื่อย ๆ ข้อมูลที่

2089
02:19:15,839 --> 02:19:18,798
ตัวแรกจะอยู่ด้านล่างสุด ข

2090
02:19:19,840 --> 02:19:22,797
นะคะ จะอยู่บนสุด แล้วเวลา

2091
02:19:23,841 --> 02:19:26,797
เราเอาข้อมูลใน Stack ออกมาใช้งาน

2092
02:19:27,845 --> 02:19:31,845
ข

